The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

๑๒-นายปรเมษฐ์ ทองโคตร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by social study, 2022-05-30 00:18:19

๑๒-นายปรเมษฐ์ ทองโคตร

๑๒-นายปรเมษฐ์ ทองโคตร

๑๐๙

แบบทดสอบระหว่างเรยี น วชิ าเศรษฐศาสตร์
เรื่อง ความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจ “สิทธขิ องผูใ้ ช้แรงงาน”

คาชแ้ี จง : ให้นกั เรียนเลอื กคาตอบที่ถูกต้องท่สี ดุ เพียงคาตอบเดียว

1. เวลาทางานปกตไิ ม่เกนิ กชี่ ่ัวโมงต่อวัน

ก. ๘ ช่ัวโมง ข. ๙ ชว่ั โมง ค. ๑๐ ชั่วโมง ง. ๑๑ ช่วั โมง

2. เวลาพักในการทางานไม่น้อยกวา่ วนั ละกชี่ ่วั โมง

ก. ๑ ช่วั โมง ข. ๒ ชว่ั โมง ค. ๓ ชั่วโมง ง. ๔ ชว่ั โมง

3. นายจา้ งจัดใหล้ ูกจา้ งมีวนั หยุดประจาสปั ดาห์ ไมน่ ้อยกว่าสปั ดาห์ละก่ีวัน

ก. ๑ วนั ข. ๒ วนั

ค. ๓ วัน ง. ๔ วนั

4. นายจ้างไม่สามารถรบั เด็กอายุตา่ กวา่ ก่ปี ีเข้าทางาน

ก. ๑๗ ปี ข. ๑๕ ปี

ค. ๑๖ ปี ง. ๑๘ ปี

5. การทางานล่วงเวลาในวันปกติจะไดร้ ับเงินค่าจา้ งก่เี ท่า

ก. ไมไ่ ด้ ข. ๑.๕ เทา่

ค. ๒.๐ เทา่ ง. ๒.๕ เท่า

6. นายจา้ งประการศวนั หยุดตามประเพณี ไม่น้อยกวา่ ปลี ะก่วี ัน

ก. ๑๐ วัน ข. ๑๑ วนั

ค. 1๓ วนั ง. ๑๔ วนั

7. วันแรงงานตรงกับวันทีเ่ ท่ารยั

ก. ๑ เมษายน ข. ๑ พฤษภาคม

ค. ๑ มถิ ุนายน ง. ๑ กรกฎาคม

8. การทางานล่วงเวลาในวนั หยุดจะไดร้ บั เงินค่าจา้ งก่ีเทา่

ก. ๑.๕ เท่า ข. ๒ เท่า

ค. ๒.๕ เทา่ ง. ๓ เท่า

9. ลูกจา้ งหญิงมีครรภล์ าเพ่อื คลอดบตุ รไดค้ รรภห์ นง่ึ ไมเ่ กินก่วี นั

ก. ๗๐ วัน ข. ๘๐ วนั

ค. ๙๐ วนั ง. ๙๕ วนั

10. ลูกจา้ งซึ่งทางานตดิ ต่อกนั ครบ 120 วนั แต่ไม่ครบ 1 ปี มีสทิ ธิไดร้ ับค่าชดเชยเทา่ กบั ค่าจา้ งอตั รา

สุดท้ายกวี่ ัน

ก. ๔๕ วนั ข. ๖๐ วนั

ค. ๓๐ วนั ง. ๑๕ วนั

๑๑๐

เฉลยแบบทดสอบระหวา่ งเรียน วชิ าเศรษฐศาสตร์
เรือ่ ง ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจ “สทิ ธิของผใู้ ช้แรงงาน”

ขอ้ คาตอบที่ถกู
๑ก
๒ก
๓ก
๔ข
๕ข
๖ค
๗ข
๘ง
๙ค
๑๐ ค

๑๑๑

ตารางท่ี ๔.๘ ผลการประเมนิ ค่าความเท่ียงตรงเชงิ เนอื้ หา (IOC) ของแบบทดสอบระหว่างเรียน
วชิ าเศรษฐศาสตร์ เรื่อง ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกิจ “สิทธิของผูใ้ ชแ้ รงงาน”
โดยผเู้ ชีย่ วชาญ

ข้อสอบข้อท่ี ความคดิ เหน็ ของผู้เชี่ยวชาญ IOC แปลผล
๑๒๓๔๕

๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

๒ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้

๓ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

๔ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใช้ได้

๕ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

๖ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้

๗ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้

๘ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้

๙ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

๑๐ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้

๑๑๒

ตอนท่ี ๑ ผลการหาประสทิ ธภิ าพของส่ือการสอน วชิ าเศรษฐศาสตร์ โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เร่อื ง ความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจ (E๑⁄E๒)

๑) การทดสอบครงั้ ที่ ๑ แบบเด่ยี ว (เกณฑ์ ๖๐/๖๐)
ผู้วิจัยได้นาสื่อการสอน PowerPoint ที่สร้างขึ้นท้ัง ๕ เรื่อง ไปทดลองขั้นหนึ่งต่อหนึ่งกับ

นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านดอนดู่คุรุราษฎร์วิทยา จานวน ๓ คน ซ่ึงผลการทดลองเป็น
ดังนี้

ตารางที่ ๔.๙ ผลการทดลองการใช้สอ่ื การสอน PowerPoint คร้ังท่ี ๑ แบบเดีย่ ว จานวน ๓ คน

นักเรยี น คะแนนระหวา่ งเรยี น (E๑) คะแนนหลังเรียน (E๒)
คนที่ (ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐศาสตร์) (แบบทดสอบหลังเรียน)
ครงั้ ที่ ครัง้ ท่ี ครั้งที่ ครงั้ ที่ คร้ังที่
๑๒๓๔๕ (๒๐)
(๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐)
๑๔
๑ ๖๗๖๗๖ ๑๓
๑๐
๒ ๖๗๗๖๗ ๓๗
๑๒.๓๓
๓ ๖๕๗๕๗ ๖๑.๖๗

รวม ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๑๘ ๒๐ ๖๑.๖๗

เฉลีย่ ๖.๐๐ ๖.๓๓ ๖.๖๗ ๖.๐๐ ๖.๖๗

เฉลี่ยร้อยละ ๖๐.๐๐ ๖๓.๓๓ ๖๖.๖๗ ๖๐.๐๐ ๖๖.๖๗

(E๑)/ (E๒) ๖๓.๓๓

๑๑๓

๒) การทดสอบครั้งที่ ๒ กล่มุ เลก็ (เกณฑ์ ๗๐/๗๐)
ผู้วิจัยได้ปรับปรุงส่ือการสอน PowerPoint ที่สร้างขึ้นแล้วนาไปทดลองข้ันกลุ่มเล็กกับ

นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖ โรงเรียนบ้านดอนดู่คุรุราษฎร์วิทยาจานวน ๙ คน ซ่ึงผลการทดลองเป็น
ดังน้ี

ตารางท่ี ๔.๑๐ ผลการทดลองการใช้สอื่ การสอน PowerPoint ขัน้ กลุ่มเล็ก จานวน ๙ คน

นักเรยี น คะแนนระหว่างเรยี น (E๑) คะแนนหลงั เรยี น (E๒)
คนที่ (ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจ ๕๐ คะแนน) (แบบทดสอบหลังเรียน)
วันท่ี วันท่ี วันท่ี วนั ที่ วันที่
๑๒๓๔๕ (๒๐ คะแนน)
(๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐)
๑๔
๑ ๘๗๗๗๗ ๑๕
๑๗
๒ ๙๘๗๗๗ ๑๔
๑๕
๓ ๗๗๙๗๘ ๑๓
๑๓
๔ ๘๗๘๗๗ ๑๖
๑๕
๕ ๗๘๗๘๗ ๑๓๒
๑๔.๖๗
๖ ๘๗๗๗๘ ๗๓.๓๓
๗๓.๓๓
๗ ๗๘๗๙๗

๘ ๘๗๙๗๘

๙ ๗๗๗๗๘

รวม ๖๙ ๖๖ ๖๘ ๖๖ ๖๗

เฉลีย่ ๗.๖๗ ๗.๓๓ ๗.๕๖ ๗.๓๓ ๗.๔๔

เฉลย่ี ร้อยละ ๗๖.๖๗ ๗๓.๓๓ ๗๕.๕๖ ๗๓.๓๓ ๗๔.๔๔

(E๑)/ (E๒) ๗๔.๖๗

๑๑๔

๓) การทดลองครั้งท่ี ๓ กลุ่มตัวอย่าง (เกณฑ์ ๘๐/๘๐)
ผู้วิจัยได้ปรับปรุงสื่อการสอน PowerPoint ท่ีสร้างข้ึนแล้วนาไปทดลองข้ันกลุ่มใหญ่กับ

นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ โรงเรยี นบ้านดอนดู่ครุ รุ าษฎร์วิทยา จานวน ๒๓ คน ซึง่ ผลการทดลองเป็น
ดงั น้ี

ตารางท่ี ๔.๑๑ ผลการทดลองการใชส้ ่ือการสอน PowerPoint ข้นั กลมุ่ ใหญ่ จานวน ๒๓ คน

คะแนนระหว่างเรียน (E๑)

นกั เรียน (ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐศาสตร์ ๕๐คะแนน) รวม คะแนนหลังเรียน (E๒)
คนที่ วนั ท่ี วันที่ วนั ที่ วันท่ี วันที่ ๕๐ (แบบทดสอบหลังเรียน)
๑ ๒ ๓ ๔ ๕ คะแนน
(๒๐ คะแนน)
(๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐)
๑๖
๑ ๙ ๘ ๑๐ ๘ ๘ ๔๓ ๑๗
๑๘
๒ ๑๐ ๘ ๘ ๘ ๙ ๔๓ ๑๖
๑๘
๓ ๙ ๘ ๑๐ ๘ ๙ ๔๔ ๑๕
๑๖
๔ ๘ ๑๐ ๘ ๘ ๘ ๔๒ ๑๙
๑๕
๕ ๘ ๘ ๘ ๑๐ ๘ ๔๒ ๑๘
๑๘
๖ ๘ ๙ ๘ ๘ ๙ ๔๒ ๑๗
๑๕
๗ ๙ ๘ ๑๐ ๙ ๘ ๔๔ ๑๗
๑๖
๘ ๑๐ ๙ ๙ ๘ ๙ ๔๕ ๑๖

๙ ๘ ๘ ๑๐ ๘ ๙ ๔๓

๑๐ ๑๐ ๘ ๘ ๘ ๙ ๔๓

๑๑ ๙ ๘ ๘ ๑๐ ๘ ๔๓

๑๒ ๘ ๘ ๙ ๘ ๙ ๔๒

๑๓ ๘ ๘ ๑๐ ๘ ๘ ๔๒

๑๔ ๑๐ ๘ ๙ ๘ ๘ ๔๓

๑๕ ๙ ๙ ๙ ๘ ๙ ๔๔

๑๖ ๗ ๑๐ ๘ ๑๐ ๘ ๔๓

๑๑๕

ตารางที่ ๔.๑๑ ผลการทดลองการใช้สอ่ื การสอน PowerPoint ข้นั กลุม่ ใหญ่ จานวน ๒๓ คน (ตอ่ )

