The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ระดับประถมศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by BET-OBEC | สทศ.สพฐ., 2023-06-28 02:45:05

คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ระดับประถมศึกษา

คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ระดับประถมศึกษา

ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 43 อ่านบทร้อยกรองแล้วตอบค�ำถามข้อ 18 ไม่คิดก่อร่างสร้างฐาน กิจการน้อยนิดคิดหนี คนอื่นเขาท�ำได้ดี ทั้งที่ตนไม่เคยมอง งานเสร็จอ้างตนคนเก่ง ลงมือท�ำเองทั้งผอง คนท�ำเช่นนี้อย่ามอง เรียกร้องร่วมงานกันเลย 18. ให้นักเรียนตอบค�ำถามต่อไปนี้ ตอบ 1) แนวคิดของบทร้อยกรอง……………………………………………….……………............................ 2) ส�ำนวนที่สอดคล้อง……………………………………………………….……………............................ ตัวชี้วัด ท 4.1 ป.6/6 วิเคราะห์และเปรียบเทียบส�ำนวนที่เป็นค�ำพังเพยและสุภาษิต รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม 3 คะแนน เมื่อตอบได้ครบทั้ง 2 ข้อ ตามแนวค�ำตอบ แนวค�ำตอบ 1) แนวคิดของบทร้อยกรองคือ คนที่ฉวยประโยชน์จากคนอื่นโดยไม่ลงทุนลงแรง 2) ส�ำนวนที่สอดคล้อง ได้แก่ชุบมือเปิบ คะแนนบางส่วน 1.5 คะแนน เมื่อตอบถูกข้อใดข้อหนึ่ง ตามแนวค�ำตอบ ไม่ได้คะแนน เมื่อตอบไม่ถูกต้องตามแนวค�ำตอบ หรือไม่เขียนตอบ


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 44 อ่านข้อความแล้วตอบค�ำถามข้อ 19 “... การได้ไปเห็นการท�ำงานของคนอื่นจะท�ำให้เราได้เปรียบเทียบถึงส่วนดีส่วนด้อย ที่แตกต่างกัน เพื่อเราจะได้น�ำส่วนที่ดีของเขามาปรับส่วนที่ด้อยของเรา” 19. ให้นักเรียนบอกแนวคิดจากข้อความ ที่สามารถน�ำไปใช้ในชีวิตประจ�ำวันได้มา 2 ข้อ ตอบ 1) ………………………………………............................................................................................ 2) ………………………………………............................................................................................ ตัวชี้วัด ท5.1ป.6/3อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านและน�ำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประเมินค่า เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม 6 คะแนน เมื่อเขียนตอบได้ถูกต้องทั้ง 2 ข้อ ตามแนวค�ำตอบ ดังนี้ แนวค�ำตอบ - การปฏิบัติตนในการเรียนหนังสือ - การปฏิบัติตนในการเป็นลูกที่ดี - การปฏิบัติตนในการท�ำงานร่วมกับเพื่อน (ผู้อื่น) ฯลฯ คะแนนบางส่วน 3 คะแนน เมื่อเขียนตอบได้ถูกต้องเพียง 1 ข้อ ตามแนวค�ำตอบ ไม่ได้คะแนน เมื่อตอบไม่ถูกต้องตามแนวค�ำตอบ หรือไม่เขียนตอบ


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 45 พิจารณาภาพแล้วเขียนเรื่องตามจินตนาการข้อ 20 20. ให้นักเรียนเขียนเรื่องจากภาพที่ก�ำหนดให้อย่างสร้างสรรค์ด้วยตัวบรรจงครึ่งบรรทัดโดยตั้งชื่อเรื่อง ให้สัมพันธ์กับภาพ เนื้อเรื่องมีความยาว 4 - 7 บรรทัด เรื่อง……………………………….....................................…………………………………………………………………… ………………………………………………………………………….……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………….……………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………….……………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………….……………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………….……… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….…………………………………………………………………………………………………………………………................... ตัวชี้วัด ท 2.1 ป.6/8 เขียนเรื่องตามจินตนาการ รูปแบบ เขียนตอบอิสระ ระดับพฤติกรรม สร้างสรรค์


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 46 เกณฑ์การตรวจกระดาษค�ำตอบการเขียนเรื่องตามจินตนาการ ที่ เกณฑ์ รายละเอียดของเกณฑ์ คะแนน 1 ชื่อเรื่อง ได้ 1 คะแนน เมื่อตั้งชื่อเรื่องได้สอดคล้องกับภาพหรือแนวคิด ของภาพ หรือค�ำอื่น ๆ ที่มีโอกาสเป็นไปได้ ได้ 0 คะแนน เมื่อไม่มีชื่อเรื่อง หรือมีชื่อเรื่องแต่ไม่สอดคล้อง กับภาพ หรือแนวคิดของภาพ 1 2 การน�ำเสนอ แนวคิด และเนื้อหา สาระส�ำคัญของเรื่อง ได้ 5 คะแนน เมื่อเขียนเรื่องตามจินตนาการ โดยเชื่อมโยงความคิด ได้เป็นล�ำดับ และเป็นเรื่องเดียวกัน โดยมีค�ำส�ำคัญอย่างน้อย 2 ค�ำขึ้นไป และไม่น้อยกว่า 4 บรรทัด ได้ 2.5 คะแนน เมื่อเขียนเรื่องตามจินตนาการโดยเชื่อมโยงความคิด ได้เป็นบางส่วน โดยมีค�ำส�ำคัญ 1 ค�ำ และมีจ�ำนวน 2 - 3 บรรทัด ได้ 0 คะแนน เมื่อเขียนเรื่องโดยล�ำดับความวกวน น�ำเสนอแนวคิด ส�ำคัญไม่สอดคล้องกับภาพ หรือไม่เขียนค�ำส�ำคัญ เช่น การช่วยเหลือ/ความมีน�้ำใจ/การท�ำความดี/จิตสาธารณะ/ จิตอาสา/ความกตัญญู/การตอบแทนบุญคุณ 5 3 การใช้ภาษา ได้ 2 คะแนน เมื่อใช้ถ้อยค�ำส�ำนวนภาษาถูกต้องตรงตามความหมาย เขียนเป็นประโยคสมบูรณ์สื่อความได้ชัดเจน เรียงล�ำดับและวาง ส่วนขยายในประโยคได้ถูกต้อง ได้ 1 คะแนน เมื่อใช้ถ้อยค�ำส�ำนวนภาษาไม่ถูกต้องตรงตาม ความหมาย 1 - 2 ประโยค หรือเขียนประโยคไม่สมบูรณ์สื่อความ ไม่ชัดเจน 1 - 2 ประโยค เรียงล�ำดับและวางส่วนขยายในประโยค ไม่ถูกต้อง 1 - 2 แห่ง ได้ 0 คะแนน เมื่อเขียนประโยคไม่สมบูรณ์สื่อความไม่ชัดเจน เรียงล�ำดับและวางส่วนขยายในประโยคไม่ถูกต้องเกิน 2 แห่ง 2 4 การเขียนสะกดค�ำ การใช้เครื่องหมาย วรรคตอน การใช้ ไม้ยมก และการใช้ อักษรย่อ ได้ 2 คะแนน เมื่อเขียนสะกดค�ำ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน ไม้ยมก อักษรย่อได้ถูกต้อง ได้ 1 คะแนน เมื่อเขียนสะกดค�ำ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน ไม้ยมก อักษรย่อ ไม่ถูกต้อง 1 - 3 แห่ง ได้ 0 คะแนน เมื่อเขียนสะกดค�ำไม่ถูกต้องมากกว่า 4 แห่ง ใช้เครื่องหมายวรรคตอน ใช้ไม้ยมกและอักษรย่อไม่ถูกต้อง 2


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 47 2.2 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ค�ำชี้แจงแบบทดสอบกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษา 1. แบบทดสอบฉบับนี้มี20 ข้อ ให้เวลาท�ำแบบทดสอบ 60 นาทีคะแนนเต็ม 70 คะแนน 2. แบบทดสอบฉบับนี้แบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 แบบเขียนตอบสั้น ให้นักเรียนคิดหาค�ำตอบ แล้วเขียนค�ำตอบลงในกระดาษค�ำตอบ จ�ำนวน 18 ข้อ (ข้อ 1 - 18) ให้คะแนนข้อละ 3 คะแนน รวม 54 คะแนน ตัวอย่าง 0. ลองกองจ�ำนวน 25กิโลกรัม ราคา 1,000 บาท ลองกองราคากิโลกรัมละกี่บาท ตอบ ………………………………………………………………… วิธีตอบ ถ้านักเรียนคิดว ่าค�ำตอบที่ถูกต้องคือ 40 ให้นักเรียนเขียนค�ำตอบลงใน กระดาษค�ำตอบ ดังนี้ ข้อ 0. ตอบ ............................................................................... ตอนที่ 2 แบบแสดงวิธีท�ำ ให้นักเรียนเขียนแสดงวิธีท�ำลงในกระดาษค�ำตอบ จ�ำนวน 2 ข้อ (ข้อ 19 - 20) ให้คะแนนข้อละ 8 คะแนน รวม 16 คะแนน ตัวอย่าง 00. พ ่อต้องการตัดไม้ท ่อนหนึ่งออกเป็น 2 ส่วน ส ่วนแรกยาว 2.15เมตรส่วนที่สองสั้นกว่าส่วนแรก0.7เมตรเดิมไม้ท่อนนี้ยาวกี่เมตร วิธีตอบ ให้นักเรียนแสดงวิธีท�ำลงในกระดาษค�ำตอบ ดังนี้ วิธีท�ำ ไม้ส่วนแรกยาว 2.15 เมตร ไม้ส่วนที่สองสั้นกว่าส่วนแรก 0.70 เมตร ดังนั้น ไม้ส่วนที่สองยาว 1.45 เมตร ไม้ส่วนแรกยาว 2.15 เมตร ไม้ส่วนที่สองยาว 1.45 เมตร ดังนั้น เดิมไม้ท่อนนี้ยาว 3.60 เมตร ตอบ เดิมไม้ท่อนนี้ยาว ๓.๖๐ เมตร ห้ามเปิดข้อสอบจนกว่ากรรมการก�ำกับการสอบจะอนุญาต 40 − +


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 48 ตอนที่ 1 แบบเขียนตอบสั้น ให้นักเรียนคิดหาค�ำตอบ แล้วเขียนค�ำตอบลงในกระดาษค�ำตอบ (ข้อ1-18) 1. ข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ของประเทศฟิลิปปินส์และประเทศไทย ประจ�ำวันที่ 15 มิถุนายน 2564 ประเทศ Country จ�ำนวน ผู้ติดเชื้อไวรัส Confirmed จ�ำนวน ผู้ติดเชื้อรายใหม่ New Cases ผู้เสียชีวิต Deaths จ�ำนวน ผู้เสียชีวิตรายใหม่ New Deaths รักษาหาย Recoveries ฟิลิปปินส์ Philippines 1,322,053 +6,426 22,845 57 1,240,112 ไทย Thailand 202,264 +3,000 1,485 19 162,718 จากข้อมูล ณ วันที่15 มิถุนายน 2564จ�ำนวนผู้ที่ก�ำลังรักษาตัวของประเทศฟิลิปปินส์ต่างกับประเทศไทย กี่คน ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค1.1 ป.4/11 แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์ปัญหา 2 ขั้นตอนของจ�ำนวนนับที่มากกว่า 100,000 และ 0 รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย จ�ำนวนผู้ที่ก�ำลังรักษาตัวของประเทศฟิลิปปินส์ต่างกับประเทศไทย 21,035 คน


