แผนการจัดการเรยี นรู้
มุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี
วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ รหสั 30100-0003
หลักสูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสงู (ปวส.) พุทธศกั ราช 2563
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
จัดทำโดย
นางสาวอรวรรยา วตั ตะโร
สาขาวชิ าเมคคาทรอนกิ ส์และหนุ่ ยนต์
วทิ ยาลยั เทคนิคอุตสาหกรรมยานยนต์ สถาบันการอาชวี ศกึ ษา ภาคกลาง 1
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ
10
รายการตรวจสอบและอนญุ าตใชแ้ ผน
ควรอนญุ าตใหใ้ ช้ในการเรียนการสอนได้
ควรปรับปรุงเกีย่ วกบั
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..............................................................................
หวั หน้าแผนกวิชา
………………/……………………./………………..
เหน็ ควรอนุญาตให้ใชใ้ นการจัดการเรยี นรู้ได้
ควรปรับปรุงดังเสนอ
อน่ื ๆ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ..............................................................................
รองผ้อู ำนวยการฝ่ายวชิ าการ
………………/……………………./………………..
อนุญาตใหใ้ ช้ในการจดั การเรยี นรู้ได้
อ่ืนๆ
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..............................................................................
ผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษา
………………/……………………./………………..
11
คำนำ
แผนการสอนวชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ รหัสวชิ า 30100-0003 จดั ทำข้ึนเพือ่ ใช้เปน�
แนวทางในการจดั การเรียนการสอน วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ตามหลกั สตู รประกาศนียบัตร
วชิ าชีพชนั้ สูง (ปวส.) พุทธศักราช 2557 ของสำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา โดยจดั การ
เรียนการสอนทัง้ หมด 18 สัปดาห์ สัปดาหล์ ะ 4 ชั่วโมง เน้ือหาภายในแบ่งออกเป�น 12 บท คอื บท
ที่ 1 ระบบความปลอดภยั ในงานไฟฟา้ , บทที่ 2 เครอื่ งมอื วดั ไฟฟ้าเบื้องตน้ , บทท่ี 3 แหลง่ กำเนดิ
ไฟฟ้าและประเภทไฟฟา้ , บทที่ 4 กฎของโอหม์ กำลงั ไฟฟ้า และพลังงานไฟฟา้ , บทท่ี 5 วงจรไฟฟ้า
และเซลล์ไฟฟ้า , บทท่ี 6 มอเตอรแ์ ละการควบคุมเบือ้ งต้น , บทท่ี 7 อุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายจาก
ไฟฟา้ และการตอ่ สายดิน , บทท่ี 8 ตัวตา้ นทาน , บทที่ 9 ตัวเกบ็ ประจุ , บทที่ 10 ตัวเหนย่ี วนำและหมอ้
แปลงไฟฟา้ , บทท่ี 11 อปุ กรณ์เก่ียวขอ้ งในงานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ , บทท่ี 12 วงจร
อิเลก็ ทรอนิกส์เบื้องต้น
สำหรับแผนการสอนรายวชิ าน้ี ผู้จัดทำได้ทุ่มเทกำลงั กาย กำลังใจและเวลาในการศึกษาค้นควา้
ทดลอง เพ่ือให้เกิดประสิทธภิ าพตอ่ การเรียนการสอน และการจดั การเรยี นการสอนตามแนวทางหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจแบบพอเพยี ง
ทา้ ยที่สดุ น้ี ผู้จดั ทำขอขอบคุณผทู้ ่ีสรา้ งแหล่งความรู้ และผูท้ ม่ี ีส่วนเกี่ยวข้องตา่ ง ๆ ซ่ึงเป�นสว่ น
สำคัญท่ีทำใหแ้ ผนการสอนวชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เล่มน้เี สรจ็ สมบูรณเ์ ปน� ท่ีเรยี บร้อย และ
หากผู้ใชพ้ บข้อบกพรอ่ งหรือมขี อ้ เสนอแนะประการใด ขอได้โปรดแจ้งผจู้ ดั ทำทราบดว้ ย จกั ขอบคุณย่งิ
นางสาวอรวรรยา วตั ตะโร
แผนกชา่ งเมคคาทรอนิกส์
วทิ ยาลัยเทคนคิ อุตสาหกรรมยานยนต์
สารบญั 12
1. รายละเอยี ดรายวชิ า (จุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวชิ า คำอธบิ ายรายวิชา) หน้า
2. ตารางวเิ คราะหห์ นว่ ยการเรยี นรู้และชัว่ โมงเรยี น 5
3. ตาราง วเิ คราะห์หนว่ ยการเรียนรู้ หวั ข้อการเรยี นรู้ และช่ัวโมงเรยี น 6
4. แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 7
5. แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2 9
6. แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 11
7. แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4 18
8. แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 5 23
9. แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 6 30
10. แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 40
11. แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 8 46
12. แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 9 52
13. แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 10 58
14. แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 11 67
15. แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 12 76
16. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 82
17. แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 14 88
18. แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 15 96
19. แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16 103
20. แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 17 112
21. แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 18 119
128
13
รายละเอียดรายวิชา
รหสั วชิ า 30100-0003 ชอื่ วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์ จำนวน 2 หนว่ ยกติ 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์
หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวิชาชพี ช้ันสงู (ปวส.) พทุ ธศักราช 2557 ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวิชา เทคนิคอุตสาหกรรม
จุดประสงค์รายวชิ า
1. เขา้ ใจหลักการไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บื้องต้น เครือ่ งมอื วัดทางไฟฟา้ วัสดุ อปุ กรณ์
วงจรไฟฟ้า วงจรอเิ ล็กทรอนิกส์ และวิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า
2. สามารถติดต้ังตรวจสอบ ประกอบวงจรและควบคุมอปุ กรณไ์ ฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์
เบื้องต้น
3. มีเจตคตทิ ี่ดี ปฏิบัติงานอย่างประณีตเรยี บร้อย มีระเบียบวินยั อดทน มีกิจนิสัยในการ
ทำงานด้วยความรอบคอบและปลอดภยั
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ กีย่ วกับหลกั การของทฤษฎีไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบือ้ งตน้ วธิ ีปอ้ งกนั
อันตรายจากไฟฟา้
2. ตดิ ตั้ง ตรวจสอบ ประกอบวงจร ควบคมุ อุปกรณไ์ ฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอื้ งตน้
คำอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบัตเิ กี่ยวกับหลกั การของทฤษฎไี ฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น มาตรการความ
ปลอดภัยเกีย่ วกับไฟฟา้ ทฤษฎีอีเลก็ ตรอน ความต้านทาน ตัวนำ ฉนวน แหลง่ กำเนิดไฟฟ้า หนว่ ยวัด
ไฟฟ้าการใชเ้ ครอ่ื งวดั ไฟฟ้าเบื้องตน้ สญั ลักษณ์และอุปกรณ์ติดต้งั ไฟฟ้า สายไฟฟา้ อปุ กรณป์ อ้ งกันและ
การตอ่ สายดนิ การทำงานของเคร่ืองใช้ไฟฟ้าขนาดเลก็ โครงสร้าง สัญลักษณ์ คุณสมบตั ิ และวงจรใช้
งานของตัวตา้ นทาน คาปาซเิ ตอร์ อินดกั เตอร์ ไดโอด ทรานซสิ เตอร์ เอสซอี าร์ วสั ดุอุปกรณ์
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ หม้อแปลงไฟฟ้า สวิตซ์ ข้ัวตอ่ สาย ปล๊ัก แจ๊ค รเี ลย์ ลำโพง ไมโครโฟน เคร่อื งมอื กล หัว
แร้งบดั กรี คมี ไขควง การใชเ้ ครื่องมอื วดั พืน้ ฐานท่ีจำเป�นในทางอิเลก็ ทรอนิกส์ มลั ตมิ ิเตอร์ เครื่องจา่ ย
กำลงั ไฟฟา้ เคร่ืองกำเนิดสัญญาณ และออสซิสโลสโคป การประกอบ และทดสอบวงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
เบอื้ งต้น
14
ตารางท่ี 1 วิเคราะห์หน่วยการเรยี นรูแ้ ละชัว่ โมงเรียน
รหัสวชิ า 30100-0003 ช่ือวิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์ จำนวน 2 หนว่ ยกติ 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์
หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง(ปวส.) พทุ ธศักราช 2557 ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม
สาขาวชิ า เทคนิคอตุ สาหกรรม
หน่วย ชอื่ เรือ่ ง / ชื่อหน่วยการเรียนรู้ จำนวน สปั ดาห์
ที่ ชวั่ โมง ท่ี
1 ระบบความปลอดภยั ในงานไฟฟา้ 41
2 เครอื่ งมอื วดั ไฟฟ้าเบอ้ื งต้น 12 2-4
3 แหลง่ กำเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า 45
4 กฎของโอหม์ กำลงั ไฟฟา้ และพลังงานไฟฟ้า 8 6-7
5 วงจรไฟฟา้ และเซลลไ์ ฟฟา้ 48
6 มอเตอรแ์ ละการควบคมุ เบอื้ งตน้ 49
7 อุปกรณ์ปอ้ งกนั ไฟฟา้ และการต่อสายดิน 4 10
8 ตัวตา้ นทาน 8 11-12
9 ตวั เกบ็ ประจุ 4 13
10 ตัวเหนี่ยวนำและหมอ้ แปลงไฟฟ้า 4 14
11 อปุ กรณเ์ ก่ยี วข้องในงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 4 15
12 วงจรอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอื้ งตน้ 8 16-17
สอบปลายภาค 4 18
รวม 72
15
ตารางท่ี 2 วเิ คราะห์รายละเอยี ดหนว่ ยการเรยี นรแู้ ละชัว่ โมงเรียน
รหสั วชิ า 30100-0003 ชื่อวชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์ จำนวน 2 หนว่ ยกิต 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์
หลกั สตู ร ประกาศนียบตั รวิชาชพี ช้ันสูง(ปวส.) พุทธศกั ราช 2557 ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวิชา เทคนิคอตุ สาหกรรม
หนว่ ยท่ี ช่ือเรอื่ ง / ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ เวลาจัดการเรยี นร(ู้ ชม)
ท. ป. รวม
1 ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟ้า 134
1.1 ระบบความปลอดภยั ในงานไฟฟา้
2 เครือ่ งมอื วดั ไฟฟ้าเบือ้ งต้น 3 9 12
2.1 การวดั แรงดนั และกระแสไฟฟ้ากระแสตรง
2.2 การวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลบั
2.3 การวดั ความตา้ นทาน
3 แหลง่ กำเนิดไฟฟา้ และประเภทไฟฟ้า 134
3.1 ประเภทของไฟฟ้าทีถ่ ูกผลิตขึ้นมา
3.2 ประเภทของไฟฟ้า
4 กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟา้ และพลังงานไฟฟา้ 268
4.1 สมการกฎของโอหม์
4.2 คำนวณแกป้ �ญหาวงจรไฟฟา้ ดว้ ยกฎของโอหม์
5 วงจรไฟฟา้ และเซลล์ไฟฟ้า 134
5.1 วงจรไฟฟ้าและเซลล์ไฟฟ้า
5.2 วงจรเซลล์ไฟฟา้ และวงจรไฟฟ้าแสงสว่าง
6 มอเตอรแ์ ละการควบคมุ เบื้องตน้ 134
6.1 ควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า
7 อปุ กรณป์ ้องกันไฟฟ้าและการตอ่ สายดนิ 134
7.1 ต่อสายดนิ
16
ตารางที่ 2 (ตอ่ ) วเิ คราะห์รายละเอยี ดหน่วยการเรียนรู้และช่ัวโมงเรยี น
รหสั วิชา 30100-0003 ชื่อวิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์ จำนวน 2 หน่วยกิต 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์
หลักสูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ช้นั สงู (ปวส.) พุทธศกั ราช 2557 ประเภทวชิ า อุตสาหกรรม
สาขาวชิ า เทคนิคอตุ สาหกรรม
หน่วยที่ ช่ือเรอ่ื ง / ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ เวลาจัดการเรียนร(ู้ ชม)
ท. ป. รวม
8 ตวั ต้านทาน 268
8.1 แปลงหน่วยความตา้ นทาน
8.2 อา่ นค่าความตา้ นทานแสดงเป�นตวั เลขตวั อกั ษร
9 ตวั เกบ็ ประจุ 134
9.1 แปลงหน่วยคา่ ความจขุ องตัวเกบ็ ประจุ
9.2 อา่ นค่าความจุแสดงเปน� ตวั เลขตวั อักษร
10 ตวั เหนย่ี วนำและหมอ้ แปลงไฟฟา้ 134
10.1 ตัวเหนีย่ วนำและหมอ้ แปลงไฟฟ้า
11 อุปกรณ์เกี่ยวข้องในงานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ 134
11.1 อปุ กรณเ์ กี่ยวข้องในงานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์
12 วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้ืองตน้ 268
12.1 เขียนลายวงจรพมิ พ์บนแผ่นวงจรพิมพ์
12.2 ประกอบวงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบอื้ งตน้
13 สอบปลายภาค 4-4
รวม 21 51 72
17
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 1 หน่วยท่ี 1
วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์ รหสั วชิ า 30100-0003 เวลารวม 4 ชม.
