42 การทดสอบที่แบบไม่อิสระ (T – test for Dependent Samples) 7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยเลือกใช้สถิติ ดังนี้ 1.สถิติพื้นฐาน ใช้ค่าเฉลี่ย ( X ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ สำหรับข้อมูลทางสังคมศาสตร์ 2. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพของเครื่องมือโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป Test Analysis Program (TAP) 2.1 ค่าความยากง่าย (P) ของแบบทดสอบการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ 2.2 ค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ 2.3 ค่าความเชื่อมั่น () ของคูเดอร์-ริชาร์ดสัน ของแบบทดสอบการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ ภาษาอังกฤษ 2.4 หาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เมื่อ = ∑R N เมื่อ IOC เป็นดัชนีความสอดคล้อง R เป็นผลรวมของความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N เป็นจำนวนของผู้เชี่ยวชาญ 3.สถิติที่ใช้ทดสอบสมมุติฐาน โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติสำหรับข้อมูลทางสังคมศาสตร์SPSS for Windows 3.1 สถิติที่ใช้ทดสอบความแตกต่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนคือ การ ทดสอบทีแบบกลุ่มเดียว (t-test for One Sample)
43 3.2 สถิติที่ใช้ทดสอบความแตกต่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนคือ การ ทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t-test for Dependent Sample) 4. สถิติที่ใช้หาคุณภาพสื่อการสอน/นวัตกรรมที่เลือกใช้ 4.1 สถิติที่ใช้ในการหาค่าประสิทธิภาพ (E1/ E2 ) 4.2 สถิติที่ใช้ในการหาค่าประสิทธิผล (E.I.)
44 บทที่4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยขอนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับ ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลการพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบ ปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือ ภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน ตอนที่3 ผลการศึกษาความคงทนในการจำด้านคำศัพท์หลังการเรียนโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับ หนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 4. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ผลการพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 ตารางที่ 4.1 ผลการพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 รายการ ประเมิน จำนวนนักเรียน คะแนนเต็ม คะแนนรวม คะแนนเฉลี่ย ประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ คะแนน กระบวนการ ระหว่างเรียน (E1 ) 30 140 3629 120.9 86.40 คะแนนหลัง เรียน (E2 ) 30 30 749 24.9 83.22 จากตารางที่ 1 พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเฉลี่ยคะแนนการอ่านด้วยหนังสือภาพแบบ ปฏิสัมพันธ์ก่อนเรียนเท่ากับ 120.9 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 86.40 และค่าเฉลี่ยคะแนนหลังการเรียนรู้คำศัพท์
45 ภาษาอังกฤษ เท่ากับ 24.9 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.22 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้ เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพผ่านเกณฑ์ 75/75 ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบ ปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน ตารางที่ 4.2 ผลรวม ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่าง ก่อนเรียนกับหลังเรียน คนที่ ก่อนเรียน (30) หลังเรียน (30) คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 1 13 43 24 80 2 8 26 22 73 3 5 16 22 73 4 10 33 23 76 5 15 50 27 90 6 13 43 23 76 7 12 40 22 73 8 6 20 23 76 9 18 60 27 90 10 8 26 24 80 11 11 36 23 76 12 11 36 24 80 13 8 26 23 76 14 12 40 25 83 15 11 36 25 83
46 ตารางที่ 4.2 ผลรวม ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่าง ก่อนเรียนกับหลังเรียน (ต่อ) คนที่ ก่อนเรียน (30) หลังเรียน (30) คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 16 21 70 28 93 17 22 73 28 93 18 9 30 22 73 19 5 16 24 80 20 16 53 25 83 21 22 73 28 93 22 21 70 28 93 23 8 26 26 86 24 20 66 28 93 25 10 33 25 83 26 12 40 24 80 27 21 70 28 93 28 24 80 28 93 29 13 43 24 80 30 21 70 26 86 รวม 460 1,344 749 2,477 คะแนนเฉลี่ย 13.53 44.8 24.96 82.56
