The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ซูไวบ๊ะห์ มาหะมะ, 2021-07-03 11:30:31

hh

hjgt

Keywords: b

ความปลอดภยั ยุคดจิ ิทลั

ความเปน็ ส่วนตวั

รอยเทา้ ดจิ ทิ ัล หยุด คิด เชอ่ื ม

สือ่ ดจิ ทิ ลั

การพิสจู น์บคุ คล การกาหนดสิทธิ

มลั แวร์

การหลอกลวง

การป้องกัน รหสั ผา่ น อันตรายจากสาธารณะ

...ครูดา...

รอยเทา้ ดิจทิ ัล
Digital Footprint

ขอ้ เขียน รูปภาพ สิ่งต่าง ๆ
ที่เราเขียนหรือลงไว้ใน Social Media
ไมว่ ่าจะเป็น Facebook, Twitter,

Instagram, Social Cam
ฯลฯ

“ข้อมลู พนื้ ฐานของ
Digital Footprint”

• ภาพหรอื ข้อมลู ส่วนตัว เชน่ หมายเลขโทรศัพท์ ท่ีอยู่ หมายเลขบัตรประชาชน
• การดาเนินชีวติ และ การเปน็ อยู่ของเรา
• ภาพกับเพื่อนกลมุ่ ต่างๆ
• ความสมั พนั ธ์กบั คนตา่ งๆ ยกตัวอยา่ งเช่น เพอ่ื นใน Facebook (เพื่อนร่วมงาน เจา้ นาย)

“อนั ตรายของการทง้ิ
Digital Footprint”

• ทดสอบคน้ หาชือ่ ตวั เอง ...ครดู า...
• ข้อมลู มีโอกาสโดนทาสาเนาไปนับไม่ถว้ น
• อยใู่ นมอื ผไู้ มห่ วงั ดี
• เสียภาพพจน์ และ ภาพลักษณ์ โดยไมอ่ าจแก้ไขได้

การพสิ จู นต์ ัวตน

การพิสูจน์ตวั บคุ คลโดยใช้ 2 ปจั จัย
(Two-Factor Authentication)

คือ การใช้ปจั จยั ทส่ี อง ร่วมกบั การล็อกอินด้วย
รหัสผา่ นตามปกติ
ซ่ึงหลังจากการลอ็ กอนิ ด้วยรหสั ผา่ นแลว้
ระบบจะถามรหสั ยนื ยนั จากอปุ กรณอ์ น่ื
เชน่ โทรศัพท์มอื ถอื หรือ Token
เพอื่ ความปลอดภยั มากข้นึ อาทิ
Google 2 Factor Authentication เป็นตน้

การพิสูจนต์ ัวบคุ คล โดยใชห้ ลายปัจจัย
(Multi-Factor Authentication)

กลไกของการพิสจู นต์ วั ตน (Authentication mechanisms)
สามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 3 คุณลกั ษณะคือ
1. สง่ิ ทีค่ ณุ มี (Possession factor) เช่น กุญแจหรือเครดติ การ์ด เป็นตน้
2. ส่งิ ท่ีคุณรู้ (Knowledge factor) เชน่ รหัสผ่าน (passwords) หรอื การใช้พิน (PINs)
เป็นตน้
3. สิง่ ทีค่ ณุ เปน็ (Biometric factor) เช่น ลายนิ้วมอื รูปแบบเรตนิ า (retinal patterns)
หรือใช้รูปแบบเสยี ง (voice patterns) เปน็ ต้น

...ครดู า...

การเขา้ รหสั ข้อมลู

HTTPS ย่อมาจาก Hypertext Transfer Protocol Secure
หรอื Hypertext Transfer Protocol Over SSL (Secure
Socket Layer) เป็นการทางานเหมอื นกบั HTTP ธรรมดา

แต่ทาอยบู่ น SSL
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความปลอดภัยในการส่งข้อมลู มากย่ิงข้ึน