นักเรียน คะแนนระหวา่ งเรยี น (E๑) คะแนนหลงั เรยี น (E๒)
คนที่ (ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐศาสตร์) (แบบทดสอบหลังเรียน)
วนั ที่ วนั ที่ วนั ที่ วนั ท่ี วนั ท่ี
๑๒๓๔ ๕ (๒๐)
(๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐)
๑๗
๑๗ ๘ ๘ ๘ ๘ ๘ ๑๙
๑๗
๑๘ ๑๐ ๘ ๘ ๑๐ ๘ ๑๕
๑๕
๑๙ ๘ ๘ ๙ ๙ ๘ ๑๗
๑๘
๒๐ ๑๐ ๘ ๘ ๘ ๙ ๓๘๕
๑๖.๗๔
๒๑ ๑๐ ๘ ๘ ๘ ๘ ๘๓.๗๐
๘๓.๗๐
๒๒ ๘ ๘ ๙ ๘ ๘

๒๓ ๑๐ ๙ ๙ ๑๐ ๘

รวม ๒๐๔ ๑๙๒ ๒๐๑ ๑๙๖ ๑๙๓

เฉล่ีย ๘.๘๗ ๘.๓๕ ๘.๗๔ ๘.๕๒ ๘.๓๙

เฉลี่ยรอ้ ยละ ๘๘.๗๐ ๘๓.๔๘ ๘๗.๓๙ ๘๕.๒๒ ๘๓.๙๑

(E๑)/ (E๒) ๘๕.๗๔

๑๑๖

ภาคผนวก ฉ
ผลการหาคณุ ภาพของเคร่อื งมอื

- ผลการประเมินค่าความเทยี่ งตรงเชงิ เนือ้ หา (IOC) ของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
- ผลการวเิ คราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ก่อนเรยี นและหลงั เรียนของผเู้ รียนที่มตี อ่ รายวชิ า

๑๑๗

แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น วชิ าเศรษฐศาสตร์
เร่ือง ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ

คาช้ีแจง : ให้นกั เรียนเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สดุ เพยี งคาตอบเดยี ว

๑. หน่วยเศรษฐกจิ สามารถแบง่ ออกได้ก่ีระดบั

ก. ๒ ระดับ ข. ๓ ระดบั ค. ๔ ระดับ ง. ๕ ระดับ

๒. เมอ่ื นักเรยี นมีรายได้คุณควรทาอะไรเป็นอนั ดบั แรก

ก. เก็บออม ข. ซอ้ื ของใช้ที่จาเป็น ค. ซอ้ื ของที่อยากได้ ง. นาเงินไปทาบุญ

๓. หน่วยงานทม่ี หี นา้ ทีจ่ ดั เก็บภาษโี ดยตรง คอื หนว่ ยงานใด

ก. กรมธนารักษ์ ข. กรมโยธา ค. กรมสรรพากร ง. กรมบญั ชกี ลาง

๔. ข้อใดไม่ใชส่ ิทธิ ๕ ประการ ตามพระราชบัญญตั คิ ุ้มครองผบู้ รโิ ภค พ.ศ. ๒๕๒๒ แกไ้ ขเพม่ิ เติม ฉบับท่ี ๒

(พ.ศ. ๒๕๔๑)

ก. สิทธทิ จ่ี ะไดร้ บั การพิจารณาและชดเชยความเสียหาย

ข. สิทธิทีจ่ ะมีอสิ ระในการเลอื กหาสนิ คา้ หรอื บริการ

ค. สิทธิทีจ่ ะได้รับขอ้ มลู ในการโฆษณาขายสนิ ค้า

ง. สทิ ธทิ ีจ่ ะได้รบั ความเปน็ ธรรมในการทาสญั ญา

๕. นายจ้างไม่สามารถรบั เด็กอายุต่ากว่าก่ปี เี ข้าทางาน

ก. ๑๗ ปี ข. ๑๕ ปี ค. ๑๖ ปี ง. ๑๘ ปี

๖. ใครเป็นประธานคณะกรรมการคุม้ ครองผ้บู ริโภค

ก. รัฐมนตรปี ระจาสานกั นายกรฐั มนตรี

ข. เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผูบ้ ริโภค

ค. นายกรัฐมนตรี

ง. ปลดั สานักนายกรฐั มนตรี

๗. รา้ นจาหนา่ ยสรุ าและบหุ รี่ จะต้องเสยี ภาษีแกห่ นว่ ยงานใด

ก. กรมสรรพากร ข. กรมสรรพสามติ ค. กรมศลุ กากร ง. กรมการค้าภายใน

๘. ข้อใดเป็นสิ่งที่ ไม่ควรทา หากคุณไม่สามารถทาตามแผนการเงนิ ทวี างไวไ้ ด้

ก. ลดรายจา่ ย ข. หารายได้เพ่ิม

ค. ปรับแผนเพอ่ื ให้ไปถึงเปา้ หมายทต่ี ั้งใจ ง. ลม้ เลกิ แผน

๙. หนว่ ยธรุ กจิ มหี ลายลกั ษณะ คือ

ก. บรษิ ัท ห้างหุ้นสว่ น ห้างสรรพสนิ คา้ รา้ นค้า ข. ผู้บริโภค รา้ นค้า

ค. การแลกเปลีย่ นสินค้า ง. ถกู ทุกข้อ

10. หนว่ ยเศรษฐกิจมรี ายได้มากกวา่ รายจา่ ยใช่หรอื ไม่ เพราะอะไร

ก. ไมใ่ ช่เพราะรายจ่ายมากกว่ารายได้

ข. ใชเ่ พราะว่ามรี ายไดม้ ากกว่ารายจา่ ย

๑๑๘

ค. ไมใ่ ชเ่ พราะวา่ ขาดทนุ

ง. ไม่มีข้อถูก

1๑. ลูกจ้างซึ่งทางานตดิ ต่อกันครบ 120 วนั แตไ่ ม่ครบ 1 ปี มีสทิ ธิไดร้ บั ค่าชดเชยเท่ากับคา่ จ้างอตั รา

สุดทา้ ยกว่ี ัน

ก. ๔๕ วนั ข. ๖๐ วนั ค. ๓๐ วนั ง. ๑๕ วนั

1๒. ความสัมพันธร์ ะหวา่ งหน่วยเศรษฐกจิ มีหนว่ ยใดบา้ ง

ก. หน่วยครวั เรอื น หนว่ ยธรุ กจิ หนว่ ยรฐั บาล ข. หนว่ ยรฐั บาล หนว่ ยพลเรือน หนว่ ยธุรกจิ

ค. หน่วยครัวเรือน หนว่ ยพลเรือน หน่วยรัฐบาล ง. ไมม่ ีข้อถูก

1๓. การโอนกรรมสิทธิ์รถยนตห์ รือรถจักรยานยนต์ ผ้ปู ระกอบธรุ กจิ ต้องโอนใหก้ ับผบู้ ริโภคภายในก่ีวนั

ก. ๔๕ วนั ข. ๖๐ วัน ค. ๓๐ วัน ง. ๑๕ วัน

1๔. กรมพระคลังมหาสมบตั ิได้ยกฐานะเป็นกระทรวงคลังมหาสมบัติ ในปี พ.ศ. ใด

ก. ๒๔๓๑ ข. ๒๔๓๒ ค. ๒๔๓๓ ง. ๒๔๓๔

๑๕. เวลาพกั ในการทางานไม่นอ้ ยกว่าวนั ละกชี่ ่ัวโมง

ก. ๑ ชั่วโมง ข. ๒ ชว่ั โมง ค. ๓ ช่วั โมง ง. ๔ ชัว่ โมง

๑๖. สายดว่ น สคบ. คอื หมายเลขใด

ก. ๑๖๑๖ ข. ๖๑๑๖ ค. ๑๖๖๑ ง. ๑๑๖๖

๑๗. ภาษีท่ีผบู้ รโิ ภคตอ้ งเสยี เม่อื ซื้อสนิ คา้ คือภาษปี ระเภทใด

ก. ภาษีสรรพสามิต ข. ภาษมี ูลคา่ เพม่ิ

ค. ภาษีศลุ กากร ง. ภาษเี งนิ ได้

๑๘. ข้อใดไม่ใชร่ ายจา่ ยจาเป็น

ก. คา่ อาหาร

ข. คา่ ลอตเตอร่ี

ค. คา่ อุปกรณ์การเรยี น

ง. คา่ เดนิ ทางไปวิทยาลยั

๑๙. หน่วยครัวเรอื น หมายถึง หนว่ ยใด

ก. หนว่ ยของบคุ คลหรอื ครอบครัว

ข. องค์กรหรอื สถาบัน

ค. หน่วยที่ทาหน้าท่ีเอาปจั จยั การผลติ มาดาเนนิ การผลติ

ง. ไม่มีข้อถูก

๒๐. ภาษีทางตรง หมายถงึ อะไร

ก. ภาษที ่ีเรียกเกบ็ จากผู้เสยี ภาษีโดยตรง เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีทด่ี นิ

ข. ภาษที ผี่ ้เู สยี ภาษสี ามารถสามารถผลักภาระใหผ้ ้อู ่นื

ค. รัฐนาเงินมาจดั สรรให้เกดิ ประโยชน์

ง. ถกู ทุกข้อ

๑๑๙

แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น วชิ าเศรษฐศาสตร์
เรื่อง ความสมั พนั ธ์ทางเศรษฐกิจ

ข้อ คาตอบที่ถกู ข้อ คาตอบท่ีถกู
๑ข ๑๑ ค
๒ก ๑๒ ก
๓ค ๑๓ ค
๔ค ๑๔ ค
๕ก ๑๕ ก
๖ก ๑๖ ง
๗ข ๑๗ ข
๘ง ๑๘ ข
๙ก ๑๙ ก
๑๐ ข ๒๐ ก

๑๒๐

ตารางท่ี ๔.๑๒ ผลการประเมินค่าความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) ของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน วชิ า เศรษฐศาสตร์ เรอ่ื ง ความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ โดยผเู้ ช่ยี วชาญ

ข้อสอบข้อท่ี ความคดิ เหน็ ของผู้เชย่ี วชาญ IOC แปลผล
๑๒๓๔๕

๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

๒ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้

๓ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้

๔ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้

๕ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

๖ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้

๗ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

๘ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใช้ได้

๙ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

๑๐ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้

๑๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

๑๒ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้

๑๓ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้

๑๔ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใช้ได้

๑๕ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

๑๖ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้

๑๗ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใช้ได้

๑๘ ๑ ๑ ๐ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้

๑๙ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑.๐๐ ใชไ้ ด้

๒๐ ๑ ๐ ๑ ๑ ๑ ๐.๘๐ ใชไ้ ด้

๑๒๑

ตอนที่ ๒ การเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ก่อนและหลังเรียน
ผู้วิจัยได้นาส่ือการสอน PowerPoint เรื่อง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ที่สร้างข้ึน และมี

ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ นาไปใช้เป็นส่อื ในการจัดการเรียนรู้สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที ่ี
๖ โรงเรียนบ้านหนองไหลหนองบวั ทอง จานวน ๒๓ คน โดยทาการทดสอบกอ่ นเรยี น และหลงั เรยี นซ่งึ ผล
การทดสอบจากแบบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยนาคะแนนการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนมา
วเิ คราะหท์ างสถิติ ซึ่งได้ผลตามตาราง ดงั น้ี

ตารางที่ ๔.๑๓ คะแนนผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน กอ่ นและหลงั เรยี น โดยใช้ส่อื การสอน PowerPoint
เรอื่ ง ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ ของนกั เรยี นกลุ่มตัวอย่าง

นกั เรียน ก่อนเรียน หลงั เรียน ผลต่าง ผลต่างยกกาลังสอง
คนท่ี (๒๐ คะแนน) (๒๐ คะแนน) (D) (D๒)

