The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เที่ยวกรุงเก่ากับนายก อบจ พระนครศรีอยุธยา E-Book

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dhusarananda, 2023-08-16 09:14:06

เที่ยวกรุงเก่ากับนายก อบจ พระนครศรีอยุธยา E-Book

เที่ยวกรุงเก่ากับนายก อบจ พระนครศรีอยุธยา E-Book

149 มีสถานที่ตั้งเครื่องรับเสด็จและบ่อน�้ำโบราณศักดิ์สิทธิ์ของวัด ประมาณปี2484 พระอุโบสถเดิมพระประธานเป็นศิลปสมัย รัตนโกสินทร์เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ผนังด้านตะวันออก เขียนเป็นภาพพุทธประวัติโดยนายช่างแขก่อนจะทรุดตัวลง หลังคา ได้ทรุดลงมาก่อนทางวัดได้มุงสังกะสีไว้ยังไม่ทันบูรณะผนังพระ อุโบสถก็ทรุดพังลง ทางวัดเตรียมการจะบูรณะแต่ทางกรมศิลปากร ได้เข้ามาซ่อมแทน เดิมเขตกุฎีสงฆ์ที่เป็นเขตสังฆาวาสนั้นอยู่หลังพระอุโบสถติด กับศาลพระเจ้าธรรมิกราช สมัยที่นายปรีดีพนมยงค์สร้างวัด พนมยงค์นั้น เริ่มท�ำการบูรณะพระวิหารมงคลบพิตรแล้วจะน�ำช่าง ชุดเดียวกันมาบูรณะวัดธรรมิกราชต่อแต่มีเหตุการณ์ทางการเมือง เกิดขึ้น ต่อมาสมัยจอมพลแปลกพิบูลสงคราม เป็นนายกฯ ได้มา สร้างกำ�แพงวัดปูพื้นพระวิหารพระนอนและกุฏิสงฆ์ยังไม่แล้วเสร็จ ก็เกิดเหตุทางการเมืองขึ้นอีกจนกรมศิลปากรเข้ามาด�ำเนินการต่อ เศียรพระพุทธรูปหล่อส�ำฤทธิ์เป็นศิลปะสมัยอู่ทอง เดิมอยู่ ในวิหารหลวงมีความศักดิ์สิทธิ์มากกล่าวว่าผู้ใดเป็นคดีความกันมา สาบานต่อหน้าพระพักตร์คนผิดต้องตายหรือมีอันเป็นไปทุกคนเป็น ที่กล่าวขานกันมาก สมัยที่พระยาโบราณราชธานินทร์ เป็นสมุห เทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ใน พระราชวังจันทรเกษม ได้น�ำเศียรพระพุทธรูป นี้ไป ต่อมากรมศิลปากรจึงน�ำไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์ เจ้าสามพระยา ความศักดิ์สิทธิ์จึงคลายไป


150 วัดท่าการ้อง วัดท่าการ้อง เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริม แม่น�้าเจ้าพระยาทางทิศตะวันตกของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ท่ามกลางชุมชนอิสลาม 2 หมู่บ้าน คือ บ้านท่ากับบ้านการ้อง อันเป็นวัดพุทธศาสนาที่อยู่ท่ามกลางชุมชนมุสสิม วัดท่าการ้อง ตั้งอยู่ที่บ้านท่า เป็นวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยม แวะมาสักการะบูชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ นามว่า “พระพุทธรัตน มงคล” หรือที่เรียกกันว่า “หลวงพ่อยิ้ม” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นใน สมัยอยุธยาตอนต้น ขณะที่บ้านเมืองมีความเจริญรุ ่งเรืองและ สงบสุข วัดท่าการ้อง ได้ตกแต่งบริเวณวัดให้สวยงามด้วย ไม้ดอก ไม้ประดับ เป็นระเบียบ รวมทั้งมีห้องน�้าที่ตกแต่งสวยงามจนได้รับ รางวัลชนะเลิศการประกวด สุดยอดส้วมแห ่งปีระดับประเทศ ปี 2549 ประเภทวัดและศาสนสถาน


151 ตลาดน�้ำวัดท่าการ้อง ภายในบริเวณด้านหลังของวัดได้จัดให้ เป็นตลาดน�้ำซึ่งของขายในตลาดก็จะเป็นพวกของกินหลากหลาย ชนิด ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวผัด ของกินเล่น เช่น ก๋วยเตี๋ยวหลอด ส้มตำ�สมุนไพรไก่ทอดข้าวเหนียวลูกชิ้นปิ้งขนมตาลไอศกรีม และ ร้านเครื่องดื่ม ประเภทกาแฟ ชาเย็น ใส่ในกระบอกไม้ไผ่ดูแปลกดี ดื่มแล้วชื่นใจ และ ราคาของกินที่นี่ราคาก็ไม่แพง บริเวณตลาดน�้ำ วัดท่าการ้องเปิดทุกวันเสาร์- อาทิตย์และ วันหยุดนักขัตฤกษ์


152 วัดแม่นางปล×้ม ตั้งอยู่บริเวณคลองเมือง ตรงข้ามหัวรอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่มีความเก่าแก่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาเต็มไปด้วยเรื่องราวต�านาน และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยา อีกทั้งยังคงมีความ งดงามด้วยโบราณสถานที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เดิมเรียกขานว่าวัดท่าโขลง เพราะเป็นจุดที่โขลงช้างผ่าน ก่อนเข้าเพนียด วัดนี้สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 1920 สมัยขุนหลวงพะงั่ว หากข้อมูลนี้ตรงกับความจริง วัดนี้ มีอายุกว่า 640 ปี เลยทีเดียว เป็นหนึ่งในวัดที่ตั้งค่ายของพม่าในการ จุดปืนใหญ่ระดมยิงเข้าไปในกรุงศรีอยุธยา ท�าให้บริเวณนี้มิได้ถูก ท�าลาย สถาปัตยกรรมก่อสร้างแบบไทยโบราณที่คงความสมบรูณ์ มากที่สุด กรมศิลปากรได้จัดขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2538


153 ส ่วนต�ำนานที่เล ่าขานต ่อกันมา กล่าวกันว ่าสมเด็จพระ นเรศวรมหาราช หรือพระองค์ด�ำ ได้เสด็จล่องเรือไปตามแม่น�้ำใน ช่วงเย็น แต่เกิดติดพายุฝนท�ำให้ไม่สามารถเสด็จกลับพระราชวังได้ พระองค์จึงเสด็จขึ้นไปท่าน�้ำบ้านเก่าหลังหนึ่งซึ่งมีหญิงชราอาศัยอยู่ ล�ำพังเพียงคนเดียวด้วยสุรเสียงดังกว่าบุคคลทั่วไป นางจึงอ้อนวอน ขอให้พระองค์ลดเสียงเบาลง เนื่องจากเกรงว่าหากพระเจ้าแผ่นดิน เสด็จผ่านมาจะมีปัญหาเกิดขึ้น หลังจากนั้นก็น�ำผ้าแห้งมาให้ผลัด เปลี่ยน แถมพระองค์ยังทรงขอดื่มสุราเพื่อคลายหนาว ซึ่งหญิงชรา ได้ปฎิเสธไปเนื่องจากเป็นช่วงเข้าพรรษา แต่พระองค์ก็หายอมไม่ จนนางต้องก�ำชับมิให้บอกใคร ตลอดเวลาที่ได้สนทนากับหญิงชรา เรียกพระองค์ว่าลูกทุกค�ำ พร้อมน�้ ำเสียงที่มีจิตเมตตา พอย �่ ำรุ่ง พระองค์ก็เสด็จกลับ หลังจากนั้นก็ให้ข้าราชบริพารไปน�ำหญิงชรา ผู้นั้นมายังพระราชวังต่อมาทราบชื่อว่า นางปลื้ม พระองค์จึงได้เลี้ยง ดูนางเป็นอย่างดีดุจดั่งพระมารดาของพระองค์เอง หลังจากนาง สิ้นชีพก็ได้บรูณะปฎิสังขรณ์“วัดแม่นางปลื้ม” เพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้แก่แม่ปลื้มนั้นเอง พระวิหารเก ่าแก ่ภายใน ประดิษฐาน “หลวงพ่อขาว” หรือ พระพุทธนิมิตมงคลศรีรัตนไตร พระ ประธานองค์สีขาวบริสุทธิ์ มีเพียง พระเกศาเท่านั้นที่ทาสีด�ำ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ท�ำจากปูน เปลือกหอยศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น วิหารแห่งนี้มีประตูตรงกลาง


