The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-Plans คณิตเพิ่มเติม ม.1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by SSuchanya Ruangjan, 2023-05-22 22:57:25

E-Plans คณิตเพิ่มเติม ม.1

E-Plans คณิตเพิ่มเติม ม.1

แบบบันทึกข้อความ หน่วยงาน โรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา 30240 วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 เรื่อง แบบขออนุมัติใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ ตามที่ข้าพเจ้านางสาวสุชัญญา เรืองจันทร์ ได้รับมอบหมายให้จัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และ. รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัสวิชา ค 21201ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1.ชั่วโมง/สัปดาห์ จำนวน 20 ชั่วโมง/ภาค เรียน ข้าพเจ้าได้ดำเนินการวิเคราะห์หลักสูตร มาตรฐานและ ตัวชี้วัด และจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการจัดการเรียน การรู้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอนำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อขออนุมัติและนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนต่อไป จึงเรียนมา เพื่อโปรดพิจารณา ขอแสดงความนับถือ (นางสาวสุชัญญา เรืองจันทร์) ครูผู้สอน ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ความคิดเห็นของหัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ เห็นควร นำไปใช้ในการเรียนการสอนได้ เห็นควร นำไปใช้ในการเรียนการสอนได้ เห็นควร ปรับปรุง..................................... เห็นควร ปรับปรุง........................................ ลงชื่อ ลงชื่อ (นายอนุรักษ์ โพธิ์โพ้น) (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ อนุมัตินำไปใช้ในการเรียนการสอนได้ ไม่อนุมัติปรับปรุง......................................................................................................................................... .......... ลงชื่อ (ซิสเตอร์วริญญา ศิลาโคตร) ผู้อำนวยการโรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์


แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัสวิชา ค 21201 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน 0.5 หน่วยกิต ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 การกำหนดการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ รายการตรวจสอบและกลั่นกรอง การใช้แผนการเรียนรู้ ความคิดเห็นหัวหน้ากลุ่มสาระ ความคิดเห็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการ …………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………… ลงชื่อ................................................ (นายอนุรักษ์ โพธิ์โพ้น) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ลงชื่อ................................................ (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ ความคิดเห็นผู้บริหาร ………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………… ลงชื่อ................................................ (ซิสเตอร์วริญญา ศิลาโคตร) ผู้อำนวยการโรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์


คำนำ ตามที่ข้าพเจ้า ได้รับมอบหมายในการจัดการเรียนการสอน ข้าพเจ้าได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ เพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวนหน่วยกิตทั้งหมด 1 หน่วยกิต คิดเป็นเวลาเรียน 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เวลาเรียนภาคเรียนที่ 1 จำนวน 20 ชั่วโมง เวลาเรียนภาคเรียนที่ 2 จำนวน 20 ชั่วโมง รวมเป็นเวลา เรียนทั้งหมด 40 ชั่วโมง ข้าพเจ้าได้ทำการศึกษาหลักสูตร โดยวิเคราะห์สภาพการเรียนรู้จากปีการศึกษาที่ผ่านมา ด้านผลการดำเนินการในการ จัดการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล ความพึงพอใจระหว่างผู้เรียน ผู้ปกครอง ทำให้ทราบถึงปัญหาการเรียน ด้าน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้เรียนบางคนมีผลสัมฤทธิ์พัฒนาขึ้น บางคนยังไม่พัฒนาการ การดำเนินการตามแผนพัฒนาการ บริหารงาน ข้าพเจ้าได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการทุกฝ่าย อาทิเช่น คณะกรรมการบริหารหลักสูตร คณะอนุกรรมการ คณะกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณะกรรมการฝ่ายวัดผลและประเมินผล และคณะผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา และคณะผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ข้าพเจ้าจึงได้นำผลมาปรับปรุงพัฒนาโดยใช้กระบวนการ PDCA พัฒนาหลักสูตรและยกระดับผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนต่อไป ในโอกาสนี้ หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ข้าพเจ้าจะนำไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ในครั้งนี้ ประสบผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย ข้าพเจ้าขอขอบคุณทุกฝ่าย ที่ให้การดูแลสนับสนุนช่วยเหลือข้าพเจ้าให้มีความรู้ความสามารถ ยิ่งขึ้น มา ณ โอกาสนี้ (นางสาวสุชัญญา เรืองจันทร์) ผู้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัสวิชา ค 21201 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่1 เรื่องการประยุกต์ จำนวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง รูปเรขาคณิตและความยาวรอบรูปสามเหลี่ยม เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผลการเรียนรู้ 1. ใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ 2. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายเกี่ยวกับความหมายและลักษณะของรูปสามเหลี่ยม (K) 2. สร้างรูปสามเหลี่ยมเมื่อกำหนดความยาวของด้านทั้งสาม (P) 3. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการนำความรู้เรื่อง รูปสามเหลี่ยม ไปใช้ในชีวิตประจำวัน (A) สาระการเรียนรู้ รูปเรขาคณิตและความยาวรอบรูปสามเหลี่ยม สาระสำคัญ 1. รูปเรขาคณิต คือ รูปที่ประกอบด้วยจุด เส้นตรง เส้นโค้ง และอื่น ๆ เช่น รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม ทรงสี่เหลี่ยม ทรงกระบอก 2. รูปสามเหลี่ยม คือ รูปเรขาคณิตที่เป็นรูปปิดที่ประกอบด้วยด้านทั้งหมดสามด้าน 3. ความยาวรอบรูปสามเหลี่ยม คือ ผลบวกของความยาวของด้านทุกด้านของรูปสามเหลี่ยม 4. รูปสามเหลี่ยมใด ๆ ความยาวของด้านทั้งสามจะต้องสัมพันธ์กัน โดยผลบวกของ ความยาวด้านที่สั้นสองด้านจะต้องมีค่ามากกว่าความยาวของด้านที่ยาวที่สุด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 3) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning)


4) การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู การสอนแบบบรรยาย การสอนแบบทดลอง การสอนแบบมีส่วนร่วม การสอนแบบบูรณาการ การสอนแบบอภิปราย การสอนแบบโครงงาน การสอนแบบ Mapping อื่นๆ………………………… บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 3) หลักการมีภูมิคุ้มกัน 4) เงื่อนไขความรู้ 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 4. มโนธรรม / วิจารณญาณ / ความกล้าหาญเชิงศีลธรรม (conscience / discernment / moral courage) 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) 11. ความรัก (love) 12. เมตตา (compassion) 13. ความกตัญญูรู้คุณ (gratitude) 14. การงาน / หน้าที่ (work / duty) 15. การรับใช้ (service) 16. ความยุติธรรม (justice) 17. สันติ / การคืนดี (peace / reconciliation) 18. อภัย (forgiveness) 19. ความเป็นหนึ่ง / ความเป็นชุมชน (unity / community) 20. การพิศเพ่งสิ่งสร้าง / รักษ์ธรรมชาติ (wonder / conservation) 21. ความหวัง (hope) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน รัก เมตตา ซื่อสัตย์ กตัญญู อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตที่นักเรียนเคยเรียนมา และตามประสบการณ์การเรียนรู้ของตนเอง โดยครูใช้คำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ • รูปเรขาคณิตประกอบด้วยส่วนประกอบใดบ้าง (จุด เส้นตรง หรือตามประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน และอยู่ ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นนำเสนอความรู้ใหม่ ให้นักเรียนแต่ละคนยกตัวอย่างของรูปเรขาคณิต โดยครูตรวจสอบความถูกต้องจากตัวอย่างที่นักเรียนนำเสนอ (รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม ฯลฯ) จากนั้นครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตสองมิติและรูป เรขาคณิตสามมิติ เพื่อทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน ดังนี้ • รูปเรขาคณิตสองมิติมีลักษณะอย่างไร (สามารถระบุความกว้าง ความยาวของรูปเรขาคณิตนั้นได้) • รูปเรขาคณิตสามมิติมีลักษณะอย่างไร (สามารถระบุความกว้าง ความยาว ความหนาหรือความลึกของรูป เรขาคณิตนั้นได้)


