The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ลดทุกข์เพิ่มสุขด้วยยาใจ โดย นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by arnan sitiwanna, 2023-06-29 04:31:29

ลดทุกข์เพิ่มสุขด้วยยาใจ โดย นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์

ลดทุกข์เพิ่มสุขด้วยยาใจ โดย นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์

ลดทุกข์เพิ่มสุขด้วยยาใจ โดย นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ ลดทุกข์เพิ่มสุขด้วยยาใจ.--กรุงเทพฯ : แฮปปี้บุ๊ค, 2554. 160 หน้า 1. จิตวิทยาประยุกต์. I. ชื่อเรื่อง. 158 ISBN : 978-616-509-336-1 สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามทำการลอกเลียนไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของหนังสือเล่มนี้ นอกจากจะได้รับอนุญาต จัดพิมพ์โดย บริษัท แฮปปี้บุ๊ค พับลิชชิ่ง จำกัด 8 ถนนรามอินทรา แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510 โทรศัพท์ 0-5302-1320 โทรสาร 0-5302-1321 Homepage : http://www.happybookpublishing.com พิมพ์ที่ บริษัท โรงพิมพ์มิตรสัมพันธ์กราฟฟิค จำกัด 520-530 ซอยเพชรเกษม 4 ถนนเพชรเกษม แขวงท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ 10600 จัดจำหน่ายโดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) SE-EDUCATION PUBLIC COMPANY LIMITED อาคารเนชั่นทาวเวอร์ ชั้น 19 เลขที่ 1858/87-90 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 โทรศัพท์ 0-2739-8000, 0-2739-8222 โทรสาร 0-2739-8353-9 Homepage : http://www.se-ed.com ราคา 135 บาท 1/142 หมู่บ้านลลิษา ถ.วงแหวนรอบ 3 ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 50140 โทรศัพท์ 0-5302-1320 โทรสาร 0-5302-1321 Homepage : http://www.happybookpublishing.com ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พลเอกกิตติ รัตนฉายา วิบูลย์ สงวนพงศ์ ภาณุพงศ์ ศักดาทร อ.ดร.พิสิฏฐ์ โคตรสุโพธิ์ บรรณาธิการบริหาร ภัทระ ฉลาดแพทย์ ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร ภานุศร เครือปัญญาดี บรรณาธิการ ธีร์ ฉลาดแพทย์ ผู้ช่วยบรรณาธิการ ภัทรธิดา ชัยเพ็ชร กองบรรณาธิการ นพมาศ วรรณวงค์ จารุวรรณ สุดสงวน จิณภัค รามสูต ฑิฆัมพร เมฆลอย หัวหน้าฝ่ายประสานงาน วาสนา ขัดศรี ผู้จัดการฝ่ายดูแลผลประโยชน์ ไอรดา ฉลาดแพทย์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายดูแลผลประโยชน์ วรพล ไฝแดง ผู้จัดการฝ่ายผลิต ปณิชา เครือปัญญาดี ฝ่ายกราฟิกและรูปเล่ม กราฟิก เฮ้าส์ บุ๊คเวิร์ม พับลิชชิ่ง สุกฤตา พลอยเหลี่ยม ทศพล ยศน้อย นพดล ปัญญาคำ ยุทธภัณฑ์ เมฆลอย นภจร อินยาศรี ภาพประกอบ กวี


คำ�นำ�นักเขียน เรื่องราวต่างๆ ของคนที่มาพบกับบุคคลที่เรียกว่า หมอ คุณหมอ หรือนายแพทย์นั้น ส่วนใหญ่ก็จะมาด้วยความเจ็บป่วย คือไม่ป่วยใจ ก็ป่วยกาย หรือทั้งสองอย่าง ความเจ็บป่วยที่พบได้บ่อยๆ หรือที่เรามักจะเห็นได้ชัดเจนและ รับรู้กันมานานก็มักจะเป็นความเจ็บป่วยทางกาย เช่น เป็นไข้ตัวร้อน ท้องเสีย อัมพาต รวมถึงอุบัติเหตุที่ทำ ให้หัวแตก กระดูกหักต่างๆ นานา สารพัดที่ไม่สามารถยกตัวอย่างให้ฟังได้หมดสิ้น การที่จะให้ความ เจ็บป่วยทางกายหรือโรคทางกายทุเลาเบาบางลงจนหายขาด จะต้อง ใช้วิธีการรักษาที่เหมาะสม คือถูกโรคถูกวิธี จึงจะหายหรืออาการ ดีขึ้น แม้ว่าเราจะคุ้นเคยกับคำว่า “ยารักษาโรค” แต่ก็มีวิธีการอย่างอื่น อีกมากที่จะใช้รักษาบำบัดโรค การผ่าตัดรักษาผู้ป่วยไส้ติ่งอักเสบ เข้า เฝือกและหรือใส่เหล็กให้กับผู้ป่วยกระดูกแขนขาหัก ฉายรังสีหรือฝังแร่ ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง ในขณะที่คำ ว่ายารักษาโรคนั้นยังมียาอยู่หลาย ประเภท ยาน้ำ สำหรับเด็ก ยาเม็ดสำหรับผู้ใหญ่ ยาฉีดสำหรับผู้ป่วย ที่กินยาไม่ได้ ยาทาภายนอกใช้บ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนัง ซึ่งทั้งหมด ที่กล่าวมาเป็นวิธีรักษาโรคทางกาย แล้วโรคทางใจหรือโรคของจิตใจ เราจะใช้วิธีรักษาแบบไหน?


เราลองใช้วิธีรักษาโรคทางกายมาเปรียบเทียบดูว่า จะใช้วิธี ดังกล่าวรักษาโรคทางใจได้หรือไม่ เช่น การผ่าตัด เข้าเฝือก ใส่เหล็ก ฉายรังสี ฝังแร่ ดูยังไงๆ ชอบกล ที่พอจะเข้าที่ก็คือ “ยา” นี่แหละโดยเฉพาะยากินและยาฉีดซึ่งใช้และ มีประโยชน์มากในผู้ป่วยทางใจ อย่างผู้ป่วยโรคจิตและประสาท เพื่อ ควบคุมอาการต่างๆ และสามารถใช้ชีวิตให้เป็นปกติเท่าที่จะทำ ได้ ซึ่งกรณีผู้ป่วยโรคจิตโดยเฉพาะจิตเวชถือว่าหนักโขเอาการอยู่ แต่ ถ้าหากเป็นไม่หนักขนาดนั้น ตั้งแต่กลุ้มใจ วิตกกังวล ปวดท้อง เครียด ปวดหัว กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำ งานหรือต่อสู้ ท้อแท้ ซึมเศร้า จนกระทั่งทำ ร้ายตัวเอง จะใช้วิธีการใดเพื่อบรรเทาทุเลาอาการ เหล่านั้นได้ จากการที่ผมได้ใช้ชีวิต 22 ปี ในการรักษาคนไข้ต่างๆ ก็พบว่า คนที่เจ็บป่วยทางใจ สาเหตุหลักๆ ก็คือ ตัวความคิดของผู้ป่วยเองนั่น แหละเป็นตัวการสำคัญ ที่ทำ ให้คนเหล่านั้นเกิดอาการที่กล่าวถึง ฉะนั้น จะบรรเทาหรือรักษาก็ต้องแก้ที่ความคิด เพราะความคิดของผู้ป่วยเป็น ความคิดที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งถ้าคิดถูกหรือเห็นถูกมันจะไม่มีปัญหาตามมา แต่อย่างไร เมื่อผู้ป่วยเห็นไม่ถูกต้องก็เป็นหน้าที่ของหมอหรือใครก็ได้ ที่จะพอมีความเข้าใจ ให้ช่วยแนะนำ ว่าความเห็นหรือความคิดนั้น ไม่ถูกต้อง และก็บอกว่ามีวิธีหรือชี้ให้เห็นแนวทางที่ถูกต้องที่เรียกว่า “สัมมาทิฐิ” เพื่อจะได้รักษาโรคทางใจนั้นๆ ซึ่งวิธีดังกล่าวหากจะเรียก ว่า “ยา” จะได้ไหม เพราะไม่ใช่ยาเม็ด ยาน้ำ ยาทา ยาฉีด แต่ก็พอ อนุมาณได้ว่าเป็น “ยาใจ”


เรื่องราวทั้งหมดที่ผมได้นำ เสนอเป็นเรื่องจริงที่นำมาเป็นตัวอย่าง ที่ผมใช้ยาใจกับคนไข้หรือผู้ป่วย (ซึ่งบางรายก็ไม่ได้ป่วยนะครับ) ทั้งที่โรงพยาบาลและคลินิกส่วนตัวที่ผมทำ งานอยู่ นำ มาถ่ายทอด เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้สนใจจิตวิทยาและการให้คำ ปรึกษาแนว ธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคำ ชี้แนะหรือคำ แนะนำ ทั้งหมด ที่ผมให้กับคนไข้ของผมจะครบถ้วนถูกต้องทุกประการ ก็หาได้เป็น เช่นนั้นไม่ ผู้สนใจที่อ่านสามารถติ แนะนำ ในส่วนที่ขาดหรือบกพร่อง เพื่อทำ ให้สมบูรณ์ และนำ ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง ทั้งกับตัวเอง ญาติ พี่น้องและผู้อื่นเพราะมีหลากหลายกรณี ตั้งแต่เบาจนไปถึงเรื่องราว ของชีวิตที่ทำ ลายชีวิตตัวเองก็มี หนังสือเล่มนี้สำ เร็จลุล่วงด้วยดี เกิดจาก อาจารย์ ที่ผมให้ความ เคารพอย่างมากเป็นผู้จุดประกายความคิด และได้สั่งสอนถ่ายทอด ความรู้ ให้คำปรึกษาให้กับผม ถ้าหนังสือเล่มนี้สามารถนำ ไปใช้ให้เกิด ประโยชน์กับผู้สนใจและผู้อื่นได้ ก็ขออุทิศคุณงามความดีบุญกุศล ให้กับพ่อแม่ของผมที่ได้ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต ที่ผมได้กล่าวถึงด้วยความเคารพ นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์


คำ�นำ�สำ�นักพิมพ์ คนเราทุกวันนี้ นอกจากจะเหนื่อยกายในการทำมาหากินที่นับ ว่าจะยากขึ้นทุกวันแล้ว หลายคนเคราะห์ร้ายซ้ำ เข้าไปอีกในการที่ต้อง พบกับโรคร้ายหลายชนิด บางคนเจอโรคเครียด โรคซึมเศร้าจากการ ทำ งานหรือความผิดหวังที่เข้ามาในชีวิต... จนมีหลายคนเกือบคิดสั้นจะทำ ร้ายตัวเอง ขอโปรดอย่าเพิ่งคิดแบบนั้น ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดู เพราะมา จากประสบการณ์ล้วนๆ ของนายแพทย์ที่เข้าใจโลก เข้าใจโรคและ มนุษย์ได้ดีคนหนึ่ง เป็นเรื่องราวดีๆ ที่อยากจะส่งต่อให้กับทุกท่านด้วย ความเต็มใจและปรารถนาดีจากสำนักพิมพ์ของเรา ด้วยความเคารพ บรรณาธิการสำนักพิมพ์


