12
สถิตทิ ่ีใชใ้ นการวิเคราะหข์ อ้ มลู ดว้ ยการหาคา่ เฉล่ีย สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน และเปรยี บเทียบความออ่ นตวั
ก่อนและหลงั การฝึกของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ตามเพศ โดยการทดสอบคา่ ที (t-test) แบบ Paired
Samples t-test
13
บทที่ 3
วธิ ดี าเนินการวจิ ยั
การวิจยั เร่อื งผลการฝึกยืดเหยียดท่ีมีต่อความอ่อนตวั ของนกั เรยี นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นสภา
ราชินี จงั หวดั ตรงั เป็นการวจิ ยั เชิงทดลอง
3.1 ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ งทใี่ ช้ในการวจิ ัย
ประชากร
ประชากรในการวจิ ยั ครงั้ นี้ เป็นนกั เรยี นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นสภาราชนิ ี จงั หวดั ตรงั
กลุ่มตวั อยา่ ง
กล่มุ ตวั อย่างท่ีใชใ้ นการศกึ ษาครงั้ นีเ้ ป็นนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นสภาราชินี จงั หวดั
ตรงั จานวน 50 คน โดยทาการเลือกแบบเจาะจง
3.2 เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในการวจิ ยั
เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการวจิ ยั ครงั้ นี้ ประกอบดว้ ย
1. ชดุ การฝึกยดื เหยียด (ภาคผนวก)
ชดุ การฝึกยดื เหยยี ด มีขนั้ ตอนในการสรา้ ง ดงั นี้
1. ศกึ ษารวบรวมขอ้ มลู จากเอกสาร บทความ หนงั สอื ตารา และงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง เพ่ือ
เป็นขอ้ มลู เบอื้ งตน้ ในการสรา้ งเครอ่ื งมือ
2. ดาเนินการสรา้ งมือจากขอ้ มลู ท่ีไดศ้ กึ ษามา
3. นาชุดการฝึกยืดเหยียด ใหผ้ เู้ ช่ียวชาญพิจารณาและตรวจสอบความเหมาะสมของชุด
การฝึก
2. เครอ่ื งวดั ความออ่ นตวั ดา้ นหนา้ (ภาคผนวก)
3. เกณฑค์ ะแนนสมรรถภาพทางกาย นกั เรียนระดบั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นสภาราชินี จงั หวดั
ตรงั (ภาคผนวก)
3.2 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
1. อธิบายเก่ียวกบั วตั ถปุ ระสงคใ์ นการทดสอบใหน้ กั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ทุกคนทราบ เพ่ือ
เป็นการสรา้ งความเขา้ ใจใหก้ บั กลมุ่ ตวั อยา่ งก่อนทาการทดสอบ
2. อธิบายวิธีปฏบิ ตั ิและการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ใหน้ กั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ทกุ คนทราบ
14
3. ทาการทดสอบวดั ความอ่อนตวั ของนกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ทุกคน ตามตารางสอน ใน
สปั ดาหแ์ รกของภาคการเรยี นท่ี 2/2562 ดว้ ยเครอ่ื งวดั ความออ่ นตวั ดา้ นหนา้
4. ฝึกการยืดเหยียดตามชุดฝึก (ภาคผนวก) ใหก้ ับนักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ทุกคน ในการ
จดั การเรียนการสอนรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ในช่วงกิจกรรมอบอุ่นร่างกาย ตามตารางสอนทุก
สปั ดาห์ เป็นระยะเวลา 17 สปั ดาห์ โดยใชเ้ วลาในการฝึกครงั้ ละประมาณ 10นาที
5. ทดสอบวดั ความอ่อนตวั ของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ทกุ คน ในสปั ดาหท์ ่ี 16 ของภาคการ
เรยี นท่ี 2/2562 ดว้ ยเครอ่ื งวดั ความออ่ นตวั ดา้ นหนา้
6. นาขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการทดสอบมาวิเคราะหห์ าคา่ ทางสถิติ
3.3 วธิ ีการวเิ คราะหข์ ้อมูล
1. หาค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) ของผลการวดั ความอ่อนตวั ของนักเรียนชั้น