47 ตารางที่ 4.2 ผลรวม ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่าง ก่อนเรียนกับหลังเรียน (ต่อ) จากตารางที่ 4.2 พบว่าผลการเปรียบเทียบพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับ หนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน ก่อนเรียนมีคะแนน เฉลี่ย 13.53 คิดเป็นร้อยละ 45.1 ซึ่งมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน คือ 5.70 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน 24.96 คิดเป็น ร้อยละ 82.56 ซึ่งมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานคือ 2.15 ตารางที่ 4.3 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติทดสอบที และระดับนัยสำคัญทางสถิติในการ เปรียบเทียบพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน ผลการทดลอง จำนวนนักเรียน ̅ S.D. t sig ก่อนเรียน 30 13.53 5.70 หลังเรียน 30 24.96 2.15 *.มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จากตารางที่ 4.3 พบว่า การเปรียบเทียบพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือ ภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 13.53 คะแนน และหลังเรียนเท่ากับ 24.96 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 คนที่ ก่อนเรียน (30) หลังเรียน (30) คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 5.70 19 2.15 7.16 ร้อยละ 45.1 114.33 15.47* 0.000
48 ตอนที่3 ผลการศึกษาความคงทนในการจำคำศัพท์ หลังการเรียนโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบ ปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ตารางที่ 4.4 คะแนนความคงทนในการจำคำศัพท์ หลังการเรียนโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบ ปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 คนที่ คะแนนเต็ม (30) หลังเรียน ความคงทน ผลต่าง 1 24 25 1 2 22 18 -4 3 22 22 0 4 23 22 -1 5 27 25 -2 6 23 23 0 7 22 22 0 8 23 21 -2 9 27 26 -1 10 24 24 0 11 23 22 -1 12 24 23 -1 13 23 21 -2 14 25 25 0 15 25 24 -1 16 28 25 -3 17 28 26 -2 18 22 21 -1 19 24 22 -2 20 25 24 -1
49 ตารางที่ 4.4 คะแนนความคงทนในการจำคำศัพท์ หลังการเรียนโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบ ปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 (ต่อ) คนที่ คะแนนเต็ม (30) ผลต่าง 21 28 24 -4 22 28 25 -3 23 26 23 -3 24 28 25 -3 25 25 22 -3 26 24 21 -3 27 28 26 -2 28 28 27 -1 29 24 24 0 30 26 26 0 รวม 749 704 คะแนนเฉลี่ย 24.96 23.46 ตารางที่ 4.4 คะแนนความคงทนในการจำคำศัพท์ หลังการเรียนโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบ ปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 คนที่ คะแนนเต็ม (30) ผลต่าง หลังเรียน ความคงทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.15 2.04 ร้อยละ 83.2 78.2 จากตารางที่ 4.4 พบว่า คะแนนความคงทนในการจำคำศัพท์ หลังการเรียนโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับ หนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 24.96 ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.15 และคะแนนความคงทนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 23.46คะแนนส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 2.04
50 ตารางที่ 4.5 ผลศึกษาความคงทนในการจำคำศัพท์ หลังการเรียนโดยใช้ใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพ แบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผลการทดลอง จำนวนนักเรียน ̅ S.D. t sig หลังเรียน 30 24.96 2.15 ความคงทน 30 23.46 2.04 *.มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จากตารางที่ 4.5 พบว่า ผลการศึกษาความคงทนในการจำคำศัพท์ โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือ ภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 24.96 ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานเท่ากับ 2.15 และคะแนนความคงทนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 23.46 คะแนนส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.04 พบว่า ความคงทนในการจำคำศัพท์หลังเรียน โดยผ่านไป 14 วัน ไม่แตกต่างกันมาก อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติระดับ .01 -6.16* 0.000