• รูปสามเหลี่ยมเป็นรูปเรขาคณิตกี่มิติ (สองมิติ) ครูและนักเรียนร่วมสนทนาเกี่ยวกับการสร้างรูปสามเหลี่ยมว่ามีวิธีการอย่างไร จากนั้นครูยกตัวอย่างการสร้างรูป สามเหลี่ยม เมื่อกำหนดความยาวด้านทั้งสาม ให้นักเรียนพิจารณา ตัวอย่างที่ 1 จงสร้างรูปสามเหลี่ยมให้มีด้านทั้งสามยาวเท่ากับ 3, 5 และ 7 เซนติเมตร ดังนั้น จะได้รูปสามเหลี่ยมที่มีด้านทั้งสามยาวด้านละ 3, 5 และ 7 เซนติเมตร ตัวอย่างที่ 2 จงสร้างรูปสามเหลี่ยมให้มีด้านทั้งสามยาวเท่ากับ 2, 3 และ 8 เซนติเมตร ดังนั้น ไม่สามารถสร้างรูปสามเหลี่ยมได้ ขั้นการวิเคราะห์และสรุปความรู้ ให้นักเรียนแต่ละคนสร้างรูปสามเหลี่ยม คนละหนึ่งรูปซึ่งเป็นรูปสามเหลี่ยมชนิดใดก็ได้ และพิจารณารูปสามเหลี่ยม จากนั้นครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ • รูปสามเหลี่ยมที่นักเรียนแต่ละคนสร้างขึ้นมีด้านประกอบรูปสามเหลี่ยมทั้งหมดกี่ด้าน (สามด้าน) • รูปสามเหลี่ยมที่นักเรียนแต่ละคนสร้างขึ้น มีจำนวนของด้านเท่ากับสามด้านทุกคนหรือไม่ (เท่ากันทุกคน) ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขั้นการฝึกปฏิบัติ ให้นักเรียนแต่ละคนวัดความยาวของด้านประกอบของรูปสามเหลี่ยมของแต่ละคน ทั้งสามด้านแล้วนำมาบวกกันทั้งสามด้าน จากนั้นครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ • ผลบวกของความยาวด้านประกอบของรูปสามเหลี่ยมทั้งสามด้านเรียกว่าอะไร (ความยาวรอบรูปสามเหลี่ยม) ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับลักษณะของรูปเรขาคณิตรูปสามเหลี่ยม ความยาวรอบรูปสามเหลี่ยม โดย เชื่อมโยงจากกิจกรรมและการตอบคำถามข้างต้น ดังนี้ 1. รูปเรขาคณิต คือ รูปที่ประกอบด้วยจุด เส้นตรง เส้นโค้ง และอื่น ๆ เช่น รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม ทรงสี่เหลี่ยม ทรงกระบอก 2. รูปสามเหลี่ยม คือ รูปเรขาคณิต ที่เป็นรูปปิดที่ประกอบด้วยด้านทั้งหมดสามด้าน 3. ความยาวรอบรูปสามเหลี่ยม คือ ผลบวกของความยาวของด้านทุกด้านของรูปสามเหลี่ยม ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ 3 5 7 3 2 8


ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ให้แต่ละกลุ่มกำหนดความยาวด้านประกอบของรูปสามเหลี่ยมทั้งสามด้านกลุ่ม ละ 5 ข้อ จากนั้นเลือกผู้แทนจากกลุ่มอื่นเป็นผู้สร้างรูปสามเหลี่ยม โดยแต่ละกลุ่มจับคู่และสลับกันสร้างรูปสามเหลี่ยมตามความ ยาวที่กำหนด ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ • ผลบวกของความยาวด้านที่สั้นสองด้านของรูปสามเหลี่ยมรูปที่หนึ่งมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าความยาวของด้านที่ ยาวที่สุดของรูปสามเหลี่ยม (มากกว่า) • ผลบวกของความยาวด้านที่สั้นสองด้านของรูปสามเหลี่ยมรูปที่สองมีค่ามากกว่า หรือน้อยกว่าความยาวของด้านที่ ยาวที่สุดของรูปสามเหลี่ยม (มากกว่า) • นักเรียนคิดว่าถ้าความยาวด้านที่สั้นสองด้านมีผลบวกน้อยกว่าความยาวของด้านที่ยาวที่สุดแล้ว จะสามารถ ประกอบเป็นรูปสามเหลี่ยมได้หรือไม่ (ไม่ได้) ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบฝึกหัด 1 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ หนังสือเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ของหนังสือเรียน พว. ชั้น ม.1 ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด นักเรียนทำแบบฝึกหัด 1 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ 1. อธิบายเกี่ยวกับความหมายและ ลักษณะของรูปสามเหลี่ยม (K) ตรวจแบบฝึกหัด1 แบบฝึกหัด 1 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 2.สร้างรูปสามเหลี่ยมเมื่อกำหนด ความยาวของด้านทั้งสาม (P) ตรวจแบบฝึกหัด1 แบบฝึกหัด1 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 3.ตระหนักและเห็นความสำคัญของการนำ ความรู้เรื่อง รูปสามเหลี่ยม ไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน (A) สังเกตพฤติกรรม การทำงาน แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุชัญญา เรืองจันทร์) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายอนุรักษณ์ โพธิ์โพ้น) หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัสวิชา ค 21201 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่1 เรื่องการประยุกต์ จำนวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง จุดภายในและจุดภายนอก เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผลการเรียนรู้ 1. ใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ 2. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับจุดภายในและจุดภายนอก (K) 2. ระบุจุดภายในและจุดภายนอก (P) 3. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการนำความรู้เรื่อง จุดภายในและจุดภายนอก ไปประยุกต์ใช้(A) สาระการเรียนรู้ จุดภายในและจุดภายนอก สาระสำคัญ 1. รูปเส้นโค้งปิดที่เส้นรอบรูปไม่ตัดกันเรียกว่า รูปเส้นโค้งปิดเชิงเดียว 2. จุดที่อยู่ภายในรูปปิด เรียกว่า จุดภายใน ส่วนจุดที่อยู่ภายนอกรูปปิด เรียกว่า จุดภายนอก สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 3) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) 4) การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning)


5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู การสอนแบบบรรยาย การสอนแบบทดลอง การสอนแบบมีส่วนร่วม การสอนแบบบูรณาการ การสอนแบบอภิปราย การสอนแบบโครงงาน การสอนแบบ Mapping อื่นๆ………………………… บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 3) หลักการมีภูมิคุ้มกัน 4) เงื่อนไขความรู้ 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 4. มโนธรรม / วิจารณญาณ / ความกล้าหาญเชิงศีลธรรม (conscience / discernment / moral courage) 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) 11. ความรัก (love) 12. เมตตา (compassion) 13. ความกตัญญูรู้คุณ (gratitude) 14. การงาน / หน้าที่ (work / duty) 15. การรับใช้ (service) 16. ความยุติธรรม (justice) 17. สันติ / การคืนดี (peace / reconciliation) 18. อภัย (forgiveness) 19. ความเป็นหนึ่ง / ความเป็นชุมชน (unity / community) 20. การพิศเพ่งสิ่งสร้าง / รักษ์ธรรมชาติ (wonder / conservation) 21. ความหวัง (hope) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน รัก เมตตา ซื่อสัตย์ กตัญญู อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตสองมิติ โดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ดังนี้ • รูปเรขาคณิตที่มีลักษณะเป็นรูปปิดเกิดจากสิ่งใด (เส้นตรงหรือเส้นโค้ง) จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละคนยกตัวอย่างรูปเรขาคณิตที่มีลักษณะเป็นรูปปิด คนละ 1-2 รูป ครูเลือกผู้แทนนักเรียน 4-5 คน ออกมาแสดงตัวอย่างรูปเรขาคณิตที่มีลักษณะเป็นรูปปิดบนกระดานโดยครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นครูยกตัวอย่างรูปเรขาคณิตที่เป็นรูปปิด ให้นักเรียนพิจารณาเพิ่มเติม ดังนี้


ขั้นนำเสนอความรู้ใหม่ ครูสร้างรูปเรขาคณิตที่เกิดจากเส้นโค้ง ให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาและตั้งคำถาม ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ดังนี้ • รูปที่ 1 รูปที่ 2 และรูปที่ 3 เป็นรูปเรขาคณิตหรือไม่ เพราะอะไร (เป็นรูปเรขาคณิตเพราะเป็นรูปเรขาคณิตที่เกิด จากเส้นโค้ง) • รูปเรขาคณิตที่เกิดจากเส้นโค้งประกอบด้วยส่วนใดบ้าง (เส้นรอบรูป ส่วนภายใน และส่วนภายนอก) • จากรูปที่ 1 รูปที่ 2 และรูปที่ 3 มีจุดที่เส้นรอบรูปตัดกันหรือไม่ (ไม่มี) • นักเรียนเรียกรูปเรขาคณิต รูปโค้งปิดที่มีเส้นรอบรูปไม่ตัดกันนี้ว่าอย่างไร (รูปเส้นโค้งปิดเชิงเดียว) ขั้นการวิเคราะห์และสรุปความรู้ ครูสร้างรูปเส้นโค้งปิดเชิงเดียวพร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปเส้นโค้งปิดเชิงเดียวให้นักเรียนพิจารณาจุดภายในและจุด ภายนอกของรูปเส้นโค้งปิดเชิงเดียว จากนั้นตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ พิจารณารูปเส้นโค้งปิดเชิงเดียว จุดภายในและจุดภายนอกต่อไปนี้ • จากรูปที่ 1 และ 2 มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร (รูปที่ 2 เป็นรูปซับซ้อนมากกว่ารูปที่ 1) • จากรูปที่ 1 จุดใดเป็นจุดภายในและจุดใดเป็นจุดภายนอก (จากรูปที่ 1 A เป็นจุดภายในและ B เป็นจุดภายนอก) • จากรูปที่ 2 จุดใดเป็นจุดภายในและจุดใดเป็นจุดภายนอก (จากรูปที่ 2 A เป็นจุดภายในและ B เป็นจุดภายนอก) • นักเรียนมีวิธีการตรวจสอบว่าจุดที่กำหนดเป็นจุดภายในหรือจุดภายนอกด้วยวิธีใดบ้าง (ใช้วิธีการลากเส้น หรือ ตามประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน) รูปที่ 2 รูปที่ 1 รูปที่ 3 รูปที่ 1 รูปที่ 2


ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขั้นการฝึกปฏิบัติ ให้นักเรียนแต่ละคนวัดความยาวของด้านประกอบของรูปสามเหลี่ยมของแต่ละคน ทั้งสามด้านแล้วนำมาบวกกันทั้งสามด้าน จากนั้นครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ • ผลบวกของความยาวด้านประกอบของรูปสามเหลี่ยมทั้งสามด้านเรียกว่าอะไร (ความยาวรอบรูปสามเหลี่ยม) ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับลักษณะของรูปเรขาคณิตรูปสามเหลี่ยม ความยาวรอบรูปสามเหลี่ยม โดย เชื่อมโยงจากกิจกรรมและการตอบคำถามข้างต้น ดังนี้ 1. รูปเรขาคณิต คือ รูปที่ประกอบด้วยจุด เส้นตรง เส้นโค้ง และอื่น ๆ เช่น รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม ทรงสี่เหลี่ยม ทรงกระบอก 2. รูปสามเหลี่ยม คือ รูปเรขาคณิต ที่เป็นรูปปิดที่ประกอบด้วยด้านทั้งหมดสามด้าน 3. ความยาวรอบรูปสามเหลี่ยม คือ ผลบวกของความยาวของด้านทุกด้านของรูปสามเหลี่ยม ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ ครูยกตัวอย่างรูปเรขาคณิตที่เกิดจากเส้นโค้งปิดเชิงเดียว ให้นักเรียนพิจารณาเพิ่มเติม จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันระบุว่า จุดใดเป็นจุดภายในและจุดใดเป็นจุดภายนอก พิจารณารูปเส้นโค้งปิดเชิงเดียวต่อไปนี้ ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบฝึกหัด 2 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ หนังสือเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ของหนังสือเรียน พว. ชั้น ม.1 ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด รูปที่ 1 (จุดภายใน คือจุด A และ C) (จุดภายนอก คือจุด B และ D) รูปที่ 2 (จุดภายใน คือจุด C) (จุดภายนอก คือจุด A, B และ D) รูปที่ 3 (จุดภายใน คือจุด D) (จุดภายนอก คือจุด A, B และ C)


นักเรียนทำแบบฝึกหัด 2 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับจุด ภายในและจุดภายนอก (K) ตรวจแบบฝึกหัด2 แบบฝึกหัด 2 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 2.ระบุจุดภายในและจุดภายนอก (P) ตรวจแบบฝึกหัด2 แบบฝึกหัด2 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 3.ตระหนักและเห็นความสำคัญของการ นำความรู้เรื่อง จุดภายในและจุด ภายนอก ไปประยุกต์ใช้(A) สังเกตพฤติกรรม การทำงาน แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุชัญญา เรืองจันทร์) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายอนุรักษณ์ โพธิ์โพ้น) หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัสวิชา ค 21201 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่1 เรื่องการประยุกต์ จำนวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง แทนแกรม เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผลการเรียนรู้ 1. ใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ 2. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับแทนแกรม (K) 2. สร้างรูปโดยใช้ชิ้นส่วน 7 ชิ้นของแทนแกรม (P) 3. เห็นความสำคัญของการนำความรู้เรื่อง แทนแกรม ไปประยุกต์ใช้(A) สาระการเรียนรู้ แทนแกรม สาระสำคัญ ชิ้นส่วนทั้ง 7 ของแทนแกรม สามารถนำมาประกอบเป็นรูปต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของ ตัวเลข ตัวอักษร โดยไม่เหลื่อม ซ้อนกัน โดยใช้ทักษะ การเลื่อน พลิก และการหมุน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 3) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) 4) การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning)


7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู การสอนแบบบรรยาย การสอนแบบทดลอง การสอนแบบมีส่วนร่วม การสอนแบบบูรณาการ การสอนแบบอภิปราย การสอนแบบโครงงาน การสอนแบบ Mapping อื่นๆ………………………… บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 3) หลักการมีภูมิคุ้มกัน 4) เงื่อนไขความรู้ 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 4. มโนธรรม / วิจารณญาณ / ความกล้าหาญเชิงศีลธรรม (conscience / discernment / moral courage) 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) 11. ความรัก (love) 12. เมตตา (compassion) 13. ความกตัญญูรู้คุณ (gratitude) 14. การงาน / หน้าที่ (work / duty) 15. การรับใช้ (service) 16. ความยุติธรรม (justice) 17. สันติ / การคืนดี (peace / reconciliation) 18. อภัย (forgiveness) 19. ความเป็นหนึ่ง / ความเป็นชุมชน (unity / community) 20. การพิศเพ่งสิ่งสร้าง / รักษ์ธรรมชาติ (wonder / conservation) 21. ความหวัง (hope) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน รัก เมตตา ซื่อสัตย์ กตัญญู อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนเกี่ยวกับแทนแกรม โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและบอกลักษณะหรือ ส่วนประกอบของแทนแกรม ขั้นนำเสนอความรู้ใหม่ ครูยกตัวอย่างรูปที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน 7 ชิ้น ให้นักเรียนพิจารณาเพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับแทนแกรม (ตัวอย่าง)


ขั้นการวิเคราะห์และสรุปความรู้ ครูยกตัวอย่างรูปที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วน 7 ชิ้น ให้นักเรียนพิจารณาเพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับแทนแกรม จากนั้นครูให้นักเรียนลองนำชิ้นส่วน 7 ชิ้น มาประกอบเป็นรูปต่าง ๆ ตามตัวอย่าง ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขั้นการฝึกปฏิบัติ ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้ โดยเชื่อมโยงจากตัวอย่าง ดังนี้ ชิ้นส่วนทั้ง 7 ของแทนแกรม สามารถนำมาประกอบเป็นรูปต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ สิ่งของ ตัวเลข ตัวอักษร โดยไม่ เหลื่อมซ้อนกัน โดยใช้ทักษะ การเลื่อน พลิก และการหมุน ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูถามคำถาม ดังนี้ • นักเรียนคิดว่าอาชีพใดบ้างที่ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับแทนแกรม ให้นักเรียนทำชิ้นงานที่ 1 เรื่อง การสร้างรูปจากชิ้นส่วนแทนแกรม เพื่อฝึกทักษะและตรวจสอบความเข้าใจ ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบฝึกหัด 3 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ หนังสือเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ของหนังสือเรียน พว. ชั้น ม.1 ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด


นักเรียนทำแบบฝึกหัด 3 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับแทน แกรม (K) ตรวจแบบฝึกหัด3 แบบฝึกหัด 3 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 2.สร้างรูปโดยใช้ชิ้นส่วน 7 ชิ้นของ แทนแกรม (P) ตรวจแบบฝึกหัด3 แบบฝึกหัด3 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 3.เห็นความสำคัญของการนำ ความรู้เรื่อง แทนแกรม ไป ประยุกต์ใช้(A) สังเกตพฤติกรรม การทำงาน แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุชัญญา เรืองจันทร์) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายอนุรักษณ์ โพธิ์โพ้น) หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัสวิชา ค 21201 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่1 เรื่องการประยุกต์ จำนวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง จำนวนเฉพาะ เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผลการเรียนรู้ 1. ใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ 2. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการหาจำนวนเฉพาะโดยใช้ตะแกรงของเอราทอสเทนีส (K) 2. แสดงการหาจำนวนเฉพาะโดยใช้ตะแกรงของเอราทอสเทนีส (P) 3. เห็นคุณค่าของการนำความรู้เรื่อง จำนวนเฉพาะ ไปใช้(A) สาระการเรียนรู้ การหาจำนวนเฉพาะโดยใช้ตะแกรงของเอราทอสเทนีส สาระสำคัญ 1. ตัวประกอบของจำนวนนับใด ๆ คือ จำนวนนับที่หารจำนวนนับนั้นได้ลงตัว 2. จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัว คือ 1 และจำนวนนับนั้น เรียกว่า จำนวนเฉพาะ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 3) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) 4) การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning)


6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู การสอนแบบบรรยาย การสอนแบบทดลอง การสอนแบบมีส่วนร่วม การสอนแบบบูรณาการ การสอนแบบอภิปราย การสอนแบบโครงงาน การสอนแบบ Mapping อื่นๆ………………………… บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 3) หลักการมีภูมิคุ้มกัน 4) เงื่อนไขความรู้ 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 4. มโนธรรม / วิจารณญาณ / ความกล้าหาญเชิงศีลธรรม (conscience / discernment / moral courage) 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) 11. ความรัก (love) 12. เมตตา (compassion) 13. ความกตัญญูรู้คุณ (gratitude) 14. การงาน / หน้าที่ (work / duty) 15. การรับใช้ (service) 16. ความยุติธรรม (justice) 17. สันติ / การคืนดี (peace / reconciliation) 18. อภัย (forgiveness) 19. ความเป็นหนึ่ง / ความเป็นชุมชน (unity / community) 20. การพิศเพ่งสิ่งสร้าง / รักษ์ธรรมชาติ (wonder / conservation) 21. ความหวัง (hope) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน รัก เมตตา ซื่อสัตย์ กตัญญู อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาและทบทวนเกี่ยวกับตัวประกอบของจำนวนนับ โดยครูเขียนจำนวนบนกระดานให้ นักเรียนพิจารณา จากนั้นตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ • จำนวน 12, 14 และ 18 เป็นจำนวนนับหรือไม่ (เป็นจำนวนนับ) • จำนวน 12 มีจำนวนนับใดบ้างที่หารลงตัว (1, 2, 3, 4, 6 และ 12) • จำนวน 14 มีจำนวนนับใดบ้างที่หารลงตัว (1, 2, 7 และ 14) • จำนวน 18 มีจำนวนนับใดบ้างที่หารลงตัว (1, 2, 3, 6, 9 และ 18) • เรียกจำนวนนับที่หารจำนวนนับที่กำหนดได้ลงตัวว่าอย่างไร (ตัวประกอบของจำนวนนับ) ขั้นนำเสนอความรู้ใหม่ พิจารณาจำนวนต่อไปนี้ 12, 14, 18