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ทงั้ นกั เรยี นชายและนกั เรยี นหญิง กอ่ นและหลงั การฝึก
2. เปรยี บเทียบ ความอ่อนตวั ก่อนและหลงั การฝึกของนกั เรียนชาย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ดว้ ย
การทดสอบคา่ t - test dependent samples
3. เปรยี บเทียบความอ่อนตวั ก่อนและหลงั การฝึกของนกั เรยี นหญิง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ดว้ ยการ
ทดสอบคา่ t - test dependent samples
15
บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
การศึกษาครงั้ นีเ้ พ่ือศกึ ษาผลการฝึกยืดเหยียดท่ีมีต่อความอ่อนตวั ของนกั เรียนมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
โรงเรียนสภาราชินี จงั หวดั ตรงั โดยทาการส่มุ ตวั อย่างนกั เรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรียนสภาราชินี
จงั หวดั ตรงั จานวน 50 คน
4.1 สัญลักษณท์ ใ่ี ช้ในการวเิ คราะหข์ ้อมูล
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ครงั้ นี้ ผวู้ จิ ยั ไดก้ าหนดสญั ลกั ษณต์ า่ งๆ แทนความหมายเพ่ือใชใ้ นการวเิ คราะห์
ขอ้ มลู ดงั นี้
แทน คา่ เฉล่ยี ของกลมุ่ ตวั อยา่ ง
S.D. แทน สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
n แทน จานวนกลมุ่ ตวั อยา่ ง
t แทน คา่ สถิตทิ ่ีจะใชเ้ ปรยี บเทียบกบั คา่ วิกฤต เพ่ือทราบความมนี ยั สาคญั
Sig. แทน คา่ ความมีนยั สาคญั ทางสถิติ
4.2 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
ตาราง 1 แสดงค่าความอ่อนตวั ของนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ตามเพศ ก่อนการฝึกและหลงั
การฝึกตามชดุ การฝึกยืดเหยียด
เพศ กอ่ นการฝึ ก หลังการฝึ ก
S.D. S.D.
นกั เรยี นชาย
n = 26 2.23 8.61 5.35 8.23
นกั เรยี นหญิง
n = 24 6.58 8.62 9.67 7.18
จากตาราง 1 พบวา่ คา่ เฉล่ยี ความออ่ นตวั ของนกั เรยี นชาย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ก่อนการฝึกและ
หลกั การฝึก คอื 2.23 เซนตเิ มตร และ 5.35 เซนตเิ มตร ตามลาดบั และคา่ เฉล่ยี ความออ่ นตวั ของนกั เรยี น
หญิง ชั้นมัธยมศึกษาปี ท่ี 4 ก่อนการฝึกและหลักการฝึก คือ 2.23 เซนติเมตร และ 9.67 เซนติเมตร
ตามลาดบั
16
ตาราง 2 แสดงคา่ เปรยี บเทียบความออ่ นตวั ของนกั เรยี นชาย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ก่อนการฝึก
และหลงั การฝึกตามชดุ การฝึกยดื เหยียด
ความอ่อนตวั n S.D. t Sig.
กอ่ นการฝึ ก 26 2.23 8.61 4.86* 0.0001
หลังการฝึ ก 26 5.35 8.23
** มีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ่ีระดบั 0.05
จากตาราง 2 พบว่า คา่ เฉล่ียความอ่อนตวั ของนกั เรยี นชาย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ก่อนการฝึกและ
หลังการฝึกตามชุดการฝึกยืดเหยียดแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 ซ่ึงยอมรบั
สมมติฐานการวิจยั ท่ีกาหนดไวโ้ ดยค่าเฉล่ียความอ่อนตวั หลงั การฝึกตามชุดการฝึกยืดเหยียดกลา้ มเนือ้
( = 5.35, S.D. = 8.23) สงู กว่าค่าเฉล่ียความอ่อนตวั ก่อนการฝึกตามชดุ การฝึกยืดเหยียดกลา้ มเนือ้
( = 2.23, 8.61)
ตาราง 3 แสดงค่าเปรยี บเทียบความอ่อนตวั ของนกั เรียนหญิง ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ก่อนการฝึก
และหลงั การฝึกตามชดุ การฝึกยืดเหยยี ด
ความอ่อนตวั n S.D. t Sig.
