๔๑
๓.๒ ประชากรกลมุ่ เป้าหมาย
นกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ ทก่ี าลังศกึ ษาในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ โรงเรียนบา้ น
ดอนดู่คุรุราษฎร์วิทยา อาเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศกึ ษาเขต ๑ จานวน ๒๓ คน โดยการกาหนดแบบเจาะจง
๓.๓ เครื่องมือท่ีใช้ในการวิจัย
๓.๓.๑ แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการสอนรายวชิ าเศรษฐศาสตร์ ๕ แผน แผนละ ๑ ช่ัวโมง
๓.๓.๒ สื่อการสอนวชิ าเศรษฐศาสตร์
ส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์
ทางเศรษฐกจิ สาหรบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ โรงเรยี นบ้านดอนดคู่ รุ ุราษฎร์วิทยา อาเภอเมือง
ขอนแก่น จังหวดั ขอนแก่น
๓.๓.๓ แบบทดสอบระหวา่ งเรยี น วิชาเศรษฐศาสตร์
แบบทดสอบระหว่างเรียน วิชาเศรษฐศาสตร์ เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดย
จาแนกเนื้อหาการเรียนออกเป็น ๕ เร่ือง คือ ๑) หน่วยเศรษฐกิจ ๒) การหารายได้ รายจ่าย การออม
การลงทุน ซ่ึงแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างการผลิต ผู้บริโภค และรัฐบาล ๓) ภาษีและหน่วยงานท่ีทา
หน้าที่จดั เก็บภาษี ๔) สิทธขิ องผู้บรโิ ภค ๕) สิทธิของผู้ใช้แรงงาน เรือ่ งละ ๑๐ ข้อ
๓.๓.๔ แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ วชิ าเศรษฐศาสตร์
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ วิชาเศรษฐศาสตร์ เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ เป็น
แบบทดสอบปรนัย ๔ ตวั เลอื ก จานวน ๒๐ ขอ้
๓.๔ การสรา้ งและหาประสทิ ธิภาพของเคร่ืองมอื ทใ่ี ชใ้ นการวิจยั
ในการพัฒนาสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint เรื่อง
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ โรงเรียนบ้านดอนดู่คุรุราษฎร์
วทิ ยา อาเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ผวู้ ิจัยมีข้นั ตอนการสรา้ งเครอ่ื งมือ ดังนี้
การจัดทาส่ือการสอนวชิ าเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint เรื่อง ความสมั พันธ์
ทางเศรษฐกิจ สาหรับนกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ โรงเรยี นบา้ นดอนดู่ครุ รุ าษฎร์วิทยา
๑. แผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการการพัฒนา
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยใช้รูปแบบการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๔
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๒ เร่ือง ระบบเศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน จานวน ๕ แผน ๕ คาบเรียน (คาบเรียนละ
๕๐ นาที) ดงั นี้
๔๒
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑ เรอ่ื ง หน่วยเศรษฐกจิ
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ เรอื่ ง การหารายได้ รายจ่าย
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๓ เรือ่ ง ภาษแี ละหน่วยงานที่ทาหนา้ ทจี่ ดั เกบ็ ภาษี
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๔ เรื่อง สทิ ธิของผ้บู รโิ ภค
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรอ่ื ง สิทธขิ องผู้ใช้แรงงาน
เคร่อื งมือทีใ่ ชใ้ นการสะท้อนผลแผนการจดั การเรยี นรู้
๑) แบบบันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นแบบบนั ทึกเหตกุ ารณ์ที่มีลักษณะปลายเปิดท่ี
ผ้สู อนใช้บันทึกเหตกุ ารณ์การเรียนการเรยี นการสอนที่เกดิ ข้ึนจริง โดยมุ่งเน้นพฤติกรรมการเรียนรู้ของ
นักเรียนและพฤติกรรมการสอนของผู้สอน โดยการบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นตามขั้นตอนใน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning พิจารณาดู
ว่า นักเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านใดบ้าง มีการตอบสนองต่อการจัดการเรียนรู้มากเพียงใด
ผู้เรียนได้เกิดพฤติกรรม ตามท่ีมุ่งเน้นในจุดประสงค์รายคาบหรือไม่ เหตุการณ์ท่ัวไปในช้ันเรียนเป็น
อย่างไร และพบปัญหาหรือ อุปสรรคใดบ้าง ขณะจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นการพรรณนาตามสภาพ
จรงิ ที่เกิดข้นึ ในชัน้ เรยี น และบนั ทกึ หลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ในชนั้ เรียนคาบนน้ั ๆ แลว้ เสรจ็ เป็นท่ี
เรยี บร้อยแล้ว
๒) แบบบันทึกการสังเกตช้ันเรียน เป็นแบบบันทึกท่ีมีลักษณะปลายเปิด เพ่ือให้ผู้ช่วยวิจัย
บันทึกเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในช้ันเรียน เกี่ยวกับพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนในแต่
ละขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรม และสังเกตช้ันเรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัย ผู้ช่วยวิจัย
ครูพี่เล้ียงวางแผนร่วมกันโดยบันทึกแนวคิดของนักเรียน พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน การใช้สื่อ
การสอนในช้ันเรียน การแสดงความคิดเห็นของผู้เรียนและผู้สอนในชั้นเรียน ปัญหา และอุปสรรค
ต่างๆ ในการจัดการเรยี นรู้ เป็นตน้
๓) แบบบันทึกการสะท้อนผลการสังเกตช้ันเรียน เป็นแบบบันทึกท่ีมีลักษณะปลายเปิด เป็น
การบันทึกข้อมูลจากการร่วมกันสะท้อนผลของคณะผู้สังเกตช้ันเรียน ตามแผนการการ จัดการเรียนรู้
ท่ีผู้วิจัย อาจารย์ที่ปรึกษาวจิ ัย ผู้ช่วยวจิ ัย ครูพ่ีเลี้ยงวางแผนร่วมกัน โดยใช้ข้อมูลจากการ สังเกต อาทิ
แนวคิดของนักเรียน พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน การใช้ส่ือการสอนในช้ันเรียน การแสดงความ
คิดเห็นของผู้เรียนและผูส้ อนในช้ันเรยี น ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการจัดการเรียนรู้ เป็นต้น มาใช้
เพอ่ื ร่วมกันสะทอ้ นผล
๔) ผลงานนักเรียน คือ ช้ินงาน ใบงาน ใบกิจกรรมจากการทากิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน
ซ่ึงจะสะท้อนให้เห็นภาพรวมของการแสดงออกถึงความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลของ นักเรียนใน
รูปแบบของภาพวาด แผนผังความคิด หรือการเขียนคาตอบลงในกระดาษเพ่ือบันทึกข้อมูล และ
ข้อสรุปที่ได้
๓.๔.๑ การสร้างสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint เร่ือง
ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจ ผู้วจิ ัยมขี ั้นตอน ดังน้ี
๔๓
๑) ศกึ ษาขอบข่ายเน้อื หาความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ วิชาเศรษฐศาสตร์ ในสาระที่ ๑ ภาษี
สิทธิของผู้บรโิ ภค ผูใ้ ชแ้ รงงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ตามหลักสูตร
การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๒) ศึกษาเทคนิคการสร้างสื่อการสอน ด้วยโปรแกรม Microsoft PowerPoint
๓) กาหนดขอบข่ายเน้ือหาความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจ สาหรับนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปี
ที่ ๖ โรงเรียนบ้านดอนดู่คุรุราษฎร์จานวน ๕ เร่ือง ได้แก่ ๑) หน่วยเศรษฐกิจ ๒) การหารายได้
รายจ่าย การออม การลงทุน ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างการผลิต ผู้บริโภค และรัฐบาล ๓) ภาษี
และหน่วยงานทีท่ าหน้าท่ีจัดเก็บภาษี ๔) สทิ ธขิ องผู้บรโิ ภค ๕) สทิ ธิของผูใ้ ชแ้ รงงาน
๔) ดาเนินการสร้างส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint
เรอ่ื ง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรบั นกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ โรงเรียนบ้านหนองไหลหนอง
บัวทอง
๕) นาสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint เร่ือง
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ที่สร้างข้ึนไปให้ผู้เชี่ยวชาญ จานวน ๓ ท่าน ตรวจสอบและประเมิน
คุณภาพของส่ือการสอนในด้านเนื้อหาและการนาเสนอ ด้านภาพ การใช้ภาษา และเสียงประกอบ
ด้านการออกแบบภาพในส่ือการสอน และด้านการเรียนรู้ในสื่อการสอน พบว่า สื่อการสอนมีความ
เหมาะสมในระดับมากท่สี ุด คือ มคี า่ เฉลย่ี ๔.๘๔ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ๐.๓๖ (ภาคผนวก ง)
จากข้ันตอนการสร้างส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint
เรอื่ ง ความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจ ทีใ่ ชใ้ นการวิจัยขา้ งตน้ สามารถนาเสนอเปน็ แผนภูมิภาพ ได้ดังนี้
๑. ศกึ ษาเน้อื หาความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจ เพ่ือเปน็ แนวทางในการสร้างสือ่ การสอน
๒. ศกึ ษาเทคนิคการสร้างส่อื การสอนดว้ ยโปรแกรม Microsoft PowerPoint
๓. กาหนดเนอ้ื หาความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกจิ สาหรบั นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๖
๔. ดาเนนิ การสรา้ งส่อื การสอนด้วยโปรแกรม Microsoft PowerPointพระพทุ ธศาสนา
๕. นาสือ่ การสอนทส่ี รา้ งข้นึ ไปใหผ้ ้เู ช่ียวชาญ จานวน ๓ ทา่ น ตรวจสอบและประเมนิ คุณภาพ
ภาพท่ี ๓.๑ ขัน้ ตอนการสรา้ งส่อื การสอน
๔๔
๓.๔.๒ การประเมินประสิทธิภาพของสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เรือ่ ง ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ ผวู้ ิจัยมีข้ันตอน ดงั นี้
๑) การทดสอบคร้ังที่ ๑ แบบเดี่ยว ผ้วู จิ ัยได้เลอื กนกั เรยี นทเ่ี รยี นเกง่ ปานกลาง และอ่อน
รวมทั้งหมด ๓ คน เป็นเด็กนักเรียนที่เรียนดี ๑ คน เรียนปานกลาง ๑ คน และเรียนอ่อน ๑ คน
ทไี่ มใ่ ช่กลุ่มตวั อยา่ ง โดยยดึ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนในระดับชั้นเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือก โดยผูว้ จิ ยั ให้
นักเรียนศึกษาและทดสอบ จากสื่อการสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เพื่อตรวจสอบว่านักเรียน เข้าใจภาษา
และการลาดับเน้ือหาท่ีใช้ในส่ือการสอนหรือไม่ ขณะท่ีนักเรียนกาลังศึกษา ผู้วิจัยอยู่กับนักเรียน
ตลอดเวลา เพ่อื ให้นักเรียนไดซ้ ักถามเมื่อไมเ่ ข้าใจ และทาให้ผ้วู ิจัยทราบถึงข้อบกพร่องของสอ่ื การสอน
PowerPoint แล้วนาไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป พร้อมนาคะแนนระหว่างเรียนและคะแนนหลังเรียนมา
หาคา่ ประสทิ ธิภาพ E๑⁄E๒ (เกณฑ์ ๖๐/๖๐) ได้ค่าประสทิ ธภิ าพ ๖๓.๓๓/๖๑.๖๗ (ภาคผนวก จ)
๒) การทดสอบคร้ังที่ ๒ การทดลองกลุ่มเล็ก หลังจากนาส่ือการสอน PowerPoint
ประกอบการเรียนมาปรับปรุงแก้ไขแล้ว ผู้วิจัยได้นาไปทดลองกับนักเรียน จานวน ๙ คน ที่ไม่ใช่กลุ่ม
