The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเทคนิควิธีปลูกผักสลัดแบบอินทรีย์สำหรับมือใหม่หรือต่อยอดธุรกิจ​ ให้เป็นเรื่องง่ายๆ
ด้วยเคล็ดลับต่างๆในของหนังสือเล่มนี้ ?
.
#เนื้อหาภายในเล่ม
✅สูตรสำเร็จในการเตรียมดินผสม
✅3 เทคนิควิธีเพาะเมล็ดให้งอก100%
✅ ทำความรู้จักดินและปุ๋ยอินทรีย์
✅ การขอรับรองมาตรฐาน​เกษตรอินทรีย์​ไทยและสากล
✅ ปุ๋ยอินทรีย์​ใส่ถูกที่​ ถูกเวลา
✅ เทคนิคการผลิตกรดอะมิโนสำหรับ​พืชให้โตเร็วงอกงาม​ รสชาติผักกรอบหวานไม่ขม
✅ แบบโรงเรือนปลูกผักอย่างง่ายในหลักพัน
✅ แบบโต๊ะ​ปลูกผักสลัดแบบประหยัดดิน
✅ วัสดุเพาะเมล็ดจากแหนแดงด้วยวิธีเติมอากาศ
✅การเลี้ยงแหนแดงและการขยายพันธุ์​เพื่อการค้า
✅ เทคนิคการเก็บเมล็ดพันธุ์​สลัดไว้ใช้เอง
✅สูตรดินผสมสำหรับกัญชา
✅สูตรดินผสมสำหรับแคคตัส
✅เทคนิคการทำดินผสมด้วยขุยมะพร้าวหมัก

#หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร
✅มือใหม่ที่ชอบการปลูกผักสลัดและผักใบ
✅ผู้ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจ
✅ ผู้ที่ทำธุรกิจทำดินปลูกและวัสดุเพาะเมล็ดเพื่อการค้า
✅คนที่ต้องการออกแบบฟาร์ม​ผักในระบบเกษตรอินทรีย์​
==============================
#หนังสือเคล็ดลับสำหรับมือใหม่ปลูกผักสลัดพร้อมสูตรดินผสม(ฉบับปรับปรุงเนื้อหา)​

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Dr.Supachai S., 2024-05-19 03:56:20

เคล็ดลับสำหรับมือใหม่การปลูกผักสลัดอิืนทรีย์และดินผสม

รวมเทคนิควิธีปลูกผักสลัดแบบอินทรีย์สำหรับมือใหม่หรือต่อยอดธุรกิจ​ ให้เป็นเรื่องง่ายๆ
ด้วยเคล็ดลับต่างๆในของหนังสือเล่มนี้ ?
.
#เนื้อหาภายในเล่ม
✅สูตรสำเร็จในการเตรียมดินผสม
✅3 เทคนิควิธีเพาะเมล็ดให้งอก100%
✅ ทำความรู้จักดินและปุ๋ยอินทรีย์
✅ การขอรับรองมาตรฐาน​เกษตรอินทรีย์​ไทยและสากล
✅ ปุ๋ยอินทรีย์​ใส่ถูกที่​ ถูกเวลา
✅ เทคนิคการผลิตกรดอะมิโนสำหรับ​พืชให้โตเร็วงอกงาม​ รสชาติผักกรอบหวานไม่ขม
✅ แบบโรงเรือนปลูกผักอย่างง่ายในหลักพัน
✅ แบบโต๊ะ​ปลูกผักสลัดแบบประหยัดดิน
✅ วัสดุเพาะเมล็ดจากแหนแดงด้วยวิธีเติมอากาศ
✅การเลี้ยงแหนแดงและการขยายพันธุ์​เพื่อการค้า
✅ เทคนิคการเก็บเมล็ดพันธุ์​สลัดไว้ใช้เอง
✅สูตรดินผสมสำหรับกัญชา
✅สูตรดินผสมสำหรับแคคตัส
✅เทคนิคการทำดินผสมด้วยขุยมะพร้าวหมัก

#หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร
✅มือใหม่ที่ชอบการปลูกผักสลัดและผักใบ
✅ผู้ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจ
✅ ผู้ที่ทำธุรกิจทำดินปลูกและวัสดุเพาะเมล็ดเพื่อการค้า
✅คนที่ต้องการออกแบบฟาร์ม​ผักในระบบเกษตรอินทรีย์​
==============================
#หนังสือเคล็ดลับสำหรับมือใหม่ปลูกผักสลัดพร้อมสูตรดินผสม(ฉบับปรับปรุงเนื้อหา)​

Keywords: ผักสลัดอินทรีย์ ดินปลูกผัก ผักสลัด เกษตรอินทรีย์

เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า เขียนโดย : อาจารย์ดร.ศุภชัย สุทธิเจริญ พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2565 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ ราคา บาท ห้ามมิให้ใดน าส่วนใดส่วนหนึ่งทั้งหมดของหนังสือเล่มนี้ไปท าการคัดลอก โดยวิธีถ่ายเอกสาร พิมพ์โดยใช้ เครื่องจักร หรือวิธีอื่นใดเพื่อน าไปแจกจ าหน่าย โดยขอสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย จัดท าโดย : บริษัท วีพลัส ออแกนิค จ ากัด (ไร่คุณพ่อออร์แกนิคฟาร์ม) เลขที่ 93 หมู่ 8 บ้านหนองบึง ต าบลหนองโพธิ์ อ าเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม 44170 โทร. 081-3872812 E-Mail : [email protected] พิมพ์ที่ : โรงพิมพ์ เอทีก๊อปปี้ เลขที่ 536 หมู่ 1 ต าบลท่าขอนยาง อ าเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม 44150 โทร. 043-026447 E-mail : [email protected]


เกริ่นน ำ กว่ำจะมำเป็นไร่คุณพ่อ: 2557-2565 เกษตรอินทรีย์คืออะไร ท ำไมต้องเกษตร............................................................................................1 มิติสุขด้านภาพ............................................................................................................... ...............1 มิติด้านนิเวศวิทยา.........................................................................................................................1 มิติด้านความเป็นธรรม……………………………………………………………………………………………………..2 มิติด้านการดูแลเอาใจใส่…………………………………………………………………………………………………..3 พืชผักที่ปลูกแบบทั่วไปเปรียบเทียบกับกำรปลูกแบบอินทรีย์หลังกำรเก็บเกี่ยว…….…………………..5 เปรียบเทียบควำมแตกต่ำงของระบบเกษตรแต่ละประเภท………………………………………………………6 มำตรฐำนเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยและสำกล ………………………………………………………………….8 หลักการของเกษตรอินทรีย์……………………………………………………………………………………………….8 ท าไมเกษตรอินทรีย์ต้องมีมาตรฐาน……………………………………………………………………………………9 ขอก ำหนดวิธีกำรผลิตพืชอินทรียตำมมำตรฐำนเกษตรอินทรีย์ประเทศไทย (ORGANIC THAILAND).................................................................................................................10 การปฏิบัติในแปลง…………………………………………………………………………………………………………10 การป้องกันการปนเปื้อน…………………………………………………………………………………………………12 การใช้ปัจจัยการผลิต………………………………………………………………………………………………………13 การจัดการ การเก็บรักษา การขนส่ง การแปรรูป และการบรรจุหีบห่อ…………………………………14 การแสดงฉลากและการกล่าวอ้าง…………………………………………………………………………………….15 มำตรฐำนสำกล (International Standard)…………………………………………………………………….…16 สรุปและเปรียบเทียบข้อก ำหนดที่ส ำคัญของมำตรฐำนเกษตรอินทรีย์ไทย-ต่ำงประเทศ……….……19 เปรียบเทียบข้อก ำหนดที่ส ำคัญของมำตรฐำนเกษตรอินทรีย์ต่ำงๆ………………………………….………20 มำรู้จักดิน : และปุ๋ยหมัก……………………………………………………………………………………………………..21 มาท าความรู้จักดินที่เหมาะสมกับการปลูกผัก…………………………………………………………………...21 สำรบัญ


ก่อนการเพาะปลูกควรรู้ค่า pH ของดินและความลึกของหน้าดิน…………………………………………22 การท าเกษตรอินทรีย์ต้องให้ความส าคัญกับดินที่ใช้ปลูกพืช………………………………………………..23 ปุ๋ยหมักคุณภำพดี : ไม่ใช่เติมลงดินแล้วดินจะดีตำม.......................................................................24 ใช้ปุ๋ยหมักท าให้ปริมาณจุลินทรีย์เพิ่มขึ้นในการเตรียมดิน……………………………………………………25 ปุ๋ยหมักช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของดิน……………………………………………………………………………….26 ควรใช้ปุ๋ยหมักมูลสัตว์ร่วมกับเศษวัสดุจากพืชด้วย……………………………………………………………..29 ตัวอย่างวิธีใช้มูลสัตว์ผสมฟางข้าวเพื่อปรับสภาพโครงสร้างดินส าหรับปลูกผัก…………………….…30 บทบำทของจุลินทรีย์ในกระบวนกำรท ำปุ๋ยหมัก……………………………………………………….……………31 เชื้อรา (fungi)………………………………………………………………………………………………………….…….31 แบคทีเรีย (Bacteria)………………………………………………………………………………………….………….32 แอคติโนมัยซิส (Actinomyces)………………………………………………………………………….…………..32 วิธีกำรท ำปุ๋ยหมักจำกเศษใบไม้ผสมมูลสัตว์………………………………………………………………………….33 ตัวอย่างการท าปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ผสมมูลสัตว์……………………………………………………………….34 ปริมาณปุ๋ยคอกที่ได้จากการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆ ในประเทศไทย………………………………………….35 ลักษณะของกองปุ๋ยหมักที่ผ่านการหมักเสร็จสมบูรณ์แล้ว...........................................................35 หลักในการพิจารณาว่ากองปุ๋ยหมักเกิดการหมักสมบูรณ์สามารถสังเกตได้จาก...........................35 มำรู้จักธำตุอำหำรที่จ ำเป็นต่อกำรปลูกผัก……………………………………………………………………………..36 ธาตุอาหารหลัก N P K……………………………………………………………………………………………………36 N ไนโตรเจน : ปุ๋ยบ ารุงใบ……………………………………………………………………………………………….36 P ฟอสฟอรัส : ปุ๋ยบ ารุงผล………………………………………………………………………………………………36 K โพแทสเซียม : ปุ๋ยบ ารุงราก…………………………………………………..……………………………………..37 Ca แคลเซียม, Mg แมกนีเซียม,S ก ามะถัน : ปุ๋ยที่มีอยู่แล้วในดิน…………………………………………37 Fe เหล็ก, Cu ทองแดง, Zn สังกะสี B โบรอน, Mo โมดิบดีนัม, และ Cl คอลรีน…………………..37 หลักกำรใส่ปุ๋ย : ควรใส่ถูกที่ ใส่ถูกเวลำ ใส่ถูกวิธี…………………………………………………………………..38 สูตรปุ๋ยหมักไร่คุณพ่อ…………………………………………………………………………………………………………..39 สำรบัญ


เทคนิคกำรเตรียมดินเพำะต้นกล้ำ ดินปลูก ผักสลัดอินทรีย์…………………………………….………………43 ลักษณะทั่วไปของผักกาดหอมหรือผักสลัด………………….…………………………………………………….43 สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม……………………………………………………………………………………………...43 สภาพดินที่เหมาะสมต่อการปลูก……………………………………………………………………………………..44 การเก็บเกี่ยว…………………………………………………………………………………………………………………44 การเลือกพันธุ์ผักสลัด……………………………………………………………………………………………………..45 เทคนิคกำรเตรียมวัสดุเพำะกล้ำพันธุ์ผักสลัด...................................................................................46 ส่วนผสมของวัสดุเพาะสามารถท าเองได้……………………………………………………………………………49 เทคนิคการเลี้ยงแหนแดงเพื่อใช้เป็นวัสดุเพาะเมล็ด…………………………………………………………….50 วิธีการท าวัสดุเพาะเมล็ดโดยวิธีเติมอากาศ………………………………………………………………..………57 ว วิธีเพาะกล้าพันธุ์ผักสลัดในถาดหลุม (กรณีใช้เมล็ดเคลือบ)………..………………………………………..62 วิธีเพาะกล้าพันธุ์ผักสลัดในถาดหลุม (กรณีเมล็ดแบบไม่เคลือบ)………..…………………………………63 เทคนิคการเพาะเมล็ดให้งอก100%.............................................................................................64 มำรู้จักเมล็ดพันธุ์สลัด………………………………………………………………………………………………………….66 แบบที่ 1 เมล็ดพันธุ์ผักแบบไม่เคลือบ..........................................................................................66 แบบที่ 2 เมล็ดพันธุ์ผักแบบเคลือบ…………..……………………………………………………………………...67 การเลือกคัดเลือกพันธุ์ผักสลัดเพื่อเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง………………………………………………68 ปลูกผักสลัดอินทรีย์ต้องใช้ดินแบบใด……………………………………………………………………………………69 ความแตกต่างระหว่างดินผสมกับดินทั่วไป…………………………………………………………………………70 ส่วนผสมดินปลูกที่เหมาะสม (สูตรไร่คุณพ่อ)……………………………………………………………………..70 ขั้นตอนการผสมดินปลูกส าหรับผักสลัด………..…………………………………………………………………..71 ท ำไมถึงต้องมีกำรหมักดินก่อนน ำไปปลูกผัก………………………………………………………………………….72 ลักษณะดินที่ผ่านการหมักแล้ว....................................................................................................73 ผลการตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารของดินที่หมักแล้ว 30 วัน…………………………………………………73 ขั้นตอนกำรเตรียมแปลงปลูกผักสลัด…………………………………………………………………………………….74 การเตรียมแปลงปลูกผักสลัด…………………………………………………………………………………………...74 การย้ายกล้าผักสลัดลงในแปลงปลูก…....…………………………………………………………………………..76 สำรบัญ


