หนว่ ยยอ่ ยท่ี 2 รหสั วชิ า 20102-2103 ใบความรู้
หนว่ ยท่ี 2 ชือ่ งาน งานผลิตชิ้นสว่ นดว้ ยเครือ่ งจักรกล 3
งานเคร่อื งมอื กล 3 ชื่อหน่วย เครอื่ งกลึงกง่ึ อัตโนมัติ
จํานวน 2 ช่ัวโมง
สงิ่ ที่ตอ้ งคํานงึ ถึงก่อนลงมอื ทาํ งานคือ
1. ดา้ มมีดและตัวมีด จะตอ้ งโผล่ออกมาจากที่จบั เพยี งเล็กนอ้ ย เพื่อความแข็งแรงและปลอดภยั ใน
การทํางาน
2. ปลายคมตดั จะตอ้ งอยเู่ หนอื แนวศนู ย์กลางของงานประมาณ 0-5 องศา เพ่ือไม่ให้เกิดการงัด
ในขณะทาํ งาน
3. มมุ หลบหนา้ มีด (Front clearance) จะหลบประมาณ 10 องศา เพ่อื ลดการเสียดสขี องงาน
ในขณะทําการตดั
รปู ท่ี 2.19 แสดงการทํางานของคมมดี
เมื่อนาํ ด้ามมดี (Tool holder) มาจับยึดบนป้อมมีด (Tool post) ด้ามมดี นจี้ ะถกู วางอยู่บนล่มิ
(Wedge) ซ่ึงมลี ักษณะเปน็ ส่วนโคง้ และปรบั ขยบั ได้ในแนวรศั มนี ี้ ล่มิ จะวางอยู่บนแหวนรอง สามารถ
หมุนไป-มาไดร้ อบตัว (360 องศา) ดังนั้นการปรบั ปลายคมตัด ให้เอยี งอยใู่ นระดับต่าง ๆ กับผิวงาน ทํา
ไดโ้ ดยการขยบั ด้ามมีดและล่มิ รว่ มกนั
กรรมวธิ กี ารตรวจสอบความสูงของปลายมดี ใหส้ งู อยใู่ นแนวระดับเส้นศูนยข์ องกลางของงาน
กระทาํ ได้โดยใหป้ ลายมีดแตะเทยี บกบั ปลายยนั ศูนยข์ องชดุ ทา้ ยแทน่ (Tail stock) ซ่งึ ปลายของมดี
(Tool) จะอยู่ในระดับเสน้ ศนู ยก์ ลางของช้ินงาน
หน่วยย่อยท่ี 2 รหสั วชิ า 20102-2103 ใบความรู้
หนว่ ยท่ี 2 ช่อื งาน งานผลิตช้ินส่วนด้วยเครอื่ งจกั รกล 3
งานเครอื่ งมือกล 3 ชอื่ หนว่ ย เคร่อื งกลงึ กึ่งอตั โนมัติ
จาํ นวน 2 ชัว่ โมง
รูปที่ 2.20 การตรวจสอบปลายมีดกับยันศูนย์ รูปที่ 2.21 ระดับปลายมดี จะอยทู่ ีเ่ ส้นศูนย์กลาง
ลกั ษณะการทํางานของด้ามมีดแบบ standard tool post แสดงไว้ดบั รูปที่ 8.25
2.22 แสดงการทํางานของมดี แบบต่าง ๆ
ชนิดของมดี กลึงและการทํางาน
มีดกลงึ (Tool Lathe)
มีดกลึงทีใ่ ช้ในงานกลึงโดยท่วั ๆ ไป จะทาํ มาจากเหล็กทําเครื่องมดื (Tool steel) ทนความรอ้ นได้สูง
มีความเหนียว ความแขง็ มชี ือ่ เรียกอีกอยา่ งว่า เหล็กรอบสูง (High speed steel) ถา้ งานทมี่ ีความ
แขง็ สูงจะใช้วัสดุทท่ี ํามีดกลึงดว้ ยทังสเตนคารไ์ บด์ ซึ่งเรยี กว่า Cargid tip หรอื มดี เลบ็ มดี กลงึ โดยท่วั
ๆ ไป ในการกลึงปอกผิวจะมคี มตัด 2 ลักษณะ คือ
1.มดี กลงึ คมตัดขวา (Right hand tool)
2.มดี กลงึ คมตัดซ้าย (Left hand tool)
หนว่ ยยอ่ ยที่ 2 รหสั วชิ า 20102-2103 ใบความรู้
หน่วยท่ี 2 ชอ่ื งาน งานผลิตชิ้นสว่ นดว้ ยเคร่ืองจักรกล 3
งานเครอื่ งมอื กล 3 ช่ือหน่วย เครอื่ งกลงึ กง่ึ อตั โนมัติ
จาํ นวน 2 ชั่วโมง
ชนิดของมีดกลงึ และการทํางาน
มดี กลงึ (Tool lathe)
มีดกลงึ ทใี่ ช้ในงานกลงึ โดย ทั่ว ๆ ไป จะทํามาจากเหล็กทาํ เครอ่ื งมือ Tool steel) ทนความรอ้ นไดส้ ูง
มีความเหนียว ความแข็ง มชี อ่ื เรยี กอีกอย่างวา่ เหล็กรอบสูง (High speed steel) ถา้ งานทม่ี ีความแขง็
สูงจะใช้วัสดุท่ีทํามีดกลงึ ด้วยทงั สเตนคารไ์ บด์ ซงึ่ เรียกวา่ Carbide tip หรือ มดี เลบ็ มดี กลึงโดยท่ัว ๆ
ไปในการกลงึ ปอกผิวจะมคี มตัด 2 ลักษณะ คอื
1.มีดกลงึ คมตดั ขวา (Right hand tool)
2.มดี กลงึ คมตดั ซ้าย (Left hand tool)
รปู ท่ี 2.23 ชนิดของมดี กลึง
รปู ร่างลักษณะและส่วนต่าง ๆ ของมีดกลงึ มีการเรียกชื่อคือ
1.ความยาวของคมตัด
2.ลําตวั
3.คมตดั
4.ปลายคม
5.คมตดั ดา้ นหน้า
6.ผวิ ข้างของคมตัด
หนว่ ยย่อยที่ 2 รหสั วิชา 20102-2103 ใบความรู้
หน่วยที่ 2 ช่ืองาน งานผลติ ชิน้ ส่วนดว้ ยเครอ่ื งจกั รกล 3
งานเครือ่ งมอื กล 3 ชอื่ หน่วย เครื่องกลึงกึ่งอัตโนมัติ
จํานวน 2 ชว่ั โมง
รูปที่ 2.24 ส่วนต่าง ๆ ของมดี กลงึ
ชนดิ ของงานกลึงปอกโดยทว่ั ๆ ไป แลว้ มดี กลึงจะกลึงตดั ผวิ งาน ทําให้เกดิ บา่ งาน แบ่งออกโดยทว่ั
ๆ ไป ไดด้ งั น้ี
1.บ่าฉาก (Square)
2.บา่ เอยี ง (Bevelled)
3.บ่าโคง้ (Filleted)
รูปท่ี 2.25 ลักษณะงานกลงึ
ใบความรู้
รหสั วิชา 20102-2103 ชอื่ งาน งานผลิตช้นิ ส่วนด้วยเคร่อื งจักรกล 3
หนว่ ยที่ 2 ชอื่ หนว่ ย เคร่ืองกลงึ กึง่ อตั โนมัติ
หนว่ ยยอ่ ยที่ 2 งานเครือ่ งมอื กล 3 จาํ นวน 2 ชั่วโมง
การปรับขยับคมมีดให้ทาํ การตัดเฉือนชิน้ งาน จะทําได้ 2 ทศิ ทาง คือ
1.เอียงคมมีดมาทางด้านหวั เครือ่ ง (Head stock) ไมน่ ิยมใชเ้ พราะจะทาํ ใหม้ ดี ดีดกลับกนิ เน้ืองานถา้ มีดหลุด
2.เอียงคมมีดมาทางชุดทา้ ยแทน่ (Tail stock) นิยมใช้งานกนั มาก เมื่อมดี หมุนจะไมก่ ินเนื้องาน
รูปท่ี 2.26 แสดงการตง้ั มดี กลงึ เอยี งเขา้ หาหัวเครือ่ ง รูปท่ี 2.27 แสดงการตง้ั มีดกลงึ เอยี งหนีหวั
เครอ่ื ง
ลกั ษณะและรูปรา่ งของคมตัดของมีดกลงึ จะถูกลับและแตง่ คมตามความตอ้ งการของการใช้งาน
1.มดี กลงึ หยาบ (Rough turning) จะมีคมตัดทง้ั ซ้ายและขวาใช้สําหรับปอกกลึงผิวงาน ออกในชว่ งแรก ๆ
2.มีดกลงึ ผิวเรียบแบบคมตัดตรง (Straight round nose tool) จะทําการตดั เฉือนได้ 2 ทิศทาง (ดูตาม
ลกู ศร) จะใชก้ ลงึ ผิวสําเรจ็ เพือ่ ทจี่ ะทาํ ใหผ้ ิวเรยี บนาํ ไปใช้งานได้ จะทาํ การตัดเฉอื นผวิ งานไดท้ ีละน้อย ๆ
3.มีดกลงึ ผิวเรยี บแบบคมตัดขวา (Right hand finishing tool) ใชก้ ลึงผวิ เรียบในขั้นสดุ ทา้ ย สามารถทําการ
ตัดเฉือนได้ในทศิ ทางเดียว (ดูตามลกู ศร)
4.มดี กลงึ ปอกผวิ แบบสปริง (Facing operation) จะมคี มตดั ทั้งซ้ายและขวา ตามภาพเป็นคมตัดขวา
5.มีดกลงึ หนา้ งอ (Facing finishing operation) จะมที ั้งคมตัดซ้ายและคมตดั ขวา ใช้สําหรบั กลงึ ปาดผวิ ฉาก
โดยทาํ การตัดเฉอื นได้ 2 ทิศทาง ตามภาพเปน็ คมตดั ซา้ ย
6.มดี กลงึ ปาดหนา้ (Facing between center) ใชป้ าดหนา้ ผวิ งาน มีลักษณะคมตัดทง้ั ซ้ายและขวาตาม
ความตอ้ งการใช้งาน จะใช้ปาดหน้าผิวงานท่ีถกู จบั อยู่ ด้วยยันศนู ย์ ตามภาพเป็นคมตัดขวา
การตั้งมดี กลึงทํางาน
ลักษณะของมดี ทต่ี ้ัง ต่ํากว่าศูนยก์ ลาง เม่อื ตัดเฉือนแล้วจะเกิดการตกั เฉอื นไมห่ มด ทาํ ให้เกิดการหกั ได้งา่ ย ๆ
คมมดี อาจจะแตกบน่ิ ชิน้ งานงานเสียหายได้
ลักษณะของมดี ท่ตี ั้ง อยกู่ ว่าศูนย์กลางงานของงาน ปลายมีดจะอัดกับงาน ทาํ ให้แตกหัก และงานถกู ตัดเฉอื น
ไม่ตลอด
หน่วยย่อยที่ 2 ใบความรู้ ชื่องาน งานผลิตชิน้ ส่วนด้วยเครอ่ื งจักรกล 3
รหัสวชิ า 20102-2103 ชอื่ หน่วย เครอื่ งกลงึ กงึ่ อตั โนมตั ิ
หน่วยที่ 2
งานเครอ่ื งมือกล 3 จาํ นวน 2 ช่วั โมง
รูปท่ี 2.28 ต้งั มดี พอดีศูนย์
มมุ ของมดี กลึงทเ่ี หมาะกบั วสั ดงุ าน
มีดกลงึ โดยทั่วไปจะเป็นแท่งสเ่ี หลีย่ มตนั ซ่ึงมซี ื้อขายกันอยู่ทัว่ ไป ทั้งยังแบ่งเป็นขนาดต่าง ๆ ตามการ
ใชง้ านก่อนทจ่ี ะนํามดี กลึงไปใช้งาน จะต้องมกี ารลับแต่งมีดใหเ้ กิดคมตดั เสยี กอ่ น สว่ นตา่ ง ๆ ที่ถูกลับ
ออกไปจะทําให้เกิดมุมขน้ึ ซึ่งมีเรียกดงั น้ี
1.มมุ คายเศษ (Top rake angle) มีไวส้ ําหรับคายเศษโลหะ
2.มมุ คมตดั หน้า (Front cutting angle)
3.มุมหลบหน้า (Front clearange angle)
