The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

๒-นางสาวกชกร พรมสาเทศน์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by social study, 2022-05-18 02:33:09

๒-นางสาวกชกร พรมสาเทศน์

๒-นางสาวกชกร พรมสาเทศน์

๙๑

วตั ถุประสงค์ ขอ้ สอบ ระดับ ระดบั ความ ขอ้ เสนอแนะ
การเรยี นรู้ พฤตกิ รรม สอดคล้อง

ความรู้ +๑ ๐ -๑
และ
นักเรียนรู้ 19. สนิ คา้ ข้อใดมีการโฆษณา ความจำ
และเข้าใจ และการแข่งขันสูง
สินคา้ และ ก. มะละกอ กล้วย
บริการ ข. ไม้ดอก ไม้ประดับ
ค. รถไฟ รถมอเตอร์ไซด์
ง. โฟมล้างหน้า โลชน่ั ทาผิว

เฉลย ง. โฟมลา้ งหนา้ โลชั่นทา
ผวิ

นักเรยี นเหน็ 20. สนิ ค้าขอ้ ใดไม่จําเปน็ ความ
คุณค่าของ สำหรับนักเรียน เข้าใจ
สนิ คา้ ที่ ก. สบู่ ยาสฟี ัน
จำเป็น ข. โทรศพั ท์มือถือรุ่นใหมร่ าคา
แพง
ค. สมุด ปากกา ดนิ สอ
ง. ชดุ นักเรยี น รองเทา้ นักเรยี น

เฉลย ข. โทรศัพท์มอื ถือรนุ่ ใหม่ ความ
ราคาแพง เข้าใจ
ข้อสอบสำรอง

นกั เรียน 21. ข้อใดเป็นสินค้าท่ีจำเปน็
จำแนกสนิ คา้ ก. อาหาร
ทีจ่ ำเป็นได้ ข. โทรศัพท์

ค. โทรทัศน์
ง. อินเตอรเ์ น็ต
เฉลย ก. อาหาร
ขอ้ สอบสำรอง

๙๒

วัตถุประสงค์ ขอ้ สอบ ระดับ ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ
การเรียนรู้ พฤติกรรม สอดคล้อง
นักเรียนรู้ 22. บรกิ ารใดเปน็ บริการที่
และเขา้ ใจ ตอบสนองความต้องการมากกว่า ความ +๑ ๐ -๑
สนิ ค้าและ ความจำเป็น เขา้ ใจ
บรกิ าร ก. บรกิ ารตัดผม
ข. บริการรักษาไข้ ความจำ
นักเรียนรู้ ค. บริการไฟฟา้
และเข้าใจ ง. บรกิ ารนำ้ ประปา ความ
ความจำเป็น เฉลย ข. บรกิ ารรกั ษาไข้ เขา้ ใจ
ของปจั จัย ๔ ข้อสอบสำรอง
ทม่ี ผี ลตอ่ การ 23. ปจั จัย 4 ประกอบไปดว้ ย
ดำรงชวี ติ อะไรบ้าง
ก. อาหาร เคร่อื งนุง่ ห่ม ยารกั ษา
นักเรยี นเห็น โรค โรงภาพยนตร์
คณุ ค่าใน ข. อาหาร เคร่อื งนุ่งห่ม ยารักษา
ปจั จัย ๔ ท่ี โรค ทอ่ี ยอู่ าศยั
จำเปน็ ตอ่ ค. เคร่ืองนงุ่ ห่ม ยารักษาโรค ท่ี
การดำรงชีวติ อยอู่ าศัย โทรศพั ท์
ง. อาหาร โทรศพั ท์ ไฟฟ้า ยา
รักษาโรค
เฉลย ข. อาหาร เครอ่ื งนุ่งห่ม
ยารกั ษาโรค ทีอ่ ยู่อาศัย
ข้อสอบสำรอง
24. สงิ่ ที่ต้องการมากกวา่
ความจำเปน็ คืออะไร
ก. เครื่องประดบั ข. เส้อื กัน
หนาว
ค. อาหาร ง. ของเล่น
เฉลย ก. เครอ่ื งประดับ
ขอ้ สอบสำรอง

๙๓

วตั ถปุ ระสงค์ ขอ้ สอบ ระดับ ระดับความ ข้อเสนอแนะ
การเรียนรู้ พฤติกรรม สอดคลอ้ ง
วเิ คราะห์
+๑ ๐ -๑
วเิ คราะห์
นักเรยี นเห็น 25. ใครควรประหยัดคา่ ใช้จ่าย
คณุ คา่ ของ ในครอบครวั ความจำ
สินคา้ ที่ ก. พอ่ ข. แม่
จำเปน็ ค. ลูก ง. ทุกคนใน ความจำ

ครอบครวั
เฉลย ง. ทุกคนในครอบครัว
ข้อสอบสำรอง

นกั เรยี นเห็น 26. ซื้อของอยา่ งไรจึงจะเป็น
คณุ คา่ ของ การประหยัดและเหมาะสมมาก
สนิ คา้ ที่ ท่สี ุด
จำเป็น ก.ซ้อื ของทจ่ี ำเปน็

ข.ซื้อของท่ีมคี ณุ ภาพดี
ค.ซอ้ื ของที่มรี าคาถูก
ง.ซอ้ื ของที่กำลงั ลดราคา
เฉลย ก.ซ้ือของทจ่ี ำเปน็
ขอ้ สอบสำรอง

นกั เรยี นรู้ 27.สง่ิ ท่จี ำเปน็ ต่อการดำรงชีวติ
และเข้าใจ คอื ข้อใด
ความจำเป็น ก. ปัจจยั 4 ข.ปจั จยั 5
ของปัจจยั ๔ ค.ปัจจัยการผลติ
ที่มีผลตอ่ การ ง.ทรัพยากรการผลติ
ดำรงชีวิต เฉลย ก. ปจั จัย 4

ข้อสอบสำรอง

นักเรียน 28. ขอ้ ใดคือ สินค้า
จําแนกสนิ ค้า ก.การตดั ผม
และบริการ ข.รองเท้า
ออกจากกัน ค.การรกั ษาพยาบาล
ได้ ง.การโดยสารรถไฟ

เฉลย ข.รองเท้า
ข้อสอบสำรอง

๙๔

วัตถปุ ระสงค์ ข้อสอบ ระดับ ระดับความ ข้อเสนอแนะ
การเรียนรู้ พฤติกรรม สอดคลอ้ ง
ความจำ
+๑ ๐ -๑
ความรู้
นักเรยี น 29. ข้อใดคือ บรกิ าร และความ
จาํ แนกสนิ คา้ ก.รา้ นเกม ข.ลกู ฟตุ บอล
และบริการ ค.เครือ่ งใช้ไฟฟ้า ง.เครอื่ ง เขา้ ใจ
ออกจากกนั คอมพิวเตอร์
ได้ เฉลย ก. รา้ นเกม

ขอ้ สอบสำรอง

นกั เรยี น 30. หลกั เกณฑใ์ นข้อใด ใช้
จำแนกความ ตัดสินวา่ สินค้านั้นจำเป็นตอ่ การ
จำเป็นของ ดำรงคช์ ีวติ
ปจั จยั ๔ ท่มี ี ก. การโฆษณา
ผลต่อการ ข. ความสวยงาม
ดำรงชีวติ ได้ ค. ประโยชนใ์ ชส้ อย

ง. ได้รบั ความนยิ ม
เฉลย ค. ประโยชนใ์ ชส้ อย
ขอ้ สอบสำรอง

๙๕

แบบประเมนิ คะแนนความคดิ สรา้ งสรรคช์ นิ้ งาน

วชิ า เศรษฐศาสตร์ รหัสวิชา ส ๑๓๑๐๑ ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๓

คำชแ้ี จง : ข้อความที่เสนอตอ่ ไปนเ้ี ป็นเกณฑ์พ้ืนฐานในการแบบประเมนิ คะแนนความคดิ สรา้ งสรรคช์ ิ้นงาน
โปรดใส่เครื่องหมายถูก (✓) ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นลงในแบบประเมิน และหากท่านมี
ข้อเสนอแนะกรณุ าระบรุ ายละเอียดใหเ้ ป็นแนวทางในการปรับปรุงต่อไป

+๑ หมายถงึ แนใ่ จวา่ ข้อสอบมีความสอดคล้องกบั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๐ หมายถงึ ไม่แน่ใจว่าขอ้ สอบมีความสอดคล้องกับจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
-๑ หมายถงึ แนใ่ จวา่ ขอ้ สอบไมม่ ีความสอดคลอ้ งกับจุดประสงค์การเรียนรู้

โปรดใส่เครอ่ื งหมายถกู (✓) ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ความคิดเห็นลงในแบบประเมนิ

รายการประเมิน ระดับความ หมายเหตุ

คดิ เหน็

+๑ ๐ -๑

๑. ความคิดคลอ่ งแคลว่ (Fluency)

๒. ความคดิ ยืดหยุน่ (Flexibility)

๓. ความคิดริเริ่ม (Originality)

๔. ความคดิ ละเอียดลออ (Elaboration)

๙๖

เกณฑก์ ารประเมินความคดิ สรา้ งสรรคช์ ิน้ งาน

(ตามแนวคิด กิลฟอรด์ Guilford) ของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓

ประเดน็ ที่ ระดับคะแนน
ประเมนิ
1. ความคิด ๕๔ ๓ ๒๑
คล่องแคลว่
(Fluency) มีทักษะการลง มีทกั ษะการลง ทักษะการลงมือ ไมส่ ามารถ ไมส่ ามารถ

2. ความคดิ มอื ปฏบิ ัตไิ ด้ มือปฏบิ ัติได้ ปฏิบตั ไิ ด้ ลงมือปฏบิ ัติ ลงมือปฏิบตั ิ
ยืดหยุน่
(Flexibility) คล่องแคลว่ คล่องแคล่ว คล่องแคล่ว สรา้ ง ได้ ได้

3. ความคิด สร้างชิ้นงาน สร้างช้ินงาน ชนิ้ งาน คลอ่ งแคล่ว คล่องแคลว่
รเิ รม่ิ
(Originality) ได้ตรง สอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์ บาง สรา้ งชิน้ งาน สร้างชน้ิ งาน