ส า ร บั ญ...................................... กระปุกส้ม หล่นจากฟ้า.................. 12 จรวยเงิน.................. 17 รจนาเสี่ยงพวงมาลัย.................. 21 สตรี เพ็ญภาค.................. 26 เพ็ญภาค 2.................. 30 สม (ไม่ดัง) หวัง.................. 32 ยายคำ� ณ มะขามป้อม.................. 36 กัลยา.................. 42 ปราณี ปะแป้ง.................. 48 นางหอมและน้องนัท.................. 56 เบญจ (รับ) พร.................. 60 สมปรารถนา.................. 67 มานพ มีมานะ.................. 73 พรรณี ฝันดี.................. 80


ส า ร บั ญ...................................... น้ำ�บ้านจันทร์.................. 85 อัญชัญ ป้ายแดง.................. 91 พิมพ์ใจ พิมพ์ใบมรณบัตร.................. 97 รุ่ง....สิหว่า.................. 103 ลุง (จงทำ�) ดี.................. 109 มาลี มีความหวัง.................. 115 เดือนเพ็ญ ข้างแรม.................. 119 พิศมัย........พิษสามี.................. 125 ความสงสัยของนิพนธ์.................. 132 สายหยุด (หยุดก่อนสาย).................. 137 หมอกรุณา.................. 144 ยายบุญหลง.... หลงบุญ.................. 153 หลักปฏิบัติในการให้คำ�ปรึกษา (ตามแนวทางของผม).................. 158


เมื่อเจอปัญหาทางใจ อย่าเพิ่งตกใจหรือแตกตื่น แต่สงบใจไว้ ค่อยๆ ใช้ “ยาใจ” เยียวยาไป ในไม่ช้าทุกอย่างจะดีขึ้นเอง


อย่าปล่อยให้ตัวเองป่วยใจ เพราะมันจะทำ�ให้ป่วยกายตามไปด้วย


หากป่วยกายก็เพียงแค่กินยาและรักษาไปตามอาการ แต่ถ้าป่วยใจต้องแก้ที่ใจ โดยใช้ “ยาใจ” พร้อมปัญญาและสติกำ�กับ


กระปุกส้ม หล่นจากฟ้า อยู่ดีๆ ก็มีบุญหล่นทับ หรือจะว่าส้มหล่นใส่กระบาลก็ว่าได้ เพราะใน วันเสาร์ที่ผ่านมาขณะที่ผมกำ ลังทำมาหากินส่วนตัวอยู่ดีๆ ที่คลินิก ซึ่ง ก็เป็นเวลาใกล้ๆ เที่ยง คนไข้ก็หมดแล้ว หลังจากที่ได้เร่งสปีดจัดการ ตรวจรักษาในช่วงเช้าจนหมด (ไม่ใช่คนไข้เยอะหรอกแต่ยุงเยอะต่าง หาก) ก็มีเด็กในคลินิกเดินเข้ามาในห้องตรวจแล้วบอกว่า “คุณหมอ มีคนมาขอพบค่ะ” ผมก็กำ ลังหิวข้าว แต่ไม่ว่าจะหิวอย่างไรเมื่อมีคนมาหาก็ถือว่า เป็นหน้าที่ เพราะอาจจะได้ช่วยเหลือผู้อื่น จึงบอกไปว่าเชิญแขกได้ พอเห็นหน้าแขกก็ร้องอ้าว! ขึ้นมา


13 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ จะไม่ให้อ้าวได้อย่างไรครับ ก็แขกของผมก็คือ พี่กระปุก ประธานชมรม อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำ อำ เภอ) เมืองลวง ของผมนั่นเอง แต่มีคนเดินตามมาด้วย เมื่อยกมือไหว้ทักทายตาม ธรรมเนียมจึงทราบว่า ผมกำ ลังจะถูกบุญหล่นทับหัวแม่เท้าเข้าให้แล้ว โว้ย!!! เรื่องราวมันเป็นอย่างนี้ครับ พี่กระปุกซึ่งเป็นประธาน อสม. (ที่ เคารพของผม) พาแม่ของ น้องฟ้า ซึ่งก็เป็น อสม. เหมือนกัน มาพบ ผมเพื่อขอใบรับรองการป่วยให้กับน้องฟ้าลูกสาวตัวเอง ซึ่งเป็นนักเรียน ชั้นม. 6 ของโรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่ง เพื่อใช้อ้างกับมหาวิทยาลัยในการที่ ไม่สามารถไปสอบสัมภาษณ์ในวันเวลาที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดในช่วง ที่ผ่านมา เนื่องจากน้องฟ้าอยู่ในระหว่างการแข่งขันประกวดนาฏศิลป์ สากลที่ต่างจังหวัด น้องฟ้านั้นมีความสามารถด้านการแสดงนาฏศิลป์สากล สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน ได้รางวัลชนะเลิศเป็นตัวแทนของโรงเรียน เข้าแข่งขันในระดับจังหวัดและระดับเขต ซึ่งก็ได้รางวัลชนะเลิศทั้ง 2 ระดับ แม่น้องฟ้ายอมรับว่า “น้องฟ้าไม่ได้ดูผลสอบด้วยตัวเอง” แต่ ให้เพื่อนที่สอบด้วยกันดูให้จึงกลับมาสอบสัมภาษณ์ไม่ทัน เนื่องจากอยู่ ในระหว่างการประกวดที่ต่างจังหวัด


14 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ ครูที่ปรึกษาของน้องฟ้าก็ไอเดียบรรเจิด จึงแนะนำ ให้แม่น้อง ฟ้ามาขอใบรับรองแพทย์ แม่น้องฟ้าจึงขอให้พี่กระปุก ประธาน อสม. มาช่วยพูด เพราะเป็นคนที่ผมเกรงใจ เอ… แล้วผมจะทำ อย่างไรดี จะ ออกใบรับรองแพทย์ให้จะดีไหมหนอ ใครช่วยผมที ลองตามมาดูกันสิ ว่ากระปุก เอ้ย! ส้มจะหล่นทับหัวแม่เท้าผมหรือไม่ และผมจะเอาตัว รอดแบบใดที่บัวไม่ช้ำ แต่น้ำ ขุ่นๆ ผมจึงร่ายมนต์คาถาบทนี้ คุณเองเป็น อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุข) มีหน้าที่นำข่าวสาร ที่เป็นจริงไปบอกกับชาวบ้าน หากคุณเอาข่าวสารที่ไม่จริงไปบอกชาว บ้านจะเกิดผลอย่างไร แทนที่จะเกิดประโยชน์กลับจะเกิดโทษขึ้นมา ภายหลังได้ เรื่องของลูกสาวคุณก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เพราะการที่ต้อง ไปแสดงนาฏศิลป์ที่ต่างจังหวัดในนามตัวแทนของโรงเรียนเป็นเรื่อง ภาคภูมิใจของทุกๆ ฝ่าย มีเหตุมีผลในการกระทำ ซึ่งโรงเรียน ครู ผู้ปกครองและนักเรียนก็มีส่วนให้เกิดขึ้น หากเราได้นำ เสนอข้อเท็จ จริงเรื่องนี้ให้ทางมหาวิทยาลัยทราบถึงเหตุผล และความจำ เป็นที่ทำ ให้เราไม่สามารถไปสอบสัมภาษณ์ในวันเวลาที่มหาวิทยาลัยกำ หนดได้ ผมเชื่อว่าทางมหาวิทยาลัยยินดีรับฟัง พร้อมนำ ไปพิจารณา


15 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ เพราะลูกคุณเป็นผู้ที่มีความสามารถ หากได้เข้าศึกษาต่อ ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็จะสร้างชื่อเสียงกับมหาวิทยาลัยต่อไปอีก ซึ่ง ปัจจุบันสถาบันการศึกษาไม่ได้ต้องการเพียงแค่เด็กที่เรียนเก่งหรือเก่ง วิชาการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องการเด็กที่มีความสามารถ ด้านอื่นที่นอกเหนือจากการเรียนร่วมด้วย ที่สำคัญก็คือ ถ้าหากผมออกใบรับรองแพทย์ที่เป็นเท็จเพื่อช่วย เหลือให้ได้สอบสัมภาษณ์ใหม่ อ้างว่าวันดังกล่าวลูกคุณป่วย ลูกคุณจะ รู้สึกอย่างไรที่เห็นว่า คนเป็นหมอ คนเป็นครูและแม่ของเขาเอง ยังไม่มี ความซื่อตรง ร่วมกันบิดเบือนข้อเท็จจริง เปลี่ยนขาวเป็นดำ เพื่อประโยชน์ บางประการ แม้ว่าเขาจะได้เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งนั้น โตขึ้น เขาจะยึดถือเรื่องความซื่อสัตย์หรือไม่ กล่าวความเท็จได้หรือไม่ เขาอาจ จะมองว่าการโกหก การกล่าวความเท็จเป็นเรื่องที่ทำ ได้ถ้ามีประโยชน์ ตอบแทน คุณคิดว่าจะเป็นการปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องหรือไม่ ลูกคุณ จะเป็นอย่างไร? การนำ ข้อเท็จจริงไปแจ้งให้ทางมหาวิทยาลัยทราบจะได้สอบ สัมภาษณ์และได้เข้าเรียนต่อ ก็ถือว่าเป็นการได้รับโอกาส แต่ถ้าทาง มหาวิทยาลัยไม่ให้สอบใหม่ก็ไม่เสียหายมากนัก เพราะทุกคนยอมรับ ว่า “ขาดความรอบคอบในการดูผลสอบ ผลจึงเป็นเช่นนี้”


16 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ อีกอย่างหนึ่งเขาประสบความสำ เร็จได้รางวัลมาตลอด วันนี้ จะผิดหวังบ้างก็ถือเป็นบทเรียนที่ดีแก่ชีวิต เพราะความผิดหวังเป็น ภูมิคุ้มกันที่ดีหากจะเกิดสิ่งไม่ดีอะไรในชีวิตของลูกคุณ เขาก็จะปรับ ตัวยอมรับได้ ไม่เหมือนกับหลายๆ คนที่เราได้ทราบข่าวจากหน้า หนังสือพิมพ์ว่า “คนนั้นคนนี้ผิดหวังในการเรียนหรือเรื่องความรักแล้ว ตัดสินใจฆ่าตัวตาย” เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือเรื่องราวต่างๆ ถือว่ามันเป็นวิกฤตใน ชีวิต ถ้าเราช่วยกันเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสก็น่าจะดีนะครับ คุณเอง เป็นอสม. ที่ตั้งใจทำ งานเพื่อส่วนรวมมาโดยตลอด เมื่อผมมีงาน คุณช่วย งานผม และเมื่อคุณมีปัญหา ผมต้องช่วยเหลือ แต่ผมจะช่วยแนะนำ แนวทางที่ดีที่ถูกต้อง เพื่อเป็นการตอบแทนและก็ได้ตอบแทนแล้ว ขณะนี้ขอบคุณครับ คุณเห็นด้วยกับการกระทำของผมที่ไม่ออกใบรับรองแพทย์ให้ หรือไม่ อย่างไรครับ? ผมได้มีโอกาสเจอแม่น้องฟ้าอีกครั้ง และได้ทราบว่าน้องฟ้า ได้รับการติดต่อจากมหาวิทยาลัยดังกล่าว เพื่อให้สอบสัมภาษณ์ใหม่ โดยการประสานงานของโรงเรียน แต่โอกาสดีก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อน้อง ฟ้าสอบได้คณะนิเทศศาสตร์ของอีกมหาวิทยาลัยหนึ่ง และขณะนี้น้องฟ้า เป็นนิสิตปี 1 คณะนิเทศศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้แล้วครับผม


