The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

5_LA_22205_พรบที่มีโทษ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by peaw.2749, 2022-06-28 04:35:09

5_LA_22205_พรบที่มีโทษ

5_LA_22205_พรบที่มีโทษ

๔๔

*ÁÒμÃÒ ÷õ ผูใดฝาฝนบทบัญญัติเก่ียวกับวัตถุระเบิดตามมาตรา ๒๘ มาตรา ๓๔
มาตรา ๓๕ หรือมาตรา ๓๗ วรรคสอง ซึ่งไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๔๑
ตอ งระวางโทษจําคุกตั้งแตห กเดอื นถงึ สบิ ป และปรับตงั้ แตหน่งึ พนั บาทถึงสองหมนื่ บาท

*ÁÒμÃÒ ÷ö ผูใดฝาฝนเง่ือนไขที่กําหนดไวสําหรับวัตถุระเบิดตามมาตรา ๒๗ หรือ
มาตรา ๒๙ ซึ่งไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๔๑ ตองระวางโทษปรับต้ังแตหารอยบาท
ถึงหา พันบาท

*ÁÒμÃÒ ÷÷ ผูใดฝาฝนมาตรา ๔๗ หรือมาตรา ๕๒ หรือไมปฏิบัติตามคําสั่ง
นายทะเบียนทองท่ีตามมาตรา ๕๑ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือน หรือปรับไมเกิน
หน่ึงพันบาทหรอื ท้ังจาํ ทงั้ ปรบั

*ÁÒμÃÒ ÷ø ผใู ดทาํ ประกอบ ซอมแซม เปลีย่ นลักษณะ ซอื้ มี ใช สั่ง หรือนาํ เขา
ซงึ่ อาวธุ ปน เครอ่ื งกระสนุ ปน หรอื วตั ถรุ ะเบดิ นอกจากทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวงทอ่ี อกตามมาตรา ๕๕
ตองระวางโทษจาํ คุกตัง้ แตส องปถ ึงจาํ คุกตลอดชีวิต

ผูใดคา หรือจําหนายอาวุธปน เคร่ืองกระสุนปน หรือวัตถุระเบิด นอกจากท่ีกําหนดใน
กฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๕๕ ตอ งระวางโทษจาํ คุกต้งั แตย ่ีสิบปถงึ จําคกุ ตลอดชวี ิต

ผูใดใชอาวุธปน เครื่องกระสุนปน หรือวัตถุระเบิด นอกจากท่ีกําหนดในกฎกระทรวง
ทอ่ี อกตามมาตรา ๕๕ ในการกระทาํ ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ มาตรา ๓๑๓
มาตรา ๓๓๗ มาตรา ๓๓๙ หรอื มาตรา ๓๔๐ ตอ งระวางโทษจําคุกตลอดชวี ิตหรอื ประหารชวี ิต

การกระทําความผิดตามวรรคสองหรือวรรคสาม ถาอาวุธปน เคร่ืองกระสุนปน หรือ
วตั ถรุ ะเบดิ นั้น โดยสภาพมอี านุภาพไมร า ยแรง ตอ งระวางโทษจําคกุ ตัง้ แตสองปถึงจําคกุ ตลอดชวี ติ

*ÁÒμÃÒ ÷ù ผูรับใบอนุญาตผูใดฝาฝนคําส่ังซ่ึงออกตามความในมาตรา ๕๗
ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเกนิ หน่ึงป หรือปรบั ไมเกนิ หนงึ่ หมน่ื บาท หรอื ทัง้ จาํ ท้ังปรับ

*ÁÒμÃÒ øð ผูใ ดฝา ฝนมาตรา ๓๗ วรรคสอง หรือมาตรา ๔๓ หรอื ฝาฝน เงอ่ื นไขตาม
มาตรา ๔๐ ตอ งระวางโทษปรบั ตัง้ แตหา รอยบาทถึงหา พันบาท

*ÁÒμÃÒ øñ ผใู ดฝาฝนเงือ่ นไขตามมาตรา ๒๗ หรอื มาตรา ๒๙ หรอื ฝาฝน มาตรา ๒๘
มาตรา ๓๐ หรอื มาตรา ๓๕ ตองระวางโทษปรับไมเ กินหา พันบาท

*ÁÒμÃÒ øò ผูใดสั่งอาวุธปนหรือเครื่องกระสุนปน ฝาฝนตอบทบัญญัติมาตรา ๓๐
ซง่ึ ไดนาํ มาใชบังคบั โดยอนโุ ลมตามมาตรา ๑๕ ตองระวางโทษปรบั ไมเกนิ หาพนั บาท

*ÁÒμÃÒ øó ผูใ ดฝาฝนมาตรา ๒๑ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๔ วรรคหน่งึ หรือมาตรา ๖๙
ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึง่ พันบาท

*มาตรา ๗๘ แกไขหลังสุดโดย พ.ร.บ.อาวุธปน (ฉ.๘) พ.ศ.๒๕๓๐ นยั ม.๓ ลง ลตร.๑/๓๑ รจ.๑๐๔/๑๔๑
*มาตรา ๗๙-๘๔ แกต ามคาํ สงั่ ของคณะปฏริ ูปฯ (ฉ.๔๔) พ.ศ.๒๕๑๙ นัยขอ ๑๑

๔๕

*ÁÒμÃÒ øô ผูใ ดฝาฝนตอบทบัญญตั ิเก่ยี วกบั ดอกไมเพลิง ตามมาตรา ๑๖ วรรคหน่ึง
หรือวรรคสาม มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๗ วรรคสอง หรือฝา ฝน เง่อื นไขตาม
มาตรา ๔๙ ตองระวางโทษปรบั ไมเ กนิ หนึ่งพันบาท

*ÁÒμÃÒ øõ “ผใู ดฝาฝน บทบญั ญัตเิ กีย่ วกบั สง่ิ เทยี มอาวธุ ปนตามมาตรา ๑๖ วรรคหน่ึง
หรอื วรรคสาม มาตรา ๓๐ หรอื มาตรา ๓๗ วรรคสอง ซ่งึ ไดน ํามาใชบงั คบั โดยอนโุ ลมตามมาตรา ๕๓
ตอ งระวางโทษปรับไมเ กนิ หน่งึ พนั บาท”

º·à©¾ÒСÒÅ

*ÁÒμÃÒ øö ผูใดมีอาวธุ ปน เครอื่ งกระสนุ ปน หรือวัตถรุ ะเบิด ไมว า ชนิดหรอื ขนาดใด
ซ่ึงยังไมไดรับอนุญาตโดยชอบดวยกฎหมาย ถาไดนําอาวุธปน เครื่องกระสุนปน หรือวัตถุระเบิด
ดังกลาวแลวมาขออนุญาตเพ่ือปฏิบัติการใหถูกตองตามพระราชบัญญัตินี้ตอนายทะเบียนทองที่
ภายในกําหนดเกาสิบวันนับตั้งแตวันท่ีพระราชบัญญัติใชบังคับ ผูน้ันไมตองรับโทษตาม
พระราชบัญญตั นิ ี้ และมใิ หนําบทบญั ญตั แิ หงมาตรา ๕๕ มาใชบ งั คับ

เพื่อการน้ี รัฐมนตรีจะกาํ หนดเงื่อนไขในการออกใบอนญุ าตตามท่เี หน็ สมควรก็ได
ÁÒμÃÒ ø÷ บรรดาใบอนญุ าตทอี่ อกใหต ามกฎหมายวา ดว ยอาวธุ ปน เครอื่ งกระสนุ ปน
วัตถุระเบดิ และดอกไมเพลิง กอนวันท่ีพระราชบัญญตั นิ ใ้ี ชบังคับ ใหคงใชไ ดต อ ไปจนกวา ใบอนุญาต
นั้นๆ สิ้นอายุ แตถาผูที่ไดรับใบอนุญาตใหมีและใชอาวุธปนคนใดจะขอรับใบอนุญาตตาม
พระราชบัญญัตนิ ้กี อนใบอนุญาตเดมิ ส้ินอายุกใ็ หท าํ ได
ÁÒμÃÒ øø ในการออกใบอนุญาตใหมีและใหใชอาวุธปน และเครื่องกระสุนปน
ตามพระราชบัญญัติน้ีใหแกผูที่ไดรับใบอนุญาตตามกฎหมายวาดวยอาวุธปน เคร่ืองกระสุนปน
วตั ถรุ ะเบดิ และดอกไมเ พลงิ อยแู ลว กอ นวนั ทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ใ้ี ชบ งั คบั มใิ หน าํ บทบญั ญตั ิ มาตรา ๑๓ (๔)
มาใชบ ังคับสาํ หรับอาวธุ ปน ตามใบอนญุ าตเดิมน้ัน

*มาตรา ๘๕ แกต ามคําส่งั ของคณะปฏริ ปู ฯ (ฉ.๔๔) พ.ศ.๒๕๑๙ นยั ขอ ๑๑

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¡®ËÁÒÂÇÒ‹ ´ÇŒ ÂÍÒÇ¸Ø »¹„ ๔๖

ÅÓ´ºÑ ¢ÍŒ ËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ

๑. ทํา ซือ้ มีใช ส่งั หรอื นําเขาอาวธุ ปน หรอื เคร่ืองกระสนุ ปนโดยไมไ ดร บั อนุญาต มาตรา ๗ - จําคกุ ๑ ปถ งึ ๑๐ ปแ ละปรบั ตงั้ แต
๒,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท

๒. มีเครอ่ื งกระสนุ มิใชใชกบั อาวุธปน ทต่ี นไดรับอนญุ าต มาตรา ๘ - จาํ คกุ ไมเ กนิ ๑๐ ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ
๒๐,๐๐๐ บาท หรือทัง้ จาํ ท้งั ปรบั

๓. พาอาวธุ ปนไปในทางสาธารณะโดยไมไดร ับอนญุ าต และไมม เี หตุอนั ควร มาตรา ๘ ทวิ - จาํ คุกไมเกนิ ๕ ป หรอื ปรับไมเ กิน
๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจาํ ทงั้ ปรับ

๔. ไมแ จงเหตุผลและสงมอบใบอนุญาตอาวธุ ปน ถูกทาํ ลายหรอื สญู หายตอนายทะเบียน มาตรา ๒๑ - ปรบั ไมเ กิน ๑,๐๐๐ บาท

๕. ทาํ ประกอบ ซอ มแซม เปลย่ี น ลกั ษณะสงั่ นาํ เขา มหี รอื จาํ หนา ยอาวธุ ปน เครอ่ื งกระสนุ ปน มาตรา ๒๔ - จาํ คกุ ๒-๒๐ ป และปรับ ๔,๐๐๐-
โดยไมไ ดรบั อนญุ าต ๔๐,๐๐๐ บาท

๖. รานคา อาวธุ ปน จําหนายอาวุธปน หรือเครือ่ งกระสุนปนใหแกผทู ี่ไมไ ดร ับอนุญาต มาตรา ๓๔ - จําคุก ๖ เดือน - ๑๐ ป และปรบั
๑,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท

๗. ทาํ ซอ้ื มี ส่งั นาํ เขามาคา หรือจาํ หนา ยวตั ถุระเบดิ โดยไมไ ดรับอนุญาต มาตรา ๓๘ - จาํ คกุ ตงั้ แต ๑-๑๐ ป และปรบั ตงั้ แต
๑,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท

๘. ยายวัตถุระเบดิ จากทแี่ หงหน่งึ ไปอกี แหงหนง่ึ โดยมิไดร ับอนญุ าต มาตรา ๔๓ - ปรบั ต้งั แต ๕๐๐-๕,๐๐๐ บาท

๙. ทาํ ส่งั นําเขา หรือคาดอกไมเ พลงิ โดยไมไดรบั อนุญาต มาตรา ๔๗ - จําคุกไมเกินหนึ่งเดือน หรือปรับ
ไมเ กนิ หนงึ่ พนั บาท หรอื ทง้ั จาํ ทง้ั ปรบั

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¡®ËÁÒÂÇÒ‹ ´ŒÇÂÍÒÇ¸Ø »¹„

ÅӴѺ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ
๑๐. ใหผ อู ่ืนใชใ บอนญุ าตอาวธุ ปนของตน
มาตรา ๕๘ - ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กิน ๑๐ ป
๑๑. โอนอาวธุ ปน เครือ่ งกระสุนปนหรือวตั ถุระเบดิ ใหคนท่ีไมไดรับอนุญาต หรือปรับไมเกิน ๒๐,๐๐๐ บาท
มาตรา ๕๙ หรือทง้ั จําทง้ั ปรบั
๑๒. ผไู ดร บั ใบอนญุ าตใหม แี ละใชอาวธุ ปนยา ยถ่นิ ทีอ่ ยู
๑๓. ไมไ ปยืน่ ขอรับใบแทนใบอนุญาตที่สูญหายหรือลบเลอื นอา นไมออกตอนายทะเบยี น มาตรา ๖๒ - จาํ คกุ ไมเ กนิ ๑๐ ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ
๑๔. ครอบครองอาวธุ ปนของผูอื่นซ่ึงไดรบั อนญุ าตใหมแี ละใชตามกฎหมาย มาตรา ๖๙ ๒๐,๐๐๐ บาท
มาตรา ๗๒
- ปรับไมเ กิน ๑,๐๐๐ บาท

- ปรบั ไมเกิน ๑,๐๐๐ บาท

- จาํ คุกหกเดือนถึงหาป และปรับ
ตงั้ แต ๑,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท

๔๗

๔๙

º··èÕ ó

¾.Ã.º.ʶҹºÃÔ¡Òà ¾.È.òõðù

ñ. ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ÙŒ ÃШӺ·

๑.๑ เพือ่ ใหน ักเรยี นมคี วามรแู ละความเขาใจใน พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙
๑.๒ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี
ความผดิ ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙
๑.๓ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม
พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙

ò. ʋǹ¹Ó

สถานบริการ เปนสถานท่ีกอใหเกิดปญหาสังคมหลายดาน เชน การมั่วสุมยาเสพติด
การคาประเวณี หรือการประพฤติตนไมเหมาะสมกับวัยของเด็ก การควบคุมสถานบริการจึงเปน
การปองกันอาชญากรรมในหลายๆ ดา น

ó. à¹Í×é ËÒμÒÁËÑÇ¢ŒÍ

๓.๑ ความรูท ัว่ ไปเกีย่ วกับ พ.ร.บ.สถานบรกิ าร พ.ศ.๒๕๐๙
๓.๒ ฐานความผิด
๓.๓ คุณสมบตั ิ
๓.๔ สถานที่
๓.๕ ใบอนญุ าต
๓.๖ ใบอนญุ าตชาํ รุด
๓.๗ การปฏบิ ัตกิ บั พนักงาน
๓.๘ ขอปฏิบตั ขิ องสถานบริการ
๓.๙ อาํ นาจของเจา พนักงาน
๓.๑๐ โทษตามสถานบริการ
๓.๑๑ ความผดิ ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙

ô. ÊÇ‹ ¹ÊûØ

ถา มกี ารบงั คบั ใช หรอื ควบคมุ สถานบรกิ ารอยา งเครง ครดั กจ็ ะทาํ ใหผ ทู จ่ี ะใชส ถานบรกิ าร
เปนแหลงในการกระทําผิดในเร่ืองตางๆ ไมมีสถานท่ีจะม่ัวสุมกระทําความผิด ทําใหเปนการงาย
ท่ีจะดําเนนิ การจบั กุมการกระทําความผิดอ่นื ๆ

õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó

ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.สถานบริการฯ และนําขอมูลมาวิเคราะห
อภิปรายรว มกันในชัน้ เรยี น

๕๐

ปจ จบุ ันไดม บี คุ คลประกอบกิจการสถานบริการบางประเภท ซงึ่ อาจดําเนินการไปในทาง
กระทบกระเทือนตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมของประชาชนและจัดใหมีการแสดง
เพ่ือความบันเทิงในสถานบริการนั้นๆ ไมเหมาะสม เปนเหตุใหเยาวชนเอาเย่ียงอยางจนประพฤติตัว
เสอ่ื มทรามลง จงึ เปน การสมควรทจ่ี ะออกกฎหมายมาควบคมุ สถานบรกิ ารนนั้ ๆ รวมทง้ั การแสดงดว ย
ท้งั นเ้ี พอ่ื รักษาไว ซ่ึงความสงบเรยี บรอย ศีลธรรม วัฒนธรรม และประเพณอี ันดงี ามของชาตติ อไป

¤ÇÒÁÃÙŒ·ÇèÑ ä»à¡ÂèÕ Ç¡Ñº ¾.Ã.º.ʶҹºÃÔ¡ÒÃÏ

ÁÒμÃÒ óò
“สถานบริการ”๓ หมายความวา สถานท่ีที่ตั้งขึ้นเพื่อใหบริการโดยหวังประโยชนในทาง
การคา ดังตอ ไปน้ี
(๑) สถานเตนราํ ราํ วง หรือรองเง็ง เปน ปกติธรุ ะประเภทที่มีและประเภทท่ีไมมีคบู รกิ าร
(๒) สถานท่ีท่ีมีอาหาร สุรา น้ําชา หรือเคร่ืองดื่มอยางอ่ืนจําหนายและบริการ โดยมี
ผบู ําเรอสําหรบั ปรนนิบตั ลิ กู คา
(๓) สถานอาบนํ้า นวด หรืออบตวั ซ่งึ มผี ูบริการใหแกลูกคา เวนแต

(ก) สถานท่ีซ่ึงผูบริการไดขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเปนผูประกอบโรคศิลปะ
สาขาการแพทยแผนไทยประเภทการนวดไทยตามกฎหมายวาดวยการประกอบโรคศิลปะ หรือไดรับ
ยกเวนไมตองข้ึนทะเบียนและรับใบอนุญาตเปนผูประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทยแผนไทย
ประเภทการนวดไทย ตามกฎหมายดงั กลา ว หรอื สถานพยาบาลตามกฎหมายวาดว ยสถานพยาบาล

(ข) สถานท่ีเพื่อสุขภาพหรือเพ่ือเสริมสวยท่ีกระทรวงสาธารณสุขประกาศ
กําหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะตองมีลักษณะของสถานท่ี
การบรกิ ารหรอื ผใู หบ รกิ ารเปน ไปตามมาตรฐานทก่ี ระทรวงสาธารณสขุ ประกาศกาํ หนดโดยความเหน็ ชอบ
ของรฐั มนตรวี า การกระทรวงมหาดไทยดว ย ประกาศดงั กลา วจะกาํ หนดหลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารตรวจสอบ
เพ่ือรบั รองใหเปน ไปตามมาตรฐานนั้นดวยก็ได หรอื

(ค) สถานทอ่ี ่นื ตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง
(๔) สถานทท่ี ม่ี อี าหาร สรุ า หรอื เครอื่ งดม่ื อยา งอน่ื จาํ หนา ยหรอื ใหบ รกิ าร โดยมรี ปู แบบ
อยา งหน่ึงอยา งใดดงั ตอ ไปนี้

(ก) มีดนตรี การแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิงและยินยอม
หรือปลอยปละละเลยใหน ักรอ ง นักแสดง หรือพนกั งานอื่นใดนงั่ กบั ลกู คา

(ข) มีการจัดอุปกรณการรองเพลงประกอบดนตรีใหแกลูกคา โดยจัดใหมี
ผูบรกิ ารขบั รอ งเพลงกบั ลูกคา หรือยนิ ยอมหรอื ปลอยปละละเลยใหพ นกั งานอนื่ ใดน่งั กับลกู คา

๒ มาตรา ๓ แกไ ขโดยพระราชบญั ญัติสถานบรกิ าร (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๒๑
๓ นยิ ามคําวา “สถานบริการ” แกไขโดยพระราชบัญญตั ิสถานบรกิ าร (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๖

๕๑

(ค) มีการเตนหรือยินยอมใหมีการเตน หรือจัดใหมีการแสดงเตน เชน การเตน
บนเวทหี รือการเตน บริเวณโตะ อาหารหรอื เครื่องดื่ม

(ง) มีลักษณะของสถานที่ การจัดแสงหรือเสียง หรืออุปกรณอื่นใดตามท่ีกาํ หนด
ในกฎกระทรวง

(๕) สถานท่ีท่ีมีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอยางอื่นจําหนาย โดยจัดใหมีการแสดง
ดนตรีหรอื การแสดงอ่นื ใดเพอื่ การบันเทิง ซง่ึ ปดทาํ การหลงั เวลา ๒๔.๐๐ นากิ า