มรี ูปแบบดังนี้
• การใชง้ าน URL จะเข้าตน้ ดว้ ย https:// ตามด้วยชอ่ื ของเวป็ ไซต์
• ทางานท่ีพอร์ต(port) 443 (มาตรฐาน)
• สง่ ขอ้ มูลเป็นแบบ Cipher text คอื มีการเขา้ รหสั ขอ้ มลู ในระหว่างการสง่ (Encryption) สามารถถกู
ดกั จบั ไดแ้ ตอ่ า่ นข้อมูลน้นั ไม่รู้เร่ือง
• มกี ารทา Authentication เพือ่ ตรวจสอบยนื ยนั ระบตุ วั ตน

WPA2 คือ เทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยทป่ี กป้อง
เครอื ข่าย Wi-Fi โดยการเขา้ รหสั การจราจรบนเครอื ขา่ ย
นอกจากน้ี ยังทาให้ผู้ใชท้ ่ีไม่ไดร้ ับอนญุ าตเข้าถึงเครอื ขา่ ยได้ยากข้นึ

...ครดู า...

มลั แวร์

(malware – malicious software)

คือ โปรแกรมที่ถกู สรา้ งขนึ้ มาเพ่อื
ประสงค์รา้ ย***ต่อเคร่อื งคอมพวิ เตอร์

และเพอ่ื มาล้วงข้อมลู สาคญั ไปจาก
ผู้ใชง้ านคอมพิวเตอร์

มัลแวร์มอี ยหู่ ลายชนดิ ดว้ ยกัน ซึง่ สามารถแบ่งออกเปน็ 6 ชนดิ ดว้ ยกันคือ
1. ไวรสั (Virus) เป็นโปรแกรมทตี่ ดิ ตอ่ จากไฟลห์ นง่ึ ไปสอู่ กี ไฟลห์ น่ึงได้ และสามารถส่งผ่านไฟล์ด้วย

การแนบไวรสั ไปกบั ไฟล์ทเ่ี ราสง่ ไปยังเครอื่ งคอมพิวเตอร์อกี เครือ่ งหน่งึ ได้ โดยไวรัสจะทาการทาลายทั้ง
ฮารด์ แวร์และซอฟแวรใ์ นเคร่อื ง พร้อมกับไฟล์ท่ีไวรัสแฝงตวั เองเพ่ือแพรก่ ระจายไปสู่เครือ่ งอ่นื ๆดว้ ย

2. เวริ ์ม (Worm) สามารถทจี่ ะแพร่ขยายตัวเองโดยทไ่ี มต่ ้องมโี ปรแกรมอนื่ ในการแพร่กระจายก็ได้

เชน่ กนั เป้าหมายของเวิร์มจะจอ้ งทาลายระบบเครอื ขา่ ย และขยายการแพรก่ ระจายไปยังคอมพิวเตอรต์ วั อน่ื ๆ
โดยการสง่ อเี มล์หรอื ช่องโหวข่ องระบบปฎบิ ตั กิ ารณ์

3. โทรจนั (Trojan Horse) เป้าหมายของมัลแวร์ตัวนี้จะค่อยจ้องทาลายระบบและเปดิ ช่องโหวใ่ ห้กบั

ผไู้ ม่หวังดเี ข้ามาทาลายระบบและควบคมุ จากระยะไกล และไมแ่ พรก่ ระจายไปยังไฟลอ์ น่ื ๆ

4. สปายแวร์ (Spyware) จะไม่แพรก่ ระจายไปยังไฟลอ์ น่ื ๆ เหมือนกบั โทรจัน โดยเป้าหมายของ

สปายแวร์นัน้ จอ้ งที่จะรบกวนและละเมดิ ความเปน็ ส่วนตวั ของผู้ใช้.

5. Hybrid Malware/Blended Threats เปน็ มลั แวร์ทอ่ี ันตรายมากเพราะรวมความสามารถของ

ไวรสั เวริ ม์ โทรจนั สปายแวร์ ไวด้ ้วยกัน

6. Phishing เปน็ มลั แวร์ทจี่ ้องจะขโมยข้อมลู ทางการเงิน เช่น บตั รเครดิตหรือพวก Online bank

account

การหลอกลวง (Scam)

ใช้เรยี กพฤติกรรม ท่มี ีเจตนาหลอกลวง ใหเ้ สยี ทรัพย์
ให้เสียขอ้ มลู ตัวอย่าง การหลอกลวงทางอินเทอรเ์ นต็

