The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียนรายวิชาวรรณกรรมท้องถิ่น ท32201

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suwaporn Angkuldee, 2021-08-14 10:55:10

สืบวิถีตำนานพื้นบ้าน สานตำนานสุพรรณบุรี

เอกสารประกอบการเรียนรายวิชาวรรณกรรมท้องถิ่น ท32201

Keywords: ตำนานพื้นบ้าน ตำนานท้องถิ่น

สบื วิถเีพอน้ื กบ้าสนาสรานปตรานะากนสอุพบรรกณาบรุรี เรยี น๑
รายวชิ า ท๓๒๒๐๑ วรรณกรรมท้องถน่ิ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๕

๓เลม่ ที่

เลม่ ที่

นางสาวสวุ พร องั กุลดี

ตาแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชานาญการ

โรงเรยี นบางปลาม้า “สูงสมุ ารผดงุ วิทย์” สานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษาสพุ รรณบุรี

สบื วถิ พี นื้ บ้าน สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๒

ลำดับขนั้ ตอนกำรเรียน
เอกสำรประกอบกำรเรยี น รำยวิชำ ท๓๒๒๐๑ วรรณกรรมท้องถน่ิ

เล่มท่ี ๓ สืบวถิ พี น้ื บำ้ น สำนตำนำนสพุ รรณบุรี

๑ ลำดบั ข้นั ตอนกำรเรียน/คำแนะนำ /มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
และตวั ชี้วดั /ผลกำรเรยี นร/ู้ จดุ ประสงคก์ ำรเรียนรู้

๒ ทำแบบทดสอบก่อนเรยี น

๓ ศกึ ษำใบควำมรู้พื้นฐำน
ตำนำนพน้ื บ้ำนและตำนำนพน้ื บ้ำนสพุ รรณบุรี

๔ ทำใบกิจกรรมกำรเรียนรู้

๕ ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น

ผำ่ นเกณฑ์ รอ้ ยละ ๘๐ ไมผ่ ่ำนเกณฑ์ ร้อยละ ๘๐
ศกึ ษำเอกสำรเลม่ ต่อไป ทบทวนเอกสำร/เรยี นเสริม

สืบวิถพี ืน้ บ้าน สานตานานสพุ รรณบุรี ๓

คำแนะนำในกำรใช้

เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาวรรณกรรมท้องถ่ิน รหัสวิชา ท๓๒๒๐๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๕ มีทั้งหมด ๖ เล่ม ดังนี้

เล่มท่ี ๑ เรียนรู้พ้ืนฐานวรรณกรรม เลศิ ลา้ คณุ ค่า
เลม่ ท่ี ๒ เชิดชูทอ้ งถิ่นสุพรรณ ลอื ลั่นความดี
เล่มที่ ๓ สบื วิถพี น้ื บ้าน สานตานานสุพรรณบุรี
เล่มท่ี ๔ นิทานพื้นบา้ นไทย ร่วมใจสืบสาน
เล่มที่ ๕ รอบรู้สานวนสุภาษติ นึกคิดอยา่ งสร้างสรรค์
เล่มท่ี ๖ ชวนใหค้ ิด ปริศนาคาทาย

สาหรับเอกสารประกอบการเรียน รายวิชา ท๓๒๒๐๑ วรรณกรรมท้องถิ่น กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ เล่มนี้เล่มที่ ๓ สืบวิถีพื้นบ้าน สานตานานสุพรรณบุรี
ประกอบดว้ ย ใบความรู้จานวน ๑๐ ใบ ใบกจิ กรรมจานวน ๑๒ กิจกรรม ใชเ้ วลาทัง้ สิ้น ๕ ชว่ั โมง

สบื วิถีพ้นื บา้ น สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๔

คำแนะนำสำหรบั ครู

เอกสารประกอบการเรียน รายวิชา ท๓๒๒๐๑ วรรณกรรมท้องถิ่น กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕ มจี านวน ๖ เลม่ ดังน้ี

เล่มที่ ๑ เรยี นรพู้ ืน้ ฐานวรรณกรรม เลศิ ล้าคณุ คา่
เล่มท่ี ๒ เชิดชูท้องถ่นิ สุพรรณ ลอื ลน่ั ความดี
เลม่ ท่ี ๓ สบื วถิ พี ้ืนบา้ น สานตานานสพุ รรณบรุ ี
เล่มท่ี ๔ นิทานพ้ืนบ้านไทย ร่วมใจสืบสาน
เล่มที่ ๕ รอบรู้สานวนสภุ าษิต นกึ คดิ อยา่ งสร้างสรรค์
เล่มท่ี ๖ ชวนให้คิด ปรศิ นาคาทาย

การใชเ้ อกสารประกอบการเรียน เล่มท่ี ๓ สบื วิถพี ื้นบา้ น สานตานานสุพรรณบรุ ี
ครูผู้สอนควรดาเนินการ ดงั ตอ่ ไปน้ี

๑. กำรเตรยี มตัวกอ่ นสอน
๑.๑ ต้องศึกษาเอกสารประกอบการเรียน มีจานวน ๖ เล่ม ใหค้ รบถว้ นก่อน
๑.๒ จัดเตรยี มเอกสารประกอบการเรียน ใหเ้ พยี งพอตอ่ จานวนผเู้ รยี น

๒. กำรปฏิบัติขณะสอน
๒.๑ อธิบายวตั ถุประสงค์ ข้ันตอนการเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรยี น ให้นักเรยี นเขา้ ใจ

อยา่ งละเอยี ด
๒.๒ อธบิ ายเพ่มิ เตมิ เกย่ี วกบั เนอ้ื หาทีน่ กั เรยี นไมเ่ ขา้ ใจ ดูแลและให้คาแนะนาใหน้ ักเรยี นศึกษา

ไปตามลาดับขน้ั ตอน
๒.๓ ให้นกั เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน ตรวจและบันทกึ คะแนนและสงั เกตพฤติกรรม
๒.๕ จดั กิจกรรมการเรียนรตู้ ามขัน้ ตอน วธิ ีการทีจ่ ัดทาไวใ้ นแผนการจดั การเรยี นรู้
๒.๖ ใหผ้ ู้เรียนศึกษาเนือ้ หาและทากจิ กรรมตามแผนการจัดการเรียนรูท้ จี่ ดั ทาข้นึ
๒.๗ การศึกษาแต่ละครั้ง ควรให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม เช่น ร่วมคิดอภิปราย

ตรวจผลงาน และสรุปองคค์ วามรู้ด้วยตนเอง
๒.๘ ให้ผ้เู รยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน

๓. กำรปฏบิ ตั ิหลังกำรสอนเสรจ็ สน้ิ
๓.๑ ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน ดว้ ยความตัง้ ใจ มีความซื่อสตั ย์และสจุ รติ
๓.๒ ตรวจคาตอบกิจกรรม ตามเกณฑก์ ารประเมนิ
๓.๓ บนั ทึกผลการสอบหลังเรยี นของนักเรียน
๓.๔ ประเมินผลและวัดผลตามวิธีการวดั ในแผนการจดั การเรียนรู้

สบื วิถีพ้ืนบา้ น สานตานานสุพรรณบุรี ๕

คำแนะนำสำหรบั นักเรียน

เอกสารประกอบการเรียน รายวชิ า ท๓๒๒๐๑ วรรณกรรมทอ้ งถิน่ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๕ เล่มท่ี ๓ สืบวิถีพ้ืนบ้าน สานตานานสุพรรณบุรี ที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปน้ีเป็น
เอกสารประกอบการเรียนรายวชิ าวรรณกรรมท้องถน่ิ ซึ่งเป็นรายวิชาเพม่ิ เตมิ นกั เรยี นสามารถศกึ ษาได้ด้วย
ตนเอง โดยทาความเขา้ ใจและปฏบิ ัตติ ามคาแนะนาดังตอ่ ไปน้ี

๑. อ่านสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด ผลการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรยี นรู้
ใหเ้ ข้าใจ

๒. ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนแบบเลอื กตอบ ๕ ตัวเลอื ก จานวน ๑๐ ข้อ

๓. ศึกษาใบความรู้ให้เข้าใจและศกึ ษาความรู้เพ่ิมเตมิ ผ่านแอปพิเคชันไลนส์ แกนคิวอาร์โคด้

๔. ทบทวนความรู้ ความเข้าใจ โดยการทากิจกรรมการเรียนรู้ ตามใบกิจกรรมในเอกสาร
ประกอบการเรียน หากนักเรียนไม่เข้าใจหรือตอบคาถามไม่ได้ให้ย้อนกลับไปอ่านเนื้อหาในเอกสาร
ประกอบการเรียนอีกครง้ั แล้วตอบคาถามใหม่หรอื ทากจิ กรรมนัน้ ใหม่หรอื อาจขอคาแนะนาจากครู

๕. นกั เรียนแต่ละคนตอ้ งมคี วามซ่ือสตั ย์ตอ่ ตนเอง ไมเ่ ปิดดเู อกสารแบบเฉลยกอ่ นเรียนหลังเรียน
และแบบเฉลยใบกจิ กรรมทุกกจิ กรรม

๖. ทาแบบทดสอบหลงั เรียนแบบเลือกตอบ ๕ ตัวเลอื ก จานวน ๑๐ ข้อ

๗. นักเรยี นตรวจคาตอบดว้ ยตนเองหรอื แลกเปลย่ี นกันตรวจโดยครผู ูส้ อนเป็นผูแ้ นะนา

๘. ประเมินผลโดยการตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน หลงั เรยี น และใบกิจกรรมทุกกจิ กรรม

สบื วิถพี นื้ บ้าน สานตานานสุพรรณบรุ ี ๖

มำตรฐำนกำรเรียนรู้
และตวั ชว้ี ัด

สำระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มำตรฐำน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทย
อย่างเหน็ คุณคา่ และนามาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ

ตวั ช้ีวัด
ท๕.๑ ม.๕/๑ วเิ คราะห์และวิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณ์
เบื้องต้น
ท๕.๑ ม.๕/๒ วิเคราะห์ลกั ษณะเด่นของวรรณคดีเชอ่ื มโยงกับการเรียนรู้
ทางประวัติศาสตร์และวถิ ชี วี ติ ของสังคมในอดีต
ท๕.๑ ม.๕/๓ วเิ คราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศลิ ป์ของวรรณคดีและ
วรรณกรรมในฐานะที่เปน็ มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
ท๕.๑ ม.๕/๔ สงั เคราะหข์ ้อคิดจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพ่ือนาไปประยกุ ต์ใช้
ในชวี ิตจรงิ
ท๕.๑ ม.๕/๕ รวบรวมวรรณกรรมพนื้ บา้ นและอธบิ ายภมู ิปัญญาทางภาษา
ท๕.๑ ม.๕/๖ ท่องจาและบอกคุณค่าบทอาขยานตามทกี่ าหนดและบทร้อยกรอง
ที่มีคุณค่าตามความสนใจและนาไปใชอ้ า้ งองิ

ผลกำรเรียนรู้
อธิบายท่ีมา เนอ้ื หา คาศพั ท์ สานวน ความหมายและอทิ ธพิ ลของตานาน

ทีม่ ตี ่อการดารงชีวิตได้

สบื วถิ พี น้ื บ้าน สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๗

สำระสำคญั

ตานาน หมายถึง เรือ่ งเล่าท่ีมมี านาน เปน็ เรอ่ื งเกย่ี วกับการอธิบายทมี่ าของโบราณวัตถุ

โบราณสถาน และส่งิ ตา่ ง ๆ ของทอ้ งถน่ิ น้ัน ๆ ซึ่งตานานจะมีลักษณะคลา้ ยกับนิทาน เรื่องเป็น
เร่อื งท่ีเล่าสืบตอ่ ๆ กันมา แตต่ านานจะมีเค้าเรอ่ื งจริง มหี ลักฐานปรากฏอยู่หรอื มหี ลกั ฐานทาง
ประวตั ศิ าสตร์ และยงั คงมีรอ่ งรอยของสงิ่ เหล่าน้ันเหลอื อยจู่ นถงึ ปจั จุบัน

