50
เอกชนที่เกี่ยวข้องกับงานในด้านการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนสถานภาพ บทบาท และกิจกรรม
ของผู้สูงอายุจานวนหนึ่งคน และผู้มีความรู้ความเช่ียวชาญในการระดมทุนจานวนหนึ่งคนเป็นกรรมการ
และ (7) ให้ผู้อานวยการกองบริหารกองทุนผู้สูงอายุเป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งมีอานาจหน้าที่ดังนี้
(1) บริหารกองทุน รวมท้ังดาเนินการเกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชน์ และการจัดกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบ
ท่ีคณะกรรมการกาหนด (2) พิจารณาอนุมัติการใช้จ่ายเพื่อการคุ้มครอง การส่งเสริมและการจัดสวัสดิการแก่
ผู้สูงอายุ ท้ังน้ี ตามระเบียบท่ีคณะกรรมการกาหนด และ (3) รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุน
ตอ่ คณะกรรมการตามระเบยี บทคี่ ณะกรรมการกาหนด
3) พระราชบัญญตั ผิ ้สู ูงอายุ ฉบับท่ี 3 พ.ศ. 2560
รัฐบาลจึงมีนโยบายและมาตรการในการดูแลผู้สูงอายุท่ีมีรายได้น้อยโดยการให้เงินช่วยเหลือเพ่ือ
การยงั ชพี แกผ่ ู้สูงอายุทีม่ รี ายได้น้อย เพอื่ ให้ไดร้ บั สวสั ดิการทจี่ าเป็น
3.1) ทม่ี าของเงนิ
มาตรา 15/1 ให้เรียกเก็บเงินบารุงกองทุนจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตในส่วนท่ีเก่ียวกับ
สินค้า สุราและยาสูบในอัตราร้อยละสองของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยภาษี สรรพสามติ
และให้ผู้มีหน้าท่ีเสียภาษีตังกล่าวเป็นผู้มีหน้าที่ส่งเงินบารุงกองทุนพร้อมกับชาระภาษี สรรพสามิต ท้ังนี้
ตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกาหนดในการคานวณเงินบารุงกองทุนตามวรรคหน่ึง
หากมเี ศษของหนึ่งสตางคใ์ ห้ปดั ทงิ้
มาตรา 15/2 ให้กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรเป็นผู้ดาเนินการเรียกเก็บเงินบารุงกองทุน
ตามมาตรา 15/1 เพื่อนาส่งเข้ากองทุนตามระเบียบท่ีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกาหนด โดยไม่ต้อง
นาส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เพ่ือประโยชน์ในการเรียกเก็บเงินบารุงกองทุนตามวรรคหน่ึง เงินบารุงกองทุน
ให้ถือเป็นภาษี แต่ไม่ให้นาไปรวมคานวณเป็นมูลค่าของภาษี ในกรณีท่ีปีงบประมาณใดมีเงินบารุงกองทุน
ส่งเข้ากองทุนเกินสี่พันล้านบาท ให้กรมกิจการผู้สูงอายุ นาเงินบารุงกองทุนส่วนที่เกินนั้นส่งคลังเป็นรายได้
แผน่ ดินภายในสามสิบวันนับจากวันท่กี องทุนไดร้ ับการจ่ายเงิน
มาตรา 15/3 ให้คณะกรรมการจัดสรรเงินบารุงกองทุนมาตรา 14 (2/1) และเงินที่มีผู้บริจาค
เข้ากองทุนตามมาตรา 14 (3) ซึ่งมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อจา่ ยเปน็ เงินสงเคราะหเ์ พ่ือการยังชีพแก่ผู้สงู อายุทม่ี ีรายได้น้อย
สาหรับจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์เพ่ือการยังชีพแก่ผู้สูงอายุท่ีมีรายได้น้อย คุณสมบัติของผู้สูงอายุท่ีมีรายได้น้อย
และการจดั สรรเงนิ ตามวรรคหนึง่ ให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงือ่ นไขทค่ี ณะกรรมการกาหนด
มาตรา 15/4 ในกรณีที่ผู้มีหน้าท่ีเสียภาษีสรรพสามิตในส่วนท่ีเกี่ยวกับสินค้าสุราและยาสูบ
ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตได้รับการยกเว้น ลดหย่อน หรือคืนภาษีให้ได้รับการยกเว้น ลดหย่อนหรือ
คนื เงินบารงุ กองทุนดว้ ย ตามระเบยี บท่รี ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงการคลังกาหนด
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศูนยพ์ ฒั นาคุณภาพชวี ติ และสง่ เสริมอาชพี ผู้สูงอายุภายใตก้ าร
บรหิ ารจดั การขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น
51
มาตรา 15/5 ในกรณีท่ีผู้มีหน้าท่ีส่งเงินบารุงกองทุนไม่ส่งเงินบารุงกองทุนหรือส่งภ ายหลัง
ระยะเวลาท่กี าหนด หรือส่งเงินบารงุ กองทนุ ไม่ครบตามจานวนที่ต้องส่ง ใหเ้ สยี เงนิ เพ่ิมในอตั รารอ้ ยละสองต่อเดือน
ของจานวนเงินท่ีไม่ส่งหรือส่งภายหลังระยะเวลาที่กาหนดหรือจานวนเงินท่ีส่งขาดไปแล้ว แต่กรณีนับแต่วัน
ครบกาหนดส่งจนถึงวันที่ส่งเงินบารุงกองทุน แต่เงินเพิ่มท่ีคานวณได้มีให้เกินจานวนเงินบารุงกองทุนและ
ให้ถือวา่ เงินเพมิ่ นีเ้ ป็นเงินบารงุ กองทุนด้วย
5.2 ยทุ าศำสตรช์ ำติและแผนแม่บทท่เี ก่ียวขอ้ ง
ยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) เพอื่ ให้ประเทศไทยสามารถยกระดบั การพัฒนาให้บรรลุ
ตามวิสัยทัศน์ "ประเทศไทยมีความม่ันคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง" และ เป้าหมาย การพัฒนาประเทศข้างตัน จึงจาเป็นต้องกาหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา
ประเทศระยะยาว จานวน 6 ยุทธศาสตร์ โดยมียุทธศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องกับการขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุ
จานวน 2 ยทุ ธศาสตร์ ได้แก่
1) ยุทธศาสตรช์ าติดา้ นการพฒั นาและเสริมสรา้ งศกั ยภาพทรพั ยากรมนุษย์ มีเป้าหมายการพฒั นาที่
สาคัญเพื่อพัฒนาคนในทกุ มิตแิ ละในทุกชว่ งวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อมท้ังกายใจ
สติปัญญา มีพัฒนาการท่ีดีรอบด้านและมีสุขภาวะท่ีดีในทุกช่วงวัยมีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น
มธั ยสั ถ์ อดออม โอบออ้ มอารี มวี ินยั รกั ษาศลี ธรรมและเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลกั คดิ ทถ่ี กู ต้องมที ักษะที่จาเป็น
ในศตวรรษท่ี 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษ และภาษาทสี่ าม และอนุรักษ์ภาษาทอ้ งถิน่ มีนสิ ัยรักการเรียนรู้และ
การพฒั นาตนเองอยา่ งตอ่ เน่ืองตลอดชีวิตสู่การเปน็ คนไทยทม่ี ที กั ษะสูง เป็นนวัตกรนกั คดิ ผปู้ ระกอบการ เกษตรกร
ยคุ ใหม่และอน่ื ๆ โดยมสี ัมมาชพี ตามความถนดั ของตนเองแนวคดิ ดา้ นการสร้างเครือข่ายเพื่อการพ่ึงพาตนเองของ
องคก์ รชมุ ชน
2) ยุทธศาสตร์ชาติต้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมายการพัฒนา
ทสี่ าคญั ทใี่ หค้ วามสาคัญกบั การดึงเอาพลังของภาคส่วนตา่ ง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชมุ ชน ทอ้ งถ่ินมาร่วม
ขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชนในการร่วมคิดร่วมทาเพ่ือส่วนรวมการกระจายอานาจ
และความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถ่ิน การเสริบสร้างความเข้มแข็งของชุบชน
ในการจัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อมของประชากรไทยทั้งในมิติ สุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม
และ สภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรท่ีมีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเองและทาประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน
และสังคมใหน้ านทส่ี ุด โดยรฐั ให้หลักประกันการเข้าถงึ บริการและสวัสดิการทีม่ คี ณุ ภาพอยา่ งเปน็ ธรรมและท่วั ถงึ
5.3 แผนแม่บทภำยใตย้ ุทาศำสตรช์ ำติ พ.ศ. 2561 - 2580
แผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติเป็นส่วนสาคัญในการถ่ายทอดเป้าหมายและประเด็นยทุ ธศาสตร์
ของยุทธศาสตร์ชาติลงสู่แผนระอับต่าง ๆ ต่อไป ซึ่งได้คานึงถึงประเด็นร่วมหรือประเด็นตัดข้ามยุทธศาสตร์และ
USER | แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถ่ายโอนภารกิจของศูนย์พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และส่งเสริมอาชีพผสู้ ูงอายุภายใต้การ
บริหารจดั การขององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
52
การประสานเช่ือมโยงเป้าหมายของแต่ละแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติให้มีความสอดคล้องไปในทิศทาง
เดียวกัน โดยแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติจะประกอบด้วย สถานการณ์และแนวโน้มท่ีเกี่ยวข้องแผนแม่บท
เป้าหมายและตัวช้ีวัดในการตาเนินการซึ่งแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 4 ช่วง ช่วงละ 5 ปี รวมทั้งกาหนดแนวทาง
การพฒั นา และแผนงาน/โครงการทีส่ าคญั ของแผนแม่บทภายใตย้ ทุ ธศาสตร์ชาติ เพ่ือเป็นกรอบในการดาเนินการ
ของหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศที่กาหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติว่า "ประเทศชาติ
ม่ันคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรมฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน
โดยยกระดับศักยภาพของประทศในหลากหลายมีติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง
และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม สรา้ งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ิตทีเ่ ป็นมติ รกับส่งิ แวดล้อม
และมีภาครฐั ของประชาชนเพื่อประชาชนและประโยชน์สว่ นรวม"
ซึง่ ประเด็นแผนแมบ่ ทภายใต้ยทุ ธศาสตรช์ าติท่ีมคี วามเกย่ี วขอ้ งกับประเดน็ ดา้ นผสู้ ูงอายุ 4 ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่ 11 กำรพฒั นำศกั ยภำพคนตลอดช่วงชวี ิต
ยุทธศาสตร์ชาติได้กาหนดเป้าหมายการขับเคล่ือนการพัฒน าให้ประเทศเจริญก้าวหน้าไปในอนาค ต
ซึ่งทรัพยากรมนุษย์เป็นปจั จัยขับเคล่ือนสาคัญในการยกระดับการพัฒนาประเทศในทุกมิตไิ ปสู่เป้าหมายการเป็น
ประเทศที่พัฒนาแล้วที่ขับเคล่ือนโดยภูมิปัญญาและนวัตกรรมในอีก 20 ปีข้างหน้า อีกท้ัง การเปลี่ยนแปลง
โครงสร้างประชากรทีม่ ีสัคส่วนประชากรวัยแรงานและวัยเด็กท่ีลดลงและประชากรสูงอายุท่เี พ่ิมข้ึนอย่างต่อเนอื่ ง
จะเป็นปัจจัยเสียงสาคัญท่ีจะทาให้การพัฒนาประเทศในมิติต่าง มีความท้าทายเพ่ิมมากขึ้น ท้ังในส่วน
ของเสถียรภาพทางการเงินของประเทศในการจัดสวัสดิการเพื่อดูแลผู้สูงอายทุ ่เี พ่ิมสูงขนึ้ การลงทุนและการออม
การเจรญิ เติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ความมน่ั คงทางสงั คม การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งยั่งยนื
ซง่ึ จะเป็นประเด็นทา้ ทายตอ่ การขบั เคลอื่ นประเทศไปสกู่ ารเปน็ ประเทศพัฒนาแล้ว
ประเดน็ ท่ี 13 กำรเสรมิ สรำ้ งใหค้ นไทยมีสขุ ภำวะท่ีดี
ยุทธศาสตร์ชาติให้ความสาคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ
และสุขภาวะ ประกอบกับการเป็นสังคมสูงวัย จึงจาเป็นต้องมีการพัฒนาทักษะและระบบรองรับการพัฒนาที่มี
คุณภาพ มาตรฐาน รวมถึงกาวส่งเสริมกาวพัฒนาและกาวใช้เทคโนโลยีการแพทย์ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต
ใหก้ ับคนไทย และสร้างความมน่ั คงให้กบั ระบบสาธารณสุขของไทย ในการสง่ เสริมและดูแลสุขภาพและรกั ษาผู้ปว่ ย
ทงั้ ด้านรา่ งกายและจติ ใจ โดยสถานการณ์ด้านสุขภาวะของคนไทยยงั มคี วามท้าทายในหลายประการ โดยในชว่ งท่ี
ผา่ นมาคนไทยมแี นวโนม้ เปน็ โรคไม่ติดตอ่ มากขึน้ ซ่ึงเปน็ สาเหตหุ ลกั ของการเสยี ชวี ิตเนอ่ื งจาก มีพฤตกิ รรมเสย่ี งทาง
สุขภาพท่ีไม่เหมาะสม การขาดการออกกิจกรรมทางกายอย่างต่อเน่ือง สภาพการทางาน ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต
ระดับการศึกษา มลพิษในส่ิงแวดล้อม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของคนไทย
ที่มอี ตั ราสูง
USER | แนวทางการเตรยี มความพร้อมในการถ่ายโอนภารกจิ ของศนู ย์พัฒนาคุณภาพชีวติ และสง่ เสรมิ อาชพี ผูส้ งู อายภุ ายใตก้ าร
บริหารจัดการขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ
53
ประเดน็ ท่ี 15 พลังทำงสังคม
การเสริมสร้างพลังทางสังคมจะเป็นปัจจัยแห่งความสาเร็จที่สาคัญที่จะเป็นกลไกช่วยให้การดาเนินการ
ตามยุทธศาสตร์ชาติในด้านต่าง ( สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะด้านการสร้างโอกาส
และความเสมอภาคทางสังคม โดยการตึงเอาพลังของภาคส่วนตา่ ง ๆ ท้ังภาคเอกชนประชาสังคม ชุมชนท้องถน่ิ
มารว่ มขบั เคลอ่ื น การสนับสนนุ การรวมตวั ของประชาชนเพ่อื เสรมิ สร้างความเขม้ แข็งของชมุ ชนในการเป็นส่วนรว่ ม
การแก้ไขปัญหาท่ีสอดคล้องกับความต้องการระดับพ้ืนท่ีบนฐานองค์ความรู้ และความเข้าใจในบริบทและ
สภาพปัญหาในเชิงลึกที่แท้จริง เพื่อให้คนไทยมีวิถีการดาเนินชีวิตและมีจิตสานึกร่วม ในการสร้างสังคมที่นาอยู่
เพื่อให้การพัฒนาประเทศมีส่วนร่วมจากชุมชนและสังคม และนาไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ "ประเทศไทยมี
ความมั่นคงม่ังค่ัง ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง"
ไดอ้ ย่างไม่ท้ิงใครไวข้ า้ งหลงั
ประเดน็ ท่ี 17 ควำมเสมอภำคและหลักประกันทำงสังคม
การพัฒนาประเทศในระยะ 20 ปี ข้างหน้าจาเป็นต้องให้ความสาคัญกับการสร้างความเป็นธรรมและ
หลักประกันทางสังคมที่เป็นธรรมอย่างบูรณาการ และเป็นระบบ ซ่ึงจะเป็นรากฐานสาคัญในการพัฒนา
ตามยุทธศาสตร์ชาติ ในด้านต่าง ๆให้สามารถบรรลวุ ัตถุประสงค์ไดต้ ามเปา้ หมาย โดยเฉพาะด้านการสร้างโอกาส
และความเสมอภาคทางสังคม โดยการสร้างหลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับคนทุกช่วงวัย
ทุกเพศสภาพ และทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มด้อยโอกาสแลยกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งการปิดช่องว่างการคุ้มครอง
ทางสังคมอ่ืน ๆ สร้างความเป็นธรรมและลดความเหล่ือมล้าในทุกมิติ และป้องกันปัญหาความเหลื่อมล้าและ
ความไม่เสมอภาคท่ีคาดว่าจะทวีความรุนแรงเพ่ิมมากข้ึนจากกระแสโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลง
เชิงโครงสร้างต่าง ๆ ทั้งจากในและต่างประเทศ รวมท้ังพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
โดยการสรา้ งหลกั ประกันทางสังคมทสี่ อดคลอ้ งกับความจาเป็นพน้ื ฐานในการดารงชีวิตโดยเฉพาะอยา่ งย่ิงผสู้ ูงอายุ
ในสังคม
5.4 แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชำติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564)
หลักการพฒั นาประเทศทส่ี าคัญในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบบั ท่ี 16 ยึดหลกั "ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง"
"การพัฒนาที่ยั่งยืน" และ "คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา" ท่ีต่อเน่ืองจาก 2 แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 – 11
และยึดหลักการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจท่ีลดความเหลื่อมล้า และขับเคลื่อนการเจริญเติบโตจากการเพิ่มผลิต
ภาพการผลิตบนฐานการใช้ภูมิปัญญาและนวัตกรรม จุดเปลี่ยนสาคัญในแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี 12 จะเป็นแผนแรก
ที่ถูกใช้ให้เป็นกลไกเช่ือมโยงสู่การขับเคล่ือนการพัฒนา ซ่ึงกาหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่จะต้องบรรลุผลลัพธ์
และผลสัมฤทธ์ิของการพัฒนา รวมท้ังกาหนดแนวทางการพัฒนาท่ีต้องเชื่อมต่อถึงการปฏิบัติท่ีต้องดาเนินการ
ในช่วง 5 ปี โดยได้กาหนดแผนงาน/โครงการสาคัญ (Flagship Program) และประเด็นพัฒนาเชิงบูรณาการ
ที่สาคัญในช่วงปีแรกของการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติสู่การปฏิบัติ จะทาให้ระบบการจัดสรรงบประมาณ
USER | แนวทางการเตรยี มความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจของศนู ย์พฒั นาคุณภาพชีวติ และส่งเสริมอาชพี ผ้สู งู อายุภายใตก้ าร
บริหารจดั การขององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
54
การบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน กฎ ระเบียบวินัยทางการเงินและการคลังภาครัฐและระบบการติดตาม
ประเมินผลการดาเนินงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนา ตลอดจนระบบการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการ
ของหน่วยงานภาครัฐต้องมีการเปล่ียนแปลงอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีแนวทางการพัฒนาจังหวัดภาค และเมือง
ที่กาหนดพื้นท่ีเป้าหมาย สาขาการผลิตและบริการเป้าหมายที่ชัดเจนเกิดผลสัมฤทธิ์และสอดคล้องกับเป้าหมาย
รวมของประเทศ
5.5 วตั ถุประสงค์แผนพฒั นำเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชำติ ฉบบั ท่ี 12
1) เพื่อวางรากฐานให้คนไทยเป็นคนท่ีสมบูรณ์มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบ วินัย ค่านิยมท่ีดี
มีจิตสาธารณะ และมีความสุข โดยมีสุขภาวะและสุขภาพที่ดี ครอบครัวอบอุ่น ตลอดจบเป็นคนเก่งท่ีมีทักษะ
ความรู้ความสามารถและพัฒนาตนเองได้ต่อเนื่องตลอดชีวิตทรัพยากรและบริการทางสังคมท่ีมีคุณภาพ
ผู้ดอ้ ยโอกาสไดร้ ับการพฒั นาศักยภาพ รามท้ังชุมชนมคี วามเขม้ แขง็
2) เพื่อให้คนไทยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสงั คม ได้รับความเป็นธรรมในกลไกเข้าถึงท่พี งึ่ พา
ตนเองได้
3) เพื่อให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง แข่งขันได้ มีเสถียรภาพ และมีความยั่งยืนสร้างความเข้มแข็งของ
ฐานการผลิตและบริการเดิม และขยายฐานใหม่โดยการใช้นวัตกรรมท่ีเข้มขันมากขึ้นสร้างความเข้มแข็ง
ของเศรษฐกิจฐานราก แสะสรา้ งความม่งั คง ทางพลงั งาน อาหาร และน้า
4) เพ่ือรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพส่ิงแวดล้อมให้สามารถสนับสนุนการเติบโต
ที่เป็นมติ รกับสิง่ แวดล้อมและการมคี ุณภาพชวี ติ ที่ดีของประชาชน
5) เพ่ือให้การบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ทันสมัย และมีการทางานเชิง
บรู ณาการของภาคีการพัฒนา
6) เพ่ือให้มีการกระจายความเจริญโปสู่ภูมิภาค โดยการพฒั นาภาคและเมืองเพื่อรองรับการพัฒนา
ยกระดบั ฐานการผลิตและบริการเดมิ และขยายฐานการผลติ และบรกิ ารใหม่
7) เพ่อื ผลักดนั ให้ประเทศไทยมคี วามเชอื่ มโยงกับประเทศตา่ ง ๆ ท้ังในระดบั อนุภมู ิภาค ภูมิภาคและ
นานาชาตไิ ดอ้ ย่างสมบูรณ์และมีประสทิ ธภิ าพ รวมทั้งให้ประเทศไทยมีบทบาทนาและสรา้ งสรรคใ์ นดา้ นการค้าการ
บริการ และการลงทุนภายใตก้ รอบความร่วมมือต่าง ๆ ทั้งในระดับอนุภูมภิ าค ภูมิภาค และโลก
5.6 เปำ้ หมำยแผนพัฒนำเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชำติ ฉบบั ที่ 12
1) คนไทยมีคุณลักษณะเป็นคนไทยที่สมบูรณ์ มีวินัย มีทัศนคติ และพฤติกรรมตามบรรทัดฐานท่ีดี
ของสังคม มีความเป็นพลเมืองตื่นรู้ มีความสามารถในการปรับตัวไดอ้ ยา่ งรู้เท่าทันสถานการณ์มีความรับผดิ ชอบ
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกิจของศนู ย์พัฒนาคุณภาพชวี ิตและสง่ เสรมิ อาชพี ผู้สงู อายุภายใตก้ าร
บรหิ ารจดั การขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
55
และทาประโยชน์ต่อส่วนร่วม มีสุขภาพกายและใจที่ดี มีความเจริญงอกงามทางจิตวิญญาณ มีวิถีชีวิตท่ีพอเพียง
และมีความเปน็ ไทย
2) ความเหลื่อมล้าทางด้านรายได้และความยากจนลดลง เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็ง
ประชาชนทกุ คนมีโอกาสในการเขา้ ถงึ ทรัพยากร การประกอบอาชีพ และบริการทางสังคมทีม่ ีคุณภาพอย่างทวั่ ถงึ
และเป็นธรรม กลมุ่ ท่มี ีรายไดต้ ่าสุดร้อยละ 4 มีรายได้เพ่ิมขึ้นอยา่ งน้อยรอ้ ยละ 35
3) ระบบเศรษฐกิจมีความเข้มแข็งและแข่งขันได้โครงสร้างเศรษฐกิจปรับสู่เศรษฐกิจฐานบริการ
และดิจิทลั มีผู้ประกอบการรนุ่ ใหม่และเปน็ สังคมผปู้ ระกอบการ ผปู้ ระกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่เขม้ แข็ง
สามารถใชน้ วตั กรรมและเทคโนโลยตี ิจิหสั ในการสรโิ งสรรค์คณุ ค่าสนิ คา้ และบริการ มรี ะบบการผลิตและให้บริการ
จากฐานรายไดเ้ ดิมทมี่ ีมูลคาเพ่ิมสูงขน้ึ และมีการลงทนุ ในการผลติ และบริการฐานความรู้ชัน้ สูงใหม่ ๆ ที่เป็นมิตร
กับสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมท้ังกระจายฐานและการใหบ้ ริการสภู่ ูมภิ าคเพอื่ ลดความเหล่อื มลา้ โดยเศรษฐกจิ ไทย
มีเสถียรภาพและมีอัตราการขยายตัวเฉล่ียร้อยละ 5 ต่อปี และมีปัจจัยสนับสนุน อาทิ ระบบโลจิสติกส์ พลังงาน
และการลงทุนวิจัยและพฒั นาทีเ่ ออ้ื ตอ่ การขยายตวั ของภาคการผลติ และบรกิ าร
4) ทุนทางธรรมชาตแิ ละคุณภาพส่ิงแวดล้อมสามารถสนับสนุนการเตบิ โตทเี่ ป็นมิตรกับส่ิงแวดลอ้ ม
มีความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และน้า โดยเพ่ิมพ้ืนท่ีป่าไม้ ให้ได้ร้อยละ 40 ของพ้ืนท่ีประเทศ เพ่ือรักษา
ความสมดุลของระบบนเิ วศ ลดการปลอ่ ยก๊าชเรอื นกระจกในภาคพลังงานและขนสง่ ไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 7 ภายในปี
2563 เทียบกับการปล่อยในกรณีปกติ มีปริมาณหรือสัดส่วนของขยะมูลฝอยท่ีได้รับการ จัดการอย่างถูก
หลักสุขาภิบาลเพม่ิ ข้ึน และรักษาคุณภาพนา้ และคณุ ภาพอากาศในพ้ืนที่วิกฤตใหอ้ ยใู่ นเกณฑ์มาตรฐาน
5) มีความม่ันคงในเอกราชและอธิปไตย สังคมปลอดภัย สามัคคีสร้างภาพลักษณ์ดี และเพ่ิม
ความเช่ือม่ันของนานาชาติต่อประเทศไทย ความขัดแย้งทางอุดมการณ์และความคิดในสังคมลดลง
ปัญหาอาชญากรรมลดลง ปริมาณความสูญเสียจากภัยใจรสลัดและการลักลอบขนส่งสินค้าและค้ามนุษย์ลดลง
มีความพร้อมท่ีปกป้องประชาชนจากการก่อการร้ายและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ประเทศไทยมีส่วนร่วม
ในการกาหนดบรรทัดฐานระหว่างประเทศ เกิดความเชื่อมโยงการขนส่ง โลจิสติกส์ ห่วงใช่มูลค่าเป็นหุ้นส่วน
การพัฒนาที่สาคัญในอนุภูมิภาค ภูมิภาค และโลก และอัตราการเติบโตของมูลค่าการลงทุนและการส่งออกของ
ไทยในอนภุ มู ิภาค ภูมิภาค และอาเซยี นสูงขึ้น
กลา่ วโดยสรุป กฎหมายดา้ นสวสั ดิการชุมชน เปน็ พลังขบั เคลอ่ื นท่ีสาคัญในการปฏริ ปู ระบบสวัสดกิ าร
พ้ืนฐานของสังคมไทยให้อยู่ร่วมกันอยา่ งมีความสุข บนพื้นฐานของวัฒนธรรมไทยที่ ส่งเสริมให้เกิดการช่วยเหลือ
เก้ือกูล การดูแลซ่ึงกันและกันในลักษณะของการร่วมทุกข์ และสุขร่วมกัน อันเป็นรากฐานดั้งเดิมของคนไทยมา
ตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งลักษณะการจัดสวัสดิการส่วนใหญ่มาจากพื้นฐานปัจจัยส่ี โดยมีบ้านและวัด
ท่ีมีบทบาทสาคัญในการดูแลสวัสดิการชุมชน เน่ืองจากวัดเป็นศูนย์รวมใจของชุมชน โดย มุ่งเน้นให้ผู้ได้รับ
ความช่วยเหลือและพ่ึงตนเองให้ได้ในระยะยาว ด้วยรูปแบบความ ช่วยเหลือท้ังกาลังกาย กาลังใจ กาลังทรัพย์
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถ่ายโอนภารกจิ ของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและสง่ เสริมอาชีพผ้สู งู อายุภายใตก้ าร
บรหิ ารจดั การขององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ
56
กาลังปัญญาตามกาลังความสามารถของ ประชาชนสอดคล้องกับบริบทของชุมชน เน่ืองจากแต่ละชุมชน
ของประเทศไทยมี ลักษณะภูมิปัญญาและองค์ความรู้ รวมทั้ง สภาพแวดล้อมของบริบททางเศรษฐกิจ สังคมและ
วัฒนธรรม การเมอื งการปกครองและทรพั ยากรทแ่ี ตกตา่ งกนั รูปแบบของสวัสดิการชุมชนนั้น ไดร้ บั การพฒั นาข้ึน
ไปสกู่ ารเป็นกองทนุ ลกั ษณะต่าง ๆ ในชมุ ชนซ่งึ ปรากฏชัดเจนในช่วงทป่ี ระเทศไทยประสบปญั หาวกิ ฤติ เศรษฐกิจ
ตกต่าง ๆ ซ่ึงในขณะน้ันปราชญ์ชาวบา้ น แกนนาชมุ ชน และ หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องได้สรุปบทเรียนร่วมกัน พบวา่
แม้ประเทศจะประสบปัญหาจนต้อง ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
หรือ ด้วยความเป็นเครือญาติ ทุนทางสังคมด้านต่าง ๆ ในชุมชนแต่ละแห่งสามารถเป็นระบบคมุ้ ครองทางสังคม
(Social Safety Net) ได้เป็น อย่างดี จึงนาไปสู่แนวคิดการจัดต้งั ระบบสวัสดกิ ารชมุ ชนจากฐานทนุ ด้านตา่ ง ๆ ข้ึน
เช่น การจัดสวัสดิการจากฐานกลุ่มออมทรัพย์ องค์การเงิน วิสาหกิจชุมชน กิจกรรมทาง ศาสนา การจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนาไปสู่แนวทางการจัด สวัสดิการชุมชนในระดับตาบลท่ีมีการสมทบ
จากสามฝ่ายคือ (1) ทุนท่ีมาจากการออม ของสมาชิกในชุมชน ทั้งในรูปแบบการออมทรัพย์เดิม หรือสัจจะ
ออมทรัพย์ลดรายจ่าย วันละบาท (2) การสมทบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ (3) การสมทบจาก
ภาครัฐโดยผ่านช่องทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เกิดเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชน ขึ้นอย่างกว้างขวาง
จากแนวคิดดังกล่าวจึงนาไปสู่การผลักดันให้สวัสดิการชุมชนเป็นวาระ แห่งชาติ (เริ่มต้ังแต่ พ.ศ.2547 -2557)
ผ่านพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการ สังคม พ.ศ.2546 และแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติส่งเสริม
การจัดสวัสดิการสังคม ฉบับท่ี 2 พ.ศ.2550 ส่งผลให้เกิดการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสงั คม
หรือ กสค. ขึ้นมา โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ ซ่ึงรัฐบาลได้ให้ ความสาคัญกับสวัสดิการชุมชน
เนอ่ื งจากสามารถบริหารจัดการโดยชมุ ชนและพึง่ พา ตนเองได้ โดยพจิ ารณางบประมาณสนับสนนุ ในปี พ.ศ.2553
ในหลักการสมทบ 1:1:1 (ชุมชน:องค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ : รัฐบาล) พร้อมกับมีการแตง่ ตง้ั คณะทางานสง่ เสริม
ข้ึนมาขับเคลื่อนทงั้ ในระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับชุมชน เกิดการกระจาย ตัวของกองทุนสวัสดิการชมุ ชน
ในทุกภูมิภาคกว่า 2,855 กองทุน ครอบคลุมหมู่บ้าน เข้าร่วม 20 ,283 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่อยู่ในภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็นร้อยละ 33.90และมีอัตราการขยายตัวอย่างตอ่ เนื่อง รองลงมาคือภาคเหนอื ร้อยละ
22.28 รวม สมาชกิ กองทุนกว่า 929,992 คน สวัสดิการชมุ ชน เปน็ องคป์ ระกอบของความมัน่ คงในชวี ติ ทมี่ ที ้ังการ
ให้และ การรบั สวสั ดิการชุมชน จึงอยูใ่ นทกุ เรอื่ งทป่ี ระชาชนตอ้ งการตั้งแตเ่ กิดจนตายโดยชุมชน จดั เอง รฐั มีหนา้ ท่ี
ให้การสนับสนุน เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนในชุมชน สวัสดิการ ชุมชนเกิดจากฐานเศรษฐกิจของชุมชน ฐาน
ทรัพยากรธรรมชาติ ฐานวัฒนธรรม หรือ ฐานอ่ืน ๆ ของชุมชนท่ีเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชุมชน สวัสดิการชุมชน
ไม่ได้แยก สวัสดิการออกเป็นส่วนๆ แต่สวัสดิการเป็นวิถีชีวิตท่ีดารงอยู่กับชุมชนตั้ งแต่เกิดจนตาย ทุกเร่ืองจึง
เก่ียวขอ้ งกบั สวัสดิการท้ังหมด และผลของการจดั สวัสดกิ ารชมุ ชนทสี่ าคญั คือ ก่อให้เกดิ การเพม่ิ รายได้ ลดรายจา่ ย
เกิดความสัมพนั ธม์ ติ รไมตรีทดี่ ขี ึ้นของคนใน ชุมชน รู้สึกถึงความมน่ั คง ภาคภมู ใิ จ อย่อู ย่างมีศกั ด์ิศรีและมีความสุข
การจัดสวัสดิการชุมชน ถือเป็นอีกรูปแบบหน่ึงของทางเลือกสู่ทางรอด ของชุมชน ซึ่งเกิดขึ้น โดย
USER | แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสรมิ อาชีพผสู้ ูงอายุภายใตก้ าร
บรหิ ารจดั การขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
57
ความคิดของชาวบา้ นในชุมชนทีต่ ้องการเหน็ คนในชมุ ชนมี คุณภาพชวี ติ ที่ดโี ดยไม่ตอ้ งรอการพ่ึงพาภาครัฐ (จนั ทนา
เจรญิ วริ ยิ ะภาพ และคณะ, 2546) ดังนนั้ การพ่ึงพาตนเอง ลดการพึง่ พาจากภาครัฐจงึ ถือเป็นหัวใจหลักของการจัด
สวัสดิการชุมชน คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและช่วยเหลอื เก้ือกูลซึ่งกันและกัน อย่างมีคุณค่าและมีศกั ดิ์ศรี
(กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย์, 2548) ดังน้ันสวสั ดิการชุมชนจึงเป็นแนวคิด ท่ี
มุ่งเน้นถึงหลักประกันความม่ันคงใน ชีวิต บนพื้นฐานของการพึ่งตนเอง การช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนในชมุ ชน
ต้ังแต่เกิดจนตาย เป็นการจดั สวัสดกิ ารของชุมชน โดยชุมชน เพ่ือชุมชน เป็นการให้อยา่ งมีคุณค่า เกิดการยอมรบั
ของคนในชุมชน จากฐานทุนทางสังคมและวัฒนธรรม ทรัพยากรและ ส่ิงแวดล้อมภายในชมุ ชน เกิดกระบวนการ
ดาเนินการที่สอดคล้องกับสังคม วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปรัชญาและความเช่ือ ศาสนาและการมีส่วนร่วม
ของคนในชุมชน
7. แนวคิดเรอ่ื งกำรถ่ำยโอนอำนำจจำกส่วนกลำงสู่ อปท
การถ่ายโอนภารกิจ หมายถึง การถ่ายโอนหน้าท่ีและอานาจ ตามภารกิจ/โครงการ/งาน/กิจกรรม
ของส่วนราชการที่กาหนดไว้ในแผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ด้านการถ่ายโอนภารกิจหรือตามประกาศคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดาเนินการแทนหรือร่วมดาเนินการกับส่วนราชการ
ในลักษณะการมอบหมาย/มอบอานาจ โดยราชการบริหารส่วนกลางและราชการบริหารส่วนภูมิภาค
ปรับลดหรือปรับเปลี่ยนบทบาทให้สอดคล้องกับภารกิจที่ถ่ายโอน โดยทาหน้าท่ีเป็นหน่วยงานวิชาการ
สนับสนุนให้คาปรึกษา แนะนาทางด้านเทคนิควิชาการ กาหนดมาตรฐานและจัดทาคู่มือแนวทางปฏิบัติ
รวมท้ังฝึกอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพ่ือให้องค์กรปกครองส่วนท้อ งถ่ิน
เป็นหน่วยงานหลกั ในการจัดทาบริการสาธารณะไดอ้ ยา่ งมคี ณุ ภาพ มาตรฐานทก่ี าหนดไว้ โดยมกี ารถ่ายโอนภารกจิ
งบประมาณ บคุ ลากรและทรพั ย์สินท่ีเก่ียวข้อง ใหแ้ กอ่ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ อยา่ งเหมาะสม
ส่วนราชการท่ีถ่ายโอน หมายถึง หน่วยงานของรัฐเจ้าของภารกิจท่ีจะต้องทาการถ่ายโอนภารกิจ
ตามที่กาหนดไว้ในแผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ใหแ้ ก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน
ขอบเขตการถ่ายโอน หมายถึง การกาหนดขอบเขตภารกิจและอานาจหน้าท่ีของหน่วยงานของรัฐ
ที่จะถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีหน้าที่และอานาจในการจัดบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน
ในเขตขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
ข้ันตอน/วิธีปฏิบัติหมายถึง ลักษณะของกิจกรรมที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ส่วนราชการที่ถ่ายโอน
และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องจะต้องถือปฏิบัติตามท่ีกาหนดไว้ในแผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจ
ใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศนู ยพ์ ัฒนาคุณภาพชวี ติ และสง่ เสรมิ อาชพี ผู้สูงอายภุ ายใตก้ าร
บรหิ ารจดั การขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
58
ประเภทภารกิจ หมายถึง ภารกิจที่ถ่ายโอนตามแผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอาน าจ
ให้แกอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ฉบับนี้ ประกอบดว้ ย
1) ภารกิจตามแผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(ฉบับที่ 1) และ (ฉบับท่ี 2) ซึ่งถ่ายโอนแล้วหรือทยอยถ่ายโอนและนามาปรับปรุงขอบเขต/ขั้นตอนการถ่ายโอน
เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินหรือเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจาก
การถา่ ยโอน
2) ภารกิจใหม่ ทพี่ ิจารณาเหน็ สมควรให้มกี ารถ่ายโอนภารกจิ เพิ่มเตมิ ให้แก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น
7.1 หลกั กำรถ่ำยโอนภำรกจิ
การถ่ายโอนภารกิจการให้บริการสาธารณะท่ีรัฐดาเนินการอยู่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มีความมุ่งหวังเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ซึ่งเป็นหน่วยงานท่ีอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน รู้ปัญหาและ
ความต้องการของประชาชนในท้องถ่ิน เป็นผู้จัดบริการสาธารณะหรือร่วมจัดบริการสาธารณะกับส่วนราชการ
ที่ได้มาตรฐานทว่ั ถงึ เป็นธรรม สนองความตอ้ งการของประชาชนได้อยา่ งท่วั ถึง และประชาชนสามารถมสี ่วนรว่ ม
ในการจดั บรกิ ารสาธารณะขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น โดยมหี ลักการถ่ายโอนภารกิจ ดังนี้
1) การถ่ายโอนภารกิจ ขอบเขตการถ่ายโอน เง่ือนไข กฎเกณฑ์ ข้ันตอน/วิธีปฏิบัติและอ่ืน ๆ
ตามที่กาหนดไว้ในแผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(ฉบับท่ี 1) และ (ฉบับท่ี 2) ให้ดาเนินการต่อไป โดยไม่ขดั หรือแย้งกับแผนปฏิบตั ิการกาหนดขัน้ ตอนการกระจาย
อานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ฉบับนี้
2) กรณีท่ีมีการถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หรือส่วนราชการท่ีถ่ายโอนภารกิจเห็นว่าเป็นการถ่ายโอนที่เกินขอบเขตหรือผิดหลักการหรือเง่ือนไขทกี่ าหนดไว้
ในแผนการกระจายอานาจให้แกอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ และแผนปฏบิ ัติการกาหนดขั้นตอนการกระจายอานาจ
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 1) และ (ฉบับที่ 2) ก็ให้มีการทบทวนและปรับปรุงการถ่ายโอน
ให้ถูกต้องตามขอบเขต หลักการหรือเงื่อนไขของแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และแผนปฏิบัติการกาหนดขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ดังกล่าว โดยยื่นคาร้อง
ต่ อ ค ณ ะ อ นุ ก ร ร ม ก า ร อ า น ว ย ก า ร ก า ร ก ร ะ จ า ย อ า น า จ ใ ห้ แ ก่ อ ง ค์ ก ร ป ก ค ร อ ง ส่ ว น ท้ อ ง ถ่ิ น ร ะ ดั บ จั ง ห วั ด
ดาเนินการตรวจสอบรายละเอียดร่วมกับส่วนราชการท่ีถ่ายโอนแล้วเสนอคณะกรรมการการกระจายอานาจ
ให้แกอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินพิจารณาตอ่ ไป
3) ภารกิจท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินรับถ่ายโอนแล้ว หากเกินขีดความสามารถและไม่สามารถ
ดาเนินการได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ร้องขอความช่วยเหลือจากองค์การบริหาร
สว่ นจงั หวัด อาเภอ/จงั หวัด สว่ นราชการทถี่ ่ายโอนภารกิจ ส่วนราชการที่เก่ยี วข้อง และคณะกรรมการการกระจาย
อานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหก้ ารสนับสนุนความชว่ ยเหลอื ได้
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจของศนู ยพ์ ฒั นาคณุ ภาพชีวิตและส่งเสรมิ อาชีพผู้สูงอายภุ ายใต้การ
บรหิ ารจดั การขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น
59
4) ภารกิจท่ียังไม่ถ่ายโอน ให้คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ร่วมกับส่วนราชการท่ีถ่ายโอน กาหนดแนวทางและเง่ือนไขการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
เพื่อขับเคลื่อนภารกิจท่ียังไม่ได้ถ่ายโอนให้เป็นไปตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
และแผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้ังนี้ ให้ส่วนราชการ
ถ่ายโอนภารกิจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อม ไปดาเนินการก่อนตามแนวทางและเงื่อนไข
ท่ีกาหนดสาหรับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินบางแห่งท่ียงั ไม่มีความพร้อมรับการถ่ายโอนภารกิจ ให้ส่วนราชการ
มอบหมาย/มอบอานาจ กิจกรรมหรืองานบางส่วน สาหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดท่ีมีความพร้อมและ
ศักยภาพจะดาเนินการในภารกิจที่ยงั ไมถ่ ่ายโอนภารกิจ ใหส้ ามารถย่ืนความประสงคต์ ่อคณะกรรมการการกระจาย
อานาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินเพื่อพจิ ารณากาหนดแนวทางร่วมกับสว่ นราชการท่ีถา่ ยโอนภารกิจให้ถ่าย
โอนให้กับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นทง้ั นี้ ให้ส่วนราชการทจ่ี ะถ่ายโอนพิจารณามอบอานาจหรือดาเนินการอืน่ ใด
เพอ่ื ให้องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นดงั กลา่ วสามารถจะรับถ่ายโอนภารกจิ ได้
5) ภารกิจท่ีต้องแก้ไขกฎหมาย ให้ส่วนราชการพิจารณาถึงความพร้อมขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นหากองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินใดมีความพร้อมรับโอนภารกิจ ให้ส่วนราชการถ่ายโอนภารกิจให้ กรณี
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินบางแห่งยังไม่พร้อมรับการถ่ายโอนภารกิจ ส่วนราชการสามารถมอบหมายกิจกรรม
หรืองานบางส่วนท่ีจะถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินไปดาเนินการก่อนได้ในลักษณะการ ปฏิบัติงาน
และเรียนรู้ร่วมกัน โดยส่วนราชการที่ถ่ายโอนมีอานาจตรวจสอบและกากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ที่รับโอนภารกิจ ให้ดาเนินงานตามท่ีกฎหมายกาหนด ท้ังนี้ ให้พิจารณาความเหมาะสม ความเป็นไปได้
ความพรอ้ มและศักยภาพ ในการดาเนนิ การของแตล่ ะพ้ืนที่ทแ่ี ตกตา่ งกัน
6) ภารกิจที่เป็นความต้องการของประชาชน การจัดบริการสาธารณะในบางเร่ืองที่เป็นปัญหา
และความต้องการของประชาชนแตไ่ ม่อยใู่ นหนา้ ท่ีและอานาจขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน ให้องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นสามารถยื่นคาร้องต่อคณะกรรมการการกระจายอานาจออกประกาศการรองรับหน้าท่ีและอานาจ
ในการจดั บรกิ ารสาธารณะอนื่ ใดขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ทเ่ี ป็นประโยชน์ตอ่ ประชาชนในท้องถิน่ นัน้ ได้
7.2 ควำมพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
1) หลักความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินให้พิจารณาจากรายได้ บุคลากร
จานวนประชากร ค่าใช้จ่ายในการดาเนินงาน คุณภาพในการให้บริการและประสบการณ์ทางการบริหาร
และโอกาสในการพฒั นาศกั ยภาพเหลา่ นั้น
2) ภารกจิ ท่มี ีความยุ่งยากซบั ซอ้ นและต้องประเมินความพรอ้ ม ให้คณะกรรมการการกระจายอานาจ
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ รว่ มกับสว่ นราชการจัดให้มกี ลไกทาหนา้ ทีป่ ระเมนิ ความพร้อมเพอื่ ถา่ ยโอนภารกิจ
ให้กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
USER | แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถ่ายโอนภารกิจของศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพชวี ติ และสง่ เสรมิ อาชพี ผู้สงู อายภุ ายใตก้ าร
บริหารจัดการขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
60
3) การสรา้ งความพรอ้ มให้กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ให้สานักงานคณะกรรมการการกระจาย
อานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับส่วนราชการที่ถ่ายโอนภารกิจ และส่วนราชการท่ีเกี่ยวข้อง
สร้างความพร้อมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการจัดฝึกอบรมและจัดทาคู่มือแนวทางการปฏิบัติงาน
ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และสานักงบประมาณสนับสนนุ ด้านงบประมาณในการดาเนินการและบูรณาการหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อลดความ
ซ้าซ้อนในกล่มุ เป้าหมายผเู้ ข้ารับการฝกึ อบรมบุคลากรขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
4) ควรใหม้ ีการประเมนิ ศักยภาพความพร้อม และเงอื่ นไขของ อปท. แตล่ ะประเภทในแตล่ ะจงั หวัด
เพ่ือนาไปสู่การกาหนดเป้าหมายและจัดลาดับความสาคัญของภารกิจถ่ายโอนท่ีสอดคล้องกับบริบทความพร้อม
ของแตล่ ะพ้ืนที่
7.3 หลักกำรถ่ำยโอนภำรกิจและทรพั ย์สิน
1) ภารกจิ ท่ถี ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดาเนนิ การเองแล้ว สานักงบประมาณควรจัดสรร
งบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายเฉพาะในการฝึกอบรมและจัดทาคู่มือการปฏิบัติงานให้กับส่วนราชการที่ถ่ายโอน
