The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่ม (OBECQA) โรงเรียนปทุมธานี นันทมุนีบำรุง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tharin253611, 2023-09-03 03:28:47

เล่ม (OBECQA) โรงเรียนปทุมธานี นันทมุนีบำรุง

เล่ม (OBECQA) โรงเรียนปทุมธานี นันทมุนีบำรุง

ก รายงานวิธีการและผลการดำเนินงาน ตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBECQA) ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” 54 หมู่ 2 ตำบลบางหลวง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี รหัสไปรษณีย์ 12000 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


โครงสร้างการบริหารงานโรงเโครงสร้างการบริหารงานโรงเโครงสร้างการบริหารงานโรงเโครงสร้างการบริหารงานโรงเโครงสร้างการบริหารงานโรงเโครงสร้างการบริหารงานโรงเผู้อำนวยกชมรมศิษย์เก่าฯ ชมรมศิษย์เก่าฯ ชมรมศิษย์เก่าฯ ชมรมศิษย์เก่าฯ ชมรมศิษย์เก่าฯ ชมรมศิษย์เก่าฯ ชมรมศิษย์เก่าฯ ชมรมศิษย์เก่าฯ ชมรมศิษย์เก่าฯ ชมรมศิษย์เก่าฯ ชมรมศิษย์เก่าฯ 1. คณะกรรมการบริหารวิชาการ 2. สำนักงานกลุ่มบริหารวิชาการ 3. งานแผนงานกลุ่มบริหารวิชาการ 4. งานสารสนเทศกลุ่มบริหารวิชาการ 5. งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 6. งานกลุ่มสาระการเรียนรู้ 7. งานการจัดการเรียนรู้ 8. งานพัฒนาและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ 9. งานวัดผล ทะเบียนและเทียบโอนผลการเรียน 10. งานรับนักเรียน 11. งานแนะแนวการศึกษา 12. งานประสานความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการกับสถานศึกษาและ องค์กรอื่น 13. งานจัดทำระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานด้านวิชาการ 14. งานคัดเลือกหนังสือ แบบเรียน เพื่อใช้ในการศึกษา 15. งานพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 16. งานส่งเสริมและประสานการจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และ ตามอัธยาศัย 17. งานส่งเสริมและสนับสนุนงานวิชาการ 18. งานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 19. งานจัดทำสำมะโนผู้เรียน 20. งานวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา 21. งานประกันคุณภาพการศึกษา 22. งานนิเทศการศึกษา 23. งานนักเรียนเรียนรวม 24. งานทุนการศึกษา 25. งานกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา 26. งานห้องสมุด 27. งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 28.งานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย 1. คณะกรรมการบริหารวิชาการ 2. สำนักงานกลุ่มบริหารวิชาการ 3. งานแผนงานกลุ่มบริหารวิชาการ 4. งานสารสนเทศกลุ่มบริหารวิชาการ 5. งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 6. งานกลุ่มสาระการเรียนรู้ 7. งานการจัดการเรียนรู้ 8. งานพัฒนาและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ 1. คณะกรรมการบริหารงบประมาณ 2. งานสำนักงานกลุ่มบริหารงบประมาณ 3. งานแผนงานกลุ่มบริหารงบประมาณ 4. งานสารสนเทศกลุ่มบริหารงบประมาณ 5. งานการเงิน 6. งานเงินเดือนและค่าจ้าง 7. งานบัญชี 8. งานเก็บรักษาเงิน 9. งานบริหารพัสดุและสินทรัพย์ 10. งานทะเบียนคุมทรัพย์สิน 11. งานตรวจสอบภายใน 12. งานระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา 13. งานเงินนอกงบประมาณและรายได้สถานศึกษา 14. งานสวัสดิการครูและบุคลากร 15. งานชมรมปกครองและครู 16. งานนโยบายและแผน 17. งานควบคุมภายใน 18. งานธนาคารโรงเรียน 19. งานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย 1. คณะกรรมการบริหารงบประมาณ 2. งานสำนักงานกลุ่มบริหารงบประมาณ 3. งานแผนงานกลุ่มบริหารงบประมาณ 4. งานสารสนเทศกลุ่มบริหารงบประมาณ 5. งานการเงิน 6. งานเงินเดือนและค่าจ้าง 7. งานบัญชี 8. งานเก็บรักษาเงิน 9. งานบริหารพัสดุและสินทรัพย์ 10. งานทะเบียนคุมทรัพย์สิน 11. งานตรวจสอบภายใน 12. งานระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา 13. งานเงินนอกงบประมาณและรายได้สถานศึกษา 14. งานสวัสดิการครูและบุคลากร 15. งานชมรมปกครองและครู 16. งานนโยบายและแผน 17. งานควบคุมภายใน 18. งานธนาคารโรงเรียน 19. งานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย นักฝ่ายบริหารงบประมาณ ฝ่ายบริหารงบประมาณ ฝ่ายบริหารงบประมาณ ฝ่ายบริหารงบประมาณ ฝ่ายบริหารงบประมาณ ฝ่ายบริหารงบประมาณ ฝ่ายบริหารงบประมาณ ฝ่ายบริหารงบประมาณ ฝ่ายบริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารวิชาการ รองผู้อำนวยการ คนที่ 1 รองผู้อำนวยการ คนที่ 1 รองผู้อำนวยการ คนที่ 1 รองผู้อำนวยการ คนที่ 1 รองผู้อำนวยการ คนที่ 1 รองผู้อำนวยการ คนที่ 1 รองผู้อำนวยการ คนที่ 1 รองผู้อำนวยการ คนที่ 1 รองผู้อำนวยการ คนที่ 1 รองผู้อำนวยการ คนที่ 1 รองผู้อำนวยการ คนที่ 1 รองผู้อำนวยการ คนที่ 1 ชมรมปกครองและครูฯ สมาคมผู้ปกครองและครูฯ ชมรมปกครองและครูฯ สมาคมผู้ปกครองและครูฯ ชมรมปกครองและครูฯ สมาคมผู้ปกครองและครูฯ ชมรมปกครองและครูฯ สมาคมผู้ปกครองและครูฯ


ก เรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” การโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง ฝ่ายบริหารงานบุคคล กลุ่มบริหารงานบุคคล ฝ่ายบริหารงานบุคคล กลุ่มบริหารงานบุคคล ฝ่ายบริหารงานบุคคล กลุ่มบริหารงานบุคคล ฝ่ายบริหารงานบุคคล ่ิ1. คณะกรรมการบริหารทั่วไป 2. งานสำนักงานกลุ่มบริหารทั่วไป 3. งานแผนงานกลุ่มบริหารทั่วไป 4. งานสารสนเทศกลุ่มบริหารทั่วไป 5. งานธุรการ 6. งานอาคารสถานที่ 7. งานสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนและปรับภูมิทัศน์โรงเรียน 8. งานรักษาความสะอาด 9. งานสาธารณูปโภค 10. งานประชาสัมพันธ์ 11. งานโสตทัศนศึกษา 12. งานยานพาหนะและจราจรภายในโรงเรียน 13. งานรักษาความปลอดภัย 14. งานอนามัยโรงเรียน 15. งานโภชนาการ 16. งานปฏิคม 17. งานชุมชนสัมพันธ์และภาคีเครือข่าย 18. งานสวัสดิการร้านค้า 19. งานเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 20. งานสารสนเทศโรงเรียน 21. งานจัดระบบการบริหารและพัฒนาองค์กร 22. งานพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงาน 23. งานกิจการนักเรียน 24. งานวินัยนักเรียน 25. งานส่งเสริมประชาธิปไตย 26. งานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา 27. งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 28. งานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม 29. กิจกรรมเสริมหลักสูตร พัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน 30. งานระดับชั้น 31. งานคณะสี 32. งานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย 1. คณะกรรมการบริหารทั่วไป 2. งานสำนักงานกลุ่มบริหารทั่วไป 3. งานแผนงานกลุ่มบริหารทั่วไป 4. งานสารสนเทศกลุ่มบริหารทั่วไป 5. งานธุรการ 6. งานอาคารสถานที่ 7. งานสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนและปรับภูมิทัศน์โรงเรียน 1. คณะกรรมการบริหารบุคคล 2. งานสำนักงานกลุ่มบริหารบุคคล 3. งานแผนงานกลุ่มบริหารบุคคล 4. งานสารสนเทศกลุ่มบริหารบุคคล 5. งานทะเบียนบุคคล 6. งานพัฒนาบุคลากร 7. งานวางแผนอัตรากำลังและบรรจุแต่งตั้ง 8. งานวินัยและรักษาวินัย 9. งานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 10. งานขอมี/เลื่อนวิทยฐานะ 11. งานประเมินผลการปฏิบัติงานและเลื่อนเงินเดือน 12. งานส่งเสริม ยกย่องเชิดชูเกียรติ 13. งานการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 14. งานออกจากราชการ 15. งานใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 16. งานการลา 17. งานอุทธรณ์และการร้องทุกข์ 18. งานส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ 19. งานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 20. งานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย 1. คณะกรรมการบริหารบุคคล 2. งานสำนักงานกลุ่มบริหารบุคคล 3. งานแผนงานกลุ่มบริหารบุคคล 4. งานสารสนเทศกลุ่มบริหารบุคคล 5. งานทะเบียนบุคคล 6. งานพัฒนาบุคลากร 7. งานวางแผนอัตรากำลังและบรรจุแต่งตั้ง 8. งานวินัยและรักษาวินัย 9. งานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 10. งานขอมี/เลื่อนวิทยฐานะ 11. งานประเมินผลการปฏิบัติงานและเลื่อนเงินเดือน 12. งานส่งเสริม ยกย่องเชิดชูเกียรติ 13. งานการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 14. งานออกจากราชการ 15. งานใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 16. งานการลา 17. งานอุทธรณ์และการร้องทุกข์ 18. งานส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ 19. งานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กเรียน ฝ่ายบริหารทั่วไป กลุ่มบริหารทั่วไป ฝ่ายบริหารทั่วไป กลุ่มบริหารทั่วไป ฝ่ายบริหารทั่วไป กลุ่มบริหารทั่วไป ฝ่ายบริหารทั่วไป ่ิั่ไปรองผู้อำนวยการ คนที่ 2 รองผู้อำนวยการ คนที่ 2 รองผู้อำนวยการ คนที่ 2 รองผู้อำนวยการ คนที่ 2 รองผู้อำนวยการ คนที่ 2 รองผู้อำนวยการ คนที่ 2 รองผู้อำนวยการ คนที่ 2 รองผู้อำนวยการ คนที่ 2 รองผู้อำนวยการ คนที่ 2 รองผู้อำนวยการ คนที่ 2 รองผู้อำนวยการ คนที่ 2 รองผู้อำนวยการ คนที่ 2 ้ำี่มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง มูลนิธิๆ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง


ข คำอภิธานศัพท์ นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา PTN MODEL หมายถึง ระบบการบริหารงานของโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”ตามบริบทและวัฒนธรรมองค์กรของโรงเรียน ร่วมกับระบบวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง (Deming Cycle) หรือ PDCA ในการดำเนินการของโรงเรียนที่มีการประเมินผลและปรับปรุงกระบวนการที่สำคัญของโรงเรียน อย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่เป็นเป้าหมายในการดําเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่มาตรฐานสากล แสดงดังภาพ โดย PTN MODEL ประกอบไปด้วยตัวอักษรที่แต่ละตัวมีความหมาย ดังนี้ P : Participation หมายถึง การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและภาค เครือข่าย เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาและร่วมกําหนดทิศทางการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ให้มีความ หลากหลาย เป็นไปอย่างถี่ถ้วน รอบคอบ มีการนิเทศ กํากับ ติดตาม อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การบริหารเป็นไปอย่าง ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ T : Technological Innovation หมายถึง การใช้เทคโนโลยีมาพัฒนา ในการบริหารจัดการในการ ดำเนินการต่างๆ ของโรงเรียนอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ N : Nice Outcome หมายถึง ผลลัพธ์ที่ดีทั้ง 3 ด้าน ดังนี้ 1. คุณภาพผู้เรียน (Student Quality) ผู้เรียนมีผลลัพธ์การเรียนรู้ตามหลักสูตร มีการพัฒนาความคิดอย่าง เป็นระบบ มีแบบแผนการคิดในเชิงวิเคราะห์ สังเคราะห์อย่างเป็นกระบวนการและรู้จักสร้างความคิดในทางสร้างสรรค์ หรือการคิดนอกกรอบทั้งในด้านการเรียนและการดำรงชีวิตประจำวันผู้เรียนทุกคนได้เลือกศึกษาในแผนการเรียนตาม ความถนัดได้รับการพัฒนา ตามกระบวนการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ ตลอดจนมีสมรรถนะและมีคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ 2. คุณภาพครู (Teacher Quality) ครูมีสมรรถนะในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่ง และ มาตรฐานวิทยฐานะ โดยการพัฒนาตนเองและวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอ ใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยให้ทุกคน ได้ร่วมคิดร่วมทำ ร่วมตัดสินใจและร่วมแก้ปัญหาเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน และให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อโรงเรียนเป็นสำคัญ 3. คุณภาพการบริหารจัดการจัดการ (Management Quality) มีผลลัพธ์ที่เกิดจากการบริหารจัดการ สถานศึกษา เป็นไปตามเกณฑ์โรงเรียนมาตรฐานสากล และเป็นไปตามค่าเป้าหมายของงานประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษา ส่งผลให้โรงเรียนมีมาตรฐานและได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภายนอก ผู้ปกครอง และชุมชน


ค สารบัญ โครงสร้างการบริหารงาน ก คำอภิธานศัพท์ ข สารบัญ ค สารบัญตาราง ง สารบัญภาพ จ โครงร่างองค์กร 1 หมวด 1 การนำองค์กร (Leadership) 12 1.1 การนำองค์กรโดยผู้นำระดับสูง 12 ก. วิสัยทัศน์ และค่านิยม 12 ข. การสื่อสาร 14 ค. พันธกิจและผลการดำเนินการของโรงเรียน 14 1.2 การกำกับดูแลองค์กรและการตอบแทนสังคม 16 ก. การกำกับดูแลองค์กร 16 ข. การประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม 18 ค. การตอบแทนสังคม 20 หมวด 2 กลยุทธ์ (Strategy) 22 2.1 การจัดทำกลยุทธ์ 22 ก. กระบวนการจัดทำกลยุทธ์ 22 ข. วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ 25 2.2 การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ 28 ก. การจัดทำแผนปฏิบัติการและการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ 28 ข. การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ 30 หมวด 3 นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 32 3.1 ความคาดหวังของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 32 ก. การรับฟังนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 32 ข. การจําแนกนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และหลักสูตร 34 3.2 ความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 37 ก. ความสัมพันธ์และการสนับสนุนนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 37 ข. การประเมินความพึงพอใจและความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 38 ค. การใช้ข้อมูลเสียงของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และส่วนตลาด 40 หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ 41 4.1 การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุงผลการดำเนินการของโรงเรียน 42 ก. การวัดผลการดำเนินการ 42 ข. การวิเคราะห์และทบทวนผลการดำเนินการ 44 ค. การปรับปรุงผลการดำเนินการ 45 4.2 การจัดการสารสนเทศ และการจัดการเรียนรู้ 46 ก. ข้อมูล และสารสนเทศ 46 ข. ความรู้ขององค์กร 46


ค หมวด 5 บุคลากร (Workforce) 48 5.1 สภาพแวดล้อมของบุคลากร 48 ก. ขีดความสามารถและอัตรากำลังบุคลากร 48 ข. บรรยากาศการทำงานของบุคลากร 52 5.2 ความผูกพันของบุคลากร 54 ก. การประเมินความผูกพันของบุคลากร 54 ข. วัฒนธรรมองค์กร 56 ค. การจัดการผลการปฏิบัติงานและการพัฒนา 56 หมวด 6 การปฏิบัติการ (Operations) 60 6.1 กระบวนการทำงาน 60 ก. การออกแบบหลักสูตรและกระบวนการ 60 ข. การจัดการและการปรับปรุงกระบวนการ 63 ค. การจัดการเครือข่ายอุปทาน 65 ง. การจัดการนำวัตกรรม 66 6.2 ประสิทธิผลของการปฏิบัติการ 66 ก. ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการ 66 ข. ความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ 67 ค. การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยและต่อภาวะฉุกเฉิน 67 หมวด 7 ผลลัพธ์ (RESULTS) 70 7.1 ผลลัพธ์ด้านหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้ และกระบวนการทำงานที่สำคัญ 60 ก. ผลลัพธ์ด้านหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้ กระบวนการทำงานที่สำคัญ และการบริการที่มุ่งเน้นนักเรีย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 70 ข. ผลลัพธ์ด้านประสิทธิผลของกระบวนการทํางาน 80 ค. ผลลัพธ์ด้านการจัดการเครือข่ายอุปทาน 84 7.2 ผลลัพธ์ด้านนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 84 ก. ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 84 7.3 ผลลัพธ์ด้านบุคลากร 86 ก. ผลลัพธ์ด้านการมุ่งเน้นบุคลากร 86 7.4 ผลลัพธ์ด้านการนำองค์กรและการกำกับดูแลองค์กร 89 ก. ผลลัพธ์ด้านการนำองค์กร และการกำกับดูแลองค์กรและการตอบแทนสังคม 89 7.5 ผลลัพธ์ด้านการเงิน ตลาด และกลยุทธ์ 94 ก. ผลลัพธ์ด้านการเงิน ตลาด 94 ข. ผลลัพธ์ด้านการนำกลยุทธไปปฏิบัติ 97


ง สารบัญตาราง ตารางที่ 1 การจัดหลักสูตรสถานศึกษา 1 ตารางที่ 2 จำนวนบุคลากรจำแนกตามตำแหน่ง กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพศ ระดับการศึกษา วิทยฐานะและอายุ 4 ตารางที่ 3 แสดงกฎระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของโรงเรียน 5 ตารางที่ 4 แสดงความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 7 ตารางที่ 5 แสดงผู้ส่งมอบของโรงเรียนโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” 8 ตารางที่ 6 แสดงพันธมิตรของโรงเรียนปทุมธานี”นันทมุนีบำรุง” 8 ตารางที่ 7 แสดงคู่ความร่วมมือของโรงเรียนปทุมธานี”นันทมุนีบำรุง” 9 ตารางที่ 8 แสดงลำดับในการแข่งขัน คะแนน ONET เฉลี่ย ม.3 ปีการศึกษา 2565 10 ตารางที่ 9 แสดงลำดับในการแข่งขัน คะแนน ONET เฉลี่ย ม.6 ปีการศึกษา 2565 10 ตารางที่ 10 แสดงอัตราการสำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2565 10 ตารางที่ 11 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อหลักสูตรส ถานศึกษาปีการศึกษา 2565 10 ตารางที่ 12 แสดงผลการขันแข่งขันศิลปหัตถกรรมระดับเหรียญทองชนะเลิศที่เป็นตัวแทนระดับ เขตพื้นที่แข่งขันต่อระดับชาติ ปีการศึกษา 2565 10 ตารางที่ 1- 1 แสดงกระบวนการกำหนดวิสัยทัศน์ และค่านิยม 12 ตารางที่ 1- 2 แสดงกระบวนการส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมาย และการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม 13 ตารางที่ 1- 3 แสดงกระบวนการระบบการกำกับดูแลโรงเรียน 16 ตารางที่ 1- 4 แสดงกระบวนการประเมินผลการดำเนินการ 17 ตารางที่ 1- 5 แสดงกระบวนการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ 18 ตารางที่ 1- 6 แสดงกระบวนการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม 19 ตารางที่ 1- 7 แสดงกระบวนการความผาสุกของสังคม 20 ตารางที่ 1- 8 แสดงกระบวนการสนับสนุนชุมชน 21 ตารางที่ 2- 1 แสดงวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการบริหารสถานศึกษา ปีการศึกษา 2563 25 ตารางที่ 2- 2 แสดงวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการบริหารสถานศึกษา ปีการศึกษา 2564-2565 25 ตารางที่ 2- 3 แสดงกลยุทธ์ตัวชี้วัดความสำเร็จ และเป้าหมายความสำเร็จ ระหว่างปีการศึกษา 2563–2565 26 ตารางที่ 3- 1 การจำแนกจำนวนนักเรียน ข้อมูล เดือน กรกฎาคม 2566 34 ตารางที่ 3- 2 การจำแนกจำนวนนักเรียน ข้อมูล เดือน กรกฎาคม 2566 35 ตารางที่ 4- 1 แสดงรูปแบบการทบทวนปรังปรุงข้อมูลและสารสนเทศ 43 ตารางที่ 6- 1 แสดงวิธีการนำกระบวนการไปปฏิบัติให้บรรลุตามข้อกำหนด 64 ตารางที่ 7- 1 แสดงค่าเฉลี่ยและผลของการประเมินองค์ประกอบของหลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2563 - 2565 12 ตารางที่ 7-2 แสดงร้อยละ ค่าเฉลี่ย และผลของการประเมินการนำหลักสูตรสถานศึกษาสู่การจัดการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2563 - 2565 13 ตารางที่ 7–3 ร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ตามค่าเป้าหมาย ปีการศึกษา 2563 – 2565 16


ง ตารางที่ 7-4 แสดงผลการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2565 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี กลุ่ม 1 17 ตารางที่ 7-5 แสดงผลการประเมินหลักสูตรสถานศึกษา โดยผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และ คณะกรรมการ สถานศึกษา ปีการศึกษา 2563 - 2565 18 ตารางที่ 7-6 แสดงข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม ปีการศึกษา 2563 19 ตารางที่ 7-7 แสดงข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม ปีการศึกษา 2564 20 ตารางที่ 7-8 แสดงข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถาม ปีการศึกษา 2565 21 ตารางที่ 7-9 แสดงสรุปผลการประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการบริหารและการจัด การศึกษาของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2563 – 2565 25 ตารางที่ 7-10แสดงค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของบุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีต่อการให้บริการด้านการเงินการบัญชีการ พัสดุและการควบคุมภายใน 25 ตารางที่ 7-11 แสดงกลยุทธ์ตัวชี้วัดความสำเร็จ และเป้าหมายความสำเร็จ ปีการศึกษา 2563 26 ตารางที่ 7-12 แสดงกลยุทธ์ตัวชี้วัดความสำเร็จ และเป้าหมายความสำเร็จ ปีการศึกษา 2564 – 2565 34