จุดประสงค์กำรเรียนรู้

นักเรียนสามารถอธิบายที่มา เน้ือหา คาศัพท์ สานวน ความหมายและอิทธิพลของ
ตานานที่มตี ่อการดารงชวี ิตได้

สบื วิถีพน้ื บา้ น สานตานานสุพรรณบุรี ๘

แบบทดสอบก่อนเรยี น

คำช้ีแจง
๑. แบบทดสอบก่อนเรียนฉบับนี้ใช้ทดสอบความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับความรู้

เบื้องต้นเกี่ยวกับตานานพื้นบ้านและตานานพ้ืนบ้านสุพรรณบุรี เป็นแบบทดสอบปรนัย
แบบเลือกตอบ ๕ ตัวเลือก จานวน ๑๐ ข้อ ข้อละ ๑ คะแนน ใช้เวลาในการทาแบบทดสอบ
๑๐ นาที

๒. นักเรียนอ่านข้อคาถามและคาตอบให้ละเอียดแล้วทาเครื่องหมายกากบาท (×)
ใหต้ รงช่องตัวอกั ษร ๑, ๒, ๓, ๔ หรอื ๕ ลงในกระดาษคาตอบท่ถี กู ตอ้ งที่สุดเพียงขอ้ เดยี ว

๑. ข้อใดอธบิ ายความหมายของคาวา่ “ตานาน” ไดเ้ หมาะสมและชดั เจนท่ีสุด
๑. เรอื่ งเล่าทเ่ี กดิ ขน้ึ และเกี่ยวพันกับประวัติศาสตรไ์ ทยเท่านัน้
๒. เรือ่ งจรงิ ท่ีไม่เกี่ยวกบั เช่อื หรือสิง่ ศกั ด์ิสิทธ์ิ
๓. เรื่องเลา่ ท่ีอธบิ ายทมี่ าของโบราณวตั ถุ โบราณสถาน และสงิ่ ต่าง ๆ ของทอ้ งถ่นิ
๔. เรื่องราวท่ีมที ี่มาจากพุทธประวตั ขิ องพระพุทธเจ้าเท่านัน้
๕. เรอ่ื งราวท่มี ีท่มี าจากนทิ านพื้นบา้ นภาคกลาง

๒. เนื้อหาของตานานโดยสว่ นมากจะมีความสมั พนั ธ์กับส่งิ ใดมากที่สดุ
๑. ตานานเกีย่ วกบั พระพุทธเจา้
๒. ตานานเกยี่ วกับนทิ านพื้นบา้ น
๓. ตานานเกย่ี วกับความเชอ่ื และสงิ่ ศักดิส์ ิทธ์ิ
๔. ตานานเกย่ี วกับสถานที่
๕. ตานานเกีย่ วกับศาสนาพราหมณ์

๓. ข้อใดตอ่ ไปนี้ ไมใ่ ช่ อทิ ธพิ ลของตานานทีม่ ีต่อการดารงชวี ิต
๑. ตานานสะท้อนภาพการดารงชวี ิตของบุคคลในทอ้ งถ่นิ
๒. ตานานสะท้อนความเชื่อทางวทิ ยาศาสตร์มากกวา่ สิ่งศกั ด์ิสิทธิ์
๓. ตานานสะท้อนประวัติศาสตรก์ ารต่อส้ขู องเผ่าพนั ธม์ นษุ ย์
๔. ตานานสะท้อนให้เหน็ ความเช่ือเร่อื งกรรม
๕. ตานานสรา้ งความภูมิในทอ้ งถิน่ ของตน

๔. ขอ้ ใดเปน็ ท่ีมาของตานานพระราหไู ลก่ นิ พระอาทติ ยแ์ ละพระจันทร์
๑. ความแค้นระหว่างสามพีน่ อ้ ง ๒. ความรกั ความผูกพันระหวา่ งพน่ี ้อง
๓. ความเคารพต่อครบู าอาจารย์ ๔. การศรทั ธาในพระพุทธศาสนา
๕. ความกตญั ญขู องบตุ รท่มี ตี อ่ บิดามารดา

สืบวิถีพน้ื บา้ น สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๙

๕. ชาวบ้านเรยี กปรากฏการณ์ท่ีพระราหูไลก่ ินพระอาทิตย์วา่ อย่างไร

๑. จนั ทรุปราคา ๒. สุรยิ ะรงั สี

๓. จนั ทรคราส ๔. ราหูอมจนั ทร์

๕. สรุ ยิ ุปราคา

๖. ตานานวัดพนญั เชิง มีท่มี าจากเร่ืองใดเป็นหลัก
๑. ความกตญั ญตู อ่ บิดามารดา ๒. ความรกั ของชายหญิง
๓. ความศรทั ธาตอ่ สิง่ ศักดส์ิ ิทธิ์ ๔. ความผกู พันระหว่างเพอ่ื น

๕. การทาสงครามระหว่างเมอื ง

๗. ตานานบางปลามา้ เป็นตานานทม่ี าของการทาสงครามระหวา่ งไทยกับชนชาตใิ ด

๑. ลาว ๒. เวยี ดนาม

๓. พมา่ ๔. ชวา มลายู

๕. เขมร

๘. ตานานบางแมห่ มา้ ย เปน็ ตานานความรักท่ีมีท่ีมาอย่างไร
๑. ความรักท่ีสมหวังของหน่มุ สาว

๒. รักสามเศรา้ ของหนึง่ หญงิ สองชาย
๓. การท่ีฝา่ ยชายปนั ใจใหก้ บั หญงิ อื่นทั้งท่ีสมรสแล้ว
๔. การที่ชายหญงิ ตอ้ งจากกันโดยท่ียงั ไมส่ มรสกนั

๕. ฝ่ายหญิงเสยี ชีวติ กอ่ นทีจ่ ะเข้าพธิ แี ต่งงาน

๙. ตานานวงั ตาเพชร เป็นเรอ่ื งราวของตานานสถานทที่ เี่ ก่ยี วพนั กบั สัตวช์ นิดใด

๑. จระเข้ ๒. ปลาม้า

๓. พญานาค ๔. งู

๕. แมวตาเพชร

๑๐. ตานานเขานมนาง เป็นโศกนาฏกรรมความรกั ท่มี ที ม่ี าจากเรือ่ งใด

๑. รักสามเศรา้ ๒. ความงามของสตรี

๓. ความอิจฉาริษยาระหว่างสตรี ๔. ความรักของมารดาที่มีตอ่ ลูก

๕. การเสียสละตนเพ่อื ประโยชน์สว่ นรวม

ต้งั ใจทาแบบทดสอบ
นะครบั

สืบวถิ พี ้นื บ้าน สานตานานสพุ รรณบุรี ๑๐

ใบควำมร้ทู ่ี ๑

เรอ่ื ง รอบรคู้ วำมหมำยตำนำนพ้ืนบำ้ น

มีนักวิชาการและหนว่ ยงานทางการศึกษา ให้ความหมายของคาวา่ “ตานาน” ไว้หลายความหมาย
ดงั นี้

สำนักงำนรำชบณั ฑิตยสภำ (๒๕๕๖, ออนไลน์) อธิบายความหมายของ ตานาน ไวว้ ่า
คาว่า ตำนำน เป็นคาที่มาจากคาภาษาเขมรว่า ฎณำล (ด็อม-นาล) ใช้เป็นท้ังคากริยาและ
คานาม แปลวา่ พรรณนา เล่าเรอ่ื งที่ลว่ งมาแลว้ และเปน็ คาเรยี กเร่ืองโบราณทเี่ ล่าตอ่ ๆ กันมาดว้ ย
ในภาษาไทย คาวา่ ตำนำน ใช้เป็นคาเรียกเรื่องซึง่ แสดงประวตั ิ ความเปน็ มา หรอื กจิ การอันมีมาแต่
ปางก่อนของบ้านเมือง บุคคล สถานที่ พระพุทธรูป หรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ เช่น ตานานเมือง
เชียงใหม่ ตานานเมืองลับแล ตานานพระแก้วมรกต ตานานรอยพระพุทธบาทส่ีรอย ตานานบ้ังไฟ
พญานาค ตานานพระร่วง ตานานท้าวแสนปม. ตานานเป็นเรื่องที่เล่าสืบ ๆ กันมา ซึ่งอาจพิสูจน์ไม่ได้ว่า
เป็นเร่ืองจรงิ หรอื ไม่เพียงใด นอกจากน้ีตานานยังใช้เรียกเร่ืองท่ีแต่งให้เป็นประวัตขิ องสิ่งใดสิ่งหน่ึงด้วย เชน่
เร่ืองมัทนะพาธาเป็นตานานของดอกกุหลาบ เรื่องนาซิสซัส (narcissus) ซึ่งเป็นชายรูปงามท่ีหลงรักตัวเอง
เป็นตานานของดอกนาซสิ ซสั เปน็ ต้น
รำชบัณฑติ ยสถำน พ.ศ. ๒๕๕๔ (๒๕๕๖, น.๓๔๔) ใหค้ วามหมายของคาวา่ “ตำนำน” ไว้ว่า
(๑) น. เรื่องแสดงความเป็นมาแต่ปางหลังของสถานที่ บุคคล หรือพิธีกรรม เป็นต้น, เร่ืองราว
นมนานท่ีเล่ากันสืบ ๆ มา, เช่น ตานานพุทธเจดีย์, ตานานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (ข. ตานาน ว่า เร่ืองสมัย
โบราณทเ่ี ลา่ ตอ่ ๆ กันมา).
(๒) น. เรียกพระปริตรบทหนงึ่ ๆ ว่า ตานาน ในคาว่า เจ็ดตานาน สิบสองตานาน. (ข. ตานาน ว่า
เร่ืองสมัยโบราณทเี่ ลา่ ตอ่ ๆ กันมา).
ณรงค์ พ่วงพิศ, วุฒชิ ัย มูลศลิ ป์ และคณะ (๒๕๔๗, น.๗๔) ในหนังสือแบบเรยี นประวตั ิศาสตร์ของ
กรมสามัญศึกษา ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๔ หน้า ๗๔ ได้ให้นิยามของคา "ตานาน" และการใช้ประโยชน์จาก
ตานานในการศกึ ษาทางวิชาการไว้ว่า คือ นทิ านพ้ืนบา้ น นทิ านปรัมปรา และเทพนยิ ายผสมผสานเข้าดว้ ยกัน
เนือ้ เรอื่ งสว่ นใหญจ่ ะเกี่ยวข้องกับศาสนา การใชข้ อ้ มูลจากตานานต้องตรวจสอบกบั หลักฐานอื่น ๆ ให้ดกี ่อน
เพราะตานานมักจะคัดลอกต่อ ๆ กันมา บางเร่ืองมีหลายสานวน เช่น ตานานมูลศาสนา มีถึง ๕ สานวน
การคัดลอกมีข้อความผิดพลาดตกหล่น บางคร้ังก็เขียนต่อยาวกันเป็นพืด ท้ังที่เป็นคนละเรือ่ งกนั ทาให้ยาก
ต่อการตีความ
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (๒๕๕๙, น.๕) ให้ความหมายของตานาน ไว้ว่า
“ตำนำน” หมายถงึ เร่ืองเล่าท่ีมีความสัมพันธ์กบั ความเช่อื สิง่ ศกั ด์สิ ทิ ธ์ิ พธิ กี รรม ศาสนา และประวัตศิ าสตร์
ในท้องถนิ่
พรทิพย์ ซังธำดำ (๒๕๓๘, น.๑๑๕) ให้ความหมายของตานานไว้ว่า คือเรื่องแสดงกิจบ้านเมือง
อันล่วงเลยมานานแล้ว ส่วนมากเก่ียวกับโบราณวัตถุ โบราณสถาน ปูชนียสถาน ปูชนียบุคคล สิ่งเหล่าน้ี
โบราณเรยี กตานานประวตั ิศาสตร์

