ดานท่ี 1 ดานการจดั การเรยี นการสอน
ตัวช้ีวัดที่ 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู: ขาพเจาไดใชกระบวนการแกปญหาและพัฒนาการจัดการ
เรียนรอู ยางเปน! ระบบท่สี งผลตอการพัฒนาคณุ ภาพผเู รยี นไดเตม็ ตามศกั ยภาพ ดังน้ี
1. ใชกระบวนการวิจยั เพือ่ แกปญหาและพฒั นาการเรียนรูของผเู รยี นโดยวิธีการที่ถกู ตอง
โดยนําบันทึกผลหลังสอน ไปวเิ คราะห8ปรับแผนการจัดการเรียนรู คนหานวัตกรรมการเรียนรู สูการทําวิจัยเชิง
ปฏิบัติการ (Action Research) เพ่ือแกปญหาและพัฒนาการจัดการเรียนการสอน โดยการวิจัยนั้นไดเริ่มตน
มาจากการเลอื กปญหาการวิจัยท่ีมีความสําคัญและสงผลกระทบตอผูเรียนมากท่ีสุด เม่ือไดปญหาการวิจัยแลว
จึงดําเนินการตามข้ันตอนการวจิ ัยตอไปเพ่ือเกดิ นวัตกรรมการเรียนการสอน
2. นาํ ผลการแกปญหา หรือการพัฒนาการเรียนรูของผูเรียนไปใชเพื่อการจัดการเรียนรูอยาง
มีคณุ ภาพ
ภาคเรยี น รายชือ่ งานวจิ ัย
1 ผลของการฝกJ รูปแบบ SAQ ทม่ี ตี อความคลองตวั ในนกั กีฬาฟุตซอล
โรงเรยี นสภาราชนิ ี จังหวดั ตรงั Click
2 ผลการฝกJ ยืดเหยียดท่มี ตี อความออนตวั ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปทQ ี่ 5
โรงเรยี นสภาราชินี จงั หวดั ตรงั
ผลของการฝึ กรูปแบบ SAQ ทมี่ ีต่อความคล่องตวั ในนักกฬี าฟุตซอล
โรงเรียนสภาราชินี จงั หวดั ตรัง
เจษฎา ฟองประพนั ธ์
รายงานการวจิ ยั นีเ้ ป็ นส่วนหนึ่งของวชิ าสุขศึกษาและพลศึกษา(พ 32101)
โรงเรียนสภาราชินี จังหวดั ตรัง
2562
บทคดั ย่อ
หัวข้อวจิ ยั : ผลของการฝึกรูปแบบ SAQ ที่มีต่อความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟุตซอล
โรงเรียนสภาราชินี จงั หวดั ตรัง
ชื่อผู้ทาวจิ ยั : นายเจษฎา ฟองประพนั ธ์
ทป่ี รึกษาวจิ ัย : นางเบญจมาศ จนั วดี
การวิจยั น้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความคล่องตวั ของนกั กีฬาฟุตซอลระหว่าง
กลุ่มท่ีทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติและกลุ่มที่ทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรมฝึ กปกติ
เพียงอย่างเดียว กลุ่มตวั อย่างเป็ นนักกีฬาฟุตซอลโรงเรียนสภาราชินี จงั หวดั ตรัง จานวน 50 คน โดยไดม้ า
จากการเลือกแบบเจาะจง จากน้ันทาการทดสอบความคล่องตวั โดยใช้ Illinois Agility Test แลว้ ทาการสุ่ม
เพื่อแบ่งกลุ่ม ออกเป็ น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 15 คน โดยกลุ่มทดลองจะไดร้ ับการฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั
โปรแกรมฝึ กปกติและกลุ่มควบคุมจะไดร้ ับการฝึ กดว้ ยโปรแกรมฝึ กปกติเพียงอยา่ งเดียว เวลาในการฝึ ก 8
สปั ดาห์ ๆ ละ 5 วนั โดยกลุ่มทดลองฝึกดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึกปกติ 3 วนั คือฝึกวนั เวน้ วนั
และฝึ กด้วยโปรแกรมฝึ กปกติเพียงอย่างเดียว 2 วัน กลุ่มตัวอย่างทาการทดสอบความคล่องตัวด้วย
แบบทดสอบ (Illinois agility test) ก่อนการฝึ กและหลงั การฝึ ก นาผลที่ไดม้ าทาการวิเคราะห์ขอ้ มูลโดยหา
ค่าเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่าความคล่องตัวในนักกีฬาฟุตซอลของกลุ่มที่ฝึ กด้วยโปรแกรม SAQ ร่วมกับ
โปรแกรมฝึ กปกติสูงกว่าความคล่องตวั ในนักกีฬาฟุตซอลของกลุ่มที่ฝึ กดว้ ยโปรแกรมฝึ กปกติเพียงอย่าง
เดียว สรุปไดว้ า่ การฝึกโดยใชโ้ ปรแกรม SAQ ทาใหน้ กั ฟตุ บอลมีความคล่องตวั สูงข้ึน
สารบัญ
บทท่ี หน้า
1 บทนา............................................................................................................................................... 1
ภูมิหลงั ........................................................................................................................................ 1
วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั ............................................................................................................ 2
สมมติฐานของการวิจยั ................................................................................................................ 2
ประโยชน์ที่คาดวา่ จะไดร้ ับ......................................................................................................... 2
ขอบเขตการวิจยั .......................................................................................................................... 3
นิยามศพั ท.์ .................................................................................................................................. 3
2 เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง...................................................................................................... 5
สมรรถภาพทางกาย..................................................................................................................... 5
หลกั การฝึกรูปแบบ SAQ........................................................................................................... 11
หลกั การสร้างโปรแกรม............................................................................................................. 12
การพฒั นาความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟตุ บอล............................................................................... 13
ปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลต่อความคล่องตวั ............................................................................................. 15
งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง...................................................................................................................... 17
3 วธิ ีดาเนินการวจิ ยั ........................................................................................................................... 24
การกาหนดกลุ่มตวั อยา่ ง............................................................................................................. 24
แบบแผนการทดลอง.................................................................................................................. 25
วธิ ีดาเนินการทดลอง.................................................................................................................. 25
เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการทดลอง....................................................................................................... 26
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล................................................................................................................ 28
การวิเคราะห์ขอ้ มูล..................................................................................................................... 28
4 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล................................................................................................................... 29
สัญลกั ษณ์ท่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล......................................................................................... 29
ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล................................................................................................................ 29
5 สรุปผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ.......................................................................................... 31
สรุปผล....................................................................................................................................... 34
อภิปรายผล................................................................................................................................. 35
ขอ้ เสนอแนะทว่ั ไป..................................................................................................................... 35
สารบัญ (ต่อ)
บทท่ี หน้า
ขอ้ เสนอแนะในการทาวจิ ยั คร้ังต่อไป........................................................................................ 36
บรรณานุกรม....................................................................................................................................... 37
ภาคผนวก............................................................................................................................................ 39
ภาคผนวก ก โปรแกรมฝึกปกติ................................................................................................ 40
ภาคผนวก ข โปรแกรมการฝึก SAQ........................................................................................ 49
ภาคผนวก ค ท่าที่ใชใ้ นการฝึก SAQ........................................................................................ 53
ภาคผนวก ง แบบทดสอบความคล่องตวั ................................................................................. 71
ภาคผนวก จ ขอ้ มูลผลการทดลอง............................................................................................ 73
ภาคผนวก ฉ รายนามผเู้ ช่ียวชาญในการตรวจสอบพจิ ารณาโปรแกรมการฝึก SAQ................ 75
ประวตั ิยอ่ ผวู้ จิ ยั ......................................................................................................................... 77
1
บทท่ี 1
บทนา
ภูมิหลงั
เมื่อเขา้ สู่ช่วงฤดูหนาว ประเทศในบางทวีปของโลกที่ประสบกบั ปัญหาหิมะตก และสภาพอากาศที่
หนาวมากจนไม่สามารถจดั การแข่งขนั กีฬากลางแจง้ ต่าง ๆได้ รวมท้งั กีฬาฟุตซอลดว้ ย จึงถือเป็นช่วงสิ้นสุด
ฤดูกาลแข่งขนั แต่เนื่องจากฤดูหนาวมีระยะเวลาที่ยาวนาน และสภาพอากาศกลางแจง้ ไม่เอ้ืออานวยต่อการ
