The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

5_LA_22205_พรบที่มีโทษ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by peaw.2749, 2022-06-28 04:35:09

5_LA_22205_พรบที่มีโทษ

5_LA_22205_พรบที่มีโทษ

๙๖

ในอดีต ประเทศไทยถือวามนุษยเปนทรัพยสินชนิดหน่ึง ถามีไวในครอบครอง
มากเทา ใดกจ็ ะเปน ประโยชนแ กป ระเทศมากขน้ึ เทา นนั้ เพราะจะชว ยทาํ ใหป ระเทศมคี วามเจรญิ รงุ เรอื ง
ในดา นเศรษฐกิจ สงั คม การทหาร และความมัน่ คงของประเทศ ตอ มาประเทศไทยมปี ระชากรเพ่มิ ขึน้
ตามลําดบั แตอาณาเขตของประเทศกลับลดนอยลงอันเนอ่ื งมาจากการสูญเสียดนิ แดนใหก บั ประเทศ
ฝร่งั เศส และอังกฤษ ทําใหท่ดี นิ เพอื่ เกษตรกรรมและทอ่ี ยูอาศัยไมเ พยี งพอกบั ประชากร ประกอบกบั
คนตางดาวซึ่งเขามาในประเทศไทยมีจํานวนมากขึ้น เพ่ือความม่ันคงของประเทศและความสงบ
เรียบรอยของประชาชน จงึ จาํ เปนตอ งตราพระราชบญั ญตั ินีข้ ้ึน

¤ÇÒÁÃÙŒ·èÑÇä»à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¾.Ã.º.¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ

“¤¹μ‹Ò§´ÒŒ Ç” หมายความวา บคุ คลธรรมดาซึง่ ไมมสี ญั ชาติไทย
“¾Ò˹Д หมายความวา ยานพาหนะหรือสัตวพาหนะ หรือสิ่งอ่ืนใดท่ีอาจนําบุคคล
จากท่ีแหง หนึ่งไปยังอีกแหงหน่ึง
“à¨ÒŒ ¢Í§¾Ò˹Д หมายความรวมถงึ ตวั แทนเจา ของ ผเู ชา ตวั แทนผเู ชา ครอบครอง หรอื
ตวั แทนผูครอบครองพาหนะ แลวแตกรณี
“¼¤ÙŒ Ǻ¤ØÁ¾Ò˹Д หมายความวา นายเรอื หรอื ผรู บั ผิดชอบในการควบคมุ พาหนะ
“¤¹»ÃÐจํา¾Ò˹Д หมายความวา ผูซึ่งมีตําแหนงหนาท่ีประจําหรือทํางานประจํา
พาหนะและเพอ่ื ประโยชนแ หง พระราชบญั ญตั นิ ี้ ใหห มายความรวมถงึ ผคู วบคมุ พาหนะซง่ึ ขบั ขพ่ี าหนะ
โดยไมม คี นประจาํ พาหนะ
“¤¹â´ÂÊÒÔ หมายความวา ผูซ่ึงเดินทางโดยพาหนะไมวากรณีใดๆ นอกจาก
ผคู วบคุมพาหนะและคนประจาํ พาหนะ
“¤¹à¢ÒŒ àÁÍ× §” หมายความวา คนตางดาวซ่งึ เขามาในราชอาณาจักร
“ᾷμÃǨ¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ” หมายความวา แพทยซึ่งอธิบดีแตงตั้งเพ่ือปฏิบัติการตาม
พระราชบัญญัตนิ ้ี
“਌ҺŒÒ¹” หมายความวา ผูซึ่งเปนหัวหนาครอบครองบาน ในฐานะเปนเจาของผูเชา
หรือในฐานะอน่ื ใด ตามกฎหมายวา ดวยการทะเบียนราษฎร
“à¤Ëʶҹ” หมายความวา ที่ซึ่งใชเปนท่ีอยูอาศัย เชน เรือน โรง เรือ หรือแพ
ซ่ึงคนอยูอาศัย และใหหมายความรวมถึงบริเวณของที่ซึ่งใชเปนที่อยูอาศัยนั้นดวย จะมีร้ัวลอม
หรอื ไมกต็ ามตามประมวลกฎหมายอาญา
“âçáÃÁ” หมายความวา บรรดาสถานที่ทุกชนิดท่ีจัดต้ังข้ึนเพื่อรับสินจางสําหรับ
คนเดนิ ทาง หรอื บุคคลทปี่ ระสงคจ ะหาท่อี ยหู รอื ที่พกั ชว่ั คราว ตามกฎหมายวา ดวยโรงแรม
“¼ÙŒ¨Ñ´¡ÒÃâçáÃÁ” หมายความวา บุคคลผูควบคุมหรือจัดการโรงแรมตามกฎหมาย
วา ดว ยโรงแรม

๙๗

“¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÔ หมายความวา คณะกรรมการพิจารณาคนเขาเมอื ง
“¾¹Ñ¡§Ò¹à¨ŒÒ˹ŒÒ·Õè” หมายความวา เจาพนักงานซ่ึงรัฐมนตรีแตงตั้งเพ่ือปฏิบัติการ
ตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี
“͸Ժ´”Õ หมายความวา อธบิ ดีกรมตํารวจ
“ÃѰÁ¹μÃÕ” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ คือ รัฐมนตรี
วา การกระทรวงมหาดไทย

¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ ¾.Ã.º.¤¹à¢ÒŒ àÁ×Í§Ï ·ÁèÕ ¡Õ ÒèºÑ ¡ØÁ´Òí à¹¹Ô ¤´Õ

ñ. ¼ÙäŒ ÁÁ‹ ÕÊÑÞªÒμÔäÁ‹»¯ÔºμÑ μÔ ÒÁ˹§Ñ ÊÍ× àÃÕ¡¢Í§¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃμÒÁ ¾.Ã.º.¤¹à¢ŒÒàÁ×ͧ
ÁÒμÃÒ ñð ในการปฏบิ ตั หิ นา ทต่ี ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหค ณะกรรมการมอี าํ นาจเรยี ก

เปนหนังสือใหบุคคลท่ีเกี่ยวของมาใหขอเท็จจริง หรือใหสงเอกสารเก่ียวกับเร่ืองท่ีอยูในอํานาจหนาท่ี
ของคณะกรรมการได

ÁÒμÃÒ öñ ผูใ ดไมปฏบิ ัตติ ามหนังสอื เรียกตามมาตรา ๑๐ ตองระวางโทษปรับไมเ กิน
หาพันบาท

ผไู มม สี ญั ชาตไิ ทยทไ่ี มป ฏบิ ตั ติ ามหนงั สอื เรยี กของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.นี้ ทเ่ี รยี กมา
ใหข อเทจ็ จริง หรือใหส งเอกสารเกีย่ วกับเร่อื งท่ีอยูใ นอาํ นาจหนาที่ ยอ มมีความผดิ ตามมาตราน้ี
ò. ¼ŒäÙ Á‹ÁÕÊÑÞªÒμäÔ ·Â½†Ò½„¹à´¹Ô ·Ò§à¢ŒÒÁÒËÃÍ× Í͡仹͡ÃÒªÍÒ³Ò¨¡Ñ Ã

ÁÒμÃÒ ññ บุคคลซ่ึงเดินทางเขามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรจะตองเดินทาง
เขามาหรอื ออกไปตามชอ งทาง ดา นตรวจคนเขา เมือง เขตทา สถานี หรอื ทอ งทีแ่ ละตามกาํ หนดเวลา
ท้ังนตี้ ามทรี่ ฐั มนตรจี ะไดประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา

ÁÒμÃÒ ñø พนักงานเจาหนาที่มีอํานาจตรวจบุคคลซึ่งเดินทางเขามาในหรือออกไป
นอกราชอาณาจกั ร

เพื่อการน้ี บุคคลซึ่งเดินทางเขามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร ตองยื่นรายการ
ตามแบบท่ีกําหนดในกฎกระทรวง และผานการตรวจอนุญาตของพนักงานเจาหนาที่ของดานตรวจ
คนเขาเมือง ประจาํ เสน ทางนน้ั

ÁÒμÃÒ öò ผูใ ดไมปฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๑๑ หรอื มาตรา ๑๘ วรรคสอง ตองระวางโทษ
จําคกุ ไมเ กนิ สองป และปรับไมเกินสองหมน่ื บาท

ถา ผกู ระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ มีสญั ชาตไิ ทย ตองระวางโทษปรับไมเกนิ สองพนั บาท
ผูไมมีสัญชาติไทยท่ฝี าฝน เดนิ ทางเขา มาในหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั รตามชองทาง

ก. ดานตรวจคนเขาเมอื ง
ข. เขตทา

๙๘

ค. สถานี หรือ
ง. ทอ งที่ และตามกําหนดเวลา
ยอมมีความผิด ในกรณีผูมีสัญชาติไทยฝาฝนเดินทางเขามาในหรือออกไป
นอกราชอาณาจักรดงั กลา วแลว ขา งตน ก็ยอ มมคี วามผดิ เชนกนั
ó. ºØ¤¤Åã´นําËÃ×;Ҥ¹μ‹Ò§´ŒÒÇࢌÒÁÒã¹ÃÒªÍҳҨѡà ËÃ×ÍãËŒ¡ÒÃÍØ»¡ÒÃÐËÃ×ͪ‹Ç ËÃ×ÍãËŒ
¤ÇÒÁÊдǡᡋ¤¹μÒ‹ §´ÒŒ ÇãËŒà¢ÒŒ ÁÒã¹ÃÒªÍÒ³Ò¨¡Ñ Ã
ÁÒμÃÒ öó ผูใดนําหรือพาคนตางดาวเขามาในราชอาณาจักร หรือกระทําการดวย
ประการใดๆ อันเปนการอุปการะหรือชวยเหลือ หรือใหความสะดวกแกคนตางดาวใหเขามาใน
ราชอาณาจักร โดยฝาฝนพระราชบัญญัติน้ี ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบป และปรับไมเกิน
หน่งึ แสนบาท
เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๓ และภายในพาหนะ
น้ันมีคนตางดาวซึ่งเขามาในราชอาณาจักรโดยฝาฝนพระราชบัญญัตินี้ ใหสันนิษฐานไวกอนวา
เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะนั้นไดกระทําผิดตามวรรคหน่ึง เวนแตจะพิสูจนไดวาตน
ไมส ามารถรไู ดว า ภายในพาหนะนนั้ มคี นตา งดา วดงั กลา วอยู แมว า ไดใ ชค วามระมดั ระวงั ตามสมควรแลว
ÁÒμÃÒ òó เจา ของพาหนะหรอื ผคู วบคมุ พาหนะ จะตอ งนาํ พาหนะเขา มาในหรอื ออก
ไปนอกราชอาณาจกั รตามชอ งทาง ดา นตรวจคนเขา เมอื ง เขตทา สถานหี รอื ทอ งทแี่ ละตามกาํ หนดเวลา
ทง้ั น้ี ตามท่รี ฐั มนตรจี ะไดประกาศในราชกิจจานเุ บกษา
ผทู ฝ่ี า ฝน พ.ร.บ.นี้
ก. นําหรอื พาคนตา งดาวเขามาในราชอาณาจกั ร หรือ
ข. กระทําดว ยประการใดๆ อันเปนการอุปการะหรือชว ยเหลอื หรือ
ค. ใหค วามสะดวกแกคนตา งดา วใหเขา มาในราชอาณาจักรยอมมีความผิด
ผูฝาฝนตามมาตรา ๖๓ วรรคสอง ใหสันนิษฐานไวกอนวาไดกระทําความผิดตาม
มาตรา ๖๓ วรรคหน่งึ เวน แตจะไดพ ิสูจนวา ไดใชค วามระมดั ระวงั ตามสมควรแลว
ô. ¼ÃŒÙ áŒÙ ÅЪNj ÂàËÅÍ× ¤¹μÒ‹ §´ÒŒ Çà¢ÒŒ ÁÒã¹ÃÒªÍÒ³Ò¨¡Ñ à ãËàŒ ¢ÒŒ ¾¡Ñ ÍÒÈÂÑ «Í‹ ¹àùŒ ËÃÍ× ªÇ‹ ÂàËÅÍ× ´ÇŒ Â
»ÃСÒÃã´æ
ÁÒμÃÒ öô ผใู ดรวู า คนตา งดา วคนใดเขา มาในราชอาณาจกั รโดยฝา ฝน พระราชบญั ญตั นิ ี้
ใหเขาพักอาศัย ซอนเรน หรือชวยดวยประการใดๆ เพ่ือใหคนตางดาวนั้นพนจากการจับกุมตอง
ระวางโทษจาํ คกุ ไมเกินหาป และปรับไมเกนิ หา หมน่ื บาท
ผูใดใหคนตางดาวซึ่งเขามาในราชอาณาจักร โดยฝาฝนพระราชบัญญัตินี้เขาพักอาศัย
ใหส นั นษิ ฐานไวก อ นวา ผนู น้ั รวู า คนตา งดา วดงั กลา วเขา มาในราชอาณาจกั รโดยฝา ฝน พระราชบญั ญตั นิ ี้
เวนแตจ ะพสิ จู นไดวา ตนไมรูโดยไดใชค วามระมัดระวงั ตามสมควรแลว

๙๙

ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ เพอ่ื ชว ยบดิ า มารดา บตุ ร สามี หรอื
ภรยิ าของผกู ระทํา ศาลไมลงโทษก็ได

ผูท ่ีฝา ฝนตามมาตรา ๖๔ วรรคหนง่ึ โดยใหค นตางดาว
- เขาพกั อาศัย
- ซอ นเรน หรอื
- ชว ยดวยประการใดๆ
เพ่ือใหค นตางดาวนัน้ พนการจบั กุม ยอ มมีความผิด
สําหรับผูใหคนตางดาวเขาพักอาศัยตามมาตรา ๖๔ วรรคสอง ใหสันนิษฐานไวกอนวา
คนตางดาวน้ันเขามาในราชอาณาจักรโดยฝาฝน เวนแตจะพิสูจนไดวาตนไมรูวาคนตางดาวนั้น
เขามาโดยฝาฝน พ.ร.บ.น้ี โดยไดใชความระมัดระวังตามสมควรแลว และศาลจะไมลงโทษก็ได
กรณีเพ่ือชวยเหลือบดิ า มารดา บตุ ร สามหี รอื ภรรยาของผกู ระทาํ ความผิด
ÁÒμÃÒ ñò หามมิใหคนตางดาวซึ่งมีลักษณะอยางใดอยางหนึ่งดังตอไปน้ี เขามาใน
ราชอาณาจักร
(๑) ไมมีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใชแทนหนังสือเดินทางอันถูกตอง และยัง
สมบูรณอยูหรือมีแตไมไดรับการตรวจลงตราในหนังสือเดินทางหรือเอกสารใชแทนหนังสือเดินทาง
เชนวานั้นจากสถานทูต หรือสถานกงสุลไทยในตางประเทศ หรือจากกระทรวงการตางประเทศ
เวน แตก รณที ไ่ี มตองมีการตรวจลงตราสาํ หรบั คนตา งดาวบางประเทศเปน กรณีพิเศษ
การตรวจลงตราและการยกเวนการตรวจลงตราใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและ
เงือ่ นไขทีก่ ําหนดในกฎกระทรวง
การตรวจลงตราตาม (๑) ใหเ สยี คา ธรรมเนยี มตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง (วรรค ๓ ใน (๑)
ของมาตรา ๑๒ นี้ บัญญัติเพิ่มขึ้นโดย พระราชบัญญัติคนเขาเมือง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๒๓
มาตรา ๓)
(๒) ไมมปี จ จยั ในการยงั ชีพตามควรแกก รณที ีเ่ ขามาในราชอาณาจกั ร
(๓) เขามาเพ่ือมีอาชีพเปนกรรมการ หรือเขามาเพ่ือรับจางทํางานดวยกําลังกาย
โดยไมไดอาศัยวิชาความรูหรือการฝกทางวิชาการ หรือเขามาเพ่ือทํางานอื่นอันเปนการฝาฝน
กฎหมายวาดวยการทํางานของคนตา งดา ว
(๔) วกิ ลจริตหรอื มโี รคอยางใดอยา งหนง่ึ ตามท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง
(๕) ยังมิไดปลูกฝปองกันไขทรพิษ หรือฉีดวัคซีน หรือปฏิบัติการอยางอ่ืนตาม
วิชาการแพทย เพ่ือปองกันโรคติดตอตามท่ีกฎหมายบัญญัติและไมยอมใหแพทยตรวจคนเขาเมือง
กระทําการเชน วานนั้
(๖) เคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาของศาลไทย หรือคําส่ังท่ีชอบดวยกฎหมาย
หรอื คาํ พพิ ากษาของศาลตา งประเทศ เวน แตเ ปน โทษสาํ หรบั ความผดิ ลหโุ ทษหรอื ความผดิ อนั ไดก ระทาํ
โดยประมาท หรอื ความผิดที่ยกเวนไวในกฎกระทรวง

๑๐๐

(๗) มีพฤติการณเปนที่นาเชื่อวาเปนบุคคลที่เปนภัยตอสังคม หรือจะกอเหตุราย
ใหเ กิดอันตรายตอความสงบสุขหรอื ความปลอดภัยของประชาชน หรอื ความมน่ั คงแหง ราชอาณาจักร
หรอื บคุ คลซ่งึ เจา หนาที่รฐั บาลตา งประเทศไดออกหมายจับ

(๘) มีพฤติการณเปนท่ีนาเชื่อวาเขามาเพ่ือการคาประเวณี การคาหญิงหรือเด็ก
การคายาเสพติดใหโทษ การลักลอบหนีภาษีศุลกากร หรือเพ่ือประกอบกิจการอ่ืนท่ีขัดตอความสงบ
เรียบรอยหรอื ศีลธรรมอนั ดีของประชาชน

(๙) ไมมเี งนิ ติดตัวหรือไมม ีประกันตามท่ีรัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๑๔
(๑๐) รัฐมนตรไี มอนญุ าตใหเ ขา มาในราชอาณาจกั รตามมาตรา ๑๖
(๑๑) ถูกรัฐบาลไทยหรือรัฐบาลตางประเทศเนรเทศ หรือถูกเพิกถอนสิทธิการอยูอาศัย
ในราชอาณาจักรหรือในตางประเทศมาแลว หรือถูกพนักงานเจาหนาที่สงกลับออกไป
นอกราชอาณาจักรโดยรัฐบาลไทยเสียคาใชจาย ทั้งน้ี เวนแตรัฐมนตรีไดพิจารณายกเวนใหเปน
กรณพี เิ ศษเฉพาะราย
การตรวจวินิจฉัยโรค รางกายหรือจิต ตลอดจนการปฏิบัติการเพ่ือปองกันโรคติดตอ
ใหใชแพทยตรวจคนเขาเมอื ง
õ. ¤¹μÒ‹ §´ŒÒÇ»ÃСͺÍÒª¾Õ ËÃÍ× ÃºÑ ¨ŒÒ§·Ó§Ò¹â´ÂÁÔä´ÃŒ ºÑ Í¹ÞØ Òμ
ÁÒμÃÒ ó÷ คนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราวตอง
ปฏบิ ตั ดิ งั ตอไปนี้
(๑) ไมป ระกอบอาชพี หรอื รบั จา งทาํ งาน เวน แตจ ะไดร บั อนญุ าตจากอธบิ ดหี รอื พนกั งาน
เจาหนาที่ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ถากรณีใดมีกฎหมายวาดวยการทํางานของคนตางดาวบัญญัติไว
เปน อยางอ่นื ตองไดรับอนญุ าตตามกฎหมายนน้ั
(๒) พักอาศัย ณ ท่ีท่ีไดแจงตอพนักงานเจาหนาท่ี เวนแตในกรณีที่มีเหตุผลสมควร
ไมสามารถพักอาศัย ณ ท่ีท่ีไดแจงตอพนักงานเจาหนาที่ ใหแจงการเปลี่ยนท่ีพักอาศัยตอพนักงาน
เจา หนา ทภี่ ายในย่ีสิบส่ีชัว่ โมง นับแตเวลาท่ีเขาพักอาศยั
(๓) แจงตอพนักงานตํารวจ ณ สถานีตํารวจทองที่ที่คนตางดาวผูนั้น พักอาศัย
ภายในยี่สิบส่ีชั่วโมงนับแตเวลาท่ียายไป ในกรณีเปลี่ยนท่ีพักอาศัย และถาท่ีพักอาศัยใหมอยู
ตา งทองท่กี บั สถานตี ํารวจทองที่เดมิ คนตางดา วผูนั้นตองแจงตอเจาพนักงานตํารวจ ณ สถานีตาํ รวจ
ทองทีท่ ไ่ี ปพักอาศัยใหมภายในยสี่ บิ ส่ชี วั่ โมงนับแตเ วลาทไ่ี ปถึงดวย
(๔) ถาเดินทางไปจังหวัดใดและอยูในจังหวัดน้ันเกินยี่สิบสี่ชั่วโมง ใหคนตางดาวผูนั้น
แจงตอ พนักงานตาํ รวจ ณ สถานตี ํารวจทอ งท่ีภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแตเวลาที่ไปถึง
(๕) ถา อยใู นราชอาณาจกั รเกนิ เกา สบิ วนั คนตา งดา วผนู น้ั ตอ งมหี นงั สอื แจง ใหพ นกั งาน
เจาหนาท่ี ณ กองตรวจคนเขาเมืองทราบถึงที่พักอาศัยของตน โดยมิชักชาเมื่อครบระยะเกาสิบวัน

๑๐๑

และตอไปใหกระทําเชนเดียวกันทุกระยะเกาสิบวัน ถาทองที่ใดมีที่ทําการตรวจคนเขาเมืองต้ังอยู
จะแจงตอ พนักงานเจา หนาท่ี ณ ทที่ ําการตรวจคนเขาเมืองแหงนนั้ ก็ได

ความใน (๓) และ (๔) จะมิใหใชบังคับแกกรณีใดตามมาตรา ๓๔ โดยเงื่อนไขอยางใด
ใหเปนไปตามทอ่ี ธบิ ดีกําหนด

การแจงตามมาตราน้ี คนตางดาวอาจไปแจงดวยตนเองหรือมีหนังสือแจงตอพนักงาน
เจาหนาท่กี ไ็ ด ทง้ั น้ี ตามระเบยี บท่ีอธบิ ดีกําหนด