4.มมุ หลบขา้ ง (Side rake angle)
5.มุมคมตดั ข้าง (Side cutting angle)
6. มุมหลบข้าง (Side clearance angle)
รูปที่ 2.29 ภาพด้านข้างมองมีดกลงึ รูปที่ 2.30 ภาพด้านหน้าของมีดกลงึ
ลกั ษณะคมตัด (Tool angle) เมอ่ื ทําการตัดเฉอื นผวิ งาน ปลายคมตัดจะแตะอย่ทู ี่ผิวงาน ทาํ การเฉอื น
ตัดออกดว้ ยมมุ ตดั และดนั เศษโลหะคายออกทางด้านมุมคาย และลดการเสยี ดสดี ้วยการทํามุมหลบ
- กรณีมดี กลงึ ท่ี ไมม่ ีมุมคาย เศษโลหะ ขณะทําการตัดเฉอื น เศษจะหกั เปน็ ชนิ้ เลก็ ๆ
- กรณมี ดี กลงึ ท่ี มีมุมคาย เศษโลหะ ขณะทาํ การตดั เฉือน เศษจะหักเปน็ ชิ้น ๆ
ใบความรู้
รหสั วชิ า 20102-2103 ชอ่ื งาน งานผลติ ชิ้นสว่ นดว้ ยเครื่องจักรกล 3
หนว่ ยที่ 2 ชอื่ หนว่ ย เครอื่ งกลงึ กึง่ อัตโนมัติ
หนว่ ยยอ่ ยท่ี 2 งานเครื่องมอื กล 3 จาํ นวน 2 ชว่ั โมง
ตารางค่ามมุ ตา่ ง ๆ ของมดี ท่ีเหมาะกับวสั ดงุ าน
ตารางที่ 2.31 ตารางค่ามุมต่าง ๆที่เหมาะสมกบั วสั ดงุ าน
คา่ ตารางข้างบนน้ี เป็นคา่ ของมมุ ต่าง ๆ ของมีดทีใ่ ชก้ ลึงวัสดตุ า่ งชนดิ กัน เนือ่ งจากความแข็ง-เปราะ-
เหนียว ไมเ่ ท่ากัน จึงไดม้ กี ารทดลองลับมีดทมี่ ุมตา่ ง ๆ จนไดก้ ําหนดเปน็ หลักในการลบั มมุ มดี สาํ หรบั การ
กลึงงาน
ส่วนตา่ ง ๆ ของล้อหินเจยี ระไน และการลับมดี กลึง
ส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของหนิ เจียระไนตงั้ โตะ๊ ซงึ่ ประกอบด้วยสว่ นใหญ่ ดังนี้
1.ล้อหนิ เจียระไนหยาบ (Coarse grind wheel) ใชล้ ับงานหยาบ
2.ล้อหนิ เจยี ระไนละเอียด (Fine grind wheel) ใช้ลับงานละเอยี ด
3.แท่นรองลบั (Tool rest close) ใช้วางพกั งานทนี่ ํามาลบั
4.กะบังนริ ภัย (Safety shield) ป้องกันการกระเด็นของเศษลบั เขา้ ตาและโดยสว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกาย
รปู ท่ี 2.32 เคร่อื งเจียระไน
ใบความรู้
รหสั วชิ า 20102-2103 ชือ่ งาน งานผลิตชนิ้ สว่ นด้วยเคร่ืองจกั รกล 3
หน่วยท่ี 2 ชอื่ หนว่ ย เคร่อื งกลงึ ก่ึงอัตโนมตั ิ
หนว่ ยย่อยท่ี 2 งานเครอ่ื งมือกล 3 จํานวน 2 ชวั่ โมง
ข้อควรปฏบิ ตั ิในการลับมดี กลึงด้วยมือ
1.ใช้ชุดทํางานทีร่ ัดกุม อยู่ในสภาพเรยี บร้อยมดิ ชิดปอ้ งกนั การกระเดน็ โดนสว่ นตา่ ง ๆ ของร่ายกาย
2.สวมแวน่ ตานิรภยั (Safety goggles)
3.สวมรองเทา้ นิรภัย (Safety boots)
4.เกบ็ กวาดพืน้ ให้สะอาดอยูเ่ สมอ
5.เครอื่ งจะต้องอยู่ในสภาพรอ้ งใชง้ าน มที ่ีรองลบั มีด มกี ระจกปอ้ งกนั การกระเดน็ และมกี ลอ่ งใส่น้ํา
สําหรับระบายความรอ้ นในขณะลับ
การลับมดี กลงึ
การจับมีดกลึงจะตอ้ งจับใหก้ ระชบั มือ และถนัด จับใหแ้ น่น ปอ้ งกันการกระเดน็ หมั่นนําจุ่มนาํ้ บ่อย ๆ
เพื่อไม่ใหม้ ีดไหม้ และเป็นการระบายความร้อน
รูปท่ี 2.33 แสดงการจับและการลับมุมหลบขา้ ง
*หมายเหตุ อย่าจับมีดเฉพาะท่ี จะต้องเคลอ่ื นทไ่ี ป-มาตลอดหนา้ เจยี ระไน และออกแรงกดมีดอยา่ ใส่
แรงมาก-นอ้ ยเกินไป การลบั นจี้ ะต้องอาศัยประสบการณ์
1.แท่นรองรับชดิ เกินไป จะทําใหป้ ระกายและเศษลกู ไฟระบายลงดา้ นลา่ งไมไ่ ด้ จะกระเด็นถูกมือเจบ็
2.แท่นรองรบั หา่ งเกนิ ไป จะทาํ ใหเ้ กดิ การงับไดง้ า่ ยขณะทาํ การลับ
3.แทน่ รองรบั จะต้องหา่ งจากหน้าเจียระไน ไมเ่ กิน 1.5 มม. จึงจะทําใหก้ ารลับนน้ั ปลอดภัยและ
ทาํ งานดีมดี หลงั จากการลับแล้วจะนํามาประกอบเขา้ กบั ด้ามจะเกดิ มุม Clearance บนมดี มากขน้ึ อีก
แสดงท่าทางการลบั มีดในลักษณะตา่ ง ๆ (How to grind lathe tool cutter bits)
หน่วยย่อยที่ 2 ใบความรู้ ชื่องาน งานผลิตชิน้ ส่วนด้วยเครือ่ งจกั รกล 3
รหัสวชิ า 20102-2103 ช่อื หนว่ ย เครอ่ื งกลึงก่งึ อตั โนมัติ
หน่วยที่ 2
งานเครอื่ งมือกล 3 จํานวน 2 ชั่วโมง
รูปท่ี 2.34 แสดงทา่ ทางการลบั มีดในลกั ษณะต่าง ๆ
หน่วยยอ่ ยท่ี 2 ใบความรู้ ชือ่ งาน งานผลิตชน้ิ สว่ นดว้ ยเครื่องจักรกล 3
รหสั วิชา 20102-2103 ชื่อหน่วย เคร่ืองกลึงก่งึ อตั โนมตั ิ
หนว่ ยที่ 2
งานเครื่องมือกล 3 จาํ นวน 2 ชว่ั โมง
วธิ กี ารสงั เกตลกั ษณะคมตัดของมีด
วิธีการสงั เกตลกั ษณะคมตดั ของมีด วา่ จะเป็นคมตัดชนดิ ใด เพื่อจะเลอื กใช้งานไดถ้ กู วิธีการงา่ ย ๆ โดย
จบั คนมีดเข้าหาตวั (ดตู ามภาพ ก และ ข) แล้วสังเกตดทู ค่ี มตัดวา่ จะอยู่ในลกั ษณะใด หรือจะสังเกต
จากการทาํ งานบนเคร่ืองโดยดูท่ีคมตัดทําการตัดเฉอื น ถ้าตดั จากหัวเครอื่ งมาทางชุดท้ายแทน่ (Tail
stock) คมตัดลกั ษณะน้เี รยี กวา่ คมตัดซ้าย (Left) ถา้ ทาํ การตัดจากชดุ ท้ายแท่นไปยังหัวเครอื่ ง (Head
stock) เรียกว่าคมตัดขวา (Right) หรือการทําการตัดเฉือนในแนว Cross slide ถ้าเร่มิ ตัดจากด้านที่
ยืนปฏิบัติงานออกไปทางด้าน Attachment จะเรียกวา่ มีดคมตดั ซา้ ย
รูปท่ี 2.35 แสดงถึงลักษณะคมตดั ซ้ายและขวา ของมดี ที่ใชง้ านกนั มาก
ภาพ ก มีดปอกผวิ งานหยาบ
ภาพ ข มีดลบคบ
ภาพ ค มีดต้องซงึ่ แบ่งคมตัดออกเป็น 3 แบบ ซ้าย ขวา และกลาง
ภาพ ง มีดกลงึ เกลียว สามารถทํางานได้ 2 ทิศทาง (ซ้ายและขวา)
การแตง่ ลอ้ หินเจียระไน
หนิ เจยี ระไน (Grinding) เม่ือใชง้ านไปนาน ๆ เม็ดหนิ จะทือ่ และเกิดการอดุ ตันของเศษ
เจียระไน ทําใหห้ นิ ไม่คม เมื่อใช้งานจะเกดิ ความรอ้ นสงู
วธิ ีแกป้ ญั หานี้โดยใช้ทแ่ี ต่งหน้าหินเจยี ระไน แบง่ ออกเป็น 3 แบบทน่ี ิยมใช้งานกันอยู่ท่ัว ๆ ไป สําหรับ
หินเจียระไนมอื
1.Diamo-Carbo dresser
2.Diamon Dresser
3.Huntintong Dresser
หนว่ ยย่อยท่ี 2 ใบความรู้ ช่อื งาน งานผลิตชิ้นส่วนดว้ ยเคร่อื งจกั รกล 3
รหสั วิชา 20102-2103 ช่อื หนว่ ย เคร่อื งกลึงก่ึงอัตโนมตั ิ
หนว่ ยที่ 2
งานเครอ่ื งมอื กล 3 จาํ นวน 2 ช่วั โมง
รูปที่ 2.36 ท่ีแตง่ ล้อหินเจียระไน
ข้อควรระวังในการลับมีด
1.สวมแว่นตาทุกคร้ังที่ทําการลบั เพ่อื ปอ้ งกันการกระเดน็ ของเศษหินเข้าตา
2.สวมชดุ ฝึกงานใหเ้ รียบรอ้ ย พรอ้ มท้งั ใส่รองเทา้ หุ้มเส้นดว้ ยจะชว่ ยป้องกันอันตรายได้
3.ตรวจสอบความเรียบร้อยของเคร่ืองก่อนจะเปิดเคร่ืองทํางาน
4.หน้าลอ้ หินเจียระไนจะต้องเรียบและอยไู่ มห่ ่างจากแท่นรองรับมีดเกนิ 1.5 มิลลเิ มตร
5.ขณะทาํ การลบั จะต้องนํามีดชดุ น้ําบ่อย ๆ เพอ่ื ปอ้ งกันการไหม้ของคมมีด
6.เมอื่ หน้าหนิ เจยี ระไนไม่เรียบจะต้องแตง่ ด้วยล้อหนิ ให้เรยี กก่อนจะลงมอื ลบั
7.ล้อหนิ เจยี ระไนทีใ่ ช้สําหรับลับมดี หา้ มนําวัสดอุ ื่น ๆ ไปลบั
8.เริม่ ต้นลบั ให้ลับกบั ล้อหินหยาบกอ่ นแล้วลบั แตง่ ดว้ ยล้อหนิ ชนดิ ละเอยี ด
ความเร็วตดั และอัตราปอ้ นตัด
ความเร็วตัด (Cutting speed) หมายถงึ คมตัดของเคร่ืองมอื ทาํ การตัดเฉือนผวิ งานในเวลา 1 นาที
จะไดร้ ะยะความยาวคดิ ออกมาเป็นเมตร
ใบความรู้
รหัสวิชา 20102-2103 ชื่อวชิ า งานผลิตช้ินสว่ นด้วยเครื่องมอื กล 3
หนว่ ยท่ี 2 ชือ่ หน่วย เคร่ืองกลงึ กง่ึ อตั โนมัติ
หนว่ ยย่อยท่ี 2 งานผลิตช้นิ ส่วนดว้ ยเครื่องมือกล 3 จาํ นวน 2 ชัว่ โมง
กาํ หนดให้
N = คา่ ความเร็วรอบของเพลาใน 1 นาที (RPM.)
