ใบงานท่ี 5.1
เร่ือง งานไสรอ่ งสไปลน์
วัตถปุ ระสงค์
1.สามารถใชอ้ ุปกรณ์พิเศษจบั ยึดชิน้ งานเพอ่ื ไสร่องสไปลนไ์ ด้
2.สามารถไสรอ่ งสไปลน์ได้
1 เพลา 25.4x112 SS400 D-01 1 1:1
ชิ้นท่ี ชอ่ื ชน้ิ งาน ขนาดวสั ดุ วสั ดุ หมายเลขแบบ จาํ นวน มาตราสว่ น
งานที่มอบหมายหรอื กิจกรรม(ก่อนเรยี น, ขณะเรียน, หลงั เรยี น)
ก่อนเรียน
- ไมม่ ี
ขณะเรียน
- ไมม่ ี
หลังเรียน
-ปฏบิ ตั ิงานไสรปู ทรงและร่องสไปลน์
สื่อการเรียนการสอน ( สอ่ื สงิ่ พิมพ์ , สื่อโสตทศั น(์ ถา้ ม)ี , หุ่นจําลองหรือของจริง (ถ้าม)ี ,
- หนังสอื เรยี น วิชา งานเครื่องมอื กล 2 ศูนยส์ ง่ เสรมิ วชิ าการ
-ใบความรู้
-ใบงาน
การประเมนิ ผล (ก่อนเรียน, ขณะเรยี น, หลงั เรยี น )
วิธีวัดผล
1.ตรวจสอบจากผลงานท่ีทําส่ง
2.สงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัตงิ านรายบุคคล
3.สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุม่
4.การสงั เกตและประเมินผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรมค่านิยมและลักษณะอันพงึ ประสงค์
เครือ่ งมือวดั
1.แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิงานรายบคุ คล (ดูภาคผนวก ข )
2.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (ดภู าคผนวก ค )
3.แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและนกั ศกึ ษารว่ มกนั
ประเมนิ (ดภู าคผนวก ง)
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1.ผลงานท่ีทําสง่ จะตอ้ งมลี ักษณะถกู ต้องตามจุดประสงค์
2.เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัติงานรายบคุ คล ต้องไมม่ ชี ่องปรับปรงุ
3.เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50%ขึน้ ไป)
4.แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยูก่ ับการประเมิน
ตามสภาพจรงิ
บรรณานุกรม
ชะลอ การทวี เครื่องมือกลเบอ้ื งต้น สาํ นักพิมพเ์ อมพนั ธ์ พิมพ์ครงั้ ที่ 1
กรงุ เทพ ฯ 2546
บนั ทึกหลงั การสอน
ผลการใชแ้ ผนการสอน (ชั่วโมงการสอบ , จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม , กิจกรรมและสื่อ)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………...
ผลการเรียนของนกั เรยี น (สนใจเน้ือหา , สอื่ , กิจกรรม , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ผลการสอนของครู (ครบจุดประสงคข์ องหน่วยการสอนตามเวลาทกี่ าํ หนดในแผนการสอน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………….......................................................................................................
...............................................................................................
แผนการสอน คร้ังที่ 9 และ 11
ชือ่ วิชา งานผลิตชน้ิ สว่ นประกอบดว้ ยเครือ่ งมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 6
ชือ่ หนว่ ย – ปฏิบตั ิงานเจียระไนรใู นและเจยี ระไนเรียว จาํ นวนคาบ 24
สาระสาํ คญั
เครื่องเจียระไนรใู น ใชส้ ําหรับเจียระไนผิวรูในทั้งทรงกระบอก ทรงเรียว หรอื รปู ทรงอ่ืน ๆ ให้ผวิ รเู รียบ
และไดข้ นาดท่เี ที่ยงตรง ซงึ่ แบ่งได้เป็นชนิดธรรมดาท่งี านหมนุ ชนิดเจยี ระไนรูในไร้ศนู ย์
จดุ ประสงคก์ ารสอน
1.เข้าใจวิธกี ารเลือกใช้ล้อหนิ เจียระไน
2.เข้าใจวิธีการจับยดึ ล้อหนิ เจียระไน
3.เข้าใจวธิ แี ละลกั ษณะของการจบั ยดึ ชิ้นงาน
4.เข้าใจวิธีการเลอื กทศิ ทางการเดนิ ป้อม
5.เขา้ ใจวธิ ีการบาํ รุงรักษาเคร่ืองเจียระไน
6.ปฏิบตั งิ านเจยี ระไนรใู นและเจียระไนเอียง
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1.บอกวธิ กี ารเลอื กใชล้ อ้ หนิ เจียระไน
2.บอกวธิ กี ารจบั ยึดล้อหนิ เจยี ระไน
3.บอกวธิ แี ละลักษณะของการจบั ยึดชิน้ งาน
4.บอกวธิ ีการเลอื กทศิ ทางการเดนิ ปอ้ ม
5.บอกวิธีการบํารงุ รักษาเครือ่ งเจยี ระไน
6.ปฏบิ ตั ิงานเจียระไนรใู นและเจียระไนเอยี ง
คณุ ลักษณะทต่ี อ้ งการบูรณาการ
1.ความตรงต่อเวลา
2.ความซือ่ สตั ย์
3.ความรบั ผิดชอบตอ่ หน้าท่ี
4.สามารถปฏบิ ัตงิ านเจียระไนรูในและเจยี ระไนเอยี งได้
เน้ือหาสาระ
เนอ้ื หาความร้เู กยี่ วกับการเลือกใชล้ ้อหนิ เจียระไน จบั ยึดลอ้ หนิ เจียระไน จบั ยึดชนิ้ งาน เลอื กทศิ ทางการเดิน
ปอ้ น บํารงุ รักษาเคร่อื งเจียระไน
กจิ กรรมการเรยี นการสอน
ขั้นตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ขัน้ ตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนกั เรยี น
1.นําเขา้ ส่บู ทเรยี นด้วยเนอ้ื หาสาระเกยี่ วกับชนดิ และ -รบั ฟงั
ลกั ษณะการทํางานของเครื่องไสแตล่ ะชนิด
วธิ ีการใชง้ านของเครื่องไสรูไน
2.อธิบายเนื้อหาเกีย่ วกบั การเลอื กใช้ลอ้ หินเจียระไน -รับฟัง
จบั ยดึ ลอ้ หินเจียระไน จบั ยดึ ชิน้ งาน เลอื กทศิ ทาง
การเดินป้อน บาํ รงุ รกั ษาเคร่ืองเจียระไน
3.สาธติ วธิ กี ารปฏบิ ัติงานเจียระไนรูในและเจยี ระไน -ดูการสาธิต
เอยี ง
4.ใหน้ ักศึกษาปฏบิ ตั ิงานเจียระไนรใู นและเจยี ระไน -ปฏิบัติงานเจยี ระไนในรใู นและเจียระไนเอียง
เอยี ง
รหสั วิชา 2102-213 ใบความรู้
หนว่ ยท่ี 6 งานผลติ ช้นิ ส่วนประกอบด้วยเคร่ืองมอื กล3
ชอ่ื หน่วย งานเจียระไน จาํ นวนคาบ 2
เครื่องเจียระไน (Grinding machine) เปน็ เครื่องจักรกลท่ีใช้ ปาดผวิ โลหะ ซง่ึ เป็นขัน้ ตอนสุดท้ายของ
ชิน้ งานสําเรจ็ กอ่ นทจ่ี ะนาํ ไปใชง้ าน หรอื ประกอบชน้ิ สว่ นตา่ ง ๆ ของเครือ่ งกลงึ ซึง่ จะได้
ผิวชิ้นงานท่ีละเอียดและเทียงตรงใชไ้ ด้กบั งานท้งั ผิวราบ งานเจียระไนราบ งานเจียระไนกลม
ทรงกระบอก รคู ว้าน และลบั คมตดั ของเครื่องมือต่าง ๆ
เคร่ืองขัด (Abrasive machine) เปน็ เครอื่ งจักรกลชนิดหนึ่งทใ่ี ช้ลอ้ ขัด ขัดผิวช้ินงานทไ่ี ดจ้ าก การทบุ การ
หล่อ หรอื ผวิ ดิบ เพ่อื ให้ผวิ ชน้ิ งานเรยี บขึ้นและมขี นาดใกลเ้ คยี งกบั ขนาดทีต่ อ้ งการ
7.1 ชนดิ ของเคร่ืองเจียระไน
7.1.1 เครอื่ งเจียระไนราบ (Surface grinder) เปน็ เครอื่ งจักรกลท่ีใช้สําหรับเจียระไนผวิ งานใหร้ าบเรยี บ
และไดข้ นาด เครอ่ื งเจียระไนราบสามารถแบ่งตามลักษณะการหมุนของล้อหิน และการเคล่ือนทขี่ องงานได้ดังน้ี
1) เครอื่ งเจียระไนราบชนดิ โตะ๊ งานเคลอ่ื นทีไ่ ป-มา (Reciprocating grinder) เปน็ เคร่อื ง
เจียระไนราบที่มีเพลาจบั ลอ้ หนิ ทัง้ ในแนวนอนและแนวดิ่ง ชนิ้ งานจะถูกจับยึดติดทโี่ ต๊ะงานด้วยแม่เหลก็ การ
เจยี ระไนถ้าเป็นแบบเหลาจับลอ้ หินในแนวนอนพนื้ ทีก่ ารเจียระไนจะไดน้ ้อยกว่าแบบเพลา จบั ล้อหินในแนวตงั้
รปู ที่ 7.1 ลักษณะการเจยี ระไนราบชนิดโต๊ะงานเคลอ่ื นทไี่ ป-มา
รหสั วิชา 2102-213 ใบความรู้
หน่วยท่ี 6 งานผลิตชิน้ สว่ นประกอบดว้ ยเครือ่ งมอื กล3
ชอื่ หน่วย งานเจียระไน จาํ นวนคาบ 2
รูปท่ี 7.2 เครอื่ งเจยี ระไนราบชนดิ โตะ๊ งานเคลือ่ นที่ไป-มา
2.เครื่องเจยี ระไนราบชนิดโตะ๊ หมุน (Rotaring table) เปน็ เครอ่ื งเจียระไนราบที่ขณะทํางานอยู่โต๊ะงานจะหมนุ
ตลอดเวลา โตะ๊ งานมีลักษณะกลมและเหลาจบั ลอ้ หินก็จะมที ้งั แบบแนวนอนและแนวตง้ั
