นอกจากนี้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้มีการจัดทําโครงการขับเคลื่อนศูนย์ยุติธรรมชุมชนเพื่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่โดยมีการสนับสนุนให้ศูนย์ยุติธรรมชุมชนได้เป็นผู้ดําเนินงานจัดกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของตนเอง รวมถึงกองประสานราชการยุติธรรมจังหวัดได้กําหนดจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อยกระดับการขับเคลื่อนงานยุติธรรมชุมชนทั้งนี้เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนงานยุติธรรมชุมชนให้สามารถตอบสนองต่อผู้รับบริการในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ผู้รับผิดชอบ : นางสาวชีวรัตน์สุมงคลตําแหน่ง : นักวิชาการยุติธรรมชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 7289929193
กองประสานราชการยุติธรรมจังหวัด แผนการดําเนินงานการขับเคลื่อนศูนย์ยุติธรรมชุมชนในอนาคตจะเป็นไปในทิศทาง/รูปแบบใด คําตอบ : การขับเคลื่อนศูนย์ยุติธรรมในอนาคตในภาพรวมยังมีการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกับปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่เน้นภารกิจ 5 ด้าน และการยกระดับศูนย์ยุติธรรมชุมชนตามข้อสั่งการของ พันตํารวจเอกทวีสอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในเรื่องของการเพิ่มบทบาทของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในการช่วยเหลือหนี้อาทิหนี้กยศ. หนี้บัตรเครดิตโดยนํากระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาปรับใช้และเพิ่มเติมบทบาทของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยผ่านการดําเนินกิจกรรม/โครงการ ประกอบด้วย (1) นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน (2) ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน (3) โครงการขับเคลอื่นศูนย์ยุติธรรมชมุชนเพอื่การแก้ไขปัญหาในพนื้ที่และ (4) โครงการยุตธิรรมเคลอื่นที่ของสํานักงานยุติธรรมจงัหวัด ทั้งนี้เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนงานยุติธรรมชุมชนให้สามารถตอบสนองต่อผู้รับบริการในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยกองประสานราชการยุติธรรมจังหวัดมีการทบทวนองค์ประกอบของคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน โดยพิจารณาให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นประธานคณะกรรมการโดยดําเนินการจัดทําข้อมูลโครงสร้างศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อประกอบการทบทวนแก้ไขยกเลิกคําสั่งกระทรวงยุติธรรม ที่322/2559 ลงวันที่13 กรกฎาคม 2559 เรื่อง การบริหารงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน ผู้รับผิดชอบ : นางสาวชีวรัตน์สุมงคลตําแหน่ง : นักวิชาการยุติธรรมชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 7289929194
กองประสานราชการยุติธรรมจังหวัด ศูนย์ยุติธรรมชุมชน จํานวน 7,788 ศูนย์กับศูนย์ยุติธรรมชุมชน จํานวน106ศูนย์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีภารกิจเชื่อมโยงกันหรือไม่รูปแบบการดําเนินงาน วิธีการบริหารจัดการเหมือน/แตกต่างกันอย่างไร คําตอบ : 1. ภารกจิหลกัของศนูย์ยุตธิรรมชุมชน (7,788 ศูนย์)ออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่(1) เฝ้าระวังและป้องกันปัญหาอาชญากรรม การทุจริตและประพฤติมิชอบและการกระทําผิดกฎหมายต่าง ๆ ในชุมชน (2) รับเรื่องร้องเรียนหรือร้องทุกข์ปัญหาความไม่เป็นธรรมของประชาชนและรับแจ้งเบาะแสข้อมูลการกระทําผิดกฎหมายต่าง ๆ ตลอดจนการช่วยเหลือ ดูแล ให้คําแนะนําและแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือผู้ที่ต้องการคําแนะนําเบื้องต้นทางด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม (3) ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทหรือความขัดแย้งในชุมชนตามหลักความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เสริมสร้างความสมานฉันท์ในชุมชน และติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้มกีารไกลเ่กลยี่ระงับข้อพิพาทหรอืความขัดแย้งนนั้ (4) ให้ความช่วยเหลือ ดูแลผู้ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมและประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการตามหน้าที่(5) ให้ความช่วยเหลือ สงเคราะห์และบําบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําความผิดและผู้พ้นโทษให้กลับตนเป็นพลเมืองดีและไม่หวนกลับไปกระทําผิดอีก การขับเคลื่อนศูนย์ยุติธรรมชุมชน ซึ่งจะดําเนินการ/ขับเคลื่อนผ่านสํานักงานยุติธรรมจังหวัด โดยแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม (1) การนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานศูนย์ยุติธรรมชุมชน(2) การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนและได้มีการประเมินศักยภาพของศูนย์ยุติธรรมชุมชน โครงสร้างศูนย์ยุติธรรมชุมชน - ประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชน : ปลัดอําเภอประจําตําบล - คณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน : พัฒนากรประจําตําบล / ตํารวจชุมชนประจําตําบล / กํานันท้องที่/ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในตําบล / ประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชนเดิม 1 คน (ถ้ามี) / อาสาสมัครแรงงาน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อาสาสมัครคุมประพฤติและอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน ประเภทละ 1 คน/ นิติกรหรือเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมาย (กรรมการและเลขานุการ) 95
หมายเหตุ : กรณีที่ศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่ได้จัดตั้งขึ้นแล้ว หรือมีการแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนไว้แล้วให้เป็นไปตามที่ได้จัดตั้งหรือแต่งตั้งไว้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามกรณีที่สํานักงานยุติธรรมจังหวัดใดเห็นสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนก็สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้2. ภารกิจหลักของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้(106ศูนย์)(จังหวัดปัตตานียะลา นราธิวาสสตูลและ 4อําเภอของจังหวัดสงขลา) เป็นศูนย์ยุติธรรมธรรมในรูปแบบศูนย์ภาคประชาชนที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของประชาชนผู้มีจิตอาสาเพื่อทํางานอํานวยความยุติธรรมและช่วยเหลือประชาชนในชุมชนของตนเอง) มีภารกิจดังต่อไปนี้ (1) การให้คําแนะนํา ศูนย์ยุติธรรมชุมชนให้คําแนะนําเบื้องต้นแก่ชาวบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจและสามารถไปดําเนินการต่อได้ด้วยตนเอง เช่น ช่องทางการให้บริการของหน่วยงานในสังกัดและนอกสังกัด (2) การรับเรื่องราวร้องทุกข์/ร้องเรียน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากชาวบ้าน เพื่อดําเนินการให้ความช่วยเหลือตามคําร้องขอ เช่น การรับคําขอค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาฯ การรับเรื่องราวร้องทุกข์/ร้องเรียนต่างๆ ที่เกิดจากความไม่เป็นธรรมระหว่างชาวบ้านกันเองหรือชาวบ้านกับหน่วยงานในพื้นที่ (3) การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชุมชน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนดําเนินการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งภายในชุมชนเพื่อให้สามารถตกลงกันได้ไม่เป็นคดีความ (4) การเฝ้าระวัง/ป้องกันอาชญากรรม/ยาเสพติด ศูนย์ยุติธรรมชุมชนร่วมตั้งด่านเพื่อเฝ้าระวังอาชญากรรมในพื้นที่ตลอดจนสอดส่องดูแลความเรียบร้อยในชุมชน เพื่อลดปัญหาด้านอาชญากรรมและยาเสพติดในชุมชน (5) การแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําความผิด ศูนย์ยุติธรรมชุมชนดูแลผู้ถูกคุมประพฤติในชุมชน เช่น การรับรายงานตัว การติดตามผู้ถูกคุมประพฤติกรณีขาดการรายงานตัวการทํางานบริการสังคม ตลอดจนให้คําปรึกษาแก่ครอบครัวผู้ถูกคุมประพฤติเป็นต้น (6) การประชาสัมพันธ์ศูนย์ยุติธรรมชุมชนประชาสัมพันธ์การบริการของศูนย์ยุติธรรมชุมชน สํานักงานยุติธรรมจังหวัดและกระทรวงยุติธรรม ผ่านช่องทางต่างๆ หรือเข้าร่วมกิจกรรมของทุกภาคส่วนในพื้นที่(7) การประสานงาน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนประสานงานและอํานวยความสะดวกต่างๆให้แก่ชาวบ้านในการติดต่อหน่วยงานในสังกัดและนอกสังกัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาหรือรับความช่วยเหลือ (8) การแจ้งเบาะแส ศูนย์ยุติธรรมชุมชน ร่วมกันสอดส่องดูแลหรือรับแจ้ง กรณีมีเหตุด่วนเหตุร้าย เพื่อกระจายข่าวหรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน 96
(9) กิจกรรมชุมชน ศูนย์ยุติธรรมชุมชน จัดกิจกรรมชุมชนเชิงรุก เพื่อเข้าถึงชาวบ้านในพื้นที่สํารวจปัญหาความต้องการของคนในพื้นที่หาช่องทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ตลอดจนเน้นย้ําการประชาสมัพันธบ์ทบาท ภารกิจต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงและใช้บริการได้ (10) อื่น ๆ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนบางแห่งมีการให้บริการเยี่ยมญาติทางไกลผ่านระบบVDO Conference / การเข้าร่วมอบรมต่างๆ ของหน่วยงานในสังกัดเพื่อพัฒนาศักยภาพสําหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่โครงสร้างศูนย์ยุติธรรมชุมชน ประกอบด้วยประชาชน จํานวน 12 คนคือ1) ประธาน จํานวน 1 คน 2) รองประธานกรรมการ จํานวน 1 คน 3) กรรมการ จํานวน 7 คน 4) กรรมการและเลขานุการ จํานวน 1 คน 5) กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ จํานวน 1 คน 6) เจ้าหน้าที่ศูนย์ยุติธรรมชุมชน จํานวน 1 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจําศูนย์ยุติธรรมชุมชน ทําหน้าที่นําบริการของกระทรวงยุติธรรม 5 ด้าน ลงสู่ชุมชนเช่นเดียวกับศูนย์ยุติธรรมชุมชนภาคอื่น แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมีหน้าที่หลักที่สําคัญในอีกด้านหนึ่ง คือ เป็นผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมชุมชนเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนและประสานการดําเนินงานระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมในการให้คําปรึกษาและช่วยเหลือทางกฎหมายเบื้องต้น การแก้ปัญหาในระดับชุมชนของตนเองผ่านการสนับสนุนจากกระทรวงยุติธรรม ตลอดจนอํานวยความสะดวกในติดต่อหรือส่งต่อเรื่องกับหน่วยงานรัฐอื่นๆและกระทรวงยุติธรรมจะขับเคลื่อนงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนด้วยการจัดสรรงบประมาณปีละประมาณ15,000 - 18,000 บาท เพื่อให้ศูนย์ทํากิจกรรมชุมชนเชิงรุกเพื่ออํานวยความยุติธรรมและแก้ไขปัญหาชุมชน ทั้งในรูปแบบการเดินเท้าสํารวจปัญหา แก้ไขปัญหาชุมชน รวมถึงให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิและกฎหมายเบื้องต้น พร้อมร่วมกับหน่วยงานและเครือข่ายจิตอาสาอื่น ๆในการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน และเป็นกลไกเชื่อมต่อระหว่างรัฐกับประชาชน สร้างทัศนคติที่ดีผ่านการทํางานร่วมกันและมีการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของศูนย์ยุติธรรมชุมชน เป็นการอบรมให้ความรู้และพัฒนาทักษะที่ใช้ในการทํางานของคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ศูนย์ยุติธรรมชุมชน ผู้รับผิดชอบ : นางสาวชีวรัตน์สุมงคลตําแหน่ง : นักวิชาการยุติธรรมชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 08 7289929197
เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์สถิติประชาชน/ผู้ขอรับบริการเกี่ยวกับการช่วยเหลือทางกฎหมาย ขอรับคําปรึกษาทางกฎหมายย้อนหลัง5 ปีคําตอบ : สถิติประชาชน/ผู้มาขอรับบริการเกี่ยวกับการช่วยเหลือทางกฎหมายของเนติบัณฑิตยสภาสามารถจําแนกได้ดังต่อไปนี้หน่วย: รายประเภท 2563 2564 2565 2566 2567(30 เม.ย. 67) ให้คําปรึกษา 2,816 1,935 1,678 2,915 1,780รับช่วยเหลือ 232 47 1 131 90รวม 3,048 1,982 1,679 3,046 1,870ผู้รับผิดชอบ : ดร.สมพงษ์สิงห์สมบุญตําแหน่ง : ประธานคณะอนุกรรมการบริหารสํานักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาหมายเลขโทรศัพท์: 0 2887681198
สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์โครงการทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจ ปัจจุบันมีทนายความอาสา ประจําสถานีตํารวจทั้งหมดกี่แห่ง มีหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างไร คําตอบ : ปัจจุบันมีทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจทั้งหมด จํานวน 253 แห่ง แบ่งเป็น(1) สถานีตํารวจนครบาล จํานวน 58 สถานี (2) สถานีตํารวจภูธรภาค 1 - 9 จํานวน 195 สถานีมีหน้าที่และความรับผิดชอบ คือ การให้คําปรึกษาทางด้านกฎหมายและจัดทําบันทึกรายงานการปฏิบัติงานประจําวันตามจํานวนที่ให้คําปรึกษากฎหมายแก่ประชาชนในแต่ละวันผู้รับผิดชอบ : นางสาวสุพรรณีแก้วตาตําแหน่ง : หัวหน้าฝ่ายสํานักงานการงบประมาณหมายเลขโทรศัพท์: 08 1642576699
สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์สถิติการให้บริการประชาชนผ่านโครงการทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจย้อนหลัง 3 ปีจําแนกประเภทสถานีตํารวจ และประเภทคดีคําตอบ : สถิติการให้บริการประชาชนผ่านโครงการทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจจําแนกได้ดังต่อไปนี้ประเภทคดี 2564 2565 2566 2567(30 เม.ย. 67) คดีแพ่ง 21,986 28,958 35,773 19,222คดีอาญา 10,491 14,687 18,275 17,262คดีอื่น ๆ 1,884 1,610 2,373 1,664รวม 34,361 45,255 56,421 38,148ผู้รับผิดชอบ : นางสาวสุพรรณีแก้วตาตําแหน่ง : หัวหน้าฝ่ายสํานักงานการงบประมาณหมายเลขโทรศัพท์: 08 16425766100
สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์สภาทนายความมีวิธีการคัดเลือกทนายความให้ปฏิบัติหน้าที่ประจําสถานีตํารวจอย่างไรคําตอบ : วิธีการคัดเลือกทนายความให้ปฏิบัติหน้าที่ประจําสถานีตํารวจโดยมีคุณสมบัติดังนี้ (1) เป็นทนายความมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 2 ปี (2) เป็นผู้มีมนุษย์สัมพันธ์และมีบุคลิกภาพดี (3) เป็นผู้เสียสละ และอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของสภาทนายความ และเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรวม (4) ไม่อยู่ระหว่างถูกกล่าวหา และรับเป็นคดีมรรยาททนายความ (5) ไม่เคยถูกสภาทนายความมีคําสั่งลงโทษตามพระราชบัญญัติทนายความพ.ศ. 2528 มาตรา 52 (1) (2) (6) ได้รับการอบรมและขึ้นทะเบียนให้เป็นทนายความอาสาตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการโครงการกําหนด ผู้รับผิดชอบ : นางสาวสุพรรณี แก้วตาตําแหน่ง : หัวหน้าฝ่ายสํานักงานการงบประมาณหมายเลขโทรศัพท์: 08 1642 5766
สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์แผนการดําเนินโครงการทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจในปีงบประมาณพ.ศ. 2568 จะมีการขยายพื้นที่การดําเนินหรือไม่จํานวนเท่าใด และมีหลักเกณฑ์ในการเลือกสถานีตํารวจที่เข้าร่วมโครงการอย่างไร คําตอบ : แผนการดําเนินโครงการทนายความอาสาประจําสถานีตํารวจ ในปีงบประมาณพ.ศ. 2568 มีการขยายพื้นที่จากเดิม 253 สถานีขยายเพิ่มขึ้นอีก 50 สถานีรวมเป็น303สถานีจําแนกสถานีตํารวจดังนี้ (1) กองบังคับการตํารวจนครบาล 1 - 9 จํานวน 74 สถานี (2) สถานีตํารวจภูธรภาค 1 - 9 จํานวน 229 สถานีรวม จํานวน 303 สถานีหลักเกณฑ์ในการเลือกสถานีตํารวจที่เข้าร่วมโครงการ คือ สถานีตํารวจที่มีจํานวนคดีโดยเฉลี่ยกว่า 1,000 คดี/ต่อปีผู้รับผิดชอบ : นางสาวสุพรรณี แก้วตาตําแหน่ง : ัวหน้าฝęายสํานักงานการงบประมาณหมายเลขโทรศัพท์: 08 1642 5766
สํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัยสํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย (สมภพ.) มีบทบาทหน้าที่ภารกิจอย่างไร คําตอบ : 1. การจัดตั้งและอํานาจหน้าที่สํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย (สมภพ.) จัดตั้งโดยคําสั่งสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ 751/2560 เรื่อง การจัดตั้งสํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย (สมภพ.) ขึ้นเป็นหน่วยงานภายในสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 และสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมมีคําสั่ง ที่ 772/2564เรื่อง การแก้ไขปรับปรุงอํานาจหน้าที่สํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัยลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 แก้ไขปรับปรุงให้มีอํานาจหน้าที่ดังนี้ 1) ยกร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวข้อง กฎหมายจัดตั้งองค์การส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคม กฎหรือระเบียบที่จําเป็นหรือเกี่ยวข้องกับการดําเนินกิจกรรมขององค์การส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคม 2) จัดทําและดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่สําคัญ จําเป็น เร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจการให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษตามกรอบวัตถุประสงค์ขององค์การส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคม 3) จัดโปรแกรมการฝึกอบรมและการอื่นใด เพื่ออบรมให้ผู้พ้นโทษมีคุณสมบัติและความสามารถครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของนิคมอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานที่ประสงค์จะรับผู้พ้นโทษเข้าทํางาน ตามที่ได้ทําความตกลงร่วมกับกระทรวงยุติธรรมหรือหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรมหรือที่มีการแจ้งความประสงค์มายังองค์การส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคม 4) บริหารจัดการบุคลากรให้มีความเพียงพอต่อการปฏิบัติงานหรือปฏิบัติภารกิจของสํานักงานหรือองค์การส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคม 5) ทําหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการหรือคณะทํางาน และอํานวยการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 6) ประสานและสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชนหรือ หน่วยงานภาคประชาสังคม เพื่อการร่วมดําเนินโครงการ กิจกรรม หรือบรรลุภารกิจเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษตามกรอบวัตถุประสงค์ขององค์การส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคม7) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย หรือดําเนินการอื่นใดในเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ต่อภารกิจเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษตามกรอบวัตถุประสงค์ขององค์การส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคม 103
2. ภารกิจ ภารกิจหลักของ สมภพ. คือ การให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษที่ตั้งใจจะกลับคืนสู่สังคม ประกอบอาชีพสุจริต มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว และสมัครใจที่จะเข้าร่วมโครงการโดยยินยอมให้สมภพ. เก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นฐานข้อมูลผู้พ้นโทษต่อไป อย่างไรก็ตามการให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษไม่อาจช่วยเหลือโดยวิธีการเดียวกัน และไม่อาจให้ความช่วยเหลือได้ทุกคน โดย สมภพ. จะให้ความช่วยเหลือเฉพาะผู้พ้นโทษที่สามารถพิสูจน์ความตั้งใจในการกลับเข้าสู่สังคมได้แล้ว อีกทั้งความต้องการได้รับความช่วยเหลือของผู้พ้นโทษแต่ละคนย่อมแตกต่างกันด้วยเหตุนี้สมภพ. จึงได้กําหนดภารกิจในการให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษไว้4 ประการ ดังนี้ 1) การให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษ (Rescuer) ให้สามารถดําเนินชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุขโดยจะมีการวางแผนในการกลับคืนสู่สังคม กระบวนการบําบัดพัฒนาจิตใจแก้ไขพฤติกรรม เพิ่มพูนทักษะที่จําเป็นต่อการดํารงชีพในสังคม ให้คําแนะนําและคําปรึกษา ตลอดจนการสร้างเครือข่ายผู้พ้นโทษ 2) การส่งเสริมความตระหนักของสงัคม (Social Awareness) ได้แก่การดําเนินการเพื่อสื่อสารและทําความเข้าใจ สร้างความตระหนักรู้และเสริมสร้างทัศนคติ(Attitudeandmindset) ที่ถูกต้องให้แก่สังคมเกี่ยวกับผู้พ้นโทษ รวมทั้งในแง่สิทธิของผู้พ้นโทษในการที่จะใช้ชีวิตในสังคมตามปกติการเป็นตัวแทน/ปกป้องสิทธิผู้พ้นโทษ การระดมทุน การจัดกิจกรรมทางสังคมตลอดจนการส่งเสริมกําลังใจให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการที่ประสบความสําเร็จในการกลับสู่สังคม3) การส่งเสริมการผลิตและสร้างรายได้(Productivity) เพื่อส่งเสริมให้ผู้พ้นโทษสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้จริงในระยะยาว ด้วยการจัดหางานในระบบแรงงาน การต่อรองค่าแรงการสร้างอาชีพให้แก่ผู้พ้นโทษ การจัดหาและส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุน ตลอดจนสนับสนุนในการเป็นผู้ประกอบการและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้มีรายได้เลี้ยงชีพและเลี้ยงดูครอบครัวได้ 4) การประสานความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ (Synergy) โดยจะเป็นการประสานความร่วมมือในด้านต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชนหน่วยงานภาคประชาสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การร่วมมือด้านวิชาการเพื่อสร้างองค์ความรู้การร่วมมือด้านการฝึกอบรมหรือฝึกวิชาชีพหรือหลักสูตรการศึกษา เพื่อเสริมความรู้ให้ผู้เข้าร่วมโครงการในส่วนที่ขาดหรือส่วนที่ผู้เข้าร่วมโครงการสนใจ ตามหลักสูตรที่หน่วยงานนั้นๆมีอยู่แล้วการร่วมมือด้านการจ้างงาน การร่วมมือด้านที่พักพิงชั่วคราวหรือการเป็นที่พึ่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาทางจิตใจ และการร่วมมือกับบุคคลที่มีชื่อเสียงที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือ 104