สบื วิถีพืน้ บา้ น สานตานานสุพรรณบรุ ี ๑๑

ใบควำมรู้ที่ ๑ (ต่อ)

เรือ่ ง รอบรู้ควำมหมำยตำนำนพ้ืนบำ้ น

จำคอบ กริมย์ (อ้างจาก ผ่องพันธ์ มณีรัตน์, ๒๕๒๙, น.๑๓๕) ได้ให้ความหมายไว้ว่า ตานานเป็น
เรอื่ งที่เป็นความจรงิ มสี ถานท่อี ้างถงึ จรงิ เกีย่ วขอ้ งกบั ประวัตศิ าสตร์

ประคอง เจริญจิตรกรรม (๒๕๕๕, น.๕๘) ให้ความหมายว่า ตานาน คือ นิยาย หรือเร่ืองเล่าที่เล่า
สบื ทอดกนั มาเป็นเวลานาน จนหาต้นต่อไม่ได้ และมเี นื้อหาเพ่ืออธิบายทีม่ าของสิ่งต่าง ๆ หรอื สถานที่ต่าง ๆ
ท่คี นในสมยั ก่อนยังไม่สามารถเขา้ ใจได้

สรุปได้ว่า ตำนำน หมายถึง เร่ืองเล่าท่ีมีมานาน เป็นเร่ืองเก่ียวกับการอธิบายท่ีมาของโบราณวัตถุ
โบราณสถาน และส่ิงตา่ ง ๆ ของท้องถน่ิ นน้ั ๆ ซึง่ ตานานจะมลี ักษณะคล้ายกบั นิทาน เรื่องเป็นเรื่องทีเ่ ล่าสืบ
ต่อ ๆ กันมา แต่ตานานจะมีเค้าเร่อื งจริง มีหลักฐานปรากฏอยู่หรือมหี ลักฐานทางประวัติศาสตร์และยังคงมี
รอ่ งรอยของสิ่งเหลา่ นัน้ เหลืออยจู่ นถึงปจั จุบัน

ภำพท่ี ๑ ตานานบา้ นบางแม่หมา้ ย

สบื วิถีพ้ืนบ้าน สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๑๒

ใบกิจกรรมท่ี ๑

เร่อื ง รอบรู้ควำมหมำยตำนำนพ้นื บ้ำน

ตอนที่ ๑ นักเรียนอ่านใบความรู้ที่ ๑ เรื่อง รอบรู้ความหมายตานานพื้นบ้าน แล้วเติมคาในช่องว่าง
ต่อไปน้ีใหถ้ กู ต้องและเหมาะสม

๑. “ตำนำน” หมายถึง ...........................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

๒. คาวา่ ตำนำน เป็นคาที่มาจากคาภาษาเขมรว่า ......................... ใช้เปน็ ทั้งคา......................และ
................... แปลว่า ..........................................................................................................................

๓. ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ (๒๕๕๖, น.๓๔๔) ใหค้ วามหมายของคาวา่ “ตำนำน” ไว้ว่า
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

๔. ในหนังสือแบบเรียนประวัติศาสตร์ของกรมสามัญศึกษา ระดับมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ หน้า ๗๔ ได้ให้
นิยามของคา "ตานาน" และการใชป้ ระโยชน์จากตานานในการศกึ ษาทางวิชาการไวว้ ่า
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

๕. ใหน้ ักเรียนยกตัวอยา่ งตานานพน้ื บา้ นทีน่ ักเรียนรูจ้ กั มาอย่างน้อย ๕ เรือ่ ง
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

ตอนที่ ๒ ให้นักเรียนใส่เคร่ืองหมาย ✓ หน้าข้อความที่ถูกต้อง และใส่เครื่องหมาย × หน้าข้อความ

ทีไ่ ม่ถกู ต้องจากการอา่ นใบความรู้ท่ี ๑ เรือ่ ง รอบรคู้ วามหมายตานานพืน้ บ้าน
............ ๑. ตานาน เปน็ เร่อื งเกี่ยวกับการอธิบายที่มาของโบราณวัตถุ โบราณสถาน และสง่ิ ตา่ ง ๆ

ของทอ้ งถ่ินนัน้ ๆ
............ ๒. ตานานเป็นเรื่องทไ่ี ม่เป็นความจรงิ เป็นเพียงเรื่องเล่า มีสถานท่ีอา้ งถงึ จริงเก่ียวขอ้ งกบั

ประวตั ศิ าสตร์เทา่ นัน้
............ ๓. ตานานเปน็ นทิ านพ้ืนบ้าน นทิ านปรมั ปรา และเทพนิยายผสมผสานเข้าดว้ ยกนั
............ ๔. ตานานมลู ศาสนา มีถึง ๕ สานวน การคดั ลอกมขี ้อความผิดพลาดตกหลน่

บางคร้งั ก็เขียนตอ่ ยาวกนั เป็นพดื ท้ังทีเ่ ปน็ คนละเรอื่ งกัน ทาให้ยากต่อการตีความ
............ ๕. นิทานพน้ื บา้ น เร่ือง ปลาบทู่ อง สังข์ศิลปช์ ยั จดั เปน็ ตานานพ้ืนบ้าน

สบื วิถพี ืน้ บ้าน สานตานานสุพรรณบรุ ี ๑๓

ใบควำมรทู้ ่ี ๒

เรื่อง ตำมรอยทีม่ ำและเน้อื หำของตำนำน

ตานานมีที่มาจากความเช่ือเร่ืองของบุคคลในท้องถิ่นและสภาพแวดล้อมของท้องถ่ินนั้น ๆ เช่น
จังหวัดนครปฐม มีพระปฐมเจดีย์ เป็นโบราณวัตถุที่สาคัญ ก็จะมีตานานพระปฐมเจดีย์ (พญากงพญามาน)
จังหวัดสกลนครมีหนองหานเป็นโบราณสถานที่สาคัญ ก็จะมีตานานหนองหาน จังหวัดสุพรรณบุรี ตามคา
กล่าวของ ส่งศักด์ิ สายปัญญา (๒๕๐๗, น.๑๕๙) กล่าวว่าเมืองสุพรรณบุรี ดินแดนแห่งนิยายตานานเดิม
มีตานานมากกว่าจังหวัดอื่น เช่น ตานานเมืองสุพรรณบุรี มีต้นตาลมากกว่าเมืองเพชร ตานานเดิมบางนาง
บวช (เขาพนมรงุ้ ) ตานานถนนสายสามชุก หนองผักนาก (ตานานเศรษฐพี นั ลึก) เป็นตน้

ที่มาของตานาน จึงสรุปได้วา่ ตานานมที ีม่ าดงั นี้
๑. สถานที่โบราณสถาน โบราณวตั ถใุ นทอ้ งถนิ่ (แหนมนาง)
๒. หา้ มเจา้ เข้าเมืองสุพรรณ แมน่ า้ ปิง
๓. ปรากฏการณธ์ รรมชาติ จนั ทรคราส, ดาวลูกไก่, ทา้ วมหาสงกรานต์
๔. ความเช่อื ทางศาสนาและพธิ กี รรมตา่ ง ๆ ในท้องถิ่น.
๕. ตามอ่ งล่าย ตานานวัดพนญั เชิง
เน้ือหำของตำนำน
เนอื้ หาของตานานมีความสัมพนั ธก์ ับท่ีมาของตานาน เป็นตานานเก่ียวกับสถานที่ เน้อื หากจ็ ะมุง่ เน้น
ให้มีตัวละครดาเนินเรื่องตามเหตุการณ์ให้สัมพันธ์กับสถานท่ี เน้ือหาเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติก็จะมี
ตัวละครดาเนนิ เรอ่ื งให้เกดิ เหตุการณต์ ามปรากฏการณธ์ รรมชาติ เน้อื หามกั จะแทรกเรอื่ งอภินิหารเกินความจริง
คำศพั ทแ์ ละสำนวน
ภาษาที่ใช้ในการเรียบเรียงตานาน เป็นภาษาที่ใช้ถ้อยคาง่ายๆ เป็นภาษาในท้องถิ่น ถ้ามีคาศัพท์ก็
เป็นคาศัพท์ท่ีชาวบ้านเข้าใจได้ เช่น กร้ิว ถวาย อธิษฐาน ฯลฯ เนื้อความจะแทรกเรื่องอภินิหาร เพื่อแสดง
บญุ ญาธิการของตัวละคร การเลา่ จะเน้นการอธิบาย ท่ีมาของส่ิงต่าง ๆ หรือสถานที่ต่าง ๆ ที่คนในสมัยกอ่ น
ยังไม่สามารถเข้าใจได้ ตานานในสมัยก่อนสืบทอดกันด้วยปาก ด้วยการเล่าต่อ ๆ กันมา ปัจจุบันมีการจด
บันทึกเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษรแลว้

ภำพที่ ๒ ตานานทา้ วมหาสงกรานต์ ภำพท่ี ๓ ตานานพทุ ธเจดีย์

สืบวถิ พี น้ื บ้าน สานตานานสุพรรณบรุ ี ๑๔

ใบควำมรทู้ ่ี ๒ (ต่อ)

เรอื่ ง ตำมรอยท่มี ำและเนอื้ หำของตำนำน

อทิ ธิพลของตำนำนที่มตี อ่ กำรดำรงชีวิต
๑. ตานานสะท้อนภาพการดารงชีวิตของบุคคลในท้องถ่ิน ว่าสังคมไทยมีความเป็นอยู่กันอย่างไร

เช่น เป็นสังคมเกษตรกรรม สะท้อนให้เห็นการปลูกพชื พนื้ บ้าน การล่าสัตว์ การผลิตเคร่ืองมือ เครื่องใช้จาก
สภาพแวดล้อมธรรมชาติ เช่น ครก ตาก หน้าไม้ ฯลฯ เป็นลักษณะสังคมแบบพึ่งตนเองกับธรรมชาติ ไม่พึง่
เครอื่ งจกั ร

๒. ตานานสะทอ้ นประวัติศาสตรก์ ารต่อสู้ของเผ่าพนั ธุ์มนุษย์ว่ากว่าจะรวมกันเปน็ หมู่บ้าน เปน็ เมือง
เป็นประเทศ ต้องรบพุ่ง เสียเลือดเนื้อมากมาย ทาให้เห็นความสาคัญของความรัก ความสามัคคี และการ
ยอมรับในความสามารถของผนู้ า

๓. ตานานสะท้อนให้เห็นความเชื่อเรื่องกรรม แสดงให้เห็นว่าทาดีย่อมได้ผลดี ทาชั่วย่อมได้ผลชั่ว
การตั้งสตั ย์อธษิ ฐานใดก็มักจะได้สมความปรารถนา ใหข้ อ้ คิดแก่คนในเรื่องการทาความดี

๔. ตานานช่วยอธบิ ายการเกดิ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ให้มนุษยเ์ ขา้ ใจตามความเช่อื เช่น
เรอ่ื งจนั ทคราส

๕. ตานานสรา้ งความภาคภูมิใจในท้องถน่ิ ของตน เพราะจะทาใหร้ ู้เร่อื งความเป็นมาของทอ้ งถิ่นว่ามี
ความสาคัญอย่างไร บรรพบุรุษต้องต่อสู้ ต้องเสียสละ ด้วยความยากลาบากแค่ไหน ทาให้ผู้ศึกษาเกิดความ
ภาคภูมิใจในท้องถ่นิ ของตน มีกาลงั ใจจะพฒั นาสงั คมของตนต่อไป

ภำพท่ี ๔ ดอยนางนอน ภำพท่ี ๕ ตานานรักดอกกหุ ลาบ
(ตานานรกั ดอยนางนอน จ.เชียงราย) (นางมัทธนาในเรือ่ งมทั ธนพาธา)