เหมาะสาํ หรับชิ้นงานท่มี ีพ้นื ทใ่ี หญ่ เพราะประหยดั เวลาในการทํางาน
รูปที่ 7.3 ลกั ษณะการเจยี ระไนราบชนดิ โต๊ะหมุน
รหสั วชิ า 2102-213 ใบความรู้
หน่วยท่ี 6 งานผลิตช้นิ ส่วนประกอบดว้ ยเครือ่ งมือกล3
ชอ่ื หนว่ ย งานเจียระไน จํานวนคาบ 2
7.12 เคร่อื งเจยี ระไนทรงกระบอก (Cylindrical grinder) เปน็ เครื่องจักรกลชนดิ หนึง่ ท่ีใช้สําหรบั เจียระไนผวิ
นอกชนิ้ งานทรงกระบอก การทาํ งานล้อหินเจยี ระไนกบั ช้ินงานจะหมนุ แตส่ วนทางกนั สามารถแบ่งออกได้ 2
ชนิด คอื
1) เครื่องเจยี ระไนทรงกระบอกชนิดยันศนู ย์ระหวา่ งงาน (Plain cylindrical grinder) จึงเจยี ระไนแบบนี้
ชน้ิ งานจะถูกจบั ยดึ ด้วยหวั จับหรอื ยนั ศนู ยห์ ัวและยันศนู ย์ทา้ ย ทาํ ใหก้ ารเจียระไนไม่สามารถทาํ ไดต้ ลอดความ
ยาวของชน้ิ งาน
2) เครอื่ งเจยี ระไนทรงกระบอกชนิดไร้ศูนย์ (Centerless grinder) เครอ่ื งเจยี ระไนแบบชิ้นงานจะถกู ประคอง
ดว้ ยแผ่นรองรับชน้ิ งานลอ้ หินประคองและล้อหินเจยี ระไน ในขณะที่ทําการเจยี ระไนชน้ิ งานกจ็ ะหมนุ ตามและ
เคลือ่ นทไี่ ปดว้ ย ทาํ ใหก้ ารเจยี ระไนชน้ิ งาน ได้ตลอดความยาวของงาน
รหัสวิชา 2102-213 ใบความรู้
หนว่ ยท่ี 6 งานผลติ ชนิ้ สว่ นประกอบดว้ ยเครอื่ งมือกล3
ชอ่ื หน่วย งานเจยี ระไน จํานวนคาบ 2
รปู ท่ี 7.6 เครือเจยี ระไนทรงกระบอกไร้ศูนย์
7.13 เครื่องเจียระไนผิวรูใน (Internal grinders) เปน็ เคร่อื งเจียระไนก็ใช้สําหรบั เจยี ระไนท่ีใช้สาํ หรบั
เจียระไนผวิ รู ทเี่ ป็นลกั ษณะรปู ทรงกระบอก หรอื รเู รียว เครื่องเจียระไนแบบนีม้ ีอยู่ดว้ ยกันหลายชนดิ คอื
1) การเจยี ระไนผวิ รูในธรรมดา ลกั ษณะของการทํางาน คือ ล้อหนิ เจียระไนหมุนและชนิ้ งานหมนุ สวนทาง
กนั พรอ้ มกบั ล้อเจียระไนเคลือ่ นท่ีเข้า-ออก ภายในรูจนได้ขนาดตามท่ตี อ้ งการ
รูปที่ 7.7 การเจยี ระไนในผวิ รปู ในธรรมดา
ใบความรู้
รหัสวชิ า 2102-213 งานผลติ ชน้ิ สว่ นประกอบด้วยเคร่อื งมอื กล3
หนว่ ยท่ี 6 ช่ือหนว่ ย งานเจยี ระไน จาํ นวนคาบ 2
2) การเจยี ระไนผิวรใู นแบบเหว่ียง มลี ักษณะการทํางานดังน้ี ล้อหนิ เจยี ระไนหมนุ พร้อมกับเคลื่อนที่
เข้า-ออก ตลอดความยาวของรู แต่ ในขณะเดยี วกันชน้ิ งานก็จะเคล่อื นที่เข้า-ออก ซึ่งเปน็ การเจียระไนผิวที่
เพลาจบั ลอ้ หินจะต้องหมนุ เหวยี่ งตามขนาดรทู ่ีตอ้ งการเจยี ระไน
3) การเจยี ระไนรใู นไร้ศนู ย์ มลี กั ษณะการทาํ งานดงั น้เี ปน็ การเจยี ระไนผิวรูในทะลุตลอดโดยที่ใชล้ กู กล้ิง
3 ลกู ช่วยในการประคองช้ินงานขณะทําการเจยี ระไน ในผิวรใู น คอื ลกู กลิง้ ประคอง ลูกกลง้ิ กด และ ลูกกล้งิ
บงั คบั ให้หมนุ ข้อดีของการเจยี ระไนแบบน้ี คอื ไม่ต้องมีตวั จบั ยึดชนิ้ งาน
รปู ที่ 7.9 การเจียระไนรูในไร้ศูนย์
7.1.4 เคร่อื งเจียระไนอเนกประสงค์ (All purpose grinder) เป็นเคร่ืองจักรกลทีใ่ ช้สําหรับลบั ชิ้นงานขนาด
เลก็ ทั่วไป เช่น ลบั ดอกสวา่ น มีดกลงึ มดี ไส และช้ินงานขนาดเลก็ ๆ ท่ัวไป เป็นต้น สําหรับล้อหินเจียระไนขา้ ง
หนง่ึ จะเป็นลอ้ หินหยาบอีกข้างจะเป็นลอ้ หนิ ละเอียด
รหัสวชิ า 2102-213 ใบความรู้
หน่วยท่ี 6 งานผลิตชน้ิ ส่วนประกอบดว้ ยเครอ่ื งมอื กล3
ชื่อหนว่ ย งานเจียระไน จาํ นวนคาบ 2
รปู ท่ี 7.10 เครอ่ื งเจยี ระไนอเนกประสงค์
7.1.5 เครื่องเจียระไนลับเคร่ืองตดั และมีดตดั (Tool and cutter grinder) เปน็ เครื่องจกั รกลชนดิ หน่งึ ที่ใช้
สําหรับลับเครื่องมือต่าง ๆ เช่น ดอกสว่าน ดอกเอ็นมิล ดอกรมี เมอร์ มดี กลงึ มดี ไส เปน็ ต้น ในการลับ
เครือ่ งมือตา่ ง ๆ จําเป็นจะตอ้ งเลือกชนิดของลอ้ หินเจยี ระไนให้ถกู ตอ้ งและเหมาะสมกับวสั ดุท่ใี ชท้ าํ เคร่อื งมอื
ตัด
รหสั วชิ า 2102-213 ใบความรู้
หน่วยท่ี 6 งานผลิตช้นิ สว่ นประกอบดว้ ยเครอ่ื งมือกล3
ชอ่ื หน่วย งานเจียระไน จาํ นวนคาบ 2
1.เคร่ืองเจยี ระไนลบั เคร่อื งมอื 2.การลับมดี ตดั
รูปที่ 7.11 เครื่องเจยี ระไนลบั เครือ่ งมอื
ที่มาประเวศ กรรมวธิ ีการผลิต หน้า 94
7.2 การทําผิวงานละเอียด (Surface finishing)
เป็นขบวนการทาํ งานต่อเนือ่ งจากชิ้นงานท่ผี ่านการเจยี ระไนหรอื การกลึงละเอียดมาแล้ว ซึ่งชิ้นงานยังไม่
มีความละเอยี ดและเรียนที่แท้จรงิ ช้นิ งานกจ็ ะมาทาํ ในข้ันตอนนจ้ี ะเผื่อขนาดไวเ้ พยี ง 0.03-0.05 มม. และมี
วธิ กี ารทาํ ผวิ ละเอียดดังนี้
1) วิธขี ัดผิวมันรูใน (Honing) โดยการใช้วัสดขุ ัด เชน่ อลมู ิเนยี มออกไซด์ ซิลิคอนคารไ์ บต์ ทอกลงบน
แท่งขัดผวิ (mandrel) แลว้ นําแท่งขดั ผวิ สอดใส่เข้าไปในรูทต่ี ้องการขดั ผวิ แลว้ แทง่ ขัดผิวหมุนชา้ ๆ
ออกแรงกดพอประมาณพรอ้ มกับเลื่อนขนึ้ – เล่อื นลงใหห้ ัวหนา้ งาน ขณะทาํ งานจําเปน็ จะตอ้ งหลอ่
เย็นด้วยนํ้ามันปโิ ตรเลียมหรอื น้ํามันแร่
2) วธิ ีแลพ (Lapping ) เป็นการขัดผิวงานโดยการใช้ผงขัดเขา้ ชว่ ย เชน่ ผงคอร์รนั ตมั ซลิ ิคอนคารไ์ บด์
อลูมิเนียมออกไซดเ์ หมาะสมกบั ชิน้ งานทม่ี ีความแขง็ นอ้ ยกวา่ เช่น เหล็ก ทองแดง ตะกวั่ หรอื ไม้
ถา้ เป็นชิ้นงานทีม่ ีความแข็งแรงมาก ผงขัดก็จะเป็นพวกผงคาร์ไบต์ หรอื ผงเพชร กรรมวิธี
แบบนสี้ ามารถทําได้ด้วยมือหรอื เครอ่ื งจกั รก็ได้
ใบความรู้ งานผลติ ชน้ิ สว่ นประกอบด้วยเคร่ืองมอื กล3
รหัสวิชา 2102-213 ชือ่ หน่วย งานเจียระไน จาํ นวนคาบ 2
หน่วยที่ 6
รปู ที่ 7.13 เครื่องแลทแบบโตะ๊ หมุน
3)วธิ ีซูปเปอรฟ์ นิ สิ (Super-finishing) เปน็ กรรมวธิ ีการขดั ผิวชิน้ งานทีล่ ะเอียด โดยการใชห้ ินขดั
กดลงบนชนิ้ งาน ซึ่งช้ินงานจะหมุนและเคลื่อนไป-มา มีอยู่ด้วยกัน 2 ลกั ษณะ คอื
1.การขดั งานทรงกระบอก หินขดั จะต้องมคี วามกว้างประมาณ 2 ใน 3 ของช้นิ งาน ในขณะ
ทํางานชิน้ งานจะหมนุ อยา่ งช้า ๆ ส่วนหินขดั จะสั่นเลก็ น้อยประมาณ 700-1,500 ครงั้ ต่อนาที พรอ้ ม
กบั แรงกดประมาณ 21-275 kPa และทําการหลอ่ ลื่นด้วยนา้ํ มนั ใส เพ่ือทาํ ให้ เศษผงขัดตา่ ง ๆ ไหล
ออกจากช้ินงาน
2. การขดั งานผิวราบ จะใช้ลอ้ หินขดั เป็นแบบรปู ถ้วยเวลาขัดช้นิ งานหมุนล้อหนิ หมนุ และกดกด
กนิ ช้ินงาน ซงึ่ ขณะทํางานลอ้ หนิ ก็จะสน่ั สะเทือนด้วยตลอดเวลา
1.วธิ ีทาํ ผวิ ละเอียดงานทรงกระบอก 2.วธิ ีทาํ ผิวละเอียดงานราบ
ใบความรู้ งานผลติ ชน้ิ ส่วนประกอบด้วยเครือ่ งมือกล3
รหัสวิชา 2102-213 ช่ือหน่วย งานเจยี ระไน จาํ นวนคาบ 2
หนว่ ยท่ี 6
3) เครอ่ื งขัดแบบสายพาน (Abrasive-belt machine) เป็นวธิ กี ารขดั ผิวชนิ้ งาน โดยการใช้สายพานขัด
หมุนขัดผิวชิ้นงานด้วยความเร็วตดั สูงประมาณ 75-1,800 เมตรต่อนาที ขณะทํางานโต๊ะทํางานจะ
ส่ันสะเทือนดว้ ย และสามารถขัดผวิ ช้นิ งานได้ประมาณ 0.4 มม. ชน้ิ งานทีน่ ํามาขดั ได้แก่ ชน้ิ งานทผี่ ่าน
การอัดรีดขน้ึ รูป การตีข้นึ รูป การหลอ่ ขัดผิวแลว้ เพอื่ นาํ ไปเตรียมงานในขน้ั ตอนต่อไป
รูปท่ี 7.15 เครอ่ื งขัดแบบสายพาน
ใบความรู้ งานผลิตชน้ิ ส่วนประกอบด้วยเครอ่ื งกล 3
รหสั วชิ า 20102-2103
หนว่ ยที่ 6 ช่ือหนว่ ยงานเจียระไน จํานวนคาบ 2