154 หรือซุ้มประตูที่มองตรงเข้าไปเห็น หลวงพ ่อขาวอย ่างเหมาะสมพอดี ทางวัดจึงได้จัดวางพระพุทธรูป อาทิ พระพุทธรูปปางยืนอุ้มบาตร ปาง ห้ามสมุทร และพระสังกัจจายน์เอา ไว้ให้สาธุชนกราบสักการะ ประตู กลางแห่งนี้แต่เดิมเป็นประตูส�ำหรับ พระมหากษัตริย์เสด็จผ่านเข้าออก ขุนนางและประชาชนธรรมดาไม่อาจเดินผ่านได้จัดเป็นจุดไฮไลต์ ที่ใครๆ มาที่นี้มักไม ่พลาดที่จะถ ่ายรูปซุ้มประตูแห ่งนี้จัดเป็น Unseen แห่งวัดแม่นางปลื้ม ใครๆก็อยากข้ามประตูมิติเพื่อไป กราบไหว้ หลวงพ่อขาวที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ขอสิ่งใด หลวงพ่อช่วยให้สมหวังและต้องกลับมาอีกครั้ง ปัจุจบันนิยมน�ำ ขนมจีนน�้ำยามาถวายเพื่อขอโชคลาภ


155 วัดเชิงท่า เป็นวัดที่มีชื่อเรียกกันหลากหลาย อาทิวัดตีนท่า วัดติณ วัดคลัง วัดโกษาวาสน์หรือ วัดคอยท่า ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อของ วัดเชิงท่า แทบทั้งสิ้น ด้วยเป็นวัดเก่าโบราณ สร้างขึ้นในรัชสมัย สมเด็จพระรามาธิบดีที่1 หรือ พระเจ้าอู่ทองแต่ไม่ปรากฏว่าใคร เป็นผู้สร้าง เหตุที่ เรียกว่าวัดตีนท่าเนื่องจากเป็นท่าข้ามเรือของ ฝั่งเกาะเมือง แล้วมาขึ้นฝั่งที่วัดเชิงท่านั้นเอง ส่วนที่มาของ ชื่อ วัดติณ น่าจะมาจากการที่มีการรวบรวมหญ้า เพื่อน�ำให้ช้างม้า ในวัง ในช่วงสมัยสมเด็จพระเพทราชาลงมาจนถึงรัชกาล สมเด็จพระเจ้าบรมโกศ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีหลักฐานว่าเมื่อครั้ง เจ้าพระยาโกษาธิบดี(ปาน) เป็นราชทูต กลับจากประเทศฝรั่งเศส แล้วได้ปฏิสังขรณ์วัดนี้และเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดโกษาวาส” ครั้นพอ สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศก็ได้มีการปฏิสังขรณ์อีกครั้งจึงได้มีการ เรียกวัดนี้ว่า วัดคลัง


156 ส่วนตามต�ำนานเล่าสืบทอดกันว่า มีเศรษฐีผู้หนึ่งสร้างเรือน หอให้แก่บุตรสาวซึ่งหนีตามชายคนรักไป และไม่เคยย้อนกลับมาหา ผู้เป็นบิดาแต่อย่างใด จึงได้ถวายเรือนหอนั้นให้แก่วัดที่ตนสร้างขึ้น จึงได้ชื่อว ่า วัดคอยท่า ท�ำให้ หลวงจักรปาณีได้น�ำมาเป็นบท ประพันธ์และปรากฎใน นิราศทวารวดี วัดนี้ถือเป็นวัดที่มีความผูกพันกับพระราชประวัติของ พระเจ้าตากสิน และยังเป็นวัดแห่งต�ำนานระหว่างพระเจ้าตากกับ รัชกาลที่1 ซึ่งทรงพบกันเมื่อครั้งยังผนวช ครั้งแรกเมื่อครั้งเยาว์วัย เจ้าพระยาจักรีพ่อบุญธรรมน�ำเด็กชายสิน เข้าส�ำนักการศึกษากับ พระอาจารย์(มหาเถร) ทองดีท�ำให้ได้เรียนหนังสือขอมไทย เรียน คัมภีร์พระไตรปิฎก ส่วนครั้งที่สอง หลังจากที่เข้าถวายตัวเป็น มหาดเล็ก เมื่อมีอายุครบ 21 ปีจึงได้กราบถวายบังคมลาอุปสมบท ต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์และจ�ำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ต่อ มานายทองด้วงได้อุปสมบทที่วัดใกล้กันๆ คือ วัดมหาทลาย ท�ำให้ พระภิกษุทั้ง 2 รูปได้เจอกันบ่อยครั้ง เช้าวันหนึ่งขณะพระภิกษุทั้ง 2รูป บิณฑบาตร มีซินแสชาวจีนเดินผ่านมาพบพระภิกษุสินและ ภิกษุทองด้วง ได้กล่าวว่า ไม่น่าเชื่อเลยที่ได้เห็นกษัตริย์ไทยสององค์ มาเดินบิณฑบาตด้วยกันอย ่างนี้ต่อไปในภาคหน้าพระคุณเจ้า ทั้งสองจะได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แต่พระภิกษุทั้งสองรูปรู้สึก ข�ำขันหาได้ใส่ใจไม่ ปัจจุบัน สำ� นักโบราณคดีกรมศิลปากร ได้กำ� หนดให้วัดเชิงท่า เป็นแหล่งโบราณสถานของชาตินอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา


157 ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2540 วัดเชิงท่าแบ่งพื้นที่ได้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วน กลุ่มโบราณสถาน และส่วนสังฆาวาส ปรางค์ประธาน ลักษณะเป็นปรางค์สมัยอยุธยา อายุ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 22 ตั้งอยู่บนฐานไพทีฐานสูงรูป สี่เหลี่ยมจัตุรัส ปรางค์ประธาน มียอดนพศูลท�ำด้วยส�ำริดรูป ลักษณะเหมือนฝักเพกา วิหาร เป็นส่วนที่เชื่อมต่อจากมุขปรางค์ไปทางทิศใต้หน้า วิหารหันไปทางทิศใต้ตรงสู่แม่น�้ำลพบุรีภายในวิหารยังคงความ เก ่าแก ่ดั้งเดิมไว้ ที่หน้าต ่างมีบานมูลี่ไม้หนา (มีแห ่งเดียวใน ประเทศไทย) วาดลวดลายภาพอันมีเรื่องราว เจดีย์ราย บริเวณหน้าวิหารและอุโบสถมีเจดีย์หลายรูปแบบ เช่น เจดีย์เหลี่ยม เจดีย์กลม และองค์ระฆังเป็นกลีบมะเฟือง เป็นต้น เจดีย์ทรงเครื่องซึ่งเป็นเจดีย์ ขนาดเล็กเป็นเจดีย์ที่น่าสนใจ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น ลักษณะเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยม จัตุรัสย่อมุม ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารสร้างใหม่สมัยรัตนโกสินทร์ ประมาณรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รูปแบบ สถาปัตยกรรมคล้ายกับศาลาการเปรียญที่วัดกุฎีดาว พื้นและหลังคา


158 เป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้องลด3ชั้น ส่วนที่เป็นหน้าบันแกะจ�ำหลัก ด้วยลวดลายกระหนก ประกอบภาพเทพนมตรงกลาง ภายในศาลา ตกแต่งด้วยภาพเขียนอันวิจิตรงดงามและทรงคุณค่ายิ่งผนังอาคาร เองก็มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพสีแบบไทย ส่วนสังฆาวาส เป็นที่ตั้งของอาคาร เสนาสนะ กุฏิสงฆ์ตั้ง อยู่บริเวณนอกก�ำแพง แก้วทางด้านทิศตะวัน ออกและอีกหนึ่งสิ่ง ส�ำคัญของวัดเชิงท ่านี้ก็คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังของศาลา การเปรียญโดยฝีมือครูแขและคณะ เป็นจิตรกรรมสีฝุ่น


