The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nattanan Junbuala, 2024-02-08 16:09:59

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 The Development of academic achievement in the computational science subject with the Quizizz application for Mathayom 6 students ณัฐนันท์จันบัวลา รหัสนักศึกษา 63040145123 วิจัยในชั้นเรียนนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 2566


การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 The Development of academic achievement in the computational science subject with the Quizizz application for Mathayom 6 students ณัฐนันท์จันบัวลา รหัสนักศึกษา 63040145123 วิจัยในชั้นเรียนนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 2566


หัวข้อวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้วิจัย นายณัฐนันท์จันบัวลา สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.ดร. ปิยสุดา ตันเลิศ ครูพี่เลี้ยง นายศุภวิชญ์สุขศรี อาจารย์ประจำหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีอนุมัติให้นับวิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตาม หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา .................................................................. หัวหน้าสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปณวรรต คงธนกุลบวร) วันที่.......…เดือน…….…………พ.ศ…………… คณะกรรมการผู้ประเมินรายงานวิจัยในชั้นเรียน .................................................................................. ประธานคณะกรรมการ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปณวรรต คงธนกุลบวร) .................................................................................. กรรมการ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ปียสุดา ตันเลิศ) .................................................................................. กรรมการ (นายศุภวิชญ์สุขศรี) .................................................................................. กรรมการ (นายอภิรักษ์สรรพโส)


ก หัวข้อวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้วิจัย นายณัฐนันท์จันบัวลา สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษา ผศ.ดร.ปิยสุดา ตันเลิศ ปีการศึกษา 2566 บทคัดย่อ รายงานนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียน และหลังเรียนในรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนในรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอป พลิเคชัน Quizizz ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์จังหวัด อุดรธานีได้จากการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดการ เรียนรู้วิชาวิทยาการคำนวณ และแบบทดสอบแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง จริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ และแบบสอบถามความพึงพอใจของ นักเรียนที่มีต่อเรื่องจริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระ สรุปผลการใช้แผนได้ดังนี้ 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจต่อการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดย ใช้แอปพลิเคชัน quizizz อยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.64, S.D. = 0.54)


ข Thesis title : The Development of academic achievement in the computational science subject with the Quizizz application for Mathayom 6 students. Researcher : Nattanan Junbuala Thesis advisers : Computer Education Degree : ผศ.ดร.ปิยสุดา ตันเลิศ Year : 2566 Abstract The objectives of this report are 1) to compare academic achievement between before and after studying in the computational science subject. with the Quizizz application of Mathayom 6 students 2) to study student satisfaction with learning in the subject of computational science. with the Quizizz application for Mathayom 6 students. The target group is Mathayom 6 students at Thetsaban 7 Rot Fai Songkhro School. Udon Thani Province from the purposive selection of 32 people, the tools used in the research were: Computational Science Lesson Plan and the academic achievement test on ethics, code of conduct, and information technology law. and a questionnaire on student satisfaction with ethics, code of conduct, and information technology laws. Data analysis used mean, percentage, standard deviation. and independent t-tests. The results of using the plan can be summarized as follows 1. Academic achievement in the computational science course Using the Quizizz application for Mathayom 6 students, after studying was significantly higher than before studying at the .05 level. 2. Mathayom 6 students have the highest desire to study thesis subjects without using tests (x̅ = 4.64, S.D. = 0.54).


ค กิตติกรรมประกาศ โครงงานทางด้านคอมพิวเตอร์ศึกษานี้สำเร็จได้ด้วยดีเพราะได้รับความกรุณาความช่วยเหลือ และการให้คำแนะนำแก้ไข ปรับปรุงจากอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการทุกท่านโดยเฉพาะ ผู้ช่วยศาสตรจารย์ดร.ปิยสุดา ตันเลิศ อาจารย์ที่ปรึกษา ที่ได้กรุณาสละเวลาในการตรวจทาน แก้ไข ให้ความห่วงใย และเป็นกำลังใจให้แก่ผู้วิจัยด้วยดีเสมอมา รวมทั้งให้คำปรึกษา ข้อแนะนำ ข้อคิดต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อโครงงานวิจัย เพื่อให้งานวิจัยฉบับนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณอย่าง สูงมา ณ ที่นี้ ขอกราบขอพระคุณอาจารย์ทุกท่านที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาการทั้งหลายให้จนสามารถสร้าง ผลงานวิจัยออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงมอบแนวทางในการศึกษา ให้ทั้งความรักความเอาใจใส่ สั่งสอนศิษย์มาตั้งแต่เริ่มจนถึงบันนี้ได้มีวิชาการติดตัวประกอบสัมมาอาชีพเลี้ยงตนเลี้ยงครอบครัวได้ ขอขอบพระคุณคณะผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ทุกท่านที่ สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการเก็บรวบรวมข้อมูล และทดลองใช้ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา และขอขอบคุณนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์เหล่าทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการศึกษาครั้งนี้ คุณค่าและประโยชน์ของการศึกษาในครั้งนี้ขอน้อมบูชาพระคุณบิดา มารดาและครูอาจารย์ ตลอดจนผู้มีพระคุณทุกท่านที่ได้ให้ชีวิต สติปัญญา และคุณธรรม อันเป็นเครื่องชี้นำชีวิตและ เสริมสร้างบารมีสิ่งดีงามให้แก่ผู้ศึกษา นายณัฐนันท์ จันบัวลา


ง สารบัญ บทที่ หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ก บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ข กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญ ง สารบัญตาราง ฉ สารบัญรูป ช 1 บทนำ 1 ที่มาและความสำคัญของปัญหา 1 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 2 สมมติฐานการศึกษา 2 ขอบเขตของการศึกษา 3 นิยามศัพท์เฉพาะ 3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4 แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) 9 แนวคิดเกี่ยวกับการทดสอบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Testing) 9 ระบบทดสอบออนไลน์จาก Quizizz 10 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 16 ความพึงพอใจต่อกาเรียนรู้ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 18 21 3 วิธีดำเนินการวิจัย 25 ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา 25 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 26 การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 26


จ สารบัญ (ต่อ) บทที่ หน้า การดำเนินการและการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 31 32 32 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 38 การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนของนักเรียนด้วยแอปพลิเคชัน Quizizz 38 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแอปพลิเคชัน Quizizz 38 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 41 สรุปผลการศึกษา 41 อภิปรายผล 42 ข้อเสนอแนะ 44 บรรณานุกรม 45 ภาคผนวก 49 ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญและหนังสือราชการ 51 ข เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูล 52 ค แบบประเมินและผลการหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 83 ง ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 98 ประวัติผู้วิจัยคนที่ 1 111


ฉ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 2.1 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ 8 3.1 รูปแบบการวิจัย The One Group, Pretest - Posttest Design 25 3.2 กำหนดการทดลอง 31 4.1 การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนของนักเรียนที่เรียน โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz 38 4.2 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแอปพลิเคชัน 39 ก.1 รายนามผู้เชี่ยวชาญ 51 ค.1 แบบประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 84 ค.2 ผลการประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 93 ค.3 ผลการประเมินความสอดคล้องของความพึงพอใจของนักเรียน 95 ค.4 ผลการประเมินค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบสอบถามความพึงพอใจ 97 ง.1 ค่าความยากและค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 99 ง.2 ค่าความเชื่อมั่นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 101 ง.3 ผลรวม ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละคะแนนทดสอบก่อนเรียน และคะแนนทดสอบหลังเรียน 104 ง.4 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน 105 ง.5 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียน 106 ง.6 ผลการประเมินคุณภาพการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการ คำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz 108


ช สารบัญรูป รูปที่ หน้า ข.1 แสดงหน้าต่างการสมัครสมาชิก 53 ข.2 แสดงหน้าต่างการสร้างชุดแบบทดสอบ 53 ข.3 แสดงหน้าต่างแถบต่างๆในการสร้างชุดแบบทดสอบ 53 ข.4 แสดงหน้าต่างการพิมพ์คำถามในชุดแบบทดสอบ 53 ข.5 แสดงหน้าต่างการเลือกคำตอบที่ถูกต้องและกำหนดเวลาในการทำข้อสอบ 54 ข.6 แสดงหน้าต่างการกำหนดชั้นผู้เรียน รายวิชา กำหนด Tag เพื่อช่วยสืบค้น 54 ข.7 แสดงหน้าต่างแสดงหน้าจอที่ มีรหัสข้อสอบ (หมายเลข 6 หลัก) 54 ข.8 แสดงหน้าต่างแสดงหน้าจอเข้าทำข้อสอบ ใส่รหัสข้อสอบ (หมายเลข 6 หลัก) 55 ข.9 แสดงหน้าจอขณะผู้สอบทำแบบทดสอบจากเครื่องคอมพิวเตอร์ 55 ข.10 แสดงหน้าจอขณะผู้สอบทำแบบทดสอบเสร็จจะมีผลสอบแสดง 55 ข.11 แสดงหน้าต่างการเลือกดูรายงานผลของผู้เข้าสอบทุกคน 55 ข.12 แสดงหน้าต่างการ Download Excel จัดเก็บไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ 56


บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา การศึกษาในประเทศไทยได้มีการพัฒนาและปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันกับปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เกิดความรู้ความสามารถและทักษะต่าง ๆ ที่ทําให้สามารถดํารงชีพอยู่ใน สภาวะสังคมในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังเห็นได้จากการปรับปรุงหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ในส่วนของกลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคมศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยมีการนําสาระที่ 3 และ 4 ของกลุ่มสาระ การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มาเป็นสาระที่ 4 เทคโนโลยีของกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ซึ่งมี 2 มาตรฐาน คือ ว 4.1 ที่เน้นการนําเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาหรือพัฒนาในชีวิตประจําวันได้ อย่างเหมาะสมโดยคํานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม และ ว 4.2 ที่มีจุดประสงค์ให้ ผู้เรียนมีแนวคิดเชิงคํานวณในการแก้ปัญหาในชีวิตประจําวัน อย่างเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม อย่างเป็นระบบและมีจริยธรรม (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560) ปัจจุบันรูปแบบการสอนที่นิยมใช้มีอยู่หลากหลาย การเลือกรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ เหมาะสมกับหลักสูตรที่เปลี่ยนแปลงเนื่องจากการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) เนื่องจากต้องสอดคล้องกับจุดประสงค์ของตัวชี้วัดและมาตรฐาน การศึกษาที่มีการปรับปรุงใหม่ ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพ สังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว) ในการเรียนการสอนของโรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ ได้มีการนำหลักสูตรแกนกลาง ที่มีการปรับปรุงนี้มาใช้ ซึ่งในรายวิชาวิทยาการคํานวณ ที่อยู่ในมาตรฐานการศึกษา ว 4.2 ในระดับชั้น มัธยมปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 นั้นผลการเรียนของนักเรียนในส่วนทักษะการแก้ปัญหา มีผลสัมฤทธิ์อยู่ในระดับน้อยเพราะนักเรียนไม่สามารถนําหลักการแนวคิดของวิทยาการคํานวณมาใช้ ในการแก้ปัญหาได้และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน จากข้อมูลที่กล่าวมา ผู้วิจัยจึงได้มีความสนใจที่จะศึกษาในเรื่องการใช้สื่อการสอน Quizizz เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาวิทยาการคำนวณ ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผลของการวิจัยจะนำมาใช้ประโยชน์ในการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น