๑ ๑๐ ๑๖ ๖ ๓๖
๒ ๙ ๑๗ ๘ ๖๔
๓ ๑๒ ๑๘ ๖ ๓๖
๔ ๑๑ ๑๖ ๕ ๒๕
๕ ๑๒ ๑๘ ๖ ๓๖
๖ ๑๐ ๑๕ ๕ ๒๕
๗ ๑๐ ๑๖ ๖ ๓๖
๘ ๑๔ ๑๙ ๕ ๒๕
๙ ๙ ๑๕ ๖ ๓๖
๑๐ ๑๓ ๑๘ ๕ ๒๕
๑๑ ๑๒ ๑๘ ๖ ๓๖
๑๒ ๑๑ ๑๗ ๖ ๓๖
๑๓ ๙ ๑๕ ๖ ๓๖
๑๔ ๑๐ ๑๗ ๗ ๔๙
๑๕ ๑๐ ๑๖ ๖ ๓๖

๑๒๒

ตารางท่ี ๔.๑๓ คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ก่อนและหลังเรียน โดยใช้สอื่ การสอน PowerPoint
เรอ่ื ง ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ ของนักเรียนกลุ่มตวั อยา่ ง (ต่อ)

นักเรียน กอ่ นเรียน หลังเรยี น ผลตา่ ง ผลต่างยกกาลังสอง
คนที่ (๒๐ คะแนน) (๒๐ คะแนน) (D) (D๒)

๑๖ ๑๑ ๑๖ ๕ ๒๕
๑๗ ๙ ๑๗ ๘ ๖๔
๑๘ ๑๓ ๑๙ ๖ ๓๖
๑๙ ๑๐ ๑๗ ๗ ๔๙
๒๐ ๙ ๑๕ ๖ ๓๖
๒๑ ๑๐ ๑๕ ๕ ๒๕
๒๒ ๑๒ ๑๗ ๕ ๒๕
๒๓ ๑๓ ๑๘ ๕ ๒๕

การทดลอง N x S.D. ∑ ∑ ๒ t


กอ่ นเรยี น E๑ ๒๓ ๑๐.๘๓ ๑.๕๓ ๑๓๖ ๘๒๒ ๓๑.๔๘
หลงั เรียน E๒ ๒๓ ๑๖.๗๔ ๑.๒๙

การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียน ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้ โดย

ใชส้ ่อื การสอน PowerPoint เรือ่ ง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ของนกั เรยี นกลุ่มตวั อย่าง ผู้วจิ ัยนาคะแนน

ทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียนมาวเิ คราะห์โดยใช้ t – test for dependent samples ดงั น้ี

; df = n − ๑

สูตร t= ∑D (∑ D)๒
√n ∑ D๒ −
n−๑

t = ๑๓๖ ; df = ๒๓ − ๑

√๒๓(๘๒๒)๒๓ − (๑๓๖)๒



; df = ๒๒

๑๒๓

t = ๑๓๖ (๑๓๖)๒
√๒๓(๘๒๒) −
๒๒

t = ๑๓๖ ; df = ๒๒

√ ๑๘,๙๐๖ − ๑๘,๔๙๖
๒๒

๑๓๖ ; df = ๒๒
√๑๘.๖๔
t=

t= ๑๓๖
๔.๓๒

t = ๓๑.๔๘

๑๒๔

ภาคผนวก ช
ภาพการใชส้ อ่ื PowerPoint ในการสอน

๑๒๕

ภาพการใช้สอื่ PowerPoint ในการสอน

๑๒๖

ภาคผนวก ซ
แผนการจัดการเรียนรู้

๑๒๗

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๑

สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ า เศรษฐศาสตร์ รหัสวิชา ส 16101

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๓ เร่ือง ความสัมพันธ์ระหว่างผผู้ ลิต ผู้บริโภค ธนาคาร และรัฐบาลท่มี ตี ่อระบบ

เศรษฐกจิ เวลาเรียน 1 ชั่วโมง

ครผู ู้สอนนายปรเมษฐ์ ทองโคตร

๑. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

ส 3.2 ป.6/1 อธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างผ้ผู ลิต ผู้บรโิ ภค ธนาคาร และรัฐบาล

๒. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ผผู้ ลิต ผบู้ รโิ ภค ธนาคาร และรฐั บาล มบี ทบาทหน้าทีแ่ ละความสัมพันธ์ตอ่ กนั ซ่ึงสง่ ผลต่อระบบ

เศรษฐกิจของประเทศ

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) อธบิ ายความหมาย ประเภทของหนว่ ยเศรษฐกิจ และความสัมพนั ธ์ระหวา่ งหนว่ ยเศรษฐกจิ ได้

(K)
2) อธบิ ายวิธีการหารายได้ รายจา่ ย การออม และการลงทุนได้ (K)
3) แสดงความสัมพันธร์ ะหว่างผู้ผลิต ผบู้ รโิ ภค ธนาคาร และรฐั บาลที่มีต่อระบบเศรษฐกิจได้ (P)
4) เหน็ ความสาคญั ของความสมั พันธร์ ะหว่างผผู้ ลิต ผูบ้ รโิ ภค ธนาคาร และรฐั บาลท่มี ตี ่อระบบ

เศรษฐกจิ กับการดาเนนิ ชวี ติ ในสงั คม (A)

4. สาระการเรียนรู้
๔.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- ความสมั พันธร์ ะหว่างผผู้ ลติ ผู้บริโภค ธนาคาร และรัฐบาลที่มีต่อระบบเศรษฐกจิ อย่างสงั เขป
เช่น การแลกเปล่ยี นสนิ คา้ และบรกิ าร รายไดแ้ ละรายจ่าย การ ออมกบั ธนาคาร การลงทนุ
- แผนผงั แสดงความสมั พันธ์ของหน่วยเศรษฐกิจ
- การหารายได้ รายจ่าย การออมการลงทุน ซึ่งแสดงความสมั พนั ธ์ระหว่างผ้ผู ลิต ผู้บริโภค และ

รฐั บาล
๔.๒ สาระการเรยี นร้ทู ้องถ่ิน
(พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา)

๑๒๘

๕. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร : สามารถสอ่ื สารความรู้อย่างเขา้ ใจ
2. ความสามารถในการคิด : สามารถวเิ คราะหข์ ้อมูลและคุณธรรมได้
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา : สามารถแกป้ ญั หาเฉพาะหน้าได้
๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ : สามารถแก้ปญั หาเฉพาะหนา้ ได้
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : สามารถนาขอ้ มลู ในอนิ เทอร์เนต็ มาปรับใชไ้ ด้

๖. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 2. มวี นิ ัย 3. ใฝเ่ รียนรู้
 ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 5. รกั ความเป็นไทย

4. มุ่งม่ันในการทางาน

๗. กิจกรรมการเรยี นรู้
๑.๑ ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรียน
๑. นักเรียนทาความเคารพ ครทู ักทายนักเรียน
๒. ครแู ละนกั เรียนทบทวนความรเู้ ดมิ

๑.๒ ข้นั สอน/กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนขน้ั สอน
๓. ให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน
๔. ครูและนักเรียนตรวจสอบความรู้จากการเรียนร้โู ดยการตอบคาถาม ดงั น้ี

- ผผู้ ลิต ผบู้ รโิ ภค ธนาคาร และรฐั บาล มีความสมั พนั ธก์ นั อยา่ งไร
(แนวตอบ : มคี วามสมั พนั ธ์กันในระบบเศรษฐกิจ เพราะต่างมบี ทบาททสี่ าคญั ที่จะทาใหเ้ กิด
การผลิต การบริโภค และการแลกเปลยี่ นสินคา้ และบริการในระบบเศรษฐกิจ)
๕. ครูตรวจสอบความรู้ความเขา้ ใจของนักเรยี นจากการทาใบงาน

๖. นักเรยี นทากจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้ เพ่ือใหค้ รผู สู้ อนไดต้ รวจสอบผลการเรียนร้ขู องนักเรียน

๑.๓ ข้ันสรุป
๗. ครูสรุปความสัมพันธร์ ะหว่างผ้ผู ลิต ผูบ้ รโิ ภค ธนาคาร และรัฐบาล และการหารายได้ รายจ่าย

การออม การลงทุน ซงึ่ แสดงความสัมพันธร์ ะหว่างผูผ้ ลิต ผู้บรโิ ภค และรฐั บาล ผ่าน Microsoft

PowerPoint

๘. นกั เรียนทาแบบฝกึ ปฏิบตั ิทักษะรวบยอดวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.6 หน่วย
การเรียนรทู้ ่ี 3 เรยี นร้เู รอ่ื งเศรษฐศาสตร์ เร่อื ง ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกจิ ในหัวข้อ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ ง
ผู้ผลิต ผูบ้ ริโภค ธนาคาร และรฐั บาลทมี่ ีต่อระบบเศรษฐกิจ

๑๒๙

๘. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

รายการวัด วิธีวดั เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ

การประเมินระหว่างการจัด

กจิ กรรมการเรียนรู้

1. อธบิ ายความหมาย - ตรวจใบงานที่ 3.2.1 - ใบงานที่ 3.2.1 เรือ่ ง - ร้อยละ 60 ผา่ น

ประเภทของหนว่ ยเศรษฐกิจ เร่อื ง ผผู้ ลติ ผู้บริโภค ผผู้ ลิต ผู้บรโิ ภค ธนาคาร เกณฑ์

และความสัมพันธ์ระหว่าง ธนาคาร และรฐั บาลที่ และรฐั บาลทีม่ ีต่อระบบ

หนว่ ยเศรษฐกจิ มตี ่อระบบเศรษฐกิจ เศรษฐกิจ

2. อธบิ ายวธิ กี ารหารายได้ - ตรวจแบบฝกึ ปฏบิ ัติ - แบบฝึกปฏิบัตทิ ักษะ - รอ้ ยละ 60 ผ่าน

รายจา่ ย การออม และ การ ทักษะรวบยอด รวบยอด เกณฑ์

ลงทุน

3. แสดงความสมั พันธร์ ะหวา่ ง
ผผู้ ลิต ผู้บรโิ ภค ธนาคารและ
รัฐบาลทมี่ ีตอ่ ระบบเศรษฐกจิ

4. เห็นความสาคัญของ

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลติ
ผูบ้ รโิ ภค ธนาคาร และรัฐบาลท่ี
มตี อ่ ระบบเศรษฐกิจกับการ
ดาเนนิ ชวี ิตในสงั คม

พฤติกรรมการทางาน สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2

รายบคุ คล การทางานรายบุคคล การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์

๙. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
๙.๑ สื่อการเรียนรู้
๑. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.6 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3

เรยี นรเู้ รื่อง เศรษฐศาสตร์ บทที่ 2 เรือ่ ง ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกิจ
๒. แบบฝึกปฏิบัตทิ ักษะรวบยอดวชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.6 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่

3 เรียนรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ บทที่ 2 เรื่อง ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ

๓.โปรแกรม Microsoft PowerPoint

๓. ใบงานที่ 3.2.1 เรอ่ื ง ผู้ผลติ ผู้บริโภค ธนาคาร และรฐั บาลทม่ี ตี อ่ ระบบเศรษฐกจิ
๙.๒ แหล่งการเรยี นรู้

- อนิ เทอรเ์ น็ต - จากหนังสือเรียน

๑๓๐

บันทกึ หลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ดา้ นความรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………..……………………………………………………………………………………………………………………………..........
๒. ด้านทกั ษะ

........................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... .................................
๓. ดา้ นคุณลกั ษณะ

........................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................. ........................
๔. ปญั หา/อปุ สรรค

………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. แนวทางแกไ้ ขและพฒั นา

………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๖. ผลการดาเนินการ

............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ................................................
.................................................................................. ...........................................................................................

