การประเมินผลผลิต
และการกักเก็บคารบอนภาคปาไม
โดย
อําไพ พรลีแสงสุวรรณ
สาโรจน วัฒนสุขสกุล
ประพาย แกนนาค
สมชาย นองเนือง
สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม
2562
ตามยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) กําหนดใหประเทศไทยมีพื้นที่สีเขียว
ไมนอยกวารอยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ โดยแบงเปนพื้นที่สีเขียวที่เปนปาธรรมชาติ 35 %
ื้
พื้นที่สีเขียวเพื่อการใชประโยชน 15 % และพนที่สีเขียวเพื่อการพักผอนหยอนใจ/เพื่อการเรียนรู
5 % เพื่อใหการขับเคลื่อนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเปนไปตามเปาหมายยุทธศาสตรชาติ
กรมปาไมไดสงเสริมใหทุกภาคสวนรวมกันปลูกปา และสงเสริมชุมชนในเมือง/ชุมชนชนบท
ปลูกตนไมเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้ การที่รัฐบาลไดปรับแกไข พ.ร.บ. ปาไม (ฉบับที่ 8)
พ.ศ. 2562 ซึงเปนกฎหมายที่กําหนดใหไมทุกชนิดที่ปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง
่
ตามประมวลกฎหมายที่ดิน “ไมเปนไมหวงหาม” เพื่อใหประชาชนที่ปลูกตนไมมีคาในพื้นที่
ของตนเองหรือที่ดินที่ไดรับอนุญาตจากรัฐ เชน สปก. ที่นิคม ที่ราชพัสดุ คทช. เปนตน สามารถ
ตัดไมไปขายหรือสามารถเปลี่ยนเปนเงินได ซึ่งถือวาเปนวิธีออมเงินอีกทางหนึ่ง และสรางมูลคา
ทางเศรษฐกิจใหประเทศดวย
การปลูกสวนปาควรมีการวางแผนและมีวัตถุประสงคที่แนนอนวาจะปลูกเพื่อใหไดมาซึง
่
ผลตอบแทนในทางเศรษฐกิจโดยตรงหรือเพื่อประโยชนในทางออม การปลูกสวนปาจะ
ประสบผลสําเร็จมากนอยเพียงใดนั้นขึ้นอยูกับการเลือกชนิดพันธุไมที่เหมาะสมกับพื้นที่
เลือกกลาไมที่มีสายพนธุที่ดีมีคุณภาพ ใหความสําคญของการปลูกและการบํารุงรักษาที่ถูกตอง
ั
ั
เหมาะสม สวนปาที่ไดมีการปลูกขึ้นมาแลวจะตองไดรับการดูแลเปนอยางดี และสามารถทํา
ในเชิงธุรกิจไดไมวาจะขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ ที่ใหผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ
คุมการลงทุน กรมปาไมไดดําเนินการพัฒนากลาไมพันธุดีเพื่อสงเสริมใหเกษตรกรปลูกสราง
สวนปาเศรษฐกิจ โดยสวนปาตองใหผลตอบแทนคุมคาและสูงกวาการใชประโยชนที่ดินผืนนั้น
ในดานอื่นๆ
การประเมินผลผลิตและการกักเก็บคารบอนภาคปาไม เปนการประมาณผลผลิต
สวนปาในรูปเนื้อไมเพื่อการใชประโยชนไมแปรรูป หรือการประมาณมวลชีวภาพและการกักเก็บ
คารบอนในสวนปาเพื่อขายคารบอนเครดิต ซึ่งสามารถใชประกอบการพิจารณาวางแผนการปลูก
สวนปาและการขายไมในเชิงธุรกิจ กรมปาไมหวังเปนอยางยิ่งวา หนังสือเลมนี้จะเปนประโยชน
ี
ตอการปลูกไมมคาทางเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวใหแกภาคเอกชนและประชาชนที่ตองการ
ปลูกตนไมในพื้นที่ของตนเองหรือที่ดินที่ไดรับอนุญาตจากภาครัฐ
I
หนา
สารบัญ I
สารบัญตาราง II
สารบัญภาพ IV
บทนํา 1
ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ 4
ตอนที่ 2 การเติบโตของตนไม และการประมาณผลผลิตในปาธรรมชาติและสวนปา 74
ตอนที่ 3 การกักเก็บคารบอนในระบบนิเวศปาไม 96
ตอนที่ 4 การดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด และการคายออกซิเจนของตนไม 122
เอกสารอางอิง 130
II
ตารางที่ หนา
1.1.1 สมการที่ใชในการประมาณความสูงของตนไมในปาดิบแลง ปาดิบเขา และปาสน 15
1.1.2 สมการที่ใชในการประมาณความสูงของตนไมในสวนปาไมตระกูลสน 16
1.1.3 สมการที่ใชในการประมาณความสูงของตนไมในสวนปาไมสัก 17
1.1.4 สมการที่ใชในการประมาณความสูงของตนไมในสวนปาไมกระยาเลย 18
1.2.1 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในปาดิบเขาและปาสนสองใบ 19