159 ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ อยุธยาเป็นจังหวัดหนึ่งที่ มีศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ และพิพิธภัณฑ์ให้เลือกชมหลายแห่ง และพระราชวังที่คนนิยมไปท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ตัวพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วย อาคารหลัก 3 อาคาร 1. หมู่อาคารเรือนไทย สร้างคร่อมอยู่บนสระ จัดแสดงเพื่อ รักษารูปแบบเรือนไทยแบบภาคกลางและจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ ต่าง ๆ ภายในเรือนอาศัยของคนไทยภาคกลางในอดีต 2. อาคารศิลปะในประเทศไทย เป็นอาคาร 2 ชั้น จัดแสดง ศิลปวัตถุสมัยต ่างๆ ที่รวบรวมได้จากจังหวัดอยุธยา เช่น สมัย ทวารวดี(พระพุทธรูปหินประทับยืนบนหัวของพนัสบดีพระพุทธรูป ส�ำริดประทับยืนปางประทานพร)สมัยศรีวิชัย(เศียรพระส�ำริด)สมัย ลพบุรี(พระพุทธรูปส�ำริดปางประทานพร ปางนาคปรก พระโพธิสัตว์ อวโลกิเตศวร)สมัยสุโขทัย(เครื่องกระเบื้องเคลือบต่างๆโดยเฉพาะ


160 ตุ๊กตา) สมัยเชียงแสน สมัยอยุธยา (ฐานพระพุทธรูปท�ำจากดินเผา มีรูปพระแม่ธรณีและเศียรพระพุทธสาวกที่ท�ำจากดินเผา) สมัย รัตนโกสินทร์(แผ่นหินอ่อนจ�ำหลักเรื่อง รามเกียรติ์จากวัดโพธิ์) 3. อาคารตึกเจ้าสามพระยา เป็นอาคารหลักที่ส�ำคัญที่สุด เพราะเก็บศิลปวัตถุอยุธยาชิ้นที่ถือว่าส�ำคัญๆ พระราชวังบางปะอิน ตั้งอยู ่ริมถนนปราสาททอง ตําบลบางเลน เป็นอีกหนึ่ง สถานที่ท ่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอําเภอบางปะอินและจังหวัด พระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างโดยพระเจ้าปราสาททอง เนื่องจากบริเวณเกาะบางปะอินเป็นที่ประสูติของพระองค์และเป็น เคหสถานเดิมของพระมารดา พื้นที่ของพระราชวังบางปะอินนั้น แบ่งออกเป็น 2ส่วน ได้แก่ เขตพระราชฐานชั้นนอก


161 พระที่นั่งวโรภาษพิมาน เขตพระราชฐานชั้นนอก นั้น เป็นบริเวณที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู ่หัวทรงใช้ส�ำหรับการออกมหาสมาคมหรือประกอบ พระราชพิธีต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วย • หอเหมมณเฑียรเทวราช หรือ ศาล พระเจ้าปราสาททอง สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2415-2419เป็นปรางค์ศิลาจ�ำลองแบบ จากปรางค์ขอม ประดิษฐานเทวรูปพระเจ้า ปราสาททอง ตั้งอยู่ ณ ริมสระน�้ำใต้ต้นโพธิ์ • พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ จ�ำลองมาจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาทในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้สร้างพระบรมรูปหล่อส�ำริดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวขนาดเท่าพระองค์จริงในฉลองพระองค์เต็มยศจอมพล ทหารบกเพื่อน�ำมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งองค์นี้


162 • พระที่นั่งวโรภาษพิมาน รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2415เพื่อใช้เป็นที่เสด็จออกว่าราชการ และใช้เป็นที่ประทับ เป็นตึก2ชั้น ศิลปะแบบคอรินเทียนออร์เดอร์ ปัจจุบัน พระที่นั่งองค์นี้ยังใช้เป็นที่ ประทับแรมของพระบรมวงศ์เมื่อ เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระราชวังบางปะอิน • สภาคารราชประยูร เป็นตึกสองชั้น ตั้งอยู่ริมน�้ำ รัชกาล ที่5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2419ส�ำหรับ เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอฯในรัชกาลที่5สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้า มหาวชิรุณหิศ และเจ้านาย ฝ่ายหน้า ปัจจุบัน ใช้เป็นที่ แสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้อง กับพระราชวังบางปะอิน • กระโจมแตร เป็น กระโจมขนาดกลางแบบ Gazebo สร้างในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยู ่หัวตั้งอยู ่เยื้อง กับพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์


163 • เรือนแพพระที่นั่ง รัชกาลที่5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้สร้างขึ้นเป็นเรือนแพแบบไทยสร้างด้วยไม้สักทองหลังคามุง ด้วยจากภายในจัดแบ ่งห้องเป็นสัดเป็นส ่วนรัชกาลที่5ใช้เป็นที่ ประทับพักแรมในการเสด็จประพาสต้นและทรงส�ำราญพระอิริยาบถ ทางน �้ ำ โดยพระองค์ เคยประทับเรือนแพ พระที่นั่งไปทรงรับ พระราชชายาเจ้าดารา รัศมีจากเมืองเชียงใหม่ ด้วย เขตพระราชฐานชั้นใน • หอวิฑูรทัศนา และ พระที่นั่งเวหาศน์จ�ำรูญ เขตพระราชฐานชั้นใน เชื่อมต่อกับเขตพระราชฐานชั้นนอก ด้วยสะพานที่มีลักษณะพิเศษ คือมีแนวฉากคล้ายบานเกล็ดกั้นกลาง ตลอดแนวสะพาน เพื่อแบ่งเป็นทางเดินของฝ่ายหน้าด้านหนึ่งและ ฝ่ายในอีกด้านหนึ่ง ซึ่งฝ่ายในสามารถมองลอดออกมาโดยตัวเอง ไม่ถูกแลเห็น สะพานนี้เชื่อมจากพระที่นั่งวโรภาษพิมานกับประตู เทวราชครรไล ซึ่งเป็นประตูทางเข้าพระราชฐานชั้นในซึ่งเป็น ที่ประทับของพระมหากษัตริย์สมเด็จพระอัครมเหสีพระบรม วงศานุวงศ์ฝ่ายใน และข้าบาทบริจาริกา ประกอบด้วย


164 • พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร เป็นพระที่นั่งองค์ประธานของ พระราชวังบางปะอิน เดิมเป็นเรือนไม้2ชั้น แต่เกิดไฟไหม้พระที่นั่ง ระหว ่างการบูรณะเมื่อปีพ.ศ.2481 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงได้ขอพระบรม ราชานุญาตให้สร้างพระที่นั่งองค์นี้ ขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นที่ประทับในการ เสด็จแปรพระราชฐาน และรับรอง พระราชอาคันตุกะ • หอวิฑูรทัศนาสร้างขึ้นในรัชกาลที่5เพื่อ ใช้เป็นที่ทอดพระเนตรโขลงช้างป่าและภูมิประเทศ โดยรอบพระราชวัง เป็นหอสูง 3 ชั้น ทาสีเหลือง สลับแดง • เก๋งบุปผาประพาสสร้างขึ้น ในรัชกาลที่ 5 ทรงใช้เป็นที่พักผ่อน พระราชอิริยาบถภายในพระราช อุทยาน • พระที่นั่งเวหาศน์จ�ำรูญ เป็นพระที่นั่งองค์สุดท้ายที่สร้าง ขึ้นในรัชกาลที่ 5 โดยมีรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน เป็นพระที่นั่ง ที่สร้างขึ้นโดยชาวสยามเชื้อสายจีน ฮากกาเพื่อถวายแด่รัชกาลที่5 พระที่นั่ง องค์นี้ยังใช้ประกอบพระราชพิธีสังเวย พระป้ายจนถึงปัจจุบัน


165 • พระต�ำหนักฝ่ายใน เป็นหมู่พระต�ำหนักตำ� หนักและเรือน ของพระบรมวงศ์ฝ่ายใน เป็น อาคารที่มีสถาปัตยกรรมแบบ ตะวันตกชั้นเดียวและสองชั้น เรียงรายกัน แต่ในปัจจุบัน ได้ มีการรื้อต�ำหนักลงบางส่วน • อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทา กุมารีรัตน์ เป็นอนุสาวรีย์ที่รัชกาลที่ 5 ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ซึ่งสวรรคต ในระหว ่างการเสด็จแปรพระราชฐานมายัง พระราชวังบางปะอิน • อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ เป็นอนุสาวรีย์ที่รัชกาลที่ 5 ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้า ศิริราชกกุธภัณฑ์สมเด็จพระเจ้า บรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าพาหุรัตมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์และสมเด็จ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า ตรีเพ็ชรุตม์ธ�ำรง ซึ่งสิ้นพระชนม์ ภายในปีเดียวกัน