ลงช่ือ...................................................................
ผสู้ อน

( นายปรเมษฐ์ ทองโคตร )
..................../....................../........................

๑๓๑

ความคดิ เห็น (ครูพ่ีเลี้ยง/ผทู้ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย)
......................................................................................................................................................................
.......................................................................................... ............................................................................
......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................... ............................

ลงช่อื …………………………………………….. ลงช่ือ.........................................................
( นางสาวโสภา ตน้ สนี นท์ ) ( อาจารย์อนุสรณ์ ทางทะราช )
ครูพเ่ี ลีย้ ง/ผู้ท่ีได้รับมอบหมาย อาจารย์ทป่ี รกึ ษา
............./................./...............
............../.................../............ .....

ความคิดเห็นของท่านผ้อู านวยการ
......................................................................................................................................................................
.......................................................................................... ............................................................................
......................................................................................................................................................................
......................

ลงชือ่ ……………………………………………..
( นายชาญชยั เดชพละ )

ผูอ้ านวยการโรงเรียนบา้ นดอนดคู่ รุ ุราษฎร์วิทยา............./................./...............

๑๓๒

เกณฑก์ ารประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรายบคุ คล

รายการประเมนิ ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ๑
๒ มคี วามสนใจในการ
๑. ความต้งั ใจในการ มีความสนใจในการเรยี น เรยี น คุยหรือเลน่
เรยี น ไม่คุยหรือเล่นในขณะ มคี วามสนใจในการเรียน ในขณะเรียนบางครง้ั
เรยี น คยุ หรอื เลน่ ในขณะเรยี น
เลก็ น้อย มกี ารถามหัวข้อที่ตนไม่
๒. ความสนใจและการ มกี ารถามหัวข้อทตี่ นไม่ เขา้ ใจเป็นบางครง้ั
ซกั ถาม เข้าใจทุกเร่ือง มกี ารถามหัวขอ้ ทีต่ นไม่
เขา้ ใจเปน็ สว่ นมาก

๓. การตอบคาถาม ตอบคาถามในเรอ่ื งที่ครู ตอบคาถามในเร่อื งทค่ี รู ตอบคาถามในเรือ่ งที่ครู

ถามถูกทุกข้อ ถามถูกเป็นสว่ นมาก ถามถูกเป็นบางข้อ

๔. ส่งงานตาม ส่งงานตามกาหนดเวลา สง่ งานตามกาหนดเวลา ส่งงานไม่ทนั ตาม
กาหนดเวลา ทกุ ครง้ั และถูกต้องชดั เจน และถูกตอ้ งชัดเจนเปน็ ส่วน กาหนดเวลาและไมค่ ่อย

ใหญ่ ถกู ต้องชัดเจน

๕. มีส่วนร่วมในการทา รว่ มทากิจกรรมอยา่ ง รว่ มทากจิ กรรมเปน็ รว่ มทากิจกรรมเป็น
สว่ นมาก บางคร้ัง
กจิ กรรม สม่าเสมอ

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ ๒ คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ให้ ๑ คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน หมายถงึ มี ๑๒ – ๑๕ คะแนน
ดี (๓) หมายถงึ มี ๘ – ๑๑ คะแนน
ปานกลาง (๒) หมายถงึ มี ๔ – ๗ คะแนน
ปรบั ปรงุ (๑)

เกณฑก์ ารผ่าน ร้อยละ ๖๐ ( ๘ คะแนนขึ้นไป )

๑๓๓

แบบประเมนิ สังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านดอนด่คู รุ รุ าษฎรว์ ิทยา

ภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔

พฤตกิ รรม / ระดับคะแนน

ลา ความตงั้ ใจ ความสนใจ การตอบ ส่งงานตาม มสี ว่ นร่วม
ดับ ชอื่ – สกลุ
ที่ ในการเรยี น และการ คาถาม กาหนดเวลา ในการทา รวม

๑ เด็กชายนรากร ดอกพุทรา ซกั ถาม กจิ กรรม ๑๕
๒ เดก็ ชายตะวัน จนั ทร์งาม
๓ เด็กชายสหรัฐ แสนเข็ม ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ คะแนน
๔ เดก็ ชายอภิชาต โนนทงิ
๕ เด็กชายกรวิชญ์ โสบุญมา
๖ เด็กชายตณิ ณภทั ร ชยั เดช
๗ เด็กชายธนวัตร์ ศรีเฉลียว
๘ เดก็ ชายธันวา พรมแพง
๙ เดก็ หญิงพมิ ปะภัศ เพยี ศรี
๑๐ เด็กหญิงศศปิ ระภา นาหัวนิล
๑๑ เด็กหญิงสภุ นดิ า แตงแก้ว
๑๒ เด็กหญิงกัญญ์วรา บังอร

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน

ระดับ ๓ หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมในระดับ ดี คะแนน ๑๒ – ๑๕ หมายถงึ ดี

ระดับ ๒ หมายถงึ มพี ฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน ๘ – ๑๑ หมายถงึ ปานกลาง

ระดับ ๑ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั ปรบั ปรงุ คะแนน ๔ – ๗ หมายถึง ปรับปรุง

เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ ๖๐ ( ๘ คะแนนข้นึ ไป )

ลงชือ่ ........................................................

( นายปรเมษฐ์ ทองโคตร )

ครูผู้สอน / ผ้ปู ระเมนิ

ช่อื -สกุล........................................................................................................ชน้ั ...........เลขท่ี
................................ ใบงานท่ี 3.2.1 เร่อื ง ผู้ผลติ ผบู้ ริโภค ธนาคาร และรฐั บาลที่มีต่อระบบเศรษฐกจิ

๑๓๔

คาช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นศึกษากรณตี ัวอยา่ ง แลว้ ตอบคาถามที่กาหนดให้ถกู ต้อง
ตัวอยา่ งกรณที ่ีศึกษา

นายสินเป็นเกษตรกร เขากู้เงนิ จากธนาคารในอตั ราดอกเบี้ยต่าเนอื่ งจากรฐั บาลให้การ
สนบั สนุน นายสินนาเงนิ ท่ไี ด้มา ซ้ือพันธข์ุ า้ ว ปยุ๋ เครอื่ งมอื ทาการเกษตร เมื่อนายสินเก็บเกีย่ วผลผลติ
ได้แลว้ จึงนาไปขายให้แก่โรงสีมติ รเกษตรในราคาที่รฐั บาล กาหนด นายสนิ นาเงินรายได้ท่ีขายข้าวไดไ้ ป
ชาระคนื ให้กับธนาคารทนี่ ายสนิ ไปกยู้ มื มา รายได้ท่ีเหลืออยู่นายสนิ ไดน้ าไปฝาก ธนาคารเป็นเงนิ ออม

โรงสีมติ รเกษตรรับซื้อขา้ วเปลือกมาผลติ เป็นขา้ วสารเพ่ือจาหน่ายให้แก่ประชาชนท่ัวไปในราคา
ทรี่ ฐั บาลควบคมุ บางครัง้ โรงสมี ติ รเกษตรต้องไปกู้เงินจากธนาคารมาเป็นทุนรับซ้ือข้าวจากเกษตรกร
เมอื่ สิ้นปโี รงสีมรี ายไดเ้ กนิ กว่าที่กาหนดจึง ต้องเสียภาษีรายได้ให้กบั รฐั บาล รฐั บาลนาเงินภาษีที่เก็บจาก
ผู้มรี ายไดไ้ ปใชใ้ นการพัฒนาประเทศ ซึ่งบางส่วนกจ็ ะเปน็ เงิน ช่วยเหลือเกษตรกรในรูปแบบตา่ ง ๆ

คาถาม
๑. ผ้ผู ลิตและผู้บรโิ ภคในเร่ืองนค้ี ือใคร

............................................................................................................................. .........................................
.......................................................................................... ............................................................................
............................................................................................................................. .........................................
........................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .........................................
...............................................

๒. ผู้ผลติ มีความสัมพันธก์ ับผบู้ รโิ ภค ธนาคาร และรัฐบาลอยา่ งไรบา้ ง
............................................................................................................................. .........................................
.......................................................................................... ............................................................................
............................................................................................................................. .........................................
........................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .........................................
...............................................

๓. ผบู้ ริโภคมีความสัมพันธก์ บั ผผู้ ลิตและรัฐบาลอยา่ งไร
............................................................................................................................. .........................................

................................................................................................................................................. .....................

.............................................................................................................. ........................................................

............................................................................................................................. .........................................

............................................................................................................................................................... .......

๑๓๕

๔. จากกรณีตัวอยา่ งธนาคารและรฐั บาลมบี ทบาทอย่างไร
......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .........................................
............................................................................................................................. .........................................
.......................................................................................... ............................................................................
............................................................................................................................. .........................................
........................................................................................................................................... ...........................
...............................................

๑๓๖

เฉลย
ใบงานที่ 3.2.1 เรื่อง ผผู้ ลติ ผ้บู รโิ ภค ธนาคาร และรฐั บาลท่มี ตี ่อระบบเศรษฐกจิ
คาช้ีแจง : ให้นักเรยี นศึกษากรณีตัวอยา่ ง แล้วตอบคาถามทีก่ าหนดใหถ้ ูกตอ้ ง

ตัวอย่างกรณที ี่ศึกษา
นายสินเป็นเกษตรกร เขากเู้ งินจากธนาคารในอัตราดอกเบี้ยต่าเน่ืองจากรฐั บาลให้การสนบั สนุน
นายสนิ นาเงนิ ทไี่ ด้มา ซ้ือพนั ธ์ุขา้ ว ปุย๋ เครือ่ งมือทาการเกษตร เมือ่ นายสินเกบ็ เกย่ี วผลผลิตได้แล้ว จงึ
นาไปขายให้แกโ่ รงสมี ติ รเกษตรในราคาที่รฐั บาล กาหนด นายสินนาเงินรายได้ที่ขายข้าวได้ไปชาระคนื
ให้กับธนาคารทนี่ ายสนิ ไปกู้ยืมมา รายได้ท่ีเหลืออยนู่ ายสนิ ไดน้ าไปฝาก ธนาคารเป็นเงนิ ออม
โรงสีมติ รเกษตรรบั ซอ้ื ขา้ วเปลือกมาผลิตเป็นขา้ วสารเพอื่ จาหน่ายให้แก่ประชาชนท่ัวไปในราคาท่ี
รฐั บาลควบคุม บางครงั้ โรงสีมิตรเกษตรต้องไปก้เู งนิ จากธนาคารมาเป็นทุนรบั ซ้ือขา้ วจากเกษตรกร เมือ่ สน้ิ
ปีโรงสีมรี ายไดเ้ กนิ กวา่ ทีก่ าหนดจึง ต้องเสียภาษีรายได้ให้กับรฐั บาล รฐั บาลนาเงินภาษที ่เี กบ็ จากผมู้ ีรายได้
ไปใชใ้ นการพัฒนาประเทศ ซึ่งบางส่วนกจ็ ะเปน็ เงิน ชว่ ยเหลือเกษตรกรในรปู แบบต่าง ๆ