เช่น Email Scams Phishing Scam เปน็ ต้น

Phishing

• คาที่ใช้เรยี กเทคนคิ การหลอกลวงโดยใชอ้ ีเมลหรอื หนา้ เวบ็ ไซตป์ ลอมเพื่อให้ได้มาซึง่ ขอ้ มลู
• เชน่ ชอ่ื ผู้ใช้ รหสั ผา่ น หรอื ขอ้ มลู ส่วนบุคคลอนื่ ๆ เพอื่ นาข้อมูลท่ไี ดไ้ ปใชใ้ นการเขา้ ถึงระบบโดย

ไม่ได้รับอนุญาต หรอื สร้างความเสยี หายในดา้ นอนื่ ๆ เชน่ ด้านการเงนิ เป็นตน้

...ครดู า...

Mobile Security and Privacy

Mobile Security and Privacy
• การเก็บขอ้ มลู สาคญั
• เกดิ อะไรขึ้นถ้าโทรศัพท์เคล่ือนทหี่ าย
• การสง่ ตาแหนง่ ท่ียูข่ องอปุ กรณ์ไปยงั เคร่อื งแม่ขา่ ย

ตลอดเวลา
• การสารองขอ้ มูลบนมอื ถอื
• เอกสารงานสาคญั บนโทรศัพทเ์ คลอ่ื นท่ี

รหสั ผ่านท่ีไม่ควรต้ัง
• ใช้รหสั เดยี วกนั หมด รู้รหัสเดียวสามารถเข้าถงึ ได้หมด
• ไม่มกี ารเปลีย่ นรหสั ผ่า
• คาดเดาง่ายเชน่ 1234567
• ประกอบด้วยขอ้ มลู บคุ คล เชน่ วันเกิด เบอร์โทร
• ใช้คามีความหมาย เช่น ชอื่ เล่น love happy
• ใช้ตัวพิมพ์ท้ังหมด ไม่มีตัวเลขหรอื ตวั อักษรผสม

รหสั ผ่านทด่ี ี
• ใชร้ หัสผ่านทยี่ าว (อย่างนอ้ ย 7 ตวั )
• ใชต้ วั อักษรตวั พมิ พ์ใหญแ่ ละตวั พิมพเ์ ลก็ ตวั เลข
รวมทั้งสญั ลักษณ์ต่างๆ ประกอบกนั
• ใช้สญั ลกั ษณอ์ ย่างน้อยหนง่ึ ตัวในตาแหน่งที่ 2–6
• ใชต้ วั อักษรท่ีแตกต่างกันอยา่ งนอ้ ย 4 ตวั (อยา่ ใช้
ตัวอกั ษรซ้ากัน) ใชต้ วั เลขและตวั อกั ษรแบบสมุ่

พฤตกิ รรมเสี่ยง เม่อื ใช้อปุ กรณ์ในทสี่ าธารณะ ...ครูดา...

• เชือ่ มกับไวไฟทไ่ี ม่ไดเ้ ข้ารหสั
• ไมร่ ะวงั ว่ามีผู้อ่นื แอบฟงั บทสนทนาอยู่
• ไม่ระวงั ผู้อื่นแอบหนา้ จอ
• ไมร่ ะวงั รอบตวั

การหลอกลวงออนไลน์ (Fraud)

5 ข้อควรระวังเม่อื ใช้บตั รเครดิตซอ้ื ของออนไลน์
• อยา่ ให้หมายเลขบัตรผ่านทางอเี มลล์
• ตรวจสอบความนา่ เช่ือถือของรา้ นค้าเสมอ
• แนใ่ จวา่ เวบ็ ไซต์ต่างๆปลอดภัยสาหรับคุณ
• เช็คยอดหน้ใี นบัตรเครดติ อย่างละเอียด
• ไมม่ ีการส่งลงิ ค์หรอื ส่งขอ้ มูลสาคัญทางอีเมลล