51 บทที่5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยนำเสนอการสรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของวิจัย 1. เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2. เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน 3. เพื่อศึกษาความคงทนในการจำด้านคำศัพท์หลังการเรียนโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบ ปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สมมุติฐานในงานวิจัย การเปรียบเทียบการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนสูงกว่าเกฑณ์เกินร้อยละ 75 สรุปผลการวิจัย 1. การพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 คะแนนกระบวนการระหว่างเรียน (E1 ) และคะแนนหลังการเรียนรู้ด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ (E2 )ที่มีประสิทธิภาพ 86.40/83.22 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75/75 2. การเปรียบเทียบพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน คะแนนเฉลี่ยนก่อเรียนเท่ากับ 13.53 คะแนน และหลังเรียนเท่ากับ 24.96 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนหลังเรียน ของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. ความคงทนในการจำด้านคำศัพท์หลังการเรียนโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 24.96 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.15 และคะแนนความคงทนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 23.46 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.04 พบว่า ความคงทน ในการจำคำศัพท์หลังเรียน โดยผ่านไป 14 วัน ไม่แตกต่างกันมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .05 จากการใช้
52 เทคนิคนีโมนิคนีโมนิค ประเภท Rhyme Mnemonics Technique(การใช้บทเพลงเล่นเสียงสัมผัส) พบว่าเทคนิค นี้ทำให้นักเรียนสามารถจำคำศัพท์ได้มากกว่าเทคนิคอื่นๆ เนื่องจากมีการร้องเพลงที่ใช้เสียงสัมผัสทำให้นักเรียนมี ความสนุกสนาร่วมด้วยจึงสามารถจำคำศัพท์ได้รวดเร็วกว่าเทคนิคอื่นๆ อภิปรายผลการวิจัย 1. การพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 คะแนนกระบวนการระหว่างเรียน (E1) และคะแนนหลังการเรียนรู้ด้านคำศัพท์ ภาษาอังกฤษ (E2) มีประสิทธิภาพ 86.40/83.22 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ75/75 เนื่องจากผู้วิจัยได้มีการศึกษา เกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ เทคนิคช่วยจำหรือ Mnemonics Technique ตามที่ Allen (1983) กล่าวว่า การใช้เทคนิคช่วยจำในการสอนเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนใช้คำศัพท์ในการสื่อสารหรือแสดงความคิดเห็น ใช้ภาพ ในการจินตนาการนักเรียนจะสนใจในการจินตนาการภาพ การใช้ภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญในชั้นเรียนภาษาต่างประเทศ Scuggs (2005, อ้างในบทความของ Cara Bafile: Website) กล่าวว่า Mnemonics Technique สามารถทำ หน้าที่ได้ดีในการเชื่อมโยงสิ่งที่รู้และสิ่งที่ไม่รู้ให้กับนักเรียนได้ นักเรียนจะสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่รู้เข้ากับคำศัพท์ใหม่ ได้และสิ่งเหล่านี้จะต้องถูกฝึกอย่างเป็นกิจวัตร ฝึกซ้ำบ่อย ๆ หากจัดการเรียนการสอนเรื่องเทคนิคช่วยจำได้ดี เด็ก จะสามารถจดจำไปได้ตลอดไป จากการใช้เทคนิคนีโมนิคนีโมนิคประเภท Rhyme Mnemonics Technique(การ ใช้บทเพลงเล่นเสียงสัมผัส) พบว่าเทคนิคนี้ทำให้นักเรียนสามารถจำคำศัพท์ได้มากกว่าเทคนิคอื่นๆ เนื่องจากมีการ ร้องเพลงที่ใช้เสียงสัมผัสทำให้นักเรียนมีความสนุกสนาร่วมด้วยจึงสามารถจำคำศัพท์ได้รวดเร็วกว่าเทคนิคอื่นๆ ทั้งนี้ผู้วิจัยเล็งเห็นว่าการสอนโดยใช้เทคนิคช่วยจำยังไม่เพียงพอต่อการจดจำศัพท์ของนักเรียน จึงได้สร้างหนังสือ ภาพแบบปฏิสัมพันธ์(Interactive book) เพื่อพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษและใช้เป็นการเสริมแรงในการ จัดการเรียนการสอน เพราะภาพสามารถกระตุ้นและเพิ่มความสนใจแก่นักเรียนช่วยให้นักเรียนมองเห็นสิ่งนั้นได้ อย่างชัดเจน 2. การเปรียบเทียบพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 13.53 คะแนน และหลังเรียนเท่ากับ 24.96 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนหลังเรียน ของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สอดคล้องกับงานวิจัยของ ของธีร์วรา ปลา ตะเพียนทอง (2562) ได้ทำการศึกษาเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ด้านคำศัพท์และความคงทนโดยใช้ เทคนิคช่วยจำร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6 โรงเรียนอนุบาลนครปฐม อาจารย์ที่ ปรึกษาวิทยานิพนธ์ พบว่า การวิจัยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อเปรียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ด้านคำศัพท์ของนักเรียน
