~ ๑๔๑ ~ ใบงานที่๕ กวีนิพนธ์มนต์แห่งภาษา การสื่อสาร สาระสําคัญผ่านสื่อแบบต่าง ๆ ๑. ให้นักเรียนจัดทําแผนผังมโนทัศน์สรุปความรู้ที่ได้รับจากการเรียนกวีนิพนธ์เรื่อง บนพรมใบไผ่
~ ๑๔๒ ~แนวคําตอบใบงานที่๕ กวีนิพนธ์มนต์แห่งภาษา การสื่อสาร สาระสําคัญผ่านสื่อแบบต่าง ๆ ๑. ให้นักเรียนจัดทําแผนผังมโนทัศน์สรุปความรู้ที่ได้รับจากการเรียนกวีนิพนธ์เรื่อง บนพรมใบไผ่ คําตอบขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอน
~ ๑๔๓ ~นิทานกริมม์ชุดสรรพสัตว์เรื่อง นักดนตรีแห่งเมืองเบรเมน อําภา โอตระกูล แปลและเรียบเรียง วรสุมน โอตระกูล ภาพ
~ ๑๔๔ ~ เรื่องที่หนึ่ง นักดนตรีแห่งเมืองเบรเมน ชายคนหนึ่งมีลาอยู่ตัวหนึ่ง ลาตัวนี้ได้ทํางานรับใช้คอยแบกหาม บรรทุกกระสอบข้าวไปส่งให้ที่โรงสีอย่างขยัน ขันแข็งเสมอมาเป็นเวลาช้านาน หลายปีจนในที่สุด เรี่ยวแรงก็ลดถอยลง ไม่สามารถจะทํางานได้มากมายอย่าง ที่เคย ชายผู้นั้นจึงคิดว่าไม่ควรจะเลี้ยงลาไว้ให้เสียข้าวเสียน้ําอีกต่อไป ฝ่ายลา ไหวทัน รู้สึกว่าขืนอยู่ต่อไปคงไม่ดีแน่จึงรีบหนีออกจากบ้านไป ลาเดินทางมุ่งหน้า ไปยังเมืองเบรเมน (Bremen) โดยคิดว่าอาจจะไปทํามาหากินเป็นนักดนตรีอยู่ที่นั่น ได้ลาเดินทางมาได้ระยะหนึ่ง ลาก็มาพบเข้ากับหมาไล่เนื้อตัวหนึ่งนอนหอบ อยู่ที่ริมถนน ราวกับคนที่วิ่งมาไกลจน หมดแรง“อ้าว หมา ทําไมมาหอบลิ้นห้อยอยู่ที่นี่ล่ะ?” ลาถาม “โฮ้ย เพราะฉันมันแก่ลง ไม่มีเรี่ยวแรงจะไปวิ่งไล่เนื้อให้เขาได้เหมือนเมื่อก่อน นายของฉันเขาก็เลยคิดจะฆ่าฉัน ทิ้ง ฉันจึงรีบหนีออกมานี่แหละ จะไปหากินอย่างไรต่อไปยังไม่รู้เลย” “นี่แน่ะ หมา” ลาพูด “ฉันกําลังจะไปเมืองเบรเมน จะไปเป็นนักดนตรีเธอไปกับฉันเถอะ ไปเป็นนักดนตรีกัน ฉันจะสีซอ เธอตีกลองไง”หมาได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจ ลุกขึ้นเดินไปกับลา ทั้งสองเดินกันไปได้ไม่นานก็พบแมวตัวหนึ่งนั่งอยู่ริมถนน หน้าตา เศร้าสร้อยเหมือนเจอฝนมาสามวันสามคืน “อ้าวแมวเหมียว เกิดอะไรขึ้นจึงทําหน้าบูดอย่างนี้?” ลาถาม “จะให้นั่งหน้าระรื่นอยู่ได้ยังไงในเมื่อชีวิตกําลังจะดับ” แมวตอบ “คิดดูเพราะฉันอายุมากขึ้น ฟันฟางก็หักทู่ฉันจึงชอบที่จะนอนขดฝันหวานอยู่ข้าง เตาไฟ มากกว่าที่จะไปเที่ยววิ่งไล่จับหนูเท่านั้นแหละนายผู้หญิงของฉันก็คิดจะ จับฉันถ่วงน้ําทิ้งทีเดียว ฉันก็เลยรีบหนีออกมา แต่ว่าจะไปไหนล่ะทีน?