จรวยเงิน งุนงงหนักหนาเงินตราเจ้าเอย ไม่เคยเว้นเลยทุกวี่วัน เงินตรานี่หรือคือกระดาษ ผู้สร้างขึ้นมาซิอนาถ หลงใหลเป็นทาส อำนาจเงิน บางคนมีฐานะดีพอสมควร แต่อยากจะประกอบอาชีพง่ายๆ ได้เงินเยอะๆ แทนที่จะได้ดังที่หวังไว้ แต่กลับได้ในสิ่งที่ไม่ต้องการ เรื่องราวของ คุณจรวยเงิน เป็นอย่างไรนั้นลองติดตามดู บ่ายวันเสาร์ผมนั่งตรวจที่คลินิก คุณจรวยเงินซึ่งมีประวัติเป็น โรคความดันโลหิตสูงได้มาพบด้วยอาการปวดศีรษะ เธอได้เล่าให้ผมฟัง ว่า ช่วงนี้ปวดศีรษะบ่อย กินยาแก้ปวดเป็นประจำ กลัวว่าความดันจะ ขึ้นสูงจึงมาให้ผมตรวจ


18 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ จากการวัดความดันพบว่าความดันสูงขึ้นเล็กน้อย คุณจรวยเงิน ยืนยันว่ารับประทานยาลดความดันสม่ำ เสมอ ตรวจร่างกายระบบอื่นๆ พบว่าปกติ ผมจึงได้นั่งพูดคุยกับคุณจรวยเงิน ถึงได้ทราบสาเหตุของ อาการปวดศีรษะว่าเกิดจากอาชีพที่เธอทำ อยู่ นั่นคือ “อาชีพการปล่อย เงินกู้” เธอเล่าให้ฟังต่อว่า ลูกหนี้หนีหน้า ไม่ยอมมาพบ ไม่ชำ ระเงิน ปิดโทรศัพท์ และมีลูกหนี้รายหนึ่งซึ่งเป็นญาติของเธอเอง มาขอกู้เงิน เป็นจำนวนเงินเกือบสองแสนบาทโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เธอก็ ใจดีให้ยืมเงินไป และก็ยังแปลกใจว่าทำ ไมถึงให้ยืมเงินโดยไม่มีอะไรค้ำ ประกัน ซึ่งขณะนี้ญาติคนดังกล่าวของเธอได้ผ่อนชำ ระเงินคืนมาเพียง หนึ่งหมื่นสองพันบาท และก็เงียบหายไป เมื่อผมได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดจึงรับอาสาเคลียหนี้ให้ แต่ไม่ใช่ “หนี้เงินตรา” นะครับ เพราะผมรับอาสาเคลีย “หนี้ทางใจ” หรือ “หนี้กรรม” เท่านั้น จึงให้คำปรึกษาดังนี้ การที่ลูกหนี้ปิดโทรศัพท์ หนีหน้า ไม่ยอมให้พบ เพราะเขา ไม่มีเงินที่จะชำ ระ หากเขาเปิดโทรศัพท์หรือมาพบคุณ เขาจะต้องถูกว่า หรือถูกด่าว่าผิดสัญญา ไม่รักษาสัญญาที่จะนำ เงินที่ยืมมาชำ ระคืน เขา ก็ไม่รู้ว่าจะถูกว่าถูกด่าไปทำ ไม


19 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ กรณีที่มีญาติมายืมเงินสองแสนบาทโดยไม่มีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน คงมีเหตุอะไรสักอย่าง คุณลองนึกทบทวนดูด้วยความเป็น ญาติ เคยทำ งานหรือมีบุญคุณต่อกัน ก็อาจเป็นเหตุสักอย่างที่ดลใจ คุณให้ใจอ่อนให้ญาติยืมเงินมากขนาดนั้นโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งๆ ที่คนที่มีอาชีพให้เงินกู้มักจะต้องยึดหลักทรัพย์บางอย่างไว้เป็น ประกัน แต่ก็นั่นแหละคุณเองก็ได้ให้เขายืมไปแล้วและได้คืนมาบาง ส่วน และก็ไม่แน่ใจว่าจะได้คืนมาอีกเท่าไหร่ จะได้หรือไม่ได้ก็ไม่แน่ มันเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง หากจะคิดให้ดีก็ดูเหมือนอาจจะมีความหวังอยู่ แต่หากคิดในแง่ไม่ดีถ้ายอมรับได้ก็ได้คืน แค่นี้แหละ เพราะถ้าคิดว่า การทำ ธุรกิจต้องมีกำ ไรและขาดทุน รายอื่น คุณกำ ไรจากดอกเบี้ย แต่รายนี้คุณขาดทุนเงินต้นไปก็ต้องยอมรับ เพราะแม้แต่สถาบันการเงินก็ยังมีขาดทุนหรือมีหนี้สูญ มันเป็นปกติ ของการทำ ธุรกิจซึ่งมีผลทั้งกำ ไรและขาดทุน อาชีพการปล่อยเงินให้กู้ เป็นอาชีพที่มีกำ ไรมาก เพราะมีความเสี่ยงมาก เมื่อคุณพร้อมที่จะได้มากคุณก็พร้อมที่จะเสียมากเช่นกัน (กล้า ได้กล้าเสีย) หากคุณอยากให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่คุณวาดความหวังไว้ เช่น ลูกหนี้ต้องเปิดโทรศัพท์มาพบเพื่อชำ ระหนี้หรือให้ญาตินำหลัก ทรัพย์มาทำ สัญญาและชำ ระหนี้ในส่วนที่เหลือ มันจะเป็นไปได้ไหม?


20 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ ถ้าไม่ได้คุณก็คงจะคิดมาก กลุ้ม นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ โรคความดันที่คุณเป็นอยู่ก็คงจะแย่ตามไปด้วย สุดท้ายคุณอาจจะได้ โรคเส้นเลือดในสมองแตกจากความดันโลหิตสูงไปด้วย ซึ่งจะทำ ให้คุณป่วยหนัก เป็นอัมพาต เผลอๆ อาจจะตายได้ ยังไม่นับว่าจะต้องเสียเงินจำ นวนมากเพื่อรักษาโรคเส้นเลือดในสมอง แตกที่เกิดจากความดันโลหิตสูงอีกต่างหาก ในทางตรงข้ามหากคุณ เลิกเสี่ยง นำ เงินไปทำ ธุรกิจอื่น เช่น ฝากธนาคารกินดอกแต่น้อย แต่ ก็เสี่ยงน้อยกว่าเช่นกัน คุณควรจะทำ อย่างไรต่อไปโดยมีทางเลือก 3 ทาง คือ 1. ปล่อยเงินกู้ต่อไป โดยคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า “จะต้อง ได้รับการใช้หนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยคืนทั้งหมด” แต่จะได้ความเครียด ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองแตกตามมา 2. ปล่อยเงินกู้ต่อไป โดยไม่คาดหวังว่าจะต้องได้รับการใช้หนี้ คืนเท่าไหร่ยอมรับเรื่องกำ ไร ขาดทุน หนี้สูญ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ยอมรับ ได้ทุกกรณี 3. หยุดปล่อยเงินกู้แล้วเปลี่ยนอาชีพ นำ เงินไปฝากธนาคาร แม้ว่าจะได้ผลตอบแทนน้อยแต่ไม่เสี่ยง เพื่อสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี ผมได้ชี้ทางเลือกให้คุณจรวยเงินดังนี้ แล้วคุณจรวยทองจะ เลือกทางไหนล่ะครับ?


รจนาเสี่ยงพวงมาลัย “ขาดเธอคงเหงา ขาดเขาก็คงเสียใจ ไม่อยากจะเลือกใคร อยากเก็บ เธอเอาไว้ทั้งสองคน” เสียงร้องเพลงของทาทา ยังบวกกับแซกโซโฟน ของเคนนี่จีจบลงไป เป็นเพลงสุดท้ายในอัลบั้มของเคนนี่จีผมจึงเปลี่ยน ไปฟังเอฟเอ็ม 100.75 “ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง เลือกเดินบนทางสัก ทางได้ไหม เลือกมาว่าจะรักใคร ก็อยากให้เธอตัดใจซะที” เสียงเพลง ของอัสนีและวสันต์สิ้นสุดลงระหว่างขับรถกลับบ้าน ผมอินอยู่กับเพลงทั้งสองจึงทำ ให้ผมนึกถึงคนไข้ของผม คนหนึ่งเป็นนักธุรกิจสาวใหญ่วัย 37 ปี ซึ่งได้โทรศัพท์มาปรึกษาผมว่า เธอกลุ้มใจและปวดศีรษะจนกระทบต่อการทำ งานของเธอ


22 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ ซึ่งนางสาวเอกของเรื่องนี้จะเป็นใครไปไม่ได้เธอคือ รจนา สาว 30 ยังแจ๋ว นักธุรกิจที่ผมกล่าวถึงนั่นเอง หลังจากได้นัดหมาย กันแล้วผมจึงได้นัดเธอมาพบที่ห้องตรวจเบอร์ 22 ในช่วงบ่ายโมงครึ่ง ของวันศุกร์ เพราะเป็นวันที่ผมว่างไม่ติดประชุมอะไร เมื่อผมทราบถึงอาการปวดศีรษะของเธอแล้ว ตามธรรมเนียมก็ วัดความดันและตรวจร่างกาย ก็พบว่าปกติทุกระบบ แต่ที่ผิดปกติแน่ๆ คือหน้าตาเธอดูไม่ค่อยสดชื่นเท่าที่ควร หน้าตาอมทุกข์เหมือนจะตัดสิน ใจไม่ถูก สักครู่หนึ่งเธอจึงเริ่มเล่าเรื่องที่เธอถูกชายหนุ่มทั้งโสดและไม่ โสด (ซึ่งคงจะไม่สดแล้วล่ะ) มายื่นข้อเสนอให้เธอเลือกในเวลานี้และ ยังบังคับคล้ายๆ ว่าต้องรีบให้คำตอบก่อน มิฉะนั้นจะหมดโอกาสรับ สมัคร ผมจึงให้เธอบรรยายสรรพคุณของคู่ชิงตำ แหน่งว่าทั้งคู่ใครเป็น อย่างไร คนที่หนึ่ง เฮียสวัสดิ์ อายุ 47 ปี มีครอบครัวแล้วมีบุตร 1 คน และยืนยันว่าภรรยาเฮียอนุญาตให้เฮียมีภรรยาได้อีกโดยไม่มีปัญหา เนื่องจากสถานะทางการเงินดีรับผิดชอบได้ คนที่สอง ปลัดอนันต์ เป็นปลัดอำ เภอ อายุ 35 ปี (น้อยกว่า รจนา 2 ปี) เป็นโสด แต่ฐานะพออยู่พอกินตามสภาพข้าราชการ และ อาจต้องย้ายไปต่างอำ เภอหรือต่างจังหวัดเพื่อความก้าวหน้าตามปกติ ของข้าราชการ