เล่นกีฬาฟุตบอล จึงเป็นปัจจยั หน่ึงท่ีทาใหค้ นหนั มาเล่นกีฬาในร่มแทน และนี่คือท่ีมาของกีฬาฟุตบอลในร่ม
5 คน หรือที่เรียกวา่ "ฟุตซอล" (FUTSAL)
ปัจจุบนั กีฬาฟุตซอลในประเทศไทยไดร้ ับความนิยมจากประชาชนทุกเพศทุกวยั และกลายเป็ นกีฬา
ยอดนิยมของคนไทยจึงมีการต่ืนตวั ข้ึนในหลายฝ่ ายไม่ว่าจะเป็ นผูฝ้ ึ กสอน นักวิชาการ ในการที่จะช่วย
ผลกั ดนั ให้เกิดการพฒั นาเพ่ือข้ึนสู่แนวหนา้ ของเอเชีย จึงเป็ นเร่ืองสาคญั ในการท่ีจะพฒั นานักกีฬาฟุตซอล
ต้งั แต่ระดบั เยาวชนใหม้ ีทกั ษะและสมรรถภาพร่างกายท่ีเหมาะสมกบั กีฬาฟุตซอล ท้งั น้ีกีฬาฟตุ ซอลเป็นกีฬา
ท่ีใชท้ กั ษะความสามารถสูง ผเู้ ล่นตอ้ งอาศยั ทกั ษะต่าง ๆที่แม่นยาท้งั ในการรับส่งบอลเพื่อความไดเ้ ปรียบใน
การเล่นพ้ืนที่แคบ ๆมีการเคลื่อนที่เพ่ือรับบอลและป้องกนั การรุกของฝ่ ายตรงขา้ มจึงตอ้ งอาศยั ความสามารถ
ทางการเคลื่อนไหวท่ีรวดเร็วในเรื่องของความคล่องตวั (Agility) ตอ้ งมีการเล่นและความสัมพนั ธ์กนั ในทีม
และมีความสามารถเฉพาะตวั ในการเปล่ียนทิศทางในการเคลื่อนไหวของร่างกายเพื่อหลบหลีกคู่ต่อสูใ้ นการ
เคล่ือนท่ีไปกบั บอลหรือเคลื่อนที่รับบอลซ่ึงสมรรถภาพทางกลไกน้นั เป็นพ้ืนฐานท่ีสาคญั อยา่ งยงิ่ ในการเล่น
กีฬาฟุตซอลจึงจาเป็ นตอ้ งพฒั นาความสามารถของผเู้ ล่นทุกคนและทุกตาแหน่งท้งั ความเร็ว ความคล่องตวั
ความแขง็ แรง และปฏิกิริยาตอบสนอง สมรรถภาพสาหรับนกั กีฬาฟุตบอลเป็ นสิ่งท่ีจาเป็ นอยา่ งยงิ่ เนื่องจาก
ฟุตซอลเป็นกีฬาที่มีการเคล่ือนไหวในรูปแบบต่าง ๆมากมายและใชเ้ วลาในการแขง่ ขนั พอสมควร ดงั น้นั การ
สร้างสมรรถภาพทางกายสาหรับนักฟุตซอลจึงตอ้ งอาศยั ข้นั ตอนและวิธีการท่ีถูกตอ้ งเพ่ือให้นักฟุตซอลมี
สมรรถภาพทางดา้ นร่างกายดีท่ีสุดพร้อมท่ีจะทาการแข่งขนั
อย่างไรก็ตามในการเล่นฟุตซอลนอกจากจะมีความเขา้ ใจกันในการเล่นเป็ นทีม ความสามารถ
เฉพาะตัวถือเป็ นส่ิงหน่ึงท่ีจะช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับทีมโดยพ้ืนฐานต้องมีการฝึ กเพื่อให้เกิด
ประสิทธิภาพสูงสุด ดงั น้นั ผวู้ ิจยั จึงมีความสนใจที่จะศึกษาเก่ียวกบั การพฒั นาความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟุต
2
ซอลโดยใชก้ ารฝึ กรูปแบบ SAQ ซ่ึงเป็ นอีกรูปแบบหน่ึงที่ใชก้ นั อย่างแพร่หลายและเป็ นท่ียอมรับในการ
พฒั นาในเร่ืองของความเร็ว และความคล่องแคล่วว่องไวท้ังยงั พฒั นาในเร่ืองความสัมพนั ธ์ของระบบ
ประสาทและระบบกลา้ มเน้ือซ่ึงเป็ นพ้ืนฐานสาคญั ในการพฒั นาความคล่องตวั การเปล่ียนทิศทางของ
ร่างกายอยา่ งรวดเร็วโดยไม่เสียการทรงตวั SAQ จึงเป็ นรูปแบบการฝึ กอีกชนิดหน่ึงท่ีช่วยพฒั นาความสารถ
ของนกั กีฬาฟตุ ซอลใหเ้ กิดประสิทธิภาพมากข้ึน
วตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั
เพ่ือศึกษาและเปรียบเทียบความคล่องตวั ของนกั กีฬาฟตุ ซอลระหวา่ งกลุ่มที่ทาการฝึกดว้ ยโปรแกรม
SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึกปกติและกลุ่มที่ทาการฝึกดว้ ยโปรแกรมฝึกปกติเพยี งอยา่ งเดียว
สมมตฐิ านของการวจิ ยั
นกั กีฬาฟุตซอลท่ีฝึกดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึกปกติมีความคล่องตวั สูงกวา่ นกั กีฬา
ฟุตซอลที่ฝึกดว้ ยโปรแกรมฝึกปกติเพยี งอยา่ งเดียว
ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รับ
1. เพ่อื ใหท้ ราบถึงผลของการฝึกโปรแกรม SAQ ที่มีต่อความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟตุ ซอล
2. เพือ่ เป็นแนวทางสาหรับผทู้ ี่จะศึกษาคน้ ควา้ เก่ียวกบั การพฒั นาความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟุตซอล
ในรูปแบบใหม่ๆไดม้ ากข้ึน
3
ขอบเขตการวจิ ยั
ประชากร
นกั กีฬาฟุตซอลโรงเรียนสภาราชินี จงั หวดั ตรัง จานวน 50 คน
กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตวั อยา่ งเป็ นนกั กีฬาฟุตซอลโรงเรียนสภาราชินี จงั หวดั ตรัง จานวน 30 คน โดยไดม้ าจากการ
เลือกแบบเจาะจง จากน้ันทาการทดสอบความคล่องตัวโดยใช้ Illinois Agility Test แล้วทาการสุ่มเพื่อ
แบ่งกลุ่ม ออกเป็ น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 15 คน โดยกลุ่มทดลองจะไดร้ ับการฝึ กด้วยโปรแกรม SAQ ร่วมกับ
โปรแกรมฝึกปกติและกลุ่มควบคุมจะไดร้ ับการฝึกดว้ ยโปรแกรมฝึกปกติเพยี งอยา่ งเดียว
ตวั แปรในการวจิ ยั
1. ตวั แปรตน้ ไดแ้ ก่ วิธีการฝึกซ่ึงแบ่งออกเป็น 2 ลกั ษณะ
1.1 การฝึกดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึกปกติ
1.2 การฝึกดว้ ยโปรแกรมฝึกปกติ
2. ตวั แปรตาม ไดแ้ ก่ ความคล่องตวั
นิยามศัพท์
1.โปรแกรมฝึก SAQ หมายถึง การฝึกท่ีประกอบไปดว้ ยความเร็ว การฝึกความคล่องตวั และการฝึก
ความวอ่ งไว
S = Speed คือ การที่สามารถเอาชนะแรงตา้ นทานดว้ ยความเร็ว ข้ึนอยู่กบั พลงั กลา้ มเน้ือ
การฝึ กความเร็วต้องเพิ่มกาลงั กลา้ มเน้ือ โดยเฉพาะการเคลื่อนท่ีท่ีใช้ความเร็วสูงสุด (เจริญ กระบวน
รัตน์.2541: 111)
4
A = Agility คือ ความสามารถของร่างกายและส่วนต่างๆของร่างกายที่สามารถเปล่ียน
ทิศทางไดอ้ ยา่ งเร็วและถูกตอ้ งในกิจกรรมที่เฉพาะเจาะจง หรือเปล่ียนลกั ษณะการเคล่ือนไหวอย่างรวดเร็ว
เช่น การวง่ิ กลบั ตวั วง่ิ เกบ็ ของ ว่ิงซิกแซก เป็นตน้
Q = Quickness คือความวอ่ งไวในปฏิกิริยาเป็นการตอบสนองอยา่ งฉบั พลนั และเวลา
เคลื่อนไหวที่กะทนั หนั
2.โปรแกรมฝึกปกติ หมายถึง โปรแกรมการฝึกซอ้ มตามปกติของนกั กีฬาฟุตบอลโรงเรียนควนขนุน
3.ความคล่องตวั หมายถึง ความสามารถในการเคล่ือนที่เปลี่ยนทิศทางหรือตาแหน่งของร่างกาย
อยา่ งรวดเร็วและตรงเป้าหมายตามท่ีตอ้ งการ
4.นกั กีฬาฟุตบอล หมายถึง นกั กีฬาฟุตบอลโรงเรียนควนขนุนอายรุ ะหวา่ ง 13-14 ปี
5
บทที่ 2
เอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วข้อง
ในการวิจยั คร้ังน้ีผวู้ จิ ยั ไดศ้ ึกษาเอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง และไดเ้ สนอตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
1.สมรรถภาพทางกาย
1.1 ความเร็ว(Speed)
1.2 ความคล่องตวั (Agility)
1.3 ความวอ่ งไว (Quickness)
2.หลกั การฝึกรูปแบบ SAQ
3.หลกั การสร้างโปรแกรม
4.การพฒั นาความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟตุ บอล
5.ปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อความคล่องตวั
6.งานวิจยั ที่เกี่ยวขอ้ ง
1.สมรรถภาพทางกาย
คาวา่ สมรรถภาพทางกายไดม้ ีหลายบุคคลที่ใหค้ วามหมายของคาวา่ สมรรถภาพทางกาย ซ่ึงพอสรุป
ไดด้ งั น้ี
วรศกั ด์ิ เพียรชอบ (2527 : 98) สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถของร่างกายท่ีจะปฏิบตั ิ
หนา้ ที่ประจาในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ โดยไม่มีความเหน่ือยอ่อนจนเกินไป สามารถสงวนและถนอม
กาลงั ไวใ้ ชใ้ นยามฉุกเฉิน และใชเ้ วลาวา่ งเพ่อื ความสนุกสนานและความบนั เทิงของตวั เองดว้ ย
คลาร์ค (Clarke,1976:14) กล่าวว่า สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถในการประกอบกิจกรรม
ประจาวนั ด้วยความกระฉับกระเฉง ว่องไว ปราศจากความเหน็ดเหน่ือย เม่ือยลา้ และมีพลงั งานเหลือ
พอท่ีจะนาไปใชใ้ นการประกอบกิจกรรมบนั เทิงในเวลาวา่ ง และเตรียมพร้อมท่ีจะเผชิญกบั ภาวะฉุกเฉินไดด้ ี
6
Nieman (1986 : 34) ไดใ้ ห้ความหมายของสมรรถภาพทางกายเอาไวว้ ่าเป็ นความสามารถในการ
เคล่ือนไหวท่ีมีการใชพ้ ลงั งาน มีความสาคญั ไม่ใช่เฉพาะแต่การทางานในชีวิตประจาวนั เท่าน้นั ยงั รวมไปถึง
การประกอบกิจกรรมในเวลาว่าง โดยไม่เหน็ดเหน่ือยเมื่อยลา้ และปราศจากอนั ตรายอีกท้งั เป็ นการช่วย
ป้องกนั โรคภยั ต่างๆ ซ่ึงจะทาใหร้ ่างกายสามารถทางานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพสูงสุด
Ryan และ Fred (1989 : 494) ไดใ้ ห้ความหมายของสมรรถภาพทางกายไวว้ ่า สมรรถภาพทางกาย
หมายถึง ประสิทธิผลที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับการพฒั นาเป็ นข้นั ตอน โดยอาศยั การปฏิบตั ิทางดา้ น
สุขภาพและการรับประทานอาหารที่เหมาะสม การพกั ผ่อน และการออกกาลงั กาย สิ่งดงั กล่าวน้ีจะเป็ น
พ้ืนฐานในการป้องกนั การรักษา ตลอดท้งั การเสริมสร้างสมรรถภาพ ซ่ึงตอ้ งใชร้ ะยะเวลาท่ียาวนานและมี
การบารุงรักษาใหค้ งอยตู่ ลอดไป
American College of Sports medicine (1992 : 9) ได้กล่าวถึง สมรรถภาพทางกายเอาไว้ว่า
สมรรถภาพทางกายเป็ นความสามารถในการพยายามทางานที่หนกั โดยปราศจากความเหน็ดเหนื่อยเกินไป
บุคคลใดมีสมรรถภาพทางกายดี มีพลงั กไ็ ม่สามารถทางานไดส้ มบูรณ์ แต่จะตอ้ งรวมไปถึงความสามารถใน
การเขา้ ร่วมกิจกรรมนอกบา้ นหรือที่ทางานดว้ ย
สรุป สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถของร่างกายท่ีใช้อวยั วะต่าง ๆ ของร่างกาย
เคล่ือนไหวในชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่เกิดความเหน่ือย หรือเกิดน้อยและมีพลงั งาน
เหลือในร่างกายท่ีจะประกอบกิจกรรมฉุกเฉินหรือนนั ทนาการได้
จอห์นสัน และสโตรเบอร์ก ( Johnson and Stolberg , 1971 : 9-10 ) กล่าววา่ สมรรถภาพทางกาย
น้นั เป็นความสามารถในการประกอบกิจกรรมหนกั ๆ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี และรวมถึงคุณลกั ษณะต่างๆ ของการมี
สุขภาพและความเป็นอยทู่ ี่ดีของบุคคลซ่ึงมีองคป์ ระกอบต่างๆ ไดแ้ ก่
1. สมรรถภาพของระบบไหลเวียนโลหิตและหายใจ (Cardio –Respiratory Fitness)
2. ความอดทน (Endurance)
3. ความแขง็ แรง (Strength)
4. ความอ่อนตวั (Flexibililty)
5. สดั ส่วนของร่างกายท่ีพอเหมาะ (Body Composition)
7
Hoeger (อา้ งถึงใน วิสูตร์, 2537 : 21) ไดแ้ บ่งองคป์ ระกอบของสมรรถภาพทางกายออกเป็น 2
ประเภท คือ
1. สมรรถภาพทางกายท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั สุขภาพ (health-related physical fitness) ซ่ึงมีอยู่ 4
องคป์ ระกอบ คือ
1) ความอดทนของระบบหลอดเลือดและหวั ใจ
2) ความอดทนและความแขง็ แรงของกลา้ มเน้ือ
3) ความอ่อนตวั
4) ส่วนประกอบของร่างกาย
2. สมรรถภาพทางกายที่เก่ียวขอ้ งกบั การมีทกั ษะที่ดี (skill–related physical fitness) องคป์ ระกอบน้ี
มีความสาคญั สาหรับนกั กีฬาที่จะส่งผลใหป้ ระสบผลสาเร็จ ซ่ึงเป็นองคป์ ระกอบที่เพมิ่ ข้ึนในองคป์ ระกอบ
ของการมีสุขภาพดี ดงั น้ีคือ
1) ความอดทนของระบบหลอดเลือดและหวั ใจ
2) ความอดทนและความแขง็ แรงของกลา้ มเน้ือ
3) ความอ่อนตวั