กอ่ นการฝึ ก 24 6.58 8.62
3.85* 0.0008
หลังการฝึ ก 24 9.67 7.18
** มีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ่ีระดบั 0.05
จากตาราง 3 พบวา่ คา่ เฉล่ียความอ่อนตวั ของนกั เรยี นหญิง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ก่อนการฝึกและ
หลังการฝึกตามชุดการฝึกยืดเหยียดแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 ซ่ึงยอมรบั
สมมติฐานการวิจยั ท่ีกาหนดไวโ้ ดยค่าเฉล่ียความอ่อนตวั หลงั การฝึกตามชุดการฝึกยืดเหยียดกลา้ มเนือ้
( = 9.67, S.D. = 7.18) สงู กว่าค่าเฉล่ียความอ่อนตวั ก่อนการฝึกตามชดุ การฝึกยืดเหยียดกลา้ มเนือ้
( = 2.23, 8.61)
17
บทที่ 5
สรุปผลการวจิ ยั อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ
การวิจยั เร่อื ง ผลการฝึกยืดเหยียดท่ีมีต่อความอ่อนตวั ของนกั เรยี นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นสภา
ราชินี จงั หวดั ตรงั มีความมงุ่ หมายเพ่ือศกึ ษาผลการฝึกตามชดุ การฝึกยืดเหยยี ด และเพ่ือเปรยี บเทียบความ
อ่อนตวั ของนกั เรียนมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นสภาราชินี จงั หวดั ตรงั ก่อนและหลงั การ ฝึกตามชดุ การฝึก
ยดื เหยียด
ประชากรท่ีใชใ้ นการวิจยั ครงั้ นี้ คือ นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรียนสภาราชินี จงั หวดั ตรงั
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 และกล่มุ ตวั อย่างท่ีใชใ้ นการวิจยั ครงั้ นี้ คือนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5
โรงเรยี นสภาราชินี จงั หวดั ตรงั ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2562 จานวน 50 คน ไดม้ าดว้ ยวิธีการเลือกแบบ
เจาะจง
ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคานวณสถิติของ ด้วยการหาค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน และเปรียบเทียบความอ่อนตวั ก่อนและหลงั การฝึกของนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ตามเพศ
โดยการทดสอบคา่ ที t - test dependent samples
5.1 สรุปผลการวจิ ัย
การวิจยั เร่ือง ผลการฝึกยืดเหยียดท่ีมีต่อความอ่อนตวั ของนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียน
สภาราชินี จงั หวดั ตรงั สรุปผลการวิจยั ดงั นี้
1. ความอ่อนตวั ของนกั เรียนชาย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ท่ีฝึกตามชดุ ฝึกยืดเหยียด พบว่า นกั เรยี น
ชาย มีคา่ เฉล่ียความออ่ นตวั เท่ากบั 5.35 เซนติเมตร อยใู่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้ และนกั เรยี นหญิง มีคา่ เฉล่ีย
ความอ่อนตัว 9.67 เซนติเมตร อยู่ในเกณฑ์ระดับดี ซ่ึงใช้เกณฑ์สมรรถภาพทางกายของนักเรียน
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นสภาราชนิ ี จงั หวดั ตรงั
2.การเปรยี บเทียบความอ่อนตวั ก่อนและหลงั การฝึกของนกั เรยี นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นสภา
ราชินี จงั หวดั ตรงั ตามเพศ พบวา่
2.1 คา่ เฉล่ียความออ่ นตวั ของนกั เรยี นชาย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ก่อนการฝึกและหลงั การ
ฝึกตามชดุ การฝึกยืดเหยียดแตกต่างกันอย่างมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั 0.05 ซ่งึ ยอมรบั สมมติฐานการ