ชอ่ื หน่วย ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟา้
สอนครงั้ ที่ 1
ช่ือเร่ือง ระบบความปลอดภยั ในงานไฟฟ้า เวลาสอน 4 ชม.
1. หวั ข้อเรื่อง
1.1 ด้านความรู้ (ทฤษฎี)
1. คณุ สมบัตขิ องไฟฟา้
2. อันตรายของไฟฟ้าต่อรา่ งกายมนุษย์
3. วธิ กี ารช่วยเหลือผ้ปู ระสบอนั ตรายจากไฟฟ้าดดู
4. วิธีการปฐมพยาบาลผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด
1.2 ด้านทกั ษะ (ปฏบิ ัต)ิ
1. ปฏิบัตงิ านด้านไฟฟ้าท่ปี ลอดภยั
2. ช่วยเหลอื ผูป้ ระสบอนั ตรายจากไฟฟา้ ดูด
3. ปฐมพยาบาลผปู้ ระสบอนั ตรายจากไฟฟา้ ดูด
1.3 คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคท์ ่ีต้องการให้เกิด (ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมหลักของคนไทย)
1. เตรยี มความพร้อมดา้ น วัสดุ อุปกรณ์สอดคลอ้ งกบั งานได้อย่างถูกต้อง
2. มีความรบั ผิดชอบ ปฏิบัตงิ านได้อย่างถูกตอ้ งในเรือ่ งความปลอดภัยและอบุ ตั ิภัยต่างๆ และสำเรจ็
ภายใน เวลาที่กำหนดอย่างมเี หตุและผลตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. สาระสำคญั
การปฏบิ ัตงิ านทางด้านไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสท์ ่ปี ลอดภยั ผใู้ ช้ไฟฟ้าจะตอ้ งทราบและเขา้ ใจคุณสมบัติ
ทางไฟฟา้ ต้องระมดั ระวงั ไม่ประมาท ทำงานอยา่ งเป�นระบบและรอบคอบ คำนงึ ถึงกฎแห่งความปลอดภัยขณะ
ทำงาน
การชว่ ยเหลอื ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าเป�นสง่ิ จำเป�นและสำคญั อย่างย่งิ ตอ้ งกระทำอยา่ งถกู วิธี รวดเร็ว
รอบคอบ และระมดั ระวงั ทำให้ผู้ประสบอันตรายมีโอกาสรอดพ้นจากอันตราย
3. สมรรถนะประจำหนว่ ย / สมรรถนะประจำแผนการจดั การเรยี นรู้
1. แสดงความรูเ้ กย่ี วกับคุณสมบัตขิ องไฟฟา้
2. แสดงความรู้เก่ยี วกับอนั ตรายของไฟฟ้าต่อร่างกายมนษุ ย์
3. แสดงความร้เู กย่ี วกบั วธิ กี ารชว่ ยเหลือผปู้ ระสบอนั ตรายจากไฟฟา้ ดูด
18
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
จดุ ประสงค์ทั่วไป
1. เพ่ือให้มีความรู้เกี่ยวกับ อันตรายของไฟฟ้าตอ่ ร่างกายมนษุ ย์ การปฏิบตั งิ านทางด้านไฟฟ้าและ
อเิ ล็กทรอนกิ สท์ ่ีปลอดภัย และการปฏิบัตงิ านทางด้านการซอ่ มบำรุงเกยี่ วกับไฟฟา้ และการช่วยเหลือผู้
ประสบอันตรายจากไฟฟ้า
2. เพื่อให้มีทักษะในการปฐมพยาบาลผู้ถกู ไฟฟา้ ดูด
3. เพอ่ื ใหม้ ีเจตคติท่ีดีต่อการเตรยี มความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อปุ กรณ์ และการปฏิบตั งิ าน
อย่างถกู ต้อง สำเรจ็ ภายในเวลาทีก่ ำหนด มเี หตแุ ละผลตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. อธบิ ายอนั ตรายของไฟฟา้ ตอ่ รา่ งกายมนุษย์
2. ยกตวั อย่างการปฏบิ ตั งิ านทางดา้ นไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสท์ ่ปี ลอดภยั
3. ยกตัวอย่างการปฏิบัติงานทางดา้ นการซ่อมบำรงุ เกยี่ วกบั ไฟฟา้
4. บอกวิธกี ารช่วยเหลอื ผู้ประสบอนั ตรายจากไฟฟ้า
5. สาธติ การปฐมพยาบาลผถู้ กู ไฟฟา้ ดูด
5. เนือ้ หาสาระ / สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้ (ทฤษฎี)
1. คุณสมบตั ขิ องไฟฟ้า
2. อันตรายของไฟฟา้ ต่อร่างกายมนษุ ย์
3. วธิ กี ารช่วยเหลือผูป้ ระสบอนั ตรายจากไฟฟ้าดดู
4. วธิ กี ารปฐมพยาบาลผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดูด
หมายเหตุ รายละเอียดของเนอ้ื หาสาระจากหนังสือเรยี นวิชางานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์
ด้านทักษะ (ปฏิบตั )ิ
1. ปฏบิ ัติงานด้านไฟฟ้าที่ปลอดภยั
2. ช่วยเหลือผู้ประสบอนั ตรายจากไฟฟา้ ดดู
3. ปฐมพยาบาลผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้าดดู
19
6. กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้
1. ผู้สอนแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนของหน่วยเรยี นที่ 1 และการให้ความรว่ มมอื ของนกั ศกึ ษาในการทำ
กิจกรรม
2. ผสู้ อนให้ผเู้ รยี นยกตัวอย่างการปฏิบัติงานทางดา้ นไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ทปี่ ลอดภยั
3. ผสู้ อนรว่ มมือกับผูเ้ รยี นอธิบายและยกตัวอยา่ งอนั ตรายของไฟฟ้าต่อรา่ งกายมนษุ ย์
การปฏบิ ัติงานทางด้านไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ท่ีปลอดภยั และการปฏิบตั งิ านทางด้านการซ่อม
บำรุงเก่ียวกับไฟฟ้า
4. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำการแบ่งนกั เรยี นออกเป�น 5 กลมุ่ คอื
กลมุ่ ที่ 1 อันตรายต่อร่างกายมนษุ ย์
กลุม่ ท่ี 2 การปฏบิ ัติงานด้านไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์
กลมุ่ ที่ 3 การซ่อมบำรุงไฟฟา้
กลุ่มที่ 4 ช่วยเหลือผ้ถู ูกไฟฟ้าดูด
กล่มุ ที่ 5 การปฐมพยาบาล
5. ผู้สอนให้ผู้เรยี นนำเสนอ หน้าชน้ั เรียน ผสู้ อนคอยสรุปเนือ้ หาแต่ละกล่มุ
7. กจิ กรรมเสนอแนะ/งานทมี่ อบหมาย (ถา้ ม)ี
ก่อนเรยี น
1. จัดเตรยี มเอกสาร ส่อื การเรียนการสอนตามทีอ่ าจารย์ผูส้ อนและบทเรยี นกำหนด
2. ทำความเขา้ ใจเกีย่ วกับจุดประสงคก์ ารเรยี น
ขณะเรยี น
1. ศกึ ษาเนอ้ื หา เรอ่ื ง ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์
2. รายงานผลหนา้ ชนั้ เรียน
3. อธิบาย การช่วยเหลือผ้ปู ระสบอันตรายจากไฟฟา้ ดูด และ การนวดหวั ใจผู้ประสบอันตรายจากไฟฟา้
ดูด
4. สรุปผล
หลังเรยี น
1. คน้ คว้าเร่อื ง เครอื่ งมือวัดไฟฟา้ เบ้ืองตน้
20
8. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
สื่อส่งิ พมิ พ์
หนงั สอื เรยี นวิชางานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์ อ.พนั ธศ์ ักด์ิ พุฒมิ านติ พงศ์
ส่อื โสตทศั น์
รปู ภาพ powerpoint
หุ่นจำลองหรอื ของจริง
-
แหลง่ เรยี นรูเ้ พิม่ เติม
ศึกษาคน้ ควา้ จาก google.co.th
งานทมี่ อบหมาย/กจิ กรรมเสนอแนะ (ถ้ามี)
คน้ คว้าเรือ่ ง เครอื่ งมือวดั ไฟฟา้ เบื้องต้น
21
9. การวัดผลประเมนิ ผล
ก่อนเรยี น
ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน ถาม-ตอบ
ขณะเรียน
ถาม-ตอบ
หลงั เรียน
มอบหมายใหค้ ้นควา้ เพิ่มเติมจาก google.co.th
ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น ถาม-ตอบ
22
10. บันทกึ หลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที่.....................สปั ดาห์ที่............วนั ท.ี่ ..........เดือน..............................พ.ศ.......................
นักศกึ ษา ช้ัน................สาขาวิชา..................................สาขางาน..................................กลุ่ม.........
10.1 ผลการใช้แผนการสอน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.2 ผลการเรยี นของนกั เรียน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.3 ผลการสอนของครู
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.4 ป�ญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
23
แบบทดสอบก่อนเรียน
หนว่ ยท่ี 1 เร่อื ง ระบบความปลอดภยั ในงานไฟฟา้
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำสง่ั เลอื กคำตอบทถ่ี ูกตอ้ งที่สุดเพียงคำตอบเดยี ว
1. ขอ้ ควรคำนึงเปน� อับดับแรกในการใชไ้ ฟฟ้าคอื อะไร
ก. ความคุ้มค่า ข. ความประหยัด
ค. ความปลอดภัย ง. เกิดประโยชนส์ ูงสดุ
2. ไฟฟา้ ดูดหมายถงึ อะไร
ก. เกิดกระแสไหลผา่ นร่างกายคน
ข. มกี ระแสไหลผ่านในวงจรไฟฟ้าตลอดเวลา
ค. สนามแม่เหล็กไฟฟา้ สามารถดึงดูดโลหะจำพวกเหลก็ ได้
ง. เกดิ สนามไฟฟา้ กระโดดข้ามจากสายไฟเส้นหนงึ่ ไปยงั อีกเส้นหน่ึง
3. วัสดชุ นิดใดทกี่ ระแสไหลผา่ นไดง้ ่าย
ก. ไมแ้ หง้ ข. แก้วน้ำ
ค. พลาสติก ง. ยางเป�ยก
4. กระแสไหลผา่ นรา่ งกายมนษุ ยล์ งส่พู ื้นชนิดใดได้ลำบากทสี่ ุด
ก. พื้นไม้ ข. พืน้ ดนิ
ค. พ้นื ปูน ง. พืน้ ทราย
5. การสมั ผัสไฟฟา้ แบบใดเรียกว่าการสมั ผสั ไฟฟ้าโดยตรง
ก. ใชม้ อื จบั สายไฟท่ีมฉี นวนหมุ้
