ใบความรู้ คร้ังท่ี 8-10
ชื่อวชิ า งานผลิตช้นิ สว่ นดว้ ยเครอ่ื งมือกล 3 หน่วยที่ 4
ชือ่ หน่วย งานกดั เฟอื งเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
มดี กดั แบบ INVOLUTE GEAR CUTTER
มีดกัดแบบ INVOLUTE GEAR CUTTER เปน็ มดี กัดขน้ึ รูปฟนั เฟืองแบบโง INVOLUTE ลกั ษณะของ
คมมดี นีจ้ ะไมม่ ีขอบคม แต่จะขน้ึ รปู ร่างเทา่ น้ัน
สามารถจะประกอบเขา้ กบั เพลามีดกัดได้ท้งั เพลากดั ตง้ั และเพลานอน
ใบความรู้ ครัง้ ที่ 8-10
ช่ือวชิ า งานผลิตชิ้นสว่ นด้วยเคร่ืองมือกล 3 หน่วยที่ 4
ชอื่ หน่วย งานกดั เฟอื งเฉยี ง จํานวนคาบ 36
นอกจากมีดกัดท่ีขน้ึ รูปฟนั เฟืองแบบหลาย ๆ ฟนั พร้อมกัน เรียกว่า INVOLUTE SPUR GEART HOB มีดกดั เพลาตัง้
1.ชนิดของดอกกัดต้งั
1. กา้ นจับตรงคมตดั เล้อื ย
2. คมตดั เลอื้ ยสองขา้ ง
3. กา้ นจับตรงคมตดั เลอื้ ยสามคน
4. กา้ นจบั ตรงคมตดั เล้อื ยส่ีคน
5. คมตัดเลื้อยสี่คมสองด้าน
6. กา้ นจับตรงปลายคมตดั โคง้
7. ก้านจบั และคมตดั ตรง
8. คมตดั เปน็ (CARBIDE TIP)
9. ก้านจบั เรียวมาตรฐาน
10. กา้ นจับเรียวมาตรฐานคมตดั เปน็ CARBIDE TIP
11. คมตดั เป็นรูปคลื่น
12. คมตัดสน้ั และโคง้ เวา้
ดอกกัดตง้ั (VERTICAL MILLING CUTTER) มรี ูปร่างหลายแบบ หลายลกั ษณะความต้องการใช้งานรวมถึงลักษณะของ
ก้านจับและคมตัดทมี่ รี ูปทรงใช้เฉพาะงานน้นั ๆ มขี ายตามท้องตลาดทั่ว ๆ ไป
ภาพที่ 1 ชนิดของดอกกดั ต้งั (VERTICAL MILLING CUTTER) ครัง้ ที่ 8-10
ใบความรู้
ช่อื วิชา งานผลิตชน้ิ ส่วนดว้ ยเคร่ืองมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชอื่ หน่วย งานกัดเฟืองเฉียง จํานวนคาบ 36
ภาพท่ี 2 แสดงการทํางานของดอกกดั ต้ัง
ใบความรู้ ครั้งท่ี 8-10
ชือ่ วิชา งานผลิตช้ินส่วนด้วยเคร่อื งมอื กล 3 หน่วยที่ 4
ชอ่ื หน่วย งานกดั เฟืองเฉยี ง จํานวนคาบ 36
หวั กัดแบบพเิ ศษท่ใี ช้ใบมดี มาประกอบเข้ากับหัวกัด โยการถอดเปล่ียนปรับระยะได้ตามความต้องการท่ใี ชง้ าน
3.ลักษณะคมตัดของดอกกัดตัง้
ลกั ษณะคมตัดของดอกกัด END MILL จะแบ่งลักษณะของคมตดั ออกไปได้หลายรปู ตามลักษณะของการใช้งาน ที่
นยิ มใชง้ านกนั ท่วั ไป ไดแ้ ก่
ดอกกัดก้านจับเรียวคมตัดเอียง เป็นดอกกัดทม่ี ีด้ามกดั เอยี ง และเรยี วนจ้ี ะเป็นเรียวมาตรฐาน ที่นิยมใช้งานไดแ้ ก่
เรยี ว (MORSE) ลกั ษณะของคมตัดจะเปน็ เชน่ เดยี วกนั
ภาพที่ 4 ด้ามตรงคมเอยี ง ภาพท่ี 5 ด้ามเรยี วชนดิ 2 คมตดั
ดอกกัดชนดิ คมสองด้าน กา้ นจบั ตรงกลางจะตรง และมีขนาดความโตเทา่ ขนาดความโตของคมตัดเพือ่ ประโยชน์
ในการจับยึดขับแนน่ จะไมโ่ ดนกบั คม ลักษณะคมตดั จะมีคนตดั มากกว่าสองคมขน้ึ ไป
ดอกกดั คมตดั เอียงแบบข้นึ รูป ขนาดความโตของคมตดั จะแบ่งออกไปตามลักษณะของการใช้งาน เชน่ คมตดั เรยี ว
มาก เรยี วนอ้ ย หรอื เรยี วและปลายคมตัดจะมนโค้งด้วย โดยทปี่ ลายคมตัดเป็นรัศมีมากน้อยต่างกนั สว่ นใหญจ่ ะ
เป็นดอกกดั ทีม่ ีจํานวนคมตดั มากกว่าสองคมข้นึ ไป เหมาะกบั การใช้งานได้เฉพาะอย่างเท่าน้ัน
ใบความรู้ ครั้งท่ี 8-10
ช่ือวิชา งานผลิตชนิ้ ส่วนดว้ ยเครื่องมือกล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชอ่ื หน่วย งานกดั เฟอื งเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
ชนิดของคมตัดเอยี ง ความเอียงของคมตดั จะแบ่งออกไปตามลกั ษณะการใช้งานและทิศทางการหมุนกดั ดตู ามหวั
ลูกศรท่หี มนุ ไว้ในด้านหน้าของคมตัด การหมุนน้จี ะเปน็ การกําหนดทิศทางของคมตัด ซ่งึ แบ่งออกเปน็ คมตัดเอียง
ซา้ ยคมตดั เอียงขวา
ชนดิ และการทํางานของดอกกดั ตงั้
1. ดอกกดั END MILL
ดอกกดั END MILL แบ่งออกเปน็ 2 กลุม่ ใหญ่ ๆ คอื
- การแบ่งตามแบบของก้านจับ คอื แบบกา้ นจบั ตรง และก้านจบั เรียว
- การแบ่งตามลักษณะของคมกดั แบง่ ไดเ้ ปน็ แบบสองคมตัดสองคม ใชก้ ับงานกดั หนกั และแบบคมตัด
มากกวา่ สองคม
ภาพที่ 18 ดอกกดั END MILL แบบก้านจบั ตรง ภาพท่ี 19 ดอกกดั END MILL แบบก้านจับเรยี ว
ใบความรู้ คร้งั ท่ี 8-10
ช่ือวชิ า งานผลิตชิ้นส่วนดว้ ยเครื่องมอื กล 3 หน่วยที่ 4
ชือ่ หนว่ ย งานกัดเฟืองเฉียง จํานวนคาบ 36
การทาํ งานของดอกกัดตง้ั สามารถทํางานการกดั ไดท้ ั้งในแนวดิง่ การกัดในแนวเอียงมมุ ซ่งึ การเอยี งมุมจะขึน้ อยู่
กับการปรบั เอยี งหวั จบั ของหัวกดั ตั้งว่าจะเอียงเทา่ ใด และการกัดในแนวนอน ซงึ่ แสดงถึงทศิ ทางการทํางานไว้ดว้ ย
สามารถดูได้จากหัวลูกศรท่ีบอกไว้
ทิศทางการทาํ งานของดอกกดั ซงึ่ แบบการเคลอ่ื นที่ไดเ้ ปน็ สองแบบ คอื ทิศทางการเคล่อื นทขี่ องดอกกดั และทศิ
ทางการเคลื่อนที่ของช้ินงาน ซ่งึ ขึน้ อยู่กับการจบั ยดึ ดอกกดั และการจับยึดชนิ้ งาน ตลอดจนรูปทรงของงานท่ี
ตอ้ งการกดั
ภาพที่ 22 แสดงการกัดผิวในแนวนอน ภาพที่ 23 แสดงการกัดผิวโคง้
ใบความรู้ คร้งั ที่ 8-10
ช่อื วิชา งานผลิตชิน้ สว่ นดว้ ยเครอื่ งมือกล 3 หน่วยท่ี 4
ช่อื หน่วย งานกดั เฟืองเฉยี ง จํานวนคาบ 36
ดอกกดั SLOTTING END MILL ลกั ษณะของคมกัดจะมีความแตกต่างกับดอกกดั อืน่ ๆ คอื ท่สี ่วนปลายดา้ นหนา้ คมตดั จะ
เว้า และจะไมเ่ กิดการตัดเฉือนงานช่วงเวา้ นี้ สว่ นใหญ่จะเป็นการกดั ทะลุหรอื การกดั รอ่ งนํา้ มันบนเพลางาน
ภาพท่ี 24 ดอกกดั (SLOTTING END MILL ภาพที่ 25 ใชก้ ัดรอ่ ง
ภาพท่ี 26 แสดงการกดั รอ่ งบนงานกลม ภาพท่ี 27 แสดงการกดั ร่องนาํ้ มนั บนเพลา
การกดั งานจะกดั ทังในแนวด่ิง และแนวนอน และการกดั มุมเอียง ซึ่งจะขนึ้ อยกู่ บั การจับท่ใี ชจ้ ับยึดดอกกดั ใหอ้ ยใู่ น
ตําแหนง่ ใดของเคร่อื งกดั
ทิศทางการทาํ งานกัด จะเหมือนกนั กบั ทิศทางการทํางานของเครอื่ งกัด END MILL
ในการกดั งานแตล่ ะครง้ั จะต้องคํานึงถงึ ระยะของการกดั งาน เพื่อจะตงั้ การกัดใหพ้ อเหมาะและใช้เวลาในการ
ทํางานน้อยพร้อมกบั ผงงานทีม่ ีประสทิ ธภิ าพสูง
ใบความรู้ ครงั้ ที่ 8-10
ชอ่ื วชิ า งานผลิตชน้ิ ส่วนดว้ ยเครือ่ งมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชอื่ หน่วย งานกดั เฟืองเฉยี ง จํานวนคาบ 36
ดอกกดั WOODRUFF KEY
ดอกกดั WOODRUFF KEY เปน็ ดอกกดั ท่มี ีคมอยู่รอบ ๆ ตัว และดา้ นหน้าจะเว้าลึกลงไป การทํางานของ
ดอกกัดนส้ี ามารถทํางานได้ทงั้ การกัดในแนวด่งิ และ แนวนอน สว่ นใหญแ่ ล้วดอกกดั ชนดิ น้ถี กู ใช้งานกดั ร่องล่มิ
ตามขนาดของดอกกดั เอง ซึง่ มคี วามโตของเส้นศูนย์กลางดอกกดั หลายขนาด รอ่ งลม่ิ ที่กดั น้ีเรยี กว่า รอ่ งลมิ่
พระจนั ทร์ เพราะมลี กั ษณะเปน็ โคง้ ของวงกลมตามโค้งของขนาดของดอกกดั
นอกจากนก้ี ารกดั ร่องลิม่ แล้ว ยังสามารถกัดงานท่ีมรี ูปรา่ งต่าง ๆ ไดต้ ามความตอ้ งการไดอ้ ีกดว้ ย
ภาพที่ 35 ดอกกัด WOODRUFF KEY