วิจยั ท่ีกาหนดไวโ้ ดยค่าเฉล่ียความอ่อนตวั หลงั การฝึกตามชุดการฝึกยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ ( = 5.35,
S.D. = 8.23) สงู กวา่ คา่ เฉล่ียความอ่อนตวั ก่อนการฝึกตามชดุ การฝึกยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ ( = 2.23,
8.61)
2.2 คา่ เฉล่ยี ความออ่ นตวั ของนกั เรยี นหญิง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 กอ่ นการฝึกและหลงั การ
ฝึกตามชุดการฝึกยืดเหยียดแตกต่างกนั อย่างมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั 0.05 ซ่งึ ยอมรบั สมมติฐานการ
18
วิจยั ท่ีกาหนดไวโ้ ดยค่าเฉล่ียความอ่อนตวั หลงั การฝึกตามชุดการฝึกยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ ( = 9.67,
S.D. = 7.18) สงู กว่าค่าเฉล่ียความอ่อนตวั ก่อนการฝึกตามชดุ การฝึกยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ ( = 2.23,
8.61)
5.2 อภปิ รายผล
จากการวิจยั ผลการฝึกยืดเหยียดท่ีมีต่อความอ่อนตวั ของนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียน
สภาราชินี จงั หวดั ตรงั เป็นระยะเวลา 15 สปั ดาห์ และทาการทดสอบความอ่อนตวั ภายหลงั การฝึกตามชดุ
การฝึกยดื เหยยี ด ในสปั ดาหท์ ่ี 16 แลว้ นาผลท่ีไดม้ าวิเคราะหข์ อ้ มลู ทางสถิติ พบวา่
1. ความอ่อนตวั ของนกั เรียนชาย ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ท่ีฝึกตามชดุ ฝึกยืดเหยียด พบว่า นกั เรยี น
ชาย มีคา่ เฉล่ียความออ่ นตวั เท่ากบั 5.35 เซนตเิ มตร อย่ใู นเกณฑร์ ะดบั พอใช้ และนกั เรยี นหญิง มีคา่ เฉล่ีย
ความอ่อนตัว 9.67 เซนติเมตร อยู่ในเกณฑ์ระดับดี ซ่ึงใช้เกณฑ์สมรรถภาพทางกายของนักเรียน
มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนสภาราชินี จงั หวดั ตรงั เม่ือไดร้ บั การฝึกตามชุดการฝึกยืดเหยียด ทาใหค้ วาม
อ่อนตวั มีค่าเฉล่ียสงู ขนึ้ เม่ือเปรยี บเทียบกบั ผลทดสอบสมรรถภาพทางกายดา้ นความอ่อนตวั ก่อนการฝึก
ยืดเหยียด ทงั้ นีอ้ าจเป็นเพราะว่าการฝึกตามชดุ การฝึกยืดเหยียด ซ่งึ ประกอบดว้ ยท่าการฝึกยืดเหยียด 10
ท่า คือ 1) ยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ คอ2) ยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ อก ไหล่ แขน 3) ยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ หลงั ส่วนบน
4) ยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ ลาตวั 5) ยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ น่อง 6) ยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ ขาดา้ นหนา้ 7) ยืดเหยียด
กลา้ มเนือ้ ขาดา้ นหลัง 8) ยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ ขาดา้ นใน 9) ยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ หลงั และลาตวั 10) ยืด
กลา้ มเนือ้ หลงั สว่ นลา่ ง โดยปฏบิ ตั แิ บบคา้ งน่งิ ไวป้ ระมาณ 10-30 วนิ าที เป็นชดุ ฝึกท่ีมีการบรหิ ารกลา้ มเนือ้
มดั ใหญ่ท่ีสาคญั ใหม้ ีการยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ โดยใชห้ ลกั การฝึกเกิน (Overload) ท่ีตอ้ งยืดกลา้ มเนือ้ ให้
