เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 39
40 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 41
42 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ สูตรปุ๋ยหมักไร่คุณพ่อ ตามที่กล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าการท าปุ๋ยหมักไม่มีสูตรตายตัว ขึ นอยู่กับเทคนิคกับวิธีการของ เกษตรกรแต่ละคนและชนิดพืชที่จะน าไปใช้ ทางไร่คุณพ่อได้มีการน าเศษวัสดุที่มีอยู่พื นที่มาปรับใช้จน กลายเป็นสูตรที่น ามาเพิ่มธาตุอาหาร ปรับโครงสร้างดินและใช้เป็นปุ๋ยรองพื นก่อนปลูกผักด้วย โดยมีสูตรและ วิธีท าดังนี 1. มูลวัว จ านวน 2 กระสอบ 2. กากตะกอนหม้อกรองอ้อย จ านวน 3 กระสอบ 3. แกลบด า จ านวน 1 กระสอบ 4. แกลบ จ านวน 2 กระสอบ 5. หัวเชื อจุลินทรีย์ จ านวน 1 ลิตร 6. กากน าตาล จ านวน 3 กิโลกรัม 7. เชื อราไตรโคเดอม่าชนิดผง จ านวน 100 กรัม 8. ร าละเอียด จ านวน 1 กระสอบ วิธีท า ขั้นตอนที่ 1 น าพลาสติกสีด ามาปูรองแล้วเทส่วนผสม ได้แก่ มูลวัว กากตะกอนหม้อกรองอ้อย แกลบ ด า และแกลบ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ข้อควรระวังให้เทส่วนผสมทีละน้อยเพราะจะท าให้ส่วนผสมไม่เป็น ก้อนหรืออาจจะใช้เครื่องผสมช่วย ขั้นตอนที่ 2 ท าการผสมหัวเชื อจุลินทรีย์กากน าตาล กับน าสะอาด โดยมีอัตราส่วน หัวเชื อจุลินทรีย์ 1 ลิตร : กากน าตาล 3 กิโลกรัม : น าสะอาด 20 ลิตร (1 : 3 : 20) ผสมในถังพลาสติกที่มีฝาปิด ใช้ไม้ คนให้เข้ากันจนกากน าตาลละลาย จากนั นเติมเชื อราไตรโคเดอม่าแบบผง 100 กรัม หรือ อาจจะใช้ เชื อสดที่ท าเองจ านวน 1 ถุง แทนได้ ขั้นตอนที่ 3 น าหัวเชื อที่ผสมเสร็จเรียบร้อยแล้วในขั นตอนที่ 2 ใช้บัวราดให้ชุ่ม แต่อย่าให้แฉะ จนเกินไป น าร าละเอียดที่เตรียมไว้ ค่อยๆ โรยจนทั่วกองปุ๋ยท าการผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันจนได้ที่ ขั้นตอนที่ 4 หลังจากที่ผสมส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันแล้ว น าพลาสติกสีด ามาคลุมหมักไว้เป็นเวลา 10- 15 วัน ทุกๆ 5-7 วัน ท าการพลิกกลับกองเพื่อให้เชื อจุลินทรีย์ขยายให้เต็มทั่วกองปุ๋ยหมัก ขั้นตอนที 5 บรรจุใส่กระสอบหรือน าไปใส่ในแปลงปลูก
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 43 ผักกาดหอม (Lettuce) หรือ ผักสลัด ชื่อวิทยาศาสตร์ Lactuca sativa L. ลักษณะทั่วไป ผักกาดหอม หรือ ผักสลัด เป็น พืชที่มีถิ่นก าเนิดในทวีปเอเชีย และยุโรป เป็นพืช ฤดูเดียว มี ล าต้นอวบสั้น ช่วงข้อถี่ ใบจะเจริญจากข้อเป็นกลุ่ม อาจห่อหัว หรือไม่ห่อหัว ลักษณะรูปร่างและ สีแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ สายพันธุ์ บางพันธุ์อาจมีใบหนาแข็ง บางพันธุ์ใบอ่อน นิ่ม มีสีเขียว อ่อนจน ถึงสีเขียวเข้ม สีน้ าตาลปนแดง สีแดง และสีน้ าตาล เป็น ต้น ตัวอย่างเช่น ผักกาดแก้ว ใบจะห่อหัวซ้อนกันเป็นหัวกลม ใบ บาง กรอบ ขอบใบหยักสีเขียวอ่อน หรือผักกาดหอมใบแดง เป็นลักษณะพันธุ์ไม่ห่อหัว ใบหยักเป็นคลื่น ขอบใบ หยัก มีสีเขียวปนแดง ผักกาดหอมมีระบบรากแก้วที่สามารถเจริญลงไปในดิน อย่างรวดเร็ว ช่อดอกเป็นแบบ panicle (ช่อ) สูง 2-4 ฟุต ประกอบด้วยดอก 10-25 ดอกต่อช่อ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกสีเหลือง หรือขาว ปนเหลือง ดอกจะบานช่วงเช้า และเป็นระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีอุณหภูมิต่ า สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ผักกาดหอม ผักสลัด (Lettuce) ผักสลัด หรือ ผักกาดหอม เป็นพืชที่ต้องการสภาพอากาศเย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 10-24 C ในสภาพอุณหภูมิสูง การเจริญเติบโต ทางใบจะลดลง และพืชสร้างสารคล้ายน้ านม หรือยางมาก เส้นใยสูง เหนียว และมีรสขม เทคนิคการเตรียมดินเพาะต้นกล้า ดินปลูก ผักสลัดอินทรีย์
44 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ สภาพดินที่เหมาะสมต่อการปลูก สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ผักกาดหอมเป็นพืชที่ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินเหนียว ดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย แต่สามารถปลูก ผักกาดหอมได้ผลดีที่สุดในดินร่วน ซึ่งมีการ ระบายน้ าและระบาย อากาศดี ความเป็น กรดเป็นด่าง (pH) ของดินอยู่ระหว่าง 6.0- 6.8 มีความชื้นในดินพอสมควร พื้นที่ปลูก ผักกาดหอมควรให้ได้รับแสงเต็มที่ตลอดวัน เพราะผักกาดหอมต้องการแสงเต็มที่ตลอด วัน ผักกาดหอมเป็นพืช ฤดูเดียวเจริญเติบโต ได้ดีในสภาพอากาศเย็น ระดับอุณหภูมิที่ เหมาะสมนั้น ถ้าเป็นผักกาดหอมใบจะอยู่ ระหว่าง 21-26 องศาเซลเซียส แต่ถ้า ผักกาดหอมห่อหัวจะอยู่ระหว่าง 15.5-21 องศาเซลเซียส หากปลูก ผักกาดหอมในสภาพ อุณหภูมิที่สูงเกินไปจะท าให้ผักกาดหอมมีรสขมและแทงช่อดอกเร็ว แต่อย่างไรก็ตามผักกาดหอมสามารถปลูกได้ ตลอดทั้งปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและสายพันธุ์ การเก็บเกี่ยว อายุการเก็บ เกี่ยวของผักกาดหอมขึ้นอยู่กับพันธุ์เป็น ส าคัญ อายุการเก็บเกี่ยวผักกาดหอมใบ ประมาณ 40-45 วันหลังจากย้ายต้นกล้า ลงแปลง การเก็บควรเลือกเก็บขณะที่ใบ ยังอ่อน กรอบ ไม่เหนียว กระด้าง ไม่ควร เก็บขณะต้นแก่เพราะจะมีรสขม วิธีการตัด โดยใช้มีดตัดตรงโคนต้น แล้วตัดแต่งใบ เสียทิ้งไป ชุบน้ าเพื่อล้างยางสีขาวออกและ สลัดน้ าออกให้หมด เพราะถ้ามีน้ าขังอยู่จะ เน่าเสียได้ง่าย ส าหรับผักกาดหอมห่อหัว อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 60-70 วัน ควรเก็บขณะที่ห่อหัวแน่นไม่หลวมรูปร่างค่อนขางกลมแบน ไม่ควรปล่อย ให้แก่เกินไปเพราะหัวจะยืดตัวไปทางตั้งและแทงช่อดอก ท าให้เสียคุณภาพ วิธีการเก็บเกี่ยวโดยใช้มีดตัดโคนต้น
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 45 แล้วตัดแต่งใบรอบนอกที่เปื้อนดินสกปรก และถูกโรคแมลงท าลาย ออกเล็กน้อย จากนั้นน าไปผึ่งในที่ร่มอากาศ ถ่ายเทดีให้แผลที่ตัดแห้งเพื่อลดการเน่าเสียขณะขนส่ง ในการเก็บเกี่ยวผักกาดหอมควรเก็บในเวลาเย็นและฝนไม่ ตก ถ้าเก็บในขณะฝนตกหรือน้ าขังอยู่ตามใบจะท าใหผักกาดหอมเน่าเสียได้ง่าย การเลือกพันธุ์ผักสลัด ควรเลือกใช้สายพันธุ์และชนิดของผักสลัดที่มีลักษณะที่ตลาดต้องการ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในแปลงได้ดี ควรเลือกเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์อัตราการงอกสูงปราศจากโรคที่ ติดมากับเมล็ดเพื่อจะได้ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและแข็งแรงได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ที่ไร่คุณพ่อมีการปลูกผักสลัด เพื่อการค้าจ านวน 4 ชนิด ได้แก่ กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส และมินิคอส โดยผักสลัดทั้ง 4 ชนิดนี้สามารถปลูกได้ ตลอดทั้งปีและเป็นที่นิยมของผู้บริโภค กรีนโอ๊ค (Green oak) เรดโอ๊ค (Red oak) กรีนคอส (Green cos) 1 2 3 4 เบบี้คอส (Baby cos)
46 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ เทคนิคการเตรียมวัสดุเพาะกล้าพันธุ์ผักสลัด วัสดุเพาะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส าคัญต่อการปลก พืชผัก ถ้าหากวัสดุเพาะมีคุณสมบัติที่ไม่สามารถท าให้ เมล็ดพืชผักงอกอย่างสมบูรณ์ได้ ก็จะท าให้การปลูก พืชผักไม่ประสบความส าเร็จ วัสดุเพาะที่ดีควรมี คุณสมบัติในการรักษาความชื้น โปร่ง เวลารดน้ าไม่อัด กันแน่นรากยึดเกาะได้ดีไม่แตกเป็นก้อน การเพาะกล้าผัก ให้งอกอย่างสมบูรณ์นั้น ต้อง ท าความเข้าใจก่อนว่า ในธรรมชาติของเมล็ดแต่ละชนิด จะมีเปลือก หุ้มเมล็ดที่มีความหนาและ บางเเตกต่างกัน ภายในเมล็ดจะมีเเหล่ง อ า ห า ร ที่ จ า เ ป็ น ส า ห รั บ ต้ น อ่ อ น (เอ็มบริโอ) หลังจากเมล็ดได้รับการ กระตุ้นการงอกโดยความชื้นของน้ าและ ออกซิเจนที่เหมาะสม ซึ่งออกซิเจนที่ เหมาะสมจะสัมพันธ์กับเทคนิคการกลบ ดินเพาะเมล็ด หากกลบดินลึกเกินไปจะ ท าให้ ออกซิเจนน้อยลง ส่งผลท าให้อัตราการงอกลดลง เเต่หากกลบเมล็ดตื้นเกินไปจะท าให้เมล็ดมีความชื้น ไม่ เพียงพอที่จะท าให้เปลือกและอาหารภายในเมล็ดอ่อนตัว อันมีผลให้อัตราการงอกลดลงเช่นกัน วัสดุเพาะที่ท าการผสมตาม สัดส่วนและหมักได้ที่เมล็ดพืชจะ งอกอย่างสม่ าเสมอ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 47
48 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 49 ส่วนผสมของวัสดุเพาะสามารถท าเองได้ ส่วนใหญ่วัสดุเพาะมีจ าหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปมากมายหลายยี่ห้อ ตั้งแต่ราคา 150-450 บาท แต่ถ้าเกษตรกรมีการเพาะปลูกและมีการเพาะเมล็ดพันธุ์ผักเป็นจ านวนมาก ทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรจ าเป็นต้อง มีการลดต้นทุนการผลิตในส่วนนี้และหันมาผสมวัสดุเพาะด้วยตนเอง การท าวัสดุเพาะกล้านั้น อินทรียวัตถุต่างๆ อาจมีเชื้อราที่ท าให้เกิดโรคเน่าคอดิน (damping off disease) ซึ่งมักเกิดกับพืชที่ก าลังงอกในช่วง 7 วันเเรก อาการของพืชจะสังเกตเห็นต้นมีอาการหักงอ บริเวณโคนจะมีสีด าของเชื้อราชนิดนี้จากสาเหตุดังกล่าวการท าวัสดุ เพาะกล้าอินทรีย์ใช้เองต้องผ่านกระบวนการหมักให้เกิดย่อยสลายแบบสมบูรณ์เสียก่อน เพื่อช่วยลดการเกิดโรคที่ ติดมาจากส่วนผสมต่างๆ โดยมีส่วนผสมและวิธีการท าดังนี้ แหนแดงจากแห้ง บดละเอียด 1 ส่วน (หากไม่มีใช้มูลไส้เดือน 2 ส่วน แทนได้) ขี้วัวบด 2 ส่วน ขุยมะพร้าว ร่อนเอาเส้นใยออก 3 ส่วน (ควรล้างน้ าหรือแช่น้ า ไว้อย่างน้อย 3คืน) เชื้อราไตรโครเดอม่าแบบผง 10 กรัม + น้ าหมักจากถั่วเหลือง 100 ซีซีผสมน้ า 5 ลิตร (สูตรอยู่ในหัวข้อถัดไป) ขั้นตอนที่1 น าส่วนผสมทุกอย่างที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ขั้นตอนที่2 รดน้ าที่ผสมเชื้อราไตรโครเดอม่า + น้ าหมักจากถั่วเหลือง จ านวน 5 ลิตร ลงไปให้ชุ่ม ขั้นตอนที่ ขั้นตอนที23 ขั้นตอนที่4 เมื่อผสมกันได้ที่แล้วบรรจุลงในกล่องพลาสติกแบบมีฝาปิดสี่ หมักไว้15-20 วัน ระวังอย่ารด น้ าจนแฉะเกินไป เมื่อครบ 15-20 วัน น ามาเป็นวัสดุเพาะกล้าได้
50 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ เทคนิคการเลี้ยงแหนแดงเพื่อใช้เป็นวัสดุเพาะเมล็ด
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 51 การเปรียบเทียบความแตกต่างของปริมาณไนโตรเจนในปุ๋ยอินทรีย์ (ที่มา : ภาษิตา ทุ่นศิริ. (2563) ) จากภาพจะเห็นได้ว่า เนื่องจากมีสาหร่ายสีเขียวแกรมน ้าเงิน ในโพรงใบของแหนแดงสามารถตรึง ไนโตรเจนจากอากาศได้ จึงท้าให้แหนแดงมีไนโตรเจนเป็น องค์ประกอบค่อนข้างสูงประมาณร้อยละ 4 ซึ่งสูงกว่า ปุ๋ยอินทรีย์หลายชนิด เช่น มูลกระบือ (ร้อยละ 0.97) มูลสุกร (ร้อยละ 1.30) ปุ๋ยหมักฟางข้าว (ร้อยละ 1.34) โสนอัฟริกัน (ร้อยละ 2.87) ปอเทือง (ร้อยละ 2.76) เป็นต้น
52 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 53
54 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 55
56 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 57
58 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 59
60 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 61
62 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 63 วิธีเพาะกล้าพันธุ์ผักสลัดในถาดหลุม (กรณีใช้เมล็ดเคลือบ) วัสดุเพาะที่ท าการผสมตาม สัดส่วนและหมักได้ที่แล้ว น าวัสดุเพาะเทใส่ถาดหลุมขนาด 105 หลุม ก้นแหลม เกลี่ยให้วัสดุเพาะลงทั่วทั้ง ถาดหลุมเพาะกล้า ท าการหยอดเมล็ดลงในถาดหลุมและ โรยวัสดุเพาะกลบลงบางๆ รดน้ าให้ชุ่ม ต้นกล้าผัก อายุ 7-10 วัน ควร พลางแสงด้วยสแลน 60 % ต้นกล้าผัก อายุ 15-20 วัน พร้อมปลูก 1 2 3 4 5
64 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 65
66 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 67 มารู้จักเมล็ดพันธุ์สลัด แบบที่ 1 เมล็ดพันธุ์ผักแบบไม่เคลือบ เมล็ดผักประเภทนี้จะผ่านการลดความชื้น มาแล้ว สามารถเก็บรักษาในตู้เย็นได้นาน ประมาณ 1 - 2 ปีและมีราคาถูกกว่าเมล็ดผักแบบเคลือบ ค่อนข้างมาก การเพาะเมล็ดผักแบบไม่เคลือบนี้ แนะน าให้กระตุ้นการงอกโดยใช้กล่องถนอมอาหาร ที่มีฝาปิดสนิทรองด้านในด้วยกระดาษทิชชู่ประมาณ 2 ชั้น แล้วพรมน้ าให้กระดาษเปียก และเทน้ าออก จากนั้นให้น าเมล็ดผักสลัดมาโรยลงบนกระดาษช าระ โดยไม่ต้องพรมน้ าซ้ าแล้วปิดฝากล่องให้สนิท (แนะน าให้น าไปวางไว้ในที่มีอุณหภูมิต่ า เช่น ห้อง ปรับอากาศ) ประมาณ 24 - 48 ชั่วโมง เมล็ดผักจะ เริ่มงอกให้ย้ายลงวัสดุปลูกได้เลยอย่าปล่อยให้เกิน 72 ชั่วโมง (3 วัน) เพราะรากผักจะยาวเร็วมากและ ท าให้ย้ายปลูกได้ยาก การกระตุ้นการงอกด้วยวิธีนี้จะท าให้เมล็ด ผักที่เราเพาะมีเปอร์เซ็นต์การงอกและความ สม่ าเสมอของการงอกสูงขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความ เสี่ยงจากเชื้อโรคที่จะเข้าท าลายเมล็ดผักจากการ เพาะเมล็ดผักลงวัสดุปลูกโดยตรงให้ผักที่ปลูกมีความ สม่ าเสมอของต้นที่เท่ากัน มากกว่าการเพาะลงใน วัสดุปลูกโดยตรง เนื่องจากการเพาะลงวัสดุปลูก โดยตรงนั้นเมล็ดผักมีความเสี่ยงที่จะถูกท าลายโดย เชื้อโรคหรือแมลง อีกทั้งผู้ปลูกยังควบคุมปัจจัยการ งอกของเมล็ดได้ยากกว่าด้วย เมล็ดพันธุ์แบบไม่เคลือบที่คัดเลือก เก็บไว้ใช้เองภายในไร่คุณพ่อ
