กลมุ่ ท่ี ใบงาน
ชอ่ื สมาชกิ ในกลุ่ม เร่ือง “น้�ำหวานเพ่อื นรกั ”
...........................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
........................................................................................................................
คำ� ช้แี จง ให้นักเรียนในกล่มุ ตอบค�ำถามจากการอา่ นนทิ าน เรื่อง น�้ำหวานเพื่อนรกั
๑. จากนทิ าน สมใจ มีพฤติกรรมอย่างไร
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๒. น�้ำหวาน มีพฤตกิ รรมอย่างไร
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๓. ตกุ๊ ตา มีพฤติกรรมอย่างไร?
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๔. นกั เรยี นคดิ ว่า สมใจ น้ำ� หวาน และตุ๊กตา ใครมพี ฤตกิ รรมทีด่ ี (สุจรติ ) และทำ� ไมจึงคดิ วา่
บคุ คลน้นั มพี ฤติกรรมท่ีดี (สจุ รติ )
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๕. ท�ำไมตุ๊กตา จึงเลกิ คบกบั สมใจ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๓ l 51
๖. ทำ� ไมต๊กุ ตาจงึ เปน็ เพ่ือนสนิทกับนำ้� หวาน
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๗. การกระท�ำของน�้ำหวาน เกดิ ผลดีอยา่ งไร
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๘. การกระท�ำของ สมใจ เกดิ ผลเสียอยา่ งไร
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๙. นกั เรียนคดิ วา่ การกระท�ำของสมใจ เป็นการกระทำ� ที่มดี ี (สจุ ริต) ในเร่ืองใด
ความซื่อสตั ย์ ความมวี ินัย อยู่อย่างพอเพียง จิตสาธารณะ
เกณฑก์ ารให้คะแนน ใบงาน เรอ่ื ง “นำ้� หวานเพอื่ นรัก”
- ตอบค�ำถามได้ถูกต้อง ๘-๙ ข้อ ไดค้ ะแนน ๓ คะแนน (ระดบั ดมี าก)
- ตอบคำ� ถามไดถ้ กู ต้อง ๕-๗ ข้อ ไดค้ ะแนน ๒ คะแนน (ระดบั ดี)
- ตอบคำ� ถามไดถ้ กู ตอ้ ง ๒-๔ ขอ้ ได้คะแนน ๑ คะแนน (ระดบั พอใช้)
- ตอบค�ำถามได้ถูกต้อง ๐-๑ ข้อ ไดค้ ะแนน ๐ คะแนน (ระดบั ปรบั ปรงุ )
เกณฑก์ ารผ่าน
ตอ้ งไดค้ ะแนน ๒ คะแนนขึน้ ไป ถือวา่ “ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ”
52 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน
นทิ านเร่ือง “น้�ำหวานเพ่อื นรัก”
ตุ๊กตาเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อแม่ มีฐานะร�่ำรวย ตุ๊กตามีเพ่ือนสนิทช่ือสมใจ
ซ่ึงมีฐานะร่�ำรวยพอๆ กัน ส่วนน้�ำหวานเป็นเพื่อนอีกคนหน่ึงมีฐานะยากจน ตุ๊กตาและสมใจ
มักมีของเล่นราคาแพงมาเล่นที่โรงเรียนเสมอ แต่ทั้งสองคนไม่เคยแบ่งให้น�้ำหวานเล่นเลย
ทั้งตุ๊กตาและสมใจมักจะดุด่าน้�ำหวานและใช้น้�ำหวานท�ำงานให้เสมอ วันหน่ึงเม่ือโรงเรียนเลิก
ตกุ๊ ตาและสมใจน่งั รอคุณพอ่ คุณแมจ่ นเยน็ ในท่ีสุดพ่อแมข่ องสมใจก็มารับสมใจ สมใจดีใจ
มากรบี วงิ่ ไปขนึ้ รถของพอ่ แม่ โดยไมส่ นใจตกุ๊ ตาวา่ นง่ั รออยคู่ นเดยี ว ตอนนน้ั ตกุ๊ ตารสู้ กึ กลวั มาก
เพราะเป็นเวลาเย็นมากแล้ว เพ่ือนๆ กลับบ้านไปหมดแล้ว ขณะนั้นน�้ำหวานขี่จักรยาน
กลบั เข้ามาในโรงเรยี น เพราะลมื กระเปา๋ ดินสอไวใ้ ตโ้ ตะ๊ เรยี น นำ�้ หวานเหน็ ตุ๊กตานงั่ อยคู่ นเดียว
จงึ ขจี่ ักรยานเข้าไปหาและนง่ั อยู่เปน็ เพ่ือนตุ๊กตาพร้อมทงั้ จบั มอื ตุก๊ ตา ท�ำใหต้ ุ๊กตารู้สกึ อบอนุ่ ใจ
มากข้ึน สักครู่พ่อแม่ของตุ๊กตามารับและขอบใจน�้ำหวาน ตุ๊กตาขอให้พ่อแม่ขับรถไปส่ง
นำ�้ หวานดว้ ย เพราะเรม่ิ มดื แลว้ นำ้� หวานบอกตกุ๊ ตาวา่ ไมต่ อ้ ง เพราะบา้ นของตนอยใู่ กลโ้ รงเรยี น
แต่ตุ๊กตาไม่ยอม พ่อแม่ของตุ๊กตาจึงขับรถไปส่งน�้ำหวานจนถึงบ้าน ก่อนลงรถตุ๊กตาจับมือ
น�้ำหวานและมองนำ�้ หวานด้วยสายตาท่ซี าบซ้งึ นำ้� ตาไหล พดู เสียงสะอ้ืนวา่ “นำ้� หวานขอบใจ
มากนะเพือ่ นรัก”
ตัง้ แตบ่ ดั นั้นเป็นตน้ มา ตกุ๊ ตากเ็ ริ่มหา่ งเหินจากสมใจ และหันมาสนิทสนมกับน�้ำหวาน
และน�ำของเลน่ มาแบ่งใหน้ ้�ำหวานกลับไปเลน่ ทบ่ี ้านเสมอ และไมด่ ดุ ่าน�้ำหวานอีกเลย
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๓ l 53
54 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน
กิจกรรมท่ี ๕
ช่ือกจิ กรรม คิดดี ทำ� ดี ไดด้ ี เวลา ๑ ชวั่ โมง
สอดคล้องกับคณุ ลักษณะของผู้เรยี น ทกั ษะกระบวนการคิด
สอดคลอ้ งกบั คณุ ลกั ษณะอนื่ ๆ มวี ินยั
ตวั ชี้วดั
๑.๒ มที กั ษะกระบวนการคิดเชงิ เหตผุ ล คดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ
แนวคิด
การคดิ เปน็ กระบวนการของสมอง โดยใชป้ ระสบการณ์มาสมั ผัสสิง่ เร้าและข้อมูลเพ่อื
แกป้ ญั หา แสวงหาค�ำตอบและตัดสนิ ใจ การฝึกให้นักเรยี นมีทักษะการคิดเชิงเหตผุ ล ท�ำให้
นกั เรยี นคดิ ตดั สนิ ใจในสง่ิ ทคี่ วรทำ� และไมค่ วรทำ� ได้ อนั จะนำ� ไปสกู่ ารเลอื กตดั สนิ ใจ เลอื กกระทำ�
ในสงิ่ ทด่ี ี หลกี เลย่ี งการกระท�ำทท่ี ุจริต
จุดประสงค์
นกั เรยี นสามารถวเิ คราะหผ์ ลด/ี ผลเสยี ของพฤตกิ รรมทด่ี แี ละไมด่ ี ไดอ้ ยา่ งสมเหตสุ มผล
ขน้ั ตอน / กิจกรรม
๑. ครนู �ำภาพนกั เรยี นเขา้ แถวรับอาหาร การเดินอย่างมีสมาธิ การเขา้ แถวสง่ งาน และ
ภาพนกั เรยี นตงั้ ใจเรยี น หรอื ภาพอนื่ ๆ ทเี่ กยี่ วขอ้ งและเหมาะสม พรอ้ มทง้ั นำ� ภาพทต่ี รงกนั ขา้ มมา
เปรยี บเทยี บ โดยครใู ชค้ ำ� ถามวเิ คราะหถ์ งึ ผลดแี ละผลเสยี ของพฤตกิ รรมทเี่ กดิ ขน้ึ ใหน้ กั เรยี นดู
๒. แบง่ นกั เรยี นออกเปน็ ๒ กลุม่ ใหแ้ ต่ละกลมุ่ เลอื กภาพจากข้อ ๑ ในเร่ืองพฤตกิ รรม
ดีและไม่ดีกลุ่มละ ๑ เร่อื ง โดยให้เวลาเตรยี มตวั ๑๐ นาที
๓. แตล่ ะกล่มุ ออกมาแสดงบทบาทสมมุตติ ามพฤติกรรมท่ีกล่มุ เลือกได้
๔. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ แสดงความคิดเห็นวา่ พฤตกิ รรมที่แสดงตามบทบาทสมมุตนิ น้ั
ดหี รอื ถกู ต้องหรือไม่ อยา่ งไร นกั เรยี นควรน�ำมาเปน็ แบบอยา่ งหรอื ไม่ ใหน้ กั เรียนเขยี นลงใน
ใบงาน การวเิ คราะหผ์ ลดี/ผลเสยี ของพฤตกิ รรมที่ดแี ละไมด่ ี
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑-๓ l 55
๕. ครแู ละนักเรียนช่วยกันสรุปว่า การวเิ คราะหผ์ ลดีและผลเสยี ของการกระทำ� ท่ีดี
และไมด่ ี ได้อยา่ งสมเหตุสมผล จะช่วยในการตัดสนิ ใจเลอื กทำ� ในสิ่งที่ดี ซง่ึ เปน็ การกระท�ำที่
สจุ รติ และไมเ่ ลอื กทำ� ในสงิ่ ทไ่ี มด่ ี ซงึ่ เปน็ การกระทำ� ทที่ จุ รติ เพราะจะทำ� ใหเ้ กดิ ผลเสยี ตอ่ ตนเอง
และผู้อน่ื
๖. ใหน้ ักเรียนบันทกึ องค์ความรู้ทีไ่ ด้รับจากการเรยี นรู้
สือ่ / อุปกรณ์ / แหลง่ เรยี นรู้
๑. ภาพพฤตกิ รรมที่ดี และไมด่ ี
๒. ใบงานการวิเคราะห์ผลดผี ลเสียของพฤติกรรมที่ดแี ละไม่ดี
การวัดผลและประเมินผล
๑. ตรวจใบงานการวเิ คราะห์ผลด/ี ผลเสียของพฤตกิ รรมทีด่ ีและไมด่ ี
๒. ตรวจผลงานนักเรียน
๓. สงั เกตพฤติกรรมการตอบค�ำถามของนักเรียน
๔. สังเกตพฤติกรรมการแสดงบทบาทสมมุติ
๕. สังเกตพฤติกรรมการแลกเปล่ียนเรียนรู้
ข้อเสนอแนะ
ครูควรหาภาพยนตร์สน้ั / คลปิ ตัวอยา่ งการคิดดี ท�ำดี ไดด้ ี จากละครมาใหน้ ักเรียนดู
เพ่ิมเตมิ
56 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน
ภาพนักเรยี นเขา้ แถวรบั อาหาร
ภาพไม่เขา้ แถว ไมม่ ีระเบยี บ
ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑-๓ l 57
ภาพนักเรยี นหลบั คาโต๊ะ ไมต่ ัง้ ใจเรียน
ภาพนกั เรียนน่งั สมาธิ
58 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน
ภาพนกั เรยี นเข้าแถวสง่ งานครู
ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๑-๓ l 59
ฉลากแสดงบทบาทสมมุติ
60 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ใบงาน
การวเิ คราะหผ์ ลดผี ลเสยี ของพฤตกิ รรมท่ีดแี ละไม่ดี
ค�ำชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นตอบคำ� ถามขา้ งลา่ งน้ี
๑. นกั เรยี นคดิ วา่ เรอื่ งทแ่ี สดงบทบาทสมมตุ ิ เปน็ การกระทำ� ทดี่ แี ละถกู ตอ้ งหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
๒. นกั เรียนควรจะน�ำเรอ่ื งทแี่ สดงบทบาทสมมุตมิ าเปน็ แบบอย่างหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
๓. นกั เรยี นคดิ วา่ การกระทำ� ตามบทบาทสมมตุ นิ นั้ เปน็ การกระทำ� ทส่ี จุ รติ (ด)ี หรอื ทจุ รติ (ไมด่ )ี
ถ้าเปน็ การกระทำ� ทท่ี จุ รติ (ไมด่ )ี นกั เรยี นคดิ วา่ เปน็ การทจุ ริต (ไมด่ )ี ในเรื่องใด
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
๔. นักเรียนบอกผลเสียของการกระทำ� ท่ีทุจริต (ไม่ดี) มาอย่างนอ้ ย ๓ ขอ้
๔.๑ …………………………………………………………………………………………
๔.๒ …………………………………………………………………………………………
๔.๓ …………………………………………………………………………………………
เกณฑ์การให้คะแนน คะแนน
คะแนน
- ตอบค�ำถามถกู ต้อง ๔ ขอ้ ได้ ๔ คะแนน
- ตอบค�ำถามถูกตอ้ ง ๓ ขอ้ ได้ ๓ คะแนน
- ตอบคำ� ถามถูกต้อง ๒ ขอ้ ได้ ๒
- ตอบค�ำถามถกู ตอ้ ง ๑ ข้อ ได้ ๑
เกณฑ์การผ่าน
นักเรียนต้องได้ ๓ คะแนนข้ึนไปถอื วา่ “ผ่าน”
ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑-๓ l 61
แบบสังเกตพฤติกรรม กจิ กรรมกิจกรรมคดิ ดี ทำ� ดี ไดด้ ี
ชอ่ื -สกลุ ..........................................................ชนั้ ....................วนั ท.่ี ......เดอื น.......................พ.ศ................