การดูแลรักษา/การให้น้ า/ให้ปุ๋ย……………………………………………………………………………………..........77 กำรท ำกรดอะมิโน ส ำหรับพืช (น้ ำซอสพืช) จำกโปรตีนพืช.......…………………………………………….80 กรดอะมิโน (Amino acid) กับกำรเกษตร……………………………………………………………………….…..82 ผลการวิเคราะห์กรดอะมิโน (Amino acid) จากสารสกัดจากถั่วเหลือง (สูตรไร่คุณพ่อ)………….83 ผลการวิเคราะห์ธาตุอาหารหลัก จากสารสกัดจากถั่วเหลือง…………………………………………….….84 การท าปุ๋ยน้ าหมักเศษปลาอย่างง่าย………………………………………………………………………………….85 อัตราการใช้พ่นทางใบ…………………………………………………………………………………………………….86 อัตราการใช้พ่นทางดิน…………………………………………………………………………………………………...86 กำรเก็บเกี่ยว/กำรปฏิบัติหลังกำรเก็บเกี่ยว………………………………………………………........................88 กำรป้องกันและก ำจัดแมลงศัตรูพืชโดยใช้สมุนไพร…………………….................................................89 ข้อดีของการใช้พืชสมุนไพร……………………………………….............................................................89 สารออกฤทธิ์ที่สะสมในพืชแต่ละชนิด……………………………………………………………………………….89 การสกัดสารส าคัญจากพืช……………………………………………………………………………………………….90 วิธีกำรสกัดสำรส ำคัญจำกพืชสมุนไพร.............................................................................................90 การหมัก……………………..………………………………………………………………………………………………..90 การกลั่นด้วยไอน้ า………………………………………………………………………………………………………….91 การบีบหรือการอัด…………………………………………………………………………………………………………91 การสกัดโดยใช้ตัวท าละลาย…………………………………………………………………………………………….91 ปริมาณสารป้องกันและก าจัดศัตรูพืชในการสกัดพืชสมุนไพรด้วยกรรมวิธีต่างๆ……………………..91 การน าส่วนที่เก็บเกี่ยวของสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการป้องกันศัตรูพืช…………………………………92 ตัวอย่างสรรพคุณของสมุนไพรที่ใช้ป้องกันก าจัดแมลงศัตรูพืช……………………………………………..93 สูตรไล่แมลง (ไร่คุณพ่อ)………………………………………………………………………………………………….97 วิธีท ำขุยมะพร้ำวหมัก....................................................................................................................101 สูตรดินผสม(ดินปลูกผัก)................................................................................................................102 สูตรดินผสม(ดินปลูกแคคตัส)........................................................................................................103 สูตรดินผสม(ดินปลูกสมุนไพรกัญชำ)............................................................................................104 สำรบัญ


กำรท ำโรงเรือนปลูกผักสลัดแบบง่ำย………………………………………………………………………………….105 ตัวอย่างโรงเรือนปลูกผักสลัดแบบง่าย…………………………………………………………………………….106 ตัวอย่างการปลูกผักสลัดยกสูงแบบโต๊ะปลูก……………………………………………………………………109 ตัวอย่ำงกำรท ำโต๊ะปลูกผักแบบประหยัดดิน.................................................................................111 สำรบัญ


เทคนิคการปลูกสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ กว่าจะเป็น ไร่คุณพ่อ Organic and Natural Farm จุดเริ่มต้น “ไร่คุณพ่อ” หลังจากที่ได้ท างาน ประจ ามาประมาณ 10 กว่าปี ได้ตัดสินใจลาออกมา ท าการเกษตรที่บ้านเกิดของตัวเองบนพื้นที่ 2 ไร่ 3 งาน 63 ตารางวา โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 จนถึง ปัจจุบัน (พ.ศ.2562) รวม 5 ปี ไร่คุณพ่อ เริ่มต้น จากการมีแนวคิดในการท าเกษตรอินทรีย์ในระดับ ครอบครัวเพื่อท าการปลูกพืชผักไว้รับประทานเอง และเป็นอาชีพเสริมในชีวิตวัยเกษียณอายุราชการ ของคุณพ่อ หลังจากนั้นได้มีการปรับสภาพพื้นที่ที่ แต่ก่อนเคยเป็นพื้นที่ปลูกไม้ยูคาและมันส าปะหลัง ตามล าดับ โดยใช้วัสดุที่เหลือใช้ในท้องถิ่น เช่น เศษ ใบไม้ ปุ๋ยคอก ฟางข้าว และกากตะกอนหม้อกรอง อ้อยในโรงงานน้ าตาล ซึ่งใช้หลักกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย อาศัยจุลินทรีย์ในท้องถิ่น เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาสภาพผืนดินให้ เ ห ม า ะ ส ม กั บ ส ภ า พ พื้ น ที่ ใ น ภ า ค ตะวันออกเฉียงเหนือจนถึงทุกวันนี้


เทคนิคการปลูกสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ ปัจจุบัน...ไร่คุณพ่อออแกนิคฟาร์มได้มี การทดลองปลูกสลัดเมืองหนาวจนประสบผลส าเร็จ สามารถส่งไปจ าหน่ายในตลาดโมเดิร์นเทรดแต่ยังมี ปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จึง ได้ท าการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนภายใต้ชื่อ “วิสาหกิจชุมชนกล้วยน้ าว้าอินทรีย์อินทรีย์ตักสิลา” เริ่มต้นสร้างเครือข่ายคนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่และ จังหวัดใกล้เคียงโดยได้รับความสนใจจากคนทั่วไป เป็นอย่างมาก อนาคต...ไร่คุณพ่อได้มีแนวคิดก่อตั้งเป็น “ศูนย์ฝึกอบรมนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ไร่คุณ พ่อ” Organic innovative learning centre และ มีความตั้งใจอยากเผยแพร่องค์ความรู้และเป็น ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านนวัตกรรมเกษตร อินทรีย์และองค์ความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดจนให้ ค าปรึกษาด้านมาตรฐานการผลิตและการให้ ค าแนะน ากระบวนการรับรองการผลิตพืชอินทรีย์ พร้อมทั้งจัดท าหลักสูตรระยะสั้นเพื่อให้ประชาชนที่ มีความสนใจเกี่ยวกับการผลิตพืชอินทรีย์จนถึง กระบวนการแปรรูป ได้เข้ามาเรียนรู้และลงมือ ปฏิบัติจริง และในขณะนี้ ทางไร่คุณพ่อได้มีการ จัดท าหลักสูตร การปลูกพืชอินทรีย์แบบประหยัด ดิน และ หลักสูตรอื่นๆ ซึ่งสามารถน าไปประกอบ อาชีพเสริมหรือยึดเป็นอาชีพหลักได้ในอนาคต งานวิจัย...นอกจากนั้นทางไร่คุณพ่อได้ น าแนวคิด เกษตรอินทรีย์วิถีวิทยาศาสตร์เข้ามา พิสูจน์ก า รท าเกษต รอินทรีย์บนพื้นฐ านท าง วิทยาศาสตร์เพื่อให้เกษตรกรได้เกิดความเข้าใจและ สามารถ


เทคนิคการปลูกสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ น าไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งได้มีการศึกษาท าการวิจัย เช่น การปรับสภาพพื้นดินโดยใช้เวลาระยะสั้น หรือ การปลูกผักประหยัดดิน ผสมดินครั้งเดียวสามารถ ปลูกได้ตลอดทั้งปี การศึกษาหาสารสกัดธรรมชาติ จนได้ กรดอะมิโน ที่อยู่ในถั่วเหลือง ซึ่งมีคุณสมบัติ ให้พืชสามารถน าไปใช้ได้อย่างรวดเร็วปรับสภาพ ให้กับพืชผักในทุกฤดูและคงสภาพของผลผลิตซึ่ง เป็นผลดีในการขนส่งที่ใช้ระยะเวลาได้ การแปรรูป...หลังจากมีการจดทะเบียน วิสาหกิจชุมชนได้มีการประดิษฐ์นวัตกรรม “ตู้อบ พลังงานแสงอาทิตย์แบบขาตั้งเพื่อธุรกิจขนา เล็ก” ที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกรซึ่งสามารถน ามา ประยุกต์ในการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตใน เบื้องต้นเหมาะส าหรับกลุ่มเกษตรกรรายย่อยได้เป็น อย่างดี โดยน ามาแปรรูป เช่น กล้วยตาก กล้วยผง สมุนไพรอบแห้ง เป็นต้น


เทคนิคการปลูกสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ การต่อยอดธุรกิจร้านอาหารและ เป็นแหล่งเรียนรู้ฝึกอบรมให้แก่ผู้ที่สนใจ ภายนอก.... นอกจากไร่คุณพ่อจะเป็นสถานที่ฟาร์ม ปลูกผักสลัดและพืชผักชนิดต่างๆ แล้ว ได้มีการ พัฒนาต่อยอดเป็นร้านอาหารในเมนูส าหรับผู้ที่รัก สุขภาพ โดยน าเอาวัตถุดิบภายในไร่มาปรุงเป็น อาหาร เช่น เมนูสลัด สเต็ก ตลอดจนการน าเอ วิธีการท าพิซซ่าแบบดั้งเดิมโดยใช้เตาฟืนที่ได้จาก ฟืนไม้ยูคาลิปตัส ที่มีกลิ่นน้ ามันหอมระเหยเป็น เอกลักษณ์ หลังจ ากที่ผ่ านคว ามร้อนซึ่งหา รับประทานได้ค่อนข้างยาก มาเป็นจุดขายภายใน ร้าน นอกจากนี้ทางไร่คุณพ่อออแกนิคฟาร์มยัง จัดเป็นฐานเรียนรู้ด้านการเกษตรและเป็นจุด จ าหน่ายผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ ได้จากการท าเกษตรอินทรีย์ไว้คอยบริการให้กับ บุคคลทั่วไปเข้ามาเยี่ยมชมได้ตลอด ส าหรับท่านที่สนใจอยากจะเดินทางมา เยี่ยมชมหรือมารับประทานอาหารที่ไร่คุณพ่อออแก นิคฟ า ร์ม ส าม า ร ถเดินท างม าได้ที่ จังห วัด มหาสารคาม ตั้งอยู่ ถนนทางหลวงเส้น 2831 (เส้นทาง ระหว่าง อ าเภอนาดูน- อ าเภอนาเชือก) ห่างจากตัวเมืองมหาสารคามประมาณ 60 กิโลเมตร และห่างจากองค์พระบรมพระธาตุนาดูนซึ่งเป็น สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคามประมาณ 9-10 กิโลเมตร หรือโทรศัพท์สอบถามรายละเอียด ได้ที่ 081-3872812, 080-0046067 ติอต่อทาง เพจเฟสบุค : ไร่คุณพ่อออแกนิคฟาร์ม เปิดตั้งแต่ เวลา 10.10 น. – 18.00 น.


เทคนิคการปลูกสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 1 เกษตรอินทรีย์ คืออะไร?: ท ำไมต้องอินทรีย์? แม้ว่าจะมีความพยายามมากมาย ในการให้ค า จ ากัดความว่า เกษตรอินทรีย์หมายถึง อะไร แต่ค านิยามที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง มากที่สุดเห็นจะเป็นค านิยามของ สหพันธ์เกษตร อินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Agriculture Movement – IFOAM) ซึ่ง เป็นเครือข่ายขององค์กรด้านเกษตรอินทรีย์ระหว่าง ประเทศ ที่มีสมาชิกกว้างขวางที่สุดในโลก สหพันธ์ เกษตรอินทรีย์นานาชาติได้สรุปความหมายเกษตร อินทรีย์ไว้ว่า คือ “Organic agriculture is a production system that sustains the health of soils, ecosystems and people. It relies on ecological processes, biodiversity and cycles adapted to local conditions, rather than the use of inputs with adverse effects. Organic agriculture combines tradition, innovation and science to benefit the shared environment and promote fair relationships and a good quality of life for all involved.” “ระบบการผลิตที่ให้ความส าคัญกับ ความ ยั่งยืนของสุขภาพดิน ระบบนิเวศ และผู้คน เกษตร อินทรีย์พึ่งพาอาศัยกระบวนการทางนิเวศวิทยา ความหลากหลายทางชีวภาพ และวงจรธรรมชาติ ที่ มีลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ แทนที่จะใช้ปัจจัย การผลิตที่มีผลกระทบทางลบ เกษตรอินทรีย์ ผสมผสานองค์ความรู้พื้นบ้าน นวัตกรรม และ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่เป็นธรรม และคุณภาพ ชีวิตที่ดีของทุกผู้คนและสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง” (ที่มา : มติที่ประชุมใหญ่ IFOAM มิถุนายน 2551 อิตาลี) ตามความหมายของการท าเกษตรอินทรีย์ เป็นการมุ่งเน้นความสมดุลของธรรมชาติโดยใช้หลัก ธรรมชาติและอิงธรรมชาติให้มากที่สุดปราศจากการ การใช้สารเคมีและสารสังเคราะห์โดยสิ้นเชิง หลักการของการท าเกษตรอินทรีย์จะประกอบไป ด้วย หลักการ 4 ข้อส าคัญ คือ สุขภาพ, นิเวศวิทยา , ความเป็นธรรม, และการดูแลเอาใจใส่ (health, ecology, fairness and care) (ก) มิติด้ำนสุขภำพ เกษตรอินทรีย์...ควรจะต้องส่งเสริมและ สร้างความยั่งยืนให้กับสุขภาพอย่างเป็นองค์รวมของ ดิน พืช สัตว์ มนุษย์ และโลกสุขภาวะของสิ่งมีชีวิต แต่ละปัจเจกและของ ชุมชน เป็นหนึ่งเดียวกันกับสุข ภาวะของระบบนิเวศ การที่ผืนดินมีความอุดม สมบูรณ์จะท าให้พืชพรรณต่างๆ แข็งแรง มีสุขภาวะ ที่ดี ส่งผลต่อสัตว์เลี้ยงและมนุษย์ที่อาศัยพืชพรรณ เหล่านั้นเป็นอาหาร สุขภาวะเป็นองค์รวมและเป็น ปัจจัยที่ส าคัญของสิ่งมีชีวิต การมีสุขภาวะที่ดีไม่ใช่ การปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่รวมถึงภาวะแห่ง ความเป็นอยู่ที่ดีของกายภาพ จิตใจ สังคม และ สภาพแวดล้อมโดยรวม ความแข็งแรง ภูมิต้านทาน และความสามารถในการฟื้นตัวเอง


