47
48
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา ฟิสกิ สเ์ พ่มิ เติม 1 .
ระดับชั้น มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เวลา 15 ช่ัวโมง
เร่ือง ปรมิ าณเกยี่ วกับการเคลือ่ นที่ ครผู สู้ อน นางสาวสธุ ิดา วงษส์ ุนทร .
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ผลการเรียนรู้
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐานท่ี 7.1 เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรง
และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทานสมดุลกลของวัตถุ งานและกฎการ
อนุรักษ์พลังงานกล โมเมนตัมและกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม การเคลื่อนที่แนวโค้ง รวมทั้งนำความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
ว. 7.1 ม.4/3 ทดลอง และอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งตำแหน่ง การกระจดั ความเร็ว และความเร่ง
ของการเคล่ือนที่ของวตั ถุในแนวตรงท่ีมีความเร่งคงตวั จากกราฟและสมการ รวมท้ังทดลองหาคา่ ความเร่ง
โน้มถ่วงของโลก และคำนวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถอธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่ง การกระจดั ความเรว็ และความเร่งของการ
เคลือ่ นที่ของวตั ถใุ นแนวจากกราฟและสมการได้อยา่ งถูกต้อง (K)
2. นักเรยี นสามารถทดลองหาค่าการกระจัด ความเรว็ ความเร่ง และคำนวณปริมาณตา่ งๆ ที่เก่ียวข้อง
ได้อย่างถกู ตอ้ ง (P)
3. นกั เรียนยอมรบั ผลการทำงานและมีความรับผดิ ชอบตอ่ หน้าที่ท่ไี ด้รับมอบหมายได้ (A)
3. สาระสำคัญ
การเคลื่อนที่ เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งของวัตถุ ผลของการเปลี่ยนตำแหน่งซึ่งเราเรียกว่า
ระยะทาง จงึ เปน็ ปรมิ าณสเกลาร์ แการเปล่ยี นตำแหน่งนน้ั มีทศิ ทางทีแ่ นน่ อนคือมีทิศจากตำแหนง่ เริ่มต้น
ไปยงั ตำแหน่งสุดทา้ ย จะเรียกว่า การกระจัด และเปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์
การเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ เมื่อนำไปเทียบกับเวลา วัตถุนั้นเคลื่อนที่เร็วหรือช้า เรียกว่า
อัตราเร็ว หรือความเรว็ ถา้ ความเรว็ ไม่เท่าเดิม แสดงว่ามกี ารเรง่ ให้วัตถนุ นั้ เกดิ การเปลี่ยนแปลง เรียกว่า
เกดิ ความเรง่ ขนึ้ กับวัตถนุ ้ัน
49
4. สาระการเรียนรู้
1. ตำแหน่ง
2. การกระจดั และระยะทาง
3. อัตราเรว็ และความเร็ว
4. ความเรง่
5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ⬜ 2. ซ่ือสัตยส์ ุจริต
⬜1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ☑ 4. ใฝ่เรียนรู้
☑ 3. มวี ินัย ☑ 6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
⬜ 5. อยู่อย่างพอเพยี ง ⬜ 8. มีจติ สาธารณะ
⬜ 7. รักความเป็นไทย
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 2. ความสามารถในการคิด
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
7. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C+2L)
☑ 1. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
☑ 2. ทักษะการเขยี น (Writing)
☑ 3. ทกั ษะการ คดิ คำนวณ (Arithmetic)
⬜ 4. ทักษะดา้ นการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and
problem solving)
⬜ 5. ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
☑ 6. ทกั ษะดา้ นความร่วมมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ (Collaboration, teamwork
and leadership)
⬜ 7. ทกั ษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
⬜ 8. ทักษะดา้ น การส่อื สาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสอื่ (Communication information and
media literacy)
⬜ 9. ทักษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
⬜ 10. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing)
50
⬜ 11. ทักษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
⬜ 12. ทักษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
☑ 13. ทกั ษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
⬜ 14. ภาวะผู้นำ (Leadership)
8. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
1. ใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง ตำแหน่งและปริมาณต่างๆ ของการเคลือ่ นที่
2. ใบงานที่ 2.2 เรอื่ ง การกระจัดและระยะทาง
3. ใบงานท่ี 2.3 เรอ่ื ง อตั ราเร็วและความเรว็
4. ใบงานท่ี 2.4 เรอ่ื ง ความเรง่
9. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
➢ หน่วยย่อยท่ี 1 เรอื่ ง ตำแหนง่ และปริมาณตา่ งๆ ของการเคลือ่ นที่
ช่วั โมงท่ี 1 : ใช้รูปแบบการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ขน้ั ที่ 1 : การสรา้ งความสนใจ (Engagement Phase)
1.1 ครชู ี้แจงจดุ ประสงค์การเรยี นรแู้ ละเรือ่ งทจ่ี ะทำการเรยี นการสอนในคาบเรียนให้นักเรยี นทราบ
1.2 ครูและนักเรียนร่วมสนทนา เกี่ยวกับเรื่อง ปริมาณทางฟิสิกส์ เพื่อนำไปสู่คำถามที่ว่า
“ปริมาณสเกลารแ์ ละปริมาณเวกเตอร์ มคี วามแตกต่างกนั อยา่ งไร”
(แนวคำตอบ : ปริมาณสเกลาร์ เป็นปริมาณที่บอกเพียงขนาดอย่างเดียวก็ได้ความหมายที่
สมบูรณ์ ,ปริมาณเวกเตอร์ เป็นปริมาณที่ต้องบอกทั้งขนาดและทิศทางจึงจะได้ความหมายท่ี
สมบูรณ์)
1.3 ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างปริมาณเวกเตอร์ และปริมาณสเกลาร์ที่นักเรียนเคยได้ยิน
ในชวี ิตประจำวนั
1.4 แจ้งให้นกั เรียนทราบว่า จะได้ศึกษาเก่ยี วกบั เก่ียวกับปรมิ าณสเกลาร์ และปรมิ าณเวกเตอร์
ขั้นท่ี 2 : ขัน้ สำรวจและคน้ พบ (Exploration Phase)
2.1 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ ปริมาณต่างๆ การเคลื่อนที่ จากหนังสือเรียนรายวิชา
ฟสิ กิ สเ์ พมิ่ เตมิ เลม่ 1 และใบความรู้ท่ี 2.1 เรื่อง ตำแหน่งและปริมาณตา่ งๆ ของการเคลือ่ นที่
2.2 ครูถามคำถาม Prior knowledge ว่า “เราจะทราบได้อยา่ งไรว่าวตั ถุเกดิ การเคลอ่ื นท่ี”
(แนวตอบ : วัตถุมกี ารเปล่ยี นตำแหน่งจากจุดหนงึ่ ไปอีกจุดหน่ึง)
2.3 ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับ การเคลื่อนที่ในหนึ่งมิติ โดยสมมติสถานการณ์ต่างๆ
เช่น รถไฟแล่นบนราง การตกของก้อนหิน การกล้ิงของลูกบอลตามพืน้ เอียง
51
(แนวคำตอบ : รถไฟแลน่ บนราง เปน็ การเคลือ่ นท่ีในแนวระดับ, การตกของก้อนหิน เป็นการ
เคลื่อนที่ในแนวดิ่ง และการกลิ้งของลูกบอลตามพื้นเอียง เป็นการเคลื่อนที่ในแนวลาดเอียง
ตามพ้ืน)
ชว่ั โมงท่ี 2 : ใช้รูปแบบการเรียนรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ขั้นท่ี 2 : ขั้นสำรวจและคน้ พบ (Exploration Phase)
2.1 ครนู กั เรยี นสืบคน้ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตำแหน่ง จากหนงั สอื เรยี นรายวชิ าฟิสิกสเ์ พ่มิ เติม เล่ม 1 และ
ใบความร้ทู ่ี 2.1 เรอ่ื ง ตำแหนง่ และปริมาณตา่ งๆ ของการเคลอื่ นที่
2.2 ครูแจง้ ให้นักเรยี นทราบวา่ จะได้ศึกษาเรื่องตำแหน่ง
2.3 ครูเข้าสู่บทเรียน เริ่มจากให้นักเรียนเข้าใจจุดอ้างอิงหรือตำแหน่งอ้างอิง โดยการตั้งประเด็น
คำถาม เชน่
- นกั เรียนจะบอกตำแหน่งของบ้านนักเรียนใหเ้ พื่อนเขา้ ใจได้อยา่ งไร (แนวคำตอบ :
ขึน้ อย่กู ับคำตอบของนักเรียน เชน่ ชอ่ื ถนน ชอ่ื ซอย เปน็ ต้น)
ขน้ั ที่ 3 : ข้ันอธิบายและลงข้อสรปุ ( Explanation Phase)
3.1 ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การศึกษาการเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นการศึกษาการเปลี่ยนแปลง
ตำแหน่งของวัตถุ โดยกำหนดจุดอ้างอิงหรือตำแหน่งอ้างอิง (reference point) และเป็น
ตวั เปรยี บเทยี บในการบอกตำแหน่งของวัตถทุ ่ีอยูภ่ ายในกรอบอา้ งองิ
3.2 ครูให้นักเรียนแต่ละคนวิเคราะห์และอธิบายเกี่ยวกับจุดอ้างอิงและตำแหน่งของรถ และ
ตำแหนง่ ของคนเทียบกับเสาไฟฟา้ ท้ัง 2 ต้น
3.3 ครูอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับตำแหน่ง เพื่อให้นักเรียนสรุปสาระสำคัญท่ีได้ลงในสมุด
บนั ทึก
3.4 ครใู หน้ ักเรยี นทำใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง ตำแหน่งและปรมิ าณต่างๆ ของการเคลื่อนที่
ขัน้ ที่ 4 : ขน้ั ขยายความรู้ (Expansion Phase)
4.1 นักเรียนสนทนาซักถามครู และศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ตำแหน่งจากใบความรู้ที่ 2.1 จาก
แหล่งเรยี นรอู้ ่ืนๆ
4.2 ครสู รปุ ความรู้เก่ยี วกบั เรื่องตำแหน่งและปริมาณต่างๆ ของการเคลอ่ื นที่
ขน้ั ที่ 5 : ข้ันประเมนิ (Evaluation)
5.1 สังเกตพฤติกรรมการเรยี นร้แู ละการรว่ มกจิ กรรมของนักเรยี นในชั้นเรยี น
5.2 ประเมนิ จากการทำใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง ตำแหนง่ และปรมิ าณต่างๆ ของการเคลอ่ื นที่
52
➢ หนว่ ยย่อยที่ 2 เร่อื ง การกระจัดและระยะทาง
ชัว่ โมงที่ 1 : ใช้รปู แบบการเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ข้นั ท่ี 1 : การสร้างความสนใจ (Engagement Phase)
1.1 ครูชแ้ี จงจุดประสงค์การเรียนรูแ้ ละเรอ่ื งท่จี ะทำการเรยี นการสอนในคาบเรียนให้นักเรียนทราบ
1.2 นักเรียนและครูร่วมกนั ทบทวนความรู้เดมิ เกยี่ วกบั เรอื่ ง ปริมาณสเกลารแ์ ละปรมิ าณเวกเตอร์
เชอ่ื มโยงเน้อื หา เพอื่ เป็นความรูพ้ นื้ ฐานนำไปสูก่ ารศกึ ษาเรอื่ ง ระยะทางและการกระจัด
1.3 ครแู จ้งให้นักเรียนทราบวา่ จะไดศ้ ึกษาเรือ่ ง การกระจัดและระยะทาง
ขัน้ ท่ี 2 : ขัน้ สำรวจและคน้ พบ (Exploration Phase)
2.1 ครูให้นักเรียนสืบค้นขอ้ มูลเกี่ยวกับ การกระจัดและระยะทาง จากหนังสือเรียนรายวชิ าฟสิ ิกส์
เพม่ิ เติม เลม่ 1 และใบความรทู้ ่ี 2.1 เร่ือง การกระจัดและระยะทาง
2.2 ครถู ามคำถาม Prior knowledge ว่า “การกระจดั เกี่ยวข้องกบั ตำแหน่งอย่างไร”
(แนวตอบ : การกระจดั บอกการเปลีย่ นตำแหน่งของวตั ถุ ซ่งึ ในกรณกี ารเคล่ือนทีแ่ นวตรง
การกระจดั เท่ากบั ผลต่างตำแหน่งสุดท้ายกับตำแหนง่ เริม่ ตน้ )
2.3 ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับ ระยะทาง โดยสมมติสถานการณ์ต่างๆ เช่น การ