ี้ฉันแล ไม่เห็นหนทางเลย” “ไปเบรเมนกับพวกเราสิแมว เธอก็มีหัวทางดนตรีชอบร้องเพลงตอนกลางคืนนี่นาไปเป็นนักดนตรีก็ได้”แมวเห็นดีด้วย ตกลงใจไปด้วยกัน ทั้งสามจึงพากันเดินต่อไปจนถึงบ้าน ชาวนาหลังหนึ่ง ปรากฏว่าที่ประตูหน้าบ้านนี้มีไก่โต้งตัวหนึ่งยืนโก่งคอขันอยู่อย่างสุดเสียงดังลั่น “แหม ส่งเสียงขันเสียแสบแก้วหูทีเดียวนะไก่” ลาพูด “มีอะไรหรือ?” “ตัวฉันน่ะนะ ทําหน้าที่พยากรณ์อากาศให้อย่างดีเสมอมา” ไก่โต้งพูด “แต่เจ้านายของฉันเขาก็ไม่ได้คิดปรานี เลยสักนิด แหม พอพรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์จะมีแขกมาที่บ้านนะ นายผู้หญิงเขาก็จัดแจงสั่งคนครัวให้จับฉันแกงเสีย เย็น นี้เขาก็จะจับฉันสับหัวแล้ว ฉันจึงต้องขันให้เต็มเสียงเสียหน่อยตราบเท่าที่ฉันยัง ทําได้” “โธ่เอ๊ย เจ้าโต้ง” ลาพูด “ไปเถอะ ไปกับพวกเราดีกว่า เราจะไปเมืองเบรเมนกัน สิ่งที่ดีกว่าความตายยังมีให้หา ได้ทุกแห่งแหละ เธอมีเสียงดีถ้าเรา มาร่วมวงแสดงดนตรีด้วยกันมันจะต้องแจ๋วแน่ๆ” ไก่เห็นว่าเป็นความคิดที่ดีจึงตกลงเข้าร่วมวง แล้วสัตว์ทั้งสี่ก็ออกเดินทางไปด้วยกัน
~ ๑๔๕ ~ แต่เมืองเบรเมนไม่อาจจะไปถึงได้ภายในเวลาหนึ่งวัน ปรากฏว่าเมื่อตกค่ํา สัตว์ทั้งสี่ได้เดินทางมาถึงป่าแห่ง หนึ่ง ต่างตกลงที่จะหยุดพักที่นี่ลาและหมา จัดแจงซุกตัวลงนอนที่ใต้ต้นไม้แมวและไก่ขึ้นไปหาที่นอนบนต้นไม้ไก่นั้น บิน ขึ้นไปเกาะที่ยอดไม้สูงทีเดียว ตรงที่มันรู้สึกว่าปลอดภัยที่สุด ก่อนที่ไก่จะนอน ได้มองสํารวจดูไปรอบๆ ทั้งสี่ทิศ ปรากฏว่ามันแลไปเห็นแสงไฟริบหรี่ๆ อยู่ณ ที่ไกลโพ้นแห่งหนึ่ง มันจึงร้องบอกพรรคพวกว่าจะต้องมีบ้านอยู่ไม่ไกล จากที่นี่นัก เพราะแลเห็นแสงไฟวอมๆแวมๆ ลาพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเดี๋ยวนี้เถอะ เพราะถ้าค้างคืนที่นี่ก็ไม่สะดวกเลย”หมาออกความเห็นว่าหากได้กระดูกที่มีเนื้อติดบ้างมาแทะสักสองสามชิ้น คงจะดีไม่น้อย ดังนั้นทั้งสี่จึงออกเดิน มุ่งตรงไปยังที่เห็นแสงไฟนั้น ในไม่ช้า แสงไฟที่เห็นก็ยิ่งใหญ่สว่างชัดเจนขึ้น จนในที่สุดสัตว์ทั้งสี่ก็มาปรากฏตัวอยู่หน้า