การขดั ผิวชน้ิ งานจากวิธีท่ีกลา่ วมาแล้วยงั มีอีกหลายวิธี เช่น การใช้แปลงลวดขัด (Wire
brushing) โดยการนําชนิ้ งานใสเ่ ขา้ ไปในถังแปรงลวดแล้วหมนุ ให้แปรงขัดผวิ งาน หรือการขัดผิวงานด้วยล้อ
ขอ้ (Polishing) โดยล้อขัดอาจจะเปน็ ขนสัตว์ หรอื ผ้า หรอื สายสะพานหนงั เวลาขัดก็จะทาด้วยสารขัดทที่ ํา
จากผงอลูมิเนียมออกไซด์ หรือ ซลิ ิคอนคารไ์ บด์ เป็นต้น
7.3 ล้อหนิ เจยี ระไน (Grinding wheel)
7.3.1 หินเจียระไน ใชส้ ําหรับเจยี ระไนผวิ ชิน้ งานใหเ้ รียบมสี ่วนประกอบดว้ ย วัสดุและโครงสรา้ งของ
หนิ เจียระไน ดังรายละเอียดตอ่ ไปน้ี
7.3.1.1 สารเชิงทราย (Abrasive) ทําหนา้ ท่ีเจียระไนหรอื ขดั ผิวชิ้นงาน เป็นวัสดทุ ี่มีความคมและแข็ง
จะมีด้วยกันหลายชนดิ
1) สารเชิงทรายธรรมชาติ (Natural abrasive) เชน่ คอรร์ นั ด้ม (Corundum)
เมด็ หนิ ควอตช์ (Solid quartz) ผงแร่ (emery) และเพชร (Diamond) เปน็ ตน้
2) สารเชิงทรายสงั เคราะห์ (Manufactured abrasive) ทําการผลิตข้ึนจากเตาไฟฟ้า ได้แก่
ซลิ ิคอนคาร์ไบค์ ผลติ ได้จาก ทรายซิลิกา ถ่านโค๊ก ขเ้ี ลื่อย และสารประกอบของกรดเกลอื อลูมิเนียม
ออกไซด์ผลติ ได้จากแร่ ดินเหนยี ว บอรอนคารไ์ บค์ (Boron carbide) เซอโคเนียมออกไซด์ (Zirconium
oxide) (แรธ่ าตุทีเ่ ป็นส่วนประกอบของพลอย)
งานผลิตล้อหินเจียระไนจากสารเชงิ ทรายธรรมชาติ
1. บดเมด็ หนิ ใหไ้ ดข้ นาดเล็กๆ โดยผ่านแผ่ กรองแล้วดูดผงออกจากเมด็ หิน
2. แยกฝนุ่ ผงส่ิงสกปรกออกจากเม็ดหิน
3. แยกขนาดของเม็ดหินดว้ ยตะแกรงเบอร์ต่างๆ
4. นําเมด็ หินผสมเขา้ กบั ตวั ประสานแล้วหล่อหรอื ตดั ไปเป็นรูปรา่ งเฉพาะทถี่ ูกต้อง
จากน้นั นําไปใหค้ วามร้อน
5. อัดปลอกและทําให้ไดข้ นาดจรงิ ทําการทดสอบ และตรวจสอบขั้นสุดทา้ ย สําหรับ
สารเชงิ ทรายสังเคราะห์ จะต้องเอาธาตุซ่ึงเป็นสว่ นผสมของสารเชิงทรายนําเข้าหลอน
ใบความรู้
รหัสวชิ า 2102-213 งานผลติ ช้ินส่วนประกอบดว้ ยเคร่อื งมอื กล3
หน่วยที่ 6 ช่ือหนว่ ย งานเจยี ระไน จํานวนคาบ 2
7.3.1.2 ตัวประสาน (Bonding) เป็นตวั สําหรับยดึ เมด็ หินต่างๆ ให้ตดิ แน่น และนาํ ไปข้นึ
รูปเปน็ ล้อหนิ เจียระไนในรปู แบบต่างๆ ตัวประสานท่นี ยิ มใช้ มีรายละเอยี ดดังนี้
1) ตวั ประสานซลิ เิ กต(Silicate bond) ไดม้ าจากสารประกอบโซเดยี มซลิ เิ กตผสมกับเชิงทรายแลว้ อัดขึ้น
รูป นําไปอบอุณหภมู ิ 260 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 1-3วัน ตัวประสานใช้ทาํ ลอ้ หนิ เจยี ระไน
ขนาดใหญ่ใช้สาํ หรับลับคมตัดตา่ งๆ เช่น มดี ตดั มีดกลงึ มีดไส ดอกสวา่ น เปน็ ตน้
2) ตัวประสานวติ ริไฟท์ (Vitrified bond) หรือเรยี กว่าตวั ประสานเซรามกิ ได้มาจากการนําแกว้ หรอื หนิ
เฟสปาร์ (feldspar) หรือหินแข็งอื่นๆ ผสมกับสารเชิงทรายแล้วอดั ข้นึ รปู นําไปเผาใช้ อณุ หภมู สิ งู จะได้ล้อหนิ เจยี ระไน
ท่ีมีเม็ดทรายใสเหมอื นแก้ว ซงึ่ เปน็ ตัวประสานท่ใี ช้มาก ถึง 27% มคี ุณสมบัตทิ นตอ่ น้าํ กรด นา้ํ มนั อณุ หภูมิที่
เปล่ยี นแปรงไดเ้ ป็นอยา่ งดี
3) ตัวประสานเซลเล็ก(Shellac bond) ไดม้ าจากพืชผสมกบั สารเชงิ ทรายแลว้ อดั ขึน้ รปู ใช้ความร้อนจาก
ไอนํ้าเขา้ ช่วย จะได้ลอ้ หินเจียระไนจากน้นั นําไปอบที่อณุ หภูมิ 150 องศาเซลเซียล
ในเวลาส้ันๆ ลอ้ หนิ เจยี ระไนได้จากวธิ ีแบบน้ีจะมขี นาดบาง มีความแขง็ แรงและยดื หยนุ่ ดี ใช้กับ
อณุ หภมู ิสงู ไมไ่ ดด้ ี นยิ มใชเ้ จียระไนงานลกู กลง้ิ หรอื ลกั ษณะงานท่ีตอ้ งการความมนั วาว
4) ตวั ประสานยาง (Rubber bond) ได้มาจากยางผสมกับกาํ มะถัน แล้วผสมกบั สารเชิ
ทรายแลว้ อดั ขน้ึ รูป ล้อหนิ เจียระไนท่ีไดจ้ ากวิธีนจี้ ะมีความบาง มคี วามปลอดภยั สูง จงึ สามารถใช้
ความเร็วรอบสูงได้ นยิ มใช้กบั ลักษณะงานตดั ทบี่ างหรอื หนากไ็ ด้ โดยขณะทํางานไม่ต้องหลอ่ เย็น
5)ตัวประสานเบเกอรไ์ ลท์ (Bakelite bond) หรอื เรยี กชอ่ื อกี อยา่ ง เรซนิ ไดม้ าจากยางสนหรือยางทไี่ ม่
ละลายนาํ มาผสมกับเทอรโ์ มเซท็ ตงิ แล้วนาํ มาผสมกบั สารเชงิ ทราย จากน้ันนําแล้วนาํ มาอดั ขึ้นรปู ล้อหินแล้วนําไปอบ
โดยใช้ระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 3-4 วนั ลอ้ หนิ เจยี ระไนทไ่ี ดจ้ ะมีคณุ
สมบัตมิ คี วามแขง็ แรง ใชไ้ ดใ้ นความเร็วรอบสูงประมาณ 2,895-5,000 เมตรต่อนาที ใชส้ ําหรบั งานเจียระไน ในทั่ว ๆ
ไป หรืองานเจียระไนผิวงานหล่อไดด้ ี
7.3.1.3 โพรงอากาศหรือรูพรุน (Grain spacing) คือ ความห่างระหวา่ งสารเชิงทราย เพือ่ ทําให้ล้อหิน
เจียระไน เจยี ระไนชนิ้ งานไดด้ ี และเศษโลหะไม่อดุ ตนั ชอ่ งว่างของหินดว้ ย ถา้ เป็นการเจียระไนชิน้ งานทม่ี ีความแขง็
ความหา่ งของสารเชิงทรายจะนอ้ ย แต่ถ้าเจยี ระไนชนิ้ งานออ่ นความหา่ งของสารเชิงทรายจะมาก
ใบความรู้
รหัสวชิ า 2102-213 งานผลติ ชิน้ สว่ นประกอบดว้ ยเครื่องมือกล3
หน่วยที่ 6 ชื่อหนว่ ย งานเจียระไน จาํ นวนคาบ 2
7.3.2 การเลือกใช้ลอ้ หนิ เจียระไน
7.3.2.1 ขนาดของเมด็ สารเชิงทราย สาํ หรับเบอร์หยาบเหมาะกบั ชน้ิ งานที่ความออ่ นและเหนียว
สําหรบั เบอร์ละเอียดเหมาะกบั ชน้ิ งานทมี่ ีความแข็งและเปราะ
7.3.2.2 สารเชิงทราย ถ้าเป็นซลิ คิ อนออกไซด์ เหมาะกบั วสั ดงุ านที่อ่อน-เปราะ เชน่ เหล็กหล่อเทา
อะลูมเิ นียม และถา้ เป็นอะลมู ิเนียม ออกไซดเ์ หมาะกบั วสั ดงุ านทแ่ี ขง็ และเหนยี ว เชน่ เหล็กกลา้ เหล็กหล่อ
เหนียว
7.3.2.3 เกรดความแข็งของลอ้ หิน สําหรบั ชิ้นงานเจียระไนอ่อนก็ใชล้ ้อหนิ เกรดแขง็ ถา้ ชน้ิ งานเจยี ระไน
แขง็ ก็ใชล้ ้อหินเกรดอ่อน โดยทว่ั ไปนิยมใช้ G H J K L และ M
7.3.2.4 โครงสร้างของลอ้ หนิ หรือรูพรนุ ถา้ เป็นงานเจยี ระไนหยาบกใ็ ชโ้ ครงสรา้ งแบบเปิด แต่ถ้าเป็นงาน
เจยี ระไนผิวสําเร็จก็ใชโ้ ครงสร้างแบบปดิ สว่ นมากเลิกใช้แบบ 5,6,7 และ 8
รูปที่ 7.17 รูปรา่ งของลอ้ หินเจยี ระไน
ใบความรู้ งานผลติ ช้ินส่วนประกอบด้วยเครื่องมือกล3
รหัสวิชา 2102-213 ชือ่ หนว่ ย งานเจยี ระไน จาํ นวนคาบ 2
หน่วยท่ี 6
รปู ท่ี 7.18 รูปหนา้ ของล้อหนิ เจยี ระไน
7.3.3 การเคลอื บสารเชิงทราย (Coated abrasive or sandpaper)
เป็นการเคลอื บสารเชิงทรายท่ีเปน็ ซิลคิ อนคารไ์ บต์ หรือ อลูมิเนยี มออกไซด์ ลงบนผา้ บนกระดาษ บนพลาสติก
หรือ บนวัสดุอน่ื ๆ สว่ นมากนยิ มใช้วธิ เี คลอื บแล้วนาํ ผงสารเชิงทรายไปเกาะผ้าทราย หรอื กระดาษทราย จะบอกความ
หยาบละเอยี ดเปน็ เบอร์ เบอร์นอ้ ย เช่น 12-16-20 จะเปน็ ประเภทหยาบ ถา้ เบอร์มากเชน่ 300-400-500 จะเปน็
ประเภทละเอียด
รหัสวิชา 2102-213 ใบความรู้
หนว่ ยท่ี 6 งานผลติ ช้นิ ส่วนประกอบด้วยเครอื่ งมอื กล3
ชื่อหน่วย งานเจียระไน จาํ นวนคาบ 2
รูปที่ 7.19 การเคลือบสารเชงิ ทรายด้วยไฟฟ้า
7.3.4 การกําหนดรหสั ลอ้ หนิ เจียระไน (Coated of grinding wheel) เพื่อเป็นการบอกคณุ สมบัติตา่ ง ๆ ของลอ้ หนิ
เจียระไน สาํ หรบั จะนาํ ไปใช้งานได้อยา่ งเหมาะสม เชน่ ตัวอย่าง 200x30x60 DIN 69120 C 24 M 7 V 30
200 : เสน้ ผ่านศนู ย์กลางนอก (มม.)
30 : ความหนา (มม.)
60 : เส้นผ่านศนู ยก์ ลางใน (มม.)