คนตา งดาวซง่ึ ไดร ับอนุญาตใหอยใู นราชอาณาจักรเปนการชั่วคราวกระทาํ การ
- ประกอบอาชีพ หรือ
- รบั จา งทาํ งาน
มีความผดิ เวน แตจะไดรบั อนญุ าตตาม พ.ร.บ.การทาํ งานของคนตางดา ว พ.ศ.๒๕๑๙
ÁÒμÃÒ ÷õ คนตางดาวผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๗(๑) ตองระวางโทษจําคุกไมเกิน
หนึง่ ปปรบั ไมเ กนิ หนง่ึ หม่ืนบาท หรือท้ังจําท้ังปรับ
ö. ¤¹μÒ‹ §´ŒÒÇäÁ‹¾¡Ñ ÍÒÈÂÑ ³ ··èÕ èäÕ ´Œá¨Œ§äÇŒ
ÁÒμÃÒ ÷ö คนตางดาวผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ตอง
ระวางโทษปรับไมเ กินหา พนั บาทและปรับอกี ไมเกินวนั ละสองรอยบาทจนกวาจะปฏบิ ัติใหถ ูกตอง
ÁÒμÃÒ ó÷ (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ดูตามขอ ๑๐ คนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยู
ในราชอาณาจกั ร໹š ¡ÒêèÇÑ ¤ÃÒǽ҆ ½¹„
¡. ÁÒμÃÒ ó÷ (ò) ไมพักอาศัย ณ ท่ีท่ีไดแจงตอพนักงานเจาหนาที่ มีความผิด
เวนแตม เี หตผุ ลสมควรไมสามารถพักอาศยั ณ ท่ีทไี่ ดแ จง ตอพนกั งานเจาหนา ท่ีได และไดแ จงเปลีย่ น
ทพ่ี ักอาศยั ตอ พนักงานเจา หนา ท่ภี ายใน ๒๔ ชวั่ โมง นบั แตเวลาเขาพักอาศยั แลว
¢. ÁÒμÃÒ ó÷ (ó) ไมแ จง ตอ เจา หนา ทต่ี าํ รวจ ณ สถานตี าํ รวจทอ งทที่ พี่ กั อาศยั ภายใน
๒๔ ช่ัวโมง มีความผิด กรณียายก็เชน เดยี วกัน
¤. ÁÒμÃÒ ó÷ (ô) ถา คนตา งดา วเดนิ ทางไปตา งจงั หวดั และอยจู งั หวดั นน้ั เกนิ ๒๔ ชว่ั โมง
ไมแ จงตอเจาหนาที่ตาํ รวจ ณ สถานตี าํ รวจทอ งท่ีภายใน ๔๘ ชั่วโมง นับแตเ วลาทีไ่ ปถงึ มีความผิด
§. ÁÒμÃÒ óö (õ) ถาคนตางดาวอยูใ นราชอาณาจกั รเกนิ ๙๐ วนั โดยไมมีหนังสือ
แจงใหพนักงานเจาหนาที่ ณ กองตรวจคนเขาเมืองทราบถึงท่ีพักอาศัยของตน และ/หรือคราวตอไป
ไมก ระทาํ เชน เดยี วกนั ทกุ ระยะ ๙๐ วนั มคี วามผิด
÷. à¨ÒŒ ¢Í§à¤ËʶҹãËŒ·Õ¾è Ó¹¡Ñ á¡‹¤¹μÒ‹ §´ŒÒÇâ´ÂäÁ‹á¨Œ§ãËàŒ ¨ÒŒ ˹Ҍ ·èÕ·ÃÒº
ÁÒμÃÒ óø เจาบาน เจาของหรือผูครอบครองเคหสถาน หรือผูจัดการโรงแรม
ซ่ึงรับคนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราวเขาพักอาศัย จะตองแจงตอ

๑๐๒

พนักงานเจาหนาที่ ณ ที่ทําการตรวจคนเขาเมืองซ่ึงต้ังอยูในทองที่ที่บาน เคหสถาน หรือโรงแรมน้ัน
ตั้งอยูภายในยี่สิบส่ีช่ัวโมงนับแตเวลาท่ีคนตางดาวเขาพักอาศัย ถาทองที่ใดไมมีท่ีทําการ
ตรวจคนเขา เมอื งตงั้ อยูใ หแจงตอ เจาพนักงานตาํ รวจ ณ สถานตี าํ รวจทองทนี่ ้นั

ในกรณีท่ีบาน เคหสถาน หรือโรงแรมท่ีคนตางดาวเขาพักอาศัยตามวรรคหน่ึงตั้งอยูใน
เขตทองทกี่ รุงเทพมหานคร ใหแจงตอ พนักงานเจา หนา ท่ี ณ กองตรวจคนเขาเมอื ง

การแจง ตามวรรคหน่ึงและวรรคสองใหเ ปนไปตามระเบียบท่ีอธบิ ดกี าํ หนด
(ก) เจาบาน เจาของหรือผูครอบครองเคหสถาน หรือ
(ข) ผจู ัดการโรงแรม
รับคนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราวเขาพักอาศัย
โดยไมแจงตอพนักงานเจาหนาท่ี ณ ท่ีทําการตรวจคนเขาเมืองทองที่ภายใน ๒๔ ช่ัวโมง นับแต
เขา พัก
ÁÒμÃÒ ÷÷ ผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๓๘ ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพันบาท
แตผูนั้นเปนผจู ดั การโรงแรม ตองระวางโทษปรับตั้งแตส องพันบาทถึงหน่ึงหม่นื บาท

¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ ¤Ô ¹à¢ÒŒ àÁÍ× § ¾.È.òõòò ẋ§ä´àŒ »¹š ó »ÃÐàÀ·
ñ. สาํ ËÃºÑ ¤¹μÒ‹ §´ÒŒ Ç

ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ

๑. เขา มาหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั ร ซง่ึ มใิ ชช อ งทางดา นตรวจคนเขา เมอื ง เขตทา สถานี มาตรา ๑๑, ๖๒ - จําคุกไมเ กินสองป และปรับไมเกนิ
หรือทองทีแ่ ละตามกําหนดเวลาตามทร่ี ัฐมนตรีประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา สองหมืน่ บาท
- ถาผูกระทําผิดเปนคนสัญชาติไทย
ปรบั ไมเ กินสองพนั บาท

๒. เขา มาในหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั รโดยไมย นื่ รายการตามแบบ และไมผ า นการตรวจ มาตรา ๑๘ - จําคุกไมเกินสองปและปรับไมเกิน
อนุญาตของพนักงานเจาหนาท่ี วรรค ๒, ๖๒ สองหม่ืนบาท
- ถาผูกระทําผิดมีสัญชาติไทย ปรับ
ไมเกินสองพันบาท

๓. คนตางดาวหลบหนีไปจากพาหนะหรือหลบหนไี ปในระหวา งสง ตวั ไปยังสถานที่ใดๆ ที่ มาตรา ๗๒ - จําคุกไมเกินสองปหรือปรับไมเกิน
พนกั งานเจา หนา ทไ่ี ดส งั่ ใหเ จา ของพาหนะหรอื ผคู วบคมุ พาหนะควบคมุ ตวั ไวห รอื สง ตวั ไป สองหม่นื บาท หรือท้งั จําท้งั ปรบั
สถานที่ใดทหี่ น่ึงหรือหลบหนไี ประหวางถูกกักตัวหรือควบคมุ ตามอํานาจของพนกั งาน
เจา หนา ที่ ตาม พ.ร.บ.คนเขาเมอื งฯ

๑๐๓

¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô¤¹à¢ŒÒàÁÍ× § ¾.È.òõòò ๑๐๔

ÅӴѺ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ

๔. คนตา งดา วซงึ่ ไดร บั อนญุ าตใหอ ยใู นราชอาณาจกั รเปน การชว่ั คราว ประกอบอาชพี หรอื มาตรา ๓๗(๑), - จําคุกไมเกินหนึ่งปหรือปรับไมเกิน
รับจา งทาํ งานโดยไมไ ดรับอนุญาต ๗๕ หนง่ึ หมน่ื บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
ขอสงั เกต
๑. ยกเวนอาชีพท่ีหามคนตางดาวทํางานโดยเด็ดขาด ตาม พ.ร.บ.การทํางานของ
คนตา งดาว พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๖, ๒๓
๒. หากทํางานแตกตางจากใบอนุญาต หรือสถานที่ทํางานแตกตางจากใบอนุญาต
กเ็ ปน ความผดิ ตาม พ.ร.บ.การทาํ งานของคนตา งดา ว พ.ศ.๒๕๒๑ มาตรา ๒๑, ๓๘

๕. คนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราว ไมพักอาศัย ณ ที่ มาตรา ๓๗(๒), - ปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท หรอื ปรบั อกี
ทีไ่ ดแจงตอ พนักงานเจา หนาท่ี ๗๖ ไมเกินวันละสองรอยบาทจนกวา
จะปฏิบัติใหถูกตอง

๖. คนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราว ไมแจงการเปล่ียน มาตรา ๓๗(๓), - ปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท และปรบั อกี
ท่ีพักตอเจา พนักงานตาํ รวจ ภายใน ๒๔ ชั่วโมง ๗๖ ไมเกินวันละสองรอยบาทจนกวา
จะปฏบิ ัติใหถ ูกตอง

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ ¤Ô ¹à¢ÒŒ àÁÍ× § ¾.È.òõòò

ÅӴѺ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ

๗. คนตา งดา วซงึ่ ไดร บั อนญุ าตใหอ ยใู นราชอาณาจกั รเปน การชว่ั คราว ไมแ จง การเดนิ ทางไป มาตรา ๓๗(๔), - ปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท หรอื ปรบั อกี
จังหวดั อื่นและอยูใ นจังหวดั นนั้ เกนิ ๒๔ ช่ัวโมง ตอ เจา พนกั งานตํารวจ ณ สถานีตาํ รวจ ๗๖ ไมเกินวันละสองรอยบาทจนกวา
ทอ งทีภ่ ายใน ๔๘ ชัว่ โมง จะปฏบิ ตั ใิ หถกู ตอ ง

๘. คนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราว ไมแจงท่ีพักอาศัย มาตรา ๓๗(๕), - ปรบั ไมเ กนิ หา พนั บาท และปรบั อกี
ของตนเมอื่ ครบกําหนด ๙๐ วนั หรอื ทุกระยะ ๙๐ วัน ๗๖ ไมเกินวันละสองรอยบาทจนกวา
จะปฏิบตั ิใหถกู ตอง

๑๐๕

ò. ਌Ңͧ¾Ò˹Р¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ Ô¤¹à¢ŒÒàÁÍ× § ¾.È.òõòò ๑๐๖

ÅӴѺ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ

๑. เจา ของพาหนะหรอื ผคู วบคมุ พาหนะไมน าํ พาหนะเขา มาในหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั ร มาตรา ๒๓, - จาํ คกุ ไมเ กนิ สบิ ปแ ละปรบั ไมเ กนิ
ตามชองทางดานตรวจคนเขาเมือง เขตทา สถานี หรือทองท่ีและตามกําหนดเวลาตามที่ ๖๓ หนง่ึ แสนบาท
รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา และภายในพาหนะนั้นมีคนตางดาวซ่ึงเขามาใน วรรคสอง
ราชอาณาจกั รโดยฝาฝน พ.ร.บ.คนเขา เมืองฯ

๒. เจา ของพาหนะหรอื ผคู วบคมุ พาหนะไมน าํ พาหนะเขา มาในหรอื ออกไปนอกราชอาณาจกั ร มาตรา ๒๓, - จาํ คกุ ไมเ กนิ หา ปแ ละปรบั ไมเ กนิ
ตามชองทางดานตรวจคนเขาเมือง เขตทา สถานี หรือทองที่และตามกําหนดเวลาตามที่ ๖๕ หาหม่ืนบาท หรือทง้ั จําทั้งปรับ
รัฐมนตรปี ระกาศในราชกจิ จานุเบกษา

๓. เจาของพาหนะหรือผูควบคุมพาหนะไมแจงกําหนดวันและเวลาท่ีพาหนะจะเขามาถึง มาตรา ๒๕, - จําคุกไมเกินสองเดือนหรือปรับ
หรอื จะออกจากเขตทา สถานี หรอื ทอ งทตี่ อ พนกั งานเจา หนา ท่ี ณ ทที่ าํ การตรวจคนเขา เมอื ง ๖๖ ไมเกินหน่ึงหมื่นบาท หรือท้ังจํา
ทงั้ ปรบั

ó. ºØ¤¤Å·èÑÇä» ¤ÇÒÁ¼Ô´μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞÑμÔ¤¹à¢ÒŒ àÁ×ͧ ¾.È.òõòò

ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍÑμÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ

๑. ไมม าใหขอเทจ็ จรงิ หรอื สง เอกสารใหคณะกรรมการ มาตรา ๑๐, ๖๑ - ปรบั ไมเกินหา พนั บาท

๒. นาํ หรอื พาคนตา งดา วเขา มาในราชอาณาจกั รหรอื กระทาํ การดว ยประการใดๆ อนั เปน การ มาตรา ๖๓ - จาํ คกุ ไมเ กนิ สบิ ปแ ละปรบั ไมเ กนิ
อุปการะหรือชว ยเหลือหรอื ใหค วามสะดวกแกค นตา งดา วใหเ ขา มาในราชอาณาจกั ร หนึ่งแสนบาท

๓. ใหเขาพักอาศัย ซอนเรน หรือชวยดวยประการใดๆ เพ่ือใหคนตางดาวซึ่งรูวาเขามาใน มาตรา ๖๔ - จาํ คกุ ไมเ กนิ หา ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ
ราชอาณาจักรโดยฝาฝน พ.ร.บ.คนเขา เมอื งฯ เพอื่ ใหพน จากการจับกุม หา หมน่ื บาทเวน แตเ ปน การกระทาํ
เพอื่ ชว ยเหลอื บดิ ามารดาบตุ รสามี
หรอื ภรยิ าของผกู ระทาํ ศาลจะไม
ลงโทษก็ได

๑๐๗

๑๐๙

º··Õè ÷

¾.Ã.º.»Ò† äÁŒ ¾.È.òôøô

ñ. ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÕ¹ûٌ ÃШӺ·

๑.๑ เพ่ือใหน ักเรยี นมีความรูและความเขาใจใน พ.ร.บ.ปาไม พ.ศ.๒๔๘๔
๑.๒ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี
ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปาไม พ.ศ.๒๔๘๔
๑.๓ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม
พ.ร.บ.ปาไม พ.ศ.๒๔๘๔

ò. ÊÇ‹ ¹¹Ó

ปาไมไมใชเปนส่ิงสําคัญตอเศรษฐกิจของประเทศเทานั้น แตยังมีความสําคัญย่ิงตอ
สภาพแวดลอม ซ่ึงไมเฉพาะของประเทศไทยเทานั้น แตยังเปนส่ิงสําคัญของมวลมนุษยชาติ
เพ่ือประโยชนในการปองกัน ระงับและปราบปรามการลักลอบทําไมหวงหาม รวมทั้งการดําเนินการ
ที่เก่ียวของกบั ไมห วงหา ม ซ่งึ เปน ทรัพยากรปาไมท่ีมคี วามสาํ คญั จงึ ไดมีการออก พ.ร.บ.น้ีข้ึน

ó. à¹×éÍËÒμÒÁËÇÑ ¢ÍŒ

๓.๑ ความรทู ่วั ไปเกย่ี วกบั พ.ร.บ.ปา ไม พ.ศ.๒๔๘๔
๓.๒ การทาํ ไมและเกบ็ หาของปา
๓.๓ การทําไมหวงหา ม
๓.๔ ไมทมี่ ใิ ชไมหวงหาม
๓.๕ ของปา หวงหา ม
๓.๖ ตราประทับไม
๓.๗ ไมและของปา ระหวางเคลื่อนท่ี
๓.๘ การควบคุมไมในลํานาํ้
๓.๙ การควบคุมไมแ ปรรูป
๓.๑๐ เบด็ เตลด็
๓.๑๑ ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปาไม พ.ศ.๒๔๘๔

ô. ʋǹÊûØ

เนื่องจากปาไมเปนทรัพยากรท่ีมีคาจึงมีการพยายามท่ีจะรักษาทรัพยากรดังกลาวใหอยู
คูกับประเทศไทยใหนานท่ีสุดเทาที่จะทําได จึงไดมีการตรา พ.ร.บ.ปาไม และมีการแกไขปรับปรุง
ใหมีความทันสมัยโดยตลอด การบังคับใช พ.ร.บ.ปาไมอยางมีประสิทธิภาพ ยอมเปนการปองกัน
และแกไ ขปญ หาการทําไม โดยไมช อบดว ยกฎหมายตอไป

õ. ¡¨Ô ¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó

ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.ปาไมฯ และนําขอมูลมาวิเคราะหอภิปราย
รว มกันในช้นั เรยี น

๑๑๐

ÁÒμÃÒ ñ พระราชบญั ญัติน้ใี หเรยี กวา “พระราชบัญญตั ิปา ไม พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๔”
ÁÒμÃÒ ò ใหใชพระราชบัญญัตินี้ตั้งแตวันท่ี ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๕
เปน ตน ไป
ÁÒμÃÒ ó ใหยกเลิก
(๑) ประกาศพระบรมราชโองการวา ดว ยภาษไี มข อนสกั และไมก ระยาเลยลงวนั อาทติ ย
เดือนส่ี แรมแปดค่าํ ปจอ ฉศก จลุ ศักราช ๑๒๓๖
(๒) ประกาศพระบรมราชโองการเร่อื งซอ้ื ขายไมขอนสัก ลงวนั พุธ เดือนเกา ขนึ้ คาํ่ หนึ่ง
ปวอก ฉศก จุลศักราช ๑๒๔๖
(๓) ประกาศพระบรมราชโองการเรอื่ งไมข อนสกั ลงวนั อาทติ ย เดอื นเจด็ ขนึ้ คา่ํ หนงึ่ ปก นุ
นพศก จุลศักราช ๑๒๔๙
(๔) ประกาศพระบรมราชโองการเพ่ิมเติมเรื่องไมขอนสัก ลงวันจันทร เดือนสิบเอ็ด
แรมคา่ํ หน่งึ ปกนุ นพศก จุลศกั ราช ๑๒๔๙
(๕) พระราชบัญญตั ไิ มซ งุ และไมท อ นท่ีดวงตราลบเลือน ร.ศ. ๑๑๕
(๖) พระราชบญั ญตั ปิ ระกาศการรักษาปา ไม ร.ศ. ๑๑๖
(๗) พระราชบัญญัติรักษาตน ไมสกั ร.ศ. ๑๑๖
(๘) พระราชบญั ญัตปิ อ งกนั การลกั ลอบตีตราไม ร.ศ. ๑๑๗
(๙) พระราชบญั ญตั ปิ อ งกนั การลกั ลอบชกั ลากไมส กั ทย่ี งั มไิ ดเ สยี คา ตอ และภาษี ร.ศ. ๑๘
(๑๐) กฎกระทรวงมหาดไทยวาดวยไมไหลลอย ร.ศ.๑๑๙
(๑๑) กฎขอ บงั คบั อนญุ าตไมส กั ใชใ นการปลกู สรา งทท่ี าํ ราชการและการสาธารณประโยชน
ร.ศ. ๑๑๙
(๑๒) พระราชบญั ญัตริ ักษาปา พุทธศกั ราช ๒๔๕๖
(๑๓) กฎขอบังคับวางระเบียบวิธีจัดการรกั ษาปา พุทธศกั ราช ๒๔๕๖
(๑๔) กฎขอ บงั คับวางระเบียบการหาของปา วาดว ยการเกบ็ รวงผงึ้ พุทธศกั ราช ๒๔๖๔
(๑๕) กฎขอบังคับวางระเบียบการหาของปา วาดวยการเจาะเผาตนตะเคียนทําชัน
ในมณฑลปตตานี พุทธศักราช ๒๔๖๕
(๑๖) กฎขอบังคับวางระเบียบการหาของปา วาดวยการเจาะเผาทําน้ํามันยาง
พทุ ธศกั ราช ๒๔๖๕
(๑๗) พระราชบัญญัติแกไขพระราชบัญญัติพิกัดภาษีภายใน พุทธศักราช ๒๔๗๐
เฉพาะมาตรา ๔ (ก) และ (ข)
(๑๘) พระราชบัญญัติรกั ษาปา (ฉบับที่ ๒) พุทธศกั ราช ๒๔๗๙
(๑๙) พระราชบญั ญัติควบคุมการทาํ ยางสน พุทธศกั ราช ๒๔๘๐
(๒๐) บรรดาบทกฎหมาย กฎ และขอบังคับอื่นๆ ในสวนที่มีบัญญัติไวแลวใน
พระราชบญั ญัตนิ ้ี หรือซึ่งแยงกับบทแหงพระราชบัญญัตนิ ้ี

๑๑๑

¤ÇÒÁÃÙ·Œ ÇèÑ ä»à¡ÕÂè Ç¡ºÑ ¾.Ã.º.»†ÒäÁŒ
ÁÒμÃÒ ô ในพระราชบญั ญัติน้ี
(๑) “ปา ” หมายความวา ทด่ี ินทีย่ ังมิไดมบี คุ คลไดม าตามกฎหมายท่ีดนิ
(๒) “ไม” หมายความวา ไมสักและไมอื่นทุกชนิดที่เปนตน เปนกอ เปนเถา
รวมตลอดถงึ ไมทน่ี าํ เขา มาในราชอาณาจักร ไมไผท กุ ชนดิ ปาลม หวาย ตลอดจนราก ปุม ตอ เศษ
ปลาย และก่ิงของส่ิงนน้ั ๆ ไมว าจะถกู ตดั ทอน เลอ่ื ย ผา ถาก ขุด หรอื กระทําโดยประการอน่ื ใด
(๓) “แปรรปู ” หมายความวา การกระทาํ อยา งใดอยา งหน่งึ แกไ มดังนี้ คอื

ก. เล่ือย ผา ถาก ขุด หรือกระทําดวยประการอ่ืนใดแกไมใหเปล่ียนรูป
หรือขนาดไปจากเดิม นอกจากการลอกเปลอื กหรือตบแตง อนั จาํ เปน แกก ารชักลาก

ข. เผา อบ บด หรอื กระทาํ ดว ยประการอน่ื ใดแกไ มใ หเ ปลย่ี นแปรสภาพไปจากเดมิ
เพ่อื ถือเอาวตั ถุธาตหุ รือผลพลอยไดจ ากไมน นั้

(๔) “ไมแปรรูป” หมายความวา ไมที่ไดแปรรูปแลว และหมายความรวมถึงไมที่อยู
ในสภาพพรางวา เปน สง่ิ ปลกู สรา ง หรอื อยใู นสภาพเปน สง่ิ ปลกู สรา งอนั ไมช อบดว ยลกั ษณะสง่ิ ปลกู สรา ง
ทั่ว ๆ ไปหรือที่ผิดปกติวิสัย หรืออยูในสภาพเปนเครื่องใชท่ีไมชอบดวยลักษณะของเคร่ืองใช
ท่ใี ชเปน ปกติในทอ งทีน่ ั้นหรอื ทผี่ ดิ ปกติวสิ ัย