4) ส่วนประกอบของร่างกาย
5) ความคล่องแคล่ว
6) การทรงตวั มีสมดุล
7) การทางานประสานกนั ของระบบประสาทและกลา้ มเน้ือ
8) กาลงั
9) ปฏิกิริยาตอบสนอง
10) ความเร็ว
8
1.1 ความเร็ว
ธงชยั เจริญทรัพยม์ ณี (2547: 327) ไดใ้ ห้ความหมายว่าความเร็ว(Speed) หมายความว่าการหดตวั
และคลายตัวของกล้ามเน้ือได้เต็มที่และรวดเร็วภายใต้การควบคุมของระบบประสาท ความเร็วเป็ น
องคป์ ระกอบของนกั กีฬาเกือบทุกชนิด โดยทว่ั ไปความเร็วแบ่งออกไดเ้ ป็น 3 ประเภท
1)ความเร็วในการวิ่ง คือการว่ิงอยา่ งรวดเร็วและแรงเตม็ ที่ ซ่ึงความสามารถในการว่ิงจะเร็วมากหรือ
นอ้ ยข้ึนอยกู่ บั ความถี่ของกา้ วและความยาวของกา้ วและระยะเวลา
2)ความเร็วในการเคล่ือนที่ เป็ นความเร็วท่ีมีการเคล่ือนไหวเป็ นลาดับข้นั ตอนท้ังชุด เช่น การ
กระโดดตบ การขวา้ ง การตี เป็ นตน้ ปัจจยั ท่ีสาคญั ต่อความเร็วในการเคล่ือนที่ข้ึนอยู่กบั ความแขง็ แรงของ
กลา้ มเน้ือเฉพาะส่วนที่อยใู่ นระดบั พอเหมาะ
3)การตอบโตอ้ ย่างทนั ทีทนั ใด เช่นการตดั สินใจรับลูกฟุตบอลจากการยงิ ประตูจากจุดโทษในกีฬา
ฟตุ บอลผรู้ ักษาประตูตอ้ งตดั สินใจทนั ทีวา่ จะพงุ่ ไปในทิศทางใด ดงั น้นั ความเร็วในการตดั สินใจและตอบโต้
ไดด้ ีและเคล่ือนท่ีไดเ้ ร็วจึงตอ้ งมีทกั ษะท่ีดีและถูกตอ้ งเป็นพ้ืนฐาน
เจริญ กระบวนรัตน์ (2545: 39) กล่าวว่าความเร็วคือ คุณสมบตั ิหน่ึงที่ไดม้ าจากการถ่ายทอดทาง
พนั ธุกรรมและอีกส่วนหน่ึงมาจากการเรียนรู้หรือการฝึ ก มีนกั กีฬาจานวนไม่น้อยเขา้ ใจผิดว่าความเร็วเป็ น
คุณสมบตั ิเฉพาะตวั ที่ไม่สามารถฝึ กฝนให้ดีข้ึนได้ นักกีฬาท่ีจะประสบความสาเร็จจะตอ้ งมีพรสวรรคม์ า
ต้งั แต่กาเนิดเท่าน้นั ซ่ึงเป็ นความคิดที่ไม่ถูกตอ้ ง เม่ือยอ้ นไปพิจารณาถึงชนิดของเส้นใยกลา้ มเน้ือในร่างกาย
เส้นใยกลา้ มเน้ือ Type II คือเส้นใยท่ีมีบทบาทหนา้ ที่รับผดิ ชอบในดา้ นความเร็วและความแขง็ แรงของเส้น
ใยกลา้ มเน้ือท่ีสามารถหดตวั ไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและให้แรงตึงตวั หรือแรงเบ่งไดส้ ูงสุด และสามารถทาไดด้ ีใน
ช่วงเวลาไม่เกิน 2 นาที ถึงแมว้ ่าการฝึ กความเร็วจะไม่สามารถเพิ่มเส้นใยกลา้ มเย้ือชนิด Type II น้ีไดแ้ ต่
สามารถเพ่ิมเปอร์เซ็นตข์ องเส้นใยกลา้ มเน้ือชนิด Type II ซ่ึงมีคุณสมบตั ิเฉพาะดา้ นความเร็วให้สูงข้ึนได้
ความเร็วคือ ปรากฏการณ์ที่แสดงถึงความสัมพนั ธ์ของระบบประสาทกลา้ มเน้ือ เราตอ้ งเรียนรู้การเดินก่อน
จึงจะว่ิงได้ และเราตอ้ งเรียนรู้การวิ่งก่อนจึงจะสามารถวิ่งไดเ้ ร็วข้ึน ในการวิ่งข้นั พ้ืนฐานน้ันตอ้ งการ การ
ประสานงานของระบบกลา้ มเน้ือมากกว่า 10 มดั ย่ิงฝึ กการเคล่ือนไหวหรือการประสานงานของกลา้ มเน้ือ
ไดม้ ากเท่าใด ประสิทธิภาพการวิ่งกจ็ ะเพ่มิ ข้ึน
9
ปัจจัยทม่ี ีผลต่อความเร็ว
สนธยา สีละมาด(2547:395-397) ไดก้ ล่าวไวว้ ่าการพฒั นาความเร็วจะมีองคป์ ระกอบหลายประการ
เขา้ มาเก่ียวขอ้ งโดยถา้ ไม่คานึงถึงปัจจยั ทางดา้ นพนั ธุกรรม ความเร็วจะข้ึนอยกู่ บั เวลาปฏิกิริยาความสามารถ
ในการเอาชนะแรงตา้ นทานภายนอกของนักกีฬา เทคนิค สมาธิและความต้งั ใจ และความยืดหยุ่นของ
กลา้ มเน้ือ
1)เวลาปฏิกิริยา เป็ นเวลาต้ังแต่เร่ิมมีการกระตุ้น และนักกีฬารับรู้จนกระท่ังนักกีฬาเร่ิมมีการ
ตอบสนองต่อการกระตุน้ เช่น การเคล่ือนที่ออกจากแท่นปล่อยตวั ของนักว่ิง สาหรับนักกีฬาการมีเวลา
ปฏิกิริยามากหรือนอ้ ยข้ึนอยกู่ บั ความสามารถในการทางานของระบบประสาท
2)ความสามารถในการเอาชนะแรงตา้ นทานภายนอก การเคล่ือนไหวส่วนใหญ่ในการกีฬาพลงั จะ
เป็ นปัจจยั อย่างหน่ึงท่ีเป็ นตวั กาหนดความสามารถในการเคล่ือนไหวอย่างรวดเร็ว ขณะฝึ กซ้อมหรือการ
แข่งขนั แรงตา้ นทานภายนอกท่ีมาทาให้นกั กีฬาไม่สามารถเคล่ือนไหวไดอ้ ยา่ งรวดเร็วจะมาจากแรงดึงดูด
ของโลก อุปกรณ์ ส่ิงแวดลอ้ ม และคู่แข่งขนั การเอาชนะแรงตา้ นทานดงั กล่าวนกั กีฬาจะตอ้ งมีการปรับปรุง
พลงั เพ่ือท่ีจะเพมิ่ แรงในการหดตวั ของกลา้ มเน้ือและทาใหน้ กั กีฬาสามารถเพ่ิมอตั ราความเร็วได้
3)เทคนิค ความสามารถทางดา้ นความเร็วและเวลาปฏิกิริยาบ่อยคร้ังจะข้ึนอยกู่ บั เทคนิคทกั ษะ ท้งั น้ี
เน่ืองจากการจดั ตาแหน่งร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพจะสนบั สนุนการปฏิบตั ิทกั ษะท่ีตอ้ งใชค้ วามเร็ว การ
รักษาตาแหน่งของจุดศูนยถ์ ่วงให้ถูกตอ้ ง และการใชพ้ ลงั งานอยา่ งมีประสิทธิภาพ นอกจากน้ียงั ช่วยใหก้ าร
ปฏิบตั ิการเคล่ือนไหวมีความง่ายข้ึน
4)สมาธิและความต้งั ใจ การมีความสามารถทางด้านพลงั ระดับสูงจะช่วยสนับสนุนให้นักกีฬา
เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว ดังน้ันความเร็วของการเคล่ือนไหวจึงถูกกาหนดโดยความสามารถในการ
เคล่ือนไหว ลกั ษณะของกระบวนการทางระบบประสาท และสมาธิที่ต้งั มน่ั ความต้งั ใจและสมาธิท่ีต้งั มน่ั
เป็นปัจจยั ท่ีสาคญั ในการท่ีจะทาใหน้ กั กีฬาไดร้ ับความเร็วระดบั สูงสุด
5)ความยืดหยุ่นของกลา้ มเน้ือและความสามารถในการคลายตวั ของกลา้ มเน้ือท่ีทาหน้าท่ีและ
กลา้ มเน้ือมดั ตรงขา้ มจะเป็นสิ่งสาคญั ในการท่ีจะทาให้นกั กีฬาเคลื่อนไหวอยา่ งรวดเร็วและปฏิบตั ิเทคนิคได้
อยา่ งถูกตอ้ ง
10
1.2 ความคล่องตวั
ความคล่องตวั (Agility) มีผใู้ หค้ วามหมายไวห้ ลายท่านไดแ้ ก่
เจริญ กระบวนรัตน์ ( 2545: 111) กล่าวว่าความคล่องตวั คือความสามารถในการเคล่ือนที่หรือการ
เคล่ือนไหวในระยะเวลาท่ีส้ันท่ีสุดเป็ นการทางานที่ตอ้ งการความสัมพนั ธ์ของระบบประสาทกลา้ มเน้ือ ซ่ึง
ทาหนา้ ท่ีประสานงานกนั ไดอ้ ยา่ งดีมีปฏิกิริยาตอบสนองไดแ้ ละสามารถเคล่ือนท่ี เคล่ือนไหวเปลี่ยนทิศทาง
ไดอ้ ยา่ งคล่องแคล่ววอ่ งไว
พิชิต ภูติจนั ทร์ (2547) กล่าวว่า ความคล่องตวั คือ การแสดงความสามารถของความเร็วและความ
อ่อนตวั อีกท้งั ยงั เกี่ยวกบั เร่ืองความแม่นยาในการเคลื่อนไหว
ชูศกั ด์ิ เวชแพทย์ (2536: 103) กล่าวว่า ความคล่องตวั มีความสาคญั ในกิจกรรมทุกอยา่ งเกี่ยวกบั การ
เปลี่ยนตาแหน่งของร่างกาย หรือ ส่วนหน่ึงส่วนใดไดโ้ ดยเร็ว การออกตวั ไดเ้ ร็ว การหยดุ ตวั ไดเ้ ร็ว และการ
เปล่ียนทิศทางอยา่ งรวดเร็ว
ไพบูลย์ ศรีชยั สวสั ด์ิ(2538: 21) กล่าวว่า เป็นความสามารถเปลี่ยนอิริยาบถไดอ้ ยา่ งรวดเร็วโดยไม่มี
ความผิดพลาดเกิดข้ึนซ่ึงความคล่องตวั น้ีตอ้ งอาศยั การควบคุมและการประสานงานของระบบประสาท
กลา้ มเน้ือเป็นอยา่ งดี
จีรนนั ท์ โพธ์ิเจริญ(2549: 17) กล่าวไวว้ ่า ความคล่องตวั มีความสาคญั และเป็ นปัจจยั อยา่ งหน่ึงซ่ึงมี
ความจาเป็ นต่อการเล่นกีฬา เพราะกีฬาทุกประเภทตอ้ งอาศยั การเคลื่อนไหวของร่างกาย การเปลี่ยนทิศทาง
และการเปลี่ยนตาแหน่งอยา่ งรวดเร็ว
สรุป ความคล่องตวั คือ การท่ีมีการเปล่ียนแปลงการเคลื่อนไหวทางดา้ นร่างกายไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและ
มีประสิทธิภาพในการปฏิบตั ิกิจกรรมที่มีการเคล่ือนไหว นอกจากน้ีความคล่องตวั ยงั มีประโยชน์ในการเล่น
กีฬาเน่ืองจากกีฬาเป็นกิจกรรมท่ีตอ้ งอาศยั การเคลื่อนไหวทางดา้ นร่างกาย
1.3 ความว่องไว(Quickness)
ความว่องไวคือความสามารถของบุคคลที่จะระเบิดความเร็วจากท่าเตรียมซ่ึงเป็ นกุญแจ
สาคญั ในการท่ีจะเอาชนะคู่แข่ง นักกีฬาท่ีมีความว่องไวจะสามารถเร่งเพิ่มอตั ราเร่งของตนเองให้ไปสู่
11
ความเร็วสูงสุดไดใ้ นช่วงเวลาส้นั ๆ รวมท้งั ความสามารถในการเปล่ียนทิศทางการเคลื่อนไหวท่ีอยา่ งรวดเร็ว
และสามารถเพิ่มความเร็วให้ไปถึงความเร็วสูงสุดได้ การฝึ กความว่องไว ความเร็ว ความคล่องตวั ท้งั สาม
อยา่ งมีความเก่ียวขอ้ งซ่ึงกนั และกนั หรือท่ีเราเรียกการฝึ กเหล่าน้ีวา่ การฝึ กระบบประสาทและกลา้ มเน้ือ แบบ
ฝึ กเหล่าน้ีจะช่วยให้นักกีฬาตอบสนองเร็วข้ึนและนักกีฬาสามารถควบคุมกล้ามเน้ือและการทางาน
ประสานกนั ของส่วนต่างๆของร่างกายไดด้ ีข้ึนอีกดว้ ย ความคล่องตวั เป็ นสิ่งสาคญั เพราะว่าความคล่องตวั
ช่วยเพม่ิ ความสามารถในการเคล่ือนไหวไปในทิศทางต่างๆ
การฝึกระบบประสาทกลา้ มเน้ือคือการฝึกทกั ษะใหค้ วามสาคญั กบั คุณภาพของการฝึกไม่ใช่ปริมาณ
ของการฝึก การฝึกจะตอ้ งอยใู่ นช่วงพกั และในการฝึกควรจะมีการพกั เมื่อเกิดการลา้ เกิดข้ึน นกั กีฬาควรที่จะ
เคลื่อนท่ีเทา้ ไดร้ วดเร็วข้ึนเม่ือการฝึกแต่ละช่วงผา่ นไป
การฝึกที่เป็นความวอ่ งไว ความคล่องตวั และพลยั โอเมตริก ตามแนวคิดของ Craig Ballantyne โดย
การฝึกน้ีเป็นการฝึกระบบประสาทและกลา้ มเน้ือ ซ่ึงเมื่อฝึกแลว้ จะทาใหเ้ กิดการพฒั นาความคล่องตวั
2.หลกั การฝึ กรูปแบบ SAQ
หลกั ในการฝึ กรูปแบบเอส เอ คิว น้นั จะเป็ นการผสมผสานระหว่างการฝึ กความเร็ว ความคล่องตวั
และความว่องไวโดยมีหลกั ของความสัมพนั ธ์ของระบบประสาทและกลา้ มเน้ือ เขา้ มาเป็ นหลกั ในการฝึ ก
ความคล่องตวั และความวอ่ งไว ในการฝึ กน้ีนกั กีฬาที่มีความสัมพนั ธ์ของระบบประสาทกลา้ มเน้ือท่ีดีน้นั จะ
ทาให้ระบบประสาทส่วนกลางและกลา้ มเน้ือในการที่จะปฏิบตั ิการเคลื่อนไหวที่มีความยากได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ความสัมพนั ธ์ของระบบประสาทกลา้ มเน้ือน้นั เป็นความสามารถทางดา้ นร่างกายท่ีควบคุมให้
ร่างกายเคลื่อนไหวอยา่ งมีประสิทธิภาพ
เวลาปฏิกิริยา(Reaction Time) เป็ นเวลาต้ังแต่มีการเริ่มต้นการกระตุ้นจนถึงเวลาท่ีนักกีฬาได้
ตอบสนองการกระตุน้ ความสามารถในการทางานของระบบประสารทจะมีความสาคญั อย่างมากในการ
ฝึ กฝนและช่วยลดเวลาปฏิกิริยา เวลาปฏิกิริยาจะถูกนามาใชม้ ากในกีฬาประเภทท่ีตอ้ งใชค้ วามรวดเร็วของ
แขนและขา เช่น การออกหมดั ในการชกมวย การหลบหมดั การยงิ ประตูในกีฬาฟุตบอล การตีปิ งปอง เป็ น
ตน้ การพฒั นาเวลาปฏิกิริยา นกั กีฬาสามารถฝึ กไดโ้ ดยการฝึ กสมองหรือระบบประสาทให้มีความรวดเร็ว
ก่อน นกั กีฬาตอ้ งฝึ กโดยการเคล่ือนไหวที่มีความรวดเร็วในการเคล่ือนท่ี ในการพฒั นาเวลาปฏิกิริยาเราตอ้ ง
12
ให้ระบบการทางานที่เราตอ้ งการจะพัฒนาเรื่องเวลาปฏิกิริยาเป็ นไปอย่างอตั โนมัติท้ังระบบประสาท
กลา้ มเน้ือ เช่น การท่ีออกตวั วิ่งไปยงิ ลูกฟุตบอล โปรแกรมความคิดชา้ ๆตอ้ งถูกแทนท่ีดว้ ยโปรแกรมกลไกที่
มีความรวดเร็ว การพฒั นาความวอ่ งไว การฝึกซอ้ มการเคล่ือนที่ท่ีตอ้ งใชค้ วามวอ่ งไวน้นั นกั กีฬาจะตอ้ งมีการ
เคลื่อนท่ีหลายแบบ เช่น แบบเร่งความเร็ว ลดความเร็ว และหยุด ไปในทิศทางต่างๆ ท้งั การเคลื่อนที่ไป
ทางซา้ ย เคลื่อนที่ไปทางขวา เคลื่อนที่ไปขา้ งหนา้ และเคล่ือนที่ไปขา้ งหลงั และควรฝึ กซอ้ มให้ใกลเ้ คียงกบั