สืบวถิ ีพน้ื บา้ น สานตานานสพุ รรณบุรี ๑๕

ใบกจิ กรรมท่ี ๒

เร่อื ง ตำมรอยที่มำและเน้ือหำของตำนำน

ตอนที่ ๑ นักเรียนอา่ นใบความรู้ท่ี ๒ เร่อื ง ตามรอยทมี่ าและเน้ือหาของตานาน แลว้ เตมิ คาในชอ่ งวา่ งต่อไปน้ี
ใหถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสม

๑. นกั เรยี นสรุปท่ีมาของตานาน ว่ามีทมี่ าอยา่ งไรบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒. นักเรียนอธิบายลักษณะเน้ือหาของตานานมาพอเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. คาศัพท์และสานวนของตานานมีลกั ษณะอยา่ งไรบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. อิทธพิ ลของตานานมีผลตอ่ การดาเนนิ ชวี ติ อย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๕. ตานานสร้างความภมู ใิ จให้ทอ้ งถิ่นของตนได้อยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ตอนท่ี ๒ นักเรียนอ่านใบความรู้ท่ี ๒ เร่ือง ตามรอยที่มาและเน้ือหาของตานาน แล้วจดบันทึกข้อความที่
สาคญั อยา่ งยอ่ ตามความเขา้ ใจของนกั เรยี น

บนั ทกึ ควำมรู้จำกกำรอำ่ น
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สืบวถิ ีพ้ืนบ้าน สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๑๖

ใบควำมรูท้ ี่ ๓

เรอ่ื ง ตำนำนพืน้ บ้ำน : เหตทุ ี่พระรำหูไลก่ นิ พระอำทติ ย์และพระจนั ทร์

คร้ังหน่ึงนานมาแลว้ มีพ่ีน้อง ๓ คนอยบู่ า้ นเดยี วกัน พ่อแมเ่ มือ่ กอ่ นจะตาย กส็ ่ังเสียใหพ้ ีส่ องคน ดูแล
น้องคนเล็ก แต่พ่ีสองคนเกลียดน้องคนเล็กมาก มักจะแกล้งอยู่เสมอ บางทีก็ปล่อยให้อด แต่น้องคนเล็กก็
อดทน เพราะพอ่ แม่สัง่ สอนใหน้ บั ถอื เชื่อฟงั พี่

วันหน่งึ วดั ขา้ งๆ บ้าน มงี านทาบญุ พคี่ นโตก็คดขา้ วใส่ขนั ทอง พ่คี นรองก็คดข้าวใส่ขันเงนิ พากนั ไป
ทาบุญท่ีวัด แต่ก่อนไปก็ใส่กุญแจห้องเก็บของเสียด้วย เพื่อแกล้งไม่ให้น้องคนเล็กมีภาชนะดีๆ ใส่ข้าวไป
ทาบุญ น้องคนเล็กหาอะไรใส่ข้าวไปวัดไม่ได้นึกโกรธพ่ีท้ังสองมาก ค้นท่ัวบ้านก็พบแต่กระบุงใบเดียว ก็คด
ข้าวใส่กระบุงแบกไปวัด พวกชาวบ้านเหน็ น้องคนเล็กแบกกระบุงมาก็พากันหัวเราะ บางคนร้องถามวา่ ไม่มี
อะไรจะใสม่ าหรือ นอ้ งคนเล็กทัง้ โกรธทัง้ อาย จงึ ตงั้ ใจอธิษฐานว่าถ้าชาตหิ น้ามีจรงิ พที่ ัง้ สองไปเกดิ เป็นอะไร
ตนจะขอไปเกิดเปน็ ศัตรู และแกลง้ ให้พีท่ งั้ สองได้รับความอับอายบ้าง

ผลบุญที่พ่ีน้องทั้งสามคนต้ังใจทาบุญนน้ั เมื่อพี่คนโตตายไปก็ไปเกิดเปน็ พระอาทิตย์ น้องคนรองได้
ไปเกิดเป็นพระจันทร์ น้องคนเล็กก็ได้ไปเกิดเป็นเทวดาเหมือนกัน มีช่ือว่าพระราหู แต่เพราะทาบุญด้วย
กระบงุ จึงมีรปู ร่างใหญโ่ ต ผวิ ดา หนา้ ตาเหมอื นยักษ์ พระราหไู ด้ทราบวา่ พ่ีทัง้ สองไปเกิดเปน็ พระอาทิตย์และ
พระจันทร์ ก็ออกติดตามหา เมื่อพบกันพี่ท้ังสองก็เยาะเย้ยอีก จึงเกิดต่อสู้กัน แต่พระราหูเก่งกว่า จึงจับท่ี
กลืนเข้าไปในท้อง พวกชาวบ้านตกใจ กลัวพระอาทิตย์และพระจันทรเ์ ป็นอันตรายก็พากันตีเกราะ เคาะไม้
ส่งเสียงอกึ ทกึ พอราหไู ดย้ นิ กต็ กใจจงึ คายพีอ่ อก พระอาทิตย์และพระจันทรจ์ งึ หนีไปได้

ทุกวันน้ีพระราหูจึงติดตามหาพระอาทิตย์และพระจันทร์อยู่ตลอดเวลาและเมื่อพบกันก็จับกินเสีย
ชาวบ้านเรียกว่าเกิดสุริยุปราคาหรือจันทรุปราคา และชาวบ้านก็ช่วยกันตีป๊ีบ ยิงปืน ตีเกราะ เคาะไม้
สง่ เสยี งอึกทึกเพื่อขบั ไลพ่ ระราหทู ุกครัง้

ภำพท่ี ๖ พระราหูอมจนั ทร์

สบื วถิ ีพืน้ บา้ น สานตานานสุพรรณบุรี ๑๗

ใบกิจกรรมที่ ๓

เร่ือง ตำนำนพ้นื บำ้ น : เหตทุ ่ีพระรำหูไล่กินพระอำทติ ยแ์ ละพระจันทร์

ตอนที่ ๑ นกั เรียนอา่ นใบความรู้ที่ ๓ เร่อื ง ตานานพ้ืนบ้าน : เหตทุ ่พี ระราหูไล่กินพระอาทติ ย์และพระจนั ทร์
แลว้ เตมิ คาในชอ่ งว่างตอ่ ไปนีใ้ หถ้ กู ต้องและเหมาะสม

๑. ตานานพื้นบา้ น : เหตทุ ี่พระราหูไล่กนิ พระอาทติ ย์และพระจันทร์ เปรยี บเทียบ พระราหู พระจนั ทร์
พระอาทติ ย์กับใครบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒. พระราหูไล่กนิ พระอาทิตย์และพระจนั ทร์ เพราะสาเหตใุ ด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. นักเรยี นคิดวา่ การท่ีพ่อแม่เมอ่ื ก่อนจะตาย สัง่ เสยี ให้ดแู ลนอ้ งคนเลก็ เพราะมคี วามกงั วลในเรื่องใด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. ใหน้ กั เรยี นวิจารณ์ลักษณะนสิ ัยของตวั ละครในเรือ่ ง มาอยา่ งน้อย ๓ ตวั ละคร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๕. ตานานเกี่ยวกบั พระราหไู ล่กนิ พระอาทติ ย์กบั พระจนั ทร์ สอดคล้องกับหลกั การทางวิทยาศาสตร์ คอื
การเกดิ ปรากฏการณ์ใด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ตอนท่ี ๒ นักเรยี นอา่ นใบความร้ทู ี่ ๓ เร่อื ง ตานานพ้นื บ้าน : เหตุทพ่ี ระราหไู ล่กินพระอาทิตยแ์ ละพระจันทร์
แลว้ จดบันทึกข้อความทสี่ าคัญอย่างยอ่ ตามความเข้าใจของนกั เรียน

บันทึกควำมรู้จำกกำรอ่ำน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สบื วถิ พี ื้นบา้ น สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๑๘

ใบควำมรูท้ ี่ ๔

เร่ือง ตำนำนพน้ื บำ้ น :
พระเจำ้ สำยนำ้ ผ้งึ กบั พระนำงสร้อยดอกหมำก (ตำนำนวัดพนญั เชงิ จ.พระนครศรอี ยุธยำ)

ครั้งหน่ึง เมืองไทยขาดกษัตริย์ผู้ปกครองบ้านเมือง เราเสนาอามาตย์ได้ตีฆ้องรอ้ งป่า สืบหากษัตริย์
ปกครองบา้ นเมือง ครนั้ เดนิ ทางมาถึงสถานทแ่ี ห่งหน่งึ พบกลุม่ เดก็ เลย้ี งควายกลุ่มหนึ่งกาลังน่ังลอ้ มวงกนั เล่น
มเี ด็กคนหน่งึ ทาท่าเปน็ ผนู้ าชอบเลน่ เปน็ กษัตริย์ ขณะกาลังตดั สินคดีความจริงสง่ั ใหเ้ พอ่ื นซึ่งเล่นเปน็ ทหารให้
ใช้ไม้ไผ่ตัดคอเพ่ือนซ่ึงเล่นเป็นนักโทษ ปรากฏว่าเกิดคอขาดจริง ๆ เหล่าเสนาอามาตย์เห็นเป็นอัศจรรย์จึง
พร้อมใจกันอญั เชิญเป็นพระเจ้าแผน่ ดิน

ฝ่ายทางพระเจ้ากรุงจีน มีพระราชธิดาบุญธรรมซึ่งเกิดจากจั่นหมาก พระนามว่า เจ้าหญิงสร้อย
ดอกหมาก ครัน้ เจรญิ วัยจึงใหโ้ หรทานายว่าคู่ควรกบั กษัตริย์เมืองใด โหรทานายว่าคู่ควรกบั กษัตรยิ ์เมอื งไทย
จึงส่งทูตมาเจริญสัมพันธไมตรี แล้วแจ้งความประสงค์ พระองค์ทรงตอบรับด้วยความยินดี ขณะเดินทางไป
เมืองจีนได้ทรงแล่นเรอื ผ่านปากน้าแม่เบี้ย โดยมีรังผ้ึงอยู่รังหนึ่งบนต้นไม้ พระองค์ได้อธิษฐานวา่ หากษัตรยิ ์
เปน็ ผูม้ บี ุญจริงขอใหน้ ้าผ้ึงไหลลงมากลัว้ หัวเรือ ปรากฏวา่ นา้ ผึ้งได้ไหลลงมาจริง ประชาชนจงึ ถวายพระนาม
วา่ พระเจา้ สายนา้ ผง้ึ

ครั้นมาถึงกรุงจีนก็ได้อภิเษกอย่างสมเกียรติ จนได้ระยะเวลาหน่ึง จึงเดินทางกลับเมืองไทยพร้อม
พระนางสร้อยดอกหมาก ซึ่งมีชาวจีนติดตามมาส่งถึงเมืองไทย พอมาถึงปากน้าแมเ่ บี้ย พระองค์รีบเสดจ็ ขนึ้
พระนครก่อนแล้วจัดขบวนให้เหล่าเสนาอามาตย์ลงมารับพระนาง พระนางน้อยพระทัยว่าพระองค์ไม่เสด็จ
ลงมารับก็ตรัสว่าไม่ยอมข้ึนไป พระองค์จึงแกล้งส่ังเหล่าอามาตย์ว่า เม่ือข้ึนมาไม่ได้ก็ขอให้อยู่ตรงนี้เถิด
พระนางเสียพระทัยมากจึงกลั้นใจตายอยู่ตรงน้ันเอง ชาวจีนที่ติดตามมาด้วยก็เสียใจมาก ต่างก็พากันเจาะ
เรือจมน้าตายด้วย พระเจ้าสายน้าผ้ึงทรงเสียพระทัยมากจึงให้เชิญพระศพของพระนางขึ้นมา พระราชทาน
เพลงิ แลว้ สรา้ งวดั ให้เปน็ อนสุ รณ์ชื่อว่า วัดพระนางเชงิ แล้วเพ้ียนเปน็ วัดแพนงเชงิ หรอื วัดพนญั เชงิ ในปจั จุบัน

