The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

๔-นางสาวศุภลักษณ์ อาสนาจันทร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by social study, 2022-05-18 02:45:48

๔-นางสาวศุภลักษณ์ อาสนาจันทร์

๔-นางสาวศุภลักษณ์ อาสนาจันทร์

๔๑

๓ ประเภท คือ ความต้องการความสำเร็จ ความต้องการมีอำนาจ ความต้องการความสัมพันธ์โดย
ความตอ้ งการความสำเรจ็ ท่ีเรยี กว่าแรงจงู ใจใฝส่ มั ฤทธน์ิ ั้น ถา้ บุคคลใดมสี งู จะมคี วามปรารถนาที่จะทำ
สง่ิ หน่งึ ใหล้ ลุ ว่ งไปด้วยดี และแข่งขันกนั มาตรฐานอนั ดเี ย่ียม

๔) ทฤษฎีการคาดหวังของวรูม ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับแรงจูงใจในการ
ทำงานของบุคคล จะประเมินความเป็นไปได้ของผลที่จะบังเกิดขึ้นแล้ว จึงดำเนินการปฏิบัติที่ตน
คาดหวังไว้ การจูงใจขึ้นอยู่กับการคาดหวังของมนุษย์ต่อผลที่เกิดขึ้น ทฤษฎีการคาดหวังของวรูมนี้
ทำนายว่าบุคคลจะร่วมกิจกรรมทเ่ี ขาตาดหวงั ว่าจะไดร้ บั รางวลั หรอื สง่ิ ต่างๆ ที่ปรารถนา

จากการศึกษาทฤษฎคี วามพึงพอใจข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า มนุษย์มกั จะปฏิบัตติ นเพื่อให้
ไดม้ าซง่ึ ความพงึ พอใจซงึ่ เป็นความรู้สกึ ของบุคคลในทางบวก ความชอบ ความสบายใจ ความสุขใจต่อ
สภาพแวดล้อมในด้านตา่ งๆ หรอื เปน็ ความรู้สึกทีพ่ อใจต่อส่งิ ทีท่ ำใหเ้ กดิ ความชอบ ความสบายใจและ
เป็นความร้สู ึกทีบ่ รรลุถึงความตอ้ งการ

๒.๖ งานวิจยั ทเี่ กีย่ วข้อง

๒.๖.๑ งานวิจยั ทเี่ กย่ี วข้องกับการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ
ดารารัตน์ มากมีทรัพย์ (๒๕๕๓)๕๔ ศึกษาเรื่อง การศึกษาผลการคิดอย่างมี

วิจารณญาณและผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นดว้ ยการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้กระบวนการแก้ไขปญั หา
วิชาการเลือกและการใช้สอื่ สารการเรยี นการสอนของนักศึกษาระดบั ปริญญาตรี ผลการวจิ ยั พบว่า ๑)
คะแนนความสามารถทางการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณของนักศกึ ษาทจ่ี ดั การเรยี นแบบผสมผสานโดยใช้
กระบวนการแกป้ ญั หา มีคะแนนเฉลีย่ กอ่ นเรียนเทา่ กับ ๒๕.๙๐ คิดเป็นร้อยละ ๔๙.๘๑ และคะแนน
เฉลี่ยหลังเรยี นเท่ากบั ๔๒.๓๕ คิดเป็นรอ้ ยละ ๘๑.๔๔ โดยมีค่าดัชนปี ระสทิ ธผิ ลความกา้ วหน้าทางการ
คิดวิจารณญาณเท่ากับร้อยละ ๖๓ ๒) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่จัดการเรียนแบบ
ผสมผสานโดยใชก้ ระบวนการแก้ปัญหามีคะแนนเฉลย่ี ก่อนเรยี น ๑๒.๐๐ คดิ เป็นร้อยละ ๓๐.๐๐ และ
ผลการเรียนรู้หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๒๘.๔๑ คิดเป็นร้อยละ ๗๑.๐๓ โดยมีค่าดัชนี
ประสิทธผิ ลความกา้ วหน้าผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนเท่ากับรอ้ ยละ ๕๙

๕๔ ดารารตั น์ มากมที รัพย์, การศึกษาผลการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วย
การเรยี นแบบผสมผสานโดยใชก้ ระบวนการแก้ไขปัญหาวิชาการเลือกและการใชส้ ื่อสารการเรียนการสอนของ
นักศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี, ๒๕๕๓.

๔๒

บุษบง ศรีสุภา (๒๕๕๖)๕๕ ได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดอย่างมี
วิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๖ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมด้วยการ
จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการคิดแบบหมวกหกใบ ผลการศึกษาพบว่า คะแนนจากการทดสอบวัด
การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ ท่ีได้รบั การจดั การเรยี นรู้โดยใช้เทคนิค
การคิดแบบหมวกหกใบ มีคา่ เฉลยี่ เท่ากับ ๒๕.๒๕ คิดเปน็ รอ้ ยละ ๘๔.๑๖ ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ ๘๐ ของ
คะแนนเต็มและมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไปจำนวน ๒๑ คน คิดเป็นร้อยละ
๘๗.๕๐

สำเนยี ง จนั ทร์ลอย (๒๕๕๖)๕๖ ศกึ ษาเร่อื ง การวจิ ยั เชงิ ปฏบิ ตั ิการเพือ่ พฒั นาทักษะ
การคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านทุ่งใหญ่ สำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต ๓ ผลการวิจัยพบว่า ๑) แบบวัดความสามารถการคดิ
อย่างมีวจิ ารณญาณเป็นแบบทดสอบแบบปรนยั ชนดิ ๕ ตัวเลอื ก จำนวน ๔๐ ข้อ มีคา่ ความยากง่าย
เท่ากับ ๐.๒ - ๐.๘๗ และค่าอำนาจจำแนกเทา่ กับ ๐.๒ - ๐.๗๘ แบบฝึกพฒั นาทักษะการคิดอยา่ งมี
วิจารณญาณ ได้ค่าประสืทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน E๑ เท่ากับ ๗๗.๕๐ E๒ เท่ากับ ๗๘.๕๐ ๒)
หลังจากฝึกทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนทั้ง ๕ ด้านแล้ว พบว่าคะแนนหลังเรียนสูง
กว่ากอ่ นเรียนอย่างมนี ัยสำคัญทางสถติ ทิ ี่ ๐.๐๑ คดิ เป็นร้อยละ ๗๘.๕๐ ซึ่งสงู กวา่ เกณฑ์ ที่กำหนดให้
ผ้เู รยี นผ่านเกณฑ์การประเมินความสามารถการคิดวเิ คราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดอย่างมวี ิจารณญาณไม่
น้อยกวา่ รอ้ ยละ ๗๕

ศศิธร พงษ์โภคา (๒๕๕๗)๕๗ ศึกษาเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการคิด
แก้ปญั หาของนกั เรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖ โดยจดั การเรียนรูด้ ว้ ยเทคนคิ การแกป้ ญั หาอนาคตร่วมกบั
แผนผังความคดิ ผลการวจิ ัยพบวา่ ๑) ผลการเรียนรู้ เรื่องมนษุ ย์กับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมของ
นกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๖ หลงั การจดั การเรียนร้ดู ว้ ยเทคนิคการแก้ปญั หาอนาคตร่วมกับแผนพัง
ความคดิ สงู กวา่ กอ่ นเรียนอย่างมีนัยสำคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดบั .๐๕ ซึ่งยอมรับสมมตฐิ านการวจิ ยั ทกี่ ำหนด

๕๕ บุษบง ศรีสุภา, ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณของนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีท่ี ๖ รายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมดว้ ยการจัดการเรียนรูโ้ ดยใช้เทคนิคการคิดแบบหมวกหกใบ,
๒๕๕๖.

๕๖ สำเนียง จันทร์ลอย, การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านทุ่งใหญ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี,
๒๕๕๖.

๕๗ ศศิธร พงษ์โภคา, การพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๖
โดยจดั การเรียนรู้ด้วยเทคนิคการแก้ปัญหาอนาคตร่วมกับแผนผังความคิด, ๒๕๕๗.

๔๓

ไว้ โดยหลงั การรจดั การเรยี นรนู้ ักเรียนมีผลการเรยี นรเู้ รอื่ งมนษุ ย์กับความยง่ั ยืนของสงิ่ แวดลอ้ มสงู กวา่
ก่อนเการจัดการเรยี นรู้ ๒) พัฒนาการความสามารถในการคดิ แก้ปัญหาของนักเรยี นท่ีจัดการเรยี นรู้
ด้วยเทคนิคการแก้ปัญหาอนาคตร่วมกับแผนพังความคิดมีพัฒนาการของความสามารถในการคิด
แก้ปญั หาสงู ขึน้ ตามลำดบั

ณฐั พร ฐติ ิมโนวงศ์ (๒๕๖๒) ๕๘ศกึ ษาเรอ่ื ง การส่งเสริมการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ
และเจตคตเิ ชิงวิทยาศาสตร์ด้วยนวัตกรรมห้องเรยี นกลับด้านเรือ่ ง หนิ ดิน แร่ และธรณีกาล สำหรับ
นกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย ผลการวิจยั พบวา่ ๑) นกั เรียนทเ่ี รยี นด้วยนวตั กรรมหอ้ งเรียนกลับ
ดา้ น เรอื่ ง หนิ ดิน แร่ และธรณกี าล มกี ารรคดิ อย่างมวี ิจารณญาณโดยรวมและรายด้านหลังเรียนสูง
กว่าก่อนเรียนอยา่ งมีนยั สำคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .๐๕ เมื่อวเิ คราะห์เป็นรายดา้ น นักเรียนมคี ะแนนเฉลยี่
ด้านความสามารถในการระบุปญั หาสูงทส่ี ดุ และดา้ นความสามารถในการนริ นัยต่ำท่ีสุด ๒) นักเรียนที่
เรียนด้วยนวัตกรรมห้องเรียนกลบั ด้าน เรื่อง หิน ดิน แร่ และธรณีกาลมเี จตคติเชิงวิทยาศาสตร์หลัง
เรียนสูงกวา่ ก่อนเรยี นอยา่ งมีนัยสำคญั ทางสถิตทิ ีร่ ะดับ .๐๕ โดยหลงั เรียนนักเรยี นมีคะแนนเจตคตเิ ชงิ
วทิ ยาศาสตร์ ดา้ นความเปน็ ปรนยั สูงท่สี ุด และด้านความรอบคอบในการลงขอ้ สรุปมคี ะแนนเฉลี่ยต่ำ
ที่สุด

สหพงศ จั่นนศิริ (๒๕๖๒)๕๙ ศึกษาเรื่อง การพัฒนาทักษะการคิดอย่างมี
วิจารณญาณโดยใชก้ ารจัดการเรียนรู้แบบปัญหาเปน็ ฐานในรายวิชาหลกั การจดั ฟารม์ สำหรับนักเรียน
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ ๒ ผลการวิจัยพบว่า ๑) การสังเคราะห์กระบวนการในการ
จัดการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน ตามแนวคิดของนักวิชาการได้ออกมาเป็น ๕ ขั้นตอน ดังนี้
๑. ขั้นเลือกปัญหาและระบุปัญหา ๒. ขั้นวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา ๓. ขั้นศึกษาข้อมูลในการ
แก้ปัญหา ๔. ขั้นสังเคราะห์ข้อมูลและแก้ปัญหา ๕. ขั้นประเมินผลการแก้ปัญหา ๒) ทักษะการคดิ
อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐานสูงกว่าก่อนเรียน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .๐๑ ๓) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังได้รับการจดั การ
เรียนรแู้ บบปญั หาเป็นฐานสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมนี ยั สำคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดบั .๐๑ ๔) ความพึงพอใจ
ของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบปญั หาเป็นฐานสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทาง
สถติ ทิ ี่ระดับ .๐๑

๕๘ ณัฐพร ฐิติมโนวงศ์, การส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและเจตคติเชิงวิทยาศาสตร์ด้วย
นวตั กรรมหอ้ งเรียนกลบั ด้านเรอื่ ง หิน ดนิ แร่ และธรณีกาล สำหรบั นักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย, ๒๕๖๒.

๕๙ สหพงศ จั่นนศิร,ิ การพฒั นาทักษะการคิดอย่างมวี ิจารณญาณโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบปัญหา
เปน็ ฐานในรายวชิ าหลักการจัดฟารม์ สำหรับนกั เรยี นระดบั ประกาศนียบัตรวิชาชพี ช้นั ปที ่ี ๒, ๒๕๖๒.

๔๔

ดังนัน้ ผู้วจิ ัยจึงได้ทำการศกึ ษาเก่ียวกับการเรียนโดยใชเ้ ทคนิคกระบวนการแก้ไขปัญหาเพื่อ
ศึกษาผลการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้กระบวนการแก้ไขปัญหาซึ่งประอบด้วย ๔ ขั้นตอน คือ
๑) ขั้นวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา ๒) ขั้นการวางแผนในการแก้ไขปัญหา
๓) ข้ันดำเนนิ การแก้ปญั หา ๔) ขน้ั การตรวจสอบและปรบั ปรงุ เพอ่ื การศกึ ษาความสามารถทางการคดิ
อย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนด้วยการจัดการเรียนการสอนโดยใช้
เทคนิคกระบวนการแก้ปญั หา

๒.๖.๒ งานวิจัยทเี่ ก่ยี วข้องกบั กระบวนการแกป้ ัญหา
จิรภา หนูน้อย (๒๕๕๕)๖๐ ศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและ

ความสามารถในการแก้ปัญหา ของนกั เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ทเี่ รยี นวิชาสังคมศึกษาโดยการสอน
แบบการแกป้ ัญหา โดยใช้ส่ือประสมกบั การสอนตามแนวการสอนของหน่วยศึกษานิเทศก์กรมสามัญ
ศึกษา ผลการศึกษาพบว่า ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่ม
ควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑ ความสามารถในการแก้ปัญหาท้ัง ๒ กลุม่
พบว่าหลังการทดลองสูงกวา่ ก่อนการทดลองอย่างมนี ัยสาํ คญั ทางสถติ ทิ ี่ระดบั .๐๑

นิภาภรณ์ กนษิ ฐบุตร (๒๕๕๖)๖๑ ไดศ้ กึ ษาเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา
ภาษาอังกฤษ ของนกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ท่ีเรียนโดยวธิ ีสอนแบบการแก้ปัญหาตามแนวคดิ ของ
เปาโล แฟร กบั วธิ กี ารสอนตามคมู่ ือครู รวมทั้งศึกษาความคิดเหน็ ของนักเรยี นทีม่ ตี อ่ วิธีสอนแบบการ
แกป้ ัญหา จากการศกึ ษาพบว่า นกั เรียนที่เรยี นดว้ ยวธิ กี ารสอนแบบการแกป้ ัญหามีผลสัมฤทธ์ิทางการ
เรียนภาษาองั กฤษสงู กวา่ นักเรียนทีเ่ รยี นดว้ ยวธิ ีสอนตามคู่มอื ครูอยา่ งมีนยั สําคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดบั .๐๕
และนักเรียนกลุ่มทดลองมีความคิดเห็นที่ดีต่อการนําวิธีการสอนแบบแก้ปัญหาไปใช้ในการสอน
ภาษาองั กฤษ

๖๐ จิรภา หนูน้อย, เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหา ของ
นักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ทเ่ี รียนวิชาสังคมศกึ ษาโดยการสอนแบบการแก้ปญั หา โดยใช้ส่ือประสมกับการ
สอนตามแนวการสอนของหนว่ ยศกึ ษานเิ ทศก์กรมสามัญศึกษา, ๒๕๕๕.

๖๑ นิภาภรณ์ กนิษฐบุตร, เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ของนักเรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ทเี่ รยี นโดยวธิ สี อนแบบการแก้ปญั หาตามแนวคิดของ เปาโล แฟร กบั วิธกี ารสอนตามคู่มือครู
รวมท้งั ศกึ ษาความคดิ เห็นของนักเรียนที่มตี อ่ วิธีสอนแบบการแกป้ ญั หา, ๒๕๕๖.

๔๕

๒.๗ กรอบแนวคดิ การวิจัย

การพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วย
กระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปที ี่ ๑ โรงเรียนบ้านสองคอน
ศิรคิ รุ รุ าษฎร์ อำเภอนำ้ พอง จงั หวัดขอนแกน่ การวิจยั ครัง้ นผ้ี วู้ ิจยั ไดศ้ ึกษาแนวคดิ ทฤษฎีและเอกสารที่
เกย่ี วขอ้ ง จึงได้กำหนดกรอบแนวคดิ การวจิ ัย ดงั นี้

ตวั แปรต้น ตัวแปรตาม

การจัดการเรยี นรดู้ ว้ ยกระบวนการ ๑.ความสามารถในการคิด อย่า งมี
แกป้ ญั หา (จอรจ์ โพลยา,๒๕๕๐) วิจารณญาณ ตามแนวคิดของเพ็ญพิสุทธ์ิ
เนคมานุรักษ์ (๒๕๓๗ อ้างถึงใน สำราญ
1) ขน้ั วิเคราะหแ์ ละกำหนด ดวงตานอ้ ย, ๒๕๕๒)
รายละเอียดของปัญหา
๑) ดา้ นการระบปุ ระเด็นปัญหา
2) ขนั้ วางแผนในการแกป้ ญั หา ๒) ด้านการรวบรวมข้อมลู
3) ข้ันดำเนนิ การในการแกป้ ญั หา ๓) ด้านความนา่ เช่อื ถือขอแหล่งข้อมลู
4) ขั้นตรวจสอบและปรบั ปรงุ ๔) ดา้ นการระบลุ กั ษณะของขอ้ มลู
๕) ดา้ นการตงั้ สมมติฐาน
๖) ด้านการลงขอ้ สรปุ
๗) ด้านการประเมินผล
๒. ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น
๓. ความพึงพอใจ

ภาพที่ ๒.๑ กรอบแนวคิดการวจิ ยั

บทที่ ๓

ระเบียบวิธีวิจยั

ในการวิจัยเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้การจัดการ
เรยี นรดู้ ว้ ยกระบวนการแกป้ ญั หา รายวิชา เศรษฐศาสตร์ ของนักเรยี นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ โรงเรยี นบา้ น
สองคอนศิรคิ รุ ุราษฎร์ อำเภอน้ำพอง จังหวดั ขอนแก่น ผวู้ ิจัยได้ดำเนนิ การตามข้ันตอน ดังนี้

๓.๑ รปู แบบการวิจยั
๓.๒ กล่มุ เป้าหมาย
๓.๓ เคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในการวจิ ัย
๓.๔ การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
๓.๕ การวิเคราะหข์ ้อมลู
๓.๖ สถิตทิ ใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มลู

๓.๑ รูปแบบการวิจัย

การวิจัยครั้งนี้ ผูว้ ิจัยไดศ้ ึกษาการพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้
การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการแก้ปญั หา รายวิชา เศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปที ี่ ๑
โรงเรียนบ้านสองคอนศิริคุรุราษฎร์ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เป็นงานวิจัยเชิงทดลอง โดย
งานวิจัยในคร้งั น้เี คร่ืองมอื ทีใ่ ชค้ อื แผนการจดั การเรียนรู้ แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดอย่าง
มวี ิจารณญาณ แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน และแบบประเมินความพงึ พอใจ

๓.๒ กล่มุ เป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายที่ใชในการวิจัยเป็นนักเรียนที่กําลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ จำนวน
๒๖ คน ท่ีกำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ โรงเรียนบ้านสองคอนศิริคุรุราษฎร์
อำเภอน้ำพอง จงั หวัดขอนแกน่

๔๗

๓.๓ เคร่ืองมือทใี่ ช้ในการวิจยั

๓.๓.๑ เครือ่ งมือท่ใี ช้ในการวิจัย
๑) แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๓ เร่อื ง สถาบันการเงนิ กลุม่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา

ศาสนาและวฒั นธรรม สำหรับนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ จำนวน ๓ แผนการจัดการเรยี นรู้
๑) แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๑ เรอื่ ง สถาบนั การเงิน จำนวน ๑ ชั่วโมง
๒) แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒ เรอ่ื ง ธนาคารกลาง จำนวน ๑ ชั่วโมง
๓) แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๓ เรื่อง ความสัมพันธร์ ะหว่างหน่วยเศรษฐกจิ

จำนวน ๑ ชวั่ โมง
๒) แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น จำนวน ๓๐ ข้อ เปน็ แบบปรนยั
๓) แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ จำนวน ๒๐ ขอ้ เป็น

แบบปรนยั
๔) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ โรงเรียนบา้ นสอง

คอนศริ ิครุ รุ าษฎร์ ท่ีไดร้ ับการจดั การเรียนการสอนโดยใช้การจัดการเรยี นรู้ด้วยกระบวนการแก้ปญั หา
กลุม่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน ๑๐ ขอ้

๓.๓.๒ การสร้างและหาประสทิ ธภิ าพของเครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการวิจัย
๑) การสรา้ งแผนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใชร้ ูปแบบกระบวนการแก้ปญั หา
ขน้ั ท่ี ๑ ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

และหลักสูตรสถานศึกษา เพือ่ วเิ คราะห์ในสว่ นของหลักการจัดการเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล
ขนั้ ท่ี ๒ ศึกษาหลักการ วธิ สี อน ด้วยการเรียนร้แู บบกระบวนการแก้ปัญหา

จากเอกสารและงานวิจัยท่เี กย่ี วข้อง
ขนั้ ที่ ๓ สรา้ งแผนการจดั การเรยี นรู้เร่อื ง สถาบนั การเงนิ โดยใช้การเรียนรู้

แบบกระบวนการแก้ปัญหา จำนวน ๓ แผน ๓ คาบเรยี น โดยองคป์ ระกอบของแผนการจัดการเรยี นรู้
ประกอบด้วย ๑) มาตรฐานการเรียนรู้ ๒) ตัวชี้วัด ๓) ข้อสรุปทั่วไป ๔) จุดประสงค์การเรียนรู้
๕) สาระการเรียนรู้ ๖) คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๗) การวัดและประเมินผล ๘) กระบวนการจัดการ
เรียนรู้ ๙) สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑๐) แหล่งเรยี นรู้เพิ่มเติม ๑๑) ภาคผนวก ประกอบด้วย ใบความรู้
ใบงาน (แบบทดสอบหลังเรียน) แบบประเมินจากภาระงาน/ชนิ้ งาน และสื่อการเรียนรู้

ขั้นที่ ๔ นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นเสนออาจารย์ที่ปรึกษา
ตรวจสอบและเสนอแนะเพื่อปรบั ปรุงแก้ไข โดยได้มีการปรับแก้กระบวนการจดั การเรียนรู้ให้ถูกต้อง
ตามขน้ั ตอนในการเรียนร้แู บบกระบวนการแก้ปัญหา และเพิ่มเติมสาระการเรียนรู้ให้ครบถว้ น

๔๘

ขั้นที่ ๕ นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นและได้ปรับปรุงแล้วนำเสนอ
ผู้เชีย่ วชาญตามความเหมาะสม เสนอผเู้ ช่ียวชาญจำนวน ๓ ท่าน คอื อาจารยบ์ ญุ ส่ง นาแสวง, อาจารย์
วิรัตน์ ทองภู, และอาจารย์สริญญา มารศรี เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content
Validity) โดยหาดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับจุดประสงค์การเรียนรู้ (Index of Item
Objective Congruence : IOC) โดยให้ผู้เช่ียวชาญพิจารณา ดงั น้ี

ช่วงคะแนน ๔.๕๐ - ๕.๐๐ หมายถึง เหมาะสมมากทส่ี ุด
ชว่ งคะแนน ๓.๕๐ - ๔.๕๙ หมายถึง เหมาะสมมาก
ชว่ งคะแนน ๒.๕๐ - ๓.๕๙ หมายถึง เหมาะสมปานกลาง
ชว่ งคะแนน ๑.๕๑ - ๒.๕๙ หมายถึง เหมาะสมน้อย
ชว่ งคะแนน ๑.๐๐ - ๑.๕๙ หมายถึง เหมาะสมนอ้ ยที่สดุ
โดยแผนการจัดการเรียนรู้ต้องมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ๓.๕๐ ขึ้นไป จึงจะถือว่า
นำไปใชไ้ ด้ ซ่ึงผลการประเมนิ แผนการเรียนรู้ มคี ่าเฉล่ยี ดังนี้
แผนการเรยี นรู้ท่ี ๑ เรอื่ ง สถาบันการเงิน มีความเหมาะสมอยู่ ๔.๔๐ ซ่ึงอยใู่ นระดบั
ความคิดเห็นเหมาะสมมาก
แผนการเรยี นรทู้ ี่ ๒ เรอ่ื ง ธนาคารกลาง มีความเหมาะสมอยู่ ๔.๕๐ ซงึ่ อยู่ในระดับ
ความคดิ เห็นเหมาะสมทส่ี ดุ
แผนการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง ความสัมพันธระหวา่ งหน่วยเศรษฐกจิ มคี วามเหมาะสมอยู่
๔.๕๗ ซงึ่ อยใู่ นระดบั ความคิดเหน็ เหมาะสมท่สี ุด

ขนั้ ท่ี ๖ ปรบั ปรุงแก้ไขแผนการจดั การเรยี นรู้ ตามคำแนะนำของผ้เู ชย่ี วชาญ
โดยไดม้ ีการปรับแก้กระบวนการจดั การเรียนรู้ให้มีความสมบรู ณ์ และเพม่ิ เตมิ ส่อื /แหล่งการเรียนรู้ให้
ครบถว้ นสมบรู ณ์

ขั้นที่ ๗ นำแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง สถาบันการเงิน โดยใช้การเรียนรู้
แบบกระบวนการแก้ปญั หาไปใชจ้ ริงกับกลมุ่ เป้าหมายทผี่ วู้ ิจยั ไดส้ รปุ ขนั้ ตอนการสรา้ งแผนการจัดการ
เรยี นรแู้ บบกระบวนการแกป้ ัญหา ดงั นี้

ข้นั ท่ี ๑ ศึกษาหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
เพือ่ วเิ คราะห์ในส่วนของหลกั การจดั การเรยี นรู้ การวัดและประเมินผล

ขั้นท่ี ๒ ศกึ ษาหลักการ วธิ ีสอน ด้วยการเรียนรแู้ บบกระบวนการแกป้ ญั หา
จากเอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กยี่ วข้อง

๔๙

ขน้ั ที่ ๓ สร้างแผนการจดั การเรยี นรเู้ รอ่ื ง สถาบนั การเงนิ โดยใช้การเรียนรู้แบบ
กระบวนการแกป้ ญั หา จำนวน ๓ แผน ๓ คาบเรยี น

ข้ันท่ี ๔ นำแผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่สรา้ งขึน้ เสนออาจารยท์ ป่ี รกึ ษา
ตรวจสอบและเสนอแนะเพ่อื ปรับปรงุ แก้ไข

ข้นั ที่ ๕ นำแผนการจัดการเรยี นรทู้ ส่ี รา้ งขนึ้ และได้ปรบั ปรุงแลว้ นำเสนอผู้เชี่ยวชาญ
เพ่ือตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง

ข้นั ที่ ๖ ปรบั ปรงุ แก้ไขแผนการจดั การเรยี นรู้ ตามคำแนะนำของผเู้ ช่ียวชาญ

ขน้ั ท่ี ๗ นำแผนการจัดการเรียนรเู้ รอ่ื ง สถาบันการเงนิ โดยใชก้ ารเรียนรู้แบบ
กระบวนการแกป้ ัญหา

ภาพที่ ๓.๑ ขน้ั ตอนการไสปรใ้าชงจ้แรผิงนกกบั ากรลจมุ่ัดเกปาา้ รหเรมยี านยรู้ เร่อื ง สถาบันการเงิน

๒) การสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน โดยใช้รปู แบบกระบวนการ
แก้ปญั หา โดยมีลำดับข้นั ตอนดงั น้ี

ขนั้ ท่ี ๑ ศกึ ษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
มาตรฐาน การเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หน่วยการ
เรียนรู้ท่ี ๓ เรื่องสถาบันการเงิน

ขั้นที่ ๒ วิเคราะห์สาระการเรียนรู้ควบคู่กับจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้
การสร้างข้อสอบในแตล่ ะข้อสอดคล้องกับจุดประสงค์ทไี่ ด้ต้ังไว้

ขั้นที่ ๓ จัดทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้
เป็นแบบปรนยั ชนิดเลอื กตอบ ๔ ตัวเลอื ก จำนวน ๔๐ ข้อ

ขั้นที่ ๔ นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่จัดทำขึ้นเสนอต่อ
อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาเพอื่ ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและปรบั ปรุงแกไ้ ขตามคำแนะนำ

ข้นั ที่ ๕ นำแบบทดสอบทป่ี รบั ปรงุ แลว้ เสนอต่อผูเ้ ชย่ี วชาญ จำนวน ๓ ท่าน

๕๐

คือ อาจารย์บุญส่ง นาแสวง, อาจารย์วิรัตน์ ทองภู, และอาจารย์สริญญา มารศรี เพื่อตรวจสอบ
คุณภาพระหว่างข้อคำถามกับจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยผู้เชีย่ วชาญพิจารณาขอ้ สอบแต่ละขอ้ โดย
กำหนดระดับความคดิ เหน็ ดังนี้

+๑ หมายถงึ แน่ใจวา่ ข้อคำถามวัดความรู้ตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๐ หมายถึง ไม่แน่ใจว่าข้อคำถามวดั ความรูต้ ามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
-๑ หมายถงึ แนใ่ จว่าขอ้ คำถามไมไ่ ด้วดั ความรตู้ ามจดุ ประสงค์การเรียนรู้
โดยผลรวมของคะแนนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ซงึ่ มคี ่าดัชนี
ความสอดคลอ้ งมอี ยูท่ ี่ ๑.๐๐
ขั้นที่ ๖ นำข้อสอบที่ตรวจสอบแก้ไขข้อบกพร่องแล้วไปทดสอบกับ
กล่มุ เป้าหมาย
ขั้นที่ ๗ นำกระดาษคำตอบทีน่ ักเรียนทำแล้วเอามาตรวจใหค้ ะแนนโดยให้
ข้อถกู ๑ คะแนน ข้อผิดหรือไม่ได้ทำให้ ๐ คะแนน หลงั จากตรวจกระดาษคำตอบแลว้ รวมคะแนนของ
แตล่ ะคน
ขั้นที่ ๘ นำผลคะแนนมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยความยากง่าย ( P ) และค่า
อำนาจจำแนก ( r ) ของข้อสอบแตล่ ะข้อ แล้วคัดเลือกเอาข้อคำถามทม่ี คี วามยากง่ายระหว่าง ๐.๒๔ -
๐.๗๓ และ ค่าอำนาจจำแนก อยรู่ ะหวา่ ง ๐.๒๙ - ๐.๕๗
ขนั้ ที่ ๙ หาคา่ ความเชือ่ มั่นของแบบทดสอบทัง้ ฉบับโดยวิธกี าร ของดูเดอร์ริ
ชาร์ดสัน KR-๒๐ ได้ค่าความเชื่อม่ัน ๐.๗
จากขน้ั ตอนการสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนสามารถสรปุ ได้ ดงั นี้
ขัน้ ท่ี ๑ ศกึ ษาหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ มาตรฐาน
การเรยี นรู้ ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรสู้ าระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ขน้ั ที่ ๒ วิเคราะห์สาระการเรียนร้คู วบคู่กบั จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

ขั้นที่ ๓ จดั ทำแบบทดสอบปรนยั ชนิดเลือกตอบ ๔ ตวั เลอื ก จำนวน ๔๐ ขอ้

ขั้นที่ ๔ นำแบบทดสอบทจ่ี ดั ทำขนึ้ เสนอตอ่ อาจารยท์ ่ีปรึกษาเพือ่ ตรวจสอบความ
ถูกต้องและปรบั ปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ

ข้อ

๕๑

ขัน้ ที่ ๕ นำแบบทดสอบทป่ี รบั ปรงุ แลว้ เสนอตอ่ ผเู้ ช่ียวชาญ จำนวน ๓ ทา่ น

ขนั้ ท่ี ๖ นำข้อสอบท่ตี รวจสอบแก้ไขขอ้ บกพร่องแลว้ ไปทดสอบกับกลมุ่ เป้าหมาย

ขั้นที่ ๗ นำกระดาษคำตอบท่ีนกั เรยี นทำแลว้ เอามาตรวจใหค้ ะแนน

ขั้นท่ี ๘ นำผลคะแนนมาวเิ คราะหห์ าค่าเฉลีย่ ความยากง่าย ( P ) และค่าอำนาจจำแนก ( r )

ขัน้ ท่ี ๙ หาค่าความเช่อื ม่นั ของแบบทดสอบทงั้ ฉบบั โดยวิธกี าร ของดูเดอรร์ ชิ ารด์ สนั KR-๒๐

ภาพท่ี ๓.๒ ขน้ั ตอนในการสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน

๓) การสร้างแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยมี
ลำดับขน้ั ตอนดังน้ี

ขั้นที่ ๑ ศึกษาสาระการเรียนรู้สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๓ เร่ืองสถาบันการเงิน

ข้นั ท่ี ๒ ศึกษาเทคนคิ การสรา้ งแบบทดสอบวดั ความสามารถในการคดิ อยา่ ง
มีวิจารณญาณใหม้ ีคุณภาพจากแหลง่ ต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้อง

ขั้นที่ ๓ สร้างแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
แบบปรนยั ชนิด ๔ ตัวเลือก จำนวน ๓๐ ข้อ โดยให้ครอบคลุมเน้ือหา

ขั้นที่ ๔ นำแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณท่ี
จดั ทำข้ึนเสนอต่ออาจารยท์ ี่ปรกึ ษาเพอ่ื ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ

ข้นั ท่ี ๕ นำแบบทดสอบท่ีปรับปรุงแล้วเสนอต่อผเู้ ชยี่ วชาญ จำนวน ๓ ทา่ น

๕๒

คือ อาจารย์บุญส่ง นาแสวง, อาจารย์วิรัตน์ ทองภู, และอาจารย์สริญญา มารศรี เพื่อตรวจสอบ
คุณภาพ ระหว่างข้อคำถามกับจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ โดยผู้เชีย่ วชาญพจิ ารณาข้อสอบแตล่ ะขอ้ โดย
กำหนดระดบั ความคิดเหน็ ดังนี้

+๑ หมายถงึ แนใ่ จวา่ ข้อคำถามวดั ความรูต้ ามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๐ หมายถึง ไม่แน่ใจว่าข้อคำถามวดั ความรู้ตามจุดประสงค์การเรยี นรู้
-๑ หมายถึง แนใ่ จวา่ ขอ้ คำถามไมไ่ ด้วดั ความรู้ตามจุดประสงค์การเรยี นรู้
โดยผลรวมของคะแนนแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดอย่างมี
วจิ ารณญาณ ซึ่งมีคา่ ดัชนีความสอดคล้องมีอยู่ท่ี ๑.๐๐
ขั้นที่ ๖ นำข้อสอบที่ตรวจสอบแก้ไขข้อบกพร่องแล้วไปทดสอบกับ
กล่มุ เปา้ หมาย
ขั้นที่ ๗ นำกระดาษคำตอบที่นกั เรียนทำแล้วเอามาตรวจให้คะแนนโดยให้
ขอ้ ถกู ๑ คะแนน ขอ้ ผดิ หรอื ไม่ได้ทำให้ ๐ คะแนน หลงั จากตรวจกระดาษคำตอบแลว้ รวมคะแนนของ
แต่ละคน
ขั้นที่ ๘ นำผลคะแนนมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยความยากง่าย ( P ) และค่า
อำนาจจำแนก ( r ) ของข้อสอบแตล่ ะข้อ แลว้ คดั เลือกเอาขอ้ คำถามท่มี คี วามยากง่ายระหว่าง ๐.๒๙ -
๐.๗๗ และ ค่าอำนาจจำแนก อยูร่ ะหวา่ ง ๐.๒๔ - ๐.๕๔
ขน้ั ท่ี ๙ หาคา่ ความเชือ่ ม่ันของแบบทดสอบท้ังฉบบั โดยวธิ ีการ ของดูเดอรร์ ิ
ชาร์ดสนั KR-๒๐ ไดค้ ่าความเชื่อมนั่ ๐.๗๖
จากขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบวัดความสามารถในการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ สรุปได้
ดงั น้ี
ขนั้ ที่ ๑ ศกึ ษาสาระการเรียนรสู้ าระสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หนว่ ยการเรียนรู้
ที่ ๓ เรื่องสถาบันการเงิน

ขน้ั ที่ ๒ ศกึ ษาเทคนคิ การสร้างแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ

ข้นั ท่ี ๓ สรา้ งแบบทดสอบวดั ความสามารถในการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ

๕๓

ขน้ั ท่ี ๔ นำแบบทดสอบวดั ความสามารถในการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณทจี่ ัดทำขน้ึ เสนอตอ่
อาจารยท์ ป่ี รึกษา

ขั้นท่ี ๕ แบบทดสอบทีป่ รบั ปรุงแล้วเสนอตอ่ ผู้เช่ยี วชาญ จำนวน ๓ ท่าน

ข้ันท่ี ๖ นำขอ้ สอบท่ตี รวจสอบแก้ไขข้อบกพร่องแล้วไปทดสอบกับกลมุ่ เป้าหมาย

ขั้นที่ ๗ นำกระดาษคำตอบที่นักเรียนทำแลว้ เอามาตรวจใหค้ ะแนน

ขน้ั ที่ ๘ นำผลคะแนนมาวเิ คราะหห์ าคา่ เฉลี่ยความยากง่าย ( P ) และค่าอำนาจจำแนก ( r
)

ขั้นที่ ๙ หาค่าความเช่ือมั่นของแบบทดสอบทงั้ ฉบับโดยวิธีการ ของดูเดอรร์ ชิ ารด์ สนั KR-
๒๐

ภาพที่ ๓.๓ ข้นั ตอนในการสร้างแบบวดั ความสามารถในการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ
๔) การสร้างแบบทดสอบวดั ความพึงพอใจการเรียนโดยใช้รูปแบบกระบวนการ

แก้ปญั หา โดยมลี ำดบั ข้ันตอนดงั น้ี
ขั้นที่ ๑ ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็น

แนวทางในการสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรยี นบา้ นสอง
คอนศิริคุรรุ าษฎร์

ขั้นที่ ๒ นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาเป็นแนวทางในการสร้าง
แบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๒ โรงเรยี นบา้ นสองคอนศิริคุรรุ าษฎรก์ ลมุ่
สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ให้มีเกณฑ์ครอบคลุมองค์ประกอบของความพงึ
พอใจ โดยการหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วนำค่าเฉลี่ยไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ในการ
แปลความหมายเป็นชว่ งคะแนน ดงั นี้ (บุญชม ศรสี ะอาด,๒๕๔๗)

ช่วงคะแนน ๔.๕๐ - ๕.๐๐ หมายถงึ เหมาะสมมากท่สี ุด
ชว่ งคะแนน ๓.๕๐ - ๔.๕๙ หมายถึง เหมาะสมมาก

๕๔

ชว่ งคะแนน ๒.๕๐ - ๓.๕๙ หมายถงึ เหมาะสมปานกลาง
ช่วงคะแนน ๑.๕๑ - ๒.๕๙ หมายถงึ เหมาะสมน้อย
ชว่ งคะแนน ๑.๐๐ - ๑.๕๙ หมายถึง เหมาะสมนอ้ ยทีส่ ดุ
แล้วเปรยี บเทียบกับเกณฑ์ในการแปลความ ดังน้ี
ระดบั ๕ หมายถงึ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทส่ี ุด
ระดบั ๔ หมายถงึ มีความพึงพอใจอยู่ในระดบั มาก
ระดับ ๓ หมายถงึ มคี วามพึงพอใจอย่ใู นระดบั ปานกลาง
ระดับ ๒ หมายถึง มคี วามพงึ พอใจอยใู่ นระดบั น้อย
ระดับ ๑ หมายถงึ มีความพงึ พอใจอย่ใู นระดับนอ้ ยทีส่ ดุ
ขั้นที่ ๓ การหาคุณภาพแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ โรงเรยี นบ้านสองคอนศริ ิคุรุราษฎร์

๓.๑) นำแบบสอบถามความพึงพอใจ เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา
เพอ่ื ขอคำแนะนำและได้ปรบั ปรงุ แกไ้ ขตามคำแนะนำ

๓.๒) นำแบบสอบถามความพึงพอใจทเี่ สนอต่อผูเ้ ชยี่ วชาญ จำนวน
๓ ท่าน คืออาจารย์บุญสง่ นาแสวง, อาจารย์วริ ัตน์ ทองภ,ู และอาจารย์สริญญา มารศรี เพอื่ ตรวจสอบ
คุณภาพโดยใช้การวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่างข้อคำถามกับจุดประสงค์เชิง
พฤติกรรม โดยผ้เู ชย่ี วชาญพจิ ารณาขอ้ สอบแต่ละข้อ โดยกำหนดระดบั ความคดิ เห็น ดังน้ี

คา่ IOC +๑ หมายถงึ แน่ใจว่าขอ้ คำถามวดั ความรตู้ ามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ค่า IOC ๐ หมายถงึ ไม่แน่ใจว่าขอ้ คำถามวัดความร้ตู ามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
คา่ IOC -๑ หมายถึง แน่ใจว่าขอ้ คำถามไมไ่ ดว้ ดั ความรูต้ ามจดุ ประสงค์การเรียนรู้
โดยผลรวมของคะแนนแบบสอบถามความพงึ พอใจ ซง่ึ มีค่าดัชนีความสอดคลอ้ งมอี ยู่
ที่ ๑.๐๐

๓.๓) ปรับเปล่ยี นแบบสอบถามความพงึ พอใจตามผ้เู ชี่ยวชาญ
๓.๔) นำแบบสอบถามพึงพอใจที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้กับ
นักเรียนกลุ่มเป้าหมายตอ่ ไป

๓.๔ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู

การดำเนินการทดลองผู้จัยได้ทำการทดลอง และเก็บข้อมูลในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา
๒๕๖๔ รวมท้งั สิ้น ๓ สัปดาหโ์ ดยผวู้ จิ ยั แบง่ ออกเป็น ๓ ข้นั ตอน ดังนี้

๕๕

๓.๔.๑ ขน้ั เตรียมกอ่ นการทดลอง
๑) ดำเนินการสรา้ งเครื่องมือการพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาที่ ๑ ดังน้ี

๑.๑ แผนการจดั การเรียนรู้ จำนวน ๓ แผน คือ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๑ เรือ่ ง สถาบันการเงิน
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๒ เรื่อง ธนาคารกลาง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๓ เรอ่ื ง ความสมั พนั ธระหวา่ งหนว่ ยเศรษฐกิจ

๑.๒ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น
๑.๓ แบบทดสอบวดั ความสามารถในการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ
๑.๔ แบบประเมินความพงึ พอใจ
๓.๔.๒ ขน้ั สอน
๑) ผ้วู ิจัยช้แี จงเกี่ยวกบั วัตถุประสงค์ และความพรอ้ มใหก้ บั นักเรยี นก่อนการทดลอง
ใช้แผนการเรียนรู้
๒) ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยเข้าสู่บทเรียน แนะนำเนื้อหา
แนะนำแหล่งขอ้ มลู และหมอบหมายงานให้นกั เรียน
๓) ขั้นทำกิจกรรมนักเรียนได้มีบทบาทหน้าที่ทีไ่ ด้รับมอบหมาย โดยให้นักเรียนคิด
แกป้ ัญหา
๔) ขนั้ ตรวจสอบผลงาน เป็นการตรวจสอบวา่ ผ้เู รียนไดป้ ฏิบัตหิ นา้ ที่ครบถ้วน พรอ้ ม
นำเสนอผลงาน
๕) ขั้นสรปุ บทเรยี นและประเมนิ ผลการทำงาน ครแู ละนักเรียนช่วยกนั สรปุ บทเรียน
หลังจากผ้วู จิ ัยได้ดำเนนิ การสอนครบทุกแผนการจัดการเรยี นรู้
๓.๔.๓ ขัน้ สรปุ
ครูผู้สอนให้นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนครบ ๓
แผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน ๓๐ ข้อ แบบวัด
ความสามารถในการคดิ อย่างมีวิจารณญาณ จำนวน ๒๐ ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน
๑๐ ขอ้

๓.๕ การวิเคราะห์ข้อมูล

ผ้วู ิจยั ไดด้ ำเนินการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ดงั นี้
๑) วิเคราะห์ผลความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยหาค่าร้อยละ

คา่ เฉล่ยี และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เพ่อื นำไปเทียบกับเกณฑ์ ๗๐/๗๐

๕๖

๒) วิเคราะห์ผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลย่ี
และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน เพอื่ นำไปเทียบกบั เกณฑ์ ๗๐/๗๐

๓) วิเคราะหค์ วามพงึ พอใจของนักเรยี น โดยหาคา่ เฉลีย่ และส่วนเบ่ยี งเบน มาตรฐาน

๓.๖ สถิติท่ใี ช้ในการวิจัย
๓.๖.๑ สถิติทีใ่ ชใ้ นการวจิ ัย
ผวู้ จิ ัยใช้สถิตพิ ้นื ฐานในการวเิ คราะห์ข้อมูล ได้แก่

๓.๖.๑ ค่ารอ้ ยละ (%)
๓.๖.๒ ค่าเฉลย่ี ( ̅)
๓.๖.๓ ค่าส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ( S.D.)

บทท่ี ๔

ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู

การศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้การ
จัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑
โรงเรียนบา้ นสองคอนศริ ิคุรุราษฎร์ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น สามารถนำเสนอผลการวิเคราะห์
ข้อมลู ได้ ดังนี้

๔.๑ ผลการพัฒนาความสามารถในการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณโดยใช้การจดั การเรยี นรดู้ ว้ ย
กระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปที ี่ ๑ โรงเรียนบ้านสองคอน
ศิริครุ รุ าษฎร์ อำเภอน้ำพอง จงั หวัดขอนแกน่

๔.๒ ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ
แก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปที ี่ ๑ โรงเรียนบ้านสองคอนศิริคุรุราษฎร์
อำเภอน้ำพอง จังหวดั ขอนแกน่

๔.๓ ผลการศึกษาความพึงพอใจโดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา
รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านสองคอนศิริคุรุราษฎร์
อำเภอน้ำพอง จังหวดั ขอนแก่น

๔.๔ องคค์ วามรู้ที่ไดจ้ ากการวจิ ัย

๔.๑ ผลการพฒั นาความสามารถในการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณโดยใช้การจัดการเรียนรู้
ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑
โรงเรียนบ้านสองคอนศริ ิครุ ุราษฎร์ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

ผูว้ จิ ัยได้ทำการพฒั นาความสามารถในการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณโดยใช้การจดั การเรยี นรู้
ด้วยกระบวนการแก้ปญั หา หลังการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนครบท้ัง ๓ แผนการจัดการเรียนรู้
แบบปรนัย จำนวน ๒๐ ข้อ โดยใช้เกณฑ์การผ่านร้อยละ ๗๐ ของคะแนนเต็มและจำนวนนักเรียนท่ี
ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของนักเรียนทั้งหมด ผลการวิเคราะห์ข้อมูลของคะแนนวัด
ความสามารถในการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ ดังแสดงในตารางที่ ๔.๑

๕๘

ตารางที่ ๔.๑ ผลการพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณด้วยกระบวนการ
แก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ โรงเรยี นบ้านสองคอนศิริครุ ุราษฎร์
อำเภอนำ้ พอง จังหวัดขอนแกน่

จำนวน คะแนน จำนวนนกั เรยี น จำนวนนกั เรยี น
นกั เรียน ท่ีผา่ นเกณฑ์ ทไี่ ม่ผา่ นเกณฑ์
ทั้งหมด
(คน) เตม็ ผ่าน ̅ S.D. ร้อยละ จำนวน ร้อย จำนวน รอ้ ย
เกณฑ์ (คน) ละ (คน) ละ
๒๖
๒๐ ๑๔ ๑๗.๕๘ ๑.๑๔ ๙๐ ๒๖ ๑๐๐ ๐ ๐

จากตารางท่ี ๔.๑ ผลการศกึ ษาการพฒั นาความสามารถในการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณดว้ ย
กระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรยี นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ โรงเรยี นบ้านสองคอนศริ ิ
คุรรุ าษฎร์ อำเภอน้ำพอง จงั หวัดขอนแกน่ พบวา่ มีนักเรยี นที่ผา่ นเกณฑ์ จำนวน ๒๖ คน คิดเปน็ ร้อย
ละ ๑๐๐ ซึ่งสูงกว่าเกณฑท์ ่ีกำหนดไว้ และมีคะแนนความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดย
เฉลี่ยคือ ๑๗.๕๘ จากคะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ๙๐

๔.๒ ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ
แก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านสอง
คอนศริ คิ ุรรุ าษฎร์ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแกน่

จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนครบทั้ง ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ ผู้วิจัยได้ให้
นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งรูปแบบข้อสอบเป็นข้อสอบปรนัยชนิด
เลือกตอบ ๔ ตวั เลอื ก จำนวน ๓๐ ข้อ โดยใช้เกณฑ์การผ่านร้อยละ ๗๐ ของคะแนนเตม็ และจำนวน
นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของนักเรียนทั้งหมด ผลการวิเคราะห์ข้อมูลของ
ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนดงั แสดงในตารางท่ี ๔.๒

๕๙

ตารางที่ ๔.๒ ผลการพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนโดยใชก้ ารจดั การเรยี นรู้ดว้ ยกระบวนการ
แก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านสองคอนศิริคุรุราษฎร์
อำเภอนำ้ พอง จงั หวดั ขอนแก่น

จำนวน คะแนน จำนวนนกั เรียน จำนวนนกั เรยี น
นักเรยี น ท่ีผา่ นเกณฑ์ ทไ่ี ม่ผา่ นเกณฑ์

ทงั้ หมด เตม็ ผ่าน ̅ S.D. รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ย จำนวน รอ้ ย
(คน) เกณฑ์ (คน) ละ ( คน) ละ

๒๖ ๓๐ ๒๑ ๒๗.๐๘ ๐.๘๐ ๙๐.๒๖ ๒๖ ๑๐๐ ๐ ๐

จากตารางท่ี ๔.๓ พบวา่ มนี กั เรียนทดสอบผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนผา่ นเกณฑ์ จำนวน ๒๐
คน จากนักเรียนทั้งหมด ๒๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมีคะแนน
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนเฉลี่ยเทา่ กับ ๒๗.๐๘ จากคะแนนเตม็ ๓๐ คะแนน คดิ เป็นร้อยละ ๙๐.๒๖

๔.๓ ผลการศึกษาความพึงพอใจโดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา
รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านสองคอน
ศริ คิ รุ รุ าษฎร์ อำเภอนำ้ พอง จังหวดั ขอนแกน่

หลังจากการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูค้ รบทั้ง ๓ แผนการจดั การเรียนรู้ ผูว้ ิจยั ให้นักเรียนทำ
แบบประเมินความพงึ พอใจที่มตี อ่ การจดั กจิ กรรมการรู้ด้วยกระบวนการแกป้ ัญหา โดยมีคำถามทั้งสิ้น
จำนวน ๑๐ ขอ้ ดังตารางท่ี ๔.๓

ตารางที่ ๔.๓ ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย
กระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียน
บา้ นสองคอนศิริครุ รุ าษฎร์ อำเภอน้ำพอง จังหวดั ขอนแกน่

ข้อท่ี รายการทีป่ ระเมนิ ̅ S.D. แปลผล

๑ คำแนะนำในการจดั กจิ กรรมชัดเจนและเข้าใจงา่ ย ๔.๘๕ ๐.๓๗ มากทีส่ ดุ
๒ เนอ้ื หาเหมาะสมกบั นกั เรยี น ๔.๖๒ ๐.๕๐ มากทส่ี ดุ
๓ การนำเสนอเนอ้ื หามลี ำดบั ข้ันตอนท่เี หมาะสม ๔.๙๒ ๐.๒๗ มากทส่ี ุด
๔ เปดิ โอกาสให้นักเรียนศึกษาด้วยตนเอง ๔.๘๘ ๐.๓๓ มากทีส่ ุด

๖๐

ตารางที่ ๔.๓ ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย
กระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียน
บ้านสองคอนศิริครุ ุราษฎร์ อำเภอน้ำพอง จังหวดั ขอนแก่น (ต่อ)

ข้อที่ รายการทปี่ ระเมนิ ̅ S.D. แปลผล

๕ นักเรียนสามารถนำความรูท้ ไ่ี ดไ้ ปใช้ในการเรยี นใน ๔.๙๖ ๐.๒๐ มากทีส่ ุด
ระดับช้นั ทสี่ งู ขนึ้
๔.๘๕ ๐.๓๗ มากที่สดุ
๖ เนื้อหาทสี่ อนมคี วามเชือ่ มโยงกบั ชวี ิตประจำวนั ๔.๙๒ ๐.๒๗ มากที่สุด
๗ เปิดโอกาสให้นักเรยี นได้เรียนรกู้ ระบวนการทำงานกลมุ่ ๔.๘๘ ๐.๓๓ มากทีส่ ุด
๘ วัสดุและอปุ กรณท์ ่ีใช้ในการทำกจิ กรรมมีความเหมาะสม ๔.๘๑ ๐.๔๐ มากทส่ี ุด
๙ รปู แบบการสอนน่าสนใจ ภาพประกอบสวยงาม ๔.๘๕ ๐.๓๗ มากทส่ี ุด
๑๐ จำนวนข้อคำถามทา้ ยกจิ กรรมมคี วามเหมาะสม ๔.๘๕ ๐.๓๔ มากที่สุด

เฉลย่ี รวม

จากตารางที่ ๔.๓ ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย
กระบวนการแก้ปัญหารายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียน
บา้ นสองคอนศิริครุ ุราษฎร์ อำเภอนำ้ พอง จังหวดั ขอนแกน่ โดยรวม พบวา่ ความพึงพอใจ อยใู่ นระดับ
มาก ( ̅=๔.๘๕, S.D.=๐.๓๔) เม่อื พิจารณาแยกเปน็ รายข้อ ขอ้ ที่นักเรียนมีความพงึ พอใจมากท่ีสดุ คือ
นักเรยี นสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการเรียนในระดับชั้นทีส่ ูงข้ึนมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์
และเนื้อหาวิชา มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ( ̅=๔.๙๖, S.D.=๐.๒๐) รองลงมาคือ การ
นำเสนอเนื้อหามีลำดับขั้นตอนที่เหมาะสม และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการทำงาน
กลมุ่ มีความพึงพอใจมากทส่ี ดุ ( ̅=๔.๙๒, S.D.=๐.๒๗), เปิดโอกาสให้นกั เรียนศึกษาดว้ ยตนเองและ
วสั ดแุ ละอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในการทำกจิ กรรมมคี วามเหมาะสม มคี วามพึงพอใจมากท่สี ุด ( ̅=๔.๘๘, S.D.=
๐.๓๓), คำแนะนำในการจัดกิจกรรมชัดเจนและเข้าใจง่าย และเนื้อหาที่สอนมีความเชื่อมโยงกับ
ชีวิตประจำวัน และจำนวนข้อคำถามทา้ ยกิจกรรมมีความเหมาะสม มีความพึงพอใจมากที่สุด ( ̅=
๔.๘๕, S.D.=๐.๓๗), รูปแบบการสอนน่าสนใจ ภาพประกอบสวยงาม มีความพึงพอใจมากทีส่ ดุ ( ̅=
๔.๘๑, S.D.=๐.๔๐), และข้อที่มีความพึงพอใจน้อยที่สดุ คือเนื้อหาเหมาะสมกับนักเรียน มีความพึง
พอใจมากท่สี ุด ( ̅=๔.๖๒, S.D.=๐.๕๐) ตามลำดับ

๖๑

๔.๔ องค์ความร้ทู ีไ่ ดจ้ ากการวิจยั

จากการศกึ ษาเร่ือง การพฒั นาความสามารถในการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณโดยใช้การจัดการ
เรียนรูด้ ว้ ยกระบวนการแกป้ ัญหา รายวชิ าเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ โรงเรยี นบ้าน
สองคอนศิริครุ รุ าษฎร์ อำเภอน้ำพอง จงั หวัดขอนแกน่

การจัดการเรยี นรดู้ ว้ ยกระบวนการแก้ปัญหา เป็นอีกหน่งึ กระบวนการท่ีใชพ้ ัฒนาผลสัมฤทธิ์
ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะนักเรียนได้เรียนรู้การวิเคราะห์ การวางแผน การดำเนินการและการ
ตรวจสอบปรับปรุงการแก้ปัญหาลงมือปฏิบัติด้วยตนเองจึงทำให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจมาก
ย่งิ ขน้ึ

การพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้การจัดการเรียนรู้
ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา รายวชิ าเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมธั ยมศึกษาปีที่ ๑
โรงเรยี นบ้านสองคอนศิรคิ ุรรุ าษฎร์ อำเภอน้ำพอง จังหวดั ขอนแก่น

แผนการจดั การเรียนรู้ แบบทดสอบวดั ความสามารถใน
จำนวน ๓ แผน การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ

แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิ แบบสอบถามความ
ทางการเรียน พึงพอใจ

ประโยชน์ สะทอ้ นผล
๑.นกั เรียนสนใจในการเรยี นไมเ่ กิดความเบือ่ ๑.ได้เรยี นรู้ขัน้ ตอนกระบวนการแกป้ ัญหา
หน่ายจากกระบวนการแกป้ ัญหา ๒.กิจกรรมการเรยี นรบู้ างแผนการจดั กจิ กรรม
๒.นกั เรียนรจู้ ักการสบื ค้นหาความรูด้ ้วย ยงั ต้องปรบั ใหเ้ หมาะสมกบั ผเู้ รยี นเพอ่ื ให้เกดิ
ตนเอง และรจู้ กั แก้ปญั หา การเรียนรู้และพฒั นาทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมี
วิจารณญาณ

ภาพท่ี ๔.๑ องคค์ วามรทู้ ีไ่ ดจ้ ากงานวจิ ยั

บทที่ ๕

สรุป อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

การพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วย
กระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียน
บา้ นสองคอนศิริคุรุราษฎร์ อำเภอนำ้ พอง จังหวดั ขอนแกน่ เปน็ วิจยั เชิงทดลอง โดยมีวัตถปุ ระสงค์ใน
การวิจัย คือ ๑) เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณด้วยการจัดการเรียนรู้ด้วย
กระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียน
บ้านสองคอนศิรคุรุราษฎร์ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ให้นักเรียนไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๗๐ ผ่าน
เกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ข้นึ ไป ๒) เพ่ือพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจดั การเรยี นรู้ด้วยกระบวนการ
แก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปที ี่ ๑ โรงเรียนบ้านสองคอนศิริคุรุราษฎร์
อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ให้นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๓)
เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนรายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียน
บา้ นสองคอนศริ ิครุ รุ าษฎร์ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โดยใช้การจดั การเรยี นรดู้ ้วยกระบวนการ
แก้ปัญหา ผลการวจิ ัยทไี่ ด้ นำไปส่กู ารสรุปผลการวจิ ยั การอภปิ รายผลการวิจยั และข่อเสนอแนะที่ได้
จากการวจิ ัย มีรายละเอียดดงั ตอ่ ไปนี้

๕.๑ สรุปผลการวิจัย
๕.๒ อภิปรายผลการวจิ ัย
๕.๓ ข้อเสนอแนะ

๕.๑ สรุปผลการวจิ ัย

จากการนำรูปแบบการวจิ ยั เชงิ ทดลองมาใชเ้ พอ่ื พฒั นาความคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้การ
จัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑
โรงเรยี นบา้ นสองคอนศริ คิ ุรรุ าษฎร์ อำเภอนำ้ พอง จงั หวดั ขอนแกน่ โดยได้ทำการทดลองการจัดการ
เรียนรู้ทง้ั หมด ๓ แผนและผลการวิจัยแบ่งออกเป็น ๓ ด้านดงั น้ี

๕.๑.๑ ผลการศกึ ษาพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณพบว่า นักเรียน
ทดสอบความสามารถในการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณผ่านเกณฑ์ จำนวน ๒๖ คน จากนักเรียนทัง้ หมด

๖๓

๒๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๐ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และมีความสามารถในการคิดอย่างมี
วจิ ารณญาณโดยเฉลี่ย คือ ๑๗.๕๘ จากตะแนนเตม็ ๒๐ คิดเปน็ รอ้ ยละ ๙๐

๕.๑.๒ ผลจากการใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพบว่านักเรียนทดสอบ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์จำนวน ๒๖ คน จากนักเรียนทั้งหมด ๒๖ คน คิดเป็นร้อยละ
๙๐.๒๖ ซง่ึ สงู กวา่ เกณฑ์ทก่ี ำหนดไว้ และมคี ะแนนผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นเฉล่ียเท่ากับ ๒๗.๐๘ จาก
คะแนนเต็ม ๓๐ คะแนน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๙๐.๒๖ และจำนวนนักเรียนทไี่ มผ่ า่ นเกณฑ์จำนวน ๐ คน คิด
เป็นร้อยละ ๐

๕.๑.๓ ผลการศึกษาความพงึ พอใจของนักเรียน พบวา่ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการ
เรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการแกป้ ัญหาอยู่ในระดบั มากท่สี ุด ( ̅= ๔.๙๖, S.D.= ๐.๕๐)

๕.๒ อภิปรายผลการวิจยั

การพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วย
กระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียน
บ้านสองคอนศิริครุ รุ าษฎร์ อำเภอนำ้ พอง จงั หวัดขอนแก่น

๕.๒.๑ ผลการวิเคราะห์การพฒั นาความสามารถในการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ
ดว้ ยกระบวนการแก้ปญั หา รายวิชา เศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ โดยใหน้ กั เรยี น
ทำแบบทดสอบปรนัย ๔ ตวั เลือก จำนวน ๒๐ ข้อ หลงั การจัดกิจกรรมการเรยี นร้คู รบท้ัง ๓ แผนการ
เรียนรู้ โดยนักเรียนทดสอบความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณผ่านเกณฑ์ จำนวน ๒๖ คน
จากนักเรียนทงั้ หมด ๒๖ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๙๐ ซง่ึ สงู กวา่ เกณฑท์ ่ีกำหนดไว้ และมคี วามสามารถใน
การคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยเฉลี่ย คือ ๑๗.๕๘ จากตะแนนเต็ม ๒๐ คิดเป็นร้อยละ ๙๐ ซึ่ง
สอดคล้องกับ ดารารัตน์ มากมีทรัพย์๑ ได้ศึกษาวิจยั เรื่องการศกึ ษาผลการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
และผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นดว้ ยการเรยี นแบบผสมผสานโดยใช้กระบวนการแกไ้ ขปัญหาวชิ าการเลอื ก
และการใช้สื่อสารการเรียนการสอนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ผลการวิจัยพบว่า ๑) คะแนน
ความสามารถทางการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาที่จัดการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้
กระบวนการแกป้ ัญหา มีคะแนนเฉลีย่ กอ่ นเรียนเท่ากับ ๒๕.๙๐ คิดเป็นร้อยละ ๔๙.๘๑ และคะแนน
เฉล่ยี หลังเรยี นเทา่ กบั ๔๒.๓๕ คิดเป็นรอ้ ยละ ๘๑.๔๔ โดยมีค่าดชั นปี ระสิทธิผลความก้าวหน้าทางการ

๑ ดารารตั น์ มากมที รพั ย์, การศกึ ษาผลการคิดอย่างมีวิจารณญาณและผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน
ด้วยการเรียนแบบผสมผสานโดยใช้กระบวนการแก้ไขปญั หาวชิ าการเลอื กและการใช้ส่อื สารการเรียนการสอน
ของนักศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี, ๒๕๕๓

๖๔

คิดวิจารณญาณเท่ากับร้อยละ ๖๓ ๒) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่จัดการเรียนแบบ
ผสมผสานโดยใช้กระบวนการแกป้ ัญหามีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรยี น ๑๒.๐๐ คดิ เปน็ ร้อยละ ๓๐.๐๐ และ
ผลการเรียนรู้หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๒๘.๔๑ คิดเป็นร้อยละ ๗๑.๐๓ โดยมีค่าดัชนี
ประสิทธผิ ลความกา้ วหนา้ ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนเท่ากับรอ้ ยละ ๕๙

๕.๒.๒ ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้รปู แบบการจัดการเรยี นรู้
ดว้ ยกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนกั เรยี นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ โดยให้นักเรียน
ทำแบบทดสอบปรนัย ๔ ตวั เลือก จำนวน ๓๐ ขอ้ หลังการจดั กิจกรรมการเรียนรคู้ รบทงั้ ๓ แผนการ
เรียนรู้ โดยนักเรียนทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์จำนวน ๒๖ คน จากนักเรียนทั้งหมด
๒๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๐.๒๖ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และมีคะแนนผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน
เฉลี่ยเทา่ กับ ๒๗.๐๘ จากคะแนนเต็ม ๓๐ คะแนน คิดเป็นรอ้ ยละ ๙๐.๒๖ และจำนวนนักเรียนที่ไม่
ผ่านเกณฑ์จำนวน ๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๐ ซึ่งสอดคล้องกับ จิรภา หนูน้อย๒ ศึกษาเปรียบเทียบ
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนและความสามารถในการแกป้ ัญหา ของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ทเ่ี รียน
วิชาสังคมศึกษาโดยการสอนแบบการแก้ปัญหา โดยใช้สื่อประสมกับการสอนตามแนวการสอนของ
หน่วยศึกษานิเทศก์กรมสามัญศึกษา ผลการศึกษาพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา
ระหวา่ งกลุ่มทดลองและกล่มุ ควบคุมแตกต่างกันอยา่ งมีนัยสําคญั ทางสถิติทีร่ ะดับ .๐๑ ความสามารถ
ในการแก้ปัญหาทั้ง ๒ กลุ่ม พบว่าหลงั การทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมนี ัยสําคญั ทางสถิติท่ี
ระดับ .๐๑

๕.๒.๓ ผลการวเิ คราะหค์ วามพึงพอใจของนกั เรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ โรงเรียน
บ้านสองคอนศิริคุรุราษฎร์ ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วย
กระบวนการแก้ปัญหา พบว่าโดยภาพรวมความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อแบบประเมนิ ความพึง
พอใจอย่ใู นระดับระดับมากทส่ี ุด ( ̅= ๔.๘๕, S.D.= ๐.๓๔) อาจจะเป็นเพราะการจดั การเรียนรู้โดย
ใชก้ ระบวนการแก้ปญั หา เปน็ เทคนคิ อย่างหนึง่ ในการจดั การเรียนรู้ โดยให้นักเรียนไดล้ งมอื ปฏบิ ัติจรงิ
ด้วยตนเองสอดคล้องกับสนิท เหลืองบุตรนาค๓ ได้ให้ความหมาย ความพึงพอใจ หมายถึง ท่าท่ี

๒ จริ ภา หนนู ้อย, เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปญั หา ของนักเรียน
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ท่เี รียนวิชาสังคมศึกษาโดยการสอนแบบการแก้ปัญหา โดยใชส้ ่อื ประสมกับการสอนตาม
แนวการสอนของหน่วยศกึ ษานิเทศก์กรมสามญั ศึกษา, ๒๕๕๕

๓ สนิท เหลืองบุตรนาค, ความพึงพอใจของนักศึกษาโรงการฝึกอบรมครูบุคลากรทางการศึกษา
ประจำการระดับปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต วิชาเอกเกษตรศาสตร์ ที่มีผลต่อการเรียนวิชาขยายพันธุ์พืช
ของสหวิทยาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, วทิ ยานิพนธ์, (กรงุ เทพ : มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร,์ ๒๕๕๙), หน้า
๑๘.

๖๕

ความรู้สึกความคิดเห็นที่มีผลต่อสิ่งใดสิง่ หนึ่ง ภายหลังจากที่ได้รับประสบการณ์ในสิ่งนั้นมาแล้วใน
ลักษณะทางบวกคือ พอใจ นิยม ชอบ สนับสนุนหรือมีเจตคติที่ดีต่อบุคคล เมื่อรับตอบสนองความ
ต้องการในทางเดยี วกัน หากไดร้ ับการตอบสนองความต้องการจะเกิดความไม่พอใจเกิดขึ้นสอดคล้อง
กับกาญจนา อรุณสอนศรี๔ ได้กลา่ วไวว้ า่ ความพึงพอใจ หมายถึง การแสดงออกทางพฤติกรรมของ
มนุษยเ์ ปน็ สิง่ ที่จบั ต้องไมไ่ ด้และไม่สามารถมองเหน็ เปน็ รูปร่างได้ การทีเ่ ราจะทราบว่าบคุ คลมีความพงึ
พอใจหรอื ไม่ สามารถทราบไดจ้ ากการสงั เกตพฤติกรรม สหี นา้ กริยาทา่ ทางของบุคคล

๕.๓ ขอ้ เสนอแนะ

จากการศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้การ
จัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๑
โรงเรยี นบ้านสองคอนศิรคิ รุ รุ าษฎร์ อำเภอนำ้ พอง จังหวัดขอนแก่น ผูว้ ิจยั มขี อ้ เสนอแนะดงั น้ี

๕.๓.๑ ขอ้ เสนอแนะต่อการนำไปใชท้ ไ่ี ด้จากการวิจยั ในคร้งั น้ี
๑) ควรมีการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนแบบกระบวนการแก้ปัญหาไปประยุกต์

กบั วิชาอ่นื ๆ เพอ่ื ฝึกให้นกั เรียนได้รูจ้ ักการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
๒) ควรนำสถานการณป์ ัญหาทเี่ ปน็ เหตกุ ารณป์ ัจจุบนั ที่เกิดข้ึนในชีวิตประจำวันเช่น

หนังสอื พิมพ์ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น มาใช้ประกอบการทพกิจกรรมในชัน้ เรียน เพื่อเป็นการ
ปลูกจติ สำนกึ ในการฝกึ คิดอย่างมีวิจารณญาณ

๕.๓.๒ ขอ้ เสนอแนะในการทำวจิ ยั คร้งั ตอ่ ไป
๑) ควรมีการเปรยี บเทียบการสอนโดยใชร้ ปู แบบอื่น เพ่ือให้ทราบขอ้ แตกตา่ งในการ

พฒั นาทกั ษะความสามารถในการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ และมกี ารเปรียบเทียบในแต่ละดา้ นของการ
คดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ

๒) ควรสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการจัดการเรียนการสอนแบบบกระบวนการ
แกป้ ัญหา ไปบรู ณาการกบั การเรียนการสอนในรายวชิ าอน่ื ๆ รว่ มกบั การใชเ้ ทคโนโลยที ี่มคี วามทนั สมยั
เพอ่ื ดึงดดู ความสนใจในการเรียนรู้ของผ้เู รยี น

๔ กาญจนา อรณุ สอนศรี, ความพึงพอใจของสมาชิกสหกรณ์ต่อการดำเนินงานของสหกรณก์ ารเกษตร
ไชยปราการจำกดั อำเภอชยั ปราการ จงั หวัดเชยี งใหม่, วิทยานพิ นธ,์ (เชียงใหม่ : มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม,่ ๒๕๕๖),
หนา้ ๑๒.

๖๖

บรรณานุกรม

กนกกร แววพหูสตู . การเรยี นการสอนทเ่ี น้นผ้เู รยี นเปน็ สำคญั แนวคิด วิธีการ เทคนิคการสอน ๒.
กรุงเทพฯ : สำนักพมิ พ์ บรษิ ัทเดอะมาสเตอรก์ รุ๊ป เมเจนเมรท์ จำกดั , ๒๕๔๔.

กมลทิพย์ ต่อติด. ผลของการฝึกกระบวนการสบื สอบท่มี ีตอ่ ความสามารถในการคิดเชิงเหตผุ ลและ
ความสามารถในการคิดแกป้ ญั หาของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖. วทิ ยานพิ นธ์
ปรญิ ญาพนธป์ ริญญามหาบณั ฑติ สาขาวิชาจิตวทิ ยาการศึกษา บณั ฑติ วทิ ยาลยั : จฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลยั , ๒๕๔๔.

กระทรวงการศึกษาธิการ. หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ
: โรงพมิ พ์ชมุ ชนสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย, ๒๕๕๒.

กาญจนา อรุณสอนศรี. ความพงึ พอใจของสมาชกิ สหกรณต์ อ่ การดำเนินงานของสหกรณ์
การเกษตรไชยปราการจำกัด อำเภอชัยปราการจังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์, (เชียงใหม่ :
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๕๖.
คณิต ดวงหสั ดี. สขุ ภาพจติ กบั ความพึงพอใจในงานของขา้ ราชการตำรวจช้ันประทวนในเขตเมอื ง

และเขตชนบทของจงั หวดั ขอนแก่น. วทิ ยานพิ นธ์. ขอนแกน่ : มหาวิทยาลยั ขอนแก่น,
๒๕๕๗.
จอรจ์ โพลยา. รูปแบบการแก้ปัญหาของโพลยาในโรงเรียนปรนิ ส์รอยแยลสว์ ิทยาลยั . วิทยานพิ นธ์
ศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวยิ าลัยเชียงใหม่, ๒๕๕๐.
จิรภา หนูนอ้ ย. เปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นและความสามารถในการแก้ปญั หา ของ
นักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ท่ีเรียนวชิ าสงั คมศกึ ษาโดยการสอนแบบการแก้ปัญหาโดย
ใช้สื่อประสมกับการสอนตามแนวการสอนของหน่วยศึกษานิเทศก์กรมสามัญศึกษา .
๒๕๕๕.
ชวาล แพรตั นกลุ . เทคนิคการวัดผล. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๕๒.
ณัฐพร ฐติ มิ โนวงศ์. การส่งเสรมิ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและเจตคติเชงิ วิทยาศาสตร์ด้วย
นวัตกรรมห้องเรียนกลับด้านเรื่อง หิน ดิน แร่ และธรณีกาล สำหรับนักเรียนชั้น
มธั ยมศึกษาตอนปลาย, ๒๕๖๒.
ดารารตั น์ มากมีทรัพย์. การศึกษาผลการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนด้วย
การเรยี นแบบผสมผสานโดยใชก้ ระบวนการแกไ้ ขปญั หาวิชาการเลอื กและการใชส้ ่อื สาร
การเรยี นการสอนของนักศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี, ๒๕๕๓.

๖๗

ทศิ นา แขมมณี. รปู แบบการจดั การศกึ ษาตอ่ เนื่องในสถาบนั อดุ มศกึ ษาเอกชน. วิทยาพนธก์ ารศกึ ษา
ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาผูใ้ หญ่ มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ วฒ, ๒๕๕๐.

นิภาภรณ์ กนษิ ฐบุตร. เปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวชิ าภาษาองั กฤษ ของนกั เรียนชนั้
มธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ ทเ่ี รียนโดยวธิ ีสอนแบบการแกป้ ญั หาตามแนวคดิ ของ เปาโล แฟร กับ
วธิ ีการสอนตามคมู่ อื ครู รวมท้ังศกึ ษาความคิดเห็นของนกั เรยี นทีม่ ีต่อวิธสี อนแบบการ
แก้ปัญหา, ๒๕๕๖.

นลิ วรรณ วานชิ สุขสมบัติ. การพัฒนารปู แบบการเรยี นการสอนคอมพิวเตอรต์ ามแนวคอนสตรคั ติ
วิสตด์ ้วยการจัดการเรยี นร้แู บบแกป้ ญั หา สำหรบั นกั เรียนชว่ งชน้ั ท่ี ๒ ตามหลกั สตู ร
การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๔. วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญามหาบณั ฑิต สาขาวิชาโสด
ทศั นศกึ ษาบณั ฑิตวทิ ยาลยั : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๗.

บุษบง ศรสี ภุ า. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณของนกั เรียนชนั้
มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๖ รายวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรมด้วยการจดั การเรยี นรู้โดย
ใช้เทคนิคการคิดแบบหมวกหกใบ, ๒๕๕๖.

พสิ ณุ ฟองศร.ี การสรา้ งและพฒั นาเคร่ืองมือวิจยั . กรุงเทพฯ : ตน้ แก้ว, ๒๕๕๗.
ไพศาล หวังพานชิ . การวัดผการศึกษา. กรุงเทพฯ : ไทยวฒั นาพานชิ , ๒๕๕๙.
ปณติ า วรรณพริ ุณ. การพฒั นารปู แบบดารเรียนบนเวบ็ แบบผสมผสานโดยใชป้ ัญหาเป็นหลกั เพื่อ

พัฒนาการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณของนิสิตปรญิ ญาบณั ฑติ . วิทยานิพนธป์ รญิ ญาครศุ าสตร
ดุษฎบี ัณฑติ สาขาเทคโนโลยแี ละสือ่ สารการศึกษา บณั ฑิตวิทยาลยั จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย,
๒๕๕๑.
พลกฤช ตนั ตญิ านกุ ุล. ผลของการจดั กิจกรรมการสอนสังคมศึกษาด้วยการฝกึ การคดิ อยา่ งมี
วจิ ารณญาณทม่ี ีตอ่ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนและความสามารถในการแกป้ ญั หา
วิทยานิพนธป์ รญิ ญามหาบัณฑติ สาขาวชิ าการสอนสงั คมศึกษา บัณฑิตวิทยาลัยจฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลยั , ๒๕๔๗.
เพ็ญพิศทุ ธิ์ เนคมานรุ กั ษ์. การพัฒนารปู แบบการคิดอย่างมวี ิจารณญาณสำหรบั นกั ศกึ ษาครู.
วิทยานิพนธป์ รญิ ญาครุศาสตรดุษฎบี ัณฑติ สาขาวชิ าจิตวทิ ยาการศกึ ษา บัณฑิตวิทยาลัย
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๗.
ภทั รา นิคมานนท์. การประเมินผลการเรยี น. กรงุ เทพฯ : ทิพยวิสุทธ์, ๒๕๕๓.
มยุรี หรุ่นขำ. ผลการใช้รูปแบบพฒั นาการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณที่มตี อ่ ความสามารถในการคดิ
แกป้ ัญหาในบริบทชมุ ชนของนกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๓ วทิ ยานิพนธป์ รญิ ญาครศุ าสต
รมหาบณั ฑติ สาขาจิตวิทยาการศึกษา บัณฑติ วทิ ยาลัย. กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๔๔.

๖๘

มลวิ ัลย์ สมศกั ด.ิ์ รปู แบบการสอนเพ่อื พฒั นาการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณของนักเรยี นในโครงการ
ขยายโอกาสทางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน. ปริญญานิพนธก์ ารศึกษาดุษฎีบัณฑิตมหาวทิ ยาลยั
ศรนี ครินทรวิโรฒ : ประสานมิตร, ๒๕๔๐.

วรพี ร ชาติชนะ. ผลการใช้รูปแบบการสอนตามแนวทฤษฎีสามเกลยี วของสเติร์นเบริ ์กในวชิ ากลุ่ม
สร่างเสรมิ ประสบการณช์ วี ิตที่มตี อ่ ความสามารถในการคดิ แกป้ ัญหาอย่างสรา้ งสรรคแ์ ละ
ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๕ วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญา
มหาบัณฑติ สาขาวชิ าจติ วิทยาการศึกษา บณั ฑติ วทิ ยาลยั จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ,
๒๕๔๓.

วิจารณ์ พานิช. การจดั การเรียนรู้. กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , ๒๕๔๙.
ศันศนีย์ ฉตั รคุปต์. รายงานเรื่องฝึกสมองใหค้ ดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ. กรงุ เทพฯ : สำนกั งาน

คณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาติ, ๒๕๕๔.
ศศธิ ร พงษ์โภคา. การพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปญั หาของนกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๖ โดย

จดั การเรยี นรูด้ ว้ ยเทคนคิ การแกป้ ญั หาอนาคตร่วมกบั แผนผงั ความคดิ . ๒๕๕๗.
สายพิน แกว้ ประเสริฐ. การตรวจสอบการคดิ วิจารณญาณสำหรับนักเรยี นช้นั มัธยมศึกษา.

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ๒๕๕๑.
สนทิ เหลืองบตุ รนาค. ความพงึ พอใจของนกั ศกึ ษาโรงการฝกึ อบรมครบู ุคลากรทางการศึกษา

ประจำการระดับปรญิ ญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต วชิ าเอกเกษตรศาสตร์ ทีม่ ผี ลตอ่ การเรียน
วิชาขยายพันธพุ์ ชื ของสหวทิ ยาลยั ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ. วิทยานิพนธ,์ กรงุ เทพ :
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์, ๒๕๕๙.
สมหวงั พิธิยานุวฒั น์. วทิ ยากรการประเมินทางการศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ,
๒๕๕๖.
สหพงศ จนั่ นศริ ิ. การพัฒนาทกั ษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณโดยใช้การจัดการเรียนรแู้ บบปัญหา
เป็นฐานในรายวชิ าหลกั การจัดฟารม์ สำหรับนกั เรยี นระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ ชน้ั ปีที่
๒, ๒๕๖๒.
สุคนธ์ สนิ ธพานนท์. พฒั นาทกั ษะการคดิ ตามแนวปฏิรปู การศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : ๙๑๑๙ เทคนคิ
พริ้นต้งิ , ๒๕๕๗.
สุวทิ ย์ มูลคํา. กลยทุ ธ์การสอนคดิ แก้ปญั หา. กรุงเทพฯ : หา้ งหุ้นส่วนจำกัดภาพพิมพ,์ ๒๕๔๗.
สาโรช ไสยสมบัต,ิ การวดั ความพงึ พอใจ. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพาณิช, ๒๕๕๓.
สำเนียง จนั ทรล์ อย. การวิจยั เชงิ ปฏิบัตกิ ารเพอ่ื พฒั นาทกั ษะการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณของ
นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ โรงเรยี นบ้านทงุ่ ใหญ่ สำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา
ประถมศึกษาสุพรรณบุรี, ๒๕๕๖.

๖๙

สทิ ธพิ ล อาจอนิ ทร์. ผลการใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนท่มี ีตอ่ การคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ
ของนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ โรงเรยี นวัดธาตุ อำเภอเกษตรวสิ ยั จังหวดั ร้อยเอด็ .
วิทยานิพนธป์ รญิ ญาศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาจติ วิทยาการศกึ ษา บัณฑติ
วทิ ยาลัยมหาวทิ ยาลัยขอนแก่น, ๒๕๕๐.

อรชา วราวทิ ย์. การตดั สินใจแกป้ ัญหาของเด็กปฐมวัย. วทิ ยานิพนธ์ คม. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั , ๒๕๓๖.

อรพรรณ ลือบญุ ธวชั ชยั . การศึกษาและการสอน. จุฬาลงกณ์มหาวทิ ยาลยั : กรงุ เทพฯ, ๒๕๔๕.
อกุ กฤษฎ์ ทรงชยั สงวน. ความพงึ พอใจของประชาชนที่มตี อ่ การบริหารจัดการโครงการพฒั นา

สถานตี ำรวจเพือ่ ประชาชนของตำรวจภูธร อำเภอเมอื ง จังหวดั ขอนแกน่ . วิทยานิพนธ์.
ขอนแกน่ : มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ , ๒๕๕๓.
อารมณ์ เพชรช่ืน. เทคนคิ การวดั และประเมนิ ผลการศกึ ษาระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ :
มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ, ๒๕๕๗.
อํานวย เลิศชยัน. ทฤษฎีการเรยี นรูเ้ พื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรุงเทพฯ : สำนกั งาน
คณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาติ, ๒๕๔๒.
Bloom. Taxonomy of Education Objective Handbook. I : Cognitive Doman. New
York : David Mc Kay Company, 1956.
Dewey. J. How We Think. New York : Health and Company, 1933.
Ennis. R.H. A logical basic for nursing critical thinking skills. Educational
Leadership. Np : np, nd. p.46.
Frederiksen. Problem-based Learning and Other Curriculum Models for the
Multiple Intelligences Classroom. USA : Skylight, 1997.
Good. Carter V. Dictionary of Education. 3 rd ed. New York : Book Company, 1973.
Guilford. Theanalysis of intelligence. New York : McGrow – Hill, 1967.
Hilgard. Ernest R. Introduction to Psychology. 3rd ed. New York : Marcourt Brace &
World Inc, 1962.
Luthans. F. Organizational behavior. New York : MaGraw Hill inc, 1979.
Jerome Bruner. The blended learning book : Best practices. proven methodologies.
and lessons learned San Francisco. Calif : Pfeiffer, 2004.
Piaget. The origin of Intelligence in the child. United States of America : Published
in Penguin Education, 1977.

๗๐

Stollburg. R.J. Beyond IQ : A triarchic theory of human intelligence. Newyork :
Cambridge University Press, 1985.

Thomas Blended Learning : how to integrate online and traditionallearning. London
: Kogan, 2003.

Weir. Constructivist Perspective and Mathematics. science education, 1991.

ภาคผนวก

๗๒

ภาคผนวก ก
รายนามผูเ้ ช่ยี วชาญ

๗๓

รายชื่อผูเ้ ช่ียวชาญตรวจสอบเครื่องมอื ในการวจิ ยั

๑. นายบญุ สง่ นาแสวง อาจารยป์ ระจำหลักสตู รครศุ าสตรบณั ฑิต
สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวทิ ยาลัย วิทยาเขตขอนแกน่

๒. นายวิรัตน์ ทองภู อาจารยป์ ระจำหลกั สตู รครศุ าสตรบัณฑิต
สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตขอนแกน่

๓. นางสริญญา มารศรี อาจารย์ประจำหลักสตู รครุศาสตรบณั ฑิต
สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลง
กรณราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตขอนแกน่

๗๔

ภาคผนวก ข
แบบประเมนิ คณุ ภาพเครอ่ื งมือโดยผเู้ ช่ียวชาญ

๗๕

แบบประเมินแผนการจดั การเรียนรู้ คณะครศุ าสตร์ สาขาสงั คมศกึ ษา

วิชา ศกึ ษาอิสระ รหสั วชิ า ๒๐๓๔๒๐

แผนการเรียนรทู้ ่ี ๑ เรอื่ ง สถาบันการเงนิ

คำชแี้ จง : ข้อความทเ่ี สนอตอ่ ไปนเี้ ปน็ เกณฑพ์ ื้นฐานในการประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้ โปรดใส่

เครื่องหมายถูก ( √ ) ลงในชอ่ งทต่ี รงกับความคดิ เหน็ ลงในแบบประเมิน และหากทา่ นมขี อ้ เสนอแนะ

กรุณาระบรุ ายละเอียด ให้เป็นแนวทางในการปรับปรุงตอ่ ไป

ระดบั ๕ หมายถึง เหน็ ดว้ ยมากท่ีสุด

ระดับ ๔ หมายถงึ เหน็ ดว้ ยมาก

ระดบั ๓ หมายถงึ เหน็ ดว้ ยปานกลาง

ระดบั ๒ หมายถึง เห็นดว้ ยน้อย

ระดบั ๑ หมายถงึ เห็นด้วยน้อยทสี่ ุด

รายการประเมิน ระดับความคิดเหน็ หมายเหตุ

๕๔๓ ๒๑

๑. หน่วยการเรียนรมู้ ีองคป์ ระกอบครบถว้ นเหมาะสม
และมรี ายละเอยี ดทสี่ อดคลอ้ งสมั พันธ์กัน

๒. การเขยี นสาระสำคญั ในแผนกระชบั ครอบคลุม
ตามเปา้ หมาย

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรมู้ ีความชัดเจนถูกต้อง
๔. เนอื้ หา / กิจกรรมการสอนเหมาะสมกบั จำนวน

เวลาท่ีกำหนด

๕. เนื้อหาสาระในแผนถกู ตอ้ งตามหลกั โครงสรา้ ง
หลกั สูตรแกนกลาง

๖. กิจกรรมการเรียนรหู้ ลากหลาย / เหมาะสมกบั วัย
ของผเู้ รียนและสามารถนำไปปฏบิ ตั ไิ ด้จรงิ

๗. กจิ กรรมการสอนพฒั นาความสามารถการคดิ อย่าง
มีวจิ ารณญาณสอดคล้องกับกระบวนการแกป้ ัญหา

๘. มีการใช้สอื่ / เนอื้ หาสาระเหมาะสมกบั ผู้เรียน
๙. มรี ูปแบบการวดั ผลและประเมินผลทห่ี ลากหลาย
๑๐.มีการวดั ผลและประเมนิ ผลทส่ี อดคลอ้ งกบั

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

๗๖

ข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ..................................................................
(................................................................)
ผ้ปู ระเมนิ

๗๗

แบบประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้ คณะครศุ าสตร์ สาขาสังคมศกึ ษา

วชิ า ศึกษาอสิ ระ รหสั วิชา ๒๐๓๔๒๐

แผนการเรยี นรู้ท่ี ๒ เรอื่ ง ธนาคารกลาง

คำชแี้ จง : ขอ้ ความทเี่ สนอตอ่ ไปนเ้ี ป็นเกณฑพ์ ืน้ ฐานในการประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ โปรดใส่

เคร่ืองหมายถูก ( √ ) ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเหน็ ลงในแบบประเมิน และหากทา่ นมขี ้อเสนอแนะ

กรณุ าระบรุ ายละเอียด ใหเ้ ปน็ แนวทางในการปรบั ปรงุ ตอ่ ไป

ระดบั ๕ หมายถึง เห็นดว้ ยมากท่สี ดุ

ระดับ ๔ หมายถงึ เห็นด้วยมาก

ระดับ ๓ หมายถงึ เหน็ ด้วยปานกลาง

ระดบั ๒ หมายถึง เห็นด้วยนอ้ ย

ระดบั ๑ หมายถึง เห็นด้วยน้อยทสี่ ดุ

รายการประเมนิ ระดับความคดิ เหน็ หมายเหตุ

๕๔๓๒๑

๑. หน่วยการเรยี นรูม้ ีองคป์ ระกอบครบถ้วนเหมาะสม
และมรี ายละเอยี ดทสี่ อดคลอ้ งสมั พันธก์ ัน

๒. การเขยี นสาระสำคญั ในแผนกระชบั ครอบคลุม
ตามเปา้ หมาย

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรมู้ ีความชดั เจนถูกต้อง
๔. เนื้อหา / กิจกรรมการสอนเหมาะสมกบั จำนวนเวลา

ท่ีกำหนด

๕. เนื้อหาสาระในแผนถกู ต้องตามหลกั โครงสร้าง
หลักสูตรแกนกลาง

๖. กจิ กรรมการเรียนรูห้ ลากหลาย / เหมาะสมกบั วยั
ของผูเ้ รียนและสามารถนำไปปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ

๗. กิจกรรมการสอนพฒั นาความสามารถการคดิ อย่างมี
วจิ ารณญาณสอดคล้องกบั กระบวนการแกป้ ญั หา

๘. มีการใชส้ ่อื / เนือ้ หาสาระเหมาะสมกบั ผเู้ รียน
๙. มรี ูปแบบการวัดผลและประเมนิ ผลทหี่ ลากหลาย
๑๐.มกี ารวดั ผลและประเมินผลทสี่ อดคลอ้ งกบั

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

๗๘

ข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ..................................................................
(................................................................)
ผ้ปู ระเมนิ

๗๙

แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรู้ คณะครุศาสตร์ สาขาสงั คมศึกษา

วิชา ศึกษาอิสระ รหสั วชิ า ๒๐๓๔๒๐

แผนการเรยี นรูท้ ี่ ๓ เรอ่ื ง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งหน่วยเศรษฐกจิ

คำช้แี จง : ขอ้ ความทเี่ สนอต่อไปน้เี ปน็ เกณฑพ์ ืน้ ฐานในการประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้ โปรดใส่

เครื่องหมายถูก ( √ ) ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ความคิดเห็นลงในแบบประเมนิ และหากท่านมีขอ้ เสนอแนะ

กรณุ าระบุรายละเอยี ด ใหเ้ ป็นแนวทางในการปรบั ปรงุ ตอ่ ไป

ระดับ ๕ หมายถงึ เห็นดว้ ยมากท่ีสุด

ระดบั ๔ หมายถงึ เห็นด้วยมาก

ระดับ ๓ หมายถึง เหน็ ดว้ ยปานกลาง

ระดับ ๒ หมายถงึ เห็นด้วยนอ้ ย

ระดับ ๑ หมายถึง เหน็ ดว้ ยน้อยทสี่ ดุ

รายการประเมนิ ระดับความคิดเห็น หมายเหตุ

๕๔๓ ๒๑

๑. หน่วยการเรยี นรู้มีองคป์ ระกอบครบถว้ นเหมาะสม
และมรี ายละเอียดทส่ี อดคลอ้ งสัมพันธก์ นั

๒. การเขยี นสาระสำคญั ในแผนกระชบั ครอบคลมุ
ตามเป้าหมาย

๓. จุดประสงค์การเรยี นรมู้ ีความชดั เจนถูกตอ้ ง
๔. เนือ้ หา / กิจกรรมการสอนเหมาะสมกบั จำนวน

เวลาทกี่ ำหนด

๕. เน้อื หาสาระในแผนถกู ตอ้ งตามหลักโครงสรา้ ง
หลกั สตู รแกนกลาง

๖. กจิ กรรมการเรยี นรหู้ ลากหลาย / เหมาะสมกบั วัย
ของผเู้ รยี นและสามารถนำไปปฏบิ ัตไิ ดจ้ รงิ

๗. กจิ กรรมการสอนพฒั นาความสามารถการคิดอย่าง
มวี จิ ารณญาณสอดคล้องกับกระบวนการแกป้ ญั หา

๘. มกี ารใช้ส่อื / เนือ้ หาสาระเหมาะสมกับผเู้ รียน
๙. มีรปู แบบการวดั ผลและประเมินผลทห่ี ลากหลาย
๑๐.มีการวัดผลและประเมินผลทสี่ อดคลอ้ งกบั

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๘๐

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
............................................................................................................................. ...................................
......................................................................................................................................... .......................

ลงช่ือ ..................................................................
(................................................................)
ผ้ปู ระเมนิ

๘๑

แบบประเมนิ ความสอดคล้องระหวา่ งแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นกับจดุ ประสงค์การ
เรยี นรเู้ รอื่ ง การพัฒนาความสามารถในการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณโดยใช้การจัดการเรยี นรู้ด้วย

กระบวนการแก้ปญั หา รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนกั เรียนมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑
โรงเรียนสองคอนศิรคิ ุรรุ าษฎร์ อำเภอนำ้ พอง จงั หวดั ขอนแก่น

คำชแี้ จง
โปรดพจิ ารณาขอ้ สอบแต่ละข้อว่าสามารถวัดได้ตามตรงวัตถปุ ระสงคก์ ารเรียนรู้ เมอ่ื พิจารณา

แล้วให้ท่านทำเครื่องหมาย / ลงในชอ่ งทีต่ รงตามกับความคดิ เหน็ ของทา่ นมากทสี่ ดุ โดยใช้เกณฑด์ ังน้ี
+๑ หมายถงึ แน่ใจว่าข้อสอบมีความสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์การเรยี นรู้
๐ หมายถงึ ไมแ่ น่ใจวา่ ข้อสอบมีความสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
-๑ หมายถงึ แนใ่ จว่าขอ้ สอบไมม่ ีความสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

ขอบพระคณุ เปน็ อยา่ งสงู
นางสาวศุภลักษณ์ อาสนาจนั ทร์
นิสิตระดบั ปรญิ ญาตรี สาขาวชิ าสงั คมศึกษา คณะครศุ าสตร์
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตขอนแก่น

๘๒

วตั ถุประสงค์ ข้อสอบ ระดับ ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ
การเรยี นรู้ พฤติกรรม สอดคล้อง
อธบิ ายบทบาท ๑. ข้อใดคอื ความหมายของสถาบนั น ความรู้ +๑ ๐ -๑
และหนา้ ที่ของ การเงนิ ความจำ
สถาบันการเงนิ .
แต่ละประเภท ก. สถาบนั ทจี่ ่ายดอกเบ้ียใหแก้ผกู้ ู้ยืม ความรู้
ข. สถาบันท่ใี หก้ ูย้ มื โดยไมค่ ิดผลตอบแทน ความจำ
อธบิ ายบทบาท ค. สถาบนท่รี ะดมเงนิ ออมจากนักธรุ กิจ
และหนา้ ทีข่ อง ต่างชาติ ความรู้
สถาบนั การเงนิ ง. สถาบันทท่ี ำธรุ กจิ ในรปู แบบของการกยู้ ืม ความจำ
แตล่ ะประเภท และใหก้ ู้ยมื
เฉลย ข้อ ง. การวิเคราะห์
อธบิ ายบทบาท ๒. สถาบนั การเงนิ ใดมีหนา้ ทีใ่ นการออก
และหน้าที่ของ
สถาบันการเงิน ธนบัตรและจัดพมิ พ์
แต่ละประเภท ก. ธนาคารออมสนิ
ข. ธนาคารพาณิชย์
วิเคราะห์ความ ค. ธนาคารแหง่ ประเทศไทย
แตกตา่ งของ ง. ธนาคารอาคารสงเคราะห์
สถาบันทาง เฉลย ขอ้ ค.
๓. หน่วยงานใดทำหนา้ ทผี่ ลิตเหรยี ญ

กษาปณ์
ก. กรมธนารกั ษ์
ข. กระทรวงพาณิชย์
ค. กรมการค้าภายใน
ง. กระทรวงการตา่ งประเทศ
เฉลย ขอ้ ก.
๔. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หน้าท่ีของธนาคารแห่ง

ประเทศไทย
ก. รบั ฝากเงนิ จากประชาชน

๘๓

วัตถปุ ระสงค์ ขอ้ สอบ ระดบั ระดบั ความ ขอ้ เสนอแนะ
การเรียนรู้ พฤตกิ รรม สอดคลอ้ ง
+๑ ๐ -๑

การเงินแตล่ ะ ข. ให้ก้ยู มื แกธ่ นาคารพาณชิ ย์ ความเข้าใจ
ประเภทได้ ค. รับฝากเงินและใหก้ ู้ยืมแกห่ นว่ ยงาน
ราชการ การวิเคราะห์
อธบิ ายบทบาท ง. เป็นตัวแทนของรัฐบาลในองคก์ าร
และหน้าท่ขี อง ระหวา่ งประเทศตา่ ง ๆ ความรู้
สถาบันการเงิน เฉลย ขอ้ ก. ความจำ
แต่ละประเภท ๕. ขอ้ ใดคือลักษณะของเงนิ ฝากประจำ
ก. ผฝู้ ากจะไมไ่ ดร้ ับดอกเบีย้
วิเคราะหค์ วาม ข. ผฝู้ ากจะเบกิ – ถอนเม่ือใดก็ได้
แตกตา่ งของ ค. ผู้ฝากจะถอนได้ เมอ่ื ครบกำหนด
สถาบนั ทาง ง. ผู้ฝากจะถอนไดจ้ ากเครื่องรบั จา่ ยเงนิ
การเงนิ แต่ละ อัตโนมตั ิ
ประเภทได้ เฉลย ข้อ ค.
๖. ขอ้ ใดไม่ใชบ่ รกิ ารของธนาคารพาณชิ ย์
อธิบายบทบาท ก. โอนเงิน
และหนา้ ทีข่ อง ข. รับทวงหน้ี
สถาบนั การเงิน ค. ให้เช่าตู้นิรภัย
แต่ละประเภท ง. รบั ชำระคา่ สนิ ค้าและบรกิ ารต่าง ๆ
เฉลย ข้อ ข.
๗. การถอนเงนิ จากเครอื่ งรบั จา่ ยเงนิ

อัตโนมตั (ิ เอทีเอม็ ) เป็นการฝาก –
ถอนเงนิ ประเภทใด
ก. เงนิ ฝากประจำ
ข. เงินฝากออมทรพั ย์
ค. เงินฝากกระแสรายวนั
ง. เงนิ ฝากเพื่อการลงทนุ

๘๔

วตั ถปุ ระสงค์ ขอ้ สอบ ระดับ ระดับความ ข้อเสนอแนะ
การเรยี นรู้ พฤติกรรม สอดคล้อง
+๑ ๐ -๑
เฉลย ขอ้ ข.

ตระหนกั และ ๘. ไพลินต้องการกู้ยืมเงนิ เพ่ือนำมาปลูก การนำไปใช้
เห็นความสำคญั บ้าน โดยมีโฉนดทีด่ นิ เป็นหลกั ทรัพยค์ ำ้
ของสถาบัน ประกัน ไพลินตอ้ งตดิ ต่อ สถาบัน ความรู้
การเงนิ แตล่ ะ การเงินใด ความจำ
ประเภท
ก. โรงรับจำนำ ความรู้
อธิบายบทบาท ข. บริษัทเงินทนุ ความจำ
และหนา้ ทข่ี อง ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย
สถาบันการเงนิ ง. ธนาคารอาคารสงเคราะห์
แต่ละประเภท เฉลย ขอ้ ง.
๙. สถาบันการเงนิ ใดทที่ ำหน้าทร่ี บั ฝากเงิน
อธบิ ายบทบาท
และหน้าทขี่ อง และให้กู้ยมื แก่ประชาชนทัว่ ไป
สถาบนั การเงิน ก. โรงรับจำนำ
แต่ละประเภท ข. ธนาคารแห่งประเทศไทย
ค. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์
การเกษตร
ง. ธนาคารเพื่อการสง่ ออกและนำเขา้ แห่ง
ประเทศไทย
เฉลย ขอ้ ค.
๑๐.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยอยู่

ภายใตก้ าร
กำกับดูแลของหนว่ ยงานใด
ก. ธนาคารพาณชิ ย์
ข. กระทรวงการคลงั
ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย

๘๕

วัตถปุ ระสงค์ ข้อสอบ ระดับ ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ
การเรยี นรู้ พฤติกรรม สอดคลอ้ ง
+๑ ๐ -๑

ง. กระทรวงการตา่ งประเทศ

เฉลย ขอ้ ข.

วิเคราะหข์ ้อมลู ๑๑.ข้อใดกล่าวถกู ต้อง การวเิ คราะห์

เก่ียวกบั ก. สถาบนั การเงนิ ของไทยใหอ้ ัตราดอกเบย้ี
ธนาคารได้ เทา่ กันทกุ แหง่

ข. สถาบันการเงนิ ทกุ แห่งทำหน้าทีร่ บั ฝาก

เงินจากประชาชน

ค. สถาบันการเงนิ รับภาระความเส่ียง

บางสว่ นแทนผู้ออมและผู้กเู้ งิน

ง. สถาบันการเงินทต่ี อ้ งข้ึนในประเทศเปน็

สถาบันการเงนิ ของรฐั ทง้ั หมด

เฉลย ข้อ ค.

อธิบายบทบาท ๑๒.บริษัทแบงกส์ ยามกมั มาจลทุนจำกัด ความเขา้ ใจ
การวเิ คราะห์
หนา้ ท่ีของ เป็นชอ่ื

ธนาคารกลางได้ เดิมของธนาคารใด

ก ธนาคารออมสิน

ข. ธนาคารกรงุ ไทย

ค. ธนาคารไทยพาณชิ ย์

ง. ธนาคารกรงุ ศรีอยธุ ยา

เฉลย ข้อ ค.

วเิ คราะห์ขอ้ มูล ๑๓.ขอ้ ใดไม่ใช่บทบาทหน้าท่ขี องธนาคาร

เกย่ี วกับ ออมสนิ
ธนาคารได้ ก. การจำหน่ายสลากออมสิน

ข. การรบั ฝากเงนิ จากประชาชน

ค. การปลอ่ ยสินเช่ือบุคคลท่ัวไป

ง. การออกตวั๋ สญั ญาใช้เงนิ จำหน่าย

๘๖

วัตถุประสงค์ ขอ้ สอบ ระดบั ระดบั ความ ขอ้ เสนอแนะ
การเรยี นรู้ พฤติกรรม สอดคล้อง
+๑ ๐ -๑

เฉลย ขอ้ ง.

ตระหนกั และ ๑๔.หากต้องการเปดิ บญั ชีกับธนาคารเพ่อื การนำไปใช้

เห็นความสำคญั เก็บออม

ของธนาคาร เงนิ นกั เรยี นควรเปิดบญั ชเี งนิ ฝากประเภท
กลาง ใด

ก. เงนิ ฝากประจำ

ข. เงินฝากออมทรัพย์

ค. เงนิ ฝากกระแสรายวัน

ง. เงนิ ฝากเพ่ือการลงทุน

เฉลย ข้อ ข.

ตระหนักและ ๑๕.สมใจเปน็ พนักงานบริษทั มีรายไดไ้ มม่ าก การนำไปใช้

เห็นความสำคญั นกั เขา

ของธนาคาร ตอ้ งการซ้ือท่ดี นิ เพื่อปลกู บา้ นอยู่อาศยั
กลาง นักเรยี นจะแนะนาํ ใหส้ มใจติดต่อกบั สถาบนั

การเงนิ ใด

ก. สหกรณ์ออมทรพั ย์

ข. ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ค. บรษิ ัทหลักทรัพยจ์ ัดการกองทนุ รวม

ง. บริษทั ประกนั สินเช่อื อตุ สาหกรรมขนาด

ย่อม

เฉลย ขอ้ ข.

อธบิ ายบทบาท ๑๖.ข้อใดคือวัตถุประสงคส์ ำคัญในการ ความเขา้ ใจ

หน้าทข่ี อง จัดต้ัง

ธนาคารกลางได้ ธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณ์

การเกษตร

ก. การสง่ เสรมิ การพัฒนาภาคเกษตรกรรม

๘๗

วัตถปุ ระสงค์ ข้อสอบ ระดบั ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ
การเรียนรู้ พฤตกิ รรม สอดคลอ้ ง
+๑ ๐ -๑

ข. การเป็นแหลง่ เงินทุนใหก้ บั ผู้ทเ่ี ปน็

เจา้ ของโรงสี

ค. การชว่ ยเหลอื เกษตรกรทขี่ าดแคลนที่ดนิ

ทำกิน

ง. การรบั ฝากเงินจากผ้ปู ระกอบอาชีพ

เกษตรกรรม

เฉลย ข้อ ก.

อธบิ ายบทบาท ๑๗.การเปน็ นายธนาคารและที่ปรกึ ษาดา้ น ความรู้
ความจำ
หนา้ ที่ของ นโยบายเศรษฐกจิ ของรัฐบาลเปน็ บทบาท
ธนาคารกลางได้ หน้าท่ีของ สถาบนั การเงนิ ใด ความรู้
ความจำ
ก. ธนาคารออมสิน
ความเข้าใจ
ข. บรษิ ัทเครดติ ฟองซเิ อร์

คง ธนาคารแหง่ ประเทศไทย

ง. ธนาคารเพ่ือการสง่ ออกและนำเขา้ แหง่

ประเทศไทย

เฉลย ข้อ ค.

อธิบายบทบาท ๑๘.ในสมยก่อนเรยี กเงนิ ตรากระดาษว่า

หน้าทีข่ อง อะไร

ธนาคารกลางได้ ก. ปี้

ข. เบี้ย

ค. หมาย

ง. พดด้วง

เฉลย ข้อ ค.

อธิบายบทบาท ๑๙.ขอ้ ใดคอื บทบาทหนา้ ทข่ี องผบู้ ริโภค

หน้าท่ีของ หรือ

ธนาคารกลางได้ ครวั เรือน

๘๘

วัตถุประสงค์ ข้อสอบ ระดับ ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ
การเรยี นรู้ พฤติกรรม สอดคลอ้ ง
+๑ ๐ -๑

ก. การบริหารประเทศ

ข. การผลติ สนิ คาและบรกิ าร

ค. การเปน็ เจา้ ของปจั จยั การผลิต

ง. การดำเนนิ การเกี่ยวกบั สินเชอ่ื

เฉลย ข้อ ค.

อธบิ ายบทบาท ๒๐.การดาํ เนนิ งานของสถาบนั การเงนิ มี ความรู้

หน้าทีข่ อง จุดมุ่งหมายเพื่ออะไร ความจำ
ธนาคารกลางได้ ก. กำไร

ข. คา่ บรกิ าร

ค. ความพอใจ

ง. รายไดจ้ ากการลงทุน

เฉลย ข้อ ก.

อธบิ ายบทบาท ๒๑.ธนาคารใดจัดเปน็ ธนาคารพาณิชย์ ความรู้

หน้าที่ของ ก. ธนาคารกลาง ความจำ
ธนาคารกลางได้ ข. ธนาคารกรุงเทพ

ค. ธนาคารออมสิน

ง. ธนาคารอาคารสงเคราะห์

เฉลย ข้อ ข.

อธบิ ายบทบาท ๒๒. ธนาคารโดยทว่ั ไปมหี นา้ ทหี่ ลัก คืออะไร ความรู้

หน้าท่ีของ ก. รบั ฝากเงินและใหก้ เู้ งิน ความจำ
ธนาคารกลางได้ ข. ใหค้ ำปรกึ ษาดา้ นการเงิน

ค. ให้การสนบั สนนุ การสง่ ออก

ง. ใหบ้ ริการชำระคา่ นำ้ ประปา

เฉลย ขอ้ ก.

อธิบายบทบาท ๒๓. ธนาคารกลางมหี นา้ ทท่ี ำอะไร ความรู้

หน้าที่ของ ก. รับฝากเงินจากประชาชน ความจำ

ธนาคารกลางได้ ข. ชว่ ยเหลอื เกษตรกร

๘๙

วตั ถุประสงค์ ขอ้ สอบ ระดับ ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ
การเรยี นรู้ พฤตกิ รรม สอดคลอ้ ง
+๑ ๐ -๑

ค. ให้ประชาชนกเู้ งนิ

ง. ออกธนบตั ร

เฉลย ข้อ ง.

อธิบายบทบาท ๒๔. การถอนเงนิ จากธนาคารไม่ตอ้ งใชส้ ง่ิ ใด ความเข้าใจ

หนา้ ทข่ี อง ก. สตู ิบตั ร

ธนาคารกลางได้ ข. ใบถอนเงิน

ค. สมดุ เงนิ ฝาก

ง. บตั รประจำตวั ประชาชน

เฉลย ข้อ ก.

อธิบายบทบาท ๒๕. การฝากเงินแบบใดได้ดอกเบย้ี มากทสี่ ดุ ความเขา้ ใจ

หน้าท่ีของ ก. ฝากออมทรพั ย์

ธนาคารกลางได้ ข. ฝากกระแสรายวัน

ค. ฝากประจำ 3 เดอื น

ง. ฝากประจำ 12 เดือน

เฉลย ขอ้ ง.

ตระหนักและ ๒๖. หากเรากเู้ งนิ จากธนาคาร เราตอ้ งเสีย การนำไปใช้

เหน็ ความสำคญั สิ่งใดใหก้ บั ธนาคารนอกจากเงนิ ตน้

ของธนาคาร ก. ค่าธรรมเนยี ม

กลาง ข. คา่ เสียเวลา

ค. คา่ บรกิ าร

ง. ดอกเบี้ย

เฉลย ขอ้ ง.

วิเคราะหข์ อ้ มูล ๒๗. ถา้ ผูใ้ ห้ก้คู ดิ ดอกเบ้ียเกินรอ้ ยละ 15 การวเิ คราะห์

เกีย่ วกับ บาทต่อปี ผ้กู ้มู สี ทิ ธิตามข้อใด

ธนาคารได้ ก. จ่ายดอกเบ้ยี ให้ครบ

ข. ไมจ่ ่ายดอกเบ้ียทั้งหมด

ค. ไมจ่ า่ ยดอกเบยี้ สว่ นเกินนน้ั

ง. จ่ายดอกเบี้ยเฉพาะสว่ นทเี่ กิน

๙๐

วัตถุประสงค์ ขอ้ สอบ ระดับ ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ
การเรยี นรู้ พฤตกิ รรม สอดคลอ้ ง
เฉลย ขอ้ ค. การวิเคราะห์ +๑ ๐ -๑
วเิ คราะห์ขอ้ มูล ๒๘. ใครกยู้ มื เงนิ มาใช้จา่ ยไมถ่ ูกตอ้ ง
เก่ียวกับ ก. แดงกู้เงนิ มาทำธรุ กจิ ความเข้าใจ
ธนาคารได้ ข. ดำก้เู งนิ มาเล่นการพนัน
ค. ขาวกเู้ งินมาปลกู บา้ นอยู่ ความรู้
อธิบายบทบาท ง. เขยี วกู้เงินมาเป็นทุนการศกึ ษา ความจำ
หนา้ ทีข่ อง เฉลย ขอ้ ข.
ธนาคารกลางได้ ๒๙.ในสัญญากเู้ งินไม่จำเป็นต้องมลี ายมอื การวเิ คราะห์
ชือ่ ของ
อธบิ ายบทบาท ใคร
หนา้ ท่ีของ ก. ผกู้ ู้
ธนาคารกลางได้ ข. ผใู้ ห้กู้
ค. พยานบคุ คล
วิเคราะห์ ง. ผสู้ งั เกตการณ์
ความสมั พันธ์ เฉลย ข้อ ง.
ระหว่างหนว่ ย ๓๐. ธนาคารใดทเี่ น้นใหส้ ินเชือ่ ปลูกสร้างท่ี
เศรษฐกจิ ได้ อยอู่ าศยั
ก. ธนาคารออมสนิ
ข. ธนาคารกสกิ รไทย
ค. ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ง. ธนาคารแห่งประเทศไทย
เฉลย ข้อ ค.
๓๑. ขอ้ ใดไม่ใช่ความสำคัญของเงินในระบบ
เศรษฐกจิ
ก. ทำใหเ้ ศรษฐกจิ หยุดชะงัก
ข. เป็นปจั จยั สำคัญของการผลิต
ค. ชว่ ยให้เกดิ ความสะดวกในการดำเนิน
ชีวติ


Click to View FlipBook Version