THAI
168 Tutor Buffet Course Online
23 May-16 Sep 2016
Next Step สรุปวรรณคดอี ย่างงา่ ย โดย ครพู ี่หน่งึ
นริ าศ คอื เนอื้ หาของนิราศมักเป็นการคราํ่ ครวญของกวีต่อสตรอี นั เป็น
ทีร่ ัก เนื่องจากตอ้ งพลัดพรากจากนางมาไกล อย่างไรก็ตาม นางใน
นิราศท่ีกวีถึงอาจมีตัวตนจริงหรือไม่ก็ ดังเช่นท่ีสุนทรภู่แต่งนิราศภูเขา
ทองขณะ ที่กําลังบวชอยู่ แต่ยังมีบทอาลัยถึงนางตามขนบนิราศสังเกต
จากบทประพันธ์ทา้ ยเร่ืองท่วี ่า
วดั ภเู ขาทอง
วดั ภเู ขาทอง
เจดีย์ภูเขาทอง เป็นโบราณสถานเก่าแก่ ต้ังอยู่กลางทุ่งภูเขาทอง วดั ภเู ขาทอง
นอกเกาะเมอื งจังหวดั พระนครศรีอยุธยา ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง บนฐานส่ีเหลี่ยม
ขนาดใหญ่ ๔ ชั้น กว้าง ๘๐ เมตรความสูงจากพื้นถึงยอด ๖๔
เมตร
สันนิษฐานว่าเจดียภ์ เู ขาทองสร้างขน้ึ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลสมเด็จพระ วดั ภเู ขาทอง
ราเมศวร เม่ือประมาณ พ.ศ. ๑๙๓๐ คร้ันถึงรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรม
โกศใน พ.ศ. ๒๒๘๗ พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์องค์เจดีย์ท่ีทรุด
โทรมลง กระท่งั เมือ่ ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ใน พ.ศ.๒๓๗๓ สุนทรภู่ได้เดินทาง
มานมสั การ พร้อมทัง้ แต่งนริ าศภูเขาทองไว้ในครั้งน้ัน
ตวั อยา่ งบท
ใช่จะมีที่รักสมคั รมาด แรมนิราศร้างมิตรพิสมัย
ซึง่ คร่าํ ครวญทาํ ทพี ิร้ีพไิ ร ตามนิสัยกาพย์กลอนแต่กอ่ นมา
เหมือนแมค่ รวั คัว่ แกงพะแนงผดั สารพดั เพียญชนงั เคร่อื งมังสา
อันพริกไทยใบผักชีเหมอื นสีกา ต้องโรยหนา้ เสียสักหน่อยอร่อยใจ
จงทราบความตามจริงทกุ สิ่งสิน้ อย่านึกนินทาแถลงแหนงไฉน
นักเลงกลอนนอนเปลา่ ก็เศร้าใจ จงึ รํา่ ไรเรื่องร้างเล่นบ้างเอย
ผ้แู ตง่ สุนทรภู่ มนี ามเดิมวา่ ภู่ เกดิ ในรัชกาลที่ ๑ เมื่อวันท่ี ๒๖ มิถนุ ายน
พ.ศ. ๒๓๒๙ ในวยั เด็กสนุ ทรภู่ได้ศกึ ษาทว่ี ัดชีปะขาว (วดั ศรสี ดุ าราม)
สุนทรภู่รับราชการอยู่ไม่นาน รัชกาลที่ ๒ ก็เสด็จ
สวรรคตในปี พ.ศ. ๒๓๖๗ ทําให้ชะตาชีวิตของ