ข. ใช้ตะปูแหยเ่ ขา้ ไปในรเู ต้ารบั ท่ีมไี ฟฟา้
ค. จับตัวถงั โลหะเครือ่ งใช้ไฟฟ้าทม่ี ไี ฟฟ้ารวั่ อยู่
ง. ขณะนำเต้าเสียบเสียบเขา้ เต้ารับมไี ฟฟ้ารั่วผ่านรา่ งกาย
6. การสมั ผัสไฟฟา้ แบบใดเรยี กว่าการสมั ผสั ไฟฟ้าโดยออ้ ม
ก. ขณะอาบนำ้ ด้วยเคร่ืองทำนำ้ อ่นุ เกดิ อาการชาตามร่างกาย
ข. ขณะล้างอ่างเลี้ยงปลาเกิดอาการชาเหมือนถูกไฟฟา้ ดดู
ค. ขณะเป�ดตู้เยน็ รสู้ ึกเจ็บปวดตามรา่ งกาย
ง. ถกู ทุกขอ้
7. การเลือกซ้ือเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้ามาใชง้ านอย่างไรถกู ตอ้ งท่สี ุด
ก. สินคา้ นำเข้า ข. ราคาถกู ใช้งานดี
ค. มเี ครอ่ื งหมาย มอก. ง. ยี่หอ้ ที่กำลงั เปน� ทีน่ ิยมใช้
24
8. การปฏิบตั งิ านดา้ นไฟฟา้ ท่ปี ลอดภยั ข้อใดถูกต้องทสี่ ดุ
ก. ปฏิบัติงานเก่ียวกบั ไฟฟ้าแตล่ ะครัง้ ควรทำคนเดียวโดยลำพัง
ข. อุปกรณแ์ ละเครื่องไฟฟ้าชำรุดเพยี งเล็กนอ้ ยยงั สามารถใชง้ านไดป้ กติ
ค. การปฏิบตั ิงานเกยี่ วกบั ไฟฟา้ ทำได้ทนั ทีโดยไมต่ ้องตรวจสอบไฟฟ้าในระบบ
ง. การปฏบิ ตั งิ านเก่ยี วกบั ไฟฟ้าเมือ่ ร้สู กึ ออ่ นเพลยี เหนือ่ ย หรอื งว่ งนอนไมค่ วรทำงาน
9. ขณะไฟฟ้าไหลผ่านรา่ งกายคน เพราะเหตใุ ดจงึ ไม่สามารถชว่ ยตัวเองใหห้ ลดุ พน้ จากไฟฟ้าได้
ก. เลือดในรา่ งกายหยดุ การไหลเวยี น
ข. ไม่มีแรงพอและกล้ามเน้ือเกดิ การหดตวั
ค. เกดิ อาการออ่ นเพลียงว่ งนอนและนอนหลับ
ง. สมองสบั สนไม่สามารถบังคับและควบคมุ ตนเองได้
10. การชว่ ยเหลือผู้ประสบอนั ตรายจากไฟฟ้าข้อใดถกู ตอ้ งเหมาะสม
ก. ใชม้ อื จบั ฉนวนสายไฟฟา้ ออกจากตัวผ้ปู ระสบภัยโดยเร็ว
ข. รีบลงไปช่วยเหลอื ทันทเี มือ่ ผู้ประสบภยั ถกู ไฟฟ้าดูดในนำ้
ค. ใชม้ ีด ขวาน ของมคี มมีด้ามเปน� ฉนวนฟ�นสายไฟฟ้าให้ขาด
ง. ตดั ก่ิงไมย้ าวๆ มาเขีย่ สายไฟฟ้าออกจากตัวผูป้ ระสบภยั ทันที
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หนว่ ยท่ี 1 เรอ่ื ง ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟา้
1. ค 2. ก 3. ง 4. ก 5. ข 6. ง 7. ค 8. ง 9. ข 10. ค
25
แบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยท่ี 1 เร่ือง ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟา้
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำสัง่ เลือกคำตอบท่ถี ูกตอ้ งที่สดุ เพยี งคำตอบเดียว
1. การชว่ ยเหลอื ผ้ปู ระสบอันตรายจากไฟฟา้
ก. ใชม้ ือจับฉนวนสายไฟฟ้าออกจากตัวผู้ประสบภัยโดยเรว็
ข. รบี ลงไปชว่ ยเหลือทนั ทเี มื่อผู้ประสบภัยถกู ไฟฟา้ ดูดในน้ำ
ค. ใชม้ ีด ขวาน ของมคี มมีด้ามเป�นฉนวนฟน� สายไฟฟา้ ใหข้ าด
ง. ตดั กิง่ ไม้ยาวๆ มาเข่ยี สายไฟฟา้ ออกจากตวั ผปู้ ระสบภัยทันที
2. ขณะไฟฟา้ ไหลผ่านรา่ งกายคน เพราะเหตใุ ดจึงไม่สามารถชว่ ยตวั เองใหห้ ลดุ พน้ จากไฟฟ้าได้
ก. เลอื ดในร่างกายหยดุ การไหลเวยี น
ข. ไม่มีแรงพอและกลา้ มเนอ้ื เกิดการหดตัว
ค. เกิดอาการอ่อนเพลียงว่ งนอนและนอนหลบั
ง. สมองสับสนไมส่ ามารถบงั คับและควบคมุ ตนเองได้
3. การปฏิบตั ิงานด้านไฟฟา้ ที่ปลอดภยั ขอ้ ใดถูกต้องท่สี ุด
ก. ไม้แห้ง ข. แกว้ นำ้
ค. พลาสติก ง. ยางเปย� ก
4. การเลือกซือ้ เครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ มาใชง้ านอยา่ งไรถูกตอ้ งที่สดุ
ก. สินค้านำเข้า ข. ราคาถูกใช้งานดี
ค. มีเครื่องหมาย มอก. ง. ยห่ี อ้ ที่กำลังเปน� ทีน่ ิยมใช้
5. การสมั ผัสไฟฟ้าแบบใดเรยี กวา่ การสมั ผสั ไฟฟ้าโดยตรง
ก. ใชม้ อื จบั สายไฟทมี่ ีฉนวนหุ้ม
ข. ใช้ตะปูแหย่เขา้ ไปในรูเต้ารับท่ีมไี ฟฟ้า
ค. จับตัวถังโลหะเคร่ืองใช้ไฟฟา้ ทีม่ ีไฟฟ้ารัว่ อยู่
ง. ขณะนำเต้าเสยี บเสียบเขา้ เต้ารับมไี ฟฟา้ ร่วั ผ่านรา่ งกาย
6. การสัมผัสไฟฟา้ แบบใดเรยี กวา่ การสมั ผสั ไฟฟา้ โดยออ้ ม
ก. ขณะอาบนำ้ ดว้ ยเคร่ืองทำนำ้ อุน่ เกดิ อาการชาตามร่างกาย
ข. ขณะล้างอ่างเลย้ี งปลาเกิดอาการชาเหมือนถูกไฟฟา้ ดูด
ค. ขณะเป�ดต้เู ย็นรสู้ กึ เจบ็ ปวดตามรา่ งกาย
ง. ถกู ทุกข้อ
7. กระแสไหลผา่ นรา่ งกายมนุษย์ลงสูพ่ ื้นชนิดใดไดล้ ำบากทส่ี ุด
ก. พ้นื ไม้ ข. พืน้ ดนิ
ค. พน้ื ปูน ง. พืน้ ทราย
26
8. วสั ดุชนิดใดทีก่ ระแสไหลผ่านได้ง่าย
ก. ไม้แหง้ ข. แกว้ นำ้
ค. พลาสติก ง. ยางเปย� ก
9. ไฟฟา้ ดูดหมายถึงอะไร
ก. เกดิ กระแสไหลผา่ นรา่ งกายคน
ข. มกี ระแสไหลผ่านในวงจรไฟฟ้าตลอดเวลา
ค. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถดงึ ดูดโลหะจำพวกเหล็กได้
ง. เกิดสนามไฟฟา้ กระโดดขา้ มจากสายไฟเส้นหน่ึงไปยงั อีกเสน้ หน่ึง
10. ขอ้ ใดถกู ต้องเหมาะสมข้อควรคำนึงเป�นอับดบั แรกในการใช้ไฟฟ้าคืออะไร
ก. ความคุ้มค่า ข. ความประหยดั
ค. ความปลอดภยั ง. เกิดประโยชนส์ ูงสุด
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หน่วยที่ 1 เรอ่ื ง ระบบความปลอดภัยในงานไฟฟา้
1. ค 2. ข 3. ง 4. ค 5. ง 6. ข 7. ก 8. ง 9. ก 10. ค
27
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 2 หนว่ ยที่ 2
วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์ รหัสวชิ า 30100-0003 เวลารวม 12 ชม.
ชื่อหน่วย เคร่ืองมอื วดั ไฟฟ้าเบอื้ งตน้
สอนคร้ังที่ 1
ชอ่ื เรื่อง การวัดแรงดันและกระแสไฟฟา้ กระแสตรง เวลาสอน 4 ชม.
1. หัวขอ้ เรือ่ ง
1.1 ด้านความรู้ (ทฤษฎี)
5. ชนดิ เครื่องมือวดั ไฟฟา้ เบอื้ งต้น
6. ส่วนประกอบมลั ติมเิ ตอรช์ นิดแอนะลอก
7. ส่วนประกอบสเกลหนา้ ปด� มัลติมิเตอร์ชนดิ แอนะลอก
8. การใชง้ านมัลติมิเตอรช์ นิดแอนะลอก
9. ส่วนประกอบมลั ตมิ เิ ตอรช์ นิดดจิ ิตอล
10. การใช้งานมลั ตมิ เิ ตอร์ชนิดดจิ ิตอล
1.2 ด้านทกั ษะ (ปฏิบตั ิ)
4. การวดั แรงดนั และกระแสไฟฟา้ กระแสตรง
1.3 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคท์ ี่ตอ้ งการใหเ้ กดิ (ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มหลกั ของคนไทย)
3. เตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อุปกรณ์สอดคลอ้ งกับงานได้อยา่ งถูกตอ้ ง
4. มคี วามรบั ผดิ ชอบ ปฏิบัติงานได้อยา่ งถูกต้องในเรือ่ งความปลอดภยั และอบุ ัตภิ ัยต่างๆ และสำเรจ็
ภายใน เวลาท่กี ำหนดอย่างมเี หตุและผลตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
2. สาระสำคญั
มัลตมิ ิเตอรเ์ ปน� มเิ ตอรใ์ ชว้ ัดปรมิ าณไฟฟ้าหลายชนิด ถูกสรา้ งขึ้นมาเพ่อื อำนวยความสะดวกตอ่ ผู้ใช้
โครงสร้างของมัลตมิ เิ ตอรป์ ระกอบดว้ ยสว่ นประกอบของอุปกรณห์ ลายชนดิ แตล่ ะชนิดมขี นาดเลก็ และบอบบาง
ยงิ่ ในส่วนเคลอ่ื นไหวย่งิ ต้องระมดั ระวงั เพราะชำรดุ เสยี หายได้งา่ ย หากถูกกระทบกระเทอื นแรงๆ การนำไปใช้
งานต้องมคี วามระมดั ระวงั ในเรื่องปรมิ าณไฟฟ้าท่จี ะวดั ตอ้ งไม่มากเกินกว่าย่านที่ตัง้ วัด กรณีทไ่ี ม่ทราบค่าปรมิ าณ
ไฟฟ้าทจี่ ะวดั ควรตง้ั ยา่ นวัดสงู สดุ ไวก้ อ่ น
การวดั ปรมิ าณไฟฟา้ ชนิดไฟกระแสตรง ( DC ) ไมว่ า่ เป�นแรงดนั หรือกระแส ขณะตอ่ มลั ติมเิ ตอรว์ ดั
วงจรไฟฟา้ นัน้ ๆ ต้องคำนึงถึงข้ัวของมลั ติมเิ ตอร์ และขั้วแรงดันของแหลง่ จ่ายในวงจร ต้องเหมือนกนั โดยยดึ
หลักการต่อวดั ดังนี้ ใกล้บวกต่อบวก ใกล้ลบตอ่ ลบ จึงสามารถวดั คา่ ปรมิ าณนนั้ ๆได้ สว่ นปริมาณไฟฟ้าชนิดไฟ
กระแสสลับ ( AC ) ไม่ว่าเป�นแรงดันหรือกระแสขณะตอ่ มลั ตมิ เิ ตอรว์ ัดวงจรไฟฟ้านน้ั ๆ ไมต่ ้องคำนึงถงึ ขวั้ ของมลั ติ
มเิ ตอร์และข้ัวแรงดนั ของแหลง่ จ่ายในวงจร
28
ความสำคัญอกี ประการหนึง่ คอื การตงั้ ย่านวัดปรมิ าณไฟฟา้ ตอ้ งตั้งย่านวดั ปริมาณใหถ้ ูกต้องตามชนิดของปริมาณ
ไฟฟา้ นน้ั ๆ เพราะการตัง้ ย่านวัดผดิ ชนิดอาจมีผลทำให้มัลติมิเตอร์ชำรดุ เสียหายได้ และการต้ังย่านวัดท่ีเหมาะสม
เป�นสิง่ จำเปน� เช่นกัน จะช่วยใหก้ ารอ่านค่าการวดั มคี วามถูกต้องมากขน้ึ การวัดปริมาณไฟฟ้าบางอย่างต้องทำการ
ปรับแต่งมเิ ตอรก์ ่อนการวัดคา่ เสมอ เช่น การวัดความต้านทาน การวัดจะถูกต้องได้ ก่อนการวัดคา่ ต้องปรบั แต่ง
