และควรประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจงานบริการของกระทรวงยุติธรรม รวมถึงขั้นตอนในการดําเนินงานและการให้บริการความรู้ด้านกฎหมายแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์ช่องทางการเข้าถึงผ่าน สายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 ให้ประชาชนรับทราบเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรม ปีงบประมาณพ.ศ. 2567(ดําเนินการระหว่างเดือนเมษายน - มิถุนายน 2567) นอกจากนี้ในปีงบประมาณพ.ศ. 2567ได้รับการจัดสรรงบประมาณในโครงการสํารวจและวิเคราะห์ข้อมูลความเชื่อมั่นของประชาชนในการบังคับใช้กฎหมายของกระทรวงยุติธรรม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2567จํานวน 552,500 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนเครื่องมือวัดความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันและพัฒนาเครื่องมือ/รูปแบบในการประเมิน ให้มีความเหมาะสมเป็นมาตรฐาน สามารถรวบรวมข้อมูลและประเมินผลได้อย่างถูกต้องแม่นยํามากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการจ้างที่ปรึกษาเพื่อมาดําเนินโครงการ ผู้รับผิดชอบ : นายยศเดชศีลเตชะตําแหน่ง : นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 1382087643
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน บทบาทสําคัญของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทครอบครัวและมรดกตามบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกลไกขับเคลื่อนศูนย์ฯอย่างไรสถิติการไกล่เกลี่ย 5 ปีย้อนหลัง คําตอบ : บทบาทหน้าที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทครอบครัวและมรดกฯ 1. ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับครอบครัวตามบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม2. ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับมรดกตามบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม 3. ให้คําปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวและมรดก สถิติการไกล่เกลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ปีพ.ศ. จํานวนเรื่องร้องเรียน ไกล่เกลี่ยสําเร็จ2563 2,132 1,459 2564 1,766 1,163 2565 1,745 1,087 2566 1,861 1,235 2567 (ณ วันที่30 เมษายน 2567) 1,217 713 รวม 8,721 5,657 คิดเป็นร้อยละ 64.86ผู้รับผิดชอบ : นางสาวนวลแพร กุลธํารงตําแหน่ง : นักวิชาการยุติธรรมชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 6570078644
สถาบันพัฒนาบุคลากรกระทรวงยุติธรรม สถิติการฝึกอบรมและจัดส่งบุคลากรของกระทรวงยุติธรรมเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมกับหน่วยงานภายนอก 5 ปีย้อนหลัง (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2567) ส่งบุคลากรเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรใด จํานวนเท่าใด (จําแนกระดับของบุคลากร) คําตอบ : สถิติการฝึกอบรมและจัดส่งบุคลากรของกระทรวงยุติธรรมเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมกับหน่วยงานภายนอก 5 ปีย้อนหลัง ปีจํานวนหลกัสตูร บ. สูง อ. สูง อ. ต้น ชช. ชพ. ชก./ชง. ปก. ปง. พรก. ลจช. รวม2563 1 - - - - - 1 1 - 1 - 32564 2 - - - - 1 9 2 - - - 122565 70 6 4 4 3 40 54 43 1 12 3 1702566 35 9 4 1 1 8 14 24 1 1 3 662567 19 1 1 - 1 4 14 11 - 1 - 33รวม 127 16 9 5 5 53 92 81 2 15 6 284ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 (สถานการณ์โควิด-19) - โครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันการทุจริตของหน่วยงานภาครัฐ(การเรียนรู้ออนไลน์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์(e-Learning) จํานวน 3 คน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (สถานการณ์โควิด-19) 1) ทุนฝึกอบรมเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ (Strategy - based) ประจําปี2563 จํานวน 10 คน 2) อบรมการใช้งานระบบติดตามและประเมินผลโครงการ/กิจกรรมตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) แผนระดับที่ 2และแผนระดับที่ 3 ด้านการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ประจําปีงบประมาณพ.ศ. 2564ทางระบบการประชุมออนไลน์(โปรแกรม Google Meet) จํานวน 2 คน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จํานวน 70 หลักสูตร รวมทั้งสิ้น 170 คน ประกอบด้วยโครงการ/หลักสูตร/กิจกรรม/หัวข้อ จํานวน1. ประชุม "งาน Call for Partnership : การประชุมเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อการพัฒนาทักษะดา้นดิจิทัลของขา้ราชการและบุคลากรภาครัฐการปรับเปลยี่นเป็นรัฐบาลดจิิทัล" 32. หลกัสูตร "การบริหารรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมร่วมเอกชน (บรอ.) รุ่นที่8" 13. หลักสูตร "การป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)" รุ่นที่ 64 14. หลักสูตร "ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง" รุ่นที่ 26 25. หลักสูตร "การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยในกระบวนการยุติธรรม" รุ่นที่ 6 (ศวธ.6) 245
โครงการ/หลักสูตร/กิจกรรม/หัวข้อ จํานวน6. หลักสูตร "เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) กับการปรับตัวของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศภายในและภายนอกองค์กร" 37. หลักสูตร "ด้านความมั่นคงปลอดภัยไชเบอร์ระดับพื้นฐาน โครงการเร่งรัดพัฒนาบุคลากร ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระยะที่ 1" 58. หลักสูตร "การอบรมโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลของรัฐ กิจกรรมพัฒนาระบบ คลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud Sevice : GOCC)" 79. หลักสูตร "ผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565" 110. หลักสูตร "การฝึกอบรมของกรมบัญชีกลาง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565" 711. หลักสูตร "ผู้บริหารระดับสูงด้านการอนุวัติมาตรฐานและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ เพื่อการพัฒนากระบวนการยุติธรรม รุ่นที่ 1" 112. ประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ "หลักการสังคายนากฎหมาย : ความเป็นไปได้ ในการสังคายนากฎหมายในกระบวนการยุติธรรม ทางอาญาของประเทศไทย" 213. กิจกรรมการทดลองหลักสูตร "ฝึกอบรมวิทยากรกระบวนการสําหรับจัดกระบวนการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูป" 414. หลักสูตร "การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในระดับปฏิบัติการ" 115. หลักสูตร "การฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐ ประจําปีงบประมาณพ.ศ. 2565 ในระดับชํานาญการขึ้นไป" 116. หลักสูตร "ผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565" 117. หลักสูตร "แนวทางการพัฒนาองค์การสกู่ารเป็นระบบราชการ4.0" 318. หลกัสูตร "การป้องกันอาชญากรรมกบัการอํานวยความยตุิธรรมในสงัคม CrimePrevention"รนุ่ที่5 319. หลักสูตร "การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามพระราชบัญญัติไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 : การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อจัดการความขัดแย้งเชิงสมานฉันท์" 820. หลักสูตร "การพัฒนาทปี่รึกษาในการพัฒนาองค์การสกู่ารเป็นระบบราชการ 4.0" 521. หลักสูตร "ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับผู้บริหาร" รุ่นที่ 1 122. หลักสูตร "หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย" (นธป.) รุ่นที่ 10 223. ประชุมสรุปผลการประเมินผลสัมฤทธิ์หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา 224. สัมมนาส่วนราชการเพื่อยกระดับกกกรบริหารและพัฒนาบุคลากรภาครัฐ 225. หลักสูตร "นักบริหารระดับสูง : ผู้นําที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรม (นบส.1)" ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 รุ่นที่ 95 226. หลักสูตร "นักบริหารระดับสูง : ผู้นําที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรม (นบส.1)" ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 รุ่นที่ 96 246
โครงการ/หลักสูตร/กิจกรรม/หัวข้อ จํานวน27. หลักสูตร "การบริหารจัดการระบบสถิติประเทศไทย" รุ่นที่ 2 128. หลักสูตร "การบริหารจัดการระบบสถิติประเทศไทย" 129. หลักสูตร "การพัฒนาศักยภาพผู้นํารุ่นใหม่ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา หรือ RoLD 2022 : Beyond Leadership" 130. หลกัสูตร "ภาคปฏิบัตกิารความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โครงการเร่งรัดพัฒนาบุคลากร ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์(Intensive Cybersecurity Capacity Building Program) ระยะที่ 1" 631. กิจกรรมสร้างเครือข่ายด้านความมั่นคงปลอดภัยไชเบอร์สําหรับระดับพื้นฐาน กลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการเร่งรัดพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Intensive Cybersecurity Capacity Building Program) ระยะที่ 1 232. หลักสูตร "จิตวิทยาความมั่นคง" รุ่นที่ 122 133. หลักสูตร "ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับเชี่ยวชาญ โครงการเร่งรัดพัฒนาบุคลากร ความมั่นคงปลอดภยัไซเบอร์(Intensive Cybersecurity CapacityBuildingProgram) ระยะที่1 134. ประชุมกิจกรรมการพัฒนาเกณฑ์และเครื่องมือสํารวจการเป็นรัฐบาลเปิดของหน่วยงาน ภาครัฐในมุมมองผู้รับบริการ 335. หลักสูตร "งานประชาสัมพันธ์โครงการฝึกอบรมหลักสูตรกลางเพื่อการพัฒนาทักษะดิจิทัล สําหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล" ประจําปี2565 336. หลักสูตร "TikTok for Government Contents" 237. หลักสูตร "การเสริมสร้างสมรรถนะด้านการเงินการคลังภาครัฐสําหรับผู้ปฏิบัติงาน" รุ่นที่ 2 138. หลักสูตร "การเสริมสร้างสมรรถนะด้านการเงินการคลังภาครัฐสําหรับหัวหน้างาน" รุ่นที่ 2 139. กิจกรรมการเสริมสร้างสมรรถนะและสร้างเครือข่ายผู้นําคลื่นลูกใหม่ในราชการไทย (New Wave Leader Alumni Networkingand Boostup competencies) 140. โครงการสัมมนาวิชาการกฎหมายร่วมสมัย เรื่อง "ปราบปรามการทุจริตพิชิตคอร์รัปชัน" 241. การประชุมชี้แจงการปรับปรุงแนวทางการดําเนินการพัฒนาและการประเมินผลการพัฒนา ข้าราชการพลเรือนสามัญที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Cloud Meeting) 342. การอบรมผู้ใช้งานระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ(eMENSCR) เพื่อสนับสนุน การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการดําเนินการตามยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปประเทศ 243. หลักสูตร "ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการมืออาชีพ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565" 144. สัมมนาพัฒนาหลักกฎหมายปกครอง เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. 245. หลกัสูตร "การพฒันานักกฎหมายภาครัฐ ระดับปฏิบัติการ" รุ่นที่21 ประจําปงีบประมาณพ.ศ. 2565 147
โครงการ/หลักสูตร/กิจกรรม/หัวข้อ จํานวน46. หลักสูตร "ภาคปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยไชเบอร์โครงการเร่งรัดพัฒนาบุคลากร ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระยะที่ 1" 147. โครงการฝึกอบรมการแก้ไขข้อผิดพลาดของรายงานการเงิน รุ่นที่ 2 148. โครงการฝึกอบรมระบบจ่ายตรงเงินเดือนและค่าจ้างประจํา (e-payroll) รุ่นที่ 2 249. หลักสูตร "การดําเนินการทางวินัย" รุ่นที่ 2 ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 250. การสัมมนาเชงิวิชาการมุมมองความมั่นคง (AcademicForum onSecurityPerspectives : AFSP) ประจําปี2565 ครั้งที่ 2 "ทบทวนภูมิทัศน์ความขัดแย้งไทย : ก้าวต่อไปสู่การบริหารจัดการ ที่ยั่งยืน" 251. กิจกรรมสร้างเครือข่ายด้านความมั่นคงปลอดภัยไชเบอร์สําหรับระดับพื้นฐาน 452. การอบรมโครงการเสริมสร้างและยกระดับทักษะระดบักลาง (Intermediate) ด้าน DataEngineering 253. การฝึกอบรมด้านการพัฒนาความรู้ของผู้ปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบภายใน สําหรับหน่วยงานของรัฐ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ครั้งที่2 754. การฝึกอบรมหลักสูตร "การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชีของผู้ทําบัญชีของหน่วยงานของรัฐ" ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 155. สัมมนาทางวิชาการ "The Future of Legal Transformation ปฏิรูปกฎหมาย อย่างเป็นรูปธรรม" 256. โครงการนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 13 257. หลักสูตร "การพัฒนานักทรัพยากรบุคคลระดับเชี่ยวชาญและผู้บริหารงานทรัพยากรบุคคล ของหน่วยงาน" 158. กิจกรรมการรับฟังความเห็นของหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน ผู้รับบริการ (Public Hearings) 259. สัมมนา เรื่อง "สิทธิประโยชน์ตามระเบียบ บ.ท.ช. กับกฎหมายระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง" 160. ประชุมการติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์การนําหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ 261. อบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักกฎหมายปกครองและแนวทาง การปฏิบัติราชการจากคําวินิจฉัยของศาลปกครอง 462. สัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง ผลการประเมินการดําเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการ ด้านการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563 - 2565) แผนระดับที่ 2 และแผนระดับที่3 ด้านการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 263. สัมมนา เรื่อง "ชีวิตหลังการใช้PDPA" 164. อบรมหลักสูตร "เปิดโลกสื่อยุคใหม่ก้าวสู่การสื่อสารยุคดิจิทัล" 248