2 เทคนิคการปลูกสลัดอินทรีย์แบบประหยัดดิน : ไร่คุณพ่อ จากความเสื่อมถอยเป็นองค์ประกอบที่ส าคัญของสุข ภาวะที่ดี บทบาทของเกษตรอินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็น การผลิตในไร่นา การแปรรูป การกระจายผลผลิต หรือการบริโภค ต่างก็มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างสุข ภาวะที่ดีของระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิต ทั้งปวง ตั้งแต่ สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กสุดในดินจนถึงตัวมนุษย์เราเอง เกษตรอินทรีย์จึงมุ่งที่จะผลิตอาหารที่มีคุณภาพสูง และมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อสนับสนุนให้มนุษย์ ได้มีสุขภาวะที่ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้ เกษตรอินทรีย์จึง เลือกที่จะปฏิเสธการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีก าจัดศัตรูพืช เวชภัณฑ์สัตว์ และสารปรุงแต่งอาหาร ที่อาจมี อันตรายต่อสุขภาพ (ข) มิติด้ำนนิเวศวิทยำ เกษตรอินทรีย์...ควรจะต้องตั้งอยู่บน รากฐานของระบบนิเวศวิทยาและวัฐจักรแห่ง ธรรมชาติ การผลิตการเกษตรจะต้องสอดคล้องกับ วิถีแห่งธรรมชาติ และช่วยท าให้ระบบและวัฐจักร ธรรมชาติเพิ่มพูนและยั่งยืนมากขึ้นหลักการเกษตร อินทรีย์ในเรื่องนี้ตั้ง อยู่บนกระบวนทัศน์ที่มอง เกษตรอินทรีย์ในฐานะองค์ประกอบหนึ่งของระบบ นิเวศที่ มีชีวิต ดังนั้น การผลิตการเกษตรจึงต้อง พึ่งพาอาศัยกระบวนการทางนิเวศวิทยาและวงจร ของ ธรรมชาติ โดยการเรียนรู้และสร้างระบบนิเวศ ส าห รับให้เหม า ะสมกับ ก า รผลิ ต แต่ล ะ ชนิ ด ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของการปลูกพืช เกษตรกร จะต้องปรับปรุงดินให้มีชีวิต หรือในการเลี้ยงสัตว์ เกษตรกรจะต้องใส่ใจกับระบบนิเวศโดยรวมของ ฟาร์ม หรือในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ า เกษตรกรต้องใส่ ใจกับระบบนิเวศ โดยรวมของฟาร์ม หรือในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ า เกษตรกรต้องใส่ใจกับระบบนิเวศของบ่อเลี้ยง การ เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ หรือแม้แต่การเก็บเกี่ยวผลผลิต จากป่า จะต้องสอดคล้องกับวัฎจักรและสมดุลทาง ธรรมชาติ แม้ว่าวัฎจักรธรรมชาติจะเป็นสากล แต่ อาจจะมีลักษณะเฉพาะท้องถิ่นนิเวศได้ ดังนัน การ จัดการเกษตรอินทรีย์จึงจ าเป็นต้องสอดคล้องกับ เงื่อนไขท้องถิ่น ภูมินิเวศ วัฒนธรรม และเหมาะสม กับขนาดของฟาร์ม เกษตรกรควรใช้ปัจจัยการผลิต และพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการใช้ซ้ า การ หมุนเ วี ย น เพื่ อที่ จ ะอนุ รั กษ์ท รัพย า ก ร แ ล ะ สิ่งแวดล้อมให้มีความยั่งยืนฟาร์มเกษตรอินทรีย์ควร สร้างสมดุลของ นิเวศการเกษตร โดยการออกแบบ ระบบการท าฟาร์มที่เหมาะสม การฟื้นฟูระบบนิเวศ ท้องถิ่น และการสร้างความหลากหลายทั้งทาง พันธุกรรมและกิจกรรมทางการเกษตร ผู้คนต่างๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการผลิต การแปรรูป การค้า และการ บริโภคผลผลิตเกษตรอินทรีย์ควรช่วยกันในการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งในแง่ของภูมินิเวศ สภาพ บรรยากาศ นิเวศท้องถิ่น ความหลากหลายทาง ชีวภาพ อากาศและน้ า


เทคนิคการปลูกสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 3 (ค) มิติด้ำนควำมเป็นธรรม เกษตรอินทรีย์...ควรตั้งอยู่บนความสัมพันธ์ ที่มีความเป็นธรรมระหว่างสิ่งแวดล้อมโดยรวมและ สิ่งมีชีวิตความเป็นธรรมนี้รวมถึงความเท่าเทียม การ เคารพ ความยุติธรรม และการมีส่วนในการปกปัก พิทักษ์โลกที่เราอาศัยอยู่ ทั้งในระหว่างมนุษย์ด้วย กันเอง และระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆใน หลักการด้านนี้ ความสัมพันธ์ของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการผลิตและการจัดการผลผลิตเกษตร อินทรีย์ในทุกระดับควรมีความสัมพันธ์กันอย่างเป็น ธรรม ทั้งเกษตรกร คนงาน ผู้แปรรูป ผู้จัดจ าหน่าย ผู้ค้า และผู้บริโภค ทุกผู้คนควรได้รับโอกาสในการมี คุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนช่วยในการรักษาอธิปไตย ทางอาหาร และช่วยแก้ไขปัญหาความยากจน เกษตรอินทรีย์ควรมีเป้าหมายในการผลิตอาหารและ ผลผลิตการเกษตรอื่นๆ ที่เพียงพอ และมีคุณภาพที่ ดีในหลักการข้อนี้หมายรวมถึงการปฏิบัติต่อ สัตว์ เลี้ยงอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัด สภาพการเลี้ยงให้สอดคล้องกับลักษณะและความ ต้องการ ทางธรรมชาติของสัตว์ รวมทั้งดูแลเอาใจใส่ ค ว า ม เ ป็ น อ ยู่ ข อ ง สั ต ว์ อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่น ามาใช้ในการ ผลิตและการบริโภคควรจะต้องด าเนินการอย่างเป็น ธรรม ทั้งทางสังคมและทางนิเวศวิทยา รวมทั้งต้องมี การอนุรักษ์ปกป้องให้กับอนุชนรุ่นหลัง ความเป็น ธรรมนี้จะรวมถึงว่า ระบบการผลิต การจ าหน่าย และการค้าผลผลิตเกษตรอินทรีย์จะต้องโปร่งใส มี ความเป็นธรรม และมีการน าต้นทุนทางสังคมและ สิ่งแวดล้อมมาพิจารณาเป็นต้นทุนการผลิตด้วย (ง) มิติด้ำนกำรดูแลเอำใจใส่ กำรบริหำรจัดกำรเกษตรอินทรีย์...ควร จะต้องด าเนินการอย่างระมัดระวังและ รับผิดชอบ เพื่อปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งใน ปั จ จุบัน แ ล ะอน าคต ร ว มทั้งพิทักษ์ป กป้ อง สภาพแวดล้อมโดยรวมด้วยเกษตรอินทรีย์เป็นระบบ ที่มีพลวัตรและมี ชีวิตในตัวเอง ซึ่งการเปลี่ยนแปลง จะเกิดขึ้นได้ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ผู้ที่ เกี่ยวข้องกับเกษตรอินทรีย์ควรด าเนินกิจการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มผลผลิตในการผลิต แต่ในขณะเดียวกันจะต้องระมัดระวังอย่าให้เกิด ความเสี่ยงต่อสุขภาพและ สิ่งแวดล้อม ดังนี้น เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ จะต้องมีการประเมินผล กระทบอย่างจริงจัง และแม้แต่เทคโนโลยีที่มีการใช้ อยู่แล้ว ก็ควรจะต้องมีการทบทวนและประเมินผล กันอยู่เนืองๆ ทั้งนี้เพราะมนุษย์เรายังไม่ได้มีความรู้ คว ามเข้ าใจอย่ างดีพอเกี่ยวกับ ร ะบบ นิเวศ การเกษตร ที่มีความสลับซับซ้อน ดังนั้น เราจึงต้อง ด าเนินการต่างๆ ด้วยความระมัดระวังเอาใจใส่ ในหลักการนี้ การด าเนินการอย่างระมัดระวังและ รับผิดชอบเป็นหัวใจส าคัญของการบริหารจัดการ การพัฒนา และการคัดเลือกเทคโนโลยีที่จะน ามาใช้ ในเกษตรอินทรีย์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็น สิ่งจ าเป็นเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นใจว่า เกษตร อินทรีย์นั้นปลอดภัยและเหมาะกับสิ่งแวดล้อม แต่ อย่างไรก็ตาม ความรู้ทางวิทยาศาสตร์แต่เพียงอย่าง เดียวไม่เพียงพอ ประสบการณ์จากการปฏิบัติ และ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สะสมถ่ายทอดกันมาก็อาจมี บทบาทในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้เช่นกัน เกษตรกร และผู้ประกอบการควรมีการประเมินความเสี่ยง


4 เทคนิคการปลูกสลัดอินทรีย์แบบประหยัดดิน : ไร่คุณพ่อ และเตรียมการป้องกันจากน าเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ และควรปฏิเสธเทคโนโลยีที่มีความแปรปรวนมาก เช่น เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม การตัดสินใจเลือก เทคโนโลยีต่างๆ จะต้องพิจารณาถึงความจ าเป็น และระบบคุณค่าของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่อาจ ได้รับผลกระทบ และจะต้องมีการปรึกษาหารืออย่าง โปร่งใสและมีส่วนร่วม ดังนั้น จึงขอสรุปความหมายของค าว่า เกษตรอินทรีย์ คือ การท าการเกษตรด้วยหลัก ธรรมชาติบนพื้นที่การเกษตรที่ไม่มีสารพิษตกค้าง และหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนของสารเคมีทางดิน ทาง น้ า และทางอากาศเพื่อส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ ของดิน เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ โดยไม่ใช้ ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง จากแนวคิดหลักพื้นฐานของ เกษตรอินทรีย์ ที่มุ่งเน้นการท าการเกษตรที่อนุรักษ์ และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม แนวทางปฏิบัติของเกษตร อินทรีย์จึงเน้นการผลิตความสอดคล้องกับวิถี ธรรมชาติ โดยการประยุกต์ปรับใช้กลไกนิเวศ ธรรมชาติส าหรับการท าเกษตร ที่ส าคัญได้แก่ การ หมุนเวียนธาตุอาหาร, การสร้างความอุดมสมบูรณ์ ของดิน, ความสัมพันธ์แบบสมดุลของสิ่งมีชีวิตที่ หลากหลาย, การอนุรักษ์และฟื้นฟูนิเวศการเกษตร


เทคนิคการปลูกสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 5 พืชผัก...ที่ปลูกแบบทั่วไปเปรียบเทียบกับกำรปลูก แบบอินทรีย์หลังจำกกำรเก็บเกี่ยว จากภาพจะเห็นได้ว่าพืชผักที่ปลูกโดย กระบวนการแบบธรรมชาติหรือปลูกแบบเกษตร อินทรีย์เทียบกับการปลูกพืชผักแบบทั่วไป พบว่า อายุการเก็บรักษาในกรณีที่เก็บเกี่ยวผลผลิตพร้อม กัน พืชที่ปลูกแบบธรรมชาติหรือแบบเกษตรอินทรีย์ จะมีอายุการเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยวได้นานกว่า พืชผักที่มีการปลูกแบบทั่วไป จากการทดลองนี้ พบว่า จะเป็นผลดีส าหรับเกษตรกรที่มีความจ าเป็น ที่ต้องการขนส่งในระยะทางไกลๆ และสามารถวาง จ าหน่ายได้เป็นเวลานานๆ กว่าปกติเพราะจะช่วย ยืดอายุของผลผลิตทางเกษตรได้ 1 2 3 4 1,2,3,4 จำกภำพเป็นกำรทดลองอำยุ หลังกำรเก็บเกี่ยวเปรียบระหว่ำงพืชที่ ปลูกทั่วไป กับ พืชอินทรีย์


6 เทคนิคการปลูกสลัดอินทรีย์แบบประหยัดดิน : ไร่คุณพ่อ ชื่อ ชื่ออื่นที่อำจเรียกกัน เป้ำหมำยที่เน้น กำรตรวจรับรอง มำตรฐำน เกษตรอินทรีย์ ออร์แกนิค, organic farming, ecological farming, biological farming อนุรักษ์นิเวศ การเกษตร/สิ่งแวดล้อม มีหลายมาตรฐาน และหลายหน่วย ตรวจรับรอง เกษตรธรรมชำติ natural farming อนุรักษ์นิเวศ การเกษตร/สิ่งแวดล้อม ไม่มีการตรวจรับรอง โดยตรง วนเกษตร agroforestry อนุรักษ์นิเวศ การเกษตร/สิ่งแวดล้อม ไม่มีการตรวจรับรอง โดยตรง เพอร์มำคัลเชอร์ เกษตรถาวรภาพ, เกษตรกรรม ถาวร, permaculture อนุรักษ์นิเวศ การเกษตร/สิ่งแวดล้อม ไม่มีการตรวจรับรอง โดยตรง ไบโอไดนำมิค เกษตรชีวพลวัตร, Biodynamic อนุรักษ์นิเวศ การเกษตร/สิ่งแวดล้อม มีมาตรฐานและ ตรวจรับรองได้ เกษตรผสมผสำน Integrated farming สร้างความมั่นคงให้กับ การผลิต/เกษตรกร ไม่มีการตรวจรับรอง เกษตรทฤษฎีใหม่ New Theory Agriculture สร้างความมั่นคงให้กับ การผลิต/เกษตรกร ไม่มีการตรวจรับรอง นอกเหนือจากเกษตรอินทรีย์แล้ว ยังมีระบบการเกษตรอีกหลายระบบที่ได้มีการ พัฒนาขึ้น เพื่อพยายามน าเสนอแนวทางใหม่ในการ พัฒนาการเกษตร ที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพและ สิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ ระบบเกษตรที่เน้นความส าคัญด้าน ความปลอดภัยของผลผลิตในการบริโภคระบบที่ ต้องการสร้างความมั่นคงให้กับการเผลิตและ เกษตรกร และระบบที่ให้ความส าคัญกับเรื่องการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และบางระบบ/แนวทางก็เป็น ระบบที่พบเฉพาะแต่ในประเทศไทย (เช่น เกษตร ปลอดสารพิษ) แต่บางระบบก็เป็นระบบที่มีใน ต่างประเทศด้วย ตำรำงเปรียบเทียบควำมแตกต่ำงของระบบเกษตรแต่ละประเภท


เทคนิคการปลูกสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 7 ชื่อ ชื่ออื่นที่อำจเรียกกัน เป้ำหมำยที่เน้น กำรตรวจรับรอง มำตรฐำน เกษตรยั่งยืน Sustainable agriculture สาร้างความมั่นคง ให้กับการผลิต/ เกษตรกร ไม่มีการตรวจรับรอง เกษตรดีที่ เหมำะสม GAP (Good Agricultural Practice) ความปลอดภัยของ ผลผลิตการเกษตร มีการตรวจรับรอง เกษตรปลอดภัย จำกสำรพิษ เกษตรปลอดสารพิษ ความปลอดภัยของ ผลผลิตการเกษตร มีการตรวจรับรอง กสิกรรมไร้สำรพิษ เกษตรปลอดสารเคมี ความปลอดภัยของ ผลผลิตการเกษตร ไม่มีการตรวจรับรอง ที่มา : มูลนิธิสายใยแผ่นดิน (http://www.greennet.or.th/article/1035)


8 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยและสากล ในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงการท าเกษตรอินทรีย์ที่มีข้อก าหนดเป็นแกนกลางเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ตั้งแต่เกษตรกรผู้ผลิต ผู้รวบรวม ผู้แปรรูป ผู้ค้าส่งและค้าปลีกตลอดจนผู้บริโภคให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ในที่นี้จะ กล่าวถึงมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย (Organic Thailand) ได้ให้ค านิยามของค าว่า เกษตรอินทรีย์ ดังนี้ เกษตรอินทรีย์(organic agriculture) หมายถึง ระบบจัดการการผลิตด้านการเกษตรแบบองค์ รวม ที่เกื้อหนุนต่อระบบนิเวศ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ วงจรชีวภาพ โดยเนนการใช้วัสดุธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการใช้วัตถุดิบจากการสังเคราะห์และไม่ใช้พืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ที่ได้มาจากเทคนิคการดัดแปร พันธุกรรม (genetic modification) มีการจัดการกับผลิตภัณฑ์โดยเน้นการแปรรูปด้วยความระมัดระวัง เพื่อรักษา สภาพการเป็นเกษตรอินทรีย์และคุณภาพที่ส าคัญของผลิตภัณฑ์ในทุกขั้นตอน หลักการของเกษตรอินทรีย ์ที่เป็นไปตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์มีหลักการดังนี้ • พัฒนาระบบการผลิตไปสู่แนวทางเกษตรผสมผสานที่มีความหลากหลายของพืชและสัตว์ • พัฒนาระบบการผลิตที่พึ่งพาตนเองในเรื่องของอินทรียวัตถุและธาตุอาหารภายในฟาร์ม • ฟื้นฟูและรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินและคุณภาพน้ าด้วยอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และ ปุยพืชสดอย่างต่อเนื่องโดยใช้ทรัพยากรในฟาร์มมาหมุนเวียนใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด • รักษาความสมดุลของระบบนิเวศในฟาร์ม และความยั่งยืนของระบบนิเวศโดยรวม • ป้องกันและหลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่ท าให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม • ยึดหลักการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวและการแปรรูปที่เป็นวิธีการธรรมชาติ ประหยัดพลังงาน และ ส่งผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด • รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ของระบบการเกษตรและระบบนิเวศรอบข้าง รวมทั้งการอนุรักษ์ แหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพืชและสัตวป่า • รักษาความเป็นอินทรีย์ตลอดห่วงโซ่การผลิต แปรรูป เก็บรักษา และจ าหน่าย • หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ตลอดกระบวนการผลิต แปรรูป และเก็บรักษา • ผลิตผล ผลิตภัณฑ์ หรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ต้องไม่มาจากการดัดแปรพันธุกรรม • ผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ต้องไม่ผ่านการฉายรังสี


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 9 ท าไม...เกษตรอินทรีย์ถึงต้องมีมาตรฐาน ดังนั้น มาตรฐานเกษตรอินทรีย์จึงหมายความว่า ถ้าใครจะท า เกษตรอินทรีย์แล้วได้ผลผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์อินทรีย์ เช่น ข้าว อินทรีย์ ผลไม้อินทรีย์ พืชผักอินทรีย์ หมูอินทรีย์ กุ้งอินทรีย์ ฯลฯ จ าเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อก าหนดของมาตรฐานการผลิตของ ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ได้โดยการตรวจสอบจะเน้นที่กระบวนการผลิต มากกว่าตัวผลผลิต ว่าเป็นไปตามข้อก าหนดเงื่อนไขของมาตรฐานนั้นๆ หรือไม่ ความจ าเป็นที่ต้องมีมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ • ความต้องการของผู้บริโภค • ความแตกต่างในชื่อเรียก • ความแตกต่างในวิธีการผลิต • การค้า-ขาย • การรับรอง • การแสดงฉลาก ท าไมเกษตรอินทรีย์ถึงต้องมี มาตรฐาน...? ....ค าถาม ถ้าถามว่า การท าเกษตร อินทรีย์สามารถท าโดยไม่มี/ไม่ใช้ มาตรฐานได้หรือไม่ ? ....ค าตอบ คือ ได้ ถ้าท าเพื่อบริโภค เอง ก าหนดมาตรฐานเอง แต่ถ้าขาย บริเวณใกล้เคียงอาจมีหรือไม่มีก็ได้ เนื่องจากผู้บริโภครู้จักและมีความ น่าเชื่อถือในตัวผู้ผลิตว่าปฏิบัติตาม เงื่อนไขของเกษตรอินทรีย์ได้จริงๆ ทั้งจากการสังเกตเอง และข้อมูลจาก เพื่อนบ้านใกล้เคียง แต่ถ้ามีการ จ าหน่ายไปยังต่างพื้นที่ ต่างจังหวัด ต่างภูมิภาค หรือต่างประเทศ การ ก าหนดมาตรฐานก็จะเป็นข้อก าหนด หรือเกณฑ์กลางเพื่อให้เกิดความ เข้าใจตั้งแต่ เกษตรกรผู้ผลิต คนกลาง รวมไปถึงผู้บริโภค เพราะถึงแม้ ผู้บริโภคไม่รู้จักผู้ผลิต แต่สามารถ รู้จักมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ของ ปร ะเทศไท ยOrganic Thailand , มาตรฐาน IFAOM, มาตรฐาน Codex Alimentarius , USDA ORGANIC ผู้บริโภคยอมรับ/เชื่อมั่น เป็นต้น เกณฑ์กลาง ความเข้าใจตรงกัน การปฏิบัติเหมือนกัน


10 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ ขอก าหนดวิธีการผลิตพืชอินทรีย์ ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ประเทศไทย (ORGANIC THAILAND) ตราสัญลักษณ์การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย (Organic Thailand) 1. การปฏิบัติในแปลง 1.1 การผลิตพืชอินทรีย์ให้น ามาใช้ปฏิบัติตลอดระยะการปรับเปลี่ยนเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือน ก่อนปลูกส าหรับพืชลมลุก และ 18 เดือนก่อนเก็บเกี่ยวผลิตผลอินทรีย์ครั้งแรกส าหรับพืชยืนต้น โดยระยะ การปรับเปลี่ยน นับตั้งแต่ผู้ผลิตได้น ามาตรฐานนี้ไปปฏิบัติแล้ว และสมัครขอรับการรับรอง ต่อหน่วยรับรอง ระยะปรับเปลี่ยนจากเคมี เป็นเกษตรอินทรีย์ พืชล้มลุกอายุสั้น ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือน พืชยืนต้น ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 18 เดือน โดยระยะการปรับเปลี่ยน นับตั้งแต่ผู้ผลิตได้นํามาตรฐานนี้ไปปฏิบัติแล้ว และสมัครขอรับการรับรอง ต่อหน่วยรับรอง


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 11 1.2 ในกรณีที่มีหลักฐานแสดงได้ว่าไม่มีการใช้สารเคมีห้ามใช้ในพื้นที่ที่ขอการรับรอง มาเป็นเวลา นานเกินกว่า 12 เดือนส าหรับพืชล้มลุก และ 18 เดือนส าหรับพืชยืนต้น ผู้ผลิตสามารถขอลดระยะการปรับเปลี่ยน ลงโดยการยอมรับจากหน่วยรับรอง แต่ระยะเวลานับจากการยื่นขอรับการรับรองจนหน่วยรับรองให้การรับรอง ผลิตผลว่าเป็นอินทรีย์ จะต้องไม่น้อยกว่า 6 เดือน ....หน่วยรับรองอาจพิจารณาเพิ่มระยะการปรับเปลี่ยนที่นานกว่าที่ก าหนดในข้อ 1.1 หากมีข้อมูลจากประวัติ การใชพื้นที่แสดงวาไดมีการใชสารเคมีในปริมาณมากมาก่อนหน้านั้น.... 1.3 ถ้าฟาร์มที่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์พร้อมกันทั้งหมด ผู้ผลิตสามารถทยอยเปลี่ยนพื้นที่ บางส่วนได้ แต่ต้องเป็นพืชตางชนิด หรือ ตางพันธุ์ ที่แยกแยะความแตกต่างของผลิตผลได้ มีการแบ่งแยกพื้นที่ และกระบวนการจัดการให้ชัดเจน และผลิตผลเกษตรอินทรีย์จะต้องไม่ปะปนกับผลิตผลจากพื้นที่ที่ไม่ใช่ เกษตร อินทรีย์ ....พื้นที่ที่ทําเกษตรอินทรียแล้วต้องไม่เปลี่ยนกลับไปทําการเกษตรที่ใช้สารเคมีอีก.... พันธุ์ข้าวหอม มะลิ105 อินทรีย์ พันธุ์ข้าว กข.6 เคมี พืชในแปลงเคมีต้องเป็นพืชคนละ ชนิดหรือคนละรุ่นกับแปลงอินทรีย์


12 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ 1.4 ห้ามเผาท าลายวัตถุทุกชนิด เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ ฟางข้าวหรืออื่นๆ ห้ามเกษตรกรใส่ปุ๋ยเคมี ยา ฆ่าหญ้าหรือคลุมหญ้า ฮอร์โมนสังเคราะห์ทุกชนิด 1.5 ให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์อย่างผสมผสานระหว่าง ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ าชีวภาพ จุลินทรีย์ปุ๋ยพืชสดและให้ใช้ วัสดุคลุมดินเพื่อควบคุมวัชพืชและรักษาความชื้น 2. การป้องกันการปนเปื้อน 2.1 ผู้ผลิตต้องมีมาตรการปองกันการปนเปื้อนที่อาจมาทางดิน น้ า อากาศ เช่น สิ่งกีดขวาง ท า คันกั้น หรือ ปลูกพืชเป็นแนวกันชน เพื่อป้องกันการปนเปื้อน จากแปลงข้างเคียง หรือจากแหล่งมลพิษ โดยวิธีการ ต้อง เหมาะกับความเสี่ยงที่จะเกิดการปนเปื้อน 2.2 แปลงเกษตรอินทรีย์ต้องแยกจากแปลงเคมีให้ชัดเจน และอยู่ห่าง กันไมต่ ากว่า 1-4 เมตร 2.3 ห้ามน าผลผลิตของญาติ/เพื่อนบ้านมาปะปนด้วย และต้องแยกแยะ การจัดการผลผลิต อินทรีย์และเคมีใหชัดเจน ห้ามกองหรือคัดแยกหรือบรรจุ หีบห่อใกล้กัน 2.4 เกษตรกรต้องมีมาตรการปองกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน 2.5 ห้ามใช้สารเคมีฉีดพ่นในโรงเก็บผลผลิตหรือโรงบรรจุภัณฑ์ 2.6 ห้ามใช้เครื่องมือการเกษตรปะปน เช่น ถังฉีดยาเคมี ไปฉีดยาสกัด สมุนไพรในแปลงอินทรีย์