1.2.2 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในปาเต็งรัง 20
1.2.3 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในสวนปาไมตระกูลสน 22
1.2.4 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในสวนปาไมสัก 25
1.2.5 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในสวนปาไมยูคาลิปตัส 30
คามาลดูเลนซีส
1.2.6 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในสวนปาไมมะคาโมง 31
1.2.7 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในสวนปาไมกระถินเทพา 32
1.2.8 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในสวนปาไมกระยาเลย 33
1.3.1 สมการที่ใชในการประมาณมวลชีวภาพรายตนของสวนตางๆ ของตนไมในปา 34
ชนิดตางๆ
1.3.2 สมการที่ใชในการประมาณมวลชีวภาพเหนือพื้นดินและมวลชีวภาพใตพื้นดิน 36
ของกลาไมวงศไมยาง
1.3.3 สมการที่ใชในการประมาณมวลชีวภาพรายตนของสวนตางๆ ของตนไมใน 37
ปาชายเลน
1.3.4 สมการที่ใชในการประมาณมวลชีวภาพของตนไมในสวนปาไมตระกูลสน 40
1.3.5 สมการที่ใชในการประมาณมวลชีวภาพของตนไมในสวนปาไมสัก 45
1.3.6 สมการที่ใชในการประมาณมวลชีวภาพของตนไมในสวนปาไมยูคาลิปตัส 58
คามาลดูเลนซีส
1.3.7 สมการที่ใชในการประมาณมวลชีวภาพของตนไมในสวนปาไมมะคาโมง 63
1.3.8 สมการที่ใชในการประมาณมวลชีวภาพของตนไมในสวนปาไมกระถินเทพา 65
1.3.9 สมการที่ใชในการประมาณมวลชีวภาพของตนไมในสวนปาไมกระถินลูกผสม 66
อายุ 3 ป
1.3.10 สมการที่ใชในการประมาณมวลชีวภาพของตนไมในสวนปาไมกระยาเลย 69
1.3.11 สมการที่ใชในการประมาณมวลชีวภาพของไมไผชนิดตางๆ 72
III
ตารางที่ หนา
2.1 การเติบโต ปริมาตรไมใตเปลือก มวลชีวภาพ และการกักเก็บคารบอนของตนไม 87
ในสวนปาชนิดตางๆ
2.2 การเติบโตและมวลชีวภาพของตนไมในสวนปายูคาลิปตัสคามาลดูเลนซีสที่ 89
สถานีวนวัฒนวิจัยราชบุรีเมื่ออายุตางกัน
2.3 การเติบโตและมวลชีวภาพของตนไมในสวนปายูคาลิปตัสคามาลดูเลนซีสอายุ 5 ป 90
ระยะปลูกตางๆ ในพื้นที่ตางกัน
3.1 การกักเก็บคารบอนในมวลชีวภาพของปาธรรมชาติในพื้นที่ตางๆ 102
3.2 ปริมาณคารบอนในเนื้อเยื่อสวนตางๆ ของพันธุไมชนิดตางๆ 108
3.3 การกักเก็บคารบอนในสวนปาชนิดตางๆ 112
3.4 การกักเก็บคารบอนในดินปาธรรมชาติ 114
3.5 การกักเก็บคารบอนในดินสวนปา 117
3.6 ปริมาณคารบอนในซากพืช 118
3.7 ปริมาณการกักเก็บคารบอนในซากพืชของปาธรรมชาติและสวนปา 119
4.1 ปริมาตร มวลชีวภาพ การกักเก็บคารบอน การดูดกาซคารบอนไดออกไซด 127
และการคายออกซิเจน ในตนไม 1 ตน
IV
ภาพท ี่ หนา
1.1 การวัดมิติตางๆ ของตนไมที่คัดเลือก กอนและหลังตัดตนไม 9
1.2 การตัดทอนลําตน แยกสวนกิ่งและใบออกจากลําตนเพื่อหาน้ําหนักสด เก็บตัวอยาง 9
ไปอบหาน้ําหนักแหง และเก็บตัวอยางวิเคราะหคารบอนและธาตุอาหาร
1.3 การหามวลชีวภาพของสวนตางๆ ของตัวแทนตนไม 10
1.4 ขุดตัวอยางราก ศึกษาระบบราก หาน้ําหนักสด เก็บตัวอยางไปอบหาน้ําหนักแหง 10
และเก็บตัวอยางวิเคราะหคารบอนและธาตุอาหาร
1.5 การวิเคราะหปริมาตรลําตนแตละทอนเพื่อหาปริมาตรทั้งหมด 11
1.6 สมการปริมาตรลําตนเหนือเปลือกและสมการปริมาตรลําตนใตเปลือก 11
1.7 การหาน้ําหนักแหง (มวลชีวภาพ) ของตนไม 12
1.8 สมการมวลชีวภาพลําตนและสมการมวลชีวภาพกิ่ง 12
1.9 สมการมวลชีวภาพใบและสมการมวลชีวภาพราก 13
1.10 สูตรการคํานวณคาปรับแกของสมการ 13
2
1.11 หลักการใชสมการโดยพิจารณาจากคา R (the coefficient of determination) 14
2.1 ความสัมพันธของการเติบโตและเวลา (Sigmoid curve) 77
2.2 ความเพิ่มพูนเฉลี่ยรายปดานความสูงและขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอกของ 79
ไมยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซีสในชั้นอายุตางกัน