โครงการ/หลักสูตร/กิจกรรม/หัวข้อ จํานวน65. สัมมนาหัวข้อ "ข้าราชการรุ่นใหม่กับทิศทางการพัฒนาระบบราชการ" 266. ฝึกอบรมโครงการเผยแพร่องค์ความรู้และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อส่งเสริม กระบวนการเรียนรู้ในการต่อต้านการทุจริตและเสริมสร้างความโปร่งใสภายในองค์กรในพื้นที่ภูมิภาคเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายในการบังคับใช้กฎหมายและรับฟังความคิดเห็น ในแนวทางการพัฒนากฎหมาย 567. สัมมนา "เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการจัดทําหนังสือตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญฯ และการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน" 268. สัมมนาเพื่อพัฒนาระบบการตรวจราชการ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 969. เข้าสอบในหลักสูตร CompTA Security+ 170. สัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับชาติภายใต้หัวข้อ "ผลการดําเนินการตามตัวชี้วัด ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี" 3ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จํานวน 35 หลักสูตร รวมทั้งสิ้น 66 คน โครงการ/หลักสูตร/กิจกรรม/หัวข้อ จํานวน1. การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 22. การฝึกอบรม หลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับกลาง (ยธก.) 13. การฝึกอบรมการใช้งานฟังก์ชันใหม่ของระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (Saraban As A Service) 24. การฝึกอบรมการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการประกาศราชกิจจานุเบกษา 35. การฝึกอบรมหลักสูตร นักประชาสัมพันธ์และสื่อสารของภาครัฐ (PR Change Agent Project) 16. การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยในกระบวนการยุติธรรม 47. การสัมมนาเชิงวิชาการมุมมองความมั่นคง ครั้งที่2 เรื่อง สันติภาพและความมั่นคง ในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกฯ 38. การอบรมเแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพาหุวัฒนธรรม ในประเทศไทย (พ.ศ. 2566 - 2570) 29. การอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชีของผู้ทําบัญชีของหน่วยงานของรัฐ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 110. กิจกรรมการอบรมสร้างวิทยากรตัวคุณในการปลูกฝังวิธีคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม 211. โครงการจัดทําบัญชีข้อมูลภาครัฐ (Government Data Catalog) 212. โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรส่งเสริมความรู้ด้านงบประมาณ สําหรับหน่วยงานภายนอก ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 349
โครงการ/หลักสูตร/กิจกรรม/หัวข้อ จํานวน13. โครงการฝึกอบรมหลกัสูตร“นักประชาสัมพันธ์และสอื่สารของภาครัฐ (PR Change AgentProject)” 114. โครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเสริมสร้างสมรรถนะด้านการเงินการคลังภาครัฐ สําหรับผู้ปฎิบัติงาน 115. โครงการฝึกอบรมหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Certificate in Public Procurement : e-CPP) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 A1 หลักสูตรเตรียมความพร้อม รุ่นที่2 416. โครงการฝึกอบรมหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Certificate in Public Procurement : e-CPP) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 B1 หลักสูตรเจ้าหน้าที่ระดับต้น 117. โครงการฝึกอบรมหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Certificate in Public Procurement : e-CPP) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 B2 หลักสูตรเจ้าหน้าที่ระดับกลาง 118. โครงการพฒันาระบบคลาวดก์ลางภาครัฐ (Government Data Centerand Cloud Service : GDCC) หลักสูตร Personal Data Protection (PDPA) 119. โครงการสัมมนาพัฒนาหลักกฎหมายปกครองเรื่อง การพัฒนาหลักกฎหมายปกครอง : หลักการและสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับท.ี่ .) พ.ศ. .... 220. โครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับชาติภายใต้หัวข้อ “ผลการดําเนินการตามตัวชี้วัดด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี” 521. ทนุฝึกอบรมนวัตกรรมดิจิทัล(Digital InnovationBuddy: DIB) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2564 (เพิ่มเติม) 222. ประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษาของสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่2/2566 123. ผู้บริหารระดับสูงด้านการอนุวัติมาตรฐานและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ เพื่อการพัฒนากระบวนการยุติธรรม 124. หลักสูตร "หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย" (นธป.) 225. หลักสูตร การบริหารงานยุติธรรมระดับสูง (ยธส.) 126. หลักสูตร การพัฒนาผู้นําคลื่นลูกใหม่ในราชการไทย 127. หลักสูตร นักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับสูง (บสส.) 328. หลักสูตรกรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ สําหรับผู้บริหาร (Data Governance Framework for Executives) 129. หลักสูตรการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐระดับชํานาญการขึ้นไป 230. หลักสูตรการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐระดับปฏิบัติการ 250
โครงการ/หลักสูตร/กิจกรรม/หัวข้อ จํานวน31. หลักสูตรความมั่นคงศึกษา (ระดับต้น) 232. หลักสตูรนักบริหารระดับสูง :ผนู้ ําที่มีวสิัยทัศนแ์ละคุณธรรม (นบส.1) ประจําปีงบประมาณพ.ศ.2566 333. หลักสูตรผู้ตรวจราชการระดับกระทรวง ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 134. หลักสูตร "หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย" (นธป.) 135. หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง 1ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จํานวน 19 หลักสูตร รวมทั้งสิ้น 33 คน โครงการ/หลักสูตร/กิจกรรม/หัวข้อ จํานวน1. การเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) : การจัดทําแผนพัฒนาบุคลากร ของส่วนราชการ 22. การเข้าร่วมการประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ครั้งที่ 21 33. การเข้าร่วมการฝึกอบรมหลักสูตรรู้เท่าทันสื่อ รุ่นที่ 2 24. การประชุมชี้แจงส่วนราชการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง การปรับปรุงแนวทางการ พัฒนาและการประเมินผลการพัฒนาข้าราชการพลเรือนสามัญที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ 25. การสัมมนาเชิงวิชาการมุมมองความมั่นคง ครั้งที่ 2 ประจําปีงบประมาณ2567 ในหัวข้อ “อนาคต AI กับความมั่นคงทางไซเบอร์: ความท้าทายต่อประเทศไทยบนโลก แห่งความพลิกผัน” 16. โครงการประชุมชี้แจงและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการปรับเงื่อนไขวิธีการเบิกจ่าย เงินเดือนและค่าจ้างประจํา 17. โครงการประชุมชี้แจงและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการปรับเงื่อนไขวิธีการเบิกจ่าย เงินเดือนและค่าจ้างประจํา สําหรับเจ้าหน้าที่ส่วนราชการผู้เบิก (ส่วนกลาง) และสําหรับเจ้าหน้าที่ส่วนราชการผู้เบิก (หน่วยประมวลผลย่อย) รุ่นที่ 3 28. โครงการฝึกอบรม หลักสูตร การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยในกระบวนการยุติธรรม รุ่นที่ 8 (ศวธ. 8) 39. โครงการฝึกอบรม หลักสูตร การเสริมสร้างสมรรถนะด้านการเงินการคลังภาครัฐ สําหรับหัวหน้างาน 110. โครงการฝึกอบรม หลักสูตร สาระสําคัญของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และกฎหมายลําดับรอง รุ่นที่ 3 251
โครงการ/หลักสูตร/กิจกรรม/หัวข้อ จํานวน11. โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร การจัดทํารายงานการเงินรวมภาครัฐ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์รุ่นที่ 2 112. โครงการฝึกอบรมภาษาอังกฤษ ประจําปีพ.ศ. 2567 หลักสูตรภาษาอังกฤษ สําหรับใช้ในการปฏิบัติงาน (Intensive Language Course : ILC) 113. โครงการฝึกอบรมสําหรับบุคลากรของส่วนราชการที่ปฏิบัติงานด้านจ่ายตรงเงินเดือน และค่าจ้างประจํา (e - Payroll) 214. โครงการฝึกอบรมหลักสูตรด้านการบัญชีภาครัฐ 115. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในระบบบําเหน็จบํานาญและสวัสดิการ รักษาพยาบาล (Digital Pension) ของกรมบัญชีกลาง สําหรับส่วนราชการ รุ่นที่ 3 316. โครงการสัมมนาชี้แจงแนวทางปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐ สําหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของรัฐในส่วนกลาง รุ่นที่ 1 217. โครงการเสริมสร้างให้หน่วยงานของรัฐรักษาวินัยทางการเงินการคลังของรัฐ ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 หลักสูตร “ประเด็นข้อสงสัยวินัยทางการเงินการคลังกับผู้ตรวจสอบ ภายในของรัฐ” รุ่นที่ 1 218. หลักสูตร หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) 119. อบรมหลักสูตรที่ปรึกษาการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 1ผู้รับผิดชอบ : นางสาวเจนจิรา ช่างเย็บตําแหน่ง : นักทรัพยากรบุคคลชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141507452
สถาบันพัฒนาบุคลากรกระทรวงยุติธรรม สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมมีการจัดเตรียมหลักสูตรเพื่อรองรับบุคลากรในการปฏิบัติหน้าที่ณ สํานักงานยุติธรรมจังหวัดหรือไม่อย่างไร คําตอบ : สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ประกาศใช้แผนพัฒนาบุคลากรสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ประจําปีพ.ศ. 2566 - 2570 เพื่อใชเ้ป็นกรอบในการกําหนดเป้าหมายและทิศทางในการพัฒนาบุคลากรของสํานักงานรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมทุกระดับ และเสริมสร้างการบูรณาการการดําเนินงานด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลระหว่างหน่วยงานในสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เพื่อให้สํานักงานปลดักระทรวงยุติธรรมบรรลุผลสัมฤทธิ์และวิสยัทัศน์ตามแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี(พ.ศ.2566-2570)ของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และมีทิศทางในการก้าวไปข้างหน้าอยา่งถูกต้อง และเหมาะสม ในด้านการพัฒนาบุคลากร ใหม้ีความรคู้วามสามารถมีทักษะ มีความเป็นผู้นําเป็นคนดีมีระเบียบ วินัย รวมทั้งมีพลังกาย พลังใจ ในการปฏิบัติภารกิจของตนให้ประสบความสําเร็จโดยได้มีการกําหนดแผนการพัฒนาที่2 การพัฒนาศักยภาพบุคลากร (SMART HP : Smart HighPerformance) แนวทางการพัฒนาผู้อํานวยการและเตรียมความพร้อมบุคลากรกลุ่มเป้าหมายให้ก้าวนําการเปลี่ยนแปลง โดยได้กําหนดแนวทางการพัฒนา ดังนี้ 1. จัดทําหลักสูตรการเตรียมความพร้อมบุคลากรขึ้นสู่ตําแหน่งผู้อํานวยการสํานักงานยุติธรรมจังหวัด ยุติธรรมจังหวัด และผู้อํานวยการกอง/สํานัก ในส่วนกลาง 2. พัฒนาบุคลากรที่มีความรู้และคุณสมบัติครบถ้วนในการขึ้นสู่ตําแหน่งอํานวยการต้น/ยุติธรรมจังหวัด ในหลักสูตรเตรียมความพร้อมเป็นผู้อํานวยการสํานักงานยุติธรรมจังหวัดยุติธรรมจังหวัด ณ ที่ทํางานแต่ละพื้นที่ 3. พัฒนาบุคลากรตามกลุ่มเป้าหมาย (หัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย/งาน ตําแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการพิเศษ ระดับชํานาญการ และตําแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโส) เกี่ยวกับภารกิจของหน่วยงาน รวมถึงสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และฝึกปฏิบัติในการทําหน้าที่ของผู้อํานวยการกอง/สํานัก เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานแทนผู้อํานวยการได้ 4. พัฒนากลุ่มผู้อํานวยการกอง/สํานัก ผู้อํานวยการสํานักงานยุติธรรมจังหวัดยุติธรรมจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับภารกิจและพร้อมรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตรวมทั้งดําเนินการจัดกิจกรรมเพิ่มความผูกพันสอดแทรกไปกับการนิเทศงานกับศูนย์ยุติธรรมชุมชน โครงการยุติธรรมเคลื่อนที่รวมถึงดึงให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชน หรือเครือข่ายงานยุติธรรมเข้ามามีส่วนร่วมกับทุกกิจกรรม ของสํานักงานยุติธรรมจังหวัด รวมทั้งเชิดชูเกียรติในการสร้างขวัญและกําลังใจให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชน รวมถึงการพัฒนาความรู้และศักยภาพศูนย์ยุติธรรมชุมชน นอกจากนี้ยังได้มีการกําหนดให้จัดทําเส้นการพัฒนาบุคลากรของสํานักงาน53
ปลัดกระทรวงยุติธรรม (Development Road Map) และแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan : IDP) ดําเนินการพัฒนาบุคลากรตามแผนและมีการประเมินผลบุคลากรหลังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จึงได้มีการจัดทําข้อเสนอโครงการประกอบการขอรับการจัดสรรงบประมาณ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นโครงการที่จะขับเคลื่อนในเกิดการพัฒนา และเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับบุคลากรในการปฏิบัติหน้าที่ณ สํานักงานยุติธรรมจังหวัดซึ่งประกอบด้วย 1) โครงการเสริมสร้างความรู้และทักษะที่จําเป็น สําหรับกลุ่มเครือข่ายงานยุติธรรม2) โครงการพัฒนาผู้อํานวยการสํานักงานยุติธรรมจังหวัด/ยุติธรรมจังหวัดให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง 3) โครงการเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในการปฏิบัติงานในพื้นที่สํานักงานยุติธรรมจังหวัด 4) โครงการพัฒนาข้าราชการระดับหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย/งาน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการ รวมวงเงินงบประมาณ 4 โครงการ จํานวนทั้งสิ้น 1,056,700 บาทซึ่งที่ผ่านมาสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ยงัไม่มีการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะ หรือการพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรในการปฏิบัติหน้าที่ณ สํานักงานยุติธรรมจังหวัด เนื่องจากไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอโดยบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อาศัยการเรียนรู้ผ่านทางการจัดการความรู้(KM) ภายในองค์กรและการสื่อสาร ถ่ายทอดจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ผู้รับผิดชอบ : นางสาวเจนจิรา ช่างเย็บตําแหน่ง : นักทรัพยากรบุคคลชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141507454