เดนิ ทางไปโรงเรียนและเดินทางกลับกลบั บ้านของนักเรยี น
2.4 ครูเข้าสู่เนื้อหาเรื่อง ระยะทางและการกระจัด โดยเชื่อมโยงด้วยการให้นักเรียนแต่ละคนบอก
ตำแหน่งของเพื่อน และระยะห่างระหว่างตัวนักเรียนกับเพื่อน เพื่อให้เข้าใจความแตกต่าง
ระหว่างระยะทางกบั การกระจัด
ชั่วโมงที่ 2 : ใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ขน้ั ท่ี 3 : ขนั้ อธิบายและลงขอ้ สรปุ ( Explanation Phase)
3.1 ครูให้นักเรียนร่วมกันศึกษาความแตกต่างระหว่างระยะทางและการกระจัด วิธีการหา
ระยะทางและการกระจัด โดยครูใช้คำถามนำเพ่ือหาข้อสรุป ดังน้ี
- การเคลื่อนที่ของวัตถุแต่ละครั้งระยะทางและการกระจัดที่เกิดข้ึนมีลักษณะอย่างไร
(แนวตอบ : ระยะทางและการกระจัดในการเคลื่อนที่มี 2 ลักษณะ คือ ระยะทางมากกว่า
การกระจัด และระยะเท่ากับและการกระจัด แต่จากตัวอยา่ งระยะทางมากกวา่ การกระจัด)
- เด็กชายเอเดินเป็นแนววงกลมครบ 1 รอบ จะได้ระยะทาง 88 เมตร และทำไมการ
กระจัดถึงมีค่าเป็นศูนย์
(แนวตอบ : การกระจัดมีค่าเป็นศูนย์ เน่ืองจากเม่ือส้ินสุดการเคล่ือนท่ีแล้วจะไม่มีการ
เปล่ียนแปลง)
3.2 ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 2.2 เรือ่ ง การกระจดั และระยะทาง
53
ข้นั ที่ 4 : ขั้นขยายความรู้ (Expansion Phase)
4.1 นักเรียนสนทนาซักถามครู และศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ตำแหน่งจากใบความรู้ที่ 2.2 จาก
แหลง่ เรียนร้อู ื่นๆ
4.2 ครสู รปุ ความรูเ้ กย่ี วกับเรอ่ื งการกระจดั และระยะทาง
ข้ันที่ 5 : ข้ันประเมิน (Evaluation)
5.1 สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้และการร่วมกิจกรรมของนักเรียนในชัน้ เรยี น
5.2 ประเมินจากการทำใบงานท่ี 2.2 เร่อื ง การกระจดั และระยะทาง
➢ หนว่ ยยอ่ ยท่ี 3 เรอื่ ง อัตราเร็วและความเร็ว
ชว่ั โมงท่ี 1 : ใช้รปู แบบการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
ขั้นที่ 1 : การสร้างความสนใจ (Engagement Phase)
1.1 ครูชแ้ี จงจุดประสงค์การเรยี นร้แู ละเรอื่ งท่ีจะทำการเรยี นการสอนในคาบเรยี นให้นักเรยี นทราบ
1.2 นักเรียนและครูร่วมกันทบทวนความรู้เดิม เกี่ยวกับ เรื่องการกระจัดและระยะทาง เชื่อมโยง
เนอื้ หา เพือ่ เป็นความรูพ้ นื้ ฐานนำไปสูก่ ารศึกษาเร่ืองอัตราเร็วและความเรว็
1.3 ครูแจง้ ให้นกั เรยี นทราบว่า จะไดศ้ กึ ษาเรือ่ งอัตราเรว็ และความเร็ว
ขน้ั ที่ 2 : ข้ันสำรวจและคน้ พบ (Exploration Phase)
2.1 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ อัตราเร็วและความเร็ว จากหนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกส์
เพ่มิ เติม เล่ม 1 และใบความรทู้ ี่ 2.3 เร่ือง อัตราเร็วและความเรว็
2.2 ครแู ละนักเรียนรว่ มอภิปรายโดยใช้คำถามให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ ดังนี้
- นักเรียนคดิ ว่า ความเรว็ ต่างจากอัตราเรว็ หรือไม่ อย่างไร
(แนวตอบ ต่างกนั โดยอัตราเรว็ เป็นระยะทางทีเ่ ปลี่ยนแปลงใน 1 หนว่ ยเวลา เป็นปริมาณส
เกลาร์ ส่วนความเร็วเป็นการกระจดั ทีเ่ ปล่ยี นแปลงในหนง่ึ หนว่ ยเวลา เปน็ ปริมาณเวกเกอร)์
- นกั เรยี นพจิ ารณา สมการของอตั ราเร็วและความเรว็ นักเรียนจะสามารถหาปริมาณอ่ืน
ได้หรอื ไม่ เช่น การกระจัด ระยะทาง หรือเวลา
(แนวตอบ สามารถหาปริมาณอื่นได้ โดยการปรบั รปู สมการ)
2.3 ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกบั ความแตกต่างระหว่างอตั ราเร็วกบั ความเรว็ จากน้ันครู
อธิบายเพ่ิมเตมิ ถึงความแตกต่างของทงั้ สองปรมิ าณ พรอ้ มบอกเหตุผล
2.4 ครูถามคำถามเพื่อเปน็ การตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนว่า “ถ้าพูดว่า โดยปกติน้ำฝนขบั
รถเร็วประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวันน้ีน้ำฝนขับรถมาทำงานเร็วถึง 100 กิโลเมตร
ตอ่ ช่วั โมง” นักเรยี นคดิ วา่ มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร
54
(แนวตอบ : มีความแตกต่างกัน เนื่องจากข้อความแรกกล่าวถึงอัตราเร็วโดยเฉลี่ยในการ
เดินทางของน้ำฝน ขณะอีกข้อความหนึ่ง คือความเร็วซึ่งเป็นปริมาณเวกเตอร์ โดยมีการระบุ
ทศิ ทางมายังทที่ ำงานไว้ดว้ ย ทำใหป้ รมิ าณทงั้ สองมคี วามแตกต่างกัน)
2.5 ครูอธิบายเรื่องอัตราเร็วขณะหนึ่ง โดยที่นักเรียนมีส่วนร่วมในการอภิปรายหรือสอบถาม ซึ่ง
นกั เรียนจะเข้าใจมากยิ่งขึ้นในหัวขอ้ ตอ่ ไป เร่อื ง เครอ่ื งเคาะสัญญาณเวลา
ชั่วโมงที่ 2 : ใช้รูปแบบการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ข้ันที่ 3 : ข้ันอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ ( Explanation Phase)
3.1 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ อัตราเร็ว และความเร็ว จากหนังสือเรียนรายวิชา
เพ่ิมเติม ฟิสิกส์ เล่ม 1 และใบความรู้ท่ี 2.3 เรื่อง อัตราเร็วและความเร็ว
3.2 ครูและนักเรียนร่วมซักถาม และครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อัตราเร็ว และความเร็ว
เพ่ือให้นักเรียนสรุปสาระสำคัญลงในสมุดจดบันทึก
3.3 ครใู ห้นกั เรยี นทำใบงานที่ 2.3 เร่อื ง อตั ราเรว็ และความเร็ว
3.4 ครใู หน้ กั เรียนทำการทดลองที่ 2.1 เครือ่ งเคาะสญั ญาณ
ชวั่ โมงที่ 3 : ใช้รปู แบบการเรียนร้แู บบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ขน้ั ที่ 4 : ข้นั ขยายความรู้ (Expansion Phase)
4.1 นกั เรยี นสนทนาซักถามครู และศึกษาเพ่ิมเติมเกีย่ วกับ อตั ราเร็วและความเร็ว จากใบความรู้ท่ี
2.3 จากแหล่งเรยี นร้อู ่ืนๆ
4.2 ครสู รุปความรู้เกี่ยวกับเรื่องอัตราเรว็ และความเร็ว
ขน้ั ที่ 5 : ขั้นประเมิน (Evaluation)
5.1 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรแู้ ละการรว่ มกจิ กรรมของนักเรยี นในชัน้ เรยี น
5.2 ประเมินจากการทำใบงานที่ 2.3 เร่อื ง อตั ราเรว็ และความเรว็
10. นวัตกรรมการศกึ ษา
10.1 สื่อและอปุ กรณก์ ารเรียนรู้
10.1.1 หนงั สือเรยี นรายวชิ าฟิสิกสเ์ พิ่มเตมิ เลม่ 1 ช้ัน ม.4-6
10.1.2 ใบความรูท้ ี่ 2.1 เรอ่ื ง ตำแหน่งและปริมาณต่างๆ ของการเคลื่อน
10.1.3 ใบความรทู้ ่ี 2.2 เรื่อง อัตราเรว็ และความเรว็
10.1.4 ใบความรทู้ ่ี 2.3 เร่ือง ความเร่ง
10.1.5 Powerpoint ปริมาณเกยี่ วกับการเคล่อื นท่ี
10.2 แหลง่ การเรียนรูใ้ นหรือนอกสถานท่ี
10.2.1 ห้องเรยี นและห้องสมดุ
55
12. การวัดและประเมนิ ผล
ช้นิ งาน/ภาระงาน วธิ ีการวดั เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมนิ
ใบงานท่ี 2.1 เรื่อง ตรวจใบงานที่ 2.1 แบบประเมินใบงาน คะแนน 4 = ดมี าก ผา่ นเกณฑอ์ ยา่ งน้อยใน
ตำแหน่งและปริมาณ เรือ่ ง ตำแหน่งและ คะแนน 3 = ดี ระดบั ดี
ตา่ งๆของการเคล่อื นที่ ปริมาณต่างๆของ แบบประเมนิ ใบงาน คะแนน 2 = พอใช้
การเคล่ือนท่ี คะแนน 1 = ปรับปรงุ ผ่านเกณฑอ์ ย่างน้อยใน
ใบงานท่ี 2.2 เร่ือง การ ตรวจใบงานท่ี 2.2 แบบประเมนิ ใบงาน คะแนน 4 = ดีมาก ระดบั ดี
กระจดั และระยะทาง เรอ่ื ง กระจดั และ คะแนน 3 = ดี
ระยะทาง แบบประเมินใบงาน คะแนน 2 = พอใช้ ผา่ นเกณฑอ์ ย่างน้อยใน
ใบงานที่ 2.3 เรื่อง คะแนน 1 = ปรับปรุง ระดับ ดี
อัตราเรว็ และความเร็ว ตรวจใบงานท่ี 2.3 คะแนน 4 = ดมี าก
เรื่อง อตั ราเร็วและ คะแนน 3 = ดี ผ่านเกณฑ์อย่างน้อยใน
ใบงานที่ 2.4 เรื่อง ความเร็ว คะแนน 2 = พอใช้ ระดับ ดี
ความเรง่ คะแนน 1 = ปรับปรุง
ตรวจใบงานท่ี 2.4 คะแนน 4 = ดีมาก
เร่อื ง ความเร่ง คะแนน 3 = ดี
คะแนน 2 = พอใช้
คะแนน 1 = ปรับปรุง
56
ตารางเกณฑก์ ารประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
คณุ ลักษณะอนั พึง วิธีการวัด เครื่องมือวดั เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมิน
ประสงค์
สังเกต แบบสังเกต คะแนน 5 = ดีมาก ผ่านเกณฑอ์ ยา่ งน้อยใน
1. มีวนิ ยั
คะแนน 4 = ดี ระดับ ปานกลาง
2. ใฝเ่ รียนรู้
คะแนน 3 = ปานกลาง
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
คะแนน 2 = พอใช้
คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ
สังเกต 1. แบบสงั เกต คะแนน 5 = ดีมาก ผ่านเกณฑอ์ ย่างน้อยใน
2. ใบงานที่ 2.1 เรื่อง คะแนน 4 = ดี ระดบั ปานกลาง
ตำแหน่งและปริมาณ คะแนน 3 = ปานกลาง
ตา่ งๆ ของการเคล่อื นที่ คะแนน 2 = พอใช้
3. ใบงานที่ 2.2 เรื่อง การ คะแนน 1 = ปรับปรุง
กระจัดและระยะทาง
4. ใบงานที่ 2.3 เรื่อง
อตั ราเร็วและความเรว็
5. ใบงานที่ 2.4 เรื่อง
ความเร่ง
สังเกต แบบประเมินใบงาน คะแนน 5 = ดีมาก ผ่านเกณฑอ์ ยา่ งน้อยใน
คะแนน 4 = ดี ระดบั ปานกลาง
คะแนน 3 = ปานกลาง
คะแนน 2 = พอใช้
คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ
57
ตารางเกณฑ์การประเมนิ ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21
สมรรถะสำคัญของผเู้ รยี น วิธกี ารวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมนิ
1. ทกั ษะการอ่าน สงั เกต แบบสงั เกตพฤติกรรม คะแนน 4 = ดีมาก ผา่ นเกณฑ์อย่างน้อยใน
พฤติกรรม คะแนน 3 = ดี ระดับ พอใช้
แบบสงั เกตพฤติกรรม คะแนน 2 = พอใช้
2. ทักษะการเขียน สังเกต คะแนน 1 = ปรับปรงุ ผา่ นเกณฑ์อย่างน้อยใน
พฤติกรรม แบบประเมินใบงาน คะแนน 4 = ดีมาก ระดบั พอใช้
คะแนน 3 = ดี
3. ทกั ษะการ คดิ คำนวณ ตรวจใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรม คะแนน 2 = พอใช้ ผ่านเกณฑ์อยา่ งน้อยใน
คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ ระดบั พอใช้
4. ทักษะด้านความร่วมมือ สังเกต แบบสงั เกตพฤติกรรม คะแนน 4 = ดีมาก
การทำงานเป็นทีม และ พฤติกรรม คะแนน 3 = ดี ผ่านเกณฑ์อยา่ งน้อยใน
ภาวะผู้นำ คะแนน 2 = พอใช้ ระดับ พอใช้
คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ
5. ทกั ษะการเรียนรู้ สังเกต คะแนน 4 = ดมี าก ผา่ นเกณฑอ์ ยา่ งน้อยใน
พฤติกรรม คะแนน 3 = ดี ระดบั พอใช้
คะแนน 2 = พอใช้
คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ
คะแนน 4 = ดีมาก
คะแนน 3 = ดี
คะแนน 2 = พอใช้
คะแนน 1 = ปรับปรงุ
58
แบบประเมินใบงาน
ชอ่ื -สกลุ เลขท่ี .
