The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดการเรียนการสอน(ป.ต้น)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sanakorn sanorhsieng, 2020-07-31 13:01:03

การจัดการเรียนการสอน(ป.ต้น)

การจัดการเรียนการสอน(ป.ต้น)

ภาพชุดท่ี ๒

ภาพนักเรยี นเรียบรอ้ ยมคี รูสอนกบั ภาพนกั เรียนเลน่ ขวา้ งปากันในห้องเรยี นขณะครูสอน

ภาพชุดท่ี ๓
ภาพหอ้ งเรียนสกปรกถงั ขยะเตม็ ไปดว้ ยกระดาษกับภาพห้องเรยี นสะอาดเป็นระเบียบ

ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๓ l 101

แบบสังเกตพฤตกิ รรม การมสี ่วนรว่ ม

ชอ่ื -สกลุ ..........................................................ชนั้ ....................วนั ท.ี่ ......เดอื น.......................พ.ศ................

คำ� ช้ีแจง
๑. กาเครอ่ื งหมาย () ลงในช่องพฤตกิ รรมของนกั เรียนตามรายการ ใหต้ รงกับความเปน็ จรงิ

๒. รายการทนี่ กั เรียนไดป้ ฏบิ ัติ ได้ ๑ คะแนน ถา้ ไมป่ ฏบิ ตั ิ ได้ ๐ คะแนน

ลำ� ดับ รายการประเมิน พฤตกิ รรม

ปฏบิ ัติ ไมป่ ฏิบัติ

๑ ตง้ั ใจเรยี น

๒ ท�ำงานทีม่ อบหมายส�ำเรจ็

๓ ปฏบิ ตั ิตนตามสทิ ธิของตนเองอย่างเหมาะสม

๔ มคี วามรบั ผิดชอบ

๕ มีส่วนรว่ มในการก�ำหนดข้อตกลงของหอ้ ง โรงเรียน

รวม


สรุปผลการประเมิน  ผา่ น  ไมผ่ ่าน



ลงชื่อ...................................................................ผสู้ ังเกต

(.................................................................)

วันท.ี่ ........ เดอื น ............................... พ.ศ. ......................

เกณฑ์การให้คะแนนในรายการท่ีนกั เรยี นปฏบิ ตั ิ ดีมาก
ดี
๕ คะแนน หมายถึง ไดร้ ะดับ พอใช้
๔ คะแนน หมายถึง ไดร้ ะดบั ปรับปรงุ
๓ คะแนน หมายถงึ ไดร้ ะดับ
ตำ่� กว่า ๓ คะแนน หมายถงึ ได้ระดับ

เกณฑก์ ารตดั สิน
นักเรียนตอ้ งได้ ๓ คะแนนข้นึ ไป จงึ จะถือว่า ผา่ น

102 l แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน

กจิ กรรมท่ี ๑๒

ชอื่ กิจกรรม หนทู ำ� ได ้ เวลา ๑ ชัว่ โมง

สอดคล้องกบั คุณลักษณะของผ้เู รยี น วินัย
สอดคล้องกบั คุณลักษณะ ทกั ษะกระบวนการคดิ

ตวั ชวี้ ัด
๒.๑ มีวินยั ต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม
๒.๒ มคี วามรบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่แี ละสิทธิของตนเอง
๒.๓ มคี วามรับผิดชอบต่อตนเองและสงั คม

แนวคดิ
การอยู่ร่วมกันในห้องเรียนและในโรงเรียนให้มีความสุข ควรมีการก�ำหนดข้อตกลง

และระเบยี บของหอ้ งเรียนและโรงเรียน

จดุ ประสงค์

๑. เพือ่ ใหน้ ักเรยี นมสี ่วนร่วมในการออกกฎระเบยี บของหอ้ งเรยี น
๒. เพื่อให้นกั เรยี นมีสว่ นรว่ มรบั ผิดชอบในการท�ำกจิ กรรมในห้องเรียน

ขน้ั ตอน / กจิ กรรม
๑. ครูติดรปู ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ไวห้ นา้ ห้องเรยี น
- รูปภาพนกั เรยี นท้งิ ขยะลงพืน้
- รูปภาพหอ้ งเรียนสะอาดมีระเบียบ
- รปู ภาพหอ้ งเรียนสกปรก ถังขยะเตม็ ล้นลงพื้น
- รูปภาพเดก็ เล่นขว้างปากันใหห้ ้องเรียน
- รปู ภาพบรเิ วณโรงเรียนสะอาดเรยี บร้อย
- รูปภาพบรเิ วณโรงเรียนสกปรก
- รปู ภาพนักเรยี นช่วยกันท�ำความสะอาดหอ้ งเรียนและโรงเรยี น
- ฯลฯ
๒. ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณารปู ภาพตา่ งๆ ถา้ เลอื กได้ นกั เรยี นจะเลอื กภาพใด เพราะเหตใุ ด

มีผลดีผลเสยี กับตัวเราและสังคมอยา่ งไร

ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๓ l 103

๓. นักเรียนร่วมกันสรุปว่าภาพใดบ้างควรมีการต้ังกฎกติกา เพ่ือให้ห้องเรียนและ
โรงเรียนของเรามรี ะเบียบวนิ ัย

๔. นักเรียนร่วมกันสนทนาถึงความหมายความส�ำคัญของค�ำว่า "การมีวินัย" และให้
นักเรียนบอกถึงการขาดวินัยและปัญหาในห้องเรียนของเราท่ีควรจะมีการสร้างข้อตกลง กฎ
กติการว่ มกนั ให้นักเรียนนำ� เสนอ

๕. ครูให้นักเรียนร่วมกันตั้งกฎกติกา ข้อตกลงของห้องเรียน เพื่อที่นักเรียนจะได้
ปฏิบัติร่วมกัน

๖. นกั เรียนรว่ มกนั วางแผนการท�ำงานตามข้อตกลงของห้องเรยี น
๗. เมือ่ ทกุ คนวางแผนการทำ� งานตามขอ้ ตกลงเสรจ็ ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกนั จดทำ� ตารางเวร
การท�ำความสะอาดในห้องเรยี น บริเวณหน้าห้องเรยี น โดยใชเ้ วลา ๑ สปั ดาห์ แล้วจงึ เปลยี่ น
หมนุ เวยี นใหม่อกี ครง้ั
๘. ครูและนักเรียนช่วยกันดูแลและตรวจสอบผลการท�ำงานว่า ท�ำได้ตามข้อตกลงที่
วางไว้หรือไม่ (ครูจะต้องท�ำอย่างจริงจังและต้องคอยชี้แนะ ชี้แจงด้วยเหตุด้วยผลให้นักเรียน
ตลอดเวลา)
๙. นักเรียนที่รับผิดชอบการท�ำงานในแต่ละวัน ต้ังแต่วันจันทร์ – ศุกร์ สรุปผล
การปฏิบตั ิงานของกลมุ่ ตนเองเป็นผังความคดิ จากนั้นสง่ ตัวแทนออกมานำ� เสนอหน้าชน้ั เรียน
โดยชใ้ี หเ้ หน็ ถงึ ผลดี ผลเสียของการปฏบิ ัติงาน
๑๐. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุป และตอบค�ำถามดงั น้ี

๑๐.๑ การทน่ี กั เรยี นมสี ว่ นรว่ มในการออกกฎกตกิ าของหอ้ งเรยี นมผี ลดี อยา่ งไร
๑๐.๒ กฎกติกาของหอ้ งเรยี นทีเ่ รารว่ มกนั ก�ำหนด มอี ะไรบา้ ง
๑๐.๓ ถา้ ไมเ่ คารพกฎกตกิ าและไมป่ ฏบิ ตั ติ น หรอื ไมร่ บั ผดิ ชอบ จะมโี ทษอยา่ งไร
๑๐.๔ นักเรียนมสี ว่ นร่วมรับผิดชอบในการทำ� กจิ กรรมในหอ้ งเรยี น / โรงเรยี น
อะไรบ้าง

ส่ือ / อุปกรณ์ / แหลง่ เรียนร ู้ รูปภาพเหตกุ ารณต์ ่างๆ

การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. ตรวจงานการปฏิบตั จิ ริง
๒. สังเกตพฤตกิ รรมการท�ำงาน

ข้อเสนอแนะ ถ้ามเี วลาควรให้นกั เรียนแสดงบทบาทสมมตุ ิ

104 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน

แบบสงั เกตพฤติกรรมการท�ำงานรว่ มกนั

ชอื่ -สกลุ ..........................................................ชนั้ ....................วนั ท.่ี ......เดอื น.......................พ.ศ................

ค�ำชีแ้ จง
๑. กาเครอ่ื งหมาย () ลงในช่องพฤติกรรมของนกั เรยี นตามรายการ ให้ตรงกับความเป็นจรงิ

๒. รายการที่นกั เรยี นไดป้ ฏิบตั ิ ได้ ๑ คะแนน ถ้าไม่ปฏิบตั ิ ได้ ๐ คะแนน

ล�ำดบั รายการประเมนิ พฤติกรรม

ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ

๑ ม่งุ มั่นในการทำ� งาน

๒ ท�ำงานทม่ี อบหมายสำ� เร็จ

๓ มีวินยั ในตนเอง

๔ มีความรับผิดชอบ

๕ มีจิตอาสา

รวม


สรุปผลการประเมิน  ผา่ น  ไมผ่ ่าน



ลงช่ือ...................................................................ผสู้ ังเกต

(.................................................................)

วนั ท่ี......... เดอื น ............................... พ.ศ. ......................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนในรายการที่นักเรียนปฏิบัติ ดมี าก
ดี
๕ คะแนน หมายถงึ ได้ระดบั พอใช้
๔ คะแนน หมายถึง ได้ระดบั ปรบั ปรงุ
๓ คะแนน หมายถงึ ไดร้ ะดบั
ตำ�่ กว่า ๓ คะแนน หมายถงึ ไดร้ ะดับ

เกณฑก์ ารตัดสิน
นกั เรยี นตอ้ งได้ ๓ คะแนนขน้ึ ไป จึงจะถอื ว่า ผ่าน

ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๑-๓ l 105

106 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน

กจิ กรรมท่ี ๑๓

ชอื่ กิจกรรม หอคอยงาช้าง เวลา ๑ ชวั่ โมง

สอดคลอ้ งกับคณุ ลกั ษณะของผเู้ รียน มวี นิ ัย
สอดคล้องกับคณุ ลักษณะอ่ืนๆ กระบวนการคิด อยอู่ ย่างพอเพยี ง

ตัวชวี้ ัด
๒.๒ มคี วามรบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่แี ละสิทธิของตนเอง

แนวคดิ
การท�ำงานที่ไดร้ ับมอบหมาย ทกุ คนจะตอ้ งรบั ผิดชอบในการกระท�ำของตน การมสี ว่ น

รว่ มในการทำ� งาน รว่ มแสดงความคดิ เหน็ วางแผน ตดั สนิ ใจและประเมนิ ผลงานรว่ มกนั ทำ� ให้
เกดิ ความภาคภูมิใจในความส�ำเรจ็ ร่วมกัน

จดุ ประสงค์
๑. เพื่อใหน้ กั เรยี นตงั้ ใจเรยี นและทำ� งานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายจนสำ� เรจ็ โดยครใู หค้ ำ� ชแ้ี นะ
๒. เพือ่ ให้นกั เรียนรับผิดชอบในการกระท�ำของตน

