The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มประเด็นถาม-ตอบ 2568 สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Planmoj.moj, 2024-06-13 06:17:01

เล่มประเด็นถาม-ตอบ 2568 สป.ยธ

เล่มประเด็นถาม-ตอบ 2568 สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม

โครงการส่งเสริมสนับสนุนและบูรณาการ ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนงานยุติธรรม ยกระดัดัดัดับประสิสิสิสิทธิธิธิธิภาพการปฏิฏิฏิฏิบับับับัติติติติงาน (SMART JOB ) สนันันันับสนุนุนุนุการทำทำทำทำงานระหว่ว่ว่ว่างหน่น่น่น่วยงานและ ประสานงานเครืรืรืรือข่ข่ข่ข่าย (SMART PARTNERSHIP) พัฒนาศักศัยภาพของบุคบุลากรเพื่อรองรับรั การปฏิบัฏิติบังติาน ช่วยเหลือผู้เสียหายและผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม แบบบูรบูณาการภายใต้แต้นวคิดคิ "ยุติยุธติรรมใส่ใส่จ (Justicecare)" ผ่าผ่นสำ นักนังานยุติยุธติรรมจังจัหวัดวัจำ นวน 81 แห่งห่ทั่วทั่ประเทศ ยกระดัดัดัดับประสิสิสิสิทธิธิธิธิภาพการปฏิฏิฏิฏิบับับับัติติติติงาน (SMART JOB) พัพัพัพัฒนาการให้ห้ห้ห้บริริริริการและช่ช่ช่ช่วยเหลืลืลืลือประชาชน (SMART SERVICE) “ประชาชนเชื่อมั่นในงานยุติธรรม” สำสำสำสำนันั นันั กงานปลัลั ลัลั ดกระทรวงยุยุ ยุยุ ติติติติธรรม โครงการที่ที่ ที่ที่สอดคล้ล้ล้ล้องกักักักับนโยบายรัรัรัรัฐบาล/ นโยบายรัรัรัรัฐมนตรีรีรีรีว่ว่ว่ว่าการกระทรวงยุยุ ยุยุ ติติติติธรรม โครงการพัฒนาและส่งเสริม โครงการพัฒนากฎหมายกระทรวงยุติธรรม และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อต่อต้านการทุจริตและ ส่งเสริมคุ้มครองจริยธรรม 213.5995 ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ การพัฒนาทักษะดิจิทัลสำ หรับบุคลากรภาครัฐ เพื่อการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบบริหาร ค่าใช้จ่ายในการเจรจาประชุมนานาชาติ 1.9950 0.2000 19.3379 1.0223 พัพัพัพัฒนาการให้ห้ห้ห้บริริริริการและช่ช่ช่ช่วยเหลืลืลืลือประชาชน (SMART SERVICE) โครงการสายด่วด่นยุติยุธติรรม 1111 กด77 โครงการทนายความอาสาประจำ สถานีตำนี ตำรวจ (303 สถานี)นี โครงการศูนศูย์นิย์ตินิธติรรมสมานฉันฉัท์ 3 จังจัหวัดวัชายแดนภาคใต้ ค่าค่ ใช้จ่ช้าจ่ยในการพัฒนาระบบงานยุติยุธติรรมและส่งส่เสริมริ ให้ปห้ระชาชนเข้าข้ถึงถึความเป็นป็ธรรม ค่าค่ ใช้จ่ช้าจ่ยในการพัฒนาระบบงานยุติยุธติรรมเพื่อบริกริารประชาชน สนันันับนั สนุนุนุนุการทำทำทำทำงานระหว่ว่ว่าว่งหน่น่น่วน่ยงานและประสานงานเครืรืรือรืข่ข่ข่าข่ย (SMART PARTNERSHIP) การขับขัเคลื่อลื่นงานศูนศูย์ยุย์ติยุธติรรมชุมชุชน โครงการส่งส่เสริมริการอำ นวยความยุติยุธติรรมในชุมชุชน โดยศูนศูย์ยุย์ติยุธติรรมชุมชุชน โครงการส่งส่เสริมริสนับนัสนุนนุและสร้าร้งความร่วร่มมือมืในการสร้าร้งงาน สร้าร้งอาชีพชีเพื่อแก้ไก้ขปัญปัหาการกระทำ ผิดผิซ้ำ แผนการดำดำดำดำเนินินินิงานที่ที่ ที่ สำที่ สำสำสำคัคัคัญคั ประจำจำจำจำปีปีปีงปีบประมาณ พ.ศ. 2568 การพัฒนานโยบายและศักยภาพและ บริหารจัดการข้อมูลองค์กร ให้ประชาชนเข้าถึงความเป็นธรรม สร้าร้งความร่วร่มมือมืกับกัเครือรืข่าข่ยภาคประชาชน ในการจัดจัตั้งตั้ศูนศูย์ยุย์ติยุธติรรมครอบคลุมลุ องค์กค์รบริหริารส่วส่นตำ บลทั่วทั่ประเทศ 7,788 ตำ บล โดยมีภมีารกิจกิหลักลั 5 ด้าด้น ประกอบด้วด้ย หน่วย : ล้านบาท โครงการอำ นวยความยุติธรรม โครงการพัฒนาระบบบริหาร 1. 2 . 3. 4. 5. 1. ผลการดำดำดำดำเนินินินิงานที่ที่ ที่ สำที่ สำสำสำคัคัคัญคั ประจำจำจำจำปีปีปี ง ปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 ดำ เนินนิการพัฒนายกระดับดั ปรับรัปรุงรุและ บำ รุงรุรักรัษาระบบเทคโนโลยีฯยีเพื่อสนับนัสนุนนุ การดำ เนินนิภารกิจกิของหน่วน่ยงาน ผลการประเมินความพึงพอใจของประชาชน ผู้มาขอรับบริการด้านงานยุติธรรม ร้อยละ 94.36 (เป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 77) เฝ้าระวังและป้องกันอาชญากรรม ช่วช่ยเหลือลืดูแดูล แนะนำ แก้ไก้ขปัญปัหาเบื้อบื้งต้นต้ - - - - - - - - - - - - มีปมีระชาชนมาขอรับรับริกริารด้าด้นงานยุติยุธติรรม คำ ปรึกรึษากฏหมาย และกระบวนการยุติยุธติรรม จำ นวน 36,043 ราย (เป้าป้หมายไม่น้ม่อน้ยกว่าว่ร้อร้ยละ 35,000 ราย) การให้คห้วามช่วช่ยเหลือลืประชาชนผ่าผ่น โครงการทนายความอาสาประจำ สถานีตำนี ตำรวจ จำ นวน 253 สถานี มีจำมี จำนวนการขอรับรับริกริาร 41,373 คดี ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทหรือ รับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ความไม่เม่ป็นป็ธรรมของประชาชน ความขัดแย้งในชุมชนจากอาชญากรรม ให้ความช่วยเหลือดูแลผู้ได้รับผลกระทบผู้กระทำ ความผิดและผู้พ้นโทษให้กลับตน เป็นพลเมืองดี ให้ความสงเคราะห์และแก้ไขฟื้นฟื้ ฟู 2. 4. 3. 5.


1. กำ หนดนโยบายและแผน ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง 2. อำ นวยความยุติธรรมและสร้างการรับรู้ ให้แก่ประชาชนในระดับพื้นที่ 3. พัฒนาระบบงาน บุคลากร องค์ความรู้และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 4. สนับสนุนและประสานความร่วมมือ ในระบบงานยุติธรรมทุกภาคส่วน รายจ่ายลงทุน 294.5876 ลบ. (31.57%) ร้อยละของกระบวนงานในสำ นักงานปลัด กระทรวงยุติธรรมที่นำ เทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ร้อยละความพึงพอใจของประชาชน ที่มาขอรับบริการด้านงานยุติธรรม คำ ปรึกษา ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ร้อยละความสำ เร็จในการดำ เนินงาน ผลสัสัสัสัมฤทธิ์ธิ์ ธิ์ธิ์ 2. 3. พัพั พั น พั นธกิกิกิจกิ1. ร่ร่ร่ร่างงบประมาณรายจ่จ่จ่จ่ายประจำจำจำจำปีปีปีปีงบประมาณ พ.ศ.2568 “ประชาชนเชื่อมั่นในงานยุติธรรม” สำสำสำสำนันั นันั กงานปลัลั ลัลั ดกระทรวงยุยุ ยุยุ ติติติติธรรม แผนงานบุคลากรภาครัฐ แผนงานพื้นฐานด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ภาครัฐ แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนา กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แผนงานบูรณาการขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล หน่วย : ล้านบาทภาพรวม 238.7017 ภาพรวม 932.9957 ลบ. รายจ่ายประจำ 638.4081 ลบ. (68.43%) 293.4157 246.6842 เป็ป็ป็ป็ นองค์ค์ค์ค์กรสมถรรถนะสูสู สูสู ง ในการสนันันันับสนุนุ นุนุ นและขัขัขัขับเคลื่ลื่ ลื่ลื่ อนงานยุยุ ยุยุ ติติติติธรรม ร้อยละ82 ร้อยละ90 ร้อยละ77 ของเครือข่ายงานยุติธรรม 174.9529 489.9984 19.3379 1.0223 1.0000 196.7502 19.3379 0.9201 26.3898 7.982546.4902221.2756- 0.102225.3898932.9957 775.5154 157.4803เพ่ิม/ลด 1. 2. 3. 4. 5. 6. ร่างพ.ร.บ.68 พ.ร.บ.67 แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริต และประพฤติมิชอบ


สารบัญ ประเด็นถาม - ตอบ เพื่อประกอบการชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณพ.ศ. 2568ต่อสภาผู้แทนราษฎร วาระที่1 หน่วยงาน : ข้อคําถาม หน้าภาพรวมสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม 1กองกลาง สถิติการเข้าถึงข้อมูล/ข่าวสารของประชาชนทุกช่องทาง 5 ปีย้อนหลัง (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 30 เมษายน 2567) 9 ที่ผา่นมาได้มีการประเมินการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับงานบริการของกระทรวงยุติธรรม รวมถึงประเมินช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพนัธ์ของกระทรวงยุติธรรมหรอืไม่ผลเป็นอย่างไร 11 มีแนวทางพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์อย่างไรให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผรู้ับบรกิารในการติดตอ่ /ขอรับความชว่ยเหลือจากหนว่ยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม 13กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรอบอัตรากําลังข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจํา ลูกจ้างชั่วคราว ในปัจจุบันของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม 15กองบริหารการคลัง สถิติค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรมย้อนหลัง 5 ปีมีการจัดสรรงบประมาณให้แต่ละจังหวัดอย่างไร มีผลการใช้จ่ายอย่างไร จําแนกเป็นรายจังหวัด และรายรายการ 16 ในปีงบประมาณที่ผ่านมา5 ปีย้อนหลัง (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 - 2567) สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้มีการใช้เงินงบประมาณ/เงินนอกงบประมาณ เพื่อรองรับการจ้างเหมาบริการบุคคลและ/หรือนิติบุคคลเพื่อดําเนินการในภารกิจใด เป็นจํานวนเงินเท่าไร 17กองการต่างประเทศ กรอบความร่วมมือข้อตกลง พันธกรณีที่เข้าร่วมอนุสัญญาด้านงานยุติธรรม ที่กระทรวงยุติธรรมเกี่ยวข้อง มีอะไรบ้าง 18 แผนการดําเนินงานเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนางานยุติธรรม/ กระบวนการยุติธรรมของไทยในปีงบประมาณ พ.ศ.2568เรียงลําดับความสําคัญ จากมากไปน้อย พร้อมเหตุผลประกอบ 20


หน่วยงาน : ข้อคําถาม หน้ากองออกแบบและก่อสร้าง การพิจารณาพื้นที่จังหวัดเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารบูรณาการ ของกระทรวงยุติธรรม มีหลักเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร 25 สภาพปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรมจังหวัดต่าง ๆ ที่มีความล่าช้าและไม่เป็นไปตามแผน (นครสวรรค์/นครปฐม/) เกิดจากสาเหตุใด และมีแนวทางการบริหาร/แก้ไขปัญหาอย่างไร 26 การก่อสร้างอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรมในจังหวัดที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแต่ติดขัดเรื่องการขอใช้ที่ดิน (อุบลราชธานี/บึงกาฬ) มีแผนการดําเนินการและพิจารณา การเลือกที่ดินอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว 28 แนวทางการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนโดยการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์สําหรับอาคารใหม่ของหน่วยงานเพื่อประหยัด พลังงานและงบประมาณค่าสาธารณูปโภคเพราะหน่วยงานรัฐ 30ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับ การบริหารงานยุติธรรมร่วมกับหน่วยงานอื่น อาทิสํานักงานกิจการยุติธรรม สํานักงานตํารวจแห่งชาติหรือไม่อย่างไร 31 กระทรวงยุติธรรมมีแนวทางการบริหารจัดการเพื่อรองรับเข้าสู่การใช้บริการ คลาวด์กลางของหน่วยงานภาครัฐอย่างไร 33 การปรับปรุงความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับเครือข่าย มีความสําคัญอย่างไร 34 การเช่าใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(Mail Gateway) มีความสําคัญอย่างไร 35 กระทรวงยุติธรรมได้บูรณาการ/หารือแนวทางการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ของกระทรวงยุติธรรมร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ ในรายการใดบ้าง ทั้งที่ดําเนินการไปแล้ว และที่คาดว่าจะดําเนินการในระยะถัดไป 36 กระทรวงยุติธรรมได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากแหล่งเงินอื่น อาทิกองทุนพัฒนา เศรษฐกิจและดิจิทัลเพื่อสังคม สําหรับพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของกระทรวงยุติธรรมหรือไม่ 38กองกฎหมาย โครงการพัฒนากฎหมายกระทรวงยุติธรรม ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - วันที่ 30 เมษายน 2567 39 แผนการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรมในระยะต่อไป มีกฎหมายรายการใดบ้าง 40