การปอ้ งกนั ไม่ให้ตกเปน็ เหยอ่ื การหลอกลวงออนไลน์
• ตั้งรหสั ผา่ นที่ยากตอ่ การคาดเดา
• สังเกตคุ วามเปลยี่ นแปลง เช่น มีโปรแกรมแปลกปลอมหรอื ไม่
• หมน่ั ปรบั ปรงุ ระบบปฏิบตั ิการและโปรแกรมตา่ ง ๆ
• ลงซอฟตแ์ วร์เท่าทีจ่ าเปน็
• หลกี เลี่ยงเวบไซคเ์ ส่ยี ง
• ระวงั การใชง้ านเมือ่ อยูใ่ นทีส่ าธารณะ
• ไมเ่ ปิดเผยขอ้ มูลสว่ นตวั
• ปฏิบตั ติ ามกฏหมายเกียงกบั การใช้งานอนิ เตอรเ์ นต็

อันตรายจากการใช้ Wifi สาธารณะ
รปู แบบ การ hack บนเครอื ข่าย Wireless
• Sniffing เปน็ การใช้โปรแกรมในการดกั จบั packets ที่ผ่านไปมาบนเครอื ข่ายไวเลสท่ไี ม่มีความปลอดภัย
(ฟรี wifi network)
• Sidejacking เป็นเทคนคิ ในการดักจับ cookie sessions เพ่อื login เข้าใช้ account facebook
ของคณุ เปน็ ตน้ โดยไม่ต้องใช้ username หรือรหัสผา่ น
• Evil Twin/Honeypot เทคนิคในการสรา้ ง access point ปลอมขึน้ มา
เพอ่ื หลอกให้คุณเข้าใช้ โดยตง้ั ชือ่ access point ให้เหมือนกับ
เครอื ขา่ ยไวเลสท่คี ณุ ใช้อยู่ประจา หลงั จากน้ัน จะใช้โปรแกรม hack
password หรอื โปรแกรมดกั จับขอ้ มลู เพ่อื เกบ็ ขอ้ มลู การใชง้ าน

อินเตอรเ์ นต็ ...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

ความเขา้ ใจสื่อดจิ ทิ ลั

การรู้เทา่ ทนั ส่อื และ
สารสนเทศ

ความเขา้ ใจสือ่ ดิจทิ ลั

ความเขา้ ใจสารสนเทศ ACRL
Information Literacy
ลาดบั ข้ึน DIKW การพัฒนาความรู้

การคิดเชงิ วพิ ากษ์

ข้อเท็จจรงิ ข้อคิดเหน็ ความจริง ความเปน็ จรงิ
การคดิ เชงิ คานวณ

การนาเสนอ การนาเสนอด้วยภาพ

การเลา่ เรื่อง

อินโฟกราฟิกส์

...ครดู า...

การรู้เทา่ ทันสื่อและสารสนเทศ

(Media and Information Literacy- MIL)

แนวคิดแบบผสม การรเู้ ทา่ ทันสอื่ และขอ้ มลู (Media and Information

Literacy- MIL) เปน็ แนวคิดแบบผสม

การรเู้ ท่าทันสอ่ื MIL ทกั ษะดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ
(Media Literacy) (ICT skills)
การรเู้ ทา่ ทนั สารสนเทศ
ความสามารถในการเขา้ ถงึ (Information Literacy) ความสามารถในการใช้
เข้าใจ ประเมิน ใช้ และ เทคโนโลยดี จิ ติ อล
สร้างสารสาหรับสอื่ ไดใ้ น ชุดความสามารถทีท่ าให้
บุคคลตระหนักไดเ้ ม่ือ เครอื่ งมือการสอ่ื สาร และ/
หลายรูปแบบ จาเปน็ ต้องมีขอ้ มลู และมี หรือเครอื ขา่ ยทเี่ หมาะสม
ความสามารถในการเขา้ ถึง เพือ่ แก้ไขปญั หาขอ้ มูล
ประเมนิ และใชข้ ้อมูลจาก เพือ่ ทจี่ ะทาหน้าท่ีตา่ งๆ
ไดใ้ นสงั คมข้อมูลขา่ วสาร
หลายๆ แหลง่
...ครูดา...
องค์ประกอบของ MIL
มี 3 องค์ประกอบ

1. เข้าถึง/ ดงึ ส่ือและขอ้ มลู มาใช้
2. ประเมนิ /เขา้ ใจส่ือและขอ้ มลู
3. ใช/้ ส่อื สาร/สร้าง สื่อและขอ้ มูล