ขนั้ ตอน / กิจกรรม
๑. ครูสนทนาซักถามนักเรียนว่า นักเรียนมีหน้าท่ีอย่างไรบ้าง เช่น เข้าแถวทุกเช้า

เดินเป็นแถวเขา้ ห้องเรียน ซ้อื ของ ซื้ออาหาร ฯลฯ
๒. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่า การปฏิบัติดังกล่าวเป็นการปฏิบัติตามระเบียบ

ข้อบังคับของห้องเรียนของโรงเรียนหรือสังคม ซึ่งทกุ คนทอี่ ยู่รว่ มกันต้องปฏิบตั ติ าม ไมว่ า่ เรา
จะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม แต่เราต้องฝึกฝนจนเป็นนิสัย การปฏิบัติอย่างนี้ เรียกว่า “วินัย”
เพอ่ื ใหอ้ ยู่รว่ มกันได้อย่างมคี วามสุข

๓. แบง่ นักเรียนเปน็ กลุ่มเท่าๆ กัน กลุม่ ละประมาณ ๓ – ๕ คน ให้ตัวแทนแตล่ ะกลมุ่
ออกมารบั ใบงานทีค่ รแู จกให้พรอ้ มกระดาษหนังสือพมิ พ์กลุ่มละ ๒ ฉบบั

๔. ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มปฏบิ ัติตามใบงานที่ ๑ การสร้างหอคอยงาชา้ ง โดยรว่ มกันวางแผน
ออกแบบการสร้างหอคอยงาช้างให้สูงท่ีสุดและตั้งได้ กลุ่มไหนเสร็จก่อนและมีผลงานตามที่
ก�ำหนด ให้นำ� เสนอวธิ ีการและขัน้ ตอนการท�ำงานของกลุ่มท่ีประสบความส�ำเร็จ

ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๓ l 107

๕. กลุ่มที่เสร็จทีหลังและผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ให้น�ำเสนอว่าเพราะเหตุใด
จึงไมส่ ำ� เร็จมปี ญั หาอุปสรรคอยา่ งไรและมีวธิ ีการแก้ปญั หาอยา่ งไร

๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปผลการปฏิบัติงานลงในใบงานที่ ๒ สรุปผลการสร้าง
หอคอยงาช้างเสร็จแล้วส่งตัวแทนน�ำเสนอ พร้อมทั้งน�ำผลงานไปติดท่ีป้ายนิทรรศการ
ในหอ้ งเรียน

๗. ครชู น่ื ชมผลงานของนกั เรยี นและสรปุ เพมิ่ เตมิ วา่ ในการกระทำ� สงิ่ ใดกต็ าม เราตอ้ ง
ช่วยกันทำ� งานโดยรว่ มแสดงความคิดเห็น ร่วมวางแผนและตดั สินใจ ร่วมท�ำงาน รว่ มประเมนิ
ผลงาน รู้จกั ใชว้ สั ดุทม่ี อี ยา่ งพอเพียง จะท�ำใหเ้ กิดผลงานที่เราภาคภูมิใจร่วมกัน ถา้ ทำ� งานไม่
เสร็จอาจเกิดจากการวางแผนไม่ดี/ไม่ยอมรับข้อตกลงของกลุ่ม/สมาชิกในกลุ่มไม่ปฏิบัติ
งานตามหน้าท่ีของตน ซ่ึงท�ำให้เกิดผลเสียจนท�ำงานไม่ส�ำเร็จตามที่ได้รับมอบหมายตามเวลา
ท่ีก�ำหนด ไมร่ ู้จักสิทธขิ องตนและไมร่ บั ผิดชอบในการทำ� งาน ซ่งึ ถือเปน็ การทุจรติ ในเรอ่ื งเวลา
และความรบั ผิดชอบต่อตนเองและผ้อู นื่

๘. ครปู ระเมินพฤตกิ รรมของนักเรียน สปั ดาหล์ ะ ๑ ครง้ั แลว้ บันทกึ ผล

สื่อ / อุปกรณ์ / แหลง่ เรียนรู้
๑. กระดาษหนงั สือพิมพ์เกา่ ให้นกั เรยี นกลมุ่ ละ ๒ ฉบับ
๒. เทปใส ตามจำ� นวนกลมุ่
๓. กจิ กรรม หอคอยงาชา้ ง
๔. ใบงานท่ี ๑ การสร้างหอคอยงาชา้ ง
๕. ใบงานท่ี ๒ การสรุปผลการสร้างหอคอยงาชา้ ง

การวัดผลและประเมินผล
๑. อภปิ รายซกั ถาม
๒. ตรวจผลงานการสรา้ งหอคอยงาชา้ ง
๓. ตรวจใบงานการสรปุ ผลการสรา้ งหอคอยงาชา้ ง
๔. แบบประเมนิ ผลการทำ� งานกลุ่ม
๕. แบบสังเกตพฤตกิ รรมความรบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าทขี่ องตน

ข้อเสนอแนะ
๑. ครอู าจคดิ กจิ กรรมอน่ื ๆ ทส่ี ง่ เสรมิ ความมวี นิ ยั ใหน้ กั เรยี น โดยใหท้ กุ คนมสี ว่ นรว่ ม
๒. ปรับกิจกรรม / เวลา ไดต้ ามความเหมาะสม

108 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน

ใบงาน
การสร้างหอคอยงาช้าง

คำ� ช้ีแจง
๑. ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกไปรบั อปุ กรณก์ ารสรา้ งหอคอยงาชา้ งกลมุ่ ละ ๑ ชดุ ดงั นี้
๑.๑ กระดาษหนังสือพิมพ์ ๒ ฉบับ
๑.๒ เทปใส ๑ มว้ น

วธิ ีการปฏิบตั ิงานการสรา้ งหอคอยงาช้าง
นักเรียนวางแผนออกแบบการสร้างหอคอยงาช้าง โดยน�ำกระดาษหนังสือพิมพ์

มาออกแบบสร้างให้เป็นรูปหอคอย ใหส้ ูงทีส่ ดุ ในเวลา ๒๐ นาที

ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๓ l 109

ใบงาน
การสรุปผลการสร้างหอคอยงาช้าง


กลุม่ ชอื่ ........................................................................................................................ ช้นั ...............................

๑. หน้าท่ีของนกั เรยี นแต่ละคนในขณะทท่ี ำ� กจิ กรรมหอคอยงาชา้ ง คืออะไร
๑.๑ .....................................................................................................................................................
๑.๒ .....................................................................................................................................................
๑.๓ .....................................................................................................................................................
๑.๔ .....................................................................................................................................................
๑.๕ .....................................................................................................................................................

๒. บอกวธิ ีการทำ� งานของกลุม่ ใหส้ ำ� เร็จ
...............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
๓.ถ้านกั เรยี นไมต่ ง้ั ใจท�ำงานจะเกิดอะไรขึน้
...............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
๔. ถา้ ทำ� งานไมป่ ระสบความส�ำเรจ็ นักเรียนคดิ วา่ เปน็ การทุจริตในเรื่องใด และจะเกิดผลเสยี
ตอ่ ตนเองและกลมุ่ อยา่ งไร
...............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

หอคอยงาชา้ ง
ท่ีประสบผลสำ� เรจ็

เกดิ จาก

110 l แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน

๕. ให้นักเรยี นเขียนแผนผงั ความคิด หอคอยงาชา้ งทปี่ ระสบความสำ� เรจ็ เกดิ จากอะไรบ้าง
รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมนิ ผลการท�ำงานกลมุ่

ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การใหค้ ะแนน
๑. คณะทำ� งาน
๒. ความรบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ ี คะแนน ตัวช้ีวัด
๓. ขัน้ ตอนการทำ� งาน
๔ มปี ระธาน เลขานกุ าร ผู้นำ� เสนอ และผู้ร่วมงาน
๔. เวลา
๕. ความรว่ มมือในการทำ� งาน ๓ ขาดองค์ประกอบ ๑ อยา่ ง

๒ ขาดองคป์ ระกอบ ๒ อย่าง

๑ ขาดองคป์ ระกอบ ๓ อย่างข้นึ ไป

๔ ทุกคนมหี น้าทแ่ี ละความรับผดิ ชอบตอ่ หน้าทีข่ องตนเอง

๓ มีผมู้ ีหนา้ ท่ี แต่ไมร่ ับผดิ ชอบ ๑ คน

๒ มผี ้มู ีหน้าท่ี แต่ไมร่ บั ผดิ ชอบ ๒ คน

๑ มผี มู้ หี น้าที่ แต่ไมร่ บั ผิดชอบ ๓ คน

๔ - คัดเลือกและเตรยี มข้อมลู ให้เหมาะสม
- มกี ารวางแผนการท�ำงาน
- มีการเตรียมวัสดอุ ปุ กรณ์
- มกี ารปฏิบัตติ ามแผนและพัฒนางาน

๓ ขาด ๑ ขนั้ ตอน หรอื ไม่ชัดเจน

๒ ขาด ๒ ข้ันตอน หรือไม่ชัดเจน

๑ ขาด ๓ ขน้ั ตอนขน้ึ ไป หรอื ไม่ชัดเจน

๔ เสร็จกอ่ นกำ� หนดและงานมคี ุณภาพ

๓ เสรจ็ ตามก�ำหนดและงานมีคุณภาพ

๒ เสรจ็ ไม่ทนั ก�ำหนดแต่งานมคี ณุ ภาพ

๑ เสร็จไมท่ ันก�ำหนดและงานไม่มคี ณุ ภาพ

๔ ทกุ คนมสี ว่ นรว่ มและให้ความรว่ มมอื อย่างเตม็ ท ี่

๓ ๘๐% ของกลมุ่ มสี ว่ นรว่ มและให้ความร่วมมอื

๒ ๖๐% ของกลมุ่ มสี ว่ นร่วมและใหค้ วามร่วมมือ

๑ ๔๐% ของกลุ่มมสี ่วนรว่ มและให้ความรว่ มมอื



ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๓ l 111

แบบประเมินพฤติกรรมความรับผดิ ชอบตอ่ หน้าทแี่ ละสิทธิของตน

ชอ่ื -สกลุ ..........................................................ชน้ั ....................วนั ท.่ี ......เดอื น.......................พ.ศ................

คำ� ชแี้ จง
๑. กาเครอื่ งหมาย () ลงในช่องพฤติกรรมของนักเรยี นตามรายการ ใหต้ รงกับความเปน็ จริง

๒. รายการท่ีนกั เรยี นไดป้ ฏิบัติ ได้ ๑ คะแนน ถา้ ไม่ปฏบิ ตั ิ ได้ ๐ คะแนน

๓. รวมคะแนนในรายการทนี่ กั เรยี นปฏบิ ตั ิ แลว้ นำ� มาเปรยี บเทยี บกบั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดงั น้ี

๕ คะแนน ได้ระดับ ดมี าก

๔ คะแนน ไดร้ ะดับ ดี

๓ คะแนน ไดร้ ะดับ พอใช้

ต�่ำกวา่ ๓ คะแนน ได้ระดับ ควรปรับปรุง



ล�ำดบั รายการประเมิน พฤติกรรม

ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ

๑ มีส่วนร่วมในการประชุมวางแผนการท�ำงาน

๒ ท�ำงานตามหนา้ ทท่ี ่ีได้รับมอบหมาย

๓ ใชว้ สั ดุทม่ี ีอย่อู ยา่ งพอเพียง

๔ มีการประเมินผลการปฏิบัตงิ านและปรบั ปรุงงาน

๕ งานเสรจ็ ตามเวลาท่ีกำ� หนด

รวม

ระดับทไี่ ด้





ลงช่อื ................................................................... ผปู้ ระเมิน

(.................................................................)