กลุ่มตรวจสอบภายใน ข้อเสนอแนะที่พบจากการตรวจสอบ หน่วยงานได้มีการนําไปแก้ไข ปรับปรุงหรือไม่อย่างไร และมีรายการใดที่ยังไม่ได้ดําเนินการ คําตอบ : นโยบายและวิธีการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในของกลุ่มตรวจสอบภายในสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้กําหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรมีแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อติดตามผลการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะในรายงานผลการตรวจสอบภายใน ดังนี้1. จัดทําทะเบียนคุมรายงานผลการตรวจสอบและการติดตามผล 2. กําหนดเกณฑ์การติดตามผล โดยมีเกณฑ์การติดตามผลภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้ในรายงานผลการตรวจสอบ ภายใน 30 วันนับจากวันที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมพิจารณาสั่งการและจัดทํารายงานผลการติดตามเสนอต่อปลัดกระทรวงยุติธรรม หากหน่วยรับตรวจไม่ได้แจ้งผลการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของกลุ่มตรวจสอบภายใน ให้ผู้ตรวจสอบภายในประสานหน่วยรับตรวจ หรือมีหนังสือติดตามการรายงานผล หรือติดตามผลในการตรวจสอบครั้งต่อไป แล้วแต่กรณีกระบวนการ/ช่องทางในการติดตามผลการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะในรายงานผลการตรวจสอบได้ดําเนินการผ่านทางขั้นตอนการปฏิบัติงานตรวจสอบ ได้แก่ 1. การประชุมปิดการตรวจสอบ เพื่อสรุปผลการตรวจสอบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ตรวจสอบภายในกับหัวหน้าหน่วยรับตรวจและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยแจ้งข้อตรวจพบและข้อเสนอแนะ รวมทั้งกําหนดเวลาในการรายงานผลการปฏิบตัิตามข้อเสนอแนะใหห้น่วยรับตรวจทราบ2. รายงานผลการตรวจสอบ ได้ระบุหัวข้อการติดตามผล โดยกําหนดเวลาให้หน่วยรับตรวจรายงานผลการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะ ภายใน 30 วันนับจากวันที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมสั่งการซึ่งวันที่สั่งการพิจารณาจากวันที่ได้เห็นชอบรายงานผลการตรวจสอบที่เสนอและอนุญาตให้แจ้งรายงานผลการตรวจสอบให้หน่วยรับตรวจทราบและปฏิบัติตามข้อเสนอแนะ 3. หนังสือกลุ่มตรวจสอบภายในแจ้งรายงานผลการตรวจสอบ ได้ระบุให้หน่วยรบัตรวจรายงานผลการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะในรายงานผลการตรวจสอบ ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ปลดักระทรวงยุติธรรมสงั่การและเพื่อใหม้ีความชัดเจนได้ระบุวนัที่ครบกําหนด30วัน ไว้ด้วยวา่เปน็วนัใด4. การติดตามผล ได้กําหนดให้ผู้รับผิดชอบในการติดตามผลจัดทําทะเบียนคุมและประสานการรายงานผลกับหน่วยรับตรวจ กรณีที่ยังไม่ได้รับรายงานผลให้มีหนังสือติดตามทวงถามก่อนถึงวันครบกําหนดการรายงานผลหนึ่งสัปดาห์เพื่อเร่งรัดให้มีการรายงานผลเป็นไปตามเวลาที่กําหนด5. กรณีข้อเสนอแนะที่หน่วยรับตรวจที่ต้องใช้ระยะเวลาดําเนินการเกินกว่า 30วันได้กําหนดให้รายงานความก้าวหน้าและผลสําเร็จของการดําเนินงานเป็นระยะหรือรายไตรมาสจนกว่าจะดําเนินการเสร็จสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ได้มีการรายงานการแก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอแนะครบถ้วนแล้ว55
ทั้งนี้ข้อเสนอแนะของกลุ่มตรวจสอบภายใน ซึ่งเป็นผลการปฏิบัติงานตรวจสอบโดยการสอบทานการปฏิบัติงานด้านการเงิน การบัญชีและการพัสดุการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการดําเนินงาน รวมทั้งการวิเคราะห์ประเมินความเพียงพอและประสิทธิผลของการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง และได้ดําเนินการผ่านทางขั้นตอนการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในดังกล่าวขา้งต้น โดยการมสี่วนร่วมและขอ้ตกลงร่วมกันกับหน่วยรับตรวจ จึงสามารถนํามาปฏิบัติให้สามารถแก้ไขปัญหาของหน่วยรับตรวจได้เนื่องจากข้อเสนอแนะมีพื้นฐานมาจากวิธีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับระบบการควบคุมภายในที่ดีหลกัเกณฑ์หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องที่ได้กําหนดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งข้อเสนอแนะทพี่บจากการตรวจสอบหน่วยงานได้มกีารนําไปแกไ้ขปรับปรุงแล้ว และข้อเสนอแนะสามารถแก้ไขปัญหาหรอืมีส่วนผลักดันความสําเร็จของหน่วยรับตรวจ ดังนี้ 1. ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการกํากับดูแลที่ดี(Good Governance) และความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน (Transparency) ป้องกันการประพฤติมิชอบหรือการทุจริตและเป็นการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจนทําให้การดําเนินงานไม่บรรลุวัตถุประสงค์2. ส่งเสริมให้เกิดการบันทึกบัญชีและรายงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบ(Accountability and Responsibility) ทําให้องค์กรได้ข้อมูลหรือรายงานตามหน้าที่ที่รับผิดชอบและเป็นพื้นฐานของหลกัความโปร่งใส (Transparency)และความสามารถตรวจสอบได้(Audit ability) 3. ส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการปฏิบัติงาน(Efficiencyand Effectiveness of Performance) ขององค์กร เนื่องจากการตรวจสอบภายในเป็นการประเมินวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลทุกด้านในการปฏิบัติงาน จึงเป็นข้อมูลที่สําคัญที่ช่วยปรับปรุงระบบงานให้สะดวก รัดกุม ลดขั้นตอนที่ซ้ําซ้อนและให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลอดเวลา ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่าย เป็นสื่อกลางระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในการประสานและลดปัญหาความไม่เข้าใจในนโยบาย 4. เป็นมาตรการถ่วงดุลแห่งอํานาจ (Check and Balance) ส่งเสริมให้เกิดการจัดสรรการใช้ทรัพยากรขององค์กรเป็นไปอย่างเหมาะสมตามลําดับความสําคัญเพื่อให้ได้ผลงานที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร 5. ให้สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (Warning Signals) ของการประพฤติมิชอบหรือการทุจริตในองค์กร ลดโอกาสความร้ายแรงและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งเพิ่มโอกาสของความสําเร็จของงาน ผู้รับผิดชอบ : นางมะลิวรรณวิสุทธิศักดิ์ตําแหน่ง : นักวิชาการตรวจสอบภายในชํานาญการพิเศษรักษาราชการแทนหัวหน้ากลุ่มตรวจสอบภายในหมายเลขโทรศัพท์: 06 3269805056
กลุ่มพัฒนาระบบบริหารกระทรวงยุติธรรม แผนพัฒนาโครงสร้างการบริหารราชการในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างไรคําตอบ : เพื่อเตรียมการรองรับการจัดตงั้สํานักงานยตุิธรรมจังหวัดโดยการแก้ไขกฎกระทรวงระยะต่อไป ผู้บริหารสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมมีนโยบายและข้อสั่งการดําเนินการให้จัดตั้งสํานักงานยุติธรรมจังหวัดนําร่อง (เพิ่มเติม) 20 แห่ง โดยได้มีการเสนอหลักเกณฑ์การคัดเลือกจังหวัดและผลการคัดเลือกจังหวัดที่จะจัดตั้ง (เพิ่มเติม) ต่อคณะทํางานพัฒนาระบบงานภูมิภาคสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยมีการดําเนินงานดังนี้ 1. นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมมีข้อสั่งการและมอบหมายให้กลุ่มพัฒนาระบบบริหารกระทรวงยุติธรรมดําเนินการจัดทําแผนการดําเนินงานในภาพรวมของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กรณีการจัดตั้งสํานักงานยุติธรรมจังหวัดนําร่องเพิ่มเติม เพื่อรองรับการขยายการจัดตั้งสํานักงานยุติธรรมจังหวัดในระยะต่อไป โดยให้กําหนดขั้นตอน กิจกรรม และกรอบเวลาที่ชัดเจน ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้กลุ่มพัฒนาระบบบริหารกระทรวงยุติธรรม กองประสานราชการยุติธรรมจังหวัด กองบริหารทรัพยากรบุคคล สถาบันพัฒนาบุคลากรกระทรวงยุติธรรมกองบริหารการคลัง กองกฎหมาย และกองออกแบบและก่อสร้าง 2. กลุ่มพัฒนาระบบบริหารกระทรวงยุติธรรมได้จัดทําร่างแผนการดําเนินงานในภาพรวมของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมในการเตรียมความพร้อมรองรับการขยายการจัดตั้งสํานกังานยุติธรรมจังหวดัระยะต่อไป โดยมีหน่วยงานที่เกยี่วข้องดําเนินตามแผน ดังนี้2.1 กองประสานราชการยุติธรรมจังหวัดยืนยันเกณฑ์การพิจารณาการคัดเลือกจังหวัดเพื่อขยายการจดัตั้งสํานกังานยุติธรรมจังหวัดเพมิ่เติม ซึ่งประกอบด้วย (1) ความหนาแนน่ของจํานวนประชากร (2) ขนาดพื้นที่จังหวดั (3) สถิตงิานบรกิาร ประชาชนของสํานักงานยุติธรรมจังหวัด ย้อนหลงั 3ปี(4) จํานวนศูนย์ยุติธรรมชุมชน (5) จํานวนศาล พิจารณาการกระจายตัวตามสัดส่วน 18 กลุ่มจังหวัด โดยคะแนนมากที่สุดของกลุ่มจังหวัดพจิารณาเป็นลําดับแรก เพื่อประกอบการพจิารณาจัดตั้งเป็นสํานักงานยุติธรรมจังหวัดนําร่อง (เพมิ่เตมิ) 20 จังหวดั2.2 กองบริหารทรัพยากรบุคคลได้ดําเนินการจัดทําแผนการดําเนินการจัดสรรอตัรากําลังรองรับการจัดตั้งสํานักงานยุติธรรมจงัหวดัระยะที่2 (จํานวน 20 แห่ง) 57
2.3 กองกฎหมายได้ส่งร่างแผนการดําเนินการจัดตั้งสํานักงานยุติธรรมจังหวัดนําร่อง (เพิ่มเติม) โดยกองกฎหมายมีหน้าที่ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายและรูปแบบของร่างคําสั่งจัดตั้ง สํานักงานยุติธรรมจังหวัดนําร่อง (เพิ่มเติม) และร่างคําสั่งมอบอํานาจเกี่ยวกับสํานักงานยุติธรรมจังหวัด นําร่อง ซึ่งเป็นขั้นตอนภายหลังจากกองบริหารทรัพยากรบุคคลจัดทําร่างคําสั่งดังกล่าวแล้วเสร็จก่อนเสนอผู้มีอํานาจพิจารณาลงนามออกคําสั่งดังกล่าว 2.4 สถาบันพัฒนาบุคลากรกระทรวงยุติธรรมได้ส่งร่างแผนการดําเนินการจัดตั้งสํานักงานยุติธรรมจังหวัดนํารอ่ง (เพิ่มเติม) ในส่วนที่เกี่ยวขอ้ง ประเด็นการเตรยีมความพร้อมหลักสูตรฝึกอบรมบุคลากรในการดําเนินงานในสํานักงานยุติธรรมจังหวัด โดยการจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้(KM) การชี้แจงรายวิชา/หลักสูตรใน e-Learning ที่สามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้นําไปประกอบการทํางานของสํานักงานยุติธรรมจังหวัดในพื้นที่และการจัดทําคําของบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพอื่รองรบัการดําเนินการดังกลา่วต่อไป 2.5 กองบริหารการคลังประสานแจ้งข้อมูลในการดําเนินการจัดตั้งหน่วยเบิกจ่ายแทน สําหรับรองรับการจัดตั้งสํานักงานยุติธรรมจังหวัดนําร่อง (เพิ่มเติม) ซึ่งสามารถดําเนินการในช่วงเวลา 2 เดือน หลังจากกองบรหิารทรัพยากรบุคคลมีคําสั่งจัดตงั้สํานักงานยตุิธรรมจงัหวัดนําร่อง(เพิ่มเติม) 3. มอบหมายนายไตรยฤทธิ์เตมหิวงศ์รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กํากับดูแลกลุ่มพัฒนาระบบบริหารกระทรวงยุติธรรม และกลุ่มพัฒนาระบบบริหารกระทรวงยุติธรรมได้ดําเนินการเสนอความเห็นเพื่อจัดตั้งสํานักงานยุติธรรมจังหวัดนําร่อง (เพิ่มเติม) ต่อปลัดกระทรวงยุติธรรมแล้ว เมื่อวันที่11 มกราคม 2567 โดยมีข้อสั่งการให้หารือกับรองปลัดกระทรวงยุติธรรมที่กํากับดูแลสํานักงานยุติธรรมจังหวัดอีกครั้ง โดยได้มีการหารือนอกรอบหลายครั้งกับผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อมาได้มีนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรื่องการมอบหมายข้าราชการไปปฏิบัติหน้าที่สํานักงานยุติธรรมจังหวัด และกองยุทธศาสตร์และแผนงานได้เชิญประชุมประเด็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีข้อสั่งการเกี่ยวกับการขับเคลื่อนภารกิจของสํานักงานยุติธรรมจังหวัด กลุ่มพัฒนาระบบบริหารกระทรวงยุติธรรมอยู่ระหว่างการติดตามนโยบายดังกล่าวและอยู่ระหว่างการหารือ เพื่อหาข้อสรุปการดําเนินงานและความชัดเจนร่วมกับกองยุทธศาสตร์และแผนงาน 4. กลุ่มพัฒนาระบบบริหารจัดประชุมคณะทํางานศึกษา ประเมินความจําเป็นและจัดทําข้อเสนอการแบ่งส่วนราชการของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ครั้งที่1/2567 เมื่อวันที่24เมษายน 2567 ที่ประชุมมีมติให้ดําเนินการตามมติคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการในการประชุมครั้งที่5 /2561 เมื่อวันที่26 พฤศจิกายน 2561 ให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อขยายสํานักงานยุติธรรมจังหวัดในระยะต่อไป โดยมีประเด็นพิจารณาการดําเนนิการให้เปน็ ไปตามมติคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ2 รูปแบบ 58
รูปแบบที่1 ปรับรูปแบบระบบบริหารจัดการในสํานักงานยุติธรรมจังหวัดตามมติคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการในรูปแบบกลุ่มจังหวัดให้ครบถ้วน โดยให้จังหวัดใกล้เคียงเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ (ปรับทั้ง 18 กลุ่มจังหวัด) รูปแบบที่2 ปรับรูปแบบระบบบริหารจัดการในสํานักงานยุติธรรมจังหวัดให้เป็นตามมติคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการในรูปแบบกลุ่มจังหวัดให้ครบถ้วน โดยคัดเลือกกลุ่มจังหวัด 2 กลุ่มจังหวัด โดยให้จังหวัดใกล้เคียงเป็นพื้นที่ปฏิบัติการที่ประชุมมีมติคัดเลือกกลุ่มจังหวัดเพื่อดําเนินการตามมติคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และให้เสนอการคัดเลือกกลุ่มจังหวัดพร้อมเหตุผลประกอบในการประชุมครั้งถัดไป ภายในเดือนพฤษภาคม 2567 5. เมื่อได้ผลการพิจารณาตามข้อ 4 แล้ว จึงจะนําผลไปเสนอในการประชุมคณะทํางานวางระบบงานภูมิภาค สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมพิจารณาก่อนเสนอปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป เมื่อได้ดําเนินซักระยะหนึ่งแล้วจึงจะสามารถประเมินผลสัมฤทธิ์การจัดตั้ง ความคุ้มค่า ความจําเป็นในการจัดตั้ง ตลอดจนปัญหาอุปสรรคนําไปประกอบข้อมูลคําขอข้อเสนอการแบ่งส่วนราชการของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และดําเนินการตามขั้นตอนว7/2566 ต่อไป การจัดตั้งกองตรวจราชการ ตามหนังสือสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีที่นร 0110/ว 1044 ลงวันที่10กุมภาพันธ์2564 เรื่อง การจัดตั้งโครงสร้างหน่วยสนับสนุนการตรวจราชการแจ้งว่ารองนายกรัฐมนตรี(นายวิษณุเครืองาม) ได้เห็นชอบให้สนับสนุนการการจัดตั้งโครงสร้างหน่วยสนับสนุนการตรวจราชการของกระทรวงให้ปรากฏอยู่ในกฎกระทรวงแบ่งสว่นราชการจํานวน 4กระทรวง ประกอบดว้ย 1. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 2. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจยัและนวตักรรม 3. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 4. กระทรวงยุติธรรม โดยกลุ่มพัฒนาระบบบริหารได้เสนอการจัดตั้งกองตรวจราชการให้ปรากฎในกฎกระทรวงการแบ่งส่วนราชการ โดยดําเนินการตามหนังสือสํานักงาน ก.พ.ร. ด่วนที่สุดที่นร 1200/ว3 ลงวันที่8 มีนาคม 2562 และดําเนินการจ้างที่ปรึกษาที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาองค์กรมาดําเนินการศึกษาและวิเคราะห์โครงสร้างองค์กร บทบาทภารกิจและวางระบบงานใหม่เพื่อนํามาปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมต่อไปขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนและตรวจสอบข้อมูลการคําขอจัดกองตรวจราชการร่วมกับสํานักผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ผู้รับผิดชอบ : นางสาววรรณิษา เนตรวรนันท์ตําแหน่ง : นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 3693514459
