The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ITA11 1แผนปฎิบัติราชการปี66

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by reo12.moe, 2023-06-19 08:06:06

ITA11 1แผนปฎิบัติราชการปี66

ITA11 1แผนปฎิบัติราชการปี66

-- 113 -- - ค่าจัดบูธ นิทรรศการ 4 บูท ๆ ละ 1500 บาท - ค่าพาหนะเดินทางคณะกรรมการ 6,000 บาท 2,000 บาท รวมค่าใช้จ่ายกิจกรรมที่ 3 เป็นเงินทั้งสิ้น จ านวน 25,300 บาท ค่าใช้สอยและวัสดุจ านวน 3,860 บาท โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณการ ดังนี้ - ค่าวัสดุส านักงาน - ค่าจ้างจัดท ารูปเล่มเอกสารสรุปรายงานผลการด าเนินโครงการ 2,360 บาท 1,500 บาท รวมค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุเป็นเงินทั้งสิ้น จ านวน 3,860 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น (กิจกรรมที่ 1-3 และค่าใช้สอยและวัสดุ) จ านวน 43,000 บาท หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ ทุกกิจกรรม 13. การวิเคราะห์ความเสี่ยง 13.1 ความเสี่ยง ด้านกระบวนการด าเนินงาน เนื่องจากการด าเนินงานโครงการเป็นลักษณะการบูรณาการ ประสานความร่วมมือ การปฏิบัติงานร่วมกับ หรือส่งเสริมการมีส่วนร่วมของส่วนราชการ/หน่วยงานทั้ง ภายในและภายนอกกระทรวงศึกษาธิการ จึงอาจส่งผลให้เกิดอุปสรรคในการด าเนินโครงการ ไม่สามารถ ด าเนินการได้ทันตามช่วงระยะเวลาและแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามที่ก าหนดได้ 13.2 การบริหารความเสี่ยง การก าหนดกรอบแนวทางการปฏิบัติแผนการด าเนินงาน การออกแบบกิจกรรม และการ แต่งตั้งคณะท างานในการรับผิดชอบการด าเนินงานในแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน โดยการจัดการประชุมชี้แจง เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่คณะท างานที่รับผิดชอบ 14. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ (Impact) 14.1 ผู้เรียนที่จบการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา ในพื้นที่รับผิดชอบของ ส านักงานศึกษาธิการภาค12 มีหลักสูตรทางเลือกเข้าสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นที่หลากหลาย สอดคล้อง กับคุณลักษณะของผู้เรียน ความต้องการและบริบทของพื้นที่ระดับจังหวัดและภูมิภาค 14.2 ผู้เรียนที่จบการศึกษาในแต่ละระดับ ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 สามารถ ใช้ความรู้และประสบการณ์ในการประกอบอาชีพและมีงานท าได้ตามความถนัดและความสนใจ 14.3 ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมให้ความรู้ด้านอาชีพ


-- 114 -- 1. ชื่อโครงการ สร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 *ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ :ด้านยุทธศาสตร์ที่ 1ด้านความมั่นคง ความสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ : ประเด็นที่ 1 ความมั่นคง (แผนย่อยที่ 3.1) การรักษาความสงบ ภายในประเทศ (แผนย่อยที่ 3.2) การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ :12 ด้านการศึกษา ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13(พ.ศ. 2566-2570) หมุดหมายที่ 12 ไทยมี ก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต (กลยุทธ์ที่ 1) คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการ พัฒนาในทุกมิติ(กลยุทธ์ที่ 3) การเรียนรู้ตลอดชีวิต ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล นโยบายหลัก :ข้อที่ 8 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทย ทุกช่วงวัย นโยบายเร่งด่วน :ข้อที่ 7 การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ :ยุทธศาสตร์ที่ 1การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคม และประเทศ ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ :ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความ มั่นคง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 : ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริม พัฒนาภาคีเครือข่าย ให้เชื่อมโยง การจัดการศึกษาทุกระดับในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ 2. หลักการและเหตุผลความจ าเป็น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ ก าหนดรูปแบบการปกครองและประมุขแห่งรัฐไว้ว่า “ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นการเทิดทูน พระมหากษัตริย์ คือทรงด ารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” และพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงตอบรับการขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์ที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 และมีพระราชด ารัสตอบรับการขึ้น ทรงราชย์ มีความว่า... “ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้กล่าวในนาม ของปวงชนชาวไทย เชิญข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ว่าเป็นไปตามพระราชประสงค์ของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณ เทียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ กับรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อ สนองพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง” กอปรกับพระราชปณิธานด้าน การศึกษาของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือการสร้างคนดี ซึ่งพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระบรมราโชบายเพื่อสืบ โครงการที่ 2


-- 115 -- สานพระราชปณิธานแห่งองค์พระบรมชนกนาถ ในการสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง โดยทรงมุ่งให้การศึกษา ต้องสร้างพื้นฐานแก่นักเรียน 4 ด้าน ประกอบด้วย (1) การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง (2) การมีพื้นฐาน ชีวิตที่มั่งคง มีคุณธรรม (3) การมีงานท า - มีอาชีพ และ (4) การเป็นพลเมืองดี กระทรวงศึกษาธิการ มีบทบาทอ านาจหน้าที่ในการส่งเสริมและก าหนดหน้าที่ ให้ดูแลการจัดการศึกษา ในทุกระดับ ทุกประเภท รวมถึงการก าหนดนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษา สนับสนุนทรัพยากร เพื่อการศึกษา การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษา เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ โดยตรงในการขับเคลื่อน ระบบการศึกษาของประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาก าลังคน ประชากร และ ทรัพยากรบุคคลของประเทศให้มีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษาตามที่ได้ บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 โดยได้ ระบุไว้ว่า “การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งทางด้านร่างกายและ จิตใจ มีสติปัญญา ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมในการด ารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นใน สังคมได้อย่างมีความสุข”รวมทั้ง การส่งเสริมการศึกษาให้กับประชาชน อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สร้างความ เสมอภาคและโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริมให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัยและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้บริการแก่สังคม พัฒนาบุคลากรทาง การศึกษา ท าให้เล็งเห็นความส าคัญในการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะความเป็นพลเมืองดี ซี่งเป็น รากฐานส าคัญในการสร้างผู้เรียนเป็นคนดี และพัฒนาให้เป็นคนเก่ง สู่การปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาทอย่าง เป็นรูปธรรม จึงได้ก าหนดนโยบายเพื่อให้หน่วยงานทางการศึกษาในสังกัดน าไปเป็นหลักการขับเคลื่อนสู่การ ปฏิบัติให้ประสบผลส าเร็จ โดยใช้กลไกของหน่วยงานระดับภาคและจังหวัดเป็นฐาน ในการน้อมน าการ ด าเนินการส่งเสริม สนับสนุน ขับเคลื่อนคุณลักษณะความแป็นพลเมืองดี โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง และพระบรมราโชบาย ด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหา วชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 น ามาเป็นหลักชัยสู่การขับเคลื่อนปฏิบัติอย่างเป็น รูปธรรมให้กับสถานศึกษา ทุกสังกัดในพื้นที่ของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 3. วัตถุประสงค์ 3.1 เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรียนรู้ และมีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และ บ้านเมือง รวมทั้งพระราชกรณียกิจของบูรพกษัตริย์ไทย และพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อประชาชนคนไทย 3.2 เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้และสามารถน้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษาไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ มีโอกาสท าหน้าที่เป็นพลเมืองดี มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงและมีคุณธรรม ส่งผลให้ เกิดการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืนตามบริบทในพื้นที่ตนเอง 3.3 เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ถึงนวัตวิถีของท้องถิ่นและชุมชน มีจิตส านึกรักและภูมิใจใน ท้องถิ่นและชุมชนของตนเอง


-- 116 -- 4. เป้าหมายโครงการ (Output) 4.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ 4.1.1 ผู้เรียนที่เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ความเข้าใจ และมีเจตคติที่ดีและถูกต้องต่อสถาบัน พระมหากษัตริย์และบ้านเมือง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 4.1.2 หน่วยงานทางการศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและสังกัดอื่น ตลอดจนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดร่วมบูรณาการการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเป็นพลเมืองดี 4.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ 4.2.1 ผู้เรียนทุกช่วงวัยมีความรู้ความเข้าใจ มีเจคติที่ดี ถูกต้องต่อสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 4.2.2 ผู้เรียนรักษ์ท้องถิ่นและชุมชนของตนเอง 5. กลุ่มเป้าหมายโครงการ (Target group) 1. ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 2. ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้เรียนในสถานศึกษาทุกสังกัด ประชาชน 3. ภาคีเครือข่ายการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบ 6. ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Outputs) และตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) 6.1 ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Outputs) 6.1.1 ร้อยละ 80 ของผู้เรียนมีความรักและเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์และยัดมั่นใน การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 6.1.2 ร้อยละ 80 ของผู้เรียนได้น าความรู้ความเข้าใจไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน 6.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) 6.2.1 สังคมมีความปองดอง สมานฉันท์ อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข 7. วิธีด าเนินการ (Activity) - กิจกรรม 7.1 วิธีด าเนินการ (Activity) 1. สร้างการรับรู้ความเข้าใจและวางแผนการด าเนินงานโครงการ 1.1 เข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนการด าเนินงานโครงการใน ภาพรวมจากส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการศึกษาในภูมิภาค สป. 1.2 เข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการสร้างและส่งเสริมความเป็น พลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยใช้กระบวนการออกแบบ ความคิด (Design Thinking) เพื่อนิเทศ ติดตาม ประเมินผล และคัดเลือกรูปแบบวิธีการที่เป็นเลิศการบริหารจัดการการสร้าง และส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ, เพื่อสร้างเครือข่ายการ สร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ


-- 117 -- 1.3 แต่งตั้งคณะท างานด าเนินงานโครงการ และจัดประชุมชี้แจง ก าหนดกรอบแนวทาง แผนงาน ออกแบบกิจกรรม เป้าหมาย และปฎิทินการด าเนินงานร่วมกับส านักงานศึกษาธิการจังหวัด ในพื้นที่รับผิดชอบ 2. ติดตามผลการด าเนินงานโครงการสร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอย พระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติในพื้นที่รับผอดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 3. จัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อยอดนวัตกรรมในระดับพื้นที่ของจังหวัด และคัดเลือก ผลงานนวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ระดับภาค 4. เข้าร่วมกิจกรรมมหกรรมทางวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสวนาทางวิชาการ/คัดเลือก Best Practice ระดับประเทศ 4.1 จัดท าเอกสารสรุปรายงานผลการด าเนินงานโครงการสร้างและส่งเสริมความ เป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 ประชุมสรุปและรายงานผลการด าเนินงานระดับภาค 4.2 รายงานผลการด าเนินงานโครงการน าเสนอผู้บริหารหน่วยงานทราบรวมทั้งเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ เอกสารสรุปรายงานผลการด าเนินงานโครงการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน ทราบเพื่อการน าไปใช้ประโยชน์ 7.2 กิจกรรม กิจกรรม(หลัก) ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง 7.2.1 โครงการสร้าง และส่งเสริมความ เป็นพลเมืองดีตาม รอยพระยุคลบาท ด้านการศึกษาสู่การ ปฏิบัติในพื้นที่ รับผิดชอบของ ส านักงานศึกษาธิการ ภาค 12 1.สร้างการรับรู้ความเข้าใจและวาง แผนการด าเนินงานโครงการ 1.1 เข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจง แนวทางการขับเคลื่อนการ ด าเนินงานโครงการในภาพรวมจาก กองส่งเสริมและพัฒนาการ 1.2 เข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้และถอดบทเรียนการสร้างและ ส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอย พระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การ ปฏิบัติ โดยใช้กระบวนการออกแบบ ความคิด (Design Thinking) เพื่อ นิเทศ ติดตาม และประเมินผล และ คัดเลือกรูปแบบวิธีการที่เป็นเลิศการ บริหารจัดการการสร้างและส่งเสริม ความเป็นพลเมืองดีตามรอย 2. ติดตามผลการ ด าเนินงานโครงการ สร้างและส่งเสริม ความเป็นพลเมืองดี ตามรอยพระยุคล บาท ด้านการศึกษา สู่การปฏิบัติในพื้นที่ รับผอดชอบของ ส านักงานกษาธิการ ภาค 12 3. จัดกิจกรรมเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อยอดนวัตกรรม ในระดับพื้นที่ของ จังหวัด และ คัดเลือกผลงาน 4. เข้าร่วมกิจกรรม มหกรรมทางวิชาการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสวนา ทางวิชาการ/คัดเลือก Best Practice ระดับประเทศ 4.1 จัดท าเอกสารสรุป รายงานผลการด าเนินงาน โครงการสร้างและส่งเสริม ความเป็นพลเมืองดี ตามรอยพระยุคลบาท ด้านการศึกษา สู่การ ปฏิบัติในพื้นที่รับผิดชอบ ของส านักงานศึกษาธิการ ภาค 12 ประชุมสรุปและ


-- 118 -- กิจกรรม(หลัก) ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง พระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การ ปฏิบัติ , เพื่อสร้างเครือข่ายการสร้าง และส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตาม รอยพระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การ ปฏิบัติ 1.3 แต่งตั้งคณะท างานด าเนินงาน โครงการ และจัดประชุมชี้แจง ก าหนดกรอบแนวทาง แผนงาน ออกแบบกิจกรรม เป้าหมาย และ ปฎิทินการด าเนินงานร่วมกับ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่ รับผิดชอบ ธ.ค. - ม.ค. 66 นวัตกรรมการ ปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ระดับภาค ก.พ. - ก.ค. 66 รายงานผลการด าเนินงาน ระดับภาค 4.2 รายงานผลการ ด าเนินงานโครงการ น าเสนอผู้บริหาร หน่วยงานทราบรวมทั้ง เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เอกสารสรุปรายงานผล การด าเนินงานโครงการให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ สาธารณชนทราบเพื่อการ น าไปใช้ประโยชน์ ส.ค. - ก.ย. 66 8. ตัวชี้วัดกิจกรรม - 9. ระยะเวลาด าเนินการ ตุลาคม 2565 -กันยายน 2566 10. สถานที่/พื้นที่ด าเนินการ 1. โรงแรมกรีน อ าเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 2. ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 3. ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด 4. ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น 5. ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม 6. ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ 7. สถานศึกษาในสังกัดพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 11. หน่วยงานที่รับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการศึกษา ส านักงานศึกษาธิการภาค 12