วันที.่ ........ เดอื น ................................... พ.ศ. ......................

112 l แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

กิจกรรมท่ี ๑๔

ช่ือกจิ กรรม ความซื่อสตั ย์ เปน็ สมบตั ขิ องคนดี เวลา ๒ ช่ัวโมง

สอดคล้องกบั คุณลักษณะผ้เู รียน ซ่อื สัตย์สุจริต
สอดคลอ้ งกับคณุ ลักษณะอื่นๆ ทกั ษะกระบวนการคดิ มีวนิ ัย

ตัวชว้ี ัดท่ี
๓.๑ ประพฤตติ รงตามความเปน็ จริงต่อตนเองท้ังทางกาย วาจา และใจ
๓.๒ ประพฤติตรงตามความเป็นจรงิ ต่อผ้อู ่ืนท้ังทางกาย วาจา และใจ

แนวคดิ
ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ เปน็ คา่ นยิ มพนื้ ฐานทสี่ ำ� คญั เปน็ สง่ิ จำ� เปน็ อยา่ งยง่ิ ในการดำ� เนนิ ชวี ติ

ท่ดี งี ามและน�ำไปสสู่ ังคมทีส่ ุจรติ ปราศจากการทจุ รติ

จุดประสงค์
๑. เพอื่ ใหน้ กั เรยี นตระหนกั และมจี ติ สำ� นกึ ทด่ี ี ไมป่ ฏบิ ตั ติ นในการพดู โกหก ลอกการบา้ น

ลอกขอ้ สอบ ไมห่ ยบิ ของผอู้ นื่ มาเปน็ ของตนโดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าต อกี ทง้ั การกระทำ� ความผดิ ดา้ นอนื่ ๆ
๒. เพอื่ ให้นักเรยี นตระหนักถึงการเกบ็ ของไดแ้ ล้วสง่ คนื เจา้ ของ

ขัน้ ตอน / กจิ กรรม
ชัว่ โมงที่ ๑

๑. ครูเปิดคลิปวีดิโอเพลงประกอบภาพการต์ ูนชื่อเพลง “ความซอื่ สัตย์ เปน็ สมบัติของ
คนด”ี ใหน้ กั เรยี นดแู ละรอ้ งเพลงตามจนคล่อง

๒. ครูสนทนากับนักเรยี นเก่ียวกับเน้ือเพลงวา่ กล่าวถงึ เร่ืองอะไร นกั เรียนมีความคดิ
เหน็ อย่างไร เหน็ ด้วยหรอื ไมแ่ ละควรปฏิบัตติ นทดี่ ีอย่างไร

๓. ครเู ลา่ นิทานเร่ือง “เศรษฐเี ฒ่าเจา้ ปัญญา” ให้นักเรียนฟงั แล้วให้นักเรยี นช่วยกัน
ตอบค�ำถาม ๕ ขอ้ ตามใบงานที่ ๑

๔. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ข้อคิดจากนิทานที่ไดฟ้ ัง ดังนี้
๔.๑ นทิ านเร่อื งนสี้ อนใหเ้ ราเปน็ คนอย่างไร
๔.๒ นิทานเรือ่ งนี้สง่ เสริมคณุ ธรรมอะไรบ้าง
๔.๓ คนท่ีมีความซ่อื สตั ย์สจุ รติ จะไดร้ บั ผลตอบแทนอยา่ งไร
๔.๔ โทษของการไมซ่ ่อื สัตยส์ จุ ริต มอี ะไรบา้ ง

ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑-๓ l 113

ชั่วโมงท่ี ๒
๕. แบง่ กลุม่ นักเรยี นเป็น ๒ กลุ่ม แสดงบทบาทสมมตุ ิ นิทานเร่อื ง “เศรษฐเี ฒ่าเจา้

ปญั ญา”
๖. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสรุปอีกครงั้ จากการแสดงบทบาทสมมตุ ขิ องนกั เรียน
๗. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะคนเขยี นแผนผังความคิดตามใบงานที่ ๒ เร่ือง ความซือ่ สัตย์

เป็นสมบตั ิของคนดี (เสรจ็ แล้วสง่ ให้ครูตรวจ)
๘. ให้นกั เรียนดวู ดี โิ อการต์ นู นิทานหรรษาตอน "เดก็ เลีย้ งแกะ" พร้อมทัง้ อา่ นนิทาน

เรอื่ ง "เดก็ เลีย้ งแกะ"
๙. ใหน้ ักเรียนทำ� ใบงานท่ี ๓
๑๐. ให้นักเรยี นดูคลปิ วีดิโอนิทานเรือ่ ง "เทพารกั ษ์กบั คนตดั ไม้" พรอ้ มทัง้ อ่านนทิ าน

เร่อื ง "เทพารักษ์กบั คนตัดไม"้
๑๑. ให้นกั เรยี นทำ� ใบงานท่ี ๔
๑๒. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ ผลการจดั กจิ กรรมวา่ ความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ เปน็ คา่ นยิ ม

พนื้ ฐานทส่ี ำ� คญั และจำ� เปน็ อยา่ งยงิ่ ในการดำ� รงชวี ติ ในสงั คมปจั จบุ นั ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ จะนำ� พา
สังคมให้เปน็ สังคมทส่ี ุจรติ ปราศจากการทุจรติ และการคดโกง ทกุ คนตอ้ งปฏบิ ตั ิตนให้เป็นคน
ซ่ือสัตยส์ จุ รติ จนเปน็ นสิ ัย

๑๓. นักเรยี น ให้คำ� ม่ันสัญญากบั ครูวา่ จะไมป่ ระพฤตปิ ฏิบตั ใิ นสง่ิ ตอ่ ไปน้ี (เพือ่ ปลูก
ฝังความซอ่ื สัตย์สุจริตให้แกน่ ักเรยี น)

๑) ไม่พดู ปด
๒) ไมล่ อกการบ้าน
๓) ไม่ลอกข้อสอบ
๔) เก็บของไดส้ ง่ คืนเจา้ ของ
๕) ไมห่ ยิบส่งิ ของของผู้อื่นมาเปน็ ของตนโดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต
๑๔. นกั เรยี น ครแู ละผปู้ กครองประเมนิ พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ติ ามคำ� มน่ั สญั ญาเดอื นละ
๑ คร้งั (ตามแบบประเมนิ ) ตลอดปกี ารศกึ ษา
๑๕. ครสู รปุ ผลการประเมนิ พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ขิ องนกั เรยี นเปน็ รายเดอื น จากแบบ
ประเมนิ ของนักเรยี น ครู และผูป้ กครอง ถา้ ผเู้ รียนคนใดไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินในข้อใด
ครูต้องจัดกิจกรรมซ่อมเสริมในข้อนั้นจนกว่านักเรียนจะผ่านเกณฑ์การประเมินทุกข้อ ผู้ผ่าน
เกณฑจ์ ะไดร้ ับคำ� ชมเชย พร้อมเกยี รตบิ ัตร

(หมายเหตุ ครูผู้สอนสามารถเลือกคลปิ วดี โิ อจดั กจิ กรรมตามความเหมาะสม)

114 l แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน

สอ่ื / อปุ กรณ์ / แหลง่ เรยี นรู้
๑. คลิปวีดโิ อเพลงประกอบการต์ ูน เพลง ความซ่อื สัตย์เปน็ สมบตั ิของคนดี http://

www.youtube.com/watch?v=๔AZnVLUtcBc
๒. นทิ าน เรื่อง “เศรษฐเี ฒ่าเจา้ ปญั ญา”
๓. คลิปวีดิโอการ์ตูนนิทานหรรษา ตอน “เด็กเลี้ยงแกะ” www.youtube.com/

watch?v=๗Qqr๙lJROd๘
๔. นทิ าน เรือ่ ง “เด็กเลี้ยงแกะ”
๕. คลิปวีดิโอนทิ าน เร่ือง “เทพารักษ์กับคนตัดตน้ ไม้” http://www.youtube.com/

watch?v=lZ๗wdJUF๒Jo
๖. นทิ าน เรือ่ ง “เทพารักษก์ ับคนตดั ต้นไม้”
๗. ใบงาน ตอบคำ� ถามนิทาน
๘. ใบงาน เขยี นแผนผงั ความคดิ

การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. อภิปรายซกั ถาม
๒. สังเกตพฤติกรรม
๓. ตรวจผลงาน
๓. ประเมินการทำ� งานกลมุ่

ขอ้ เสนอแนะ
๑. อาจให้นักเรยี นมีส่วนร่วมในการแสดงบทบาทสมมตุ ิ
๒. ครูควรยกตวั อย่างการเขียนแผนผงั ความคิดใหน้ ักเรียนดูก่อนเรม่ิ กิจกรรม

ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๓ l 115

ใบงาน
เศรษฐีเฒ่าเจา้ ปัญญา

ค�ำช้แี จง นักเรยี นตอบคำ� ถามจากเรอื่ งทีอ่ ่าน

๑. เพราะเหตุใด เศรษฐีจงึ ใหเ้ มล็ดพันธ์ุผักแก่ลูกชายเพื่อนำ� ไปปลูก
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

๒. เพราะเหตใุ ด ลูกของเศรษฐีทั้ง ๙ คน จึงปลกู ผักออกดอกออกผลงอกงาม
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

๓. ทำ� ไมเศรษฐจี ึงยกทรพั ย์สมบัติ ใหก้ บั ลกู ชายคนสดุ ทอ้ ง
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

๔. ถ้านกั เรียนเปน็ ลูกเศรษฐีในเรื่อง นักเรียนจะทำ� อย่างไร และเพราะเหตใุ ด จงึ ทำ� เชน่ นั้น
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

๕. ฟงั นิทานเรอื่ งนแ้ี ลว้ นกั เรยี นได้ขอ้ คิดอะไร และจะน�ำข้อคิดไปใช้ในชวี ติ ประจ�ำวนั อยา่ งไร
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