2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนในรายวิชา วิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนในรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้ แอปพลิเคชัน Quizizz ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สมมติฐานของการศึกษา 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ในรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในระดับ .05 2. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอป พลิเคชัน Quizizz ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ขอบเขตของการศึกษา 1. ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ ปีการศึกษา 2566 จำนวน 73 คน 2. กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ จำนวนนักเรียน 32 คน ได้มาโดยการเลือก แบบเจาะจง (Purposive Sampling) 3. ขอบเขตด้านเนื้อหา เนื้อหาที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ คือ เนื้อหาตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง จริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ แบ่งออกเป็น 3 หัวข้อเรื่องย่อย ได้ดังนี้ 3.1 เรื่อง จริยธรรมและจรรยาบรรณในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 2 นาที 3.2 เรื่อง กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 2 นาที 3.3 เรื่อง ลิขสิทธ์ซอฟต์แวร์และกฎหมายลิขสิทธิ์ จำนวน 2 นาที 4. ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา ปีการศึกษา 2566 5. ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา 5.1 ตัวแปรอิสระ ได้แก่ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 5.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ 5.2.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5.2.2 ความพึงพอใจ


3 นิยามศัพท์เฉพาะ 1. สื่อการสอน Quizizz หมายถึงเป็นเว็บไซต์ที่ช่วยสร้างแบบทดสอบออนไลน์ e-Testing ได้ฟรี ผู้เรียนท าแบบทดสอบผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ Notebook Tablet Smartphone ที่เชื่อมต่อ ระบบ Internet ผู้เรียนทราบผลการสอบทันที และผู้สอน ได้รับรายงาน (Report) ผลการสอบและ บันทึกลงเครื่องคอมพิวเตอร์ได 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู้ ความสามารถของนักเรียนในรายวิชา วิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ซึ่งเปรียบเทียบจากค่าเฉลี่ยของคะแนนที่นักเรียน ทั้งหมดทำได้จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง เครื่องมือที่ใช้วัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนในรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ที่ผู้ศึกษา สร้างขึ้น ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 4. ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกชอบ ยินดี หรือประทับใจต่อการจัดการเรียนรู้ใน รายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ซึ่งประเมินจากแบบสอบถามที่ผู้ศึกษาสร้าง ขึ้น มีลักษณะเป็นแบบประเมินแบบประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 11 ข้อ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ในรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เพิ่มขึ้น 2. นักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาในรายวิชาวิทยาการคำนวณ เรื่อง จริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ 3. นักเรียนมีความสนุกสนานที่ได้เรียน 4. เป็นแนวทางให้ผู้ที่สนใจในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แอพลิเคชันได้ศึกษา ต่อไป


บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการในรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ ในครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้ศึกษาค้นคว้า เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนำเสนอต่อไปนี้ 1. การวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2. แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) 3. แนวคิดเกี่ยวกับการทดสอบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Testing) 4. ระบบทดสอบออนไลน์จาก Quizizz 4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5. ความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ 6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติ ให้เป็น มนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทย และเป็น พลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้ และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษา ต่อการประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอด ชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้ เต็มตามศักยภาพ 1. หลักการ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหลักการที่สำคัญดังนี้ 1.1 เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐาน การเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรม บน พื้นฐานของความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล 1.2 เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคน มีโอกาสได้รับการศึกษา อย่างเสมอภาคและมีคุณภาพ 1.3 เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัด การศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น


5 1.4 เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยึดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและ การจัดการเรียนรู้ 1.5 เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 1.6 เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ 2. จุดหมาย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มี ศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมาย เพื่อให้เกิดกับผู้เรียนเมื่อจบ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 2.1 มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัย และ ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจ พอเพียง 2.2 มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การ ใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต 2.3 มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย 2.4 มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.5 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนา สิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่าง มีความสุข 3. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการ เรียนรู้ ซึ่งการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดนั้นจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะ สำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 3.1 ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถใน การรับและส่งสาร มี วัฒนธรรม ในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อ แลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจา ต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่างๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูล ข่าวสารด้วยหลักเหตุผล และความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดย คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อ ตนเองและสังคม


6 3.2 ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถใน การคิดวิเคราะห์ การคิด สังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่ การสร้างองค์ ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเอง และสังคมได้อย่างเหมาะสม 3.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถใน การแก้ปัญหาและอุปสรรค ต่างๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ประยุกต์ความรู้ มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบ ที่เกิดขึ้นต่อตนเองสังคมและสิ่งแวดล้อม 3.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการ ต่างๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและ ความ ขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและ สภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 3.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถ ในการเลือก และใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสารการทำงานการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ถูกต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้ 4.1 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 4.2 ซื่อสัตย์สุจริต 4.3 มีวินัย 4.4 ใฝ่เรียนรู้ 4.5 อยู่อย่างพอเพียง 4.6 มุ่งมั่นในการทำงาน 4.7 รักความเป็นไทย 4.8 มีจิตสาธารณะ


7 5. มาตรฐานการเรียนรู้ การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดให้ผู้เรียนเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้ 5.1 ภาษาไทย 5.2 คณิตศาสตร์ 5.3 วิทยาศาสตร์ 5.4 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 5.5 สุขศึกษาและพลศึกษา 5.6 ศิลปะ 5.7 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 5.8 ภาษาต่างประเทศ ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสำคัญของการ พัฒนาคุณภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ ระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ที่ต้องการให้เกิดแก่ผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้น 9มาตรฐานการเรียนรู้ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ เพราะมาตรฐาน การเรียนรู้จะสะท้อนให้ทราบว่า ต้องการอะไร ต้องสอนอะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอย่างไร รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษา โดยใช้ระบบการประเมิน คุณภาพภายใน และการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งรวมถึงการทดสอบระดับเขตพื้นที่การศึกษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบ เพื่อประกันคุณภาพดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วย สะท้อนภาพการจัดการศึกษา ว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามที่มาตรฐานการเรียนรู้กำหนด เพียงใด (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 4) ผู้ศึกษาได้วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 สรุปได้ดังต่อไปนี้ หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่เน้นการเชื่อมโยง ความรู้กับกระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการ สืบเสาะหาความรู้และแก้ปัญหาที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน มีการทำ กิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริงอย่างหลากหลาย (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุง 2560 , 2560)


8 สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน และการ แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตารางที่ 2.1 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระที่ 4 เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มาตรฐาน ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ว 4.2 1. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการ นำเสนอ และ แบ่งปันข้อมูลอย่าง ปลอดภัย มีจริยธรรม และ วิเคราะห์ ก า ร เ ป ล ี ่ ย น แ ป ล ง เ ท ค โ นโ ลยี สารสนเทศ ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต อาชีพ สังคม และ วัฒนธรรม • การนำเสนอและแบ่งปันข้อมูล เช่น การ เขียนบล็อก อัปโหลดวิดีโอ ภาพอินโฟกราฟิก • การนำเสนอและแบ่งปันข้อมูลอย่าง ปลอดภัยเช่น ระมัดระวังผลกระทบที่ตามมา เมื่อมีการแบ่งปันข้อมูลหรือเผยแพร่ข้อมูล ไม่ สร้างความเดือดร้อนต่อตนเองและผู้อื่น • จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ • เทคโนโลยีเกิดใหม่ แนวโน้มในอนาคตการ เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี • นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน • อาชีพเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ • ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อการ ดำเนินชีวิต อาชีพ สังคม และวัฒนธรรม สรุปได้ว่า การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ มีเนื้อหาและองค์ ความรู้ภายในสอดคล้องกับตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ สาระที่ 4 เทคโนโลยีชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มาตรฐาน ว 4.2 ตัวชี้วัดที่ 1


9 แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) การเรียนการสอนผานระบบอิเล็กทรอนิกส (e-Learning) เปนนวัตกรรมการเรียนการ สอนโดยการประยุกตใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจัดการเรียนการสอนที่เพิ่มประสิทธิภาพ ในการจัดการการเรียนการสอนไดซึ่งมีนักวิชาการไดใหความหมายอีเลิรนนิ่งดังตอไปนี้ กฤษณา สิกขมาน (2555) ไดใหความหมายอีเลิรนนิ่งวา เปนรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียน การ สอนที่ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเปนเครื่องมือ โดยเนนไปที่การใชระบบเครือขาย อินเทอรเน็ต จึงทําใหผูเรียนสามารถเขาถึงและเรียนรูโดยไมจํากัดสถานที่และเวลา สุนีย ศีลพิพัฒน์ (2550) ไดใหความหมายอีเลิรนนิ่งวา เปนการศึกษาที่นําเทคโนโลยี ดานอิเล็กทรอนิกสและเทคโนโลยีการสื่อสารเขามาใชในการเรียนการสอน สามารถเรียนได ทุกที่ ทุกเวลา ตามความตองการโดยผานระบบอินเทอรเน็ต อินทราเน็ต ดาวเทียม โทรศัพทมือถือ สามมิติ สุขบรรจง (2554) ไดใหความหมายอีเลิรนนิ่งวา เปนรูปแบบการเรียนรูดวยตนเอง โดย อาศัยเครือขายคอมพิวเตอรหรือสื่ออิเล็กทรอนิกสในการถายทอดเนื้อหาการเรียน และอยูใน รูปแบบ การสอนทางเดียว หรือการสอนแบบปฏิสัมพันธก็ได ยอดนภา เกษเมือง (2554) ไดใหความหมายอีเลิรนนิ่งวา เปนการใชระบบอินเตอรเน็ต มาออกแบบและจัดระบบเพื่อสรางระบบการเรียนการสอน โดยเชื่อมโยงระบบเปนเครือขายที่สามารถ เรียนรูได ทุกที่ ทุกเวลา และทุกคน สามารถประเมินติดตามผูเรียนไดเสมือนการเรียนในหองเรียนจริง ไพรศาล ลุนใต้(2550) ไดใหความหมายอีเลิรนนิ่งวา เปนรูปแบบจัดการเรียนการสอนโดยผ าน ระบบเครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศ ผูเรียนสามารถเขามาเรียนรูเนื้อหา หรือการเรียนที่ผูสอนกับ ผูเรียนมีการปฏิสัมพันธกันผานกระดานถาม-ตอบอิเล็กทรอนิกส อันจะชวยกระตุนการเรียนรูของ ผู เรียน สรุปไดวา อีเลิรนนิ่ง (e-Learning) เปนการเรียนการสอนโดยใชอิเล็กทรอนิกสในระบบ เครือขายอินเตอรเน็ต เพื่อถายทอดความรูดานเนื้อหาการเรียนในรูปแบบออนไลน โดยจัดการเรียน การสอนในหลายรูปแบบ เชน การสอนผานเว็ปไซต เฟสบุคไลท (Facebook Live) ไลน (Line) ยูทูป (YouTube) ฯลฯ ผานเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส เชน คอมพิวเตอร สมารทโฟน แท็ปเล็ต เปนตน เพื่อใหงายตอการเขาถึงเนื้อหาทางการเรียนไดทุกที่ ทุกเวลา และผูเรียนกับผู สอนไดมีปฏิสัมพันธ การเรียนการสอนไดอยางมีประสิทธิภาพ แนวคิดเกี่ยวกับการทดสอบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Testing) การทดสอบผานระบบอิเล็กทรอนิกส หรือ e-Testing เปนสิ่งสําคัญตอการวัดผล ประเมินผลทางการเรียนของผูเรียน และไดมีนักวิชาการไดใหความหมาย คุณสมบัติ และขอดีของการ สอบผานระบบอิเล็กทรอนิกส หรือ e-Testing ดังนี้