จุดประสงคท์ ุก จดุ ประสงค์ ประเดน็ บางส่วนไม่ ไม่ตรง

ประเด็น เปน็ ส่วนใหญ่ ตรง จดุ ประสงค์

จุดประสงค์

คดิ ชิ้นงานที่ คดิ ชิน้ งานท่ี คิดช้ินงานทีจ่ ะทำ คดิ ช้ินงานที่ คดิ ชนิ้ งานท่ี

จะทำไดอ้ ยา่ ง จะทำได้อยา่ ง ไดอ้ ย่าง จะทำได้ จะทำได้ไม่

หลากหลาย หลากหลาย หลากหลายเป็น บางส่วนไม่ สมบูรณ์

เป็นสว่ นใหญ่ บางส่วน สมบูรณ์

พฒั นาชน้ิ งาน พัฒนาชิน้ งาน พฒั นาชิ้นงาน พัฒนา พฒั นา

หรอื วิธีการ หรอื วธิ กี าร หรอื วธิ กี ารเพื่อ ชน้ิ งานหรอื ช้ินงานหรอื

เพื่อแก้ปัญหา เพือ่ แก้ปญั หา แกไ้ ขปญั หาดว้ ย วธิ ีการเพ่ือ วิธกี ารเพอ่ื

ดว้ ยความคดิ ด้วยความคิด การผสมผสาน แกป้ ญั หา แกป้ ัญหา

ท่ีแปลกใหม่ แปลกใหม่ และดัดแปลง โดยบางสว่ น โดยไม่มี

เหมาะสมกับ ความคิดจากเดมิ ไม่มีความคดิ ความคิด

การใชง้ านจริง แบบใหม่ แบบใหม่

4. ความคดิ มีการตกแต่ง มีการตกแตง่ มีการตกแต่งทำ มกี ารตกแต่ง มกี ารตกแตง่
ละเอียดลออ ทำให้เกิด ทำให้เกิด ให้เกดิ ความ ทำให้เกิด ไมส่ วยงาม
(Elaboration ความสวยงาม ความสวยงาม สวยงาม มี ความ มี
) มีรายละเอยี ด รายละเอียดท่ี รายละเอยี ดท่ี สวยงาม รายละเอยี ด
สมบรู ณ์สว่ น สมบูรณ์บางสว่ น ลำดับ มี บางส่วนไม่
ทสี่ มบูรณ์ ใหญ่ รายละเอียด สมบรู ณ์
บางส่วนไม่
สมบรู ณ์

๙๗

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

17 - 20 ดีมาก

13 - 16 ดี

9 - 12 ปานกลาง

5 - 8 ปรบั ปรุง

ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เติม
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ……………………………………………………………..
(……………………………………………………………………)

ผู้ประเมิน

๙๘

แบบประเมินความพึงพอใจตอ่ การจัดการเรียนรู้

วิชา เศรษฐศาสตร์ รหสั วชิ า ส ๑๓๑๐๑ ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓

คำชี้แจง : ข้อความที่เสนอต่อไปนี้เป็นเกณฑ์พื้นฐานในการประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้

โปรดใส่เครื่องหมายถูก (✓) ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นลงในแบบประเมิน และหากท่านมี

ข้อเสนอแนะกรณุ าระบุรายละเอยี ดใหเ้ ป็นแนวทางในการปรบั ปรุงต่อไป

+๑ หมายถึง แนใ่ จว่าขอ้ สอบมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้

๐ หมายถงึ ไมแ่ นใ่ จวา่ ขอ้ สอบมีความสอดคลอ้ งกับจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

-๑ หมายถึง แนใ่ จวา่ ข้อสอบไมม่ คี วามสอดคลอ้ งกับจุดประสงค์การเรยี นรู้

โปรดใสเ่ คร่อื งหมายถูก (✓) ลงในช่องทีต่ รงกบั ความคดิ เหน็ ลงในแบบประเมิน

รายการประเมนิ ระดับความ หมายเหตุ

คิดเหน็

+๑ ๐ -๑

๑. ครมู ีการเตรียมการสอน

๒. การจดั บรรยากาศห้องเรียนเออ้ื ต่อการเรยี นการสอน

๓. รายวิชาเหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการของ

ผูเ้ รยี น

๔. ครใู ชว้ ิธกี ารสอนและใช้สอื่ อย่างหลากหลาย

๕. ครมู ีบุคลกิ ภาพ การแต่งกายและการพูดจาเหมาะสม

๖. มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมใน

กิจกรรม

๗. ครใู ห้โอกาสนักเรยี นซกั ถามปญั หา

๘. มีกิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมการค้นคว้าและ

แสวงหาความรอู้ ย่างต่อเนอ่ื ง

๙. กจิ กรรมการเรียนรู้สง่ เสริมการพฒั นาการคดิ สรา้ งสรรค์

๑๐. มีการจัดและประเมินผลที่หลากหลาย และเหมาะสมกับ

เนอ้ื หาทส่ี อน

๙๙

ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ……………………………………………………………..
(……………………………………………………………………)

ผู้ประเมิน

๑๐๐

ภาคผนวก ค
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลเครือ่ งมือโดยผเู้ ชีย่ วชาญ

๑๐๑

ตารางท่ี ๔.๔ ผลวิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสอดคล้องระหว่างแผนการจัดการ

เรยี นรู้กับแผนการเรียนรทู้ ่ี ๑ เร่อื ง สินค้าและบริการ

รายการประเมนิ ผู้เชยี่ วชาญคนท่ี ∑R การแปล
๑๒๓ ̅ ผล

๑. หน่วยการเรียนรู้มีองค์ประกอบ

ครบถ้วนเหมาะสม และมีรายละเอียดที่ ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม

สอดคล้องสัมพนั ธก์ นั

๒. การเขียนสาระที่สำคัญในแผน ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
กระชบั ครอบคลุม ตามเปา้ หมาย

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้มีความชัดเจน ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ถูกต้องครอบคลุมเนอื้ หาสาระ

๔. เนื้อหา / กิจกรรมการสอนเหมาะสม ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
กบั จำนวนเวลาท่ีกำหนด

๕. เนื้อหาสาระในแผนถูกต้องตามหลัก ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
โครงสรา้ งหลักสตู รแกนกลาง

๖. กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลาย /

เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน และสามารถ ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม

นำไปปฏิบัตไิ ดจ้ รงิ

๗. แผนการจัดการเรียนรู้มีการกำหนด ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ชิน้ งาน / ภาระงานอยา่ งเหมาะสม

๘. มีการใช้สื่อ / แหล่งการเรียนรู้เนื้อหา ๕ ๕๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สาระท่เี หมาะสมกบั ผู้เรียน

๙. มีรูปแบบการวัดผลและประเมินผลที่ ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
หลากหลาย

๑๐. มีการวัดผลและประเมินผลที่ ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สอดคลอ้ งกับจุดประสงค์การเรียนรู้

๑๐๒

ตารางที่ ๔.๕ ผลวิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสอดคล้องระหว่างแผนการจัดการ

เรียนรกู้ ับแผนการเรยี นรูท้ ่ี ๒ เรือ่ ง สนิ คา้ ที่จำเป็นตอ่ การดำรงชีวติ ของมนษุ ย์ทเ่ี รียกว่า ปัจจัย ๔

รายการประเมนิ ผู้เชี่ยวชาญคนท่ี ∑R การแปล
๑๒๓ ̅ ผล

๑. หน่วยการเรียนรู้มีองค์ประกอบ

ครบถ้วนเหมาะสม และมีรายละเอียดท่ี ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม

สอดคลอ้ งสัมพนั ธก์ นั

๒. การเขียนสาระที่สำคัญในแผน ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
กระชับ ครอบคลุม ตามเป้าหมาย

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้มีความชัดเจน ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ถกู ต้องครอบคลมุ เนอื้ หาสาระ

๔. เนื้อหา / กิจกรรมการสอนเหมาะสม ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
กบั จำนวนเวลาท่ีกำหนด

๕. เนื้อหาสาระในแผนถูกต้องตามหลัก ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
โครงสร้างหลักสูตรแกนกลาง

๖. กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลาย /

เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน และสามารถ ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม

นำไปปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ

๗. แผนการจัดการเรียนรู้มีการกำหนด ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ชน้ิ งาน / ภาระงานอยา่ งเหมาะสม

๘. มีการใช้สื่อ / แหล่งการเรยี นรู้เน้ือหา ๕ ๕๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สาระที่เหมาะสมกบั ผู้เรยี น

๙. มีรูปแบบการวัดผลและประเมินผลที่ ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
หลากหลาย

๑๐. มีการวัดผลและประเมินผลท่ี ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑๐๓

ตารางที่ ๔.๖ ผลวิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสอดคล้องระหว่างแผนการจัดการ

เรยี นรูก้ บั แผนการเรียนรทู้ ี่ ๓ เร่ือง หลกั การเลือกสินคา้ ทจี่ ำเป็น

รายการประเมนิ ผเู้ ชี่ยวชาญคนท่ี ∑R การแปล
๑๒๓ ̅ ผล

๑. หน่วยการเรียนรู้มีองค์ประกอบ

ครบถ้วนเหมาะสม และมีรายละเอียดท่ี ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม

สอดคล้องสมั พันธก์ นั

๒. การเขียนสาระที่สำคัญในแผน ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
กระชบั ครอบคลุม ตามเปา้ หมาย

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้มีความชัดเจน ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ถกู ตอ้ งครอบคลุมเนอ้ื หาสาระ

๔. เนื้อหา / กิจกรรมการสอนเหมาะสม ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
กับจำนวนเวลาท่กี ำหนด

๕. เนื้อหาสาระในแผนถูกต้องตามหลัก ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
โครงสร้างหลักสูตรแกนกลาง

๖. กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลาย /

เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน และสามารถ ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม

นำไปปฏิบตั ิไดจ้ ริง

๗. แผนการจัดการเรียนรู้มีการกำหนด ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
ช้นิ งาน / ภาระงานอยา่ งเหมาะสม

๘. มีการใช้สือ่ / แหล่งการเรยี นรู้เน้ือหา ๕ ๕๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สาระทเี่ หมาะสมกับผู้เรยี น

๙. มีรูปแบบการวัดผลและประเมินผลท่ี ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
หลากหลาย

๑๐. มีการวัดผลและประเมินผลท่ี ๕ ๕ ๕ ๑๕ ๕ เหมาะสม
สอดคล้องกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

๑๐๔

ตารางท่ี ๔.๗ ผลวิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบวัด

ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนกับจุดประสงคก์ ารเรียนรู้

ขอ้ สอบ ผู้เชย่ี วชาญคนที่ IOC การแปลผล หมายเหตุ
ข้อที่ ๑ ๒ ๓

๑ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๒ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๓ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๔ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๕ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๖ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง

๗ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง

๘ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง

๙ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง

๑๐ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง

๑๑ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๑๒ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๑๓ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๑๔ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง

๑๕ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๑๖ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๑๗ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๑๘ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง

๑๙ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง

๒๐ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง

๒๑ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง สำรอง

๒๒ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง สำรอง

๑๐๕

ตารางที่ ๔.๗ ผลวิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบวัด

ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นกบั จุดประสงค์การเรียนรู้ (ตอ่ )

ข้อสอบ ผู้เชยี่ วชาญคนท่ี IOC การแปลผล หมายเหตุ
ขอ้ ท่ี ๑ ๒ ๓

๒๓ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง สำรอง

๒๔ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง สำรอง

๒๕ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง สำรอง

๒๖ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง สำรอง

๒๗ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง สำรอง

๒๘ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง สำรอง

๒๙ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง สำรอง

๓๐ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง สำรอง

๑๐๖

ตารางที่ ๔.๘ ผลวิเคราะห์คะแนนความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสอดคล้องระหว่างแบบประเมิน
คะแนนความคดิ สรา้ งสรรค์ช้ินงาน