และไม่สมควรจัดสรรงบประมาณให้กับส่วนราชการไปดาเนินการในภารกิจท่ีถ่ายโอนอีก โดยบทบาทของ
ส่วนราชการจะปรับเปลี่ยนไปทาหนา้ ทเ่ี ปน็ หน่วยสนบั สนุนใหค้ าปรกึ ษาแนะนาทางด้านวชิ าการแกอ่ งค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน รวมทั้งการกากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเพื่อให้ดาเนินการเป็นไปตามมาตรฐานท่ีกาหนด
ทั้งน้ี หากกรณีจาเป็นท่ีจะต้องต้ังงบประมาณในภารกิจถ่ายโอนแล้วให้ส่วนราชการดา เนินการอีกให้
สานักงบประมาณเสนอคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเพื่อพิจารณาให้
ความเห็นชอบเป็นรายกรณี
2) ในภาพรวมการถา่ ยโอนภารกิจของรัฐให้องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ให้มีการถ่ายโอนท้ังภารกิจ
งบประมาณ บุคลากร และทรัพย์สินภายในช่วงเวลาท่ีกาหนด โดยให้มีการทาบัญชีส่งมอบต่อกันเป็นลายลักษณ์
อักษรผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการอานวยการการกระจายอานาจระดับจังหวัด
กรณีจาเป็นส่วนราชการอาจส่งมอบภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินโดยตรงได้ แต่ต้องแจ้งให้ผู้ว่าราชการ
จังหวดั ทราบดว้ ย
3) การถ่ายโอนภารกิจในบางภารกิจต้องถ่ายโอนทรัพย์สินให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปใช้
ในการปฏิบัติงานด้วย โดยเป็นการถ่ายโอนตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และแผนปฏิบัติการกาหนดข้นั ตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ด้านการถา่ ยโอนภารกจิ
ซ่ึงเป็นการถ่ายโอนตามทีก่ ฎหมายกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
บัญญตั ิไว้ จึงไม่เกีย่ วข้องกับการส่งมอบ รบั มอบทรัพย์สินให้หน่วยงานของรฐั อืน่ ตามพระราชบัญญตั ิการจัดซ้ือจัด
จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 แต่มีบางประเด็นมีความเก่ียวโยงผูกพันตามระเบียบกฎหมาย
ควรดาเนนิ การ ดังน้ี
USER | แนวทางการเตรยี มความพร้อมในการถ่ายโอนภารกจิ ของศูนยพ์ ัฒนาคณุ ภาพชวี ิตและส่งเสริมอาชพี ผู้สงู อายุภายใต้การ
บริหารจัดการขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
61
3.1) ภารกิจท่ีถ่ายโอนต้องไม่เป็นภาระหรือเพ่ิมภาระแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ดังนั้นก่อนการส่งมอบ ส่วนราชการจะต้องซ่อมแซมทรัพย์สินที่จะส่งมอบให้อยู่ในสภาพใช้การได้
และหากสิ่งก่อสร้างหรือทรัพย์สินเกิดการชารุดเสียหายภายในระยะเวลา2 ปี ตามสัญญาจ้างก่อสร้างทั่วไป
ซึ่งกาหนดให้ผู้รับจ้างต้องรับประกันผลงานก่อสร้างเป็นระยะเวลา 2 ปี ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
แจ้งใหส้ ่วนราชการที่ถา่ ยโอนและมีสัญญาผกู พนั กบั ผู้รับจา้ ง ดาเนนิ การใหผ้ ้รู ับจา้ งเข้าทาการซอ่ มแซมใหใ้ ช้งานได้
ตอ่ ไป หากผ้รู ับจ้างไมป่ ฏบิ ัตติ ามสญั ญา ใหส้ ่วนราชการทถ่ี ่ายโอนดาเนินการตามพระราชบัญญตั กิ ารจัดซื้อจัดจ้าง
และการบรหิ ารพัสดุภาครฐั พ.ศ. 2560 โดยเครง่ ครดั ต่อไป หรือกรณมี ีภาระหรือข้อผูกพันต่าง ๆ ที่มีการเรยี กร้อง
กนั อยู่ก็ขอให้สว่ นราชการดาเนินการใหเ้ สร็จสนิ้ ก่อนจงึ ถ่ายโอนให้องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ
3.2) กรณีส่วนราชการที่ถ่ายโอนไม่สามารถดาเนินการซ่อมแซมทรัพย์สินท่ีจะส่งมอบให้
อยู่ในสภาพใช้การได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด ๆ โดยหากดาเนินการซ่อมแซมแล้วไม่คุ้มค่า ให้ส่วนราชการดาเนินการ
จาหน่ายไปตามพระราชบัญญัติการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ต่อไป หรือหากเห็นถึง
ความจาเปน็ ในการใชป้ ระโยชน์ ใหส้ านกั งบประมาณหรอื คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แกอ่ งค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินจัดสรรงบประมาณตามจานวนท่ีส่วนราชการเสนอแนะไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดาเนินการ
ซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใช้การไดแ้ ละรบั โอนไปจัดบรกิ ารสาธารณะตามหนา้ ท่แี ละอานาจต่อไป
4) การถ่ายโอนภารกิจให้เป็นไปตามข้ันตอน และระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ในแผนปฏิบัติการกาหนด
ข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากส่วนราชการไม่ดาเนินการตามแผนปฏิบัติการ
กาหนดขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้คณะกรรมการการกระจายอานาจให้ แก่
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น เสนอความเหน็ ต่อนายกรฐั มนตรเี พ่อื พจิ ารณาส่งั การตามท่กี ฎหมายกาหนด
5) การถ่ายโอนภารกิจโดยท่ัวไป ให้โอนทรัพย์สินท่ีเก่ียวข้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ด้วยกรณีทรัพย์สินท่ีเป็นที่ดินซึ่งเป็นท่ีราชพัสดุ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินย่ืนคาร้องต่อธนารักษ์จังหวัด
เพอ่ื ขอใช้ประโยชน์ต่อจากส่วนราชการท่ถี า่ ยโอนภารกิจ โดยหากส่วนราชการเดิมไม่เสยี คา่ เช่าหรือค่าใชป้ ระโยชน์
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเม่ือรับโอนภารกิจและทรัพย์สินมาต้องไม่ต้องเสียค่าเช่าหรือค่ าใช้ประโยชน์
และค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่าท่ีราชพัสดุเท่าที่ได้รับโอนแต่อย่างใด เพ่ือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีรายได้
เพ่ิมข้ึน กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ได้นาที่ราชพัสดุท่ีได้รับการถ่ายโอนไปจัดหาประโยชน์ท่ีกอ่ ให้เกิดรายได้
หรือมีลักษณะนาไปจัดหาประโยชน์ นอกเหนือจากอานาจหน้าท่ีที่ได้รับโอนแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ไม่ต้องเสียค่าเช่า และค่าธรรมเนียมการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ โดยให้กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง
ออกระเบียบเพื่อยกเว้นค่าเช่าและค่าธรรมเนียมการใช้ประโยชน์ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ท้ังน้ี
ให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละเงื่อนไขทกี่ รมธนารักษ์กาหนด
6) ภารกิจท่ีถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินต้องได้รับสิทธิและข้อยกเว้น เสมือนท่ีส่วน
ราชการ เคยปฏิบัติอยู่ก่อนการถ่ายโอน เช่น การถ่ายโอนถนน หากก่อนการถ่ายโอนได้รับการยกเว้นค่าไฟฟ้า
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถา่ ยโอนภารกิจของศนู ยพ์ ฒั นาคณุ ภาพชวี ิตและส่งเสริมอาชีพผสู้ ูงอายุภายใตก้ าร
บริหารจดั การขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
62
สาธารณะ เมอ่ื โอนไปใหอ้ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ก็ไดร้ ับการยกเวน้ ค่าไฟฟ้าสาธารณะ เสมอื นอยกู่ ับส่วนราชการ
เปน็ ต้น
7) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเมื่อรับการถ่ายโอนภารกิจจากหน่วยงานของรัฐ และการบริการ
สาธารณะดังกล่าวจะต้องดาเนินการท้ังในและนอกเขตพื้นท่ีจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีรับโอนจะต้อง
ดาเนินการตามภาระหน้าที่ท่ีได้รับ และต้องไม่น้อยไปกว่าเดิม เช่น สถานศึกษา สถานพยาบาล สถานสงเคราะห์
คนชรา เป็นต้น โดยอาจจัดทาขอ้ ตกลงกับองคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ ท่ีรับประโยชน์ ในการสนับสนุนงบประมาณ
ให้แก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นทีใ่ ห้บริการ เพื่อเป็นการแบง่ เบา ภาระค่าใช้จา่ ยขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ
เจา้ ของพ้นื ที่
8) ภารกจิ ที่ถา่ ยโอนไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ แลว้ องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ สามารถที่จะ
ต่อยอดพัฒนาภารกิจทีไ่ ดร้ บั ถา่ ยโอนใหม้ ีขอบเขต กล่มุ เปา้ หมาย วัตถุประสงคแ์ ละคณุ ภาพมาตรฐานตามหนา้ ทแี่ ละ
อานาจที่เพิ่มขึน้ ได้ เพอื่ ประโยชนใ์ นการบริการประชาชนมากขน้ึ
9) ให้ส่วนราชการท่ีถ่ายโอนภารกิจมีหน้าท่ีท่ีจะฝึกอบรมสร้างความพร้อมให้กับองค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถิน่ และติดตามผลการดาเนินการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายหลังการถา่ ยโอน รวมทง้ั เป็นพ่ีเลี้ยง
ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ให้คาปรึกษาแนะนาทางด้านเทคนิควิชาการ และกากับดูแลให้การดาเนินการ
ขององคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ เปน็ ไปตาม กฎ ระเบียบ และมาตรฐานท่กี าหนด รวมท้ังรายงานความกา้ วหนา้ และ
ปญั หาอปุ สรรคในการดาเนนิ ภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ต่อ ก.ก.ถ. เพ่ือพิจารณาปรบั ปรุงงานบรกิ ารให้
มคี ุณภาพและมาตรฐาน
7.4 ลักษณะภำรกิจทีจ่ ะถำ่ ยโอน
กาหนดภารกจิ ไว้ 3 ด้าน 25 ภารกจิ ดงั น้ี
ด้ำน ภำรกจิ
แผนภารกิจด้านการคมนาคมและการขนสง่ 1.1 กลมุ่ ภารกิจทางบก
1) ภารกจิ การก่อสร้างและบารงุ รกั ษาถนนและ
สะพาน
- งานกอ่ สรา้ งบารุงรักษาถนนและสะพาน
2) ภารกจิ สถานขี นสง่
- งานสถานีขนสง่ ผโู้ ดยสารและอานาจการตรวจสอบ
แผนภารกิจด้านสาธารณปู โภคและสาธารณูปการ 2.1 กลมุ่ ภารกิจแหลง่ น้า / ประปาชนบท
1) ภารกจิ แหล่งน้าอปุ โภค / บรโิ ภค และแหลง่ นา้
เพอ่ื การเกษตร
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถา่ ยโอนภารกิจของศนู ยพ์ ัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผสู้ ูงอายุภายใต้การ
บรหิ ารจัดการขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
63
ดา้ นสังคม มภี ารกิจถ่ายโอน จานวน 15 ภารกิจ - การกอ่ สรา้ งและบารงุ รกั ษาแหลง่ น้าอปุ โภค บริโภค
มีสว่ นราชการ ถา่ ยโอนภารกิจ จานวนทง้ั สิน้ และแหลง่ น้าเพ่อื การเกษตร
11 กรม/สานกั ใน 6 กระทรวง แบ่งเป็นกล่มุ ภารกจิ -การเรียกเกบ็ ค่าน้าบาดาล
ตา่ ง ๆ ดงั น้ี -การอนญุ าตการขุดเจาะบอ่ น้าบาดาลท่ีมขี นาด
เส้นผ่าศนู ยก์ ลางตอนบนสดุ ไมเ่ กิน 6 นวิ้ (15
มลิ ลิเมตร) และการอนุญาตใช้น้าบาดาลทอ่ี นุญาตใช้
ไม่เกินวันละ 100 ลกู บาศกเ์ มตร
1. แผนภารกิจดา้ นส่งเสรมิ คุณภาพชวี ติ
1.1 กลมุ่ ภารกจิ ด้านสวสั ดกิ ารสังคม
- ศนู ย์พฒั นาคุณภาพชวี ติ และสง่ เสริมอาชีพผูส้ งู อายุ
(ศพอส.)
- การสงเคราะห์ในการจัดการศพผสู้ ูงอายตุ าม
ประเพณี
- งานอาสาสมัครดแู ลผ้สู งู อายทุ บ่ี า้ น (อผส.)
- โครงการเงนิ อดุ หนนุ เพื่อการเลี้ยงดเู ดก็ แรกเกิด
- การส่งเสริม สนับสนุนและจดั ต้ังสภาเด็กและเยาวชน
- การปรบั ปรงุ สภาพแวดลอ้ มและสง่ิ อานวยความ
สะอาดของผ้สู งู อายุ
- ศูนยพ์ ฒั นาครอบครัวในชุมชน
- ศูนยร์ บั แจ้งเหตแุ ละจา่ ยงานการแพทยฉ์ ุกเฉนิ จังหวดั
(1669)
1.2 กลุม่ ภารกจิ ด้านการสง่ เสรมิ สุขภาพ
- โรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพ (รพ.สต.)
- การคมุ้ ครองผ้บู ริโภคด้านผลิตภัณฑส์ ุขภาพ
2 แผนภารกิจด้านการจัดระเบียบชุมชน และรักษา
ความสงบเรียบรอ้ ย
2.1 กลมุ่ ภารกิจการใช้อานาจทางปกครอง
- การอนญุ าตให้จัดต้งั สุสานและฌาปนสถาน
- นายตรวจมาตรา ชัง่ ตวง วัดตาม พ.ร.บ. ช่งั ตวง วดั
พ.ศ. 2542
USER | แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถ่ายโอนภารกจิ ของศูนยพ์ ฒั นาคุณภาพชีวติ และสง่ เสรมิ อาชพี ผู้สงู อายภุ ายใต้การ
บรหิ ารจดั การขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ
64
ดา้ นเศรษฐกจิ และสิ่งแวดลอ้ ม มภี ารกิจถา่ ยโอน - การควบคมุ การปดิ ป้ายแสดงราคาสินค้า
จานวน 5 ภารกิจ มสี ว่ นราชการถ่ายโอนภารกจิ - การควบคมุ แรงงานต่างด้าว
จานวนทั้งส้นิ 5 กรม และ 1 รัฐวสิ าหกจิ ใน 3 - การส่งเสริมและควบคุมการเล้ยี งสัตว์
กระทรวง แบ่งเปน็ กลุ่มภารกจิ ต่าง ๆ ดงั น้ี 1. แผนภารกิจดา้ นการสง่ เสรมิ การลงทนุ และการ
ทอ่ งเท่ยี ว
1.1 กลมุ่ ภารกจิ การบริหารจดั การทรพั ยากรป่าไม้
-การปรบั ปรงุ ดูแลรักษาสถานท่ีทอ่ งเทย่ี ว
1.2 แผนภารกจิ ด้านการบรหิ ารจดั การ การเกษตร
การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละ
1.3 กลุ่มภารกิจการบรหิ ารจดั การทรัพยากรปา่ ไม้
- การบรหิ ารจัดการและพัฒนาพนื้ ทีป่ ่า/พนื้ ที่อุทยาน
แหง่ ชาติ/พ้นื ทชี่ ายฝั่งทะเลใหเ้ ป็นแหลง่ ท่องเทย่ี ว
- สง่ เสรมิ อาสาพฒั นาป่าชมุ ชน
2. กลมุ่ ภารกิจส่งเสรมิ และพัฒนาการเกษตร
- ศูนยบ์ รกิ ารและถ่ายทอดเทคโนโลยี การเกษตร
ประจาตาบล (ศบกต.)
3. กลุม่ ภารกิจการบรหิ ารจดั การทรพั ยากรทางทะเล
และชายฝั่ง
- การจัดการการอนุรกั ษแ์ ละฟนื้ ฟทู รพั ยากรชายฝ่งั
7.4 ระยะเวลำกำรถำ่ ยโอนภำรกิจ
แผนปฏิบัติการได้ยึดกรอบระยะเวลาการถ่ายโอนภารกิจตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กร
ปกครองสว่ นท้องถน่ิ (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2563 – 2565 ดังนี้
1) ภารกิจท่ีไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย ให้ส่วนราชการเร่งถ่ายโอนโดยทันที แต่ไม่จาเป็นต้องถ่ายโอน
ไปพร้อมกัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมและศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแต่ละแห่ง ท้ังน้ี ให้ดาเนินการ
ให้แลว้ เสรจ็ ภายในปงี บประมาณ พ.ศ. 2565
2) ภารกจิ ทต่ี ้องแก้ไขกฎหมาย ใหส้ ว่ นราชการท่ีเกีย่ วข้องกับการถ่ายโอนภารกจิ ให้องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินดาเนินการยกร่างแก้ไขปรับปรุงกฎหมายหรือกฎหรือระเบียบหรือประกาศหรือคาส่ังที่เกี่ยวข้อง
ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่แผนปฏิบัตกิ ารกาหนดขนั้ ตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถนิ่ มผี ลบงั คับใช้
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศนู ยพ์ ฒั นาคุณภาพชวี ิตและส่งเสริมอาชีพผ้สู ูงอายุภายใตก้ าร
บรหิ ารจดั การขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
65
3) ภารกิจท่ีต้องมีการประเมินความพร้อม เป็นภารกิจที่มีความยุ่งยากซับซ้อนและจะถ่ายโอนได้
ต่อเม่ือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินได้ผ่านการประเมินความพร้อม โดยให้ส่วนราชการท่ีถ่ายโอนภารกิจร่วมกับ
สานกั งานคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจดั ทาเกณฑป์ ระเมินความพร้อมหรือ
ทบทวน ปรับปรุงเกณฑ์ประเมินความพร้อมสาหรับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเสนอคณะกรรมการการกระจาย
อานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินพิจารณาภายใน 180 วัน นับแต่วันที่แผนปฏิบัติการ กาหนดข้ันตอน
การกระจายอานาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น มผี ลบังคบั ใช้ เชน่ การศึกษาการสาธารณสขุ เป็นตน้
7.5 กำรบริหำรแผนปฏบิ ตั ิกำรกำหนดขน้ั ตอนกำรกระจำยอำนำจให้แกอ่ งค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ
โดยที่แผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มีงาน/กิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกับส่วนราชการตา่ ง ๆ ดังนั้น เพื่อให้แผนปฏบิ ัติการกาหนดข้นั ตอนการกระจายอานาจ
ให้แกอ่ งคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ สามารถขบั เคลอ่ื นไปได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ จงึ กาหนดแนวทางการบริหารแผน
ไวด้ งั น้ี
1) หลักการและแนวทางการบริหารแผน
1.1) เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพแก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ และทาความเขา้ ใจกับส่วนราชการ
ท่ีถ่ายโอน ให้เห็นถึงความสาคัญของการถ่ายโอนภารกิจ และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเป็ นหน่วยงาน
หลักในการจดั บรกิ ารสาธารณะ
1.2) ให้มกี ลไกการบรหิ ารการถ่ายโอนภารกิจท้ังในระดับสว่ นกลาง ระดับจงั หวดั และระดับท้องถ่ิน
หรือกลไกเฉพาะดา้ น ซึ่งจดั ต้งั ข้ึนในภารกิจทม่ี ีความซับซอ้ น
1.3) มาตรการเร่งรัดการถ่ายโอนให้เป็นไปตามระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ในแผนปฏิบัติการกาหนด
ขั้นตอน การกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น และกาหนดให้ภารกิจทถ่ี า่ ยโอนเป็นตวั ช้วี ัดผลการ
ปฏิบตั งิ านของสว่ นราชการทีถ่ า่ ยโอนภารกิจ
1.4) กลไกสนบั สนนุ การถ่ายโอนภารกจิ ไดแ้ ก่ สานักงาน ก.พ. สานกั งาน ก.พ.ร. สานักงบประมาณ
สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ิน ต้องสนับสนุนและ
ช่วยเหลือสว่ นราชการและองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ในการถ่ายโอนภารกิจ
2) กลไกการถา่ ยโอน
2.1) คณะรัฐมนตรีมีหน้าท่ีสนับสนุนและแก้ไขปัญหาที่เกิดการถ่ายโอนภารกิจ รวมท้ังเร่งรัดการ
ถ่ายโอนภารกิจให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กาหนดไว้ในแผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจ
ใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
2.2) คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าท่ีบริหารจัดการ
แผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ และแผนปฏิบตั ิการกาหนดขน้ั ตอนการกระจายอานาจ
USER | แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศูนย์พัฒนาคณุ ภาพชวี ติ และสง่ เสริมอาชพี ผ้สู ูงอายุภายใต้การ
บริหารจัดการขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่
66
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เพื่อให้ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย กาหนดนโยบายและแนวทางการถ่ายโอน
เร่งรัดการถ่ายโอน จัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีรับโอนภารกิจและแก้ไขปัญหาที่เกิด
จากการถ่ายโอน รวมทั้งรายงานต่อคณะมนตรี กรณี ส่วนราชการไม่ปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการกาหนดขั้นตอน
การกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือการถ่ายโอนไม่เป็นไปตามระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ใน
แผนปฏบิ ตั ิการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น
2.3) คณะอนุกรรมการบริหารแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
และแผนปฏิบัติการกาหนดขนั้ ตอนการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ด้านการถา่ ยโอนภารกิจ
มีอานาจหน้าที่พิจารณาแผนการถ่ายโอนฯ ของส่วนราชการท่ีถ่ายโอนภารกิจ เร่งรัดการถ่ายโอนภารกิจ
ให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กาหนดไว้ในแผนปฏิบัติการกาหนดขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นแก้ไขปัญหาทเ่ี กิดจากการถา่ ยโอน โดยมีอานาจเรียกส่วนราชการมาช้ีแจงหรือให้ข้อมูล รวมท้ังมีมติ
ให้ส่วนราชการถ่ายโอนภารกิจตามท่ีกาหนดไว้ในแผนปฏิบตั ิการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ินและสรา้ งความพร้อมใหก้ ับองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ เพอื่ ใหก้ ารขบั เคลอื่ นไปสเู่ ปา้ หมาย
2.4) คณะอนุกรรมการอานวยการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินระดับ
จังหวัด มีหน้าท่ีสนับสนุนการถ่ายโอนภารกิจ การติดตามการถ่ายโอนภารกิจ และแก้ไขปญั หาท่ีเกิดจากการถ่าย
โอนภารกิจภายในจังหวัด และรายงานคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ทราบเป็นประจาทุกปี
2.5) ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทาหน้าท่ีสนับสนุนการถ่ายโอนภารกิจ ได้แก่ สานักงาน ก.พ.