10 ความหมายของการสอบผานระบบอิเล็กทรอนิกส (e-Testing) เกษม แสงนนท์ ไดให ความหมายของ e-Testing วา เป นการสอบดวยระบบ อิเล็กทรอนิกสที่ผูสอบทําแบบทดสอบผานคอมพิวเตอร แทนการทําแบบทดสอบบนกระดาษคําตอบ และผูสอบสามารถรูผลการทดสอบหลังจากทําขอสอบเสร็จทันที สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ (2561) ไดใหความหมายของ e-Testing วา เป นการสอบ ดวยระบบอิเล็กทรอนิกส ซึ่งผูเขาสอบทําแบบทดสอบผานคอมพิวเตอร แทนการทํา แบบทดสอบลง ในกระดาษคําตอบ สามารถดําเนินการจัดการทดสอบไดอยางเปนมาตรฐานและมี ประสิทธิภาพ และรูผลการทดสอบเบื้องตนหลังจากทําขอสอบเสร็จทันที สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร (2561) ไดใหความหมายของ e-Testing วา เป นระบบที่ ใชในการจัดสอบทางอิเล็กทรอนิกส ผานทางคอมพิวเตอร ทําใหเกิดความสะดวกกับผูเขา สอบและทราบผลการสอบไดอยางรวดเร็ว จักรพันธ ศรีคุม (2561) ไดใหความหมายของ e-Testing วา เปนการสอบอิเล็กทรอนิกส ดวยเครื่องคอมพิวเตอร ผูสอบตองมีความรูพื้นฐานทางคอมพิวเตอร โดยผูสอบสามารถเลือกวัน เวลาการสอบไดเอง สอบเสร็จทราบผลไดทันที และทําใหมีประสิทธิภาพทางการเรียนมีประสิทธิภาพ มากขึ้น สรุปไดวา e-Testing เปนการทดสอบผานระบบอิเล็กทรอนิกส โดยใชเครื่อง คอมพิวเตอร ทําการทดสอบทางการศึกษา แทนการทําการทดสอบในกระดาษคําตอบ ผูทดสอบจะต องมีความรูพื้นฐานการใชคอมพิวเตอรเบื้องตนกอนถึงจะทําการทดสอบได ผูสอบสามารถเลือกวัน และเวลาใน การสอบไดดวยตัวเอง เมื่อทดสอบแลวสามารถทราบผลสอบไดทันที ระบบทดสอบออนไลน์จาก Quizizz ระบบทดสอบออนไลนจาก Quizizz เปนเว็บไซตหนึ่งที่ชวยในการสรางแบบทดสอบ ออนไลนไดฟรี โดยสามารถสรางแบบทดสอบและผูทดสอบทําการทดสอบผานอุปกรณอิเล็กทรอนิกส มีทั้ง คอมพิวเตอร สมารทโฟน (SmartPhone) แล็บท็อป (Laptop) หรือ โนตบุค (Notebook) และ แทปเล็ต (Tablet) ที่เชื่อมตอระบบอินเทอรเน็ต (Internet) ผูสอบสามารถทราบผลสอบไดทันที โดยผูสอนไดรับรายงาน (Repont) ผลการสอบและบันทึกลงเครื่องคอมพิวเตอร เหมาะกับการนํามา ประยุกตในการทําการทดสอบกอนเรียน หลังเรียนเพื่อวัดผลในการเรียนรูของผูเรียน หรือจัดการสอบ แบบเกมสเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการเรียนได การพัฒนาระบบทดสอบออนไลนของ Quizizz มี ๓ ขั้นตอนดังนี้


11 ๑. ขั้นตอนการลงทะเบียนใชงาน https://quizizz.com/ การสรางแบบทดสอบออน ไลน (e-testing) ๒. ขั้นตอนการเปดหองสอบและดําเนินการสอบ ๓. ขั้นตอนการดูรายงานผลการสอบและเก็บรายงานผล ๑.๑ ขั้นตอนที่ ๑ เปนการสมัครสมาชิก https://quizizz.com/ โดยไปที่เว็บไซต แลวกด Log in และกรอกขอมูลตางลงไปจากนั้นใหกดปุม Go ดังแสดงแผนภาพที่ 2.1 แผนภาพที่ 2.1 แสดงหน้าต่างการสมัครสมาชิก ที่มา : ศุภลักษณ์ จุเครือ. Multimedia e-News ฉบับที่ 37 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อเขาสูการทํางาน https://quizizz.com/ คลิก “+ Create your own quiz” เพื่อทํา การสรางชุดแบบทดสอบ โดยสามารถตั้งชื่อแบบทดสอบวาเปนรายวิชาใด ตั้งคาภาษา ตั้งคา การแชร แบบทดสอบ และเพิ่มรูปตัวอยางของแบบทดสอบหรือรายวิชาได ดังแสดงแผนภาพที่ 2.2 แผนภาพที่ 2.2 แสดงหน้าต่างการสร้างชุดแบบทดสอบ ที่มา : ศุภลักษณ์ จุเครือ. Multimedia e-News ฉบับที่ 37 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หนาตางการสรางขอสอบดานซายจะเปนการกําหนดขอสอบในแตละขอ โดยสามารถ เพิ่ม หรือ ลด จํานวนขอ และการแกไขขอสอบแตละขอ สําหรับแถบกลางจะใชกําหนดคําถาม คําตอบของ ขอสอบ ขอนั้นๆ และแถบดานขวาจะเปนหนาตาง Preview ดังแสดงภาพที่ 2.3


12 แผนภาพที่ 2.3 แสดงหน้าต่างแถบต่างๆในการสร้างชุดแบบทดสอบ ที่มา : ศุภลักษณ์ จุเครือ. Multimedia e-News ฉบับที่ 37 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พิมพคําถามลงไปในชอง Question โดยสามารถกําหนดสีเพิ่มเติมไดจากเครื่องมือ ด านบน (เหมือนกับการทํางาน MS WORD) เมื่อพิมพคําถามแลวก็พิมพตัวเลือกคําตอบลงในชอง Option ๑,๒,๓,๔ ดานลาง ดังแสดงแผนภาพที่ 2.4 แผนภาพที่ 2.4 แสดงหน้าต่างการพิมพ์คำถามในชุดแบบทดสอบ ที่มา : ศุภลักษณ์ จุเครือ. Multimedia e-News ฉบับที่ 37 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กดปุม Incorrect ที่ทายตัวเลือกที่เปนคําตอบที่ถูกตอง ปุม Incorrect จะกลายเปน correct (แสดงวาเปนคําตอบที่ถูกตอง) ดังแสดงรูปกําหนด เวลาที่ใหในการทําขอสอบในแตละขอที่ ปุม Time ดานบน ดังแสดงแผนภาพที่ 2.5


13 แผนภาพที่ 2.5 แสดงหน้าต่างการเลือกคำตอบที่ถูกต้องและกำหนดเวลาในการทำข้อสอบ ที่มา : ศุภลักษณ์ จุเครือ. Multimedia e-News ฉบับที่ 37 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อสรางขอสอบเสร็จแลวกดปุม Finish แลวกําหนดระดับชั้นของผูเรียน กําหนด หมวดรายวิชา กําหนด Tag เพื่อชวยในการสืบคน ดังแสดงแผนภาพที่ 2.6 แผนภาพที่ 2.6 แสดงหน้าต่างการกำหนดชั้นผู้เรียน รายวิชา กำหนด Tag เพื่อช่วยสืบค้น ที่มา : ศุภลักษณ์ จุเครือ. Multimedia e-News ฉบับที่ 37 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อกด Process โปรแกรมจะแสดงหนาจอที่ มีรหัสขอสอบ (หมายเลข ๖ หลัก) และ URL ที่สงใหผูสอบเขามา join.quizizz.com ผูสอนจะตองแจง Code รหัสขอสอบ และ Link: https://quizizz.com/join/ ใหผูเขาสอบทุกคนทราบกอน ดังแสดงแผนภาพที่ 2.7 แผนภาพที่ 2.7 แสดงหน้าต่างแสดงหน้าจอที่ มีรหัสข้อสอบ (หมายเลข 6 หลัก) ที่มา : ศุภลักษณ์ จุเครือ. Multimedia e-News ฉบับที่ 37 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล


14 ขั้นตอนที่ ๒ การเปดหองสอบเมื่อผูสอนแจง Code รหัสขอสอบใหผูเรียนทุกคน ทราบ แลว ผูเขียนจะเขาทําขอสอบ โดยไปที่ join.quizizz.com โดยใชเครื่องคอมพิวเตอร หรือ อุปกรณ สื่อสารอื่น เชน ipnone ipad tablet ฯลฯ ที่เชื่อมตอระบบอินเตอรเน็ต เมื่อเปดเว็บ Browser แล วเปด URL https://quizizz.com/join/ จากนั้น ใสรหัสขอสอบ แลวกด Process แลว ใสชื่อผูสอบ ดังแสดงแผนภาพที่ 2.8 แผนภาพที่ 2.8 แสดงหน้าต่างแสดงหน้าจอเข้าทำข้อสอบ ใส่รหัสข้อสอบ (หมายเลข 6 หลัก) ที่มา : ศุภลักษณ์ จุเครือ. Multimedia e-News ฉบับที่ 37 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อมีผูเรียนเขามา Join ในหองสอบแลว ที่ถาผูเรียนเขามาครบทุกคนแลว ผูสอนก็กด ปุม Start Game เพื่อเริ่มการทําแบบทดสอบ ดังแสดงแผนภาพที่ 2.9 แผนภาพที่ 2.9 แสดงหน้าจอขณะผู้สอบทำแบบทดสอบจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มา : ศุภลักษณ์ จุเครือ. Multimedia e-News ฉบับที่ 37 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อผูสอบทําแบบทดสอบเสร็จแลวก็จะมีผลการสอบแสดงวาถูกผิดกี่ขอ และในหนาจอ ของผูสอนก็จะมีภาพแสดงผลการสอบของนักเรียนทุกคน ถาตองการเก็บผล กดปุม Export ดังแสดง แผนภาพที่ 2.10


15 แผนภาพที่ 2.10 แสดงหน้าจอขณะผู้สอบทำแบบทดสอบเสร็จจะมีผลสอบแสดง ที่มา : ศุภลักษณ์ จุเครือ. Multimedia e-News ฉบับที่ 37 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ขั้นตอนที่ ๓ การดูรายงานผลการสอบ และเก็บรายงานผล เมื่อสอบเสร็จแลว ผูสอนสามารถดูรายงานผลของผูเขาสอบทุกคน และดาวนโหลดลงเครื่องคอมพิวเตอรได โดยเลือก เมนู My Report แลวเลือกแถบ Completed และเลือกรายวิชา ที่ตองการดูผลรายงาน ดังแสดงแผนภาพที่ 2.11 แผนภาพที่ 2.11 แสดงหน้าต่างการเลือกดูรายงานผลของผู้เข้าสอบทุกคส ที่มา : ศุภลักษณ์ จุเครือ. Multimedia e-News ฉบับที่ 37 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในสวนนี้เราสามารถดูไดวาในแตละขอผูสอบคนใดตอบถูก ผิด การเก็บผลรายงานการ สอบใหกดปุม Download excel แลวเลือกที่จัดเก็บไฟลในเครื่องคอมพิวเตอร เปนอันเสร็จสิ้น ขั้นตอน ดังแสดงแผนภาพที่ 2.12