ตัวอย่าง และไม่ซ้ากับการทดลองครั้งท่ี ๑ เป็นเด็กท่ีเรียนดี ๓ คน เรียนปานกลาง ๓ คน และเรียน
อ่อน ๓ คน ผู้วิจัยได้นาบทเรียนมาวิเคราะห์ว่าเรื่องใดบ้างที่นักเรียนทาผิด แล้วนามาปรับปรุงแก้ไข
ตามหลักการจัดทาส่ือการสอน PowerPoint และหาค่าประสิทธิภาพ E๑⁄E๒ (เกณฑ์ ๗๐/๗๐)
ไดค้ า่ ประสิทธิภาพ ๗๔.๖๗/๗๓.๓๓ (ภาคผนวก จ)
๓) การทดลองคร้ังท่ี ๓ ข้ันทดลองภาคสนามกับกลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยได้นาสื่อการสอน
วิชาเศรษฐศาสตร์ เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ มาเป็นสื่อการสอนสาหรับ นักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ ๖จานวน ๑๒ คน มาเรียนด้วยส่ือการสอน PowerPoint ที่ผู้วิจัยสร้างข้ึน หลังจาก
ได้ทาการปรับปรุงสื่อการสอนในข้ันจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจริง โดยเริ่มตั้งแต่ให้นักเรียนทา
แบบทดสอบก่อนเรียน แล้วนาเข้าสู่บทเรียน ประกอบกิจกรรมการเรียน สรุปผลการจัดการเรยี นการ
สอน และทาแบบทดสอบหลังเรียน ในการทดสอบภาคสนามน้ี ผู้วิจัยได้นาคะแนนระหว่างเรยี น และ
คะแนนทดสอบหลังเรียนของนักเรียนมาหาประสิทธิภาพของส่ือการสอน PowerPoint เพื่อดูว่าสื่อ
การสอนได้เกณฑ์สอดคล้องกับเกณฑ์ที่ผู้วิจัยได้กาหนดไว้หรือไม่ ซึ่งผู้วิจัยได้กาหนดเกณฑ์ของส่อื การ
สอน วิชาเศรษฐศาสตร์ PowerPoint ไว้ท่ีเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ได้ค่าประสิทธิภาพ ๘๕.๗๔/๘๓.๗๐
(ภาคผนวก จ)
จากข้ันตอนการประเมินประสิทธิภาพของสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ท่ีใช้ในการวิจัยข้างต้น สามารถนาเสนอเป็นแผนภูมิ
ภาพ ไดด้ งั นี้
๔๕
๑. การทดสอบครง้ั ท่ี ๑ แบบเดี่ยว ผูว้ จิ ยั ได้เลอื กนกั เรยี นรวมท้งั หมด ๓ คน
๒. การทดสอบครัง้ ท่ี ๒ การทดลองกลุม่ เล็ก นาไปทดลองกับนกั เรยี น จานวน ๙ คน
๓. การทดลองครั้งที่ ๓ ข้นั ทดลองภาคสนามกับกลุ่มตัวอย่าง จานวน ๑๒ คน
ภาพที่ ๓.๒ ขน้ั ตอนการประเมนิ ประสทิ ธภิ าพของส่ือการสอน
๓.๔.๓ การสร้างแบบทดสอบระหว่างเรียน วิชาเศรษฐศาสตร์ ผู้วิจยั มีขั้นตอน ดงั น้ี
๑) ศกึ ษาความมุ่งหมายในการเรียนและเน้อื หาในแต่ละเร่ือง
๒) สร้างแบบทดสอบระหว่างเรียนของแต่ละเรื่อง โดยให้แบบทดสอบระหว่างเรียน
สอดคล้องกบั จุดม่งุ หมาย และเน้ือหาในการสอนทงั้ ๕ เรือ่ ง เรือ่ งละ ๕ ขอ้
๓) นาแบบทดสอบระหว่างเรียนท่ีสร้างขึ้น จานวน ๓ ฉบับ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญ ๓ ท่าน
ตรวจสอบความสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ โดยแบบทดสอบท้ัง ๓ ฉบับ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง
(IOC) ตัง้ แต่ ๐.๘ ถึง ๑.๐ (ภาคผนวก จ)
๔) ปรับปรุงแกไ้ ขแบบทดสอบระหว่างเรยี น ตามคาแนะนาของผูเ้ ชยี่ วชาญ
๕) นาแบบทดสอบระหว่างเรียน วิชาเศรษฐศาสตร์ เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ไป
ใชก้ ับกลมุ่ ตวั อยา่ งทีไ่ ดก้ าหนดไว้
จากข้ันตอนการการสร้างแบบทดสอบระหว่างเรียน วิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม
Microsoft PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ท่ีใช้ในการวิจัยข้างต้น สามารถนาเสนอ
เปน็ แผนภมู ิภาพ ไดด้ งั น้ี
๑. ศกึ ษาความม่งุ หมายในการเรยี นและเนอื้ หาในแต่ละเรอ่ื ง
๒. สร้างแบบทดสอบระหวา่ งเรียน โดยใหส้ อดคลอ้ งกบั จดุ มุ่งหมาย และเน้ือหาในการสอน
๓. นาไปให้ผเู้ ชย่ี วชาญตรวจสอบความสอดคล้องกับผลการเรยี นรู้
๔๖
๔. ปรับปรงุ แกไ้ ขแบบทดสอบระหวา่ งเรยี นตามคาแนะนาของผู้เชี่ยวชาญ
๕. นาแบบทดสอบระหว่างเรียน เรื่อง ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจ ไปใชก้ ับกลุม่ ตัวอย่าง
ภาพท่ี ๓.๔ ข้นั ตอนการสรา้ งแบบทดสอบระหวา่ งเรียน
๓.๔.๔ การสร้างแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิห์ ลังเรยี น ผ้วู ิจัยมีข้ันตอน ดงั น้ี
๑) ศึกษาสาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ รายวิชา เศรษฐศาสตร์
๒) ศึกษาเทคนิคการสร้างแบบทดสอบให้มีคุณภาพจากหนังสอื ต่าง ๆ
๓) สุ่มคัดเลือกแบบทดสอบระหว่างเรียนท่ีครอบคลุมผลการเรียนรู้ ๕ ชุด โดยเลือก
ข้อสอบเร่ืองที่ ๑ จานวน ๕ ข้อ เร่ืองที่ ๒ จานวน ๕ ข้อ เรื่องท่ี ๓ จานวน ๕ ข้อ เร่ืองที่ ๔ จานวน
๕ ข้อ เร่ืองที่ ๕ จานวน ๕ ข้อ รวม ๒๕ ข้อ ท่ีผู้เชี่ยวชาญ ๓ ท่าน ตรวจสอบความสอดคล้องกับ
ผลการเรียนรู้ โดยเลือกข้อสอบที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ตั้งแต่ ๐.๕ ขึ้นไป คัดไว้ ๑๕ ข้อ
เพื่อใช้เป็นแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และใช้ทดสอบผลสัมฤทธ์ิในการหาประสิทธิภาพสื่อ
การสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint (ภาคผนวก ฉ)
จากข้ันตอนการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิหลังเรียน วิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม
Microsoft PowerPoint เร่ือง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ที่ใช้ในการวิจัยข้างต้น สามารถนาเสนอ
เปน็ แผนภมู ิภาพ ได้ดังนี้
๑. ศกึ ษาสาระการเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ รายวิชา เศรษฐศาสตร์
๒. ศึกษาเทคนิคการสร้างแบบทดสอบให้มคี ณุ ภาพจากหนังสือตา่ ง ๆ
๓. สุ่มคดั เลือกแบบทดสอบระหวา่ งเรยี นทค่ี รอบคลุมผลการเรยี นร้นู ามาใชว้ ดั ผลสมั ฤทธิ์
ภาพท่ี ๓.๕ ขั้นตอนการสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์หิ ลงั เรยี น
๔๗
๓.๕ การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมลู โดยมรี ายละเอียด ดงั นี้
๑) ให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน ซ่ึงผู้วิจัยเป็นผู้ประเมินด้วยตัวเอง ก่อนเร่ิมเรียน
เนอ้ื หาแล้วตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์ประเมินทกี่ าหนดไว้
๒) ผู้วิจัยดาเนินการสอนด้วยส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เร่ือง ความสมั พันธท์ างเศรษฐศาสตร์
๓) ให้นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียนหลังจบกิจกรรมการสอน ซ่ึงเป็นแบบทดสอบ
ฉบบั เดยี วกนั กบั แบบทดสอบกอ่ นเรียน ผู้วิจัยเปน็ ผู้ประเมินดว้ ยตัวเอง แล้วตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์
ประเมนิ ท่กี าหนดไว้
๔) สรุปผลการวจิ ัยและนาเสนอผลการวิจัย โดยนาข้อมูลท่ีได้มาวิเคราะห์ข้อมูลและเขียน
สรุปผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
จากการเกบ็ รวบรวมข้อมูลในการวจิ ัยขา้ งต้น สามารถนาเสนอเปน็ แผนภมู ิภาพ ได้ดังนี้
๑. ใหน้ ักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียนก่อนเริ่มเรียนเนอ้ื หา
๒. ดาเนนิ การสอนด้วยสื่อการสอนPowerPoint เร่ือง ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกิจ
๓. ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี นหลงั จบกจิ กรรมการสอน
๔. สรปุ ผลการวจิ ัยและนาเสนอผลการวจิ ัยวเิ คราะห์ขอ้ มูลและเขยี นสรปุ ผลการวิเคราะห์
ขอ้ มลู
ภาพที่ ๓.๖ ขนั้ ตอนการสรา้ งแบบทดสอบระหวา่ งเรียน
๔๘
๓.๖ การวิเคราะห์ขอ้ มลู
ผู้วจิ ัยไดด้ าเนนิ การวิเคราะห์ข้อมลู ดังนี้
๑) วิเคราะห์ประสิทธิภาพของสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เร่ือง ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ โดยใช้สตู ร (E๑⁄E๒)
๒) วิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังเรียน โดยใช้สื่อการสอน
วชิ าเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint เรอื่ ง ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยใชส้ ูตร t
– test for dependent samples
๓.๗ สถติ ิทใ่ี ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล
๓.๗.๑ การศึกษาความสอดคล้องของแบบทดสอบกับผลการเรียนรู้รายวิชา โดยนา
ผลการตรวจสอบความสอดคล้องของแบบทดสอบกับผลการเรียนรู้ โดยผู้เชี่ยวชาญมา
วิเคราะห์จากสูตร ดงั นี้
สูตร IOC = ∑ R
N
เมอื่ IOC แทน ดชั นีความสอดคล้องระหวา่ งแบบทดสอบกบั จุดประสงค์
∑ R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเหน็ ของผู้เชี่ยวชาญ
N แทน จานวนผูเ้ ชีย่ วชาญ
คะแนนการพิจารณาของผเู้ ชี่ยวชาญ โดยกาหนดเปน็ + ๑ หรือ ๐ หรือ - ๑ ดังนี้
+ ๑ หมายถงึ แน่ใจวา่ แบบทดสอบน้ันวัดไดต้ ามผลการเรียนรทู้ ี่กาหนด
๐ หมายถึง ไมแ่ น่ใจว่าแบบทดสอบน้ันวัดได้ตามผลการเรียนรู้ทก่ี าหนด
- ๑ หมายถงึ แนใ่ จวา่ แบบทดสอบข้อน้ันไมส่ ามารถวดั ไดต้ ามผลการเรียนรูท้ ่กี าหนด
๓.๗.๒ การหาประสิทธิภาพของส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ เป็นการนาคะแนนของนักเรียนที่ได้จากการปฏิบัติ
กิจกรรมระหว่างเรียนโดยสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint เรื่อง
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านดอนดู่คุรุราษฎร์
วิทยา และคะแนนการทาแบบทดสอบหลงั เรียน ( E๑⁄E๒ ) มาวิเคราะห์โดยใชส้ ตู ร
∑χ ∑F
สูตร E๑ = N × ๑๐๐ E๒ = N × ๑๐๐
A B
๔๙
เมือ่ E๑ แทน ประสิทธภิ าพของกระบวนการท่จี ดั ไว้ในแตล่ ะชดุ
E๒ แทน ประสทิ ธิภาพของผลลพั ธ์ (พฤติกรรมท่เี ปลยี่ นในตัวผเู้ รียนหลงั จาก
การจดั การเรยี นรู้ คดิ เป็นร้อยละจากการทาแบบทดสอบยอ่ ยหลังเรียน)
∑ χ แทน คะแนนรวมจากการทาแบบฝกึ หดั ระหว่างเรียน
N แทน จานวนผเู้ รยี น
A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหดั กจิ กรรมระหว่างเรียนทกุ ชน้ิ รวมกัน
∑ F แทน คะแนนรวมของแบบทดสอบยอ่ ยหลงั เรยี นจบด้วยการจัดการเรยี นรู้
โดยใช้สื่อสื่อการสอนวชิ าเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เร่ือง ความสัมพันธท์ างเศรษฐกจิ ประกอบการเรียนรู้
B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบยอ่ ยหลังเรียนจบดว้ ยการจดั การเรยี นรู้
โดยใชส้ อื่ สอื่ การสอนวชิ าเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เรอื่ ง ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐศาสตร์ ประกอบการเรยี นรู้
๓.๗.๓ การเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น
การทดสอบความแตกต่างของผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ โดยนา
คะแนนทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียนมาวเิ คราะหโ์ ดยใช้ t – test for dependent samples
; df = n − ๑