คำ� ชี้แจง
๑. กาเคร่อื งหมาย () ลงในชอ่ งพฤตกิ รรมของนกั เรียนตามรายการ ใหต้ รงกับความเป็นจรงิ
๒. รายการที่นกั เรียนไดป้ ฏิบัติ ได้ ๑ คะแนน ถ้าไม่ปฏิบตั ิ ได้ ๐ คะแนน
ลำ� ดับ รายการประเมนิ พฤตกิ รรม
ปฏิบัติ ไมป่ ฏิบตั ิ
๑ ตั้งใจศกึ ษาเล่าเรียน
๒ มีความรบั ผิดชอบตอ่ หน้าท่ี
๓ มีความซื่อสัตย์สจุ รติ
๔ รกั ษาความสามคั คีในหม่คู ณะ
๕ มนี �้ำใจกบั เพ่อื นรว่ มห้อง
รวม
สรปุ ผลการประเมิน ผา่ น ไม่ผ่าน
ลงช่อื ...................................................................ผู้สังเกต
(.................................................................)
วนั ที่......... เดอื น ............................... พ.ศ. ......................
เกณฑก์ ารให้คะแนนในรายการทนี่ ักเรยี นปฏบิ ัติ ดมี าก
ดี
๕ คะแนน หมายถงึ ไดร้ ะดับ พอใช้
๔ คะแนน หมายถึง ได้ระดบั ปรับปรุง
๓ คะแนน หมายถึง ได้ระดับ
ตำ่� กว่า ๓ คะแนน หมายถงึ ได้ระดับ
เกณฑ์การตดั สิน
นักเรียนตอ้ งได้ ๓ คะแนนขน้ึ ไป จงึ จะถอื ว่า ผา่ น
62 l แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
กจิ กรรมท่ี ๖
ช่ือกิจกรรม คิดอย่…ู ..ร้ดู ี เวลา ๑ ชว่ั โมง
สอดคลอ้ งกบั คณุ ลักษณะของผู้เรียน ทกั ษะกระบวนการคิด
สอดคลอ้ งกับคุณลักษณะอืน่ ๆ มวี นิ ยั ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มจี ติ สาธารณะ
ตัวช้ีวัด
๑.๒ มที กั ษะกระบวนการคิดเชิงเหตุผล คิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
แนวคดิ
การใช้เหตุและผลในการวิเคราะห์ผลดีของพฤติกรรมหรือการกระท�ำที่ดีและผลเสีย
ของพฤตกิ รรมหรอื การกระท�ำทีไ่ มด่ ี เป็นการฝึกทักษะกระบวนการคิดเชงิ เหตผุ ล ถ้านักเรียน
สามารถปฏิบัติได้ จะสามารถเลือกปฏิบัติในส่ิงท่ีดีและรังเกียจการปฏิบัติที่ไม่ดีหรือไม่ถูกต้อง
อ นั จะน�ำไปสู่การทุจรติ ได้
จุดประสงค์
เพอื่ ใหน้ กั เรยี นวเิ คราะหผ์ ลดขี องพฤตกิ รรมทดี่ แี ละผลเสยี ของพฤตกิ รรมไมด่ ี ไดอ้ ยา่ ง
สมเหตสุ มผล
ข้นั ตอน / กจิ กรรม
๑. ครนู ำ� ภาพพฤตกิ รรมตวั อยา่ งการปฏบิ ตั ติ นในทางทดี่ แี ละไมด่ มี าสนทนากบั นกั เรยี น
๒. ครูให้นกั เรียนทำ� ใบงานท่ี ๑ เรื่อง “ฉันคอื ใคร” โดยขีดเครื่องหมาย () หนา้
พฤตกิ รรมทก่ี ำ� หนดให้ ซ่งึ ตรงกับความเป็นจริงของนกั เรยี น
๓. ครูใหน้ กั เรียนปฏิบัติตามใบงานที่ ๒ เรื่องจ�ำแนกพฤติกรรม ดังนี้
- พฤตกิ รรมทดี่ ีและควรปฏิบัติ มีพฤตกิ รรมอะไรบา้ ง
- การปฏิบตั ิตนตามพฤตกิ รรมท่ีดี เกิดผลดีอยา่ งไร
- พฤตกิ รรมท่ีไม่ดีและไมค่ วรปฏิบัตมิ ีพฤตกิ รรมอะไรบา้ ง
- การปฏบิ ัติตนตามพฤติกรรมทไ่ี ม่ดี เกิดผลเสยี อย่างไร
- การปฏิบตั ติ นตามพฤติกรรมที่ไม่ดี ถือว่าเปน็ การทุจรติ ในเรื่องใด เลือกจาก
ประเด็นดงั นี้
เวลา ความซื่อสตั ย์ วนิ ัย ความพอเพยี ง
ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๑-๓ l 63
๔. ครูให้นกั เรียนส่งตวั แทนนำ� เสนอหนา้ ชนั้ เรียน และครตู รวจผลงานนกั เรยี นอกี ครัง้
๕. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันวเิ คราะหผ์ ลดีของพฤติกรรมท่ีดี และผลเสียของพฤตกิ รรม
ที่ไมด่ ี และเนน้ การปฏิบัติพฤตกิ รรมท่ดี ีใหน้ �ำไปใชใ้ นชีวิตประจ�ำวนั
๖. ครแู ละนักเรยี นสรปุ รว่ มกัน การจ�ำแนกพฤติกรรมท่ีดีและไม่ดี พฤติกรรมใดควร
ปฏบิ ัติและไมค่ วรปฏิบตั ิ รวมทงั้ บอกผลดขี องการกระท�ำทีด่ ี และผลเสียของการกระท�ำทีไ่ มด่ ี
ได้ เป็นทักษะกระบวนการคิดอย่างมีเหตุมีผล ซ่ึงถ้านักเรียนสามารถปฏิบัติได้ จะช่วยให้
นกั เรยี นเลือกปฏิบัติ แต่สง่ิ ทด่ี ีที่เปน็ ความซ่อื สัตย์สจุ ริต และหลีกเลี่ยงหรอื ปฏเิ สธในสิ่งท่ไี ม่ดี
ทเ่ี ป็นการทจุ รติ ได้
ส่อื / อุปกรณ์ / แหล่งเรยี นรู้
๑. ใบงานท่ี ๑ เร่อื ง “ฉันคอื ใคร”
๒. ใบงานท่ี ๒ เรือ่ ง “การจ�ำแนกพฤติกรรม”
การวดั ผลและประเมินผล
๑. ตรวจใบงาน
๒. อภิปรายซักถาม
๓. สังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ัติงาน
ข้อเสนอแนะ
ในการทำ� แบบประเมินพฤตกิ รรมนกั เรยี น ควรท�ำให้ครบท้ัง ๕ คุณลกั ษณะ
64 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน
ใบงาน
เร่ือง “ฉนั คอื ใคร”
ชอ่ื – สกลุ …………………………………………………….ชน้ั …………….เลขท…ี่ ……….
คำ� ชแ้ี จง ให้นกั เรยี นขดี เครอื่ งหมาย () หนา้ พฤติกรรมทีก่ ำ� หนดให้ ให้ตรงกบั ความเปน็
จรงิ ของตวั นกั เรยี นและเครอ่ื งหมาย () หนา้ พฤตกิ รรมทไี่ มต่ รงกบั ความเปน็ จรงิ ของนกั เรยี น
เครอ่ื งหมาย พฤตกิ รรมนกั เรียน
นอนตื่นสาย
ไปโรงเรยี นแต่เช้า
ขีเ้ กยี จทำ� การบา้ น
หงุดหงิดง่าย
เอาเปรียบเพอื่ น
ช่วยเหลือเพ่ือนเสมอ
อิจฉาเพื่อน
อ่านหนงั สอื เพิ่มเติมอย่เู สมอ
ทำ� งานอยา่ งละเอียดรอบคอบ
ท�ำงานเสรจ็ ทันเวลาเสมอ
ชว่ ยพอ่ แมท่ �ำงานบ้าน
ชว่ ยครถู อื ของ
ไมเ่ คยช่วยงานสาธารณะ
ใช้สง่ิ ของอยา่ งประหยดั และคมุ้ ค่า
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑-๓ l 65
ใบงาน
เร่อื ง “การจ�ำแนกพฤตกิ รรม”
ชอ่ื – สกลุ …………………………………………………….ชน้ั …………….เลขท…ี่ ……….
ค�ำชแ้ี จง
๑. ให้นกั เรียนจ�ำแนกพฤติกรรมท่ดี ีและควรปฏบิ ัติ และพฤติกรรมที่ไมด่ แี ละไมค่ วร
ปฏิบตั ิ จากใบงานท่ี ๑ มาใส่ในชอ่ งที่กำ� หนดให้
๒. บอกผลดีของการปฏิบัตติ ามพฤติกรรมท่ีดี และบอกผลเสยี ของการปฏบิ ัตติ าม
พฤติกรรมท่ีไม่ดี
๓. นักเรียนวเิ คราะห์วา่ การปฏบิ ตั ติ ามพฤติกรรมท่ไี ม่ดีเปน็ การทุจรติ ในเรอื่ งใด
พฤตกิ รรม ผลทเ่ี กดิ
พฤติกรรมที่ดี
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
..........................................................................................
พฤติกรรมท่ไี มด่ ี
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
...........................................................................................
..........................................................................................