ลำดบั ท่ี ประเด็นการประเมนิ 4 คณุ ภาพการปฏบิ ัตกิ าร
(ดมี าก) 321
(ดี) (ปานกลาง) (พอใช)้
1 เน้อื หาตรงตามจดุ ประสงคท์ ก่ี ำหนด
2 เนือ้ หามคี วามถูกต้องสมบรู ณ์
3 ผลงานมคี วามคิดสรา้ งสรรค์
4 ผลงานมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
5 ส่งงานตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
./ /.
59
เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน
คณุ ภาพการปฏิบัตกิ าร
ประเด็นทป่ี ระเมิน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (ปานกลาง) 1 (พอใช้)
1. เนื้อหาตรงตาม ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผลงานไม่มีคว าม
จุดประสงค์ท่ี ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ
กำหนด จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ
เนื้อหาที่เรียนทุก เนื้อหาที่เรียนเป็น เนื้อหาที่เรียนบาง เนอื้ หาท่ีเรียน
ประเดน็ สว่ นใหญ่ ประเด็น
2. เนื้อหามีความ เนื้อหาสาระของ เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง
ถูกต้องสมบรู ณ์ ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผลงานมคี วามถูกต้อง ผลงานมีความถูกต้อง ผลงานไม่มีคว าม
ถูกต้องครบถ้วน เปน็ ส่วนใหญ่ บางประเด็น ถูกต้องบางประเด็น
สมบรู ณ์
3. ผลงานมี ผลงานมีความคิด ผลงานมีคว ามคิด ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผลงานไม่มีความคิด
ความคิด สร้างสรรค์ แปลก สร้างสรรค์ แปลก น่าสนใจ แต่ยังไม่มี สร้างสรรค์ แปลก
สร้างสรรค์ ใหม่ และมีความ ใหม่ แต่ไม่มีความ ความคิดที่แปลกใหม่ ใหม่ และไม่มีความ
เป็นระบบ เป็นระบบ เทา่ ทคี่ วร เปน็ ระบบ
4. ผลงานมีความ ผลงานมีความเป็น ผลงานมีความเป็น ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานส่วนใหญ่ไม่มี
เ ป ็ น ร ะ เ บ ี ย บ ระเบียบเรียบร้อย ระเบียบเรียบร้อย แต่ ความเป็นระเบียบ ความเป็นระเบียบ
เรยี บรอ้ ย และมีความจูงใจน่า ย ั ง ม ี ข ้ อ บ ก พ ร ่ อง เรียบร้อย และ มี เรียบร้อย และ มี
อ่านเป็นอย่างมาก ปรากฏเล็กนอ้ ย ข ้ อ บ ก พ ร ่ อ ง เ ป็ น ข ้ อ บ ก พ ร ่ อ ง เ ป็ น
ปรากฏบางส่วน ปรากฏอย่างมาก
5. ส่งงานตรงต่อ ส่งงานตามเวลาท่ี ส่งงานเกินเวลาที่ครู ส่งงานเกินเวลาที่ครู ส่งงานเกินเวลาที่ครู
เวลา ครกู ำหนด กำหนด 1-2 วัน กำหนด 3-4 วนั กำหนดเวลามากกว่า
5 วนั
เกณฑก์ ารประเมิน
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
16 - 20 ดมี าก
11 - 15 ดี
6 -10
1-5 ปานกลาง
ปรบั ปรุง
60
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
เลขที่ ชอ่ื - สกุล มวี ินยั ใฝ่ความรู้ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 543 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ลงชื่อ / ผู้ประเมิน
. /.
61
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนคณุ ลกั ษณอันพงึ ประสงค์
พฤตกิ รรมบ่งช้ี คะแนน
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้ ดมี าก (5) ดี (4) ปานกลาง (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
3. มงุ่ ม่นั ในการ มาเรียนร้อยละ มาเรียนรอ้ ยละ มาเรยี นร้อยละ มาเรียนร้อยละ มาเรยี นต่ำกว่า
ทำงาน
80 - 100 70 - 79 60 - 69 50 - 59 ร้อยละ 50
ทำการบ้านได้ ทำการบา้ นได้ ทำการบ้านได้ ทำการบา้ นได้ ทำการบ้านได้
ถกู ตอ้ งร้อยละ ถูกตอ้ งร้อยละ ถูกตอ้ งร้อยละ ถูกตอ้ งรอ้ ยละ ถูกตอ้ งตำ่ กวา่
80 - 100 70 - 79 60 - 69 50 - 59 รอ้ ยละ 50
ส่งงานครบร้อยละ ส่งงานครบร้อย ส่งงานครบร้อย ส่งงานครบรอ้ ยละ ส่งงานครบต่ำ
80 -100 ละ 70 -79 ละ 60 -69 50 - 59 กว่ารอ้ ยละ 50
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
➢ ต้องผ่านเกณฑ์ทร่ี ะดับปานกลางขนึ้ ไป
62
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
เลขที่ ชอ่ื - สกลุ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถใน ความสามารถในการใช้
การคดิ เทคโนโลยี
4 3 2 1 432 143 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ลงชื่อ / ผู้ประเมิน
. /.
63
เกณฑก์ ารให้คะแนนสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
พฤตกิ รรมบ่งชี้ คะแนน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ มีความสามารถ มีความสามารถ มคี วามสามารถใน ไมม่ ีความสามารถ
เทคโนโลยี ในการพูดสื่อสาร ในการพูดสื่อสาร การพูดสื่อสาร ในการสื่อสาร
ออกมาได้ดีเยี่ยม ออกมาได้ดีเและ ออกมาได้ระดับ
และชัดเจน ชดั เจน ปานกลาง ไม่ค่อย
ชดั เจน
คะแนนใบงานได้ คะแนนใบงานได้ คะแนนใบงานได้ คะแนนใบงานได้
ร้อยละ 90 - 100 ร้อยละ 70 - 89 ร้อยละ 50 - 69 ตำ่ ร้อยละ 50
มีความสามารถ มีความสามารถ มีความสามารถใน ไม่มีความสามารถ
ใ น ก า ร ใ ช้ ใ น ก า ร ใ ช้ การใช้เทคโนโลยี ใ น ก า ร ใ ช้
เทคโนโลยีในการ เทคโนโลย ีใน ในการเรียนใน เทคโนโลยีในการ
เรียนได้ดีเยี่ยม การเรียนได้ดี ระดับปานกลาง เรยี น
และคล่องแคล่ว และคล่องแคล่ว และคล่องแคล่ว
เลก็ นอ้ ย
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
➢ ตอ้ งผา่ นเกณฑ์ในระดับคะแนน พอใช้ ขนึ้ ไป
64
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21
เลขที่ ชือ่ - สกุล ทกั ษะการ ทักษะการ ทักษะการ ทกั ษะดา้ น ทกั ษะการ
อา่ น เขยี น คดิ คำนวณ ความ เรียนรู้
ร่วมมอื ฯ
43214321432143214321
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ลงช่อื ผู้ประเมิน
/ /.
65
เกณฑก์ ารให้คะแนนทักษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21
พฤตกิ รรมบ่งช้ี คะแนน
1. ทักษะการอา่ น
2. ทกั ษะการเขียน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
3. ทกั ษะการคิด คำนวณ
อ ่ า น ไ ด ้ อ ย ่ า ง อ่านได้ถกู ต้องแต่ อ่านได้ถูกต้อง อ่านไม่ถูกต้อง
4. ทกั ษะด้านความร่วมมือ การ
ทำงานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ ำ ถูกต้อง และไม่ ตดิ ขัดเลก็ น้อย บางตัวแปร แต่ ต้อง สับสนตัว
5. ทักษะการเรียนรู้ ตดิ ขดั ติดขัด แปร
เขยี นได้ถกู ต้อง เขยี นไดถ้ กู ต้อง เขยี นได้ถูกต้อง เขียนผิดทงั้ หมด
ทัง้ หมด เป็นสว่ นใหญ่ บางตวั
มคี วามสามารถ มีความสามารถคิด มีความสามารถ ไมม่ คี วามสามารถ
คดิ คำนวณไดด้ ี คำนวณได้ดี และ คิดคำนวณได้ ในการคิดคำนวณ
เยีย่ มและ ค ล ่ อ ง แ ค ล่ ว แต่ไมค่ ลอ่ งตัว
คลอ่ งแคลว่ เ ล ็ ก น ้ อ ย แ ต่
ถกู ต้องสมบูรณ์ ถูกตอ้ ง
ให้ความร่วมมือ ให้ความรว่ มมือใน ไ ม ่ ใ ห ้ ค ว า ม ไมใ่ หค้ วามรว่ มมือ
ใ น ก า ร ท ำ ง า น การทำงาน เป็น ร่วมมือในการ ในการทำงานเป็น
เป็นกลมุ่ ทุกคร้ัง กลมุ่ บางครัง้ ทำงานเป็นกลุ่ม กล่มุ เลย
บางครงั้
คะแนนใบงานได้ คะแนนใบงานได้ คะแนนใบงาน คะแนนใบงานได้
รอ้ ยละ 90 - 100 รอ้ ยละ 70 - 89 ได้รอ้ ยละ ตำ่ กว่าร้อยละ 50
50 - 69
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
➢ ต้องผา่ นเกณฑ์ในระดับคะแนน พอใช้ ขึน้ ไป
กจิ กรรมเสนอแนะ 66
.