คาถาม
๑. ผผู้ ลติ และผบู้ รโิ ภคในเรอื่ งนี้คือใคร
ตอบ ผู้ผลิต คือ โรงสมี ติ รเกษตร ผลิตขา้ วสารจาหน่ายแก่ประชาชน
นายสิน ซึง่ เปน็ เกษตรกรนาที่ดนิ ทุน มาทาการปลกู ข้าว โดยใช้แรงงานของตนและเครื่องมือ

การเกษตร
ผบู้ ริโภค คือ ประชาชนทซ่ี ือ้ ข้าวสารจากโรงสมี ิตรเกษตร
โรงสีมิตรเกษตรทร่ี บั ซื้อข้าวเปลอื กจากนายสิน เพื่อไปผลิตเป็นขา้ วสารขายกบั ประชาชน

๒. ผผู้ ลติ มีความสัมพนั ธก์ บั ผู้บริโภค ธนาคาร และรฐั บาลอย่างไรบา้ ง
ตอบ 1) นายสนิ เปน็ ผู้ผลิต โดยปลกู ขา้ วและเกบ็ เกยี่ วข้าวเปลือกเพอ่ื นาไปจาหน่ายให้กับโรงสี
มิตรเกษตร
- ความสมั พนั ธ์กับผู้บรโิ ภค คอื นายสินน าขา้ วเปลอื กไปขายให้กับโรงสมี ิตรเกษตร ซง่ึ เปน็
ผบู้ ริโภค
- ความสมั พนั ธ์กับธนาคาร คอื นายสนิ ได้กูย้ ืมเงนิ กับธนาคาร โดยเสียดอกเบย้ี อัตราตาม
นโยบายของ รฐั บาล
- ความสมั พนั ธ์กบั รัฐบาล คอื เม่ือถงึ สน้ิ ปนี ายสินต้องเสียภาษีรายได้ให้กบั รฐั บาล
2) โรงสีมติ รเกษตร เป็นผู้ผลิต โดยแปรรปู ขา้ วเปลอื กมาเป็นขา้ วสาร
- ความสัมพันธก์ บั ผบู้ รโิ ภค คอื จาหน่ายขา้ วสารให้กับประชาชนโดยตรง หรืออาจจะเป็นการ
บริการแก่ ประชาชน
- ความสัมพันธก์ บั ธนาคาร คอื กูเ้ งนิ ธนาคารมาเป็นทุนซื้อขา้ วเปลือกและเครื่องมือทีใ่ ช้ในการ
แปรรูป ข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร

๓. ผบู้ รโิ ภคมีความสัมพันธ์กับผผู้ ลติ และรฐั บาลอย่างไร

๑๓๗

ตอบ 1) โรงสมี ติ รเกษตร
โรงสมี ติ รเกษตร เป็นผ้บู ริโภคท่รี ับซ้อื ขา้ วเปลอื กจากผผู้ ลติ คือเกษตรกรเพ่ือน าข้าวเปลอื กไปแปร
รปู เป็น ข้าวสาร จะต้องรบั ซอ้ื ข้าวเปลือกในราคาควบคมุ และตอ้ งเตรยี มทนุ ไวร้ บั ซอื้ ข้าวเปลือก
และโรงสีมิตรเกษตร มีความสัมพนั ธ์กบั รัฐบาล โดยจะต้องรับซือ้ ข้าวเปลือกในราคาทีร่ ฐั บาล
กาหนด

2) ประชาชน
ประชาชนเปน็ ผู้บริโภค ซึง่ มคี วามสัมพนั ธ์กับผู้ผลิต คือ การเลอื กซื้อข้าวสารท่ีมีคณุ ภาพ มี
ประโยชน์ ใน ราคาทีเ่ หมาะสม และมีความสัมพนั ธ์กบั รัฐบาล คือ เมื่อพบข้าวสารที่ไม่มีคณุ ภาพ
ไม่ไดม้ าตรฐาน หรือมี ราคาสูงเกนิ ที่กาหนด ตอ้ งแจง้ ให้กับหนว่ ยงานรัฐบาลทีร่ ับผิดชอบเพ่ือให้
มาตรวจสอบ

๔. จากกรณีตวั อย่างธนาคารและรฐั บาลมบี ทบาทอย่างไร
ตอบ 1) ธนาคาร มีบทบาทให้การสนบั สนุนการผลติ แกผ่ ูผ้ ลิตทุกระดับทั้งในระดับเกษตรกร และ
ผูผ้ ลติ ทาง ดา้ นอตุ สาหกรรม คอื โรงสีมิตรเกษตร
2) รฐั บาล มบี ทบาทในการให้การสนบั สนุนการผลติ ด้านการเกษตร เช่น การกาหนดราคา
ผลผลติ การเกษตร และการลงทนุ ด้วยการกู้เงินดอกเบย้ี อตั ราต่า

๑๓๘

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๒
สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ า เศรษฐศาสตร์ รหสั วิชา ส 16101
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๓ บทที่ ๑ เรือ่ ง ภาษีและหน่วยงานท่ีทาหนา้ ท่จี ัดเกบ็ ภาษี เวลาเรียน 1ช่ัวโมง

ครูผูส้ อนนายปรเมษฐ์ ทองโคตร

๑. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชว้ี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
ส 3.2 ป.6/1 อธิบายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งผู้ผลติ ผ้บู รโิ ภค ธนาคาร และรัฐบาล

๒. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ประชาชนท่ีมีรายได้ตามกฎหมายกาหนด มีหนา้ ทีต่ อ้ งเสยี ภาษี โดยมีหน่วยงานท่มี หี นา้ ท่จี ดั เกบ็

ภาษีในแตล่ ะประเภทตามท่ีกฎหมายกาหนด

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) อธบิ ายประเภทของภาษีและหน่วยงานทมี่ ีหนา้ ท่ีจัดเกบ็ ภาษไี ด้ (K)
2) ตรวจสอบการเสยี ภาษีของตนเองจากการใชจ้ า่ ยในชวี ติ ประจาวนั ได้ (P)
3) เหน็ ความสาคัญของการเสียภาษีจากการใชจ้ ่ายในชวี ติ ประจาวนั ได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้
๔.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- ภาษแี ละหน่วยงานทจ่ี ัดเก็บภาษี
๔.๒ สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถน่ิ
(พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา)

๕. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร : สามารถสื่อสารความรอู้ ย่างเขา้ ใจ
2. ความสามารถในการคิด : สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและคุณธรรมได้
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา : สามารถแกป้ ญั หาเฉพาะหน้าได้
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต : สามารถแก้ปญั หาเฉพาะหน้าได้
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สามารถนาข้อมูลในอินเทอรเ์ น็ตมาปรับใชไ้ ด้

๖.คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 2. มีวินัย 3. ใฝเ่ รยี นรู้
 ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 5. รักความเป็นไทย

4. ม่งุ ม่นั ในการทางาน

๑๓๙

๗. กิจกรรมการเรยี นรู้
๑.๑ ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรียน
๑. นกั เรียนทาความเคารพ ครทู ักทายนักเรียน
๒. ครูนาขา่ วเกี่ยวกบั การเสียภาษีหรือการเก็บภาษี มาเล่าให้นักเรียนฟงั หรือใหต้ วั แทนนกั เรยี น

ออกมาเล่าขา่ วเกยี่ วกบั การเสียภาษหี รือการเก็บภาษีในช่วงเวลาน้ัน
๓. นักเรียนรว่ มกนั ตอบคาถามตวั อยา่ งข่าวท่เี กยี่ วกบั การเสยี ภาษีหรอื การเกบ็ ภาษี ดงั น้ี
1) ขอ้ มลู /ข่าวสาร ดังกลา่ ว เป็นเร่ืองราวเก่ยี วกับอะไร
2) หน่วยงานใดมีสว่ นในการจัดเก็บภาษี ยกตัวอย่าง
3) การดาเนินการของหน่วยงานในขา่ วสง่ ผลดีอยา่ งไรบ้าง
๔. ครอู ธบิ ายเช่ือมโยงใหน้ ักเรียนเห็นความจาเปน็ ในการเสียภาษี จากข่าวที่ได้ยกตัวอยา่ งมาใน

ขา้ งต้น

๑.๒ ขัน้ สอน/กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นขน้ั สอน
๕. ครูให้นักเรียนแบ่งกล่มุ ออกเปน็ กลมุ่ ละ ๔ คน แลว้ สง่ ตวั แทนออกมาจบั หัวขอ้ งานใหร้ ว่ มมือ

กันสืบค้นความร้เู กย่ี วกับภาษีและหน่วยงานทีท่ าหน้าทจี่ ดั เก็บภาษจี ากหนังสือเรยี นวชิ าสังคมศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม ป.6 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรียนร้เู รื่อง เศรษฐศาสตร์ บทที่ ๑ เร่ือง ความสัมพนั ธ์
ทางเศรษฐกจิ PowerPoint เรอ่ื ง ภาษีและหน่วยงานทท่ี าหนา้ ทจี่ ัดเก็บภาษี หรือแหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
เช่น อินเทอร์เน็ต โดยศึกษากลมุ่ ละ 1 หวั ข้อ ดังนี้

กล่มุ ที่ 1 เรือ่ ง ความสาคัญของการจัดเกบ็ ภาษี
กลมุ่ ท่ี 2 เรอ่ื ง ประเภทของภาษี
กลมุ่ ท่ี 3 เรอ่ื ง หนว่ ยงานทจ่ี ดั เกบ็ ภาษี
๖. สมาชกิ ในกลุม่ ร่วมกันอภิปรายในประเดน็ ความรู้ที่ได้ศึกษามาจนมคี วามเข้าใจกระจ่างชดั โดย

ครผู สู้ อนติดตามสังเกตการณ์และให้คาแนะนาทุกกลมุ่

๗. สมาชกิ แตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั ทาใบงานเพือ่ สร้างความกระจ่างชัดเจนในเรื่องท่ีศกึ ษา ดังนี้
กลมุ่ ที่ 1 ทาใบงานที่ 3.2.2 เร่ือง ความสาคัญของการจัดเกบ็ ภาษี
กลุ่มที่ 2 ทาใบงานที่ 3.2.3 เรื่อง ประเภทของภาษี
กลมุ่ ท่ี 3 ทาใบงานท่ี 3.2.4 เร่ือง หนว่ ยงานท่ีจัดเก็บภาษี

๘. สมาชิกแต่ละกลุม่ ตรวจสอบความถกู ต้องของใบงานท่ตี นเองรับผดิ ชอบจากใบงานฉบับเฉลย
๑.๓ ขน้ั สรปุ

๙. ครเู ปดิ โอกาสให้นกั เรียนซักถามข้อสงสัย

๑๐. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรุปองค์ความรู้

๑๔๐

๘. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

รายการวดั วธิ ีวัด เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน
- ตรวจใบงานท่ี 3.2.2
การประเมนิ ระหวา่ งการ เรอ่ื ง ความสาคัญของ - ใบงานท่ี 3.2.2 เรอ่ื ง - รอ้ ยละ 60 ผ่าน
จดั กิจกรรมการเรยี นรู้ การจัดเก็บภาษี
1) อธิบายประเภทของ - ตรวจใบงานที่ 3.2.3 ความสาคญั ของการ เกณฑ์
ภาษแี ละหนว่ ยงานท่ีมี เรือ่ ง ประเภทของภาษี จัดเก็บภาษี
หนา้ ที่จัดเกบ็ ภาษี - ตรวจใบงานท่ี 3.2.4 - ใบงานท่ี 3.2.3 เร่อื ง - ร้อยละ 60 ผา่ น
2) ตรวจสอบการเสยี ภาษี เรื่อง หนว่ ยงานทจี่ ัดเก็บ
ของตนเองจากการใช้จา่ ย ภาษี ประเภทของภาษี เกณฑ์
ในชีวติ ประจาวนั - ใบงานท่ี 3.2.4 เรอ่ื ง - รอ้ ยละ 60 ผ่าน
3) เหน็ ความสาคญั ของ - สังเกตพฤติกรรม หนว่ ยงานท่จี ดั เกบ็ เกณฑ์
การจ่ายภาษีจากการใช้ การทางานรายบุคคล
จ่ายในชีวิตประจาวนั - สงั เกตพฤติกรรม ภาษี