ยาวกวา่ ปกติ (ประมาณรอ้ ยละ 10) จงึ จะมีผลตอ่ ความออ่ นตวั ซง่ึ การออกกาลงั กายท่ีไม่ไดท้ าใหก้ ลา้ มเนือ้
ยืดยาวกว่าปกติ จะไม่ทาใหค้ วามอ่อนตวั เพ่ิมขึน้ แต่จะช่วยรกั ษาความอ่อนตวั ใหด้ ารงอยู่ต่อไป (กรม
อนามัย. 2543 : 43) และสอดคลอ้ งกับ ศิริรตั น์ หิรญั รตั น์. (2539 : 76) ได้กล่าวไวว้ ่า การยืดเหยียด
กลา้ มเนือ้ แบบอย่กู บั ท่ี (Static Stretch) เป็นการปฏิบตั ิโดยใชห้ ลกั การฝึกแบบเบาๆ ชา้ ๆ โดยใหส้ ่วนของ
รา่ งกายไดย้ ืดเหยียดจากมมุ กวา้ งไปส่มู มุ แคบ จนกระท่งั ไม่สามารถเคล่ือนไหวต่อไปไดอ้ ีกและทาท่านนั้
คา้ งไว้ 10-30 วินาที จึงกลบั ส่ทู ่าเดิม และจะตอ้ งยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ ใหค้ รอบคลมุ กลา้ มเนือ้ มดั ใหญ่ท่วั
รา่ งกาย และสอดคลอ้ งกับ กองทุนสนบั สนุนการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ (2548 : 6) ไดก้ ล่าวไวว้ ่า การพฒั นา
ทางดา้ นความอ่อนตวั ทาไดโ้ ดยการยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ และเอ็นหรือการใชแ้ รงตา้ นในกลา้ มเนือ้ และเอ็น
ตอ้ งทางานมากขึน้ ซ่ึงการยืดเหยียดของกลา้ มเนือ้ ทาไดท้ ั้งแบบอยู่กับท่ีหรือมีการเคล่ือนท่ี เพ่ือให้ได้
ประโยชนส์ งู สดุ ควรใชก้ ารยืดเหยยี ดกลา้ มเนือ้ ในลกั ษณะอยกู่ บั ท่ี
2. การฝึกยดื เหยยี ดกลา้ มเนือ้ ตามชดุ การฝึกยืดเหยียด สง่ ผลตอ่ ความออ่ นตวั ของนกั เรยี นชายและ
หญิง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โดยมีคา่ เฉล่ยี ความออ่ นตวั กอ่ นการฝึกและหลงั การฝึกตามชดุ การฝึกยดื เหยียด
19
แตกตา่ งกนั อย่างมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั 0.05 โดยคา่ เฉล่ียความอ่อนตวั หลงั การฝึกตามชดุ การฝึกยืด
เหยียด สงู กวา่ คา่ เฉล่ียความอ่อนตวั กอ่ นการฝึกตามชดุ การฝึกยืดเหยียด ซง่ึ เป็นไปตามสมมตฐิ านการวจิ ยั
ท่ีกาหนดไว้ ทงั้ นีเ้ น่ืองจาก กล่มุ ตวั อยา่ งไดร้ บั การฝึกการยืดเหยียดตามชดุ การฝึกยืดเหยียด ในการจดั การ
เรยี นการสอนรายวิชาสขุ ศึกษาและพลศึกษา ช่วงกิจกรรมอบอ่นุ รา่ งกาย (Warm up) ตามตารางสอนทุก
สปั ดาห์ เป็นระยะเวลา 17 สปั ดาห์ โดยใชเ้ วลาในการฝึกครงั้ ละประมาณ 10 นาที สอดคลอ้ งกบั การศกึ ษา
ของ รชั ดา จนั ทรค์ า (2551 : บทคดั ยอ่ ) ไดท้ างานวิจยั เรอ่ื ง การพฒั นาสมรรถภาพทางกายของนักเรยี นชนั้
ประถมศึกษาปีท่ี 6 ท่ีมีสมรรถภาพทางกายต่ากว่าเกณฑม์ าตรฐาน โดยมีเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการวิจัย คือ
ชดุ ฝึกการพฒั นาสมรรถภาพทางกายของนกั เรียน ผลการวิจยั พบว่า การพฒั นาสมรรถภาพทางกายของ
นักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 ท่ีมีสมรรถภาพทางกายต่ากว่าเกณฑม์ าตรฐาน ก่อนและหลงั การฝึก มี
ความแตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 ในรายการ ว่ิง 50 เมตร, ยนื กระโดดไกล, ลกุ น่งั 30
วินาที, ว่ิงเก็บของ และน่ังงอตัวไปขา้ งหน้า สามารถพัฒนาสมรรถภาพทางกายดา้ นความเร็ว, ความ
แข็งแรงและพลงั ของกลา้ มเนือ้ ขา, ความทนทานของกลา้ มเนือ้ หนา้ ทอ้ ง, ความคล่องแคล่วว่องไว และ
ความอ่อนตวั และสอดคลอ้ งกบั การศกึ ษาของ นิดา รตั นครอง (2549 : บทคดั ย่อ) ไดท้ าการศกึ ษาผลของ
การยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ ท่ีมีตอ่ ความออ่ นตวั กบั กลมุ่ ตวั อย่างท่ีเป็นนกั แบดมินตนั และเทนนิส อายุ 12-16 ปี
โดยทาการฝึกสปั ดาหล์ ะ 3 วนั เป็นเวลาทงั้ สิน้ 8 สปั ดาห์ ผลการวิจยั พบว่า การฝึกตามโปรแกรมการยืด
เหยียดกลา้ มเนือ้ แบบอยกู่ บั ท่ี (SS) ภายหลงั สปั ดาหท์ ่ี 4 และ 8 คา่ เฉล่ยี ของความอ่อนตวั มีความแตกตา่ ง
กนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05
5.3 ขอ้ เสนอแนะ
1. การวิจัยในครงั้ นี้ สามารถนาไปใชใ้ ห้เป็นประโยชนใ์ นการจัดการเรียนการสอนพลศึกษาให้
เหมาะสมและใชเ้ ป็นแนวทางในการปรบั ปรุงระดบั สมรรถภาพทางกายดา้ นความอ่อนตวั ของนกั เรียนใหม้ ี
ประสิทธิภาพมากยง่ิ ขนึ้
2. ขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการทดสอบสมรรถภาพทางกายดา้ นความอ่อนตวั ของนักเรียน สามารถนาไป
สรา้ งเกณฑป์ กติของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นสภาราชินี จงั หวดั ตรงั
20
บรรณานุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลกั สตู รการแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551.
กรุงเทพฯ : โรงพิมพค์ รุ ุสภาลาดพรา้ ว.
พชิ ิต ภตู จิ นั ทร์ (2547) วทิ ยาศาสตรก์ ารกีฬา การศกึ ษาและการสอน (อดุ มศกึ ษา) กีฬาเวชศาสตร์
กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์
มนสั ยอดคา (2548) สขุ ภาพกบั การออกกาลงั กาย กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์
นิดา รตั นครอง. (2549). “ผลของการยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ แบบกระตนุ้ ระบบประสาทท่ีมีต่อเวลา
ปฏกิ ิรยิ า ตอบสนอง ความออ่ นตวั และความแข็งแรง.” วิทยานิพนธป์ รญิ ญาวิทยาศาสตรม์ หาบณั ฑิตสาขา
วิทยาศาสตรก์ ารกีฬา. กรุงเทพฯ : บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์
รัชดา จันทร์คา . (2551). รายงานวิจัยเร่ืองการพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ท่ีมีสมรรถภาพทางกายต่ากว่าเกณฑ์มาตรฐาน. กรุงเทพฯ : โรงเรียนไทยนิยม
สงเคราะห.์
ศริ ริ ตั น์ หิรญั รตั น.์ (2539). สมรรถภาพทางกายและทางกีฬา. นครปฐม : มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล.
สนธยา สีละมาด. (2547). หลกั การฝึกกีฬาสาหรบั ผฝู้ ึกสอนกีฬา. กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
การฝึกความออ่ นตวั คน้ ควา้ จาก(http://www.patrunning.info)
การทดสอบสมรรถภาพ คน้ ควา้ จาก (http://putruksa.blogspot.com)
ประวตั ิความเป็นมาของตะกรอ้ ในประเทศไทย คน้ ควา้ จาก (http://www.oknation.net)
โปรแกรมเปรยี บเทียบคะแนนทดสอบก่อนและหลงั เรยี น t-test dependent samples ของ ปกรณ์
ประจญั บาน
21
ภาคผนวก
22
แบบฝกึ การยดื เหยยี ดกล้ามเน้อื
23
24
25
26
27
ชื่อ – นามสกลุ ประวตั ยิ ่อผู้วจิ ยั
วนั เดือน ปี เกิด
สถานท่ีเกิด นายเจษฎา ฟองประพนั ธ์
ประวตั ิการศึกษา 30 มีนาคม 2536
จงั หวดั สงขลา
พ.ศ. 2554
มธั ยมศึกษาปี ท่ี 6 โรงเรียนควนขนุน
พ.ศ. 2559 อาเภอควนขนุน จงั หวดั พทั ลงุ
มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ สงขลา วิชาเอกพลศึกษา