2.3 การเติบโตและความเพิ่มพูนเฉลี่ยรายปทางความสูงและขนาดเสนผานศูนยกลาง 80
เพียงอกของไมสักที่อายุตางๆ
2.4 การเติบโตและความเพิ่มพูนเฉลี่ยรายปทางความสูงและขนาดเสนผานศูนยกลาง 80
เพียงอกของไมสนคาริเบียที่อายุตางๆ
2.5 ความเพิ่มพูนเฉลี่ยรายปทางความสูงและขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอกของ 81
ไมตะเคียนทอง จังหวัดศรีสะเกษ อายุ 15 ป ที่ระยะปลูกตางกัน
2.6 การเติบโตทางความสูงและขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอกของไมสนคาริเบีย 82
อายุ 29 ปในพื้นที่ตางกัน
2.7 ปริมาตรลําตนของไมสนคาริเบียอายุตางกันและปลูกในพื้นที่ตางกัน 84
2.8 มวลชีวภาพเหนือพื้นดินของไมสนคาริเบียอายุตางกันและปลูกในพื้นที่ตางกัน 86
2.9 การประมาณผลผลิตปาไม 91
2.10 สมการการประมาณผลผลิตปาไมในปาธรรมชาติและปาปลูก 91
2.11 การประมาณผลผลิตปาไมจากสมการ 92
V
ภาพท ี่ หนา
2.12 ขั้นตอนการประมาณผลผลิตปาไมจากสมการ 92
2.13 ตัวอยางการแทนคาในสมการ 93
2.14 หลักการเลือกใชสมการสําเร็จรูป 93
2.15 วิเคราะหหาคารบอนและธาตุอาหารในมวลชีวภาพเพื่อประมาณการกักเก็บ 94
คารบอนและธาตุอาหารในพื้นที่
1
1
บทนํา
มีสาเหตุมาจากปรากฏการณเรือนกระจก เนื่องจาก
ชั้นโอโซนถูกทําลายจนทําใหเกิดการสะสมของอุณหภูมิพื้นผิวโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเปนสาเหตุที่จะนําไปสู
การเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝน ระดับน้ําทะเล จนมีผลกระทบอยางกวางขวางตอสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศ
ี
ของโลก ภาวะโลกรอนที่ทั่วโลกกําลังประสบปญหามีผลตอการอยูรอดของสิ่งมีชวิต อุณหภูมที่เพิ่มสูงขึ้น
ิ
อาจทําใหบางพื้นที่กลายเปนทะเลทราย ประชาชนขาดแคลนอาหารและน้ําดื่ม บางพื้นที่ประสบปญหา
น้ําทวมหนักเนื่องจากฝนตกรุนแรงขึ้น น้ําแข็งขั้วโลกและบนยอดเขาสูงละลาย ทําใหปริมาณน้ําทะเล
เพิ่มสูงขึ้น พื้นที่ชายฝงทะเลไดรับผลกระทบโดยตรง อาจทําใหบางพื้นที่จมหายไปอยางถาวร ดังนั้น ปญหา
ดานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงเปนปญหาสําคัญที่ทุกคนจะตองรวมมือกันปองกันและเสริมสราง
ความสามารถในการรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมีความสัมพันธกับ
่
ความเขมขนของกาซคารบอนไดออกไซด ซึงเปนกาซเรือนกระจกที่มีปริมาณมากที่สุดในในบรรยากาศ
กาซนี้ไมเคยสูงเกินกวา 300 สวนในลานสวน แตภายหลังยุคอุตสาหกรรม (ประมาณ พ.ศ. 2493) กาซ
คารบอนไดออกไซดมีปริมาณเพิ่มขึ้นมาก โดยเพิ่มสูงถึง 403.3 สวนในลานสวน ในป พ.ศ. 2559 (องคการ
อุตุนิยมวิทยาโลก: World Meteorological Organization, WMO) นอกจากนี้กาซมีเทนและกาซไนตรัส
ออกไซด ซึ่งเปนกาซเรือนกระจกมีปริมาณเพิมขึ้นเชนกัน ทําใหบรรยากาศโลกดูดกลืนความรอนไวมากขึ้น
่
สงผลใหภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง
เนื่องจากปาไมมีบทบาททั้งในดานการกักเก็บและปลดปลอยกาซคารบอนไดออกไซด การกักเก็บ
หรือดูดซับกาซคารบอนไดออกไซดจะผานกระบวนการสังเคราะหแสง ซึงตนไมจะนํากาซ
่
คารบอนไดออกไซดมาใชในการสรางอาหารและเพิ่มผลผลิตมวลชีวภาพ ในขณะที่การปลดปลอย
กาซคารบอนไดออกไซดกลับสูชั้นบรรยากาศของตนไมจะผานกระบวนการหายใจ การตาย การยอยสลาย
ตนไมจะกักเก็บคารบอนไวในสวนของลําตน กิ่ง ใบ และราก ในรูปของมวลชีวภาพ ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
้
หากมีผลผลิตมวลชีวภาพเพิ่มขึ้น พื้นที่นั้นก็จะมีจะมการกักเก็บคารบอนตามผลผลิตมวลชีวภาพที่เพิ่มขึน
ี
เมื่อมีการตัดฟนไมนําออกมาใชประโยชนคารบอนก็ยังคงกักเก็บอยูในเนื้อไมตลอดอายุการใชงาน