. .
. .
.
บันทึกผลหลังการสอน คน
สรุปผลการเรียนการสอน จำนวนนกั เรยี นท่ไี ม่ผา่ น
นักเรียนทงั้ หมดจำนวน จำนวนคน รอ้ ยละ
จุดประสงค์การเรยี นรูข้ ้อที่ จำนวนนักเรียนทีผ่ า่ น .
จำนวนคน ร้อยละ .
1 .
2 .
3 .
.
ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
.
.
.
ข้อเสนอแนะ
.
.
.
ลงช่ือ .
( )
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ .
ลงชอ่ื หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
( )
ลงช่ือ รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ
( )
67
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา
ได้ทำการตรวจแผนการเรยี นรู้ของ แลว้ มีความคดิ เหน็ ดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ⬜ พอใช้ ⬜ ควรปรับปรงุ
⬜ ดีมาก ⬜ ดี
2. การจัดกิจกรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรยี นรู้
⬜ เนน้ ผู้เรยี นเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
⬜ ยังไม่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป
3. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ .
. .
. .
.
ลงช่ือ .
( )
ผู้อำนวยการโรงเรยี น .
68
ใบความร้ทู ี่ 2.1 เรอ่ื ง ตำแหนง่ ระยะทางและการกระจดั
1. ปริมาณทางฟิสิกส์
ในการศึกษาวิชาฟสิ กิ ส์พบว่า มคี วามเก่ียวข้องกับปรมิ าณตา่ งๆ มากมาย โดยปริมาณเหล่านน้ั จะ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
1. ปริมาณสเกลาร์ (Scalar quantity) คือ ปริมาณที่บอกแต่ขนาดอย่างเดียวก็
ไดค้ วามหมายทส่ี มบูรณ์ ไม่ต้องบอกทศิ ทาง เชน่ ระยะทาง มวล เวลา
2. ปริมาณเวกเตอร์ (Vector quantity) คือ ปริมาณที่ต้องบอกทั้งขนาดและ
ทศิ ทางจึงจะได้ความหมายท่ีสมบรู ณ์ เช่น การกระจัด ความเรว็ ความเรง่
2. ตำแหน่ง
ตำแหน่ง (position) คือการแสดงออกหรือการบอกให้ทราบว่า วัตถุหรือสิ่งของที่เราพิจารณาอยู่ที่ใด เราจะคิดถึง
วัตถุที่มีขนาดเล็กก่อน ซึ่งจะสามารถบอกได้ชัดเจนว่ามี ตำแหน่งอยู่ที่ใด โดยเฉพาะ บนเส้นตรงเส้นหนึ่งเมื่อเทียบกับ
จุดอ้างอิง จุดอ้างองิ เปน็ ปจั จัย จำเป็นเพื่อความชัดเจนตำแหนง่ ของวัตถุท้ังสอง อาจแสดงดงั รูปท่ี 1
3. ระยะทาง (distance) และการกระจดั (displacement)
ระยะทาง (Distance) คือ ความยาวตามเส้นทางที่วัตถุเคลื่อนที่ไปได้ทั้งหมด เป็นปริมาณสเกลาร์ คือ มีแต่ขนาด
อยา่ งเดียว มหี นว่ ยเป็นเมตร โดยทั่วไปเราใชส้ ัญลกั ษณ์ แทน ระยะทาง
การกระจดั (Displacement) คือ ความยาวของวัตถุท่ีเคล่อื นที่ไดจ้ ากจุดต้งั ต้นถึงจุดสุดทา้ ย โดยวัดระยะทางในแนว
ตรง เป็นปริมาณเวกเตอร์ มีหน่วยเปน็ เมตร โดยท่วั ไปเราใช้สญั ลักษณ์ ⃑ แทนการกระจดั
ชายคนหนึง่ เดนิ จาก ก ไป ข แลว้ จาก ข ไป ค และไป ง
ชายคนน้จี ะไดร้ ะยะทาง(S) = 6 + 3 + 2 เมตร = 11 เมตร
ชายคนน้จี ะได้การกระจัด ( s ) = 5 เมตร
ขอ้ สงั เกต : ขนาดการกระจัด ≤ ระยะทางเสมอ
69
ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง ตำแหนง่ และปริมาณต่างๆ ของการเคล่อื นท่ี
ชอ่ื – สกลุ ช้ัน เลขท่ี .
ใหเ้ ตมิ ข้อความหรือความหมายของคำตอ่ ไปน้ใี ห้ถกู ต้องสมบรู ณ์ .
.
1. ปริมาณเวกเตอร์ คือ .
. .
. .
.
2. ปริมาณสเกลาร์ คือ
. .
. .
.
3. จงยกตัวอยา่ งของปรมิ าณเวกเตอร์และสเกลาร์ มาอยา่ งละ 3 อยา่ ง .
.
. .
. .
. .
.
4. จงอธิบายความหมายของตำแหนง่
.
.
.
.
ชื่อ – สกลุ 70
เฉลยใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง ตำแหนง่ และปริมาณตา่ งๆของการเคล่อื นที่
ช้ัน เลขท่ี .
ใหเ้ ติมข้อความหรือความหมายของคำตอ่ ไปนีใ้ ห้ถูกต้องสมบูรณ์
1. ปรมิ าณเวกเตอร์ คือ (Vector Quantities) คือปรมิ าณท่ีบอกขนาดและทิศทาง เช่น แรง ความเร็ว ความเร่ง .
สนามไฟฟา้ เป็นต้น การบอกปรมิ าณเวกเตอรจ์ ะบอกขนาดพรอ้ มหน่วยและทิศทางของเวกเตอร์ .
..
2. ปริมาณสเกลาร์ คือ (Scalar Quantities) คือปรมิ าณทบี่ อกเพียงขนาดอย่างเดยี วก็ให้ความหมายสมบรู ณ์ ได้แก่ .
มวล ปรมิ าตร อณุ หภูมิ พลังงาน ความรอ้ นจำเพาะ ความหนาแนน่ เป็นตน้ การบอกปริมาณเหลา่ น้ีจะบอกขนาดพร้อมหน่วย
เท่านน้ั .
3. จงยกตัวอยา่ งของปริมาณเวกเตอรแ์ ละสเกลาร์ มาอย่างละ 3 อยา่ ง
. ปรมิ าณเวกเตอร์ ไดแ้ ก่ แรง ความเร็ว ความเร่ง สนามไฟฟ้า โมเมนตัม เป็นต้น .
. ปรมิ าณสเกลาร์ ได้แก่ มวล ปรมิ าตร อณุ หภูมิ พลงั งาน ความรอ้ นจำเพาะ ความหนาแนน่ เปน็ ตน้ .
..
..
4. จงอธิบายความหมายของตำแหน่ง
. ตำแหน่ง คอื การบอกใหท้ ราบว่าวัตถุหรอื สิง่ ของท่เี ราพิจารณาอยู่ทีใ่ ด และเพอ่ื ความชัดเจนการบอกตำแหน่งของวตั ถุ
จะตอ้ งเทียบกบั จุดอ้างองิ หรือตำแหนง่ อา้ งอิง (reference point) .
..
..
..
71
ใบงานที่ 2.2 เร่ือง ระยะทางและการกระจดั
ชือ่ – สกลุ ชั้น เลขท่ี .
ให้เตมิ ข้อความหรือความหมายของคำตอ่ ไปนใี้ ห้ถูกต้องสมบรู ณ์
1. ระยะทาง คอื .
..
..
2. การกระจดั คอื .
..
..
3. ระยะทางและการกระจัด เหมือนหรอื แตกต่างกัน จงอธบิ าย ..
..
..
..
4. เด็กชายคนหนึง่ เดินทางไปทางทิศตะวันออก 150 เมตร แล้วเดินกลับทางเดิม 30 เมตร ไปทางทศิ ตะวนั ตก จงหาการ
กระจัดของเด็กคนน้ี
..
..
..
..
5. ถา้ เหวีย่ งกอ้ นหนิ ไปเป็นรูปวงกลมรศั มี 3.0 เมตร กอ้ นหนิ จะเคล่อื นทไ่ี ดร้ ะยะทางและการกระจัดเท่าไร.
..
..
..
..
..
..
72
เฉลยใบงานที่ 2.2 เรื่อง ระยะทางและการกระจัด
ชือ่ – สกลุ ช้ัน เลขท่ี .
ใหเ้ ตมิ ข้อความหรือความหมายของคำตอ่ ไปน้ีให้ถูกต้องสมบรู ณ์
1. ระยะทาง คือ ระยะทาง คือ ระยะทงั้ หมดทวี่ ดั ไดต้ ามแนวการเคลอ่ื นท่ี ระยะทางจะระบแุ ต่ขนาดเพยี งอยา่ งเดยี ว .
จงึ จัดวา่ เป็นปรมิ าณสเกลาร์ หน่วยเปน็ เมตร (m) .
..
2. การกระจัด คอื การกระจัด คอื ระยะทีว่ ดั ได้ในแนวเส้นตรงจากตำแหน่งเร่ิมต้นไปยังตำแหนง่ สดุ ท้าย ซงึ่ เปน็ ปริมาณ
เวกเตอร์ทต่ี ้องระบทุ ง้ั ขนาดและทศิ ทาง มีหน่วยเปน็ เมตร (m) .
..
3. ระยะทางและการกระจดั เหมอื นหรือแตกตา่ งกัน จงอธิบาย แตกตา่ งกนั การกระจดั เป็นปรมิ าณเวกเตอร์ มีคา่ .
เท่ากบั ระยะห่างระหว่างตำแหน่งเริ่มตน้ กบั ตำแหนง่ สดุ ทา้ ย ตามสมการ ∆ = − ส่วนระยะทางเปน็ ปริมาณสเกลาร์ .
มีคา่ เท่ากบั ความยาวตลอดเส้นทางการเคลอื่ นท่ีของวัตถุจากตำแหนง่ เริ่มตน้ ไปยังตำ แหน่งสดุ ท้าย .
..
4. เดก็ ชายคนหนึง่ เดินทางไปทางทศิ ตะวนั ออก 150 เมตร แลว้ เดนิ กลบั ทางเดิม 30 เมตร ไปทางทิศตะวันตก จงหาการ
กระจัดของเด็กคนน้ี.
วธิ ีทำ กำหนดใหท้ ศิ ทางตะวันออกมคี ่าเป็นบวก และทิศทางตะวนั ตกมีค่าเป็นลบ .
การกระจดั ทีเ่ ดก็ เดนิ ได้ = 150 + (-30) .
= 120 เมตร .
ดงั น้นั การกระจัดของเด็กชายเป็น 120 เมตร ไปทางทศิ ตะวนั ออก .
.5. ถ้าเหวยี่ งก้อนหนิ ไปเปน็ รูปวงกลมรศั มี 3.0 เมตร กอ้ นหนิ จะเคล่ือนทไ่ี ดร้ ะยะทางและการกระจดั เท่าไร.
. วธิ ที ำ กอ้ นหินเคลือ่ นทไี่ ด้ระยะทาง = เส้นรอบวง .
= 2 r .
= 2 (3.0) .
= 18.8 .
การกระจดั = 0 (จดุ เรมิ่ ต้นกบั จุดสุดทา้ ยอยู่จุดเดียวกนั ) .
ดังน้นั ระยะทางเทา่ กับ 18.8 เมตร และการกระจัดเท่ากับ 0 .
.