ภาพที่ 37 แสดงการกดั รอ่ งลิ่มพระจนั ทร์
(WOODRUFF KEY)
ใบความรู้ ครั้งที่ 8-10
ชอ่ื วิชา งานผลิตชน้ิ ส่วนดว้ ยเครอ่ื งมอื กล 3 หน่วยท่ี 4
ชอ่ื หนว่ ย งานกดั เฟอื งเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
ดอกกัด TEE SLOT CUTTER
ดอกกดั TEE SLOT CUTTER เป็นดอกกดั ท่ใี ช้กดั รอ่ ง TEE SLOT ตอ่ จากการกดั จากดอกกัด
END MILL ดอกกดั น้ีจะมีคมกดั รอบตวั ของดอกกัด คมกดั จะแบง่ เป็นทง้ั คมตัดตรง และ คมกัดเอียง
ภาพท่ี 46 ดอกกัด TEE SLOT CUTTER ภาพที่ 47 แสดงการกัดในแนวนอน ภาพที่48แสดงการกดั แนวต้ัง
ใบความรู้ คร้ังที่ 8-10
ชือ่ วชิ า งานผลิตช้นิ ส่วนดว้ ยเครือ่ งมือกล 3 หน่วยที่ 4
ช่อื หนว่ ย งานกดั เฟอื งเฉียง จํานวนคาบ 36
การกดั งานของดอกกัดสามารถกัดไดท้ ง้ั ในแนวดงิ่ และแนวนอน และแนวมุมเอียงตามแตอ่ ุปกรณข์ องหัว
กัดทีใช้จบั ดอกกดั ไว้
ภาพที่ 49 แสดงการกดั ในแนวด่ิงของคมตัดตรง ภาพท่ี 50 แสดงการกัดร่องท่ี
ดอกกัด DOVERALL CUTTER
ดอกกดั รอ่ งหางเหย่ียว DOVERALL CUTTER ลกั ษณะของคมตัดจะเอยี งมุมอยู่รอบ ๆ ตวั ของดอกกดั และมี
คมตดั อยูบ่ ริเวณผิวดา้ นหนา้ ของดอกกดั อกี ด้วย
การทํางาน จะใช้กบั งานขึน้ รูป ที่ตอ้ งการตามความเอยี งของคมดอกกัด ซ่ึงจะใชก้ ัดท้งั การกัดภายในร่อง
ที่ผ่านการกดั มาก่อนและอยู่ในลักษณะของรอ่ งฉาก แล้วจงึ ใช้ดอกกดั น้กี ดั ตามเพอ่ื ให้ไดร้ ่องเอยี งภายใน
ในขณะเดียวกันของการทํางานท่ีต้องการใหง้ าน 2 ชิ้น ประกอบกนั และเคลอื่ นที่ไปตามชอ่ งเอียง เม่อื กดั
ไดร้ ่องเอยี งภายในแล้วชนิ้ งานอีกช้นิ จะตอ้ งกัดใหร้ อ่ งเอียงภายนอก ด้วยดอกกดั ทม่ี ขี นาดเท่ากันเพอ่ื จะให้ทาํ งาน
ร่วมกันได้
ภาพที่ 57 ดอกกัด DOVERALL CUTTER ภาพที่ 58 แสดงการกดั รอ่ งเอยี งภายใน ภาพท่ี59 แสดงการกดั ร่องเอยี งภายนอก
ใบความรู้ คร้งั ท่ี 8-10
ชอื่ วิชา งานผลิตชิ้นสว่ นดว้ ยเครือ่ งมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชื่อหน่วย งานกัดเฟอื งเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
การเจาะนําศูนยบ์ นชิ้นงาน
การเจาะนําศนู ย์ CENTRE DRILL ในงานบางครั้งเราก็นํามาใชก้ ับงานกัด ซงึ่ ข้นึ อย่กู ับลกั ษณะของงานที่
ต้องการ ไม่ใช่ว่าจะใชง้ านได้เฉพาะในวงจาํ กดั ของการเจาะรสู าํ หรบั ใส่ยนี ศูนย์เทา่ น้นั
การเจาะด้วยดอกนาํ ศูนย์ นยี้ ังจาํ เปน็ ในการเจาะเพอ่ื ท่จี ะใชเ้ ครือ่ งมือยนื่ ทํางานตามต่อไป
กอ่ นการเจาะชิน้ งานจะตอ้ งถูกจับยดึ อยู่ในตําแหนง่ ที่ต้องการ และมนั่ คงแข็งแรงพอ เมื่อทําการตดั เฉือนไป
แลว้ จะไมเ่ คลอื่ นท่ีหนีหรอื ขยับได้ อนั จะนาํ ไปสู่การแตกหกั หรือชาํ รดุ ของดอกกัดหรอื ดอกเจาะนําศนู ย์ได้
หาตําแหนง่ การเจาะ โดยการหมนุ มอื หมุนป้อนดอกเจาะนาํ ศูนย์ ให้เคลอื่ นข้ึน ลง ในแนวด่ิง ตามการทํางาน
ของทศิ ทางของหวั ลกู ศร แลว้ ปรับขยับแทน่ รองรับงาน จนปลายดอกเจาะตรงกับงานเจาะท่ีทําเครือ่ งหมายไว้จงึ
ทําการเจาะได้
ใบความรู้ คร้ังที่ 8-10
ชอื่ วชิ า งานผลิตช้นิ ส่วนด้วยเครื่องมอื กล 3 หน่วยท่ี 4
ชอ่ื หน่วย งานกดั เฟอื งเฉยี ง จํานวนคาบ 36
การใชด้ อกสวา่ นเจาะ DRILL
การเจาะดว้ ยดอกสวา่ น DRILL จะเป็นการทํางานตอ่ จากการเจาะดว้ ยการเจาะด้วยดอกนาํ ศนู ย์
(CENTRE DRILL) โยเลือกใช้สวา่ นได้ 2 ประเภท คือแบบกา้ นจบั ตรง แบบก้านจับเรียว
ในกรณีก้านเจาะเรยี ว ส่วนใหญ่จะเปน็ ขนาดดอกสว่านทีม่ ีความโตตัง้ แต่ 13 มิลลเิ มตรข้ึนไป โดยประกอบเข้ากบั
ปลอกจบั ซึง่ มรี เู รยี วภายในเทา่ กับเรยี วของกา้ นจบั ดอกสวา่ น สว่ นใหญเ่ ป็นเรียวมาตรฐาน MORSE TAPER
การเจาะโดยป้อนดอกสวา่ นลงด้วยมอื หมนุ ปอ้ นของเพลาเครื่องกัด HAND WHEEL FOR SPINDLE FEED
ขณะทาํ การเจาะลกึ ลงไปสกั ระยะหน่ึงให้ถอยดอกสว่านกลบั เพ่ือคลายเศษ โลหะออก และให้เปิดนํ้าหล่อเย็น
ระบายความร้อนไปดว้ ยพรอ้ ม ๆ กันกบั การเจาะ
ภาพที่ 68 แสดงการประกอบดอกสว่าน ภาพที่ 69 แสดงการประกอบดอกสว่าน ภาพที่ 70 แสดงการถอยสว่านขนึ้ ด้วย
เรยี วเขา้ กบั ปลอกจบั (SLEEVE) เข้ากับเพลาเคร่อื งตดั การหมนุ มือหมุน
ปอ้ นกลับ
ดอกควา้ นงานท่ีใชก้ ับเครอื่ งกดั ตั้ง
ดอกคว้าน COUNTER BORING TOOL ใชก้ บั การขยายรูให้โตขึ้นจากการเจาะดว้ ยสวา่ น ซ่งึ สามารถใช้ทาํ ได้กับเคร่ืองเจาะ
หรอื เคร่อื งควา้ นได้ และสามารถนาํ มาทํางานบนเคร่ืองกัดไดอ้ กี รูปลักษณะของดอกควา้ น มหี ลายขนาดให้เลือกใช้ตามความ
ต้องการ
ใบความรู้ ครัง้ ที่ 8-10
ชือ่ วิชา งานผลิตชนิ้ สว่ นดว้ ยเคร่อื งมือกล 3 หนว่ ยที่ 4
ช่อื หน่วย งานกดั เฟอื งเฉียง จาํ นวนคาบ 36
มีดคว้านแบบอตั โนมตั ิ Automatic Recessing Tool เปน็ การประกอบมีดคว้านแบบพเิ ศษ โดยใช้มีดแท่ง 2 ชนิ้
ประกอบเรียงกัน โดยยน่ื โผล่ออกมาดว้ ยความยาวทไี่ ม่เท่ากนั มีดแทง่ บนจะยาวกว่ามีดแท่งลา่ ง จะทํางานควา้ นพรอ้ ม
ๆ กนั โดยมมี ีดแทง่ ลา่ งควา้ นนําไปกอ่ น มดี แท่งบนจะควา้ นตามใหไ้ ดข้ นาดตามแบบ หรือเปน็ การควา้ นหยาบกอ่ น
ตามดว้ ยการควา้ นละเอียดของมดี ใบที่สอง
ใบความรู้ ครั้งที่ 8-10
ชอื่ วชิ า งานผลิตชิน้ ส่วนด้วยเครอ่ื งมอื กล 3 หนว่ ยที่ 4
ช่อื หน่วย งานกดั เฟืองเฉียง จํานวนคาบ 36
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 งานกดั เฟืองเฉยี ง
ชนดิ ของเฟอื ง (Type of Gears)
ดังทีก่ ล่าวมาแลว้ ว่าเฟืองนนั้ ถือกาํ เนิดข้ึนมานานแลว้ และผ่านการปรับปรุงทง้ั ในเร่อื งของวสั ดทุ ่ีใช้ทาํ เป็นตวั เฟอื ง
และลักษณะหรอื แบบต่าง ๆ เพอื่ ความเหมาะสมต่อการใชง้ านและอย่างอื่น โดยทว่ั ไปแล้วเราแบ่งชนิดยอ่ ย ๆ
ของเฟืองออกเป็นชนิดต่าง ๆ ตามรูปร่างและลักษณะการใช้งานดังนี้ คอื
4.1เฟืองตรง (Super Gears)
เฟืองตรง (Super gears) ดงั รูปท่ี 4.1 เปน็ เฟอื งท่ีมีใชง้ านกนั มากที่สดุ ในบรรดาเฟืองชนดิ ต่าง ๆ จะมี
ลกั ษณะเฉพาะ คือ ฟันของเฟอื งจะเป็นแนวขนานไปกับรูเพลา โดยเฟืองตรงเรียกอีกอยา่ งหน่ึง วา่ เฟอื ง
ขนานกบั เพลา (Parallel-shaft Gear)
รูปที่ 4.1 เฟืองตรง (Super Gear)
เฟืองตรงเป็นเฟืองทม่ี โี ครงสรา้ งงา่ ยและไม่สลับซบั ซ้อน โดยถ้าเฟืองตรงสองตัวขบกันเราเรยี กวา่ เฟอื งพี
เนียน (Pinion Gears) โดยทั่วไปแลว้ เฟืองตรงท่ใี ช้ส่งกาํ ลงั แตล่ ะคนู่ ้นั จะมขี นาดของฟนั เฟอื งหรือโมดลู
(Module, m) เท่า ๆ กัน หมนุ ดว้ ยความเรว็ เชิงเส้นทเี่ ทา่ กนั แตก่ ารไดเ้ ปรยี บเชงิ กลท่ีเกิดขน้ึ จะเกิดจาก
จํานวนฟนั ทต่ี า่ งกัน (อัตราทด , Ratio) ของเฟอื งแต่ละตัว เฟอื งตรงส่วนมากจะนํามาใช้ในระบบส่งกาํ ลัง
(Transmission Component)
ลักษณะเฉพาะของเฟอื งตรง