จ สารบัญภาพ แผนภาพที่ 1- 1 แสดงการจัดทำวิสัยทัศน์ และ ค่านิยม ของโรงเรียน 12 แผนภาพที่ 1- 2 แสดงกระบวนการส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมาย และการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม 13 แผนภาพที่ 1- 3 แสดงภาพการสร้างโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ 15 แผนภาพที่ 1- 4 แสดงภาพกระบวนการระบบการกำกับดูแลโรงเรียน 16 แผนภาพที่ 1- 5 แสดงกระบวนการประเมินผลการดำเนินการ 17 แผนภาพที่ 1- 6 แสดงกระบวนการประเมินผลการดำเนินการแสดงกระบวนการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับ 18 แผนภาพที่ 1- 7 แสดงกระบวนการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม 19 แผนภาพที่ 1- 8 การติดตามและดำเนินการในกรณีที่มีการกระทำที่ขัดต่อการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม 19 แผนภาพที่ 1- 9 แสดงกระบวนการความผาสุก ของสังคม 20 แผนภาพที่ 1- 10 แสดงกระบวนการสนับสนุนชุมชน 21 แผนภาพที่ 2- 1 กระบวนการวางแผนกลยุทธ์โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” 22 แผนภาพที่ 2- 2 กระบวนการวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” 23 แผนภาพที่ 2- 3 การจัดทำแผนปฏิบัติการและการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ 28 แผนภาพที่ 2- 4 การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ 31 แผนภาพที่ 3- 1 แสดงกระบวนการรับฟังเสียงของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 32 แผนภาพที่ 3- 2 แสดงกระบวนการประเมินความพึงพอใจและความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 39 แผนภาพที่ 4- 1 แสดงความสัมพันธ์ของระบบงานตามโครงสร้างการบริหาร และแผนกลยุทธ์ 41 แผนภาพที่ 4- 2 แสดงกระบวนการวัดผลและการจัดการจัดการความรู้ 42 แผนภาพที่ 4- 3 แสดงขั้นตอนในการดำเนินการสรุปทบทวนโครงการ 45 แผนภาพที่ 5- 1 แสดงการดำเนินงานด้านบุคลากรโรงเรียนปทุมธานี”นันทมุนีบำรุง” 48 แผนภาพที่ 5- 2 แสดงการดำเนินงานด้านขีดความสามารถและอัตรากำลังบุคลากร 49 แผนภาพที่ 5- 3 แสดงการดำเนินงานด้านบุคลากรใหม่ 50 แผนภาพที่ 5- 4 แสดงการดำเนินงานการจัดการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลากร 51 แผนภาพที่ 5- 5 แสดงการดำเนินงานการจัดการความสำเร็จของงาน 52 แผนภาพที่ 5- 6 แสดงการดำเนินงานการจัดการสภาพแวดล้อมในการทำงาน 53 แผนภาพที่ 5- 7 แสดงการดำเนินงานด้านนโยบายและสิทธิประโยชน์สำหรับบุคลากร 54 แผนภาพที่ 5- 8 แสดงการดำเนินงานด้านปัจจัยขับเคลื่อนความผูกพัน 55 แผนภาพที่ 5- 9 แสดงการดำเนินงานการประเมินความผูกพัน 56 แผนภาพที่ 5- 10 แสดงการดำเนินงานการประเมินความผูกพัน 56 แผนภาพที่ 5- 11 แสดงการดำเนินงานด้านประสิทธิผลของการเรียนรู้และการพัฒนา 58 แผนภาพที่ 5- 12 แสดงการดำเนินงานด้านประสิทธิผลของการเรียนรู้และการพัฒนา 58 แผนภาพที่ 5- 13 แสดงการดำเนินงานความก้าวหน้าในวิชาชีพของบุคลากร 59


จ แผนภาพที่ 6- 1 การจัดทำข้อกำหนดที่สำคัญของหลักสูตรและกระบวนการทำงาน 61 แผนภาพที่ 6- 2 กระบวนการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา 61 แผนภาพที่ 6- 3 แสดงแนวคิดในการออกแบบระบบบริหารจัดการโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” 63 แผนภาพที่ 6- 4 การจัดการเครือข่ายอุปทาน 66 แผนภาพที่ 6- 5 แสดงหลัก 4R สำหรับความปลอดภัยของโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” 67 แผนภาพที่ 6- 6 แสดงการออกแบบระบบการเตรียมความพร้อมต่อภาวะฉุกเฉิน โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” 69 แผนภาพที่ 7-1 ค่าเฉลี่ยร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ตามค่าเป้าหมาย ปีการศึกษา2563 – 256574 แผนภาพที่ 7–2 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ ตามค่าเป้าหมายที่กำหนด ปีการศึกษา 2563 – 2565 จำแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ 75 แผนภาพที่ 7–3 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยร้อยละของนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ ตามค่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด ปีการศึกษา 2563 – 2565 จำแนกตามระดับชั้น 75 แผนภาพที่ 7–4 แสดงการเปรียบเทียบร้อยละของนักเรียนที่ผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามค่าเป้าหมายที่กำหนด ปีการศึกษา 2563 – 2565 76 แผนภาพที่ 7–5 แสดงการเปรียบเทียบร้อยละของนักเรียนที่ผ่านการประเมินอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน ตามค่าเป้าหมายที่กำหนด ปีการศึกษา 2563 – 2565 76 แผนภาพที่ 7–6 เปรียบเทียบคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) นักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”เปรียบเทียบ ระหว่างปีการศึกษา 2563 – 2565 77 แผนภาพที่ 7–7 เปรียบเทียบคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) นักเรียนระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”เปรียบเทียบระหว่างปีการศึกษา 2563 – 256519 77 แผนภาพที่ 7–8 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study : IS) ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 หรือ 2 ของโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”ปีการศึกษา 2563–2565 79 แผนภาพที่ 7–9 เปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระ (Independent Study : IS) ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ปีการศึกษา 2563 – 2565 79 แผนภาพที่ 7–10 แสดงผลคะแนนเฉลี่ย O-NET ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เปรียบเทียบกับโรงเรียนคู่เทียบโรงเรียนปทุมวิไล ปีการศึกษา 2563 - 2565 80 แผนภาพที่ 7–11 สรุปเหรียญรางวัลจากการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2565 80 แผนภาพที่7–12 สรุปเหรียญรางวัลจากการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2565 81 แผนภาพที่ 7–13 สรุปเหรียญรางวัลจากการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”เปรียบเทียบกับโรงเรียนคู่เทียบ โรงเรียนปทุมวิไล 82


จ แผนภาพที่ 7-14 แสดงผลการจบหลักสูตรของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 82 แผนภาพที่ 7-15 แสดงร้อยละของจำนวนนักเรียนที่จบการสำเร็จการศึกษา เปรียบเทียบกับโรงเรียนคู่เทียบ โรงเรียนปทุมวิไล ปีการศึกษา 2565 83 แผนภาพที่ 7-16 แสดงจำนวนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น 83 แผนภาพที่ 7-17 ข้อมูลสถิติการทำประกันอุบัติเหตุในปี 2563 – 2565 83 แผนภาพที่ 7-18 ข้อมูลสถิตินักเรียนที่เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในปี 2563 – 2565 84 แผนภาพที่ 7-19 แสดงผลการประเมินหลักสูตรสถานศึกษา โดยผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครอง 85 แผนภาพที่ 7-20 แสดงร้อยละของจำนวนนักเรียนโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ที่สำเร็จการศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 – 2565 85 แผนภาพที่ 7-21 แสดงจำนวนศิษย์เก่าโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มาร่วมกิจกรรม มอบทุน ปีการศึกษา 2563 – 2565 86 แผนภาพที่ 7-22 แสดงจำนวนครูและบุคลากรของโรงเรียน ปีการศึกษา 2563 – 2565 86 แผนภาพที่ 7-23 แสดงวุฒิการศึกษาของครูและบุคลากรโรงเรียน ปีการศึกษา 2563 – 2565 87 แผนภาพที่ 7-24 แสดงอันดับของข้าราชการครูโรงเรียน ปีการศึกษา 2563 – 2565 87 แผนภาพที่ 7-25 แสดงสัดส่วนครูผู้สอน 1 คน ต่อจำนวนนักเรียนของ โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ปีการศึกษา 2563 – 2565 87 แผนภาพที่ 7-26 แสดงค่าเฉลี่ยความพึงพอใจบรรยากาศการทำงาน (WORKFORCE Climate) 88 แผนภาพที่ 7-27 แสดงความพึงพอใจด้านความผูกพันของบุคลากรโรงเรียน ปีการศึกษา 2563 – 2565 88 แผนภาพที่ 7-28 แสดงจำนวนครูและบุคลากรเข้ารับการอบรม พัฒนาตามจำนวนชั่วโมงของโรงเรียน ปีการศึกษา 2563 - 2565 88 แผนภาพที่ 7-29 แสดงจำนวนครูที่ได้เลื่อนตำแหน่งหรือวิทยฐานะของโรงเรียน ปีการศึกษา 2563 - 2565 89 แผนภาพที่ 7-30 แสดงผลการประเมินการประกันคุณภาพภายใน ปีการศึกษา 2563 -2565 89 แผนภาพที่ 7-31 แสดงการประเมินความพึงพอใจของบุคลากรที่มีต่อการปฏิบัติงานของการบริหารงาน 4 ฝ่าย ปีการศึกษา 2563 - 2565 90 แผนภาพที่ 7-32 แสดงร้อยละของครูและบุคลากรที่ปฏิบัติตามกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพ ปีการศึกษา 2563–2565 90 แผนภาพที่ 7-33 แสดงร้อยละของครูและบุคลากรที่เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม ปีการศึกษา 2563 – 2565 91 แผนภาพที่ 7-34 ความพึงพอใจของชุมชน วัด ที่มีต่อการออกไปทำกิจกรรมจิตอาสาของนักเรียน ปีการศึกษา 2563 -2565 91 แผนภาพที่ 7-35 แสดงค่าเฉลี่ยการประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการบริหารและ การจัดการศึกษาของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2563 - 2565 91 แผนภาพที่ 7-36 แสดงผลลัพธ์ของการนำกลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาศักยภาพผู้เรียนสู่วิถีในศตวรรษที่ 21 ไปปฏิบัติ ปีการศึกษา 2564-2565 93 แผนภาพที่ 7-37 แสดงผลลัพธ์ของการนำกลยุทธ์ที่ 2 ปลูกผังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ปีการศึกษา 2564-2565 93


ฉ แผนภาพที่ 7-38 แสดงผลลัพธ์ของการนำกลยุทธ์ที่ 3 พัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ปีการศึกษา 2564-2565 94 แผนภาพที่ 7-39 แสดงผลลัพธ์ของการนำกลยุทธ์ที่ 4 พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ปีการศึกษา 2564-2565 94 แผนภาพที่ 7-40 แสดงผลลัพธ์ของการนำกลยุทธ์ที่ 4 พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ปีการศึกษา 2564-2565 95 แผนภาพที่ 7-41 แสดงผลลัพธ์ของการนำกลยุทธ์ที่ 4 พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ปีการศึกษา 2564-2565 95 แผนภาพที่ 7-42 จำนวนนักเรียนที่สมัครเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 ปีการศึกษา 2563 - 2565 96


1 โครงร่างองค์กร (Organizational Profile) 1. ลักษณะองค์กร (Organizational Description) โรงเรียนปทุมธานี“นันทมุนีบำรุง” สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานีประกาศจัดตั้ง โรงเรียน วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2476 โดยพระครูนันทมุนี (พระรามัญมุนี) มีอายุยาวนานถึง 90 ปีเปิดสอนตั้งแต่ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยเปิดรับนักเรียนทั้งในเขตพื้นที่บริการและนอกเขตพื้นที่ บริการ ปัจจุบัน โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” บริหารงานโดยนางสุมาลี รามฤทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เบอร์โทร 025811825 โทรสาร 025815571 เว็บไซต์ www.pathumnun.ac.th ก. สภาพแวดล้อมองค์กร (Organizational Environment ) (1) หลักสูตร (Product Offerings) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ใช้หลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ร่วมกับหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School) โดยพัฒนาหลักสูตรตามความต้องการของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย วิเคราะห์จากผลการนิเทศ กำกับ ติดตาม ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาและจากผลการประเมินผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษา ซึ่งทางโรงเรียนได้ สรุปการประเมินผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษาโดยใช้รูปแบบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี ผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครองเครือข่าย ครู เป็นต้น จึงได้หลักสูตรที่มีคุณภาพ ที่ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และมีทักษะในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมีรายละเอียด ดังตารางที่ 1 ตารางที่ 1 การจัดหลักสูตรสถานศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6) 1. ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ เน้นกระบวนการ เรียนรู้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการสะเต็มศึกษา 1. แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ 2. หลักสูตรทั่วไป มีรายวิชาเพิ่มเติมที่หลากหลายให้ผู้เรียนเลือก เรียนตามความถนัด ความสนใจ ดังต่อไปนี้ - กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เปิดสอนเพิ่มเติม ในรายวิชา ฟุตบอล ฟุตซอล ตะกร้อ และลีลาศ - กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ เปิดสอนเพิ่มเติม ในรายวิชา ทัศนศิลป์ดนตรีไทย ดนตรีสากล นาฏศิลป์ไทย และกลองยาว - กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ เปิดสอนเพิ่มเติม ใน รายวิชา งานประดิษฐ์ การเกษตร อาหาร งานช่าง มีการจัดการ เรียนการสอนรายวิชา IS ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อให้ ผู้เรียนได้ค้นพบศักยภาพและความถนัดของตนเอง - กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เปิดสอนเพิ่มเติมใน รายวิชาภาษาจีน 2. แผนการเรียนคณิตศาสตร์ – อังกฤษ 3. แผนการเรียนทั่วไป - กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เปิดสอนเพิ่มเติม ในรายวิชา ฟุตบอล ฟุตซอล ตะกร้อ และลีลาศ - กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ เปิดสอนเพิ่มเติม ในรายวิชา ทัศนศิลป์ ดนตรีไทย ดนตรีสากล นาฏศิลป์ไทย และกลองยาว - กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ เปิดสอนเพิ่มเติม ในรายวิชา งาน ประดิษฐ์ การเกษตร อาหาร งานช่าง -มีการจัดการเรียนการสอนรายวิชา IS ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบศักยภาพและความถนัดของตนเองในรายวิชา วิทยาศาสตร์ - กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม เปิดสอน เพิ่มเติมในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในรายวิชากฎหมาย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จัดในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงาน อาชีพและระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดในกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดรายวิชา IS เป็นรายวิชาเพิ่มเติมให้ผู้เรียน ได้แก่ การศึกษาค้นคว้า และสร้างองค์ความรู้ (IS1) การสื่อสารและการนำเสนอ (IS2) และ การนำองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม (IS3) บูรณาการกับกิจกรรมเพื่อ สังคมและสาธารณประโยชน์ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนใน กิจกรรมหน้าเสาธง กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ยืดหยุ่นตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรน่า2019 (covid 19)


2 • ความสำคัญเชิงเปรียบเทียบของแต่ละหลักสูตรหรือโปรแกรมการเรียนการสอนที่ส่งผลต่อความสำเร็จของ โรงเรียน ปัจจัยสำคัญที่โรงเรียนใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนจบการศึกษาอย่างมีคุณภาพตาม หลักสูตร โดยใช้นวัตกรรมทางการบริหาร PTN MODEL เป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศใช้ในการบริหารจัดการ และใช้ในการจัดการเรียนการสอน มีการส่งเสริมการเรียนรู้ ทั้งนี้ยังมีนักเรียนเรียนรวมที่เข้าเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพ นักเรียนและเสริมสร้างประสบการณ์ตรงให้กับนักเรียน ร่วมกับ ระบบวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง (Deming Cycle) หรือ PDCA ใช้การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยบุคลากรในโรงเรียน ดำเนินการและตัดสินใจ มีการสำรวจความ ต้องการและความพึงพอใจในการบริหารจัดการหลักสูตรและนำผลมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่ ตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ส่งมอบ และชุมชน จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมี ประสิทธิภาพส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้พัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อ ความสำเร็จของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ภาพที่ 1 แสดงรูปแบบกระบวนการบริหารงานแบบ PTN Model • กลไกที่โรงเรียนใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนจบการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามหลักสูตรคือ โรงเรียนนำเทคโนโลยีสารสนเทศใช้ในการบริหารจัดการและใช้ในการจัดการเรียนการสอน มีการส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างภาคีเครือข่าย ฝ่ายวิชาการดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงาน กำหนดแผนงานเป้าหมาย มีการสร้างความร่วมมือและ สร้างเครือข่ายร่วมกันพัฒนาโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศ โดยโรงเรียนวางเป้าหมายสู่ความเป็นเลิศไว้ตามมาตรฐานทั้ง 3 มาตรฐาน คือมาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน มาตรฐานที่ 2กระบวนการบริหารและจัดการ และมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของโรงเรียนต่อไป โดยการ ทำข้อตกลงร่วมกันในการร่วมพัฒนาวางแผนและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานต่างๆ เช่น โครงการส่งเสริม ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จ สถาบันบรมราชชนก มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ โรงเรียนปทุมวิไล โรงเรียนสาย ปัญญารังสิต โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี โรงเรียนชัยสิทธาวาส”พัฒน์สายบำรุง” โรงเรียนเทศบาลเมือง ปทุมธานีมีห้องปฎิบัติการ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฎิบัติจริง จัดกิจกรรมทางด้าน วิชาการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จัดให้นักเรียนทุกคนได้เรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ เพื่อ ส่งเสริมให้นักเรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ มีความพร้อมสำหรับการเป็นประชาคมอาเซียน และ จัด รายวิชาเพิ่มเติม ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศภาษาที่ 3 คือภาษาจีน เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่โลกแห่งการเรียนรู้ (2) วิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม (VISION, MISSION and VALUES) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เป็นโรงเรียนที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนานจนก่อให้เกิดวัฒนธรรมขององค์กร ซึ่งเป็น ตัวขับเคลื่อนการดำเนินงานและส่งผลต่อการกำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม และมีสมรรถนะหลักของ โรงเรียน ดังนี้ วิสัยทัศน์ (VISION) “ภายในปี 2567 โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่ง มีความเป็นไทย พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 สู่มาตรฐานสากล”


3 พันธกิจ (MISSION) 1. พัฒนานักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการสูงขึ้นและมีทักษะการเรียนรู้ที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 2. ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นพลเมืองที่ดีมีความเป็นไทยภูมิคุ้มกันจากภัย ในทุกรูปแบบ มีสุขภาวะที่ดีและมีวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3. พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน และการวัดผลประเมินผลที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 4. พัฒนาครูเป็นครูยุคใหม่ที่มีขีดความสามารถในการจัดการเรียนรู้รองรับการเปลี่ยนแปลง และสามารถ ปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ 5. พัฒนาสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลเป็นที่ยอมรับชองชุมชนสังคม และทุกภาคส่วนเข้ามามีผู้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เป้าประสงค์ 1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการสูงขึ้นและมีทักษะการเรียนรู้ที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 2. นักเรียนมีปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นพลเมืองที่ดีมีความเป็นไทย ภูมิคุ้มกันจากภัยในทุกรูปแบบ มีสุขภาวะที่ดีและมีวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3. สถานศึกษามีพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน และการวัดผลประเมินผลที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 4. ครูเป็นครูยุคใหม่ที่มีขีดความสามารถในการจัดการเรียนรู้รองรับการเปลี่ยนแปลง และสามารถ ปฏิบัติงาน ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ 5. พัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาลเป็นที่ยอมรับชองชุมชนสังคม และทุกภาคส่วน เข้ามามีผู้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ประเด็นกลยุทธ์ 1. พัฒนาศักยภาพผู้เรียนสู่วิถีในศตวรรษที่ 21 2. ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ 3. พัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 4. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ อัตลักษณ์ของโรงเรียน ไหว้สวย แต่งกายดี วจีไพเราะ เอกลักษณ์ของโรงเรียน รวมใจพัฒนา จิตอาสาบริการ สืบสานงานศิลป์ วัฒนธรรมถิ่นไทย-มอญ ค่านิยม (VALUES) ค่านิยมของ โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ที่ยึดถือในค่านิยมและวิธีปฏิบัติร่วมกันโดยใช้NUNT ที่สอดคล้องกับค่านิยมหลัก 11 ประการ มีความหมายดังนี้ N (New Knowledge) เป็นการรับความรู้ใหม่ พัฒนาให้ก้าวหน้า U (Understand) เข้าใจตัวตน เข้าถึงผู้รับบริการ N (Nobleness) ความมีคุณธรรม T (Technology) ยกระดับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี วัฒนธรรมองค์กร “สุภาพอ่อนน้อม ยิ้มไหว้ทักทายกัน บนพื้นฐานวิถีไทย” สมรรถนะหลักของโรงเรียน (Core Competencies) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มีการบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอนด้วยระบบคุณภาพ เทียบเคียงมาตรฐานสากล มีสมรรถนะหลัก ดังนี้ 1. มุ่งพัฒนาสิ่งแวดล้อมภายในสถานศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ 2. สนับสนุนให้บุคลากรมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบการ เรียนรู้เชิงรุก(ACTIVE LEARNING) ผ่านชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ( PLC )