หน่วยงาน : ข้อคําถาม หน้ากองยุทธศาสตร์และแผนงาน สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมมีภารกิจที่ต้องเร่งรัดดําเนินการเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ของรัฐบาลและกระทรวงจํานวนเท่าใดและเป็นรายการใดบ้าง 41 ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีผลการประเมินหรือไม่อย่างไร 42 บทบาทสําคัญของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทครอบครัวและมรดกตามบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกลไกขับเคลื่อนศูนย์ฯ อย่างไร สถิติการไกล่เกลี่ย 5 ปีย้อนหลัง 44สถาบันพัฒนาบุคลากรกระทรวงยุติธรรม สถิติการฝึกอบรมและจัดส่งบุคลากรของกระทรวงยุติธรรมเพื่อเข้ารับการฝึกอบรม กับหน่วยงานภายนอก 5 ปีย้อนหลัง (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2567) ส่งบุคลากรเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรใด จํานวนเท่าใด (จําแนกระดับของบุคลากร) 45 สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมมีการจัดเตรียมหลักสูตรเพื่อรองรับบุคลากร ในการปฏิบัติหน้าที่ณ สํานักงานยุติธรรมจังหวัดหรือไม่อย่างไร 53กลุ่มตรวจสอบภายใน ข้อเสนอแนะที่พบจากการตรวจสอบหน่วยงานได้มีการนําไปแก้ไข ปรับปรุงหรือไม่อย่างไร และมีรายการใดที่ยังไม่ได้ดําเนินการ 55กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร แผนพัฒนาโครงสร้างการบริหารราชการในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างไร 57 ข้อเสนอแนะในการพัฒนาและปรับปรุงการทํางานของหน่วยงานในสังกัด สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม 60สํานักผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ข้อเสนอแนะที่พบจากการตรวจราชการหน่วยงานได้มีการนําไปแก้ไข ปรับปรุง หรือไม่อย่างไร และมีรายการใดที่ยังไม่ได้ดําเนินการ 62กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม โครงการกําลังใจคืออะไร 63 นวัตกรรมการยุติธรรมใดที่หน่วยงานได้ริเริ่มดําเนินการและสามารถผลักดัน ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของไทย 64 การดําเนินโครงการกําลังใจมีความเชื่อมโยงกับภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย การคืนคนดีสู่สังคมกับหน่วยงานอื่น อาทิกรมราชทัณฑ์สํานักงาน สมภพ. หรือไม่อย่างไร 68


หน่วยงาน : ข้อคําถาม หน้า ปัจจุบันมีเรือนจํา/ทัณฑสถานที่เข้าร่วมโครงการกําลังใจฯ มีทั้งหมดกี่แห่ง (จําแนกรายจังหวัด) และมีผู้ต้องขังเข้าร่วมจํานวนกี่คน (จําแนกชาย - หญิง และประเภทความผิดของผู้ต้องขัง) (ข้อมูล ณ วันที่30 เมษายน 2567) 70 เหตุใดหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ต้องขังภายใต้โครงการกําลังใจจึงมีใช้งบประมาณที่สูงกว่า การฝึกอบรมผู้ต้องขังที่กรมราชทัณฑ์เป็นผู้ดําเนินการ 72 การกําหนดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลิตวารสาร วิดีทัศน์การแปล และผลิตรายงาน จะมีส่วนสนับสนุนให้ผู้ต้องขังประพฤติตนเป็นคนดีคืนสู่สังคมได้อย่างไร 73ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงยุติธรรม สถิติคดีการทุจริตของกระทรวงยุติธรรมและสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ย้อนหลัง 5 ปี(ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2567) เป็นคดีประเภทใด 75 สถิติข้อร้องเรียนกรณีฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนของกระทรวงยุติธรรม และสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมย้อนหลัง 5 ปีเป็นคดีประเภทใด 78 ค่าคะแนน ITA กระทรวงยุติธรรมและสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ย้อนหลัง 5 ปี (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 - 2566) 79 ผลการประเมินองค์กรคุณธรรมของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมย้อนหลัง 3 ปีจําแนกรายส่วนราชการ 83ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม สถิติจํานวนข้อร้องเรียน/เรื่องที่ประชาชนติดต่อขอรับบริการจากศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรมเป็นกรณีประเภทใดบ้างมีจํานวนเท่าใด และผ่านช่องทางใดย้อนหลัง 5 ปี 84กองประสานราชการยุติธรรมจังหวัด ข้อมูลผลการประเมินความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการให้บริการ ของสํานักงานยุติธรรมจังหวัดเป็นอย่างไร ย้อนหลัง 5 ปี (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2567) 87 จํานวนศูนย์ยุติธรรมชุมชนในปัจจุบัน (จําแนกรายจังหวัด) รวมถึงภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชุมชน 88 สถิติผู้มาใช้บริการศูนย์ยุติธรรมชุมชนย้อนหลัง 6 ปี 90 การขับเคลื่อนงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีรูปแบบ/แนวทางการดําเนินงานอย่างไร 91 แผนการดําเนินงานการขับเคลื่อนศูนย์ยุติธรรมชุมชนในอนาคต จะเป็นไปในทิศทาง/รูปแบบใด 94


หน่วยงาน : ข้อคําถาม หน้า ศูนย์ยุติธรรมชุมชน จํานวน 7,788 ศูนย์กับศูนย์ยุติธรรมชุมชน จํานวน 106 ศูนย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีภารกิจเชื่อมโยงกันหรือไม่รูปแบบการดําเนินงาน วิธีการบริหารจัดการเหมือน/แตกต่างกันอย่างไร 95เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถิติประชาชน/ผู้ขอรับบริการเกี่ยวกับการช่วยเหลือทางกฎหมาย ขอรับคําปรึกษา ทางกฎหมายย้อนหลัง 5 ปี 98สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจ ปัจจุบันมีทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจ ทั้งหมดกี่แห่ง มีหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างไร 99 สถิติการให้บริการประชาชนผ่านโครงการทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจ ย้อนหลัง 3 ปีจําแนกประเภทสถานีตํารวจ และประเภทคดี 100 สภาทนายความมีวิธีการคัดเลือกทนายความให้ปฏิบัติหน้าที่ประจําสถานีตํารวจอย่างไร 101 แผนการดําเนินโครงการทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จะมีการขยายพื้นที่การดําเนินหรือไม่จํานวนเท่าใด และมีหลักเกณฑ์ในการเลือกสถานีตํารวจ ที่เข้าร่วมโครงการอย่างไร 102สํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย สํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย (สมภพ.) มีบทบาทหน้าที่ภารกิจอย่างไร 103 ภารกิจของ สมภพ. มีความเชื่อมโยงกับภารกิจการพัฒนาพฤตินิสัย/การคืนคนดีสู่สังคม ของหน่วยงานอื่น อาทิกรมราชทัณฑ์โครงการกําลังใจ หรือไม่อย่างไร 106 ผลการดําเนินงานของ สมภพ. ตั้งแต่การจัดตั้งหน่วยงาน มีการดําเนินการอะไรบ้าง 113 แผนการดําเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีแผนการดําเนินการอย่างไร 119 ผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการของ สมภพ. จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน สังคม และประเทศชาติอย่างไร 120


ส ํ าน ั กงานปล ั ดกระทรวงยุ ติ ธรรมวิสัยทัศน์ “ประชาชนเชื่อมั่นในงานยุติธรรม”พันธกิจ 1. กําหนดนโยบายและแผนให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง 2. อํานวยความยุติธรรมและสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนในระดับพื้นที่3. พัฒนาระบบงาน บุคลากร องค์ความรู้และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 4. สนับสนุนและประสานความร่วมมือในระบบงานยุติธรรมทุกภาคส่วน งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 หน่วย : ล้านบาทแผนงาน ร่าง พ.ร.บ. 68 กรอบคําขอ พ.ร.บ. 67 คําขอ เพิ่ม/ลด งบประมาณเพิ่ม/ลดภาพรวม 932.9957 1,624.7586 691.7629 (42.58) 775.5154 157.4803(20.31) 1. แผนงานบุคลากรภาครัฐ 246.6842 259.6178 12.9336 (4.98) 238.7017 7.9825(3.34) 2. แผนงานพื้นฐานด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ภาครัฐ 174.9529 805.5514 630.5985 (78.28) 293.4157 46.4902(15.85) 3. แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนากฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม 489.9984 531.2893 41.2909 (7.77) 196.7502 221.2756(112.47) 4. แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการ แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้19.3379 25.8001 6.4622 (25.05) 19.3379 - 5. แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริต และประพฤติมิชอบ 1.0223 1.5000 0.4777 (31.85) 0.9201 0.1022(11.11) 6. แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล 1.0000 1.0000 - 26.3898 25.3898(96.21) 1


โครงการที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล/นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหน่วย : ล้านบาทโครงการ ร่าง พ.ร.บ. 68 กรอบคําขอคําขอ เพิ่ม/ลดภาพรวม 236.1547 511.9652 275.8105(46.13) 1. โครงการพัฒนาและส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงความเป็นธรรม 213.5995 320.6470 107.0475(66.62) 2. โครงการส่งเสริม สนับสนุน และบูรณาการประสานความร่วมมือ กับภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนงานยุติธรรม 1.9950 160.8725 158.8775(98.76) 3. โครงการพัฒนากฎหมายกระทรวงยุติธรรม 0.2000 3.1856 2.9856(93.72) 4. โครงการอํานวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 19.3379 25.7601 6.4222(75.07) 5. โครงการพัฒนาระบบบริหารเพื่อต่อต้านการทุจริตและส่งเสริม คุ้มครองจริยธรรม 1.0223 1.5000 0.4777(31.85) ตัวชี้วัดประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ตัวชี้วัด หน่วยนับ ค่าเป้าหมายผลสัมฤทธิ์: เป็นองค์กรสมรรถนะสูงในการสนับสนุนและขับเคลื่อนงานยุติธรรม 1. ร้อยละความพึงพอใจของประชาชนที่มาขอรับบริการด้านงานยุติธรรม คําปรึกษา ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 822. ร้อยละของกระบวนงานในสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมที่นําเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ร้อยละ 903. ร้อยละความสําเร็จในการดําเนินงานของเครือข่ายงานยุติธรรม ร้อยละ 77เป้าหมายการให้บริการหน่วยงาน : 1. จํานวนนโยบาย ข้อเสนอและกฎหมายที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เรื่อง 252. ร้อยละของนโยบาย ข้อเสนอและกฎหมายที่นําไปพัฒนาบริการด้านงานยุติธรรม เพื่อประชาชน ร้อยละ 793. ร้อยละความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีต่อกระทรวง ยุติธรรม ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 804. ร้อยละความพึงพอใจของประชาชนที่มาขอรับบริการด้านงานยุติธรรม คําปรึกษา ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 825. จํานวนคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านกระบวนการ ยุติธรรมทางเลือก ไม่น้อยกว่า ราย 11,0002


ตัวชี้วัด หน่วยนับ ค่าเป้าหมาย6. จํานวนของประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย และสามารถปกป้องคุ้มครองสิทธิของตนเองและไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น ราย 720,0007. บุคลากรไอทีและผู้ปฏิบัติงานด้านดิจิทัลของส่วนราชการทุกประเภทหน่วยงาน ไดร้ับการยกระดบัทักษะดจิิทัลด้วยหลักสตูรที่กําหนดโดยสํานักงานพฒันารัฐบาลดจิิทัล (องค์การมหาชน) จํานวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 908. จํานวนประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีส่วนร่วมและได้รับบริการในกิจกรรม ส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการด้านการอํานวยความยุติธรรมที่สอดคล้อง กับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในพื้นที่ราย 10,0009. จํานวนข้อเสนอแนะ/มาตรการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและส่งเสริมคุ้มครอง จริยธรรม อย่างน้อย มาตรการ 210. ร้อยละของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการทบทวนความจําเป็นและเหมาะสม ของกฎหมาย ร้อยละ 10011. ร้อยละของกฎหมายระเบียบที่ได้รับการปรับปรุงทบทวนแก้ไขให้มีความทันสมัยและ สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ร้อยละ 9012. ผลการประเมนิคุณธรรมและความโปร่งใสของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ไม่ต่ํากว่า ร้อยละ 8913. ร้อยละความพึงพอใจในคุณภาพการให้บริการและการดําเนินงานของหน่วยงานของรฐัร้อยละ 8714. จํานวนของเครือข่ายที่มีส่วนร่วมและสามารถขับเคลื่อนภารกิจงานยุติธรรมเพิ่มขึ้น เครือข่าย 1215. ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของจํานวนเครือข่ายที่มีส่วนร่วมและสามารถขับเคลื่อนภารกิจ ร้อยละ 316. ร้อยละความสําเร็จในการดําเนินงานของเครือข่ายในการขับเคลื่อนภารกิจงานยตุิธรรม ร้อยละ 77ผลการดําเนินงาน (ที่สําคัญ) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม มีผลการดําเนินงานที่สําคัญในปีงบประมาณพ.ศ. 2567จําแนกตามแผนปฏิบัติราชการได้ดังต่อไปนี้แผนปฏิบัติราชการ เรอื่ง ยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน (SMART JOB) ดําเนินการพัฒนา ยกระดับ ปรับปรุงและบํารุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของหน่วยงานเพื่อสนับสนุนการดําเนินภารกิจของหน่วยงาน อาทิการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางผู้กระทําผิด กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย กระทรวงยุติธรรม การบํารุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกระทรวงยุติธรรม การบํารุงรักษาศูนย์ข้อมูล (Data Center) กระทรวงยุติธรรม การบํารุงรักษาระบบเครือข่ายอาคารกระทรวงยุติธรรม การจัดหาลิขสิทธิ์การใช้งานระบบคลาวด์คอมพิวติ้งกระทรวงยุติธรรม การปรับปรุงระบบศูนย์ให้บริการประชาชนสู่การบริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จกระทรวงยุติธรรม การปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการผ่านศูนย์กลางกระทรวงยุติธรรม การเพิ่มประสิทธิภาพระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์กระทรวงยุติธรรมการจัดซื้อเครื่องมือที่มีลิขสิทธิ์สําหรับใช้ในการพัฒนาระบบโปรแกรมประยุกต์เป็นต้น 3


ดําเนินการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเพื่อรองรับการปฏิบัติงานและสนับสนุนการดําเนินภารกิจของหน่วยงาน อาทิการฝึกอบรมการพัฒนาข้าราชการพลเรือนที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ หลักสูตร “การเป็นข้าราชการที่ดี” การฝึกอบรมหลักสูตร “ผู้บริหารงานยุติธรรมระดับกลาง(บธก.)” การจัดการความรู้ภายในองค์กรของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ประจําปีงบประมาณพ.ศ. 2567 เป็นต้น การพัฒนานโยบาย ศักยภาพ และบริหารจัดการข้อมูลองค์กร อาทิการประมวลผลการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของกระทรวงยุติธรรมและข่าวปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน(MOJNews Monitoring System) เพื่อรวบรวมและบริหารจัดการข้อมูลด้านการข่าวที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรมจากการนําเสนอข่าวของสื่อมวลชนจากสื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์สื่อออนไลน์และสื่อสังคมออนไลน์นําเสนอต่อผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมประกอบการตัดสินใจและกําหนดนโยบายสั่งการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดําเนินโครงการพัฒนาการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงยุติธรรม การยกระดับคุณภาพมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure : SOP) การพัฒนาระบบการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยง แผนปฏิบัติราชการ เรอื่ง พัฒนาการให้บริการและช่วยเหลือประชาชน (SMARTSERVICE) ดําเนินการช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เป็นแนวทางการช่วยเหลือเหยื่อ ผู้เสียหายและผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมแบบบูรณาการ “ยุติธรรมใส่ใจ (Justice care)” ผ่านสํานักงานยุติธรรมจังหวัดจํานวน 81 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็น 1. สํานักงานยุติธรรมจังหวัดที่เป็นโครงสร้างตามกฎกระทรวง จํานวน 18 แห่ง ได้แก่ขอนแก่นชลบุรีเชียงราย เชียงใหม่นครปฐม นครราชสีมา นครสวรรค์ปราจีนบุรีพระนครศรีอยุธยา พิษณุโลกเพชรบุรีภูเก็ต ยะลา ราชบุรีสกลนคร สุราษฎร์ธานีอุดรธานีและอุบลราชธานี2.สํานักงานยุติธรรมจังหวัดนํารอ่งจํานวน 4แหง่ ได้แก่นครศรีธรรมราชสุรินทร์สงขลาและนนทบุรี3. สํานักงานยุติธรรมจังหวัดระบบเดิม จํานวน 54 แห่ง ได้แก่กระบี่กาญจนบุรีกาฬสินธุ์กําแพงเพชร จันทบุรีฉะเชิงเทรา ชัยนาท ชัยภูมิชุมพร ตรัง ตราด ตาก นครนายก นครพนมนราธิวาสน่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ปทุมธานีประจวบคีรีขันธ์ปัตตานีพะเยา พังงา พัทลุง พิจิตร เพชรบูรณ์แพร่มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ระนอง ระยอง ลพบุรีลําปาง ลําพูน เลย ศรีสะเกษสตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรีสิงห์บุรีสุโขทัย สุพรรณบุรีหนองคายหนองบัวลําภูอ่างทอง อํานาจเจริญ อุตรดิตถ์และอุทัยธานี4. สํานักงานยุติธรรมจังหวัด สาขา จํานวน 5 แห่ง ได้แก่เชียงใหม่สาขาฝาง สุราษฏร์ธานีสาขาเกาะสมุย ยะลา สาขาเบตง สุรินทร์สาขารัตนบุรีและตาก สาขาแม่สอด ดําเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยการลงพื้นที่แจ้งสิทธิให้กับผู้เสียหายหรือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน มีผลการดําเนินงานที่สําคัญ ดังต่อไปนี้ 4


ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566จํานวน 2,738คดีแบง่เป็นงานบริการดังนี้1. ให้คําปรึกษากฎหมาย จํานวน 2,738เรื่อง 2. ช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจําเลยในคดีอาญา จํานวน 1,606 เรื่อง 3. กองทุนยุติธรรม จํานวน 3 เรื่อง 4. ให้คําแนะนําด้านอื่น ๆ จํานวน 2,738เรื่อง 5. คุ้มครองพยานในคดีอาญา จํานวน 4 เรื่อง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (ระหว่างวันที่1 ตุลาคม 2566 - 30 เมษายน 2567) จํานวน1,481คดีแบ่งเป็นงานบริการดงันี้1. ให้คําปรึกษากฎหมาย จํานวน 1,481เรื่อง 2. ช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจําเลยในคดีอาญา จํานวน 1,091 เรื่อง 3. กองทุนยุติธรรม จํานวน 3 เรื่อง 4. ให้คําแนะนําด้านอื่น ๆ จํานวน 1,481เรื่อง 5. คุ้มครองพยานในคดีอาญา จํานวน 1 เรื่อง โดยมีจํานวนประชาชนที่มาขอรับบริการด้านงานยุติธรรม คําปรึกษากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมจํานวน 36,043 ราย (เป้าหมายไม่น้อยกว่า 35,000 ราย) ผลการประเมินความพึงพอใจของประชาชนผู้มาขอรับบริการด้านงานยุติธรรม ร้อยละ 94.36 (เป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 77) การให้ความช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้จัดหาทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจ จํานวน 253 สถานี(สถานีตํารวจนครบาล จํานวน 58 สถานีและ สถานีตํารวจภูธรภาค 1 - 9 จํานวน 195 สถานี) และทนายความอาสาให้คําปรึกษาทางแอปพลิเคชันไลน์และวีดีโอคอล ณ ที่ทําการสภาทนายความ จํานวน5 คนต่อวันมีผลการดําเนินงาน ดังต่อไปนี้ปี Walk In ผ่านแอปพลิเคชัน รวมทั้งสิ้นคดีแพ่ง คดีอาญา คดีอื่น ๆ คดีแพง่คดีอาญา คดีอื่น ๆ คดีแพ่ง คดีอาญา คดอีื่นๆรวมรวม 103,198 60,043 8,379 11,398 4,767 1,886 114,596 64,810 10,265189,671งปม.ปี62 (8.4214 ลบ.) 3,244 1,994 448 280 86 77 3,524 2,080 5256,129งปม.ปี63 (59.0400ลบ.) 22,644 11,422 2,500 2,292 753 470 24,936 12,175 2,97040,081งปม.ปี64 (58.4237ลบ.) 19,503 9,663 1,507 2,483 828 377 21,986 10,491 1,88434,361งปม.ปี65 (77.1280ลบ.) 6,656 3,157 433 740 217 103 7,396 3,374 53611,306งปม.ปี66 (77.1280ลบ.) 31,929 16,545 1,827 3,844 1,730 546 35,773 18,275 2,37356,421งปม. ปี67 (30 เม.ย. 67) 19,222 17,262 1,664 1,759 1,153 313 20,981 18,415 1,97741,3735


แผนปฏิบัติราชการ เรื่อง สนับสนุนการทํางานระหว่างหน่วยงานและ ประสานงานเครือข่าย(SMART PARTNERSHIP) สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายภาคประชาชนในการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชน (ศยช.) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมจํานวนทั้งสิ้น7,788 ศูนย์(ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2564) และมีคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนทั่วประเทศจํานวน97,318 คน มภีารกิจหลักจํานวน 5 ด้าน ประกอบด้วย (1) เฝ้าระวังและป้องกันปัญหาอาชญากรรม การทุจริตและประพฤติมิชอบและการกระทําผิดกฎหมายต่างๆ ในชุมชน (2) รับเรื่องร้องเรียนหรือร้องทุกข์ปัญหาความไม่เป็นธรรมของประชาชน และรับแจ้งเบาะแสข้อมูลการกระทําผิดกฎหมายต่างๆ ตลอดจนการช่วยเหลือ ดูแล ให้คําแนะนํา และแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือผู้ที่ต้องการคําแนะนําเบื้องต้นทางด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม(3) ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทหรือความขัดแย้งในชุมชนตามหลักความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เสริมสร้างความสมานฉันท์ในชุมชน และติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้มีการไกล่เกลี่ยระงับข้อพพิาทหรือความขัดแย้งนั้น (4) ให้ความช่วยเหลือ ดูแลผู้ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการตามหน้าที่(5) ให้ความช่วยเหลือ สงเคราะห์และบําบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําความผิดและผู้พ้นโทษให้กลับตนเป็นพลเมืองดีและไม่หวนกลับไปกระทําผิดอีก ทั้งนี้พ.ต.อ.ทวีสอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีนโยบายให้เพิ่มภารกิจศูนย์ยุติธรรมชุมชน 2 ด้าน ดังนี้(1) การให้ความช่วยเหลือลูกหนี้โดยกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท/ส่งต่อความช่วยเหลือ ได้แก่หนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หนี้สถาบันการเงิน หนี้นอกระบบ (2) การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้แก่จัดกิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มผีลการดําเนินงานจําแนกเป็นรายปีได้ดังต่อไปนี้ภารกิจ ศูนย์ยุติธรรมชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. (เรื่อง) 2559 2560 2561 2562 2563 2564 2565 2566 2567 (เม.ย.67) รวม1. การสร้างการรับรู้ทางกฎหมายและ เฝ้าระวังและป้องกัน ปัญหาอาชญากรรม 3,435 5,062 9,681 20,358 65,593 46,293 77,749 109,945 86,327 424,4432. รับเรื่องร้องเรียน หรือร้องทุกข์3,816 4,213 6,468 10,659 22,988 10,379 72,269 73,345 59,279 263,4163. การไกล่เกลี่ย ระงับข้อพิพาทหรือ ความขัดแย้งใน ชุมชน 1,323 1,516 1,767 6,696 13,312 6,747 63,082 56,238 19,896 170,5776


แผนการดําเนินงาน (ที่สําคัญ) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 แผนปฏิบัติราชการ เรอื่ง ยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน (SMART JOB) (1) ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์(2) ค่าใช้จ่ายในการสัมมนาและฝึกอบรม (3) โครงการพัฒนาทักษะดิจิทัลสําหรับบุคลากรภาครัฐเพื่อการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล (4) ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์(5) ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบบริหาร (6) ค่าใช้จ่ายในการเจรจาประชุมนานาชาติ (7) ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบบริหารเพื่อต่อต้านการทุจริตฯ (8) ค่าใช้จ่ายในการพัฒนากฎหมาย (9) บํารุงรักษา/การจัดหา/ต่อลิขสิทธิ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (10) เช่าใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(Mail Gateway) (11) โครงการปรับปรุงความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับเครือข่าย ภารกิจ ศูนย์ยุติธรรมชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. (เรื่อง) 2559 2560 2561 2562 2563 2564 2565 2566 2567 (เม.ย.67) รวม4. ให้ความช่วยเหลือ ดูแลผู้ที่ได้รับความ เสียหายหรือได้รับ ผลกระทบจากการ กระทําความผิดและอาชญากรรม 1,559 1,266 1,593 7,555 20,856 10,855 78,485 67,289 28,867 218,3255. ให้ความชว่ยเหลือ สงเคราะห์และบําบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําความผิด และผู้พ้นโทษให้กลับตนเปน็พลเมือง ดีและไม่หวนกลับไป กระทําผิดอีก 1,998 4,458 5,235 22,415 17,706 22,436 78,629 80,194 46,577 279,648รวม 12,131 16,515 24,744 67,683 140,455 96,710 370,214 387,011 240,946 1,356,4097


แผนปฏิบัติราชการ เรอื่ง พัฒนาการให้บริการและช่วยเหลือประชาชน (SMARTSERVICE) (1) โครงการสายด่วนยุติธรรม 1111 กด77 (Justice Call Center) (2) การพัฒนาศักยภาพงานบริหารของศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม (3) โครงการทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจ (303 สถานี) (4) โครงการปฏิรูปทนายความอาสา ทนายความขอแรงและที่ปรกึษากฎหมายของเด็กและเยาวชน(5) โครงการศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (6) ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบงานยุติธรรมและส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงความเป็นธรรม(7) ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบงานยุติธรรมเพื่อบริการประชาชน (8) โครงการพัฒนาระบบและเพิ่มศักยภาพการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทครอบครัวและมรดกตามบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แผนปฏิบัติราชการ เรื่อง สนับสนุนการทํางานระหว่างหน่วยงานและ ประสานงานเครือข่าย(SMART PARTNERSHIP) (1) การขับเคลื่อนงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน (2) โครงการส่งเสริมการอํานวยความยุติธรรมในชุมชนโดยศูนย์ยุติธรรมชุมชน (3) โครงการส่งเสริมสนับสนุนและสร้างความร่วมมือในการสร้างงานสร้างอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาการกระทําผิดซ้ํา 8


กองกลาง สถิติการเข้าถึงข้อมูล/ข่าวสารของประชาชนทุกช่องทาง 5 ปีย้อนหลัง (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 30 เมษายน 2567) คําตอบ : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์กองกลาง สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทภารกิจการดําเนินงานของกระทรวงยุติธรรม ช่องทางการติดต่อขอรับบริการด้านงานยุติธรรมรวมทั้งการเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายที่จําเป็นในชีวิตประจําวันให้แก่ประชาชน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ที่ครอบคลุมทุกระดับซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2567 ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่กระทรวงยุติธรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้1. การเข้าถึงข้อมูล/ข่าวสารทางสื่อสิ่งพิมพ์กระทรวงยุติธรรม มีการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์และเอกสารเผยแพร่อาทิหนังสือกฎหมายสามัญประจําบ้าน คู่มืองานบริการด้านงานยุติธรรมสําหรับประชาชนวารสารยุติธรรม เอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจฯ ฉบับภาษาไทย – ภาษาอังกฤษหนังสือส่งเสริมการเข้าถึงความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ํา แก่ประชาชน (ร้อยเรื่องเล่า) และสมุดภาพอินโฟกราฟิกกฎหมายน่ารู้เป็นต้น โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปขอรับการสนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์ดังนี้ปีพ.ศ. 2563 จํานวน 32,047 ชุด ปีพ.ศ. 2564 จํานวน 10,881 ชุด ปีพ.ศ. 2565 จํานวน 10,738 ชุด ปีพ.ศ. 2566 จํานวน 6,749 ชุด ปีพ.ศ. 2567 จํานวน 2,610 ชุด รวม จํานวน 63,025 ชุด 2. การเข้าถึงข้อมูล/ข่าวสารทางสื่อออนไลน์กระทรวงยุติธรรม มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ประกอบด้วย เว็บไซต์กระทรวงยุติธรรม, Facebook, X (Twitter), YouTubeและTikTok โดยมีสถิติการเข้าถึงข้อมูล/ข่าวสาร ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 30 เมษายน2567ดังนี้ 9