ภำพที่ ๗ ตานานเจา้ แม่สรอ้ ยดอกหมาก ภำพท่ี ๘ ภาพพระเจา้ สายน้าผงึ้ กับพระนางเจา้
สร้อยดอกหมากทม่ี ีผูน้ ามาถวายทวี่ ัดพนญั เชิง

สบื วิถพี นื้ บา้ น สานตานานสพุ รรณบุรี ๑๙

ใบกิจกรรมที่ ๔

เรอ่ื ง ตำนำนพืน้ บ้ำน :
พระเจำ้ สำยน้ำผงึ้ กับพระนำงสรอ้ ยดอกหมำก (ตำนำนวัดพนญั เชิง จ.พระนครศรีอยุธยำ)

ตอนที่ ๑ นักเรยี นอา่ นใบความรทู้ ่ี ๔ เรื่อง ตานานพนื้ บา้ น : พระเจา้ สายน้าผ้ึงกับพระนางสร้อยดอกหมาก
(ตานานวัดพนัญเชงิ จ.พระนครศรีอยธุ ยา) แล้วเติมคาในชอ่ งว่างต่อไปนีใ้ ห้ถกู ตอ้ งและเหมาะสม

๑. ตานานพ้ืนบา้ น : พระเจา้ สายน้าผึ้งกับพระนางสรอ้ ยดอกหมาก เปน็ ตานานที่กล่าวถงึ การกอ่ สร้าง
ของสถานทใี่ ด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๒. นักเรียนคิดวา่ วิธีการคน้ หากษตั ริยผ์ ู้มบี ญุ ญาธกิ ารเพอ่ื อัญเชิญมาเปน็ ผู้ปกครองบา้ นเมอื งในอดีต
มีความหมาะสมหรอื ไม่อย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๓. ให้นกั เรียนวจิ ารณ์ลักษณะนสิ ัยของพระเจ้าสายน้าผ้ึงและเจา้ หญิงสรอ้ ยดอกหมาก ตามความเข้าใจ
ของนักเรียน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๔. พระนาม “พระเจ้าสายน้าผึง้ ” มีที่มาไดอ้ ยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

๕. ตานานวัดพนญั เชิญ มตี านานท่ีมาอยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ตอนท่ี ๒ นักเรียนอ่านใบความรู้ท่ี ๔ เรื่อง ตานานพื้นบ้าน : พระเจ้าสายน้าผ้ึงกับพระนางสร้อยดอกหมาก
(ตานานวัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา) แล้วจดบันทึกข้อความท่ีสาคัญอย่างย่อ ตามความเข้าใจของ
นักเรียน

บนั ทึกควำมรจู้ ำกกำรอ่ำน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สบื วิถพี ้นื บา้ น สานตานานสพุ รรณบุรี ๒๐

ใบควำมรทู้ ี่ ๕

เรื่อง ตำนำนพนื้ บำ้ นสุพรรณบรุ ี : ตำนำนบำงปลำม้ำ(กลอนอีแซว)

ตำนำนบำงปลำมำ้

เกริ่น เออ่ เออ้ เออ๊ ... เอ่อ เอิง้ เออ้ ... เออ่ เอ้ิง เอย.
บรรจงร้อยข้อความ จากที่ถามกันมา (เอิง เออ่ เอย)
เร่อื งของบางปลามา้ ครง้ั ปู่ตายา่ ยาย (เออ่ เออ้ เอ๊ย)
ครัง้ สมยั กรุงศรีฯ ประเทศพเี่ มอื งนอ้ ง
พมา่ อยากครอบครอง เป็นเจ้าของเมืองไทย
ไดย้ กทพั มาประชิด มุ่งพิชติ ดนิ แดน
บา้ นเราเฝา้ หวงแหน ทัว่ เขตแดนลุกเปน็ ไฟ

สบื วถิ พี น้ื บา้ น สานตานานสพุ รรณบุรี ๒๑

ใบควำมรูท้ ี่ ๕ (ตอ่ )

เร่ือง ตำนำนพนื้ บำ้ นสุพรรณบุรี : ตำนำนบำงปลำม้ำ(กลอนอีแซว)

ตำนำนบำงปลำมำ้

เอ้ย.. พมา่ ยกทัพมาถงึ มาตรงึ ตดิ เมอื งสุพรรณ
ระหวา่ งพกั ทัพอยนู่ ้ัน ได้เกณฑ์กน้ั เชลยไว้
เกณฑเ์ ชลยขดุ คลองลัด เพือ่ มงุ่ ตัดไปกรงุ ศรี
แยกจากท่าจีนท่เี คยมี ตัดตรงร่เี รว็ ไว
ตรงเหนือหน้าวัดกลาง ไปทางประตูเลื่อน
ปจั จุบนั มีสนั เขอื่ น พวกเพ่อื นเพื่อนจาไว้
ทะลุออกลาดชะโด คลองใหญโ่ ตหนักหนา
เดินทางไปถึงอยุธยา เรียกคลองบางพมา่ รู้ไหม

สืบวิถีพ้ืนบ้าน สานตานานสุพรรณบุรี ๒๒

ใบควำมรทู้ ่ี ๕ (ต่อ)

เรือ่ ง ตำนำนพ้นื บ้ำนสุพรรณบุรี : ตำนำนบำงปลำมำ้ (กลอนอีแซว)

ตำนำนบำงปลำมำ้

เอย้ .. กาลเวลาต่อมา ชาวพาราแจง้ ประจกั ษ์
เกลยี ดชงั พมา่ นัก จึงยักยา้ ยเปลี่ยนไป
เพี้ยนจากคลองบางพม่า เปน็ บางปลามา้ จนวันน้ี
ชาวประชาร้ดู ี เรยี กชื่อนีม้ านานหลาย

สบื วิถพี ืน้ บา้ น สานตานานสพุ รรณบุรี ๒๓

ใบควำมรูท้ ่ี ๕ (ตอ่ )

เรือ่ ง ตำนำนพ้ืนบ้ำนสุพรรณบรุ ี : ตำนำนบำงปลำม้ำ(กลอนอีแซว)

ตำนำนบำงปลำมำ้

เอย้ .. หรอื อกี ตานานหนึ่ง กลา่ วถึงล่มุ ท่าจนี
น้าหลากไหลทวั่ ถิ่น ทวั่ แดนดนิ รวมไว้
เปน็ แหล่งปลาชุกชุม มาชมุ นมุ บางปลาม้า
มีปลาชนดิ หน่งึ ชื่อว่า ชอื่ ปลาม้ารไู้ หม
เปน็ ปลาเกล็ดสีขาว มตี ัวยาวเนอ้ื นมุ่
มาอยูร่ วมเปน็ กลมุ่ มาชุมนมุ แหวกว่าย

สืบวิถีพื้นบา้ น สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๒๔

ใบควำมรู้ที่ ๕ (ต่อ)

เรือ่ ง ตำนำนพน้ื บ้ำนสุพรรณบรุ ี : ตำนำนบำงปลำมำ้ (กลอนอแี ซว)

ตำนำนบำงปลำมำ้

เอ้ย.. นับแต่น้ันเปน็ ต้นมา ชาวประชาขนานนาม
ตงั้ ชอ่ื ให้งดงาม นาม “บางมา้ ปลา” เกรยี งไกร
ภายหลงั ตงั้ อาเภอ เพอ่ื เสนอสนอง
รวมชื่อปลาชื่อคลอง ช่อื สอดคลอ้ งยิง่ ใหญ่
อาเภอบางปลาม้า จึงมีมาทุกวนั น้ี (เอิง เออ่ เอย)
ประชาชนร้ดู ี เรยี กช่อื นมี้ านานหลาย (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย)

ประพันธโ์ ดย
นางพรทพิ ย์ ปานชา

สบื วิถพี ื้นบา้ น สานตานานสุพรรณบรุ ี ๒๕

ใบควำมรู้ท่ี ๕ (ตอ่ )

เรอื่ ง ตำนำนพ้ืนบ้ำนสพุ รรณบุรี : ตำนำนบำงปลำม้ำ(กลอนอีแซว)

ตำนำนบำงปลำมำ้

สแกนควิ อาร์โค้ดเขา้ ไปชม
ตานานบางปลาม้า
กนั นะหลาน

สบื วิถพี ืน้ บา้ น สานตานานสพุ รรณบุรี ๒๖

ใบกจิ กรรมที่ ๕

เร่อื ง ตำนำนพน้ื บ้ำนสุพรรณบรุ ี : ตำนำนบำงปลำม้ำ

ตอนที่ ๑ นักเรียนอ่านใบความรู้ที่ ๕ เร่ือง ตานานพ้ืนบ้านสุพรรณบุรี : ตานานบางปลาม้า แล้วเติม

บทประพันธ์ส่วนทห่ี ายไปในช่องว่างตอ่ ไปนี้ใหถ้ ูกต้องและเหมาะสม

๑. เกริน่ เอ่อ เออ้ เอ๊อ... เอ่อ เอง้ิ เออ้ ... เอ่อ เองิ้ เอย.

บรรจงรอ้ ยข้อความ จากทีถ่ ามกนั มา (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย)

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………
………………………………ใ…บ……ควำม…ร…ูท้ …ี่ …๖……………………………………
บ้านเราเฝา้ หวงแหน ทวั่ เขตแดนลุกเปน็ ไฟ

๒. เอ้ย.. พมา่ ยกทัพมาถงึ มาตรงึ ติดเมอื งสพุ รรณ

……………………………………… ………………………………………………

…………………………………………………………เ……ร……่ือง…………ขนบธร……รม……เ……น……ยี ……ม……ป……ร……ะเ……พ……ณ……ี……………………………………

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

เดนิ ทางไปถึงอยธุ ยา เรียกคลองบางพม่ารไู้ หม

๓. เอ้ย.. กาลเวลาต่อมา ชาวพาราแจ้งประจักษ์

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

ชาวประชารดู้ ี เรยี กชื่อนี้มานานหลาย

๔. เอ้ย.. หรอื อีกตานานหนงึ่ กล่าวถงึ ลมุ่ ทา่ จีน

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

มาอยู่รวมเปน็ กลุ่ม มาชมุ นมุ แหวกว่าย

๕. เอ้ย.. นบั แต่น้นั เปน็ ตน้ มา ชาวประชาขนานนาม

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

อาเภอบางปลาม้า จึงมีมาทกุ วันน้ี (เออ่ เอ้อ เอย๊ )

สืบวิถีพ้ืนบ้าน สานตานานสุพรรณบุรี ๒๗

ใบกิจกรรมที่ ๕ (ต่อ)

เร่ือง ตำนำนพนื้ บ้ำนสุพรรณบุรี : ตำนำนบำงปลำมำ้

ตอนท่ี ๒ นักเรียนอ่านใบความรู้ที่ ๕ เรื่อง ตานานพื้นบ้านสุพรรณบุรี : ตานานบางปลาม้า แล้วให้นักเรยี น
จับคู่คาที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกัน และนาคาตอบด้านขวามือ มาเติมลงในช่องคาถามด้านซ้ายมือให้
ถกู ต้อง

คำถำม คำตอบ
......... ๑. อาเภอบางปลาม้า ก. พม่า
......... ๒. ยคุ สมัยการเกดิ ตานานบางปลาม้า ข. คลองบางปลาม้า

......... ๓. ชนชาติท่ียกทัพมาโจมตีกรุงศรอี ยุธยา ค. วัดกลาง
......... ๔. เชลยศกึ ขดุ คลองผ่านแม่น้าแหง่ น้ี ง. กรุงศรีอยธุ ยา

......... ๕. ชอื่ เรยี กเพย้ี นมาจาก “คลองบางพมา่ ” จ. เชลย
......... ๖. ชอ่ื ของปลาทีเ่ ป็นตานานของอาเภอ ฉ. ปลาม้า
......... ๗. ชื่อเรยี กชาวบ้านท่ีถกู จับเป็นตัวประกัน ช. ครอบครอง