53 ก่อนและหลังการสอนโดยใช้เทคนิคช่วยจำร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการ เรียนภาษาอังกฤษต่อการสอนโดยใช้เทคนิคช่วยจำร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์ และเพื่อศึกษาความคงทนในการจำ คำศัพท์หลังการเรียนโดยใช้เทคนิคช่วยจำร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์ ผลการวิจัย พบว่า 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ คำศัพท์โดยการใช้เทคนิคช่วยจำร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาล นครปฐมสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ .05 2. ความคิดเห็นขอนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลนครปฐมที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษโดยเทคนิคช่วยจำร่วมกับสมุดภาพคำศัพท์โดยภาพรวม ทั้งหมดมีระดับความคิดเห็น เห็นด้วยมากที่สุด 3. ความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์โดยการใช้เทคนิคช่วยจำร่วมกับ สมุดภาพคำศัพท์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลนครปฐมไม่แตกต่างกันกับการทดสอบหลังเลิก เรียน และงานวิจัยของพิรมลักษณ์ ต้นปาน (2561) ได้ทำการศึกษาเรื่องการพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวภาษาเพื่อการสื่อ สารประกอบเทคนิคนีโมนิค เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 ศึกษาและเปรียบเทียบความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยใช้เทคนิคนีโมนิคก่อนเรียนและหลังเรียน ศึกษาความคงทนใน การจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยใช้เทคนิคนีโมนิค และศึกษาเจต คติของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิคนีโมนิค ผลการวิจัยสรุปได้ ว่า 1. นักเรียนมีคะแนนความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนเรียนเฉลี่ยร้อยละ 18.00 และหลัง เรียนเฉลี่ยร้อยละ 60.00 คะแนนเฉลี่ยของการทดสอบหลังเรียน มีค่าเท่ากับ 23.75 คิดเป็นร้อยละ 79.17 และเมื่อ ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย พบว่าความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นักเรียนได้คะแนนการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษหลังเรียนไม่น้อยกว่าร้อย ละ 75 2. นักเรียนที่ได้รับการสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิคนีโมนิค มีความคงทนในการจำคำศัพท์ ภาษาอังกฤษ และ 3. นักเรียนมีเจตคติต่อการสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เทคนิคนีโมนิคอยู่ในระดับดี 3. ความคงทนในการจำด้านคำศัพท์หลังการเรียนโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 24.96 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.15 และคะแนนความคงทนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 23.46 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.04 พบว่า ความคงทน ในการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษหลังเรียน โดยผ่านไป 14 วัน ไม่แตกต่างกันมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .05 หลังจากที่ได้เรียนโดยใช้เทคนิคเทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์เนื่องจากเทคนิคช่วยจำทำให้ กลไกทางสมองทำงานอย่างมาก ตามที่ Craik and Lockhart (1972) กล่าวไว้ว่าผู้เรียนจะจำได้ดียิ่งขึ้นถ้าสมองมี
54 ความคิดที่ละเอียดหรือเป็นขบวนการ เทคนิคช่วยจำจะสามารถเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนให้เข้ากับความรู้ ใหม่และยังใช้รูปภาพเป็นส่วนช่วยเสริมแรงการเรียนรู้คำศัพท์ให้จำได้ดีมากยิ่งขึ้น ข้อเสนอแนะ จากการวิจัยเรื่องผลการใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ด้าน คำศัพท์และความคงทนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีข้อเสนอแนะดังนี้ 1.ข้อเสนอแนะเพื่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1.1 ก่อนที่จะนำเครื่องมือไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน ครูผู้สอนควรศึกษาเทคนิคนีโมนิคแต่ละ ประเภทให้ดีและควรอธิบายวิธีการใช้งานของหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ให้ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดและ จะได้ประสิทธิภาพสูงสุดจากการใช้เครื่องมือในการจัดการเรียนการสอน 1.2 ครูผู้สอนควรวางแผนการจัดการเรียนรู้ในแต่ละชั่วโมงให้ดี พร้อมกับเตรียมสื่อ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ พร้อม เพื่อบรรยากาศการเรียนจะได้ต่อเนื่องและเป็นไปอย่างสนุกสนาน 2.ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยในครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์เพื่อพัฒนาการพัฒนาการ เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของระดับชั้นอื่น ๆ 2.2 ควรมีการศึกษาโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์เพื่อพัฒนาทักษะด้าน ภาษาอังกฤษอื่น ๆ เช่น ทักษะการอ่าน ทักษะการฟัง เป็นต้น