23 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ ทั้ง 2 คนต่างพยายามเอาอกเอาใจเพื่อให้รจนาทุ่มพวงมาลัย ใส่ เอ้ย! เสี่ยงพวงมาลัยเลือกและในที่สุดก็ถูกเร่งรัดเอาคำ ตอบว่า “รจนาจะเลือกใคร?” ผมลืมบอกไปว่า รจนานอกจากจะเป็นลูกคนสุดท้องของนาง มณฑาแล้ว เธอยังประกอบอาชีพอิสระ มีธุรกิจเล็กๆ พอเลี้ยงตัวเองได้ ดีพอควร มีพ่อที่จะต้องดูแลเนื่องจากโรคชรา รจนาต้องการมีครอบครัว เพราะหวังจะให้สามีช่วยดูแลยามเธอเจ็บป่วยหรือยามชรา คุณลองทาย ดูสิว่ารจนาจะเสี่ยงพวงมาลัยให้กับใคร โอมเพี๊ยง! คุณคงปวดศีรษะจากการถูกเร่งรัดเอาคำตอบว่า จะเลือกใคร เพราะทั้งสองมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกัน โดยผมจะแจงเป็นคนๆ ดังนี้ คนที่หนึ่ง เป็นคนมีครอบครัว ภรรยา 1 คน บุตร 1 คน แม้ว่า ภรรยาจะอนุญาต สถานะทางการเงินดีและรับผิดชอบได้ก็เถอะ แต่ คุณก็ต้องรู้นะครับว่านี่เป็นข้อตกลงปัจจุบัน ส่วนอนาคตนั้นมันเป็น สิ่งที่ไม่แน่นอน การที่คุณต้องการมีสามีเพื่อมาช่วยดูแลคุณในยามที่คุณอายุ มากขึ้น ผู้ชายคนแรกเขาต้องดูแลลูกและภรรยาของเขาด้วย คุณเป็น เบอร์สองก็ต้องรอเบอร์หนึ่งเสร็จธุระก่อนจึงมาถึงโอกาสของคุณ คุณเอง ก็พอจะมีธุรกิจเล็กๆ เลี้ยงตัวเอง ไม่ต้องง้อใครถึงขนาดกินน้ำ ใต้ศอก เพื่อให้เขาส่งเสียเลี้ยงดูคุณใช่ไหม?


24 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ คนที่สอง เป็นคนโสดอายุน้อยกว่าคุณ 2 ปีเป็นข้าราชการ ต้องย้ายตามวาระ ฐานะพออยู่พอกิน ดูผิวเผินจะเข้าทีนะครับ แต่ผม จะให้ข้อคิดไว้ว่าการที่คุณต้องการมีครอบครัวเพื่อหวังพึ่งพาคนอื่น ให้ช่วยดูแลคุณนั้นเป็นแนวคิดที่เกือบถูกแต่ไม่ถูกทั้งหมด คือคุณหวัง จะให้สามีคนนี้คอยดูแลคุณจนแก่เฒ่านั้น จะมีอะไรมาบอกว่า “ใครจะ ป่วยก่อนใคร?” เพราะอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน สามีคุณเขาอาจจะป่วย เป็นอัมพฤต อัมพาตจากโรคภัยไข้เจ็บหรืออุบัติเหตุก่อนคุณก็ได้ ซึ่ง แทนที่เขาจะดูแลคุณกลับตรงกันข้าม คุณจะต้องดูแลเขาแทนก็เป็นไป ได้ ซึ่งมันจะทำ ให้เรื่องมันเลวร้ายกว่าเดิมเพราะคุณเองก็มีพ่อเป็นโรค ชราต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเมื่อเขาต้องย้ายไปต่างอำ เภอ ต่างจังหวัดอะไรก็เกิดขึ้นได้ ผู้ชายทั้งสองคนพยายามเอาอกเอาใจ เร่งรัดเอาคำตอบเพราะ เขาอยากให้คุณเลือก และมีความจำ เป็นหรือไม่ที่คุณจะต้องรีบตัดสินใจ การตัดสินใจในช่วงที่เร่งรีบนั้นไม่น่าจะเป็นผลดีต่อคุณ คุณเป็นโสดมานานพอสมควรยังอยู่ได้ปกติพอมีคนมาเร่งรัด เอาคำตอบก็ปวดหัวทันทีซึ่งการเร่งรีบให้คำตอบจะกลายเป็นคำตอบ ที่ไม่รอบคอบ ไม่รัดกุม ดังนั้นผมแนะนำ ว่าน่าจะเป็นการดีที่คุณจะขอ เลื่อนการตัดสินใจออกไปก่อน จนกว่าคุณจะมั่นใจ


25 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ ถ้าได้คำตอบที่เหมาะสมและถูกต้องบนพื้นฐานการตรึกตรอง ที่มีเวลาพอสมควร แทนที่จะเสียเวลาคิดเรื่องหนุ่ม 2 คน ในระหว่างนี้ คุณเอาเวลาไปดูแลพ่อซึ่งป่วยด้วยโรคชราไม่ดีกว่าหรือ เพราะคุณพ่อ ก็แก่แล้วเวลาท่านเหลือไม่มากและรอไม่ได้ส่วน 2 หนุ่มนั้นให้เขารอ ไปก่อน แต่ถ้าเขารอไม่ได้ก็จะเป็นข้อพิสูจน์ชัดว่าเขาคิดอย่างไรกับคุณ เห็นไหมครับว่าใครๆ จ้างก็ทายไม่ถูก เพราะยังงั๊ย ยังไง รจนาก็จะต้องเลือกคนขายเงาะอยู่ดี (ฮา) สามเดือนต่อมาผมได้โทรศัพท์ไปสอบถามรจนา ก็ได้ทราบ ว่าเธอได้ตอบปฏิเสธหนุ่มทั้งสองคนไป และขณะนี้ได้สนใจดูแลพ่อและ กิจการธุรกิจของเธอที่กำ ลังไปได้ดี ไม่ปวดศีรษะ ไม่วิตกกังวลเรื่องที่ จะมีครอบครัวอีกต่อไป


สตรี เพ็ญภาค คู่สามีภรรยาที่ใช้ชีวิตร่วมกัน บางคู่ก็ดีใจและบางคู่ก็ตกใจ บางครั้ง ฝ่ายหญิงตกใจแต่ฝ่ายชายดีใจและบางครั้งฝ่ายหญิงดีใจฝ่ายชาย กลุ้มใจ เริ่มต้นแค่นี้ท่านคงเดาได้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องตรวจ บางครั้งเรียกว่าโชคและวาสนาของชายหญิงและบางครั้งก็ถูกเรียกว่า “มาร” (หัวขน) เพ็ญภาค หญิงหน้าตาดี เป็นม่ายลูกติดกระดังงารนไฟวัย 38 ขวบที่เพิ่งสละโสดอีกครั้งกับพ่อม่ายลูกไม่ติด เพ็ญภาคมาพบผม ด้วยหน้าตาที่ไม่สู้ดีนักหลังจากไม่ได้มาพบกันนานแล้ว ทันทีที่เห็นผม เพ็ญภาคพูดขึ้นทันทีว่า “คุณหมอคะ มันรู้สึกไม่ค่อยสบายเป็นอะไร ไม่รู้อึดอัดแน่นไปหมด เหมือนกับจะเวียนหัวและอาเจียน”


27 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ ยังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยถามอะไร เพ็ญภาคก็พูดต่อว่า “รอบเดือน ไม่มา 2 เดือนแล้วค่ะคุณหมอ” ผมจึงเอ่ยถามไปว่า “ตอนนี้เป็นโสด หรือ?” เพ็ญภาคตอบสวนมาทันทีว่า “มีแฟนใหม่แล้วค่ะ” ผมเลยถาม ต่อว่า “กินยาคุมหรือเปล่า?” เพ็ญภาคตอบว่า “ไม่ได้กินยาคุมแต่ ไม่เอาท้องนะคะคุณหมอ ยังไงก็ไม่เอาเด็ดขาด อายุมากป่านนี้แล้ว แล้วช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี” ผมเลยบอกให้เพ็ญภาคไปเข้าห้องน้ำ เพื่อนำปัสสาวะมาตรวจหาการตั้งครรภ์ เวลาผ่านไป 5 นาที เพ็ญภาคนั่งรอหน้าห้องตรวจด้วยสีหน้าวิตกกังวล ผมจึงเรียก เพ็ญภาคมาห้องตรวจอีกครั้งพร้อมกับชี้ให้เพ็ญภาคดูแถบตรวจปัสสาวะ ซึ่งขึ้นแถบสีม่วง 2 ขีด เพ็ญภาคอุทานพร้อมกับถามว่า “สองขีดนี้ หมายความว่ายังไงคะคุณหมอ?” ผมตอบด้วยเสียงราบเรียบโดยไม่ ตื่นเต้นว่า “คุณเพ็ญภาคตั้งครรภ์อย่างที่ผมคิดไว้ในใจเลย” เพ็ญภาคตกใจพูดขึ้นแบบไม่มีสติว่า “ไม่เอานะคะคุณหมอ ไม่ต้องการจริงๆ อายุมากไม่พร้อม หมอช่วยหนูด้วยนะคะ ลูกของ หนูก็ยังเล็กอยู่เลย ถ้ามีอีกคนคงจะลำบากแน่ๆ” ผมนิ่งเงียบหันไปมอง เพ็ญภาคซึ่งกำ ลังแสดงงิ้ว จ้องมองจนเพ็ญภาคหยุดพูดและผมก็พูด ด้วยเสียงเบาๆ ว่า “คุณเพ็ญภาค คุณเพ็ญภาคตั้งสติก่อนนะ หมอ ไม่ได้เป็นคนทำ ให้คุณเพ็ญภาคท้อง คุณท้องกับสามีคุณเอง ขอให้คุณ ตั้งสติตามที่หมอพูด เผื่อคุณเพ็ญภาคจะได้ข้อคิดที่ดีว่า”