สานักงาน ก.พ.ร. สานักงบประมาณ สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและกรมส่งเสริม
การปกครองส่วนท้องถ่ิน มีหน้าท่ีเสนอแนะหรือให้ความเห็นต่อคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีการถ่ายโอนไม่เป็นไปตามแผนปฏิบัติการกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งสนับสนุนการถ่ายโอนให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กาหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ
กาหนดขัน้ ตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ
2.6) ส่วนราชการที่ถา่ ยโอนภารกิจมีหนา้ ท่ีจัดทาแผนการถา่ ยโอนภารกิจ โดยกาหนดระยะเวลา
การถ่ายโอนและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีรับโอนให้ชัดเจน รวมท้ังให้มีการแก้ไขกฎหมายตามระยะเวลา
ที่กาหนดไว้ในแผนปฏิบัติการกาหนดขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน กรณีท่ีจะมี
การถ่ายโอนภารกิจให้ส่วนราชการประสานและแจ้งให้คณะอนุกรรมการอานวยการการกระจายอานาจ
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นระดบั จังหวัดทราบ รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น
แกไ้ ขปญั หาที่เกิดจากการถ่ายโอน ทรัพย์สิน และบคุ ลากรใหก้ บั องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ทงั้ นี้ เมอื่ แผนปฏบิ ัติ
การกาหนดขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ มีผลบังคบั ใช้ ส่วนราชการตอ้ งทาหนา้ ที่
เป็นหนว่ ยสนับสนุนให้คาปรึกษาแนะนากาหนดมาตรฐานการปฏิบตั ิงานที่เหมาะสมกบั องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
USER | แนวทางการเตรยี มความพร้อมในการถา่ ยโอนภารกิจของศนู ย์พฒั นาคุณภาพชีวติ และส่งเสรมิ อาชีพผสู้ งู อายภุ ายใตก้ าร
บริหารจดั การขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
67
แตล่ ะประเภท รวมทั้ง การติดตามประเมนิ ผลและรายงานคณะกรรมการการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครอง
สว่ นท้องถน่ิ ทราบ โดยสว่ นราชการอาจจดั ตัง้ คณะกรรมการบริหารการถา่ ยโอนภารกจิ งบประมาณ และบุคลากร
ระดับกรม เพ่อื บริหารการถ่ายโอนภารกิจตามแผนการถา่ ยโอนภารกจิ ทส่ี ่วนราชการจัดทาข้ึน
2.7) สานักงานคณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าท่ี
ขับเคล่ือนแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนปฏิบัติการกาหนดขั้นตอน
การกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ (ฉบับท่ี 3) ให้บรรลุตามวัตถปุ ระสงคแ์ ละเปา้ หมายทกี่ าหนด
เตรียมความพร้อมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยบูรณาการหลักสูตรการฝึกอบรมและจัดทาคู่มือ
การปฏิบัติงานสาหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสร้างความรู้ความเข้าใจแก้ไข
ปญั หาท่ีเกิดขึน้ จากการถา่ ยโอนภารกจิ การตดิ ตามประเมนิ ผล รวมทั้งการศึกษาวจิ ยั เพือ่ พัฒนาแนวทางในการถ่าย
โอนเพื่อกอ่ ให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ ต่อประชาชน
2.8) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าท่ีจัดทาแผนรองรับการถ่ายโอนภ ารกิจ ทรัพย์สิน
งบประมาณและบุคลากรทสี่ ว่ นราชการส่งมอบ การใหบ้ ริการสาธารณะต้องมมี าตรฐานไมต่ ่ากวา่ ทสี่ ่วนราชการเดิม
ดาเนินการไว้รวมทงั้ การติดตามประเมินผลและรายงานข้อมูลให้แก่สว่ นราชการที่ถ่ายโอนภารกิจ และสานักงาน
คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แกอ่ งคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่
2.9) หน่วยตรวจสอบ เช่น สานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และสานกั งานคณะกรรมการปอ้ งกนั
และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้ใชแ้ นวทางท่ีกาหนดไว้ในแผนปฏบิ ัตกิ ารกาหนดข้นั ตอนการกระจายอานาจ
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมาตรฐานการปฏิบัติงานของส่วนราชการที่ถ่ายโอนภารกิจจัดทาขึ้นเพื่อ
ตดิ ตามและตรวจสอบการดาเนินงานขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ หากเหน็ ว่าไมถ่ กู ตอ้ ง ควรให้คาแนะนาช้ีแนะ
สนับสนนุ และสง่ เสริมใหอ้ งค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ สามารถบริหารจัดการภารกิจทถ่ี ่ายโอนได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
และมีความโปร่งใสตอ่ ไป
2.10) ในกรณีภารกิจถ่ายโอนมีการใช้จ่ายงบประมาณในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และกระทรวงมหาดไทยยังมิได้ออกระเบียบ กฎหมาย รองรับหน้าท่ีและอานาจการเบิกจ่ายดังกล่าวให้องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินสามารถใช้แนวทางการปฏิบัติ ระเบียบ กฎหมาย การเบิกจ่ายของส่วนราชการที่ถ่ายโอน
ภารกิจไปพลางกอ่ นโดยอนโุ ลม
2.11) ภารกิจที่ถ่ายโอนและมอบหมาย มอบอานาจให้องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเป็นพนักงาน
เจ้าหน้าท่ีตามกฎหมายแล้ว ให้ถือว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าท่ีและอานาจดังกล่าว ในการใช้จ่าย
งบประมาณตามเจตนารมณข์ องกฎหมายนน้ั
2.12) ในบางภารกิจอาจมีการปฏบิ ตั ิงานควบคกู่ นั ทง้ั สว่ นราชการและองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
ซึ่งถือว่าเป็นการทางานร่วมกันแบบเสริมกันไป เช่น ด้านการจัดการศึกษา การสาธารณสุข เป็นต้น
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถ่ายโอนภารกจิ ของศนู ย์พฒั นาคณุ ภาพชีวติ และสง่ เสรมิ อาชีพผู้สูงอายุภายใต้การ
บรหิ ารจดั การขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
68
แต่ในบางภารกิจแผนกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้กาหนดขอบเขต
การปฏิบตั ิงานไว้ชดั เจนแล้ว เชน่ ดา้ นการคมนาคมและขนส่ง ด้านสาธารณปู โภคและสาธารณูปการ เป็นต้น
2.13) ในการจัดบริการสาธารณะบางภารกิจอาจมีความไม่ชัดเจนในเชิงหน้าท่ีและอานาจ
ให้หน่วยตรวจสอบหารือข้อเท็จจริงกับส่วนราชการที่ถ่ายโอนภารกิจหรือคณะกรรมการการกระจายอานาจ
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินซ่ึงมีหน้าที่และอานาจในการจัดระบบบริการสาธารณะ ระหว่างรัฐกับ
องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน และระหว่างองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ินดว้ ยกนั เอง และคาวนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการ
การกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ถอื เป็นสน้ิ สดุ
7.6 พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนกำรกระจำยอำนำจใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ พ.ศ.2542
1) หมวด 4 แผนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
2) มาตรา 30 แผนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ ใหด้ าเนนิ การดังนี้
2.1) ให้ดาเนินการถ่ายโอนภารกิจการให้บริการสาธารณะท่ีรัฐดาเนินการอยู่ในวันที่
พระราชบัญญตั นิ ี้ ใช้บังคับแกอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ภายในกาหนดเวลา ดังน้ี
(ก) ภารกิจที่เป็นการดาเนินการซ้าซ้อนระหว่างรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หรอื ภารกิจที่รัฐจัดใหบ้ รกิ ารในเขตขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ให้ดาเนนิ การใหเ้ สร็จสน้ิ ภายในสปี่ ี
(ข) ภารกิจที่รัฐจัดให้บริการในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกระทบถึงองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่นิ อ่ืน ให้ดาเนนิ การให้เสร็จสิ้นภายในสีป่ ี
(ค) ภารกจิ ท่ีเป็นการดาเนนิ งานตามนโยบายของรัฐบาล ใหด้ าเนนิ การใหเ้ สร็จส้นิ ภายในสีป่ ี
2.2) กาหนดขอบเขตความรับผดิ ชอบในการให้บริการสาธารณะของรัฐและขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน และระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินด้วยกันเองตามอานาจและหน้าที่ท่ีกาหนดไว้ใน
พระราชบัญญัติน้ีให้ชัดเจน โดยในระยะแรกอาจกาหนดภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินให้แตกตา่ งกันได้
โดยให้เป็นไปตามความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินแต่ละแห่ง ซึ่งต้องพิจารณาจากรายไดแ้ ละบคุ ลากร
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินนั้น จานวนประชากร ค่าใช้จ่ายในการดาเนินงาน ตลอดจนคุณภาพ
ในการให้บรกิ ารทปี่ ระชาชนจะไดร้ ับ ทั้งน้ี ตอ้ งไมเ่ กินระยะเวลาสิบปี
2.3) กาหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ให้รัฐทาหน้าท่ีประสานความร่วมมือและช่วยเหลือการ
ดาเนนิ งานขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินให้มีประสิทธภิ าพ
2.4) กาหนดการจัดสรรภาษีและอากร เงินอุดหนุน และรายได้อ่ืนให้แก่องค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ิน เพื่อให้สอดคล้องกับการดาเนินการตามอานาจและหน้าทีข่ ององค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ แตล่ ะประเภท
อย่างเหมาะสม โดยต้ังแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2550 เป็นต้นไป ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้
คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลไม่นอ้ ยกว่าร้อยละย่ีสบิ ห้า และโดยมีจุดมุ่งหมายทีจ่ ะให้องค์กรปกครอง
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจของศนู ยพ์ ัฒนาคุณภาพชีวติ และส่งเสริมอาชีพผสู้ งู อายุภายใต้การ
บริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
69
ส่วนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มข้ึนคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลในอัตราไม่น้อย กว่าร้อยละสามสิบห้า
โดยการจัดสรรสัดส่วนที่เป็นธรรมแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และคานึงถึงรายได้ขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินนั้นด้วย การเพ่ิมสัดส่วนรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลตามวรรคหนึ่ง
ให้เพ่ิมขึ้นตามระยะเวลาที่เหมาะสมแก่การพัฒนาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ถ่ายโอนเพ่ิมขึ้นภายหลัง
ปีงบประมาณ พ.ศ.2549 เปน็ ต้นไป แตไ่ ม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเงินอดุ หนุนทจี่ ัดสรรใหต้ ้องมจี านวนไม่น้อยกว่า
เงินอดุ หนนุ ท่ีองคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ ได้รบั การจัดสรรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2549
2.5) การจดั ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจาปี ในส่วนที่เกย่ี วกับการบรกิ ารสาธารณะในเขตองค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ให้รฐั จดั สรรเงินอดุ หนุนให้เป็นไปตามความจาเป็นและความตอ้ งการขององคก์ รปกครองส่วน
ท้องถ่นิ นนั้
มาตรา 31 ในการดาเนินการตามอานาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ถ้ามีกฎหมายใดบญั ญัตไิ ว้ในลักษณะที่เป็นผลทาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ไม่อาจดาเนินการตามอานาจและ
หน้าที่ได้ด้วยตนเอง หรือมีลักษณะเป็นการซ้าซ้อนกับการปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการสาธารณะระหว่างรัฐ
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินหรือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกัน และคณะกรรมการพิจารณา
เห็นสมควรให้มีการแก้ไขกฎหมายนนั้ ให้คณะกรรมการรายงานต่อรฐั มนตรีเพื่อดาเนินการให้มกี ารแกไ้ ขกฎหมาย
ดังกล่าวต่อไป
มาตรา 32 ให้คณะกรรมการดาเนินการจัดทาแผนปฏิบัติการเพ่ือกาหนดข้ันตอน
การกระจายอานาจตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น โดยอย่างน้อยตอ้ งมสี าระสาคัญ
ดังต่อไปน้ี
2.6) กาหนดรายละเอียดของอานาจหน้าท่ีในการให้บริการสาธารณะท่ีองค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น แต่ละรูปแบบจะต้องกระทา โดยในกรณีใดเป็นอานาจและหน้าทีท่ ีเ่ กี่ยวขอ้ งกับการดาเนินการ
ของรฐั หรอื ระหว่างองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินด้วยกนั ให้กาหนดแนวทางวธิ ปี ฏิบัตเิ พ่ือประสานการดาเนนิ การให้
เกดิ ประโยชนแ์ ก่สว่ นรวม
2.7) กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีดาเนินการในการจัดสรรสัดส่วนภาษีอากรให้เพียงพอ
แก่การดาเนินการตามอานาจและหน้าที่ที่กาหนดให้เป็นอานาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ทั้งน้ี
โดยต้องคานึงถึงภาระหนา้ ท่ีของรัฐในการให้บรกิ ารสาธารณะเป็นสว่ นรวมด้วย
2.8) รายละเอียดเกี่ยวกับการเสนอให้แก้ไขหรือจัดให้มีกฎหมายท่ีจาเป็นเพื่อดาเนินการ
ตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
2.9) จัดระบบการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยกาหนดนโยบาย
และมาตรการการกระจายบุคลากรจากราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาคไปสู่ส่วนทอ้ งถนิ่ โดยการสรา้ ง
ระบบการถา่ ยเทกาลังคนสู่ทอ้ งถน่ิ และสร้างระบบความกา้ วหนา้ สายอาชีพท่ีเหมาะสม
USER | แนวทางการเตรยี มความพร้อมในการถา่ ยโอนภารกิจของศูนยพ์ ฒั นาคุณภาพชวี ิตและสง่ เสริมอาชพี ผ้สู ูงอายภุ ายใต้การ
บรหิ ารจัดการขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ
70
แผนปฏิบัติการตามวรรคหน่ึงต้องกาหนดรายละเอียดวิธีปฏิบัติ และกาหนดหน่วยงานท่ีมี
หน้าที่รบั ผดิ ชอบ รวมทงั้ ระยะเวลาในการดาเนินการให้ชดั เจนดว้ ย
ในกรณีท่สี ภาพการณเ์ ปลี่ยนแปลงไปในระหวา่ งท่แี ผนปฏิบตั ิการใชบ้ ังคบั คณะกรรมการอาจ
ดาเนินการปรับปรุงแผนปฏิบตั ิการใหเ้ หมาะสมกบั สภาพการณ์นนั้ ได้
ให้คณะกรรมการมีหน้าท่ีติดตามผลการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการและรายงานให้
คณะรัฐมนตรีทราบทุกปี ในกรณีที่มีปัญหาอุปสรรคไม่อาจดาเนินการตามแผนปฏิบัติการได้ให้คณะกรรมการ
รายงานให้คณะรฐั มนตรที ราบปญั หาและอปุ สรรค และแนวทางแก้ไขด้วย
มาตรการ 34 ให้คณะกรรมการพิจารณาทบทวนการกาหนดอานาจและหน้าท่ี และการ
จัดสรรรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายหลังท่ีได้ดาเนินการตามแผนการกระจายอานาจให้แก่องค์ก ร
ปกครองส่วนท้องถิ่นไปแล้ว โดยต้องพิจารณาทบทวนใหม่ทุกระยะ เวลาไม่เกินห้าปี นับแต่วันที่มีการกาหนด
อานาจและหน้าทหี่ รอื วันที่มกี ารจัดสรรรายได้ ทง้ั นี้ จะต้องพิจารณาถงึ ความเหมาะสมของการกาหนดอานาจและ
หนา้ ท่แี ละการจัดสรรรายได้ เพื่อกระจายอานาจเพ่ิมข้นึ ให้แกอ่ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
กลา่ วโดยสรปุ การปกครองท้องถิ่น มนี กั วิชาการไดใ้ หค้ วามหมายไว้ เชน่ William V. Holloway กลา่ วว่า
“เป็นองค์การท่ีมีอาณาเขตแน่นอน มีประชากรตามหลักเกณฑ์ที่กาหนดไว้ มีอานาจการปกครองตนเอง
มีการบริหารการคลังของตนเอง และมีส ภาท้องถิ่นที่สมาชิกมาจากการเลือกต้ังจากประชาชน ”
(Suwanmongkon, B.E.2547: 1-2) หรือเป็นการปกครองท่ีรัฐส่วนกลางได้กระจายอานาจไปให้หน่วย
การปกครองท้องถิ่น ซ่ึงเป็นองค์กรท่ีมีสิทธิตามกฎหมาย มีพ้ืนที่และประชากรเป็นของตนเอง ประการสาคัญ
องค์กรดังกล่าวจะต้องมีอานาจอสิ ระ (Autonomy) ในการปฏิบตั ิอย่างเหมาะสม การมอบอานาจจากสว่ นกลางมี
วัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือให้ประชาชนในท้องถิน่ ได้เขา้ มามสี ่วนร่วมในการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ ของการปกครอง
ในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมในการเสนอปัญหา ตัดสินใจ การตรวจสอบการทางานและ
ร่วมรับบริการสาธารณะต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการปกครองท้องถิ่น จะมีอิสระในการดาเนินงานแต่ยังคงอยู่
ภายใต้การกากับดูแลของรัฐบาลกลาง (Tanchai, B.E.2547: 1) การจัดระเบียบการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
ของประเทศไทยในปัจจุบัน ภายหลัง ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540
และพระราชบัญญัติกาหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอานาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542
มีการจัดโครงสร้างการปกครองท้องถ่ิน 2 รูปแบบใหญ่ ๆ ได้แก่ 1) รูปแบบทั่วไป มี 3 รูปแบบ ได้แก่ องค์การ
บริหารสว่ นจังหวดั เทศบาล และองคก์ ารบรหิ าร ส่วนตาบล โดยให้องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัดเป็นองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นชั้นบน (Upper Tier) ซ่ึงทับซ้อนพื้นที่เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตาบลในแต่ละจังหวัด
และมีหน้าที่จัดทาแผนพัฒนาจังหวัด ประสานงานให้ความร่วมมือและสนับสนุนหน่วยการปกครองท้องถ่ิน
ขนาดเล็ก รวมทั้งดาเนินการในกิจการ ที่หน่วยการปกครองท้องถิ่นขนาดเล็กไม่สามารถทาได้ ขณะที่เทศบาล
และองค์การบริหารส่วนตาบล ซึ่งเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นขนาดเล็ก มีอานาจหน้าที่ให้บริการสาธารณะ
USER | แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกิจของศนู ย์พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และสง่ เสรมิ อาชพี ผสู้ งู อายภุ ายใตก้ าร
บรหิ ารจดั การขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
71
ภายในเขตพ้ืนท่ีรับผิดชอบ ของตน และ 2) รูปแบบพิเศษมี 2 รูปแบบ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา
โดยกรุงเทพมหานคร มีฐานะเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่ มีอานาจหน้าที่เทียบเท่าองค์การบริหาร
ส่วนจังหวัดรวมกับ เทศบาล ในขณะที่เมืองพัทยาเป็นหน่วยการปกครองทอ้ งถิ่นขนาดเล็ก แม้จะมีพ้ืนท่ีอยู่ในเขต
องค์การบรหิ าร ส่วนจังหวดั แต่กฎหมายกาหนดใหม้ อี านาจหน้าทีเ่ ทยี บเท่าเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตาบล
(Mektrirat, B.E.2552: 53-54) ในการจะมอบหมายภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินดาเนินการ
จัดทาบริการสาธารณะ หรือกาหนดภารกิจท่ีเป็นบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
ต้องพิจารณาแนวคิด ในการจัดภารกิจหน้าท่ีให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินด้วย ทั้งน้ี เพ่ือประสิทธิภาพและ
ประสทิ ธิผล ของบรกิ ารสาธารณะนน้ั ทง้ั น้ี สามารถจดั แบง่ ภารกจิ หน้าท่ขี ององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ ดังน้ี
1) ภำรกิจหนำ้ ทตี่ ำมบทบัญญตั ิของกฎหมำย
หมายถึง ภารกิจหนา้ ท่ขี ององค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ จะมขี อบเขตเพียงใดหรือครอบคลมุ กจิ การใด
นนั้ ต้องมกี ฎหมายรองรบั หรือใหอ้ านาจวา่ เป็นหน้าที่ขององค์กร ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน หากไม่มกี ฎหมายให้อานาจ
ก็ไม่สามารถกระทาได้ 2) ภารกจิ หน้าที่ตามหลกั ความสามารถทวั่ ไป หมายถึง องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินสามารถ
ท่ีจะจดั ทาภารกิจได้เท่าทไี่ มเ่ ป็นการละเมดิ บทบัญญัตขิ องกฎหมายหรือกระทบต่ออานาจของสถาบันทางปกครอง
อ่ืน ๆ โดยยึดหลักความจาเป็น และความต้องการของท้องถ่ิน เป็นสาคัญ และ 3) ภารกิจหน้าที่ตามที่ได้รับ
มอบหมาย หมายถึง ภารกิจหน้าท่ี เป็นของรัฐ ซ่ึงรัฐมีหน้าท่ีต้องจัดทา แต่รัฐได้มอบหมายให้องคก์ รปกครองสว่ น
ทอ้ งถิ่นจดั ทาแทน โดยรฐั จะกาหนดหลักเกณฑ์วิธกี ารในการจดั ทา แลว้ ให้องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ดาเนินการ
(Chaiyon, 2014: 21-22) แนวคิดเก่ียวกับการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การถ่ายโอน
ภารกจิ หมายถึง การทรี่ าชการบรหิ ารสว่ นกลางและราชการบริหารส่วนภูมิภาคจะลดหรอื ยตุ ิ บทบาทจากผู้ปฏบิ ตั ิ
เปลย่ี นไปให้องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ เปน็ ผู้ปฏบิ ัตแิ ทน โดยจะต้องมีการถ่ายโอนงาน งบประมาณ และบุคลากร
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอย่างเหมาะสมและเพียงพอในการดาเนินภารกิจ การตั้งงบประมาณไว้ท่ีส่วน
ราชการดังที่ปฏิบัติมายังไม่ใช่การถ่ายโอนภารกิจท่ีแท้จริง เพราะการถ่ายโอน ภารกิจจะต้องเช่ือมโยงกับเร่ือง
การเงิน การคลัง งบประมาณ และการแบ่งรายได้ขององค์กรปกครองส่วน ท้องถ่ิน ( Office of the
Decentralization to the Local Government Organization Committee, B.E.2546: 244) หลกั การถา่ ยโอน
ภารกิจ เพื่อให้เป็นไปตามท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 พระราชบัญญัติ กาหนดแผน
และข้ันตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และ กฎหมายอ่ืนที่เกี่ยวข้อง
คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจึงได้จัดทาแผน การกระจายอานาจให้แก่
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ซ่ึงกาหนดหลักการพิจารณาถ่ายโอนภารกิจให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินไว้ เช่น
ภารกิจท่สี มควรถา่ ยโอนน้นั จะตอ้ งไม่ครอบคลุมงานหรอื กจิ กรรม ทเี่ กยี่ วกับความมนั่ คง การพจิ ารณา พพิ ากษาคดี
การตา่ งประเทศ และการเงินการคลงั ของประเทศโดยรวม ให้คานึงถึงผลลพั ธแ์ ละผลกระทบที่เกดิ ขึ้นกบั ประชาชน
ในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลัก หากผลลัพธ์และผลกระทบเกิดขึ้นกับประชาชนในพ้ืนท่ีองค์กร
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถ่ายโอนภารกจิ ของศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพชวี ติ และสง่ เสริมอาชีพผสู้ งู อายุภายใต้การ
บรหิ ารจดั การขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
72
ปกครองท้องถ่ินใดท้องถ่ินหนึ่ง ให้ถ่ายโอน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน้ัน แต่หากผลลัพธ์และผลกระทบ