166 วัดนิเวศธรรมประวัติ วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ในสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายตั้งอยู่ ที่ต�าบลบ้านเลน อ�าเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2421 เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่ส�าหรับบ�าเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน ใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมกอทิกเลียนแบบโบสถ์คริสต์ พระอุโบสถของวัดนั้น สร้างเลียนแบบโบสถ์คริสต์ โดยภายในประดิษฐาน“พระ พุทธนฤมลธรรโมภำส” เป็น พระประธาน โดยพระวรวงศ์ เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ


167 ทรงออกแบบ โดยลักษณะที่ผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยม และศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีพุทธลักษณะคล้ายสามัญ ชน นอกจากนี้บริเวณฐานชุกชีก็มีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขน แบบโบสถ์และฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าของพระประธานนั้น เป็น พระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ที่ประดับด้วยกระจกสี ไม่เสียค่าเข้าชม • พระอุโบสถ เป็นพระอุโบสถแบบ โกทิกภายในประดิษฐานพระพุทธนฤมล ธรรโมภาส • หอพระคันธารราษฎร์ เป็น หอพระภายในประดิษฐานพระคันธาร ราษฎร์ปางขอฝน            ➠ • หอพระพุทธศิลา เป็นหอพระ ภายในประดิษฐานพระพุทธศิลา ปางนาคปรกสมัยลพบุรี


168 • พระบรมรูปพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว เป็นพระบรมรูป ทรงม้า ➠ • สุส านสวนหินดิศกุล อนุสรณ์เป็นสวนหินส�ำหรับ ประดิษฐานพระอัฐิของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำ�รงราชานุภาพ เจ้าจอมมารดาชุ่ม ในรัชกาล ที่4และราชสกุลดิศกุล • ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นต้นที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงปลูกไว้หน้าพระอุโบสถ


169 ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ศูนย์ศิลปาชีพนี้มุ่งฝกอาชีพเกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรม ต่างๆวิชาที่สอนให้แก่เกษตรกรได้แก่ การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ จากเส้นใยพืช การแกะสลัก การจักสาน การท�าตุ๊กตา การท�า ดอกไม้ประดิษฐ์ การท�าเครื่องเรือน การทอผ้า ฯลฯ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรนี้สร้างขึ้นตามพระราชด�าริของสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2527 มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกอบรม งานช่างฝีมือและศิลปะไทยแก่ประชาชนในพื้นที่ อันจะเป็นการเพิ่ม รายได้พร้อมรักษางานศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบไป


170 ปัจจุบันศูนย์มีแผนกงานฝีมือต่างๆ มากกว่า30แผนก เช่น เครื่องสาน เครื่องเคลือบดินเผา เครื่องหนัง เครื่องเรือนไม้ตุ๊กตา ชาววัง เป่าแก้ว แกะสลัก ปักผ้า ทอผ้า ฯลฯ เราสามารถเข้าชมได้ ตามความเหมาะสมทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 9.00–16.00 น. ส�ำหรับการท่องเที่ยวส่วนอื่นๆ ภายในศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร มีดังนี้ สวนนก มีนกไทย ประจ�ำถิ่นกว ่า 100 ชนิด จุดเด่นคือกรงเปิดขนาดใหญ่ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมแบบสวน ป่าคล้ายคลึงธรรมชาติผู้เข้าชมสวนนกมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท เปิด 9.00-17.00 น. หยุดวันจันทร์


171 วังปลา หรือสถาน แสดงพันธุ์สัตว์น�้ำ เป็นอะควา เรียมจัดแสดงพันธุ์ปลาน�้ำจืด ประจ�ำถิ่นทั้งเล็กและใหญ ่ นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการให้ ความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และเรื่องราวด้านทรัพยากรน�้ำ ไม่มีค่า ใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเข้าชม เปิด10.00-16.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ หมู่บ้านศิลปาชีพ เรือนไทยสะท้อนให้เห็นถึง บ้านเรือนความเป็นอยู ่ของ ผู้คนในอดีตแต ่ละภูมิภาค รวมทั้งจัดแสดงงานหัตกรรม ของท้องถิ่นต่างๆไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการเข้าชม เปิดทุกวัน 8.30-17.00 น.


172 นอกจากนี้ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรยังตั้งอยู่ริมแม่น�้าเจ้าพระยา ริมน�้าจัดท�าเป็นสวนหย่อมและพื้นที่ส�าหรับพักผ่อนหย่อนใจ รับรอง เลยว ่าต้องใช้เวลาทั้งวันเชียวล ่ะหากอยากจะเที่ยวภายในศูนย์ ให้หมดครบถ้วน ที่ตั้ง : ทำงหลวงหมำยเลข 3309 (บำงปะอิน-บำงพูน) ต.ช้ำงใหญ่ อ.บำงไทร ห่ำงจำกวงแหวนต่ำงระดับบำงปะอิน ประมำณ 15 กิโลเมตร ติดต่อ : 035-366-253, 035-366-402


173 พิพิธภัณฑ์ศิลปŠแผ่นดิน พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการ งานฝีมือช่างของสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรดา และผลงานศิลป หัตถกรรมของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ แบ ่งการจัดแสดงเป็นหมวดหมู ่ โดย มีเครื่องบรรยายส่วนตัว (Audio Guide) พร้อมจอบรรยายและจอ ทัชสกรีนแสดงข้อมูลต่าง ๆ ของชิ้นงาน โถงทางเข้า จัดแสดงห้องปีกแมลงทับสีเขียวเหลือบรุ้งวิจิตร สวยงาม ผนังตกแต่งด้วยงานสานย่านลิเภาสอดปีกแมลงทับ ห้องนิทรรศการใหญ่ จัดแสดงงานฝีมือ อาทิ เครื่องเงินเครื่อง ทอง, ลงยาสี, หมู ่เรือพระที่นั่งจ�าลองจากขบวนเรือพระราชพิธี ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงศ์ เรือพระที่นั่งมงคลสุบรรณ และเรือพระที่นั่งศรีประภัศรไชย ซึ่งกลางล�าเรือประดิษฐานบุษบก ทองค�าประกอบฉัตร และฉากไม้แกะสลักเรื่องสังข์ทองและหิมพานต์


174 ชั้น 2จัดแสดงฉากถมทองขนาดใหญ่เรื่อง“รามเกียรติ์” บท พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย วรรณคดีส�ำคัญ ที่ถ่ายทอดผ่านงานถมทองในรูปแบบ 3 มิติ ฉากขนาดใหญ่ 2 ด้าน เป็นงานปักเส้นไหมด้วยวิธีโบราณ โดยใช้เส้นไหมน้อยหรือเส้นเล็กที่สุดของรังไหม ปักไล่ระดับและแสง เงาให้เกิดเป็นภาพที่มีมิติงดงาม ประดับด้วยดิ้นทองเลื่อมระยิบและ แก้วด้านที่หนึ่งเล่าเรื่อง“หิมพานต์”ด้านที่สองเล่าเรื่อง“อิเหนา” บุษบกมาลา จ�ำลองแบบจากพระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักร พรรดิพิมาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งจ�ำลอง เช่น พระที่นั่งพุดตานถมทอง สร้างจ�ำลอง แบบพระที่นั่งพุดตานจ�ำหลักไม้วังหน้า และพระที่นั่งพุดตาน คร�่ำทอง สร้างจ�ำลองแบบพระที่นั่งพุดตานจ�ำหลักไม้ที่พระบรม มหาราชวัง เป็นต้น


175 นอกจากนิทรรศการผลงานช่างฝีมือชิ้นเอกแล้ว ภายในพื้นที่ ยังมีร้านจ�ำหน่ายของที่ระลึกผลิตภัณฑ์ของสถาบันสิริกิติ์, มูลนิธิส่ง เสริมศิลปาชีพฯ, มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาฯ ร้านภูฟ้า, โครงการ กำ�ลังใจฯ, มูลนิธิจุฬาภรณ์ถักร้อยสร้อยรักและพิพิธภัณฑ์ผ้าฯร้าน ขนมไทย ขนมหวานจากวิทยาลัยในวังหญิง ร้านกาแฟ Museum in the Forest พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ตำ� บลเกาะเกิดอำ� เภอบางปะอิน จังหวัด พระนครศรีอยุธยา 13160 โทรศัพท์: 035352995/0 3535 5995/ 0 2283 9557 เว็บไซต์: http://www.artsofthekingdom.com เปิดท�ำการ : วันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา10.00-15.30 น. (จ�ำหน่ายบัตร 9.45-15.00 น.) / ปิดท�ำการ : ทุกวันจันทร์- วัน อังคาร, เทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ เข้าชมฟรี: 3 มิถุนายน, 28 กรกฎาคม, 12 สิงหาคม, 5ธันวาคม และวันเด็กแห่งชาติ/ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ราคา150 บาท นักเรียน,นักศึกษา, ผู้ที่อายุ60 ปีขึ้นไป ราคา75 บาท เฉพาะ ต่างชาติสามารถใช้บัตรเข้าชม พระบรมมหาราชวัง หรือซื้อหน้า พิพิธภัณฑ์