สนุ ทรภกู่ ลับแปรผนั อกี คร้งั
ในสมยั รชั กาลที่ ๒ สุนทรภู่ได้ สนุ ทรภลู่ าออกจากราชการและ
เขา้ รบั ราชการเปน็ ที่พอพระราช- ออกบวชในระหวา่ งนีส้ นุ ทรภ่ไู ด้
หฤทัยจึงไดร้ ับพระราชทาน มโี อกาสเดินทางไปยังหัวเมอื ง
บรรดาศกั ด์เิ ปน็ ขุนสนุ ทรโวหาร ตา่ งๆ และแต่งนริ าศข้นึ หลาย
เร่ือง ซ่ึงรวมถงึ นริ าศภูเขาทอง
ผลงาน ผลงานของสนุ ทรภู่ มที ง้ั หมด ๒๓ เร่ือง
โดยแบง่ เปน็ ๖ ประเภท ดงั น้ี
ประเภท เรอื่ ง
๑. นิราศ นิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท นิราศภูเขาทอง
นิราศวดั เจ้าฟา้ นิราศอิเหนา โคลงนิราศสพุ รรณ
๒. นทิ าน ราพนั พลิ าป นิราศพระประธม และนิราศเมืองเพชร
๓. บทเหก่ ลอ่ ม
นทิ านคากลอนเรือ่ งโคบุตร พระอภยั มณี ลกั ษณวงศ์
สิงหไกรภพ และกาพยเ์ รื่องพระไชยสุรยิ า
บทเห่เรอื่ งจับระบา กากี พระอภยั มณี และโคบุตร
ผลงาน ผลงานของสนุ ทรภู่ มีท้ังหมด ๒๓ เรื่อง
โดยแบง่ เปน็ ๖ ประเภท ดังน้ี
ประเภท เรือ่ ง
๕. วรรณกรรม สวัสดิรักษาและเพลงยาวถวายโอวาท
คาสอน
อภัยนรุ าช
๖. บทละคร
ลกั ษณะคาประพนั ธ์ ผลงานของสนุ ทรภู่ มีทง้ั หมด ๒๓ เรอ่ื ง
โดยแบง่ เปน็ ๖ ประเภท ดังนี้
นิราศภเู ขาทอง แต่งดว้ ยคําประพนั ธป์ ระเภทกลอนนริ าศ มลี กั ษณะคล้าย
กลอนสุภาพ แต่กลอนนริ าศจะข้ึนต้นด้วยวรรครับ และเม่อื จะจบเร่อื งให้คําสุดทา้ ยใน
วรรคสง่ จบดว้ ยคําวา่ “เอย”
ลกั ษณะคาประพนั ธ์ ผลงานของสนุ ทรภู่ มที ัง้ หมด ๒๓ เรื่อง
โดยแบง่ เปน็ ๖ ประเภท ดังน้ี
นริ าศภเู ขาทอง
นิราศภูเขาทอง วรรณคดีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น
นิราศเร่ืองเอกของสุนทรภู่ ดีเด่นท้ังด้านถ้อยคําและสํานวน
โวหาร อีกทั้งยังเป็นวรรณคดีซ่ึงถือเป็นแบบอย่างในการแต่ง
นริ าศในสมัยต่อมาอีกด้วย
ความเป็ นมา
สนุ ทรภู่ แตง่ นิราศภเู ขาทองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนัง่ เกลา้ เจ้าอยู่หัว เม่ือ
ราวปลาย พ.ศ. ๒๓๗๓ โดยเลา่ ถึงการเดินทางเพื่อไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทอง
ท่เี มอื งกรงุ เกา่ หรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน หลังจากจําพรรษาอยู่
ที่วัดราชบรู ณะหรอื วัดเลียบ
เรอื่ งยอ่
สุนทรภู่เรมิ่ เร่ืองดว้ ยการปรารภถึงสาเหตุท่ตี อ้ งออกจากวัด
ราชบูรณะเดินทางโดยเรือพร้อมหนูพัดซ่ึงเป็นบุตรชาย
ลอ่ งไปตามลาํ นํา้ เจา้ พระยา ผา่ นพระบรมมหาราชวงั
เรอ่ื งยอ่
จนมาถึงวัดประโคนปัก ผ่านโรงเหล้า บางจาก บางพลู บาง
พลัด บางโพ บ้านญวน วัดเขมา ตลาดแก้ว ตลาดขวัญ บาง
ธรณี เกาะเกร็ด บางพูด บางเดื่อ บางหลวงเชิงราก สามโคก
บ้านงว้ิ เกาะราชคราม จนถงึ กรุงเกา่ เมื่อเวลาเย็น
เรอื่ งยอ่
สุนทรภู่เรมิ่ เร่ืองดว้ ยการปรารภถึงสาเหตุท่ตี อ้ งออกจากวัด
ราชบูรณะเดินทางโดยเรือพร้อมหนูพัดซ่ึงเป็นบุตรชาย
ลอ่ งไปตามลาํ นํา้ เจา้ พระยา ผา่ นพระบรมมหาราชวงั
เรอื่ งยอ่
โดยจอดเรือพักท่ีท่านํ้าวัดพระเมรุ คร้ันรุ่งเช้าจึงไป
นมัสการเจดีย์ภูเขาทอง ส่วนขากลับ สุนทรภู่กล่าวแต่เพียงว่า
เม่ือถึงกรุงเทพฯ ได้จอดเทียบเรือท่ีท่านํ้าหน้าวัดอรุณราชวรา
รามราชวรมหาวหิ าร
วัดราชบรู ณะราชวรวหิ าร 3 วัน 2 คืน
(วัดเลยี บ)
ออกพรรษา พ.ศ.๒๓๗๓ เจดยี ์ภูเขาทอง
ไปกบั หนูพัด(ลูกชาย)
อายุ ๔๕ ปี บวชมาแลว้ ๖ พรรษา
๑๗๖ คํากลอน (สน้ั ท่ีสดุ )
เนื้อหา ๏ เดอื นสิบเอด็ เสรจ็ ธุระพระวสา
ชลุ ลี าลงเรอื เหลอื อาลัย
รบั กฐินภิญโญโมทนา เมอื่ ตรษุ สารทพระวสาไดอ้ าศยั
ออกจากวัดทศั นาดอู าวาส มาจําไกลอารามเม่อื ยามเย็น
สามฤดอู ยู่ดีไม่มีภยั
เนือ้ หา แตน่ ้นี านนบั ทิวาจะมาเห็น
เพราะขกุ เข็ญคนพาลมารานทาง
โอ้อาวาสราชบุรณะพระวหิ าร ก็ใช้ถงั แทนสดั เหน็ ขัดขวาง
เหลือราํ ลกึ นึกนา่ นํ้าตากระเด็น มาอ้างวา้ งวิญญาณ์ในสาคร ฯ
จะยกหยิบธิบดเี ป็นที่ตัง้
จ่ึงจาํ ลาอาวาสนริ าศร้าง
เนือ้ หา คดิ ถึงบาทบพิตรอดิศร
๏ ถึงหน้าวังดงั หนึ่งใจจะขาด แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทกุ เชา้ เยน็
โอ้ผา่ นเกลา้ เจา้ ประคุณของสุนทร
เนือ้ หา
พระนิพพานปานประหนึ่งศรี ษะขาด ด้วยไรญ้ าติยากแค้นถงึ แสนเขญ็