สตู ร t = ∑D (∑ D)๒
√n ∑ D๒ −
n−๑
เม่ือ t แทน คา่ ท่ใี ช้ในการพิจารณา (t - distribution)
D แทน ผลตา่ งของคะแนนแต่ละคู่จากแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์
รายบคุ คลของนกั เรียนก่อนและหลังเรียน
∑ D แทน ผลรวมของผลตา่ งของคะแนนแตล่ ะคูจ่ ากแบบวัดผลสมั ฤทธิ์
รายบุคคลของนกั เรยี นก่อนและหลงั เรยี น
∑ D๒ แทน ผลรวมของ D ยกกาลังสอง
(∑ D)๒ แทน ผลรวมของ D ท้ังหมดยกกาลงั สอง
n แทน จานวนคู่
๕๐
บทที่ ๔
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
การศึกษาวิจัย เร่ือง การพัฒนาสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ ด้วยโปรแกรม Microsoft
PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖ โรงเรียนบ้าน
ดอนดู่คุรุราษฎร์วิทยา ผู้วิจัยได้นาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล โดยเร่ิมจากการกาหนดสัญลักษณ์ทใ่ี ช้
ในการวเิ คราะหข์ อ้ มลู และลาดับขนั้ ตอนการนาเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล ดงั ต่อไปน้ี
๔.๑ สัญลกั ษณท์ ใี่ ช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
๔.๒ การนาเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
๔.๓ ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู
๔.๑ สญั ลักษณ์ทีใ่ ชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมลู
ในการวิเคราะหข์ ้อมลู ผู้วิจยั ไดก้ าหนดสญั ลักษณต์ า่ ง ๆ ที่ใช้ มีดังน้ี
N แทน จานวนผู้เรยี นในกลุม่ ตวั อยา่ ง
∑ χ แทน คะแนนรวมจากการทากจิ กรรมระหว่างเรยี น
∑ F แทน คะแนนรวมจากการทดสอบหลังเรยี น
E๑ แทน ประสทิ ธิภาพของการจัดการเรยี นรู้โดยใชส้ ื่อการสอน
วิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint
เรอ่ื ง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกจิ พิจารณาจากคะแนนเฉลี่ย
ของนักเรยี นทัง้ หมดจากคะแนนกิจกรรมระหว่างเรียน
คดิ เป็นร้อยละของคะแนนทัง้ หมด
E๒ แทน ประสทิ ธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อการสอน
วิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint
เรอ่ื ง ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจ พิจารณาจากคะแนนเฉลย่ี
ของนักเรียนทง้ั หมดจากคะแนนทดสอบย่อยหลังเรียนกิจกรรม
ระหว่างเรยี นคดิ เป็นรอ้ ยละของคะแนนทัง้ หมด
A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดกจิ กรรมระหว่างเรียนทกุ ชนิ้ รวมกัน
๕๑
B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบย่อยหลังเรยี นจบด้วยการจัดการ
เรยี นรูโ้ ดยใชส้ ่ือการสอน วิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม
X̅ แทน Microsoft PowerPoint เร่อื ง ความสัมพันธท์ างเศรษฐกจิ
S. D. แทน
∑ D แทน ค่าเฉล่ยี
∑ D๒ แทน คา่ ความเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
t แทน ผลรวมของความแตกตา่ งรายครู่ ะหวา่ งคะแนนสอบวดั ผลสัมฤทธิ์
** แทน หลงั และก่อนเรยี น ด้วยการจัดการเรยี นรู้โดยใชส้ ่อื การสอน
วิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint
เรอ่ื ง ความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ
ผลรวมกาลงั สองของความแตกตา่ งรายคู่ระหว่างคะแนนสอบ
วัดผลสมั ฤทธห์ิ ลังและก่อนเรียน ดว้ ยการจดั การเรยี นรู้
โดยใชส้ ่อื การสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เรอื่ ง ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจ
คา่ ทใี่ ชใ้ นการพิจารณา (t – test for dependent samples)
แตกต่างอย่างมนี ัยสาคัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั .๐๑
๔.๒ การนาเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู
การนาเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ครั้งน้ี ผู้วจิ ัยไดแ้ บง่ ออกเปน็ ๒ ตอน ดงั น้ี
ตอนท่ี ๑ เสนอผลการหาประสิทธิภาพของสื่อการสอน วิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม
Microsoft PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยใช้สูตร (E๑⁄E๒) แล้วนาเสนอ
ขอ้ มูลในรูปตาราง และแปลผลโดยการบรรยาย
ตอนท่ี ๒ เสนอผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ ก่อนและ
หลังเรียนของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่เรียนด้วยส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยใช้สถิติทดสอบ t (t – test for dependent
samples) แลว้ นาเสนอขอ้ มูลใน รปู ตาราง และแปลผลโดยการบรรยาย
๔.๓ ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
๔.๓.๑ ผลการหาประสิทธิภาพของสื่อการสอน วิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เร่ือง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ (E๑⁄E๒) ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ ๘๐/๘๐
ปรากฏผลตามตารางท่ี ๑ ดังนี้
๕๒
ตารางที่ ๔.๑ แสดงประสิทธิภาพของสื่อการสอน วิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖ โรงเรียนบ้าน
ดอนดคู่ รุ รุ าษฎร์วทิ ยา
นักเรยี น คะแนนระหว่างเรยี น (E๑) คะแนนหลงั เรียน
๒๓ (๕๐ คะแนน) (E๒)
คน
ครงั้ ท่ี คร้งั ท่ี ครัง้ ท่ี ครงั้ ที่ ครงั้ ที่ (แบบทดสอบหลังเรียน)
๑๒๓๔๕ (๒๐ คะแนน)
(๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐)
๑๖.๗๔
เฉลย่ี ๘.๘๗ ๘.๓๕ ๘.๗๔ ๘.๕๒ ๘.๓๙ ๘๓.๗๐
๘๓.๗๐
เฉล่ียร้อยละ ๘๘.๗๐ ๘๓.๔๘ ๘๗.๓๙ ๘๕.๒๒ ๘๓.๙๑
(E๑⁄E๒) ๘๕.๗๔
จากตารางท่ี ๑ พบว่า ค่าประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ส่ือการสอน
วิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ มีคะแนน
เฉล่ียร้อยละของคะแนนระหว่างเรียน และคะแนนสอบหลังเรียน เท่ากับ ๘๕.๗๔/๘๓.๗๐ เมื่อเทียบ
กับเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ท่ีกาหนดไว้ ปรากฏว่าสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ท่ีผู้วิจัยสรา้ งข้ึนมีประสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์ที่กาหนดไว้
(ภาคผนวก จ)
๔.๓.๒ ผลการวิเคราะหค์ ะแนนผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น วิชาเศรษฐศาสตร์ ก่อนและหลัง
เรียนของนักเรยี นกล่มุ ตัวอยา่ งที่เรียนดว้ ยส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เร่ือง ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจ โดยใชส้ ถิติทดสอบ t (t – test for dependent
samples) ปรากฏผลตามตารางที่ ๒ ดงั น้ี
ตารางที่ ๔.๒ แสดงการเปรียบเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น วิชาเศรษฐศาสตร์ ก่อนและ
หลงั เรยี นของนักเรียนกลมุ่ ตัวอยา่ งท่เี รยี นด้วยสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์โปรแกรม Microsoft
PowerPoint
การทดลอง คะแนนเตม็ N x S.D. T P
๐๐๐*
ก่อนเรยี น ๒๐ ๒๓ ๑๐.๘๓ ๑.๕๓ ๓๕.๗๙
หลังเรียน ๒๐ ๒๓ ๑๖.๗๔ ๑.๒๙
๕๓
จากตารางท่ี ๒ พบว่า คะแนนผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มทดลองก่อนเรียน มีค่าเฉล่ีย
เท่ากับ ๑๐.๘๓ มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ ๑.๕๓ และคะแนนผลสัมฤทธ์ิหลังเรียน มีค่าเฉลี่ย
เท่ากบั ๑๖.๗๕ มสี ว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน เทา่ กบั ๑.๒๙ และเมื่อเปรยี บเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลัง
เรยี น โดยใช้สถติ ทิ ดสอบ t (t – test for dependent samples) พบว่า คะแนนผลสมั ฤทธิห์ ลงั เรียน
สูงกวา่ ก่อนเรยี น อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถติ ทิ ีร่ ะดับ ๐.๑ (ภาคผนวก ฉ)
๕๔
บทท่ี ๕
สรปุ อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ
การศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนาสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ ด้วยโปรแกรม Microsoft
PowerPoint เร่ือง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐศาสตร์ สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียน
บ้านดอนดู่คุรุราษฎร์วิทยา อาเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เพื่อพัฒนาส่ือการสอนวิชา
เศรษฐศาสตร์ ด้วยโปรแกรม Microsoft PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ โรงเรยี นบา้ นดอนดู่คุรุราษฎรว์ ทิ ยา ให้มีประสิทธภิ าพตามเกณฑ์ ๘๐/
๘๐ ๒) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วย
โปรแกรม Microsoft PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี
ท่ี ๖ โรงเรียนบา้ นดอนดู่ครุ ุราษฎร์วิทยา กลมุ่ ตวั อยา่ งที่ใช้ในการวิจยั คือ นักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปี
ท่ี ๖ ท่ีกาลังศึกษาในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ โรงเรียนบ้านดอนดู่คุรุราษฎร์วิทยา อาเภอ
เมือง จังหวัดขอนแก่น สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาเขต ๑ จานวน ๒๓ คน โดยการ
กาหนดแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ สื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม
Microsoft PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรับนักเรียน ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖
โรงเรียนบ้านดอนดู่คุรุราษฎร์วิทยา แบบทดสอบระหว่างเรียน และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ วิชา
เศรษฐศาสตร์ เรอ่ื ง ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกิจ สาหรับนกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖
การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการจัดการเรียนรู้ โดยส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม
Microsoft PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖
โรงเรียนบ้านดอนดู่คุรุราษฎร์วิทยา โดยทาการทดสอบก่อนเรียน ก่อนดาเนินการจัดการเรียนรู้มีการ
ทดสอบระหว่างเรียนท้ัง ๕ เรื่อง จนเสร็จแต่ละเรื่องแล้วให้นักเรียนทดสอบหลังเรียนซึ่งเป็นฉบับ
เดียวกันกับแบบทดสอบก่อนเรยี น
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ประสิทธิภาพของส่ือการสอนวิชา
เศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint เร่ือง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐศาสตร์ โดยใช้สูตร
(E๑⁄E๒) และการวิเคราะห์ผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังเรียน โดยใช้ส่ือการสอน