เกิดขึ้นกับประชาชนในพ้ืนที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมากกว่าหนึ่งแห่ง ก็อาจถ่ายโอนให้องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินร่วมกันดาเนินการ หรือถ่ายโอน ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดดาเนินการในระยะแรก หากองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่พร้อมที่จะ ดาเนินการตามมาตรา 30 (2) แห่งพระราชบัญญัติกาหนดแผนและ
ขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ หรอื ด้วยเหตุใด อาจใหห้ น่วยงานของรัฐดาเนินการ
ไปก่อนจนกว่าจะครบ ระยะเวลาตามที่กาหนดในแผนการกระจายอานาจฯ และแผนปฏิบัติการฯ ให้คานึงถึง
ความพร้อมของท้องถิ่นแต่ละประเภทและแต่ละแห่ง และให้พิจารณาถ่ายโอนท้ังภารกิจ งบประมาณ บุคลากร
และทรพั ย์สิน ภายในชว่ งเวลาทกี่ าหนด โดยไม่จาเป็นต้องดาเนนิ การถ่ายโอนไปพรอ้ มกัน เปน็ ตน้ (Office of the
Decentralization to the Local Government Organization Committee, B.E.2 5 4 6 : 2 0 2 - 2 0 7 )
สาหรับหลักการทั่วไปในการพิจารณาถ่ายโอนภารกิจตามแผนการกระจายอานาจฯ ฉบับท่ี 2 และร่างแผน
การกระจายอานาจฯ ฉบับท่ี 3 ยังคงยึดตามแผนการกระจายอานาจฯ ฉบับที่ 1 แต่มีส่วนท่ีเพิ่มเติมเพ่ือให้เกิด
ความชัดเจนและสนับสนุนการดาเนินภารกิจมากข้ึน เช่น แผนการกระจายอานาจฯ ฉบับท่ี 2 เพ่ิมเติมว่า
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเมื่อรับการถา่ ยโอนภารกิจจากหน่วยงานของรัฐ และการบริการสาธารณะดงั กล่าว
จะต้องดาเนินการท้ังในและนอกเขตพื้นท่ีจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีรับโอนจะต้องดาเนินการตาม
ภาระหน้าที่ท่ีได้รับและต้องไม่น้อยไปกว่าเดิม หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องยึด หลักเกณฑ์และวิธีการ
บริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน ลดข้ันตอน การปฏิบัติงานที่เกินความจาเป็น
และประชาชนได้รับการอานวยความสะดวกและได้รับการตอบสนอง ความต้องการ ( Office of the
Decentralization to the Local Government Organization Committee, n.p.a: 49-54) และในร่างแผน
การกระจายอานาจฯ ฉบบั ที่ 3 ก็มสี าระสาคัญเพิ่มเติม เชน่ กรณภี ารกิจ ที่ถ่ายโอนใหอ้ งค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
แล้วเกินศักยภาพ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ที่รับโอนร้องขอองค์กรปกคร องส่วน
ทอ้ งถิ่นอื่นหรือสว่ นราชการใหด้ าเนินการแทนได้ หรอื รอ้ งขอมา ยังคณะกรรมการการกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณ ในการดาเนินการ และหากเป็นภารกิจที่ถ่ายโอนให้แก่
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ แล้ว แต่ภายหลัง คณะกรรมการการกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ
พจิ ารณาเหน็ วา่ องค์กรปกครอง สว่ นท้องถิ่นไม่สามารถดาเนินภารกจิ น้นั ๆ ไดต้ ่อไป เนือ่ งจากเป็นภารกิจทตี่ ้องใช้
เทคนิควิชาการเฉพาะด้าน วิศวกรรมระดับสูง หรือต้องใช้เทคนิคเฉพาะ หรือภารกิจจาเป็นต้องบริหารจัดการ
เช่ือมโยงกันอย่างเป็นระบบ หรือเป็นภารกิจนอกเหนือขอบเขตการถ่ายโอนท่ีกาหนด คณะกรรมการการกระจาย
อานาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นอาจพิจารณาคืนภารกิจให้ส่วนราชการไปดาเนินการต่อได้ เป็นต้น
(Office of the Decentra lization to the Local Government Organization Committee, n.p.b: 28-31)
USER | แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศนู ย์พัฒนาคณุ ภาพชีวิตและส่งเสรมิ อาชพี ผสู้ งู อายุภายใตก้ าร
บริหารจดั การขององคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่
73
2) ระยะเวลำกำรถ่ำยโอน
แผนการกระจายอานาจฯ ฉบับที่ 1 กาหนดระยะเวลาการถ่ายโอน แบ่งเป็น 2 ระยะคือ ระยะที่ 1
ระยะเวลา 1 - 4 ปี (พ.ศ. 2544 - 2547) โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ีมีความพร้อมสามารถดาเนินการได้
และแล้วเสร็จภายใน 4 ปี และระยะที่ 2 ระยะเวลา 1 - 10 ปี (พ.ศ. 2544 - 2553) เป็นการถ่ายโอน เน่ืองจาก
การกาหนดหน้าทแ่ี ละอานาจในการจดั บรกิ ารสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ท่ีแตกต่างกนั ในระยะ 10
ปแี รก ซ่ึงการถ่ายโอนระยะที่ 1 เป็นการถ่ายโอนตามมาตรา 30 (1) และระยะที่ 2 เปน็ การถ่ายโอน ตามมาตรา 30
(2) ของพระราชบญั ญตั ิกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กรปกครอง ส่วนทอ้ งถน่ิ พ.ศ. 2542
ท้งั น้ี แผนการกระจายอานาจฯ ฉบบั ที่ 2 ก็ยังคงยึดกรอบระยะเวลาการถา่ ยโอน ตามแผนการกระจายอานาจใหแ้ ก่
องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นฉบับแรกไว้เชน่ เดิม
ซ่ึงมีร่างแผนการกระจายอานาจฯ ฉบับท่ี 3 ได้กาหนดให้การถ่ายโอนภารกิจ มีระยะเวลา 4 ปี
โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มภารกิจคือ กลุ่มท่ี 1 ภารกิจท่ีไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย ให้ส่วนราชการเร่งถ่ายโอนโดยทันที
แตไ่ ม่จาเปน็ ต้องถ่ายโอนไปพร้อมกัน ขน้ึ อยู่กบั ความพร้อมและศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง
กลมุ่ ท่ี 2 ภารกจิ ที่ต้องแก้ไขกฎหมาย ให้สว่ นราชการดาเนินการยกร่างแก้ไขปรับปรงุ ระเบยี บ กฎหมายทเ่ี กย่ี วข้อง
ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันท่ีแผนปฏิบัติการฯ มีผลบังคับใช้ กลุ่มท่ี 3 ภารกิจ ท่ีต้องมีการประเมิน
ความพรอ้ มองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ก่อนการรับโอนใหส้ ่วนราชการทถ่ี ่ายโอนจัดทาหรือทบทวนปรับปรุงเกณฑ์
ประเมินความพร้อมสาหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเสนอให้ คณะกรรมการการกระจายอานาจให้แก่
องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ พจิ ารณาภายใน 180 วัน นับแต่วนั ท่ี แผนปฏบิ ตั ิการฯ มผี ลบังคับใช้
3) ลักษณะภำรกิจที่ถ่ำยโอน
พระราชบัญญัติกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มาตรา 32 ได้กาหนดให้คณะกรรมการดาเนินการจัดทาแผนปฏิบัติการเพ่ือกาหนดขั้นตอนการกระจายอานาจ
ตามแผนการกระจายอานาจให้แกอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ โดยอย่างนอ้ ยตอ้ งมีสาระสาคัญ ดังต่อไปนี้
มาตรา 32 (1) กาหนดรายละเอียดของอานาจหน้าท่ีในการให้บริการสาธารณะท่ีองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินแต่ละรูปแบบจะต้องจดั ทากรณีใดเป็นอานาจหน้าท่ี เกี่ยวข้องกับการดาเนินงานของรัฐ หรือระหว่าง
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ด้วยกันเอง ให้กาหนดแนวทางวิธีปฏิบัตเิ พอ่ื ประสานการดาเนนิ การ ให้เกิดประโยชน์
แกส่ ่วนรวม
มาตรา 32 (2) กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีดาเนินการในการจัดสรรสัดส่วนภาษีและอากรให้เพียงพอ
แก่การดาเนินการตามอานาจและหน้าท่ีที่กาหนดให้เป็นอานาจแ ละหน้าท่ีขององค์กรปกครองส่วนท้ องถิ่น
ทง้ั น้ี ต้องคานึงถึงภาระหน้าท่ขี องรฐั ในการให้บรกิ ารสาธารณะเปน็ สว่ นรวมด้วย
มาตรา 32 (3) รายละเอียดเก่ียวกับการเสนอให้แก้ไขหรือจัดให้มีกฎหมายท่ีจาเป็นเพื่อดาเนินการ
ตามแผนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจของศนู ย์พัฒนาคุณภาพชวี ติ และสง่ เสรมิ อาชพี ผสู้ ูงอายภุ ายใตก้ าร
บริหารจัดการขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน
74
มาตรา 32 (4) จัดระบบการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยกาหนดนโยบาย
และมาตรการการกระจายบุคลากรจากราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาคไปสู่ส่วนท้องถ่ิน โดยการสรา้ ง
ระบบการถ่ายเทกาลงั คนส่ทู อ้ งถิน่ และสร้างระบบความก้าวหน้าสายอาชีพที่เหมาะสม
4) ภำรกิจและองค์ประกอบทตี่ อ้ งถ่ำยโอนไปพร้อมกัน
a) แผนปฏบิ ัติการฯ ฉบบั ที่ 1 กาหนดให้
1) ภารกิจทต่ี อ้ งถา่ ยโอน มี 6 ดา้ น จานวน 245 เรื่อง จากสว่ นราชการ 50 กรม ใน 11 กระทรวง
ประกอบด้วย ด้านโครงสรา้ งพ้ืนฐาน จานวน 87 เร่ือง จากสว่ นราชการ 17 กรม ใน 7 กระทรวง ด้านงานสง่ เสริม
คุณภาพชีวิต จานวน 103 เร่ือง จากส่วนราชการ 26 กรม ใน 7 กระทรวง ด้านการจัดระเบียบชุมชนสังคม
และการรักษาความสงบเรียบร้อย จานวน 17 เรื่อง จากส่วนราชการ 9 กรม ใน 6 กระทรวง ด้านการวางแผน
การส่งเสริมการลงทุน พาณชิ ยกรรม และการทอ่ งเท่ยี ว จานวน 19 เร่ือง จากส่วนราชการ 6 กรม ใน 5 กระทรวง
ด้านการบรหิ ารจดั การ และการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม จานวน 17 เรอ่ื ง จากส่วนราชการ 9 กรม
ใน 4 กระทรวง และด้านศลิ ปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณแี ละภมู ปิ ัญญา ท้องถ่ิน จานวน 2 เรือ่ ง จากสว่ นราชการ
1 กรม ใน 1 กระทรวง
2) งบประมาณ เป้าหมายของการกระจายอานาจทางการเงิน การคลัง และงบประมาณ
ให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือ เพื่อให้องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นมีรายได้เพิม่ ข้ึน คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้
ของรัฐบาลไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ภายในปี พ.ศ. 2544 โดยให้มีรายได้เพ่ิมข้ึนอย่างต่อเนื่องจนถึงปี พ.ศ. 2549
ให้มีรายได้คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ของรัฐบาลไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 โดยคานึงถึงภารกิจขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินท่ีต้องรับผิดชอบเป็นสาคัญ รวมท้ังเพ่ือการพัฒนาศักยภาพท างการคลังขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินให้สามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในระยะยาว และมีมาตรฐานคุณภาพการให้บริการสาธารณะ
ทอี่ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ รบั ผิดชอบ
3) การจัดให้มีหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพ่ือรองรับภารกิจถ่ายโอน จะต้องจัดให้มีหรือแก้ไข
ปรับปรุงกฎหมายในแต่ละดา้ น ดงั น้ี ดา้ นโครงสรา้ งพนื้ ฐาน จานวน 13 ฉบับ ดา้ นงานสง่ เสรมิ คณุ ภาพชีวติ จานวน
7 ฉบับ ด้านการจัดระเบียบชุมชนสงั คม และการรักษาความสงบเรียบร้อย จานวน 32 ฉบบั ด้าน
การวางแผน การส่งเสรมิ การลงทนุ พาณิชยกรรม และการทอ่ งเท่ยี ว จานวน 6 ฉบบั ดา้ นการบรหิ ารจดั การ และ
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม จานวน 5 ฉบับ และด้านศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณีและ
ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ จานวน 1 ฉบับ
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศนู ยพ์ ัฒนาคุณภาพชีวติ และส่งเสริมอาชพี ผู้สูงอายภุ ายใตก้ าร
บริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ
75
4) บุคลากร ในการถ่ายโอนบุคลากรจากราชการบริหารส่วนกลาง และราชกา รบริหาร
ส่วนภูมิภาค ให้องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น จะต้องคานึงถึงหลักความสอดคล้องกับการถ่ายโอนภารกิจใหท้ อ้ งถิ่น
ตามท่ีกาหนดในแผนปฏิบัติการฯ และแผนการกระจายอานาจฯ ทั้งในด้านรูปแบบ วิธีการ พ้ืนท่ี ช่วงเวลา
การถา่ ยโอน ฯลฯ รวมถึงภาระหน้าท่ีและความพร้อมของท้องถนิ่ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง ค่าใช้จ่ายด้านบุคคลท่จี ะเกิด
ขึ้นกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระบวนการถ่ายโอนมีความราบร่ืนคล่องตัว ยืดหยุ่นและจูงใจ ให้ข้าราชการ
ไปทางานในท้องถ่ิน การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ต้องยึดหลักการตามระบบคุณธรรม และมีมาตรฐานใน
หลักการหรือหลักเกณฑ์ท่ีสาคัญใกล้เคียงกับมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของเจ้าหน้าท่ี ของรัฐอ่ืน ๆ
มีกลไกดแู ลความเป็นธรรม มีหลกั ประกนั ความกา้ วหน้า ค่าตอบแทน สวสั ดกิ ารสังคม และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
b) แผนปฏิบตั ิการฯ ฉบับที่ 2 กาหนดให้
1) ภารกิจที่ต้องถ่ายโอน มี 6 ด้าน จานวน 44 ภารกิจ รวม 114 งาน/โครงการ/กิจกรรม จาก
ส่วนราชการ 37 กรม ใน 15 กระทรวง 1 สว่ นราชการทไ่ี มส่ ังกัดสานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรอื ทบวง และ 1
รัฐวิสาหกิจ ประกอบด้วย ดา้ นโครงสรา้ งพน้ื ฐาน จานวน 10 ภารกจิ 45 งาน/โครงการ/กจิ กรรม จากส่วนราชการ
12 กรม ใน 4 กระทรวง 1 ส่วนราชการไมส่ ังกดั สานกั นายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง
ด้านงานส่งเสริมคณุ ภาพชีวิต จานวน 9 ภารกิจ 19 งาน/โครงการ/กิจกรรม จากส่วนราชการ
7 กรม ใน 5 กระทรวง ด้านการจดั ระเบยี บชุมชน/สงั คม และการรักษาความสงบเรียบร้อย จานวน 17 ภารกิจ 22
งาน/โครงการ/กิจกรรม จากส่วนราชการ 9 กรม ใน 8 กระทรวง 1 ส่วนราชการไม่สังกัดสานักนายกรัฐมนตรี
กระทรวง หรือทบวง ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชยกรรมและการท่องเทย่ี ว จานวน 5 ภารกจิ
18 งาน/โครงการ/กิจกรรม จากส่วนราชการ 6 กรม ใน 3 กระทรวง ด้านการบริหาร จัดการ และการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม จานวน 2 ภารกิจ 8 งาน/โครงการ/กิจกรรม จากส่วนราชการ 6 กรม
ใน 2 กระทรวง และด้านศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น จานวน 1 ภารกิจ 2 งาน/
โครงการ/กจิ กรรม จากส่วนราชการ 1 กรม ใน 1 กระทรวง
2) งบประมาณ เปา้ หมายของการกระจายอานาจทางการเงิน การคลัง และงบประมาณให้แก่
องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ คือ ตัง้ แต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 เปน็ ตน้ ไป ใหอ้ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ มรี ายได้
เพ่ิมขึ้น คิดเป็นสดั ส่วนตอ่ รายได้ของรัฐบาลไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 และมีจุดมุ่งหมายทีจ่ ะให้ องค์กรปกครองสว่ น
ท้องถนิ่ มีรายได้เพม่ิ ขน้ึ คดิ เปน็ สดั สว่ นต่อรายได้ของรัฐบาลไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 35 โดยการพฒั นาประสทิ ธภิ าพของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในการจัดเก็บรายได้ของท้องถ่ินและการกระจายอานาจทางการคลังสู่ท้องถ่ินเพื่อให้
องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ินสามารถบริหารจัดการงบประมาณ ของตนเองได้อย่างมีอสิ ระมากข้ึน
3) การจดั ให้มหี รอื แก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพ่อื รองรับภารกจิ ถา่ ยโอน จะต้องจดั ใหม้ หี รอื แกไ้ ข
ปรับปรุงกฎหมายในแต่ละด้าน ดังน้ี ด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน จานวน 10 ฉบับ ด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต
จานวน 2 ฉบับ ด้านการจัดระเบียบชุมชนสังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย จานวน 18 ฉบับ
USER | แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศนู ยพ์ ัฒนาคณุ ภาพชวี ติ และส่งเสรมิ อาชพี ผสู้ ูงอายุภายใต้การ
บริหารจดั การขององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
76
ด้านการวางแผน การส่งเสรมิ การลงทนุ พาณชิ ยกรรม และการท่องเทยี่ ว จานวน 3 ฉบบั ด้านการบริหาร จดั การ
และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม จานวน 6 ฉบับ และด้านศิลปะ วัฒนธรรม จารีตประเพณี
และภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ จานวน 1 ฉบบั
4) บุคลากร เพื่อให้บุคลากรสว่ นท้องถิ่นมีจานวนและคุณภาพเหมาะสมสอดคล้องกับภารกิจ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายกาหนดและภารกิจที่รับถ่ายโอนมา การถ่ายโอนบุคลากร
จากราชการส่วนกลางและราชการส่วนภูมิภาคให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องสอดคล้องกับภารกิจ
ตามกฎหมายและแผนปฏบิ ตั กิ ารฯ โดยคานงึ ถงึ ความคมุ้ ค่า ความจาเป็น ความตอ้ งการกาลังคน และความพร้อม
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านการคลัง การถ่ายโอนกาลังคนระหว่างราชการส่วนกลาง ราชการส่วน
ภูมภิ าค และท้องถิน่ ยึดหลกั การ “งานไป เงนิ ไป ตาแหน่งไป” โดยสิทธปิ ระโยชนแ์ ละ ความกา้ วหนา้ ของบคุ ลากร
ท่ีถ่ายโอนต้องไม่ต่ากว่าที่เคยได้รับอยู่เดิม รวมถึงการบริหารทรัพยากรบุคคล ส่วนท้องถิ่นต้องยึดหลักการ
ตามระบบคุณธรรม มีกลไกดูแลความเป็นธรรม สร้างหลักประกันความก้าวหน้า ในการทางานและมีมาตรฐาน
ในหลกั เกณฑ์วธิ กี ารที่สาคญั ใกลเ้ คยี งกบั มาตรฐานการบรหิ ารงานบุคคล ของเจ้าหนา้ ทขี่ องรัฐประเภทอน่ื
c) รา่ งแผนปฏบิ ัตกิ ารฯ ฉบับที่ 3 กาหนดให้
1) ภารกิจที่ต้องถ่ายโอน มี 3 ด้าน จานวน 25 ภารกิจ จาก 24 กรม ใน 9 กระทรวง
และ 1 รัฐวิสาหกิจ ประกอบด้วย ดา้ นโครงสร้างพื้นฐาน จานวน 5 ภารกจิ จากส่วนราชการ 9 กรม ใน 3 กระทรวง
ด้านสังคม จานวน 15 ภารกิจ จากส่วนราชการ 11 กรม/สานัก ใน 6 กระทรวง ด้านเศรษฐกิจและส่ิงแวดล้อม
จานวน 5 ภารกจิ จากสว่ นราชการ 5 กรม 1 รัฐวิสาหกิจ ใน 3 กระทรวง
2) งบประมาณ เป้าหมายของการกระจายอานาจทางการเงิน การคลัง และงบประมาณ
ให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน คอื เพอื่ ให้องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ มีสัดส่วนรายไดต้ ่อรายไดส้ ทุ ธิของรัฐบาล
เพิม่ ขนึ้ ในอตั ราใกล้เคยี งร้อยละ 35 อนั จะทาใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ มีอิสระในการบริหารงบประมาณ เพ่ือ
ดาเนนิ งานตามอานาจหนา้ ท่ีและภารกิจถา่ ยโอนไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
3) การจัดให้มหี รือแกไ้ ขปรับปรุงกฎหมายเพ่อื รองรับภารกจิ ถา่ ยโอน ตามรา่ งแผนปฏิบตั กิ ารฯ
ฉบับที่ 3 ได้กาหนดให้มีการแก้ไขกฎหมาย จานวน 4 ฉบับ ดังน้ี พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
พ.ศ. 2542 พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 พระราชบัญญัติ
โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528
4) บุคลากร มีเป้าหมายเพื่อให้มีบุคลากรจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคสมัครใจโอนไป
ปฏบิ ตั ิงาน ในองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ หรอื มกี ารตัดโอนตาแหนง่ และอตั ราของส่วนราชการที่มีภารกิจถ่ายโอน
ให้แก่ องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ตามแผนปฏบิ ตั กิ ารกาหนดข้ันตอนการกระจายอานาจใหแ้ ก่องค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ิน และระบบบริหารงานบุคคลขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ มีความคล่องตวั และมีระบบ คุณธรรมเปน็ ท่ี
ยอมรับของหนว่ ยงานตา่ ง ๆ และบุคคลทว่ั ไป
USER | แนวทางการเตรยี มความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจของศูนยพ์ ัฒนาคณุ ภาพชวี ิตและสง่ เสรมิ อาชีพผ้สู งู อายภุ ายใตก้ าร
บริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
77
5) ปัญหำอปุ สรรคในกำรถำ่ ยโอนภำรกจิ สู่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
จากการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนอานาจ ของคณะกรรมการการกระจายอานาจ
ให้แก่องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ได้ทบทวนและจัดทาร่าง แผนปฏบิ ัติการฯ ฉบับท่ี 3 โดยระบุเหตุผลความจาเปน็
วา่ การดาเนินการที่ผา่ นมาของแผนปฏบิ ัติการฯ ฉบบั ที่ 1 และฉบบั ท่ี 2 ยงั ไมส่ ามารถขับเคลอื่ นไดต้ ามวัตถุประสงค์
และเป้าหมาย เนื่องจากยังมีปัญหา ในเร่ืองของการบริหารจัดการ เช่น เร่ืองระบบความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ
กบั องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น และ ระหวา่ งองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ กบั ประชาชน ชุมชนทอ้ งถ่นิ และภาคสว่ น
อื่น ๆ ด้านโครงสร้างองค์กร และความไม่พร้อมด้านบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยราชการ
ที่ถ่ายโอนภารกิจไม่ยอม ถ่ายโอนและพยายาม สร้างงานใหม่ให้คล้ายคลึงกับภารกิจท่ีถ่ายโอน การทับซ้อน
ของภารกิจหน้าทีร่ ะหว่าง ราชการบรหิ ารส่วนกลางและราชการบรหิ ารส่วนท้องถ่ิน การบรหิ ารจัดการขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ไมส่ ามารถดาเนนิ การได้ โดยอสิ ระ ตอ้ งอยภู่ ายใต้กรอบวธิ ีปฏบิ ตั ิของกฎหมายอ่ืนท่ีเก่ยี วข้อง
หรอื ไมส่ ามารถ ดาเนนิ การในภารกจิ ท่เี ป็นนวตั กรรมท่ีเป็นประโยชน์ของประชาชนในท้องถ่ิน รวมทัง้ ปัญหาเกณฑ์
การจัดสรร งบประมาณท่ีไม่สะท้อนภาระงานภายในพ้ืนท่ี บุคลากรไม่ไปตามภารกิจข้ึนอยู่กับความสมัครใจ
คาสั่ง กฎ ระเบียบท่ีเป็นอุปสรรคในการถ่ายโอนไม่ได้รับการแก้ไขให้ส อดคล้องกับภารกิจที่ถ่ายโอน
หรือส่วนราชการไม่ทาหน้าท่ีสนับสนุน ให้คาปรึกษาแนะนาแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบ
ทีเ่ กิดจากการปฏิรปู ประเทศและการปฏริ ปู โครงสรา้ งอานาจ เป็นตน้
กล่าวโดยสรุป แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต
และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ปัจจุบันสงั คมท้ังไทยและทกุ ประเทศทั่วโลกกาลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสรา้ ง
ทางประชากรคร้ังสาคัญคือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยสัดส่วนจานวนประชากรในวัยทางานและวัยเด็กลดลง
ผู้สูงอายุมีจานวนมากข้ึนอายุยืนขึ้น ในประเทศไทยอัตราการเกิดมีแนวโน้มที่ลดลงในข ณะท่ีประชากรท่ี
อยู่ในวัยสูงอายมุ ีแนวโน้ม เพิ่มข้ึน เพราะประชากรไทยโดยเฉล่ียมีอายุยนื ยาวขึ้นที่คนไทยมีสขุ ภาพดีมีอายุยนื ยาว
มโี อกาสได้รบั การศึกษาที่สงู ขึ้นมีความรู้และทกั ษะในการปอ้ งกนั และดแู ลสุขภาพ
การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของประชากรในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ
กนั เปน็ อยา่ งมากทั้งในระดับชาตแิ ละในระดบั โลก ประเทศไทยจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมท้งั ในด้านการพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคม ในระดับชุมชนและครอบครัว เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมท่ีสาคัญ รวมไปถึง