ตาราง : การเข้าถึงข้อมูล/ข่าวสารทางสื่อออนไลน์ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2567 (ข้อมูล ณ วันที่30 เมษายน 2567) หน่วย: ครั้งช่องทางสื่อ ปีงบประมาณ รวม2563 2564 2565 2566 2567 เว็บไซต์กระทรวง ยุติธรรม * 1,998,617 1,279,309 1,452,615 3,208,434 1,517,229 9,456,204Facebook ** - 300,869 1,653,233 2,688,583 1,395,470 6,038,155X (Twitter) *** 271 6,071 30,622 159,311 51,379 247,654YouTube **** 14,250 9,783 35,251 50,990 32,919 143,193TikTok ***** - - 4,665,065 1,295,000 387,357 6,347,422รวม 2,013,138 1,596,032 7,836,786 7,402,318 3,384,354 22,232,6282.1 * เว็บไซต์กระทรวงยุติธรรม (www.moj.go.th) 2.2 ** Facebook : กระทรวงยุติธรรม Ministry Of Justice, Thailandจํานวนผู้ติดตาม 57,700 คน 2.3 *** X (Twitter) : กระทรวงยุติธรรม จํานวนผู้ติดตาม 15,676 คน2.4 **** YouTube : กระทรวงยุติธรรม Ministry of Justice, Thailandจํานวนผู้ติดตาม 2,512 คน 2.5 *****TikTok : กระทรวงยุติธรรม จํานวนผู้ติดตาม 66,555 คน หมายเหตุ: TIkTok เริ่มสร้างในปี2565 3. การเข้าถึงข้อมูล/ข่าวสารทางสื่ออื่น ๆ กระทรวงยุติธรรม มีการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบสื่ออื่น ๆ อาทิวีดิทัศน์บทบาทภารกิจกระทรวงยุติธรรม สารคดีสั้นทางวิทยุกระจายเสียง สปอตประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบงานยุติธรรม สื่อภาพยนตร์สั้น เป็นต้น ที่ดําเนินการผลิตในรูปแบบแผ่น CD/DVD โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ขอรับการสนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์จากกลุ่มงานประชาสัมพันธ์กองกลาง สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมดังนี้ปีพ.ศ. 2563 จํานวน 302 ชุด ปีพ.ศ. 2564 จํานวน 1,214 ชดุรวม จํานวน 1,516 ชุด ผู้รับผิดชอบ : นางสาวอุมาภรณ์อ่องสะอาดตําแหน่ง : นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 08 6413063210


กองกลาง ที่ผ่านมาได้มีการประเมินการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับงานบริการ ของกระทรวงยุติธรรม รวมถึงประเมินช่องทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ของกระทรวงยุติธรรมหรือไม่ผลเป็นอย่างไร คําตอบ : ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กองกลาง สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้จัดทําโครงการผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อสื่อสารภารกิจการอํานวยความยุติธรรมไปสู่ประชาชนโดยมีกิจกรรมการเก็บข้อมูลเชิงสถิติด้านการรับรู้และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการดําเนินงานของกระทรวงยุติธรรมผ่านสื่อโทรทัศน์สื่อวิทยุและสื่อออนไลน์ซึ่งมีการวัดผลการรับรู้และความเข้าใจของประชาชน (แบบสอบถาม) ในพื้นที่ครอบคลุมประเทศไทยใน 4 ภูมิภาค ทั้งในรูปแบบของการลงพื้นที่ภาคสนาม จํานวน 509 ตัวอย่าง และรูปแบบของแบบสอบถามออนไลน์จํานวน645 ตัวอย่าง รวม 1,154 ตัวอย่าง ซึ่งทําการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ผลโดยสวนดุสิตโพลมหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยสามารถสรุปผลการสํารวจด้านความคิดเห็นการรับรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมได้ดังนี้ 1.การรับทราบข่าวสารเกี่ยวกับการดําเนินงานของกระทรวงยุติธรรม พบว่ากลุ่มตัวอย่างเคยพบเห็น ทราบข่าว ร้อยละ 98.87จากช่องทางโทรทัศน์/ โทรทัศน์ออนไลน์มากที่สุด ร้อยละ25.59รองลงมาคือFacebook รอ้ยละ 24.35และสํานกังานยุติธรรมจังหวัดร้อยละ10.35ตามลําดบั2. การรับรู้เกี่ยวกับการดําเนินงานของกระทรวงยุติธรรมในปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่างรับรู้เกี่ยวกับประชาชนได้รับการช่วยเหลือจากบริการงานยุติธรรมอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรมมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.78 คิดเป็นร้อยละ 75.60 รองลงมา คือ ประชาชน มีความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมายและมีความเชื่อมั่นต่อกระทรวงยุติธรรม ค่าเฉลี่ย3.71คิดเป็นร้อยละ74.20และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนค่าเฉลี่ย 3.66 คิดเป็นร้อยละ 73.20 3. แนวทางสําคัญที่ต้องการให้กระทรวงยุติธรรมดําเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับระบบยุติธรรมของประเทศ กลุ่มตัวอย่างต้องการให้มีแนวทางเสริมสร้างการรับรู้ด้านกฎหมาย และการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมเคารพกติกา ร้อยละ 30.13 รองลงมา คือส่งเสริมการเข้าถึงบริการงานยุติธรรม การช่วยเหลือเยียวยา และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ร้อยละ29.60เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและพัฒนาระบบงานยุติธรรม ร้อยละ 23.57 และการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิด และคืนคนดีสู่สังคม ร้อยละ 16.69 11


4. ภาพลักษณ์ของกระทรวงยุติธรรม กลุ่มตัวอย่างมองว่ากระทรวงยุติธรรมเป็นองค์กรอํานวยความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ํา สร้างความเป็นธรรมในสังคม ร้อยละ 25.78 รองลงมาคือเป็นองค์กรที่มุ่งให้ความช่วยเหลือ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนด้วยความสะดวกรวดเร็วและเข้าถึงง่ายร้อยละ 23.10 และกระทรวงยุติธรรมเป็นที่พึ่งของประชาชน ร้อยละ 20.65 ตามลําดับ 5. ประเด็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องการให้กระทรวงยุติธรรมนําเสนอกลุ่มตัวอย่างต้องการให้นําเสนอความรู้เกี่ยวข้องข้อกฎหมาย สิทธิประโยชน์และบทลงโทษที่ผู้กระทําผิดได้รับทางกฎหมาย ร้อยละ 26.68 รองลงมา คือ ขั้นตอน/กระบวนการในการให้บริการของกระทรวงยุติธรรม ร้อยละ 16.29 และแนวทางและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ เช่น การช่วยเหลือเยียวยาร้อยละ 11.43 ตามลําดับ 6. ช่องทางการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดําเนินงานของกระทรวงยุติธรรม กลุ่มตัวอย่างต้องการให้นําเสนอทางโทรทัศน์/ โทรทัศน์ออนไลน์ร้อยละ 29.09 รองลงมาคือ Facebook ร้อยละ 28.29 และเว็บไซต์ข่าว ร้อยละ 7.68 ทั้งนี้ได้มีข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะในภาพรวม คือ กลุ่มตัวอย่างต้องการให้กระทรวงยุติธรรม เพิ่มการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ ทั้งสื่อหลักและสื่อออนไลน์ให้มากขึ้น เช่น TikTok ร้อยละ 15.38 และต้องการให้เน้นการทํางานด้านการประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกโดยการร่วมทํากิจกรรมกับประชาชนในแต่ละพื้นที่ให้มากขึ้น เช่น การให้ความรู้ด้านกฎหมายสําหรับประชาชน ร้อยละ 14.36 ตามลําดับ (ข้อมูล ณ วันที่31 สิงหาคม 2566) ผู้รับผิดชอบ : นางสาวอุมาภรณ์อ่องสอาดตําแหน่ง : นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 08 6413063212


กองกลาง มีแนวทางพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์อย่างไรให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการในการติดต่อ/ขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมคําตอบ : ตามแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่กําหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นที่22 กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และแผนการปฏิรูปประเทศ มุ่งเน้นการเสริมสร้างสังคมนิติธรรมด้วยกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพและเอื้อให้ทุกภาคส่วนได้รับความเป็นธรรม อย่างเสมอภาค ปราศจากการเลือกปฏิบัติสามารถจัดการกับกรณีข้อพิพาทได้อย่างเป็นธรรม ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก ลดความเหลื่อมล้ําและสร้างโอกาสในการเข้าถึงความยุติธรรมส่งเสริมกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มุ่งสู่การเสริมสร้างพลวัตความหลากหลาย บูรณาการด้านกระบวนการยุติธรรมด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน และการสร้างความเสมอภาค ในการอํานวยความยุติธรรมด้วยการคุ้มครองผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะการส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมทางเลือกในรูปแบบต่าง ๆ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมการชว่ยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความเป็นธรรม การพัฒนากลไกคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากกระบวนการยุติธรรมและความขัดแย้งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชนซึ่งกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ความสําคัญกับประเด็นการเข้าถึงบริการงานยุติธรรม การช่วยเหลือเยียวยา และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานในการอํานวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน กองกลาง สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม มีภารกิจการดําเนินงานด้านประชาสัมพันธ์ของกระทรวงยุติธรรมให้เป็นไปในเชิงรุก บูรณาการการปฏิบัติงานด้านการประชาสัมพันธ์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถสื่อสารเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งเผยแพร่การดําเนินงานการให้ความช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความเป็นธรรม โดยมุ่งหวังให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในมิติของการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่จําเป็นในชีวิตประจําวัน สิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายที่พึงได้รับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม รวมถึงเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงงานยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม ประชาชนเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ทั้งนี้ได้มีแนวทางการพัฒนาสื่อการประชาสัมพันธ์ที่มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกและพิจารณาใช้สื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ครอบคลุมกับกลุ่มเป้าหมายผู้รับบริการในการติดต่อ/ขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมโดยมีแนวทางในการผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้เรื่องช่องทางการติดต่อขอรับ13


บริการงานด้านยุติธรรม รวมถึงบทบาทภารกิจการให้ความช่วยเหลือประชาชนของกระทรวงยุติธรรมภายใต้กรอบแนวทางการดําเนินงานที่แบ่งเป็น 3สว่น ได้แก่1)การผลติเนื้อหา (Content)2)การสร้างสรรค์สื่อประชาสัมพันธ์(Production) และ 3) การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ(PublicRelations) โดยมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งกลุ่มเด็กและเยาวชน นักเรียน นักศึกษา กลุ่มวัยทํางาน รวมถึงประชาชนทั่วไป ผ่านช่องทางการสื่อสารทั้งสื่อกระแสหลัก เช่น วิทยุโทรทัศน์สื่อสิ่งพิมพ์เป็นต้น รวมไปถึงสื่อโซเชียลมีเดียที่ทันสมัยเช่น Facebook, TikTok, YouTube, X (Twitter) เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมในทุกพื้นที่ผู้รับผิดชอบ : นางสาวอุมาภรณ์อ่องสะอาดตําแหน่ง : นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 08 6413063214


กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรอบอัตรากําลังข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจํา ลูกจ้างชั่วคราวในปัจจุบันของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม คําตอบ : สํานักงานรัฐมนตรีจํานวน 35 อัตรา ดังนี้ 1. ข้าราชการ จํานวน 9 อัตรา 2. พนักงานราชการ จํานวน 8 อัตรา 3. ลูกจ้างชั่วคราว จํานวน 18 อัตรา สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จํานวน 1,169 อัตรา ดังนี้1) ราชการบริหารส่วนกลาง จํานวน 653 อัตรา 1. ข้าราชการ จํานวน 358 อัตรา 2. พนักงานราชการ จํานวน 172 อัตรา 3. ลูกจ้างประจํา จํานวน 7 อัตรา 4. ลูกจ้างชั่วคราว จํานวน 116 อัตรา 2) ราชการบริหารส่วนภูมิภาค จํานวน 516 อัตรา 1. ข้าราชการ จํานวน 103อัตรา 2. พนักงานราชการ จํานวน 33อัตรา 3. ลูกจ้างชั่วคราว จํานวน 380อัตรา การบริหารอัตรากําลังบุคลากร และเหตุผลความจําเป็นในการขออนุมัติการจ้างบุคลากรของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมจากเงินดอกเบี้ยฯ - สํานักงานรัฐมนตรีรวมสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จ้างเหมาบริการ 94 อัตรา- กรมบังคับคดีจ้างเหมาบริการ จํานวน 290 อัตรา (จ้างต่อเนื่อง 284 อัตราและจ้างเพิ่มใหม่6 อัตรา) - กรมพินิจและคุ้มครองเด็ก จ้างเหมาบริการ 532 อัตรา (จ้างต่อเนื่อง 526 อัตราและจ้างเพิ่มใหม่6 อัตรา) - กรมราชทัณฑ์จ้างเหมาบริการ จํานวน 10 อัตราฯ - สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จ้างเหมาบริหาร 25 อัตราฯ - สํานักงานกองทุนยุติธรรม จ้างเหมาบริการ 1 ตําแหน่ง ผู้รับผิดชอบ : นางสาวเบญญาดา พันธุพิทย์แพทย์ตําแหน่ง : นักทรัพยากรชํานาญการพิเศษหมายเลขโทรศัพท์: 08 8583555415