DIN69120 : มาตรฐานรปู ทรงของล้อหนิ เจยี ระไน
C : วสั ดุหนิ เจียระไน (ซลิ ิคอนคาร์ไบดเ์ หมาะกบั วสั ดุทอ่ี ่อนและเปราะ
24 : ความหยาบ, ละเอยี ดของเมด็ หนิ เจียระไน
M : ความแขง็ ของล้อหิน (ความแข็งปานกลาง)
7 : โครงสร้างของล้อหนิ
V : วัสดปุ ระสาน วิตรไิ ฟท์
30 : ความเร็วขอบท่อี นุญาต
ใบความรู้
รหัสวิชา 2102-213 งานผลติ ชนิ้ ส่วนประกอบด้วยเครอ่ื งมอื กล3
หนว่ ยท่ี 6 ช่อื หนว่ ย งานเจียระไน จํานวนคาบ 2
7.3.5 การทดสอบเนอื้ หาความสมดุลของล้อหนิ เจียระไน เพื่อประโยชนต์ ่อการใช้งานของล้อหนิ เจยี ระไน ถ้า
ลอ้ หนิ เจียระไนสมดุลเวลาใช้งานล้อหินจะน่งิ เงยี บ เจยี ระไนงานได้ละเอียดดี วิธแี สดงวา่ ล้อหนิ ไมส่ มดลุ จะหานา้ํ หนัก
มาถว่ งให้สมดุลแล้วทดสอบดูจนกวา่ ล้อหินจะอย่นู ง่ิ ไมเ่ คลอ่ื นท่ี
รปู ที่ 7.20 อุปกรณท์ ดสอบหาสมดลุ ของล้อหนิ
7.3.6 การแต่งขอบล้อหนิ เจยี ระไน การติดตงั้ ล้อหินเจยี ระไนครง้ั แรก หนา้ ลอ้ หนิ จะไมน่ งิ่ จะสา่ ยเล็กน้อย จงึ จาํ เปน็
จะตอ้ งแต่งหนา้ ล้อหินกอ่ นใช้ ต่อมาเม่ือใช้งาน ไปสกั ระยะหนึง่ เศษโลหะจะอดุ ช่องว่างของลอ้ หินทําใหก้ ารเจยี ระไนไม่
ตัดเฉือนและเกดิ ความร้อนมากขน้ึ จึงจําเปน็ ตอ้ งแต่งหนา้ ล้อหินใหม่
รูปที่ 7.21 การแตง่ ขอบลอ้ หนิ เจยี ระไน
รหสั วชิ า 2102-213 ใบความรู้
หน่วยท่ี 6 งานผลติ ช้นิ ส่วนประกอบด้วยเครอื่ งมอื กล3
ชือ่ หน่วย งานเจียระไน จาํ นวนคาบ 2
7.3.7 อุปกรณ์จับยดึ ช้ินงานเจยี ระไน การเจยี ระไนราบโดยสว่ นมากจะใช่แทน่ รองทใ่ี ชอ้ ํานาจแมเ่ หล็กในการจับ
ยดึ หรือ บางคร้งั ช้ินงาน อาจจะจับกับปากกาแล้วปากกาวางบนแท่นแมเ่ หล็กอีกทหี น่งึ
รปู ที่ 7.22 แท่นยึดด้วยแมเ่ หล็ก พรอ้ มปากกาจับแบบเที่ยงตรงส่ง
รูปท่ี 7.23 แสดงการจับช้นิ งานท่มี พี ืน้ ท่กี ารจบั ยึดน้อย จาํ เปน็ จะตอ้ งมีแทง่ ขนานมาวางประกอบเพื่อ
เสรมิ ไวร้ อบ ๆ ชนิ้ งานใหม้ นั่ คง
รหัสวิชา 2102-213 ใบความรู้
หนว่ ยที่ 6 งานผลติ ชน้ิ สว่ นประกอบด้วยเคร่ืองมือกล3
ชื่อหน่วย งานเจยี ระไน จํานวนคาบ 2
7.3.7 อุปกรณ์จับยึดช้นิ งานเจยี ระไน การเจียระไนราบโดยสว่ นมากจะใชแ่ ทน่ รองท่ใี ช้อาํ นาจแมเ่ หล็กในการจบั
ยดึ หรอื บางครั้งชิน้ งาน อาจจะจบั กบั ปากกาแลว้ ปากกาวางบนแทน่ แมเ่ หลก็ อกี ทีหนงึ่
รูปที่ 7.24 แสดงการจบั ยดึ ชิน้ งานขนาดเล็ก โดยใช้อปุ กรณ์จับยึดซีแคลม้ ป์
รปู ท่ี 7.25 การจับยดึ ชนิ้ งานที่ตอ้ งการเจยี ระไนเป็นมมุ ตา่ ง ๆ โดยใช้ปากกาช่วยในการจับยึด
รปู ท่ี 7.26 อปุ กรณจ์ ับยดึ ช้นิ งานกลม
งานท่ีมอบหมายหรือกิจกรรม (กอ่ นเรยี น , ขณะเรียน , หลงั เรียน)
กอ่ นเรียน
-ไม่มี
ขณะเรียน
-ไม่มี
หลงั เรยี น
-ใหน้ กั ศึกษาปฏบิ ัติงานเจียระไนรูในและเจียระไนเอยี ง
สอ่ื การเรยี นการสอน (สือ่ ส่งิ พมิ พ,์ สื่อโสตทศั น์ (ถา้ ม)ี , หนุ่ จาํ ลองหรอื ของจริง (ถ้ามี),
-หนังสือเรียน วชิ า งานเครอื่ งมือกล 2 ศนู ยศ์ ง่ เสริมวิชาการ
-ใบความรู้
-ใบงาน
การประเมินผล (ก่อนเรียน, ขณะเรียน, หลงั เรยี น)ฃ
วิธวี ัดผล
1.ตรวจสอบจากผลงานที่ส่ง
2.สังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิงานรายบคุ คล
3.สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
4.การสังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมคา่ นิยมและลักษณะอันพงึ ประสงค์
เครอ่ื งมอื วัด
1.แบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏิบัติงานรายบุคคล (ดภู าคผนวก ข)
2.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (ดูภาคผนวก ค)
3.แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม นิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครแู ละนักศกึ ษาร่วมกนั ประเมนิ
(ดูภาคผนวก ง)
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.งานท่ีทําส่งจะต้องมลี กั ษณะถูกตอ้ งตามจุดประสงค์
2.เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัติงานรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรุง
3.เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50%ข้ึนไป)
4.แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอย่กู บั การประเมนิ ตาม
สภาพจรงิ
บรรณานุกรม
แผนการสอน วชิ า งานเครื่องมอื กล 4 ชัยนาท 2541
บันทกึ หลงั การสอน
ผลการให้แผนการสอน (ชั่งโมงการสอน,จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม, กิจกรรมและสื่อ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
ผลการเรียนของนกั เรียน (สนใจเน้อื หา,สอื่ ,กจิ กรรม,ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………
ผลการสอนของครู (ครบจดุ ประสงคข์ องหนว่ ยการสอนตามเวลาท่ีกําหนดในแผนการสอน)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………….
แผนการสอน ครั้งที่ 12-13
ชอ่ื วชิ า งานเคร่ืองมือกล 3 หน่วยท่ี 7
ช่อื หนว่ ย – ปฏิบตั ิงานเจียระไนบา่ ฉากและงานเจียระไนมุม จํานวนคาบ 24
สาระสาํ คญั
เครอื่ งเจระไน ( Grinding Machin ) เปน็ เครอ่ื งจักรกลทใ่ี ช้ล้อหินซึง่ มสี ว่ นประกอบหลักได้แก่ สาร
เชงิ ทราย ( Abrasive ) และตัวประสาน ( Bond ) เป็นหลกั ทอ่ี ุปกรณ์ตดั ผวิ งานที่เทียบไดเ้ ช่นเดยี วกบั มดี กลึง
หรอื มีดกัด หรอื ดอกสว่าน แต่ล้อหนิ จะมีคมตัดมากกวา่ มีดตดั เหล่านนั้ หลายเทา่ จึงตดั งานได้เรียบกวา่
จุดประสงคก์ ารสอน
1.เข้าใจวธิ กี ารควบคมุ เคร่อื งเจยี ระไน
2.เข้าใจวิธกี ารแต่งหน้าหนิ เจยี ระไน
3.เข้าใจวธิ ีการปอ้ นลกึ ล้อหนิ เจยี ระไน
4.เข้าใจวธิ กี ารใชอ้ ปุ กรณ์หลอ่ เย็น
5.ปฏบิ ัติงานเจยี ระไนบา่ ฉากและงานเจียระไนมมุ
จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
1.บอกวิธีการควบคมุ เครอ่ื งเจยี ระไน
2.บอกวิธีการแตง่ หน้าหินเจียระไน
3.บอกวิธกี ารป้อนลกึ ล้อหนิ เจียระไน
4.บอกวธิ ีการใชอ้ ุปกรณ์หลอ่ เยน็
5.ปฏิบัติงานเจยี ระไนบา่ ฉากและงานเจียระไนมุม
คุณลักษณะท่ตี อ้ งการบรูณาการ
1.ความตรงตอ่ เวลา
2.ความซื่อสตั ย์
3.ความรับผดิ ชอบต่อหน้าท่ี
4.สามารถปฏิบตั งิ านเจียระไนบ่าฉากและงานเจยี ระไนมมุ
เน้อื หาสาระ
เน้ือหาความรเู้ กยี่ วกบั การควบคมุ เครื่องเจียระไน การแต่งหน้าหินเจียระไน และการใชอ้ ุปกรณ์หล่อเยน็
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขน้ั ตอนการสอนหรอื กิจกรรมของครู ข้ันตอนการเรยี นหรือกจิ กรรมของนกั เรียน
1.นาํ เข้าสู่บทเรยี นด้วยเนอื้ หาสาระเก่ียวกับชนดิ -รับฟัง
และลกั ษณะของเครือ่ งเจียระไนแบบต่างๆ และ
ลักษณะการใชง้ านของเครอ่ื งเจยี ระไน
2.อธิบายเนือ้ หาเกี่ยวกับการควบคุมเคร่อื งเจยี ระไน -รบั ฟงั
การแตง่ หน้าเจยี ระไน การปอ้ งลึกลอ้ หนิ
เจยี ระไน และการใชอ้ ุปกรณห์ ล่อเย็น
3.สาธติ วิธกี ารปฏิบัตงิ าน เจยี ระไนบ่าฉากและงาน -ดูการสาธติ
เจียระไนมมุ
4.ใหน้ กั ศกึ ษาปฏิบตั ิงานเจียระไนบา่ ฉากและงาน -ปฏิบัตงิ านเจียระไนบา่ ฉากและงาน
เจียระไนมมุ เจยี ระไนมุม
งานท่ีมอบหมายหรอื กจิ กรรม ( กอ่ นเรียน, ขณะเรียน, หลงั เรยี น )
กอ่ นเรยี น
- ไม่มี
ขณะเรยี น
- ไม่มี
หลงั เรยี น
ใหน้ กั ศึกษาปฏิบตั งิ านเจียระไนบ่าฉากและงานเจียระไนมมุ
สื่อการเรยี นการสอน ( ส่อื สงิ่ พมิ พ์ , สือ่ โสตทศั น(์ ถ้าม)ี , หนุ่ จําลองหรอื ของจริง (ถา้ ม)ี ,
-แผนการสอน วิชา งานผลิตเคร่อื งมือกล 2 ชยั นาท 2541
-ใบความรู้
-ใบงาน
การประเมินผล ( กอ่ นเรยี น, ขณะเรยี น, หลังเรียน )
วิธวี ัดผล
1.ตรวจสอบจากผลงานทที่ ําสง่
2.สังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ านรายบคุ คล
3.สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรมคา่ นิยมและลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เครือ่ งมอื วัด
1.แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏิบัติงานรายบุคคล ( ดภู าคผนวก ข)
2.แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม (ดภู าคผนวก ค)
3.แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครแู ละนักศึกษาร่วมกนั
ประเมิน (ดภู าคผนวก ง)
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1.ผลงานท่ที าํ สง่ จะตอ้ งมีลกั ษณะถกู ตอ้ งตามจดุ ประสงค์
2.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัติงานรายบคุ คล ตอ้ งไม่มชี ่องปรบั ปรงุ
3.เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50%ขนึ้ ไป)
4.แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการ
ประเมนิ
ตามสภาพจริง
บรรณานกุ รม
ชะลอ การทวี เคร่อื งมอื กลเบ้ืองต้น สาํ นกั พมิ พ์เอมพนั ธ์ พมิ พ์คร้ังที่ 1 กรุงเทพ ฯ2546
บันทึกหลงั การสอน
ผลการใชแ้ ผนการสอน (ช่ัวโมงการสอบ , จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม , กิจกรรมและสอ่ื )
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………...