กลุ่มพัฒนาระบบบริหารกระทรวงยุติธรรม ข้อเสนอแนะในการพัฒนาและปรับปรุงการทํางานของหน่วยงานในสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม คําตอบ : ข้อเสนอแนะในการพัฒนาและปรับปรุงการทํางาน จําแนกรายด้านดังนี้1. ด้านการบูรณาการและสร้างเครือข่ายความรว่มมอืการส่งเสริม พัฒนา ยกระดับการดําเนินงาน หรือกําหนดแนวทางสร้างแรงจูงใจให้เกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคท้องถิ่น เพื่อสร้างนวัตกรรมเชิงนโยบายที่ส่งผลในระดับประเทศ แก้ปัญหาที่มีความซับซ้อน เช่น การสร้างความร่วมมือจากหลายหน่วยงานมาช่วยดําเนินการ หรือแก้ปัญหาสังคมตามภารกิจขององค์กร การสร้างความร่วมมือโดยการใช้กลไกห้องปฏิบัติการนวัตกรรมภาครัฐ (Government-Lab) โดยการนํากระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) หรือการสร้างนวัตกรรมแบบเร่งด่วน (Hackathon) การระดมสมอง(Crowd Sourcing) ในลักษณะทใี่ห้ประชาชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการดําเนินการหรือเปน็เครือข่ายเปน็ต้น 2. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 2.1 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ/ดิจิทัลและช่องทางการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆรวมทั้งBIG DATA (เช่น Mobile Application หรือสื่อสังคมออนไลน์) ที่มีการรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็วทันการณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลและสารสนเทศ ความต้องการและความคาดหวังของผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเข้าถึงบริการผ่านเครื่องมือ Social Listening หรือGoogleTrend ข้อมูลการใช้บริการผ่านรูปแบบอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการ ความคาดหวังใหม่ๆของผู้รับบริการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความหลากหลาย และมีความแตกต่างอย่างเหมาะสม โดยนําข้อมูลความต้องการและความคาดหวังมาวิเคราะห์และคาดการณ์แนวโน้มความต้องการใหม่การเปลี่ยนแปลงใหม่ที่จะเกิดขึ้น และกําหนดนโยบายเชิงรุกในการตอบสนองความต้องการ และความคาดหวงัของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสยีทั้งปัจจุบันและอนาคต 2.2 การนําใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการทํางานและการแก้ปัญหาในเชิงรุก(Response & React) เช่น การรายงานสถิติการร้องเรียนและการบริการที่ไม่เปน็ ไปตามเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงประเด็นปัญหา รวมทั้งสถิติในการตอบข้อสงสัย และจํานวนข้อร้องเรียนที่ได้รับการแก้ไขหรือสถานการณ์แก้ไขปัญหาเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น 60
2.3 นําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบูรณาการข้อมูล รวมทั้งการเทียบเคียงข้อมูลเพื่อจัดวางระบบการรายงานความก้าวหน้า และผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย รวมถึงเปิดเผยข้อมูลที่จําเป็นและเชื่อถือไดต้ ่อประชาชน ตลอดจนวางระบบให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นไปโดยง่ายสร้างความพร้อมการใช้งานของข้อมูลและสารสนเทศที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ทนัเวลาดว้ยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยปลอดภยัคํานึงถึงคุณภาพ เพอื่รองรับการทํางาน 3. ด้านการพัฒนาบุคลากร สร้างวัฒนธรรมในการทํางานภายใต้แนวคิดของการเป็น “ผู้ประกอบการรัฐกิจ”(Public Entrepreneurship)” อยู่บนพื้นฐานของหลักคิดมีวัฒนธรรมการทํางานที่มีประสิทธิภาพคล่องตัว คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ประหยัด คุ้มค่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ก่อให้เกิดประโยชน์กับสังคมและประชาชน 4. ด้านผลกระทบต่อสังคม วิเคราะห์ประเมินความเสี่ยงของโครงการ กระบวนการยุทธศาสตร์แผนปฏบิัติการและ/หรือกระบวนการทํางานหลักของสํานักงานปลัดกระทรวงยตุิธรรมที่คาดการณ์หรือมีแนวโนม้ส่งผลกระทบต่อสังคม และระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งนําผลจากการวิเคราะห์/ประเมินความเสี่ยงมาควบคุม หรือจัดเตรียมมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่นการปรับปรุงรูปแบบแบบฟอร์มการจัดทําโครงการ/แผนงาน เพื่อให้หน่วยงานวิเคราะห์ผลกระทบก่อนการจัดทําคําของบประมาณ หรือดําเนินโครงการ การจัดทําประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นก่อน/ระหว่าง/หลังการดําเนินโครงการ การตอบคําถามหรือชี้แจ้งต่อสาธารณะการจัดวางระบบการรายงานความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายของโครงการ/แผนงานที่กําหนด เพื่อเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ สะดวกต่อการติดตาม ตรวจสอบจากทุกภาคส่วน ผู้รับผิดชอบ : นางสาววรรณิษา เนตรวรนันท์ตําแหน่ง : นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 3693514461
สํานักผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ข้อเสนอแนะที่พบจากการตรวจราชการหน่วยงานได้มีการนําไปแก้ไข ปรับปรุงหรือไม่อย่างไร และมีรายการใดที่ยังไม่ได้ดําเนินการ คําตอบ : สํานักผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมได้แจ้งข้อเสนอแนะให้ทุกหน่วย รับตรวจนําไปปฏิบัติและรายงานผลการดําเนินงานมาให้ทราบ ทุกหน่วยรับตรวจภายในสังกัดกระทรวงยุติธรรมได้รับทราบและนําข้อเสนอแนะของผู้ตรวจ ราชการกระทรวงยุติธรรมไปแก้ไขปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป ผู้รับผิดชอบ : นายชูชาติศิริปัญจนะตําแหน่ง : หัวหน้าสํานักผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมหมายเลขโทรศัพท์: 08 5047087462
กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม โครงการกําลังใจคืออะไร คําตอบ : โครงการกําลังใจในพระดําริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เป็นโครงการที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชร-ราชธิดา มีพระดําริให้จัดตั้งเพื่อพระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะผู้ต้องขงัหญงิและเด็กติดผู้ต้องขัง โดยความช่วยเหลือที่พระราชทาน ส่งผ่านกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานภายในสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นกิจกรรมในลักษณะการให้กําลังใจ การสร้างความมั่นคงทางจิตใจและการให้โอกาสในด้านต่างๆ เพื่อมิให้หวนกลับมาทําผิดซ้ํา และเข้ามาเสริมงานของกรมราชทัณฑ์โดยเน้นการพัฒนาผู้ต้องขังเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มที่เหมือนการตัดเสื้อผ้า ที่จะไม่ตัดแบบเสื้อโหล โดยแบ่งการดําเนินการ ดังนี้1. การอบรมพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ เช่น ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิตทักษะในศตวรรษที่21 และทักษะทางอาชีพที่สอดคล้องกับสภาพสังคม เช่นการเป็นสังคมผู้สูงอายุ 2. การตอ่ยอดวิชาชีพ เช่น พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมยัเปน็ที่ต้องการของตลาดมากขึ้น รวมทั้งการคิดวิเคราะห์ช่องทางการตลาด การสร้างรายได้เพื่อเป็นทุนเมื่อพ้นโทษ3. การ Matchingตําแหน่งงาน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ต้องขังได้ทํางานในสถานประกอบการเพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ 4. การติดตามภายหลังพ้นโทษ โดยใช้แนวคิด บ้านกึ่งวิถีซึ่งนําร่องที่บ้านกาแลตาแปจังหวัดนราธิวาส 5. การยกย่องผู้พ้นโทษที่สามารถประกอบอาชีพสําเร็จ เป็นคนต้นแบบและการสร้างเครือข่ายคนต้นแบบ 6. การศึกษาวิจัยเกยี่วกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิงการติดตามผลโดยศกึษาการกระทําผิดซ้ํา รวมทั้งการวิจยัด้านนวัตกรรมใหม่ๆในการให้โอกาสผู้กระทําผิดการไม่กระทําผดิซ้ํา7. การจัดหาทุนประกอบวิชาชีพให้กับผู้พ้นโทษ เพื่อให้ประกอบอาชีพที่สุจริต8. การนําผลงานหรือกิจกรรมที่ได้ผลดีเสนอสู่เวทีต่าง ๆ ในรูปแบบการประชุมนําเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการทั้งในประเทศและต่างประเทศ 9. การสร้างการรับรู้ให้กับสังคมในการให้โอกาสผู้กระทําผิด รวมทั้งรวบรวมข้อมูลเครือข่ายผู้พ้นโทษที่เป็นต้นแบบ และแบบอย่างที่ดีนําสู่การเผยแพร่สู่สังคม 10. การสร้างช่องทางในการจําหน่าย และประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่เป็นฝีมือผู้ต้องขัง ผู้รับผิดชอบ : นางอาภรณ์แก้วเวียงชัยตําแหน่ง : ผู้อํานวยการกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรมหมายเลขโทรศัพท์: 06 5291943563
กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม นวัตกรรมการยุติธรรมใดที่หน่วยงานได้ริเริ่มดําเนินการและสามารถผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของไทยคําตอบ : 1. การดําเนินการและผลักดันจนเกิดเป็นข้อกําหนดกรุงเทพฯ (Bangkok Rules) การดําเนินการเริ่มจากการเข้าไปดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิง และเด็กติดผู้ต้องขัง จนเกิดแนวทางในการดําเนินงาน รวมทั้ง Best practice ในการปฏิบัติต่องผู้ต้องขังหญิงและเด็กติดผู้ต้องขังจากนั้นนําเสนอในการประชุม เสวนา การนําเสนอในเวทีต่างประเทศโดยมีองค์ประธานโครงการกําลังใจฯ เป็นผู้นําในการผลักดันจนเกิดเป็นข้อกําหนดกรุงเทพฯ ในปี2559ซึ่งมีโครงสร้างของข้อกําหนดกรุงเทพฯ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ส่วนที่1 ข้อกําหนดทั่วไป (Rules of General Application) ว่าด้วยการบริหารจัดการเรือนจําโดยทั่วไป และใช้กับผู้กระทําความผิดเพศหญิงที่อยู่ในระหว่างการควบคุมทุกประเภททุกสถานะคดีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา รวมไปถึงผู้หญิงที่ถูกควบคุมด้วยมาตรการเพื่อความปลอดภัยหรือมาตรการกักกัน ส่วนที่2 ข้อกําหนดที่ใช้สําหรับผู้ต้องขังลักษณะพิเศษ (Rules ApplicabletoSpecial Categories) ว่าด้วยการจําแนกลักษณะ และการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในแต่ละประเภทอาทิผู้ต้องขังที่เคยเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรง ผู้ต้องขังที่ตั้งครรภ์ผู้ต้องขังซึ่งเป็นชนพื้นเมืองชนกลุ่มน้อย ชนเผ่า ฯลฯ ส่วนที่3 มาตรการที่มิใช่การคุมขัง (Non-custodial Measures) ว่าด้วยมาตรการบังคับใช้กับผู้กระทําความผิดหญิงที่กระทําความผิดไม่รุนแรง ประกอบกับมีปัจจัยทางกายภาพที่ไม่เหมาะกับการถูกคุมขัง เช่น เยาวชนหญิง และผู้กระทําความผิดที่ตั้งครรภ์โดยข้อกําหนดในส่วนนี้สามารถใช้บังคับได้ตั้งแต่ในชั้นการสอบสวนจนกระทั่งหลังมีคําพิพากษา ส่วนที่4 การวิจัย การวางแผน การประเมินผล และการสร้างความตระหนักแก่สาธารณชน (Research, Planning, Evaluation and Public Awareness Raising) ว่าด้วยการวิเคราะห์วิจัยถึงพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยให้เกิดการกระทําความผิดในกลุ่มผู้หญิงรวมถึงการศึกษาผลกระทบจากการถูกคุมขังที่มีต่อผู้ต้องขังและบุตร นอกจากนี้ยังต้องการให้มีการกําหนดกิจกรรมที่จะลดการกระทําความผิดซ้ํา อันเป็นส่วนหนึ่งของการส่งคนดีกลับคืนสู่สังคมซึ่งการดําเนินการต่าง ๆ ดังกล่าวนี้จะต้องมีการเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รับทราบโดยอาศัยความร่วมมือจากบรรดาสื่อสารมวลชน 64
2. การน้อมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรัชใช้เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยเรือนจําเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อปีพ.ศ. 2553 โครงการกําลังใจฯ ได้ดําเนินการน้อมนําแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 มาปรับใช้ในการดํารงชีวิตของผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด "องค์กรพอเพียง" ในมิติที่3 คือ คืนคนดีสู่สังคมและได้ส่งต่อแนวคิดและหลักสูตรดังกล่าวให้กับกรมราชทัณฑ์เมื่อกรมราชทัณฑ์ได้รับทราบแนวทางพระดําริแล้วจึงได้ดําเนินการเตรียมความพร้อมทั้งในด้านผู้ต้องขัง ด้านเจ้าหน้าที่และด้านพื้นที่ในปีพ.ศ. 2558 โดยได้ทําการทดลองในเรือนจําชั่วคราว 5 แห่ง คือ 1. เรือนจําชั่วคราวเขาพลอง จังหวัดชัยนาท 2. เรือนจําชั่วคราวเขาระกํา จังหวัดตราด 3. เรือนจําชั่วคราวแคน้อย จังหวัดเพชรบูรณ์4. เรือนจําชั่วคราวดอยฮาง จังหวัดเชียงราย 5. เรือนจําชั่วคราวโคกตาบัน จังหวัดสุรินทร์สําหรับการทดลองนําร่องของโครงการกําลังใจในเรือนจําทั้ง 5 แห่งนั้นโดยปัจจุบันดําเนินการอบรมผู้ต้องขังมาแล้ว 12 รุ่น มีการปรับหลักสูตรในการอบรมมาแล้ว 2 ครั้ง และมีการติดตามผู้ต้องขังที่ผ่านโครงการกําลังใจฯ จึงได้มีการศึกษาการกระทําผิดซ้ําของผู้ต้องขังที่ผ่านกิจกรรมโครงการกําลังใจฯ ในภาพรวมในปี2561 และพบว่า ผู้ต้องขังที่ผ่านการอบรมการน้อมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกระทําผิดซ้ําเพียง ร้อยละ 3.47 แต่ผู้ต้องขังในเรือนจําอื่นๆที่ไม่ได้อบรมการน้อมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีการกระทําผิดซ้ํา ร้อยละ 26.05 ปัจจุบันมีการขยายผลไปยังเรือนจําชั่วคราวอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 11 แห่ง 3. การพัฒนาเรือนจําชั่วคราวเป็นศูนย์เรียนรู้จากฐานของการน้อมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในเรือนจําชั่วคราวจึงทําให้เกิดการพัฒนาเรือนจําในด้านการเกษตร และต่อมาในปี2560 จึงทําให้เรือนจําที่พัฒนามาเป็นพื้นที่การเกษตร ได้พัฒนาต่อยอดเป็นศูนย์เรียนรู้สําหรับผู้ต้องขัง สําหรับประชาชนทั่วไปโดยมีผู้ต้องขังเป็นวิทยากรบรรยาย กรณีมีประชาชนภายนอกมา ศึกษาดูงาน และตั้งแต่เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ซึ่งมี5 แห่ง มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และประชาชนมาศึกษาดูงานมากกว่า30,000 คน 4. ผลักดันให้เกิดการแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษและกลายเป็นพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่8 พฤศจิกายน 2564 ก่อนที่จะประกาศใช้ประมวลกฎหมายยาเพสติด ศาลยุติธรรมซึ่งทํางานร่วมกับโครงการกําลังใจฯ เช่นการลงพื้นที่เรือนจํา พูดคุยกับผู้ต้องขังจํานวนมาก จึงทําให้ศาลยุติธรรมเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ในเรื่องข้อสันนิษฐานเด็ดขาด 65