3. บทบาท 1) เป็นหน่วยงานให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษในการกลับคืนสู่สังคม(Rescuer) ด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งการให้คําปรึกษา การวางแผนเพื่อกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างราบรื่น การเก็บข้อมูลผู้พ้นโทษที่เข้าร่วมโครงการขององค์การ การบําบัดฟื้นฟูจิตใจ ฯลฯ 2) เป็นหน่วยงานที่ทําหน้าที่ส่งเสริมความตระหนักของสังคม (Social Awareness) ด้วยการใช้ช่องทางการสื่อสารต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ปรับเปลี่ยนทัศนคดิของคนในสังคม สร้างเครือข่ายผู้พ้นโทษ ดําเนินกิจกรรมทางสังคม ฯลฯ 3) เป็นหน่วยงานที่ทําหน้าที่ส่งเสริมการผลิตและสร้างรายได้เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถอยู่ในสังคมได้ในระยะยาว (Productivity) เช่น การส่งเสริมให้ผู้พ้นโทษประกอบอาชีพอิสระหรือสนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการรายย่อย เป็นต้น 4) เป็นหน่วยงานที่ปิดช่องว่างในส่วนที่กรมราชทัณฑ์กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และกรมคุมประพฤติไม่สามารถดําเนินการได้5) ไม่เป็นหน่วยงานในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ไม่ปฏิบัติภารกิจและหน้าที่ซ้ําซ้อนกับหน่วยงานของรัฐ ผู้รับผิดชอบ : 1. นางสาววิลาวัณย์ยี่ทองตําแหน่ง : ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์หมายเลขโทรศัพท์: 08 192202622. นางจิรารัตน์วนาพัทธ์ตําแหน่ง : นิติกรชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 06 16899614105
สํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัยภารกิจของ สมภพ. มีความเชื่อมโยงกับภารกิจการพัฒนาพฤตินิสัย/การคืนคนดีสู่สังคมของหน่วยงานอื่น อาทิกรมราชทัณฑ์โครงการกําลังใจ หรือไม่อย่างไร คําตอบ : ความเชื่อมโยงกับภารกิจการพัฒนาพฤตินิสัย/การคืนคนดีสู่สังคมกับหน่วยงานอื่นภารกิจของ สมภพ. มีความเชื่อมโยงกับภารกิจการพัฒนาพฤตินิสัย/การคืนคดีสู่สังคมของหน่วยงานอื่น ได้แก่กรมราชทัณฑ์กรมคุมประพฤติกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โครงการกําลังใจในพระดําริฯ โดยเป็นการดําเนินการต่อเนื่องจากการดําเนินงานตามอํานาจและหน้าที่ที่กําหนดไว้ในกฎหมายของหน่วยงาน คือ พระราชบัญญัติคุมประพฤติพ.ศ. 2559พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553พระราชบัญญัติราชทัณฑ์พ.ศ. 2560 ซึ่งมีขอบเขตของอํานาจตามกฎหมาย คือ การบังคับโทษและดําเนินกระบวนการบําบัดพัฒนาพฤตินิสัยแก่ผู้กระทําความผิด ภายในระยะเวลาที่กําหนดตามคําสั่งของศาลเท่านั้น ความจําเป็นที่ต้องมีการดําเนินการต่อเนื่อง ภายหลังจากการดําเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีผู้ต้องขังในความดูแลของกรมราชทัณฑ์เนื่องจากช่วงเวลาที่ผู้ต้องขังใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจํา ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกจํากัดด้านเสรีภาพ ทําให้ไม่ได้รับข่าวสารจากโลกภายนอก เป็นเหตุให้ไม่สามารถตามทันโลกปัจจุบันที่ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั้งในด้านสังคมวัฒนธรรม และเทคโนโลยีต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บุคคลเหล่านี้กลายเป็น “คนพ้นสมัย”(The Lost Generation) และโดยที่ผู้ต้องขังที่ออกจากเรือนจําหรือสถานที่คุมขัง ไม่ได้เป็นคนที่มีครอบครัว/ญาติมารับกลับสู่สังคม จะมีเพียงร้อยละ 50 ที่มีครอบครัวมารับ ในขณะที่อีกร้อยละ50ไม่มีครอบครัวมารับ โดยในจํานวนนี้ร้อยละ 35 ที่พร้อมจะกลับเข้าสู่สังคม แต่กลับไม่ได้รับโอกาส106
หรือไม่รู้ว่าจะประกอบอาชีพหรือหารายได้เมื่อต้องกลับเข้าสู่สังคมอย่างไร ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการดําเนินงานของ สมภพ.ภารกิจหลักของ สมภพ. ซึ่งเป็นการดําเนินการต่อเนื่องจากภารกิจของกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานอื่น ๆ ได้แก่การให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษที่ตั้งใจจะกลับคืนสู่สังคม (จํานวนร้อยละ35ของผู้พ้นโทษดังกล่าวข้างต้น) ประกอบอาชีพสุจริต มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยสมภพ.จะให้ความช่วยเหลือ (โดยไม่สงเคราะห์) เฉพาะผู้พ้นโทษที่สมัครใจที่จะเข้าร่วมโครงการและยินยอมให้สํานักงานฯ เก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นฐานข้อมูลผู้พ้นโทษต่อไป ภารกิจด้านการให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษของ สมภพ. เป็นไปตามคําสั่งสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่772/2564 เรื่อง การแก้ไขปรับปรุงอํานาจหน้าที่สํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย ลงวันที่9 กรกฎาคม 2564 มีแนวทางการดําเนินงาน ดังนี้1) ช่วยให้ผู้พ้นโทษได้รับรู้และเรียนรู้ความเป็นไป วัฒนธรรม ความเจริญก้าวหน้าทงั้ทางด้านวัตถสุิ่งของ ธรรมเนียมปฏิบตัิจารีตประเพณีและเทคโนโลยีในสังคมปัจจุบัน เพื่อการปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมภายนอก 2)ชว่ยเหลือผู้พ้นโทษให้มีงานทํา มีอาชพีมีรายได้ตลอดจนส่งเสรมิและสร้างกลไกให้ผู้พ้นโทษสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข รวมทั้งให้ผู้พ้นโทษมีที่พึ่งพิงคอยให้คําปรึกษาเมื่อมีปัญหา ในขณะที่การให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษของหน่วยงานในกลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย ล้วนเป็นไปตามนโยบายของหน่วยงาน มิใช่เป็นไปตามกรอบอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายในขณะที่โครงการกําลังใจภายใต้ภารกิจของกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม มีขอบเขตการดําเนินงาน107
ที่จํากัดเฉพาะเรือนจําที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งหมด 28 แห่งเท่านั้น ดังนั้น จึงมีความแตกต่างของการดําเนินงานของหน่วยงาน ตามตารางดังนี้ตารางแจกแจงบทบาทหน้าที่หน่วยงาน ด้านการส่งเสริมการกลับ คืนสู่สังคม ด้านการสร้างความตระหนัก ของสังคม ด้านการพัฒนาสมรรถนะและส่งเสริมการประกอบอาชีพองค์การส่งเสริม การกลับคืนสู่สังคม (องค์การมหาชน) 1. ประสานความร่วมมือ กับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ ในการให้ความช่วยเหลือ ผู้พ้นโทษ 2. พัฒนาฐานข้อมูล สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับ ผู้พ้นโทษ ช่องทาง การให้คําปรึกษาแก่ผู้พ้นโทษ ระบบการติดตาม ผู้พ้นโทษ 3. ร่วมมือกับหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจ หรือการประกอบกิจการ ด้านต่างๆ 4. การจัดทําแผนกลับคืน สู่สังคมสําหรับผู้พ้นโทษ 1. จัดทําสื่อประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างความเข้าใจ ต่อสังคมในการให้โอกาส ผู้พ้นโทษ 2. ดําเนินกิจกรรมระดมทุน เพื่อการอันเป็นประโยชน์ต่อการให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน หรือ ให้โอกาสผู้พ้นโทษในการ กลับเข้าสู่สังคมอย่างปกติสุข 1. การเสริมสร้างและปรับแต่งกรอบความคิดเพื่อให้รับรู้ความเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปของสังคม2. การส่งเสริมสวัสดิการที่จําเป็นต่อการดํารงชีวิตการให้คําปรึกษาและ ปกป้องสิทธิทางกฎหมาย3. พัฒนาสมรรถนะและทักษะของผู้พน้ โทษการจดัหางานตามระบบแรงงาน 4. ส่งเสริมการรวมตัว และการสร้างเครือข่ายผู้พ้นโทษ/ส่งเสริมฝึกอบรมทักษะการเป็น ผู้ประกอบการและอาชีพอิสระ 5. จัดทําช่องทาง การนําเสนอสินคา้การบริการและการระดมทุนกรมราชทัณฑ์/ ศูนย์CARE 1. ควบคุมตัวและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง 2. ส่งเสริมและประสานการมีงานทําสําหรับผู้พ้นโทษจากเรือนจํา 3. จัดทําระบบข้อมูลความต้องการการจ้างงานและข้อมูลผลิตภัณฑ์เรือนจํา 108