วชิ าเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint เร่ือง ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจ โดยใช้สูตร t
– test for dependent samples
๕๕
๕.๑ สรปุ ผลการวจิ ัย
จากการศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนาส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ ด้วยโปรแกรม
Microsoft PowerPoint เร่ือง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
โรงเรยี นบ้านดอนดูค่ รุ ุราษฎร์วทิ ยาอาเภอเมอื ง จงั หวดั ขอนแกน่ สามารถสรปุ ผลการวิจัยได้ ดงั นี้
๕.๑.๑ ส่ือการสอนวชิ าเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint เรอ่ื ง ความสมั พันธ์
ทางเศรษฐกจิ สาหรบั นกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ โรงเรียนบ้านดอนดคู่ ุรุราษฎร์วิทยา อาเภอเมือง
จงั หวัดขอนแก่น มปี ระสิทธภิ าพ เท่ากับ ๘๕.๗๔/๘๓.๗๐ สูงกวา่ เกณฑ์ ๘๐/๘๐ ทีก่ าหนดไว้
๕.๑.๒ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนรู้ โดยส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์
โปรแกรม Microsoft PowerPoint เรอ่ื ง ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษา
ปีท่ี ๖ โรงเรียนบา้ นดอนดู่คุรุราษฎร์วทิ ยาอาเภอเมอื ง จงั หวดั ขอนแกน่ หลงั เรยี นสูงกว่าก่อนเรยี น
๕.๒ อภปิ รายผลการวจิ ยั
การอภิปรายผลการวิจัย เรื่อง การพัฒนาส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ ด้วยโปรแกรม
Microsoft PowerPoint เร่ือง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖
โรงเรียนบ้านดอนดคู่ ุรุราษฎรว์ ทิ ยา ผวู้ ิจัยจะนาเสนอประเด็นทส่ี าคญั และน่าสนใจ ดงั น้ี
๕.๒.๑ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ โรงเรียนบ้าน
ดอนดูค่ ุรุราษฎร์วิทยา มีประสิทธิภาพ เทา่ กับ ๘๕.๗๔/๘๓.๗๐ สูงกวา่ เกณฑ์ ๘๐/๘๐ ท้ังนี้ อาจเป็น
เพราะในการพัฒนาและหาประสิทธิภาพของสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ และสร้างส่ือ Power
point จากการหาคุณภาพโดยผูเ้ ช่ียวชาญ และหาประสิทธิภาพตามขั้นตอนแบบเดี่ยว แบบกล่มุ และ
แบบภาคสนาม ซ่ึงสอดคล้องกับงานวิจัยของ พยูรณ์ ตันก่ิง ท่ีพัฒนาสื่อประสม ประกอบการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาฯ เร่ือง กฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับชวี ติ ประจาวัน ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๔
มีประสิทธิภาพเท่ากับ ๘๘.๖๓/๘๓.๕๗๔๓ ส่วน สุพัตรา เกษมเรืองวิชชญ์ ที่ได้พัฒนาชุดสื่อประสม
เร่ือง หลักธรรมนาชีวิต เพ่ือยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระศาสนา ศีลธรรม จริยธรรมช้ัน
มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ โดยสื่อประสมหลักธรรมนาชีวิตที่พัฒนามีประสิทธิภาพเท่ากับ ๘๕.๔๒/๘๙.๐๔๔๔
สาหรับ ประภากร ไชยเสนา ได้พัฒนาชุดการเรียนแบบส่ือประสมเร่ืองชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ชั้น
๔๓ พยูรณี ตันมิ่ง, การพัฒนาส่ือประสม ประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา เรื่อง
กฎหมายทเี่ กย่ี วข้องกบั ชวี ติ ประจาวัน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔, (เลย : โรงเรยี นเชียงคาน, ๒๕๕๑), บทคัดยอ่ .
๔๔ สุพัตรา เกษมเรืองวิชชญ์, การพัฒนาชุดสื่อประสม หลักธรรมนาชีวิต เพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน สาระศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓, (เชยี งใหม่ : โรงเรียนเทศบาลวัดศรปี งิ เมือง,
๒๕๕๔), บทคัดย่อ.
๕๖
มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ส่ือประสมมีประสิทธิภาพเท่ากับ ๘๐.๘๑/๘๕.๖๔๔๕ วิลาวัณย์ พินสุวรรณ และ
คณะ ได้พัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ แบบสื่อประสมกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาฯ เร่ือง
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๒ มีประสิทธิภาพเท่ากับ ๘๖.๘๓/๘๑.๒๒๔๖
สุรินทร์ โสฬส ได้พัฒนาส่ือประสม สาระเศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ สื่อประสม มี
ประสิทธิภาพ ๙๐.๐๗/๘๔.๒๗๔๗ และสอดคล้องกับ พีรวัฒน์ แสงเขียวและคณะ ซึ่งพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในเรื่อง เหตุการณ์สาคัญทางประวัติศาสตร์สากลท่ีมีผลต่อโลกปัจจุบัน ชั้น
มธั ยมศกึ ษา ปีท่ี ๕ โดยใชช้ ดุ การเรยี นประกอบกบั สื่อประสม มปี ระสทิ ธภิ าพ ๘๔.๖๐/๘๒.๒๒ ซงึ่ สูง
กวา่ เกณฑ์ ๘๐/๘๐๔๘
๕.๒.๒ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนรู้ โดยส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์
โปรแกรม Microsoft PowerPoint เร่ือง ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกจิ สาหรบั นักเรียนชั้นประถมศกึ ษา
ปที ่ี ๖ โรงเรยี นบา้ นดอนดู่คุรรุ าษฎร์วทิ ยา หลังเรยี นสูงกวา่ ก่อนเรียน ท้งั น้ี อาจเป็นเพราะผวู้ ิจยั สรา้ ง
แบบทดสอบตามหลักการและนาไปทดลองใช้สอบกับกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มท่ี ต้องการ
สอนจริง แลว้ นาผลการสอบมาวเิ คราะห์และปรับปรุงข้อสอบให้มีคุณภาพ ก่อนนามาทดลอง เพอ่ื การ
วจิ ัย ซง่ึ สอดคล้องกบั งานวจิ ยั ของ อ่มิ ทอง ปญั ญา ท่ไี ด้พฒั นาแผนการจดั การเรยี นร้สู ิ่งแวดล้อม เร่ือง
ชุมชนของเรา ของนักเรียนช่วงช้ันท่ี ๓ โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ปทุมธานี ผลการวิจัย พบว่า
แผนการจัดการเรียนรู้ ส่ิงแวดล้อม เรื่อง ชุมชนของเรา นักเรียนมีผล การเรียนรู้หลงั เรียนสูงกว่าก่อน
เรียน๔๙ และสอดคล้องกับ พีรวัฒน์ แสงเขียวและคณะ ซึ่งพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง
เหตุการณ์สาคัญทางประวัติศาสตร์สากล ที่มีผลต่อโลกปัจจุบันชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๕ โดยใช้ชุดการ
๔๕ ประภากร ไชยเสนา, การพัฒนาชุดการเรียนแบบส่ือประสม เร่ือง ชีวิตกับส่ิงแวดล้อม ช้ัน
มัธยมศึกษาปที ี่ ๓, (ขอนแกน่ : โรงเรียนโนนศิลาวทิ ยาคม, ๒๕๕๕), บทคัดย่อ.
๔๖ วิลาวัณย์ พินสุวรรณ และคณะ, การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบสื่อประสม กลุ่มสาระการ
เรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม เร่อื ง หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๒, (สงขลา :
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ทักษณิ , ๒๕๕๕), บทคดั ยอ่ .
๔๗ สุรินทร์ โสฬส, การพัฒนาส่ือประสม สาระเศรษฐศาสตร์ วิชา สังคมศึกษา ส๒๑๑๐๑ ช้ัน
มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑, (สรุ นิ ทร์ : โรงเรียนศขี รภมู ิพสิ ยั , ๒๕๕๖), บทคัดยอ่ .
๔๘ พีรวัฒน์ แสงเขียว และคณะ, การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง เหตุการณ์สาคัญทาง
ประวัติศาสตร์สากลท่ีมีผลต่อโลกปัจจุบันช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๕ โดยใช้ชุดการเรียนประกอบกับสื่อประสมและ
เทคนคิ จก๊ิ ซอว์, (มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยราชภฏั มหาสารคาม, ๒๕๕๘), บทคัดยอ่ .
๔๙ อ่ิมทอง ปัญญา, การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้สิ่งแวดล้อม เร่ือง ชุมชนของเรา ของนักเรียน
ช่วงช้ันที่ ๓ โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ปทุมธานี, ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต, (กรุงเทพมหานคร :
มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร, ๒๕๔๙), บทคัดย่อ.
๕๗
เรยี นประกอบกับสอื่ ประสม ผลการวิจยั พบว่า ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นหลังเรยี นสูงกว่ากอ่ นการเรียน
อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕๕๐ นอกจากน้ีแล้ว สื่อการสอน PowerPoint เป็นการสร้าง
บรรยากาศการเรียนการสอนทาให้นักเรียนเกิดความสนใจ ไม่เบ่ือหน่าย กระตือรือร้น เอาใจใส่ และ
ให้ความสนใจในการทากิจกรรม เพราะมีการเปลี่ยนสิ่งเร้าตลอดเวลา จึงทาให้นักเรียนได้รับความรู้
กว้างขวาง เข้าใจบทเรียนย่ิงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของดวงพร เกี๋ยงคา ท่ีกล่าวว่าสื่อ
PowerPoint เป็นสื่อที่ทาให้นักเรียนเกิดความสนใจ ไม่เบ่ือเพราะมีการเปล่ียนสิ่งเร้าอยู่ตลอดเวลา
อีกทั้งยังทาให้นักเรียนได้รับความรู้กว้างขวางเข้าใจบทเรียนดีย่ิงข้ึน และยังทาให้ประหยัดเวลา
นักเรียนเกิด ความรู้ได้รวดเร็ว เพราะได้เรียนจากส่ือการเรียนการสอนท่ีแตกต่างกันหลายๆ อย่าง๕๑
ส่ือการสอน PowerPoint ที่ผู้วิจัยท่ีนามาใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้สามารถอธิบายหรือถ่ายทอด
ความรู้จากนามธรรมมาสู่ความรู้ที่เป็นรูปธรรมได้อย่างเป็นระบบสื่อการสอนสอดคล้องกับผลการ
เรียนรู้ เนื้อหา มีความแปลกหลากหลาย และมีสีสัน สร้างความเร้าใจช่วยกระตุ้นให้นักเรียนมีความ
สนใจในการเรียนรู้ ทาให้นักเรียนเกิดความรู้ เข้าใจ สามารถพัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเน่ืองเกิดการ
เรยี นรูใ้ นเนื้อหาวิชาได้อย่างมีผลสัมฤทธสิ์ ูงขึน้ และเมอ่ื ผู้วจิ ยั ไดจ้ ัดการเรียนรู้ให้นักเรยี นทาใบงานโดย
นักเรียนแต่ละคนที่คละความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง อ่อน นักเรียนจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มี
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และความรู้ ร่วมกัน ซ่ึงเป็นการช่วยให้นักเรียนได้ฝึกการเรียนรู้
ร่วมกันได้อีกทางหนึ่ง และหลังจากนักเรียนเรียนจบ ในแต่ละครั้ง ได้มีการสนทนาซักถามในเน้ือหาที่
ยังไม่เข้าใจและช่วยกันสรุป โดยครูจะคอยเพิ่มเติมในข้อสรุปบางอย่าง ก่อนท่ีจะให้นักเรียนทดสอบ
หลังเรียน รวมท้ังครูให้การเสริมแรง ใช้เทคนิคการสอนที่ช่วยกระตุ้นนักเรียน อันจะส่งผลต่อการ
พัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน และยังเป็นการสร้างเจตนคติท่ีดีต่อรายวิชาที่จัดการเรียนการสอนอีก
ดว้ ย
๕๐ พีรวัฒน์ แสงเขียว และคณะ, การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง เหตุการณ์สาคัญทาง
ประวัติศาสตร์สากลท่ีมีผลต่อโลกปัจจุบันชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โดยใช้ชุดการเรียนประกอบกับสื่อประสมและ
เทคนคิ จิก๊ ซอว์, (มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, ๒๕๕๘), บทคัดยอ่ .