D = เป็นขนาดความโตของชิ้นงาน
คดิ งานหมุนรอบ 1 รอบ คมตัดจะไดผ้ วิ งานเทา่ กับ D
ความเรว็ จํานวน n รอบ ผวิ งานจะถกู ตัดเท่ากับ dn
อตั ราป้อนตัด (Feed)
อัตราปอ้ นตัด หมายถงึ ระยะทางการเดนิ ปอ้ นของมดี ไปตามความยาวของชิ้นงาน ในแตล่ ะรอบของการหมุนของ
เพลาของเครอื่ ง หรอื การปอ้ นตดั อาจพิจารณาจากความหนาของเศษตัดการปอ้ นตัด 0.5 มม. หมายถงึ มีดตัด
เคลื่อนที่เป็นระยะทาง 0.5 มม. ตามความยาวของชน้ิ งานขณะท่ีชน้ิ งานหมุนได้ 1 รอบ
ดังนั้นถ้าเพลาเคร่ืองหมนุ ได้ 20 รอบ คมตดั จะเคลอ่ื นทเี่ ปน็ ระยะทาง 0.5*20 = 10.0 มม. ในกรณีทีท่ ําการตัด
เฉือนผิวงานออกเพียง 2 คร้งั ให้ได้ผวิ งานสําเร็จข้ันสุดท้าย ควรตดั เฉือนผิวงานออก 1 คร้งั แล้วตัดเฉือนผวิ งานช้ัน
สุดทา้ ย เศษกลงึ ขณะทท่ี ําการกลงึ ไหลออกมาเร็วมากทสี่ ุดเทา่ ท่เี ปน็ ไปได้ ผิวงานออกมาไม่เรียบ การกลงึ ลกั ษณะน้ี
เรียกว่า การกลงึ หยาบ เศษกลงึ ขณะทํางานไหลออกมาน้อย ผวิ งานเรียบ เรยี กกรรมวธิ ีการกลงึ ลักษณะนวี้ ่า การ
กลงึ ละเอยี ด ส่วนมากจะใชก้ ลึงในขน้ั สุดท้าย จะได้ผิวเรียบและขนาดถูกต้อง
ระยะทางเดินมีดกลึงตอ่ นาที = FEED x RPM.
RPM. = จาํ นวนรอบต่อนาที
FEED = อัตราปอ้ นตัด (มม.รอบ)
งานตดั เกลียวบนเครอื่ งกลึง
งานตดั เกลยี ว
ในวางการทวั่ ๆ ไป เกลยี วมีบทบาทในการใชง้ านมากรวมท้งั ในชวี ติ ประจาํ วนั อาคารบา้ นเรอื น วงการ
อตุ สาหกรรม ฯลฯ เกลยี วทีใ่ ช้กนั อยมู่ หี ลายรปู แบบ ซึง่ แบ่งออกเปน็ เกลียวท่ีใช้กบั งานเบา งานหนกั การใช้ส่วนที่
สําคญั ไดแ้ ก่ ฟันเกลียว ซึง่ จะเป็นตวั รบั แรง และความแข็งแรงน้ขี ึ้นอยกู่ ับนาดของฟนั เกลยี ว และรูปร่างของฟัน
เกลียวซงึ่ ในบทน้จี ะกลา่ วถึงการตดั เกลียวชนดิ ต่าง ๆ ด้วยเครือ่ งมือกลึง พร้อมกับการตรวจสอบเกลียวดว้ ย
เครือ่ งมือและอุปกรณอ์ ยา่ งละเอียด
ใบความรู้
รหสั วิชา 20102-2103 ชอ่ื วิชา งานผลิตช้ินสว่ นดว้ ยเครอ่ื งมือกล 3
หน่วยท่ี 2 ช่ือหนว่ ย เครอื่ งกลึงก่งึ อตั โนมัติ
หนว่ ยย่อยท่ี 2 งานผลติ ชิน้ สว่ นด้วยเคร่ืองมอื กล 3 จํานวน 2 ชั่วโมง
เกลยี ว (Thread)
เกลยี ว หมายถึง สนั หรอื รอ่ งที่เกิดขึ้นบนผวิ งานวนไปรอบ ๆ จะซ้ายหรอื ขวาก็ได้ ด้วยระยะทางท่สี มํ่าเสมอกัน
รูปท่ี 2.3.7 เกลียวนอกและเกลียวใน
ลักษณะและส่วนตา่ ง ๆ ของเกลียวจะประกอบด้วย
1.มุมเกลยี ว (angle thread) ทํามุม 60 องศา
2.ขนาดผา่ ศนู ยก์ ลางของยอดฟนั เกลยี ว (major diameter)
4.พิตช์ (pitch)
5.สนั เกลยี ว (crest)
6. lead angle
7.โคนเกลยี ว (root)
8. ความลกึ ฟันเกลียว (single depth)
รูปที่ 2.38 สว่ นต่าง ๆ ของเกลียว
ใบความรู้
รหัสวิชา 20102-2103 ชอื่ วิชา งานผลิตชิ้นส่วนด้วยเครอื่ งมอื กล 3
หนว่ ยท่ี 2 ชื่อหน่วย เครือ่ งกลงึ ก่งึ อัตโนมัติ
หน่วยย่อยที่ 2 งานผลิตชิน้ สว่ นด้วยเครอ่ื งมอื กล 3 จํานวน 2 ช่ัวโมง
นอตทปี่ ระกอบเขา้ กับเกลยี วนนั้ จะมีสว่ นต่าง ๆ เหมือนกนั เพียงแต่กลบั เกลยี วที่จะเกดิ ข้นึ บนสันโคง้ หรอื รัศมี
นอก แตก่ ับเกิดขึ้นทผี่ วิ รอ่ งโคง้ หรือรศั มภี ายใน ส่วนท่สี าํ คัญตอ้ งคาํ นงึ ถึง คอื ชว่ ง cleanrance ซ่ึงจะตอ้ งเผือ่ ไว้
ให้การหมุนเข้า-ออก ได้ Lead ของเกลียว หมายถงึ การเคลอ่ื นที่ของมดี กลึงตดั ไปบนผิวงานได้ 1
รอบของชิ้นงานและตดั ต่อไปด้วยความสม่ําเสมอบนผวิ งานนั้น
รปู ที่ 2.39 ระยะ clearance ของเกลยี ว รูปที่ 2.40 Lead ของ
เกลยี ว
การทํางานของเกลียวจะแบง่ ออกเป็น
- เกลียวซา้ ย จะหมนุ เขา้ ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา และหมนุ คายออกในทิศทางตามเข็มนาฬิกา การเริ่มตน้
เกลียวจะเร่มิ ทส่ี ันเกลยี วจากขวาไปซา้ ย
- เกลียวขวา จะมีทิศทางตรงกันข้ามกับเกลียวซ้ายทุกอยา่ ง การตัดเกลียวบนเคร่ืองกลึง สามารถตัดเกลียว
ได้หลายรปู แบบคือ
- ตัดเกลียวซ้าย
- ตดั เกลียวขวา
นอกจากนยี้ ังแบง่ ประเภทของเกลยี วออกเป็น
-เกลียวภายนอก
-เกลยี วภายใน
เครอื่ งกลงึ สมยั ใหม่ไม่จําเป็นตอ้ งประกอบชดุ เฟืองเอง เพราะเคร่อื งกลึงถกู ออกแบบมาให้เกิดอตั ราทดของ
ชดุ เฟืองในคา่ ต่าง ๆ ทําให้การทาํ งานสะดวกสบายขึ้น ลดเวลาในการจะต้องมาคํานวณหาชดุ เฟือง และ
ประกอบเฟอื งเข้าไปใหม่
เกลยี วท่เี กดิ ข้นึ บนชนิ้ งานจะประกอบไปดว้ ย
1. ระยะพติ นับจากยอดเกลยี วไปถงึ ยอดเกลยี วทตี่ อ่ ไป
2. มมุ เอยี งของเกลยี ว (Helix angle) เปน็ ชว่ งเอียงของสนั เกลยี ว
ใบความรู้
รหสั วชิ า 20102-2103 ช่อื วชิ า งานผลิตชนิ้ สว่ นดว้ ยเครือ่ งมอื กล 3
หนว่ ยท่ี 2 ชื่อหน่วย เคร่อื งกลึงก่งึ อตั โนมัติ
หน่วยยอ่ ยท่ี 2 งานผลิตช้ินส่วนดว้ ยเครอื่ งมอื กล 3 จํานวน 2 ชั่วโมง
3. Lead เกลยี ว เป็นชว่ งของสนั หรือรอ่ งเกลยี วท่ีพ้นไป 1 รอบเกลียว
รปู ท่ี 2.41 ส่วนต่าง ๆ ของเกลยี ว
แสดงถงึ การตัดเกลียวของมีดกลงึ ที่เคลือ่ นทต่ี ัดเกลียวดว้ ยระยะทางสม่ําเสมอของการบังคับด้วย lead screw
และ half nut ซ่งึ เกดิ จากการขับเคล่อื นของชุดเฟอื ง ชุดเฟืองขบั นจี้ ะเปน็ ตัวบงั คบั ให้ชุดแทน่ มีดเดินเคลอ่ื นทต่ี ัด
ผิวงานด้วยระยะทางตรง ๆ ซึ่งสมั พันธ์กบั การหมนุ ของงานจะทาํ ให้งานหมนุ 1 รอบ มดี จะเดินตัดเป็นระยะทาง
ช่วงหนง่ึ ซง่ึ เรยี กว่า lead ตามความต้องการตดั โดยต้ังเคร่ืองไว้ ณ จดุ ตา่ ง ๆ ตามตารางกลึงเกลยี วที่ติดเคร่อื งมา
รูปที่ 2.42 แสดงการตดั เกลยี วบนเครอ่ื งกลึง รูปท่ี 2.43 การทํางานของเกลียว
กรรมวธิ ีการตัดเกลยี วบนเครื่องกลงึ
1.การตัดเกลยี ว วี (V-sharp Thread)
การทํางานของมีดกลงึ เกลียว วี (V-sharp) ที่ประกอบมดี เขา้ กบั ดา้ มจับ (Tool Holder) และนาํ มาจบั กบั ป้อมมีด
(Tool Post) พรอ้ มกับการต้งั มดี ป้อน โดยต้ังมดี เอียงทาํ มุม 29 องศา สาํ หรบั การตง้ั ปอ้ นของ Compound Rest
ใบความรู้
รหสั วิชา 20102-2103 ชอื่ วชิ า งานผลิตชนิ้ ส่วนดว้ ยเครอ่ื งมือกล 3
หนว่ ยท่ี 2 ชอ่ื หน่วย เครือ่ งกลงึ กึ่งอตั โนมัติ
หน่วยย่อยท่ี 2 งานผลิตช้ินส่วนด้วยเครอื่ งมอื กล 3 จํานวน 2 ชว่ั โมง
รูปท่ี 2.44 แสดงการตัดเกลยี วขวา และการตดิ ต้งั มีดกลึง
มีดกลงึ เกลยี ว วี (V-sharp) มุมแหลมของมีดจะทํามุม 60 องศา
จุดท่ีสําคัญคือ ช่วงหลบเพอ่ื ลดการเสียดสขี องมดี ลับงาน ในขณะทําการตัดเฉอื นซ่ึงจะมี 2 ชว่ ง คอื
1.ช่วงหลบหนา้ มีด (Front Clearance)
2.ชว่ งหลบด้านข้างมีด (Side Clearance)
จะเหน็ ไดว้ ่าจดุ สมั ผัสงานจะเป็นเฉพาะจดุ คมตัดของมีดเทา่ น้นั ไม่ตลอดทง้ั แท่งมดี
Front clearance (Side clearance)
รปู ท่ี 2.45 ลกั ษณะมีดกลึงเกลยี ว รูปที่ 2.46 มดี กลึงเกลยี ว วี (V-