ไมที่อยูในสภาพเปนสิ่งปลูกสรางหรืออยูในสภาพเปนเครื่องใช ทั้งนี้ ตลอดเวลา
ที่อยูในสภาพเชนน้ัน รวมท้ังไมท่ีเคยอยูในสภาพดังกลาวและผูครอบครองพิสูจนไดวาไดเคยมีสภาพ
เชน นน้ั มาแลว ไมน อ ยกวา สองปส าํ หรบั ไมอ นื่ ทม่ี ใิ ชไ มส กั และหา ปส าํ หรบั ไมส กั มใิ หถ อื วา เปน ไมแ ปรรปู

(๕) “ทําไม” หมายความวา ตัด ฟน กาน โคน ลิด เลือ่ ย ผา ถาก ทอน ขุด ชักลาก
ไมในปา หรือนาํ ไมออกจากปาดวยประการใด ๆ

(๖) “ไมไ หลลอย” หมายความวา ไมตน ไมซ ุง ไมทอ น ไมเสา ไมเข็ม ไมห ลัก ไมเหลีย่ ม
ไมก ระดาน ซ่ึงเปนไมหวงหา ม ทไ่ี ดไหลลอยโดยปราศจากการควบคุม

(๗) “ของปา ” หมายความวา บรรดาของที่เกดิ หรือมีขนึ้ ในปาตามธรรมชาติ คอื
ก. ไม รวมท้ังสวนตาง ๆ ของไม ถานไม น้ํามันไม ยางไม ตลอดจนสิ่งอ่ืน ๆ

ทเี่ กดิ จากไม
ข. พืชตาง ๆ ตลอดจนสง่ิ อื่น ๆ ทีเ่ กดิ จากพชื นน้ั
ค. รงั นก คร่ัง รวงผ้ึง น้าํ ผึ้ง ขี้ผง้ึ และมูลคา งคาว
ง. หินที่ไมใชแรตามกฎหมายวาดวยแร และหมายความรวมถึงถานไมที่บุคคล

ทําขน้ึ ดวย

มาตรา ๔ (๕) นยิ ามคาํ วา “ทาํ ไม” ซงีึ่ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหง ชาติ ที่ ๓๑/๒๕๕๙ มผี ลบงั คบั ใช
๑๗ เม.ย. ๖๒

๑๑๒

(๘) “ไมฟน” หมายความวา บรรดาไมท่ีมีลักษณะและคุณภาพเหมาะสมที่จะใชเปน
เช้อื เพลิงย่ิงกวา จะใชประโยชนอ ยา งอน่ื

(๙) “ชักลาก” หมายความวา การนําไมหรือของปาจากท่ีหน่ึงไปยังอีกที่หนึ่ง
ดวยกําลงั แรงงาน

(๑๐) “นําเคล่ือนท่ี” หมายความวา ชักลาก หรือทําใหไมหรือของปาเคลื่อนจากท่ีไป
ดวยประการใด ๆ

(๑๑) “ขนาดจํากดั ” หมายความวา ขนาดของตน ไมทร่ี ัฐมนตรปี ระกาศกําหนด
(๑๒) “คาภาคหลวง” หมายความวา เงินคาธรรมเนียมซึ่งผูทําไมหรือเก็บหาของปา
จะตอ งเสยี ตามความในพระราชบญั ญตั นิ ้ี
(๑๓) “โรงงานแปรรูปไม” หมายความวา โรงงานหรือสถานที่ใดซ่ึงจัดข้ึนไว
เปนท่ีทาํ การแปรรปู ไม รวมถงึ บรเิ วณโรงงานหรอื สถานทีน่ ั้น ๆ ดว ย
(๑๔) “โรงคาไมแปรรูป” หมายความวา สถานท่ีท่ีคาไมแปรรูป หรือที่มีไมแปรรูปไว
เพอ่ื การคา รวมถึงบริเวณสถานท่ีนั้น ๆ ดว ย
(๑๕) “ตราประทับไม” หมายความวา วตั ถใุ ดอันประดิษฐข นึ้ เพื่อใหเ กดิ เปน รปู รอย หรือ
เครอ่ื งหมายใด ๆ นอกจากรปู รอยทเ่ี ปน ตวั เลข ไวท ไี่ มซ งึ่ อยภู ายใตค วามควบคมุ แหง พระราชบญั ญตั นิ ้ี
(๑๖) “พนักงานเจาหนาท่ี” หมายความวา เจาพนักงานปาไม พนักงานปาไมหรือ
ผซู ึ่งรัฐมนตรีไดแตง ตง้ั ใหม หี นาที่ดาํ เนนิ การตามพระราชบัญญัตินี้

(๑๗) “รฐั มนตร”ี หมายความวา รฐั มนตรวี า การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
สง่ิ แวดลอ ม รกั ษาการตาม พ.ร.บ. นี้

ÁÒμÃÒ õ พระราชกฤษฎีกาหรือประกาศรัฐมนตรีซึ่งกําหนดข้ึนตามบทแหง
พระราชบญั ญัติน้ี ใหค ัดสําเนาประกาศไว ณ ท่ีวาการอาํ เภอและที่ทาํ การกาํ นัน หรอื ที่สาธารณสถาน
ในทอ งที่ซงึ่ เกย่ี วขอ ง

¡ÒÃทําäÁጠÅÐࡺç ËҢͧ»†Ò

ÁÒμÃÒ ö ไมห วงหามมสี องประเภท คอื
ประเภท ก. ไมห วงหา มธรรมดา ไดแ ก ไมซ ง่ึ การทาํ ไมจ ะตอ งไดร บั อนญุ าตจากพนกั งาน
เจา หนาท่หี รอื ไดรบั สมั ปทานตามความในพระราชบัญญตั ิน้ี
ประเภท ข. ไมหวงหามพเิ ศษ ไดแก ไมหายากหรือไมท่คี วรสงวนซงึ่ ไมอ นุญาตใหท าํ ไม
เวน แตร ฐั มนตรีจะไดอ นุญาตในกรณีพิเศษ
คาํ ͸ºÔ ÒÂ
บรรดาไมสกั ไมยาง ไมช ิงชนั ไมเก็ดแดง ไมอ เี มง ไมพะยงู แกลบ ไมกระพ้ี ไมแ ดงจนี
ไมขะยุง ไมซิก ไมกระซิก ไมกระซิบ ไมพะยูง ไมหมากพลูตั๊กแตน ไมกระพ้ีเขาควาย ไมเก็ดดํา
ไมอีเฒา และไมเก็ดเขาควาย ทข่ี ึน้ ในปา ใหเ ปน ไมห วงหา มประเภท ก.

มาตรา ๖ คําอธิบายเพิ่มเตมิ

๑๑๓

“ÁÒμÃÒ ÷ ไมช นดิ ใดทข่ี นึ้ ในปา จะใหเ ปน ไมห วงหา มประเภทใด ใหก าํ หนดโดยพระราช
กฤษฎกี า สําหรบั ไมทุกชนดิ ทีข่ ้นึ ในทด่ี นิ ทีม่ ีกรรมสิทธิ์หรือสิทธคิ รอบครองตามประมวลกฎหมายทดี่ ิน
ไมเ ปน ไมห วงหา ม หรอื ไมท ปี่ ลกู ขน้ึ ในทดี่ นิ ทไ่ี ดร บั อนญุ าตใหท าํ ประโยชนต ามประเภทหนงั สอื แสดงสทิ ธิ
ทีร่ ฐั มนตรปี ระกาศกาํ หนดโดยความเห็นชอบของคณะรฐั มนตรี ใหถ ือวาไมเปนไมหวงหาม”

การเพิ่มเติมหรือเพิกถอนชนิดไม หรือเปล่ียนแปลงประเภทไมหวงหามที่ไดมีพระราช
กฤษฎกี ากาํ หนดไวแ ลว กด็ ี หรอื จะกาํ หนดไมช นดิ ใดเปน ไมห วงหา มประเภทใดขน้ึ ในทอ งทใี่ ด นอกจาก
ทอ งทท่ี ไ่ี ดม พี ระราชกฤษฎกี ากาํ หนดตามความในมาตรากอ นแลว นนั้ กด็ ี ใหก าํ หนดโดยพระราชกฤษฎกี า

พระราชกฤษฎีกาซึ่งตราข้ึนตามความในวรรคหน่ึงและวรรคสอง ใหใชบังคับไดเม่ือพน
กําหนดเกา สบิ วนั นับแตว ันประกาศในราชกิจจานเุ บกษา

ท่ีดินท่ีมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายท่ีดิน หมายถึง ท่ีดินที่มี
โฉนด (น.ส.๔), หนงั สอื รบั รองการทําประโยชน (น.ส.๓) รวมถงึ หนงั สอื สทิ ธทิ ํากนิ (ส.ป.ก.) ตามประกาศ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม

ÁÒμÃÒ ø (ยกเลิก)
ÁÒμÃÒ ù รฐั มนตรมี อี าํ นาจกาํ หนดอตั ราคา ภาคหลวงโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
ดงั ตอ ไปนี้
(๑) สําหรับไมหวงหามประเภท ก. เฉพาะไมสัก หรือไมหวงหามประเภท ข.
ใหกําหนดตามชนดิ ขนาด และปรมิ าตรของไม ไมเ กินลูกบาศกเมตรละสองรอยบาท
(๒) สําหรับไมหวงหามอ่ืน ใหกําหนดตามชนิดและปริมาตรของไม ไมเกิน
ลูกบาศกเมตรละแปดสบิ บาท
(๓) สําหรับไมหวงหามท่ีทําเปนไมฟนหรือไมเผาถาน ใหกําหนดไดไมเกิน
ลูกบาศกเมตรละหาบาท ถาไดเผาเปนถานแลว อัตราคาภาคหลวงใหเปนสองเทาของอัตรา
คา ภาคหลวงของไมหวงหา มทที่ าํ เปน ไมฟ น หรอื ไมเผาถาน
(๔) สาํ หรบั ไมห วงหา มหรอื ถา นทเ่ี ผาจากไมห วงหา มทน่ี ยิ มซอื้ ขายกนั ตามมาตรฐานอน่ื
นอกจากเปนลูกบาศกเมตร จะกําหนดอัตราคาภาคหลวงแตกตางจากที่บัญญัติไวใน (๑) (๒)
หรือ (๓) ก็ได แตตองไมเกินรอยละสิบของราคาตลาดในราชอาณาจักร โดยเฉลี่ยจากราคาของ
ไมห วงหา มหรอื ของถา นที่เผาจากไมหวงหาม แลวแตกรณี
ÁÒμÃÒ ù ·ÇÔ ในกรณีท่รี ฐั มนตรเี หน็ สมควร รฐั มนตรจี ะลดหรอื ยกเวนคา ภาคหลวงให
บุคคลซงึ่ ประสบภัยพิบตั สิ าธารณะตามความจาํ เปนเฉพาะรายกไ็ ด
ÁÒμÃÒ ñð ใหรัฐมนตรีมีอํานาจกําหนดขนาดจํากัดไมหวงหามโดยประกาศใน
ราชกจิ จานุเบกษา

มาตรา ๗ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยประกาศคณะรกั ษาความสงบแหงชาติ ฉบบั ท่ี ๑๐๖/๒๕๕๗ มีผลใชบังคับ ๑๗ เม.ย. ๖๒

๑๑๔

¡ÒÃทําäÁËŒ ǧˌÒÁ

ÁÒμÃÒ ññ ผูใดทําไม หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา หรือทําอันตรายดวยประการใดๆ
แกไ มห วงหา ม ตอ งไดร บั อนญุ าตจากพนกั งานเจา หนา ทห่ี รอื ไดร บั สมั ปทานตามความในพระราชบญั ญตั นิ ้ี
และตอ งปฏบิ ัติตามขอ กาํ หนดในกฎกระทรวงหรอื ในการอนญุ าต

การอนุญาตนั้น พนักงานเจาหนาที่เมื่อไดรับอนุมัติจากรัฐมนตรีแลว จะอนุญาตให
ผกู ขาดโดยใหผูไดรับอนุญาตเสียเงินคา ผกู ขาดใหแกรัฐบาลตามจาํ นวนที่รฐั มนตรกี ําหนดก็ได

การอนุญาตโดยวิธีผูกขาดหรือใหสัมปทานสําหรับการทําไมฟนหรือไมเผาถานไมวา
โดยทางตรงหรือทางออม ใหกระทําไดเฉพาะในเขตปาท่ีหางไกลและกันดาร หรือเฉพาะการทําไม
ชนิดที่มคี า หรอื หายาก

การพิจารณาคําขออนุญาตผูกขาดหรือสัมปทานตามความในวรรคกอนใหกระทําโดย
คณะกรรมการซึง่ รัฐมนตรแี ตงตั้ง

ÁÒμÃÒ ññ ·ÇÔ ในกรณีที่ผูรับอนุญาตตามมาตรา ๑๑ หรือผูรับสัมปทานประสงค
จะนําเคร่ืองมือ เครื่องใช สัตวพาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ท่ีตนมิไดเปนเจาของ
เขาไปในเขตปาที่ไดรับอนุญาตหรือในเขตสัมปทาน ผูรับอนุญาตหรือผูรับสัมปทานดังกลาวตองแจง
ใหพ นักงานเจาหนา ทที่ ราบลวงหนา เปน เวลาไมน อยกวา สามสิบวัน ตามแบบท่รี ฐั มนตรีกาํ หนด

บรรดาทรพั ยส นิ ดังกลา วในวรรคหน่ึงท่ผี ูรับอนญุ าตหรือผูรบั สมั ปทานนาํ เขาไปในเขตปา
ที่ไดรับอนุญาต หรือในเขตสัมปทาน โดยมิไดแจงใหพนักงานเจาหนาท่ีทราบตามวรรคหนึ่ง
ใหส ันนิษฐานไวก อนวา ทรพั ยส ินนัน้ เปน ทรัพยส ินของผรู ับอนญุ าตหรอื ผรู ับสัมปทาน

ÁÒμÃÒ ñò หามมิใหผูรับอนุญาตทําไมท่ีไมมีรอยตราอนุญาตของพนักงานเจาหนาท่ี
ประทบั ไว เวนแตจะไดม ีขอความระบอุ นญุ าตไวในใบอนุญาต

ÁÒμÃÒ ñó หา มมใิ หผ รู บั อนญุ าตทาํ ไมท ม่ี ขี นาดตา่ํ กวา ขนาดจาํ กดั แตถ า มเี หตภุ ยั พบิ ตั ิ
สาธารณะ หรือมีเหตุจําเปนที่เห็นสมควรชวยเหลือราษฎรเปนกรณีพิเศษ รัฐมนตรีจะอนุญาต
ใหผ รู บั อนุญาตเฉพาะราย ทาํ ไมท่ีมขี นาดตํ่ากวาขนาดจาํ กดั เปนการชั่วคราวก็ได

การทําไมท่ีมีขนาดต่ํากวาขนาดจํากัดตามท่ีรัฐมนตรีอนุญาตใหทําได ตามความใน
วรรคหนึ่ง ผูรับอนุญาตจะทําไมไดก็ตอเม่ือพนักงานเจาหนาท่ีไดประทับตราอนุญาตไวท่ีไมน้ันๆ
แลว ท้ังน้ี เวนแตในกรณีท่ีไมสามารถประทับตราได และพนักงานเจาหนาที่ไดระบุไวในใบอนุญาต
ใหท ําไดโ ดยไมตอ งประทับตรา

ÁÒμÃÒ ñô ผูรบั อนญุ าตทาํ ไมต องเสยี คา ภาคหลวงตามท่ีกําหนดไว ดงั ตอ ไปน้ี
(๑) ตองชําระคาภาคหลวงลวงหนา ตนหรือทอนละสองบาท เม่ือรับใบอนุญาตจาก
พนักงานเจาหนาท่ี เวนแตในทองที่ใดท่ีคณะกรรมการจังหวัดไดประกาศโดยรับอนุมัติจากรัฐมนตรี
ใหงดเวนไมตองเรียกเก็บเงินคาภาคหลวงลวงหนาหรือใหลดอัตราคาภาคหลวงลวงหนาลงจากอัตรา
ที่กําหนดนี้ ก็ใหเ ปนไปตามประกาศของคณะกรรมการจังหวัดนน้ั ๆ

๑๑๕

การทําไมสัก ผูรับอนุญาตจะตองชําระคาภาคหลวงลวงหนา ตามอัตราท่ี
คณะกรรมการจังหวัดไดประกาศโดยรับอนุมัติจากรัฐมนตรี หรือตามอัตราที่รัฐมนตรีกําหนดเปน
ราย ๆ ไป การทาํ ไมฟ น หรือทําไมเผาถา น ไมต องเสียคาภาคหลวงลว งหนา

(๒) ตองชําระคาภาคหลวงใหเสร็จสิ้นภายในกําหนดสามสิบวัน นับแตวันที่พนักงาน
เจาหนา ทีไ่ ดแ จง จํานวนคาภาคหลวงใหทราบ

ถาผูรับอนุญาตไมชําระคาภาคหลวงใหเสร็จสิ้นภายในกําหนดเวลาดังกลาวในวรรคกอน
ใหไม ไมฟน ไมเผาถานหรือถานนั้นตกเปนของแผนดิน เวนแตผูรับอนุญาตจะไดรับอนุญาตให
ผัดผอนการชําระคาภาคหลวงตอไปตามขอกําหนดในกฎกระทรวง ในกรณีท่ีไดชําระเงินคาภาคหลวง
ลวงหนาไว และไดทําไมออกมาแลวภายในกําหนดอายุใบอนุญาต ก็ใหไมสวนที่เกินจํานวนจากท่ี
ชาํ ระคาภาคหลวงลวงหนาไวแลว ตกเปน ของแผน ดนิ

ÁÒμÃÒ ñô ·ÇÔ ยกเลิกตามคาํ ส่งั หวั หนาคณะรักษาความสงบแหงชาติ ท่ี ๓๑/๒๕๕๙
ÁÒμÃÒ ñõ การชําระคาภาคหลวงสําหรับไมหวงหามชนิดใด ถาผูรับอนุญาตขอชําระ
ในเมื่อไมนั้นไดแปรรูปแลว ตองชําระตามปริมาตรของไมแปรรูปในอัตราสองเทาคาภาคหลวง
ท่กี าํ หนดไวสาํ หรับไมช นดิ นั้นๆ
ÁÒμÃÒ ñö คา ภาคหลวงลว งหนาทั้งสิ้นทช่ี าํ ระไวแลว ตามความในมาตรา ๑๔ (๑) น้นั
ใหนํามาหักกลบลบกันกับคาภาคหลวงไมท่ีทําออก ยังขาดเทาใดใหเรียกเก็บจนครบ ถาผูรับอนุญาต
ทําไมออกมาไมครบจํานวนตามใบอนุญาตโดยมิใชเพราะเหตุสุดวิสัย ซ่ึงคํานวณคาภาคหลวงแลว
ยังไมถึงจํานวนเงินคาภาคหลวงลวงหนาท่ีไดชําระไวแลว คาภาคหลวงลวงหนาสวนที่เกินใหตกเปน
ของรฐั บาล
ถาผูรับอนุญาตไมไดทําไมออกมาเลยตามใบอนุญาตโดยมิใชเพราะเหตุสุดวิสัย
หรอื กระทําผดิ จนถกู เพกิ ถอนใบอนญุ าต คา ภาคหลวงลว งหนา ทัง้ สิ้น ใหต กเปนของรัฐบาล
ÁÒμÃÒ ñ÷ บทบญั ญัตใิ นสว นน้ี มใิ หใ ชบังคบั ในกรณดี งั ตอไปนี้
(๑) พนักงานเจาหนาท่ีจัดกระทําไปเพื่อประโยชนในการบํารุงปา การคนควาหรือ
การทดลองในทางวชิ าการ
(๒) ผูเก็บหาเศษไม ปลายไมตายแหงที่ลมขอนนอนไพร อันมีลักษณะเปนไมฟน
ซง่ึ มิใชไ มสักหรือไมหวงหามประเภท ข. ไปสาํ หรบั ใชส อยในบานเรอื นแหง ตนหรอื ประกอบกิจของตน
ÁÒμÃÒ ñø เมื่อมีเหตุภัยพิบัติสาธารณะหรือมีเหตุจําเปนที่เห็นสมควรชวยเหลือ
ราษฎรเปนกรณีพิเศษ รัฐมนตรีจะอนุญาตใหผูใดเฉพาะรายทําไมหวงหามแตกตางจากขอกําหนด
ในกฎกระทรวง หรือขอ กาํ หนดในการอนญุ าตเปนการชวั่ คราวก็ได
ÁÒμÃÒ ñø/ñ เพื่อประโยชนในการจําแนกแหลงที่มาของไม เจาของไมที่ข้ึนในที่ดิน
ทม่ี ีกรรมสทิ ธหิ์ รอื สิทธคิ รอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดนิ หรอื เจา ของไมท ป่ี ลกู ขน้ึ ในท่ีดินที่ไดร ับ
อนุญาตใหทําประโยชนตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิท่ีรัฐมนตรีประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบ
ของคณะรฐั มนตรจี ะแจง พนกั งานเจา หนา ที่เพือ่ ขอหนังสอื รับรองไมก ไ็ ด

๑๑๖

การแจง และการออกหนงั สอื รบั รองตามวรรคหนงึ่ ใหเ ปน ไปตามระเบยี บทอ่ี ธบิ ดกี รมปา ไม
กําหนดโดยความเหน็ ชอบของรฐั มนตรี

ÁÒμÃÒ ñø/ò ผใู ดประสงคจ ะขอหนงั สอื รบั รองไม ผลติ ภณั ฑไ ม และถา นไม เพอ่ื การคา
หรือการสงออกไปนอกราชอาณาจกั ร ใหย ่ืนคําขอตอ พนักงานเจา หนา ท่ีและเสียคาใชจ า ยในการออก
หนงั สอื รับรองตามท่ีกรมปาไมกาํ หนด

การขอและการออกหนังสือรับรอง และอัตราคาใชจายตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตาม
ระเบียบท่ีอธิบดีกรมปา ไมกําหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

ÁÒμÃÒ ñø/ó การออกหนงั สอื รบั รองตามมาตรา ๑๘/๑ หรอื มาตรา ๑๘/๒ กรมปา ไม
จะกําหนดใหสถาบันหรือองคกรอ่ืนดําเนินการแทนก็ได ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข
ในระเบยี บทอ่ี ธบิ ดกี รมปา ไมก าํ หนด ในการนใ้ี หถ อื วา พนกั งานหรอื เจา หนา ทขี่ องสถาบนั หรอื องคก รอนื่
ที่ดําเนินการแทนพนักงานเจาหนาท่ีเปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาเฉพาะในสวนที่
เกยี่ วของกบั การปฏิบตั ิตามความในสวนน้”ี