116 l แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

นทิ าน
เร่ือง เศรษฐเี ฒ่าเจา้ ปัญญา

กาลคร้ังหนงึ่ มีเศรษฐีเฒา่ คนหนง่ึ ต้องการหาทายาทเพื่อรบั ทรพั ยส์ นิ ไร่นาของตน
และผทู้ จ่ี ะรบั ทรพั ยส์ มบตั จิ ะตอ้ งเปน็ คนดี มคี วามซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ เศรษฐผี ชู้ าญฉลาดจงึ คดิ วธิ กี าร
หาผ้รู ับทรพั ย์สิน เมื่อคดิ ได้แล้ว จึงเรยี กลกู ทงั้ สิบคนมาพดู คยุ ลูกแตล่ ะคนเหน็ ว่า ตนเองควร
จะไดร้ ับทรัพย์สมบัตแิ ละตกลงกันไมไ่ ด้ เศรษฐจี ึงออกอุบายโดยใหล้ ูกทุกคนแข่งขันกนั ปลูกผกั
ภายในสองเดอื นใหไ้ ดผ้ ล แลว้ จะมอบทรพั ยส์ มบตั ใิ ห้ แตถ่ า้ ปลกู ไมไ่ ดผ้ ล กไ็ มใ่ หส้ มบตั ิ จากนน้ั
เศรษฐีจึงแจกเมล็ดพันธุ์ให้ ลูกทุกคนจึงน�ำเมล็ดพันธุ์ผักไปปลูก ขยัน รดน้�ำพรวนดินอย่าง
สม่ำ� เสมอ แต่ผกั ก็ไมง่ อกขน้ึ มาเลย พ่ีๆ ทงั้ เก้าคน จึงซ้ือเมลด็ พันธ์ุผัก มาปลูกแทนเมลด็ พนั ธ์ุ
ผักท่ีเศรษฐีให้และรดน�้ำพรวนดิน ผักเร่ิมงอกและเจริญเติบโต ส่วนลูกชายคนสุดสุดท้อง
เม่ือปลูกผักแล้วก็ขยันรดน�้ำพรวนดินอย่างสม�่ำเสมอ แต่ผักก็ไม่งอกขึ้นมาเลย เวลาผ่านไป
สองเดอื น พีๆ่ เกา้ คน จงึ น�ำผกั ทีอ่ อกดอกออกผลมาใหเ้ ศรษฐีดู ด้วยใบหน้าทก่ี ระหย่ิมยมิ้ ยอ่ ง
สว่ นลกู ชายคนสดุ ทอ้ งหนา้ ตาเศรา้ หมอง เพราะไม่มีผกั มาให้เศรษฐีดตู ามสัญญา เศรษฐเี หน็
ดังนั้นจึงช้ีแจงเร่ืองราวให้ลูกทั้งสิบคนฟังว่า เมล็ดพันธุ์ผักที่ตนแจกให้แก่ลูกๆ น้ัน เป็น
เมล็ดพันธ์ุผักที่ควั่ สกุ แล้ว ซง่ึ ไมส่ ามารถปลูกให้งอกงามได้ ตอ่ ใหร้ ดนำ�้ พรวนดินอยา่ งไรกไ็ ม่
งอกงามได้เลย หลังจากน้ันเศรษฐีได้กล่าวยกย่องชมเชยลูกชายคนสุดท้อง ว่าเป็นคนดีมี
ความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ ไม่โกหกหลอกลวง เหมอื นพๆี่ จงึ มอบทรัพยส์ นิ ไร่นาใหค้ รอบครอง

ที่มา : http://www.dreampoem.com/forum/index.php?topic=๘๑๗๔.๐;wap๒

ระดับชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๓ l 117

ใบงาน

คำ� ชแี้ จง
ให้นักเรียนเขยี นแผนผังความคิด เรอื่ ง ความซ่ือสตั ยเ์ ป็นสมบตั ขิ องคนดี เสรจ็ แล้ว

น�ำไปตดิ ท่ปี า้ ยนทิ รรศการ

บอกขอ้ คดิ ทไ่ี ด้จากเรอ่ื งทีฟ่ ัง
.................................................
.................................................
................................................




นกั เรยี นจะปฏิบัตติ นอย่างไร

จงึ จะไดช้ อื่ วา่ เป็นคนซอ่ื สัตย์

.................................................

.................................................

.................................................

.................................................

ความซ่อื สัตยเ์ ปน็ สมบตั ิของคนดี

บอกโทษของความไม่ซือ่ สัตย ์ บอกประโยชน์ของความซ่ือสัตย์
............................................. ...................................................
............................................. ...................................................

118 l แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน

นิทาน
เร่อื ง เด็กเลย้ี งแกะ

ทห่ี มบู่ ้านแหง่ หนึง่ มีเดก็ เล้ยี งแกะคนหนงึ่ ทกุ ๆ วนั เด็กเลี้ยงแกะคนนี้ จะต้อนฝูงแกะ
ของตน ออกไปหากนิ หญา้ ทเ่ี นนิ เขาใกลช้ ายปา่ อยสู่ มอ และเมอื่ เขาไดน้ ำ� ฝงู แกะมาถงึ ทห่ี มายแลว้
กจ็ ะตอ้ งนงั่ เฝา้ เพอ่ื คอยปกปอ้ งแกะใหพ้ น้ จากการเปน็ เหยอื่ ของหมาปา่ อยจู่ นกวา่ พวกแกะทง้ั ฝงู
จะกินหญา้ เสร็จ ซึ่งมันกเ็ ปน็ หน้าท่ีประจ�ำวันทีแ่ สนจะน่าเบอื่ หน่ายอยา่ งท่ีสุดของเขา เมือ่ ตอ้ ง
ทำ� เปน็ ประจ�ำทุกวนั เขาจงึ ร้สู กึ เบอ่ื หน่าย เชา้ วนั หน่งึ เด็กเล้ยี งแกะ จึงคิดหาเรอ่ื งสนุกๆ ทำ� เล่น
และเมอื่ คดิ ไดอ้ ยา่ งนนั้ แลว้ …จงึ แกลง้ รอ้ งตะโกน ขน้ึ ดว้ ยเสยี งดงั พรอ้ มทงั้ วง่ิ อยา่ งตระหนกตกใจ
เข้าไปในหมู่บ้าน ปากก็ร้องตะโกนโหวกเหวกไปตลอดทางว่า “ช่วยด้วยจ้า ! ช่วยด้วยจ้า….
หมาปา่ มากนิ แกะแลว้ …ชว่ ยดว้ ยเจา้ ขา้ …” พวกชาวบา้ นเมอื่ ไดย้ นิ วา่ มหี มาปา่ ออกมา จงึ พากนั
ว่ิงเข้ามาหมายจะช่วยพร้อมด้วยอาวุธต่างๆ ท่ีพอจะมี…แต่แล้วเมื่อพากันว่ิงมาถึงตรงท่ีพวก
ฝูงแกะอยู่นั้น ก็ไม่พบเห็นว่ามีหมาป่าอยู่เลยสักตัวเดียว แล้วยังมองเห็นว่าพวกแกะนั้น
กำ� ลงั เลม็ หญา้ กนิ กนั อยา่ งสบายใจ เดก็ เลย้ี งแกะแอบหวั เราะในใจทห่ี ลอกทกุ คนได้ ชาวบา้ นเหน็
เด็กเลี้ยงแกะยืนยม้ิ หนา้ ระรน่ื ก็โกรธเพราะรวู้ ่าโดนเดก็ หลอก ต่างกโ็ มโห เพราะต้องเสียเวลา
ทำ� งานของพวกเขาไปโดยเปลา่ ประโยชน์ เดก็ เลย้ี งแกะเมอื่ หลอกใครๆ ไดส้ ำ� เรจ็ กร็ สู้ กึ สนกุ สนาน
เปน็ อย่างมาก หลงั จากนนั้ เขากย็ ังแกลง้ หลอกแบบเดมิ ให้ชาวบา้ นพากนั วงิ่ หนา้ ตื่นเข้ามาชว่ ย
ไดอ้ กี ๒ - ๓ คร้ัง จนกระทั่งวันหนึง่ มหี มาปา่ ออกมาไลจ่ บั กินแกะเข้าจรงิ ๆ คราวนเ้ี ดก็ เล้ียง
แกะ ตาเหลือก หน้าซีดวิง่ ร้อง เสียงหลงเข้าไปขอร้องชาวบ้านเปน็ การใหญ่ “ช่วยดว้ ยจา้ ! ชว่ ย
ดว้ ยจา้ ….หมาปา่ มากนิ แกะแลว้ … ชว่ ยดว้ ยเจา้ ขา้ !” เขาตะโกนรอ้ งขอความชว่ ยเหลอื จนคอแหง้
แตพ่ วกชาวบ้านกไ็ มม่ ีใครมาช่วย เพราะเคยโดนหลอกอย่างนี้มาแล้วหลายหน จึงไม่สนใจและ
เดนิ หนกี นั ไปหมด ในทสี่ ุด ฝูงแกะท้ังฝูงโดนหมาปา่ กินเปน็ อาหารจนหมด ไม่มเี หลอื เลยสักตวั
เด็กเลี้ยงแกะนั่งร้องไห้โอดครวญอย่างน่าสงสารอยู่ตรงข้างซากฝูงแกะของตัวเอง และพูดท้ัง
นำ้� ตาวา่ “ไม่ควรเลย..เพราะขา้ ไมด่ เี อง ชอบพดู โกหก เพราะเห็นเป็นเร่อื งสนกุ กว่าจะรู้วา่ มัน
ไมด่ …ี ก็สายไปเสยี แลว้ เด็กเลี้ยงแกะเดนิ รอ้ งไห้กลับบ้าน เล่าเรอ่ื งให้พอ่ แม่ฟัง ถูกพ่อแม่ตี
เพราะพูดโกหก นทิ านเรือ่ งนีส้ อนใหร้ ู้วา่ การพดู โกหกทำ� ให้เกดิ ความเสียหายตอ่ ทรพั ยส์ ินและ
ไม่มใี ครเช่ือถือ

ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๓ l 119

ใบงาน

คำ� ช้ีแจง นกั เรยี นตอบคำ� ถามจากเร่ืองท่ฟี ังจากครู

๑. เพราะเหตุใด เด็กเล้ียงแกะจงึ หลอกลวงชาวบ้านวา่ หมาปา่ กำ� ลงั จะมากินแกะหมดแลว้
.........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

๒. เพราะเหตุใด ชาวบา้ นท่กี �ำลังทำ� งานอยู่ เมือ่ ไดย้ นิ เดก็ เลี้ยงแกะรอ้ งขอความช่วยเหลือตา่ ง
รบี ว่ิงไปชว่ ย
.........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

๓. เพระเหตใุ ด เมอ่ื หมาป่ามากนิ แกะจริงๆ ชาวบา้ นจงึ ไมม่ าชว่ ยเหลือ
.........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

๔. ถ้านกั เรยี นเปน็ เด็กเล้ยี งแกะ นักเรียนจะท�ำอย่างเด็กเลยี้ งแกะหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
.........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

๕. นกั เรยี นไดข้ ้อคิดอะไรจากเร่ืองน้ี
.........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