มเิ ตอร์ก่อนทุกครง้ั
ออสซลิ โลสโคป สรา้ งขนึ้ มาเพอ่ื วัดแรงดนั ของสญั ญาณ วดั เวลาของสัญญาณ วัดความถี่ของสญั ญาณ และ
ดรู ปู ร่างของสัญญาณ ออสซิลโลสโคปที่ผลิตข้นึ มามหี ลายรุ่น หลายแบบและหลายย่ีห้อ จำเป�นต้องทำการศึกษา
คู่มือการใช้เครอ่ื งให้เข้าใจกอ่ นนำออสซิลโลสโคปไปใช้งาน
เครื่องกำเนิดสัญญาณและความถี่ ทำหน้าที่ให้กำเนิดสัญญาณรูปร่างต่างๆ ขึ้นมา เป�นสัญญาณที่มี
มาตรฐาน สามารถควบคุมปรับแต่งได้ทั้งระดับความแรง และความถี่ โดยทำหน้าที่เป�นแหล่งกำเนิด สัญญาณ
มาตรฐาน เพ่อื ใชง้ านในการตรวจสอบปรับแต่ง วัดเปรยี บเทียบค่าหรอื ใชอ้ ้างองิ
3. สมรรถนะประจำหนว่ ย / สมรรถนะประจำแผนการจดั การเรยี นรู้
4. การวดั แรงดันและกระแสไฟฟ้ากระแสตรงด้วยมัลติมเิ ตอร์
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
จดุ ประสงคท์ ่วั ไป
4. เพื่อให้มีความรู้เก่ียวกบั การใช้เครอ่ื งมอื วัดไฟฟ้าเบือ้ งตน้ , สว่ นประกอบของมัลตมิ เิ ตอร์, สเกลหน้าป�ด
ของมัลติมิเตอร์,ข้อควรระวงั ในการใชม้ ัลตมิ ิเตอร์, การวัดแรงดนั ไฟตรง, การวัดแรงดันไฟสลบั , การวัด
กระแสไฟตรง, การวัดความต้านทาน, ออสซิลโลสโคป, เคร่ืองกำเนดิ สัญญาณและความถี่
5. เพอ่ื ใหม้ ที กั ษะในการวัดแรงดนั ไฟฟา้ กระแสตรงและกระแสสลับ
6. เพอื่ ใหม้ ีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ การเตรียมความพรอ้ มด้านการเตรียม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏบิ ัติงาน
อย่างถูกต้อง สำเร็จภายในเวลาทีก่ ำหนด มเี หตแุ ละผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
6. อธิบายการใช้เครือ่ งมือวดั ไฟฟา้ เบื้องตน้
7. วเิ คราะหส์ ว่ นประกอบของมลั ติมเิ ตอร์
8. อธบิ ายสเกลหน้าปด� ของมัลตมิ ิเตอร์
9. ช้แี จงข้อควรระวงั ในการใช้มัลตมิ เิ ตอร์
10. บอกวธิ กี ารวัดแรงดนั และกระแสไฟฟา้ กระแสตรง
11. แสดงการวดั วดั แรงดันและกระแสไฟฟา้ กระแสตรง
29
5. เนื้อหาสาระ / สาระการเรียนรู้
ด้านความรู้ (ทฤษฎี)
5. ชนดิ เคร่อื งมือวัดไฟฟ้าเบอ้ื งต้น
6. ส่วนประกอบมลั ติมิเตอรช์ นดิ แอนะลอก
7. ส่วนประกอบสเกลหน้าป�ดมัลติมเิ ตอร์ชนดิ แอนะลอก
8. การใชง้ านมลั ตมิ ิเตอร์ชนดิ แอนะลอก
9. สว่ นประกอบมลั ตมิ ิเตอรช์ นดิ ดิจิตอล
10. การใช้งานมัลตมิ เิ ตอร์ชนดิ ดจิ ติ อล
หมายเหตุ รายละเอยี ดของเนื้อหาสาระจากหนงั สอื เรยี นวิชางานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ด้านทกั ษะ (ปฏิบัต)ิ
4. การวดั แรงดันและกระแสไฟฟา้ กระแสตรง
6. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้
6. ผู้สอนแจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยเรยี นท่ี 2 และการให้ความรว่ มมอื ของนกั ศึกษาในการทำ
กิจกรรม
7. ผสู้ อนให้ผู้เรยี นยกตัวอยา่ งการปฏิบตั ิงานเครือ่ งมอื วัดไฟฟ้าเบอื้ งตน้
8. ผ้สู อนรว่ มมอื กบั ผ้เู รียนอธิบายเครือ่ งมือวดั ไฟฟ้าเบอื้ งตน้ การวัดแรงดันและกระแสไฟฟา้ กระแสตรง
9. ผูส้ อนให้ผเู้ รียนทำการแบง่ นักเรยี นออกเป�น 5 กลุม่ ปฏิบตั งิ านวัดการวัดแรงดนั และกระแสไฟฟ้า
กระแสตรง
7. กจิ กรรมเสนอแนะ/งานทม่ี อบหมาย (ถ้าม)ี
ก่อนเรียน
1. จัดเตรยี มเอกสาร ส่ือการเรยี นการสอนตามทีอ่ าจารย์ผ้สู อนและบทเรียนกำหนด
2. ทำความเขา้ ใจเกีย่ วกับจุดประสงค์การเรียน
ขณะเรียน
1. ศกึ ษาเนอ้ื หา เรื่อง การวดั แรงดันและกระแสไฟฟา้ กระแสตรง
2. รายงานผลหน้าช้นั เรียน
3. อธบิ าย การวดั แรงดันไฟตรงด้วยมัลตมิ ิเตอร์ , การวดั กระแสไฟตรงดว้ ยมลั ตมิ เิ ตอร์
4. สรปุ ผล
หลังเรียน
1. คน้ คว้าเร่อื ง การวดั แรงดนั ไฟฟา้ กระแสสลับ
30
8. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
สื่อสิ่งพิมพ์
หนังสอื เรียนวิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์ อ.พันธศ์ ักดิ์ พฒุ มิ านิตพงศ์
สอื่ โสตทัศน์
รูปภาพ powerpoint
หุ่นจำลองหรอื ของจริง
มัลติมิเตอร์
แหลง่ เรียนรูเ้ พม่ิ เติม
ศกึ ษาคน้ ควา้ จาก google.co.th
งานทีม่ อบหมาย/กจิ กรรมเสนอแนะ (ถ้าม)ี
ค้นคว้าเรอ่ื ง การวัดแรงดันไฟฟา้ กระแสสลบั
9. การวัดผลประเมนิ ผล
กอ่ นเรยี น
ทำแบบทดสอบก่อนเรียน ถาม-ตอบ
ขณะเรียน
ถาม-ตอบ
หลงั เรียน
มอบหมายให้คน้ คว้าเพ่มิ เตมิ จาก google.co.th
ถาม-ตอบ
31
10. บนั ทึกหลังการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้
ภาคเรยี นที.่ ....................สัปดาห์ท่.ี ...........วนั ท่ี...........เดือน..............................พ.ศ.......................
นกั ศึกษา ชั้น................สาขาวิชา..................................สาขางาน..................................กลมุ่ .........
10.1 ผลการใชแ้ ผนการสอน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.2 ผลการเรยี นของนกั เรยี น
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.3 ผลการสอนของครู
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.4 ปญ� หา อปุ สรรคและขอ้ เสนอแนะ
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
32
แบบทดสอบก่อนเรียน
หนว่ ยท่ี 2 เรอ่ื ง เครื่องมือวัดไฟฟ้าเบอื้ งตน้
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำสัง่ เลอื กคำตอบท่ถี ูกต้องทส่ี ดุ เพียงคำตอบเดยี ว
1. มลั ตมิ ิเตอร์คือมิเตอร์อะไร
ก. มิเตอร์วัดแรงดัน กระแส และความตา้ นทานไดใ้ นตวั เดียว
ข. มเิ ตอร์ที่สรา้ งขึน้ มาเพ่อื อำนวยความสะดวกในการใช้งาน
ค. มิเตอรว์ ัดปริมาณไฟฟ้าได้หลายชนิด
ง. ถูกทุกขอ้
2. มลั ติมิเตอร์ทส่ี รา้ งมาใชง้ าน ไม่สามารถวัดปริมาณไฟฟ้าอะไรได้
ก. กระแส ข. แรงดัน
ค. กำลงั ไฟฟ้า ง. ความตา้ นทาน
3. นำมัลตมิ เิ ตอรไ์ ปวดั ค่าแรงดันของแบตเตอร่ีรถยนตต์ ้องต้งั มิเตอร์ย่านใด
ก. DCmA ข. DCV
ค. ACV ง. Ω
4. การวดั ปรมิ าณไฟฟ้าทตี่ อ้ งใชม้ เิ ตอร์ต่ออนกุ รมกบั วงจรตอ้ งตงั้ มเิ ตอรย์ ่านใด
ก. DCmA ข. DCV
ค. ACV ง. Ω
5. มลั ติมิเตอร์ชนดิ แอนะลอก ทต่ี ้องปรับแตง่ มิเตอร์กอ่ นการวัดคา่ เสมอ เพ่ือใช้วัดปริมาณไฟฟ้าอะไร
ก. ความตา้ นทาน ข. กำลังไฟฟ้า
ค. แรงดัน ง. กระแส
6. ปุ่มปรับ 0Ω ADJ ของมัลตมิ ิเตอร์ ใชง้ านร่วมกับมเิ ตอร์ชนิดใด
ก. โวลต์มิเตอร์ ข. โอห์มมเิ ตอร์
ค. แอมมเิ ตอร์ ง. ถกู ทกุ ขอ้
7. ต้องการวดั ความตา้ นทานของอุปกรณ์ไฟฟา้ ควรใช้มิเตอร์ชนดิ ใดเหมาะสมทส่ี ุด
ก. วัตตม์ ิเตอร์ ข. แอมมเิ ตอร์
ค. โอห์มมเิ ตอร์ ง. โวลตม์ ิเตอร์
8. กระจกเงาที่หน้าป�ดมลั ติมิเตอร์ชนดิ แอนะลอกมีไว้เพอ่ื อะไร
ก. เพิ่มความสวยงามให้มัลตมิ ิเตอร์
ข. ช่วยสะท้อนแสงส่องเข็มชีใ้ หเ้ ห็นชดั เจนข้ึน
ค. แยกสเกลแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าออกจากกนั
ง. ชว่ ยใหก้ ารอ่านปรมิ าณไฟฟ้ามีความถูกตอ้ งท่ีสุด
33
9. จากรปู การตัง้ ย่านวัดของมัลติมเิ ตอร์ชนิดดิจติ อลเพอ่ื วัดค่าอะไร
ก. กระแส
ข. แรงดัน
ค. ตวั ไดโอด
ง. ความต้านทาน
10. จากรปู ขอ้ 9 บนหนา้ ปด� เลอื กย่านวัดของมัลติมเิ ตอร์ชนิดดจิ ิตอล คา่ ตัวเลขต่างๆ ทีก่ ำกบั ไว้บอกถงึ
อะไร
ก. คา่ ตำ่ สุดของการใชง้ าน
ข. ค่าสงู สุดทว่ี ดั ได้ในยา่ นนน้ั
ค. คา่ เหมาะสมท่ใี ชว้ ดั ปริมาณไฟฟ้า
ง. คา่ ตายตวั ในการใช้วดั ปรมิ าณไฟฟ้า
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน
หนว่ ยท่ี 2 เร่ือง เครื่องมอื วัดไฟฟา้ เบอื้ งต้น
1. ง 2. ค 3. ข 4. ก 5. ก 6. ข 7. ค 8. ง 9. ค 10. ข
34
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3 หน่วยท่ี 2
วิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์ รหสั วิชา 30100-0003 เวลารวม 12 ชม.
ชอื่ หนว่ ย เคร่ืองมือวัดไฟฟา้ เบอ้ื งตน้
สอนครัง้ ที่ 2
ชอื่ เรอ่ื ง การวัดแรงดนั ไฟฟ้ากระแสสลบั เวลาสอน 4 ชม.