ระยะทางจริงท่ีใชใ้ นการแข่งขนั
3.หลกั การสร้างโปรแกรม
การปฏิบตั ิกิจกรรมทางกายใดๆกต็ ามของบุคคลจะนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางดา้ นกายวิภาคศาสตร์
สรีรวทิ ยา ชีวเคมีและสภาพจิตใจของบุคคล โดยการเปล่ียนแปลงจะเกิดข้ึนกบั ตวั แปร ไดแ้ ก่
ปริมาณการฝึ กซ้อม
ปริมาณการฝึ กซอ้ มเป็นส่ิงที่ผฝู้ ึ กสอนจะตอ้ งพิจารณาใหค้ วามสาคญั เป็นอนั ดบั แรกสาหรับนกั กีฬา
ที่ตอ้ งการฝึ กซอ้ มเทคนิค แทคติกและการพฒั นาสมรรถภาพทางกายท่ีเฉพาะเจาะจงมากข้ึนในวนั ขา้ งหน้า
ปริมาณการฝึ กซอ้ มจะหมายถึงจานวนของกิจกรรมท่ีปฏิบตั ิในการฝึ กซอ้ มหรือจานวนงานท้งั หมดท่ีปฏิบตั ิ
ขณะฝึกซอ้ มแต่ละคร้ังหรือในแต่ละระยะของการฝึกซอ้ ม
ปริมาตรการฝึ กซอ้ มเป็นส่ิงท่ีมีความสาคญั เป็นอยา่ งมากสาหรับนกั กีฬาในการท่ีจะกา้ วข้ึนไปสู่การ
เป็ นผทู้ ่ีมีความสมบูรณ์ทางกายระดบั สูงปริมาณการฝึ กซอ้ มเป็นพ้ืนฐานสาหรับนกั กีฬาทุกประเภท ไม่เพียง
เฉพาะนกั กีฬาท่ีตอ้ งการความอดทนแบบใชอ้ อกซิเจน เป็ นสมรรถภาพทางกายที่สาคญั แต่ยงั รวมถึงนกั กีฬา
ที่ตอ้ งอาศยั การปฏิบตั ิทกั ษะเทคนิคหรือแทคติกค่อนขา้ งสูงและการฝึ กซอ้ มสมรรถภาพที่ตอ้ งมีการปฏิบตั ิ
ซ้าหลายเที่ยว เช่น การพฒั นาความเร็ว การให้ความสาคญั กบั ปริมาณการฝึ กซอ้ มในช่วงแรกเมื่อเขา้ สู่วงจร
การฝึ กซอ้ มโดยเฉพาะในช่วงก่อนการแข่งขนั จะช่วยใหม้ ีความง่ายมากข้ึนในการท่ีนกั กีฬาจะเพ่ิมความหนกั
ของการฝึกซอ้ มใหส้ ูงข้ึนเม่ือเขา้ สู่การฝึกซอ้ มในช่วงการแขง่ ขนั
ปริมาณการฝึ กซ้อมสามารถแบ่งได้ 2 ลกั ษณะ คือปริมาณการฝึ กซ้อมสัมพทั ธ์และปริมาณการ
ฝึกซอ้ มสมบูรณ์ ปริมาณการฝึ กซอ้ มสัมพทั ธจ์ ะหมายถึงจานวนเวลาการฝึ กซอ้ มท้งั หมดของนกั กีฬาหรือทีม
กีฬาที่ใชไ้ ประหว่างการฝึ กซอ้ มในแต่ละคร้ังหรือในแต่ละระยะเวลาของการฝึ กซอ้ ม ปริมาณการฝึ กซ้อม
13
สมั พทั ธจ์ ึงไม่ใช่คา่ ที่เฉพาะของนกั กีฬาแต่ละบุคคล กล่าวคือ ในระยะเวลาของการฝึกซอ้ มท้งั หมด ผฝู้ ึกสอน
จะไม่ทราบว่าปริมาณการทางานของนักกีฬาแต่ละบุคคลต่อหน่วยเวลาเป็ นเท่าไหร่ ขณะท่ีปริมาณการ
ฝึ กซ้อมสมบูรณ์ หมายถึง จานวนของงานท่ีปฏิบตั ิโดยนักกีฬาแต่ละบุคคลต่อหน่วยเวลา ซ่ึงมีความหาย
เฉพาะกบั นกั กีฬา
ความหนักของการฝึ กซ้อม
ความหนักของการฝึ กซ้อมเป็ นคุณภาพของการทางานท่ีนักกีฬาปฏิบตั ิในช่วงเวลาที่กาหนด โดย
ความหนกั ของการฝึ กซอ้ มจะพิจารณาบนพ้ืนฐานการทางานของระบบไหลเวียนเลือด ระบบประสาทและ
การทางานของกลา้ มเน้ือขณะฝึ กซอ้ มหรือการแข่งขนั เป็ นสาคญั ความแรงของกระแสประสาทที่ใชก้ ระตุน้
การทางานของกลา้ มเน้ืออตั ราการเตน้ ของหัวใจและความตึงเครียดของสภาพจิตใจท่ีเกิดข้ึนขณะออกกาลงั
กายจะเป็นตวั บ่งบอกความหนกั ของการฝึกซอ้ มเป็นอยา่ งดี
การควบคุมความหนักในการฝึ กซ้อม
การฝึ กซอ้ มบางคร้ังนกั กีฬาจะตกอยูใ่ ตร้ ะดบั ความหนักที่หลากหลาย ผูฝ้ ึ กสอนควรมีการกาหนด
และควบคุมความหนกั ของการฝึกซอ้ มโดยใช้การตอบสนองทางสรีระวิทยาของร่างกายต่อระดบั ความหนกั
ของการฝึ กซอ้ ม โดยเฉพาะวดั อตั ราการเตน้ ของหวั ใจขณะฝึกซอ้ มซ่ึงจะมีประโยชน์อยา่ งมากในการฝึกซอ้ ม
การใช้ความหนักของการฝึ กซ้อมหรือการออกกาลงั กายระดบั ต่า อตั ราการพฒั นาจะเกิดข้ึนอย่างชา้ ๆแต่
อตั ราการพฒั นาจะเกิดข้ึนอย่างสม่าเสมอและมีความคงท่ีและมีความมนั่ คงของความสมบูรณ์ทางกาย ตรง
ขา้ มกบั การออกกาลงั กายท่ีมีความหนักสูงจะเป็ นผลให้มีการเพิ่มข้ึนอย่างรวดเร็ว แต่จะนาไปสู่ความไม่
มนั่ คงของการพฒั นาการ ใชแ้ ต่เพียงความหนกั สูงจึงไม่ใช่วิธีการฝึกซอ้ มที่มีประสิทธิภาพสูง การฝึกซอ้ มท่ีดี
ควรสลบั กนั ระหวา่ งปริมาณและความหนกั ในอตั ราที่เหมาะสม
4.การพฒั นาความคล่องตวั ในนักกฬี าฟุตบอล
วรเกียรติ จนั ทร์ศรี(2548: 6-8) ไดก้ ล่าวไวว้ ่าการเสริมสร้างความคล่องตวั จะตอ้ งยึดหลกั ในการฝึ ก
เพื่อเป็ นพ้ืนฐานในกิจกรรมและจะตอ้ งฝึ กปฏิบตั ิการเคล่ือนไหวน้ันๆอย่างถูกตอ้ งซ้าแลว้ ซ้าเล่าและดว้ ย
ความเร็วสูงซ่ึงพอสรุปไดด้ งั น้ี
14
1. การสร้างความสัมพนั ธ์ของกลุ่มกลา้ มเน้ือ หมายถึง กลุ่มกลา้ มเน้ือที่ทาหนา้ ท่ีอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง
หรือตอ้ งทางานร่วมกบั ขอ้ ต่อเพ่ือใชส้ าหรับกิจกรรมน้นั ๆจะตอ้ งไดร้ ับการฝึ กใหเ้ กิดทกั ษะและความชานาญ
เพื่อพฒั นาในดา้ นความเร็ว
2. พลงั และความแข็งแรงของกลา้ มเน้ือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลา้ มเน้ือมัดใหญ่ๆท่ีจาเป็ นต่อการ
เคล่ือนที่ของร่างกาย ซ่ึงจะเป็ นส่วนช่วยใหเ้ กิดความคล่องตวั ไดด้ ี รวมท้งั ควบคุมทิศทางในการเคลื่อนที่ได้
อยา่ งแม่นยา
3. เวลาปฏิกิริยา จะตอ้ งไดร้ ับการฝึ กเพื่อการตอบสนองท่ีรวดเร็วเมื่อไดร้ ับการกระตุน้ ในระดบั ใด
ระดบั หน่ึงที่ตอ้ งการ ดงั น้นั การสร้างสมาธิหรือการทาจิตใจให้สงบเพ่ือเตรียมรับสถานการณ์ท่ีเป็ นตวั แปร
อยา่ งหน่ึงท่ีจะทาใหก้ ารตอบสนองน้นั ชา้ หรือเร็ว
4. ความอ่อนตวั เป็ นความสามารถของขอ้ ต่อร่างกาย กลา้ มเน้ือท่ีทาการเคลื่อนไหวของร่างกาย
เป็ นไปได้เต็มช่วงของการเคล่ือนไหว การฝึ กความอ่อนตวั ควรจะฝึ กในช่วงวยั เจริญเติบโตซ่ึงจะมีผล
มากกวา่ วยั อื่น
เกรเฮม (Graham.2000:24-29) ได้กล่าวไว้ว่าความคล่องตัวสามารถเพ่ิมได้โดยการฝึ กใน
ส่วนประกอบต่างๆดงั น้ี
1. การทางานร่วมกนั ของกลา้ มเน้ือ
2. พลงั ของกลา้ มเน้ือ
3. เวลาปฏิกิริยา
4. ความเร็ว
5. การทรงตวั
สอดคลอ้ งกับเบอร์เนสและเอททาเวย์ กล่าวไวว้ ่าความคล่องตวั สามารถเพ่ิมได้โดยการฝึ กใน
ส่วนประกอบต่างๆดงั ต่อไปน้ี
1. การทรงตวั
2. ความเร็ว
15
3. ความแขง็ แรงของกลา้ มเน้ือ
4. การทางานร่วมกนั ของกลา้ มเน้ือ
กล่าวโดยสรุป คือ สมรรถภาพที่เป็ นส่วนประกอบที่จะสามารถพฒั นาความคล่องตวั ไดน้ ้นั จะตอ้ ง
มีการพฒั นาสมรรถภาพในด้านการทางานร่วมกนั ของกลา้ มเน้ือ พลงั ของกลา้ มเน้ือ ความแข็งแรงของ
กลา้ มเน้ือ เวลาปฏิกิริยา ความเร็วและการทรงตวั ซ่ึงที่ไดก้ ล่าวมาน้นั เป็ นพ้ืนฐานของความคล่องตวั ทาให้
ความคล่องตวั เพ่ิมประสิทธิภาพ แต่ควรตระหนกั ถึงวิธีการที่ดีที่สุดในการท่ีจะเพมิ่ ความคล่องตวั เฉพาะส่วน
กค็ วรฝึกปฏิบตั ิการเคลื่อนไหวน้นั ๆ อยา่ งถูกตอ้ งเป็นประจาสม่าเสมอและตอ้ งกระทาดว้ ยความเร็วสูงดงั น้นั
ในการพฒั นาความคล่องตวั ของนกั กีฬาฟตุ บอลจึงมีความเหมาะสมที่จะนาหลกั การฝึกในรูปแบบของ เอสเอ
คิวร่วมกบั การฝึกฟตุ บอลตามปกติเพ่ือพฒั นาความคล่องตวั ใหส้ ูงข้ึน
5.ปัจจยั ทมี่ อี ทิ ธิพลต่อความคล่องตัว
ชูศกั ด์ิ เวชแพทยแ์ ละกันยา ปาละวิวธั น์ (2540:168-170) รายงานว่าปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อความ
คล่องตวั มีดงั ต่อไปน้ีคือ
1. ลกั ษณะรูปร่างของร่างกาย คนรูปร่างผอมสูงมกั มีความคล่องตวั นอ้ ยเช่นเดียวกบั อว้ นเต้ีย คนท่ีมี
ความสูงขนาดกลางและมีกลา้ มเน้ือแข็งแรงจะมีความคล่องตวั ดี อย่างไรก็ตามยงั มีขอ้ ยกเวน้ เพราะความ
คล่องตวั ข้ึนอยกู่ บั การฝึกอยา่ งมาก
2. อายุและเพศ เด็กจะไม่มีความคล่องตัวเพ่ิมข้ึนแต่อาจจะลดลงบ้างหลังจากระยะที่ร่างกาย
เจริญเติบโตเร็วผา่ นไปแลว้ ความคล่องตวั จะเพ่ิมข้ึนอีกอยา่ งชา้ ๆจนโตเป็นผใู้ หญ่หลงั จากน้ีอีก 2-3 ปี ความ
คล่องตวั จะเริ่มลดลง เดก็ ผชู้ ายจะมีความคล่องตวั มากกวา่ เด็กผหู้ ญิงเพียงเลก็ นอ้ ย เม่ืออายนุ อ้ ยจนถึงวยั หนุ่ม
สาวหลงั จากวยั หนุ่มไปแลว้ เดก็ ผชู้ ายจะมีความคล่องตวั มากกวา่ เดก็ ผหู้ ญิงมาก
3. ภาวะน้าหนักเกิน เมื่อน้าหนักเกินจะมีผลโดยตรงในการลดความคล่องตวั โดยจะเพ่ิมแรงเฉ่ือย
ใหก้ บั ร่างกายและส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทาใหค้ วามเร็วในการหดตวั ของกลา้ มเน้ือลดลง การเปล่ียนทิศทาง
ในการเคลื่อนไหวจึงชา้ ลง
16
4. ความเม่ือยลา้ จะลดความคล่องตวั คือความเม่ือยลา้ จะลดประสิทธิภาพในส่วนประกอบต่างๆของ
ความคล่องตวั อนั ไดแ้ ก่ พลงั ของกลา้ มเน้ือ เวลา ปฏิกิริยา ความเร็วในการเคลื่อนไหว กาลงั และท่ีสาคญั
โดยเฉพาะ คือความเม่ือยลา้ จะทาใหก้ ารร่วมงานกนั ของลา้ มเน้ือลดลง
สอดคลอ้ งกบั วุฒิพงษ์ ปรมตั ถาวรและอารี ปรมตั ถาวร (2537:59) ท่ีกล่าวไวว้ ่าปัจจยั ท่ีมีผลต่อ
ความคล่องตวั ยงั อาจสรุปไดด้ งั ต่อไปน้ี
1. ระยะเวลาที่ใชใ้ นการฝึกซอ้ ม การท่ีใหส้ ่วนของร่างกายท่ีตอ้ งการจะฝึกปฏิบตั ิกิจกรรมน้นั ๆ ไดม้ ี
โอกาสทางานมากกวา่ ปกติ มีผลทาใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงพฒั นาการทางานซ่ึงระยะเวลาท่ีใชใ้ นการฝึกซอ้ ม
น้ีจะตอ้ งจดั ให้เหมาะสมกบั ผฝู้ ึ กซอ้ ม กล่าวคือ จะตอ้ งพิจารณาถึงความแตกต่างทางดา้ นสภาพร่างกายของ
แต่ละบุคคลดว้ ย เพราะจะตอ้ งระมดั ระวงั มิให้การฝึ กซ้อมยาวนานหรือหนักหน่วงเกินไป จนอยู่ในภาวะ
ซอ้ มเกิน มีผลทาใหส้ มรรถภาพทางกายเสื่อมลงและอาจจะส่งผลทาใหเ้ กิดการบาดเจบ็
2. รูปร่างของร่างกาย คนท่ีมีรูปร่างผอมสูง มกั จะมีความคล่องตวั นอ้ ยกวา่ คนที่มีรูปร่างสูงปานกลาง
เน่ืองจากมีขอ้ จากดั ทางดา้ นระบบการเคล่ือนไหว แต่ก็มีขอ้ ยกเวน้ เพราะความคล่องตวั น้ีข้ึนอยู่กบั ปัจจยั
หลายประการโดยเฉพาะการฝึกซอ้ ม
3. น้าหนกั ของร่างกาย คนท่ีมีน้าหนกั ตวั เกินจะมีผลโดยตรงต่อความคล่องตวั เพราะน้าหนกั จะเป็ น
ตวั เพิ่มแรงเฉื่อยทาใหก้ ลา้ มเน้ือตอ้ งทางานหนกั ข้ึนจึงเชื่องชา้
4. อายุ เด็กจะมีการพฒั นาในดา้ นความคล่องตวั จนถึงอายุ 12 ปี ต่อจากน้ันจะค่อยพฒั นาอยา่ งชา้ ๆ
จนถึงวยั ผใู้ หญ่แลว้ ความคล่องตวั กจ็ ะค่อยๆลดลงเมื่ออายมุ ากข้ึน
5. เพศ ถา้ เปรียบเทียบหญิงกบั ชาย จะเห็นผลความแตกต่างของสมรรถภาพทางกายทุกประเภทท้งั
โดยแทแ้ ละเปรียบเทียบ ส่วนของขอ้ ที่เห็นไดช้ ดั คือ ส่วนของน้าหนกั ท่ีเป็นกลา้ มเน้ือเมื่อเทียบส่วนแลว้ นอ้ ย
กวา่ ดว้ ยเหตุน้ีความคล่องตวั ของชายจึงมีสูงกวา่ หญิง
6. ความเมื่อยล้า เนื่องจากความคล่องตัวต้องอาศัยการทางานของกล้ามเน้ือ ดังน้ัน หากกลุ่ม
กลา้ มเน้ือดงั กล่าวเกิดความเม่ือยลา้ จากการทางาน ก็จะมีผลโดยตรงมาที่ระบบประสาทส่ังงานใหก้ ลา้ มเน้ือ
ทางาน คือระบบประสาทและระบบกลา้ มเน้ือนนั่ เองและจะส่งผลไปถึงความคล่องตวั อีกดว้ ย
17
7. ความสามารถในการทางานร่วมกนั ของระบบประสาทและระบบกลา้ มเน้ือ ซ่ึง 2 ระบบน้ีจะตอ้ ง
ทางานร่วมกนั อยา่ งมีประสิทธิภาพ ถึงจะทาให้เกิดความคล่องตวั สูง ดงั น้นั ถา้ จดั กิจกรรมให้ร่างกายไดฝ้ ึ ก