*มคี วามงา่ ยในการผลิตเน่ืองจากรปู แบบของฟันเฟอื งไมส่ ลบั ซับซอ้ น สง่ ผลใหร้ าคาต่ํากวา่ เฟืองชนิดอน่ื
*ไม่มแี รงรนุ (Trust) ทเ่ี กิดขึ้นในแนวแกน (No Axial Force) ในขณะทท่ี ํางาน
*มคี วามง่ายในการผลิตใหม้ คี ุณภาพสงู
*เนอื่ งจากเป็นเฟอื งแบบธรรมดาจึงมีความงา่ ยในการหาซ้ือ
ใบความรู้ ครั้งที่ 8-10
ชื่อวิชา งานผลิตช้นิ สว่ นด้วยเคร่ืองมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชื่อหน่วย งานกดั เฟอื งเฉียง จํานวนคาบ 36
4.2 เฟอื งเฉยี ง (Helical Gears)
เฟอื งเฉียงมลี กั ษณะทวั่ ไปเหมือนเฟืองตรง แตล่ กั ษณะแนวของฟนั เฟอื งจะไมข่ นานกบั เพลาโดยจะทํามุมเฉยี งไป
เป็นมุมที่ตอ้ งการ โดยอาจจะเอียงไปทางซา้ ยหรือเอยี งไปทางขวาข้นึ อยู่กบั ลักษณะความตอ้ งการในการใชง้ าน
และการออกแบบของผู้ผลติ เฟอื งเฉยี งมลี ักษณะรปู ร่างดังรปู ดังรูปที่ 4.2 โดยเฟืองแต่ละคูท่ ่ีขบกบั เพื่อส่งกาํ ลังนั้น
เฟืองหนึง่ เฟืองจะเอยี งไปทางซา้ ยและอกี ฟันเฟอื งหนงึ่ จะเอยี งไปทางขวาในมุมท่เี ท่ากัน
รปู ที่ 4.2 เฟืองเฉียงและรายละเอียดของฟนั เฟอื ง (Helical Gears)
ลักษณะเฉพาะของเฟืองเฉียง
*เมื่อเปรียบเทียบการรับภาระ (Load) แล้ว สาํ หรบั เฟืองขนาดเดียวกนั เฟืองเฉียง (Helical Gear) จะรับภาระ
(Load) ได้มากกว่าเฟืองตรง (Super Gears) เนอื่ งจากทีฟ่ ันเฟอื งมีลักษณะเอยี งจงึ ทาํ ใหค้ วามยาวของฟันเฟอื ง
ยาวกวา่ และพน้ื ทีห่ น้าสมั ผสั ของฟันมีมากกวา่ เฟอื งตรง
*เสียงในขณะทาํ งานของเฟอื งเฉียงจะเงยี บกว่าเฟอื งตรงเนือ่ งจากการขบกันของเฟืองจะกระทาํ อยา่ งนม่ิ นวลกวา่
เน่ืองจากมุมทีเ่ ฉียงของฟันเฟืองทําใหเ้ กดิ การเหลื่อม (Overlap) กันของฟันเฟอื งขณะหมนุ
*เกิดแรงรนุ (Trust) ตามแนวแกนมากกว่าในขณะทีห่ มนุ เนอื่ งจากการเอียงของฟนั เฟืองทม่ี ากซง่ึ จะส่งผลให้อายุ
การใชง้ านของแบริง่ ลดตํ่าลง
ใบความรู้ คร้ังท่ี 8-10
ชื่อวชิ า งานผลิตช้นิ สว่ นด้วยเคร่ืองมอื กล 3 หนว่ ยที่ 4
ช่ือหน่วย งานกัดเฟืองเฉียง จํานวนคาบ 36
4.3เฟอื งกา้ งปลา (Herringbone Gears or Double Helical Gears)
เพอ่ื ลดแรงรุนด้านขา้ งในขณะทํางานของเฟอื งเฉยี ง จงึ ได้ถูกพัฒนารูปแบบจากเฟืองเฉยี งมาเปน็ เฟืองกา้ งปลา ซึง่
มีลักษณะของฟนั เฟอื งที่เฉียงเขา้ หากนั ในมมุ ท่ีเทา่ กนั ทาํ ใหแ้ รงลพั ทข์ องแรงรนุ (Trust) เท่ากับศนู ย์จากลกั ษณะ
ของเฟืองก้างปลาดังรูปที4่ .3จะเหน็ ว่ามีลักษณะเหมอื นกับการเอาเฟืองเฉยี งมาประกบกนั ในลักษณะทสี่ มมาตร
ทาํ ใหเ้ ฟอื งกา้ งปลาสามารถรกั ษาข้อดขี องเฟืองเฉยี งไวไ้ ด้ คอื เสียงท่เี งยี บขณะทาํ งานรับภาระ (Load) ได้มากกว่า
เฟอื งตรง ในขณะเดียวกันแรงสน่ั สะเทือนทเ่ี กดิ ข้ึนในขณะทํางานกย็ งั คงน้อยเม่ือเทียบกับเฟอื งตรง แตล่ ดขอ้ เสียที่
มอี ยู่เพียงอย่างเดยี วของเฟืองเฉียงคอื แรงรุน จากลกั ษณะของเฟอื งก้างปลาท่มี มุ เอยี งของเฟืองเอยี งเข้าหากันใน
ลักษณะทอ่ี งศาทําให้ผลลัพธ์ของแรงรุนไม่มี
รูปที่ 4.3เฟืองก้างปลา (Double Herringbone Gears)
4.4เฟืองสะพาน (Rack Gears)
ในหนึง่ ชุดของเฟืองสะพานนัน้ ประกอบดว้ ยสองส่วนคอื สว่ นท่เี ป็นเฟือง (Gear) ตวั ขับซึง่ สว่ นมากแล้วจะเปน็ เฟอื ง
ตรง (Spur Gear) แต่ในบางอุปกรณ์อาจเป็นเฟืองเฉียงก็มี และส่วนทีเ่ ป็นเฟอื งสะพาน (Rack) ซ่ึงมีลกั ษณะเป็น
แทง่ ยาวตรงและมีฟนั เฟอื งอยดู่ ้านบนขบอยสู่ ว่ นทเ่ี ป็นฟนั เฟอื ง (Gear) หน้าทีข่ องเฟอื งสะพานที่ของเฟืองสะพาน
คอื ใช้ในการเปลย่ี นทศิ ทางเคลอ่ื นทใ่ี นลักษณะการหมุนหรือการเค่ือนทเี่ ชิงมมุ เป็นการเคล่ือนทเ่ี ชิงเส้นหรอื การ
เคล่ือนทเี่ ชิงเสน้ หรือการเคล่ือนที่กลับไปกลับมา
ใบความรู้ ครงั้ ที่ 8-10
ชือ่ วชิ า งานผลิตช้นิ ส่วนดว้ ยเคร่ืองมือกล 3 หน่วยท่ี 4
ชื่อหน่วย งานกดั เฟืองเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
รปู ท่ี 4.4 เฟืองสะพาน (Rack Gears)
การใชง้ านเฟืองสะพาน
*การสง่ ถา่ ยกาํ ลงั ในเคร่ืองจักรกล
*ใช้กบั เครือ่ งพมิ พ์หรอื เครอ่ื ง Plot ขนาดใหญ่
*หนุ่ ยนต์(Robot)
*การสง่ ถ่ายกาํ ลงั ในระบบบงั คบั เล้ียวของรถยนต์ (Steering)
4.5 เฟอื งวงแหวน (Internal Gear, Ring Gear)
เฟืองวงแหวนเป็นเฟอื งตรงอกี ชนิดหนง่ึ ซงึ่ มลี ักษณะเหมอื นกับเฟอื งตรง แตฟ่ นั เฟอื งจะอย่ดู า้ นในของวงกลมตอ้ ง
ใช้คู่กับเฟอื งขนาดเลก็ กว่าท่ีขบอยูด่ ้านในดงั รปู ที่ 4.5 เฟอื งวงแหวนจะใชง้ านในลกั ษณะทตี่ ้องการใหเ้ ฟอื งขับและ
เฟอื งตามทํางานหรอื หมนุ ในทิศทางเดยี วกนั สําหรับอตั ราทดน้นั สามารถออกแบบให้มากหรือน้อยได้โดยข้นึ อยู่กับ
ขนาดของเฟืองตัวนอก (Ring) และเฟอื งตวั ใน (Pinion) ดงั รูปท่ี 4.5 โดยท่ีถา้ หากเฟืองตัวในเล็กกว่าเฟอื งตวั นอก
มากอตั ราทดก็จะมากและถ้าหากเฟืองตัวในมขี นาดใกล้เคียงกับเฟอื งตวั นอกอตั ราทดกจ็ ะน้อย โดยปกตเิ ฟืองวง
แหวนแลว้ เฟืองตัวเล็ก (Pinion Gear) ทอ่ี ยู่ดา้ นในจะทําหนา้ ทเี่ ปน็ ตัวขบั
รูปที่ 4.5 เฟอื งวงแหวน Internal Gear
ใบความรู้ ครั้งที่ 8-10
ช่อื วชิ า งานผลิตช้นิ ส่วนดว้ ยเคร่อื งมือกล 3 หน่วยท่ี 4
ช่ือหน่วย งานกัดเฟอื งเฉยี ง จํานวนคาบ 36
4.6 เฟอื งดอกจอก (Bevel Gear)
เฟอื งดอกจอกจะมรี ูปทรงคลา้ ยกบั กรวยมีทงั้ แบบเฟืองตรง (Straight Bevel Gear) และแบบเฟืองเฉยี ง (Spiral
Bevel Gear) เฟอื งดอกจอกจะเปน็ เฟืองสองตวั ท่ีขบกันในลักษณะแนวเพลา (Shaft) ของเพลาทัง้ คู่จะตงั้ ฉากหรอื
ตดั กนั (Intersect) ส่วนมากแล้วเพลาของเฟืองท้ังคู่จะตง้ั ฉากกนั เปน็ มมุ 90 องศา
4.6.1เฟืองดอกจอกแบบเฟืองตรง (Straight Bevel Gear)
จะมลี กั ษณะของฟนั เฟืองที่เป็นเฟอื งตรง โดยทีแ่ นวของฟันเฟอื งจะเปน็ แนวเดยี วกับยอดของเฟอื ง โดยท่แี นวของ
ฟันเฟืองจะเป็นมุมตัดกบั แนวแกนเพลา คุณสมบัติเฉพาะของเฟืองแบบนี้คือ
*งา่ ยต่อการผลติ จึงทําให้มีราคาถกู กวา่
*สามารถทําอตั ราทดสูงสุดได้ถงึ 1:5
สว่ นใหญ่แลว้ จะใช้ในงาน สว่ นประกอบของเคร่ืองจักร และเฟืองทา้ ยของรถยนตโ์ ดยทาํ หนา้ ท่ีเป็นเฟอื งบายศรี
(Differential Gear) ป้องกันการสะบดั ของล้อท้ังสองขา้ งขณะเลย้ี ว
รูปที่ 4.6 เฟอื งดอกจอกแบบเฟืองตรง (Straight Bevel Gear)
4.6.2 เฟืองดอกจอกแบบเฟืองเฉยี ง (Spiral Bevel Gear)
ฟันของเฟืองแบบน้จี ะมลี กั ษณะเป็นแนวโคง้ ออกไปรอบ ๆ รศั มขี องเฟอื ง (ต่างจากแบบฟนั ตรงท่ีฟนั ของแบบนั้น
จะออกมาตรง ๆ ตามแนวรัศมีของเฟือง) แล้วแนวด้านบนของฟันกจ็ ะลาดลงในลักษณะโคง้ จากด้านในออกไปสู่
ดา้ นนอกขอบฟนั การทเี่ ฟืองมลี ักษณะโคง้ แบบนีท้ ําให้มพี ืน้ ทสี่ ัมผสั หรือ