1. หัวข้อเรอื่ ง
1.1 ด้านความรู้ (ทฤษฎี)
11. ชนดิ เครอ่ื งมือวดั ไฟฟา้ เบ้อื งตน้
12. สว่ นประกอบมลั ติมิเตอรช์ นิดแอนะลอก
13. ส่วนประกอบสเกลหน้าปด� มัลตมิ ิเตอร์ชนิดแอนะลอก
14. การใช้งานมลั ตมิ เิ ตอรช์ นดิ แอนะลอก
15. ส่วนประกอบมลั ติมิเตอร์ชนิดดจิ ิตอล
16. การใชง้ านมัลติมเิ ตอร์ชนดิ ดิจติ อล
1.2 ด้านทักษะ (ปฏบิ ตั ิ)
5. การวัดแรงดนั ไฟฟ้ากระแสสลับ
1.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ที่ต้องการให้เกดิ (ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มหลักของคนไทย)
5. เตรยี มความพร้อมด้าน วัสดุ อปุ กรณ์สอดคล้องกับงานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
6. มีความรับผดิ ชอบ ปฏิบตั ิงานได้อยา่ งถกู ต้องในเร่อื งความปลอดภัยและอบุ ัติภยั ต่างๆ และ
สำเร็จภายใน เวลาทกี่ ำหนดอยา่ งมเี หตุและผลตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. สาระสำคญั
มัลติมิเตอร์เปน� มเิ ตอร์ใช้วัดปริมาณไฟฟ้าหลายชนดิ ถูกสรา้ งขน้ึ มาเพอ่ื อำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้
โครงสรา้ งของมลั ติมิเตอร์ประกอบดว้ ยสว่ นประกอบของอปุ กรณ์หลายชนดิ แตล่ ะชนิดมขี นาดเลก็ และบอบบาง
ย่งิ ในสว่ นเคลือ่ นไหวยง่ิ ต้องระมดั ระวงั เพราะชำรดุ เสียหายไดง้ า่ ย หากถกู กระทบกระเทอื นแรงๆ การนำไปใช้
งานตอ้ งมีความระมัดระวังในเรื่องปรมิ าณไฟฟ้าท่จี ะวดั ต้องไม่มากเกนิ กวา่ ย่านที่ต้งั วดั กรณีท่ไี มท่ ราบค่า
ปริมาณไฟฟ้าทจี่ ะวดั ควรตัง้ ย่านวดั สูงสดุ ไวก้ อ่ น
การวดั ปรมิ าณไฟฟา้ ชนดิ ไฟกระแสตรง ( DC ) ไมว่ า่ เปน� แรงดันหรอื กระแส ขณะต่อมลั ติมิเตอร์วดั
วงจรไฟฟา้ น้นั ๆ ต้องคำนึงถึงขั้วของมัลติมเิ ตอร์ และข้วั แรงดันของแหลง่ จา่ ยในวงจร ต้องเหมอื นกนั โดยยึด
หลักการต่อวัดดังน้ี ใกลบ้ วกตอ่ บวก ใกล้ลบต่อลบ จึงสามารถวดั คา่ ปรมิ าณนั้นๆได้ ส่วนปรมิ าณไฟฟา้ ชนดิ ไฟ
กระแสสลับ ( AC ) ไมว่ ่าเปน� แรงดนั หรือกระแสขณะตอ่ มลั ตมิ เิ ตอรว์ ดั วงจรไฟฟ้านนั้ ๆ ไม่ต้องคำนงึ ถงึ ข้ัวของมัล
ติมิเตอร์และขั้วแรงดันของแหลง่ จา่ ยในวงจร
35
ความสำคญั อกี ประการหนง่ึ คอื การต้งั ย่านวดั ปรมิ าณไฟฟา้ ตอ้ งตง้ั ยา่ นวัดปริมาณให้ถูกตอ้ งตามชนิดของ
ปรมิ าณไฟฟา้ นัน้ ๆ เพราะการต้ังย่านวดั ผิดชนดิ อาจมผี ลทำให้มัลติมิเตอร์ชำรุดเสียหายได้ และการต้ังยา่ นวัดท่ี
เหมาะสมเป�นส่ิงจำเปน� เชน่ กัน จะชว่ ยให้การอา่ นคา่ การวัดมีความถูกต้องมากข้นึ การวดั ปรมิ าณไฟฟ้าบางอยา่ ง
ตอ้ งทำการปรบั แต่งมเิ ตอร์ก่อนการวดั ค่าเสมอ เช่น การวัดความต้านทาน การวัดจะถูกต้องได้ กอ่ นการวัดคา่
ต้องปรับแตง่ มเิ ตอรก์ ่อนทกุ ครั้ง
ออสซลิ โลสโคป สรา้ งขึ้นมาเพื่อวัดแรงดนั ของสญั ญาณ วัดเวลาของสญั ญาณ วัดความถ่ีของสัญญาณ
และดูรูปรา่ งของสัญญาณ ออสซิลโลสโคปทผ่ี ลิตข้ึนมามหี ลายรนุ่ หลายแบบและหลายยหี่ ้อ จำเป�นตอ้ ง
ทำการศกึ ษาคู่มอื การใช้เครือ่ งใหเ้ ข้าใจก่อนนำออสซลิ โลสโคปไปใชง้ าน
เครอ่ื งกำเนิดสัญญาณและความถี่ ทำหน้าที่ให้กำเนิดสญั ญาณรูปร่างตา่ งๆ ขึ้นมา เป�นสัญญาณท่มี ี
มาตรฐาน สามารถควบคมุ ปรับแต่งไดท้ ้ังระดบั ความแรง และความถ่ี โดยทำหนา้ ทเ่ี ป�นแหล่งกำเนดิ สญั ญาณ
มาตรฐาน เพือ่ ใชง้ านในการตรวจสอบปรบั แตง่ วัดเปรยี บเทียบค่าหรือใชอ้ า้ งอิง
3. สมรรถนะประจำหน่วย / สมรรถนะประจำแผนการจดั การเรียนรู้
5. แสดงความร้เู กี่ยวกบั การวัดแรงดันไฟกระแสสลบั ด้วยมัลตมิ ิเตอร์
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงค์ทั่วไป
7. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้เก่ียวกับการใช้เคร่ืองมือวัดไฟฟ้าเบอื้ งต้น, สว่ นประกอบของมัลตมิ ิเตอร,์ สเกลหน้าป�ด
ของมัลตมิ ิเตอร์,ขอ้ ควรระวงั ในการใช้มัลติมิเตอร์, การวัดแรงดนั ไฟตรง, การวัดแรงดันไฟสลับ, การวัด
กระแสไฟตรง, การวัดความต้านทาน, ออสซิลโลสโคป, เคร่ืองกำเนิดสญั ญาณและความถ่ี
8. เพื่อใหม้ ที กั ษะในการวัดแรงดนั ไฟฟา้ กระแสตรงและกระแสสลบั
9. เพ่ือใหม้ ีเจตคติท่ีดีต่อการเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรยี ม วสั ดุ อปุ กรณ์ และการปฏิบัตงิ าน
อย่างถกู ต้อง สำเรจ็ ภายในเวลาท่กี ำหนด มีเหตแุ ละผลตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
12. อธิบายการใชเ้ คร่ืองมือวดั ไฟฟา้ เบ้ืองต้น
13. วิเคราะหส์ ว่ นประกอบของมัลติมิเตอร์
14. อธิบายสเกลหนา้ ป�ดของมัลติมิเตอร์
15. ชีแ้ จงขอ้ ควรระวังในการใช้มัลติมเิ ตอร์
16. บอกวธิ กี ารวัดแรงดันไฟกระแสสลับ
17. แสดงการวัดแรงดันไฟกระแสสลบั
36
5. เนอื้ หาสาระ / สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (ทฤษฎี)
11. ชนิดเครอ่ื งมือวัดไฟฟ้าเบอื้ งต้น
12. ส่วนประกอบมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก
13. ส่วนประกอบสเกลหน้าป�ดมัลติมเิ ตอร์ชนิดแอนะลอก
14. การใชง้ านมัลตมิ เิ ตอรช์ นดิ แอนะลอก
15. สว่ นประกอบมัลติมเิ ตอร์ชนดิ ดจิ ิตอล
16. การใชง้ านมลั ติมิเตอรช์ นิดดิจิตอล
หมายเหตุ รายละเอียดของเนื้อหาสาระจากหนังสือเรยี นวชิ างานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ด้านทักษะ (ปฏิบตั ิ)
5. การวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลบั
6. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้
10. ทบทวนการใช้เครื่องมือวัดไฟฟา้ เบ้ืองตน้ การวดั แรงดันและกระแสไฟฟ้ากระแสตรง
11. ผ้สู อนร่วมมือกับผู้เรยี นอธิบายเคร่อื งมือวดั ไฟฟา้ เบื้องต้น การวดั แรงดนั ไฟฟา้ กระแสสลบั
12. ผสู้ อนให้ผเู้ รียนทำการแบ่งนกั เรียนออกเป�น 5 กลมุ่ ปฏบิ ัตงิ านวัดการวดั แรงดันไฟฟา้ กระแสสลบั
7. กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมาย (ถา้ ม)ี
กอ่ นเรยี น
1. จัดเตรียมเอกสาร สอื่ การเรียนการสอนตามท่อี าจารยผ์ ูส้ อนและบทเรยี นกำหนด
2. ทำความเข้าใจเกยี่ วกับจุดประสงคก์ ารเรยี น
ขณะเรยี น
1. ศึกษาเนื้อหา เรือ่ ง การวดั แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ
2. รายงานผลหนา้ ชนั้ เรียน
3. อธิบาย การวดั แรงดนั ไฟฟ้ากระแสสลบั ดว้ ยมลั ตมิ ิเตอร์
4. สรปุ ผล
หลงั เรียน
1. ค้นคว้าเรือ่ ง การวัดความต้านทาน
37
8. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้
ส่ือสงิ่ พมิ พ์
หนงั สอื เรยี นวชิ างานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ อ.พันธศ์ กั ด์ิ พุฒมิ านติ พงศ์
สอื่ โสตทศั น์
รูปภาพ powerpoint
หนุ่ จำลองหรอื ของจริง
มัลติมิเตอร์
แหลง่ เรยี นรู้เพิม่ เติม
ศกึ ษาค้นควา้ จาก google.co.th
งานทมี่ อบหมาย/กจิ กรรมเสนอแนะ (ถ้ามี)
คน้ คว้าเรอื่ ง การวัดความต้านทาน
9. การวัดผลประเมนิ ผล
กอ่ นเรยี น
ถาม-ตอบ
ขณะเรยี น
ถาม-ตอบ
หลังเรยี น
มอบหมายใหค้ น้ ควา้ เพิ่มเติมจาก google.co.th
ถาม-ตอบ
38
10. บนั ทกึ หลงั การใช้แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรยี นท.ี่ ....................สัปดาห์ท่.ี ...........วันที.่ ..........เดอื น..............................พ.ศ.......................
นักศึกษา ชั้น................สาขาวิชา..................................สาขางาน..................................กลุม่ .........
10.1 ผลการใช้แผนการสอน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
10.2 ผลการเรยี นของนักเรียน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.3 ผลการสอนของครู
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.4 ป�ญหา อปุ สรรคและขอ้ เสนอแนะ
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
39
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 4 หน่วยที่ 2
วิชา งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ รหัสวิชา 30100-0003 เวลารวม 12 ชม.
ช่อื หนว่ ย เครื่องมือวดั ไฟฟ้าเบอื้ งตน้
สอนครง้ั ท่ี 3
ชอ่ื เรอื่ ง การวัดความตา้ นทาน เวลาสอน 4 ชม.
1. หวั ข้อเรอ่ื ง
1.1 ด้านความรู้ (ทฤษฎี)
17. ชนดิ เครื่องมอื วัดไฟฟา้ เบ้ืองต้น
18. ส่วนประกอบมลั ติมเิ ตอร์ชนดิ แอนะลอก
19. สว่ นประกอบสเกลหนา้ ปด� มัลตมิ ิเตอร์ชนดิ แอนะลอก
20. การใชง้ านมลั ตมิ เิ ตอรช์ นดิ แอนะลอก
21. สว่ นประกอบมัลติมเิ ตอร์ชนดิ ดจิ ิตอล
22. การใช้งานมลั ตมิ ิเตอรช์ นดิ ดิจิตอล
1.2 ดา้ นทกั ษะ (ปฏิบัติ)
6. การวดั ความตา้ นทาน
1.3 คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ที่ตอ้ งการให้เกดิ (ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม และค่านยิ มหลักของคนไทย)
7. เตรยี มความพร้อมดา้ น วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
8. มคี วามรบั ผดิ ชอบ ปฏิบตั งิ านไดอ้ ย่างถูกตอ้ งในเร่อื งความปลอดภยั และอุบัติภยั ต่างๆ และ
สำเรจ็ ภายใน เวลาท่ีกำหนดอย่างมีเหตุและผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. สาระสำคญั
มัลติมิเตอรเ์ ปน� มิเตอร์ใช้วดั ปริมาณไฟฟ้าหลายชนดิ ถูกสร้างขึน้ มาเพอื่ อำนวยความสะดวกตอ่ ผใู้ ช้
โครงสร้างของมลั ติมเิ ตอรป์ ระกอบดว้ ยส่วนประกอบของอปุ กรณ์หลายชนิดแตล่ ะชนิดมขี นาดเลก็ และบอบบาง