การเปล่ยี นแปลงโครงสรา้ งทางเศรษฐกิจ มกี ารยา้ ยถิน่ ฐานจากชนบทเขา้ ทามาหากินในเมือง ครอบครวั เปล่ยี นไป
เป็นครอบครัวเด่ียว ทาให้การถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญา ความคิดและทัศนคติที่ดีจากครอบครัวที่อยู่ร่วมกัน
หลายคน หรือเรียนรู้ภูมิปัญญา จากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายในครอบครัวเจือจางลง หรือขาดหายไป เกิดช่องว่าง
ความสัมพันธ์ระหว่างวัย ด้านผู้สูงอายุเอง มีความกังวลที่จะต้องเผชิญกับช่วงวัยการเปล่ียนผ่านของชีวิต
ที่ต้องเผชิญกับความ เปลี่ยนแปลงมากมาย เป็นสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อการดาเนินชีวิต ซึ่งเป็นส่ิงท่ีทุกคนต้อง
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและสง่ เสริมอาชีพผ้สู งู อายุภายใต้การ
บริหารจัดการขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
78
เผชิญอย่างหลีกเลย่ี งมไิ ด้ ทั้งความเปลย่ี นแปลงทางร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านการเรยี นรู้ สตปิ ัญญา ดา้ นเศรษฐกิจ
และสถานภาพทางสังคม สิง่ เหล่านีม้ ีความแตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะบคุ คล
ทั้งน้ี ทางหน่วยงานภาครัฐได้ตระหนักถึงความจาเป็นที่จะต้องดาเนินการกระจายถ่ายโอนศูนย์พัฒนา
คุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุให้ครอบคลุม กระจายลงสู่หน่วยย่อยในชุมชน การเตรียมความพร้อม
เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนสาคัญที่ต้องการการ วางแผนอย่างเป็นระบบและ
เรมิ่ ดาเนินการลว่ งหนา้ เนือ่ งจากมาตรการตา่ งๆหลายประการลว้ นแลว้ แตต่ ้องใชเ้ วลา ในการดาเนินการกวา่ จะเห็น
ผลอย่างเปน็ รปู ธรรม
การพัฒนาคุณภาพชีวิตผสู้ ูงอายุ เน้นความสุขและความพึงพอใจของผู้สงู อายุ ท้ังการมีร่างกายท่ีสมบรู ณ์
แข็งแรงตามวัย การให้ความสาคัญกับสุขภาพ มีโภชนาการท่ีดี มีเวลาพักผ่อนออกกาลังกาย มีส่ิงแวดล้อมดี
มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ มีจิตใจที่เป็นสุข ผ่อนคลาย มีคุณค่าในตนเองต่อครอบครัวและชุมชน
มีความพึง พอใจในชีวิต สังคม อยู่ร่วมกันด้วยดีในครอบครัวในชุมชน เป็นท่ียอมรับนับถือของสังคม ได้เรียนรู้
รับข้อมลู ขา่ วสารและการพัฒนาทกั ษะอย่างต่อเน่ือง มีโอกาสเข้าถงึ แหล่งเรยี นรู้ มแี รงจูงใจในการ เรียนรู้ มีวธิ กี าร
เรยี นรทู้ ี่เหมาะสม มีการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ มีการส่งั สมภมู ปิ ัญญาและมกี ารถา่ ยทอดภมู ปิ ัญญา
ในการถ่ายโอนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุปัจจัยความสาเร็จต้องอาศัย
ความร่วมมือจากทุกฝา่ ยทัง้ ภาวะผูน้ าของแกนนา ในที่น้ีอาจเป็นนายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารสว่ นตาบล
เป็นต้น ความเข้มแข็งของชุมชนในพ้ืนที่มีกรรมการชุมชนท่ีมีจริยธรรมและมีการบริหารจัดการชุมชนท่ีดี
มีความร่วมมือจากสมาชิกในชุมชน มีกระบวนการเรียนรู้เพื่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนอย่างต่อเน่ือง
มีการเสริมกระบวนการเรียนรู้และสรุปบทเรียนร่วมกับผู้สูงอายุ และ ชุมชน การสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐ
มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและนอกชุมชน มีการสนับสนุนท้ังทางด้านงบประมาณไม่ใช่
เพียงแคง่ บประมาณด้านการก่อสร้างสถานท่ีแตร่ วมถงึ งบประมาณในการบริหารศูนย์ฯในดา้ นตา่ งๆ การสนับสนนุ
ด้านบุคคลากรท้ังเจ้าหน้าที่ประจาศูนย์ บุคคลากรจากชุมชนที่เป็นอาสาสมัคร การถ่ายโอนองค์ความรู้
จากส่วนกลาง การอบรมอย่างเป็นรูปธรรม การจัดสวัสดิการทางสังคม การส่งเสริมคุณภาพชีวิตท่ีดีด้านต่างๆ
นอกจากน้ียังต้องมีการวางแผนรองรับทั้งในด้านสาธารณสุข การสร้างอาชีพ การเยียวยาด้านจิตใจให้ผู้สูงอายุ
รสู้ ึกตระหนกั ถงึ คณุ คา่ ในตัวเอง
ผลท่ีคาดว่าจะได้รับผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพอนามัย
ของตนเอง ท้งั ด้านโภชนาการ การฟนื้ ฟูสมรรถภาพรา่ งกายและจิตใจ สรา้ งขวัญและกาลังใจใหผ้ สู้ ูงอายุผผู้ ู้สูงอายุ
มีส่วนร่วมในกิจกรรมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดเห็นทัศนะต่าง ๆ ร่วมกัน การเห็นคุณค่าของตนเอง
รวมถึงการควบคุมอารมณ์ของตนเอง ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล หมายถึง การท่ีผู้สูงอายุมีปฏิสัมพันธ์
กบั สมาชิกในครอบครัว เพ่อื น ญาติมิตรและคนรอบข้าง ทาให้ไม่รสู้ ึกวา่ ตนเองอยู่ โดด เด่ยี วเดียวดาย มกี ารติดต่อ
พบปะสังสรรค์ รวมถึงการมีกจิ กรรมต่าง ๆ ร่วมกับคนในครอบครัว เพื่อน ญาติมติ รและคนรอบขา้ งอยู่ตลอดเวลา
USER | แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศนู ยพ์ ฒั นาคุณภาพชีวิตและสง่ เสรมิ อาชพี ผสู้ ูงอายุภายใตก้ าร
บริหารจัดการขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
79
การรวมกล่มุ ทางสงั คม หมายถงึ การท่ีผูส้ งู อายมุ ีความเปน็ อันหน่ึงอันเดยี วกันของ กล่มุ ทางสงั คมมสี ่วนรว่ มในกลุ่ม
ทางสังคม มีบทบาทในสงั คมทตี่ นอาศยั อยู่ มีส่วน ช่วยเหลือ สนับสนุนกิจกรรมของสังคม ตลอดจนการได้รับการ
ยอมรับทางสังคม และมีสถานภาพทาง สังคมที่เป็นยอมรับของบคุ คลทั่วไป ด้านสภาพความเป็นอยู่ทด่ี ี หมายถึง
การที่ผู้สูงอายุมีอาชีพการงานและรายได้ มี สภาพทางการเงินที่ดี ได้รับความปลอดภัยในการใช้ชีวิตและมีท่ีพัก
อาศัยท่ีเหมาะสมเป็นไปตาม มาตรฐานของการมีชีวิตที่ดีด้านสภาพร่างกายท่ีดี มีสุขภาพกายที่แข็งแรง
ไม่มโี รคภัยไขเ้ จ็บ สามารถเคลื่อนไหวรา่ งกายดูแลตนเองได้
8. แนวคิดเรอ่ื งกำรจดั กำรองค์กร
ในการดาเนนิ ธรุ กจิ หรือดาเนนิ การใดๆก็ตาม เพ่อื ให้บรรลตุ ามวัตถุประสงค์ หรอื เปา้ หมายทก่ี าหนดไวน้ น้ั
ยากที่จะทาให้สาเร็จได้โดยลาพัง แต่จาเป็นต้องทางานร่วมมือกับผู้อื่น จึงทาให้เกิดการรวมตัวของบุคคลขึ้น
จนเป็นทีม่ าขององค์กร ภายใตก้ ารเปลย่ี นแปลงในยุคเศรษฐกจิ แห่งองคค์ วามรู้ ความสาคญั ของการจัดการองค์กร
ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทวีสูงข้ึน แนวคิดดา้ นการบริหารจัดการ )Management Concept) ตลอดจน
ทฤษฎีองค์กร )Organization Theory) น้ัน เป็นการนาเสนอกรอบความคิดในการบริหารจัดการการทางาน
ให้มีประสิทธภิ าพมากย่งิ ข้ึน ตลอดจนได้ผลผลิตทมี่ ีประสิทธิผลไปพรอ้ มกันด้วย ในยคุ ปัจจบุ ันนีไ้ ม่ว่าจะองคก์ รเล็ก
หรือองคก์ รใหญ่ต่างก็ต้องการการจดั การทดี่ ที ้งั น้นั เพ่ือใหอ้ งคก์ รสามารถกา้ วหนา้ ได้ดที สี่ ดุ
ทฤษฎีการบริหารจัดการเริ่มต้นข้ึนในช่วงท่เี ร่ิมปฏิวัตอิ ุตสาหกรรมตั้งแตป่ ี ค.ศ.1760 ซึ่งยุคนี้เร่ิมเปล่ยี น
จากแรงงานคนมาเป็นแรงงานจากเครื่องจักร พัฒนาจนเกิดการจัดการบริหารการทางานให้เป็นระบบมากขึ้น
เพื่อเพ่ิมผลผลิตให้มากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ดีทฤษฎีการบริหารจัดการนี้ก็ได้มีการพัฒนาเร่ือยมาตามยุค
ตามสมัย แตกแขนงแนวทางการบริหารจัดการออกไปมากมาย ซ่ึงแนวคิดและทฤษฎีต่างๆ นั้นแบ่งออกเป็น
3 ลกั ษณะใหญ่ๆ ตามแตล่ ะยุคดงั น้ี
1. ทฤษฎแี ละแนวความคดิ แบบดัง้ เดมิ (Classical Theory)
ทฤษฎีและแนวความคิดแบบด้ังเดิมนี้ได้เร่ิมต้นช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เพ่ือให้สอดคล้องกับ
การเปลยี่ นแปลงทางสังคมในชว่ งทโ่ี ลกเริ่มปรับตวั เขา้ สูส่ งั คมอุตสาหกรรม ทฤษฎดี ้ังเดมิ ในยุคเริม่ ตน้ นี้จะมลี กั ษณะ
มุ่งเน้นไปยังผลผลิตท่ีมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ (Effective and Efficient Productivity) เป็นหลัก
มากกว่าการใส่ใจบุคคล ยุคน้ีมนุษย์ท่ีใช้แรงงานจะถูกมองเป็นเสมือนเครื่องจักรกล ย่ิงเพิ่มประสิทธิภาพมนุษย์
ให้ทางานได้ดีขึ้นเท่าไรก็ยิ่งสร้างผลผลิตได้ปริมาณเพิ่มมากข้ึนเท่าน้ัน โดยทฤษฎีและแนวความคิดในกลุ่มนี้
อาจแบง่ เปน็ 2 ลักษณะดงั นี้
1.1 แนวความคดิ การจดั การแบบวทิ ยาศาสตร์ (Scientific Management)
การจัดการแบบวิทยาศาสตร์น้ันหมายถึงการจัดการการทางานแบบมีระบบ โดยอาศัยเทคนิค
หรือวิธีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ซ่ึงก็คือ “กฎระเบียบ” นามาใช้กับการปฏิบัติงาน มีการศึกษาเหตุและผล
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกจิ ของศนู ย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสรมิ อาชีพผสู้ งู อายุภายใตก้ าร
บรหิ ารจัดการขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
80
เก็บข้อมูล ตลอดจนวิเคราะห์เพื่อหาวิธีการที่ดีท่ีสุดในการทางาน้ันๆ เร่ิมเกิดขึ้นในช่วงต้นของยุคปฏิวัติ
อุตสาหกรรมที่เร่ิมเปลี่ยนจากแรงงานคนมาเป็นแรงงานจากเคร่ืองจักร ทฤษฎีในยุคน้ีจะมุ่งเน้นไปยังเป้าหมาย
ผลสาเร็จ ที่มาจากการจัดการทาใหก้ ารทางานมปี ระสทิ ธิภาพมากขึน้
นักทฤษฎีและแนวควำมคิดทโ่ี ดดเดน่
• Frederic Winslow Taylor (เฟรเดอริค วินสโลว์ เทย์เลอร์): บุคคลท่ีโดดเด่นที่สุด
ในยุคและถือเป็นผู้เริ่มต้นสร้างทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารจัดการเลยก็ว่าได้ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น
“บิดาแห่งการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ (Principle of Scientific Management)” ซ่ึงเป็นบุคคลแรกที่นา
แนวความคิดการจัดการแบบวทิ ยาศาสตร์ (Scientific Management) มาใช้กับระบบอุตสาหกรรม
• Max Weber (แม็กซ์ เวเบอร์) : ผู้ท่ีได้รับการยกย่องว่าเป็นเจ้าตารับระบบราชการ
(Bureaucracy) โดยเขาได้ทาการศึกษาระบบโครงสร้างขององค์กรขนาดใหญ่มากมายในยุคน้ัน แล้วนาเสนอ
การจัดการองค์กรขนาดใหญ่ขึ้นมาในปี ค.ศ.1911 โดยมีการกาหนดโครงสร้างตลอดจนการบริหารงานท่ีชัดเจน
โดยมีองค์ประกอบ 7 ประการ คือ หลักลาดับขั้น (hierarchy) หลักความสานึกแห่งความรับผิดชอบ
(responsibility) หลักแห่งความสมเหตุสมผล (rationality) หลกั การมุ่งสู่ผลสาเร็จ (achievement orientation)
หลักการทาให้เกิดความแตกต่างหรือการมีความชานาญเฉพาะด้าน (Specialization) หลักระเบียบวินัย
(discipline) ความเป็นวชิ าชพี (Professionalization)
1.2 แนวความคดิ การจัดการแบบหลักการบรหิ าร (Administrative Management)
แนวความคิดน้ีเกิดจากความเชื่อท่ีว่าการบริหารแบบวิทยาศาสตร์น้ันเป็นลักษณะสากลท่ีมีอยู่เป็นปกติอยู่ แล้ว
แต่นักทฤษฎีในกลุ่มการจัดการแบบการบริหารนี้จะมุ่งเน้นสนใจในการปรับปรุงการทางานของฝ่ายบริหารหรือ
ฝ่ายการจัดการโดยเฉพาะ ไม่มุ่งเน้นให้ความสาคัญกับการทางานของพนักงานระดับล่าง โดยนักทฤษฎีกลุ่มน้ี
จะมสี มมตฐิ านว่าความสาเรจ็ ของงานน้นั ขน้ึ อย่กู บั การทางานของฝา่ ยจัดการหรือฝา่ ยบริหารมากกวา่
นักทฤษฎีและแนวควำมคดิ ทโี่ ดดเด่น
• Lyndall Urwick & Luther Gulick :สองนักทฤษฎีที่โดดเด่น ใน เร่ื องทฤษฎี อง ค์ ก ร
และกระบวนการบริหารงาน ท่ีให้ความสาคัญของการทาหน้าท่ีของฝ่ายบริหาร มากกว่าการทางานของ
ฝ่ายพนักงานระดับล่าง และมุ่งเน้นไปยังวิธีการทางานตลอดจนพฤติกรรมการบริหารงานของผู้บริหารระดับสูง
เปน็ หลกั โดยมีการกาหนดภาระหน้าทีส่ าคัญของนกั บรหิ ารอันประกอบไปด้วยหน้าท่ี 7 ประการคือ P – Planning
:การวางแผน O – Organizing : การจัดองค์กร S – Staffing :การจัดการเกี่ยวกับบุคลากรในองค์กร
D – Directing : การอานวยการ Co – Co-ordinating : การประสานงานตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ให้การทางาน
บรรลุเป้าหมายด้วยดี R – Reporting : การรายงานการปฏิบัติงานต้ังแต่งานส่วนบุคคลไปจนถึงองค์กร
B – Budgeting :การบรหิ ารงบประมาณ
2. ทฤษฎแี ละแนวความคดิ ดั้งเดมิ แบบสมยั ใหม่ (Neo – Classical Theory of Organization)
USER | แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพชวี ิตและสง่ เสรมิ อาชีพผสู้ ูงอายภุ ายใต้การ
บรหิ ารจัดการขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ
81
ทฤษฎีและแนวความคิดนี้พัฒนามาจากทฤษฎีและแนวความคิดแบบดั้งเดิม ( Classical Theory)
โดยพัฒนามาพร้อมกับวิชาการด้านสังคมวิทยาและจิตวิทยา ทฤษฎีน้ีเร่ิมพัฒนาข้ึนในช่วงต้นศตวรรษท่ี 20
ซ่งึ เร่ิมมีการศึกษาดา้ นปจั จยั มนุษย์เพิ่มขน้ึ มองเหน็ คณุ ค่าและความสาคญั ของบุคคลากร ตลอดจนการบรหิ ารงาน
บุคคลในเชิงมนุษยใหค้ วามสนใจในดา้ นความต้องการของมนุษย์ทีส่ ามารถส่งผลตอ่ กระบวนการทางานและพัฒนา
ตนเอง สาหรบั แนวคดิ ทโ่ี ดดเดน่ ในยุคนี้กไ็ ด้แก่
2.1 แนวความคดิ การจดั การแบบมนุษยส์ ัมพนั ธ์ (Human Relation)
นกั ทฤษฎใี นแนวมนษุ ย์สมั พันธ์นมี้ ีแนวความคดิ วา่ การทจ่ี ะทางานใหบ้ รรลผุ ลสาเร็จได้น้ันต้องอาศยั
แรงงานคนเป็นสาคญั แล้วมนุษยเ์ ป็นสัตว์สงั คมท่ีมีความต้องการหลากมิติและไร้เหตผุ ลด้วย ไม่ได้ทางานเพอ่ื หวงั
ตอบแทนเร่ืองค่าจ้างเพียงอย่างเดียว อีกทั้งมนุษย์ทุกคนยังมีลักษณะท่ีแ ตกต่างกัน ฉะน้ันการใส่ใจเรื่อง
ความสมั พันธ์ของบุคคลในองคก์ รจึงเป็นสิ่งสาคัญท่ีสง่ ผลต่อผลผลิตโดยตรงด้วยเช่นกนั และสง่ เสริมประสิทธิภาพ
ขององคก์ รได้เปน็ อยา่ งดีอกี ด้วย
นกั ทฤษฎแี ละแนวควำมคิดทโ่ี ดดเดน่
• Abraham H. Maslow :แนวความคิดในเรื่องมนุษย์สัมพันธ์ที่โดดเด่นมากและเป็นท่ีรู้จัก
ไปทั่ว โลกจนถึงยุคปัจจุบัน นี้ซ่ึง Maslowได้นาเสนอทฤษฎี Hierachy of Needs ทฤษฎีลาดับชั้น
ของความต้องการหรือ “ทฤษฎีมาสโลว์ (Maslow Theory)” ที่สร้างแผนภูมิปิรามิดแสดงลาดับข้ันความสาคัญ
ของความต้องการของมนุษย์ โดยมรี ายละเอยี ดดงั นี้
ความตอ้ งการทางรา่ งกาย
ความตอ้ งการความปลอดภัยและมน่ั คง
ความต้องการความรกั และความเปน็ เจา้ ของ
ความตอ้ งการการยกยอ่ ง
ความต้องการความสาเร็จในชวี ติ
• Hugo Münsterberg :ผู้ริเร่ิมเรื่องจิตวิทยาอุตสาหกรรมที่ศึกษาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ
การบริหารงานบุคคลเพ่ือนามาปรับปรุงให้ได้ผลผลิตมากท่ีสุด โดยนาเอาแนวคิด Psychology and Industrial
Efficiency น้ีมาใช้กับระบบโรงงาน โดยได้ผสมผสานทฤษฎีของเขาเข้ากับทฤษฎีการจัดการตามแนวคิด
วิทยาศาสตร์ของ Frederic Winslow Taylor โดยเน้นการใช้พลังงานคนให้เป็นประโยชน์กับความก้าวหน้าทาง
อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ตัดทอนเวลาทางานใหน้ ้อยลง แต่ได้งานเพม่ิ มากข้นึ และมีความเป็นอยูท่ ี่ดีขึน้ ได้
• Elton Mayo :นักสังคมวิทยาแห่งฝา่ ยวิจยั ดา้ นอตุ สาหกรรมของฮาร์วาร์ด ไดร้ บั ยกย่องวา่ เปน็
“บิดาแห่งการจัดการแบบมนุษยสัมพันธ์” ท่ีเน้นการศึกษาพฤติกรรมศาสตร์ ซ่ึงเน้นไปที่การวิจัย 3 เรื่องใหญ่
ได้แก่ ศึกษาสภาพห้องทางาน (Room Studies), การสัมภาษณ์ (Interview Studies) และ การสังเกตการณ์
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกจิ ของศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพชวี ิตและส่งเสรมิ อาชีพผ้สู งู อายุภายใตก้ าร
บรหิ ารจดั การขององค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ
82
(Observation Studies) จนเกิดเป็นกรณีศึกษาสาคัญอย่าง Hawthorne Effect ท่ีเป็นต้นแบบการศึกษาเร่ือง
Employee Motivation หรอื Theory of Motivation
3. ทฤษฎีและแนวความคดิ แบบสมัยปัจจบุ ัน (Modern Theory of Organization)
ในยุคท่ีสภาพสังคมและเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไว ธุรกิจต่างๆ มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว การบริหาร
จดั การมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งข้นึ เน้นการปฏิบตั ิงานทถี่ ูกตอ้ งและผลลพั ธท์ ี่มีประสทิ ธิภาพ การบรหิ ารจัดการ
องค์กรจึงมีการผสมผสานหลากหลายรายละเอียดเข้ามา
นกั ทฤษฎีและแนวควำมคิดท่โี ดดเดน่
• Henri Fayol : ทฤษฎีการจัดการของเขาได้รับการยกย่องว่าเป็น Founder of Modern
Management Method ผู้ก่อกาเนิดศาสตร์แห่งการบริหารยุคใหม่ โดยแนวความคิดของเขาให้ความสาคัญ
กับบุคคลากร ระบบการทางาน ระบบค่าตอบแทน ไปจนถึงระบบสวัสดิการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่แรงงาน
และสร้างความภักดีต่อองค์กรในคราวเดียวกันคือทฤษฎีการบริหารจัดการธุรกิจ Theory of Business
Administration โดยมีหลักการสาคัญอยู่ 5 ปัจจัยหลักที่เรียกว่า POCCC ซึ่งต้องประสานสอดคล้องกันได้แก่
P – Planning : การวางแผน O – Organizing : การจดั องค์กร C – Commanding : การบงั คบั บัญชาหรือสัง่ การ
C – Coordinating : การประสานงาน C – Controlling : การควบคุม
• Edwards Deming : โดยเป็นผู้คดิ คน้ ทฤษฎี Shewhart Cycle ท่ีพูดถงึ ระบบการบรหิ ารงาน
แบบ PDSA หรือ Plan-Do-Study-Act ที่เป็นทฤษฎีการพัฒนาแบบตอ่ เนื่อง ต่อมาได้มีการพัฒนามาเป็น PDCA
หรอื Plan-Do-Check-Act
• Clayton Magleby Christensen : นักวิชาการและที่ปรึกษาธุรกิจผู้ผู้คิดค้นทฤษฎี
Disruptive Innovation ซึง่ กาลงั มีอทิ ธพิ ลกับการเปลีย่ นแปลงในยุคปัจจบุ นั มาก
• William Ouchi :ผู้คิดค้นทฤษฏี Theory Z ซ่ึงเป็นทฤษฎีการบริหารธุรกิจที่ผสมผสาน
ระหว่างระบบการบริหารธุรกิจแบบตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน โดย Theory Z มีหลักสาคัญ
สรุปคือ ระยะเวลาจ้างงานเป็นแบบระยะยาว หรือ ตลอดชีวิต ลักษณะงานอาชีพต้องให้เรียนรู้หลายๆ ด้าน
การเลื่อนตาแหน่งเล่อื นไดต้ ามความสามารถและเหมาะสม มกี ารประเมินประสทิ ธิภาพของการทางานแบบระบบ
ทีมการตัดสินใจ มีการกระจายอานาจ และรวมอานาจตามสถานการณ์และความเหมาะสม ทุกคนมีเสรีภาพ
เท่าเทียมกันมีอิสระในความคิดของตนเอง มีการบริหารโดยยึดวัตถุประสงค์เป็นหลัก และเป็นแบบที่ทุกคน
มีส่วนรว่ มกาหนด
ทัง้ นีก้ ารจดั การองค์กร คือกระบวนการของการทางานให้สาเร็จโดยใช้บุคคลอ่ืน เพ่อื ให้บรรลุวตั ถปุ ระสงค์
ทก่ี าหนดไวข้ ององค์กร ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งองคก์ รและการจดั การซ่ึงองค์กรเกดิ ขึ้นเม่อื มีคนจานวนหน่งึ สามารถ
สื่อสารข้อความซึ่งกันและกัน เป็นผู้เตม็ ใจในการช่วยก่อให้เกิดการกระทาร่วมกัน และ เพื่อมุ่งให้เกิดความสาเรจ็
ถึง วัตถุประสงค์ร่วมกันที่มีการกาหนดขึ้น องค์ประกอบพื้นฐานขององค์กรจึงประกอบด้วย การ ติดต่อส่ือสาร
USER | แนวทางการเตรยี มความพร้อมในการถา่ ยโอนภารกิจของศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพชวี ิตและสง่ เสรมิ อาชีพผูส้ ูงอายุภายใต้การ
บรหิ ารจัดการขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ
83
ความเตม็ ใจในการบริการ และการกาหนดวตั ถปุ ระสงค์ หรือจุดมุ่งหมาย องคป์ ระกอบเหล่านีถ้ ือวา่ มคี วามจาเป็น
และสามารถพบได้ในทุกองค์กร
การออกแบบองค์กร หมายถึง การที่องค์กรถูกออกแบบขึ้น โดยจะต้องพิจารณาใน เรื่องสายงาน
ความรับผิดชอบ อานาจหนา้ ที่ และการตดิ ตอ่ สือ่ สารภายในองคก์ รนั้น ๆ ซงึ่ สิ่งที่ กล่าวมามสี ว่ นสาคญั ในการทาให้
การจัดองค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซ่ึงทาให้ กิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กรดาเนินไปด้วยความเรียบร้อย
โดยต้องมีการกาหนดหน้าท่ี ความรับผิดชอบ การขอกาหนดตาแหน่งต่าง ๆ การสร้างระบบการติดต่อส่ือสาร
ระหว่าง หน่วยงานย่อย และการพัฒนาระบบกระบวนการในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ กิจกรรมของการบริหาร
เหล่านี้ เก่ยี วขอ้ งโดยตรงกบั การออกแบบองค์กรท้งั สน้ิ
การวางแผนและการควบคุม การวางแผน ประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) การกาหนด
วตั ถปุ ระสงคข์ อง องคก์ ร และ 2) การหาวธิ กี ารตา่ ง ๆ มาใช้เพอ่ื ใหอ้ งคก์ รบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคท์ ่กี าหนดไว้
ทฤษฎีองค์กรว่าด้วยหลักการจัดการ เฟรดเดอริค เทย์เลอร์ (Frederick Taylor) ได้ให้ความเห็นว่า
การบริหารตามหลัก วทิ ยาศาสตร์เปน็ วธิ ที ่ดี ีกวา่ การอาศัยหลักความเคยชนิ ดังนน้ั การอาศยั หลักการวทิ ยาศาสตร์
มาใช้ในการจัดการจะทาให้ผู้บริหารได้ ทางานมากขึ้น โดยได้กาหนดให้มีการแบ่งงานกันทาระหว่างฝ่ายบริหาร
และฝ่ายคนงานเท่า ๆ กัน ทั้งนี้ผู้บริหารจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อเป้าหมายของการจัดการ
แบบวิทยาศาสตร์นั้นก็คือการพยายามเพ่ิมประสิทธิภาพสูงสุด ให้กับองค์กร นอกจากน้ียังต้องพัฒนาระบบจูงใจ
คนงานเพื่อกระตุน้ ใหไ้ ดง้ านมากที่สุด
ยคุ สมยั ท่เี ปลี่ยนแปลงไปทาให้ปจั จุบนั การประกอบธรุ กิจมีหลากหลายรปู แบบทไ่ี มใ่ ช่แค่เรือ่ งระบบโรงงาน
และอุตสาหกรรมแต่เพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อน แต่ถึงอย่างน้ันทรัพยากรบุคคลก็ยังคงเป็นสิ่งสาคัญกับ
การทางานของทุกระบบและทกุ องคก์ รเสมอไมว่ า่ จะยคุ สมัยใดก็ตาม ซึ่งการบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คลนัน้ อาจตา่ งกัน
ไปตามลักษณะธุรกิจหรือสไตล์ของแต่ละองค์กร แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกองค์กรต่างก็มีจุดประสงค์หลักเดียวกัน
น่ันก็คือต้องการขับเคล่ือนให้องค์กรเดินหน้าอย่างยอดเย่ียมท่ีสุ ดและประกอบธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
อย่างไรกด็ ีมีหลกั การบริหารจดั การอีกมากมาย ต้ังแต่หลักการของนกั ทฤษฎยี ุคเกา่ ไปจนถงึ กลยุทธข์ องนักวชิ าการ
ตลอดจนนักบริหารยุคใหม่ หลายหลักการในอดีตยังคงนามาใช้ได้ผลดีจนถึงยุคปัจจุบัน หรือบางองค์กร
ต่างก็สร้างสรรค์หลักการบริหารของตัวเองขึ้นมาใหม่ให้มีความเฉพาะตัว ขณะท่ีหลายองค์กรอาจผสมผสาน
หลักการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์เพ่ือนามาใช้ร่วมกันก็มี อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะเป็นหลักการไหน หากองค์กร
เลือกหลักการบริหารจัดการมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับขนาดและลักษณะองค์กรของตน ก็อาจทาให้องค์กร
ประสบความสาเรจ็ ได้เชน่ กนั
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถ่ายโอนภารกจิ ของศูนย์พฒั นาคุณภาพชวี ติ และสง่ เสริมอาชีพผสู้ งู อายภุ ายใต้การ
บริหารจดั การขององค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่
84
9. แนวคิดในกำรเตรยี มควำมพร้อมในกำรถำ่ ยโอนภำรกิจของ ศพอส.