และคารบอนจะถูกปลดปลอยออกมาเมื่อมีการเผาไหมเนื้อไมนั้น
แนวทางของการลดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด ดวยการจายคาตอบแทนสําหรับกิจกรรม
ที่ปองกันการสูญเสียปาไมหรือความเสื่อมโทรมของปาไมในประเทศกําลังพัฒนา ในรูปของคารบอนเครดิต
้
ที่คิดตามปริมาณกาซทีลดลง ซึ่งเครดิตนี้จะสามารถซือขายไดในตลาดคารบอน โครงการที่เกี่ยวของกับ
่
การซือขายคารบอนเครดิตภาคปาไม ไดแก REDD (Reducing Emission from Deforestation and Forest
้
Degradation in Developing Countries) และ REDD+ (เรดดพลัส) โดยดูแลรักษาปาใหอยูในสภาพสมบูรณ
โดยไมปลอยใหมีการทําลายปาและทําใหปาเสื่อมโทรม เพื่อเปนแหลงกักเก็บคารบอน (Enhancement
of Forest Carbon Stocks) ผลที่ไดจะกอประโยชนตอสิ่งแวดลอมโดยรวมของโลก สําหรับในประเทศไทย
2
2
มีโครงการ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) เปนโครงการลดกาซเรือนกระจก
ภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย สามารถนําปริมาณการลดการปลอยกาซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น
ที่เรียกวา “คารบอนเครดิต” ไปขายในตลาดคารบอนภาคสมัครใจในประเทศได
การปลูกสรางสวนปาเพื่อเศรษฐกิจ เปนการปลูกปาเพื่อหวังผลตอบแทนจากการปลูก
ในลักษณะของการนําผลผลิตจากสวนปาออกมาจําหนายเปนรายไดในรูปแบบตางๆ เชน ไมซง ไมแปรรูป
ุ
ื่
เสาเข็ม หรือการปลูกสรางสวนปาเพอขายคารบอนเครดิต เปนตน การประมาณกําลังผลิตของสวนปาจึง
เปนขอมูลที่จะชวยในการตัดสินใจลงทุนปลูกสรางสวนปา ผลผลิตของสวนปาสามารถประเมินได
2 รูปแบบ ขึ้นกับวัตถุประสงคของการนําไปใชประโยชน หากตองการนําไปใชในรูปไมซุงหรือไมแปรรูป
จะประมาณผลผลิตเปนปริมาตรเนื้อไม สวนการประมาณผลผลิตสวนปาในรูปมวลชีวภาพหรือน้ําหนักแหง
จะใชในการปลูกสรางสวนปาเพื่อขายคารบอนเครดิตหรือใชประโยชนดานพลังงาน
คณะจัดทําหนังสือเลมนี้ ไดรวมกันศึกษาและสรางสมการประมาณการเติบโต ปริมาตรลําตน
และมวลชีวภาพของพันธุไมหลายชนิดในปาปลูก อาทิ สัก สน ยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซีส กระถินณรงค
แดง ประดู และมะคาโมง โดยเก็บขอมูลจากหลายพื้นที่และหลายชั้นอายุในไมบางชนิดที่ไดปลูกทดลอง
ในหนวยงานของสวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม อีกทั้งไดประมาณปริมาตร
มวลชีวภาพ และการกักเก็บคารบอนของไมแตละชนิดในแตละพื้นที่ ตลอดจนความสามารถในการดูดซับ
กาซคารบอนไดออกไซดของปาไมอีกดวย นอกจากนี้ ยังไดรวบรวบสมการที่นักวิจัยทานอื่นไดศึกษาไว
ในสวนปาชนิดตางๆ และปาธรรมชาติ เพื่อใหมีความหลากหลายและสามารถเลือกใชสมการ
ที่เหมาะสมและใกลเคียงกับพื้นที่ที่ตองการประมาณการมากที่สุด คณะผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวา
หนังสือเลมนี้จะเปนประโยชนตอการปลูกสรางสวนปาเศรษฐกิจ และการปลูกฟนฟูปาเพื่อลดปญหา
ภาวะโลกรอนในปจจุบัน
คณะผูจัดทํา
ธันวาคม 2562
ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ 4
µÍ¹·Õ่ 1
สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
5 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
I สนคาริเบีย 9 ป บอแกว จ.เชียงใหม
I สนคาริเบีย 29 ป ดงลาน จ.ขอนแกน
I สนคาริเบีย 6 ป แมแตง จ.เชียงใหม I สนคาริเบีย 18 ป หวยบง จ.เชียงใหม
I สนคาริเบีย 29 ป หวยบง จ.เชียงใหม
ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ 6
µÍ¹·Õ่ 1
การเติบโตของตนไมจะเปนไปอยางตอเนื่องโดยมีอัตราการเติบโตในระยะตางๆ ตลอดวงจรชีวิต
ไมเทากันในไมแตละชนิด เมื่อตนไมมีการเติบโตเต็มที่แลวอัตราการเติบโตจะลดลงจนคงที่ การสราง