66 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน
การปฏิบัติตามพฤติกรรมท่ีไม่ดี ถือว่าเป็นการทุจริตในเร่ืองใด ให้นักเรียนกา
เคร่อื งหมาย ลงใน ไดม้ ากกวา่ หนึ่งชอ่ ง
เวลา ความซอ่ื สัตย์ วนิ ยั ความพอเพยี ง จติ สาธารณะ
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
- เขยี นบอกพฤตกิ รรมด/ี พฤตกิ รรมไมด่ ี และผลทเี่ กดิ ไดถ้ กู ตอ้ งทกุ ขอ้ ได้ ๓ คะแนน
(ระดบั ดีมาก)
- เขยี นบอกพฤตกิ รรมด/ี พฤตกิ รรมไมด่ ี และผลทเี่ กดิ ไดถ้ กู ตอ้ ง ๒ ขอ้ ได้ ๒ คะแนน
(ระดับดี)
- เขยี นบอกพฤตกิ รรมด/ี พฤตกิ รรมไมด่ ี และผลทเ่ี กดิ ไดถ้ กู ตอ้ ง ๑ ขอ้ ได้ ๑ คะแนน
(ระดับพอใช)้
- เขยี นบอกพฤตกิ รรมด/ี พฤตกิ รรมไมด่ ี และผลทเ่ี กดิ ไดไ้ มถ่ กู ตอ้ ง ได้ ๐ คะแนน
(ระดับปรับปรุง)
เกณฑ์การตัดสนิ
นักเรียนตอ้ งไดค้ ะแนน ๒ คะแนนขึน้ ไป ถอื ว่า “ผา่ น”
ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๓ l 67
แบบสงั เกตพฤตกิ รรม กจิ กรรมกจิ กรรมคิดอยู่ รดู้ ี
ชอ่ื -สกลุ ..........................................................ชนั้ ....................วนั ท.ี่ ......เดอื น.......................พ.ศ................
คำ� ช้ีแจง
๑. กาเครอื่ งหมาย () ลงในช่องพฤติกรรมของนักเรยี นตามรายการ ให้ตรงกบั ความเป็นจริง
๒. รายการท่ีนกั เรยี นไดป้ ฏิบัติ ได้ ๑ คะแนน ถา้ ไม่ปฏบิ ัติ ได้ ๐ คะแนน
ลำ� ดบั รายการประเมนิ พฤตกิ รรม
ปฏิบตั ิ ไม่ปฏบิ ัติ
๑ มีวินยั ในตนเอง
๒ มคี วามรับผิดชอบตอ่ หนา้ ที่
๓ มีน้ำ� ใจตอ่ ผ้อู น่ื
๔ คน้ คว้าหาความร้อู ยเู่ สมอ
๕ ความประหยัดอดออม
รวม
สรปุ ผลการประเมิน ผ่าน ไมผ่ า่ น
ลงช่อื ...................................................................ผู้สงั เกต
(.................................................................)
วันท่.ี ........ เดือน ............................... พ.ศ. ......................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนในรายการท่นี กั เรียนปฏิบตั ิ ดีมาก
ดี
๕ คะแนน หมายถงึ ไดร้ ะดับ พอใช้
๔ คะแนน หมายถึง ไดร้ ะดับ ปรบั ปรงุ
๓ คะแนน หมายถงึ ได้ระดับ
ต�่ำกวา่ ๓ คะแนน หมายถงึ ไดร้ ะดบั
เกณฑก์ ารตดั สนิ
นกั เรียนตอ้ งได้ ๓ คะแนนข้ึนไป จงึ จะถอื วา่ ผา่ น
68 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน
กจิ กรรมท่ี ๗
ช่ือกจิ กรรม "ตอบดว่ น" เวลา๑ชว่ั โมง
สอดคล้องกับคณุ ลักษณะของผเู้ รียน ทกั ษะกระบวนการคดิ
สอดคล้องกบั คณุ ลกั ษณะอื่นๆ อยู่อย่างพอเพียง
ตัวชี้วดั
๑.๓ มีทักษะกระบวนการคิดเชงิ สร้างสรรค์ คิดแก้ปญั หา
แนวคิด
การปฏเิ สธในสง่ิ ทไี่ มถ่ กู ตอ้ ง เปน็ ทกั ษะการแกป้ ญั หาทน่ี กั เรยี นควรปฏบิ ตั เิ มอื่ มคี นมา
ชักชวนให้กระท�ำในส่ิงที่ไม่ดีหรือไม่ถูกต้องซ่ึงจะท�ำให้นักเรียนเป็นคนทุจริตและเกิดผลเสียต่อ
ตนเองและผอู้ ื่น
จุดประสงค์
เพ่อื ให้นกั เรียนกล้าปฏิเสธในสง่ิ ทีไ่ ม่ถกู ตอ้ งได้อย่างเหมาะสม
ข้นั ตอน / กจิ กรรม
๑. ครูใหน้ ักเรยี นดภู าพเกีย่ วกับสภาพปัญหาสงั คมในปัจจบุ ันทีค่ นประพฤตติ นในทาง
ทีไ่ ม่ดี เช่น ชอบด่ืมเหลา้ สูบบหุ ร่ี เสพหรือขายยาเสพตดิ และใหน้ ักเรียนวิเคราะห์ ช่วยกนั
ตอบค�ำถามถึงผลเสยี หรอื โทษท่ีได้รับ อกี ท้งั เปน็ ปัญหาสงั คมอยา่ งไรบ้าง นกั เรยี นควรระวัง
หรอื หลกี เลย่ี งกบั สภาพปญั หาน้ไี ด้อย่างไร
๒. จากการวิเคราะหใ์ นขอ้ ๑ ครถู ามนักเรียนวา่ นกั เรียนเคยถูกเพ่ือนชวนไปท�ำใน
ส่ิงท่ไี ม่ถกู ต้องหรือไม่ นกั เรียนไปกับเพื่อนหรือไม่ เพราะอะไร ถ้านกั เรียนไมไ่ ป นกั เรยี นจะ
ปฏเิ สธเพ่ือนว่าอย่างไร
๓. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละ ๔ – ๕ คน ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ตอบคำ� ถามตามใบงาน “ตอบดว่ น”
๔. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนน�ำเสนอหน้าชัน้ เรยี น เม่ือนักเรยี นน�ำเสนอเสร็จแล้ว
ครแู ละนกั เรียนจะรว่ มกันวเิ คราะห์อีกครง้ั ถงึ การหลกี เลย่ี ง ไมย่ ่งุ เก่ียวกับสงิ่ ทไ่ี มด่ ี ตอ้ งรจู้ กั ใช้
ค�ำถามปฏเิ สธ ทักษะการแกป้ ญั หาอยา่ งถกู ตอ้ ง เม่อื น�ำเสนอเสรจ็ แลว้ นกั เรียนส่งใบงานให้
ครูตรวจอกี คร้ัง
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๓ l 69
๕. ครแู ละนักเรยี นสรปุ ร่วมกัน ถา้ นกั เรยี นคิดวิเคราะห์บนพ้ืนฐานของความพอเพยี ง
เมอ่ื มใี ครหยบิ ยนื่ สง่ิ ของให้ นกั เรยี นจะไมร่ บั และสามารถกลา้ ทจี่ ะพดู ปฏเิ สธในสง่ิ ทไี่ มด่ หี รอื ไม่
ถูกต้อง ซึ่งเป็นทักษะการคิดแก้ปัญหาที่ส�ำคัญ ท่ีจะช่วยป้องกันไม่ให้นักเรียนเป็นคนไม่ดี
(คนทุจรติ ) ซึ่งการทจุ รติ จะเกิดผลเสยี ต่อตนเองและผ้อู ่นื
สอ่ื / อุปกรณ์ / แหล่งเรยี นรู้
๑. ใบงาน “ตอบดว่ น”
๒. ภาพอบายมุข
การวดั ผลและประเมินผล
๑. ตรวจใบงาน “ตอบดว่ น”
๒. สังเกตพฤติกรรมจากการปฏบิ ัตงิ านใบงาน
ข้อเสนอแนะ
๑. ครคู วรหาคลปิ วีดิโอ เรอื่ งที่เหมาะสมกับวัยของนกั เรียน
๒. เม่ือตวั แทนกลมุ่ น�ำเสนอเสรจ็ แล้ว ให้เพอ่ื นๆ ร่วมกนั วิเคราะห/์ สรปุ ทกุ ครง้ั โดยมี
ครผู ูส้ อนเติมเต็มให้สมบูรณ์
70 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ใบงาน ตอบด่วน
ค�ำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกนั ตอบคำ� ถามต่อไปนี้
๑. เม่ือมีเพื่อนมาชวนไปเล่นเกมที่ร้านเกมข้างโรงเรียนในเวลาเรียน นักเรียนจะไปหรือไม่
เพราะเหตุใด ถ้านักเรยี นไม่ไป นกั เรียนควรพูดปฏิเสธอย่างไร
๒. เมอ่ื มผี ู้ใหญท่ ีไ่ ม่รู้จกั เอาขนมมาใหก้ ิน นกั เรยี นจะกนิ หรือไม่ เพราะเหตุใด ถา้ นกั เรียน
ไม่กนิ นักเรียนจะพูดปฏิเสธอย่างไร
๓. เมื่อมีผู้ท่ีนักเรียนไม่รู้จักบอกว่า “ผู้ปกครองนักเรียนให้มารับกลับบ้าน” นักเรียนจะไป
หรือไม่ เพราะเหตุใด ถ้านกั เรยี นไม่ไปด้วย นกั เรียนจะพดู ปฏเิ สธอย่างไร
๔. เมื่อนักเรียนเห็นเพ่ือนๆ เล่นฟุตบอลที่ริมถนนท่ีมีรถวิ่งไปมา และเพ่ือนชวนนักเรียน
ไปเลน่ ดว้ ย นกั เรยี นจะไปดว้ ยหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด ถา้ นกั เรยี นไมไ่ ป นกั เรยี นจะพดู ปฏเิ สธ
อย่างไร
๕. เม่ือเห็นพี่ชายของนักเรียนแอบสูบบุหรี่ที่ห้องน�้ำและชวนนักเรียนสูบบุหร่ีด้วย นักเรียนจะ
สบู บุหร่ีหรอื ไม่ เพราะเหตุใด ถ้านกั เรียนไมส่ บู บุหรี่ดว้ ย นักเรียนจะพดู ปฏเิ สธอย่างไร
๖. การท�ำสงิ่ ไม่ดกี ่อให้เกิดผลเสยี อย่างไร
รายชอ่ื สมาชกิ กลมุ่
๑……………………………………… ๒…………………………………………
๓……………………………………… ๔…………………………………………
เกณฑ์การให้คะแนน ได้ ๓ คะแนน (ระดบั ดีเยยี่ ม)
ได้ ๒ คะแนน (ระดับดี)
ตอบถูกและพดู ปฏเิ สธได้ ๕ - ๖ ข้อ ได้ ๑ คะแนน (ผ่านเกณฑ์ข้ันต่�ำ)
ตอบถกู และพดู ปฏเิ สธได้ ๓ - ๔ ข้อ ได้ ๐ คะแนน (ไมผ่ ่าน)
ตอบถกู และพดู ปฏิเสธได้ ๑ – ๒ ขอ้
ตอบไม่ถกู และพูดปฏิเสธไม่ได้
เกณฑ์การตดั สนิ นักเรยี นได้ ๔ คะแนนขน้ึ ไป ถอื ว่า “ผ่าน”
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๓ l 71
แบบสังเกตพฤติกรรม กจิ กรรมกจิ กรรมตอบดว่ น
ชอื่ -สกลุ ..........................................................ชน้ั ....................วนั ท.ี่ ......เดอื น.......................พ.ศ................
ค�ำชี้แจง
๑. กาเคร่ืองหมาย () ลงในชอ่ งพฤตกิ รรมของนักเรียนตามรายการ ให้ตรงกับความเป็นจริง
๒. รายการที่นกั เรยี นไดป้ ฏิบตั ิ ได้ ๑ คะแนน ถา้ ไม่ปฏิบัติ ได้ ๐ คะแนน
ลำ� ดบั รายการประเมนิ พฤตกิ รรม
ปฏิบตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ
๑ ความละเอียดรอบคอบ
๒ กลา้ คดิ และตดั สนิ ใจ
๓ ความเชื่อมั่นในตนเอง
๔ มีทักษะการเป็นผนู้ ำ� และผูต้ ามทดี่ ี
๕ ใชเ้ หตุผลในการตัดสินใจ
รวม
สรุปผลการประเมิน ผา่ น ไม่ผ่าน
ลงชอื่ ...................................................................ผ้สู ังเกต
(.................................................................)
วนั ที่......... เดือน ............................... พ.ศ. ......................