16 แผนภาพที่ 2.12 แสดงหน้าต่างการ Download Excel จัดเก็บไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มา : ศุภลักษณ์ จุเครือ. Multimedia e-News ฉบับที่ 37 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2559 กองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1. ความหมายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นความสามารถของนักเรียนในด้านต่างๆ ซึ่งเกิดจากนักเรียน ได้รับประสบการณ์จากกระบวนการเรียนการสอนของครู โดยครูต้องศึกษาแนวทางในการวัด และประเมินผล การสร้างเครื่องมือวัดให้มีคุณภาพนั้น ได้มีผู้ให้ความหมายของผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนไว้ดังนี้ อรทัย จันใด (2553, หน้า 18) กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู้ ความสามารถในการ ที่จะพยายามเข้าถึงความรู้ หรือทักษะซึ่งเกิดจากการกระทำที่ประสานกันต้อง อาศัยความพยายามอย่างมากทั้งองค์ประกอบทางด้านที่เกี่ยวข้องกับสติปัททา และองค์ประกอบที่ใช้ สถิติปัททาแสดงออกในรูปของความสำเร็จ ซึ่งสามารถสังเกตและวัดได้ด้วยเครื่องมือทางจิตวิทยา หรือแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทั่วไป ชนิดา ยอดสาลี และ กาทจนา บุทส่ง (2559, หน้า 13) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความรู้หรือ ทักษะที่ต้องใช้สติปัททาและสมรรถภาพทางสมองที่ได้รับมาจากการสั่งสอน แสดงออกมา ในรูปความสำเร็จสามารถ วัดได้โดยการแสดงออกมาทั้ง 3ด้าน คือพุทธิพิสัย ด้านจิตพิสัย ด้านทักษะพิสัย และใช้แบบทดสอบความสามารถใน การเรียนรู้เกี่ยวกับเนื้อหาวิชาที่เรียน สรุป ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ผลที่เกิดจากการกระท าของบุคคล เป็นการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมโดยเป็นผลจากการได้รับประสบการณ์จากการเรียนรู้ด้วยตนเองหรือจากการ เรียน การสอนในชั้นเรียนสามารถประเมินหรือวัดประมาณได้จากการทดสอบหรือการสังเกต พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ผลที่เกิดจากกระบวนการเรียนการ สอนที่จะทำให้นักเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และสามารถวัดได้โดยการแสดงออกมาทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านพุทธิพิสัย ด้านจิตพิสัย และด้านทักษะพิสัย


17 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แต่ที่นิยมใช้มี 6 แบบดังนี้ 2.1 ข้อสอบอัตนัยหรือความเรียง (Subjective or Essay test) เป็นข้อสอบที่มีเฉพาะ คำถาม แล้วให้นักเรียนเขียนตอบอย่างเสรี เขียนบรรยายตามความรู้และเขียนข้อคิดเห็นของแต่ละ คน 2.2 ข้อสอบแบบกาถูก-ผิด (True-false test) คือข้อสอบแบบเลือกตอบที่มี 2 ตัวเลือก แต่ตัวเลือก ดังกล่าวเป็นแบบคงที่และมีความหมายตรงกันข้าม เช่น ถูก-ผิด ใช่ ไม่ใช่ จริงไม่จริง เหมือนกัน ต่างกัน เป็นต้น 2.3 ข้อสอบแบบเติมคำ (Completion test) เป็นข้อสอบที่ประกอบด้วยประโยค หรือข้อความที่ยังไม่ สมบูรณ์แล้วให้ตอบเติมคำหรือประโยค หรือข้อความลงในช่องว่างที่เว้นไว้นั้น เพื่อให้มีใจความสมบูรณ์และถูกต้อง 2.4 ข้อสอบแบบตอบสั้นๆ (Short answer test) เป็นข้อสอบที่คล้ายกับข้อสอบ แบบเติมคำ แต่แตกต่างกันที่ข้อสอบแบบตอบสั้นๆเขียนเป็นประโยคคำถามสมบูรณ์ (ข้อสอบเติมคำ เป็นประโยคหรือข้อความที่ยัง ไม่สมบูรณ์) แล้วให้ผู้ตอบเขียนตอบ คำตอบที่ต้องการจะสั้น และกะทัดรัดได้ใจความสมบูรณ์ไม่ใช่เป็นการบรรยายแบบข้อสอบอัตนัยหรือความเรียง 2.5 ข้อสอบแบบจับคู่ (Matching test) เป็นข้อสอบแบบเลือกตอบชนิดหนึ่งโดยมีค่า หรือข้อความแยกออกจากกันเป็น 2 แล้วให้ผู้ตอบเลือกจับคู่ว่าแต่ละข้อความในชุดหนึ่งจะคู่กับคำ หรือข้อความใดในอีกชุดหนึ่งซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ผู้ออกข้อสอบกำหนดไว้ 2.6 ข้อสอบแบบเลือกตอบ (Multiple choice test) คำถามแบบเลือกตอบโดยทั่วไป จะประกอบด้วย 2 ตอน คือ ตอนนำหรือคำถาม (Stem) กับตอนเลือก (Choice) ในตอนเลือกนั้น จะประกอบด้วยตัวเลือกที่เป็นคำตอบถูกและตัวเลือกลวง ปกติจะมีคำถามที่กำหนดให้พิจารณา แล้วหาตัวเลือกที่ถูกต้องมากที่สุดเพียงตัวเลือกเดียวจากตัวเลือกอื่นๆและคำถามแบบเลือกตอบ ที่ดีนิยมใช้ตัวเลือกที่ใกล้เคียงกัน 3. ลักษณะของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่ดี นักการศึกษาหลายท่านได้กล่าวถึงลักษณะของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่ดี (ศิริพร ทิพย์คง, 2545 : 195 , พิชิต ฤทธิ์จรูญ 2545 : 135 - 161) 3.1 ความเที่ยงตรง เป็นแบบทดสอบที่สามารถนำไปวัดในสิ่งที่เราต้องการวัดได้ อย่างถูกต้อง ตามจุดประสงค์ที่ต้องการวัด ครบถ้วน ตรง 3.2 ความเชื่อมั่น แบบทดสอบที่มีความเชื่อมั่น คือ สามารถวัดได้คงที่ไม่ว่าจะวัด กี่ครั้งก็ตาม เช่น ถ้านำ แบบทดสอบไปวัดกับนักเรียนคนเดิมคะแนนจากการสอบทั้งสองครั้งควร มีความสัมพันธ์กันดี เมื่อสอบได้คะแนนสูง ในครั้งแรกก็ควรได้คะแนนสูงในการสอบครั้งที่สอง


18 3.3 ความเป็นปรนัย เป็นแบบทดสอบที่มีคำถามชัดเจน เฉพาะเจาะจง ความถูกต้อง ตามหลักวิชา และ เข้าใจตรงกัน เมื่อนักเรียนอ่านคำถามจะเข้าใจตรงกัน ข้อคำถามต้องชัดเจน อ่านแล้วเข้าใจตรงกัน 3.4 การถามลึก หมายถึง ไม่ถามเพียงพฤติกรรมขั้นความรู้ความจำ โดยถามตาม ตำราหรือถามตามที่ครูสอน แต่พยายามถามพฤติกรรมขั้นสูงกว่าขั้นความรู้ความจำได้แก่ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ การ สังเคราะห์และการประเมินค่า 3.5 ความยากง่ายพอเหมาะ หมายถึง ข้อสอบที่บอกให้ทราบว่าข้อสอบข้อนั้นมีคน ตอบถูกมากหรือตอบ ถูกน้อย ถ้ามีคนตอบถูกมากข้อสอบข้อนั้นก็ง่ายและถ้ามีคนตอบถูกน้อยข้อสอบ ข้อนั้นก็ยาก ข้อสอบที่ยากเกินความสามารถของนักเรียนจะตอบได้นั้นก็ไม่มีความหมาย เพราะไม่สามารถจำแนกนักเรียนได้ว่าใครเก่งใครอ่อน ในทางตรงกันข้ามถ้าข้อสอบง่ายเกินไปนักเรียน ตอบได้หมด ก็ไม่สามารถจำแนกได้เช่นกัน ฉะนั้นข้อสอบที่ดีควรมีความยากง่ายพอเหมาะ ไม่ยาก เกินไปไม่ง่ายเกินไป 3.6 อำนาจจำแนก หมายถึง แบบทดสอบนี้สามารถแยกนักเรียนได้ว่าใครเก่ง ใครอ่อนโดยสามารถจำแนก นักเรียนออกเป็นประเภทๆ ได้ทุกระดับอย่างละเอียดตั้งแต่อ่อนสุด จนถึงเก่งสุด 3.7 ความยุติธรรม คำถามของแบบทดสอบต้องไม่มีช่องทางชี้แนะให้นักเรียนที่ฉลาด ใช้ไหวพริบในการเดา ได้ถูกต้องและไม่เปิดโอกาสให้นักเรียนที่เกียจคร้านซึ่งดูตำราอย่างคร่าวๆ ตอบได้ และต้องเป็นแบบทดสอบที่ไม่ ลำเอียงต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สรุปได้ว่า แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่ดี ต้องเป็นแบบทดสอบที่มีความเที่ยงตรง ความเชื่อมั่น ความเป็น ปรนัย ถามลึก มีความยากง่ายพอเหมาะ มีค่าอำนาจจำแนก และมีความ ยุติธรรม ความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ 1. ความหมายของความพึงพอใจ มีนักวิชาการหลายท่านได้ให้ความหมายของความพึงพอใจไว้หลายท่าน ดังนี้ สถาพร ส่องแสง (2554 : 52) ได้กล่าวว่า ความพึงพอใจเป็นทัศนคติอย่างหนึ่งที่มีลักษณะ เป็น นามธรรมไม่สามารถมองเห็นเป็นรูปร่างได้ เป็นความรู้สึกส่วนตัวเมื่อได้รับการตอบสนองตาม ความต้องการ ของตนในสิ่งที่ขาดหายไป และเป็นสิ่งที่กำหนดพฤติกรรมในการแสดงออก ของบุคคล ที่มีต่อการเลือกที่จะปฏิบัติในกิจกรรมนั้นๆ สุพรรษา ทองเปลว (2554 : 27) ได้กล่าวว่า ความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน หมายถึง ความรู้สึกในงานที่ทำด้วยความเต็มใจหรือพอใจในทางบวกที่ส่งผลต่อทัศนคติที่ดีในการทำงาน