ให้นักเรียนพิจารณาจำนวนนับและจำนวนตัวประกอบของจำนวนนับในตาราง จากนั้นตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ พิจารณาตารางต่อไปนี้ จำนวนนับ ตัวประกอบ จำนวนของตัวประกอบ 1 2 3 4 5 6 7 1 1, 2 1, 3 1, 2, 4 1, 5 1, 2, 3, 6 1, 7 1 2 2 3 2 4 2 • จำนวนนับใดบ้างที่มีจำนวนตัวประกอบเพียงสองตัว (2, 3, 5 และ 7) • จำนวนนับที่มีตัวประกอบเพียงสองตัว คือ 1 และตัวเอง เรียกจำนวนนี้ว่าอะไร (จำนวนเฉพาะ) • นักเรียนคิดว่า 1 เป็นจำนวนเฉพาะหรือไม่ เพราะเหตุใด (ไม่เป็นจำนวนเฉพาะ เพราะมีตัวประกอบเพียงจำนวนเดียว) ขั้นการวิเคราะห์และสรุปความรู้ ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้ โดยเชื่อมโยงจากตัวอย่างและการตอบคำถามข้างต้น ดังนี้ 1. ตัวประกอบของจำนวนนับใด ๆ คือ จำนวนนับที่หารจำนวนนับนั้นได้ลงตัว 2. จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัว คือ 1 และจำนวนนับนั้น เรียกว่า จำนวนเฉพาะ ครูตั้งคำถามทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนและให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตรวจสอบว่าจำนวนใด เป็นจำนวนเฉพาะ ดังนี้ • นักเรียนมีวิธีการตรวจสอบว่าจำนวนนับใดเป็นจำนวนเฉพาะโดยวิธีการใดบ้าง (ตามประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน) จากนั้นครูอธิบายวิธีการตรวจสอบว่าจำนวนนับใดเป็นจำนวนเฉพาะโดยวิธีการ ใช้ตะแกรงของเอราทอสเทนีสและการหารด้วยจำนวนเฉพาะที่คูณตัวเองแล้วไม่เกินจำนวนนับนั้นพร้อมทั้งตั้งคำถามกระตุ้น ความคิดของนักเรียน ดังนี้ พิจารณาตารางการหาจำนวนเฉพาะต่อไปนี้ การหาจำนวนเฉพาะระหว่าง 1 ถึง 30 ขั้นที่ 1 1 ไม่เป็นจำนวนเฉพาะตัด 1 ทิ้ง 2 เป็นจำนวนเฉพาะวงเอาไว้ ตัดจำนวนที่มี 2 เป็นตัวประกอบทิ้ง 1 6 11 16 21 26 2 7 12 17 22 27


3 8 13 18 23 28 4 9 14 19 24 29 5 10 15 20 25 30 ขั้นที่ 2 3 เป็นจำนวนเฉพาะวงเอาไว้ ตัดจำนวนที่มี 3 เป็นตัวประกอบทิ้ง 1 6 11 16 21 26 2 7 12 17 22 27 3 8 13 18 23 28 4 9 14 19 24 29 5 10 15 20 25 30 ขั้นที่ 3 5 เป็นจำนวนเฉพาะวงเอาไว้ ตัดจำนวนที่มี 5 เป็นตัวประกอบทิ้ง 1 6 11 16 21 26 2 7 12 17 22 27 3 8 13 18 23 28 4 9 14 19 24 29 5 10 15 20 25 30 ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ โดยวงกลมล้อมรอบจำนวนเฉพาะและตัดจำนวนที่ไม่ใช่จำนวนเฉพาะทิ้ง • จำนวนเฉพาะระหว่าง 1 ถึง 30 มีจำนวนใดบ้าง (2, 3, 5, 7, 11, 13, 19, 23 และ 29) • ถ้าเป็นจำนวนนับที่จำนวนมาก ๆ นักเรียนมีวิธีตรวจสอบว่าจำนวนนับนั้นเป็นจำนวนเฉพาะอย่างไร (ตาม ประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน) ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขั้นการฝึกปฏิบัติ ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้ โดยเชื่อมโยงจากตัวอย่างและการตอบคำถามข้างต้น ดังนี้ ขั้นที่ 1 พิจารณาจำนวนเฉพาะที่เมื่อคูณตัวมันเองแล้วได้ผลคูณไม่เกินจำนวนนับนั้น ขั้นที่ 2 นำจำนวนเฉพาะนั้นไปหารจำนวนนับ ถ้ามีจำนวนเฉพาะหารจำนวนนับลงตัวจำนวนนับนั้นไม่เป็นจำนวน เฉพาะ แต่ถ้าหารไม่ลงตัว แสดงว่าจำนวนนับนั้นเป็นจำนวนเฉพาะ ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูถามคำถาม ดังนี้ • นักเรียนมีวิธีการอย่างไรที่จะหาจำนวนเฉพาะได้ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบฝึกหัด 4 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ หนังสือเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ของหนังสือเรียน พว. ชั้น ม.1 ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด นักเรียนทำแบบฝึกหัด 4 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล


ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการ หาจำนวนเฉพาะโดยใช้ตะแกรง ของเอราทอสเทนีส (K) ตรวจแบบฝึกหัด4 แบบฝึกหัด 4 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 2.แสดงการหาจำนวนเฉพาะโดยใช้ ตะแกรงของเอราทอสเทนีส (P) ตรวจแบบฝึกหัด4 แบบฝึกหัด4 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 3.เห็นคุณค่าของการนำความรู้เรื่อง จำนวนเฉพาะ ไปใช้(A) สังเกตพฤติกรรม การทำงาน แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุชัญญา เรืองจันทร์) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายอนุรักษณ์ โพธิ์โพ้น) หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


โรงเรียนเทเรซาอุปถัมภ์ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัสวิชา ค 21201 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่1 เรื่องการประยุกต์ จำนวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การหา ห.ร.ม. โดยขั้นตอนวิธีแบบยุคลิด เวลา 1 ชั่วโมง วันที่ 14 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2565 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผลการเรียนรู้ 1. ใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ 2. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการหา ห.ร.ม.โดยวิธีแบบยุคลิด (K) 2. แสดงการหา ห.ร.ม. โดยขั้นตอนวิธีแบบยุคลิด (P) 3. เห็นความสำคัญของการนำความรู้เรื่อง การหา ห.ร.ม. แบบยุคลิด ไปประยุกต์ใช้(A) สาระการเรียนรู้ การหา ห.ร.ม. โดยขั้นตอนวิธีแบบยุคลิด สาระสำคัญ 1. ตัวหารร่วมมาก (ห.ร.ม.) คือ ตัวประกอบร่วมที่มีค่ามากที่สุดที่สามารถหารจำนวนนับ ตั้งแต่สองจำนวนขึ้นไป 2. การหา ห.ร.ม. โดยขั้นตอนวิธีแบบยุคลิด ดังนี้ 1) นำจำนวนน้อยไปหารจำนวนมาก 2) นำเศษที่เหลือจากการหารครั้งแรกไปหารตัวหารตัวที่หนึ่ง 3) หารกลับไปกลับมาทางซ้ายและทางขวา โดยการนำตัวเศษไปหารต่อ ๆ ไป เมื่อเศษเป็นศูนย์แสดงว่าการหารจบสิ้น ตัวหารตัวสุดท้าย คือ ห.ร.ม. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning)


3) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) 4) การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู การสอนแบบบรรยาย การสอนแบบทดลอง การสอนแบบมีส่วนร่วม การสอนแบบบูรณาการ การสอนแบบอภิปราย การสอนแบบโครงงาน การสอนแบบ Mapping อื่นๆ………………………… บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 3) หลักการมีภูมิคุ้มกัน 4) เงื่อนไขความรู้ 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 4. มโนธรรม / วิจารณญาณ / ความกล้าหาญเชิงศีลธรรม (conscience / discernment / moral courage) 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) 11. ความรัก (love) 12. เมตตา (compassion) 13. ความกตัญญูรู้คุณ (gratitude) 14. การงาน / หน้าที่ (work / duty) 15. การรับใช้ (service) 16. ความยุติธรรม (justice) 17. สันติ / การคืนดี (peace / reconciliation) 18. อภัย (forgiveness) 19. ความเป็นหนึ่ง / ความเป็นชุมชน (unity / community) 20. การพิศเพ่งสิ่งสร้าง / รักษ์ธรรมชาติ (wonder / conservation) 21. ความหวัง (hope) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน รัก เมตตา ซื่อสัตย์ กตัญญู อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนเกี่ยวกับตัวหารร่วมมากโดยให้นักเรียน 2 คน ออกมาเขียนแสดงตัวประกอบของ จำนวน 20 และ 35 จากนั้นครูเขียนแสดงความสัมพันธ์ของตัวประกอบทั้ง 2 จำนวน ดังนี้ 1, 5, 7, 35 1, 2, 4 5, 10, 20 ตัวประกอบของ 20 2, 4, 10, 20 7, 35 1, 5, ตัวประกอบของ35