เกณฑ์การใหค้ ะแนนในรายการทีน่ ักเรยี นปฏิบตั ิ ดีมาก
ดี
๕ คะแนน หมายถึง ไดร้ ะดับ พอใช้
๔ คะแนน หมายถึง ไดร้ ะดบั ปรบั ปรุง
๓ คะแนน หมายถึง ได้ระดับ
ต่ำ� กวา่ ๓ คะแนน หมายถงึ ได้ระดับ
เกณฑ์การตัดสิน
นกั เรยี นตอ้ งได้ ๓ คะแนนขึ้นไป จงึ จะถือว่า ผ่าน
72 l แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
กิจกรรมท่ี ๘
ชื่อกจิ กรรม รอบคอบ รอบรู้ เป็นหนทางส่คู วามส�ำเรจ็ เวลา ๑ ชั่วโมง
สอดคลอ้ งกบั คุณลกั ษณะของผู้เรียน ทกั ษะกระบวนการคิด
สอดคลอ้ งกับคณุ ลักษณะอื่นๆ มีวินัย ซ่อื สตั ยส์ จุ ริต อย่อู ย่างพอเพยี ง
ตัวช้วี ัด
๑.๓ มที กั ษะกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ คดิ แก้ปญั หา
แนวคิด
การกล้าพูดปฏิเสธในส่ิงท่ีไม่ถูกต้องเม่ือมีผู้มาชักชวนให้กระท�ำ เป็นการแสดงถึง
การมที กั ษะกระบวนการคดิ แกป้ ญั หาของนกั เรยี น นกั เรยี นควรฝกึ บอ่ ยๆ เพราะจะเปน็ ภมู คิ มุ้ กนั
ใหก้ ับนกั เรียนไมก่ ระทำ� ในสง่ิ ทไี่ ม่ดี ทเ่ี ปน็ เร่อื งทุจริตอันจะกอ่ ให้เกิดผลเสยี ต่อตนเองและผู้อน่ื
จะกอ่ ใหเ้ กิดผลเสยี ตอ่ ตนเองและผ้อู นื่
จุดประสงค์
เพื่อให้นักเรยี นสามารถปฏเิ สธในสิง่ ท่ไี มถ่ กู ตอ้ ง (การทจุ รติ ) ไดเ้ หมาะสม
ขน้ั ตอน / กิจกรรม
๑. ครสู นทนาถงึ การโฆษณาสนิ คา้ ชวนเชอ่ื อยา่ งหลากหลาย ใหน้ กั เรยี นฟงั เชน่ โฆษณา
อาหารเสรมิ เครอื่ งสำ� อางตา่ ง ๆ ฯลฯ
๒. ให้นักเรียนอภิปรายตามความคิดเห็น จากภาพการโฆษณา (ภาพโฆษณา
ที่เกินความจริง) น่าเช่ือถือหรือไม่ เพราะอะไร และร่วมกันสรุปเร่ืองที่ฟังว่าเกี่ยวกับอะไร
ไดข้ ้อคิดอะไร
๓. ครูเล่านทิ านเรอ่ื ง “ยาขยนั เปน็ เหตุ” ใหน้ กั เรยี นฟงั
๔. ครซู กั ถามนกั เรยี นใหช้ ว่ ยกนั สรปุ เรอื่ งทฟ่ี งั วา่ เปน็ เรอื่ งเกยี่ วกบั อะไร ฟงั เรอ่ื งนแี้ ลว้
นกั เรียนไดข้ อ้ คิดอะไร
๕. แบ่งนกั เรยี นเป็นกลมุ่ ๆ ละ ๓ – ๕ คน ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ทำ� ใบงาน เรื่อง "ยาขยนั
เป็นเหตุ"
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๓ l 73
๖. นกั เรียนแต่ละกลุ่ม ส่งตวั แทนนำ� เสนอผลการทำ� ใบงาน เร่ือง ยาขยนั เปน็ เหตุ
๗. จากข้อ ๒ และ ข้อ ๖ ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ อีกครัง้ และใหน้ กั เรยี นตอบ
ค�ำถาม ดังนี้
๗.๑ โทษของการโฆษณาสนิ ค้าเกนิ ความเปน็ จรงิ จะมผี ลเสียตอ่ เราอยา่ งไร
๗.๒ นกั เรยี นควรมีเหตุผลอย่างไรในการเลอื กซ้อื สินคา้
๗.๓ เราควรมที ักษะการปฏิเสธในการไมเ่ ลือกซ้ือสนิ คา้ ท่ไี มจ่ ำ� เปน็ และเปน็ โทษ
แกเ่ ราอยา่ งไร
๘. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ถา้ มคี นมาชวนเราไปทำ� ในสง่ิ ทไ่ี มด่ หี รอื ไมถ่ กู ตอ้ ง เรา
ต้องกล้าปฏิเสธไม่ไปท�ำตามค�ำชักชวน เพราะการท�ำสิ่งท่ีไม่ดีเป็นการกระท�ำท่ีเรียกว่า ทุจริต
เมอื่ ทำ� แล้วจะสง่ ผลเสยี ต่อตนเองและผอู้ ่ืน ในเร่ืองความซอ่ื สตั ย์ / ความมีวินยั / การอยู่อยา่ ง
พอเพยี งและทักษะการคิด
สือ่ / อุปกรณ์ / แหล่งเรยี นรู้
๑. นทิ านเร่อื ง "ยาขยนั เป็นเหต"ุ
๒. ใบงานเรื่อง "ยาขยนั เปน็ เหต"ุ
การวัดผลและประเมินผล
๑. ตรวจใบงาน เรื่อง "ยาขยนั เปน็ เหตุ"
๒. สงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัติงาน
ข้อเสนอแนะ
๑. ครคู วรใหน้ ักเรียน
๒. ให้นกั เรยี นทุกคนมีโอกาสได้ถามและแสดงความคดิ เหน็
74 l แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน
ใบงาน
เร่อื ง "ยาขยัน เป็นเหต"ุ
คำ� ช้ีแจง ใหน้ ักเรียนในกลุ่มชว่ ยกันคดิ และตอบคำ� ถาม
๑. “ยาขยัน” ในเรื่องน้ี หมายถึงอะไร
๒. “ยาขยนั ” กนิ แล้วเรียนเกง่ ขยันอา่ นหนังสอื และทำ� ใหส้ มองดี
ขอ้ มูลขา้ งบนน้ี น่าเชอื่ ถอื หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๓. ทำ� ไมเพื่อนๆ ของบอลจึงคิดวา่ ยาทบ่ี อลนำ� มาขายเป็นยาเสพตดิ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๔. ถ้ามเี พอื่ นชวนใหน้ กั เรียนขโมยเงนิ แมไ่ ปเลน่ เกม นักเรียนจะพดู ปฏิเสธอย่างไร
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๕. นกั เรียนคดิ วา่ การขโมยเงนิ แมไ่ ปเลน่ เกม เปน็ การกระทำ� ท่ีไมด่ ี หรือเปน็ การทจุ ริตใน
เรื่องใดบา้ ง ให้ขีดเครอ่ื งหมาย ใน
ความไม่ซ่ือสตั ย์ ไม่มีความพอเพียง ไมม่ วี ินัย ไม่มีทักษะการคิด
๖. การขโมยเงินแม่ ซึ่งเป็นการกระท�ำทไ่ี มด่ ี (ทจุ ริต) ก่อให้เกิดผลเสยี ต่อนกั เรยี นอยา่ งไร
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ๔ คะแนน
๓ คะแนน
ตอบถูก ๖ ข้อ ได้ ๒ คะแนน
ตอบถกู ๔ - ๕ ขอ้ ได้ ๑ คะแนน
ตอบถกู ๒ - ๓ ข้อ ได้
ตอบถูก ๐ – ๑ ข้อ ได้
เกณฑ์การตดั สนิ
นักเรียนตอ้ งได้ ๓ คะแนนขึ้นไป จงึ จะถอื วา่ ผา่ น
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๓ l 75
“ยาขยัน เป็นเหต”ุ
ลุงเบ้ิมเป็นชายผู้สูงวัยในหมู่บ้านและมียาชนิดหนึ่งโดยลุงตั้งชื่อว่า “ยาขยัน” ลุงได้
โฆษณาว่า ยาขยนั กนิ แลว้ เรียนเกง่ ขยนั อ่านหนังสือ สมองดี ต้องยาขยันของลงุ เบมิ้ เด็กๆ ใน
หมบู่ า้ นหลายคนเชอื่ ว่ามยี าขยันจรงิ ๆ จงึ ไปซื้อมากิน
ปรากฏวา่ วันตอ่ ๆ มาต้องกินทกุ วนั และเพ่ิมปริมาณมากข้ึนจนถึงขั้นเสพตดิ หนอ่ ง
รู้ว่า ยาขยันของลุงเบ้ิมท่ีเพื่อนๆ กินไปน้ัน เป็นยาเสพติดแน่ๆ เมื่อลุงเบ้ิมโฆษณาให้หน่อง
กนิ ยาขยัน หนอ่ งปฏิเสธทันทีโดยไม่ลังเล เพราะรดู้ ีว่าเปน็ สงิ่ ท่ีไมด่ ี ให้โทษต่อรา่ งกายและ
รีบว่ิงไปบอกลงุ ชยั ลุงเบม้ิ จงึ รีบวง่ิ หนีไป
ลงุ ชยั พาหนอ่ งไปแจง้ ความกบั ตำ� รวจ ลงุ เบมิ้ จงึ หนอี อกจากหมบู่ า้ นไป บอลลกู ชายของ
ลุงเบม้ิ กนิ ยาขยนั ทพี่ ่อซอ่ นไว้ มีอาการซูบผอม กระวนกระวาย มีแต่ต้องการกินยาเพมิ่ ขึ้น
และได้น�ำมาขายให้เพ่อื นๆ บอกว่าเปน็ ยาดี ยาวิเศษ กนิ แลว้ จะเรียนเกง่ มาก แตเ่ พือ่ นๆ ก็เห็น
แลว้ วา่ บอลซบู ผอมมาก ยาขยนั ทว่ี า่ คงจะเปน็ ยาเสพตดิ ทกุ คนจงึ ปฎเิ สธไมซ่ อื้ ยาขยนั เมอื่ บอล
ชวนใหซ้ ้ือยามากิน โดยพดู ว่า “เราคงไม่ต้องซือ้ ยาขยันมากินหรอก เราคิดว่าถา้ เราต้ังใจเรียน
ขยนั อา่ นหนังสือ เราจะเรยี นเกง่ ได้”
เมื่อกล้าปฏเิ สธในสิ่งท่ไี ม่ดี ไม่ถูกต้องได้ ทุกคนกป็ ลอดภยั ห่างไกลจากส่งิ ไม่ดี
76 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน
แบบสังเกตพฤติกรรม กจิ กรรมกิจกรรมตอบดว่ น
ชอ่ื -สกลุ ..........................................................ชน้ั ....................วนั ท.่ี ......เดอื น.......................พ.ศ................
ค�ำชแ้ี จง
๑. กาเคร่ืองหมาย () ลงในชอ่ งพฤตกิ รรมของนักเรยี นตามรายการ ให้ตรงกบั ความเปน็ จริง
๒. รายการทีน่ กั เรยี นไดป้ ฏบิ ัติ ได้ ๑ คะแนน ถ้าไม่ปฏิบัติ ได้ ๐ คะแนน
ลำ� ดบั รายการประเมิน พฤตกิ รรม
ปฏิบัติ ไมป่ ฏิบตั ิ
๑ มีการวางแผนในการท�ำงาน
๒ ยอมรบั ความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน
๓ มีความกระตอื รอื ร้นในการท�ำงาน
๔ มีความมงุ่ มัน่ ในการท�ำงาน
๕ มกี ารแสวงหาความรู้อยเู่ สมอ
รวม
สรปุ ผลการประเมนิ ผา่ น ไมผ่ ่าน
ลงช่ือ...................................................................ผสู้ ังเกต
(.................................................................)
วนั ที่......... เดอื น ............................... พ.ศ. ......................