19 และได้รับ การตอบสนองทางอารมณ์ของบุคคลที่แสดงออกเมื่อได้รับผลตอบแทนที่แตกต่างซึ่งรางวัล หรือผลตอบแทน เหล่านั้นเป็นสาเหตุของความพึงพอใจในการทำงาน มีความเสียสละ อุทิศตนมุ่งมั่น ในการปฏิบัติงานส่งผลให้ งานนั้นบรรลุวัตถุประสงค์ มีประสิทธิภาพ และความก้าวหน้าในองค์การ ผุสดี แสงหล่อ (2555 : 14) ได้กล่าวว่า ความพึงพอใจ หมายถึงความรู้สึกรวมของบุคคล ที่มีต่อ การทำงานในทางบวกเป็นความสุขของบุคคลที่เกิดความรู้สึกกระตือรือร้น มีความมุ่งมั่น ที่จะทำงานมีขวัญ กำลังใจ สิ่งเหล่านี้มีผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการทำงาน รวมทั้ง การส่งผลต่อความสำเร็จและ เป็นไปตามเป้าหมายขององค์การ บรรเจิด ศุภราพงศ์ (2556: 43) ได้กล่าวว่า แนวคิดความพึงพอใจว่าเป็นเรื่อง เกี่ยวกับจิตใจ 6 อารมณ์ ความรู้สึกที่บุคคลมีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่สามารถมองเห็นรปร่างได้ นอกจากนี้ความพึงพอใจ เป็น ความรู้สึกด้านบวกของบุคคล ที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจจะเกิดขนจากความคาดหวังหรือเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นสามารถตอบสนองความต้องการให้แก่บุคคลได้ซึ่งความพึงพอใจที่เกิดขึ้นสามารถ เปลี่ยนแปลงได้ตาม ค่านิยมและประสบการณ์ของบุคคล ทั้งนี้ความพึงพอใจจึงสามารถนำใช้ในการวัด ระดับความพึงพอใจกับปัจจัยอื่นที่ใช้ในการศึกษา เช่น ความพึงพอใจต่อการบริหารงานของโรงเรียน รัชนี ทีปกากร (2556 : 26) ได้กล่าวว่า ความพึงพอใจ คือ ความรู้สึกหรือ ทัศนคติที่ดี ของบุคคล เป็นไปตามความคาดหวังหรือมากกว่าสิ่งที่คาดหวง ซึ่งจะทำให้เกิดความ กระตือรือร้น และสร้างสรรค์สิ่งที่ดี งามได้ต่อไป ความรู้สึกจะลดลงหรือไม่ เกิดขึ้นจากความต้องการ หรือจุดมุ่งหมายนั้นไม่ได้รับการตอบสนอง และถ้ามความรู้สึกที่ดีต่อการทำงานจะมีผลทำให้เกิด ความพึงพอใจในการทางาน มีการเสียสละอุทิศกาย ใจ และสติปัญญาให้แก่งาน ซึ่งจะทำให้บรรลุ วัตถุประสงค์ขององค์การในที่สุด วรายุทธ แก้วประทุม (2556 : 60) ได้กล่าวว่า ความพึงพอใจ คือ ความรู้สึก หรือทัศนคติที่ดี ของบุคคลเป็นไปตามความคาดหวังหรือมากกว่าสิ่งที่คาดหวังซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึก กระตือรือร้น และ สร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามได้ต่อไปความรู้สึกจะลดลงหรือไม่เกิดขึ้น หากความต้องการ หรือ จุดมุ่งหมายนั้นได้รับ การตอบสนองและถ้ามความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน จะมีผลทำให้เกิด ความพึงพอใจ ในการทำงาน มีการ เสียสละ อุทิศกาย ใจและสติปัญญาให้แก่งาน ซึ่งจะทำให้บรรลุ วัตถุประสงค์ขององค์การได้ในที่สุด วันเพ็ญ ธูปอินทร์ (2556 : 26) ได้กล่าวว่า องค์ประกอบของแรงจูงใจเกิดจากกระบวนการ เบื้องต้นของมนุษย์ที่มีความต้องการตามเป้าหมายที่ต้องการแล้วแรงขับหรือแรงจูงใจนั้นจะลดลง หรือหายไป รวมไปถึงทำให้ความต้องการนั้นหมดตามไปด้วย แต่จะเกิดความต้องการใหม่ เมื่อมีสิ่ง เร้าใหม่ที่มี ความสำคัญมากกว่าสำหรับบุคลนั้นขึ้นมาทดแทนเป็นเช่นนี้เรื่อยไปเท่าที่มนุษย์ มีความต้องการ จากการศึกษา สามารถสรุปได้ว่า ความพึงพอใจ หมายถึง สิ่งที่เกิด จากแรงจูงใจซึ่ง เป็นพฤติกรรมภายในที่ผลักดันให้เกิด ความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ยินดี ไม่ยินดี เมื่อ


20 ได้รับการตอบสนองความต้องการ และความคาดหวัง ที่เกิดจากการประมาณค่า อันเป็นการเรียนรู้ ประสบการณ์จากการกระทำกิจกรรม เพื่อให้เกิดการตอบสนองความต้องการ ตามเป้าหมายของแต่ ละบุคคล 2. วิธีการวัดความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ เนื่องจากความพึงพอใจ เป็นทัศนคติในทางบวกของบุคคลที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งการจะวัดว่า บุคคลมีความรู้สึกพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้ การวัดทัศนคตินั้น ซึ่งนักวิชาการหลายคนได้กล่าวถึงการวัดความพึงพอใจไว้สรุปได้ดังนี้ ถวิล ธาราโรจน์ (2536 : 77 - 86) ได้กล่าวถึงการวัดความพึงพอใจไว้ว่าในการวัด ความรู้สึก หรือการวัดทัศนคตินั้นจะวัดออกมาในลักษณะของทิศทาง (Direction) ซึ่งมีอยู่ 2 ทิศทาง คือ ทางบวก และ ทางลบ ทางบวก หมายถึง การประเมินค่าความรู้สึกไปในทางที่ดี ชอบ หรือพอใจ ส่วนทางลบจะเป็นการประเมินค่าความรู้สึกไปในทางที่ดี ไม่ชอบ หรือไม่พอใจ และการวัดในลักษณะ ปริมาณ (Magnitude) ซึ่งเป็นความเข้มข้น ความรุนแรง หรือระดับทัศนคติ ไปในทิศทางที่พึงประสงค์ หรือไม่พึงประสงค์นั่นเอง ซึ่งวิธีการวัดนั้นมีอยู่หลายวิธี เช่น วิธีการสังเกต วิธีการสัมภาษณ์ วิธีการใช้ แบบสอบถาม ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 1. วิธีการสังเกต เป็นวิธีการใช้ตรวจสอบบุคคลอื่นโดยการเฝ้ามองและจดบันทึก อย่างมีแบบแผน วิธีนี้เป็นวิธีการศึกษาที่เก่าแก่และยังเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน แต่ก็เหมาะสมกับการศึกษาเป็นรายกรณีเท่านั้น 2. วิธีการสัมภาษณ์ เป็นวิธีการที่ผู้วิจัยจะต้องออกไปสอบถามโดยการพูดคุยกับ บุคคลนั้น ๆ โดยมีการเตรียมแผนงานล่วงหน้า เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด 3. วิธีการใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) วิธีการนี้จะเป็นการใช้แบบสอบถาม ที่มีข้อคำอธิบายไว้อย่างเรียบร้อย เพื่อให้ผู้ตอบทุกคนตอบมาเป็นแบบแผนเดียวกัน มักใช้ในกรณีที่ ต้องการข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก ๆ วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุดในการวัดทัศนคติ รูปแบบของแบบสอบถามจะใช้มาตราวัดทัศนคติ ซึ่งที่นิยมใช้ในปัจจุบันวิธีหนึ่ง คือ มาตราส่วน แบบ ลิเคิร์ท (Likert Scales) ประกอบด้วยข้อความที่แสดงถึงทัศนคติของบุคคลที่มีต่อสิ่งเร้า อย่างใดอย่าง หนึ่ง แล้วมีคำตอบที่แสดงถึงระดับความรู้ 5 คำตอบ เช่น มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด วิกเตอร์ (Victor, 1964 : 100) ได้กล่าวถึงวิธีการวัดความพึงพอใจ สรุปได้ว่า การวัด ความพึงพอใจโดยทั่วไปจะใช้วิธีการสัมภาษณ์ หรือใช้แบบสอบถาม การจะเลือกใช้วิธีใดนั้น ขึ้นอยู่กับกลุ่มตัวอย่างที่จะวัด เช่น กลุ่มบุคคลที่สามารถอ่านและเข้าใจสื่อทางภาษาได้ก็จะใช้ แบบสอบถาม เพราะนอกจากจะประหยัดเวลาแล้วผู้ตอบยังมีความเป็นอิสระที่จะตอบ ส่วนใหญ่ ในกรณีที่กลุ่มตัวอย่าง ไม่สามารถอ่านสื่อทางภาษาได้ จำเป็นต้องใช้วิธีการสัมภาษณ์แต่ต้องแก้ปัญหา


21 เรื่องความเป็นอิสระของผู้ตอบ ในด้านข้อคำถามนั้นบุคคลจะถูกถามถึงระดับ ความพึงพอใจหรือไม่ ความพึงพอใจในสิ่งนั้นๆ ในแง่มุมต่างๆตามวัตถุประสงค์ของเรื่อง ที่ต้องการจะศึกษา สรุปได้ว่าจากความคิดเห็นต่าง ๆ ของนักวิชาการ สรุปได้ว่า การวัดความพึงพอใจเป็นการ ตรวจสอบทัศนคติของบุคคลที่มีต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งสามารถใช้เครื่องมือวัดได้หลายแบบ เช่น วิธีการสังเกต การสัมภาษณ์ การใช้แบบทดสอบ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผู้ศึกษาได้ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยสรุปผลการวิจัย ของผู้วิจัยไว้ดังนี้ ศุภกฤษฎิ์ ตั้งเสริมสิทธิ์ (2556) ไดออกแบบและพัฒนาระบบสอบออนไลนเคลื่อนที่จาก มทส. ใหสามารถรองรับรูปแบบขอสอบตามมาตรฐานของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ (สทศ.) โดยมีวัตถุประสงค ๑) เพื่อศึกษาระบบสอบออนไลน เคลื่อนที่ (SUT-MOTS-TBMS) ๒) เพื่อศึกษา รูปแบบขอสอบตามมาตรฐานของ สทศ. ๓) เพื่อพัฒนาระบบสอบออนไลนใหรองรับ รูปแบบขอสอบ ตามมาตรฐานของ สทศ. กลุมตัวอยาง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๖ ในการสอบ O-NET GAT และ PAT เครื่องมือที่ใช ไดแก รูปแบบขอสอบมาตรฐาน สทศ. ของการสอบ เขาระดับอุดมศึกษา สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาป ที่ ๔ ในการสอบ O-NET GAT และ PAT จํานวน ๔ รูปแบบ คือ รูปแบบขอสอบปรนัยหลายตัวเลือก ๑ คําตอบ รูปแบบขอสอบแบบเลือก คําตอบจากแตละหมวด ที่สัมพันธกัน รูปแบบขอสอบแบบระบายคําตอบเปนคา/ตัวเลข และรูปแบบข อสอบบทความให อาน+ปรนัยแบบ กลุมคําตอบ สัมพันธกัน หลายกลุม หลายตัวเลือก อุปกรณที่ใช ในการวิจัย คือ ๑.เครื่องคอมพิวเตอรสวนบุคคลสําหรับการพัฒนาระบบสอบออนไลนเคลื่อนที่จาก มทส. ๒.เครื่อง คอมพิวเตอรสําหรับการทดสอบออนไลนเคลื่อนที่จาก มทส. ใหรองรับรูปแบบข อสอบของการเขาศึกษาระดับอุดมศึกษา ผลการวิจัยพบวา ความสามารถของระบบสอบออนไลนที่ได พัฒนาทั้ง ๔ รูปแบบ ชวยอํานวยความสะดวกการตรวจสอบความถูกตองของระบบเพื่อรองรับ รูปแบบการ สอบของ สทศ.ไดอยางมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะนําไปใชในการจัดสอน อภิรักษ์ ทูลธรรม และอุมาพร จันโสภา (2559) ได้ทำวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจระบบ บริการจัดการเรียนการ สอนแบบออนไลน์มูเดิ้ลและกูเกิ้ลคลาสรูมในบทบาทของผู้สอน ผลการศึกษา ระบบการจัดการเรียน การสอนออนไลน์มูเดิ้ลและกูเกิ้ลคลาสรูม จากกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มี ประสบการณ์ในการใช้มูเดิ้ลและ กูเกิ้ลคลาสรูมในบทบาทของผู้สอนของมหาวิทยาลัยนครพนม จำนวน 40 คน ผลการศึกษาพบว่าผู้ใช้ มีความพึงพอใจในการใช้งานมูเดิ้ลและกูเกิ้ลคลาสรูมในระดับ มาก (มูเดิ้ลมีค่า = 4.29, S.D. = 0.75 และ กูเกิ้ลคลาสรูมมีค่า = 4.31, S.D. = 0.70)