176 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม หรือวังจันทรเกษม หรือ วังหน้า ตั้งอยู่ถนนอู่ทอง ริมแม่น�้าป่าสักมุมทิศตะวันออก เฉียงเหนือของเกาะเมืองใกล้ตลาดหัวรอ วังจันทรเกษมปรากฏ หลักฐานพงศาวดารว ่าสร้างในสมัยสมเด็จพระมหาธรรม ราชาธิราชประมาณ พ.ศ. 2120 เพื่อให้เป็นที่ประทับของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเคยใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จ พระยุพราชและพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ เมื่อคราวเสียกรุงในปี พ.ศ. 2310 วังนี้ได้ถูกข้าศึกเผาท�าลาย เสียหายมากและถูกทิ้งร้าง จนถึงสมัยรัชกาลที่ 4 แห ่งกรุง รัตนโกสินทร์โปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมพระที่นั่งพิมานรัตยาและพลับพลา จตุรมุขไว้เป็นที่ประทับเมื่อเสด็จประพาสพระนครศรีอยุธยาและ พระราชทานนามว่า “พระราชวังจันทรเกษม” เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2436 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานพระที่นั่งพิมาน รัตยาเป็นที่ท�าการของมณฑลกรุงเก่าเมื่อ พ.ศ. 2442 และจนกระทั่ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม


177 เมื่อพระยาโบราณราชธานินทร์ได้เข้ามาด�ารงต�าแหน่งสมุหเทศา ภิบาลมณฑลกรุงเก ่าจึงได้จัดสร้างอาคารที่ท�าการภาคบริเวณ ก�าแพงทางด้านทิศตะวันตกต่อกับทิศใต้ แล้วย้ายที่ว่าการมณฑล จากพระที่นั่งพิมานรัตยามาตั้งที่อาคารที่ท�าการภาคในขณะนั้น กรม ศิลปากรจึงได้เข้ามาดูแลและจัดท�าเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษมจนกระทั่งปัจจุบัน โบราณสถานโบราณวัตถุที่น่าสนใจในพระราชวังจันทรเกษม มีดังนี้ ก�าแพงและประตูวัง ปัจจุบันก่อเป็นก�าแพงอิฐมีใบเสมา มีประตูด้านละ 1 ประตู รวม 4 ด้าน พลับพลาจตุรมุข ตั้งอยู่ ใกล้ประตูวังด้านทิศตะวันออก


178 เป็นพลับพลาเครื่องไม้มีมุขด้านหน้า 3 มุขด้านหลัง 3 มุข เดิมใช้ เป็นท้องพระโรงส�ำหรับออกงานว่าราชการและเป็นที่ประทับ ต่อ มากลายเป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุเรียกว่าอยุธยาพิพิธภัณฑสถาน ปัจจุบันจัดแสดงเครื่องใช้ส่วนพระองค์ที่มีอยู่เดิมภายในพระราชวังนี้ พระที่นั่งพิมานรัตยา จัดแสดงประติมากรรมที่สลักจากศิลา เป็นเทวรูปและพระพุทธรูปนาคปรก ศิลปสมัยลพบุรีพระพุทธรูป ส�ำริดสมัยอยุธยา พระพิมพ์และเครื่องไม้แกะสลัก พระที่นั่งพิสัยศัลลักษณ์หรือ หอส่องกล้อง เป็นหอสูงสี่ชั้น ใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรดวงดาว ตึกที่ท�ำการภาค จัดนิทรรศการถาวร 5 เรื่อง คือ เรื่องศิลปะ สถาปัตยกรรมอยุธยา เครื่องปั้น ดินเผาสินค้าน�ำเข้าและส ่งออกที่ ส�ำคัญของอยุธยา อาวุธยุทธภัณฑ์ ศิลปวัตถุพุทธบูชาและวิถีชีวิตริมน�้ำ ชาวกรุงเก่า  พลับพลาจตุรมุข  พระที่นั่งพิมานรัตยา


179 ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน : และของดีประจ�าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ�าเภอภาชี ผ้าขาวม้า ผ้าขาวม้าหนองเครือบุญ เนื้อ ดี มีสีสันสดใส จุดเด่นของผ้าอยู่ที่ ลายน�้าไหล วิธีการทอผ้าลายน�้าไหล นั้น ผู้ทอจะใช้เชือกปอมัดด้ายให้ ห่างกันประมาณ 1.5 – 2 เซนติเมตร หรือตามความเหมาะสม น�า ด้ายที่มัดเสร็จแล้วไปย้อมเป็นสีต่างๆ แกะเชือกที่มัดออก ผึ่งให้แห้ง น�ามาทอสลับกัน จะได้ลายผ้าเป็นริ้วคล้ายสายน�้าไหล หัวโขน หั วโ ข น เ ป็ นง า น ศิลปะที่ได้รับการสร้างขึ้น อย ่างวิจิตร ประณีตด้วย กระบวนการช่างแบบ ประเพณีไทยที่แสดงออก ถึงภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย คนในชุมชนจึง สานต่อและเก็บรักษาไว้ในแผ่นดิน


180 แคนตาลูป & เมล่อน แหล่งผลิตแคนตาลูปใหญ่ที่สุดอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ต�ำบลระโสม อ�ำเภอ ภาชีจ.พระนครศรีอยุธยาชื่อสวน วาสนา เมล่อน คุณภานุวัฒน์ อรุณโรจน์สิริเป็นผู้จัดการ ท�ำงานระบบ ครอบครัว เป็นฟาร์มที่ได้รับมาตรฐาน GAP (Good Agricultutal Practice) ของกรมส่งเสริมการเกษตรและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีก�ำลังผลิตส่งห้างฯ30ตันต่อเดือน ตลอดปีมีการจัดการด้านการ ปลูกการผลิตการป้องกันก�ำจัดศัตรูพืชที่ได้รับการยอมรับมาตรฐาน การผลิตว่าไม่มีสารพิษตกค้างในผลผลิตที่ส่งออกโดยแบ่งพื้นที่เป็น 3สวน ๆละ 50ไร่ ใช้คนงานดูแล38คน โดยรอบสวนเป็นนาข้าว ดังนั้น การจัดการระบบเป็นการผสมผสานองค์ความรู้ด้านการผลิต ควบคู ่กับการจัดการด้านศัตรูพืช มีวิธีการให้น�้ำ ปุ๋ย และยา ที่เจ้าของฟาร์มปรับวิธีการของตนเองจนสามารถควบคุมการให้ ผลผลิตตามสั่งได้ตลอดทั้งปี เจ้าของฟาร์มยังมีความรู้ทางวิชาการ ที่สามารถพัฒนาสายพันธุ์ที่ดีในต่างประเทศเช่นพันธุ์ไซตามะ พันธุ์ ฮานาบิพันธุ์ซันไช่ พันธุ์อาการ พันธุ์ท๊อปสตาร์ฯลฯ ให้มีลักษณะ และรสชาติเป็นไปตามความต้องการของตลาดมีความหวานของเนื้อ ไม่น้อยกว่า14 บิกซ์จึงควรยกย่องให้เป็นฟาร์มตัวอย่างในเกษตร สมัยใหม่