เกณฑ์การใหค้ ะแนนในรายการท่นี ักเรยี นปฏบิ ัติ ดมี าก
ดี
๕ คะแนน หมายถึง ไดร้ ะดับ พอใช้
๔ คะแนน หมายถึง ไดร้ ะดบั ปรบั ปรุง
๓ คะแนน หมายถึง ได้ระดับ
ต�่ำกวา่ ๓ คะแนน หมายถงึ ได้ระดับ
เกณฑก์ ารตัดสนิ
นักเรียนต้องได้ ๓ คะแนนข้นึ ไป จงึ จะถอื ว่า ผา่ น
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๓ l 77
78 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน
กจิ กรรมท่ี ๙
ชอ่ื กิจกรรม ไม่แตกแถว เวลา ๒ ชวั่ โมง
สอดคล้องกบั คณุ ลักษณะของผู้เรียน มีวินยั
สอดคลอ้ งกบั คณุ ลักษณะอน่ื ๆ ทักษะกระบวนการคดิ ซอ่ื สัตยส์ ุจริต
ตวั ช้ีวดั
๒.๑ มวี นิ ยั ตอ่ ตนเอง ผู้อ่ืนและสังคม
๒.๒ มีความรับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่และสิทธิของตนเอง
แนวคิด
การยึดมนั่ และฝกึ ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในขอ้ ตกลง ข้อบงั คบั กฎกติกา ระเบยี บอยูเ่ สมอจะเปน็
ผู้มีวินยั ในตนเอง วนิ ยั เปน็ ส่ิงดีงามเรายอ่ มปรารถนาท่ีจะฝึกฝนตนเองให้เป็นผมู้ ีวินยั ซง่ึ จะ
สง่ ผลใหเ้ กดิ ความสำ� เรจ็ ในดา้ นตา่ ง ๆ ทเ่ี ราตอ้ งการใหเ้ กดิ ขน้ึ และคนทมี่ วี นิ ยั จะเปน็ ผปู้ ระพฤติ
ดีไมม่ พี ฤตกิ รรมทส่ี ่อไปในทางทุจรติ
จดุ ประสงค ์
๑. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นตระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ทจี่ ำ� เปน็ ทต่ี อ้ งประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง
ขอ้ บงั คบั กฎกตกิ า ระเบยี บและกฎหมาย
๒. เพือ่ ใหน้ ักเรยี นปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลงของหอ้ งเรียนและโรงเรยี น
ขั้นตอน / กิจกรรม
๑. ครูเปิดคลปิ วดี โี อให้นักเรยี นดใู นเรื่องเกยี่ วกับวนิ ยั "มาดู มาดู มดเดินสวยมาก"
๒. เมอ่ื ชมคลปิ วดี โี อแลว้ ครตู งั้ คำ� ถามเพอ่ื กระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นไดใ้ ชก้ ระบวนการคดิ โดย
ใชค้ ำ� ถาม ดงั นี้
๒.๑ จากคลปิ วีดิโอ นักเรยี นเห็นอะไร (ต้องการให้นกั เรียนตอบค�ำถามเรื่องของ
มดเดิน เปน็ ระเบยี บไม่แตกแถว)
๒.๒ เมือ่ ชมคลิปวีดโิ อแลว้ นกั เรยี นเกิดความรสู้ กึ อยา่ งไร และคดิ วา่ เปน็ สิง่ ท่ีดี
หรอื ไม่
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ l 79
๒.๓ มีใครบ้างท่ีมีการปฏิบัติตนเช่นเดียวกับการเดินของมดในคลิปวีดีโอ
ทชี่ มและผลทเี่ กดิ ขึน้ จะเป็นเช่นใด
๓. ครเู ลอื กนกั เรยี นทมี่ คี วามสามารถในการแสดงออกจำ� นวน ๓ คน เพอื่ กำ� หนดบทบาท
สมมติ (การกำ� หนดบทบาทสมมตินี้ นกั เรียนคนอื่นๆ ไม่ทราบ) โดยให้นักเรียนทแี่ สดงบทบาท
สมมติ ดังนี้ คือ
คนที่ ๑ ให้เดนิ แซงคิวหน้าเพ่อื นพร้อมสง่ เสยี งเอะอะโวยวาย ในแถวที่ ๑
คนท่ี ๒ ให้เดนิ แซงควิ หน้าเพือ่ นคนทต่ี วั เลก็ ทีส่ ุดในแถวที่ ๒
คนท่ี ๓ ให้เดินแซงคิวหน้าเพื่อนคนทยี่ นื หนา้ แถวท่ี ๓
๔. ครูก�ำหนดสถานการณ์ให้นักเรียนที่เหลือในห้อง (ไม่รวมนักเรียนท่ีแสดงบทบาท
สมมต)ิ ออกมารบั สมุดงานจากครูโดยเข้าแถว จำ� นวน ๓ แถว
๕. นกั เรียนทแ่ี สดงบทบาทสมมติ เรม่ิ แสดงบทบาทที่ได้รบั โดยมอบหมายดงั น้ี
คนท่ี ๑ ให้เดนิ แซงคิวหน้าเพือ่ นพร้อมส่งเสียงเอะอะโวยวาย แถวที่ ๑
คนท่ี ๒ ให้เดินแซงควิ หนา้ เพ่ือนคนทตี่ วั เลก็ ที่สุด แถวท่ี ๒
คนที่ ๓ ใหเ้ ดินแซงคิวหนา้ เพื่อนคนที่ยืนหน้า แถวที่ ๓
๖. เมอ่ื จบการแสดงบทบาทสมมติ ครสู นทนา ซักถาม นักเรยี นทถ่ี กู แซงควิ ทง้ั ๓ แถว
โดยใหต้ อบค�ำถามต่อไปนี้
๖.๑ รสู้ กึ อยา่ งไรเม่อื ถกู แซงคิว
๖.๒ แก้ปัญหาในขณะถูกแซงคิวอย่างไร เช่น ไดพ้ ดู อะไรกบั เพือ่ นทมี่ าแซงคิว
หรือไม่ถ้าพดู พดู ว่าอยา่ งไร เป็นตน้
๖.๓ การแซงควิ เป็นการปฏิบตั ิตนท่ีดีหรอื ไม่ เพราะอะไร
๖.๔ การเขา้ แถวมีประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวมอย่างไร
๖.๕ ในชวี ติ ประจำ� วนั ถา้ ตอ้ งเขา้ แถวทตี่ อ้ งใชเ้ วลารอคอยนานๆ นกั เรยี นจะปฏบิ ตั ิ
ตนอย่างไร
๖.๖ การแซงคิวเป็นการทุจริตในเรื่องใด (กระตุ้นให้ผู้เรียนเข้าใจว่าเรื่องของ
เวลาและการละเมดิ สทิ ธขิ องผู้อ่ืนเป็นการทจุ รติ เช่นกัน)
๖.๗ การแซงควิ เกิดผลเสยี อย่างไร
๗. ครูและนักเรียนร่วมสรุปแนวคิดส�ำคัญจากการท�ำกิจกรรมว่าการเข้าแถวเป็น
การแสดงถึงความเป็นคนมีวินัย ยอมรับและปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียนและโรงเรียน
และการปฏิบัติตามข้อตกลงจะช่วยให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ซึ่งเป็นการแสดงถึง
ความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสิทธิของตนเองและผู้อื่นโดยไม่ทุจริตในเรื่องของเวลาและ
การไม่ละเมิดสิทธขิ องผู้อน่ื
80 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน
๘. ครฝู กึ นกั เรยี นใหป้ ฏบิ ตั จิ รงิ เปน็ กจิ กรรมประจำ� วนั ในเรอ่ื งการสรา้ งวนิ ยั ในการเดนิ แถว
ตามกิจกรรม ๑ ไม่แตกแถว
๙. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปให้เห็นถึงความสำ� คัญ และประโยชน์ของความมวี นิ ัย
ต่อตนเองต่อผ้อู ื่นและสงั คม ความรบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ทแ่ี ละสิทธขิ องตนเอง
สอื่ / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
๑. คลิปวีดีโอ เก่ียวกับวินัย เร่ือง มาดู มาดู มดเดินสวยมากโดยสามารถท�ำ
การดาวนโ์ หลดไดจ้ ากเวบ็ ไซต์ http://www.youtube.com/watch?v=๑rINwA๐O๗bE
๒. นักเรยี นทีแ่ สดงบทบาทสมมติ
๓. สถานการณ์ที่กำ� หนดในการแสดงบทบาทสมมติ
๔. กจิ กรรมไมแ่ ตกแถว
การวัดผลและประเมินผล
สังเกตพฤตกิ รรม
การสงั เกตการมวี นิ ยั ในตนเอง เรอ่ื งของการเดนิ แถว ครสู ามารถเชอ่ื มโยงกบั กฎระเบยี บ
ของโรงเรียน เช่น การแตง่ กาย การรักษาวนิ ยั ในหอ้ งเรียน เป็นต้น หรอื ปรับเปลีย่ นเนือ้ หาตาม
สภาพปัญหา หรือบริบทของนักเรียน เพ่ือให้นักเรียนตระหนักในปัญหาสังคมของตนเองจาก
การทีไ่ ด้วเิ คราะหส์ าเหตุ ของปัญหา และมสี ว่ นรว่ มในการรณรงค์แก้ไขปญั หาเหล่าน้นั
ข้อเสนอแนะ
๑. เพิ่มเตมิ กจิ กรรมใหห้ ลากหลายในเร่อื งการส่งเสริมการมีวินยั ต่อตนเองและสังคม
๒. ควรให้นักเรยี นเสนอข้อตกลงของหอ้ งเรียนทน่ี กั เรยี นทกุ คนตอ้ งปฏบิ ตั ิ
๓. ครูสามารถปรับเปล่ียนเนื้อหาตามสภาพปัญหาหรือบริบทของนักเรียน เพ่ือให้
นักเรียนตระหนักในปัญหาสงั คมของตนเองจากการท่ไี ด้วเิ คราะห์สาเหตขุ องปญั หา และมีส่วน
รว่ มในการรณรงคแ์ กไ้ ขปญั หาเหล่านน้ั
๔. ครสู ามารถสอนวนิ ัยโดยการเชื่อมโยงกบั กฎระเบยี บของโรงเรยี นดา้ นตา่ งๆ
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๓ l 81
กจิ กรรมการปลูกฝังวนิ ัย
กิจกรรมท่ี ๑ ไม่แตกแถว
วิธกี ารฝกึ
๑. นกั เรยี นทกุ คนเขา้ แถวเรียงล�ำดบั ไหล่
๒. ครสู าธติ การเดนิ แบบมสี ติ (ครตู อ้ งฝกึ การเดนิ แบบมสี ตใิ หเ้ ปน็ ตวั อยา่ งกบั นกั เรยี น)
๓. การเดนิ แถวทกุ ครงั้ ไมว่ า่ เดนิ เขา้ หอ้ งเรยี นหรอื เดนิ แถวไปทำ� กจิ กรรมตา่ งๆ นกั เรยี น
แตล่ ะคนจะต้องเดนิ แบบมีสติ คือใหน้ กั เรยี นรู้ตวั อยู่ตลอดเวลาวา่ ขณะก�ำลังก้าวเท้าซ้าย หรอื
ก้าวเทา้ ขวา (สตจิ ะตอ้ งอยกู่ ับเท้าทีส่ ัมผัสพ้ืนใหม้ ากท่ีสดุ ) ในขณะทกี่ �ำลังเดิน นักเรยี นพดู ใน
ใจดังนี้
- กา้ วเทา้ ขวาก็พดู วา่ “ขวา”
- ก้าวเท้าซ้ายกพ็ ดู ว่า “ซ้าย”
สลับกนั ไปเรอ่ื ย ๆ จนกวา่ จะถึงห้องเรยี น
๔. ในขณะท่ีนักเรยี นเดิน ครูตอ้ งปฏบิ ตั เิ ปน็ ตวั อยา่ งและคอยดูแลอยา่ งใกล้ชดิ (เม่ือ
นกั เรียนคนใดเดินแถวไดเ้ ปน็ ระเบยี บ ไม่พูดคยุ สง่ เสยี งดงั ไม่แตกแถวหรอื ว่ิงเล่นกนั ในแถว
ครูใหก้ ารเสรมิ ทางบวก ช่นื ชมและเมอ่ื พบนกั เรยี นคนใดไม่ปฏิบัตติ ามทคี่ รูฝึก ครูไมค่ วรพดู
ในเชงิ ลบ หรือใชน้ ำ้� เสยี งที่ดงั แสดงอารมณ์โกรธ ครคู วรถามนักเรยี นดว้ ยเหตผุ ลว่าท�ำไมถึงท�ำ
ไม่ได้เพราะอะไร ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรียนท่ยี งั ปฏิบัตไิ มไ่ ด้ฝึกเดินแถวใหม่อีกคร้งั โดยครูคอย
ดูแลช่วยเหลือนักเรยี นอย่างใกลช้ ิด
๕. ครูพานักเรียนฝึกปฏิบัตกิ ารเดนิ แถวแบบมสี ติทกุ ๆ วัน จนเป็นนิสัย นกั เรยี นจะ
เกิดในเร่อื ง มวี นิ ยั ในการเดินแถว
๖. ครูซกั ถามนกั เรียนถึงผลดีของการเดินแถว อยา่ งมีระเบยี บไมแ่ ตกแถว นกั เรียน
ไดร้ ับประโยชนด์ า้ นใดบา้ ง เช่น
82 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน
ผลดี
- เดนิ แถวเป็นระเบียบมองดูสวยงาม
- ไมส่ ่งเสยี งดงั รบกวนคนอ่นื
- ปลกู จิตสำ� นกึ ในเรอ่ื งการมีวินยั
- ถงึ ทห่ี มายได้เร็วทันเวลา
- นักเรยี นไม่เกิดอุบตั เิ หตุ เช่น หกลม้
เม่ือนักเรียนฝึกปฏิบัติเปน็ ผู้มีวนิ ัยในการเดินแถวอยา่ งเปน็ ระเบยี บ นักเรียนไดช้ อื่ วา่
ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง กฎระเบยี บของโรงเรียน มีความรบั ผิดชอบตอ่ ตนเองและผูอ้ น่ื
๗. ครซู ักถามนกั เรยี นถงึ ผลเสยี ของการเดนิ ไมเ่ ปน็ ระเบยี บ เชน่ ว่งิ แซงกนั เล่นกนั
พูดคุยเสียงดงั ในระหว่างเดนิ แถว เป็นต้น
ผลเสยี
- นกั เรยี นไมม่ ีระเบียบในตนเอง
- ทำ� ใหเ้ กดิ การทะเลาะกันกบั เพ่ือน
- ท�ำให้เกิดอุบตั เิ หตุ
- สง่ เสียงรบกวนคนอน่ื
- ไม่มจี ิตส�ำนึกในเร่อื งของการมีวนิ ัย ขาดความรบั ผิดชอบ
- เปน็ คนทไ่ี ม่มรี ะเบยี บวินยั
๘. การเดินแถวเป็นระเบียบเป็นการปลูกฝังให้นักเรียนมีวินัยต่อตนเองและผู้อ่ืน
นักเรยี นเปน็ คนมีความรบั ผิดชอบตอ่ ตนเองปฏบิ ตั ติ ามหน้าที่และสทิ ธขิ องตน
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑-๓ l 83
แบบสังเกตพฤตกิ รรม การมีวนิ ยั ในตนเอง เรอื่ งการเดินแถว
ชอ่ื -สกลุ ..........................................................ชน้ั ....................วนั ท.่ี ......เดอื น.......................พ.ศ................