-- 119 -- 12. งบประมาณ จ านวน 250,000.- บาท (สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ได้รับงบประมาณจากส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กิจกรรมและรายละเอียดตัวคูณ งบประมาณ (บาท) ระยะเวลา การด าเนินงาน กิจกรรมที่ 1 - เข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการสร้างและส่งเสริม ความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยใช้กระบวนการ ออกแบบ ความคิด (Design Thinking) เพื่อนิเทศ ติดตาม และ ประเมินผล และคัดเลือก รูปแบบวิธีการที่เป็นเลิศการบริหารจัดการการสร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตาม รอยพระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ , เพื่อสร้างเครือข่ายการสร้างและส่งเสริม ความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ - จัดประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนการด าเนินงานโครงการพัฒนา การศึกษาตามบริบทในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 รายละเอียดตัวคูณ - ค่าที่พัก (6 คน X 1 วัน X 1,200 บาท) ห้องพักเดี่ยว - ค่าที่พัก (2 คน X 1 วัน X 1,200 บาท) ห้องพักคู่ - ค่าสมนาคุณวิทยากร (1 คน X 2 ชั่วโมง X 1 วัน X 1,200 บาท) - ค่าสมนาคุณวิทยากร (5 คน X 4 ชั่วโมง X 1 วัน X 600 บาท) - ค่าสมนาคุณวิทยากร (1 คน X 4 ชั่วโมง X 1 วัน X 1,200 บาท) - ค่าพาหนะวิทยากร (1 คน X 79 กม.ๆ ละ 4 บาท - ค่าพาหนะวิทยากร (1 คน X 52 กม.ๆ ละ 4 บาท X 2 เทียว (ไป - กลับ) - ค่าพาหนะวิทยากร (1 คน X 80 กม.ๆ ละ 4 บาท X 2 เทียว (ไป - กลับ) - ค่าพาหนะวิทยากร (1 คน X 298 กม.ๆ ละ 4 บาท X 2 เทียว (ไป - กลับ) - ค่าใช้จ่ายอาหารกลางวัน (95 คน X 1 วัน X 300 บาท) - ค่าใช้จ่ายอาหารว่าง (95 คน X 2 มื้อ X 50 บาท) - ค่าวัสดุ - ค่าน้ ามันเชื้อเพลิง รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินจ านวน 5,440 7,200 1,200 2,400 12,000 4,800 632 416 640 28,500 9,500 12,000 2,000 81,288 ม.ค. 66


-- 120 -- กิจกรรมที่ 2 ติดตามผลการขับเคลื่อนการด าเนินงานของส านักงานศึกษาธิการจังหวัด ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 และติดตามโดยใช้แบบติดตามที่ ทางส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ก าหนดไว้ - ค่าที่พัก (7 คน X 4 วัน X 800 บาท (ห้องพักเดี่ยว 7 ห้อง) - ค่าที่พัก (4 คน X 4 วัน X 800 บาท (ห้องพักคู่ 2 ห้อง) - ค่าตอบแทนคณะกรรมการ (3 คนๆ ละ 8 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท จ านวน 4 วัน) - ค่าพาหนะคณะกรรมการ 5 คน - ค่าเบี้ยเลี้ยง ( 8 คน X 4 วัน X 240 บาท ) - ค่าน้ ามันเชื้อเพลิงรถราชการ - ค่าถ่ายเอกสารและวัสดุ รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินจ านวน 22,400 6,400 14,400 15,000 7,680 12,000 8,000 85,880 เม.ย. - ก.ย. 66 กิจกรรมที่ 3 ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคัดเลือกผลงานนวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็น เลิศ (Best Practice) ของจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 รายละเอียดตัวคูณ - ค่าที่พัก (8 คน X 1 วัน X 800 บาท (ห้องพักเดี่ยว 7 ห้อง) - ค่าที่พัก (4 คน X 1 วัน X 800 บาท (ห้องพักคู่ 3 ห้อง) - ค่าตอบแทนกรรมการ (5 คนๆ ละ 1,000 บาท จ านวน 1 วัน) - ค่ากรอบเกียรติบัตร (150 บาท X 10 อัน) - ค่าจ้างจัดท าโล่เกียรติคุณ (1,500 บาท X 5 อัน) - ค่าพาหนะกรรมการ 5 คน - ค่าเบี้ยเลี้ยง (7 คน X 4 วัน X 240 บาท ) - ค่าน้ ามันเชื้อเพลิงรถราชการ รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินจ านวน 6,400 2,400 10,000 1,500 7,500 10,000 6,720 3,000 47,520 เม.ย. - ก.ย. 66 กิจกรรมที่ 4 : เข้าร่วมกิจกรรมมหกรรมทางวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และคัดเลือก ผลงานนวัตกรรมการปฏิบัติ ที่เป็นเลิศ (Best Practice) ระดับประเทศ - ส.ค - ก.ย. 66 กิจกรรมที่ 4.1 จัดท าเอกสารสรุปรายงานผลการด าเนินงานโครงการ สร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในลงพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 - ค่าจ้างท าเล่มเอกสารสรุปรายงานโครงการ (200 บาท X 10 เล่ม ) รวมค่าใช้จ่ายเป็นจ านวนเงิน 2,000 ส.ค - ก.ย. 66


-- 121 -- กิจกรรมที่ 4.2 รายงานผลการด าเนินงานโครงการน าเสนอผู้บริหาร หน่วยงานทราบรวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เอกสารสรุปรายงานผลการด าเนินงาน โครงการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชนทราบเพื่อการน าไปใช้ ส.ค - ก.ย. 66 ค่าใช้สอยและวัสดุ เป็นเงิน จ านวน โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณการ ดังนี้ - ค่าถ่ายเอกสารและวัสดุ - ค่าจัดบูธ (5,000 X 4 บูธ ) รวมค่าใช้จ่ายเป็นจ านวนเงิน 7,872 20,000 27,872 ส.ค - ก.ย. 66 กิจกรรมที่ 4.3 รายงานผลการด าเนินงานโครงการน าเสนอผู้บริหาร หน่วยงานทราบรวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เอกสารสรุปรายงานผลการด าเนินงาน โครงการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชนทราบเพื่อการน าไปใช้ประโยชน์ ส.ค. - ก.ย. 66 รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินทั้งสิ้นจ านวน 250,000 13. การวิเคราะห์ความเสี่ยง - 14. ผลที่คาดว่าจะได้รับ (Impact) 14.1 ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการส่งเสริมให้มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง เข้มแข็ง มีคุณธรรม มีอาชีพ - มีงานท า และเป็นพลเมืองที่ดี 14.2 หน่วยงานและสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ ในจังหวัดได้รับการสนับสนุนให้น้อมน าพระราโชบาย ด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร สู่การจัดการศึกษาพัฒนา ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม 14.3 ผู้เรียนทุกช่วงวัยมีการน้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน และมีจิตส านึกรักชุมชนและภูมิใจในท้องถิ่นและชุมชนของตนเอง


-- 122 -- 1. ชื่อโครงการ โครงการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 *ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านความมั่นคง ความสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นที่ 1 ประเด็นความมั่นคง ความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต (กลยุทธ์ที่ 1) คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ(กลยุทธ์ที่ 3) การเรียนรู้ตลอดชีวิต ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล นโยบายหลักที่ 1 การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ นโยบายเร่งด่วนที่ 2 การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศ ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริม พัฒนาภาคี เครือข่ายให้เชื่อมโยงการจัดการศึกษาทุกระดับในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ 2. หลักการและเหตุผลความจ าเป็น ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง เรื่อง การ พัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ได้ก าหนดให้การพัฒนาและเสริมสร้างความ จงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ เป็นยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนให้คนในชาติมีจิตส านึกรักและหวงแหน มุ่งจงรักภักดี พร้อมธ ารงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวและศูนย์รวม จิตใจหนึ่งเดียวกันของคนทั้งชาติ โดยปลูกฝังและสร้างความตระหนักรู้ถึงความส าคัญของสถาบันหลักของ ชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรักและภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยและชาติไทยผ่านทางกลไกต่าง ๆ ด้าน การศึกษาประวัติศาสตร์ในเชิงสร้างสรรค์ น้อมน าและเผยแพร่ศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง รวมถึงแนวทางพระราชด าริต่าง ๆ ให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และน าไปประยุกต์ปฏิบัติใช้ อย่างกว้างขวาง จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและพระราชกรณียกิจอย่างสม่ าเสมอ ประกอบกับแผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นความมั่นคง แผนย่อยการรักษาความสงบภายในประเทศ ได้มีแนวคิดในการ ด าเนินการที่ส าคัญ คือการสร้างความส านึกจงรักภักดีและความภาคภูมิใจในชาติให้เกิดขึ้นกับประชาชน ทุกหมู่เหล่า ตลอดจนรัฐบาลมีนโยบายปกป้อง และเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการแสดงออก ถึงความจงรักภักดี พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ โครงการที่ 3


-- 123 -- ดังนั้น เพื่อส่งเสริมการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ แก่ประชนด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย จึงเป็นสิ่งส าคัญในการด าเนินการเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์และนโยบาย รัฐบาล อันจะส่งผลให้ประชาชนมีความรักชาติ เกิดความสามัคคี เป็นรากฐานที่เหนียวแน่นในการพัฒนา ประเทศชาติให้มีความเจริญมั่นคง จึงเห็นสมควรจัดท าโครงการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ขึ้น 3. วัตถุประสงค์ 3.1 เพื่อเป็นการเทิดทูนและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่น ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการด าเนินกิจกรรมอันเป็น การเทิดทูนและเชิดชูพระเกียรติแด่พระบรมวงศานุวงศ์ 3.2 เพื่อสร้างการรับรู้ เข้าใจ มีความตระหนัก น้อมร าลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบัน พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ 3.3 เพื่อปลูกฝังและเสริมสร้างความรักและเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างจิตส านึก และค่านิยมที่ถูกต้องให้แก่เด็ก และเยาวชน 4. เป้าหมายโครงการ 4.1 เชิงปริมาณ รายงานผลการด าเนินงานโครงการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ จ านวน 1 เล่ม 4.2 เชิงคุณภาพ ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ/ กิจกรรม 5. กลุ่มเป้าหมายโครงการ 5.1 บุคลากรในสังกัดส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ผู้บริหาร ข้าราชการครู บุคลากรทางการ ศึกษา เด็กและเยาวชน ในพื้นที่รับผิดชอบ 6. ตัวชี้วัดและเป้าหมาย 6.1 บุคลากรในสังกัดส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ผู้บริหาร ข้าราชการครู บุคลากรทางการ ศึกษา เด็กและเยาวชน มีความรู้ ความเข้าใจในสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างน้อยร้อยละ 80 6.2 ผู้เข้าร่วมโครงการ/กิจกรรม ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ/กิจกรรม 7. ขั้นตอนการด าเนินงาน 7.1 จัดท าร่างกรอบแนวทางการด าเนินงานโครงการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 7.2 ขออนุมัติโครงการ/กิจกรรมการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ ประจ าปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 7.3 ด าเนินโครงการ/กิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ดังนี้


-- 124 -- - ประชุมวางแผนก าหนดกรอบแนวทางการด าเนินงานและออกแบบกิจกรรมภายใต้ โครงการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ - อบรมพัฒนาเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ประวัติศาสตร์ชาติไทย และพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อสังคมไทย - สนับสนุนให้มีการเผยแพร่แนวทาง/แนวปฏิบัติ และการให้ความรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติ ในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติหรือเทิดพระเกียรติในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเหมาะสม - จัดงานพิธีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันส าคัญต่าง ๆ และกิจกรรมจิตอาสา ส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 7.4 จัดท ารายงานสรุปผลการด าเนินงานโครงการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ส่งให้ส านักนโยบายและยุทธศาสตร์ ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 8. ระยะเวลาและสถานที่ ระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 - กันยายน พ.ศ. 2566 ด าเนินการในพื้นที่รับผิดชอบ 9. งบประมาณ งบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพคน ผลผลิตนโยบายและแผนด้านการศึกษา กิจกรรมการด าเนินงานด้านนโยบาย และยุทธศาสตร์ งบรายจ่ายอื่น ค่าใช้จ่ายในการจัดงานเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์จ านวน 70,000 บาท (เจ็ดหมื่นบาทถ้วน) โดยมีรายละเอียด ดังนี้ กิจกรรมหลัก/กิจกรรมย่อย งบประมาณ กิจกรรมที่ 1 ค่าใช้จ่ายในการประชุมคณะท างานโครงการเทิดพระเกียรติ พระบรมวงศานุวงศ์ ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จ านวน 4,750 บาท รายละเอียด ดังนี้ - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (25 คน x 2 มื้อ x 35 บาท) 1,750 บาท - ค่าอาหารกลางวัน (25 คน x 1 วัน x 120 บาท) 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 4,750 บาท กิจกรรมที่ 2 จัดอบรม เรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย” ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป้าหมาย จ านวน 100 คน 2.1 ประชุมเตรียมความพร้อม ณ สถานศึกษาที่ก าหนด - ค่าอาหารกลางวัน (120 บาท x 20 คน x 1 มื้อ) - ค่าเครื่องดื่ม-อาหารว่าง (35 บาท x 20 คน x 2 มื้อ) 2.2 จัดอบรม เรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย” ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป้าหมาย จ านวน 100 คน 2,400 บาท 1,400 บาท


-- 125 -- - ค่าอาหารกลางวัน (120 บาท x 100 คน x 1 มื้อ) 12,000 บาท - ค่าเครื่องดื่ม-อาหารว่าง (35 บาท x 100 คน x 2 มื้อ) 7,000 บาท - ค่าตอบแทนวิทยากร (600บาท x 2 คน x 1ชั่วโมง ) 1,200 บาท - ค่าจ้างท าป้ายไวนิล 2,000 บาท - ค่าน้ ามันเชื้อเพลิง - ค่าสถานที่ 2,000 บาท 10,000 บาท - ค่าที่พัก (800 บาท x 6 คน x 2 คืน) - ค่าวัสดุ 9,600 บาท 6,200 บาท รวมเป็นเงิน 53,800 บาท กิจกรรมที่ 3 จัดงานพิธีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันส าคัญต่าง ๆ และกิจกรรม จิตอาสา ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 - ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดกิจกรรม 6,000 บาท - ค่าจ้างท าป้ายไวนิล 1,500 บาท รวมเป็นเงิน 7,500 บาท กิจกรรมที่ 4 จัดท ารายงานสรุปผลการด าเนินงานโครงการเทิดพระเกียรติพระ บรมวงศานุวงศ์ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 4.1 ประชุมคณะท างานจัดท ารายงานสรุปผลการด าเนินงาน - ค่าอาหารกลางวัน (120 บาท x 5 คน x 1 มื้อ) - ค่าเครื่องดื่ม-อาหารว่าง (35 บาท x 5 คน x 2 มื้อ) - ค่าวัสดุ/ค่าจ้างจัดท าเอกสารเผยแพร่ 600 บาท 350 บาท 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 3,950 บาท หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ ทุกกิจกรรม แผนการใช้จ่ายงบประมาณ งบประมาณ ที่ได้รับจัดสรร (บาท) แผนใช้จ่ายงบประมาณ (บาท) ไตรมาสที่ 1 ไตรมาสที่ 2 ไตรมาสที่ 3 ไตรมาสที่ 4 70,000.- 4,750.- 25,000.- 25,250.- 15,000.- 10. หน่วยงานรับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการศึกษา ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 11. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ (Impact) บุคลากรในสังกัดส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ผู้บริหาร ข้าราชการครูบุคลากรทางการศึกษา เด็กและเยาวชน ได้รับรู้ เข้าใจ ตระหนัก มีความรัก เทิดทูนและส านึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของ สถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์