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 13 3. การใช้ปัจจัยการผลิต 3.1 เกษตรกรจะต้องบันทึกปัจจัยการผลิต/วัตถุดิบ แหล่งที่มา ที่น ามาใช้ในแปลงเกษตรอินทรีย์ และ ปริมาณผลผลิตที่ได้จากการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ทุกครั้ง 3.2 ห้ามใช้พืชที่มีการดัดแปลงตัดแต่งพันธุกรรม หรือ พืชที่เรียกว่า จี เอ็ม โอ (GMOs) ใช้ใน แปลงอินทรีย์ 3.3 เมล็ดพันธุ์หรือส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ตองมาจากระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ ยกเว้นใน กรณี จ าเป็นที่แสดงให้เห็นว่าหาเมล็ดพันธุ์หรือส่วนที่ขยายพันธุ์ที่เป็นไปตามข้อก าหนดไม่ได้อาจอนุโลมให้ใช้ เมล็ดพันธุ์หรือส่วนที่ใชขยายพันธุ์จากแหล่งทั่วไปได้ โดยเมล็ดพันธุ์หรือส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์นั้นต้องไม่ผ่าน การใช้ สารเคมี กรณีที่หาเมล็ดพันธุ์หรือส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ที่ไม่ใช้สารเคมีไม่ได้ จะต้องมีวิธีการก าจัด สารเคมีออกอย่าง เหมาะสมก่อนน ามาใช้ และต้องได้รับการยอมรับจากหน่วยรับรองหรือหน่วยงานที่มี อ านาจหน้าที่เกี่ยวข้อง 3.4 ต้องรักษาหรือเพิ่มระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินและกิจกรรมทางชีวภาพที่เป็นประโยชน์ ในดิน ดังนี้ (1) มีการปลูกพืชตระกูลถั่ว การใช้ปุ๋ยพืชสด การใช้พืชรากลึกในการปลูกหมุนเวียน (2) การใส่วัสดุอินทรีย์ที่เป็นผลพลอยไดจากแปลงปลูกพืชหรือฟาร์มปศุสัตว์ที่ปฏิบัติตาม มาตรฐานนี้ (3) การเร่งปฏิกิริยาของปุ๋ยอินทรีย์อาจใช้เชื้อจุลินทรีย์หรือวัสดุจากพืชที่เหมาะสมได้ (4) การใช้สิ่งที่ได้จากการเตรียมทางชีวพลวัต (biodynamic preparations) จากหินบด ปุ๋ยคอก หรือวัสดุ จากพืช 3.5 การควบคุมหรือป้องกันก าจัดศัตรูพืช โรคพืช และวัชพืช ต้องด าเนินการโดยใช้มาตรการใด มาตรการ หนึ่ง หรือหลายมาตรการรวมกันดังต่อไปนี้ (1) การเลือกใช้พันธุ์พืชที่เหมาะสม (2) การปลูกพืชหมุนเวียน (3) การใช้เครื่องมือกลในการเพาะปลูก (4) การอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติของศัตรูพืชโดยจัดหาที่อยูอาศัยให้เหมาะสม เช่น แนวป่า ละเมาะ แนวรั้ว ต้นไม้พุ่มเตี้ย และแหล่งอาศัยของนก การมีแนวกันชน เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพที่ เป็นแหล่ง อาศัยของศัตรูธรรมชาติของศัตรูพืช


14 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ (5) การรักษาระบบนิเวศ เช่น ท าพื้นที่ป้องกันการชะล้างของดินการปลูกพืชหมุนเวียน (6) การใช้ศัตรูธรรมชาติรวมถึงการปล่อยสิ่งมีชีวิตที่ท าลายศัตรูพืชได้ เช่น ใช้ตัวห้ า (predator) และตัว เบียน (parasite) (7) การใช้สิ่งที่ได้จากการเตรียมทางชีวพลวัตจากหินบด ปุ๋ยคอก หรือวัสดุจากพืช (8) การคลุมหน้าดินและการรักษาหญ้าด้วยการตัดแต่ง (ไม่ใช่การไถออก) (9) การก าจัดวัชพืชโดยใช้สัตว์เลี้ยง โดยในกรณีพืชอาหาร ต้องระวังปองกันการปนเปื้อน ของจุลินทรีย์ ก่อโรคจากมูลสัตว์สู่ส่วนที่บริโภคได้ของพืชด้วย (10) การควบคุมโดยวิธีกล เช่น การใช้กับดักหรือใช้ไฟล่อ และใช้เสียงขับไล่ พืชและส่วนของพืชที่ใช้บริโภค ซึ่งได้จากธรรมชาติ จัดว่าเป็นผลิตผลอินทรีย์ต่อเมื่อ • ผลิตผลมาจากบริเวณที่มีการก าหนดขอบเขตชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ธรรมชาติ โดยเป็นพื้นที่ที่ไม่เคย ใช้ท า การเกษตรหรือไม่เคยใช้สารเคมีที่ห้ามใช้อย่างน้อย 3 ปี และการเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้นจะต้องผ่านการ ตรวจรับรองจากหน่วยรับรอง • การเก็บเกี่ยวผลิตผลจากธรรมชาติ ต้องไม่ก่อใหเกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศ ในพื้นที่ ดังกล่าวรวมทั้งไม่มีผลกระทบต่อการคงรักษาพันธุ์พืชนั้นในบริเวณนั้นไว้ 4. การจัดการ การเก็บรักษา การขนส่ง การแปรรูป และการบรรจุหีบห่อ 4.1 ต้องรักษาความเป็นผลิตผลและผลิตภัณฑ์อินทรีย์ตลอดทุกช่วงของกระบวนการ โดยใช้ เทคนิคที่ เหมาะสมกับส่วนประกอบด้วยความระมัดระวังในวิธีการแปรรูปและมีการจัดการที่จะไม่ท าให้เกิดการ ปนเปื้อนจากสารต่างๆ ที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในการผลิตแบบอินทรีย์ 4.2 การบรรจุหีบห่อ • ควรเลือกวัสดุที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้ไม่ท าลายสิ่งแวดล้อม เป็นวัสดุในการท าบรรจุ ภัณฑ์ หรือเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถน ากลับมาใช้ใหม่ได้


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 15 4.3 การเก็บรักษาและการขนส่ง ควรรักษาความเป็นผลิตผล และ/หรือ ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ระหว่างการเก็บรักษาและการขนส่ง และ จัดการโดยใช้ข้อควรระวังดังนี้ • ต้องมีการป้องกัน ผลิตผล และ/หรือ ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ตลอดเวลา ไม่ให้ปะปนกับ ผลิตผล ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อินทรีย์ • ต้องมีการป้องกัน ผลิตผล และ/หรือ ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ตลอดเวลา ไม่ให้สัมผัสกับวัสดุ และสาร ที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในการเกษตรอินทรีย์ • กรณีที่ ผลิตผล และ/หรือ ผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรองในบางส่วนเท่านั้น ต้องมีการเก็บ รักษาและ การจัดการแยกกันระหว่าง ผลิตผล และ/หรือ ผลิตภัณฑ์อินทรีย์และผลิตผล และ/หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ อินทรีย์ โดยมีการชี้บ่งไว้ชัดเจน 5. การแสดงฉลากและการกล่าวอ้าง ผลิตผลและผลิตภัณฑ์อินทรีย์ต้องมีข้อความแสดงรายละเอียดให้เห็นได้ง่าย ชัดเจน ไม่เป็นเท็จ หรือหลอกลวง ดังต่อไปนี้ • ชื่อผลิตผล หรือผลิตภัณฑ์ • ส่วนประกอบที่ส าคัญ ยกเว้นมีส่วนประกอบชนิดเดียว • วัตถุเจือปนอาหารหรือวัตถุที่เติมใน อาหารสัตว์(ถามี) • ปริมาตรสุทธิหรือน้ าหนักสุทธิ กรณี ที่ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมที่ เป็นชิ้นหรือเนื้อผลิตภัณฑ์ผสมอยู่ กับ ส่วนผสมที่เป็นน้ าหรือของเหลว และแยกกันอย่างชัดเจน ให้แสดง ปริมาณน้ าหนักเนื้อผลิตภัณฑ์(drained weight)


16 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล International Organic Standard ในแต่ละประเทศก็จะมีการก าหนดมาตรฐานสินค้าทางการเกษตรรวมไปถึงการก าหนดกฎเกณฑ์ มาตรฐานการผลิตสินค้านั้นๆ ให้เป็นไปตามข้อก าหนดเป็นเกณฑ์กลางระหว่างการซื้อขายให้เป็นที่ยอมรับและเกิด การเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผ่านกระบวนรับรองระบบมาตรฐานการผลิตจากหน่วยรับรองของแต่ละประเทศ โดย จะขอสรุปและเปรียบเทียบข้อก าหนดที่ส าคัญของมาตรฐานต่างๆ ดังนี้ ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ ส านักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ – มกอช. (National Bureau of Agricultural Commodity and Food Standards – ACFS) มกอช. ได้ประกาศใช้ ตรามาตรฐาน Organic Thailand เมื่อปี พ.ศ. 2555 และถือเป็นตรามาตรฐานของประเทศไทย แต่ไม่ได้บังคับว่า การน าเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์หรือสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ผลิตในประเทศไทยจะต้องได้รับมาตรฐาน Organic Thailand นี้ ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์สหรัฐอเมริกา (National Organic Program – NOP)แผนงาน เกษตรอินทรีย์แห่งชาติ (National Organic Program – NOP) ด าเนินงานภายใต้การก ากับดูแลของกระทรวง เกษตรสหรัฐอเมริกา (United States Department of Agriculture – USDA) โดยระบบการตรวจรับรองเกษตร อินทรีย์นี้เริ่มใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อื่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกายอมรับ ได้แก่ ระบบ


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 17 มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แคนาดา (จากผู้ผลิตทั่วโลก) และระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (เฉพาะที่ ผลิตในสหภาพยุโรป) โดยการแสดงตรามาตรฐานฯ ที่ยอมรับต้องแสดงคู่กับตรามาตรฐานฯ ของสหรัฐอเมริกา เสมอ ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดา (Canada Organic Regime – COR) รัฐบาล แคนาดาเริ่มน าาระบบ Canada Organic Regime (COR) ออกบังคับใช้เมื่อปี พ.ศ.2552 ตามระเบียบ Organic Products Regulations, 2009 โดยมี Canadian Food Inspection Agency (CFIA) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ การใช้ตรามาตรฐานเกษตรอินทรีย์แคนาดาที่ถูกต้อง ต้องมีชื่อสินค้า รหัสหน่วยงานที่ท าการตรวจการรับรองที่ออก โดย IOAS พร้อมกับระบุประเทศผู้ผลิต ทั้งภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสก ากับไว้ใกล้ๆ ตรามาตรฐานฯ ให้เห็นได้ ชัดเจน ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อื่นที่ประเทศแคนาดายอมรับ ได้แก่ ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สหรัฐอเมริกา (จากผู้ผลิตทั่วโลก) ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (เฉพาะที่ผลิตในสหภาพยุโรป) และ ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ญี่ปุ่น (เฉพาะที่ผลิตในญี่ปุ่น) เริ่ม 1 ม.ค. พ.ศ. 2558 โดยการแสดงตรามาตรฐานฯ ที่ยอมรับต้องแสดงคู่กับตรามาตรฐานฯ ของแคนาดาเสมอ ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ญี่ปุ่น (Japanese Agricultural Standard – Organic JAS mark) ก ากับดูแลของกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ของญี่ปุ่น (Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries – MAFF) ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อื่นที่ประเทศแคนาดายอมรับ ได้แก่ ระบบมาตรฐานเกษตร อินทรีย์แคนาดา (เฉพาะที่ผลิตในแคนาดา) เริ่ม 1 ม.ค. พ.ศ. 2558 โดยการแสดงตรามาตรฐานฯ ที่ยอมรับต้อง แสดงคู่กับตรามาตรฐานฯ ของญี่ปุ่นเสมอ


18 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (EU) การแสดงตรามาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สหภาพยุโรปที่ถูกต้อง EU organic farming logos จะต้องมีเลขรหัสหน่วยงานที่ท าการตรวจรับรองของสหภาพ ยุโรป ซึ่งระบุประเทศของหน่วยงานผู้ตรวจรับรองก ากับไว้ พร้อมกับระบุประเทศแหล่งที่มาของสินค้าอินทรีย์นั้นๆ ไว้ใต้ตรามาตรฐาน สหภาพยุโรปยังไม่อนุญาตให้ใช้ค าว่า 100% Organic หรือ อินทรีย์ 100% บนฉลากสินค้าด้วย ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อื่นที่สหภาพยุโรปยอมรับ ได้แก่ ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แคนาดา (เฉพาะที่ ผลิตในประเทศแคนาดา) และ ระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหรัฐอเมริกา (เฉพาะที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา) ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ IFOAM หรือ IFOAM Accredited สมาพันธ์เกษตรอินทรีย์ นานาชาติ (International Federation of Organic Agriculture Movements – IFOAM) ได้จัดท าโครงการ รับรองระบบงานเกษตรอินทรีย์ IFOAM (IFOAM Accreditation Program) ภายใต้กรอบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ IFOAM ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกยอมรับเป็นเกณฑ์มาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ขั้นต่ า สินค้าอินทรีย์เพื่อ การน าเข้า เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น นอกจากนี้ สหพันธ์ฯ ยังได้จัดตั้งหน่วนงานชื่อ International Organic Accreditation Service – IOAS เพื่อท าหน้าที่ให้บริการรับรอง หน่วยงานผู้ตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ทั่วโลกภายใต้กรอบมาตรฐานเกษตร อินทรีย์ IFOAM ซึ่งหน่วยงานผู้ตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองจาก IOAS จะมีค าว่า “IFOAM Accredited” เป็นตราสัญลักษณ์มาตรฐานที่แสดงไว้คู่กับตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานผู้ตรวจนั้นๆ


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 19 ตัวอย่างเช่น ตรารับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ IFOAM ของส านักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ หรือ มกท. (Organic Agriculture Certification Thailand – ACT) จะมีตรา IFOAM Accredited อยู่ใต้สัญลักษณ์ของ มกท. ที่มา : http://www.organic.moc.go.th/th/standard/ecocert สรุปและเปรียบเทียบข้อก าหนดที่ส าคัญของมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ไทย-ต่างประเทศ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ขอบข่ายที่สามารถขอการรับรอง มกษ.9000 เล่ม 1-2552 (Organic Thailand) พืช – ปศุสัตว์ – สัตว์น้ า IFOAM / EU พืช – ปศุสัตว์ – สัตว์น้ า USDA ORGANIC - NOP พืช – ปศุสัตว์ JAPAN พืช แนวโน้ม...และความต้องการของตลาด √ สินค้ามีคุณภาพ (มาตรฐานGAP/มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ฯลฯ) √ สินค้ามีความปลอดภัย √ สินค้าสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ √ ไม่ท าลายสิ่งแวดล้อม √ การค้าที่เป็นธรรม (หลัก FAIR TRAD)