sharp)
การตกร่อง (Groove) บนชิ้นงาน มปี ระโยชน์ในการกลึงเกลยี วสําหรบั ผู้เร่ิมต้นเป็นอย่างมาก เพราะการ
หยุดและการหมุนกลับตลอดจนการถอยมดี ออกจะไม่ทัน ทาํ ให้เกดิ การกดั งัดปลายมีดหกั
ใบความรู้
รหสั วิชา 20102-2103 ชื่อวิชา งานผลิตช้ินส่วนดว้ ยเครื่องมอื กล 3
หนว่ ยท่ี 2 ชอื่ หน่วย เครอ่ื งกลึงกึง่ อัตโนมัติ
หน่วยยอ่ ยที่ 2 งานผลิตชิ้นสว่ นด้วยเครือ่ งมอื กล 3 จํานวน 2 ชว่ั โมง
ชนิ้ งานเสีย
ในการฝกึ เริ่มต้นจึงควรตกรอ่ งไว้ และเมอื่ ต้องการให้เกลียวแหลมอยา่ งสมํ่าเสมอตลอดชาวงตดั เกลียวก็ควร
จะตกร่องไว้ เพือ่ การเดนิ ตดั ของมีด
รปู ท่ี 2.47 ตกร่องชน้ิ งานกนั กระแทก
เกจวัดมีดกลงึ เกลยี ว วี (V-Sharp Thread Gauge) ทน่ี ิยมใชง้ านกัน ไดแ้ ก่
1.Flat Gauge Thread เปน็ เกจวัดมุมมดี ท่ปี ลายแหลมถูกตัดเล็กนอ้ ย
2.Center Gauge thread เปน็ เกจวดั มมุ มดี ทส่ี น้ั ปลายแหลม
ซึ่งการใชง้ านท้งั สองชนดิ น้ันเหมอื น ๆ กันและมีคา่ มุมเทา่ กนั คอื 60 องศา แตก่ ารใช้งานจะตา่ งกนั
ทตี่ รงเกจแบบแผน่ กลม (Flat Gauge) ไมส่ ามารถจะนาํ มาตั้งมดี กลึงเพือ่ จะกลงึ งานได้
รูปท่ี 2.48 เกจวัดมุมมืด (Flat Gauge) รปู ที่ 2.49 ตรวจสอบมมุ มดี กลึง
เกลียว
-การต้งั มดี ตดั เกลียว
จุดสาํ คัญของการทาํ งาน จะตอ้ งให้มีดกลึงนต้ี ้ังฉากกับผวิ ช้นิ งาน
จากภาพและจะแสดงถงึ การจับเกจวัดมุมมืด การจับมดี และการต้งั มดี ให้ได้ฉากกับผวิ งาน เพ่ือจะกลึง
เกลยี วได้
ใบความรู้
รหสั วิชา 20102- ชอื่ วิชา งานผลิตชนิ้ สว่ นด้วยเครื่องมือกล 3
2103
หน่วยที่ 2 ชอ่ื หน่วย เครือ่ งกลึงก่งึ อตั โนมตั ิ
หนว่ ยย่อยที่ 2 งานผลิตชิ้นสว่ นดว้ ยเคร่อื งมอื กล 3 จํานวน 2 ชว่ั โมง
ชน้ิ งานเสยี
ในการฝึกเร่มิ ตน้ จงึ ควรตกรอ่ งไว้ และเมื่อตอ้ งการให้เกลยี วแหลมอยา่ งสมา่ํ เสมอตลอดชาวงตัดเกลยี วกค็ วร จะตก
รอ่ งไว้ เพื่อการเดินตดั ของมีด
รูปที่ 2.50 ต้ังมดี กลงึ เกลยี ว
3.การตัดเกลยี ว
โดยปรกตเิ กลียวท่ีใชง้ านจะวัดหาค่าของเกลยี วได้ 2 วิธี คือ
1.วดั ในระบบเมตริก (มลิ ลิเมตร) ค่าท่ีวดั ออกมาจะเปน็ จาํ นวนระยะห่างระหวา่ งยอดฟนั เกลียว เชน่ ระยะหา่ ง
ระหว่างยอดฟนั เกลียวเทา่ กบั 1.5 มิลลเิ มตร
2.วดั ด้วยระบบอังกฤษ (นว้ิ ) จะคิดจาํ นวนฟันเกลียวต่อระยะทาง 1 น้วิ เชน่ 8 เกลียว/นวิ้ หมายถึงในระยะทาง 1
นิว้ จะมีจาํ นวนฟันเกลยี วอยู่ 8 ฟนั
รูปที่ 2.51 หวีวดั เกลยี ว (screw pitch gauge)
เครือ่ งมือท่ใี ชใ้ นการตรวจสอบ
1.พวกเกจวดั เกลยี ว (Screw pitch gauge) หรือหววี ัดเกลยี ว จะมใี ช้วดั ทั้ง 2 ระบบ คือ เมตรกิ (มิลลิเมตร) และ
องั กฤษ (นิว้ ) โดยการวดั เสียบเขา้ ไปในร่องฟัน
2.ใชเ้ คร่อื งมือวดั ซง่ึ จะบอกค่าเป็นนิว้ โดยคิดระยะทาง 1 นิว้ จะมเี กลยี วจาํ นวนกีฟ่ นั ตามความสะดวกของการ
ทาํ งาน อาจจะเปน็ เคร่อื งมอื วัดแบบอื่น ๆ ไดอ้ ีก เช่น เวอรเ์ นียร์ คาลิปเปอร์
ใบความรู้
รหัสวิชา 20102-2103 ชื่อวชิ า งานผลิตช้ินสว่ นด้วยเครอื่ งมือกล 3
หน่วยท่ี 2 ช่อื หนว่ ย เครือ่ งกลึงกึ่งอตั โนมตั ิ
หน่วยยอ่ ยท่ี 2 งานผลิตชิน้ ส่วนดว้ ยเคร่อื งมอื กล 3 จํานวน 2 ชว่ั โมง
4.การเดินมีดกลึงเกลียว จะกระทาํ ได้ 2 วิธีคอื
1.การเดนิ ป้อนมีดกลงึ เกลียวจากชุดท้ายแท่น (Tail stock) ไปหาหัวแทน่ (Head stock) กรรมวธิ กี ารกลึงเกลียว
ลกั ษณะนี้เรียกวา่ การกลึงเกลียวขวา
2.การเดนิ ปอ้ นมีดกลึงเกลียวจากชุดหวั แทน่ (Head stock) ออกมาหาชุดท้ายแท่น (Tail stock)
กรรมวธิ ีการกลงึ เกลยี วลักษณะน้เี รียกวา่ การกลงึ เกลียวซ้าย
แตโ่ ดยปกติทว่ั ๆไปเกลยี วทีใ่ ช้กันอยูจ่ ะเปน็ เกลยี วขวา
รูปท่ี 2.52 การกลึงของเกลียวขวา
ส่วนเกลียวซา้ ยนน้ั จะถกู ใช้งานแต่ละเฉพาะกรณีเท่าน้ัน จะไม่ใชท้ ัว่ ๆ ไป เนือ่ งจากทิศทางการหมนุ ของเกลยี วและ
การทาํ การตัดเกลยี วนัน้ เกลียวขวาจะทําได้งา่ ยกวา่ และใช้งานได้กว้างกวา่
รูปท่ี 2.53 แสดงการปอ้ นมีดตดั เกลียวซา้ ย
5.เทคนิคการกลึงเกลียว
การกลึงเกลยี วดว้ ยเคร่ืองกลึง โดยท่วั ๆ ไป ไมส่ ามารถจะกลงึ เพยี งครงั้ เดียว แล้วเสรจ็ ใชง้ านได้เหมือนกบั การใช้
เครอ่ื งมอื (Die) ตดั เกลียว เพราะอัตราการปอ้ นตัดงาน ปลายมดี กลึง การเดินของช้นิ งาน และการเดินของเคร่ือง
ตลอดจนมดี กลงึ มผี ลตอ่ การกลึงทั้งสน้ิ
ลําดับขัน้ ตอนการตัดเกลยี ว
1. ลบคม (Chamfered) ท่ปี ลายของชน้ิ งาน
ใบความรู้
รหัสวชิ า 20102-2103 ช่อื วชิ า งานผลิตชน้ิ ส่วนดว้ ยเครื่องมอื กล 3
หน่วยท่ี 2 ชื่อหนว่ ย เคร่ืองกลึงกง่ึ อตั โนมตั ิ
หนว่ ยยอ่ ยที่ 2 งานผลิตช้ินสว่ นดว้ ยเคร่ืองมอื กล 3 จาํ นวน 2 ช่ัวโมง
2.ต้ังมีดปอ้ นตัดงาน ดว้ ยความลกึ เพยี งเล็กน้อย แลว้ ทําการตรวจสอบดูระยะพิตนั้นถูกตอ้ งหรอื ไม่
3.เมอ่ื เดนิ ปอ้ นไปถึงชว่ งท่ีต้องการกลงึ แล้ว ถอยมีดออกและเดินกลบั มาเร่ิมต้นใหม่
4.แสดงถงึ การเดนิ ป้อนหยาบ จนได้ยอดแหลมใกล้เคยี งกบั ขนาดจรงิ
5.ทําการป้อนตัดละเอียดในขั้นสดุ ท้ายให้ผวิ งานเรียบยอดเกลยี วแหลมได้ขนาดตามตอ้ งการ
เมอื่ ตัดเกลยี วเสรจ็ แลว้ จะต้องหลบมุมชนิ้ งานเมื่อนาํ งานออกมาใชจ้ ะไดไ้ ม่มีคมและสวยงาม พรอ้ มกบั อาศัยเป็น
บา่ ในการประกอบเขา้ กับนอต (Nut) หรอื รเู กลียว ซง่ึ จะทําได้ง่ายมากกว่าแบบตัด
6.การต้งั มีดปอ้ นตัดเกลยี ว
จะตงั้ ได้ 2 แบบคอื การตง้ั ป้อนด้วย
1.Cross slide
2.Compound Rest
ใบความรู้
รหสั วชิ า 20102-2103 ช่ือวิชา งานผลิตช้ินสว่ นดว้ ยเครอื่ งมอื กล
หน่วยท่ี 2 ช่อื หนว่ ย เคร่ืองกลึงก่ึงอตั โนมัติ
หน่วยยอ่ ยที่ 2 งานผลติ ชิน้ สว่ นด้วยเครอ่ื งมือกล จาํ นวน 2 ชว่ั โมง
การตง้ั ที่ Cross slide น้ัน สามารถตง้ั คา่ สเกลให้อยู่ทต่ี าํ แหนง่ ศูนย์ (0) แลว้ หมนุ ป้อนไปทลี ะน้อยๆ จนได้คา่
ความลกึ ตามตอ้ งการไดข้ ณะทําการกลึงช่วงระยะตัดเกลยี วแลว้ ตอ้ งถอยมีดออกจากเร่มิ ต้นใหม่ จะต้องหมุน Cross
slide กลบั ทางออกมา
รปู ท่ี 2.60 แสดงการต้งั ปอ้ นมดี กลงึ เกลียวด้วยCross slide รปู ที่ 2.60 แสดงการตงั้ ปอ้ นมดี กลึงเกลยี ว
Compound
Rest
การต้งั ที่ Compound Rest นน้ั กส็ ามารถตง้ั สเกลให้อย่ทู ี่ตําแหนง่ ศูนย์(0) ไดเ้ ช่นเดยี วกับ Cross slide ซง่ึ จะตอ้ ง
ตงั้
Compound Rest ใหเ้ อียงมุมหรอื ทาํ มุม 90 องศากับงาน ซง่ึ ขนึ้ อยกู่ บั เทคนคิ ของการทาํ งานการถอยมดี ออกจะ
ถอยได้ท้ัง 2 ตาํ แหน่งที่ Compound Rest หรอื ท่ี Cross slide กไ็ ด้การป้อนตัดของมีดกลึงเกลียว โดยท่วั ๆ ไป
จะกระทําได้ 3 วธิ ี ดูตามภาพท่ีแสดงให้เห็นถงึ ทิศทางการตัดของมีด ที่จะเดินเข้าไปตัดผิวชิน้ งาน ซ่งึ แต่ละวิธีให้