แนวโนม้ หลักๆ ของโลก

1. การปฏิวัตกิ ารพฒั นา การปฏวิ ตั อิ ินโฟมีเดยี
เทคโนโลยีสารสนเทศ • ทศวรรษ 1990
• ผสานเทคโนโลยีสอ่ื กบั เทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์
(ICTs)

2. การเปลย่ี นผ่านไปสู่ • สังคมอุตสาหกรรม --> สงั คมแห่งความรู้
สังคมแห่งความรู้ • ประชากรส่วนใหญ่ : คนทางานดา้ นความรู้
• ขอ้ มูลเปน็ ปัจจยั การผลิต
• UNESCO 2548: มุ่งสูส่ ังคมแหง่ ความรู้
• บทบาททส่ี าคัญของความร้ใู นการสงั คมท่ีมีศักยภาพมากขนึ้

(1) ทรพั ยากรมนษุ ย์

การรบั การผลิต และการส่งผ่านข้อมูล/ ความรู้ เปน็ สิ่งสาคญั ในภาคส่วนต่าง ๆ ทางสังคม เศรษฐกจิ การเมือง

และวฒั นธรรม
• การบ่มเพาะประชากรท่ีร้เู ท่าทันสอ่ื และสารสนเทศกลายเปน็ สงิ่ สาคัญสาหรบั การพัฒนาสังคม
• เศรษฐกิจแหง่ ความรู้: คนทางานความรูท้ ม่ี คี วามสามารถ

(2) สงั คมความรูท้ ี่พงึ ปรารถนา
พันธกิจของยเู นสโกเร่อื งสังคมแห่งความรู้
• สงั คมแหง่ ความร:ู้ เทา่ เทยี ม หลากหลาย ไม่กีดกนั และมีสว่ นร่วม
• อย่บู นฐานของหลักการหลักส่ีประการ:

1. การเขา้ ถึงการศึกษาถว้ นหน้าอย่างเท่าเทยี ม
2. การเขา้ ถงึ ข้อมูลอยา่ งถว้ นหนา้
3. ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษา
4. เสรภี าพในการแสดงความเห็น

(3) ช่องว่างในการใช้ดจิ ิตอล
• ครอบครวั ท่มี รี ายได้น้อย; ชนกลมุ่ นอ้ ย; ประชาชนในประเทศกาลังพัฒนา
• การเข้าถึงเชิงกายภาพได้รับการพัฒนาขน้ึ
• ชอ่ งว่างในการใชด้ จิ ิตอล

...ครดู า...

แนวโน้มหลักๆ ของโลก

3. วิธกี ารเรยี นรูใ้ หม่ๆ การเปลีย่ นแปลงรปู แบบการเรียนรู้
ของคนยุคเนต็ •สังคมเกษตรกรรม --> เรียนรู้จากผู้ปกครองและสมาชิกในชุมชน
•สงั คมอตุ สาหกรรม --> เรยี นรู้ในโรงเรียน
(Net Generation)

สังคมความรู้
• ไมใ่ ชก่ ารเรยี นรู้จากตารา
• การเรยี นทางไกล โรงเรียนที่ไม่มีอาคาร
• การเรียนผ่านทางเทคโนโลยเี ครือข่ายการสือ่ สาร (เครอื ข่ายสงั คมออนไลน์ ฐานขอ้ มูล จดหมายเหตุออนไลน์...)
ในสภาพแวดลอ้ มแบบเคลอื่ นท่ี
• การเรยี นรู้ชวั่ ชีวติ ผใู้ หญ่และเด็กเรยี นรรู้ ่วมกัน ความร้ขู องเมอื่ วานกลายเปน็ ส่ิงไมม่ ปี ระโยชนไ์ ป

กรอบเร่อื งการเรียนรู้ • การรเู้ ทา่ ทนั คอมพวิ เตอร์
ท่กี าลังเบง่ บานในยุคใหม่ • การรเู้ ทา่ ทัน ICT

• การรเู้ ทา่ ทันอินเทอร์เน็ต
• การรู้เทา่ ทันสอ่ื ใหม่
• การรเู้ ทา่ ทันไซเบอร์
• การร้เู ทา่ ทนั ดจิ ิตอล
• การรเู้ ท่าทนั อิเลก็ ทรอนิคส์
• การรู้เท่าทนั เคร่ืองมือสือ่ สารเคล่ือนที่ (mobile)
• ความช่าชองเร่ืองข้อมลู

การรู้เทา่ ทันดิจติ อลและส่อื ...ครูดา...