๕๑ ดวงพร เก๋ียงคา, ค่มู ือใช้งาน PowerPoint ๒๐๑๓ ฉบบั สมบูรณ์, (กรุงเทพมหานคร : ไอดีซีพรเี มียร์,
๒๕๕๗), หน้า ๗.
๕๘
๕.๓ ขอ้ เสนอแนะจากผลการวจิ ัย
จากการวิจัยผลการใช้ส่ือการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint
เร่ือง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ โรงเรียนบ้านดอนดู่คุรุราษฎร์
วทิ ยา อาเภอเมืองขอนแก่น จงั หวดั ขอนแก่นผ้วู ิจัยมีขอ้ เสนอแนะ ดงั น้ี
๕.๓.๑ ขอ้ เสนอแนะในการนาผลการวจิ ัยไปใช้
๑) ควรเผยแพร่ความรู้ เร่ือง การสร้างสื่อการสอน โปรแกรม Microsoft PowerPoint
ประกอบการเรียนรู้ให้เป็นที่รู้กันโดยท่ัวไป และส่งเสริมให้ครูผู้สอนรายวิชาต่าง ๆ สร้างส่ือการสอน
ในรายวชิ าทสี่ อน เพอ่ื ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน
๒) ครูผู้สอนกลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ ควรร่วมกันสร้างส่ือการสอน โปรแกรม Microsoft
PowerPoint ประกอบการเรียน ในรายวิชาท่ีสอน เพื่อให้นักเรียนที่อาจจะขาดเรียนในบางคาบ
ใชเ้ รียนรู้ดว้ ยตนเองเพอ่ื ทดแทนในคาบเรยี นทข่ี าดไป
๓) ครูอาจเผยแพร่บทเรียนลงในเว็บไซต์โรงเรียนเพื่อให้นักเรียนใช้เป็นสื่อประกอบการ
เรยี นรู้เพอื่ เสรมิ ความรู้เพอ่ื การสอบคัดเลอื กเขา้ ศึกษาต่อในระดับสงู
๕.๓.๒ ข้อเสนอแนะในการวิจัยครง้ั ต่อไป
๑) ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับการเปรียบเทียบการจัดการเรียนรู้โดยสื่อการสอน โปรแกรม
Microsoft PowerPoint กบั การจัดการเรยี นร้วู ิธอี ืน่ ๆ เชน่ บทเรียนคอมพิวเตอร์ เปน็ ต้น
๒) ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับการเปรียบเทียบการจัดการเรยี นรู้โดยใช้ส่ือการสอน โปรแกรม
Microsoft PowerPoint ประกอบการเรียนรู้กับนักเรียนท่ีมีความสามารถต่างกัน หรือนักเรียนที่มี
ลักษณะแตกต่างกัน เช่น เพศ อายุ ความ ถนัดทางภาษา สถานภาพทางเศรษฐกิจ และระดับคะแนน
เฉล่ียของทกุ วิชา
๓) ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อการสอน โปรแกรม Microsoft
PowerPoint ประกอบการเรียนรู้ โดยสื่อรูปแบบอื่นๆ และเปรียบเทียบเพื่อให้เกิดความรู้คงทน
แก่ผู้เรียนในการเรียนรู้ระหว่างการเรียน โดยใช้ส่ือการสอน โปรแกรม Microsoft PowerPoint
ประกอบการเรียน เพือ่ การพัฒนาสง่ เสรมิ การเรียน เพอื่ ให้นักเรยี นมีความรู้คงทนมากขน้ึ
๕๙
บรรณานกุ รม
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธกิ าร. ความรเู้ กี่ยวกับสื่อมลั ติมีเดียเพือ่ การศกึ ษา. กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพ์ครุ สุ ภา, ๒๕๕๑.
________. การจัดสาระการเรยี นร้กู ลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ - ๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๖๒. พิมพค์ รง้ั ท่ี ๑. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ครุ ุสภาลาดพร้าว, ๒๕๖๒.
กระทรวงศกึ ษาธิการ. พระราชบัญญัติการศกึ ษาแห่งชาตแิ ก้ไขเพ่ิมเติม พ.ศ. ๒๕๕๕.
กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พค์ ุรุสภา, ๒๕๕๕.
กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย, ๒๕๕๒.
กิดานนั ท์ มลทิ อง. เทคโนโลยีและการสอ่ื สารเพ่อื การศึกษา, กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์อรุณ
การพิมพ์, ๒๕๔๙.
คณิต ดวงหัสดี. การรบั ร้วู ฒั นธรรมองคก์ ารและความผูกพนั ตอ่ องคก์ าร : กรณศี กึ ษาหน่วยงาน
ที่ไมใ่ ชห่ นว่ ยงานของรฐั (วทิ ยานพิ นธม์ หาบัณฑติ ). ชลบรุ ี : มหาวิทยาลยั บูรพา,
๒๕๔๗.
ชวาล แพรัตกลุ . เทคนคิ การวัดผล (พมิ พ์ครัง้ ท่ี ๗). กรุงเทพมหานคร : สานักพิมพ์วัฒนาพานชิ ,
๒๕๕๒.
ชัยยงค์ พรหมวงศ.์ ระบบสอ่ื การสอน. กรงุ เทพมหานคร : สานักพิมพจ์ ุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั ,
๒๕๕๐.
________. เทคโนโลยกี ารศกึ ษา : หลกั การและการปฏบิ ัติ, กรุงเทพมหานคร : วัฒนาพานิช.
๒๕๕๓.
________. เอกสารการสอนชดุ วชิ าเทคโนโลยแี ละสอื่ สารการศึกษาหน่วยท่ี ๑ - ๕ (ระบบสอ่ื
การสอน). พมิ พค์ ร้ังที่ ๒. นนทบุรี : สานักเทคโนโลยีการศกึ ษา
มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๕๖.
ไชยยศ เรอื งสวุ รรณ. การจัดระบบงานสอื่ และเทคโนโลยีการศึกษาและหอ้ งสมดุ สือ่ โรงเรียน.
มหาสารคาม : ภาควิชาเทคโนโลยแี ละส่ือการศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัย
มหาสารคาม, ๒๕๔๘.
________. การออกแบบพฒั นาโปรแกรมบทเรียนและบทเรยี นบนเว็บ. มหาสารคาม :
มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, ๒๕๕๓.
๖๐
ดวงพร เกย๋ี งคา. ค่มู อื ใช้งาน PowerPoint ๒๐๑๓ ฉบบั สมบรู ณ์, กรุงเทพมหานคร : ไอดีซีพรีเมยี ร์,
๒๕๕๗.
ดิเรก ฤกษ์หร่าย. การทาการเปลยี่ นแปลง : เน้นกระบวนการเผยแพรก่ ระจายนวตั กรรม.
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์เฉลมิ ชาญการพิมพ์, ๒๕๔๘.
ดสุ ิต ขาวเหลอื ง. การบูรณาการใช้ส่ือประสมและสื่อหลายมติ เิ พื่อการสอนและการเรียนรู้.
วารสารศกึ ษาศาสตร์ ปที ี่ ๑๘ ฉบบั ท่ี ๑, ๒๕๔๙.
ทวศี กั ด์ิ กาญจนสุวรรณ. มลั ตมิ ีเดยี ฉบับพนื้ ฐาน. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์เคทพี กี ารพมิ พ์,
๒๕๕๒.
ทองพูล บุญยิง่ . การพัฒนาการสอนและผลงานทางวิชาการครู. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พค์ ุรสุ ภา,
๒๕๕๐.
นิพนธ์ ศุขปรดี ี. “ชุดฝึกอบรม” ในเอกสารการสอนชุดวิชาเทคโนโลยแี ละส่อื สารการฝึกอบรม
หนว่ ยที่ ๑ หนา้ ๑๔๗ – ๑๙๗. นนทบุรี : มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช, ๒๕๔๗.
บญุ ชม ศรีสะอาด. การวจิ ยั และพัฒนาการสอน. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์สุรวิ ิยาสาส์น, ๒๕๔๗.
บญุ ธรรม กจิ ปรีดาบริสุทธ์.ิ คมู่ ือการวิจัยการเขยี นรายงานการวิจัยและวิทยานิพนธ์
กรงุ เทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั มหิดล, ๒๕๕๓.
ประดับ จันทร์สุขศร.ี การเขยี นตาราและเอกสารทางวชิ าการ. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พค์ รุ สุ ภา,
๒๕๔๗.
ประภากร ไชยเสนา. การพฒั นาชุดการเรียนแบบสอ่ื ประสม เร่อื ง ชีวิตกบั สง่ิ แวดล้อม
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ขอนแกน่ : โรงเรียนโนนศลิ าวทิ ยาคม, ๒๕๕๕.
ประภาพรรณ เสง็ วงศ.์ การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรูด้ ้วยการวจิ ยั ในช้นั เรยี น. กรุงเทพมหานคร :
โรงพมิ พอ์ ีเคบคุ ค,์ ๒๕๕๐.
เผชญิ กจิ ระการ. ดชั นีประสิทธิผล. มหาสารคาม : คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม,
๒๕๔๖.
________. การวจิ ัยและทฤษฎีเทคโนโลยีการศกึ ษา. มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม,
๒๕๕๔.
พยูรณี ตันมิง่ . การพัฒนาส่ือประสม ประกอบการเรยี นรกู้ ลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา เรอ่ื ง
กฎหมายทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับชวี ติ ประจาวนั ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๔. เลย : โรงเรยี นเชยี งคาน,
๒๕๕๑.
พรพิไล เลศิ วชิ า. แนวทางการพัฒนามลั ติมีเดยี เพอื่ การศึกษา. เชยี งใหม่ : สานกั พิมพ์ธารปัญญา,
๒๕๕๒.
๖๑
พชิ ติ ฤทธจ์ิ ารญู . หลกั การวัดและประเมินผลการศึกษา. กรงุ เทพมหานคร : สานักพิมพ์แห่ง
จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๐.
พิสณุ ฟองศร.ี วจิ ยั ทางการศึกษา. พมิ พ์ครง้ั ที่ ๖. กรุงเทพฯ : บริษทั พอเพอรต์ ี้ จากัด, ๒๕๕๓.
พีรวัฒน์ แสงเขยี ว และคณะ. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่อื ง เหตกุ ารณส์ าคญั ทาง
ประวตั ศิ าสตรส์ ากลท่ีมีผลต่อโลกปัจจุบนั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕ โดยใช้ชุดการเรยี น
ประกอบกบั สื่อประสมและเทคนคิ จก๊ิ ซอว์, มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยราชภัฏ
มหาสารคาม, ๒๕๕๘.
เพญ็ ศรี ศรสี วสั ด์ิ. การศึกษาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น โดยใชช้ ุดสื่อประสมผ่านเครอื ขา่ ย
อนิ เทอร์เน็ต วชิ าการประยกุ ตใ์ ช้คอมพวิ เตอร์ ในสถาบันการพลศึกษา. สพุ รรณบุรี :
สถาบนั การพลศึกษา, ๒๕๕๒.