พ้นื ทีร่ ับแรงมากกว่าแบบเฟืองตรง ทําใหม้ คี วามทนทานมากกว่าและเสยี งในขณะการทาํ งานน้อยกวา่ เฟอื ง
ดอกจอกแบบเฟอื งเฉียง
ใบความรู้ คร้งั ที่ 8-10
ช่ือวิชา งานผลิตช้นิ ส่วนด้วยเครื่องมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชือ่ หน่วย งานกัดเฟืองเฉียง จาํ นวนคาบ 36
รปู ที่ 4.4 เฟืองสะพาน (Rack Gears)
การใชง้ านเฟอื งสะพาน
*การสง่ ถา่ ยกําลงั ในเคร่อื งจักรกล
*ใชก่ ับเครอ่ื งพมิ พ์หรอื เครอื่ ง Plot ขนาดใหญ่
*หนุ่ ยนต์ (Robot)
*การสง่ ถ่ายกาํ ลังในระบบบงั คบั เล้ยี วของรถยนต์ (Steering)
4.5 เฟืองวงแหวน (Internal Gear, Ring Gear)
เฟืองวงแหวนเป็นเฟอื งตรงอกี ชนิดหนงึ่ ซง่ึ มลี กั ษณะเหมือนกับเฟอื งตรง แตฟ่ นั เฟอื งจะอย่ดู า้ นในของ
วงกลมต้องใชค่ กู่ บั เฟอื งขนาดเลก็ ทข่ี บอยู่ด้านในดงั รปู ท่ี 4.5 เฟอื งวงแหวนจะใชง้ านในลักษณะท่ตี ้องการ
ใชเ้ ฟืองขับและเฟืองตามทํางานหรอื หมนุ ในทศิ ทางเดยี วกัน
สําหรบั อตั ราทดนน้ั สามารถออกแบบใหม้ ากหรือน้อยไดโ้ ดยขน้ึ อยู่กบั ขนาดของเฟืองตวั นอก (Ring) และ
เฟอื งตวั ใน (Pinion) ดังรูปท่ี 4.5 โดยทถ่ี ้าหากเฟืองตวั ในเล็กกว่าเฟืองตวั นอกมากอัตราทดก็จะมากและ
ถ้าหากเฟอื งในมขี นาดใกล้เคยี งกบั เฟอื งตัวนอกอัตราทดก็จะน้อย โดยปกตขิ องเฟืองวงแหวนแล้วเฟอื ง
ตัวเล็ก (Pinion Gear) ทีอ่ ยู่ด้านในจะทาํ หนา้ ที่เป็นตวั ขับ
รูปที่ 4.5 เฟอื งวงแหวน Internal Gear
ใบความรู้ คร้งั ที่ 8-10
ช่อื วิชา งานผลิตช้ินส่วนด้วยเคร่ืองมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชือ่ หน่วย งานกัดเฟอื งเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
คุณสมบตั ิเฉพาะในการใช้งานเฟืองดอกจอกแบบเฟืองเฉยี ง ทีโ่ ดดเด่นมีดงั นี้คือ
*สามารถออกแบบให้อตั ราทด (Ratio) มากกวา่ โดยมคี วามแขง็ แรงทนทานมากกวา่ เฟืองดอกจอกแบบ
เฟอื งตรง
*เหมาะสาํ หรับใชก้ ับอัตราทดของเฟืองทมี่ าก ๆ
*มีประสิทธภิ าพในการส่งถา่ ยกาํ ลงั ทด่ี ีกว่าในขณะท่ีการทาํ งานเงยี บกว่าเฟืองดอกจอกแบบเฟอื งตรง
*มคี วามยากกว่าในการออกแบบและสรา้ ง จึงทาํ ใหม้ รี าคาแพงกว่า
การใช้งานเฟอื งดอกจอกแบบเฟอื งเฉียงจะพบใชง้ านมากในยานพาหนะทั้งบกและนํ้า เชน่ ในอปุ กรณ์
และช้นิ ส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะในระบบสง่ กาํ ลงั และขับเคล่ือน ในรถแทรกเตอร์ ในระบบเฟืองส่งกาํ ลัง
ของเรือ
4.6.3 เฟืองไฮปอยด์ (Hypoid Gears)
เป็นเฟืองท่จี ดั อยใู่ นประเภทเฟืองดอกจอกแบบเฟืองเฉียง แต่จะต่างกันตรงท่แี กนเพลาของเฟอื งไฮปอยด์
นน้ั ระนาบแกนของเพลาของเฟืองขบั และเพลาของเฟอื งตามจะไมต่ ัดกนั ลักษณะรูปของเฟืองไฮปอยดจ์ ะ
มลี กั ษณะการหมนุ เปน็ ไฮเปอรบ์ อลิกและทผ่ี ิวของเฟอื งไฮปอยดจ์ ะมลี ักษณะเป็นผิวไฮเปอรบ์ อลิก
ในขณะทผี่ วิ ของเฟืองดอกจอกแบบเฉียงจะมลี ักษณะรูปทรงกรวยธรรมดา (Normally Conicall)
รปู ท่ี 4.7 เฟืองดอกจอกแบบเฟืองเฉยี ง (Spiral Bevel Gear) และเฟืองไฮปอยด์
ใบความรู้ คร้งั ที่ 8-10
ช่อื วิชา งานผลิตชน้ิ ส่วนดว้ ยเครื่องมือกล 3 หนว่ ยที่ 4
ชอื่ หน่วย งานกัดเฟอื งเฉยี ง จํานวนคาบ 36
รูปท่ี 4.9 เฟอื งเกลียวสกรู (Screw Gears or Spiral Gears)
4.9 เฟอื งหนอน (Worm Gears)
เป็นชุดเฟอื งทป่ี ระกอบด้วยเกลยี วตัวหนอน (Worm) ซง่ึ มีลกั ษณะของเกลียวท่วี างอยู่บนกา้ นเกลียวตวั หนอน
(Shank) เหมือนลกั ษณะของสกรูและเฟอื ง (Worn Wheel) ซ่ึงมีลกั ษณะเปน็ ลอ้ เฟืองคล้าย ๆ กับเฟอื งเฉียง
(Helical Gear) แต่จะต่างกนั โดยเฉพาะอย่างย่งิ ตรงสันฟันเฟืองจะมีลกั ษณะเว้าเพื่อใหร้ ับกบั ความโค้งของ
เกลียวตวั หนอนดังรปู ท่ี 4.10
แนวเพลาขบั (Worn Shaft) และเพลาตาม (Worn Wheel Shaft) ของเฟืองตวั หนอนจะทํามมุ กนั ท่ีมมุ ฉาก 90
องศา การทํางานของเฟืองตวั หนอนจะเงยี บและมแี รงสั่นสะเทือนเกิดข้ึนน้อย เนอื่ งจากการสง่ ถ่ายกาํ ลงั จาก
เฟืองขบั ไปยังเฟืองตามนนั้ การสง่ ถ่ายกําลังจะเปน็ ไปในลักษณะของการลืน่ ไถล (Sliding)
รปู ท่ี 4.10 เฟอื งหนอน (Worn Gears)
ใบความรู้ ครงั้ ที่ 8-10
ชอ่ื วิชา งานผลิตช้ินสว่ นด้วยเคร่ืองมอื กล 3 หน่วยท่ี 4
ชื่อหน่วย งานกัดเฟอื งเฉียง จาํ นวนคาบ 36
ระบบของเฟือง ไมว่ ่าเฟืองชนิดใด โดยทวั่ ไปจะมีอยู่ 2 ระบบ คอื
1.เฟืองระบบ DP (Diametral Pitch) เป็นเฟอื งระบบนี้จะมขี นาดของเฟอื งเป็นเลขจาํ นวนเตม็ คือ
4,5,6,7,8,10,12,14 และ 16 (ระบบ DP ปจั จุบนั ไมน่ ิยมใชใ้ นภาคอุตสาหกรรม)
2.เฟืองระบบโมดลุ (Module) เปน็ เฟืองระบบเมตรกิ ใชห้ น่วยเปน็ มิลลิเมตร
ขนาดของเฟอื งระบบ Module ท่นี ยิ มใช้ทั่ว ๆ ไป 0.50, 0.75 ,
1.00, 1.25,1.75,2.00,2.25,2.50,2.75,3.00,
3.25,3.50,4.0,4.50,5.00,5.50,6.00,
6.50,7.00,8.00,9.00 และ 10.0
ใบความรู้ คร้งั ที่ 8-10
ชื่อวชิ า งานผลิตช้นิ ส่วนด้วยเคร่อื งมือกล 3 หน่วยท่ี 4
ชือ่ หน่วย งานกดั เฟอื งเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
ดอกกัดที่ใช้ในการกัดเฟอื ง
สว่ นต่าง ๆ ของ เฟือง
ใบความรู้ ครั้งที่ 8-10
ช่อื วชิ า งานผลิตชน้ิ ส่วนด้วยเคร่ืองมอื กล 3 หน่วยท่ี 4
ชอ่ื หนว่ ย งานกัดเฟืองเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
การคานวณหาคา่ ท่ีใช้ในการกดั เฟอื งเฉียง
ตวั อย่าง 4.1 ต้องการกัดเฟืองเฉยี ง DP 10 จํานวน 23 ฟัน มุม Helix 17° เอียงขวา ความกว้างเฟอื ง 2 น้ิว จงคํานวณหาคา่ ท่ี
ใช้ในการกัดเฟอื งเฉยี ง
1.ขนาดเสน้ ผ่านศนู ย์กลางวงกลมพิตซ์ (Pd)
Pd = N x sec <Helix
DP
Pd = 23 x sec 17° = 2.4 น้ิว = 2.6 นิ้ว
10
2.ขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางโตสดุ (OD)
OD = Pd + 2
DP
OD = 2.4 + 2
10
ดงั นั้นตอ้ งเตรยี มชิ้นงานกลงึ ขนาดเสน้ ผ่านศนู ย์กลาง 2.6 น้ิว
3.ความลกึ ทง้ั หมดของฟนั เฟอื ง หรอื ความลกึ ในการกัดเฟือง (WD)
WD = 2.157 = 2.157
DP 10
4.การหมนุ หวั แบ่งเพื่อกัดเฟือง (T) = 0.2157 นิ้ว
T = 40
N = 40
23
= 1 17
23
นน่ั คือ เม่อื ตอ้ งการกดั เฟืองฟนั ตอ่ ไป ให้หมุนหัวแบง่ 1 รอบ กบั อกี 17 รู บนจานแบ่ง 23 รู
ถา้ หากไมม่ จี านแบง่ 23 รู ให้เทียบหาจานแบ่งอื่น ๆ เชน่ 17 x 22 = 34
23 x 2 46
จะได้การหมุนหัวแบง่ 1 รอบ กบั อกี 34 รู บนจานแบ่ง 46 รู (ถ้าหากมีจานแบง่ 46 รู)
ใบความรู้ ครัง้ ที่ 8-10
ชื่อวชิ า งานผลิตชิ้นสว่ นด้วยเคร่อื งมอื กล 3 หน่วยท่ี 4
ช่อื หน่วย งานกัดเฟอื งเฉยี ง จํานวนคาบ 36
5.การหาชดุ เฟอื งประกอบ มุม Helix เอียงขวา
Lead of machine = อตั ราทดหวั แบ่ง x ระยะพิตซ์ Lead Screw เคร่ืองกดั
= (40/1) x 5 มม. = 200 มม.