......... ๘. ชอื่ วดั ทม่ี กี ารขดุ คลองเพอื่ เช่อื มไปยัง ซ. บางปลาม้า
กรุงศรีอยธุ ยา ฌ. แม่นา้ ท่าจนี

......... ๙. ความอยากเป็นเจ้าของ อยากได้ทง้ั หมด ญ. จงั หวดั สุพรรณบรุ ี
......... ๑๐. ช่ือคลองแหล่งชุมนุมของปลา

หลากหลายชนิด

ตอนท่ี ๓ ให้นักเรียนใส่เคร่ืองหมาย ✓ หน้าข้อความท่ีถูกต้อง และใส่เคร่ืองหมาย × หน้าข้อความ

ที่ไม่ถกู ต้องจากการอา่ นใบความรทู้ ี่ ๕ เรือ่ ง ตานานพน้ื บ้านสพุ รรณบุรี : ตานานบางปลามา้

............ ๑. ตานานบางปลาม้ามีทมี่ าอยสู่ องตานาน
............ ๒. พม่าอยากเป็นมติ รท่ีดีกับกรงุ ศรอี ยธุ ยา
............ ๓. ตานานบางปลาม้าเกิดขนึ้ ในสมยั กรุงศรีอยธุ ยา
............ ๔. พมา่ ยกทัพมาประชิดเมอื งสพุ รรณบรุ ี
............ ๕. ชือ่ “บางปลามา้ ” เพ้ยี นมาจาก “คลองกมั พูชา”
............ ๖. พม่าเกณฑ์เชลยศกึ ขุดคลองตัดไปกรุงศรอี ยุธยาแยกจากท่าจนี
............ ๗. “บางปลาม้า” เปน็ ช่อื ของอาเภอท่ีมีทีม่ าจากชือ่ ของจระเข้
............ ๘. แม่นา้ ทา่ จนี เป็นแมน่ ้าที่มปี ลาชกุ ชมุ หลายชนิด
............ ๙. ปลามา้ มลี ักษณะเป็นปลาเกล็ดสเี หลืองอ่อน ลกั ษณะลาตวั ส้ัน
............ ๑๐. คลองท่ถี กู ตัดไปยังกรุงศรีอยุธยา เรียกวา่ “คลองลดั พมา่ ”

สืบวิถพี น้ื บ้าน สานตานานสุพรรณบรุ ี ๒๘

ใบกจิ กรรมที่ ๕ (ต่อ)

เร่อื ง ตำนำนพ้นื บ้ำนสุพรรณบุรี : ตำนำนบำงปลำม้ำ

ตอนที่ ๔ นกั เรยี นอา่ นใบความรู้ที่ ๕ เรื่อง ตานานพน้ื บ้านสพุ รรณบุรี : ตานานบางปลาม้า แลว้ เติมคาใน
ช่องว่างต่อไปนีใ้ หถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสม

๑. ตานานบางปลาม้า มที ่มี าอยู่สองตานาน คือตานานใดบา้ ง
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

๒. พมา่ อยากครอบครองกรุงศรีอยุธยา เพราะสาเหตุใด
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

๓. “คลองบำงพม่ำ” ถูกสรา้ งข้ึนมาได้อยา่ งไรและมวี ตั ถุประสงค์ในการสรา้ งเพ่อื อะไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

๔. ตานานที่มาของ “บำงปลำม้ำ” แนวทางทีห่ น่ึง กล่าวถึงทีม่ าของบางปลามา้ ไวว้ า่ อย่างไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

๕. ตานานทีม่ าของ “บำงปลำม้ำ” แนวทางทีส่ อง กล่าวถงึ ท่ีมาของบางปลามา้ ไว้ว่าอยา่ งไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

ตอนท่ี ๕ นักเรียนอ่านใบความรู้ท่ี ๕ เร่ือง ตานานพื้นบ้านสุพรรณบุรี : ตานานบางปลาม้า แล้วจดบันทึก
ข้อความทส่ี าคญั อย่างย่อ ตามความเขา้ ใจของนกั เรียน

บนั ทกึ ควำมรู้จำกกำรอำ่ น
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สบื วถิ พี ื้นบ้าน สานตานานสพุ รรณบุรี ๒๙

ใบควำมรู้ที่ ๖

เร่อื ง ตำนำนพื้นบ้ำนสุพรรณบุรี : ตำนำนบำ้ นบำงแมห่ มำ้ ย(กลอนอแี ซว)

ตำนำนบำ้ นบำงแมห่ ม้ำย

เกรนิ่ เอ่อ เอ้อ เออ๊ ... เออ่ เอง้ิ เออ้ ... เออ่ เอง้ิ เอย.

จะมาเกรน่ิ เลา่ เรอ่ื ง เพ่อื ประเทืองปัญญา (เอิง เออ่ เอย)

เล่าสืบตอ่ กนั มา ครั้งปู่ย่าตายาย (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย)

ที่บ้านบางแม่หม้าย ในสมัยอดีตกาล

มเี รอ่ื งเล่ากล่าวขาน สบื สานเปน็ สองนยั

นัยหนึง่ นัน้ มี สองชวี ีพ่นี อ้ ง

ไรบ้ ้านหับห้อง ทั้งสองหนุ่มหม่นไหม้

เป็นกาพรา้ พอ่ แม่ ท้อแท้ชีวิตหนักหนา

เพราะพ่อแม่มรณา เหว่ว้าใจกาย

สืบวิถีพ้นื บ้าน สานตานานสพุ รรณบุรี ๓๐

ใบควำมร้ทู ี่ ๖ (ตอ่ )

เร่อื ง ตำนำนพน้ื บำ้ นสุพรรณบรุ ี : ตำนำนบำ้ นบำงแมห่ มำ้ ย(กลอนอีแซว)

ตำนำนบำ้ นบำงแมห่ ม้ำย

เอ้ย.. ท้งั สองหน่มุ มุ่งมั่น ขยันทาไรน่ า

จึงมที รัพยเ์ งินตรา ชาวประชารกั ใคร่

สร้างบา้ นฐานถ่ินอยู่ เลศิ หรูสวยงาม

ทง้ั สองน่าเกรงขาม เลอื่ งลอื นามเศรษฐีใหญ่

แต่ชายหนมุ่ ทง้ั สอง จะหมายปองภรรยา

จงึ ตกลงกนั ว่า จะหาค่คู รองใจ

จัดพธิ ีพร้อมกนั คงสุขสนั ตเ์ ล่อื งลือ

จงึ จัดส่งแมส่ ื่อ ทมี่ ีชือ่ เรว็ ไว

หาสาวที่สดุ สวย ร่ารวยมารยาท

ทัง้ สองสาวต้องมีมาด งามพิลาศสดใส

สบื วิถีพื้นบ้าน สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๓๑

ใบควำมรทู้ ่ี ๖ (ต่อ)

เรือ่ ง ตำนำนพ้ืนบ้ำนสุพรรณบุรี : ตำนำนบ้ำนบำงแม่หมำ้ ย(กลอนอแี ซว)

ตำนำนบำ้ นบำงแม่หม้ำย

เอย้ .. แม่สอ่ื รีบส่งข่าว ให้สาวสาวทุกแหง่ หน (เอิง เออ่ เอย)
ซึ่งมีสาวอยูส่ องคน เธองามล้นเหลอื หลาย (เอ่อ เอ้อ เอย๊ )
บา้ นอยูท่ ่ีทา่ ตลาด ผดุ ผาดผอ่ งพรรณ
ทกุ คนเล่ากล่าวกัน ชายหนมุ่ ฝันฝักใฝ่
เศรษฐีสองพ่นี อ้ ง จึงหมายปองคนงาม
สง่ ผ้ใู หญ่ไปทาบทาม แมส่ าวงามเอยี งอาย
ตกลงกนั เสรจ็ สนิ้ พรอ้ มสนิ สอดเพียงพอ
และปลกู สร้างเรอื นหอ ไมร่ รี อร่าไร

สบื วถิ ีพนื้ บ้าน สานตานานสพุ รรณบุรี ๓๒

ใบควำมรทู้ ี่ ๖ (ต่อ)

เรื่อง ตำนำนพ้ืนบ้ำนสุพรรณบุรี : ตำนำนบำ้ นบำงแมห่ ม้ำย(กลอนอีแซว)

ตำนำนบำ้ นบำงแมห่ ม้ำย

เอ้ย.. กาหนดการวันววิ าห์ สรรหาวนั ฤกษด์ ี
ท้ังสองหนมุ่ เศรษฐี แสนเปรมปรดี ใ์ิ จกาย
เตรียมหาเรือสาเภา เลือกเอาลาใหญ่โต
ขนขนั หมากไปอักโข ช่างโก้หรูยง่ิ ใหญ่
มมี โหรีขบั กล่อม บ้างซ้อมสซี ออู้
บ้างตีมา้ ลอ่ หรู ฟงั ค้นุ หูตะโพนไทย
บ้างเมามายลม้ กล้งิ บ้างออกลิงออกโขน
บา้ งรอ้ งกอ้ งตะโกน บา้ งหอ้ ยโหนเรอื ใหญ่

สืบวถิ พี ืน้ บ้าน สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๓๓

ใบควำมรทู้ ่ี ๖ (ต่อ)

เร่อื ง ตำนำนพ้นื บ้ำนสุพรรณบรุ ี : ตำนำนบำ้ นบำงแม่หม้ำย(กลอนอีแซว)

ตำนำนบำ้ นบำงแมห่ มำ้ ย

เอ้ย...ในบดั ดลนน้ั ฟ้าก็พลันมืดมดิ
อากาศแปรปรวนวิปรติ ทุกชวี ติ หว่นั ไหว
พายุลมฟ้ารอ้ ง ฝนฟา้ คะนองคาราม
ธรรมชาติน่าเกรงขาม แสนครนั่ ครา้ มหวั ใจ
บรรดาแขกปะปน วง่ิ วนกนั วา้ ว่นุ
พวกหนุ่มสาวที่ใจบญุ ไมเ่ คยคนุ้ พายใุ หญ่
เรอื สาเภาสา่ ยเอยี ง ตา่ งส่งเสียงหวีดรอ้ ง
ฟงั ไมเ่ ป็นทานอง สาเภารอ่ งล่มสลาย

สืบวิถพี ืน้ บา้ น สานตานานสุพรรณบรุ ี ๓๔

ใบควำมรู้ที่ ๖ (ต่อ)

เรือ่ ง ตำนำนพื้นบำ้ นสุพรรณบรุ ี : ตำนำนบ้ำนบำงแม่หม้ำย(กลอนอีแซว)

ตำนำนบำ้ นบำงแม่หมำ้ ย

(

เอ้ย.. เจา้ จระเขข้ บดนิ้ จนสน้ิ ลมปราณ
ผูค้ นอลหมา่ น บา้ งลนลานในนา้ ไหล
ฝา่ ยเจ้าบ่าวสองคน วา่ ยวนในธารา
จระเขไ้ ลค่ วา้ ควบเอวพาหายไป
จระเข้ว่ายทวนนา้ แสนชอกชา้ ดวงจติ
สองเจา้ สาวแทบสนิ้ ชวี ติ เพราะวกิ ฤตโหดร้าย

สืบวถิ พี นื้ บ้าน สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๓๕

ใบควำมร้ทู ่ี ๖ (ตอ่ )

เร่อื ง ตำนำนพื้นบำ้ นสุพรรณบุรี : ตำนำนบ้ำนบำงแมห่ มำ้ ย(กลอนอแี ซว)