การรู้เท่าทันสื่อ + การร้เู ทา่ ทนั ดจิ ติ อล
ความเขา้ ใจว่าบคุ คลเปน็ ท้ังผูผ้ ลิตและผู้บรโิ ภคเน้ือหาของสือ่
และความเข้าใจถงึ ผลการเปลยี่ นแปลงทางสงั คมและวัฒนธรรมท่เี กิดขึน้
เนอ่ื งจากส่งิ นี้ ทาให้ความสามารถเพ่ือการรู้เท่าทนั สอื่ ทกุ วันน้ี
รวมถึงการคดิ วพิ ากษ์ ทกั ษะการส่อื สารและการจัดการขอ้ มูล ที่สะทอ้ นถึง
ความตอ้ งการและขอ้ เทจ็ จริงของวฒั นธรรมดิจิตอล

การเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี 21

กรอบแนวคิดเพ่อื การเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21

เป้าหมายของการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21

...ครดู า...

การเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21

ทกั ษะการเรียนรแู้ ละนวตั กรรม หรอื 3R และ 4C

3 R ไดแ้ ก่ 4 C ได้แก่
Critical Thinking - การคดิ วเิ คราะห์,
• Reading (การอ่าน) Communication- การส่ือสาร
• การเขยี น(Writing) Collaboration-การร่วมมือ
• คณติ ศาสตร์ (Arithmetic) Creativity-ความคิดสรา้ งสรรค์

รวมถึงทักษะชวี ติ และอาชพี และทักษะด้านสารสนเทศส่อื และเทคโนโลยี
และการบรหิ ารจดั การด้านการศกึ ษาแบบใหม่

ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

• ความรเู้ กีย่ วกับโลก (Global Awareness)
• ความรเู้ ก่ยี วกบั การเงิน เศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ และ

การเป็นผู้ประกอบการ (Financial, Economics,

Business and Entrepreneurial Literacy)
• ความร้ดู า้ นการเปน็ พลเมอื งทีด่ ี (Civic Literacy)
• ความรู้ดา้ นสุขภาพ (Health Literacy)
• ความร้ดู า้ นสง่ิ แวดลอ้ ม (Environmental Literacy)

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

แนวปฏบิ ตั ิ
ในสังคมดิจิทลั

แนวปฏบิ ตั ใิ นสังคมดิจทิ ัล

แนวปฏบิ ตั ิ

มารยาทเน็ต มารยาทใช้โทรศพท์ การเอาใจใส่ผู้อน่ื

สอ่ื ดจิ ทิ ลั ยแุ หย่ ประทุษวาจา ข่าวลือ

Cyberbullying พฤตกิ รรมบคุ คล
อนั ตราย
พฤติกรรมสร้าง
ความราคาญ
เปิดเผยขอ้ มูล

สว่ นตัว

...ครูดา...

แนวปฏบิ ตั ใิ นสงั คมดิจิทัล
(Digital Etiquette)

Netiquette เปน็ คาท่ีมาจาก “network etiquette” หมายถงึ

จรรยามารยาทของการอยู่ร่วมกันในสังคมอนิ เทอร์เน็ต หรือ cyberspace
ซึ่งเปน็ พ้นื ที่ท่ีเปิดโอกาสให้ผคู้ นเข้ามาแลกเปล่ยี น สือ่ สาร และทากิจกรรมรวมกนั
ชมุ ชนใหญบ่ า้ ง เล็กบ้างบนอนิ เทอร์เนต็ น้ัน กไ็ มต่ ่างจากสงั คมบนโลกแห่งความ

เปน็ จรงิ ซึง่ จาเป็นต้องมีกฎกตกิ า (codes of conduct) เพ่ือใช้เปน็ กลไก
สาหรับการกากบั ดูแลพฤติกรรมและการปฏิสมั พนั ธข์ องสมาชิก