20 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ ตารางเปรียบเทียบข้อก าหนดที่ส าคัญของมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ต่างๆ ข้อก าหนด • ระยะปรับเปลี่ยนพืชล้มลุก (เดือน) 12 12 36 24 24 • ระยะปรับเปลี่ยนพืชยืนต้น (เดือน) 18 18 36 36 36 • เริ่มนับระยะปรับเปลี่ยน ปฏิบัติตาม มาตรฐาน/ วันที่สมัคร ใช้สารเคมี ครั้งสุดท้าย/ วันที่สมัคร หยุดใช้ สารเคมี ปฏิบัติตาม มาตรฐาน/ วันที่สมัคร ปฏิบัติตาม มาตรฐาน • พืชคู่ขนาน ---------------- --------------- ได้/ต้องแยก ให้ชัดเจน ------------- ------------- • การเปลี่ยนกลับไป - มา ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ • การปรับปรุงบ ารุงดิน ---------------- --------------- ไม่แตกต่าง ------------- ------------- • เมล็ดพันธุ์ทั่วไปคลุกยา (ในกรณีที่หาไม่ได้) ได้/ปีต่อไป ต้องใช้แบบ อินทรีย์ ได้/ปีต่อไป ต้องใช้แบบ อินทรีย์ ไม่ได้ ได้ ได้ ปัจจัยการผลิตที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์/สารปรับปรุงดิน • ไม่อนุญาตให้ใช้ปุ๋ยคอก & มูลสัตว์จากฟาร์มแบบอุตสาหกรรม • ไม่ใช้มูลสัตว์สดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนจุลินทรีย์ • ไม่อนุญาตให้ใช้ของเสียจากมนุษย์ • ไม่ใช้มูลสัตว์จากแหล่งที่มีโรงงานหนาแน่น • ต้องหมัก แต่ใช้สดได้ตามเงื่อนไขของมาตรฐานก าหนด • ไม่ให้ใช้ปุ๋ยคอกจากโรงงาน/ ต้องหมักก่อนน าไปใช้ • ปุ๋ยคอกต้องไม่ปนเปื้อนสารเคมี/ต้องหมักก่อนน าไปใช้/ห้ามใช้ปุ๋ยหมักจากขยะบ้านเรือน


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 21 มาท าความรู้จักดินที่เหมาะสมกับการปลูกผัก มารู้จักดิน : และปุ๋ยหมัก เป้าหมายของการเตรียมดินนอกจากท าให้ การระบายน าระบายอากาศการอุ้มน าและกักเก็บ ปุ๋ยดีขึ น ลดความเป็นกรดและปรับค่า pH ให้ เหมาะสม ยังท าให้ดินมีความเหมาะสมส าหรับ จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์อีกด้วย จุลินทรีย์ไม่เพียงท า หน้าที่ย่อยสลายอินทรียวัตถุของปุ๋ยหมักให้เป็นธาตุ อาหารเท่านั นแต่ยังท าให้เกิดอนินทรียวัตถุที่พืชดูด ซึมได้ทั งยังช่วยสร้างเม็ดดินอีกด้วย ในดิน 1 ช้อน (1 กรัม) มีจุลินทรีย์ประมาณ 10 ล้านตัว ซึ่งมีหลากหลายชนิดและสายพันธุ์ไม่ว่า จะเป็นไนตริกไฟอิงแบคทีเรียที่เปลี่ยนแอมโมเนียให้ เป็นกรดไนตริก แบคทีเรียสังเคราะห์ด้วยแสงที่ท า การสังเคราะห์ด้วยแสงในดินและสร้างน าตาลป้อน ให้รากพืช ราไมคอร์ไรซาที่อาศัยอยู่ที่รากพืชช่วย สะสมฟอสฟอรัส แบคทีเรียไรโซเบียมช่วยตรึง ไนโตรเจนในอากาศและป้อนให้รากพืช และยังมี จุลินทรีย์บางชนิดสร้างฮอร์โมนหรือสารปฏิชีวนะ ออกมาเพื่อป้องกันการแพร่พันธุ์ของจุลินทรีย์ที่ ก่อให้เกิดโรค การฆ่าเชื อในดินไม่เพียงท าลายจุลินทรีย์ที่ ก่อให้เกิดโรคเท่านั น แต่ยังท าลายจุลินทรีย์ที่มี ประโยชน์ด้วย เราจึงควรเพิ่มจ านวนจุลินทรีย์ หลายๆ ชนิดและใช้พลังของจุลินทรีย์เหล่านั นท าให้ จุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคลดลง ดินเหนียว ข้อดี ข้อเสีย : กักเก็บปุ๋ยได้ดี :การระบายน าไม่ดี ดินทราย ข้อดี ข้อเสีย : การระบายน าได้ดี :กักเก็บปุ๋ยได้ไม่ดี


22 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ ก่อนการเพาะปลูกควรรู้ค่า pH ของดินและความลึกของหน้าดิน ความลึกของหน้าดินภ ายในสวน เรา สามารถตรวจสอบลักษณะของดินด้านล่าง โดยการ ขุดดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ถ้าขุดลงไปแล้ว พบชั นดินแข็งๆ ทันที (ชั นดินดาน) แสดงว่าบริเวณที่ รากแผ่ขยาย (ดินส าหรับใช้เพาะปลูก) ตื น เวลาใส่ ปุ๋ยจะอยู่บริเวณดินชั นบนเท่านั น หากใส่ปุ๋ยใน ปริมาณครั งละมากๆ อาจจะท าให้พืชเสียหายได้ แนะน าให้ไถพรวนดินลึกๆ และสร้างคันดินยกสูง เพื่อให้ชั นดินเหมาะส าหรับการเพาะปลูกลึกขึ น วัด pH (ค่าความเป็นกรด-ด่าง) ของดินอาจจะใช้ เครื่องมือวัดหรือกระดาษลิตมัสทดสอบค่า pH ถ้า น้อยกว่า 5.0-6.0 ก็จ าเป็นต้องปรับสภาพโดยการ เติมปูนขาวเพื่อลดความเป็นกรด หากเราไม่ตรวจสอบดินภายในสวนหรือไร่ ก่อนการเตรียมดินหรือใส่ปุ๋ยมักจะท าให้เกิดความ ผิดพลาดได้ สิ่งที่ควรตรวจสอบเป็นอย่างแรกคือ ชนิดดิน หากในสวนมีสภาพดินที่เป็นดินทรายและมี ปริมาณดินเหนียวน้อยจะระบายน าได้ดีแต่ปริมาณ ปุ๋ยในดินก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อน าดินจุ่มน า แล้วถูจะรู้สึกแห้งหยาบ การเตรียมดินของสวนที่ เป็นสภาพดินทรายแนะน าให้ใส่ปุ๋ยหมักที่มีเส้นใย มากเพื่อเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในดินเป็นอันดับ แรก ส่วนส าหรับดินเหนียว ต้องรดน าให้ดินชุ่ม แล้วใช้พลาสติกหรือฟางข้าวคลุมไว้ เพราะถึงแม้จะ กักเก็บปุ๋ยและน าได้ดี แต่ระบายน าและอากาศไม่ ค่อยดี ดังนั น เพื่อให้ดินระบายน าและอากาศได้ดี ขึ น จึงควรใส่ดินทรายหรือแกลบร่วมกับปุ๋ยหมักที่มี เส้นใยมากด้วย การใส่ปุ๋ยหมักอย่างต่อเนื่องท าให้ ดินมีอินทรียวัตถุมากขึ น ดินสีด า พองฟู และนุ่ม เมื่อ ผสมน าท าให้อินทรียวัตถุบางส่วนลอยขึ นมาน าจะ ขุ่นและไม่ตกตะกอน ดินที่มีลักษณะเช่นนี จะกักเก็บ ปุ๋ยและน าได้ดี อีกทั งยังระบายอากาศได้ดีอีกด้วย ส่วนดินที่มีอินทรียวัตถุน้อยจะแข็งและแห้งเมื่อผสม กับน า น าจะใสและตกตะกอนอย่างรวดเร็ว รากพืชแผ่ขยายลงไปไม่ได้ พืชจึง ได้รับปุ๋ยไม่เพียงพอท าให้เจริญเติบโต ไม่ดีเท่าที่ควร 1 รากพืชแผ่ขยายลงไปลึก พืชจึงได้รับ ปุ๋ยเพียงพอท าให้เจริญเติบโตได้ดี 2 30 ซม. ชั้นดินตื้น ชั้นดินลึก 10 ซม. 1 2 ชั้นดินดาน (ดินแข็ง)


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 23 ที่มา : ดัดแปลงจากTestsuro Kato (2561) การท าเกษตรอินทรีย์ต้องให้ความส าคัญ กับดินที่ใช้ปลูกพืช ดินที่เป็นกรดมากเกินไปจะดูดซึมธาตุ อ าห า รไม่ดี พื นที่ที่มีฝน ต กชุ กปูน ข า ว แ ล ะ แมกนีเซียมจะถูกชะไปได้ง่าย ดินจึงมักมีสภาพเป็น กรดซึ่งแคลเซียมในปูนขาวเป็นธาตุอาหารที่มีส่วน ส าคัญในการสร้างผนังเซลล์ของพืชและแมกนีเซียม ก็จ าเป็นต่อการสร้างคลอโรฟิลล์ของใบ ถ้าดินเป็น กรดจะขาดแร่ธาตุเหล่านี ซึ่งนอกจากจะมีผลให้การ ท าง าน ข อง เ ซ ล ล์พื ช บ กพ ร่ อง แ ล้ ว ยังท าใ ห้ ประสิทธิภาพการดูดซึมปุ๋ยของรากลดลงอีกด้วย แม้ว่ารากพืชจะหลั่งกรดอินทรีย์ออกมาเพื่อละลาย แร่ธาตุต่างๆ และดูดซึมเข้าไปแต่ถ้าดินเป็นกรด ประสิทธิภาพของกรดอินทรีย์ที่รากหลั่งออกมาจะ ลดลง มีเกษตรกรต้องการปลูกผักด้วยระบบ เกษตรอินทรีย์(ไม่ใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมี) เพิ่มมาก อย่างต่อเนื่อง แต่การปลูกโดยใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์ ที่ไม่ เหมาะสมกับประสิทธิภาพของดินก็เป็นเรื่องยาก ปุ๋ยอินทรีย์แตกตัวและเปลี่ยนเป็นแร่ธาตุได้ ซึ่งช่วย เพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บและสะสมปุ๋ยของดิน แต่ถ้าดินไม่มีประสิทธิภาพก็สะสมธาตุอาหารไม่ได้ และส่งต่อให้พืชไม่ได้ ดินที่ไม่มีประสิทธิภาพนั นแม้ จะใส่ปุ๋ยอินทรีย์แต่จุลินทรีย์ก็จะไม่ท างานและย่อย สลายปุ๋ยได้ช้า ดินที่ไม่มีประสิทธิภาพในการกักเก็บ ปุ๋ยจะท าให้สารละลายในดินไม่เสถียรและไม่ป้อน ธาตุอาหารให้พืช มักจะท าให้เกิดความเสียหายจาก การมีปุ๋ยมากหรือน้อยเกินไป ถ้าปริมาณปุ๋ยมากจน ไนโตรเจนสูงเกินไปจะท าให้พืชอ่อนแอและไม่ ทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช ดังนั น “หลักของ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์คือต้องใส่ก่อนการเพาะปลูก” ปุ๋ยอินทรีย์ปุ๋ยเคมี


24 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ ปุ๋ยหมักคุณภาพดี : ไม่ใช่เติมลงดินแล้วดินจะดีตาม มีเกษตรกรมือใหม่หลายคนคิดว่า “เพราะ เราใส่ปุ๋ยพืชผักจึงเติบโตและสวยงาม” จริงอยู่ที่ พืชผักจะใช้สารอนินทรีย์อย่างไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต ในกรณี การปลูกพืชไร้ดิน หรือการปลูกผักแบบไฮโดรโพ นิกส์จะอาศัยปุ๋ยแบบน าเท่านั น แต่การปลูกพืชไร้ ดินนั น เราเป็นผู้ควบคุมความเข้มข้นของปุ๋ยอยู่ ตลอดเวลา นอกจากนี ถ้าเราไม่มีการเติมออกซิเจน ใส่ในน าอย่างสม่ าเสมอ พืชก็ไม่สามารถเจริญเติบโต ได้ดี บางครั งอาจจะท าให้เกิดรากเน่าได้ ดินมีหน้าที่ส าคัญหลายประการ ถ้าดินจับ ตัวกันเป็นก้อนจะท าให้กักเก็บปุ๋ยได้ดีและพืชจะ ค่อยๆ ดูดซึมในอัตราที่เหมาะสม ท าให้ระบายน า และอากาศได้ดี อุ้มน าได้ดี และเป็นแหล่งสะสมของ ออกซิเจนและในปริมาณเหมาะสมกับรากอีกด้วย จุลินทรีย์และปุ๋ยหมักช่วยให้ดินจับตัวกัน เป็นก้อน โดยจุลินทรีย์จะสลายอินทรียวัตถุในปุ๋ย หมักเป็นอาหารและสร้างธาตุอาหารหรืออนินทรีย วัตถุจากซากพืชซากสัตว์ กรดอินทรีย์ที่จุลินทรีย์หรือ รากพืชหลั่งออกมา จะช่วยให้ธาตุอาหารยึดติดกับ ดินและจับตัวกันเป็นก้อน อย่างไรก็ตาม การใส่ปุ๋ย หมักท าให้จุลินทรีย์หลายชนิดเพิ่มจ านวนมากขึ น และท าให้จ านวนของจุลินทรีย์ที่มีโทษซึ่งเป็นสาเหตุ ของโรคพืชต่างๆ ลดลง หากใส่เฉพาะปุ๋ยเคมี ดินจะ ไม่จับตัวกันเป็นก้อนและไม่มีธาตุอาหารจากซากพืช และสัตว์เกิดขึ น ปุ๋ยหมักที่มีเส้นใยมากแต่ไนโตรเจนน้อย ข้อสังเกต : ถ้าใส่ปุ๋ยชนิดนี เพียงอย่างเดียวจะท า ให้ดินขาดธาตุไนโตรเจน ปุ๋ยหมักที่มีไนโตรเจนมาก ข้อสังเกต : ต้องลดปริมาณการใส่เนื่องจากอุดม ด้วยธาตุอาหาร พืชจะได้รับความเสียหายได้