ตำนำนบำ้ นบำงแมห่ ม้ำย

เอ้ย.. เหน็ จระเขค้ าบเจา้ บา่ ว สองเจ้าสาวตามหา
ว่งิ ตามฝ่งั ธารา ช่างเหนอ่ื ยล้าเหลือหลาย
เจ้าสาวสองพ่นี อ้ ง จึงต้องเศร้าโศกศัลย์
ว่ิงกลบั บา้ นอยา่ งเสยี ขวัญ หวั ใจนนั้ แทบสลาย
จึงตกเปน็ แมห่ มา้ ย แสนโชครา้ ยขนื่ ขม
เธอขาดคู่ชดิ ชม หัวอกตรมหม่นไหม้

สืบวิถพี ้ืนบา้ น สานตานานสุพรรณบรุ ี ๓๖

ใบควำมร้ทู ี่ ๖ (ตอ่ )

เร่อื ง ตำนำนพนื้ บำ้ นสุพรรณบรุ ี : ตำนำนบำ้ นบำงแม่หมำ้ ย(กลอนอแี ซว)

ตำนำนบำ้ นบำงแมห่ ม้ำย

เอ้ย.. ประชาชนจึงเอย่ อา้ ง ชอ่ื บางแห่งน้ี
ตามเร่อื งราวบ่งช้ี ให้ย่านน้ีชื่อ “บางแมห่ มา้ ย”
นบั ตง้ั แต่น้นั มา ชาวพารารับรู้ (เอิง เออ่ เอย)
ต้งั ชอื่ บางตามโฉมตรู เพราะทง้ั คู่เปน็ หมา้ ย (เอ่อ เออ้ เอย๊ )

ประพนั ธโ์ ดย
นางพรทพิ ย์ ปานชา

สืบวิถพี ื้นบา้ น สานตานานสุพรรณบรุ ี ๓๗

ใบควำมรทู้ ี่ ๖ (ตอ่ )

เรอื่ ง ตำนำนพน้ื บ้ำนสุพรรณบรุ ี : ตำนำนบำ้ นบำงแม่หม้ำย(กลอนอแี ซว)

ตำนำนบำงแมห่ มำ้ ย

สแกนควิ อารโ์ ค้ดเข้าไปชม
ตานานบา้ นบางแม่หม้าย

กนั นะคะ

สบื วถิ ีพืน้ บา้ น สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๓๘

ใบกิจกรรมที่ ๖

เร่อื ง ตำนำนพน้ื บ้ำนสุพรรณบรุ ี : ตำนำนบ้ำนบำงแมห่ มำ้ ย

ตอนท่ี ๑ นักเรียนอ่านใบความรู้ท่ี ๖ เร่ือง ตานานพื้นบ้านสุพรรณบุรี : ตานานบางแม่หม้าย แล้วเติม

บทประพันธส์ ว่ นทหี่ ายไปในช่องวา่ งต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ งและเหมาะสม
๑. เกรน่ิ เอ่อ เอ้อ เออ๊ ... เออ่ เอิ้ง เอ้อ... เออ่ เอิ้ง เอย.

จะมาเกริ่นเล่าเร่อื ง เพอ่ื ประเทอื งปญั ญา (เอิง เออ่ เอย)

……………………………………… ………………………………………………
……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………
……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………
……………………………………… ………………………………………………

เพราะพ่อแมม่ รณา เหวว่ ้าใจกาย

๒. เอ้ย.. เจา้ จระเขข้ บด้ิน จนสนิ้ ลมปราณ

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………
……………………………………… ………………………………………………
……………………………………… ………………………………………………

สองเจ้าสาวแทบสิน้ ชวี ิต เพราะวิกฤตโหดรา้ ย

๓. เอย้ .. เห็นจระเข้คาบเจ้าบา่ ว สองเจ้าสาวตามหา

……………………………………… ………………………………………………
……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………
……………………………………… ………………………………………………

เธอขาดคชู่ ิดชม หัวอกตรมหม่นไหม้

๔. เอย้ .. ประชาชนจึงเอ่ยอา้ ง ช่ือบางแห่งนี้

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

ต้ังชือ่ บางตามโฉมตรู เพราะทัง้ คูเ่ ป็นหมา้ ย (เออ่ เออ้ เอย๊ )

สบื วถิ พี ้ืนบ้าน สานตานานสุพรรณบุรี ๓๙

ใบกิจกรรมที่ ๖ (ตอ่ )

เร่ือง ตำนำนพนื้ บ้ำนสุพรรณบรุ ี : ตำนำนบ้ำนบำงแมห่ ม้ำย

ตอนท่ี ๒ นักเรียนอ่านใบความรู้ท่ี ๖ เร่ือง ตานานพ้ืนบ้านสุพรรณบุรี : ตานานบ้านบางแม่หม้าย แล้วให้
นักเรียนจับคู่คาที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกัน และนาคาตอบด้านขวามือ มาเติมลงในช่องคาถามด้าน
ซา้ ยมือให้ถกู ตอ้ ง

คำถำม คำตอบ
......... ๑. ชื่อเรยี กบคุ คลที่ไม่มีบิดามารดา
......... ๒. ตานานสถานที่ทฝี่ ่ายชายเสยี ชวี ิตก่อนแต่งงาน ก. จระเข้
......... ๓. พาหนะทีช่ ายหนมุ่ น่ังเพือ่ ไปสขู่ อหญงิ สาว ข. ขนั หมาก
......... ๔. สัตว์ท่มี ีสว่ นเกี่ยวขอ้ งทารา้ ยชายหนุม่ จนเปน็ ท่มี าของ ค. เรือสาเภา

ตานานบางแม่หม้าย ง. ทาไร่ ทานา
จ. เรอื นหอ
......... ๕. ชอ่ื เรยี กสตรที ี่สามเี สยี ชีวิต ในระหวา่ งหรือหลังแต่งงาน
......... ๖. ชอ่ื เรียกวัสดุ อปุ กรณ์ท่ใี ชใ้ นการสขู่ อฝา่ ยหญงิ แต่งงาน ฉ. แมห่ ม้าย
......... ๗. อาชพี ของชายหนุ่ม ที่ทาให้เขากลายเป็นเศรษฐี ช. ทา่ ตลาด
ซ. บางแม่หม้าย
......... ๘. สตรที ีม่ หี น้าท่ีประสานงานระหว่างเจา้ บ่าวและเจา้ สาว
......... ๙. ทอี่ ยขู่ องฝ่ายเจา้ สาว ฌ. กาพร้า
ญ. แม่ส่ือ
......... ๑๐. ที่พกั ของชายหญงิ หลงั แตง่ งานกนั

ตอนที่ ๓ ให้นักเรียนใส่เคร่ืองหมาย ✓ หน้าข้อความท่ีถูกต้อง และใส่เคร่ืองหมาย × หน้าข้อความ

ที่ไม่ถกู ต้องจากการอ่านใบความร้ทู ี่ ๖ เร่ือง ตานานพื้นบ้านสุพรรณบรุ ี : ตานานบ้านบางแมห่ ม้าย

............ ๑. สองหนุ่มพีน่ ้องอาศยั อยทู่ ่บี า้ นเกา้ หอ้ ง
............ ๒. ชายหนุ่มท้ังสองเป็นลกู กาพร้าแม่ อาศยั อยกู่ ับพ่อ
............ ๓. ด้วยความมุ่งมน่ั และขยนั ในการทาไร่ ทาให้มที รัพย์สินมากขึน้
............ ๔. ชายหนุ่มทัง้ สองหมายปองลกู สาวเศรษฐี
............ ๕. สาวงามทชี่ ายหนุม่ ทง้ั สองตง้ั ใจจะไปสู่ขอ อาศัยอยู่ท่บี า้ นคอวัง
............ ๖. หญิงท่ีมหี น้าท่ีเปน็ ผู้ประสานงานในการแตง่ งานของสองครอบครวั เรยี กว่า “แม่สือ่ ”
............ ๗. ชายหนุม่ ท้งั สองแห่ขบวนขนั หมากไปตามท้องถนน
............ ๘. ชายหนุ่มทัง้ สองต้งั ใจจะจัดพธิ ีแต่งงานพร้อมกัน
............ ๙. ระหวา่ งทางแหข่ นั หมากเรือล่ม เจา้ บ่าวถกู จระเขค้ าบไปกนิ
............ ๑๐. ตานานบางแม่หมา้ ย มีที่มาจากหญิงสาวต้องเปน็ หม้ายเพราะฝ่ายชายเสียชวี ติ

กอ่ นท่จี ะแตง่ งาน

สบื วิถพี ้นื บา้ น สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๔๐

ใบกิจกรรมท่ี ๖ (ตอ่ )

เรื่อง ตำนำนพื้นบ้ำนสุพรรณบุรี : ตำนำนบ้ำนบำงแมห่ ม้ำย

ตอนท่ี ๔ นักเรยี นอ่านใบความรทู้ ี่ ๖ เรือ่ ง ตานานพ้ืนบา้ นสพุ รรณบุรี : ตานานบ้านบางแม่หม้าย แล้วเตมิ คา
ในช่องวา่ งต่อไปน้ใี ห้ถูกตอ้ งและเหมาะสม

๑. นักเรยี นอธิบายทม่ี าของตานาน “บำงแม่หมำ้ ย” มาพอเขา้ ใจ
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

๒. สาเหตุทีท่ าใหเ้ รอื เจา้ บ่าวล่ม ในระหว่างการเดนิ ทางแหข่ นั หมากทางเรือสาเภา คืออะไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

๓. จากเรอ่ื ง นกั เรยี นคดิ ว่าฝ่ายเจา้ สาวทั้งสองมคี วามรักในตัวเจา้ บ่าวมากนอ้ ยเพยี งใด จงให้เหตุผล
ประกอบ
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

๔. เหตุใดจระเขจ้ งึ สามารถคาบเจา้ บ่าวท่ีเรอื ล่มไปได้โดยง่าย
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

๕. นักเรยี นได้ขอ้ คดิ ในการดารงชวี ิตอย่างไรบ้างจาก “ตานานบางแมห่ มา้ ย”
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

ตอนที่ ๕ นักเรียนอ่านใบความรู้ท่ี ๖ เรื่อง ตานานพื้นบ้านสุพรรณบุรี : ตานานบ้านบางแม่หม้าย แล้วจด
บันทึกข้อความที่สาคัญอยา่ งยอ่ ตามความเข้าใจของนักเรียน

บันทกึ ควำมรจู้ ำกกำรอ่ำน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สืบวถิ ีพืน้ บ้าน สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๔๑

ใบควำมรูท้ ี่ ๗

เรือ่ ง ตำนำนพ้นื บ้ำนสุพรรณบุรี : ตำนำนวงั ตำเพชร(กลอนอีแซว)

ตำนำนวังตำเพชร

เกรน่ิ เอ่อ เออ้ เออ๊ ... เออ่ เอ้งิ เออ้ ... เออ่ เอ้งิ เอย.