ผลการเรียนของนักเรียน (สนใจเนื้อหา , ส่ือ , กจิ กรรม , ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………...
ผลการสอนของครู (ครบจุดประสงค์ของหนว่ ยการสอนตามเวลาที่กาํ หนดในแผนการสอน)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
แผนการสอน ครงั้ ที่ 16-17
ชื่อวิชา งานผลิตชิน้ สว่ นประกอบดว้ ยเครอื่ งมือกล 3 หน่วยที่ 19
ชื่อหน่วย – ปฏบิ ัติงานวดั และตรวจสอบชิ้นงาน จํานวนคาบ 24
สาระสาคญั
ในการปฏิบัตงิ านไม่วา่ จะเปน็ การปฏิบตั ิงานกลบั เครอื่ งจักรกลหรอื ว่าจะเปน็ การปฏบิ ัติท่ีทําดว้ ย
เคร่อื งมอื ตา่ ง ๆ ต่างกจ็ ําเป็นทจี่ ะตอ้ งใช้เครื่องมือวดั หาค่าขนาดของช้ินงานนัน้ ๆ เพื่อให้ได้ขนาดของชิ้นงานท่ี
ต้องการและนําไปใช้งานตอ่ ไป
นอกจากการวัดจะสามารถใช้สําหรับวดั ขนาดของชน้ิ งานแล้ว ยงั สามารถทจี่ ะช่วยตรวจสอบ
ชิน้ งานไดว้ ่าชิน้ งานทผ่ี ่านการผลิตขึ้นมาน้ัน มีขนาดและรูปร่างตามที่ต้องการหรอื มีขนาดที่ถกู ต้องตามขนาด
สากลหรือตามแบบงานทต่ี ้องการหรือเปลา่
จดุ ประสงคก์ ารสอน
1.เข้าใจวิธีการใช้เครอ่ื งมือวัดขนาดชนิ้ งานได้
2.เข้าใจวิธีการใช้เครอื่ งมอื วดั สากลได้
3.เข้าใจวธิ ีการตรวจสอบชนิ้ งานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
4.ปฏบิ ัตงิ านวัดและตรวจสอบชน้ิ งาน
จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1.บอกวิธกี ารใชเ้ คร่ืองมอื วัดขนาดชน้ิ งานได้
2.บอกวิธีการใช้เครือ่ งมอื วดั สากลได้
3.บอกวิธกี ารตรวจสอบชนิ้ งานได้อยา่ งถูกต้อง
4.ปฏิบัตงิ านวัดและตรวจสอบชน้ิ งาน
คณุ ลักษณะทีต่ ้องการบุรณาการ
1.ความตรงตอ่ เวลา
2.ความซือ่ สัตย์
3.ความรับผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ี
4.สามารถปฏบิ ัติงานวดั และตรวจสอบชน้ิ งานได้
เนอ้ื หาสาระ
เน้ือหาความร้เู ก่ยี วกบั การใชเ้ คร่อื งวัดชนิดตา่ ง ๆ ประเภทของเคร่อื งมือวดั คณุ สมบัติในการใชง้ าน
ตา่ ง ๆ วิธกี ารบํารงุ รักษาเครอื่ งมอื วดั อยา่ งถูกต้อง การตรวจสอบช้นิ งาน
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขน้ั ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมของครู ขน้ั ตอนการเรียนหรอื กจิ กรรมของนกั เรียน
1.นาํ เขา้ สบู่ ทเรยี นดว้ ยเนือ้ หาสาระเกีย่ วกับประเภทของ - รับฟงั
เครื่องมือวัด คุณสมบตั ใิ นการใชง้ านต่าง ๆ วธิ กี าร
บํารุงรกั ษาเครื่องมอื วัดชนดิ ต่าง ๆ
2.อธบิ ายเน้อื หาเกี่ยวกับการใช้เคร่อื งมอื วัดชนิดต่าง ๆ -รบั ฟัง
และการตรวจสอบช้นิ งานโดยการใช้เครอื่ งมือชนิดตา่ ง ๆ
3.สาธิตวธิ ีการปฏบิ ตั งิ านวดั และตรวจสอบชิ้นงาน
4.ใหน้ ักศึกษาปฏิบัตงิ านวัดและตรวจสอบชิ้นงาน -ดูการสาธิต
-ปฏิบัตงิ านวดั และตรวจสอบชนิ้ งาน
แผนการสอน ครง้ั ที่
ชื่อวิชา งานผลิตชิน้ ส่วนประกอบด้วยเครือ่ งมอื กล 3 หนว่ ยที่ 8
ช่อื หน่วย – งานวัดและตรวจสอบงาน จํานวนคาบ
หน่วยที่ 8 งานวัดและตรวจสอบงาน
แนวคดิ /หลักการ
การวดั และตรวจสอบขนาดของงานที่ถูกตอ้ งจะทําให้ไดง้ านหรอื ผลติ ภัณฑท์ ่มี คี ุณภาพดงั น้นั จึงจาํ เปน็
อย่างยิ่งทีผ่ ้ปู ฏบิ ตั ิงานจะตอ้ งร้จู ักวธิ ีการใชแ้ ละการอ่านเครอ่ื งมือวัดใหถ้ กู ต้องสําหรบั ค่าความหยาบหรอื ความ
ละเอียดทไี่ ด้จากการวดั น้นั ขึน้ อยู่กับการเลือกใช้ชนดิ ของเคร่อื งมือวัดดังน้นั ผู้ปฏบิ ตั งิ านตะต้องพจิ ารณาเลอื กใช้
เคร่อื งมือให้ถูกตอ้ งกับความละเอียดของช้ินงาน
สาระการเรยี นรู้
1.หนว่ ยวดั
2.การวัดโดยตรงและการวดั เปรยี บเทยี บ
3.ชนดิ และเครอื่ งมือวัดและการใชง้ าน
4.สรปุ
ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวัง
เมือ่ ศกึ ษาจนจบหน่วยนี้แลว้ นกั ศกึ ษาสามารถ
1.บอกชนดิ ของเครอื่ งมอื วัดได้
2.อา่ นค่าของเครือ่ งมือแตล่ ะชนดิ ได้
3.อธิบายวธิ ีการใชฉ้ ากได้
4.บอกวิธีการใชแ้ ละอ่านเกจ ต่าง ๆ ได้
แผนการสอน ครั้งที่
ช่ือวิชา งานผลิตชิน้ ส่วนประกอบด้วยเครอ่ื งมือกล 3 หน่วยที่ 8
ชือ่ หน่วย – งานวดั และตรวจสอบงาน จาํ นวนคาบ
หน่วยวดั
ในงานการผลิตทกุ ชนิด เพอื่ ท่จี ะใหไ้ ดผ้ ลิตภัณฑม์ ีรปู รา่ งและขนาดตามที่กําหนดหรอื ต้องการจะต้องมีการ
ควบคมุ ขนาด นั่นคือ ตอ้ งมกี ารวดั เข้ามาเกี่ยวขอ้ ง ดงั นนั้ การใชเ้ คร่ืองมอื วดั และอ่านเป็นสิง่ จําเป็นอย่างยงิ่ ที่จะตอ้ ง
เรียนร้ใู หเ้ ขา้ ใจและอา่ นไดถ้ ูกต้อง ซึง่ ในงานอุตสาหกรรมสว่ นมากแลว้ จะเป็นการวดั ความกว้าง ความยาวและความ
หนาของช้ินงาน สําหรับหน่วยวัดในประเทศไทย ยังมีท้งั หนว่ ยวดั ระบบองั กฤษและเมตริก ถงึ แม้ว่าหนว่ ยวดั ใน
ระบบ องั กฤษจะใชน้ ้อยลงกต็ าม แต่ก็ยังมีเครือ่ งมอื วดั และเคร่ืองจักรกลทใ่ี ช้หนว่ ยวัดในระบบองั กฤษอยูเ่ ปน็
จาํ นวนมาก โดยเฉพาะการคา้ ขายทางด้านอุตสาหกรรมและทางชา่ งก็ยังใชร้ ะบบอังกฤษอยเู่ ป็นจาํ นวนมากโดยเฉ
พะการคา้ ขาย
ทางดา้ นอตุ สาหกรรมและทางช่างก็ยังใช้ระบบองั กฤษกันอย่บู า้ ง เช่น ขนาดของเหล็ก เครือ่ งมือช่าง เปน็ ตน้
เครอื่ งมือช่างท่ีใช้สาํ หรบั วดั ขนาดมีหลายวธิ ี แตท่ ี่สําคัญ ๆ คอื ฉากผสม ฟุตเหลก็
เวอรเ์ นยี ร์คาลิเปอร์ และ ไมโคร มเิ ตอร์ เปน็ ตน้
หน่วยวดั ความยาวที่ยังใช้กนั อยู่ในประเทศไทย มีอยู่ 2 ระบบ คือ
ระบบองั กฤษ ใชก้ ันในประเทศสหรัฐอเมริกา มหี นว่ ยวดั เรียงจากสัน้ สุดไปถงึ ยาวสุด ดงั น้ี นวิ้ ฟตุ หลา ไมล์
มาตราส่วนของหน่วยวดั ระบบอังกฤษ
12 นิ้ว = 1 ฟุต
3 ฟุต = 1 หลา
1,760 หลา = 1 ไมล์
ระบบเมตรกิ ปัจจบุ ันเป็นระบบวดั สากล (Standard Intermnational Unit, ST Unit) นยิ มใชก้ นั มากโดยเฉพาะ
ประเทศแถบยุโรป และเอเชีย มีหนว่ ยวัดเรยี งจากส้ันสดุ ไปถึงยาวสุด ดงั น้ี มิลลิเมตร เซนตเิ มตร เดซเิ มตร เมตร
เดคาเมตร เฮโตเมตร และกโิ ลเมตร
มาตราสว่ นของหน่วยวดั ระบบเมตรกิ
10 มิลลเิ มตร = 1 เซนติเมตร
10 เซนตเิ มตร = 1 เดซเิ มตร
10 เดซิเมตร = 1 เมตร
10 เมตร = 1 เดคาเมตร
10 เดคาเมตร = 1 เฮกโตเมตร
10 เฮกโตเมตร = 1 กิโลเมตร
แผนการสอน คร้ังที่
หน่วยที่ 8
ชื่อวิชา งานผลิตชิ้นสว่ นประกอบด้วยเครือ่ งมอื กล 3 จํานวนคาบ
ชอ่ื หน่วย – งานวดั และตรวจสอบงาน
ตารางเปรียบเทยี บความยาวระหว่างระบบเมตริกและระบบอังกฤษ
เมตรกิ เปน็ อังกฤษ องั กฤษ เป็น เมตริก
1 มิลลิเมตร = 0.03937 นิ้ว 1 น้ิว = 25.4 มิลลิเมตร
1 เซนตเิ มตร = 0.937 น้ิว 1 น้วิ = 2.541เซนตเิ มตร
1 เมตร = 39.37 นวิ้ 1 นิว้ = 0.0254 เมตร
1 กโิ ลเมตร = 0.6214 ไมล์ 1 ไมล์ = 1.609 กิโลเมตร
การวดั โดยตรงและการวัดเปรยี บเทยี บ
เครอื่ งมือวดั ความยาวทัง้ หลายจําเป็นมสี เกลประกอบอยเู่ คร่อื งมอื วดั ประเภทบรรทัดเหล็กหรือตลบั เมตร
หลกั การวดั คือ นาํ บรรทดั ไปทาบกับสว่ นทีต่ อ้ งการ และใช้สายตาถา่ ยทอดขนาดจากงานจรงิ ลงบนบรรทัดและดู
ตามสเกลจากบรรทัด วธิ นี ีเ้ รียกวา่ “การวัดโดยใช้สเกลประกอบสายตา” หรอื เรียกว่า “วดั โดยตรง”