4 โดยสมรรถนะหลักของโรงเรียน ทั้ง 2 สมรรถนะนี้ เป็นสิ่งที่โรงเรียนปทุมธานี“นันทมุนีบำรุง”มีความสามารถ และใช้เป็นหลักในการทำให้โรงเรียนบรรลุพันธกิจตามที่กำหนดไว้ โดยมีเป้าหมายที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษา เชื่อมโยงกับมาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลใน 3 ด้าน คือ คุณภาพผู้เรียน (Student Quality) คุณภาพครู (Teacher Quality) และคุณภาพการบริหารจัดการ (Management Quality) (3) ลักษณะโดยรวมของบุคลากร (WORKFORCE Profile) • โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มีบุคลากร ได้แก่ ผู้นำระดับสูง (ฝ่ายบริหาร) ข้าราชการครู เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว (ข้อมูลปีการศึกษา 2565 : วันที่ 10 มิถุนายน 2565 จำแนกตามตำแหน่ง กลุ่ม สาระการเรียนรู้ เพศ ระดับการศึกษา และอายุ) ข้อมูลแสดงดังตารางที่ 2 ตารางที่ 2 จำนวนบุคลากรจำแนกตามตำแหน่ง กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพศ ระดับการศึกษา วิทยฐานะและอายุ ที่ บริหาร/กลุ่มสาระ เพศ ระดับการศึกษา วิทยฐานะ อายุ(ปี) ชาย หญิง ป.ตรี ป.โท ป.เอก ไม่มี ชำนาญ การ ชำนาญ การพิเศษ 23-35 36-45 46-59 1 ผู้อำนวยการ 0 1 - - 1 - - 1 - - 1 2 รองผู้อำนวยการ - 2 - 2 - - - 2 - 2 - 3 ภาษาไทย 0 5 5 - - 3 2 3 2 - 4 คณิตศาสตร์ 2 4 5 1 - 3 3 - 5 1 5 วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี 4 5 8 1 - 7 1 1 7 0 2 6 สังคมศึกษา ศาสนาฯ 2 4 5 1 - 3 2 1 2 3 1 7 ภาษาต่างประเทศ 0 4 2 2 - 2 2 - 2 1 1 8 ศิลปะ 1 1 2 0 - 1 0 1 1 - 1 9 สุขศึกษา และพลศึกษา 4 0 4 - - 2 2 - 3 1 - 10 การงานอาชีพ 1 2 3 - - 2 1 - 1 1 1 11 สนับสนุนการสอน 0 2 2 - - 2 - - 1 1 - รวม 14 30 36 7 1 25 13 6 25 12 7 • ปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้บุคลากรมีความผูกพันกับองค์กร บุคลากรมีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อบรรลุ วิสัยทัศน์และพันธกิจ โรงเรียนมีการพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง เน้นการสร้างความเข้าใจแก่ครูและ บุคลากรทางการศึกษาให้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการพัฒนางานต่างๆ โดยมีมาตรฐานและตัวชี้วัดเป็นเป้าหมาย การฝึกทักษะการทำงานร่วมกันเป็นทีม มีการสร้างขวัญและกำลังใจ รูปแบบการพัฒนาบุคลากรจะต้องใช้การนิเทศทั้ง แบบกลุ่มและรายบุคคล มีการศึกษาดูงาน การฝึกอบรมสัมมนา เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบบริหารคุณภาพ PTN MODEL • โรงเรียนมีการจัดตั้งคณะกรรมการและชมรมต่างๆ เช่น คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง เครือข่ายระดับโรงเรียน ผู้ปกครองเครือข่ายระดับห้องเรียน ชมรมศิษย์เก่าเพื่อสนับสนุนโรงเรียนดูแลสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการของครูบุคลากรและนักเรียนของโรงเรียน • โรงเรียนมีการจัดทำประกันอุบัติเหตุสำหรับนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียน นักเรียนและครูทุกคนได้รับ การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี จัดบริการที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวันและบริการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เช่น น้ำดื่ม น้ำใช้ ร้านสวัสดิการ โรงอาหาร การติดตั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ภายใน ยานพาหนะ ห้องสมุด มีการ สร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากรและครอบครัวในโอกาสต่าง ๆ เช่น เจ็บป่วย การเสียชีวิต การอวยพรวันคล้ายวันเกิด งานมงคลสมรส การมอบเสื้อสูทของโรงเรียน การมอบของขวัญช่อดอกไม้แสดงความยินดีในวันสำคัญต่างๆ ส่งเสริม การขอมีและขอเลื่อนวิทยฐานะ การให้บริการยานพาหนะไปราชการ มีการเบิกค่าชดเชยน้ำมัน มีการจัดโครงการ ช่วยเหลือในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยจัดเป็นตู้ปันสุขช่วยเหลือบุคลากรและบุคคล


5 ทั่วไป จัดครูเวรรักษาการณ์และนักการปฏิบัติหน้าที่ในวันหยุดราชการ และเวรยามรักษาการณ์ภายในโรงเรียน มี ระบบกล้องวงจรปิดตามจุดที่สำคัญในบริเวณโรงเรียนและหน้าโรงเรียน จัดให้มีห้องพยาบาล เจ้าหน้าที่พยาบาลและ เวชภัณฑ์ที่จำเป็นเบื้องต้น มีนักการและแม่บ้านทำความสะอาดดูแลเขตพื้นที่รับผิดชอบตลอดเวลาราชการและใน วันหยุดราชการ (4) สินทรัพย์ (Assets) ปัจจุบันโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มีเนื้อที่ทั้งหมด 23 ไร่ 3 งาน 43 ตารางวา มีอาคารเรียน 4 หลัง โรงฝึกงานอุตสาหกรรม – คหกรรม 2 หลัง หอประชุม 1 หลัง โรงอาหาร 1 หลัง โดมอเนกประสงค์ 1 หลัง มีจำนวน ห้องเรียนทั้งสิ้น 34 ห้องเรียน ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ 3 ห้อง ห้องโสตทัศนศึกษา 1 ห้อง ห้องสมุด 1 ห้อง ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ 3 ห้อง ห้องแนะแนวสำหรับให้คำปรึกษา 1 ห้อง ห้องพิพิธภัณฑ์ ท้องถิ่น 1 ห้อง และ ห้องดนตรี นาฏศิลป์ ศิลปะ 4 ห้อง ห้องพลศึกษา ห้องปฏิบัติการงานเกษตร งานช่าง คหกรรม สนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล สนามวอลเลย์บอล สนามตะกร้อ สนามฟุตซอลและห้องน้ำสำหรับครู นักเรียนชายหญิง อาคาร อนกประสงค์(ไทย-ญี่ปุ่น) และมีระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งโรงเรียน โรงเรียนมีนโยบายพัฒนาคุณภาพนักเรียน มีมุมความรู้ในห้องเรียน มุมสืบค้นต่างๆ ทั้งในห้องสมุดโรงเรียน และในห้องเรียน โรงเรียนให้บริการคอมพิวเตอร์แก่นักเรียนอย่างเพียงพอมีคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะจำนวน 95 เครื่อง มีคอมพิวเตอร์แบบพกพาจำนวน 6 เครื่อง มีกระดานอัจฉริยะ (active board) จำนวน 2 เครื่อง มีโทรทัศน์จำนวน 37 เครื่อง มีเครื่องฉายภาพ (Projector) และเครื่องฉาย ประจำห้องเรียน/ห้องประชุม จำนวน 2 เครื่อง โรงเรียนมี ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายโดยมีอุปกรณ์กระจายสัญญาณทั่วโรงเรียนจำนวน 25 จุด เพื่อบริการนักเรียนและ ครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาให้นักเรียนมีความเป็นเลิศทางวิชาการ และทุก ๆ ด้าน (5) สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบข้อบังคับ (Regulatory Environment) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”ได้ดำเนินงานตามข้อบังคับต่างๆ ได้แก่ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่3) พ.ศ. 2553 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2553 พระราชกฤษฎีกานุเบกษา พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ และกฎกระทรวงประกาศระเบียบบังคับต่าง ๆดังตารางที่ 3 ตารางที่ 3 แสดงกฎระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของโรงเรียน ด้าน กฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติ ข้อกำหนด มาตรฐานการ ประกันคุณภาพ การศึกษา มาตรฐานการศึกษาชาติ พ.ศ. 2561, กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษาระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การแต่งตั้งคณะกรรมการงานประกัน คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาใน การจัดทำมาตรฐานสถานศึกษาและ การประเมินคุณภาพภายใน สถานศึกษา หลักสูตรการ จัดการเรียน การสอนและ การบริการ เสริมพิเศษ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545, พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545, หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2561 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560), คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 19/2560 เรื่อง การ ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ, ระเบียบโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียน พุทธศักราช 2563 การแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำ หลักสูตรสถานศึกษา การแต่งตั้ง คณะกรรมการนิเทศการจัดการเรียน การสอน และการแต่งตั้ง คณะกรรมการการวัดและประเมินผล การเรียนของโรงเรียน การปฏิบัติงาน ทางการศึกษา พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และแก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553, พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. 2547 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562, มาตรฐานการปฏิบัติงานโรงเรียนมัธยมศึกษา พ.ศ. 2552 (ปรับปรุง พ.ศ. 2560) การแต่งตั้งการปฎิบัติหน้าที่ของครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกปี การศึกษา


6 ด้าน กฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติ การเงินและ สิ่งแวดล้อม ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2548 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2552 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2554 แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2557, พระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 การแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิบัติงาน งบประมาณ และการแต่งตั้ง คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่งานพัสดุ เทคโนโลยี สารสนเทศ ข้อมูลข่าวสาร พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพ.ศ 2562 พระราชบัญญัติว่าด้วย พระราชบัญญัติว่าด้วยกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ 2550 พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ราชการพ.ศ 2540 ประกาศ กระทรวงดิจิตอลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม เรื่องหลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ 2564 ประกาศกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร เรื่องหลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ 2550 พระราชกำหนดว่าด้วยการประชุม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์พ.ศ 2563 ประชาสัมพันธ์ให้กับบุคลากรและ นักเรียนได้รับทราบ อาชีวอนามัย และความ ปลอดภัย -พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554, พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ การพานักเรียน นักศึกษา ไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติโรคดต่อ พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2538 และเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 พระราชบัญญัติควบคุมอาหาร (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 -ประกาศกระทรวงมหาดไทย เร่งความปลอดภัยในที่ทำงานเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะทางกายภาพ ได้แก่ ความร้อน แสง สี เสียง การแต่งตั้งเวรรักษาการณ์กลางวัน และกลางคืนเพื่อดูแลความเรียบร้อย ในโรงเรียน และการแต่งตั้ง คณะกรรมการดูแลความปลอดภัย ของนักเรียนในการนำนักเรียนไป ทัศนศึกษา ข. ความสัมพันธ์ระดับองค์กร (Organizational Relationships) (1) โครงสร้างองค์กร (Organizational Structure) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” จัดโครงสร้างโดยอิงการบริหารงานตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 ปรับตามบริบทของสถานศึกษา แบ่งออกเป็น 4 ฝ่ายบริหาร ได้แก่ฝ่ายบริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารงบประมาณและแผนงาน ฝ่ายบริหารงานบุคคล และฝ่ายบริหารทั่วไป โดยมีผู้อำนวยการร่วมกำหนดนโยบายหรือแนวปฏิบัติ กำกับและติดตามการดำเนินงานให้ เป็นไปตามนโยบายผ่านรองผู้อำนวยการ สอดคล้องกับนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา PTN MODEL โรงเรียนกำกับดูแลองค์กรโดยใช้หลักธรรมาภิบาลเป็นหลักสำคัญ และการบริหารโดยมุ่งเน้นผลงานเชิงกลยุทธ์ การ บริหารงานภายในโรงเรียนต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ ในขอบข่ายของงานที่รับผิดชอบ การ ทำงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยได้รับการกำกับติดตามจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน ชมรมศิษย์เก่า ชมรมผู้ปกครองและครูโรงเรียน ปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มูลนิธิวิโรจน์-วันดี เจริญพฤกษาชาติ มูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง มูลนิธิ สวิง-อนงค์ วงษ์ดนตรีมูลนิธิเย็น แสวง ผลละออ และศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมือง คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียน ปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ได้แก่ ผู้ปกครอง นักเรียน มีส่วนในการ แสดงความคิดเห็นในการตัดสินใจ โดยมีการประชุมอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้งและการดำเนินการภายใต้ระเบียบ และข้อบังคับขององค์กรและระเบียบข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง (2) นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (STUDENTS and STAKEHOLDERS) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” รับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ บริเวณอำเภอเมืองปทุมธานีประกอบไป ด้วย 8 ตำบล ได้แก่ ตำบลบางปรอก ตำบลบ้านฉาง ตำบลบ้านกลาง ตำบลบางเดื่อ ตำบลบางคูวัด ตำบลบางหลวง ตำบลบางขะแยง และตำบลบางกระดี และกรณีที่มีนักเรียนมาสมัครน้อยกว่าแผนการรับนักเรียนจะรับนักเรียนทั่วไป นอกเหนือเขตพื้นที่บริการอื่น ๆ ในจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดข้างเคียง สามารถเข้าศึกษาต่อจากการสอบคัดเลือก


7 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ กลุ่มนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในเขตพื้นที่ บริการ และนักเรียนทั่วไป เข้าศึกษาต่อในหลักสูตร ประกอบด้วยหลักสูตรห้องเรียนทั่วไปตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ กลุ่มนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากนักเรียนโรงเรียน ปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เดิมและนักเรียนทั่วไป เข้าศึกษาต่อในหลักสูตร ประกอบด้วยหลักสูตรห้องเรียนทั่วไปตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) หลักสูตร มีแผนการเรียน วิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์, แผนการเรียนคณิตศาสตร์-ภาษาอังกฤษ และแผนการเรียนทั่วไป ในแต่ละระดับชั้นทางโรงเรียนยังรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษแต่ละประเภท เช่น เด็กที่มีความบกพร่อง ทางด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา เด็กออทิสติก เป็นต้น ซึ่ง เรียนรวมกับนักเรียนปกติโดยดำเนินการตามมาตรฐานการเรียนร่วม พ.ศ 2555 ได้มีการสำรวจความต้องการของ กลุ่มนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังตารางที่ 4 ตารางที่ 4 แสดงความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความต้องการ ความคาดหวัง นักเรียน ห้องน้ำสะอาด นักเรียนมีสุขอนามัยที่ดี อาหารที่หลากหลาย สะอาด อร่อย และ เพียงพอ โรงอาหารมีอาหารที่หลากหลาย อร่อย สะอาด และ เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน ทุนการศึกษา นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์มีทุนในการศึกษาเพียงพอ หลักสูตรที่ตรงความต้องการ โรงเรียนมีหลักสูตรที่หลากหลายและตรงตามความ ต้องการของนักเรียน ประกอบอาชีพ หารายได้ โรงเรียนสอนทักษะอาชีพเพื่อไปประกอบอาชีพ ด้านดนตรี การแสดงกลองยาว ทำอาหาร ทำขนม เป็นต้น การศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น นักเรียนศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นตามความสนใจของ นักเรียน การสื่อสารทางด้านภาษา นักเรียนพูดภาษาและสื่อสารได้มากขึ้น นักเรียนที่มีความ ต้องการพิเศษแต่ละ ประเภท เพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวก โรงเรียนช่วยเหลือในด้านสถานที่สำหรับส่วนความพิการ เพื่อน อยู่ร่วมกับเพื่อนปกติได้ ครู สื่อการเรียนการสอน การจัดการเรียนการสอนที่มีสื่อการสอนที่หลากหลาย ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ อุปกรณ์เทคโนโลยีในการจัดเรียนการสอน การจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีที่สะดวกและมี ประสิทธิภาพ การอบรมเพื่อพัฒนาทักษะด้านการเรียนการ สอน ทักษะทางวิชาชีพที่สามารถนำมาปรับใช้ในการจัดการ เรียนการสอน ห้องเรียน และอาคารเรียนที่สะอาด และ เพียงพอ สภาพแวดล้อมที่ดีและเอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอน การขอมีและขอเลื่อนวิทยฐานะ ส่งเสริมให้ครูมีวิทยฐานะที่สูงขึ้น ผู้ปกครอง นักเรียนเรียนจบหลักสูตร นักเรียนสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ทุนการศึกษา นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์มีทุนในการศึกษาเพียงพอ ความปลอดภัย โรงเรียนมีการจัดทำแผนเผชิญเหตุเพื่อความปลอดภัย นักเรียนมีจิตอาสา มีคุณธรรม โรงเรียนจัดโครงการต่างๆ ให้แก่นักเรียน นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังจัดช่องทางให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการ ดำเนินงานของโรงเรียนผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊กแฟนเพจโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เว็บไซต์ โรงเรียน www.pathumnun.ac.th และไลน์โรงเรียน


8 (3) ผู้ส่งมอบ พันธมิตร และ คู่ความร่วมมือ (Suppliers, PARTNERS and COLLATORS) โรงเรียนปทุมธานี“นันทมุนีบำรุง” มีการบริหารจัดการที่เน้นการมีส่วนร่วมจากผู้ส่งมอบ พันธมิตรและ คู่ความร่วมมือเพื่อพัฒนาองค์กรในทุกด้าน ดังนี้ ตารางที่ 5 แสดงผู้ส่งมอบของโรงเรียนโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ผู้ส่งมอบ (Suppliers) ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) วิธีการสื่อสารสองทาง ผู้ส่งมอบ 1. บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) สัญญาณ อินเทอร์เน็ต 1. การจัดการเรียนการสอน ออนไลน์ 2. การบริหารจัดการระบบ สารสนเทศของโรงเรียน 3. การนำเทคโนโลยีมาใช้ พัฒนาสื่อการเรียนการสอน ของครู 1. นักเรียนและครูมี สัญญาณอินเทอร์เน็ตใช้ใน การจัดการเรียนการสอน 2. โรงเรียนมีระบบ สารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ และทันสมัย 3. ครูมีสื่อการสอนที่มี ประสิทธิภาพและทันสมัย 1. การสำรวจความพึงพอใจของ นักเรียนและครูที่มีต่อสัญญาณ อินเทอร์เน็ตของโรงเรียน 2. การสำรวจความพึงพอใจของผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียในการบริหารจัดการ ของโรงเรียนโดยใช้เทคโนโลยีในระบบ สารสนเทศของโรงเรียน 3. การสำรวจความคิดเห็นของผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อการการนำ เทคโนโลยีมาใช้พัฒนาสื่อการเรียน การสอนของครู 2. องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดปทุมธานี การจัดหาวัคซีน ป้องกันโรคระบาด ไวรัสโคโรน่า 2019 งบประมาณในการ จัดซื้อเครื่องดนตรี การจัดหาATK และหน้ากาก อนามัย การดำเนินการจัดทำบันทึก ขอรับการฉีดวัคซีน กระบวนการจัดซื้อเครื่อง ดนตรี การดำเนินการจัดขอATK และหน้ากากอนามัย วัคซีนป้องกันไวรัส เครื่องดนตรี ATK และหน้ากากอนามัย การสำรวจความพึงพอใจของผู้มีส่วน ได้ส่วนเสียที่มีต่อความปลอดภัยของ อาคารเรียน การสำรวจความพึงพอใจของผู้มีส่วน ได้ส่วนเสียที่มีต่อความเครื่องดนตรี การสำรวจความพึงพอใจของผู้มีส่วน ได้ส่วนเสียที่มีต่อการรับATK และ หน้ากากอนามัย 3.บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด สัญญาณ อินเทอร์เน็ต . การจัดการเรียนการสอน ออนไลน์ นักเรียนและครูมีสัญญาณ อินเทอร์เน็ตใช้ในการจัดการ เรียนการสอน 1. การสำรวจความพึงพอใจของ นักเรียนและครูที่มีต่อสัญญาณ อินเทอร์เน็ตของโรงเรียน 4. บริษัท ยูนิฟายด์ ลีฟ จำกัด สัญญาเช่า คอมพิวเตอร์ กระบวนการปรับปรุง ห้องปฏิบัติการ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ การสำรวจความพึงพอใจของผู้มีส่วน ได้ส่วนเสียที่มีต่อสภาพแวดล้อม ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 5. บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สัญญาเช่า อินเตอร์เน็ท การจัดการเรียนการสอน นักเรียนและครูมีสัญญาณ อินเทอร์เน็ตใช้ในการจัดการ เรียนการสอน ตารางที่ 6 แสดงพันธมิตรของโรงเรียนปทุมธานี”นันทมุนีบำรุง” พันธมิตร (PARTNERS) ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) วิธีการสื่อสารสองทาง 1. มหาวิทยาลัยราช ภัฏพระนคร การบริการทาง วิชาการ นักศึกษาฝึกสอน 1. ดำเนินการลงนามบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือทาง วิชาการ (MOU) 2. จัดกิจกรรมทางวิชาการ 3.จัดบุคลากรมาฝึกสอน นักเรียนได้รับความรู้และ ประสบการณ์ในกิจกรรม ต่าง ๆ นักเรียนได้เรียนรู้กับครู ฝึกสอน การสำรวจความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อการจัด กิจกรรมการเรียนการสอน 2. สถาบันการจัดการ ปัญญาภิวัฒน์ การบริการทาง วิชาการ ดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) นักเรียนได้รับความรู้ตามหลักสูตร ได้รับทุนการศึกษาและเข้าศึกษาต่อ ในระดับอุดมศึกษา การสำรวจความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อจัด กิจกรรมการเรียนการสอน 3.สถาบันพระบรม ชนก การศึกษาต่อของ นักเรียน ดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) นักเรียนได้รับความรู้ตามหลักสูตร ได้รับทุนการศึกษาและเข้าศึกษาต่อ ในระดับอุดมศึกษา การสำรวจความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อจัด กิจกรรมการเรียนการสอน