äÁŒ·ÁèÕ Ôãªä‹ ÁËŒ ǧËÒŒ Á

“ÁÒμÃÒ òõ ผูใดนําไมท่ีมิใชไมหวงหามเขาเขตดานปาไม ตองเสียคาธรรมเนียมตาม
อตั ราทรี่ ฐั มนตรกี าํ หนด เวน แตเ ปน การนาํ ไปเพอ่ื ใชส อยสว นตวั ภายในเขตทอ งทจี่ งั หวดั ทท่ี าํ ไมน นั้ หรอื
เปน การนาํ ไมท ป่ี ลกู ขน้ึ ในทด่ี นิ ทไี่ ดร บั อนญุ าตใหท าํ ประโยชนต ามประเภทหนงั สอื แสดงสทิ ธทิ ร่ี ฐั มนตรี
ประกาศกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา ๗ วรรคหน่ึง เขาเขตดานปาไม
ไปใชสอยสวนตวั ไมตอ งเสยี คา ธรรมเนยี ม”

การนําไมเขาเขตดานปาไมหลายดา น ใหเสยี คาธรรมเนยี มเพยี งดานแรกดานเดยี ว
ÁÒμÃÒ òö รฐั มนตรมี อี าํ นาจประกาศในราชกจิ จานเุ บกษากาํ หนดอตั ราคา ธรรมเนยี ม
ตามมาตรา ๒๕ ไมเกินลูกบาศกเมตรละสี่สิบบาท แตถาเปนไมที่นิยมซื้อขายกันตามมาตรฐานอ่ืน
นอกจากเปน ลกู บาศกเมตร จะกําหนดอตั ราคา ธรรมเนยี มสําหรับไมน ้นั แตกตา งจากทบ่ี ัญญตั ไิ วน กี้ ็ได
แตตอ งไมเกินรอ ยละสบิ ของราคาตลาดในทองท่ี โดยเฉล่ยี จากราคาของไมน้ัน

มาตรา ๑๘ แกไขเพม่ิ เตมิ พ.ร.บ.ปา ไม (ฉบบั ที่ ๘) พ.ศ.๒๕๖๒
มาตรา ๒๕ แกไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ปาไม (ฉบบั ที่ ๘) พ.ศ.๒๕๖๒
ยกเลิก มาตรา ๒๕ วรรคแรก

๑๑๗

¢Í§»†ÒËǧËÒŒ Á

ÁÒμÃÒ ò÷ ของปาอยางใดในทองท่ีใดจะใหเปนของปาหวงหาม ใหกําหนดโดย
พระราชกฤษฎกี า

ÁÒμÃÒ òø การเพิ่มเติมหรือเพิกถอนของปาหวงหามที่ไดมีพระราชกฤษฎีกากําหนด
ไวแลวก็ดี หรือจะกําหนดของปาอยางใดใหเปนของปาหวงหามข้ึนในทองที่ใด นอกจากทองที่ที่ไดมี
พระราชกฤษฎกี ากําหนดตามความในมาตรากอ นแลวนน้ั ก็ดี ใหกาํ หนดโดยพระราชกฤษฎกี า

พระราชกฤษฎีกาซ่ึงตราขึ้นตามความในมาตราน้ีใหใชบังคับไดเม่ือพนกําหนดเกาสิบวัน
นบั แตว นั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

ÁÒμÃÒ òù ผูใดเก็บหาของปาหวงหามหรือทําอันตรายดวยประการใดๆ แกของ
ปาหวงหามในปา ตองไดรับอนุญาตจากพนักงานเจาหนาที่ และตองเสียคาภาคหลวง กับทั้งตอง
ปฏบิ ตั ิตามขอ กําหนดในกฎกระทรวงหรอื ในการอนุญาต

การอนญุ าตนน้ั พนกั งานเจา หนา ทเ่ี มอ่ื ไดร บั อนมุ ตั จิ ากรฐั มนตรแี ลว จะอนญุ าตใหผ กู ขาด
โดยใหผ ูร บั อนุญาตเสยี เงนิ คา ผกู ขาดใหแ กร ฐั บาลตามจาํ นวนทร่ี ัฐมนตรีกาํ หนดก็ได

การอนุญาตโดยวิธีผูกขาด ใหกระทําไดเฉพาะในกรณีที่ของปาหวงหามเปนของมีคา
หรือหายากหรือเฉพาะในเขตปาท่ีหางไกลและกันดาร หรือมีความจําเปนในวิธีการเก็บหาอันจําตอง
ใหอ นุญาตโดยวิธีผกู ขาด

ÁÒμÃÒ òù ·ÇÔ หา มมิใหผ ใู ดคา หรอื มไี วในครอบครอง ซ่งึ ของปาหวงหา มเกนิ ปรมิ าณที่
รัฐมนตรีประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา เวนแตไดรับอนุญาตจากพนักงานเจาหนาท่ี
และตอ งปฏบิ ัตติ ามขอ กาํ หนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต

ความในวรรคหนึ่งไมใชบังคับแกการนําของปาหวงหามเคลื่อนที่โดยมีใบเบิกทางของ
พนักงานเจา หนาทก่ี าํ กบั ไปดวย

ÁÒμÃÒ óð รฐั มนตรมี อี าํ นาจประกาศในราชกจิ จานเุ บกษากาํ หนดอตั ราคา ภาคหลวง
ไมเกนิ รอ ยละสิบของราคาตลาดในราชอาณาจกั ร โดยเฉลย่ี จากราคาของของปาหวงหามนน้ั

ÁÒμÃÒ óñ ในทอ งที่ใดทีไ่ ดกาํ หนดรวงผงึ้ เปน ของปาหวงหาม หามมใิ หผใู ดแมจ ะเปน
ผูรับอนุญาตหรือผูรับสัมปทานเก็บหาของปาก็ตาม ตัดหรือโคนตนยวนผึ้งหรือตนไมท่ีผ้ึงจับทํารังอยู
หรอื ทาํ อันตรายดว ยประการใดแกตนไมท ่กี ลา วแลว โดยไมจาํ เปน แกก ารเก็บหารวงผึ้ง

ÁÒμÃÒ óò บทบัญญัติในสวนนี้มิใหใชบังคับในกรณีที่พนักงานเจาหนาท่ีจัดกระทําไป
เพือ่ ประโยชนในการบํารงุ ปา การคนควา หรือการทดลองในทางวิชาการ

ÁÒμÃÒ óó เมื่อมีเหตุภัยพิบัติสาธารณะหรือมีเหตุจําเปนท่ีเห็นสมควรชวยเหลือ
ราษฎรเปนกรณีพิเศษ รัฐมนตรีจะอนุญาตใหผูใดเฉพาะรายเก็บหาของปาหวงหาม แตกตางจาก
ขอกําหนดในกฎกระทรวง หรอื ขอ กาํ หนดในการอนญุ าตเปนการช่ัวคราวก็ได

๑๑๘

μÃÒ»ÃзѺäÁŒ

ÁÒμÃÒ óô ตราประทับไมของรัฐบาลท่ีใชประทับเพื่อความหมายใด จะใหมีลักษณะ
อยางใดใหร ฐั มนตรปี ระกาศกาํ หนดในราชกิจจานุเบกษา

ÁÒμÃÒ óõ ตราประทับไมของเอกชน จะใชประทับไมไดตอเมื่อเจาของตราไดนํา
จดทะเบยี นและไดรบั อนญุ าตแลว

เม่ือใบอนุญาตส้ินสุดลงดวยประการใด ๆ เจาของตราหรือผูครอบครองตองนําตราน้ัน
ไปทําลายตอหนาพนักงานเจาหนาที่ภายในกําหนดเกาสิบวัน นับแตวันใบอนุญาตส้ินสุด เวนแต
กรณีท่ีผูรับอนุญาตตาย และทายาทหรือผูจัดการมรดกประสงคจะใชตราน้ันตอไปอีกก็ใหย่ืนคําขอ
อนญุ าตใชตรานน้ั และขอแกทะเบยี นกอนกําหนดเวลาทก่ี ลาวแลว ไดส น้ิ สุดลง

การจดทะเบียน การรับอนุญาต พรอมท้ังเง่ือนไขในการใชตราและคาธรรมเนียมในการ
นน้ั ๆ ใหเปนไปตามขอกาํ หนดในกฎกระทรวง

ÁÒμÃÒ óö ตราประทับไมของเอกชน ถาหากสูญหายไปโดยเหตุใด เจาของ
ตราประทับไมน้ันตองแจงความตอพนักงานเจาหนาที่เปนหนังสือภายในกําหนดเวลาไมเกิน
หกสบิ วันนับแตวนั รูถ งึ การสูญหายน้ัน

ÁÒμÃÒ ó÷ ในกรณีฝาฝนตอบทบัญญัติในหมวดน้ี ถาไมใดมีรอยตราประทับไมของ
เอกชนปรากฏอยู ใหสนั นิษฐานไวก อ นวา เจาของตรานั้นเปน ผูก ระทาํ การฝา ฝน

äÁŒáÅТͧ»†ÒÃÐËÇÒ‹ §à¤Å×è͹·èÕ

ÁÒμÃÒ óø บทบัญญัติในสวนน้ีใหใชบังคับแกกรณีการนําไมหรือของปาเคลื่อนที่
ตอไปภายหลงั ท่ี

(๑) นําไมหรือของปาที่ไดรับใบอนุญาตใหทําหรือเก็บออกจากสถานท่ีที่ระบุไวใน
ใบอนญุ าต ไปถึงสถานทที่ รี่ ะบุไวในใบอนุญาตแลว

(๒) นาํ ไมท่ีทําโดยไมตองรบั อนญุ าตออกไปถงึ ดานปา ไมดานแรกแลว
(๓) นําไมหรือของปาเขามาในราชอาณาจักร ไปถึงดานศุลกากรหรือดานตรวจ
ศุลกากรทีน่ าํ เขามาแลว
(๔) นําไมห รือของปาทร่ี ับซอ้ื จากทางราชการปาไม ไปจากทท่ี ไี่ มหรือของปานั้นอยู
ÁÒμÃÒ óù ผูใดนําไมหรือของปาเคลื่อนท่ี ตองมีใบเบิกทางของพนักงานเจาหนาท่ี
กาํ กับไปดวยตามขอ กาํ หนดในกฎกระทรวง
ÁÒμÃÒ óù ·ÇÔ ผูรับอนุญาตต้ังโรงงานแปรรูปไม หรือผูรับอนุญาตตั้งโรงคาไมแปรรูป
อาจออกหนังสือกํากับไมแปรรูปเพื่อใหบุคคลใดนําไมแปรรูปเคลื่อนที่จากสถานท่ีท่ีไดรับอนุญาต
ของตนไปยังสถานท่ีอีกแหงหน่ึงได เมื่ออธิบดีกรมปาไมไดส่ังอนุญาตใหกระทําเชนน้ันไดตาม
เง่ือนไขท่ีอธิบดีกรมปาไมกําหนด หนังสือกํากับไมแปรรูปใหใชแบบท่ีอธิบดีกรมปาไมกําหนดและ
ใหถือเสมอื นหน่งึ เปน ใบเบกิ ทางของพนักงานเจา หนาทต่ี ามมาตรา ๓๙

๑๑๙

ÁÒμÃÒ óù μÃÕ ผใู ดนาํ ไมห วงหา มหรอื ไมท ม่ี ชี อื่ หรอื ชนดิ ตรงกบั ไมห วงหา มทเ่ี คยอยใู น
สภาพเปนส่ิงปลูกสรางหรือเคร่ืองใชมาแลวไมนอยกวาหาปสําหรับไมอื่นท่ีมิใชไมสัก และไมนอยกวา
สิบปสําหรับไมสัก และพนจากสภาพการเปนส่ิงปลูกสรางหรือเครื่องใชแลว เคล่ือนยายออกนอก
เขตจังหวัดซึ่งเปนที่ต้ังของสิ่งปลูกสรางหรือเปนที่ประกอบเครื่องใชน้ัน ตองไดรับอนุญาตจาก
พนกั งานเจาหนาที่โดยไมตอ งเสยี คา ธรรมเนียม

ในกรณีที่มีความจําเปนเพื่อประโยชนในการคุมครองและดูแลรักษาทรัพยากรปาไม
เปนการเฉพาะ รัฐมนตรีมีอํานาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากําหนดจังหวัดใดที่หามมิใหมีการ
เคลื่อนยายไมตามวรรคหนึ่งออกนอกเขตจังหวัดซึ่งเปนท่ีต้ังของส่ิงปลูกสรางหรือท่ีประกอบของ
เคล่ือนใชนั้น เวนแตไมนั้นเปนไมท่ีเคยอยูในสภาพเปนสิ่งปลูกสรางหรือเครื่องใชมาแลวไมนอยกวา
ยส่ี บิ ปแ ละตอ งไดร บั อนญุ าตจากพนกั งานเจา หนา ท่ี หรอื พสิ จู นไ ดว า ไดไ มน น้ั มาโดยชอบดว ยกฎหมาย
และไดรบั อนญุ าตจากอธบิ ดีกรมปาไมแ ลวแตก รณี โดยไมตอ งเสยี คาธรรมเนียม

การอนญุ าตตามวรรคหนง่ึ และวรรคสอง ใหเ ปน ไปตามระเบยี บทอ่ี ธบิ ดกี รมปา ไม กาํ หนด
โดยอนุมัติรัฐมนตรี ระเบียบดังกลาวจะกําหนดเง่ือนไขใหผูรับอนุญาตปฏิบัติตามดวยก็ไดในกรณีที่
เหตุจําเปนตามวรรคสองในจังหวัดใดสิ้นสุดลง ใหรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยกเลิกการ
กาํ หนดใหจ ังหวดั นน้ั เปนจงั หวัดทห่ี ามมิใหมกี ารเคลือ่ นยา ยไมออกนอกเขตจงั หวดั

ÁÒμÃÒ ôð ผูใดนําไมหรือของปาเคลื่อนที่เขาเขตดานปาไม ตองแจงตอพนักงาน
เจาหนาท่ีประจําดานปาไมนั้นโดยแสดงใบเบิกทางกํากับไมหรือของปา หรือหนังสือกํากับไมแปรรูป
ที่นํามานั้น แลวแตกรณี ภายในกําหนดหาวันนับแตวันที่เขาเขตดาน เม่ือพนักงานเจาหนาที่ได
ตรวจสอบและอนญุ าตเปน หนงั สอื ใหผานดานไดแลว จงึ ใหนาํ ไมหรือของปา นน้ั ไปได

การอนญุ าตน้ัน ใหพนกั งานเจาหนาทปี่ ฏิบัติโดยมิชักชา
ÁÒμÃÒ ôñ หามมิใหผูใดนําไมหรือของปาเคล่ือนที่ผานดานปาไมในระหวางเวลา
ต้งั แตพ ระอาทิตยต กถงึ พระอาทิตยข้ึน เวนแตจ ะไดรบั อนุญาตจากพนกั งานเจาหนา ท่ีเปนหนังสอื
ÁÒμÃÒ ôò บทบญั ญตั ิแหง สองมาตรากอน มใิ หใ ชบงั คบั ในกรณีตอ ไปนี้
(๑) เมอ่ื มีขอกําหนดอยางอื่นในสมั ปทาน ใบอนุญาตหรอื ใบเบกิ ทาง
(๒) เมื่อทบวงการเมืองใด ไดต กลงกับกรมปาไมไวเปนอยางอน่ื
(๓) เม่ือเปนการกระทําของผูไดรับอนุญาตทําการเก็บไมไหลลอยไดเก็บไวเพื่อสง
ไปยงั พนกั งานเจา หนาท่ีประจําสถานตี รวจรับและรกั ษาไมไ หลลอยตามความในพระราชบญั ญัตนิ ้ี

๑๒๐

¡ÒäǺ¤ÁØ äÁ㌠¹ลาํ นํ้า

ÁÒμÃÒ ôó ใหรัฐมนตรีมีอํานาจกําหนดเขตควบคุมไมในลําน้ําโดยประกาศใน
ราชกจิ จานเุ บกษา

ภายในเขตท่ีรัฐมนตรีกําหนดตามความในวรรคกอน หามมิใหผูท่ีมิใชเจาของไมหรือ
ไดร บั อํานาจจากเจาของไมเ ก็บไมไหลลอย เวน แตจ ะไดรับอนญุ าตจากพนกั งานเจาหนา ท่ี

ÁÒμÃÒ ôô ผูรับอนุญาตเก็บไมไหลลอย ตองทําการเก็บและรักษาไมตามขอกําหนด
ในกฎกระทรวง

เมือ่ ผรู ับอนญุ าตเกบ็ ไมไ หลลอยไดแ ลว ใหมอบแกพนกั งานเจาหนา ทโี่ ดยมิชักชา
ÁÒμÃÒ ôõ ทุกปในเดือนกุมภาพันธ และเดือนสิงหาคม เมื่อมีไมไหลลอยมาตกอยู
ในความครอบครองของพนักงานเจาหนาท่ี ใหพนักงานเจาหนาที่ประกาศโฆษณาใหเจาของเรียกเอา
ภายในเวลากําหนด แตมใิ หก ําหนดนอยกวาเกา สบิ วัน นบั แตวันประกาศ
พนักงานเจาหนา ทีม่ ีอาํ นาจสง่ั ใหคนื ไมไหลลอยใหแกผ ทู อี่ างสิทธิในไมน ั้น เมือ่ พนักงาน
เจาหนาท่ีพอใจในหลักฐานท่ีผูนั้นนํามาแสดง ถาพนักงานเจาหนาที่สั่งเปนอยางอื่นและผูอางสิทธิ
ไมพอใจในคําสั่ง ผูน้ันตองไปรองตอศาลภายในกําหนดเวลาสามสิบวัน นับแตวันทราบคําสั่งของ
พนกั งานเจาหนา ท่ี ถา ไมร องภายในกําหนดผูน ้ันหมดสิทธิวา กลา วตอ ไป
ในกรณีที่พนักงานเจาหนาที่หรือศาลมิไดส่ังแสดงวาผูใดมีกรรมสิทธ์ิในไมนั้น ใหไมตก
เปนของแผน ดนิ
ÁÒμÃÒ ôö ผูมีสิทธิไดรับไมคืนจากพนักงานเจาหนาท่ี ตองชําระคารางวัลแกผูรับ
อนุญาตเกบ็ ไมไหลลอยและคาธรรมเนียมแกพ นกั งานเจาหนาทต่ี ามอัตราท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง
ในกรณที ไ่ี มม ผี มู สี ทิ ธไิ ดร บั ไมค นื จากพนกั งานเจา หนา ท่ี ใหพ นกั งานเจา หนา ทจ่ี า ยรางวลั
ใหแ กผ ูรับอนุญาตเกบ็ ไมไ หลลอยโดยอัตราเดียวกัน

¡ÒäǺ¤ØÁ¡ÒÃá»ÃÃÙ»äÁŒ

ÁÒμÃÒ ô÷ ใหรัฐมนตรีมีอํานาจกําหนดทองที่ใดใหเปนเขตควบคุมการแปรรูปไม
โดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ประกาศนนั้ ใหใ ชบ งั คบั ไดเ มอ่ื พน กาํ หนดเกา สบิ วนั นบั แตว นั ประกาศ

“ÁÒμÃÒ ôø ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม หามมิใหผูใดแปรรูปไม ตั้งโรงงาน
แปรรูปไม ต้ังโรงคาไมแปรรูป มีไมสักแปรรูปไมวาจํานวนเทาใดไวในครอบครอง หรือมีไมแปรรูป
ชนิดอื่นเปนจํานวนเกิน ๐.๒๐ ลูกบาศกเมตร ไวในครอบครอง เวนแตไดรับอนุญาตจากพนักงาน
เจาหนา ทีแ่ ละตองปฏบิ ัตติ ามขอกาํ หนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต

เพื่อประโยชนแหงความในวรรคหน่ึง ไมซุงหรือไมทอนที่จมอยูในแมนํ้าลําคลอง
ในรัศมีหาสิบเมตรของบริเวณท่ีทําการแปรรูปไม และไมมีผูใดเปนเจาของ ใหสันนิษฐานวาเปนไม
ทีอ่ ยูในความครอบครองของผูรบั อนุญาตต้ังโรงงานแปรรูปไมที่มโี รงงานอยใู นบรเิ วณน้ัน