ปัจจุบันสังคมท้ังไทยและทุกประเทศทั่วโลกกาลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากร
ครั้งสาคัญ คือ การเข้าสู่สังคมผสู้ ูงวัยโดยสัดส่วนจานวนประชากรในวัยทางานและวัยเด็กลดลง ผู้สูงอายุมีจานวน
มากข้ึนอายุยืนขึ้น ในประเทศไทยอัตราการเกิดมีแนวโน้มท่ีลดลงในขณะทป่ี ระชากรที่อยู่ในวัยสงู อายุมีแนวโน้ม
เพ่ิมขึ้น เพราะประชากรไทยโดยเฉล่ียมีอายุยืนยาวขึ้นท่ีคนไทยมีสุขภาพดีมีอายุยืนยาวมีโอกาสได้รับการศึกษา
ทส่ี ูงขึน้ มคี วามรูแ้ ละทักษะในการป้องกนั และดแู ลสขุ ภาพ
การเปล่ียนแปลงทางโครงสร้างของประชากรในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ
กันเป็นอย่างมากทั้งในระดับชาติและในระดับโลก ประเทศไทยจึงต้องมีการเตรียมความพร้อม
ท้ังในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ในระดับชุมชนและครอบครัว เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมท่ีสาคัญ
รวมไปถึงการเปล่ียนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ มีการย้ายถ่ินฐานจากชนบทเข้าทามาหากินในเมือง
ครอบครัวเปล่ียนไปเป็นครอบครัวเด่ียว ทาให้การถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญา ความคิดและทัศนคติที่ดี
จากครอบครัวท่ีอยู่ร่วมกันหลายคน หรือเรียนรู้ภูมิปัญญา จากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายในครอบครัวเจือจางลง
หรือขาดหายไป เกิดช่องว่างความสัมพันธ์ระหว่างวัย ด้านผู้สูงอายุเอง มีความกังวลท่ีจะตอ้ งเผชิญกับช่วงวยั การ
เปลี่ยนผ่านของชีวิตท่ีต้องเผชิญกับความ เปลี่ยนแปลงมากมาย เป็นสาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อการดาเนินชีวิต ซ่ึง
เป็นสิ่งท่ีทุกคนต้องเผชิญอย่างหลีกเล่ียงมิได้ ทั้งความเปล่ียนแปลงทางร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านการเรียนรู้
สตปิ ัญญา ด้านเศรษฐกจิ และสถานภาพทางสังคม สิง่ เหลา่ น้ีมคี วามแตกตา่ งกนั ไปในแตล่ ะบุคคล
ท้ั ง น้ี ท า ง ห น่ ว ย ง า น ภ า ค รั ฐ ไ ด้ ต ร ะ ห นั ก ถึ ง ค ว า ม จ า เ ป็ น ที่ จ ะ ต้ อ ง ด า เ นิ น ก า ร ก ร ะ จ า ย ถ่ า ย โ อ น
ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุให้ครอบคลุม กระจายลงสู่หน่วยย่อยในชุมชน
การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปล่ียนแปลงดังกล่าวจึงเป็นเร่ืองเร่งด่วนสาคัญท่ีต้องการการวางแผน
อย่างเป็นระบบและเริ่มดาเนินการล่วงหน้าเนื่องจากมาตรการต่างๆหลายประการล้วนแล้วแต่ต้องใช้เวลา
ในการดาเนนิ การกวา่ จะเหน็ ผลอย่างเป็นรูปธรรม
การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เน้นความสุขและความพึงพอใจของผู้สูงอายุ ท้ังการมีร่างกาย
ท่ีสมบูรณ์แข็งแรงตามวัย การให้ความสาคัญกับสุขภาพ มีโภชนาการที่ดี มีเวลาพักผ่อนออกกาลังกาย
มีสิ่งแวดล้อมดี มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ มีจิตใจท่ีเป็นสุข ผ่อนคลาย มีคุณค่าในตนเองต่อครอบครัว
และชุมชน มีความพึง พอใจในชีวิต สังคม อยู่ร่วมกันด้วยดีในครอบครัวในชุมชน เป็นที่ยอมรับนับถือของสังคม
ได้เรียนรู้รับข้อมูลข่าวสารและการพัฒนาทักษะอย่างต่อเน่ือง มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ มีแรงจูงใจ
ในการ เรียนรู้ มีวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสม มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการสั่งสมภูมิปัญญาและมีการถ่ายทอด
ภูมิปัญญา
ในการถ่ายโอนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุปัจจัยความสาเร็จต้องอาศัย
ความร่วมมือจากทุกฝ่ายท้ังภาวะผู้นาของแกนนา ในที่น้ีอาจเป็นนายกเทศมนตรี นายกอบต เป็นต้น
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพชวี ติ และสง่ เสรมิ อาชพี ผสู้ งู อายุภายใต้การ
บรหิ ารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
85
ความเข้มแข็งของชุมชนในพ้ืนทีม่ ีกรรมการชมุ ชนท่มี จี ริยธรรมและมีการบริหารจดั การชุมชนท่ีดีมีความร่วมมือจาก
สมาชกิ ในชมุ ชน มกี ระบวนการเรยี นรู้เพื่อการแกไ้ ขปญั หาและพัฒนาชุมชนอย่างต่อเน่อื ง มีการเสริมกระบวนการ
เรียนรู้และสรุปบทเรียนร่วมกับผู้สูงอายุ และ ชุมชน การสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐมีการสร้างเครือข่ายความ
ร่วมมือทั้งในและนอกชุมชน มีการสนับสนุนท้ังทางด้านงบประมาณไม่ใช่เพียงแค่งบประมาณด้านการก่อสร้าง
สถานท่ีแต่รวมถึงงบประมาณในการบริหารศูนย์ฯในด้านต่างๆ การสนับสนุนด้านบุคคลากรท้ังเจ้าหน้าที่ประจา
ศูนย์ บุคคลากรจากชุมชนท่ีเป็นอาสาสมัคร การถ่ายโอนองค์ความรู้จากส่วนกลาง การอบรมอย่างเป็นรูปธรรม
การจัดสวสั ดิการทางสังคม การสง่ เสรมิ คุณภาพชีวิตท่ีดดี า้ นต่างๆ นอกจากนย้ี งั ต้องมกี ารวางแผนรองรับท้ังในด้าน
สาธารณสุข การสรา้ งอาชพี การเยยี วยาด้านจิตใจใหผ้ สู้ ูงอายุร้สู กึ ตระหนักถงึ คุณคา่ ในตัวเอง
ผลที่คาดว่าจะได้รับผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพอนามัย
ของตนเอง ทั้งด้านโภชนาการ การฟ้ืนฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ สร้างขวัญและกาลังใจให้ผู้สูงอายุ
ผู้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในกิจกรรมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคดิ เหน็ ทศั นะตา่ ง ๆ ร่วมกนั การเหน็ คณุ คา่ ของ
ตนเอง รวมถึงการควบคมุ อารมณข์ องตนเอง ด้านความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบคุ คล หมายถึง การทผ่ี ู้สูงอายมุ ีปฏิสมั พันธ์
กับสมาชิกในครอบครัว เพือ่ น ญาติมติ รและคนรอบข้าง ทาให้ไม่รู้สกึ ว่าตนเองอยู่ โดดเด่ียวเดียวดาย มกี ารติดต่อ
พบปะสังสรรค์ รวมถงึ การมีกจิ กรรมต่าง ๆ ร่วมกับคนในครอบครวั เพือ่ น ญาติมติ รและคนรอบขา้ งอยู่ตลอดเวลา
การรวมกลุ่มทางสังคม หมายถึง การที่ผู้สูงอายุมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ กลุ่มทางสังคม มีส่วนร่วมใน
กลมุ่ ทางสงั คม มบี ทบาทในสงั คมทตี่ นอาศัยอยู่ มีส่วน ช่วยเหลอื สนับสนุนกิจกรรมของสงั คม ตลอดจน การไดร้ ับ
การยอมรับทางสังคม และ มีสถานภาพทาง สังคมท่ีเป็นยอมรับของบุคคลทั่วไป ด้านสภาพความเป็นอยู่ท่ีดี
หมายถึง การท่ีผู้สูงอายุมีอาชีพการงานและรายได้ มีสภาพทางการเงินท่ีดี ได้รับความปลอดภัยในการใช้ชีวิต
และมีท่ีพักอาศัยทีเ่ หมาะสมเปน็ ไปตาม มาตรฐานของการมีชีวิตท่ดี ดี า้ นสภาพร่างกายทด่ี ี มีสุขภาพกายที่แข็งแรง
ไม่มโี รคภยั ไขเ้ จบ็ สามารถเคลอ่ื นไหวรา่ งกายดูแลตนเองได้
10. ผลกำรศึกษำท่ีเก่ียวข้อ
อาชัญญา รัตนอุบล (2562) ข้อเสนอการพัฒนาการดาเนินงานส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ Proposal for
Operational Improvement Regarding Senior Citizen’s Potential Enhancement วา รส า รศิ ล ป า ก ร
ศึกษาศาสตร์วิจยั ปีท่ี 11 ฉบับท่ี 1 (มกราคม – มิถนุ ายน 2562)
การวจิ ยั เรื่องน้มี วี ัตถุประสงค์การวิจัยเพอ่ื 1) ศึกษานโยบาย มาตรการและกลไกในการดาเนนิ งานสง่ เสริม
ศักยภาพผู้สูงอายุของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวของกับผู้สูงอายุ 2) เพื่อศึกษาสภาพจริงของการดาเนินงาน
ส่งเสริมศักยภาพผสู้ ูงอายุในรูปแบบโรงเรียนผู้สงู อายกุ ารรวมตวั ผ่านกิจกรรม การรวมตัวกับกลุ่มคนหลายช่วงวยั
และศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชพี ผู้สงู อายุ (ศพอส.) 3) เพื่อนาเสนอขอเสนอนโยบายการดาเนนิ งาน
สง่ เสรมิ ศักยภาพผ้สู งู อายุในรูปแบบโรงเรียนผสู้ ูงอายกุ ารรวมตัวผา่ นกจิ กรรม และการรวมตวั กบั กลมุ่ คนหลายช่วง
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจของศนู ยพ์ ัฒนาคณุ ภาพชีวิตและสง่ เสริมอาชพี ผูส้ งู อายุภายใต้การ
บริหารจัดการขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
86
วัยและศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) กลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายเป็นจานวน 240 คน
และกลุ่มตัวอย่างบุคลากรในระดับพ้ืนท่ีได้แก่ผู้บริหารและผู้มีส่วนเก่ียวข้องในการดาเนินงานส่งเสริมศักยภาพ
ผู้สูงอายุจานวน 300 คน รวมกลุ่มตัวอย่างท้ังส้ิน 540 การวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสมผสาน เคร่ืองมือวิจัย
ประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ มาตรวัดประมาณค่าและแบบสนทนากลุม่ ผลการวิจัยพบว่า 1) นโยบาย มาตรการ
และกลไกในการดาเนินงานสง่ เสรมิ ศกั ยภาพผู้สูงอายขุ องภาครัฐและหน่วยงานท่เี ก่ียวขอ้ งกบั ผู้สงู อายุมกี ารกาหนด
นโยบายไว้อย่างชัดเจน มุ่งเน้นสุขภาพ ด้านการมีส่วนร่วม และด้านความม่ันคง หรือการมีหลักประกันของชีวิต
มีการจัดทามาตรการและออกแบบกลไกเพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการดาเนินการส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ
อย่างเป็นธรรม ทุกรูปแบบเน้นการส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตนเอง 2) สภาพจริงของการดาเนินงานส่งเสริม
ศักยภาพผู้สูงอายุ พบว่า มีความหลากหลายของรูปแบบกิจกรรมการส่งเสริมศักยภาพของผู้สูงอายุข้ึนกับพื้นท่ี
และหน่วยงาน องค์กรและเครือข่ายท่ีสนับสนุน 3) ข้อเสนอการดาเนินงานส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุได้เสนอใน
รูปแบบโรงเรยี นผู้สูงอายุ การรวมตัวผา่ นกจิ กรรม การรวมตวั กบั กลมุ่ คนหลายช่วงวัย และศนู ยก์ ารพัฒนาคณุ ภาพ
ชีวติ และส่งเสรมิ อาชพี ผสู้ ูงอายุ
จรัญญา วงษ์พรหม, ผศ.ดร.คีรีบูน จงวุฒิเวศย์, รศ.ดร.นวลฉวีประเสริฐสุข, ดร.นิรันดร์ จงวุฒิเวศย์.
การมสี ว่ นร่วมของชมุ ชนเพื่อพฒั นาคุณภาพชีวิตผู้สงู อายุ Community Participation in the development of
Older Persons’ Quality of Life Veridian E Journal ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์
และศลิ ปะปที ี่ 8 ฉบบั ที่ 3 เดือนกนั ยายน – ธันวาคม 2558
งานวิจัยเร่ือง “การมีส่วนร่วมของชุมชนเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ” มีวัตถุประสงค์หลัก คือ
การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และมีวัตถุประสงค์ย่อยดังนี้ 1) เพ่ือศึกษาบริบทและ
การมีส่วนร่วมของชุมชนเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 2) เพื่อพัฒนากิจกรรมการมีส่วนร่วมของชุมชน
เพ่อื พฒั นาคุณภาพชวี ิตผู้สงู อายุ 3) เพือ่ ประเมินผลการดาเนินกิจกรรมการมสี ่วนร่วมของชุมชนเพอื่ พัฒนาคุณภาพ
ชีวติ ผสู้ ูงอายุ และ 4) เสนอแนวทางทีเ่ หมาะสมเพือ่ พัฒนากิจกรรมการมีสว่ นรว่ มของชมุ ชนเพ่อื พฒั นาคณุ ภาพชีวิต
ผู้สูงอายุ โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ( Participatory Action Research - PAR)
ซ่ึงประกอบไปด้วย กระบวนการวิจัย (Research = R) กระบวนการพัฒนากิจกรรม (Development = D)
ผสมผสานกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการบนฐานของชุมชน (Community – based Action Research - CAR)
ซึง่ เป็นงานวจิ ัยปฏิบัตกิ ารทอี่ ยบู่ นฐานข้อมูลและความคดิ ของชมุ ชนเพือ่ พฒั นาคุณภาพชีวติ ผสู้ ูงอายุท่ปี ระกอบดว้ ย
4 มิติ คอื กาย ใจ สังคม และปญั ญา ในตาบลสะอาด อาเภอนา้ พอง จงั หวัดขอนแก่น โดยใช้การเก็บขอ้ มลู แบบวธิ ี
ผสมผสาน (Mixed Methods) ระหว่างวธิ ีการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นหลัก และการวิจยั เชิงปรมิ าณเปน็ องคป์ ระกอบ
ในการเก็บข้อมูลผู้สูงอายุและครอบครัวเพ่ือต้องการได้ข้อมูลตัวเลขเชิงปริมาณ ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้สูงอายุ
มีความสุขความพึงพอใจท่ีได้เข้าร่วมกิจกรรมท่ีสามารถสนองตอบต่อคุณภาพชีวิตใน 4 มิติ คือ กาย ใจ สังคม
และปัญญา/ การเรียนรู้ เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านการจัดกิจกรรมสัญจรเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวติ
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถ่ายโอนภารกิจของศูนยพ์ ฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และส่งเสริมอาชพี ผสู้ งู อายุภายใต้การ
บริหารจดั การขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ
87
ผู้ สู ง อ า ยุ แ ล ะ กิ จ ก ร ร ม ส า น วั ย ใ ส่ ใ จ ผู้ สู ง อ า ยุ ที่ ผู้ วิ จั ย แ ล ะ ก ลุ่ ม ป ฏิ บั ติ ก า ร ห ลั ก ร่ ว ม ด า เ นิ น ก า ร กั บ ชุ ม ช น
3. เกิดการ บูรณาการความรู้และกิจกรรมในชุมชนผ่านการสรุปบทเรียนจากประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน
4. เกิดความย่ังยืนของการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนโดยการดาเนินการต่อเนื่องของชุมชนท่ี
ประกอบดว้ ย แกนนาผ้สู ูงอายุ คนวยั อน่ื ๆ และหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องในชุมชน
อังคณา จรรยากุลวงศ์, วิสุทธ์ิสุกรินทร์.การพัฒนารูปแบบการดาเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ
ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) ในจังหวัดสระบุรี THE OPERATION MODEL DEVELOPMENT OF QUALITY
LIFE AND ELDERLY CAREER DEVELOPMENT CENTER IN SARABURI PROVINCE สานักงานเขตสุขภาพที่ 4
สระบรุ ี สานักงานสาธารณสขุ จังหวดั สระบรุ ี
การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนา ทดลองใช้รูปแบบและประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ
การดาเนินงานศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุในจังหวัดสระบุรีโดยใช้การวิจัยและพัฒนา
แบ่งออกเป็น 3 ข้นั ตอนคอื ขนั้ ตอนที่ 1 ศึกษาสภาพ ปญั หาและความต้องการ โดยการสมั ภาษณ์กระบวนการกลุ่ม
และวิเคราะห์นามาใช้จัดทาแบบสอบถาม จานวน 48 ข้อ ประชากรท่ีศึกษาท่ีปรึกษาและคณะกรรมการศูนย์
พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ทั้ง 14 แห่ง รวม 250 คนและสุ่มตวั อย่างแบบงา่ ย โดยใช้สูตรของ
ทาโร่ยามาเน่ได้กลุ่มตัวอย่าง 154 คน ข้ันตอนที่ 2 พัฒนาและตรวจสอบรูปแบบ โดยการจัดประชุมผู้เชี่ยวชาญ
จานวน 20 คนปรับปรุงและประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของรูปแบบ ข้ันตอนท่ี 3 ทดลองใช้
และประเมินประสทิ ธผิ ลของรูปแบบด้านความเหมาะสม ความเปน็ ไปได้ความเปน็ ประโยชน์และความพงึ พอใจจาก
การใช้รูปแบบโดยสอบถามกับท่ีปรึกษาและคณะกรรมการศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ
จานวน 2 แห่ง ๆ ละ 10 คน รวม 20 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน การแปลความหมายตามเกณฑ์การประเมิน 5 ระดับ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์เชิงเน้ือหา
ดาเนินการศึกษาตั้งแตเ่ ดือนธันวาคม 2559 ถึง พฤษภาคม 2560 ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการดาเนินงานศูนย์
พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) ในจังหวัดสระบุรีประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่
1) จุดมุ่งหมายของรูปแบบ 2) โครงสร้างโดยรวมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ
ประกอบด้วยด้านการบริหารและด้านการดาเนินงาน ด้านละ 5 ภารกิจ 3) บทบาทภารกิจของหน่วยงานที่
เก่ียวข้อง 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย (1) สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด มี 5 ภารกิจ
(2) องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน มี 6 ภารกิจ (3) ชมรมผู้สูงอายมุ ี 6 ภารกิจ (4) หน่วยบริการปฐมภูมิมี 7 ภารกจิ
(5) กองทุนหลักประกันสุขภาพระดบั ท้องถ่ินหรือพ้ืนทม่ี ี 4 ภารกิจ และ (6) ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจา
หมู่บ้านตาบล มี5 ภารกิจ รูปแบบมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับได้ตามเกณฑ์ทั้งด้านความเหมาะสม ความเป็นไปได้
และความเป็นประโยชน์อยูใ่ นระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.36, 3.57, และ 4.10 ตามลาดับ และความพึงพอใจ
ตอ่ การใชร้ ปู แบบ อยใู่ นระดบั มาก มคี า่ เฉล่ียเทา่ กับ 4.12
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชพี ผสู้ ูงอายภุ ายใต้การ
บรหิ ารจดั การขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
88
บทท่ี 3
วิาดี ำเนนิ กำรศกึ ษำ
การศึกษาเร่ือง “แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจของศูนย์พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตและ
ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุภายใต้การบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน” ในคร้ังนี้ เป็นการศึกษา
เพ่ือสร้างให้เกิดแนวทางการเตรียมความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในการรับถ่ายโอนภารกิจ
ศูนย์พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตและสง่ เสริมอาชพี ผ้สู ูงอายุและเกิดรูปแบบการบริหารจดั การและการจดั กรอบโครงสรา้ ง
ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุภายใต้การบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ซงึ่ วิธดี าเนนิ การศึกษา ดังนี้
3.1 ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง
3.2 วธิ ีดาเนนิ การศึกษา
3.3 เคร่ืองมือท่ีใช้ในการศึกษา
3.4 วิธกี ารเก็บรวบรวมขอ้ มลู
3.5 การวเิ คราะหข์ ้อมลู และการนาเสนอขอ้ มลู
3.1 ประชำกรและกลมุ่ ตัวอย่ำง
ประชากรและกลุม่ ตวั อย่างทใ่ี ช้ในการศกึ ษาครั้งนี้ มปี ระชากรและกลมุ่ ตวั อย่างแบ่งตามขั้นตอนไดด้ งั นี้
3.1.1 กำรเก็บรวมรวมขอ้ มูลจำกแบบสอบถำม
กลมุ่ ประชากรทาการศกึ ษากลมุ่ ผูบ้ รหิ ารหนว่ ยงานทม่ี ีหน้าท่รี ับผดิ ชอบงานดา้ นการกระจายอานาจ
และการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ กลุ่มผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ที่มีการจัดตงั้
ศูนย์พัฒนาชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) และกลุ่มตัวแทนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์พัฒนาชีวิต
และส่งเสริมอาชีพผู้สงู อายุ (ศพอส.)
กาหนดกลุ่มตัวอย่างที่มีความเหมาะสมท่ีเก็บจากพื้นท่ีศึกษาดาเนินการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดย
การกาหนดขนาดกลุ่มตัวอยา่ งดว้ ยตารางสาเรจ็ รปู ทนี่ ยิ มใช้ในการวจิ ยั เชิงสารวจ ได้แก่ ตารางสาเรจ็ รูปของทาโร
ยามาเน่ (Yamane, 1973) เป็นตารางที่ใช้หาขนาดของกลุ่มตัวอย่างเพ่ือประมาณค่าสัดส่วนของประชากร
โดยคาดว่าสัดส่วนของลักษณะที่สนใจในประชากร เท่ากับ 0.5 และระดับความเชื่อม่ัน 95 % ซึ่งประชากร (N)
ในการศึกษาคร้ังที่ (จานวน ศพอส. 2000 แหง่ ) ความคลาดเคล่ือนทีร่ ับไดเ้ ท่ากับ 5% ขนาดกล่มุ ตัวอยา่ งท่ีตอ้ งการ
เท่ากับ 333 คน (ตัวแทนศพอส.ที่ได้รับการคัดเลือกจากการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย Simple random sampling)
แตท่ าการเกบ็ ข้อมูลกลุ่มตัวอย่างจานวน 1,152 คน
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจของศูนย์พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตและส่งเสรมิ อาชีพผู้สูงอายุภายใตก้ าร
บรหิ ารจัดการขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ
89
3.1.2 กำรเก็บรวบรวมข้อมลู จำกกำรสมั ภำษณ์
ทาการศึกษาโดยใช้วิธีการสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมายในประเด็น
แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ
ภายใต้การบริหารจดั การขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ โดยมรี ายละเอียด ดังน้ี
1. กลุ่มประชากรท่ีใช้การสนทนากลุ่ม (Focus Group) ดาเนินการคัดเลือกจากกลุ่มตัวแทน
ผปู้ ฏิบัติงานในองค์กรหรอื หนว่ ยงานและภาคีเครือขา่ ยทเี่ ก่ียวข้องกบั แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถา่ ยโอน
ภารกิจของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายภุ ายใต้การบริหารจัดการขององค์กรปกครองสว่ น
ท้องถิ่น จานวน 36 คน ในพ้ืนที่ ศพอส. 4 ภาค ภาคละ 3 ศพอส. รวม 12 ศพอส./พื้นที่ จากกลุ่มเป้าหมาย
ดังตอ่ ไปนี้
1) กลุ่มผู้บริหารหน่วยงานท่ีมีหน้าทรี่ ับผดิ ชอบงานดา้ นการกระจายอานาจและการถ่ายโอน
ภารกจิ ให้แกอ่ งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
2) กลุ่มตัวแทนผูบ้ ริหารองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ที่มีการจดั ตงั้ ศนู ยพ์ ัฒนาชีวิตและสง่ เสริม
อาชพี ผสู้ ูงอายุ (ศพอส.)
3) กลุ่มตวั แทนเจ้าหนา้ ท่ีผู้ปฏบิ ัตงิ านในศนู ย์พัฒนาชีวิตและส่งเสรมิ อาชพี ผู้สงู อายุ (ศพอส.)
2. กลุ่มประชากรที่ใช้ในการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ดาเนินการคัดเลือกจาก
ตัวแทนผู้บริหารหน่วยงานและองค์กรที่ดาเนนิ งานเกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกจิ ของ
ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุภายใต้การบริ หารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
จานวน 36 คน จากกลุ่มเปา้ หมายดงั ต่อไปน้ี
1) กลุ่มผู้บริหารหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานดา้ นการกระจายอานาจและการถ่ายโอน
ภารกจิ ให้แกอ่ งค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
2) กลุ่มตัวแทนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ทม่ี ีการจัดตั้งศนู ย์พฒั นาชีวิตและสง่ เสริม
อาชพี ผู้สงู อายุ (ศพอส.)
3) กลุม่ ตวั แทนเจา้ หนา้ ทีผ่ ูป้ ฏบิ ตั ิงานในศูนยพ์ ัฒนาชวี ิตและสง่ เสรมิ อาชพี ผูส้ งู อายุ (ศพอส.)
3.2 วิาีดำเนนิ กำรศกึ ษำ
การวิจัยครั้งน้ีผู้วิจัยมุ่งศึกษาการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกิจของศู นย์พัฒนาคุณภาพชีวิต
และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุภายใต้การบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้วิธีการศึกษา
จากการเก็บข้อมูลแบบสอบถามและการสัมภาษณ์ โดยผู้ศึกษาจะดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลในพ้ืนท่ี ศพอส.
4 ภาค ภาคละ 3 ศพอส. รวม 12 ศพอส./พืน้ ท่ี โดยมขี อบเขตด้านพืน้ ที่ดังน้ี
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนภารกจิ ของศนู ยพ์ ัฒนาคณุ ภาพชวี ติ และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุภายใตก้ าร
บรหิ ารจัดการขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ
90
ขอบเขตด้ำนพื้นที่
การศึกษาครั้งนี้ ได้ดาเนนิ การคดั เลอื กพน้ื ทเี่ พอ่ื เปน็ ตวั แทนในการศึกษารายภาค โดยกาหนดพ้ืนท่ีตวั อยา่ ง
ในการศึกษาโดยใช้วิธีการคัดเลือกพื้นที่ตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง และใช้วิธีการคัดเลือกพื้นที่
ที่ได้รับการประเมินในระดบั A , B และ C โดยแบ่งพืน้ ท่ีตัวแทนออกเป็น 4 ภาค ๆ ละ 3 พื้นท่ี (รวมเป็นจานวน
12 พนื้ ท)่ี โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี
ท่ี ภำค/จงั หวัด อำเภอ ตำบล/เทศบำล เกรด หมำยเหตุ
1 ภาคกลาง บางกรวย ทต.บางสีทอง A ศพอส.ดีเด่น
จังหวดั นนทบุรี บางบัวทอง อบต.ลาโพ B
เมอื งนนทบุรี ทต.บางกรา่ ง C
ภาคเหนอื พาน อบต.สันกลาง A ศพอส.ดเี ด่น
จงั หวัดเชียงราย พาน อบต.หวั ง้ม A
2 เวียงชยั เทศบาลเวียงชัย A
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื สงู เนิน อบต.มะเกลือเกา่ A ศพอส.ดเี ดน่
3 จังหวดั นครราชสีมา ปกั ธงชัย ทต.ตะขบ /ศพอส.พน้ื ทีต่ น้ แบบ
B
ครบรุ ี อบต.จระเขห้ ิน B
ภาคใต้ ลานสกา ทต.ขนุ ทะเล A ศพอส.ดเี ด่น
4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่อนพิบลู ย์ ทต.หนิ ตก /ศพอส.พื้นที่ตน้ แบบ
A
เมอื ง อบต.ท่าซัก A
3.2.1 กำรศึกษำจำกกำรสมั ภำษณ์
ข้ันตอนท่ี 1 การศึกษาแนวทางการเตรียมความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในการรับถา่ ยโอน
ภารกิจศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ศึกษาโดยการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล
จากการสนทนากลุ่ม (Focused group) กับกลุ่มเป้าหมายจานวน 36 คน โดยวิธี SWOT Analysis
เป็นการวิเคราะห์สภาพองค์การ หรือหน่วยงานในปัจจุบัน เพื่อค้นหาจุดแข็ง จุดเด่น จุดด้อย หรือส่ิงที่อาจเป็น
ปญั หาสาคญั ในการดาเนินงานสสู่ ภาพทตี่ อ้ งการโดยการศกึ ษา
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศูนย์พัฒนาคณุ ภาพชวี ติ และส่งเสรมิ อาชพี ผสู้ ูงอายุภายใตก้ าร
บริหารจัดการขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
91
Strengths - จดุ แข็งหรอื ขอ้ ไดเ้ ปรียบ
Weaknesses - จดุ ออ่ นหรอื ข้อเสยี เปรียบ
Opportunities - โอกาสท่จี ะดาเนนิ การได้
Threats - อปุ สรรค ข้อจากดั หรอื ปจั จยั ท่ีคกุ คามการดาเนินงานขององค์การ
ข้ันตอนท่ีสอง จากน้ันนาข้อมูลที่ได้จากการสนทนากลุ่มไปศึกษารูปแบบการบริหารจัดการและ
การจัดกรอบโครงสร้างศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุภายใต้ การบริหารจัดการขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน และศึกษาสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อมขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ในการถ่ายโอนภารกิจศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ จากการสัมภาษณ์เชิงลึก
กับกลุม่ เปา้ หมายจานวน 36 คน
3.2.2 กำรศกึ ษำเชิงปรมิ ำณ
ข้ันตอนที่สำม การนาข้อมูลจากการสัมภาษณ์ท่ีได้จากข้ันตอนท่ีหนึ่งและสองมาสร้างแบบสอบถาม
เพื่อทาการศึกษาเชิงปรมิ าณในประเดน็ ดังนี้
1) เพ่ือศึกษาแนวทางการเตรียมความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในการรับถ่ายโอน
ภารกิจศูนยพ์ ัฒนาคุณภาพชวี ิตและสง่ เสริมอาชีพผู้สงู อายุ
2) เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารจัดการและการจัดกรอบโครงสร้างศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ
สง่ เสรมิ อาชีพผสู้ ูงอายุภายใต้ การบรหิ ารจดั การขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น
3) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อมขององค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถน่ิ ในการถา่ ยโอนภารกิจศูนย์พัฒนาคุณภาพชวี ิตและสง่ เสริมอาชีพผู้สูงอายุ
โดยมกี ลมุ่ ตัวอย่างในการศึกษาดังน้ี
1) กลุ่มผู้บริหารหน่วยงานท่มี หี นา้ ท่รี บั ผดิ ชอบงานด้านการกระจายอานาจและการถา่ ยโอนภารกิจ
ใหแ้ ก่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
2) กลมุ่ ตัวแทนผูบ้ ริหารองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ท่ีมกี ารจัดตง้ั ศนู ยพ์ ฒั นาชีวติ และสง่ เสรมิ อาชีพ
ผูส้ งู อายุ (ศพอส.)