28 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ การที่ผู้หญิงและผู้ชายแต่งงานกันโดยไม่ได้คุมกำ เนิด และทั้ง คู่ไม่เป็นหมันย่อมจะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้สูง การหายไปของประจำ เดือน สองเดือนและผลตรวจปัสสาวะพบว่าตั้งครรภ์ ก็น่าจะยืนยันได้ว่า เป็นการตั้งครรภ์ที่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ การที่คุณไม่พร้อมด้วยเหตุอัน ใดก็ตาม คุณและสามีควรหาวิธีป้องกันซึ่งมีอยู่หลายวิธี ซึ่งคุณเองก็ทราบ ไม่ว่าจะกินยาหรือฉีดยาคุม แต่คุณไม่ได้ เลือกวิธีนั้น คือคุณทำ เหตุไว้อย่างไรก็จะได้ผลมาอย่างนั้น อีกอย่างหนึ่ง อายุคุณเกือบสี่สิบแล้วถ้าคุณไม่ใช้โอกาสนี้คุณรออีก 2-3 ปีการตั้งครรภ์ ในผู้หญิงที่มีอายุมากๆ นั้น ก็จะเสี่ยงด้านสุขภาพทั้งแม่และลูกมากขึ้น กว่านี้อีก ไหนๆ ก็ตั้งครรภ์แล้วควรถือหลักตกกระไดพลอยโจน น่าจะ เหมาะสมกว่า คุณลองบอกเรื่องนี้ให้สามีคุณทราบสิเขาน่าจะตื่นเต้น ดีใจเพราะถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของทั้งสองคน การมีทายาทก็น่า จะเป็นความหวังของชีวิตคู่ ถือว่าเป็นโซ่คล้องใจ ส่วนจะเป็นโซ่ที่ดีหรือ ไม่อยู่ที่คุณและสามีจะช่วยกัน ถ้าคุณมีจิตใจที่สดชื่น เบิกบาน ไม่เศร้าหมอง ไม่กังวล รัก เอ็นดูบุตรในครรภ์เอาใจใส่ทะนุบำ รุงให้ดีบุตรในครรภ์จะเจริญเติบโต สมบูรณ์ทั้งร่างกาย มีสุขภาพจิตที่ดีงามเพราะแม่จะส่งผ่านความรู้สึก ที่ดีๆ ไปยังลูก และลูกจะรับความรู้สึกนั้นไว้ได้


29 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ แต่ตรงกันข้ามหากจิตใจคุณขุ่นมัว กังวลเพราะไม่ต้องการ บุตร แล้วบุตรในครรภ์คุณจะเป็นเช่นไร อีกอย่างหนึ่งคุณและสามีเคย มีประสบการณ์ตรงนี้มาแล้ว ผมเชื่อว่าคุณจะค่อยๆ ปรึกษากันและ เตรียมตัวเป็นครอบครัวที่อบอุ่น อย่าได้ใช้ข้ออ้างทางอายุและเศรษฐกิจ มาปิดกั้นโอกาสของคุณและลูก คุณเองยังให้โอกาสตัวเองในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เลย ทำ ไม จึงไม่ให้โอกาสกับชีวิตน้อยๆ ของลูกคุณที่อยู่ในครรภ์เจริญเติบโตออก มาดูโลกพร้อมครอบครัวใหม่ เพราะขณะนี้เป็นโอกาสที่เหมาะสมของ ทั้งคุณและครอบครัวแล้ว แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลัง เข้าใจ หรือยังคุณเพ็ญ? ขณะที่เขียนเรื่องราวของคุณเพ็ญภาค ผมได้พบกับคุณเพ็ญภาค อีกสองครั้ง เมื่อมาฝากครรภ์และใกล้คลอด โดยคุณเพ็ญภาคหน้าตา สดชื่นแจ่มใสควงคู่มากับสามี


เพ็ญภาค 2 ควรคิดพินิจให้ดีค่าน้ำ นมแม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม เลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน สัปดาห์ต่อมาคุณเพ็ญภาคได้มาพบผมพร้อมกับสามีด้วย หน้าตาที่ไม่สู้จะดีนัก ออกไปทางเคร่งเครียด ไม่ยิ้มแย้ม เมื่อทั้งคู่ได้ สืบเท้าก้าวพ้นธรณีประตูห้องตรวจเข้ามาก็ไม่พูดพร่ำ ทำ เพลงอะไร พูดด้วยเสียงค่อนข้างจะดังและฟังชัดว่า “คุณหมอคะ” “คุณหมอครับ กรุณาช่วยผมด้วย ผมไม่ต้องการเด็ก ผมกับเพ็ญไม่พร้อมจริงๆ” “หมอจะทำ อย่างไรก็ได้ เสียตังค์เท่าไหร่ก็ยอมค่ะ” คุณเพ็ญกล่าว สมทบ


31 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ ทั้งคู่มองมาที่ผมด้วยสายตาวิงวอนขอร้อง ผมนิ่งเงียบ ตั้งสติ เอานิ้วชี้ทั้งสองข้างถูบริเวณขมับทั้งสองข้าง เพื่อให้เกิดปัญญาเตรียม พร้อมรับข้าศึกคุณเพ็ญและสามีที่รุกเร้าแบบไม่ให้ตั้งตัว ความเงียบ เกิดขึ้นในห้องตรวจดังป่าช้าเวลาเที่ยงคืน เมื่อถูขมับได้สักครู่หนึ่งผม ก็อิคคิวซังดังนี้ การที่ภรรยาคุณตั้งครรภ์จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ไม่เป็นไร แต่จะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์คงไม่ได้เพราะคุณทั้งคู่เป็นผู้ใหญ่และผ่าน เรื่องแบบนี้มาแล้ว เมื่อมีหนึ่งชีวิตในครรภ์ของภรรยาคุณแล้วคุณไม่ ต้องการ ผมถามว่าใครเป็นคนสร้างชีวิตนี้ขึ้นมาถ้าไม่ใช่คุณทั้งคู่ เมื่อ คุณเป็นคนสร้างคุณก็ต้องแก้ปัญหาเอง การทำแท้งเด็กในครรภ์ก็เหมือนการตัดสินใจประหารชีวิตเด็ก โดยคุณทั้งสองเป็นผู้พิพากษา เด็กจะรู้สึกอย่างไรที่อยู่ๆ ก็ถูกตัดสิน ประหารชีวิตโดยที่ไม่มีความผิด เด็กจะมาอาฆาตคุณก็ได้ถ้าคุณเป็น เด็กที่จะมาเกิด มีพ่อแม่ทำ อย่างนี้คุณชอบไหม ผมจะไม่เข้าไปร่วม ตัดสินกับคุณหรอกนะ คุณต้องไปหาผู้อื่นที่จะร่วมมือกับคุณประหาร ชีวิตเด็กคนนี้ เพราะผมเห็นว่าเด็กยังไม่ได้ทำ ผิดอะไรเลย คุณจะอ้างว่า เพราะเด็กเกิดมาก็ผิดนั้นเป็นข้ออ้างของคุณเอง ผมเป็นหมอมีหน้า ที่ช่วยรักษาชีวิตทุกชีวิต อย่าให้ผมได้ร่วมตัดสินคดีนี้เลย ถ้าจะให้ดี คุณและภรรยาลองกลับไปทบทวนดูเพื่อให้โอกาสเด็กและตัวคุณเอง ดีกว่านะ แล้วคุณล่ะ สนใจที่จะเป็นคณะลูกขุนไหมคร๊าบ?


สม (ไม่ดัง) หวัง อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน น้ำ ใจจากอก อาหารของความอาทร พ่อพร่ำ เตือนพร่ำสอน สอนสั่ง ให้เจ้าเป็นเด็กดีให้เจ้ามีพลัง ให้เจ้าเป็นความหวังของพ่อต่อไป ผมดัดแปลงเพลงเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับเรื่องราวของบุคคล ที่ถูกเรียกว่า พ่อ ที่พยายามแก้ปัญหาแต่ก็แก้ปัญหาไม่ได้ โดยเฉพาะ ปัญหาครอบครัวที่โกรธ โมโหและแค้นที่ภรรยาหนีไปกับชายชู้ ละไว้ แต่เพียงขวดเหล้าและรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายของตัวเอง


33 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ เรื่องราวของ สมหวัง เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มอายุ 35 ปี มีลูก 2 คน คนโต 8 ขวบ เรียนอยู่ชั้นป. 2 คนเล็ก 5 ขวบ เรียนอยู่อนุบาล ญาติของสมหวังได้พาสมหวังมาตรวจที่คลินิกของผมในเวลาเกือบ 2 ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาที่ผมไม่อยากตรวจคนไข้อีกแล้วเพราะเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน แต่เมื่อได้ยินสมหวังและญาติเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจและน่าเห็นใจ ผมจึง ให้โอกาสตัวเองที่จะรับทรัพย์ เอ้ย! แต่เป็นทรัพย์ภายในด้วยการให้ โอกาสกับสมหวังเพื่อปลดโซ่ตรวนแห่งความทุกข์ สมหวังดื่มเหล้าเนื่องจากกลุ้มใจที่ภรรยาของเขาหนีไปกับ ชายชู้ โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เคยหนีไปกับชายชู้คนนี้ ครั้งหนึ่งแล้ว แต่ได้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันใหม่ ญาติสมหวังได้เล่าเพิ่มเติม พร้อมกับยกแขนซ้ายของสมหวังให้ผมเห็นว่า สมหวังเคยกรีดแขนของ ตัวเองสี่รอยและเมื่อภรรยาได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีก สมหวังได้พูดจา กระแนะกระแหนภรรยาจนทำ ให้ภรรยาต้องหนีไปอีกครั้งหนึ่ง สมหวัง พยักหน้า ยอมรับในสิ่งที่ญาติพูดถึง ผมมองไปที่สมหวังด้วยความเห็นใจและได้เริ่มตรวจร่างกาย สมหวังอย่างละเอียด สังเกตว่าสมหวังดูซึมๆ มีกลิ่นสุราแต่ไม่แรงมาก สมหวังยอมรับว่าดื่มมาเล็กน้อยแต่การตรวจร่างกายทุกระบบพบว่า ปกติ จึงได้พูดคุยกับสมหวังและญาติดังนี้ คุณคงกลุ้มใจที่ภรรยาหนีไปถึง 2 ครั้ง และต้องรับภาระดูแล บุตรทั้ง 2 คน การที่ภรรยาของคุณหนีไปอยู่กับชายชู้จะด้วยเหตุผลใด ก็ตามคงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง


34 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ เมื่อคุณเห็นว่าภรรยาคุณทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม คุณเอง ก็ไม่ควรทำ ในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเช่นกัน แต่ตรงกันข้าม การที่คุณดื่มสุรา และกรีดแขนตัวเองเป็นการกระทำที่เหมาะสมแล้วหรือ เพราะนอกจาก เป็นการทำ ร้ายตัวเองแล้วยังทำ ร้ายลูกของคุณทั้ง 2 คนด้วย ทั้งๆ ที่ลูก คุณไม่ได้รู้เรื่องหรือเกี่ยวข้องใดๆ เลย เด็กทั้ง 2 คนอายุยังไม่เกิน 8 ขวบ เห็นพ่อเมาสุราและทำ ร้ายตัวเองก็จะเก็บภาพที่เห็นเป็นความทรงจำ ที่ไม่ดี อาจจะนำ ไปกระทำ ในอนาคต มันดีแล้วหรือคุณลองคิดดู ก็แล้วกัน การที่ภรรยาคุณหนีไปกับชายชู้ หากคุณให้อภัยและยอมรับ ความผิดพลาดของภรรยาได้ก็ไม่ควรจะพูดอะไรอีก หลังจากได้พูดคุย ตกลงที่จะกลับมาเป็นสามีภรรยากันอีกครั้ง แต่ถ้าคุณยอมรับไม่ได้และ ตัดใจได้ก็ปล่อยให้ภรรยาไปกับชายชู้เสีย และมุ่งมั่นทำ งานเก็บออม สร้างฐานะความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นเพื่อที่จะให้ภรรยาเห็นว่า การที่ทิ้งคุณไป เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด คุณไม่สงสารลูกบ้างหรือ คุณกินเหล้าแล้วจะดูแลลูกได้อย่างไร คนเราเมื่อผิดแล้วควรให้อภัยตัวเอง ยอมรับ ปรับปรุงแก้ไขตัวเอง ด้วยการไม่ดื่มสุรา ตั้งใจทำ งานเพื่อดูแลลูกทั้ง 2 คน ทำ ให้ดีที่สุดที่คุณ พึงจะกระทำ ได้อย่ากลับไปทำ ในสิ่งที่ไม่ถูกต้องซ้ำ อีก น่าจะเป็นสิ่งที่ ทดแทนการขาดแม่ของลูกคุณได้นะครับ และเริ่มตั้งแต่วันนี้เพื่อสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าและลูกที่น่ารักทั้ง 2 คน


35 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ ให้เจ้าเป็นเด็กดีให้เจ้ามีปัญญา ให้เจ้าเป็นสมดังหวัง ของพ่อต่อไป ผมได้เทศน์ เอ้ย! ได้ให้คำปรึกษาดังนี้ ถ้าเป็นคุณล่ะจะแนะนำ สมหวังอย่างไรเพื่อจะได้สมดังหวัง


ยายคำ ณ มะขามป้อม ยามแก่เฒ่า อยากให้เจ้าเฝ้ารับใช้ ยามป่วยไข้ อยากให้เจ้าเฝ้ารักษา เมื่อคราวล่วงลับดับชีวา อยากให้เจ้าปิดตาเวลาตาย ผมจำผิดๆ ถูกๆ จากการไปงานฌาปนกิจศพหลายครั้งที่พิธีกร พูดเพื่อเตือนสติคนที่เป็นลูกหลาน เพื่อดูแลพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดหากยังมี ชีวิตอยู่ แต่ก็มาเจออยู่ครั้งหนึ่งที่สะเทือนใจผมค่อนข้างมาก เนื่องจาก ผู้เป็นแม่คิดว่า “ตัวเองเป็นภาระให้แก่ลูกๆ” และถือเป็นเหตุอันหนึ่งใน การทำ ร้ายตัวเองเพื่อหนีทั้งจากโรคที่ป่วยอยู่และโลกมนุษย์


37 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ พูดง่ายๆ คือ “ฆ่าตัวตาย” นั่นเอง แต่โชคดีที่วันดังกล่าวยมบาล ลาพักร้อน (เพราะโลกร้อนจึงร้อนไปถึงยมโลก) จึงไม่ตายสมใจนึก เรื่องราวเป็นอย่างนี้ครับ 8 โมงเช้าของวันอังคารขณะเยี่ยมคนไข้ในโรงพยาบาล ซึ่ง ปกติคนไข้ของผมจะนับคนได้เพราะช่วงหลังๆ ไม่ได้อยู่เวร เพราะเริ่ม อาวุโส (แก่) และเป็นผู้บริหาร เมื่อเดินไปถึงตึกผู้ป่วยหญิงก็ได้รับแจ้ง จากพยาบาลประจำตึกผู้ป่วยหญิงว่า “คุณหมอคะ หมอเวรฝากดูแล คนไข้ 1 รายค่ะ” “คนไข้เป็นอะไรเหรอ?” ผมถามเพราะไม่ค่อยแน่ใจ ว่าจะมีปัญญาดูแลผู้ป่วยบางโรคได้ไหม เนื่องจากความรู้ที่มีอยู่ได้คืนอาจารย์ไปเกือบหมดแล้ว ตาม คุณสมบัติของลูกศิษย์ที่ดีเพราะกลัวอาจารย์จะไม่มีความรู้ไปสอนลูก ศิษย์รุ่นใหม่ (ฮา) “คนไข้กินยาฆ่าแมลงค่ะ” พยาบาลตอบพร้อมกับ ยกมือไหว้ วางแฟ้มคนไข้ไว้บนเคาท์เตอร์แล้วรีบเดินจากไปเพราะกลัว ผมจะปฏิเสธ ผมอ่านแฟ้มนางจันทร์คำ หรือ ยายคำ อายุ 57 ปี มีประวัติที่ น่าสนใจคือ สามีของยายคำป่วยด้วยโรคอัมพาต ต้องใช้ชีวิตอยู่บนเตียง โดยมียายคำ เป็นพยาบาลพิเศษดูแลตลอด มีลูก 4 คน มีงานมีการทำ ทุกคน อาการเจ็บป่วยของยายคำ นั้น ยายคำ ป่วยด้วยโรคกรวยไต อักเสบ โรคกระเพาะอาหารและโดยเฉพาะโรคปอดเรื้อรัง


38 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ ซึ่งยายคำ เล่าว่าหมอที่โรงพยาบาลประจำ จังหวัดบอกว่า ไม่ หายและต้องกินยาตลอดชีวิต ยายคำ เบื่อหน่ายความเจ็บป่วยของ ตัวเองเพราะอยากรักษาให้หาย แต่ก็ไม่สามารถรักษาได้ (หมอก็บอก ว่าไม่หาย) และกลัวว่าตัวเองจะเป็นภาระของลูกๆ เช้าของวันจันทร์ซึ่งลูกๆ ออกไปทำ งานกันหมด เมื่อได้ป้อน ข้าวสามีที่ป่วยเป็นอัมพาตแล้ว ยายคำ จึงตัดสินใจเด็ดเดี่ยวด้วยการ กินยาฆ่ามดที่ลูกซื้อมาใช้ในบ้าน ยกซดหมดขวดแล้วเอามะขามป้อม รสหวานๆ ฝาดๆ เป็นกับแกล้มตามเข้าไป สักครู่ก็นอนแน่นิ่งมีน้ำลาย ฟูมปาก เพื่อนบ้านซึ่งเป็นญาติมาพบเข้าจึงนำ ส่งโรงพยาบาลล้างท้อง ช่วยชีวิตไว้ทัน เมื่อผมไปพบยายคำ ยายคำ หน้าตาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ ชัด หลังจากแนะนำ ตัวเอง ยกมือไหว้ทักทายยายคำ และลูกแล้วผม ได้ตรวจดูรูม่านตาของยายคำ พบว่าขยายประมาณ 4 มิลลิเมตร ตรวจร่างกายระบบอื่นปกติดี โดยจมูกยายคำ ยังมีสายล้างท้อง (ท่อ สอดผ่านรูจมูกผ่านคอหอยไปยังกระเพาะอาหาร) คาอยู่ ยายคำ ขอให้ผมเอาสายยางออกจากจมูก ผมพยักหน้าพร้อม กับบอกว่า “เดี๋ยวหมอจะเอาออกให้” พร้อมกับพูดว่า “ยายคำ ไม่ตาย แล้วนะ” ผมพูดยิ้มๆ แต่ยายคำ ยังไม่ยิ้มตอบ ผมถามยายคำ ว่า “ยาย อยากคุยกับผมไหม?” ยายส่ายหน้า ผมเลยพูดต่อว่า “แต่ผมอยากคุย กับยายนะและผมมีของจะให้ยายด้วย ถ้ายายคุยกับผม” ลูกๆ ยาย คำ ซึ่งอยู่ในห้องด้วยก็บอกให้ยายคำ ว่า “แม่ไปคุยกับหมอเถอะ” ลูก ทุกคนพูดพร้อมๆ กัน


39 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ ยายหันไปดูหน้าลูกและกลับมาจ้องดูหน้าผม แล้วถามด้วย เสียงเบาๆ เพราะเจ็บคอและไม่อยู่ในอารมณ์ปกติว่า “หมอจะให้อะไร ยาย?” ผมจึงใช้ลูกเล่นของเก่าว่า “ยายต้องคุยกับผมก่อนแล้วผมจะ ให้” ยายคำ ไม่รู้จะทำ อย่างไรเมื่อลูกๆ ทุกคนส่งสายตาเชิงขอร้องยาย จึงพยักหน้า ผมยกมือไหว้ยายคำ แล้วบอกว่า “ขอบคุณครับคุณยาย บ่ายโมงครึ่งเจอกันที่ห้องผมพร้อมลูกๆ นะครับ ถ้าว่างหมดทุกคนก็เชิญ ทั้งหมด ผมอยู่ห้องเบอร์ 22 พยาบาลจะพาไป” และเมื่อถึงเวลาบ่าย โมงครึ่งผมก็เริ่มร่ายเวทมนต์ดังนี้ การที่ยายกินยาฆ่าแมลงเพื่อต้องการทำ ลายชีวิตตัวเอง เพราะยายเบื่อความเจ็บป่วยหรือเป็นโรคที่รักษาไม่หาย และกลัวว่าเป็น ภาระของลูกนั้นถูกต้องแล้วหรือ ยายคิดว่าเมื่อยายตายไปแล้ว ปัญหา ความเจ็บป่วยของยายจะจบลงใช่ไหม ผมเคยได้ยินมาว่า คนที่ฆ่าตัว เองตายแล้วต้องตกนรก ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ซึ่งยายคิดว่าขณะนี้ยายได้รับทุกข์ทรมานจากโรคที่ยายเป็น อยู่นั้น มันทุกข์ทรมานจนทนไม่ไหวแล้วหรือ แล้วยายก็รู้ใช่ไหม ในโลกนี้ แทบจะไม่มีใครเลยที่ไม่เจ็บป่วย ไม่ว่าป่วยกายโดยเฉพาะป่วยใจ ไม่ใช่ยายคนเดียวที่เจ็บป่วย ทำ ไมยายไม่อดทนต่อสู้และยอมรับความ เจ็บป่วยนั้นแต่โดยดี