55 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. ชลลดา เรืองฤทธิ์ราวี. (2553). "ผลการใช้กลวิธีช่วยจำเพื่อพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2." การศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม. มหาสารคาม มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. ญาณิน แพงจันทร์. (2563). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้หนังสือ ภาพแบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตร์ บัณฑิต สาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ธีร์วรา ปลาตะเพียนทอง. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ด้านคำศัพท์และความคงทนโดย ใช้เทคนิคช่วยจำร่วมกับสมุดภาพ คำศัพท์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียน อนุบาลนครปฐม. (การค้นคว้าอิสระปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาวิชา การสอน ภาษาอังกฤษ ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน บัณฑิตวิทยาลัย). กรุงเทพ: มหาวิทยาลัย ศิลปากร. บุญชม ศรีสะอาด. (2546). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. พรรธิภา คำทอง. 2564. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้เทคนิค ช่วยจำร่วมกับสื่อคำศัพท์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน เทศบาล 2 มุขมนตรี. สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. พิรมลักษณ์ ตันปาน. (2561). การพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดการเรีนยรู้ตามแนวทางภาษาเพื่อการสื่อสาร ประกอบเทคนิคนีมโมนิคส์. (วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาวิชาหลักสูตร
56 และการเรียนการสอน). มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม Knowledge rush. (2014). Mnemonic technique. Accessed August 21, 2022. Available from http://www.knowledgerush.com/encyclopedia/Mnemonic_techniques Language Centre. (2003). Remembering vocabulary. Accessed August 25, 2022. Available from http://lc.ust.hk/sac/advice/English/vocabulary/V4.htm The Access Center. (2000). Using mnemonic instruction to facilitate access to the general education curriculum. Accessed August 20, 2022. Available from http://www.ldonline.org/article/15577?theme=print Thompson, I. (2007). Vocabulary learning strategies. Accessed August 17, 2022. Available from http://www.public.asu.edu/ickpl/learningvocab.htm
57 ภาคผนวก
58 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
59 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1.นางอัชรา ปลื้มกิจมงคล วุฒิการศึกษา ค.บ ภาษาอังกฤษ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ สถานที่ทำงาน โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา 2.นางสาวน้ำฝน สันที วุฒิการศึกษา ค.บ ภาษาอังกฤษ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ สถานที่ทำงาน โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา 3.นางสาวประไพศรี ทัพแก้ว วุฒิการศึกษา ค.บ ภาษาอังกฤษ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ สถานที่ทำงาน โรงเรียนเทศบาล 5 สีหรักษ์วิทยา
60 ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์และความคงทนโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2. นวัตกรรมหนังสือภาพแบบปฏิสัมพันธ์ 3. แบบทดสอบการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ
61 ตังอย่างแผนแผนการพัฒนาการเรียนรู้ด้านคำศัพท์และความคงทนโดยใช้เทคนิคนีโมนิคร่วมกับหนังสือภาพ แบบปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
62 LESSON PLAN 4 Foreign Language Department (English) Level: Grade 4 Unit 3: In My Town Time: 2 hours Topic: Places in Town Tessaban 5 Siharak Witthaya School Teacher: Miss Phatwarin Potjana 1. Learning Standard and Indicators Strand 1: Language for Communication Standard FL1.1: Understanding of and capacity to interpret what has been heard and read from various types of media, and ability to express opinions with proper reasoning G4/1 Act in compliance with orders, requests and simple instructions heard or read. G4/2 Pronounce and spell words; accurately read aloud groups of words, sentences, simple texts and chants by observing the principles of reading. G4/3 Choose/ specify the pictures or symbols or signs corresponding to the meanings of sentences and short texts heard or read. G4/4 Answer the questions from listening to and reading sentences, dialogues and simple tales. Standard FL1.2: Possessing language communication skills for effective exchange of information; efficient expression of feelings and opinions G4/1 Speak/write in an exchange in interpersonal communication. G4/2 Use orders, requests and simple permission. G4/3 Speak/write to express their own needs and to ask for help in simple situations.