ยิง่ ในส่วนเคลอื่ นไหวยง่ิ ต้องระมัดระวงั เพราะชำรดุ เสียหายได้งา่ ย หากถูกกระทบกระเทือนแรงๆ การนำไปใช้
งานต้องมีความระมดั ระวงั ในเรือ่ งปริมาณไฟฟ้าท่ีจะวดั ต้องไมม่ ากเกินกวา่ ย่านที่ต้งั วัด กรณีที่ไม่ทราบคา่
ปรมิ าณไฟฟา้ ทจ่ี ะวดั ควรตัง้ ย่านวัดสงู สุดไวก้ อ่ น
การวดั ปริมาณไฟฟ้าชนดิ ไฟกระแสตรง ( DC ) ไมว่ ่าเป�นแรงดันหรอื กระแส ขณะตอ่ มัลติมเิ ตอรว์ ดั
วงจรไฟฟ้านัน้ ๆ ตอ้ งคำนึงถงึ ขัว้ ของมลั ติมิเตอร์ และขว้ั แรงดันของแหล่งจ่ายในวงจร ต้องเหมือนกันโดยยึด
หลักการต่อวัดดังนี้ ใกล้บวกต่อบวก ใกล้ลบต่อลบ จงึ สามารถวดั ค่าปริมาณนนั้ ๆได้ ส่วนปริมาณไฟฟา้ ชนดิ ไฟ
กระแสสลบั ( AC ) ไม่ว่าเป�นแรงดันหรือกระแสขณะต่อมัลติมิเตอร์วดั วงจรไฟฟ้านน้ั ๆ ไม่ต้องคำนึงถงึ ขว้ั ของมัล
ติมเิ ตอรแ์ ละขว้ั แรงดันของแหล่งจา่ ยในวงจร
40
ความสำคญั อีกประการหนงึ่ คอื การตง้ั ย่านวดั ปรมิ าณไฟฟา้ ต้องตงั้ ยา่ นวัดปริมาณให้ถูกต้องตามชนิดของ
ปริมาณไฟฟ้าน้นั ๆ เพราะการตั้งย่านวัดผิดชนดิ อาจมผี ลทำให้มัลตมิ ิเตอรช์ ำรดุ เสยี หายได้ และการต้ังย่านวัดที่
เหมาะสมเป�นสิง่ จำเปน� เช่นกนั จะช่วยให้การอา่ นคา่ การวดั มีความถูกต้องมากข้ึน การวดั ปรมิ าณไฟฟ้าบางอย่าง
ตอ้ งทำการปรับแตง่ มเิ ตอรก์ ่อนการวดั คา่ เสมอ เช่น การวัดความตา้ นทาน การวดั จะถูกตอ้ งได้ ก่อนการวัดค่า
ตอ้ งปรบั แต่งมิเตอรก์ ่อนทุกครง้ั
ออสซลิ โลสโคป สรา้ งข้ึนมาเพื่อวดั แรงดันของสญั ญาณ วัดเวลาของสญั ญาณ วดั ความถ่ขี องสัญญาณ
และดูรปู ร่างของสญั ญาณ ออสซลิ โลสโคปทผ่ี ลิตขึ้นมามหี ลายรุ่น หลายแบบและหลายยี่ห้อ จำเปน� ตอ้ ง
ทำการศึกษาคู่มอื การใช้เครือ่ งใหเ้ ข้าใจก่อนนำออสซิลโลสโคปไปใช้งาน
เครื่องกำเนดิ สัญญาณและความถี่ ทำหน้าที่ให้กำเนิดสญั ญาณรปู รา่ งตา่ งๆ ขนึ้ มา เป�นสญั ญาณทมี่ ี
มาตรฐาน สามารถควบคมุ ปรบั แตง่ ได้ทั้งระดบั ความแรง และความถี่ โดยทำหน้าทเ่ี ป�นแหล่งกำเนดิ สัญญาณ
มาตรฐาน เพอ่ื ใชง้ านในการตรวจสอบปรบั แต่ง วัดเปรยี บเทยี บคา่ หรือใชอ้ า้ งองิ
3. สมรรถนะประจำหนว่ ย / สมรรถนะประจำแผนการจดั การเรียนรู้
6. แสดงความร้เู กี่ยวกับการวัดความตา้ นทานดว้ ยมัลตมิ ิเตอร์
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
จุดประสงค์ทว่ั ไป
10. เพอื่ ใหม้ ีความรู้เกี่ยวกบั การใช้เคร่อื งมอื วัดไฟฟ้าเบอ้ื งตน้ , สว่ นประกอบของมัลติมเิ ตอร,์ สเกลหน้าป�ด
ของมัลติมิเตอร์,ขอ้ ควรระวังในการใชม้ ัลติมิเตอร,์ การวัดแรงดนั ไฟตรง, การวัดแรงดนั ไฟสลับ, การวัด
กระแสไฟตรง, การวัดความตา้ นทาน, ออสซิลโลสโคป, เครอื่ งกำเนดิ สัญญาณและความถี่
11. เพ่ือใหม้ ีทักษะในการวัดแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ
12. เพ่ือใหม้ เี จตคติที่ดีต่อการเตรียมความพรอ้ มด้านการเตรียม วสั ดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงาน
อยา่ งถูกต้อง สำเรจ็ ภายในเวลาท่กี ำหนด มเี หตแุ ละผลตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
18. อธบิ ายการใชเ้ ครอื่ งมือวดั ไฟฟา้ เบอ้ื งตน้
19. วิเคราะห์ส่วนประกอบของมัลติมิเตอร์
20. อธบิ ายสเกลหน้าปด� ของมัลติมิเตอร์
21. ชแี้ จงข้อควรระวงั ในการใช้มลั ติมเิ ตอร์
22. บอกวิธกี ารวัดความตา้ นทาน
23. แสดงการวดั ความต้านทาน
41
5. เน้ือหาสาระ / สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (ทฤษฎี)
17. ชนิดเครอ่ื งมือวัดไฟฟา้ เบือ้ งต้น
18. สว่ นประกอบมัลติมิเตอร์ชนดิ แอนะลอก
19. ส่วนประกอบสเกลหนา้ ปด� มัลติมเิ ตอร์ชนดิ แอนะลอก
20. การใช้งานมัลติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก
21. ส่วนประกอบมัลติมเิ ตอรช์ นดิ ดิจิตอล
22. การใช้งานมัลตมิ ิเตอรช์ นิดดจิ ิตอล
หมายเหตุ รายละเอียดของเน้ือหาสาระจากหนังสือเรยี นวชิ างานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ดา้ นทักษะ (ปฏบิ ตั )ิ
6. การวัดความตา้ นทาน
6. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้
13. ทบทวนการใช้เครอื่ งมอื วัดไฟฟา้ เบื้องต้น การวดั แรงดนั และกระแสไฟฟ้ากระแสตรง
14. ทบทวนการใช้เครอ่ื งมอื วัดไฟฟา้ เบ้อื งต้น การวดั แรงดนั ไฟฟา้ กระแสสลับ
15. ผ้สู อนร่วมมือกับผ้เู รียนอธิบายเครอื่ งมือวดั ไฟฟ้าเบ้ืองต้น การวัดความต้านทาน
16. ผูส้ อนให้ผูเ้ รยี นทำการแบ่งนักเรยี นออกเป�น 5 กลุม่ ปฏบิ ตั งิ านวดั การวดั ความต้านทาน
7. กจิ กรรมเสนอแนะ/งานทม่ี อบหมาย (ถา้ ม)ี
ก่อนเรยี น
1. จัดเตรยี มเอกสาร สอื่ การเรียนการสอนตามท่ีอาจารยผ์ สู้ อนและบทเรยี นกำหนด
2. ทำความเข้าใจเกย่ี วกบั จุดประสงคก์ ารเรียน
ขณะเรยี น
1. ศึกษาเน้อื หา เร่ือง การวดั ความตา้ นทาน
2. รายงานผลหนา้ ชน้ั เรียน
3. อธบิ าย การวัดความต้านทานมัลติมิเตอร์
4. สรปุ ผล
หลังเรยี น
1. ค้นคว้าเรื่อง แหลง่ กำเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า
42
8. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
ส่ือสิง่ พมิ พ์
หนงั สือเรียนวิชางานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์ อ.พนั ธ์ศกั ดิ์ พุฒมิ านติ พงศ์
สอื่ โสตทศั น์
รปู ภาพ powerpoint
หนุ่ จำลองหรอื ของจรงิ
มลั ตมิ ิเตอร์
แหลง่ เรยี นรู้เพ่มิ เติม
ศกึ ษาค้นควา้ จาก google.co.th
งานท่ีมอบหมาย/กจิ กรรมเสนอแนะ (ถ้าม)ี
ค้นควา้ เรื่อง แหลง่ กำเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า
9. การวัดผลประเมินผล
ก่อนเรียน
ถาม-ตอบ
ขณะเรียน
ถาม-ตอบ
หลังเรยี น
มอบหมายใหค้ ้นควา้ เพ่มิ เตมิ จาก google.co.th
ทำแบบทดสอบหลังเรยี น ถาม-ตอบ
43
10. บันทกึ หลงั การใช้แผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรยี นท่.ี ....................สัปดาห์ท่ี............วันท่ี...........เดอื น..............................พ.ศ.......................
นักศกึ ษา ช้ัน................สาขาวิชา..................................สาขางาน..................................กลุม่ .........
10.1 ผลการใชแ้ ผนการสอน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.2 ผลการเรียนของนกั เรียน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.3 ผลการสอนของครู
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.4 ป�ญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
44
แบบทดสอบหลงั เรยี น
หน่วยท่ี 2 เรือ่ ง เครื่องมือวดั ไฟฟา้ เบื้องต้น
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำสงั่ เลือกคำตอบทถี่ ูกตอ้ งที่สดุ เพยี งคำตอบเดยี ว
1. จากรปู ข้อ 9 บนหน้าปด� เลือกย่านวดั ของมลั ติมิเตอรช์ นดิ ดิจิตอล ค่าตวั เลขต่างๆ ทีก่ ำกบั ไวบ้ อกถึง
อะไร
ก. คา่ ตำ่ สดุ ของการใช้งาน
ข. ค่าสูงสุดที่วดั ได้ในย่านนน้ั
ค. คา่ เหมาะสมที่ใช้วัดปริมาณไฟฟา้
ง. ค่าตายตวั ในการใชว้ ดั ปริมาณไฟฟ้า
2. จากรปู การต้ังย่านวดั ของมัลตมิ เิ ตอรช์ นิดดิจติ อลเพอ่ื วัดค่าอะไร
ก. กระแส
ข. แรงดนั
ค. ตัวไดโอด
ง. ความต้านทาน
3. กระจกเงาท่หี นา้ ป�ดมัลตมิ ิเตอร์ชนดิ แอนะลอกมไี วเ้ พ่อื อะไร
ก. เพ่มิ ความสวยงามใหม้ ัลติมเิ ตอร์
ข. ชว่ ยสะทอ้ นแสงส่องเขม็ ช้ีใหเ้ หน็ ชัดเจนขึน้
ค. แยกสเกลแสดงคา่ ปรมิ าณไฟฟ้าออกจากกัน
ง. ชว่ ยให้การอา่ นปรมิ าณไฟฟ้ามีความถกู ตอ้ งท่ีสุด
4. ตอ้ งการวดั ความตา้ นทานของอปุ กรณ์ไฟฟ้า ควรใช้มิเตอร์ชนดิ ใดเหมาะสมท่สี ุด
ก. วตั ต์มิเตอร์ ข. แอมมิเตอร์
ค. โอหม์ มเิ ตอร์ ง. โวลตม์ ิเตอร์
5. ปมุ่ ปรบั 0Ω ADJ ของมลั ตมิ เิ ตอร์ ใช้งานรว่ มกบั มเิ ตอรช์ นดิ ใด
ก. โวลต์มิเตอร์ ข. โอหม์ มเิ ตอร์
ค. แอมมิเตอร์ ง. ถูกทกุ ขอ้
6. มัลตมิ เิ ตอร์ชนิดแอนะลอก ท่ตี ้องปรับแต่งมิเตอรก์ อ่ นการวัดค่าเสมอ เพอ่ื ใชว้ ัดปรมิ าณไฟฟ้าอะไร
ก. ความตา้ นทาน ข. กำลังไฟฟา้
ค. แรงดัน ง. กระแส
45
7. การวดั ปรมิ าณไฟฟา้ ท่ตี อ้ งใชม้ เิ ตอรต์ ่ออนกุ รมกบั วงจรต้องตัง้ มิเตอร์ย่านใด
ก. DCmA ข. DCV
ค. ACV ง. Ω
8. นำมัลติมิเตอรไ์ ปวัดค่าแรงดันของแบตเตอรร่ี ถยนต์ต้องต้งั มเิ ตอรย์ า่ นใด
ก. DCmA ข. DCV
ค. ACV ง. Ω
9. มลั ตมิ เิ ตอร์ที่สรา้ งมาใชง้ าน ไมส่ ามารถวัดปริมาณไฟฟ้าอะไรได้
ก. กระแส ข. แรงดนั
ค. กำลังไฟฟ้า ง. ความตา้ นทาน
10. มัลติมิเตอร์คือมิเตอรอ์ ะไร
ก. มเิ ตอร์วัดแรงดัน กระแส และความต้านทานได้ในตวั เดียว
ข. มิเตอรท์ ี่สร้างขน้ึ มาเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน
ค. มิเตอร์วัดปรมิ าณไฟฟา้ ไดห้ ลายชนดิ
ง. ถูกทกุ ขอ้
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
หนว่ ยท่ี 2 เรอ่ื ง เครอื่ งมอื วดั ไฟฟ้าเบือ้ งตน้
1. ข 2. ค 3. ง 4. ค 5. ข 6. ก 7. ก 8. ข 9. ค 10. ง
46
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 5 หน่วยท่ี 3
วชิ า งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์ รหัสวิชา 30100-0003 เวลารวม 4 ชม.
ชอื่ หนว่ ย แหล่งกำเนดิ ไฟฟ้าและประเภทไฟฟา้
สอนคร้ังท่ี 1
ช่ือเรอื่ ง ประเภทของไฟฟา้ ที่ถูกผลติ ขนึ้ มาและประเภทของไฟฟา้ เวลาสอน 4 ชม.