รูปที่ 1.1 แสดงลักษณะของการวัดโดยตรง
จากรูปที่ 1.1 เป็นการวดั โดยตรงซึ่งการวดั ดว้ ยวิธนี ี้ จะละเอียดถูกต้องหรือไม่น้นั ขึน้ อยกู่ บั ตําแหน่งท่ีมองโดยเฉพาะ
การวัดขนาดของชิ้นงานท่ไี มแ่ บนราบ โอกาสผิดพลาดจากการวดั จะยง่ิ มมี าก เช่น การวดั ชน้ิ งานกลม เปน็ ต้น การ
อา่ นขนาดว้ ยบรรทดั เหลก็ ถา้ ตําแหน่งการอา่ นอยคู่ นละตําแหนง่ แลว้ จะอา่ นได้ขนาดท่ีไมเ่ ท่ากนั ซง่ึ ปญั หาท่กี ลา่ ว
มาจะถกู ลดลงโดยส้นิ เชงิ โดยการวดั ด้วยขาวัดสมั ผัสผวิ งานและจากน้นั จึงนาํ ไปทาบกบั สเกล ของบรรทัดอกี ครั้ง
หนงึ่ เพอื่ อา่ นค่าทีถ่ ูกต้อง การวดั เชน่ นี้เรียกวา่ “การวดั เปรยี บเทียบ”
ซึ่งเครอ่ื งมอื ท่ีทําหน้าทีถ่ ่ายทอด ขนาดน้นั เรียกวา่ “คาลิปเปอร์” หรอื วงเวยี นวดั
คาลิปเปอร์ (Caliper)
เปน็ เครือ่ งมอื วัดชนิดหนึง่ ซงึ่ เปน็ เครื่องมอื วัดแบบเก่า ปจั จุบันมกี ารนํามาใช้งานน้อยมาก เป็นเครอื่ งมือ
ถา่ ยทอดขนาดซ่งึ ไมม่ ีสเกลเป็นของตนเอง ถา้ ตอ้ งการทราบค่าตอ้ งนําไปเทยี บกับบรรทดั โอกาสท่ีค่าผิดพลาดก็มี
เน่อื งจากมีการเคลือ่ นยา้ ยขนาดออกมาจากช้นิ งาน มี 2 ชนิด คอื
1.คาลเิ ปอร์วดั นอก ใชส้ ําหรบั ขนาดความโตภายนอกของเพลา
2.คาลิเปอร์วัดใน ใช้สาํ หรับวัดขนาดความโตของรูภายในชนิ้ งาน
แผนการสอน ครงั้ ท่ี
ชือ่ วชิ า งานผลิตชิ้นส่วนประกอบด้วยเคร่ืองมอื กล 3 หน่วยท่ี 8
ช่ือหนว่ ย – งานวัดและตรวจสอบงาน จาํ นวนคาบ
รปู ท่ี 1.2 แสดงลักษณะการวดั แบบเปรยี บเทียบชิ้นงานกลม
ซึ่งจะได้ขนาดความโตท่ีเที่ยงตรงกว่าการวัดโดยตรง
รูปที่ 1.3 แสดงลกั ษณะและวิธกี ารใชง้ านของคาลิเปอร์วดั นอกและวดั ใน
หมายเหตุ : ปจั จบุ นั ได้มีการพฒั นาคาลิเปอรม์ าเป็นเวอร์เนียรค์ าลิปเปอร์ ทําให้สามารถอ่านค่าไดข้ ณะทาํ การจับวดั
และอ่านค่าไดโ้ ดยตรง ทาํ ให้ไดค้ า่ ที่มันความเท่ียงตรงสงู
แผนการสอน ครงั้ ที่
ชอ่ื วิชา งานผลิตชิ้นส่วนประกอบดว้ ยเคร่ืองมือกล 3 หนว่ ยท่ี 8
ชื่อหนว่ ย – งานวัดและตรวจสอบงาน จาํ นวนคาบ
บรรทดั เหล็ก (Steel Rule)
ส่วนใหญ่จะทาํ จากเหล็กไรส้ นมิ (Stainless Steel) เปน็ เครือ่ งมือใช้วดั ระยะความยาวมีสเกล บอกขนาด 2 ระบบ
คอื ระบบเมตรกิ และระบบองั กฤษ มีหลายขนาด เชน่ ขนาด 6 นวิ้ , 12 นิ้ว , 24 นิ้ว และ 36 นิ้ว เป็นตน้ บรรทัด
เหล็กในระบบเมตรกิ จะแบ่งเป็นเซนตเิ มตร และใน 1 เซนติเมตรแบง่ เป็น 10 มลิ ลเิ มตร ใน 1 มลิ ลิเมตร จะแบ่งขีด
ย่อเปน็ 0.5 มลิ ลิเมตร ฉะนั้นค่าความละเอยี ดสงู สุดจากบรรทดั เหลก็ ในระบบเมตรกิ คือ 0.5 มิลลเิ มตร
ส่วนบรรทัดเหลก็ ในระบบองั กฤษจะแบง่ 1 นวิ้ เป็น 8 ส่วนเทา่ ๆ กัน ฉะนนั้ 1 สว่ นท่ีมีคา่ เท่ากับ 1/8
น้ิว หรือนิยมเรยี กกันวา่ 1 หนุ และ 8 หนุ คอื 1 น้ิวนน้ั เอง การแบง่ ขีดวดั บนสเกลบรรทดั เหลก็ นี้ อาจแบง่ เปน็ สว่ น
8 สว่ น 16 ส่วน, 32 สว่ น และ 64 ส่วนใน 1 นว้ิ แล้วแต่ความหยาบหรือความละเอียดของบรรทัดนนั้ การแบ่ง
ความละเอียดของนิว้ นน้ั จะแบ่งเฉพาะ 1-3 น้ิวแรกเท่านัน้ ส่วนนิว้ ตอ่ ไปจะแบง่ ความละเอียดเพียง 1/16 นิ้ว
เน่ืองจากไมจ่ ําเปน็ ต้องแบง่ ให้ละเอยี ดทุกน้วิ ดงั แสดงในรูป
ฉากผสม (Combination Square)
เป็นเครอื่ งมอื วัดทป่ี ระกอบดว้ ยอปุ กรณ์การวดั หลายชนิดประกอบอยดู่ ว้ ยกัน มีประโยชน์อยา่ งมาก นิยม
นาํ มาใช้ในงานโลหะทว่ั ไปมสี ว่ นประกอบจาํ นวน 4 ช้ิน ดงั น้ี
1. หวั หาศูนย์กลาง (Center Head)
2. หัวปรับแบง่ องศา (Protractor Head)
3. หัวฉากและ 45 องศา (Square Head)
4. บรรทดั (Steel Rule)
แผนการสอน ครัง้ ที่
ชอ่ื วชิ า งานผลิตช้นิ สว่ นประกอบดว้ ยเครือ่ งมือกล 3 หน่วยท่ี 8
ชอื่ หน่วย-งานวดั และตวรจสอบงาน จาํ นวนคาบ
รปู ท่ี 1.5 แสดงลกั ษณะและการใชง้ านของฉากผสม
สามารถใช้หาจุดศูนยก์ ลางของชิ้นงานทีม่ ลี กั ษณะเปน็ แทง่ กลมได้อย่างรวดเร็ว ใชว้ ดั ขนาดชิ้นงาน วัด
มมุ 90 องศา 45 องศา วดั ระดบั น้ําและวัดมุมต่างๆ ได้
รปู ท่ี 1.6 แสดงลกั ษณะและการใชง้ านของฉากผสม
แผนการสอน ครงั้ ท่ี
ช่อื วิชา งานผลิตชนิ้ ส่วนประกอบด้วยเคร่อื งมือกล 3 หนว่ ยที่ 8
ชือ่ หนว่ ย-งานวัดและตวรจสอบงาน จํานวนคาบ
เวอร์เนยี รค์ าลเิ ปอร์ (Vernier Calipers)
เวอรเ์ นยี รค์ าลิเปอร์เปน็ เครือ่ งมอื วัดทไี่ ดร้ บั การพัฒนา ปรับปรุงมาจากการวัดโดยตรงจากบรรทกั และ
การวัดโดยอ้อมจากคาลิเปอร์ ทาํ ให้สามารถขนาดไดโ้ ดยในขณะที่ปากจับช้ินงานอยู่ มคี วามละเอียดและเทยี่ ว
ตรงสงู ปจั จุบันนยิ มใช้กันมากในงานอตุ สาหกรรมและงานท่ัวๆไป เรียกวา่ ในงานชา่ งจะขาดเครื่องมอื วดั ชนิด
น้ไี มไ่ ด้เลยทีเดียว สามารถวัดขนาดความโตภายนอก ขนาดความโตภายในรูเจาะ และขนาดความลึกของ
รเู จาะได้
รูปที่ 1.7 แสดงลกั ษณะและสว่ นตา่ งๆ ของเวอร์เนยี ร์คาลิเปอร์
ส่วนประกอบของเวอรเ์ นียร์คาลิเปอร์
จากรูปที่ 1.7 จะเหน็ ว่าเวอรเ์ นยี รค์ าลิเปอรม์ ีส่วนประกอบต่าง ๆ ดงั นี้
1.ตวั บรรทัด เปน็ ชิ้นสว่ นหลกั เพือ่ ใชใ้ นการประกอบกบั ส่วนอืน่ ๆ บนตวั บรรทดั จะมสี เกลความ
ยาวทั้งระบบอังกฤษ (น้วิ ) โดยทั่วไปจะอยดู่ า้ นบน และระบบเมตริก (มิลลิเมตร) ซ่ึงจะอยู่ทางดา้ นล่าง สเกล
บนบรรทัดนี้เรยี กวา่ สเกลหลกั ทําหน้าที่เชน่ เดยี วกบั บรรทัดเหล็ก
2.ปากวัดนอก ปากขา้ งหน่ึงจะออกแบบให้คงที่ และเป็นสว่ นหน่ึงของบรรทดั ส่วนอีกปากหนงึ่ จะ
ตดิ อยกู่ ับสเกลเลื่อน สามารถเลือ่ นไปมาไดบ้ นบรรทดั ทําใหป้ รับเลอ่ื นวดั งานหลายขนาด จึงใช้สาํ หรับวัด
ขนาดภายนอกของงานทว่ั ไป เปรยี บเสมือนคาลิเปอรว์ ดั นอกประกอบสเกล
3.ปากวัดใน จะอย่ดู ้านบนของบรรทัด ปากข้างหนึ่งคงที่และเปน็ ส่วนของบรรทัดเชน่ กนั อีกขา้ งหนง่ึ
จะตดิ อยู่บนสเกลเลื่อน ใช้วดั ขนาดภายในของชน้ิ งาน เช่น รูเจาะภายในของชิ้นงานขนาดความโตภายใจท่อ
และความโตของร่อง เปน็ ต้น ทาํ หนา้ ที่เสมือนคาลิเปอรว์ ดั ในประกอบสเกล
4.ก้านวัดลึก จะอยดู่ ้านทา้ ยของเวอรเ์ นียร์ ก้านวดั ลึกน้ีประกอบตดิ อยู่กบั สเกลเลอื่ นจึงสามารถเลอื่
เขา้ ออกพรอ้ มสเกลเลื่อน ทาํ ให้สามารถวดั ความลึกของช้ินงานไดห้ ลายขนาด
แผนการสอน คร้ังที่
ชือ่ วชิ า งานผลิตชิ้นสว่ นประกอบด้วยเครือ่ งมือกล 3 หน่วยท่ี 8
ชือ่ หน่วย-งานวดั และตรวจสอบงาน จาํ นวนคาบ
เวอรเ์ นยี ร์ท่ใี ชก้ นั อยู่ในปัจจบุ ันมี 2 ระบบ สามารถอ่านค่าได้ละเอียด ดังนี้
1.ระบบองั กฤษ
1) วดั เป็นเศษส่วนของน้ิว ปัจจุบนั ไม่นิยมนํามาใช้วัดกนั มากนัก เนอื่ งจากเป็นการวัดท่มี ีความละเอียด
น้อย และอ่านคา่ ยาก มคี วามละเอยี ดในการวดั 1 นิว้
128
วัดเปน็ จุดทศนิยมของนิ้ว สาํ หรบั หนว่ ยงานที่ใช้หนว่ ยการวดั เป็นนิ้ว จะนยิ มใชก้ ารอา่ นคา่ เป็นจดุ ทศนยิ มของนวิ้ มี
ความละเอยี ดในการวดั 1 นิว้ หรือ 0.001 นิ้ว
1,000
2.ระบบเมตรกิ หรอื ระบบ SI Unit
วดั เป็นจุดทศนยิ มของมิลลิเมตร มีความละเอียดดงั น้ี
1) วัดละเอียดได้ ion.3 1 มม. หรอื 0.05 มม.