63 G4/4 Speak/write to ask for and give information about themselves, their friends and families. G4/5 Speak to express their own feelings about various matters around them and various activities by following the models heard. Standard FL1.3: Ability to speak and write about information, concepts and views on various matters G4/1 Speak/write to give information about themselves and matters around them. G4/3 Speak to express simple opinions about matters around them. Strand 4: Language and Relationship with Community and the World Standard FL4.1: Ability to use foreign languages in various situations: in school, community and society G4/1 Listen and speak in situations in the classroom and in school. 2. CONCEPT This lesson is focused on using prepositions of places in town. 3. OBJECTIVE Terminal Objective 1. Students will be able to identify prepositions of places in town (K). 2. Students will be able to apply sentences about places in town (P). 3. Students will participate in learning activities actively (A). 4. CONTENT Vocabulary: next to, opposite, behind, in front of
64 Structure: Q: Where’s the + __________(place). A: It's + ___________(where word) + the + _________(place). 5. INSTRUCTIONAL ACTIVITIES Period: 1 (1 hour) Warm up (5 minutes) 1.Teacher greets the students T: Good morning/afternoon students. How are you to day? S: I’m find. Thank you and you? T: I’m great. Sit down please. S: Thank you teacher. 2. The teacher opens the video on YouTube about “PREPOSITIONS OF PLACE” 1 round with the action according to the video. 3. The teacher tells the children to stand up and then the teacher turn on the video again and let the children act according to the video. Presentation (20 minutes) 4. The teacher presents vocabulary about prepositions of place on screen, using interactive book for grade 4 students and using Physical Mnemonics Technique, Rhyme Mnemonics Technique. Rhyme Mnemonics sample: Preposition Preposition คือคำบุพบท Preposition Preposition คือคำบุพบท In front of คือข้างหน้า behind คือข้างหลัง next to คือด้านข้าง ตรงกันข้าม opposite 5. The teacher explains how to use:
65 1. next to = Use when describing two people or things that are very close to each other with nothing between them. 1.1 The teacher choose 2 students to show the position, then the teacher says the sentence and have the students repeat after the teacher. 2. opposite = Being in a position on the other side. Example Building1 is opposite Building3. 2.1 The teacher choose 2 students to show the position, then the teacher says the sentence and have the students repeat after the teacher. 3. behind = At the back. 3.1 The teacher choose 2 students to show the position, then the teacher says the sentence and have the students repeat after the teacher. 4. in front of = In a position just ahead or at the front part of someone or something else. 4.1 The teacher choose 2 students to show the position, then the teacher says the sentence and have the students repeat after the teacher. Practice (20 minutes) 6. The teacher gives “Prepositions of Places” worksheet and explains how to do it. Product (10 minutes) 7. The teacher divides the students into 4 groups, there are groups 1 2 3 and 4. 8. The teacher asks the students sit in groups in front of the classroom. 9. The teacher explains the rules of the game. 9.1 The teacher says the sentence and ask the students to put the picture and arrange the sentence that the teacher say correctly.
66 9.2 When any group is finish, raise your hand. 9.3 The teacher checks the correctness. 9.4 Which group is correctly and fastest gets 1 point, keep playing like this until the students complete 5 sentences. 9.5 Which group gets the most points is the winner. 9.6 There are sentences such as the following: 1. The cat is next to the apple. 2. The dog is opposite the cat. 3. The dog is in front of the ball. 4. The cat is behind the chair. 5. The cat is next to the table. Wrap up (5 minutes) 10. The teacher reviews vocabulary on screen by using interactive book for grade 4 students and using Physical Mnemonics Technique, Rhyme Mnemonics Technique. Period: 2 (1 hour) Warm up (5 minutes) 1.Teacher greets the students T: Good morning/afternoon students. How are you to day? S: I’m find. Thank you and you? T: I’m great. Sit down please. S: Thank you teacher.