กองบริหารการคลัง สถิติค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรมย้อนหลัง 5ปีมีการจัดสรรงบประมาณให้แต่ละจังหวัดอย่างไร มีผลการใช้จ่ายอย่างไร จําแนกเป็นรายจังหวัด และรายรายการ คําตอบ : สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมรับผิดชอบดูแลอาคารบูรณาการกระทรวงยุติธรรมโดยพิจารณาจัดสรรงบประมาณตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบริหารจัดการอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรมในภูมิภาค พ.ศ. 2554 ข้อ 11 ได้กําหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า “ให้สํานักงานยุติธรรมจังหวัดหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายมีหน้าที่ในการเสนอคําของบประมาณต่อสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้อง” โดยอัตราค่าใช้จ่ายในการจัดสรรงบประมาณให้สํานักงานยุติธรรมจังหวัดเป็นไปตามความจําเป็น เหมาะสม และประหยัดโดยยึดถือตามหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายประกอบการพิจารณางบประมาณที่สํานักงบประมาณกําหนดทั้งนี้สถิติค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรมย้อนหลัง 5 ปีรายละเอียดดังนี้รายการ ปีงบประมาณ 2563 2564 2565 2566 25671. ค่าจ้างเหมารักษาความปลอดภัย 5,138,256.00 7,832,198.00 8,693,855.00 8,927,669.24 5,132,645.842. ค่าจ้างเหมารักษาความสะอาด 1,674,124.00 2,610,921.00 3,165,496.00 3,253,133.02 1,963,440.943. ค่าจ้างเหมาคนสวน 488,555.00 1,131,188.00 1,442,984.00 1,409,645.35 895,430.184. ค่าจ้างเหมาเจ้าหน้าที่อาคารสถานที่ 96,000.00 96,000.00 96,000.00 87,641.94 64,106.905. ค่าจ้างเหมาป้องกันและกําจัดปลวก - - 47,870.00 19,800.00 122,300.006. ค่าบริการกําจัดสิ่งปฏิกูล และกําจัดขยะ 3,000.00 22,120.00 91,230.00 52,250.00 29,130.007. ค่าซ่อมแซมและบํารุงรักษา 97,000.00 99,026.00 98,377.00 225,373.24 35,151.108. ค่าจ้างเหมาบํารุงรักษาลิฟต์ - - - 42,170.06 27,600.009. ค่าวัสดุสําหรับพื้นที่ส่วนกลาง 222,006.90 582,624.50 1,207,165.93 676,613.65 170,478.9210. ค่าสาธารณูปโภค (ค่าน้ํา ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์) 2,203,112.77 3,785,576.64 4,213,899.49 5,115,980.60 2,626,397.6111. งบลงทุน 8,500.00 53,500.00 337,800.00 1,253,900.00 -รวมทั้งสิ้น 9,930,554.87 16,242,553.36 19,394,678.07 21,064,177.10 11,066,681.49ผู้รับผิดชอบ : นางสาวชนิดา ก๊งไฉ่ตําแหน่ง : นักวิชาการเงินและบัญชีชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141522316


กองบริหารการคลัง ในปีงบประมาณที่ผ่านมา 5 ปีย้อนหลัง (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2567) สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้มีการใช้เงินงบประมาณ/เงินนอกงบประมาณเพื่อรองรับการจ้างเหมาบริการบุคคลและ/หรือนิติบุคคลเพื่อดําเนินการ ในภารกิจใด เป็นจํานวนเงินเท่าไร คําตอบ : ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ 2563 - 2567 สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้มีการอนุมัติการใช้เงินงบประมาณ/เงินนอกงบประมาณ ดังนี้รายการ ปีงบประมาณ 2563 2564 2565 2566 2567เงินงบประมาณ 1. ค่าจ้างเหมาบุคลากร ช่วยปฏิบัติงาน 1,337,250.00 (8 อัตรา) 1,394,000.00 (8 อัตรา) 1,219,750.00 (8 อัตรา) 1,257,500.00 (8 อัตรา) 629,050.00 (8 อัตรา) 2. ค่าจ้างเหมาบริการ เอกชนดําเนินการ 23,412,553.62 34,683,605.72 32,889,274.50 32,768,198.03 21,430,788.71 เงินนอกงบประมาณ 1. ค่าจ้างเหมาบุคลากร ช่วยปฏิบัติงาน 6,179,951.40 (28 อัตรา) 12,211,751.40 (70 อัตรา) 13,876,751.40 (70 อัตรา) 16,489,371.60 (88 อัตรา) 15,637,371.60 (94 อัตรา) 2. ลูกจ้างชั่วคราว 106,774,920.00 (563 อัตรา) 97,829,436.00 (514 อัตรา) 94,042,236.00 (494 อัตรา) 97,781,376.00 (514 อัตรา) 97,781,376.00 (514 อัตรา) ผู้รับผิดชอบ : 1. นางสาวชนิดา ก๊งไฉ่.ตําแหน่ง : นักวิชาการเงินและบัญชีชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 0 214152232. นางสาวศศิลินทร์ริศา เส็งสมานตําแหน่ง : นักวิชาการเงินและบัญชีชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141522417


กองการต่างประเทศ กรอบความร่วมมือ ข้อตกลง พันธกรณีที่เข้าร่วมอนุสัญญาด้านงานยุติธรรมที่กระทรวงยุติธรรมเกี่ยวข้อง มีอะไรบ้าง คําตอบ : กรอบความร่วมมือ ข้อตกลง และพันธกรณีที่กระทรวงยุติธรรมดําเนินงานในฐานะหน่วยงานรับผิดหลักในปัจจุบัน ได้แก่1. การประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (the UN Commission on Crime Prevention andCriminal Justice: CCPCJ) เป็นการประชุมเพื่อหารือนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันอาชญากรรม และส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมทางอาญา รวมถึงการปฏิบัติตามพันธกรณีในอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องได้แก่อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร(United Nations Convention against Transnational Organized Crime – UNTOC) และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (United Nations Convention against Corruption- UNCAC) รวมทั้งตราสารระหว่างประเทศ เพื่อต่อต้านการก่อการร้าย และการรับมือกับอาชญากรรมรูปแบบใหม่เช่น อาชญากรรมทางไซเบอร์และอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมข้อกําหนดและมาตรฐานของสหประชาชาติในการพฒันาพฤตินิสัยและการลดการกระทําผิดซ้ํา เป็นต้น บทบาทของกระทรวงยุติธรรม ในปีพ.ศ. 2562 ซึ่งตรงกับการประชุมCCPCJสมัยที่ 28 กระทรวงการต่างประเทศได้หารือกับกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระหว่างการประชุมเตรียมการหน่วยงานไทยฯ เห็นว่าสารัตถะของการประชุมเกี่ยวข้องโดยตรงกับภารกิจของกระทรวงยุติธรรม และได้มีหนังสือแจ้งกระทรวงยุติธรรมขอให้รับเป็นฝ่ายเลขานุการในการจัดการประชุมเตรียมการของหน่วยงานไทยในสมัยต่อๆไป (ตั้งแต่สมัยที่ 29เป็นต้นมา) ที่ผ่านมาไทยมีบทบาทที่เข็มแข็งในเวทีการประชุม CCPCJ และได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก CCPCJ หลายวาระ โดยเริ่มตั้งแต่วาระปีค.ศ. 1995 – 1997 และหลังจากนั้น ไทยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกทุกวาระ (วาระละ3ปี) จนถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่ปีค.ศ. 2004 - 2024 ทั้งนี้บทบาทที่สําคัญของไทยคือการผลักดันการรับรองและการดําเนินการตามข้อกําหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) ที่เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งประเทศต่างๆ ได้นําไปปรับใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อยกระดับมาตรฐานของงานราชทัณฑ์ด้วย และล่าสุดประเทศไทยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิก CCPCJวาระปีค.ศ.2025-2027 โดยโครงการที่เสนอในครั้งนี้ได้แก่ 1.1 การประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาสมัยที่ 34 (The 34th Session of the UN Commission on Crime PreventionandCriminal Justice) 18


1.2 การประชุมสมัยต่อเนื่องของคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาสมัยที่33 (Reconvened Session of the 33th Session of theUNCommission on Crime Prevention and Criminal Justice) 2. ที่ประชุมกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีบุคคล(HagueConference on Private International Law – HCCH) คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่11 กุมภาพันธ์2563 เห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก HCCH เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อการติดตามพัฒนาการของกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลที่เกี่ยวกับการคุ้มครองดูแลสิทธิประโยชน์ของประชาชนในการดําเนินกิจกรรมข้ามรัฐทําให้ประเทศไทยมีสิทธิในการเข้าร่วมกระบวนการเจรจาร่างอนุสัญญาต่างๆ ของ HCCHและมีโอกาสในการผลักดันวัตถุประสงค์หรือความต้องการของไทยบนเวทีระหว่างประเทศได้รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงกฎหมายภายในของไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอีกด้วยโดยไทยเข้าเป็นสมาชิก HCCH โดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์2565 เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนการดําเนินการภายหลังประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกที่ประชุมกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล โดยกระทรวงยุติธรรมได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการดําเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการดําเนินการในกรอบดังกล่าว อยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนการดําเนินการฯ2.1 การประชุมสภาที่ปรึกษาด้านกิจการและนโยบาย (Council onGeneral Affairs and Policy - CGAP) ประจําปีค.ศ. 2025 ของที่ประชุมกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล (Hague Conference on Private International Law: HCCH) 2.2 การบํารุงสมาชิกรายปีที่ประชุมกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ประจําปีงบประมาณ ค.ศ. 2024 - 2025 ผู้รับผิดชอบ : นางสาววรินยุพา บูรณอารีย์พงษ์ตําแหน่ง : นักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 08 6971331119


กองการต่างประเทศ แผนการดําเนินงานเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนางานยุติธรรม/กระบวนการยุติธรรมของไทย ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เรียงลําดับความสําคัญจากมากไปน้อย พร้อมเหตุผลประกอบ คําตอบ : กระทรวงยตุิธรรมในฐานะหน่วยงานรบัผิดชอบหลักของกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศได้แก่ 1. The UN Commissionon CrimePreventionand Criminal Justice: CCPCJ 2. Hague Conference on Private International Law: HCCH ซึ่งมีส่วนส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนิติสัมพันธ์ระหว่างเอกชนรวมไปถึงการอํานวยความสะดวกในการทํานิติกรรมข้ามชาติของประชาชนภายในประเทศและต่างประเทศโดยมีแผนการดําเนินงาน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ดังนี้1. Commission on Crime Prevention and Criminal Justice: CCPCJการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (CCPCJ) เป็นเวทีระหว่างประเทศที่กระทรวงยุติธรรมและประเทศไทยจะได้แสดงบทบาทที่ชัดเจนและต่อเนื่องในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมและแสดงความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับนานาประเทศในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม รวมถึงร่วมกันพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและส่งเสริมความยุติธรรมทางอาญาในหลากหลายมิติซึ่งการเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อภารกิจของกระทรวงยุติธรรมในการดําเนินการตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม และยกระดับมาตรฐานทางกระบวนการยุติธรรมทางอาญาภายในประเทศซึ่งในแต่ละปีจะมีหัวข้ออภิปรายหลักที่แตกต่างกันไปตามประเด็น ที่สําคัญและเหมาะสมกับสถานการณ์โลกด้านการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา อันจะมีประโยชน์ในการส่งเสริมความร่วมมือและเสริมสร้างความมั่นคงภายในประเทศ ระหว่างประเทศ และประชาคมโลก การเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงในเรื่องการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ ผ่านการส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามแบบบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ และความร่วมมือในกรอบพหุภาคีต่าง ๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขภัยคุกคามในทุกรูปแบบ เชน่อาชญากรรมข้ามชาติการก่อการร้าย ภัยคุกคามทางไซเบอร์การค้ามนุษย์ยาเสพติดนอกจากนี้การเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้ไทยสามารถสร้างพันธมิตรรอบด้านเป็นที่ยอมรับและมีสถานะที่ดีในเวทีระหว่างประเทศและสามารถสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทยได้อีกด้วย 20


การประชุม CCPCJ สมัยปกติจัดขึ้นทุกเดือนพฤษภาคมของทุกปีและการประชุมสมัยต่อเนื่องของ CCPCJ จัดขึ้นทุกเดือนธันวาคมของทุกปีซึ่งในปีพ.ศ. 2568 จะมีการแจ้งรายละเอียดกําหนดการของการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 34 (The 34th Session of the UN Commission on Crime PreventionandCriminal Justice) และการประชุมสมัยต่อเนื่องของคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่34 (Reconvened Session of the 34th Session of theUNCommissionon Crime Preventionand Criminal Justice) ภายหลังจากการประชุมคณะกรรมาธกิารว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 33(The33rd Sessionof theUNCommission on Crime Prevention and Criminal Justice) ซึ่งจัดขึ้น ระหว่างวันที่13- 17พฤษภาคม 2567 ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย 2. Hague Conference on Private International Law: HCCHประเทศไทยยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์(LetterofRequest) เข้าเป็นสมาชิก(Hague ConferenceonPrivateInternationalLaw: HCCH)ต่อกระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2564 ระหว่างการเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม Council onGeneral Affairs and Policy (CGAP) ประจําปีค.ศ. 2020 ซึ่งเป็นการประชุมประจําปีของประเทศสมาชิกHCCH เมื่อวันที่ 3 - 6 มีนาคม 2563 ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์และต่อมาได้ยื่นตราสารยอมรับธรรมนูญของ HCCH (Instrumentof Acceptance) ณ สํานักเลขาธิการ (PermanentBureau) ของ HCCH กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 ระหว่างการประชุมCouncil on General Affairs and Policy (CGAP) ประจําปีค.ศ. 2021 จึงส่งผลให้สมาชิกภาพของประเทศไทยมีผลสมบูรณ์นับแต่บัดนั้น หลังจากประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกที่ประชุมกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีบุคคล (HCCH) กระทรวงยุติธรรมได้เสนอเรื่องเพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาการเสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนการดําเนินการภายหลังประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกฯ เพื่อเป็นกลไกประสานงานหลักระหว่างหน่วยงานของไทยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการกําหนดยุทธศาสตร์และท่าทีไทยในการเจรจาประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นผลประโยชน์หลักของประเทศรวมถึงสนับสนุนการเตรียมการเข้าร่วมประชุมหลักของ HCCH ของคณะผู้แทนไทย ทั้งในด้านสารัตถะและการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการประชุม Councilon General Affairsand Policy(CGAP)ซึ่งเป็นการประชุมหลักประจําปีของ HCCH โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่8กุมภาพันธ์2565เห็นชอบข้อเสนอข้างต้น นายสมศักดิ์เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ตําแหน่งในขณะนั้น) ได้ลงนามคําสั่งกระทรวงยตุิธรรม ที่55/2565ลงวันที่14กุมภาพันธ์2565แต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติฯเพื่อเป็นกลไกประสานงานหลักระหว่างหน่วยงานของไทยที่เกี่ยวข้องและทําให้การดําเนินการในกรอบ HCCHมีเอกภาพและเกิดประสิทธผิลตามเป้าประสงค์การเข้าเป็นสมาชิกของไทย 21