หรือสะสมอาหารจะสมดุลกับที่ตองสูญเสียไป ผลผลิตของตนไมในปาจะมากหรือนอยขึ้นกับการเติบโต
ของตนไม การสรางสมการเพื่อประมาณการเติบโต ปริมาตรลําตน หรือมวลชีวภาพของตนไม สามารถ
นําไปใชประเมินการเติบโตและผลผลิตในปาธรรมชาติหรือสวนปา โดยใชสมการที่มีผูสรางขึ้นมากอนแลว
หรือสามารถสรางสมการขึ้นเองในแตละพื้นที่
การสรางสมการปริมาตรลําตนและมวลชีวภาพของสวนปา ใชวิธี stratified clip technique
่
่
(พงษศักดิ์, 2538) ซึงดําเนินการเลือกตนไมทีมีขนาดตางๆ กัน ทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ เปนตัวแทน
ในการสรางสมการปริมาตรลําตนและมวลชีวภาพของตนไม โดยการประยุกตใชความสัมพันธแบบ
allometric equation ในรูปของสมการยกกําลัง สมการที่สรางขึ้นสามารถนําไปประมาณผลผลิตของสวนปา
และเมื่อนําสวนตางๆ ของลําตนไปวิเคราะหหาปริมาณคารบอนในหองปฏิบัติการ ก็จะสามารถประมาณ
การกักเก็บคารบอนในมวลชีวภาพของสวนปา และประมาณการดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด
ในบรรยากาศของสวนปาได
การสรางสมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพของตนไมในสวนปา
1. การสรางสมการประมาณความสูงของตนไมในสวนปา
การเติบโตของตนไม มีความสัมพันธของความสูงและขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอกในรูป
Semi-log curve การสรางสมการประมาณความสูงของตนไมจึงใชสมการลอการิทึมในรูปแบบ ดังนี้
y = a ln(x) + b
เมื่อ y = ความสูงทั้งหมดของตนไม (เมตร)
X = ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอก (เซนติเมตร)
a, b = คาคงที่
สมการประมาณความสูงของตนไมในปาธรรมชาติหรือในสวนปาของพันธุไมชนิดตางๆ
ดังแสดงในตารางที่ 1.1.1–1.1.4
2. การสรางสมการประมาณปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพของตนไมในสวนปา
การประมาณปริมาตรลําตนและมวลชีวภาพของสวนปา ใชวิธี stratified clip technique
่
่
(พงษศักดิ์, 2538) ซึงดําเนินการโดยสุมตัดตัวแทนตนไมทีมีขนาดตางๆ กัน ทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ
วัดมิติ (dimension) ตางๆ ของตัวแทนตนไม และทําการตัดทอนลําตนออกเปนทอนๆ ไปตลอดความยาว
ของลําตน เพื่อนําไปศึกษาปริมาตรลําตนและปริมาณการกระจายของมวลชีวภาพของสวนที่เปนลําตน กิ่ง
7 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
และใบของตนไม รวมทั้งการขุดรากเพื่อศึกษามวลชีวภาพของราก ขอมูลตัวแทนตนไมที่ไดสามารถนําไป
สรางสมการปริมาตรลําตนและมวลชีวภาพของตนไมเพื่อประเมินผลผลิตของสวนปา โดยการประยุกตใช
ความสัมพันธแบบ allometric equation ในรูปของสมการยกกําลัง ดังนี้
y = a x
b
ปริมาตรลําตน y = ปริมาตรลําตน (ลูกบาศกเมตร)
x = ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอก (เซนติเมตร) หรือ
2
ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอกยกกําลังสอง x ความสูงทั้งหมด (D H)
a, b = คาคงที่
มวลชีวภาพ y = มวลชีวภาพของลําตน กิ่ง ใบ ราก (กิโลกรัม)
x = ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอก (เซนติเมตร) หรือ
2
ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอกยกกําลังสอง x ความสูงทั้งหมด (D H) หรือ
มวลชีวภาพของลําตน หรือ มวลชีวภาพของกิ่ง (กิโลกรัม)
a, b = คาคงที่
วิธีดําเนินการเก็บขอมูล
1.
1. เก็บขอมูลการเติบโตของตนไม โดยวัดขนาดเสนผานศูนยกลางลําตนที่ระดับ 1.3 เมตร
จากพื้นดิน (diameter at breast height, DBH) และความสูงทั้งหมดของตนไม (total height, H) ทุกตน
2. จัดชั้นความสูงและความโตของตนไม เพื่อทําการสุมตัวแทนตนไมที่มีขนาดตางๆ กัน ทั้งขนาด
2.