22 รัฐพงษ ออนจันทร์(2557) ไดพัฒนาระบบสอบออนไลนเคลื่อนที่ขนาดใหญ โดยมีวัตถุ ประสงค ๑) เพื่อศึกษาและพัฒนาวิธีการสรางการเชื่อมตอระบบสอบออนไลนที่มีขนาดใหญ ๒) เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพตอยอดจากงานวิจัยเดิมใหสามารถทํางานไดอยางเต็มสมรรถนะ ๓) เพื่อออกแบบและ นําเสนอระบบที่สามารถนําไปใชในสภาพแวดลอมจริง กลุมตัวอยาง คือ ๕ สถาบัน มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี โรงเรียนบานโปงแดงน้ําฉาสามัคคี โรงเรียนสุรนารีวิทยา ๒ มหาวิทยาลัยราชภัฎ นครราชสีมา และโรงเรียนหนองรีมงคลสุขสวัสดิ์ เครื่องมือที่ใช ๑) เครื่องเซิร ฟเวอร SRS (Score Report Server) เปนเครื่องเซิรฟเวอรรวบรวมผลสอบเพื่อรวมคะแนนหลักของ เครื่องเซิรฟเวอร ทั้ง ๕ สถาบัน ๒) เครื่องเซิรฟเวอร SRS (Site Testing Server) เปนเครื่องเซิรฟเว อรสนามสอบ ทําหนาที่ควบคุมเครื่องเซิรฟเวอร RTS และ ๓) เครื่องเซิรฟเวอร RTS (Room Testing Server) เปนเครื่องเซิรฟเวอรควบคุมหนาหองสอบทําหนาที่เชื่อมตอไปยังเครื่องของผูสอบ ผลการวิจัยพบวา จากการเชื่อมตอระบบสอบออนไลนสามารถเชื่อมตอกันไดทั้ง ๕ สถาบัน รวม จํานวนผูเขาสอบทั้งสิ้น ๑,๙๕๒ คน ผลการเชื่อมตอเปนไปอยางราบรื่น ไมมีเหตุใดติดขัดไมเกิด อาการคางใดๆ เพราะเปนการเชื่อมตอแบบผสมผสานที่ออกแบบการเชื่อมตอภายในสถาบันผาน ระบบอินทราเน็ต หากระบบ อินเทอรเน็ตขัดของจะไมสงผลกระทบใดๆกับการเชื่อมตอในแตละ สถาบัน รัษฐา เสรีวิวัฒนา (2555) ไดทําการพัฒนาแอพพลิเคชั่น วิชาคณิตศาสตร เรื่องรูปสี่เหลี่ยม สําหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอสบนอุปกรณแท็บเล็ต ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ ๕ วัตถุประสงค ๑) เพื่อสรางแอพพลิเคชั่น วิชาคณิตศาสตร เรื่องรูปสี่เหลี่ยม สําหรับระบบปฏิบัติการ ไอโอเอสบน อุปกรณแท็บเล็ต ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ ๕ ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพตามเกณฑมาตรฐาน ๘๐/๘๐ ๒) เพื่อเปรียบเทียบคะแนนกอนเรียนกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการเรียนดวย แอพพลิเคชั่นสําหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอสบนอุปกรณแท็บเล็ต ๓) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของ การใชแอพพลิเคชั่นสําหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอสบนอุปกรณแท็บเล็ต กลุมตัวอยาง คือ นักเรียน ชันประถมศึกษาปที่ ๕ โรงเรียนแสงโสม ภาคเรียนที่ ๒ ปการศึกษา ๒๕๕๔ จํานวน ๓๐ คนโดยได จากวิธีการสุมแบบกลุม โดยจับสลากมา ๑ หองเรียนจากทั้งหมด ๓ หองเรียน เครื่องมือที่ใช ไดแก แอพพลิเคชั่น วิชาคณิตศาสตร เรื่องรูปสี่เหลี่ยม สําหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอสบนอุปกรณแท็บเล็ต แบบประเมินคุณภาพของแอพพลิเคชั่น แบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน แบบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ไดแก คารอยละ คาเฉลี่ย คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test ผลวิจัยพบวา ๑) แอพพลิเคชั่นสําหรับระบบปฏิบัติการ ไอโอเอส บนอุปกรณแท็บเล็ต มีคุณภาพทุกดานอยูในระดับดี และมีประสิทธิภาพตามเกณฑมาตรฐาน ๘๐/๘๐ ๒) ผลสัมฤทธิ์หลังการเรียนดวยแอพพลิเคชั่นสําหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอสบนอุปกรณ


23 แท็บเล็ต สูงกวาคะแนนกอนเรียนอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ ๓) ความพึงพอใจของผูเรียน ที่มีตอแอพพลิเคชั่นสําหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอสบนอุปกรณแท็บเล็ต อยูในระดับมาก ลลิตา ธงภักดี และคณะ (2560) ไดจัดการขอมูลการวัดและประเมินผลการทดสอบ ONET ของนักเรียนประถมศึกษาปที่ ๖ และมัธยมศึกษาปที่ ๓ ในเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต ๔ โดยมีวัตถุประสงค ๑) เพื่อวิเคราะหผลการทดสอบ O-NET ของนักเรียนประถมศึกษาปที่ ๖ และ มัธยมศึกษาปที่ ๓ ในเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต ๔ ๒) เพื่อศึกษาวิธีการจัดการขอมูลผล การทดสอบ O-NET ของนักเรียนประถมศึกษาปที่ ๖ และมัธยมศึกษาปที่ ๓ ในเขตพื้นที่การศึกษา นครราชสีมา เขต ๔ ทั้ง ๘ กลุมสาระ โดยใชขอมูลป ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๖ กลุมตัวอยางนักเรียน ประถมศึกษาปที่ ๖ และมัธยมศึกษาปที่ ๓ ที่เขารับการทดสอบ O-NET ในป ๒๕๕๓ และป ๒๕๕๖ ของโรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต ๔ รวม ๙,๗๕๐ คน เครื่องมือที่ใชในการ วิจัย คือ แบบบันทึกคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื ้นฐาน (O-NET) ที่ผูวิจัยสร าง ขึ้น สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ไดแก คารอยละ คาเฉลี่ย คาเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบวารายวิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดทั้งในป ๒๕๕๓ และป ๒๕๕๖ คือวิชาสุขศึกษาแลพละศึกษา โดย มี คะแนนเฉลี่ยสูงกวาเกณฑที่กําหนด (สูงกวา ๕๐ คะแนน) สวนในป ๒๕๕๓ รายวิชาที่มีคะแนน เฉลี่ย ต่ําสุด คือ รายวิชาภาษาอังกฤษ โดยมีคะแนนเฉลี่ยต่ํากวาเกณฑ (ต่ํากวา ๕๐ คะแนน) สวนในป ๒๕๕๖ รายวิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ําสุด คือ รายวิชาวิทยาศาสตร โดยมีคะแนนเฉลี่ยต่ํากวาเกณฑ (ต่ํากวา ๕๐ คะแนน) อลิสา วานิชดี และคณะ (2551) ไดพัฒนาแบบทดสอบวัดความสามารถดานการใช ภาษาอังกฤษ โดยใชสื่ออิเล็กทรอนิกสในระบบการศึกษาทางไกล โดยมีวัตถุประสงค ๑) เพื่อพัฒนา แบบทดสอบ วัดความสามารถในการใชภาษาอังกฤษโดยใชสื่ออิเล็กทรอนิกส ๒) ศึกษาความสัมพันธ ระหวาง คะแนนสอบไลของนักศึกษาในชุดภาษาอังกฤษ ๓) ศึกษาการจัดการในการนําแบบทดสอบ วัด ความสามารถในการใชภาษาอังกฤษโดยใชสื่ออิเล็กทรอนิกสไปใชในสถานการณจริง กลุมตัวอยาง นักศึกษาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ที่ลงทะเบียนเรียนชุดวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ประจําภาคการศึกษาที่ ๑/๒๕๕๐ จํานวน ๕๘ คน เครื่องมือที่ใชในการวิจัย คือ ๑) แบบทดสอบวัด ความสามารถดานการใชภาษาอังกฤษโดยใชสื่ออิเล็กทรอนิกส ๒) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชุด วิชาภาษา อังกฤษเพื่อการสื่อสาร ๓) แบบสังเกตการจัดการในการนําแบบทดสอบอิเล็กทรอนิกสไปใช สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ไดแก คาอํานาจจําแนกและความยากงาย คาความเที่ยงดวยวิธีครอน บาคอัลฟา ผลการวิจัยพบวา ๑) คุณภาพแบบทดสอบวัดความสามารถการใชภาษาอังกฤษ มีคา สัมประสิทธิ์ความเที่ยง ๐.๙๒๒ ๒) คะแนนทดสอบไลในชุดวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารมี ความ สัมพันธอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับนัยสําคัญ ๐.๐๑


24 ชัชสันต จันทรเรืองฤทธิ์ (2559) ไดทําการวิจัยระบบประเมินความรูผานเครือขาย (e-Testing) กรณีศึกษาคลังขอสอบ สนับสนุนการสอบใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม โดยมี วัตถุประสงค ๑) เพื่อพัฒนาระบบขอสอบออนไลน e-Testing ใหบริการแกนักศึกษาและคณาจารย ภายใน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ ๒) เพื่อใหนักศึกษาไดพัฒนาทักษะการเรียนรูและสามารถวัดผล ความรูของ ตัวเองได ๓) เพื่อใหนักศึกษาไดมีการพัฒนาทักษะการเรียนรูที่สอดคลองกับสังคมในยุค ศตวรรษที่ ๒๑ ที่มีการพัฒนาในโลกออนไลนมากขึ้น กลุมประชากรตัวอยาง คือ นักศึกษาและคณา จารย ภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ เครื่องมือในการวิจัย คือ ๑) ขอสอบจากคลังขอสอบที่ไดรับการ เผยแพรจากสภาวิศวกร ๒) แบบทดสอบเพื่อนาเขาสูระบบ e-Testing ๓) ผลการวิจัยพบวา ขอสอบ ที่ไดจะไดจากคลังขอสอบที่ไดรับการเผยแพรจากสภาวิศวกร ที่มีตั้งแตระดับ งาย ปานกลาง และยาก ครอบคลุมทุกรายวิชาที่ตองใชในการทดสอบประมวลความรูโดยใหไวรูปแบบ PDF File


บทที่ 3 วิธีการดำเนินการศึกษา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดย ใช้แอปพลิเคชัน quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ ในครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้ดำเนินการตามลำดับดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. แบบแผนการทดลอง 3. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 4. การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 5. วิธีดำเนินการทดลองและการเก็บรวบรวมข้อมูล 6. การวิเคราะห์ข้อมูล 7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ ปีการศึกษา 2566 จำนวน 73 คน 2. กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ จำนวนนักเรียน 32 คน ได้มาโดยการเลือก แบบเจาะจง (Purposive Sampling) แบบแผนการทดลอง ผู้ศึกษาได้ดำเนินการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-Experimental Design) โดยใช้แบบวิจัย The Single Group Pretest - Posttest Design (ภัทรา นิคมานนท์.2539 : 152) ดังตารางที่ 3.1 ตารางที่ 3.1 รูปแบบการวิจัย The Single Group, Pretest - Posttest Design วัดก่อนการทดลอง จัดกระทำตามโปรแกรม วัดหลังการทดลอง T1 X T2


26 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการศึกษา T1 แทน วัดก่อนการทดลอง X แทน จัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน T2 แทน วัดหลังการทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย 1. เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง Quizizz เรื่องจริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื้อหา ประกอบด้วย 1.1 จริยธรรมและจรรยาบรรณในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 1.2 กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ 1.3 ลิขสิทธ์ซอฟต์แวร์และกฎหมายลิขสิทธิ์ 1.4 กฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น 2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 2.1 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องจริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมาย เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 2.2 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเรื่องจริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ มีลักษณะเป็นแบบประเมินแบบประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 1. พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ การสร้างและหาคุณภาพพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ มีขั้นตอนดังนี้ 1.1 การวิเคราะห์(A : Analysis) 1.1.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่ม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์