บ่อยๆ ทกั ษะและความชานาญจากการฝึกกจ็ ะมีการพฒั นาและเกิดความคล่องตวั ในท่ีสุด
ธวชั วีระศิริวฒั ์ (2538:154) กล่าวถึงบุคคลจะมีความคล่องตวั มากน้อยเพียงใดข้ึนอยู่กับปัจจัย
ดงั ต่อไปน้ี
1. การประสานงานของระบบกลา้ มเน้ือและระบบประสาท
2. ลกั ษณะสดั ส่วนรูปร่าง
3. น้าหนกั ของร่างกาย
4. อายุ
5. เพศ
6.งานวจิ ัยทีเ่ กยี่ วข้อง
งานวจิ ัยภายในประเทศ
จีรนันท์ โพธ์ิเจริญ(2549:122) ได้ทาการศึกษาผลของการฝึ กรูปแบบ เอส เอ คิว ท่ีมีต่อความ
คล่องตวั ของนักกีฬาเนตบอลกลุ่มตวั อย่างท่ีใชใ้ นการศึกษาเป็ นนักกีฬาเนตบอลของโรงเรียนนนทรีวิทยา
จานวน 20 คน แบ่งกลุ่มตวั อย่างออกเป็ น 2 กลุ่ม คือกลุ่มควบคุมจานวน10 คน กลุ่มทดลองจานวน 10 คน
ทาการวดั ความคล่องตวั โดยใชแ้ บบทดสอบความคล่องตวั ของอิลลินอยส์ ก่อนการฝึกหลงั การฝึกสปั ดาห์ที่4
และหลงั สัปดาห์ที่ 8 การรวบรวมขอ้ มูลโดยใชว้ ิธีการหาคา่ เฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทดสอบหาค่าทีและ
วิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวดั ซ้าแลว้ ทา การหาค่าความแตกต่างเป็ นรายคู่โดยใชว้ ิธีการของ บอนเฟอ
โรนี(Bonferoni) ผลการวิจยั พบว่ากลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง ก่อนการฝึ กหลงั การฝึ กสัปดาห์ที่ 4 ไม่
แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติท่ีระดับ .05 และหลงั การฝึ กสัปดาห์ที่ 8 พบว่าแตกต่างกันอย่างมี
นยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 กลุ่มควบคุมก่อนการฝึ กหลงั การฝึ กสัปดาห์ท่ี 4 และหลงั การฝึ กสัปดาห์ท่ี 8
แตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 กลุ่มทดลอง ก่อนการฝึ ก หลงั การฝึ กสัปดาห์ที่ 4 และหลงั
สัปดาห์ท่ี 8 แตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05
18
วิชชุดา ไชยราช(2546:บทคดั ย่อ) ไดท้ าการศึกษาเร่ืองระดบั ความว่องไวของนักเรียนระดบั ความ
ว่องไวของนักเรียนระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในจงั หวดั ศีรษะเกษ
ประจาปี 2546 กลุ่มตวั อย่างที่ใชใ้ นการศึกษาเป็ นนักเรียนหญิง ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ปี ที่ 1-3 สังกดั
สานกั งานการประถมศึกษาจงั หวดั ศีรษะเกษจานวน 667 คน โดยแยกเป็นนกั เรียนชาย317 คน นกั เรียนหญิง
350 คน โดยการสุ่มแบบหลายข้นั ตอน เครื่องมือท่ีใชใ้ นการรวบรวมขอ้ มูลคือแบบทดสอบความว่องไว 8
รายการ แบ่งเป็นชาย 4 รายการ หญิง 4 รายการ สถิติที่ใชใ้ นการรวบรวมขอ้ มูลคือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐานและคะแนนที (T- Score) ผลการศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ยและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานของความว่องไว
แบบไม่มีทิศทางของนกั เรียนหญิงในการทดสอบวิ่งกลบั ตวั 15 วินาที ของเบอร์ฟี มีค่าเท่ากบั 4.87 คร้ัง และ
0.79 คร้ัง ตามลาดบั
จุลเกียรติ หงษา (2546: บทคดั ยอ่ ) ไดท้ าการศึกษาผลของการฝึ กวิ่งรูปแบบตวั X และรูปแบบตวั M
ท่ีมีต่อความคล่องแคล่วว่องไวในกีฬาเทนนิส กลุ่มตวั อยา่ งท่ีใชใ้ นการวิจยั เป็นนกั ศึกษาชายของวิทยาลยั พล
ศึกษาจงั หวดั อ่างทอง ระดบั ปวช. มีอายรุ ะหวา่ ง 17-18 ปี จานวน 30 คน แบ่งกลุ่มตวั อยา่ งออกเป็น 3 กลุ่ม ๆ
ละ 10 คน คือกลุ่มควบคุมฝึ กโปรแกรมเทนนิสเพียงอยา่ งเดียว กลุ่มทดลองที่ 1 ฝึ กวง่ิ รูปแบบตวั X ควบคู่กบั
การฝึ กโปรแกรมเทนนิส กลุ่มทดลองท่ี 2 ฝึ กวง่ิ รูปแบบตวั M ควบคูก่ บั การฝึ กโปรแกรมเทนนิส ผลการวิจยั
พบว่าค่าเฉล่ียความคล่องแคล่วว่องไวระหวา่ งกลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 หลงั การฝึก
สปั ดาห์ท่ี 4 และสัปดาห์ท่ี 8 มีค่าเฉลี่ยของความคล่องแคล่วว่องไวไม่แตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ี
ระดบั .05 และภายในกลุ่มควบคุมภายหลงั การฝึ กสัปดาห์ท่ี 8 ไม่แตกต่างกนั อย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติท่ี
ระดบั .05 แต่กลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองท่ี 2 หลงั การฝึ กสัปดาห์ท่ี 8 แตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทาง
สถิติท่ีระดบั .05 และพบว่าค่าเฉลี่ยของความคล่องแคล่วว่องไวในกลุ่มที่ 2 มีค่ามากที่สุด สรุปไดว้ ่าในการ
ฝึ กความคล่องแคล่วว่องไวในนักกีฬาเทนนิสน้ันสามารถนารูปแบบการฝึ กความคล่องแคล่วว่องไวท้งั 2
รูปแบบ ไดแ้ ก่การฝึ กว่ิงรูปแบบตวั X และรูปแบบตวั M มาฝึ กควบคู่กบั โปรแกรมเทนนิส ซ่ึงจะส่งผลให้
นกั กีฬาสามารถพฒั นาความคล่องแคล่ววอ่ งไวไดด้ ีกวา่ การฝึกโปรแกรมเทนนิสเพียงอยา่ งเดียว
อธิวฒั น์ ดอกไมข้ าว(2547: บทคดั ยอ่ ) ไดท้ าการศึกษาผลของการฝึกความเร็วและกาลงั กลา้ มเน้ือขา
ท่ีมีต่อความคล่องตวั ของนกั กีฬาฟุตบอล กลุ่มตวั อยา่ งที่ใชใ้ นการวิจยั นกั ฟุตบอลเพศชาย โรงเรียนวดั ม่วง
คนั ท่ีมีอายรุ ะหวา่ ง 13-14 ปี จานวน 30 คน แบ่งกลุ่มตวั อยา่ งออกเป็น 3 กลุ่มๆละ 10 คน โดยการสุ่มตวั อยา่ ง
เขา้ กลุ่มคือกลุ่มควบคุม ฝึ กโปรแกรมฟุตบอลเพียงอยา่ งเดียว กลุ่มทดลองท่ี 1 ฝึ กโปรแกรมความเร็วร่วมกบั
โปรแกรมฟุตบอลและกลุ่มทดลองท่ี2 ฝึ กโปรแกรมกาลงั กลา้ มเน้ือร่วมกบั โปรแกรมฟุตบอล ผลการวิจยั
19
พบว่าค่าเฉล่ียของความคล่องตวั ระหว่างกลุ่มทดลองท่ี 1 และกลุ่มทดลองท่ี 2 หลังการฝึ กสัปดาห์ที่ 8
แตกต่างจากกลุ่มควบคุมอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ค่าเฉล่ียความคล่องตวั ระหว่างกลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่ม
ทดลองท่ี 2 ไม่แตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติภายในกลุ่ม พบว่าค่าเฉลี่ยความคล่องตวั ของกลุ่มควบคุม
ภายหลงั การฝึ กสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 ท้งั กลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 พบว่ามีความแตกต่าง
ของความคล่องตวั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ รวมท้งั แตกต่างจากก่อนการฝึ กอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติแสดง
ว่าการฝึ กความร็วและการฝึ กกาลงั กลา้ มเน้ือขามีผลต่อความคล่องตวั โดยการฝึ กท้งั สองรูปแบบให้ผลไม่
แตกต่างกนั และระยะเวลาที่ยาวนานข้ึนสามารถพฒั นาความคล่องตวั ใหเ้ ห็นผลไดช้ ดั เจนข้ึน
ทวิช ไกลถ่ิน. (2552: บทคดั ยอ่ ). ไดท้ าการศึกษาผลการฝึกแบบผสมผสานท่ีมีต่อความเร็วและความ
คล่องแคล่วว่องไวของนักฟุตบอล.การวิจยั คร้ังน้ีมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษา และเปรียบเทียบผลการฝึ กแบบ
ผสมผสานที่มีต่อความเร็ว และความคล่องแคล่ววอ่ งไวของนกั ฟตุ บอล กลุ่มตวั อยา่ งเป็นนกั กีฬาฟุตบอลชาย
ทีม มหาวิทยาลยั เกษมบณั ฑิต จานวน 20 คน แบ่งเป็ นกลุ่มทดลอง 10 คน และกลุ่มควบคุม 10 คน อายุ
ระหว่าง 19-23 ปี ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง กลุ่มควบคุมฝึ กซ้อมกีฬาฟุตบอลตามปกติ และ กลุ่ม
ทดลองฝึ กโปรแกรมการฝึ กแบบผสมผสาน และฝึ กซอ้ มกีฬาฟุตบอลตามปกติ โดยใชร้ ะยะเวลาในการฝึก 8
สปั ดาห์ สปั ดาห์ละ 2 วนั ผลการวิจยั พบวา่
1. ผลการทดสอบค่าเฉลี่ยเวลาการทดสอบว่ิงเร็ว 50 เมตร (50-Meters Sprint) ของกลุ่มควบคุมก่อน
การฝึ ก หลังการฝึ ก 4 สัปดาห์ และหลังการฝึ ก 8 สัปดาห์ คือ 7.40 วินาที 7.19 วินาที และ 7.15 วินาที
ตามลาดบั และกลุ่มทดลอง ก่อนการฝึ กหลงั การฝึ ก 4 สัปดาห์ และหลงั การฝึ ก 8 สัปดาห์ คือ 7.40 วินาที
7.18 วินาที และ7.08 วินาที ตามลาดับและผลการทดสอบค่าเฉล่ียเวลาการทดสอบวิ่ง 40 หลา (40 Yards
Technical test) ของกลุ่มควบคุมก่อนการฝึ ก หลงั การฝึ ก 4 สัปดาห์ และหลงั การฝึ ก 8 สัปดาห์ คือ 10.44
วนิ าที10.55 วนิ าที และ 10.12 วินาที ตามลาดบั และกลุ่มทดลอง ก่อนการฝึกหลงั การฝึ ก 4 สัปดาห์ และหลงั
การฝึก 8 สัปดาห์ คือ 10.50 วินาที 10.36 วนิ าที และ 9.83 วนิ าที ตามลาดบั
2. ผลการเปรียบเทียบค่าเฉล่ียเวลาการทดสอบความเร็ว 50 เมตร (50-Meters Sprint)
ของกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลองพบวา่ ก่อนการฝึ ก และหลงั การฝึก 4 สัปดาห์ แตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั
ทางสถิติที่ระดับ .05 และหลงั การฝึ ก 8 สัปดาห์ และผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยเวลาการทดสอบความ
คล่องแคล่วว่องไว 40 หลา (40 Yards Technical test) ของกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลองพบว่า ก่อนการฝึ ก
และหลงั การฝึ ก 4 สัปดาห์ แตกต่างกนั อย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 และหลงั การฝึ ก 8 สัปดาห์ มี
ความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติที่ระดับ .05 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติที่
ระดบั .05
20
3. ค่าเฉลี่ยเวลาการทดสอบความเร็ว 50 เมตร (50-Meters Sprint) และการทดสอบความคล่องแคล่ว
ว่องไว 40 หลา (40 Yards Technical test) ก่อนการฝึ ก หลงั การฝึ กสัปดาห์ที่ 4 และหลงั การฝึ กสัปดาห์ท่ี 8
ของกลุ่มควบคุม มีความแตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ ที่ระดบั .05
4. ค่าเฉลี่ยเวลาการทดสอบความเร็ว 50 เมตร (50-Meters Sprint) และการทดสอบความคล่องแคล่ว
วอ่ งไว 40 หลา (40 Yards Technical test) ก่อนการฝึก หลงั การฝึก 4 สปั ดาห์ หลงั การฝึก 8 สัปดาห์ ของกลุ่ม
ทดลองมีความแตกต่างกนั อย่างมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย
เป็ นรายคู่ พบว่า หลงั การฝึ กสัปดาห์ที่ 4 และสัปดาห์ที่ 8 มีความแตกต่างกนั อย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติ ท่ี
ระดบั .05
วฒั นพงษ์ ศรีธรรมมา(2557:บทคดั ย่อ)ผลของการจดั กิจกรรมพลศึกษาโดยใชเ้ ทคนิค เอส เอ คิว
เพื่อเสริมสร้างความคล่องแคล่ววอ่ งไวในกีฬาวอลเล่ยบ์ อลของนกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาตอนตน้ การวจิ ยั
ก่ึงทดลองน้ีมีวตั ถุประสงค์เพ่ือศึกษาผลของการจัดกิจกรรมพลศึกษาโดยใช้เทคนิค เอส เอ คิว เพ่ือ
เสริมสร้างความคล่องแคล่วว่องไวในกีฬาวอลเล่ยบ์ อลของนักเรียนระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาตอนตน้ กลุ่ม
ตวั อยา่ งเป็ นนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาตอนตน้ โรงเรียนลาดปลาเคา้ พิทยาคม จานวน 40 คน แบ่งเป็ น 2 กลุ่ม
กลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง กลุ่มละ 20 คน โดยวิธีการแบ่งกลุ่มแบบจบั คู่ ใชเ้ วลาทดลอง 8 สัปดาห์ๆ ละ 3
วนั ๆ ละ 40 นาที เคร่ืองมือการวิจยั ไดร้ ับการตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหา (IOC = .85) สถิติท่ีใชใ้ นการ
วิเคราะห์ขอ้ มูลไดแ้ ก่ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่า “ที” และวิเคราะห์ความแปรปรวนทาง
เดียวด้วยการวัดซ้ า (One-Way Analysis of Variance With Repeated Measures) และเปรียบเทียบความ
แตกต่างเป็นรายคูโ่ ดยวธิ ีการของแอลเอส ดี (LSD) ผลการวจิ ยั พบวา่
1.ผลการทดลองกลุ่มทดลองมีค่าเฉล่ียความคล่องแคล่วว่องไว ก่อนการทดลอง หลงั การทดลอง 4
สัปดาห์และหลงั การทดลอง 8 สปั ดาห์แตกต่างอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05
2.ผลการทดลองกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีค่าเฉล่ียความคล่องแคล่วว่องไว หลงั การทดลอง 8
สัปดาห์ แตกต่างกบั กลุ่มควบคุมอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05
อรนุช ศรีเขียวพงษ์ (2546: บทคดั ยอ่ ) ไดท้ าการศึกษาผลของความแขง็ แรงและความอ่อนตวั ที่มีต่อ
ความคล่องตวั ของนักฟุตบอล กลุ่มตวั อย่างที่ใชใ้ นการวิจยั เป็ นนักฟุตบอลเพศชายของโรงเรียนจงั หวดั
อ่างทองท่ีมีอายรุ ะหวา่ ง 13-14 ปี จานวน 40 คน แบ่งกลุ่มตวั อยา่ งออกเป็น 4 กลุ่ม ๆ ละ 10 คน โดยแบ่งเป็น
กุล่มควบคุมฝึ กโปรแกรมฟุตบอลอยา่ งเดียว กลุ่มทดลองที่ 1 ฝึ กโปรแกรมความแขง็ แรงร่วมกบั โปรแกรม
การฝึ กฟุตบอล กลุ่มทดลองที่2 ฝึ กโปรแกรมความอ่อนตวั ร่วมกับโปรแกรมการฝึ กฟุตบอล ตามลาดับ
ผลการวิจยั พบว่า ภายหลงั การฝึ กสปั ดาห์ที่ 8 กลุ่มควบคุมฝึ กโปรแกรมฟุตบอลอยา่ งเดียว กบั กลุ่มทดลองที่
ฝึ กดว้ ยดว้ ยโปรแกรมความแข็งแรงควบคู่กบั โปรแกรมความอ่อนตวั ร่วมกบั โปรแกรมการฝึ กฟุตบอล มี
21
ความคล่องแคล่วว่องไวต่างกนั อย่างมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 และพบว่าค่าเฉลี่ยของความคล่องตวั
ของกลุ่มที่ฝึ กดว้ ยโปรแกรมความแขง็ แรงควบคู่กบั การฝึ กโปรแกรมความอ่อนตวั ร่วมกบั โปรแกรมการฝึ ก
ฟุตบอลมีค่าลดลงมากกกว่ากลุ่มท่ีฝึกโปรแกรมความอ่อนตวั ร่วมกบั โปรแกรมการฝึ กฟุตบอลและกลุ่มท่ีฝึ ก
โปรแกรมฟุตบอลอยา่ งเดียว
วศิ าล ไหมวิจิตร(2549: บทคดั ยอ่ ) ไดศ้ ึกษาและเปรียบเทียบผลการฝึกรูปแบบการวงิ่ แบบตวั Z และ
แบบตวั S ที่มีต่อความคล่องตวั ต่อนกั ฟุตซอลหญิง กลุ่มตวั อยา่ งเป็ นนกั ฟุตซอลหญิงทีมชาติไทยในปี 2548
จานวน 20 คน โดยวิธีการสุ่มตวั อยา่ งเขา้ กลุ่ม คือกลุ่มควบคุม 6 คน ฝึ กโปรแกรมฟุตซอลอย่างเดียว กลุ่ม
ทดลองที่ 1 จานวน 7 คน ฝึ กรูปแบบการวิ่งแบบตวั S และกลุ่มทดลองท่ี 2 จานวน 7 คน ฝึ กรูปแบบการว่ิง
แบบตวั Z โดยใชก้ ารฝึ กจานวน 8 สัปดาห์ ๆ ละวนั และทาการทดสอบความว่องไวโดยใช้ lllinios Agility
Test ก่อนการฝึ ก หลงั การฝึ ก 4 สัปดาห์ และหลงั การฝึก 8 สัปดาห์ นาขอ้ มูลท่ีไดม้ าหาค่าเฉล่ียส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน วิเคราะห์ความแปรปรวนและเปรียบเทียบรายคู่โดยใช้วิธีของ Bonferroni ผลการวิจยั พบว่า
ภายหลงั การฝึ กสัปดาห์ท่ี 4 และหลงั การฝึ กสัปดาห์ที่ 8 การทดสอบ ค่าเฉล่ียความคล่องแคล่วว่องไวของ
นกั กีฬาฟุตซอลระหว่างกลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองท่ี 2 แตกต่างกนั อย่างมีนยั สาคญั ทาง
สถิติที่ระดบั .05 ตามลาดบั และทดสอบความแตกต่างเป็ นรายคู่โดยวิธีของ Tukey พบวา่ ท้งั 3 กลุ่ม มีความ
แตกต่างเป็ นรายคู่เหมือนกนั คือระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลองท่ี 1 ระหว่างกลุ่มควบคุมและกลุ่ม
ทดลองที่ 2 ระหว่างกลุ่มทดลองท่ี 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 และค่าเฉล่ีย
ของความคล่องแคล่วว่องไวภายในของกลุ่มควบคุม กลุ่มทดลองท่ี 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 มีความแตกต่าง
อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยวิธีของ Bonferoni พบว่าท้งั 3
กลุ่มมีความแตกต่างเป็นรายคู่เหมือนกนั คือระหว่างก่อนการฝึ กและหลงั การฝึ กสปั ดาห์ท่ี 4 และหลงั การฝึ ก
สปั ดาห์ท่ี 8 อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05
งานวจิ ัยในต่างประเทศ
ฟาร์โรล์ ; และบลูซ (Farrow,Young; Bruce. 2004:Online) ไดท้ าการศึกษาเร่ืองวิธีวิทยาการในการ
ทดสอบความคล่องตวั ในการตอบสนองของนกั กีฬาเนตบอลแบบใหม่ วตั ถุประสงคข์ องการศึกษา เพื่อการ
แสดงให้เห็นเกี่ยวกบั วิธีวิทยาการในการทดสอบความว่องไวในการตอบสนองของนักกีฬาเนตบอลแบบ
ใหม่ แบ่งกลุ่มตวั อยา่ งเป็ น 3 กลุ่ม ตามระดบั ของทกั ษะคือทกั ษะระดบั สูง 12 คน ทกั ษะระดบั กลาง 12 คน
22
ทกั ษะระดบั ต่า 8 คน ใชก้ ารบนั ทึกวิดิโอการเคลื่อนไหวในการรับ-ส่งบอล เพ่ือการวิเคราะห์ ซ่ึงเวลาที่ใชใ้ น
การเคลื่อนไหวและการตดั สินใจจะเป็ นตวั แปรหลกั วตั ถุประสงคร์ องเพ่ือการหาค่าความเท่ียงตรงของการ
ทดสอบ ผลของการศึกษาพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคญั ของการทดสอบความว่องไวท้ัง 2
รูปแบบในกลุ่มทกั ษะระดบั สูงมีความคล่องตวั ท่ีสูงกว่ากลุ่มท่ีมีทกั ษะต่า ท้งั ในดา้ นของการตอบสนองและ
การทดสอบ โดยทวั่ ไปกลุ่มทกั ษะระดบั กลางมีความคล่องแคล่ววอ่ งไวในการตอบสนองที่สูงกวา่ กลุ่มทกั ษะ
ระดบั ต่าอยา่ งมีนยั สาคญั เวลาในการตดั สินใจของกลุ่มที่มีทกั ษะระดบั สูงกม็ ีความรวดเร็วกวา่ กลุ่มท่ีมีทกั ษะ
ในระดบั ต่าอย่างมีนัยสาคญั จากผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าการตดั สินใจและการตอบสนองมีความ
แตกต่างกนั ในการทดสอบท้งั 2 รูปแบบและค่าความเชื่อมน่ั ของการทดสอบท่ีคา่ r=0.83
แคททอรีน เคียนอย (Katherine Kainoa.1997:637) ไดท้ าการศึกษาเรื่อง แบบทดสอบของซีมีนิค
เพ่ือวดั ความเร็ว พลงั และความว่องไว จุดมุ่งหมายของการศึกษาคือตอ้ งการศึกษาความเช่ือมนั่ และความ
เท่ียงตรงของการทดสอบซีมีนิค เพ่ือวดั ความเร็ว พลงั และความว่องไวของเขาสาหรับผหู้ ญิง กลุ่มตวั อยา่ ง
ในการศึกษาคร้ังน้ีเป็นเยาวชนหญิงจานวน 152 คน โดยแบ่งรายการทดสอบออกเป็น 4 กลุ่มดงั น้ี
1. การทดสอบโดยแบบทดสอบซีมินิค (Semenic)
2. ทดสอบโดยแบบทดสอบเฮซากอน(Hexagon Test)
3. ทดสอบโดยแบบทดสอบการยนื กระโดดสูง (Vertical Jump)
4. ทดสอบโดยแบบทดสอบการว่งิ เร็ว 40 หลา(40- Yard Dash)
ผลการวิจยั พบว่า ผลที่ไดค้ ือแบบทดสอบซีมินิคมีค่าความเช่ือมน่ั .98 ขอ้ มูลน้ีแสดงให้เห็นว่า 63
เปอร์เซ็นต์ ของแบบทดสอบซีมีนิคสามารถนาไปพฒั นาพลงั ขา ความเร็วและความว่องไวได้อย่างมี
นยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 นอกจากน้นั แบบทดสอบซีมีนิคสามารถทานายความเร็วขาได้ 34 เปอร์เซ็นต์
พลงั ขาได้ 5 เปอร์เซ็นต์ ความว่องไวได้ 4 เปอร์เซ็นต์ ซ่ึงผฝู้ ึ กสอนสามารถนาไปเป็ นแนวทางในการพฒั นา
ปรับปรุงนกั กีฬาได้ ผลการศึกษาสรุปไดว้ า่ แบบทดสอบซีมีนิคมีค่าความเชื่อมนั่ และความเที่ยงตรงในการวดั
ความเร็วขาแต่ไม่สามารถวดั พลงั หรือความวอ่ งไวของขาได้
ยงั , แมคโดเวล และสคาร์เลท (2001: 315 - 319) ได้ทาการศึกษาเรื่อง “ความเฉพาะเจาะจงของ
วิธีการฝึ กวิ่งระยะส้ันด้วยความเร็วสูงสุดและความคล่องตวั ” เพื่อกาหนดว่าถ้าการฝึ กว่ิงระยะส้ันด้วย
ความเร็วสูงสุดไดเ้ ปลี่ยนเป็ นการทดสอบความสามารถทางดา้ นความคล่องตวั ที่เก่ียวขอ้ งกบั ความซบั ซอ้ น
23
ในการเปลี่ยนแปลงทิศทางหลายๆทิศทางและถา้ การฝึ กความคล่องตวั เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเร็วในการวิ่ง
ระยะส้ันดว้ ยความเร็วสูงสุดในการวิ่งตรงไปขา้ งหนา้ โดยใชผ้ ชู้ ายจานวน 36 คน เป็ นผทู้ ดสอบโดยการวิ่ง
ไปขา้ งหน้าดว้ ยความเร็วสูงสุดในระยะ 30 เมตร และทดสอบความคล่องตวั โดยการเปล่ียนทิศทางที่มุม
ต่างๆกนั 2-5 ทิศทาง โดยทาการฝึ ก 2 คร้ังต่อสัปดาห์ เป็ นเวลา 6 สัปดาห์ ใชก้ ารว่ิงทางตรงดว้ ยความเร็ว
สูงสุดในระยะ 20 – 40 เมตร ผลการศึกษาพบว่าในการปรับปรุงการวิ่งระยะส้ันด้วยความเร็วสูงสุดใน
ทางตรงไปขา้ งหนา้ มีนยั ความสาคญั แต่มีขอ้ จากดั ในการทดสอบความคล่องตวั โดยทว่ั ไปความคล่องตวั ที่มี
ความซบั ซอ้ นมากกว่า อยา่ งนอ้ ยยา้ ยจากการฝึ กความเร็วไปสู่ความคล่องตวั ทางตรงกนั ขา้ ม ผลลพั ธ์ในการ
ปรับปรุงอยา่ งมีนยั สาคญั ในการเปลี่ยนแปลงทิศทาง แต่การปรับปรุงไม่มีนยั สาคญั ในความสามารถในการ
วิ่งระยะส้ันด้วยความเร็วสูงสุดในทางตรงไปขา้ งหน้า ซ่ึงสามารถสรุปไดว้ ่า วิธีการฝึ กวิ่งระยะส้ันด้วย
ความเร็วสูงสุดและการฝึ กความคล่องตวั มีความเฉพาะเจาะจงและผลผลิตถูกจากดั ในการโยกยา้ ยไปสู่ส่ิง
อื่นๆ การคน้ พบน้ีมีความเกี่ยวขอ้ งกนั เพ่ือการออกแบบการฝึ กความเร็วและความคล่องตวั และการทดสอบ
ต่างๆ
24
บทที่ 3
วธิ ีดาเนินการวจิ ยั
การวจิ ยั คร้ังน้ีเป็นการวจิ ยั เชิงทดลอง โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของการฝึก
SAQ ท่ีมีต่อความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟตุ บอลเสนอข้นั ตอนในการวจิ ยั ดงั ต่อไปน้ี
1. การกาหนดกลุ่มตวั อยา่ ง
2. แบบแผนการทดลอง
3. วิธีดาเนินการทดลอง
4. เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการทดลอง
5. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
6. การวิเคราะห์ขอ้ มูล
การกาหนดกล่มุ ตวั อย่าง
กล่มุ ตวั อย่างทใี่ ช้ในการวจิ ยั
กลุ่มตวั อยา่ งท่ีใชใ้ นการวิจยั คร้ังน้ีเป็ นนกั กีฬาฟุตซอลโรงเรียนสภาราชินี จงั หวดั ตรัง จานวน 50
คน โดยไดม้ าจากการเลือกแบบเจาะจง จากน้ันทาการทดสอบความคล่องตวั โดยใช้ Illinois Agility Test
แลว้ ทาการสุ่มแบบเป็ นระบบโดยพิจารณาตามลาดบั เวลาจากน้อยไปมาก ออกเป็ น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 15 คน
โดยกลุ่มทดลองจะไดร้ ับการฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติและกลุ่มควบคุมจะไดร้ ับการ
ฝึกดว้ ยโปรแกรมฝึกปกติเพยี งอยา่ งเดียว
1. กลุ่มทดลอง จานวน 15 คน ฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ 3 วนั /สัปดาห์ ระยะเวลาท่ีใชใ้ นการฝึ ก 8
สัปดาห์ ใชเ้ วลาในการฝึ กวนั ละ 30 นาที คือวนั จนั ทร์ วนั พุธ และวนั ศุกร์ ระหว่างเวลา 16.00 น. – 16.30 น.