รายการประเมนิ ผู้เช่ียวชาญคนที่ IOC การแปลผล

๑. ความคิดคลอ่ งแคล่ว (Fluency) ๑๒๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง
๒. ความคดิ ยดื หยนุ่ (Flexibility) +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง
๓. ความคิดริเร่มิ (Originality) +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
๔. ความคดิ ละเอียดลออ (Elaboration) +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง
+๑ +๑ +๑

๑๐๗

ตารางที่ ๔.๙ ผลวเิ คราะหค์ ะแนนความคดิ เหน็ ผ้เู ชย่ี วชาญด้านความสอดคลอ้ งระหวา่ งแบบประเมินความ
พงึ พอใจตอ่ การจัดการเรยี นรู้

รายการประเมิน ผูเ้ ชี่ยวชาญคนท่ี IOC การแปลผล
๑๒๓ ๑.๐๐ สอดคล้อง
๑. ครมู กี ารเตรยี มการสอน +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคล้อง
๒. การจัดบรรยากาศห้องเรียนเอื้อต่อการเรียนการ +๑ +๑ +๑
สอน ๑.๐๐ สอดคล้อง
๓. รายวิชาเหมาะสม และสอดคล้องกับความ +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
ต้องการของผูเ้ รียน +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
๔. ครใู ชว้ ิธกี ารสอนและใช้ส่อื อยา่ งหลากหลาย +๑ +๑ +๑
๕. ครูมีบุคลิกภาพ การแต่งกายและการพูดจา ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
เหมาะสม +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
๖. มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรียนมี +๑ +๑ +๑ ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
สว่ นรว่ มในกจิ กรรม +๑ +๑ +๑
๗. ครใู ห้โอกาสนักเรยี นซักถามปญั หา ๑.๐๐ สอดคลอ้ ง
๘. มีกิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมการค้นคว้า +๑ +๑ +๑
และ แสวงหาความรอู้ ยา่ งต่อเนอ่ื ง ๑.๐๐ สอดคล้อง
๙. กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมการพัฒนาการคิด +๑ +๑ +๑
สร้างสรรค์
๑๐. มีการจัดและประเมินผลที่หลากหลาย และ
เหมาะสมกับเนื้อหาท่ีสอน

๑๐๘

ภาคผนวก ง
เครอื่ งมือที่ใช้ในการวจิ ยั
แผนการจัดการเรียนรู้ทั้งส้นิ ๓ แผน ได้แก่
-แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๑ เร่ือง สนิ คา้ และบรกิ าร
-แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 เรอื่ ง สนิ ค้าท่จี ำเปน็ ตอ่ การดำรงชีวติ ของมนุษย์ที่เรียกวา่ ปจั จยั ๔
-แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 เรือ่ ง หลักการเลอื กสนิ ค้าที่จำเป็น

๑๐๙

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๑

รหัสวชิ า ส ๑๓๑๐๑ รายวิชา เศรษฐศาสตร์
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรอ่ื ง สินคา้ และบริการในชีวติ ประจำวัน
หนว่ ยการเรียนรู้ย่อยท่ี ๑ เรือ่ ง สินค้าและบรกิ าร เวลา ๑ ช่ัวโมง
ชอ่ื ผ้สู อน นางสาวกชกร พรมสาเทศน์ สอนวนั ท่ี ๑๔ มีนาคม ๒๔๖๕

มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้ีวัด

มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้

ทรพั ยากรทมี่ ีอย่จู ำกัดได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพและคุ้มคา่ รวมทงั้ เขา้ ใจหลักการของเศรษฐกจิ พอเพียง เพ่ือ

การดำรงชีวิตอยา่ งมีดลุ ยภาพ

ตัวช้ีวัด

ส 3.1 ป.3/1 จำแนกความต้องการและความจำเป็นในการใชส้ ินค้าและบริการในการดำรงชวี ิต
สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

ความต้องการสินค้าและบริการของคนเราโดยทั่วไปมีไม่จํากัด หรือไม่สิ้นสุดแต่ เงินที่ใช้จ่าย

สำหรับซื้อหาสินค้าและบริการมีจํากัด ดังนั้นเพื่อให้สามารถเลือกซื้อสินค้า และบริการให้พอเพียงกับ

ความตอ้ งการของเรา จึงจำเปน็ ต้องวางแผนการใชจ้ า่ ยโดย วเิ คราะห์ไดว้ า่ สง่ิ ใดจาํ เปน็ ในการดำรงชีวิต

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

๑. นักเรียนร้แู ละเขา้ ใจสนิ ค้าและบริการ (K)

๒. นกั เรียนจําแนกสนิ ค้าและบรกิ ารออกจากกันได้ (P)

๓. นกั เรียนเห็นคุณค่าของสินค้าและบริการได้อยา่ งเหมาะสม (A)

ด้านความรู้

นักเรียนรู้และเขา้ ใจสนิ คา้ และบริการ

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ

นกั เรยี นจาํ แนกสินค้าและบริการออกจากกันได้

ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

 รักชาตศิ าสน์กษตั รยิ ์  อย่อู ยา่ งพอเพียง  ซ่อื สัตยส์ ุจรติ

 มงุ่ มนั่ ในการทำงาน  มีวินยั  รักความเปน็ ไทย

๑๑๐

 ใฝเ่ รยี นรู้  มจี ติ สาธารณะ

ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน

ความสามารถในการสอื่ สาร : ผู้เรยี นสามารถส่ือสารกบั ผอู้ ืน่ ได้อย่างถูกตอ้ ง

ความสามารถในการคิด : ผู้เรียนคดิ อย่างมวี ิจารณญาณได้เหมาะสม

ความสามารถในการแกไ้ ขปัญหา : ผ้เู รียนสามารถแกป้ ัญหาได้

สามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต : ผูเ้ รยี นปรบั ตัวใหท้ นั กับการเปลี่ยนแปลงของสังคม

ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : ผ้เู รยี นรูจ้ กั ใชเ้ ทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์

ดา้ นคุณลกั ษณะของผูเ้ รยี นตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล

เปน็ เลศิ วชิ าการ สื่อสารสองภาษา ลำ้ หน้าทางความคิด

ผลติ งานอยา่ งสร้างสรรค์ รว่ มกนั รบั ผดิ ชอบตอ่ โลก

บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๑. หลักความพอประมาณ : ผู้เรยี นรู้จกั พอประมาณ ไม่เบียดเบียนทง้ั ตนเองและผอู้ น่ื

๒. หลักความมเี หตุผล : ผเู้ รียนรู้จักใชเ้ หตแุ ละผลในการรบั ฟงั ผู้อืน่

๓. หลักภมู ิคมุ้ กัน : ผูเ้ รยี นมีความรู้ รอบคอบ และระมัดระวงั การปฏบิ ตั ติ น

๔. เง่ือนไขความรู้ : ผ้เู รียนมคี วามรเู้ กยี่ วกับประเภทของสถาบันการเงนิ

๕. เง่อื นไขคุณธรรม : ผู้เรียนไมก่ ้าวกา่ ยการทำงานของคนอืน่

สาระการเรยี นรู้/เนอ้ื หา
ความต้องการสินค้าและบริการของคนเราโดยทั่วไปมีไม่จํากัด สินค้าและบริการเป็นสิ่งที่ได้จาก

การนําเอาปัจจัยการผลิต มาผลิตเป็นสินค้าและบริการ การแบ่งประเภทของสินค้าและบริการ สินค้าที่
เป็นความต้องการเพื่อใช้อำนวยความสะดวก
หลักฐานหรือร่องรอยของการเรยี นรู้ / การวดั ผลประเมนิ ผล / ช้นิ งาน / ภาระงาน

ใบกิจกรรมการเรยี นรู้ เรอื่ ง สินค้าและบริการ

๑๑๑

กิจกรรมการเรยี นการสอน
การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ร่วมกับเทคนิคการคิดเป็นภาพ ตามแนวคิดของ จอห์นสัน
(Johnson and Johnson. ๒๐๐๓) มี ๕ ข้ันตอน ดงั นี้
๑. ขัน้ เตรยี ม (เวลา ๑๕ นาท)ี

๑. ครูผู้สอนกล่าวทักทายนักเรียน พร้อมแจ้งวัตถุประสงค์ของการเรียน และให้นักเรยี น
ปรบมือเป็นจังหวะ ๕ คร้ัง

๒. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น จำนวน ๒๐ ข้อ
๓. ครูผู้สอนให้นักเรียนดูรูปภาพที่ติดบนกระดาน ขนาด A ๔ ได้แก่ อาหาร ขนม นาฬิกาข้อมือ
โรงพยาบาล ร้านตดั ผม และแยกวา่ เป็นสนิ ค้าหรือบรกิ าร

คำตอบ : สนิ คา้ : อาหาร ขนม นาฬกิ าขอ้ มอื
บรกิ าร : โรงพยาบาล ร้านตัดผม

๒. ขน้ั สอน ( เวลา ๑๐ นาที )
๔. ครูแจกใบความรู้ เรื่อง สินค้าและบริการ และอธิบายความหมายสินค้าและบริการ

และใหน้ ักเรียนยกตัวอย่างสินคา้ และบริการในชวี ติ ประจำวัน
(แนวคำตอบ: สินค้า เช่น ขนม สมุด หนังสือ ดินสอ ยารักษาโรค เสื้อผ้า นาฬิกา ฯลฯ

บรกิ าร เชน่ โรงเรยี น โรงพยาบาล ธนาคาร ร้านตัดผม สวนน้ำ สวนสนกุ เปน็ ต้น)
๕. ครูใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่มออกเป็น ๒ กล่มุ เพื่อศึกษาข้อมลู ร่วมกนั และแจกใบกิจกรรม

การเรียนรู้ เร่อื งสินคา้ และบรกิ าร เป็นรายบคุ คล
๓. ขั้นทำกิจกรรมกล่มุ ( เวลา ๒๐ นาที )
๖. ครูให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทำกิจกรรม ด้วยการวาดรูปสินค้าและบริการพร้อมระบายสี

ตกแตง่ ใหส้ วยงาม โดยใชเ้ ทคนิคการคดิ เป็นภาพ
๔. ขน้ั ตรวจสอบผลงานและทดสอบ ( เวลา ๑๐ นาที )
๗. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอใบกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สินค้าและ

บริการ และนักเรียนร่วมกันเสนอแนะความคิดเห็นเพิ่มเติม จากการรับฟังการจำแนกสินค้าและบริการ
ของแต่ละกลุ่ม

๕. ขั้นสรุปบทเรยี นและประเมินผลการทำงานกลุ่ม ( เวลา ๕ นาที )
๘. ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ เรอ่ื ง สนิ ค้าและบรกิ าร

๑๑๒

สอ่ื /อปุ กรณ์/แหล่งเรยี นรู้

สอ่ื ๑. รปู ภาพสนิ คา้ และบรกิ าร ๒. ใบความรู้

วสั ดุ / อุปกรณ์

แหล่งเรยี นรู้ ๑. หนงั สือเรยี น

การวัดผลประเมินผลการเรยี นรู้

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน

นกั เรยี นรู้และเข้าใจ ตรวจชิน้ งานใบ แบบประเมนิ ความคิด ๗๐ เปอร์เซน็ ขึ้นไป ถือ
สนิ ค้าและบรกิ าร (K)
กจิ กรรมการเรยี นรู้ สรา้ งสรรค์ชน้ิ งานใบ ว่าผ่านเกณฑ์การ

เรือ่ ง สนิ คา้ และบริการ กิจกรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง ประเมนิ

สนิ คา้ และบรกิ าร

นกั เรียนจําแนกสนิ ค้า การสงั เกตพฤติกรรมใน แบบประเมนิ พฤติกรรม คุณภาพดรี ะดับ ๒ ข้ึน

และบรกิ ารออกจากกัน ชัน้ เรยี นรายบคุ คล การเรยี นในช้นั เรียน ไปถือวา่ ผา่ น
ได้ (P) รายบคุ คล

นักเรียนเห็นคณุ ค่าของ การสงั เกตพฤติกรรมใน แบบประเมินพฤตกิ รรม คณุ ภาพดีระดบั ๒ ขึ้น

สนิ คา้ และบรกิ ารได้อย่าง ช้ันเรียนรายบคุ คล การเรยี นในชน้ั เรยี น ไปถือว่าผ่าน

เหมาะสม (A) รายบคุ คล

กจิ กรรมเสนอแนะ/มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………...........................