27 1.1.2 ศึกษาสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 1.1.3 กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้เชิงพฤติกรรมให้สอดคล้องกับคำอธิบาย รายวิชาและจุดประสงค์การเรียนรู้ในหลักสูตร และวิเคราะห์เนื้อหา 1.1.4 ศึกษาหลักการ วิธีการ ทฤษฎี และเทคนิควิธีการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ ช่วยสอน จากตำรา เอกสารต่าง ๆ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นำไปปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาตรวจและ เห็นชอบจึงดำเนินการขั้นต่อไป 1.2 การออกแบบ (D : Design) 1.2.1 ศึกษาแอปพลิเคชัน Quizizz 1.2.2 ออกแบบต้นแบบของบทเรียน 1.2.3 สร้างบทเรียนต้นแบบและตรวจสอบการทำงานของแอปพลิเคชันเบื้องต้น แล้วนำไปปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาตรวจพิจารณาและเห็นชอบจึงดำเนินการขั้นต่อไป 1.3 การพัฒนา (D : Development) หลังจากได้รับคำเสนอแนะจากอาจารย์ที่ ปรึกษาแล้ว ผู้ศึกษาได้พัฒนาการจัดการเรียนโดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ตามที่ออกแบบไว้ แล้ว นำเสนอต่อกรรมการพิจารณาโครงงานวิจัย จำนวน 3 ท่าน เพื่อตรวจสอบคุณภาพบทเรียน โดยใช้ แบบประเมินการจัดการเรียนการสอน และนำมาปรับปรุงแก้ไข้ตามคำแนะนำ 1.4 การทดลองใช้ (I : Implementation) 1.4.1 สร้างสื่อการเรียนรู้โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ซึ่งไม่นับรวมเวลาที่ใช้ใน การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 1.4.2 หลังจากผู้ศึกษาสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้นำไปให้ ผู้เชี่ยวชาญตรวจประเมินความเหมาะสมของ แอปพลิเคชัน Quizizz ในด้านต่าง ๆ และตรวจสอบ ประเมินความสอดคล้องขององค์ประกอบในแผนการจัดการเรียนรู้ ด้านความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ซึ่งมีรายนามผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้ 1.4.2.1 นายศุภวิชญ์ สุขศรี 1.4.2.2 นายณัฐพงษ์ ประจุดทะศรี 1.4.2.3 นางสาวณัฐวดี เมยประโคน 1.4.3 ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ของ องค์ประกอบในแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบประเมินคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ และ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สูตรการค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) กำหนดเกณฑ์การพิจารณา ไว้ดังนี้ เห็นว่าสอดคล้อง ให้คะแนน +1 ไม่แน่ใจ ให้คะแนน 0


28 เห็นว่าไม่สอดคล้อง ให้คะแนน - 1 1.4.4 นำข้อมูลที่รวบรวมจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ มาวิเคราะห์หาค่าดัชนี ความสอดคล้อง (IOC) พบว่า มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เป็นรายข้ออยู่ระหว่าง +1 0 -1 และ ปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ ตามข้อเสนอแนะเพิ่มเติมของผู้เชี่ยวชาญ 1.4.5 จัดเตรียมสื่อการเรียนรู้โดยใช้ แอปพลิเคชัน Quizizz และจัดพิมพ์แผนการ จัดการเรียนรู้ เพื่อนำไปทดลองใช้ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ 1.4.5.1 ทดลองใช้รายบุคคล นำบทเรียนออนไลน์ไปทดลองใช้ กับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 3 คน ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนอยู่ในระดับ เก่ง ปานกลาง อ่อน อย่างละ 1 คน โดยดำเนินการทดลองตามแบบแผนการทดลอง ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า การจัดการเรียน โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ (E1/E2 ) เท่ากับ 75/75 และบันทึก ข้อบกพร่องเพื่อนำไปแก้ไขปรับปรุง 1.4.5.2 การทดลองใช้กลุ่มย่อย นำการจัดการเรียนโดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ที่แก้ไขปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้ กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 10 คน ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็น นักเรียนที่มีผลการเรียนอยู่ในระดับ เก่ง จำนวน 3 คน ปานกลาง จำนวน 4 คน อ่อนจำนวน 3 คน โดยดำเนินการทดลองตามแบบแผนการทดลอง ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า การจัดการเรียนโดยใช้ แอปพลิเคชัน Quizizz ที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ (E1/E2 ) เท่ากับ 75/75 และบันทึกข้อบกพร่องเพื่อ นำไปแก้ไขปรับปรุงอีกครั้ง 1.5 การประเมินผล (E : Evaluation) ดำเนินการทดลองภาคสนามกับนักเรียน กลุ่มตัวอย่างตามแบบแผนการทดลอง และประเมินผลบทเรียนบทเรียนออนไลน์ตามวัตถุประสงค์ ของการศึกษา ได้แก่ การหาประสิทธิภาพ การหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ดัชนีประสิทธิผล และความพึงพอใจ 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบทดสอบย่อย 2.1 ศึกษาทฤษฎีและวิธีการสร้างแบบทดสอบ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 2.2 ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2.3 วิเคราะห์เนื้อหาสาระการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเพื่อ กำหนดจำนวนข้อสอบที่ต้องการจริง 2.4 เขียนแบบทดสอบฉบับร่าง ทั้งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก


29 2.5 นำแบบทดสอบที่สร้างขึ้นเสนออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อปรับปรุงและแก้ไขให้มีความ เหมาะสมมากยิ่งขึ้น 2.6 นำแบบทดสอบที่ปรับปรุงแล้ว เสนอผู้เชี่ยวชาญ พร้อมประเมิน เพื่อตรวจสอบ ความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับจุดประสงค์ โดยใช้ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่างข้อสอบ กับจุดประสงค์การเรียนรู้ ซึ่งมีรายนามผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้ 2.6.1 นายศุภวิชญ์ สุขศรี 2.6.2 นายณัฐพงษ์ ประจุดทะศรี 2.6.3 นางสาวณัฐวดี เมยประโคน มีเงื่อนไขการประเมินความสอดคล้อง ดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่า ข้อสอบนั้นวัดตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่า ข้อสอบนั้นวัดตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่า ข้อสอบนั้นวัดไม่ตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 2.7 นำแบบทดสอบที่ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ข้อมูลหาดัชนีความ สอดคล้องระหว่างข้อคำถามของแบบทดสอบกับจุดประสงค์การเรียนรู้ และเลือกข้อสอบที่มีค่า (IOC) เท่ากับ 0.5 ขึ้นไป ซึ่งมีแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ จำนวน 30 ข้อ 2.8 นำข้อสอบที่ได้รับการประเมินจากเชี่ยวชาญ มาตรวจสอบปรับปรุงแก้ไข ข้อบกพร่อง แล้วจึงนำไปทดลองสอบกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีจำนวน 30 คน ที่เคยเรียนเนื้อหาผ่านมาแล้ว เพื่อหาคุณภาพแบบทดสอบ 2.9 นำกระดาษคำตอบของนักเรียนที่ทำแบบทดสอบมาตรวจให้คะแนน ให้ข้อถูก 1 คะแนน ข้อผิดหรือไม่ตอบให้ 0 คะแนน หลังจากตรวจกระดาษคำตอบได้รวบรวมคะแนนแล้วนำมา วิเคราะห์หาคุณภาพข้อสอบดังนี้ 2.9.1 วิเคราะห์หาค่าความยากง่าย วิเคราะห์จากสัดส่วนของจำนวนผู้ที่ตอบ ข้อสอบได้ถูกต้องต่อจำนวนผู้ที่ตอบข้อสอบทั้งหมด 2.9.2 วิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกเป็นรายข้อ โดยวิธีของ Brennan จากนั้น คัดเลือก แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นรายข้อที่มีค่าความยากง่าย (P) ระหว่าง 0.20–0.80 และข้อสอบที่มีค่าอำนาจจำแนก (B) ตั้งแต่0.20 – 1.00 จำนวน 25 ข้อ 2.9.3 นำข้อสอบที่ผ่านเกณฑ์มาวิเคราะห์หาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ ตามวิธีของของโลเวทท์ (Lovett) ซึ่งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.76 และจัดพิมพ์สำเนาข้อสอบ เพื่อนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูลกับ กลุ่มตัวอย่างต่อไป


30 3. แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชา วิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz การสร้างและหาคุณภาพแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz มีขั้นตอนดังนี้ 3.1 ศึกษาทฤษฎีการวัดความพึงพอใจ เกณฑ์การวัดความพึงพอใจ/เจตคติและการ สร้างแบบสอบถาม 3.2 สร้างแบบสอบถาม ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบประเมินแบบประมาณค่า (Rating Scale) ตามแบบประเมินของลิเคิร์ท (Likert) และกำหนดเกณฑ์การวัดความพึงพอใจ แบ่งระดับความพึง พอใจเป็น 5 ระดับ ได้แก่ 5 = พอใจมากที่สุด, 4 = พอใจมาก, 3 = พอใจปานกลาง, 2 = พอใจน้อย และ 1 = พอใจน้อยที่สุด จำนวน 11 ข้อคำถาม 3.3 นำแบบสอบถามความพึงพอใจนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz ที่สร้างขึ้น เสนอผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบ ประเมินความเที่ยงตรงของเนื้อหา (Content Validity) ภาษาที่ใช้ และการประเมินที่ถูกต้อง ซึ่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญชุดเดียวกับการประเมินแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากนั้นนำมาหาค่าดัชนี ความสอดคล้อง (IOC) โดยกำหนดเกณฑ์การพิจารณา คือ เห็นว่าสอดคล้อง ให้คะแนน +1 ไม่แน่ใจ ให้คะแนน 0 เห็นว่าไม่สอดคล้อง ให้คะแนน - 1 3.4 นำข้อมูลที่รวบรวมจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาคำนวณหาค่าดัชนีความ สอดคล้อง (IOC) เป็นรายข้อ พบว่า มีข้อคำถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป จำนวน 10 ข้อ 3.5 นำแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz ไปทดลองใช้กับนักเรียนในขั้นตอนการ ทดลองใช้กลุ่มย่อย จำนวน 10 คน 3.6 นำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณหาค่าอำนาจจำแนกเป็นรายข้อใช้ สูตรการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่าย ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม (Item Total Correlation) ทดสอบความสัมพันธ์กันที่ = .05 (หางเดียว) พบข้อคำถามที่มีค่าอำนาจจำแนกสูงกว่า ค่าในตาราง Critical Values of Pearson Product Moment Correlation Coefficients จำนวน


31 10 ข้อ จึงคัดเลือกไว้ จำนวน 11 ข้อ ตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นข้อคำถามที่มีค่าอำนาจจำแนก ระหว่าง +1.00 ถึง -1.00 3.7 นำคะแนนของข้อคำถามที่ผ่านการวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนก ตามจำนวนที่ คัดเลือกไว้ คือ 11 ข้อ มาคำนวณหาความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ ตามวิธีของ ครอนบาค (Cronbach) คือ สัมประสิทธิ์แอลฟา ( - Coefficient) โดยเกณฑ์การหาค่าความเชื่อมั่นกำหนดไว้ที่ 0.70 ขึ้นไป พบว่าได้ ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ 0.743 3.8 จัดพิมพ์แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz เพื่อนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ต่อไป วิธีดำเนินการทดลองและการเก็บรวบรวมข้อมูล การศึกษาครั้งนี้ ดำเนินการทดลองตามแบบแผนการทดลอง โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ซึ่งได้กำหนดวันและเวลาการทดลอง ใน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 รายละเอียดดังตารางที่ 3.2 ตารางที่ 3.2 กำหนดการทดลอง แผนการ จัดการ เรียนรู้ที่ หัวข้อเรื่องในบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เวลา (นาที) วัน/เดือน/ปี ที่ดำเนินการ - ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกเรียน 30 1 จริยธรรมและจรรยาบรรณในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 120 2 กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ 120 3 ลิขสิทธ์ซอฟต์แวร์และกฎหมายลิขสิทธิ์ 120 - ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน 30 สรุปขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้ดังนี้ 1. ทดสอบก่อนเรียน (Pretest) ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน (Pretest) จำนวน 30 ข้อ กับกลุ่มตัวอย่าง ใช้เวลาในการทดสอบ 30 นาที 2. จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz แต่ละหัวย่อยตามแผนการจัดการ เรียนรู้ ซึ่งก่อนเรียนให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบย่อย ก่อนเรียน จำนวน 30 ข้อ และเมื่อสิ้นสุดการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละหัวข้อย่อย ผู้ศึกษาให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบย่อยหลังเรียน จำนวน 30 ข้อ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ใช้ทดสอบก่อนเรียน