มีเรื่องเล่ากลา่ วขาน ครั้งโบราณนานมา (เอิง เออ่ เอย)

มีสองสามีภรรยา รกั กนั มานานหลาย (เอ่อ เออ้ เอย๊ )

สามีชื่อตาเพชร เรยี นสาเรจ็ อาคม

ใช้ชวี ติ อย่างสุขสม ชาวบ้านนยิ มมากหลาย

แกรบั จา้ งจับจระเข้ ทีเ่ กเรในนา่ นน้า

เพราะมอี าคมสูงล้า แกดานา้ สู้ได้

สบื วิถพี นื้ บ้าน สานตานานสพุ รรณบรุ ี ๔๒

ใบควำมรทู้ ่ี ๗(ตอ่ )

เร่ือง ตำนำนพนื้ บ้ำนสุพรรณบรุ ี : ตำนำนวังตำเพชร(กลอนอแี ซว)

ตำนำนวังตำเพชร

เอ้ย... เชา้ วันหนึง่ เปน็ วนั พระ แกจะไปทาบญุ
จงึ ชักชวนแมเ่ น้ืออุ่น ไปทาบญุ กนั ไหม
ท่ีวัดฝั่งตรงข้าม คอื อารามวดั สวนหงส์
ซ่งึ เปน็ ฤดนู ้าทรง หาเรือลงไมไ่ ด้
ตาเพชรจึงร่ายคาถา เสกนา้ มนตม์ าขนั หน่ึง
รา่ ยเวทย์มนต์อ้อื อึง แล้วจึงสง่ ใหย้ าย

สบื วถิ พี ้นื บ้าน สานตานานสพุ รรณบุรี ๔๓

ใบควำมรู้ที่ ๗ (ต่อ)

เรอื่ ง ตำนำนพนื้ บ้ำนสุพรรณบรุ ี : ตำนำนวงั ตำเพชร

ตำนำนวงั ตำเพชร

เอย้ .. แถมกาชับอกี ว่า หากข้ามนาวาผ่านพน้
ให้ยายใช้น้ามนต์ ลาดรดบนหัวให้
ตาเพชรจะกลับรา่ ง กลายเปน็ คนอยา่ งเดิม
ภรรยาก็รบั คาเสริม ใหต้ าเริม่ เรว็ ไว
ตาเพชรจึงแปลงตัว แลว้ ทอดตวั ขวางคลอง
เป็นจระเข้ผดุ ผอ่ ง นา่ สยองเสียวไส้

สบื วิถพี ืน้ บ้าน สานตานานสุพรรณบุรี ๔๔

ใบควำมรูท้ ี่ ๗ (ต่อ)

เรื่อง ตำนำนพน้ื บำ้ นสุพรรณบุรี : ตำนำนวังตำเพชร(กลอนอีแซว)

ตำนำนวงั ตำเพชร

เอ้ย.. ให้ยายนงั่ บนหลัง คอยระวงั ให้ดี

ตาเพชรคอยชวนชี้ ให้ยายนส้ี ุขใจ

ครั้นพอใกลถ้ งึ ฝัง่ ยายอยู่บนหลังจระเข้

ตาเพชรนกึ ฮาเฮ จงึ เหหวั อา้ ปากไว้

ยายแสนตกใจ วงิ่ กระโดดไปขึ้นฝั่ง

ขนั น้ามนต์ทจ่ี ะรดหลงั ก็พลาดพล้ังตกกระจาย

สบื วิถพี ืน้ บา้ น สานตานานสุพรรณบรุ ี ๔๕

ใบควำมรูท้ ่ี ๗ (ตอ่ )

เร่ือง ตำนำนพนื้ บำ้ นสุพรรณบรุ ี : ตำนำนวงั ตำเพชร

ตำนำนวังตำเพชร

เอ้ย.. ต้ังแต่วนั นน้ั มา ชีวติ ภรรยาหมองมัว
เพราะมไิ ดเ้ ห็นหนา้ ผวั กลายเปน็ ตัวจระเข้ใหญ่
แต่ความหว่ งภรรยา จงึ มาขุดวงั อยู่
หวังคอยดโู ฉมตรู มาขุดวังอยใู่ กล้ยาย
ขดุ วังทะลุออก ตรงตรอกตลาดคอวงั
เล่ากันมาแตห่ นหลงั พวกเรายังจาได้

สบื วถิ ีพ้ืนบ้าน สานตานานสพุ รรณบุรี ๔๖

ใบควำมรทู้ ี่ ๗ (ตอ่ )

เรื่อง ตำนำนพ้นื บำ้ นสุพรรณบรุ ี : ตำนำนวังตำเพชร(กลอนอแี ซว)

ตำนำนวังตำเพชร

เอย้ .. ส่วนจระเขต้ าเพชร ก็ระเห็จวนเวยี น

ว่ายวนจนปวดเศียร แกพากเพยี รวา่ ยไป

เขา้ คลองบางปลามา้ ผา่ นมาคลองลาดชะโด

แกเป็นจระเขต้ ัวโต คนลาดชะโดเสยี วไส้

จึงขนานนามถ่นิ น้ี เพราะว่ามจี ระเขย้ ักษ์

ชาวบ้านไมเ่ คยรจู้ ัก ถ่นิ พานักสัตวด์ รุ า้ ย

สืบวถิ ีพ้ืนบ้าน สานตานานสุพรรณบรุ ี ๔๗

ใบควำมรทู้ ี่ ๗ (ต่อ)

เร่อื ง ตำนำนพืน้ บำ้ นสุพรรณบุรี : ตำนำนวงั ตำเพชร(กลอนอีแซว)

ตำนำนวงั ตำเพชร

เอย้ .. เรียกบ้านน้หี นา ชาวประชารบั รู้
เพราะเปน็ ถนิ่ ตาเพชรอยู่ เรยี กหมูบ่ า้ นจระเขใ้ หญ่
ขอจบกลอนตอนนี้ เพ่ือบงชใี้ ห้เหน็ ชดั
ตวั ฉนั เองไม่เจนจัด ตอ้ งฝกึ หดั อกี มากมาย
ตานานเก่าเลา่ ขาน ควรสบื สานอนุรักษ์ (เอิง เออ่ เอย)
ลกู หลานไทยควรรู้จกั ต้องรูห้ ลกั สบื สานไว้ (เอ่อ เอ้อ เอ๊ย)

ประพันธ์โดย
นางพรทิพย์ ปานชา

สบื วิถีพื้นบ้าน สานตานานสุพรรณบรุ ี ๔๘

ใบควำมรู้ที่ ๗ (ต่อ)

เรื่อง ตำนำนพื้นบ้ำนสุพรรณบุรี : ตำนำนวงั ตำเพชร(กลอนอีแซว)

ตำนำนวงั ตำเพชร

สแกนคิวอาร์โคด้ เขา้ ไปชม
ตานานวังตาเพชร
กนั นะคะเพอ่ื นๆ

สืบวิถีพน้ื บา้ น สานตานานสุพรรณบรุ ี ๔๙

ใบกจิ กรรมที่ ๗

เร่ือง ตำนำนพ้นื บำ้ นสุพรรณบรุ ี : ตำนำนวงั ตำเพชร

ตอนท่ี ๑ นักเรียนอ่านใบความรู้ท่ี ๗ เร่ือง ตานานพ้ืนบ้านสุพรรณบุรี : ตานานวังตาเพชร แล้วเติม

บทประพันธส์ ่วนทีห่ ายไปในช่องวา่ งตอ่ ไปน้ใี หถ้ กู ตอ้ งและเหมาะสม
๑. เกริ่น เออ่ เอ้อ เออ๊ ... เออ่ เอง้ิ เอ้อ... เออ่ เองิ้ เอย.

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………
สามีชือ่ ตาเพชร เรยี นสาเร็จอาคม

……………………………………… ………………………………………………
……………………………………… ………………………………………………

เพราะมีอาคมสูงล้า แกดานา้ สูไ้ ด้
๒. เอ้ย.. แถมกาชับอีกวา่ หากข้ามนาวาผ่านพ้น
……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

ภรรยากร็ บั คาเสริม ใหต้ าเรม่ิ เร็วไว

……………………………………… ………………………………………………
เป็นจระเข้ผุดผอ่ ง น่าสยองเสยี วไส้
๓. เอย้ .. ตัง้ แต่วนั นน้ั มา ชวี ิตภรรยาหมองมัว

……………………………………… ………………………………………………
……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………
เลา่ กันมาแต่หนหลัง พวกเรายังจาได้
๔. เอ้ย.. ส่วนจระเขต้ าเพชร ก็ระเหจ็ วนเวียน

……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………
แกเป็นจระเขต้ ัวโต คนลาดชะโดเสยี วไส้

……………………………………… ………………………………………………

ชาวบ้านไมเ่ คยรจู้ ัก ถ่นิ พานกั สัตว์ดุร้าย

๕. เอย้ .. เรียกบา้ นนีห้ นา ชาวประชารับรู้

……………………………………… ………………………………………………
……………………………………… ………………………………………………

……………………………………… ………………………………………………

ลกู หลานไทยควรรู้จกั ต้องรูห้ ลกั สบื สานไว้ (เอ่อ เอ้อ เอย๊ )

สืบวถิ ีพ้ืนบ้าน สานตานานสพุ รรณบุรี ๕๐

ใบกจิ กรรมที่ ๗ (ตอ่ )

เรื่อง ตำนำนพื้นบ้ำนสุพรรณบุรี : ตำนำนวงั ตำเพชร

ตอนท่ี ๒ นักเรียนอ่านใบความรู้ท่ี ๗ เร่ือง ตานานพื้นบ้านสุพรรณบุรี : ตานานวังตาเพชร แล้วให้นักเรียน
จับคู่คาท่ีมีความสัมพันธ์สอดคล้องกัน และนาคาตอบด้านขวามือ มาเติมลงในช่องคาถามด้านซ้ายมือให้
ถกู ตอ้ ง

คำถำม คำตอบ
......... ๑. อาชพี ทตี่ าเพชรประกอบเป็นอาชพี หลัก ก. วัดสวนหงส์

......... ๒. เวทมนตร์ และวิชาความรทู้ างไสยศาสตร์ ข. น้ามนต์
......... ๓. สถานที่ท่ีตาเพชรชวนภรรยาไปทาบุญ ค. ขดุ วงั อาศยั

......... ๔. ตาเพชรแปลงร่างเป็นสัตวช์ นิดหนึ่งเพือ่ ข้ามแม่นา้ ง. คลองบางปลามา้
......... ๕. สง่ิ ที่สามารถทาให้ตาเพชรกลายรา่ งเปน็ มนษุ ย์เหมอื นเดิน ถงึ ลาดชะโด
......... ๖. วธิ กี ารขา้ มแมน่ า้ ของยาย
จ. นั่งหลังจระเขแ้ ปลงกาย
......... ๗. สาเหตุทน่ี ้ามนตห์ ก
......... ๘. สถานที่อาศัยของ จระเขต้ าเพชรแปลงกาย ฉ. รบั จา้ งจบั จระเข้
ช. จระเขอ้ ้าปาก
......... ๙. สถานทที่ ว่ี งั จระเข้ทะลุถึง
......... ๑๐. สถานที่ว่ายนา้ ผ่านของจระเข้ ซ. ตลาดคอวัง
ฌ. จระเข้
ญ. อาคม

ตอนท่ี ๓ ให้นักเรียนใส่เคร่ืองหมาย ✓ หน้าข้อความท่ีถูกต้อง และใส่เครื่องหมาย × หน้าข้อความ

ท่ีไมถ่ กู ตอ้ งจากการอา่ นใบความรทู้ ี่ ๗ ตานานพื้นบา้ นสุพรรณบรุ ี : ตานานวังตาเพชร

............ ๑. ตาเพชรมอี าชีพรับจา้ งจับจระเข้
............ ๒. ตาเพชรมีความชานาญในเวทมนต์ คาถาอาคม
............ ๓. วัดป่าเลไลย์ คือวัดที่ตาเพชรและภรรยาตง้ั ใจจะไปทาบุญ
............ ๔. ตาเพชรเสกนา้ มนต์ เพือ่ ตอ้ งการกลับกลายร่างเปน็ คนเหมอื นเดิม
............ ๕. ตาเพชรต้ังใจจะไปทาบุญกับภรรยาจึงแปลงร่างเปน็ จระเข้ เพื่อจะขา้ มแม่นา้
............ ๖. ภรรยาตาเพชรทาขันนา้ มนต์หก เพราะความซุ่มซา่ มของตนเอง
............ ๗. ตาเพชรคาบขันนา้ มนต์ แล้วทาหกเอง
............ ๘. สาเหตุท่ีตาเพชรไม่สามารถกลายร่างเป็นคนได้ เพราะความขีเ้ ล่นของตนเอง
............ ๙. หลงั จากตาเพชรกลายเปน็ จระเข้ ภรรยาก็มคี วามสขุ เป็นอย่างมาก เพราะไมม่ คี นกวนใจ
............ ๑๐. ตานานวังตาเพชร เก่ียวขอ้ งกับทอี่ ยขู่ องจระเข้ตาเพชรที่อาศัยอย่ใู ต้น้า


Click to View FlipBook Version