68 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ เมล็ดผักแบบเคลือบ เมล็ดผักชนิดนี้จะถูก คัดเลือกมาจากเมล็ดที่สมบูรณ์ แล้วน ามาเคลือบ ด้วยแป้งหรือดินเหนียว (Pelleted seed)เพื่อเป็น การรักษาสภาพของเมล็ดผักเอาไว้ ข้อดีของการใช้ เมล็ดผักแบบเคลือบก็คือ สะดวกในการเพาะเมล็ด ผักเนื่องจากขนาดที่ใหญ่ขึ้น วัสดุที่หุ้มเมล็ดผักยังช่วยน าพาความชื้นสู่ เมล็ดผักได้อย่างทั่วถึงทั้งเมล็ด ท าให้ผู้ปลูกสามารถ เพาะลงวัสดุปลูกได้โดยตรง ช่วยลดความเสี่ยงจาก ปัจจัยการงอกที่ไม่สม่ าเสมอของการเพาะเมล็ดผัก ลงได้ ส่วนข้อเสียของเมล็ดผักแบบเคลือบนี้คือ มี ราคาแพง และมักพบปัญหาเมล็ดผักเสื่อมสภาพเร็ว ห ากเก็บ รักษ าไม่ ถูก วิ ธี (ต้ องเ ก็บไ ว้ใน ตู้เ ย็น ตลอดเวลา 4 - 7 องศาเซลเซียส) การเพาะเมล็ดผักแบบเคลือบหากฝังเมล็ดผักในวัสดุ ปลูกลึกเกินไปก็ท าให้เมล็ดผักเน่า หรือถ้าหากตื้น เกินไปก็ท าให้เมล็ดผักได้ความชื้นไม่เพียงพอก็ท าให้ ไม่งอกเช่นกัน ส าหรับเมล็ดผักแบบเคลือบนี้ส่วน ใหญ่จะเป็นพันธุ์ลูกผสม หรือ Hybrid F1 ที่มีการ พัฒนาสายพันธุ์ให้มีผลผลิตที่มีคุณภาพและผลผลิต สูงกว่าเมล็ดผักพันธุ์ดั้งเดิมเพื่อให้ได้ตรงกับความ ต้องการของตลาด ด้วยต้นทุนการผลิตเมล็ดผัก เคลือบที่สูงท าให้เมล็ดผักแบบเคลือบนี้มีชนิดและ สายพันธุ์ของผักให้เลือกค่อนข้างน้อยการเลือกใช้ เมล็ดผักแต่ละชนิด จึงควรเลือกให้เหมาะกับเรามาก ที่สุด กล่าวคือหากเราปลูกเพื่อรับประทานเอง ซึ่งใช้ เมล็ดผักในการปลูกไม่มาก ก็ให้เลือกใช้เมล็ดแบบไม่ เคลือบก็พอเนื่องจากเก็บได้นาน ราคาถูก มี หลากหลายสายพันธุ์ให้เลือก แต่หากต้องการปลูก เพื่อเป็นการค้าและต้องปลูกเป็นจ านวนมากเพื่อลด ขั้นตอนการเพาะเมล็ดก็สามารถเลือกใช้เมล็ดผัก แบบเคลือบแทน แต่ทั้งนี้ผักที่ปลูกจะมีคุณภาพทั้ง ทางด้านรูปลักษณ์ สีสัน รวมถึงน้ าหนัก จะดีหรือไม่ นั้น ก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ และปัจจัยอื่นๆ ในการปลูก ประกอบด้วยเป็นส าคัญ ข้อดี : ของการใช้เมล็ดชนิดนี้ ก็คือสะดวกใน การเพาะ, อัตราการงอกสม่ าเสมอ และเปอร์เซ็นต์ การงอกสูง แต่ราคา จะสูงกว่าแบบไม่เคลือบ ข้อเสีย : ไม่สามารถเก็บได้นานเท่าเมล็ดแบบไม่ เคลือบ แบบที่ 2 เมล็ดพันธุ์ผักแบบเคลือบ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 69 การเลือกคัดเลือกพันธุ์ผักสลัด เพื่อเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง √ ควรเลือกใช้สายพันธุ์และชนิดของผักสลัด ที่มีลักษณะที่ตลาดต้องการ √ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใน แปลงได้ดี √ ควรเลือกเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์อัตราการ งอกสูงปราศจากโรคที่ติดมากับเมล็ด √ คัดเลือกต้นที่มีลักษณะเด่น สมบูรณ์
70 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ ปลูกผักสลัดอินทรีย์ต้องใช้ดินแบบใด ดินดีถือเป็นหนึ่งในปัจจัยส าคัญที่เป็นตัวดัชนีชี้วัด ว่าเราจะสามารถปลูกผักให้ได้คุณภาพและเจริญเติบโต หรือไม่ เราควรมาทความรู้จักโครงสร้างและลักษณะของ “ดินทั่วไป” กับ “ดินผสม” มีความแตกต่างกันอย่างไร ดินทั่วไป ได้แก่ ดินภูเขา ดินในนา ดินริมแม่น้ า หรือแม้แต่ดินตามชนบท ดินเหล่านี้มีองค์ประกอบ โครงสร้าง รวมถึงลักษณะของดินแตกต่างกันไปตาม แหล่งที่มา จึงไม่เหมาะน ามาเพาะปลูก หากจ าเป็นจริงๆ ควรระวังดินตามริมแม่น้ าเป็นพิเศษ เพราะมีโลหะหนัก ปนเปื้อนง่าย ในทางตรงกันข้าม บางคนอาจปลูกผักในดิน ทั่วไปแล้วเจริญเติบโตได้ดี แต่อาจมีแมลง ไข่แมลง หรือ เชื้อโรคปะปนอยู่ ดังนั้นเพื่อป้องกันเชื้อโรคและไข่แมลง ดังกล่าว ควรไถพรวนตากแดดก่อนปลูก ประมาณ 5-7 วัน ดินผสม เป็นดินส าเร็จรูปที่ผสมส่วนผสมต่างๆ มา ให้แล้ว จึงเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย แต่ส่วนใหญ่ได้มีการผสม ส่วนผสมบางอย่างเข้าไปให้ได้ปริมาณแต่ไม่ได้คุณภาพ เช่น ผสม แกลบ แกลบด า เป็นต้น แต่ในหนังสือเล่มนี้จะขอกล่าวถึงดินผสม ที่ได้ท าการศึกษาและทดลองจนมีสภาพเหมาะสมต่อการปลูก พืชผักโดยเฉพาะผักสลัดได้ตลอดทั้งปีแต่ยังมีข้อเสีย คือ ดินผสม มีน้ าหนักเบามากและเนื้อดินร่วนซุยเกินไป ดังนั้น เมื่อปลูกพืช ขนาดใหญ่ เช่น ไม้ยืนต้น ข้าวโพด มะเขือ มะนาว มะเขือเทศ พริก ล าต้นของพืช จึงเอนล้มได้ง่าย ทางที่ดีควรน าไปผสมกับดินทั่วไป ในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ผสมในปริมาณ 1: 3 ของดินผสม หรือน าไปรองก้นหลุมก่อนปลูกได้ด้วย ดินทั่วไปปลูกพืชผักได้หรือไม่ ดินที่ผสมแล้วและผ่าน กระบวนการหมักได้ที่