เล็ก กลาง และขนาดใหญ จํานวน 8-12 ตน เพื่อใชศึกษาปริมาตรและมวลชีวภาพ โดยวัดมิติ (dimension)
ตางๆ ของตัวแทนตนไมทีคัดเลือกไวทุกตน ไดแก ความสูงทั้งหมดของตนไม (H) ความสูงถึงระดับกิ่งสด
่
่
กิ่งแรก (H B) ซึงปกติมักจะถือวาระดับของเรือนยอดของตนไมจะลงมาถึงระดับใตกิ่งสดกิ่งแรกนี้
โดยประมาณ ดังนั้น ความลึกของเรือนยอด (crown depth: H k) จึงเทากับ H-H B วัดความกวางของ
เรือนยอด (R) ขนาดเสนผานศูนยกลางที่ระดับชิดดิน (D 0) ขนาดเสนผานศูนยกลางที่ระดับสูงจากพื้นดิน
30 เซนติเมตร (D 0.3) ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอก (DBH) หลังจากตัดลมตนไมลงแลว ใหวัดขนาด
เสนผานศูนยกลางที่ระดับตางๆ ตั้งแตความยาว 2.3, 3.3, 4.3,.... เมตร ไปตลอดความยาวของลําตน
(ภาพที่ 1.1-1.2) เพื่อสรางสมการปริมาตรไม (ภาพที่ 1.5-1.6) และวัดความหนาเปลือกของตนไม
แตละทอนเพื่อหาปริมาตรไมใตเปลือกไดดวย
3.
3. ทําการตัดทอนลําตนออกตามชวงตางๆ ตั้งแตความยาว 0.3, 1.3, 2.3,.... เมตร ไปตลอด
ความยาวของลําตน ชั่งน้ําหนักสดของสวนตางๆ ตามลําดับ เพื่อศึกษาปริมาณการกระจายของ
มวลชีวภาพของสวนที่เปนลําตน กิ่ง และใบ ตามระดับความสูงของตนไม (ภาพที่ 1.3) โดยใชวิธีการศึกษา
แบบ stratified clip technique (พงษศักดิ์, 2538) เก็บตัวอยางสวนตางๆ ของตนไม ไดแก ลําตน กิ่ง
0
และใบ มาทําการอบใหแหงดวยเตาอบที่อุณหภูมิ 80-90 C เปนเวลา 48 ชั่วโมง หรือจนกวาน้ําหนักแหง
ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ 8
คงที่ เปลี่ยนน้ําหนักสด (fresh weight) ของตนไมในแปลงใหเปนน้ําหนักแหง (oven-dried weight) เพื่อหา
มวลชีวภาพ (biomass) แตละสวน (ลําตน กิ่ง และใบ) ของตนไมแตละตน (ภาพที่ 1.7) และใชเปนตัวแทน
ในการสรางสมการมวลชีวภาพ (ภาพที่ 1.8-1.9) นําไปคํานวณหามวลชีวภาพเหนือพื้นดินของตนไมทั้งแปลง
4. สุมตัวอยางไมที่ตัดฟน 3 ขนาด ไดแก ใหญ กลาง และเล็ก จํานวนทั้งหมด 3-6 ตน ทําการ
ขุดรากของตัวอยางแตละตน เพื่อศึกษาระบบรากและมวลชีวภาพของราก (ภาพที่ 1.4)
5.
การประมาณปริมาตรไมและมวลชีวภาพจากสมการยกกําลัง (power equation) ที่สรางขึ้น
ซึงเปนการวิเคราะหสมการการถดถอยโดยวิธีการแปลงคา จะกอใหเกิดความคลาดเคลื่อนทางลบขึ้น
่
(Snowdon, 1991) ดังนั้น จึงจําเปนตองมีการปรับแกคาที่ไดจากการประเมิน ซึงคาปรับแกนั้นสามารถ
่
สรางไดโดยใชสัดสวนระหวางคาจริงของตัวอยางกับคาประมาณที่ไดจากสมการที่จัดสรางขึ้นของตนไม
ตัวอยางนั้นๆ (สมบูรณ และ สมหมาย, 2537) คาปรับแกที่ไดสามารถนําไปใชในขั้นตอนหนึ่งขั้นตอนใด
ในการประมาณปริมาตรลําตนและมวลชีวภาพ เชน อาจจะใชคาปรับแกที่ไดนี้ในการประมาณคาปริมาตร
ของลําตนและมวลชีวภาพรายตน โดยการคูณคาปรับแกนี้เขากับคาปริมาตรและมวลชีวภาพรายตน
ไดจากสมการ หรืออาจจะทําการปรับแกเมื่อไดคาผลผลิตในรูปของปริมาตรและมวลชีวภาพ
ตอพื้นที่แลว โดยคูณคาปรับแกนี้เขากับผลผลิตทั้งหมดที่ประมาณได จะทําใหไดคาที่ใกลเคียงกับ
ความเปนจริงมากขึ้น (ภาพที่ 1.10)
หลักการเลือกใชสมการเพื่อประมาณปริมาตรลําตนและมวลชีวภาพ
1.