๑๒๑

ความในวรรคหนง่ึ ใหห มายความรวมถงึ การกระทาํ แกไ มท นี่ าํ เขา มาในราชอาณาจกั รดว ย
“ÁÒμÃÒ ôù ผูข อรับอนญุ าตตง้ั โรงงานแปรรูปไมโดยใชเ ครอื่ งจกั รกลดวย
(๑) เปนเจาของ และ
(๒) ไมเคยตองรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตความผิดที่เปน
ลหโุ ทษหรอื ความผดิ อนั ไดกระทําโดยประมาท หรอื
(๓) ไมเ ปน บุคคลลม ละลาย หรือ
(๔) ไมอยูในระหวางถูกส่ังพักใชใบอนุญาต หรือไมเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ซ่ึงออกตามความในหมวดน้ี หรือใบอนุญาตทําไม ใบอนุญาตผูกขาดทําไม หรือสัมปทานทําไม
ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัตนิ ี้
ในกรณีผูขอรับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไมเปนนิติบุคคล หุนสวนผูจัดการหรือ
กรรมการผูจ ัดการของนติ ิบุคคลนน้ั ตองไมม ีลักษณะตอ งหามตาม (๒) (๓) หรอื (๔)”
“ÁÒμÃÒ ôù ·ÇÔ ผูรบั อนญุ าตต้งั โรงงานแปรรปู ไมตองรบั ผิดชอบในการดาํ เนินกิจการ
เกี่ยวกับแปรรูปไมต ามท่ีตนไดรบั อนุญาต”
ÁÒμÃÒ õð บทบัญญตั แิ หง มาตรา ๔๘ มใิ หใ ชบ งั คับในกรณดี ังตอไปน้ี
(๑) การกระทําเพียงเล่ือย ตัด ลิด ขุด หรือถากซอมไม เพ่ือทําเปนซุงทอน
ไมเหล่ียมโกลน มาดเรือโกลน เสาถาก หรือหมอนรถ หรือเพื่อทําไมฟน หรือทําไมเผาถาน
หรือเล่ือยผาเพียง เพ่ือความจําเปนในการชักลาก ในเมื่อพนักงานเจาหนาท่ีระบุไวในใบอนุญาต
ทาํ ไมใ หก ระทาํ การนนั้ ๆ ได และผรู บั อนญุ าตไดก ระทาํ การนนั้ ๆ กอ นนาํ ไมเ คลอ่ื นทจ่ี ากบรเิ วณตอไม
(๒) การแปรรูปไมทแี่ ปรรูปมาแลว จากไมซงุ หรอื ไมท อน ทม่ี ใิ ชเพอื่ การคา
(๓) การมีไมแปรรูปไวในครอบครองท่ีมิใชเพ่ือการคา โดยมีหลักฐานแสดงวาไดไม
นัน้ มาโดยชอบดว ยพระราชบญั ญัตนิ ี้
(๔) การแปรรปู ไมห รือมไี มแ ปรรปู ไวใ นครอบครองที่มใิ ชไ มหวงหาม
(๕) การแปรรูปไมโดยใชแรงคนที่มิใชเพื่อการคา จากไมหวงหามที่ยังมิไดแปรรูป
โดยมหี ลักฐานแสดงวา ไดไ มน น้ั มาโดยชอบดวยพระราชบญั ญัตนิ ้ี
ÁÒμÃÒ õñ ผูรับอนุญาตตามความในหมวดน้ี จะมีไมไวในครอบครองในสถานที่
ท่ไี ดร บั อนญุ าตของตนไดแ ตเฉพาะไมอ ยางใดอยางหน่งึ ดงั ตอไปนี้
(๑) ไมท่ีไดชําระคาภาคหลวงและคาบํารุงปาเสร็จสิ้นแลว หรือถาเปนไมท่ีไดรับ
อนุญาตใหทําการแปรรูปไดกอนชําระคาภาคหลวงและคาบํารุงปา โดยมีหนังสืออนุญาตของอธิบดี
กรมปาไม และมีรอยตราอนญุ าตประทบั ไวแลว
(๒) ไมท่ีไดรับอนุญาตใหทําโดยไมตองเสียคาภาคหลวง และพนักงานเจาหนาที่ได
ประทับตราแสดงวาเปนไมท ่ีทาํ ไดโดยไมตอ งเสยี คาภาคหลวงไวแลว
(๓) ไมท่ีไดรับซ้ือจากทางราชการปาไม ซ่ึงพนักงานเจาหนาท่ีไดประทับตรารัฐบาล
ขายไวแ ลว

๑๒๒

(๔) ไมแปรรูปของผูรับอนุญาตตามความในหมวดน้ี และมีหนังสือกํากับไมแปรรูป
ของผูรับอนุญาต หรือใบเบกิ ทางของพนักงานเจา หนา ที่กาํ กบั ไวเปนหลักฐาน

(๕) ไมท่นี าํ เขา มาในราชอาณาจักร และมใี บเบิกทางตามมาตรา ๓๘ (๓) กํากบั
“(๖) ไมท ม่ี หี นงั สอื รบั รองตามมาตรา ๑๘/๑ และมาตรา ๑๘/๒ หรอื ไมท มี่ หี ลกั ฐานแสดงวา
ไดมาโดยชอบดว ยกฎหมาย”
ÁÒμÃÒ õò หา มมใิ หผ รู บั อนญุ าตทาํ การแปรรปู ไมใ นระหวา งเวลาตง้ั แตพ ระอาทติ ยต ก
ถงึ พระอาทิตยขึน้ เวน แตจ ะไดร ับอนุญาตจากพนักงานเจา หนา ทีเ่ ปนหนังสอื
ÁÒμÃÒ õó เพ่ือที่จะดูวาผูรับอนุญาตตามความในหมวดน้ีไดปฏิบัติถูกตองตาม
พระราชบญั ญตั นิ ห้ี รอื ไม พนกั งานเจา หนา ทม่ี อี าํ นาจตรวจการแปรรปู ไม และกจิ การของผรู บั อนญุ าตได
ผูรบั อนุญาตตอ งอาํ นวยความสะดวกและตอบคาํ ถามแกพ นักงานเจาหนา ทใี่ นการนี้
ÁÒμÃÒ õó ·ÇÔ ใหร ฐั มนตรมี อี าํ นาจกาํ หนดทอ งทเ่ี ปน เขตควบคมุ สงิ่ ประดษิ ฐ เครอ่ื งใช
หรอื สง่ิ อ่ืนใดบรรดาทท่ี ําดว ยไมหวงหา ม โดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
ในการกําหนดตามวรรคหน่ึง ใหรัฐมนตรีกําหนดชนิดไม ขนาดหรือปริมาณของ
สงิ่ ประดษิ ฐ เครอ่ื งใช หรอื สงิ่ อน่ื ใดบรรดาทที่ าํ ดว ยไมห วงหา มซง่ึ ผคู า หรอื มไี วใ นครอบครองเพอื่ การคา
ที่จะตองขออนญุ าตตามมาตรา ๕๓ ตรี หรอื มาตรา ๕๓ จัตวา
ÁÒμÃÒ õó μÃÕ ภายในเขตควบคมุ หา มมใิ หผ ใู ดคา หรอื มไี วใ นครอบครองเพอ่ื การคา
ซ่ึงสิ่งประดิษฐ เคร่ืองใช หรือส่ิงอื่นใดบรรดาที่ทําดวยไมหวงหามท่ีมีชนิดไม ขนาดหรือปริมาณ
เกินกวา ทร่ี ฐั มนตรีกาํ หนดตามมาตรา ๕๓ ทวิ เวน แตจ ะไดร ับใบอนุญาตจากพนกั งานเจาหนาที่
ÁÒμÃÒ õó ¨ÑμÇÒ ในกรณีท่ีมีประกาศของรัฐมนตรีกําหนดเขตทองที่ใดเปน
เขตควบคมุ ตามมาตรา ๕๓ ทวิ ใหผ คู า หรอื ผมู ไี วใ นครอบครองเพอื่ การคา ซงึ่ สงิ่ ประดษิ ฐ เครอ่ื งใช หรอื
ส่ิงอ่ืนใดบรรดาที่ทําดวยไมหวงหาม ท่ีมีชนิดไม ขนาดหรือปริมาณเกินกวาชนิดไม ขนาดหรือ
ปริมาณที่ควบคุมอยูแลวกอนวันท่ีประกาศของรัฐมนตรีดังกลาวใชบังคับ ยื่นคําขอรับใบอนุญาตตอ
พนกั งานเจา หนาทภ่ี ายในสามสิบวัน นับแตวันท่ีประกาศของรฐั มนตรดี งั กลา วใชบังคับ
เมื่อไดยื่นคําขอรับใบอนุญาตตามวรรคหน่ึงแลว ใหบุคคลดังกลาวคาหรือมีไวใน
ครอบครองเพื่อการคาซ่ึงสิ่งประดิษฐ เคร่ืองใช หรือสิ่งอื่นใดบรรดาท่ีทําดวยไมหวงหามไดตอไป
จนกวาพนกั งานเจา หนาท่ีจะไมอนุญาตตามคาํ ขอ

¡ÒÃἌǶҧ»†Ò

ÁÒμÃÒ õô หา มมใิ หผ ใู ด กอ สรา ง แผวถาง หรอื เผาปา หรอื กระทาํ ดว ยประการใด ๆ
อันเปนการทําลายปา หรือเขายดึ ถอื หรอื ครอบครองปา เพ่ือตนเองหรือผูอ ื่น เวน แตจะกระทาํ ภายใน
เขตที่ไดจําแนกไวเปนประเภทเกษตรกรรม และรัฐมนตรีไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือ
โดยไดรับใบอนญุ าตจากพนกั งานเจา หนาท่ี

มาตรา ๕๑ (๖) แกไขเพ่มิ เตมิ พ.ร.บ.ปาไม (ฉบบั ท่ี ๘) พ.ศ.๒๕๖๒

๑๒๓

การขออนุญาตและการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑและเงื่อนไขที่กําหนด
ในกฎกระทรวง

ÁÒμÃÒ õõ ผใู ดครอบครองปา ทไ่ี ดถ กู แผว ถางโดยฝา ฝน ตอ บทบญั ญตั แิ หง มาตรากอ น
ใหสนั นษิ ฐานไวกอนวาบุคคลนั้นเปนผแู ผว ถางปาน้นั

ິç àμÅç´

ÁÒμÃÒ õö ใบอนุญาตที่ไดออกใหตามความในพระราชบัญญัติน้ี จะโอนไดตอเม่ือ
ไดรับอนุญาตจากพนักงานเจา หนา ท่ี

ถาผูรับอนุญาตตาย ทายาทหรือผูจัดการมรดกจะทําการแทนตามใบอนุญาตนั้นตอไป
ก็ได แตตองไมเกินเกาสิบวันนับแตวันผูรับอนุญาตตาย และถาทายาทหรือผูจัดการมรดกประสงค
จะทําการแทนตอ ไปอีก ตอ งย่นื คาํ ขออนญุ าตกอนกําหนดเวลาท่ีกลาวแลวไดสนิ้ สุดลง

ÁÒμÃÒ õ÷ ผรู บั อนญุ าตตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ ตอ งจดั ใหค นงานหรอื ผรู บั จา งซงึ่ ทาํ การ
ตามท่ไี ดร บั อนญุ าตมใี บคมู ือแสดงฐานะเชนน้ัน ตามแบบทีก่ ําหนดในกฎกระทรวง

ÁÒμÃÒ õø การขออนุญาตและการอนุญาตตามพระราชบัญญัติน้ี ใหเปนไปตาม
หลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอื่ นไขทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง และในกรณเี ฉพาะเรอื่ ง ถา รฐั มนตรเี หน็ สมควร
จะกําหนดใหผูรบั อนุญาตปฏิบัติเพิม่ เตมิ ประการใดอีกกไ็ ด

พนักงานเจาหนาท่ีมีอํานาจสั่งตออายุใบอนุญาตท่ีออกตามความในพระราชบัญญัตินี้
ไดเ ม่อื เห็นสมควร

ÁÒμÃÒ õø ·ÇÔ ในกรณกี ารทาํ ไมห วงหา ม หรอื เกบ็ หาของปา หวงหา มโดยการใหส มั ปทาน
การอนุญาตใหผูกขาดหรือการอนุญาตทําไมหวงหามเพ่ือการคาในเขตปาสงวนแหงชาติ หรือปาที่ได
เตรียมการกําหนดเปนปาสงวนแหงชาติ หรือที่ไดกําหนดโครงการทําไมหรือเก็บหาของปาไวแลว
หรือการอนุญาตตามมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๘ หรอื มาตรา ๕๔ รัฐมนตรมี อี าํ นาจกําหนด

(๑) ใหผูรับสัมปทานหรือผูรับอนุญาต ทําการบํารุงปา หรือปลูกสรางสวนปา
ตามคาํ สั่งและวธิ ีการทีพ่ นกั งานเจา หนา ทกี่ ําหนด หรือ

(๒) ใหผูรับสัมปทานหรือผูรับอนุญาตออกคาใชจายเพื่อใหพนักงานเจาหนาที่ทําการ
บาํ รุงปา หรือปลูกสรา งสวนปา ใหแทน

ในกรณีตาม (๒) ใหคิดคาใชจายไดไมเกินหกเทาของคาภาคหลวง หรือตามอัตรา
พ้ืนที่ปาท่ีไดรับสัมปทานหรือรับอนุญาต ไมเกินไรละหนึ่งพันสองรอยบาท ท้ังนี้ ตามท่ีรัฐมนตรี
เหน็ สมควร

ÁÒμÃÒ õù ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจสั่งพักใชใบอนุญาตที่ออกตามพระราช
บญั ญัตนิ ้ีไดด ังตอ ไปนี้

(๑) เมื่อปรากฏวาผูรับอนุญาตฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง
ขอกําหนดหรือเงื่อนไขในการอนุญาต หรือไมปฏิบัติตามคําสั่งของพนักงานเจาหนาที่ซึ่งส่ังตาม
พระราชบญั ญตั นิ ้ี จะส่ังพกั ใชใ บอนญุ าตไดไมเ กนิ หนง่ึ รอยย่สี บิ วัน

๑๒๔

(๒) เมื่อมีการฟองผูรับอนุญาตตอศาลวาไดกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
จะสงั่ พกั ใชใบอนุญาตไวจ นกวาจะมีคําพิพากษาถึงทส่ี ุดก็ได

ÁÒμÃÒ öð เม่ือไดมีคําสั่งของพนักงานเจาหนาที่ใหพักใชใบอนุญาตแลว
ผูรับอนุญาตหมดสิทธิตามใบอนุญาตน้ัน นับแตวันทราบคําส่ังของพนักงานเจาหนาที่จนกวาจะ
ครบกาํ หนดเวลาการพักใชใบอนุญาต หรือจนกวา รัฐมนตรจี ะไดส ่งั ใหเ พิกถอนคาํ สงั่ พักใชใ บอนุญาต

ÁÒμÃÒ öñ ในกรณีที่เหตุแหงการส่ังพักใชใบอนุญาตตามมาตรา ๕๙ ปรากฏแก
รัฐมนตรีหรือเมื่อพนักงานเจาหนาที่ไดส่ังพักใชใบอนุญาตตามมาตรา ๕๙ แลว ถารัฐมนตรี
เหน็ สมควรจะสง่ั เพกิ ถอนใบอนุญาตท่อี อกตามพระราชบัญญตั นิ เ้ี สียก็ได

ในกรณีท่ีผูรับอนุญาตต้ังโรงงานแปรรูปไมโดยใชเคร่ืองจักรกล หรือผูกระทําการแทน
นิติบุคคลผูรับอนุญาต ไมมีลักษณะตามมาตรา ๔๙ (๑) หรือเปนผูมีลักษณะตองหามตาม
มาตรา ๔๙ (๒) (๓) หรือ (๔) แลวแตก รณี ใหรัฐมนตรีส่ังเพิกถอนใบอนุญาต

ÁÒμÃÒ öñ ·ÇÔ คําสง่ั พักใชใ บอนญุ าตหรือคําสงั่ เพกิ ถอนใบอนุญาต ใหทําเปนหนังสือ
แจงใหผ ูถกู ส่ังพักใชหรือเพกิ ถอนใบอนญุ าตรบั ทราบ

ในกรณีที่พนักงานเจาหนาท่ีไมอาจใหผูถูกส่ังพักใชหรือเพิกถอนใบอนุญาตรับทราบ
คําสั่งตามวรรคหน่ึง ใหปดคําสั่งในที่เปดเผยเห็นไดงาย ณ สถานท่ีทําการตามใบอนุญาต หรือท่ีอยู
ของผถู กู สง่ั พกั ใชห รอื เพกิ ถอนใบอนญุ าต เมอื่ ไดป ฏบิ ตั ติ ามวธิ นี แี้ ลว ใหถ อื วา ผถู กู สงั่ พกั ใชห รอื เพกิ ถอน
ใบอนญุ าตรบั ทราบคาํ สั่งน้ันตั้งแตว นั ปด คาํ สั่ง

ÁÒμÃÒ öò ในกรณีท่ีพนักงานเจาหนาท่ีสั่งไมอนุญาตตามคําขอของบุคคลใด
ตามความในพระราชบัญญัติน้ี หรือสั่งพักใชใบอนุญาตตามความในมาตรา ๕๙ บุคคลนั้นมีสิทธิ
อุทธรณคําส่ังของพนักงานเจาหนาที่ตอรัฐมนตรีไดภายในกําหนดสามสิบวันนับแตวันทราบคําส่ัง
คําวนิ ิจฉยั ของรฐั มนตรีใหถอื เปนที่สดุ

ÁÒμÃÒ öó ภายใตบังคับบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัตินี้ รัฐบาลมีอํานาจให
สัมปทานในการทําไมชนิดใดหรือเก็บหาของปาอยางใดในปาใดโดยมีขอบเขตเพียงใด และใน
สัมปทานนัน้ จะใหม ขี อ กําหนดและเง่อื นไขอยางใดก็ได

รัฐบาลมีอํานาจใหผูรับสัมปทานเสียเงินคาภาคหลวง ตามอัตราท่ีรัฐบาลเห็นสมควร
แตไมเกินอัตราอยางสูงที่กําหนดไวในพระราชบัญญัตินี้ และจะใหผูรับสัมปทานเสียเงินแกรัฐบาล
ตามจํานวนทีร่ ัฐบาลจะกาํ หนดอกี ก็ได

ÁÒμÃÒ öô ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี ที่เกี่ยวกับความผิดอาญาใหถือวา
พนกั งานเจา หนา ทเี่ ปน พนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา

ÁÒμÃÒ öô ·ÇÔ ใหพ นกั งานเจา หนา ทม่ี อี าํ นาจยดึ บรรดาเครอ่ื งมอื เครอ่ื งใช สตั วพ าหนะ
ยานพาหนะ หรือเคร่ืองจักรกลใดๆ ที่บุคคลไดใชหรือมีเหตุอันควรสงสัยวาไดใชในการกระทํา
ความผิด หรอื เปน อปุ กรณใ หไ ดรับผลในการกระทาํ ความผิดตามมาตรา ๑๑ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๔

๑๒๕

หรือมาตรา ๖๙ ไวเพื่อเปนหลักฐานในการพิจารณาคดีไดจนกวาพนักงานอัยการส่ังเด็ดขาดไมฟอง
คดีหรือจนกวาคดีจะถึงท่ีสุด ท้ังนี้ ไมวาจะเปนของผูกระทําความผิดหรือของผูมีเหตุอันควรสงสัยวา
เปนผกู ระทาํ ความผดิ หรือไม

ทรัพยสินท่ียึดไวตามวรรคหนึ่ง ถาพนักงานอัยการส่ังเด็ดขาดไมฟองคดีหรือศาลไม
พิพากษาใหริบ และผูเปนเจาของหรือผูครอบครองมิไดรองขอรับคืนภายในกําหนดหกเดือนนับแต
วันทราบ หรือถือวาไดทราบคําส่ังเด็ดขาดไมฟองคดี หรือวันที่คําพิพากษาถึงท่ีสุด แลวแตกรณี
ใหต กเปน ของกรมปา ไม

ถาทรัพยสินท่ียึดไวจะเปนการเส่ียงความเสียหาย หรือคาใชจายในการเก็บรักษาจะเกิน
คาของทรัพยสิน รัฐมนตรีหรือผูท่ีรัฐมนตรีมอบหมายจะจัดการขายทอดตลาดทรัพยสินน้ัน กอนถึง
กําหนดตามวรรคสองก็ได ไดเ งินเปน จาํ นวนสทุ ธเิ ทาใดใหยดึ ไวแทนทรัพยสนิ น้ัน

ÁÒμÃÒ öô μÃÕ ในกรณีทรัพยสินท่ียึดไวตามมาตรา ๖๔ ทวิ มิใชเปนของผูกระทํา
ความผิด หรือของผูมีเหตุอันควรสงสัยวาเปนผูกระทําความผิด ใหพนักงานเจาหนาท่ีโดยอนุมัติ
รัฐมนตรีคืนทรัพยสินหรือเงิน แลวแตกรณี ใหแกเจาของ กอนถึงกําหนดตามมาตรา ๖๔ ทวิ ได
ในกรณีดงั ตอไปนี้

(๑) เม่ือทรัพยสินน้ันไมจําเปนตองใชเปนพยานหลักฐานในการพิจารณาคดี
ท่เี ปนเหตใุ หท รัพยสินน้นั ถกู ยึด และ

(๒) เม่ือผกู ระทําความผิดหรอื ผูม ีเหตอุ นั ควรสงสัยวา เปนผูกระทาํ ความผิดไดทรัพยสนิ
นัน้ มาจากผเู ปนเจา ของโดยการกระทําความผดิ ทางอาญา

ÁÒμÃÒ öõ เพ่ือบําบัดปดปองภยันตรายซ่ึงมีมาเปนสาธารณะโดยฉุกเฉินแกไม
หรือของปาในปาใด พนักงานเจาหนาที่มีอํานาจสั่งผูรับอนุญาตหรือผูรับสัมปทานในปานั้นหรือ
ปาท่ีใกลเคียง รวมท้ังคนงานหรือผูรับจางของผูรับอนุญาตหรือผูรับสัมปทานใหความชวยเหลือดวย
แรงงานหรอื สง่ิ ของตามท่จี ําเปนแกก ารนน้ั ได

ÁÒμÃÒ öö การโอนไมหรือของปาท่ีผูรับอนุญาตหรือผูรับสัมปทาน กระทํากอนท่ีได
ชําระคาภาคหลวง หรือกอนที่ไดรับอนุญาตจากพนักงานเจาหนาท่ีเปนหนังสือ จะยกขึ้นเปนขออาง
เพอ่ื ใชแกเ จา พนกั งานหาไดไ ม

ÁÒμÃÒ ö÷ ใหรัฐมนตรีต้ังดานปาไมและกําหนดเขตแหงดานน้ันๆ โดยประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา

º·กํา˹´â·É

ÁÒμÃÒ öù ผูใดมีไวในครอบครองซึ่งไมหวงหามอันยังมิไดแปรรูป โดยไมมีรอยตรา
คาภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขาย เวนแตจะพิสูจนไดวาไดไมนั้นมาโดยชอบดวยกฎหมาย
ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ หาป หรอื ปรบั ไมเกินหา หม่ืนบาท หรือทง้ั จําทั้งปรบั