73
ใบความร้ทู ี่ 2.2 เรื่อง อัตราเร็วและความเรว็
1. อัตราเร็ว
อตั ราเร็ว ( ) หมายถึง ระยะทางทว่ี ตั ถุเคล่อื นท่ีไดใ้ นหนึ่งหนว่ ยเวลา เป็นปริมาณสเกลาร์ มีหน่วยเป็นเมตร/วนิ าที (m/s)
อัตราเรว็ แบ่งเป็น 2 ลกั ษณะ คือ
1.1 อตั ราเร็วขณะใดขณะหนง่ึ ( ) หมายถึง ระยะทางที่วัตถุเคลอ่ื นท่ไี ด้ ตอ่ หนงึ่ หนว่ ยเวลาส้ันๆ
1.2 อัตราเร็วเฉลยี่ ( ) หมายถงึ ระยะทางท่วี ตั ถุเคล่ือนทีไ่ ด้ทัง้ หมดต่อช่วงเวลาทั้งหมด
2. ความเร็ว (⃑ ⃑ ) หมายถึง การกระจัดท่ีวัตถเุ คลื่อนทไี่ ด้ในหนง่ึ หน่วยเวลาเป็นปริมาณเวกเตอร์ มหี นว่ ยเปน็ เมตรตอ่ วินาที
ความเร็วแบง่ เป็น 2 ลักษณะ คอื
2.1 ความเร็วขณะใดขณะหนึ่ง ( ⃑ ) หมายถึง การกระจัดต่อหนึ่งหน่วยเวลาสั้นๆ มีทิศทางเดียวกันกับ
ทศิ การกระจดั ที่เปลีย่ นไป
2.2 ความเร็วเฉลี่ย ( ⃑ ) หมายถึง การกระจัดลัพธ์ต่อช่วงเวลาทั้งหมด มีทิศทางเดียวกันกับทิศการ
กระจดั ลพั ธ์
74
ใบงานท่ี 2.3 เรือ่ ง อตั ราเรว็ และความเร็ว
ชอ่ื – สกลุ ชั้น เลขที่ .
ตอนที่ 1 ใหเ้ ติมข้อความหรือความหมายของคำตอ่ ไปนใี้ ห้ถูกต้องสมบูรณ์
1. อตั ราเร็ว คอื .
..
2. ความเร็ว คือ ..
..
3. อัตราเรว็ และความเรว็ สามารถแบ่งออกเป็นก่ีลักษณะ อะไรบา้ ง (พร้อมเขยี นสมการ).
..
..
..
.
4. จากภาพใชต้ อบคำถามข้อ 4.1 – 4.6 เปน็ การเคลือ่ นท่ีของวตั ถุ จาก A → B → C → D ในลักษณะเป็นส่วนหน่งึ ของ
รูปส่เี หลีย่ มผนื ผ้า จงหาอัตราเรว็ และความเรว็ ของการเคลือ่ นท่ีน้ี
4.1 อตั ราเรว็ จากระยะ AB เทา่ กบั m/s ในเวลา 8 วนิ าที
4.2 ความเร็ว จากระยะ AB เทา่ กบั m/s ในเวลา 8 วนิ าที
4.3 อตั ราเร็ว จากระยะ AC เท่ากบั m/s ในเวลา 12 วินาที
4.4 ความเรว็ จากระยะ AC เท่ากบั m/s ในเวลา 12 วินาที
4.5 อตั ราเร็ว จากระยะ AD เท่ากับ m/s ในเวลา 20 วนิ าที
4.6 ความเร็ว จากระยะ AD เทา่ กบั m/s ในเวลา 20 วินาที
5. ลิงกำลังปนี ข้ึนตน้ มะพร้าว ถ้าในทกุ ๆ 30 วินาที สามารถปีนข้นึ ไปได้สงู 10 เมตร แต่จะลน่ื ไถลลงมาอีก 1 เมตรเสมอ
จงหาระยะทาง การกระจดั อัตราเรว็ เฉลีย่ และความเร็วเฉลย่ี .
..
..
..
..
..
75
ใบงานที่ 2.3 เรอ่ื ง อตั ราเร็วและความเรว็ (เครื่องเคาะสัญญาณ)
ช่ือ – สกลุ ช้ัน เลขที่ .
ตอนท่ี 2 ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี
1. ระยะห่างระหวา่ งจุดบนแถบกระดาษต่างกนั อยา่ งไร เมอ่ื วตั ถุดึงแถบกระดาษชา้ ๆ กบั เมอ่ื วตั ถุดึงแถบกระดาษเรว็ ๆ
..
.
.
2. ระยะห่างระหวา่ งจดุ บนแถบกระดาษต่างกนั อย่างไร เมอื่ เปรียบเทยี บการดงึ แถบกระดาษด้วยอตั ราเร็วสมำ่ เสมอ
กับอัตราเรว็ ไมส่ ม่ำเสมอ ....
.
..
3. เวลาท่วี ตั ถใุ ชเ้ คลอื่ นที่ทำให้ปรากฏจดุ แต่ละชว่ งจดุ เท่ากนั หรอื ไม่ เพราะเหตุใด .
..
..
..
4. จากรปู แสดงแถบกระดาษท่ีไดจ้ ากการทดลองดึงผา่ นเครื่องเคาะสญั ญาณเวลาเคาะ 50 คร้งั ต่อ 1 วินาที จงหาความเร็ว
เฉลีย่ ของแถบกระดาษในช่วง AD และชว่ ง BC
..
..
..
..
..
.
..
76
เฉลยใบงานที่ 2.3 เรือ่ ง อัตราเร็วและความเร็ว
ชือ่ – สกลุ ชั้น เลขที่ .
ตอนท่ี 1 ให้เติมข้อความหรือความหมายของคำต่อไปนใี้ ห้ถูกต้องสมบรู ณ์
1. อตั ราเร็ว คือ ระยะทางท่ีวัตถุเคล่ือนทไี่ ด้ในหน่งึ หน่วยเวลา เป็นปรมิ าณสเกลาร์ มีหน่วยเป็นเมตร/วินาที (m/s) .
..
2. ความเรว็ คอื ความเรว็ คอื การเปลยี่ นแปลงการกระจดั หรือการเปลย่ี นตำแหนง่ ท่ีเกดิ ขนึ้ ในหน่ึงหน่วยเวลา เป็น .
ปรมิ าณเวกเตอร์ มหี น่วยเปน็ เมตรต่อวินาที (m/s) .
3. อัตราเร็วและความเร็ว สามารถแบ่งออกเป็นกี่ลักษณะ อะไรบา้ ง (พร้อมเขียนสมการ).
. อตั ราเรว็ สามารถแบง่ ได้ 2 ลกั ษณะ ดังนี้ 1. อตั ราเรว็ ขณะใดขณะหนงึ่ ( ) สมการ คือ = ∆ หน่วยคอื m/s .
∆
2. อัตราเร็วเฉล่ยี ( ) สมการ คอื หนว่ ยคือ m/s .
=
. ความเร็ว สามารถแบง่ ออกได้ 2 ลักษณะ ดังน้ี 1. ความเรว็ ขณะใดขณะหนึ่ง ( ⃑ ) สมการ คือ ⃑ = ∆ ⃑ หนว่ ยคือ m/s
⃑ ∆
. 2. ความเรว็ เฉล่ยี ( ⃑ ) สมการ คอื ⃑ = หน่วยคอื m/s .
4. จากภาพใชต้ อบคำถามข้อ 4.1 – 4.6 เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุ จาก A → B → C → D ในลักษณะเป็นสว่ นหน่ึงของ
รปู สเ่ี หลีย่ มผืนผ้า จงหาอตั ราเรว็ และความเร็วของการเคลื่อนท่ีน้ี
4.1 อตั ราเร็ว จากระยะ AB เทา่ กบั 5 m/s ในเวลา 8 วนิ าที
4.2 ความเร็ว จากระยะ AB เทา่ กบั 5 m/s ในเวลา 8 วินาที
4.3 อตั ราเรว็ จากระยะ AC เท่ากบั 5.83 m/s ในเวลา 12 วินาที
4.4 ความเร็ว จากระยะ AC เทา่ กับ 4.17 m/s ในเวลา 12 วนิ าที
4.5 อตั ราเร็ว จากระยะ AD เท่ากบั 5.5 m/s ในเวลา 20 วนิ าที
4.6 ความเร็ว จากระยะ AD เทา่ กับ 1.5 m/s ในเวลา 20 วนิ าที
5. ลิงกำลังปีนขึ้นตน้ มะพรา้ ว ถา้ ในทุก ๆ 30 วนิ าที สามารถปีนขน้ึ ไปได้สูง 10 เมตร แตจ่ ะลนื่ ไถลลงมาอีก 1 เมตรเสมอ
จงหาระยะทาง การกระจดั อัตราเรว็ เฉลี่ย และความเร็วเฉล่ยี .
. วธิ ีทำ ระยะทาง = 10 + 1 = 11 เมตร , การกระจดั = 10 + (-1) = 9 เมตร .
= 11 = 0.37 เมตรต่อวินาที
อตั ราเรว็ เฉลี่ย = ระยะทาง .
เวลา 30 .
= 18.84 .
.
ความเรว็ เฉลยี่ = การกระจดั = 9 = 0.3 เมตรตอ่ วินาที
เวลา 30
ดงั น้ัน ระยะทาง การกระจดั อตั ราเร็วเฉลี่ย และความเร็วเฉลีย่ เทา่ กบั 11 m, 9 m, 0.37 m/s , 0.3 m/s ตามลำดับ
.
.
77
เฉลยใบงานท่ี 2.2 เร่อื ง อัตราเรว็ และความเร็ว (เคร่อื งเคาะสัญญาณ)
ชอื่ – สกลุ ชน้ั เลขที่ .
ตอนที่ 2 ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้
1. ระยะหา่ งระหวา่ งจดุ บนแถบกระดาษต่างกนั อยา่ งไร เมือ่ วัตถดุ งึ แถบกระดาษชา้ ๆ กบั เมอ่ื วัตถุดงึ แถบกระดาษเรว็ ๆ
. ถ้าดึงแถบกระดาษช้า ๆ จุดที่ปรากฏบนแถบกระดาษจะอยู่ชิด ๆ กัน แต่ถ้าดึงแถบกระดาษเร็ว ๆ จุดที่ปรากฏบนแถบ
กระดาษจะอยูห่ า่ ง ๆ กัน .
.
2. ระยะห่างระหวา่ งจุดบนแถบกระดาษต่างกนั อย่างไร เมื่อเปรียบเทยี บการดึงแถบกระดาษด้วยอัตราเร็วสมำ่ เสมอ
กับอัตราเรว็ ไม่สม่ำเสมอ ถา้ ดงึ แถบกระดาษดว้ ยอัตราเรว็ สมำ่ เสมอ จุดทปี่ รากฏบนแถบกระดาษหา่ งจากกันเท่ากัน แตถ่ า้ ดงึ .
แถบกระดาษดว้ ยอตั ราเรว็ ไม่สม่ำเสมอ จดุ ทป่ี รากฏบนแถบกระดาษห่างจากกันไม่เท่ากัน .
.
3. เวลาทวี่ ตั ถุใช้เคลื่อนทท่ี ำใหป้ รากฏจุดแต่ละช่วงจุดเทา่ กันหรือไม่ เพราะเหตใุ ด เวลาท่วี ตั ถุใช้เคลือ่ นท่ีทำใหป้ รากฏจุดแต่
ละช่วงจุดเท่ากนั เพราะเครอื่ งเคาะสัญญาณเวลาเคาะด้วยความถ่ี 50 คร้งั ใน 1 วนิ าที นั่นคือ แต่ละช่วงจุดใชเ้ วลา 1/50 วินาที
. ..
4. จากรปู แสดงแถบกระดาษทไ่ี ด้จากการทดลองดึงผา่ นเคร่ืองเคาะสัญญาณเวลาเคาะ 50 ครง้ั ตอ่ 1 วินาที จงหาความเร็ว
เฉลีย่ ของแถบกระดาษในช่วง AD และช่วง BC
. วิธที ำ อตั ราเรว็ เฉล่ียในช่วง AD = ระยะทาง .