40 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ โรคกายบางโรครักษาไม่หายขาดก็จริง แต่ก็พอจะรักษาเพื่อ ทุเลาอาการได้เพียงแต่ยายต้องอดทน ตั้งใจปฏิบัติตัวตามคำ แนะนำ ของแพทย์ผู้รักษา และที่สำคัญ ยายต้องรักษาใจไม่ให้ป่วยตามโรคที่ เป็นอยู่ ลองคิดดูว่าถ้ายายฆ่าตัวตายสำ เร็จใครจะดูแลตา ตาจะอยู่กับ ใคร เป็นการสร้างปัญหามากขึ้น ถ้ายายอยู่ยังได้ช่วยดูแล เป็นกำลังใจ ให้ตาและเป็นที่พึ่งให้กับลูกทั้งสี่คน อีกอย่างหนึ่งยายเป็นหนี้อยู่ ถ้ายายหนีไปยายยังต้องใช้หนี้ อยู่ดีหนี้ข้ามภพข้ามชาติทำอย่างไรก็หนีหนี้ไม่พ้น สู้อดทนใช้หนี้ในชาตินี้ ให้หมดไปเลยไม่ดีกว่าหรือ ตาขาดกำ ลังใจ ท้อแท้สิ้นหวัง ตาเป็นอัมพาตหนักกว่ายาย ยังอดทน เพราะได้รับการดูแลจากยาย มียายเป็นความหวัง ถ้าตาฆ่า ตัวตายตามยายบ้างล่ะยายจะว่าอย่างไร ในส่วนลูกๆ สี่คนของยาย ก็จะต้องถูกตำหนิติติงว่า ไม่สามารถดูแลปรนนิบัติแม่ได้ แม้ว่าจะมี การงานดีๆ ทำ แล้ว ลูกๆ ยังไม่ได้ทันตอบแทนบุญคุณแม่เลย กลับ มาต้องเศร้าโศกเสียใจที่ยายจากไปแบบไม่น่าจะเกิดขึ้น ยายทำ ร้ายตัว เองยังไม่พอยังทำ ร้ายครอบครัวด้วย นี่หรือที่เรียกว่ายายกลัวที่จะเป็น ภาระให้กับลูก แล้วแบบนี้เรียกว่าอะไร? ยายเองตกนรกคนเดียวไม่พอ ยังพาตาและลูกตกนรกตามไป ด้วย ยายลองทบทวนดูทำ ไมยายไม่อดทนต่อสู้กับโรคภัย รักษากาย รักษาใจ แม้ว่ามันจะไม่หาย เพื่อดูแลตาที่เป็นคู่ทุกข์และเปิดโอกาสให้ ลูกทั้งสี่ได้แสดงความกตัญญูปรนนิบัติดูแลยามยายเจ็บป่วย


41 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ ไม่ว่าความเจ็บป่วยจะหนักเพียงใด ลูกยายจะได้ภาคภูมิใจที่ได้ ตอบแทนพระคุณของแม่ คนอื่นก็สรรเสริญ มันดีกว่าที่ยายทำ ขณะนี้ หรือไม่ยายยังโชคดีที่ลูกๆ มีการมีงานทำที่ดี ยายลองถามลูกและถามใจ ตัวเองดูสิว่า ต่อไปยายจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความสันติสุขในครอบครัว ของยาย ยายคำ เริ่มมีรอยยิ้มให้เห็น ลูกทั้งสี่คนยิ้มด้วยความพอใจ พร้อมกับรับมะขามป้อมห้าเม็ดและเสียงหัวเราะเดินออกจากห้องตรวจ เบอร์ 22 พร้อมเลขเด็ดในใจ เวทมนต์ที่ผมร่ายบทนี้คุณเห็นด้วยกับผมไหม? ถ้าเห็นด้วย รับรางวัลไปเลย มะขามป้อม หลายเดือนต่อมาผมได้พบกับยายคำ อีกครั้งพร้อมกับลูกๆ ยายคำบอกผมพร้อมกับรอยยิ้มว่า “โรคทางกายยังมีอยู่แต่โรคใจไม่มี แล้ว” วันนี้มาทำบัตรเบิกตรงและมีของฝากมาฝากหมอด้วย ลองเดา ดูสิครับว่ายายคำ เอาอะไรมาฝากผม?


กัลยา หากจะถามว่าเราเคยรักหรือเป็นห่วงใครสักคนไหม? คงจะไม่มีใคร ตอบว่า “ไม่” แต่ถ้าจะถามต่อว่า หากเรารักใครหรือเป็นห่วงใครสัก คนแล้วเราต้องคิดไม่ดีกับเขา หรือถ้าใช้คำ ว่า “แช่ง” ก็ได้จะเป็นไป ได้ไหม หลายคนคงตอบว่า “ไม่” แน่นอน เรารักเขาเป็นห่วงเขา เหตุใดเราต้องไปแช่งหรือคิดไม่ดีกับเขา ด้วยเล่า เออ! ก็น่าจะจริงอยู่ ผมเองก็ตั้งคำ ถามพิลึกพิลั่นพิเรนท์ โดยแท้ แต่เอ๊ะ! ทำ ไมผมจึงตั้งคำ ถามแบบนี้ด้วยหนอ มันมีเหตุอะไร หรือเปล่าที่ทำ ให้ต้องตั้งคำ ถามแบบนี้ ตามมาดูกันนะครับ


43 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ ช่วงบ่ายของวันหนึ่ง วันไหนอย่ารู้เลย ขณะที่ผมกำลังหงุดหงิด ตัวเองอยู่เพราะดันไปลืมเอกสารสำ คัญไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ จึงเดินมาหาที่ ห้องตรวจเบอร์ 22 ก็บังเอิญเจอหญิงวัยกลางคน ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ ผมจึงถามไปด้วยความเป็นมิตรว่า “มาทำ อะไรครับ?” “จะมาขอใบส่งตัวเพื่อไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลประสาท” ผู้หญิงคนดังกล่าวตอบ ก่อนที่ผมจะยืนคุยกับเธอต่อ จึงได้เชิญเข้า มานั่งที่ห้องตรวจพร้อมทั้งสอบถามสาเหตุความเป็นมา “กัลยา” คือ ชื่อของเธอ เหตุที่กัลยาต้องการไปรักษาที่โรงพยาบาลประสาทเพราะ สามีของคุณเธอขอร้องแกมบังคับให้ไป กัลยาเป็นแม่ค้าขายของชำ วัย 45 ปี มีลูก 2 คน คนโต เป็นผู้หญิง ทำ งานธนาคารและกำ ลังเรียนต่อปริญญาโท คนเล็กเป็น ผู้ชาย กำ ลังเรียนอยู่ปี 3 มหาวิทยาลัยชื่อดังของภาคเหนือ เรื่องการ ค้าขายและสภาพเศรษฐกิจความเป็นอยู่ของครอบครัวและสามีของ กัลยาไม่ได้ทำ ให้เกิดปัญหาแต่อย่างใด ปัญหามีอยู่เรื่องเดียวคือ “เรื่องลูก” โดยเฉพาะลูกสาวที่ทำ งาน ธนาคาร เพราะตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียนจนถึงระดับปริญญา ลูกๆ จะอยู่ ในสายตาของกัลยาตลอด เพราะเป็นคนเลี้ยงลูกเสียส่วนใหญ่ กัลยา จึงเป็นห่วงลูกมาก โดยเฉพาะเวลาลูกกลับบ้าน ซึ่งสมัยลูกเรียนก็จะ กลับบ้านค่ำ ไม่ค่อยบ่อยมากนัก


44 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ แต่พอเรียนจบและได้ทำ งานที่ธนาคาร บ่อยครั้งที่ลูกสาวของ กัลยากลับบ้าน 3-4 ทุ่ม ทำ ให้กัลยาเริ่มเป็นวิตกกังวลและเป็นห่วงลูก มากขึ้นเรื่อยๆ และไม่เฉพาะแต่ลูกสาวเท่านั้นยังลามไปถึงลูกชายด้วย และทุกครั้งที่ไม่ว่าลูกสาวหรือลูกชายกลับบ้านค่ำ กัลยาจะเริ่ม ออกอาการจนพ่อเด็ก ซึ่งก็คือสามีของกัลยานั่นแหละทนไม่ไหว ก็จะไป ทนไหวได้ยังไงครับ เพราะกัลยาจะบ่นออกมาดังๆ ว่า “ทำ ไมลูกยังไม่ กลับมาสักที นี่กี่โมงกี่ยามแล้ว ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เกิดอุบัติเหตุ ถูกรถเฉี่ยวชน แข้งขาหัก หรือถูกขโมยขโจรฉกชิงวิ่งราว ล่อลวงฉุดไป ข่มขืนหรือชักชวนไปเสพยาเสพติด” ต่างๆ นานา เมื่อลูกสาวหรือลูกชายกลับมา ก็มักจะได้คำตอบว่า “งานเยอะ กว่าจะเคลียร์งานเสร็จ” เป็นคำตอบของลูกสาว ส่วนลูกชายก็ตอบว่า “ต้องทำ รายงานกับเพื่อนที่หอในมหาวิทยาลัยหรือทำ กิจกรรมต่างๆ” ทั้งลูกสาวและลูกชายก็มักจะพูดจบด้วยประโยคที่ว่า “แม่ไม่ ต้องเป็นห่วงหรอก ถ้าแม่ง่วงก็นอนก่อน ไม่ต้องรอลูกกลับมาหรอก” แต่แม่ก็จะพูดเหมือนกับแผ่นเสียงตกร่องว่า “แม่นอนไม่หลับถ้าลูกยังไม่ กลับมา แม่กลัวว่าลูกจะมีอุบัติเหตุ ถูกรถเฉี่ยวชน หรือถูกแก๊งอันธพาล ทำ ร้ายร่างกาย หรือถูกฉุดไปทำ ไม่ดี หรือ หรือ หรือ...” เป็นเช่นนี้ ทุกๆ คืน ที่ไม่ว่าลูกสาวหรือลูกชายกลับบ้านเลยเวลาข่าวภาคค่ำ


45 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ สาเหตุที่สามีของกัลยาต้องการให้ไปรักษาที่โรงพยาบาล ประสาท ก็เพราะกัลยาได้ปรึกษาสามีเพื่อจะให้ลูกสาวที่ทำ งานธนาคาร ย้ายจากสาขาสำ นักงานใหญ่ในเมืองมาอยู่สาขาย่อยที่อำ เภอใกล้บ้าน ด้วยเหตุผลเดียวที่กัลยายกมาก็คือ “เป็นห่วงลูกมาก” เอาล่ะสิครับ จะทำ ยังไงกันดีล่ะทีนี้ ผมจะต้องส่งตัวกัลยาไป โรงพยาบาลประสาทหรือผมจะประสาทกลับเสียเอง จึงต้องบรรเลง เพลงนี้ ธรรมดาของคนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมมีความรักความเป็นห่วง มอบให้กับลูกของตัวเอง แต่หากสิ่งที่มอบให้มากเกินความพอดีจะ เกิดปัญหาตามมา คุณเองปากบอกว่ารักและเป็นห่วงลูก แต่การกระทำ มันไม่ใช่ เมื่อลูกกลับบ้านเกินหรือเลยเวลาที่เคยกลับ คุณก็คิดว่าลูก ของตัวเองจะต้องเจอะเจอกับอุบัติเหตุหรือคนไม่ดีที่จะมาทำ ร้ายลูก ของคุณ มันเหมือนกับคุณแช่งลูกตัวเอง ทำ ไมคุณไม่ฟังเหตุผลของลูกถึงสาเหตุที่ทำ ให้เขากลับบ้าน เกินเวลา อาจจะเป็นเพราะงานของธนาคารยังไม่เสร็จ ต้องรีบปิดบัญชี สิ้นเดือน หรือรายงานวิชาเรียนของลูกชายที่ต้องส่งให้ทันเดี๋ยวจะ ไม่ได้สอบ ลูกของคุณก็ต้องทำหน้าที่ของเขาให้สมบูรณ์เหมือนอย่างที่ คุณเปิดร้านขายของ พอถึงตอนจะปิดร้านถ้ายังมีลูกค้ามาซื้อของอยู่ คุณ ก็ยังจะปิดตามเวลาโดยไม่สนใจที่จะบริการลูกค้าให้หมดก่อน จึงจะปิด หรืออย่างไร?