ตารางแจกแจงบทบาทหน้าที่หน่วยงาน ด้านการส่งเสริมการกลับ คืนสู่สังคม ด้านการสร้างความตระหนัก ของสังคม ด้านการพัฒนาสมรรถนะและส่งเสริมการประกอบอาชีพกรมพินิจและ คุ้มครองเด็กและ เยาวชน ควบคุมตัวและพัฒนา พฤตินิสัยเด็กและเยาวชนที่ต้องโทษตามคําพิพากษากรมคุมประพฤติ /JSOC กํากับดูแลการบําบัด พัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ก่อนกลับคืนสู่สังคม กลุ่ม Watchlist 2 โดยใช้ เครื่องมือ EM และ/หรือ วิธีการคุมประพฤติอื่น ร่วมด้วย 1. คุมประพฤติตามคําสั่ง ศาล 2. คุมประพฤติผู้ต้องขัง ที่ได้รับการพักโทษ3. แก้ไขผู้กระทําผิดโดยใช้ชุมชน สํานักงาน ปลัดกระทรวง ยุติธรรม (กองพัฒนา นวัตกรรมการ ยุติธรรม) พัฒนาฝีมือแรงงานผู้ต้องขัง ปัญหาการกระทําผิดซ้ํา ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานในกลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัยได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดําเนินภารกิจดังกล่าวข้างต้น โดยมีเป้าหมายที่สําคัญคือเพื่อการบําบัดพัฒนาพฤตินิสัยผู้กระทําความผิดกลุ่มต่าง ๆ มิให้กลับมากระทําความผิดซ้ําอีกคิดเป็นประมาณปีละ 10,000 - 20,000 ล้านบาท โดยหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุดคือ กรมราชทัณฑ์มีรายละเอียดงบประมาณที่ได้รับจัดสรรในแต่ละปีดังต่อไปนี้หน่วย : ล้านบาทปีงบประมาณ กรมราชทัณฑ์กรมคุมประพฤติกรมพินิจฯ รวม2553 7,910.8258 1,343.9662 1,368.9028 10,623.96482554 8,870.3132 1,449.8845 1,459.8040 11,780.00172555 10,531.4955 1,451.2627 1,457.9997 13,440.75792556 11,699.8069 1,706.8929 1,662.2639 15,068.96372557 9,757.3299 1,824.6909 1,667.8251 13,249.84592558 11,465.4468 1,922.8557 1,969.1373 15,357.43982559 15,720.6594 1,563.1086 1,923.1373 19,207.9623109
ปีงบประมาณ กรมราชทัณฑ์กรมคุมประพฤติกรมพินิจฯ รวม2560 15,860.3895 1,558.3711 2,065.4951 19,484.25572561 16,969.6749 2,041.7176 1,929.3282 20,940.81362562 16,821.8311 2,071.4393 2,151.1615 21,044.43192563 14,468.5669 2,078.0011 2,194.9400 18,741.05082564 14,334.0768 2,196.6788 2,193.2454 18,724.0010แต่สถิติการกระทําผิดซ้ํายังคงไม่ลดลงเลย โดยจะเห็นได้จากสถิติการกระทําผิดซ้ําที่กรมราชทัณฑ์รวบรวม ดังนี้(ข้อมูล ณ วันที่15 พฤษภาคม 2567) หน่วย: คนปี จํานวน ผู้พ้นโทษ มีเลข ประจําตัว ประชาชน กลับมากระทําผิดซ้ํา ใน 1 ปีกลับมากระทําผิด ซ้ําใน 2 ปีกลับมากระทําผิดซ้ําใน 3 ปีจํานวน % จํานวน %จํานวน %2556 79,074 39,387 6,253 15.88 10,451 26.53 13,628 34.602557 109,843 74,596 10,750 14.41 18,200 24.40 24,457 32.792558 142,143 101,622 14,853 14.62 26,237 25.82 35,552 34.982559 147,019 123,262 17,910 14.53 32,288 26.19 43,643 35.412560 135,751 117,412 17,525 14.93 31,208 26.58 40,745 34.702561 110,075 97,717 15,287 15.64 26,290 26.90 32,272* 33.03* 2562 160,177 145,064 21,092 14.54 32,506 22.41 32,933** 22.74** 2563 156,750 145,358 18,962 13.05 33,726 23.20 46,514 32.002564 195,936 184,950 22,120 11.96 43,196 23.36 - - 2565 160,129 145,661 24,975 17.15 - - - - 2566 138,277 127,980 - - - - - - 2567 87,216 81,265 - - - - - -ที่มา : เว็บไซตก์รมราชทัณฑ์(http://www.correct.go.th/recstats/index.php) หมายเหตุ: * ข้อมูลนี้ยังคํานวณได้ไม่ครบถ้วนเนื่องจากยังไม่ครบเวลาติดตามพฤติกรรม (follow-up period)** ข้อมูลนี้ยังคํานวณได้ไม่ครบถ้วนเนื่องจากจํานวนผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวยังไม่ครบทั้งปีงบประมาณ และยังไม่ครบเวลาติดตามพฤติกรรม (follow-upperiod) ในขณะที่แต่ละปีจะมีผู้พ้นโทษที่ปะปนอยู่ในสังคม ปีละประมาณ180,000คนและถ้านับย้อนไป 20 ปีก็จะมีจํานวนมากถึง 3,600,000 คน ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 3- 5ของประชากรทั้งหมดในประเทศไทย ซึ่งหากประชากรกลุ่มนี้เป็นประชากรคุณภาพที่สามารถขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจได้ในทันทีที่กลับคืนสู่สังคม ก็จะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก110
แต่ในความเป็นจริงนั้น กลับพบว่าคนจํานวนมากในกลุ่มนี้หวนกลับไปสู่การกระทําความผิดซ้ําซึ่งนับได้ว่า งบประมาณจํานวนมากที่ภาครัฐใช้ไปกับการบําบัดพัฒนาพฤตินิสัยกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปีนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าดังที่ควรจะเป็น และด้วยเหตุที่จํานวนผู้เข้าสู่ระบบที่มีมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องคําพิพากษาให้จําคุกในเรือนจํา ทําให้มีปัญหาตั้งแต่กระบวนการจําแนกไปจนถึงการบําบัดพัฒนาพฤตินิสัยที่ไม่สามารถจัดให้สอดคล้องกับสาเหตุปัจจัยการกระทําความผิดของผู้ต้องขังได้จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ปัญหาและอุปสรรคในเรื่องนี้คือการไม่มีหน่วยงานหลักในการติดตาม ดูแล และประสานการดําเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยที่เป็นความรับผิดชอบหลักของหน่วยงานอย่างแท้จริง ดังนั้น กระทรวงยุติธรรมจึงมีแนวคิดในการจัดตั้งสํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย (สมภพ.) เพื่อเป็นหน่วยงานเฉพาะด้านในการให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษผู้มีความพร้อมและสมัครใจที่จะกลับคืนสู่สังคมด้วยดีที่ต้องการความช่วยเหลือเฉพาะด้าน นอกจากนี้ภารกิจของ สมภพ. ที่ดําเนินการอยู่ยังไม่มีความซ้ําซ้อนกับโครงการของหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้1) โครงการและกิจกรรมที่ดําเนินการอยู่แล้วโดยหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงยุติธรรมซึ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในระบบพัฒนาพฤตินิสัยเป็นหลัก เช่น โครงการโคกหนองนานิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวังความปลอดภัยของประชาชน (Justice ObservationAd hoc Center : JSOC) และศูนย์CARE เป็นต้น 2) โครงการและกิจกรรมการช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมที่ดําเนินการโดยหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งเน้นการช่วยกลุ่มเป้าหมายอื่น ๆ เป็นหลัก และผู้พ้นโทษบางส่วนอาจไม่รู้ว่ามีการให้ความช่วยเหลือ และไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) มูลนิธิพระบารมีมูลนิธิบ้านพระพร และมูลนิธิวัดสวนแก้ว (พระพยอม) 3) โครงการและกิจกรรมตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่เน้นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ไม่ใช่ผู้พ้นโทษ เช่น ผู้ว่างงาน ผู้มีรายได้น้อย ส่วนใหญ่เน้นการตรวจสอบคุณสมบัติจากบัตรประจําตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ซึ่งผู้พ้นโทษอาจไม่มี 111