จากนั้นครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียนจากการพิจารณาความสัมพันธ์ของ ตัวประกอบข้างต้น ดังนี้ • ตัวประกอบร่วมของ 20 และ 35 ที่มีค่ามากที่สุดคือจำนวนใด (5) • ตัวประกอบร่วมที่มีค่ามากที่สุดของจำนวนนับนี้เรียกว่าอะไร (ตัวหารร่วมมาก) ขั้นนำเสนอความรู้ใหม่ ให้นักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับตัวประกอบร่วมที่มีค่ามากที่สุดของจำนวนนับจากตัวอย่างข้างต้น ดังนี้ ตัวประกอบร่วมที่มีค่ามากที่สุดของจำนวนนับนั้นเรียกว่า ตัวหารร่วมมาก (ห.ร.ม.) ครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยใช้ความรู้เดิมของนักเรียน ดังนี้ • นักเรียนมีวิธีการหา ห.ร.ม. ของจำนวนนับได้ด้วยวิธีใดบ้าง (การพิจารณาตัวประกอบ การแยกตัวประกอบ วิธี หารสั้น และขั้นตอนวิธีแบบยุคลิด) • วิธีการหา ห.ร.ม. วิธีใดที่เหมาะสมกับการหา ห.ร.ม. ของจำนวนนับที่มีค่ามากและจำนวนที่มีหลาย ๆ จำนวน (ขั้นตอนวิธีแบบยุคลิด) ขั้นการวิเคราะห์และสรุปความรู้ ครูสาธิตและอธิบายการหา ห.ร.ม. โดยขั้นตอนวิธีแบบยุคลิดโดยยกตัวอย่างประกอบการอธิบาย และตั้งคำถามกระตุ้นความคิด ของนักเรียน ดังนี้ ตัวอย่างที่ 1 จงหา ห.ร.ม. ของ 753 และ 1,332 ขั้นที่ 1 นำ 753 ไปหาร 1,332 753 เป็นตัวหารตัวที่หนึ่ง เศษที่ได้ คือ 579 ขั้นที่ 2 นำเศษที่ได้จากขั้นที่หนึ่งไปหารตัวหารตัวที่หนึ่ง คือ 753 579 เป็นตัวหารตัวที่สอง เศษที่ได้ คือ 174 ขั้นที่ 3 นำเศษที่ได้จากขั้นที่สองไปหารตัวหารตัวที่สอง คือ 579 174 เป็นตัวหารตัวที่สาม เศษที่ได้ คือ 57 ขั้นที่ 4 นำเศษที่ได้จากขั้นที่สามไปหารตัวหารตัวที่สาม คือ 174 57 เป็นตัวหารตัวที่สี่ เศษที่ได้ คือ 3 ข้นัตอนของยคุลิดจะเป็น ข้นัตอนของยคุลิดจะเป็น ข้นัตอนของยคุลิดจะเป็น ข้นัตอนของยคุลิดจะเป็น 579 753 1 579 174 179 579 3 522 57 57 174 3 171 3 753 1,332 1 753 579 1 753 1,332 1 579 753 174 579 1 753 1,332 1 579 753 174 579 3 522 57 1 753 1,332 1 579 753 3 174 579 3 171 522 3 57 753 1332 1 753 579


ขั้นที่ 5 นำเศษที่ได้จากขั้นที่สี่ไปหารตัวหารตัวที่สี่ คือ 57 การหารครั้งนี้ลงตัว จึงยุติการหารและจะได้ตัวหารตัวสุดท้าย คือ 3 เป็น ห.ร.ม. ของ 753 และ 1,332 ในทางปฏิบัติจริง เราจะใช้วิธีทางด้านขวาเท่านั้น คือ ดังนั้น ห.ร.ม. ของ 753 และ 1,332 คือ 3 ตอบ 3 • การหา ห.ร.ม. โดยขั้นตอนวิธีแบบยุคลิดมีวิธีการอย่างไร (- นำจำนวนที่น้อยไปหารจำนวนมาก - นำเศษที่เหลือจากการหารครั้งแรกไปหารตัวหารตัวที่หนึ่ง - หารกลับไปกลับมาทางซ้ายและขวา โดยนำตัวเศษไปหารต่อ ๆ ไป เมื่อเศษเป็นศูนย์แสดงว่าการหารจบสิ้น ตัวหาร ตัวสุดท้าย คือ ห.ร.ม.) ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขั้นการฝึกปฏิบัติ ครูยกตัวอย่างการหา ห.ร.ม. โดยขั้นตอนวิธีแบบยุคลิดให้นักเรียนพิจารณาเพิ่มเติม โดยใช้การถาม-ตอบประกอบการอธิบายตัวอย่าง ตัวอย่างที่ 2 จงหา ห.ร.ม. ของ 756 และ 2,205 วิธีทำ ดังนั้น ห.ร.ม. ของ 756 และ 2,205 คือ 63 ตอบ 63 ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นแจกบัตรจำนวนให้กลุ่มละ 2 ชุด โดยให้แต่ละกลุ่มเขียนแสดงขั้นตอนการหา ห.ร.ม. ของจำนวนนับที่ครูกำหนดให้โดยขั้นตอนวิธีแบบยุคลิดลงในกระดาษที่ครูแจก จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งผู้แทนออกมานำเสนอ หน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง 3 57 ข้นัตอนของยคุลิดจะเป็น 19 57 1 753 1,332 1 579 753 3 174 579 3 171 522 3 57 19 57 0 1 753 1,332 1 579 753 3 174 579 3 171 522 3 57 19 57 0 1 756 2,205 2 693 1,512 63 693 11 693 0


45 126 333 555 555 777 63 276 276 513 451 861 (ตัวอย่างบัตรจำนวน) ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบฝึกหัด 5 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ หนังสือเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ของหนังสือเรียน พว. ชั้น ม.1 ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด นักเรียนทำแบบฝึกหัด 5 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการ หา ห.ร.ม.โดยวิธีแบบยุคลิด (K) ตรวจแบบฝึกหัด5 แบบฝึกหัด 5 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 2.แสดงการหา ห.ร.ม. โดยขั้นตอน วิธีแบบยุคลิด (P) ตรวจแบบฝึกหัด5 แบบฝึกหัด5 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 3.เห็นความสำคัญของการนำ ความรู้เรื่อง การหา ห.ร.ม. แบบยุค ลิด ไปประยุกต์ใช้(A) สังเกตพฤติกรรม การทำงาน แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุชัญญา เรืองจันทร์) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายอนุรักษณ์ โพธิ์โพ้น) หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัสวิชา ค 21201 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่1 เรื่องการประยุกต์ จำนวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง ร้อยละในชีวิตประจำวัน (ร้อยละของจำนวน) เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผลการเรียนรู้ 1. ใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ 2. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับร้อยละของจำนวน (K) 2. แสดงวิธีการหาร้อยละของจำนวน (P) 3. เห็นความสำคัญของการนำความรู้เรื่อง ร้อยละของจำนวน ไปใช้(A) สาระการเรียนรู้ ร้อยละของจำนวน สาระสำคัญ 1. ร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ คือ อัตราส่วนที่มีอัตราส่วนตัวหลังเท่ากับ 100 สัญลักษณ์เขียนแทนร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ คือ % 2. ร้อยละ a ของ b หมายถึง a÷ 100 b สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 3) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) 4) การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning)


7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู การสอนแบบบรรยาย การสอนแบบทดลอง การสอนแบบมีส่วนร่วม การสอนแบบบูรณาการ การสอนแบบอภิปราย การสอนแบบโครงงาน การสอนแบบ Mapping อื่นๆ………………………… บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 3) หลักการมีภูมิคุ้มกัน 4) เงื่อนไขความรู้ 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 4. มโนธรรม / วิจารณญาณ / ความกล้าหาญเชิงศีลธรรม (conscience / discernment / moral courage) 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) 11. ความรัก (love) 12. เมตตา (compassion) 13. ความกตัญญูรู้คุณ (gratitude) 14. การงาน / หน้าที่ (work / duty) 15. การรับใช้ (service) 16. ความยุติธรรม (justice) 17. สันติ / การคืนดี (peace / reconciliation) 18. อภัย (forgiveness) 19. ความเป็นหนึ่ง / ความเป็นชุมชน (unity / community) 20. การพิศเพ่งสิ่งสร้าง / รักษ์ธรรมชาติ (wonder / conservation) 21. ความหวัง (hope) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน รัก เมตตา ซื่อสัตย์ กตัญญู อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนเกี่ยวกับร้อยละ ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดง ความคิดเห็น โดยครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ • นักเรียนคิดว่าในชีวิตประจำวันของนักเรียนมีเรื่องใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับร้อยละ (การซื้อขาย กำไร-ขาดทุน ดอกเบี้ย หรือตามประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน) ขั้นนำเสนอความรู้ใหม่ ครูยกตัวอย่างประโยคความสัมพันธ์ของร้อยละ ให้นักเรียนพิจารณา โดยใช้การถาม-ตอบ ประกอบการอธิบายตัวอย่าง ดังนี้ ตัวอย่างที่ 1 ร้อยละ 5 ของ 40 เท่ากับเท่าใด วิธีทำ ร้อยละ 5 ของ 40 = 40 = = 2 5 100 200 100