120 l แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน

นิทาน
เร่ือง เทพารกั ษก์ บั คนตดั ไม้

คนตดั ไมค้ นหนง่ึ ตดั ไมอ้ ยทู่ ร่ี มิ ลำ� ธารลกึ ทำ� ขวานหลดุ มอื ตกจมหายลงไปยงั กน้ ลำ� ธาร
มริ ทู้ จี่ ะทำ� ประการใด กล็ งนง่ั รอ้ งหม่ รอ้ งไห้ เสยี ดายขวานคชู่ วี ติ เทพารกั ษแ์ หง่ ลำ� ธารนน้ั แลเหน็
ก็นึกเวทนา ปรากฏกายข้ึนขา้ งหนา้ ชายคนนนั้ ถามว่ามีเหตใุ ดหรอื จงึ นั่งร้องไห้ คร้ันคนตัดไม้
แจง้ เหตใุ หท้ ราบแลว้ เทพารกั ษก์ ล็ งไปงมขวานทองมายน่ื ใหแ้ ลว้ ถามวา่ "ขวานเลม่ นใี้ ชห่ รอื ไม?่ "
คนตัดไม้ บอกวา่ ไม่ใชข่ วานของตน จึงกลับลงไปงมขวานเงนิ มาสง่ ใหค้ นตัดไม้ ก็ไมร่ ับ บอกวา่
เลม่ นกี้ ไ็ มใ่ ชข่ วานของตน คราวนเี้ ทพารกั ษก์ ก็ ลบั ลงไป งมขวานเหลก็ ทค่ี นตดั ไมท้ ำ� ตกนำ้� มาสง่
ให้ คนตัดไมก้ ็ดีใจ รับวา่ ขวานเล่มนีแ้ หละเป็นของตน เทพารกั ษพ์ อใจ ในความซอื่ สตั ย์สุจริต
ของเขา จึงมอบขวานเงนิ กบั ขวานทองใหเ้ ป็นรางวัล คนตัดไมร้ บั ขวานกลับมาบ้าน เลา่ เรือ่ งโชค
ดีของตนให้เพ่ือนร่วมอาชีพฟัง เพ่ือนคนหน่ึงอยากได้ลาภเช่นนั้นบ้าง ก็ออกจากบ้านไปยังท่ี
แหง่ เดยี วกนั ทำ� เปน็ ตดั ไม้ แลว้ แกลง้ ทำ� ขวานหลดุ มอื ตกลงไปในลำ� ธาร แลว้ กแ็ สรง้ รอ้ งครำ่� ครวญ
เทพารกั ษ์ กม็ าปรากฏกายขนึ้ หน้าชายนั้น ครนั้ ทราบความ ก็ลงไปงมขวานทองคำ� ข้นึ มาสง่ ให้
ถามว่าเลม่ นีใ้ ชข่ วานของทา่ นหรอื ไม่ ทท่ี �ำตกลงไปในล�ำธาร ชายคนนน้ั อยากไดร้ ีบบอกทนั ทวี า่
ขวานเลม่ นแี้ หละ่ เปน็ ของเขา พลางยน่ื มอื ออกไปรบั เทพารกั ษร์ วู้ า่ ชายนน้ั พดู เทจ็ ตอ่ หนา้ ตอ่ ตา
ก็ไมย่ อมใหข้ วานทองและกไ็ มง่ มขวาน ของชายนั้นมาใหอ้ กี ด้วย เรอื่ งนี้สอนให้รวู้ ่า
คนท่ีมีความซอ่ื สัตย์สุจริต ถือว่าเปน็ คนดีและจะได้รับส่ิงตอบแทนทีด่ ี

ทีม่ า : http://funtales๔u.blogspot.com/๒๐๑๐/๐๙/mercury-and-woodcutter.html

ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ l 121

ใบงาน

คำ� ช้แี จง ให้นักเรยี นตั้งคำ� ถามและตอบคำ� ถามจากเร่อื งทอ่ี า่ น

๑. คนตดั ไมร้ อ้ งไห้ เพราะเหตุใด
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

๒. เทพารกั ษใ์ หอ้ ะไรเปน็ รางวลั แก่คนตัดไม้
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

๓. ทำ� ไมเทพารกั ษ์จงึ ใหร้ างวัลแกค่ นตัดไม้
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

๔. ท�ำไมเพอื่ นของคนตัดไม้จึงไม่ได้รางวลั
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

๕. นักเรียนได้ขอ้ คิดอะไรจากนิทานเรอื่ งนี้
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

122 l แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน

แบบประเมินพฤติกรรม

ชอ่ื ผรู้ บั การประเมนิ ............................................................................ชน้ั ................เลขท.ี่ .........................

ค�ำช้ีแจง ให้ผู้ประเมินใส่เครอ่ื งหมาย () ตรงกับความพฤติกรรมทเ่ี ปน็ ความจรงิ มากทีส่ ดุ

ลำ� ดับ รายการ ผลการประเมนิ หมายเหตุ
๔๓๒๑
๑ ไม่พูดปด

๒ ไม่ลอกการบ้าน
๓ ไม่ลอกขอ้ สอบ
๔ เกบ็ ของไดส้ ่งคืน
๕ ไมห่ ยิบของของผู้อื่นมาเปน็ ของตนโดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าต



ลงช่อื ...................................................................ผู้ประเมนิ
(นักเรยี น / ครู / ผ้ปู กครอง)
วนั ท.่ี ........เดอื น.............................พ.ศ..................

เกณฑก์ ารประเมนิ = ดีมาก
= ดี
๔ คะแนน = ปานกลาง
๓ คะแนน = ควรปรับปรงุ
๒ คะแนน
๑ คะแนน

ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑-๓ l 123

แบบสงั เกตพฤตกิ รรม

พฤตกิ รรม รวม

เลขที่ ชือ่ -สกุล ความร่วม ืมอ
ความสนใจ
การ ีม ่สวนร่วม
ยอม ัรบความคิดเ ็หน
ผล �สำเ ็รจของงาน

๔ ๔ ๔ ๔ ๔ ๒๐

ลงชอ่ื ...................................................................ผสู้ ังเกต

(.................................................................)

วันท.ี่ ........ เดอื น ............................... พ.ศ. ......................

เกณฑก์ ารประเมิน

คะแนน ๑๘ – ๒๐ คะแนน ดมี าก

คะแนน ๑๕ – ๑๗ คะแนน ดี

คะแนน ๑๐ – ๑๔ คะแนน พอใช้

คะแนน ๐ – ๙ คะแนน ปรบั ปรุง

เกณฑใ์ ห้คะแนนการสังเกตพฤตกิ รรม

• เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ๔ คะแนน เมอื่ นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมตามทต่ี อ้ งการเปน็ ประจำ� สมำ�่ เสมอ
• เกณฑก์ ารให้คะแนน ๓ คะแนน เม่อื นกั เรียนมีพฤติกรรมตามทีต่ อ้ งการคอ่ นข้างสม่ำ� เสมอ
• เกณฑ์การใหค้ ะแนน ๒ คะแนน เม่อื นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมตามทีต่ อ้ งการค่อนข้างน้อย
• เกณฑก์ ารให้คะแนน ๑ คะแนน เม่อื นักเรียนมีพฤตกิ รรมตามทีต่ ้องการนอ้ ย

124 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน

แบบประเมินการทำ� งานกลุ่ม

กล่มุ ท่ี ............................................................................

ชื่อสมาชิกในกลมุ่

๑. ...............................................................................................................................................
๒. ...............................................................................................................................................
๓. ...............................................................................................................................................
๔. ...............................................................................................................................................
๕. ...............................................................................................................................................

คำ� ชีแ้ จง ผู้ประเมนิ ทำ� เครื่องหมายถูก () ลงในช่องว่างตามความเปน็ จริง

ลำ� ดบั รายการประเมนิ ผลการประเมนิ

ดีมาก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรงุ (๑)

๑ บทบาทหนา้ ท่ี

๒ การมีส่วนรว่ ม

๓ ความรบั ผิดชอบ

๔ การยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็

๕ ผลส�ำเร็จของงาน

รวม

รวมคะแนน

ขอ้ คดิ เห็น / ขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเติม

.....................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................

ร คคะะะดแแนนับ นนคะแ๑๑น๑๖ น–– ๑๒ ๕๐ ดด ีีม าก ลงชอื่ ...................................................................ผู้ประเมิน
(.................................................................)

วันที่......... เดอื น ............................... พ.ศ. ......................

คะแนน ๖ – ๑๐ พอใช้

คะแนน ๐ - ๕ ควรปรบั ปรุง

ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ l 125

เกณฑ์การประเมินการทำ� งานกลมุ่

ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การให้คะแนน
๑. บทบาทหนา้ ที่
๒. การมสี ่วนรว่ ม คะแนน ตวั ชีว้ ดั
๓. ความรับผิดชอบ
๔ มีการกำ� หนดบทบาทหน้าท่ไี ว้ชัดเจน
๔. การรบั ฟงั ความคดิ เหน็
๓ มีการก�ำหนดบทบาทหน้าท่ไี มค่ รบ ขาดไป ๑ อย่าง
๕. ความส�ำเร็จของงาน
๒ มกี ารก�ำหนดบทบาทหนา้ ท่ีไมค่ รบ ขาดไป ๒ อยา่ ง

๑ ไมม่ ีการกำ� หนดบทบาทหน้าที่

๔ สมาชกิ ทุกคน มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิงานกลมุ่

๓ สมาชิกส่วนใหญ่ มสี ว่ นร่วมในการปฏิบัติงานกลุม่

๒ สมาชกิ ให้ความร่วมมอื ในการปฏบิ ตั ิงานกลุม่ เป็นส่วนนอ้ ย

๑ สมาชกิ ส่วนใหญ่มีสว่ นร่วมในการปฏิบัตงิ านกลุ่มน้อยมาก

๔ สมาชกิ ทกุ คนทำ� งานตามหนา้ ทที่ ไี่ ดร้ บั มอบหมายไมห่ ลกี เลย่ี ง
งานและงานสำ� เร็จทนั ก�ำหนด

๓ สมาชิกส่วนใหญท่ �ำงานตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย
ไมห่ ลกี เลย่ี งงานและงานสำ� เร็จทนั ตามกำ� หนด

๒ สมาชกิ สว่ นนอ้ ยทำ� งานตามหนา้ ที่ ทไี่ ดร้ บั มอบหมายหลกี เลย่ี ง
งานเปน็ บางคนและงานเสรจ็ ชา้ กวา่ เวลาทกี่ ำ� หนดเลก็ นอ้ ย

๑ สมาชกิ ส่วนใหญ่ไม่ท�ำงานตามหนา้ ท่ี ท่ีไดร้ บั มอบหมาย

หลีกเลยี่ งงานและงานสำ� เร็จชา้ กว่ากำ� หนด

๔ สมาชกิ ทกุ คนยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ จากผอู้ นื่ อยา่ งมเี หตผุ ล
และสร้างสรรค์

๓ สมาชิกส่วนใหญ่ยอมรับฟังความคิดเห็นจากผู้อ่ืนอย่างมี
เหตุผลและสร้างสรรค์

๒ สมาชิกส่วนน้อยยอมรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่นอย่างมี
เหตผุ ลและสรา้ งสรรค์

๑ สมาชกิ สว่ นใหญไ่ มย่ อมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ จากผอู้ น่ื และไมม่ ี
เหตุผล

๔ เกดิ ความร่วมมอื ของสมาชิกทกุ คนในกลุม่

๓ เกิดความร่วมมือของสมาชกิ ส่วนใหญ่ในกลุม่

๒ เกิดความร่วมมอื ของสมาชิกสว่ นน้อยในกลุ่ม

๑ เกดิ ความรว่ มมอื ของสมาชกิ ๑-๒ คนในกลุ่มน้ัน

126 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน

กจิ กรรมท่ี ๑๕

ช่ือกจิ กรรม คิดใหด้ ีกอ่ นตดั สนิ ใจ เวลา ๑ ชวั่ โมง

สอดคล้องกับคณุ ลกั ษณะผเู้ รียน ซือ่ สัตยส์ ุจรติ
สอดคลอ้ งกบั คุณลกั ษณะอ่ืนๆ ทกั ษะกระบวนการคิด มีวินัย

ตัวชีว้ ัดที่
๓.๒ ประพฤติตรงตามความเปน็ จรงิ ต่อผอู้ นื่ ทัง้ กาย วาจา และใจ

แนวคิด

การด�ำเนนิ ชีวิตในสงั คมน้ัน ความซ่ือสตั ยส์ ุจรติ เปน็ เรือ่ งที่ส�ำคัญและจ�ำเปน็ ไม่ว่าจะ
ซือ่ สตั ย์ตอ่ ตนเองหรือผูอ้ ่ืน ดงั นนั้ การที่เราจะมีความซอ่ื สตั ย์สุจริตนั้น เราจะต้องปลกู ฝงั และ
สรา้ งจติ สำ� นกึ เกย่ี วกบั ความซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ อยา่ งถกู ตอ้ ง และใหเ้ หน็ โทษของการไมซ่ อื่ สตั ยส์ จุ รติ
วา่ จะส่งผลต่อตนเองและสังคมอยา่ งไรบ้าง