เวลา
= 8.2×10−2 .
10/50
.
= 0.41 m/s .
อัตราเรว็ เฉลีย่ ในชว่ ง BC = ระยะทาง .
เวลา .
..
= 3.6×10−2 = 0.6 m/s
3/50
ดงั น้ัน อตั ราเร็วเฉล่ียในช่วง AD มคี ่า 0.41 เมตรตอ่ วินาที และอัตราเรว็ เฉล่ยี ในชว่ ง BC มคี า่ 0.6 เมตรตอ่ วนิ าที
.
78
ใบความรทู้ ี่ 2.3 เรอ่ื ง ความเร่ง
1. ความเร่ง
อัตราเร็ว (⃑ ⃑ ) หมายถึง ความเร็วของวัตถุที่เปลี่ยนไปในหนึ่งหน่วยเวลา เป็นปริมาณเวกเตอร์ มีหน่วยเป็น
เมตรต่อวนิ าที2 ( / 2) มที ศิ ทางเดียวกันกบั ทศิ ความเรว็ ทีเ่ ปลย่ี นไป
ความเร่งแบง่ เปน็ 2 ลักษณะ คือ
1.1 ความเร่งขณะใดขณะหนึ่ง ( ⃑ ) หมายถึง ความเร็วของวัตถุที่เปลี่ยนไปในช่วงเวลาสั้นๆ จะเป็น
ความเร่งของวตั ถุ ณ ตำแหนง่ ใดตำแหน่งหนง่ึ
1.2 ความเร่งเฉลี่ย ( ⃑ ) หมายถึง ความเร่งทั่วไป คือ ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ได้ทั้งหมดต่อช่วงเวลา
ทงั้ หมด
ข้อสงั เกต
ขนาดของความเร่ง ⃑ = ∆ ⃑⃑ = ⃑⃑ 2 − ⃑⃑ 1 จะเป็นบวกเม่อื ⃑ 2 > ⃑ 1 นึกถงึ ข่ีรถจักรยานยนต์
∆ 2− 1
แล้วเร่งเครอ่ื ง และจะเปน็ ลบเม่ือ ⃑ 2 < ⃑ 1 นกึ ภาพขรี่ ถจักยานยนต์แลว้ เหยียบเบรก
- ความเรง่ เพิ่มขน้ึ ( ⃑ 2 > ⃑ 1 )
- ความเรว็ ลดลง ( ⃑ 2 < ⃑ 1 )
- ความเรว็ คงท่ี ( ⃑ 2 = ⃑ 1 )
79
ใบงานที่ 2.4 เร่อื ง ความเร่ง
ชอ่ื – สกลุ ชนั้ เลขท่ี .
ให้เตมิ ข้อความหรือความหมายของคำต่อไปนีใ้ ห้ถูกต้องสมบรู ณ์
1. ความเร่ง คือ .
..
2. ความเร่ง สามารถแบง่ ออกเป็นกลี่ กั ษณะ อะไรบา้ ง (พรอ้ มเขยี นสมการ).
..
..
..
..
3. กราฟระหว่างความเร็ว (v⃑⃑) กบั เวลา (t) ของวัตถุทีเ่ คลื่อนทเ่ี ป็นเส้นตรงดังรปู จงหาความเร่งที่วนิ าทีที่ 1 และ 7 ( ∆v⃑⃑ .
∆t
.
..
..
..
..
..
4. รถยนตค์ นั หน่งึ ขณะเร่มิ สังเกตการเคล่ือนท่มี ีความเรว็ 30 เมตรตอ่ วินาที เมือ่ เวลาผ่านไป 20 วนิ าที มคี วามเร็วเปน็ 40
เมตรตอ่ วินาที หลังจากนนั้ อีก 15 วนิ าที รถยนต์คันนัน้ จะหยุดการเคลื่อนท่ีพอดี จงหา
1. ความเรง่ ในชว่ ง 20 วินาทีแรก
2. ความเรง่ ในช่วง 15 วนิ าทีหลัง.
..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
80
เฉลยใบงานท่ี 2.4 เร่อื ง ความเร่ง
ชอ่ื – สกลุ ชนั้ เลขท่ี .
ใหเ้ ตมิ ข้อความหรือความหมายของคำต่อไปนีใ้ ห้ถกู ต้องสมบูรณ์
1. ความเร่ง คือ ความเรว็ ของวัตถทุ เ่ี ปลย่ี นไปในหนึ่งหนว่ ยเวลา เป็นปรมิ าณเวกเตอร์ มหี น่วยเปน็ เมตรต่อวนิ าที2 .
มีทิศทางเดยี วกนั กบั ทศิ ความเรว็ ทเี่ ปลย่ี นไป .
2. ความเร่ง สามารถแบง่ ออกเป็นกี่ลักษณะ อะไรบ้าง (พร้อมเขียนสมการ).
. ความเร่ง สามารถแบง่ ได้ 2 ลักษณะ ดังนี้ 1. ความเร่งขณะใดขณะหนึ่ง ( ⃑ ) สมการ คอื ⃑ = ∆ ⃑⃑ หนว่ ยคอื m/s2
∆
2. ความเร่งเฉลย่ี ( ) สมการ คือ ⃑ = ⃑⃑ 2 − ⃑⃑ 1 หน่วยคือ m/s2
2− 1
.
..
3. กราฟระหวา่ งความเร็ว (⃑v⃑) กบั เวลา (t) ของวตั ถุทีเ่ คลอ่ื นที่เปน็ เสน้ ตรงดงั รปู จงหาความเรง่ ที่วนิ าทที ่ี 1 และ 7 ( ∆v⃑⃑ ) .
∆t
. ความเรง่ ⃑ = ความชันของกราฟ ( ⃑ ) กบั (t)
วินาทีที่ 1, ⃑ 1 = ∆⃑v⃑ .
วินาทที ี่ 7, ⃑ 1 .
∆t
.
= ∆v⃑⃑ = (0−(−15) = 7.5 m/s2 ..
∆t (2−0)
= ∆v⃑⃑ = (0−20) = -10 m/s2
∆t (8−6)
4. รถยนต์คนั หนึ่งขณะเริ่มสังเกตการเคลอื่ นท่ีมีความเรว็ 30 เมตรตอ่ วินาที เม่ือเวลาผา่ นไป 20 วินาที มคี วามเรว็ เป็น 40
เมตรตอ่ วินาที หลงั จากนัน้ อีก 15 วินาที รถยนตค์ ันนนั้ จะหยุดการเคลื่อนที่พอดี จงหา
1. ความเรง่ ในชว่ ง 20 วนิ าทีแรก
2. ความเร่งในชว่ ง 15 วนิ าทีหลงั .
. วธิ ีทำ 1. ความเร่งในชว่ ง 20 วินาทแี รก วิธีทำ 2. ความเรง่ ในช่วง 15 วนิ าทีแรก .
จาก ⃑ = ⃑⃑ 2 − ⃑⃑ 1 จาก ⃑ = ⃑⃑ 2 − ⃑⃑ 1 .
2− 1 2− 1
= 40−30 = 0−40 .
.
20−0 35−20
= −2.67 / 2
. = 0.5 / 2
ตอบ รถยนต์คันนีม้ ีขนาดความเร่งเท่ากบั 0.5 m/s2 ตอบ รถยนตค์ นั นม้ี ขี นาดความเร่งเท่ากบั 2.67 m/s2
มที ศิ เดยี วกับทิศการเคลื่อนที่นัน้ (ทำใหว้ ัตถเุ คลือ่ นที่เร็วข้ึน) มีทิศตรงขา้ มกบั ทิศการเคลื่อนท่นี ั้น (ทำใหเ้ คล่ือนที่ชา้ )
81
82
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3
กล่มุ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า ฟิสกิ สเ์ พ่ิมเติม 1 .
ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เวลา 10 ชั่วโมง
เรื่อง การประยุกต์ปริมาณการเคลอ่ื นท่ี ครูผสู้ อน นางสาวสธุ ดิ า วงษส์ ุนทร .
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ผลการเรยี นรู้
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานที่ 7.1 เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรง
และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทานสมดุลกลของวัตถุ งานและกฎการ
อนุรักษ์พลังงานกล โมเมนตัมและกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม การเคลื่อนที่แนวโค้ง รวมทั้งนำความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
ว. 7.1 ม.4/3 ทดลอง และอธิบายความสัมพันธร์ ะหว่างตำแหน่ง การกระจัด ความเรว็ และความเร่ง
ของการเคลื่อนท่ีของวัตถใุ นแนวตรงท่ีมีความเร่งคงตัวจากกราฟและสมการ รวมท้งั ทดลองหาค่าความเร่ง
โนม้ ถว่ งของโลก และคำนวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี กี่ยวขอ้ ง
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่ง การกระจัด ความเร็ว และความเร่งของการ
เคลือ่ นที่ของวตั ถใุ นแนวจากกราฟและสมการได้อยา่ งถูกต้อง (K)
2. นกั เรียนสามารถทดลองการหาแรงลัพธข์ องแรงสองแรงทีท่ ำมุมต่อกนั และเขยี นเวกเตอรข์ องแรงแบบ
หางต่อหัวไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง (P)
3. นักเรียนสามารถร่วมกับผู้อื่นไดอ้ ย่างสร้างสรรค์ ยอมรับความคดิ เหน็ ของสมาชิกในกลมุ่ ได้ (A)
4. สาระสำคัญ
กราฟความสัมพันธ์ระหว่าง การกระจัด (s⃑) ความเร็ว (v⃑⃑) ความเร่ง (a⃑⃑) และเวลา (t) เพื่อให้
เข้าใจได้ง่าย จะใช้กราฟเส้นตรงหาความสัมพันธ์ระหว่างสองปริมาณที่เป็นปฏิภาคกัน ส่วนกราฟเส้นโค้งใช้ดู
การเปล่ยี นแปลงไดแ้ ตไ่ ม่สามารถพิสูจนค์ วามสัมพนั ธไ์ ดช้ ัดเจน
83
5. สาระการเรยี นรู้
1. กราฟของการเคลื่อนท่ีแนวตรง
2. สมการสำหรบั การเคล่อื นทีแ่ นวตรง
3. การตกแบบเสรี
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ⬜ 2. ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ
⬜1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ☑ 4. ใฝ่เรยี นรู้
☑ 3. มีวินยั ☑ 6. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
⬜ 5. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง ⬜ 8. มีจติ สาธารณะ
⬜ 7. รักความเป็นไทย
7. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น 2. ความสามารถในการคดิ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
8. ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C+2L)
☑ 1. ทักษะการอ่าน (Reading)
☑ 2. ทกั ษะการเขยี น (Writing)
☑ 3. ทักษะการ คิดคำนวณ (Arithmetic)
⬜ 4. ทกั ษะด้านการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking and
problem solving)
⬜ 5. ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
☑ 6. ทกั ษะดา้ นความร่วมมอื การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork
and leadership)
⬜ 7. ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
⬜ 8. ทักษะด้าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
⬜ 9. ทักษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
⬜ 10. ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
⬜ 11. ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
84
⬜ 12. ทักษะการเปล่ียนแปลง (Change)
☑ 13. ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills)
⬜ 14. ภาวะผนู้ ำ (Leadership)
9. ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
1. ใบงานที่ 3.1 เรอ่ื ง กราฟของการเคลือ่ นที่แนวตรง
2. ใบงานที่ 3.2 เรอ่ื ง สมการสำหรบั การเคลอ่ื นทีแ่ นวตรง
3. ใบงานท่ี 3.3 เรื่อง การตกแบบอิสระ
4. แบบทดสอบเรื่อง การประยกุ ต์ปรมิ าณการเคลอ่ื นท่ี
10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
➢ หนว่ ยยอ่ ยท่ี 1 เรอ่ื ง กราฟของการเคล่ือนท่แี นวตรง
ชัว่ โมงท่ี 1 : ใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ขน้ั ท่ี 1 : การสร้างความสนใจ (Engagement Phase)
1.1 ครูชแี้ จงจดุ ประสงค์การเรยี นรู้และเร่อื งที่จะทำการเรียนการสอนในคาบเรียนให้นักเรยี นทราบ
1.2 นักเรียนและครูร่วมกันทบทวนความรู้เดิม เกี่ยวกับ ตำแหน่ง ระยะทาง การกระจัด อัตราเร็ว
ความเรว็ และความเร่ง เพือ่ เชื่อมโยงไปสูเ่ นอื้ หา กราฟของการเคลือ่ นทใ่ี นแนวตรง