ดังนั้น ร้อยละ 5 ของ 40 เท่ากับ 2 ตัวอย่างที่ 2 ร้อยละ 5 ของ 75 เท่ากับเท่าใด วิธีทำ ร้อยละ 5 ของ 75 = 75 = = 3.75 ดังนั้น ร้อยละ 5 ของ 75 เท่ากับ 3.75 ตัวอย่างที่ 3 ร้อยละ 5 ของ 150 เท่ากับเท่าใด วิธีทำ ร้อยละ 5 ของ 150 = 150 = = 7.5 ดังนั้น ร้อยละ 5 ของ 150 เท่ากับ 7.5 ขั้นการวิเคราะห์และสรุปความรู้ ครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน ดังนี้ • ตัวอย่างที่ 1-3 ความสัมพันธ์ของร้อยละกับจำนวนนับ เขียนแสดงความหมายได้อย่างไร ถ้ากำหนดให้ ร้อยละ a ของ b ( b) จากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติมดังนี้ การคิดร้อยละของจำนวนต้องระบุด้วยว่าเป็นร้อยละของจำนวนใด มิฉะนั้นจะได้ผลลัพธ์ ที่ไม่ถูกต้อง 3. ครูยกตัวอย่างค่าร้อยละของจำนวนให้นักเรียนพิจารณาเพิ่มเติม ดังนี้ ตัวอย่างที่ 4 8% ของ 450 เท่ากับเท่าใด วิธีทำ 8% ของ 450 = 450 = = 36 ดังนั้น 8% ของ 450 = 36 ตัวอย่างที่ 5 ร้อยละ 15 ของ 3,000 เท่ากับเท่าใด วิธีทำ ร้อยละ 15 ของ 3,000 = 3,000 = = 450 ร้อยละ 15 ของ 3,000 = 450 5 100 375 100 5 100 750 100 a 100 8 100 3,600 100 15 100 45,000 100


ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขั้นการฝึกปฏิบัติ ครูกำหนดโจทย์บนกระดาน ให้นักเรียนแต่ละคนหาค่าร้อยละของจำนวนนับ จากนั้นครูเลือกผู้แทนนักเรียน 10 คน ออกมา เขียนคำตอบบนกระดาน โดยครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ดังนี้ ให้นักเรียนเติมคำว่า มากกว่า น้อยกว่า หรือเท่ากับ ในช่องว่าง 1. 7% ของ 210 (น้อยกว่า) 8% ของ 200 2. 15% ของ 400 (น้อยกว่า) 10% ของ 650 3. 13% ของ 395 (น้อยกว่า) 7% ของ 749 4. 25% ของ 1,000 (เท่ากับ) 50% ของ 500 5. 8% ของ 550 (เท่ากับ) 5% ของ 880 6. 17% ของ 450 (มากกว่า) 20% ของ 250 7. 30% ของ 240 (น้อยกว่า) 18% ของ 420 8. 9% ของ 360 (น้อยกว่า) 15% ของ 250 9. 12% ของ 480 (มากกว่า) 14% ของ 350 10. 19% ของ 320 (น้อยกว่า) 17% ของ 400 ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้ โดยเชื่อมโยงจากตัวอย่างกิจกรรม และการตอบคำถามข้างต้น ดังนี้ 1. ร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ คือ อัตราส่วนที่มีอัตราส่วนตัวหลังเท่ากับ 100 สัญลักษณ์เขียนแทนร้อยละ หรือเปอร์เซ็นต์ คือ % 2. ร้อยละ a ของ b หมายถึง b ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูถามคำถาม ดังนี้ • นักเรียนคิดว่าในชีวิตประจำวันมีเรื่องใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับร้อยละ ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบฝึกหัด 6 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ หนังสือเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ของหนังสือเรียน พว. ชั้น ม.1 ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด นักเรียนทำแบบฝึกหัด 6 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล a 100


การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ 1.มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับร้อย ละของจำนวน (K) ตรวจแบบฝึกหัด6 แบบฝึกหัด 6 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 2.แสดงวิธีการหาร้อยละของ จำนวน (P) ตรวจแบบฝึกหัด6 แบบฝึกหัด6 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 3.เห็นความสำคัญของการนำ ความรู้เรื่อง ร้อยละของจำนวน ไป ใช้(A) สังเกตพฤติกรรม การทำงาน แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุชัญญา เรืองจันทร์) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายอนุรักษณ์ โพธิ์โพ้น) หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัสวิชา ค 21201 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่2 เรื่อง จำนวนและตัวเลข จำนวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง จำนวนและตัวเลข (ตัวเลขโรมัน) เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผลการเรียนรู้ 1. อ่านและเขียนตัวเลขโรมันได้ จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับหลักการเขียนตัวเลขด้วยตัวเลขโรมัน (K) 2. เขียนแสดงจำนวนด้วยตัวเลขโรมัน (P) 3. เห็นคุณค่าของการนำความรู้เรื่อง จำนวนและตัวเลข ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน (A) สาระการเรียนรู้ ตัวเลขโรมัน สาระสำคัญ 1. ระบบตัวเลขโรมันใช้สัญลักษณ์พื้นฐาน 7 ตัว ได้แก่ ตัวเลขโรมัน I V X L C D M ตัวเลขฮินดูอารบิก 1 5 10 50 100 500 1,000 2. หลักการเขียนเลขโรมันแทนจำนวน 1) สัญลักษณ์แต่ละตัวเขียนติดกันได้ไม่เกิน 3 ตัว 2) เขียนโดยใช้หลักการเพิ่ม คือ เขียนสัญลักษณ์เรียงกันไปหรือเรียงลำดับค่าจากมากไปน้อย 3) เขียนโดยใช้หลักการลด เป็นการเขียนแทนจำนวนบางจำนวนที่ใช้หลักการเพิ่มไม่ได้ การเขียนทำได้โดยเขียนตัวเลขที่มีค่าน้อยไว้หน้าตัวเลขที่มีค่ามาก โดยมีเงื่อนไขของหลักการลด ดังนี้ • ตัวเลขที่เป็นตัวลบมีเพียง 3 ตัว คือ I, X และ C • ตัวเลข I อยู่หน้า V หรือ X เท่านั้น • ตัวเลข X อยู่หน้า L หรือ C เท่านั้น • ตัวเลข C อยู่หน้า D หรือ M เท่านั้น 4) การเขียนจำนวนที่มีค่ามาก ๆ ให้ใช้เครื่องหมายขีด ( – ) เขียนบนสัญลักษณ์พื้นฐาน 6 ตัว คือ V, X, L, C, D และ M โดยสัญลักษณ์ใหม่นี้จะมีค่าเป็น 1,000 เท่าของตัวเลขเดิม คือ V แทนจำนวน 5,000 X แทนจำนวน 10,000 L แทนจำนวน 50,000


C แทนจำนวน 100,000 D แทนจำนวน 500,000 M แทนจำนวน 1,000,000 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 3) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) 4) การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning) 7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู การสอนแบบบรรยาย การสอนแบบทดลอง การสอนแบบมีส่วนร่วม การสอนแบบบูรณาการ การสอนแบบอภิปราย การสอนแบบโครงงาน การสอนแบบ Mapping อื่นๆ………………………… บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 3) หลักการมีภูมิคุ้มกัน 4) เงื่อนไขความรู้ 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 4. มโนธรรม / วิจารณญาณ / ความกล้าหาญเชิงศีลธรรม (conscience / discernment / moral courage) 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) 11. ความรัก (love) 12. เมตตา (compassion) 13. ความกตัญญูรู้คุณ (gratitude) 14. การงาน / หน้าที่ (work / duty) 15. การรับใช้ (service) 16. ความยุติธรรม (justice) 17. สันติ / การคืนดี (peace / reconciliation) 18. อภัย (forgiveness) 19. ความเป็นหนึ่ง / ความเป็นชุมชน (unity / community) 20. การพิศเพ่งสิ่งสร้าง / รักษ์ธรรมชาติ (wonder / conservation) 21. ความหวัง (hope) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน


รัก เมตตา ซื่อสัตย์ กตัญญู อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูและนักเรียนสนทนาทบทวนเกี่ยวกับความหมายของจำนวนและตัวเลข และสัญลักษณ์แทนจำนวนแบบต่าง ๆ โดยการถามตอบ จากนั้นครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกัน แสดงความคิดเห็น ดังนี้ • สัญลักษณ์แทนตัวเลขในปัจจุบันนอกจากตัวเลขฮินดูอารบิกแล้ว มีสัญลักษณ์ใน ระบบใดที่ยังมีการใช้ในปัจจุบัน (ระบบตัวเลขโรมัน) • ระบบตัวเลขโรมันที่นักเรียนเคยเห็นมีสัญลักษณ์อย่างไร และหมายถึงค่าของจำนวนอย่างไร (ตามประสบการณ์ การเรียนรู้ของผู้เรียน) ขั้นนำเสนอความรู้ใหม่ ให้นักเรียนพิจารณาตารางแสดงสัญลักษณ์ระบบตัวเลขโรมัน จากนั้นตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ ตัวเลขโรมัน I V X L C D M ตัวเลขฮินดูอารบิก 1 5 10 50 100 500 1,000 • สัญลักษณ์พื้นฐานที่ใช้ในระบบตัวเลขโรมันมีกี่จำนวน อะไรบ้าง (มี 7 ตัว คือ I, V, X, L, C, D, M) • นักเรียนคิดว่าระบบตัวเลขโรมันมีหลักการเขียนอย่างไร (ตามประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน) ครูอธิบายเกี่ยวกับหลักการเขียนตัวเลขโรมันแทนจำนวน โดยยกตัวอย่างการเขียน ตัวเลขโรมันให้นักเรียนพิจารณา จากนั้นตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ พิจารณาการเขียนตัวเลขโรมันต่อไปนี้ 1) III = 1 + 1 + 1 = 3 2) XXII = 10 + 10 + 1 + 1 = 22 3) DCCLXXVII = 500 + 100 + 100 + 50 + 10 + 10 + 5 + 1 + 1 = 777 4) IV = 5 – 1 = 4 5) CD = 500 – 100 = 400 6) IX = 10 – 1 = 9 7) XL = 50 – 10 = 40 8) XC = 100 – 10 = 90 9) CM = 1,000 – 100 = 900 • จากตัวอย่างข้างต้นนักเรียนคิดว่าการเขียนตัวเลขโรมันสามารถเขียนสัญลักษณ์แต่ละตัวติดกันได้ไม่เกินกี่ตัว (ไม่เกิน 3 ตัว) • จากตัวอย่างข้างต้น ข้อ 1) - 3) และ ข้อ 4) - 9) มีหลักการเขียนตัวเลขโรมันแตกต่างกันอย่างไร (ข้อ 1) - 3) เขียน โดยใช้หลักการเพิ่มโดยเขียนสัญลักษณ์เรียงกันไปจากค่ามากไปน้อย ส่วนข้อ 4) - 9) เป็นการเขียนโดยใช้หลักการลด โดยเขียน ตัวเลขที่มีค่าน้อยไว้หน้าตัวเลขที่มีค่ามาก)