(๖) สถานทีอ่ นื่ ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง”
“ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด”๔ หมายความวา ความผิดตามกฎหมายวาดวยยาเสพติด
ใหโทษ กฎหมายวาดวยวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาท กฎหมายวาดวยการปองกันการใช
สารระเหย และกฎหมายวา ดว ยมาตรการในการปราบปรามผกู ระทาํ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพตดิ ”
“พนกั งานเจา หนา ท”่ี สําหรบั กรงุ เทพมหานคร หมายความถงึ ผบู ญั ชาการตํารวจนครบาล
ในจังหวดั อ่นื หมายความรวมถึง ผวู า ราชการจังหวัด
°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ตงั้ สถานบรกิ ารโดยไมไดร บั อนุญาต
ÁÒμÃÒ ô๕ หามมิใหผูใดต้ังสถานบริการ เวนแตจะไดรับใบอนุญาตจากพนักงาน
เจาหนาที่
ในการพิจารณาอนุญาต ใหพนักงานเจาหนาท่ีคาํ นึงถึงประวัติการกระทําความผิดตอ
กฎหมายของผขู ออนุญาตตั้งสถานบรกิ ารประกอบดวย
หลักเกณฑและวิธีการขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหน่ึงและหลักเกณฑเก่ียวกับ
ประวัติการกระทาํ ความผิดตอกฎหมายของผูขออนุญาตต้ังสถานบริการตามวรรคสอง รวมท้ังการขอ
ตอ อายุใบอนญุ าตและการอนุญาตใหต ออายุใบอนุญาต ใหเปน ไปตามท่กี ําหนดในกฎกระทรวง
ÁÒμÃÒ ô ·Ç๖Ô
¤Ø³ÊÁºÑμÔ
ÁÒμÃÒ ö ผขู ออนุญาตตง้ั สถานบรกิ ารตามมาตรา ๔ ตองมคี ณุ สมบัติ ดงั นี้
(๑) อายุไมตํ่ากวาย่ีสิบปบ รบิ รู ณ
(๒) ไมเ ปนผูมคี วามประพฤตเิ สือ่ มเสียหรือบกพรอ งในศีลธรรม
(๓) ไมเปน ผูวกิ ลจริต หรือจิตฟน เฟอ นไมส มประกอบ
(๔) ไมเปนผูเจ็บปวยดวยโรคติดตออันเปนท่ีรังเกียจแกสังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือ
โรคยาเสพติดใหโทษอยา งรา ยแรง
(๕) ไมเปนผูเคยตองรับโทษในความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามประมวลกฎหมายอาญา
ในความผิดตามกฎหมายวาดวยการคาหญิงและเด็กหญิงตามกฎหมายวาดวยการปราม การทําให
แพรหลาย และการคา วตั ถุอนั ลามกหรือตามกฎหมายวา ดวยการปรามการคา ประเวณี

๔ นยิ ามคาํ วา “ความผิดเก่ยี วกบั ยาเสพติด” เพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิสถานบรกิ าร (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๕ มาตรา ๔ แกไ ขโดยพระราชบัญญัตสิ ถานบริการ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๖ มาตรา ๔ ทวิ ยกเลกิ โดยพระราชบัญญตั สิ ถานบริการ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๔๖

๕๒

ในกรณีที่นิติบุคคลเปนผูขออนุญาตตั้งสถานบริการ ผูแทนของนิติบุคคลน้ันตองมี
คุณสมบตั ิ ตามความในวรรคกอ น

ʶҹ·Õè
ÁÒμÃÒ ÷ อาคาร หรือสถานที่ท่ีขออนุญาตตงั้ เปน สถานบรกิ ารตามมาตรา ๔ ตอง
(๑) ไมอ ยใู กลช ดิ วดั สถานทสี่ ําหรบั ปฏบิ ตั พิ ธิ กี รรมทางศาสนา โรงเรยี น หรอื สถานศกึ ษา
โรงพยาบาล สถานพยาบาลท่ีรับผูปวยไวคางคืน สโมสรเยาวชน หรือหอพักตามกฎหมายวาดวย
หอพกั ในขนาดทเี่ หน็ ไดวา จะกอความเดอื ดรอ นราํ คาญแกส ถานท่ดี ังกลาวแลว
(๒) ไมอยูในยานท่ีประชาชนอยูอาศัย อันจะกอความเดือดรอนรําคาญแกประชาชน
ผูอยอู าศยั ใกลเ คยี ง
(๓) มีทางถา ยเทอากาศสะดวก
ÁÒμÃÒ ø ถาอาคารหรือสถานท่ีที่ขออนุญาตตั้งสถานบริการตามมาตรา ๔ เปน
ของผูอ่ืน ในช้ันขออนุญาตต้ังสถานบริการ ผูขออนุญาตตองมีหนังสือแสดงวาไดรับความยินยอม
จากเจาของอาคารหรือสถานท่ีนน้ั
ãºÍ¹ÞØ Òμ
ÁÒμÃÒ ñð ใบอนญุ าตใหต ง้ั สถานบรกิ ารใหใ ชไ ดจ นถงึ วนั ท่ี ๓๑ ธนั วาคม ของปท อี่ อก
ใบอนญุ าต
ผูรับอนุญาตผูใดประสงคจะขอตออายุใบอนุญาต จะตองย่ืนคําขอเสียกอนใบอนุญาต
ส้ินอายุ เมื่อไดยื่นคาํ ขอดังกลาวแลว จะประกอบกิจการตอไปก็ไดจนกวาพนักงานเจาหนาที่จะส่ัง
ไมอนุญาตใหต อ อายใุ บอนญุ าตนั้น
ÁÒμÃÒ ññ÷ ในกรณพี นกั งานเจา หนา ทไ่ี มอ อกใบอนญุ าต หรอื ไมต อ อายใุ บอนญุ าตใหต งั้
สถานบริการในกรุงเทพมหานคร ผูขออนุญาตหรือผูขอตออายุใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณตออธิบดี
กรมตาํ รวจในจังหวัดอื่น ผูขออนุญาตหรือผูขอตออายุใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณตอปลัดกระทรวง
มหาดไทย การอุทธรณใหกระทําภายในกําหนดสามสิบวัน นับแตวันไดรับหนังสือพนักงานเจาหนาที่
แจงการไมอนญุ าต หรือไมต ออายุใบอนญุ าต
คาํ วนิ จิ ฉยั ของอธิบดกี รมตาํ รวจหรือปลดั กระทรวงมหาดไทยแลว แตก รณีใหเปนทส่ี ดุ
หนังสือของพนักงานเจาหนาที่ตามความในวรรคแรก ตองแสดงเหตุผลในการไมออก
ใบอนุญาตหรอื ไมต ออายใุ บอนุญาตใหผ ขู อทราบดวย
ãºÍ¹ØÞÒμªÒí ôØ
ÁÒμÃÒ ñò ในกรณีใบอนุญาตใหตั้งสถานบริการสูญหายหรือชาํ รุดในสาระสาํ คัญ
ใหผูรับอนุญาตตั้งสถานบริการท่ียื่นคาํ ขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในกาํ หนดสิบหาวัน นับแตวันท่ี
ไดท ราบวา ใบอนุญาตสญู หายหรือชาํ รดุ
ÁÒμÃÒ ñó หา มมใิ หผ รู บั อนญุ าตตงั้ สถานบรกิ าร ยา ย แกไ ข เปลย่ี นแปลงหรอื ตอ เตมิ
สถานบริการ เวนแตไดรบั อนุญาตเปนหนงั สอื จากเจาหนา ที่

๗ มาตรา ๑๑ แกไขโดยพระราชบัญญัตสิ ถานบริการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๑

๕๓

¡Òû¯ÔºμÑ Ô¡ºÑ ¾¹Ñ¡§Ò¹
ÁÒμÃÒ ñô๘ ใหผูรับอนุญาตต้ังสถานบริการจัดทําบัตรประวัติของพนักงานกอนเริ่ม
เขา ทํางานในสถานบริการ
ในกรณีที่รายการในบัตรประวัติเปล่ียนแปลงไป ใหผูรับอนุญาตต้ังสถานบริการแจง
การเปลี่ยนแปลงภายในเจ็ดวนั นบั แตว นั ทีม่ ีการเปลย่ี นแปลง
การจดั ทํา การเกบ็ รกั ษา และการแจง การเปลย่ี นแปลงบตั รประวตั ิ ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ
และวธิ ีการทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง
การจดั ทําบตั รประวตั นิ นั้ ตอ งไมร ะบหุ นา ทขี่ องพนกั งานในทางทกี่ อ ใหเ กดิ ความเสยี หาย
แกพ นักงานนนั้
ÁÒμÃÒ ñõ ในกรณีบัตรประวัติซ่ึงเก็บรักษาไว ณ สถานบริการ สูญหาย ถูกทําลาย
หรือชาํ รุดในสาระสาํ คัญ ผูรับอนุญาตต้ังสถานบริการตองจัดทาํ บัตรประวัติใหม ภายในกําหนด
เจ็ดวันนับแตวันท่ีบัตรน้ันสูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุดในสาระสาํ คัญและใหนาํ ความในมาตรา ๑๔
วรรคแรก มาใชบ ังคบั โดยอนโุ ลม
¢ÍŒ »¯ºÔ μÑ ¢Ô ͧʶҹºÃ¡Ô ÒÃ
ÁÒμÃÒ ñö๙ หา มมใิ หผ รู ับอนญุ าตต้งั สถานบรกิ าร
(๑) รับผมู อี ายุตํา่ กวา สิบแปดปบรบิ รู ณเ ขาทาํ งานในสถานบริการ
(๒) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหผมู อี าการมนึ เมาจนประพฤติวนุ วาย หรือครองสติ
ไมไดเขาไปหรืออยูในสถานบริการระหวางเวลาทําการ
(๓) จําหนายสรุ าใหแ กผ มู ีอาการมนึ เมาจนประพฤตวิ ุนวายหรอื ครองสติไมได
(๔) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหผูซึ่งไมมีหนาที่เฝาดูแลสถานบริการนั้นพักอาศัย
หลบั นอนในสถานบรกิ าร
(๕) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหมีการกระทาํ ความผิดเก่ียวกับยาเสพติดใน
สถานบรกิ าร
(๖) ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหมีการนําอาวุธเขาไปในสถานบริการ เวนแตเปน
กรณีทเี่ จาหนา ท่ีซ่งึ อยใู นเครือ่ งแบบนาํ เขา ไปเพ่ือปฏิบตั ิหนาที่ตามกฎหมาย
ÁÒμÃÒ ñö/ñ๑๐ หา มมใิ หผ รู บั อนญุ าตตง้ั สถานบรกิ ารยนิ ยอมหรอื ปลอ ยปละละเลยให
ผมู อี ายตุ ่ํากวา ยส่ี บิ ปบ รบิ รู ณซ ง่ึ มไิ ดท ํางานในสถานบรกิ ารนน้ั เขา ไปในสถานบรกิ ารระหวา งเวลาทําการ
เพื่อปฏิบัติการใหเปนไปตามวรรคหน่ึง ใหผูรับอนุญาตตั้งสถานบริการตรวจเอกสาร
ราชการทม่ี ีภาพถา ยและระบอุ ายขุ องผูซ ่ึงจะเขาไปในสถานบริการ

๘ มาตรา ๑๔ แกไ ขโดยพระราชบญั ญตั สิ ถานบรกิ าร (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๙ มาตรา ๑๖ แกไ ขโดยพระราชบญั ญัติสถานบริการ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๑๐ มาตรา ๑๖/๑ เพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัตสิ ถานบรกิ าร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๖

๕๔

ในกรณีท่ีผูซ่ึงจะเขาไปในสถานบริการไมยินยอมใหตรวจเอกสารราชการหรือไมมี
เอกสารราชการและเขาไปในสถานบริการ ใหผูรับอนุญาตตั้งสถานบริการแจงใหเจาหนาท่ีทราบ
โดยพลัน ท้ังน้ี เจาหนาท่ีผูรับแจงและหลักเกณฑและวิธีการในการแจงและการรับแจงใหเปนไปตาม
ที่กระทรวงมหาดไทยประกาศกาํ หนด

ในการดาํ เนนิ การตามวรรคสองหรอื วรรคสาม ผรู บั อนญุ าตตงั้ สถานบรกิ ารจะมอบหมาย
ใหพนกั งานของสถานบริการเปน ผดู ําเนนิ การแทนก็ได

ÁÒμÃÒ ñö/ò๑๑ หามมิใหผูใดนําอาวุธเขาไปในสถานบริการ เวนแตผูนั้นเปน
เจา หนาท่ีซงึ่ อยใู นเครอ่ื งแบบและนําเขา ไปเพอ่ื ปฏิบตั หิ นา ทีต่ ามกฎหมาย

ÁÒμÃÒ ñö/ó๑๒ ในกรณีท่ีผูรับอนุญาตตั้งสถานบริการพบหรือมีเหตุอันควรสงสัยวา
มผี มู อี าการมนึ เมาจนประพฤตวิ นุ วายหรอื ครองสตไิ มไ ดเ ขา ไปหรอื อยใู นสถานบรกิ ารระหวา งเวลาทาํ การ
มีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ หรือมีการฝาฝนมาตรา ๑๖/๒ ใหผูรับ
อนุญาตตั้งสถานบริการแจงใหเจาหนาท่ีทราบโดยพลัน ท้ังน้ี เจาหนาท่ีผูรับแจงและหลักเกณฑและ
วธิ ีการในการแจงและการรับแจงใหเ ปนไปตามท่กี ระทรวงมหาดไทยประกาศกําหนด

การแจงตามวรรคหนึ่ง ผูรับอนุญาตตั้งสถานบริการจะมอบหมายใหพนักงานของ
สถานบริการเปนผแู จงแทนก็ได

ÁÒμÃÒ ñ÷๑๓ การกาํ หนดวนั เวลาเปด ปด ของสถานบรกิ าร การจดั สถานทภี่ ายนอกและ
ภายในเพื่อความเปนระเบียบเรียบรอย เพ่ือความสะอาดหรือเพื่อความสะดวกในการตรวจตราของ
เจาหนาท่ี การใชโคมไฟหรือการใหพนักงานติดหมายเลขประจําตัวในสถานบริการ ใหเปนไปตาม
ท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง

ÁÒμÃÒ ñø๑๔ ผูรบั อนุญาตตัง้ สถานบรกิ ารตามมาตรา ๓ (๑) จะจดั ใหมีสุรา น้าํ ชา หรอื
เครื่องด่มื อยา งอ่นื จาํ หนาย หรอื จัดใหมีการแสดงดนตรีหรอื การแสดงอื่นใดเพอ่ื การบันเทงิ ดว ยก็ได

ÁÒμÃÒ ñù ในการจัดใหมีการแสดงเพ่ือความบันเทิง ผูรับอนุญาตต้ังสถานบริการ
มีหนาท่ีตองควบคุมการแสดงมิใหเปนไปในทางลามกหรืออนาจาร และมิใหมีสัตวรายเขารวม
การแสดงในสภาพทอ่ี าจกอ ใหเ กิดอนั ตรายแกผ ชู ม

๑๑ มาตรา ๑๖/๒ เพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญัติสถานบรกิ าร (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๑๒ มาตรา ๑๖/๓ เพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญตั สิ ถานบรกิ าร (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๑๓ มาตรา ๑๗ แกไขโดยพระราชบัญญัตสิ ถานบรกิ าร (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๑๔ มาตรา ๑๘ แกไขโดยพระราชบญั ญัตสิ ถานบริการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๖

๕๕

ÍÓ¹Ò¨¢Í§à¨ŒÒ¾¹¡Ñ §Ò¹
ÁÒμÃÒ òð๑๕ เมื่อปรากฏวา ผูไดรับอนุญาตตั้งสถานบริการฝาฝน มาตรา ๑๙
ในกรุงเทพมหานคร นายตํารวจทองท่ีตั้งแตชั้นสารวัตรขึ้นไป ในจังหวัดอื่นต้ังแตนายอําเภอทองที่
ขึน้ ไปมอี าํ นาจสง่ั ใหง ดการแสดงนัน้ ได
ÁÒμÃÒ òñ๑๖ ในกรณีท่ีผูรับอนุญาตต้ังสถานบริการขาดคุณสมบัติ หรือเม่ือสถาน
บริการใดดําเนินกิจการขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ยินยอมหรือ
ปลอยปละละเลยใหมีการม่ัวสุมเพ่ือกระทําความผิดเก่ียวกับยาเสพติดหรือมีการกระทําความผิด
เกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ หรือดําเนินกิจการโดยไมปฏิบัติตามหรือฝาฝนบทบัญญัติแหง
พระราชบัญญัติน้ีหรือกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติน้ี ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจ
ไมตออายุใบอนุญาตหรือสั่งพักใชใบอนุญาต หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได โดยใหคํานึงถึง
ความรา ยแรงของการกระทําความผดิ
การสัง่ พักใชใ บอนญุ าต ใหส่งั พกั ไดด ังตอไปนี้
(๑) กรณีดาํ เนินกจิ การสถานบริการโดยไมป ฏิบตั ติ ามหรือฝา ฝนมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕
มาตรา ๑๖ (๒) หรือ (๓) หรือกฎกระทรวงตามมาตรา ๑๗ เฉพาะในสวนที่ไมใชกําหนดวันเวลา
เปด ปด สถานบรกิ ารใหส ั่งพักไดคร้งั ละไมเกนิ สามสิบวนั
(๒) กรณีดําเนินกิจการสถานบริการขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของ
ประชาชน ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหมีการมั่วสุมเพ่ือกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
หรือมีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ หรือดําเนินกิจการสถานบริการ
โดยไมป ฏบิ ัตติ ามหรือฝาฝน มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๖ (๑)(๔) (๕) หรือ (๖) มาตรา ๑๖/๑ วรรคหนงึ่
มาตรา ๑๖/๒ มาตรา ๑๙ หรือกฎกระทรวงตามมาตรา ๑๗ เฉพาะในสวนท่ีเกี่ยวกับกําหนด
วนั เวลาเปดปด สถานบรกิ ารใหส ัง่ พกั ไดคร้งั ละไมเกินเกาสิบวนั
หลักเกณฑในการพิจารณาวากรณีใดพนักงานเจาหนาท่ีจะมีคําส่ังหรือไมมีคําส่ัง
ตอ อายใุ บอนญุ าตหรือพักใชใบอนุญาตหรือเพกิ ถอนใบอนุญาตพรอ มดวยเหตุผล รวมทง้ั หลกั เกณฑ
การกาํ หนดระยะเวลาในการสงั่ พกั ใชใ บอนุญาตใหเปนไปตามท่ีกระทรวงมหาดไทยประกาศกําหนด
ในกรณีที่ผูรับอนุญาตตั้งสถานบริการอุทธรณคําสั่งพักใชหรือเพิกถอนใบอนุญาตตาม
มาตรา ๒๒ หากอทุ ธรณโดยเหตุตามวรรคสอง (๑) ใหก ารอุทธรณเ ปนการทุเลาการบังคบั ตามคาํ สั่ง
พักใชหรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น หากอุทธรณโดยเหตุตามวรรคสอง (๒) หรือเหตุอื่นใหพนักงาน
เจา หนา ทผ่ี ทู าํ คาํ สงั่ นน้ั เปน ผมู อี าํ นาจสงั่ ใหท เุ ลาการบงั คบั ตามคาํ สงั่ พกั ใชห รอื เพกิ ถอนใบอนญุ าตนน้ั

๑๕ มาตรา ๒๐ แกไขโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๑
๑๖ มาตรา ๒๑ แกไ ขโดยพระราชบัญญตั สิ ถานบริการ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๖

๕๖

แตตองมีคําสั่งภายในเจ็ดวันนับแตวันท่ีไดรับคําขอใหทุเลาการบังคับ หากพนกําหนดดังกลาวแลว
พนักงานเจาหนาท่ียังไมมีคําสั่งใดใหถือวาเปนการทุเลาการบังคับตามคําสั่งพักใชหรือเพิกถอน
ใบอนญุ าตน้ัน

ระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณคําสั่งพักใชใบอนุญาต ใหผูมีอํานาจพิจารณา
อทุ ธรณใ หแ ลว เสรจ็ ภายในสบิ หา วนั นบั แตว นั ทห่ี นว ยงานทผี่ มู อี าํ นาจพจิ ารณาอทุ ธรณป ระจาํ อยไู ดร บั
อุทธรณ ระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณคําส่ังอื่นท่ีไมใชคําส่ังพักใชใบอนุญาตใหเปนไปตาม
กฎหมายวา ดว ยวธิ ปี ฏิบัตริ าชการทางปกครอง