ความแตกตา่ งกัน
7.การตดั เกลียวใน (Internal Thread)
การตดั เกลยี วภายในบนเครื่องกลึงสามารถทาํ ได้ 2 วธิ คี ือ
1. ตัดดว้ ยดอกแท็ป(Tap)
2. ตดั ด้วยมดี กลึง (Tool Lathe)
การตัดด้วยมีดกลึง สว่ นมากจะเปน็ เกลียวท่ีมขี นาดโตทดี่ อกแท็ปไมส่ ามารถจะทําการตัดได้
ใบความรู้
รหัสวิชา 20102-2103 ช่ือวิชา งานผลิตช้นิ สว่ นดว้ ยเครื่องมอื กล
หนว่ ยที่ 2 ช่อื หนว่ ย เคร่อื งกลงึ กึ่งอตั โนมตั ิ
หน่วยยอ่ ยท่ี 2 งานผลติ ชิ้นสว่ นด้วยเครือ่ งมือกล จํานวน 2 ช่วั โมง
หรือเปน็ เกลียวพิเศษ เกลียว ACME เกลียวSWQUAREการจะตดั เกลียวได้จะต้องผ่านขนั้ ตอนของการเจาะดว้ ย
สวา่ นหรอื ควา้ นด้วยมีดควา้ นมาก่อน จนไดข้ นาดท่จี ะทําการตดั ได้จากภาพเปน็ ลักษณะของการตัดเกลยี วภายใน
ดว้ ยมีดขึ้นรูปแบบต่างๆ
1.เปน็ การตดั เกลียว วี ด้วยมีดคว้าน
2.ใชม้ ีดข้นึ รปู ตดั ทีละน้อย แลว้ เพมิ่ ความแหลมของปลายมีดจนไดข้ นาดที่ต้องการ
3.แสดงถงึ การตัดเกลยี ว ACME
ลักษณะของการกลึงเกลียวใน สิง่ สาํ คัญอกี ประการหน่ึง คอื การระวงั ในการชนกันระหว่างมดี กบั งานภายในที่
มองไมเ่ ห็น ดงั นนั้ วธิ แี กจ้ งึ ใช้วิธกี ารตกรอ่ ง (Unside Recess) เผือ่ สําหรบั มีดกลึง ซง่ึ จะสงั เกตได้ 2 วธิ ี คอื การฟงั
เสยี ง การทาํ งานของมีดและตงั้ ดูระยะความลึกของมดี ทเ่ี ดินตดั งาน
รูปท่ี 2.62 แสดงการทาํ งานของมีดตดั เกลียวใน
การตกรอ่ งนาํ (Front Recess) ไว้นัน้ ช่วยประโยชนใ์ นการต้ังปอ้ นกินลกึ ของเกลยี วว่ามดี ทาํ การตัดเฉอื นไปจนใช้
งานได้แลว้ หรอื ยัง
การต้ังป้อนมีดตดั เกลยี ว ใชห้ ลักการและเทคนิคการตัดเกลยี วเชน่ เดียวกับเกลยี วนอก ในการทจี่ ะต้ังมมุ มดี เอยี ง 29
องศา และหมนุ ปอ้ นด้วย Cross slide
รูปท่ี 2.63 แสดงการกลึงเกลยี วในของแทน่ เลือ่ นบน
ใบความรู้
รหสั วชิ า 20102-2103 ชื่อวิชา งานผลิตชน้ิ สว่ นดว้ ยเครือ่ งมอื กล
หนว่ ยท่ี 2 ช่อื หน่วย เครื่องกลึงกงึ่ อตั โนมัติ
หนว่ ยย่อยท่ี 2 งานผลติ ช้นิ ส่วนดว้ ยเคร่ืองมอื กล จํานวน 2 ชัว่ โมง
การต้งั มดี กลึงเกลียวใน จาํ เป็นอยา่ งยิง่ ทจ่ี ะตอ้ งให้คมตัดของมีดต้งั ฉากกบั ผิวงานท่ีจะตัดรเู จาะภายในมองไม่
เหน็ โอกาสทจี่ ะนํามีดเขา้ ไปตัง้ แตะกับผวิ งานย่อมทาํ ไมไ่ ด้ วิธกี ารแก้ไขในเรื่องนี้ทําได้โดยการต้งั มีดจากภายนอก
ดตู ามภาพท่ี 8.104 ซ่ึงจะบอกรายละเอียดไว้ในตวั เสรจ็
รปู ที่ 2.64 การต้งั มดี ตดั เกลียวภายใน
ใบความรู้
รหัสวิชา 20102-2103 ช่ือวิชา งานผลิตชน้ิ สว่ นดว้ ยเครือ่ งมือกล
หนว่ ยที่ 2 ช่ือหน่วย เครอื่ งกลงึ ก่ึงอตั โนมัติ
หน่วยยอ่ ยท่ี 2 งานผลิตชนิ้ สว่ นด้วยเครือ่ งมือกล จํานวน 2 ช่ัวโมง
เคร่อื งมือและอุปกรณต์ รวจสอบเกลียว
รปู ที่ 2.6.5 อุปกรณต์ รวจสอบเกลียว
หลงั จากตัดเกลียวเสรจ็ แล้ว เกลียวนน้ั จะใช้งานได้ดหี รอื ไม่ จาํ เป็นอยา่ งยิง่ ท่จี ะต้องทําการตรวจสอบเสยี ก่อน
โดยเฉพาะอย่างยิง่ เกลยี วชนิดพิเศษ ที่ตอ้ งการความละเอยี ดสงู จําเปน็ จะตอ้ งตรวจสอบเพอื่ ให้นาํ ไปใชง้ านได้
อย่างมีประสทิ ธภิ าพ เกลยี วบางชนดิ เม่อื ใช้งานเกดิ การเสยี หายจําเป็นอยเู่ องท่ีจะตอ้ งทําขน้ึ มาใช้ทดแทนของเก่า
การทจี่ ะทราบขนาดและทําการตัดเฉือนได้ จะต้องทราบค่าต่าง ๆ ของเกลยี วเสยี ก่อน โดยการใชเ้ ครอื่ งมอื และ
อุปกรณด์ งั ที่กล่าวมานตี้ รวจสอบกอ่ นจะทาํ การตัดเฉือนได้
การตรวจสอบเกลยี ว
โดยปกตทิ ่ัว ๆ ไปแล้ว เกลยี วทท่ี าํ การตัดเฉอื นดว้ ยเครื่องกลึงน้นั ไมว่ า่ จะเปน็ เกลยี วนอก หรือเกลียวใน จะตอ้ งทํา
การตรวจสอบทั้งสองชนดิ เพ่อื จะทราบวา่ เกลียวนนั้ ใช้ไดห้ รอื ไม่ จะฟิตมากนอ้ ยเพียงใด
แผนการสอน ครั้งท่ี 3-4
ชอ่ื วชิ า งานผลิตชิน้ สว่ นดว้ ยเครอ่ื งมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 3
ชือ่ หน่วย – ปฏบิ ัติงานกลึงด้วยหนา้ จาน และเคร่ืองกลงึ อัตโนมตั ิ จํานวนคาบ 24
สาระสําคญั
เครื่องกลงึ เปน็ เคร่ืองจักรท่ีสาํ คญั ของช่างกลโรงงาน สามารถทํางานไดม้ ากมายหลายชนดิ เชน่ กลึง
ปาดหนา้ กลงึ ปอก กลึงข้นึ รปู กลงึ เกลยี ว กลึงเรียว คว้านรู นอกจากงานกลงึ แลว้ ยงั ใชเ้ จาะรู พมิ พล์ าย การ
ควา้ นละเอียด และถา้ นาํ อปุ กรณพ์ ิเศษมาติดต้ังยังสามารถทํางานอย่างอืน่ ได้อกี เช่น ตดิ ตัง้ อปุ กรณ์เจียระไนบน
เครื่องกลึงได้ ในหน่วยการเรียนรนู้ จ้ี ะเป็นการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการกลงึ ชน้ิ งานด้วยหน้าจาน
จดุ ประสงค์การสอน
1.เขา้ ใจชนดิ ของเครอ่ื งกลึง
2.เข้าใจลกั ษณะของเครือ่ งมือและอุปกรณ์ท่ีใชก้ บั เครือ่ งกลึง
3.เขา้ ใจขัน้ ตอนการทาํ งานของเครอื่ งกลึง
4.เข้าใจหลักความปลอดภัยในการใช้เครอ่ื งกลึงและการบาํ รงุ รกั ษาเคร่อื งกลงึ
5.ปฏิบัติงานกลึงด้วยหน้าจานและเคร่ืองกลึงอัตโนมัติ
จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1.บอกชนิดของเครอื่ งกลงึ ได้
2.บอกลักษณะของเครื่องมือและอปุ กรณ์ที่ใช้กบั เครอื่ งกลงึ
3.บอกขน้ั ตอนการทาํ งานของเครอื่ งกลึง
4.บอกความปลอดภยั ในการใช้เคร่ืองกลึงและการบาํ รงุ รกั ษาเครอ่ื งกลงึ
5.ปฏิบัติงานกลึงดว้ ยหน้าจานและเคร่ืองกลงึ อัตโนมตั ิ
คณุ ลกั ษณะที่ต้องการบรู ณาการ
1.ความตรงต่อเวลา
2.ความซื่อสัตย์
3.ความรบั ผิดชอบต่อหน้าที่
4.สามารถปฏบิ ตั ิงานกลงึ ด้วยหน้าจานและเคร่อื งกลึงอัตโนมัติ
เนอ้ื หาสาระ
เนือ้ หาเกยี่ วกบั ชนิดของเครอ่ื งกลึง เครอ่ื งมอื และอปุ กรณทีใ่ ชก้ ับเครอื่ งกลงึ ขั้นตอนการทํางาน
ของเครอ่ื งกลึงความปลอดภัยในการใช้เครอื่ งกลงึ การบาํ รุงรักษาเครือ่ งกลึง ปฏิบัตงิ านกลึงดว้ ยหนา้
จานและเครอ่ื งกลงึ อตั โนมตั ิ
กิจกรรมการเรียนการสอน
ขนั้ ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ขนั้ ตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของนักเรยี น
1.นําเข้าส่บู ทเรียนด้วยเนือ้ หาสาระเก่ียวกบั ชนิด - รบั ฟัง
ของเครอื่ งกลึง เคร่อื งมือและอุปกรณ์ทใ่ี ชก้ ับ
เคร่ืองกลึงข้นั ตอนการทาํ งานของเครอื่ งกลึง
2.อธิบายเนอื้ หาเก่ยี วกับชนิดของเครอ่ื งกลงึ - รับฟัง
เครื่องมอื และอปุ กรณ์ท่ีใชก้ บั เครือ่ งกลึง ขัน้ ตอน
การทาํ งานของเคร่ืองกลงึ ความปลอดภัยในการ
ใชเ้ คร่อื งกลงึ การบํารงุ รกั ษาเครอ่ื งกลึง
ปฏบิ ตั งิ านกลงึ ดว้ ยหนา้ จานและเคร่อื งกลงึ
อัตโนมตั ิ
3.สาธิตวธิ ีการกลงึ ด้านหน้าจาน และเครื่องกลงึ - ดกู ารสาธติ
อตั โนมตั ิ
4.ใหน้ ักศึกษาปฏบิ ตั งิ านกลึงดว้ ยหนา้ จานและ - ปฏิบัติงานกลงึ ดว้ ยหนา้
เครื่องกลึงอัตโนมัติ
จาน
ใบความรู้ คร้ังท่ี 3-4