Lead of Work = π x Pd x cot<Helix
ดงั นั้น
อตั ราทดชุดเฟืองประกอ บ Zt = Lead of Machine
Zg Lead of Work
อตั ราทดชุดเฟอื งประกอบ = 200 = 0.319 ͌ 0.32
626.41
น่นั คือ ต้องใชเ้ ฟืองขับ 32 ฟัน (Zt) และเฟอื งตาม 100 ฟนั (Zg) ในการประกอบกับชุดหัวแบง่ ดังรูปเฟอื ง
สะพานมี 1 ตัว (จํานวนค่ี จะทาํ ให้มมุ ฟันเฟอื งเอียงขวา
6.การเลอื ก Cutter กัดเฟอื งเฉียง
ดงั นนั้ เลือกใช้ Cutter DP 10 นัมเบอร์ 5 กดั เฟือง ระหวา่ ง 21-25 ฟนั
ใบความรู้ ครงั้ ท่ี 8-10
ช่ือวชิ า งานผลิตชิ้นส่วนดว้ ยเครอื่ งมือกล 3 หน่วยที่ 4
ชอ่ื หน่วย งานกัดเฟืองเฉียง จาํ นวนคาบ 36
ตัวอย่าง 4.2 ต้องการกัดเฟอื งเฉียง โมดลุ 2.5 จํานวน 23 ฟัน มมุ Helix 17°เอียงซา้ ย จงคาํ นวณหาค่าที่ใช้ใน
การกัดเฟอื งเฉยี ง
1.ขนาดเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางโตสุด (OD)
ดงั นน้ั ตอ้ งเตรียมช้นิ งานกลงึ ขนาดเส้นผ่านศนู ย์กลาง 66 มม. 61 มม.
2.ขนาดเส้นผา่ นศนู ย์กลางวงกลมพิตช์ (Pd)
Pd = OD – 2m
= 66-2 x 2.5 =
3.ความลึกท้งั หมดฟนั เฟอื ง หรือ ความลึกในการกดั เฟือง (WD)
WD = 2.2m
WD = 2.2x2.5 = 5.5 มม.
4.การหมนุ หัวแบง่ เพอื่ กดั เฟอื ง (T)
นนั่ คอื เมอ่ื ตอ้ งการกัดเฟืองฟนั ตอ่ ไป ใหห้ มนุ หัวแบ่ง 1 รอบ กบั อีก 17 รู บนจานแบ่ง 23 รู
ถา้ หากไมม่ ีจานแบ่ง 23 รู ให้เทยี บหาจานแบง่ อนื่ ๆ เช่น 17x2 = 34 46
23x2 =
จะได้การหมุนหัวแบ่ง 1 รอบ กับอกี 34 รู บนจานแบ่ง 46 รู (ถ้าหากมจี านแบ่ง 46 ร)ู
ใบความรู้ ครั้งท่ี 8-10
ช่ือวชิ า งานผลิตชน้ิ สว่ นด้วยเครื่องมือกล 3 หน่วยท่ี 4
ชือ่ หนว่ ย งานกดั เฟืองเฉียง จํานวนคาบ 36
5.การหาชดุ เฟอื งประกอบ มมุ Helix เอยี งซ้าย
Lead of machine = อตั ราทดหัวแบง่ x ระยะพติ ซ์ Lead Screw เครื่องกดั
= (40/1) x 5 มม. = 200 มม.
Lead of Work = π x Pd x cot <Helix
= 3.1416x61xcot17° = 627.82 มม.
ดงั น้นั
อัตราทดชุดเฟืองประกอ บ Zt = Lead of Machine]
Zg Lead of Work
อตั ราทดชุดเฟืองประกอบ = 200 = 0.319 ͌ 0.32
627.82
น่นั คอื ต้องใชเ้ ฟอื งขับ 32 ฟนั (Zt) และเฟืองตาม 100 ฟัน (Zg) ในการประกอบกบั ชดุ หวั แบ่ง ดังรูป
เฟอื งสะพานมี 1 ตวั (จาํ นวนค่ี จะทําใหม้ ุมฟันเฟืองเอียงซา้ ย
6.การเลอื ก Cutter กัดเฟอื งเฉยี ง
ดังนั้น เลือกใช้ Cutter DP 10 นมั เบอร์ 5 กัดเฟอื งระหวา่ ง 21-25 ฟนั
ใบความรู้ ครง้ั ที่ 8-10
ชื่อวิชา งานผลิตชิ้นส่วนดว้ ยเครื่องมอื กล 3 หน่วยที่ 4
ช่ือหน่วย งานกัดเฟอื งเฉยี ง จาํ นวนคาบ 36
จานแบ่งของหวั แบง่ แบบธรรมดา จานแบ่งทใี่ ชท้ ่วั ๆ ไป
มีอยู่ 2 แบบ
1.จานแบ่งแบบ Brown and Shape มจี าน 3 แผ่น
แผ่น 1 มจี ํานวนรู 15-16-17-18-19-20
แผน่ 2 มีจํานวนรู 21-23-27-29-31-33
แผน่ 3 มีจํานวนรู 37-39-41-43-47-49
1. จานแบง่ Cincinnati Standard Plate มจี านเดยี ว
แตม่ ี 2 ด้าน
ดา้ นท่ี 1 มีรดู งั นี้ 24-25-28-30-34-37-39-41-43
ด้านท่ี 2 มีรดู ังนี้ 46-47-51-53-54-57-58-59-62-66
ใบความรู้ คร้งั ท่ี 8-10
ชอ่ื วชิ า งานผลิตช้ินส่วนดว้ ยเคร่อื งมือกล 3 หน่วยที่ 4
ช่อื หน่วย งานกดั เฟอื งเฉยี ง จํานวนคาบ 36
ขั้นตอนการกดั เฟืองเฉียง
1.กลึงข้ึนรปู ชิน้ งานทต่ี อ้ งการกัดเฟอื งใหไ้ ด้ขนาดเส้นผา่ นศนู ยก์ ลางโตนอกตามขนาดที่คาํ นวณ
2.นําชิ้นงานกลึงขนึ้ รปู มาจับยึดบนเครื่องกัดโดยการยันศนู ยท์ ัง้ สองดา้ น หวั แบ่งและศูนย์ท้ายของ
เคร่ืองกดั จะตอ้ งมีการตรวจสอบให้ได้ศูนย์ ทง้ั ในแนวนอนและแนวระดบั ดว้ ย
3.นาํ ดอกกัดที่ใช้สําหรับกัดเฟืองจบั ยดึ บนแกนเพลาเคร่ืองกัด ดอกกัดที่ใชจ้ ะต้องทราบก่อนว่าเปน็ ระบบ
โมดุล หรือ ระบบ DP และตอ้ งเลอื กให้ถูกนัมเบอร์ด้วย
4.เอยี งโตะ๊ งานเคร่ืองกดั ใหไ้ ดอ้ งศาตาม มุม Helix ของเฟืองเฉียงทจี่ ะทาํ การตดั
ใบความรู้ ครง้ั ที่ 8-10
ชื่อวิชา งานผลิตชิน้ สว่ นดว้ ยเคร่ืองมือกล 3 หน่วยท่ี 4
ชื่อหนว่ ย งานกัดเฟอื งเฉียง จาํ นวนคาบ 36
5.ตดิ ต้ังชดุ เฟอื งประกอบตามท่คี ํานวณอัตราทดมาได้ ดังรปู โดยใหเ้ ฟืองสะพานหมนุ ฟรีไม่ผลตอ่ อตั ราทด
ระหวา่ งเฟอื งขบั (Zt) กบั เฟืองตาม (Zg)
6.เลื่อนตาํ แหน่งของดอกกดั ใหอ้ ยใู่ นตาํ แหน่งกงึ่ กลางชน้ิ งาน
7.ต้งั ความเร็วรอบให้เหมาะสม
8.เปดิ สวติ ซเ์ ครื่อง แลว้ คอ่ ย ๆ เลื่อนดอกกดั ให้ลงมาสัมผัสกระดาษท่วี างแนบสมั ผัสกับผวิ งานจนดอกกัด
เรม่ิ กัดกระดาษ
ใบความรู้ ครง้ั ท่ี 8-10
ช่อื วิชา งานผลิตชน้ิ ส่วนดว้ ยเครื่องมอื กล 3 หน่วยที่ 4
ชอ่ื หนว่ ย งานกัดเฟอื งเฉียง จาํ นวนคาบ 36
9.ตั้งสเกลในการป้อนกัดความลึกให้เปน็ ศนู ย์
10. เล่ือนดอกกัดออกใหพ้ ้นชน้ิ งานในแนวยาวของโตะ๊ งาน หา้ มเลื่อนออกในแนวขวางกบั ชน้ิ งานจาํ ทําให้
ดอกกดั กบั ชิ้นงานไม่อยใู่ นแนวศนู ย์กลางเดียวกัน
11.ปอ้ นความลึกทงั้ หมดตาทีค่ ํานวณได้
12.ป้อนชน้ิ งานผา่ นดอกกัด โดยการหมนุ เคล่อื นท่ีโตะ๊ งาน
13.ถอยดอกกดั มาตําแหน่งเร่มิ ต้นกดั
14.หมนุ หัวแบง่ ตามท่คี าํ นวณเพ่ือกดั ใหเ้ กิดฟนั ต่อไป
15. เรม่ิ ทําตงั้ แตข่ อ้ 12-15 จนครบจาํ นวนฟันที่ต้องการ
ใบความรู้ ครงั้ ที่ 8-10
ช่ือวชิ า งานผลิตช้นิ ส่วนด้วยเครือ่ งมอื กล 3 หนว่ ยที่ 4
ช่ือหนว่ ย งานกัดเฟอื งเฉยี ง จํานวนคาบ 36
ตอนท่ี 1 ขอ้ 1-7 ใหเ้ ลือกคาํ ตอบท่ถี กู ต้องท่ีสุด
1.จากรูปคือดอกกัดเฟอื งชนิดใด
ก. Hob Milling Cutter
ข. Gear Shape Cutter
ค. Rack Milling Cutter
ง. Involute spure Gear
2.จากรูปคือเฟอื งในข้อใด
ก.เฟืองหนอน
ข.เฟืองสะพาน
ค.เฟืองดอกจอก
ง.เฟืองกา้ งปลา
3.มีดกดั ขอ้ ใดทใ่ี ช้กัดงานผิวราบในพน้ื ท่กี วา้ ง ๆ
ก. มีดกัดข้าง
ข. มีดหนา้ เรียบ
ค. มีดกัดรอ่ งรปู
ง. มีดกัดเฟอื ง