9 พันธมิตร (PARTNERS) ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) วิธีการสื่อสารสองทาง 4. โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ประจำตำบลบาง หลวง และ โรงพยาบาลปทุมธานี การให้บริการทาง สุขอนามัย ดำเนินการช่วยเหลือด้านการ ตรวจ ATK ให้นักเรียนและ บุคลากรทางการศึกษา และ บริการการฉีดวัคซีน และให้ความ ร่วมมือในการช่วยเหลือนักเรียน นักเรียน ครู และบุคลากรทางการ ศึกษาได้รับการตรวจ ATK เพื่อ ป้องกันการระบาดของ Covid-19 และ ได้รับความรู้ในการป้องกันโรค และได้รับการฉีดวัคซีน การสำรวจความพึงพอใจ ของนักเรียนครู และ บุคลากรทางการศึกษาใน การจัดกิจกรรม 5. มหาวิทยาลัยราช มงคลธัญบุรี การบริการทาง วิชาการ 1. ดำเนินการลงนามบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือทาง วิชาการ (MOU) 2. จัดกิจกรรมทางวิชาการ นักเรียนได้รับความรู้และ ประสบการณ์ในกิจกรรม ต่าง ๆ การสำรวจความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อการจัด กิจกรรมการเรียนการสอน 6.มหาวิทยาลัยราช ภัฎบ้านสมเด็จ เจ้าพระยา การบริการทาง วิชาการ 1. ดำเนินการลงนามบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือทาง วิชาการ (MOU) 2. จัดกิจกรรมทางวิชาการ นักเรียนได้รับความรู้และ ประสบการณ์ในกิจกรรม ต่าง ๆ การสำรวจความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อการจัด กิจกรรมการเรียนการสอน 7.สถานีตำรวจภธร เมืองปทุมธานี การให้บริการด้าน ความรู้ ป้องกันใน ด้านต่างๆ ดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือทางด้านระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน (MOU) นักเรียนได้รับความรู้และ ประสบการณ์ในกิจกรรม ต่าง ๆ การสำรวจความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อการจัด กิจกรรม ตารางที่ 7 แสดงคู่ความร่วมมือของโรงเรียนปทุมธานี”นันทมุนีบำรุง” คู่ความร่วมมือ (COLLATORS) ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) วิธีการสื่อสารสองทาง 1. โรงเรียนปทุมวิไล การบริการทางวิชาการ และระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน 1. ดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MOU) ด้านระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน 2. จัดกิจกรรมทางวิชาการ นักเรียนได้รับความรู้และ ประสบการณ์ในกิจกรรม ต่าง ๆ การสำรวจความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อการจัด กิจกรรมการเรียนการสอน 2.โรงเรียนสายปัญญา รังสิต ระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน 1. ดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) 2. จัดกิจกรรมทางวิชาการ นักเรียนได้รับความรู้และ ประสบการณ์ในกิจกรรม ต่าง ๆ การสำรวจความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อการจัด กิจกรรมการเรียนการสอน 3. โรงเรียนคณะ ราษฎร์บำรุงปทุมธานี การบริการทางวิชาการ และระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน 1. ดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MOU) ด้านระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน นักเรียนได้รับความรู้ตาม หลักสูตร และความ ปลอดภัยในด้านต่างๆ การสำรวจความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อจัด กิจกรรม 4.โรงเรียนชัยสิทธา วาส “พัฒน์สาย บำรุง” ระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน 1. ดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MOU )ด้านระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน นักเรียนได้รับความรู้ตาม หลักสูตร และความ ปลอดภัยในด้านต่างๆ การสำรวจความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อจัด กิจกรรม 5.โรงเรียนเทศบาล เมืองปทุมธานี ระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน 1. ดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MOU)ด้านระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน นักเรียนได้รับความรู้ตาม หลักสูตร และความ ปลอดภัยในด้านต่างๆ การสำรวจความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อจัด กิจกรรม • ข้อกำหนดที่สําคัญของเครือข่ายอุปทาน (supply - network) ของโรงเรียน คือ โรงเรียนใช้นวัตกรรมการ บริหารสถานศึกษา PTN MODEL ร่วมกับ ระบบวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง (Deming Cycle) หรือ PDCA เป็นปัจจัย สำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การบริหารหลักสูตรที่มีความหลากหลาย สอดคล้อง กับความต้องการ และศักยภาพของนักเรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และมีเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียน การสร้าง สัมพันธภาพที่ดีระหว่างโรงเรียนและพันธมิตร ทำให้โรงเรียนได้รับความร่วมมือที่ดีในหลายรูปแบบทำให้เกิดความ ร่วมมือทางวิชาการและร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพการศึกษา คุณภาพผู้เรียน ทั้งการเป็นวิทยากรสอนเสริมพิเศษ การ ทดลองฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักเรียน การสนับสนุนงบประมาณ การศึกษาดูงาน การรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อ ส่งผลต่อคุณภาพการจัดการศึกษาให้เกิดผลลัพธ์ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน คือ คุณภาพผู้เรียน (Student Quality) คุณภาพครู (Teacher Quality) และคุณภาพการบริหารจัดการจัดการ (Management Quality) • โรงเรียนมีกลไกในการสื่อสารแบบสองทิศทางกับผูสงมอบ พันธมิตร และคู่ความรวมมือ มีการสื่อสารกับผู้ ส่งมอบผ่านกิจกรรมสำคัญ ๆ ทั้งผู้ส่งมอบและ พันธมิตร ได้ใช้รูปแบบการสื่อสารแบบสองทาง (Two-way Communication) กับผู้ส่งมอบ พันธมิตรและผู้ให้ความร่วมมือผ่านหลายช่องทาง เช่น จดหมาย จดหมาย


10 อิเล็กทรอนิกส์ เฟซบุ๊กแฟนเพจโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”เว็บไซต์โรงเรียน www.pathumnun.ac.th แผ่น พับ วารสารประชาสัมพันธ์การร่วมเจรจา โทรศัพท์ โทรสาร การศึกษาดูงานและการสื่อสารผ่านกิจกรรม เช่น กิจกรรมเปิดบ้านวิชาการโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” (Open House) แข่งขันทักษะวิชาการ การแนะแนวเข้า ศึกษาต่อ และ การนำเสนอผลงานการศึกษาค้นคว้าอิสระ (IS) 2. สภาวการณ์ขององค์กร (Organizational Situation) ก. สภาพแวดล้อมการแข่งขัน (Competitive environment) (1) ลำดับการแข่งขัน (Competitive Position) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลางมีจำนวนนักเรียน 1,009 คน โดยได้ กำหนดโรงเรียนคู่เทียบคือ โรงเรียนปทุมวิไล เนื่องจากเป็นโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอน และการบริหาร จัดการตามแนวทางการดำเนินงานโรงเรียนมาตรฐานสากล ผู้ปกครองให้ความไว้วางใจ อยู่ในชุมชนเดียวกัน และเขต พื้นที่การศึกษาเดียวกันโดยพิจารณาจากคะแนน ONET อัตราการจบการศึกษา และผลการประเมินความพึงพอใจที่มี ต่อหลักสูตรสถานศึกษา ดังรายละเอียดต่อไปนี้ ตารางที่ 8 แสดงลำดับในการแข่งขัน คะแนน ONET เฉลี่ย ม.3 ปีการศึกษา 2565 อันดับที่ โรงเรียน คะแนน ONET เฉลี่ย ม.3 7 โรงเรียนปทุมวิไล 40.64 20 โรงเรียนปทุมธานี”นันทมุนีบำรุง” 30.58 จากตารางที่ 8 โรงเรียนปทุมวิไล มีคะแนน ONET เฉลี่ย ม.3 ปีการศึกษา 2565 สูงกว่าโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ตารางที่ 9 แสดงลำดับในการแข่งขัน คะแนน ONET เฉลี่ย ม.6 ปีการศึกษา 2565 อันดับที่ โรงเรียน คะแนน ONET เฉลี่ย ม.6 9 โรงเรียนปทุมวิไล 34.82 12 โรงเรียนปทุมธานี”นันทมุนีบำรุง” 31.05 จากตารางที่ 9 โรงเรียนปทุมวิไล มีคะแนน ONET เฉลี่ย ม.6 ปีการศึกษา 2565 สูงกว่าโรงเรียนปทุมธานี”นันทมุนีบำรุง” ตารางที่ 10 แสดงอัตราการสำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2565 อัตราการสำเร็จการศึกษา โรงเรียนปทุมวิไล โรงเรียนปทุมธานี”นันทมุนีบำรุง” ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 93.51 ร้อยละ 98.77 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 99.38 ร้อยละ 100 จากตารางที่ 10 โรงเรียนปทุมธานี“นันทมุนีบำรุง” มีอัตราการสำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2565 สูงกว่าโรงเรียนปทุมวิไล ตารางที่ 11 แสดงผลการประเมินการใช้หลักสูตรสถานศึกษาปีการศึกษา 2565 ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อ หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนปทุมวิไล โรงเรียนปทุมธานี”นันทมุนีบำรุง” ค่าเฉลี่ย (X̅) 2.89 2.71 จากตารางที่ 11 โรงเรียนปทุมวิไลมีค่าเฉลี่ยคะแนนความพึงพอใจที่มีต่อหลักสูตรสถานศึกษาสูงกว่าโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ตารางที่ 12 แสดงผลการขันแข่งขันศิลปหัตถกรรมระดับเหรียญทองชนะเลิศที่เป็นตัวแทนระดับเขตพื้นที่แข่งขันต่อ ระดับชาติ ปีการศึกษา 2565 โรงเรียน แสดงผลการขันแข่งขันศิลปหัตถกรรมระดับเหรียญทองชนะเลิศที่เป็น ตัวแทนระดับเขตพื้นที่ โรงเรียนปทุมธานี”นันทมุนีบำรุง” 11 รายการ โรงเรียนปทุมวิไล 10 รายการ จากตารางที่ 12 โรงเรียนปทุมธานี”นันทมุนีบำรุง”มีอันดับการขันแข่งขันศิลปหัตถกรรมระดับเหรียญทองชนะเลิศที่เป็น ตัวแทนระดับเขตพื้นที่สูงกว่าโรงเรียนโรงเรียนปทุมวิไล ดังนั้นโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” จึงได้จัดทำโครงการสู่ความเป็นเลิศ เพื่อเร่งพัฒนาศักยภาพนักเรียน ให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น


11 (2) การเปลี่ยนแปลงความสามารถในการแข่งขัน (competitiveness Changes) การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือ โรงเรียนปทุมธานี“นันทมุนีบำรุง” มีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการสถานศึกษา อย่างมีระบบและเป็นขั้นตอนโดยใช้นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา PTN MODEL ร่วมกับวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง (Deming Cycle) หรือ PDCA มีการพัฒนาหลักสูตร การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอน พัฒนาศักยภาพครู พัฒนาสื่อและรูปแบบการจัดการเรียนการสอน การหาเครือข่ายทางการจัดการศึกษา และพัฒนารูปแบบการบริหาร จัดการที่ชัดเจน ทำให้บุคลากรในโรงเรียน พันธมิตร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เห็นเป้าหมายของการพัฒนาอย่างชัดเจน โดยเกิดความร่วมมือในการพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการได้แก่ โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โครงการ พัฒนาศักยภาพผู้เรียนในทักษะด้านต่าง ๆ ตามความถนัด ลดจำนวนนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน และพัฒนา คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนให้สูงขึ้น โรงเรียนดำเนินการให้มีการรายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือ ผล การปฏิบัติงานที่ประสบความสำเร็จบันทึกข้อมูลลงในข้อมูลสารสนเทศ คัดเลือกผลการดำเนินงานดีเด่นเพื่อพัฒนา เป็นนวัตกรรม นำส่งเป็นผลงานนวัตกรรมของโรงเรียนทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและในระดับประเทศ แล้วจัดทำ เอกสารเผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) แหล่งข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Data) แหล่งข้อมูลเชิงเปรียบเทียบได้มาจากผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 ปีการศึกษา 2564 – 2565 รายงานประจำปีของโรงเรียนคู่เทียบ ผลการประเมินจาก สำนักงานประเมินและรับรองคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ผลการแข่งขันทักษะศิลปหัตถกรรมนักเรียนการแข่งขันทักษะ หน่วยงานภายนอก ความเข้มแข็งขององค์กรที่ให้การสนับสนุน โดยคู่เทียบของโรงเรียน คือ โรงเรียนปทุมวิไล ข. บริบทเชิงกลยุทธ์ (Strategic Context) โรงเรียนปทุมธานี“นันทมุนีบำรุง” กำหนดความท้าทายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเชิงกลยุทธ์ที่ต้องการ แก้ไขและพัฒนา รวมทั้งระบุจุดแข็งและโอกาสที่เป็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของโรงเรียน ดังนี้ สภาพปัญหา ปัญหาที่เป็นความท้าทายเชิงกลยุทธ์ จุดแข็งและโอกาสที่เป็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ 1. ด้านการจัดการศึกษา นักเรียนมีความต้องการหลักสูตรที่ หลากหลายตรงตามความนัดขอนักเรียน และวิธีการสอนที่เน้นการสอนออนไลน์ โรงเรียนมีการสำรวจความต้องการศึกษาต่อในแผนนการเรียนที่ สนใจ มีการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของ ผู้เรียนอยู่เสมอ และมีชุมชนที่เข็มแข็ง 2. ด้านการปฏิบัติการ ในช่วงการระบาดของไวรัส Covid-19 สถานการณ์ไม่เอื้อต่อการดำเนินการของ บางกิจกรรมหรือบางโครงการ โรงเรียนมีการใช้นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา PTN MODEL ร่วมกับวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง PDCA มีแผนพัฒนาการศึกษา ระยะ 4 ปี ในการพัฒนาคุณภาพการบริหารงานในโรงเรียนทำให้ เกิดประสิทธิภาพ 3. ด้านการตอบแทนสังคม นักเรียนมีจิตสาธารณะเด่นกว่าด้าน วิชาการ นักเรียนมีจิตอาสาช่วยเหลือชุมชนเป็นที่ประจักษ์ของสังคม และมี การแบ่งปันช่วยเหลือกันในช่วงการระบาดของไวรัส Covid-19 4. ด้านทรัพยากรบุคคลของโรงเรียน 1. จำนวนครูในท้องถิ่นน้อย ครูย้ายบ่อย 2. ครูส่วนใหญ่มีอายุงานน้อย 1. ครูจบตรงตามสาขาที่สอน 2.ครูมีมีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง มีความสามารถในการใช้ เทคโนโลยี และมีความต้องการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ ค. ระบบการปรับปรุงผลการดำเนินงาน (Performance improvement) โรงเรียนมีกลไกในการปรับปรุงผลการดำเนินงาน โดยใช้นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา PTN MODEL ร่วมกับวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง (Deming Cycle) หรือ PDCA เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่ง มีองค์ประกอบที่สำคัญของระบบการปรับปรุงผลการดำเนินการ โดยมีการรายงานผลการดำเนินโครงการและกิจกรรม ตามแผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา มีการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และจัดทำรายงานการประเมินตนเอง ของสถานศึกษา (SAR) เพื่อนำผลที่ได้มาพิจารณาในการวางแผนการดำเนินการเพื่อปรับปรุงและพัฒนาต่อไป มีการ ประชุมสัมมนา เพื่อร่วมกันพิจารณาผลการดำเนินงานร่วมกันทั้งในระดับโรงเรียน ระดับกลุ่มงาน และระดับกลุ่มสาระ การเรียนรู้ มีการนำผลการประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ส่งมอบ และพันธมิตรมาวิเคราะห์ เพื่อ กำหนดแนวทางและวางแผนในการดำเนินโครงการและกิจกรรมต่อไป


12 หมวด 1 การนำองค์กร (Leadership) 1.1 การนำองค์กรโดยผู้นำระดับสูง (Senior Leadership) ก. วิสัยทัศน์ และค่านิยม (Vision and Values) (1) กำหนดวิสัยทัศน์และค่านิยม (Establishing Vision and Values) ผู้นำระดับสูงดำเนินการในการกำหนดวิสัยทัศน์และค่านิยม ดังตารางที่ 1-1 ตารางที่ 1- 1 แสดงกระบวนการกำหนดวิสัยทัศน์ และค่านิยม กระบวนการกำหนดวิสัยทัศน์ และค่านิยม วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด เป้าหมาย แผนภาพที่ 1- 1 แสดงการจัดทำวิสัยทัศน์ และ ค่านิยม ของโรงเรียน 1. มีวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และค่านิยม ที่ สอดคล้อง กับนโยบายต้น สังกัด และบริบทของ สถานศึกษา 2. เพื่อให้ครูและบุคลากร ทางการ ศึกษาสามารถนำ วิสัยทัศน์ พันธกิจ และ เป้าประสงค์ และค่านิยม สู่การปฏิบัติได้ 1.วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และ ค่านิยม สอดคล้อง กับ นโยบาย ต้นสังกัดและ บริบท ของสถานศึกษา 2.ร้อยละของครู และ บุคลากร ทางการศึกษา สามารถนำวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าประสงค์ และค่านิยมสู่การปฏิบัติได้ ร้อยละ 90 ร้อยละ 90 โรงเรียนมีการนำองค์กร โดยผู้นำระดับสูงของโรงเรียน โดยใช้นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา PTN MODEL มีการแต่งตั้งคณะกรรมการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน โดยวิเคราะห์ปัญหาความต้องการของชุมชน และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความพร้อมของโรงเรียน ความเปลี่ยนแปลงของสังคม และนโยบายต้นสังกัด นำเสนอที่ประชุมครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อ ร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ และค่านิยมของโรงเรียน นำผลที่ได้เสนอต่อ ที่ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อขอความเห็นชอบ แล้วประกาศใช้ ไม่ผ่าน ผู้บริหาร ครู คณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทนผู้ปกครอง ประชุม/ ศึกษาข้อมูล/SWOT รวบรวมข้อมูล นโยบายเขตพื้นที่การศึกษา นโยบาย สพฐ. และนโยบายสถานศึกษา กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม ผ่าน ประกาศใช้ วิสัยทัศน์ และค่านิยม ไปยังบุคลากร ผู้ส่งมอบ และพันธมิตรที่ สำคัญ นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษา ปรับปรุง วางแผนการวิเคราะห์ ประชาพิจารณ์


13 ผู้นำระดับสูงนำวิสัยทัศน์ และค่านิยมสู่การปฏิบัติโดยจัดประชุมครูเพื่อชี้แจงรายละเอียดและถ่ายทอดไปยัง ผู้ส่งมอบ พันธมิตรที่สำคัญ นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จัดประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ หัวหน้างานเพื่อ ชี้แจงและจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา แสดงดังแผนภาพที่ 1-1 (2) การส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมาย และการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม (PROMOTING LEGAL and ETHICAL BEHAVIOR) ผู้นำระดับสูงได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมาย และจริยธรรม มีการกำหนด ฝ่ายงานบริหารออกเป็น 4 ฝ่ายงาน ประกอบด้วย ฝ่ายบริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารงบประมาณและแผนงาน ฝ่ายบริหารทั่วไป และฝ่ายบริหารบุคคล โดยผู้อำนวยการร่วมกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ และกำกับติดตามการ ดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายผ่านรองผู้อำนวยการ สอดคล้องกับนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา PTN MODEL โดยให้แต่ฝ่ายงานศึกษาและรวบรวมระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ แนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับการบริหารโรงเรียน เช่น การ บริหารบุคคล การบริหารงบประมาณ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางศึกษา จรรยาบรรณใน วิชาชีพครู กฎระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับของทางราชการที่โรงเรียนต้องปฏิบัติและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดทำ เป็นคู่มือปฏิบัติงานสำหรับครูและ บุคลากร เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ประเมินการปฎิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คณะครู และบุคลากรทางการศึกษา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึง บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง มีความศรัทธา และเชื่อมั่นในโรงเรียน ให้ความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่าง ต่อเนื่อง ดังตารางที่ 1-2 ตารางที่ 1- 2 แสดงกระบวนการส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมาย และการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม กระบวนการส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมาย และการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด เป้าหมาย แผนภาพที่ 1- 2 แสดงกระบวนการส่งเสริมการ ประพฤติปฏิบัติตามกฎหมาย และการประพฤติปฏิบัติ อย่างมีจริยธรรม 1. เพื่อให้ครูและ บุคลากร ปฏิบัติหน้าที่ ถูกต้องตาม กฎหมาย และระเบียบ ของทางราชการ 2. เพื่อให้ครูและ บุคลากร ประพฤติ ปฏิบัติอย่างมี คุณธรรมจริยธรรม 1. ร้อยละของครู ปฏิบัติ หน้าที่ ถูกต้องตาม กฎหมายและระเบียบ ของทางราชการ 2. ร้อยละ ของครู ประพฤติ ปฏิบัติอย่างมี คุณธรรม จริยธรรม ร้อยละ 100 ร้อยละ 100 ไม่ผ่าน จัดทำคู่มือ นิเทศติดตาม ผ่าน ยกย่อง ชมเชย มอบเกียรติบัตร สร้างขวัญกำลังใจ ปรับปรุง ครูและบุคลากรนำไปปฏิบัติ ประชุมชี้แจง สร้างความเข้าใจ ประเมิน ศึกษา รวบรวมข้อกฎหมาย แนวปฏิบัติข้อบังคับ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง มีความศรัทธา และเชื่อมั่นในโรงเรียน