1 การเลือกใชสมการตัวแทนในการประมาณปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพของลําตน กิ่ง ใบ
2
และราก ควรเลือกสมการที่มีคา R สูงที่สุด
2. ควรเลือกใชสมการความสัมพันธระหวาง ปริมาตรลําตน / มวลชีวภาพ กับ ขนาด
2
เสนผานศูนยกลางเพียงอกยกกําลังสองคูณความสูง (D H) เมื่อสามารถวัดความสูงไดอยางแมนยําเทานั้น
3. การใชสมการความสัมพันธระหวาง ปริมาตรลําตน / มวลชีวภาพ กับ ขนาดเสนผานศูนยกลาง
เพียงอก (DBH) ในการประมาณปริมาตรลําตน / มวลชีวภาพ (ลําตน กิ่ง ใบ และราก) ทําไดงายและ
รวดเร็วกวา เพราะวัดเฉพาะขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอก ก็สามารถประมาณปริมาตร
2
ลําตน / มวลชีวภาพจากสมการได ซึ่งจะใหความถูกตองสูงเมื่อคา R สูง (ภาพที่ 1.11)
สมการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในปาธรรมชาติหรือในสวนปาของพันธุไมชนิดตางๆ
ไดแสดงในตารางที่ 1.2.1–1.2.8 และสมการประมาณมวลชีวภาพลําตน กิ่ง ใบ ราก ของตนไม
ในปาธรรมชาติหรือในสวนปาของพันธุไมชนิดตางๆ ดังแสดงในตารางที่ 1.3.1–1.3.11
9 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
ภาพที่ 1.1 การวัดมิติตางๆ ของตนไมที่คัดเลือก กอนและหลังตัดตนไม
ภาพที่ 1.2 การตัดทอนลําตน แยกสวนกิ่งและใบออกจากลําตนเพื่อหาน้ําหนักสด เก็บตัวอยางไปอบ
หาน้ําหนักแหง และเก็บตัวอยางวิเคราะหคารบอนและธาตุอาหาร
ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ 10
ภาพที่ 1.3 การหามวลชีวภาพของสวนตางๆ ของตัวแทนตนไม
ภาพที่ 1.4 ขุดตัวอยางราก ศึกษาระบบราก หาน้ําหนักสด เก็บตัวอยางไปอบหาน้ําหนักแหง
และเก็บตัวอยางวิเคราะหคารบอนและธาตุอาหาร
11 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
ภาพที่ 1.5 การวิเคราะหปริมาตรลําตนแตละทอนเพื่อหาปริมาตรทั้งหมด
y = 0.0002x 2.3654 y = 0.0001x 0.8357
2
R = 0.9808 R = 0.998
2
y = 8E-05x 2.4993 y = 6E-05x 0.8847
2
R = 0.9746 R = 0.9954
2
ภาพที่ 1.6 สมการปริมาตรลําตนเหนือเปลือกและสมการปริมาตรลําตนใตเปลือก
ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ 12
ภาพที่ 1.7 การหาน้ําหนักแหง (มวลชีวภาพ) ของตนไม
y = 0.089x 2.2823 y = 0.0681x 0.8091
2
2
R = 0.969 R = 0.9928
y = 0.0028x 3.1701 y = 0.0989x 1.3185
2
R = 0.9445 R = 0.8782
2
ภาพที่ 1.8 สมการมวลชีวภาพลําตนและสมการมวลชีวภาพกิ่ง
13 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
y = 0.025x 2.22 y = 0.2832x 0.9488 y = 1.6562x 0.6609
2
2
2
R = 0.9709 R = 0.9532 R = 0.9157
y = 0.0321x 2.3881 y = 0.4257x 1.0425
R = 0.9969 R = 0.991
2
2
ภาพที่ 1.9 สมการมวลชีวภาพใบและสมการมวลชีวภาพราก
การปรับแกสมการ
้
ิ
ํ
ี
้
การประมาณปรมาตรไมและมวลชวภาพจากสมการยกกาลัง (power equation) ที สรางขึ น
เป็นการวิเคราะห์สมการการถดถอยโดยวิธีการแปลงค่า จะก่อให้เกิดความคลาดเคลื อน
ทางลบขึ น (Snowdon, 1991)
ั ้ ิ
ค่าปรบแก = ค่าจรงของตัวอย่าง
้
ค่าประมาณที ไดจากสมการ
ิ
ื
้
ิ
ี
้
ี
้
ปรมาตร หรอ มวลชวภาพ (ลําตน กง ใบ ราก) ทปรับแกแลว =
้
ื
ื
ิ
ปรมาตร หรอ มวลชวภาพทคํานวณจากสมการรายตน หรอต่อพ นที x ค่าปรับแก
ี
ี
ื
้
ภาพที่ 1.10 สูตรการคํานวณคาปรับแกของสมการ
ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ 14
2
คา R (the coefficient of determination) คือ คาสัมประสิทธิ์การกําหนด แสดงความแปรผัน