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 49 แนวคิด น�ำจ�ำนวนผู้ที่ก�ำลังรักษาอยู่ของประเทศฟิลิปปินส์ = จ�ำนวนผู้ติดเชื้อ – (จ�ำนวนผู้เสียชีวิต + จ�ำนวนผู้รักษาหาย) = 1,322,053 – (22,845 + 1,240,112) = 59,096 คน จ�ำนวนผู้ที่ก�ำลังรักษาอยู่ของประเทศไทย = จ�ำนวนผู้ติดเชื้อ – (จ�ำนวนผู้เสียชีวิต + จ�ำนวนผู้รักษาหาย) = 202,264 – (1,485 + 162,718) = 38,061 คน ดังนั้น จ�ำนวนผู้ที่ก�ำลังรักษาตัวของประเทศฟิลิปปินส์ต่างกับประเทศไทยอยู่เท่ากับ 59,096 – 38,061 = 21,035 คน ตอบ จ�ำนวนผู้ที่ก�ำลังรักษาตัวของประเทศฟิลิปปินส์ต่างกับประเทศไทย 21,035 คน เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 50 2. นุชต้องการส่งทุเรียนกวนไปให้แม่ โดยสังเกตตารางค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้า ดังนี้ อัตราค่าใช้จ่าย น�้ำหนัก เต็มกิโลกรัม เศษของกิโลกรัม ต�่ำกว่า 1 กิโลกรัม คิดจากราคาเหมา 15.50 บาท 1 - 5 กิโลกรัม 10.25 บาท / กิโลกรัม 1.50 บาท / 100 กรัม 5 กิโลกรัมขึ้นไป 8.25 บาท / กิโลกรัม จากข้อมูล ถ้านุชส่งทุเรียนกวนที่มีน�้ำหนัก 3.6 กิโลกรัม และจ่ายเงินให้ทางร้านเป็นธนบัตรชนิดราคา 100 บาท 1 ฉบับ นุชจะได้รับเงินทอนกี่บาท ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค1.1ป.5/8แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์ปัญหาการบวกการลบการคูณ การหารทศนิยม 2 ขั้นตอน รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรร วิเคราะห์ เฉลย นุชจะได้รับเงินทอน 60.25 บาท แนวคิด พิจารณาอัตราค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้า อัตราค่าใช้จ่าย น�้ำหนัก เต็มกิโลกรัม เศษของกิโลกรัม ต�่ำกว่า 1 กิโลกรัม คิดจากราคาเหมา 15.50 บาท 1 - 5 กิโลกรัม 10.25 บาท / กิโลกรัม 1.50 บาท / 100 กรัม 5 กิโลกรัมขึ้นไป 8.25 บาท / กิโลกรัม


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 51 นุชส่งทุเรียนกวนน�้ำหนัก 3.6 กิโลกรัม (3 กิโลกรัม 600 กรัม) จะสามารถค�ำนวณหาค่าใช้จ่ายได้ดังนี้ น�้ำหนัก 3 กิโลกรัม จะต้องจ่ายเงิน 3 × 10.25 = 30.75 บาท น�้ำหนักส่วนเกิน 0.6 กิโลกรัม หรือ 600 กรัม จะต้องจ่ายเงิน 6 × 1.50 = 9.00 บาท รวมเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 30.75 + 9.00 = 39.75 บาท นุชจ่ายเงินให้ทางร้าน 100.00 บาท จะได้รับเงินทอน 100.00 – 39.75 = 60.25 บาท ตอบ นุชจะได้รับเงินทอน 60.25 บาท เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 52 3. ร้านขายขนมไทยแห่งหนึ่ง ท�ำขนมไทย 3 ชนิด ขายโดยใส่ในถาดขนาดเดียวกัน ร้านขายขนมไทย สรุปยอดขายประจ�ำวัน ดังนี้ ขายขนมชั้นได้ ขายขนมสาลี่ได้ ขายขนมวุ้นได้ จากข้อมูล ให้เรียงล�ำดับขนมที่ขายได้ประจ�ำวันจากมากไปหาน้อย ตอบ ............................................................................................................................................................. ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/1 เปรียบเทียบ เรียงส�ำดับเศษส่วนและจ�ำนวนคละจากสถานการณ์ต่าง ๆ รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย ขนมวุ้น ขนมชั้น ขนมสาลี่ แนวคิด เขียนเศษเกินในรูปจ�ำนวนคละ ดังนี้ แล้วเปรียบเทียบ , และ พบว่าจ�ำนวนเต็มของจ�ำนวนคละทุกจ�ำนวนเท่ากันจึงเปรียบเทียบเฉพาะเศษส่วน ดังนี้ , และ หา ค.ร.น. ของ 7, 11 และ 9 ได้693 4 7 3 37 11 4 11 3 7 9 3 4 7 3 4 11 3 7 9 3 37 11 4 7 4 11 7 9 =


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 53 ดังนั้น สรุปยอดขายขนมประจ�ำวัน คิดได้เป็นดังนี้ ขนมชั้น ขนมสาลี่ ขนมวุ้น เนื่องจาก ดังนั้น เรียงล�ำดับขนมที่ขายได้ประจ�ำวันจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ ขนมวุ้น ขนมชั้น ขนมสาลี่ ตอบ ขนมวุ้น ขนมชั้น ขนมสาลี่ เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน 4 7 99 99 63 63 77 77 396 693 252 693 539 693 539 693 396 693 252 693 4 11 7 9 x x x > = = = >


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 54 43 4. ในการแข่งขันคณิตคิดเร็ว ชานนท์หาผลลัพธ์ของโจทย์ต่อไปนี้ได้ถูกต้อง 6 2 9 ( 27 14 1 1 8 ) 1 3 5 จากข้อมูล ชานนท์หาผลลัพธ์ได้เท่าใด ตอบ ............................................................................................................................................................. ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/7 หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคน ของเศษส่วนและจ านวนคละ รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย 25 8 หรือ 3 1 8 แนวคิด 6 2 9 ( 27 14 1 1 8 ) 1 3 5 = 56 9 ( 27 14 9 8 ) 8 5 = 56 9 ( 274 144 97 87 ) 8 5 = 56 9 ( 108 56 63 56) 8 5 = 56 9 45 56 8 5 = 5 1 8 5 = 5 1 5 8 = 25 8 = 3 1 8 ตอบ 25 8 หรือ 3 1 8 เกณฑ์กำรให้คะแนน ตอบถูกได้ 3 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน 4. ในการแข่งขันคณิตคิดเร็ว ชานนท์หาผลลัพธ์ของโจทย์ต่อไปนี้ได้ถูกต้อง จากข้อมูล ชานนท์หาผลลัพธ์ได้เท่าใด ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/7 หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคน ของเศษส่วนและจ�ำนวนคละ รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย แนวคิด 43 4. ในการแข่งขันคณิตคิดเร็ว ชานนท์หาผลลัพธ์ของโจทย์ต่อไปนี้ได้ถูกต้อง 6 2 9 ( 27 14 1 1 8 ) 1 3 5 จากข้อมูล ชานนท์หาผลลัพธ์ได้เท่าใด ตอบ ............................................................................................................................................................. ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/7 หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคน ของเศษส่วนและจ านวนคละ รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย 25 8 หรือ 3 1 8 แนวคิด 6 2 9 ( 27 14 1 1 8 ) 1 3 5 = 56 9 ( 27 14 9 8 ) 8 5 = 56 9 ( 274 144 97 87 ) 8 5 = 56 9 ( 108 56 63 56) 8 5 = 56 9 45 56 8 5 = 5 1 8 5 = 5 1 5 8 = 25 8 = 3 1 8 ตอบ 25 8 หรือ 3 1 8 เกณฑ์กำรให้คะแนน ตอบถูกได้ 3 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน 43 4. ในการแข่งขันคณิตคิดเร็ว ชานนท์หาผลลัพธ์ของโจทย์ต่อไปนี้ได้ถูกต้อง 6 2 9 ( 27 14 1 1 8 ) 1 3 5 จากข้อมูล ชานนท์หาผลลัพธ์ได้เท่าใด ตอบ ............................................................................................................................................................. ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/7 หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคน ของเศษส่วนและจ านวนคละ รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย 25 8 หรือ 3 1 8 แนวคิด 6 2 9 ( 27 14 1 1 8 ) 1 3 5 = 56 9 ( 27 14 9 8 ) 8 5 = 56 9 ( 274 144 97 87 ) 8 5 = 56 9 ( 108 56 63 56) 8 5 = 56 9 45 56 8 5 = 5 1 8 5 = 5 1 5 8 = 25 8 = 3 1 8 ตอบ 25 8 หรือ 3 1 8 เกณฑ์กำรให้คะแนน ตอบถูกได้ 3 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน 43 4. ในการแข่งขันคณิตคิดเร็ว ชานนท์หาผลลัพธ์ของโจทย์ต่อไปนี้ได้ถูกต้อง 6 2 9 ( 27 14 1 1 8 ) 1 3 5 จากข้อมูล ชานนท์หาผลลัพธ์ได้เท่าใด ตอบ ............................................................................................................................................................. ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/7 หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคน ของเศษส่วนและจ านวนคละ รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย 25 8 หรือ 3 1 8 แนวคิด 6 2 9 ( 27 14 1 1 8 ) 1 3 5 = 56 9 ( 27 14 9 8 ) 8 5 = 56 9 ( 274 144 97 87 ) 8 5 = 56 9 ( 108 56 63 56) 8 5 = 56 9 45 56 8 5 = 5 1 8 5 = 5 1 5 8 = 25 8 = 3 1 8 ตอบ 25 8 หรือ 3 1 8 เกณฑ์กำรให้คะแนน ตอบถูกได้ 3 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน 43 4. ในการแข่งขันคณิตคิดเร็ว ชานนท์หาผลลัพธ์ของโจทย์ต่อไปนี้ได้ถูกต้อง 6 2 9 ( 27 14 1 1 8 ) 1 3 5 จากข้อมูล ชานนท์หาผลลัพธ์ได้เท่าใด ตอบ ............................................................................................................................................................. ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/7 หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคน ของเศษส่วนและจ านวนคละ รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย 25 8 หรือ 3 1 8 แนวคิด 6 2 9 ( 27 14 1 1 8 ) 1 3 5 = 56 9 ( 27 14 9 8 ) 8 5 = 56 9 ( 274 144 97 87 ) 8 5 = 56 9 ( 108 56 63 56) 8 5 = 56 9 45 56 8 5 = 5 1 8 5 = 5 1 5 8 = 25 8 = 3 1 8 ตอบ 25 8 หรือ 3 1 8 เกณฑ์กำรให้คะแนน ตอบถูกได้ 3 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน ตอบ เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน x x x x x x x x x x x