ÁÒμÃÒ òô๑๘ เม่ือพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจช้ันผูใหญ ตามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญา มีเหตุอันควรเช่ือหรือสงสัยวามีการฝาฝน หรือไมปฏิบัติตามบทแหง
พระราชบัญญัติน้ี หรือกฎกระทรวงซ่ึงออกตามพระราชบัญญัติน้ี ในสถานบริการแหงใด
ใหเ จาพนกั งานนนั้ มอี ํานาจเขา ไปตรวจภายในสถานบรกิ ารน้นั ไดไ มวา ในเวลาใดๆ

ในการปฏิบัติหนาท่ีตามวรรคหนึ่ง ใหเจาพนักงานผูมีอํานาจตรวจแสดงบัตรประจําตัว
ตอบคุ คลที่เกีย่ วของ

â·ÉμÒÁ ¾.Ã.º.ʶҹºÃÔ¡ÒÃ
ÁÒμÃÒ òõ๑๙ ผูรับอนญุ าตต้ังสถานบริการ ผูดําเนินกจิ การ ลกู จาง หรือคนรบั ใชของ
สถานบริการผูใดสามารถใหความสะดวกแกเจาพนักงานซ่ึงปฏิบัติการตามมาตรา ๒๔ ได แตไมยอม
ใหความสะดวกน้ันเมื่อเจาพนักงานรองขอ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือน หรือปรับไมเกิน
หนึง่ พันบาทหรอื ทั้งจาํ ทั้งปรับ
ÁÒμÃÒ òõ ·ÇÔ๒๐
ÁÒμÃÒ òö๒๑ ผใู ดตงั้ สถานบรกิ ารโดยไมไ ดร บั อนญุ าต หรอื ดาํ เนนิ กจิ การสถานบรกิ าร
เชนวาน้ันในระหวางถูกพักใชใบอนุญาตหรือดําเนินกิจการสถานบริการผิดประเภทท่ีระบุไวใน
ใบอนญุ าต ตอ งระวางโทษจาํ คุกไมเ กนิ หนึง่ ป หรอื ปรบั ไมเกนิ หกหมื่นบาท หรือท้ังจาํ ท้ังปรับ
ÁÒμÃÒ òö ·Ç๒Ô ๒
ÁÒμÃÒ ò÷๒๓ ผูรับอนุญาตตั้งสถานบริการผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๑๒
มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๖/๑ วรรคหน่งึ หรอื กฎกระทรวง
ตามมาตรา ๑๗ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเกินหาหมื่นบาท

๑๘ มาตรา ๒๔ แกไขโดยพระราชบญั ญัตสิ ถานบรกิ าร (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๑
๑๙ มาตรา ๒๕ แกไขโดยพระราชบัญญัติสถานบรกิ าร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๑
๒๐ มาตรา ๒๕ ทวิ ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญัติสถานบรกิ าร (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๒๑ มาตรา ๒๖ แกไขโดยพระราชบญั ญัตสิ ถานบริการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๒๒ มาตรา ๒๖ ทวิ ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญัติสถานบรกิ าร (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๒๓ มาตรา ๒๗ แกไขโดยพระราชบญั ญตั ิสถานบริการ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๔๖

๕๗

ÁÒμÃÒ òø๒๔ ผรู บั อนุญาตตงั้ สถานบรกิ ารผูใ ดฝา ฝน มาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๖ (๕)
หรือ (๖) ตอ งระวางโทษปรับไมเ กินหกหมื่นบาท

ÁÒμÃÒ òø/ñ๒๕ ผรู บั อนญุ าตตง้ั สถานบรกิ ารผใู ดไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๑๖/๑ วรรคสอง
หรอื วรรคสาม หรือมาตรา ๑๖/๓ ตองระวางโทษปรบั ไมเกนิ หาหม่ืนบาท

ผูใดเขาไปในสถานบริการโดยไมม ีหรือไมย อมใหตรวจเอกสารราชการตามมาตรา ๑๖/๑
วรรคสาม ตอ งระวางโทษปรบั ไมเกนิ หา พนั บาท

ÁÒμÃÒ òø/ò๒๖ ผูใดนําอาวุธเขาไปในสถานบริการโดยฝาฝนมาตรา ๑๖/๒
ตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กินหกเดือน หรอื ปรับไมเ กนิ หนงึ่ หม่นื บาท หรือท้งั จําท้งั ปรับ

ในกรณีที่อาวุธตามวรรคหน่ึงเปนอาวุธปน ผูฝาฝนตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหนึ่งปถึง
หาป หรือปรับต้ังแตส องหมื่นบาทถงึ หนงึ่ แสนบาท หรอื ทง้ั จาํ ท้งั ปรับ

ในกรณีท่ีอาวุธตามวรรคหนึ่งเปนวัตถุระเบิดหรืออาวุธสงคราม ผูฝาฝนตองระวางโทษ
จาํ คกุ ต้งั แตส องปถงึ ย่สี ิบป หรือปรบั ต้ังแตส่ีหมืน่ บาทถงึ สแ่ี สนบาท หรอื ทั้งจําทงั้ ปรบั

ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาลงโทษตามวรรคหน่ึง วรรคสอง หรือวรรคสาม ใหศาล
มอี าํ นาจสั่งใหรบิ อาวธุ นนั้ ดว ย

ÁÒμÃÒ òø/ó๒๗ ผูรับอนุญาตต้ังสถานบริการผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๑๙ หรือผูใด
จัดใหมีการแสดงเพ่ือความบันเทิงในสถานบริการที่เปนไปในทางลามกหรืออนาจาร ตองระวางโทษ
จําคกุ ไมเกนิ สามป หรอื ปรับไมเกนิ หกหมื่นบาท หรอื ท้ังจาํ ทั้งปรบั

ÁÒμÃÒ òø/ô๒๘ ในกรณีท่ีผูกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีเปนนิติบุคคล
กรรมการผูจัดการ หรือบุคคลใดซ่ึงรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลนั้น ตองรับโทษตามที่
บัญญัติไวสําหรับความผิดนั้นๆ ดวย เวนแตจะพิสูจนไดวาตนมิไดมีสวนในการกระทําความผิดของ
นติ บิ คุ คลน้ัน

ÁÒμÃÒ òù เมื่อพระราชบัญญัตินี้ไดใชบังคับในทองท่ีใดใหผูต้ังสถานบริการตาม
มาตรา ๓ (๑) (๒) หรือ (๓) อยูแลวกอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับดําเนินกิจการตอไปได
ในเม่ือไดจัดทําบัตรประวัติตามท่ีบังคับไวในมาตรา ๑๔ และมาขอรับใบอนุญาตตั้งสถานบริการน้ัน
โดยเสียคา ธรรมเนียมภายในกําหนดสามสิบวัน นับแตวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ินี้ใชบงั คับในทองท่ีนนั้

๒๔ มาตรา ๒๘ แกไ ขโดยพระราชบัญญตั ิสถานบรกิ าร (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๒๕ มาตรา ๒๘/๑ เพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญตั ิสถานบรกิ าร (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๒๖ มาตรา ๒๘/๒ เพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิสถานบริการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๒๗ มาตรา ๒๘/๓ เพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิสถานบริการ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ.๒๕๔๖
๒๘ มาตรา ๒๘/๔ เพ่มิ เติมโดยพระราชบัญญตั สิ ถานบริการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๔๖

๕๘

ใหผูตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓ (๔) อยูแลวกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ
ปฏิบัติตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ภายในกําหนดสามสิบวัน นับแตวันท่ีพระราชบัญญัติน้ี
ใชบงั คับในทอ งทีน่ ัน้

ÁÒμÃÒ óð ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี
และใหมีอํานาจออกกฎกระทรวง กําหนดคาธรรมเนียมไมเกินอัตราในบัญชีทายพระราชบัญญัติน้ี
ยกเวนคาธรรมเนียม และกําหนดกจิ การอืน่ เพือ่ ปฏบิ ัติการตามพระราชบัญญตั ินี้

กฎกระทรวงนั้น เมือ่ ไดป ระกาศในราชกิจจานเุ บกษาแลวใหใ ชบงั คับได

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ ÔʶҹºÃ¡Ô Òà ¾.È.òõðù ·èÕ¾ºº‹ÍÂÁ´Õ §Ñ ¹éÕ

ÅӴѺ ¢ÍŒ ËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ

๑. ไมจัดทาํ บตั รประวตั ิพนักงาน มาตรา ๑๔ - ปรับไมเกนิ ๕๐,๐๐๐ บาท

๒. ๒.๑ รบั ผมู อี ายตุ ํา่ กวา ๑๘ ปบรบิ ูรณเขา ทํางาน มาตรา ๑๖(๑) - ปรับไมเกนิ ๕๐,๐๐๐ บาท
๒.๒ จาํ หนายสุราใหแกผูมอี าการมึนเมาจนประพฤติตนวุนวายหรอื ครองสติไมได มาตรา ๑๖(๓) - ปรบั ไมเ กิน ๕๐,๐๐๐ บาท
๒.๓ ยนิ ยอมปลอ ยปละละเลยใหม กี ารกระทาํ ความผดิ เกย่ี วกบั ยาเสพตดิ ในสถานบรกิ าร มาตรา ๑๖(๕) - ปรับไมเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท
๒.๔ ยนิ ยอมหรือปลอ ยปละละเลยใหม กี ารนาํ อาวธุ เขา ไปในสถานบริการ มาตรา ๑๖(๖) - ปรบั ไมเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท

๓. ยา ยแกไ ขเปลย่ี นแปลงหรอื ตอเตมิ สถานบรกิ ารโดยไมไ ดร ับอนุญาตจากเจา หนาท่ี มาตรา ๑๓ - ปรบั ไมเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท

๔. ยินยอมหรือปลอ ยปละละเลยใหผ มู อี ายุตาํ่ กวา ๒๐ ปบ รบิ รู ณเ ขา ไปในสถานบรกิ าร มาตรา ๑๖/๑ - ปรับไมเกนิ ๖๐,๐๐๐ บาท

๕. จัดใหมีการแสดงลามกหรอื อนาจารในสถานบริการ มาตรา ๑๙ - จําคุกไมเกิน ๓ ปหรอื ปรับไมเ กิน
๖๐,๐๐๐ บาท หรอื ท้ังจําทัง้ ปรับ

๖. เปด ทําการสถานบรกิ ารไมเ ปนไปตามเวลาทก่ี ฎหมายกาํ หนด มาตรา ๑๖ - ปรับไมเ กนิ ๕๐,๐๐๐ บาท

๕๙

๖๑

º··Õè ô

¾.Ã.º.¤Çº¤ØÁà¤Ã×Íè §´è×ÁáÍÅ¡ÍÎÍŏ ¾.È.òõõñ

ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÂÕ ¹Ã»ŒÙ ÃШӺ·

๑.๑ เพื่อใหนักเรียนมีความรูและความเขาใจใน พ.ร.บ.ควบคุมเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล
พ.ศ.๒๕๕๑

๑.๒ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี
ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคมุ เครอ่ื งดื่มแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑

๑.๓ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม
พ.ร.บ.ควบคมุ เครือ่ งดื่มแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑

ò. ʋǹ¹Ó

เครอื่ งดม่ื แอลกอฮอลไ ดก อ ใหเ กดิ ปญ หาแกส งั คมอยา งมากมายตง้ั แตป ญ หาความรนุ แรง
ในครัวเรือน ปญหาสุขภาพกายสุขภาพจิตของผูปวยจากการติดสุรา ปญหาความรุนแรงจากการ
ขาดสติ ปญหาอาชญากรรมทางเพศ ปญหาอุบัติเหตุ ดังน้ันเพื่อเปนการควบคุมปญหาท่ีเกิดจาก
เครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอล รฐั จงึ จาํ เปน ตอ งควบคมุ การดาํ เนนิ การตา งๆ ทเ่ี กยี่ วขอ งกบั เครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอล

ó. à¹Íé× ËÒμÒÁËÇÑ ¢ŒÍ

๓.๑ ความรูทัว่ ไปเก่ยี วกบั พ.ร.บ.ควบคุมเครอ่ื งด่ืมแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑
๓.๒ การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอลตาม พ.ร.บ.ควบคุมเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล
พ.ศ.๒๕๕๑
๓.๓ พนกั งานเจาหนาท่ี
๓.๔ ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเคร่ืองดม่ื แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑

ô. ʋǹÊÃØ»

เครื่องดื่มแอลกอฮอลอาจจะเปนบทบัญญัติท่ีเพ่ิมโทษใน พ.ร.บ.สุราใหหนักขึ้น
แมวัตถุประสงคของกฎหมายทั้งสองฉบับจะตางกัน กลาวคือ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล
มงุ ควบคมุ คนทต่ี ดิ สรุ าแลว ใหม โี อกาสไดเ ลกิ และปอ งกนั ไมใ หเ กดิ นกั ดม่ื หนา ใหม ในขณะท่ี พ.ร.บ.สรุ าฯ
มุงท่ีการจัดเก็บรายไดของรัฐ และควบคุมคุณภาพของสุรา เพ่ือความปลอดภัยของผูดื่ม ดังนั้น
การบังคับใชกฎหมายทั้งสองฉบบั จงึ แตกตา งกัน ซึ่งหากบงั คับใช พ.ร.บ.ควบคุมเครอื่ งดม่ื แอลกอฮอล
อยางมปี ระสิทธภิ าพยอ มลดนกั ด่มื หนา ใหมท ีจ่ ะเกิดข้นึ เปนปญ หาสงั คมตอไป

õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó

ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล และนําขอมูลมา
วิเคราะหอ ภิปรายรวมกันในชัน้ เรียน

๖๒

¤ÇÒÁÃÙŒ·ÑèÇä»à¡ÂèÕ Ç¡Ñº ¾.Ã.º.¤Çº¤ÁØ à¤Ãè×ͧ´×Áè áÍÅ¡ÍÎÍÅϏ

ÁÒμÃÒ ó ในพระราชบัญญตั ิน้ี
“เคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล” หมายความวา สุราตามกฎหมายวาดวยสุรา ทั้งนี้ ไมรวมถึง
ยาวัตถุออกฤทธ์ติ อจติ และประสาท ยาเสพติดใหโ ทษตามกฎหมายวา ดว ยการน้นั
“ผูติดเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล” หมายความวา บุคคลท่ีด่ืมเครื่องดื่มแอลกอฮอล
จนกอใหเกิดผลเสียตอสุขภาพรางกายหรือจิตใจ โดยการด่ืมนั้นมีลักษณะที่ตองเพิ่มปริมาณมากขึ้น
และเม่อื หยดุ ดม่ื จะมีอาการแสดงของการขาดเครอื่ งดม่ื แอลกอฮอลในรา งกาย
“ขาย” หมายความรวมถงึ จาํ หนา ย จา ย แจก แลกเปลยี่ น ให เพอื่ ประโยชนใ นทางการคา
“โฆษณา” หมายความวา การกระทําไมวาโดยวิธีใดๆ ใหประชาชนเห็น ไดยิน
หรอื ทราบขอ ความเพ่ือประโยชนใ นทางการคา และใหหมายความรวมถงึ การสื่อสารการตลาด
“การส่ือสารการตลาด” หมายความวา การกระทํากิจกรรมในรูปแบบตางๆ โดยมี
วตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื ขายสนิ คา บรกิ ารหรอื ภาพลกั ษณ การประชาสมั พนั ธ การเผยแพรข า วสาร การสง เสรมิ
การขาย การแสดงสินคา การจดั หรอื สนบั สนุนใหมีการจัดกิจกรรมพเิ ศษ และการตลาดแบบตรง
“ขอความ” หมายความรวมถึง การกระทําใหปรากฏดวยตัวอักษร ภาพ ภาพยนตร
แสง เสยี ง เคร่อื งหมายหรือการกระทําอยา งใดๆ ทีท่ ําใหบคุ คลท่วั ไปสามารถเขาใจความหมายได
“ฉลาก” หมายความวา รปู รอยประดษิ ฐ กระดาษหรือสิ่งอน่ื ใดท่ีทาํ ใหปรากฏขอความ
เกี่ยวกับสินคาซ่ึงแสดงไวที่สินคาหรือภาชนะบรรจุหรือหีบหอบรรจุสินคา หรือสอดแทรก หรือรวม
ไวกับสินคาหรือภาชนะบรรจุหรือหีบหอบรรจุสินคาและหมายความรวมถึงเอกสาร หรือคูมือสําหรับ
ใชประกอบกับสินคา ปายทตี่ ดิ ตั้งหรอื แสดงไวทส่ี นิ คาหรือภาชนะบรรจหุ รือหีบหอบรรจุสนิ คานัน้
“คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการนโยบายเครอ่ื งดืม่ แอลกอฮอลแ หงชาติ
“คณะกรรมการควบคมุ ” หมายความวา คณะกรรมการควบคุมเครอื่ งดม่ื แอลกอฮอล
“สํานกั งาน” หมายความวา สํานักงานคณะกรรมการควบคุมเคร่ืองดม่ื แอลกอฮอล
“พนักงานเจาหนาที่” หมายความวา ผูซ่ึงรัฐมนตรีแตงต้ังใหปฏิบัติการตาม
พระราชบญั ญัตินี้
“ผูอํานวยการ” หมายความวา ผูอํานวยการสํานักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องด่ืม
แอลกอฮอล
“อธบิ ดี” หมายความวา อธิบดีกรมควบคุมโรค
“รฐั มนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรกั ษาการตามพระราชบัญญัตนิ ี้
ÁÒμÃÒ ô ใหนายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจแตงตั้ง
พนักงานเจา หนาที่ ออกกฎกระทรวง ระเบยี บ และประกาศ เพื่อปฏบิ ัติการตามพระราชบญั ญตั ินี้
กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศน้ัน เมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใช
บังคบั ได

๖๓

ÁÒμÃÒ òö ใหผผู ลติ หรอื นาํ เขาเครือ่ งด่ืมแอลกอฮอล ปฏิบตั ดิ งั ตอ ไปนี้
(๑) จดั ใหม บี รรจภุ ณั ฑ ฉลาก พรอ มทงั้ ขอความคาํ เตือนสําหรบั เครือ่ งดื่มแอลกอฮอล
ทผี่ ลิตหรอื นําเขา ทัง้ นใ้ี หเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขท่ีคณะกรรมการควบคมุ ประกาศ
กําหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการและประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
(๒) การอ่ืนตามท่ีคณะกรรมการควบคุมกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ÁÒμÃÒ ò÷ หา มขายเครอ่ื งดืม่ แอลกอฮอลใ นสถานทห่ี รอื บรเิ วณดงั ตอไปน้ี
(๑) วัดหรือสถานท่สี าํ หรบั ปฏิบตั พิ ธิ กี รรมทางศาสนา
(๒) สถานบรกิ ารสาธารณสขุ ของรฐั สถานพยาบาลตามกฎหมายวา ดว ยสถานพยาบาล
และรานขายยาตามกฎหมายวาดวยยา
(๓) สถานทร่ี าชการ ยกเวน บรเิ วณทจี่ ดั ไวเปน รา นคา หรือสโมสร
(๔) หอพักตามกฎหมายวา ดว ยหอพัก
(๕) สถานศกึ ษาตามกฎหมายวาดวยการศึกษาแหง ชาติ
(๖) สถานีบริการน้ํามันเชื้อเพลิงตามกฎหมายวาดวยการควบคุมน้ํามันเชื้อเพลิง
หรือรา นคาในบรเิ วณสถานบี ริการนํา้ มนั เชื้อเพลิง
(๗) สวนสาธารณะของทางราชการท่จี ัดไวเ พอ่ื การพกั ผอนของประชาชนโดยทว่ั ไป
(๘) สถานทอ่ี น่ื ท่รี ฐั มนตรปี ระกาศกําหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการ
ÁÒμÃÒ òø หามมิใหผูใดขายเครื่องด่ืมแอลกอฮอลในวัน หรือเวลาท่ีรัฐมนตรี
ประกาศกําหนดโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ประกาศดังกลาวจะกําหนดเงื่อนไขหรือ
ขอยกเวนใดๆ เทาทีจ่ ําเปน ไวดวยก็ได
บทบญั ญตั ใิ นวรรคหนงึ่ มใิ หใ ชบ งั คบั กบั การขายของผผู ลติ ผนู าํ เขา หรอื ตวั แทนของผผู ลติ
หรอื ผูน าํ เขาไปยังผูขายซง่ึ ไดรับอนญุ าตตามกฎหมายวา ดวยสรุ า
ÁÒμÃÒ òù หา มมิใหผใู ดขายเครอื่ งด่มื แอลกอฮอลแ กบคุ คลตอไปน้ี
(๑) บคุ คลซึง่ มอี ายุตาํ่ กวายส่ี บิ ปบ ริบูรณ
(๒) บคุ คลที่มอี าการมึนเมาจนครองสตไิ มได
ÁÒμÃÒ óð หา มมใิ หผ ใู ดขายเครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอลโ ดยวธิ กี ารหรอื ในลกั ษณะ ดงั ตอ ไปน้ี
(๑) ใชเ ครื่องขายอัตโนมัติ
(๒) การเรขาย
(๓) การลดราคาเพือ่ ประโยชนใ นการสง เสรมิ การขาย
(๔) ใหหรือเสนอใหสิทธิในการเขาชมการแขงขัน การแสดง การใหบริการ การชิงโชค
การชิงรางวัล หรือสิทธิประโยชนอื่นใดเปนการตอบแทนแกผูซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล หรือแกผูนํา
หีบหอ หรือสลากหรือสงิ่ อ่ืนใดเก่ียวกับเครอื่ งดมื่ แอลกอฮอลม าแลกเปลยี่ นหรอื แลกซ้ือ