4.ต้องการกัดเฟือง 80 ฟัน จงคาํ นวณการหมุนหัวแบง่ โดยใชจ้ านแบ่งที่มี 20 รู
ก. หมนุ คร้ังละ 5 รู บนหน้าจาน 20 รู
ข. หมนุ ครง้ั ละ 10 รู บนหน้าจาน 20 รู
ค. หมนุ ครั้งละ 15 รู บนหนา้ จาน 20 รู
ง. หมุนคร้ังละ 20 รู บนหนา้ จาน 20 รู
5.ดอกกัดแบบ Hob Milling Cutter สามารถกดั เฟืองชนิดใดได้
ก. เฟืองหนอน
ข.เฟอื งกา้ งปลา
ค.เฟืองเฉียง , เฟืองตรง
ง.เฟืองโค้ง
ใบความรู้ ครั้งท่ี 8-10
ชื่อวิชา งานผลิตชน้ิ สว่ นดว้ ยเครอื่ งมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 4
ชือ่ หนว่ ย งานกัดเฟืองเฉียง จาํ นวนคาบ 36
6. ข้อดขี ้อใดของหน้าทีก่ ารใชง้ านของเฟืองเฉียงที่ดีกวา่ เฟอื งตรง
ก. สง่ กาํ ลังดว้ ยความเรว็ รอบสงู ๆ
ข. ส่งกําลงั ด้วยความเร็วรอบต่ํา ๆ
ค. ส่งกําลังดว้ ยความเร็วปานกลาง
ง. สง่ กําลังดว้ ยความเร็วรอบสม่าํ เสมอ
7. เม่อื เปรยี บเทยี บการรับภาระ (Load) แล้ว สําหรบั เฟืองขนาดเดียวกนั เฟอื งเฉยี ง (Helical Gear) จะ
รับภาระ (Load) ได้มากกว่าเฟอื งในขอ้ ใด
ก.เฟอื งวงแหวน
ข.เฟืองกา้ งปลา
ค.เฟอื งตรง
ง.เฟอื งสะพาน
ตอนที่ 2 จงแสดงวิธีการคาํ นวณให้ถูกต้อง
1.ต้องการกดั เฟือง DP 20 จาํ นวน 48 ฟัน มุม Helix 19° เอียงซา้ ย จงคํานวณหาค่าท่ีใช้ในการกดั เฟือง
เฉียง
2.ตอ้ งการกัดเฟอื ง โมดลุ 2 มม.จํานวน 24 ฟัน มมุ Helix 18° เอียงขวา จงคํานวณหาค่าทีใ่ ช้ในการกัด
เฟอื งเฉียง
ใบงานท่ี 4.1
เรอื่ ง : งานกดั เฟืองเฉียง
ช่อื งาน : งานกดั เฟอื งเฉียง
วตั ถุประสงคก์ ารสอน : สามารถกัดเฟืองเฉยี งได้ถูกตอ้ ง
คาสัง่ : จงกดั เฟืองเฉยี ง DP14 จํานวน 21 ฟนั มมุ Helix 20 องศา เอยี งขวา
เครื่องมอื และอปุ กรณ์ 2.แว่นตานริ ภยั
1.เคร่ืองกดั แนวนอน 4.แมนเดรล
3.ฉากตาย
5.ค้อนหวั อะลมู ิเนียมหรือโลหะอ่อน 6.ชุดหัวแบ่ง และอปุ กรณ์ประจาํ เครอ่ื งตดั
7.ดอกกดั สําหรับกดั เฟือง DP14 No15 8.เวอร์เนยี รค์ าลิเปอร์
เฟอื งเฉยี งเอยี งขวา
1 blank Ø50x20 GG 1 20102-2103-4.1
หมายเลขแบบ
ชน้ิ ที่ ชื่อเรยี ก ขนาด วัสดุ จาํ นวน แผนกเคร่อื งมือกล
วทิ ยาลยั เทคนิคชลบรุ ี
มาตราส่วน 1 : 1 ชื่อ วันท่ี
หมายเลขแบบ
พิกดั ความเผื่ออิสระตาม ผเู้ ขยี น 20102-2103
ISO 2768 : ปานกลาง ผูต้ รวจ
สัญลกั ษณก์ ารมองภาพ ผู้อนมุ ัติ
E-Method ช่ืองาน
งานสวม พิกัด เฟืองเฉียง
ใบประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ าน หนา้ ท่ี
วิชา : งานผลิตชนิ้ ส่วนประกอบด้วยเครื่องมือกล 3 (รหัส 20102-2103) สองครงั้ ที่………น.เสรจ็
ช่ืองาน : งานกดั เฟืองเฉยี ง เวลา……….น.
จดุ จดุ ให้คะแนน พิกดั ทีก่ าํ หนด คะแนน ขนาดทวี่ ัดได้ คะแนนที่ได้
1 ความลึกของฟนั เฟือง ±0.2 10
2 ขนาดเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง OD ±0.2 10
3 การตั้งดอกกดั ใหไ้ ดศ้ นู ย์กลางงาน 10
และการปอ้ นความลกึ กดั ได้
4 ชนิ้ งานกัดถกู ต้องเรยี บร้อยตามแบบ ±0.2 10
5 ปฏิบัตงิ านไดต้ ามเวลาท่กี ําหนด 10
6 กจิ นสิ ยั ในการทํางาน (การแตง่ กาย 10
การตรงตอ่ เวลา และการทําความ
สะอาดหลงั เลิกทํางาน)
7 คํานวณการหมนุ แบ่งของหัวแบง่ ได้ 10
คะแนนรวม 70
เกณฑ์มาตรฐาน
1.พิกัด ± 0.2 = 10 คะแนน 2. พิกดั ± 0.3 = 5 คะแนน
3.พกิ ดั ± 0.4 = 3 คะแนน 4. ตดั คะแนน 1 คะแนนทกุ คร้งั ท่เี กินเวลา 5 นาที
5. คํานวณถกู ต้อง = 10 คะแนน ไม่ถกู ต้อง = 0 คะแนน
สรุปผลการปฏบิ ตั งิ าน (รอ้ ยละ)
เวลากาํ หนด……………………..นาที เวลาทํางานจริง…………….นาที
คะแนนที่ทาํ ได้……………………คะแนน จากคะแนนเตม็ …………….คะแนน
ผลการประเมนิ
1.คะแนน 80-100 ดีมาก
2.คะแนน 70-79 ดี
3.คะแนน 60-69 พอใช้
4.คะแนน 50-59 ผา่ นเกณฑ์ (ตอ้ งปรับปรุง)
5.คะแนน ต่าํ กว่า 50-59 ไมผ่ ่านเกณฑ์
การประเมนิ ผล (ก่อนเรียน, ขณะเรียน, หลังเรียน)
วิธีวัดผล
1.ตรวจสอบจากผลงานทีท่ ําส่ง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัติงานรายบุคคล
3.สงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4.การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรมคา่ นยิ มและลักษณะอันพึงประสงค์
เคร่ืองมือวัด
1.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิงานรายบุคคล (ดภู าคผนวก ข )
2.แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ (ดูภาคผนวก ค)
3.แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครแู ละนกั ศกึ ษารว่ มกนั ประเมนิ
(ดูภาคผนวก ง)
เกณฑป์ ระเมินผล
1.ผลงานทที่ าํ ส่งจะต้องมลี กั ษณะถกู ตอ้ งตามจุดประสงค์
2.เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤติกรรมกรปฏบิ ัติงานรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรงุ
3.เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุม่ คือ ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
4.แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนขึ้นอยูก่ บั การประเมนิ ตาม
สภาพจรงิ
บรรณานุกรม
ชะลอ การทวี เครื่องมือกลเบอื้ งตน้ สํานักพิมพเ์ อมพันธ์ พิมพค์ รง้ั ท่ี 1
กรุงเทพฯ 2546
บันทกึ หลงั การสอน
ผลการใช้แผนการสอน (ชว่ั โมงการสอบ , จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม , กจิ กรรมและสือ่ )
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………...
ผลการเรียนของนกั เรยี น (สนใจเน้อื หา , สื่อ , กิจกรรม , ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………...
ผลการสอนของครู (ครบจดุ ประสงค์ของหน่วยการสอนตามเวลาทีก่ าํ หนดในแผนการสอน)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..........
.............................................................................