ค�ำชแ้ี จง
๑. กาเครื่องหมาย () ลงในชอ่ งพฤตกิ รรมของนกั เรยี นตามรายการ ใหต้ รงกับความเปน็ จริง
๒. รายการที่นกั เรยี นได้ปฏิบัติ ได้ ๑ คะแนน ถ้าไมป่ ฏบิ ตั ิ ได้ ๐ คะแนน
ล�ำดับ รายการประเมนิ พฤติกรรม
ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบัติ
๑ เดนิ แถวเป็นระเบยี บ
๒ ก้าวเท้าแบบมีสต ิ
๓ ไม่พูดคยุ และเล่นกนั ในขณะเดนิ แถว
๔ ไม่วิง่ แซงกนั ในขณะเดินแถว
๕ ไมร่ ้องตะโกนเสยี งดงั ในขณะเดินแถว
รวม
สรปุ ผลการประเมนิ ผา่ น ไมผ่ ่าน
ลงชือ่ ...................................................................ผสู้ ังเกต
(.................................................................)
วนั ที.่ ........ เดอื น ............................... พ.ศ. ......................
เกณฑ์การให้คะแนนในรายการทน่ี ักเรียนปฏิบตั ิ ดมี าก
ดี
๕ คะแนน หมายถงึ ได้ระดับ พอใช้
๔ คะแนน หมายถึง ไดร้ ะดบั ปรบั ปรุง
๓ คะแนน หมายถึง ได้ระดบั
ตำ�่ กวา่ ๓ คะแนน หมายถงึ ได้ระดับ
เกณฑ์การตัดสนิ
นักเรียนต้องได้ ๓ คะแนนขนึ้ ไป จึงจะถือวา่ ผา่ น
84 l แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
กจิ กรรมท่ี ๑๐
ชอื่ กจิ กรรม วินยั ท่ดี .ี ...ชีวีมสี ุข เวลา ๑ ชว่ั โมง
สอดคลอ้ งกับคณุ ลกั ษณะของผู้เรียน มีวนิ ยั
สอดคลอ้ งกบั คุณลักษณะอน่ื ๆ ทักษะกระบวนการคิด ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ
ตัวช้วี ัด
๒.๑ มวี นิ ัยตอ่ ตนเอง ผู้อื่นและสงั คม
๒.๒ มคี วามรับผิดชอบต่อหน้าทแ่ี ละสทิ ธิของตนเอง
๒.๓ มีความรับผดิ ชอบต่อชุมชน สังคมและประเทศชาติ
แนวคิด
การมีวินัยต่อตนเองและผู้อื่นในสังคมเป็นส่ิงที่ดี อีกท้ังการท�ำงานที่ได้รับมอบหมาย
ทกุ คนจะตอ้ งมคี วามรบั ผดิ ชอบในการกระทำ� ของตนเองและมสี ว่ นรว่ มในการทำ� งาน รจู้ กั เคารพ
สิทธขิ องผอู้ น่ื รว่ มแสดงความคิดเหน็ ตดั สินใจรว่ มกัน ประพฤตปิ ฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลง กฎกตกิ า
การอยู่รว่ มกนั
จดุ ประสงค์
๑. เพอื่ ใหน้ กั เรยี นตระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ทจี่ ำ� เปน็ ทตี่ อ้ งประพฤตปิ ฏบิ ตั กิ ารมวี นิ ยั ตาม
ข้อตกลง ข้อบังคบั กฎกติกา ระเบยี บกฎหมาย ข้อตกลงของหอ้ งเรียนและโรงเรยี น
๒. เพื่อให้นกั เรียนท�ำงานที่ได้รบั มอบหมายจนส�ำเรจ็ รสู้ ิทธิของตนเองและรบั ผิดชอบ
ในการกระทำ� ของตน
ข้ันตอน / กิจกรรม
๑. ครสู นทนากบั นกั เรยี นในเรอื่ งการมรี ะเบยี บวนิ ยั ในการมาโรงเรยี นแตล่ ะวนั นกั เรยี น
จะต้องมวี นิ ัยเรือ่ งใดบ้าง เช่น การแตง่ กาย การเข้าแถว ฯลฯ และใหน้ ักเรียนตอบวา่ การมวี นิ ัย
ทนี่ ักเรียนปฏิบัติอยู่มผี ลดีอย่างไรบ้าง และถ้าไม่ปฏิบัตติ าม จะมผี ลเสยี หรอื โทษอยา่ งไร
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๓ l 85
๒. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่าๆกนั จำ� นวน ๔ กลุ่ม แต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทน
เพ่ือรบั เกมจิ๊กซอว์รปู ภาพกลุ่มละ ๑ ภาพ ดังน้ี
กลุ่มที่ ๑ ภาพแย่งกนั ซอ้ื อาหาร
กลุม่ ท่ี ๒ ภาพนักเรยี นเลน่ ในแถว
กลมุ่ ท่ี ๓ ภาพแย่งกนั ขนึ้ รถโดยสาร
กลุ่มที่ ๔ ภาพแย่งกนั สง่ งานครู
๓. แตล่ ะกลมุ่ ตอ่ จก๊ิ ซอวท์ ไ่ี ดร้ บั ภายในเวลา ๑๐ นาที ใหน้ กั เรยี นสงั เกตภาพทตี่ อ่ สำ� เรจ็
แลว้ ร่วมกันอภิปรายตามประเด็นค�ำถามตอ่ ไปนี้
- ภาพจ๊ิกซอวก์ ล่มุ ทีน่ กั เรยี นได้รบั เป็นภาพอะไร
- นักเรียนเคยปฏบิ ตั เิ หมอื นเด็กในภาพน้นั หรอื ไม่เพราะอะไร แสดงให้เหน็ ถงึ
การทุจรติ ไดอ้ ยา่ งไร
- การปฏิบตั ิตนตามภาพกอ่ ให้เกิดผลดีหรอื ผลเสยี อยา่ งไร
- นกั เรียนควรปฏิบตั ติ นเหมอื นเดก็ ในภาพหรือไม่ เพราะเหตุใด
- การปฏบิ ตั ขิ องนกั เรยี นในภาพเปน็ การทจุ รติ ในเรอ่ื งใด ( กระตนุ้ ใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจ
วา่ เรอื่ งของเวลาและการละเมิดสทิ ธขิ องผู้อ่นื เป็นการทจุ รติ เชน่ กัน )
๔. กลุ่มใดท่ีต่อจ๊ิกซอว์ไม่เสร็จให้ทันตามเวลาท่ีก�ำหนดให้บอกเหตุผลว่า สาเหตุท่ีต่อ
จก๊ิ ซอว์ไม่เสรจ็ ทันเวลานั้น เพราะสาเหตใุ ด ซึ่งประเดน็ ของการตอ่ จก๊ิ ซอว์ไม่เสรจ็ เช่น
- สมาชกิ ภายในกลุ่มไม่มีการวางแผน
- สมาชกิ ภายในกลุม่ ขาดความรบั ผดิ ชอบ
- สมาชกิ ภายในกลมุ่ ขาดวินัยในการทำ� งาน
๕. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ แนวคิดจากกิจกรรมดังนี้
การต่อจ๊ิกซอว์รูปภาพให้ส�ำเร็จต้องเกิดจากการคิด วางแผน และแก้ปัญหา
ร่วมกันสว่ นภาพส�ำเรจ็ ของจกิ๊ ซอวแ์ สดงถงึ การปฏิบตั ติ นของนกั เรียนทางดา้ นวนิ ยั ซึง่ เปน็ สิ่งที่
นักเรียนต้องปฏิบัติให้ถูกต้องเพ่ือประโยชน์ต่อตนเอง และประโยชน์ต่อส่วนรวมซ่ึงในชีวิตจริง
ของนกั เรยี นต้องปฏิบัตติ นตามขอ้ ตกลง กฎระเบยี บของห้องเรยี น โรงเรียนท่นี กั เรยี นอยู่ หาก
ทุกคนในสงั คมรว่ มมอื กันปฏบิ ัตเิ ป็นแนวทางเดียวกัน เปน็ การปลกู ฝงั จิตสำ� นกึ ทดี่ ีในเรือ่ งของ
ความรบั ผดิ ชอบ
๖. ครใู ห้นักเรียนตอบคำ� ถามใบงาน “หนทู ำ� ได้” จากนน้ั ส่งตวั แทนนกั เรยี น ๒ - ๓ คน
ออกมานำ� เสนอผลงาน
๗. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สร้างข้อตกลง กฎ กติกา ทีน่ กั เรียนสามารถน�ำไปใช้ในชวี ิต
ประจ�ำวนั เช่น การเดินแถวในขณะทนี่ กั เรยี นซื้ออาหาร รอข้ึนรถโดยสาร เป็นตน้
86 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน
๘. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรา้ งความตระหนักถงึ ความสำ� คญั ของการประพฤตปิ ฏบิ ัติ
ตามขอ้ ตกลง ขอ้ บงั คับ กฎกติกาของห้องเรียน โรงเรยี น ไม่ฝา่ ฝนื หากไมป่ ฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง
ข้อบงั คับ กฎกตกิ าทีก่ �ำหนดไว้รว่ มกัน ถือได้วา่ เป็นการทจุ ริต ในเรื่องต่างๆ ทสี่ ง่ ผลเสียทัง้ ต่อ
ตนเอง ผอู้ ืน่ ห้องเรยี น โรงเรยี น สงั คมและประเทศชาติต่อไป
๙. ครูฝึกใหน้ กั เรยี นไดป้ ฏบิ ตั จิ รงิ ตามกจิ กรรมที่ ๒ “การเดนิ แถวไปรบั ประทานอาหาร”
(โดยครจู ะตอ้ งปฏบิ ตั ติ นเปน็ แบบอยา่ งใหน้ กั เรยี นเหน็ และปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง ครเู นน้ ยำ้� นกั เรยี น
จนเกิดเปน็ นิสยั )
๑๐. ครบู ันทกึ พฤติกรรม “การเดินแถวไปรบั ประทานอาหาร” ลงในแบบสังเกตการมี
วนิ ัยในตนเอง
ส่ือ / อปุ กรณ์ / แหลง่ เรียนรู้
๑. กจิ กรรมท่ี ๑ เกมต่อภาพ (จก๊ิ ซอว)์
- ภาพเดก็ แย่งกนั ซอ้ื อาหาร
- ภาพเด็กแยง่ กนั ขนึ้ รถโดยสาร
- ภาพเดก็ แย่งกนั สง่ งานครู
- ภาพนกั เรยี นเล่นในแถว
๒. ใบงาน หนทู �ำได้
๓. กจิ กรรมที่ ๒ “การเดินแถวไปรบั ประทานอาหาร ”
การวัดผลและประเมนิ ผล
การสงั เกตการมีวนิ ัยในตนเองของนกั เรยี น
ข้อเสนอแนะ
ครสู ามารถเชอ่ื มโยงกบั กฎระเบยี บของโรงเรียน เช่น การแต่งกาย การรกั ษาวินัยใน
ห้องเรียนเป็นต้น หรือปรับเปลี่ยนเนื้อหาตามสภาพปัญหา หรือบริบทของนักเรียน เพ่ือให้
นักเรียนตระหนักในปัญหาสังคมของตนเองจากการที่ได้วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา และมีส่วน
ร่วมในการรณรงคแ์ ก้ไขปญั หาเหลา่ น้ัน
ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑-๓ l 87
แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การมีวนิ ัยในตนเอง
ชอ่ื -สกลุ ..........................................................ชน้ั ....................วนั ท.ี่ ......เดอื น.......................พ.ศ................