๖๔

(๕) โดยแจก แถม ให หรือแลกเปลยี่ นกบั เครื่องดมื่ แอลกอฮอล หรือกับสนิ คาอืน่ หรอื
การใหบริการอยางอ่ืนแลวแตกรณี หรือแจกจายเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลในลักษณะเปนตัวอยางของ
เคร่ืองดื่มแอลกอฮอล หรือเปนการจูงใจสาธารณชนใหบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล รวมถึง
การกาํ หนดเงอ่ื นไขการขายในลกั ษณะทเ่ี ปน การบงั คบั ซอื้ เครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอลโ ดยทางตรงหรอื ทางออ ม

(๖) โดยวิธีหรือลักษณะอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดโดยคําแนะนําของ
คณะกรรมการ

ÁÒμÃÒ óñ หา มมใิ หผ ใู ดบรโิ ภคเครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอลใ นสถานทห่ี รอื บรเิ วณดงั ตอ ไปนี้
(๑) วัดหรือสถานที่สําหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา เวนแตเปนสวนหน่ึงของ
พธิ กี รรมทางศาสนา
(๒) สถานบรกิ ารสาธารณสขุ ของรฐั สถานพยาบาลตามกฎหมายวา ดว ยสถานพยาบาล
และรานขายยาตามกฎหมายวาดวยยา ยกเวน บริเวณทีจ่ ัดไวเ ปน ท่ีพักสว นบคุ คล
(๓) สถานที่ราชการ ยกเวนบริเวณท่ีจัดไวเปนที่พักสวนบุคคล หรือสโมสร หรือ
การจดั เลย้ี งตามประเพณี
(๔) สถานศึกษาตามกฎหมายวาดวยการศึกษาแหงชาติ ยกเวนบริเวณที่จัดไวเปน
ท่ีพักสวนบุคคลหรือสโมสร หรือการจัดเลี้ยงตามประเพณี หรือสถานศึกษาที่สอนการผสมเคร่ืองด่ืม
แอลกอฮอลและไดร บั อนญุ าตตามกฎหมายวา ดวยการศกึ ษาแหง ชาติ
(๕) สถานีบริการนํ้ามันเช้ือเพลิงตามกฎหมายวาดวยการควบคุมน้ํามันเช้ือเพลิง
หรอื รานคา ในบริเวณสถานีบรกิ ารนาํ้ มนั เช้อื เพลิง
(๖) สวนสาธารณะของทางราชการท่ีจัดไวเ พ่ือการพกั ผอนของประชาชนโดยทวั่ ไป
(๗) สถานที่อน่ื ที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดโดยคาํ แนะนาํ ของคณะกรรมการ
ÁÒμÃÒ óò หา มมใิ หผ ใู ด โฆษณาเครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอลห รอื แสดงชอ่ื หรอื เครอ่ื งหมาย
ของเครือ่ งดื่มแอลกอฮอลอ ันเปนการอวดอา งสรรพคณุ หรือชกั จูงใจใหผ ูอ น่ื ด่ืมโดยตรงหรอื โดยออม
การโฆษณาหรอื ประชาสมั พนั ธใ ดๆ โดยผผู ลติ เครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอลท กุ ประเภทใหก ระทาํ
ไดเฉพาะการใหขอมูลขาวสาร และความรูเชิงสรางสรรคสังคม โดยไมมีการปรากฏภาพของสินคา
หรือบรรจุภัณฑของเครอ่ื งดืม่ แอลกอฮอลน ้ัน เวนแตเปนการปรากฏของภาพสญั ลักษณของเครือ่ งดืม่
แอลกอฮอล หรือสัญลักษณของบริษัทผูผลิตเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลนั้นเทานั้น ทั้งน้ีตามท่ีกําหนดใน
กฎกระทรวง
บทบัญญัติในวรรคหนึ่งและวรรคสอง มิใหใชบังคับกับการโฆษณาที่มีตนกําเนิด
นอกราชอาณาจักร

๖๕

ÁÒμÃÒ óô ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ใหพนักงานเจาหนาท่ีมีอํานาจ
หนาท่ดี งั ตอ ไปน้ี

(๑) เขาไปในสถานท่ีทําการของผูผลิต นําเขา หรือขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล สถานท่ี
ผลิต นําเขา หรือขายเครื่องด่ืมแอลกอฮอล สถานท่ีเก็บเครื่องด่ืมแอลกอฮอล ในเวลาทําการของ
สถานที่น้ัน รวมถึงเขา ตรวจสอบยานพาหนะเพื่อตรวจสอบการปฏิบัตติ ามพระราชบัญญตั ิน้ี

(๒) ยึดหรืออายัดเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลของผูผลิต ผูนําเขา หรือผูขายที่ฝาฝน หรือ
ไมปฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญัติน้ี

(๓) มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาใหถอยคําหรือใหสงเอกสารหรือวัตถุใดเพ่ือประกอบ
การพิจารณา

ÁÒμÃÒ óõ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจาหนาที่ตองแสดง
บตั รประจําตัวตอ ผูรบั อนญุ าตหรือบคุ คลที่เกี่ยวของ

บตั รประจําตวั พนกั งานเจา หนา ที่ใหเ ปนไปตามแบบทรี่ ัฐมนตรีประกาศกาํ หนด
ÁÒμÃÒ óö ในการปฏิบัติหนาที่ของพนักงานเจาหนาท่ีตามมาตรา ๓๔ ใหบุคคล
ทเี่ กี่ยวของอาํ นวยความสะดวกตามสมควร
ÁÒμÃÒ ó÷ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัติน้ีใหพนักงานเจาหนาท่ีเปน
เจา พนกั งานตามประมวลกฎหมาย
ÁÒμÃÒ óø ผูผลิตหรือนําเขาเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๖
ตอ งระวางโทษจําคุกไมเ กนิ หนึง่ ป หรอื ปรบั ไมเกินหนึง่ แสนบาท หรอื ทง้ั จาํ ทงั้ ปรบั
ÁÒμÃÒ óù ผูใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลโดยฝาฝนมาตรา ๒๗ หรือมาตรา ๒๘
ตอ งระวางโทษจาํ คุกไมเกนิ หกเดือน หรอื ปรบั ไมเกนิ หน่ึงหม่ืนบาท หรอื ทั้งจาํ ทงั้ ปรับ
ÁÒμÃÒ ôð ผใู ดขายเครือ่ งดื่มแอลกอฮอลโดยฝา ฝนมาตรา ๒๙ หรอื มาตรา ๓๐ (๑)
ตอ งระวางโทษจาํ คุกไมเ กนิ หนง่ึ ป หรือปรับไมเ กินสองหม่ืนบาท หรือท้งั จาํ ท้ังปรับ
ÁÒμÃÒ ôñ ผูใดฝาฝนมาตรา ๓๐(๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) ตองระวางโทษจําคุก
ไมเ กินหกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ กินหน่ึงหมื่นบาท หรอื ท้งั จําท้งั ปรบั
ÁÒμÃÒ ôò ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๓๑ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ กนิ
หนึง่ หมน่ื บาท หรอื ท้งั จําท้ังปรบั
ÁÒμÃÒ ôó ผูใดฝา ฝน มาตรา ๓๒ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หน่ึงป หรอื ปรับไมเกนิ
หา แสนบาท หรอื ท้งั จาํ ท้ังปรบั
นอกจากตอ งระวางโทษตามวรรคหนงึ่ แลว ผฝู า ฝน ยงั ตอ งระวางโทษปรบั อกี วนั ละไมเ กนิ
หา หมืน่ บาทตลอดเวลาที่ยังฝา ฝน หรอื จนกวาจะไดปฏิบัติใหถูกตอ ง
ÁÒμÃÒ ôô ผูใดตอสูหรือขัดขวางการปฏิบัติหนาที่ของพนักงานเจาหนาท่ีตาม
มาตรา ๓๔ (๑) หรือ (๒) ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงป หรือปรับไมเกินสองหมื่นบาท หรือ
ทงั้ จําทง้ั ปรับ

๖๖

ผูใดไมยอมมาใหถอยคําหรือไมยอมใหถอยคําโดยไมมีเหตุอันสมควรตอพนักงาน
เจาหนาท่ี ซ่ึงปฏิบัติหนาที่ตามมาตรา ๓๔ (๓) หรือไมยอมสงเอกสารหรือวัตถุอื่นใดมา
เพอ่ื ประกอบการพจิ ารณาของพนกั งานเจา หนา ทเ่ี มอ่ื ถกู เรยี กใหส ง ตามมาตรา ๓๔ (๓) ตอ งระวางโทษ
ปรับไมเ กินสองหม่นื บาท

ผูใดไมอํานวยความสะดวกแกพนักงานเจาหนาท่ี อันเปนการไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๖
ตองระวางโทษปรับไมเกนิ สองพนั บาท

ÁÒμÃÒ ôõ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีใหคณะกรรมการควบคุมมีอํานาจ
เปรยี บเทยี บได และในการนใี้ หค ณะกรรมการควบคมุ มอี าํ นาจมอบหมายใหค ณะอนกุ รรมการพนกั งาน
สอบสวน หรอื พนกั งานเจา หนา ทด่ี าํ เนนิ การเปรยี บเทยี บได โดยจะกาํ หนดหลกั เกณฑใ นการเปรยี บเทยี บ
หรอื เงือ่ นไขประการใดๆ ใหแ กผไู ดรบั มอบหมายตามทีเ่ หน็ สมควรก็ได

ในการสอบสวน ถา พนกั งานสอบสวนพบวา บคุ คลใดกระทาํ ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
และบุคคลนั้นยินยอมใหเปรียบเทียบใหพนักงานสอบสวนสงเรื่องมายังคณะกรรมการควบคุม
หรือผูซ่ึงคณะกรรมการควบคุมมอบหมายใหมีอํานาจเปรียบเทียบตามวรรคหน่ึงภายในเจ็ดวัน
นบั แตว นั ทผี่ ูนนั้ แสดงความยินยอมใหเปรยี บเทยี บ

เมื่อผูกระทําความผิดไดเสียคาปรับตามที่เปรียบเทียบแลวใหถือวาคดีเลิกกันตาม
ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา

นอกจากนี้ ยังมีประกาศสาํ นักนายกรัฐมนตรี ซึ่งออกตามคําแนะนําของคณะกรรมการ
นโยบายเครอ่ื งดืม่ แอลกอฮอล ในการตา งวัน เวลา สถานที่ ดังตอ ไปนี้

μÇÑ ÍÂÒ‹ §คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒ

ศาลแขวงขอนแกน มีคาํ พิพากษาคดีหมายเลขแดงท่ี ๗๓๐๘/๒๕๕๒ วินิจฉัยตาม
ขอ เท็จจริงวา จําเลยขายสุราขาว จาํ นวน ๑ ขวด ภายในเทศกาลไหม บริเวณหนาศาลากลางจังหวดั
ขอนแกน และไดขายสรุ าขาว จํานวน ๑ ขวด แกบ คุ คลซง่ึ มอี ายตุ ่ํากวา ๒๐ ปบ ริบรู ณ พิพากษาวา
จําเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๒๗, ๒๙,
๓๙, ๔๐

ศาลแขวงพษิ ณโุ ลก มคี ําพพิ ากษาคดหี มายเลขแดงท่ี ๓๒/๒๕๕๔ วนิ จิ ฉยั ตามขอ เทจ็ จรงิ วา
จาํ เลยไดข าย จาํ หนา ยเครอื่ งดม่ื แอลกอฮอล (สรุ าขาว ๔๐ ดกี ร)ี จํานวน ๑ ถงุ บรเิ วณศาลากลางจงั หวดั
พิษณโุ ลก (งานกาชาด ประจาํ ป ๒๕๕๔) อนั เปนสถานทร่ี าชการโดยฝาฝน ตอกฎหมาย พพิ ากษาวา
จาํ เลยมคี วามผดิ ตามพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ เครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓, ๒๗ (๓), ๓๙

ศาลแขวงขอนแกน มีคาํ พพิ ากษาคดหี มายเลขแดงท่ี ๙๕๗/๒๕๕๓ วินจิ ฉัยวา “จาํ เลยได
บงั อาจขายเครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอลภ ายในบรเิ วณหอพกั ชาญวถิ ี ซงึ่ เปน หอพกั ตามกฎหมายวา ดว ยหอพกั
อันเปน การฝาฝน ตอพระราชบัญญัตคิ วบคมุ เครอื่ งด่มื แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๒๗ (๔)”

๖๗

ศาลจังหวัดธญั บรุ ี มคี ําพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ๕๒๔๑/๒๕๕๔ วนิ ิจฉัยวา “จาํ เลย
ขายเครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอลใ นสถานทแ่ี ละบรเิ วณหอพกั บา นบางกอก อนั เปน สถานทห่ี รอื บรเิ วณตอ งหา ม
ตามกฎหมาย พิพากษาวาจาํ เลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล
พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๒๗ (๔) มาตรา ๓๙”

ศาลจังหวัดสมุทรสาคร มีคําพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ๙๐๐๔/๒๕๕๔ วินิจฉัยวา
“...เมอื่ ไดค วามวา ภายในงานไดจ ดั ใหม กี ารจําหนา ยเบยี รใ นราคาเหยอื กละ ๑๐๐ บาท แมจ าํ เลยจะไมไ ด
เปนผรู บั เงินหรอื รบั คปู องเพ่ือแลกเปล่ยี นกบั การสง มอบเบยี รใหก ็ตาม แตก ารทจี่ ําเลยเปนผใู หบริการ
กดเบียรสดอันเปนเครื่องด่ืมแอลกอฮอลแจกจายใหแกผูมารวมงานเลี้ยง การกระทาํ ของจําเลย
ในลกั ษณะดงั กลา ว ยอ มถอื ไดว า จําเลยเปน ผขู ายเครอื่ งดมื่ แอลกอฮอล ตามบทนยิ ามของคําวา “ขาย”
ตามมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติควบคุมเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่งหมายความรวมถึง
จาํ หนาย จาย แจก แลกเปลย่ี น ให เพ่ือประโยชนในทางการคา แมง านเลย้ี งจะจดั ท่สี นามของโรงเรยี น
และเคานเ ตอรเ บยี รข องจําเลยตง้ั อยนู อกหอ งเรยี น ไมไ ดจ ดั เลย้ี งในหอ งเรยี น แตถ อื ไดว า อยใู นบรเิ วณ
ของโรงเรยี น ดงั นนั้ จาํ เลยจงึ มคี วามผดิ ฐานรว มกนั ขายเครอื่ งดมื่ แอลกอฮอลใ นบรเิ วณสถานศกึ ษาตาม
กฎหมายวาดวยการศึกษาแหงชาติ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องด่ืมแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑
มาตรา ๒๗ (๕)...”

ศาลจังหวัดอุตรดิตถ มีคาํ พิพากษาคดีหมายเลขแดงท่ี ๑๓๔๘/๒๕๕๕ วินิจฉัยตาม
ขอ เทจ็ จรงิ วา จาํ เลยเปน เจา ของรา นอาหารซง่ึ ตง้ั อยใู นบรเิ วณสถานบี รกิ ารนาํ้ มนั เชอื้ เพลงิ PT อนั เปน
สถานบี รกิ ารนํ้ามนั เชอ้ื เพลงิ ตามกฎหมายวา ดว ยการควบคมุ นํา้ มนั เชอื้ เพลงิ ฯ ทก่ี ฎหมายกําหนดใหเ ปน
สถานที่หรือบริเวณหามขายเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องด่ืมแอลกอฮอล
พ.ศ.๒๕๕๑ จําเลยไดบ งั อาจขายเครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอล (เบยี ร ยห่ี อ ลโี อ) จาํ นวน ๓ ขวด ใหแ กล กู คา ทมี่ า
ใชบ ริการในรา นคา ของจําเลยดังกลา ว ซึ่งเปน สถานทหี่ รอื บริเวณที่กฎหมายกาํ หนดหามขายเครื่องด่มื
แอลกอฮอล อันเปนการฝาฝน ตอ กฎหมาย พิพากษาวา จาํ เลยมคี วามผิดตามพระราชบัญญัตคิ วบคมุ
เคร่อื งด่ืมแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๒๗ (๖), ๓๙

ศาลแขวงลพบรุ ี มคี ําพพิ ากษาคดหี มายเลขแดงที่ ๑๒๕/๒๕๕๒ วนิ จิ ฉยั ตามขอ เทจ็ จรงิ วา
จําเลยกับพวกไดบังอาจด่ืมสุรา อันเปนการบริโภคเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลตามพระราชบัญญัติควบคุม
เครอื่ งดมื่ แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ ภายในวดั ถาํ้ ตะโก อนั เปน การฝา ฝน ตอ กฎหมาย พพิ ากษาวา จาํ เลย
มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องด่ืมแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓, ๓๑ (๑), ๔๒
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๘ เปนกรรมเดยี วผิดตอ กฎหมายหลายบท ใหล งโทษฐานดืม่ สุรา
ภายในบรเิ วณวดั ซึ่งเปน บททมี่ โี ทษหนกั สดุ

ศาลแขวงพิษณุโลก มีคาํ พิพากษาคดีหมายเลขแดงท่ี ๘๗๖/๒๕๕๒ วินิจฉัยตาม
ขอเท็จจริงวา จําเลยไดบริโภคเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรวิหาร (วัดใหญ)
จนเปน เหตใุ หต นเมาแลว สง เสยี งดงั โวยวาย ประพฤตวิ นุ วายในวดั โดยฝา ฝน กฎหมาย พพิ ากษาวา จาํ เลย

๖๘

มีความผดิ ตามพระราชบญั ญตั ิควบคมุ เครือ่ งดื่มแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓๑, ๔๒ ประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๘ เปนกรรมเดียวผิดตอกฎหมายหลายบท ใหลงโทษฐานด่ืมสุราภายใน
บรเิ วณวัด ซง่ึ เปน บทที่มีโทษหนักสุด

ศาลแขวงลพบรุ ี มคี าํ พพิ ากษาคดหี มายเลขแดงที่ ๔๒๓/๒๕๕๒ วนิ จิ ฉยั ตามขอ เทจ็ จรงิ วา
จาํ เลยดื่มสุราอันเปนการบรโิ ภคเครื่องดมื่ แอลกอฮอล ภายในสถานตี าํ รวจภธู รทาโขลงอนั เปน สถานที่
ราชการ อนั เปน การฝา ฝน กฎหมาย พพิ ากษาวา จาํ เลยมคี วามผดิ ตามพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ เครอ่ื งดมื่
แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓, ๓๑ (๓), ๔๒

ศาลแขวงพิษณุโลก มีคาํ พิพากษา เม่ือวันท่ี ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๔ วินิจฉัยตาม
ขอ เทจ็ จรงิ วา จาํ เลยบรโิ ภคเครอื่ งดม่ื แอลกอฮอล (สรุ า) ภายในสถานตี ํารวจภธู รเมอื งพษิ ณโุ ลก อนั เปน
สถานทป่ี ฏบิ ตั ริ าชการ พพิ ากษาวา จาํ เลยมคี วามผดิ ตามพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ เครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอล
พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓๑ (๓), ๔๒