๑๒๖

“ในกรณคี วามผดิ ตามมาตราน้ี ถา ไมท่ีมีไวใ นครอบครองเปน
(๑) ไมส ัก ไมยาง หรอื ไมหวงหามประเภท ข. หรอื
(๒) ไมอ่ืนเปนตนหรือเปนทอนอยางใดอยางหนึ่ง หรือทั้งสองอยางรวมกันเกินยี่สิบตน
หรอื ทอ น หรือรวมปริมาตรไมเกนิ ส่ีลูกบาศกเมตร
ผูกระทําความผิดตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหน่ึงปถึงย่ีสิบป และปรับต้ังแตหาหมื่นบาท
ถึงสองแสนบาท
ÁÒμÃÒ ÷ð ผูใดรับไวดวยประการใด ซอนเรน จําหนายหรือชวยพาเอาไปเสียใหพน
ซึ่งไมหรือของปาที่ตนรูอยูแลววาเปนไมหรือของปาท่ีมีผูไดมาโดยการกระทําผิดตอบทแหง
พระราชบัญญตั นิ ้ี มีความผดิ ฐานเปนตวั การในการกระทาํ ผดิ น้นั
ÁÒμÃÒ ÷ñ ผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๔ วรรคสอง
หรอื มาตรา ๕๗ ตองระวางโทษปรับไมเกนิ หาพันบาท
ÁÒμÃÒ ÷ñ ·ÇÔ ผูใดฝา ฝน หรอื ไมปฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๒๙ มาตรา ๒๙ ทวิ มาตรา ๓๙
มาตรา ๓๙ ตรี มาตรา ๔๐ วรรคหน่งึ มาตรา ๔๓ วรรคสอง หรอื มาตรา ๕๓ ตองระวางโทษจาํ คกุ
ไมเ กินหนงึ่ ป หรอื ปรบั ไมเ กินหน่งึ หมื่นบาท หรอื ทั้งจาํ ทัง้ ปรบั
ÁÒμÃÒ ÷ò ผใู ดฝาฝน หรือไมป ฏิบัตติ ามมาตรา ๔๑ หรือมาตรา ๕๒ ตอ งระวางโทษ
จําคกุ ไมเกนิ หาป หรอื ปรบั ไมเ กินหา หมนื่ บาท หรอื ทั้งจําทง้ั ปรับ
ÁÒμÃÒ ÷ò ·ÇÔ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๕๑ ตองระวางโทษจําคุก
ไมเ กินหา ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หา หม่ืนบาท หรอื ทัง้ จําท้งั ปรับ
ในกรณีความผิดตามมาตราน้ี ถา ไมที่มไี วในครอบครองเปน
(๑) ไมสกั ไมย าง หรือไมหวงหามประเภท ข. หรอื
(๒) ไมอื่นเปนตนหรือเปนทอนอยางใดอยางหน่ึงหรือท้ังสองอยางรวมกันเกินหาตน
หรือทอน หรือรวมปริมาตรไมที่ครอบครองเกินหนึ่งลูกบาศกเมตรหรือไมที่ไดแปรรูปแลว
รวมปรมิ าตรไมเ กินหนง่ึ ลกู บาศกเ มตร
ผกู ระทาํ ความผดิ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตงั้ แตส องปถ งึ สบิ หา ป และปรบั ตง้ั แตห นง่ึ หมน่ื บาท
ถึงหนงึ่ แสนบาท
ÁÒμÃÒ ÷ò μÃÕ ผใู ดฝา ฝนหรอื ไมป ฏบิ ัติตามมาตรา ๕๔ ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ
หาปหรือปรบั ไมเกนิ หา หม่ืนบาท หรอื ทั้งจําทั้งปรบั
ในกรณีความผิดตามมาตราน้ี ถาไดกระทําเปนเน้ือที่เกินย่ีสิบหาไรผูกระทําความผิด
ตอ งระวางโทษจาํ คุกตั้งแตสองปถ งึ สบิ หา ป และปรับต้ังแตหนึ่งหมื่นบาทถงึ หน่งึ แสนบาท
ในกรณีท่ีมีคําพิพากษาช้ีขาดวาบุคคลใดกระทําความผิดตามมาตรานี้ ถาปรากฏวา
บุคคลนั้นไดยึดถือครอบครองปาที่ตนไดกระทําความผิด ศาลมีอํานาจท่ีส่ังใหผูกระทําผิด คนงาน
ผูร ับจาง ผแู ทน และบริวารของผกู ระทาํ ผดิ ออกไปจากปานน้ั ไดด วย

๑๒๗

ÁÒμÃÒ ÷ó ผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ มาตรา ๓๑
หรือมาตรา ๔๘ ตองระวางโทษจําคุกไมเ กินหา ป หรือปรับไมเ กินหา หมืน่ บาท หรือทัง้ จาํ ท้งั ปรับ

ในกรณีความผิดตามมาตราน้ี ถาการกระทําผดิ นนั้ เกย่ี วกบั
(๑) ไมสัก ไมย าง หรือไมหวงหา มประเภท ข. หรอื
(๒) ไมอ่ืนเปนตนหรือเปนทอนอยางใดอยางหน่ึง หรือท้ังสองอยางรวมกันเกินยี่สิบตน
หรือทอน หรือรวมปริมาตรไมเกินสี่ลูกบาศกเมตร หรือไมท่ีไดแปรรูปแลวรวมปริมาตรไมเกิน
สองลูกบาศกเ มตร
ผูกระทําความผิดตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหน่ึงปถึงยี่สิบป และปรับตั้งแตหาพันบาท
ถงึ สองแสนบาท
ÁÒμÃÒ ÷ó ·ÇÔ ผใู ดฝา ฝนมาตรา ๕๓ ตรี หรอื ผรู บั ใบอนญุ าตตามพระราชบัญญตั ิน้ี
ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามเง่ือนไขท่ีระบุไวในใบอนุญาตหรือขอกําหนดท่ีรัฐมนตรีกําหนดใหปฏิบัติ
เพิ่มเติมตามมาตรา ๕๘ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหกเดือนถึงหาป และปรับตั้งแตหาพันบาท
ถึงหาหมื่นบาท
ÁÒμÃÒ ÷ô บรรดาไมและของปาอันไดมาหรือมีไวเนื่องจากการกระทําความผิดตอ
พระราชบัญญัติน้ีและสิ่งประดิษฐ เครื่องใช และส่ิงอ่ืนใด บรรดาท่ีทําดวยไมหวงหามที่มีไว
เน่อื งจากการกระทําความผดิ ตามมาตรา ๕๓ ตรี ใหร ิบเสยี ท้ังสนิ้
ÁÒμÃÒ ÷ô ·ÇÔ บรรดาเครอ่ื งมอื เครอ่ื งใช สตั วพ าหนะ ยานพาหนะหรอื เครอื่ งจกั รกล
ใดๆ ซึ่งบุคคลไดใชในการกระทําความผิดหรือไดใชเปนอุปกรณใหไดรับผลในการกระทําความผิด
ตามมาตรา ๑๑ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๔ หรือมาตรา ๖๙ ใหร บิ เสยี ทัง้ ส้ินไมวา จะมีผูถ กู ลงโทษตาม
คําพิพากษาหรอื ไม
ÁÒμÃÒ ÷ô μÃÕ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียว
ใหอธิบดีกรมปาไมหรือพนักงานเจาหนาที่ในระดับไมตํ่ากวาปาไมจังหวัดหรือหัวหนาดานปาไม
มอี ํานาจเปรยี บเทยี บได
ÁÒμÃÒ ÷ô ¨ÑμÇÒ ในกรณีที่มีผูนําจับผูกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี
ใหพนักงานอัยการรองขอตอศาล และใหศาลมีอํานาจพิพากษาใหจายเงินสินบนนําจับแกผูนําจับ
เปน จาํ นวนเงนิ ไมเ กนิ กงึ่ หนงึ่ ของจาํ นวนเงนิ คา ปรบั ตามคาํ พพิ ากษาโดยจา ยจากเงนิ คา ปรบั ทชี่ าํ ระตอ ศาล
ถา ผกู ระทาํ ความผดิ ไมช าํ ระเงนิ คา ปรบั หรอื ชาํ ระไมถ งึ จาํ นวนทจ่ี ะตอ งจา ยคา สนิ บนนาํ จบั ไดค รบถว น
ก็ใหจายเงินสินบนนําจับที่ยังจะตองจายจากเงินคาขายของกลางท่ีศาลส่ังใหริบ ถายังขาดอยูอีกก็ให
เปนพบั ไป
ในกรณีทีม่ ผี ูนาํ จับหลายคน ใหแ บงเงินสนิ บนนาํ จบั ใหค นละเทา ๆ กัน
การจา ยเงนิ สินบนนาํ จับนั้น จะจายไดเมือ่ คดถี ึงท่ีสุดแลว

๑๒๘

¡ÒÃÃ¡Ñ ÉÒ¡ÒþÃÐÃÒªºÞÑ ÞÑμÔ

ÁÒμÃÒ ÷õ ใหร ฐั มนตรวี า การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม*รกั ษาการ
ตามพระราชบัญญัตินี้ กับใหมีอํานาจแตงตั้งพนักงานเจาหนาที่ และกําหนดอัตราคาธรรมเนียม
ไมเกินจํานวนอยางสูงท่ีกําหนดไวในบัญชีตอทายพระราชบัญญัตินี้ และออกกฎกระทรวง
เพือ่ ปฏบิ ตั ิการใหเ ปน ไปตามพระราชบญั ญตั นิ ี้

๑๒๙

º··Õè ø

¾.Ã.º.ÀҾ¹μÏáÅÐÇ´Õ ·Ô Ñȹ ¾.È.òõõð

ñ. ÇÑμ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ»ÃШӺ·

๑.๑ เพื่อใหนักเรียนมีความรูและความเขาใจใน พ.ร.บ.ภาพยนตรและวีดิทัศน
พ.ศ.๒๕๕๐

๑.๒ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี
ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ภาพยนตรแ ละวดี ทิ ศั น พ.ศ.๒๕๕๐

๑.๓ เพื่อใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม
พ.ร.บ.ภาพยนตรแ ละวีดิทศั น พ.ศ.๒๕๕๐

ò. ʋǹ¹Ó

ภาพยนตรและวีดิทัศน เปนบทบัญญัติของกฎหมายท่ีควบคุมการผลิต และการฉาย
ภาพยนตร โดยกาํ หนดใหม เี รตตงิ้ ของภาพยนตรแ ตล ะประเภท นอกจากนยี้ งั เปน การควบคมุ วดี ทิ ศั น หรอื
ทเี่ รยี กวา แผน cd โดยมพี นกั งานเจา หนา ทท่ี ไ่ี ดร บั การแตง ตงั้ จากรฐั มนตรวี า การกระทรวงการทอ งเทยี่ ว
และกีฬา รัฐมนตรีวาการกระทรวงวัฒนธรรม เปนรัฐมนตรีรักษาการตาม พ.ร.บ.น้ีมีอํานาจแตงต้ัง
พนกั งานเจาหนาทเ่ี พ่อื ปฏิบัตติ าม พ.ร.บ.น้ี

ó. à¹Í×é ËÒμÒÁËÑǢ͌

๓.๑ ความรทู ว่ั ไปเกยี่ วกับ พ.ร.บ.ภาพยนตรแ ละวีดทิ ัศน พ.ศ.๒๕๕๐
๓.๒ ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ภาพยนตรแ ละวดี ทิ ศั น พ.ศ.๒๕๕๐
๓.๓ คุณสมบัตขิ องผอู นญุ าตโรงภาพยนตร
๓.๔ ใบอนุญาตประกอบกจิ การโรงภาพยนตร
๓.๕ การประกอบกิจการวดี ิทัศน
๓.๖ ใบอนญุ าตประกอบกจิ การวดี ทิ ศั น
๓.๗ อํานาจเจา พนักงาน
๓.๘ ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ภาพยนตรและวีดทิ ศั น พ.ศ.๒๕๕๐

ô. ʋǹÊûØ

พ.ร.บ.ภาพยนตรแ ละวดี ทิ ศั น พ.ศ.๒๕๕๐ เปน กฎหมายทม่ี คี วามสาํ คญั เพราะภาพยนตร
และวีดิทัศน เปนสื่อที่สามารถช้ีนําพฤติกรรมบุคคลในสังคมได เพราะการดูภาพยนตรท่ีไมเหมาะสม
อาจจะทําใหเกิดการเลียนแบบ ดังน้ัน หากการควบคุมภาพยนตร และวีดิทัศน เปนไปอยางมี
ประสิทธิภาพ ก็อาจจะสามารถปองกันการเลียนแบบพฤตกิ รรมที่ไมพึงประสงคทเ่ี กิดขนึ้ ในสงั คมได

õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó

ใหน กั เรยี นคน หาการจบั กมุ ตาม พ.ร.บ.ภาพยนตรแ ละวดี ทิ ศั นฯ และนาํ ขอ มลู มาวเิ คราะห
อภิปรายรวมกันในชั้นเรียน

๑๓๐

¤ÇÒÁÃÙ·Œ ÇèÑ ä»à¡èÕÂǡѺ ¾.Ã.º.ÀҾ¹μÃᏠÅÐÇ´Õ ·Ô ÈÑ ¹

ÁÒμÃÒ ô ในพระราชบญั ญัตินี้
“ภาพยนตร” หมายความวา วัสดุที่มีการบันทึกภาพ หรือภาพและเสียงซึ่งสามารถ
นํามาฉายใหเ หน็ เปน ภาพที่เคลื่อนไหวไดอยา งตอเนื่อง แตไมร วมถงึ วดี ิทศั น
“วีดิทัศน” หมายความวา วัสดุท่ีมีการบันทึกภาพ หรือภาพและเสียงซ่ึงสามารถนํามา
ฉายใหเห็นเปนภาพที่เคล่ือนไหวไดอยางตอเน่ืองในลักษณะท่ีเปนเกมการเลนคาราโอเกะ
ทีม่ ีภาพประกอบหรอื ลกั ษณะอ่นื ใดตามทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง
“ภาพยนตรไทย” หมายความวา ภาพยนตรท่ีใชภาษาไทยหรือภาษาทองถิ่นของ
ประเทศไทยทั้งหมดหรือเปนสวนใหญในบทภาพยนตรตนฉบับสําหรับการแสดงภาพยนตร
และเจาของลิขสิทธเ์ิ ปน ผมู ีสญั ชาติไทย
“สรางภาพยนตร” หมายความวา การผลิต ถาย อัด บันทึก หรือทําดวยวิธีการใดๆ
เพ่ือใหเ ปนภาพยนตร
“ฉาย” หมายความวา การนําภาพยนตรหรือวีดิทัศนมากระทําใหปรากฏภาพ หรือ
ภาพและเสียงดวยเครอื่ งฉาย หรอื เครอื่ งมอื อน่ื ใด และใหหมายความรวมถงึ การถา ยทอดดว ย
“สื่อโฆษณา” หมายความวา สิ่งที่ใชเปนสื่อในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ
ภาพยนตรหรือวดี ิทัศน แลว แตก รณี
“โรงภาพยนตร” หมายความวา สถานที่ฉายภาพยนตร ดังตอไปนี้ ท้ังน้ี เทาท่ีมิได
อยูภายใตบงั คบั ตามกฎหมายวาดว ยการประกอบกจิ การกระจายเสยี งและกจิ การโทรทศั น
(๑) อาคารหรือสวนใดของอาคารทีใ่ ชเ ปน สถานท่สี ําหรับฉายภาพยนตร
(๒) สถานทีก่ ลางแจงสาํ หรบั ฉายภาพยนตร
(๓) สถานทอ่ี ่ืนตามท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง
“รานวีดิทัศน” หมายความวา สถานท่ีท่ีจัดใหมีเคร่ืองมือ หรืออุปกรณตลอดจน
สิ่งอาํ นวยความสะดวกในการฉาย เลน หรือดูวีดทิ ัศน
“หมายเลขรหัส” หมายความวา หมายเลขที่กําหนดสําหรับภาพยนตรหรือวีดิทัศน
ทผี่ า นการพิจารณาและไดรับอนุญาตจากคณะกรรมการแลว
“คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการภาพยนตรและวดี ทิ ัศนแหง ชาติ
“กรรมการ” หมายความวา กรรมการภาพยนตรแ ละวีดทิ ศั นแหงชาติ
“นายทะเบียน” หมายความวา นายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียนประจําจังหวัด
แลว แตกรณี
“พนักงานเจาหนาที่” หมายความวา เจาหนาที่ของรัฐซึ่งรัฐมนตรีแตงต้ังใหปฏิบัติการ
ตามพระราชบัญญัตนิ ี้

๑๓๑

พนักงานเจาหนาที่ซ่ึงรัฐมนตรีแตงตั้งตามวรรคหนึ่งใหมีอํานาจเขาไปในสถานที่สราง
ภาพยนตร จะตองเปนเจาหนาที่ของรัฐซึ่งดํารงตําแหนงไมต่ํากวาขาราชการพลเรือนสามัญระดับเจ็ด
หรอื เทียบเทา

“เจา หนา ท่ขี องรัฐ” หมายความวา ขาราชการ พนกั งาน เจา หนา ที่ หรือผปู ฏิบตั ิงานอน่ื
ในกระทรวง ทบวง กรม ราชการสวนกลาง ราชการสวนภูมิภาค ราชการสวนทองถ่ิน หรือ
หนวยงานอนื่ ของรฐั

¡ÒûÃСͺ¡¨Ô ¡ÒÃÀҾ¹μÏ

ÁÒμÃÒ òð ผใู ดประสงคจ ะสรางภาพยนตรต างประเทศในราชอาณาจักร ใหย ่ืนคาํ ขอ
อนุญาตพรอมดวยบทภาพยนตร เคาโครง และเรื่องยอของภาพยนตรที่จะสรางตอสํานักงาน
พัฒนาการทองเท่ียว และตองไดรับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตรและวีดิทัศน
และหนว ยงานของรฐั ทมี่ ีหนาทีร่ บั ผิดชอบสถานทีท่ ี่จะใชส รางภาพยนตรตามกฎหมายที่เกีย่ วขอ ง

การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่
คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

ÁÒμÃÒ òñ ผูรับอนุญาตตามมาตรา ๒๐ ตองดําเนินการสรางภาพยนตรตามบท
ภาพยนตรและเคาโครงตลอดจนเงื่อนไขที่ไดรับอนุญาต โดยคํานึงถึงฉากท่ีถายทําบทสนทนา และ
สถานท่ีถายทาํ เพอื่ ใหเหมาะสมกับสถานการณ สภาพสังคม และส่ิงแวดลอม

ÁÒμÃÒ òò การสรางภาพยนตรตางประเทศในราชอาณาจักรดังตอไปนี้ ไมตอง
ขออนุญาต

(๑) ภาพยนตรข าวหรือเหตกุ ารณทเ่ี กดิ ขึ้น
(๒) ภาพยนตรที่สรา งข้นึ เพอื่ ดเู ปนการสวนตัว
(๓) ภาพยนตรที่มีการสรางในตางประเทศและไดนํามาใชบริการตามกระบวนการ
หลงั การถา ยทาํ ภาพยนตรใ นราชอาณาจกั ร ซง่ึ ไดแ จง ตอ สาํ นกั งานพฒั นาการทอ งเทย่ี วตามหลกั เกณฑ
วิธีการ และเงอื่ นไขท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
(๔) ภาพยนตรอ นื่ ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
ÁÒμÃÒ òó ผูสรางภาพยนตรตองดําเนินการสรางภาพยนตรในลักษณะท่ีไมเปนการ
บอนทําลาย ขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจกระทบกระเทือน
ตอความมั่นคง และเกยี รติภูมิของประเทศไทย
ผูสรางภาพยนตรผูใดสงสัยวาการสรางภาพยนตรของตนจะเปนการฝาฝนบทบัญญัติ
ตามวรรคหนึ่ง อาจขอใหคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตรและวีดิทัศนพิจารณาใหความเห็นใน
เรื่องน้ันกอนดําเนินการสรางได ในกรณีน้ีคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตรและวีดิทัศนจะตองให
ความเห็นและแจงใหผูซ่ึงขอความเห็นทราบภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีคณะกรรมการพิจารณา

๑๓๒

ภาพยนตรและวีดิทัศนไดรับคําขอ ถาไมแจงภายในกําหนดระยะเวลาดังกลาวใหถือวาคณะกรรมการ
พิจารณาภาพยนตรแ ละวดี ทิ ศั นใหความเห็นชอบแลว

การขอความเหน็ และคา ปว ยการในการใหค วามเหน็ ใหเ ปน ไปตามระเบยี บทคี่ ณะกรรมการ
กําหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา คาปว ยการทไี่ ดร ับใหน ําสงคลังเปนรายไดแผน ดิน

การใดท่ีไดกระทําไปตามความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตรและวีดิทัศน
มใิ หถ อื วา การกระทําน้นั เปน การกระทําที่ฝา ฝน บทบญั ญัติตามวรรคหน่งึ

ÁÒμÃÒ òô ในกรณีท่ีการสรางภาพยนตรมีผลกระทบหรือกอใหเกิดความเสียหายตอ
ส่ิงแวดลอมหรือทรัพยากรธรรมชาติซ่ึงเปนของรัฐหรือสาธารณสมบัติของแผนดิน ผูสรางภาพยนตร
ตองดาํ เนินการปรบั ปรุงสิ่งดังกลา วใหอ ยใู นสภาพทเี่ หมาะสม ท้ังนี้ ตามกฎหมายทเ่ี ก่ยี วขอ ง

ÁÒμÃÒ òõ ภาพยนตรท่ีจะนําออกฉาย ใหเชา แลกเปล่ียน หรือจําหนายใน
ราชอาณาจักรตองผานการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร
และวดี ทิ ศั น

การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่
คณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา

ÁÒμÃÒ òö ในการตรวจพิจารณาภาพยนตรตามมาตรา ๒๕ ใหคณะกรรมการ
พิจารณาภาพยนตรและวีดิทัศนกําหนดดวยวาภาพยนตรดังกลาวจัดอยูในภาพยนตรประเภทใด
ดงั ตอ ไปน้ี

(๑) ภาพยนตรท ีส่ งเสรมิ การเรยี นรแู ละควรสง เสริมใหม ีการดู
(๒) ภาพยนตรท่ีเหมาะสมกับผดู ูท่ัวไป
(๓) ภาพยนตรที่เหมาะสมกับผูมอี ายตุ งั้ แตส บิ สามปขน้ึ ไป
(๔) ภาพยนตรท่ีเหมาะสมกบั ผมู อี ายตุ ้งั แตส บิ หา ปข น้ึ ไป
(๕) ภาพยนตรท เ่ี หมาะสมกบั ผมู ีอายุตัง้ แตส ิบแปดปขึ้นไป
(๖) ภาพยนตรท ี่หามผูมีอายตุ าํ่ กวายีส่ ิบปดู
(๗) ภาพยนตรทหี่ ามเผยแพรใ นราชอาณาจักร
ความใน (๖) มใิ หใชบ งั คบั แกผูดซู ่ึงบรรลนุ ติ ิภาวะโดยการสมรส
หลักเกณฑในการกําหนดวาภาพยนตรลักษณะใดควรจัดอยูในภาพยนตรประเภทใด
ใหเปนไปตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง
ÁÒμÃÒ ò÷ ภาพยนตรดังตอไปนี้ ไมตองผานการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาต
ตามมาตรา ๒๕
(๑) ภาพยนตรข า วหรือเหตุการณท เี่ กิดขึน้
(๒) ภาพยนตรท ี่สรางขึ้นเพือ่ ดูเปน การสว นตัว

๑๓๓

(๓) ภาพยนตรท่ีสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ องคการมหาชน หรือหนวยงานอื่นของรัฐ
สรางข้ึน เพือ่ เผยแพรหรือสง เสรมิ การดําเนินงานของหนวยงานนนั้