บ้านที่เปิดไฟสว่างจ้าหลังหนึ่ง บ้านหลังนี้เป็นที่อยู่ของพวกโจร ลาซึ่งตัวโต กว่าเพื่อนจึงเดินนําเข้าไปใกล้ตัวบ้าน ยื่น หน้าเข้าไปดูทางหน้าต่าง“เห็นอะไรบ้าง ลา?” ไก่ถาม “เห็นอะไรน่ะรึ?” ลาตอบ “เห็นโต๊ะอาหาร มีทั้งกับข้าวและเครื่องดื่ม น่ากินทั้งนั้นเลย พวกโจรมันกําลังกินกัน อย่างเอร็ดอร่อยทีเดียว” “ก็ลาภปากของเราน่ะซี” ไก่พูด “ใช่ ใช่ถ้าเราจะได้เข้าไปนั่งอยู่ในนั้น” ลาตอบ สัตว์ทั้งสี่จึงหันหน้าเข้าปรึกษากันว่าจะหาทางไล่พวกโจรออกไปจากบ้าน ได้อย่างไร ในที่สุดก็คิดวิธีออก คือ ลาจะต้องยกขาทั้งสองขึ้นไปเกาะบนขอบหน้าต่าง แล้วหมาก็กระโดดขึ้นไปยืนบนหลังลา แมวกระโดดขึ้นไปบนหลัง หมา แล้วไก่ก็ปีนขึ้นไปเกาะบนหัวแมว พอได้จังหวะก็จะให้สัญญาณกัน แล้วทั้งสี่ก็จะ ส่งเสียงร้องขึ้นพร้อมๆกัน ลาจะ ร้อง ฮี้ฮี้ฮี้หมาจะเห่า โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง แมวจะขู่เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว และไก่ก็จะขัน เอก อี้เอก เอ้ก แล้วก็จะพุ่งตัวเข้าไป ในห้อง ทางหน้าต่างทันทีฝ่ายโจรไม่ได้ระวังตัว เมื่อได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังลั่นขึ้น เช่นนั้นก็ตกใจ คิดว่าถูกผีบุก ต่างกระโจนหนีเอาตัวรอดวิ่งอ้าวออกไปในป่ากัน หมด สัตว์ทั้งสี่จึงตรงเข้านั่งโต๊ะ ตั้งต้นกินอาหารที่เหลืออยู่นั้นอย่าง เอร็ดอร่อย พวกมันกินเอา กินเอา กินเอา ราวกับจะเตรียมตัวอดไปอีกสี่อาทิตย์ก็ไม่ปาน เมื่อสัตว์ทั้งสี่กินอิ่มดีแล้วมันก็ดับไฟ เตรียมหาที่นอนตามความพอใจ ของแต่ละตัว ลาไปนอนที่กองฟาง หมา ไปนอนที่หลังประตูแมวเลือกที่นอนบน เตาผิงเพราะอุ่นดีส่วนไก่ไปยืนเกาะนอนอยู่บนขื่อ เนื่องจากต่างก็เหนื่อยกันมา ทั้งนั้น มันจึงหลับกันไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเวลาเที่ยงคืนผ่านไป พวกโจรที่หนีออกไปอยู่ในป่ามองกลับมาทาง บ้านไม่เห็นแสงไฟ แลดูเงียบเชียบ หัวหน้าโจรจึงพูดขึ้นว่า “พวกเราไม่น่าจะ ตกใจเป็นกระต่ายตื่นตูมกันเลย” แล้วก็สั่งลูกน้องคนหนึ่งให้เข้าไปสืบดูที่บ้าน หลังนั้น สมุนโจรย่องกลับไปและเห็นทุกอย่างดูเงียบสงบจึงเดินเข้าไปในครัว เห็นตาแมวเป็นประกายเหมือนไฟคุอยู่คิดว่าเป็นถ่านติดไฟ ก็เอาไม้ขีดแหย่เข้าไปเพื่อจุดไฟ แมวที่นอนอยู่กระโดดตะปบ ใช้เล็บข่วนและขู่ฟ่อๆ โจรตกใจ