32 3. เมื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ในรายวิชาวิทยาการคำนวณ ครบทุกหัวข้อ ผู้ศึกษาให้กลุ่มตัวอย่างทดสอบหลังเรียน (Posttest) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียน จำนวน 30 ข้อ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ใช้ทดสอบก่อนเรียน ใช้เวลาในการทดสอบ 30 นาทีการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนครั้งนี้ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อน เรียนและหลังเรียน และหาค่าดัชนีประสิทธิผล 4. นำแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สอบถามนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง และชี้แจงทำความเข้าใจขั้นตอนการตอบแบบสอบถามอย่างละเอียด โดยผู้ศึกษาให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด และเมื่อกลุ่มตัวอย่างส่งแบบสอบถามคืน ผู้ศึกษาได้ ตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของการตอบ โดยหากพบว่าไม่ถูกต้องและครบถ้วน ผู้ศึกษา ให้กลุ่มตัวอย่างตอบใหม่อีกครั้ง 5. รวบรวมข้อมูลไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติต่อไป การวิเคราะห์ข้อมูล 1. วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ค่าเฉลี่ย ( X ), ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสถิติทดสอบ ค่าที (t-test) แบบกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระจากกัน (Dependent Samples) 2. วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชา วิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ค่าเฉลี่ย ( X ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยกำหนดเกณฑ์การวัดความพึงพอใจ/เจตคติไว้ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง มาก ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง ปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง น้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง น้อยที่สุด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล มีดังนี้ 1. สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล มีดังนี้ 1.1 ร้อยละ (Percentage)


33 100 N f p = เมื่อ p แทน ร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ N แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด 1.2 ค่าเฉลี่ย (Mean) N x X = เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ย x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม 1.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใช้สูตรดังนี้ ( ) N(N 1) N X X S.D. 2 2 − − = เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด X แทน คะแนนแต่ละตัว N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม 1.4 ความแปรปรวน ใช้สูตร 2 = ∑( − ̅) 2 N หรือ 2 = ∑ 2 N − (̅) 2


34 S 2 คือ ความแปรปรวน X คือ แทนที่จุดข้อมูลในชุดข้อมูล ∑ คือ ผลรวมทั้งหมด x̅คือ ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง N คือ จำนวนสมาชิกของข้อมูล 2. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์หาคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย 2.1 การประเมินความสอดคล้อง ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยการหาค่าดัชนีความ สอดคล้อง (IOC) ใช้สูตรดังนี้ IOC = N R เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับเนื้อหา หรือระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด โดยกำหนดความคิดเห็น ดังนี้ +1 เมื่อแน่ใจว่าข้อสอบวัดจุดประสงค์ตามที่กำหนดให้ 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าข้อสอบวัดจุดประสงค์ตามที่กำหนดให้หรือไม่ -1 เมื่อแน่ใจว่าข้อสอบนั้นไม่ได้วัดจุดประสงค์ตามที่กำหนดให้ 2.2การหาค่าความยากง่ายของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใช้สูตรดังนี้ p = R N เมื่อ p แทน ค่าความยากของข้อสอบ R แทน จำนวนคนตอบถูก N แทน จำนวนคนทั้งหมด


35 2.3 การหาค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของเบรนแนน (BERNNAN) ใช้สูตรดังนี้ = 1 − 2 เมื่อ B แทน ค่าอำนาจจำแนกของข้อสอบ U แทน จำนวนคนทำข้อสอบข้อนั้นถูกของกลุ่มที่ผ่านเกณฑ์ L แทน จำนวนคนทำข้อสอบข้อนั้นถูกของกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ N1 แทน จำนวนคนที่สอบผ่านเกณฑ์ N2 แทน จำนวนคนที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ 2.4การหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สูตรของ ของโลเวทท์ (Lovett) rcc = 1 − k ∑ Xi − ∑ Xi 2 (k − 1) ∑(Xi − C) 2 เมื่อ rcc แทน ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบอิงเกณฑ์ Xi แทน คะแนนสอบของนักเรียนแต่ละคน k แทน จำนวนข้อสอบทั้งฉบับ C แทน คะแนนเกณฑ์หรือจุดตัดของแบบทด 2.5 การหาค่าอำนาจจำแนกของแบบสอบถามเป็นรายข้อ โดยหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ อย่างง่ายระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม (Item Total correlation) ใช้สูตรดังนี้ = n ∑ xy − ∑ x ∑ y √[n ∑ x 2 − (∑ x) 2][n ∑ y 2 − (∑ y) 2] เมื่อ r แทน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ระหว่างคะแนนรายข้อกับ คะแนนรวม n แทน จำนวนคน ∑ แทน ผลรวมของคะแนนรายข้อ ∑ แทน ผลรวมของคะแนนรวมทุกข้อ


36 ∑ แทน ผลรวมของผลคูณระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม ทุกข้อของทุกคน ∑ 2 แทน ผลรวมของคะแนนรายข้อแต่ละตัวยกกำลังสอง ∑ 2 แทน ผลรวมของคะแนนรวมทุกข้อแต่ละตัวยกกำลังสอง 2.6 การหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามตามวิธีของ ครอนบาค (Cronbach) สัมประสิทธิ์แอลฟา ( - Coefficient) α = K K − 1 (1 − ∑ Si 2 Si 2 ) เมื่อ α แทน สัมประสิทธิ์แอลฟา K แทน จำนวนข้อคำถาม ∑ Si 2 แทน ผลรวมของความแปรปรวนของคะแนนแต่ละข้อ Si 2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม 3. สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน ประกอบด้วย 3.1 การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพกระบวนการและประสิทธิภาพผลลัพธ์ของการเรียน โดยใช้แอปพลิเคชันคาฮูท (Kahoot) เรื่อง คำสั่งภาษาไพทอนเบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ใช้สูตรดังนี้ E1 = ∑ x N A × 100 หรือ x̅ A × 100 เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ ∑ แทน คะแนนรวมของแบบฝึกปฏิบัติกิจกรรมหรืองานที่ทำ ระหว่างเรียนทั้งที่เป็นกิจกรรมในห้องเรียน นอกห้องเรียน หรือออนไลน์ A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกปฏิบัติทุกชิ้นรวมกัน N แทน จำนวนผู้เรียน


37 3.2 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้สถิติ ทดสอบค่าที (t-test) แบบกลุ่มตัวอย่างไม่เป็นอิสระจากกัน (Dependent Samples) ใช้สูตร ดังนี้ (N 1) N D ( D) D t 2 2 − − = เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่จะใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤตเพื่อทราบนัยสำคัญ D แทน ความแตกต่างระหว่างคะแนนแต่ละคู่ N แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่างหรือจำนวนคู่ แทน ผลรวม df แทน ความเป็นอิสระมีค่าเท่ากับ N – 1 3.3 การหาค่าดัชนีประสิทธิผล (The Effectiveness Index: E.I.) โดยวิเคราะห์จาก คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนเมื่อเทียบกับคะแนนเต็มตามวิธีการของกูดแมน (Goodman) เฟรส เซอร์ (Fletchers) และชไนเดอร์ (Schneider) ดัชนีประสิทธิผล = ร้อยละของผลรวมคะแนนหลังเรียน − ร้อยละของผลรวมคะแนนก่อนเรียน 100 − ร้อยละของผลรวมคะแนนก่อนเรียน .. = 2%−1% 100−1% เมื่อ P2% แทน ร้อยละของผลรวมของคะแนนก่อนเรียน P1% แทน ร้อยละของผลรวมของคะแนนหลังเรียน 3.4 วิเคราะห์ความพึงพอใจโดยใช้สถิติพื้นฐาน คือ ค่าเฉลี่ย ( X ) และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) S.D. = √ ∑(x − x̅) 2 N − 1 หรือ S.D. = √ N ∑ x 2 − (∑ x) 2 N(N − 1)


บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเค ชัน quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนในรายวิชา วิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนโดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz ในรายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดย ใช้แอปพลิเคชัน quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้ศึกษาได้นำข้อมูลจากการทำ แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่าง ปรากฏดังตารางที่ 4.1 ตารางที่ 4.1 การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz กลุ่มทดลอง N x̅ S.D. df t Sig. (one tail) ทดสอบก่อนเรียน 32 22.69 1.13 31 3.77 .00 ทดสอบหลังเรียน 32 23.56 1.06 จากตารางที่ 4.2 พบว่านักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 13 คน มีค่าเฉลี่ยของคะแนน ทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 22.69 และค่าเฉลี่ยนของคะแนนหลังเรียนเท่ากับ 23.56 แสดงว่าผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนโดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการ คำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการ คำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ปรากฏดังตารางที่ 4.2


39 ตารางที่ 4.2 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแอปพลิเคชัน ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 คะแนน ระดับความ x̅ S.D. พึงพอใจ ด้านเนื้อหา 1. ปริมาณของเนื้อหามีความเหมาะสม 4.62 0.51 มากที่สุด 2. เนื้อหาเข้าใจง่าย 4.54 0.52 มากที่สุด 3. เนื้อหามีความสอดคล้องกันทั้งบทเรียน 4.54 0.52 มากที่สุด 4. การจัดลำดับตามความยากง่ายมีความเหมาะสม 4.69 0.48 มากที่สุด รวมด้านเนื้อหา 4.60 0.50 มากที่สุด ด้านสื่อ 5. สีตัวอักษรและขนาดตัวอักษร อ่านง่าย มีความเหมาะสม 4.92 0.28 มากที่สุด 6. รูปภาพประกอบตรงกับเนื้อหา 4.62 0.51 มากที่สุด รวมด้านสื่อ 4.77 0.43 มากที่สุด ด้านปฏิสัมพันธ์ 7. ปฏิสัมพันธ์ของกิจกรรมมีความเหมาะสม 4.70 0.48 มากที่สุด 8. ปฏิสัมพันธ์ของแอปพลิเคชันมีความเหมาะสม 4.77 0.44 มากที่สุด 9. การเชื่อมโยงบทเรียนไปยังส่วนต่าง ๆ ถูกต้อง และเหมาะสม 4.23 0.83 มาก รวมด้านปฏิสัมพันธ์ 4.56 0.64 มากที่สุด ด้านการประเมิน 10. สื่อมีความเหมาะสม 4.46 0.52 มาก 11. แบบทดสอบมีความเหมาะสม 4.54 0.52 มากที่สุด รวมด้านประเมิน 4.50 0.51 มาก ค่าเฉลี่ยรวม 4.60 0.53 มากที่สุด จากตารางที่ 4.4 การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอปพลิเคชัน Quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์แบบวัดความพึงพอใจ มีทั้งหมด 4 ด้าน ด้านที่ 1 ด้านเนื้อหา มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 และ S.D. เท่ากับ 0.50 อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ด้านที่ 2 ด้านสื่อ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.77 และ S.D. เท่ากับ 0.43 อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ด้านที่ 3 ด้านปฏิสัมพันธ์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.56 และ S.D. เท่ากับ 0.64 อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ด้านที่ 4 ด้านประเมิน


40 ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.50 และ S.D. เท่ากับ 0.51 อยู่ในระดับพึงพอใจมาก จากข้อมูลดังกล่าว พบว่าความ พึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาการคำนวณ โดยใช้แอป พลิเคชัน Quizizz สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60 และ S.D เท่ากับ 0.53 อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด


Click to View FlipBook Version