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 55 5. กล้าและเก่งวิ่งเก็บระยะทางรอบสนาม ดังนี้ วันที่ ชื่อ 1 2 กล้า รอบ รอบ เก่ง รอบ รอบ จากข้อมูล รวมทั้งสองวัน เก่งวิ่งได้ระยะทางมากกว่ากล้าเท่าใด ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค1.1 ป.6/8 แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์ปัญหาเศษส่วนและจ�ำนวนคละ 2 - 3 ขั้นตอน รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ เฉลย เก่งวิ่งได้มากกว่ากล้า รอบ แนวคิด รวมสองวัน ดังนั้น เก่งวิ่งได้มากกว่ากล้า ตอบ เก่งวิ่งได้มากกว่ากล้า รอบ เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน 2 5 3 12 5 18 5 1 5 1 2 5 2 5 1 1 44 5. จากข้อมูล รวมทั้งสองวัน เก่งวิ่งได้ระยะทางมากกว่ากล้าเท่าใด ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/8 แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหาเศษส่วนและจ านวนคละ 2 – 3 ขั้นตอน รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ เฉลย เก่งวิ่งได้มากกว่ากล้า 1 2 5 รอบ แนวคิด รวมสองวัน กล้า : 3 2 5 + 1 1 5 = 4 3 5 รอบ เก่ง : 12 5 + 18 5 = 30 5 หรือ 6 รอบ ดังนั้น เก่งวิ่งได้มากกว่ากล้า 6 – 4 3 5 = 1 2 5 รอบ ตอบ เก่งวิ่งได้มากกว่ากล้า 1 2 5 รอบ เกณฑ์กำรให้คะแนน ตอบถูกได้ 3 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน กล้าและเก่งวิ่งเก็บระยะทางรอบสนาม ดังนี้ วันที่ ชื่อ 1 2 กล้า 3 2 5 รอบ 1 1 5 รอบ เก่ง 12 5 รอบ 18 5 รอบ 44 5. จากข้อมูล รวมทั้งสองวัน เก่งวิ่งได้ระยะทางมากกว่ากล้าเท่าใด ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/8 แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหาเศษส่วนและจ านวนคละ 2 – 3 ขั้นตอน รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ เฉลย เก่งวิ่งได้มากกว่ากล้า 1 2 5 รอบ แนวคิด รวมสองวัน กล้า : 3 2 5 + 1 1 5 = 4 3 5 รอบ เก่ง : 12 5 + 18 5 = 30 5 หรือ 6 รอบ ดังนั้น เก่งวิ่งได้มากกว่ากล้า 6 – 4 3 5 = 1 2 5 รอบ ตอบ เก่งวิ่งได้มากกว่ากล้า 1 2 5 รอบ เกณฑ์กำรให้คะแนน ตอบถูกได้ 3 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน กล้าและเก่งวิ่งเก็บระยะทางรอบสนาม ดังนี้ วันที่ ชื่อ 1 2 กล้า 3 2 5 รอบ 1 1 5 รอบ เก่ง 12 5 รอบ 18 5 รอบ 44 5. จากข้อมูล รวมทั้งสองวัน เก่งวิ่งได้ระยะทางมากกว่ากล้าเท่าใด ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/8 แสดงวิธีหาค าตอบของโจทย์ปัญหาเศษส่วนและจ านวนคละ 2 – 3 ขั้นตอน รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ เฉลย เก่งวิ่งได้มากกว่ากล้า 1 2 5 รอบ แนวคิด รวมสองวัน กล้า : 3 2 5 + 1 1 5 = 4 3 5 รอบ เก่ง : 12 5 + 18 5 = 30 5 หรือ 6 รอบ ดังนั้น เก่งวิ่งได้มากกว่ากล้า 6 – 4 3 5 = 1 2 5 รอบ ตอบ เก่งวิ่งได้มากกว่ากล้า 1 2 5 รอบ เกณฑ์กำรให้คะแนน ตอบถูกได้ 3 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน กล้าและเก่งวิ่งเก็บระยะทางรอบสนาม ดังนี้ วันที่ ชื่อ 1 2 กล้า 3 2 5 รอบ 1 1 5 รอบ เก่ง 12 5 รอบ 18 5 รอบ


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 56 6. สวนผลไม้ของบีมมีอัตราส่วนของจ�ำนวนต้นทุเรียนต่อจ�ำนวนต้นมังคุด เป็น 7 : 4 ถ้ามีต้นทุเรียน 210 ต้น สวนผลไม้ของบีมมีต้นทุเรียนและต้นมังคุดรวมกันทั้งหมดกี่ต้น ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/11 แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์ปัญหาอัตราส่วน รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ เฉลย สวนผลไม้ของบีมมีต้นทุเรียนและต้นมังคุดรวมกันทั้งหมด 330 ต้น แนวคิด จาก อัตราส่วนจ�ำนวนต้นทุเรียนต่อจ�ำนวนต้นมังคุด เป็น 7 : 4 และเนื่องจาก 210 ÷ 7 = 30 จะได้ 7 : 4 = (7 x 30) : (4 x 30) = 210 : 120 จะได้ว่า สวนผลไม้ของบีมมีต้นมังคุด 120 ต้น ดังนั้น สวนผลไม้ของบีมมีต้นทุเรียนและต้นมังคุดรวมกันทั้งหมด 210 + 120 = 330 ต้น ตอบ สวนผลไม้ของบีมมีต้นทุเรียนและต้นมังคุดรวมกันทั้งหมด 330 ต้น เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 57 7. สาวิตรีและคุณพ่อตกลงร่วมกันออมเงินดังตารางต่อไปนี้ วันที่เก็บสะสม 1 2 3 4 5 6 .... 10 จ�ำนวนเงินออมของสาวิตรี(บาท) 2 4 6 8 .... .... .... 20 จ�ำนวนเงินออมของคุณพ่อ (บาท) 40 80 120 160 .... .... .... 400 ก�ำหนดให้A เป็นจ�ำนวนเงินรวมของสาวิตรีในวันที่ 5 ถึงวันที่ 10 และ B เป็นจ�ำนวนเงินรวมของคุณพ่อทั้ง 10 วัน จากข้อมูล B – A คิดเป็นเงินกี่บาท ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 1.2 ป.6/1 แสดงวิธีคิดและหาค�ำตอบของปัญหาเกี่ยวกับแบบรูป รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ เฉลย B – A คิดเป็นเงิน 2,110 บาท แนวคิด วันที่เก็บสะสม 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 รวม จ�ำนวนเงินออม ของสาวิตรี(บาท) 2 4 6 8 10 12 14 16 18 20 110 จ�ำนวนเงินออม ของคุณพ่อ (บาท) 40 80 120 160 200 240 280 320 360 400 2,200 A เป็นจ�ำนวนเงินรวมของสาวิตรีในวันที่ 5 ถึงวันที่ 10 เป็นเงิน 90 บาท และ B เป็นจ�ำนวนเงินรวมของคุณพ่อทั้ง 10 วัน เป็นเงิน 2,200 บาท ดังนั้น B – A คิดเป็นเงิน 2,200 – 90 = 2,110 บาท ตอบ ดังนั้น B – A คิดเป็นเงิน 2,110 บาท เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน 90


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 58 8. ก�ำหนดแบบรูปของจ�ำนวน เป็นความสัมพันธ์ดังตาราง จ�ำนวนชุดที่ 1 1 2 3 4 ... จ�ำนวนชุดที่ 2 6 7 8 9 ... ผลบวกของจ�ำนวนทั้งสองชุด 7 9 11 13 ... จากข้อมูล ถ้าผลบวกของจ�ำนวนทั้งสองชุดเท่ากับ 197 แล้วจ�ำนวนชุดที่ 2 มีค่าเท่าใด ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 1.2 ป.6/1 แสดงวิธีคิดและหาค�ำตอบของปัญหาเกี่ยวกับแบบรูป รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ เฉลย 101 แนวคิด จ�ำนวนชุดที่ 1 1 2 3 4 ... n จ�ำนวนชุดที่ 2 6 7 8 9 ... n+5 ผลบวกของจ�ำนวนน้อยและจ�ำนวนมาก 7 9 11 13 ... n+(n+5) เนื่องจากผลบวกของจ�ำนวนชุดที่ 1 กับจ�ำนวนชุดที่ 2 = 197 หาจ�ำนวนชุดที่ 1 โดย แก้สมการ n + (n + 5) = 197 2n + 5 = 197 2n = 197 – 5 n = 192 ÷ 2 n = 96 ดังนั้น จ�ำนวนชุดที่ 1 = 96 จ�ำนวนชุดที่ 2 คือ 96 + 5 = 101 ตอบ 101 เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 59 9. ภาณุสังเกตความผิดปกติของนาฬิกาที่แขวนไว้ที่ฝาผนังว่า เมื่อเวลาผ่านไปทุก ๆ 4 ชั่วโมง นาฬิกาจะเดินช้าไป 1 นาที จึงต้องน�ำมาปรับให้ตรงกับเวลาจริง ภาณุน�ำนาฬิกามาปรับครั้งสุดท้ายให้ตรงกับเวลาจริงคือเวลา 18.30 น. จากข้อมูล ถ้าภาณุตื่นนอนเห็นนาฬิกาแสดงเวลา 6 นาฬิกา 30 นาทีแล้วเวลาที่เป็นจริงเป็นเวลา กี่นาฬิกา กี่นาที ตอบ .................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 2.1 ป.4/1 แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย 6 นาฬิกา 27 นาที แนวคิด ครั้งสุดท้ายที่ภาณุน�ำนาฬิกามาปรับคือเวลา 18 นาฬิกา 30 นาที ภาณุตื่นนอนเห็นนาฬิกาแสดงเวลา 6 นาฬิกา 30 นาที แสดงว่าเวลาผ่านไป 12 ชั่วโมง ซึ่งทุก ๆ 4 ชั่วโมง นาฬิกาจะเดินช้า 1 นาที จะได้ว่า เวลาเดินช้าไปรวม 3 นาที ดังนั้น เวลาที่เป็นจริง เป็นเวลา คือ 6 นาฬิกา 27 นาที ตอบ 6 นาฬิกา 27 นาที เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 60 10. ในการแข่งขันกิจกรรมการผูกเงื่อนลูกเสือ มีผู้เข้าแข่งขันจ�ำนวน 6 ทีม โดยคณะกรรมการได้เตรียมเชือกส�ำหรับการแข่งขันยาว 12 เมตร 90 เซนติเมตร ให้ตัวแทนของแต่ละทีมท�ำการแบ่งเชือกให้ได้ความยาวเท่ากัน จากข้อมูล แต่ละทีมจะได้เชือกยาวกี่เมตร ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค2.1 ป.5/1แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวที่มีการเปลี่ยนหน่วย และเขียนในรูปทศนิยม รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย 2.15 เมตร แนวคิด ประโยคสัญลักษณ์1,290 ÷ 6 = วิธีท�ำ เชือกยาว 12 เมตร 90 เซนติเมตร คิดเป็น 1,290 เซนติเมตร มีผู้เข้าแข่งขันจ�ำนวน 6 ทีม แต่ละทีมจะได้เชือกยาว 1,290 ÷ 6 = 215 เซนติเมตร หรือ 2.15 เมตร ตอบ แต่ละทีมจะได้เชือกยาว 2.15 เมตร เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน


ระดับประถมศึกษา คูมือการใชเครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 61 11. ในชั่วโมงคณิตศำสตร์ ครูให้นักเรียนน�ำผลไม้มำเพื่อเรียนเรื่องกำรชั่งน�้ำหนัก เมื่อทุกคนน�ำผลไม้ที่เตรียมมำรวมกันและชั่งน�้ำหนักได้ดังนี้ จำกข้อมูล ผลรวมของมะม่วงกับองุ่น หนักมากกว่าหรือน้อยกว่า ผลรวมของเงำะกับล�ำไยอยู่กี่กิโลกรัม (ตอบเป็นทศนิยม) ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 2.1 ป.5/2 แสดงวิธีหำค�ำตอบของโจทย์ปัญหำเกี่ยวกับน�้ำหนักที่มีกำรเปลี่ยนหน่วย และเขียนในรูปทศนิยม รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย มำกกว่ำ อยู่ 0.6 กิโลกรัม แนวคิด มะม่วง หนัก 3.5 กิโลกรัม เท่ำกับ 3,500 กรัม เงำะ หนัก 2.1 กิโลกรัม เท่ำกับ 2,100 กรัม องุ่น หนัก 900 กรัม ล�ำไย หนัก 1 กิโลกรัม 700 กรัม เท่ำกับ 1,700 กรัม ผลรวมของมะม่วงกับองุ่น จะได้ 3,500 + 900 = 4,400 กรัม ผลรวมของเงำะกับล�ำไย จะได้ 2,100 + 1,700 = 3,800 กรัม ดังนั้น ผลรวมของมะม่วงกับองุ่น หนักมำกกว่ำ ผลรวมของเงำะกับล�ำไย เท่ำกับ 4,400 – 3,800 = 600 กรัม หรือ 0.6 กิโลกรัม ตอบ มำกกว่ำ อยู่ 0.6 กิโลกรัม เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้ 3 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน มะม่วง เงำะ องุ่น ล�ำไย 3.5 กิโลกรัม 2.1 กิโลกรัม 900 กรัม 1 กิโลกรัม 700 กรัม


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 62 12. แท็งก์น�้ำรูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากที่มีน�้ำบรรจุอยู่เต็มแท็งก์พอดีขนาดดังภาพ จากข้อมูล น�้ำที่เหลือในแท็งก์มีความสูงกี่เมตร ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค2.1 ป.6/1แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติ ที่ประกอบด้วยทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ เฉลย น�้ำที่เหลือในแท็งก์มีความสูง 3 เมตร แนวคิด ปริมาตรในแท็งก์ทั้งหมด = กว้าง x ยาว x สูง = 3 x 5 x 10 = 150 ลูกบาศก์เมตร ใช้น�้ำไป 105 ลูกบาศก์เมตร มีน�้ำเหลือในแท็งก์เท่ากับ 150 – 105 = 45 ลูกบาศก์เมตร ปริมาตรของน�้ำที่เหลืออยู่ในแท็งก์ปริมาตร = พื้นที่ฐาน x ความสูง 45 = 5 x 3 x ความสูง 45 = 15 x ความสูง ดังนั้น ความสูงของน�้ำที่เหลือในแท็งก์ = 3 เมตร ตอบ น�้ำที่เหลือในแท็งก์มีความสูง 3 เมตร เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน 3 เมตร 10 เมตร 5 เมตร แท็งก์น�้ำ ถ้าใช้น�้ำไป 105 ลูกบาศก์เมตร


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 63 13. โรงอาหารมีพื้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 6 เมตร ยาว 9 เมตร ต้องการปูกระเบื้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวด้านละ 30 เซนติเมตร จากข้อมูล ต้องใช้กระเบื้องกี่แผ่น ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค2.1 ป.6/2 แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของ รูปหลายเหลี่ยม รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย ต้องใช้กระเบื้อง 600 แผ่น แนวคิด พื้นที่ห้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีพื้นที่ = กว้าง × ยาว ด้านกว้าง 6 เมตร คิดเป็น 600 เซนติเมตร ด้านยาว 9 เมตร คิดเป็น 900 เซนติเมตร หาพื้นที่ของห้อง = กว้าง × ยาว = 600 × 900 = 540,000 ตารางเซนติเมตร หาพื้นที่ของกระเบื้อง 1 แผ่น = กว้าง × ยาว = 30 × 30 = 900 ตารางเซนติเมตร ต้องใช้กระเบื้อง 540,000 ÷ 900 = 600 แผ่น ตอบ ต้องใช้กระเบื้อง 600 แผ่น เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 64 14. อรรถขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปที่ท�ำงานซึ่งอยู่ห่างจากบ้าน 3.85 กิโลเมตร ล้อรถจักรยานยนต์ของอรรถมีเส้นผ่านศูนย์กลางยาว 49 เซนติเมตร จากข้อมูล เมื่อไปถึงที่ท�ำงานล้อรถของอรรถหมุนกี่รอบ (ก�ำหนดให้π = ) ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค2.1ป.6/3แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย เมื่อไปถึงที่ท�ำงานล้อรถของอรรถหมุน 2,500 รอบ แนวคิด ระยะทางจากบ้านถึงที่ท�ำงานเท่ากับ 3.85 กิโลเมตร คิดเป็น 3.85 x 100,000 = 385,000 เซนติเมตร เส้นรอบวงของวงกลม = 2πr จากเส้นผ่านศูนย์กลางของล้อเท่ากับ 49 เซนติเมตร ดังนั้น รัศมีของวงล้อรถจักรยานยนต์ = 24.50 เซนติเมตร เส้นรอบวงล้อรถจักรยานยนต์ = 2 × × 24.5 เซนติเมตร = 154 เซนติเมตร เมื่อไปถึงที่ท�ำงานล้อรถของอรรถหมุนคิดเป็น 385,000 ÷ 154 = 2,500 รอบ ตอบ เมื่อไปถึงที่ท�ำงานล้อรถของอรรถหมุน 2,500 รอบ เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน 22 7 49 2 22 7


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 65 15. ครูนิชาก�ำหนดให้นักเรียนพิจารณาสมบัติของรูปสี่เหลี่ยมชนิดหนึ่ง ซึ่งมีเงื่อนไขเป็น ดังต่อไปนี้ ก. มีด้านขนานกัน 2 คู่ ข. เส้นทแยงมุมตัดกันแบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน ค. ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน ง. เส้นทแยงมุมตัดกันเป็นมุมฉาก แต่มุมทุกมุมไม่เป็นมุมฉาก จากข้อมูล รูปสี่เหลี่ยมชนิดนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมชนิดใด ตอบ ........................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 2.2 ป.5/2 จ�ำแนกรูปสี่เหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ เฉลย รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน แนวคิด ข้อ สมบัติของรูปสี่เหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยมที่เป็นไปได้ ก. มีด้านขนานกัน 2 คู่ สี่เหลี่ยมจัตุรัส, สี่เหลี่ยมผืนผ้า, สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน, สี่เหลี่ยมด้านขนาน ข. เส้นทแยงมุมตัดกันแบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน สี่เหลี่ยมจัตุรัส, สี่เหลี่ยมผืนผ้า,สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน, สี่เหลี่ยมด้านขนาน ค. ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน สี่เหลี่ยมจัตุรัส, สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ง. เส้นทแยงมุมตัดกันเป็นมุมฉาก แต่มุมทุกมุมไม่เป็นมุมฉาก สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน, สี่เหลี่ยมรูปว่าว จากตารางข้างต้น รูปสี่เหลี่ยมที่มีสมบัติตรงตามเงื่อนไขในข้อก.ถึงข้อง. ได้แก่รูปสี่เหลี่ยม ขนมเปียกปูน สรุป สมบัติของรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน คือ ด้านทุกด้านยาวเท่ากัน มุมทุกมุมไม่เป็นมุมฉาก เส้นทแยงมุมตัดกันเป็นมุมฉาก เส้นทแยงมุมตัดกันแบ่งครึ่งซึ่งกันและกัน เส้นทแยงมุม แบ่งรูปสี่เหลี่ยมออกเป็นรูปสามเหลี่ยมสองรูปที่มีขนาดเท่ากัน มีด้านขนานกัน 2 คู่ เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 66 เด็กชายพุฒิภัทร เด็กหญิงเพียงขวัญ เด็กหญิงมาลัย เด็กชายทรงยศ 16. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนแห ่งหนึ่ง 4 คน ท�ำงานที่ครูแป้ง มอบหมาย ซึ่งเป็นแผ่นกระดาษรูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมิติรูปเดียวกัน คนละ 1 แผ่น ตามรูป ให้น�ำมาพับตามรอยเส้น เพื่อประกอบเป็นรูปสามมิติ จากแผ่นกระดาษรูปคลี่ข้างต้น นักเรียนแต่ละคนพับและประกอบเป็นรูปเรขาคณิต สามมิติแล้ว ผลปรากฏเป็นดังนี้ จงพิจารณาว่า นักเรียนคนใดที่พับและประกอบเป็นรูปเรขาคณิตสามมิติได้ถูกต้อง ตอบ ..........................................................................................................................................................


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 67 ตัวชี้วัด ค 2.2 ป.6/4 ระบุรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบจากรูปคลี่และระบุรูปคลี่ของรูป เรขาคณิตสามมิติ รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย เด็กชายพุฒิภัทร แนวคิด ตอบ นักเรียนคนที่พับและประกอบเป็นรูปเรขาคณิตสามมิติได้ถูกต้องคือเด็กชายพุฒิภัทร เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน เด็กชายพุฒิภัทร (ถูก) เด็กหญิงเพียงขวัญ (ผิด) เด็กหญิงมาลัย (ผิด) เด็กชายทรงยศ (ผิด)


คูมือการใชเครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 68 17. ปริมำณกำรผลิตไฟฟ้ำของกำรไฟฟ้ำฝ่ำยผลิตแห่งประเทศไทย ในช่วง 6 เดือนแรกของ ปี พ.ศ. 2564 เป็นดังนี้ ทั้งนี้กำรไฟฟ้ำฝ่ำยผลิตแห่งประเทศไทยได้ประมำณกำรควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำในช่วง เดือนมกรำคม - เมษำยน 2564 คำดว่ำเท่ำกับ 60,685 ล้ำนหน่วย จำกข้อมูล ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2564 กำรไฟฟ้ำฝ่ำยผลิตแห่งประเทศไทย มีกำรผลิตไฟฟ้ำเกินจำก ควำมต้องกำรกี่ล้ำนหน่วย ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 3.1 ป.5/1 ใช้ข้อมูลจำกกรำฟเส้นในกำรหำค�ำตอบของโจทย์ปัญหำ รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย มีกำรผลิตไฟฟ้ำเกินจำกควำมต้องกำร 3,715 ล้ำนหน่วย แนวคิด ปริมำณกำรผลิตไฟฟ้ำของกำรไฟฟ้ำฝ่ำยผลิตแห่งประเทศไทย ในช่วงเดือน มกรำคม - เมษำยน 2564 เท่ำกับ 15,500 + 14,300 + 18,000 + 16,600 = 64,400 ล้ำนหน่วย และประมำณกำรควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำ ในช่วงเดือน มกรำคม - เมษำยน 2564 คือ 60,685 ล้ำนหน่วย จึงได้ว ่ำ ในช ่วง 4 เดือนแรกของปี 2564 กำรไฟฟ้ำฝ ่ำยผลิตแห ่งประเทศไทย มีกำรผลิตไฟฟ้ำส ่วนเกินจำกควำมต้องกำรพลังงำนไฟฟ้ำในช ่วงระยะเวลำดังกล ่ำวจ�ำนวน 64,400 – 60,685 = 3,715 ล้ำนหน่วย ตอบ มีกำรผลิตไฟฟ้ำเกินจำกควำมต้องกำร 3,715 ล้ำนหน่วย เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้ 3 คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 69 18. จากข้อมูล ลุงแก้วปลูกเงาะต่างจากปลูกทุเรียนและฝรั่งรวมกันกี่ต้น ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 3.1 ป.6/1 ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปวงกลมในการหาค�ำตอบของโจทย์ปัญหา รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ เฉลย ลุงแก้วปลูกเงาะต่างจากปลูกทุเรียนและฝรั่งรวมกัน 9 ต้น เงาะ มะม่วง, 15% ทุเรียน, 28% ฝรั่ง, 10% มังคุด, 12% ลุงแก้วปลูกผลไม้รวมกันทั้งหมด 300 ต้น ในสัดส่วนดังแผนภูมิวงกลม ต่อไปนี้