(๔) ภาพยนตรทีฉ่ ายในเทศกาลภาพยนตรร ะหวา งประเทศตามทคี่ ณะกรรมการกาํ หนด
(๕) ภาพยนตรท่ีฉายทางโทรทัศนและผานการตรวจพิจารณาตามกฎหมายวาดวย
การประกอบกิจการกระจายเสียงและกจิ การโทรทัศนแลว
(๖) ภาพยนตรอ นื่ ตามทีก่ ําหนดในกฎกระทรวง
ภาพยนตรตาม (๒) (๔) และ (๖) หากนําออกฉายเปนการท่ัวไป ใหเชา แลกเปลี่ยน
หรอื จําหนายในราชอาณาจกั ร ตองผานการตรวจพจิ ารณาและไดรบั อนญุ าตตามมาตรา ๒๕
ภาพยนตรตาม (๕) หากนําออกฉายทางสือ่ ประเภทอื่น หรือนาํ ออกใหเชา แลกเปล่ยี น
หรือจาํ หนา ยในราชอาณาจกั ร ตองผา นการตรวจพจิ ารณาและไดรบั อนญุ าตตามมาตรา ๒๕
ÁÒμÃÒ òø การตรวจพิจารณาและกําหนดประเภทภาพยนตรท่ีฉายทางโทรทัศนตาม
กฎหมายวาดวยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน ใหนําความในมาตรา ๒๖
มาใชบ ังคบั โดยอนโุ ลม
ภาพยนตรตามมาตรา ๒๖ (๕) และ (๖) ใหฉายทางโทรทัศนไดในระหวางเวลาท่ี
คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
ÁÒμÃÒ òù ในการพิจารณาอนุญาตภาพยนตรตามมาตรา ๒๕ ถาคณะกรรมการ
พิจารณาภาพยนตรและวีดิทัศนเห็นวาภาพยนตรใดมีเนื้อหาที่เปนการบอนทําลาย ขัดตอความสงบ
เรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจกระทบกระเทือนตอความม่ันคงของรัฐและ
เกียรติภูมิของประเทศไทยใหคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตรและวีดิทัศนมีอํานาจส่ัง
ใหผูขออนุญาตแกไ ขหรอื ตดั ทอนกอ นอนญุ าต หรือจะไมอนุญาตก็ได
ภาพยนตรท่ีผานการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาตตามมาตรา ๒๕ มิใหถือวา
ภาพยนตรนน้ั มีลักษณะทฝี่ า ฝนบทบัญญตั ิตามวรรคหนึง่
ÁÒμÃÒ óð ภายใตบังคับมาตรา ๒๙ การอนุญาตใหนําภาพยนตรออกฉาย ใหเชา
แลกเปลี่ยน หรือจําหนายในราชอาณาจักร ไมคุมครองผูรับอนุญาตตามมาตรา ๒๕ ใหพนจาก
ความรบั ผดิ ในทางแพง ทางอาญา หรอื จากการกระทาํ ทต่ี อ งรบั ผดิ ตามกฎหมายอนื่ อนั เกดิ จากการฉาย
ใหเ ชา แลกเปลยี่ น หรือจําหนายภาพยนตร
ÁÒμÃÒ óñ ใหนายทะเบียนกลางกําหนดหมายเลขรหัสและประทับตราเคร่ืองหมาย
การอนุญาต ประเภทของภาพยนตร และหมายเลขรหัสลงบนภาพยนตรที่ผานการตรวจพิจารณา
และไดร ับอนุญาตตามมาตรา ๒๕
ในกรณีท่ีนายทะเบียนกลางเห็นสมควรอาจสั่งใหผูยื่นคําขออัดหรือบันทึกคําบอกแจง
วาภาพยนตรดังกลาวไดผานการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาต รวมทั้งประเภทของภาพยนตรไว
บนภาพยนตรแ ละบนหบี หอ ทบ่ี รรจภุ าพยนตรน นั้ ดว ยก็ได

๑๓๔

การกําหนดหมายเลขรหัส ลักษณะเคร่ืองหมายการอนุญาตและประเภทของภาพยนตร
หรอื คาํ บอกแจง วา ภาพยนตรไ ดผ า นการตรวจพจิ ารณาและไดร บั อนญุ าตแลว ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ
วิธีการ และเงอ่ื นไขทีค่ ณะกรรมการประกาศกําหนด

ÁÒμÃÒ óò ใหน ายทะเบยี นกลางเกบ็ สาํ เนาภาพยนตรท ไี่ ดร บั อนญุ าตตามมาตรา ๒๕
ไวเพ่ือใชใ นการตรวจสอบหนึง่ ชดุ

ใหนายทะเบียนกลางสงสําเนาภาพยนตรท่ีหมดความจําเปนตองใชในการตรวจสอบให
หอภาพยนตรแหงชาติเพื่อเกบ็ รักษาไว

เพอื่ ประโยชนในการเก็บรักษา สําเนาภาพยนตรจะจัดทําในรปู ของวสั ดุใดกไ็ ด
ÁÒμÃÒ óó ใหนําความในมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ และ
มาตรา ๓๒ วรรคหนงึ่ รวมทงั้ บทกาํ หนดโทษทเี่ กย่ี วขอ ง มาใชบ งั คบั แกส อื่ โฆษณาภาพยนตรโ ดยอนโุ ลม
ÁÒμÃÒ óô หา มผใู ดสง ภาพยนตรท ส่ี รา งขนึ้ ในราชอาณาจกั รออกไปนอกราชอาณาจกั ร
เวนแตจ ะไดรับอนญุ าตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตรและวดี ทิ ัศน
การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขที่
คณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ÁÒμÃÒ óõ การสง ภาพยนตรด งั ตอ ไปนอี้ อกไปนอกราชอาณาจกั ร ไมต อ งไดร บั อนญุ าต
ตามมาตรา ๓๔
(๑) ภาพยนตรท่ีไดร บั อนุญาตใหสรา งตามมาตรา ๒๐
(๒) ภาพยนตรตามมาตรา ๒๒
(๓) ภาพยนตรที่ผานการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาตจากคณะกรรมการ
พิจารณาภาพยนตรและวดี ทิ ัศนต ามมาตรา ๒๕
(๔) ภาพยนตรท่ีไดรับยกเวนไมตองผานการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาตตาม
มาตรา ๒๗ วรรคหน่งึ
ÁÒμÃÒ ó÷ หามผูใดประกอบกิจการโรงภาพยนตรโดยทําเปนธุรกิจหรือไดรับ
ประโยชนต อบแทน เวนแตจะไดรบั ใบอนญุ าตจากนายทะเบยี น
ใบอนุญาตน้ัน ใหออกสําหรับโรงภาพยนตรแตละโรง ยกเวนใบอนุญาตประกอบ
กิจการโรงภาพยนตรตาม (๒) ของบทนิยามคําวา “โรงภาพยนตร” ในมาตรา ๔ ใหใชได
ทั่วราชอาณาจกั ร
การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และ
เงื่อนไขท่กี ําหนดในกฎกระทรวง
ÁÒμÃÒ óø หามผูใดประกอบกิจการใหเชา แลกเปลี่ยน หรือจําหนายภาพยนตร
โดยทําเปนธรุ กิจหรอื ไดร ับประโยชนต อบแทน เวน แตไดร บั ใบอนญุ าตจากนายทะเบียน
ใบอนญุ าตนนั้ ใหอ อกสาํ หรบั สถานทใี่ หเ ชา แลกเปลยี่ น หรอื จาํ หนา ยภาพยนตรแ ตล ะแหง

๑๓๕

การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และ
เงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง

¤Ø³ÊÁºμÑ ¼Ô ŒÙ¢ÍÍ¹ÞØ Òμ
ÁÒμÃÒ óù ผูที่จะขออนุญาตประกอบกิจการตามมาตรา ๓๗ หรือมาตรา ๓๘
ตองมคี ณุ สมบตั แิ ละไมม ลี กั ษณะตองหา ม ดงั ตอ ไปน้ี
(๑) มีอายุไมต่ํากวา ยส่ี ิบปบรบิ ูรณ
(๒) ไมเปนผมู คี วามประพฤติเส่อื มเสียหรอื บกพรอ งในศลี ธรรมอันดี
(๓) ไมเปนคนไรค วามสามารถหรอื คนเสมอื นไรความสามารถ
(๔) ไมเคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุกในความผิดเกี่ยวกับเพศ
ตามประมวลกฎหมายอาญา
(๕) ไมเปน ผูอยูในระหวา งถูกส่ังพักใชใบอนุญาตตามมาตรา ๓๗ หรอื มาตรา ๓๘
(๖) ไมเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๓๗ หรือมาตรา ๓๘ เวนแตเคยถูก
เพิกถอนใบอนุญาตและเวลาไดล ว งพนมาแลวไมน อยกวาหาป
ในกรณีท่ีนิติบุคคลเปนผูขออนุญาต กรรมการ ผูจัดการ หรือผูรับผิดชอบใน
การดําเนินการของนิติบุคคลน้นั ตอ งมคี ณุ สมบตั ิและไมม ลี ักษณะตองหา มตามท่ีกําหนดในวรรคหนึง่
ãºÍ¹ØÞÒμ»ÃСͺ¡¨Ô ¡ÒÃâçÀҾ¹μÏ
ÁÒμÃÒ ôð ใบอนุญาตตามมาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ ใหมีอายุหาปนับแต
วนั ทีอ่ อกใบอนญุ าต
การขอตออายุใบอนุญาต ใหผูรับใบอนุญาตย่ืนคําขอกอนวันท่ีใบอนุญาตสิ้นอายุ
และเมื่อไดยื่นคําขอดังกลาวแลว ใหถือวาผูยื่นคําขออยูในฐานะผูรับใบอนุญาตจนกวาจะไดรับแจง
คาํ ส่ังไมอนญุ าตใหตออายใุ บอนุญาต
การขอตออายุใบอนญุ าตและการใหต อ อายใุ บอนญุ าตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ
และเงอ่ื นไขท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง
ÁÒμÃÒ ôñ ผูรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ ตองแสดงใบอนุญาต
ไวใ นทีเ่ ปดเผยและเหน็ ไดงาย ณ สถานทป่ี ระกอบกิจการ
ÁÒμÃÒ ôò ถาใบอนุญาตสูญหาย ถูกทําลาย หรือบกพรองในสาระสําคัญใหผูรับ
ใบอนุญาตแจงตอนายทะเบียนและยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสิบหาวันนับแตวันท่ี
ทราบถงึ กรณีดังกลา ว
การขอใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ
วิธีการ และเงือ่ นไขท่ีคณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา
ÁÒμÃÒ ôó ภาพยนตรท่ีผูรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๗ หรือมาตรา ๓๘ จะมีไวใน
สถานที่ประกอบกิจการของตนเพื่อนําออกฉาย ใหเชา แลกเปล่ียน หรือจําหนายจะตอง

๑๓๖

เปนภาพยนตรที่มีเนื้อหาสาระเชนเดียวกับภาพยนตรที่ผานการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาตตาม
มาตรา ๒๕ และมีการแสดงเครื่องหมายการอนุญาต ประเภทของภาพยนตรและหมายเลขรหัส
เชนเดียวกับมาตรา ๓๑

ÁÒμÃÒ ôô ใหผูรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๗ แจงประเภทของภาพยนตรท่ีนํา
ออกฉายแตล ะเร่อื งไวในทีเ่ ปดเผยและเห็นไดชัดเจนในบริเวณโรงภาพยนตร

หามผูรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๗ ยินยอมหรือปลอยปละละเลยใหผูซ่ึงมีอายุต่ํากวา
ที่กําหนดตามมาตรา ๒๖ (๖) เขาไปในโรงภาพยนตรในระหวางท่ีทําการฉายภาพยนตรที่จัดอยูใน
ประเภทดังกลาว

ÁÒμÃÒ ôõ หามผูรับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๘ ใหเชา แลกเปลี่ยน หรือจําหนาย
ภาพยนตรท่ีจัดอยูในประเภทตามมาตรา ๒๖ (๖) ใหแกผูซ่ึงมีอายุต่ํากวาท่ีกําหนดไวสําหรับ
ภาพยนตรป ระเภทดังกลาว

ÁÒμÃÒ ôö การฉายภาพยนตรในสถานท่ีท่ีบุคคลท่ัวไปสามารถดูได ตองเปน
ภาพยนตรท ่จี ดั อยูในประเภทตามมาตรา ๒๖ (๑) หรือ (๒)

¡ÒûÃСͺ¡¨Ô ¡ÒÃÇ´Õ ·Ô ÈÑ ¹

ÁÒμÃÒ ô÷ วีดิทัศนท่ีจะนําออกฉาย ใหเชา แลกเปลี่ยน หรือจําหนายใน
ราชอาณาจักรตองผานการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร
และวดี ทิ ศั น

การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขที่
คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ÁÒμÃÒ ôø วีดิทัศนดังตอไปน้ี ไมตองผานการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาตตาม
มาตรา ๔๗

(๑) วดี ิทัศนท สี่ รา งข้ึนเพือ่ ใชเปนการสว นตวั
(๒) วีดิทัศนท่ีสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ องคการมหาชน หรือหนวยงานอ่ืนของรัฐ
สรางขึ้น เพ่ือเผยแพรหรอื สงเสรมิ การดําเนนิ งานของหนวยงานน้นั
(๓) วีดิทศั นอ ืน่ ตามท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง
วีดิทัศนตาม (๑) และ (๓) หากนําออกฉายเปนการทั่วไป ใหเชา หรือจําหนายใน
ราชอาณาจกั ร ตองผา นการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาตตามมาตรา ๔๗
ÁÒμÃÒ ôù หามผูใดสงวีดิทัศนที่สรางข้ึนในราชอาณาจักรออกไปนอกราชอาณาจักร
เวน แตจะไดรับอนญุ าตจากคณะกรรมการพจิ ารณาภาพยนตรและวีดิทัศน
การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่
คณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

๑๓๗

ÁÒμÃÒ õð การสงวดี ทิ ัศนดงั ตอไปนอี้ อกไปนอกราชอาณาจักร ไมต องไดร บั อนญุ าต
ตามมาตรา ๔๙

(๑) วีดิทัศนที่ผานการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณา
ภาพยนตร และวดี ทิ ัศนตามมาตรา ๔๗

(๒) วีดิทัศนท่ีไดรับยกเวนไมตองผานการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาตตาม
มาตรา ๔๘ วรรคหนงึ่

ÁÒμÃÒ õñ ใหน าํ ความในมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ วรรคหนงึ่
และมาตรา ๓๖ มาใชบังคบั แกวดี ทิ ัศนโ ดยอนุโลม

ÁÒμÃÒ õò ใหนําความในมาตรา ๔๗ และมาตรา ๕๑ รวมท้ังบทกําหนดโทษ
ที่เก่ยี วขอ งมาใชบังคับแกสื่อโฆษณาวดี ิทศั นโ ดยอนโุ ลม

ÁÒμÃÒ õó หามผูใดจัดต้ังหรือประกอบกิจการรานวีดิทัศนโดยทําเปนธุรกิจหรือไดรับ
ประโยชนตอบแทน เวน แตจ ะไดร ับใบอนุญาตจากนายทะเบียน

ใบอนญุ าตน้นั ใหออกสาํ หรับรานวดี ิทัศนแตล ะแหง
การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และ
เง่อื นไขท่ีกําหนดในกฎกระทรวง
ความในวรรคหน่ึงมิใหนํามาใชบังคับแกการประกอบกิจการรานวีดิทัศนที่ต้ังอยูใน
สถานบรกิ ารที่ไดรับใบอนญุ าตตามกฎหมายวาดวยสถานบรกิ าร
เพื่อประโยชนในการคุมครองเด็กและเยาวชน การออกกฎกระทรวงตามวรรคสาม
จะกําหนดหลักเกณฑเกยี่ วกบั อาคารหรอื สถานทตี่ ัง้ ของรานวีดิทัศนด ว ยก็ได
ÁÒμÃÒ õô หามผูใดประกอบกิจการใหเชา แลกเปล่ียน หรือจําหนายวีดิทัศน
โดยทาํ เปนธรุ กจิ หรือไดร บั ประโยชนต อบแทน เวน แตไ ดรบั ใบอนญุ าตจากนายทะเบยี น
ใบอนุญาตนั้น ใหอ อกสําหรับสถานทใี่ หเชา แลกเปล่ยี น หรือจําหนายวีดทิ ศั นแ ตล ะแหง
การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และ
เงื่อนไขทก่ี ําหนดในกฎกระทรวง
ÁÒμÃÒ õõ ใหถ อื วา ผรู บั ใบอนญุ าตตามมาตรา ๓๘ ไดร บั ใบอนญุ าตตามมาตรา ๕๔ ดว ย
ใบอนุญาตประกอบกจิ การวีดทิ ศั น
ÁÒμÃÒ õö ใบอนญุ าตตามมาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๔ ใหม อี ายุหาปนับแตว ันทอ่ี อก
ใบอนุญาต และใหนําความในมาตรา ๔๐ วรรคสองและวรรคสาม มาใชบังคับแกการตออายุ
ใบอนุญาตโดยอนุโลม
ÁÒμÃÒ õ÷ ใหนําความในมาตรา ๓๙ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ มาใชบังคับ
แกการประกอบกิจการรานวีดิทัศนและการประกอบกิจการใหเชา แลกเปล่ียน หรือจําหนายวีดิทัศน
โดยอนโุ ลม

๑๓๘

ÁÒμÃÒ õø วีดิทัศนท่ีผูรับใบอนุญาตตามมาตรา ๕๓ หรือมาตรา ๕๔ จะมีไวใน
สถานท่ีประกอบกิจการของตนเพื่อนําออกฉาย ใหเชา แลกเปล่ียน หรือจําหนายจะตองมีลักษณะ
เชนเดียวกับวีดิทัศนท่ีผานการตรวจพิจารณาและไดรับอนุญาตตามมาตรา ๔๗ และมีการแสดง
เคร่ืองหมายการอนุญาตและหมายเลขรหัสเชนเดียวกับมาตรา ๓๑ ซ่ึงนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตาม
มาตรา ๕๑

ÁÒμÃÒ õù การประกอบกิจการรานวีดิทัศนจะตองกระทําในวัน เวลา และเง่ือนไข
ทก่ี ําหนดในกฎกระทรวง

เพ่ือประโยชนในการคุมครองเด็กและเยาวชน การออกกฎกระทรวงตามวรรคหน่ึง
จะกําหนดเวลาในการเขาใชบริการของผูซึ่งมีอายุต่ํากวาสิบแปดปบริบูรณ แตไมรวมถึงผูซ่ึงบรรลุ
นิตภิ าวะโดยการสมรสดว ยกไ็ ด

ÁÒμÃÒ öð ในกรณีท่ีมีการขออนุญาตประกอบกิจการรานวีดิทัศนและกิจการใหเชา
แลกเปลี่ยน หรือจําหนา ยภาพยนตรห รอื วดี ทิ ศั นใ นสถานทเ่ี ดยี วกัน จะตองแยกพน้ื ทใี่ นการใหบ รกิ าร
ออกจากกนั ทงั้ น้ี ตามหลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารทคี่ ณะกรรมการกาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา

อํา¹Ò¨à¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹
ÁÒμÃÒ öñ เพื่อปฏิบัติการใหเปนไปตามพระราชบัญญัตินี้ ใหนายทะเบียนและ
พนักงานเจา หนาที่มีอาํ นาจหนาที่ดังตอไปน้ี
(๑) เขาไปในสถานท่ีที่มีการสรางภาพยนตร โรงภาพยนตร รานวีดิทัศน สถานท่ี
ประกอบกจิ การใหเ ชา แลกเปลยี่ น หรอื จาํ หนา ยภาพยนตรห รอื วดี ทิ ศั น ในระหวา งเวลาพระอาทติ ยข น้ึ
จนถึงพระอาทิตยต กหรือในเวลาทาํ การของสถานที่นน้ั เพื่อตรวจสอบภาพยนตร วีดทิ ัศน สือ่ โฆษณา
หรือการกระทาํ ใดทีอ่ าจฝาฝน บทบัญญตั แิ หงพระราชบญั ญัตนิ ้ี
(๒) ตรวจ คน อายัด หรือยึดภาพยนตร วีดิทัศน หรือส่ือโฆษณาในกรณีท่ีมีเหตุ
อันควรสงสัยวามีการกระทําท่ีฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติน้ี ในระหวาง
เวลาพระอาทติ ยขนึ้ จนถึงพระอาทติ ยตกหรือในเวลาทาํ การของสถานท่นี น้ั
(๓) ส่ังใหห ยุดการสรางภาพยนตรทฝ่ี า ฝนมาตรา ๒๑ หรอื มาตรา ๒๓ วรรคหน่งึ
(๔) สั่งหามการฉาย ใหเชา แลกเปลี่ยน หรือจําหนายภาพยนตร หรือวีดิทัศน
ท่ฝี าฝน มาตรา ๒๕ วรรคหน่ึง หรือมาตรา ๔๗ วรรคหนึง่
(๕) ส่ังใหหยุดการโฆษณาหรือประชาสัมพันธสื่อโฆษณาที่ฝาฝนมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง
ซึ่งไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา ๓๓ หรือมาตรา ๔๗ ซ่ึงไดนํามาใชบังคับโดยอนุโลม
ตามมาตรา ๕๒
เม่ือไดเขาไปและลงมือทําการตรวจสอบตาม (๑) หรือทําการคนตาม (๒) แลวถายัง
ดําเนนิ การไมเ สรจ็ จะกระทําตอ ไปในเวลากลางคนื หรือนอกเวลาทาํ การของสถานท่ีนัน้ ก็ได
การคนตาม (๒) ตองมีหมายคน เวนแตมีเหตุอันควรเช่ือวาหากเนิ่นชากวาจะเอา
หมายคนมาไดหลักฐานดังกลาวจะถูกยักยาย ซุกซอน ทําลาย หรือทําใหเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม

๑๓๙

ใหดําเนินการคน อายัด หรือยึดหลักฐานท่ีเก่ียวของกับการกระทําความผิดไดโดยไมตองมีหมายคน
แตตองปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญาวาดว ยการคน

ÁÒμÃÒ öò ภาพยนตร วีดิทัศน หรือส่ือโฆษณาท่ีไดยึดไวตามมาตรา ๖๑ (๒)
ถาไมปรากฏเจาของ หรือพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไมฟองคดี หรือศาลไมพิพากษาใหริบและผูเปน
เจา ของ หรอื ผคู รอบครองมไิ ดร อ งขอรบั คนื ภายในเกา สบิ วนั นบั แตว นั ทย่ี ดึ หรอื วนั ทท่ี ราบคาํ สง่ั เดด็ ขาด
ไมฟองคดี หรือวันท่ีศาลพิพากษาถึงท่ีสุด ใหตกเปนของกระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา
หรือกระทรวงวัฒนธรรม แลว แตกรณี