ที่ผ่านมา คณะกรรมการระดับชาติฯ ได้จัดการประชุมมาแล้ว 2ครั้งคือครั้งที่2 (1/2565) เมื่อวันที่21 กุมภาพันธ์2565 และครั้งที่2 (1/2566) เมื่อวันที่20 กุมภาพันธ์2566โดยจากการประชุมครั้งที่1 ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จํานวน3คณะเพื่อขับเคลื่อนการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา HCCH ฉบับอื่น ๆ ที่ประเทศไทยมีความพร้อม และการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1) คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการส่งเอกสารทางการศาลระหว่างประเทศในคดีแพ่งและพาณิชย์(Convention on theServiceAbroad of Judicial and Extrajudicial Documents in Civil and Commercial Matters) 2)คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกําหนดของการนิติกรณ์สําหรับเอกสารมหาชนต่างประเทศ (Convention Abolishingthe Requirement ofLegalizationforForeignPublic Documents: Apostille Convention) 3)คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการปรับปรุงพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 และในการประชุมครั้งที่2 ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบให้ประเทศไทย เริ่มกระบวนการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกําหนดของการนิติกรณ์สําหรับเอกสารมหาชนต่างประเทศ (Convention Abolishing the Requirement of Legalization for ForeignPublic Documents: Apostille Convention) อย่างเป็นรูปธรรม แผนการดําเนินการและภารกิจที่ต้องดําเนินการต่อกระทรวงยุติธรรมยังคงมีภารกิจสําคัญที่ต้องสานต่อ และมีแผนการดําเนินการของประเทศไทยโดยพิจารณาจากความเป็นไปได้ในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาของ HCCH ที่เหมาะแก่บริบทของสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมไทยดังนี้1. การสานต่อการดําเนินการตามอนุสัญญาที่ไทยเข้าเป็นภาคีแล้วหรือภารกิจที่เป็นปัจจุบัน (Existing Work) ได้แก่1.1 อนุสัญญาว่าด้วยลักษณะทางแพ่ง ในการลักพาตัวเด็กข้ามชาติ(Convention on the Civil Aspects of International Child Abduction) 1.2 อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองเด็กและความร่วมมือเรื่องการรับบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ (Convention on the Protection of Children and Co-operationinrespect of Inter-Country Adoption) โดยจะต้องติดตามความคืบหน้าของการดําเนินการและประมวลบทเรียนและความท้าทายที่เกิดขึ้นจากกระบวนการปฏิบัติจริง เพื่อนํามาปรับปรุง หรือแจ้งข้อเสนอต่อ HCCH ต่อไป 22


2. อนุสัญญาที่ไทยอาจหาแนวทางเข้าเป็นภาคีในระยะเวลาอนัใกล้(Short - TermPlan) ได้แก่2.1 อนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกําหนดของการนิติกรณ์สําหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ (Convention of 5 October 1961 Abolishing the Requirement of Legalisation for Foreign Public Documents - Apostille Convention) เนื่องจากไทยจะได้รับประโยชน์จากขอบเขตของอนุสัญญาที่ครอบคลุมพื้นที่หลายประเทศทั่วโลก โดยถือว่าเป็นอนุสัญญาที่มีภาคีมากที่สุดในปัจจุบันจํานวน 121 ภาคีและจะช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนการดําเนินงานเพื่อรับรองเอกสารทางการทูตและการกงสุล ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าว 2.2 อนุสัญญาว่าด้วยการส่งเอกสารทางการศาลระหว่างประเทศในคดีแพ่งและพาณิชย์ (Convention of 15 November 1965 on the Service Abroad of Judicial andExtrajudicial Documents in Civil or Commercial Matters) เนื่องจากสํานักงานศาลยุติธรรมได้ทําการศึกษาแนวทางการดําเนินการ และมียุทธศาสตร์ในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญานี้แล้วอย่างไรก็ดีกระทรวงยุติธรรมจะดําเนินการหารือในรายละเอียดกับสํานักงานศาลยุติธรรมต่อไป3. อนุสัญญาที่ไทยอาจหาแนวทางเข้าเป็นภาคีในระยะต่อไป (FuturePlan) การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา HCCH ให้ครอบคลุมในทุกหมวดหมู่หลักโดยอาจพิจารณาจากกลุ่มอนุสัญญาในเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศที่เห็นว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหลายภาคส่วน และสามารถดําเนินการโดยการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รวมถึงการพิจารณาจากอนุสัญญาหลัก (Core Conventions) อื่น ๆ ของ HCCHในลําดับต่อไป ปัจจุบัน ไทยเป็นสมาชิกสําดับที่88 ของ HCCH และเป็นประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศที่5 (ถัดจากมาเลเซีย สิงคโปร์เวียดนาม และฟิลิปปินส์) ที่เป็นสมาชิกที่ประชุมดังกล่าวจึงนับเป็นความสําเร็จและข้อริเริ่มของกระทรวงยุติธรรมในการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบกฎหมายในเชิงระหว่างประเทศ เนื่องจากการเข้าเป็นสมาชิก HCCH ทําให้ประเทศไทยมีสิทธิในการเข้าร่วมกระบวนการเจรจาร่างสนธิสัญญาต่างๆ ของ HCCH และมีโอกาสในการผลักดันวัตถุประสงค์หรือความต้องการของไทยบนเวทีระหว่างประเทศได้และยังเป็นประโยชน์ต่อการติดตามพัฒนาการของกฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีบุคคล ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองดูแลสิทธิประโยชน์ของประชาชน ในการดําเนินกิจกรรมข้ามรัฐ รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงกฎหมายภายในของไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดําเนินการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกําหนดของการนิติกรณ์สําหรับเอกสารมหาชนจากต่างประเทศ (Convention of 5October 1961Abolishing the Requirementof Legalisationfor Foreign Public Documents - Apostille Convention) ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง23


ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการยกเลิกข้อกําหนดของการนิติกรณ์สําหรับเอกสารมหาชนต่างประเทศ (Convention AbolishingtheRequirementof Legalizationfor ForeignPublic Documents: Apostille Convention) จํานวน2ครั้งและพิจารณาแล้วว่ามีแนวโน้มสูงและมีความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีในระยะเวลาอันใกล้โดยการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทําเอกสารมหาชนในรัฐคู่สัญญาของประเทศไทยอย่างยิ่งช่วยลดขั้นตอน และภาระการรับรองนิติกรณ์ของส่วนราชการ เพิ่มความสะดวกในการนําเอกสารไปใช้ในต่างประเทศแกป่ระชาชนหรือภาคเอกชนที่มคีวามจําเป็นในการใช้เอกสารต่างๆหรือการนําเอกสารจากต่างประเทศ มาใช้ในประเทศไทย และยังช่วยดึงดูดภาคธุรกิจและการลงทุนของชาวต่างชาติมายังประเทศไทย เนื่องจากมีความสะดวกในการดําเนินธุรกรรมในประเทศไทยมากขึ้นรวมถึงเป็นการยกระดับสถานะในการดําเนินการทางเอกสารของประเทศไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ผู้รับผิดชอบ : นางสาววรินยุพา บูรณอารีย์พงษ์ตําแหน่ง : นักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 08 6971331124


กองออกแบบและก่อสร้าง การพิจารณาพื้นที่จังหวัดเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรม มีหลักเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร คําตอบ : กระทรวงยุติธรรมมีภารกิจในการพัฒนาและบูรณาการกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้การพัฒนาประเทศมีมิติด้านการยุติธรรมที่นําไปสู่การลดความเหลื่อมล้ําเกิดความเป็นธรรมในสังคมโดยเน้นการพัฒนาควบคู่กับการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายให้ความคุ้มครองช่วยเหลือประชาชนตลอดจนการปราบปรามและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําผิด นอกจากนี้ยังได้ดําเนินการตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการดําเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษในทุกรูปแบบพร้อมทั้งการพัฒนานิสัยผู้กระทําผิดไม่ให้กลับไปกระทําผิดซ้ํา และอํานวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ําในสังคมและเพื่อให้การให้บริการประชาชนของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ประชาชนสามารถเข้าถึงการใช้บริการของหน่วยงานยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม โดยมอบนโยบายให้กับยุติธรรมจังหวัด ดําเนินการหาพื้นที่และประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมในพื้นที่ที่พร้อมจะเข้าอยู่ในอาคารบูรณาการฯ และแจ้งข้อมูลเรียนปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอกรรมสิทธิ์ที่ดินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดดังกล่าวในการพิจารณาพื้นที่จังหวัดใดสําหรับการขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรม มีหลักเกณฑ์การพิจารณาคํานึงถึงนโยบายของกระทรวงยุติธรรมข้างต้นและพิจารณาข้อมูลอื่น ๆ ประกอบด้วย ดังนี้1. ความพร้อมของกรรมสิทธิ์ที่ดิน 2. ยุติธรรมจังหวัดนําร่อง 3. ปริมาณปริมาณงาน/สถิติงาน ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมในพื้นที่ที่ให้บริการประชาชน เช่น สถิติปริมาณคดีสืบเสาะฯ/ สอดส่องฯ ตรวจพิสูจน์ฟื้นฟูฯ เป็นต้น4. ค่าใช้จ่ายในการเช่าอาคารสํานักงาน ผู้รับผิดชอบ : นายพิสิษฐ์โชติยศพงศ์ตําแหน่ง : ผู้อํานวยการกองออกแบบและก่อสร้างหมายเลขโทรศัพท์: 06 5663514525


กองออกแบบและก่อสร้าง สภาพปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้างอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรมจังหวัดต่าง ๆ ที่มีความล่าช้าและไม่เป็นไปตามแผน (นครสวรรค์/นครปฐม/) เกิดจากสาเหตุใด และมีแนวทางการบริหาร/แก้ไขปัญหาอย่างไร คําตอบ : 1. การก่อสร้างอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรม จังหวัดนครสวรรค์คาดว่าจะลงนามในสัญญาในเดือนพฤษภาคม 2567 1.1 ปัญหาอุปสรรคของงาน 1) กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า เนื่องจาก - นโยบายการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างให้ปรับเปลี่ยนประธานกรรมการ จึงต้องใช้เวลาในการสรรหาบุคคลที่เหมาะสมตามโยบาย และแต่งตั้งใหม่- ราคากลางที่ได้รับความเห็นชอบ ครบกําหนด 30 วันหลายครั้งเนื่องจากกระบวนการตามแนวทางปฏิบัติเดิม เมื่อหัวหน้าส่วนราชการเห็นชอบราคากลางแล้วกองบริหารการคลัง จะแจ้งให้คณะกรรมการจัดทําแบบรูปรายการฯ(TOR)ดําเนินการ โดยคณะกรรมการTOR จัดประชุมและนําราคากลางที่เห็นชอบมาบรรจุในเอกสารรายละเอียดขอบเขตของงานฯและส่งกองบริหารการคลัง เพื่อเสนอหัวหน้าหน่วยงาน ตามขั้นตอน ซึ่งระยะเวลาดําเนินการของคณะกรรมการฯ TOR รวมกับระยะเวลาในการเสนอหัวหน้าหน่วยงานใช้เวลานานจึงเป็นเหตุให้ราคากลางครบกําหนด 30 วัน จึงจําเป็นต้องเสนอขอให้ทบทวนราคากลางใหม่อีกครั้ง 2) มีการดําเนินการจัดจ้าง จํานวน 2 ครั้ง เนื่องจากการดําเนินการครั้งแรกมีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียว ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาผลมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิกการดําเนินการและเห็นควรให้มีการดําเนินการจัดจ้างครั้งที่2 1.2 แนวทางการบริหารแก้ไขปัญหา ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ลงวันที่20 มีนาคม 2566 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการจัดทําร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR) โดยมีประเด็นสําคัญคือรายละเอียดข้อมูลที่คณะกรรมการจัดทําแบบรูปรายการฯ ที่ต้องประชุมและจัดทําขึ้นนั้นไม่ต้องระบุราคากลางที่ได้รับความเห็นขอบ ดังนั้นคณะกรรมการจัดทําแบบรูปรายการฯ สามารถประชุมจัดทํารายละเอียดของงานฯ คู่ขนานกับการประชุมคณะกรรมการกําหนดราคากลาง จึงช่วยให้กระบวนการจัดจ้างดําเนินการได้รวดเร็วยิ่งขั้น 26


2. การก่อสร้างอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรม จังหวัดนครปฐม ผลการก่อสร้างอยู่ระหว่างดําเนินการงวด 11จาก 21งวด เป้าหมายแผนงาน97.81%ผลการดําเนินงาน 55.97% ล่าช้ากว่าแผน -41.84% (ข้อมูล ณ วันที่8 พฤษภาคม 2567) คาดว่าจะส่งมอบงานงวดที่12 ในวันที่25 พฤษภาคม 2567 ในจํานวนเงิน 3,795,000 บาท 2.1 ปัญหาอุปสรรคของงาน 1) ทางผู้รับจ้างยังไม่ส่งแผนสรุป Shop Drawingต่างๆและแบบ ShopDrawingส่วนที่เหลือ 2) ทางผู้รับจ้างยังไม่ได้ส่งแผนสรุปรายการขออนุมัติวัสดุ 3) ทางผู้รับจ้างยังไม่ดําเนินการแก้ไขการติดตงั้คาน WFและงานโครงสร้างเหล็กอื่น ๆ ให้ถูกต้องตาม Shop Drawing ที่ทําการขออนุมัติไว้4) ใกล้สิ้นสุดสัญญาก่อสร้างในการขยายระยะเวลาครั้งที่ 2 5) คนงานมีปริมาณไม่เพียงพอต่อปริมาณงาน 2.2 แนวทางแก้ไขในการดําเนินงาน 1) ได้ออกเอกสารติดตามต่อทางผู้รับจ้างให้จัดทําตารางสรุปแผนงานShop Drawing แล้ว 2) ได้ออกเอกสารติดตามเรื่องแผนสรุปรายการขออนุมัติวัสดุแล้ว 3) ได้ออกเอกสารแจ้งให้ผู้รับจ้างดําเนินการแก้ไขการติดตั้งคานWFและงานโครงสร้างเหล็กอื่นๆ ให้ถูกต้องตาม Shop Drawing ที่ทําการขออนุมัติไว้(ครั้งที่3) แล้ว 4) ได้ออกเอกสารเร่งรัดดําเนินการก่อสร้างเนื่องจากใกล้หมดสัญญาก่อสร้างแล้ว(ครั้งที่ 2) 5) ได้แจ้งต่อทางผู้รับจ้างให้เร่งดําเนินการจัดหาคนงานเข้ามาเพิ่มเพื่อเร่งรัดดําเนินงานแล้ว ผู้รับผิดชอบ : นายพิสิษฐ์โชติยศพงศ์ตําแหน่ง : ผู้อํานวยการกองออกแบบและก่อสร้างหมายเลขโทรศัพท์: 06 5663514527