3) กลมุ่ ตวั แทนเจ้าหน้าท่ีผปู้ ฏบิ ตั ิงานในศูนย์พฒั นาชีวติ และสง่ เสรมิ อาชีพผสู้ ูงอายุ (ศพอส.)
โดยใชแ้ บบสอบถามเกบ็ ข้อมลู จากกลมุ่ ตวั อยา่ งจานวน 1,152 คน โดยมีหน่วยการวิเคราะหด์ ังนี้
1.1 ข้อมูลท่ัวไปของผตู้ อบแบบสารวจ
1.2 ความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั แนวทางการเตรยี มความพร้อมขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินในการ
รบั ถา่ ยโอนภารกิจศนู ยพ์ ฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และสง่ เสริมอาชพี ผูส้ งู อายุ
1.3 ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารจัดการและการจัดกรอบโครงสร้างศูนย์พัฒนา
คณุ ภาพชีวิตและส่งเสรมิ อาชพี ผ้สู ูงอายุภายใต้ การบรหิ ารจดั การขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศูนยพ์ ฒั นาคณุ ภาพชีวติ และส่งเสรมิ อาชีพผู้สงู อายุภายใตก้ าร
บริหารจัดการขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่
92
1.4 ความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะในการเตรียมความพร้อมขององค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ในการถ่ายโอนภารกิจศูนยพ์ ฒั นาคณุ ภาพชีวิตและสง่ เสรมิ อาชีพผู้สูงอายุ
3.3 เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในกำรทำกำรศกึ ษำ
การศึกษาคร้ังน้ีผู้ศึกษาได้ทาการศึกษาโดยใช้แบบสอบถามในการศึกษาเชิงปริมาณ (Questionnaire)
และในการศึกษาเชิงคุณภาพใช้แบบสัมภาษณ์เชงิ ลึกเพ่ือแนวทางการสนทนากลุ่มแบบกึ่งโครงสร้างในการศึกษา
เชิงคณุ ภาพ
3.3.1 การสร้างเครื่องมือในการศกึ ษา
3.3.1.1 แบบสอบถำม
ผู้วิจยั ได้สรา้ งเครื่องมือในการทาการวิจัยโดยการดาเนนิ การตามขั้นตอนดังตอ่ ไปน้ี
1) ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับสภาพปัญหาของการถ่ายโอน ศพอส. สู่องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ินจากตารา เอกสาร วารสาร ส่ิงตีพิมพ์ และงานวิจัยต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องและศึกษาวิธีการสร้ าง
แบบสอบถาม
2) จากน้ันนาแบบสอบถามท่ีสร้างเสร็จเสนอผู้ทรงคุณวุฒิของเครือข่ายกระทรวง
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพ่ือพิจารณาตรวจสอบ โครงสร้างคาถาม คาถาม การใช้ภาษา
และความครอบคลุมในเนื้อหาสาระแล้วนามาปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ และทาการตรวจสอบความเที่ยงตรง
ของเน้ือหา (Content Validity) โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคาถามกับประเด็นหลักของเนื้อหา
ตามวิธีการของ Rovinelli และ Hambleton โดยผลการวิเคราะห์หาความเที่ยงตรงตามเนื้อหา พบว่าคาถาม
ทกุ ข้อผ่านเกณฑ์ดัชนีค่าความสอดคล้องตั้งแต่ .60 ขนึ้ ไป
3) นาแบบสอบถามไปทดลองใช้ (Try Out) กับเครือข่ายกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความม่ันคงของมนษุ ย์ท่ไี ม่ใช่กลุ่มตวั อย่างในการศกึ ษาจานวนสามสบิ คน แล้วนามาหาความเชือ่ มั่น (Reliability)
โดยใชส้ ูตรสัมประสิทธ์ิแอลฟา (Alpha Coefficient) ตามวิธกี ารของ Cronbach ได้ค่าความเชอื่ ม่นั เท่ากับ 0.982
4) จากนั้นข้อเสนอและแบบสอบถามได้นาเสนอคณะกรรมการวิจัยในคนชุดที่สอง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อพิจารณาความถูกต้องและครอบคลุมในเนื้อหาของแบบสอบถาม ความถูกต้อง
ของระเบียบวิธีการศกึ ษา รวมไปถงึ เนื้อหาสาระทไ่ี ม่ละเมิดกลุ่มเป้าหมายและกล่มุ ตัวอย่าง
3.3.1.2 แบบสมั ภำษณ์
1) ศึกษารายละเอียดเก่ียวกับแนวทางการเตรียมความพร้อมขององค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถ่ินในการรบั ถ่ายโอนภารกิจศูนย์พฒั นาคณุ ภาพชีวิตและส่งเสริมอาชพี ผสู้ งู อายจุ ากตารา เอกสาร วารสาร
สิ่งตพี ิมพ์ และงานวจิ ยั ต่าง ๆ ท่เี ก่ยี วขอ้ งและศกึ ษาวิธกี ารสร้างแบบสมั ภาษณ์เชิงลึก
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถ่ายโอนภารกิจของศนู ยพ์ ัฒนาคุณภาพชีวติ และส่งเสริมอาชพี ผ้สู ูงอายภุ ายใตก้ าร
บรหิ ารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่
93
2) จากน้ันนาแบบสัมภาษณ์เชิงลึกท่ีสร้างเสร็จเสนอผู้ทรงคุณวุฒิของเครือข่ายกระทรวง
การพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ เพ่ือพิจารณาตรวจสอบ โครงสร้างคาถาม คาถาม การใช้ภาษา
และความครอบคลุมในเนือ้ หาสาระแล้วนามาปรับปรุงแก้ไขให้สมบรู ณ์ และทาการตรวจสอบความเท่ียงตรงของ
เนอ้ื หา (Content Validity) โดยใช้ดัชนคี วามสอดคลอ้ งระหว่างข้อคาถามกับประเดน็ หลกั ของเนอ้ื หา ตามวธิ ีการ
ของ Rovinelli และ Hambleton โดยผลการวิเคราะห์หาความเท่ียงตรงตามเน้ือหา พบว่าคาถามทุกข้อผ่าน
เกณฑ์ดชั นีค่าความสอดคล้องต้ังแต่ .60 ขนึ้ ไป
3.4 วิาีกำรเกบ็ รวบรวมข้อมลู
3.4.1 กำรเก็บรวบรวมข้อมลู จำกแบบสอบถำม
1) ขอหนังสือแนะนาตัวและอธิบายหัวข้อและแนวทางการ ศึกษาแก่กลุ่มตัวอย่างอาสาสมัคร
จากคณะกรรมการวิจัยในคนชุดท่ีสอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงผู้บริหารเครือข่ายผู้ให้ข้อมูลของกระทรวง
การพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนษุ ย์เพ่ือขอความร่วมมอื ในการศกึ ษา
2) ส่งหนังสือขอความยินยอมจากผู้เข้าร่วมวิจัยและแบบสอบถามให้แก่กลุ่มตัวอย่างด้วยตนเอง
พรอ้ มขอความรว่ มมือสง่ แบบสอบถามคืน
3.4.2 กำรเก็บรวมรวมขอ้ มลู จำกแบบสัมภำษณ์
1) ขอหนังสือแนะนาตัวและอธิบายหัวข้อและแนวทางการศึกษาแก่อาสาสมัครจากคณะกรรมการวิจัย
ในคนชุดท่ีสอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงเครือข่ายผู้ให้ข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคง
ของมนษุ ยเ์ พื่อขอความรว่ มมอื ในการศึกษา
2) ส่งหนังสือขอยินยอมจากผู้เข้าร่วมการศึกษาและดาเนินการทา focus group และสัมภาษณ์เชิงลึก
ดว้ ยตนเอง
3.5 กำรวิเครำะหข์ ้อมลู และกำรนำเสนอข้อมลู
3.5.1 กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู แบบสอบถำม
การวิเคราะห์เชิงปริมาณใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และโปรแกรมสาเร็จรูป โดยสถิติท่ีใช้ คือ จานวนและ
รอ้ ยละ
3.5.2 กำรวเิ ครำะห์เชงิ คณุ ภำพ
การวเิ คราะหข์ อ้ มูลโดยใช้การวิเคราะห์เนอ้ื หา (Content Analysis) และพรรณนารายละเอยี ดตามหน่วย
วิเคราะห์ท่ีไดม้ กี ารกาหนดไว้
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกจิ ของศนู ยพ์ ัฒนาคุณภาพชีวิตและสง่ เสรมิ อาชีพผู้สูงอายภุ ายใตก้ าร
บรหิ ารจดั การขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น
94
บทท่ี 4
ผลกำรศกึ ษำ
การศึกษา “แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถ่ายโอนภารกิจของศูนย์พัฒนาคณุ ภาพชีวติ และส่งเสริม
อาชพี ผู้สงู อายุ ภายใตก้ ารบรหิ ารจัดการขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ” ได้ดาเนนิ การศกึ ษาโดยใช้แบบสอบถาม
และแบบสมั ภาษณ์ก่ึงโครงสรา้ ง จากกลมุ่ เปา้ หมาย 3 กลุ่ม ได้แก่ กล่มุ ผู้บริหารหนว่ ยงานท่มี ีหนา้ ที่รับผดิ ชอบงาน
ด้านการกระจายอานาจและการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน กลุ่มตัวแทนผู้บริหารองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิน่ ท่ีมีการจดั ต้ังศูนย์พัฒนาชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) และกลุ่มตัวแทนเจ้าหนา้ ที่
ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์พัฒนาชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) โดยผลการศึกษาแนวทางการเตรียม
ความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกิจของศูนย์พฒั นาคุณภาพชวี ิตและส่งเสริมอาชีพผ้สู งู อายุภายใต้การบริหารจัดการ
ขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นแบ่งออกเปน็ 4 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม และข้อมูลเก่ียวกับการบริการและการดาเนินงาน
ของ ศพอส.
ตอนที่ 2 แนวทางการเตรียมความพร้อม ในการถา่ ยโอนภารกิจของศนู ย์พฒั นาคณุ ภาพชีวิตและ
ส่งเสรมิ อาชีพผสู้ งู อายุภายใต้การบรหิ ารจดั การขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ตอนท่ี 3 รูปแบบการบริหารจัดการและการจัดกรอบโครงสร้างศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ
สง่ เสริมอาชพี ผู้สงู อายภุ ายใต้ การบรหิ ารจดั การขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน
ตอนท่ี 4 สภาพปญั หาและขอ้ เสนอแนะในการเตรยี มความพรอ้ มขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ
ในการถ่ายโอนภารกจิ ศนู ย์พัฒนาคุณภาพชีวติ และสง่ เสรมิ อาชพี ผู้สูงอายุ
USER | แนวทางการเตรียมความพร้อมในการถา่ ยโอนภารกิจของศูนยพ์ ัฒนาคณุ ภาพชีวติ และสง่ เสรมิ อาชีพผู้สูงอายุภายใตก้ าร
บริหารจัดการขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
95
ผลกำรศึกษำตอนที่ 1 ข้อมลู ทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม และขอ้ มูลเกีย่ วกับการบริการและการดาเนินงานของ
ศูนย์พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตและสง่ เสริมอาชีพผ้สู งู อายุ (ศพอส.)
ขอ้ มลู ทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถำม
1.1 เพศ
แผนภาพท่ี 4.1 ร้อยละแสดงเพศของผตู้ อบแบบสอบถาม
35%
65%
หญงิ ชำย
ผ้ตู อบแบบสอบถามส่วนใหญร่ อ้ ยละ 65 (744) เปน็ เพศหญงิ รองลงมา รอ้ ยละ 35 (408) เปน็ เพศชาย
1.2 อำยุ
แผนภาพท่ี 4.2 รอ้ ยละแสดงอายขุ องผตู้ อบแบบสอบถาม
1%
14% 5%
29%
51%
ตา่ กวา่ 30 ปี อายุ 31-40 ปี อายุ 41-50 ปี
อายุ 51-60 ปี
อายมุ ากกวา่ 60 ปขี ึน้ ไป
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ร้อยละ 51 (590) มีอายุอยู่ในช่วง 41-50 รองลงมาร้อยละ 29 (329)
มีอายุ 31-40 ปี ร้อยละ 14 (162) มีอายุอยู่ในช่วง 41-60 ปี ส่วนร้อยละ 5 (56) และร้อยละ 1 (15) มีอายุ
อยูใ่ นช่วงตา่ กว่า 30 ปี และมากกวา่ 60 ปขี ึ้นไป ตามลาดับ
USER | แนวทางการเตรยี มความพร้อมในการถ่ายโอนภารกจิ ของศนู ยพ์ ฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และสง่ เสรมิ อาชพี ผูส้ ูงอายภุ ายใตก้ าร
บรหิ ารจดั การขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
96
1.3 ระดบั กำรศึกษำ
แผนภาพที่ 4.3 รอ้ ยละแสดงระดับการศึกษาของผตู้ อบแบบสอบถาม
มธั ยมศึกษาปที ี่ 6/ปวช. ปวส./อนปุ ริญญา
1% 2%
ปริญญาโท ปรญิ ญาเอก ปรญิ ญาตรี
44% 0% 53%
มธั ยมศึกษาปีท่ี 6/ปวช. ปวส./อนปุ ริญญา ปรญิ ญาตรี ปริญญาโท ปรญิ ญาเอก
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ร้อยละ 53 (612) สาเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี รองลงมา
รอ้ ยละ 44 (510) สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท มีเพยี งรอ้ ยละ 2 (19) , ร้อยละ 1 (11) สาเรจ็ การศกึ ษาระดับ
ปวส./อนุปรญิ ญา ,ระดับมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖/ปวส.และปริญญาเอก ตามลาดับ
1.4 กำรดำรงตำแหน่งในองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
แผนภาพท่ี 4.4 รอ้ ยละแสดงการดารงตาแหนง่ ในองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ของผตู้ อบแบบสอบถาม
นำยก ทต./อบต. ปลัดฯ/รองปลัดฯ
3% 6%
รองนำยก ทต./อบต.
1%
จนท.ศพอส. ปลัดฯ/รองปลดั ฯ จนท.ศพอส.
90%
นายก ทต./อบต. รองนายก ทต./อบต.
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ร้อยละ 90 (1,030) มีตาแหน่งเป็นเจ้าหน้าท่ี ศพอส. รองลงมา
ร้อยละ 6 (73) มีตาแหน่งเป็นปลัดฯ/รองปลัดฯ มีเพียงร้อยละ 3 (38) , ร้อยละ 1 (11) ท่ีมีตาแหน่งเป็น
นายกเทศมนตรี/นายก อบต. และรองนายกเทศมนตร/ี รองนายก อบต. ตามลาดับ
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกิจของศูนยพ์ ัฒนาคณุ ภาพชวี ติ และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายภุ ายใตก้ าร
บริหารจัดการขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ
97
1.5 ขนำดโครงสร้ำงของหน่วยงำน
แผนภาพท่ี 4.5 รอ้ ยละแสดงระดับขนาดขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น
อปท.ขนำดเลก็ อปท.ขนำดใหญ่
19% 6%
อปท.ขนำดกลำง
75%
อปท.ขนำดใหญ่ อปท.ขนำดกลำง อปท.ขนำดเลก็
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ร้อยละ 75 (859) ทางานอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดกลาง
รองลงมารอ้ ยละ 19 (225) ทางานอยูใ่ นองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ขนาดเล็ก มีเพียงรอ้ ยละ 6 (68) ทางานอยใู่ น
องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ ขนาดใหญ่
1.6 กรอบวงเงินงบประมำณจำกภำยนอกที่ให้กำรสนับสนุน กำรดำเนินงำนจัดกิจกรรมต่ำงๆ
ของศูนยพ์ ฒั นำคุณภำพชวี ิตและส่งเสรมิ อำชพี ผูส้ ูงอำยุ (เช่น เงินบรจิ าค, เงนิ จากการจดั กิจกรรมตา่ ง ๆ ฯลฯ)
แผนภาพที่ 4.6 ร้อยละกรอบวงเงนิ งบประมาณจากภายนอกทใ่ี หก้ ารสนับสนนุ การดาเนินงานจัดกจิ กรรมต่างๆ
66, 6%
291, 25%
628, 55% 85, 7%
24, 2%
21, 2%
7, 1%
21, 2%
ต่ากวา่ 5,000 บาท 50,001 - 100,000 บาท
100,001-200,000 บาท 200,001-300,000 บาท
400,001-500,000 บาท มากกวา่ 500,000 บาท ขึ้นไป
ยงั ไมม่ ีงบประมาณ เน่อื งดว้ ยยังไมม่ กี ารดาเนนิ การจดั ตัง้ ศูนย์ ศพอส. อื่น ๆ
การได้รับเงินสนับสนุนงบประมาณจากภายนอกในการสนับสนุนการดาเนินงานจัดกิจกรรมต่างๆ ของ
ศพอส. เช่น เงินบริจาก, เงินในการจัดกิจกรรมต่างๆ, เงินจากการสนับสนุนจากองค์กรหรือหน่วยงานภายนอก
USER | แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถ่ายโอนภารกจิ ของศูนย์พฒั นาคุณภาพชีวติ และสง่ เสริมอาชีพผู้สงู อายุภายใตก้ าร
บริหารจัดการขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
98
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ รอ้ ยละ 55 (628) ใหข้ ้อมูลว่า อปท. ยงั ไมม่ งี บประมาณสนบั สนุนจากภายนอกเนื่อง
ด้วยยังไม่มีการดาเนินการจัดต้ัง ศพอส. รองลงมาร้อยละ 25 (291) ให้ข้อมูลว่า อปท. ได้รับเงินสนับสนุน
จากภายนอกต่ากว่า 50,000 บาท ร้อยละ 7 (85) ให้ข้อมูลว่าอปท. ได้รับเงินสนับสนุนจากภายนอกจานวน
50,001-100,000 บาท , ร้อยละ 2 (24) ให้ข้อมูลว่าอปท. ได้รับเงินสนับสนุนจากภายนอกจานวน 100,001-
200,000 บาท, และได้รับเงินสนับสนุนจากภายนอกจานวน 200,001-300,000 บาท,ได้รับเงินสนับสนุนจาก
ภายนอกจานวนมากว่า 500,000 บาท ข้ึนไป ในร้อยละที่เท่ากัน มีเพียงร้อยละ 1(7) ที่ได้รับเงินสนับสนุนจาก
ภายนอกจานวน 400,001-500,000 บาท และร้อยละ 6 (66) ให้ข้อมลู แตกตา่ งกนั ไป เช่น อปท.ได้รับเงนิ สนับสนนุ
จากแหล่งอื่นๆ สปสช. , พมจ. , เงินจาก LTC เป้นต้น ซ่ึงไม่ได้ระบุจานวนงบประมาณ และบางแห่งยังไม่มี
งบประมาณสนับสนนุ ใดๆ เน่อื งจากยงั ไมไ่ ด้มกี ารก่อตงั้ ศพอส.
1.7 กรอบวงเงินงบประมำณที่หน่วยงำน อปท. จัดสรรเพื่อกำรดำเนินงำนของศูนย์พัฒนำคุณภำพ
ชวี ติ และส่งเสริมอำชพี ผ้สู ูงอำยุ
แผนภาพที่ 4.7 ร้อยละของจานวนกรอบวงเงนิ งบประมาณทห่ี น่วยงาน อปท. จดั สรร
เพอื่ การดาเนนิ งานของศนู ยพ์ ัฒนาคณุ ภาพชีวิตและสง่ เสรมิ อาชีพผสู้ ูงอายุ
ตำ่ กวำ่ 50,000 บำท
50,001-100,000 บำท
266, 23% 100,001-200,000 บำท
200,001-300,000 บำท
703, 61% 105, 9% 400,001-500,000 บำท
มำกกว่ำ 500,000 บำทขนึ้ ไป
40, 3% อนื่ ๆ เชน่ ยงั ไม่ไดจ้ ดั ตงั้ ศพอส. , ยงั ไมม่ ี
งบประมำณฯลฯ
13, 1% 7, 1% 18, 2%
กรอบวงเงินงบประมาณที่หน่วยงาน อปท. จัดสรรเพื่อการดาเนินงานของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและ
สง่ เสริมอาชีพผสู้ ูงอายุ จากการศึกษาพบวา่ อปท.สว่ นใหญ่กว่ารอ้ ยละ 61 (703) แหง่ ยังไม่มีงบประมาณเพ่ือการ
ดาเนินงานของ ศพอส. เน่ืองด้วยยังไม่ได้มีการจดั ตงั้ ศูนย์ และบางแห่งมีการจดั ตัง้ แลว้ ก็ก็ยังไม่มีการจัดตัง้ กรอบ
วงเงินงบประมาณไว้เพื่อการดาเนินการกิจกรรมต่างๆ ของ ศพอส. รองลงมา ร้อยละ 23 (266) อปท.แต่ละแห่ง
ได้มีการจัดตั้งกรอบวงเงินงบประมาณไว้สาหรับดาเนนิ การจัดกิจกรรมของ ศพอส. จานวนต่ากว่า 50,000 บาท,
รอ้ ยละ 9 (105) มกี ารจดั ตง้ั กรอบวงเงินงบประมาณไวส้ าหรบั ดาเนนิ การจัดกจิ กรรมของ ศพอส. จานวน 50,001-
USER | แนวทางการเตรยี มความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกิจของศนู ย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผสู้ งู อายภุ ายใต้การ
บริหารจดั การขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น
99
100,000 บาท, ร้อยละ 3 (40) มีการจัดตั้งกรอบวงเงินงบประมาณไว้สาหรับดาเนินการจัดกิจกรรมของ ศพอส.
จานวน 100,001-200,000 บาท, ร้อยละ 2 (18) มีการจัดตั้งกรอบวงเงินงบประมาณไว้สาหรับดาเนินการจัด
กิจกรรมของ ศพอส. จานวน 200,001-300,000 บาท มีเพียงร้อยละ 1(13) และ 9 (7) ท่ีมีการจัดต้ังกรอบวงเงิน
งบประมาณไว้สาหรับดาเนินการจัดกิจกรรมของ ศพอส. มากกว่า 500,000 บาทข้ึนและและมีการจัดตั้งกรอบ
วงเงินงบประมาณไวส้ าหรบั ดาเนินการจัดกจิ กรรมของ ศพอส. จานวน 400,001-500,000 บาท
1.8 กรอบวงเงินงบประมำณที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน คำดว่ำควรมีกำรจัดสรรเพื่อใช้ในกำร
บริหำรจัดกำรหรือใช้ในกำรดำเนินงำนของ ศพอส. เม่ือได้รับกำรถ่ำยโอน ศพอส. จำกกรมกิจกำรผู้สูงอำยุ
เรยี บร้อยแลว้
แผนภาพที่ 4.8 ร้อยละของจานวนกรอบวงเงินงบประมาณทีอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
คาดวา่ ควรมกี ารจัดสรรเพ่อื ใชใ้ นการบรหิ ารจดั การหรือใชใ้ นการดาเนนิ งานของ ศพอส.
เมอ่ื ได้รับการถ่ายโอน ศพอส. จากกรมกิจการผู้สงู อายเุ รยี บรอ้ ยแล้ว
อน่ื ๆ เชน่ ยงั ไม่ไดจ้ ดั ตงั้ , อยรู่ ะหวำ่ งกำร
มำกกวำ่ 500,000 บำทขน้ึ พิจำรณำงบประมำณ, ได้รับงบจำก สปสช. และ
ไป ยงั ไมไ่ ด้มกี ำรจดั ตงั้ ศพอส. เป็นต้น… ต่ำกวำ่ 50,000 บำท
11% 26%
400,001-500,000 บำท
4%
200,001-300,000 บำท
8%
100,001-200,000 บำท 50,001-100,000 บำท
12% 29%
กรอบวงเงินงบประมาณที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน คาดว่าควรมีการจัดสรรเพื่อใช้ในการบริหาร
จัดการหรือใช้ในการดาเนินงานของ ศพอส. เม่ือได้รับการถา่ ยโอน ศพอส. จากกรมกิจการผสู้ งู อายุเรยี บรอ้ ยแลว้
ส่วนใหญ่ร้อยละ 29 (329) คาดกว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณไว้หลังจากได้รับการถ่ายโอน ศพอส.
จานวน 50,001 – 100,000 บาท รองลงมาร้อยละ 26 (299) คาดว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณจานวนต่ากว่า
50,000 บาท , ร้อยละ 12 (142) คาดว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณจานวน 100,001 – 200,000 บาท
และร้อยละ 11 (125) คาดว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณ มากกว่า 500,000 บาทขึ้นไป ,ร้อยละ 8 (88) คาดว่า
จะมกี ารจดั สรรงบประมาณจานวน 200,001 – 300,000 บาท และมีเพยี งร้อยละ 4 (48) ทคี่ าดวา่ จะมกี ารจดั สรร
งบประมาณจานวน 400,001 – 500,000 บาท
USER | แนวทางการเตรียมความพรอ้ มในการถา่ ยโอนภารกิจของศูนยพ์ ฒั นาคุณภาพชวี ิตและส่งเสริมอาชพี ผสู้ งู อายุภายใตก้ าร
บริหารจัดการขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น