แผนการสอน ครั้งที่ 7-8
ช่อื วชิ า งานผลิตช้นิ สว่ นดว้ ยเครื่องมอื กล 3 หนว่ ยที่ 5
ชอื่ หน่วย – ปฏิบตั งิ านไสรปู ทรงและงานไสร่อย สไปรย์ จาํ นวนคาบ 24
สาระสาคัญ
เคร่ืองไสเปน็ เคร่ืองจักรกลทีใ่ ช้ไสพ้ืนผิวงาน เพอ่ื ลดขนาดครั้งละมาก ๆ ซ่งึ สามารถไสงานได้ท้ังแนวราบ
แนวตง้ั หรือไสโค้ง เช่นงานไสผิวราบ งานไสผวิ ฉาก งานไสมุม งานไสรอ่ งลม่ิ งานไสร่องหางเหยีย่ ว
สาํ หรับเคร่ืองไสธรรมดาทัง้ แนวนอนและแนวต้งั จะมีลักษณะการทาํ งาน คอื มีดไสจะเคลื่อนที่กลับไป-
มา ในขณะที่งานจะจบั ยดึ ให้แนน่ และป้อนเข้าหามดี ไส หน่วยการเรียนรนู้ ี้จะเปน็ การฝกึ ปฏิบตั ิงานไสรอ่ งส
ไปลน์
จุดประสงค์การสอน
1. เข้าใจชนดิ และสว่ นประกอบของเคร่อื งไสแนวนอนได้
2. เขา้ ใจวธิ ปี รับเครอ่ื งไสเพือ่ ไสงานลักษณะต่าง ๆ ได้
3. เขา้ ใจวธิ ีการคํานวณความเร็วไสได้
4. ปฏบิ ตั งิ านไสรอ่ งสไปลน์ได้ถูกต้องและปลอดภัย
5. เขา้ ใจวิธกี ารวดั และตรวจสอบงานไสดว้ ยเคร่อื งมือวดั ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
6. ปฏิบตั ิงานไสรูปทรงและงานไสร่องสไปลน์
จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. บอกชนิดและสว่ นประกอบของเครอ่ื งไสแนวนอนได้
2. บอกวิธปี รบั เครือ่ งไสเพอ่ื ไสงานลกั ษณะต่าง ๆ ได้
3. บอกวิธีการคาํ นวณความเร็วไสได้
4. ปฏิบัตงิ านไสรอ่ งสไปลนไ์ ดถ้ ูกตอ้ งและปลอดภยั
5. บอกวธิ ีการวดั และตรวจสอบงานไสด้วยเคร่ืองมอื วัดไดอ้ ย่างถูกต้อง
6. ปฏิบตั ิงานไสรูปทรงและงานไสรอ่ งสไปลน์
คุณลักษณะที่ต้องการบรู ณาการ
1. ความตรงต่อเวลา
2. ความซอื่ สตั ย์
3. ความรับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ี
4. สามารถปฏิบัติงานไสรอ่ ง สไปลน์ สไปลนแ์ ละรปู ทรงได้
เน้ือหาสาระ
เน้อื หาเกยี่ วกบั ชนดิ และสว่ นประกอบของเครือ่ งไสแนวนอน วธิ ปี รบั เครื่องไสเพอื่ ไสงานลักษณะต่าง ๆ คํานวณ
ความเร็วไส ปฏิบตั ิงานไสร่อง สไปลนไ์ ดถ้ กู ต้องและปลอดภัย วดั และตรวจสอบงานไสดว้ ยเคร่อื งมอื วดั ไดอ้ ย่าง
ถูกต้อง
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรยี นหรอื กิจกรรมของนกั เรียน
1.นาํ เขา้ สบู่ ทเรยี นด้วยเนอ้ื หาสาระเกี่ยวกับชนดิ และ
สว่ นประกอบของเครอ่ื งไสแนวนอน วิธปี รบั เครื่องไสเพอ่ื ไสงาน
ลักษณะต่าง ๆ คํานวณความเร็วไส - รบั ฟงั
2.อธบิ ายเนอื้ หาเกี่ยวกบั วธิ ีปรับเครื่องไสเพอื่ ไสงานลกั ษณะตา่ ง -รบั ฟงั
ๆ คาํ นวณความเร็วไส การปฏบิ ัติงานไสร่องสไปลน์ได้ถูกตอ้ ง
และปลอดภัย วัดและตรวจสอบงานไสดว้ ยเครอ่ื งมือวดั ไดอ้ ย่าง
ถกู ต้อง
3.สาธิตวิธีการปฏบิ ตั งิ านไสรปู ทรงและงานไสร่องสไปลน์
4.ใหน้ ักศึกษาปฏิบตั งิ านไสรปู ทรงและงานไสร่องสไปลน์
-ดกู ารสาธติ
-ปฏิบตั งิ านไสรปู ทรงและงานไส
รอ่ งสไปลน์
ใบความรู้ ครั้งที่
ชือ่ วชิ า งานผลติ ชิน้ สว่ นประกอบดว้ ยเครอื่ งมอื กล3 หน่วยท่ี 6
ช่ือหนว่ ย งานไสร่องสไปลน์ จาํ นวนคาบ 24
เครอ่ื งไสและงานไส
งานไสเป็นการตัดเฉือนชิ้นงานเพอื่ ลดขนาดและคุณภาพผวิ ของช้ินงานตามตอ้ งการ ด้วยมดี ไสตัด
เฉือนเน้ือช้ินงานให้ขาดออกไปตามแนวไส
รปู ที่ 6.1 การไสชน้ิ งาน
6.1ชนดิ ของเคร่ืองไส
เคร่อื งไสโดยทวั่ ไปแบง่ ออกได้ดงั น้ี
6.1.1 เครือ่ งไสนอน
ป้อมมีดของเครอ่ื งไสนอนเลื่อนกลบั ไปมาในแนวราบและชน้ิ งานยดึ จับดว้ ยปากกาหรือสกรยู ึด
รปู ที่ 6.2 เครอ่ื งไสนอน
ใบความรู้ ครัง้ ท่ี
ชอื่ วิชา งานผลิตชิ้นสว่ นประกอบด้วยเครอื่ งมอื กล3 หน่วยท่ี 6
ช่ือหน่วย งานไสร่องสไปลน์ จํานวนคาบ 24
6.1.2เคร่ืองไสตง้ั
6.1.2 เครอ่ื งไสต้งั
ป้อมมดี ของเครื่องไสตั้งเลอ่ื นกลบั ไปมาในแนวดง่ิ และชนิ้ งานยึดจับด้วยปากกาหรอื สกรูยึด ประเภทงานไสทีไ่ ด้
จากการไสด้วยเคร่ืองไสแนวต้ังได้แก่ การไสร่องลิม่ บนเฟือง การไสเฟอื ง
รปู ที่ 6.3 เครื่องไสต้งั
6.1.3เครอ่ื งไส Planer
ปอ้ มมดี ของเครอื่ งไส Planer จะอยู่กับท่แี ต่โตะ๊ งานเลอ่ื นกลับไปมาในแนวราบและชนิ้ งานยึดจบั ด้วยปากกาหรอื
สกรยู ดึ ลักษณะเครื่องมีขนาดใหญ่ งานทผ่ี ลติ จากเครือ่ ง Planer จะเป็นงานทม่ี ีขนาดใหญ่
รปู ท่ี 6.4 เครื่องไส Planer
ใบความรู้ ครง้ั ท่ี
ชอ่ื วิชา งานผลติ ช้นิ ส่วนประกอบด้วยเครอื่ งมือกล3 หนว่ ยท่ี 6
ชื่อหน่วย งานไสรอ่ งสไปลน์ จาํ นวนคาบ 24
6.2 สว่ นประกอบต่าง ๆ ที่สาคญั ของเครือ่ งไสนอน
1.ฐานเครื่อง
2.ชดุ แคร่เลอ่ื น APRON
3.โครงเคร่ือง
4.เพลาปรับระยะหกั
5.คนั โยกบังคบั เปลีย่ นเฟือง
6.ชุดีดแคร่เลื่อน
7.ชดุ ปอ้ มมีด
รปู ท่ี 6.5 สว่ นประกอบตา่ ง ๆ ของเครอ่ื งไสนอน
ใบความรู้ คร้งั ท่ี
ช่ือวิชา งานผลิตชิน้ สว่ นประกอบด้วยเครือ่ งมือกล3 หนว่ ยท่ี 6
ช่อื หนว่ ย งานไสร่องสไปลน์ จํานวนคาบ 24
6.3 หลกั การทางาน ของเครื่องไสนอน
6.3.1 กลไกภายในของเครือ่ งไสนอน
กลไกภายในของเครอ่ื งไสท่วั ๆ ไปมกี ารขบั เคลอื่ นด้วย Link ร่วมกับชุดเฟอื ง ทรี่ บั กําลงั ขบั จาก
มอเตอร์ สง่ ผ่านมาทเี่ ฟืองขับ (Pinion Drive Gear Box) และส่งผา่ นไปล้อเฟืองตัวใหญ่ (Bull Wheel) ซ่งึ จะ
ประกอบรว่ มกบั Rocker Arm) ส่งกําลังขบั ผ่านไปยัง Compensating Link ระดับ Ram ทําให้เคลอ่ื นท่ีไป-กลับ
ทําให้มีดไสซงึ่ อยูใ่ นปอ้ มมีดตัดเฉอื นช้ินงานออก
รูปที่ 6.6 กลไกภายในของเคร่ืองไสนอน
ใบความรู้ คร้ังที่
ชือ่ วิชา งานผลิตชิ้นสว่ นประกอบด้วยเครอื่ งมือกล3 หนว่ ยที่ 6
ชอ่ื หน่วย งานไสร่องสไปลน์ จาํ นวนคาบ 24
6.3.2 การเคลอ่ื นทีข่ อง Ram
จงั หวะเดนิ หน้า และจังหวะถอยกลบั ของ Ram จะเคลื่อนที่ไป-กลับ ในขณะท่ี Crank
Gear มีทศิ ทางการหมุนเปน็ วงกลม ถา่ ยทอดการหมนุ มายงั Crank Pin และ Rocker Arm ตามภาพ A จังหวะ
การเคลือ่ นที่ของ Ram มี 2 จงั หวะคือ จังหวะเดินหนา้ และจงั หวะถอยกลับ ในชว่ งจังหวะถอยกลบั น้จี ะมรี ะบบ
Quick Return อย่างง่าย ๆ ช่วยลดเวลาในการถอยกลบั ของ Ram และตําแหน่งนจ้ี ะอยู่ในมุมของ Rocker Arm
อย่ใู นจดุ ทีช่ ักกลับ เมือ่ Crank pin เคล่ือนทจี่ ากจุด A ผ่านจุด B ไปยงั จุด C (ดูภาพ B) Ram จะเคลือ่ นท่ี