ศาลแขวงอุบลราชธานี มีคาํ พิพากษาคดีหมายเลขแดงท่ี ๒๙๗/๒๕๕๒ วินิจฉัยตาม
ขอ เทจ็ จรงิ วา จําเลยบรโิ ภคเครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอล โดยการดม่ื กนิ เบยี รภ ายในบรเิ วณโรงเรยี นบา นดอนจกิ
ซง่ึ เปน สถานศกึ ษาตามกฎหมายวา ดว ยการศกึ ษาแหง ชาติ โดยมไิ ดร บั การยกเวน ใดๆ อนั เปน การฝา ฝน
ตอกฎหมาย พิพากษาวาจําเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล
พ.ศ.๒๕๕๑

ศาลจังหวัดอุทัยธานี มีคาํ พิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ๓๐๖/๒๕๕๒ วินิจฉัยตาม
ขอเท็จจริงวา จาํ เลยบริโภคเบียรซึ่งเปนเครื่องดื่มแอลกอฮอล ดวยวิธีการดื่มเขาสูรางกายภายใน
บริเวณวิทยาลัยเทคนิคอุทัยธานี พิพากษาวาจําเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องด่ืม
แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓, ๓๑, ๔๒

ศาลจังหวัดกบินทรบุรี มีคาํ พิพากษาคดีหมายเลขแดงท่ี ๖๑/๒๕๕๕ วินิจฉัยตาม
ขอเท็จจริงวา จําเลยไดบ ังอาจบรโิ ภคเครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอล (สุรา) ท่บี รเิ วณหนา รา นสะดวกซอ้ื ภายใน
บริเวณสถานีบริการนํา้ มันตําบลบุพราหมณ อําเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี และประพฤติตนวุนวาย
ครองสติไมไดภายหลังจําเลยกระทาํ ความผิด มีดาบตาํ รวจบุญเสริม โคผดุง เจาพนักงานตํารวจจะ
เขาจับกุมจาํ เลยซ่ึงเปนการปฏิบัติตามหนาท่ี จาํ เลยไดบังอาจดูหมิ่นผูเสียหาย อันเปนการดูหม่ิน
เจาพนักงาน พิพากษาวาจาํ เลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๑๓๖, ๓๗๘
พระราชบญั ญตั แิ กไ ขเพมิ่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๖) พ.ศ.๒๕๒๖ มาตรา ๔ คาํ สง่ั คณะปฏริ ปู
การปกครองแผน ดนิ ฉบบั ท่ี ๔๑ ลงวนั ท่ี ๒๑ ตลุ าคม ๒๕๑๙ พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ เครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอล
พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓๑ (๕), ๔๒

ศาลแขวงอุบลราชธานี มีคาํ พิพากษาคดีหมายเลขแดงท่ี ๔๓๖๐/๒๕๕๒ วิจิจฉัยตาม
ขอ เทจ็ จรงิ วา จาํ เลยไดบ งั อาจบรโิ ภคสรุ าขาว ซง่ึ เปน เครอื่ งดมื่ แอลกอฮอลต ามกฎหมาย ภายในบรเิ วณ
สวนสาธารณะภูหลนอันเปนสวนสาธารณะของทางราชการท่ีจัดไวเพื่อการพักผอนของประชาชน

๖๙

โดยทั่วไป โดยมิไดรับยกเวนใดๆ อันเปนการฝาฝนตอกฎหมาย พิพากษาวาจาํ เลยมีความผิดตาม
พระราชบญั ญัติควบคมุ เคร่ืองดมื่ แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓, ๓๑, ๔๒

ศาลแขวงพษิ ณโุ ลก มคี ําพพิ ากษาคดหี มายเลขแดงที่ ๔๕๙/๒๕๕๒ วนิ จิ ฉยั ตามขอ เทจ็ จรงิ วา
จาํ เลยขายเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล (สุรา) ใหแกบุคคลอายุตา่ํ กวาย่ีสิบปบริบูรณ อันเปนการฝาฝนตอ
กฎหมาย เจา พนักงานจบั จาํ เลยได นาํ สงพนกั งานสอบสวน ทําการสอบสวนแลว พพิ ากษาวาจําเลยมี
ความผิดตามพระราชบญั ญตั ิควบคุมเครือ่ งด่ืมแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๒๙, ๔๐

ศาลแขวงพิษณุโลก มีคาํ พิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ๑๘๗๗/๒๕๕๒ วินิจฉัยตาม
ขอเท็จจริงวา จาํ เลยไดบังอาจขายเครื่องด่ืมแอลกอฮอล โดยขายเบียร จาํ นวน ๑ ขวด แกบุคคล
ซ่ึงมีอายุตาํ่ กวาย่ีสิบปบริบูรณ อันเปนการฝาฝนกฎหมาย พิพากษาวาจาํ เลยมีความผิดตาม
พระราชบัญญตั ิควบคมุ เครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓, ๒๙ (๑), ๔๐

ศาลแขวงขอนแกน มีคําพิพากษาคดีหมายเลขแดงท่ี ๖๔๕๐/๒๕๕๑ วินิจฉัยตาม
ขอเท็จจริงวา จาํ เลยใชรถยนตกระบะบรรทุกเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลเพ่ือเรขาย แลวตั้งแผงลอยขาย
ณ บริเวณงานมหรสพทบ่ี า นหนองเม็ก โดยไมไ ดรับอนุญาตจากเจา พนักงานสรรพสามิต จาํ เลยไดข าย
เครอื่ งดื่มแอลกอฮอลแ กเดก็ อายตุ ํ่ากวา ๒๐ ปบ รบิ ูรณ อันเปน การฝา ฝนกฎหมาย พิพากษาวา จาํ เลย
มีความผิดตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.๒๔๙๓ มาตรา ๑๗, ๔๐ พระราชบัญญัติควบคุมเคร่ืองดื่ม
แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๒๙ (๑), ๓๐ (๒), ๔๐, ๔๑

ศาลแขวงพิษณุโลก มีคาํ พิพากษาคดี เม่ือวันท่ี ๘ เมษายน ๒๕๕๔ วินิจฉัยตาม
ขอ เท็จจริงวา จาํ เลยไดจ ัดใหม กี ารเลนพนัน (จบั สลากโดยวิธีใดๆ) และขายเครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอลด ว ย
วิธีการใหบริการชิงโชค ชิงรางวัล โดยจําเลยเปนเจามือขายสลากซึ่งมีหมายเลขซอนอยูหลังสลาก
ใหก บั ลูกคาในราคาเบอรละ ๓ บาท และถอื เอาเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล น้าํ อดั ลม และกาแฟยีห่ อตางๆ
เปนสินพนัน ท้ังน้ีโดยไมไดรับอนุญาตจากเจาพนักงาน พิพากษาวาจาํ เลยมีความผิดตาม
พระราชบัญญัติควบคุมเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๓๐ (๔), ๔๑ พระราชบัญญัติ
การพนนั พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๑๒

๗๐

»ÃСÒÈÊíҹѡ¹Ò¡ÃѰÁ¹μÃÕ

àÃ×èͧ ¡Òí ˹´Ê¶Ò¹·ËÕè Ã×ͺÃàÔ Ç³ËŒÒÁºÃÔâÀ¤à¤ÃÍ×è §´Á×è áÍÅ¡ÍÎÍź ¹·Ò§
¾.È.òõõõ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๓๑(๗) แหงพระราชบัญญัติควบคุม
เคร่ืองดื่มแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ อันเปนกฎหมายท่ีมีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจํากัด
สิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซ่ึงมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕
ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติ
แหงกฎหมายนายกรัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการนโยบายเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลแหงชาติ
จึงออกประกาศไว ดังตอไปน้ี

ขอ ๑ หามผูใดบริโภคเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลบนทางในขณะขับข่ีหรือในขณะโดยสาร
อยใู นรถ หรือ บนรถ

คําวา “ทาง” และ “รถ” ตามวรรคหนง่ึ หมายความวา “ทาง” และ “รถ” ตามกฎหมาย
วาดวยการจราจรทางบก

ขอ ๒ ประกาศนใ้ี หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป
ประกาศ ณ วันท่ี ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕
ยิ่งลกั ษณ ชนิ วตั ร
นายกรัฐมนตรี

๗๑

»ÃСÒÈÊӹѡ¹Ò¡ÃѰÁ¹μÃÕ

àÃèÍ× § ¡Ó˹´àÇÅÒËŒÒÁ¢ÒÂà¤ÃÍ×è §´è×ÁáÍÅ¡ÍÎÍŏ
¾.È.òõõø

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๒๘ แหงพระราชบัญญัติควบคุม
เครื่องด่ืมแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการนโยบาย
เครอ่ื งดื่มแอลกอฮอลแหง ชาติ จึงออกประกาศไว ดังตอ ไปน้ี

ขอ ๑ หา มผใู ดขายเครอื่ งดม่ื แอลกอฮอลใ นเวลาอน่ื นอกจากตง้ั แตเ วลา ๑๑.๐๐ นาฬก า
ถงึ เวลา ๑๔.๐๐ นาฬกา และตง้ั แตเวลา ๑๗.๐๐ นาฬกา ถงึ เวลา ๒๔.๐๐ นาฬกา ยกเวน การขายใน
กรณี ดังตอไปน้ี

(๑) การขายในอาคารทา อากาศยานนานาชาติ
(๒) การขายในสถานบริการซ่ึงเปนไปตามกําหนดเวลาเปดปดของสถานบริการตาม
กฎหมายวาดวยสถานบริการ
ขอ ๒ ประกาศนใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๘
พลเอก ประยุทธ จันทรโอชา
นายกรัฐมนตรี

๗๒

»ÃСÒÈÊÓ¹¡Ñ ¹ÒÂ¡Ã°Ñ Á¹μÃÕ

àÃ×èͧ ËÒŒ Á¢ÒÂËÃ×ÍËÒŒ ÁºÃÔâÀ¤à¤Ã×Íè §´è×ÁáÍÅ¡ÍÎÍÅ㏠¹¾¹é× ·»èÕ ÃСͺ¡Ô¨¡ÒÃã¹âç§Ò¹
¾.È.òõõõ

โดยที่เคร่ืองดื่มแอลกอฮอลไดกอใหเกิดปญหาดานสุขภาพและอุบัติเหตุ ซึ่งสงผล
กระทบตอสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ประกอบกับการประกอบกิจการโรงงานใน
ปจจุบันมีบทบาทสําคัญอยางยิ่งตอสภาพเศรษฐกิจ สมควรกําหนดมาตรการท่ีเหมาะสมในการ
ควบคุมการขายและบริโภคเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลในสถานประกอบกิจการโรงาน เพื่อมิใหเกิดการ
เขาถึงเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลไดโดยงาย ดังน้ัน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๒๗(๘)
และมาตรา ๓๑(๗) แหง พระราชบัญญตั คิ วบคมุ เครื่องดืม่ แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ อนั เปน กฎหมาย
ทม่ี บี ทบัญญตั ิบางประการเกี่ยวกับการจํากดั สทิ ธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกบั
มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติ
ใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบ
และคําแนะนําของคณะกรรมการนโยบายเครื่องด่ืมแอลกอฮอลแหงชาติ จึงออกประกาศไว
ดงั ตอ ไปน้ี

ขอ ๑ หามผูใดขายหรือบริโภคเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลในพื้นท่ีประกอบกิจการโรงงาน
ตามกฎหมายวา ดว ยโรงงาน

ขอ ๒ การหามขายหรือหามบริโภคเครื่องด่ืมแอลกอฮอลตามขอ ๑ ไมใชบังคับกับ
โรงงานผลิตเคร่อื งดืม่ แอลกอฮอลในกรณดี ังตอไปนี้

(๑) การขายเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลท่ีดําเนินการเปนปกติธุระในทางการคาของโรงงาน
ผลิตเครอื่ งดมื่ แอลกอฮอล

(๒) การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอลที่เปนขั้นตอนของการผลิตหรือรักษามาตรฐาน
การผลติ เครื่องด่มื แอลกอฮอล

ขอ ๒ ประกาศนี้ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดเกาสิบวันนับแตวันประกาศในราชกิจจา
นุเบกษาเปน ตนไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕
ย่งิ ลักษณ ชินวตั ร
นายกรัฐมนตรี

๗๓

»ÃСÒÈÊӹѡ¹Ò¡ÃѰÁ¹μÃÕ

àÃÍ×è § ËÒŒ Á¢ÒÂËÃÍ× ºÃÔâÀ¤à¤Ã×Íè §´Á×è áÍÅ¡ÍÎÍŏ㹾¹é× ·èÕ·ÕèÍÂãÙ‹ ¹¡Ó¡Ñº´ÙáÅ
áÅÐ㪻Œ ÃÐ⪹¢Í§ÃÒª¡ÒÃ Ã°Ñ ÇÊÔ ÒË¡¨Ô ËÃ×Í˹‹Ç§ҹÍè¹× ¢Í§Ã°Ñ
¾.È.òõõø

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๒๗(๘) และมาตรา ๓๑(๗) แหงพระราช
บัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบและคําแนะนํา
ของคณะกรรมการนโยบายเคร่อื งด่มื แอลกอฮอลแหง ชาติ จงึ ออกประกาศไว ดังตอ ไปนี้

ขอ ๑ หามผูใดขายเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลในพ้ืนที่ดังตอไปนี้ ยกเวนบริเวณที่จัดไวเปน
รานคา หรอื สโมสร

(๑) พ้ืนที่ท่ีอยูในกํากับดูแลและใชประโยชนของราชการ นอกเหนือจากสถานที่
ราชการตามมาตรา ๒๗(๓)

(๒) พ้ืนท่ีที่อยูในกํากับดูแลและใชประโยชนของรัฐวิสาหกิจหรือหนวยงานอื่นของรัฐ
นอกเหนือจากสถานที่หรือบริเวณท่ีกําหนดตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดสถานที่
หรือบริเวณหามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอลในรัฐวิสาหกิจและหนวยงานอื่นของรัฐ
พ.ศ.๒๕๕๕

ขอ ๒ หามผูใดบริโภคเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลในพ้ืนท่ีดังตอไปนี้ ยกเวน บริเวณที่จัดไว
เปน ทพี่ ักสวนบคุ คล หรือสโมสร หรอื การจัดเล้ยี งตามประเพณี

(๑) พ้ืนที่ทีอ่ ยูในกํากบั ดูแลและใชป ระโยชนของราชการ นอกเหนือจากสถานที่ราชการ
ตามมาตรา ๓๑(๓)

(๒) พื้นที่ท่ีอยูในกํากับดูแลและใชประโยชนของรัฐวิสาหกิจหรือหนวยงานอื่นของรัฐ
นอกเหนือจากสถานท่ีหรือบริเวณที่กําหนดตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดสถานที่
หรือบริเวณหามขายหรือบริโภคเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลในรัฐวิสาหกิจและหนวยงานอื่นของรัฐ
พ.ศ.๒๕๕๕

ขอ ๓ ประกาศนใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป
ประกาศ ณ วนั ที่ ๕ กมุ ภาพันธ พ.ศ.๒๕๕๘
พลเอก ประยทุ ธ จนั ทรโ อชา
นายกรัฐมนตรี

๗๔

»ÃСÒÈÊӹѡ¹ÒÂ¡Ã°Ñ Á¹μÃÕ

àÃè×ͧ ¡Ó˹´Ê¶Ò¹·èÕËÃÍ× ºÃàÔ Ç³ËŒÒÁ¢ÒÂËÃÍ× ºÃâÔ À¤à¤ÃèÍ× §´Á×è áÍÅ¡ÍÎÍŏ
ã¹Ã°Ñ ÇÔÊÒË¡¨Ô áÅÐ˹‹Ç§ҹÍè×¹¢Í§Ã°Ñ
¾.È.òõõõ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๒๗(๘) และมาตรา ๓๑(๗) แหงพระราช
บญั ญตั คิ วบคมุ เครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ อนั เปน กฎหมายทม่ี บี ทบญั ญตั บิ างประการเกยี่ วกบั
การจาํ กดั สทิ ธแิ ละเสรภี าพของบคุ คล ซงึ่ มาตรา ๒๙ ประกอบกบั มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕
ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหง
กฎหมายนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบและคําแนะนําของคณะกรรมการนโยบายเคร่ืองด่ืม
แอลกอฮอลแ หง ชาติ จงึ ออกประกาศไวดังตอไปน้ี

ขอ ๑ หามผูใดขายเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลในสถานที่หรือบริเวณรัฐวิสาหกิจ และ
หนวยงานอนื่ ของรฐั ยกเวน บรเิ วณทจ่ี ดั ไวเ ปน รา นคา หรือสโมสร

ขอ ๒ หามผูใดบริโภคเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลในสถานที่หรือบริเวณรัฐวิสาหกิจ และ
หนว ยงานอน่ื ของรฐั ยกเวน บรเิ วณทจ่ี ดั ไวเ ปน ทพี่ กั สว นบคุ คล หรอื สโมสร หรอื การจดั เลย้ี งตามประเพณี

ขอ ๓ ประกาศน้ไี มใชบ ังคับกับองคการสรุ า
ขอ ๔ ประกาศนใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑ สงิ หาคม พ.ศ.๒๕๕๕
ยิ่งลกั ษณ ชนิ วัตร
นายกรฐั มนตรี

๗๕

»ÃСÒÈÊíÒ¹¡Ñ ¹Ò¡ÃѰÁ¹μÃÕ

àÃÍ×è § ¡íÒ˹´Ê¶Ò¹·èËÕ ÃÍ× ºÃÔàdzËÒŒ Á¢ÒÂËÃÍ× ºÃÔâÀ¤à¤ÃèÍ× §´×Áè áÍÅ¡ÍÎÍź ¹·Ò§Ã¶ä¿
¾.È.òõõø

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๒๗(๘) และมาตรา ๓๑(๗) แหงพระราช
บัญญัติควบคุมเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบและคําแนะนํา
ของคณะกรรมการนโยบายเครื่องด่มื แอลกอฮอลแ หงชาติ จึงออกประกาศไว ดงั ตอไปนี้

ขอ ๑ หามผูใดขายหรือบริโภคเครื่องด่ืมแอลกอฮอลในบริเวณสถานีรถไฟ หรือใน
ขบวนรถทอ่ี ยบู นทางรถไฟตามกฎหมายวา ดวยจัดวางการรถไฟและทางหลวง

ขอ ๒ ประกาศนใี้ หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป
ประกาศ ณ วนั ที่ ๕ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ.๒๕๕๘
พลเอก ประยทุ ธ จันทรโ อชา
นายกรัฐมนตรี

๗๖

»ÃСÒÈÊӹѡ¹ÒÂ¡Ã°Ñ Á¹μÃÕ

àÃ×Íè § ¡Ó˹´Ç¹Ñ ËÒŒ Á¢ÒÂà¤Ã×èͧ´èÁ× áÍÅ¡ÍÎÍŏ (©ººÑ ·Õè ó)
¾.È.òõõø

อาศัยอาํ นาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ แหงพระราชบญั ญตั ิ
ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรีโดยคําแนะนําของคณะกรรมการนโยบาย
เคร่ืองดื่มแอลกอฮอลแหงชาติ จงึ ออกประกาศไว ดงั ตอไปนี้

ขอ ๑ ใหยกเลิกประกาศสาํ นักนายกรัฐมนตรี เร่ือง กําหนดวันหามขายเคร่ืองด่ืม
แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๒ ลงวนั ที่ ๓๐ มถิ นุ ายน ๒๕๕๒ และประกาศสํานกั นายกรฐั มนตรี เรอ่ื ง กาํ หนด
วันหา มขายเครอ่ื งด่ืมแอลกอฮอล (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๒ ลงวันท่ี ๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒

ขอ ๒ หา มผใู ดขายครอื่ งดมื่ แอลกอฮอล ในวนั มาฆบชู า วนั วสิ าขบชู า วนั อาสาฬหบชู า
วันเขาพรรษาและวันออกพรรษา ยกเวนการขายเฉพาะรานคาปลอดอากรภายในอาคาร
ทา อากาศยานนานาชาติ

ขอ ๓ ประกาศนใ้ี หใ ชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๕ กุมภาพนั ธ พ.ศ.๒๕๕๘
พลเอก ประยุทธ จันทรโ อชา
นายกรฐั มนตรี

๗๗

»ÃСÒÈÊÓ¹¡Ñ ¹Ò¡ÃѰÁ¹μÃÕ

àÃèÍ× § ¡Òí ˹´Ê¶Ò¹·ËèÕ ÃÍ× ºÃÔàdzËÒŒ Á¢ÒÂà¤Ã×Íè §´Á×è áÍÅ¡ÍÎÍź ¹·Ò§
¾.È.òõõø

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๒๗(๘) แหงพระราชบัญญัติควบคุม
เคร่ืองดื่มแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบาย
เคร่อื งดม่ื แอลกอฮอลแ หง ชาติ จงึ ออกประกาศไว ดงั ตอ ไปน้ี