และฝึ กดว้ ยโปรแกรมฝึ กปกติของนักกีฬาฟุตซอลในแต่ละวนั (กิจกรรมและโปรแกรมการฝึ กปรากฎใน
ภาคผนวก ข)
2. กลุ่มควบคุม จานวน 15 คน ฝึกดว้ ยโปรแกรมฝึกปกติของนกั กีฬาฟุตซอลในแต่ละวนั (กิจกรรม
และโปรแกรมการฝึกปรากฎในภาคผนวก ก)
25
แบบแผนการทดลอง
การวิจยั คร้ังน้ีใช้แบบแผนการทดลองวดั ก่อน – หลงั การฝึ กและมีกลุ่มควบคุม Pretest – Posttest
Control – group Designs. (Gall , Brog and Gall .1996:486)
ER O X O
CR O O
E = กลุ่มทดลอง
C =กลุ่มควบคุม
R = การสุ่มแบ่งกลุ่ม
X = การใหส้ ่ิงทดลอง
O = คา่ สงั เกตของตวั แปรตามท้งั การสอบก่อนหรือสอบหลงั การใหส้ ่ิงทดลอง
วธิ ีดาเนินการทดลอง
1. ทาการปฐมนิเทศ ช้ีแจงกลุ่มตวั อยา่ งเกี่ยวกบั การปฏิบตั ิ อธิบายรายละเอียดและสาธิตวิธีการฝึก
ใหก้ ลุ่มตวั อยา่ งเขา้ ใจถูกตอ้ ง
2. ทาการทดสอบความคล่องตวั ของกลุ่มตวั อยา่ งก่อนเขา้ รับการฝึก (Pretest)
3. นาผลการทดสอบท่ีไดม้ าแบ่งออกเป็น 2 กล่มุ โดยทาการสุ่มแบบเป็นระบบจากเวลานอ้ ยไปหา
เวลามาก
4. ใหก้ ลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมทาการฝึกตามโปรแกรมของแต่ละกลุ่ม ดงั น้ี
26
กลุ่มทดลอง ฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ 3 วนั /สัปดาห์ ระยะเวลาท่ีใชใ้ นการฝึก 8 สัปดาห์ ใชเ้ วลาใน
การฝึ กวนั ละ 30 นาที คือวนั จันทร์ วนั พุธ และวนั ศุกร์ ระหว่างเวลา 16.00 น. – 16.30 น. และฝึ กด้วย
โปรแกรมฝึกปกติของนกั กีฬาฟตุ ซอลในแต่ละวนั
กลุ่มควบคุม ฝึกดว้ ยโปรแกรมฝึกปกติของนกั กีฬาฟุตซอลในแต่ละวนั
5. ทาการทดสอบความคล่องตวั ของกลุ่มตวั อยา่ งภายหลงั การฝึกสปั ดาห์ที่ 8 (Posttest)
6. นาผลท่ีไดม้ าวเิ คราะห์สถิติและสรุปผลการวจิ ยั และขอ้ คิดเห็นท่ีไดจ้ ากการศึกษาการวจิ ยั คร้ังน้ี
เครื่องมือท่ีใช้ในการทดลอง
1. เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการทดลองและเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
1.1 โปรแกรมฝึก SAQ
1.2 โปรแกรมฝึกปกติ
1.3 แบบทดสอบความคล่องตวั (Illinois Agility Run Test)
2. การสร้างและหาคุณภาพเคร่ืองมือที่ใชใ้ นการวจิ ยั
2.1 ศึกษาโปรแกรมการฝึกจากหลกั การทฤษฎี และงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง
2.2 นาโปรแกรมการฝึกที่สร้างข้ึนไปใหผ้ เู้ ช่ียวชาญทาการตรวจสอบความสอดคลอ้ งของ
โปรแกรม SAQ ท่ีมีต่อความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟตุ ซอล โดยหาคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ ง IOC โดยตรวจสอบ
โปรแกรมฝึกกบั วตั ถุประสงคก์ ารฝึกใน 10 ประเดน็ ดงั น้ี
2.2.1 ความเหมาะสมของท่าฝึก
2.2.2 ความเหมาะสมของจานวนท่าฝึก
2.2.3 ความเหมาะสมของจานวนคร้ังในแต่ละท่าฝึก
2.2.4 ความเหมาะสมในการพกั ระหวา่ งเซต
2.2.5 ความเหมาะสมของจานวนเซต
2.2.6 ความเหมาะสมของระยะเวลาในการพกั แต่ละเซต
27
2.2.7 ความเหมาะสมของอุปกรณ์ที่ใชใ้ นการฝึก
2.2.8 ความสูงของอุปกรณ์ท่ีนามาใช้
2.2.9 ความเหมาะสมของวนั และเวลาท่ีฝึก
2.2.10 ความเหมาะสมของระยะเวลา 8 สปั ดาห์
ในการตรวจสอบคร้ังน้ีผเู้ ช่ียวชาญไดต้ รวจสอบและใหค้ ะแนนตามเกณฑด์ งั น้ี
ใช่ เม่ือผเู้ ช่ียวชาญมีความเห็นวา่ โปรแกรมการฝึกมีความสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์
ของการฝึกจะใหค้ ะแนนเป็น + 1
ไม่แน่ใจ เม่ือผเู้ ช่ียวชาญมีความเห็นวา่ ไม่แน่ใจวา่ โปรแกรมการฝึกมีความสอดคลอ้ งกบั
วตั ถุประสงคข์ องการฝึกหรือไม่ จะใหค้ ะแนนเป็น 0
ไม่ใช่ เม่ือผเู้ ช่ียวชาญมีความเห็นวา่ โปรแกรมการฝึกไม่มีความสอดคลอ้ งกบั
วตั ถุประสงคข์ องการฝึก จะใหค้ ะแนนเป็น -1
ซ่ึงปรากฏวา่ โปรแกรมฝึกที่นามาใชใ้ นการทดลองมีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งตามรายละเอียดดงั น้ี
ความเหมาะสมของท่าฝึ ก มีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
ความเหมาะสมของจานวนท่าฝึ ก มีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
ความเหมาะสมของจานวนคร้ังในแต่ละท่าฝึก มีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 0.66
ความเหมาะสมในการพกั ระหวา่ งเซต มีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 0.66
ความเหมาะสมของจานวนเซต มีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
ความเหมาะสมในการพกั ระหวา่ งท่า มีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 0.66
ความเหมาะสมของอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการฝึก มีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
ความสูงของอุปกรณ์ท่ีนามาใช้ มีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
ความเหมาะสมของวนั และเวลาที่ฝึก มีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
ความเหมาะสมของระยะเวลา 8 สปั ดาห์ มีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
2.3 นาโปรแกรมฝึก SAQ ไปใชก้ บั กลุ่มตวั อยา่ งท่ีจะทาการศึกษา เพอื่ เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลนามา
วเิ คราะห์และอภิปรายผลในการวจิ ยั ต่อไป
28
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
1. ศึกษารายละเอียดเก่ียวกบั วธิ ีการ เครื่องมือ อุปกรณ์ และสถานท่ีท่ีจะใชใ้ นการวจิ ยั
2. จดั เตรียมสถานที่และอุปกรณ์ที่จะใชใ้ นการวิจยั
2.1 สถานท่ี ไดแ้ ก่ สนามกีฬาฟตุ ซอลโรงเรียนสภาราชินี จงั หวดั ตรัง
2.2 อุปกรณ์
2.2.1 กรวยยางสูง 12นิ้ว
2.2.2 ลูกฟตุ บอล
2.2.3 นกหวีดใหส้ ัญญาณ
2.2.4 นาฬิกาจบั เวลา
3. ดาเนินการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลตาม วนั เวลา ที่กาหนดไวต้ ามโปรแกรมกบั กลุ่มตวั อยา่ ง
การวเิ คราะห์ข้อมูล
ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ผทู้ าการวิจยั ดาเนินการทางสถิติดงั น้ีคือ
1. นาขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการทดสอบความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟตุ ซอลของกลุ่มตวั อยา่ งท้งั 2 กลุ่ม
ในช่วงก่อนและหลงั การฝึก หาค่าเฉล่ีย (Mean) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
2. เปรียบเทียบความแตกต่างของสถิติความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟตุ ซอลของกลุ่มตวั อยา่ งท้งั 2 กลุ่ม
ในช่วงก่อนและหลงั การฝึก
29
บทที่ 4
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
การวิจยั คร้ังน้ีมีวตั ถุประสงค์เพื่อเพ่ือศึกษาและเปรียบเทียบความคล่องตวั ของนักกีฬาฟุตซอล
ระหว่างกลุ่มที่ทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติและกลุ่มที่ทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรม
ฝึ กปกติเพียงอย่างเดียว โดยมีสมมติฐานว่านักกีฬาฟุตซอลที่ฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ ก
ปกติมีความคล่องตวั สูงกว่านกั กีฬาฟุตซอลท่ีฝึ กดว้ ยโปรแกรมฝึ กปกติเพียงอย่างเดียว ซ่ึงผลการวิเคราะห์
ขอ้ มูลเป็นดงั น้ี
สัญลกั ษณ์ทใี่ ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล
N แทน จานวนนกั กีฬาในกลุ่มที่ศึกษา
M แทน คา่ เฉล่ีย
S.D. แทน ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ตารางที่ 1 ค่าเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของเวลาในการทดสอบความคล่องตวั ก่อนการฝึ กของกลุ่ม
ทดลองและกลุ่มควบคุม
กลุม่ ตวั อยา่ ง N Pretest
M S.D.
กลุ่มทดลอง 15 17.80 0.78
กลุ่มควบคุม 15 17.28 0.57
จากตาราง ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลแสดงให้เห็นว่าก่อนการฝึ ก กลุ่มทดลองพบว่าค่าเฉล่ียของเวลา
เท่ากับ 17.80 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.78 สาหรับกลุ่มควบคุมพบว่าค่าเฉลี่ยของเวลา
เท่ากบั 17.28 และคา่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากบั 0.57
30
ตารางที่ 2 คา่ เฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของเวลาในการทดสอบความคล่องตวั หลงั การฝึกสปั ดาห์ที่ 8
ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
กลุ่มตวั อยา่ ง N Posttest
M S.D.
กลุ่มทดลอง 15 15.84 0.62
กลุ่มควบคุม 15 17.08 0.65
จากตาราง ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลแสดงใหเ้ ห็นวา่ หลงั การฝึ กสัปดาห์ที่ 8 กลุ่มทดลองพบวา่ ค่าเฉล่ีย
ของเวลา เท่ากบั 15.84และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากบั 0.62 สาหรับกลุ่มควบคุมพบว่าค่าเฉล่ียของ
เวลา เท่ากบั 17.08 และค่าส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เท่ากบั 0.65
ตารางที่ 3 เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของเวลาในการทดสอบความคล่องตวั ก่อนและ
หลงั การฝึกสัปดาห์ท่ี 8 ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
กลุม่ ตวั อยา่ ง N Pretest Posttest
M S.D. M S.D.
กลุ่มทดลอง 15 17.80 0.78 15.84 0.62
กลุ่มควบคุม 15 17.28 0.57 17.08 0.65
จากตาราง ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลแสดงให้เห็นว่าก่อนการฝึ ก กลุ่มทดลองพบว่าค่าเฉลี่ยของเวลา
เท่ากับ 17.80 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.78 สาหรับกลุ่มควบคุมพบว่าค่าเฉล่ียของเวลา
เท่ากบั 17.28 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากบั 0.57 หลงั การฝึ ก กลุ่มทดลองพบว่าค่าเฉลี่ยของเวลา
เท่ากบั 15.84 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.62 สาหรับกลุ่มควบคุมพบว่าค่าเฉล่ียของเวลา
เท่ากบั 17.08 และค่าส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เท่ากบั 0.65
ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลแสดงใหเ้ ห็นวา่ ความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟุตซอลของกลุ่มทดลองที่ทาการฝึ ก
ดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรมฝึ กปกติเพียง
อยา่ งเดียว โดยที่ค่าเฉล่ียของเวลาก่อนและหลงั การฝึ กของกลุ่มทดลองมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีข้ึนอยา่ งชดั เจน
ในส่วนของค่าเฉล่ียเวลาของกลุ่มควบคุมในช่วงก่อนและหลงั การฝึ กจะเห็นว่ามีความแตกต่างกนั นอ้ ยมาก
สรุปวา่ การฝึกโปรแกรม SAQ ทาใหค้ วามคล่องตวั ของนกั กีฬาฟุตซอลสูงข้ึน
31
บทท่ี 5
สรุปผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ
การวิจยั คร้ังน้ีมีวตั ถุประสงค์เพื่อเพ่ือศึกษาและเปรียบเทียบความคล่องตวั ของนักกีฬาฟุตซอล
ระหว่างกลุ่มที่ทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติและกลุ่มที่ทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรม
ฝึ กปกติเพียงอย่างเดียว โดยมีสมมติฐานว่านักกีฬาฟุตซอลที่ฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ ก
ปกติมีความคล่องตวั สูงกวา่ นกั กีฬาฟตุ ซอลท่ีฝึกดว้ ยโปรแกรมฝึกปกติเพยี งอยา่ งเดียว
กลุ่มตวั อยา่ งเป็ นนักกีฬาฟุตซอลโรงเรียนสภาราชินี จงั หวดั ตรัง จานวน 50 คน โดยไดม้ าจากการ
เลือกแบบเจาะจง จากน้นั ทาการทดสอบความคล่องตวั โดยใช้ Illinois Agility Test แลว้ ทาการสุ่มแบบเป็ น
ระบบโดยพิจารณาตามลาดบั เวลาจากนอ้ ยไปมาก ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 15 คน โดยกลุ่มทดลองจะไดร้ ับ
การฝึกดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติและกลุ่มควบคุมจะไดร้ ับการฝึกดว้ ยโปรแกรมฝึกปกติ
เพียงอยา่ งเดียว
วธิ ีดาเนินการทดลอง
1. ทาการปฐมนิเทศ ช้ีแจงกลุ่มตวั อยา่ งเก่ียวกบั การปฏิบตั ิ อธิบายรายละเอียดและสาธิตวธิ ีการฝึก
ใหก้ ลุ่มตวั อยา่ งเขา้ ใจถูกตอ้ ง
2. ทาการทดสอบความคล่องตวั ของกลุ่มตวั อยา่ งก่อนเขา้ รับการฝึก (Pretest)
3. นาผลการทดสอบท่ีไดม้ าแบ่งออกเป็น 2 กล่มุ โดยทาการสุ่มแบบเป็นระบบจากเวลานอ้ ยไปหา
เวลามาก
4. ใหก้ ลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมทาการฝึกตามโปรแกรมของแต่ละกลุ่ม ดงั น้ี
กลุ่มทดลอง ฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ 3 วนั /สัปดาห์ ระยะเวลาที่ใชใ้ นการฝึก 8 สัปดาห์ ใชเ้ วลาใน
การฝึ กวนั ละ 30 นาที คือวนั จันทร์ วนั พุธ และวนั ศุกร์ ระหว่างเวลา 16.00 น. – 16.30 น. และฝึ กด้วย
โปรแกรมฝึกปกติของนกั กีฬาฟุตซอลในแต่ละวนั
กลุ่มควบคุม ฝึกดว้ ยโปรแกรมฝึ กปกติของนกั กีฬาฟุตซอลในแต่ละวนั
5. ทาการทดสอบความคล่องตวั ของกลุ่มตวั อยา่ งภายหลงั การฝึกสปั ดาห์ท่ี 8 (Posttest)
32
6. นาผลท่ีไดม้ าวิเคราะห์สถิติและสรุปผลการวจิ ยั และขอ้ คิดเห็นที่ไดจ้ ากการศึกษาการวจิ ยั คร้ังน้ี
เครื่องมือทใี่ ช้ในการทดลอง
1. เครื่องมือที่ใชใ้ นการทดลองและเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
1.1 โปรแกรมฝึก SAQ
1.2 โปรแกรมฝึกปกติ
1.3 แบบทดสอบความคล่องตวั (Illinois Agility Run Test)
2. การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือท่ีใชใ้ นการวิจยั
2.1 ศึกษาโปรแกรมการฝึกจากหลกั การทฤษฎี และงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง
2.2 นาโปรแกรมการฝึกที่สร้างข้ึนไปใหผ้ เู้ ชี่ยวชาญทาการตรวจสอบความสอดคลอ้ งของ
โปรแกรม SAQ ท่ีมีต่อความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟุตซอล โดยหาค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง IOC โดยตรวจสอบ
โปรแกรมฝึกกบั วตั ถุประสงคก์ ารฝึกใน 10 ประเดน็ ดงั น้ี
2.2.1 ความเหมาะสมของท่าฝึก
2.2.2 ความเหมาะสมของจานวนท่าฝึก
2.2.3 ความเหมาะสมของจานวนคร้ังในแต่ละท่าฝึก
2.2.4 ความเหมาะสมในการพกั ระหวา่ งเซต
2.2.5 ความเหมาะสมของจานวนเซต
2.2.6 ความเหมาะสมของระยะเวลาในการพกั แต่ละเซต
2.2.7 ความเหมาะสมของอุปกรณ์ที่ใชใ้ นการฝึก
2.2.8 ความสูงของอุปกรณ์ที่นามาใช้
2.2.9 ความเหมาะสมของวนั และเวลาท่ีฝึก
2.2.10 ความเหมาะสมของระยะเวลา 8 สปั ดาห์
33
ในการตรวจสอบคร้ังน้ีผเู้ ช่ียวชาญไดต้ รวจสอบและใหค้ ะแนนตามเกณฑด์ งั น้ี