ผู้รับผิดชอบ : 1. นางสาววิลาวัณย์ยี่ทองตําแหน่ง : ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์หมายเลขโทรศัพท์: 08 192202622. นางจิรารัตน์วนาพัทธ์ตําแหน่ง : นิติกรชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 06 16899614112
สํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัยผลการดําเนินงานของ สมภพ. ตั้งแต่การจัดตั้งหน่วยงาน มีการดําเนินการอะไรบ้างคําตอบ : ผลการดําเนินงานของ สมภพ. 1. นิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์1.1 คณะกรรมการส่งเสริมการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์1) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์เช่น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมราชทัณฑ์กรมคุมประพฤติสถานประกอบการ กรมโยธาธิการและผังเมือง ฯลฯ 2) จัดการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์จํานวน 3 ครั้ง 3) กระทรวงยุติธรรมและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) ได้พิจารณาแนวทางการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ตามมติคณะรัฐมนตรี(19 ตุลาคม2564) แล้ว เห็นสมควรจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ในรูปแบบการใช้พื้นที่เอกชนเป็นนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์แต่โดยที่การจัดตั้งนิคมฯ เต็มรูปแบบต้องเวลาในการดําเนินงานประมาณ3 - 4 ปีสมภพ.จึงได้เสนอให้ดําเนินโครงการสร้างงาน สร้างอาชีพ ฝึกทักษะการทํางานในภาคอุตสาหกรรมเป็นโครงการคู่ขนาน/โครงการย่อยของการขับเคลื่อนเพื่อจัดตั้งนิคมฯ 4) ลงพื้นที่สถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆเพื่อประชาสัมพันธ์การให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษ ที่ดําเนินงานโดยสํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม 5) บริษัท ศิวาชัย จํากัด ยื่นคําขอจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ต่อการนิคมฯ ภายใต้ชื่อโครงการนิคมอุตสาหกรรมทรัพย์สาคร (อยู่ระหว่างจัดตั้งตามขั้นตอนของกฎหมาย) 1.2 โครงการสร้างงาน สร้างอาชีพ ฝึกทักษะการทํางานในภาคอุตสาหกรรม1) สํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย(สมภพ.) เป็นหน่วยงานหลักที่ทําหน้าที่ประสานงานกับกรมราชทัณฑ์กรมคุมประพฤติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2) นําผู้ต้องขังที่ประสงค์และสมัครใจจะไปทํางานในสถานประกอบการโดยต้องมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษที่กรมราชทัณฑ์กําหนด3) ใช้เงื่อนไขการคุมความประพฤติพร้อมติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์(EM) 113
4) ผู้ต้องขังจะได้รับการอบรมความรู้ที่จําเป็นต่อการกลับเข้าสู่สังคมและการทํางานในสถานประกอบการ 5) สมภพ. กรมราชทัณฑ์และกรมคุมประพฤติได้ประชุมหารือเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดําเนินงานตามโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์รวม 3 ครั้ง 6) สมภพ. ได้ลงพื้นที่เพื่อพบผู้ประกอบการร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมราชทัณฑ์และกรมคุมประพฤติหลายครั้ง 7) สมภพ. และกรมราชทัณฑ์ร่วมกันพัฒนาหลักสูตร “ฝึกทักษะการทํางานในภาคอุตสาหกรรม” ระยะเวลา 30 ชั่วโมง หรือตามความเหมาะสม เพื่อเตรียมความพร้อมในการทํางานให้แก่นักโทษเด็ดขาดก่อนออกทํางานจริงในภาคอุตสาหกรรม 8) สมภพ. ดําเนินการจัดทําเอกสารว่าด้วยความร่วมมือ (Agreement) โครงการสร้างงาน สร้างอาชีพ ฝึกทักษะการทํางานในภาคอุตสาหกรรม ส่งให้กรมราชทัณฑ์เพื่อกรมราชทัณฑ์จัดส่งให้เรือนจํา/ทัณฑสถานที่เข้าร่วมโครงการฯ ใช้ดําเนินการต่อไป (หนังสือสมภพ.ด่วนที่สุด ที่ยธ 02107/7693 ลงวันที่9 สิงหาคม 2565 + Agreement) เป็นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อตกลงเบื้องต้นที่ผู้ประกอบการควรรับทราบก่อนจะรับผู้ได้รับการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ “โครงการสร้างงานสร้างอาชีพฝึกทักษะการทํางานในภาคอุตสาหกรรม” เข้าทํางานในสถานประกอบการของตนเอง 1.2.1 ความเชื่อมโยงของหน่วยงานที่ร่วมกันดําเนินโครงการสร้างงานฯในคราวการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ครั้งที่1/2565 เมื่อวันที่26 เมษายน 2565 ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการขับเคลื่อนนิคมฯ 3 รูปแบบ คือ 1) การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์(เต็มรูปแบบ) 2) การตั้งอุตสาหกรรมเรือนจํา และ 3) การส่งผู้ต้องขังที่ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) เข้าทํางานในนิคมอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการของเอกชน ทั้งนี้เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการใช้แรงงานของผู้ประกอบการ กรมราชทัณฑ์และสํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย (สมภพ.) ได้ร่วมกันดําเนิน “โครงการสร้างงานสร้างอาชีพฝึกทักษะการทํางานในภาคอุตสาหกรรม” (รูปแบบที่3) ในการส่งผู้ต้องขังที่ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) เข้าทํางานในนิคมอุตสาหกรรม หรือสถานประกอบการของเอกชนควบคู่ไปกับการผลักดัน/ขับเคลื่อนการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์กรมราชทัณฑ์และ สมภพ. ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรที่จะใช้ฝึกอบรมผู้ต้องขังที่จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าว จํานวน 30 ชั่วโมง และจัดทําเป็นสื่อการอบรมบันทึกลงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สําหรับนําไปใช้ในการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงเป็นการอํานวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่เรือนจํา/ทัณฑสถานในการจัดการฝึกอบรม 114
เมื่อวันที่28 มีนาคม 2565 ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมนางสาวนันทรัศมิ์เทพดลไชย ในฐานะผู้อํานวยการสํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย (สมภพ.) พร้อมคณะ ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารกรมราชทัณฑ์เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ผู้บัญชาการเรือนจํา ผู้อํานวยการทัณฑสถาน และผู้แทนของกรมคุมประพฤติเพื่อชี้แจงความเป็นมา วัตถุประสงค์และวิธีการดําเนินโครงการสร้างงาน สร้างอาชีพฯ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีความเข้าใจในเป้าหมายเดียวกัน กับทั้งได้มีการร่วมกันพิจารณาปัญหา ข้อขัดข้องจากการดําเนินโครงการฯ รวมทั้งหาแนวทางการแก้ไข ตลอดจนมีการหารือในประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ค่าตอบแทนจากการทํางานที่ผู้ต้องขังจะได้(ค่าจ้าง) และที่พักของผู้ต้องขังระหว่างที่เข้าร่วมโครงการฯ โครงการฯ จะดําเนินโดยเรือนจําที่เข้าร่วมโครงการฯ เสนอผู้ต้องขังที่เข้าร่วมโครงการฯ ตามหลักเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ ไปกรมราชทัณฑ์เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ตามกฎกระทรวงกําหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจําคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติพ.ศ. 2562 และประกาศกรมราชทัณฑ์เรื่อง คุณสมบัติและหลักเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ โครงการ “สร้างงาน สร้างอาชีพ ฝึกทักษะการทํางานในภาคอุตสาหกรรม” เมื่อผู้ต้องขังได้รับการพักการลงโทษตามโครงการฯ จะมีการอบรมก่อนส่งไปทํางานในสถานประกอบการ จากนั้นกรมคุมประพฤติจะดําเนินการตามขั้นตอน เช่นการใส่กําไลอิเล็กทรอนิกส์การอบรมและแจ้งเงื่อนไขการคุมประพฤติแก่ผู้พักการลงโทษ ฯลฯ ซึ่งกรมคุมประพฤติจะมีการติดตามตลอดโครงการฯ หากมีปัญหาที่ไม่อาจหาข้อยุติได้สมภพ. จะเข้าช่วยประสานเพื่อแก้ไขปัญหา 1.2.2 เรือนจําที่เข้าร่วมโครงการและจํานวนผู้พักการลงโทษที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย เรือนจํากลางชลบุรีเรือนจํากลางสมุทรปราการ เรือนจําจังหวัดสมุทรสาครเรือนจํากลางนครปฐม เรือนจําจังหวัดลําพูน เรือนจําจังหวัดปทุมธานีและกลุ่มเรือนจําอยุธยา(เรือนจํากลางพระนครศรีอยุธยา เรือนจําจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทัณฑสถานวัยหนุ่มพระนครศรีอยุธยา ทัณฑสถานบําบัดพิเศษพระนครศรีอยุธยา) ผู้ได้รับการพักการลงโทษที่เข้าร่วมโครงการฯ ณวันที่26 เมษายน2567 (ติด E.M. + เข้าทํางานในสถานประกอบการ) มีจํานวน 1,000 คน ผิดเงื่อนไข 95 คน(คิดเป็นร้อยละ 9.5) เหตุผิดเงื่อนไข เช่น ทะเลาะวิวาท เที่ยวกลางคืน ไม่ตั้งใจทํางาน ยาเสพติด เมาแล้วขับติดผู้หญิง เกียจคร้าน ไม่ปฏิบัติตามระเบียบโรงงาน เป็นต้น 1.3 คณะอนุกรรมการเพื่อติดตามผลการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ 115
1.4 การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ (พื้นที่เพิ่มเติม) เพื่อวิเคราะห์และทําหนังสือเสนอเรื่องเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา (เอกสารเข้า ครม.) เสนอให้มีการจัดตั้งในพื้นที่ภาคเหนือ (ลําพูน) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นครราชสีมา) และภาคใต้(สงขลา) เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้มีนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ภาคละ 1 แห่ง และคณะรัฐมนตรีมีมติ(28 กุมภาพันธ์2566) รับทราบผลการศึกษาแนวทางจัดตั้งนิคมฯ ในพื้นที่เพิ่มเติม และเห็นชอบในหลักการ 2. การจัดตั้งองค์กรช่วยเหลือผู้พ้นโทษในรูปแบบหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ(SDU) 1) ดําเนินภารกิจขององค์กรช่วยเหลือผู้พ้นโทษ ภายใต้ชื่อ “สํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย” สังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม 2) ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจําปี2565 สาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการ “ระดับดี” ภายใต้ชื่อผลงาน : สมภพ. คืนคนดีสู่สังคม เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง 3) จัดทําสื่อเพื่อสร้างการรับรู้และเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของสังคมเกี่ยวกับผู้พ้นโทษ จํานวน 3 เรื่อง คือ หนังสั้นเรื่องที่1 : ไอ้ขี้คุก มีกระแสตอบรับมากมาย ทั้งในแง่เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องการคืนคนดีสู่สังคมด้วยการให้โอกาสแก่ผู้พ้นโทษได้มีงานทํา ได้รับการยอมรับจากผู้คนในสังคม และในแง่ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องนี้ด้วยเหตุที่ไม่เชื่อในระบบพัฒนาพฤตินิสัยของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม หนังสั้นเรื่องที่2 : อีขี้คุก ได้รับรางวัลชนะเลิศ สาขา Best BrandedContentจาก AsianTelevision Awardsครั้งที่24 ในปีพ.ศ. 2563 (24th AsianTelevisionAwardsin 2020) และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 2 รางวัล คือ Best Leading Female PerformanceและBest Branded Content หนังสั้นเรื่องที่3 : อีบัวแล้งน้ํา ได้รับรางวัล Best Direction(Fiction) Thailand 2020 จากเวทีAsian Academy Creative Awards ในปีพ.ศ. 2563 (2020), รางวัลInternational Mention (ARFF Staff Pick) จากเวทีภาพยนตร์นานาชาติARFF PARISในปีพ.ศ. 2564 (2021), รางวัล Directors Main Competition จากเวทีToronto Indie FilmmakersFestival ในปีพ.ศ. 2564 (2021), รางวัลจากเวทีหนังนานาชาติ“World FilmCarnival”ในปีพ.ศ. 2564 (2021) 2 รางวัล คือ (1) Outstanding Achievement Award “Best Director”และ(2) Outstanding Achievement Award “Short Film” และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลชนะเลิศ สาขา Best Branded Content จาก Asian Television Awards ครั้งที่25ในปีพ.ศ. 2564 (25th Asian Television Awards in 2021) 116
4) จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของสังคมเกี่ยวกับผู้พ้นโทษจํานวน 2 ครั้ง คือ 1) งานเสวนาเพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคมของผู้พ้นโทษ“สมภพเสวนา” วันพุธที่14 พฤศจิกายน 2561 ณ โครงการ The JamFactory ถนนเจริญนครเขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร และ 2) งานสร้างการรับรู้เพื่อส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคมของผู้พ้นโทษ “สมภพเสวนา 2 รวมพลคนสมภพ” วันเสาร์ที่17 สิงหาคม 2562 ณ ล้ง 1919 ถนนเชียงใหม่เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 5) ประสานงานกับกรมราชทัณฑ์กรมคุมประพฤติสํานักงาน ป.ป.ส. การนิคมอุตสาหกรรมฯ และสถานประกอบการเอกชน เพื่อส่งผู้พักการลงโทษไปทํางานในสถานประกอบการภายใต้โครงการสร้างงาน สร้างอาชีพ ฝึกทักษะการทํางานในภาคอุตสาหกรรม 6) ประชุมและประสานงานกับหน่วยงานภาคเอกชนและเรือนจํา เพื่อจัดทําและพัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษตามโครงการสร้างงานสร้างอาชีพฯ ผู้พ้นโทษ 7) ร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการให้ความช่วยเหลือ/การประกอบอาชีพของผู้พ้นโทษ/การติดตามผู้พ้นโทษ (ข้อมูลสถานประกอบการ/การเชื่อมโยงผู้ประกอบการ-ผู้พ้นโทษ) 2.1 การยื่นคําขอแปลงสภาพเป็น SDU 1) เข้าพบหารือกับ ดร.วิษณุเครืองาม /ศาสตราจารย์ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ประธานอนุกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน และรองเลขาธิการ ก.พ.ร. (นางสาวสุนทรีสุภาสงวน) 2) เสนอคําขอจัดตั้งเป็นองค์การมหาชนไปยังสํานักงาน ก.พ.ร. 3) คณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.) มีมติยังไม่เห็นควรให้จัดตั้งองค์การส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคมเป็นองค์การมหาชนในขณะนี้เนื่องจากยังต้องมีการบูรณาการการดําเนินภารกิจเกี่ยวกับผู้พ้นโทษภายในกระทรวงยุติธรรมเป็นหลักประกอบกับยังต้องมีการพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติแต่โดยที่ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่มีความสําคัญ จึงเสนอให้มีการดําเนินการในรูปแบบหน่วยบริการรูปแบบพิเศษภายใต้สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้สามารถทดลองดําเนินการตามแนวคิดดังกล่าว และสามารถนําผลการดําเนินงานที่เป็นรูปธรรมมาใช้ประกอบการพิจารณาขอจัดตั้งเป็นองค์การมหาชน หรือหน่วยงานรูปแบบอื่นที่มีความเหมาะสมกับภารกิจในอนาคต 4) อยู่ระหว่างขั้นตอนการขอแปลงสภาพเป็นหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ117