ช่อื วชิ า งานผลิตชิน้ สว่ นประกอบดว้ ยเครอื่ งมอื กล3 หน่วยท่ี 3
ชื่อหน่วย – ปฏิบัติงานกลึงด้วยหน้าจาน และเคร่ืองกลึงอตั โนมัติ จํานวนคาบ 24
ข้นั ตอนการจบั ชน้ิ งานด้วยจานพาและหว่ งพา
1.ตรวจสอบเครอ่ื งกลึงใหเ้ รียบร้อย
2.ถา้ มีหวั จับติดตั้งบนเคร่อื งกลึงใหถ้ อดหวั จับออก
3.นําจานพาและยนั ศนู ย์ติดตง้ั ท่ีหัวเครือ่ ง
4.นํายันศนู ยม์ าตรวจสอบกบั ศูนยห์ วั ถ้าศูนย์เยื้องกนั ให้ปรับทศี่ นู ย์ แทน่ ท้าย
5.ตดิ ตงั้ หว่ งพาทีต่ วั ช้นิ งาน แล้ววางงานระหวา่ งยนั ศนู ย์ท้งั สอง โดยให้หว่ งพาอยู่จานพา
6.จากนัน้ หมุนมือหมนุ (Hand Wheel) แทน่ ท้ายให้ยนั ศนู ยท์ ้ายยันช้ินงาน โดยหมุนใหแ้ น่นพอประมาณ
นาํ จานพาและยันศูนยต์ ิดตัง้ ทห่ี ัวเครอ่ื ง
นาํ ยนั ศูนยท์ ้ายติดตัง้ ท่ี แท่นท้ายเคร่อื ง
ตดิ ตัง้ หว่ งพาทตี่ ัวชิ้นงาน แล้ววางงานระหวา่ งยันศูนยท์ ั้งสอง
โดยให้ห่วงพาอยู่จานพา
จากน้ันหมนุ แท่นทา้ ยเครื่องใหย้ นั ศนู ย์ท้ายยนั ชิ้นงาน หมุนใหแ้ น่นพอประมาณ
ใบงานที่ 3.1
เรอ่ื ง งานจับช้นิ งานโดยใชจ้ านพา,ห่วงพา,งานกลงึ ปอกและเซาะรอ่ ง
วัตถปุ ระสงค์
1.จบั ชิ้นงานบนเคร่อื งกลงึ ดว้ ยจานพาและหว่ งพาได้อยา่ งถกู ต้อง
2.กลึงปอก และเซาะร่อง ได้ตามขนาดทีก่ ําหนด
1 เพลา 25.4*112 SS400 D-01 1 1:1
ขนั้ ตอนการทาํ งาน เครอ่ื งมือและอุปกรณ์
1.จับชิน้ งานดว้ ยจานพาและหว่ งพา 1.เครือ่ งกลงึ
2.ติดตั้งมดี กลึงปอก ให้ได้ศูนยก์ ลางงาน 2.มีดกลึงปอก,มีดกลึงเซาะรอ่ งและมีดกลึงเกลยี ว
3.คํานวณและตั้งความเรว็ รอบ 3.เวอรเ์ นียรค์ าลิเปอร์
4.เปดิ เคร่อื งและกลงึ ปอก ให้ได้ขนาดตามแบบ
5.วัดตรวจสอบช้ินงาน
6.เปล่ยี นมดี กลงึ เปน็ มีดกลงึ เซาะรอ่ ง
7.กลงึ เซาะร่อง ใหไ้ ด้ร่องกวา้ ง 6 มม.ลกึ 5 มม.
8.กลึงเกลียว M20*2.5
9.ถอดช้ินงาน ทาํ ความสะอาด
10.ถอดเครื่องมอื และทาํ ความสะอาดเคร่อื ง
ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะ
-จบั ชน้ิ งานใหม้ ่ันคง -ทําความสะอาดเครือ่ งกลงึ หลังเสร็จงาน
-ลับมดี ให้คมและมนปลายมดี เลก็ นอ้ ย -ลบั มดี กลึงใหถ้ กู ฟอร์ม
-งานปอ้ นกลึงตอ้ งดูสเกล -อย่าใหเ้ วอร์เนียร์สกปรก
-ใช้น้ําหล่อเยน็ ระบายความรอ้ น
งานทม่ี อบหมายหรือกจิ กรรม (กอ่ นเรยี น, ขณะเรียน, หลังเรียน)
ก่อนเรียน
-ไม่มี
ขณะเรยี น
-ไมม่ ี
หลังเรยี น
-ปฏบิ ตั ิงานกลึงดว้ ยหน้าจานและเครอื่ งกลงึ อตั โนมตั ิ
ส่อื การเรยี นการสอน (ส่อื สง่ิ พมิ พ,์ ส่ือโสตทัศน์ (ถ้ามี), หนุ่ จาํ ลองหรือของจริง (ถา้ มี),
- หนังสอื เรียน วชิ า งานเคร่อื งมอื กลเบ้ืองตน้ สํานกั พมิ พ์เอมพันธ์
- ใบงาน
- ใบความรู้
การประเมินผล (กอ่ นเรียน , ขณะเรียน, หลังเรียน)
วธิ ีวดั ผล
1.ตรวจสอบจากผลงานท่ที ําสง่
2.สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัตงิ านรายบุคคล
3.สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมค่านยิ มและลักษณะอนั พึงประสงค์
เคร่อื งมือวดั
1.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตงิ านรายบคุ คล (ดภู าคผนวก ข)
2.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (ดภู าคผนวก ค)
3.แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครแู ละนกั ศกึ ษารว่ มกันประเมนิ
(ดูภาคผนวก ง)
เกณฑ์การประเมินผล
1.ผลงานทท่ี าํ สง่ จะต้องมลี ักษณะถกู ต้องตามจุดประสงค์
2.เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัติงานรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรับปรงุ
3.เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่ คือ ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป)
4.แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยูก่ บั
การประเมินตามสภาพจริง
บรรณานกุ รม
ชะลอ การทวี เครื่องมือกลเบื้องต้น สาํ นักพมิ พเ์ อมพนั ธ์ พิมพ์ครั้งท่ี 1
กรุงเทพฯ 2546
บันทกึ หลังการสอน
ผลการใช้แผนการสอน (ช่ัวโมงการสอบ , จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม , กจิ กรรมและสอื่ )
แผนการสอน ครั้งที่ 5-6
ช่ือวชิ า งานผลิตชิน้ ส่วนด้วยเครื่องมือกล 3 หน่วยท่ี 4
ชอ่ื หนว่ ย – ปฏบิ ัตงิ านกัดเฟอื งเฉยี ง จาํ นวนคาบ 24
สาระสาคญั
รูปรา่ งของเฟืองเฉยี ง จะมลี ักษณะภาคตัดคล้ายกนั กบั เฟืองตรง แตกตา่ งกนั ที่ฟันเฉยี ง จะไม่
ขนานกนั แนวแกนเพลา หน้าที่ของเฟอื งเฉยี ง คอื ใช้สง่ กําลงั การหมุนจากเพลาหนึ่งไปยงั อกี เพลาหนง่ึ ซึ่ง
ลักษณะของการวางเพลาอาจมีหลายลักษณะ เชน่ การวางเพลาขนานกนั เพลาวางไม่ขนานกันหรอื เพลาวาง
ตําแหนง่ ข้ามกันและไม่ขนานกนั เปน็ ตน้
จุดประสงค์การสอน
1.เขา้ ใจวิธีการคํานวณสว่ นตา่ ง ๆ ของเฟือง
2.เข้าใจวิธกี ารประกอบเฟืองเพอื่ ประกอบเฟอื งเฉยี งได้
3.ปฏบิ ตั งิ านกัดเฟอื งเฉียง
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1.สามารถบอกวิธีการคํานวณส่วนต่าง ๆ ของเฟือง
2.สามารถบอกวิธกี ารประกอบเฟอื งเพอ่ื ประกอบเฟอื งเฉียงได้
3.สามารถปฏิบตั งิ านกดั เฟอื งเฉยี ง
คุณลักษณะที่ต้องการบูรณาการ
1.ความตรงต่อเวลา
2.ความซอื่ สตั ย์
3.ความรบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ี
4.สามารถปฏิบัตงิ านกดั เฟืองเฉียงได้
เน้ือหาสาระ
เน้อื หาเก่ยี วกับชนิดของเฟือง การคาํ นวณส่วนตา่ ง ๆ ของเฟอื ง การกัดเฟืองเฉียงตาม
ขนาดที่ต้องการเพอ่ื ท่ีจะนาํ ไปใชง้ านได้
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนหรอื กิจกรรมองนกั เรยี น
1.นําเข้าสู่บทเรียนด้วยเน้ือหาสาระเกยี่ วกับการ - รบั ฟงั
คํานวณสว่ นต่าง ๆ ของเฟอื งไดเ้ พ่อื ทําการกดั
เฟอื งเฉยี งตามขนานท่ตี ้องการเพอ่ื ทีจ่ ะนําไปใช้
งานทต่ี อ้ งการ
2.อธบิ ายการ คํานวณสว่ นตา่ ง ๆ ของเฟอื งได้ - รบั ฟงั
เพือ่ ทําการกัดเฟืองเฉียง อธิบายการประกอบ
เฟืองเพ่อื ประกอบเฟืองเฉยี ง
3.สาธติ วิธีการปฏบิ ตั งิ านกัดเฟอื งเฉยี ง - ดกู ารสาธิต
4.ให้นกั ศึกษาปฏบิ ตั งิ านกัดเฟืองเฉยี ง - ปฏบิ ตั ิงานกัดเฟืองเฉียง
งานทมี่ อบหมายหรอื กจิ กรรม (ก่อนเรยี น, ขณะเรยี น, หลังเรียน)
ก่อนเรยี น
-ไมม่ ี
ขณะเรียน
-ไมม่ ี
หลงั เรยี น
-ปฏบิ ตั งิ านกลงึ ดว้ ยหนา้ จานและเคร่อื งกลงึ อตั โนมัติ
ส่อื การเรยี นการสอน (สือ่ สงิ่ พิมพ์, ส่อื โสตทัศน์ (ถ้ามี), หุ่นจาํ ลองหรอื ของจรงิ (ถ้าม)ี ,
- หนงั สือเรยี น วิชา งานเคร่อื งมอื กลเบ้ืองตน้ สาํ นกั พมิ พ์เอมพนั ธ์
- ใบงาน
- ใบความรู้
ใบความรู้ ครั้งที่ 8-10
ช่ือวชิ า งานผลิตช้นิ สว่ นด้วยเคร่ืองมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชื่อหนว่ ย งานกดั เฟืองเฉียง จาํ นวนคาบ 36