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 25 ใช้ปุ๋ยหมักท าให้ปริมาณจุลินทรีย์เพิ่มขึ้นในการเตรียมดิน ปุ๋ยหมัก ดินจะนุ่มขึ นระบายน า และอากาศได้ดี เป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดของ จุลินทรีย์เพิ่มมากขึ นโรคพืชที่เกิด จากจุลินทรีย์ที่มีพิษน้อยลง ปริมาณธาตุอาหารจากซาก พืชและสัตว์เพิ่มขึ้นดินจับ ตัวเป็นก้อน ดินกักเก็บปุ๋ยได้ดีขึ้น ปริมาณปุ๋ยในดินไม่น้อย หรือมากเกินไป N K P Ca Mg


26 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ ปุ๋ยหมักช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของดิน ปุ๋ยหมักเกิดจากกระบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุโดยจุลินทรีย์ เช่น เศษใบไม้ เศษหญ้า เศษฟางข้าว หรือแกลบเพื่อให้พืชน าไปใช้ได้ง่ายขึ น ปุ๋ยหมักช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของดินขออธิบายเป็นข้อดังนี • ท าให้ดินจับตัวเป็นก้อน ดินนุ่ม ไถพรวนง่าย ระบายอากาศและน าได้ดี • เพิ่มอินทรียวัตถุ จึงอุ้มน าได้ดีและชุ่มชื นอยู่เสมอ • เพิ่มเม็ดดิน เพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บปุ๋ย ท าให้ปริมาณปุ๋ยในดินไม่น้อยหรือมากเกินไป • ช่วยในการดูดซึมฟอสฟอรัสหรือธาตุอาหารเสริมที่ดูดซึมยาก • ลดความเสียหายหรือความเป็นกรดจากสารพิษและปุ๋ย • เพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ควบคุมปริมาณจุลินทรีย์ที่มีพิษ • เป็นแหล่งธาตุอาหารหลักจ าพวกไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม (แมกนีเซียมออกไซด์) ปูนขาว (แคลเซียมออกไซด์) รวมถึงธาตุอาหารเสริมอย่างแมงกานีส และโบรอน เป็นต้น ควรระวังมูลไก่เป็นพิเศษ มูลไก่หมัก • ไนโตรเจน 3-5% • ฟอสฟอรัส 5-9% • โพแทสเซียม 3-4% ข้อควรระวัง มูลเหม็นที่สุดและเน่าเปื่อยเร็วที่สุด ต้องระวังความเสียหายจากแก๊ส และธาตุอาหารที่มากเกินไป เลี้ยงด้วยอาหารแบบข้น • กากถั่วเหลือง • ปลาป่น • ข้าวโพด


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 27 มูลหมูหมัก มูลวัวหมัก ที่มา : ดัดแปลงจาก Testsuro Kato (2561) มูลหมูหมัก • ไนโตรเจน 3-4% • ฟอสฟอรัส 5-6% • โพแทสเซียม 0.6-2% ข้อสังเกต มูลหมูดีกว่ามูลวัวแต่ธาตุอาหารต่ ากว่ามูลไก่ มูลวัวหมัก • ไนโตรเจน 2-2.5% • ฟอสฟอรัส 1-5% • โพแทสเซียม 1-2.5% เลี้ยงด้วยอาหาร แบบหยาบ (หญ้า) ข้อสังเกต ถ้าใช้ส าหรับเตรียมดินมูลวัวจะค่อนข้างดีกว่า


28 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ มูลสัตว์ที่ผ่านกระบวนการหมักจะดีกว่ามูลสัตว์สดและมูลแห้ง น้ า/แก๊ส มูลสด เพราะมูลสดและมูลแห้งยังย่อย สลายไม่สมบูรณ์ ก าจัดน้ าออก ผ่านการหมัก มูลแห้ง แค่ท าให้แห้ง ดังนั น เมื่อรวมกับน าใน ดินจึงมีลักษณะเหมือนมูลสด มูลหมัก เนื่องจากจุลินทรีย์ท าการย่อยสลาย แล้วจึงไม่เกิดความเสียหายจากแก๊ส เป็นปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพ


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 29 ควรใช้ปุ๋ยหมักมูลสัตว์ร่วมกับเศษวัสดุจากพืชด้วย ปุ๋ยหมักที่ได้จากมูลสัตว์ถึงแม้จะเป็นมูลสัตว์เหมือนกันแต่มูลไก่และมูลวัวก็มีธาตุอาหารและเส้น ใยต่างกันมูลไก่มักไม่ค่อยมีเส้นใย แต่ให้ธาตุอาหารที่แสดงผลเร็วพอๆ กับปุ๋ยเคมีละลายเร็ว มูลของวัวที่กิน หญ้าเป็นอาหารจะมีเส้นใยมากและมีประสิทธิภาพสูงซึ่งเหมาะในการเตรียมดิน ส่วนมูลหมูมีประสิทธิภาพอยู่ ระหว่างมูลทั งสองประเภท ถ้าต้องการผลในด้านการเตรียมดินควรใส่เศษใบไม้ ฟางข้าวสับ เปลือกไม้และแกลบดิบลงไปผสม ปุ๋ย หมักมูลสัตว์ถึงแม้ว่าปริมาณไนโตรเจนของปุ๋ยหมักเหล่านี จะแตกต่างกันขึ นอยู่กับสัตว์แต่ละชนิด แต่อย่าง น้อยจะมีไนโตรเจนประมาณ 0.5 - 3% นอกจากนี ยังมีส่วนผสมวัสดุจากพืชมากพอจึงมีประสิทธิภาพในการ เตรียมดินแต่ควรระวังปุ๋ยหมักที่หมักไม่สมบูรณ์ ซึ่งสังเกตได้จากยังมีสภาพเดิมของแกลบดิบ เศษใบไม้หรือ เปลือกไม้ให้เห็นอยู่ ฟางข้าว แกลบดิบ เศษใบไม้ มูลสัตว์ กระบวนการหมัก ลดความเสียหายจากการใส่ปุ๋ยมาก เกินไป/ไม่เกิดความเสียหายจากแก๊ส


30 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ ตัวอย่างวิธีใช้มูลสัตว์ผสมฟางข้าวเพื่อปรับสภาพโครงสร้างดินส าหรับปลูกผัก


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 31 บทบาทของจุลินทรีย์ในกระบวนการท าปุ๋ยหมัก จุลินทรีย์ที่มีบทบาทในกองปุ๋ยหมักมีหลาย ประเภทประกอบด้วยเชื อรา แบคทีเรีย และแอคติ โนมัยซิส ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการ ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์บทบาทของจุลินทรีย์ในกอง ปุ๋ยหมักมีดังนี 1 เชื้อรา (fungi) ในกองปุ๋ยหมักจะพบเชื อ ราอยู่เสมอ ชนิดและปริมาณของเชื อราจะขึ นอยู่กับ วัสดุที่น ามาใช้ในการท าปุ๋ยหมัก ความชื น อุณหภูมิ ในกองปุ๋ยหมัก เชื อราจะเจริญได้ดีในระยะแรกของ การหมักปุ๋ย เนื่องจากในระยะแรกในการหมัก กอง ปุ๋ยหมักจะมีอุณหภูมิที่ไม่สูงมากนัก เพราะหากกอง ปุ๋ยหมักมีอุณหภูมิสูงและความชื นสูงขึ น จะเป็น สภาพที่เหมาะสมต่อการเจริญของแบคทีเรียมากว่า เชื อรา ดังนั น จึงมักพบเชื อราเจริญอยู่บริเวณผิว นอกของกองปุ๋ยหมักซึ่งมีอุณหภูมิและความชื นต่ า กว่าภายในกองปุ๋ยหมัก เมื่อกองปุ๋ยหมักมีอุณหภูมิ สูงขึ นถึง 65 องศาเซลเซียส จะไม่พบเชื อรา เชื อรามีบทบาทในการย่อยสลายเศษวัสดุใน กองปุ๋ยหมักให้มีขนาดเล็กลง ในระยะแรกของการ หมักในกองปุ๋ยหมัก ซึ่งอุณหภูมิภายในกองปุ๋ยหมัก ยังไม่สูงมากนักจะพบเชื อราพวก Geotrichum candidium แ ล ะ Aspergillus fumigatus เ มื่ อ อุณหภูมิสูงถึง 45-55 องศาเซลเซียส มักจะตรวจ พบเชื อราพวก Cladosorium sp., Aspergillus sp. และ Mucor sp. เมื่ออุณหภูมิสูงกว่านี อาจจะพบ เชื อราพวก Penicillium duponti แต่ชนิดของเชื อ ราดังกล่าวที่พบนี อาจจะแตกต่างกันไปขึ นอยู่กับ สภาพแวดล้อมและวัสดุที่น ามาใช้ท าปุ๋ยหมัก 1 2 1 กองปุ๋ยหมักจากเศษฟางข้าวคลุมด้วยพลาสติกสีด า 2 บริเวณภายนอกกองปุ๋ยหมักมีเชื อราเป็นเส้นใยสีขาว


32 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 2. แบคทีเรีย (Bacteria) เป็นจุลินทรีย์ที่ พบมากที่สุดในกองปุ๋ยหมักประมาณ 80 - 90 เปอร์เซ็นต์ของจ านวนจุลินทรีย์ทั งหมดที่พบในกอง ปุ๋ยหมัก มีค่าประมาณ 2.3 x 108 เซลล์ต่อกรัม ขึ นอยู่กับวัสดุที่น ามาใช้ท าปุ๋ยหมัก แบคทีเรียมี บทบาทส าคัญในกระบวนการย่อยสลายและเกิด ความร้อนในกองปุ๋ยหมัก ในระยะแรกของการหมัก อุณหภูมิภ ายในกองปุ๋ยหมักจ ะไม่สูงม า กนัก แบคทีเรียส่วนใหญ่ที่พบมากจะเป็นพวก Bacillus sp., Pseudomonas sp., Flavobacterium sp. , Micrococcus sp. แล ะ Achromobacter sp.ระยะต่อมาของการหมักกอง ปุ๋ยหมักจะมีอุณหภูมิภายในกองสูงมากขึ นในช่วง อุณหภูมิ 50-55 องศาเซลเซียส แบคทีเรียที่เจริญได้ ดีจ ะเป็นพ วก Bacillus subtilis แล ะ bacillus stearothermophilus ในช่วงที่อุณหภูมิ ภายใน กองปุ๋ยหมักสูง ในบางกรณีอาจสูงถึง 65-70 องศา เซลเซียส แบคทีเรียที่เจริญได้และสามารถทนความ ร้อนได้สูง ได้แก่ พวก Thermus sp.สามารถเจริญ ได้ในช่วงอุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส และพวก Bacillus sp. ที่สามารถสร้างสปอร์ได้นอกจากนี ยัง พบแบคทีเรียที่สามารถสร้างสปอร์ได้เช่นกัน แต่ เจริญในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน ได้แก่ Clostridium sp. 3. แอคติโนมัยซิส (Actinomyces) จะมี อัตราการเจริญเติบโตที่ช้ากว่าเชื อราและแบคทีเรีย เจริญได้ดีในสภาพที่มีอากาศพอเพียง เป็นจุลินทรีย์ ที่ต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโตสามารถเจริญ ได้ดีที่อุณหภูมิสูง 65-75 องศาเซลเซียส เมื่อ อุณหภูมิสูงเกินกว่า 75 องศาเซลเซียส มักจะไม่พบ เชื อ แอคติโนมัยซิส ลักษณะของเชื อแอคติโนมัยซิส ที่พบบนกองปุ๋ยหมักจะเจริญเป็นกลุ่มเห็นเป็นจุดสี ขาวคล้ายๆ ผงปูน หลังจากอุณหภูมิสูงขึ นจนสูงมาก แอคติโนมัยซิส มีบทบาทส าคัญในการย่อยสลาย อินทรียสาร เช่น เซลลูโลส ลิกนิน ไคตินและโปรตีน ที่มีอยู่ในกองปุ๋ยหมักขณะที่อุณหภูมิสูง โดยเชื อ แอคติโนมัยซิส ที่มักพบเสมอในกองปุ๋ยหมัก ได้แก่ Thermoactinomyces sp. และ Themomonospora sp. ซึ่งเป็นพวกที่สามารถ ผลิตเอนไซม์เซลลูเลสออกมาย่อยเซลลูโลสได้อย่างมี ประสิทธิภาพและอาจพบ Streptomyces sp. และ Micropolyspora sp.ในกองปุ๋ยหมักได้เช่นกัน (1) แบคทีเรีย (Bacteria) (2) แอคติโนมัยซิส (Actinomyces) แหล่งภาพ : สายทอง แก้วฉาย (2555) 1 2


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 33 วิธีการท าปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ผสมมูลสัตว์ วัสดุอุปกรณ์ 1. ตาข่ายพลาสติกPVC ขนาดรู 7 มิลลิเมตร ยาว 3.5 เมตร 2. เศษใบไม้/ฟางข้าว หรือวัสดุจากพืชที่ย่อยสลาย 3. มูลสัตว์(มูลวัว มูลหมู มูลไก่) 4. ให้ความชื นด้วยน า เศษใบไม้ มูลสัตว์ ตาข่ายพลาสติก PVC เศษใบไม้/ฟางข้าว 3 ส่วน มูลสัตว์1 ส่วน ข้อแนะน า น าเศษใบไม้หรือฟางข้าวใส่ลงไปในตา ข่ายพลาสติกที่ม้วนเป็นทรงกระบอก สลับกันเป็นชั้นแล้วรดน้ าให้ชุ่มท าไป เรื่อยๆ จนเต็ม ด้านบนสุดโรยมูลสัตว์