การดําเนินการดังกล่าว โครงการกําลังใจฯเป็นหน่วยงานหลักในการสืบค้นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการที่ผู้ต้องขังล้นคุก มีนักโทษยาเสพติดเป็นจํานวนมาก และบางรายเป็นรายย่อยรายเล็กรายน้อย และการมีผู้ต้องขังที่ไม่ได้เป็นตัวการหลัก แต่เป็นเพียงผู้สนับสนุนหรือการรู้เท่าไม่ถึงการณ์เช่น นั่งรถมาร่วมกันกับคนในครอบครัว จึงได้ประชุมร่วมกับศาลยุติธรรมและมีการจัดประชุมเสวนา ระดมความเห็นร่วมกันกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ศาลอัยการปปส. มากกว่า 15 ครั้ง เพื่อร่วมกันพิจารณาในประเด็นต่าง ๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อการลดจํานวนผู้ต้องขังล้นคุกจากจํานวนมากกว่า 350,000 ราย จนปัจจุบันทําให้มีผู้ต้องขังลดลง ปัจจุบันมีประมาณ280,000ราย จึงทําให้กระบวนการในการพัฒนาพฤตินิสัยของกรมราชทัณฑ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดปัญหาความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจํา 5. ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์จากเรือนจําได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์OTOPตามแนวทางขององค์ประธานโครงการกําลังใจฯ ที่ทรงให้พัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ที่มาจากฝีมือผู้ต้องขังมาตลอด ดังนั้น โครงการกําลังใจฯจึง ได้ดําเนินการประสานงานกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และกรมราชทัณฑ์ในการส่งเสริม ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ของเรือนจําให้ได้มาตรฐาน โดยการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์OTOP ปัจจุบันมีเรือนจําที่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์OTOP จํานวน 19 แห่ง และมีผลิตภัณฑ์จํานวน 74 รายการ นอกจากนี้เมื่อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้มาตรฐาน OTOP แล้ว ปัจจุบันกําลังผลักดันให้ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน จึงทําให้ผลิตภัณฑ์ในโครงการกําลังใจฯ มีคุณภาพ เกิดการผลิตอย่างต่อเนื่อง และนําไปสู่การจําหน่ายในท้องตลาด เช่น ร้านค้า INSRIRE กระทรวงยุติธรรม, ร้านค้าโซนIconCraftศูนย์การค้าไอคอนสยาม และร้านค้าโกลเด้นท์เพลส 4 สาขา ได้แก่สาขาชวนชน สาขาอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์สาขาถนนสุโขทัย และสาขากรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภที่11 รวมทั้งช่องทางออนไลน์ร้านค้า InspireProduct บนแพลตฟอร์ม Shopeeและเพจ Inspireผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการกําลังใจในพระดําริบนแพลตฟอร์ม Facebook 6. การจัดตั้งบ้านกึ่งวิถีตามแนวทางการดูแลสงเคราะห์ภายหลังปล่อย (Aftercare)ซึ่งองค์ประธานทรงเห็นถึงช่องว่างของการดูแลภายหลังปล่อยจากเรือนจําที่ยังไม่มีกฎหมายและหน่วยงานรองรับที่ชัดเจน จึงได้ร่วมกับกรมคุมประพฤติในการจัดตั้งบ้านกึ่งวิถีปูลารายอ กาแลตาแป ขึ้นที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่3 พฤษภาคม 2561 โดยรองรับผู้กระทําผิดที่ต้องโทษเป็นเวลานาน หรือผู้กระทําผิดที่พ้นโทษแล้ว ยังไม่มีบ้านจะกลับไปอยู่หรือบางกรณีชุมชนยังไม่พร้อมจะให้ผู้กระทําผิดกลับสู่สังคม และการมีบ้านกึ่งวิถีจะเป็นพื้นที่ให้ผู้พ้นโทษที่ไม่พร้อมกลับสู่สังคมได้มาพัก และฝึกอาชีพ รวมทั้งเตรียมพร้อมด้านจิตใจ ก่อนที่จะหาชุมชน/สังคมใหม่ที่จะต้อนรับหรือกรณีกลับไปในชุมชนเดิมก็จะต้องสร้างความเข้าใจ กับชุมชนในการให้โอกาสและต้อนรับผู้พ้นโทษ และตั้งแต่เปิดบ้านดังกล่าวมีผู้พ้นโทษในเขตจังหวัดนราธิวาส และใกล้เคียง66
มาพักอาศัยที่บ้าน จํานวน 49 คน ปัจจุบันมีผู้พักอาศัย จํานวน 5 คน ลดโรคระบาดเนื่องจากในเรือนจําเป็นพื้นที่แออัด หากเกิดโรคระบาดจะทําให้เกิดการแพร่ระบาดและเสียชีวิตได้มากกว่าพื้นที่อื่น 7. คนต้นแบบ เป็นแนวคิดที่องค์ประธานทรงให้ไว้เมื่อวันที่27 ตุลาคม 2559 เพื่อการยกย่องผู้ต้องขังที่พ้นโทษแล้วสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเอง รวมทั้งบางราย ประสบความสําเร็จจนกระทั่งเป็นตัวอย่างที่ดีในสังคม ซึ่งตั้งแต่กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม เก็บข้อมูลคนต้นแบบที่พร้อมเปิดเผยตัวเองมีทั้งหมด 219 คน และนอกจากการเกิดคนต้นแบบแล้วกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม ยังได้รวมคนต้นแบบให้รวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐในรูปแบบ “เครือข่ายเพื่อนช่วยเพื่อน” ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกในเครือข่าย จํานวน 62 คน8. การ Matching ตําแหน่งงานและการจัดทําสมุดพก เพื่อรับรองประวัติผู้ต้องขังเป็นแนวทางที่องค์ประธานได้ทรงให้ไว้เมื่อมกราคม2565แม้ว่าผู้ต้องขังส่วนใหญ่จะนิยมการทําอาชีพอิสระ หรือค้าขาย แต่การทําอาชีพดังกล่าวต้องมีเงินทุนดังนั้นในช่วงแรกของการพ้นโทษ ควรส่งเสริมให้ผู้ต้องขังได้ทํางานในสถานประกอบการ เนื่องด้วยเป็นการสร้างความมั่นคงทางรายได้จึงได้ร่วมกับกระทรวงแรงงาน ในการสนับสนุนให้ผู้ต้องขังได้ทํางานในสถานประกอบการเพิ่มขึ้น ซึ่งตั้งแต่พระราชทานแนวทาง พบว่า มีผู้ต้องขังได้ทํางานในสถานประกอบการ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 31.17 (เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าในปี2565) ปี2564มีผู้ต้องขังทํางานในสถานประกอบการ จํานวน 494 คน และในปี2566 มีผู้ต้องขังทํางานในสถานประกอบการ จํานวน 340 คน สําหรับการสร้างความมั่นใจให้สถานประกอบการ นั้น ได้มีการจัดทําสมุดพกเพื่อแสดงถึงนิสัย ความประพฤติและความรู้ทักษะที่ผู้ต้องขังได้รับ/ฝึกฝนระหว่างอยู่ในเรือนจํา9. การทํางานร่วมกับศาลยุติธรรม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในผู้ต้องขังมากขึ้น อันเป็นการพยายามไม่ส่งคนเข้าเรือนจําตามข้อกําหนดกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งแต่เริ่มดําเนินการมาตั้งแต่ ปี2557 จนถึงปัจจุบันได้ทํางานร่วมกับศาลยุติธรรม เช่น การพาผู้พิพากษาดูงานและพูดคุยกับผู้ต้องขัง และการประชุมร่วมกับศาลยุติธรรมมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทําให้ศาลยุติธรรมมีความรู้ความเข้าใจในมิติของผู้กระทําผิดมากขึ้น นอกจากนี้กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรมยังได้ศึกษาข้อมูลที่เป็นแนวโน้ม(Trend) ใหม่ของสังคมโลกและสังคมไทย เกี่ยวกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และยาเสพติดโดยมีการศึกษาและแปลหนังสือที่เป็นองค์ความรู้ให้กับกระบวนการยุติธรรม ไม่ต่ํากว่า 41 เล่มผู้รับผิดชอบ : นางอาภรณ์แก้วเวียงชัยตําแหน่ง : ผู้อํานวยการกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรมหมายเลขโทรศัพท์: 06 5291943567
กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม การดําเนินโครงการกําลังใจมีความเชื่อมโยงกับภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัยการคืนคนดีสู่สังคมกับหน่วยงานอื่น อาทิกรมราชทัณฑ์สํานักงาน สมภพ.หรือไม่อย่างไร คําตอบ : ภารกิจของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมจะเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ระบุในกฎกระทรวง ที่ระบุให้สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมมีภารกิจในการพัฒนายุทธศาสตร์และแปลงนโยบายของกระทรวงเป็นแผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม โดยกกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม จะเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการพัฒนานวัตกรรมระบบงานและกระบวนการยุติธรรมต้นแบบที่ปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นน้ําจนถึงปลายน้ํา รวมถึงการถ่ายทอดสู่ภาคปฏิบัติผ่านการทดสอบและประเมินผลในโครงการหรือหน่วยงานนําร่อง ก่อนจะขยายผลไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานและกระบวนการยุติธรรมของประเทศให้สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในปัจจุบันและในอนาคตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเกิดประสิทธิผล สมดุล และยั่งยืน อีกทั้งการบูรณาการข้อมูลและองค์ความรู้ต่าง ๆจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภายใต้กระทรวงยุติธรรม หน่วยงานภายนอกกระทรวงยุติธรรมและที่สําคัญจากพระดําริและโครงการในพระราชดําริต่าง ๆ ที่มีคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมของประเทศ รวมถึงการนําข้อมูลและองค์ความรู้จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ประโยชน์กับระบบงานและกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งจากงานตามภารกิจของกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรมข้างต้น จะมีส่วนผลักดันส่งเสริมให้สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมที่ทําหน้าที่ในภาพของกระทรวงยุติธรรมด้วย สามารถกําหนดพัฒนา ปรับปรุงยุทธศาสตร์หรือนโยบายด้านระบบงานและกระบวนการยุติธรรม ให้มีความบูรณาการที่ทันสมัย เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับประเทศและระดับสากลมากยิ่งขึ้น และสามารถตอบสนองต่อกฎหมายอย่างมีเอกภาพทันตอ่สภาวการณ์และเป็นมาตรฐานสากลตามวิสยัทัศน์ของกระทรวงยุติธรรมได้อย่างเกิดประสทิธผิลความเชื่อมโยงกับภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย/การคืนคนดีสู่สังคมกับหน่วยงานอื่น1. กรมราชทัณฑ์จากการดําเนินงานของโครงการกําลังใจฯ ในด้านต่าง ๆได้เข้ามาเสริมงานในระดับนโยบายของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และในส่วนของกรมราชทัณฑ์พบว่า ปัจจุบันมีผู้ต้องขังประมาณ 280,000 คน โดยความจุที่กรมราชทัณฑ์จะรับได้มีประมาณ100,000 คนและงบประมาณที่กรมราชทัณฑ์ได้รับจัดสรร โดยแบ่งเป็นเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่และครุภัณฑ์สิ่งก่อสร้างร้อยละ 41 และการดูแลผู้ต้องขังอีกประมาณ ร้อยละ 58 ซึ่งในจํานวนนี้เป็นค่าอาหารผู้ต้องขัง และ68
เหลือไว้ดูแล พัฒนาผู้ต้องขังเพียง ร้อยละ 1 นั่นหมายถึง การพัฒนา แก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังจะทําได้เพียงการให้ความรู้ให้การศึกษา และอื่น ๆ ตามพื้นฐานเบื้องต้น โดยไม่สามารถยกระดับหรือพัฒนาวิธีการแนวทางใหม่เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัยได้เลย และเมื่อมีกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรมซึ่งดูแลโครงการกําลังใจฯ โดยมีภารกิจในการพัฒนานวัตกรรมระบบงานและกระบวนการยุติธรรมต้นแบบที่ปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นน้ําจนถึงปลายน้ํา และการถ่ายทอดต้นแบบที่ผ่านการทดสอบติดตามประเมินผล สู่กรมราชทัณฑ์จึงทําให้กรมราชทัณฑ์ไม่ต้องเสียงบประมาณในการพัฒนาหรือคิดค้นวิธีการหรือแนวทางใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาผู้ต้องขัง 2. สมภพ.ภารกิจหลักของ สมภพ. คือ การช่วยเหลือผู้พ้นโทษให้มีชีวิตรอดอย่างมีคุณภาพในสังคมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ โดยมีหมุดหมายสําคัญ คือ การป้องกันการกระทําผิดซ้ํา ซึ่งจะเห็นได้ว่าภารกิจของ สมภพ. จะเน้นกระบวนการปลายน้ํา ที่จะทําอย่างไรให้ผู้ต้องขังที่พ้นโทษแล้ว มีอาชีพและไม่กลับมากระทําผิดซ้ําอีก ซึ่งภารกิจของ สมภพ. จะมีความคาบเกี่ยวกับกรมราชทัณฑ์และกรมคุมประพฤติโดยจะเห็นได้ว่า ภารกิจของ สมภพ. จะเข้ามารองรับและเสริมผู้กระทําผิดที่จะพ้นโทษ แต่ในขณะที่กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรมจะดําเนินการตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ําและปลายน้ํา รวมทั้งบูรณาการกับหน่วยนอกของระบบยุติธรรม ได้แก่ศาลยุติธรรม ในความพยายามที่จะไม่ส่งคนเข้าเรือนจํา ผู้รับผิดชอบ : นางอาภรณ์แก้วเวียงชัยตําแหน่ง : ผู้อํานวยการกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรมหมายเลขโทรศัพท์: 06 5291943569
กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม ปัจจุบันมีเรือนจํา / ทัณฑสถานที่เข้าร่วมโครงการกําลังใจฯ มทีั้งหมดกี่แห่ง (จําแนกรายจังหวัด) และมีผู้ต้องขังเข้าร่วมจํานวนกี่คน (จําแนกชาย - หญิง และประเภทความผิดของผู้ต้องขัง) (ข้อมูล ณ วันที่30 เมษายน 2567) คําตอบ : ปัจจุบันโครงการกําลังใจฯ มีเรือนจํา/ทัณฑสถานที่เข้าร่วมโครงการกําลังใจฯทั้งหมดจํานวน 28 แห่ง ได้แก่ 1) เรือนจําในโครงการกําลังใจ 22 แห่ง 2) เรือนจําเศรษฐกิจพอเพียง 5แห่งและ 3) ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรม 1 แห่ง 1) เรือนจําในโครงการกําลังใจ 22 แห่ง (เรือนจําปิด) ประกอบด้วย ทัณฑสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่เรือนจํากลางอุดรธานีทัณฑสถานหญิงพิษณุโลกเรือนจําจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรือนจํากลางนครศรีธรรมราช เรือนจํากลางระยอง เรือนจําจังหวัดตรังเรือนจําอําเภอฝาง ทัณฑสถานหญิงธนบุรีเรือนจํากลางราชบุรีทัณฑสถานหญิงสงขลา เรือนจําอําเภอเกาะสมุย เรือนจํากลางนครพนม เรือนจําจังหวัดภูเก็ต เรือนจํากลางขอนแก่นเรือนจําอําเภอแม่สอด เรือนจําจังหวัดนราธิวาส เรือนจําจังหวัดจันทบุรีเรือนจําจังหวัดสุโขทัยเรือนจําจังหวัดกาญจนบุรีและเรือนจําจังหวัดน่าน นอกจากนี้มีเรือนจําที่อยู่ระหว่างดําเนินการเข้าร่วม 2 แห่ง ได้แก่เรือนจํากลางลําปาง และทัณฑสถานบําบัดพิเศษหญิง กิจกรรมในเรือนจําที่เปิดโครงการกําลังใจแล้ว ประกอบด้วย การอบรมและฝึกปฏิบัติเพื่อพัฒนาความรู้พัฒนาทักษะ และสร้างความมันคงทางจิตใจ รวมทั้งการอบรมทักษะในศตวรรษที่21 (ทักษะการเรียนรู้ทักษะเทคโนโลยีทักษะชีวิต) มาใช้กับผู้ต้องขัง และการนําความรู้ในอาชีพใหม่ที่สอดคล้องกับสภาพของสังคม เช่น การอบรมเป็น Caregiver เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุการอบรมเพื่อสร้างความฉลาดทางการเงิน เป็นต้น 2) เรือนจําในโครงการเศรษฐกิจพอเพียง 5 แห่ง (เรือนจําชั่วคราว - เรือนจําเปิด)ประกอบด้วย เรือนจําชั่วคราวแคน้อย จังหวัดเพชรบูรณ์เรือนจําชั่วคราวดอยฮาง จังหวัดเชียงรายเรือนจําชั่วคราวเขาระกํา จังหวัดตราด เรือนจําชั่วคราวเขาพลอง จังหวัดชัยนาท และเรือนจําชั่วคราวโคกตาบัน จังหวัดสุรินทร์เนื่องด้วยผู้ต้องขังมากกว่า ร้อยละ 70 มีอาชีพทางการเกษตรเป็นทุนเดิมดังนั้น การอบรมเพื่อให้สามารถกลับไปประกอบาชีพดั้งเดิมได้น่าจะเป็นการสอดคล้องกับลักษณะและตัวตนของผู้ต้องขัง 70
โดยทั้ง5แห่งเปน็เรือนจําในลักษณะเรือนจําเปดิเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยซึ่งได้มีการน้อมนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแกนหลักในการอบรม ที่ต้องใช้เวลาในการอบรมประมาณ 5 เดือนเศษ และนอกจากการฝึกอบรมเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้วยังมีการฝึกวิชาชีพเกยี่วกับการเกษตรกรรม เชน่ ปลูกข้าว เพาะปลกูพชืไร่พืชสวน เลี้ยงสัตว์ตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งมีการฝึกวิชาชีพตามความถนัดและความสนใจของแต่ละคนนอกจากนี้โครงการการกําลังใจฯ ยังนํานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาให้กับเรือนจําชั่วคราวทั้ง 5แห่งได้แก่การยกระดับให้เป็นเกษตรอินทรีย์การนําองค์ความรู้ในด้านเกษตรอินทรีย์มาช่วยพัฒนาพื้นที่เรือนจําชั่วคราว และมีการต่อยอดการนําหน่วยงานภาคเอกชน เครือข่ายในพื้นที่มาร่วมพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยงเชิงเกษตรเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดต่อไปเนื่องจากเรือนจําเป็นพื้นที่ที่เปิดให้ประชาชนสามารถเข้ามาได้และกําลังพัฒนาให้ศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าวมีร้านกาแฟหรือร้านค้าที่เป็นแหล่งฝึกอาชีพให้กับผู้ต้องขัง เพื่อการปรับตัวกับสังคมก่อนพ้นโทษต่อไป3) เรือนจําเกษตรอุตสาหกรรม 1 แห่ง (เรือนจําเปิด) ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก จังหวัดนครราชสีมา เป็นเรือนจําลักษณะพิเศษที่มีการฝึกอาชีพผู้ต้องขังในลักษณะของเกษตรอุตสาหกรรม โดยโครงการกําลังใจได้ดําเนินการนําภาคเอกชน ได้แก่เครือเจริญโภคภัณฑ์เข้ามาลงทุนในฟาร์มขนาดใหญ่เป็นฟาร์มสุกรฟาร์มไก่รวมทั้งพืชไร่พืชสวนต่าง ๆ โดยนําผู้ต้องขังมาฝึกทํางานในฟาร์ม ซึ่งผู้ต้องขังจะได้ทั้งทักษะความรู้และมีเงินปันผลรายเดือนเพื่อเตรียมความพร้อมในการจะพ้นโทษต่อไป ปัจจุบันมีผู้ต้องขังเข้าร่วมโครงการกําลังใจ จํานวน 57,657 คน โดยแบ่งเป็น- ผู้ต้องขังหญิง จํานวน 14,069 คน - ผู้ต้องขังชาย จํานวน 43,588 คน ประเภทความผิดของผู้ต้องขัง 1) เรือนจําปิด เมื่อจะดําเนนิการอบรมหรือใหค้วามรู้ทางเรือนจําจะเปน็ผคู้ัดผตู้ ้องขังเข้ามาร่วมโครงการโดยดูจากพื้นฐานความรู้ที่มีชั้นของผู้ต้องขัง ฐานความผิด (เช่นคดีทางเพศเรือนจําจะมีโปรแกรมพิเศษในการอบรมเพื่อแก้ไข เป็นต้น) แต่อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 80ของผู้ต้องขังจะกระทําความผิดในคดียาเสพติด 2) เรือนจําชั่วคราว มีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก คือ เหลือโทษจํานวนไม่มากและมีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่น เป็นนักโทษชั้นดีขึ้นไป ต้องโทษจําคุกครั้งแรก กระทําผิดในคดีทั่วไปหรือคดียาเสพติด (กรณีคดียาเสพติดต้องไม่เข้าข่ายเป็นผู้กระทําผิดรายสําคัญ) ต้องโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า1 ใน 3 ของกําหนดโทษ และมีโทษเหลือจําต่อไปไม่เกิน 5 ปีเป็นต้น ผู้รับผิดชอบ : นางอาภรณ์แก้วเวียงชัยตําแหน่ง : ผู้อํานวยการกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรมหมายเลขโทรศัพท์: 06 5291943571
กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม เหตุใดหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ต้องขังภายใต้โครงการกําลังใจจึงมีใช้งบประมาณที่สูงกว่าการฝึกอบรมผู้ต้องขังที่กรมราชทัณฑ์เป็นผู้ดําเนินการ คําตอบ : การฝึกอบรมของกรมราชทัณฑ์เป็นการอบรมในภาพรวมทั้งประเทศ เมื่อได้งบประมาณมาแล้วต้องมีการเจียดจ่ายให้ได้ทั่วประเทศ ส่วนโครงการกําลังใจมีเป้าหมายเรือนจําเพียง 30แห่งที่อยู่ภายใต้โครงการ และเป็นการนําหลักสูตรที่แตกต่างหรอืมีการต่อยอดจากที่กรมราชทัณฑ์ดําเนินการเช่น 1) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทสมอค เป็นการใช้วิทยากรจากสถาบันส่งเสริมศิลปะหัตถกรรมไทย ซึ่งเป็นวิทยากรภาคเอกชนที่มีความรู้ความสามารถในการดีไซน์ออกแบบให้ผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่น เป็นที่ต้องการของตลาด 2) การอบรมความรู้เกี่ยวกับดิจิทัล/การรู้เท่าทันสื่อ/การขายของออนไลน์/ความรู้เกี่ยวกับการเงิน ซึ่งเป็นวิทยากรที่มีทักษะ มีความเชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อส่งเสริมให้ผู้ต้องขังได้รับความรู้ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง สามารถนําไปประยุกต์ใช้กับการประกอบอาชีพเมื่อพ้นโทษ3) วิชาชีพที่ต้องใช้หน่วยงานที่มีการรับรองและมีการนับจํานวนชั่วโมงให้ครบตามหลักสูตร เช่น หลักสูตรนวด ต้องเรียน 150 ชั่วโมง ทําให้มีค่าใช้จ่ายที่ต่อเนื่อง ตลอดหลักสูตรจึงทําให้มีวงเงินสูงกว่าของเรือนจํา (กรมราชทัณฑ์) 4) ในบางครั้ง เป็นวิทยากรที่เดินทางไปจากส่วนกลาง จึงทําให้มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางร่วมด้วย ทําให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าของเรือนจํา (กรมราชทัณฑ์) ที่มักจะใช้วิทยากรในพื้นที่ทําให้ไม่มีค่าเดินทาง ผู้รับผิดชอบ : นางอาภรณ์แก้วเวียงชัยตําแหน่ง : ผู้อํานวยการกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรมหมายเลขโทรศัพท์: 06 5291943572
กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม การกําหนดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลิตวารสาร วิดีทัศน์การแปล และผลิตรายงานจะมีส่วนสนับสนุนให้ผู้ต้องขังประพฤติตนเป็นคนดีคืนสู่สังคมได้อย่างไร คําตอบ : สื่อประเภทต่าง ๆ ของโครงการกําลังใจ แบ่งเป็น 1. การผลิตวารสาร (ออกทุก 3 เดือน)/จุลสาร (ออกทุก 2 เดือน) ซึ่งเป็นการสร้างการรับรู้ให้กับสังคมในการให้โอกาสผู้กระทําผิด โดยโครงการกําลังใจจะเผยแพร่ข้อมูลในด้านบวกของผู้ต้องขังที่พร้อมจะกลับสู่สังคม เช่น ข้อมูลคนต้นแบบ ข้อมูลการจัดกิจกรรมพัฒนาจิตใจพัฒนาอาชีพ รวมทั้งข้อมูลความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ การสัมภาษณ์บุคคล/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้โอกาสผู้กระทําผิด และได้ส่งวารสารเหล่านี้ให้ผู้ต้องขังได้รับรู้และอ่านด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสังคมภายนอกพร้อมที่จะให้โอกาสและทําให้ผู้ต้องขังจะได้รับทราบข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับอาชีพ เส้นทางการกลับสู่สังคม รวมทั้งเป็นข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้แนวทางในการปฏิบัติหรือเป็น Best Practice สําหรับการศึกษาเรียนรู้ต่อไป2. นสพ.จิตต์เสรีเป็นสื่อที่จัดทําขึ้นเพื่อผู้ต้องขัง โดยให้ผู้ต้องขังเข้ามามีส่วนร่วมในการเขียน การรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งเป็นการสร้างพื้นที่การเรียนรู้และการเผยแพร่ความคิดถ่ายทอดประสบการณ์ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ต้องขัง รวมทั้งยังเป็นสื่อกลางให้ผู้ต้องขังได้ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ของตนเองไปให้เพื่อนผู้ต้องขังในเรือนจําต่าง ๆ 3. วิดีทัศน์เป็นการนําเสนอข้อมูลเพื่อประกอบการจัดกิจกรรมต่าง ๆหรือการนําเสนอในการประชุมต่าง ๆ เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวในลักษณะการเล่าเรื่องเพื่อประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบและเข้าใจ และเป็นการจัดทํา/รวบรวมวิชาชีพ/ทักษะอาชีพ/ข้อคิดเตือนใจ/การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย เพื่อส่งให้กับผู้ต้องขังได้ศึกษาด้วยตนเอง (โดยเฉพาะช่วงโควิดระบาดวิทยากรภายนอกไม่สามารถเข้าสอนได้) รวบรวมวิชาชีพที่ต้องเรียนซ้ําเพื่อฝึกความรู้ถ่ายทอดความรู้ต่อให้กับรุ่นต่อไป 4. งานแปลและรายงาน เป็นการศึกษาข้อมูลงานวิจัย หรือกรณีศึกษาจากต่างประเทศเพื่อนํามาสู่งานนําร่อง หรือประกอบงานประชุมงานวิชาการที่ต้องใช้องค์ความรู้อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ของระบบการพัฒนา พฤตินิสัย หรือการดูแลภายหลังปล่อย 5. รายงานที่ดําเนินการจัดทําจะดําเนินการในรูปแบบ 5.1 คู่มือในการฝึกอบรม เพื่อให้ศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง อาจเป็นวิชาชีพที่ศึกษาเพิ่มเติมได้ด้วยตัวเอง 73
5.2 การรวบรวมข้อมูลองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อนําไปสู่การวางระบบหรือวางแผนการดําเนินงานของโครงการกําลังใจ โดยการอ้างอิงจากรายงาน/งานวิจัย/งานแปลต่าง ๆ 5.3 การศึกษาและวิเคราะห์งานของต่างประเทศ เช่น UNODC หรืองานราชทัณฑ์ของประเทศต่าง ๆ เพื่อนํามาปรับใช้กับการจัดกิจกรรมในโครงการกําลังใจฯ ผู้รับผิดชอบ : นางอาภรณ์แก้วเวียงชัยตําแหน่ง : ผู้อํานวยการกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรมหมายเลขโทรศัพท์: 06 5291943574
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงยุติธรรม สถิติคดีการทุจริตของกระทรวงยุติธรรมและสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมย้อนหลัง 5 ปี(ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2567) เป็นคดีประเภทใดคําตอบ : สถิติคดีการทุจริตภาพรวมของกระทรวงยุติธรรมย้อนหลัง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 - 2563 จํานวน 5คดีจํานวน 42เรอื่ง ยุติแล้ว 39เรื่องปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จํานวน 4 คดีจํานวน 32 เรื่อง ยุติแล้ว 24 เรื่อง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จํานวน 3 คดีจํานวน 19 เรื่อง ยุติแล้ว 15 เรื่อง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จํานวน 4 คดีจํานวน 37 เรื่อง ยุติแล้ว 16 เรื่อง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จํานวน 4 คดีจํานวน 7 เรื่อง ยุติแล้ว 3 เรื่อง (ข้อมูลณ วันที่ 30 เมษายน 2567) การดําเนินการกรณีข้อร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทําการทุจริตหรือประพฤติมิชอบของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 - 2567 หน่วย: เรื่องลําดับ หน่วยงานประจําปีงบประมาณ ตามมติคณะรัฐมนตรี2567 (30 เม.ย. 2567) 2566 2565 2564 27 ม.ีค. 2561 - 30 ก.ย. 2563จํานวน ยุติแล้ว จํานวน ยุติแล้ว จํานวน ยุติแล้ว จํานวน ยุติแล้ว จํานวน ยุติแล้ว 1 สํานักงานรัฐมนตรี - - - - - - - - - - 2 สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม 1 - 3 - 1 1 3 2 6 6 3 กรมคุมประพฤติ - - 7 4 2 2 1 1 11 11 4 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ - - - - - - - - - - 5 กรมบังคับคดี - - - - - - - - 1 1 6 กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 1 1 - - 4 4 1 1 1 1 7 กรมราชทัณฑ์ 2 - 22 9 10 8 19 13 18 15 8 กรมสอบสวนคดีพิเศษ - - 2 - 2 - 5 4 5 5 9 สํานักงานกิจการยุติธรรม - - - - - - - - - - 10 สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 1 - - - - - - - - - 11 สํานักงาน ป.ป.ส. 2 2 3 3 - - 3 3 - -รวม 7 3 37 16 19 15 32 24 42 39 75
โดยมีสัดส่วนประเภทคดีดังนี้1) คดีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร้อยละ 48.17 2)คดีการเรียกรับสิ่งของ ทรัพย์สิน ของขวัญ หรือของกํานัลจากการปฏิบัติหน้าที่รอ้ยละ 32.85 3)คดยีักยอกเงินหรือทรัพย์สินของทางราชการไปใช้ส่วนตัว ร้อยละ 13.874) คดีการใช้อํานาจในตําแหน่งโดยทุจริต ร้อยละ 0.73 5) คดีอื่น ๆ ร้อยละ 4.38 สถิติเรื่องร้องเรียนของกระทรวงยุติธรรม ตามมติคณะรัฐมนตรี27มีนาคม2561 - 30 เมษายน 2567 พบว่า มีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วย เรื่องการเรียกรับผลประโยชน์จากญาติผู้ต้องขัง การปฏิบัติหน้าที่ผู้ต้องขังหลบหนีศาลอาญา การรับเงินค่าตอบแทนในการตรวจรับพัสดุการนําเงินของทางราชการไปหมุนใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 76
สถิติเรื่องร้องเรียนคดีการทุจริตของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมย้อนหลัง 5ปี(ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2567) มีสถิติเรื่องร้องเรียนคดีการทุจริต จํานวน 14 เรื่อง ดังนี้ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 - 2563 จํานวน 4 คดีจํานวน 6 เรื่อง ยุติแล้ว 6เรื่องปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จํานวน 2 คดีจํานวน 3 เรื่อง ยุติแล้ว 2 เรื่อง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จํานวน 1 คดีจํานวน 1 เรื่อง ยุติแล้ว 1 เรื่อง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จํานวน 2 คดีจํานวน 3 เรื่อง ยุติแล้ว 0 เรื่อง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จํานวน 1 คดีจํานวน 1 เรื่อง ยุติแล้ว 0 เรื่อง (ข้อมูลณ วันที่ 30 เมษายน 2567) โดยมีสัดส่วนประเภทคดีดังนี้ ผู้รับผิดชอบ : นายสันติมีเมืองตําแหน่ง : นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141212477