-- 126 -- 1. ชื่อโครงการ โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัยในระดับพื้นที่รับผิดชอบ ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 *ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ......ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ ● ความสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ● ความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ ......ด้านการศึกษา ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ( พ.ศ. 2566 – 2570) หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต (กลยุทธ์ที่ 1) คนไทยทุกช่วงวัย ได้รับการพัฒนาในทุกมิติ(กลยุทธ์ที่ 3) การเรียนรู้ตลอดชีวิต ● ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล นโยบายหลักที่ 8 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย นโยบายเร่งด่วนที่......การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21........................... ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่ ....3 เพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยเข้าถึง บริการทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต......... ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่...3 พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์................ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การศึกษาส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ยุทธศาสตร์ที่3 ส่งเสริม พัฒนาภาคี เครือข่าย ให้เชื่อมโยงการจัดการศึกษาทุกระดับในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ 2. หลักการและเหตุผลความจ าเป็น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 54 รัฐต้อง ด าเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ อย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐจะต้องด าเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับ การศึกษา เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและ สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมด าเนินการด้วย ประกอบกับ พระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ก าหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นคณะกรรมการระดับชาติโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีอ านาจในการจัดท านโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย และบูรณาการการท างานร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรอื่นใดที่ เกี่ยวข้องในระดับชาติถึงระดับชุมชน โดยจัดให้มีและพัฒนาฐานข้อมูลเด็กปฐมวัย สอดคล้องกับเป้าหมาย การด าเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (ก.พ.ป.) คือ มีแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนา เด็กปฐมวัย มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติและการพัฒนาระบบสารสนเทศ นอกจากนี้นโยบาย รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ก าหนดให้การส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นนโยบายหลักของนโยบายปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และ พัฒนาศักยภาพคนไทยทุกช่วงวัย รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) โครงการที่ 4


-- 127 -- ได้มอบนโยบายการจัดการศึกษาทั้ง 12 ข้อให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการและก าหนดให้ การศึกษาปฐมวัยเป็นนโยบายส าคัญด้วย โดย ข้อ 8 การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้รับการดูแลและพัฒนาก่อน เข้ารับการศึกษาเพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย เพื่อเป็นการ ขับเคลื่อนแผนบูรณาการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 ไปสู่การ ปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน าไปเป็นกรอบในการจัดท าแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนา เด็กปฐมวัย รวมทั้งมีการติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะและได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ส าหรับเด็กปฐมวัยให้ยึดหลักการพัฒนาเด็กอย่าง เป็นองค์รวม (Holistic Development) โดยพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการ 4 ด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา และได้เพิ่มความส าคัญของการพัฒนาทางด้านตัวตน (Self Development) และการพัฒนาทักษะสมอง (Executive Function : EF) ให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กรู้สึกมีคุณค่า มีความเชื่อมั่น ภูมิใจในตนเอง คิดเป็น มีเหตุผล และรู้จักก ากับตนเอง อีกทั้งส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ ด าเนินการจัดท าแผนปฏิบัติการด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2563-2565 เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารงาน จัดสรรงบประมาณ ก ากับ ติดตาม และประเมินผลความส าเร็จของการ จัดการศึกษาปฐมวัยในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งเป็นกรอบทิศทางและเป้าหมายการ ด าเนินงานส าหรับการบูรณาการการท างานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและส่วน ภูมิภาค เพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการมีกรอบทิศทางและเป้าหมายการด าเนินงานขับเคลื่อนด้านการ พัฒนาและการจัดการศึกษาเด็กปฐมวัยในระดับพื้นอย่างชัดเจน เป็นไปตามข้อก าหนดของกฎหมาย สอดคล้องกับแนวนโยบาย กฎหมาย และแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง เกิดการบูรณาการความร่วมมือในพื้นที่ อย่างเข้มแข็ง ส่งผลให้เด็กปฐมวัยทุกคนเป็นคนดีเก่ง มีคุณภาพ และมีพัฒนาการที่สมวัยตามเป้าหมายของ ยุทธศาสตร์ชาติโดยส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อด าเนินงานเกี่ยวกับ การส่งเสริมและพัฒนา การจัดการศึกษาเด็กปฐมวัยในระดับพื้นที่ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 จนถึง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อ ให้ส านักงานศึกษาธิการภาคและส านักงานศึกษาธิการจังหวัดเป็นหน่วยงาน หลักในการด าเนินงานขับเคลื่อนให้สอดคล้องตามบริบทของพื้นที่ โดยมีผลการด าเนินงานที่ส าคัญ ได้แก่ การสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้บริหาร ครูผู้ดูแลเด็ก และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน การจัดท า ระบบข้อมูลสารสนเทศเด็กปฐมวัย การจัดท าแผนพัฒนาการศึกษาปฐมวัยเชิงบูรณาการระดับจังหวัด รวมทั้งการคัดเลือก รวบรวม และขยายผลผลงานวิจัย นวัตกรรม รูปแบบ และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ด้านการบริหารจัดการศึกษาปฐมวัยและการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ระดับปฐมวัย รวมทั้งมี การนิเทศ ก ากับ ติดตามความคืบหน้าของการด าเนินงานของหน่วยงานและสถานศึกษาในพื้นที่เป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นให้มีการประสานงาน สร้างความร่วมมือ และบูรณาการการท างานร่วมกับ หน่วยงานของกระทรวงหลักที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด รวมถึง ตชด. องค์กรภาคเอกชนและมูลนิธิในพื้นที่ระดับจังหวัด เพื่อให้การด าเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัยระดับพื้นที่ ในส่วนระดับ ภาคและจังหวัดเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับข้อก าหนดของกฎหมาย และการ


-- 128 -- บริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่ยึดหลักการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Result-Based Management หรือ RBM) ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันบริหารจัดการแผนงาน/โครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ อย่างเป็นรูปธรรม ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 จึงก าหนดให้มีโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัด การศึกษาปฐมวัย ในระดับพื้นที่ โดยบูรณาการการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย ประสาน การด าเนินงานสร้างความร่วมมือ และบูรณาการการท างานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เป็น ส าคัญ 3. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการดูแลและพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์สังคม สติปัญญา และทักษะการเรียนรู้ที่สมวัย มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงเข้มแข็ง 2. เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานด้านการจัด การศึกษาปฐมวัยให้มีความรู้ความเข้าใจและมีคุณภาพตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ 3. เพื่อพัฒนาเครือข่ายการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัยในพื้นที่ระดับภาค และจังหวัดอย่างบูรณาการทุกภาคส่วนโดยสอดคล้องตามบริบทของพื้นที่ 4. เป้าหมายโครงการ (Output) 4.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ 1. ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 มีการคัดเลือก Best Practice การพัฒนาการ จัดการศึกษาปฐมวัยในระดับพื้นที่รับผิดชอบ ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประกอบด้วย 1.ด้านบริหาร จัดการศึกษาปฐมวัย (ผู้บริหาร)จ านวน 1 Best Practice 2. ด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ระดับ ปฐมวัย (ครูผู้สอน) จ านวน 1 Best Practice 2. ร้อยละ 90 ของเด็กปฐมวัย (อายุ3-6 ปี) ได้รับการพัฒนาให้มีพัฒนาการรอบด้าน สมวัยทุกด้านตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ 3. ร้อยละของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีผลการประเมินตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็ก ปฐมวัยแห่งชาติในระดับดีมาก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 4.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1. เด็กปฐมวัยที่จบการศึกษาระดับปฐมวัยมีพัฒนาการทุกด้านอยู่ในระดับดี 2. หน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนพัฒนาการจัดการศึกษาให้มี คุณภาพตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติอย่างบูรณาการโดยสอดคล้องตามบริบทของพื้นที่ 5. กลุ่มเป้าหมายโครงการ (Target group) 1. กลุ่มเป้าหมาย : บุคลากรในส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก ผู้รับบริการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ตลอดจนสถานศึกษา สถานพัฒนาเด็ก ปฐมวัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาปฐมวัยทุกสังกัดที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 2. ผู้ได้รับผลประโยชน์ : นักเรียน นักศึกษา ครูผู้ปกครอง ประชาชน และภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12


-- 129 -- 6. ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Outputs) และตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) 6.1 ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Outputs) 1. เด็กปฐมวัย (อายุ3-6) ทุกคนได้รับการพัฒนาให้มีพัฒนาการรอบด้าน สมวัย ตามมาตรฐาน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ 2. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกจังหวัดทุกสังกัดได้รับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการ จัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ 3. หน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยทุกจังหวัดทุกสังกัดมีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดการ ศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติอย่างบูรณาการโดยสอดคล้องตาม บริบทของพื้นที่ 6.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) เด็กปฐมวัย (อายุ3-6 ปี) ทุกคนได้รับการพัฒนาให้มีพัฒนาการรอบด้าน สมวัย ตามมาตรฐาน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ 7. วิธีด าเนินการ(Activity) – กิจกรรม 7.1 วิธีด าเนินการ(Activity) กิจกรรมที่1 : สร้างการรับรู้ความเข้าใจและวางแผนการด าเนินงานโครงการ กิจกรรมที่2 : ก ากับ ติดตาม และประเมินผลการด าเนินงานโครงการ กิจกรรมที่3 : จัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ และแบ่งปัน (Show and Share) ผลงาน นวัตกรรมด้านการจัดการศึกษาและการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของจังหวัดในพื้นที่ระดับภาค กิจกรรมที่4 : เข้าร่วมกิจกรรมมหกรรมทางวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสวนาทางวิชาการ/คัดเลือก (Best Practice) ระดับประเทศ กิจกรรมที่5 : สรุปและรายงานผลการด าเนินงานโครงการ 7.2 กิจกรรม กิจกรรม(หลัก) ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง 7.2.1 สร้างการรับรู้ความเข้าใจและ วางแผนการด าเนินงานโครงการ 7.2.2 ก ากับ ติดตาม และประเมินผล การด าเนินงานโครงการ 7.2.3 จัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยน เรียนรู้ เผยแพร่ และแบ่งปัน (Show and Share) ผลงานนวัตกรรมด้าน การจัดการศึกษาและการพัฒนาเด็ก ปฐมวัยที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของจังหวัดในพื้นที่ระดับภาค 7.2.4 เข้าร่วมกิจกรรมมหกรรมทาง วิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสวนาทาง 1. เข้าร่วมประชุมรับฟังการ ชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อน การด าเนินงานโครงการใน ภาพรวมจากกองส่งเสริม และพัฒนาการบริหาร การศึกษาในภูมิภาค สป. 2. ก าหนดแผนงาน รายละเอียด และร่าง ข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับ การจัดสรรงบประมาณ โครงการ (เพิ่มเติม) รวมทั้ง เสนอขออนุมัติให้ความ เห็นชอบโครงการและ 1. แต่งตั้งคณะท างาน ด าเนินงานโครงการและ จัดประชุมชี้แจง ก าหนด กรอบแนวทาง แผนงาน ออกแบบกิจกรรม เป้าหมาย และปฏิทิน การด าเนินงานร่วมกับ ส านักงานศึกษาธิการ จังหวัดในพื้นที่ รับผิดชอบ 2. ติดตามผลการ ด าเนินงานโครงการ ขับเคลื่อนการ 1. จัดกิจกรรมเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ และแบ่งปัน (Show and Share) ผลงานนวัตกรรมด้าน การจัดการศึกษาและ การพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของจังหวัด ในพื้นที่ระดับภาค 2. เข้าร่วมกิจกรรม มหกรรมทางวิชาการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้


-- 130 -- วิชาการ/คัดเลือก (Best Practice) ระดับประเทศ 7.2.5 สรุปและรายงานผลการ ด าเนินงานโครงการ แผนการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อรองรับการด าเนินงาน โครงการ ตลอดจนบรรจุใน แผนปฏิบัติการประจ าปี พัฒนาการจัดการศึกษา ปฐมวัยระดับพื้นที่ของ ส านักงานศึกษาธิการ จังหวัดในพื้นที่ รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 เสวนาทางวิชาการ/ คัดเลือก (Best Practice) ระดับประเทศ 3. จัดท าเอกสารสรุป รายงานผลการ ด าเนินงานโครงการ พร้อมทั้งเสนอ ผู้บริหารหน่วยงาน ทราบ และเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ 8. ตัวชี้วัดกิจกรรม - 9. ระยะเวลาด าเนินการ (วัน/เดือน/ปี) ระหว่างเดือน พฤศจิกายน 2565 ถึงเดือนกันยายน 2566 10. สถานที่ด าเนินการ/*พื้นที่ด าเนินการ 1. ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 2. ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 3. หน่วยงานหรือสถานศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 11. หน่วยงานที่รับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการศึกษา ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 12. งบประมาณ 27,000 บาท พร้อมระบุรายละเอียดงบประมาณ กิจกรรมหลัก/กิจกรรมย่อย งบประมาณ (บาท) กิจกรรมที่1 : สร้างการรับรู้ความเข้าใจและวางแผนการด าเนินงานโครงการ - กิจกรรมย่อยที่ 1.1 : เข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนการ ด าเนินงานโครงการในภาพรวมจากกองส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการศึกษา ในภูมิภาค สป. - กิจกรรมย่อยที่ 1.2 : ก าหนดแผนงาน รายละเอียด และร่างข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับ การจัดสรรงบประมาณโครงการ (เพิ่มเติม) รวมทั้งเสนอขออนุมัติให้ความเห็นชอบโครงการและ แผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อรองรับการด าเนินงานโครงการ ตลอดจนบรรจุในแผนปฏิบัติการ ประจ าปี - กิจกรรมย่อยที่ 1.3 : จัดประชุมชี้แจง ก าหนดกรอบแนวทาง แผนงาน ออกแบบ กิจกรรม เป้าหมาย และปฏิทินการด าเนินงานร่วมกับส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่ รับผิดชอบ -