คำ� ชี้แจง
๑. กาเครือ่ งหมาย () ลงในชอ่ งพฤตกิ รรมของนักเรยี นตามรายการ ให้ตรงกับความเป็นจริง
๒. รายการทีน่ กั เรียนได้ปฏิบตั ิ ได้ ๑ คะแนน ถา้ ไม่ปฏิบัติ ได้ ๐ คะแนน
ล�ำดบั รายการประเมิน พฤติกรรม
ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ
๑ ปฏบิ ัตติ นตามข้อตกลงที่กำ� หนด
๒ เดินแถวเป็นระเบียบ
๓ ไมส่ ่งเสยี งดงั ขณะทำ� กิจกรรม
๔ เข้าเรียนทุกช่ัวโมง
๕ สง่ งานทกุ คร้งั
รวม
สรปุ ผลการประเมิน ผา่ น ไมผ่ ่าน
ลงชื่อ...................................................................ผสู้ ังเกต
(.................................................................)
วันท่.ี ........ เดอื น ............................... พ.ศ. ......................
เกณฑ์การใหค้ ะแนนในรายการท่นี ักเรยี นปฏิบัติ ดีมาก
ดี
๕ คะแนน หมายถงึ ไดร้ ะดับ พอใช้
๔ คะแนน หมายถึง ไดร้ ะดับ ปรบั ปรุง
๓ คะแนน หมายถึง ได้ระดับ
ต�่ำกวา่ ๓ คะแนน หมายถงึ ได้ระดบั
เกณฑ์การตัดสนิ
นักเรยี นต้องได้ ๓ คะแนนขนึ้ ไป จงึ จะถอื วา่ ผ่าน
88 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน
ภาพสำ� หรับทำ� จิก๊ ซอ
ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑-๓ l 89
90 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน
กจิ กรรมการปลูกฝังวนิ ัย
กิจกรรมท่ี ๒ การเดินแถวไปรับประทานอาหาร
วธิ ีการฝึก
๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสร้างข้อตกลงร่วมกัน โดยเม่ือเข้าโรงอาหารแล้วจะไม่
ส่งเสยี งดัง และก�ำหนดสัญลกั ษณ์ในการบอกถึงปริมาณอาหารท่ีต้องการจะรบั ประทาน ดงั นี้
- ชูนว้ิ โปง้
แสดงวา่
ต้องการปริมาณอาหารมาก
- ชนู ิว้ ก้อย
แสดงวา่
ต้องการปรมิ าณอาหารนอ้ ย
- ชูโป้งและนวิ้ กอ้ ย
แสดงว่า
ต้องการปรมิ าณอาหารปานกลาง
๒. ครพู านกั เรยี นไปรบั ประทานอาหารทโ่ี รงอาหาร โดยนกั เรยี นทกุ คนเขา้ แถวตอนเรยี ง
๑ โดยใช้ กจิ กรรมท่ี ๑ ไม่แตกแถว มาบรู ณาการ
๓. เม่ือได้รับอาหารแล้วให้ทุกคนเดินมานั่งประจ�ำที่บนโต๊ะอาหาร (ครูควรจะคอย
ควบคมุ กำ� กับ ในช่วงระยะแรก เพ่ือความสงบเรียบร้อย)
๔. กอ่ นการรบั ประทานอาหารครแู ละนกั เรยี นทกุ คน กลา่ วคำ� “ขอบคณุ ขา้ ว” / (เพอ่ื ปลกู จติ
สำ� นกึ ใหก้ บั ผเู้ รยี นมวี นิ ยั ในการรบั ประทานอาหาร และรบั ประทานอาหารในจานใหห้ มดไมเ่ หลอื
เศษอาหาร) จากน้นั รบั ประทานอาหารตามปกติ
ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ l 91
ค�ำกล่าว “ค�ำขอบคุณขา้ ว”
ข้าวทุกจาน อาหารทกุ อยา่ ง
อย่ากนิ ท้งิ ขว้าง เป็นของมคี ่า
คนจนคนยาก มมี ากนักหนา
สงสารบรรดา เด็กตาด�ำดำ�
(ครอู าจติดคำ� กลา่ ว “คำ� ขอบคณุ ขา้ ว” บรเิ วณต่างๆในโรงอาหาร)
๕. เมอื่ รบั ประทานอาหารเสรจ็ เรยี บรอ้ ย ใหแ้ ตล่ ะคนเดนิ แถวไปลา้ งภาชนะใสอ่ าหารให้
สะอาด และจัดเก็บภาชนะให้เป็นระเบียบเรยี บร้อย
ข้อเสนอแนะ
- ครคู วรนง่ั รบั ประทานอาหารกบั นกั เรยี น เมอ่ื ครพู บมนี กั เรยี นบางคนรบั ประทานขา้ ว
ไมห่ มดจาน
- ครูควรซกั ถามนักเรยี นดว้ ยเหตุดว้ ยผลวา่ ทำ� ไมถึงรบั ประทานไมห่ มด ครไู ม่ควรพูด
เสยี งดงั ควรใช้คำ� พดู เชงิ บวก นักเรียนฟังแล้วสบายใจ ปฏิบตั ติ ามทค่ี รแู นะนำ�
- ครปู ระเมนิ โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการเดนิ แถว / รบั ประทานอาหารและลา้ งภาชนะ
ที่ใส่อาหาร
- กระตุ้นนักเรียนบอกผลดีของการใช้สัญลักษณ์ และการกล่าวขอบคุณข้าวโดยให้
นักเรยี นช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่าเกดิ ผลดอี ยา่ งไร เชน่
ผลดี
๑. มีระเบียบวินยั ในตนเอง
๒. นกั เรียนเห็นความสำ� คญั ของการปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลงของห้องเรียน
๓. นักเรยี นรจู้ ักการเคารพกตกิ า บง่ บอกถึงการเปน็ คนไม่ทจุ ริตในเรอ่ื งของวนิ ัย
๔. นกั เรียนมีจติ สำ� นกึ ในการับประทานอาหารไมใ่ ห้เหลอื ทิ้ง กลายเปน็ นิสัยติดตวั
๕. นักเรยี นรจู้ กั มารยาทในการรบั ประทานอาหาร
92 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ผลเสียของการไม่ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง เชน่
ผลเสีย
๑. นักเรยี นไมม่ ีมารยาทในการรบั ประทานอาหาร
๒. โรงอาหารจะเกิดความวนุ่ วายมเี สยี งดงั
๓. อาหารจะเหลือทงั้ มากมาย
ครูสรุปผลการปฏิบัติตามข้อตกลงให้นักเรียนตระหนักในเรื่องระเบียบวินัย
ความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น รู้จักยอมรับ กฎ กติกา ข้อตกลงของโรงเรียน สังคม
ประเทศชาติ
ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๓ l 93
ใบงาน “หนูทำ� ได้”
ชอ่ื -สกลุ ..........................................................ชนั้ ....................วนั ท.ี่ ......เดอื น.......................พ.ศ................
คำ� ชีแ้ จง นกั เรยี นตอบคำ� ถามโดยช่วยกันแสดงความคดิ ตามข้อคำ� ถามตอ่ ไปนี้
๑. การท่ีคนแย่งกันซื้ออาหาร เป็นการกระท�ำที่ส่งผลถึงการขาดจิตส�ำนึกในเรื่องใด
นักเรียนคดิ วา่ จะมีวธิ ีแก้ปัญหาอย่างไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
๒. การทีท่ กุ คนแย่งกนั ขนึ้ รถโดยสาร เกิดผลเสยี ในเรอ่ื งอะไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
มวี ิธกี ารแก้ปัญหา เพ่ือฝึกการมรี ะเบียบวินัย อย่างไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
๓. นักเรียนยืนล้อมครูเพ่ือแย่งส่งการบ้าน การปฏิบัติเช่นนี้ก่อให้เกิดผลเสียกับใครบ้าง
เพราะเหตใุ ด
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
นักเรียนคดิ ว่าควรแกป้ ญั หาดว้ ยวธิ ีการอยา่ งไร
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
๔. นักเรียนพูดคุยส่งเสียงดังในขณะที่ครูมอบหมายงานให้ท�ำจนงานไม่เสร็จตามเวลา
การกระท�ำน้ี เกิดผลเสียกับใครบ้าง
........................................................................................................................................................................
เป็นการทุจริตในเรอ่ื งของอะไร...............................................................................................................
มวี ธิ กี ารแกไ้ ขอยา่ งไรเพอื่ ใหน้ กั เรยี นเกดิ วนิ ยั ในการทำ� งาน...............................................................
.........................................................................................................................................................................