1. หวั ขอ้ เร่อื ง
1.1 ดา้ นความรู้ (ทฤษฎี)
23. อะตอมกับไฟฟ้า
24. ไฟฟ้าเกดิ จากการเสยี ดสี
25. ไฟฟ้าเกดิ จากแรงกดดัน
26. ไฟฟา้ เกดิ จากความร้อน
27. ไฟฟ้าเกิดจากปฏกิ ิรยิ าเคมี
28. ไฟฟา้ เกิดจากแสงสวา่ ง
29. ไฟฟา้ เกิดจากสนามแมเ่ หลก็
30. ประเภทไฟฟา้
1.2 ดา้ นทกั ษะ (ปฏบิ ตั )ิ
7. ไฟฟา้ เกิดจากสนามแม่เหลก็
1.3 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ที่ตอ้ งการใหเ้ กดิ (ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ มหลักของคนไทย)
9. เตรยี มความพร้อมดา้ น วัสดุ อุปกรณ์สอดคล้องกับงานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
10. มคี วามรบั ผดิ ชอบ ปฏิบัติงานได้อยา่ งถกู ตอ้ งในเรอ่ื งความปลอดภยั และอุบตั ิภยั ต่างๆ และ
สำเร็จภายใน เวลาท่ีกำหนดอยา่ งมเี หตุและผลตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. สาระสำคญั
แหล่งกำเนิดไฟฟ้าคอื แหล่งกำเนดิ พลังงานไฟฟ้า เพอ่ื ใชป้ ้อนให้อุปกรณไ์ ฟฟา้ ตา่ งๆ เป�นการให้
พลังงานแกอ่ ิเลก็ ตรอนอิสระ ทำใหอ้ เิ ล็กตรอนอิสระวง่ิ เคลื่อนท่ีไปตามอะตอมต่างๆได้ เกิดการเปล่ียนแปลง
พลังงานในรูปต่างๆ เช่น พลังงานกล พลงั งานความรอ้ น พลังงานแสง เป�นต้น ไฟฟา้ เกดิ ขึน้ ได้จากแหลง่ กำเนิด
หลายชนิดแตกตา่ งกนั ไป
ไฟฟ้าเกิดจากการเสยี ดสี เป�นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าทีถ่ ูกคน้ พบมานานกวา่ 2,000 ป� เกิดขึ้นได้จากการนำ
วตั ถุตา่ งกัน 2 ชนิด มาขัดสีกัน ทำใหเ้ กิดความไม่สมดลุ ขึ้นของประจุไฟฟา้ ในวัตถทุ ั้งสองชนดิ วตั ถุท้ังสองแสดง
ศักย์ไฟฟ้าออกมาชนดิ หนง่ึ เปน� ศกั ยบ์ วกอกี ชนิดหน่งึ เป�นศักยล์ บ การเกดิ ไฟฟา้ แบบนม้ี กั เรยี กว่า ไฟฟ้าสถติ
47
ไฟฟ้าเกดิ จากการทำปฏกิ ริ ยิ าทางเคมี ทำได้โดยใช้แทง่ โลหะ2 แท่ง จมุ่ ลงในกรดกำมะถันเจอื จาง ทำ
ให้เกิดการแยกตัวของประจไุ ฟฟา้ ขึน้ เกดิ ความไม่สมดลุ ของประจุไฟฟ้าขน้ึ กับแท่งโลหะท้งั สอง โลหะแทง่ หนึ่งมี
ศกั ยไ์ ฟฟา้ บวก โลหะอกี แท่งหน่งึ มีศกั ยไ์ ฟฟา้ ลบ
ไฟฟา้ เกดิ จากความรอ้ น ทำไดโ้ ดยใช้โลหะ 2 ชนิดเชื่อมติดกันที่ปลายดา้ นหนง่ึ เม่อื ใหค้ วามรอ้ นที่ปลาย
ด้านตอ่ ตดิ กันของโลหะ ทำให้เกิดการแยกตัวของประจุไฟฟ้า เกิดศักย์ไฟฟ้าขนึ้ ทีป่ ลายดา้ นเป�ดของโลหะ
อปุ กรณส์ ร้างใช้งานจรงิ ถูกเรยี กวา่ เทอร์โมคับเป�ล
ไฟฟ้าเกดิ จากแสงสว่าง ถกู กำเนดิ ข้นึ ไดจ้ ากอปุ กรณเ์ ซลล์แสงอาทติ ย์ เป�นอุปกรณ์จำพวกสารกึ่งตัวนำ
เมอื่ มีแสงอาทติ ยห์ รอื แสงสวา่ งมาตกกระทบ ทำให้เกิดการเคลอื่ นทข่ี องอเิ ล็กตรอนอิสระ
ไฟฟา้ เกิดจากแรงกดดัน ผลิตข้นึ ได้จากแรค่ วอตซ์ เม่อื มแี รงกดดันหรือแรงสน่ั สะเทอื นให้แรค่ วอตซ์ แร่
ควอตซ์จะทำให้เกิดไฟฟา้ ข้นึ มา
ไฟฟา้ เกิดจากสนามแม่เหลก็ โดยการตัดผ่านกันของเสน้ ลวดตัวนำและสนามแมเ่ หล็ก ทำให้เกดิ
แรงดนั ไฟฟา้ ชักนำข้ึนท่ีขดลวดตัวนำ
ไฟฟ้าสถิตเป�นไฟฟา้ ทีเ่ กิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ หรอื เกิดจากการเสยี ดสีของวตั ถุ 2 ชนดิ ส่วนไฟฟ้า
กระแสเกดิ ขน้ึ จากแหลง่ กำเนิดไฟฟา้ หลายชนิด ขณะเกิดไฟฟา้ ต้องมีการเคลื่อนทขี่ องอิเล็กตรอนตลอดเวลา
ไฟฟ้ากระแสตรงเปน� ไฟฟา้ ทท่ี ศิ ทางการไหลของกระแสมที ิศทางเดยี ว สว่ นไฟฟ้ากระแสสลับมีทศิ
ทางการไหลของกระแสไฟฟ้าสลับไปสลบั มาตลอดเวลา
3. สมรรถนะประจำหน่วย / สมรรถนะประจำแผนการจดั การเรียนรู้
7. ทดสอบไฟฟา้ เกิดจากสนามแม่เหล็ก
4. จุดประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงค์ท่วั ไป
13. เพอ่ื ให้มีความรู้เกี่ยวกบั ไฟฟ้ากับความเจรญิ ของโลก, ไฟฟ้าเกิดจากการเสยี ดสี, ไฟฟา้ เกิดจากการทำ
ปฏิกริ ิยาทางเคมี, ไฟฟา้ เกดิ จากความรอ้ น, ไฟฟา้ เกิดจากแสงสว่าง, ไฟฟ้าเกดิ จากแรงกดดนั , ประเภท
ของไฟฟ้า, ไฟฟา้ กระแสตรง, ไฟฟ้ากระแสสลับ, ทิศทางการไหลของกระแส
14. เพ่ือให้มีทกั ษะในการทดสอบไฟฟา้ เกดิ จากสนามแมเ่ หลก็
15. เพอ่ื ให้มเี จตคตทิ ี่ดตี อ่ การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อปุ กรณ์ และการปฏิบัติงาน
อย่างถูกต้อง สำเรจ็ ภายในเวลาที่กำหนด มีเหตแุ ละผลตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
24. อธบิ ายไฟฟ้ากับความเจริญของโลก
25. อธิบายไฟฟ้าเกิดจากการเสยี ดสี
26. อธบิ ายไฟฟ้าเกิดจากการทำปฏิกิริยาทางเคมี
27. อธิบายไฟฟา้ เกดิ จากความรอ้ น
28. อธิบายไฟฟ้าเกดิ จากแสงสว่าง
48
29. อธบิ ายไฟฟ้าเกดิ จากแรงกดดัน
30. แยกแยะประเภทของไฟฟ้า
31. อธิบายลักษณะของไฟฟา้ กระแสตรง
32. อธิบายลกั ษณะของไฟฟา้ กระแสสลับ
33. บอกทิศทางการไหลของกระแส
34. ทดสอบไฟฟา้ เกิดจากสนามแม่เหล็ก
5. เนอ้ื หาสาระ / สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (ทฤษฎ)ี
23. อะตอมกบั ไฟฟา้
24. ไฟฟ้าเกดิ จากการเสยี ดสี
25. ไฟฟ้าเกดิ จากแรงกดดนั
26. ไฟฟา้ เกิดจากความรอ้ น
27. ไฟฟา้ เกดิ จากปฏิกิรยิ าเคมี
28. ไฟฟ้าเกิดจากแสงสวา่ ง
29. ไฟฟ้าเกิดจากสนามแม่เหลก็
30. ประเภทไฟฟ้า
หมายเหตุ รายละเอียดของเนอ้ื หาสาระจากหนังสือเรียนวิชางานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ดา้ นทกั ษะ (ปฏิบตั )ิ
7. ไฟฟา้ เกิดจากสนามแมเ่ หลก็
6. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้
17. ผู้สอนแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนของหน่วยเรยี นท่ี 3 และการให้ความรว่ มมือของนักศึกษาในการ
ทำกิจกรรม
18. ผู้สอนให้ผเู้ รยี นยกตัวอย่างการปฏิบตั งิ านแหล่งกำเนิดไฟฟา้ และประเภทไฟฟ้า
19. ผสู้ อนรว่ มมือกบั ผู้เรียนอธิบายแหลง่ กำเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟา้
20. ผู้สอนให้ผ้เู รียนทำการแบ่งนกั เรียนออกเปน� 5 กลุ่ม ปฏบิ ตั ิแหลง่ กำเนิดไฟฟา้ และประเภทไฟฟา้
7. กิจกรรมเสนอแนะ/งานทีม่ อบหมาย (ถา้ ม)ี
กอ่ นเรียน
1. จัดเตรียมเอกสาร ส่ือการเรยี นการสอนตามทอ่ี าจารยผ์ สู้ อนและบทเรียนกำหนด
2. ทำความเขา้ ใจเก่ียวกับจุดประสงคก์ ารเรียน
49
ขณะเรียน
1. ศึกษาเนอ้ื หา เร่ือง ประเภทของไฟฟา้ ทถ่ี ูกผลิตขึ้นมาและประเภทของไฟฟ้า
2. รายงานผลหนา้ ชน้ั เรียน
3. อธิบาย ประเภทของไฟฟ้าท่ถี กู ผลิตขึน้ มาและประเภทของไฟฟ้า
4. สรปุ ผล
หลังเรยี น
1. ค้นคว้าเร่อื ง กฎของโอหม์ กำลังไฟฟ้า และพลงั งานไฟฟ้า
8. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
สอ่ื สง่ิ พมิ พ์
หนงั สือเรียนวิชางานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ อ.พนั ธ์ศักดิ์ พุฒมิ านติ พงศ์
ส่ือโสตทศั น์
รปู ภาพ powerpoint
ห่นุ จำลองหรือของจรงิ
มัลติมิเตอร์
แหลง่ เรียนรู้เพ่มิ เติม
ศึกษาคน้ ควา้ จาก google.co.th
งานท่มี อบหมาย/กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้าม)ี
ค้นควา้ เร่อื ง กฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟา้ และพลงั งานไฟฟา้
9. การวัดผลประเมนิ ผล
กอ่ นเรียน
ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน ถาม-ตอบ
ขณะเรียน
ถาม-ตอบ
หลังเรียน
มอบหมายให้ค้นควา้ เพิม่ เตมิ จาก google.co.th
ทำแบบทดสอบหลังเรียน ถาม-ตอบ
50
10. บันทกึ หลงั การใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนที.่ ....................สัปดาห์ท.่ี ...........วนั ที่...........เดอื น..............................พ.ศ.......................
นักศึกษา ชัน้ ................สาขาวิชา..................................สาขางาน..................................กลมุ่ .........