-- 131 -- กิจกรรมหลัก/กิจกรรมย่อย งบประมาณ (บาท) กิจกรรมที่ 2 : ก ากับ ติดตาม และประเมินผลการด าเนินงานโครงการ กิจกรรมย่อยที่ 2.1 : ติดตามผลการด าเนินงานโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัด การศึกษาปฐมวัยระดับพื้นที่ของส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่ รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 - กิจกรรมที่ 3 : เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ และแบ่งปัน (Show and Share) ผลงาน นวัตกรรมด้านการจัดการศึกษาและการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่เป็นเลิศ(Best Practice)ของจังหวัด ในพื้นที่ระดับภาค เป็นเงินจ านวน 21,500 บาท โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณการ ดังนี้ - ค่าเครื่องดื่มและอาหารว่าง (50 บาท x 20 คน x 2 มื้อ) 2,000 บาท - ค่าอาหารกลางวัน (300 บาท x 20 คน x 1 มื้อ) 6,000 บาท - ค่าตอบแทนกรรมการคัดเลือกผลงานระดับภาค (1,000 บาท x 3 คน) 3,000 บาท - ค่าจ้างจัดท าโล่เกียรติคุณ (1,500 บาท x 2 อัน) - ค่าที่พัก (คณะกรรมการ) (1,200 บาท x 3 คน) - ค่าพาหนะ (คณะกรรมการ) (1,000 บาท x 3 คน) 3,000 บาท 3,600 บาท 3,000 บาท - ค่าน้ ามันเชื้อเพลิง รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินจ านวน 1,000 บาท 21,600 บาท ค่าใช้สอยและวัสดุ เป็นเงินจ านวน 3,400 บาท โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณการ ดังนี้ - ค่าถ่ายเอกสาร - ค่าวัสดุส านักงาน รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินจ านวน 400 บาท 3,000 บาท 3,400 บาท กิจกรรมที่4 : เข้าร่วมกิจกรรมมหกรรมทางวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสวนาทางวิชาการ/ คัดเลือก (Best Practice) ระดับประเทศ - กิจกรรมที่5 : สรุปและรายงานผลการด าเนินงานโครงการ กิจกรรมย่อยที่ 5.1 : จัดท าเอกสารสรุปรายงานผลการด าเนินงานโครงการขับเคลื่อน การพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัยระดับพื้นที่ของส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ ของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 - ค่าจ้างท าเล่มเอกสารสรุปรายงานโครงการ (200 บาท x 10 เล่ม) รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินจ านวน 2,000 บาท 2,000 บาท กิจกรรมย่อยที่ 5.2 : รายงานผลการด าเนินงานโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัด การศึกษาปฐมวัยระดับพื้นที่ของส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 - รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินทั้งสิ้นจ านวน 27,000 บาท หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ


-- 132 -- 13. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ความเสี่ยง : ความเสี่ยงทางด้านกระบวนการด าเนินงานเนื่องจากการด าเนินงานโครงการเป็นลักษณะ การบูรณาการประสานความร่วมมือการปฏิบัติงานร่วมกันหรือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของส่วนราชการ/ หน่วยงานทั้งภายในและภายนอกกระทรวงศึกษาธิการจึงอาจส่งผลให้เกิดอุปสรรคในการด าเนินโครงการให้ ไม่สามารถด าเนินการได้ทันตามช่วงระยะเวลาและแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามที่ก าหนดได้ การบริหารความเสี่ยง : มีการแต่งตั้งคณะท างานด าเนินงานโครงการที่ชัดเจน ก าหนดและออกแบบแผนงานแนว วิธีการปฏิบัติ ขั้นตอน กิจกรรรม วิธีการด าเนินงานโครงการอย่างชัดเจนโดยจัดให้มีการประชุมชี้แจงสร้าง การรับรู้ความเข้าใจตามกรอบแนวทางการด าเนินงานแก่คณะท างานที่รับผิดชอบให้เข้าใจทิศทางและ เป้าหมายเดียวกันรวมทั้งก าหนดให้มีการมอบหมายบุคคลที่รับผิดชอบการด าเนินงานในแต่ละฝ่ายอย่าง ชัดเจน 14. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ (Impact) 1. เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการดูแลและพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และทักษะการเรียนรู้ที่สมวัย มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงเข้มแข็ง 2. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยมีความรู้ ความเข้าใจ และมีคุณภาพตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ 3. เครือข่ายการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัยในระดับพื้นที่ท างานร่วมกัน อย่างบูรณาการทุกภาคส่วนโดยแก้ไขปัญหาได้สอดคล้องตามบริบทของพื้นที่


-- 133 -- 1. ชื่อโครงการ : การขับเคลื่อนการด าเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนในโครงการอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชด าริฯ ประจ าปี 2566 *ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ● ความสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ12การพัฒนาการเรียนรู้ (แผนย่อยที่ 3.1) การปฏิรูป กระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 (แผนย่อยที่ 3.2) การตระหนักถึงพหุปัญญา ที่หลากหลาย ● ความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ 12 ด้านการศึกษา (2) จัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ● ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต (กลยุทธ์ที่ 1) คนไทยทุก ช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ(กลยุทธ์ที่ 3) การเรียนรู้ตลอดชีวิต ● ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล นโยบายหลักที่ 8 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การศึกษาส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริม พัฒนาภาคี เครือข่าย ให้เชื่อมโยงการจัดการศึกษาทุกระดับในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ 2. หลักการและเหตุผลความจ าเป็น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชด าริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสืบ สานพระราชปณิธานและพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงอนุรักษ์ต้นยางนาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2503 ทรงเห็นความส าคัญของการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ทรงด าเนิน โครงการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ ในปี พ.ศ. 2535 สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชด าริกับ นายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการ พระราชวัง ให้ด าเนินการอนุรักษ์พืชพรรณของประเทศ และด าเนินการเป็นธนาคารพืชพรรณ ซึ่ง อพ.สธ. ได้ด าเนินการและจัดสร้างธนาคารพืชพรรณขึ้นในพื้นที่โครงการส่วนพระองค์ฯสวนจิตรลดาตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2536 เป็นต้นมา งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน เป็นนวัตกรรมของการเรียนรู้เพื่อน าไปสู่การสร้างจิตส านึก ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของประเทศไทย น าไปสู่การพัฒนาคนให้ เข้มแข็งรู้เท่าทันพร้อมรับกับกระแสเปลี่ยนแปลงโลก และตามนโยบายการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในเรื่อง STEM ก็สามารถบูรณาการในการเรียนการสอนตามปกติให้เข้ากับการด าเนินงาน 5 องค์ประกอบงานสวน โครงการที่ 5


-- 134 -- พฤกษศาสตร์โรงเรียน ซึ่งสามารถด าเนินการสนองนโยบาย และตามมาตรฐานส านักมาตรฐานการศึกษา (สมศ.) โดยการใช้งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเป็นฐาน ไปสู่โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียน สิ่งแวดล้อม โรงเรียนสีเขียว ตามค าสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ก าหนดให้ ส านักงานศึกษาธิการภาค เป็นหน่วยงานสังกัดส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปฏิบัติภารกิจของ กระทรวงศึกษาธิการ ระดับพื้นที่ ท าหน้าที่ขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภาคและจังหวัดโดยการอ านวยการ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณ ากา ร กับหน่วยงานในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานอื่นหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชด าริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในระดับภาค บรรลุ วัตถุประสงค์ ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 จึงได้จัดโครงการติดตามการด าเนินงานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียนในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชด าริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระดับภาค 3. วัตถุประสงค์ 3.1 เพื่อติดตามผลการด าเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ของส านักงานศึกษาธิการจังหวัด ทั้ง 4 จังหวัดและสถานศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบ และทราบผลการด าเนินงาน ปัญหา และอุปสรรค 3.2 เพื่อได้ข้อเสนอแนะแนวทางการด าเนินงานขับเคลื่อนโครงการฯ 3.3 เพื่อจัดท าข้อสรุปในการขับเคลื่อนการด าเนินงานของหน่วยงานระดับจังหวัด และสถานศึกษา ในพื้นที่ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ 4. เป้าหมายของโครงการ (Output) 4.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ สถานศึกษาที่เป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จ านวน 4 แห่ง ในพื้นที่ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัด กาฬสินธุ์ 4.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ สถานศึกษาที่เป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จ านวน 4 แห่ง ในพื้นที่ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัด กาฬสินธุ์ 5. กลุ่มเป้าหมายโครงการ (Target group) 1. ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 2. ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้เรียนในสถานศึกษาทุกสังกัด ประชาชน 3. ภาคีเครือข่ายการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบ 6.1 ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Outputs) 6.1.1 ร้อยละ 80 ของผู้เรียนมีจิตส านึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมและ ภูมิปัญญาของประเทศไทยน าไปสู่การพัฒนาคนให้เข้มแข็งรู้เท่าทันพร้อมรับกับกระแสเปลี่ยนแปลงโลก และตามนโยบายการศึกษาขั้นพื้นฐาน


-- 135 -- 6.1.2 ร้อยละ 80 ของผู้เรียนได้น าความรู้ความเข้าใจไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน 6.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) 6.2.1 สามารถบูรณาการไปใช้ในห้องเรียนและในชีวิตประจ าวันได้อย่างมีความสุข 7. วิธีด าเนินการ (Activity) - กิจกรรม 7.1 วิธีด าเนินการ (Activity) 7.1.1 ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการ กับหน่วยงานใน สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่นหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ส านักงานศึกษาธิการ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ 7.2.2 ประชุมชี้แจงคณะกรรมการจัดท าเครื่องมือ,ปฏิทินการติดตาม 7.3.3 แต่งตั้งคณะกรรมการ 7.4.4 ประสานคณะกรรมการฯ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัด จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ ประสาน สถานศึกษา จ านวน 4 แห่ง 7.5.5 เตรียมเอกสารประกอบการออกติดตามโครงการฯ 7.7.6 ติดตามการด าเนินงานโครงการฯ ของสถานศึกษาจ านวน 4 แห่ง ในพื้นที่ จังหวัด ร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ 7.7.7 สรุปผลการออกติดตามโครงการฯ ระดับภาค 7.8.8 รายงานผู้บังคับบัญชา ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 รายงานส่งส านักบูรณาการกิจการ การศึกษา ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 7.2 กิจกรรม กิจกรรม(หลัก) ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง 7.2.1 โครงการขับเคลื่อน การด าเนินงานสวน พฤกษศาสตร์โรงเรียน ในโครงการอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจาก พระราชด าริฯ ประจ าปี 2566 ในพื้นที่รับผิดชอบ ของส านักงานศึกษาธิการ ภาค 12 1.สร้างการรับรู้ความเข้าใจและ วางแผนการด าเนินงาน โครงการ 1.1 ส่งเสริม สนับสนุน และ พัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือ และบูรณาการ กับหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่นหรือภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัด จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัด ขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ 1.5 เตรียมเอกสาร ประกอบการออกติดตาม โครงการฯ 1.6 ด าเนินการจัดประชุม คณะท างานฯ 1.7 ติดตามการด าเนินงาน โครงการฯ ของ สถานศึกษาจ านวน 4 แห่ง ในพื้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัด มหาสารคาม จังหวัด กาฬสินธุ์ 1.7 สรุปผลการออก ติดตามโครงการฯ ระดับภาค 1.8 รายงาน ผู้บังคับบัญชา ส านักงานศึกษาธิการ ภาค 12 รายงานส่ง ส านักบูรณาการกิจการ การศึกษา ส านักงาน ปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ


-- 136 -- กิจกรรม(หลัก) ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง 1.2 ประชุมชี้แจงคณะกรรมการ จัดท าเครื่องมือ, ปฏิทินการ ติดตาม 1.3 แต่งตั้งคณะกรรมการ 1.4 ประสานคณะกรรมการฯ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัด จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัด ขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ ประสาน สถานศึกษา จ านวน 4 แห่ง ธ.ค. - ม.ค.66 ก.พ. - ก.ค. 66 ส.ค. - ก.ย. 66 8. ตัวชี้วัดกิจกรรม - 9. ระยะเวลาด าเนินการ ตุลาคม 2565 -กันยายน 2566 10. สถานที่/พื้นที่ด าเนินการ 1. ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 2. ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด 3. ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น 4. ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม 5. ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ 6. สถานศึกษาในสังกัดพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 11. หน่วยงานที่รับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการศึกษา ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 12. งบประมาณ จ านวน 10,000.- บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ได้รับงบประมาณจากส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566


-- 137 -- กิจกรรมและรายละเอียดตัวคูณ งบประมาณ (บาท) ระยะเวลา การด าเนินงาน กิจกรรมที่ 1 : สร้างการรับรู้ความเข้าใจและวางแผนการด าเนินงานโครงการ 1.1 ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการ กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานอื่นหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในระดับพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ 1.2 ประชุมชี้แจง คณะกรรมการ จัดท าเครื่องมือ,ปฏิทินการติดตาม 1.3 แต่งตั้งคณะกรรมการ 1.4 ประสานคณะกรรมการฯ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัด จังหวัด ร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ ประสาน สถานศึกษา จ านวน 4 แห่ง ม.ค. 66 กิจกรรมที่ 2 : ติดตามการด าเนินงานโครงการฯ ของสถานศึกษาจ านวน 4 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ - ค่าที่พัก (7 คน X 1 วัน X 800 บาท (ห้องพักเดี่ยว 7 ห้อง) - ค่าที่พัก (4 คน X 1 วัน X 800 บาท (ห้องพักคู่ 2 ห้อง) - ค่าตอบแทนคณะกรรมการ (3 คนๆ ละ จ านวน 1 วัน) รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินจ านวน 5,600 1,600 2,800 10,000 เม.ย.- ก.ย. 66 กิจกรรมที่ 3 : สรุปผลการด าเนินงานและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ส.ค. - ก.ย. 66 กิจกรรมที่ 4 : รายงานผลการด าเนินงานโครงการน าเสนอผู้บริหารหน่วยงานทราบ รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เอกสารสรุปรายงานผลการด าเนินงานโครงการให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชนทราบเพื่อการน าไปใช้ประโยชน์ ส.ค. - ก.ย. 66 รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินทั้งสิ้นจ านวน 10,000 11. ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข 11.1 ความเสี่ยง - 11.2 การบริหารความเสี่ยง - 12. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 12.1 เพื่อติดตามผลการด าเนินงานส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ และทราบ ผลการด าเนินงาน ปัญหา และอุปสรรค 12.2 เพื่อได้ข้อเสนอแนะแนวทางการด าเนินงานขับเคลื่อนโครงการฯ 12.3 เพื่อจัดท าข้อสรุปในการขับเคลื่อนการด าเนินงานของหน่วยงานระดับจังหวัด และ สถานศึกษาในพื้นที่เพื่อจัดท ารูปเล่มรายงานส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ


-- 138 -- 1. ชื่อโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษา เพื่อพัฒนา การศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 *ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้าน 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ความสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติแผนแม่บท 12 การพัฒนาการเรียนรู้ (แผนย่อยที่ 3.1) การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 (แผนย่อยที่ 3.2) การตระหนักถึง พหุปัญญาที่หลากหลาย ความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา (2) จัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ (3) พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ● ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ( พ.ศ. 2566 – 2570) หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูงมุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต (กลยุทธ์ที่ 1) คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ (กลยุทธ์ที่ 3) การเรียนรู้ตลอดชีวิต ● ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล นโยบายหลักที่ 8 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่3 พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การศึกษาส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ยุทธศาสตร์ที่4 พัฒนาความร่วมมือ ของหน่วยงานทางการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การมีงานท า 2. หลักการและเหตุผลความจ าเป็น ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ประเด็นการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นให้ผู้เรียน มีทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต การสร้างความ ตื่นตัวให้คนไทยตระหนักถึงบทบาท ความรับผิดชอบ และการวางต าแหน่งของประเทศไทยในภูมิภาคเอเชีย อาคเนย์และประชาคมโลก การวางพื้นฐานระบบรองรับการเรียนรู้โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และการสร้าง ระบบการศึกษาเพื่อการเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ แผนย่อยที่ 3.1 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการ เปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 มีแนวทางการพัฒนาการปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้ส าหรับศตวรรษที่ 21 ตามแนวทางย่อย (2) คือ พัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกระดับการศึกษา รวมถึงจัดกิจกรรมเสริม ทักษะเพื่อพัฒนาทักษะส าหรับศตวรรษที่ 21 มีการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับเนื้อหาและวิธีการสอน โครงการที่ 6


-- 139 -- โดยใช้เทคโนโลยีสนับสนุนทฤษฎีการเรียนรู้แบบใหม่ในการพัฒนาเนื้อหาและทักษะแบบใหม่ เทคโนโลยี เพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ควรมีคุณลักษณะที่มีชีวิต มีพลวัต มีปฏิสัมพันธ์ การเชื่อมต่อและมีส่วนร่วม จากรายงานสรุปผลการด าเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจ าปี 2564 พบว่า เนื่องจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในการประเมินสถานการณ์ปี 2564 จึงประเมินจากค่าเฉลี่ย คะแนนผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 ปีการศึกษา 2563 เทียบกับ ปีการศึกษา 2562 ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการประเมินสอดคล้องกับการประเมิน PISA คือ นักเรียนอายุ 15 ปี โดยค่าเฉลี่ยคะแนน O-NET ในปีการศึกษา 2563 ได้แก่ ภาษาไทย 44.36 ภาษาอังกฤษ 29.94 คณิตศาสตร์ 26.04 และวิทยาศาสตร์ 32.68 และค่าเฉลี่ยคะแนน O-NET ในปีการศึกษา 2562 ได้แก่ ภาษาไทย 42.21 ภาษาอังกฤษ 29.20 คณิตศาสตร์ 25.41 และวิทยาศาสตร์ 29.20 เมื่อเปรียบเทียบ ค่าเฉลี่ยคะแนนของทุกวิชาในปี 2563 เพิ่มขึ้นจากปี 2562 อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาร่วมกับอันดับขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการศึกษา โดย IMD ในปี 2564 พบว่า ประเทศไทยอยู่อันดับ ที่ 56 ขยับลงจากอันดับที่ 55 ในปี 2563 ซึ่งยังห่างจากค่าเป้าหมายที่ก าหนดไว้ที่อันดับที่ 45 ในปี 2565 กระบวนการบริหารจัดการศึกษาที่มีคุณภาพประกอบด้วย 3 กระบวนการ คือ กระบวนการ บริหารจัดการศึกษา กระบวนการจัดการเรียนการสอน และกระบวนการนิเทศการศึกษา ซึ่งจะต้องมีความ ร้อยรัดสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี โดยต้องอาศัยความร่วมมือกันของบุคลากรที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน การสร้าง เครือข่ายในการท างานในแต่ละพื้นที่จึงมีความส าคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งจะต้องมี การร่วมคิด ร่วมท าร่วมประเมินผลอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนากระบวนการท างาน และสร้างนวัตกรรมใน การท างานให้เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพบริบทและความต้องการของแต่ละพื้นที่ รองรับการพัฒนา ผู้เรียนให้มีความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21 ดังนั้น เพื่อให้การด าเนินการพัฒนารูปแบบและแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมในการจัดการ เรียนการสอนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ต่อเนื่อง และมีการวิจัยผลการด าเนินการรองรับการพัฒนา รูปแบบและแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 สังกัดส านักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้จัดท าโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรม การศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษา ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อพัฒนานวัตกรรมการศึกษา และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการยกระดับคุณภาพ การศึกษาของประเทศ 3. วัตถุประสงค์ 1) เพื่อส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา นวัตกรรมการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ และการนิเทศ การศึกษารวมทั้งการยกระดับคุณภาพ และประสิทธิภาพการจัดการศึกษา อย่างบูรณาการร่วมกันของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง 2) เพื่อพัฒนาศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศอย่างบูรณาการ ด้านนวัตกรรม และการวิจัยทางการศึกษา ในระดับภูมิภาค 3) เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา


-- 140 -- 4. เป้าหมายโครงการ (Output) 4.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ 1) ร้อยละ 100 จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบมีรูปแบบ/แนวทางการพัฒนานักเรียน หรือแนวทาง การพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ และการนิเทศการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาได้จริง ในระดับพื้นที่ รวมทั้งการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพการจัดการศึกษา 2) ร้อยละ 100 จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบจะต้องมีข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา นวัตกรรม และการวิจัยทางการศึกษาในระดับจังหวัด มีความครอบคลุม ชัดเจน เป็นปัจจุบัน สามารถน าไปใช้ในการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3) ร้อยละ 100 ของจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ มีเครือข่ายความร่วมมือในการบรูณาการพัฒนา คุณภาพการศึกษาตามบริบทของพื้นที่ 4.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ สามารถพัฒนานวัตกรรมการศึกษา การสร้างเครือข่ายความร่วมมือและยกระดับคุณภาพ การศึกษาตามบริบทของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. กลุ่มเป้าหมายโครงการ (Target group) ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้เรียนในสถานศึกษาทุกสังกัด รวมทั้งภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 6. ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Outputs) และตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) 6.1 ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Outputs) 1) จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบมีรูปแบบ/แนวทางการพัฒนานักเรียน หรือแนวทางการพัฒนา นวัตกรรมการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ และการนิเทศการศึกษา รวมทั้งการยกระดับคุณภาพ และ ประสิทธิภาพการจัดการศึกษา 2) มีศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา นวัตกรรม และการวิจัยทางการศึกษา เพื่อให้บริการข้อมูลด้านด้านนวัตกรรม และการวิจัยทางการศึกษา ในระดับจังหวัดและภูมิภาค 3) ส านักงานศึกษาธิการภาคมีเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 6.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) 1) จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบสามารถน ารูปแบบ/แนวทางการพัฒนานักเรียน หรือแนวทาง การพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ และการนิเทศการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาได้จริง ในระดับพื้นที่และมีประสิทธิภาพ 2) ข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา นวัตกรรม และการวิจัยทางการศึกษาในระดับจังหวัด มีความครอบคลุม ชัดเจน เป็นปัจจุบัน สามารถน าไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 3) ส านักงานศึกษาธิการภาคสามารถสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษา


-- 141 -- 7. วิธีด าเนินการ(Activity) – กิจกรรม 7.1 วิธีด าเนินการ(Activity) กิจกรรมที่ 1 : สร้างการรับรู้ความเข้าใจและวางแผนการด าเนินงานโครงการ กิจกรรมที่ 2 : ก ากับ ติดตาม และประเมินผลการด าเนินงานโครงการ กิจกรรมที่ 3 : จัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ และแบ่งปัน (Show and Share) ผลงานนวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดการ เรียนรู้ และด้านการนิเทศ การศึกษาของจังหวัดในพื้นที่ระดับภาค กิจกรรมที่ 4 : เข้าร่วมกิจกรรมมหกรรมทางวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสวนาทางวิชาการ/ คัดเลือก (Best Practice) ระดับประเทศ 7.2 กิจกรรม กิจกรรม(หลัก) ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง 7.2.1 กิจกรรมสร้างการรับรู้ความเข้าใจ และวางแผนการด าเนินงานโครงการ 7.2.2 กิจกรรมก ากับ ติดตาม และ ประเมินผลการด าเนินงานโครงการ 7.2.3 กิจกรรมจัดกิจกรรมเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ และแบ่งปัน (Show and Share) ผลงานนวัตกรรม การปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการบริหารจัดการ ด้านการจัดการ เรียนรู้ และด้านการนิเทศ การศึกษา ของจังหวัดในพื้นที่ระดับภาค 7.2.4 กิจกรรมเข้าร่วมกิจกรรมมหกรรม ทางวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสวนา ทางวิชาการ/คัดเลือก (Best Practice) ระดับประเทศ 7.2.5 จัดท าเอกสารสรุปผลและรายงาน ผลการด าเนินโครงการ พร้อมทั้งเสนอ ผู้บริหารหน่วยงานทราบ และเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ 1.เข้าร่วมประชุมรับฟัง การชี้แจงแนวทางการ ขับเคลื่อนการด าเนินงาน โครงการในภาพรวมจาก กองส่งเสริมและ พัฒนาการบริหาร การศึกษาในภูมิภาค สป. 2. ก าหนดแผนงาน รายละเอียด และร่าง ข้อเสนอโครงการเพื่อ ขอรับการจัดสรร งบประมาณโครงการ (เพิ่มเติม) รวมทั้งเสนอขอ อนุมัติให้ความเห็นชอบ โครงการและแผนการใช้ จ่ายงบประมาณเพื่อ รองรับการด าเนินงาน โครงการ ตลอดจนบรรจุ ในแผนปฏิบัติการประจ าปี 1.แต่งตั้งคณะท างาน ด าเนินงานโครงการ และจัดประชุมชี้แจง ก าหนดกรอบแนวทาง แผนงาน ออกแบบ กิจกรรม เป้าหมาย และปฏิทินการ ด าเนินงานร่วมกับ ส านักงานศึกษาธิการ จังหวัดในพื้นที่ รับผิดชอบ 2. ก ากับ ติดตาม และ ประเมินผลการ ด าเนินงานโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรม การศึกษาเพื่อพัฒนา การศึกษาในพื้นที่ รับผิดชอบของ ส านักงานศึกษาธิการ ภาค 12 1. จัดกิจกรรมเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ และแบ่งปัน (Show and Share) ผลงานนวัตกรรมการ ปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการ บริหารจัดการ ด้านการ จัดการเรียนรู้ และด้าน การนิเทศ การศึกษา ของจังหวัดในพื้นที่ ระดับภาค 2.เข้าร่วมกิจกรรม มหกรรมทางวิชาการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสวนาทางวิชาการ/ คัดเลือก (Best Practice) ระดับประเทศ 3. จัดท าเอกสารสรุปผล และรายงานผลการ ด าเนินโครงการ พร้อม ทั้งเสนอผู้บริหาร หน่วยงานทราบ และ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์


-- 142 -- 8. ระยะเวลาด าเนินการ (วัน/เดือน/ปี) เดือนพฤศจิกายน 2565 ถึงกันยายน 2566 9. สถานที่ด าเนินการ/*พื้นที่ด าเนินการ 1) ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 2) ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 3) หน่วยงานหรือสถานศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 10. หน่วยงานที่รับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการศึกษา ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 11. งบประมาณ 60,000 บาท (หกหมื่นบาทถ้วน) พร้อมระบุรายละเอียดงบประมาณ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการศึกษาในภูมิภาค สป.โดยใช้ งบประมาณตามแผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน กิจกรรมการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษา งบรายจ่าย อื่น จ านวน 60,000 บาท (หกหมื่นบาทถ้วน) มีรายละเอียด ดังนี้ กิจกรรมหลัก/กิจกรรมย่อย งบประมาณ (บาท) กิจกรรมที่ 1 : สร้างการรับรู้ความเข้าใจและวางแผนการด าเนินงานโครงการ - กิจกรรมย่อยที่ 1.1 : เข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อน การด าเนินงานโครงการในภาพรวมจากกองส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการศึกษา ในภูมิภาค สป. - กิจกรรมย่อยที่ 1.2 : ก าหนดแผนงาน รายละเอียด และร่างข้อเสนอ โครงการเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณโครงการ (เพิ่มเติม) รวมทั้งเสนอขออนุมัติ ให้ความเห็นชอบโครงการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อรองรับการด าเนินงาน โครงการ ตลอดจนบรรจุในแผนปฏิบัติการประจ าปี - กิจกรรมย่อยที่ 1.3 : แต่งตั้งคณะท างานด าเนินงานโครงการ และจัด ประชุมชี้แจง ก าหนดกรอบแนวทาง แผนงาน ออกแบบกิจกรรม เป้าหมาย และ ปฏิทินการด าเนินงานร่วมกับส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ - กิจกรรมที่ 2 : ก ากับ ติดตาม และประเมินผลการด าเนินงานโครงการ กิจกรรมย่อยที่ 2.1 : ติดตามผลการด าเนินงานโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณการ ดังนี้ - ค่าที่พัก (เหมาจ่าย) - ค่าน้ ามันเชื้อเพลิง - ค่าเบี้ยเลี้ยง (1 คน X 270 บาท x 4 วัน ) - ค่าเบี้ยเลี้ยง (6 คน X 240 บาท X 4 วัน) 5,000 บาท 4,000 บาท 1,080 บาท 5,760 บาท