67 Presentation (20 minutes) 2. The teacher reviews the prepositions of place on screen, using interactive book for grade 4 students and using Physical Mnemonics Technique, Rhyme Mnemonics Technique. 3. The teacher teaches/explains the sentence structure and reads it aloud for the students to follow along. Q: Where’s the + __________(place). A: It's + ___________(where word) + the + _________(place). Practice (15 minutes) 4. The teacher asks the students to open the workbook on page 50 with the command "Open your book on page 50, please." 5. The teacher explains how to make it to the students. Product (15 minutes) 6. The teacher leads the students to play game by helping each other answer the correct questions from the screen. Wrap up (5 minutes) 7. The teacher reviews vocabulary and sentence by using interactive book for grade 4 students and using Physical Mnemonics Technique, Rhyme Mnemonics Technique. 6. TEACHING MATERIALS 1. Canva 2. Worksheet “Prepositions of Places” Period: 1 3. Youtube 4. Game Period: 1 5. Worksheet Period: 2
68 7. ESL Games Plus Period: 2 8. Wordwall Period: 2 9. Interactive Book for Grade 4 Students 7. TASK, MEASUREMENT AND EVALUATION Objectives Measurements Tools Criteria K – Knowledge 1. Students will be able to identify prepositions of places in town (K). completing the worksheet, workbook worksheet , workbook Passed 70 percent criteria P – Process 2. Students will be able to apply sentences about places in town (P). observe the students' the conversational behavior in class. question and answer Passed 70 percent criteria A – Attitude 3. Students will participate in learning activities actively (A). students’ behavior observation. Observation Form Passed 70 percent criteria
69 8. WHAT HAPPENED DURING MY LESSON? ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ 9. HOW WILL I IMPOVE MY LESSON NEXT TIME? ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ Signature (Mr.Eaktrakan Suekraikunthawat) Deputy Director for Academic ………../………./………… 10. TRAINER’S COMMENT AND SUGGESTION ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ Signature (Mrs. Achara Pluemkitmongkol) Trainer Teacher ………../………./…………
70 11. THE ADMINISTRATOR’S COMMENT AND SUGGESTION ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ Signature (Mr. Wattana Somjit) School Director ………../………./………
71 Canva
72 Worksheet “Prepositions of Places ” Period: 1
73 Youtube https://www.youtube.com/watch?v=BnTO3RaSi8M
74 Game Period: 1
75 Worksheet Period: 2
76 ESL Games Plus Period: 2 https://www.eslgamesplus.com/prepositions-of-place-esl-fun-game-online-grammar-practice/
77 Wordwall Period: 2 https://wordwall.net/th/resource/19778253/p2-w8-prepositions-of-place
78 Interactive Book for Grade 4 Students
79 Scores outcome of textbook No. Score (10) Percent (100) Result pass failed 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 Assessment Criteria: Students who score 5 points or more are considered to pass the assessment criteria or validity at least 70 percent
80 Conversation Checklist Scoring criteria 3 = Good 2 = Fair 1 = Needs improvement No. Assessment list Total Scores (12) Result Pronounce 10 words correctly (3) word stress (3) Correctness of the content (3) Ability to communicate (3) pass failed 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 Assessment Criteria: Students who score 10 points or more are considered to have pass the assessment criteria.
81 Observation Behavior of Student Participle in Class Scoring criteria 3 = Good 2 = Fair 1 = Needs improvement No. Behavior Checklist Total Scores (12) Result Participates in classroom discussions (3) Read aloud in class (3) Appears happy (3) Attentive in class (3) pass failed 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 Assessment Criteria: Students who score 9 points or more are considered to have pass the assessment criteria.
82 LESSON PLAN 8 Foreign Language Department (English) Level: Grade 4 Unit 5: At School Time: 1 hour Topic: School Subjects Tessaban 5 Siharak Witthaya School Teacher: Miss Phatwarin Potjana 1. Learning Standard and Indicators Strand 1: Language for Communication Standard FL1.1: Understanding of and capacity to interpret what has been heard and read from various types of media, and ability to express opinions with proper reasoning G4/1 Act in compliance with orders, requests and simple instructions heard or read. G4/2 Pronounce and spell words; accurately read aloud groups of words, sentences, simple texts and chants by observing the principles of reading. G4/3 Choose/ specify the pictures or symbols or signs corresponding to the meanings of sentences and short texts heard or read. G4/4 Answer the questions from listening to and reading sentences, dialogues and simple tales. Standard FL1.2: Possessing language communication skills for effective exchange of information; efficient expression of feelings and opinions G4/1 Speak/write in an exchange in interpersonal communication. G4/2 Use orders, requests and simple permission.