10.1 ผลการใชแ้ ผนการสอน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.2 ผลการเรียนของนักเรียน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.3 ผลการสอนของครู
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.4 ป�ญหา อปุ สรรคและขอ้ เสนอแนะ
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
51
แบบทดสอบก่อนเรียน
หนว่ ยท่ี 3 เร่อื ง แหลง่ กำเนดิ ไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำสั่ง เลือกคำตอบทถี่ ูกต้องทีส่ ุดเพียงคำตอบเดียว
1. จากทฤษฎอี ะตอมกล่าววา่ ส่วนท่ีเลก็ ที่สุดของวัตถหุ รือสสาร ท่ยี งั คงแสดงคุณสมบัติของวตั ถุ หรือ
สสารเดิมอยู่คอื สว่ นใด
ก. นวิ เคลยี ส ข. โมเลกุล
ค. อะตอม ง. ธาตุ
2. ภายในอะตอมของวตั ถุหรอื สสาร สว่ นทีเ่ คล่ือนทีต่ ลอดเวลาคอื อะไร
ก. นิวเคลยี ส ข. โปรตอน
ค. นิวตรอน ง. อิเลก็ ตรอน
3. วตั ถุ หรือสสาร ทกุ ชนิดมปี ระจุไฟฟา้ ภายในตัวเอง เหตใุ ดในสภาวะปกตจิ งึ ไมแ่ สดงอำนาจไฟฟา้
ออกมา
ก. ศักยข์ องประจุไฟฟ้าเกดิ สภาวะสมดุล ข. พลงั งานภายนอกมีแรงต้านมากกวา่
ค. ศักยไ์ ฟฟ้าถกู ซอ่ นเกบ็ ไว้ ง. ประจไุ ฟฟ้าเสอ่ื มสภาพ
4. ถ่านไฟฉายใชห้ ลักการผลติ ไฟฟา้ จากแหล่งกำเนดิ ไฟฟา้ ชนดิ ใด
ก. ความรอ้ น ข. แรงกดดนั
ค. ปฏกิ ิริยาเคมี ง. สนามแมเ่ หลก็
5. อปุ กรณท์ ่ีให้กำเนดิ ไฟฟ้าจากการสน่ั สะเทอื นคืออะไร
ก. ผลกึ แร่ควอตซ์ ข. เทอรโ์ มคัปเปล�
ค. โวลตาอิกเซลล์ ง. โซลาร์เซลล์
6. การหมนุ ของกังหันลมผลติ ไฟฟา้ ใชห้ ลกั การผลิตไฟฟา้ จากแหลง่ กำเนดิ ไฟฟา้ ชนดิ ใด
ก. ความรอ้ น ข. แรงกดดนั
ค. การเสียดสี ง. สนามแม่เหล็ก
7. อุปกรณ์ทใ่ี ห้กำเนิดไฟฟา้ จากความรอ้ นคอื อะไร
ก. ผลึกแรค่ วอตซ์ ข. เทอรโ์ มคัปเปล�
ค. โวลตาอิกเซลล์ ง. โซลาร์เซลล์
8. เครื่องทำอากาศบริสุทธ์ิใช้หลักการทำงานจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าชนดิ ใด
ก. ความรอ้ น ข. แรงกดดนั
ค. การเสยี ดสี ง. สนามแมเ่ หล็ก
52
9. สาเหตทุ ี่ทำใหเ้ กิดฟ้าผ่าคืออะไร
ก. การถ่ายเทประจไุ ฟฟ้าจากกอ้ นเมฆลงสู่พ้นื ดนิ
ข. เกิดความตา่ งศกั ยไ์ ฟฟา้ ระหว่างสองจุด
ค. การถ่ายเทประจุไฟฟ้าระหว่างกอ้ นเมฆ
ง. เกดิ ความไม่สมดลุ ของประจุไฟฟา้
10. แหลง่ กำเนิดไฟฟา้ ที่จัดอยูใ่ นประเภทไฟฟ้าสถิต คอื ไฟฟ้ากำเนิดได้จากอะไร
ก. ความรอ้ น ข. แรงกดดัน
ค. การเสยี ดสี ง. สนามแมเ่ หลก็
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
หนว่ ยที่ 3 เรอื่ ง แหล่งกำเนดิ ไฟฟา้ และประเภทไฟฟ้า
1. ข 2. ง 3. ก 4. ค 5. ก 6. ง 7. ข 8. ค 9. ก 10. ค
53
แบบทดสอบหลังเรียน
หนว่ ยท่ี 3 เรอ่ื ง แหลง่ กำเนิดไฟฟ้าและประเภทไฟฟ้า
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำส่ัง เลือกคำตอบทถ่ี กู ตอ้ งทส่ี ดุ เพียงคำตอบเดยี ว
1. แหล่งกำเนดิ ไฟฟา้ ท่ีจัดอยูใ่ นประเภทไฟฟ้าสถิต คอื ไฟฟา้ กำเนดิ ไดจ้ ากอะไร
ก. ความรอ้ น ข. แรงกดดัน
ค. การเสียดสี ง. สนามแมเ่ หล็ก
2. สาเหตทุ ่ที ำให้เกิดฟา้ ผ่าคืออะไร
ก. การถา่ ยเทประจไุ ฟฟา้ จากกอ้ นเมฆลงสู่พนื้ ดิน
ข. เกดิ ความต่างศักยไ์ ฟฟา้ ระหว่างสองจดุ
ค. การถ่ายเทประจไุ ฟฟ้าระหว่างก้อนเมฆ
ง. เกดิ ความไม่สมดุลของประจไุ ฟฟา้
3. เครอ่ื งทำอากาศบริสุทธิ์ใชห้ ลักการทำงานจากแหลง่ กำเนิดไฟฟ้าชนดิ ใด
ก. ความรอ้ น ข. แรงกดดนั
ค. การเสียดสี ง. สนามแม่เหลก็
4. อปุ กรณท์ ่ีให้กำเนดิ ไฟฟา้ จากความรอ้ นคืออะไร
ก. ผลึกแรค่ วอตซ์ ข. เทอร์โมคัปเป�ล
ค. โวลตาอิกเซลล์ ง. โซลาร์เซลล์
5. การหมนุ ของกังหันลมผลติ ไฟฟ้าใช้หลักการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าชนิดใด
ก. ความรอ้ น ข. แรงกดดนั
ค. การเสยี ดสี ง. สนามแม่เหล็ก
6. อปุ กรณท์ ใี่ ห้กำเนิดไฟฟ้าจากการสัน่ สะเทอื นคืออะไร
ก. ผลึกแร่ควอตซ์ ข. เทอร์โมคัปเปล�
ค. โวลตาอิกเซลล์ ง. โซลาร์เซลล์
7. ถา่ นไฟฉายใชห้ ลกั การผลิตไฟฟ้าจากแหล่งกำเนิดไฟฟา้ ชนิดใด
ก. ความรอ้ น ข. แรงกดดัน
ค. ปฏกิ ิรยิ าเคมี ง. สนามแมเ่ หลก็
8. วัตถุ หรือสสาร ทุกชนิดมีประจุไฟฟ้าภายในตัวเอง เหตุใดในสภาวะปกติจึงไมแ่ สดงอำนาจไฟฟา้
ออกมา
ก. ศกั ยข์ องประจไุ ฟฟา้ เกิดสภาวะสมดุล ข. พลังงานภายนอกมแี รงตา้ นมากกวา่
ค. ศกั ย์ไฟฟา้ ถกู ซ่อนเก็บไว้ ง. ประจุไฟฟ้าเสือ่ มสภาพ
54
9. ภายในอะตอมของวัตถุหรือสสาร ส่วนทเ่ี คลื่อนที่ตลอดเวลาคืออะไร
ก. นิวเคลียส ข. โปรตอน
ค. นิวตรอน ง. อเิ ลก็ ตรอน
10. จากทฤษฎอี ะตอมกล่าวว่า สว่ นที่เลก็ ท่ีสุดของวัตถหุ รอื สสาร ท่ียังคงแสดงคณุ สมบตั ขิ องวตั ถุ หรือ
สสารเดิมอยูค่ อื สว่ นใด
ก. นิวเคลยี ส ข. โมเลกุล
ค. อะตอม ง. ธาตุ
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
หน่วยที่ 3 เรอ่ื ง แหลง่ กำเนิดไฟฟา้ และประเภทไฟฟ้า
1. ค 2. ก 3. ค 4. ข 5. ง 6. ก 7. ค 8. ก 9. ง 10. ข
55
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6 หนว่ ยที่ 4
วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ รหสั วชิ า 30100-0003 เวลารวม 8 ชม.
ชือ่ หน่วย กฎของโอห์ม กำลังไฟฟ้า และพลงั งานไฟฟ้า สอนคร้ังท่ี 1
ช่อื เรื่อง สมการกฎของโอหม์ เวลาสอน 4 ชม.
1. หัวข้อเร่อื ง
1.1 ด้านความรู้ (ทฤษฎ)ี
31. คณุ สมบตั ขิ องศกั ยไ์ ฟฟ้าและประจไุ ฟฟ้า
32. สมการกฎของโอหม์
33. วธิ ีแปลงหน่วยปรมิ าณไฟฟา้
1.2 ดา้ นทักษะ (ปฏบิ ตั )ิ
8. การใชส้ มการกฎของโอห์ม
1.3 คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ท่ีต้องการใหเ้ กิด (ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ มหลกั ของคนไทย)
11. เตรียมความพรอ้ มด้าน วัสดุ อุปกรณ์สอดคลอ้ งกบั งานได้อยา่ งถูกต้อง
12. มคี วามรับผดิ ชอบ ปฏิบัติงานได้อยา่ งถูกตอ้ งในเรอ่ื งความปลอดภยั และอุบตั ภิ ยั ต่างๆ และ
สำเรจ็ ภายใน เวลาทก่ี ำหนดอย่างมีเหตุและผลตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2. สาระสำคญั
กฎของโอหม์ กำหนดข้ึนมาจากความสัมพนั ธ์ของแรงดนั กระแส และความตา้ นทาน เกดิ ข้ึนตามความ
เปน� จรงิ ของการทำงานในวงจรไฟฟ้า คือวงจรไฟฟา้ ตอ้ งประกอบด้วยสว่ นประกอบอย่างน้อย 3 สว่ น คือแรงดัน
กระแส และความตา้ นทาน วงจรไฟฟา้ จงึ สามารถทำงานได้ ความสมั พันธ์เป�นดงั น้ี จำนวนของกระแสทีไ่ หลใน
วงจรไฟฟา้ เปล่ียนแปลงไปตามคา่ แรงดนั ทจี่ า่ ยให้กบั วงจรน้นั แต่เปลย่ี นแปลงเป�นส่วนกลบั กับความต้านทาน
ในวงจร กฎของโอหม์ เขยี นออกมาเป�นสูตรได้ I = E / R
3. สมรรถนะประจำหนว่ ย / สมรรถนะประจำแผนการจดั การเรียนรู้
8. เขียนสมการกฎของโอห์ม
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
จดุ ประสงคท์ ั่วไป
16. เพือ่ ใหม้ ีความรู้เกีย่ วกับศักย์ไฟฟ้า,กฎของโอหม์ กำลงั ไฟฟ้ากับกฎของโอห์ม พลังงานไฟฟ้า
17. เพ่อื ใหม้ ีทักษะในการเขยี นสมการกฎของโอห์ม การแกป้ ญ� หาวงจรไฟฟา้ ดว้ ยกฎของโอหม์ และคา่
กำลงั ไฟฟา้
18. เพ่ือใหม้ ีเจตคตทิ ่ีดตี ่อการเตรยี มความพร้อมดา้ นการเตรียม วัสดุ อปุ กรณ์ และการปฏิบตั ิงาน
อยา่ งถกู ต้อง สำเรจ็ ภายในเวลาท่ีกำหนด มีเหตแุ ละผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
56
จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
35. บอกความหมายของประจุไฟฟา้ และศักยไ์ ฟฟ้า
36. เปรียบเทยี บความสัมพนั ธข์ องปรมิ าณไฟฟา้ จากกฎของโอห์ม
37. บอกความสัมพนั ธ์ของกำลังไฟฟา้ กบั กฎของโอหม์
38. อธบิ ายความหมายของพลงั งานไฟฟ้า
39. เขยี นสมการกฎของโอห์ม
5. เนื้อหาสาระ / สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (ทฤษฎ)ี
31. คุณสมบตั ิของศกั ย์ไฟฟา้ และประจไุ ฟฟา้
32. สมการกฎของโอห์ม
หมายเหตุ รายละเอียดของเน้อื หาสาระจากหนังสือเรียนวชิ างานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ดา้ นทักษะ (ปฏิบตั )ิ
8. การใช้สมการกฎของโอหม์
6. กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้
21. ผู้สอนแจง้ จุดประสงค์การเรยี นของหน่วยเรียนที่ 4 และการให้ความร่วมมอื ของนักศกึ ษาในการ
ทำกิจกรรม
22. ผูส้ อนให้ผู้เรยี นบอกถึงความสัมพันธข์ องกฎของโอห์ม กำลงั ไฟฟา้ และพลงั งานไฟฟ้า
23. ผูส้ อนร่วมมอื กับผ้เู รียนอธบิ ายสมการกฎของโอห์ม
24. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำการแบง่ นักเรียนออกเป�น 5 กลุม่ ปฏิบัตงิ านสมการกฎของโอห์ม
7. กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่มี อบหมาย (ถา้ ม)ี
กอ่ นเรยี น
1. จดั เตรียมเอกสาร สื่อการเรยี นการสอนตามทอี่ าจารย์ผู้สอนและบทเรยี นกำหนด
2. ทำความเข้าใจเกยี่ วกบั จุดประสงค์การเรียน
ขณะเรียน
1. ศกึ ษาเนอ้ื หา เรอื่ ง สมการกฎของโอหม์
2. รายงานผลหน้าช้ันเรยี น
3. อธิบาย สมการกฎของโอห์ม
4. สรปุ ผล
หลงั เรียน
1. ค้นคว้าเรอื่ ง คำนวณแก้ป�ญหาวงจรไฟฟ้าดว้ ยกฎของโอห์ม
57
8. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
สื่อสงิ่ พิมพ์
หนังสือเรียนวิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อ.พนั ธศ์ ักดิ์ พฒุ มิ านิตพงศ์
สือ่ โสตทัศน์
รปู ภาพ powerpoint
หุ่นจำลองหรอื ของจรงิ
-
แหล่งเรยี นรเู้ พิ่มเติม
ศึกษาคน้ คว้าจาก google.co.th
งานท่มี อบหมาย/กจิ กรรมเสนอแนะ (ถ้าม)ี
คน้ ควา้ เรอื่ ง คำนวณแก้ป�ญหาวงจรไฟฟา้ ดว้ ยกฎของโอหม์
9. การวัดผลประเมนิ ผล
กอ่ นเรยี น
ทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น ถาม-ตอบ
ขณะเรยี น
ถาม-ตอบ
หลงั เรียน
มอบหมายใหค้ ้นคว้าเพิม่ เติมจาก google.co.th
ถาม-ตอบ
58
10. บันทกึ หลงั การใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคเรียนท.่ี ....................สัปดาห์ท.ี่ ...........วนั ท.่ี ..........เดือน..............................พ.ศ.......................
นักศึกษา ชนั้ ................สาขาวิชา..................................สาขางาน..................................กลมุ่ .........
10.1 ผลการใช้แผนการสอน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.2 ผลการเรยี นของนกั เรยี น
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.3 ผลการสอนของครู
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
10.4 ป�ญหา อุปสรรคและขอ้ เสนอแนะ
.............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................