94 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน
กจิ กรรมท่ี ๑๑
ช่ือกิจกรรม ข้อตกลงระหวา่ งเรา เวลา ๑ ชั่วโมง
สอดคล้องกับคณุ ลกั ษณะของนกั เรียน มวี ินยั
สอดคล้องกบั คุณลักษณะอืน่ ๆ ทกั ษะกระบวนการคิด ซอ่ื สตั ย์สจุ ริต
ตวั ชี้วัด
๒.๑ มีวนิ ัยตอ่ ตนเอง ผูอ้ ่นื และสังคม
๒.๒ มีความรบั ผดิ ชอบต่อหน้าทีแ่ ละสทิ ธิของตนเอง
๒.๓ มีความรับผิดชอบต่อชมุ ชน สงั คมและประเทศชาติ
แนวคดิ
การยดึ มน่ั และฝกึ ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นขอ้ ตกลง ขอ้ บงั คบั กฎกตกิ า ระเบยี บอยเู่ สมอ จะเปน็
ผู้มีวนิ ยั ในตนเอง วนิ ยั เปน็ สิ่งดงี าม เราย่อมปรารถนาทจี่ ะฝึกฝนตนเองให้เปน็ ผู้มวี ินัย จะส่งผล
ให้เกิดความส�ำเร็จในด้านต่างๆ ท่ีเราต้องการให้เกิดขึ้นได้และคนท่ีมีวินัยจะเป็นผู้ที่ประพฤติดี
ไมม่ ีพฤตกิ รรมที่ส่อไปในทางทจุ ริต
จุดประสงค์
๑. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นตงั้ ใจเรยี นและทำ� งานทไี่ ดร้ บั มอบหมายจนสำ� เรจ็ โดยครใู หค้ ำ� ชแ้ี นะ
๒. เพ่ือใหน้ กั เรยี นรู้สิทธขิ องตนเอง
๓. นักเรียนมีสว่ นร่วมในการกำ� หนดขอ้ ตกลง กฎกติกาของห้อง
๔. รู้สทิ ธขิ องเพอื่ น ครู และผู้ปกครอง
๕. เพื่อใหน้ ักเรียนมีความรู้ ความเขา้ ใจ ปฏิบัติตนอยู่ในขอ้ ตกลง ขอ้ บังคบั กฎกติกา
ระเบยี บของโรงเรยี น สังคม
๖. เพ่ือให้นักเรียนรับผิดชอบในการกระทำ� ของตน
ข้นั ตอน / กิจกรรม
๑. ครเู ปิดคลิปวีดโิ อ การ์ตนู คณุ ธรรม ๘ ประการ ให้นกั เรียนดูจนจบ
๒. เมื่อชมคลิปวีดิโอแล้ว ครูตั้งค�ำถามเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้ใช้กระบวนการคิด
โดยใชค้ ำ� ถาม เชน่
ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ l 95
- จากคลิปวีดิโอนักเรียนเห็นอะไร (ต้องการให้นักเรียนตอบค�ำถามเรื่องของ
นกั เรยี นท่ปี ฏิบัติตนถูกตอ้ งตามกฎระเบยี บวนิ ยั และไม่ถูกต้องตามกฎระเบยี บวินยั พรอ้ มทัง้
ผลของการปฏบิ ัตติ น)
- เมื่อชมคลปิ วีดิโอแลว้ นักเรียนเกดิ ความร้สู กึ อย่างไร
- นักเรียนจะปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไร จงึ จะเหมาะสมท่ีสุด
๓. ครูนำ� แผ่นภาพ จำ� นวน ๓ ชดุ ให้นกั เรยี นดูเพอื่ เปรยี บเทียบภาพ แล้วแสดง
ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ภาพท่ีนักเรียนเห็น ดงั น้ี
- ภาพชุดที่ ๑ นกั เรยี นแยง่ กนั ซอื้ อาหาร กบั ภาพนักเรยี นเข้าแถวซือ้ อาหาร
- ภาพชดุ ท่ี ๒ ภาพนกั เรยี นนั่งเรยี บรอ้ ยมคี รูสอนกบั ภาพนักเรยี นเลน่ ขว้างปา
สิ่งของกันในหอ้ งเรียนขณะครสู อน
- ภาพชดุ ที่ ๓ ภาพหอ้ งเรยี นสกปรกถงั ขยะเตม็ ไปดว้ ยกระดาษกบั ภาพหอ้ งเรยี น
สะอาดเปน็ ระเบียบว่าแตกต่างกันอย่างไร ถ้านกั เรียนเลอื กได้ จะเลอื กภาพใด เพราะเหตใุ ด
๔. ให้นักเรียนวิเคราะห์และบอกผลดีผลเสียของแต่ละภาพท่ีมีต่อตนเองและต่อสังคม
เป็นอยา่ งไร โดยตงั้ ค�ำถามดงั น้ี
- ภาพใดทนี่ กั เรยี นควรจะน�ำไปเป็นแบบอยา่ งและควรปฏบิ ตั ิตาม
- ภาพใดทีน่ ักเรยี นไม่ควรจะนำ� ไปเป็นแบบอยา่ งและไม่ควรปฏบิ ตั ติ าม
- ภาพใดทนี่ กั เรยี นควรจะนำ� ไปเปน็ แบบอยา่ งและควรปฏบิ ตั ติ ามมขี อ้ ดอี ยา่ งไร
- ภาพใดทน่ี กั เรยี นไมค่ วรจะนำ� ไปเปน็ แบบอยา่ งและไมค่ วรปฏบิ ตั ติ ามมขี อ้ เสยี
อยา่ งไร
- ภาพใดทน่ี กั เรยี นไมค่ วรจะนำ� ไปเปน็ แบบอยา่ งและไมค่ วรปฏบิ ตั ติ ามแสดงให้
เหน็ การทุจริตในเรอื่ งใด
๕. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ วา่ ภาพทน่ี กั เรยี นเหน็ นนั้ ควรกำ� หนดขอ้ ตกลง อะไรบา้ ง
ท่ีท�ำให้ ห้องเรียนของเราสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ
ละเทา่ ๆ กนั แลว้ ครแู จกใบไมก้ ระดาษกลมุ่ ละประมาณ ๑๐ ใบ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั คดิ แลว้ เขยี น
ขอ้ ตกลงของการอยรู่ ว่ มกันในหอ้ งเรียนลงบนใบไม้ กระดาษ ข้อละ ๑ ใบ
๖. ตัวแทนกลุ่มน�ำเสนอ เม่ือทุกกลุ่มน�ำเสนอเสร็จแล้ว ให้นักเรียนร่วมกันแสดง
ความคิดเหน็ และเลอื กข้อตกลงไว้เปน็ แนวทางปฏบิ ตั ิของหอ้ งเรียน โดยให้ใชม้ ติของนกั เรยี นใน
ห้องเรยี น
๗. ให้นักเรียนเลือกข้อตกลงท่ีเขียนในแผ่นกระดาษรูปใบไมต้ ามข้อ ๔ และน�ำเสนอ
ข้อตกลงละ ๑ ใบ น�ำไปติดท่ีต้นไม้ข้อตกลงของเรา ซึ่งครูสามารถจัดท�ำหรือจัดหาได้ตาม
ความเหมาะสม ดงั ภาพตัวอยา่ ง
96 l แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน
ทม่ี าของรูปภาพ : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=๓๔๓๘๕๒
๘. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาถงึ ขอ้ ตกลง ขอ้ บงั คบั กฎกตกิ า ระเบยี บของโรงเรยี น
และสงั คมทม่ี คี วามส�ำคัญ ซ่งึ นกั เรียนตอ้ งปฏิบตั มิ อี ะไรบา้ ง (ตอบค�ำถามจากใบงานข้อ ๘)
๙. ครอู ธิบายถงึ สิทธขิ องบุคคล และการยอมรับฟังความคิดเหน็ ของบคุ คลอ่นื
๑๐. ครูถามคำ� ถามวา่ “ถ้านักเรยี นไม่ปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลงท่นี ักเรยี นไดก้ �ำหนดไวบ้ น
ตน้ ไมข้ อ้ ตกลง เปน็ การทจุ รติ หรอื ไม่ อยา่ งไร และจะสง่ ผลเสยี อยา่ งไร โดยบนั ทกึ ลงบตั รบนั ทกึ
ดงั ตัวอยา่ ง
บตั รตัวอยา่ ง
ข้อตกลงของหนู คือ .............................................................................................................
หากหนไู มป่ ฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงน้ี แสดงว่าหนทู ุจริต
เรอ่ื ง
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ผลเสยี คอื ..............................................................................................................................
เพราะฉะน้ันหนสู ญั ญาวา่ หนจู ะปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลงหนจู ะไมท่ ุจริต
๑๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปแนวคิดส�ำคัญจากกิจกรรมว่า การออกกฎระเบียบ
ของห้องเรียน ท่ีได้จากพวกเราทุกคนร่วมกันคิดและตกลงร่วมกัน แสดงถึงการมีส่วนร่วม
ในการหาแนวทางปฏบิ ัตเิ พือ่ ให้เกดิ การยอมรับการอยู่รว่ มกนั ในโรงเรียนอย่างเปน็ สุข
ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ l 97
ครูเช่ือมโยงกบั ชวี ติ จริงว่า การอยรู่ ว่ มกันอย่างมีความสขุ ทุกคนควรมีสว่ นร่วม
ก�ำหนดกฎ กติกาข้อตกลงให้ทุกคนต้องถือปฏิบัติร่วมกันโดยครูเป็นผู้ท่ีเน้นย�้ำให้นักเรียน
ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงทร่ี ว่ มกนั คดิ อยเู่ ปน็ ประจำ� จนเกดิ เปน็ นสิ ยั สง่ ผลใหเ้ ปน็ คนมวี นิ ยั ในตนเอง
มคี วามรับผิดชอบต่อหน้าทแ่ี ละสทิ ธิของตนเอง เป็นการปลกู จติ ส�ำนกึ ในเรอื่ งของการไมท่ ุจรติ
ต่อหน้าที่
ส่ือ / อุปกรณ์ / แหลง่ เรียนรู้
๑. คลิปวีดิโอ การ์ตูนคุณธรรม ๘ ประการ สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์
http://www.youtube.com/watch?v=Hz-qgl๒BsVg การต์ นู คณุ ธรรม ๘ ประการ ตอน มวี นิ ยั
๒. ใบไมท้ ต่ี ดั จากกระดาษโปสเตอร์ จำ� นวนประมาณ ๑๐๐ ใบ
๓. ต้นไมข้ อ้ ตกลงเปน็ ก่งิ ไม้แหง้ หรือต้นไมพ้ ลาสตกิ ๑ ต้น
๔. ภาพพฤติกรรมขณะอยใู่ นโรงเรยี น เชน่
- ภาพชุดที่ ๑ นกั เรยี นแย่งกนั ซอ้ื อาหาร กบั ภาพนักเรียนเขา้ แถวซ้อื อาหาร
- ภาพชดุ ท่ี ๒ ภาพนกั เรยี นเรยี บรอ้ ยมคี รสู อน กบั ภาพนกั เรยี นเลน่ ขวา้ งปากนั
ในห้องเรยี นขณะครูสอน
- ภาพชดุ ท่ี ๓ ภาพหอ้ งเรยี นสกปรกถงั ขยะเตม็ ไปดว้ ยกระดาษกบั ภาพหอ้ งเรยี น
สะอาดเป็นระเบยี บ
การวัดและประเมนิ ผล
๑. การสงั เกตการมสี ่วนรว่ ม
๒. การประเมินผลงาน
- ต้นไมข้ ้อตกลง
๓. การอภิปราย
ขอ้ เสนอแนะ
ถา้ หากมีเวลาควรให้นักเรยี นแสดงบทบาทสมมุติ
98 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน
ใบงาน (ขอ้ ๘)
การสรุปขอ้ ตกลง ขอ้ บงั คบั กฎกตกิ า ระเบยี บของโรงเรยี นและสงั คม
๘.๑ ข้อบังคับ กฎกตกิ า ระเบยี บของโรงเรียน
กฎข้อตกลง กฎข้อบังคบั กฎกตกิ า กฎระเบียบ
๘.๒ ข้อบังคบั กฎกติกา ระเบยี บของสงั คม
กฎขอ้ ตกลง กฎข้อบงั คับ กฎกตกิ า กฎระเบียบ
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๓ l 99
คลปิ วดี ิโอ การ์ตูนคณุ ธรรม ๘ ประการ ตอน มีวินยั (ข้อ ๒)
ชุดภาพกิจกรรม
ภาพชุดท่ี ๑
นกั เรียนแย่งกนั ซื้ออาหาร กบั ภาพนักเรยี นเขา้ แถวซื้ออาหาร
100 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน