The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

๔-นางสาวศุภลักษณ์ อาสนาจันทร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by social study, 2022-05-18 02:45:48

๔-นางสาวศุภลักษณ์ อาสนาจันทร์

๔-นางสาวศุภลักษณ์ อาสนาจันทร์

๙๑

วัตถปุ ระสงค์ ข้อสอบ ระดับ ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ
การเรยี นรู้ พฤตกิ รรม สอดคลอ้ ง
+๑ ๐ -๑
อธบิ ายบอก
ความสัมพันธ์ ง. ทำใหก้ จิ กรรมทางเศรษฐกจิ ดำเนินไป
ระหวา่ งหน่วย
เศรษฐกจิ ได้ อย่างตอ่ เนือ่ ง

บอก เฉลย ข้อ ก.
ความสัมพันธ์
ระหว่างหนว่ ย ๓๒. เงนิ เหรียญไทยผลิตและประกาศใชโ้ ดย ความรู้
เศรษฐกจิ ได้
หนว่ ยงานใด ความจำ
อธิบายบทบาท
และหน้าทข่ี อง ก. ธนาคารแหง่ ประเทศไทย
สถาบนั การเงิน
แต่ละประเภท ข. สำนักนายกรฐั มนตรี
ได้
ค. กรมตำรวจแห่งชาติ

ง. กรม ธนารกั ษ์

เฉลย ข้อ ง.

๓๓. ธนบัตรไทยผลติ และประกาศใช้โดย ความรู้

หนว่ ยงานใด ความจำ

ก. ธนาคารแห่งประเทศไทย

ข. สำนกั นายกรฐั มนตรี

ค. กรมตำรวจแห่งชาติ

ง. กรมธนารักษ์

เฉลย ข้อ ก.

๓๔. เงนิ ตามความหมายของเศรษฐศาสตร์ ความรู้

หมายถงึ ขอ้ ใด ความจำ

ก. สงิ่ ท่ีตอ้ งพกติดตัว

ข. สือ่ กลางในการแลกเปลีย่ น

ค. วัตถทุ ี่ต้องแสวงหา

ง. ทรพั ยท์ ม่ี าจากการประกอบอาชีพ

เฉลย ข้อ ข.

๙๒

วัตถุประสงค์ ข้อสอบ ระดบั ระดับความ ขอ้ เสนอแนะ
การเรียนรู้ พฤตกิ รรม สอดคลอ้ ง
+๑ ๐ -๑

วเิ คราะหค์ วาม ๓๕. ข้อใดไม่ใชห่ นา้ ทข่ี องสถาบนั การเงนิ การวเิ คราะห์
แตกต่างของ ก. รับฟ้องคดยี กั ยอกเงนิ
สถาบนั ทาง ข. รบั ฝากเงนิ ความเขา้ ใจ
การเงินแต่ละ ค. ออมเงิน
ประเภทได้ ง. ใหก้ ู้ยมื ความรู้
เฉลย ข้อ ก. ความจำ
อธบิ ายบอก ๓๖. เหตุใด เงินจึงทำใหป้ ระชาชนมีความ
ความสัมพันธ์ เป็นอย่ทู สี ะดวกขนึ้ ความรู้
ระหว่างหนว่ ย ก. เงนิ สามารถใช้ทำอะไรกไ็ ด้ ความจำ
เศรษฐกจิ ได้ ข. เงินช่วยให้เกิดความสะดวก
ค. เงินใชซ้ อื้ สนิ ค้าไดต้ ามต้องการ
บอก ง. เงนิ เปน็ สือ่ กลางในการแลกเปล่ียน
ความสัมพันธ์ เฉลย ข้อ ง.
ระหวา่ งหนว่ ย ๓๗. เงนิ เหรียญชนิดใด ไมม่ ีใช้ในปจั จบุ ัน
เศรษฐกจิ ได้ ก. เหรยี ญ ๑ บาท
ข. เหรียญ ๑๐ สตางค์
บอก ค. เหรยี ญ ๒๕ สตางค์
ความสัมพันธ์ ง. เหรียญ ๕๐ สตางค์
ระหวา่ งหน่วย เฉลย ขอ้ ข.
เศรษฐกจิ ได้ ๓๘. ข้อใด คือ ค่าตอบแทนของแรงงาน
ก. ค่าเชา่
ข. ค่าจ้าง
ค. กำไร
ง. ดอกเบย้ี
เฉลย ขอ้ ข.

๙๓

วัตถปุ ระสงค์ ข้อสอบ ระดบั ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ
การเรียนรู้ พฤติกรรม สอดคลอ้ ง
+๑ ๐ -๑

วเิ คราะห์ ๓๙. ข้อใดไม่ใช่หน้าทข่ี องเงินในระบบ การวิเคราะห์

ความสมั พันธ์ เศรษฐกจิ

ระหว่างหน่วย ก. ชำระหนไี้ ดต้ ามกฎหมาย

เศรษฐกจิ ได้ ข. เป็นส่ือกลางความเขา้ ใจกนั

ค. เปน็ เครอื่ งกำหนดราคาสนิ คา้

ง. เป็นสื่อกลางในการซ้อื ขายสนิ คา้

เฉลย ข้อ ข.

ตระหนักและ ๔๐. ใครใช้เงนิ อยา่ งประหยดั และรู้คุณคา่ การนำไปใช้

เหน็ ความสำคญั ของเงนิ

ของ ก. ไกใ่ ช้เงนิ ตามจำนวนทพ่ี อ่ ใหโ้ ดยไม่ขอ

ความสัมพนั ธ์ เพ่ิม

ระหว่างหนว่ ย ข. ก้อยนำเงนิ เหลอื เกบ็ ไปฝากธนาคาร

เศรษฐกจิ ค. เกง่ อดข้าวเพือ่ นำเงินไปซื้อเกม

ง. ไก่ใชเ้ งินตามจำนวนทพี่ ่อให้

เฉลย ข้อ ข.

ลงช่อื .................................................................
(..............................................................)
ผู้ประเมนิ

๙๔

แบบวดั ความสามารถในการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ

วัตถุประสงค์

แบบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณนี้ เป็นเครืองมือในการประเมินระดับ

ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ รายวิชาเศรษฐศาสตร์

ซึ่งประกอบดว้ ยความสามารถในการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ ๗ ด้าน ได้แก่ ๑) ด้านการระบุประเดน็

ปัญหา ๒) ด้านการรวบรวมข้อมลู ๓) ด้านความน่าเช่ือถือของแหลง่ ข้อมูล ๔) ด้านการระบลุ ักษณะ

ของข้อมูล ๕) ด้านการตง้ั สมมตฐิ าน ๖) ดา้ นการลงขอ้ สรปุ และ ๗) ดา้ นการประเมินผล

คำชี้แจง

๑. แบบวัดน้มี ีข้อสอบทง้ั หมด ๒๐ ขอ้ เปน็ ขอ้ สอบปรนัยแบบเลือกตอบ ๔ ตวั เลอื ก ใช้เวลา ๒๐

นาที

๒. ใหน้ ักเรยี นเลือกคำตอบถูกต้องท่สี ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

วัตถปุ ระสงค์ ขอ้ สอบ ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ

สอดคล้อง

+๑ ๐ -๑

ด้านความ ๑. ข้อความใดเก่ียวกบั ลกั ษณะสำคญั ของ

น่าเชื่อถือของ สถาบันการเงินขอ้ ใดถกู ตอ้ งชดั เจนมากทสี่ ุด

แหลง่ ข้อมูล ก. หารายไดจ้ ากการกูย้ มื เงิน

ข. เป็นตวั กลางของผู้รบั ฝากเงนิ

ค. รบั ความเส่ยี งแทนผู้ออมและผ้กู ยู้ มื เงิน

ง. ทำธุรกิจเกย่ี วกับการเงนิ ทมี่ ีผลประโยชน์

เฉลย ขอ้ ค.

ด้านการ ๒. ขอ้ ความใดเก่ียวขอ้ งกับบทบาทหน้าที่ของ

ประเมินผล ธนาคารพาณิชย์ขอ้ ใดถูกตอ้ ง

ก. สนับสนนุ นกั ธุรกจิ ท่ีนำเข้าสง่ ออกสินค้า

ข. การใหส้ ินเชอ่ื แก่ธุรกจิ ทีเ่ น้นการเก็งกำไร

ค. สง่ เสรมิ การออมทรพั ยข์ องประชาชนผมู้ ี

รายได้นอ้ ย

ง. ระดมเงนิ ฝากและให้สินเช่ือในระบบ

เศรษฐกจิ มากกวา่ สถาบันอื่น

เฉลย ขอ้ ง.

๙๕

ด้านความ ๓. ขอ้ ใดกล่าวถงึ ความหมายของสถาบันการเงิน
น่าเช่ือถอื ของ ไดส้ มบรู ณ์ที่สุด
แหล่งข้อมูล ก. ธนาคารซึง่ ทำหน้าทีร่ บั ฝากเงินและใหก้ ูย้ ืม

ด้านการ เงิน
ตงั้ สมมติฐาน ข. สถาบนั ทีท่ ำหน้าท่ีดำเนินธุรกจิ เกยี่ วกบั

ด้านการระบุ การเงินทุกประเภท
ลักษณะของ ค. ธนาคารและสถาบนั ท่มี หี นา้ ท่รี บั ฝากเงิน
ขอ้ มลู
หรอื ระดมเงินออม
ง. สถาบันทีท่ ำหน้าทเี่ ปน็ ตวั กลางในการดำเนิน

ธุรกรรมทางการเงิน เปน็ ผรู้ บั ฝากเงนิ หรือ
ระดมเงินออมและการใหส้ ินเชื่อ
เฉลย ขอ้ ง.
๔. การทีธ่ นาคารแหง่ ประเทศไทยทำหน้าที
จัดพมิ พ์ธนบัตรไทยทำหน้าทจี่ ดั พมิ พ์ธนบตั รใหม่
และเกบ็ รกั ษาทุนสำรองทหี่ นุนหลังการพมิ พ์
ธนบตั รทใี่ ช้หมุนเวียนภายในประเทศนั้น เพือ่
จุดม่งุ หมายในขอ้ ใด
ก. เพอ่ื ใหเ้ งินทีห่ มุนเวยี นในตลาดนั้นมสี ภาพ
คล่อง
ข. เพือ่ ให้ต่างประเทศมีความเช่อื ถือในมลู คา่
ธนบัตร
ค. เพ่อื ให้ธนบัตรมีคุณภาพคงทนสามารถใช้ได้
นาน
ง. เพื่อให้ธนบัตรทจ่ี ดั พิมพอ์ อกมาน้นั มมี ลู คา่ ที่
เป็นจรงิ
เฉลย ข้อ ง.
๕. ขอ้ ความใดเป็นความสัมพนั ธร์ ะหว่าง
ผผู้ ลิต ผู้บริโภค และสถาบันการเงิน
ก. มีการหารายได้ การใชจ้ ่ายรว่ มกนั
ข. มีการลงทุน และการนำเงินมาใช้ในการ
ลงทนุ รว่ มกัน

๙๖

ด้านการระบุ ค. มีการระดมเงนิ ออมมาเพื่อการลงทุน เปน็
ประเด็นปญั หา ประโยชนท์ กุ ฝา่ ย

ดา้ นการรวบรวม ง. มกี ารหารายได้ การใช้จ่าย การออม การ
ข้อมลู ลงทุน ทมี่ ีความสมั พนั ธก์ ัน

ดา้ นการ เฉลย ข้อ ง.
ประเมนิ ผล ๖. สถาบันการเงนิ ใดท่ีทำหน้าทรี่ ะดมเงินฝาก
จากประชาชนในรูปแบบการขายกรมธรรมใ์ ห้แก่
ด้านการ ผู้ซอ้ื กรมธรรม์
ประเมินผล ก. บริษทั หลกั ทรพั ย์
ข. บรษิ ัทประกนั ชวี ติ
ค. สหกรณอ์ อมทรพั ย์
ง. บรษิ ัทหลกั ทรพั ย์จดั การกองทุนรวม
เฉลย ขอ้ ข.
๗. ธนาคารใดไมไ่ ดร้ บั ฝากเงนิ จากประชาชน
ก. ธนาคารสงเคราะห์
ข. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ค. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์

การเกษตร
ง. ธนาคารเพอื่ การสง่ ออกและนำเข้าแหง่

ประเทศไทย
เฉลย ข้อ ง.
๘. ธนาคารกลางหมายถึง ธนาคารใด
ก. ธนาคารออมสิน
ข. ธนาคารกรุงเทพ
ค. ธนาคารกรงุ ไทย
ง. ธนาคารแหง่ ประเทศไทย
เฉลย ขอ้ ง.
๙. ข้อใดไมใ่ ช่หนา้ ท่หี ลกั ของธนาคารกลาง
ก. ดูแลซื้อขายเงนิ ตราต่างประเทศ
ข. เป็นแหลง่ กูย้ มื เงนิ ของประชาชนทวั่ ประเทศ

๙๗

ดา้ นการระบุ ค. ควบคมุ ปริมาณเงินของประเทศใหอ้ ยู่ใน
ลกั ษณะของ ปริมาณทเ่ี หมาะสม
ข้อมลู
ง. ดแู ลควบคมุ และตรวจสอบสถาบันการเงนิ
ด้านการ ตา่ งๆท่อี ยู่ในกำกบั
ตง้ั สมมติฐาน
เฉลย ข้อ ข.
ดา้ นการระบุ ๑๐.สถาบนั การเงนิ ทว่ั ไป ได้แก่ข้อใด
ประเด็นปญั หา ก. ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ข. ธนาคารพาณิชย์ บรษิ ทั หลกั ทรัพย์
ดา้ นการลง ค. บริษทั เงินทนุ อุตสาหกรรมแหง่ ประเทศไทย
ขอ้ สรปุ ง. ธนาคารเพือ่ การเกษตรและสหกรณ์

การเกษตร
เฉลย ข้อ ข.
๑๑. ธนาคารใดที่บรกิ ารสินเช่ือแก่ประชาชนผมู้ ี
รายไดน้ อ้ ยให้มที อ่ี ย่อู าศยั
ก.ธนาคารกลาง
ข.ธนาคารออมสิน
ค.ธนาคารพาณชิ ย์
ง.ธนาคารอาคารสงเคราะห์
เฉลย ข้อ ง.
๑๒. ธนาคารแหง่ แรกของประเทศไทย คือ
ธนาคารอะไร
ก.ธนาคารกรงุ ไทย
ข.ธนาคารออมสิน
ค.ธนาคารกรงุ เทพ
ง.ธนาคารไทยพาณิชย์
เฉลย ขอ้ ง.
๑๓. สถาบนั การเงนิ ใดไดช้ ื่อวา่ ธนาคารคนยาก
ก.โรงรบั จำนำ
ข.ธนาคารออมสนิ
ค.ธนาคารพาณิชย์
ง.ธนาคารอาคารสงเคราะห์

๙๘

ด้านการลง เฉลย ขอ้ ก.
ขอ้ สรปุ ๑๔. สถาบนั การเงนิ ใดทีท่ ำหน้าท่ดี ำเนินกจิ กรรม
นายหน้าซอื้ ขายแลกเปล่ยี นหลกั ทรพั ย์
ด้านการระบุ ก.บรษิ ทั เงนิ ทุน
ลกั ษณะของ ข.บรษิ ัทประกันชีวิต
ขอ้ มูล ค.บริษัทหลกั ทรพั ย์
ง.บริษัทเครดิตฟองซเิ อร์
ด้านความ เฉลย ข้อ ค.
นา่ เชื่อถอื ของ ๑๕. สถาบันการเงินใดที่มีวตั ถทุ ่จี ะช่วยสรา้ ง
แหลง่ ข้อมลู หลักประกนั และความมั่นคงในการดำเนินชีวติ
ให้แกล่ กู จา้ งท่ีจา่ ยเงินสมทบเข้ากองทุน
ด้านการระบุ ก.โรงรบั จำนำ
ลักษณะของ ข.บรษิ ัทประกันชีวติ
ข้อมูล ค.สหกรณ์ออมทรพั ย์
ง.กองทนุ ประกนั สังคม
เฉลย ข้อ ง.
๑๖. สถาบนั การเงินมคี วามสำคญั ต่อระบบ
เศรษฐกจิ อย่างไร
ก. ชว่ ยในการรกั ษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ข. ชว่ ยในการรักษาคุณภาพชวี ติ และส่งิ แวดล้อม
ค. ช่วยในการสร้างรายไดเ้ พอ่ื การเจรญิ เตบิ โต
ทางเศรษฐกจิ
ง. ถูกตอ้ งทุกข้อ
เฉลย ข้อ ง.
๑๗. ลักษณะในข้อใดทเ่ี ปน็ หน้าท่ีของสถาบัน
การเงนิ ในด้านการสรา้ งสภาพคลอ่ ง
ก. การค้ำประกนั การออกเชค็
ข. เป็นผรู้ ับความเส่ียงแทนผู้ออม
ค. ใหค้ วามมัน่ ใจแก่ผกู้ ูว้ ่าจะมเี งินกมู้ าใชจ้ ่าย
ง. เปน็ ตัวกลางระหว่างผ้อู อมและผตู้ ้องการ
สนิ เชือ่

๙๙

ดา้ นการรวบรวม เฉลย ขอ้ ก.
ข้อมูล ๑๘. สถาบันการเงินในขอ้ ใดทไ่ี มใ่ ช่ธนาคาร
ก. บรษิ ัทเงินทนุ
ดา้ นการ ข. สหกรณร์ า้ นคา้
ประเมนิ ผล ค. บริษัทประกนั ชีวติ
ง. บรษิ ัทรับแลกเปลย่ี นเงนิ ตราต่างประเทศ
ด้านความ เฉลย ขอ้ ข.
น่าเช่อื ถอื ของ ๑๙. ธนาคารกลาง คอื ใคร
แหล่งขอ้ มลู ก. องค์กร หรอื สถาบนั เอกชน
ข. องค์กร หรอื สถาบันรฐั วิสาหกจิ
ดา้ นความ ค. องค์กร หรอื สถาบนั ระหว่างประเทศ
น่าเช่ือถอื ของ ง. องคก์ ร หรอื สถาบนั ภาคนโยบายของรฐั
แหลง่ ขอ้ มลู เฉลย ขอ้ ง.
๒๐. ธนาคารกลางเรมิ่ ต้นมมี าต้ังแตเ่ ม่ือไร
ด้านความ ก. ก่อนสงครามเอเชียบรู พา
น่าเชอื่ ถือของ ข. ก่อนสงครามอนิ โดจีน
แหลง่ ขอ้ มูล ค. ก่อนสงครามโลกครงั้ ท่ี ๑
ง. ก่อนสงครามโลกคร้งั ท่ี ๒
เฉลย ข้อ ง.
๒๑. ธนาคารกลางแหง่ แรกของโลก จัดตัง้ ข้นึ
เมอื่ ใด
ก. ค.ศ. ๑๙๕๖
ข. ค.ศ. ๑๙๕๕
ค. ค.ศ. ๑๙๕๔
ง. ค.ศ. ๑๙๕๓
เฉลย ขอ้ ก.
๒๒. ประเทศไทยมคี วามคิดรเิ รม่ิ ในการจดั ตัง้
ธนาคารกลางขึน้ เม่ือใด
ก. พ.ศ. ๒๔๗๒
ข. พ.ศ. ๒๔๗๓
ค. พ.ศ. ๒๔๗๔

๑๐๐

ดา้ นการรวบรวม ง. ๒๔๗๕
ข้อมูล เฉลย ขอ้ ง.
๒๓. ขอ้ ใดไม่ใชห่ นา้ ทส่ี ำคัญของธนาคารกลาง
ดา้ นการ ก. ออกธนบัตรใหม่
ประเมนิ ผล ข. ออกหลกั การจัดเกบ็ ภาษี
ค. เปน็ ธนาคารของรัฐบาล
ด้านความ ง. ดแู ลการซอ้ื ขายเงนิ ตราระหว่างประเทศ
นา่ เชื่อถือของ เฉลย ข้อ ข.
แหล่งข้อมูล ๒๔. เพราะเหตุใดธนาคารกลางจงึ ตอ้ งมคี วาม
เป็นอสิ ระ
ดา้ นการระบุ ก. เพราะเป็นผ้มู ีหน้าทีอ่ อกธนบตั รแต่เพียงผู้
ประเดน็ ปญั หา เดยี ว
ข. เพราะเปน็ นายธนาคารของรัฐบาลและ
ธนาคารพาณชิ ย์
ค. เพราะมีบทบาทหน้าทสี่ ำคัญตอ่ ความมัน่ คง
ทางเศรษฐกิจของประเทศ
ง. เพราะสามารถดูแล ควบคุม และตรวจสอบ
สถาบันการเงินทอี่ ยู่ในกำกบั ไดท้ กุ เมื่อ
เฉลย ข้อ ค.
๒๕. ธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของคนไทย คอื
ธนาคารในข้อใด
ก. ธนาคารทหารไทย
ข. ธนาคารกรุงเทพ
ค. ธนาคารกสกิ รไทย
ง. ธนาคารไทยพาณิชย์
เฉลย ข้อ ง.
๒๖. เพราะเหตุใดธนาคารพาณิชย์จงึ เป็นสถาบนั
การเงินทมี่ คี วามสำคัญต่อเศรษฐกจิ ของประเทศ
ก. เพราะประชาชนสว่ นใหญเ่ ป็นลกู ค้าของ
ธนาคารพาณชิ ย์

๑๐๑

ดา้ นการ ข. เพราะมีความมั่นคงทางการเงินสูงกวา่ สถาบนั
ต้ังสมมติฐาน การเงนิ อ่ืนๆ
ค. เพราะสามารถระดมเงินฝากได้มากกว่า
ดา้ นการระบุ สถาบันการเงินอ่ืนๆ
ลกั ษณะของ ง. เพราะใหอ้ ตั ราดอกเบ้ยี ในอตั ราท่ีสงู กว่า
ขอ้ มลู สถาบันการเงินอนื่ ๆ
เฉลย ข้อ ค.
ดา้ นการ ๒๗. ธนาคารในขอ้ ใดท่ีใหห้ นว่ ยงานรฐั กูเ้ งนิ ไป
ประเมนิ ผล ลงทนุ เพอ่ื สร้างสาธารณปู โภค
ก. ธนาคารออมสนิ
ด้านการรวบรวม ข. ธนาคารพาณชย์
ข้อมูล ค. ธนาคารสงเคราะห์
ง. ธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร
เฉลย ขอ้ ก.
๒๘. ธนาคารในข้อใดที่ไมม่ เี ป้าหมายหลกั ในการ
แสวงหากำไร
ก. ธนาคารออมสนิ
ข. ธนาคารพาณิชย์
ค. ธนาคารสงเคราะห์
ง. ธนาคารเพอ่ื การเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร
เฉลย ข้อ ง.
๒๙. ขอ้ ใดทไ่ี ด้ช่อื ว่าธนาคารของคนยาก
ก. โรงรบั จำนำ
ข. ธนาคารออมสนิ
ค. กองทนุ ประกันสงั คม
ง. ธนาคารอาคารสงเคราะห์
เฉลย ข้อ ค.
๓๐. กองทนุ ประกนั สงั คมจดั ตงั้ ขน้ึ เพือ่
วัตถปุ ระสงคส์ ำคญั ในข้อใด
ก. สรา้ งความมั่นคงในการดำเนนิ ชวี ิตให้แก่
ลกู จา้ ง

๑๐๒

ข. สร้างความมัน่ คงในการดำเนินชวี ิตใหแ้ ก่
นายจา้ ง
ค. สร้างรายไดใ้ ห้แกล่ กู จ้างในระหวา่ งท่ีอยู่ในช่วง
ไมม่ ีงานทำ
ง. สรา้ งหลักความมั่นคงในการดำเนนิ ชีวิตให้แก่
ลกู จา้ งและนายจา้ ง
เฉลย ขอ้ ค.

ลงชื่อ ..................................................................
(................................................................)
ผปู้ ระเมนิ

๑๐๓

แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๑ โรงเรียนบา้ นสองคอนศิริครุ รุ าษฎร์

ที่ไดร้ ับการจดั การเรียนการสอนโดยใชก้ ารจัดการเรยี นรู้ดว้ ยกระบวนการแกป้ ัญหา

กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

คำชี้แจง : โปรดพิจารณาข้อคำถามของแบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนที่มีต่อการจัดการ

เรียนรู้ด้วยกระบวนการแกป้ ัญหา โปรดใสเ่ ครื่องหมายถูก (✓) ลงในช่องที่ตรงกับความคดิ เห็นของ

ท่านลงในแบบประเมิน และหากท่านมีข้อเสนอแนะกรุณาระบุรายละเอียดให้เป็นแนวทางในการ

ปรับปรุงต่อไป โดยกำหนดใหค้ วามหมายเกณฑ์ประเมิน ดังน้ี

ขอ้ ประเดน็ คำถาม ระดบั ความเห็น ข้อเสนอแนะ

๕ ๔๓๒ ๑

๑ คำแนะนำในการจัดกจิ กรรมชดั เจนและเข้าใจงา่ ย

๒ เน้อื หาเหมาะสมกบั นกั เรียน

๓ การนำเสนอเนอื้ หามลี ำดับข้ันตอนทีเ่ หมาะสม

๔ เปิดโอกาสให้นักเรยี นศกึ ษาด้วยตนเอง

๕ นักเรยี นสามารถนำความรทู้ ไ่ี ด้ไปใช้ในการเรียน

ในระดับชนั้ ทส่ี งู ขึน้

๖ เปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนได้เรยี นรู้กระบวนการ

ทำงานกลมุ่

๗ เนือ้ หาทสี่ อนมคี วามเช่ือมโยงกบั ชีวิตประจำวัน

๘ วสั ดแุ ละอปุ กรณท์ ใี่ ชใ้ นการทำกจิ กรรมมคี วาม

เหมาะสม

๙ รปู แบบการสอนน่าสนใจ ภาพประกอบสวยงาม

๑๐ จำนวนข้อคำถามท้ายกจิ กรรมมคี วามเหมาะสม

ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ...................................................

(....................................................)
ผปู้ ระเมิน

๑๐๔

ภาคผนวก ค
ผลการวิเคราะห์เครื่องมอื โดยผ้เู ชย่ี วชาญ

๑๐๕

ตารางท่ี ๔.๔ ค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานผลการประเมินความเหมาะสมของแผนการ

จัดการเรยี นร้โู ดยใช้กระบวนการแก้ปญั หาแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑ - ๓

แผนการจดั การเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้

ที่ ๑ ท่ี ๒ ที่ ๓

ข้อที่ ผเู้ ชย่ี วชาญคนที่ ๑ ผูเ้ ช่ยี วชาญคนท่ี ๒ ผเู้ ชี่ยวชาญคนที่ ๓ ̅ S.D.

๑๒๓๑๒ ๓ ๑ ๒ ๓

๑ ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔ ๕ ๔ ๔ ๔.๕๖ ๐.๕๓

๒ ๕ ๕ ๓ ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔ ๔.๕๖ ๐.๗๓

๓ ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔ ๔.๖๗ ๐.๕๐

๔ ๕ ๕ ๔ ๕ ๔ ๔ ๕ ๕ ๔ ๔.๕๖ ๐.๕๓

๕ ๕ ๔ ๔ ๕ ๕ ๓ ๕ ๕ ๓ ๔.๓๓ ๐.๘๗

๖ ๔ ๕ ๓ ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔ ๔.๔๔ ๐.๗๓

๗ ๕ ๔ ๓ ๕ ๕ ๓ ๕ ๕ ๔ ๔.๓๓ ๐.๘๗

๘ ๕ ๕ ๓ ๔ ๔ ๔ ๕ ๔ ๔ ๔.๒๒ ๐.๖๗

๙ ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔ ๔.๖๗ ๐.๕๐

๑๐ ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔ ๔.๕๖ ๐.๕๓

รวม ๔๙ ๔๗ ๓๖ ๔๙ ๔๘ ๓๘ ๕๐ ๔๘ ๓๙

̅ ๔.๙๐ ๔.๗๐ ๓.๖๐ ๔.๙๐ ๔.๘๐ ๓.๘๐ ๕.๐๐ ๔.๘๐ ๓.๙๐

S.D. ๐.๓๒ ๐.๔๘ ๐.๕๒ ๐.๓๒ ๐.๔๒ ๐.๔๒ ๐.๐๐ ๐.๔๒ ๐.๓๒

คา่ เฉลี่ย ๔.๔๐ ๔.๕๐ ๔.๕๗

รวม

แปรผล มาก มากทสี่ ุด มากทสี่ ดุ

๑๐๖

ตารางท่ี ๔.๕ คะแนนความคิดเหน็ ของผู้เช่ยี วชาญท้ังหมดด้านความสอดคล้อง ( ioc ) ระหว่าง
ขอ้ สอบวดั ความสามารถในการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ

คะแนนผเู้ ชย่ี วชาญ IOC แปลผล
รายการประเมิน คนท่ี ๑ คนที่ ๒ คนท่ี ๓ ∑

ข้อท่ี ๑ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อท่ี ๒ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ขอ้ ท่ี ๓ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อที่ ๔ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ขอ้ ที่ ๕ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ขอ้ ท่ี ๖ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ขอ้ ท่ี ๗ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อที่ ๘ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ขอ้ ที่ ๙ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ขอ้ ท่ี ๑๐ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ขอ้ ท่ี ๑๑ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อท่ี ๑๒ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อท่ี ๑๓ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อที่ ๑๔ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ขอ้ ท่ี ๑๕ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อท่ี ๑๖ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อที่ ๑๗ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ขอ้ ท่ี ๑๘ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ขอ้ ท่ี ๑๙ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อท่ี ๒๐ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

รวม ๑.๐๐

๑๐๗

ตารางที่ ๔.๖ คะแนนความคดิ เหน็ ของผูเ้ ชยี่ วชาญท้งั หมดด้านความสอดคล้อง (ioc) ระหว่างขอ้ สอบ

วดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนกับจุดประสงค์การเรียนรู้

รายการประเมิน คะแนนผูเ้ ชยี่ วชาญ ∑ IOC แปลผล
คนที่ ๑ คนนที่ ๒ คนที่ ๓

ขอ้ ที่ ๑ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ขอ้ ที่ ๒ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อท่ี ๓ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อท่ี ๔ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อที่ ๕ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อท่ี ๖ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อที่ ๗ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อที่ ๘ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อที่ ๙ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อท่ี ๑๐ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อท่ี ๑๑ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ขอ้ ท่ี ๑๒ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ขอ้ ที่ ๑๓ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อท่ี ๑๔ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อที่ ๑๕ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อที่ ๑๖ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ขอ้ ท่ี ๑๗ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อท่ี ๑๘ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อท่ี ๑๙ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อท่ี ๒๐ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อท่ี ๒๑ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ขอ้ ที่ ๒๒ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อที่ ๒๓ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๑๐๘

ตารางที่ ๔.๖ คะแนนความคดิ เหน็ ของผ้เู ชยี่ วชาญทง้ั หมดด้านความสอดคล้อง (ioc) ระหวา่ งขอ้ สอบ

วดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนกับจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (ตอ่ )

รายการประเมิน คะแนนผ้เู ชยี่ วชาญ ∑ IOC แปลผล
คนที่ ๑ คนนที่ ๒ คนที่ ๓

ขอ้ ท่ี ๒๔ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อท่ี ๒๕ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อท่ี ๒๖ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ข้อท่ี ๒๗ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ขอ้ ท่ี ๒๘ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ขอ้ ท่ี ๒๙ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง

ข้อที่ ๓๐ +๑ +๑ +๑ ๓ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

รวม ๑.๐๐

๑๐๙

ตารางที่ ๔.๗ คะแนนความคิดเห็นของผู้เช่ียวชาญทง้ั หมดด้านความสอดคลอ้ ง ( IOC ) ระหวา่ ง
แบบสอบถามความพงึ พอใจกบั จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

ขอ้ รายการ ระดบั ความ
สอดคลอ้ ง คา่ IOC แปลผล

+๑ ๐ -๑

๑ คำแนะนำในการจัดกจิ กรรมชดั เจนและเขา้ ใจ III ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

งา่ ย

๒ เนื้อหาเหมาะสมกับนกั เรียน III ๑.๐๐ สอดคล้อง

๓ การนำเสนอเนอ้ื หามลี ำดบั ขั้นตอนท่เี หมาะสม III ๑.๐๐ สอดคล้อง

๔ เปดิ โอกาสให้นักเรยี นศกึ ษาดว้ ยตนเอง III ๑.๐๐ สอดคล้อง

๕ นักเรียนสามารถนำความรทู้ ไ่ี ด้ไปใชใ้ นการ II I ๐.๖๗ สอดคลอ้ ง

เรียนในระดบั ชน้ั ทส่ี ูงขน้ึ

๖ เปดิ โอกาสให้นกั เรียนไดเ้ รยี นรู้กระบวนการ III ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

ทำงานกลมุ่

๗ เน้ือหาทส่ี อนมคี วามเช่อื มโยงกับ II I ๐.๖๗ สอดคล้อง

ชวี ติ ประจำวัน

๘ วสั ดุและอปุ กรณท์ ีใ่ ชใ้ นการทำกจิ กรรมมคี วาม II I ๐.๖๗ สอดคล้อง

เหมาะสม

๙ รปู แบบการสอนน่าสนใจ ภาพประกอบ III ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

สวยงาม

๑๐ จำนวนข้อคำถามทา้ ยกิจกรรมมีความ III ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

เหมาะสม

๑๑๐

ภาคผนวก ง

- แผนการจัดการเรยี นรู้
- แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
- แบบทดสอบวัดความสามารถในการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
- แบบสอบถามความพงึ พอใจ

๑๑๑

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๑

กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชา สังคมศกึ ษา

ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ เรื่อง สถาบันการเงิน เวลา ๑ ชัว่ โมง

หน่วยการเรียนรยู้ ่อยที่ ๑ เร่ือง สถาบนั การเงิน เวลา ๑ ชัว่ โมง

ชอ่ื ผูส้ อน นางสาวศภุ ลักษณ์ อาสนาจันทร์ สอนวันท่ี ๓๑ เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้ ส ๓.๒ เขา้ ใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพันธ์ทาง

เศรษฐกิจและความจำเป็นของกการร่วมมอื กนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก
ตัวชวี้ ดั ม.๑ / ๒ วเิ คราะหบ์ ทบาทหนา้ ทแ่ี ละความแตกตา่ งของสถาบันการเงนิ แตล่ ะ

ประเภทและธนาคารกลาง
สาระสำคญั / ความคิดรวบยอด

สถาบันการเงินเป็นองค์การที่ดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจการเงินหรือการให้สินเชื่อ สถาบัน
การเงนิ แบง่ ออกเป็น ๒ ประเภท คอื สถาบนั การเงนิ ท่ีประกอบกิจการธนาคารและสถาบันการเงินท่ี
ไม่ได้ประกอบกิจการธนาคาร สถาบันการเงินที่ประกอบกิจการธนาคารที่สำคัญของไทย ได้แก่
ธนาคารพาณิชย์และธนาคารที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ ส่วนสถาบันการเงินที่ไม่ได้ประกอบกิจ การ
ธนาคารแต่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจเฉพาะสาขาของเศรษฐกิจที่ระบุไว้ในกฎหมายควบคุมการ
ดำเนินงานของสถาบนั การเงนิ น้นั ๆ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑. นักเรยี นสามารถบอกบทบาทและหนา้ ทข่ี องสถาบันการเงินแตล่ ะประเภทได้ ( K )
๒. นักเรยี นวิเคราะหค์ วามแตกต่างของสถาบนั ทางการเงินแตล่ ะประเภทได้ ( P )
๓. นกั เรียนตระหนกั และเหน็ ความสำคัญของสถาบนั การเงินแตล่ ะประเภท ( A )
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ( Attitude )

 ใฝเ่ รียนรู้
 มงุ่ มั่นในการทำงาน
 มวี นิ ยั
ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
 ความสามารถในการสอ่ื สาร : นกั เรียนสามารถสอ่ื สารใหผ้ ู้อ่ืนเข้าใจได้

๑๑๒

 ความสามารถในการคดิ : ทักษะความสามารถในการคิดแง่บวก

ดา้ นคณุ ลกั ษณะของผูเ้ รียนตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล

 เป็นเลิศวิชาการ

 ลำ้ หนา้ ทางความคิด

บูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

๑. หลักความพอประมาณ : นักเรยี นรูจ้ กั ประมาณตน

๒. หลกั ความมเี หตผุ ล : นักเรยี นรู้จักใช้เหตแุ ละผลในการทำสง่ิ ตา่ งๆ

๓. หลักภูมิคุม้ กัน : มีภูมคิ ุม้ กันในสถานการณต์ ่างๆ

๔. เงื่อนไขความรู้ : รจู้ ักวางแผนก่อนการปฏิบตั งิ าน

๕. เง่อื นไขคณุ ธรรม : นกั เรยี นใหเ้ กียรติ และรจู้ ักเคารพผอู้ ื่น

สาระการเรยี นรู้ / เนอื้ หา

๑. ความหมายของสถาบันการเงนิ

๒. ประเภทของสถาบนั การเงิน

กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา (๕๐ นาที)

กจิ กรรมนำเขา้ สบู่ ทเรยี น

ข้ันท่ี ๑ การวเิ คราะห์และกำหนดรายละเอียดของปญั หา (๕ นาที)

๑. ครแู จง้ ตวั ชว้ี ัดจุดประสงคก์ ารเรยี นรูใ้ ห้นกั เรยี นทราบ

๒. ครใู ห้นกั เรยี นยกตัวอยา่ ง สถาบันทางการเงินท่ีนกั เรยี นรจู้ ัก เชน่ ธนาคารออมสนิ ไทย

พาณิชย์เปน็ ตน้ และใหห้ าขอ้ มลู ดังน้ี

๑) ความหมายและความสำคัญของสถาบนั การเงิน

๒) ประเภทของสถาบนั การเงนิ

๓) บทบาทหน้าที่ของสถาบนั การเงินแตล่ ะประเภท

๔) สถาบนั การเงินทต่ี งั้ อยใู่ นชุมชน

กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้ันท่ี ๒ การวางแผนในการแกป้ ัญหา (๕ นาที)

๓. ครูให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ๔ กลุ่ม กลุม่ ละ ๕ คน ให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มอศึกษาและสรุป

สาระสำคญั ตามหวั ขอ้ ท่ีครูมอบหมายลงในกระดาษทคี่ รแู จกให้

ข้ันที่ ๓ การดำเนนิ การแกไ้ ขปญั หา (๒๐ นาที)

๑๑๓

๔. นักเรยี นศกึ ษาหาข้อมลู ตามท่ีครมู อบหมาย และนำเสนอผลงาน และให้นักเรยี นบนั ทกึ
ขอ้ มลู สรปุ ของแต่ละกลมุ่ ที่ออกมานำเสนอหนา้ ช้นั เรียน หรอื สรปุ เป็นแผนผงั มโนทัศนล์ ง
ในกระดาษทีค่ รแู จกให้ พร้อมตกแตง่ ใหส้ วยงาม

กิจกรรมสรปุ บทเรยี น
ข้นั ที่ ๔ การตรวจสอบและปรบั ปรงุ (๒๐ นาที)
๕. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรปุ ความรผู้ ่านโปรแกรม canva ครแู นะนำให้นักเรียนนำความรู้
เก่ียวกบั สถาบนั การเงินไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดำเนินชีวติ ประจำวนั รวมทง้ั นำไปเผยแพร่
ให้บคุ คลอ่ืน เช่น คนใครอบครวั เพือ่ นบ้าน คนในชมุ ชน ได้รู้และเข้าใจ
๖. ครมู อบหมายให้นักเรียนอ่านเนอื้ หาเกยี่ วกับธนาคารกลาง เปน็ การบา้ นเพอ่ื จัดเตรยี ม
จัดการเรยี นรใู้ นคร้งั ตอ่ ไป

การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ส่ิงทตี่ อ้ งการวัด วธิ ีการวัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
ผ่านเกณฑก์ าร
K นกั เรียนสามารถบอก ตรวจแผนผังมโนทัศน์ แบบตรวจแผนผัง ประเมนิ รอ้ ยละ ๗๐

บทบาทหนา้ ท่แี ละความ มโนทศั น์ ผ่านเกณฑก์ าร
ประเมินร้อยละ ๗๐
แตกต่างของสถาบนั
ผ่านเกณฑป์ ระเมิน
การเงนิ แตล่ ะประเภทได้ ระดับดี “ผา่ น”

P นักเรียนสามารถ ประเมินการนำเสนอ แบบสงั เกต

นักเรียนสามารถสบื คน้ ผลงาน พฤตกิ รรมนักเรยี น

นำเสนอ และเผยแพร่ รายกลมุ่

ขอ้ มลู เก่ียวกับสถาบัน

การเงินแตล่ ะประเภทได้

A นกั เรียนตระหนกั และ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต

เหน็ ความสำคญั ของ นักเรียนรายบุคคล พฤติกรรมนักเรียน

สถาบันการเงนิ แตล่ ะ รายบคุ คล

ประเภท

๑๑๔

สอื่ / อปุ กรณ์ / แหลง่ การเรียนรู้
ส่ือ ๑. โปรแกรม canva นำเสนอ
วสั ดุ / อปุ กรณ์ ๑. สมดุ
๒. ปากกา
๓. กระดาษ
แหลง่ การเรียนรู้ ๑. อนิ เทอรเ์ นต็
๓. หนังสือเรยี น

๑๑๕

บันทึกผลการจดั การเรยี นรู้
๑. ดา้ นความรู้
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................................... ......
๒. ด้านทกั ษะ / กระบวนการ
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................................................................................. ..
............................................................................................................................. ...................................
๓. ด้านคุณลักษณะ
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
๔. ปญั หา / อุปสรรค
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
๕. แนวทางการแก้ไขและพฒั นา
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................ ................................
................................................................................................................................................................
.๖. ผลการดำเนนิ การ
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................... ......................
............................................................................................................................. ...................................

๑๑๖

แบบสงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายบคุ คล

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เร่อื งสถาบนั การเงิน

สอนวนั ...............ท.่ี .........เดอื น.........................พ.ศ. ............... เวลาสอน............................................

โรงเรยี นบา้ นสองคอนศริ คิ ุรรุ าษฎร์ ภาคเรียนท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔

คำชี้แจง ใหผ้ สู้ อนทำเคร่ืองหมาย √ ลงในช่องท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน ตามความเปน็ จรงิ

ที่ ชอ่ื -สกุล ส่งงานตรง ความถกู ตอ้ ง ความ การขยาย รวม๑๒
เวลา ๓๒๑ เรยี บร้อย ความคิดเห็น คะแนน
๓๒๑ ๓๒๑
๓๒๑



















๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

๑๖

๑๗

๑๘

๑๙

๒๐

(ลงชื่อ).........................................ผปู้ ระเมนิ
(....................................................)

๑๑๗

รายละเอยี ดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมินรายบคุ คล

เกณฑก์ ารให้คะแนน

รายการประเมนิ ดมี าก ( ๓ ) พอใช้ ( ๒ ) ปรบั ปรงุ ( ๑ )
๑. ส่งงานตรงเวลา สง่ งานกอ่ นหรอื สง่
กำหนดเวลานัดหมาย ส่งงานช้ากวา่ กำหนด สง่ งานช้ากวา่ กำหนด
๒. ความถูกตอ้ ง
คำตอบถกู ตอ้ งตรง แต่มกี ารติดตอ่ ผ้สู อนมี
๓. ความเรยี บร้อย ประเด็นทกุ ข้อ
เหตผุ ลทร่ี บั ฟังได้
๔. การขยายความ มีการตรวจเช็คคำถกู
เพิ่มเตมิ คำผิดกอ่ นสง่ ไม่พิมพ์ คำตอบไม่ถูกตอ้ งและ คำตอบไมถ่ ูกต้องและ
พยัญชนะตกหล่น
ไมต่ รงประเดน็ ๑ - ๒ ไมต่ รงประเดน็ ต้งั แต่
มีการขยายความใน
การตอบคำถามได้ดี ขอ้ ๓ ขอ้ ข้ึนไป
เช่น มีการยกตัวอย่าง
ประกอบทำให้เข้าใจ มีการตรวจเช็คคำถูก ไมม่ ีการตรวจเช็คคำ
เน้ือหามากยงิ่ ขึ้น
คำผิดกอ่ นสง่ แต่มีการ ถกู คำผดิ กอ่ นสง่ แตม่ ี

พมิ พพ์ ยัญชนะตก การพมิ พพ์ ยญั ชนะตก

หลน่ หล่น

มีการขยายความใน ไมม่ กี ารขยายความ

การตอบคำถาม แตไ่ ม่ เพิม่ เตมิ ในการตอบ

มกี ารยกตวั อยา่ ง คำถาม

ประกอบ

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ถือว่า ดมี าก ให้ ๓ คะแนน
ผลงานทีช่ ัดเจน ถอื วา่ ปานกลาง ให้ ๒ คะแนน
ผลงานเทียบเท่าทั่วไป ถือวา่ ปรบั ปรงั ให้ ๑ คะแนน
ผลงานพอใช้

ระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
๑๐ - ๑๒ ๗-๙ ๔-๖ ๐-๓
ระดบั
คะแนน

๑๑๘

แบบประเมนิ ผลงานกลมุ่

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑ เรือ่ งสถาบนั การเงิน

สอนวนั ...............ที่..........เดอื น.........................พ.ศ. ............... เวลาสอน............................................

โรงเรียนบา้ นสองคอนศิรคิ รุ รุ าษฎร์ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔

คำชี้แจง ใหผ้ ปู้ ระเมิน ประเมินผลงานกลมุ่ ของนสิ ิตแต่ละรายการตามความเป็นจรงิ โดยเขียน

เครอื่ งหมาย √ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน

กลมุ่ ท/่ี ช่ือกลมุ่ เนื้อหา ความคิด ความตรง ความ ความตรงตอ่ รวม
ถูกต้อง สร้างสรรค์ ประเดน็ รว่ มมือ เวลา
ครบถว้ น และความ ภายในกลุม่
สวยงาม

๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑๕

ลงช่ือ ................................................... ผปู้ ระเมิน

(.................................................)

เกณฑ์การให้คะแนน

พฤตกิ รรมหรือผลงานที่ชัดเจน ถือวา่ ดีมาก ให้ ๓ คะแนน

พฤติกรรมหรอื ผลงานเทียบเทา่ ท่ัวไป ถอื ว่า ปานกลาง ให้ ๒ คะแนน

พฤติกรรมหรอื ผลงานอใช้ ถอื ว่า ปรบั ปรงุ ให้ ๑ คะแนน

ระดับคุณภาพ

ระดับ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง

คะแนน ๑๒ - ๑๕ ๑๑ - ๘ ๗-๖ ๐-๕

๑๑๙

รายละเอียดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ งานกลุ่ม

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ประเดน็ การประเมิน (๓) (๒) (๑)

๑.เนอ้ื หาถกู ต้อง ผลงานมเี นอ้ื หาในการ ผลงานมีเนอื้ หา แต่ ผลงานมเี นอ้ื หาที่ไม่

ครบถ้วน นำเสนอทีถ่ กู ต้อง ขาดความถูกต้อง ถกู ต้อง
เหมาะสมตามท่ี บางส่วน
กำหนดไว้

๒.ความคิดสรา้ งสรรค์ มกี ารใชร้ ปู แบบการ มีการใชร้ ปู แบบการ มีการใชร้ ปู แบบการ

และความสวยงาม นำเสนอผลงานทแี ปลก นำเสนอผลงาน นำเสนอผลงาน แต่

ใหม่น่าสนใจและ น่าสนใจ สะอาด ขาดความน่าสนใจ

สะอาดสวยงามเป็น สวยงาม แต่จดั วางไม่ ความไมส่ ะอาดและ

ระเบียบ เป็นระเบยี บ ขาดความเป็นระเบยี บ

๓.ความตรงประเดน็ ผลงานตรงตาม ผลงานมคี วาม ผลงานมีความ

ประเดน็ ที่กำหนดให้ บกพรอ่ งไม่ตรงบาง บกพรอ่ ง และไมต่ รง

อยา่ งครบถว้ นสมบรู ณ์ ประเดน็ ตามประเดน็

๔.ความร่วมมอื ภายใน สมาชกิ ทกุ คนใหค้ วาม สมาชกิ ในกลมุ่ บางคน สมาชิกในกลุ่มไม่

กลุ่ม ร่วมมอื กนั อยา่ งเตม็ ไม่ให้ความร่วมมอื ชว่ ยกันทำงานขาด

ความสามารถ ความรับผิดชอบ

๕.ความตรงต่อเวลา ทำงานตรงตอ่ เวลา งานเสร็จตามเวลา แต่ ทำงานไม่เสรจ็ ตรง

และนำเสนองานไดต้ รง การนำเสนองานขาด เวลาทก่ี ำหนดนำเสนอ

ตามเวลาทก่ี ำหนด / เกนิ เวลา +- ๓ นาที งานขาด / เกินเวลา

+- ๕ นาที

๑๒๐

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒

กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชา สงั คมศึกษา

ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๓ เรือ่ ง สถาบนั การเงนิ เวลา ๑ ชว่ั โมง

หนว่ ยการเรยี นรยู้ อ่ ยท่ี ๒ เรอื่ ง ธนาคารกลาง เวลา ๑ ช่ัวโมง

ช่อื ผู้สอน นางสาวศภุ ลกั ษณ์ อาสนาจนั ทร์ สอนวันท่ี ๓๑ เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้วี ดั

มาตรฐานการเรียนรู้ ส ๓.๒ เขา้ ใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ต่างๆ ความสมั พนั ธ์ทาง

เศรษฐกิจและความจำเปน็ ของกการรว่ มมอื กันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก

ตวั ชี้วัด ม.๑ / ๒ วเิ คราะหบ์ ทบาทหน้าทีแ่ ละความแตกต่างของสถาบันการเงินแตล่ ะ

ประเภทและธนาคารกลาง

สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารกลางเป็นสถาบนการเงินที่สำคัญของประเทศมี

บทบาทหน้าท่ีในการรกั ษาเสถยี รภาพทางการเงินและดูแลระบบการเงินให้มนั่ คงและก้าวหนา้ บทบาท

และหน้าท่ีสำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทยคือการออกธนบัตรและจัดพิมพ์การเป็นนายธนาคาร

ของธนาคารพาณิชยและสถาบันการเงิน การเป็นนายธนาคารและท่ีปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจของ

รัฐบาล การบริหารเงนิ สำรองระหว่างประเทศและการรักษาเสถียรภาพทางการเงนิ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๔. นกั เรยี นสามารถบอกบทบาทหนา้ ท่ีของธนาคารกลางได้ (K)

๕. นกั เรียนสามารถวิเคราะห์ขอ้ มลู เก่ียวกบั ธนาคารได้ (P)

๖. นักเรียนตระหนักและเห็นความสำคญั ของธนาคารกลาง (A)

ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)

 ใฝ่เรยี นรู้

 มุง่ มนั่ ในการทำงาน

 มีวินยั

ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ความสามารถในการสอื่ สาร : นกั เรียนสามารถสอ่ื สารใหผ้ ู้อน่ื เขา้ ใจได้

 ความสามารถในการคดิ : ทักษะความสามารถในการคิดแง่บวก

๑๒๑

ดา้ นคณุ ลกั ษณะของผเู้ รยี นตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล

 เปน็ เลศิ วิชาการ

 ล้ำหน้าทางความคดิ

บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑. หลกั ความพอประมาณ : นกั เรียนรู้จกั ประมาณตน

๒. หลกั ความมเี หตผุ ล : นกั เรียนรจู้ กั ใชเ้ หตุและผลในการทำสงิ่ ตา่ งๆ

๓. หลกั ภูมคิ มุ้ กัน : มภี มู คิ ้มุ กนั ในสถานการณ์ตา่ งๆ
๔. เงอื่ นไขความรู้ : รจู้ กั วางแผนกอ่ นการปฏิบัตงิ าน
๕. เงอ่ื นไขคุณธรรม : นักเรยี นใหเ้ กียรติ และรจู้ ักเคารพผูอ้ นื่

สาระการเรยี นรู้ / เน้อื หา

ธนาคารกลาง

กิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการแกป้ ญั หา (๕๐ นาที)

กิจกรรมนำเขา้ สบู่ ทเรียน

ขั้นท่ี ๑ การวเิ คราะห์และกำหนดรายละเอยี ดของปญั หา (๑๐ นาที)

๑. ครใู ห้นักเรยี นดูวิดที ัศน์ รู้จรงิ เศรษฐกจิ ไทย ตอนทำความเข้าใจงบแบงคข์ าติ

๒. ครใู หน้ กั เรียนนำธนบตั รที่นกั เรียนมขี ้นึ มา เพอื่ สังเกตุธนบตั รเหล่านน้ั และตง้ั คำถาม

กระตุ้นความคดิ ของนักเรียนดังน้ี

- นกั เรียนสงั เกตเหน็ อะไรบ้างจากธนบัตร (แนวคำตอบ สี ขนาด ภาพ ลายเซ็น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลงั และผวู้ า่ การธนาคาร แห่งประเทศไทย เปน็ ตน้ )

- นักเรยี นทราบหรือไมว่ า่ สถาบันการเงินใดเปน็ ผูผ้ ลติ ธนบตั รในประเทศไทย

(แนวคำตอบ ธนาคารกลาง)
๓. ครเู ชอื่ มโยงคำตอบของนกั เรยี น อธิบายเพ่ิมเติมเกย่ี วกับธนาคารกลาง

กจิ กรรมการเรยี นรู้ (๓๕ นาที)
ขนั้ ท่ี ๒ การวางแผนในการแกป้ ญั หา

๔.ครแู จกใบงานใหก้ ับนักเรยี น

ขัน้ ที่ ๓ การดำเนนิ การแก้ไขปญั หา
๕.ครูให้นกั เรยี นทำใบงาน พร้อมสมุ่ ใหน้ ักเรียนออกมาตอบคำถามกระตุ้นความคิดจากให้
งานทค่ี รกู ำหนดให้

๑๒๒

กิจกรรมสรปุ บทเรียน
ขน้ั ที่ ๔ การตรวจสอบและปรบั ปรุง (๕ นาที)
๖.ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความรู้
๗.ครมู อบหมายให้นกั เรียนอา่ นเนื้อหาเกี่ยวกบั ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเศรษฐกจิ เป็น

การบ้าน เพ่ือเตรยี มจัดการเรียนรู้ในครั้งตอ่ ไป

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

สง่ิ ที่ตอ้ งการวัด วิธีการวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
ใบงาน
K นกั เรียนสามารถบอก การตรวจใบงาน ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมินรอ้ ยละ ๗๐
บทบาทหน้าทแี่ ละความ

แตกตา่ งขงสถาบัน

การเงนิ แต่ละประเภทได้

P นักเรียนสามารถ สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกพฤติกรรม ผา่ นเกณฑก์ าร
นกั เรยี นรายบุคคล ประเมินรอ้ ยละ ๗๐
นักเรยี นสามารถสบื ค้น นักเรียนรายบคุ คล

นำเสนอ และเผยแพร่

ข้อมลู เก่ียวกบั สถาบนั

การเงินแตล่ ะประเภทได้

A นกั เรียนตระหนกั และ สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกพฤตกิ รรม ผ่านเกณฑป์ ระเมนิ
นกั เรยี นรายบุคคล ระดบั ดี “ผา่ น”
เห็นความสำคญั ของ นักเรียนรายบุคคล

สถาบันการเงินแตล่ ะ

ประเภท

ส่ือ / อปุ กรณ์ / แหล่งการเรยี นรู้
ส่ือ ๑. วดี ิทัศน์ รูจ้ ริงเศรษฐกจิ ไทย ตอนทำความเขา้ ใจงบแบงค์ชาติ
วัสดุ / อปุ กรณ์ ๑. สมดุ
๒. ปากกา
๓. กระดาษ
แหลง่ การเรยี นรู้ ๑. อนิ เทอรเ์ นต็
๒. หนังสือเรยี น

๑๒๓

บันทกึ ผลการจดั การเรยี นรู้
๑. ด้านความรู้
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................................... ......
๒. ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................................................................................. ..
............................................................................................................................. ...................................
๓. ดา้ นคณุ ลักษณะ
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
๔. ปญั หา / อุปสรรค
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
๕. แนวทางการแกไ้ ขและพฒั นา
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.๖. ผลการดำเนนิ การ
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

๑๒๔

แบบสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียนรายบุคคล

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑ เรื่องสถาบนั การเงิน

สอนวนั ...............ท่.ี .........เดอื น.........................พ.ศ. ............... เวลาสอน............................................

โรงเรยี นบา้ นสองคอนศริ ิคุรรุ าษฎร์ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔

คำชี้แจง ใหผ้ สู้ อนทำเครือ่ งหมาย √ ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดบั คะแนน ตามความเป็นจรงิ

ที่ ชอ่ื -สกุล สง่ งานตรง ความถกู ตอ้ ง ความ การขยาย รวม๑๒
เวลา ๓๒๑ เรยี บรอ้ ย ความคิดเห็น คะแนน
๓๒๑ ๓๒๑
๓๒๑



















๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

๑๖

๑๗

๑๘

๑๙

๒๐

(ลงช่ือ).........................................ผปู้ ระเมนิ
(....................................................)

๑๒๕

รายละเอยี ดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมินรายบคุ คล

เกณฑก์ ารให้คะแนน

รายการประเมิน ดมี าก (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑)
๕. ส่งงานตรงเวลา ส่งงานก่อนหรอื ส่ง
กำหนดเวลานัดหมาย ส่งงานช้ากว่ากำหนด สง่ งานชา้ กวา่ กำหนด
๖. ความถูกต้อง
คำตอบถกู ตอ้ งตรง แต่มกี ารตดิ ตอ่ ผสู้ อนมี
๗. ความเรยี บรอ้ ย ประเด็นทกุ ข้อ
เหตผุ ลทรี่ บั ฟงั ได้
๘. การขยายความ มกี ารตรวจเช็คคำถกู
เพิ่มเตมิ คำผดิ กอ่ นสง่ ไม่พิมพ์ คำตอบไม่ถกู ตอ้ งและ คำตอบไม่ถกู ตอ้ งและ
พยัญชนะตกหล่น
ไมต่ รงประเดน็ ๑ - ๒ ไมต่ รงประเด็นตง้ั แต่
มกี ารขยายความใน
การตอบคำถามได้ดี ขอ้ ๓ ข้อขึ้นไป
เช่น มกี ารยกตัวอย่าง
ประกอบทำให้เขา้ ใจ มีการตรวจเช็คคำถูก ไม่มีการตรวจเชค็ คำ
เนื้อหามากย่งิ ขึ้น
คำผิดกอ่ นสง่ แตม่ ีการ ถกู คำผดิ กอ่ นสง่ แต่มี

พมิ พพ์ ยญั ชนะตก การพิมพพ์ ยญั ชนะตก

หลน่ หลน่

มีการขยายความใน ไม่มกี ารขยายความ

การตอบคำถาม แตไ่ ม่ เพ่ิมเตมิ ในการตอบ

มกี ารยกตัวอยา่ ง คำถาม

ประกอบ

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ถือว่า ดมี าก ให้ ๓ คะแนน
ผลงานที่ชดั เจน ถอื วา่ ปานกลาง ให้ ๒ คะแนน
ผลงานเทยี บเทา่ ทวั่ ไป ถือวา่ ปรบั ปรงั ให้ ๑ คะแนน
ผลงานพอใช้

ระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
๑๐ - ๑๒ ๗-๙ ๔-๖ ๐-๓
ระดบั
คะแนน

๑๒๖

ใบงาน ที่ ๑ เร่ืองธนาคารกลาง
๑. จงบอกความหมายของธนาคารกลาง มาโดยสงั เขป

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
๒. จงบอกบทบาทหน้าที่ของธนาคารกลาง มาโดยสงั เขป
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

๓. จงเปรียบเทียบความแตกต่างของธนาคารกลางและธนาคารพาณชิ ย์ มาโดยสังเขป
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

๑๒๗

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๓

กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ า สังคมศกึ ษา

ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๓ เรอ่ื ง สถาบนั การเงิน เวลา ๑ ชว่ั โมง

หน่วยการเรียนรยู้ ่อยที่ ๓ เรอ่ื ง ความสมั พันธร์ ะหวา่ งหนว่ ยเศรษฐกจิ เวลา ๑ ชว่ั โมง

ชอื่ ผสู้ อน นางสาวศภุ ลักษณ์ อาสนาจนั ทร์ สอนวนั ที่ ๓๑ เดอื น มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ัด

มาตรฐานการเรียนรู้ ส ๓.๒ เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจตา่ งๆ ความสมั พนั ธ์ทาง

เศรษฐกจิ และความจำเป็นของกการร่วมมือกนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก

ตัวชว้ี ดั ม.๑/๒ วเิ คราะหบ์ ทบาทหนา้ ทแ่ี ละความแตกตา่ งของสถาบนั การเงินแต่ละประเภท

และธนาคารกลาง

สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด

หนว่ ยเศรษฐกจิ เปน็ หนว่ ยงานท่อี ยู่ในระบบเศรษฐกิจทำหน้าท่ีดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ได้แก่ การผลิต การบริโภคและการจำหน่ายจา่ ยแจกสินคาและบริการระบบเศรษฐกจิ ประกอบด้วย

หนว่ ยเศรษฐกจิ ทส่ี ำคญั ๆ คอื ผู้บรโิ ภคหรอื ครวั เรอื น ผู้ผลติ หรือหนว่ ยธุรกจิ และสถาบนการเงิน

จุดประสงค์การเรียนรู้

๗. นกั เรียนสามารถบอกความสัมพันธร์ ะหว่างหนว่ ยเศรษฐกจิ ได้ (K)

๘. นกั เรียนวเิ คราะห์ความสมั พันธร์ ะหวา่ งหนว่ ยเศรษฐกจิ ได้ (P)

๙. นกั เรียนตระหนักและเหน็ ความสำคัญของความสมั พนั ธร์ ะหว่างหนว่ ยเศรษฐกจิ (A)

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude)

 ใฝเ่ รยี นรู้

 มุ่งมน่ั ในการทำงาน : นักเรยี นสามารถสอื่ สารใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจได้
 มีวินัย
ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
 ความสามารถในการสอ่ื สาร

 ความสามารถในการคดิ : ทักษะความสามารถในการคดิ แง่บวก

ด้านคณุ ลกั ษณะของผเู้ รียนตามหลักสตู รมาตรฐานสากล

 เปน็ เลิศวชิ าการ

 ล้ำหน้าทางความคิด

๑๒๘

บรู ณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

๑. หลกั ความพอประมาณ : นกั เรียนร้จู ักประมาณตน

๒. หลักความมเี หตผุ ล : นักเรียนรู้จกั ใชเ้ หตุและผลในการทำสงิ่ ตา่ งๆ

๓. หลักภูมิคุม้ กัน : มีภมู ิคมุ้ กนั ในสถานการณ์ตา่ งๆ

๔. เงอื่ นไขความรู้ : รจู้ กั วางแผนกอ่ นการปฏิบัตงิ าน

๕. เงอ่ื นไขคุณธรรม : นกั เรียนใหเ้ กียรติ และรจู้ กั เคารพผอู้ ื่น

สาระการเรยี นรู้ / เนือ้ หา

ความสมั พันธ์ระหว่างหน่วยเศรษฐกจิ

กิจกรรมการเรยี นรู้ดว้ ยกระบวนการแกป้ ัญหา (๕๐ นาที)

กิจกรรมนำเขา้ สบู่ ทเรยี น

ข้นั ท่ี ๑ การวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปญั หา (๕ นาที)

๑. ครูแจง้ ตัวช้วี ดั และจดุ ประสงค์การเรียนรใู้ ห้นกั เรยี นทราบ

๒. ครสู นทนาซักถามความรู้ของนกั เรียนเก่ยี วกับเร่ืองท่ไี ด้รบั มอบหมายให้ไปอ่านมาใน

ประเด็นตา่ ง ๆ เช่น

๑) ผู้จ่ายเงนิ ซอ้ื สนิ ค้าและบริการเรยี กว่าอะไร

๒) ผู้ทำหน้าที่ผลติ และจำหนา่ ยสนิ ค้าและบริการเรียกว่าอะไร

๓) สถาบันการเงินมคี วามเกยี่ วข้องกับคนเราหรือไม่อยางไร

๓. ครสู รปุ ความรู้แล้วเชื่อมโยงไปสเู่ นอื้ หาทีจ่ ะเรียน

กิจกรรมการเรียนรู้

ขัน้ ที่ ๒ การวางแผนในการแก้ปญั หา (๑๐ นาที)

๔.. ครูใหน้ ักเรยี นศึกษาความสมั พนั ธ์ระหว่างหนว่ ยเศรษฐกจิ ผ่านหนงั สือเรียนของรายวชิ า

จากน้นั ครตู ัง้ คำถามให้นักเรียนช่วยกนั ตอบ พร้อมใหป้ ระเดน็ ปัญหา ดังนี้

๑) หนว่ ยเศรษฐกจิ ใดมี ๒ สถานะในเวลาเดยี วกนั

๒) จดุ มุง่ หมายสำคญั ของผู้ผลติ หรอื หนว่ ยธรุ กจิ คอื อะไร

๓) ผ้บู ริโภคเกยี่ วของกบั สถาบันการเงินหรอื ไม่อยางไร

๕. ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ ๔ – ๖ คน แตล่ ะกลุ่มศกึ ษาขอ้ มลู และออกแบบการ

นำเสนอความร้เู ก่ียวกบั ความสัมพันธ์ระหว่างหนว่ ยเศรษฐกจิ ในรปู แบบตา่ ง ๆ เชน่ Mind

Mapping

ขน้ั ท่ี ๓ การดำเนินการแก้ไขปญั หา (๒๐ นาที)

๖. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ชว่ ยกนั ศกึ ษาหาข้อมลู แล้วสง่ ตัวแทนออกมานำเสนองานหนา้ ชั้นเรยี น

๑๒๙

กิจกรรมสรปุ บทเรยี น
ขั้นที่ ๔ การตรวจสอบและปรบั ปรุง (๑๕ นาที)
๗. ครกู ลา่ วชมเชยนักเรยี นทอี่ อกมานำเสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรียน
๘. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรู้
๙. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์โดยแจกแบบทดสอบให้นักเรียนทกุ คน และให้

นักเรียนทำแบบทดสอบปรนัย ๔ ตัวเลอื ก จำนวน ๓๐ ข้อ โดยเขยี นเคร่ืองหมาย X ทับตัวอักษร(ก–ง)
หนา้ คำตอบท่ีถกู ตอ้ งทส่ี ุดเพยี งคำตอบเดียว

๑๐. ครใู หน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบวดั ความสามารถในการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ
แบบทดสอบปรนัย ๔ ตวั เลอื ก จำนวน ๒๐ ข้อ

๑๑. ครใู ห้นักเรียนทำแบบสอบถามความพงึ พอใจ

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ส่ิงท่ีตอ้ งการวัด วิธีการวัด เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมิน
-แบบทดสอบวัด ผา่ นเกณฑก์ าร
K นกั เรยี นสามารถบอก -การตรวจ ผลสัมฤทธิ์ ประเมนิ รอ้ ยละ ๗๐
-แบบวัดความสามารถ
บทบาทหน้าทีแ่ ละ แบบทดสอบวดั ผล ในการคดิ อย่างมี ผ่านเกณฑก์ าร
วจิ ารณญาณ ประเมนิ ร้อยละ ๗๐
ความแตกต่างขง สมั ฤทธ์ิ -ใบงาน
ผ่านเกณฑป์ ระเมิน
สถาบนั การเงนิ แตล่ ะ -การตรวจแบบวัด แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับดี “ผ่าน”
นักเรยี นรายกลมุ่
ประเภทได้ ความสามารถในการ
แบบสงั เกตพฤติกรรม
คิดอยา่ งมี นกั เรียนรายบคุ คล

-การตรวจใบงาน

P นกั เรยี นสามารถ ประเมนิ การนำเสนอ

นักเรยี นสามารถสบื ค้น ผลงาน

นำเสนอ และเผยแพร่

ขอ้ มูลเกย่ี วกบั สถาบัน

การเงนิ แต่ละประเภท

ได้

A นกั เรยี นตระหนกั สงั เกตพฤติกรรม

และเห็นความสำคญั รายบุคคล

ของสถาบันการเงนิ แต่

ละประเภท

๑๓๐

สือ่ / อปุ กรณ์ / แหลง่ การเรยี นรู้
สื่อ ๑. แบบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
๒. แบบวัดความสามารถในการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ
๓. แบบสอบถามความพึงพอใจ
วสั ดุ / อปุ กรณ์ ๑. สมุด
๒. ปากกา
๓. กระดาษ
แหล่งการเรียนรู้ ๑. อินเทอรเ์ นต็
๒. หนังสอื เรยี น

๑๓๑

บนั ทึกผลการจดั การเรยี นรู้
๑. ด้านความรู้
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.......................................................................................................................................................... ......
๒. ด้านทักษะ / กระบวนการ
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................................................................................. ..
............................................................................................................................. ...................................
๓. ด้านคุณลักษณะ
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
......................................................................................................................................... .......................
........................................................................................................... .....................................................
๔. ปญั หา / อุปสรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................... .............
..................................................................................................................... ...........................................
............................................................................................................................. ...................................
๕. แนวทางการแกไ้ ขและพฒั นา
................................................................................................................................................................
........................................................................................................................ ........................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
.๖. ผลการดำเนินการ
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

๑๓๒

แบบสงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี นรายบุคคล

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๑ เร่อื งสถาบันการเงิน

สอนวนั ...............ท.ี่ .........เดอื น.........................พ.ศ. ............... เวลาสอน............................................

โรงเรยี นบ้านสองคอนศรคิ รุ รุ าษฎร์ ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔

คำช้แี จง ใหผ้ สู้ อนทำเคร่อื งหมาย √ ลงในช่องท่ีตรงกับระดบั คะแนน ตามความเปน็ จรงิ

ท่ี ชื่อ-สกลุ ส่งงานตรง ความถูกตอ้ ง ความ การขยาย รวม๑๒
เวลา ๓๒๑ เรียบร้อย ความคิดเห็น คะแนน
๓๒๑ ๓๒๑
๓๒๑



















๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

๑๖

๑๗

๑๘

๑๙

๒๐

(ลงช่ือ).........................................ผปู้ ระเมนิ
(....................................................)

๑๓๓

รายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินรายบคุ คล

เกณฑก์ ารให้คะแนน

รายการประเมิน ดมี าก (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)
๙. ส่งงานตรงเวลา ส่งงานก่อนหรือส่ง
กำหนดเวลานดั หมาย ส่งงานช้ากวา่ กำหนด สง่ งานชา้ กวา่ กำหนด
๑๐.ความถกู ต้อง
คำตอบถูกต้องตรง แต่มีการตดิ ตอ่ ผ้สู อนมี
๑๑.ความเรียบรอ้ ย ประเดน็ ทกุ ข้อ
เหตผุ ลทรี่ บั ฟังได้
๑๒.การขยายความ มกี ารตรวจเชค็ คำถกู
เพิม่ เตมิ คำผิดกอ่ นสง่ ไมพ่ มิ พ์ คำตอบไมถ่ กู ต้องและ คำตอบไมถ่ ูกตอ้ งและ
พยญั ชนะตกหล่น
ไมต่ รงประเด็น ๑ - ๒ ไม่ตรงประเด็นตง้ั แต่
มีการขยายความใน
การตอบคำถามได้ดี ข้อ ๓ ข้อข้ึนไป
เชน่ มกี ารยกตัวอยา่ ง
ประกอบทำให้เขา้ ใจ มีการตรวจเช็คคำถูก ไมม่ ีการตรวจเชค็ คำ
เน้ือหามากยงิ่ ขึน้
คำผดิ กอ่ นสง่ แต่มีการ ถกู คำผดิ ก่อนสง่ แต่มี

พมิ พพ์ ยญั ชนะตก การพมิ พพ์ ยัญชนะตก

หลน่ หลน่

มีการขยายความใน ไมม่ กี ารขยายความ

การตอบคำถาม แตไ่ ม่ เพม่ิ เตมิ ในการตอบ

มกี ารยกตวั อยา่ ง คำถาม

ประกอบ

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ถอื ว่า ดมี าก ให้ ๓ คะแนน
ผลงานท่ชี ัดเจน ถอื ว่า ปานกลาง ให้ ๒ คะแนน
ผลงานเทียบเท่าท่วั ไป ถือว่า ปรับปรงั ให้ ๑ คะแนน
ผลงานพอใช้

ระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง
๑๐ - ๑๒ ๗-๙ ๔-๖ ๐-๓
ระดับ
คะแนน

๑๓๔

แบบประเมินผลงานกลมุ่

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๑ เรอ่ื งสถาบันการเงนิ

สอนวนั ...............ท่ี..........เดอื น.........................พ.ศ. ............... เวลาสอน............................................

โรงเรียนบ้านสองคอนศริ ิคุรรุ าษฎร์ ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔

คำชี้แจง ให้ผปู้ ระเมิน ประเมนิ ผลงานกลมุ่ ของนสิ ติ แตล่ ะรายการตามความเปน็ จรงิ โดยเขยี น

เครอื่ งหมาย √ ลงในช่องท่ตี รงกับระดบั คะแนน

กลมุ่ ที/่ ชอ่ื กลมุ่ เนอ้ื หา ความคดิ ความตรง ความ ความตรงต่อ รวม
ถกู ตอ้ ง สร้างสรรค์ ประเดน็ ร่วมมือ เวลา
ครบถว้ น และความ ภายในกลมุ่
สวยงาม

๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑๕

ลงช่ือ ................................................... ผ้ปู ระเมิน

(.................................................)

เกณฑ์การให้คะแนน

พฤติกรรมหรอื ผลงานทชี่ ดั เจน ถือว่า ดมี าก ให้ ๓ คะแนน

พฤตกิ รรมหรอื ผลงานเทียบเท่าท่ัวไป ถือวา่ ปานกลาง ให้ ๒ คะแนน

พฤติกรรมหรือผลงานอใช้ ถือว่า ปรบั ปรงุ ให้ ๑ คะแนน

ระดับคุณภาพ

ระดบั ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรงุ

คะแนน ๑๒ - ๑๕ ๑๑ - ๘ ๗-๖ ๐-๕

๑๓๕

รายละเอียดเกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมนิ งานกลุ่ม

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ประเดน็ การประเมิน (๓) (๒) (๑)

๑.เนอ้ื หาถกู ต้อง ผลงานมเี นอ้ื หาในการ ผลงานมีเนอื้ หา แต่ ผลงานมเี นอ้ื หาที่ไม่

ครบถ้วน นำเสนอทีถ่ กู ต้อง ขาดความถูกต้อง ถกู ต้อง
เหมาะสมตามท่ี บางส่วน
กำหนดไว้

๒.ความคิดสรา้ งสรรค์ มกี ารใชร้ ปู แบบการ มีการใชร้ ปู แบบการ มีการใชร้ ปู แบบการ

และความสวยงาม นำเสนอผลงานทแี ปลก นำเสนอผลงาน นำเสนอผลงาน แต่

ใหม่น่าสนใจและ น่าสนใจ สะอาด ขาดความน่าสนใจ

สะอาดสวยงามเป็น สวยงาม แต่จดั วางไม่ ความไมส่ ะอาดและ

ระเบียบ เป็นระเบยี บ ขาดความเป็นระเบยี บ

๓.ความตรงประเดน็ ผลงานตรงตาม ผลงานมคี วาม ผลงานมีความ

ประเดน็ ที่กำหนดให้ บกพรอ่ งไม่ตรงบาง บกพรอ่ ง และไมต่ รง

อยา่ งครบถว้ นสมบรู ณ์ ประเดน็ ตามประเดน็

๔.ความร่วมมอื ภายใน สมาชกิ ทกุ คนใหค้ วาม สมาชกิ ในกลมุ่ บางคน สมาชิกในกลุ่มไม่

กลุ่ม ร่วมมอื กนั อยา่ งเตม็ ไม่ให้ความร่วมมอื ชว่ ยกันทำงานขาด

ความสามารถ ความรับผิดชอบ

๕.ความตรงต่อเวลา ทำงานตรงตอ่ เวลา งานเสร็จตามเวลา แต่ ทำงานไม่เสรจ็ ตรง

และนำเสนองานไดต้ รง การนำเสนองานขาด เวลาทก่ี ำหนดนำเสนอ

ตามเวลาทก่ี ำหนด / เกนิ เวลา +- ๓ นาที งานขาด / เกินเวลา

+- ๕ นาที

๑๓๖

แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น
รายวชิ าเศรษฐศาสตร์ ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
คำชีแ้ จง ขอ้ สอบแบบปรนยั ๔ ตวั เลือก จำนวน ๓๐ ขอ้
๑. ข้อใดคือความหมายของสถาบันนการเงิน
ก สถาบันทจ่ี า่ ยดอกเบี้ยใหแกผ้ ้กู ูย้ มื
ข สถาบนั ท่ใี หก้ ยู้ มื โดยไมค่ ดิ ผลตอบแทน
ค สถาบนทร่ี ะดมเงนิ ออมจากนกั ธรุ กจิ ตา่ งชาติ
ง สถาบนั ทท่ี ำธุรกจิ ในรูปแบบของการกยู้ ืมและให้กู้ยมื
๒. สถาบันการเงินใดมหี น้าท่ใี นการออกธนบตั รและจดั พมิ พ์
ก ธนาคารออมสิน
ข ธนาคารพาณิชย์
ค ธนาคารแหง่ ประเทศไทย
ง ธนาคารอาคารสงเคราะห์
๓. หนว่ ยงานใดทำหนา้ ทผ่ี ลิตเหรียญกษาปณ์
ก กรมธนารกั ษ์
ข กระทรวงพาณชิ ย์
ค กรมการคา้ ภายใน
ง กระทรวงการตา่ งประเทศ
๔. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หนา้ ท่ีของธนาคารแหง่ ประเทศไทย
ก รับฝากเงินจากประชาชน
ข ให้กู้ยืมแก่ธนาคารพาณชิ ย์
ค รับฝากเงนิ และใหก้ ยู้ มื แกห่ นว่ ยงานราชการ
ง เป็นตัวแทนของรัฐบาลในองค์การระหว่างประเทศตา่ ง ๆ
๕. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะของเงินฝากประจำ
ก ผฝู้ ากจะไมไ่ ด้รบั ดอกเบยี้
ข ผฝู้ ากจะเบิก – ถอนเมอ่ื ใดก็ได้
ค ผฝู้ ากจะถอนได้ เมอื่ ครบกำหนด
ง ผ้ฝู ากจะถอนไดจ้ ากเครอ่ื งรับจ่ายเงินอัตโนมัติ

๑๓๗

๖. ขอ้ ใดไมใ่ ช่บรกิ ารของธนาคารพาณชิ ย์
ก โอนเงิน
ข รบั ทวงหนี้
ค ใหเ้ ชา่ ตูน้ ริ ภยั
ง รับชำระคา่ สินค้าและบริการต่าง ๆ

๗. การถอนเงินจากเครือ่ งรบั จ่ายเงนิ อัตโนมัติ (เอทีเอม็ ) เปน็ การฝาก – ถอนเงินประเภทใด
ก เงนิ ฝากประจำ
ข เงนิ ฝากออมทรพั ย์
ค เงินฝากกระแสรายวนั
ง เงนิ ฝากเพอื่ การลงทุน

๘. ไพลนิ ต้องการกยู้ ืมเงนิ เพือ่ นำมาปลกู บ้าน โดยมโี ฉนดทีด่ ินเป็นหลักทรพั ย์คำ้ ประกัน ไพลินตอ้ ง
ตดิ ต่อ สถาบันการเงินใด

ก โรงรับจำนำ
ข บริษทั เงินทุน
ค ธนาคารแหง่ ประเทศไทย
ง ธนาคารอาคารสงเคราะห์
๙. สถาบันการเงนิ ใดทที่ ำหนา้ ท่รี บั ฝากเงนิ และใหก้ ูย้ ืมแกป่ ระชาชนท่ัวไป
ก โรงรบั จำนำ
ข ธนาคารแห่งประเทศไทย
ค ธนาคารเพ่อื การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
ง ธนาคารเพอ่ื การสง่ ออกและนำเข้าแหง่ ประเทศไทย
๑๐. ธนาคารอสิ ลามแห่งประเทศไทยอย่ภู ายใตก้ ารกำกบั ดแู ลของหน่วยงานใด
ก ธนาคารพาณชิ ย์
ข กระทรวงการคลงั
ค ธนาคารแหง่ ประเทศไทย
ง กระทรวงการตา่ งประเทศ
๑๑.ขอ้ ใดกลา่ วถูกต้อง
ก สถาบันการเงนิ ของไทยใหอ้ ตั ราดอกเบยี้ เท่ากันทุกแหง่
ข สถาบนั การเงินทกุ แหง่ ทำหน้าทร่ี ับฝากเงนิ จากประชาชน

๑๓๘

ค สถาบันการเงนิ รบั ภาระความเสี่ยงบางสว่ นแทนผอู้ อมและผกู้ เู้ งิน
ง สถาบนั การเงนิ ท่ีต้องข้ึนในประเทศเปน็ สถาบนั การเงนิ ของรฐั ทง้ั หมด
๑๒.บริษทั แบงกส์ ยามกมั มาจล ทนุ จำกดั เป็นช่ือเดิมของธนาคารใด
ก ธนาคารออมสนิ
ข ธนาคารกรุงไทย
ค ธนาคารไทยพาณชิ ย์
ง ธนาคารกรงุ ศรอี ยุธยา
๑๓.ข้อใดไมใ่ ชบ่ ทบาทหน้าทีข่ องธนาคารออมสิน
ก การจำหนา่ ยสลากออมสนิ
ข การรบั ฝากเงนิ จากประชาชน
ค การปลอ่ ยสนิ เชื่อบคุ คลทั่วไป
ง การออกตว๋ั สัญญาใช้เงนิ จำหนา่ ย
๑๔.หากตอ้ งการเปดิ บญั ชกี ับธนาคารเพื่อเก็บออมเงนิ นกั เรียนควรเปดิ บญั ชีเงินฝากประเภทใด
ก เงนิ ฝากประจำ
ข เงินฝากออมทรพั ย์
ค เงนิ ฝากกระแสรายวนั
ง เงนิ ฝากเพอ่ื การลงทนุ
๑๕.สมใจเป็นพนักงานบริษทั มีรายได้ไม่มากนกั เขาต้องการซื้อทด่ี นิ เพื่อปลกู บา้ นอยอู่ าศยั นกั เรยี นจะ
แนะนาํ ใหส้ มใจติดตอ่ กบั สถาบนั การเงนิ ใด
ก สหกรณอ์ อมทรัพย์
ข ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ค บริษทั หลักทรัพยจ์ ัดการกองทนุ รวม
ง บรษิ ัทประกันสนิ เชือ่ อตุ สาหกรรมขนาดยอ่ ม
๑๖.ข้อใดคอื วตั ถุประสงคส์ ำคญั ในการจดั ตง้ั ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณก์ ารเกษตร
ก การสง่ เสรมิ การพัฒนาภาคเกษตรกรรม
ข การเป็นแหลง่ เงนิ ทนุ ใหก้ บั ผทู้ ีเ่ ปน็ เจ้าของโรงสี
ค การช่วยเหลอื เกษตรกรทขี่ าดแคลนท่ดี นิ ทำกนิ
ง การรบั ฝากเงนิ จากผูป้ ระกอบอาชีพเกษตรกรรม

๑๓๙

๑๗.การเปน็ นายธนาคารและท่ปี รกึ ษาดา้ นนโยบายเศรษฐกจิ ของรฐั บาลเปน็ บทบาทหนา้ ที่ของ
สถาบันการเงินใด
ก ธนาคารออมสนิ
ข บริษัทเครดิตฟองซเิ อร์
ค ธนาคารแหง่ ประเทศไทย
ง ธนาคารเพ่อื การสง่ ออกและนำเข้าแหง่ ประเทศไทย

๑๘.ในสมยกอ่ นเรยี กเงินตรากระดาษวา่ อะไร
ก ป้ี
ข เบย้ี
ค หมาย
ง พดด้วง

๑๙.ขอ้ ใดคือบทบาทหนา้ ที่ของผบู้ รโิ ภคหรือครวั เรือน
ก การบริหารประเทศ
ข การผลิตสินคาและบรกิ าร
ค การเป็นเจ้าของปจั จยั การผลติ
ง การดำเนนิ การเกีย่ วกับสนิ เช่ือ

๒๐.การดาํ เนนิ งานของสถาบันการเงินมจี ดุ มงุ่ หมายเพอ่ื อะไร
ก กำไร
ข ค่าบรกิ าร
ค ความพอใจ
ง รายได้จากการลงทุน

๒๑. ธนาคารใดจดั เป็นธนาคารพาณิชย์
ก. ธนาคารกลาง
ข. ธนาคารกรุงเทพ
ค. ธนาคารออมสิน
ง. ธนาคารอาคารสงเคราะห์

๒๒. ธนาคารโดยท่วั ไปมีหน้าทหี่ ลกั คืออะไร
ก. รบั ฝากเงนิ และใหก้ ้เู งิน
ข. ให้คำปรึกษาด้านการเงิน

๑๔๐

ค. ใหก้ ารสนบั สนุนการสง่ ออก

ง. ใหบ้ ริการชำระคา่ น้ำประปา

๒๓. ธนาคารกลางมหี น้าทที่ ำอะไร

ก. รับฝากเงินจากประชาชน

ข. ช่วยเหลือเกษตรกร

ค. ให้ประชาชนกู้เงนิ

ง. ออกธนบตั ร

๒๔. การถอนเงนิ จากธนาคารไม่ตอ้ งใชส้ ิ่งใด

ก. สูตบิ ัตร

ข. ใบถอนเงิน

ค. สมุดเงินฝาก

ง. บัตรประจำตัวประชาชน

๒๕. การฝากเงนิ แบบใดได้ดอกเบ้ียมากทีส่ ดุ

ก. ฝากออมทรัพย์

ข. ฝากกระแสรายวนั

ค. ฝากประจำ ๓ เดอื น

ง. ฝากประจำ ๑๒ เดอื น

๒๖. หากเรากเู้ งินจากธนาคาร เราต้องเสียสง่ิ ใดใหก้ บั ธนาคารนอกจากเงนิ ตน้

ก. ค่าธรรมเนยี ม ข. ค่าเสยี เวลา

ค. ค่าบริการ ง. ดอกเบ้ยี

๒๗. ถ้าผ้ใู หก้ ้คู ิดดอกเบยี้ เกินรอ้ ยละ ๑๕ บาทตอ่ ปี ผกู้ ู้มสี ทิ ธิ

ตามขอ้ ใด

ก. จา่ ยดอกเบี้ยใหค้ รบ

ข. ไม่จ่ายดอกเบ้ยี ทงั้ หมด

ค. ไม่จา่ ยดอกเบีย้ ส่วนเกินน้นั

ง. จ่ายดอกเบยี้ เฉพาะส่วนทเี่ กนิ

๒๘. ใครกู้ยมื เงนิ มาใชจ้ ่ายไมถ่ ูกตอ้ ง

ก. แดงก้เู งนิ มาทำธุรกจิ

ข. ดำกู้เงินมาเลน่ การพนัน

ค. ขาวก้เู งนิ มาปลูกบ้านอยู่

ง. เขยี วกูเ้ งนิ มาเปน็ ทุนการศึกษา


Click to View FlipBook Version