14 ผู้นำระดับสูงของโรงเรียนเป็นแบบอย่าง ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ ตามมาตรฐานวิชาชีพ จัดทำคู่มือปฏิบัติงาน ประชุมชี้แจงกฎหมายและแนวปฏิบัติที่มีผลบังคับใช้กับครูและ บุคลากร สร้างความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัยและจรรยาบรรณ ตามวิชาชีพครู อบรม ค่ายส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่ครูและนักเรียน จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับฟัง ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงและค้นหาวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ จนโรงเรียนได้รับการยอมรับจากผู้ปกครองและชุมชน ข. การสื่อสาร (Communication) ผู้นำระดับสูงได้สร้างระบบการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาให้เป็นวัฒนธรรมของโรงเรียน แต่งตั้งคณะกรรมการ วิเคราะห์ นโยบาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจ เพื่อกำหนดภาพความสำเร็จในอนาคต ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อกำหนดทิศทาง และนโยบาย จัดทำโครงสร้างการบริหารงาน มาตรฐานการศึกษา มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้ครู และบุคลากร ตามโครงสร้างสายงานบริหาร จัดประชุม ชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจในขอบข่ายหน้าที่บทบาทความรับผิดชอบของแต่ละงาน มอบหมายงานให้ดำเนินการ และ มีการกำกับติดตาม โดยการประชุมคณะกรรมการฝ่ายบริหารในทุกสัปดาห์ นอกจากนี้คณะครูและบุคลากรทางการ ศึกษาทุกคน สามารถแสดงความคิดต่อผู้นำระดับสูงโดยตรงหรือเสนอวิธีการที่จะทำให้การดำเนินการบรรลุผลกับ ผู้นำระดับสูงโดยตรงทุกมิติของการสื่อสารสองทางตั้งแต่ระดับ หัวหน้ากลุ่มบริหารงาน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน รวมถึงคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจัดให้มีการประชุมของกลุ่ม บริหารงานต่าง ๆ กลุ่มสาระการเรียนรู้ และเปิดโอกาสให้สมาชิกในที่ประชุมแสดงความคิดเห็นได้หลายช่องทาง เพื่อให้เกิดการยอมรับร่วมกัน และหาแนวทางแก้ไขเมื่อเกิดปัญหา เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ในการพัฒนาคุณภาพนักเรียน นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมของโรงเรียน และรายงานผลการปฏิบัติงานทุกภาคเรียน สำหรับการตัดสินใจที่สำคัญผู้นำระดับสูงมีการประชุมคณะกรรมการบริหารโรงเรียน คณะครู และบุคลากร เพื่อร่วมหารือและตัดสินใจ โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จากนั้นจึงสื่อสารถึงคณะ ครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยตรงและผ่านกลไกการสื่อสารต่าง ๆ ของโรงเรียน เช่น กลุ่มไลน์ของกลุ่มบริหารงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ป้ายประกาศหน้าห้องสำนักงาน กิจกรรมเสียงตามสาย เป็นต้น นอกจากนี้ผู้นำระดับสูงยังได้ดำเนินการในเชิงรุก เพื่อให้รางวัลและยกย่องชมเชยแก่คณะครู และบุคลากร ทางการศึกษา นักศึกษาฝึกประสบการณ์ รวมถึงนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น กลุ่มไลน์ของกลุ่มบริหารงาน เฟซบุ๊ก ประกาศหน้าเว็บไซต์ การประกาศหน้าเสาธง การปิดประกาศทางป้ายนิเทศ วารสารโรงเรียน โครงการวัน เกียรติยศ การเชิดชูเกียรติผู้กระทำความดีเพื่อยกย่องชมเชยคณะครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานดี และ นักเรียนที่เรียนดี มีคุณธรรมและมีความสามารถพิเศษ มีการขับเคลื่อนการปฏิบัติหน้าที่ของครูและของบุคลากร ทำให้ เกิดการเรียนรู้ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ มีการสร้างนวัตกรรมในการออกแบบและการจัดการเรียนรู้ การจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองรายบุคคล (Self-Assessment Report : SAR) เพื่อใช้เป็นสารสนเทศรองรับ การปฏิบัติหน้าที่ของครู ทุกภารกิจที่ได้รับการมอบหมาย นำมาใช้ประกอบการประเมินประสิทธิภาพและการเลื่อน เงินเดือน เป็นองค์ประกอบในการทำให้เกิดการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ สามารถทำให้ภารกิจทุกอย่างของโรงเรียนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ค. พันธกิจและผลการดำเนินการของโรงเรียน (MISSION and School PERFORMANCE) (1) การสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อความสำเร็จ (Creating and Environment for Success) โรงเรียนกำหนดทิศทางตามนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจและค่านิยม โดยความร่วมมือของคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิ กำหนดโครงสร้างและระบบงานภายในโรงเรียน จัดทำมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียน และมาตรฐานการปฏิบัติงานของครูและบุคลากร โดยใช้นวัตกรรมการบริหาร สถานศึกษา PTN MODEL ร่วมกับการใช้วงจรคุณภาพ PDCA ใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม และ ใช้เทคโนโลยี เป็นเครื่องมือในการทำงาน ทั้งด้านวิชาการ ด้านการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน บุคลากร และการจัดการ สามารถบริหาร


15 จัดการการศึกษาให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เกิดการ เรียนรู้ทั้งในระดับองค์กร และระดับบุคคล ส่งผลให้โรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน บรรลุผลตามพันธกิจ และวัตถุประสงค์ของแผนปฏิบัติการประจำปีกำหนดไว้ แผนภาพที่ 1- 3 แสดงภาพการสร้างโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ ผู้นำระดับสูงแต่งตั้งคณะกรรมการวิเคราะห์ นโยบาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจ เพื่อกำหนดภาพความสำเร็จใน อนาคต ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อกำหนดทิศทาง และ นโยบาย จัดทำโครงสร้างการบริหารงาน มาตรฐานการศึกษา มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้ครู และบุคลากร ตามโครงสร้างสายงานบริหาร จัดประชุมชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ ในขอบข่ายหน้าที่บทบาท ความรับผิดชอบของ แต่ละงาน มอบหมายงานให้ดำเนินการ และมีการกำกับติดตามการทำงาน ผลที่เกิดจากการปฏิบัติ จัดประชุม คณะกรรมการกลุ่มบริหาร เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ในการพัฒนาคุณภาพนักเรียน นำไปสู่การ สร้างนวัตกรรมของโรงเรียน รายงานผลการปฏิบัติงานทุกภาคเรียน แต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา/ผู้ทรงคุณวุฒิ กำหนดทิศทางการดำเนินงานตาม นโยบายและวิสัยทัศน์ จัดทำมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนจัดทำขอบข่าย การปฏิบัติงานของครูและบุคลากร ประชุมครูมอบหมายภารกิจ ชี้แจง สร้างความเข้าใจ ผ่าน กำหนดทิศทางการดำเนินงาน ตามนโยบายและวิสัยทัศน์ ประเมิน กำหนดโครงสร้างและระบบงานภายในโรงเรียน แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาสภาพแวดล้อม และบริบทของโรงเรียน ครูและบุคลากรนำไปปฏิบัติ นิเทศติดตาม ไม่ผ่าน พัฒนา/ปรับปรุง


16 (2) การทำให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจัง (Creating a Focus on Action) ผู้นำระดับสูงมอบหมายให้ครูและบุคลากรปฏิบัติหน้าที่ประกอบด้วยภาระงานตามโครงสร้าง การบริหาร โรงเรียน งานคณะกรรมการตามโครงสร้างที่แต่งตั้งให้ปฏิบัติงาน ที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งปี และงานอื่น ๆ การทำให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยคำนึงถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมที่ตั้งไว้ มีการส่งผ่านแนวทางการทำงานให้ครูได้รับทราบ ทำความเข้าใจและถือปฏิบัติโดยการประชุมปฏิบัติการก่อน เปิดภาคเรียน การประชุมคณะกรรมการพัฒนาวิชาการ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง การประชุม กลุ่มสาระการเรียนรู้ และการ ประชุมของกลุ่มงานต่าง ๆ มีการขับเคลื่อนการปฏิบัติหน้าที่ของครูและของบุคลากร ทำให้เกิดการเรียนรู้ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมี ประสิทธิภาพ มีการสร้างนวัตกรรมในการออกแบบและการจัดการเรียนรู้ การจัดทำรายงานผลการประเมินตนเอง รายบุคคล (Self-Assessment Report : SAR) เพื่อใช้เป็นสารสนเทศรองรับการปฏิบัติหน้าที่ของครู ทุกภารกิจที่ ได้รับการมอบหมาย นำมาใช้ประกอบการประเมินประสิทธิภาพและการเลื่อนเงินเดือน เป็นองค์ประกอบในการทำให้ เกิดการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง มีความสอดคล้องให้กับวัตถุประสงค์ และสามารถทำให้ภารกิจทุกอย่างของโรงเรียน ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพทั้งองค์กร 1.2 การกำกับดูแลองค์กรและการตอบแทนสังคม (Governance and Societal Contributions) ก. การกำกับดูแลองค์กร (Organizational GOVERNANCE) (1) ระบบการกำกับดูแลองค์กร (GOVERNANCE System) โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อกำกับดูแลการบริหารงานโรงเรียน ประกอบด้วย คณะกรรมการ สถานศึกษาฯ คณะกรรมการตรวจสอบภายใน คณะกรรมควบคุมภายใน คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา ชมรมครูและผู้ปกครอง โดยมีภาระรับผิดชอบต่อแผนกลยุทธ์ การใช้งบประมาณ ความโปร่งใสของการดำเนินการ และปกป้องผลประโยชน์ของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังตารางที่ 1-3 ตารางที่ 1- 3 แสดงกระบวนการระบบการกำกับดูแลโรงเรียน กระบวนการระบบการกำกับดูแลโรงเรียน วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด เป้าหมาย แผนภาพที่ 1- 4 แสดงภาพกระบวนการระบบการกำกับ ดูแลโรงเรียน 1. เพื่อให้โรงเรียน มีระบบการบริหาร จัดการที่ดีตามหลักธรร มาภิบาล 2. เพื่อให้การกำกับ ดูแลโรงเรียนเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล 1. ร้อยละของบุคลากร ในโรงเรียนมีความพึง พอใจ 2. ร้อยละของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย มีความพึง พอใจ ร้อยละ 90 ร้อยละ 90 ไม่ผ่าน ศึกษาวิเคราะห์ระบบงาน แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน นิเทศติดตาม ผ่าน สรุป รายงานผล ปรับปรุง/แก้ไข ดำเนินงาน จัดทำคู่มือปฏิบัติงาน ประเมิน


17 ผู้นำระดับสูงแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายบริหาร เพื่อศึกษาวิเคราะห์ระบบงานหลักของโรงเรียน จัดทำคู่มือ ปฏิบัติงาน และให้คำปรึกษา กลั่นกรองและร่วมตัดสินใจในการดำเนินงานของโรงเรียน มีการกระจายอำนาจ การ ตัดสินใจให้หัวหน้ากลุ่ม หัวหน้างาน หัวหน้าระดับ จัดประชุมชี้แจง มอบหมายภาระงาน ผู้นำระดับสูงใช้หลักธรรมาภิบาล การควบคุมภายใน และการประกันคุณภาพการศึกษา โดยเน้นให้ครูและ บุคลากรทางการศึกษาตระหนักในบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบตามมาตรฐานการศึกษา นิเทศ ติดตามผล พัฒนาและปรับปรุงคุณภาพของงานอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นหลัก กำหนดให้รายงานผลการ ดำเนินงานตามตัวชี้วัด ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา และแผนปฏิบัติการอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง แต่งตั้ง ผู้ตรวจสอบภายใน เพื่อตรวจสอบ การรับจ่ายเงิน การจัดซื้อพัสดุประจำวัน และรายงานผู้บริหารทราบ (2) การประเมินผลการดำเนินการ (PERFORMANCE Evaluation) โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำเครื่องมือเพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานของครูและบุคลากร ประเมินผล การดำเนินงานตามโครงการกิจกรรม ตามแผนปฏิบัติการประจำปี จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของทุกกลุ่มงาน เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพ และสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรในสถานศึกษาดังตารางที่ 1-4 ตารางที่ 1- 4 แสดงกระบวนการประเมินผลการดำเนินการ กระบวนการประเมินผลการดำเนินการ วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด เป้าหมาย แผนภาพที่ 1- 5 แสดงกระบวนการประเมินผล การดำเนินการ เพื่อพัฒนาระบบการกำกับดูแล โรงเรียนของผู้บริหารให้มี ประสิทธิภาพ ร้อยละของบุคลากร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ มีความพึงพอใจ ร้อยละ 90 ผู้นำระดับสูงแต่งตั้งคณะกรรมการ จัดทำเครื่องมือประเมินผลการปฏิบัติงานของครูและบุคลากร และ ประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการ กิจกรรม ตามแผนปฏิบัติการประจำปี รายงานผลการปฏิบัติงานของทุกกลุ่ม งานและรายงานผลการประเมินตนเองเป็นรายบุคคล (SAR) ทุกภาคเรียน จัดประชุมครูเพื่อชี้แจง และ กำหนดกติกา ร่วมกัน หัวหน้ากลุ่มจะนิเทศและติดตามผลการปฏิบัติงานในส่วนที่รับผิดชอบ คณะกรรมการประเมินผลการ ปฏิบัติงานของครูและบุคลากร ทำการประเมินผลภาคเรียนละ 1 ครั้ง ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ที่มีผลการ ปฏิบัติงานดีเด่น งานแผนงานและสารสนเทศติดตามการจัดโครงการ/กิจกรรมตามแผนปฏิบัติการ และรายงาน ไม่ผ่าน ศึกษา วิเคราะห์ตัวชี้วัด แต่งตั้งคณะกรรมการประเมิน นิเทศ ติดตามผล ผ่าน รายงานผล ปรับปรุง/แก้ไข ชี้แจงรายละเอียดสร้างความเข้าใจ จัดทำเครื่องมือประเมิน ประเมิน ประกาศยกย่องชมเชย


18 ผู้บริหารทุกเดือน ผู้นำระดับสูงจัดประชุมฝ่ายบริหารเพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานทุกสัปดาห์ เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงแก้ไขพัฒนางาน ข. การประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม (Legal and ETHICAL BEHAVIOR) (1) การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ (Legal and Regulatory Compliance) โรงเรียนดำเนินการสำรวจความพึงพอใจ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของ ชุมชน โดยมีการร่วมมือขององค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง ดังตารางที่ 1-5 ตารางที่ 1- 5 แสดงกระบวนการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ กระบวนการประพฤติปฏิบัติ ตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด เป้าหมาย แผนภาพที่ 1- 6 แสดงกระบวนการประเมินผล การดำเนินการแสดงกระบวนการประพฤติปฏิบัติ ตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ 1. เพื่อปรับปรุงและพัฒนา หลักสูตรให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 2. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการจัด การศึกษาของโรงเรียน 1. ร้อยละ ของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียมีความพึงพอใจต่อ การจัดการศึกษาของ โรงเรียน 2. ร้อยละของความเชื่อมั่น ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใน การจัดการศึกษาของ โรงเรียน ร้อยละ 90 ร้อยละ 90 ผู้นำระดับสูงได้ศึกษาระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรเพื่อจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาหรือการ ปรับหลักสูตรสถานศึกษาให้ถูกต้อง ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง วางระบบการทำงาน เพื่อให้หลักสูตร สถานศึกษา บรรลุวัตถุประสงค์ โดยมีระบบการเรียนรู้ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและระบบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ให้การกำกับติดตามบุคลากรทุกคนปฏิบัติตามระบบ จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการปฏิบัติตามระบบ ค้นหา วิธีการที่เป็นเลิศโดยการจัดความรู้ในองค์กรเชื่อมโยงความคาดหวังของนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้เกิดความเชื่อมั่นศรัทธาในองค์กร โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการสำรวจความคิดเห็นและความต้องการของนักเรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และหน่วยงานในท้องถิ่น เพื่อศึกษาวิเคราะห์และคณะกรรมการพิจารณาประกาศใช้ แต่งตั้ง คณะกรรมการ จัดทำและพัฒนาหลักสูตร ปรับปรุง สำรวจความต้องการ วิเคราะห์ข้อมูล รายงานผล นำผลมาพัฒนา ปรับปรุงหลักสูตรให้ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ทันสมัย เทียบเคียงมาตรฐานสากล และเสนอ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณา เห็นชอบและประกาศใช้หลักสูตรใหม่ต่อไป ไม่ผ่าน สำรวจความต้องการ วิเคราะห์ ข้อมูล ปรับปรุงหลักสูตร ผ่าน รายงานผล ปรับปรุง/แก้ไข จัดทำและพัฒนาหลักสูตร แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะกรรมการ พิจารณา ประกาศใช้


19 (2) การประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม (ETHICAL BEHAVIOR) โรงเรียนกำหนดงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมเป็นนโยบายสำคัญ แต่งตั้งผู้รับผิดชอบการกำกับดูแล จัดอบรมให้ความรู้บันทึกพฤติกรรมนักเรียน โดยระบบการให้คะแนนกรณีทำความดีและหักคะแนนกรณีที่ทำความผิด ด้านการบริหารงานบุคคลมีการประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรมของครูและบุคลากรทางการศึกษา ตารางที่ 1- 6 แสดงกระบวนการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม กระบวนการประพฤติปฏิบัติ อย่างมีจริยธรรม วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด เป้าหมาย แผนภาพที่ 1- 7 แสดงกระบวนการประพฤติปฏิบัติ อย่างมีจริยธรรม 1. เพื่อให้ครูบุคลากรทาง การศึกษาและนักเรียนมี คุณธรรม จริยธรรม 2. เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พึงพอใจในการปฏิบัติตนของ ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน 1. ร้อยละของครูบุคลากรทาง การศึกษาและนักเรียนมี คุณธรรม จริยธรรม 2. ร้อยละของผู้มีส่วนได้ส่วน เสียพึงพอใจในการปฏิบัติตน ของครู บุคลากรทางการ ศึกษาและนักเรียน ร้อยล 70 ร้อยละ70 โรงเรียนมอบหมายคณะกรรมการ ศึกษากฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรมเพื่อรวบรวม จัดทำเป็นคู่มือ ให้ครูและบุคลากรศึกษาค้นคว้า ผู้บริหารส่งเสริมการพัฒนาครู บุคลากร นักเรียน ให้มีคุณธรรม จริยธรรม โดยจัดกิจกรรม เช่น ค่ายคุณธรรม การประกวดมารยาทไทย โครงการของหายได้คืน การแบ่งปันสิ่งของ ให้กับผู้ด้อยโอกาส มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลตรวจสอบการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง แผนภาพที่ 1- 8 การติดตามและดำเนินการในกรณีที่มีการกระทำที่ขัดต่อการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม ไม่ผ่าน ศึกษา รวบรวม กฎหมาย ระเบียบข้อกำหนด ครู บุคลากร นักเรียน นำไปปฏิบัติ ผ่าน รายงานผล ประชุม ชี้แจง คณะกรรมการกำหนดกรอบ - แนวปฏิบัติ ประเมิน ประกาศใช้ ไม่ผ่าน ส่งเสริมและพัฒนา ผ่าน ปรับปรุง/แก้ไข ประเมิน ประกาศยกย่องชมเชย จัดทำเป็นคู่มือ สร้างความเข้าใจ การประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม การประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม


20 นำไปปฏิบัติ ค. การตอบแทนสังคม (Societal Contributions) (1) ความผาสุกของสังคม (Societal Well - Being) โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการด้านสัมพันธ์ชุมชน วิเคราะห์สภาพปัญหา ความต้องการและประสานงานกับ ชุมชน เพื่อร่วมกันจัดทำกิจกรรมช่วยเหลือและสนับสนุนชุมชนด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ตารางที่ 1- 7 แสดงกระบวนการความผาสุกของสังคม กระบวนการความผาสุกของสังคม วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด เป้าหมาย แผนภาพที่ 1- 9 แสดงกระบวนการความผาสุก ของสังคม เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี และ การมีส่วนร่วมในการรักษา สิ่งแวดล้อม ความสำเร็จของ โครงการ/กิจกรรม ร้อยละ 100 โรงเรียนมุ่งเน้นสร้างความรู้ความเข้าใจแก่นักเรียน ครู และบุคลากร ให้ตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมสนับสนุนชุมชนด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ มีการจัดหลักสูตร โครงการ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี มีการปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย และการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ และยังจัดให้มีโครงการจัดการเรียนการสอนโดยวิทยากรท้องถิ่น โครงการ วันสำคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ที่จัดกิจกรรมร่วมกับชุมชน ทำให้เกิดความผาสุกอย่างยั่งยืน ไม่ผ่าน ศึกษาวิเคราะห์สภาพแวดล้อม กำหนดโครงการ/กิจกรรมสร้างความ ผาสุกของสังคม ผ่า น รายงานผล ปรับปรุง/แก้ไข แต่งตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบ เสนอเพื่อขออนุมัติ ผ่าน


21 (2) การสนับสนุนชุมชน (Community Support) โรงเรียนกำหนดนโยบายกิจกรรมที่สำคัญในการเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง เช่น การร่วมจัดกิจกรรม วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น วันสำคัญทางศาสนา โดยให้การสนับสนุนชุมชน และหน่วยงานต่าง ๆ ตารางที่ 1- 8 แสดงกระบวนการสนับสนุนชุมชน กระบวนการสนับสนุนชุมชน วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด เป้าหมาย แผนภาพที่ 1- 10 แสดงกระบวนการสนับสนุน ชุมชน เพื่อสนับสนุนกิจกรรม ของชุมชนอย่างต่อเนื่อง และสร้างสัมพันธ์อันดีกับ ชุมชน ความพึงพอใจของนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ร้อยละ 90 โรงเรียนกำหนดโครงการ กิจกรรมเพื่อสนับสนุน ส่งเสริมชุมชน วางแผนดำเนินการให้สอดคล้องกับ สมรรถนะและความต้องการของชุมชน จัดประชุมชี้แจงผู้รับผิดชอบดำเนินการตามที่กำหนด เช่น การพานักเรียนวง โยธวาทิต นักเรียนนาฎศิลป์ กลองยาว นักเรียนจิตอาสา ไปร่วมงานกิจกรรมในชุมชน ให้บริการชุมชนด้านการใช้ อาคารสถานที่ สำหรับจัดกิจกรรม การประชุม และประกอบพิธีการต่าง ๆ เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน ไม่ผ่าน กำหนดนโยบาย/กิจกรรม ดำเนินการตามแผน รายงานผล/ประชาสัมพันธ์ วางแผนการจัดกิจกรรม มอบหมายผู้รับผิดชอบ นิเทศติดตาม ประเมินผล ผ่าน