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 70 แนวคิด ปลูกเงาะ 100 – (28 + 15 + 10 + 12) = 100 – 65 % = 35 % ในสวนลุงแก้ว มีผลไม้ทั้งหมด 300 ต้น ดังนั้น ปลูกเงาะ คิดเป็น × 300 = 105 ต้น ปลูกทุเรียน คิดเป็น × 300 = 84 ต้น ปลูกฝรั่ง คิดเป็น × 300 = 30 ต้น ปลูกฝรั่งรวมกับทุเรียน 84 + 30 = 114 ต้น ดังนั้น ลุงแก้วปลูกเงาะต่างจากปลูกทุเรียนและฝรั่ง 114 – 105 = 9 ต้น ตอบ ลุงแก้วปลูกเงาะต่างจากปลูกทุเรียนและฝรั่ง 9 ต้น เกณฑ์การให้คะแนน ตอบถูกได้3 คะแนน ตอบผิดได้0 คะแนน เงาะ มะม่วง, 15% ทุเรียน, 28% ฝรั่ง, 10% มังคุด, 12% 35 100 28 100 10 100


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 71 ตอนที่ 2 แบบแสดงวิธีท�ำ ให้นักเรียนเขียนแสดงวิธีท�ำลงในกระดาษค�ำตอบ (ข้อ 19 - 20) 19. ในสวนผลไม้ของคุณปู่ ปลูกต้นทุเรียน 150 ต้น ปลูกต้นมะม่วง คิดเป็นร้อยละ 60 ของจ�ำนวนต้นทุเรียน และปลูกต้นมังคุด คิดเป็นร้อยละ 50 ของจ�ำนวนต้นมะม่วง จากข้อมูล คุณปู่ปลูกต้นทุเรียน ต้นมะม่วงและต้นมังคุด รวมกันทั้งหมดกี่ต้น วิธีท�ำ......................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ค 1.1 ป.6/12 แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์ปัญหาร้อยละ 2-3 ขั้นตอน รูปแบบ แสดงวิธีท�ำ ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ แนวเฉลย/เกณฑ์การให้คะแนน วิธีท�ำ ขั้นที่ (1) : แสดงวิธีหาจ�ำนวนต้นมะม่วง ในสวนผลไม้ของคุณปู่ ปลูกต้นทุเรียน 150 ต้น ปลูกต้นมะม่วง คิดเป็นร้อยละ 60 ของจ�ำนวนต้นทุเรียน จะได้ต้นมะม่วง × 150 = 90 ต้น (3 คะแนน) ขั้นที่ (2) : แสดงวิธีหาจ�ำนวนต้นมังคุด ปลูกต้นมังคุด คิดเป็นร้อยละ 50 ของจ�ำนวนต้นมะม่วง จะได้ต้นมังคุด × 90 = 45 ต้น (3 คะแนน) ขั้นที่ (3) : แสดงวิธีหาผลรวมของจ�ำนวนต้นทุเรียน ต้นมะม่วงและต้นมังคุด ดังนั้น คุณปู่ปลูกต้นทุเรียน ต้นมะม่วงและต้นมังคุด รวมกันได้ 150 + 90 + 45 = 285 ต้น (1 คะแนน) ขั้นที่ (4) : แสดงค�ำตอบผลรวมของจ�ำนวนต้นทุเรียน ต้นมะม่วงและต้นมังคุด ตอบ คุณปู่ปลูกต้นทุเรียน ต้นมะม่วงและต้นมังคุด รวมกันได้๒๘๕ ต้น (1 คะแนน) 60 100 50 100


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 72 20. ในชั่วโมงเรียนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ครูสมชายสอนแสดงวิธี หาค�ำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม โดยก�ำหนด รูปสี่เหลี่ยมมุมฉากรูปหนึ่งมีวงกลมขนาดไม่เท่ากัน 2รูปบรรจุอยู่ภายใน พร้อมก�ำหนดเงื่อนไข ให้นักเรียน ดังรูปและรายละเอียด ต่อไปนี้ ก�ำหนด : วงกลมวงใหญ่มีรัศมี7 เซนติเมตร และ วงกลมวงเล็กมีรัศมี0.7 เซนติเมตร สี่เหลี่ยมมุมฉากรูปนี้มีด้านยาว เท่ากับ 15.4 เซนติเมตร จากข้อมูลที่ก�ำหนดให้ครูสมชายหาพื้นที่ส่วนที่อยู่ภายนอกวงกลมในสี่เหลี่ยมมุมฉากรูปนี้ได้เท่ากับ กี่ตารางเซนติเมตร (ก�ำหนดให้π = ) วิธีท�ำ ................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................. ตัวชี้วัด ค 2.1 ป.6/3 แสดงวิธีหาค�ำตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูป และพื้นที่ ของวงกลม รูปแบบ แสดงวิธีท�ำ ระดับพฤติกรรม ประยุกต์ใช้ 22 7


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 73 แนวเฉลย/เกณฑ์การให้คะแนน ขั้นที่ วิธีท�ำ คะแนน (1) หาความยาวของด้านกว้างของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากได้7 + 7 = 14 เซนติเมตร 1 (2) จะได้ว่า พื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เท่ากับ กว้าง × ยาว = 14 × 15.4 = 215.60 ตารางเซนติเมตร 1 (3) เนื่องจาก รูปวงกลมรูปใหญ่ มีรัศมียาวเท่ากับ 7 เซนติเมตร จะได้ว่า พื้นที่รูปวงกลมรูปใหญ่ เท่ากับ πr 2 = × 7 × 7 = 154 ตารางเซนติเมตร 2 (4) และ รูปวงกลมรูปเล็ก มีรัศมียาวเท่ากับ 0.7 เซนติเมตร จะได้ว่า พื้นที่รูปวงกลมรูปเล็ก เท่ากับ πr 2 = × 0.7 × 0.7 = 1.54 ตารางเซนติเมตร 2 (5) ดังนั้น ครูสมชายหาพื้นที่ส่วนที่อยู่ภายนอกวงกลมในสี่เหลี่ยมมุมฉากรูปนี้ ได้เท่ากับ 215.60 – 154 – 1.54 = 60.06 ตารางเซนติเมตร 1 (6) ตอบ พื้นที่ส่วนที่อยู่ภายนอกวงกลมในสี่เหลี่ยมมุมฉากรูปนี้๖๐.๐๖ ตารางเซนติเมตร 1 22 7 22 7


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 74 2.3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค�ำชี้แจงแบบทดสอบกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับประถมศึกษา 1. แบบทดสอบฉบับนี้มี20 ข้อ คะแนนเต็ม 64 คะแนน ให้เวลาท�ำแบบทดสอบ 60 นาที 2. แบบทดสอบมี2 แบบ ดังนี้ แบบที่ 1 แบบเขียนตอบสั้น จ�ำนวน 18 ข้อ (ข้อละ 3 คะแนน รวม 54 คะแนน) ตัวอย่าง ศึกษาข้อมูล แล้วตอบค�ำถาม ข้อ 0. เรื่อง หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง หมู่บ้านร่มสุขเป็นหมู่บ้านที่ประชากรยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงครอบครัวของโก้ปลูกผัก ปลอดสารพิษ ซึ่งแบ่งพืชที่ปลูกในแปลง ได้แก่ ผักบุ้ง หอม ขิง ข่า เขาปลูกบวบ มะระ เป็นซุ้ม ลอยฟ้า และปลูกต�ำลึง ถั่วพู เป็นผักสวนครัวรั้วกินได้เขายังมีพื้นที่ว่าง จึงขุดบ่อเลี้ยงปลาดุก พันธุ์บิ๊กอุย ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างปลาดุกยักษ์กับปลาดุกอุย เป็นพันธุ์ที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว น�้ำหนักดี ท�ำให้ครอบครัวของโก้มีรายได้เพิ่มขึ้น 0. ถ้าจัดประเภทของพืชที่ครอบครัวโก้ปลูกโดยใช้ลักษณะภายนอกเป็นเกณฑ์จะจัดได้กี่ประเภท อะไรบ้าง ตอบ .................................................................................................................................................... วิธีการตอบ ให้นักเรียนเขียนตอบในกระดาษค�ำตอบตามที่โจทย์สั่ง ดังนี้ ตอบ จัดได้2 ประเภท ได้แก่ พืชล�ำต้นบนดินและพืชล�ำต้นใต้ดิน เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม (3 คะแนน) คะแนนบางส่วน (1.5 คะแนน) ไม่ได้คะแนน (0 คะแนน) เมื่อระบุประเภทของพืช โดยใช้ ลักษณะภายนอกเป็นเกณฑ์ได้ 2 ประเภท คือ ล�ำต้นบนดิน และล�ำต้นใต้ดิน เมื่อระบุประเภทของพืช โดยใช้ ลักษณะภายนอกเป็นเกณฑ์ได้ 2 ประเภท แต่ไม่ระบุว่าเป็น ล�ำต้นบนดินและล�ำต้นใต้ดิน เมื่อไม่ตอบ หรือตอบไม่ถูกต้อง