• จากตัวอย่างข้อ 4) - 9) สัญลักษณ์ที่นำมาไว้ข้างหน้ามีความสัมพันธ์กับสัญลักษณ์ตัวหลังอย่างไร (นำค่าของ สัญลักษณ์ตัวหน้ามาลบกับค่าของสัญลักษณ์ตัวหลัง) ขั้นการวิเคราะห์และสรุปความรู้ ครูอธิบายเกี่ยวกับเงื่อนไขของการเขียนหลักการลด ดังนี้ 1) ตัวเลขที่เป็นตัวลบมีเพียง 3 ตัว คือ I, X และ C 2) ตัวเลข I อยู่หน้า V หรือ X เท่านั้น 3) ตัวเลข X อยู่หน้า L หรือ C เท่านั้น 4) ตัวเลข C อยู่หน้า D หรือ M เท่านั้น จากนั้นตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ดังนี้ • นักเรียนคิดว่าการเขียนจำนวนที่มีค่ามากกว่าสัญลักษณ์พื้นฐานทั้ง 7 ตัวนี้ จะมีการเขียนสัญลักษณ์แทนจำนวน อย่างไร (การเขียนจำนวนที่มีค่ามาก ๆ ให้ใช้เครื่องหมายขีด ( – ) เขียนสัญลักษณ์พื้นฐาน 6 ตัว คือ V, X, L, C, D และ M โดยสัญลักษณ์ใหม่นี้จะมีค่าเป็น 1,000 เท่าของตัวเลขเดิม) ครูยกตัวอย่างการเขียนเลขโรมันแทนจำนวนให้นักเรียนพิจารณา โดยใช้การถาม-ตอบประกอบการอธิบายตัวอย่าง ดังนี้ ตัวอย่าง เขียนตัวเลขโรมันแทนจำนวนต่อไปนี้ 1. 14 = 10 + (5 – 1) = XIV 2. 59 = 50 + (10 – 1) = LIX 3. 316 = 300 + 10 + (5 + 1) = CCCXVI 4. 649 = (500 + 100) + (50 – 10) + (10 – 1) = DCXLIX 5. 2,463 = 2,000 + (500 – 100) + (50 + 10) + 3 = MMCDLXIII 6. 5,612 = 5,000 + (500 + 100) + 10 + 2 = VDCXII 7. 34,291 = 30,000 + (5,000 – 1,000) + 200 + (100 – 10) + 1 = XXXMVCCXCI 8. 523,670 = 500,000 + 20,000 + 3,000 + (500 + 100) +70 = DXXMMMDCLXX 9. 908,459 = (1,000,000 – 100,000) + 8,000 + (500 – 100) + 50 + (10 – 1) = CMVMMMCDLIX 10. 2,479,651 = 2,000,000 + (500,000 – 100,000) + 70,000 + (10,000 – 1,000) + (500 + 100) + 50 + 1 = MMCDLXXMXDCLI ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขั้นการฝึกปฏิบัติ ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นให้แต่ละกลุ่มเขียนสัญลักษณ์ระบบ ตัวเลขโรมัน 3-5 จำนวน พร้อมระบุค่าของจำนวนนั้น ๆ แล้วให้ผู้แทนกลุ่มออกมาเขียนสัญลักษณ์จำนวนตัวเลขโรมันบน กระดานทีละกลุ่ม จากนั้นเลือกผู้แทนอีกกลุ่มออกมาเขียนแสดงค่าด้วยตัวเลขฮินดูอารบิก พร้อมทั้งอธิบาย โดยครูและกลุ่มที่ เขียนสัญลักษณ์ร่วมกันตรวจสอบ ความถูกต้องจนครบทุกกลุ่ม จากนั้นให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าข้อมูล การเขียนตัวเลขของประเทศสมาชิกอาเซียนแต่ละ ประเทศเป็นภาษาประจำชาติของประเทศนั้น ๆ พร้อมทั้งนำเสนอ ดังตัวอย่าง


ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้ โดยเชื่อมโยงจากตัวอย่างและการตอบคำถามข้างต้น ดังนี้ 1. ระบบตัวเลขโรมันใช้สัญลักษณ์พื้นฐาน 7 ตัว ได้แก่ ตัวเลขโรมัน I V X L C D M ตัวเลขฮินดูอารบิก 1 5 10 50 100 500 1,00 0 2. หลักการเขียนเลขโรมันแทนจำนวน 1) สัญลักษณ์แต่ละตัวเขียนติดกันได้ไม่เกิน 3 ตัว 2) เขียนโดยใช้หลักการเพิ่ม คือ เขียนสัญลักษณ์เรียงกันไปหรือเรียงลำดับค่าจากมากไปน้อย 3) เขียนโดยใช้หลักการลด เป็นการเขียนแทนจำนวนบางจำนวนที่ใช้หลักการเพิ่มไม่ได้ การเขียนทำได้โดยเขียนตัวเลขที่มีค่าน้อยไว้หน้าตัวเลขที่มีค่ามาก โดยมีเงื่อนไขของหลักการลด ดังนี้ • ตัวเลขที่เป็นตัวลบมีเพียง 3 ตัว คือ I, X และ C • ตัวเลข I อยู่หน้า V หรือ X เท่านั้น • ตัวเลข X อยู่หน้า L หรือ C เท่านั้น • ตัวเลข C อยู่หน้า D หรือ M เท่านั้น 4) การเขียนจำนวนที่มีค่ามาก ๆ ให้ใช้เครื่องหมายขีด ( – ) เขียนบนสัญลักษณ์พื้นฐาน 6 ตัว คือ V, X, L, C, D และ M โดยสัญลักษณ์ใหม่นี้จะมีค่าเป็น 1,000 เท่าของตัวเลขเดิม คือ V แทนจำนวน 5,000 X แทนจำนวน 10,000 L แทนจำนวน 50,000


C แทนจำนวน 100,000 D แทนจำนวน 500,000 M แทนจำนวน 1,000,000 ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบฝึกหัด 2 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ หนังสือเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ของหนังสือเรียน พว. ชั้น ม.1 ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด นักเรียนทำแบบฝึกหัด 2 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ หลักการเขียนตัวเลขด้วยตัวเลข โรมัน (K) ตรวจแบบฝึกหัด2 แบบฝึกหัด 2 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 2.เขียนแสดงจำนวนด้วยตัวเลข โรมัน (P) ตรวจแบบฝึกหัด2 แบบฝึกหัด2 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 3.เห็นคุณค่าของการนำความรู้เรื่อง จำนวนและตัวเลข ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน (A) สังเกตพฤติกรรม การทำงาน แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุชัญญา เรืองจันทร์) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายอนุรักษณ์ โพธิ์โพ้น) หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัสวิชา ค 21201 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่2 เรื่อง จำนวนและตัวเลข จำนวน 6 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง ระบบตัวเลขฐานสิบ เวลา 1 ชั่วโมง ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ผลการเรียนรู้ 1. บอกค่าของตัวเลขโดดในตัวเลขฐานต่าง ๆ ที่กำหนดให้ได้ 2. เขียนตัวเลขฐานที่กำหนดให้เป็นตัวเลขฐานต่าง ๆ ได้ จุดประสงค์การเรียนรู้/ผลการเรียนรู้ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับระบบตัวเลขฐานสิบ (K) 2. เขียนแสดงระบบตัวเลขฐานสิบ (P) 3. เห็นคุณค่าของการนำความรู้เรื่อง ระบบตัวเลขฐานสิบ ไปใช้(A) สาระการเรียนรู้ ระบบตัวเลขฐานสิบ สาระสำคัญ 1. ระบบตัวเลขฐานสิบ คือ ระบบตัวเลขฮินดูอารบิก มีสัญลักษณ์พื้นฐานสิบตัว คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 และ 9 ซึ่ง สัญลักษณ์ทั้งสิบตัวเรียกว่า เลขโดด 2. การเขียนตัวเลขในแบบเลขฐานสิบ สามารถใช้ตัวเลขโดดเพียงสิบตัว เขียนตัวเลขแทนจำนวนต่าง ๆ ได้ โดยขึ้นอยู่กับ ค่าประจำหลักของแต่ละตัว สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1) ความสามารถในการสื่อสาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการแก้ปัญหา 4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ซื่อสัตย์สุจริต 3) มีวินัย 4) ใฝ่เรียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning 1) การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity-Based Learning) 2) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์(Experiential Learning) 3) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) 4) การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) 5) การเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิด (Thinking Based Learning) 6) การเรียนรู้การบริการ (Service Learning)


7) การเรียนรู้จากการสืบค้น (Inquiry-Based Learning) 8) การเรียนรู้ด้วยการค้นพบ (Discovery Learning) วิธีการสอนของครู การสอนแบบบรรยาย การสอนแบบทดลอง การสอนแบบมีส่วนร่วม การสอนแบบบูรณาการ การสอนแบบอภิปราย การสอนแบบโครงงาน การสอนแบบ Mapping อื่นๆ………………………… บูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1) หลักความพอประมาณ 2) หลักความมีเหตุผล 3) หลักการมีภูมิคุ้มกัน 4) เงื่อนไขความรู้ 5) เงื่อนไขคุณธรรม บูรณาการคุณค่าพระวรสาร 1. ความเชื่อศรัทธา (faith) 2. ความจริง (truth) 3. การไตร่ตรอง / ภาวนา (reflection / prayer 4. มโนธรรม / วิจารณญาณ / ความกล้าหาญเชิงศีลธรรม (conscience / discernment / moral courage) 5. อิสรภาพ (freedom) 6. ความยินดี (joy) 7. ความเคารพ / ศักดิ์ศรี (respect / dignity) 8. ความสุภาพถ่อมตน (humility) 9. ความซื่อตรง (honesty) 10. ความเรียบง่าย / ความพอเพียง (simplicity / sufficiency) 11. ความรัก (love) 12. เมตตา (compassion) 13. ความกตัญญูรู้คุณ (gratitude) 14. การงาน / หน้าที่ (work / duty) 15. การรับใช้ (service) 16. ความยุติธรรม (justice) 17. สันติ / การคืนดี (peace / reconciliation) 18. อภัย (forgiveness) 19. ความเป็นหนึ่ง / ความเป็นชุมชน (unity / community) 20. การพิศเพ่งสิ่งสร้าง / รักษ์ธรรมชาติ (wonder / conservation) 21. ความหวัง (hope) บูรณาการอัตลักษณ์โรงเรียน รัก เมตตา ซื่อสัตย์ กตัญญู อยู่อย่างพอเพียง กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนเกี่ยวกับตัวเลขและจำนวนต่าง ๆ ที่ใช้ในปัจจุบัน โดยตั้งคำถามกระตุ้น ความคิดของนักเรียน ดังนี้ • ระบบตัวเลขฮินดูอารบิกใช้สัญลักษณ์พื้นฐานกี่ตัว อะไรบ้าง (10 ตัว คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 และ 9) • สัญลักษณ์ในระบบตัวเลขฮินดูอารบิกนี้เรียกว่าอะไร (เลขโดด) • นักเรียนคิดว่าระบบตัวเลขฮินดูอารบิก เรียกระบบตัวเลขนี้ว่าอะไร (ระบบตัวเลขฐานสิบ) • การเขียนตัวเลขในระบบตัวเลขฐานสิบมีหลักการเขียนอย่างไร และตัวเลขแต่ละตัว มีค่าเท่าใด (ตามประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียน) ขั้นนำเสนอความรู้ใหม่ ให้นักเรียนพิจารณาตารางค่าประจำหลักของตัวเลขฐานสิบ และครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าประจำหลักของตัวเลขฐานสิบ ดังนี้ พิจารณาตารางค่าประจำหลักของระบบตัวเลขฐานสิบต่อไปนี้


หลักที่ ... ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ค่าประจำหลัก ... 104 103 102 101 1 ให้นักเรียนพิจารณาค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก โดยครูยกตัวอย่างจำนวนของตัวเลข ในระบบเลขฐานสิบ จากนั้นตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ พิจารณาค่าประจำหลักของจำนวน 48,321 • ตัวเลขโดด 1 อยู่หลักที่เท่าไร มีค่าเท่าใด (อยู่หลักที่หนึ่ง มีค่า 1 1 หรือ 1) • ตัวเลขโดด 2 อยู่หลักที่เท่าไร มีค่าเท่าใด (อยู่หลักที่สอง มีค่า 2 101 หรือ 20) • ตัวเลขโดด 3 อยู่หลักที่เท่าไร มีค่าเท่าใด (อยู่หลักที่สาม มีค่า 3 102 หรือ 300) • ตัวเลขโดด 8 อยู่หลักที่เท่าไร มีค่าเท่าใด (อยู่หลักที่สี่ มีค่า 8 103 หรือ 8,000) • ตัวเลขโดด 4 อยู่หลักที่เท่าไร มีค่าเท่าใด (อยู่หลักที่ห้า มีค่า 4 104 หรือ 40,000) • จำนวน 48,321 เขียนในรูปการกระจายได้อย่างไร (48,321 = (4 104 ) + (8 103 ) + (3 102 ) + (2 101 ) + (1 1)) พิจารณาค่าประจำหลักของจำนวน 945,601 • ตัวเลขโดด 1 อยู่หลักที่เท่าไร มีค่าเท่าใด (อยู่หลักที่หนึ่ง มีค่า 1 1 หรือ 1) • ตัวเลขโดด 0 อยู่หลักที่เท่าไร มีค่าเท่าใด (อยู่หลักที่สอง มีค่า 0 101 หรือ 0) • ตัวเลขโดด 6 อยู่หลักที่เท่าไร มีค่าเท่าใด (อยู่หลักที่สาม มีค่า 6 102 หรือ 600) • ตัวเลขโดด 5 อยู่หลักที่เท่าไร มีค่าเท่าใด (อยู่หลักที่สี่ มีค่า 5 103 หรือ 5,000) • ตัวเลขโดด 4 อยู่หลักที่เท่าไร มีค่าเท่าใด (อยู่หลักที่ห้า มีค่า 4 104 หรือ 40,000) • ตัวเลขโดด 9 อยู่หลักที่เท่าไร มีค่าเท่าใด (อยู่หลักที่หก มีค่า 9 105 หรือ 900,000) • จำนวน 945,601 เขียนในรูปการกระจายได้อย่างไร (945,601 = (9 105 ) + (4 104 ) + (5 103 ) + (6 102 ) + (0 101 ) + (1 1)) ขั้นการวิเคราะห์และสรุปความรู้ . ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน แจกบัตรจำนวนให้กลุ่มละ 5 ใบ ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนแสดงระบบตัวเลขฐานสิบ จากนั้นให้ผู้แทนกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ตัวอย่างบัตรจำนวน 25,240 68,075 94,321 1,146,570 29,707,555


ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขั้นการฝึกปฏิบัติ ให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้ โดยเชื่อมโยงจากกิจกรรมและการตอบคำถามข้างต้น ดังนี้ 1. ระบบตัวเลขฐานสิบ คือ ระบบตัวเลขฮินดูอารบิก มีสัญลักษณ์พื้นฐานสิบตัว คือ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 และ 9 ซึ่งสัญลักษณ์ทั้งสิบตัวเรียกว่า เลขโดด 2. การเขียนตัวเลขในแบบเลขฐานสิบ สามารถใช้ตัวเลขโดดเพียงสิบตัว เขียนตัวเลขแทนจำนวนต่าง ๆ ได้ โดย ขึ้นอยู่กับค่าประจำหลักของแต่ละตัว ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูถามคำถาม ดังนี้ • นักเรียนจะนำความรู้เรื่อง ระบบตัวเลขฐานสิบ ไปใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองได้อย่างไร ให้นักเรียนทำใบงานที่ 6 เรื่อง ระบบตัวเลขฐานสิบ เพื่อฝึกทักษะและตรวจสอบความเข้าใจ ขั้นการประเมินผลการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบฝึกหัด 3 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ หนังสือเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ของหนังสือเรียน พว. ชั้น ม.1 ชิ้นงาน/ภาระรวบยอด นักเรียนทำแบบฝึกหัด 3 ในหนังสือเรียน เป็นรายบุคคล การออกแบบวิธีการและเครื่องมือประเมินผล ตัวชี้วัดจากจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การให้ คะแนน เกณฑ์ 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ ระบบตัวเลขฐานสิบ (K) ตรวจแบบฝึกหัด3 แบบฝึกหัด 3 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 2.เขียนแสดงระบบตัวเลขฐานสิบ (P) ตรวจแบบฝึกหัด3 แบบฝึกหัด3 ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 3.เห็นคุณค่าของการนำความรู้เรื่อง ระบบตัวเลขฐานสิบ ไปใช้(A) สังเกตพฤติกรรม การทำงาน แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ประเมินผล ตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60


บันทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน - นักเรียนจำนวน.........................................คน - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีเยี่ยมจำนวน...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับดีจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ........................... - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับพอใช้จำนวน........................คน คิดเป็นร้อยละ............................ - นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ระดับผ่านจำนวน...............................คน คิดเป็นร้อยละ...................... - นักเรียนไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้จำนวน...........................................คน คิดเป็นร้อยละ...................... ได้แก่ (ระบุชื่อ)……………………………………………………………………………..…………………………………….………. เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ 5 ระดับ ดังนี้ ระดับดีเยี่ยม คะแนนร้อยละ 80 - 100 ระดับดี คะแนนร้อยละ 70 - 79 ระดับพอใช้ คะแนนร้อยละ 60 – 69 ระดับผ่าน คะแนนร้อยละ 50 - 59 ระดับไม่ผ่าน คะแนนร้อยละ 0 - 49 ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ........................................................................................................................................................................ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุชัญญา เรืองจันทร์) วันที่……..../................../................ ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นายอนุรักษณ์ โพธิ์โพ้น) หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ……………………………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเดือนเพ็ญ วาปีกัง) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานวิชาการ


Click to View FlipBook Version