ทั้งโรคซ้ํากรรมซัดวิบตั ิเปน็ ไมเ่ ล็งเหน็ ทซี่ ่ึงจะพ่ึงพา
จะสร้างพรตอตส่าห์ส่งสว่ นบุญถวายประพฤติฝ่ายสมถะท้ังวสา
เปน็ สง่ิ ของฉลองคุณมลุ ิกา ขอเป็นข้าเคียงพระบาททกุ ชาตไิ ป ฯ
เนือ้ หา คิดถึงครัง้ ก่อนมาน้าํ ตาไหล
๏ ถงึ หน้าแพแลเหน็ เรอื ทนี่ ง่ั แลว้ ลงในเรือทนี่ ั่งบัลลงั ก์ทอง
เคยหมอบรบั กบั พระจมน่ื ไวย
เนื้อหา
เคยทรงแตง่ แปลงบทพจนารถ เคยรับราชโองการอ่านฉลอง
จนกฐินส้นิ แมน่ าํ้ แลลําคลอง มไิ ด้ข้องเคอื งขัดหทั ยา
เคยหมอบใกล้ไดก้ ลนิ่ สคุ นธต์ ลบละอองอบรสร่ืนช่นื นาสา
ส้นิ แผ่นดินสน้ิ รสสุคนธา วาสนาเราก็สน้ิ เหมอื นกลิน่ สุคนธ์ ฯ
เนือ้ หา
๏ ถงึ อารามนามวดั ประโคนปกั ไม่เหน็ หลกั ลอื เล่าว่าเสาหิน
เปน็ สําคญั ปนั แดนในแผน่ ดิน มิรสู้ ิ้นสดุ ชือ่ ทลี่ อื ชา
ขอเดชะพระพทุ ธคุณชว่ ย แมน้ มอดม้วยกลบั ชาตวิ าสนา
อายุยืนหมื่นเท่าเสาศิลา อยู่คู่ฟา้ ดินไดด้ ังใจปอง
วดั ดสุ ิดารามวรวิหาร
ชือ่ เดิม วดั ประโคนปกั
เนื้อหา แพประจําจอดรายเขาขายของ
ทง้ั สิง่ ของขาวเหลอื งเครือ่ งสาํ เภา ฯ
ไปพน้ วดั ทศั นาริมท่านํ้า
มแี พรผ้าสารพดั สมี ว่ งตอง
เนือ้ หา
๏ ถงึ โรงเหล้าเตากล่ันควันโขมง มคี ันโพงผูกสายไวป้ ลายเสา
โอบ้ าปกรรมนํ้านรกเจียวอกเรา ให้มัวเมาเหมอื นหน่ึงบ้าเป็นน่าอาย
ทําบุญบวชกรวดนํ้าขอสาํ เร็จ
ถงึ สุราพารอดไม่วอดวาย สรรเพชญโพธิญาณประมาณหมาย
ไม่เมาเหลา้ แลว้ แตเ่ รายงั เมารัก ไมใ่ กล้กรายแกลง้ เมนิ กเ็ กินไป
ถงึ เมาเหล้าเช้าสายก็หายไป สุดจะหกั ห้ามจติ คดิ ไฉน
แตเ่ มาใจนป้ี ระจําทกุ คา่ํ คนื ฯ
เนือ้ หา
๏ ถงึ บางจากจากวัดพลดั พ่ีนอ้ ง มามัวหมองมว้ นหน้าไม่ฝ่าฝืน
เพราะรักใคร่ใจจดื ไม่ยืดยนื จึงต้องขนื ในพรากมาจากเมอื ง
ถงึ บางพลคู ิดถงึ คู่เมือ่ อยู่ครอง
ถึงบางพลัดเหมอื นพ่ีพลัดมาขัดเคอื ง เคยใส่ซองสง่ ให้ล้วนใบเหลือง
ถงึ บางโพธ์ิโอ้พระศรีมหาโพธ์ิ ท้ังพลดั เมืองพลดั สมรมารอ้ นรน
ขอเดชะอานภุ าพพระทศพล
ร่มรโิ รธรกุ ขมูลให้พนู ผล
ให้ผอ่ งพน้ ภัยพาลสาํ ราญกาย ฯ
เนื้อหา
๏ ถงึ บ้านญวนลว้ นแต่โรงแลสะพร่งั มขี อ้ งขงั กงุ้ ปลาไว้ค้าขาย