จุดประสงค์
๑. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนบอกการปฏบิ ตั ิตนเป็นคนดี ไมพ่ ูดโกหก ไม่ลกั ขโมย
๒. เพอ่ื ใหน้ ักเรียนบอกโทษของการพูดโกหก หรือท�ำความผิด

ขั้นตอน / กิจกรรม

๑. ครเู ปดิ คลปิ วดี โี อ ศีล ๕ ให้นกั เรยี นดูและแจกใบความรู้ศลี ๕ พรอ้ มใหน้ กั เรียน
กลา่ วศีล ๕ พรอ้ มกนั

๒. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาถึงความหมาย ส่ิงท่ีควรปฏิบัติตนตามหลักของ
ศีล ๕ ประโยชน์ของผปู้ ฎิบัตติ าม และโทษของผู้ไมป่ ฏบิ ตั ิตามศลี ๕

๓. ครเู ปดิ คลปิ วดี โิ อ เรื่อง โทษภยั ของการลกั ขโมย แล้วให้นกั เรยี นทำ� ใบงานที่ ๑
๔. ครแู ละนักเรยี นอภิปรายแลกเปล่ยี นความรเู้ น้ือหาจากคลิปวีดโิ อ เรอ่ื ง โทษภยั ของ
การลักขโมยว่าตรงกบั ศีล ๕ ข้อใด จะน�ำไปปฏบิ ตั ติ นในชีวิตประจำ� วันไดอ้ ย่างไร
๕. ครแู จกใบงานท่ี ๒ เร่อื ง หนูนอ้ ยผซู้ ือ่ สตั ย์ ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ และนำ� เสนอ
หนา้ ชน้ั เรียน

ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑-๓ l 127

๖. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรุป เมอื่ เกบ็ ของไดค้ วรส่งคืนเจา้ ของ คนท่มี ีความซือ่ สตั ย์
สจุ ริตเป็นคนมวี ินยั จะไม่เอาส่ิงของของผ้อู ื่นมาเปน็ ของตนโดยไม่ได้รบั อนุญาต

๗. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ผลเสยี ของการทำ� ความผดิ การพดู โกหก การลกั ขโมย
ฯลฯ และเนน้ ย้ำ� การน�ำไปปฏบิ ัติตนในชีวิตประจ�ำวนั ในการเป็นคนดี มีความซื่อสัตยส์ ุจริต
ส่ือ / อุปกรณ์ / แหล่งเรยี นรู้

๑. คลปิ วีดโิ อ เร่ือง ศลี ๕
๒. คลปิ วดี โิ อเรอื่ ง โทษภยั ของการลกั ขโมย คน้ หาจากเวบ็ ไซต์ http://www.youtube.
com/watch?v=tOsAIde๑L๔
๓. ใบความรู้ เรือ่ ง ศลี ๕
๔. ใบงานที่ ๑ เรอื่ ง โทษภัยของการลักขโมย
๕. ใบงานท่ี ๒ เร่ือง หนูนอ้ ยผู้ซื่อสตั ย์
การวัดผลและประเมินผล
๑. การตรวจใบงาน
๒. แบบสังเกตพฤตกิ รรม
ข้อเสนอแนะ
ครูสามารถใช้คลปิ วดี ิโออื่นๆ นอกเหนอื จากท่ีกำ� หนดให้ ที่สอดคลอ้ งกับเนอ้ื หาทีส่ อน

128 l แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

ใบความรู้ เร่ือง ศีล ๕

๑. ปาณาตปิ าตา เวรมณี สิกขาปะทงั สะมาทิยามิ
พึงละเวน้ จากการฆา่ สตั วต์ ัดชีวิต

๒. อทนิ นาทานา เวรมณี สกิ ขาปะทัง สะมาทิยามิ
พงึ ละเว้นจากการลักขโมย

๓. กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี สิกขาปะทงั สะมาทิยามิ
พงึ ละเว้นจากการประพฤตผิ ดิ ในกาม

๔. มุสาวาทา เวรมณี สกิ ขาปะทัง สะมาทิยามิ
พงึ ละเวน้ จากการพูดเท็จ

๕. สุราเมรยะมชั ชะปมาทฏั ฐานา เวรมณี สกิ ขาปะทงั สะมาทยิ ามิ
พึงละเวน้ จากการด่มื เคร่ืองดองของเมา

ระดับชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑-๓ l 129

คำ� ชแ้ี จง ใบงานท่ี ๑

๑. ให้นกั เรยี นแบง่ กล่มุ ๆละ ๓ - ๔ คน
๒. ใหน้ กั เรยี นสรุปขอคดิ ท่ไี ด้จากการดคู ลิปวดี โิ อ

เรือ่ ง "โทษภยั ของการลักขโมย" อยา่ งนอ้ ยกลุ่มละ ๓ ข้อ
๓. ใหส้ ่งตวั แทนน�ำเสนอหนา้ ชั้น กล่มุ ละไมเ่ กนิ ๓ นาที

๑. .........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

๒. .........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

๓. .........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

๔ .........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

สมาชิกกล่มุ ๑. ................................................................................. ประธานกลมุ่
๒...................................................................................
๓...................................................................................
๔...................................................................................
๕................................................................................... เลขากล่มุ



130 l แนวทางการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ( สังเกตการตอบค�ำถาม )

ชอ่ื ผรู้ บั การประเมนิ ............................................................................ชนั้ ................เลขท.ี่ .........................

คำ� ชแี้ จง ให้ผปู้ ระเมินใส่เครื่องหมาย () ตรงกบั ความพฤติกรรมทเ่ี ปน็ ความจริงมากท่สี ดุ

ล�ำดบั รายการประเมนิ คะแนะน ขอ้ คดิ เหน็
๔๓๒๑
๑ ตอบคำ� ถามได้ถกู ต้อง
๒ เสนอตนเองในการตอบคำ� ถาม
๓ ช่วยผูอ้ นื่ ในการตอบค�ำถาม

รวม

ลงช่ือ...................................................................ผ้สู ังเกต
(.................................................................)

วันท.ี่ ........ เดือน ............................... พ.ศ. ......................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

การตอบค�ำถาม

๑. ตอบค�ำถามได้ถกู ต้อง
๔ คะแนน = ถกู ตอ้ งสมบูรณ์ ตรงประเด็น
๓ คะแนน = ถกู ต้อง ๘๐% ยังไมต่ รงประเด็นท้ังหมด
๒ คะแนน = ถกู ต้อง ๕๐% ยังไมต่ รงประเด็นทง้ั หมด
๑ คะแนน = ถูกต้องตำ่� กว่า ๕๐% หรือตอบไม่ถูกเลย

๒. การเสนอตนเองในการตอบคำ� ถาม
๔ คะแนน = ยกมอื เสนอตนเองในการตอบค�ำถาม เป็นประจ�ำ
๓ คะแนน = ยกมอื เสนอตนเองในการตอบค�ำถาม บ่อยครั้ง แต่ไมเ่ ป็นประจ�ำ
๒ คะแนน = ยกมือเสนอตนเองในการตอบค�ำถามบ้าง
๑ คะแนน = ไมเ่ สนอตนเองในการตอบคำ� ถามเลย

๓. ช่วยเหลือผ้อู ่ืนในการตอบค�ำถาม
๔ คะแนน = ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผ้อู ืน่ ได้ดี ให้ค�ำแนะน�ำ และเป็นทีพ่ ึ่งของเพอ่ื น ๆ ได้
๓ คะแนน = ให้ความชว่ ยเหลือผอู้ นื่ ไดด้ ี ในบางเวลา
๒ คะแนน = ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผอู้ ่นื อย่างไม่ค่อยเต็มใจ
๑ คะแนน = ทำ� งานเพียงล�ำพังผู้เดยี ว (หวงความรู้)

ระดับช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๓ l 131

ใบงาน
เร่อื ง หนูนอ้ ยผูซ้ ่ือสตั ย์

หากต่อไปนอ้ ง ๆ พบส่งิ ของมีคา่ เช่น เงนิ แหวน นาฬิกา ปากกา
ที่ไมใ่ ช่ของเรา นอ้ ง ๆ จะท�ำอยา่ งไร

......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

132 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน

กจิ กรรมท่ี ๑๖

ชือ่ กจิ กรรม อยา่ ท�ำนะ…..ไม่ถกู ตอ้ ง เวลา๑ ชว่ั โมง

สอดคลอ้ งกบั คณุ ลักษณะผ้เู รยี น ซื่อสัตยส์ ุจริต
สอดคลอ้ งกบั คณุ ลกั ษณะอืน่ ๆ ทักษะกระบวนการคิด มีวินยั

ตวั ช้ีวดั
๓.๒ ประพฤตติ รงตามความเปน็ จริงตอ่ ผอู้ ่นื ทัง้ กาย วาจา และใจ

แนวคดิ

การลอกการบ้านหรือลอกข้อสอบเปน็ การกระทำ� ท่ไี มถ่ กู ต้อง ถอื วา่ เป็นการกระทำ� ท่ี
ทุจริตไม่ซ่อื สัตยส์ จุ รติ ทกี่ ่อใหเ้ กดิ ผลเสียต่อตนเองและผู้อน่ื นอกจากน้ี ยงั เป็นการประพฤติ
ไม่ตรงตามความเปน็ จริงทั้งต่อตนเองและผอู้ ่นื ดว้ ยกาย วาจา และใจ

จุดประสงค์
เพอ่ื ให้นกั เรียนมคี วามซื่อสตั ย์สจุ รติ ไม่ลอกการบ้าน และไม่ลอกขอ้ สอบ

ข้นั ตอน / กจิ กรรม

๑. ครเู ปดิ คลิปวีดโิ อ เร่อื ง ธรรมะคาใจใหน้ กั เรียนดู เกีย่ วกบั เรอ่ื งการลอกการบ้าน
ใครผิด

๒. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ หนา้ ชน้ั เรยี นเกยี่ วกบั คลปิ วดี โี อทนี่ กั เรยี นดู ตาม
ความรสู้ กึ ของนกั เรยี นวา่ สงิ่ ทเ่ี ดก็ สองคนกระทำ� ถกู ตอ้ งหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ดและการกระทำ� นน้ั
ถือวา่ เปน็ การทจุ รติ ในเรื่องใด

๓. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา่ “การลอกการบา้ น หรือการลอกข้อสอบ เปน็ จุดเร่มิ ต้นของ
การทจุ ริต” ซ่งึ เป็นการกระท�ำท่ไี ม่ถกู ตอ้ ง และเปน็ การประพฤตปิ ฏิบัติทีไ่ มซ่ ื่อสตั ย์ก่อให้เกิด
ผลเสยี ต่อตนเองและผู้อืน่

๔. ครแู จกใบงาน เรื่อง ผลเสยี ของการลอกการบา้ นและการลอกขอ้ สอบ และผลดขี อง
การไมล่ อกการบา้ นและไมล่ อกข้อสอบ แล้วให้นักเรยี นเขยี นแผนผังความคิดผลเสียและผลดี
ของการไม่ลอกการบา้ นและไม่ลอกขอ้ สอบ

ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๑-๓ l 133

๕. สุม่ นกั เรยี น ๒ คน น�ำเสนอผลเสยี ที่เกดิ จากการลอกการบา้ นและลอกข้อสอบ
และสุม่ นักเรียนอกี ๒ คน น�ำเสนอผลดีท่เี กดิ จากการไมล่ อกการบา้ นและไมล่ อกข้อสอบแล้ว
ใหน้ กั เรียนในหอ้ งเรียนช่วยกันเพม่ิ เติมใหส้ มบรู ณ์

๖. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ผลเสยี จากการลอกการบ้านและลอกข้อสอบ ดังน้ี
(ครูอาจสรุปไดน้ อกเหนอื จากตัวอย่างน้)ี
๖.๑ ผลเสียท่ีเกดิ กับตนเอง ไดแ้ ก่

๑) ไม่มีความรู้ ความเข้าใจในเรอ่ื งท่ีเรยี น
๒) ไมไ่ ด้ฝกึ การคิด
๓) ไม่เชือ่ ม่ันในตนเอง
๔) ไมซ่ ือ่ สัตย์ต่อตนเอง
๕) สอ่ นสิ ัยการเป็นคนทุจรติ คดโกง
๖) ถูกครูลงโทษและเพื่อน ๆรังเกยี จไมอ่ ยากคบ
๗) ฯลฯ
๖.๒ ผลเสยี ตอ่ เพื่อน ได้แก่
๑) เพอื่ นท่ใี ห้ลอกถกู ครทู �ำโทษ
๒) เพอื่ นถูกมองว่าเป็นคนทท่ี ุจรติ ดว้ ย
๓) ไม่ได้รบั การไว้วางใจจากครู
๔) ฯลฯ
๗. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปผลดที ่เี กดิ จากการไม่ลอกการบา้ นและไมล่ อกข้อสอบ
ดังนี้ (อาจสรปุ ได้นอกเหนอื จากนี้)
๗.๑ ผลดีทเ่ี กดิ กับตนเอง ไดแ้ ก่
๑) เป็นคนซือ่ สตั ยส์ จุ ริต
๒) ไดร้ ับความไวว้ างใจจากครูและเพื่อน
๓) ไม่ถูกทำ� โทษ
๔) ช่วยเหลือตนเองได้
๕) ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง
๖) เป็นผ้ปู ฏบิ ตั จิ รงิ ตอ่ ผู้อ่นื ด้วยกาย วาจา และใจ
๗) ฯลฯ
๗.๒ ผลดที เี่ กิดกับเพือ่ น
๑. เปน็ คนซ่ือสัตยส์ จุ ริต
๒. ไม่ถกู ท�ำโทษ

134 l แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน

๓. ไดร้ บั ความไว้วางใจจากครแู ละผูอ้ ื่น
๔. เป็นคนท่รี จู้ ักคดิ อยา่ งมีเหตุมีผล ฯลฯ
๘. ให้นักเรียนช่วยกันก�ำหนดข้อตกลงของห้องเรียนเก่ียวกับการไม่ลอกการบ้านและ
ไม่ลอกข้อสอบ น�ำไปติดไว้ที่ป้ายนิเทศห้อง ให้น�ำไปปฏิบัติทุกวันจนเป็นนิสัยและสังเกต
พฤติกรรมการปฏบิ ัตติ น ของนักเรียนเปน็ ระยะๆ ถ้าพฤตกิ รรมใดที่นกั เรียนยงั ไม่ปฏิบัติ ครู
ตอ้ งคอยแนะน�ำให้นกั เรยี นปฏิบัติ และผ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมทุกขอ้
ส่ือ / อปุ กรณ์ / แหล่งเรียนรู้
๑. คลปิ วีดิโอ ธรรมะคาใจ http://www.youtube.com/watch?v-b๔bQrA๔Gluw
๒. ใบงานผลเสียของการลอกการบ้านและลอกข้อสอบ ผลดีของการไม่ลอกการบ้าน
และไม่ลอกขอ้ สอบ
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. อภปิ รายซักถาม
๒. สังเกตพฤตกิ รรม
๓. ตรวจผลงาน
ขอ้ เสนอแนะ
ครอู าจให้นักเรียนออกมาแสดงความร้สู ึกถงึ พฤติกรรมทเ่ี คยลอกการบ้านเพือ่ น และ
ลอกข้อสอบ ว่ามีความรู้สกึ ด้านดีและไมด่ ีอยา่ งไร

ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ l 135

ใบงาน

ผลเสยี ของการลอกการบา้ นและลอกข้อสอบ
และผลดีของการไมล่ อกการบ้านและไม่ลอกข้อสอบ

คำ� สั่ง ให้นักเรยี นเขียนแผนผงั ความคิด ผลเสียของการลอกการบา้ น และการลอกขอ้ สอบ

136 l แนวทางการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน

แบบสงั เกตพฤติกรรมการประพฤติตรงตามความเป็นจรงิ

ชอื่ -สกลุ ..........................................................ชนั้ ....................วนั ท.ี่ ......เดอื น.......................พ.ศ................

ค�ำชี้แจง
๑. กาเครื่องหมาย () ลงในชอ่ งพฤติกรรมของนกั เรยี นตามรายการ ใหต้ รงกบั ความเป็นจรงิ

๒. รายการทีน่ ักเรียนไดป้ ฏิบัติ ได้ ๑ คะแนน ถา้ ไมป่ ฏบิ ตั ิ ได้ ๐ คะแนน

๓. รวมคะแนนในรายการทน่ี กั เรยี นปฏบิ ตั ิ แลว้ นำ� มาเปรยี บเทยี บกบั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดงั นี้

๕ คะแนน ได้ระดับ ดมี าก

๔ คะแนน ไดร้ ะดับ ดี

๓ คะแนน ได้ระดับ พอใช้

ตำ่� กว่า ๓ คะแนน ไดร้ ะดบั ควรปรบั ปรุง



ล�ำดบั รายการประเมิน พฤตกิ รรม

ปฏิบัติ ไม่ปฏิบตั ิ

๑ ไม่พูดโกหก พดู แตค่ วามจริง

๒ ไม่ลอกการบา้ น

๓ ไม่ลอกขอ้ สอบ

๔ ไม่เอาของผู้อ่ืนมาเปน็ ของตน (เกบ็ ของได้ส่งครู)

๕ เกรงกลัวต่อการทำ� ผดิ

รวม

ระดบั ท่ีได้





ลงชื่อ ................................................................... ผสู้ งั เกต

(.................................................................)

วันที่......... เดือน ................................... พ.ศ. ...................



ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑-๓ l 137

138 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน

กิจกรรมท่ี ๑๗

ชื่อกิจกรรม พอใจใหส้ ขุ เวลา ๑ ชว่ั โมง

สอดคล้องกับคุณลักษณะผ้เู รียน อย่อู ย่างพอเพยี ง
สอดคลอ้ งกับคณุ ลักษณะอน่ื ๆ ทักษะกระบวนการคิด มีวนิ ัย

ตัวชีว้ ดั
๔.๑ ดำ� เนินชีวติ อยา่ งพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม

แนวคดิ

ความพงึ พอใจในสง่ิ ทต่ี นมอี ยู่ ถอื วา่ เปน็ การดำ� เนนิ ชวี ติ โดยยดึ หลกั ความพอประมาณ
มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน ซ่ือตรง ไม่โลภมากและไม่เอาเปรียบท้ังตนเองและผู้อื่นอันจะส่งผลให้
ไม่เปน็ คนทจุ รติ ในอนาคต

จุดประสงค์
เพ่ือให้นักเรียนพึงพอใจในสิ่งท่ีตนมีอยู่ ใช้ของอย่างประหยัดและคุ้มค่า และบอก

วธิ กี ารดแู ลรักษาของใชข้ องตนได ้

ขั้นตอน / กจิ กรรม

๑. ครูถามนักเรยี นวา่ รู้จักหอยทากไหม และมลี ักษณะรูปรา่ งอย่างไร
๒. ครเู ลา่ นิทาน เรอื่ ง หอยทากนอ้ ย ใหน้ กั เรียนฟงั และใชค้ ำ� ถามดงั น้ี

๒.๑ นักเรียนคิดว่า หอยทาก น่าสงสารหรือไม่ ถ้านักเรียนเป็นหอยทาก
นักเรียนจะคิดอยา่ งหอยทากหรอื ไม่ เพราะเหตุใด

๒.๒ การคิดอย่างหอยทาก (อยากเปน็ เหมอื นผเี สื้อ ไสเ้ ดอื น) นกั เรยี นคดิ วา่ จะ
เปน็ ไปได้หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

๓. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปข้อคดิ ท่ไี ด้จากเรอ่ื ง หอยทากน้อยว่า เราตอ้ งพงึ พอใจ
ในส่งิ ท่เี ราเป็นอยแู่ ละภาคภูมิใจทเี่ ราพ่งึ ตนเองได้ จากน้นั ใหน้ กั เรยี นตอบค�ำถาม ใบงานที่ ๑
เรื่อง หอยทากน้อย

ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑-๓ l 139

๔. ครถู ามนักเรยี นว่านักเรียนควรพงึ พอใจในส่งิ ทมี่ ีอยู่ ในเรื่องใดบ้าง (เชน่ ของใช้
ตา่ งๆ ดินสอ สมดุ รองเท้า)

๕. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาถึงวิธกี ารดแู ลรกั ษาสง่ิ ของต่างๆ ที่มีอยู่ และจะใช้
ให้คงทนและคุ้มค่าอยา่ งไรบา้ ง (เช่น ดินสอ สมดุ รองเท้า ฯลฯ) และใหน้ กั เรียนท�ำใบงานท่ี ๒
เร่ืองการใชส้ ิ่งของอย่างประหยดั และค้มุ คา่

๖. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ในประเดน็ ดงั ตอ่ ไปนี้
๖.๑ นักเรียนมคี วามพงึ พอใจในส่ิงที่ตนมีอยู่ หรือไม่ อยา่ งไร
๖.๒ นกั เรยี นจะดแู ลรกั ษาสงิ่ ของทมี่ อี ยใู่ หท้ นทานอยา่ งประหยดั และคมุ้ คา่ หรอื ไม่
๖.๓ จากการทนี่ กั เรยี นมคี วามประพฤตดิ งั กลา่ วขา้ งตน้ สง่ ผลใหส้ รา้ งภมู คิ มุ้ กนั

ใหต้ นเอง อย่างไรไดบ้ า้ ง

สอื่ / อุปกรณ์ / แหลง่ เรียนรู้
๑. นทิ านเร่ือง หอยทากนอ้ ย
๒. ใบงานท่ี ๑ เรอื่ ง หอยทากน้อย
๓. ใบงานที่ ๒ การใชส้ ่งิ ของอยา่ งประหยัดและคุม้ คา่

การวดั ผลและประเมินผล
๑. อภิปรายซกั ถาม
๒. ตรวจผลงานการทำ� ใบงานที่ ๑ และใบงานที่ ๒

ข้อเสนอแนะ
๑. ควรใหน้ ักเรยี นไดแ้ สดงบทบาทสมมุติ เร่อื ง หอยทากนอ้ ย
๒. นักเรียนอาจวาดภาพจากจินตนาการในประเด็นความพอเพียงและบรรยายภาพ

ตามความเหมาะสมกบั วยั และเวลา

140 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน

ใบงานท่ี ๑
เร่อื ง หอยทากนอ้ ย

ชอ่ื -สกลุ ..........................................................ชนั้ ....................วนั ท.ี่ ......เดอื น.......................พ.ศ................