ขอ ๑ หา มผใู ดขายเครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอลบ นทางตามกฎหมายวา ดว ยการจราจรทางบก
ขอ ๒ ประกาศนใี้ หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป

ประกาศ ณ วันที่ ๕ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ.๒๕๕๘
พลเอก ประยุทธ จนั ทรโ อชา
นายกรัฐมนตรี

๗๘

»ÃСÒÈÊíҹѡ¹ÒÂ¡Ã°Ñ Á¹μÃÕ

àÃ×èͧ ¡Ó˹´Ê¶Ò¹·èËÕ ÃÍ× ºÃàÔ Ç³ËÒŒ Á¢ÒÂËÃ×ͺÃÔâÀ¤à¤Ã×èͧ´è×ÁáÍÅ¡ÍÎÍÅ㏠¹Ê¶Ò¹Õ¢¹Ê‹§
¾.È.òõõø

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๒๗(๘) และมาตรา ๓๑(๗) แหงพระราช
บัญญัติควบคุมเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบและคําแนะนํา
ของคณะกรรมการนโยบายเคร่อื งดื่มแอลกอฮอลแ หงชาติ จึงออกประกาศไว ดงั ตอ ไปน้ี

ขอ ๑ หามผูใดขายหรือบริโภคเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลบริเวณสถานีขนสงตามกฎหมาย
วาดว ยการขนสง ทางบก

ขอ ๒ ประกาศนใี้ หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๕ กุมภาพนั ธ พ.ศ.๒๕๕๘
พลเอก ประยทุ ธ จนั ทรโอชา
นายกรัฐมนตรี

๗๙

»ÃСÒÈÊíҹѡ¹Ò¡ÃѰÁ¹μÃÕ

àÃèÍ× § ¡Ó˹´Ê¶Ò¹·ËÕè ÃÍ× ºÃÔàdzˌÒÁ¢ÒÂËÃ×ͺÃÔâÀ¤à¤ÃèÍ× §´è×ÁáÍÅ¡ÍÎÍŏ㹷ҋ àÃ×Íâ´ÂÊÒÃÊÒ¸ÒóÐ
¾.È.òõõø

อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๒๗(๘) และมาตรา ๓๑(๗) แหง พระราชบญั ญตั ิ
ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบและคําแนะนํา
ของคณะกรรมการนโยบายเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลแหงชาติ จงึ ออกประกาศไว ดังตอ ไปนี้

ขอ ๑ หา มผใู ดขายหรอื บรโิ ภคเครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอลใ นบรเิ วณทา เรอื โดยสารสาธารณะ
หรอื บนเรอื โดยสารสาธารณะประจาํ ทาง

ทา เรอื โดยสารสาธารณะ หมายความวา สถานทส่ี าํ หรบั ใหบ รกิ ารแกเ รอื โดยสารสาธารณะ
ในการจอด เทียบ บรรทุก หรือขนถา ยคนหรือสงิ่ ของ

เรือโดยสารสาธารณะประจําทาง หมายความวา ยานพาหนะทางนํ้าทุกชนิดที่ใชขนสง
คนโดยสารตามเสนทางทหี่ นว ยงานของรฐั กําหนด

ขอ ๒ ประกาศนใ้ี หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป
ประกาศ ณ วันท่ี ๕ กุมภาพนั ธ พ.ศ.๒๕๕๘
พลเอก ประยทุ ธ จันทรโอชา
นายกรัฐมนตรี

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¤Çº¤ÁØ à¤ÃèÍ× §´×Áè áÍÅ¡ÍÎÍŏ ¾.È.òõõñ ๘๐

ÅÓ´ºÑ ¢ÍŒ ËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ

๑. ขายเคร่ืองดมื่ แอลกอฮอลในสถานท่หี ามขาย มาตรา ๒๗ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน
๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ท้ังจาํ ทั้งปรบั

๒. ด่ืมเครือ่ งด่มื แอลกอฮอลในสถานทหี่ า มบรโิ ภค มาตรา ๓๑ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน
๑๐,๐๐๐ บาท หรือท้ังจาํ ทั้งปรับ

๓. ขายเครือ่ งดืม่ แอลกอฮอลใ นวันและเวลาหา มขาย มาตรา ๒๘ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน
๓.๑ ขายเคร่ืองดืม่ แอลกอฮอลในวันท่ีหามขาย ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําท้งั ปรับ
(วันมาฆบูชา วันวิสาขบชู า วนั อาสาฬหบูชา วันเขาพรรษา) (มาตรา ๒๘) ยกเวน
โรงแรมแตตอ งพจิ ารณาขอ ๓.๓ และ ๓.๔ (ปว.๒๕๓ พ.ศ.๒๕๑๕)
๓.๒ ขายเคร่ืองดื่มแอลกอฮอลในเวลาหามขาย (ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเคร่ืองด่ืม - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน
แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๑๕) ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทัง้ จําทัง้ ปรบั
๓.๓ ขายเครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอลใ นเวลาหา มขาย ณ สถานทที่ ไ่ี ดร บั ใบอนญุ าตประเภท ๓ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน
ถงึ ๖ (ชว งเวลา ๒๔.๐๐-๑๑.๐๐ น. หรอื ๑๔.๐๐-๑๗.๐๐ น.) (ปว.๒๕๓ พ.ศ.๒๕๑๕) ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทงั้ จําท้งั ปรับ
๓.๔ ด่ืมในเวลาหา มขาย ณ สถานทขี่ ายตาม ๓.๓ (ชว งเวลา ๒๔.๐๐-๑๑.๐๐ น. หรือ - จําคุกไมเกิน ๖ เดือน ปรับไมเกิน
๑๔.๐๐-๑๗.๐๐ น.)(ปว.๒๕๓ พ.ศ.๒๕๑๕) ๑๐,๐๐๐ บาท หรือท้ังจําท้ังปรบั

¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¤Çº¤ØÁà¤ÃÍè× §´Áè× áÍÅ¡ÍÎÍŏ ¾.È.òõõñ

ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ

๔. ขายเครือ่ งด่ืมแอลกอฮอลใหกับบุคคลท่กี ฎหมายหา มขาย มาตรา ๒๙ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน
๔.๑ ขายเครื่องด่มื แอลกอฮอลใหกับผทู มี่ อี ายุตํา่ กวา ๒๐ ปบ รบิ ูรณ ๒๐,๐๐๐ บาท หรอื ท้งั จาํ ทัง้ ปรับ
๔.๒ ขายเครือ่ งด่ืมแอลกอฮอลใหก บั คนเมาจนครองสติไมได
- จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน
๒๐,๐๐๐ บาท หรอื ทงั้ จําทัง้ ปรับ

๕. การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอลหรือแสดงชื่อหรือเคร่ืองหมายของเคร่ืองด่ืม มาตรา ๓๒ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน
แอลกอฮอลฯ ๕๐๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จําทงั้ ปรับ

๖. การสงเสรมิ การขายเครือ่ งดมื่ แอลกอฮอล มาตรา ๓๐ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน
๖.๑ ใชเครือ่ งขายอตั โนมตั ิ ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจาํ ทง้ั ปรบั
๖.๒ การเรข าย - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน
๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จาํ ท้งั ปรบั
๖.๓ การลดราคาเพ่อื ประโยชนในการสงเสริมการขาย - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน
๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จําทั้งปรับ
๖.๔ ให/ เสนอสทิ ธใิ นการเขา ชมการแขง ขนั การแสดง การใหบ รกิ าร การชงิ โชคชงิ รางวลั - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน
หรือสทิ ธิประโยชนอ่นื ใดฯ ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จาํ ทั้งปรับ
๖.๕ การแจก แถมให หรอื แลกเปลย่ี นกบั เครอ่ื งดม่ื แอลกอฮอลห รอื กบั สนิ คา หรอื บรกิ ารอน่ื - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน
/แจกจายเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลในลักษณะเปนตัวอยางหรือชักจูงใจใหบริโภค/ ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จาํ ท้ังปรับ
บงั คบั ซ้ือโดยตรงหรือโดยออม (ขายพวง)

๘๑

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¤Çº¤ÁØ à¤ÃÍè× §´Á×è áÍÅ¡ÍÎÍŏ ¾.È.òõõñ ๘๒

ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ

๗. ฉลาก/บรรจภุ ณั ฑ (มาตรา ๒๖ ตาม พ.ร.บ.ควบคมุ เครือ่ งด่มื แอลกอฮอล พ.ศ.๒๕๕๑) มาตรา ๒๖ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน
๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทงั้ จาํ ทั้งปรบั

๘. ฉลากคาํ เตอื น (ประกาศ สธ.ท่ีออกตาม พ.ร.บ.อาหาร) มาตรา ๒๖ - จําคุกไมเกิน ๑ ป ปรับไมเกิน
๑๐๐,๐๐๐ บาท หรอื ทั้งจาํ ทั้งปรบั

๘๓

º··èÕ õ

¾.Ã.º.»‡Í§¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁ¡ÒäŒÒ»ÃÐàÇ³Õ ¾.È.òõóù

ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÕ¹ûٌ ÃШӺ·

๑.๑ เพื่อใหนักเรียนมีความรูและความเขาใจใน พ.ร.บ.ปองกันและปราบปราม
การคา ประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙

๑.๒ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี
ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙

๑.๓ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม
พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙

ò. ÊÇ‹ ¹¹Ó

การคาประเวณีมีสาเหตุสําคัญมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคม ผูทําการคาประเวณี
สวนมากเปนผูดอยสติปญญาและการศึกษาสมควรลงโทษผูกระทําการคาประเวณีและเปดโอกาส
ใหบุคคลเหลาน้ันไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพ และในขณะเดียวกันเพ่ือเปนการปราบปราม
การคาประเวณีเพ่ือคุมครองบุคคล โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่อาจถูกลอลวงหรือชักพาไป
จึงสมควรลงโทษบุคคลซ่ึงกระทําชําเราโสเภณีเด็กในสถานการคาประเวณี บุคคลซ่ึงหารายได
จากการคา ประเวณีเด็กรวมถึงตัวบิดามารดา หรอื ผปู กครองซ่งึ มสี ว นรเู ห็นเปน ใจ

ó. à¹Íé× ËÒμÒÁËÇÑ ¢ÍŒ

๓.๑ ความรทู ่วั ไปเกย่ี วกบั พ.ร.บ.ปอ งกันและปราบปรามการคา ประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙
๓.๒ นิยาม
๓.๓ ฐานความผดิ
๓.๔ มาตรการตาม พ.ร.บ.ปอ งกันและปราบปรามการคา ประเวณีฯ
๓.๕ อํานาจหนาทข่ี องพนักงานเจา หนาท่ี
๓.๖ ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปอ งกนั และปราบปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙

ô. ÊÇ‹ ¹ÊûØ

การคาประเวณีเปนปญหาสังคมท่ีจะนําไปสูปญหาในเรื่องของการคามนุษย เพราะ
เปนการแสวงหาประโยชนจากมนุษยดวยกันเอง ดังนั้น การดําเนินการตาม พ.ร.บ.ปองกันและ
ปราบปรามการคาประเวณีอยางมีประสิทธิภาพจึงเปนการลดหนทางที่จะเกิดปญหาการคามนุษย
ในระดบั หน่ึง ซ่งึ เปนเรื่องที่เจาพนักงานจะตองใหความสนใจและบงั คับใชอยางมีประสิทธิภาพตอ ไป

õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó

ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.ปองกันและปราบปรามการคาประเวณี และ
นาํ ขอ มลู มาวเิ คราะหอ ภิปรายรวมกนั ในช้ันเรียน

๘๔

เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติน้ี โดยท่ีพระราชบัญญัติปรามการคาประเวณี
พ.ศ.๒๕๐๓ ไดป ระกาศใชบ งั คบั มาเปน เวลานาน บทบญั ญตั ทิ ม่ี อี ยโู ดยเฉพาะอยา งยง่ิ บทกาํ หนดโทษ
ไมเหมาะสมกับสถานการณปจจุบัน และโดยท่ีการคาประเวณีมีสาเหตุสําคัญมาจากสภาพ
เศรษฐกจิ และสงั คม ผทู าํ การคา ประเวณสี ว นมากเปน ผซู งึ่ ดอ ยสตปิ ญ ญาและการศกึ ษา สมควรลดโทษ
ผูกระทําการคาประเวณี และเปดโอกาสใหบุคคลเหลานั้นไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพ ไมวา
จะเปนการใหการอบรมฟนฟูจิตใจ การบําบัดรักษาโรค การฝกอบรมและพัฒนาอาชีพ ตลอดจน
พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และในขณะเดยี วกนั เพอ่ื เปน การปราบปรามการคา ประเวณแี ละเพอ่ื คมุ ครองบคุ คล
โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนท่ีอาจถูกลอลวงหรือชักพาไปเพื่อการคาประเวณีสมควรกําหนดโทษ
บุคคลซึ่งกระทําชําเราโสเภณีเด็กในสถานการคาประเวณี บุคคลซึ่งหารายไดจากการคาประเวณี
ของเด็กและเยาวชน และบิดามารดาหรือผูปกครอง ซึ่งมีสวนรวมรูเห็นเปนใจในการจัดหาผูอยูใน
ความปกครองไปเพ่ือการคาประเวณกี บั ใหอ ํานาจศาลทจ่ี ะถอนอาํ นาจปกครองของบิดา มารดา หรอื
ผปู กครองของผกู ระทาํ ความผดิ ซง่ึ เปน เดก็ เพราะเหตทุ ม่ี สี ว นรว มรเู หน็ เปน ใจใหผ อู ยใู นความปกครอง
กระทําการคาประเวณี นอกจากน้ันในปจจุบันปรากฏวาไดมีโฆษณา ชักชวนหรือแนะนําตัวทาง
ส่ือมวลชนในลักษณะที่เห็นไดวาเปนการเรียกรองการติดตอในการคาประเวณีกันอยางแพรหลาย
สมควรกําหนดใหการกระทําดังกลา วเปนความผดิ จงึ จําเปน ตอ งตราพระราชบญั ญัติน้ี

¡¤ÒÇÃÒ¤ÁŒÒûٷŒ ÃèÑÇÐäà»ÇೡèÕÂãÕ ¹Ç¡»ÑºÃоà·.ÃÈ.亷.»Â͇ (§P¡r¹Ñ oásÅtiÐt»utÃiÒoºn»iÃnÒÁT¡hÒaäilÒŒa»nÃdÐ)àdzÕÏ

สาํ ËÃºÑ »ÃÐà·Èä·Â ¡ÒäҌ »ÃÐàdzàÕ ÃÁèÔ ÁÁÕ Òáμà‹ ÁÍ×è ã´Â§Ñ äÁÁ‹ ËÕ Å¡Ñ °Ò¹·àèÕ ¢ÂÕ ¹äÇጠ¹ª‹ ´Ñ
แตต ามประมวลกฎหมายรชั กาลที่ ๑ จลุ ศกั ราช ๑๖๖ พมิ พต ามฉบบั หลวงตรา ๓ ดวง ในบทพระไอยการ
ลักษณะผวั เมยี ไดม คี ําวา หญิง นครโสเภณี ปรากฏอยูแลว กลาววา “ÁÒμÃÒ˹Öè§ ªÒÂã´Ê¢‹Ù ÍàÍÒ
ËÞÔ§¤¹¢ºÑ ¤¹รําà·ÂèÕ Ç¢Í·Ò¹àÅéÂÕ §ªÇÕ Ôμ áÅÐËÞÔ§¹¤ÃâÊàÀ³ÕÁÒàÅÂéÕ §à»¹š àÁÕ ทําªŒÙà˹Í× ¼ÇÑ ¡ç´.Õ ..”
เปนตน สันนิษฐานกันวาโสเภณีในประเทศไทย ขณะเร่ิมแรกมีสวนสืบเนื่องมาจากลักษณะของ
การจัดหาหญิงมาเปนทาส และการเอาแบบอยางมาจากอินเดียและจีน โดยเหตุที่ประเทศไทย
ในขณะน้ันยังไมไดเลิกทาส ดังน้ันสภาพของนางทาส จึงเปนเชนเดียวกับท่ีปรากฏในประเทศ
หรอื สังคมอ่ืนๆ ท่เี คยมที าส กลาวคอื นางทาสนอกจากจะตองมหี นาท่ีบําเรอผเู ปน นายแลว ยังตอง
อุทิศตัวเพื่อชายอื่นตามคําสั่งหรือตามตกลงของผูเปนนายอีกดวย วิธีการเชนนี้รายไดงาม ดังนั้น
จึงมีหัวหนารวบรวมซื้อหรือไถหญิงท่ีเปนทาสแลวตั้งเปนสํานักข้ึน หญิงทาสเหลานั้นจึงกลายเปน
โสเภณีไป จนกระทั่งไดทรงกรุณาโปรดเกลาฯ ใหเลิกทาสเสียเม่ือ พ.ศ.๒๔๔๘ หญิงจําพวกนี้ก็ยัง
สมัครใจเปนโสเภณีตอไปอีกและมีแพรหลายเพิ่มข้ึน โดยหญิงพวกนี้รับตั๋วจากเจาภาษีแลวมีหัวหนา
รวบรวมตง้ั สํานกั ขึ้น

๘๕

ʋǹ·èÊÕ ¹Ñ ¹ÉÔ °Ò¹Ç‹ÒàÍÒẺÍ‹ҧÁÒ¨Ò¡Í¹Ô à´Õ¹¹Ñé à¾ÃÒÐà¢ÒŒ ã¨Ç‹Ò »ÃÐà·Èä·Âä´ÃŒ Ѻ
àÍÒÍÒøÃÃÁÁÒ¨Ò¡ÍÔ¹à´Õ ´Ñ§¹éѹ¨Ö§¹‹Ò¨ÐàÅÕ¹ẺÍ‹ҧ¡ÒèѴμ‹Ò§æ à¡ÕèÂǡѺâÊàÀ³ÕÁÒ¨Ò¡
ÍÔ¹à´Õ´ŒÇ à¾ÃÒÐâÊàÀ³ÕÍ¹Ô à´ÂÕ ÁÁÕ ÒμÑé§áμâ‹ ºÃÒ³¡ÒÅ´§Ñ ä´¡Œ ÅÒ‹ ÇÁÒáÅŒÇ

สว นกรณที สี่ นั นษิ ฐานวา เอาแบบอยา งมาจากจนี นนั้ โดยทปี่ ระวตั ศิ าสตรบ างตอนบง ชดั วา
หญิงโสเภณีก็มีในประเทศจีนมานมนานแลว และปรากฏวามีคนจีนเขามาพํานักอยูในประเทศไทย
จํานวนมากเปนเวลาชานานแลว จึงนาจะสันนิษฐานไดอีกทางหน่ึงวาไทยเราคงจะเลียนอยางริเร่ิม
ใหมโี สเภณีข้นึ ตามแบบเชน เดยี วกบั โสเภณีจนี ËÅÑ¡°Ò¹·¾èÕ Í¨ÐÂ×¹Âѹ䴌â´Âṋª´Ñ ¡ç¤Í× ä´ŒÁÕสาํ ¹Ñ¡
âÊàÀ³·Õ àèÕ ¨ÒŒ ¢Í§สาํ ¹¡Ñ áÅÐâÊàÀ³àÕ »¹š ¤¹¨¹Õ ÍÂã‹Ù ¹ºÃàÔ Ç³¡Ã§Ø à·¾Ï áÅи¹ºÃØ ÁÕ Ò¹Ò¹áÅÇŒ ¹Í¡¨Ò¡¹¹éÑ
ÀÒÉÕ¨Õ¹·Õè㪌àÃÕ¡ËÞÔ§»ÃÐàÀ·¹éÕÇ‹Ò “Ëยํา©‹Ò” ä·ÂàÃÒ¡çà¤Âä´ŒÂÔ¹¨¹ªÔ¹ËÙáÅÐ㪌¡Ñ¹Ê׺ÁÒ¨¹
μÃÒºà·Ò‹ ·¡Ø Çѹ¹Õé

จนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๕๒ การคาประเวณีไดแพรหลายมากขึ้นถึงกับพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวตองตรากฎหมายออกใชบังคับ ช่ือวา “¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ»‡Í§¡Ñ¹ÊÑÞ¨Ãâä
Ã.È.ñò÷” แตกอนหนานี้ไมเคยมีกฎหมายควบคุมโสเภณีแตอยางใด คงปลอยใหหญิงประเภทนี้
ประกอบกิจการไปตามความตองการ แตเมื่อบานเมืองเจริญข้ึน จํานวนหญิงประเภทน้ีก็มีมากข้ึน
¨Ö§จํา໚¹μŒÍ§ÁÕ¡®ËÁÒ¤Ǻ¤ØÁáÅФ،Á¤Ãͧà¾×èÍãˌ໚¹ä»´ŒÇ¤ÇÒÁʧºàÃÕºÌÍ ดังปรากฏใน
พระราชปรารภวา

ทกุ วนั นหี้ ญงิ บางจาํ พวกประพฤตติ นอยา งทเี่ รยี กวา หญงิ นครโสเภณี มหี วั หนา รวบรวมกนั
ตั้งโรงหาเงินข้ึนหลายแหงหลายตําบล ทําใหมีเหตุเกิดการวิวาทข้ึนเน่ืองๆ อีกประการหน่ึง
หญิงบางคนปวยเปนโรค ซึ่งอาจจะติดตอเนื่องไปถึงผูชายท่ีคบหาสมาคมไดก็มิไดมีแพทยตรวจรักษา
โรครายน้ัน อาจจะติดตอเน่ืองกันไปจนถึงเปนอันตรายแกรางกายและชีวิตมนุษยเปนอันมาก
และยังไดหาไดมีกฎหมายและขอบังคับอยางใด สําหรับจะปองกันทุกข โทษภัยแหงประชาราษฎร
ทั้งหลายเหลา นไี้ ม จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหต ราพระราชบญั ญัตินีข้ ึ้นไว

รูปแบบ “การคา ประเวณี” ของประเทศไทย
ในอดตี ถึงปจ จบุ ัน อาจจําแนกแบง ไดเปน ๓ กลุม มีรูปแบบการใหบริการ จาํ นวน ๑๙
รูปแบบดังตอไปนี้
๑. กลมุ การคาประเวณีในสถานคา ประเวณโี ดยตรง มี ๗ รูปแบบ คือ

๑.๑ สถานคาประเวณีโดยตรงหรือซองโสเภณี โดยการจัดใหมีหญิงโสเภณีขาย
บริการรว มประเวณีกบั ชายในสถานคา ประเวณีโดยจดั หอ งไวเฉพาะสาํ หรับเพือ่ การคาประเวณี

๑.๒ สถานบริการประเภทอาบอบนวด ซ่ึงขออนุญาตเปนสถานบริการ ตาม
มาตรา ๓(๓) แหง พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ แตก็เปนที่ทราบกันวามีการดําเนินการให
มีการคาประเวณเี ชนเดียวกบั ขอ ๑.๑

๘๖

๑.๓ สถานนวดแผนไทยหรอื นวดแผนโบราณ นวดนํ้ามนั ตลอดจนสถานประกอบการ
สปาบางแหงทั้งท่ีถูกตองและไมถูกตองตามกฎหมาย แตพบวา ยังคงมีการลักลอบบริการแอบแฝง
คาประเวณีในสถานท่ีดงั กลาวอยเู ปน บางแหง

๑.๔ โรงแรมขนาดเล็ก หรือโรงแรมมานรูดที่จัดใหมีหญิงบริการคาประเวณีแก
ลูกคาหรือโดยใหพนักงานจัดหาหญิงบริการประเวณีแกลูกคาโดยไดรับคาตอบแทน มีแมงดาเปน
ธุระจัดหา

๑.๕ สถานบรกิ ารคาราโอเกะบังหนา ซง่ึ มีหญงิ บริการรอ งเพลงหรอื ผสมเครื่องดม่ื
มีการจัดสถานท่ีตลอดจนแสง สี เสียงไปในทางที่ลอแหลม และมีการจัดหองแยกเปนการเฉพาะ
สาํ หรบั ลูกคา และหญงิ บรกิ าร

๑.๖ รานตัดผมบางประเภท สวนใหญจะเปนรานท่ีมีพนักงานตัดผมเปนผูหญิง
และมกี ารแยกหอ งบรกิ ารมดิ ชิดเปนการเฉพาะ

๑.๗ หอพักของหญิงโดยตรง มักมีการติดตอโดยตรงระหวางผูชายกับผูหญิง
บรกิ ารทางเพศและมีการจา ยคาบริการทางเพศโดยตรงกับแขกทีม่ าบรกิ ารโดยตรง

๒. กลมุ สถานคาประเวณีในลกั ษณะสถานท่ีตดิ ตอ เพ่อื การคาประเวณี มี ๓ รปู แบบ
๒.๑ สถานที่ท่ีจัดใหมีหญิงไวบริการใหชายเลือกแลวพาไปรวมประเวณีอ่ืน

อาจเปนลักษณะบานเชา หรือโรงแรม มีการจัดสถานท่ีใหผูรับบริการสามารถเลือกผูใหบริการได
และพากนั ไปรว มหลับนอนกันที่สถานทอี่ ่ืนๆ

๒.๒ สถานบริการประเภทคาราโอเกะ ค็อกเทลเลานจ หรือคาเฟ ซ่ึงจะมีหญิง
นั่งบริการแกลูกคาภายในสถานที่ดังกลาว ไมมีการคาบริการแตพนักงานจะไดรับเฉพาะคาด่ืม และ
เมื่อตกลงราคากันไดก็จะไปใหบริการทางเพศกับแขกในสถานที่อ่ืนๆ ขางนอก โดยอาจเหมาคาดื่ม
จากสถานบริการหรือสถานประกอบการนัน้ ๆ ทม่ี ีสว นรับรูด ว ย

๒.๓ บารอะโกโก, โคโยต้ี หญิงเตนเดินแบบโชวบนเวที การใหบริการทางเพศ
มกั เกดิ ขน้ึ เมอ่ื พนกั งานเตน เลกิ งาน และมกั เปน การตดิ ตอ กนั เองระหวา งแขกมาเทย่ี วกบั ผหู ญงิ บรกิ าร
ในบารอะโกโก หรือโคโยตี้ เดินแบบโชวบนเวทีถูกใจกับแขกมาเท่ียวก็จะมีการตกลงราคากับลูกคา
และพากันไปหลบั นอนทส่ี ถานที่อน่ื ๆ นอกสถานบริการ

๓. กลุมอน่ื ๆ มี ๙ รปู แบบ
๓.๑ การคาประเวณีตามสถานที่หรือถนนสาธารณะ : โดยยืนยันในลักษณะ

เสนอตัว ติดตอรบเราใหลูกคาทั้งที่ขับขี่ยานพาหนะหรือเดินเทามาใชบริการ (Hooker) พบเห็นเปน
จํานวนมาก บริเวณทองสนามหลวง หรือบริเวณโดยรอบสวนลุมพินี ตลอดจนยานเพชรบุรีตัดใหม
เมื่อติดตอ ตกลงราคากันก็จะพากันไปหลับนอนกนั ทอ่ี ืน่

๘๗

๓.๒ การคาประเวณีโดยมีเอเยนตหรือนายหนาเปนธุระจัดหาใหมีการคา
ประเวณี : มีภาษาเรียกกันวา มามาซัง ซ่ึงก็คือแมงดาท่ีรับเปนธุระจัดหาผูใหบริการทางเพศให
โดยการติดตอทางโทรศัพท เรียกอีกอยางหน่ึงวานางทางโทรศัพท เม่ือตกลงการซื้อขายกันไดแลว
ผูที่เปนธุระจัดหาก็จะพาหญิงบริการไปพบกับแขก และเม่ือจายเงินก็จะรับสวนแบงเปอรเซ็นตตาม
แตจะตกลงกนั

๓.๓ การคาประเวณีในลักษณะเครือขายของหญิงบริการดวยกันเอง : อาจไมมี
มามาซังเปนตัวกลาง หากแตหญิงบริการซึ่งคาประเวณีดวยกันจะติดตอลูกคาใหแกกันและกัน
ทางโทรศัพท โดยมีการแนะนําหญิงอ่ืนใหแกลูกคาเพ่ือการคาประเวณี อาจมีหรือไมมีการแบง
เปอรเ ซ็นตกบั หญิงบรกิ ารตามแตจ ะตกลงกัน

๓.๔ การคาประเวณีแฝงผานทางนิตยสาร หรือส่ือสิ่งพิมพอื่นโดยใชขอความ
หรือภาพท่ีส่ือถึงการคาประเวณีโดยทางออม และสามารถคาดเดาเขาใจได เชน บริการเพ่ือเที่ยว
คลายเหงาบริการ Escort ทง้ั ชายและหญิง

๓.๕ การคา ประเวณที างโทรศพั ท ระบบ ๑๙๐๐ XXX XXXX : โดยในปจ จบุ ัน
จะเปน รปู แบบทม่ี หี ญงิ บรกิ ารพดู คยุ กบั ลกู คา และมคี าํ พดู หรอื สง เสยี ง สาํ เนยี งวาจาสอ ไปในทางลามก
หรือมีเจตจาํ นงท่จี ะใหล ูกคา สาํ เร็จความใครท างกามารมณ

๓.๖ การคาประเวณีทางอินเทอรเน็ต : โดยการนําเสนอการคาประเวณีในทาง
อินเทอรเน็ตในโปรแกรมหรือจะทําเปนเว็บเพจทั้งในแบบการโฆษณาหาลูกคาโดยตรงและโดยออม
โดยสอื่ ความหมายดงั กลา ว หรอื ทางระบบหอ งแชท (Chat room) เชน เอม็ เอสเอน็ (MSN), PIRCH,
ICQ เปนตน เมื่อตกลงราคากันไดก็จะนัดหมายกันไปซ้ือขายบริการทางเพศ บางกรณีอาจออกมา
ในรูปของการ “ขายวิว” ทางเว็บแคมโชว เปดเผยรางกาย หรือแสดงการรวมเพศ เพ่ือใหอีกฝาย
สําเร็จความใคร โดยอาจแลกเปลี่ยนโดยการใหซื้อบัตรเติมเงินบอกรหัสซ่ึงท้ังสองฝายจะไมไดเจอ
ตัวตนกันจริงๆ ซ่ึงเฉพาะกรณีขายวิวนี้ ยังเปนประเด็นถกเถียงกันวาจะเขาขายการคาประเวณี
หรอื ไม เพราะยงั ไมมกี ารตดิ ตอ หรือสอเจตนากันอยา งชดั เจนโดยตรงเหมือนกรณีอนื่ ๆ

๓.๗ การคาประเวณีโดยการหาคนเลี้ยงดูหลายคน : โดยไดรับคาตอบแทนเปน
รายเดอื น ในแตล ะราย โดยหญงิ บรกิ ารบางคนอาจมคี นเลย้ี งดมู ากกวา ๒ ราย จากการตรวจสอบพบวา
บางสวนยังเปนนักศึกษา หรือพนักงานระดับปฏิบัติท่ีตองการเงินเปนคาตอบแทน หรือคาเล้ียงดู
โดยแลกกับการใหบ ริการทางเพศดังกลาว สวนใหญม กั เปนการคา ประเวณสี มัครใจยอมรับการกระทํา

๓.๘ การคาประเวณีที่แฝงอยูในอาชีพอ่ืน แตเปนท่ีรูกันในวงการ : เชน แคดดี้
สนามกอลฟกลางคืนบางแหง หรือผูหญิงจดแตมโตะสนุกเกอรบางแหง หรือ พริตต้ี (Pretty)
หญิงเชียรสินคารูปแบบตางๆ ซึ่งบางสวนก็มีการแฝงการเสนอบริการทางเพศโดยมีคาตอบแทน
ซึ่งพบเหน็ ไดอยูเสมอ

๘๘

๓.๙ การคาประเวณีในลักษณะองคกรอาชญากรรม (Organized Crime) :
ถือไดวาเปนธุรกิจที่สงผลกระทบตอความสงบเรียบรอยของบานเมืองมากกวารูปแบบอ่ืนๆ
และปจจุบันมีแนวโนมจะสูงข้ึนเร่ือยๆ ในรูปแบบของการคามนุษย (Human Trafficking)
ประเทศไทยนับวาเปนประเทศหนึ่ง มีการคามนุษยท้ังเปนตนทาง ทางผานและปลายทางจากการ
คามนุษย โดยเฉพาะอยางยิ่งการเอาประโยชนจากการคามนุษยที่นําไปคาประเวณี (Transnational
Sexual Exploitation)

¹ÂÔ ÒÁ
ÁÒμÃÒ ô ในพระราชบญั ญัตนิ ้ี
“การคาประเวณี” หมายความวา การยอมรับการกระทําชําเรา หรือการยอมรับ
การกระทําอ่ืนใด หรือการกระทําอ่ืนใดเพื่อสําเร็จความใครในทางกามารมณของผูอ่ืน อันเปน
การสาํ สอน เพือ่ สินจา งหรือประโยชนอ ่ืนใด ทัง้ นไี้ มว าผูย อมรับการกระทําและผูกระทาํ จะเปน บุคคล
เพศเดียวกันหรือคนละเพศ
“สถานการคาประเวณี” หมายความวา สถานที่ที่จัดไวเพื่อการคาประเวณี หรือยอม
ใหมีการคาประเวณี และใหหมายความรวมถึงท่ีท่ีใชในการติดตอ หรือจัดหาบุคคลอื่นเพ่ือกระทํา
การคา ประเวณดี วย
“สถานแรกรับ” หมายความถึง สถานท่ีท่ีทางราชการจัดใหมีข้ึน หรือสถานท่ีที่มูลนิธิ
สมาคม หรอื สถาบนั อน่ื จดั ตง้ั ขน้ึ ตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ เพอ่ื รบั ผรู บั การคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ไวเ ปน
การชั่วคราวเพอ่ื พจิ ารณาวิธกี ารคมุ ครองและพฒั นาอาชีพใหเ หมาะสมสําหรบั แตล ะบคุ คล
“สถานคุมครองและพัฒนาอาชีพ” หมายความวา สถานที่ท่ีทางราชการจัดใหมีขึ้น
หรอื สถานท่ที ี่มลู นธิ ิ สมาคมหรอื สถาบนั อนื่ จดั ต้ังขึน้ เพอื่ คมุ ครองสวสั ดิภาพและพัฒนาอาชพี แกผ ูรบั
การคมุ ครองและพฒั นาอาชีพแกผ ูรบั การคุมครองและพัฒนาอาชีพตามพระราชบัญญัตินี้
“การคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ” หมายความวา การอบรมฟน ฟจู ติ ใจ การบาํ บดั รกั ษาโรค
การฝก อบรมและการพฒั นาอาชพี ตลอดจนพัฒนาคณุ ภาพชีวิต
“กรรมการ” หมายความวา กรรมการคมุ ครองและพัฒนาอาชพี หรือกรรมการคมุ ครอง
และพฒั นาอาชีพประจําจังหวัด แลวแตก รณี
“พนกั งานเจา หนา ท”่ี หมายความวา ผซู ง่ึ รฐั มนตรแี ตง ตงั้ ใหป ฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
“อธบิ ดี” หมายความวา อธิบดกี รมประชาสงเคราะห
“รัฐมนตรี” หมายความวา รฐั มนตรผี รู ักษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ี้
°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô
ÁÒμÃÒ õ ผูใดเขาติดตอ ชักชวน แนะนําตัว ติดตามหรือรบเราบุคคลตามถนน
หรือสาธารณสถาน หรือกระทําการดังกลาวในที่อื่นใด เพื่อการคาประเวณีอันเปนการเปดเผย
และนาอับอาย หรือเปนท่เี ดือดรอ นราํ คาญแกสาธารณชน ตองระวางโทษปรบั ไมเ กินหน่ึงพนั บาท

๘๙

ÁÒμÃÒ ö ผูใดเขาไปมั่วสุมในสถานการคาประเวณี เพื่อประโยชนในการคาประเวณี
ของตนเองหรอื ผอู นื่ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนง่ึ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนง่ึ พนั บาท หรอื ทง้ั จาํ ทงั้ ปรบั

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ไดก ระทาํ เพราะถกู บงั คบั หรอื ตกอยภู ายใตอ าํ นาจ
ซงึ่ ไมสามารถหลกี เล่ียงหรือขัดขืนได ผกู ระทําไมมคี วามผิด

ÁÒμÃÒ ÷ ผูใดโฆษณาหรือรับโฆษณา ชักชวน หรือแนะนําดวยเอกสารสิ่งพิมพ
หรือกระทําใหแพรหลายดวยวิธีใดไปยังสาธารณะที่เห็นไดวาเปนการเรียกรองหรือการติดตอ
เพื่อการคาประเวณีของตนเองหรือผูอื่น ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหกเดือนถึงสองป หรือปรับตั้งแต
หนึ่งหมนื่ บาทถงึ ส่ีหม่ืนบาท หรอื ท้ังจาํ ทั้งปรับ

ÁÒμÃÒ ø ผูใดกระทําชําเราหรือกระทําอ่ืนใดเพื่อสําเร็จความใครของตนเอง
หรือผูอ่ืนแกบุคคลอายุกวาสิบหาปแตยังไมเกินสิบแปดป ในสถานการคาประเวณี โดยบุคคลนั้น
จะยินยอมหรือไมก็ตาม ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหน่ึงปถึงสามป และปรับต้ังแตสองหม่ืนบาท
ถงึ หกหม่ืนบาท

ถาการกระทําตามวรรคหน่ึงเปนการกระทําแกเด็กอายุยังไมเกินสิบหาป ตองระวางโทษ
จาํ คุกตั้งแตสองปถ ึงหกปแ ละปรับต้งั แตส่หี มื่นบาทถึงหนง่ึ แสนบาท

ถาการกระทําตามวรรคหนึ่งเปนการกระทําตอคูสมรสของตน โดยมิใชเพ่ือสําเร็จ
ความใครของผูอนื่ ผกู ระทําไมม คี วามผิด

ÁÒμÃÒ ù ผูใดเปนธุระจัดหา ลอไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดใหเพ่ือบุคคลนั้นกระทํา
การคา ประเวณี แมบ คุ คลนน้ั จะยนิ ยอมกต็ าม และไมว า การกระทาํ ตา งๆ อนั ประกอบเปน ความผดิ นนั้
จะไดกระทําภายในหรือนอกราชอาณาจักรตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหนึ่งปถึงสิบป และปรับต้ังแต
สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ เปน การกระทาํ แกบ คุ คลอายกุ วา สบิ หา ปแ ตย งั ไมเ กนิ
สบิ แปดป ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตห า ปถ งึ สบิ หา ป และปรบั ตงั้ แตห นงึ่ แสนบาทถงึ สามแสนบาท

ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง เปนการกระทําแกเด็กอายุยังไมเกินสิบหาป
ผูกระทาํ ตองระวางโทษจําคกุ ต้งั แตส บิ ปถงึ ยี่สิบป และปรับตัง้ แตส องแสนบาทถึงสี่แสนบาท

ถาการกระทําตามวรรคหน่ึง วรรคสอง หรือวรรคสาม เปนการกระทําโดยใชอุบาย
หลอกลวง ขูเข็ญ ใชกําลังประทุษราย ใชอํานาจครอบงําผิดคลองธรรม หรือใชวิธีขมขืนใจดวย
ประการใดๆ ผูกระทําตองระวางโทษหนักกวาท่ีบัญญัติไวในวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม
หนึ่งในสามแลวแตก รณี

ผูใดเพ่ือใหมีการกระทําการคาประเวณี รับตัวบุคคลซึ่งตนรูอยูวามีผูจัดหา ลอไป หรือ
ชักพาไปตามวรรคหน่ึง วรรคสอง วรรคสาม หรือวรรคส่ี หรือสนับสนุนในการกระทําความผิด
ดังกลาวตองระวางโทษตามทบ่ี ัญญัตไิ ววรรคหนึง่ วรรคสอง วรรคสาม หรือวรรคสแ่ี ลวแตก รณี

๙๐

ÁÒμÃÒ ñð ผูใดเปนบิดามารดาหรือผูปกครองของบุคคลซึ่งมีอายุยังไมเกินสิบแปดป
รูวามีการกระทําความผิดตามมาตรา ๙ วรรคสอง วรรคสาม หรือวรรคส่ี ตอผูอยูในความปกครอง
ของตน และมีสวนรวมรเู หน็ เปนใจใหม ีการกระทาํ ความผิดนัน้ ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตส ี่ปถึงย่สี บิ ป
และปรับตงั้ แตแปดหมื่นบาทถึงสี่แสนบาท

ÁÒμÃÒ ññ ผใู ดเปน เจา ของกจิ การคา ประเวณี ผดู แู ลหรอื ผจู ดั การกจิ การการคา ประเวณี
หรือเปนผูควบคุมผูกระทําการคาประเวณีในสถานการคาประเวณี ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสามป
ถึงสิบหา ป และปรบั ต้งั แตหกหม่นื บาทถึงสามแสนบาท