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 เครื่องกัดและงานกัด
1.เครอ่ื งกดั (MILLING MACHINE)
เครื่องกดั เป็นเคร่ืองจกั รกลชนิดหน่ึง ซง่ึ การทํางานสามารถทาํ ใหไ้ ดก้ ว้างกว่าเครือ่ งกลึง เคร่ืองไส
เครือ่ งเจาะ งานที่ผ่านกรรมวิธีการกัด เฉือนจากการกดั นี้ จะมคี ณุ ภาพมากกว่างานทีเ่ จาะ กลึงและไส
เนอ่ื งจากคมมดี กดั ระยะการป้อนตัดสามารถทําไดด้ ี ตลอดจนระบบกลไกตา่ ง ๆ ภายในเคร่ืองจะสง่ ผลทาํ
ใหผ้ ลงานมีความประณีตสงู นอกจากนี้ตวั มีดกัดยังมีคมที่มรี ูปรา่ งแตกต่างกันออกไปตามลกั ษณะของการใช้
งาน ตลอดจนมีอุปกรณช์ ่วยทาํ ใหก้ ารทาํ งานสามารถทําได้อย่างกว้างขวางมากกวา่ เครอ่ื งจกั รอื่น ๆ
หลกั การทาํ งาน ใชก้ ารหมนุ ของตวั มีดกดั (Cutter) ซงึ ตดิ อยู่บนเพลาหมุน จะมีฟนั อยู่รอบ ๆ ตวั เรียกกนั วา่
มดี กัด (Milling Cutter) ซงึ ขบั เคลอื่ นให้เกิดการตัดเฉือนดว้ ยเพลา (Spindle) โดยขึ้นอยู่กบั องคป์ ระกอบ
ดังน้ี
1. ขนาดความโตของมีดกดั (Size of Milling Cutters)
2. ชนิดของมีดกดั (Kind of Milling Cutters)
3. รูปร่างของมีดกัด (Shape of Milling Cutters)
4. ชนดิ ของวัสดุงาน (Kind of Material)
5. ความเร็วท่ีใช้ในการปอ้ นกดั และความเรว็ ของเพลา (FEED AND SPEED OF SPINDLE)
การทาํ งานของเคร่อื งตดั (MILLING OPERATION) ผู้ผลติ จะออกแบบมาให้เหมาะกบั ความต้องการ
ของการใช้งาน โดยยดึ ถอื ความสะดวกในการทาํ งานและประโยชน์การใช้งานเป็นหลัก ขึน้ อยูก่ ับ
องค์ประกอบหลักดังน้ี
1. ชนิดของเคร่อื งกัด (TYPE OF MACHINE)
2. ชนิดของมีดกดั (TYPE OF MILLING CUTTERS)
3. อปุ กรณช์ ว่ ยจับและอุปกรณ์ชว่ ยงานพเิ ศษตา่ ง ๆ (THE AND SPEED OF SPINDLE) ทัง้ หมด
เม่อื ทาํ งานพร้อมกนั แล้วจะแบ่งเปน็ งานหลกั ใหญ่ ๆ ได้ ดงั นี้
1. งานผิวราบ (horizontal surface) ได้แก่
- งานกดั ผิวราบ
- งานกดั ผวิ ต้ังฉาก
- งานกัดผิวเอยี ง
ใบความรู้ ครงั้ ที่ 8-10
ชือ่ วชิ า งานผลิตชิ้นสว่ นด้วยเคร่ืองมือกล 3 หน่วยที่ 4
ช่ือหนว่ ย งานกัดเฟืองเฉียง จาํ นวนคาบ 36
2.งานขึ้นรปู ผวิ แบบต่าง ๆ (forming machine) ไดแก่
- ร่องลิ่ม
- รอ่ งตวั ที
-รอ่ งทางเหยยี่ ว
ชนิดและสว่ นต่าง ๆ ของเครื่องกดั
เครื่องกดั แบง่ ออกตามลกั ษณะรูปรา่ งและการใช้งานไดด้ ังนี้
1. Plain Milling Machine
2. Universal Milling Machine
3. Vertical Milling Machine
4. 4.Special Milling Machine
ใบความรู้ ครัง้ ที่ 8-10
ชอ่ื วชิ า งานผลิตช้นิ ส่วนด้วยเครอ่ื งมอื กล 3 หน่วยที่ 4
ช่อื หนว่ ย งานกดั เฟอื งเฉยี ง จํานวนคาบ 36
ส่วนประกอบของเคร่อื งกดั
เครอ่ื งกดั มสี ว่ นประกอบต่าง ๆ มากมายหลายสว่ น ดังนี้
ลกั ษณะแท่นรองรบั งานของเครือ่ งกัด จะเป็นแท่งสี่เหลีย่ มผนื ผา้ เซาะรอ่ งเปน็ รปู ตัว T สําหรบั ใสน่ อต จับ
ยึดชน้ิ งานหรอื อุปกรณ์จบั ยึดช้ินงานแบบต่าง ๆ ใหย้ ึดติดกับแท่นรองรบั งาน
ชดุ ของแท่นรองรับงาน (SET OF TABLE) จะประกอบดว้ ยส่วนใหญ่ 3 สว่ น คือ
1. TABLE
2. SADDLE
3. KNEE
ทั้ง 3ส่วน ทาํ งานสะสมั พนั ธ์กันทัง้ หมด
ใบความรู้ ครั้งที่ 8-10
ชอื่ วิชา งานผลิตช้ินสว่ นดว้ ยเครอ่ื งมอื กล 3 หน่วยท่ี 4
ช่อื หนว่ ย งานกดั เฟืองเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
Universal Milling Machine
ภาพที่ 7 ช่ือ ลักษณะและส่วนต่าง ๆ ของ UNIVERSAL MELLING MACHINE
ใบความรู้ ครงั้ ที่ 8-10
ชื่อวิชา งานผลิตชน้ิ ส่วนดว้ ยเครื่องมือกล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชอื่ หนว่ ย งานกดั เฟอื งเฉียง จํานวนคาบ 36
Vertical Milling Machine
ใบความรู้ คร้งั ที่ 8-10
ช่ือวิชา งานผลิตช้นิ ส่วนด้วยเครอื่ งมือกล 3 หน่วยที่ 4
ช่ือหนว่ ย งานกัดเฟอื งเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
มดี กดั เพลานอน
ชนิดของมีดกัดท่ใี ชก้ บั เคร่อื งกัดนอน
1. ประเภทมีดกดั (CUTTER) ไม่ข้นึ คม (LAND)
ภาพท่ี 1 มดี กดั ข้ึนรูป (TYPES OF FORMED CUTTERS ON TOOTH FACEONLY)
ภาพที่ 2 ตัวอย่างการทาํ งานของมีดกดั ข้นึ รูป
ใบความรู้ ครงั้ ที่ 8-10
ช่อื วชิ า งานผลิตชิ้นส่วนด้วยเครอื่ งมอื กล 3 หน่วยท่ี 4
ช่อื หน่วย งานกัดเฟอื งเฉยี ง จํานวนคาบ 36
ประเภทมีดกดั (CUTTER) ขน้ึ คม
ทศิ ทางการทางานของคมตัด
แบง่ เปน็ 2 ลกั ษณะของการตดั เฉอื น คือ
1. การกัดสวน
2. การกดั ตาม
การกัดสวน เปน็ การกัด เปน็ การกดั สวนทางกันกับช้นิ งานกบั คมกัด การกัดลักษณะนเ้ี หมาะ
กบั การกัดงานที่เบา หมายถึง ปอ้ นการกดั ทลี ะนอ้ ย เลอื กใช้มดี กัดทีม่ ีจาํ นวนคมกดั มาก
การกดั ตาม เปน็ การกดั ตามกนั ระหวา่ งช้ินงานกบั คมตัด กดั ลกั ษณะนี้เป็นการกดั งานหนกั
หมายถึงป้อนงานทลี ะมาก ๆ และเลือกใช้มีดกัดจํานวนฟันน้อย ๆ
แรงทเี่ กิดจากการกดั เฉือนของการหมนุ ตัด
แรงท่เี กดิ ขนึ้ กับแนวเพลาของมดี กดั จะส่งผลทําใหเ้ กิดแรงขึ้นตามแนวกดั ของมีดกดั ซ่งึ เอยี ง
เป็นมมุ อยู่ การทาํ งานในลักษณะน้ีเปน็ การทาํ ท่ีผิด เพราะแรงดนั ตามแนวเอยี งตามคมตดั ท่ีเกิดขึน้ จะ
ดนั เพลามีดกัดให้หลุดออกไป
ใบความรู้ คร้งั ที่ 8-10
ชือ่ วิชา งานผลิตชิน้ สว่ นด้วยเคร่อื งมือกล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชือ่ หน่วย งานกดั เฟอื งเฉยี ง จํานวนคาบ 36
ระบายความร้อนให้แกค่ มตดั
ระบายความรอ้ นใหแ้ กค่ มตัด ซงึ่ เกิดการเสียดสรี ะหว่างคมตดั กัดชิ้นงาน จะทําให้เกิดความร้อนขึ้นทง้ั
สองอย่าง วธิ ีแกไ้ ขจงใชพ้ วกสารหล่อเยน็ ส่วนมากจะเป็นของเหลว เหมาะกับงานแตล่ ะประเภทข้นึ อยู่กับวสั ดุงาน
เช่น อลมู เิ นียม ควรใช้นํ้ามนั ก๊าดแต่ส่วนมากจะใช้น้ํามันสบู่ ราคาถูก หางา่ ย บางชนดิ ใช้อากาศระบายความรอ้ น
เชน่ การกัด งานหล่อ เพราะเศษกัดออกมาเปน็ ฝุ่นละอองไม่ออกมาเปน็ ชิ้น
ใบความรู้ คร้ังที่ 8-10
ชอ่ื วชิ า งานผลิตช้ินส่วนดว้ ยเครื่องมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 4
ช่อื หน่วย งานกดั เฟืองเฉียง จาํ นวนคาบ 36
ลกั ษณะของคมมีดกัด
มดี กดั ใชง้ านท่ีลักษณะของคมกัดแตกตา่ งกันไปตามใช้งาน
ชนิดของคมมดี
-แบบคมตัดตรง
-แบบคมตัดเอยี ง
จาํ นวนคมตดั
จํานวนคมตัดน้อย คมตัดอยู่หา่ งกดั ให้ความแขง็ แรง ตัดงานไดท้ ลี ะมาก ๆ เรียกวา่ กดั งานหนกั
จํานวนคมตดั มาก คมตัดจะถ่ี มจี ํานวนคมมาก ความแข็งแรงของคมตัดนอ้ ยใช้กัดเฉอื นผิวงานขั้นสดุ ทา้ ย
มดี กดั คมข้างและคมหน้า
มีดกัดชนิดน้ีมีคมตดั รอบตัว คอื คมขา้ งทั้งสองดา้ นและด้านหนา้ หนง่ึ ดา้ น รวมแลว้ มคี มตัดอยู่ 3 ดา้ นให้