คำ� ชแี้ จง ให้นกั เรยี นเขยี นคำ� ตอบ

๑. หอยทากไมพ่ งึ พอใจเรือ่ งอะไร
ตอบ …………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………

๒. นกั เรยี นคดิ วา่ หอยทากจะอยแู่ บบไมม่ เี ปลอื กหมุ้ อยา่ งหนอนแกว้ และไสเ้ ดอื นไดห้ รอื ไม่ เพราะ
เหตใุ ด
ตอบ …………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………

๓. หอยทากคิดถูกหรอื ไม่ ท่ีอยากจะมสี ภาพเหมอื นหนอนแกว้ และไสเ้ ดอื น ถ้านักเรียนเป็น
หอยทาก นกั เรยี นจะคิดอยา่ งไร
ตอบ …………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………

๔. นกั เรียนได้ขอ้ คดิ จากนิทานเรอ่ื งนี้ว่าอยา่ งไร
ตอบ …………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………

ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑-๓ l 141

นทิ าน
เร่อื ง หอยทากนอ้ ย

หอยทากนอ้ ยถามคณุ แมว่ า่ “ทำ� ไมเราเกดิ มาตอ้ งแบกเปลอื กทงั้ แขง็ และทงั้ หนกั เอาไว้
บนหลงั ดว้ ยละครบั ”

คณุ แม่ตอบวา่ “เพราะรา่ งกายของเราไมม่ ีกระดกู เราคลานไดอ้ ยา่ งเดยี ว ซ�้ำยังคลาน
ได้ไมเ่ ร็วดว้ ย เราจึงตอ้ งมีเปลอื กไวป้ กปอ้ งไงจ๊ะ”

หอยทากถามอีกว่า “พห่ี นอนแกว้ กไ็ ม่มกี ระดูก แถมยงั คลานชา้ ดว้ ย แลว้ ท�ำไมไม่ตอ้ ง
แบกเปลอื กทีท่ งั้ แขง็ และทัง้ หนักเอาไว้ล่ะครับ”

แม่ตอบว่า “เพราะพ่หี นอนแกว้ เปล่ยี นเป็นผเี สอ้ื ได้ไงจ๊ะ ทอ้ งฟ้าจะปกปอ้ งเธอเอง”
หอยทากนอ้ ยคดิ อยคู่ รหู่ นง่ึ แลว้ กถ็ ามตอ่ วา่ “นอ้ งไสเ้ ดอื น” ไมม่ กี ระดกู คลานกช็ า้ แถม
ยงั เปลยี่ นเป็นผีเสื้อไม่ได้แล้วทำ� ไมเขาไม่มเี ปลอื กท่ที ง้ั แข็ง และทงั้ หนักแบบน้ีล่ะครบั ”
คณุ แม่ตอบวา่ “ เพราะนอ้ งไสเ้ ดือนมุดเขา้ ไปในดินได้ พ้นื ดนิ จะปกปอ้ งเขาจ้ะ”
หอยทากนอ้ ยร้องไห้ขึน้ มาทนั ที “เราน่าสงสารจงั เลยครบั ทอ้ งฟ้าไมป่ กปอ้ งเรา พื้นดนิ
ก็ไม่ปกป้องเรา”
คณุ แม่หวั เราะ พลางปลอบใจหอยทากนอ้ ยว่า “เพราะเหตนุ ี้เราถึงต้องมีเปลอื กไงล่ะจะ๊
เราไม่ตอ้ งพึง่ พาทอ้ งฟ้า ไม่พ่งึ พาดิน พวกเราพึง่ พาตัวเองจะ๊ ”

142 l แนวทางการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน

ใบงานท่ี ๒
การใช้ส่ิงของอย่างประหยดั และคุ้มคา่

ชอ่ื -สกลุ ..........................................................ชนั้ ....................วนั ท.่ี ......เดอื น.......................พ.ศ................

คำ� ช้แี จง ใหน้ ักเรียนเขียนช่อื ส่งิ ของท่พี ึงพอใจ แล้วบอกวิธีใช้ใหป้ ระหยัดและคุ้มค่า

ส่ิงที่นกั เรียนพึงพอใจ วธิ ใี ชใ้ หป้ ระหยดั และคมุ้ ค่า

ตวั อย่าง - ระวงั ไมใ่ ห้หล่น
* ดนิ สอ - ไมใ่ ช้ขดี เขยี นเล่น
- ไมข่ ดี เขยี นแรงๆ หรอื ใชน้ ำ้� หนกั ในการกดดนิ สอ

๑. …………………………………… ……………….....………………………
……………….....………………………
……………….....………………………
๒. ……………………………………
……………….....………………………
……………….....………………………
………...……….....……………………
๓. ……………………………………
……………….....………………………
……………….....………………………
………...……….....……………………
๔. ……………………………………
……………….....………………………
……………….....………………………
………...……….....……………………
๕. ……………………………………
……………….....………………………
……………….....………………………
………...……….....……………………

ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ l 143

144 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน

กจิ กรรมท่ี ๑๘

ชอื่ กิจกรรม ความพอเพียง เวลา๒ ชว่ั โมง

สอดคลอ้ งกับคุณลกั ษณะผเู้ รยี น อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
สอดคลอ้ งกบั คุณลักษณะอ่นื ๆ ทักษะกระบวนการคดิ มจี ติ สาธารณะ

ตัวช้วี ดั
๔.๑ ดำ� เนินชวี ิตอยา่ งพอประมาณ มเี หตุมีผล รอบคอบและมีคุณธรรม


แนวคิด
การฝึกปฏิบัติตนให้พอใจในสิ่งท่ีตนเองมีอยู่ รู้จักใช้สิ่งของอย่างประหยัดและคุ้มค่า

รวมทง้ั การรจู้ กั ใชแ้ ละรกั ษาสงิ่ ของทเ่ี ปน็ สาธารณสมบตั ิ เปน็ การฝกึ ปฏบิ ตั ติ นใหม้ คี วามเปน็ อยู่
อยา่ งพอเพียง

จุดประสงค์
๑. เพื่อใหน้ ักเรยี นมคี วามพงึ พอใจในสงิ่ ทต่ี นมอี ยู่ บอกวิธีใชแ้ ละดูแลส่งิ ของสว่ นตน

อยา่ งประหยดั คุ้มค่า
๒. เพอื่ ใหน้ ักเรียนบอกวธิ ีใชแ้ ละรกั ษาส่ิงของที่เปน็ สาธารณสมบตั ิ

ขน้ั ตอน / กิจกรรม
๑. ครูน�ำภาพการท�ำความสะอาดเสื้อผ้า รองเท้า พัดลม คอมพิวเตอร์ (สิ่งของ

ใกลต้ ัว ฯลฯ) ใหน้ กั เรยี นดู และถามวา่ เปน็ ภาพอะไร ท�ำไมต้องทำ� ความสะอาด
๒. ครูและนักเรียนร่วมสนทนาและใช้ค�ำถามในการดูแลรักษาสิ่งของเครื่องใช้ว่ามี

ประโยชน์อยา่ งไร นักเรียนควรปฏบิ ัติหรือไม่ อย่างไร
๓. ให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างส่ิงของเคร่ืองใช้ส่วนตนอย่างอื่นอีก เช่น ถุงเท้า

กระเป๋านกั เรยี น ปากกา แลว้ ช่วยกนั บอกวิธีการดแู ลรกั ษาใหใ้ ช้ไดน้ านอยา่ งไร
๔. ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ยกตวั อยา่ งสาธารณสมบตั อิ นื่ ๆ ในโรงเรยี นและชมุ ชนทร่ี จู้ กั เชน่

สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ศาลาพักร้อน โบราณสถาน วัด อนุสาวรีย์ ฯลฯ และ
ชวนสนทนาถงึ ความสำ� คญั และคณุ ค่าในการดูแลรกั ษา

ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๓ l 145

๕. ใหน้ กั เรยี นดภู าพสาธารณสมบตั ทิ ม่ี คี ณุ คา่ และตอ้ งดแู ลรกั ษา/อนรุ กั ษไ์ ว้ เชน่ โบสถ์
เก่าแก่ พระพทุ ธรปู ฯลฯ

๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาถึงวิธีการดูแลรักษาและการใช้สิ่งของที่เป็น
สาธารณสมบตั ิเหลา่ น้ี

๗. ให้นักเรยี นท�ำใบงานวิธีการดูแลรกั ษาสมบตั ิส่วนตนและส่วนรวม
๘. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่า ส่ิงของเครื่องใช้ไม่ว่าจะเป็นของส่วนตนและ
สาธารณสมบตั สิ ่วนรวม ลว้ นมีคณุ ค่า เราควรใช้อย่างประหยัด ทะนถุ นอม ใหค้ ุม้ คา่ และดูแล
รกั ษาเพอ่ื ใหท้ นทาน การกระทำ� เชน่ น้ี เปน็ การฝกึ ปฏบิ ตั ติ นใหเ้ ปน็ ผมู้ คี วามเปน็ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง

ส่อื / อุปกรณ์ / แหล่งเรียนรู้
๑. ภาพการดแู ลและรักษาสิง่ ของเคร่อื งใช้
๒. ภาพตัวอย่างสาธารณสมบตั ิ
๓. ภาพการดูแลรักษาสาธารณสมบตั ิ
๔. ใบงานวธิ ีการดแู ลรกั ษาสิ่งของส่วนตนและสว่ นรวม

การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. อภปิ รายซักถาม
๒. ตรวจใบงาน

ขอ้ เสนอแนะ
๑. ให้นักเรียนเล่าประสบการณ์ของตนเองตามเร่ืองที่ก�ำหนดในการดูแลรักษาสิ่งของ

เคร่ืองใชท้ ่เี ป็นสาธารณสมบัติ
๒. ให้ยกตัวอย่างการดูแลรักษาสิง่ ของเคร่ืองใช้อย่างหลากหลาย

146 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน

ภาพประกอบ
การดูแลเส้ือผ้า

ภาพประกอบ
การทำ� ความสะอาดพดั ลม

ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑-๓ l 147

ใบงาน วิธกี ารดูแลรกั ษาส่ิงของส่วนตนและส่วนรวม

ส่ิงของ วธิ กี ารดูแลรักษา

ภาพเส้ือผา้ ตวั อยา่ ง
๑. ซักใหส้ ะอาด
๒. รีดใหเ้ รยี บรอ้ ย
๓. แขวนไว้ในตู้

ภาพรองเท้า ๑. ...................................................
๒. ...................................................
๓. ...................................................
ภาพสมุด หนงั สือ ๔. ...................................................

๑. ...................................................
ปากกา ดนิ สอ ๒. ...................................................
๓. ...................................................
๔. ...................................................

๑. ...................................................
๒. ...................................................
๓. ...................................................
๔. ...................................................

148 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน

สง่ิ ของ วธิ ีการดแู ลรกั ษา
รถจักรยาน
๑. ...................................................
๒. ...................................................
๓. ...................................................
๔. ...................................................

ซมุ้ พระพุทธรูปประจำ� โรงเรยี น ๑. ...................................................
๒. ...................................................
๓. ...................................................
ภาพสนามเด็กเลน่ ๔. ...................................................

ภาพตน้ ไม้ ๑. ...................................................
๒. ...................................................
๓. ...................................................
๔. ...................................................

๑. ...................................................
๒. ...................................................
๓. ...................................................
๔. ...................................................

ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๓ l 149

150 l แนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน


Click to View FlipBook Version