20
2)วัดละเอยี ดได้ 1 มม. หรอื 0.02 มม.
50
สว่ นมากเวอร์เนียร์ทใี่ ช้กันอยู่ถา้ สเกลดา้ นล่างวัดได้ละเอยี ด 1 มิลลเิ มตร สเกลดา้ นบนจะวดั
20
หน่วยเป็นน้วิ ได้ 1 น้วิ และถา้ สเกลดา้ นล่างวัดได้ละเอยี ด 1 มลิ ลเิ มตร สเกลดา้ นบนของเวอร์เนียรจ์ ะวัด
128 50
หนว่ ยเป็นนว้ิ ไดล้ ะเอียด ถงึ 1 น้วิ ซงึ่ ในทน่ี ้ีขอ้ กลา่ วเพียงเฉพาะเวอร์เนียรว์ ัดละเอียด
1,000
1 นิว้ , 1 น้ิว, 1 มิลลเิ มตร และ 1 มลิ ลเิ มตร
128 1,000 20 50
เกตวัดตา่ ง ๆ
ในงานเครอื่ งมือกลมเี กจวัดตา่ ง ๆ ซง่ึ นกั ศึกษาจําเป็นตอ้ งศกึ ษา และนําไปใช้งานซง่ึ จะช่วยประหยดั เวลาใน
การปฏิงานเป็นอยา่ งมากซึ่งมเี กจวัดต่าง ๆ ดังน้ี คือ
เกจรัฐมี (Radius Gage)
เป็นเคร่อื งมือขนาดเลก็ ซง่ึ ใช้สําหรบั วดั รัศมีภายนอกและภายในทมี่ ขี นาดเล็กชว่ ยใหส้ ามารถทาํ งานไดส้ ะดวกและ
รวดเรว็ ในการปฏิบัตงิ านเกยี่ วกับส่วนโคง้ เกจ วัดรัศมีนม้ี ลี กั ษณะเป็นแผ่นบาง ๆ ประกอบกันเป็นชดุ มีหลายขนาด
ดงั รูป
แผนการสอน ครงั้ ท่ี
ชอ่ื วิชา งานผลิตชน้ิ สว่ นประกอบด้วยเครอื่ งมือกล 3 หนว่ ยท่ี 8
ชื่อหน่วย-งานวัดและตรวจสอบงาน จํานวนคาบ
เกจวดั รัศมี (Radius Gage)
เป็นเครื่องมอื ขนาดเล็กซึง่ ใช้สาํ หรบั วัดรัศมีภายบอกและภายในที่มขี นาดเล็กช่วยให้สามารถทาํ งาน
ได้สะดวกและรวดเร็วในการปฏบิ ตั งิ านเกย่ี วกบั ส่วนโคง้ เกจวดั รศั มนี ้ีมลี กั ษณะเปน็ แผ่นบาง ๆ ประกอบกนั
เป็นชุด มีหลายขนาด ดังแสดงรปู
รปู ที่ 1.8 แสดงลักษณะของเกจวัดรัศมี และวธิ ีการใช้
เกจวดั เกลยี ว (Thread Gage) หรอื หวีวัดเกลียว เปน็ เครอ่ื งมอื ใชห้ าระยะพติ ซ์ของเกลียวท่ีมีอยู่แลว้ มที ัง้
ระบบองั กฤษและระบบเมตรกิ อยใู่ นชุดเดียวกัน ซง่ึ ในระบบเมตริกจะบอกใหท้ ราบว่า ระยะห่างระหวา่ งยอด
ฟนั (Pitch) จะหา่ งกันก่ีมิลลเิ มตร สว่ นระบบองั กฤษจะบอกใหท้ ราบว่า ใน 1 น้ิว มจี ํานวนเกลยี วเท่าไร หวี
หวดั เกลียว 1 ชดุ จะประกอบด้วยหวีวัดเกลยี วแผ่นบาง ๆ จํานวนหลายแผ่น ในแตล่ ะแผน่ จะบอกระยะพติ ซ์
หรือจํานวนเกลยี วต่อนิ้วกํากับไว้ ดังแสดงในรปู
รปู ท่ี 1.9 แสดงลักษณะของหววี ดั เกลยี ว และวธิ ีการใชง้ าน
เกจวดั มุมหรอื เกจหาศูนย์กลาง (Center Gage)
เปน็ เกจขนาดเล็ก ทาํ จากเหล็กไรส้ นิมตลอดลําตวั จะบวกเป็นมมุ 60 องศา ซงึ่ เท่ากบั มมุ คมตดั ของ
เครอื่ งมือตัดต่าง ๆ เชน่ สกัด มีดกลึง เป็นตน้ ใช้สําหรบั นาํ เขา้ ตรวจสอบมมุ ของเคร่อื งมัดตัดได้อย่างรวดเร็ว
ดงั แสดงในรปู ท่ี 1.10
แผนการสอน ครงั้ ท่ี
ชือ่ วชิ า งานผลิตช้นิ ส่วนประกอบดว้ ยเครือ่ งมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 8
ชอ่ื หนว่ ย-งานวดั และตรวจสอบงาน จาํ นวนคาบ
1.10 แสดงลักษณะการใชง้ านของเกจวดั มมุ
เกจวดั ความโตของลวด (Wire Gage)
เกจวัดความโตของลวดนจ้ี ะมลี กั ษณะเป็นแผน่ กลม ท่ีขอบของวงกลมจะถกู บากเป็นรอ่ งโดยรอบ แต่
ละร่อง ความโตตง้ั แต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ และมขี นาดกํากบั อยู่ ใชส้ าํ หรบั วัดขนาดความโตของลวดและ
ความหนาของแผน่ ดังแสดงในรูปท่ี 1.11
รปู ที่ 1.11 แสดงลกั ษณะของเกจวดั ขนาดความโตของลวด และวิธีการใช้งาน
เกจวดั ความโตดอกสวา่ น (Drill Gage)
มลี กั ษณะเป็นแผ่นทาํ จากเหล็กไรส้ นิมเจาะรูขนาดตา่ ง ๆ ตงั้ แตข่ นาดเลก็ จนถึงขนาดใหญ่ ใช้สําหรับวดั ขนาด
ความโตของดอกสวา่ งได้อย่างรวดเร็ว เพียงนาํ ก้านของดอกสวา่ นแหย่ลงไปในรู โดยใหม้ ีขนาดพอดีกับรกู ็
สามารถอ่านขนาดของดอกสวา่ นจากรูได้ทนั ที ดงั แสดงในรูปท่ี 1.12
แผนการสอน ครงั้ ท่ี
ชื่อวิชา งาน ผลิตช้นิ สว่ นประกอบด้วยเคร่อื งมอื กล 3 หนว่ ยท่ี 8
ช่ือหนว่ ย-งานวัดและตรวจสอบงาน จํานวนคาบ
รปู ที่ 1.12 แสดงลักษณะของเกจวดั ความโตดอกสวา่ น
เกจกา้ มปู
ลักษณะของเกจกา้ มปู เกจก้ามปู เป็นเกจทใี่ ช้ตรวจสอบขนาดของช้ินงาน โดยเฉพาะขนาดใด
ขนาดหน่งึ เท่านน้ั สว่ นมากจะใช้ในงานผลิตชิ้นสว่ นเครอื่ งกล โดยในเกจตัวเดยี วกนั น้ันจะมปี ากวัดสูงสดุ และ
ตาํ่ สดุ ในตัวเดียวกนั และขนาดของปากวัดที่แตกต่างกนั นี้ ไมไ่ ดแ้ ตกตา่ งกันมาก แต่จะแตกต่างกันในพกิ ัดความ
เผือ่ เล็กนอ้ ยเท่านั้น
ลกั ษณะของเกจก้ามปู
รปู ที่ 1.14 เกจก้ามปู
แผนการสอน ครั้งท่ี
ช่อื วชิ า งานผลิตชนิ้ ส่วนประกอบดว้ ยเครอ่ื งมือกล 3 หนว่ ยท่ี 8
ชอ่ื หน่วย-งานวดั และตรวจสอบงาน จาํ นวนคาบ
บริเวณกลางลําตวั ของเกจกา้ มปูจะเป็นตวั เลขขนาดกาํ หนด ซ่ึงอาจจะเปน็ ขนาดกาํ หนดของชน้ิ งาน
ทกี่ ําหนดขึน้ เอง หรอื ขนาดกาํ หนดที่เป็นมาตรฐานของเพลา ซ่ึงจะตอ้ งมีตัวอกั ษรและตวั เลขต่อท้ายขนาด
กาํ หนดดา้ นบนและดา้ นลา่ งของขนาดกําหนดจะเปน็ ตวั เลขจํานวนเต็มมเี ครือ่ งหมายบวกหรือลบ มีหน่วย
เป็น µm (หารดว้ ย 1000 เปน็ มิลลิเมตร) ซง่ึ เม่อื เปลย่ี นเป็นมิลลเิ มตรแลว้ นําไปบวกหรอื ลบออกจากขาด
กาํ หนดตามเครอ่ื งหมายท่อี ยู่ข้างหน้า จะเปน็ ขนาดทแ่ี ท้จริงของเกจก้ามปูตัวนั้นปากวดั ด้านบนหรอื ปากวดั
เสีย (NOT GO) ซ่งึ มีสีแดงทาไวท้ ่ีขอบด้านในของลาํ ตัวมีค่าเท่ากับขนาดเลก็ ของเพลาท่ีจะนํามาตรวจสอบ
ส่วนปากวดั ดา้ นล่างหรอื ปากวัดดี (GO) ระยะหา่ งของปากวดั ดา้ นน้เี ท่ากบั ขนาดโตสุดของเพลาที่จะนํามา
ตรวจสอบ
เกจทรงกระบอก
ลกั ษณะของเกจทรงกระบอก เกจทรงกระบอก (Plug gauge) ใช้สําหรบั ตรวจสอบขนาด
ของรตู า่ ง ๆ สาํ หรบั รปู ร่างของเกจทรงกระบอกนนั้ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 สว่ น คือ
ส่วนท่ี 1 ดา้ มจับ ท่ดี ้ามจบั จะพมิ พล์ ายกันลนื่ เพือ่ ใหจ้ บั ช้นิ งานไดส้ ะดวก ตรงกลางของดา้ ม
จับจะมีตัวเลขกําหนดขนาดเกจทรงกระบอก แต่ถ้าเป็นเกจทรงกระบอกที่ใชต้ รวจสอบความโตในรทู ่ีเป็น
มาตรฐาน จะมีสญั ลกั ษณเ์ ป็นตัวอักษรและมตี ัวเลขตอ่ ทา้ ยขนาดกาํ หนดเช่น 25 , 30 เปน็ ตน้ ปลายสดุ ของ
ด้ามจับจะมีเครื่องหมายบวกหรอื ลบและตัวเลขจาํ นวนเต็มมหี น่วยเป็น µm (หารดว้ ย 1000 เป็นมลิ ิเมตร)
ซ่ึงเม่ือเปลี่ยนเป็นมิลิลิเมตรแลว้ นาํ ไปบวกหรือลบออกจากขนาดกําหนดตามเครื่องหมายท่อี ยขู่ ้างหน้า จะ