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงยุติธรรม สถิติข้อร้องเรียนกรณีฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนของกระทรวงยุติธรรมและสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมย้อนหลัง 5 ปีเป็นคดีประเภทใดคําตอบ : ในปีพ.ศ. 2563 - 2567 ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามา จํานวน 4 เรื่อง มีรายละเอียดดังนี้ปีพ.ศ. 2563 ไม่มีเรื่องร้องเรียน ปีพ.ศ. 2564 มีเรื่องร้องเรียน จํานวน 1 เรื่อง จากการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วไม่ฝ่าฝืนจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ส่งเรื่องต่อใหก้องบริหารทรัพยากรบุคคลดําเนินการ ปีพ.ศ. 2565 ไม่มีเรื่องร้องเรียน ปีพ.ศ. 2566 มีเรื่องร้องเรียน จํานวน 3 เรื่อง ซึ่งดําเนินการแล้วเสร็จ จํานวน1เรื่องจากการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ไม่ฝ่าฝืนจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนแต่ผิดวินัย จึงส่งเรื่องต่อให้กลุ่มงานวินัย กองบริหารทรัพยากรบุคคลดําเนินการ และอยู่ระหว่างดําเนินการ จํานวน 2 เรื่อง ปีพ.ศ. 2567 ไม่มีเรื่องร้องเรียน ผู้รับผิดชอบ : นายสันติมีเมืองตําแหน่ง : นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141212478
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงยุติธรรม ค่าคะแนน ITA กระทรวงยุติธรรมและสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมย้อนหลัง 5ปี(ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 - 2566) คําตอบ : ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ(Integrity and Transparency Assessment : ITA) ภาพรวมกระทรวงยุติธรรมและส่วนราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรม มีรายละเอียดดังนี้ 1. กราฟแสดงค่าคะแนน ITA ภาพรวมกระทรวงยุติธรรม ย้อนหลัง5 ปี(ตั้งแต่ปีงบประมาณพ.ศ. 2562 - 2566) 2. ตารางแสดงเปรียบเทียบค่าคะแนน ITA ภาพรวมกระทรวงยุติธรรม ย้อนหลัง 5ปี(ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 - 2566) รายการ ปี2562 ปี2563 ปี2564 ปี2565 ปี2566ค่าคะแนน ITA 87.44 86.40 91.33 90.97 92.50เพิ่มขึ้น/ลดลง จากปีที่ผ่านมา - -1.04 4.93 -0.36 1.53จากกราฟและตารางแสดงผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ภาพรวมกระทรวงยุติธรรมและส่วนราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรมย้อนหลัง 5 ปี(ตั้งแต่ปีงบประมาณพ.ศ. 2562- 2566) พบว่า โดยเฉลี่ยค่าคะแนน ITA ของส่วนราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรมใน 5 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามลําดับ ซึ่งเป็นปัจจัยส่งผลให้ค่าคะแนน ITA ภาพรวมกระทรวงยุติธรรมโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบค่าคะแนน ITA ภาพรวมกระทรวง79
ยุติธรรม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (92.50คะแนน) กับฐานปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 (87.44คะแนน) พบว่า ค่าคะแนน ITA ภาพรวมกระทรวงยุติธรรม เพิ่มขึ้น 5.06 คะแนน และปัจจัยที่ส่งผลให้ค่าคะแนนเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยสําคัญ คือ การที่ส่วนราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรมได้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวและมีการกําหนดมาตรการ/แนวทาง การพัฒนาระดับการรับรู้เกี่ยวกับการดําเนินงานด้านการป้องกันการทุจริต รวมถึงการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่ไปพร้อมกันเพื่อเป็นการเสริมสร้างการรับรู้และการให้ความรู้กับบุคลากรในสังกัดได้เข้ามาเรียนรู้และมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมตา่งๆอาทิกิจกรรมเรื่องเล่าเมาท์ทุกข์สุขในประเด็นการใช้จ่ายงบประมาณการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ อินโฟกราฟิกเรื่องเล่า จริยธรรม เป็นต้น 3. ตารางแสดงค่าคะแนน ITA ของส่วนราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรม ย้อนหลัง 5ปี(ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 - 2566) หน่วยงาน ปี2562 ปี2563 ปี2564 ปี2565 ปี2566สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม (12) 85.72 (8) 87.61 (11) 89.33 (5) 92.51 (9) 90.75กรมคุมประพฤติ (11) 86.24 (10) 84.53 (1) 94.56 (4) 93.35 (3) 94.17กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (13) 77.88 (4) 90.88 (2) 94.41 (9) 91.53 (8) 91.39กรมบังคับคดี (6) 87.70 (6) 88.51 (3) 93.57 (11) 88.57 (13) 89.33กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน (2) 91.72 (12) 76.59 (13) 88.36 (8) 91.64 (10) 90.65กรมราชทัณฑ์ (4) 87.88 (7) 87.77 (10) 89.56 (1) 99.49 (1) 98.43กรมสอบสวนคดีพิเศษ (5) 87.88 (9) 86.63 (7) 91.38 (2) 95.43 (6) 92.63สํานักงานกิจการยุติธรรม (1) 95.76 (1) 93.91 (4) 93.02 (7) 91.79 (11) 90.34สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ (3) 88.88 (5) 90.56 (5) 92.58 (12) 88.32 (2) 95.42สํานักงาน ป.ป.ส. (9) 86.49 (11) 82.61 (6) 91.90 (6) 92.03 (5) 93.19สถาบันอนุญาโตตุลาการ (10) 86.25 (2) 91.79 (12) 88.90 (13) 72.37 (12) 90.24สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (8) 86.97 (3) 90.90 (9) 89.59 (10) 90.77 (7) 92.27กองทุนยุติธรรม (7) 87.37 (13) 70.90 (8) 90.12 (3) 94.75 (4) 93.7280
4.กราฟแสดงผลการประเมนิรายตัวชวี้ัด ภาพรวมกระทรวงยุติธรรม ปีงบประมาณพ.ศ.2566เมื่อพิจารณาผลการประเมินรายตัวชี้วัดปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ภาพรวมกระทรวงยุติธรรม พบว่า มีประเด็นที่ยังเป็นจุดอ่อนอยู่ 3 ประเด็นที่ได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ 85คะแนนได้แก่ 1) ประสิทธิภาพการสื่อสาร 83.31 คะแนน 2) การปรับปรุงการทํางาน 84.35 คะแนนและ3) คุณภาพการดําเนินงาน 89.52 คะแนน 5. กราฟแสดงผลการประเมินรายตัวชี้วัดของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 81
ซึ่งในส่วนผลการประเมินรายตัวชี้วัดปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม พบว่า มีประเด็นที่ยังเป็นจุดอ่อนอยู่ 4 ประเด็นที่ได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ85 คะแนน ได้แก่ 1) การใช้งบประมาณ 79.81 คะแนน 2) การแก้ไขปัญหาการทุจริต 80.07คะแนน3) การใช้อํานาจ 80.82 คะแนน และ 4) การใช้ทรัพย์สินของราชการ 81.51 คะแนน ทั้งนี้สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ได้มีการกําหนดมาตราการ/แนวทางในการดําเนินการ ดังนี้1. เรื่องการใช้งบประมาณ กําหนดให้มีการสร้างการรับรู้เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณประจําปีแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ในรูปแบบสื่อที่เข้าใจง่าย ชัดเจนและสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยมอบหมายให้กองยุทธศาสตร์และแผนงานเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดทําเนื้อหาเผยแพร่ในช่องทางต่างๆและให้ทุกกอง/สํานัก ใช้กลไกคณะทํางานเพื่อพิจารณาแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม และการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงาน ตามแนวทางการบริหารจัดการด้านงบประมาณเพื่อยกระดับความโปร่งใสในการดําเนินงานของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมอย่างเคร่งครัด 2. เรื่องการใช้ทรัพย์สินของราชการ ได้มอบหมายให้กองบริหารการคลังจัดทําแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินของราชการ และปรับปรุงพัฒนาคู่มือการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ เช่น การขออนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลาง การขออนุญาตใช้ห้องประชุมและการขออนุญาตยืมวัสดุครุภัณฑ์ต่างๆ ให้ถูกต้อง ชัดเจน และเป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งเผยแพร่ให้บุคลากรภายในสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมรับทราบ และให้ทุกกอง/สํานักปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมาย และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินของราชการผ่านช่องทางต่างๆ ให้บุคลากรรับทราบและยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 3. เรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริต กําหนดให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกําหนดมาตรการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ และให้ทุกกอง/สํานักเผยแพร่มาตรการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ และการประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานของตนเองทราบโดยให้ผู้อํานวยการกอง/สํานักกํากับ ติดตามผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติตามมาตรการ ระเบียบกฎหมายคู่มือปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อลดโอกาสในการกระทําการทุจริตฯ 4. เรื่องการใช้อํานาจ กําหนดให้กองบริหารทรัพยากรบุคคล สร้าง การรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคลของสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมและขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติงาน และให้ผู้อํานวยการทุกกอง/สํานัก ปฏิบัติตามขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติงานตามระดับคุณภาพของผลงานอย่างเป็นธรรม และสนับสนุนให้บุคลากรได้รับการฝึกอบรม การศึกษา ดูงาน หรือการให้ทุนการศึกษาอย่างเป็นธรรม ผู้รับผิดชอบ : นายสันติมีเมืองตําแหน่ง : นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141212482
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงยุติธรรม ผลการประเมินองค์กรคุณธรรมของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมย้อนหลัง3ปีจําแนกรายส่วนราชการ คําตอบ : ลําดับ ส่วนราชการ ผลการประเมิน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ปีงบประมาณพ.ศ. 2566ระดับคุณธรรม ระดับคุณธรรม ระดับคุณธรรม ส่งเสริม คุณธรรม องค์กร คุณธรรม คุณธรรม ต้นแบบ ส่งเสริม คุณธรรม องค์กร คุณธรรม คุณธรรม ต้นแบบ ส่งเสริม คุณธรรม พัฒนา คุณธรรม คุณธรรมต้นแบบ1. สป.ยธ. - - - - - - 2. คป. - - - - - - 3. กคส. - - - - - - 4. กบค. - - - - - - - 5. กพน. - - - - - - 6. รท. - - - - - - 7. DSI - - - - - - - 8. สกธ. - - - - - - 9. สนว. - - - - - - 10. ป.ป.ส. - - - - - - 11. TIJ - - - - - - 12. THAC - - - - - - ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีจํานวน 2 หน่วยงาน ไม่ผา่นการประเมิน ได้แก่กรมบงัคับคดีและกรมสอบสวนคดีพิเศษ องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่นกระทรวงยุติธรรม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กรมราชทัณฑ์ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กรมราชทัณฑ์ผู้รับผิดชอบ : นายสันติมีเมืองตําแหน่ง : นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 0 2141212483
ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม สถิติจํานวนข้อร้องเรียน/เรื่องที่ประชาชนติดต่อขอรับบริการจากศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรมเป็นกรณีประเภทใดบ้างมีจํานวนเท่าใด และผ่านช่องทางใดย้อนหลัง 5 ปีคําตอบ : ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 - 2567 (ข้อมูล ณ วันที่30 เมษายน 2567) ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม มีผลการดําเนินการในการให้บริการประชาชนและให้ความช่วยเหลือประชาชนและภารกิจต่าง ๆ ของศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรมมีจํานวนทั้งสิ้น 140,740 เรื่อง โดยมีรายละเอียดดังนี้1. เรื่องทูลเกล้าถวายฎีกาฯ ขอพระราชทานความเป็นธรรมและฎีกาฯ ขอพระราชทานถวายความช่วยเหลือของสํานักงานองคมนตรีระหว่างปีพ.ศ. 2563 - 30 เมษายน 2567หน่วย: เรื่องปีงบประมาณ 2563 2564 2565 2566 2567 รวมจํานวนเรื่อง 70 48 98 100 50 3662. สถิติผู้รับบริการทั่วไปศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม 2.1 จําแนกตามช่องทางการขอรับบริการได้ดังต่อไปนี้หน่วย: เรื่องช่องทาง ปีงบประมาณ รวม2563 2564 2565 2566 2567 พบด้วยตนเอง 2,109 2,470 3,282 4,586 3,131 15,578โทรศัพท์ 4,714 2,656 3,609 3,998 2,971 17,948สายด่วน 1111 21,101 23,400 20,132 18,701 12,874 96,208จดหมาย/หนังสือราชการ 483 372 468 418 355 2,096เว็บไซต์ 218 214 814 453 345 2,044เคลื่อนที่1,060 600 544 2,713 1,533 6,450ทําเนียบรัฐบาล 90 79 73 50 124 416รวม 29,775 29,791 28,922 30,919 21,333 140,74084
2.2 จําแนกตามประเภทเรื่องที่ขอรับบริการได้ดังต่อไปนี้หน่วย: เรื่องช่องทาง ปีงบประมาณ รวม2563 2564 2565 2566 2567 การขอรับการสงเคราะห์ของผู้กระทําผิด หลังปล่อย - - - - - -การขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายและ ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จําเลย ในคดีอาญา 2,370 2,326 2,008 3,586 2,648 12,938การขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมาย และให้คําปรึกษาทางกฎหมาย 14,314 17,839 15,417 14,471 9,691 71,732การรับเรื่องราวร้องทุกข์ 732 838 1,144 1,178 1,131 5,023การร้องขอคุ้มครองความปลอดภัยพยาน ในคดีอาญา 7 5 2 18 16 48การยื่นคําร้องขอวางทรัพย์ - - - - - -การขึ้นทะเบียนผู้ทําแผนฟื้นฟูกิจการ และผู้บริหารแผน - - - - - -การขอปล่อยตัวชั่วคราว - - - - - -การขออนุญาตวิจัย - - - - - -การขอพบญาติแบบใกล้ชิด - - - - 13 13การขออนุญาตให้บุคคลภายนอก เข้าชมกิจการเรือนจํา/ทัณฑสถาน - - - - - -การขออนุญาตเผยแพร่กิจกรรม ในเรือนจํา/ทัณฑสถาน - - - - - -การช่วยเหลือสนับสนุนด้านสวัสดิการ และการสงเคราะห์ผู้ต้องขัง - - - - - -การรับแจ้งข้อมูลเบาะแสของผู้กระทํา ผิดทางอาญาที่เป็นคดีพิเศษตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 - - 1 - - 1การรับแจ้งบุคคลสูญหาย - - - - - -การขอเปลี่ยนชื่อ - สกุลศพ - - - - - -การขอรับศพคืนจากมลูนิธิสว่างอรยิะ ธรรมสถาน - - - - - -การขอรับใบรายงานชันสูตรศพ - - - - - -การรับแจ้งเบาะแสผู้ค้า แหล่งมั่วสุม พื้นที่แพร่ระบาดแหล่งผลิตของ ยาเสพติดและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ประพฤตผิิดต่อตําแหน่งหน้าที่ - - - 1 9 1085