-- 143 -- กิจกรรมหลัก/กิจกรรมย่อย งบประมาณ (บาท) รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินจ านวน 15,840 บาท กิจกรรมที่ 3 : จัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่ และแบ่งปัน (Show and Share) ผลงานนวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการบริหาร จัดการ ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านการนิเทศ การศึกษาของจังหวัดในพื้นที่ระดับ ภาค เป็นเงินจ านวน 33,100 บาท โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณการ ดังนี้ - ค่าเครื่องดื่มและอาหารว่าง (50 บาท x 25 คน x 2 มื้อ) 2,500 บาท - ค่าอาหารกลางวัน (300 บาท x 25 คน x 1 มื้อ) 7,500 บาท - ค่าตอบแทนกรรมการคัดเลือกผลงานระดับภาค (1,000 บาท x 5 คน) - ค่ากรอบเกียรติบัตร (150 บาท x 4 อัน) 5,000 บาท 600 บาท - ค่าจ้างจัดท าโล่เกียรติคุณ (1,500 บาท x 3 อัน) - ค่าที่พัก (คณะกรรมการ) (1,200 บาท x 5 คน) - ค่าพาหนะ (คณะกรรมการ) (1,000 บาท x 5 คน) 4,500 บาท 6,000 บาท 5,000 บาท - ค่าน้ ามันเชื้อเพลิง รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินจ านวน 2,000 บาท 33,100 บาท ค่าใช้สอยและวัสดุ เป็นเงินจ านวน 9,060 บาท โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณการ ดังนี้ - ค่าถ่ายเอกสาร - ค่าวัสดุส านักงาน - ค่าจ้างจัดบูท (1,500 บาท X 4 บูท) รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินจ านวน 1,000 บาท 2,060 บาท 6,000 บาท 9,060 บาท กิจกรรมที่ 4 : เข้าร่วมกิจกรรมมหกรรมทางวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสวนาทาง วิชาการ/คัดเลือก (Best Practice) ระดับประเทศ - กิจกรรมย่อยที่ 4.1 : จัดท าเอกสารสรุปรายงานผลการด าเนินงานโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษา ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - ค่าจ้างท าเล่มเอกสารสรุปรายงานโครงการ (200 บาท x 10 เล่ม) รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินจ านวน 2,000 บาท 2,000 บาท กิจกรรมย่อยที่ 4.2 : รายงานผลการด าเนินงานโครงการน าเสนอผู้บริหาร หน่วยงานทราบรวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เอกสารสรุปรายงานผลการด าเนินงาน โครงการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชนทราบเพื่อการน าไปใช้ประโยชน์ - รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินทั้งสิ้นจ านวน 60,000 บาท หมายเหตุ ขอถัวจ่ายทุกรายการ


-- 144 -- 12. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ 12.1 ความเสี่ยง ด้านกระบวนการด าเนินงาน เนื่องจากการด าเนินงานโครงการเป็นลักษณะการบูรณาการ ประสานความร่วมมือ การปฏิบัติงานร่วมกับ หรือส่งเสริมการมีส่วนร่วมของส่วนราชการ/หน่วยงานทั้ง ภายในและภายนอกกระทรวงศึกษาธิการ จึงอาจส่งผลให้เกิดอุปสรรคในการด าเนินโครงการ ไม่สามารถ ด าเนินการได้ทันตามช่วงระยะเวลาและแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามที่ก าหนดได้ 12.2 การบริหารความเสี่ยง การก าหนดกรอบแนวทางการปฏิบัติแผนการด าเนินงาน การออกแบบกิจกรรม และการ แต่งตั้งคณะท างานในการรับผิดชอบการด าเนินงานในแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน โดยการจัดการประชุมชี้แจง เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่คณะท างานที่รับผิดชอบ 13. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ (Impact) 1) จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบมีรูปแบบ/แนวทางการพัฒนานักเรียน หรือแนวทางการพัฒนา นวัตกรรมการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ และการนิเทศการศึกษา รวมทั้งการยกระดับคุณภาพ และประสิทธิภาพการจัดการศึกษา 2) มีศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา นวัตกรรม และการวิจัยทางการศึกษา เพื่อให้บริการข้อมูลด้านด้านนวัตกรรม และการวิจัยทางการศึกษา ในระดับจังหวัดและภูมิภาค 3) ส านักงานศึกษาธิการภาคมีเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา


-- 145 -- 1. ชื่อโครงการ โครงการจิตอาสาสัญจรกระทรวงศึกษาธิการ “สามัคคี ท าความดี เพื่อแผ่นดิน” ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 *ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2561 – 2580) ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ● ความสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติแผนแม่บทที่10การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม (แผนย่อยที่ 3.1) ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และการเสริมสร้างจิตสาธารณะและการเป็นพลเมืองที่ดี ● ความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ 12 ด้านการศึกษา (2) จัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ ● ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ( พ.ศ. 2566 – 2570) หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต (กลยุทธ์ที่ 1) คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ(กลยุทธ์ที่ 3) การเรียนรู้ตลอดชีวิต ● ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล นโยบายหลักที่8 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่3 พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การศึกษาส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ยุทธศาสตร์ที่3 ส่งเสริม พัฒนาภาคี เครือข่าย ให้เชื่อมโยงการจัดการศึกษาทุกระดับในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ 2. หลักการและเหตุผล ตามพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ เพื่อเป็นการร่วมน้อมร าลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการจิตอาสาพระราชทานขึ้น เพื่อสร้างความสมัครสมาน สามัคคี ของคนไทย ทุกคน กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีภารกิจส าคัญที่มุ่งให้นักเรียน นักศึกษา และเยาวชน ได้รับการพัฒนา คุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ สุจริต และความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมทั้งมีความประพฤติที่เหมาะสม มีความรับผิดชอบต่อสังคมและมีค่านิยมที่ถูกต้องเพื่อ พัฒนาทักษะชีวิต รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยได้น้อมน าพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2529 มาเป็นแนวทางในการพัฒนานักเรียน นักศึกษาและเยาวชน ใจความว่า “การบ าเพ็ญประโยชน์ ช่วยเหลือผู้อื่นนั้น เป็นปัจจัยที่จะสร้างสรรค์ ความมุ่งดี มุ่งเจริญต่อกันและกัน ความรักใคร่เผื่อแผ่ แบ่งปันในกันและกัน ซึ่งในที่สุดจะก่อให้เกิดความ สามัคคีเป็นปึกแผ่นในชาติขึ้น จนเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยให้เราสามารถรักษาความเป็นอิสระ และความ โครงการที่ 7


-- 146 -- มั่นคงของชาติบ้านเมืองเราให้ยืนยงอยู่ตลอดไป” อีกทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้แก่ เด็กและเยาวชน สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีทักษะชีวิต มีลักษณะนิสัยเป็นผู้ มีระเบียบวินัย มีความอดทน อดกลั้น เสียสละ มีน้ าใจ มีเมตตา มีความเป็นผู้น าและผู้ตามที่ดี มีความ สามัคคีรักใคร่ปองดรอง รู้จักการเสียสละ และบ าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม รู้คุณค่าใน ศิลปะวัฒนธรรมที่ดีงาม รวมทั้งรู้จักการน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (ขอนแก่น) ได้รับมอบหมายจากส านักการลูกเสือ ยุวกาชาด และกิจการนักเรียน ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ด าเนินงานโครงการจิตอาสาสัญจร กระทรวงศึกษาธิการ “สามัคคี ท าความดี เพื่อแผ่นดิน” ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อให้ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บ าเพ็ญประโยชน์ นักศึกษาวิชาทหาร ข้าราชการ และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ร่วมกันท ากิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคม ซึ่งความส าคัญของการ เป็นจิตอาสาบ าเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม เป็นส่วนหนึ่งของการท าให้ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บ าเพ็ญ ประโยชน์ นักศึกษาวิชาทหาร ข้าราชการ และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีจิตส านึกที่ดี และมุ่งกระท าประโยชน์ต่อส่วนรวม เพิ่มขึ้น เป็นการสร้างจิตส านึกการมีส่วนร่วม ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีต่อองค์กร ส่งเสริมให้มีจิตสาธารณะ มีความรักและความสามัคคีภายในองค์กร และเป็นการปลูกฝังสิ่งที่ดีงามในการช่วยเหลือสังคม ประเทศชาติ ต่อไป 3. วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 มีจิตส านึกที่ดี ด้านความสามัคคี ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้อื่น และตระหนักถึงความส าคัญในการร่วมท ากิจกรรมจิตอาสาพัฒนา บ าเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อส่วนรวม รวมถึงการสร้างสัมพันธภาพที่ดีรู้รักสามัคคี 4. เป้าหมายโครงการ (Output) 4.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 (ขอนแก่น) ที่เข้าร่วมโครงการ จ านวน 350 คน 4.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 (ขอนแก่น) มีจิตอาสา และจิตส านึกที่ดีในการมุ่งกระท าประโยชน์ต่อส่วนรวม และมี ความรับผิดชอบต่อสังคม ประพฤติตนเป็นแบบอย่างในการร่วมท ากิจกรรมจิตอาสาสัญจร ส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 กระทรวงศึกษาธิการ “สามัคคีท าความดีเพื่อแผ่นดิน” 5. กลุ่มเป้าหมายโครงการ (Target group) ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 (ขอนแก่น) โดยแยกเป็น 1.ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา จ านวน 50 คน 2.นักเรียน นักศึกษา จ านวน 300 คน รวมเป็น 350 คน


-- 147 -- 6. ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Outputs) และตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) 6.1 ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Outputs) ผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 6.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 7. วิธีด าเนินการ(Activity) – กิจกรรม 7.1 วิธีด าเนินการ(Activity) 7.1.1 จัดท ารายละเอียดโครงการ/ขออนุมัติโครงการฯ 7.1.2 ด าเนินกิจกรรมโครงการฯ 7.1.3 สรุปและรายงานผลการด าเนินโครงการฯ 7.2 กิจกรรม กิจกรรม(หลัก) เวลา 07.15 – 07.55 น. ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการ เวลา 08.00 – 08.30 น. กิจกรรมเคารพธงชาติ เวลา 08.30 – 09.00 น. พิธีเปิดการประชุมโครงการจิตอาสาสัญจร “สามัคคีท าความดีเพื่อแผ่นดิน” ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น. รับฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง การน้อมน าศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสา จากวิทยากรจิตอาสา 904 เวลา 12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน เวลา 13.00 – 15.00 น. กิจกรรมฐานการเรียนรู้ยุวชนจิตอาสาพัฒนาชุมชน 3 กิจกรรม ได้แก่ - การจราจร - การปฐมพยาบาลเบื้องต้น - การป้องกันอัคคีภัย เวลา 15.00 – 16.00 น. สรุปผลการจัดโครงการจิตอาสาสัญจรกระทรวงศึกษาธิการ “สามัคคีท าความดี เพื่อแผ่นดิน” ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา 16.00 – 16.30 น. พิธีมอบเกียรติบัตร และพิธีปิดการอบรม 8. ระยะเวลาด าเนินการ (วัน/เดือน/ปี) ระหว่างเดือนมกราคม 2566 – สิงหาคม 2566 9. สถานที่ด าเนินการ/*พื้นที่ด าเนินการ สถานศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 10. หน่วยงานที่รับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการศึกษา ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (ขอนแก่น) 11. งบประมาณ 100,000 บาท พร้อมระบุรายละเอียดงบประมาณ หมวดงบรายจ่าย รายละเอียดตัวคูณ งบประมาณ (บาท) • ค่าตอบแทน - ค่าอาหารกลางวัน 350 คน x 120 บาท x 1 มื้อ 42,000 - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 350 คน x 35 บาท x 2 มื้อ 24,500


-- 148 -- - ค่าตอบแทนวิทยากร 2 คน x 600 บาท x 1 ชม. 1,200 - ค่าสถานที่ 10,000 - ค่าน้ ามันเชื้อเพลิง 2,000 • ค่าวัสดุ - วัสดุและอุปกรณ์ - 18,800 - ค่าจัดท ารูปเล่มรายงาน 3 เล่ม X 500 บาท 1,500 รวมทั้งสิ้น 100,000 หมายเหตุ : ขอถัวจ่ายทุกรายการ ทั้งนี้ โครงการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายก่อนหลัง 12. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ (Impact) ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 (ขอนแก่น) มีจิตส านึกที่ดี ด้านความสามัคคี ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้อื่น และตระหนักถึงความส าคัญในการร่วมท ากิจกรรม จิตอาสาพัฒนาบ าเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อส่วนรวม รวมถึงการสร้างสัมพันธภาพที่ดีรู้รักสามัคคี


-- 149 -- 1. ชื่อโครงการ โครงการอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 *ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2561 – 2580) ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ● ความสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่ 10 การปรับเปลี่ยน ค่านิยมและวัฒนธรรม และ 11 การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ● ความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ 12 ด้านการศึกษา ● ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ( พ.ศ. 2566 – 2570) หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต (กลยุทธ์ที่ 1) คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ (กลยุทธ์ที่ 3) การเรียนรู้ตลอดชีวิต ● ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล นโยบายหลักที่ 8 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่3 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากร มนุษย์ให้มีคุณภาพ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่ 3. พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การศึกษาส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริม พัฒนาภาคี เครือข่าย ให้เชื่อมโยงการจัดการศึกษาทุกระดับในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ 2. หลักการและเหตุผล จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ส่งผลวงกว้าง ในหลายมิติทั่วโลกรวมทั้งผลกระทบต่อการศึกษาทุกระดับ โดยเฉพาะโอกาสในการเรียนรู้ของเด็กที่อยู่ในวัยเรียน ทั้งทางด้านพฤติกรรมอารมณ์สังคม สติปัญญา ผู้เรียนเกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้(Learning Loss) เป็นอย่างมาก เนื่องจากหลายครอบครัวต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวต่อการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ทั้งด้านอุปกรณ์สถานที่ และความพร้อมด้านจิตใจของเด็กที่อยู่ในวัยเรียน ครูอาจารย์และผู้ปกครอง จึงท าให้คุณภาพการศึกษาลดลง นอกจากส่งผลกระทบต่อการเรียนและการพัฒนาทักษะแล้วยังต้องเผชิญกับ ความเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบเพื่อออกมาช่วยแบ่งภาระครอบครัวอีกด้วย และจากความไม่พร้อมด้าน อุปกรณ์การเรียน และสภาพแวดล้อมที่ไม่อ านวยต่อการศึกษา จึงเป็นสิ่งส าคัญและจ าเป็นที่จะต้อง เสริมสร้างและพัฒนาทักษะการอ่านออกเขียนได้โดยเน้นการเรียนรู้Active learning ซึ่งสอดคล้องตาม ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2561 – 2580) ยุทธศาสตร์ที่3ด้านพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากร มนุษย์มีเป้าหมายการพัฒนาที่ส าคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดีเก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อมทั้งกายใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้าน และมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย โครงการที่ 8