181 อ.บ้านแพรก ดอกไม้จันทน์ ในสมัยก่อนการจัดงานศพ ยังไม่มีคนฉีดยา หรือวิธีการเก็บรักษาศพไม่ให้มีกลิ่นเหม็น ดังนั้น ในการเผาศพจึงต้องใช้ดอกไม้จันทน์ ซึ่งท�ามา จากไม้จันทน์อันเป็นไม้ที่มีกลิ่นหอม ใช้ควบคู่ กับธูปทองและเทียนทอง เพราะเชื่อกันว่ากลิ่น หอมของดอกไม้จันทน์จะน�าดวงวิญญาณของผู้ที่ล่วง ลับไปสู่สวรรค์ แต่การใช้ดอกไม้จันทน์จะมีอยู่ในที่วงแคบ ใช้เฉพาะ กับผู้มีตระกูลสูงเท่านั้น สามัญชนจะใช้ไม่ได้ เพราะดอกไม้จันทน์ เป็นของสูง ของต้องห้าม และมีราคาแพง ต่อมาสมัย ร.5 เนื่องจาก ดอกไม้จันทน์หายากขึ้น กรมพระยาด�ารงราชนุภาพจึงได้คิดค้นใช้ ไม้จันทน์ท�าเป็นแผ่นบางๆ มัดเป็นช่อ เรียกว่าดอกไม้จันทน์ เพื่อให้ ผู้ที่มาร่วมงานศพน�าไปวางที่เผาศพ ต่อมาจึงแผ่ขยายการใช้ดอกไม้ จันทน์ในหมู่สามัญชน เนื่องจากไม้จันทน์นั้นหายาก จึงมีการน�าไม้ โมกมาท�าแผ่นบางๆ เป็นดอกไม้จันทน์ ต่อมาไม้โมกหายากและ ราคาแพง จึงเปลี่ยนใช้วัสดุอย่างอื่นแทน ซึ่งเป็นวัสดุที่หาง่ายและมี ราคาถูก รูปแบบของดอกไม้จันทน์ได้พัฒนาขึ้น และเปลี่ยนแปลง ไปตามยุคสมัย มีทั้งรูปแบบและสีสันสวยงาม หลากหลายมาก รวม ถึงทัศนคติของคนใช้ดอกไม้จันทน์เปลี่ยนไปเป็นการแสดงความ เคารพและระลึกถึงผู้ที่ตนรักเป็นครั้งสุดท้าย สีสันและความสวยงาม ของดอกไม้จันทน์จึงมีความส�าคัญมากขึ้น หรือวิธีการเก็บรักษาศพไม่ให้มีกลิ่นเหม็น ดังนั้น ในการเผาศพจึงต้องใช้ดอกไม้จันทน์ ซึ่งท�ามา กับธูปทองและเทียนทอง เพราะเชื่อกันว่ากลิ่น


182 ปลาย่าง นางมาลีไข่รัศมีประธานกลุ่ม ได้รับ ความรู้การท�ำปลาย ่างจากคุณยายแฉล้ม คุณแม่เฉลียว ห้องจ�ำปายายแฉล้มเล่าว่า มี ลูกหลายคน มีที่ท�ำนาก็เป็นที่ดอน ท�ำนา ไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควรต้องท�ำอาชีพหาปลา มากินด้วย เพราะมีลูกหลายคน ถ้าได้มา ก็เหลือขายในอดีตยายบอกว่าปลาชุกชุมมากเวลาช่วงปีใหม่ นำ �้ ลด ลงลมโยกต้นข้าว ปลาจะออกจากทุ่งนา หาทางออกจะช่วยกันจับ ได้เป็นล�ำเรือ ตวงขายเป็นปี๊บ จะน�ำมาท�ำน�้ำปลา ปลาร้า และย่าง ไว้กิน ฤดูแล้งยามขาดแคลน ยายบอกว่า ทำ� ปลาย่างเก็บไว้ขายช่วง กลางปีขายดีมากได้ราคา สามารถน�ำไปต้มแกง ต�ำป่นได้ท�ำจน ช�ำนาญ มีชื่อเสียงจนมีชาวบ้านน�ำไปท�ำเป็นแบบอย่างและใช้ปลา ย่าง ปลาเค็ม พกติดตัวเวลาอพยพย้ายที่อยู่ หรือเดินทางไกลเพราะ ปลาย่าง ปลาเค็ม เก็บได้นาน พกพาสะดวก และมีคุณค ่าทาง โภชนาการ ท�ำให้ร่างกายแข็งแรง จากเรื่องราวที่กล่าวมาข้างต้น นางมาลีไข่รัศมีผู้ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญา น�ำความรู้ลองท�ำ ปลาย่างดูบ้างครั้งแรกท�ำไว้กินก่อน มีชาวบ้านมาขอซื้อไปกิน เห็น ว่าอร่อยหอม กินดีมีประโยชน์จนมีชาวบ้านสั่งท�ำจนไม่พอขายและ เมื่อปีพ.ศ.2546 รัฐบาลสนับสนุน การรวมกลุ ่มท�ำผลิตภัณฑ์ โอท็อป นางมาลีไข่รัศมีจึงได้ชวนชาวบ้านมารวมกันท�ำงานเป็น กลุ่ม เพื่อจะได้ผลิตให้ได้มาก พอจำ� หน่ายครั้งแรก มีสมาชิกจำ�นวน


183 10 คน ปัจจุบันมีสมาชิก จ�านวน 25 คน กรมประมงสนับสนุน โรงเรือนจนได้มาตรฐาน อย. ปัจจุบันคนนิยมบริโภคปลาเพื่อสุขภาพ มาก เพราะมีแคลเซี่ยม โปรตีนสูง จนมีสโลแกนว่า กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นยา มัจฉาให้โปรตีน วิตามินมาจากผัก ค�าว่า สุวรรณมัจฉา มาจากค�าว่า - สุวรรณ แปลว่า ทอง เพราะปลาย่าง ย่างจากขี้เลื่อย ไม้สักทอง และกาบมะพร้าว ท�าให้ปลาหอม สีเหลืองเหมือนทอง - มัจฉา แปลว่า ปลา มัจฉาเป็นนางในวรรณคดี เรื่องรามเกียรติ์ ขนมไทย “ขนมไทย” มีอยู่มากมาย หลายอย่าง วันนี้ลองมาท�าความ รู้จักกับขนมไทย แต่ละชนิดเรียก ว ่าหาทานได้ยาก ลักษณะเด ่นๆ ของขนมไทยนั้น จะมีรสชาติ หวาน มัน เนื่องจากน�้าตาลมัก ใช้น�้าตาลมะพร้าวที่มีกลิ่นหอม ส ่วนความมันมักใช้กะทิคั้นสด เน้นเอาหัวๆ เมื่อผสม คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้ว จึงเป็นขนมไทย นานาชนิด ที่มี เอกลักษณ์ของ ความหวานมัน


184 อ�ำเภอพระนครศรีอยุธยา ปลาตะเพียนใบลาน ปลาตะเพียนใบลานกับความเชื่อ ปลาตะเพียนใบลานเป็นงานหัตถศิลป์ฝีมือชาวมุสลิม ในท้องที่ท่าวาสุกรีบ้านหัวแหลมที่อยู่คู่อยุธยามา เป็นเวลาร่วมร้อยปีจนถึงวันนี้ก็ยังนับได้ว่าอยุธยาเป็นแหล่งผลิต ปลาตะเพียนสานใบลานใหญ ่ที่สุดในประเทศ คนไทยคุ้นเคย และใกล้ชิดกับปลาตะเพียนมานานแล้วและสมัยก ่อนเชื่อกันว ่า ปลาตะเพียนเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ กระชอนสาน หมู่ที่1(บ้านมะขามเทศ) ต�ำบลบ้านป้อม อ�ำเภอพระนคร ศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การสานกระชอนเป็น ภูมิปัญญาชาวบ้าน กระชอนเป็นเครื่อง จักสานมีลักษณะเป็นรูโปร ่งสานด้วย ไม้ไผ่เส้นเล็กๆขัดสานกันให้มีรูเล็กๆ ทั่วๆไป ขึงติดกับขอบไม้ไผ่ หวายไม้มี ทั้งรูปกลมและสี่เหลี่ยมมีหูยาวยื่นออก มาเพื่อส�ำหรับวางพาดปากหม้อหรือ ปากชามเพื่อรองรับน�้ำกะทิและใช้เป็นที่จับส�ำหรับใช้ร่อนสิ่งของ ต่างๆโดยมีขนาดหลายขนาดแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่น กรองกะทิหรือน�้ำปลาร้า กรองเมล็ดพันธุ์พืชหรือตากเมล็ดพืชเล็กๆ ใช้ช้อนกุ้ง ปูปลา ตามบริเวณแหล่งน�้ำ หรือร่อนข้าวลีบ เป็นต้น