34 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ ตัวอย่างการท าปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ผสมมูลสัตว์ 2 1 3 4 5 6 7 8 การท าปุ๋ยหมัก แบบไม่พลิกกลับกอง เหมาะส าหรับเกษตรกรที่มีเศษใบไม้ในบ้านใน ปริมาณไม่มาก โดยอาจจะใช้ตะกร้าพลาสติกหรือ เข่งพลาสติกและตาข่ายพลาสติก PVC ที่มีรูระบาย อากาศด้านข้างได้มีวิธีการท าดังนี ขั้นตอนที่ 1 น าใบไม้เทลงในเข่งพลาสติกหรือ ตะกร้าให้หนาสัก 5 ซม. โรยมูลสัตว์ในอัตราส่วน ใบไม้3 ส่วนมูลสัตว์1 ส่วน (3 : 1) แล้วรดน าให้ชุ่ม เพื่อให้มีความชื น หรืออาจจะผสมหัวเชื อจุลินทรีย์ ช่วยย่อยสลาย (อี.เอ็ม) ลงไปด้วยก็ได้เพื่อเป็นการ เพิ่มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ น (ภาพ 3-4) ขั้นตอนที่ 2 น าใบไม้เทลงไปอีกเป็นชั นหน า ประมาณ 5 ซม. แล้วโรยมูลสัตว์อีกในสัดส่วน 3 ต่อ 1 แล้วรดน า ท าอย่างนี ไปเรื่อยๆ จนเต็ม ด้านบนสุด โรยมูลสัตว์(ภาพ 5-8) ขั้นตอนที่ 3 การดูแลความชื นโดยการรดน ารอบๆ วันละครั ง และทุก 10 วัน ให้ใช้สายยางเปิดน าแล้ว เสียบลงไปในเข่งหรือตะกร้าลึกๆ ระยะห่างของรูที่ เสียบประมาณ 10 ซม. ขั้นตอนที่ 4 เมื่อครบ 2 เดือน ให้แกะตาข่าย พลาสติกออก หรือคว่ าเข่งหรือตะกร้าลงในกะละมัง แกะใบไม้ ส่วนที่ไม่ย่อยออก ส่วนที่เหลือจะเป็นปุ๋ย หมักทั งหมด ทิ งปุ๋ยหมักให้แห้งแล้ว จึงน าไปใช้หรือ เก็บใส่กระสอบเพื่อน าไปผสมในดินปลูกต่อไป


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 35 ปริมาณปุ๋ยคอกที่ได้จากการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆ ในประเทศไทย ชนิดสัตว์ ปริมาณมูลที่ได้ต่อตัวต่อวัน (กิโลกรัม) โค 19 กระบือ 27 สุกร 2.7 เป็ด 0.03 ไก่ 0.03 ที่มา : อาณัฐ ตันโช (2551) ลักษณะของกองปุ๋ยหมักที่ผ่านการหมัก เสร็จสมบูรณ์แล้ว ภายหลังจากหมักเศษวัสดุได้ระยะหนึ่ง แล้วกองปุ๋ยหมักจะค่อยๆ ถูกย่อยสลายเปลี่ยน สภาพไป และความร้อนในกองปุ๋ยหมักจะค่อยๆ ลดลง เศษวัสดุต่างๆ ก็จะค่อยๆ เน่าเปื่อย มีขนาด ชิ นเล็กลง และมีสีคล าขึ นเรื่อยๆ จนในที่สุดกองปุ๋ย หมักก็จะเย็นตัวลง ปุ๋ยหมักที่ได้จะมีสีด าคล าและ เป็นเนื อเดียวกันมีความร่วนโปร่งและไม่มีกลิ่น เหม็นซึ่งลักษณะดังกล่าวอาจใช้เวลานาน 2-3 เ ดื อ น ซึ่ง อ า จ ช้ า ห รื อ เ ร็ ว ก ว่ า นี ขึ น อ ยู่ กั บ สภาพแวดล้อมและการจัดการกองปุ๋ย เมื่อได้ปุ๋ย แล้วควรจะน าปุ๋ยดังกล่าวมาเก็บไว้ในโรงเรือนหรือ ใต้คลังคาที่สามารถกันแสงแดดและฝนได้เพื่อ รักษาและคงสภาพของปุ๋ยหมักให้มีประสิทธิภาพที่ ยาวนานมากยิ่งขึ น หลักในการพิจารณาว่ากองปุ๋ยหมักเกิด การหมักสมบูรณ์สามารถสังเกตได้จาก (1) สีของปุ๋ยหมัก ปุ๋ยหมักที่ผ่านการหมัก สมบูรณ์แล้ว มักมีสีเข้มคือจะมีสีน าตาลออก ด า (2) ลักษณะของเนื อปุ๋ยหมัก ปุ๋ยหมักที่ผ่านการ หมักสมบูรณ์จะมีเนื อร่วนเป็นเนื อเดียวกัน และยุ่ยขาดออกจากกันได้ง่าย (3) กลิ่นปุ๋ยหมักที่ผ่านการหมักสมบูรณ์แล้วจะ ไม่มีกลิ่น (4) ความร้อนในกองปุ๋ยในระยะเริ่มแรกหลัง หมักปุ๋ย 2-3 วัน กองปุ๋ยจะมีอุณหภูมิสูงถึง 60 องศาเซลเซียส ภายหลังจากนั นเมื่อกอง ปุ๋ยผ่านการหมักจนสมบูรณ์แล้ว อุณหภูมิ ภายในกองปุ๋ยจะเท่ากับภายนอกองปุ๋ยซึ่ง แสดงว่าเกิดการหมักสมบูรณ์แล้วและมี สัดส่ วนของค า ร์บอนต่อไนโต รเ จนมี ค่าประมาณ 20:1


36 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ มารู้จักธาตุอาหารที่จ าเป็นต่อการปลูกผัก ธาตุอาหารที่จ าเป็นต่อการเจริญเติบโต ของพืชมีทั งหมด 16 ชนิด ได้แก่ ค า ร์บอน ไฮโดรเจน ออกชิเจน ออกซิเจน ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) แมกนีเซียม (Mg) ก ามะถัน (S) เหล็ก(Fe) ทองแดง (Cu) แมงกานีส (Mn) สังกะสี (Zn) โบรอน (B) โมลิบดีนัม (Mo) และ คลอรีน (Cl) ส าหรับคาร์บอน ไฮโดนเจน และ ออกซิเจน พบได้ทั่วไปในอากาศและน า จึงควร รักษาปริมาณน าในดินและการถ่ายเทอากาศไว้ให้ดี ส่วนธาตุที่เหลือ 13 ชนิด จะแบ่งตามปริมาณที่พืช ต้องใช้ในการเจริญเติบโต ธาตุอาหารหลัก N P K ระหว่างการเจริญเติบโตของพืช ไนโตรเจน N ฟอสฟอรัส P โพแทสเซียม K เป็น ธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการในปริมาณมาก หาก ดินขาดธาตุอาหารเหล่านี จ าเป็นต้องพึ่งพาปุ๋ย ทดแทน N ไนโตรเจน : ปุ๋ยบ ารุงใบ “ไนโตรเจน” เป็นองค์ประกอบส าคัญของ การสร้างคลอโรฟิลล์ ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของ ก้านและใบ จึงมีความส าคัญต่อผักกินใบเป็นพิเศษ มักละลายหายไปเมื่อรดน าหรือฝนตก นอกจากใส่ ปุ๋ยรองพื น (ปุ๋ยชั นล่างสุด) แล้ว ควรใส่ปุ๋ยบริเวณ หน้าดินในปริมาณที่เหมาะสมด้วย ทั งนี การใส่ปุ๋ยเกินขนาดจะท าให้ใบใหญ่ และอ่อนแอ ผักล้มง่าย ความต้านทานโรคพืชและ ป้องกันแมลงลดลง แต่หากใส่น้อย จะท าให้ใบ เจริญเติบโตไม่ดีและสีซีดจาง จึงต้องพิจารณาการ เจริญเติบโตของพืชตามความเป็นจริงด้วย P ฟอสฟอรัส : ปุ๋ยบ ารุงผล “ฟอสฟอรัส” เป็นธาตุอาหารหลักของปุ๋ย ที่ใช้บ ารุงผล จึงส าคัญอย่างยิ่งต่อผักตระกูลแตง และพริก มะเขือ เนื่องจากมีคุณสมบัติ “ไม่ละลาย น า” เมื่อปลูกพริก มะเขือ สามารถใส่ปุ๋ยหมักที่มี ส่วนประกอบของฟอสฟอรัสในปริมาณมากเป็นปุ๋ย รองพื น


เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 37 K โพแทสเซียม : ปุ๋ยบ ารุงราก “โพแทสเซียม” หรือ เรียกอีกอย่างว่า “ปุ๋ยบ ารุงราก” มีความส าคัญ ต่อผักที่มีรากสะสม อ าห า ร เช่น หั วไชเท้ า มันเทศ ห ากใส่ปุ๋ย โพแทสเซียมไม่เพียงพอ จะส่งผลกระทบต่อ ผลผลิต นอกจากนี ปุ๋ยโพแทสเซียมยังส่งผลต่อ การเจริญเติบโตของรากพืชด้วย ถ้าได้รับใน ปริมาณน้อยเกินไป จะท าให้การต้านทานพืชลดลง ปุ๋ยโพแทสเซียมและปุ๋ยไนโตรเจนมีคุณสมบัติ เหมือนกัน คือ “ละลายน า” เมื่อฝนตกจึงละลาย หายไปง่าย ดังนั น นอกจากใส่เป็นปุ๋ยรองพื นแล้ว ควรใส่บริเวณหน้าดินในปริมาณที่เหมาะสมเช่นกัน Ca แคลเซียม, Mg แมกนีเซียม, S ก ามะถัน : ปุ๋ยที่มีอยู่แล้วในดิน “แคลเซียม” มีอยู่ปริมาณมากในดิน ใน ดินเปรี ยวมักขาด “แมกนีเซียม” ซึ่งเติมปุ๋ยหมักที่ มีแมกนีเซียมเพิ่มลงไปได้ ส่วน “ก ามะถัน” จะมี อยู่ในดินปริมาณมากที่สุด Fe เหล็ก, Cu ทองแดง, Zn สังกะสี B โบรอน, Mo โมดิบดีนัม, และ Cl คอลรีน นอกจากพืชต้องการธาตุอาหารหลักแล้ว พืชยังต้องการจุลธาตุ 7 ชนิด ถึงแม้จะต้องการ เพียงเล็กน้อย แต่ก็ขาดไม่ได้ ในปุ๋ยหมักส่าวนใหญ่ มักมีจุลธาตุเหล่านี ปุ๋ยหมักจะค่อยๆ ฟื้นฟูดินเสื่อม คุณภาพให้กลับมาเป็นดินที่มีคุณภาพที่ดีอีกครั ง ดังนั น การปลูกพืชจึงมีความจ าเป็นอย่างยิ่งที่ จะต้องให้ปุ๋ยทั งธาตุอาหารหลัก อาหารรอง และ จุลธาตุ อย่างเพียงพอ


38 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ หลักการใส่ปุ๋ย : ควรใส่ถูกที่ ใส่ถูกเวลา ใส่ถูกวิธี 1 2 3 ผสมปุ๋ยกับดินรองพื้น ก่อนการปลูกหรือย้ายต้นกล้าประมาณ 1 สัปดาห์ ควรคลุกเคล้าปุ๋ยหมักและดินให้เข้ากัน เพื่อให้ผักได้รับธาตุอาหารทั่วถึงในระยะแรกของ การเจริญเติบโต ซึ่งเป็นที่มาของปุ๋ยรองพื นนั่นเอง ในการปลูกผักตระกูลพริก มะเขือและผัก ที่มีรากสะสมสารอาหาร สามารถเลือกใช้ปุ๋ยหมักที่ มีอัตราส่วนฟอสฟอรัสในปริมาณที่ค่อนข้างมากมา ใส่เป็นปุ๋ยรองพื น ใส่ปุ๋ยบ ารุงให้ถูกเวลา พืชผักและผลไม้แต่ละชนิดใช้ระยะเวลา เจริญเติบโตไม่เท่ากัน จึงต้องคอยเติมธาตุอาหาร ต่างๆ ทดแทนอย่างสม่ าเสมอ เพื่อรักษาสภาพการ เจริญเติบโตให้เป็นไปด้วยดี ธาตุอาหารเหล่านี จะ ใส่เป็น “ปุ๋ยบ ารุง” ผักที่ต้องการปุ๋ยบ ารุงในปริมาณมาก เช่น กะหล่ าปลี ผักบุ้งจีน กะหล่ าปม บร็อคโคลี กระเทียม เป็นต้น 4 5 รู้เวลาที่ควรใส่ปุ๋ย ปุ๋ยหมักจัดเป็นปุ๋ยที่เห็นผลช้า แต่ไม่สร้าง ผลเสียแก่ผัก ดังนั น ควรยึดหลักการใส่ปุ๋ยใน “ปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง” โดยทั่วไปก่อนการ ปลูกผักกินใบ 2 สัปดาห์ เนื่องจากผักกินใบใช้ ระยะเวลาปลูกสั น (ประมาณ 30-45 วัน ก็เก็บ เกี่ยวได้) ควรรองพื นด้วยปุ๋ยหมัก จะได้ไม่ต้องใส่ ปุ๋ยบริเวณหน้าดินอีก หรือหากต้องการใส่ปุ๋ยก็ให้ดู ตามสภาพการเจริญเติบโตของผัก กลบดินหลังใส่ปุ๋ยเสร็จ หลังใส่ปุ๋ยหมักบริเวณใต้ใบ (ห่างจากล า ต้นเพียงเล็กน้อย) ในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว ให้ กลบดินเพื่อป้องกันไม่ให้โดนแสงแดด ซึ่งมักล่อ แมลงศัตรูพืชตัวเล็กๆ ชนิดปุ๋ย หากเปรียบเทียบความรวดเร็วในการดูด ซึมปุ๋ยของผัก ปุ๋ยชนิดน าจะดูดซึมได้เร็วที่สุด รองลงม าเป็นปุ๋ยชนิดผง แล ะปุ๋ยแบบเม็ด ตามล าดับ แต่ถ้าดูจากปริมาณในการใส่แล้ว ปุ๋ย เม็ดจะมีการใช้ปริมาณมากที่สุด รองลงมาคือปุ๋ยผง และปุ๋ยน า ในการปลูกผัก ควรใส่ปุ๋ยทั งทางดินและ ทางใบ


Click to View FlipBook Version