22 หมวด 2 กลยุทธ์ (Strategy) 2.1 การจัดทำกลยุทธ์(Strategy Development) โรงเรียนปทุมธานี“นันทมุนีบำรุง” ใช้นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา PTN MODEL เป็นกลไกในการ ขับเคลื่อนทิศทางการพัฒนาการศึกษาเพื่อให้บรรลุผลมีทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจนสามารถขับเคลื่อน กระบวนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม มีการใช้เทคโนโลยีเข้า มาบริหารนำไปสู่สถานศึกษาที่มีคุณภาพภายใต้วงจรคุณภาพ PDCA รับฟังคิดเห็นจากนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียนด้วย ความรับผิดชอบของบุคลากรภายในสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ใช้การ SWOT Analysis เป็น กลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาระยะ 4 ปีและแผนปฏิบัติการประจำปี การศึกษาระยะ 1 ปี ของโรงเรียน ภายใต้การกำกับดูแลส่งเสริมของหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและ เป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างยั่งยืน ก. กระบวนการจัดทำกลยุทธ์(Strategy Development PROCESS) (1) กระบวนการวางแผนกลยุทธ์ (Strategy Planning PROCESS) งานแผนงานของโรงเรียนจัดทำแผนกลยุทธ์เพื่อกำหนดทิศทางในการดำเนินงานขององค์กร ระยะยาวที่ ชัดเจนเป็นแผนงานที่มีความยืดหยุ่น สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและประเมินผลได้ เพื่อสามารถนำไปปรับปรุง แผนงานให้ดีขึ้น มีความคล่องตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีการจัดทำให้ สอดคล้องกับนโยบาย ของโรงเรียนมาตรฐานสากลและนโยบายต่าง ๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีการดำเนินการ ดังนี้ แผนภาพที่ 2- 1 กระบวนการวางแผนกลยุทธ์โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”


23 (2) นวัตกรรม (INNOVATION) ฝ่ายงบประมาณและแผนงานโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดทำ SWOT ของโรงเรียน โดยใช้นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา PTN MODEL มาใช้ในการจัดการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำผลการ วิเคราะห์มากำหนดเป็นกลยุทธ์( STRATEGY ) โดยมีการวิเคราะห์สภาพปัญหาในด้านการศึกษา ด้านการปฏิบัติการ ด้านการตอบแทนสังคม ด้านบุคลากร ด้านเทคโนโลยี ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง รวมถึง กฎหมายและนโยบาย มา เป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ ข้อได้เปรียบของโรงเรียน มาจัดทำเป็น กลยุทธ์ เช่น ปัจจัยเรื่องสภาพแวดล้อม ทำเลที่ตั้งของ โรงเรียน ที่มีหน่วยราชการและองค์กรที่เป็นแหล่งเรียนรู้ มีสัมพันธภาพที่ดีกับหน่วยงานต่างๆ ชุมชน จิตอาสา โดย ได้รับการสนับสนุนจากชมรมศิษย์เก่า เครือข่ายผู้ปกครองที่เข้มแข็ง รวมถึงความร่วมมือร่วมใจขององค์กร ภาคี เครือข่ายของโรงเรียน ทำให้ได้รับร่วมมือในการพัฒนาการจัดการศึกษาเป็นอย่างดี และมีการดำเนินการควบคุมใน ด้านการเงิน การจัดซื้อพัสดุ โดยให้เจ้าหน้าที่ได้เข้ารับการอบรมและนำผลที่ได้มาปรับปรุงพัฒนางาน ทำให้งานถูกต้อง ตามระเบียบที่ได้กำหนดไว้ มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ (3) การพิจารณากลยุทธ์(Strategy Considerations) ฝ่ายงบประมาณและแผนงานโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” สำรวจสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน (บริบทภายในและภายนอก) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถามจากผู้เกี่ยวข้อง และวิเคราะห์ข้อมูล ระบุจุด แข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค เพื่อพัฒนาสารสนเทศของโรงเรียน รวมทั้งการสำรวจความพึงพอใจของนักเรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน และนำผลที่ได้จากการวิเคราะห์ SWOT ไปกำหนดกลยุทธ์ ของโรงเรียน ซึ่งแสดงกระบวนการวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ ดังแผนภาพที่ 2-2 แผนภาพที่ 2- 2 กระบวนการวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ฝ่ายงบประมาณและแผนงานโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ได้ดำเนินการวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ ของโรงเรียน โดยการทบทวนผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา นำผลการประเมินคุณภาพศึกษาภายนอก (สมศ.) ผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาและแผน กลยุทธ์โรงเรียนที่ผ่านมา วิเคราะห์ประเด็นที่ประสบความสำเร็จ และประเด็นที่ต้องปรับปรุงแก้ไข นำผลการวิเคราะห์มาเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและปัญหาของ โรงเรียน รวบรวมสภาพปัญหาและความต้องการ นำข้อมูลที่สำคัญจากงานสารสนเทศของโรงเรียน ข้อมูลที่ได้จาก นักเรียน จากครู จากบุคลากรและข้อมูลนโยบาย จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาใช้ประกอบการวิเคราะห์ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก พิจารณาถึงแนวโน้มของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคงอยู่ และการขยายตัว ของภารกิจของโรงเรียน ทั้งปัจจัยที่เป็นโอกาสและปัจจัยที่เป็นอุปสรรค ที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการ ซึ่งไม่สามารถ ควบคุมได้ หรือควบคุมได้ในระยะสั้น ๆ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” การวิเคราะห์คู่แข่ง เพื่อทราบลักษณะทั่วไป ยุทธศาสตร์และคาดการณ์ถึงความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง การวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมด้านสังคมและวัฒนธรรม (Social-cultural Factors: S) เป็นการวิเคราะห์สภาพกระแสสังคมปัญหา และความต้องการของชุมชนรอบโรงเรียน เครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ภาครัฐ ฯลฯ การวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมด้านเทคโนโลยี (Technological Factors: T) เป็นการวิเคราะห์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีการบริหาร เช่น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านสื่อ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้านเศรษฐกิจ (Economic Factors: E) เป็นการวิเคราะห์สภาพและแนวโน้มเศรษฐกิจ


24 สภาพเศรษฐกิจของผู้ปกครอง ภาวะทางการเงิน ฯลฯ เช่น ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลต่อภาวะทางการเงินของ ผู้ปกครอง ทำให้ไม่สามารถสนับสนุนการเรียนการสอนของนักเรียนได้อย่างเต็มที่ เป็นต้น การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ด้านการเมืองและกฎหมาย (Political and Factors: P) เป็นการวิเคราะห์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรฐานการศึกษา นโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ปทุมธานีกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสถานศึกษา ความเสี่ยงและโอกาสในด้านการเงิน งบประมาณ และการเปลี่ยนแปลงระเบียบการดำเนินงานด้านพัสดุ ทำให้ต้องมีการควบคุมความเสี่ยงดังกล่าวโดยการให้เจ้าหน้าที่ ที่ดำเนินการได้ศึกษาเพิ่มเติม เข้ารับการอบรม ทำให้มีความเข้าใจในการทำงานสามารถนำแผนการพัฒนาการศึกษา ไปปฏิบัติได้ (4) ระบบงานและสมรรถนะหลักของโรงเรียน (WORK SYSTEMS and CORE COMPETENCIES) โรงเรียนมีระบบงานจากการแบ่งสายบริหารที่ชัดเจนออกเป็น 4 ฝ่าย ซึ่งบริหารจัดการตามโครงสร้างการ บริหารงานของโรงเรียน โดยมีกระบวนการดังนี้ โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มีนวัตกรรมบริหารสถานศึกษา PTN MODEL เป็นเครื่องมือในการ ตัดสินใจ ระบบงานในระบบการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ ระบบพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา ระบบพัฒนาอาคารสถานที่ ระบบการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งครอบคลุมกลยุทธ์ ของโรงเรียน โดยมีการดำเนินงานตามค่านิยมของโรงเรียนมีการกำกับบริหารจัดการโดยใช้วงจรคุณภาพเดมมิ่ง (PDCA) มีการวัดและประเมินผลตามมาตรฐาน การประกันคุณภาพการศึกษา มุ่งสู่สถานศึกษาที่มีความเป็นเลิศ มีกระบวนการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ สารสนเทศของโรงเรียนมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในวิชาการ จัด โดยผู้ส่งมอบของโรงเรียน คือ บริษัทริปเปิลที บรอดแบนด์จำกัด(มหาชน) บริษัททรู อินเตอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จํากัด, บริษัทยูนิฟาย ลิฟ จำกัด และบริษัทโทรคมนาคม แห่งชาติ จำกัด (มหาชน) การจัดทำ ATK ฉีควัคซีนป้องกันโรคระบาดโควิค 19 โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ความร่วมมือทางด้านวิชาการ จัดบุคลากรมาฝึกสอน จัดกิจกรรมอบรมหลักสูตรต่าง ๆ โดยพันธมิตร ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร สถาบันปัญญาภิวัฒน์ สถาบันพระบรมชนก มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ และมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี ด้านการช่วยเหลือนักเรียน โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล โรงพยาบาลปทุมธานี สถานีตำรวจภูธร เมืองปทุมธานี การบริการทางวิชาการ และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยคู่ความร่วมมือ ได้แก่ โรงเรียนปทุมวิไล โรงเรียนสายปัญญารังสิต โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี โรงเรียนชัยสิทธาวาส “พัฒน์สายบํารุง” และโรงเรียน เทศบาลเมืองปทุมธานี ส่วนของสมรรถนะหลักของโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มี 2 สมรรถนะ ได้แก่ สมรรถนะด้านพัฒนาสิ่งแวดล้อมภายในสถานศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนให้บุคลากรมี ความสามารถในการสร้างนวัตกรรม เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนแบบการเรียนรู้เชิงรุก (ACTIVE LEARNING) ผ่าน ชุมชนการเรียนรู้ซึ่งสมรรถนะหลักของโรงเรียนได้มาจากการจัดทำแผนการบริหารงานของโรงเรียน เป็นระบบงาน ย่อยที่ครอบคลุมทุกด้านและจะนำไปสู่ความสำเร็จของระบบงานหลักของโรงเรียน การบริหารงานของโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เป็นไปตามโครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียนอยู่ ในการกำกับดูแลของผู้อำนวยการโรงเรียนและรองผู้อำนวยการมีคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ซึ่งได้รับการแต่งตั้ง จากผู้อำนวยการโรงเรียนประกอบด้วย ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และครูปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการฝ่าย บริหารวิชาการ งบประมาณและแผนงาน บุคคล บริหารทั่วไป และแต่ละฝ่ายงาน มีหัวหน้างานในฝ่ายต่างๆ เป็น คณะกรรมการบริหารโรงเรียน มีหน้าที่ร่วมคิดร่วมทำ และให้ความเห็นชอบในการดำเนินการ กิจกรรมต่าง ๆ ของ โรงเรียนก่อนจะนำไปสู่การปฏิบัติของบุคลากรที่เกี่ยวข้องโรงเรียนได้ให้ความสำคัญกับระบบงานที่มุ่งเน้นกระบวนการ และวิธีปฏิบัติเพื่อความสำเร็จสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งเป็นระบบงานที่สามารถปฏิบัติได้จริงบนพื้นฐานของบริบทของ โรงเรียน โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการตามสมรรถนะหลักของโรงเรียนคือพัฒนาสิ่งแวดล้อมภายในสถานศึกษา


25 ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ และสนับสนุนให้บุคลากรมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ภายใต้การดำเนินงานเป็นระบบ ตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานและมาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษา โดยใช้กระบวนการ PDCA ใน การดำเนินการ มีการติดตามประเมินผลและนำผลการประเมินมาปรับปรุงพัฒนา ร่วมกับการเตรียมพร้อมรับ สถานการณ์ สิ่งแวดล้อม นโยบายจากหน่วนงานที่เกี่ยวข้องที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มากำหนดเป็นรายงานและ สมรรถนะของโรงเรียนในอนาคตและสมรรถนะหลักของผู้รับมอบพันธบัตร และคู่ความร่วมมือ มีศักยภาพในด้าน วิชาการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน สมรรถนะหลักของโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มีดังนี้ 1. มุ่งพัฒนาสิ่งแวดล้อมภายในสถานศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ 2. สนับสนุนให้บุคลากรมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนแบบการ เรียนรู้เชิงรุก (ACTIVE LEARNING) ผ่านชุมชนการเรียนรู้ ข. วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์(STRATEGIC OBJECTIVES) (1) วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ (KEY STRATEGIC OBJECTIVES) โรงเรียนกำหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการบริหารสถานศึกษา ดังนี้ 1. พัฒนาศักยภาพผู้เรียนสู่วิถีในศตวรรษที่ 21 2. ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ 3. พัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 4. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ตารางที่ 2- 1 แสดงวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการบริหารสถานศึกษา ปีการศึกษา 2563 วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ เป้าประสงค์ 1. พัฒนาคุณภาพผู้เรียน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการสูงขึ้น มีทักษะชีวิต อาชีพ และสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี 2. พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา โรงเรียนมีการบริหารจัดทำข้อมูลสารสนเทศ ระบบประกันคุณภาพภายใน และระบบการวัดและประเมินผลอย่างมีคุณภาพ 3. สร้างเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ โรงเรียนมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้ ผู้เรียนมีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จัดการเรียนรู้ แบบเรียนรวม และจัดกิจกรรมค่ายทักษะชีวิตและวิชาการอย่างเป็นระบบ 4.พัฒนาอัตลักษณ์สถานศึกษาให้เด่น จัดกิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมประเทศเพื่อนบ้าน 5. พัฒนาคุณภาพสถานศึกษา อาคารสถานที่และแหล่งเรียนรู้เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างหลากหลายและมีการ บริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมโดยยึดหลักธรรมาภิบาล 1. พัฒนาผู้เรียนมีศักยภาพเป็นพลเมืองโลกมี ลักษณะเป็นเลิศระวังความคิดและรับผิดชอบบน โลกบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง 2. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเทียบได้ ระดับชาติทุกวิชา 3.โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมแหล่งเรียนรู้ ศิลปกรรมเทคโนโลยีทางการศึกษาสะสมในการ จัดการเรียนการสอน 4. โรงเรียนมีเครือข่ายร่วมพัฒนาที่สุด สถาบันอุดมศึกษา องค์กรอื่น และเครือข่ายผู้ ครองที่เกี่ยวข้องเอกชนในการพัฒนาโรงเรียน 5. บริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพนำ สารสนเทศมาใช้ในการบริหารและจัดการเรียน การสอน ตารางที่ 2- 2 แสดงวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการบริหารสถานศึกษา ปีการศึกษา 2564-2565 วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ เป้าประสงค์ 1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการสูงขึ้น 2. นักเรียนดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและมีศักยภาพ เป็นพลโลกในศตวรรษที่21 3. นักเรียนมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย ด้านอารมณ์และจิตใจ ด้านสังคมและ สติปัญญา 1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการสูงขึ้นและมี ทักษะการเรียนรู้ที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 2. นักเรียนมีปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นพลเมืองที่ดีมี ความเป็นไทยภูมิคุ้มกันจากภัยในทุกรูปแบบ


26 วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ เป้าประสงค์ 4. นักเรียนมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีงาม มีความเป็นพลเมืองที่ดี ภาคภูมิใจ ในท้องถิ่น ความเป็นไทย อยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมและมีภูมิคุ้มกันจาก ภัยในรูปแบบใหม่ 5. โรงเรียนมีหลักสูตรสถานศึกษาที่เหมาะกับนักเรียนมีกระบวนการจัดการ เรียนรู้เน้นการปฏิบัติได้จริงและมีระบบการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง 6. กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 7. การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมการศึกษา 8. โรงเรียนมีคุณภาพมาตรฐานการศึกษาสูงขึ้นมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็น ที่ยอมรับของชุมชนและสังคม 9. การจัดการทรัพยากรอย่างมีคุณค่าและมีประสิทธิภาพ 10. เครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ 11. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพในการปฏิบัติ หน้าที่เป็นแบบอย่างที่ดีและมีคุณภาพ 12. การจัดการความรู้ภายในองค์กรมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งความรู้ 13. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และเครือข่ายครอบคลุมสนับสนุนการบริหาร การจัดการเรียนรู้และปฏิบัติงานตามภารกิจ 14. สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีสุขภาวะที่ดีและมีวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 3. สถานศึกษามีพัฒนาหลักสูตร กระบวนการ เรียนการสอน และการวัดผลประเมินผลที่เน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ 4. ครูเป็นครูยุคใหม่ที่มีขีดความสามารถในการ จัดการเรียนรู้รองรับการเปลี่ยนแปลง และ สามารถปฏิบัติงาน ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ 5. พัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ดีตามหลัก ธรรมาภิบาลเป็นที่ยอมรับชองชุมชนสังคม และ ทุกภาคส่วนเข้ามามีผู้มีส่วนร่วมในการจัด การศึกษา (2) การพิจารณาวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ (STRATEGIC OBJECTIVES Considerations) โรงเรียนสร้างสมดุลที่เหมาะสมระหว่างความต้องการที่หลากหลาย โดยการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำ แผนพัฒนาการศึกษาและแผนปฏิบัติการประจำปี ซึ่งประกอบด้วย ฝ่ายบริหารโรงเรียน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ หัวหน้างานต่าง ๆ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อพิจารณาวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ กำหนดค่าเป้าหมาย รายปี สร้างความสมดุลระหว่างกรอบเวลาระยะสั้นระยะยาว เพื่อให้เกิดความท้าทายและความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ บนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นไปได้ บนพื้นฐานของข้อมูลสารสนเทศที่มีอยู่ และดำเนินโครงการ กิจกรรม โดยใช้บุคลากร นวัตกรรม เทคโนโลยีงบประมาณที่มีอยู่มาบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดและให้ตอบสนอง ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยใช้นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา PTN MODEL เป็นกลไกในการ ขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุผล โรงเรียนได้กำหนดกลยุทธ์ตัวชี้วัดความสำเร็จ และเป้าหมายความสำเร็จ ระหว่างปี การศึกษา 2563–2565 ตารางที่ 2- 3 แสดงกลยุทธ์ตัวชี้วัดความสำเร็จ และเป้าหมายความสำเร็จ ระหว่างปีการศึกษา 2564–2565 ตัวชี้วัดความสำเร็จปีการศึกษา 2564-2565 กลยุทธ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ เป้าหมายความสำเร็จ ปีการศึกษา 2564 2565 1. พัฒนาศักยภาพผู้เรียน สู่วิถีในศตวรรษที่ 21 1. ร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียนเฉลี่ยทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ในระดับ 3 ขึ้นไป 3% 3% 2. ร้อยละคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) ระดับชั้น ม.3 และ ม.6 60% 65% 3. ร้อยละของนักเรียนที่ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2% 2% 4. ร้อยละของนักเรียนที่ผ่านการประเมินตามเกณฑ์ศักยภาพการเป็นพลโลกศตวรรษที่ 21 97% 99% 5. ร้อยละของนักเรียนมีสุขภาพทางด้านร่างกายแข็งแรงผ่านการทดสอบสมรรถภาพในระดับดี ขึ้นไป 95% 100%


27 ตัวชี้วัดความสำเร็จปีการศึกษา 2564-2565 กลยุทธ์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ เป้าหมายความสำเร็จ ปีการศึกษา 2564 2565 6. ร้อยละของกิจกรรมที่จัดให้นักเรียนมีพัฒนาการด้านร่างการอารมณ์และจิตใจ สังคมและ สติปัญญา 10% 10% 2. ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึง ประสงค์ 1.ร้อยละของนักเรียนที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรผ่านเกณฑ์ในระดับดีขึ้นไป 90% 95% 2. ร้อยละของผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม 5% 5% 3. ร้อยละของการจัดกิจกรรมที่สนับสนุนให้นักเรียนพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์8 ประการ 95% 100% 4. ร้อยละของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น 100% 100% 3. พัฒนากระบวนการเรียน การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็น สำคัญ 1. ระดับความสำเร็จของโรงเรียนที่จัดหลักสูตรสถานศึกษาสอดคล้องกับความต้องการของ ผู้เรียน 85% 90% 2. ระดับความสำเร็จของโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนที่เน้นปฏิบัติจริง (Active learning) 100% 100% 3. ร้อยละของครูที่ได้รับการนิเทศติดตามอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง 100% 100% 4. ร้อยละของกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีการปรับปรุงและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและ ประเมินผลให้สอดคล้องกับธรรมชาติวิชา 100% 100% 5. ร้อยละของรายวิชาที่บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปปฏิบัติในการ จัดการเรียนการสอนอย่างจริงจัง 100% 100% 6. ร้อยละของงานวิจัยหรือนวัตกรรมด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ 95% 100% 4. พัฒนาประสิทธิภาพการ บริหารจัดการ 1. ระดับคุณภาพของผลการประเมินตนเองตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 80% 90% 2. ร้อยละของผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายงานและสามารถปฏิบัติงานสำเร็จลุล่วงตามเกณฑ์ที่ กำหนด 100% 100% 3. ร้อยละของเครื่องมือ อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนที่ได้สำรวจและตรวจสอบ บำรุงรักษาตาม แผนการจัดการทรัพยากร 90% 100% 4. จำนวนครั้งในการทบทวนและพัฒนาการบริหารงบประมาณการเงินแบบมีส่วนร่วม 100% 85% 5. จำนวนครั้งในการระดมทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ 6. จำนวนบันทึกความเข้าใจในความร่วมมือ (MOU) ด้านการศึกษากับองค์กรหรือสถานศึกษา อื่นๆในประเทศที่มีการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมและมีคุณภาพ 100% 85% 7. ร้อยละของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ อย่างต่อเนื่อง 80% 60% 8. ร้อยละของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นแบบอย่างที่ดีและมีความสุขในการปฏิบัติงาน ตามหน้าที่ 100% 85% 9. จำนวนกลุ่มชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ที่จัดตั้งและดำเนินการแก้ไขปัญหาใน โรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 100% 85% 10. ผลการประเมิน (คะแนน) ของการจัดระบบข้อมูลสารสนเทศในการบริหารจัดการเพื่อพัฒนา คุณภาพสถานศึกษา 82% 83% 11. ร้อยละของการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมี คุณภาพ 72% 74%