~ ๑๔๖ ~ แทบสิ้นสติวิ่งออกทางประตูหลัง หมาที่นอนอยู่ตรงนั้นเลยกระโจนเข้างับขา โจรวิ่งลากขามาถึงลานบ้านตรงกองฟาง ก็ถูกลาเตะด้วยขาหลังเข้าอีก ฝ่ายไก่ซึ่ง นอนหลับอยู่บนขื่อได้ยินเสียงเอะอะก็ตกใจตื่น ตาสว่าง โก่งคอร้อง เอก อี้ เอก เอ้ก เอก อี้เอก เอ้ก ทันที โจรหนุ่มตกใจสุดจะพรรณนา วิ่งอย่างไม่คิดชีวิตกลับไปหาหัวหน้า เมื่อ ไปถึงก็ละล่ําละลักเล่าว่า “โอ๊ย ใน บ้านหลังนั้นน่ะมีแม่มดดุร้ายอยู่นะ มันไล่ตบตีฉัน แล้วก็ใช้เล็บมือยาวเฟื้อยของมันข่วนหน้าฉันด้วย ตรงหน้าประตูก็มีผู้ชาย ถือมีดเฝ้าอยู่ฉันยังถูกมันแทงที่ขาเลย ที่ลานบ้านก็มีปีศาจน่ากลัวถือตะบองคอยฟาดคน ข้างบนหลังคารึก็มีผู้พิพากษานั่งอยู่เขาตะโกนว่า ‘จับเจ้าวายร้าย มานี่จับเจ้าวายร้ายมานี่’ ฉันก็เลยโกยอ้าวมานี่แหละ ไม่เอาด้วยแล้ว” เมื่อได้ยินเช่นนั้นพวกโจรก็เลยไม่กล้าเข้าไปยุ่งที่ในบ้านหลังนั้นอีกนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฝ่ายสัตว์นัก ดนตรีแห่งเบรเมนทั้งสี่รู้สึกชอบใจบ้านหลังนั้นมาก ต่างก็อยู่กันมาอย่างมีความสุข ไม่ต้องการจะออกไปที่อื่นอีกเลย
~ ๑๔๗ ~ ใบงานที่๑ คาดเดาเรื่อง กิจกรรมที่๑ ให้นักเรียนดูรูปภาพจากวรรณกรรมสากล “นิทานกริมม”์เรื่อง นักดนตรีแห่งเมืองเบรเมน นักเรียนเห็น อะไรบ้างและนักเรียนรู้สึกอย่างไร กิจกรรมที่๒ จากรูปภาพในกิจกรรมที่๑ ให้นักเรียนแต่งเรื่องจากคําสําคัญ จํานวน ๑๐ คํา ดังนี้ลา หมา แมว ไก่โต้ง เมืองเบรเมน นักดนตรีพวกโจร กระต่ายตื่นตูม รวมพลังสามัคคีจุดดีจุดเด่น
~ ๑๔๘ ~แนวคําตอบใบงานที่๑ คาดเดาเรื่อง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอน
~ ๑๔๙ ~ ใบงานที่๒ อ่านจับประเด็น ทําความเข้าใจเรื่อง กิจกรรมที่๑ ให้นักเรียนอ่านออกเสียงวรรณกรรมสากล “นิทานกริมม”์เรื่อง นักดนตรีแห่งเมืองเบรเมน เพื่อให้นักเรียนรู้จักจังหวะการหายใจ วรรคตอนและการเปล่งเสียงคําที่ถูกต้องทีละคน กิจกรรมที่๒ ให้นักเรียนตอบคําถาม ดังต่อไปนี้๑. ตัวละครสําคัญในเรื่องคือใคร มีรูปร่างลักษณะอย่างไร ๒. ตัวละครสําคัญในเรื่องเดินทางมุ่งหน้าไปที่ไหน และจะไปทําอะไร ๓. อะไรเป็นเหตุผลที่ทําให้ตัวละครสําคัญต้องออกเดินทาง ๔. อุปนิสัยของตัวละครสําคัญในเรื่องเป็นอย่างไร จงอธิบาย ๕. อุปนิสัยของพวกโจรเป็นอย่างไร จงอธิบาย ๖. สรุปใจความสําคัญของเรื่องตามลําดับ ๗. ยกตัวอย่างตอนที่นักเรียนประทับใจ พร้อมทั้งบอกเหตุผล ๘. หลังจากได้อ่านเรื่องนี้นักเรียนมีความรู้สึกอย่างไร ชอบ/ไม่ชอบ เพราะเหตุใด ๙. จากการอ่านเรื่องนี้นักเรียนสามารถนําไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันได้อย่างไร ๑๐.นักเรียนสามารถนําไปใช้ในการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างไร
~ ๑๕๐ ~แนวคําตอบใบงานที่๒ อ่านจับประเด็น ทําความเข้าใจเรื่อง กิจกรรมที่๒ ให้นักเรียนตอบคําถาม ดังต่อไปนี้๑. ตัวละครสําคัญในเรื่องคือใคร มีรูปร่างลักษณะอย่างไร คําตอบ ลา เริ่มแก่ลง เรี่ยวแรงถดถอย ไม่สามารถทํางานได้มากมายเหมือนเคย ๒. ตัวละครสําคัญในเรื่องเดินทางมุ่งหน้าไปที่ไหน และจะไปทําอะไร คําตอบ ลาเดินทางมุ่งหน้าไปเมืองเบรเมน จะไปทํามาหากินเป็นนักดนตรี๓. อะไรเป็นเหตุผลที่ทําให้ตัวละครสําคัญต้องออกเดินทาง คําตอบ เจ้าของลาจะไม่เลี้ยงลาไว้อีกแล้ว เพราะทํางานให้ได้ไม่เต็มที่เหมือนเดิม ๔. อุปนิสัยของตัวละครสําคัญในเรื่องเป็นอย่างไร จงอธิบาย คําตอบ ลา มีนิสัยกล้าหาญ รักพวกพ้อง ขยันขันแข็ง มีความรอบคอบ ๕. อุปนิสัยของพวกโจรเป็นอย่างไร จงอธิบาย คําตอบ ขาดความรอบคอบ ขี้ขลาด ไม่มีเหตุผล ไม่มีความสามัคคี๖. สรุปใจความสําคัญของเรื่องตามลําดับ คําตอบ - ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอน –๗. ยกตัวอย่างตอนที่นักเรียนประทับใจ พร้อมทั้งบอกเหตุผล คําตอบ - ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอน –๘. หลังจากได้อ่านเรื่องนี้นักเรียนมีความรู้สึกอย่างไร ชอบ/ไม่ชอบ เพราะเหตุใด คําตอบ - ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอน –๙. จากการอ่านเรื่องนี้นักเรียนสามารถนําไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันได้อย่างไร คําตอบ - ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอน –๑๐.นักเรียนสามารถนําไปใช้ในการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างไร คําตอบ - ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอน –
~ ๑๕๑ ~ ใบงานที่๓ ตีความจากเรื่องและนําไปใช้กิจกรรม ให้นักเรียนตอบคําถาม ดังต่อไปนี้1. คําว่า “นักดนตรี” ในเรื่องหมายถึงอะไร 2. ..... “โธ่เอ๊ย เจ้าโต้ง” ลาพูด “ไปเถอะ ไปกับพวกเราดีกว่า เราจะไปเมืองเบรเมนกัน สิ่งที่ดีกว่า ความตายยังมีให้หาได้ทุกแห่งแหละ เธอมีเสียงดีถ้าเรา มาร่วมวงแสดงดนตรีด้วยกันมันจะต้องแจ๋วแน่ๆ” ....... จาก ข้อความนี้แสดงให้เห็นว่าลาตัวนี้มีลักษณะนิสัยอย่างไร 3. ......โจรหนุ่มตกใจสุดจะพรรณนา วิ่งอย่างไม่คิดชีวิตกลับไปหาหัวหน้า เมื่อ ไปถึงก็ละล่ําละลักเล่าว่า “โอ๊ย ใน บ้านหลังนั้นน่ะมีแม่มดดุร้ายอยู่นะ มันไล่ตบตีฉัน แล้วก็ใช้เล็บมือยาวเฟื้อยของมันข่วนหน้าฉันด้วย ตรงหน้าประตูก็มีผู้ชาย ถือมีดเฝ้าอยู่ฉันยังถูกมันแทงที่ขาเลย ที่ลานบ้านก็มีปีศาจน่ากลัวถือตะบองคอยฟาดคน ข้างบนหลังคารึก็มีผู้พิพากษานั่งอยู่เขาตะโกนว่า ‘จับเจ้าวายร้าย มานี่จับเจ้าวายร้ายมานี่’ ฉันก็เลยโกยอ้าวมานี่แหละ ไม่เอาด้วยแล้ว” ........แสดงให้เห็นถึงอุปนิสัยของโจร เป็นอย่างไร 4. นักเรียนคิดว่าตอนจบของเรื่อง ทั้งสี่สหายจะทําตามความตั้งใจของพวกเขาได้หรือไม่เพราะเหตุใด 5. ข้อคิดของเรื่องนี้คืออะไร
~ ๑๕๒ ~แนวคําตอบใบงานที่๓ ตีความจากเรื่องและนําไปใช้กิจกรรม ๑. นักดนตรีในเรื่องหมายถึง ความสามารถพิเศษทางด้านดนตรีของทั้งสี่สหาย ที่จะแสดงออกให้ผู้อื่นได้ชม ๒. กล้าหาญ มีเหตุผล รักเพื่อนพ้อง มองเห็นข้อดีของผู้อื่น และมีความสามัคคี๓. ขี้ขลาด ตื่นตกใจง่าย ไร้เหตุผล ๔. ได้เพราะมีความเชื่อมั่นใจตนเอง มองโลกในแง่ดีมีความสามัคคี๕. ความสามัคคีจะนํามาซึ่งความสําเร็จ
~ ๑๕๓ ~ ใบงานที่๔ เชื่อมโยงหลักภาษา กิจกรรมที่๑ ให้นักเรียนเขียนตามคําบอก ดังต่อไปนี้ เศร้าสร้อย เมืองเบรเมน พยากรณ์อากาศ ความปรานี ปรากฏตัว ริบหรี่สัญญาณ เอร็ดอร่อย สมุนโจร เสียงเอะอะ พรรณนา ละล่ําละลัก ผู้พิพากษา ปีศาจ เจ้าวายร้าย กิจกรรมที่๒ ให้นักเรียนเขียนเล่าประสบการณ์การเดินทางของตนเอง ความยาว ๘ - ๑๐ บรรทัด พร้อมตั้ง ชื่อเรื่อง เรื่อง............................................ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................