185 อ�าเภอบางซ้าย ผลิตภัณฑ์ OTOP ขึ้นชื่อของอ�าเภอบางซ้าย คือ เบญจรงค์ งานจักสาน น�าอาหารมาแปรรูป เบญจรงค์ กำรท�ำเครื่องเบญจรงค์ถือได้ว่ำ เปนงำน ด้ำนศิลปหัตถกรรมของไทยที่มีมำตั้งแต่สมัย โบรำณ เครื่องถ้วยเบญจรงค์ของไทยใน อดีตใช้กำรสั่งท�ำที่ประเทศจีนตำมควำมคิด และลวดลำยของไทย การสั่งท�านั้นจะมีช่างของไทยเดินทางไปควบคุมการผลิตเพื่อ ให้ได้รูปลักษณะที่เป็นแบบไทย สมัยกรุงศรีอยุธยาและสมัยกรุง รัตนโกสินทร์ช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19 เครื่องถ้วยเบญจรงค์ของ ราชวงศ์ไทยชั้นสูงได้สั่งท�าที่เมืองจิงเต๋อเจิ้น และจากเตาเผา ที่มณฑลฝูเจี้ยนและกวางตุ้ง เครื่องเบญจรงค์ที่สั่งท�าจากเมือง จิงเต๋อเจิ้น มักเป็นของใช้ในราชส�านักเพราะเนื้อดินปั้นละเอียด แกร่งและช่างมีฝีมือดี เขียนลายได้ละเอียดสวยงาม ปัจจุบันเครื่องเบญจรงค์ได้กลับมาสู่ความนิยม ชาวไทยและ ชาวต่างประเทศได้ใช้เครื่องเบญจรงค์เป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้าน เครื่องเบญจรงค์ถือเป็นของที่ระลึก และของขวัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ สวยงาม หรูหรา และมีคุณค่าสูงส�าหรับ จะใช้ในโอกาสพิเศษ เช ่น ของขวัญ วันแต่งงาน ชาวต่างประเทศได้ใช้เครื่องเบญจรงค์เป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้าน เครื่องเบญจรงค์ถือเป็นของที่ระลึก และของขวัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ สวยงาม หรูหรา และมีคุณค่าสูงส�าหรับ จะใช้ในโอกาสพิเศษ เช ่น ของขวัญ


186 งานจักสาน การสานลายผ้าด้วยไส้ไก่ (การผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น กับการตัดเย็บเสื้อผ้า) จาก ต.ปลายกลัด กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าต�ำบล ปลายกลัดได้มีโอกาสน�ำผลงานของกลุ่มไปจัดแสดงในวันการศึกษา นอกโรงเรียนที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับความสนใจและชื่นชมต่อ ผู้พบเห็น เพราะมีความแปลกใหม่ ไม่มีที่ใดเหมือน ทั้งยังถือว่าเป็น เอกลักษณ์ของการผสมผสานงานหัตถกรรม ของภูมิปัญญาท้องถิ่น ในรูปแบบของศิลปประยุกต์อีกทั้งกิจกรรมที่เกิดขึ้นยังท�ำให้เยาวชน และผู้สูงอายุเกิดความรักซึ่งกันและกันและหวงแหนความ เป็นไทยไว้


187 อ�าเภอบางไทร ตุ๊กตาไม้สัก แคนตาลูป


188 อ�ำเภอนครหลวง มีดอรัญญิก เป็นภูมิปัญญาของช ่างตีมีดชาวเวียงจันทน์ ประเทศลาว ซึ่งย้ายมาตั้งถิ่นฐานในพระนครศรีอยุธยาที่บ้าน ต้นโพธิ์และบ้านไผ่หนอง ปัจจุบันคือพื้นที่ หมู่ที่6และหมู่ที่7ตำ�บล ท่าช้าง อ�ำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยยึดอาชีพ ตีเหล็กหาเลี้ยงชีพท�ำมีดออกขายตามพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งพื้นที่ที่เป็น แหล่งค้าขายแหล่งส�ำคัญในย่านนั้น อ�ำเภอบางบาล ธูป ประชาชนต�ำบลบ้านกุ่ม อาชีพหลักท�ำนา และมีการท�ำก้านธูป เป็นอาชีพเสริม ท�ำกันมานานมาก ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เนื่องจาก สมัยก่อนมีต้นไผ่ปลูกเป็นแนวกันลมและเป็นรั้วบ้าน ชาวบ้านได้นำ� ไม้ไผ่มาใช้จักสานท�ำเป็นของใช้ในครัวเรือน ต่อมาได้เปลี่ยนมาท�ำ ก้านธูป โดยมีพ่อค้าคนกลางเข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านท�ำก้านธูป รับซื้อแล้วน�ำไปท�ำดอกธูปเพื่อส่งจ�ำหน่ายในกรุงเทพฯ


189 พัดสาน “พัดสาน” เป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านอันทรงคุณค่าที่เกิด จากภูมิปัญญาชาวบ้าน มีการประยุกต์ปรับปรุงรูปแบบตลอดเวลา การสานพัดเป็นอาชีพเสริมท�ารายได้ดีภายในครัวเรือน ชาวบ้าน จะสานพัดในช่วงว่างเว้นจากการท�านา เป็นสินค้าพื้นเมืองที่ส�าคัญ อย่างหนึ่งของชาวบ้าน อ�าเภอลาดบัวหลวง - เมล่อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร วิสาหกิจชุมชน เมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา ต�าบลคู้สลอด - เครื่องประดับท�าจากหนังวัวแท้


190 อ�าเภอบางปะหัน งอบ งอบเป็นเครื่องสวมศีรษะส�าหรับกันแดดกันฝน ภายในเป็น โครงไม้ไผ่สานด้วยตอกกรุด้วยใบลาน รูปร่างคล้ายกระจาดคว�่า มีรังงอบส�าหรับสวมศีรษะ ใช้เช่นเดียวกับหมวก งอบมีใช้กันมาก ในชนบทภาคกลาง ในหมู่ชาวไร่ชาวนาชาวสวนและสามัญชนทั่วไป งอบมีประโยชน์ในการใช้สอยเช่นเดียวกับหมวกแต่งอบมีลักษณะ และคุณสมบัติที่พิเศษกว่าหมวก คืองอบมีขนาดใหญ่กว่า กันแดด กันฝนได้ดีกว่า มีน�้าหนักเบา รังงอบสานด้วยไม้ไผ่ส�าหรับสวมศีรษะ มีลักษณะโปร่งระบายอากาศได้ดี เหมาะสมส�าหรับใช้งานกลางแจ้ง ชาวไร่ ชาวนา จึงนิยมใส่งอบท�างานกันมากกว่าการใช้หมวกหรือ ใช้ผ้าโพกศีรษะ งอบ


191 อิฐมอญ อ�าเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นอีกแหล่ง ที่มีอาชีพดั้งเดิมตั้งแต่ปู่ย่าตาทวด เป็นคนมอญ เข้ามาอยู่ในเมือง ไทย แต ่เดิมดินที่น�ามาท�าอิฐมอญเป็นดิน จากแม ่น�้า มีเนื้อละเอียดปนทรายซึ่งเป็น คุณลักษณะพิเศษคือ ไม่เหนียวมากเกินไป แต่ ปัจจุบันดินแม ่น�้า ต้องเสียค่าใช้จ่าย สูงมาก จึงหันมา ใช้ดินจ ากพื้นที่ ลุ ่ม มีคุณสมบัติ เหมือนดินแม ่น�้า เป็นดินสองชั้น ชั้น บนเป็นดินเหนียว ปนทรายมาก ส่วน ชั้นล่างเป็นดินเหนียวล้วน ๆ เมื่อขุดมารวมกัน ก็จะได้ดินเหนียวปน ทรายเนื้อดี นอกจากดินแล้ว ยังประกอบด้วยแกลบ และขี้เถ้าเป็น ส่วนประกอบส�าคัญ ก่อนจะผสมให้เข้ากัน ตากแห้ง และเข้าเตาเผา อิฐมอญที่ดีจะมีสีส้มสดทั่วทั้งก้อน แกร่ง มีคุณภาพสามารถน�าไปใช้ งานได้ทันที อาชีพการท�าอิฐมอญและเครื่องปั้นดินเผา ถือเป็น เอกลักษณ์ของชาวมอญมาแต่โบราณ และมีการสืบทอดมาสู่ลูก หลานกระทั่งปัจจุบัน