ไพศาล หวังพานชิ . การวัดผลการศึกษา. กรงุ เทพมหานคร : สานักพมิ พ์ไทยวฒั นาพานชิ , ๒๕๔๖.
ภัทรา นิคมานนท์. การประเมนิ ผลการเรยี น. กรุงเทพมหานคร : ทพิ ยวสิ ุทธ์ิ, ๒๕๔๓.
มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช. เอกสารการสอนชดุ วิชาเทคโนโลยีและสือ่ สารการศึกษา.
นนทบรุ ี : สานกั พมิ พ์มหาวิทยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช, ๒๕๔๙.
มณฑา สขุ ศรี. การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาสงั คมศกึ ษา เร่อื ง เครื่องมือทางภูมศิ าสตร์
โดยใช้บทเรียนชดุ ส่ือประสม มัธยมศึกษาปที ่ี ๒. กรุงเทพมหานคร : โรงเรยี นอัสสัมชัญ
ธนบรุ ี, ๒๕๕๗.
เยาวดี วบิ ลู ย์ศรี. การวัดผลและการสรา้ งแบบวดั ผลสัมฤทธิ์. กรุงเทพมหานคร : สานกั พมิ พ์แห่ง
จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย, ๒๕๕๐.
เรวดี หนอ่ นารถ. สอ่ื การสอน. กรงุ เทพมหานคร : วเี จพรน้ิ ตต์ ง้ิ , ๒๕๔๗.
ล้วน สายยศ และ อังคณา สายศ. เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. กรงุ เทพมหานคร : สุวิรยิ าสาสน์ ,
๒๕๕๐.
วชริ าพร อัจฉรยิ โกศล. การประเมนิ ผลสือ่ การสอน. กรุงเทพมหานคร : สานักพิมพแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั , ๒๕๔๘.
วราภรณ์ กจิ สวสั ด์ิ. การพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นวิชาคณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง ตวั ประกอบของ
จานวนนับ ของนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ ดว้ ยการจัดการเรียนรู้โดยใชส้ อื่
ประสม. กรุงเทพมหานคร : โรงเรยี นอสั สมั ชัญ แผนกประถม, ๒๕๕๖.
วาโร เพง็ สวสั ดิ.์ การวจิ ัยในชนั้ เรยี น. กรุงเทพมหานคร : สวุ ริ ิยาสาส์น, ๒๕๔๖.
วลั ลภา กองอินตา. การศึกษาผลสัมฤทธ์แิ ละความพงึ พอใจในการเรียนโดยใช้สอื่ Power
Point เรอ่ื งแรง มวล และการเคลอื่ นที่ (ปรญิ ญานพิ นธ์มหาบณั ฑติ ). เชยี งใหม่ :
วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลเิ ทคนิคลานนา, ๒๕๕๔.
๖๒
วิจารณ์ พานชิ . วิถีสร้างการเรียนรู้เพอ่ื ศษิ ยใ์ นศตวรรษที่ ๒๑. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์
มลู นธิ สิ ดศรีสฤษดวิ์ งศ์, ๒๕๕๕.
วิชยั วงษใ์ หญ่. พฒั นาหลกั สูตรและการสอนมิติใหม่. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์, ๒๕๔๕.
วลิ าวัณย์ พนิ สวุ รรณ และคณะ. การพฒั นาหนังสอื อิเลก็ ทรอนิกสแ์ บบสอ่ื ประสม กลุม่ สาระ
การเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม เรือ่ ง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๒. สงขลา : คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยทักษิณ, ๒๕๕๕.
สมบญุ ภนู่ วล. การประเมนิ ผลการสรา้ งแบบทดสอบ. กรงุ เทพมหานคร : บารมกี ารพิมพ์, ๒๕๕๕.
สมหวงั พิธยิ านุวฒั น์. วิธีการทางการประเมินศาสตรแ์ หง่ คุณคา่ . พิมพค์ รัง้ ที่ ๒. กรงุ เทพมหานคร :
จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั , ๒๕๕๔.
สชุ า จนั ทร์เอมและสุรางค์ จนั ทรเ์ อม. สถิตแิ ละการประเมินผลการเรยี น. กรงุ เทพมหานคร :
สานกั พมิ พอ์ กั ษรบณั ฑติ , ๒๕๕๑.
สุพัตรา เกษมเรืองวิชชญ.์ การพัฒนาชดุ สอ่ื ประสม หลักธรรมนาชวี ิต เพอ่ื ยกระดับผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี น สาระศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓. เชียงใหม่ :
โรงเรยี นเทศบาลวดั ศรีปงิ เมอื ง, ๒๕๕๔.
สรุ ชัย ศรีใส. เทคโนโลยีทางการศึกษา. อุบลราชธานี : มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี, ๒๕๕๕.
สุรนิ ทร์ โสฬส. การพัฒนาสือ่ ประสม สาระเศรษฐศาสตร์ วิชา สังคมศึกษา ส๒๑๑๐๑ ช้นั มธั ยม
ศกึ ษาปที ่ี ๑. สุรนิ ทร์ : โรงเรยี นศีขรภูมิพิสัย, ๒๕๕๖.
สวุ ทิ ย์ มลู คา. วธิ ีการจัดการเรยี นรเู้ พือ่ พัฒนาความรแู้ ละทักษะ. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์
ภาพพมิ พ์, ๒๕๕๐.
อิม่ ทอง ปญั ญา. การพฒั นาแผนการจดั การเรียนรู้สิง่ แวดล้อม เร่อื ง ชมุ ชนของเรา ของนักเรยี น
ช่วงช้นั ที่ ๓ โรงเรียนจฬุ าภรณร์ าชวิทยาลยั ปทมุ ธานี. (ปรญิ ญานิพนธ์มหาบณั ฑติ ).
กรงุ เทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ ประสานมติ ร, ๒๕๔๙.
๖๓
ภาคผนวก
๖๔
ภาคผนวก ก
รายช่อื ผู้เช่ยี วชาญที่ตรวจสอบเครอื่ งมอื
๖๕
รายช่อื ผู้เชยี่ วชาญท่ตี รวจสอบเคร่อื งมือ
๑. ดร.วีระศักด์ิ พฤกษทเวศ ตาแหนง่ ครู คศ.๓
โรงเรียนโคกสีพทิ ยาสรรพ์ อาเภอเมอื ง จังหวัดขอนแก่น
๒. นายธนสทิ ธิ์ ธนสีลังกรู ตาแหนง่ ครูชานาญการพเิ ศษ
โรงเรยี นโคกสพี ิทยาสรรพ์ อาเภอเมอื ง จงั หวดั ขอนแก่น
๓. นางสาวชมพนู ชุ พเิ ชฐพันธุ์ ตาแหนง่ ครชู านาญการพเิ ศษ
โรงเรยี นบ้านดอนดคู่ รุ รุ าษฎร์วทิ ยา อาเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
๖๖
ภาคผนวก ข
แบบประเมนิ คณุ ภาพเครอื่ งมอื โดยผเู้ ช่ียวชาญ
๖๗
แบบประเมนิ คณุ ภาพของสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์
โปรแกรม Microsoft PowerPoint เรื่อง ความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจ
สาหรับนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรยี นบ้านดอนดูค่ รุ ุราษฎรว์ ทิ ยา
โดยผ้เู ช่ียวชาญ
คาช้แี จง ๑. การประเมินคุณภาพต่อการสอน โดยสื่อการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม
Microsoft PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อทราบความ
คิดเห็นของผู้เช่ียวชาญ ซ่ึงผลการประเมินจะนาไปใช้ปรับปรุงสื่อการสอน PowerPoint ให้เหมาะสม
กบั ผู้เรียนให้มากทีส่ ุด ซึง่ วธิ กี ารประเมนิ มี ดงั น้ี
๒) โปรดทาเครื่องหมาย ลงใช่องความคิดเห็นของท่าน แต่ละระดับคะแนนมี
ความหมาย ดังน้ี
๕ หมายถึง มคี วามเหมาะสมมากทสี่ ดุ
๔ หมายถงึ มีความเหมาะสมมาก
๓ หมายถึง มีความเหมาะสมปานกลาง
๒ หมายถึง มคี วามเหมาะสมน้อย
๑ หมายถงึ มีความเหมาะสมน้อยท่สี ุด
ข้อ รายการประเมิน ระดบั ความเหมาะสม
๕๔๓๒๑
๑ ด้านเนื้อหาและการนาเสนอ
๑.๑ เนอ้ื หาครอบคลมุ ตามผลการเรียนรรู้ ายวิชา
๑.๒ การจัดลาดับขนั้ ตอนและการนาเสนอเน้อื หา
๑.๓ ความถูกตอ้ งของเนื้อหา
๑.๔ ความชดั เจนในการอธิบายเนือ้ หา
๑.๕ เน้อื หามคี วามเหมาะสมกับระดับความรู้ของผู้เรยี น
๖๘
ขอ้ รายการประเมนิ ระดบั ความเหมาะสม
๕๔๓๒๑
๒ ด้านภาพ การใช้ภาษา และเสยี งประกอบ
๒.๑ ความถกู ต้องของภาพท่นี าเสนอเนื้อหา
๒.๒ ขนาดของภาพเหมาะสมกบั บทเรยี น
๒.๓ การสอ่ื ความหมายของภาพประกอบบทเรยี น
๒.๔ การเร้าความสนใจด้วยภาพประกอบบทเรียน
๒.๕ การใช้ภาษาและสะกดคาถกู ตอ้ ง
๓ ดา้ นการออกแบบภาพในบทเรียน
๓.๑ แบบและขนาดของตัวอักษรนาเสนอชดั เจนดี
๓.๒ ความเหมาะสมของสีจอภาพ
๓.๓ ความเหมาะสมของอักษร สี เทคนิคตา่ ง ๆ
๓.๔ การใชภ้ าษาสื่อสารเขา้ ใจได้ดี
๓.๕ การบรรยายเน้อื หา
๔ ด้านการเรยี นรใู้ นบทเรียน
๔.๑ คาอธบิ ายในบทเรียนชัดเจน
๔.๒ ความต่อเน่อื งของการนาเสนอเน้ือหา
๔.๓ บทเรยี นส่งเสรมิ การเรยี นรขู้ องผู้เรียน
๔.๔ บทเรยี นเหมาะสมกับระดบั ผู้เรยี น
๔.๕ ความเหมาะสมของวธิ เี รียนร้จู ากบทเรียน
ขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเตมิ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๖๙
ภาคผนวก ค
ส่อื การสอน PowerPoint เรื่อง ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกจิ
๗๐
สอ่ื การสอน PowerPoint
เร่อื ง ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ “หน่วยเศรษฐกจิ ”
๗๑
ส่ือการสอน PowerPoint
เรื่อง ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกจิ “การหารายได้ รายจ่าย การออม การลงทุน ซ่ึง
แสดงความสมั พนั ธ์ ระหวา่ งผู้ผลติ ผ้บู รโิ ภค และรัฐบาล”
๗๒
สอื่ การสอน PowerPoint
เร่อื ง ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ “ภาษแี ละหน่วยงานทท่ี าหนา้ ท่ีจัดเก็บภาษี”
๗๓
สอ่ื การสอน PowerPoint
เร่อื ง ความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจ “สทิ ธขิ องผ้บู ริโภค”
๗๔
สอ่ื การสอน PowerPoint
เร่อื ง ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกิจ “สทิ ธขิ องผ้ใู ชแ้ รงงาน”
๗๕
ภาคผนวก ง
ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู ของผ้เู ชยี่ วชาญ
๗๖
ตารางท่ี ๔.๓ แสดงผลการประเมนิ ความเหมาะสมของสอ่ื การสอน PowerPoint โดยผเู้ ชยี่ วชาญ
ขอ้ รายการประเมิน ผู้เชย่ี วชาญคนท่ี
๑ ๒ ๓ ๔ ๕ x . .