ตรงหนา้ โรงโพงพางเขาวางราย พวกหญงิ ชายพร้อมเพรยี งมาเมยี งมอง
จะเหลียวกลับลับเขตประเทศสถาน ทรมานหมน่ ไหมฤ้ ทยั หมอง
ถงึ เขมาอารามอร่ามทอง พึ่งฉลองเลิกงานเมื่อวานซืน ฯ
เนื้อหา มาผูกโบสถ์ก็ไดม้ าบูชาช่นื
๏ โอป้ างหลังคร้ังสมเด็จพระบรมโกศ ทง้ั แปดหมน่ื สพี่ นั ไดว้ นั ทา
ชมพระพมิ พ์รมิ ผนังยังยัง่ ยืน เพราะตวั ตอ้ งตกประดาษวาสนา
โอ้คร้ังนี้มิได้เห็นเล่นฉลอง พอนาวาติดชลเขา้ วนเวียน
เปน็ บญุ นอ้ ยพลอยนึกโมทนา
เนือ้ หา
ดนู ้าํ ว่ิงกลิ้งเชี่ยวเปน็ เกลยี วกลอก กลับกระฉอกฉาดฉันฉวดั เฉวียน
บา้ งพลุ่งพลุ่งวุ้งวงเหมอื นกงเกวียน ดูเปลยี่ นเปลยี่ นควา้ งควา้ งเปน็ หวา่ งวน
ท้ังหวั ทา้ ยกรายแจวกระชากจว้ ง ครรไลลว่ งเลยทางมากลางหน
โอ้เรือพ้นวนมาในสาชล ใจยงั วนหวังสวาทไมค่ ลาดคลา ฯ
เนือ้ หา สองฟากฝัง่ กแ็ ตล่ ว้ นสวนพฤกษา
เหมอื นกล่นิ ผ้าแพรดํารํา่ มะเกลอื
๏ ตลาดแก้วแล้วไมเ่ หน็ ตลาดตั้ง ทง้ั รักแซงแซมสวาทประหลาดเหลอื
โอ้รนิ รนิ กลิ่นดอกไม้ใกล้คงคง
เหน็ โศกใหญ่ใกล้นํา้ ระกาํ แฝง เพราะรักเรื้อแรมสวาทมาคลาดคลาย
เหมอื นโศกพ่ที ่รี ะกาํ กซ็ า้ํ เจอื มีพว่ งแพแพรพรรณเขาคา้ ขาย
ถึงแขวงนนท์ชลมารคตลาดขวัญ พวกหญิงชายชุมกันทุกวนั คนื ฯ
ทง้ั ของสวนล้วนแต่เรือเรียงราย
เนือ้ หา ยามวโิ ยคยากใจใหส้ ะอ้ืน
ถึงสี่หมน่ื สองแสนทั้งแดนไตร
๏ มาถึงบางธรณีทวีโศก ไม่มที ี่พสธุ าจะอาศยั
โอส้ ธุ าหนาแน่นเป็นแผ่นพ้นื เหมือนนกไรร้ งั เรอ่ ยเู่ อกา ฯ
เมือ่ เคราะห์ร้ายกายเรากเ็ ท่านี้
ล้วนหนามเหนบ็ เจ็บแสบคับแคบใจ
เนือ้ หา ผหู้ ญิงเกลา้ มวยงามตามภาษา
ทั้งผดั หน้าจับเขม่าเหมือนชาวไทย
๏ ถึงเกร็ดยา่ นบ้านมอญแต่กอ่ นเก่า
เดย๋ี วน้มี อญถอนไรจุกเหมอื นตุ๊กตา เหมือนอยา่ งเยย่ี งชายหญงิ ทิ้งวสิ ยั
โอส้ ามญั ผนั แปรไม่แท้เทย่ี ง ที่จติ ใครจะเปน็ หน่ึงอย่าพึงคิด ฯ
น่หี รอื จติ คดิ หมายมีหลายใจ
เนือ้ หา
๏ ถึงบางพูดพดู ดเี ปน็ ศรีศกั ด์ิ
มีคนรกั รสถอ้ ยอรอ่ ยจิต
แม้นพูดชว่ั ตวั ตายทาํ ลายมิตร
จะชอบผดิ ในมนษุ ย์เพราะพดู จา ฯ