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 71 ความแตกต่างระหว่างดินผสมกับดินทั่วไป ข้อดี ข้อด้อย ดินผสม • สะอาดปลอดเชื้อโรค มีลักษณะร่วนซุย (เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียในเวลาเดียวกัน) • ถ่ายเทอากาศและระบายน้ าได้ดี • หาง่าย ใช้สะดวก • เนื้อดินร่วนซุย ไม่แน่น จึงท าให้พืชล้ม เอนง่าย • โครงสร้างของดินค่อนข้างขาดจุลธาตุ • ความอุดมสมบูรณ์ของดินอาจต่ า ดินทั่วไป • อุ้มน้ าดี ความอุดมสมบูรณ์ของดินสูง • อุ ด ม ด้ ว ย จุ ล ธ า ตุที่ จ า เป็ น ต่ อ ก า ร เจริญเติบโตของพืช • เนื้อดินมีลักษณะแน่น ท าให้พืชไม่เอน หรือล้มง่าย • องค์ประกอบของดินไม่แน่ชัด • หากเป็นดินที่ใส่ปุ๋ยเคมีมาเป็นเวลานาน จะมีความเป็นกรดสูง (ดินเปรี้ยว) • อาจปนเปื้อนโลหะหนักสูง • อาจมีเชื้อโรค ไข่แมลง และเมล็ดวัชพืช • น้ าหนักมาก เนื้อดินมักมีลักษณะแข็ง • ถ่ายเทอากาศได้ไม่ดี ที่มา :ดัดแปลงจาก ฮิชิ ตงฉี(2561) ส่วนผสมดินปลูกที่เหมาะสม (สูตรไร่คุณพ่อ) √ หน้าดินหรือดินทั่วไป ½ ส่วน √ แกลบดิบ 3 ส่วน √ แกลบด า/แกลบเผา 1 ส่วน √ ขี้วัว 2 ส่วน √ กากตะกอนหม้อกรอง 5 ส่วน จากโรงงานน้ าตาลหรือขี้อ้อย (Filter Cake) หมายเหตุ : ถ้าไม่มีกากตะกอนหม้อกรองจากโรงงานน้ าตาลหรือขี้อ้อย ให้เพิ่มขี้วัว เป็น 3 ส่วน และ หน้าดินหรือดินทั่วไป เป็น 1 ส่วน
72 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ ขั้นตอนการผสมดินปลูกส าหรับผักสลัด ขั้นตอนการผสมดินปลูกส าหรับปลูกผักสลัดนั้น ต้องค านึงถึงปริมาณธาตุหารที่เพียงพอและการ ท าให้ดินมีสภาพเป็นดินร่วนซุยมีอินทรียวัตถุ ไม่ท าให้ดินอัดแน่นกันมากเกินไป เพราะจะท าให้รากของผักไม่ สามารถหยั่งลึกลงไปในดินได้ ส่งผลท าให้การล าเลียงธาตุอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ผลที่ตามมาคือ ผลผลิตไม่ได้คุณภาพและต้นพืชชะงักการเจริญเติบโตของต้นไม่สมบูรณ์ ดังนั้นการเตรียมดินส าหรับเพาะปลูกจึง เป็นเรื่องที่ให้ความส าคัญอย่างมาก ซึ่งจะได้อธิบายขั้นตอนและวิธีผสมดินและการน าไปใช้ได้อย่างถูกต้องและ เหมาะสมต่อไป STEP 1 : น าส่วนผสมทั้งหมดเทรวมกันและท าการผสม คลุกเคล้าให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกันพยายามบดหรือตี ส่วนผสมให้แตกอย่าให้จับกันเป็นก้อน STEP 2 : ในขณะที่ท าการผสมดินปลูกให้น าน้ าที่ผสมหัว เชื้อไตรโครเดอม่าชนิดผง ในอัตราส่วน 2-3 ซ้อนแกง : น้ า 20 ลิตร รดลงไปในกองดินที่ท าการผสมระวังอย่าให้แห้ง หรือแฉะมากจนเกินไป STEP 3 : หลังจากผสมดินปลูกเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ น าไปบรรจุในกระสอบหรือหาพลาสติกสีด ามาคลุมไว้เพื่อ ท าการหมักเป็นระยะเวลา 15 – 30 วัน ก่อนน าไปใช้หรือ น าไปหมักในแปลงปลูกที่เตรียมไว้ก็ได้เช่นกัน ขั้นตอนการผสมดินปลูก
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 73 ท าไม?...ถึงต้องมีการหมักดินก่อนน าไปปลูกผัก หลายคนสงสัยว่าการหมักดินท าเพื่ออะไร เหตุผลก็คือเพื่อให้จุลินทรีย์สงบตัว และให้จุลินทรีย์ใน ดินท าการย่อยสลายส่วนผสมที่ได้จากอินทรียวัตถุในขณะที่จุลินทรีย์ก าลังท าการย่อยจะมีความร้อนเกิดขึ้น เกรงว่า จะส่งผลกระทบและเป็นอันตรายต่อพืชที่เราปลูก ซึ่งมีหลายครั้งที่เกษตรกรสอบถามเข้ามา เคยน าปุ๋ยหมัก เปียกๆ สดๆ ไปใช้ผสมดินแล้วปลูกพืช ท าให้พืชผักสลด ฟุบ เฉา เหลืองไปเลย การหมักดินก็เพื่อให้เกิด กระบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุแบบสมบูรณ์ลดความร้อนภายในดิน เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช หาก ถามว่า “การหมักดินจ าเป็นหรือไม่” ค าตอบคือ “จ าเป็นมาก” การหมักดินจะเป็นการปรับโครงสร้างของดินให้ มีสภาพร่วนซุย และเพิ่มช่องว่างในการระบายอากาศเพิ่มธาตุอาหารที่พืชต้องการลงไปในดินอีกด้วย ภาพที่ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (SEM : Scanning Electron Microscope ) สภาพดินทั่วไปก่อนน ามาผสมและยัง ไม่ผ่านกระบวนการหมัก สภาพดินที่ผสมตามสัดส่วนที่พอเหมาะ และผ่านกระบวนการหมักระยะเวลา 15-30วัน สภาพดินที่ผสมถ่านแกลบหรือผงถ่าน ท าให้มีรูพรุนช่วยให้ระบายอากาศได้ดี ดินผสมจะได้ ค่า pH อยู่ระหว่าง 6.5-7.5 ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมกับการปลูกผัก
74 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ ลักษณะดินที่ผ่านการหมักแล้ว ผลการตรวจวิเคราะห์ธาตุอาหารของดินที่หมักแล้ว 30 วัน รายการทดสอบ วิธีทดสอบ ผลการทดสอบ ไนโตรเจน In –house method base on AOAC and OMAF 0.74 เปอรเซ็นต์โดยน้ าหนัก ฟอสฟอรัส 0.88 เปอรเซ็นต์โดยน้ าหนัก โพแทสเซี่ยม 0.33 เปอรเซ็นต์โดยน้ าหนัก อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน 13 : 1 ปริมาณอินทรียวัตถุ Walkey& Black method 16.86 เปอรเซ็นต์โดยน้ าหนัก ค่าความเป็นกรด-ด่าง pH meter 8.10 ที่มา : ส่งวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการ สถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ภายหลังจากการหมักดินได้สักระยะหนึ่ง ส่วนผสมที่เป็นอินทรียวัตถุจะค่อยๆ ถูกย่อยสลายและ เปลี่ยนสภาพไป และความร้อนภายในดินระยะเริ่มแรก หลังจากหมักผ่านไปแล้ว 2-3 วัน อุณหภูมิภายในดินสูง ถึง 60 องศาเซลเซียส และจะค่อยๆ ลดลง ส่วนผสม ต่างๆ ก็จะค่อยๆ เน่าเปื่อย มีชิ้นขนาดเล็กลง และมีสี คล้ า จนในที่สุดก็จะเย็นตัวลง ดินผสมที่หมักได้ที่จะมี ลักษณะเป็นเนื้อเดียวกันมีความร่วนซุยโปร่ง แสดงว่า เกิดการหมักที่มีการย่อยสลายโดยสมบูรณ์ ซึ่งลักษณะ ดังกล่าวอาจจะใช้เวลาหลังจากที่มีการหมักดิน 20 - 30 วัน โดยระยะเวลาอาจช้าหรือเร็วกว่านี้ขึ้นอยู่กับ สภาพแวดล้อมและความชื้นในดิน หลังจากหมักดินไว้ 20-30 วัน ค่าความ เป็นกรด-ด่าง (pH) อยู่ที่ 6.7