๑ ด้านเน้ือหาและการนาเสนอ
๑.๑ เนือ้ หาครอบคลุมตามผลการเรียนร้รู ายวิชา ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕.๐๐ ๐.๐๐
๑.๒ การจัดลาดับข้นั ตอนและการนาเสนอเนอ้ื หา ๕ ๔ ๕ ๕ ๔ ๔.๖๐ ๐.๔๘
๑.๓ ความถูกต้องของเน้ือหา ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕.๐๐ ๐.๐๐
๑.๔ ความชดั เจนในการอธิบายเน้ือหา ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔.๘๐ ๐.๓๒
๑.๕ เนอื้ หามคี วามเหมาะสมกับระดับความรู้ของผูเ้ รียน ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔.๘๐ ๐.๓๒
ระดับคะแนนเฉลี่ย
๔.๘๔ ๐.๓๖
๒ ดา้ นภาพ การใช้ภาษา และเสยี งประกอบ
๒.๑ ความถกู ต้องของภาพท่ีนาเสนอเนื้อหา ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕.๐๐ ๐.๐๐
๒.๒ ขนาดของภาพเหมาะสมกับบทเรยี น ๕ ๕ ๔ ๕ ๔ ๔.๖๐ ๐.๔๘
๒.๓ การส่อื ความหมายของภาพประกอบบทเรียน ๕ ๕ ๕ ๕ ๔ ๔.๘๐ ๐.๓๒
๒.๔ การเร้าความสนใจด้วยภาพประกอบบทเรียน ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔.๘๐ ๐.๓๒
๒.๕ การใช้ภาษาและสะกดคาถูกต้อง ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔.๘๐ ๐.๓๒
ระดบั คะแนนเฉลีย่
๔.๘๔ ๐.๓๖
๓ ดา้ นการออกแบบภาพในบทเรยี น
๓.๑ แบบและขนาดของตวั อกั ษรนาเสนอชัดเจนดี ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕.๐๐ ๐.๐๐
๓.๒ ความเหมาะสมของสีจอภาพ ๕ ๕ ๔ ๕ ๔ ๔.๖๐ ๐.๔๘
๓.๓ ความเหมาะสมของอักษร สี เทคนิคต่าง ๆ ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔.๘๐ ๐.๓๒
๓.๔ การใชภ้ าษาส่ือสารเข้าใจไดด้ ี ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕.๐๐ ๐.๐๐
๓.๕ การบรรยายเน้อื หา ๕ ๕ ๕ ๕ ๔ ๔.๘๐ ๐.๓๒
ระดบั คะแนนเฉลยี่
๔.๘๔ ๐.๓๖
๗๗
ตารางที่ ๔.๓ แสดงผลการประเมินความเหมาะสมของส่ือการสอน PowerPoint โดยผู้เช่ียวชาญ
(ต่อ)
ข้อ รายการประเมนิ ผเู้ ช่ยี วชาญคนท่ี
๑ ๒ ๓ ๔ ๕ x S.D.
๔ ด้านการเรียนรใู้ นบทเรยี น
๔.๑ คาอธิบายในบทเรยี นชัดเจน ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕.๐๐ ๐.๐๐
๔.๒ ความตอ่ เนอื่ งของการนาเสนอเนอ้ื หา ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕.๐๐ ๐.๐๐
๔.๓ บทเรียนสง่ เสริมการเรียนรูข้ องผเู้ รียน ๕ ๕ ๕ ๕ ๔ ๔.๘๐ ๐.๓๒
๔.๔ บทเรยี นเหมาะสมกับระดับผู้เรยี น ๕ ๕ ๔ ๕ ๕ ๔.๘๐ ๐.๓๒
๔.๕ ความเหมาะสมของวิธเี รียนรู้จากบทเรียน ๕ ๕ ๔ ๕ ๔ ๔.๖๐ ๐.๔๘
ระดับคะแนนเฉลี่ย
๔.๘๔ ๐.๓๖
๗๘
ภาคผนวก จ
ผลการหาประสิทธิภาพของส่ือการสอน
- ผลการหาประสทิ ธภิ าพของส่ือการสอน PowerPoint คร้งั ที่ ๑ แบบเดี่ยว จานวน ๓ คน
- ผลการหาประสิทธิภาพของสอ่ื การสอน PowerPoint ครง้ั ท่ี ๒ กลมุ่ เลก็ จานวน ๙ คน
- ผลการหาประสิทธิภาพของสอื่ การสอน PowerPoint ครั้งท่ี ๓ กลุ่มตวั อยา่ ง จานวน ๑๒ คน
๗๙
แบบทดสอบระหวา่ งเรยี น วชิ าเศรษฐศาสตร์
เรอ่ื ง ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจ “หน่วยเศรษฐกจิ ”
คาชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบที่ถกู ต้องท่สี ุดเพียงคาตอบเดียว
1. หน่วยเศรษฐกจิ สามารถแบ่งออกได้กรี่ ะดบั
ก. ๒ ระดับ ข. ๓ ระดบั
ค. ๔ ระดับ ง. ๕ ระดับ
2. หน่วยครัวเรอื น หมายถึง หน่วยใด
ก. หน่วยของบคุ คลหรือครอบครัว
ข. องค์กรหรอื สถาบัน
ค. หน่วยทที่ าหนา้ ท่เี อาปัจจยั การผลติ มาดาเนนิ การผลติ
ง. ไมม่ ีข้อถูก
3. หนว่ ยครวั เรือนมีบทบาทสาคัญในข้อใด
ก. ผ้ผู ลิต ข. ผู้ลงทุน
ค. ผู้บรโิ ภค ง. เจา้ ของท่ีดิน
4. หน่วยธรุ กิจมหี ลายลกั ษณะ คือ
ก. บรษิ ัท หา้ งหุน้ ส่วน หา้ งสรรพสนิ ค้า ร้านค้า ข. ผู้บริโภค ร้านคา้
ค. การแลกเปล่ียนสินคา้ ง. ถูกทุกข้อ
5. ร้านคา้ สะดวกซื้อ คือหน่วยงานของอะไร
ก. หน่วยพลเรอื น ข. หนว่ ยรัฐบาล
ค. หน่วยครัวเรอื น ง. หน่วยธุรกิจ
6. การผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศไทย เปน็ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของหน่วยเศรษฐกิจใด
ก. หน่วยธรุ กจิ ข. หน่วยรฐั บาล
ค. หนว่ ยครัวเรอื น ง. หน่วยพลเรอื น
7. ร้าน 7- Eleven เป็นหนว่ ยเศรษฐกจิ ในข้อใด
ก. หนว่ ยพลเรอื น ข. หน่วยรฐั บาล
ค. หนว่ ยครัวเรอื น ง. หน่วยธรุ กจิ
8. หา้ งสรรพสนิ คา้ เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกจิ ของหน่วยเศรษฐกจิ ใด
ก. หนว่ ยพลเรอื น ข. หน่วยรฐั บาล
ค. หนว่ ยธุรกิจ ง. หนว่ ยครวั เรือน
9. ธนาคาร เปน็ หนว่ ยงานของอะไร
ก. หน่วยพลเรอื น ข. หน่วยรฐั บาล
ค. หนว่ ยธุรกจิ ง. หน่วยครัวเรือน
10. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งหน่วยเศรษฐกิจ มีหนว่ ยใดบ้าง
ก. หน่วยครวั เรือน หนว่ ยธรุ กจิ หนว่ ยรัฐบาล ข. หน่วยรัฐบาล หนว่ ยพลเรอื น หน่วยธุรกจิ
ค. หน่วยครัวเรอื น หน่วยพลเรือน หนว่ ยรัฐบาล ง. ไมม่ ขี อ้ ถกู
๙๘
เฉลยแบบทดสอบระหว่างเรยี น วิชาเศรษฐศาสตร์
เรือ่ ง ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจ “หนว่ ยเศรษฐกิจ”
ข้อ คาตอบที่ถกู
๑ข
๒ก
๓ค
๔ก
๕ง
๖ข
๗ง
๘ค
๙ข
๑๐ ก
๙๙
ตารางที่ ๔.๔ ผลการประเมนิ คา่ ความเทยี่ งตรงเชงิ เน้ือหา (IOC) ของแบบทดสอบระหวา่ งเรียน
วชิ าเศรษฐศาสตร์ เรื่อง ความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจ “หนว่ ยเศรษฐกจิ ”
โดยผู้เชย่ี วชาญ
ข้อสอบข้อท่ี ความคิดเห็นของผูเ้ ช่ยี วชาญ IOC แปลผล
๑๒๓๔๕
๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๒ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
๓ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๔ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
๕ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๖ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๗ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๘ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใช้ได้
๙ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๑๐ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
๑๐๐
แบบทดสอบระหว่างเรยี น วชิ าเศรษฐศาสตร์
เรือ่ ง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ “การหารายได้ รายจ่าย การออม การลงทนุ ซง่ึ แสดง
ความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ผลติ ผบู้ ริโภค และรัฐบาล”
คาชีแ้ จง : ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบทถ่ี กู ตอ้ งที่สดุ เพยี งคาตอบเดียว
1. เมอื่ นกั เรียนมรี ายไดค้ ณุ ควรทาอะไรเป็นอนั ดับแรก
ก. เก็บออม ข. ซ้ือของใชท้ ่จี าเป็น
ค. ซอ้ื ของท่ีอยากได้ ง. นาเงินไปทาบญุ
2. ข้อใดไม่ใชร่ ายจ่ายจาเป็น
ก. คา่ อาหาร ข. คา่ ลอตเตอร่ี
ค. ค่าอุปกรณ์การเรียน ง. คา่ เดินทางไปวทิ ยาลยั
3. นกั เรียนควรออมเงินเพื่ออะไรเป็นลาดบั แรก
ก. เพอ่ื ซ้ือของท่ีอยากได้ ข. เพือ่ การเกษียณ
ค. เผ่อื เหตุการณ์ฉกุ เฉิน ง. เพื่อลงทุน
4. ขอ้ ใดเปน็ ส่ิงท่ี ไม่ควรทา หากคณุ ไมส่ ามารถทาตามแผนการเงินทีวางไวไ้ ด้
ก. ลดรายจ่าย ข. หารายได้เพ่ิม
ค. ปรบั แผนเพื่อให้ไปถึงเปา้ หมายท่ีตั้งใจ ง. ลม้ เลกิ แผน
5. ใครบา้ งทีควรวางแผนการเงิน
ก. เดก็ นักเรียน ข. คนทางาน
ค. คนมีครอบครัว ง. ถูกทกุ ขอ้
6. นักเรยี นควรมีเงนิ ออมเผือฉุกเฉินอย่างน้อยเทา่ ไร
ก. เท่าไรก็ได้ ข. เทา่ ของรายจา่ ยประจาในแตล่ ะเดือน
ค. เทา่ ของรายจ่ายประจาในแตล่ ะเดือน ง. เท่าของรายจ่ายประจาในแตล่ ะเดือน
7. เงนิ หมนุ เวียนในระบบเศรษฐกจิ ส่งผลให้เกดิ อะไร
ก. การผลิต การจา้ งงาน ประเทศมีการพฒั นาอย่างต่อเน่ือง ข. การจา้ งงาน ผู้บรโิ ภค
ค. ประเทศมีการพฒั นาอย่างต่อเนอ่ื ง ง. ไมม่ ีข้อถูก
8. ธนาคราจะนาเงินฝากไปให้หนว่ ยงานใดก้ยู ืม
ก. หนว่ ยธุรกิจ ข. หนว่ ยรัฐบาล
ค. หน่วยครัวเรือน ง. หนว่ ยพลเรอื น
9. หน่วยรฐั บาลมีหน้าทท่ี าอะไร
ก. การพัฒนาประเทศ ข. จดั เกบ็ ภาษี
ค. การพฒั นาประเทศ จัดเก็บภาษี ง. ผดิ ทกุ ข้อท่ีกลา่ วมา
10. หนว่ ยเศรษฐกจิ มีรายได้มากกวา่ รายจ่ายใชห่ รือไม่ เพราะอะไร
ก. ไม่ใชเ่ พราะรายจา่ ยมากกวา่ รายได้ ข. ใช่เพราะว่ามรี ายไดม้ ากกวา่ รายจา่ ย
ค. ไม่ใช่เพราะว่า ขาดทนุ ง. ไมม่ ีข้อถูก
๑๐๑
เฉลยแบบทดสอบระหวา่ งเรยี น วชิ าเศรษฐศาสตร์