-- 150 -- มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็น พลเมืองดีของชาติมีหลักคิดที่ถูกต้อง มีความสามารถในการแก้ไขปัญหา ปรับตัว สื่อสารและท างานร่วมกับ ผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล ประกอบกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่ 10 การปรับเปลี่ยนค่านิยม และวัฒนธรรม (1) ก าหนดให้คนไทยมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และแผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติที่ 11 การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต (3) การส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาครัฐ และเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครอบครัว และชุมชนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (7) การปลูกฝัง ความเป็นคนดีมีวินัย รวมถึงได้รับการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา และคุณธรรมจริยธรรม และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการที่ 3 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มี คุณภาพ โดยการส่งเสริมจัดเรียนการสอนพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นระบบผ่านประสบการณ์ตรงจากการ ลงมือปฏิบัติรวมถึงบูรณาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เสริมสร้างหลักคิดและทัศนคติที่ถูกต้องด้านระเบียบวินัย คุณธรรมจริยธรรม จิตสาธารณะ เพื่อเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ตระหนักและเห็น ความส าคัญในการพัฒนานักเรียนนักศึกษาให้มีความพร้อมทั้งกายใจ และสติปัญญาพร้อมรองรับการพัฒนา ของช่วงวัย โดยช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนการแก้ไขปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้(Learning Loss) การอ่านออกเขียนได้รวมถึงการพัฒนาทางอารมณ์สังคม คุณธรรมจริยธรรม และการดูแลปกป้องคุ้มครอง ความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ จึงได้ก าหนดจัด “โครงการอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ส านักงานศึกษาธิการภาค 12” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม ในการพัฒนาการศึกษา อย่างมี ประสิทธิภาพระหว่างสถานศึกษาครูผู้ปกครองชุมชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยสนับสนุนในการพัฒนา เด็กที่อยู่ในวัยเรียนให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ 3. วัตถุประสงค์ 3.1 เพื่อสนับสนุนให้มีอาสาสมัครจิตอาสาจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) เพื่อช่วยงานด้านการศึกษาและพัฒนาเด็กที่อยู่ในวัยเรียน ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย 3.2 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่างสถานศึกษา ครูผู้ปกครอง ชุมชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 4. เป้าหมายโครงการ (Output) 4.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ 4.1.1 มีอส.ศธ. จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) จังหวัดละ 50 คน รวม 200 คน 4.1.2 เด็กที่อยู่ในวัยเรียนได้รับการดูแลจาก อส.ศธ. และได้รับการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์ สังคม คุณธรรม จริยธรรม ตามแนวทางของส านักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน ในพื้นที่ รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) จังหวัดละไม่น้อย กว่า 60 คน รวมไม่น้อยกว่า 240 คน


-- 151 -- 4.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ 4.2.1 ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 มีอส.ศธ. ในพื้นที่รับผิดชอบ (กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) เพื่อช่วยงานด้านการศึกษาโดยการพัฒนาเด็กที่อยู่ในวัยเรียน ให้เกิดทักษะต่าง ๆ ทั้งด้านอารมณ์สังคม คุณธรรม จริยธรรม รวมถึงปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ อย่างมีคุณภาพและมีความสุข 4.2.2 เด็กที่อยู่ในวัยเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ได้รับการส่งเสริม และพัฒนาให้มีความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงได้รับการดูแลปกป้องคุ้มครองความ ปลอดภัย เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข 4.2.3 ผู้รับผิดชอบหรือผู้ที่เกี่ยวข้องโครงการ มีแนวทางการด าเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) เป็นต้นแบบในการด าเนินงานโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กที่อยู่ในวัยเรียน โดยส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในทักษะต่าง ๆ ทั้งด้าน อารมณ์สังคม คุณธรรม จริยธรรมด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย รวมถึงดูแลคุ้มครองเด็กที่อยู่ในวัย เรียนให้มีความปลอดภัยและมีพฤติกรรมที่เหมาะสม 5. กลุ่มเป้าหมายโครงการ (Target group) 5.1 อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ของจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 (กาฬสินธุ์ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) จังหวัดละ 50 คน รวม 200 คน 5.2 เด็กที่อยู่ในวัยเรียนได้รับการดูแลจาก อส.ศธ. และได้รับการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์สังคม คุณธรรม จริยธรรม ตามแนวทางของส านักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน ในพื้นที่รับผิดชอบ ของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (กาฬสินธุ์ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) จังหวัดละไม่น้อยกว่า 60 คน รวมไม่น้อยกว่า 240 คน 6. ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Outputs) และตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) 6.1 ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการเชิงปริมาณ (Outputs) 6.1.1 มีอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ของจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของ ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (กาฬสินธุ์ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) ไม่ต่ ากว่าร้อยละ 80 6.1.2 มีเด็กที่อยู่ในวัยเรียนที่ได้รับการดูแลจาก อส.ศธ. ได้รับการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์ สังคม คุณธรรม จริยธรรม ตามแนวทางของส านักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน ในพื้นที่ รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (กาฬสินธุ์ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) ไม่ต่ ากว่า ร้อยละ 80 6.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) 6.2.1 อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ของจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ ของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (กาฬสินธุ์ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการพัฒนาเด็กที่อยู่ในวัยเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ 6.2.2 เด็กที่อยู่ในวัยเรียนที่ได้รับการดูแลจาก อส.ศธ. ในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12


-- 152 -- 7. วิธีด าเนินการ(Activity) – กิจกรรม 7.1 วิธีด าเนินการ (Activity) 7.1.1 จัดประชุมชี้แจงกรอบแนวทางการด าเนินกิจกรรมโครงการให้กับส านักงาน ศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (ขอนแก่น) และวางแผนการด าเนิน กิจกรรมโครงการ 7.1.2 แจ้งประกาศการรับสมัครอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ไปยังส านักงาน ศึกษาธิการจังหวัด เพื่อประชาสัมพันธ์การรับสมัครให้แก่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) 7.1.3 ติดตามประเมินผลการด าเนินกิจกรรมโครงการในพื้นที่รับผิดชอบ 1) ติดตามการประชุมสร้างความรู้ความเข้าใจ บทบาทของ อส.ศธ. 2) ติดตามการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กที่อยู่ในวัยเรียน 7.1.4 สรุป และรายงานผลการด าเนินกิจกรรมโครงการในพื้นที่รับผิดชอบให้กับส านักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน 7.2 กิจกรรม กิจกรรม(หลัก) ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง 7.2.1 จัดประชุมชี้แจงกรอบ แนวทางการด าเนินกิจกรรม โครงการให้กับส านักงาน ศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่ รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 (ขอนแก่น) และวางแผนการด าเนินกิจกรรม โครงการ 7.2.2 แจ้งประกาศการรับสมัคร อาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ไปยังส านักงาน ศึกษาธิการจังหวัด เพื่อ ประชาสัมพันธ์การรับสมัครให้แก่ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร กระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) 7.2.3 ติดตามประเมินผลการ ด าเนินกิจกรรมโครงการในพื้นที่ รับผิดชอบ 1. จัดท าค าสั่งแต่งตั้ง คณะท างานจัดท ากรอบ แนวทางการด าเนินงาน โครงการอาสาสมัคร กระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 2. ประชาสัมพันธ์การรับ สมัครอาสาสมัคร กระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) 1.จัดท าค าสั่งแต่งตั้ง คณะท างานติดตาม ผลการด าเนินงาน โครงการอาสาสมัคร กระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 2. ลงพื้นที่ก ากับ ติดตามการประชุม สร้างความรู้ ความ เข้าใจ บทบาทของ อส.ศธ. และการจัด กิจกรรมการพัฒนา เด็กที่อยู่ในวัยเรียน 1. สรุปผลการ ด าเนินงานโครงการ อาสาสมัคร กระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ให้กับ ส านักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการ นักเรียน


-- 153 -- กิจกรรม(หลัก) ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง 1)ติดตามการประชุมสร้าง ความรู้ความเข้าใจ บทบาทของ อส.ศธ. 2) ติดตามการจัดกิจกรรม การพัฒนาเด็กที่อยู่ในวัยเรียน 7.2.4 สรุป และรายงานผลการ ด าเนินกิจกรรมโครงการในพื้นที่ รับผิดชอบให้กับส านักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน 8. ระยะเวลาด าเนินการ (วัน/เดือน/ปี) ระหว่างเดือนมกราคม 2566 – กันยายน 2566 9. สถานที่ด าเนินการ/*พื้นที่ด าเนินการ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 10. หน่วยงานที่รับผิดชอบ กลุ่มพัฒนาการศึกษา ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (ขอนแก่น) 11. งบประมาณ 34,480 บาท (สามหมื่นสี่พันสี่ร้อยแปดสิบบาทถ้วน) พร้อมระบุรายละเอียดงบประมาณ กิจกรรมหลัก/กิจกรรมย่อย ระยะเวลาการ ด าเนินงาน งบประมาณ (บาท) กิจกรรมที่ 1 จัดประชุมชี้แจงกรอบแนวทางการด าเนินกิจกรรม โครงการให้กับส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของ ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (ขอนแก่น) และวางแผนการด าเนิน กิจกรรมโครงการ - ค่าอาหารกลางวัน (25 คน x 120 บาท x 1 มื้อ = 3,000 บาท) - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (25 คน x 35 บาท x 2 มื้อ = 1,750 บาท) - ค่าเอกสารประกอบการประชุม = 2,270 บาท มกราคม - กุมภาพันธ์ 2566 7,020.- กิจกรรมที่ 2 ลงพื้นที่ก ากับ ติดตาม และประเมินผลการด าเนินกิจกรรม โครงการในพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 - ค่าเบี้ยเลี้ยง (1 คน x 270 บาท = 270 บาท) (6 คน x 240 บาท = 1,440 บาท) - ค่าที่พัก (1คน x 1,200 บาท x 2 คืน = 2,400 บาท) (6 คน x 800 บาท x 2 คืน = 9,600 บาท) - ค่าน้ ามันเชื้อเพลิง = 2,000 บาท เมษายน – พฤษภาคม 2566 15,710.-


-- 154 -- กิจกรรมหลัก/กิจกรรมย่อย ระยะเวลาการ ด าเนินงาน งบประมาณ (บาท) กิจกรรมที่ 3 สรุปผลการด าเนินงานโครงการอาสาสมัคร กระทรวงศึกษาธิการ (อส.ศธ.) ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - ค่าอาหารกลางวัน (25 คน x 120 บาท x 1 มื้อ = 3,000 บาท) - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (25คน x 35 บาท x 2 มื้อ = 1,750 บาท) - ค่าจัดท ารูปเล่มสรุปผลการด าเนินงานโครงการ ( 10เล่ม x 200 บาท = 2,000 บาท) - ค่าวัสดุ = 5,000 บาท สิงหาคม - กันยายน 2566 11,750.- รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินทั้งสิ้นจ านวน (สามหมื่นสี่พันสี่ร้อยแปดสิบบาทถ้วน) 34,480 บาท หมายเหตุ : ขอถัวเฉลี่ยจ่ายทุกรายการ ทั้งนี้โครงการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายก่อนและหลัง 12. ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ (Impact) 12.1มีอาสาสมัครจิตอาสาที่มีคุณภาพของส านักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ ของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (ขอนแก่น) เพื่อช่วยงานด้านการศึกษาและพัฒนาเด็กที่อยู่ในวัยเรียนด้วย กิจกรรมที่หลากหลาย 12.2สถานศึกษา ครูผู้ปกครอง ชุมชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่รับผิดชอบ ของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 (ขอนแก่น) มีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ 12.3ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถน าคู่มือการจัดกิจกรรมโครงการอาสาสมัครกระทรวงศึกษาธิการ อส.ศธ. ไปจัดด าเนินงานโครงการ/กิจกรรมตามกรอบทางการด าเนินกิจกรรมตามโครงการ อส.ศธ. ในพื้นที่ รับผิดชอบของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ได้อย่างเต็มรูปแบบและมีประสิทธิภาพ เป็นไปในทิศทาง เดียวกัน และเพื่อส่งเสริมสนับสนุนในการพัฒนาให้เด็กที่อยู่ในวัยเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างมี คุณภาพและมีความสุข อันจะเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพการศึกษาของชาติต่อไป


-- 155 -- 1. ชื่อโครงการ โครงการประเมินศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2565 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 *ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ......ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์.......... ● ความสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติแผนแม่บท…....(การพัฒนาการเรียนรู้ (แผนย่อยที่ 3.1) การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงใน ศตวรรษที่ 21 ● ความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ ....ด้านการศึกษา ● ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ( พ.ศ. 2566 – 2570) หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต (กลยุทธ์ที่ 1) คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ(กลยุทธ์ที่ 3) การเรียนรู้ตลอดชีวิต ● ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล นโยบายหลักที่........ (8) การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย นโยบายเร่งด่วนที่... (7) การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่3 พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การศึกษาส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ยุทธศาสตร์ที่ 2 สนับสนุนการพัฒนา รูปแบบการติดตาม ประเมินผลการด าเนินงานตามนโยบาย และยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ ในพื้นที่รับผิดชอบ 2. หลักการและเหตุผล ด้วยกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายมุ่งพัฒนาสถานศึกษาทุกแห่ง ให้สามารถจัดกระบวน การเรียนการสอนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีคุณภาพด้วย ความยั่งยืน จึงต้องมีการพัฒนา “สถานศึกษาพอเพียง” ให้เป็น “ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา” เพื่อเป็นเครื่องมือในการขยายผลการขับเคลื่อน “ สถานศึกษาพอเพียง” ซึ่งก าหนดให้เป็นบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานต้นสังกัด โดยอาจร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ในการด าเนินงาน การพัฒนาตามความเหมาะสม และร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด สถานศึกษา ด าเนินการก ากับ ติดตาม ประเมินผลการพัฒนา “สถานศึกษาพอเพียง” สู่การเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงด้านการศึกษา” อย่างสม่ าเสมอ นั้น ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 เป็นผู้ ด าเนินการประเมินศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการศึกษาของสถานศึกษา ในพื้นที่รับผิดชอบกลุ่มจังหวัด โดยแจ้งก าหนดการ จัดท าแบบสรุปผลการประเมินฉบับจริง และรายงานผล การประเมินฯ ส่งส านักบูรณาการกิจการการศึกษา ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โครงการที่ 9


-- 156 -- ทั้งนี้ ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 มีสถานศึกษาที่ผ่านการคัดกรองเพื่อรับการประเมินฯ ตามหลักเกณฑ์ และขั้นตอนที่กระทรวงศึกษาธิการก าหนด จ านวน 12 แห่ง จังหวัดมหาสารคาม ดังนั้น ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 จึงจัดท าโครงการประเมินศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2565 3. วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินสถานศึกษาพอเพียงที่ผ่านการคัดกรองฯ เพื่อขอรับการประเมินเป็นศูนย์ การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2565 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในพื้นที่ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ประกอบด้วย จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น และมหาสารคาม 4. เป้าหมายของโครงการ (Output) 4.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ : จ านวนสถานศึกษาที่ผ่านการคัดกรองเพื่อรับการประเมิน ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2565 ประจ าปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 ในพื้นที่ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 จ านวน 12 แห่ง ดังนี้ ล าดับที่ สถานศึกษา สังกัด จังหวัด 1 โรงเรียนหนองโพนสูง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 กาฬสินธุ์ 2 กศน.อ าเภอนามน กศน. กาฬสินธุ์ 3 กศน.อ าเภอดอนจาน กศน. กาฬสินธุ์ 4 กศน.อ าเภอบ้านฝาง กศน. ขอนแก่น 5 กศน.อ าเภอบ้านแฮด กศน. ขอนแก่น 6 กศน.อ าเภออุบลรัตน์ กศน. ขอนแก่น 7 กศน.อ าเภอซ าสูง กศน. ขอนแก่น 8 กศน.อ าเภอบ้านไผ่ กศน. ขอนแก่น 9 กศน.อ าเภอชุมแพ กศน. ขอนแก่น 10 กศน.อ าเภอภูเวียง กศน. ขอนแก่น 11 กศน.อ าเภอวาปีปทุม กศน. มหาสารคาม 12 กศน.อ าเภอนาดูน กศน. มหาสารคาม 4.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ออกประเมินประเมินศูนย์ การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาปีการศึกษา 2565 สถานศึกษา ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาที่ผ่านการคัดกรองฯ