บญั ญตั ิ 10 ประการของการใช้อินเตอรเ์ นต็

1. ตอ้ งไมใ่ ชค้ อมพิวเตอร์ทาร้าย หรอื ละเมดิ ผู้อนื่
2. ตอ้ งไมร่ บกวนการทางานของผอู้ ่ืน
3. ต้องไมส่ อดแนม แกไ้ ข หรือ เปดิ ดแู ฟม้ ขอ้ มลู ของผอู้ ื่น
4. ต้องไมใ่ ชค้ อมพวิ เตอรเ์ พ่ือการโจรกรรมข้อมลู ข่าวสาร
5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอรส์ รา้ งหลกั ฐานทเี่ ป็นเท็จ
6. ต้องไมค่ ัดลอกโปรแกรมของผู้อน่ื ทม่ี ีลขิ สิทธิ์
7. ต้องไมล่ ะเมดิ การใช้ทรพั ยากรคอมพิวเตอร์ โดยทต่ี นเองไมม่ ีสทิ ธ์ิ
8. ตอ้ งไม่นาเอาผลงานของผู้อน่ื มาเป็นของตน
9. ต้องคานึงถงึ สิง่ ทจี่ ะเกดิ ขนึ้ กับสงั คม ท่ีเกิดจากการกระทาของท่าน
10. ต้องใช้คอมพวิ เตอร์โดยเคารพกฎระเบยี บ กติกา และมมี ารยาท

...ครดู า...

มารยาทการใช้มอื ถือ

• เคารพสถานท่ี เช่น ห้ามเสยี งดงั ห้ามมี
แสงสวา่ ง

• ไมใ่ ช้โซเชยี ลเน็ตเวริ ์คขณะประชุม
• ไมก่ ดโทรศพั ทม์ ากกวา่ คุยกับเพอ่ื น ก้มหนา้

เวลาสนทนา
• ไมร่ ับโทรศพั ทข์ ณะขึ้นลงรถยนต์ หรือข้าม

ถนน

Cyberbullying กล่นั แกล้งกนั บนโลกไซเบอร์

คอื การประทุษร้ายหรือทาใหผ้ อู้ นื่ อับอายผ่านทางการใช้สือ่ อิเล็กทรอนกิ ส์
เชน่ อีเมล์, การส่งขอ้ ความ, บล็อก, เว็บไซต์, ชุมชนออนไลน์, เมสเสจ,
และโทรศพั ท์ ส่งิ ที่นกั เลงไซเบอรต์ ง้ั ใจคอื การแสดงความเปน็ ศัตรหู รอื
แสดงออกในแงล่ บตอ่ อกี ฝา่ ยนัน่ เอง

วธิ ีปอ้ งกันภัยจากนักเลงไซเบอร์ แนวทางปฏิบัตเิ ม่อื เกิดการรงั แกในโลกไซเบอร์
ส่งิ แรกที่พ่อแมค่ วรทากอ่ นตดิ อนิ เตอร์เน็ตให้ • บอกนกั เลงคนนัน้ ให้หยุดเสยี ที ตอ้ งบอกให้ชัดเจน
ลกู ทบี่ ้าน คือเตือนใหท้ ราบวา่ โลกภายนอกมี
และหนักแนน่
อะไรทอี่ ันตรายบา้ ง และสอนให้รู้จกั • ถ้ารวู้ ่านักเลงอย่ทู ่ไี หน ส่งจดหมายไปเตอื น
คณุ ธรรมและจริยธรรม ซ่งึ หมายถึงความคดิ • ถา้ นกั เลงเป็นคนทีร่ ้จู กั เช่น เพ่ือนของลกู อาจแจง้
ดีและพฤติกรรมท าดีว่าเป็นอยา่ งไร ไมใช่
เฉพาะเรอ่ื งทั่วไปเทา่ น้ัน การคดิ ชอบทาชอบ กบั อาจารยท์ ่ีโรงเรียนใหช้ ่วยเหลอื
• รายงานพฤตกิ รรมการรงั แกตอ่ ตารวจ
ในโลกออนไลน์กต็ ้องสอนดว้ ย รวมถงึ • รายงานไปยงั หน่วยงานท่ีดูแลความเรียบร้อยของโลก
โทรศัพท์มือถือ เช่นกัน
ออนไลน์หรือบริษัทให้บริการโทรศพั ท์
• เซฟข้อความที่เป็นการรังแกเอาไว้เพ่อื เป็นหลกั ฐาน