1.3 นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายภายในกลุ่ม เกย่ี วกบั กราฟทน่ี ักเรยี นเคยรู้จกั
1.4 ครูแจ้งใหน้ กั เรียนทราบวา่ จะได้ศกึ ษาเรอ่ื งกราฟของการเคล่ือนท่แี นวตรง
1.5 ครูอธบิ ายให้ความรเู้ กย่ี วกบั กราฟพน้ื ฐานทใ่ี ช้ในรายวิชาฟิสกิ ส์
ข้นั ท่ี 2 : ขั้นสำรวจและค้นพบ (Exploration Phase)
2.1 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสมการสำหรับการเคลื่อนที่แนวตรง จากหนังสือเรียน
รายวชิ าฟิสกิ สเ์ พ่ิมเติม เล่ม 1 และใบความรทู้ ี่ 3.1 เรือ่ ง กราฟของการเคล่ือนท่ีแนวตรง
2.2 ครอู ธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างการกระจดั ความเรว็ และความเร่ง
ชั่วโมงที่ 2 : ใชร้ ูปแบบการเรียนร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
ขั้นท่ี 3 : ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ ( Explanation Phase)
3.1 ครูทบทวนความรู้ให้กบั นักเรียนเกย่ี วกับกราฟการเคล่ือนที่แนวตรง
3.2 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับความเร่ง จากหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์
เล่ม 1 และใบความรูท้ ี่ 3.1 เรอ่ื ง กราฟของการเคล่ือนที่แนวตรง
3.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการคำนวณจากกราฟความสัมพันธ์ที่กำหนด
เพื่อให้นักเรียนสรุปสาระสำคัญลงในสมุดจดบันทึก
85
ชว่ั โมงที่ 3 : ใช้รปู แบบการเรียนร้แู บบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ข้นั ที่ 3 : ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป ( Explanation Phase)
3.1 ครูและนักเรียนแต่ละร่วมกันอภิปรายสรุปได้วา่ กราฟของการเคลื่อนท่ีๆสามารถหาตัวแปรที่
เกิดขึ้นจากความชันของกราฟความสมั พันธน์ ั้นๆได้
ข้นั ท่ี 4 : ขน้ั ขยายความรู้ (Expansion Phase)
4.1 ครูนำนกั เรียนอภิปรายและสรุปเกยี่ วกบั กราฟของการเคลื่อนทแี่ นวตรง
4.2 ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนสอบถามเนอื้ หาเรอ่ื ง กราฟของการเคลอ่ื นทีแ่ นวตรง
ขั้นที่ 5 : ขั้นประเมนิ (Evaluation)
5.1 สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนร้แู ละการร่วมกจิ กรรมของนักเรียนในช้นั เรยี น
➢ หนว่ ยยอ่ ยท่ี 2 เรื่อง สมการสำหรบั การเคล่อื นทแี่ นวตรง
ชัว่ โมงท่ี 1 : ใชร้ ปู แบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
ข้ันที่ 1 : การสร้างความสนใจ (Engagement Phase)
1.1 ครูช้แี จงจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้และเร่ืองทีจ่ ะทำการเรยี นการสอนในคาบเรยี นให้นักเรยี นทราบ
1.2 นักเรียนและครูร่วมกันทบทวนความรู้เดิม เกี่ยวกับ ตำแหน่ง ระยะทาง การกระจัด อัตราเร็ว
ความเร็ว และความเรง่ เพอื่ เชอื่ มโยงไปสเู่ นอ้ื หา การเคล่อื นทใี่ นแนวตรง
1.3 นักเรียนร่วมกันอภิปรายภายในกลุ่ม เกี่ยวกับ อัตราเร็วและระยะทางมีความสัมพันธ์กัน
อย่างไร เม่อื อ่านเข็มไมลร์ ถยนต์
1.4 ครูแจ้งใหน้ ักเรียนทราบวา่ จะได้ศกึ ษาเรือ่ งสมการสำหรับการเคลื่อนท่แี นวตรง
1.5 ครูอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับสมการทีใ่ ช้ในการคำนวณปริมาณต่าง ๆ ของการเคลื่อนที่ในแนว
ตรงของวตั ถทุ ม่ี คี วามเรง่ คงตัว
ขั้นท่ี 2 : ข้ันสำรวจและค้นพบ (Exploration Phase)
2.1 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสมการสำหรับการเคลื่อนที่แนวตรง จากหนังสือเรียน
รายวิชาฟสิ ิกส์เพิ่มเติม เล่ม 1 และใบความรูท้ ี่ 3.2 เร่อื ง สมการสำหรับการเคลอ่ื นทแ่ี นวตรง
2.2 ครอู ธิบายความสัมพันธร์ ะหว่างการกระจัด ความเรว็ และความเรง่
ช่ัวโมงที่ 2 : ใชร้ ูปแบบการเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
ขั้นท่ี 3 : ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรปุ ( Explanation Phase)
3.1 ครทู บทวนความร้ใู หก้ ับนกั เรียนเกยี่ วกับสมการสำหรับการเคลอ่ื นที่แนวตรง
3.2 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับความเร่ง จากหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์
เล่ม 1 และใบความรู้ท่ี 3.2 เร่ือง สมการสำหรับการเคลื่อนท่ีแนวตรง
3.3 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการคำนวณจากกราฟความสัมพันธ์ที่กำหนด
เพ่ือให้นักเรียนสรุปสาระสำคัญลงในสมุดจดบันทึก
86
ชว่ั โมงที่ 3 : ใชร้ ปู แบบการเรยี นร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
ข้ันที่ 3 : ขน้ั อธิบายและลงข้อสรปุ ( Explanation Phase)
3.1 ครูและนกั เรยี นแต่ละรว่ มกันอภิปรายสรปุ ได้วา่ สมการการเคลอื่ นท่ีดว้ ยความเร่งคงตัวท่ีได้จะ
ใช้ในการวิเคราะหโ์ จทย์ปญั หาสำหรับการเคลื่อนที่ของวัตถุใด ๆ ได้ ดังตาราง สมการของการ
เคลอื่ นท่ีของวตั ถุในแนวตรงภายใต้ความเร่งคงตัว
ขัน้ ที่ 4 : ขนั้ ขยายความรู้ (Expansion Phase)
4.1 ครูนำนกั เรียนอภิปรายและสรปุ เก่ยี วกบั สมการสำหรับการเคลื่อนที่แนวตรง
4.2 ครูเปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นสอบถามเนื้อหาเรอ่ื ง สมการสำหรับการเคลอื่ นทแ่ี นวตรง
ขนั้ ที่ 5 : ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
5.1 สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการร่วมกิจกรรมของนักเรยี นในช้ันเรยี น
5.2 ประเมนิ จากการทำใบงานที่ 3.1 เรื่อง สมการสำหรบั การเคลอ่ื นท่ีแนวตรง
➢ หนว่ ยย่อยที่ 3 เร่ือง การตกแบบเสรี
ช่วั โมงท่ี 1 : ใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
ขั้นท่ี 1 : การสรา้ งความสนใจ (Engagement Phase)
1.1 ครชู ้แี จงจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้และเรอื่ งทีจ่ ะทำการเรยี นการสอนในคาบเรียนให้นักเรยี นทราบ
1.2 นกั เรียนและครูรว่ มกันทบทวนความรู้เดิม เกยี่ วกบั การเคล่ือนทข่ี องวัตถุกรณีความเร่งมีค่าคง
ตัว เพ่อื เป็นความร้พู น้ื ฐานนำไปสู่การศึกษา เรื่อง วตั ถตุ กอยา่ งอสิ ระดว้ ยความเร่งคงตัว
1.3 ครูแจง้ ใหน้ กั เรยี นทราบวา่ จะได้ศกึ ษาเรอ่ื งการตกแบบอสิ ระ
1.4 ครูสาธิตปล่อยลูกบอลให้ตกลงพื้น โดยนักเรียนสังเกตแนวการเคลื่อนที่ของ แล้วถามคำถาม
Prior Knowledge ว่า “ถ้านักเรียนปล่อยลูกฟุตบอลตกลงจากตึก ลูกฟุตบอลจะมีลักษณะ
การเคล่อื นทอี่ ย่างไร”
(แนวตอบ ลูกบอลมีการเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงในแนวดิ่ง ซึ่งเรียกว่า การตกแบบอิสระ (free
fall)
87
1.5 ครถู ามนกั เรยี นวา่ การเคล่ือนที่ในแนวดิ่งของลูกบอลมีการเปลี่ยนแปลงความเร็วหรือไม่ หรือ
มีความเรง่ หรือไม่
(แนวตอบ ลูกบอลมีความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนตกถึงพื้น นั่นคือ วัตถุตกแบบอิสระจะมี
ความเร่งในขณะตกลงสพู่ ้นื )
1.6 .ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างวัตถุที่ตกลงมาในแนวดิ่งที่นักเรียนสามารถพบในชีวิตประจำวัน
เพ่ือให้นกั เรยี นสามารถเชื่อมโยงเน้อื หากบั ชวี ติ ประจำวนั ได้
(แนวตอบ มะม่วงตกลงบนหลังคาบ้าน กอ้ นหินตกลงมาจากหนา้ ผา การโดดรม่ แบบด่ิงพสุธา
วสั ดุกอ่ สรา้ งตกจากตกึ ทกี่ ำลังก่อสรา้ ง)
ขน้ั ที่ 2 : ขัน้ สำรวจและค้นพบ (Exploration Phase)
2.1 ครูใหน้ ักเรยี นสืบค้นข้อมูลเก่ียวกบั การตกแบบอิสระ จากหนงั สือเรียนรายวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติม
เล่ม 1 และใบความรู้ท่ี 3.3 เรื่อง การตกแบบอิสระ
2.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้เครื่องหมายของ u v g และ ∆y เพราะปริมาณเหล่านี้เป็น
ปริมาณเวกเตอร์ แต่เนื่องจากการเคลื่อนที่แนวตรงจึงมีเพียง 2 ทิศเท่านั้น นักเรียนอาจใช้
เครือ่ งหมายบวกและลบกำกบั เพือ่ เปน็ การบอกทิศทาง
2.3 ครทู บทวนความรูเ้ กี่ยวกับเครือ่ งเคาะสัญญาณเวลาทจ่ี ะใช้ในการปฏิบัติกิจกรรม
ชว่ั โมงที่ 2 : ใชร้ ูปแบบการเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ขั้นท่ี 3 : ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรปุ ( Explanation Phase)
3.1 ครูทบทวนเกี่ยวกับการหาความเร่งโดยใช้เครื่องเคาะสัญญาณเวลา และให้นักเรียนอธิบาย
เกีย่ วกบั ความเรง่ ของถงุ ทรายทีต่ กอย่างอสิ ระที่ได้ทำในช่ัวโมงท่ีผา่ นมา
3.2 ครูให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับความเร่ง จากหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์
เล่ม 1 และใบความรู้ท่ี 3.3 เร่ือง การตกแบบอิสระ
3.3 ครใู ห้นกั เรยี นทำใบงานที่ 3.2 เรื่อง การตกแบบอิสระ
ช่ัวโมงที่ 3 : ใช้รปู แบบการเรยี นรูแ้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5E)
ขั้นที่ 4 : ขัน้ ขยายความรู้ (Expansion Phase)
4.1 ครูนำนักเรยี นอภปิ รายและสรปุ เกยี่ วกับการตกแบบอสิ ระ