28 ความท้าทายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญด้านการจัดการศึกษา ด้านปฏิบัติการ ด้านการตอบแทนสังคม ด้านบุคลากร รวมถึง สภาพครอบครัวที่อยู่อาศัยของนักเรียน เป็นลักษณะครอบครัวย้ายถิ่นฐานเพื่อเข้ามาหารายได้ ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแลนักเรียน และสภาพเศรษฐกิจในครอบครัวนักเรียนมีรายได้น้อย ซึ่งในสภาพในปัจจุบันที่เกิด ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ทางโรงเรียนได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยร่วมมือกับชุมชน ผู้ปกครองเครือข่าย ที่มีความพร้อมเข้ามาช่วยดูแลในการจัดหาทุนศึกษา ทุนพี่เพื่อน้อง จัดตั้งตู้ปันสุขให้กับนักเรียนที่ มีฐานะยากจนให้สามารถเรียนได้อย่างมีความสุข โดยโรงเรียนได้จัดทำเป็นกลยุทธ์เสริมสร้างความเข้มแข็งของภาค เครือข่าย เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2.2 การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ(Strategy Implementation): ก. การจัดทำแผนปฏิบัติการและการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ (ACTION PLAN Development and DEPLOYMENT) มีขั้นตอนตามแผนภาพ ที่ 2-3 ดังนี้ แผนภาพที่ 2- 3 การจัดทำแผนปฏิบัติการและการถ่ายทอดสู่การปฏิบัติ


29 (1) แผนปฏิบัติการ (ACTION PLAN Development) โรงเรียนมีการจัดทำแผนปฏิบัติทั้งระยะสั้น ระยะยาวและมีความสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ โดยมีการจัดสรรงบประมาณของโรงเรียนตามสัดส่วน ดังนี้ วิชาการ : งบประมาณ แผนงานและบุคคล กิจการนักเรียน บริหารทั่วไป : งบจ่ายสำรอง เท่ากับ 60:30:10 การ พิจารณางบประมาณให้แต่ละฝ่ายนั้นพิจารณา ตามลำดับความสำคัญของโครงการและกิจกรรมที่สนองตอบความ ต้องการจำเป็นของโรงเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เมื่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้ความเห็นชอบ และ ผู้บริหารอนุมัติแผนปฏิบัติการแล้วนำแผนมาปฏิบัติ มีการนิเทศ กำกับ ติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และ ประเมินผลโครงการ/กิจกรรมเมื่อโครงการสิ้นสุดแต่ละโครงการ และสรุปผลการปฏิบัติงาน ภาคเรียนละ 1 ครั้ง หรือ ยืดหยุ่นตามความเหมาะสม ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงหรือจำเป็นเร่งด่วน สามารถเสนอจัดทำโครงการเพื่อแก้ปัญหาได้โดย สามารถใช้งบสำรองจ่ายในการดำเนินการ (2) การนำแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติ (Action PLAN Implementation) โรงเรียนได้จัดทำโครงการ กิจกรรมต่าง ๆ ที่ฝ่ายงาน และกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้เสนอนั้นมี กิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การจัดประชุม อบรม สัมมนา ทัศนศึกษา การจัดกิจกรรมการประกวดแข่งขัน การเข้าค่าย การส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมแข่งขันความรู้ความสามารถด้านต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนบรรลุตาม เป้าหมายของวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และกลยุทธ์ของสถานศึกษา โดยได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้ง นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และหลังจากที่ได้ดำเนินงานตามโครงการ กิจกรรมต่าง ๆ ต้องมีการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลทุกครั้งเพื่อการพัฒนาที่ดีขึ้น และการปรับปรุงแก้ไขในครั้งต่อไป ในด้านการบริหารจัดการ โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ได้ดำเนินการตามกรอบและทิศทางของ การจัดการศึกษา ตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ของสถานศึกษาที่ได้กำหนดไว้ การปฏิบัติงานตามพันธกิจของ สถานศึกษาเป็นไปในทิศทางเดียวกันตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ การจัดทำโครงการ/กิจกรรมที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และกลยุทธ์ของสถานศึกษา และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งกลุ่มสาระการเรียนรู้ฝ่ายงานต่าง ๆ ได้เสนอการจัดกิจกรรม/โครงการต่าง ๆ ดังปรากฏในแผนปฏิบัติการประจำปี ของสถานศึกษา โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ได้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการในรูปของคณะกรรมการ ดำเนินงาน โดยดำเนินงานตามนโยบายของสถานศึกษา และหน่วยงานบังคับบัญชา มีการจัดระบบการนิเทศ ติดตาม ประเมินและพัฒนางานอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะ ใช้หลักการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management) บนพื้นฐานความเป็นกัลยาณมิตร ส่งผลทำให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตร เอื้ออาทรกับ ผู้ร่วมงาน และผู้รับบริการ ครูมีคุณภาพ มีขวัญกำลังใจ ทุ่มเท มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานอย่างเต็มศักยภาพ ทำให้การ ดำเนินงานตามบทบาท ภารกิจของสถานศึกษาดำเนินไปอย่างมีทิศทาง มีเป้าหมาย และต่อเนื่อง ทำให้โครงการ บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำให้เกิดผลสำเร็จที่ยั่งยืน (3) การจัดสรรทรัพยากร (Resource Allocation) โรงเรียนได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง นักเรียน และหน่วยงานราชการอื่น ๆ ในการสนับสนุน ทรัพยากรให้กับโรงเรียนในการสนับสนุน ส่งเสริม การจัดการศึกษา มีการบริหารจัดการด้านงบประมาณมีความ ชัดเจน เน้นความโปร่งใส และให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ มีนิเทศ ติดตาม ตรวจสอบการใช้งบประมาณที่ เป็นทรัพยากร และพัสดุ ครุภัณฑ์ รวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง มีการบริหารงานตามระเบียบของทางราชการ การจัดหา ทรัพยากรมีความโปร่งใส ใช้พัสดุ ครุภัณฑ์ได้อย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์ และประหยัดให้คณะกรรมการสถานศึกษาได้ เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน และร่วมตรวจสอบ ติดตาม ในรูปของคณะกรรมการ และมีหน่วยงานต้นสังกัดคอย กำกับ นิเทศ ติดตาม และตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงหรือจำเป็นเร่งด่วน สามารถเสนอจัดทำ โครงการเพื่อแก้ปัญหาได้โดยมีการสรุปรายงานประจำวัน งบเดือน อย่างสม่ำเสมอ การจัดทำโครงการเป็นไปตาม งบประมาณที่ได้รับการจัดสรร เนื่องจากมีการทำงานที่เป็นระบบคุณภาพ จึงไม่มีความเสี่ยง ทำให้มั่นใจในสภาวะ การเงินของโรงเรียน


30 ผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าผู้นำระดับสูงมีภาวะผู้นำ และมี ความสามารถในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล ส่งผลให้การบริหารงานตามบทบาท และ ภารกิจของสถานศึกษามีผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย (4) แผนด้านบุคลากร (WORKFORCE Plans) ฝ่ายบุคคลโรงเรียนได้สำรวจความต้องการบุคลากรแต่ละรายวิชาจากการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของ บุคลากร โรงเรียนได้รับการจัดสรร บรรจุ และแต่งตั้ง บุคลากรในตำแหน่งสาขาวิชาเอกของกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ขาด แคลน มีการคัดสรรบุคลากรเข้าสู่ภาระงานต่าง ๆ ตามความสมัครใจ ความถนัด ความรู้ความสามารถ มีการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการทำงาน กำหนดกลยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพครู และบุคลากรไว้ในแผนพัฒนา คุณภาพระยะ 4 ปี ของโรงเรียน และกำหนดโครงการพัฒนาบุคลากรไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปีโดยสม่ำเสมอเพื่อ พัฒนาศักยภาพตามความต้องการของบุคลากร ให้ขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุผล สำเร็จตามแผนกลยุทธ์ที่ได้กำหนดไว้ โดยโรงเรียนมีวัฒนธรรมของโรงเรียน คือ บุคลากรในโรงเรียนมีวัฒนธรรม องค์กร สุภาพอ่อนน้อม ยิ้มไหว้ทักทายกัน บนพื้นฐานวิถีไทย (5) ตัววัดผลการดำเนินการ (PERFORMANCE MEASURES) ฝ่ายงบประมาณและแผนงานโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มีการติดตามตรวจสอบ และ ประเมินผลการ ปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการ โดยใช้เครื่องมือการตรวจสอบที่หลากหลาย และมีคุณภาพ สามารถ สรุปผลการดำเนินงานตามรายละเอียดที่ปรากฏในรายงานประจำปีของสถานศึกษา (SAR) และมีการนำผลการ ประเมินภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ผลการประเมินกิจกรรม โครงการ ตามแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษาทุกครั้งไปใช้ในการปรับปรุง พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ สถานศึกษามีผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA ทำให้โรงเรียนมีการบริหารงานที่มี คุณภาพ และประสิทธิภาพ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ได้รับการยอมรับจากผู้ปกครอง นักเรียน ชุมชน สังคม และหน่วยงานราชการ และเอกชนต่าง ๆ โรงเรียนได้กำหนดความสำเร็จตัวชี้วัดของโครงการตามแผนกลยุทธ์ ในแต่ละปี มีการกำหนดค่าเป้าหมายที่เป็นผลลัพธ์และผลผลิต ติดตามและตรวจสอบได้ มีการรายงานผลการ ประเมินผลคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ปทุมธานี เผยแพร่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญเป็นประจำทุกปี และเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของโรงเรียน (6) การคาดการณ์ผลการดำเนินการ (PERFORMANCE PROJECTIONS) การคาดการณ์ผลการดำเนินการอยู่ในขั้นตอน การจัดทำแผนพัฒนาระยะ 4 ปี โดยทุกฝ่ายบริหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้ จะเป็นผู้กำหนดเป้าหมายในโครงการของตน โดยใช้ข้อมูลจากกระบวนการวัดผลการดำเนินการ ในแต่ละตัวชี้วัด ให้เป็นกรอบกำหนดเป้าหมาย ในการวางแผนปฏิบัติการประจำปี สรุปข้อมูลการประเมินผลการ ปฏิบัติงาน เพื่อเป็นปัจจัยให้พิจารณาปรับปรุงเป้าหมาย ให้เหมาะสมกับคาดการณ์ผลการดำเนินการในรอบ 4 ปีถัดไป ผลการสำรวจสภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน (SWOT) ของโรงเรียน จุดแข็งและจัดการเพิ่มขึ้น จุดอ่อนและอุปสรรคน้อยลง และมีแนวโน้มจุดเด่นและโอกาสให้เพิ่มขึ้น จุดด้อยและอุปสรรคน้อยลง ผลการ ดำเนินการส่วนที่ไม่ได้ตามเป้าหมาย ที่คาดการณ์ไว้ และส่วนที่คาดการณ์คู่แข่งนั่นจะถูกจัดเป็นประเด็นความเสี่ยง และท้าทายเพื่อเร่งจัดทำแผนลดความเสี่ยง และปรับปรุงแผนปฏิบัติการในปีถัดไป ข. การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ (ACTION PLAN Modification) ผู้นำระดับสูง เป็นผู้กำหนดทิศทางของแผนปฏิบัติการประจำปี นโยบาย โดยมีการประชุมวางแผนในทุกเช้า วันจันทร์ เพื่อกำกับติดตามและให้นำข้อปัญหา และนโยบายไปสู่การปฏิบัติของทั้ง 4 ฝ่ายหลักของโรงเรียน ได้แก่ ฝ่ายบริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารงบประมาณและแผนงาน ฝ่ายบริหารทั่วไป และฝ่ายบริหารงานบุคคล จากนั้น กำหนดให้แต่ละฝ่ายจัดประชุมฝ่ายลงสู่การปฏิบัติตามโครงการ และกิจกรรมที่เป็นไปตามแผนปฏิบัติการประจำปีแต่ ถ้ามีเหตุจำเป็นฉุกเฉิน หรือสถานการณ์ที่ไม่เอื้อต่อการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการที่วางไว้ เช่น เกิดกรณีประสบภัย ธรรมชาติ หรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองเป็นต้น ทางหน่วย ที่รับผิดชอบกิจกรรม/งาน/โครงการ


31 สามารถปรับเปลี่ยน โดยเสนอขอการเปลี่ยนแปลงพร้อมกับชี้แจงเหตุผลที่จำเป็นตามขั้นตอน ถูกต้องตามระเบียบ เพื่อนำเสนอให้ผู้นำระดับสูงอนุญาต และขอดำเนินการตามแผนการปฏิบัติการที่เปลี่ยนแปลงได้ทันที ในกรณีที่มี โครงการสำคัญเร่งด่วนที่นอกเหนือจากในแผนการปฏิบัติการหน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถเสนอขออนุมัติจาก ผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อจัดทำกิจกรรมจัดทำโครงการไปตามขั้นตอนได้เช่นกัน และถ้าเป็นกิจกรรมตามนโยบายของ รัฐบาล ที่จะมีการออกมาตรการต่างๆ สั่งการให้โรงเรียนดำเนินการนั้นโรงเรียนได้จัดทำโครงการหลักของโรงเรียนไว้ รองรับ คือ โครงการตามนโยบายของรัฐ ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ทันเวลา และทำได้จริงตามแผนปฏิบัติการ ประจำปี แผนภาพที่ 2- 4 การปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติการ ผู้นำระดับสูงวิเคราะห์สถานการณ์ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ กำกับ ติดตาม ความก้าวหน้า จัดท ารายงานผลการด าเนินงาน มอบหมายกลุ่มงานต่าง ๆ ปรับเปลี่ยน โครงการ/กิจกรรม ประกาศใช้แผนปฏิบัติการที่ปรับเปลี่ยน


32 หมวด 3 นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Student and Stakeholders) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มีการรับฟังเสียงของนักเรียนในอดีต ปัจจุบัน อนาคต และผู้มีส่วนได้ส่วน เสีย ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกระบวนการตามระบบคุณภาพ PDCA เป็นการบริหารโดยใช้รูปแบบกระบวนการ ทำงานแบบ “PTN Model” ที่มุ่งเน้นพัฒนางานให้ได้มาตรฐาน นำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจนการสร้างความผูกพันที่มีต่อโรงเรียน แผนภาพที่ 3- 1 แสดงกระบวนการรับฟังเสียงของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3.1 ความคาดหวังของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Expectations OF THE STUDENT and Stakeholder) ก. การรับฟังนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (STUDENT and Stakeholder Listening) (1) นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในปัจจุบัน (Current STUDENT and Stakeholders) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มีวิธีการในการรับฟัง มีปฏิสัมพันธ์และสังเกตนักเรียน เพื่อให้ได้มาซึ่ง ข้อมูลสารสนเทศ เกี่ยวกับหลักสูตร การสนับสนุนนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในเรื่องการบริการทางการศึกษา และการทำธุรกรรม การรับฟังเสียงของนักเรียนปัจจุบันมีกระบวนการในการรับฟังเสียงของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลสารสนเทศที่สามารถนำไปใช้ต่อได้ ดังนี้ 1. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานในการรับฟังเสียงนักเรียนและ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 2. ศึกษาและทบทวนข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตร สารสนเทศ บริการส่งเสริมการเรียนรู้และบริการอื่นๆ 3. กำหนดช่องทางการรับฟังเสียงและวิธีการเก็บข้อมูล โดยดำเนินการรับฟังเสียงของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย แล้วจัดเก็บข้อมูลให้เป็นข้อมูลสารสนเทศ ซึ่งมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ผ่านระบบ Social Network และ เว็บไซต์ต่างๆ เช่น www.pathumnun.ac.th, เพจเฟซบุ๊กโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”, เพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้, เพจเฟซบุ๊ก สภานักเรียน โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”, ไลน์กลุ่ม นักเรียน ไลน์กลุ่มผู้ปกครอง ไลน์กลุ่มวิชาเรียน, กลุ่มห้องเรียนออนไลน์ เช่น Google Classroom ,Google Meet, ศึกษาและทบทวนข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตร สารสนเทศ บริการส่งเสริมการเรียนรู้และบริการอื่นๆ กำหนดแนวทาง วิธีการในการรับฟังเสียง รวบรวมข้อมูลการรับฟังเสียงตามแนวทาง ดำเนินการรับฟังเสียง/รวบรวมเสียงของนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นำข้อมูลเสียงของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่งต่อฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุง พัฒนาการรับฟังเสียง ประเมินความพึงพอใจ รายงานผลและเผยแพร่ต่อ - เสียงของนักเรียนปัจจุบัน - เสียงของนักเรียนในอนาคต - เสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย - เสียงของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทุกฝ่าย พึงพอใจ - สื่อสังคมออนไลน์ - ระบบรายงานออนไลน์ - กิจกรรมต่างๆของโรงเรียน - กิจกรรมโฮมรูม - กล่องรับความคิดเห็น ไม่พึงพอใจ - เยี่ยมบ้านนักเรียน แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานในการรับฟังเสียงนักเรียนและ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย


33 ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ทางโรงเรียนได้จัดขึ้น การแสดงความคิดเห็นผ่านการประชุมผู้ปกครอง ผ่าน Video Conference ระบบ Student Care กล่องรับความคิดเห็น กิจกรรมโฮมรูม การเยี่ยมบ้านนักเรียน รับฟังเสียงของ นักเรียนโดยผ่านคณะกรรมการนักเรียน หรือรับฟังเสียงของนักเรียนโดยผ่านคณะกรรมการห้องเรียนสีขาว 4. นำเสียงของนักเรียนปัจจุบันและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มาวิเคราะห์ประเด็น การพัฒนาหลักสูตร การจัดการ เรียนการสอน การดูแลช่วยเหลือนักเรียน การสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนด้านบุคลากร ด้านอาคาร สถานที่ ส่งข้อมูลให้คณะกรรมการฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการ 5. คณะกรรมการฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลมาใช้เพื่อการพัฒนา หรือแก้ไขส่วนที่ได้รับฟังเสียงของนักเรียนและ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากนี้โรงเรียนได้มีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น Google Data Studio, Secondary Students System ฯลฯ ในการค้นหาข้อมูลป้อนกลับจากนักเรียนอย่างทันท่วงที และสามารถนำไปใช้ ต่อได้ในเรื่องคุณภาพของหลักสูตร การสนับสนุนนักเรียนด้านการบริการทางการศึกษาและการทำธุรกรรมต่างๆ 6. ส่งต่อข้อมูล ในบางประเด็นที่ไม่สามารถแก้ไขหรือปรับปรุงได้ทันที เพื่อให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องนำไป ปรับแผนปฏิบัติการในปีต่อไป 7. การติดตามและประเมินผล การจัดการข้อมูล คณะกรรมการติดตามความสำเร็จของการจัดการกับข้อมูล หรือข้อร้องเรียนเบื้องต้น เพื่อรวบรวมเสนอผู้นำระดับสูงและแจ้งผู้เกี่ยวข้องต่อไป (2) นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอนาคต (Potential STUDENT and Stakeholders) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”มีวิธีการรับฟังเสียงจากนักเรียนในอนาคตและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้ได้ สารสนเทศที่นำไปใช้ต่อได้ ดังนี้ 1. ประชุมคณะครู ประชุมกลุ่มบริหารงานวิชาการและผู้เกี่ยวข้อง ประชุมคณะกรรมการรับนักเรียนเพื่อ วางแผนในการดำเนินกิจกรรมรับนักเรียน 2. จัดทำหนังสือส่งไปยังโรงเรียนในเขตพื้นที่บริการ และนอกเขตพื้นที่บริการ เพื่อประสานงานในการจัด กิจกรรมแนะแนวศึกษาต่อ อีกทั้งมีการบันทึกข้อเสนอแนะ และความคิดเห็น เกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงเรียน ทางด้านการจัดการเรียนรู้ และการบริหารจัดการ 3. จัดกิจกรรมแนะแนวการศึกษาต่อของนักเรียนโรงเรียนเดิม ตลอดจนนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ และนอก เขตพื้นที่บริการ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของโรงเรียน และให้ได้สารสนเทศไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตร การ จัดการศึกษา การบริการทางการศึกษาอื่นๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ 4. เชิญนักเรียนในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายมาร่วมงาน กิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นได้แก่ กิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ เพื่อให้นักเรียนในอนาคตได้ซึมซับการเป็นนักเรียนของโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” 5. รับฟังศิษย์เก่า โดยเชิญศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว มาเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน เช่น พิธี ไหว้ครู, กิจกรรมกีฬาภายในโรงเรียน “นันท์เกมส์”, งานคืนสู่เหย้า, งานมอบทุนการศึกษา และงานมุทิตาจิต เพื่อให้ นักเรียนปัจจุบันได้ร่วมแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ซึ่งทำให้โรงเรียนได้รับทราบข้อมูล และนำไปใช้เป็น แนวทางในการแนะแนวหรือจัดการศึกษาที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักเรียนได้อย่างแท้จริง 6. เปิดโอกาสให้นักเรียนในอดีต นักเรียนในอนาคต ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ของคู่แข่ง ได้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เช่น เพจเฟซบุ๊กโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”, เพจเฟซบุ๊กสภานักเรียน โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”, เพจเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์แต่ละกลุ่ม สาระการเรียนรู้ เพจแนะแนวการศึกษา และไลน์ประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน ติดต่อสื่อสารโดยตรงผ่านโทรศัพท์ และ ชมรมศิษย์เก่าโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” 7. ทำการสำรวจความต้องการของนักเรียนในอนาคตและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยใช้แบบสอบถาม การ สัมภาษณ์ นอกจากนี้แล้วยังมีการประชุมครูในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ในการปรับปรุงโครงสร้างตัวชี้วัด และเพิ่ม