พฤติกรรมการทางาน การทางานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
รายบุคคล การทางานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์

พฤติกรรมการทางานกล่มุ - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
การทางานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์

๙. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
๙.๑ สื่อการเรียนรู้
๑. หนังสือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐานสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.6 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3

เรียนรเู้ รื่อง เศรษฐศาสตร์ บทท่ี 2 เรือ่ ง ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ
2. PowerPoint เรอื่ ง ภาษีและหนว่ ยงานท่ที าหนา้ ทจ่ี ัดเก็บภาษี
3. ใบงานที่ 3.2.2 เรือ่ ง ความสาคัญของการจัดเกบ็ ภาษี
4. ใบงานท่ี 3.2.3 เรื่อง ประเภทของภาษี
5. ใบงานที่ 3.2.4 เร่อื ง หน่วยงานที่จดั เกบ็ ภาษี
6. ข่าวเกี่ยวกับการเสยี ภาษหี รือการเกบ็ ภาษี

๙.๒ แหลง่ การเรียนรู้
- อินเทอรเ์ น็ต
- ห้องสมดุ ของโรงเรียน
- ข่าวสาร

๑๔๑

บนั ทกึ หลงั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

๑. ด้านความรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………..……………………………………………………………………………………………………………………………..........
๒. ดา้ นทักษะ

........................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๓. ด้านคณุ ลกั ษณะ

...................................................................................................................................... ..................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๔. ปัญหา/อปุ สรรค

………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. แนวทางแก้ไขและพัฒนา

………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๖. ผลการดาเนินการ

............................................................................................................................. ..................................
............................................................................................................................. ................................................
............................................................................................................................. ................................................

ลงช่ือ...................................................................
ผู้สอน

( นายปรเมษฐ์ ทองโคตร )
..................../....................../........................

๑๔๒

ความคดิ เหน็ (ครูพเ่ี ลีย้ ง/ผู้ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย)
......................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... .................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

ลงช่อื …………………………………………….. ลงช่อื .........................................................
( นางสาวโสภา ตน้ สนี นท์ ) ( อาจารย์อนสุ รณ์ นางทะราช )
ครพู ่ีเลย้ี ง/ผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย อาจารยท์ ่ปี รึกษา
............./................./...............
............../.................../.................

ความคดิ เหน็ ของทา่ นผ้อู านวยการ
......................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................... .................................

ลงชื่อ……………………………………………..
( นายชาญชยั เดชพละ )

ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านดอนดู่คุรรุ าษฎรว์ ิทยา
............./................./...............

๑๔๓

เกณฑก์ ารประเมนิ สงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรายบคุ คล

รายการประเมนิ ๓ เกณฑก์ ารให้คะแนน ๑
๒ มคี วามสนใจในการ
๑. ความต้งั ใจในการ มีความสนใจในการเรยี น เรยี น คุยหรือเลน่
เรยี น ไม่คุยหรือเล่นในขณะ มคี วามสนใจในการเรียน ในขณะเรียนบางครง้ั
เรยี น คยุ หรือเลน่ ในขณะเรยี น
เลก็ น้อย มกี ารถามหัวข้อที่ตนไม่
๒. ความสนใจและการ มกี ารถามหัวข้อทตี่ นไม่ เขา้ ใจเป็นบางครง้ั
ซกั ถาม เข้าใจทุกเร่ือง มกี ารถามหัวขอ้ ทีต่ นไม่
เขา้ ใจเปน็ สว่ นมาก

๓. การตอบคาถาม ตอบคาถามในเรอ่ื งที่ครู ตอบคาถามในเร่อื งทค่ี รู ตอบคาถามในเรือ่ งที่ครู

ถามถูกทุกข้อ ถามถูกเป็นสว่ นมาก ถามถูกเป็นบางข้อ

๔. ส่งงานตาม ส่งงานตามกาหนดเวลา สง่ งานตามกาหนดเวลา ส่งงานไม่ทนั ตาม
กาหนดเวลา ทกุ ครง้ั และถูกต้องชดั เจน และถูกตอ้ งชัดเจนเปน็ ส่วน กาหนดเวลาและไมค่ ่อย

ใหญ่ ถกู ต้องชัดเจน

๕. มีส่วนร่วมในการทา รว่ มทากิจกรรมอยา่ ง รว่ มทากิจกรรมเปน็ รว่ มทากิจกรรมเป็น
สว่ นมาก บางคร้ัง
กจิ กรรม สม่าเสมอ

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ ๒ คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ให้ ๑ คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

ดี (๓) หมายถงึ มี ๑๒ – ๑๕ คะแนน

ปานกลาง (๒) หมายถงึ มี ๘ – ๑๑ คะแนน

ปรบั ปรงุ (๑) หมายถงึ มี ๔ – ๗ คะแนน

เกณฑก์ ารผ่าน ร้อยละ ๖๐ ( ๘ คะแนนขึ้นไป )

๑๔๔

แบบประเมนิ สังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล

ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านดอนดคู่ รุ ุราษฎร์วิทยา

ภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔

พฤติกรรม / ระดับคะแนน

ลา ความตัง้ ใจ ความสนใจ การตอบ ส่งงานตาม มีสว่ นร่วม
ดบั ช่อื – สกลุ
ที่ ในการเรียน และการ คาถาม กาหนดเวลา ในการทา รวม

๑ เด็กชายนรากร ดอกพุทรา ซักถาม กจิ กรรม ๑๕
๒ เด็กชายตะวนั จันทร์งาม
๓ เด็กชายสหรฐั แสนเขม็ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ คะแนน
๔ เด็กชายอภิชาต โนนทงิ
๕ เด็กชายกรวิชญ์ โสบุญมา
๖ เด็กชายติณณภัทร ชยั เดช
๗ เด็กชายธนวัตร์ ศรเี ฉลยี ว
๘ เดก็ ชายธนั วา พรมแพง
๙ เดก็ หญงิ พิมปะภศั เพียศรี
๑๐ เดก็ หญงิ ศศิประภา นาหวั นลิ
๑๑ เดก็ หญงิ สุภนดิ า แตงแกว้
๑๒ เด็กหญงิ กัญญ์วรา บังอร

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมนิ คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน
ระดบั ๓ หมายถงึ มีพฤติกรรมในระดบั ดี คะแนน ๑๒ – ๑๕ หมายถงึ ดี
ระดับ ๒ หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดับ ปานกลาง
ระดับ ๑ หมายถึง มีพฤตกิ รรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน ๘ – ๑๑ หมายถงึ ปานกลาง
คะแนน ๔ – ๗ หมายถึง ปรบั ปรุง
เกณฑ์การผ่าน รอ้ ยละ ๖๐ ( ๘ คะแนนขึ้นไป )
ลงชอ่ื ........................................................
( นายปรเมษฐ์ ทองโคตร )
ครผู สู้ อน / ผปู้ ระเมนิ

๑๔๕

เกณฑ์การประเมินการสงั เกตพฤตกิ รรมงานกลุ่ม

รายการประเมนิ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ดีมาก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)

๑. ความตงั้ ใจในการเรยี น มคี วามสนใจใน มีความสนใจใน มคี วามสนใจใน ไมส่ นใจในการ

การเรยี น ไม่คุย การเรยี น คุย การเรยี น คยุ เรยี น คุยหรอื เลน่

หรือเลน่ หรอื เลน่ หรอื เลน่ ในขณะ ในขณะเรียน

ในขณะเรยี น ในขณะเรียน เรยี นบางคร้ัง บ่อยครัง้
เลก็ น้อย

๒. ความสนใจและการ มีการถาม มกี ารถาม มกี ารถามหวั ข้อ ไมถ่ ามหวั ข้อที่

ซักถาม หัวข้อทต่ี นไม่ หวั ขอ้ ท่ตี นไม่ ที่ตนไมเ่ ขา้ ใจ ตนไมเ่ ข้าใจ

เข้าใจทุกเรอ่ื ง เขา้ ใจเปน็ เป็นบางครั้ง

ส่วนมาก

๓. การตอบคาถาม ตอบคาถามใน ตอบคาถามใน ตอบคาถามใน ไม่ตอบคาถามใน

เรอ่ื งท่ีครูถาม เร่ืองที่ครถู าม เร่ืองท่ีครูถามถกู เรื่องที่ครถู ามเลย

ถูกทุกข้อ ถูกเป็น เป็นบางข้อ

ส่วนมาก

๔. ส่งงานตาม สง่ งานตาม ส่งงานตาม ส่งงานไม่ทนั ตาม ส่งงานไม่ทันตาม
กาหนดเวลา กาหนดเวลา กาหนดเวลา กาหนดเวลาและ กาหนดเวลาและ

ทกุ ครง้ั และ และถูกต้อง ไมค่ ่อยถูกตอ้ ง ไมถ่ ูกตอ้ งชดั เจน

ถูกต้องชัดเจน ชดั เจนเปน็ ส่วน ชดั เจน

ใหญ่

๕. มสี ่วนร่วมในการทา ร่วมทา รว่ มทากิจกรรม รว่ มทากจิ กรรม ไมร่ ว่ มทา
กจิ กรรมหรืองานกลุ่ม กิจกรรมหรือ หรืองานกลุ่ม หรืองานกล่มุ กจิ กรรมหรืองาน
งานกล่มุ อยา่ ง เปน็ ส่วนมาก เป็นบางครงั้ กลมุ่ เลย

สมา่ เสมอ

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ ๔ คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยครงั้ ให้ ๑ คะแนน

๑๔๖

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบา้ นดอนด่คู ุรุราษฎรว์ ทิ ยา

ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔

ที่ ความ ความสนใจ การตอบ สง่ งานตาม มีสว่ นร่วมใน รวม
ช่ือ-สกุล ตง้ั ใจใน และการ คาถาม กาหนดเวลา การทา ๒๐
การเรียน ซกั ถาม(๔) (๔) คะแนน
๑ เด็กชายนรากร ดอกพุทรา (๔) กิจกรรม
๒ เด็กชายตะวัน จนั ทร์งาม (๔) (๔)
๓ เด็กชายสหรฐั แสนเขม็
๔ เดก็ ชายอภชิ าต โนนทิง ๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔ ๓๒๑ ๔ ๓๒๑
๕ เด็กชายกรวชิ ญ์ โสบุญมา
๖ เด็กชายติณณภทั ร ชยั เดช
๗ เดก็ ชายธนวัตร์ ศรีเฉลยี ว
๘ เด็กชายธนั วา พรมแพง
๙ เดก็ หญงิ พิมปะภัศ เพียศรี
๑๐ เด็กหญิงศศิประภา นาหวั นิล
๑๑ เด็กหญิงสุภนิดา แตงแก้ว
๑๒ เด็กหญิงกัญญว์ รา บงั อร

ลงช่อื ........................................................
( นายปรเมษฐ์ ทองโคตร )
ครูผสู้ อน / ผู้ประเมิน

๑๔๗

ชื่อ-สกุล........................................................................................................ชนั้ ...........เล ขท่ี

................................