๑๑๓

บนั ทึกหลังจากจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
รหัสวชิ า ส ๑๓๑๐๑ รายวิชา เศรษฐศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓
วันที่………………………………ใชส้ อนห้อง………เวลา…….-…….จำนวน……………..ชว่ั โมง
วนั ทีใ่ ช้…………………………..ใชส้ อนหอ้ ง………เวลา.......-……..จำนวน…………….ชวั่ โมง

๑. ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
๒. ปัญหาอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................................................ ..........
......................................................................................................................... .............................................
............................................................................................................................. .........................................

ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวกชกร พรมสาเทศน์)
……………./.……………../………

ความคิดเหน็ (รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการผู้บริหารผู้ได้รบั มอบหมาย)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………...........................

ลงชือ่ …………………………………….
(………………………………………....…)
ตำแหนง่ …………………………………
วนั ที่…………………………...............

๑๑๔

แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนในชน้ั เรียนรายบุคคล

คำชี้แจง: สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียน แล้วลงคะแนนในช่องที่พฤติกรรมท่ีตรงกับความ

เป็นจริง

ลำ ช่อื -สกุล ความ ความ การรับ การ ม่งุ ม่นั รวม

ดับ ของผ้รู ับการประเมนิ มี ใฝ่ ฟงั แสดง ในการ ๒๐

ท่ี วินัย เรยี นรู้ ความ ความ ทำงาน คะแนน

คดิ เห็น คิดเหน็

๑ เดก็ ชายศุภโชค แสนแคน
๒ เดก็ ชายเอกดนัย กดุ ทิง
๓ เดก็ ชายเกรียงเดช คำพมิ ูล
๔ เด็กชายภาณพชั ศรหี นองบัว
๕ เด็กชายวรวรรฒน์ เบ้าเฮียง
๖ เด็กหญงิ อัญมณี สุขทวีผลกุล
๗ เด็กหญงิ ภัทรนิดา จำปาเทศ
๘ เดก็ หญงิ ณฐั กานต์ ขัดเรือน
๙ เด็กหญิงกนกวรรณ สมพี ันธ์
๑๐ เดก็ หญิงภิญญามาศ คำมูล

ลงช่ือ...........................................
ผู้ประเมนิ

(นางสาวกชกร พรมสาเทศน์)
........./.........../........

๑๑๕

เกณฑ์การใหป้ ระเมนิ เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ ๓ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ ๒ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดีมาก
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี
๑๐ - ๑๓ พอใช้
ตำ่ กว่า ๑๐ ปรบั ปรงุ

๑๑๖

เกณฑ์แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเรยี นในชน้ั เรียนรายบุคคล

ประเดน็ การ เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม
ประเมนิ ๒๐
(๔) (๓) (๒) (๑) ๔
๑.ความมี ๔
วินัย ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง ๔

๒.ความใฝ่ เข้าเรียนตรงต่อ เขา้ เรยี นสาย เขา้ เรยี นสาย ไม่มีความสนใจ
เรยี นรู้ ๔
เวลาสม่ำเสมอทุก บ้างและเข้า ประจำและเข้า ท่ีจะเขา้ เรียน
๓.การรับฟงั
ความคดิ เหน็ ครั้ง เรยี นบอ่ ยคร้ัง เรยี นบางคร้งั เลย

๔.การแสดง มีความใฝเ่ รยี นร้ใู น มคี วามใฝ่เรียนรู้ มีความใฝเ่ รยี นรู้ ไมม่ ีความใฝ่
ความคดิ เหน็
การเรยี นไม่คุยหรอื ในการเรยี นแต่ ในการเรียนแต่คยุ เรียนรู้สนใจใน
๕.มุ่งมัน่ ใน
การทำงาน เล่นกันในขณะเรียน คุยกนั เลก็ น้อย กันและเลน่ กัน การเรยี นคยุ

ในขณะเรียน ในขณะเรยี นเปน็ และเล่นกัน

บางครัง้ ในขณะเรียน

รบั ฟังความคิดเห็น รับฟงั ความ รับฟังความ ไมร่ ับฟังความ

คนอน่ื อยู่ คิดเห็นคนอื่น คิดเหน็ คนอน่ื เป็น คิดเห็นใครเลย

ตลอดเวลา อยู่บอ่ ยครง้ั บางครง้ั

กล้าทจ่ี ะแสดง กลา้ ท่ีจะแสดง กล้าท่ีจะแสดง ไมก่ ลา้ ทีจ่ ะ

ความคิดเหน็ ในการ ความคิดเหน็ ใน ความคดิ เห็นใน แสดงความ

ทำกิจกรรมทกุ คร้งั การทำกิจกรรม การทำกิจกรรม คดิ เหน็ ในการ

ที่มีโอกาส อยบู่ ่อยครง้ั เปน็ บางครัง้ ทำกิจกรรมเลย

มีความมุง่ มน่ั ในการ มีความม่งุ มั่นใน มคี วามมุง่ ม่ันใน ไม่มีความมุง่ มนั่

ทำงานกระตือรือร้น การทำงาน การทำงาน ในการทำงานไม่

และใส่ใจงานท่ี กระตือรอื ร้นอยู่ กระตือรอื ร้นเป็น กระตือรือร้น

ได้รบั มอบหมายอยู่ บอ่ ยครงั้ และใส่ บางคร้ังและใส่ใจ และไมใ่ สใ่ จใน

ตลอดเวลา ใจงานทไี่ ด้รับ ในงานที่ได้รับ งานท่ีไดร้ บั

มอบหมาย มอบหมายเป็น มอบหมาย

บางครั้ง

๑๑๗

แบบประเมนิ คะแนนความคิดสร้างสรรคช์ ้นิ งาน

(ตามแนวคดิ กิลฟอรด์ Guilford) ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓

คำช้แี จง : ประเมินช้นิ งานของนักเรยี น แลว้ ลงคะแนนในช่องลงคะแนนตามความเป็นจริง

ลำ ช่อื -สกุล ความคดิ ความคิด ความคดิ ความคดิ

ดับท่ี ของผรู้ ับการประเมิน คล่องแคลว่ ยืดหยนุ่ รเิ ริม่ ละเอียด รวม

(ช้ัน ป.๓) ลออ

๑ เด็กชายศภุ โชค แสนแคน

๒ เดก็ ชายเอกดนยั กุดทิง

๓ เดก็ ชายเกรียงเดช คำพิมูล

๔ เดก็ ชายภาณพัช ศรีหนองบัว

๕ เด็กชายวรวรรฒน์ เบา้ เฮียง

๖ เดก็ หญิงอญั มณี สุขทวีผลกลุ

๗ เดก็ หญงิ ภัทรนิดา จำปาเทศ

๘ เดก็ หญงิ ณฐั กานต์ ขดั เรือน

๙ เดก็ หญิงกนกวรรณ สมีพันธ์

๑๐ เดก็ หญงิ ภิญญามาศ คำมลู

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
17 - 20 ดมี าก
13 - 16 ดี
9 - 12
5-8 ปานกลาง
ปรบั ปรงุ

ลงชอื่ ...........................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาวกชกร พรมสาเทศน์)
........./.........../........

๑๑๘

เกณฑก์ ารประเมนิ ความคิดสรา้ งสรรค์ชิน้ งาน

(ตามแนวคดิ กิลฟอร์ด Guilford) ของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๓

ประเด็นท่ี ๕ ระดบั คะแนน ๑
ประเมิน ๔๓๒

1. ความคดิ มีทักษะการลง มที ักษะการลง ทกั ษะการลงมอื ไมส่ ามารถลง ไมส่ ามารถลง
คลอ่ งแคลว่ มือปฏิบัตไิ ด้
(Fluency) มอื ปฏิบัติได้ มือปฏบิ ัติได้ ปฏบิ ัติได้ มอื ปฏิบัติได้ คล่องแคลว่
สร้างชิ้นงาน
2. ความคิด คล่องแคล่ว คลอ่ งแคล่ว คลอ่ งแคล่ว คล่องแคล่ว ไมต่ รง
ยืดหยุ่น จดุ ประสงค์
(Flexibility) สร้างช้นิ งาน สรา้ งชิน้ งาน สร้างชิ้นงาน สรา้ งช้นิ งาน
คิดชิน้ งานที่
ได้ตรง สอดคล้องกับ จุดประสงค์ บาง บางส่วนไม่ จะทำไดไ้ ม่
สมบูรณ์
จุดประสงค์ทุก จุดประสงค์ ประเดน็ ตรง