ช่องทาง ปีงบประมาณ รวม2563 2564 2565 2566 2567 การขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุน ยุติธรรม 480 905 598 1,190 875 4,048การจัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาใน คดีอาญา - - - - - -พ.ร.บ. การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณา ใหม่พ.ศ. 2526 48 41 49 21 12 171พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2558 - - - - - -การยื่นคําร้องขอการไกลเ่กลี่ยระงับข้อ พิพาท (ร้องทุกข์) 50 33 77 61 22 243การยื่นคําร้องขอการไกลเ่กลี่ยระงับข้อ พิพาท (งานบริการ) 57 228 591 269 145 1,290การแสดงความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ 90 35 17 12 39 193การส่งเสริมสิทธิ์แก่ผู้ต้องหา 3 4 3 3 4 17ให้ข้อมูล 11,624 7,537 9,015 10,109 6,728 45,013รวม 29,775 29,791 28,922 30,919 21,333 140,740ผลการดําเนินการ - ดําเนินการแล้วเสร็จ จํานวน 139,608 เรื่อง (ร้อยละ 99.07) - อยู่ระหว่างดําเนินการ จํานวน 1,132 เรื่อง (ร้อยละ 0.92) ความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ร้อยละ 98.65 ผู้รับผิดชอบ : นางสาวชลธิภา จูมโสดาตําแหน่ง : นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการหมายเลขโทรศัพท์: 09 5961111586
กองประสานราชการยุติธรรมจังหวัด ข้อมูลผลการประเมินความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการให้บริการของสํานักงานยุติธรรมจังหวัดเป็นอย่างไร ย้อนหลัง 5 ปี (ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2567 (ข้อมูล ณ วันที่10 พฤษภาคม2567) คําตอบ : สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้พัฒนาระบบประเมินความพึงพอใจของประชาชนผู้มารับบริการผ่านระบบออนไลน์(http://msc.moj.go.th) เพื่อดําเนินการตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการภาครัฐ (PMQA) และใช้ผลการดําเนินงานจากระบบดังกล่าวเพื่อสํารวจความพึงพอใจของประชาชนที่มารับบริการ ณ สํานักงานยุติธรรมจังหวัด โดยเริ่มใช้งานระบบประเมินความพึงพอใจของประชาชนผู้มารับบริการ ตั้งแต่วันที่1 เมษายน 2563 โดยมีรายละเอียดดังนี้ - ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มีร้อยละความพึงพอใจ 97.02 (ข้อมูล วันที่1เมษายน- 30 กันยายน 2563) - ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีร้อยละความพึงพอใจ 99.14 - ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีร้อยละความพึงพอใจ 99.36 - ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีร้อยละความพึงพอใจ 99.60 - ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีร้อยละความพึงพอใจ 99.44 (ข้อมูลณวันที่ 10 พฤษภาคม 2567) ผู้รับผิดชอบ : นางสาวบุษรินทร์หลวงประสารตําแหน่ง : นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 9010612887
กองประสานราชการยุติธรรมจังหวัด จํานวนศูนย์ยุติธรรมชุมชนในปัจจุบัน (จําแนกรายจังหวัด) รวมถึงภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชุมชน คําตอบ : บทบาทภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชุมชน ดังนี้ (1) การสร้างการรับรู้ทางกฎหมายและเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาอาชญากรรม(2) รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ (3) ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท (4) ให้ความช่วยเหลือ ดูแล ผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการกระทําความผิดและอาชญากรรม (5) แก้ไขบําบัด ฟื้นฟูผู้กระทําความผิดและผู้พ้นโทษ ทั้งนี้พันตํารวจเอกทวีสอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีนโยบายให้เพิ่มภารกิจศูนย์ยุติธรรมชุมชน 2 ด้าน ดังนี้ (1) การให้ความช่วยเหลือลูกหนี้โดยกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท/ส่งต่อความช่วยเหลือ ได้แก่หนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หนี้สถาบันการเงิน หนี้นอกระบบ (2) การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้แก่จัดกิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ศูนย์ยุติธรรมชุมชน ทั่วประเทศ จํานวน 7,788 แห่ง จําแนกเป็นรายจังหวัด ดังนี้ที่จังหวัด จํานวน ที่จังหวัด จํานวน ที่จังหวัด จํานวน1 พระนครศรีอยุธยา 157 26 อํานาจเจริญ 63 51 อุตรดิตถ์ 79 2 ชัยนาท 59 27 อุดรธานี 180 52 นครสวรรค์ 142 3 ลพบุรี 124 28 บึงกาฬ 57 53 กําแพงเพชร 89 4 สระบุรี 108 29 เลย 100 54 พิจิตร 101 5 สิงห์บุรี 41 30 หนองคาย 67 55 อุทัยธานี 63 6 อ่างทอง 65 31 หนองบัวลําภู 67 56 ราชบุรี 111 7 นครปฐม 116 32 สกลนคร 140 57 กาญจนบุรี 121 8 นนทบุรี 45 33 นครพนม 103 58 สุพรรณบุรี 126 9 ปทุมธานี 64 34 มุกดาหาร 54 59 เพชรบุรี 84 10 สมุทรปราการ 48 35 ขอนแก่น 224 60 ประจวบคีรีขันธ์ 60 11 ชลบุรี 98 36 กาฬสินธุ์ 150 61 สมุทรสงคราม 35 12 ฉะเชิงเทรา 108 37 มหาสารคาม 142 62 สมุทรสาคร 37 13 ระยอง 67 38 ร้อยเอ็ด 202 63 สุราษฎร์ธานี 142 14 ปราจีนบุรี 69 39 เชียงใหม่ 209 64 ชุมพร 78 15 จันทบุรี 81 40 แม่ฮ่องสอน 49 65 นครศรีธรรมราช 187 16 ตราด 43 41 ลําปาง 102 66 พัทลุง 73 88
ที่จังหวัด จํานวน ที่จังหวัด จํานวน ที่จังหวัด จํานวน17 นครนายก 45 42 ลําพูน 57 67 สงขลา 140 18 สระแก้ว 65 43 เชียงราย 144 68 ภูเก็ต 18 19 นครราชสีมา 335 44 น่าน 99 69 กระบี่ 61 20 ชัยภูมิ 142 45 พะเยา 71 70 ตรัง 98 21 บุรีรัมย์ 208 46 แพร่ 84 71 พังงา 51 22 สุรินทร์ 172 47 พิษณุโลก 102 72 ระนอง 30 23 อุบลราชธานี 234 48 ตาก 68 73 สตูล 41 24 ยโสธร 87 49 เพชรบูรณ์ 131 74 ยะลา 63 25 ศรีสะเกษ 216 50 สุโขทัย 90 75 นราธิวาส 93 76 ปัตตานี 113 ผู้รับผิดชอบ : นางสาวชีวรัตน์สุมงคลตําแหน่ง : นักวิชาการยุติธรรมชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 7289929189
กองประสานราชการยุติธรรมจังหวัด สถิติผู้มาใช้บริการศูนย์ยุติธรรมชุมชนย้อนหลัง 6 ปีคําตอบ : ภารกิจศูนย์ยุติธรรม ชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. (เรื่อง) 2562 2563 2564 2565 2566 2567 รวม1. การสร้างการรับรู้ทางกฎหมายและ เฝ้าระวังและป้องกัน ปัญหาอาชญากรรม 20,358 65,593 46,293 77,749 109,945 86,327 406,2652. รับเรื่องร้องเรียน หรือร้องทุกข์ 10,659 22,988 10,379 72,269 73,345 59,279 248,9193. การไกล่เกลี่ยระงับ ข้อพิพาทหรือ ความขัดแย้งในชุมชน 6,696 13,312 6,747 63,082 56,238 19,896 165,9714. ให้ความช่วยเหลือ ดูแล ผู้ที่ได้รับความ เสียหายหรือได้รับ ผลกระทบจากการ กระทําความผิดและ อาชญากรรม 7,555 20,856 10,855 78,485 67,289 28,867 213,9075. ให้ความช่วยเหลือ สงเคราะห์และบําบัด แก้ไขฟื้นฟูผู้กระทํา ความผิดและผู้พ้นโทษ ให้กลับตนเป็นพลเมือง ดีและไม่หวนกลับไป กระทําผิดอีก 22,415 17,706 22,436 78,629 80,194 46,577 267,957รวม 67,683 140,455 96,710 370,214 387,011 240,946 1,303,019ผู้รับผิดชอบ : นางสาวชีวรัตน์สุมงคลตําแหน่ง : นักวิชาการยุติธรรมชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 7289929190
กองประสานราชการยุติธรรมจังหวัด การขับเคลื่อนงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน ในปีงบประมาณพ.ศ. 2567 มีรูปแบบ/แนวทางการดําเนินงานอย่างไร คําตอบ : ศูนย์ยุติธรรมชุมชนปฏิบัติภารกิจตามคําสั่งกระทรวงยุติธรรมที่403/2557 ลงวันที่22ตุลาคม 2557 เรื่อง การขับเคลื่อนระบบยุติธรรมชุมชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ําด้านความเป็นธรรมทางสังคมและสร้างความสมานฉันท์ของประชาชนขึ้น โดยกําหนดกรอบภารกิจหลักของระบบยุติธรรมชมุชน ออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่(1) เฝ้าระวังและป้องกันปัญหาอาชญากรรม การทุจริตและประพฤติมิชอบและการกระทําผิดกฎหมายต่าง ๆ ในชุมชน (2) รับเรื่องร้องเรียนหรือร้องทุกข์ปัญหาความไม่เป็นธรรมของประชาชนและรับแจ้งเบาะแสข้อมูลการกระทําผิดกฎหมายต่าง ๆ ตลอดจนการช่วยเหลือ ดูแล ให้คําแนะนําและแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือผู้ที่ต้องการคําแนะนําเบื้องต้นทางด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม (3) ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทหรือความขัดแย้งในชุมชนตามหลักความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เสริมสร้างความสมานฉันท์ในชุมชน และติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้มีการไกล่เกลี่ยระงับข้อพพิาทหรือความขัดแย้งนั้น (4) ให้ความช่วยเหลือ ดูแลผู้ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการตามหน้าที่(5) ให้ความช่วยเหลือ สงเคราะห์และบําบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําความผิดและผู้พ้นโทษให้กลับตนเป็นพลเมืองดีและไม่หวนกลับไปกระทําผิดอีก อย่างไรก็ดีพันตํารวจเอกทวีสอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีนโยบายและข้อสั่งการให้สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางการยกระดับสํานักงานยุติธรรมจังหวัด โดยการ (1) เพิ่มเติมบทบาทของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในการช่วยเหลือหนี้อาทิหนี้กยศ.หนี้บัตรเครดิต โดยนํากระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาปรับใช้ (2) เพิ่มเติมบทบาทของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด(3) ทบทวนองค์ประกอบของคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน โดยพิจารณาให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นประธานคณะกรรมการ (4) ประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจของสํานักงานยุติธรรมและศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพื่อให้การดําเนินงานและบูรณาการการทํางานในพื้นที่เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น 91
สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยกองประสานราชการยุติธรรมจังหวัดได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ยธ 02110/1419 ลงวันที่26 ธันวาคม 2566 แจ้งให้สํานักงานยุติธรรมจังหวัดดําเนินการตามข้อสั่งการ รฐัมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ดังนี้ (1) ให้สํานักงานยุติธรรมจังหวัดประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมบทบาทของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในการช่วยเหลือลูกหนี้อาทิหนี้กยศ. หนี้บัตรเครดิต และการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดย - นํากระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาปรับใช้เช่น ให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนเชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีคดีก่อนฟ้อง และหลังศาลมีคําพิพากษา ที่เป็นหนี้กยศ. หนี้เช่าซื้อรถยนต์/รถจักรยานยนต์หนี้บัตรเครดิต และหนี้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมร่วมงานมหกรรมแก้หนี้สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกรมบังคับคดีหรือประสานส่งต่อข้อพิพาทก่อนฟ้องไปยัง สยจ. เพื่อเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยตามพระราชบัญญัติไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562 เป็นต้น - เพิ่มเติมบทบาทของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดโดยการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมบทบาทดังกล่าว ด้วยกําหนดเป็นรูปแบบการร่วมออกตรวจเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในชุมชน การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ในการป้องกันยาเสพติดหรือรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด (2) ใหส้ํานักงานยุติธรรมจังหวัดประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจของสํานักงานยุติธรรมจังหวัดและศูนย์ยุติธรรมชุมชน เพื่อให้การดําเนินงานและบูรณาการการทํางานในพื้นที่เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยการดําเนินการผ่านโครงการยุติธรรมเคลื่อนที่ประจําปีงบประมาณพ.ศ. 2567และประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ ของสํานักงานยุติธรรมจังหวัด หรือช่องทางอื่นตามความเหมาะสมปีงบประมาณพ.ศ.2567 มีการขับเคลื่อนศูนย์ยุตธิรรมชุมชน โดยแบง่ออกเป็น 2กิจกรรมได้แก่ (1) นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน และ (2) ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนและได้มีการประเมินศักยภาพของศูนย์ยุติธรรมชุมชน แบ่งเป็น เกรด A คือ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่สามารถปฏิบัติงานตามภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชุมชนได้ระดับดีเยี่ยม เกรด B คือ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่สามารถปฏิบัติงานตามภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชุมชนได้ระดับดี เกรด C คือ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่สามารถปฏิบัติงานตามภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชุมชนได้ระดับปานกลาง เกรด D คือ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่สามารถปฏิบัติงานตามภารกิจของศูนย์ยุติธรรมชุมชนได้ระดับพอใช้ 92