4.2 ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นสอบถามเนื้อหาเรือ่ ง การตกแบบอสิ ระ
ชั่วโมงที่ 4 : ใช้รูปแบบการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
ขัน้ ที่ 5 : ขน้ั ประเมนิ (Evaluation)
5.1 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรแู้ ละการร่วมกิจกรรมของนักเรยี นในชนั้ เรียน
5.2 ประเมนิ จากการทำใบงานท่ี 3.2 เร่ือง การตกแบบอิสระ
88
11. นวัตกรรมการศกึ ษา
11.1 สือ่ และอปุ กรณ์การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาฟิสิกสเ์ พิ่มเตมิ เล่ม 1 ชนั้ ม.4-6
2. ใบความรู้ที่ 3.1 เรื่อง กราฟของการเคลอ่ื นทแ่ี นวตรง
3. ใบความรู้ท่ี 3.2 เร่ือง สมการสำหรบั การเคล่ือนที่แนวตรง
4. ใบความรู้ที่ 3.3 เรื่อง การตกแบบอสิ ระ
5. Powerpoint การประยกุ ต์ปรมิ าณการเคล่ือนที่
11.2 แหลง่ การเรียนรู้ในหรือนอกสถานท่ี
11.2.1 หอ้ งเรยี นและห้องสมุด
89
12. การวดั และประเมนิ ผล
ตารางเกณฑก์ ารประเมนิ ใบงาน
ชน้ิ งาน/ภาระงาน วิธกี ารวดั เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมนิ
ผา่ นเกณฑ์อย่างน้อยใน
ใบงานท่ี 3.1 เร่ือง กราฟ ตรวจใบงานที่ 3.1 แบบประเมินใบงาน คะแนน 4 = ดมี าก ระดบั ดี
ของการเคล่ือนทีแ่ นวตรง เรื่อง กราฟของการ คะแนน 3 = ดี ผา่ นเกณฑอ์ ย่างน้อยใน
ระดับ ดี
เคล่ือนทแ่ี นวตรง คะแนน 2 = พอใช้
ผ่านเกณฑ์อย่างน้อยใน
คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ ระดับ ดี
ใบงานที่ 3.2 เร่ือง ตรวจใบงานท่ี 3.2 แบบประเมินใบงาน คะแนน 4 = ดีมาก ผ ่ า น เ ก ณ ฑ ์ ใ น ร ะ ดั บ
คะแนนร้อยละ 70 ข้ึน
สมการสำหรบั การ เรือ่ ง สมการ คะแนน 3 = ดี ไป
เคลื่อนทแี่ นวตรง สำหรับการ คะแนน 2 = พอใช้
เคลื่อนท่ีแนวตรง คะแนน 1 = ปรับปรงุ
ใบงานที่ 3.3 เร่ือง การ ตรวจใบงานท่ี 3.3 แบบประเมนิ ใบงาน คะแนน 4 = ดีมาก
ตกแบบอิสระ เรอื่ ง ตกแบบอิสระ คะแนน 3 = ดี
คะแนน 2 = พอใช้
คะแนน 1 = ปรบั ปรุง
แบบทดสอบท้ายบทท่ี 2 ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ เรื่อง ขอ้ ละ 1 คะแนน
เรือ่ ง การประยุกต์ปริมาณ เรื่อง การประยกุ ต์ การประยุกต์ปรมิ าณ
การเคลอ่ื นท่ี ปริมาณการ การเคล่อื นที่
เคลอื่ นท่ี
90
11.1 ตารางเกณฑ์การประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คณุ ลักษณะอันพงึ วิธีการวัด เครือ่ งมือวดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมิน
ประสงค์
สังเกต แบบสงั เกต คะแนน 5 = ดีมาก ผ่านเกณฑ์อยา่ งน้อยใน
1. มีวินัย
คะแนน 4 = ดี ระดับ ปานกลาง
2. ใฝ่เรียนรู้
คะแนน 3 = ปานกลาง
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
คะแนน 2 = พอใช้
คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ
สงั เกต 1. แบบสงั เกต คะแนน 5 = ดีมาก ผ่านเกณฑ์อย่างน้อยใน
2. ใบงานที่ 3.1 เรื่อง คะแนน 4 = ดี ระดับ ปานกลาง
กราฟของการเคลื่อนท่ี คะแนน 3 = ปานกลาง
แนวตรง คะแนน 2 = พอใช้
3. ใบงานที่ 3.2 เรื่อง คะแนน 1 = ปรับปรงุ
สมการสำหรับการ
เคลอ่ื นที่แนวตรง
4. ใบงานที่ 3.3 เรื่อง การ
ตกแบบอิสระ
สงั เกต แบบประเมนิ ใบงาน คะแนน 5 = ดีมาก ผ่านเกณฑ์อย่างน้อยใน
คะแนน 4 = ดี ระดับ ปานกลาง
คะแนน 3 = ปานกลาง
คะแนน 2 = พอใช้
คะแนน 1 = ปรับปรุง
91
11.2 ตารางเกณฑก์ ารประเมนิ ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21
สมรรถะสำคญั ของผ้เู รียน วิธกี ารวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ทกั ษะการอา่ น สงั เกต แบบสงั เกตพฤติกรรม คะแนน 4 = ดมี าก ผา่ นเกณฑอ์ ย่างน้อยใน
พฤติกรรม คะแนน 3 = ดี ระดบั พอใช้
แบบสังเกตพฤติกรรม คะแนน 2 = พอใช้
2. ทกั ษะการเขียน สังเกต คะแนน 1 = ปรบั ปรุง ผา่ นเกณฑอ์ ย่างน้อยใน
พฤติกรรม แบบประเมินใบงาน คะแนน 4 = ดมี าก ระดบั พอใช้
คะแนน 3 = ดี
3. ทักษะการ คดิ คำนวณ ตรวจใบงาน แบบสงั เกตพฤติกรรม คะแนน 2 = พอใช้ ผา่ นเกณฑอ์ ยา่ งน้อยใน
คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ ระดบั พอใช้
4. ทักษะด้านความร่วมมือ สงั เกต แบบสังเกตพฤติกรรม คะแนน 4 = ดมี าก
การทำงานเป็นทีม และ พฤติกรรม คะแนน 3 = ดี ผา่ นเกณฑ์อยา่ งน้อยใน
ภาวะผู้นำ คะแนน 2 = พอใช้ ระดบั พอใช้
คะแนน 1 = ปรบั ปรุง
5. ทกั ษะการเรียนรู้ สงั เกต คะแนน 4 = ดีมาก ผา่ นเกณฑ์อยา่ งน้อยใน
พฤติกรรม คะแนน 3 = ดี ระดับ พอใช้
คะแนน 2 = พอใช้
คะแนน 1 = ปรับปรงุ
คะแนน 4 = ดีมาก
คะแนน 3 = ดี
คะแนน 2 = พอใช้
คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ
92
แบบประเมินใบงาน
ชอ่ื -สกลุ เลขท่ี .
ลำดบั ท่ี ประเด็นการประเมนิ 4 คณุ ภาพการปฏบิ ัตกิ าร
(ดมี าก) 321
(ดี) (ปานกลาง) (พอใช)้
1 เน้อื หาตรงตามจดุ ประสงคท์ ก่ี ำหนด
2 เนือ้ หามคี วามถูกต้องสมบรู ณ์
3 ผลงานมคี วามคิดสรา้ งสรรค์
4 ผลงานมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
5 ส่งงานตรงตอ่ เวลา
รวม
ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน
./ /.
93
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนใบงาน
คณุ ภาพการปฏิบัตกิ าร
ประเด็นทป่ี ระเมิน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (ปานกลาง) 1 (พอใช้)
1. เนื้อหาตรงตาม ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผลงานไม่มีคว าม
จุดประสงค์ท่ี ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ
กำหนด จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ
เนื้อหาที่เรียนทุก เนื้อหาที่เรียนเป็น เนื้อหาที่เรียนบาง เนอื้ หาท่ีเรียน
ประเดน็ สว่ นใหญ่ ประเด็น
2. เนื้อหามีความ เนื้อหาสาระของ เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง
ถูกต้องสมบรู ณ์ ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผลงานมคี วามถูกต้อง ผลงานมคี วามถูกต้อง ผลงานไม่มีคว าม
ถูกต้องครบถ้วน เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเด็น ถูกต้องบางประเด็น
สมบรู ณ์
3. ผลงานมี ผลงานมีความคิด ผลงานมีคว ามคิด ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผลงานไม่มีความคิด
ความคิด สร้างสรรค์ แปลก สร้างสรรค์ แปลก น่าสนใจ แต่ยังไม่มี สร้างสรรค์ แปลก
สร้างสรรค์ ใหม่ และมีความ ใหม่ แต่ไม่มีความ ความคิดที่แปลกใหม่ ใหม่ และไม่มีความ
เป็นระบบ เป็นระบบ เทา่ ทคี่ วร เปน็ ระบบ
4. ผลงานมีความ ผลงานมีความเป็น ผลงานมีความเป็น ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานส่วนใหญ่ไม่มี
เ ป ็ น ร ะ เ บ ี ย บ ระเบียบเรียบร้อย ระเบียบเรียบร้อย แต่ ความเป็นระเบียบ ความเป็นระเบียบ
เรยี บรอ้ ย และมีความจูงใจน่า ย ั ง ม ี ข ้ อ บ ก พ ร ่ อง เรียบร้อย และ มี เรียบร้อย และ มี
อ่านเป็นอย่างมาก ปรากฏเลก็ นอ้ ย ข ้ อ บ ก พ ร ่ อ ง เ ป็ น ข ้ อ บ ก พ ร ่ อ ง เ ป็ น
ปรากฏบางส่วน ปรากฏอย่างมาก
5. ส่งงานตรงต่อ ส่งงานตามเวลาท่ี ส่งงานเกินเวลาที่ครู ส่งงานเกินเวลาที่ครู ส่งงานเกินเวลาที่ครู
เวลา ครกู ำหนด กำหนด 1-2 วัน กำหนด 3-4 วนั กำหนดเวลามากกว่า
5 วนั
เกณฑ์การประเมิน
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
16 - 20 ดมี าก
11 - 15 ดี
6 -10
1-5 ปานกลาง
ปรบั ปรุง
94
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
เลขที่ ชอ่ื - สกุล มวี ินยั ใฝ่ความรู้ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 543 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ลงชื่อ / ผู้ประเมิน
. /.
95
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนคณุ ลกั ษณอันพงึ ประสงค์
พฤตกิ รรมบ่งช้ี คะแนน
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้ ดมี าก (5) ดี (4) ปานกลาง (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
3. มงุ่ ม่นั ในการ มาเรียนร้อยละ มาเรียนรอ้ ยละ มาเรยี นร้อยละ มาเรียนร้อยละ มาเรยี นต่ำกว่า
ทำงาน
80 - 100 70 - 79 60 - 69 50 - 59 ร้อยละ 50
ทำการบ้านได้ ทำการบา้ นได้ ทำการบ้านได้ ทำการบา้ นได้ ทำการบ้านได้
ถกู ตอ้ งร้อยละ ถูกตอ้ งร้อยละ ถูกตอ้ งร้อยละ ถูกตอ้ งรอ้ ยละ ถูกตอ้ งตำ่ กวา่
80 - 100 70 - 79 60 - 69 50 - 59 รอ้ ยละ 50
ส่งงานครบร้อยละ ส่งงานครบร้อย ส่งงานครบร้อย ส่งงานครบรอ้ ยละ ส่งงานครบต่ำ
80 -100 ละ 70 -79 ละ 60 -69 50 - 59 กว่ารอ้ ยละ 50
เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
➢ ต้องผ่านเกณฑ์ทร่ี ะดับปานกลางขนึ้ ไป
96
แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
เลขที่ ชอ่ื - สกลุ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถใน ความสามารถในการใช้
การคดิ เทคโนโลยี
4 3 2 1 432 143 2 1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ลงชื่อ / ผู้ประเมิน
. /.