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 75 ขั้นตอนการเตรียมแปลงปลูกผักสลัด ในขั้นตอนนี้ส าหรับท่านที่ต้องการปลูกผักในพื้นที่แปลงขนาดใหญ่และไม่ต้องการขุดเตรียมแปลง หลายครั้ง แนะน าให้ท าแปลงผักที่เรียกว่า “แบบประหยัดดิน” กล่าวคือ การผสมดินครั้งเดียวตามส่วนผสมที่ได้ แนะน าไปข้างต้น สามารถปลูกผักได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องผสมดินใหม่ทุกรอบการผลิต อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาของ โรคพืชที่ติดมากับดิน ที่ส าคัญวิธีการเตรียมแปลงปลูกผักที่จะได้แนะน าต่อไปนี้ยังช่วยลดปัญหาการแพร่กระจาย ของวัชพืชในระยะยาวและช่วยรักษาสภาพดินให้มีความชื้นอยู่ตลอดเวลา ขั้นตอนการเตรียมแปลงปลูกผัก A การเตรียมแปลงส าหรับปลูกผัก วัสดุอุปกรณ์ √ ไม้ฝาเฌอร่า (กว้าง 15 ซม. x ยาว 300 ซม.) √ พลาสติกสีด าแบบหนา √ ฟางข้าว หมายเหตุ : ในกรณีที่ไม่สามารถหาไม้ฝาเฌอร่าได้ใช้ไม้ ไผ่หรือไม้อื่นแทนได้ น าอุปกรณ์ที่เตรียมไว้มากั้นท าเป็น แปลงปลูกผักตามขนาดดังรูป (ความยาวของแปลงขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่)
76 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ B การเตรียมแปลงส าหรับปลูกผัก น าพลาสติกสีด ามาปูรอง พื้นแปลงที่เตรียมไว้ (ป้องกันวัชพืช/เพิ่มความ ชุ่มชื้นของดิน) น าฟางข้าวมาปูทับอีกชั้น เพื่อดูดซับน้ าและจะย่อย สลายกลายเป็นปุ๋ยต่อไป น าดินที่ผสมแล้วมาเทลงใน แปลงปลูกจากนั้นรดน้ าให้ ชุ่มทั่วแปลง ขั้นตอนการเตรียมแปลงโดยใช้เทคนิค การหมักดินจะช่วยให้เกิดฮิวมัสในดินและท าให้มีรู พรุนภายในดิน ระบายน้ าได้ดีขึ้น รากของพืชจะ สามารถหยั่งลึกลงไปเพื่อดูดธาตุอาหารได้ง่าย ช่วย ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ดินผสมจะช่วย เก็บความชื้นได้นาน ลดการระบาดของโรคและ แมลงศัตรูพืชที่ติดมากับดินเดิม ที่ส าคัญเมื่อผ่าน ไปเป็นระยะเวลานานจะมีไส้เดือนช่วยพรวนดิน ท าให้ดินไม่อัดกันแน่น สามารถปลูกผักได้ตลอด ทั้งปีโดยที่ไม่ต้องผสมดินหลายรอบ ประหยัด ค่าใช้จ่าย เวลา และลดการใช้แรงงาน เหมาะ ส าหรับเกษตรกรที่จะปลูกผักอินทรีย์เชิงการค้า สร้างรายได้ตลอดทั้งปี น าน้ าหมักถั่วเหลือง (กรดอะมิโนพืช) ที่ผสม ด้วยอัตราส่วน 1 ลิตร : น้ าเปล่า 80 ลิตร แล้ว รดดินให้ทั่วแปลง หมักทิ้งไว้ 15 - 20 วัน จึง สามารถปลูกผักได้ และควรรดน้ าให้ชุ่มทุกวัน 4
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 77 หลังจากที่เกษตรกรเตรียมแปลงปลูกเป็นที่เรียบร้อยแล้วซี่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 20-30 วัน และจะพอดีกับต้นกล้าผักสลัดซึ่งมีการเจริญเติบโต อายุครบ 20 วันพอดี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและฤดูกาล หากเป็นในช่วงฤดูหนาว ต้นกล้าผักสลัดจะเจริญเติบโตได้เร็วกว่าช่วงฤดูร้อน C การย้ายกล้าผักสลัดลงในแปลงปลูก ของดิน เพราะระยะการปลูกจะส่งผลต่อผลผลิตและ คุณภาพ การปลูกระยะชิดเกินไปจะท าให้ขนาดต้น ผักสลัดมีขนาดเล็กกว่าปกติและยืดสูงน้ าหนักเบา ส่วนการปลูกระยะห่างเกินไปจะท าให้ไม่ได้รูปทรง ควรใช้ระยะปลูก 15-20 x 20-30 เซนติเมตร ในพื้นที่ ขนาดแปลงปลูก 1.50 x 30 เมตร จะสามารถปลูก สลัดได้ประมาณ 1,000 – 1,200 ต้น (สมมติ ต้นละ 100 กรัม ก็จะได้ผลผลิตประมาณ 120 กิโลกรัม/ แปลง) วิธีการปลูก ต้นกล้าที่เจริญเติบโตจากเมล็ดเริ่ม ตั้งแต่หยอดเมล็ดลงในถาดเพาะเป็นเวลาประมาณ 20 วัน ซึ่งในช่วง 7 วันแรก ต้องคอยดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ ดูแลสภาพแวดล้อมให้มีความเหมาะสม การย้ายกล้าปลูก ผักสลัดเป็นพืชกินใบอายุ ค่อนข้างสั้นไม่นิยมเพาะในแปลงและถอนกล้าปลูก เนื่องจากต้นกล้าที่ถอนออกมารากจะขาดไม่มีดินติดมา กับรากท าให้ต้นกล้าชะงักการเจริญเติบโต ใบล่างจะ เหี่ยวร่วง เพราะรากที่ไม่มีดินติดมาจะไม่สามารถดูด อาหารได้ทันทีจะต้องสร้างรากใหม่ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการสะสมอาหารในต้น แนะน าให้ เพาะในถาดเพาะซึ่งสามารถท าการย้ายกล้าไปปลูกใน แปลงได้ง่ายกว่า ควรย้ายกล้าปลูกเมื่อมีใบจริง 3-4 ใบ ระวังอย่าให้ดินที่หุ้มรากแตกและควรย้ายในช่วงเวลา ตอนเย็นเพราะเป็นช่วงที่สภาพอากาศเหมาะสมที่สุด การเว้นระยะปลูก การปลูกผักสลัดขึ้นอยู่กับ สายพันธุ์ ฤดูกาลปลูก สภาพและความอุดมสมบูรณ์