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 75 แบบที่ 2 แบบเขียนตอบอิสระ จ�ำนวน 2 ข้อ (ข้อละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน) ตัวอย่าง 00. จากข้อมูลในตัวอย่างที่ 0. ถ้าต้องการให้หน้าบ้านมีความความร่มรื่น สวยงาม และเพิ่มมูลค่า บริเวณหน้าบ้านจะต้องปลูกพืชชนิดใดบ้าง (3 ชนิด) พร้อมอธิบายเหตุผล ตอบ .................................................................................................................................................. วิธีการตอบ ให้นักเรียนเขียนตอบในกระดาษค�ำตอบตามที่โจทย์สั่ง ดังนี้ ตอบ ปลูกไม้ยืนต้น เช่น ขนุน มะม่วง ทุเรียน เพราะให้ความร่มรื่น มีผลรับประทาน และจ�ำหน่ายได้ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม (5 คะแนน) คะแนนบางส่วน (2.5 คะแนน) ไม่ได้คะแนน (0 คะแนน) เมื่อบอกชนิดของพืชที่เป็น ไม้ยืนต้นและให้ความร่มรื่นได้ ถูกต้องจ�ำนวน 3 ชนิดครบถ้วน พร้อมอธิบายเหตุผลเพิ่มเติม - ปลูกไม้ยืนต้น เช่น ขนุน มะม่วง ทุเรียน ฯลฯ เพราะ ให้ความร่มรื่น มีผลรับประทาน และจ�ำหน่ายได้ ฯลฯ เมื่อบอกชนิดของพืชที่เป็น ไม้ยืนต้นและให้ความร่มรื่นได้ 1 - 2 ชนิด หรือไม่อธิบาย เหตุผลเพิ่มเติม - ต้นทุเรียน - ต้นสะเดา ฯลฯ เมื่อระบุชนิดของพืชที่ไม่ใช่ ไม้ยืนต้น - ขิง - ข่า ฯลฯ ห้ามเปิดข้อสอบจนกว่ากรรมการก�ำกับการสอบจะอนุญาต


คูมือการใชเครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 76 1. จำกข้อมูล ถ้ำน�ำสิ่งมีชีวิตในภำพมำเขียนโซ ่อำหำร สิ่งมีชีวิตชนิดใดบ้ำงที่เป็นผู้บริโภคอันดับที่ 1 โปรดระบุให้ถูกต้อง 3 ชนิด ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ว 1.1 ป.5/3 เขียนโซ่อำหำรและระบุบทบำทหน้ำที่ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิตและผู้บริโภค ในโซ่อำหำร รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม เข้ำใจ แนวคิด เมื่อน�ำสิ่งมีชีวิตในภำพมำเขียนเป็นโซ่อำหำร จะมี E เป็นผู้ผลิต มี D F I เป็นผู้บริโภค อันดับที่ 1 ซึ่งเป็นสัตว์กินพืช และมี A C G เป็นผู้บริโภคอันดับที่ 2 ซึ่งเป็นสัตว์กินสัตว์ ส่วน B และ H เป็นผู้บริโภคอันดับที่ 3 เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม (3 คะแนน) คะแนนบางส่วน (1.5 คะแนน) ไม่ได้คะแนน (0 คะแนน) เมื่อระบุสิ่งมีชีวิตซึ่งเป็นผู้บริโภค อันดับที่ 1 ได้ถูกต้องครบทั้ง 3 ชนิด แนวค�าตอบ - D F และ I - ผีเสื้อ หนอน กระรอก เมื่อระบุสิ่งมีชีวิตซึ่งเป็นผู้บริโภค อันดับที่ 1 ได้ถูกต้องเพียง 2 ชนิด เมื่อระบุสิ่งมีชีวิตซึ่งเป็นผู้บริโภค อันดับที่ 1 ได้ถูกต้องเพียงชนิดเดียว หรือไม่ถูกต้อง หรือไม่ตอบ A B D H I C F E G


ระดับประถมศึกษา คูมือการใชเครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 77 2. จำกข้อมูล ถ้ำนักเรียนรับประทำนอำหำรประเภทโปรตีน นักเรียนจะได้รับวิตำมินชนิดใดบ้ำง (โปรดระบุ 3 ชนิด) ตอบ ............................................................................................................................................................ ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.6/1 ระบุสำรอำหำรและบอกประโยชน์ของสำรอำหำรแต่ละประเภท จำกอำหำร ที่ตนเองรับประทำน รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม เข้ำใจ แนวคิด วิตำมินเป็นสำรอำหำรที่ได้จำกอำหำรในหมู่ต่ำง ๆ แต่วิตำมิน 3 ชนิด ที่มีอยู่ในอำหำร หมู่ที่ 1 กลุ่มโปรตีน ได้แก่ วิตำมิน B1, B12, D ซึ่งเป็นอำหำรในรำยกำรที่ 2, 7 และ 9 ดังนี้ 1. วิตำมิน B1 ได้จำกเนื้อสัตว์ ไข่แดง เนื้อปลำ นม ถั่ว 2. วิตำมิน B12 ได้จำกน�้ำนม กุ้ง หอยนำงรม ปลำทู 3. วิตำมิน D ได้จำกน�้ำนม ไข่แดง ตับ A B12 B1 C B2 D B5 K B6 P B9 E, F


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 78 เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม (3 คะแนน) คะแนนบางส่วน (1.5 คะแนน) ไม่ได้คะแนน (0 คะแนน) เมื่อระบุชื่อวิตามินได้ถูกต้องครบ ทั้ง 3 ชนิด แนวค�ำตอบ วิตามิน B1, B12 และ D เมื่อระบุชื่อวิตามินครบ 3 ชนิด แต่ถูกต้องเพียง 2 ชนิด แนวค�ำตอบ - วิตามิน B1, B12, A หรือ - B1, D, C - B12, D, K - B1, B12, E - B1, B6, B12 ฯลฯ หรือระบุชื่อวิตามินได้ถูกต้อง 2 ชนิด แนวค�ำตอบ - B1 และ B12 - B12 และ D ฯลฯ เมื่อระบุชื่อวิตามินครบ 3 ชนิด แต่ถูกต้องเพียง 1 ชนิด แนวค�ำตอบ วิตามิน B1, B2, A หรือ - B1, E, C - B12, C, K - C, D, E - B1, B6, A หรือ ระบุได้ถูกต้องเพียง 1 ชนิด - B1 - B12 - D หรือตอบไม่ถูกต้องทั้ง 3 ชนิด หรือไม่ตอบ


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 79 3. เด็กวัยเรียนต้องการพลังงานวันละกี่กิโลแคลอรี ข้อมูลปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่เด็กวัยเรียนควรได้รับประจ�ำวันส�ำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 โดยส�ำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าความต้องการพลังงาน โดยทั่วไปของเด็กวัยเรียนในการท�ำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นไปตามตาราง ดังนี้ อายุ (ปี) พลังงานที่ต้องการ (กิโลแคลอรีต่อวัน) กิจกรรมทางกาย - เบา กิจกรรมทางกาย - ปานกลาง กิจกรรมทางกาย - หนัก ชาย หญิง ชาย หญิง ชาย หญิง 6 - 8 1,438 1,320 1,746 1,603 2,054 1,886 9 - 12 1,803 1,653 2,190 2,008 2,576 2,362 ที่มา : www.thaidietetics.org/wp-content/uploads/2020/04/dri2563.pdf เด็กชายเอ เป็นนักเรียนชั้น ป.5 ต้องฝึกซ้อมกีฬาอย่างหนักทุกวัน ได้รับพลังงานจาก สารอาหาร 2,008 กิโลแคลอรีต่อวัน เด็กหญิงบีเป็นนักเรียนชั้น ป.5 ท�ำกิจกรรมยามว่างโดยการดูหนังฟังเพลงได้รับพลังงาน จากสารอาหาร 1,700 กิโลแคลอรีต่อวัน จากข้อมูล การได้รับพลังงานจากสารอาหารของเด็กชายเอและเด็กหญิงบีมีความเหมาะสมเพียงพอ หรือไม่ เพราะอะไร ตอบ ........................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.6/2 บอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ รูปแบบ เขียนตอบอิสระ ระดับพฤติกรรม เข้าใจ


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 80 เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม (5 คะแนน) คะแนนบางส่วน (2.5 คะแนน) ไม่ได้คะแนน (0 คะแนน) เมื่อระบุการได้รับพลังงานจาก สารอาหารของเด็กชายเอว่า ไม่เพียงพอ และเด็กหญิงบีได้รับ พลังงานจากสารอาหารเพียงพอ ได้ถูกต้อง พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลถึง ปริมาณที่แต่ละคนควรได้รับ ที่สอดคล้องกับกิจกรรมของแต่ละคน ตามตารางได้สมเหตุสมผล แนวค�ำตอบ - เด็กชายเอไม่เพียงพอ เพราะ เด็กชายเอท�ำกิจกรรมฝึกซ้อมกีฬา ซึ่งต้องใช้พลังงานมาก ดังนั้นปริมาณ พลังงานที่ควรได้รับของเด็กชายเอ ต้องไม่น้อยกว่า 2,576 กิโลแคลอรี ต่อวัน ในขณะที่เด็กหญิงบี ท�ำกิจกรรมเบา ๆ โดยการดูหนัง ฟังเพลง ซึ่งใช้พลังงานไม่มาก ดังนั้น ปริมาณพลังงานที่ควรได้รับของ เด็กหญิงบีต้องไม่น้อยกว่า 1,653 กิโลแคลอรีต่อวัน แต่ในข้อมูลระบุว่า เด็กหญิงบีได้รับพลังงาน 1,700 กิโลแคลอรีต่อวัน จึงเพียงพอ กับความต้องการของร่างกาย เมื่อระบุการได้รับพลังงานจาก สารอาหารของเด็กชายเอว่าไม่เพียงพอ และเด็กหญิงบีได้รับพลังงานจาก สารอาหารเพียงพอได้ถูกต้อง โดย ไม่ระบุหรืออธิบายเหตุผลถึงปริมาณ ที่แต่ละคนควรได้รับที่สอดคล้องกับ กิจกรรมของแต่ละคนตามตาราง หรือตอบการได้รับพลังงานจาก สารอาหารของคนใดคนหนึ่งพร้อม อธิบายเหตุผล ได้สมเหตุสมผล แนวค�ำตอบ - เด็กชายเอได้รับไม่เพียงพอ เพราะเด็กชายเอท�ำกิจกรรมฝึกซ้อม กีฬาซึ่งต้องใช้พลังงานมาก ซึ่ง เด็กชายเอควรได้รับพลังงานไม่น้อยกว่า 2,576 กิโลแคลอรีต่อวัน - เด็กหญิงบีได้รับเพียงพอ เพราะ ท�ำกิจกรรมเบา ๆ ซึ่งใช้พลังงาน ไม่น้อยกว่า 1,653 กิโลแคลอรีต่อวัน ซึ่งเด็กหญิงบีได้รับพลังงานมากกว่า - เด็กชายเอได้รับไม่เพียงพอ แต่เด็กหญิงบีได้รับเพียงพอ ฯลฯ เมื่อตอบไม่เกี่ยวข้อง หรือไม่ตอบ