เนือ้ หา จะหาบ้านใหมม่ าดเหมือนปรารถนา
จะไดผ้ าสุกสวสั ดิ์จํากัดภยั
๏ ถึงบ้านใหมใ่ จจิตก็คดิ อ่าน บังเกดิ ชาติแมลงหว่ีมใี นไส้
ขอใหส้ มคะเนเถดิ เทวา อุปไมยเหมอื นมะเด่ือเหลือระอา
ถงึ บางเดอ่ื โอม้ ะเดอื่ เหลอื ประหลาด
เหมอื นคนพาลหวานนอกยอ่ มขมใน
เนื้อหา สู้เสียศกั ด์ิสงั วาสพระศาสนา
ถงึ บางหลวงเชงิ รากเหมอื นจากรัก ถงึ นางฟา้ จะมาใหไ้ มไ่ ยดี ฯ
เป็นล่วงพ้นรนราคราคา
เนื้อหา
๏ ถงึ สามโคกโศกถวิลถงึ ปิน่ เกลา้ พระพทุ ธเจา้ หลวงบาํ รุงซง่ึ กรุงศรี
ประทานนามสามโคกเปน็ เมืองตรี ชอื่ ปทุมธานเี พราะมีบัว
โอพ้ ระคณุ สูญลบั ไมก่ ลบั หลัง แต่ช่อื ตั้งกย็ งั อยู่เขารู้ทั่ว
โอ้เราน้ีทีส่ ุนทรประทานตวั ไมร่ อดช่วั เชน่ สามโคกย่ิงโศกใจ
ส้ินแผ่นดินสิ้นนามตามเสดจ็ ตอ้ งเทย่ี วเตร็ดเตร่หาท่ีอาศยั
แมน้ กาํ เนิดเกิดชาตใิ ดใด ขอให้ไดเ้ ป็นขา้ ฝ่าธลุ ี
ส้ินแผน่ ดนิ ขอให้สิน้ ชีวิตบา้ ง อยา่ รรู้ า้ งบงกชบทศรี
เหลืออาลยั ใจตรมระทมทวี ทกุ วันนกี้ ซ็ งั ตายทรงกายมา ฯ
เนือ้ หา ไมม่ ฝี งู สตั ว์สงิ กิ่งพฤกษา
นกึ กน็ า่ กลวั หนามขามขามใจ
๏ ถงึ บา้ นง้ิวเหน็ แตง่ ้ิวละล่ิวสูง
ด้วยหนามดกรกดาษระดะตา ดังขวากแซมเสย้ี มแซกแตกไสว
งิว้ นรกสิบหกองคลุ ีแหลม กต็ ้องไปปนี ตน้ นา่ ขนพอง
ใครทาํ ชคู้ ่ทู ่านคร้นั บรรลัย ยังคลาดแคลว้ ครองตัวไมม่ วั หมอง
เราเกดิ มาอายเุ พียงนแี้ ล้ว เจยี นจะตอ้ งปนี บ้างหรืออย่างไร ฯ
ทกุ วันนี้วปิ รติ ผิดทํานอง
เนื้อหา ตดั สวาทตัดรักมยิ ักไหว
ถึงเกาะใหญ่ราชครามพอยามเย็น
๏ โอค้ ิดมาสารพัดจะตัดขาด
ถวลิ หวังน่งั นกึ อนาถใจ ระวังท้งั สตั ว์น้ําจะทาํ เขญ็
ดหู ่างยา่ นบ้านช่องท้ังสองฝั่ง เทยี่ วซอ่ นเร้นตีเรือเหลอื ระอา ฯ
เป็นทอี่ ยผู่ ู้ร้ายไม่วายเวน้
เนือ้ หา
๏ พระสุริยงลงลบั พยบั ฝน ดมู วั มนมดื มดิ ทกุ ทศิ า
ถึงทางลัดตดั ทางมากลางนา ทงั้ แฝกคาแขมกกขนึ้ รกเรย้ี ว
เปน็ เงางํ้านา้ํ เจิ่งดเู วิง้ ว้าง
เห็นดุม่ ดุ่มหนุ่มสาวเสียงกราวเกรยี ว ทง้ั กวา้ งขวางขวญั หายไมว่ ายเหลยี ว
ล้วนเรือเพรยี วพร้อมหนา้ พวกปลาเลย