78 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ D การดูแลรักษา/การให้น้ า/ให้ปุ๋ย รากส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85 จะอยู่ในระดับความลึก 25 – 35 เซนติเมตร เนื่องจากมีระบบรากตื้น จ าเป็นต้องให้ความชื้น สม่ าเสมอ โดยเฉพาะในฤดู ร้อนดินจะแห้งเร็ว ท าให้พืชแสดงอาการขาดน้ าได้ ง่าย นอกจากนี้ในฤดูฝนในพื้นที่ที่มีน้ าขัง อาจจะท า ให้รากชะงักการเจริญเติบโต เน่าตายได้ง่าย การดูแลรักษา เนื่องจากผักสลัดเป็นพืชที่มี อายุสั้น เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการดูแลเอา ใจใส่ต้องให้ความส าคัญ โดยเฉพาะธาตุอาหารและน้ า ต้องเพียงพอ การให้น้ า ส าหรับการให้น้ าทางไร่คุณพ่อได้ แบ่งเวลาการให้น้ าเป็น 3 ช่วง เวลา คือ ช่วงเช้า ช่วง เที่ยงวัน และช่วงเย็น หากเป็นฤดูร้อนจะให้น้ า มากกว่า 3 ครั้งขึ้นไป เพื่อเป็นการลดอุณหภูมิทั้งใน ดินและอากาศ แต่ถ้าหากเป็นช่วงฤดูฝน จะท าการรด น้ าแค่ 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเช้า และ ช่วงเย็น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ซึ่งเป็นเทคนิคอีกอย่างที่จะท า ให้ผักมีรสชาติที่กรอบ หวานและไม่ขม เพราะในผัก สลัดทุกชนิดประกอบด้วยน้ า 95 เปอร์เซ็นต์ จะมี อัตราการคายน้ าสูง ดังนั้นควรจะมีความชื้นอย่าง เพียงพอและสม่ าเสมอ ตลอดฤดูกาลปลูก เพื่อป้องกัน พืชเหี่ยว ชะงักการเจริญเติบโต โดยการเจริญเติบโต ของรากผักสลัดในแต่ละพันธุ์จะแตกต่างกัน
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 79 ระบบการให้น้ า เนื่องจากพื้นที่ทางไร่คุณพ่อมี ขนาดเล็ก (ประมาณ 3 ไร่) ไม่สามารถขุดเป็นบ่อขนาด ใหญ่เพื่อกักเก็บน้ าได้ จึงท าการเจาะน้ าบาดาลและสูบ ขึ้นมาบนถังเก็บน้ าขนาด 3,000 ลิตร ก่อนจะใช้ปั๊ม แรงดันส่งน้ าส่งต่อไปยังแปลงปลูกผักแต่ละแปลง หัวสปริงเกอร์แบบท าเอง ประหยัด งบประมาณและน้ าเป็นฝอยได้ดีมาก ระบบน้ าบาดาลติดตั้งปั๊มแรงดันเพื่อ กระจายน้ าเข้าสู่แปลงปลูก
80 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ การให้ปุ๋ย อัตราการให้ปุ๋ยและระยะเวลาที่ พอเหมาะที่จะใส่ปุ๋ยจะมีอิทธิพลต่อผลผลิตและ คุณภาพเป็นอย่างมาก ดังนั้นควรเลือกเวลาและช่วง ระยะเวลาที่เหมาะสม โดยเวลาที่เหมาะสมในการให้ ปุ๋ยทางใบคือช่วงเช้า เพราะปากใบพืชจะเปิดและ สามารถดูดธาตุอาหารเข้าสู่ปากใบได้ดีมากกว่า ช่วงเวลาอื่น ทางไร่คุณพ่อได้ให้ปุ๋ยทางใบในช่วงที่ อายุของผักสลัดครบ 15 วัน (หลังจากย้ายลงแปลง ปลูก) และหลังจากนั้นจะให้ทุกๆ 7 วัน อัตราส่วนผสม น้ าซอสพืช (กรดอะมิโนที่ ได้จากน้ าหมักถั่วเหลือง) 100 ซีซีต่อน้ าสะอาด 20 ลิตร (100 ซีซี : 20 ลิตร) ฉีดพ่นหรืออาจใช้บัวรดน้ า อัตราส่วนผสม 50 ซีซี : น้ าสะอาด 5 ลิตร รดในช่วง เช้า นอกจากนี้ในน้ าซอสพืชยังมีเชื้อ บาซิลลัส ซับที ลิส (Bacillus subtilis )ห รือเชื้อ บีเอส ที่ช่วย ป้องกันโรคใบด่าง ใบจุดได้ นั้นแสดงว่าพ่นครั้งเดียว ได้ทั้งธาตุอาหารได้ทั้งป้องกันโรคในเวลาเดียวกัน ผักกาดขาวปลีพันธุ์เบาหลังจากพ่น น้ าซอส พืช (กรดอะมิโนที่ได้จากน้ าหมักถั่วเหลือง) ฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 81
82 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 83 กรดอะมิโน (Amino acid) กับการเกษตร กรดอะมิโน ส าหรับพืช : พืชจะสร้างกรดอะมิโนที่จ าเป็นขึ้นมาจากองค์ประกอบพื้นฐานซึ่งคือ คาร์บอน, ออกซิเจน, ไฮโดรเจน, และไนโตรเจน เริ่มแรกนั้นพืชจะน าคาร์บอนและออกซิเจนที่ได้จากอากาศมา ผสมกับไฮโดรเจนที่ได้จากน้ าในดิน สิ่งที่ได้เรียกว่า Carbon Hydrate กระบวนการนี้เรียกว่าการสังเคราะห์ด้วย แสง จากนั้น Carbon Hydrate ที่ว่านี้จะถูกน าไปผสมกับไนโตรเจนที่พืชดูดซึมมาจากดิน สิ่งที่ได้ก็คือ “กรดอะมิ โน ชนิด L” การที่พืชได้รับกรดอะมิโนในปริมาณที่พอเหมาะเป็นที่รู้กันว่าจะน าไปสู่ปริมาณ และคุณภาพของ ผลผลิตที่มากขึ้น แต่ก็มักมีข้อจ ากัดตามธรรมชาติที่พืชไม่สามารถสร้าง กรดอะมิโน ได้ในปริมาณที่เพียงพอต่อ ความต้องการของพืช ท าให้ในบางสภาวะ พืชขาดกรดอะมิโน จนท าให้พืชไม่สมบูรณ์ หรือ ออกดอก ออกผลได้ไม่ มากพอ หรือผลผลิตไม่สมบูรณ์ ไม่ดีและไม่มีคุณภาพ การแก้ปัญหาดังกล่าวโดยการน ากรดอะมิโน หรือกรดอะมิโน ส าเร็จรูป มาใช้ในการเกษตร เพื่อให้พืชน าไปใช้ประโยชน์ได้เลย ไม่ต้องผ่านขบวนการทางชีวเคมีที่พืชต้องสร้างขึ้น เอง เสมือนหนึ่งเป็นสารบ ารุงพืช (Plant growth promoter) เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพที่ สมบูรณ์ กรดอะมิโน เป็นส่วนส าคัญส าหรับการสังเคราะห์โปรตีน ในแต่ละขั้นของการสังเคราะห์ จะมีกรดอะ มิโน ประมาณ 20 ชนิด ที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษาพบว่า กรดอะมิโน มีส่วนส าคัญต่อกระบวนการทางชีวภาพของ พืช ทั้งทางตรง และทางอ้อมนอกจากการให้ “กรดอะมิโน” ทางใบแล้วยังสามารถให้ทางดินได้อีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อ ช่วยให้สิ่งมีชีวิตจ าพวกแบคทีเรียในดินเจริญเติบโตดีขึ้น ซึ่งจะน าไปสู่การมีดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุมากยิ่งขึ้น โดยสรุปคือ การฉีดพ่น กรดอะมิโน แบบน้ าให้พืชทางใบนั้น เป็นการให้ กรดอะมิโน ที่ส าคัญ และจ าเป็นแก่พืช โดยพืชสามารถน าไปใช้สังเคราะห์เป็นโปรตีนได้ทันที เสมือนการให้ปุ๋ยทางลัด และเร่งการเจริญเติบโตของพืชทุก ชนิด กรดอะมิโน มีคุณสมบัติในการท าหน้าที่ต่อต้นพืช ดังต่อไปนี้ • ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนให้กับต้นพืช • ช่วยลดความเครียดของต้นพืช ที่เกิดจากสภาวะที่ไม่เหมาะสม เช่น อากาศร้อน น้ ามากเกินไป ขาดน้ า ความหนาวเย็น • ช่วยในการสังเคราะห์แสงของต้นพืช • ช่วยในการบังคับการ ปิด-เปิด ปากใบ ของพืช เพื่อลดการสูญเสียน้ าในต้นพืช
84 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ • ช่วยกระตุ้นการท างานของ ฮอร์โมนพืช เช่น อ๊อกซิน (auxins) เอทิลีน (ethylene) • ช่วยส่งเสริมการผสมละอองเกสรและการติดผล • ช่วยท าให้ผนังเซลล์ของเนื้อเยื่อพืชแข็งแรง ท าให้ผลไม้มีคุณภาพและสุกตามอายุ ผลการวิเคราะห์กรดอะมิโน (Amino acid) จากสารสกัดจากถั่วเหลือง (สูตรไร่คุณพ่อ) รายการทดสอบ ผลการทดสอบ หน่วย Amino Acid Profile Alanine 924.4 Mg/100g Arginnine < 5.00 Mg/100g Aspartic acid 218.9 Mg/100g Cystine 94.81 Mg/100g Glutamic acid 712.6 Mg/100g Glycine 100.4 Mg/100g Histidine 488.7 Mg/100g Hydroxylysine < 5.00 Mg/100g Hydroxyproline < 5.00 Mg/100g Isoleucine 330.6 Mg/100g Leusine 738.8 Mg/100g Lysine 3101 Mg/100g Methionine 37.79 Mg/100g Phenylalanine 829.4 Mg/100g Proline 147.1 Mg/100g Serine 78.66 Mg/100g Threonine 43.27 Mg/100g Tryptophan 68.70 Mg/100g Tyrosine 622.4 Mg/100g Valine 184.3 Mg/100g ที่มา : ส่งตรวจวิเคราะห์บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จ ากัด จังหวัดเชียงใหม่ (ปี พ.ศ.2557)
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 85 ผลการวิเคราะห์ธาตุอาหารหลัก จากสารสกัดจากถั่วเหลือง รายการทดสอบ ผลการทดสอบ หน่วย pH 5.02 - Phosphorus (Total P2O5 ) 1.12 %(wt/wt) Total Nitrogen (Total N) 2.37 g/100g Potassium (Total K2O) 1.46 %(wt/wt) Humic acid 3.26 g/100g ที่มา : ส่งตรวจวิเคราะห์บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จ ากัด จังหวัดเชียงใหม่(ปี พ.ศ.2557)
86 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ
เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า: ไร่คุณพ่อ 87
88 เทคนิคการปลูกผักสลัดส าหรับมือใหม่แบบจับมือท า : ไร่คุณพ่อ หลังจากที่มีเก็บผลผลิตออกจากแปลงไป แล้ว ควรมีการพักแปลงหรือใช้วิธีหมักดินด้วยน้ า หมักจากถั่วเหลืองหรือน้ าหมักจากเศษปลา แนะน า ให้ใช้ร่วมกันกับ เชื้อไตรโคเดอม่า (Trichoderma sp.) ผสมตามสัดส่วนที่ระบุในฉลากของแต่ละยี่ห้อ หรือเชื้อสดที่เกษตรสามารถท าได้เอง ท าการพรวน ดินตากไว้ประมาณ 2-3 วัน โดยผสมน้ าใส่บัวราด ทางดินหรือผสมปล่อยไปกับระบบน้ าเพื่อป้องกัน โรคที่อยู่ในดิน เช่น โรครากเน่า โคนเน่า เป็นต้น ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาในช่วงที่สภาพอากาศมี ความชื้นฝนตกชุกซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้ ง่ายเราจึงป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดภายใน แปลงปลูกต่อไปได้ หรืออาจจะใช้วิธีปลูกพืชชนิดอื่น สลับ สภาพวัสดุที่ผ่านกระบวนการหมักด้วยเชื้อรา ไตรโคเดอม่า (Trichoderma sp.) เมื่อผ่าน ไปประมาณ 7-10 วัน จะเกิดเส้นใยสีขาวปก คลุมทั่ววัสดุ พรวนดินในแปลงปลูกหลังจากเก็บเกี่ยว ผลผลิตเพื่อท าการตากดินและราดด้วยน้ าหมัก ถั่วเหลือง+เชื้อราไตรโคเดอม่า