เป็นขนาดท่ีแท้จรงิ ของเกจทรงกระบอกของดา้ นนนั้
แผนการสอน ครั้งที่
ชอื่ วชิ า งานผลิตชิ้นส่วนประกอบดว้ ยเคร่ืองมือกล 3 หนว่ ยที่ 8
ชอ่ื หน่วย-งานวดั และตรวจสอบงาน จํานวนคาบ
สว่ นที่ 2 ดา้ นวัดท่ีใชง้ านไมไ่ ดห้ รอื ดา้ นเสีย (NOT GO) ซึง่ จะมีสแี ดงทาเอาไว้ ขนาดของดา้ นเสยี จะเทา่ กบั
ขนาดความโตสูงสดุ ทย่ี อมให้ หรอื มีค่าเท่ากบั ขนาดกาํ หนดบวกหรือลบด้วยคา่ สูงของพกิ ัด
ส่วนที่ 3 ดา้ นที่ใช้งานได้หรือดา้ นดี (GO) จะมีความหนามากกวา่ ด้านเสยี ขนาดของด้านดนี ีจ้ ะเท่ากบั ขนาด
ความโตต่าํ สุดท่ยี อมให้ได้ หรอื มคี ่าเท่ากับขนาดกําหนดบวกหรอื ลบด้วยค่าตํ่าสุดของพิกัด
เกจวัดความโตรูคว้าน (TELESCOPING GAUGE SETS)
เกจวดั ความโตรูควา้ น เปน็ เครอื่ งมอื วัดประเภทถ่ายทอดขนาด ลักษณะการใชง้ านเพือ่ ใช้วัดเสน้ ผ่าน
ศูนย์กลางรขู นาดโตท่ไี มส่ ามารถใช้เครอื่ งมอื วดั แบบมีสเกลเขา้ ไปวดั ได้ นาํ เกจวัดขนาดรูทว่ี ัดได้มาเปรียบเทียบ
หรอื วดั ขนาดจากเวอรเ์ นียรค์ าลิปเปอร์ หรือไมโครมิเตอร์ เพือ่ ใหท้ ราบค่าและขนาดท่วี ัดได้
ภาพท่ี 1.15 เกจวดั ความโตรูควา้ นระบบเมตริก
แผนการสอน ครงั้ ท่ี
ชอ่ื วชิ า งานผลิตชนิ้ ส่วนประกอบดว้ ยเครอื่ งมอื กล 3 หน่วยที่ 8
ชอื่ หนว่ ย-งานวัดและตรวจสอบงาน จํานวนคาบ
เกจวดั ความโตรคู ว้าน 1 ชดุ ประกอบด้วยเกจวดั ขนาดต่าง ๆ กนั จํานวน 6 ตวั เพ่อื ให้สามารถ
เลอื กใช้ใหเ้ หมาะสมกับขนาดของรูชน้ิ งาน ขนาดเกจวดั ในระบบเมตริกรูใหญ่กว่า 8 มม.ขึน้ ไป และไม่เกนิ 150
มม. ในระบบอังกฤษรู ขนาด 165 นวิ้ ข้ึนไป และไม่เกนิ 6 นิ้ว
เกจวัดความโตรูคว้านระบบเมตรกิ
ตวั ที่ 1 วัดขนาดเสน้ ผา่ นศูนย์กลางไดต้ ้ังแต่ 8-12.7 มม.
ตัวท่ี 2 วดั ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางได้ตัง้ แต่ 12.7-19 มม.
ตวั ท่ี 3 วัดขนาดเส้นผ่านศูนยก์ ลางได้ตั้งแต่ 19-32 มม.
ตวั ที่ 4 วัดขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางได้ตง้ั แต่ 32-54 มม.
ตัวท่ี 5 วดั ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางได้ตั้งแต่ 54-90 มม.
ตัวท่ี 6 วดั ขนาดเส้นผ่านศนู ยก์ ลางได้ต้งั แต่ 90*150 มม.
เกจวดั เพลาเรียว (Taper Plug Gauge)
าพที่ 1.16 เกจวดั เพลาเรยี ว
สว่ นประกอบของเกจวัดเพลาเรยี ว
ลักษณะของเกจเพลาเรียวด้ามจบั จะเป็นปลอกพิมพล์ ายนาํ สวมใส่เพอ่ื ทําให้สามารถจับเพลา
เรยี วไดถ้ นันขณะใช้งาน ท่ดี า้ มจะมีรายละเอยี ดขนาดบอกไว้ สว่ นประกอบของเกจวดั เพลาเรียวดงั นี้
แผนการสอน ครง้ั ที่
ช่ือวชิ า งานผลิตชน้ิ ส่วนประกอบดว้ ยเครือ่ งมือกล 3 หน่วยท่ี 8
ช่ือหนว่ ย-งานวัดและตรวจสอบงาน จํานวนคาบ
1)เป็นงานกลึงเรยี วและผ่านการเจยี ระไน ใหม้ ีขนาดไดม้ าตรฐานเรยี วต่าง ๆ เช่น เรยี ว
ระบบมอส (MORSE) วัสดทุ ่ีใช้ลาํ ตวั แทง่ ทําจากเหลก็ แขง็ คณุ ภาพสูงผา่ นการชบุ แข็งและเจยี ระไนให้
ไดข้ นาด
2)ปลายก่ัน อยู่สว่ นปลายด้ามมีลักษณะเชน่ เดียวกับปลายของดอกสวา่ นก้านเรียวเปน็ ตัว
ตรวจสอบระยะห่างของร่องในการทําปลอกเรียว
3)สว่ นปลายทั้งสองขา้ ง จะถกู เจาะรูยนั ศนู ย์ไว้ เพ่ือใชท้ ดลองจับยนั ศูนยห์ วั ท้ายของแท่ง
ทดสอบบนเคร่ืองกลงึ เพ่อื ลอกขนาดเพ่ือเอียงทํามุมเรียวบนเครื่องกลึง เพื่อกลงึ เพลาเรียวให้ได้ขนาด
ตามตน้ แบบ
เกจวดั รเู รียว (TAPER RING GAUGE)
เกจวัดรเู รียว ถูกสร้างข้นมาเพ่อื ใชต้ รวจสอบความเรยี วของเพลามาตรฐาน
ภาพที่ 1.17 เกจวัดรเู รยี ว
ลกั ษณะของเกจวดั รเู รียว
เกจวดั รเู รียวถกู ผลิตขึ้นมาด้วยการกลึงรเู รียว โดยใชเ้ ครอ่ื งกลึงใหใ้ กลเ้ คียงกับขนาดแล้ว
เจยี ระไนรปู ในใหม้ ผี วิ เรียบและไดข้ นาดมาตรฐาน
วัสดุท่ีใช้ ทําจากเหล็กแขง็ ทมี่ คี ุณภาพสงู เมอ่ื กลึงเสรจแลว้ จะนาํ ไปชบุ แขง็ และใช้เครื่อง
เจยี ระไนให้ไดข้ นาดมาตรฐาน
สรปุ
เคร่ืองมอื วัดโดยทัว่ ไป เมื่อทําการวัดจะสามารถอา่ นค่าได้จากเครอื่ งมือโดยตรง ซึ่ง
เครือ่ งมอื วดั แต่ละชนิดจะมีสเกลบอกระยะของการวดั เช่น ฟตุ เหล็ก เวอรเ์ นียรค์ าลเิ ปอร์
และบรรทัดวัดมุม เป็นต้น แต่เครือ่ งมอื ตรวจสอบไม่สามารถอ่านค่าไดจ้ ากการตรวจสอบ
เพียงแต่ทราบว่าผิวงานที่ตรวจสอบนั้นใช้ได้หรืออยู่ในข้ันยอมให้ได้ เช่น การตรวจสอบ
ความฉาก และการตรวจสอบความเรียบของผิวงาน เปน็ ตน้
แบบประเมินผลการเรียนรู้
ตอนที่ 1 จงกาเคร่ืองมาย / หนา้ ขอ้ ที่เหน็ วา่ ถกู แลเคร่ืองหมาย x หนา้ ข้อที่เหน็ ว่าผดิ
_____1. ระบบวัดอังกฤษต่อมาได้เปลย่ี นมาเปน็ หนว่ ยวดั ระบบ SI Unit
_____2. ถ้าเราต้องการผลิตชิน้ งานขน้ึ มาชิน้ หนงึ่ ซึ่งมตี วั อย่างอยู่แลว้ ก็ไม่จาํ เป็นตอ้ งทาํ การวดั ขนานอีก
_____3. เซนติเมตรเป็นหน่วยวัดของระบบเมตรกิ
_____4. หน่วยวดั ท่ีเล็กที่สดุ ของระบบเมตรกิ กค็ ือ หนุ
_____5. ในการวัดโดยใช้บรรทัดประกอบสายตาความหนาของบรรทัดก็มีส่วนทําใหค้ ่าทอ่ี ่านได้ผิดพลาด
_____6. การอ่านค่าทไี่ ดจ้ ากการวดั ด้วยบรรทัดเปน็ การวัดโดยตรง
_____7. คาลเิ ปอร์วัดนอกและวดั ใน เป็นเคร่ืองมอื วดั เปรียบเทียบ
_____8. ความยาว 1 นวิ้ มคี ่า = 25.4 เซนตเิ มตร
_____9. ความยาว 1 ไมล์ มีระยะทางมากกว่า 1 กิโลเมตร
_____10. ถา้ ขาวัดในของเวอรเ์ นียร์คาลิเปอรไ์ มข่ นานกบั รขู องช้นิ งาน จะทําใหค้ ่าทอ่ี า่ นได้มขี นาดเลก็ กว่า
ขนาดของชนิ้ งานจรงิ
_____11. การดงึ เวอร์เนยี รค์ าลิเปอร์ออกมาจากงาน แล้วนาํ มาอ่านค่าท่ีด้ในระดับสายตาจะทําให้การวัดน้นั
มีความเที่ยงตรง
_____12. การกดขาเวอร์เนยี ร์คาลเิ ปอรม์ ากเกนิ ไป จะทาํ ใหค้ า่ ทีอ่ ่านไดจ้ ากสเกลมีขนาดเล็กกวา่ ขนาดของ
ช้นิ งาน
_____13. ถ้าปากของเวอรเ์ นียร์คาลเิ ปอรส์ กึ หรอ แลว้ นาํ ไปวัดเพลาจะพบวา่ คา่ ท่ีอ่านไดม้ คี ่าโตกว่าขนาด
จรงิ
_____14. ปากวดั นอกของเวอรเ์ นยี ร์คาลเิ ปอรถ์ า้ ไม่ขนานกับผิวด้านข้างของช้ินงานแล้ว จะทําให้ค่า
ทีไ่ ด้โตกว่าขนาดจริงของชิ้นงาน
_____15. ไมโครมิเตอร์เปน็ เครอื่ งมอื วัดทส่ี ามารถได้ละเอยี ดกวา่ เวอรเ์ นยี ร์เน่ืองจากสามารถกําหนดความ
ละเอยี ดของการวัดจากระยะพิตซ์ของแกนเกลยี ว