ใบงานที่ 3.2.2 เรอ่ื ง ความสาคญั ของการจัดเกบ็ ภาษี
คาช้ีแจง : ให้นักเรียนเขยี นเครอ่ื งหมาย  หน้าข้อความที่แสดงถงึ ความสาคญั ของการจัดเก็บภาษี
พรอ้ มอธบิ ายเหตผุ ล

รายการ เหตุผล
นาไปบรจิ าคให้คนยากไร้

นาไปใชใ้ นกิจกรรมต่าง ๆ ของประชาชน

เปน็ คา่ ใช้จ่ายในการสรา้ งสาธารณปู โภค

จา่ ยเปน็ เงนิ เดือนขา้ ราชการและลกู จ้างของรฐั บาล

ชา้ ระหน้สี าธารณะของประเทศ

ใช้จ่ายสว่ นบุคคล

จัดสรรให้กับโรงพยาบาล โรงเรียน หนว่ ยงานของรัฐ

นาไปสร้างบา้ นให้กบั ข้าราชที่เกษียณโดยไมผ่ า่ นการอนมุ ัติ

ใช้จ่ายในการดาเนนิ การโครงการต่าง ๆ ของรัฐ

นาไปหมนุ เวยี นในระบบเศรษฐกจิ ตามนโยบายของรฐั บาล

๑๔๘

ช่อื -สกุล........................................................................................................ชน้ั ...........เล ขที่
................................

ใบงานที่ 3.2.3 เรื่อง ประเภทของภาษี
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนวิเคราะห์ประเภทของภาษีและพิจารณาว่าเป็นขอ้ ความท่ีกาหนดสอดคล้องกบั ภาษี
ประเภทใด แล้วเขียนเครอ่ื งหมาย  ในชอ่ งของประเภทน้ัน

ลาดับ รายการ ภาษี ภาษี
ทางตรง ทางอ้อม

๑ อ้อม ซอ้ื เครอ่ื งสาอางจากห้างสรรพสนิ คา้ และได้รับใบเสร็จท่ี มี
รายการหกั ภาษี

๒ คณุ ครูนภาเสียภาษีเงนิ ไดเ้ ม่ือถึงส้นิ ปี
๓ เมื่อคุณพ่อของขวัญเสียชีวติ ขวญั ไดร้ ับเงนิ มรดกจานวนหนึ่ง แต่

ต้องเสยี ภาษมี รดก
๔ คุณยายพริม้ มีเงนิ ฝากธนาคารเพอื่ รับดอกเบีย้ เงินฝาก แต่ก็ ตอ้ งถูก

เกบ็ ภาษีดอกเบย้ี เงนิ ฝาก
๕ บรษิ ทั ยานยนตรจ์ ากัด ต้องเสียภาษีนาเขา้ รถยนต์ทีส่ ่ังมาจาก

ตา่ งประเทศ
๖ คณุ แม่พานดิ ไปรบั ประทานอาหารที่ภตั ตาคาร เมื่อพนักงาน มา

เกบ็ เงนิ คุณแม่ต้องจ่ายเงนิ พร้อมภาษีตามรายการในใบเสร็จ
๗ ห้างห้นุ สว่ นรวมมติ รมีรายไดจ้ ากการจาหน่ายเสื้อผา้ สาเรจ็ รูป เม่ือ

ถึงสน้ิ ปกี ็ต้องไปยน่ื แบบคาขอเสยี ภาษีเงินไดน้ ติ บิ ุคคล
๘ นา้ แขง็ ไปเตมิ น้ามนั รถจกั รยานยนต์ที่ปัม้ นา้ มัน โดยราคา นา้ มันท่ี

น้า แข็งชาระ เป็นราคาทร่ี วมภาษีแล้ว
๙ โดมบอกกับเพ่ือนวา่ เขาตอ้ งซื้อรองเทา้ จากต่างประเทศ เพราะ

สินค้าที่จาหนา่ ยอยู่ในประเทศเก็บอัตราภาษสี งู มาก
๑๐ ดาราเปน็ แม่ค้าขายของแผงลอยในตลาดสด เม่ือถงึ สนิ้ ปภี าษี ดารา

ต้องเสยี ภาษเี งนิ ไดบ้ ุคคลธรรมดา

๑๔๙

ช่อื -สกลุ ........................................................................................................ชัน้ ...........เล ขที่
................................

ใบงานท่ี 3.2.4 เรอ่ื ง หนว่ ยงานทีจ่ ัดเกบ็ ภาษี
คาชแ้ี จง : ให้นกั เรียนวิเคราะหข์ ้อความท่ีกาหนดวา่ สอดคล้องกับหนา้ ทีข่ องหนว่ ยงานใด แล้วเขยี น

เครอื่ งหมาย  ลงในชอ่ งท่ีกาหนดใหถ้ ูกต้อง

ลาดบั รายการ กรม กรม กรม
ศุลกากร สรรพสามิตร
สรรพากร

๑ ห้างหุ้นส่วนไทย จากัด มอบใหฝ้ า่ ยการเงนิ

เป็น ผดู้ าเนนิ การเสียภาษีเงินได้นิติบคุ คล

๒ บรษิ ทั ทเุ รียนไทยสง่ ทุเรยี นไปจาหน่ายยัง

ประเทศ จนี ปริมาณมากกว่าบรษิ ัทอ่ืน

๓ ชาญกับเพ่ือนลงทนุ ขายอาหารตามสั่งมี

รายได้ เลก็ น้อย

๔ รฐั บาลข้ึนภาษสี รุ าท่นี าเข้ามาจาก

ต่างประเทศ

๕ ธนาไปซอื้ อากรแสตมปม์ าตดิ สญั ญากูย้ มื เงิน

๖ บริษัทยนต์ชยั นาเข้ารถจกั รยานยนตจ์ าก

ประเทศเยอรมัน

๗ บหุ รีท่ สี่ ง่ั จากตา่ งประเทศจะมีราคาแพง

เพราะ ต้องเสียภาษีนาเข้า

๘ โรงภาพยนตรแ์ กรนดต์ ้องติดอากรมหรสพที่

บัตร เข้าชมภาพยนตร์

๙ ปั้มนา้ มันจะตอ้ งเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก

ลกู ค้า

๑๐ ปรีชาขายทองรูปพรรณได้มากกว่าทุกปี

๑๕๐

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓
สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชา เศรษฐศาสตร์ รหัสวิชา ส 16101
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๔
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๓ บทท่ี ๓ เรอ่ื ง ภาษีและหน่วยงานที่ทาหนา้ ทีจ่ ัดเกบ็ ภาษี (ต่อ) เวลาเรียน 1
ชว่ั โมง
ครูผู้สอนนายปรเมษฐ์ ทองโคตร

๑. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
ส 3.2 ป.6/1 อธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งผู้ผลิต ผบู้ ริโภค ธนาคาร และรฐั บาล

๒. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
ประชาชนทมี่ รี ายได้ตามกฎหมายกาหนด มีหนา้ ท่ีตอ้ งเสียภาษี โดยมหี นว่ ยงานทมี่ ีหนา้ ที่จัดเก็บ

ภาษีในแตล่ ะประเภทตามที่กฎหมายกาหนด

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1) อธบิ ายประเภทของภาษีและหนว่ ยงานที่มีหนา้ ทีจ่ ัดเก็บภาษไี ด้ (K)
2) ตรวจสอบการเสยี ภาษีของตนเองจากการใช้จ่ายในชวี ิตประจาวันได้ (P)
3) เหน็ ความสาคัญของการเสียภาษจี ากการใชจ้ า่ ยในชวี ติ ประจาวนั ได้ (A)

4. สาระการเรียนรู้
๔.๑ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- ภาษแี ละหนว่ ยงานที่จัดเกบ็ ภาษี
๔.๒ สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถน่ิ
(พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา)

๕. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร : สามารถสื่อสารความรู้อยา่ งเข้าใจ
2. ความสามารถในการคดิ : สามารถวิเคราะห์ข้อมลู และคุณธรรมได้
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา : สามารถแก้ปญั หาเฉพาะหนา้ ได้
๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต : สามารถแกป้ ญั หาเฉพาะหนา้ ได้
๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี : สามารถนาข้อมลู ในอนิ เทอรเ์ นต็ มาปรับใช้ได้

๖.คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 2. มวี ินัย 3. ใฝเ่ รียนรู้
 ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ 5. รักความเปน็ ไทย

4. มุ่งมั่นในการทางาน

๑๕๑

๗. กจิ กรรมการเรียนรู้
๑.๑ ข้ันนาเขา้ สู่บทเรียน
๑. นักเรยี นทาความเคารพ ครทู กั ทายนักเรียน
๒. ครูและนกั เรยี นทบทวนความรูเ้ ดมิ
๑.๒ ข้ันสอน/กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นขัน้ สอน
๓. ให้สมาชกิ ของแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนออกนาเสนอประเด็นสาคญั ในความรู้ทไ่ี ดร้ ับมา โดย

ครผู ู้สอนตรวจสอบความถกู ต้อง

๔. นักเรียนรว่ มกันดูตัวอยา่ งแบบแสดงรายการภาษเี งนิ ได้จากหนังสือเรียนวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม ป.6 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 3 เรยี นรูเ้ รื่องเศรษฐศาสตร์ บทที่ 2 เรอื่ ง ความสัมพันธท์ างเศรษฐกจิ
หรอื สบื ค้นจากอนิ เทอร์เน็ตเก่ียวกับหน่วยงานท่ีทาหน้าที่จัดเก็บภาษี ได้แก่ กรมสรรพากร กรมศุลกากร
และกรมสรรพสามิต เพื่อให้นักเรียนไดเ้ รยี นรูเ้ พ่ิมเติมและได้ข้อมลู ที่ถกู ต้อง

๑.๓ ขน้ั สรปุ
๕. นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความสาคญั ของการจัดเกบ็ ภาษี ประเภทของภาษี และหนว่ ยงาน

ทจี่ ัดเกบ็ ภาษี

๖. นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น วิชาสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.6 หน่วยการ
เรยี นรู้ที่ 3 เรียนรูเ้ รื่องเศรษฐศาสตร์ บทท่ี 2 เรือ่ ง ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจ

๑๕๒

๘. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

รายการวัด วิธวี ดั เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ
การประเมนิ ระหว่างการ - ตรวจใบงานที่ 3.2.2
จดั กิจกรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง ความสาคัญของ - ใบงานที่ 3.2.2 เรอื่ ง - รอ้ ยละ 60 ผา่ น
1) อธบิ ายประเภทของ การจดั เกบ็ ภาษี
ภาษีและหนว่ ยงานที่มี - ตรวจใบงานท่ี 3.2.3 ความสาคญั ของการ เกณฑ์
หน้าทจี่ ดั เกบ็ ภาษี เร่อื ง ประเภทของภาษี
2) ตรวจสอบการเสยี ภาษี - ตรวจใบงานท่ี 3.2.4 จดั เกบ็ ภาษี
ของตนเองจากการใช้จ่าย เรอื่ ง หน่วยงานท่จี ดั เกบ็
ในชวี ิตประจาวัน ภาษี - ใบงานที่ 3.2.3 เร่ือง - ร้อยละ 60 ผ่าน
3) เหน็ ความสาคัญของ - ตรวจแบบฝึกปฏิบัติ
การจา่ ยภาษีจากการใช้ ทกั ษะรวบยอด ประเภทของภาษี เกณฑ์
จ่ายในชวี ิตประจาวัน
- ประเมนิ การนาเสนอ - ใบงานท่ี 3.2.4 เรอ่ื ง - ร้อยละ 60 ผ่าน
การนาเสนอผลงาน ผลงาน
หน่วยงานทจ่ี ดั เก็บ เกณฑ์
พฤติกรรมการทางาน - สังเกตพฤติกรรม
รายบคุ คล การทางานรายบุคคล ภาษี
- สงั เกตพฤติกรรม
พฤติกรรมการทางานกล่มุ - ตรวจแบบฝกึ ปฏิบัติ - ร้อยละ 60 ผ่าน
การทางานกล่มุ
ทกั ษะรวบยอด เกณฑ์

- แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
การนาเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์

- แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2
การทางานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์

- แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2
การทางานกลุม่ ผ่านเกณฑ์

๙. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้
๙.๑ สือ่ การเรยี นรู้
๑. หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐานสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.6 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3

เรียนรู้เร่อื ง เศรษฐศาสตร์ บทท่ี 2 เรื่อง ความสัมพันธท์ างเศรษฐกจิ
2. แบบฝึกปฏิบตั ทิ ักษะรวบยอดวชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ป.6 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี

3 เรยี นรเู้ ร่อื งเศรษฐศาสตร์ บทท่ี 2 เรอื่ ง ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกจิ
3. ใบงานท่ี 3.2.2 เรื่อง ความสาคัญของการจัดเก็บภาษี

๙.๒ แหล่งการเรียนรู้
- อนิ เทอร์เนต็
- หอ้ งสมุดของโรงเรยี น

- Microsoft PowerPoint

๑๕๓

บนั ทกึ หลงั การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

๑. ด้านความรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๒. ด้านทกั ษะ

........................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
๓. ดา้ นคุณลกั ษณะ

........................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................... ..................
๔. ปญั หา/อุปสรรค

………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. แนวทางแกไ้ ขและพฒั นา

………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………..
๖. ผลการดาเนินการ

............................................................................................................................. ..................................
...................................................................................... .......................................................................................
............................................................................................................................. ................................................

ลงชื่อ...................................................................
ผู้สอน

( นายปรเมษฐ์ ทองโคตร )
..................../....................../........................

๑๕๔

ความคดิ เห็น (ครพู ่ีเล้ยี ง/ผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย)
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

ลงช่อื …………………………………………….. ลงชอ่ื .........................................................
( นางสาวโสภา ต้นสนี นท์ ) ( อาจารย์อนุสรณ์ นางทะราช )
ครูพี่เลย้ี ง/ผทู้ ี่ได้รับมอบหมาย อาจารย์ทปี่ รึกษา
............./................./...............
............../.................../............ .....

ความคดิ เหน็ ของท่านผู้อานวยการ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ……………………………………………..
( นายชาญชัย เดชพละ )

ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านดอนด่คู รุ ุราษฎรว์ ิทยา
............./................./...............

๑๕๕

เกณฑก์ ารประเมินสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรายบคุ คล

รายการประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน

๑. ความต้งั ใจในการ ๓ ๒๑
เรยี น
มีความสนใจในการเรยี น มคี วามสนใจในการเรียน มคี วามสนใจในการ
ไม่คุยหรือเล่นในขณะ คยุ หรือเลน่ ในขณะเรยี น เรยี น คุยหรือเลน่
เรยี น เลก็ น้อย ในขณะเรียนบางครง้ั

๒. ความสนใจและการ มกี ารถามหัวข้อทตี่ นไม่ มกี ารถามหัวขอ้ ทีต่ นไม่ มกี ารถามหัวข้อที่ตนไม่

ซกั ถาม เข้าใจทุกเร่ือง เขา้ ใจเปน็ สว่ นมาก เขา้ ใจเป็นบางครง้ั

๓. การตอบคาถาม ตอบคาถามในเรอ่ื งที่ครู ตอบคาถามในเร่อื งทค่ี รู ตอบคาถามในเรือ่ งที่ครู

ถามถูกทุกข้อ ถามถูกเป็นสว่ นมาก ถามถูกเป็นบางข้อ

๔. ส่งงานตาม ส่งงานตามกาหนดเวลา สง่ งานตามกาหนดเวลา ส่งงานไม่ทนั ตาม
กาหนดเวลา ทกุ ครง้ั และถูกต้องชดั เจน และถูกตอ้ งชัดเจนเปน็ ส่วน กาหนดเวลาและไมค่ ่อย

ใหญ่ ถกู ต้องชัดเจน

๕. มีส่วนร่วมในการทา รว่ มทากิจกรรมอยา่ ง รว่ มทากิจกรรมเปน็ รว่ มทากิจกรรมเป็น
สว่ นมาก บางคร้ัง
กจิ กรรม สม่าเสมอ

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ ๓ คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ ๒ คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครง้ั ให้ ๑ คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

ดี (๓) หมายถงึ มี ๑๒ – ๑๕ คะแนน

ปานกลาง (๒) หมายถงึ มี ๘ – ๑๑ คะแนน

ปรบั ปรงุ (๑) หมายถงึ มี ๔ – ๗ คะแนน

เกณฑก์ ารผ่าน ร้อยละ ๖๐ ( ๘ คะแนนขึ้นไป )

๑๕๖

แบบประเมินสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖ โรงเรียนบ้านดอนด่คู รุ รุ าษฎรว์ ิทยา

ภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔

พฤติกรรม / ระดับคะแนน

ลา ความตงั้ ใจ ความสนใจ การตอบ สง่ งานตาม มีสว่ นร่วม
ดบั ช่ือ – สกลุ
ที่ ในการเรยี น และการ คาถาม กาหนดเวลา ในการทา รวม

๑ เดก็ ชายนรากร ดอกพุทรา ซักถาม กจิ กรรม ๑๕
๒ เด็กชายตะวัน จันทรง์ าม
๓ เด็กชายสหรฐั แสนเขม็ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ คะแนน
๔ เดก็ ชายอภชิ าต โนนทิง
๕ เด็กชายกรวิชญ์ โสบุญมา
๖ เด็กชายติณณภทั ร ชยั เดช
๗ เด็กชายธนวัตร์ ศรีเฉลยี ว
๘ เดก็ ชายธนั วา พรมแพง
๙ เดก็ หญิงพมิ ปะภศั เพียศรี
๑๐ เดก็ หญิงศศิประภา นาหัวนลิ
๑๑ เด็กหญิงสภุ นดิ า แตงแกว้
๑๒ เดก็ หญิงกัญญว์ รา บังอร

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมนิ คะแนนเต็ม ๑๕ คะแนน
ระดับ ๓ หมายถึง มพี ฤติกรรมในระดบั ดี คะแนน ๑๒ – ๑๕ หมายถงึ ดี
ระดบั ๒ หมายถึง มีพฤติกรรมในระดบั ปานกลาง
ระดับ ๑ หมายถงึ มีพฤตกิ รรมในระดบั ปรบั ปรุง คะแนน ๘ – ๑๑ หมายถงึ ปานกลาง
คะแนน ๔ – ๗ หมายถงึ ปรับปรุง
เกณฑก์ ารผา่ น รอ้ ยละ ๖๐ ( ๘ คะแนนข้ึนไป )
ลงช่ือ........................................................
( นายปรเมษฐ์ ทองโคตร )
ครผู สู้ อน / ผู้ประเมนิ

๑๕๗

เกณฑ์การประเมินการสังเกตพฤตกิ รรมงานกลุ่ม

รายการประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ดมี าก (๔) ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรงุ (๑)

๑. ความต้ังใจในการเรยี น มีความสนใจใน มีความสนใจใน มคี วามสนใจใน ไมส่ นใจในการ

การเรยี น ไม่คุย การเรียน คยุ การเรียน คยุ เรยี น คยุ หรือเล่น

หรือเลน่ หรอื เลน่ หรือเลน่ ในขณะ ในขณะเรียน

ในขณะเรยี น ในขณะเรยี น เรียนบางครง้ั บ่อยครั้ง

เลก็ น้อย

๒. ความสนใจและการ มกี ารถาม มีการถาม มีการถามหวั ข้อ ไมถ่ ามหวั ขอ้ ที่

ซกั ถาม หวั ข้อทีต่ นไม่ หัวข้อทีต่ นไม่ ท่ีตนไมเ่ ขา้ ใจ ตนไมเ่ ข้าใจ

เข้าใจทุกเร่ือง เข้าใจเป็น เป็นบางครัง้

สว่ นมาก

๓. การตอบคาถาม ตอบคาถามใน ตอบคาถามใน ตอบคาถามใน ไม่ตอบคาถามใน

เรอ่ื งที่ครูถาม เร่อื งท่ีครูถาม เรือ่ งท่ีครถู ามถกู เรอ่ื งท่ีครูถามเลย

ถูกทุกข้อ ถูกเป็น เป็นบางข้อ

ส่วนมาก

๔. ส่งงานตาม สง่ งานตาม ส่งงานตาม สง่ งานไม่ทันตาม สง่ งานไม่ทันตาม

กาหนดเวลา กาหนดเวลา กาหนดเวลา กาหนดเวลาและ กาหนดเวลาและ

ทกุ คร้ังและ และถูกตอ้ ง ไมค่ ่อยถูกตอ้ ง ไม่ถูกตอ้ งชดั เจน

ถูกต้องชัดเจน ชัดเจนเปน็ สว่ น ชดั เจน

ใหญ่

๕. มสี ว่ นรว่ มในการทา รว่ มทา ร่วมทากจิ กรรม รว่ มทากิจกรรม ไม่รว่ มทา

กิจกรรมหรืองานกลุ่ม กจิ กรรมหรือ หรอื งานกลุ่ม หรอื งานกลมุ่ กจิ กรรมหรืองาน

งานกลุม่ อย่าง เปน็ ส่วนมาก เปน็ บางครั้ง กล่มุ เลย

สม่าเสมอ

เกณฑก์ ารให้คะแนน

ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ให้ ๓ คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ ๒ คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั ให้ ๑ คะแนน

๑๕๘

แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบา้ นดอนด่คู ุรุราษฎรว์ ทิ ยา

ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔

ที่ ความ ความสนใจ การตอบ สง่ งานตาม มีสว่ นร่วมใน รวม
ช่ือ-สกุล ตง้ั ใจใน และการ คาถาม กาหนดเวลา การทา ๒๐
การเรียน ซกั ถาม(๔) (๔) คะแนน
๑ เด็กชายนรากร ดอกพุทรา (๔) กิจกรรม
๒ เด็กชายตะวัน จนั ทร์งาม (๔) (๔)
๓ เด็กชายสหรฐั แสนเขม็
๔ เดก็ ชายอภชิ าต โนนทิง ๔๓๒๑ ๔๓๒๑ ๔๓๒๑๔ ๓๒๑ ๔ ๓๒๑
๕ เด็กชายกรวชิ ญ์ โสบุญมา
๖ เด็กชายติณณภทั ร ชยั เดช
๗ เดก็ ชายธนวัตร์ ศรีเฉลยี ว
๘ เด็กชายธนั วา พรมแพง
๙ เดก็ หญงิ พิมปะภัศ เพียศรี
๑๐ เด็กหญิงศศิประภา นาหวั นิล
๑๑ เด็กหญิงสุภนิดา แตงแก้ว
๑๒ เด็กหญิงกัญญว์ รา บงั อร

ลงช่อื ........................................................
( นายปรเมษฐ์ ทองโคตร )
ครูผสู้ อน / ผู้ประเมิน


Click to View FlipBook Version