ระดับประถมศึกษา คูมือการใชเครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 81 4. ไทก้ำ ได้สร้ำงแบบจ�ำลองระบบย่อยอำหำร เพื่อใช้ในกำรอธิบำยเพื่อน ๆ ดังภำพ จำกภำพ ถ้ำมื้อเที่ยงวันนี้ ไทก้ำรับประทำนเป็ดย ่ำง ระบบกำรย ่อยอำหำรที่เป็นกำรย ่อยเชิงเคมี เกิดขึ้นที่บริเวณใดบ้ำง ตอบ ............................................................................................................................................................ ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.6/4 สร้ำงแบบจ�ำลองระบบย่อยอำหำร และบรรยำยหน้ำที่ของอวัยวะในระบบ ย่อยอำหำร รวมทั้งอธิบำยกำรย่อยอำหำรและกำรดูดซึมสำรอำหำร รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม เข้ำใจ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม (3 คะแนน) คะแนนบางส่วน (1.5 คะแนน) ไม่ได้คะแนน (0 คะแนน) เมื่อระบุบริเวณที่มีกำรย่อยเป็ดย่ำง ซึ่งเป็นสำรอำหำรประเภทโปรตีน จะมี กำรย่อยเชิงเคมีที่กระเพำะอำหำร (บริเวณ D) และที่ล�ำไส้เล็ก (บริเวณ E) ในระบบย่อยอำหำรได้ถูกต้อง ครบถ้วนทั้ง 2 บริเวณ แนวค�าตอบ - บริเวณ D และ E - บริเวณ D และบริเวณ E - ที่กระเพำะอำหำร (บริเวณ D) และที่ล�ำไส้เล็ก (บริเวณ E) เมื่อระบุบริเวณที่มีกำรย่อยเป็ดย่ำง ซึ่งเป็นสำรอำหำรประเภทโปรตีน จะมีกำรย่อยเชิงเคมีในระบบย่อย อำหำรได้ถูกต้อง เพียง 1 บริเวณ แนวค�าตอบ - D - E - บริเวณ D - บริเวณ E - กระเพำะอำหำร (บริเวณ D) - ล�ำไส้เล็ก (บริเวณ E) เมื่อไม่ตอบ หรือตอบไม่ถูกต้อง A C B D E F G


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 82 5. แป้ง ศึกษาสัตว์5 ชนิด และบันทึกข้อมูลผลการศึกษาดังตาราง ชนิด ของสัตว์ สัตว์เลือดอุ่น หรือสัตว์เลือดเย็น การออกลูก การหายใจ การปฏิสนธิ 1 สัตว์เลือดอุ่น เป็นตัว ปอด ภายใน 2 สัตว์เลือดอุ่น เป็นไข่บนบก ปอด ภายใน 3 สัตว์เลือดเย็น เป็นไข่บนบก ปอด ภายใน 4 สัตว์เลือดเย็น เป็นไข่ในน�้ำ ผิวหนัง เหงือก ปอด ภายนอก 5 สัตว์เลือดเย็น เป็นไข่ในน�้ำ เหงือก ภายนอก จากข้อมูล ถ้าแป้งต้องการจัด โลมา นก และจระเข้เข้ากลุ่มตามข้อมูลในตาราง สัตว์ทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว ควรจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับสัตว์ในตารางชนิดใด เพราะอะไร ตอบ ........................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ว 1.3 ป.4/4 บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังในกลุ่มปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน�้ำสะเทินบกกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานกลุ่มนกและกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน�้ำนม และยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในแต่ละกลุ่ม รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ แนวคิด จากข้อมูล โลมา เป็นสัตว์เลือดอุ่น ออกลูกเป็นตัว หายใจด้วยปอด มีการปฏิสนธิภายใน เป็นสัตว์ กลุ่มเดียวกับสัตว์ชนิดที่ 1 นก เป็นสัตว์เลือดอุ่น ออกลูกเป็นไข่บนบก หายใจด้วยปอด มีการปฏิสนธิภายใน เป็นสัตว์ กลุ่มเดียวกับสัตว์ชนิดที่ 2 จระเข้ เป็นสัตว์เลือดเย็น ออกลูกเป็นไข่บนบก หายใจด้วยปอด มีการปฏิสนธิภายใน เป็นสัตว์กลุ่มเดียวกับสัตว์ชนิดที่ 3


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 83 เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม (3 คะแนน) คะแนนบางส่วน (1.5 คะแนน) ไม่ได้คะแนน (0 คะแนน) เมื่อจัดกลุ่มของ โลมา นก และ จระเข้ เข้ากลุ่มสัตว์ในตาราง ได้ถูกต้อง พร้อมให้เหตุผลประกอบ ได้อย่างสมเหตุสมผล แนวค�ำตอบ จากตาราง โลมา นก จระเข้ เป็นสัตว์ในกลุ่มเดียวกับ สัตว์ชนิดที่ 1, 2, 3 ตามล�ำดับ เพราะ โลมา เป็นสัตว์เลือดอุ่น ออกลูกเป็นตัว หายใจด้วยปอด มีการปฏิสนธิภายใน จัดอยู่กลุ่มเดียว กับสัตว์ชนิดที่ 1 นก เป็นสัตว์เลือดอุ่น ออกลูก เป็นไข่บนบก หายใจด้วยปอด มีการ ปฏิสนธิภายใน จัดอยู่กลุ่มเดียวกับ สัตว์ชนิดที่ 2 จระเข้เป็นสัตว์เลือดเย็น ออกลูก เป็นไข่บนบก หายใจด้วยปอด มีการ ปฏิสนธิภายใน จัดอยู่กลุ่มเดียวกับ สัตว์ชนิดที่ 3 เมื่อจัดกลุ่มของ โลมา นก และ จระเข้เข้ากลุ่มสัตว์ในตาราง ได้ถูกต้องทั้ง 3 ชนิด แต่ไม่ให้ เหตุผลประกอบ แนวค�ำตอบ - จากตาราง สัตว์ที่ตรงกับ โลมา นก จระเข้คือ สัตว์ชนิดที่ 1, 2, 3 หรือ จัดกลุ่มของ โลมา นก และ จระเข้พร้อมให้เหตุผลประกอบ ได้ถูกต้อง 1 - 2 ชนิด เมื่อไม่ตอบ หรือจัดกลุ่มไม่ถูกต้อง หรือตอบไม่ถูกต้อง


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 84 6. สุนีย์วัดอุณหภูมิของวัสดุ A B C และ D บันทึกลงในตาราง แล้วน�ำวัสดุทั้ง 4 จุ่มใน บีกเกอร์ที่มีน�้ำเดือดเป็นเวลา 10 นาทีและบันทึกอุณหภูมิของวัสดุชนิดต่างๆ หลังจุ่มในบีกเกอร์ ดังนี้ วัสดุ อุณหภูมิก่อนจุ่ม ( ํC) อุณหภูมิหลังจุ่ม ( ํC) A 27 45 B 27 92 C 27 28 D 27 64 จากข้อมูล ถ้าคุณน้าต้องการผลิตขวดน�้ำที่สามารถเก็บความร้อนและความเย็นได้สุนีย์ควรแนะน�ำให้ คุณน้าเลือกใช้วัสดุใด เพราะเหตุใด ตอบ ........................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การน�ำ ความร้อน และการน�ำไฟฟ้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลองและระบุ การน�ำสมบัติเรื่องความแข็งสภาพยืดหยุ่น การน�ำความร้อน และการน�ำไฟฟ้าของวัสดุไปใช้ ในชีวิตประจ�ำวัน ผ่านกระบวนการออกแบบชิ้นงาน รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ แนวคิด จากตารางแสดงอุณหภูมิของวัสดุชนิดต่าง ๆ ก่อนจุ่มและหลังจุ่มในน�้ำเดือด เป็นเวลา 10 นาทีซึ่งจะเห็นว่าวัสดุที่มีอุณหภูมิก่อนและหลังจุ่มน�้ำเดือดแล้วมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นมาก เช่น วัสดุ B มีอุณหภูมิหลังจุ่มน�้ำเดือดเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง92 ํC แสดงถึงการน�ำความร้อนที่ดีแสดงถึงเป็นโลหะและวัสดุ ที่มีอุณหภูมิก่อนและหลังจุ่มในน�้ำเดือด มีอุณหภูมิต่างกันน้อยคือวัสดุC มีอุณหภูมิหลังจุ่มน�้ำเดือดเพิ่ม ขึ้นต�่ำที่สุด คือ 28 ํC แสดงว่าเป็นวัสดุที่ไม่น�ำความร้อน หรือความร้อนผ่านได้น้อย จึงเหมาะส�ำหรับใช้ กักเก็บความร้อนหรือความเย็นได้ดีจะเห็นว่าวัสดุ C เหมาะแก่การน�ำไปใช้ในการท�ำขวดน�้ำที่สามารถ เก็บความร้อนและความเย็นได้


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 85 เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม (3 คะแนน) คะแนนบางส่วน (1.5 คะแนน) ไม่ได้คะแนน (0 คะแนน) เมื่อระบุชนิดของวัสดุ C ได้ถูกต้อง พร้อมให้เหตุผลประกอบที่แสดงถึง การเป็นตัวน�ำความร้อนที่ไม่ดีหรือ เป็นฉนวนได้ถูกต้องสมเหตุสมผล แนวค�ำตอบ - วัสดุ C เพราะเป็นวัสดุที่ไม่น�ำ ความร้อน หรือความร้อนผ่านได้น้อย - วัสดุ C เพราะเป็นฉนวนความร้อน จึงกักเก็บความร้อนหรือความเย็น ได้ดี - วัสดุ C น�ำความร้อนไม่ดี เมื่อระบุชนิดของโลหะได้ถูกต้อง แต่ไม่ให้เหตุผลประกอบ หรือระบุ เฉพาะเหตุผลของวัสดุที่น�ำความร้อน ได้ไม่ดี แนวค�ำตอบ - วัสดุที่สามารถจะกักเก็บความร้อน หรือความเย็นได้ดีคือ C - วัสดุ C น�ำความร้อนไม่ดี - วัสดุ C เพราะอุณหภูมิใกล้เคียงกัน - วัสดุC เพราะอุณหภูมิต่างกันไม่มาก เมื่อไม่ตอบ หรือตอบ ไม่ถูกต้อง


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 86 7. ก้อย ปั่นจักรยานเพื่อไปเรียนร้อยลูกปัดกับคุณยาย โดยถือกล่องพลาสติกที่บรรจุขวด ที่มีน�้ำโดยไม ่มีฝาปิด มีถุงลูกปัด ถุงเข็มเย็บผ้า โดยไม ่ได้มัดถุง ในระหว่างทางรถล้มท�ำให้ ของทุกอย่างในกล่องหกมารวมกัน จากข้อมูล ก้อยต้องการแยกสิ่งของทั้งหมดออกจากกัน จะใช้กระบวนการแยกแบบใด จึงจะแยกสิ่งของ ออกจากกันได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสมที่สุด ตอบ ........................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ว 2.1 ป.6/1 อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูดการรินออกการกรองและการตกตะกอนโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจ�ำวันเกี่ยวกับการแยกสาร รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม เข้าใจ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม (3 คะแนน) คะแนนบางส่วน (1.5 คะแนน) ไม่ได้คะแนน (0 คะแนน) เมื่อระบุวิธีการแยกสิ่งของทั้งหมด ออกจากกันได้อย่างถูกต้อง ครบกระบวนการ แนวค�ำตอบ - กรอง Ô หยิบออก หรือ - กรอง Ô ดูดด้วยแม่เหล็ก หรือ - ดูดด้วยแม่เหล็ก Ô หยิบออก เมื่อระบุวิธีการแยกสิ่งของทั้งหมด ออกจากกันได้อย่างถูกต้อง เพียงวิธีการเดียว แนวค�ำตอบ - กรอง - หยิบออก - ดูดด้วยแม่เหล็ก เมื่อไม่ตอบ หรือตอบไม่ถูกต้อง