กองออกแบบและก่อสร้าง การก่อสร้างอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรมในจังหวัดที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ แต่ติดขัดเรื่องการขอใช้ที่ดิน (อุบลราชธานี/บึงกาฬ) มีแผนการดําเนินการและพิจารณาการเลือกที่ดินอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวคําตอบ : 1. การก่อสร้างอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรม จังหวัดอุบลราชธานีมีแผนการดําเนินการและพิจารณาการเลือกที่ดินเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งสํานักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานีได้รายงานการจัดหาพื้นที่แห่งใหม่เพื่อใช้ก่อสร้างอาคารบูรณาการกระทรวงยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานีโดยขอให้กองออกแบบและก่อสร้างพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่โดยกองออกแบบและก่อสร้างพิจารณาแล้ว มีความเห็นว่า บริเวณพื้นที่ก่อสร้างทั้ง 3 แปลง พบว่าไม่เหมาะสมสําหรับก่อสร้างอาคารบูรณาการฯ ตามรายละเอียด ดังนี้ 1) บริเวณพื้นที่ศูนย์ราชการจังหวัดอุบลราชธานีตําบลแจระแม อําเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานีเนื้อที่ 4-0-0 ไร่ต้องถมดินสูง 3.5 เมตร และบริเวณด้านหลังเป็นแม่น้ําจําเป็นต้องใช้งบประมาณในการถมดินเป็นจํานวนมาก 2) บริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคารสํานักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานีตําบลแจระแมอําเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานีเนื้อที่ 11-1-18 ไร่ (ขอแบ่ง จํานวน 3 ไร่) พบว่าเส้นทางเข้าออกลักษณะเป็นทางซอย ซึ่งประชาชนสัญจรเข้า - ออกไม่สะดวก 3) แปลงที่ 3 เนื้อที่ประมาณ 2-0-0 ไร่พบว่าพื้นที่แปลงดังกล่าว มีขนาดเล็กเกินไปไม่เหมาะกับการก่อสร้างอาคารบูรณาการฯ โดยกองออกแบบและก่อสร้างได้ประสานแจ้งผู้อํานวยการสํานักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อทราบและขอให้ดําเนินการประสานขอที่ดินแปลงใหม่ที่เหมาะสมปัจจุบันสํานักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานีได้หารือร่วมกับธนารักษ์พื้นที่อุบลราชธานีปรากฏว่าได้พิจารณาจัดหาพื้นที่แห่งใหม่เพื่อใช้ก่อสร้างอาคารบูรณาการฯ คือ ที่ดินบริเวณด้านหลังสํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน (อุบลราชธานี) ตําบลไร่น้อย อําเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานีซึ่ง สํานักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานีได้มีหนังสือขอใช้ประโยชน์ที่ดินราชพัสดุดังกล่าวส่งให้สํานักงานธนารักษ์พื้นที่อุบลราชธานีพิจารณาการขอใช้พื้นที่แล้ว ทั้งนี้หากผลเป็นประการใดจะแจ้งให้ทราบต่อไป 2. การกอ่สร้างอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรม จังหวัดบงึกาฬ มีแผนการดําเนินการและพิจารณาการเลือกที่ดินเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งสํานักงานยุติธรรมจังหวัดบึงกาฬได้มีหนังสือการขอใช้พื้นที่ก่อสร้างอาคารบูรณาการของกระทรวงยุติธรรม ภายในศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬเพื่อจัดทําโครงการก่อสร้างอาคารบูรณาการฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการขอต่อใบอนุญาต28


ตามมาตรา 9 แห่ง ประมวลกฎหมายที่ดิน เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์และยังเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามมาตรา 4 (1) ของพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 จึงทําให้ต้องขออนุญาตแผ้วถางก่อนถึงจะดําเนินการขอออกใบอนุญาตได้ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลานานและอยู่ในขั้นตอนของสํานักงานจังหวัดบึงกาฬเป็นผู้ขออนุญาต เป็นผลให้พื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีใบอนุญาตดําเนินการโดยสํานักงานที่ดินจังหวัดบึงกาฬให้คําแนะนําว่า หากกระทรวงยุติธรรมต้องการหาพื้นที่ใหม่สําหรับใช้เป็นที่ก่อสร้างอาคารบูรณาการกระทรวงยุติธรรม ควรขอใช้ที่ดินจากธนารักษ์พื้นที่จังหวัดบึงกาฬโดยเป็นพื้นที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะบียนที่บก 138 หนังสือสําหรับที่ดิน น.ส.ล เลขที่นค.1512ระวาง 5645 IV 5426 หมู่ที่ 6 ถนน ทางหลวงชนบท (สายบ้านหนองนาแซง - บ้านเหล่าถาวร) ตําบลวิศิษฐ์อําเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เนื้อที่ 10-0-00 ไร่กองออกแบบและก่อสร้างได้เดินทางไปสํารวจความเหมาะสมของพื้นที่และจัดทําผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ประกอบการจัดทําแบบขอใช้ที่ราชพัสดุ (ทบ.4) ส่งให้กองประสานราชการยุติธรรมจังหวัดรวบรวม ส่งให้สํานักงานยุติธรรมจังหวัดบึงกาฬประสานขอใช้พื้นที่จากสํานักงานธนารักษ์พื้นที่บึงกาฬแล้ว เมื่อธนารักษ์พื้นที่บึงกาฬแจ้งกรรมสิทธิที่ดินแปลงดังกล่าว ให้กับสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานที่ดําเนินการก่อสร้างต้องขอทําความตกลงกับสํานักงบประมาณและจัดซื้อจัดจ้างต่อไป ผู้รับผิดชอบ : นายพิสิษฐ์โชติยศพงศ์ตําแหน่ง : ผู้อํานวยการกองออกแบบและก่อสร้างหมายเลขโทรศัพท์: 06 5663514529


กองออกแบบและก่อสร้าง แนวทางการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนโดยการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์สําหรับอาคารใหม่ของหน่วยงานเพื่อประหยัด พลังงานและงบประมาณค่าสาธารณูปโภคเพราะหน่วยงานรัฐ คําตอบ : ตามที่กระทรวงยุติธรรม ได้รับอนุมัติให้ดําเนินการจ้างตกแต่งภายใน พร้อมรายการประกอบอาคารที่ทําการกระทรวงยุติธรรม 1 แห่ง โดยมีงานติดตั้ง ระบบ SOLAR ENERGY SYSTEMขนาดกําลังผลิตไฟฟ้าสูงสุด 300 กิโลวัตต์เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ปัจจุบันได้รับจัดสรรงบประมาณปี2567 เพื่อปรับปรุงระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้ครอบคลุมการใช้งานให้เต็มประสิทธิภาพภายในอาคารกระทรวงยุติธรรม โดยการปรับปรุงติดตั้งแผงควบคุมไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์รีเลย์ป้องกันกระแสไหลย้อน ติดตั้งอุปกรณ์ขดลวดวัดกระแส/แรงดันไฟฟ้าด้านแรงดันปานกลาง ติดตั้งท่อและสายสัญญาณเพิ่มเติม ยกเลิกรีเลย์ป้องกันกระแสไหลยอ้นของเดิม งานซ่อมฝ้าและทาสีคาดว่าจะประหยัดเงินจากการผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ปีละ 1,543,500บาทความคุ้มค่าเมื่อคิดจากเงินที่ลงทุน ตามงบประมาณปี2567 ทั้งสิ้น 3,248,000 บาทเมื่อหักลบกับค่าดูแลรักษาแล้ว จุดคุ้มทุนประมาณ 9.86 ปีผู้รับผิดชอบ : นายพิสิษฐ์โชติยศพงศ์ตําแหน่ง : ผู้อํานวยการกองออกแบบและก่อสร้างหมายเลขโทรศัพท์: 06 5663514530


ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับการบริหารงานยุติธรรมร่วมกับหน่วยงานอื่น อาทิสํานักงานกิจการยุติธรรมสํานักงานตํารวจแห่งชาติหรือไม่อย่างไร คําตอบ : ในปีงบประมาณ 2567 สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้รับงบประมาณเพื่อจัดทําโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางผู้กระทําผิด กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย กระทรวงยุติธรรมวงเงินงบประมาณ 20,994,700 บาท (ยี่สิบล้านเก้าแสนเก้าหมื่นสี่พันเจ็ดร้อยบาทถ้วน) เพื่อบูรณาการข้อมูลผู้กระทําผิดมาจัดเก็บไว้ในที่เดียวกันและใช้ข้อมูลร่วมกัน ซึ่งจะทําให้ข้อมูลผู้กระทําผิดอยู่ในรูปแบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน มีเนื้อหาข้อมูลตรงกัน เพื่อที่จะสามารถนําข้อมูลผู้กระทําผิดใช้วิเคราะห์ ประมวลผล เพื่อต่อยอดไปใช้ในการแก้ไขปัญหาการกระทําผิดซ้ําของผู้กระทําผิดโดยผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมสามารถนําข้อมูลที่ได้ไปใช้ในกําหนดนโยบาย หรือแนวทางแก้ไขปัญหาการกระทําผิดซ้ําได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นฐานข้อมูลตั้งต้นที่จะนําไปเชื่อมโยงผ่านAPI ให้สามารถใช้ประโยชน์กับหนว่ยงานในกระบวนการยุตธิรรม ไดแ้ก่ระบบ DXC ของสํานักงานกิจการยุติธรรมระบบสารสนเทศของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งภายในและภายนอกในการให้บริการและอํานวยความยุติธรรมแก่ประชาชนโดยมีการเชื่อมโยงผ่านระบบศูนย์ให้บริการประชาชน กระทรวงยุติธรรม ได้แก่สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผบู้รโิภคสํานักงานปลดัสํานักนายกรฐัมนตรีสํานักงานกองทุนยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรมบังคับคดีกรมคุมประพฤติกรมราชทัณฑ์สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดรวมถึงการเชื่อมโยงไปยังแอปพลิเคชันทางรัฐ 31


ผู้รับผิดชอบ : 1. นายณัฐนันติตําแหน่ง : นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชํานาญการพิเศษหมายเลขโทรศัพท์: 08 985154172. นางสาวปิยนันท์วงษ์กุลตําแหน่ง : นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 9005964132


ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงยุติธรรมมีแนวทางการบริหารจัดการเพื่อรองรับเข้าสู่การใช้บริการคลาวด์กลางของหน่วยงานภาครัฐอย่างไร คําตอบ : สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมให้บริการระบบคลาวด์คอมพิวติ้งกระทรวงยุติธรรมแก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 โดยให้บริการทั้งสิ้น 10 หน่วยงานได้แก่ 1) สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม 2) กรมบังคับคดี3) กรมสอบสวนคดีพิเศษ4) กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 5) กรมราชทัณฑ์6) กรมคุมประพฤติ7) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ 8) สํานักงานกิจการยุติธรรม 9) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์และ 10) สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แนวทางการบริหารจัดการเพื่อรองรับเข้าสู่การใช้บริการคลาวด์กลางของหน่วยงานภาครัฐนั้น สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ดําเนินการจัดทําแผนการย้ายระบบงานที่อยู่บนระบบคลาวด์คอมพิวติ้งกระทรวงยุติธรรมไปยังคลาวด์กลางภาครัฐ โดยแบ่งเป็น3ระยะรายละเอียดดังนี้ระยะที่1 ปีงบประมาณ 2567 ประกอบด้วย สํานักงานกองทุนยุติธรรม(5ระบบ) สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม (20 ระบบ) กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน (3 ระบบ) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (3 ระบบ) ระยะที่2 ปีงบประมาณ 2568 ประกอบด้วย กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาชน(2 ระบบ) และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (16 ระบบ) ระยะที่3 ปีงบประมาณ 2569 ประกอบด้วย กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน (18 ระบบ) สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม (37 ระบบ) กรมราชทัณฑ์ (5ระบบ) ศูนย์แลกเปลี่ยนกระบวนการยุติธรรม (11 ระบบ) สํานักงานกิจการยุติธรรม (2ระบบ) (กรมคุมประพฤติ(18 ระบบ) สํานักงานกองทุนยุติธรรม (5 ระบบ) และกรมบังคับคดี(20 ระบบ) ผู้รับผิดชอบ : ว่าที่ร้อยตรีสรวิศ เศรษฐบุบผาตําแหน่ง : นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141547233


ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การปรับปรุงความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับเครือข่าย มีความสําคัญอย่างไรคําตอบ : การปรับปรุงความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับเครือข่าย เป็นการปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกํากับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เรื่อง ประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สําหรับหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสําคัญทางสารสนเทศ พ.ศ. 2564 หัวข้อหลักที่3 มาตรการตรวจสอบและเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์(Detect) ระบุไว้ว่าต้องสร้างกลไกและกระบวนการเพื่อ 1) ตรวจจับเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั้งหมดที่เกี่ยวกับบริการสําคัญของหน่วยงาน และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสําคัญทางสารสนเทศ 2) การจัดประเภทและวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ตรวจพบ 3) การระบุว่ามีภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับบริการที่สําคัญของหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสําคัญทางสารสนเทศหรือไม่โดยเป็นการดําเนินการที่ครอบคลุมในระดับเครือข่ายภายในอาคารกระทรวงยุติธรรมประกอบไปด้วยหน่วยงาน ดังนี้สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม สํานักงานรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพทําให้อุปกรณ์ทั้งหมดที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายจะมีการตรวจสอบและเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์(Detect) เป็นไปตามประกาศฯ ผู้รับผิดชอบ : นายเอนกพงศ์อัศวโยธินตําแหน่ง : นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 09 0053698634


ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การเช่าใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(Mail Gateway) มีความสําคัญอย่างไร คําตอบ : ในปัจจุบัน ภัยคุกคามจากการโจมตีทางอีเมลเป็นหนึ่งในวิธีการที่ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้เพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานหรือระบบสารสนเทศของหน่วยงาน อาจเกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆเช่น เว็บไซต์ฟิชชิ่ง (Phishing) การแนบไฟล์ที่มีมัลแวร์(Malware attachments) หรือการหลอกลวงเพื่อเอาข้อมูลส่วนตัว (Scams) ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยที่หน่วยงานจะต้องให้ความสําคัญ ด้วยสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ให้บริการระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) กระทรวงยุติธรรม (@moj.go.th) ให้แก่เจ้าหน้าที่และบุคลากรในสังกัดหน่วยงานเพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร รับ - ส่งข้อมูลระหว่างส่วนราชการ และบุคคลภายนอก ซึ่งระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) กระทรวงยุติธรรมดังกล่าว ได้ติดตั้งอยู่บนระบบคลาวด์คอมพิวติ้งกระทรวงยุติธรรมและมีการใช้งานอุปกรณ์ระบบรักษาความปลอดภัยของระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(Mail Gateway) ทําหน้าที่ในการคัดกรองภัยคุกคามทางอีเมล ที่มีความเสี่ยงต่อระบบเครือข่ายและสารสนเทศของหน่วยงาน อุปกรณ์ระบบรักษาความปลอดภัยของระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(Mail Gateway) สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ทําการติดตั้งมาเป็นระยะเวลามากกว่า 5 ปีและทางบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้ยกเลิกสนับสนุนการให้บริการอุปกรณ์ดังกล่าว (End of Support) ในวันที่30 มิถุนายน 2567 ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(E-mail) กระทรวงยุติธรรมมีความเสี่ยงต่อการใช้งานจากการถูกโจมตีในรูปแบบใหม่ๆ ที่เข้ามาทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(E-mail) แต่เนื่องด้วยข้อจํากัดในการซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวทดแทน ซึ่งต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูงการบริหารจัดการทางหน่วยงานจึงปรับเปลี่ยนจากการซื้ออุปกรณ์ทดแทนเป็นการเช่าใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยของระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(Mail Gateway) เป็นระยะเวลา 3ปีผู้รับผิดชอบ : นายรัตนพล รัตนพิทักษ์ตําแหน่ง : นักวิชากาคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141547235


ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงยุติธรรมได้บูรณาการ/หารือแนวทางการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของกระทรวงยุติธรรมร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ ในรายการใดบ้างทั้งที่ดําเนินการไปแล้ว และที่คาดว่าจะดําเนินการในระยะถัดไปคําตอบ : 1. การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้มีการนําระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของสํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(สพธอ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐภายใต้การกํากับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมาใช้งาน โดยที่ผ่านมาได้มีการหารือแนวทางการแก้ปัญหาการใชง้านระบบฯรวมถึงความต้องการใชง้านระบบเพมิ่เติมรว่มกับ สพธอ. เป็นระยะเรื่อยมา2. การใช้บริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) โดยสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ดําเนินงาน 3 ส่วน รายละเอียดดังนี้ (1) สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมดําเนินการย้ายระบบงานทั่วไป(Public) กระทรวงยุติธรรม ได้รับการจัดสรรทรัพยากรจํานวน 32 ระบบ โดยเริ่มย้ายตั้งแต่ปีพ.ศ. 2564(2) สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมดําเนินการขอทรัพยากรสําหรับจัดทําศูนย์สํารองข้อมูลและกู้คืนระบบ (DR-Site) โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจัดสรรทรัพยากรแก่กระทรวงยุติธรรม (3) สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมดําเนินการย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือนที่อยู่บนระบบคลาวด์คอมพิวติ้งกระทรวงยุติธรรมไปยังคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) โดยแบ่งออกเป็น3 เฟส รายละเอียดดังนี้ เฟสที่1 ปีงบประมาณ 2567 หน่วยงานที่ดําเนินการย้ายระบบ ได้แก่ - สํานักงานกองทุนยุติธรรม (ส่วนที่1) จํานวน 5 ระบบ - สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จํานวน 40 ระบบ - กรมสอบสวนคดีพิเศษ จํานวน 3 ระบบ - กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน (ส่วนที่ 1) จํานวน3 ระบบเฟสที่2 ปีงบประมาณ 2568 หน่วยงานที่ดําเนินการย้ายระบบ ได้แก่ - กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน (ส่วนที่ 2) จํานวน2 ระบบ- กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จํานวน 17 ระบบ เฟสที่3 ปีงบประมาณ 2569 หน่วยงานที่ดําเนินการย้ายระบบ ได้แก่ - กรมคุมประพฤติจํานวน 11 ระบบ - กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน (ส่วนที่ 3) จํานวน18 ระบบ36


- กรมราชทัณฑ์จํานวน 5 ระบบ - ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม จํานวน 11 ระบบ- สํานักงานกิจการยุติธรรม จํานวน 2 ระบบ - สํานักงานกองทุนยุติธรรม (ส่วนที่2) จํานวน 5 ระบบ - กรมบังคับคดีจํานวน 20 ระบบ - สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม (ส่วนที่ 2) จํานวน 104 ระบบ3. การยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกรอบงบประมาณโครงการภายใต้แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจํานวน 2 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการปรับปรุงระบบศูนย์ให้บริการประชาชนสู่การบริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ กระทรวงยุติธรรม งบประมาณ 5,548,400 บาท และ (2) โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางผู้กระทําผิด กลุ่มภารกิจ ด้านพัฒนาพฤตินิสัย กระทรวงยุติธรรม งบประมาณ21,591,400 บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จากการตรวจสอบโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พบว่า ไม่มีโครงการใดที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์สําคัญในการพิจารณาโครงการภายใต้แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ประจําปีงบประมาณพ.ศ. 2568ผู้รับผิดชอบ : 1. นางสาวณัฎฐิณีแสงกุศลส่งตําแหน่ง : นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชํานาญการพิเศษ2. นางสาวชัชนันท์จันทบุรีตําแหน่ง : นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 9461450037


ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงยุติธรรมได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากแหล่งเงินอื่นอาทิกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจและดิจิทัลเพื่อสังคม สําหรับพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกระทรวงยุติธรรมหรือไม่คําตอบ : สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินดอกเบี้ยอันเกิดจากเงินกลางของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม โดยจะขอรับการจัดสรรในส่วนของงบดําเนินงาน ได้แก่ค่าบํารุงรักษาระบบสารสนเทศ การต่ออายุลิขสิทธิ์ซึ่งจะดําเนินการขอในกรณีที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีการจัดสรรงบประมาณของแหล่งเงินอื่น (1) กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมไม่ได้ดําเนินการยื่นข้อเสนอโครงการฯเพื่อขอรับทุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุน DE) โดยที่ผ่านมากําหนดการเปิดรับข้อเสนอโครงการฯ เพื่อขอรับทุนจากกองทุนฯ จะเปิดให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและประชาชน ยื่นข้อเสนอโครงการฯ ปีละ 1 ครั้ง โดยจะเปิดในช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ของทุกปีซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว คาบเกี่ยวกับการที่หน่วยงานต้องยื่นข้อเสนอโครงการฯเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีในการนี้สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จึงมีความกังวลเกี่ยวกับการยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณที่ซ้ําซ้อน เนื่องจากหลักเกณฑ์ที่กองทุนฯ กําหนดไว้ในข้อที่ (5) “โครงการต้องไม่ซ้ําซ้อนกับการขอรับการจัดสรรเงินจากงบประมาณประจําปีและกองทุนอื่น ๆ”ดังนั้น สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมจึงเลือกที่จะเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีแทนการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฯ (2) งบประมาณภายใต้แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล จากการตรวจสอบโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม พบว่า ไม่มีโครงการใดที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์สําคัญในการพิจารณาโครงการภายใต้แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ผู้รับผิดชอบ : 1. นางสาวณัฎฐิณีแสงกุศลส่งตําแหน่ง : นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชํานาญการพิเศษ2. นางสาวชัชนันท์จันทบุรีตําแหน่ง : นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 946145003. นางสาวนันธิตา วรบัณฑิตย์ตําแหน่ง : นักวิเคราะห์นโยบายและแผนหมายเลขโทรศัพท์: 09 5665418838


กองกฎหมาย โครงการพัฒนากฎหมายกระทรวงยุติธรรม ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - วันที่30 เมษายน 2567 คําตอบ : กระทรวงยุติธรรมมีรายการกฎหมายที่อยู่ระหว่างดําเนินการจําแนกได้ดังต่อไปนี้1. อยู่ระหว่างการพิจารณาของส่วนราชการ จํานวน 8 ฉบับ ดังนี้ (1) ร่างพระราชบัญญัติคุมประพฤติ(ฉบับที่..) พ.ศ. .... (คป.) (2)ร่างพระราชบัญญัติลม้ละลาย(ฉบับที่..) พ.ศ.... (เจ้าพนักงานพิทักษท์รัพย์เอกชน) (กบค.) (3) ร่างพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (กสพ.) (4) ร่างพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (ยกเลิกคดีความผิดทางอาญาตามกฎหมายตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติฯ จํานวน 11 ฉบับ) (กสพ.) (5) ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลสารพันธุกรรมของผู้ต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจําคุก พ.ศ. .... (สนว.) (6) ร่างพระราชบัญญัตกิารให้บริการด้านนิตวิิทยาศาสตร์(ฉบับที่..) พ.ศ. .... (สนว.) (7) ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (ป.ป.ส.) (8) ร่างพระราชบัญญัติประวัติอาชญากรรม พ.ศ. .... (สกธ.) 2. อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีจํานวน 4 ฉบับ ดังนี้ (1) ร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. .... (กคส.) (2) ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี) (กบค.) (3) ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้) (กบค.) (4) ร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จําเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (กคส.) 3. ไม่มีร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา4.อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรจํานวน 1ฉบับ ได้แก่รา่งพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 พ.ศ. .... (สป.ยธ.) 5. อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา จํานวน 1 ฉบับ ได้แก่ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์(ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (สมรสเท่าเทียม) (กคส.) 6. ไม่มีกฎหมายทมี่ผีลใช้บงัคับ (เพิ่มเติม) ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566-วันที่30เม.ย.2567ผู้รับผิดชอบ : นายทนงเกียรติมาตตายาตําแหน่ง : นิติกรปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141530039


กองกฎหมาย แผนการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรมในระยะต่อไปมีกฎหมายรายการใดบ้าง คําตอบ : นําผลการประเมินผลสัมฤทธิ์พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมพ.ศ. 2540และระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้แก่ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายค่าป่วยการ ค่าพาหนะเดินทาง และค่าเช่าที่พักแก่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญที่ศาลขอให้มาให้ความเห็นตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 14 พ.ศ. 2541ซึ่งกองกฎหมาย สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ดําเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์ในปีงบประมาณพ.ศ. 2567 มาประกอบการพิจารณา ศึกษา วิเคราะห์และปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของสังคมในปัจจุบันในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ต่อไป ผู้รับผิดชอบ : นายทนงเกียรติมาตตายาตําแหน่ง : นิติกรปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141530040


กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมมีภารกิจที่ต้องเร่งรัดดําเนินการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงจํานวนเท่าใดและเป็นรายการใดบ้าง คําตอบ : สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม มีภารกิจที่ต้องดําเนินการตามแผนการดําเนินโครงการ/กิจกรรมสําคัญของกระทรวงยุติธรรม คือ การยกระดับการทํางานของสํานักงานยุติธรรมและศูนย์ยุติธรรมชุมชน (สป.ยธ.) โดยมีแผนการดําเนินงาน ประกอบด้วย 1. สํานักงานยุติธรรมจังหวัดและศูนย์ยุติธรรมชุมชนร่วมกันจัดกิจกรรมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ตามภารกิจที่เกี่ยวข้อง 2. ดําเนินโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อยกระดับการขับเคลื่อนงานยุติธรรมชุมชน 3. ดําเนินโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงยุติธรรมในการอํานวยความยุติธรรมระดับพื้นที่ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ผู้รับผิดชอบ : นายจรุงเดช พัดศรีเรืองตําแหน่ง : นักวิชาการยุติธรรมหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141532341


กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรมปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีผลการประเมินหรือไม่อย่างไร คําตอบ : ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรมปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เก็บข้อมูลโดยแบบสอบถามซึ่งจัดทําโดยกองยุทธศาสตร์และแผนงานสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ดําเนินการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ผู้มาติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วยสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม (ปสจ.และศบร.) กรมคุมประพฤติกรมบังคับคดีกรมราชทัณฑ์กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมสอบสวนคดีพิเศษกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์สํานักงาน ป.ป.ส. สํานักงานกิจการยุติธรรมสถาบันอนุญาโตตุลาการ และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ในห้วงระหว่างเดือนเมษายน- มิถุนายน 2566 รวมจํานวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 4,304 คน ปรากฎผลสํารวจความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรม ร้อยละ 78.97 ทั้งนี้ผลสํารวจความเชอื่มั่นของประชาชนที่มีตอ่กระบวนการยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรม มีที่มาจาก2องค์ประกอบหลกัได้แก่ 1. ความเชื่อมั่นต่อคุณภาพการให้บริการในภาพรวมของกระบวนการยุติธรรมร้อยละ 85.52 ประกอบด้วย 4 ประเด็นย่อย ได้แก่ 1) ความสะดวกในการรับบริการ ร้อยละ 83.11 2) สมรรถนะของผู้ให้บริการร้อยละ 86.88 3) ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย ร้อยละ 86.36 4) ความไว้วางใจ หรือประทับใจต่อการดําเนินงาน ร้อยละ 85.72 พบว่า เรื่องความสะดวกในการรับบริการมีค่าคะแนนน้อยที่สุดจากทั้ง4 ประเด็นย่อยโดยเฉพาะประเด็นเรื่องขั้นตอนและระยะเวลาการดําเนินงานของหน่วยงานที่ชัดเจนรวดเร็ว 2. ความรู้เกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานและการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ72.42ประกอบด้วย 2 ประเด็นย่อย ได้แก่ 1) ช่องทางการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 70.34 2) สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ร้อยละ 74.50 พบว่าเรื่องช่องทางการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม มีค่าคะแนนน้อยที่สุดจากทั้ง 2 ประเดน็ยอ่ย โดยประเด็นช่องทางสายด่วนยุติธรรม1111 กด 77 ประชาชนเข้าถึง และรับรู้น้อยกว่าช่องทางอื่น ๆ โดยมีประเด็นข้อเสนอแนะให้พัฒนางานบริการตามภารกิจของกระทรวงยุติธรรมเพื่ออํานวยความสะดวกให้กับประชาชนได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการอธิบายขั้นตอนระยะเวลาในการดําเนินงาน และกระบวนการติดตามตรวจสอบการดําเนินงานให้มีความชัดเจน42


Click to View FlipBook Version