...ครดู า...• บลอ็ กไมร่ ับขอ้ ความจากนกั เลงคนนัน้

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

สขุ ภาพดี
ยุคดิจิทัล

สุขภาพดียคุ ดิจทิ ลั

สุขภาพกาย การยศาสตร์ สมดลุ การอยู่ การทาหลายงาน
กลุม่ อาการ หน้าจอ ในเวลาเดยี วกัน
ออฟฟิศซนิ โดรม เส้นประสาท
โรคอ้วน กลุ่มอาการอกั เสบ ตดิ เกมส์
สขุ ภาพตา
ความจาเส่อื ม พฒั นาการ ...ครดู า...
อนั ตรายจากหฟู ัง ทางสมองช้า
ดรามา่ ทางดจิ ิทลั โมโนโฟเบยี
สขุ ภาพจติ สญู เสีย สูญเสยี
การยบั ย้ังชั่งใจ
เครยี ด นอนไมห่ ลับ ความรบั ผดิ ชอบ ละเมอแชท
สภาวะซึมเศรา้
เสพตดิ ดจิ ิทัล จากเฟซบคุ๊
การดแู ลเยาวชน
สมาธสิ ้นั
ในที่ทางาน
ผลกระทบตอ่
ครอบครวั /สังคม
เลยี นแบบพฤติรรม

โรคออฟฟิศซินโดรม
(Office Syndrome)

• กลมุ่ โรคท่ีเกิดจากการทางาน
• สภาพแวดล้อมในทีท่ างานไมเ่ หมาะสม
• นั่งทางานตลอดเวลา ไม่มีการเคล่อื นไหวรา่ งกาย
• ทาให้เกดิ อาการกลา้ มเนือ้ อกั เสบ และปวดเมือ่ ย

ตามอวยั วะตา่ ง ๆ

อาการของ 1. ปวดบรเิ วณกลา้ มเนื้อคอ บ่า ไหล่
Office syndrome ปวดขมบั ปวดเบ้าตา ปวดหลงั

2. ปวดรา้ วไปยังบรเิ วณอ่นื ๆ ...ครูดา...

3. อาการชาบริเวณข้อมอื /ชาลงขา

โรคออฟฟิศซินโดรม
(Office Syndrome)

สาเหตุของ Office syndrome

1. สถานทที่ างาน 2. ตัวบุคคล

1. สถานทีจ่ ากัด คบั แคบ 1. ทางานอยูท่ า่ หนงึ่ นานๆ
(โตะ๊ /พ้ืนท่ีทท่ี างาน) โดยไม่เปล่ยี นอริ ยิ าบถ

2. การถ่ายเทอาการลดลง 2. ทางที่ไม่ถกู ต้องในขณะทางาน

3. สภาพอากาศ (รอ้ น/หนาว) 3. ทางานซ้าๆ นานๆ (มากกวา่ 6ชม.)

หลักการยศาสตรใ์ นการนั่งทางาน

...ครดู า...

โมโนโฟเบยี
(Monophobia)

เสพตดิ มอื ถือ ไม่สอ่ื สารกับคนรอบข้าง

พกมือถอื ตดิ ตัวตลอดเวลา

หมกมุ่นกบั การเชค็ ข้อคาม เลน่ มือถือขณะทา
กจิ วัตรประจาวัน

ไม่เคยปิดมอื ถือ กงั วลเม่ือมูถือ
ไมไ่ ด้อยกู่ ับตวั
โรคท่ีตามมา

นว้ิ ล็อก สายตาลา้ โรคอว้ น ปวดเมอื่ ย หมอนรอง
กระดกู เสอ่ื ม
คอ บา่ ไหล่

วธิ แี กไ้ ขอาการตดิ มือถอื

หากจิ กรรมทา คุยกับคนรอบข้าง ตง้ั กฎในการเลน่ กาหนดให้ห้องนอน

เปน็ เขตปลอดมอื ถอื ...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...

...ครูดา...


Click to View FlipBook Version