2.2 การขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ป.ป.ส. 1) จ้างผู้พ้นโทษมาทํางานในสํานักงานฯ (เพื่อเป็นต้นแบบของการให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษ) 2) ดําเนินโครงการที่เกี่ยวกับการให้โอกาส/ช่วยเหลือ/พัฒนาผู้พ้นโทษดังนี้ - โครงการจ้างเหมาบริการผู้เชี่ยวชาญจัดโปรแกรมฝึกอบรมผู้พ้นโทษและผู้ถูกปล่อยตัวพักการลงโทษในการพัฒนาจิตใจ (Spiritual Healing) และทักษะชีวิต เพื่อเตรียมการเข้าทํางานในนิคมอุตสาหกรรมหรือตลาดแรงงาน - โครงการจ้างเหมาบริการผู้เชี่ยวชาญสํารวจข้อมูลความต้องการการทํางานผู้พ้นโทษและผู้ถูกปล่อยตัวพักการลงโทษเพื่อเตรียมการจัดหางานและส่งเสริมการประกอบอาชีพ- โครงการสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับคนในสังคม และผู้พ้นโทษและการสร้างนิคมอุตสาหกรรมเพื่อรับผู้พ้นโทษเข้าทํางาน เพื่อลดปัญหาสังคม และลดการกระทําผิดซ้ํา(หนังสั้นเรื่อง Instinct) - โครงการสร้างการรับรู้และสื่อสารกับสังคมเกี่ยวกับการกลับคืนสู่สังคมของผู้พ้นโทษและผู้ผ่านกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย (องค์การส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคม) (หนังสั้นเรื่องสุดทางที่งดงาม) - โครงการจ้างเหมาบริการผู้เชี่ยวชาญสํารวจข้อมูลความต้องการทักษะสาขาอาชีพในนิคมอุตสาหกรรมหรือตลาดแรงงานเพื่อเตรียมการจ้างงานผู้พ้นโทษและผู้ถูกปล่อยตัวพักการลงโทษ ผู้รับผิดชอบ : 1. นางสาววิลาวัณย์ยี่ทองตําแหน่ง : ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์หมายเลขโทรศัพท์: 08 192202622. นางจิรารัตน์วนาพัทธ์ตําแหน่ง : นิติกรชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 06 16899614118
สํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัยแผนการดําเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีแผนการดําเนินการอย่างไรคําตอบ : แผนการดําเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 1. ดําเนนิโครงการตอ่เนอื่งกับโครงการที่ดําเนินการในปีงบประมาณพ.ศ.2567ได้แก่1.1 การจ้างผู้พ้นโทษ/ผู้ได้รับการพักการลงโทษเป็นกรณีมีเหตุพิเศษเป็นเจ้าหน้าที่ประจําสํานักงาน (วงเงินประมาณการ 2,976,000 บาท) 1.2 การสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความเข้าใจของประชาชนในการให้โอกาสผู้พ้นโทษเพื่อกลับคืนสู่สังคม (ระยะที่2) (วงเงินประมาณการ 1,800,000 บาท) 1.3 สํารวจข้อมูลความต้องการการทํางานผู้พ้นโทษและผู้ถูกปล่อยตัวพักการลงโทษเพื่อเตรียมการจัดหางานและส่งเสริมการประกอบอาชีพ (ระยะที่2) (วงเงินประมาณการ1,2000,000 บาท) 1.4 สํารวจข้อมูลความต้องการทักษะสาขาอาชีพในตลาดแรงงานเพื่อเตรียมการจ้างงานผู้พ้นโทษและผู้ถูกปล่อยตัวพักการลงโทษ (ระยะที่2) (วงเงินประมาณการ 1,100,000บาท) 2. ดําเนินโครงการจัดกิจกรรมทางสังคมเพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการให้โอกาสและสร้างกําลังใจแก่ผู้พ้นกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้แก่ประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับการให้โอกาสผู้พ้นโทษในการกลับคืนสู่สังคม ตลอดจนเพื่อกระตุ้นความสนใจให้ประชาชน องค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน ตระหนักในการให้โอกาส และเชื่อมั่นว่าผู้พ้นโทษที่เคยทําผิดสามารถกลับมาใช้ชีวิตที่ดีในสังคม (วงเงินประมาณการ 1,400,000 บาท) 3. การบริหารจัดการสํานักงาน (วงเงินค่าใช้จ่ายประมาณการ 223,000 บาท) 4. ผลักดันให้มีการจัดตั้งองค์กรช่วยเหลือผู้พ้นโทษ 5. ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้พ้นโทษรวมทั้งเริ่มต้นหาช่องทางขยายความร่วมมือกับหน่วยงานให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษในต่างประเทศผู้รับผิดชอบ : 1. นางสาววิลาวัณย์ยี่ทองตําแหน่ง : ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์หมายเลขโทรศัพท์: 08 192202622. นางจิรารัตน์วนาพัทธ์ตําแหน่ง : นิติกรชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 06 16899614119
สํานักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัยผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการของ สมภพ. จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน สังคม และประเทศชาติอย่างไร คําตอบ : ประโยชน์ต่อผู้รับบริการและหน่วยงาน 1. ช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้แก่1.1 ความไร้ระบบ (System Problem) เช่น กรณีข้อมูลผู้พ้นโทษจากระบบพัฒนาพฤตินิสัยจากหน่วยงานที่แตกต่างกัน พ้นโทษไม่พร้อมกัน ผ่านกระบวนการอบรม บําบัดพัฒนาพฤตินิสัย และอาชีพที่แตกต่างกัน และการดําเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้พ้นโทษ โดยผู้พ้นโทษไม่ทราบว่าหน่วยงานใดที่ให้ความช่วยเหลือด้านใดบ้าง และจะสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้อย่างไร ทําให้ไม่สามารถขอรับความช่วยเหลือได้และต้องหันไปสู่เครือข่ายอาชญากรรม 1.2 การขาดอํานาจต่อรอง และความเป็นตัวแทน (Representation Problem) เช่น กรณีการขอใบอนุญาตต่าง ๆ เช่น บัตรประจําตัวประชาชน บัญชีธนาคาร ใบอนุญาตในการขับขี่ยานพาหนะประเภทต่าง ๆ และใบอนุญาตในการประกอบอาชีพต่าง ๆ 2. ช่วยปิดช่องว่างของภารกิจที่หน่วยงานด้านการพัฒนาพฤตินิสัยไม่อาจดําเนินการได้เช่น การเชื่อมโยงให้ผู้พ้นโทษและสถานประกอบการที่ต้องการแรงงานได้มาพบกันการเป็นที่ปรึกษาให้แก่ผู้พ้นโทษ เป็นต้น 3. ทําให้หน่วยงานด้านการพัฒนาพฤตินิสัยมีระบบฐานข้อมูลผู้พ้นโทษมีกลไกถาวรในการติดตามและให้การสนับสนุนผู้พ้นโทษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ตลอดจนกลไกการคืนคนดีและ “สะพาน” เชื่อมต่อ เพื่อคืนทรัพยากรมนุษย์กลับคืนสู่สังคม 4. ส่งผลให้กระทรวงยุติธรรมสามารถเพิ่มศักยภาพและต่อยอดการทํางานของหน่วยงานด้านการพัฒนาพฤตินิสัยผู้กระทําผิดให้มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งก่อให้เกิดความสอดคล้องต่อภารกิจของกระทรวงในการสร้างสังคมปลอดภัยและการคืนทรัพยากรมนุษย์กลับคืนสู่สังคม เพื่อเป็นกําลังสําคัญในการพัฒนาประเทศชาติประโยชน์ต่อสังคม 1. ผู้พ้นโทษและครอบครัวสามารถกลับไปดํารงชีวิตในสังคม ประกอบอาชีพสุจริตได้และไม่หวนกลับไปกระทําผิดซ้ํา ได้รับการสนับสนุนทางการเงินในการประกอบอาชีพตลอดจนมีที่พึ่งพิงและให้คําปรึกษา ทําให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว 120
2. ทําให้สังคมมีส่วนร่วมในการแก้ไขและฟื้นฟูผู้กระทําผิด อันเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ากลับคืนสู่สังคม ลดปัญหาการก่ออาชญากรรมและการกระทําผิดซ้ํา และเป็นปัจจัยหลักในการสร้างสังคมปลอดภัย 3. ภาคธุรกิจเอกชนมีแรงงานมีฝีมือสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและภาคการผลิต และมีระบบรับประกันแรงงาน ประโยชน์ต่อประเทศชาติ 1. ประเทศชาตมิีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพอนัเป็นการเสรมิสร้างศักยภาพของประเทศ2. ลดการกระทําผิดซ้ําและลดปัญหาอาชญากรรมในประเทศ ผู้รับผิดชอบ : 1. นางสาววิลาวัณย์ยี่ทองตําแหน่ง : ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์หมายเลขโทรศัพท์: 08 192202622. นางจิรารัตน์วนาพัทธ์ตําแหน่ง : นิติกรชํานาญการหมายเลขโทรศัพท์: 06 16899614121