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 87 8. ญาญ ่า ท�ำการทดลอง น�ำวัตถุ 2 ชิ้น มาขัดถูกัน แล้วน�ำวัตถุทั้งสองมาอยู ่ใกล้กัน ได้ผลดังตาราง วัตถุ ผลการสังเกต ดึงดูด ผลัก ลูกโป่งกับลูกโป่ง / ลูกโป่งกับแผ่นพลาสติกใส / ปากกาพลาสติกกับแผ่นพีวีซี / ไม้บรรทัดพลาสติกกับลูกโป่ง / วัตถุ A กับวัตถุB / วัตถุB กับวัตถุB / วัตถุ A กับไม้บรรทัด / จากข้อมูล การทดลองนี้สรุปผลได้อย่างไร ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ว 2.2 ป.6/1 อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ ่านการขัดถู โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเคราะห์ แนวคิด เมื่อถูวัตถุชนิดเดียวกัน 2 ชิ้น แล้วน�ำเข้ามาใกล้กัน วัตถุทั้งสองจะผลักกัน แต่เมื่อถูวัตถุ ต่างชนิด 2 ชิ้น แล้วน�ำมาเข้าใกล้กัน วัตถุทั้งสองชิ้นจะดึงดูดหรือผลักกันได้ขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุ แรงไฟฟ้าอาจท�ำให้วัตถุสองชิ้นที่ผ่านการถูเกิดการดึงดูดหรือผลักกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุ


คู่มือการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 88 เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม (3 คะแนน) คะแนนบางส่วน (1.5 คะแนน) ไม่ได้คะแนน (0 คะแนน) เมื่อระบุเหตุผลว่า วัตถุชนิดเดียวกัน 2 ชิ้น หลังการขัดถูกันเมื่อน�ำเข้ามา ใกล้กันวัตถุทั้งสองจะผลักกัน และ วัตถุต่างชนิด 2 ชิ้น น�ำเข้ามาใกล้กัน วัตถุจะดึงดูดหรือผลักกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุ แนวค�ำตอบ - แรงไฟฟ้าที่เกิดจากวัตถุชนิด เดียวกันน�ำเข้ามาใกล้กันจะผลักกัน แต่เมื่อน�ำวัตถุต่างกันมาเข้าใกล้กัน จะดึงดูดหรือผลักกันก็ได้ขึ้นอยู่กับ ชนิดของวัตถุ - แรงไฟฟ้าท�ำให้วัตถุสองชิ้นดึงดูด หรือผลักกันขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุ - ชนิดของวัตถุต่างกันท�ำให้เกิดแรง ไฟฟ้าต่างกัน จึงดูดกัน วัตถุ ชนิดเดียวกันท�ำให้เกิดแรงไฟฟ้า เหมือนกันจึงผลักกัน เมื่อระบุเหตุผลการดึงดูดและการผลัก ของวัตถุชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดกัน ได้ถูกต้องอย่างใดอย่างหนึ่ง แนวค�ำตอบ - วัตถุชนิดเดียวกันน�ำเข้ามาใกล้กัน จะผลักกัน - วัตถุต่างชนิดกันน�ำมาเข้าใกล้กัน จะดึงดูดหรือผลักกัน ขึ้นอยู่กับชนิด ของวัตถุ - แรงไฟฟ้าท�ำให้วัตถุสองชิ้นดึงดูด หรือผลักกัน - ปริมาณประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุ ทั้ง 2 เหมือนกันท�ำให้ผลักกัน - แรงดึงดูดของวัตถุ2 ชิ้น เกิดจาก ประจุต่างชนิดกัน เมื่อไม่ตอบ หรือตอบไม่ถูกต้อง


ระดับประถมศึกษา คูมือการใชเครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 89 9. อ้อ น�ำไม้บรรทัดเหล็กไปเคำะกระดิ่งลมทั้ง 6 แท่ง ด้วยแรงที่เท่ำกัน พบว่ำแต่ละอัน จะให้เสียงสูงต�่ำต่ำงกัน จำกข้อมูล ถ้ำต้องกำรได้ยินเสียงกระดิ่งลมจำกเสียงต�่ำไปยังเสียงสูง จะต้องเคำะกระดิ่งลมตำมล�ำดับ หมำยเลขใดไปยังหมำยเลขใด ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ว 2.3 ป.5/2 ระบุตัวแปร ทดลอง และอธิบำยลักษณะและกำรเกิดเสียงสูง เสียงต�่ำ รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเครำะห์ แนวคิด ถ้ำวัตถุที่เป็นต้นก�ำเนิดเสียงสั้นจะสั่นสะเทือนเร็วท�ำให้เกิดเสียงสูง แต่ถ้ำวัตถุที่เป็นต้นก�ำเนิด เสียงยำวจะสั่นสะเทือนช้ำท�ำให้เกิดเสียงต�่ำ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม (3 คะแนน) คะแนนบางส่วน (1.5 คะแนน) ไม่ได้คะแนน (0 คะแนน) เมื่อระบุกำรเรียงล�ำดับเสียงกระดิ่งลม จำกเสียงต�่ำไปยังเสียงสูง โดย กำรเคำะกระดิ่งลมที่ยำวสุดไป หำกระดิ่งลมที่สั้นสุดได้ถูกต้อง ทั้ง 6 แท่ง แนวค�าตอบ 2 4 6 5 3 1 เมื่อระบุกำรเรียงล�ำดับเสียงกระดิ่งลม จำกเสียงต�่ำไปยังเสียงสูง โดย เคำะกระดิ่งลมที่ยำวที่สุดไปหำ กระดิ่งลมที่สั้นสุดถูกต้องอย่ำงน้อย 3 - 5 แท่ง แนวค�าตอบ - 2 4 6 - 5 3 1 - 2 4 6 5 3 - 4 6 5 3 1 เมื่อไม่ตอบ หรือตอบถูกต้อง น้อยกว่ำ 3 แท่ง 1 2 3 4 5 6


คูมือการใชเครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 90 10. มำนะและปรีชำ ศึกษำงำนวิจัยเกี่ยวกับแสง พบว่ำ ยิ่งแสงสว่ำงในโรงเรือนมำกจะยิ่งท�ำให้ เลี้ยงไก่แล้วมีผลต่อกำรเจริญเติบโตของไก่เนื้อมำก มำนะและปรีชำ จึงออกแบบโรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อ พันธุ์เดียวกัน จ�ำนวนเท่ำกัน และให้อำหำรและน�้ำในปริมำณเท่ำกัน โดยเปิดไฟในโรงเรือนเลี้ยงไก่ วันละ 12 ชั่วโมง ดังแผนภำพ จำกข้อมูล ไก่เนื้อในโรงเรือนของใครจะเจริญเติบโตได้ดีกว่ำกัน เพรำะเหตุใด ตอบ .......................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด ว 2.3 ป.6/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของควำมรู้ของกำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำแบบอนุกรม โดยบอกประโยชน์ และกำรประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ�ำวัน รูปแบบ เขียนตอบอิสระ ระดับพฤติกรรม วิเครำะห์ แนวคิด กำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำแบบอนุกรม เมื่อน�ำเซลล์ไฟฟ้ำหลำยเซลล์มำต่อกันจะท�ำให้มีพลังงำนไฟฟ้ำ มำกขึ้น และกำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำแบบอนุกรม จะท�ำให้หลอดไฟฟ้ำมีควำมสว่ำงมำกกว่ำกำรต่อเซลล์ไฟฟ้ำ แบบขนำน โรงเรือนเลี้ยงไก่ของมานะ โรงเรือนเลี้ยงไก่ของปรีชา


ระดับประถมศึกษา คู่มือการใช้เครื่องมือมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 91 เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนเต็ม (5 คะแนน) คะแนนบางส่วน (2.5 คะแนน) ไม่ได้คะแนน (0 คะแนน) เมื่อระบุว่า โรงเรือนของปรีชา และให้เหตุผลแสดงถึงการต่อ เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม จะท�ำให้ หลอดไฟฟ้าสว่างมากกว่า ครบถ้วน ทั้ง 2 ประเด็น แนวค�ำตอบ - โรงเรือนของปรีชา เพราะมีการต่อ วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม - โรงเรือนของปรีชา เพราะไก่ได้รับ แสงสว่างมากกว่า - โรงเรือนของปรีชา เพราะมีการต่อ เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม จึงท�ำให้ หลอดไฟฟ้าสว่างมากกว่า เมื่อระบุว่า โรงเรือนของปรีชา แต่ให้เหตุผลไม่ครบถ้วน หรือ ให้เหตุผลไม่ถูกต้อง หรือไม่ให้เหตุผล แนวค�ำตอบ - โรงเรือนของปรีชา - โรงเรือนของปรีชา เพราะไฟสว่าง - โรงเรือนของปรีชา เพราะมี หลอดไฟฟ้าจ�ำนวนมาก - โรงเรือนของปรีชา เพราะต่อ หลอดไฟฟ้าแบบขนาน เมื่อไม่ตอบ หรือตอบไม่ถูกต้อง ทั้ง 2 ประเด็น


คูมือการใชเครื่องมือประเมินมาตรฐานแบบเขียนตอบ (Essay Test) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับประถมศึกษา 92 11. อ้อยและอิ๋ม ทดลองต่อวงจรไฟฟ้ำแล้วเขียนแผนภำพกำรต่อวงจรไฟฟ้ำ ได้ดังนี้ จำกข้อมูล ถ้ำต้องกำรต ่อวงจรไฟฟ้ำในห้องนั่งเล ่น โดยมีเงื่อนไขว ่ำเมื่อกดปิดไฟแล้ว ยังคงมี หลอดไฟฟ้ำจ�ำนวนมำกที่สุดที่สว่ำงอยู่ ควรเลือกต่อวงจรไฟฟ้ำตำมแผนภำพวงจรไฟฟ้ำใด เพรำะเหตุใด ตอบ ............................................................................................................................................................ ตัวชี้วัด ว 2.3 ป.6/5 ออกแบบกำรทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมำะสมในกำรอธิบำยกำรต่อ หลอดไฟฟ้ำแบบอนุกรมและแบบขนำน รูปแบบ เขียนตอบสั้น ระดับพฤติกรรม วิเครำะห์ แนวคิด กำรต่อหลอดไฟฟ้ำตำมแผนภำพวงจรไฟฟ้ำที่ 1 จะท�ำให้หลอดไฟฟ้ำทุกดวงดับ กำรต่อหลอดไฟฟ้ำตำมแผนภำพวงจรไฟฟ้ำที่ 2 จะท�ำให้เหลือหลอดไฟฟ้ำที่สว่ำงอยู่ 3 ดวง กำรต่อหลอดไฟฟ้ำตำมแผนภำพวงจรไฟฟ้ำที่ 3 จะท�ำให้หลอดไฟฟ้ำทุกดวงดับ กำรต่อหลอดไฟฟ้ำตำมแผนภำพวงจรไฟฟ้ำที่ 4 จะท�ำให้เหลือหลอดไฟฟ้ำที่สว่ำงอยู่ 2 ดวง แผนภาพวงจรไฟฟ้าแบบที่ 1 แผนภาพวงจรไฟฟ้าแบบที่ 2 แผนภาพวงจรไฟฟ้าแบบที่ 3 แผนภาพวงจรไฟฟ้าแบบที่ 4


Click to View FlipBook Version