ใช่ เม่ือผเู้ ชี่ยวชาญมีความเห็นวา่ โปรแกรมการฝึกมีความสอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงค์
ของการฝึกจะใหค้ ะแนนเป็น + 1
ไม่แน่ใจ เมื่อผเู้ ชี่ยวชาญมีความเห็นวา่ ไม่แน่ใจวา่ โปรแกรมการฝึกมีความสอดคลอ้ งกบั
วตั ถุประสงคข์ องการฝึกหรือไม่ จะใหค้ ะแนนเป็น 0
ไม่ใช่ เม่ือผเู้ ชี่ยวชาญมีความเห็นวา่ โปรแกรมการฝึกไม่มีความสอดคลอ้ งกบั
วตั ถุประสงคข์ องการฝึก จะใหค้ ะแนนเป็น -1
ซ่ึงปรากฏวา่ โปรแกรมฝึกที่นามาใชใ้ นการทดลองมีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งตามรายละเอียดดงั น้ี
ความเหมาะสมของท่าฝึ ก มีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
ความเหมาะสมของจานวนท่าฝึ ก มีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
ความเหมาะสมของจานวนคร้ังในแต่ละท่าฝึก มีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 0.66
ความเหมาะสมในการพกั ระหวา่ งเซต มีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 0.66
ความเหมาะสมของจานวนเซต มีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
ความเหมาะสมในการพกั ระหวา่ งทา่ มีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 0.66
ความเหมาะสมของอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการฝึก มีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
ความสูงของอุปกรณ์ท่ีนามาใช้ มีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
ความเหมาะสมของวนั และเวลาท่ีฝึก มีคา่ ดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
ความเหมาะสมของระยะเวลา 8 สปั ดาห์ มีค่าดชั นีความสอดคลอ้ งเท่ากบั 1.00
2.3 นาโปรแกรมฝึก SAQ ไปใชก้ บั กลุ่มตวั อยา่ งที่จะทาการศึกษา เพอ่ื เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลนามา
วิเคราะห์และอภิปรายผลในการวิจยั ต่อไป
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
1. ศึกษารายละเอียดเก่ียวกบั วิธีการ เคร่ืองมือ อุปกรณ์ และสถานที่ท่ีจะใชใ้ นการวจิ ยั
2. จดั เตรียมสถานท่ีและอุปกรณ์ท่ีจะใชใ้ นการวิจยั
2.1 สถานท่ี ไดแ้ ก่ สนามกีฬาฟตุ ซอลโรงเรียนสภาราชินี จงั หวดั ตรัง
2.2 อุปกรณ์
34
2.2.1 กรวยยางสูง 12นิ้ว
2.2.2 ลูกฟุตบอล
2.2.3 นกหวดี ใหส้ ัญญาณ
2.2.4 นาฬิกาจบั เวลา
3. ดาเนินการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลตาม วนั เวลา ที่กาหนดไวต้ ามโปรแกรมกบั กลุ่มตวั อยา่ ง
การวเิ คราะห์ข้อมูล
ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ผทู้ าการวจิ ยั ดาเนินการทางสถิติดงั น้ีคือ
1. นาขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการทดสอบความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟตุ ซอลของกลุ่มตวั อยา่ งท้งั 2 กลุ่ม
ในช่วงก่อนและหลงั การฝึก หาคา่ เฉล่ีย (Mean) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
2. เปรียบเทียบความแตกต่างของสถิติความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟตุ บอลของกลุ่มตวั อยา่ งท้งั 2 กลุ่ม
ในช่วงก่อนและหลงั การฝึก
สรุปผล
การศึกษาและเปรียบเทียบความคล่องตวั ในนักกีฬาฟุตซอลระหว่างกลุ่มทดลองท่ีทาการฝึ กดว้ ย
โปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติและกลุ่มควบคุมที่ทาการฝึกดว้ ยโปรแกรมฝึ กปกติเพยี งอยา่ งเดียว
เม่ือวิเคราะห์ผลการทดสอบความคล่องตวั ดว้ ยแบบทดสอบ Illinois Agility Test หลงั การฝึ กพบว่า กลุ่ม
ทดลองที่ทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติมีค่าเฉล่ีย เท่ากบั 15.84 ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน เท่ากบั 0.62 ส่วนกลุ่มควบคุมที่ทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรมฝึ กปกติเพียงอยา่ งเดียวมีค่าเฉลี่ย เท่ากบั
17.08 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เท่ากบั 0.65 แสดงให้เห็นว่ากลุ่มทดลองท่ีทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ
ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติมีความคล่องตวั สูงกว่าควบคุมท่ีทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรมฝึ กปกติเพียงอย่างเดียว
จากผลการทดลองสรุปวา่ การฝึกโปรแกรม SAQ ทาใหค้ วามคล่องตวั ของนกั กีฬาฟตุ ซอลสูงข้ึน
35
อภิปรายผล
ผลของการฝึ กโปรแกรม SAQ ท่ีมีต่อความคล่องตวั ในนกั กีฬาฟุตซอล ของกลุ่มตวั อยา่ งท้งั 2 กลุ่ม
คือกลุ่มทดลองท่ีทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติและกลุ่มควบคุมท่ีทาการฝึ กดว้ ย
โปรแกรมฝึ กปกติเพยี งอยา่ งเดียว หลงั การฝึกสัปดาห์ที่ 8 แลว้ ผวู้ ิจยั นากลุ่มทดลองที่ทาการฝึกดว้ ยโปรแกรม
SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติและกลุ่มควบคุมที่ทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรมฝึกปกติเพียงอยา่ งเดียวมาทดสอบ
ความคล่องตวั ดว้ ยแบบทดสอบ Illinois Agility Test แลว้ นาขอ้ มูลมาวิเคราะห์ ปรากฏว่าค่าเฉลี่ยและส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐานของความคล่องตวั ในกลุ่มทดลองท่ีทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ ก
ปกติสูงกวา่ ค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานของความคล่องตวั ในกลุ่มควบคุมท่ีทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรม
ฝึ กปกติเพียงอย่างเดียว ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั สมมติฐานที่ต้งั ไว้ จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการฝึ กดว้ ย
โปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติที่นามาทดลองวิจยั เป็ นเวลา 8 สัปดาห์ สามารถพฒั นานกั กีฬาฟุต
ซอลใหม้ ีความคล่องตวั สูงกวา่ เม่ือเปรียบเทียบกบั อีกกลุ่มท่ีใชร้ ะยะเวลาในการทดลองเท่ากนั
จากผลการวิจยั ในคร้ังน้ี แสดงให้เห็นว่าการฝึ กโปรแกรม SAQ สามารถพฒั นาความคล่องตวั ใน
นกั กีฬาฟุตซอลได้ ดงั จะเห็นไดจ้ ากกลุ่มทดลองท่ีทาการฝึกดว้ ยโปรแกรม SAQ ร่วมกบั โปรแกรมฝึ กปกติ มี
การพฒั นาความคล่องตวั ไดด้ ีกว่ากลุ่มควบคุมท่ีทาการฝึ กดว้ ยโปรแกรมฝึ กปกติเพียงอยา่ งเดียวอยา่ งชดั เจน
ดงั น้ันผลจากการศึกษาคร้ังน้ีจะเป็ นประโยชน์ในการนาไปใชพ้ ฒั นาความคล่องตวั ให้กบั นักกีฬาฟุตซอล
ต่อไปได้
ข้อเสนอแนะท่ัวไป
จากผลการวิจยั ทาให้ทราบว่าการฝึ ก SAQ มีผลทาให้การพฒั นาความคล่องตวั สูงข้ึน ในการฝึ ก
ความคล่องตวั ของนักกีฬาฟุตซอลสามารถนาโปรแกรมการฝึ ก SAQ มาฝึ กควบคู่กบั โปรแกรมฝึ กฟุตซอ
ลตามปกติ ซ่ึงจะส่งผลให้นกั ฟุตซอลสามารถพฒั นาความคล่องตวั สูงกว่าการฝึ กดว้ ยโปรแกรมฝึ กฟุตบอล
เพียงอยา่ งเดียว ดงั น้นั การฝึ กโปรแกรม SAQ น่าจะเป็ นประโยชน์ให้กบั ผฝู้ ึ กสอน ครูผสู้ อน นกั กีฬาและผทู้ ่ี
สนใจสามารถนาไปใชเ้ พอ่ื พฒั นาความคล่องตวั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
36
ข้อเสนอแนะในการทาวจิ ัยคร้ังต่อไป
1. ควรศึกษาและเปรียบเทียบสมรรถภาพทางกายในดา้ นอ่ืนๆ ท่ีสาคญั ต่อกีฬาแต่ละประเภท
2. ควรมีการศึกษาในช่วงอายเุ พอ่ื ใหท้ ราบวา่ ช่วงอายใุ ดที่ไดร้ ับโปรแกรมการฝึก เอส เอ คิว จะมีการ
พฒั นาท่ีเร็วที่สุด
37
บรรณานุกรม
38
บรรณานุกรม
วรเกียรติ จนั ทร์ศรี. (2548). ผลของการฝึ กความคล่องแคล่ววอ่ งไวที่มีต่อความเร็วในการเล้ียงลูกฟตุ บอล.
สารนิพนธ์ วท.บ. (พลศึกษา). กรุงเทพฯ: บณั ฑิตวทิ ยาลยั . มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ.
สารัช ดีงาม. (2544). ผลของการฝึกเอส เอ คิว ท่ีมีต่อความสามารถในกีฬาฟุตซอล. ปริญญานิพนธ์ วท.ม.
(วทิ ยาศาสตร์การกีฬา). กรุงเทพฯ: บณั ฑิตวิทยาลยั . มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ.
สิทธิศกั ด์ิ บุญหาญ. (2554). ผลการฝึกพลยั โอเมตริก ควบคู่กบั เอส เอ คิวท่ีมีผลต่อความเร็วในการวง่ิ 50
เมตร. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (พลศึกษา). กรุงเทพฯ: บณั ฑิตวิทยาลยั . มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิ
โรฒ.
สนธยา สีละมาด. (2547). หลกั การฝึกกีฬาสาหรับผฝู้ ึกสอนกีฬา. กรุงเทพฯ: สานกั พมิ พแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั .
39
ภาคผนวก
40
ภาคผนวก ก
โปรแกรมฝึ กปกติ
41
โปรแกรมการฝึ กซ้อมฟุตบอลตามปกติสัปดาห์ที่ 1-8
สปั ดาห์ วนั รายการฝึกซอ้ ม
ที่
1 จนั ทร์ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- สร้างความคุน้ เคยกบั บอล
- เล่นลิงชิงบอล
- รับ – ส่ง บอลระยะส้นั ดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
องั คาร - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล่นลิงชิงบอล
- รับ – ส่ง บอลระยะส้นั ระยะกลาง ดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
พธุ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- ฝึกเดาะบอล
- เล่นลิงชิงบอล
- รับ – ส่ง บอลระยะส้นั กลาง ยาว ดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
พฤหสั บดี - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล่นลิงชิงบอล
- ครอบครองบอลในพ้นื ที่ที่กาหนด
- วิง่ ออ้ มกรวย
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
ศุกร์ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- ฝึกการพกั บอลดว้ ยหนา้ อก , หนา้ ขา
- ฝึกวางบอลยาว
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
42
สปั ดาห์ วนั รายการฝึกซอ้ ม
ท่ี
2 จนั ทร์ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- รับ – ส่งบอล แบบเคล่ือนท่ี
- วางบอลยาว
- Small Sided Game
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
องั คาร - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล่นลิงชิงบอล
- รับ – ส่ง บอลระยะส้นั ระยะยาว ดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน
- ฝึกยงิ ประตู
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
พธุ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- วางบอลยาว
- แบบฝึกส่งบอลออ้ มหลงั 3 คน
- เล่นเกมกลุ่ม 3-3 (Small Sided Game)
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
พฤหสั บดี - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล่นลิงชิงบอล
- แบบฝึกส่งบอลออ้ มหลงั 4 คน
- ฝึกยงิ ประตู
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
ศุกร์ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล้ียงบอลในพ้นื ท่ีท่ีกาหนด
- เล่นเกมกลุ่ม 4-4 (Small Sided Game)
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
43
สปั ดาห์ วนั รายการฝึกซอ้ ม
ท่ี
3 จนั ทร์ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล่นเกมกลุ่ม 5-5 (Small Sided Game)
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
องั คาร - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- รับ – ส่ง บอลระยะส้นั ระยะกลาง ระยะยาว ดว้ ยขา้ งเทา้ ดา้ นใน
- วางบอลยาว
- การเล่นลูกกลางอากาศ
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
พธุ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- ฝึกยงิ ประตู
- เล่นเกมกลุ่ม 5-5 (Small Sided Game)
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
พฤหสั บดี - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล้ียงบอลในพ้นื ที่กาหนด 10 นาที
- เล่นลิงชิงบอล
- ฝึกการเคลื่อนท่ีในเขตป้องกนั
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
ศุกร์ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- ฝึกวางบอลยาว
- การทาเกมรุกจากดา้ นขา้ ง
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
44
สัปดาห์ วนั รายการฝึกซอ้ ม
ที่
4 จนั ทร์ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- การสอดคุม้ กนั (Cover)
- เล่นเกมกลุ่ม 6-6 (Small Sided Game)
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
องั คาร - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- การเล้ียงบอลหลบหลีกคู่ต่อสู้
- การทาเกมรุกจากดา้ นขา้ งเขา้ ทาประตู
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
พธุ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล่นลิงชิงบอล
- แบบฝึกส่งบอลออ้ มหลงั 4 คน
- ฝึกยงิ ประตู
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
พฤหสั บดี - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- ฝึกทาเกมรุกและการสนบั สนุน
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
ศุกร์ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล่นลิงชิงบอล
- การเขา้ ทาประตู 1 ต่อ 1
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
45
สัปดาห์ วนั รายการฝึกซอ้ ม
ที่
5 จนั ทร์ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล่นเกมกลุ่ม 6-6 (Small Sided Game)
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
องั คาร - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล่นลิงชิงบอล
- การต้งั โซนในการป้องกนั
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
พธุ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล่นลิงชิงบอล
- การเล่นในแนวลึก ดา้ นกวา้ ง ลูกกลางอากาศ
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
พฤหสั บดี - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- เล่นลิงชิงบอล
- รับ – ส่งบอล ระยะส้นั -ยาว
- ฝึกการประสานงานของกองหลงั
- การเขา้ ทาประตู 2 ต่อ 2
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )
ศุกร์ - อบอุ่นร่างกาย (Warm - Up)
- ยดื เหยยี ดกลา้ มเน้ือ
- ครอบครองบอลในพ้นื ท่ีกาหนด
- ต่อบอลจากแดนหลงั ไปหนา้
- คลายกลา้ มเน้ือ ( Cool Down )