ความสะดวกแกก่ ารทํางาน โดยเฉพาะการกัดร่องโอกาสทเี่ ศษเหลก็ อัดในร่องไม่มคี มตัดด้านขา้ งจะตดั ออกไป มีดกดั
เปน็ มดี กดั ทีม่ คี มอยู่ 3 ดา้ น มีความแตกต่างกันคือ คมตัดจะเป็นสองชุด มีฟันสลับกนั โดยแต่ละฟันจะอยู่กึง่ กลาง
ของอีกฟนั ซง่ึ เกิดการกดั มีดกัดสองหัว นาํ มาประกอบกัน ใหใ้ ช้ทํางานรว่ มกัน
ใบความรู้ ครัง้ ที่ 8-10
ชือ่ วชิ า งานผลิตชนิ้ สว่ นด้วยเครื่องมือกล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชอ่ื หนว่ ย งานกดั เฟอื งเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
มีดกัดรอ่ ง
เปน็ มกี ัดทีม่ ีลักษณะคมตัดด้านหน้าในแนวเส้นรอบวงเท่านัน้ ความหมายของมดี กัดแบบนี้จะมี
ขนาดเชน่ เดียวกบั มดี กัดขา้ งและคมหนา้
ดูคมมดี กัดรอ่ ง จะมีความหนามากกวา่ ชว่ งคมกัด การชุบแข็งจะชบุ เฉพาะชว่ งคมตดั เท่านั้น ส่วน
ท่เี ปน็ ดุมของมีดกดั จะไมช่ บุ แข็ง ทําให้มีชว่ งเหนียวมากกวา่ ชว่ งคม มีดกดั ร่องนจี้ ะใชก้ บั เครื่องกัดนอนเทา่ นน้ั
ภาพที่ 7 มีดกัดร่อง (SLOTING CUTTER) ภาพท่ี 8 แสดงการกัดร่องบนเพลางาน
ใบความรู้ ครงั้ ท่ี 8-10
ชอื่ วชิ า งานผลิตชิ้นส่วนด้วยเครือ่ งมือกล 3 หน่วยที่ 4
ชือ่ หน่วย งานกดั เฟืองเฉียง จาํ นวนคาบ 36
มีดกัดทเ่ี ปล่ยี นคมตดั ได้
มดี กัด เปน็ มดี กดั ท่ีมีคมตัดเฉพาะหน้า สามารถเปล่ียนคมตดั ได้ เฉพาะคมท่ีชาํ รดุ จะเปลี่ยนทั้ง
ชดุ กไ็ ด้โดยการยดึ สกรู
การใชง้ าน จะกดั ไดเ้ ฉพาะคมด้านหนา้ เท่าน้ัน การจับมีดกัดวางบนแท่นรองรับงานกอ่ นที่จะ
ประกอบเข้ากับเพลาเคร่ืองในการจับประคองมีดกดั นีจ้ ะตอ้ งใช้ผา้ สะอาดรองด้วยมอื เพราะคมตัดคมมากอาจ
บาดมอื ได้
มีดกดั แบบ SINGLE ANGLE
มีดกัดแบบน้ีมคี มเอยี งเพียงขา้ งเดยี ว อกี ข้างจะเปน็ คมตรง นอกจากน้ยี งั แยกออกเปน็ เอยี งซ้าย เอียง
ขวา นอกจากน้จี ะกดั มุมเอยี งนแ้ี ลว้ ยงั สามารถลบคมขอบชิ้นงานได้อกี ดว้ ย
มดี กดั แบบ DOUBLE EQUAL ANGLE CUTTER
มดี กัด DOUBLE EQUAL ANGLE CUTTER จะมีคมเอยี งเทา่ กนั สองด้าน และมีขนาดค่ามมุ ต่างกัน บางชนิดจะ
ออกแบบใหค้ มตัดเป็นวัสดุ CARBID TIP ต่ างกับลําตัว จะเปน็ เหลก็ เหนียว เพอ่ื ให้คมตัดแขง็ เป็นพิเศษใชก้ ดั งานทมี่ ี
ความแขง็ มาก ๆ
บางครัง้ จะประกอบใชง้ านรว่ มกนั เปน็ ชดุ โดยทาํ การตัดพรอ้ มกนั สว่ นมากการทาํ งานใช้กับงานผลติ
จํานวนมาก ๆ ของวงการอุตสาหกรรม
ใบความรู้ คร้งั ท่ี 8-10
ช่ือวิชา งานผลิตชน้ิ ส่วนดว้ ยเครื่องมอื กล 3 หน่วยที่ 4
ชอ่ื หน่วย งานกัดเฟอื งเฉียง จาํ นวนคาบ 36
ใบความรู้ ครง้ั ท่ี 8-10
ชื่อวิชา งานผลิตช้ินสว่ นด้วยเครอื่ งมอื กล 3 หน่วยที่ 4
ชอื่ หน่วย งานกัดเฟอื งเฉยี ง จํานวนคาบ 36
มดี กดั แบบ DOUBLE UNEQUAL ANGLE CUTTER
มีดกดั DOUBLE UNEQUAL ANGLE CUTTER เป็นมีดกดั ทมี่ คี มตัดเอียงสองขา้ งไม่เท่ากนั และมคี ่ามุมต่าง ๆ ตามที่
บรษิ ัทผู้ผลติ ออกมาจําหน่าย แบ่งลกั ษณะของคมตัดออกเปน็ 2 แบบ คอื คมตดั เอยี งซ้าย คมตัดเอียงขวา
มดี ตัดแบบ SINGLE CORNER RONDING CUTTER
มดี กัดแบบ SINGCORNER RONDING CUTTER เป็นมดี รปู โคง้ ของงานภายนอก แบ่งออกเป็น
สองชนดิ คือ แบบกัดโคง้ ขวา แบบกัดโคง้ ซ้าย
การจบั ยึดชน้ิ งาน จะทาํ ไดท้ ั้งการกัดแนวดง่ิ และกดั แนวนอน
ใบความรู้ ครั้งที่ 8-10
ชือ่ วิชา งานผลิตชิ้นสว่ นด้วยเครือ่ งมอื กล 3 หน่วยท่ี 4
ชอื่ หนว่ ย งานกัดเฟืองเฉียง จาํ นวนคาบ 36
บางคร้ังในการทาํ งานก็จะใช้ทํารว่ มกันเปน็ ชุด ซงึ่ ส่วนใหญจ่ ะผลติ งานจํานวนมาก ๆ หรือใช้กับโค้งข้างพร้อมกัน
ทัง้ ซ้าย ขวา ก็สามารถทาํ ได้
ภาพที่ 128 กัดพร้อมกนั เป็นชุด ๆ (GANG MILLING) ภาพที่ 129 กดั ขอบทั้งสองขา้ งพร้อมกันซา้ ยและขวา
มดี กัดแบบ CONCAVE CUTTER
มีดกดั แบบ CONCAVE CUTTER เปน็ มีดกัดขนึ้ โค้งนูน มรี ูปรา่ งลกั ษณะโค้งเวา้
การดกั ช้ินโคง้ ในแนวนอน ใหส้ ังเกตทิศทางของการทํางานดว้ ย ดูจากลกู ศรท่แี สดงไว้กัดงานข้ึนโค้งแนวดง่ิ ให้
สงั เกตทศิ ทางทํางาน โดยดูจากลูกศรทีแ่ สดงไว้
การใช้มีดกดั ขน้ึ โค้งนูน ทาํ งานไดแ้ คบบางอยา่ งเท่านนั้ ส่วนมากจะใช้เฉพาะในวงการอตุ สาหกรรม
เทา่ น้ัน
ภาที่ 130 มีดกดั แบบ CONCAVE CUTTER ภาพที่ 131 กัดแนวนอน
ใบความรู้ ครั้งที่ 8-10
ช่ือวิชา งานผลิตชิ้นสว่ นดว้ ยเครือ่ งมือกล 3 หนว่ ยที่ 4
ช่อื หนว่ ย งานกัดเฟอื งเฉียง จํานวนคาบ 36
ภาท่ี 132 กดั แนวดง่ิ ภาพที่ 133 กดั ขึ้นสนั โคง้ กลางรอ่ ง
มดี กัดแบบ CONVEX CUTTER
มีดกดั แบบ CONVEX CUTTER มลี กั ษณะโค้งนูน มีทง้ั คมตดั ท่เี ปล่ยี นออกได้ และคมตดั เปล่ยี น ไม่ได้ ซึ่ง
ทําให้สะดวกกบั การถอดเปลีย่ นเฉพาะคมตดั ทชี่ ํารุดเท่าน้ัน แต่มขี ้อเสีย คือ การลับปรบั แต่งคมเท่ากันทุกฟัน
ทาํ ได้ลําบาก
การตัดเฉือนทาํ ได้ทั้งการตัดแนวนอนใหส้ ังเกตทิศทางการทาํ งาน ตามที่ลูกศรแดง
การตัดเฉือนแนวดงิ่ สงั เกตการณ์ทํางานของมีดกัดและชิ้นงานดว้ ย
ใบความรู้ ครงั้ ที่ 8-10
ชื่อวชิ า งานผลิตช้ินสว่ นด้วยเครือ่ งมือกล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชอ่ื หน่วย งานกดั เฟืองเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
มีดกัดแบบ METAL SLITTING SAWS
มีดกดั แบบ METAL SLITTING SAWS เปน็ มดี กัดทมี่ ีความหนานอ้ ยมากเกือบเท่าความหนาของใบเล่ือนแบ่งตาม
ลักษณะคมตัดออกได้ ดังนี้
1. DISHED SIDES เปน็ แบบมีดดา้ นเดียว ด้านข้างจะเรียบเสมอกนั ทั้งสองดา้ น
2. SIDE TEETH เป็นมีดกดั แบบมีคม 3 ด้าน คือ ด้านคมหนา้ หน่ึงดา้ น และด้านข้างสองขา้ ง คมดา้ นข้างจะมี
ขอบหนามากกว่าชว่ งผิวเรยี บท่ีตอ่ จากคม
3. STAGGERED TEETH เปน็ มดี กัดแบบมคี ม 3 ด้าน เช่นเดียวกับแบบท่ี 2 แต่มีความพิเศษกว่า ท่แี ต่ละช่วงของ
คมข้างจะมคี มด้านข้างอยู่ 2 คม ใหป้ ระโยชน์ในการคายเศษไดม้ ากข้นึ เพราะมที ีม่ ากไม่อดั แน่นในระหว่าง
ช่องฟนั เมือ่ ตัดเฉือนไป ลกึ ๆ
สว่ นจับยึด เน่อื งจากมีความโตมากและบางมากกวา่ มีดกดั แบบอน่ื ๆ ในการประกอบเข้ากับเพลางานจึงต้องใช้
แผน่ ประกอบ FLANGE ADAPTOR
ใบความรู้ คร้งั ที่ 8-10
ชื่อวชิ า งานผลิตชิน้ สว่ นด้วยเครอื่ งมือกล 3 หน่วยที่ 4
ชอ่ื หนว่ ย งานกัดเฟืองเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
ภาพที่ 144 แสดงการตดั เฉือนงานในแนวนอน ภาพท่ี 145 แสดงการตัดเฉอื นในแนวเอยี ง
มุม
การปรับตั้งระยะการดกั ของงาน ด้วยมดี กัดแบบ SLITTING SAWS โดยท่ีชิ้นงานมีความยาว ต้องการตัดแบง่ เปน็
จํานวนมาก ๆ จะใชอ้ ุปกรณ์ในการต้ังระยะงานเพอื่ ใหข้ นาดของงานทมี่ ีความยาวเท่า ๆ กัน ตัวตัง้ ระยะ (END STOP)
งานจะถกู จบั อยใู่ นปากกา