~ ๑๕๔ ~แนวคําตอบใบงานที่๔ เชื่อมโยงหลักภาษา - ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอน –
~ ๑๕๕ ~ ใบงานที่๕ การสื่อสาร สาระสําคัญผ่านสื่อแบบต่างๆ กิจกรรม ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔-๕ คน ออกแบบแผนภาพความคิดเกี่ยวกับหัวข้อดังต่อไปนี้๑. ผู้แต่ง ๒. รูปแบบการแต่ง ๓. เรื่องย่อ ๔. ตัวละครและลักษณะนิสัยตัวละคร ๕. สถานที่/บรรยากาศ ๖. การใช้ถ้อยคํา/สํานวนภาษา ๗. ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง
~ ๑๕๖ ~แนวคําตอบใบงานที่๕ การสื่อสาร สาระสําคัญผ่านสื่อแบบต่างๆ กิจกรรม ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔-๕ คน ออกแบบแผนภาพความคิดเกี่ยวกับหัวข้อดังต่อไปนี้๑. ผู้แต่ง คําตอบ รวบรวมพิมพ์เผยแพร่ โดยพี่น้องตระกูลกริมม์สองคน ชื่อ ยาขอบ (Jakob Grimm ๑๗๘๕-๑๘๖๓) และ วิลเฮล์ม (Wilhelm Grimm ๑๗๘๖-๑๘๕๙) นิทานชุดนี้มีอายุเกินสองร้อยปีแล้ว คือพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. ๑๘๑๒ ในชื่อภาษาเยอรมันว่า “Die Kinder-und Hausmärchen” (นิทานของเด็กและนิทานประจําบ้าน) จัดเป็นชุดนิทาน พื้นบ้านที่รวบรวมได้สมบูรณ์ดีที่สุด ๒. รูปแบบการแต่ง คําตอบ นิทานชุดนี้มีอายุเกินสองร้อยปีแล้ว คือพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. ๑๘๑๒ ในชื่อภาษาเยอรมันว่า “Die Kinder-und Hausmärchen” (นิทานของเด็กและนิทานประจําบ้าน) จัดเป็นชุดนิทานพื้นบ้านที่รวบรวมได้สมบูรณ์ดีที่สุด ๓. เรื่องย่อ คําตอบ - ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอน –๔. ตัวละครและลักษณะนิสัยตัวละคร คําตอบ สี่สหายมีนิสัยกล้าหาญ สุขุมรอบคอบ มีเหตุผล รักพวกพ้องและมีความสามัคคี๕. สถานที่/บรรยากาศ คําตอบ ในเรื่องผู้เขียนบรรยายสภาพแวดล้อมของสถานที่ต่างๆ มีการใช้คําบอกให้ผู้อ่านทราบสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์ของเรื่อง เช่น เมื่อสัตว์ทั้งสี่กินอิ่มดีแล้วมันก็ดับไฟ เตรียมหาที่นอนตามความพอใจ ของแต่ละตัว ลาไปนอนที่กองฟาง หมาไปนอนที่หลังประตูแมวเลือกที่นอนบน เตาผิงเพราะอุ่นดีส่วนไก่ไปยืนเกาะนอนอยู่บนขื่อ เนื่องจากต่างก็เหนื่อย กันมา ทั้งนั้น มันจึงหลับกันไปอย่างรวดเร็ว ๖. การใช้ถ้อยคํา/สํานวนภาษา คําตอบ ผู้เขียนเล่าเรื่องผ่านตัวละครด้วยถ้อยคําตรงไปตรงมา ทําให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย และมีความรู้สึกสนุกสนานไปตาม บทสนทนาของตัวละคร เช่น โจรหนุ่มตกใจสุดจะพรรณนา วิ่งอย่างไม่คิดชีวิตกลับไปหาหัวหน้า เมื่อ ไปถึงก็ละล่ําละลักเล่าว่า “โอ๊ย ในบ้านหลังนั้นน่ะมีแม่มดดุร้ายอยู่นะ มันไล่ตบตีฉัน แล้วก็ใช้เล็บมือยาวเฟื้อยของมันข่วนหน้า ฉันด้วย ตรงหน้าประตูก็มีผู้ชาย ถือมีดเฝ้าอยู่ฉันยังถูกมันแทงที่ขาเลย ที่ลานบ้านก็มีปีศาจน่ากลัวถือตะบองคอยฟาด คน ข้างบนหลังคารึก็มีผู้พิพากษานั่งอยู่เขาตะโกนว่า ‘จับเจ้าวายร้าย มานี่จับเจ้าวายร้ายมานี่’ ฉันก็เลยโกยอ้าวมานี่แหละ ไม่เอาด้วยแล้ว”
~ ๑๕๗ ~๗. ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง คําตอบ สามัคคีคือพลังให้ประสบความสําเร็จ