ประเดน็ เป็นส่วนใหญ่ จดุ ประสงค์

คิดช้นิ งานที่ คิดชนิ้ งานที่ คดิ ช้นิ งานทจี่ ะ คิดชน้ิ งานที่

จะทำได้อยา่ ง จะทำไดอ้ ยา่ ง ทำได้อย่าง จะทำได้

หลากหลาย หลากหลาย หลากหลายเปน็ บางสว่ นไม่

เป็นสว่ นใหญ่ บางส่วน สมบูรณ์

3. ความคิด พัฒนาชนิ้ งาน พฒั นาช้ินงาน พัฒนาชนิ้ งาน พฒั นาช้ินงาน พฒั นาช้ินงาน
รเิ รมิ่ หรอื วิธกี าร หรือวธิ กี าร หรือวิธกี าร
(Originality) เพอื่ แกป้ ัญหา เพ่อื แก้ปญั หา หรือวธิ ีการเพื่อ หรือวธิ กี าร เพ่อื แกป้ ญั หา
ด้วยความคิด ด้วยความคิด โดยไม่มี
4. ความคดิ ท่ีแปลกใหม่ แปลกใหม่ แกไ้ ขปัญหาดว้ ย เพือ่ แกป้ ญั หา ความคดิ แบบ
ละเอียดลออ เหมาะสมกบั ใหม่
(Elaboration การใชง้ านจรงิ มีการตกแต่ง การผสมผสาน โดยบางสว่ น
) ทำให้เกดิ มกี ารตกแต่ง
มกี ารตกแต่ง ความสวยงาม และดัดแปลง ไมม่ ีความคิด ไมส่ วยงาม มี
ทำให้เกิด รายละเอียดที่ รายละเอียด
ความสวยงาม สมบูรณ์สว่ น ความคดิ จาก แบบใหม่ บางสว่ นไม่
มรี ายละเอียด ใหญ่ สมบูรณ์
ทส่ี มบรู ณ์ เดิม

มีการตกแต่งทำ มีการตกแต่ง

ให้เกิดความ ทำให้เกิด

สวยงาม มี ความสวยงาม

รายละเอยี ดที่ ลำดบั มี

สมบรู ณ์ รายละเอยี ด

บางสว่ น บางส่วนไม่

สมบรู ณ์

๑๑๙

ใบความรู้

สนิ ค้าและบริการ
ความหมายของสินคา้

สนิ ค้า หมายถงึ ส่งิ ท่ีจับต้องได้ สามารถนาํ มาซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนกันได้ เพอื่ ตอบสนองความ
ต้องการของมนษุ ยเ์ ช่น บ้าน รถยนต์ เส้ือผา้ อาหาร ขนม เป็นต้น

ภาพขนม
ความหมายของบรกิ าร

บริการ หมายถึง สิ่งที่จบั ต้องไมไ่ ด้ ไม่มีตัวตน แต่เป็นกระบวนการ หรือกิจกรรม ต่างๆ ที่เกิดขน้ึ
จากความสัมพันธ์ระหว่างผู้ท่ีต้องการใช้บริการกับผู้ให้บริการ เช่น การดแู ล คนไข้ การขับรถโดยสาร การ
ตดั ผมของช่าง ครผู สู้ อนหนงั สือ เปน็ ตน้

การตดั ผมของชา่ ง
ประเภทสนิ คา้ และบรกิ าร

ประเภทของสินค้า
สินค้า แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ สินค้าจาํ เปน็ และสนิ ค้าฟมุ่ เฟือย
สินค้าจำเป็น ได้แก่ สินค้าที่ใช้ในการดำรงชีวิต เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่ม ห่ม และ ยา
รักษาโรค ซึง่ เรียกว่า ปจั จยั 4
สินค้าฟุ่มเฟือย ได้แก่ สินค้าที่เกินความจําเปน็ เกิดจากความตอ้ งการใหเ้ กดิ ความ พึงพอใจ เชน่
เครอื่ งสําอาง เครอื่ งประดบั ของแต่งบา้ น
ประเภทของบริการ
บริการ แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท คือ บริการหลัก บรกิ ารเสริม และบริการอนื่ ๆ
บริการหลกั ไดแ้ ก่ บริการทม่ี ีรายได้หลกั จากการบรกิ าร เช่น มหาวทิ ยาลัย ธนาคาร เปน็ ต้น
บริการเสริม ได้แก่ บรกิ ารเพิ่มเติมใหม้ ีรายได้จากการขายสินค้าหลัก เช่น ร้าน เสริมสวย ร้านทำ
เลบ็ ร้านนวดแผนไทย ร้านเชา่ ชดุ วิวาห์ เป็นต้น

๑๒๐

บริการอื่นๆ ได้แก่ บริการที่ขาดไม่ได้ เพราะเอื้อประโยชน์โดยตรงต่อธุรกิจ เช่น ลิฟต์ขึ้นลง
โรงแรม ทีจ่ อดรถหา้ ง ทพ่ี กั นั่งรอคลนิ กิ

ความหมายของความต้องการ ความอยากได้ ใคร่ได้หรือประสงค์จะได้ และเมื่อเกิดความรู้สึก
ดังกล่าวจะทำให้ร่างกายเกิดการความขาดสมดุล เนื่องมาจากมีสิ่งเร้ามากระตุ้น มีแรงขับภายในเกิดขึ้น
ทำให้ ร่างกายไม่อาจ อยู่นิ่งต้องพยายามดิ้นรน และแสวงหาเพื่อตอบสนองความต้องการนั้นๆ เช่น ของ
เลน่ เคร่ืองสําอาง โซฟา ฯลฯ

ภาพของเลน่
ความหมายของความจำเป็น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เช่น เรา
รสู้ กึ หิวตอ้ งการทาน อาหาร เช่น ขา้ ว ยา บา้ น รถ

ภาพบา้ น เสอ้ื ผา้ อารหาร ยา

๑๒๑

รูปภาพสนิ คา้ และบรกิ าร

อาหาร ขนม

นาฬกิ า โรงพยาบาล
ร้านตดั ผม

๑๒๒

ใบกิจกรรมการเรยี นรู้ เรื่อง สินค้าและบริการ

กลมุ่ ท…่ี …………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชือ่ ……………………………………………………………………………………เลขที่……………………….ชั้น…………………
คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นวาดรปู สนิ ค้าและบริการท่นี ักเรยี นเคยใชบ้ ริการ มา ๓ อย่าง พร้อมระบายสใี ห้
สวยงาม

สนิ ค้า

สินคา้ และ
บริการ

บริการ

๑๒๓

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

ชื่อ-นามสกลุ _________________________________________________________ เลขท_ี่ _______ ช้ัน ________

คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นทำเครอ่ื งหมาย x ข้อทถี่ ูกท่ีสดุ เพียงข้อเดียว

1. ข้อใดไมใ่ ชส่ ินคา้ ที่เปน็ ปัจจัย 4

ก. น้ำดื่ม ข. หมวก

ค. ยาแกไ้ อ ง. ไข่เจียว

2. การเลอื กซ้ือสินคา้ และบริการในข้อใดเหมาะสมทส่ี ดุ

ก. เลือกซ้ือตามคนอ่ืนแนะนำ ข. เลือกซื้อตามความจำเปน็

ค. เลือกซ้ือตามความพอใจ ง. เลือกซ้ือตามโฆษณา

3. รา้ นขายสินค้าและบริการในขอ้ ใด ขายสินคา้ ทีจ่ ำเป็นตอ่ การดำรงชวี ติ

ก. ร้านหนงั สอื ข. รา้ นอาหาร

ค. ร้านขายเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า ง. รา้ นขายของเล่น

4. สนิ ค้าในข้อใดมคี วามจำเป็นตอ่ นักเรียนมากทส่ี ดุ

ก. โทรทัศน์ ข. รองเท้าไปเทยี่ ว

ค. กระเปา๋ นักเรยี น ง. สมดุ ภาพระบายสี

5. สินคา้ และบรกิ ารในขอ้ ใดทชี่ ่วยใหเ้ ดนิ ทางได้สะดวก

ก. รถไฟเหาะ ข. รถม้าหมุน

ค. รถบงั คบั วทิ ยุ ง. รถจักรยาน

6. ขอ้ ใดคือประโยชนจ์ ากการซอื้ สนิ คา้ และบรกิ ารเพ่ือสนองความต้องการ

ก. ทำใหเ้ กิดความสขุ ข. ทำให้ผู้อ่ืนชื่นชม

ค. ทำใหม้ ีเงนิ เพิ่มมากขนึ้ ง. ทำให้มเี งนิ เหลือเก็บ

7. ขอ้ ใดสมั พนั ธ์กนั

ก. ที่อยูอ่ าศยั ให้ความอบอ่นุ

ข. อาหาร หน้าตาสวยงาม

ค. เคร่ืองนุ่งห่ม เพื่อความสวยงาม

ง. ยารกั ษาโรค หายจากอาการเจ็บป่วย

8. “อาหารเปน็ ปัจจยั 4 ทีจ่ ำเปน็ ตอ่ การดำรงชีวติ ” จากข้อความดงั กล่าวสรุปได้อยา่ งไร

ก. อยู่เพ่ือกิน ข. กนิ เพื่ออยู่

ค. กินอยอู่ ย่างจำกัด ง. กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับทอ้ ง

๑๒๔

9. การนำหลักการเลือกซอ้ื สินค้าไปใช้ในชีวิตประจำวนั มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร

ก. ไดส้ ินค้าทจี่ ำเป็น ข. ไดส้ ินค้าที่พอใจ

ค. ได้สินคา้ มาก ง. ได้สนิ คา้ ราคาถูก

10. ข้อใดเป็นหลักการเลอื กซือ้ สินค้าที่ถูกต้อง

ก. เลอื กซ้ือสนิ ค้าราคาแพง คณุ ภาพดี

ข. เลือกซ้ือสินคา้ ราคาถกู คุณภาพดี

ค. เลือกซ้ือสินค้าราคาถูก คุณภาพต่ำ

ง. เลือกซ้อื สินคา้ ราคาแพง คุณภาพตำ่

11. ขอ้ ใดคือความหมายของคาํ ว่า “สินคา้ ”

ก. สง่ิ ของท่ีเป็นสาธารณะ

ข. สงิ่ ของทนี่ าํ มาแลกเปลี่ยนซอ้ื ขายกนั ได้

ค. สิ่งของที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนกนั ได้

ง. ส่งิ ของส่วนตวั

12. ข้อใดสอดคล้องกบั คําว่า “บรกิ าร”

ก. การยึดถือเอาเป็นเจ้าของ เป็นประโยชน์ของตน

ข. ขอใหร้ บั ใช้เพื่อให้ประสบผลสำเรจ็

ค. การให้ความสะดวก และให้ความช่วยเหลอื

ง. การขอความช่วยเหลอื ใหส้ ำเร็จ

13. ข้อใดคือสิ่งท่ีต้องคํานึงในการซ้อื สนิ ค้า

ก. ราคาถูก คุณภาพดี มปี ระโยชน์ในการใช้

ข. ราคาถกู คุณภาพไม่ดเี พราะประหยดั

ค. ของใหม่ ทันสมยั

ง. สวยงาม สแี วววาว

14. ขอ้ ใดคือสินค้าท่ีไม่จําเป็น

ก. ขา้ วสาร ข. สมุด ดนิ สอ

ค. กระเปา๋ หนังราคาแพง ง. น้ำด่มื

15. สินค้าใดที่จำเปน็ สำหรับใชป้ ระจำวัน

ก. สรอ้ ยคอ

ข. ทีวจี อใหญร่ าคาแพง

ค. กำไลข้อมือ

ง. สบู่

๑๒๕

16. ก่อนเลือกซื้อสนิ คา้ ควรทำสิ่งใด
ก. ดรู าคาสนิ คา้
ข. เลอื กรา้ นหรูๆ
ค. ตรวจสอบคุณภาพสนิ ค้า
ง. เลอื กตามโฆษณา
17. การซอ้ื สนิ ค้าควรคำนึงถึงข้อใด
ก. ความจําเป็นในการใช้ของตนเอง
ข. ตลาด พ่อค้า
ค. กําไรและขาดทนุ
ง. รา้ นคา้ และสถานท่ี
18. เราควรซอ้ื สินคา้ ตามข้อใด
ก. ตามโฆษณา
ข. ตามความจาํ เป็นของตน
ค. ตามคำแนะนาํ
ง. ตามผูอ้ ื่น
19. สินคา้ ขอ้ ใดมีการโฆษณาและการแขง่ ขนั สูง
ก. มะละกอ กล้วย
ข. ไม้ดอก ไมป้ ระดับ
ค. รถไฟ รถมอเตอร์ไซด์
ง. โฟมลา้ งหน้า โลชนั่ ทาผวิ
20. สนิ ค้าข้อใดไม่จำเปน็ สำหรับนักเรียน
ก. สบู่ ยาสฟี นั
ข. โทรศัพทม์ ือถือรนุ่ ใหม่ราคาแพง
ค. สมดุ ปากกา ดนิ สอ
ง. ชุดนักเรยี น รองเท้านักเรียน

๑๒๖

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

ชอ่ื -นามสกลุ _________________________________________________________ เลขท_ี่ _______ ช้นั ________

คำช้แี จง ให้นักเรยี นทำเครือ่ งหมาย x ขอ้ ที่ถกู ท่สี ุด เพียงข้อเดียว
1. ข้อใดไมใ่ ช่สินคา้ ทเ่ี ปน็ ปจั จยั 4

ก. น้ำดืม่ ข. หมวก
ค. ยาแก้ไอ ง. ไขเ่ จยี ว

2. การเลือกซื้อสนิ คา้ และบริการในข้อใดเหมาะสมท่ีสดุ
ก. เลือกซ้ือตามคนอ่ืนแนะนำ ข. เลือกซื้อตามความจำเปน็

ค. เลือกซื้อตามความพอใจ ง. เลอื กซือ้ ตามโฆษณา
3. ร้านขายสินคา้ และบรกิ ารในขอ้ ใด ขายสนิ คา้ ทจ่ี ำเปน็ ตอ่ การดำรงชีวติ

ก. รา้ นหนังสอื ข. รา้ นอาหาร
ค. รา้ นขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ง. รา้ นขายของเล่น

4. สนิ ค้าในขอ้ ใดมคี วามจำเป็นต่อนักเรยี นมากท่สี ุด

ก. โทรทัศน์ ข. รองเทา้ ไปเที่ยว

ค. กระเป๋านักเรยี น ง. สมุดภาพระบายสี

5. สินคา้ และบริการในขอ้ ใดทีช่ ่วยใหเ้ ดนิ ทางไดส้ ะดวก

ก. รถไฟเหาะ ข. รถม้าหมุน
ค. รถบังคบั วิทยุ ง. รถจกั รยาน

6. ขอ้ ใดคือประโยชนจ์ ากการซือ้ สินค้าและบรกิ ารเพ่ือสนองความต้องการ

ก. ทำใหเ้ กดิ ความสุข ข. ทำให้ผู้อืน่ ชืน่ ชม

ค. ทำให้มเี งนิ เพมิ่ มากข้นึ ง. ทำให้มเี งนิ เหลอื เกบ็
7. ขอ้ ใดสัมพันธ์กัน

ก. ท่อี ย่อู าศยั ใหค้ วามอบอุ่น
ข. อาหาร หน้าตาสวยงาม

ค. เครือ่ งนุ่งหม่ เพือ่ ความสวยงาม
ง. ยารักษาโรค หายจากอาการเจบ็ ปว่ ย

8. “อาหารเป็นปจั จัย 4 ท่จี ำเปน็ ต่อการดำรงชวี ิต” จากข้อความดงั กล่าวสรุปได้อยา่ งไร

ก. อยู่เพื่อกนิ ข. กนิ เพื่ออยู่

ค. กนิ อยอู่ ย่างจำกัด ง. กินอยกู่ บั ปาก อยากอยู่กบั ทอ้ ง

๑๒๗

9. การนำหลักการเลอื กซือ้ สินคา้ ไปใช้ในชีวิตประจำวันมปี ระโยชนอ์ ย่างไร

ก. ไดส้ ินคา้ ท่จี ำเปน็ ข. ไดส้ นิ คา้ ท่ีพอใจ

ค. ได้สนิ คา้ มาก ง. ได้สินคา้ ราคาถกู

10. ขอ้ ใดเป็นหลักการเลือกซอื้ สนิ คา้ ท่ีถูกต้อง

ก. เลอื กซื้อสินค้าราคาแพง คุณภาพดี

ข. เลือกซื้อสินคา้ ราคาถูก คุณภาพดี

ค. เลอื กซื้อสินค้าราคาถกู คุณภาพตำ่

ง. เลอื กซอ้ื สนิ ค้าราคาแพง คุณภาพตำ่

11. ขอ้ ใดคือความหมายของคําว่า “สนิ คา้ ”

ก. สิ่งของท่เี ป็นสาธารณะ

ข. สิ่งของท่นี ํามาแลกเปลย่ี นซื้อขายกันได้

ค. ส่ิงของท่ีไมส่ ามารถแลกเปลย่ี นกันได้

ง. สิง่ ของสว่ นตัว

12. ข้อใดสอดคล้องกับคาํ วา่ “บรกิ าร”

ก. การยึดถือเอาเป็นเจ้าของ เป็นประโยชนข์ องตน

ข. ขอใหร้ บั ใชเ้ พ่อื ให้ประสบผลสำเร็จ

ค. การใหค้ วามสะดวก และใหค้ วามช่วยเหลือ

ง. การขอความชว่ ยเหลือใหส้ ำเร็จ

13. ข้อใดคือสิ่งท่ีต้องคาํ นึงในการซอ้ื สินคา้

ก. ราคาถูก คณุ ภาพดี มปี ระโยชนใ์ นการใช้

ข. ราคาถกู คุณภาพไม่ดเี พราะประหยัด

ค. ของใหม่ ทันสมัย

ง. สวยงาม สแี วววาว

14. ข้อใดคือสนิ ค้าที่ไมจ่ าํ เป็น

ก. ขา้ วสาร

ข. สมุด ดนิ สอ

ค. กระเป๋าหนังราคาแพง

ง. น้ำดืม่

15. สินคา้ ใดทีจ่ ําเปน็ สำหรบั ใช้ประจำวัน

ก. สรอ้ ยคอ ข. ทีวีจอใหญร่ าคาแพง

ค. กำไลข้อมือ ง. สบู่

๑๒๘

16. ก่อนเลอื กซื้อสนิ คา้ ควรทำสิ่งใด
ก. ดรู าคาสินคา้
ข. เลอื กร้านหรูๆ
ค. ตรวจสอบคุณภาพสนิ ค้า
ง. เลอื กตามโฆษณา
17. การซอ้ื สนิ ค้าควรคำนึงถึงข้อใด
ก. ความจําเป็นในการใช้ของตนเอง
ข. ตลาด พอ่ ค้า
ค. กําไรและขาดทนุ
ง. รา้ นค้าและสถานท่ี
18. เราควรซอ้ื สินคา้ ตามข้อใด
ก. ตามโฆษณา
ข. ตามความจาํ เป็นของตน
ค. ตามคำแนะนาํ
ง. ตามผอู้ ื่น
19. สนิ คา้ ขอ้ ใดมีการโฆษณาและการแขง่ ขนั สูง
ก. มะละกอ กล้วย
ข. ไม้ดอก ไม้ประดับ
ค. รถไฟ รถมอเตอร์ไซด์
ง. โฟมลา้ งหน้า โลชนั่ ทาผวิ
20. สินค้าข้อใดไม่จำเปน็ สำหรับนักเรียน
ก. สบู่ ยาสฟี นั
ข. โทรศพั ท์มือถือรนุ่ ใหม่ราคาแพง
ค. สมดุ ปากกา ดนิ สอ
ง. ชุดนักเรยี น รองเท้านกั เรียน

๑๒๙

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๒

รหัสวิชา ส ๑๓๑๐๑ รายวิชา เศรษฐศาสตร์

ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๑ เรอื่ ง สินคา้ และบริการในชวี ติ ประจำวัน

หน่วยการเรยี นรูย้ ่อยที่ ๒ เร่อื ง สนิ ค้าทจ่ี ำเปน็ ตอ่ การดำรงชวี ิตของมนษุ ย์ทีเ่ รียกวา่ ปจั จัย ๔

เวลา ๑ ช่ัวโมง

ชื่อผู้สอน นางสาวกชกร พรมสาเทศน์ สอนวนั ท่ี ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๕

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชีว้ ัด

มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้

ทรพั ยากรที่มีอยูจ่ ำกัดได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพและคุ้มคา่ รวมทงั้ เขา้ ใจหลักการของเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อ

การดำรงชีวติ อย่างมดี ุลยภาพ

ตวั ช้ีวัด

ส 3.1 ป.3/1 จำแนกความต้องการและความจำเป็นในการใชส้ ินค้าและบริการในการดำรงชีวิต
สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

ความต้องการสินค้าและบริการของคนเราโดยทั่วไปมีไม่จํากัด หรือไม่สิ้นสุดแต่ เงินที่ใช้จ่าย

สำหรับซื้อหาสินค้าและบริการมีจํากัด ดังนั้นเพื่อให้สามารถเลือกซื้อสินค้า และบริการให้พอเพียงกับ

ความต้องการของเรา จึงจำเป็นต้องวางแผนการใชจ้ า่ ยโดย วิเคราะหไ์ ด้ว่าสงิ่ ใดจําเปน็ ในการดำรงชีวิต

จุดประสงค์การเรยี นรู้

๑. นักเรยี นรแู้ ละเขา้ ใจความจำเป็นของปัจจยั ๔ ที่มผี ลต่อการดำรงชีวติ (K)

๒. นกั เรยี นจำแนกความจำเป็นของปจั จัย ๔ ท่ีมีผลต่อการดำรงชวี ิตได้ (P)

๓. นักเรียนเห็นคณุ ค่าในปจั จัย ๔ ที่จำเปน็ ต่อการดำรงชีวิต (A)

ดา้ นความรู้

นักเรยี นร้แู ละเขา้ ใจความจำเป็นของปจั จยั ๔ ท่มี ีผลต่อการดำรงชวี ิต

ด้านทักษะ/กระบวนการ

นักเรียนจำแนกความจำเปน็ ของปจั จยั ๔ ทีม่ ผี ลต่อการดำรงชวี ิตได้

ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์

 รกั ชาติศาสน์กษตั ริย์  อยอู่ ย่างพอเพียง  ซ่ือสัตย์สจุ รติ

 มุง่ มน่ั ในการทำงาน  มวี นิ ยั  รกั ความเป็นไทย

๑๓๐

 ใฝเ่ รยี นรู้  มีจติ สาธารณะ

ด้านสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน

ความสามารถในการสือ่ สาร : ผู้เรยี นสามารถส่อื สารกับผอู้ ่ืนได้อยา่ งถูกต้อง

ความสามารถในการคิด : ผเู้ รยี นคิดอย่างมีวจิ ารณญาณไดเ้ หมาะสม

ความสามารถในการแก้ไขปญั หา : ผู้เรยี นสามารถแก้ปัญหาได้

สามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต : ผเู้ รียนปรับตวั ให้ทันกับการเปลย่ี นแปลงของสังคม

ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : ผู้เรียนรจู้ ักใชเ้ ทคโนโลยีใหเ้ กิดประโยชน์

ด้านคุณลกั ษณะของผู้เรยี นตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล

เปน็ เลศิ วิชาการ ส่อื สารสองภาษา ลำ้ หน้าทางความคิด

ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์ ร่วมกนั รับผิดชอบต่อโลก

บรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๑. หลักความพอประมาณ : ผเู้ รียนรู้จกั พอประมาณ ไมเ่ บียดเบียนทั้งตนเองและผู้อ่ืน

๒. หลกั ความมีเหตุผล : ผเู้ รียนรู้จกั ใช้เหตุและผลในการรับฟังผู้อ่ืน

๓. หลกั ภูมคิ ุ้มกัน : ผเู้ รียนมคี วามรู้ รอบคอบ และระมดั ระวังการปฏบิ ัตติ น

๔. เง่อื นไขความรู้ : ผเู้ รียนมคี วามรเู้ กย่ี วกับประเภทของสถาบันการเงิน

๕. เงือ่ นไขคุณธรรม : ผ้เู รยี นไมก่ ้าวก่ายการทำงานของคนอื่น

สาระการเรียนรู้/เนอ้ื หา
ปัจจัย ๔ เป็นปัจจัยพื้นฐานที่มนุษย์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นมนุษย์ยังมีความ

ต้องการสินค้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันตามความต้องการของตนเอง ปัจจัยที่เป็น
สง่ิ จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนษุ ย์ ได้แก่ อาหาร ทอ่ี ยอู่ าศยั เครื่องนงุ่ ห่ม และยารักษาโรค
หลักฐานหรอื รอ่ งรอยของการเรยี นรู้ / การวดั ผลประเมนิ ผล / ชิ้นงาน / ภาระงาน

ใบกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง สนิ ค้าท่ีจำเปน็ ต่อการดำรงชวี ิตของมนษุ ย์
กิจกรรมการเรยี นการสอน

การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ ร่วมกับเทคนิคการคิดเป็นภาพ ตามแนวคิดของ จอห์นสัน
(Johnson and Johnson.) มี ๕ ข้นั ตอน ดงั นี้

๑. ขัน้ เตรียม ( เวลา ๕ นาที )
๑. ครผู สู้ อนกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น
๒. ครผู ู้สอนซักถามนกั เรยี นเกีย่ วกบั ปัจจัย ๔

๑๓๑

(คำถาม : นักเรยี นรจู้ กั ปัจจยั ๔ หรอื ไม่ แนวคำตอบ : รู้จัก , ไม่รจู้ กั )
(คำถาม : ปัจจัย ๔ ประกอบไปดว้ ยอะไร แนวคำตอบ : อาหาร ท่ีอย่อู าศัย เคร่ืองนงุ่ ห่ม
ยารกั ษาโรค )
๒. ขน้ั สอน ( เวลา ๑๕ นาที )
๓. ครูนำบตั รคำสนิ คา้ ทจี่ ำเปน็ ตอ่ การดำรงชีวติ ของมนษุ ย์ ตดิ ท่ีบนกระดาน ดังนี้
อาหาร รถยนต์ บ้านที่อยู่อาศัย โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยารักษาโรค เครื่องสำอาง
เครื่องนงุ่ หม่ คอมพวิ เตอร์
๔. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๒ กลุ่ม และให้นักเรียนร่วมกันอ่านบัตรคำบน
กระดาน จากนั้นครูให้นักเรียนส่งตัวแทนออกมาหยิบบัตรคำที่เป็นปัจจัยจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของ
มนุษย์มากที่สุดและออกความคดิ เห็นร่วมกัน โดยให้ออกมาหยิบแล้วนำไปติดท่ีชอ่ งกระดานที่แบง่ ไว้ โดย
ครแู บง่ กระดานออกเป็น ๒ ช่อง ดงั นี้
ปัจจัยที่จำเปน็ พนื้ ฐานในการดำรงชีวิต ปัจจยั รองหรอื ส่งิ อำนวยความสะดวก

๓. ข้นั ทำกจิ กรรมกลุ่ม ( เวลา ๒๐ นาที )
๕. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรม และแจกใบกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องสิ่งที่จำเป็น

ตอ่ การดำรงชวี ิตของมนุษย์ เปน็ รายบคุ คล โดยการวาดรูปพรอ้ มระบายสีตกแตง่ ให้สวยงาม โดยใช้เทคนิค
การคิดเป็นภาพ

๔. ข้นั ตรวจสอบผลงานและทดสอบ ( เวลา ๑๐ นาที )
๖. ครูให้นักเรยี นแต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอใบกจิ กรรมการเรียนรู้ เร่อื ง ส่ิงที่จำเปน็ ต่อ

การดำรงชวี ิตของมนุษย์ และนกั เรยี นร่วมกนั เสนอแนะความคิดเหน็ เพ่ิมเติม
๕. ขัน้ สรุปบทเรยี นและประเมินผลการทำงานกลุ่ม ( เวลา ๑๐ นาที )
๗. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุป เรอื่ ง สนิ คา้ ที่จำเปน็ ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ เรยี กว่า

ปัจจัย ๔

๑๓๒

สอ่ื /อปุ กรณ์/แหล่งเรียนรู้

สอ่ื ๑. บตั รคำ

วสั ดุ / อุปกรณ์

แหล่งเรียนรู้ ๑.หนงั สือเรยี น

การวดั ผลประเมินผลการเรยี นรู้

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีวดั เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน

นักเรยี นรู้และเขา้ ใจ ตรวจช้ินงานใบ แบบประเมินความคิด ๗๐ เปอรเ์ ซน็ ขึ้นไป ถือว่า
สร้างสรรค์ของชิ้นงานใบ ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ความจำเปน็ ของปัจจัย กิจกรรมการเรยี นรู้ กิจกรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง
สิง่ ท่จี ำเปน็ ตอ่ การ
๔ ท่ีมีผลตอ่ การ เรื่อง สิง่ ทีจ่ ำเปน็ ต่อ ดำรงชีวติ ของมนุษย์

ดำรงชวี ิต (K) การดำรงชีวิตของ

มนษุ ย์

นักเรยี นจำแนกความ สงั เกตพฤตกิ รรมของ แบบประเมินพฤติกรรม คณุ ภาพดรี ะดับ ๒ ขึ้นไป
ถอื วา่ ผา่ น
จำเปน็ ของปจั จยั ๔ ที่มี นักเรียนในการเขา้ การเรยี นในชน้ั เรียน

ผลต่อการดำรงชวี ติ ได้ ร่วมกิจกรรม รายบคุ คล

(P)

นกั เรยี นเห็นคณุ ค่าใน การสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินพฤตกิ รรม คณุ ภาพดรี ะดบั ๒ ขน้ึ ไป

ปัจจยั ๔ ท่จี ำเปน็ ตอ่ ในชน้ั เรียนรายบุคคล การเรียนในชนั้ เรยี น ถือว่าผ่าน

การดำรงชีวติ (A) รายบคุ คล

กิจกรรมเสนอแนะ/มอบหมาย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..........................

๑๓๓

บนั ทึกหลังจากจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
รหัสวิชา ส ๑๓๑๐๑ รายวิชา เศรษฐศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓
วนั ที่………………………………ใชส้ อนห้อง………เวลา…….-…….จำนวน……………..ชัว่ โมง
วันท่ีใช้…………………………..ใชส้ อนห้อง………เวลา.......-……..จำนวน…………….ชวั่ โมง
๑. ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .........................................
.......................................................................................... ............................................................................
............................................................................................................................. .........................................
๒. ปญั หาอุปสรรค
............................................................................................................................. .........................................
...................................................................................... ................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
๓. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .........................................
......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................

ลงชื่อ…………………………………………ผสู้ อน
(นางสาวกชกร พรมสาเทศน์)
……………./.……………../…………

ความคดิ เหน็ (รองผู้อำนวยการกลุม่ บริหารวชิ าการผู้บรหิ ารผู้ได้รบั มอบหมาย)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………..........................

ลงชอ่ื …………………………………….
(………………………………………....…)
ตำแหนง่ …………………………………
วันที่…………………………...............

๑๓๔

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเรียนในชนั้ เรียนรายบุคคล

คำชแ้ี จง: สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี น แลว้ ลงคะแนนในช่องที่พฤติกรรมทต่ี รงกบั ความ

เปน็ จรงิ

ลำ ชื่อ-สกุล ความ ความ การรบั การ มุ่งมัน่ รวม
ดบั ของผรู้ ับการประเมนิ มี ใฝ่ ฟงั แสดง ในการ ๒๐
ท่ี วินัย เรียนรู้ ความ ความ ทำงาน คะแนน
คดิ เห็น คิดเหน็

๑ เด็กชายศภุ โชค แสนแคน

๒ เด็กชายเอกดนยั กุดทิง

๓ เดก็ ชายเกรียงเดช คำพิมูล

๔ เดก็ ชายภาณพชั ศรหี นองบัว

๕ เด็กชายวรวรรฒน์ เบา้ เฮยี ง

๖ เด็กหญงิ อัญมณี สุขทวีผลกุล

๗ เด็กหญงิ ภทั รนิดา จำปาเทศ

๘ เดก็ หญงิ ณัฐกานต์ ขัดเรือน

๙ เด็กหญงิ กนกวรรณ สมพี ันธ์

๑๐ เดก็ หญงิ ภญิ ญามาศ คำมลู

เกณฑ์การใหป้ ระเมิน ลงชือ่ ...........................................
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ผู้ประเมนิ
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ ๒ คะแนน (นางสาวกชกร พรมสาเทศน์)
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั ให้ ๑ คะแนน ........./.........../........

เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
๑๘-๒๐ ดมี าก
๑๔-๑๗ ดี
๑๐-๑๓ พอใช้
ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง

๑๓๕

เกณฑ์แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเรยี นในชน้ั เรียนรายบุคคล

ประเดน็ การ เกณฑ์การใหค้ ะแนน รวม
ประเมิน (๔) (๓) (๒) (๑) ๒๐
ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง ๔
๑.ความมี ๔
วินัย เขา้ เรียนตรงต่อ เขา้ เรยี นสาย เขา้ เรยี นสาย ไม่มีความสนใจ ๔
เวลาสม่ำเสมอทุก บ้างและเข้า ประจำและเข้า ท่ีจะเขา้ เรียน ๔
๒.ความใฝ่ คร้ัง เรยี นบอ่ ยคร้ัง เรยี นบางคร้งั เลย
เรยี นรู้ ๔
มีความใฝเ่ รยี นร้ใู น มคี วามใฝ่เรียนรู้ มีความใฝเ่ รยี นรู้ ไมม่ ีความใฝ่
๓.การรบั ฟัง
ความคดิ เหน็ การเรยี นไม่คุยหรอื ในการเรยี นแต่ ในการเรียนแต่คยุ เรียนรู้สนใจใน

๔.การแสดง เลน่ กันในขณะเรียน คุยกนั เลก็ น้อย กันและเลน่ กัน การเรยี นคยุ
ความคิดเห็น
ในขณะเรียน ในขณะเรยี นเปน็ และเล่นกัน
๕.มงุ่ ม่ันใน
การทำงาน บางครัง้ ในขณะเรียน

รบั ฟังความคิดเห็น รับฟงั ความ รับฟังความ ไมร่ ับฟังความ
คนอน่ื อยู่ คิดเห็นคนอื่น คิดเหน็ คนอน่ื เป็น คิดเห็นใครเลย
ตลอดเวลา อยู่บอ่ ยครง้ั บางครง้ั
กล้าทจ่ี ะแสดง กลา้ ท่ีจะแสดง กล้าท่ีจะแสดง ไมก่ ลา้ ทีจ่ ะ

ความคิดเหน็ ในการ ความคิดเหน็ ใน ความคดิ เห็นใน แสดงความ
คดิ เหน็ ในการ
ทำกิจกรรมทกุ คร้งั การทำกิจกรรม การทำกิจกรรม ทำกิจกรรมเลย

ที่มโี อกาส อยบู่ ่อยครง้ั เปน็ บางครัง้

มคี วามมุง่ มน่ั ในการ มีความม่งุ มั่นใน มคี วามมุง่ ม่ันใน ไม่มีความมุง่ มนั่
ทำงานกระตือรือร้น การทำงาน การทำงาน ในการทำงานไม่
และใส่ใจงานท่ี กระตือรอื ร้นอยู่ กระตือรอื ร้นเป็น กระตือรอื ร้น
ไดร้ ับมอบหมายอยู่ บอ่ ยครงั้ และใส่ บางคร้ังและใส่ใจ และไมใ่ สใ่ จใน
ตลอดเวลา ใจงานทไี่ ด้รับ ในงานที่ได้รับ งานท่ีไดร้ บั
มอบหมาย มอบหมายเป็น มอบหมาย
บางครั้ง

๑๓๖

แบบประเมนิ คะแนนความคิดสร้างสรรคช์ ้นิ งาน

(ตามแนวคดิ กิลฟอรด์ Guilford) ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓

คำช้แี จง : ประเมินช้นิ งานของนักเรยี น แลว้ ลงคะแนนในช่องลงคะแนนตามความเป็นจริง

ลำ ช่อื -สกุล ความคดิ ความคิด ความคดิ ความคดิ

ดับท่ี ของผรู้ ับการประเมิน คล่องแคลว่ ยืดหยนุ่ รเิ ริม่ ละเอียด รวม

(ช้ัน ป.๓) ลออ

๑ เด็กชายศภุ โชค แสนแคน

๒ เดก็ ชายเอกดนยั กุดทิง

๓ เดก็ ชายเกรียงเดช คำพิมูล

๔ เดก็ ชายภาณพัช ศรีหนองบัว

๕ เด็กชายวรวรรฒน์ เบา้ เฮียง

๖ เดก็ หญิงอญั มณี สุขทวีผลกลุ

๗ เดก็ หญงิ ภัทรนิดา จำปาเทศ

๘ เดก็ หญงิ ณฐั กานต์ ขดั เรือน

๙ เดก็ หญิงกนกวรรณ สมีพันธ์

๑๐ เดก็ หญงิ ภิญญามาศ คำมลู

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
17 - 20 ดมี าก
13 - 16 ดี
9 - 12
5-8 ปานกลาง
ปรบั ปรงุ

ลงชอื่ ...........................................ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวกชกร พรมสาเทศน์)
........./.........../........

๑๓๗

เกณฑก์ ารประเมินความคิดสร้างสรรค์ชนิ้ งาน

(ตามแนวคดิ กลิ ฟอรด์ Guilford) ของนกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓

ประเด็นท่ี ๕ ระดบั คะแนน ๒ ๑
ประเมนิ ๔๓

1. ความคิด มที ักษะการลง มที ักษะการลงมือ ทักษะการลง ไมส่ ามารถ ไมส่ ามารถลง
คล่องแคล่ว มือปฏบิ ตั ิได้ ปฏบิ ตั ไิ ด้ มือปฏิบตั ิได้ ลงมอื ปฏิบัติ มอื ปฏบิ ตั ไิ ด้
(Fluency) คล่องแคล่ว คล่องแคลว่ สรา้ ง คลอ่ งแคล่ว ได้ คล่องแคลว่
สร้างช้นิ งาน ช้ินงานสอดคล้อง สร้างชิน้ งาน คล่องแคลว่ สร้างชนิ้ งาน
2. ความคดิ ไดต้ รง กับจุดประสงค์ จดุ ประสงค์ สรา้ งชน้ิ งาน ไมต่ รง
ยดื หยนุ่ จดุ ประสงค์ทุก เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเดน็ บางส่วนไม่ จดุ ประสงค์
(Flexibility) ประเด็น ตรง
3. ความคิด คิดช้นิ งานที่ จุดประสงค์ คิดช้ินงานที่
ริเริ่ม คิดชนิ้ งานที่ คดิ ชิ้นงานท่จี ะทำ จะทำไดอ้ ย่าง คิดช้นิ งานที่ จะทำไดไ้ ม่
(Originality) จะทำได้อย่าง ได้อย่าง หลากหลาย จะทำได้ สมบรู ณ์
หลากหลาย หลากหลายเปน็ เป็นบางส่วน บางส่วนไม่
4. ความคดิ พฒั นาชนิ้ งาน สมบรู ณ์ พฒั นาช้ินงาน
ละเอียดลออ สว่ นใหญ่ หรือวธิ กี าร พัฒนา หรอื วิธีการ
(Elaboration เพือ่ แก้ไข ช้ินงานหรอื เพือ่ แก้ปญั หา
) พัฒนาช้นิ งาน พัฒนาช้ินงาน ปญั หาด้วย วธิ กี ารเพอ่ื โดยไม่มี
หรือวิธีการ หรือวิธกี ารเพื่อ การผสมผสาน แกป้ ัญหา ความคดิ แบบ
เพื่อแก้ปญั หา แกป้ ัญหาดว้ ย และดดั แปลง โดยบางสว่ น ใหม่
ด้วยความคิด ความคิดแปลก ความคิดจาก ไมม่ ีความคดิ
ทแ่ี ปลกใหม่ ใหม่ เดิม แบบใหม่ มกี ารตกแต่ง
เหมาะสมกับ มกี ารตกแต่ง ไมส่ วยงาม มี
การใชง้ านจรงิ ทำใหเ้ กิด มกี ารตกแตง่ รายละเอียด
ความสวยงาม ทำให้เกิด บางส่วนไม่
มกี ารตกแต่ง มีการตกแตง่ ทำ มีรายละเอียด ความ สมบูรณ์
ทำให้เกดิ ใหเ้ กดิ ความ ท่ีสมบูรณ์ สวยงาม
ความสวยงาม สวยงาม บางส่วน ลำดับ มี
มีรายละเอียด รายละเอยี ดท่ี รายละเอยี ด
ท่สี มบรู ณ์ สมบูรณ์ส่วนใหญ่ บางสว่ นไม่
สมบรู ณ์

๑๓๘

อาหาร บตั รคำ

บ้านทอ่ี ยอู่ าศัย

รถยนต์ โทรศพั ทเ์ คลื่อนท่ี
คอมพิวเตอร์ ยารกั ษาโรค
เครอ่ื งสำอาง

๑๓๙

ใบกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สง่ิ ทจี่ ำเป็นต่อการดำรงชวี ติ ของมนษุ ย์

คำช้ีแจง : ให้นกั เรียนวาดภาพและเขียนอธิบายใตภ้ าพ สิ่งทจ่ี ำเปน็ ต่อการดำรงชวี ิตของมนุษย์ พร้อม
ระบายสใี หส้ วยงาม
กลุ่มท…ี่ ……………………………………………...................................................................................................
ชือ่ ……………………………………………………………………………………เลขท…่ี …………………….ชน้ั …………………

ปจั จัยทจี่ ำเป็นพน้ื ฐานในการ ปัจจยั รองหรอื ส่ิงอำนวยความ
ดำรงชีวิต ( ปัจจัย ๔ ) สะดวก

๑๔๐

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๓

รหัสวชิ า ส ๑๓๑๐๑ รายวิชา เศรษฐศาสตร์
ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๑ เรือ่ ง สินคา้ และบริการในชวี ติ ประจำวนั
หนว่ ยการเรยี นรู้ย่อยที่ ๓ เร่อื ง หลกั การเลือกสินคา้ ทจ่ี ำเป็น เวลา ๑ ช่ัวโมง
ช่ือผสู้ อน นางสาวกชกร พรมสาเทศน์ สอนวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๕ เวลา o๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น.

มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วัด

มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้

ทรพั ยากรทีม่ ีอยู่จำกัดได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพและคุ้มค่า รวมท้งั เขา้ ใจหลักการของเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อ

การดำรงชวี ติ อยา่ งมีดลุ ยภาพ

ตวั ชว้ี ดั

ส 3.1 ป.3/1 จำแนกความตอ้ งการและความจำเป็นในการใช้สินค้าและบริการในการดำรงชวี ติ
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การเลือกสินค้าโดยการยึดหลักความจำเป็นในการดำรงชีวิต มีคุณภาพที่ดี ราคาเหมาะสม ไม่

เลือกตามคำโฆษณา ไมเ่ ลือกสินค้าท่ีฟ่มุ เฟอื ย เปรียบเทียบราคาก่อนซ้อื

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

๑. นกั เรียนรู้และเขา้ ใจหลกั การเลอื กสนิ คา้ ทีจ่ ำเปน็ (K)

๒. นักเรียนจำแนกสินคา้ ทจ่ี ำเป็นได้ (P)

๓. นกั เรียนเห็นคุณค่าของสนิ ค้าทจ่ี ำเป็น (A)

ด้านความรู้

นกั เรียนร้แู ละเข้าใจหลักการเลอื กสินค้าทีจ่ ำเปน็

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ

นกั เรยี นเห็นคุณคา่ ของสินค้าท่จี ำเป็น

ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

 รักชาตศิ าสน์กษตั รยิ ์  อยู่อย่างพอเพยี ง  ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ

 มุ่งม่ันในการทำงาน  มวี ินัย  รักความเป็นไทย

 ใฝ่เรียนรู้  มจี ติ สาธารณะ


Click to View FlipBook Version