34 รายวิชา แล้วนำข้อมูลจากแบบสอบถาม มาวิเคราะห์ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำหลักสูตรโรงเรียน กำหนดวิชาเพิ่มเติม และจัดทำแผนการเรียนตามความต้องการและความสนใจของนักเรียน 8. กิจกรรมรับสมัครนักเรียน การรวบรวมข้อมูลนักเรียนที่จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และอัตรา การเข้าศึกษาต่อของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เข้ามาเรียนต่อในโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” เพื่อนำ ข้อมูลมาเปรียบเทียบและใช้วิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้เรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แล้วนำผลที่ได้มาปรับปรุง พัฒนาแก้ไขให้สอดคล้องกับความพึงพอใจของนักเรียนในอดีต นักเรียนในอนาคต ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของคู่แข่งต่อไป 9. การติดตาม วิเคราะห์ และประเมินผล การจัดการข้อมูล คณะกรรมการติดตามความสำเร็จของการ จัดการกับข้อมูลเพื่อให้ได้สารสนเทศที่สามารถนำไปใช้ต่อได้เกี่ยวกับหลักสูตรการสนับสนุนนักเรียนในด้านการบริการ ทางการศึกษา และการทำธุรกรรม โดยรวบรวมเสนอผู้นำระดับสูงและแจ้งผู้เกี่ยวข้องต่อไป ข. การจําแนกนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และหลักสูตร (STUDENT and Stakeholders Segmentation and Product Offerings) (1) การจําแนกนักเรียน (STUDENT Segmentation) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”มีการจัดการระบบข้อมูลสารสนเทศนักเรียนทุกคนตั้งแต่การสมัครเข้ามา เพื่อศึกษาในสถานศึกษาจนจบหลักสูตร ตามมาตรฐานหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ร่วมกับหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School) โดยจำแนก นักเรียนของแต่ละช่วงชั้น ทั้งนี้ โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ได้มีการจำแนกนักเรียนโดยการประเมิน นักเรียนรายบุคคล (SDQ) เพื่อให้ได้ข้อมูลและข้อที่ควรนำมาซึ่งการพัฒนาศักยภาพนักเรียนแต่ละคน พร้อมทั้งมีการแบ่งจำแนกนักเรียนที่มี ความบกพร่องทางการเรียนรู้เพื่อจัดทำแผนการเรียนนักเรียนรายบุคคล (แผน IEP) ตารางที่ 3- 1 การจำแนกจำนวนนักเรียน ข้อมูล เดือน กรกฎาคม 2566 ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ม.1 ชาย หญิง รวม ม.2 ชาย หญิง รวม ม.3 ชาย หญิง รวม ม.1/1 17 15 32 ม2/1 7 11 18 ม.3/1 12 14 26 ม.1/2 22 17 39 ม.2/2 22 20 42 ม.3/2 23 19 42 ม.1/3 16 23 39 ม.2/3 27 15 42 ม.3/3 25 17 42 ม.1/4 22 18 40 ม.2/4 23 19 42 ม.3/4 21 22 43 ม.1/5 24 14 38 ม.2/5 25 16 41 ม.3/5 23 18 41 ม.1/6 19 18 37 รวม ม.1 120 105 225 รวม ม.2 104 81 185 รวม ม.3 104 90 194 รวมชาย ม. 1-3 = 328 รวมหญิง ม. 1-3 = 276 รวม ม. 1-3 = 604 ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.4 ชาย หญิง รวม ม.5 ชาย หญิง รวม ม.6 ชาย หญิง รวม ม.4/1 9 24 33 ม.5/1 19 19 38 ม.6/1 16 25 41 ม.4/2 23 17 40 ม.5/2 11 18 29 ม.6/2 13 16 29 ม.4/3 19 21 40 ม.5/3 28 10 38 ม.6/3 15 7 22 ม.4/4 27 12 39 ม.5/3 21 12 33 ม.6/4 11 7 18 รวม ม.4 78 74 152 รวม ม.5 79 59 138 รวม ม.6 55 55 110 รวมชาย ม. 4-6 = 212 รวมหญิง ม. 4-6 = 188 รวม ม.4-6 = 400 รวมชายทั้งหมด = 540 รวมหญิงทั้งหมด = 464 รวมทั้งหมด = 1004


35 จำนวนผู้เรียน 1 ผู้เรียนทั่วไป จำนวน 988 คน 2 ผู้เรียนพิการเรียนรวม จำนวน 16 คนของจำนวนผู้เรียนทั้งหมด 3 ผู้เรียนพิการเรียนรวมได้รับการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล IEP จำนวน 16 คนคิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนผู้เรียนพิการเรียนรวมทั้งหมด 4 ผู้เรียนพิการเรียนรวมผ่านเกณฑ์การพัฒนาศักยภาพตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะ บุคคล IEP จำนวน 16 คนคิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนผู้เรียนพิการเรียนรวมทั้งหมด รายชื่อผู้เรียนเรียนรวมโรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง”ปีการศึกษา 2566 ตารางที่ 3- 2 การจำแนกจำนวนนักเรียน ข้อมูล เดือน กรกฎาคม 2566 ลำดับที่ ชื่อ- สกุล ชั้น ประเภทความพิการ 1. เด็กชายจิรเมธ ลาภเจริญ ม.1/1 บกพร่องทางการเรียนรู้ 2. เด็กชายอนาคิม พฤกกลำมาศ ม.1/6 บกพร่องทางการเรียนรู้ 3. นายนัด โพธิราศรี ม.2/2 บกพร่องทางการเคลื่อนไหว 4. เด็กชายพัชรพล หมั่นประเสริฐสุข ม.2/3 บกพร่องทางการเรียนรู้ 5. เด็กชายนวพล รัตนประยูร ม.2/3 ออทิสติก 6, เด็กชายภัทรเทพ ปาผล ม.2/5 สติปัญญา 7. เด็กชายอนพัทย์ ขาวขำ ม3/4 บกพร่องทางการเรียนรู้ 8. เด็กชายปริญญา สะอาดละออ ม3/4 บกพร่องทางสติปัญา 9. เด็กชายณฐสรร ไพศาลรัตน์ ม. 3/4 บกพร่องสติปัญญา,บกพร่องทางการเรียนรู้ 10. นายกิติพศ กุลกรุด ม. 4/4 บกพร่องทางการได้ยิน 11. นายนพรุจ สดสว่าง ม.5/2 บกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ 12. นายโชติภัทร กงนะ ม.5/3 ออทิสติก 13. นางสาววรินทร์ธร หอมเกษร ม.5/3 บกพร่องทางการได้ยิน(หูตึง) 14. นายศุภณัฐ สุขสุมิตร ม.6/3 ออทิสติก 15. นายปรมี แก้ววิศิษฐ์ ม.6/3 ออทิสติก 16. นายดุษฎี เครือใย ม.6/4 บกพร่องทางสติปัญญา (2) หลักสูตร (Product Offerings) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” ใช้หลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ร่วมกับหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School) โดยพัฒนาหลักสูตรตามความต้องการของนักเรียนละผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย วิเคราะห์จากผลการนิเทศ กำกับ ติดตาม ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาและจากผลการประเมินผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษา ซึ่งทางโรงเรียนได้ สรุปการประเมินผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษาโดยใช้รูปแบบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี ผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบไปด้วย คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครองเครือข่าย ครู เป็นต้น จึงได้หลักสูตรที่มีคุณภาพ ที่ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และมีทักษะในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมี รายละเอียด ดังตาราง ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6) 1. ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ เน้นกระบวนการ เรียนรู้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการสะเต็มศึกษา 1. แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ 2. หลักสูตรทั่วไป มีรายวิชาเพิ่มเติมที่หลากหลายให้ผู้เรียนเลือก เรียนตามความถนัด ความสนใจ ดังต่อไปนี้ 2. แผนการเรียนคณิตศาสตร์ – อังกฤษ 3. แผนการเรียนทั่วไป


36 - กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เปิดสอนเพิ่มเติม ในรายวิชา ฟุตบอล ฟุตซอล ตะกร้อ และลีลาศ - กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ เปิดสอนเพิ่มเติม ในรายวิชา ทัศนศิลป์ดนตรีไทย ดนตรีสากล นาฏศิลป์ไทย และกลองยาว - กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ เปิดสอนเพิ่มเติม ใน รายวิชา งานประดิษฐ์ การเกษตร อาหาร งานช่าง มีการจัดการ เรียนการสอนรายวิชา IS ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อให้ ผู้เรียนได้ค้นพบศักยภาพและความถนัดของตนเอง - กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เปิดสอนเพิ่มเติมใน รายวิชาภาษาจีน - กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เปิดสอนเพิ่มเติม ในรายวิชา ฟุตบอล ฟุตซอล ตะกร้อ และลีลาศ - กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ เปิดสอนเพิ่มเติม ในรายวิชา ทัศนศิลป์ ดนตรีไทย ดนตรีสากล นาฏศิลป์ไทย และกลองยาว - กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ เปิดสอนเพิ่มเติม ในรายวิชา งาน ประดิษฐ์ การเกษตร อาหาร งานช่าง -มีการจัดการเรียนการสอนรายวิชา IS ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบศักยภาพและความถนัดของตนเองในรายวิชา วิทยาศาสตร์ - กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม เปิดสอน เพิ่มเติมในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในรายวิชากฎหมาย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จัดในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงาน อาชีพและระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จัดในกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดรายวิชา IS เป็นรายวิชาเพิ่มเติมให้ผู้เรียน ได้แก่ การศึกษาค้นคว้า และสร้างองค์ความรู้ (IS1) การสื่อสารและการนำเสนอ (IS2) และ การนำองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม (IS3) บูรณาการกับกิจกรรมเพื่อ สังคมและสาธารณประโยชน์ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนใน กิจกรรมหน้าเสาธง กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ยืดหยุ่นตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรน่า2019 (covid 19) • ความสำคัญเชิงเปรียบเทียบของแต่ละหลักสูตรหรือโปรแกรมการเรียนการสอนที่ส่งผลต่อความสำเร็จของ โรงเรียน ปัจจัยสำคัญที่โรงเรียนใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนจบการศึกษาอย่างมีคุณภาพตาม หลักสูตร โดยใช้นวัตกรรมทางการบริหาร PTN MODEL เป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศใช้ในการบริหารจัดการ และใช้ในการจัดการเรียนการสอน มีการส่งเสริมการเรียนรู้ ทั้งนี้ยังมีนักเรียนเรียนรวมที่เข้าเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพ นักเรียนและเสริมสร้างประสบการณ์ตรงให้กับนักเรียน ร่วมกับ ระบบวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง (Deming Cycle) หรือ PDCA ใช้การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยบุคลากรในโรงเรียน ดำเนินการและตัดสินใจ มีการสำรวจความ ต้องการและความพึงพอใจในการบริหารจัดการหลักสูตรและนำผลมาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่ ตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ส่งมอบ และชุมชน จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมี ประสิทธิภาพส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้พัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อ ความสำเร็จของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา • กลไกที่โรงเรียนใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนจบการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามหลักสูตรคือ โรงเรียนนำเทคโนโลยีสารสนเทศใช้ในการบริหารจัดการและใช้ในการจัดการเรียนการสอน มีการส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างภาคีเครือข่าย ฝ่ายวิชาการดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงาน กำหนดแผนงานเป้าหมาย มีการสร้างความร่วมมือและ สร้างเครือข่ายร่วมกันพัฒนาโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศ โดยโรงเรียนวางเป้าหมายสู่ความเป็นเลิศไว้ตามมาตรฐานทั้ง 3 มาตรฐาน คือมาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน มาตรฐานที่ 2กระบวนการบริหารและจัดการ และมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของโรงเรียนต่อไป โดยการ ทำข้อตกลงร่วมกันในการร่วมพัฒนาวางแผนและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานต่างๆ เช่น โครงการส่งเสริม ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จ สถาบันบรมราชชนก มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ โรงเรียนปทุมวิไล โรงเรียนสาย ปัญญารังสิต โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี โรงเรียนชัยสิทธาวาส”พัฒน์สายบำรุง” โรงเรียนเทศบาลเมือง ปทุมธานีมีห้องปฎิบัติการ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฎิบัติจริง จัดกิจกรรมทางด้าน วิชาการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จัดให้นักเรียนทุกคนได้เรียนภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติ เพื่อ ส่งเสริมให้นักเรียนใช้ภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพ มีความพร้อมสำหรับการเป็นประชาคมอาเซียน และ จัด รายวิชาเพิ่มเติม ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศภาษาที่ 3 คือภาษาจีน เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่โลกแห่งการเรียนรู้


37 3.2 ความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Student and Stakeholder Engagement) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มีวิธีการในการสร้างความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยตอบสนองความต้องการและสร้างสัมพันธ์กับนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนี้ ก. ความสัมพันธ์และการสนับสนุนนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (STUDENT and Stakeholder Relationship and Support) (1)การจัดการความสัมพันธ์ (Relationship Management) โรงเรียนได้จัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่บริการของโรงเรียน มีข้อมูลสารสนเทศของ นักเรียนที่อยู่ในพื้นที่บริการของโรงเรียน สํารวจความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครองชุมชนได้วางแผนการจัดการ เรียนการสอน มีเอกสารสํารวจความต้องการของนักเรียนผู้ปกครองและได้มีการจัดกิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ (Open House) ให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนในละแวกใกล้เคียง ได้เข้าร่วมกิจกรรมของทางโรงเรียน ทำให้โรงเรียนได้มีจำนวนนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพิ่มมากขึ้น ใช้การวางแผนการจัดการ เรียนการสอน จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาที่มุ่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนให้เต็มตามศักยภาพ ตอบสนองความ ต้องการของนักเรียน และทิศทางของโรงเรียน มีการวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัด โรงเรียนมีหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล หลักสูตรโครงการส่งเสริมความเป็นเลิศทางคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ จัดการเรียน การสอนกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะตามกำหนด มีขอบข่ายรายวิชา และแผนการจัดการ เรียนรู้ ที่สามารถพัฒนานักเรียนให้มีคุณสมบัติตามที่กำหนดจัดสภาพแวดล้อม บรรยากาศ และบริการแหล่งเรียนรู้ที่ เอื้ออํานวยต่อการเรียนรู้ของนักเรียนตอบสนองต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน มีห้องเรียน คุณภาพ มุมความรู้ บอร์ดความรู้ ห้องสมุดมีชีวิต ห้องสืบค้น และแหล่งเรียนรู้ภายนอกที่ตอบสนองต่อการพัฒนา คุณภาพการศึกษา จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์อย่างหลากหลายรูปแบบต่อเนื่อง จัดระบบการดูแลช่วยเหลือ นักเรียนแบบรอบด้าน มีกระบวนการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีแบบแผนขั้นตอนชัดเจนดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง จัดโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียนในทุกระดับชั้น ชุมชนมีส่วนร่วมรับผิดชอบร่วมตัดสินใจและพัฒนานักเรียนจัดบริการ แนะแนวเชิงรุกที่มุ่งอนาคตและสัมฤทธิ์ผลของนักเรียน จัดสอนเสริมความรู้ในวิชาต่าง ๆ ให้นักเรียนโดยผู้เชี่ยวชาญผู้มี ความรู้ที่มีความสามารถและความถนัดในแต่ละวิชา และเชิญมาแนะแนวความรู้ชีวิตในมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งแนะ แนวการศึกษาต่อและอาชีพ นักเรียนส่วนใหญ่ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐ และเอกชนและมีสถิติสอบเข้าเพิ่มขึ้น ทุกปี จัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง จึงทำให้ผู้ปกครองมี ความสัมพันธ์ที่ดีให้ความร่วมมือในการดูแลนักเรียน จัดระบบบริการรับฟังข้อเสนอแนะ สํารวจความคิดเห็นของ นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชนที่มีต่อการดําเนินงานของโรงเรียนมีการประชุมชี้แจงการดําเนินงาน แนวทางพัฒนาของ โรงเรียนต่อนักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้แสดงความ คิดเห็นและความต้องการในการพัฒนาโรงเรียน มีการประกาศให้นักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบ โรงเรียน ได้มีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่สนใจศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโดยการคัดจากผลการ เรียนเฉลี่ยสะสมและผลการทดสอบระดับชาติ เพื่อให้เกิดขวัญกําลังใจแก่นักเรียนในการศึกษาต่อ โรงเรียนได้มีการจัด กิจกรรมปัจฉิมนิเทศ กิจกรรมวันปฐมนิเทศ กิจกรรมประดับเข็มตราสัญลักษณ์โรงเรียน เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ ระหว่างนักเรียนด้วยกัน (2) การเข้าถึงและสนับสนุนนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (STUDENT and Stakeholder Support) โรงเรียนมีดำเนินการโดยการนําข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับนักเรียนด้านหลักสูตรการจัดการศึกษา การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนการสอน เช่น การจัดบูรณาการสาระท้องถิ่นของนักเรียนทั้ง 6 ระดับชั้น ศึกษา วัฒนธรรมชาวมอญที่อยู่บริเวณรอบๆ โรงเรียนแบบบูรณาการ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีการพัฒนาครูโดยให้อบรม หลักสูตรต่าง ๆ เพื่อนําไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนอย่างหลากหลาย จนเป็นโรงเรียนที่ผู้ปกครองให้ ความไว้วางใจให้บุตรหลานเข้ามาศึกษาต่อ สำหรับการส่งต่อนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษานั้น นอกจาก นักเรียนจะสอบคัดเลือกโดยตรงแล้ว ยังมีโควตาเข้ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้กับนักเรียนที่มีผลการเรียนดี จัดทำ


38 โครงการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ และการบริหารในระบบ MOU กับมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐ และ เอกชน ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์สถาบันพระบรมชนก และมหาวิทยาลัย ราชภัฎบ้านสมเด็จ เป็นต้น ผู้นําระดับสูงได้วางรากฐาน และกำหนดทิศทางในการดําเนินงานร่วมกับสถาบันการศึกษา อื่น องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และภาคเอกชนที่มีความตั้งใจสนับสนุนงานด้านการศึกษา เพื่อร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้และเป็นพันธมิตรทางการศึกษา ร่วมกันพัฒนาโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศ โดยโรงเรียนวางเป้าหมายสู่ ความเป็นเลิศไว้3 ด้าน คือ ด้านคุณภาพผู้เรียน ด้านคุณภาพครูและบุคลากรของโรงเรียน ด้านความร่วมมือจาก ชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และนําไปสู่การด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในโรงเรียน มีการประชาสัมพันธ์ในการบริการ ให้กับผู้เกี่ยวข้องรับทราบ ส่วนนักเรียนปัจจุบันแจ้งในที่ประชุมผู้ปกครอง นักเรียนในอนาคต ศิษย์เก่า แจ้งในเว็บไซต์ โรงเรียน และโรงเรียนยังมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและบริหารการจัดการสถานศึกษาที่ทำงานโดยระบบ คอมพิวเตอร์ ( PTN Care) ที่สามารถช่วยครูผู้สอน นักเรียนและผู้ปกครองในการเรียนการสอนอีกด้วย (3) การจัดการกับข้อร้องเรียน (STUDENT Segmentation) โรงเรียนมีแนวปฏิบัติในการจัดการกับข้อร้องเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้นักเรียนเกิดความเชื่อมั่น และเสริมสร้างความพึงพอใจ และความผูกพัน ดังนี้ 1. กำหนดแนวทางการรับข้อร้องเรียน ข้อสงสัย ทางโทรศัพท์ ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ทางเฟซบุ๊ก ทางจดหมาย และรับทราบทางวาจา 2. ประชุมปรึกษาหารือวิเคราะห์ข้อร้องเรียน 3. จําแนกข้อร้องเรียน 4. ประชุมเพื่อหาแนวทางในการสร้างมาตรฐานการปฏิบัติ 5. กรณีที่ข้อร้องเรียนต้องแก้ไข ได้ศึกษากฎระเบียบของโรงเรียนให้ชัดเจน 6. กำหนดระยะเวลาตอบกลับให้แก่ผู้ร้องเรียน 7. สร้างมาตรฐานในการปฏิบัติงาน และกําหนดการดําเนินงาน โดยประกาศให้นักเรียนและ ผู้มีส่วนได้ส่วน เสียทราบ ข. การประเมินความพึงพอใจและความผูกพันของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Determination of student and Stakeholders Satisfaction and ENGAGEMENT) (1) ความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความผูกพัน (Satisfaction,Dissatisfaction and ENGAGEMENT ) โรงเรียนปทุมธานี “นันทมุนีบำรุง” มีวิธีการในการประเมินความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความผูกพัน ของนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำมาเป็นข้อมูลสารสนเทศ และปัจจัยนำเข้าในการพิจารณาความต้องการ และความคาดหวังในการรับบริการ โดยการประชุม วางแผน กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานหรือกิจกรรม ได้แก่ การ จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศโดยการจัดโครงการอบรมแนวทางการศึกษาต่อ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โครงการสร้าง เป้าหมายชีวิต กิจกรรมน้องส่งพี่ กิจกรรมสานสัมพันธ์แผนการเรียน กิจกรรมการปฐมนิเทศ กิจกรรมกีฬาภายใน โรงเรียน “นันท์เกมส์” ฯลฯ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลและผลการจัดกิจกรรม สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจ แบบ ประเมิน หรือสังเกตพฤติกรรมนักเรียน เป็นต้น นำมาวิเคราะห์จัดทำเป็นข้อมูลสารสนเทศ วิเคราะห์สาเหตุความไม่พึง พอใจและหาแนวทางในการปรับปรุง นำข้อมูลการประเมินความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความผูกพันของ นักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาใช้เป็นฐานข้อมูลในการปรับปรุงการทำงาน พัฒนาและทำความเข้าใจกับนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงวิธีการป้องกัน ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากที่จะทำให้เกิดความไม่พอใจในลักษณะเดียวกันอีก ต่อไปในอนาคต รวมทั้งติดตาม ประเมินผล สรุปผลและรายงานให้ผู้นำระดับสูง


Click to View FlipBook Version