เนื้อหา
เขาถอ่ คล่องวอ่ งไวไปเป็นยืด เรือเราฝดื เฝอื มานิจจาเอ๋ย
ตอ้ งถ่อคาํ้ รํ่าไปทั้งไม่เคย ประเดี๋ยวเสยสวบตรงเขา้ พงรก
กลบั ถอยหลงั รัง้ รอเฝ้าถ่อถอน เรือขยอ่ นโยกโยนกระโถนหก
เงียบสงดั สตั วป์ ่าคณานก นํา้ ค้างตกพรา่ งพรายพระพายพดั
ไมเ่ หน็ คลองต้องคา้ งอยกู่ ลางทุ่ง พอหยุดยุงฉชู่ ุมมารมุ กัด
เป็นกลุ่มกลุ่มกลมุ้ กายเหมอื นทรายซดั ตอ้ งน่งั ปัดแปะไปมไิ ด้นอน ฯ
เนื้อหา
๏ แสนวิตกอกเอย๋ มาอ้างวา้ ง ในทงุ่ กวา้ งเห็นแตแ่ ขมแซมสลอน
จนดึกดาวพราวพรา่ งกลางอัมพร กาเรยี นร่อนร้องก้องเมื่อสองยาม
ทง้ั กบเขยี ดเกรยี ดกรดี จงั หรีดเร่ือย พระพายเฉอ่ื ยฉวิ ฉิววะหวิวหวาม
วังเวงจติ คดิ คะนึงราํ พึงความ
สาํ รวลกบั เพือ่ นรักสะพรกั พร้อม ถึงเมอ่ื ยามยงั อดุ มโสมนสั
โอย้ ามเขญ็ เหน็ อยูแ่ ตห่ นพู ัด อยู่แวดล้อมหลายคนปรนนบิ ัติ
ชว่ ยนง่ั ปดั ยุงใหไ้ ม่ไกลกาย
เนือ้ หา ระดะดอกบวั เผอ่ื นเมื่อเดอื นหงาย
ข้างหน้าท้ายถ่อมาในสาคร
จนเดือนเดน่ เห็นกอกระจบั จอก ดูนา่ รักบรรจงส่งเกสร
เห็นรอ่ งนาํ้ ลําคลองทั้งสองฝ่าย ก้ามกงุ้ ซอ้ นเสยี ดสาหรา่ ยใตค้ งคา
จนแจม่ แจ้งแสงตะวนั เห็นพันธ์ุผกั เปน็ เหลา่ เหลา่ แลรายท้ังซ้ายขวา
เหล่าบัวเผ่ือนแลสล้างริมทางจร
สายต่ิงแกมแซมสลบั ตน้ ตบั เตา่ ดาษดาดขู าวด่ังดาวพราย
กระจบั จอกดอกบวั บานผกา
เนือ้ หา จะลงเลน่ กลางทุ่งเหมือนมุ่งหมาย
เที่ยวถอนสายบวั ผนั สันตวา
โอ้เช่นน้สี กี าได้มาเห็น
ทีม่ เี รือนอ้ ยนอ้ ยจะลอยพาย ไหนจะนง่ิ ดูดายอายบปุ ผา
ถึงตัวเราเลา่ ถา้ ยังมโี ยมหญิง อุตส่าห์หาเอาไปฝากตามยากจน
คงจะใชใ้ หศ้ ษิ ย์ท่ตี ิดมา ขีเ้ กียจเกบ็ เลยทางมากลางหน
น่ีจนใจไม่มีเท่าขเ้ี ลบ็ ถึงตาํ บลกรุงเกา่ ย่งิ เศร้าใจ ฯ
พอรอนรอนออ่ นแสงพระสุริยน
เนื้อหา
๏ มาทางท่าหน้าจวนจอมผูร้ ั้ง คดิ ถงึ คร้งั กอ่ นมานาํ้ ตาไหล
จะแวะหาถ้าท่านเหมือนเม่อื เป็นไวย กจ็ ะได้รบั นมิ นต์ข้ึนบนจวน
แต่ยามยากหากว่าถา้ ท่านแปลก อกมิแตกเสียหรือเราเขาจะสรวล
เหมือนเขญ็ ใจใฝ่สูงไมส่ มควร
จะตอ้ งม้วนหน้ากลบั อปั ประมาณ ฯ