เรือ่ ง ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ “การหารายได้ รายจ่าย การออม การลงทุน ซ่งึ แสดง
ความสมั พนั ธ์ ระหว่างผูผ้ ลิต ผ้บู ริโภค และรัฐบาล”
ข้อ คาตอบท่ีถกู
๑ก
๒ข
๓ค
๔ง
๕ก
๖ค
๗ก
๘ก
๙ก
๑๐ ข
๑๐๒
ตารางท่ี ๔.๕ ผลการประเมนิ คา่ ความเทย่ี งตรงเชงิ เน้อื หา (IOC) ของแบบทดสอบระหวา่ งเรียน
เรอ่ื ง ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกจิ “การหารายได้ รายจา่ ย การออม การลงทุน ซึ่งแสดง
ความสมั พนั ธ์ ระหวา่ งผ้ผู ลิต ผ้บู ริโภค และรัฐบาล” โดยผู้เชย่ี วชาญ
ขอ้ สอบข้อท่ี ความคิดเห็นของผู้เชีย่ วชาญ IOC แปลผล
๑๒๓๔๕
๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๒ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใช้ได้
๓ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๔ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
๕ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๖ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๗ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๘ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
๙ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๑๐ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใช้ได้
๑๐๓
แบบทดสอบระหว่างเรียน วิชาเศรษฐศาสตร์
เรื่อง ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจ “ภาษแี ละหนว่ ยงานทีท่ าหนา้ ทจี่ ัดเกบ็ ภาษี”
คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบทถ่ี กู ตอ้ งทสี่ ุดเพยี งคาตอบเดียว
1. หนว่ ยงานทมี่ ีหนา้ ทจี่ ัดเก็บภาษีโดยตรง คือหนว่ ยงานใด
ก. กรมธนารักษ์ ข. กรมโยธา
ค. กรมสรรพากร ง. กรมบัญชีกลาง
2. ภาษีทผ่ี บู้ ริโภคตอ้ งเสยี เม่ือซ้ือสนิ ค้าคือภาษปี ระเภทใด
ก. ภาษสี รรพสามติ ข. ภาษมี ูลค่าเพิ่ม
ค. ภาษศี ลุ กากร ง. ภาษเี งินได้
3. ประเภทของภาษี มีกป่ี ระเภท
ก. ๒ ประเภท ข. ๓ ประเภท
ค. ๔ ประเภท ง. ๕ ประเภท
4. รา้ นจาหนา่ ยสุราและบุหรี่ จะตอ้ งเสียภาษีแก่หน่วยงานใด
ก. กรมสรรพากร ข. กรมสรรพสามติ
ค. กรมศลุ กากร ง. กรมการคา้ ภายใน
5. ภาษที างตรง หมายถึง อะไร
ก. ภาษีทีเ่ รยี กเกบ็ จากผเู้ สยี ภาษีโดยตรง เช่น ภาษเี งนิ ได้ ภาษีทดี่ ิน
ข. ภาษีท่ีผ้เู สยี ภาษสี ามารถสามารถผลักภาระให้ผอู้ น่ื
ค. รฐั นาเงินมาจัดสรรใหเ้ กิดประโยชน์
ง. ถูกทุกข้อ
6. ภาษีทีส่ ามารถผลกั ภาระให้ผู้อ่นื ได้คอื ภาษีใด
ก. ภาษีทางตรง ข. ภาษที างอ้อม
ค. ภาษที างตรง ภาษีทางอ้อม ง. ไมม่ ีขอ้ ถูกสกั ขอ้
7. หน่วยงานของรัฐบาลท่ีทาหน้าท่ีในการจัดเกบ็ ภาษีอากร คือ หน่วยงานใด
ก. กระทรวงการคลงั ข. กระทรวงคมนาคม
ค. กระทรวงกลาโหม ง. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
8. กรมสรรพากร อยใู่ นกระทรวงใด
ก. กระทรวงการคลงั ข. กระทรวงคมนาคม
ค. กระทรวงกลาโหม ง. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
9. เพราะเหตุใดรบั บาลจงึ ต้องการจัดเก็บภาษี
ก. เพราะนาเงินภาษีไปพัฒนาประเทศ ข. แกไ้ ขปัญหาด้านเงนิ ลงทุน
ค. เพ่ิมผลผลติ ให้มากขน้ึ ง. ขายสินค้าได้ราคาแพง
10. กรมพระคลังมหาสมบตั ิได้ยกฐานะเปน็ กระทรวงคลังมหาสมบตั ิ ในปี พ.ศ. ใด
ก. ๒๔๓๑ ข. ๒๔๓๒ ค. ๒๔๓๓ ง. ๒๔๓๔
๑๐๔
เฉลยแบบทดสอบระหว่างเรยี น วิชาเศรษฐศาสตร์
เรือ่ ง ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ “ภาษีและหนว่ ยงานที่ทาหนา้ ท่จี ดั เกบ็ ภาษี”
ข้อ คาตอบท่ีถกู
๑ค
๒ข
๓ก
๔ข
๕ก
๖ข
๗ก
๘ก
๙ก
๑๐ ค
๑๐๕
ตารางที่ ๔.๖ ผลการประเมินค่าความเทย่ี งตรงเชิงเน้ือหา (IOC) ของแบบทดสอบระหวา่ งเรยี น
วิชาเศรษฐศาสตร์ เร่ือง ความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ “ภาษีและหน่วยงานที่ทาหน้าที่
จัดเก็บภาษี” โดยผเู้ ชย่ี วชาญ
ข้อสอบข้อท่ี ความคดิ เห็นของผูเ้ ช่ยี วชาญ IOC แปลผล
๑๒๓๔๕
๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๒ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
๓ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๔ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
๕ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๖ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๗ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๘ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
๙ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๑๐ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
๑๐๖
แบบทดสอบระหวา่ งเรียน วชิ าเศรษฐศาสตร์
เรอื่ ง ความสัมพันธท์ างเศรษฐกิจ “สิทธขิ องผู้บริโภค”
คาชแ้ี จง : ใหน้ กั เรียนเลอื กคาตอบทถ่ี กู ตอ้ งทส่ี ดุ เพยี งคาตอบเดยี ว
1. ข้อใดไมใ่ ชส่ ทิ ธิ ๕ ประการ ตามพระราชบัญญตั คิ ุ้มครองผบู้ ริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ แกไ้ ขเพม่ิ เติม ฉบบั ที่ ๒
(พ.ศ. ๒๕๔๑)
ก. สิทธทิ ่ีจะได้รบั การพิจารณาและชดเชยความเสยี หาย
ข. สิทธิท่ีจะมอี ิสระในการเลือกหาสนิ คา้ หรอื บริการ
ค. สิทธิท่จี ะได้รบั ขอ้ มูลในการโฆษณาขายสนิ คา้
ง. สทิ ธทิ จ่ี ะได้รับความเป็นธรรมในการทาสัญญา
2. ขอ้ ใดไม่ใช่การค้มุ ครองผ้บู ริโภคตามพระราชบัญญัตคิ ุม้ ครองผบู้ รโิ ภค พ.ศ. ๒๕๒๒
ก. ดา้ นการโฆษณา ข. ดา้ นอาหารและยา ค. ด้านฉลาก ง. ดา้ นสญั ญา
3. สายดว่ น สคบ. คอื หมายเลขใด
ก. ๑๖๑๖ ข. ๖๑๑๖ ค. ๑๖๖๑ ง. ๑๑๖๖
4. ใครเป็นประธานคณะกรรมการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค
ก. รฐั มนตรีประจาสานกั นายกรฐั มนตรี ข. เลขาธิการคณะกรรมการคมุ้ ครองผ้บู รโิ ภค
ค. นายกรฐั มนตรี ง. ปลดั สานักนายกรฐั มนตรี
5. สานกั งานคณะกรรมการคุ้มครองผบู้ ริโภคสังกัดกระทรวงใด
ก. กระทรวงพาณิชย์ ข. สานักนายกรฐั มนตรี ค. กระทรวงยตุ ิธรรม ง. ไม่มีข้อใดถูก
6. วนั คุ้มครองผ้บู ริโภค ตรงกับวนั ใด
ก. ๑ เมษายน ข. ๑ มกราคม ค. ๓๐ เมษายน ง. ๓๐ มกราคม
7. ถา้ ผู้ผลติ ขายสินค้าท่ีไมจ่ ัดทาฉลากสนิ คา้ หรอื ทาฉลากสนิ คา้ ไม่ถูกต้องจะมโี ทษอย่างไร
ก. จาคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กินหนึ่งหม่ืนบาท
ข. จาคกุ ไมเ่ กิน ๑ ปหี รอื ปรับไมเ่ กินหน่ึงแสนบาท
ค. จาคกุ ไม่เกนิ ๓ เดือน หรือปรบั ไม่เกินหน่ึงหมน่ื บาท
ง. ถูกทง้ั ข้อ ก และ ข
8. สนิ คา้ ประเภทใดบ้างเป็นสินค้าทค่ี วบคุมฉลากตามพระราชบญั ญัติค้มุ ครองผู้บริโภค
ก. สินคา้ ส่งออกเพื่อขาย ข. สินคา้ ทนี่ าเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย
ค. สนิ ค้าท่ีผลิตเพ่ือขายโดยโรงงานตามกฎหมายวา่ ดว้ ยโรงงาน ง. ถกู ทัง้ ข้อ ข และ ค
9. การโฆษณาถวายพระพร ห้ามใช้ข้อความใด
ก. ชือ่ ผู้ประพันธ์บทความถวายพระพร ข. โลโกบ้ รษิ ัทของผปู้ ระกอบธุรกิจ
ค. บทประพนั ธ์หรือข้อความท่ใี ช้ในการถวายพระพร ง. ชือ่ ผู้ประกอบธรุ กจิ
10. การโอนกรรมสิทธ์ริ ถยนตห์ รอื รถจกั รยานยนต์ ผปู้ ระกอบธุรกิจตอ้ งโอนใหก้ ับผบู้ ริโภคภายในกว่ี ัน
ก. ๔๕ วนั ข. ๖๐ วัน ค. ๓๐ วัน ง. ๑๕ วัน
๑๐๗
เฉลยแบบทดสอบระหวา่ งเรียน วิชาเศรษฐศาสตร์
เรื่อง ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจ “สิทธิของผู้บรโิ ภค”
ขอ้ คาตอบท่ีถกู
๑ค
๒ข
๓ง
๔ก
๕ข
๖ค
๗ข
๘ง
๙ข
๑๐ ค
๑๐๘
ตารางที่ ๔.๗ ผลการประเมินค่าความเที่ยงตรงเชิงเนอ้ื หา (IOC) ของแบบทดสอบระหวา่ งเรยี น
วิชาเศรษฐศาสตร์ เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ “สทิ ธขิ องผู้บรโิ ภค”
โดยผ้เู ชยี่ วชาญ
ข้อสอบข้อท่ี ความคดิ เหน็ ของผเู้ ชีย่ วชาญ IOC แปลผล
๑๒๓๔๕
๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๒ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
๓ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๔ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
๕ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๖ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้
๗ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๘ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้
๙ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้
๑๐ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใช้ได้