192 บ้านทรงไทย จังหวัดอยุธยาได้ชื่อว่า เป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีโบราณ สถานผสมผสานระหว ่างศิลปะและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เฉพาะของชาวจังหวัดอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน สืบทอดกันมาตั้งแต่ บรรพบุรุษ เป็นงานศิลปะที่สวยงามและประณีต ถ้าผ่านไปต�ำบล โพธิ์สามต้น อ�ำเภอบางปะหัน ก็จะได้พบเห็น บ้านทรงไทย ที่สวยงามมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล


193 อ�าเภอผักไห่ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว กองทุนหมู่บ้านผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จ�าหน่าย ข้าวแปรรูป ซึ่งวัตถุดิบจากเกษตรกรในชุมชน และรับจากกลุ่ม เกษตรจังหวัดอ่างทองที่ปลูกข้าวหอมนิล และไรซ์เบอร์รี่ แปรรูป เป็นเครื่องดื่มข้าวกล้องงอก แชมพู ข้าวหอมนิล ครีมนวดผม น�้ามันใส่ผม โดยใช้วัตถุดิบธรรมชาติล้วน ๆ มาแปรรูปโดยไม่มีสารเคมี เป็นออร์แกนิคทั้งหมด สนับสนุนโดย ส�านักงานกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองแห่งชาติ


194 ผลิตภัณฑ์จักสาน ผักไห่ เป็นชื่อของผักไทยโบราณชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็น เถาเลื้อย หรือที่เรียกว่า มะระขี้นก ผู้วิจัยจึงได้แนวความคิดจากใบ ของมะระขี้นกที่มี ลักษณะเป็นแฉกๆ มีสีเขียวมาปรับรูปแบบ โดย น�ามาจักสานให้เป็นลายของตะกร้าหวายเพื่อสร้างความจดจ�าและ เป็นอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของอ�าเภอผักไห่ ซึ่งจากการพัฒนารูปแบบ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ท�าให้กลุ่มจักสานตะกร้าหวาย ได้ต่อยอดการ จักสานลายของตะกร้าหวายเพิ่มขึ้นเป็นลายต้นหมัน ซึ่งเป็นตรา ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้กลุ่มจักสานตะกร้าหวาย ได้รับการคัดเลือกจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าร่วมประกวด Knowledge-Based OTOP : KBO ภายในปีเดียวกัน นอกจากนี้ ผู้วิจัยได้พัฒนารูปแบบของบรรจุภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่ม จักสานตะกร้าหวาย เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าคัดสรรตาม โครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งต�าบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ปี พ.ศ. 2557


195 อ�ำเภอบางปะอิน เครื่องส�ำอางสมุนไพร สมุนไพรบ�ำรุงรักษาเส้นผมมาเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้ รับการถ่ายทอดต่อ ๆ กันมาด้วยความที่ นายอุดรตรีสมบูรณ์เป็น คนชอบศึกษาเรื่องสมุนไพรอยู่แล้ว จึงท�ำสมุนไพรบ�ำรุงผมใช้เอง และแจกจ่ายให้ชาวบ้านได้ทดลองใช้เป็นเวลาหลายเดือน ทุกคนที่ ได้ทดลองใช้ต่างบอกว่าบ�ำรุงรักษาเส้นผมได้ดีมาก และมีคนสนใจ มาสั่งซื้อน�้ำมันบ�ำรุงผมจึงได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มและผลิตสมุนไพร บ�ำรุงผมเพื่อจ�ำหน่าย มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2545ถึงปัจจุบัน โดยปรับปรุง และพัฒนาด้านการผลิตได้แก่ การปรับปรุงกลิ่น รักษาคุณภาพใน การดูแลรักษาเส้นผมและปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยจนกระทั่ง มีลูกค้าใช้กันเป็นประจ�ำลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อได้ทางไปรษณีย์,ซื้อตาม งานแสดงสินค้าทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด,ผ่านตัวแทนจ�ำหน่าย, ที่ท�ำการกลุ่มอาชีพ และมีตัวแทนจ�ำหน่ายสั่งผลิตภัณฑ์ไปจ�ำหน่าย


196 เป่าแก้ว การเป่าแก้ว เชื่อว่าชาวอียิปต์โบราณเป็นชนกลุ่มแรก ที่รู้จักการเป่าแก้ว เป็นงานฝีมือโดยไม่ใช้แม่พิมพ์ โดยอาศัยใช้ รูปแบบจากจินตนาการและศึกษาของจริงตามธรรมชาติทั้งนี้ผู้ผลิต ต้องมีทักษะความช�ำนาญความละเอียดอ่อนและความประณีตเป็น พิเศษ ท�ำให้ผลงานเป็นที่ต้องการและพึงพอใจของตลาดและลูกค้า นายพินิจ ไวยวุฒิบ้านเลขที่ 24/1 หมู่ที่ 2 ต�ำบลบ้านโพ อ�ำเภอ บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงได้สืบสานธุรกิจและพัฒนา รูปแบบจนเป็นที่ยอมรับทั่วไป และพัฒนารูปแบบสินค้า สีสันของ ชิ้นงานตลอดจนออกแบบตู้ส�ำหรับใส ่สินค้าให้ติดแน ่นกับตัวตู้ โดยมีลายไทยสีทองท�ำให้สินค้าสวยงามขึ้นจนเป็นที่ชื่นชอบของ ลูกค้า สะท้อนภูมิปัญญา และบ่งบอกถึงความเป็นไทย


197 อ�าเภอวังน้อย ผ้าไหมชาววัง สืบสานต�านานผ้าไหมยก แห ่งกรุงศรีอยุธยา “บริบทการ ท�างานของเรา สืบสาน รักษา และ ต่อยอดจากรัชกาลที่ 9 สู่รัชกาล ที่ 10 ผู้สนใจเรียนรู้และเข้าเยี่ยม ชมได้ที่ศูนย์เรียนรู้ฯ อ.วังน้อย ซึ่งกว่าจะได้ผ้าแต่ละผืน ไม่ใช่เรื่อง ง่าย เพราะทุกวันที่ทอ น�้าตาร่วง ทุกวัน” ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าใยบัว “ผ้าใยบัว” หรือที่เรียกกัน ทั่วไปว่า “ผ้าเชอรี่ล่อน” ถือเป็น วัสดุแปรรูปชั่งปัจจุบันมีความ ส�าคัญเป็นอย่างมากต่อผู้ประกอบ วิชาชีพการท�าดอกไม้ประดิษฐ์ เพื่อ ใช้เป็นของประดับตกแต่งบ้าน หรือ ส�านักงาน รวมถึงการน�าไปเป็นของขวัญของฝากให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ ในเทศกาลส�าคัญ ๆ เช่น เทศกาลปีใหม่ ฯลฯ


198 อ�าเภอมหาราช มะม่วงกวนส้ม เป็นผลผลิตของชาวบ้านมาเป็นสินค้าหลักและมีเป้าหมาย ที่จะท�าให้ ชื่อ “ส้มแผ ่น” ค�าว ่า “ส้ม” แปลว่า รสเปรี้ยว นั้น คนใน บางท้องถิ่นไม ่รู้ว ่าส้มแผ ่นท�าจาก อะไรแน ่ระหว ่าง ส้มกับมะม ่วง จึงต้องเปลี่ยนชื่อสินค้าใหม่ที่จดจ�าง่ายขึ้นว่า “มะม่วงกวนส้มลิ้ม” องค์ความรู้ที่ได้รับการจัดการความรู้การท�ามะม ่วงกวน ส้มลิ้ม จุดเด่นของผลิตภัณฑ์มีรสชาติเปรี้ยวหวาน สีมะม่วงกวน เป็นสีใสเหลืองทอง ไม่ใส่สี ไม่ใส่สารกันบูด อ�าเภออุทัย หินกลึง (ครกหิน) เป็นภูมิปัญญาของไทยที่มีติดตัวมาจาก สายเลือดความเป็นไทย ได้รับการถ่ายทอดจาก บรรพบุรุษผ่านมาหลายยุคหลายสมัยจากรุ่นสู่รุ่นสืบต่อกันมา ผลิต จากหินอัคนีมีคุณภาพเยี่ยม แข็งแรงและเหนียว ปากครกมีขอบ สาก กลึงเป็นลวดลายคล้ายกระบี่เป็นเอกลักษณ์ ธูปหอมนพรัตน์ ธูปหอมนพรัตน์ กลิ่นหอม ใช้จุดบูชา พระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ เพื่อความเป็น สิริมงคล


Click to View FlipBook Version