83 G4/4 Speak/write to ask for and give information about themselves, their friends and families. G4/5 Speak to express their own feelings about various matters around them and various activities by following the models heard. Standard FL1.3: Ability to speak and write about information, concepts and views on various matters G4/1 Speak/write to give information about themselves and matters around them. G4/3 Speak to express simple opinions about matters around them. Strand 4: Language and Relationship with Community and the World Standard FL4.1: Ability to use foreign languages in various situations: in school, community and society G4/1 Listen and speak in situations in the classroom and in school. 2. CONCEPT This lesson focused on identifying which the subjects you like/don't like and the reasons for like/don't like them with adjectives. 3. OBJECTIVE Terminal Objective 1. Students will be able to identify about the subjects you like/don't like and the reasons for like/don't like them with adjectives. (K). 2. Students will be able to apply sentences about subjects (P). 3. Students will participate in learning activities actively (A). 4. CONTENT Vocabulary: easy, hard, fun, boring
84 Structure: Q: Why do / don't you like it? (subject) A: I think it's + ______________(reason). Skills: Writing, Speaking 5. INSTRUCTIONAL ACTIVITIES Period: 1 (1 hour) Warm up (5 minutes) 1.Teacher greets the students T: Good morning/afternoon students. How are you to day? S: I’m find. Thank you and you? T: I’m great. Sit down please. S: Thank you teacher. 2. The teacher asks the students, for example, What subjects are you studying today?, What subject will you study next? Presentation (20 minutes) 3. The teacher presents vocabulary about adjectives on the screen, using interactive book for grade 4 students and using Rhyme Mnemonics Technique. Rhyme Mnemonics Technique sample: Hello Hello Hello มาเรียนอังกฤษกันเถอะ อังกฤษeasyง่ายๆเลย very very very fun สนุก ครบครัน no boring ไม่น่าเบื่อ คำว่า hard แปลว่ายาก ไม่ต้องเชื่อ อังกฤษeasyมากมาย 4. The teacher explains the structure of the question-answer sentences of reasons for like/don’t like the subject. Practice (20 minutes)
85 5. The teacher gives worksheet and explains how to do it. Product (10 minutes) 6. The teacher asks each student to ask 5 friends using the given sentence and write the answer in a notebook. 7. Students come out and tell who like/don’t like which subjects and why. Wrap up (5 minutes) 8. The teacher reviews vocabulary on screen and reviews sentence structure on the screen, using interactive book for grade 4 students and using Rhyme Mnemonics Technique. 6. TEACHING MATERIALS 1. Canva 2. Worksheet 3. Interactive Book for Grade 4 Students
86 7. TASK, MEASUREMENT AND EVALUATION Objectives Measurements Tools Criteria K – Knowledge 1. Students will be able to identify about the subjects you like/don't like and the reasons for like/don't like them with adjectives. (K). completing the worksheet worksheet Passed 70 percent criteria P – Process 2. Students will be able to apply sentences about subjects (K). observe the students' the conversational behavior in class. question and answer Passed 70 percent criteria A – Attitude 3. Students will participate in learning activities actively (A). students’ behavior observation. Observation Form Passed 70 percent criteria
87 8. WHAT HAPPENED DURING MY LESSON? ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ 9. HOW WILL I IMPOVE MY LESSON NEXT TIME? ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ Signature (Mr.Eaktrakan Suekraikunthawat) Deputy Director for Academic ………../………./………… 10. TRAINER’S COMMENT AND SUGGESTION ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ Signature (Mrs. Achara Pluemkitmongkol) Trainer Teacher ………../………./…………
88 11. THE ADMINISTRATOR’S COMMENT AND SUGGESTION ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________________ Signature (Mr. Wattana Somjit) School Director ………../………./………
89 Canva
90 Worksheet
91 Interactive Book for Grade 4 Students