ถากิจการหรือสถานการคาประเวณีตามวรรคหนึ่งมีบุคคลซ่ึงมีอายุกวาสิบหาปแตยัง
ไมเกินสิบแปดปทําการคาประเวณีอยูดวย ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหาปถึงสิบหาป และ
ปรับตั้งแตหน่ึงแสนบาทถึงสามแสนบาท ถากิจการหรือสถานการคาประเวณีตามวรรคหนึ่งมีเด็ก
อายุยังไมเกินสิบหาปทําการคาประเวณีอยูดวย ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบปถึงยี่สิบป
และปรบั ตัง้ แตส องแสนบาทถึงส่ีแสนบาท

ÁÒμÃÒ ñò ผใู ดหนวงเหนี่ยว กกั ขงั กระทาํ ดวยประการใด ใหผ ูอ ื่นปราศจากเสรภี าพ
ในรางกายหรือทํารายรางกายหรือขูเข็ญดวยประการใดๆ วาจะใชกําลังประทุษรายผูอ่ืนเพื่อขมขืนใจ
ใหผ อู นื่ นนั้ กระทาํ การคา ประเวณี ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตส บิ ปถ งึ ยส่ี บิ ป และปรบั ตงั้ แตส องแสนบาท
ถงึ ส่แี สนบาท

ถา การกระทําความผิดตามวรรคหนง่ึ เปน เหตใุ หผ ูถ กู กระทาํ
(๑) ไดร ับอนั ตรายสาหสั ผูกระทําตอ งระวางโทษจาํ คุกตลอดชวี ติ
(๒) ถงึ แกค วามตาย ผกู ระทาํ ตอ งระวางโทษประหารชีวิต หรือจาํ คกุ ตลอดชีวิต
ผูใดสนับสนุนในการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ตองระวางโทษตามท่ี
บัญญตั ิไวใ นวรรคหนง่ึ หรือวรรคสองแลวแตกรณี
ถาผูกระทําความผิด หรือผูสนับสนุนการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงเปนพนักงาน
ฝายปกครองหรือตํารวจหรือพนักงานเจาหนาที่ หรือเจาหนาที่ในสถานแรกรับ หรือสถานคุมครอง
และพัฒนาอาชีพตามพระราชบัญญัติน้ี ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบหาปถึงย่ีสิบป และ
ปรับตงั้ แตส ามแสนบาทถงึ สแ่ี สนบาท
ÁÒμáÒÃμÒÁ ¾.Ã.º.»‡Í§¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁ¡ÒäŒÒ»ÃÐàdzÕ
ÁÒμÃÒ ñó ถาบิดา มารดา หรือผูปกครองของผูกระทําความผิด ตามมาตรา ๕
มาตรา ๖ หรือมาตรา ๗ มสี วนรวมรเู หน็ เปนใจใหบ ุคคลผอู ยูใ นความปกครองกระทาํ การคา ประเวณี
เมื่อคณะกรรมการคุมครองและพัฒนาอาชีพมีคําขอใหพนักงานอัยการยื่นคํารองตอศาลใหถอน
อํานาจปกครองของบดิ า มารดา หรอื ผปู กครองของผนู ัน้ เสีย และแตง ตัง้ ผูปกครองแทนบดิ า มารดา
หรอื ผูป กครองน้นั

๙๑

ÁÒμÃÒ óò ในกรณที ต่ี อ งมกี ารควบคมุ ตวั ผตู อ งหาหรอื จาํ เลยในความผดิ ตามมาตรา ๕
หรอื มาตรา ๖ ในระหวา งการสอบสวนของพนกั งานสอบสวน หรอื ในระหวา งการพจิ ารณาคดขี องศาล
ใหกระทําไดตามกฎหมายวาดวยวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง แตใหควบคุมตัวผูตองหา
หรือจําเลยนั้นไวตางหากจากผูตองหาหรือจําเลยอ่ืนหรือจะขอใหกรมประชาสงเคราะหเปนผูดูแล
ผูถูกควบคุมตามระเบยี บท่ี ก.ค.อ. กําหนดกไ็ ด

ÁÒμÃÒ óó ในกรณีทผ่ี กู ระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๕ หรอื มาตรา ๖ เปน บคุ คลอายุ
ยังไมเกินสิบแปดปและไมปรากฏวาผูตองหาหรืออยูในระหวางถูกดําเนินคดีในความผิดฐานอื่น
ซ่ึงเปนความผิดที่มีโทษจําคุก หรือตองคําพิพากษาใหจําคุก ใหพนักงานสอบสวนในกรณีที่ได
เปรียบเทียบคดีแลว แจงกรมประชาสงเคราะหเพื่อดําเนินการจัดสงตัวผูน้ันไปเพ่ือรับการดูแล
ในสถานแรกรับทมี่ ีเขตรบั ผิดชอบ

กรณตี ามวรรคหนง่ึ หากเปน บคุ คลอายเุ กนิ กวา สบิ แปดป ถา บคุ คลนน้ั ประสงค
ท่ีจะไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพในสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพ ใหพนักงานสอบสวนแจง
กรมประชาสงเคราะหเ พอ่ื ดาํ เนนิ การจดั สง ตวั ผนู นั้ ไปเพอื่ รบั การดแู ลในสถานแรกรบั ทม่ี เี ขตรบั ผดิ ชอบ

ÁÒμÃÒ óô ในกรณที ผ่ี กู ระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ หรอื มาตรา ๗ เปน บคุ คล
อายุยังไมเกินสิบแปดป เม่ือศาลไดพิจารณาถึงประวัติ ความประพฤติ สติปญญา การศึกษาอบรม
สุขภาพ ภาวะแหงจิต อาชีพ และส่ิงแวดลอมของผูนั้นแลวเห็นวาไมสมควรพิพากษาลงโทษ แตควร
ใหผูกระทําความผิดไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพแทนการลงโทษ ก็ใหกรมประชาสงเคราะห
รับตัวผูกระทําความผิดเพ่ือดําเนินการจัดสงตัวผูน้ันไปเพื่อรับการดูแลในสถานแรกรับที่มีเขต
รับผิดชอบภายในสิบหา วันนับแตวันท่ีศาลมีคําพิพากษา

กรณีตามวรรคหนึ่งหากเปนบุคคลอายุกวาสิบแปดป ถาบุคคลน้ันประสงคที่จะไดรับ
การคุมครองและพัฒนาอาชีพในสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพ และศาลเห็นสมควรใหกรมประชา
สงเคราะหรับตัวผูกระทําความผิดเพ่ือดําเนินการจัดสงตัวผูน้ันไปเพื่อรับการดูแลในสถานแรกรับที่มี
เขตรบั ผิดชอบภายในสบิ หาวันนบั แตวันที่ศาลมคี าํ พิพากษา

ในกรณีท่ีศาลพิพากษาลงโทษผูกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง และศาลเห็นสมควร
ใหผูกระทําความผิดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพดวย ก็ใหกรมประชาสงเคราะหรับตัวผูกระทํา
ความผิดเพื่อดําเนินการจัดสงตัวผูนั้นไปเพ่ือรับการดูแลในสถานแรกรับที่มีเขตรับผิดชอบภายใน
สิบหาวันนับแตวันที่ศาลมีคําพิพากษา และใหผูกระทําความผิดอยูในควบคุมของสถานแรกรับ
และสถานคุม ครองและพัฒนาอาชพี

มิใหนับระยะเวลาที่ควบคุมตัวผูกระทําความผิดตามวรรคสามเขาในกําหนดระยะเวลา
ทอี่ ยใู นความดแู ลของสถานแรกรบั และระยะเวลาทรี่ บั การคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ของสถานคมุ ครอง
และพัฒนาอาชีพ หลักเกณฑและวิธีการรับตัวผูกระทําความผิดจากศาลเพื่อดําเนินการจัดสงตัว
ผูน้ันไปเพื่อรับการดูแลในสถานแรกรับที่มีเขตรับผิดชอบใหเปนไปตามระเบียบท่ีอธิบดีกําหนด
โดยความเหน็ ชอบของ ก.ค.อ.

๙๒

ÁÒμÃÒ óõ ใหสถานแรกรับพิจารณาบุคลิกภาพ พื้นฐานการศึกษาอบรม สาเหตุ
การกระทําความผิดและทดสอบแนวถนัดแลวพิจารณาจัดสงตัวผูอยูในความดูแลตามมาตรา ๓๓
หรือมาตรา ๓๔ ไปยังสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพท่ีเหมาะสมเพื่อใหการคุมครองและพัฒนา
อาชีพภายในระยะเวลาตามระเบียบท่ี ก.ค.อ. กาํ หนดแตต องไมเ กนิ หกเดอื นนับแตว ันทร่ี ับตวั ผูนั้นไว

ภายใตบังคับมาตรา ๓๔ วรรคสาม ในกรณีท่ีสถานแรกรับพิจารณาแลวเห็นวายังไมมี
ความจําเปนจะตองสงผูนั้นไปรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพ จะไมสงตัวผูนั้นไปยังสถานคุมครอง
และพฒั นาอาชีพกไ็ ด ท้ังน้ีใหเปนไปตามระเบียบท่ี ก.ค.อ. กําหนด

ÁÒμÃÒ óö หลักเกณฑและวิธีการสงตัวบุคคลไปเพื่อรับการดูแลในสถานแรกรับตาม
มาตรา ๓๓ และ มาตรา ๓๔ และการสงตัวไปเพื่อรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพในสถาน
คุม ครองและพฒั นาอาชพี ตามมาตรา ๓๕ ใหเ ปนไปตามระเบียบท่ี ก.ค.อ. กาํ หนด

ÁÒμÃÒ ó÷ ผูรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพตองอยูรับการคุมครองและพัฒนา
อาชีพในสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพตามระเบียบท่ี ก.ค.อ. กําหนดเปนเวลาไมเกินสองป
นบั แตวนั ท่ีสถานคมุ ครองและพฒั นาอาชพี รับตวั ไว

ÁÒμÃÒ óø ในระหวางที่รับการดูแลในสถานแรกรับหรือรับการคุมครองและพัฒนา
อาชีพในสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพ ถาผูใดหลบหนีออกนอกสถานแรกรับ หรือสถานคุมครอง
และพฒั นาอาชพี ใหเจา หนา ท่ีของสถานแรกรับ หรอื สถานคุมครองและพฒั นาอาชีพมีอาํ นาจหนาท่ี
ออกตดิ ตามตวั ผนู นั้ เพอ่ื สง ตวั กลบั ไปยงั สถานแรกรบั หรอื สถานคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ไดแ ลว แตก รณี
ในการนี้สถานแรกรับหรือสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพจะรองใหเจาหนาที่ตํารวจชวยดําเนินการ
ใหดวยกไ็ ด

เม่ือบุคคลใดไดรับการคุมครองและพัฒนาอาชีพครบกําหนดเวลาแลว ใหเจาหนาท่ีของ
สถานแรกรับหรือสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพดําเนินการจัดสงบุคคลนั้นกลับไปยังถ่ินท่ีอยู
หรือภูมลิ าํ เนาของผนู น้ั เวน แต ก.ค.อ. เหน็ สมควรจะดาํ เนินการเปน อยา งอนื่

อํา¹Ò¨Ë¹ŒÒ·Õ¢è ͧ¾¹Ñ¡§Ò¹à¨ÒŒ ˹ŒÒ·Õè
ÁÒμÃÒ óù ใหพ นักงานเจาหนาท่ีมีอาํ นาจหนา ท่ี ดังตอไปนี้
(๑) เขา ไปในสถานบรกิ ารตามกฎหมายวา ดว ยสถานบรกิ ารในเวลากลางวนั และกลางคนื
เพือ่ ตรวจตราการกระทาํ ความผดิ ตามพระราชบัญญตั ินี้
(๒) นําผูถูกลอลวง หรือถูกบังคับใหทําการคาประเวณี ซ่ึงยินยอมใหนําตัวไปรับ
การคุมครองและพัฒนาอาชีพ สงพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาดําเนินการหาตัวผูกระทําความผิด
มาดําเนินการตอไป ทั้งน้ีโดยใหนําความในมาตรา ๓๓ มาใชบังคับกับการสงตัวผูคาประเวณีไปรับ
การดูแลในสถานแรกรับดว ยโดยอนโุ ลม
ÁÒμÃÒ ôð ใหกรรมการ อนุกรรมการ และพนักงานเจาหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้
เปนเจา พนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

๙๓

â·É
ÁÒμÃÒ ôñ ผูใดฝาฝนไมอํานวยความสะดวกแกพนักงานเจาหนาที่ผูปฏิบัติตาม
มาตรา ๓๙ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกินหนงึ่ เดอื น หรือปรบั ไมเกินหน่งึ พันบาท หรือทงั้ จาํ ทั้งปรบั
ÁÒμÃÒ ôò ในระหวา งทยี่ งั มไิ ดจ ดั ตงั้ สาํ นกั งานคณะกรรมการคมุ ครองและพฒั นาอาชพี
ใหกรมประชาสงเคราะหมอี ํานาจหนา ทีต่ ามมาตรา ๒๕
ÁÒμÃÒ ôó ใหสถานสงเคราะหท่ีจัดต้ังขึ้น ตามพระราชบัญญัติปรามการคาประเวณี
พ.ศ.๒๕๐๓ เปนสถานคุมครองและพัฒนาอาชีพตามพระราชบัญญัติน้ี ใหผูรับการสงเคราะหตาม
พระราชบญั ญตั ปิ รามการคา ประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ ซง่ึ ยงั คงรบั การสงเคราะหอ ยใู นวนั ทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ี้
ใชบ ังคับ รบั การคมุ ครองและพฒั นาอาชพี ตอ ไปจนกวา จะครบระยะเวลาทอี่ ธบิ ดไี ดก าํ หนดไว
ÁÒμÃÒ ôô บรรดาประกาศ ระเบียบ ขอบังคับ หรือคําสั่งท่ีออกตามพระราชบัญญัติ
ปรามการคาประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ ใหยังคงใชบังคับไดตอไปเทาที่ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติน้ี
ทง้ั นจี้ นกวา จะมีประกาศ ระเบียบ ขอบังคับ หรอื คําสง่ั ท่ีออกตามพระราชบัญญตั ินี้
ÁÒμÃÒ ôõ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม รักษาการตาม
พระราชบัญญัติน้ี และใหมีอํานาจแตงต้ังพนักงานเจาหนาที่ กับออกกฎกระทรวงและประกาศ
เพอื่ ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี กฎกระทรวงและประกาศนน้ั เมอื่ ไดป ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
แลวใชบ งั คับได

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô»‡Í§¡¹Ñ áÅлÃÒº»ÃÒÁ¡ÒäҌ »ÃÐàÇ³Õ ¾.È.òõóù ๙๔

ÅӴѺ ¢ÍŒ ËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ

๑. เขา ไปมว่ั สมุ ในสถานการคา ประเวณเี พอ่ื ประโยชนใ นการคา ประเวณขี องตนเองหรอื ผอู นื่ มาตรา ๖ - ระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ ๑ เดอื น หรอื
ปรบั ไมเ กิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรอื ทั้งจาํ
ทัง้ ปรับ

๒. ๒.๑ เปน ธุระจดั หาซ่ึงบคุ คลใดเพื่อใหบคุ คลนน้ั กระทาํ การคาประเวณี มาตรา ๙ - ระวางโทษจําคุก ๑-๑๐ ป ปรับ
๒.๒ เปน ธุระจัดหาโดยกระทาํ แกบุคคลอายุกวา ๑๕ ป แตยงั ไมเกิน ๑๘ ป วรรค ๑ ๒๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท
๒.๓ เปน ธุระจดั หาโดยกระทาํ แกเดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ ๑๕ ป มาตรา ๙
วรรค ๒ - ระวางโทษจําคกุ ๕-๑๕ ป และปรับ
มาตรา ๙ ตัง้ แต ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท
วรรค ๓
- ระวางโทษจําคุก ๑๐-๒๐ ป และปรับ
ต้ังแต ๒๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท

๓. ๓.๑ เปน เจา ของกจิ การการคา ประเวณี ผดู แู ลหรอื ผจู ดั การ หรอื เปน ผคู วบคมุ ผกู ระทาํ มาตรา ๑๑ - ระวางโทษจาํ คกุ ๓-๑๕ ป และปรับ
การคาประเวณีในสถานการคาประเวณี วรรค ๑ ต้งั แต ๖๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท

๓.๒ สถานการคา ประเวณีมบี คุ คลซงึ่ มีอายกุ วา ๑๕ ป แตย ังไมเกนิ ๑๘ ป ทาํ การคา มาตรา ๑๑ - ระวางโทษจาํ คกุ ๕-๑๕ ป และปรับ
ประเวณอี ยดู วย วรรค ๒ ตง้ั แต ๑๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท

๓.๓ สถานการคาประเวณีมีเด็กอายุยงั ไมเ กนิ ๑๕ ป ทําการคา ประเวณดี วย มาตรา ๑๑ - ระวางโทษจาํ คุก ๑๐-๒๐ ป และปรบั
วรรค ๓ ตั้งแต ๒๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท

๔. หนวงเหนี่ยว กักขัง ทํารายรางกาย หรือขูเข็ญ ดวยประการใดๆ เพื่อใหผูอ่ืนกระทํา มาตรา ๑๒ - ระวางโทษจาํ คุก ๑๐-๒๐ ป และปรบั
การคาประเวณี ต้งั แต ๒๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท

๙๕

º··Õè ö

¾.Ã.º.¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ ¾.È.òõòò

ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ»ÃШӺ·

๑.๑ เพอ่ื ใหน ักเรียนมีความรแู ละความเขา ใจใน พ.ร.บ.คนเขาเมือง พ.ศ.๒๕๒๒
๑.๒ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทาํ ใดมีความผิด หรือไมมี
ความผดิ ตาม พ.ร.บ.คนเขาเมือง พ.ศ.๒๕๒๒
๑.๓ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม
พ.ร.บ.คนเขา เมือง พ.ศ.๒๕๒๒

ò. ÊÇ‹ ¹¹Ó

ในอดตี ประเทศไทยถอื วา มนษุ ยเ ปน ทรพั ยส นิ ชนดิ หนง่ึ ถา มไี วใ นครอบครองมากเทา ใดกจ็ ะ
เปน ประโยชนแ กป ระเทศมากขน้ึ เทา นนั้ เพราะจะชว ยทาํ ใหป ระเทศมคี วามเจรญิ รงุ เรอื งในดา นเศรษฐกจิ
สังคม การทหารและความม่ันคงของประเทศ ตอมาประชากรประเทศไทยมีมากข้ึนตามลําดับ
แตอ าณาเขตของประเทศกลบั เทา เดมิ เนอื่ งจากใชเ ปน พน้ื ทท่ี างการเกษตร อตุ สาหกรรมและทอ่ี ยอู าศยั
ทําใหเหลือที่ดินไวใชประโยชนลดนอยลง ประกอบกับคนตางดาวไดเขามาในประเทศไทยมากข้ึน
เพอื่ ความมน่ั คงของประเทศและความสงบเรยี บรอย จงึ จาํ เปน ตอ งตรา พ.ร.บ.น้ีขนึ้

ó. à¹×Íé ËÒμÒÁËÇÑ ¢ŒÍ

๓.๑ ความรูท ั่วไปเกีย่ วกับ พ.ร.บ.คนเขา เมอื ง พ.ศ.๒๕๒๒
๓.๒ ความผิดตาม พ.ร.บ.คนเขา เมอื ง พ.ศ.๒๕๒๒ ทม่ี กี ารจับกมุ ดําเนนิ คดี

ô. ÊÇ‹ ¹ÊÃØ»

กฎหมายคนเขาเมืองเปนกฎหมายที่ควบคุมการเขาออกของคนตางดาวเพื่อดูแล
ความปลอดภยั การประกอบอาชพี เปรยี บเสมอื นเปน งานทะเบยี นสาํ หรบั คนตา งดา ว โดยเราสามารถ
ทราบไดวาคนตางดาวเขามาเทาไร อยูท่ีไหน และ ทําอะไรบาง ซึ่งขอมูลนี้จะทําใหเรามีแนวทาง
ในการปฏบิ ัตกิ ับคนตา งดา วไดอ ยางมปี ระสทิ ธิภาพตอไป

õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó

ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.คนเขาเมืองฯ และนําขอมูลมาวิเคราะห
อภิปรายรว มกันในชนั้ เรยี น


Click to View FlipBook Version