46 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ ในขณะที่ลูกยังไม่กลับบ้านนั้น คุณก็คิดไม่ดีว่าลูกต้องเจอ อุบัติเหตุหรือถูกทำ ร้าย คุณคิดเอาเองทั้งนั้น คุณว่าสิ่งที่คุณคิดถูกต้อง แล้วหรือ? ทำ ไมต้องคิดแบบนั้น? และยิ่งคุณคิดไม่ดีหรือแช่งลูกตัวเอง แบบนี้คุณเองจะมีจิตใจที่ดีได้อย่างไร? จิตใจจะมีแต่สิ่งเลวร้าย วิตก กังวล เศร้าหมอง ทุกข์อกทุกข์ใจ กินไม่ได้นอนไม่หลับ สุดท้ายก็จะ เป็นโรคประสาทอย่างที่สามีคุณคาดไว้นั่นแหละ คุณควรมีสติทำหน้าที่ของแม่และภรรยาที่ดีเตรียมอาหาร การกิน เผื่อว่าตอนลูกกลับมาจะได้กินอิ่มไม่หิว คุณมีงานบ้านอะไร ที่ควรทำ ก็ทำ ไป หากว่าลูกประสบอุบัติเหตุจริงก็ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวไม่ โรงพยาบาลหรือโรงพักก็จะโทรมาแจ้งคุณเอง ถึงเวลานั้นคุณและสามี ค่อยไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมลูกจะดีกว่า การที่คุณคิดไปก่อนจะทำ ให้ ทุกข์ใจเปล่าๆ คำพูดที่แสดงว่าคุณเป็นห่วงนั้นทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง คุณพูด ไม่ดีออกมา แช่งลูกตัวเอง ลูกสาวคุณได้ยินบ่อยๆ ก็ไม่สบายใจ เกิดผล เสียต่อการทำ งาน อาจจะทำผิดพลาด เกิดเงินขาดหายจนต้องชดใช้ คุณอยากให้เป็นอย่างนั้นใช่ไหม? นี่หรือแม่ที่รักและเป็นห่วงลูก ลูกสาวทำ งานธนาคารก็อยากทำ ให้ได้งานที่ถูกต้องสมบูรณ์ อาจจะต้องทำ เลยเวลาบ้าง เยี่ยมลูกค้านอกเวลาบ้าง เพราะธุรกิจ ธนาคารต้องมีการแข่งขัน แทนที่คุณจะส่งเสริมให้ลูกก้าวหน้า คุณ กลับขัดขวางด้วยการให้ลูกสาวย้ายมาทำ งานที่สาขาย่อยใกล้บ้าน


47 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ ถือเป็นการทำ ร้ายลูกสาวทางอ้อม เพราะถ้าลูกสาวคุณอยู่ สำ นักงานใหญ่ย่อมได้ประสบการณ์มาก รู้จักคนเยอะ เห็นวิธีการ ทำ งานที่หลากหลาย ย่อมมีโอกาสก้าวหน้ามากกว่าอยู่สาขาเล็กๆ คุณควรนึกถึงจิตใจของลูกตัวเอง ภูมิใจในตัวลูกมากกว่าที่จะ แช่งลูกอย่างที่คุณทำมา ทำ ไมคุณไม่รักษาใจของคุณให้เป็นปกติเพราะ ไม่ว่าในอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้นกับลูกของคุณ คุณจะได้เตรียมรับกับ มันด้วยความพร้อมนะครับคุณกัลยา หนึ่งเดือนต่อมากัลยาได้มาพบผมอีกครั้งหนึ่ง แต่อย่าเข้าใจ ว่ามาตรวจหรือขอใบส่งตัว เพราะคราวนี้กัลยามีหน้าตาสดชื่นแจ่มใส พร้อมบอกผมให้ทราบว่า เธอไม่บ่น ไม่แช่งลูกอีกแล้ว แถมยังนอน หลับสบาย และลูกสาวของเธอนั้นมีข่าวดี เพราะทางธนาคารกำ ลังให้ เตรียมตัวเพื่อให้ไปอยู่ที่สาขาประเทศจีน หลังจากเรียนจบปริญญาโท แล้ว


ปราณีปะแป้ง เรื่องราวที่ผู้คนให้ความสนใจด้านการรักษาพยาบาลที่มักจะพบว่ามีเรื่อง แปลกๆ เกิดขึ้นเสมอๆ บางเรื่องเป็นเรื่องที่ฟังแล้วพูดไม่ออกบอกไม่ถูก เช่น ที่ต่างประเทศมีการผ่าตัดขาผู้ป่วยแต่บังเอิญไปผ่าผิดข้าง ซึ่งก็ ไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น ความจริงโรคอยู่ขาอีกข้างหนึ่งแต่ทำ ไม ถึงไปผ่าอีกข้างหนึ่ง แทนที่จะหายหรือดีขึ้น แต่ทำ ให้แย่ลง เลวร้าย ไปกว่าเดิม แต่ถ้าลองมาสมมติเล่นๆ ว่า คนหนึ่งป่วยแต่อีกคนหนึ่งปกติ ไม่ป่วย ถ้าเรารักษาคนป่วย คนป่วยไม่หายป่วย กลับกันถ้าเรารักษา คนปกติ แต่คนป่วยกลับหายป่วยล่ะ มันคงแปลกดีนะ


49 นายแพทย์ปรีชา สิริจิตราภรณ์ หรือจะเอาให้ชัดขึ้นก็คือ คนป่วยเป็นแม่แต่คนไม่ป่วยเป็นลูก เรารักษาลูกแล้วทำ ให้แม่หายป่วยมันจะเป็นไปได้ไหม อย่าพึ่งงงนะครับ ถ้างงล่ะก็หาไม้ยาวๆ สักอันหนึ่ง เอามาทำอะไรรู้ไหมครับ ก็เอามาเขี่ยงู ยังไงล่ะ เขี่ยงูออกไปหนึ่งตัวเหลืองูตัวเดียวจะได้ไม่งงไงครับ ผมเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน เหตุเกิดที่ห้องตรวจเบอร์ 22 ของ ผมอีกนั่นแหละ วันนั้นเป็นวันอังคาร ช่วงเช้าเป็นคลินิกผู้ติดเชื้อเอดส์ จะมีผู้ป่วยเอดส์มาตรวจและรับยาหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่ก็อาการดีขึ้น อ้วนท้วน สมบูรณ์ แข็งแรง เมื่อมอง ดูจากภายนอกและเมื่อดูละเอียดโดยเฉพาะดูจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิดดี ที่เรียกว่า “ซีดีสี่” หรือซีดีโฟร์ก็จะพบว่ามีจำนวนเม็ดเลือดขาวซีดีโฟร์ เพิ่มขึ้น บางคนเพิ่มขึ้นช้าบางคนเพิ่มขึ้นเร็วแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ ก็จะเพิ่มขึ้น แต่มีผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งของผมกลับตรงกันข้าม ปราณี หญิงหม้ายวัย 48 ปี มาตรวจตามนัดหลังรับยาต้าน ไวรัสเอดส์ได้เกือบ 5 ปีแล้ว ปราณีเป็นผู้ป่วยที่ดี ตั้งใจกินยาสม่ำ เสมอ มาตามนัดทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเลือดหรือกิจกรรมกลุ่มที่ทาง คลินิกจัดขึ้น ผมพบว่าเธอดูซูบๆ หน้าตาหม่นหมอง ไม่สดชื่น น้ำหนักลด ไป 1-2 กิโลกรัม ใน 2-3 เดือนที่ผ่านมา เมื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ มีเพียงน้ำ หนักที่ลดลงและหน้าตาไม่สดชื่น อมทุกข์


50 ล ด ทุ ก ข์ เ พิ่ ม สุ ข ด้ ว ย ย า ใ จ ซึ่งผิดกับผู้ป่วยรายอื่น ที่แม้ว่าทุกคนจะทราบว่าตัวเองติด เชื้อเอดส์ แต่เมื่อยอมรับได้และตั้งใจรักษาโดยปฏิบัติตามคำ แนะนำ ของแพทย์และพยาบาล ก็มักจะมีอาการดีขึ้น หน้าตาที่เคยอมทุกข์ เพราะโกรธ เกลียด แค้น โมโหคนอื่นหรือตัวเอง ก็จะกลับมาสดใสขึ้น หรือทุกข์น้อยลง เพราะเริ่มให้อภัยผู้อื่นและให้อภัยตัวเองโดยการ ให้โอกาสตัวเองที่จะปรับปรุงแก้ไข และเมื่อดูผลระดับเม็ดเลือดขาว ซีดีโฟร์ของปราณีก็พบว่า 2 ครั้งหลัง ซีดีโฟร์ลดลง ปราณียืนยันกับผมว่าเรื่องการกินยาไม่มีปัญหา เธอกินยา สม่ำ เสมอดีและเมื่อผมสอบถามถึงสาเหตุที่หน้าตาไม่สดชื่นก็ทราบว่า เธอกำลังกลุ้มใจเรื่องลูกสาวของเธอ ปราณีเล่าต่อพร้อมหน้าตาที่คล้ายๆ คนกำ ลังจะร้องไห้ว่า ตั้งแต่สามีเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อนทิ้งให้เธอ ใช้ชีวิตอยู่ 2 คนกับลูกสาว เธอก็ตั้งใจเลี้ยงลูกสาวให้ดีที่สุดเพราะถือว่า เป็นสิ่งเดียวที่เธอพอยึดให้เป็นกำ ลังใจในการต่อสู้ชีวิตกับโรคร้ายได้ แต่การที่เธอตามใจลูกมากเกินไปและกลัวลูกจะลำบาก เธอจึง ประคบประหงมลูกสาวอย่างมากจนลูกสาวตามใจตัวเอง เอาแต่สบาย ไม่เคยลำบาก ไม่ช่วยเหลือตัวเอง แม้กระทั่งขณะนี้อายุ 17 ปีแล้วยัง ให้แม่ซักชุดชั้นในให้ เมื่อฟังถึงตรงนี้ผมต้องหยุดตั้งสติ ถอนหายใจ เฮือกใหญ่เพราะผมต้องมาทบทวนตัวเอง เนื่องจากผมเองก็มีลูกสาว คนเดียวเหมือนปราณีและผมกำ ลังจะทำ ร้ายลูกสาวผมแบบ “พ่อแม่ รังแกฉัน” เหมือนปราณีอยู่หรือเปล่า?


Click to View FlipBook Version