เดินหน้าเท่ากับความยาวในช่วงชักทีต่ ั้งระยะไว้ เม่อื เคลอื่ นท่ีจากจดุ C ผา่ นจุด D มายงั จดุ A Ram จะเคลื่อนท่ี
ถอยกลับมา ณ ตําแหนง่ เดิม จากรปู เห็นว่า ช่องโค้ง ABC ยาวกวา่ ชา่ งโค้ง CDA ดงั นั้นในจงั หวะชว่ งเดนิ หน้าจะ
ใชเ้ วลามากกว่าจงั หวะ ช่วงถอยกลับและเป็นการป้องกนั ไม่ใหม้ ดี ท่อื เร็วได้อกี ด้วย
รูปท่ี 6.7 จงั หวะเดินหนา้ และ จังหวะถอยกลบั ของเคร่ืองไสนอน
ใบความรู้ ครั้งที่
ชื่อวิชา งานผลิตชิ้นส่วนประกอบดว้ ยเครอื่ งมือกล3 หน่วยท่ี 6
ชือ่ หนว่ ย งานไสรอ่ งสไปลน์ จาํ นวนคาบ 24
6.3.3 วธิ ีตั้งและปรับความยาวชว่ งชกั
เปลีย่ นความยาวของระยะชักให้อยใู่ นตําแหนง่ ที่ต้องการ ตําแหน่ง Crank pin ใน Crank Gear
จะตอ้ งเลอ่ื นออกจากศูนย์กลางซ่ึงเป็นจุดท่รี ะยะชักมีค่าเปน็ ศนู ย์กลาง ซง่ึ เปน็ จุดท่รี ะยะชักมีค่าเป็นศูนย์ไปยงั เสน้
รอบวง จะเปน็ จดุ ทม่ี ีความยาวของระยะชกั มคี ่าความยาวมากทสี่ ดุ การปรบั แตง่ ความยาวของชว่ งชักนอ้ี าศยั
หลกั การของระยะการหนีศูนย์ปรบั ตวั ด้วยเกลยี ว โดยการหมุนปรับดว้ ยมอื ผา่ น Bevel Gear ซง่ึ ปลายเพลาเป็น
รปู สีเ่ หลี่ยมผนื ผ้าเพอื่ เอาไว้ใส่ประแจหมุน
Crank pin จะมี Sliding Block จะมี Sliding Block ประกอบอยูต่ วั Sliding Block จะยดึ แนน่ กบั
Dovetail Block ดว้ ยตัว Dovetail Block น้ีจะมแี กนเกลยี วสวยอยู่และหมุนอยกู่ ับท่ีได้ ดงั น้ันเม่อื หมุน
สลกั เกลยี วก็จะเป็นตวั ทาํ ให้ Dovetail Block เคลื่อนท่ี และเปลีย่ นตาํ แหน่งของ Crank pin บน Crank Gear
ทําให้ความยาวช่วงชกั เปล่ียนไป
รูปท่ี 6.8 การปรบั ความยาวช่วงชัก
ใบความรู้ ครงั้ ที่
ช่อื วิชา งานผลติ ช้ินสว่ นประกอบด้วยเคร่อื งมอื กล3 หนว่ ยท่ี 6
ชอื่ หน่วย งานไสร่องสไปลน์ จาํ นวนคาบ 24
6.3.4 ระบบการป้อน
ระบบการป้อนของเครอ่ื งไส การป้อนไสจะเคลอ่ื นทด่ี ว้ ยระบบ Feed Screw การหมุนปอ้ น
อตั โนมัติกระทาํ ได้โดยการหมุน Feed Screw ซ่งึ กระทําในจงั หวะชักกลบั หรือ ถอยกลับของมีดไส การปอ้ นจะ
เกดิ ข้นึ โดยการใช้ Pawl และ Ratchet Wheel ประกอบเข้ากบั ปลายข้างหนง่ึ ของ Feed Screw (ดังภาพ) ใน
เครอื่ งไสสมัยใหม่ จะมี Feed Box ใน Feed Box ภายในมอี ปุ กรณ์เช่นเดียวกนั นี้ประกอบอย่ดู ว้ ยหลกั การ
เดียวกนั ในจงั หวะทศิ ทางการถอยกลบั Pawl จะยกขน้ึ ดว้ ยกาํ ลังของสปรงิ ทาํ ให้ไม่มกี ารป้อน เม่ือถึงจังหวะ
เดนิ หนา้ ตัว Pawl จะติดกบั Ratchet Wheel ทาํ ให้ Ratchet Wheel หมนุ ไปหนงึ่ ฟนั หรือสองฟนั หรือ
มากกว่า ซ่ึงขึ้นอยู่กบั ระยะ Crank ไว้หนีศูนย์ไปมากนอ้ ยเทา่ ใด และจะเปน็ จํานวนอัตราการป้อนดว้ ย การปอ้ น
นจ้ี ะกระทาํ แตล่ ะครง้ั ของชว่ งชกั
รูปที่ 6.9 ระบบการป้องของเคร่ืองไส
ใบความรู้ ครงั้ ที่
ช่อื วิชา งานผลิตชิน้ สว่ นประกอบดว้ ยเครอ่ื งมือกล3 หน่วยท่ี 6
ชอ่ื หนว่ ย งานไสรอ่ งสไปลน์ จาํ นวนคาบ 24
6.4 อตั ราป้อนและการคํานวณคู่จังหวะชกั งานไส
6.4.1 อัตราป้อนไสและความเร็วตัด
ตาราง ความเร็วตดั และอตั ราปอ้ นไส
ชนดิ ของ วสั ดุมีด วสั ดุชิ้นงาน อตั รา
การใส เหลก็ เหลก็ เหลก็ เหล็กหลอ่ ทองแดง โลหะเบา ปอ้ นตอ่ คู่
เหนียว เหนยี ว หล่อ แข็ง ผสม จงั หวะ
St 40 St 60 ชัก (มม.)
ไสหยาบ เหล็กรอบ 15..20 12..16 12..16 12..14 20..25 35..40 0,2….4
สงู
โลหะแข็ง 60..80 40..60 30..40 15..25 72..95 90.120 0,2….4
ไสละเอียด เหลก็ รอบ 20..25 16..20 14..22 16..18 30..40 50..60 0,2…0,5
สูง
โลหะแข็ง 72.100 50..75 40.60 25..40 90..120 110.150 0,2…0,5
n = Vm x 1000 คจู่ งั หวะชกั /นาที
2x L
รปู ที่ 6.10 คู่จังหวะชักงานไส
ใบความรู้ ครง้ั ที่
ชอ่ื วชิ า งานผลติ ช้นิ ส่วนประกอบด้วยเครื่องมือกล3 หน่วยท่ี 6
ชอ่ื หนว่ ย งานไสร่องสไปลน์ จํานวนคาบ 24
n = Vm x 1000 คู่จังหวะชัก/นาที
2x L
L = ความยาวชอ่ งชกั (มม.)
La = ระยะเผ่ือหน้ามีด 20 มม.
Lu = ระยะเผ่อื หลงั มดี 10 มม.
N = คจู่ งั หวะชักงานไส (คูจ่ งั หวะชัก/นาที)
Vm = ความเรว็ ตัดเฉลย่ี (เมตร/นาที)
ใบความรู้ ครง้ั ที่
ช่ือวชิ า งานผลิตช้ินสว่ นประกอบดว้ ยเคร่ืองมือกล3 หน่วยที่ 6
ช่อื หน่วย งานไสรอ่ งสไปลน์ จํานวนคาบ 24
1.4 ความปลอดภัยและการบํารุงรกั ษาเครื่องไส
1.4.1 ความปลอดภัยในงานไส
1.ไมจ่ ับยดึ เครอื่ งมือ และอุปกรณใ์ นขณะท่เี ครื่องจักรกําลังทํางาน
2.ปดั เศษโลหะออกดว้ ยแปรง หลังจากเคร่อื งหยดุ นง่ิ
3.เมอื่ เครื่องจักรกาํ ลงั ทาํ งานห้ามออกจากบรเิ วณทป่ี ฏบิ ัตงิ าน
4.ใชเ้ ครอื่ งมืออย่างถูกต้อง
5.เมื่อเคร่ืองจกั รชํารดุ หรือเกดิ อุบตั เิ หตุตอ้ งรายงานใหผ้ ู้ควบคุมทราบทันที
6.ตอ้ งระมดั ระวังในการจบั ยึดเครอ่ื งมอื มคี มและไมใ่ ช้เครื่องมอื ทแี่ ตกรา้ ว
7.หยุดเครื่องกอ่ นเปลี่ยนความเรว็ ในการไส
8.ปรบั ตําแหน่งของกลไกป้อนอตั โนมตั ิก่อนปดิ สวิตซ์
9.ห้ามหยุดมดี ก่อนจะชักกลบั สุดยกเว้นเกดิ เหตุสดุ วิสยั
10.ต้องแนใ่ จก่อนวา่ ชน้ิ งานถกู จับยดึ อยา่ งถกู ตอ้ งยดึ แน่นปลอดภยั และกลไกป้อนอย่ใู น
ตําแหน่งปกติ
6.5.2 การบาํ รงุ รกั ษาเคร่ืองไส
1.ทาํ ความสะอาดเคร่อื งจกั รทุกครัง้ หลังจากการปฏิบตั ิงาน
2.หยอดนํา้ มนั หลอ่ ลน่ื ตามจุดต่าง ๆ ทกุ ครง้ั กอ่ นการทาํ งาน
3.ตรวจระดับนํา้ มนั ในห้องเกียร์อย่เู สมอ
4.ใช้น้ํามนั หล่อลื่นใหต้ รงตามทบ่ี ริษัทผ้ผู ลิตกําหนดมา
5.บนั ทึกการหลอ่ ลืน่ ประจาํ วนั ประจาํ สปั ดาห์ ประจําเดอื น ตามจุดท่บี ริษทั ผผู้ ลิตกาํ หนด
โดยเคร่งครัด
ใบความรู้ ครงั้ ที่
ชอ่ื วชิ า งานผลิตชิน้ สว่ นประกอบดว้ ยเครอ่ื งมอื กล3 หน่วยที่ 6
ชอื่ หนว่ ย งานไสร่องสไปลน์ จาํ นวนคาบ 24
ข้นั ตอนการไสร่องสไปลน์
1.ตรวจสอบเครื่องไสให้เรียบร้อย
2.ถอดปากกาจับงานบนโตะ๊ เครอื่ งไสออก
3.ติดต้งั หัวแบง่ และกันสะท้านบนโต๊ะเคร่อื งไส
4.ตดิ ตง้ั มดี ไสและตั้งศนู ย์มดี ไสใหไ้ ด้กบั ศนู ย์งาน
5.ไสรอ่ งสไปลนร์ อ่ งที่ 1 และปอ้ นความลึกคร้ังละ 0.25 mm. จนไดค้ วามลกึ 2 mm. แลว้ หมุนแบง่ ที่
จานแบง่
6.ไสรอ่ งสไปลนร์ อ่ งท่ี 2 และร่องต่อ ๆ ไปจนครบ 35 ฟัน