-- 157 -- 5. กลุ่มเป้าหมายโครงการ (Target group) : จ านวนสถานศึกษาที่ผ่านการคัดกรองเพื่อรับการประเมิน ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2565 ประจ าปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 ในพื้นที่ส านักงานศึกษาธิการ ภาค 12 จ านวน 12 แห่ง 6. ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Output) และตัวชี้วัดผลลัพธ์(Outcomes) 6.1 ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Output) : จ านวนสถานศึกษาที่รับการประเมินศูนย์การเรียนรู้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2565 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีในพื้นที่ส านักงานศึกษาธิการ ภาค 12 ประกอบด้วย จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น และมหาสารคาม รวมจ านวน 12 แห่ง 6.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์(Outcomes) : ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ออกประเมินประเมินศูนย์การ เรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2565 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สถานศึกษา ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาที่ผ่านการคัดกรองฯ ในพื้นที่ส านักงานศึกษาธิการ ภาค 12 ประกอบด้วย จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น และมหาสารคาม รวมจ านวน 12 แห่ง 7. วิธีด าเนินการ(Activity) - กิจกรรม 7.1 วิธีด าเนินการ : กลุ่มพัฒนาการศึกษา ส านักงานศึกษาธิการภาค12 ด าเนินการแต่งตั้ง คณะกรรมการออกประเมินศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา ของสถานศึกษาในพื้นที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น และมหาสารคาม ประสานงาน และก าหนดปฏิทินการ ประเมินฯ จัดท าแบบสรุปผลการประเมิน และรายงานผลการประเมินฯ ส่งส านักบูรณาการกิจการ การศึกษา ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 มีสถานศึกษาที่ผ่านการ คัดกรองเพื่อรับการประเมินฯ ตามหลักเกณฑ์ และขั้นตอนที่กระทรวงศึกษาธิการก าหนด จ านวน 12 แห่ง ในพื้นที่ส านักงานศึกษาธิการ ภาค 12 ประกอบด้วย จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น และมหาสารคาม 7.2 กิจกรรม กิจกรรม(หลัก) ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง 7.2.1 โครงการประเมิน ศูนย์การเรียนรู้ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2565 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 กิจกรรมหลัก : พัฒนาตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงอย่างต่อเนื่อง และ ส่งเสริมให้ผู้บริหาร สถานศึกษา ครู นักเรียน มีคุณลักษณะพอเพียง หน่วยงานทางการศึกษาใน พื้นที่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง ยกระดับคุณภาพการศึกษา 1.ศึกษาเอกสาร คู่มือ เกณฑ์ การประเมินสถานศึกษา 6. จัดเตรียมเอกสาร ประกอบการประเมิน 7. ประชุมคณะ กรรมการฯ ซักซ้อม ความเข้าใจ เกณฑ์การ ประเมิน 8. ออกประเมิน สถานศึกษาพอเพียงที่ ผ่านการคัดกรองฯเพื่อ ขอรับการประเมินเป็น ศูนย์การเรียนรู้ตามหลัก 9. การวิเคราะห์ การสรุปผลและการ รายงานผล การประเมินศูนย์การ เรียนรู้ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงด้าน การศึกษา ปีการศึกษา 2565 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566


-- 158 -- พอเพียง ที่ผ่านการคัด กรองฯ เพื่อขอรับการประเมินเป็น ศูนย์การเรียนรู้ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ด้านการศึกษา กิจกรรม(หลัก) ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง 7.2.1 โครงการประเมิน ศูนย์การเรียนรู้ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2565 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ส านักงานศึกษาธิการ ภาค 12 ด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2565 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในพื้นที่ จ านวน 12 แห่ง 2. ประชุมชี้แจง คณะท างาน 3. แต่งตั้งคณะกรรมการ ประเมินฯ 4. ก าหนดปฏิทินการออก ประเมินฯ 5. ประสานคณะกรรมการฯ ส านักงานศึกษาธิการจังหวัด จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น และมหาสารคาม ประสานสถานศึกษาที่ขอรับ การประเมิน จ านวน 12 แห่ง ก.พ. 66 - ส.ค. 66 ปีการศึกษา 2565 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในพื้นที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น และ มหาสารคาม จ านวน 12 แห่ง ก.ค. 66 - ส.ค. 66 จัดท ารายงาน ผลการประเมินศูนย์ การเรียนรู้ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงด้าน การศึกษา ปีการศึกษา 2565 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ส านักงานศึกษาธิการ ภาค 12 ส่งส านักบูรณาการ กิจการการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ส.ค. 66 8. ตัวชี้วัดกิจกรรม : จัดท าแบบสรุปผลการประเมิน และรายงานผลการประเมินศูนย์เรียนรู้ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการศึกษา ปีการศึกษา 2565 ประจ าปีงบประมาณ 2566 ส่งส านัก บูรณาการกิจการการศึกษา ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 9. ระยะเวลาด าเนินการ : ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธุ์ 2566 - กันยายน 2566 10. สถานที่ด าเนินการ/พื้นที่ด าเนินการ : ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 และสถานศึกษา จ านวน 12 แห่ง ในพื้นที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น และมหาสารคาม


-- 159 -- 11. งบประมาณ 60,000 บาท (หกหมื่นบาทถ้วน) พร้อมระบุรายละเอียดงบประมาณ หมวดงบรายจ่าย รายละเอียดตัวคูณ งบประมาณ (บาท) งบด าเนินงาน : ค่าใช้สอย - ค่าเบี้ยเลี้ยง 240 บาท X 12 วัน X 7 คน 20,160 - ค่าที่พักเหมาจ่าย 450 บาท X 11 วัน X 7 คน 34,650 - ค่าชดเชยน้ ามันเชื้อเพลิงรถตู้ ทางราชการ จาก อ.เมือง จ.ขอนแก่น ถึงพื้นที่ จ านวน 12 แห่ง (12 แห่ง 12 วัน) 5,190 รวมทั้งสิ้น 60,000 12. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ความเสี่ยง : - การบริหารความเสี่ยง : - 13. ผลที่คาดว่าจะได้รับ (Impact) 13.1. สถานศึกษาได้รับการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน มีคุณลักษณะพอเพียง 13.2. หน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง ยกระดับคุณภาพ การศึกษา


-- 160 -- 1. ชื่อโครงการ โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการศึกษาในระดับ ภูมิภาคประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 *ลักษณะโครงการ โครงการต่อเนื่อง โครงการใหม่ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ● ความสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติแผนแม่บท 12 ด้านการพัฒนาการเรียนรู้ (แผนย่อยที่ 3.1 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ● ความสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ 12 ด้านการศึกษา ● ความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ( พ.ศ. 2566 – 2570) หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต (กลยุทธ์ที่ 1) คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ (กลยุทธ์ที่ 3) การเรียนรู้ตลอดชีวิต ● ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล นโยบายหลักที่ 8 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย นโยบายเร่งด่วนที่ 7 การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส านักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ● ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การศึกษาส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ยุทธศาสตร์ที่ 2 สนับสนุนการพัฒนา รูปแบบการติดตาม ประเมินผลการด าเนินงานตามนโยบาย และยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่ รับผิดชอบ 2. หลักการและเหตุผล การพัฒนาบุคลากรมีความส าคัญ และมีค่าที่สุดในองค์กร การที่องค์กรจะเจริญก้าวหน้าได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยความรู้ความสามารถของบุคลากรขับเคลื่อนให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เป็นกลไกส าคัญยิ่งน ามา ซึ่งการพัฒนาระบบราชการให้มีความเข้มแข็ง เพื่อให้ข้าราชการสามารถปรับตัว และแก้ไขปัญหา ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงพร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรอย่างเป็นระบบและเป็น รูปธรรมมากขึ้น ทั้งนี้ พื้นฐานในการก้าวไปสู่ความส าเร็จขององค์กร จ าเป็นอย่างยิ่งจะต้องให้ความส าคัญ กับบุคลากรที่ปฏิบัติงาน โดยการส่งเสริมการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลมีการมุ่งเน้นผลการปฏิบัติงานที่ผลลัพธ์ และการสร้างคุณค่า ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม ซึ่งเป็นการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ซึ่งกันและกันในทีมงาน ดังนั้น แนวคิดของการพัฒนาองค์กรจึงต้องการที่จะเน้นให้หน่วยงาน เห็นความส าคัญของระบบบริหารจัดการให้มีความยืดหยุ่นคล่องตัว ส่งเสริมให้ข้าราชการได้รับการพัฒนา ตนเอง มีความคิดริเริ่ม และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเพิ่มทุนมนุษย์ให้กับองค์กรได้อีกทางหนึ่งในการ ที่จะเน้นการสร้าง ปรับปรุงระบบงานภายใต้ภารกิจของส านักงานศึกษาธิการภาค และพัฒนาบุคลากรให้มี โครงการที่ 10


-- 161 -- ขีดความสามารถในการปฏิบัติงานด้วยความเป็นเลิศ ให้เป็นองค์กรที่สมบูรณ์แบบเพื่อสนับสนุน การ ขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภูมิภาค ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ ในระดับพื้นที่ ท าหน้าที่ขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภาคและจังหวัด โดยการอ านวยการ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงาน อื่นหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น ๆ โดยมีอ านาจหน้าที่ก าหนดยุทธศาสตร์และบทบาทการพัฒนาภาค ต่าง ๆ ให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ทิศทางการด าเนินงานของ กระทรวงศึกษาธิการในระดับภูมิภาคหรือจังหวัด นโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ และ ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด รวมทั้งการพัฒนาด้านอื่น ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ ตามศักยภาพและโอกาส ของบุคคลและชุมชนในแต่ละพื้นที่สนับสนุนการพัฒนาจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านวิชาการ การวิจัยและพัฒนา ก ากับดูแล ติดตาม และประเมินผลการด าเนินงานของส านักงานศึกษาธิการจังหวัดใน พื้นที่รับผิดชอบ สนับสนุนการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการด าเนินงานต ามนโยบายและ ยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่รับผิดชอบประสานการบริหารงานระหว่างราชการส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคให้เกิดการพัฒนาอย่างบูรณาการในระดับพื้นที่ของหลายจังหวัด โดยยึดการมีส่วนร่วมและ ประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลัก และปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่ เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งตามอ านาจหน้าที่และความรับผิดชอบดังกล่าว บุคลากรในส านักงาน ศึกษาธิการภาค 12 จ าเป็นอย่างยิ่งจะต้องได้รับการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุนให้มีความรู้ ความเข้าใจและ สามารถด าเนินงานร่วมกันได้ด้วยความเข้มแข็งเป็นน้ าหนึ่งใจเดียวกัน สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและเป้าหมายขององค์กร ด้วยหลักการและเหตุผลดังกล่าว ข้างต้น ส านักงานศึกษาธิการภาค 12 จึงจัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน การศึกษาในระดับภูมิภาค ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 3. วัตถุประสงค์ 3.1 เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรสนับสนุนการขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภูมิภาคของส านักงาน ศึกษาการภาค 12 ยกระดับขีดสมรรถนะของบุคลากรให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน เพื่อรองรับภารกิจ ในปัจจุบัน และการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เตรียมตัวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเน้นให้มีคุณลักษณะตาม สมรรถนะหลัก ทักษะที่จ าเป็นในการท างาน รวมถึงคุณลักษณะการเป็นผู้น า 3.2 เพื่อสร้างจิตส านึก ทัศนคติที่ดีต่อการท างาน มีความคิดเชิงสร้างสรรค์ คิดเชิงบวก ต่อองค์กร อย่างมีประสิทธิภาพ 3.3 เพื่อเสริมสร้างความผูกพันของบุคลากร แก่องค์กรในการปฏิบัติราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ สูงสุด 4. เป้าหมายโครงการ (Output) 4.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ บุคลากรในสังกัดส านักงานศึกษาธิการภาค 12 เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ 85


-- 162 -- 4.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1. ร้อยละความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ (ร้อยละ 90) 2. บุคลากรของส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ได้รับการพัฒนาสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และ ทักษะการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น บุคลากรมีความสุข มีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร และเกิดความสามัคคีในองค์กร ท าให้พัฒนากระบวนการท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด 5. กลุ่มเป้าหมายโครงการ (Target group) บุคลากรในสังกัดส านักงานศึกษาธิการภาค 12 6. ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Outputs) และตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) 6.1 ตัวชี้วัดเป้าหมายโครงการ (Outputs) บุคลากรในสังกัดส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ร้อยละ 85 เข้าร่วมโครงการฯ 6.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) 1. ร้อยละความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการฯ (ร้อยละ 90) 2. บุคลากรในสังกัดส านักงานศึกษาธิการภาค 12 ที่ได้เข้ารับการพัฒนา ได้รับการเพิ่มพูน ศักยภาพ ความรู้ทักษะ เครือข่าย และสามารถน าความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อรองรับ ภารกิจในปัจจุบันให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน และการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เตรียมตัวเข้าสู่ศตวรรษ ที่ 21การขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภูมิภาค ของส านักงานศึกษาการภาค 12 7. วิธีด าเนินการ (Activity) – กิจกรรม 7.1 วิธีด าเนินการ (Activity) 1. ศึกษาวิเคราะห์ความต้องการของหน่วยงาน บุคลากรและก าหนดหลักสูตรการพัฒนา 2. ประชุมจัดท าแนวทางการพัฒนาโดยอาศัยปรัชญาการพัฒนาตนเองโดยเรียนรู้จาก แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ 3. เสนอขออนุมัติโครงการฯ 4. แต่งตั้งคณะท างานและเชิญประชุมคณะท างานรวมถึงผู้เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนการ ด าเนินงานโครงการฯ 5. จัดเตรียมเอกสาร ติดต่อ ประสานงาน สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อด าเนินการจัดโครงการฯ 6. ด าเนินการพัฒนาอบรมโครงการฯ โดยเน้นกระบวนการเป็นทีมงานและสร้างการมีส่วน ร่วมของผู้เข้ารับการอบรมโครงการฯ 7. ประเมินผลโครงการโดยใช้แบบสอบถามเพื่อส ารวจความพึงพอใจของบุคลากรที่เข้า ร่วมโครงการฯ 8. สรุปผลการฝึกอบรมโครงการฯ 9. รายงานผลการด าเนินโครงการฯ เสนอให้ผู้บริหารทราบ


Click to View FlipBook Version