ÁÒμÃÒ öó ในกรณีท่ีนายทะเบียนหรือพนักงานเจาหนาท่ีส่ังใหหยุดการสราง
ภาพยนตรตามมาตรา ๖๑ (๓) ใหนายทะเบียนหรือพนักงานเจาหนาที่ส่ังใหผูรับอนุญาตหรือ
ผูสรางภาพยนตรระงับการกระทําท่ีฝาฝน แกไขปรับปรุงหรือปฏิบัติใหถูกตองหรือเหมาะสมภายใน
ระยะเวลาที่กาํ หนด

ผูรับอนุญาตหรือผูสรางภาพยนตรใดไมปฏิบัติตามคําส่ังของนายทะเบียนหรือพนักงาน
เจาหนาที่ตามวรรคหนึ่ง ใหนายทะเบียนหรือพนักงานเจาหนาที่เสนอตอคณะกรรมการพิจารณา
ภาพยนตรแ ละวดี ทิ ศั นเพอื่ พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตหรอื หา มสรางภาพยนตรดงั กลา วตอไป

ÁÒμÃÒ öô ในการปฏิบัติหนาที่ตามมาตรา ๖๑ นายทะเบียนและพนักงาน
เจาหนาท่ตี องแสดงบตั รประจําตัวตอ บุคคลทเี่ ก่ยี วขอ ง

บัตรประจําตัวนายทะเบียนและพนักงานเจาหนาที่ใหเปนไปตามแบบท่ีรัฐมนตรี
ประกาศกาํ หนด

ÁÒμÃÒ öõ ในการปฏบิ ตั หิ นา ทใ่ี หน ายทะเบยี นและพนกั งานเจา หนา ทเ่ี ปน เจา พนกั งาน
ตามประมวลกฎหมายอาญา

โทษตาม พ.ร.บ.ภาพยนตรและวีดิทัศนฯ มี ๒ สวน คือ โทษทางอาญา และโทษทาง
ปกครอง โทษทางปกครองนน้ั นอกเหนอื อํานาจหนาที่ของตาํ รวจยังไมก ลาวถงึ

ÁÒμÃÒ ÷õ ผูใดฝาฝนมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง ตองระวางโทษปรับตั้งแตหนึ่งแสนบาท
ถงึ หน่ึงลานบาท

ÁÒμÃÒ ÷ö ผูใ ดฝาฝนมาตรา ๒๑ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กินหา แสนบาท
ÁÒμÃÒ ÷÷ ผใู ดฝาฝน มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง หรอื นําภาพยนตรตามมาตรา ๒๖ (๗)
ออกเผยแพร ตอ งระวางโทษจําคุกไมเกนิ หนงึ่ ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนง่ึ แสนบาท หรือท้ังจําทงั้ ปรับ
ÁÒμÃÒ ÷ø ผูใดฝาฝนมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ วรรคสอง มาตรา ๓๔
วรรคหนง่ึ หรอื มาตรา ๔๙ วรรคหนึง่ ตองระวางโทษปรบั ต้งั แตส องแสนบาทถึงหนง่ึ ลา นบาท
ÁÒμÃÒ ÷ù ผูใดฝาฝนมาตรา ๓๗ วรรคหน่ึง มาตรา ๓๘ วรรคหน่ึง หรือประกอบ
กิจการดงั กลาวในระหวา งถูกพกั ใชหรอื ถกู เพกิ ถอนใบอนญุ าต ตอ งระวางโทษปรับตั้งแตสองแสนบาท
ถึงหนึง่ ลานบาท และปรบั อกี ไมเกินวันละหนงึ่ หมื่นบาทตลอดระยะเวลาท่ฝี า ฝนอยู

๑๔๐

ÁÒμÃÒ øð ผรู บั ใบอนุญาตผใู ดฝาฝนมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ วรรคสอง มาตรา ๔๕
หรือมาตรา ๕๘ ตอ งระวางโทษปรบั ต้ังแตส องหมนื่ บาทถึงหนึง่ แสนบาท

ÁÒμÃÒ øñ ผูใดฝาฝนมาตรา ๔๖ หรือมาตรา ๔๗ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษปรับ
ตัง้ แตส องหมน่ื บาทถงึ หน่งึ แสนบาท

ÁÒμÃÒ øò ผูใดฝาฝนมาตรา ๕๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง หรือประกอบ
กจิ การดงั กลา วในระหวา งถกู พกั ใชห รอื ถกู เพกิ ถอนใบอนญุ าต ตอ งระวางโทษปรบั ตงั้ แตห นง่ึ แสนบาท
ถงึ หา แสนบาท และปรบั อกี ไมเกินวันละหนึง่ หมื่นบาทตลอดระยะเวลาทฝ่ี าฝนอยู

ÁÒμÃÒ øó ผูใดขัดขวางหรือไมปฏิบัติตามคําส่ังของนายทะเบียนหรือพนักงาน
เจาหนาท่ีในการปฏิบัติหนาท่ีตามมาตรา ๖๑ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกิน
หาหมื่นบาท หรอื ท้ังจําทั้งปรับ

ÁÒμÃÒ øô บรรดาความผดิ ตามสว นน้ี ใหค ณะกรรมการมอี าํ นาจเปรยี บเทยี บได และ
ในการนี้คณะกรรมการมีอํานาจมอบหมายใหคณะอนุกรรมการหรือพนักงานเจาหนาท่ีดําเนินการ
เปรียบเทียบได โดยจะกําหนดหลักเกณฑในการเปรียบเทียบหรือเงื่อนไขประการใดใหแกผูไดรับ
มอบหมายตามทีเ่ หน็ สมควรดวยกไ็ ด

ภายใตบังคับของบทบัญญัติตามวรรคหน่ึง ในการสอบสวนถาพนักงานสอบสวนพบวา
บุคคลใดกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และบุคคลน้ันยินยอมใหเปรียบเทียบใหพนักงาน
สอบสวนสงเรื่องมายังคณะกรรมการหรือผูซ่ึงคณะกรรมการมอบหมายใหมีอํานาจเปรียบเทียบตาม
วรรคหนง่ึ ภายในเจด็ วนั นับแตวันทผ่ี ูนัน้ แสดงความยนิ ยอมใหเ ปรียบเทยี บ

เมื่อผูกระทําความผิดไดเสียคาปรับตามท่ีไดเปรียบเทียบแลว ใหถือวาคดีเลิกกันตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา

ÁÒμÃÒ øõ ใหนําความในมาตรา ๗๔ มาใชบังคับแกกรณีท่ีนิติบุคคลตองรับ
โทษอาญาตามสวนนโ้ี ดยอนุโลม

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞμÑ ÀÔ Ò¾Â¹μÃᏠÅÐÇ´Õ ·Ô Ñȹ ¾.È.òõõñ

ÅÓ´ºÑ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼´Ô ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ
๑. สรางภาพยนตรโ ดยไมไดร บั อนุญาต มาตรา ๒๐, ๗๕
๒. สรางหนังมีเนื้อหาฝา ฝน ตามทไ่ี ดร บั อนุญาต มาตรา ๒๑, ๗๖ ปรับ ๔๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท
๓. สรา งหนงั บอ นทําลายขดั ตอ ความสงบเรียบรอย มาตรา ๒๓, ๗๗
ปรับไมเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท
๔. ทาํ หนงั ทไี่ มผา นการพิจารณาออกขาย ใหเชา แลกเปลย่ี น มาตรา ๒๕, ๗๘
๕. ขายภาพยนตรที่ไมม กี ําหนดประเภท มาตรา ๒๖, ๗๘ จาํ คกุ ไมเกิน ๑ ป หรือปรับไมเ กิน
๖. วางฉายภาพยนตรท ีไ่ มม ีกาํ หนดประเภท มาตรา ๒๘, ๗๘ ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั
๗. สง ภาพยนตรในประเทศออกนอกราชอาณาจกั ร โดยไมไดร ับอนญุ าต มาตรา ๓๔, ๗๘
๘. ประกอบกจิ การโรงภาพยนตร โดยไมไดรับอนุญาต มาตรา ๓๗, ๗๙ ปรบั ต้ังแต ๒๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

๙. ประกอบกิจการใหเ ชา ภาพยนตร โดยไมไดรับอนุญาต มาตรา ๓๘, ๗๙ ปรบั ต้ังแต ๒๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ปรับต้งั แต ๒๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ปรับต้งั แต ๒๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ปรบั ตั้งแต ๒๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท
และปรับอีกไมเกินวันละ ๑๐,๐๐๐ บาท

ตลอดระยะเวลาท่ฝี า ฝน อยู

ปรบั ตั้งแต ๒๐๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท
และปรบั อกี ไมเ กนิ วันละ ๑๐,๐๐๐ บาท

ตลอดระยะเวลาท่ีฝาฝน อยู

๑๔๑

¤ÇÒÁ¼´Ô μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔÀҾ¹μÃᏠÅÐÇ´Õ Ô·Ñȹ ¾.È.òõõñ ๑๔๒

ÅӴѺ ¢ŒÍËÒ/°Ò¹¤ÇÒÁ¼Ô´ ÁÒμÃÒ ÍμÑ ÃÒâ·É ËÁÒÂàËμØ

๑๐. ใหเ ชา ภาพยนตรต าม ม.๒๖(๖) แกเ ดก็ ตาํ่ กวาที่กาํ หนด มาตรา ๔๕, ๘๐ ปรบั ต้งั แต ๒๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท
๑๑. ฉายภาพยนตรทไ่ี มผานการตรวจพจิ ารณา มาตรา ๔๗, ๘๑ ปรบั ตั้งแต ๒๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท
๑๒. ประกอบกจิ การรานวีดทิ ัศน โดยมไิ ดร ับอนญุ าต มาตรา ๕๓, ๘๒ ปรับต้ังแต ๑๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท
และปรบั อกี ไมเ กินวนั ละ ๑๐,๐๐๐ บาท

ตลอดระยะเวลาที่ฝา ฝน อยู

๑๓. ประกอบการใหเ ชา วีดทิ ศั น โดยมิไดร บั อนุญาต มาตรา ๕๔, ๘๒ ปรับตง้ั แต ๑๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท
และปรับอกี ไมเ กินวันละ ๑๐,๐๐๐ บาท

ตลอดระยะเวลาทฝ่ี าฝนอยู

๑๔. ไมอ ํานวยความสะดวกใหพนกั งานเจาหนา ทใี่ นการปฏบิ ตั ติ าม พ.ร.บ.น้ี มาตรา ๖๑, ๘๓ จาํ คกุ ไมเ กนิ ๖ เดอื น หรือปรบั ไมเ กนิ
๕๐,๐๐๐ บาท หรอื ทั้งจําทง้ั ปรบั

๑๔๓

º··Õè ù

¾.Ã.º.¤ÇÒÁ¼Ô´à¡èÕÂǡѺ¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÏ ¾.È.òõõð

ñ. ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÕ¹ÌٻÃШӺ·

๑.๑ เพื่อใหนักเรียนมีความรูและความเขาใจใน พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร
พ.ศ.๒๕๕๐

๑.๒ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายการวิเคราะหวาการกระทําใดมีความผิด หรือไมมี
ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ความผดิ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร พ.ศ.๒๕๕๐

๑.๓ เพ่ือใหนักเรียนสามารถอธิบายวิธีการดําเนินการกับผูกระทําความผิดตาม
พ.ร.บ.ความผดิ เกีย่ วกับคอมพวิ เตอร พ.ศ.๒๕๕๐

ò. ÊÇ‹ ¹¹Ó

โดยที่ พ.ร.บ.วาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร พ.ศ.๒๕๕๐
มีบทบัญญัติบางประการที่ไมเหมาะสมตอการปองกันและปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอรในปจจุบัน ซ่ึงมีรูปแบบการกระทําความผิดท่ีมีความซับซอนมากขึ้นตามพัฒนาการทาง
เทคโนโลยีซึ่งเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็วและโดยท่ีมีการจัดต้ังกระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม
ซ่ึงมีภารกิจในการกําหนดมาตรฐานและมาตรการในการรักษาความม่ันคงปลอดภัยไซเบอร รวมท้ัง
การเฝาระวังและติดตามสถานการณดานความมั่นคง ปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารของประเทศสมควรปรับปรุงบทบญั ญัติในสวนทีเ่ กย่ี วกับผูร ักษาการตามกฎหมาย กําหนด
ฐานความผิดขึ้นใหม และแกไขเพม่ิ เติมฐานความผิดเดิม รวมท้งั บทกําหนดโทษของความผิดดงั กลา ว
การปรับปรุงกระบวนการและหลักเกณฑในการระงับการทําใหแพรหลายหรือลบขอมูลคอมพิวเตอร
ตลอดจนกําหนดใหมีคณะกรรมการเปรียบเทียบซึ่งมีอํานาจเปรียบเทียบความผิดตาม พ.ร.บ.วาดวย
การกระทําความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร พ.ศ.๒๕๕๐ และแกไขเพิ่มเติมอํานาจหนาท่ีของพนักงาน
เจา หนา ที่ใหเ หมาะสมย่ิงข้นึ จงึ จาํ เปนตอ งตราพระราชบญั ญตั นิ ้ี

ó. à¹Íé× ËÒμÒÁËÇÑ ¢ÍŒ

๓.๑ ความรูท ่ัวไปเกี่ยวกบั พ.ร.บ.ความผดิ เกีย่ วกับคอมพวิ เตอร พ.ศ.๒๕๕๐
๓.๒ ความผิดตาม พ.ร.บ.ความผิดเกีย่ วกับคอมพวิ เตอร พ.ศ.๒๕๕๐
๓.๓ บทกําหนดโทษ

๑๔๔

ô. ÊÇ‹ ¹ÊÃØ»

เม่ือรูปแบบการกระทําความผิดที่เกี่ยวของกับการใชคอมพิวเตอรมีความซับซอน
มากข้ึนตามพัฒนาการทางเทคโนโลยี ซ่ึงเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว ผูกระทําความผิดก็มีจํานวนเพ่ิม
มากข้ึนทําใหเกิดความเสียหายเปนวงกวางเนื่องจากการใชคอมพิวเตอรและอินเทอรเน็ตเปน
ส่ิงสําคัญตอชีวิตประจําวันของผูคน ดังน้ันเมื่อไดศึกษาเก่ียวกับความผิดดานน้ีแลว จะทําใหสามารถ
ดาํ เนินการกับผกู ระทําความผิดนไ้ี ดอยา งถกู ตองตามอํานาจหนา ที่ของตน

õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ð¹Ó

ใหนักเรียนคนหาการจับกุมตาม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอรฯ และนําขอมูล
มาวิเคราะหอ ภิปรายรว มกันในชัน้ เรยี น

๑๔๕

¤ÇÒÁÌٷÑèÇä»à¡èÕÂÇ¡ºÑ ¾.Ã.º.¤ÍÁ¾ÔÇàμÍÃϏ

ÁÒμÃÒ ñ พระราชบัญญัติน้ีเรียกวา “พระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิด
เกี่ยวกบั คอมพิวเตอร พ.ศ.๒๕๕๐”

ÁÒμÃÒ ò พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเมื่อพนกําหนดสามสิบวันนับแตวันประกาศ
ในราชกจิ จานุเบกษาเปน ตน ไป

ÁÒμÃÒ ó ในพระราชบัญญัตนิ ี้
“ระบบคอมพิวเตอร” หมายความวา อุปกรณหรือชุดอุปกรณของคอมพิวเตอรท่ีเชื่อม
การทํางานเขาดวยกัน โดยไดมีการกําหนดคําส่ัง ชุดคําส่ัง หรือส่ิงอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให
อปุ กรณห รอื ชุดอปุ กรณท าํ หนาท่ีประมวลผลขอ มลู โดยอตั โนมตั ิ
“ขอมูลคอมพิวเตอร” หมายความวา ขอมูล ขอความ คําสั่ง ชุดคําสั่ง หรือส่ิงอ่ืนใด
บรรดาทอี่ ยใู นระบบคอมพิวเตอรใ นสภาพทีร่ ะบบคอมพิวเตอรอ าจประมวลผลได และใหห มายความ
รวมถงึ ขอ มลู อิเลก็ ทรอนิกสตามกฎหมายวาดว ยธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกสดวย
“ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร” หมายความวา ขอมูลเก่ียวกับการติดตอสื่อสารของ
ระบบคอมพิวเตอร ซ่ึงแสดงถึงแหลงกําเนิดตนทาง ปลายทาง เสนทาง เวลา วันท่ี ปริมาณ
ระยะเวลา ชนิดของบริการ หรืออ่นื ๆ ทเี่ ก่ยี วขอ งกบั การติดตอ สือ่ สารของระบบคอมพิวเตอรน้นั
“ผใู หบรกิ าร” หมายความวา
(๑) ผูใหบริการแกบุคคลอ่ืนในการเขาสูอินเทอรเน็ต หรือใหสามารถติดตอถึงกัน
โดยประการอ่ืน โดยผานทางระบบคอมพิวเตอร ท้ังนี้ ไมวาจะเปนการใหบริการในนามของตนเอง
หรือในนามหรือเพอ่ื ประโยชนข องบุคคลอื่น
(๒) ผูใหบริการเกบ็ รักษาขอ มลู คอมพิวเตอรเ พ่ือประโยชนข องบุคคลอืน่
“ผูใชบริการ” หมายความวา ผูใชบริการของผูใหบริการไมวาตองเสียคาใชบริการ
หรือไมก็ตาม
“พนกั งานเจา หนา ท”่ี หมายความวา ผซู ง่ึ รฐั มนตรแี ตง ตง้ั ใหป ฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
“รัฐมนตร”ี หมายความวา รฐั มนตรีผูรักษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ี้
“ÁÒμÃÒ ô ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรักษาการตาม
พระราชบัญญัติน้ี และใหมีอํานาจแตงต้ังพนักงานเจาหนาท่ีกับออกกฎกระทรวงและประกาศ
เพอ่ื ปฏิบัติการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี

¤ÇÒÁ¼Ô´à¡ÕèÂǡѺ¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍÏ

ÁÒμÃÒ õ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอรที่มีมาตรการปองกันการเขาถึง
โดยเฉพาะและมาตรการน้นั มไิ ดมีไวสําหรบั ตน ตองระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ หกเดือน หรือปรับไมเกนิ
หน่งึ หมนื่ บาท หรอื ทง้ั จําท้ังปรับ

๑๔๖

ÁÒμÃÒ ö ผูใดลวงรูมาตรการปองกันการเขาถึงระบบคอมพิวเตอรที่ผูอ่ืนจัดทําข้ึน
เปน การเฉพาะถา นาํ มาตรการดงั กลา วไปเปด เผยโดยมชิ อบ ในประการทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ อู น่ื
ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนึ่งป หรือปรบั ไมเกนิ สองหม่นื บาท หรือท้ังจาํ ท้ังปรบั

ÁÒμÃÒ ÷ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรที่มีมาตรการปองกันการเขาถึง
โดยเฉพาะและมาตรการน้ัน มิไดมีไวสําหรับตน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองปหรือปรับไมเกิน
ส่ีหมื่นบาทหรือท้ังจําท้งั ปรบั

ÁÒμÃÒ ø ผูใดกระทําดวยประการใดโดยมิชอบดวยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสเพื่อดัก
รบั ไวซ งึ่ ขอ มลู คอมพวิ เตอรข องผอู นื่ ทอ่ี ยรู ะหวา งการสง ในระบบคอมพวิ เตอร และขอ มลู คอมพวิ เตอรน น้ั
มไิ ดม ไี วเ พอื่ ประโยชนส าธารณะหรอื เพอื่ ใหบ คุ คลทว่ั ไปใชป ระโยชนไ ดต อ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สามป
หรือปรับไมเ กินหกหมน่ื บาท หรือทัง้ จาํ ท้ังปรบั

ÁÒμÃÒ ù ผูใดทําใหเสียหาย ทําลาย แกไข เปลี่ยนแปลง หรือเพ่ิมเติมไมวาท้ังหมด
หรือบางสวน ซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรของผูอ่ืนโดยมิชอบ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับ
ไมเ กนิ หน่งึ แสนบาท หรอื ท้ังจาํ ทัง้ ปรับ

ÁÒμÃÒ ñð ผูใดกระทาํ ดวยประการใดโดยมิชอบ เพื่อใหการทํางานของระบบ
คอมพิวเตอรของผูอื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไมสามารถทํางานตามปกติได
ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเกินหา ป หรือปรับไมเ กนิ หนง่ึ แสนบาท หรอื ทง้ั จําท้ังปรับ

ÁÒμÃÒ ññ ผูใดสงขอมูลคอมพิวเตอรหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกสแกบุคคลอ่ืน
โดยปกปดหรือปลอมแปลงแหลงที่มาของการสงขอมูลดังกลาว อันเปนการรบกวนการใชระบบ
คอมพวิ เตอรของบคุ คลอ่นื โดยปกติสขุ ตองระวางโทษปรับไมเ กินหน่งึ แสนบาท

ผูใดสงขอมูลคอมพิวเตอรหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกสแกบุคคลอ่ืนอันมีลักษณะ
เปนการกอใหเกิดความเดือดรอนรําคาญแกผูรับขอมูลคอมพิวเตอรหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส
โดยไมเปดโอกาสใหผูรับสามารถบอกเลิกหรือแจงความประสงคเพ่ือปฏิเสธการตอบรับไดโดยงาย
ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กินสองแสนบาท

ใหรัฐมนตรีออกประกาศกําหนดลักษณะและวิธีการสง รวมทั้งลักษณะและปริมาณของ
ขอมูลคอมพิวเตอรหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส ซึ่งไมเปนการกอใหเกิดความเดือดรอนรําคาญแก
ผูรับและลกั ษณะอันเปนการบอกเลิกหรือแจงความประสงคเ พือ่ ปฏเิ สธการตอบรบั ไดโดยงาย

ÁÒμÃÒ ñò ถาการกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๕ หรอื มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘
หรือมาตรา ๑๑ เปนการกระทําตอขอมูลคอมพิวเตอรหรือระบบคอมพิวเตอรท่ีเกี่ยวกับการรักษา
ความม่ันคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความม่ันคงในทางเศรษฐกิจของ
ประเทศหรือโครงสรางพ้ืนฐานอันเปนประโยชนสาธารณะ ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตหน่ึงปถึงเจ็ดป
และปรบั ตงั้ แตส องหม่ืนบาทถึงหนง่ึ แสนสหี่ มื่นบาท


Click to View FlipBook Version