ที่เกิดขึ้นกับตัวแปร Y มีผลเนื่องมาจากตัวแปร X คิดเปนกี่เปอรเซ็นต เพื่อดูวาสมการการประมาณคา
มีความเหมาะสมที่จะนําไปใชไดมากหรือนอย คาที่คํานวณไดจะอยูในชวงระหวาง 0 ถึง 1
2
กรณีที่คา R มีคาเขาใกล 1 แสดงวาตัวแปร X มีอิทธิพลตอตัวแปร Y อยางมาก
หมายความวา สมการการประมาณคาจะมีความเหมาะสมที่จะนําไปใชงานไดมาก
2
กรณีที่คา R มีคาเขาใกล 0 แสดงวา ตัวแปร X มีอิทธิพลตอตัวแปร Y นอยมาก
หมายความวา สมการการประมาณคาจะมีความเหมาะสมที่จะนําไปใชงานไดนอย
2
ภาพที่ 1.11 หลักการใชสมการโดยพิจารณาจากคา R (the coefficient of determination)
15
ตารางที่ 1.1.1 สมการที่ใชในการประมาณความสูงของตนไมในปาดิบแลง ปาดิบเขา และปาสน
2
ชนิดปา สมการ R อางอิง
ปาดิบแลง (Dry evergreen forest) 1 0.5290 1 Tsutsumi et al. (1983)
= +
Ht Dbh 37.38
(m) (cm)
ปาดิบเขา (Hill evergreen forest) H = 0.4079 (DBH) + 3.1174 0.7591 Pornleesangsuwan (2012)
สนสองใบ (Pinus merkusii) H = 10.4440 + 0.4596 DBH 0.9350 สุนันทา (2531)
สนสามใบ (Pinus kesiya) H = 21.5619 + 0.2022 DBH 0.7573
ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
15
ตารางที่ 1.1.1 สมการที่ใชในการประมาณความสูงของตนไมในปาดิบแลง ปาดิบเขา และปาสน
2
ชนิดปา สมการ R อางอิง
ปาดิบแลง (Dry evergreen forest) 1 0.5290 1 Tsutsumi et al. (1983)
= +
Ht Dbh 37.38
(m) (cm)
ปาดิบเขา (Hill evergreen forest) H = 0.4079 (DBH) + 3.1174 0.7591 Pornleesangsuwan (2012)
สนสองใบ (Pinus merkusii) H = 10.4440 + 0.4596 DBH 0.9350 สุนันทา (2531)
สนสามใบ (Pinus kesiya) H = 21.5619 + 0.2022 DBH 0.7573
ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
ตารางที่ 1.1.2 สมการที่ใชในการประมาณความสูงของตนไมในสวนปาไมตระกูลสน
ชนิด อายุ (ป) ระยะปลูก (ม.) สถานที่ สมการ R คาปรับแก
2
สนสามใบ
14-34 4 x 4 บอแกว สะเมิง เชียงใหม H = 27.481 ln(DBH) - 73.429 0.6877 -
Pinus kesiya
สนคาริเบีย สมการรวมทุกชั้นอายุ H = 11.379 ln(DBH) - 15.184 0.7696 0.9414
Pinus caribaea 6 1.5 x 3 อินทขิล เชียงใหม H = 3.0797 ln(DBH) + 0.2256 0.8185 1.0304
9 3 x 3 บอแกว เชียงใหม H = 5.8075 ln(DBH) - 5.5089 0.8611 1.0263
18 3 x 3 หวยบง เชียงใหม H = 7.2469 ln(DBH) - 4.2733 0.7996 1.0196
29 3 x 3 หวยบง เชียงใหม H = 9.0659 ln(DBH) - 7.8324 0.7425 0.9896
29 3 x 3 อินทขิล เชียงใหม H = 9.091 ln(DBH) - 5.2636 0.8352 1.0001 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
29 3 x 3 ดงลาน ขอนแกน H = 11.805 ln(DBH) - 12.453 0.8113 0.9910
29 3 x 6 โขงเจียม อุบลราชธานี H = 11.49 ln(DBH) - 13.016 0.7435 0.9232
29 3 x 3 หนองคู สุรินทร H = 7.8479 ln(DBH) - 2.693 0.6888 1.0000
สนโอคารปา
29 3 x 3 อินทขิล เชียงใหม H = 10.883 ln(DBH) - 13.552 0.8756 0.9831
Pinus oocarpa
สนเทคูนูมานี่
29 3 x 3 อินทขิล เชียงใหม H = 9.1139 ln(DBH) - 5.4565 0.7986 1.0640
Pinus tecunumanii
16
ตารางที่ 1.1.2 สมการที่ใชในการประมาณความสูงของตนไมในสวนปาไมตระกูลสน
ชนิด อายุ (ป) ระยะปลูก (ม.) สถานที่ สมการ R คาปรับแก
2
สนสามใบ
14-34 4 x 4 บอแกว สะเมิง เชียงใหม H = 27.481 ln(DBH) - 73.429 0.6877 -
Pinus kesiya
สนคาริเบีย สมการรวมทุกชั้นอายุ H = 11.379 ln(DBH) - 15.184 0.7696 0.9414
Pinus caribaea 6 1.5 x 3 อินทขิล เชียงใหม H = 3.0797 ln(DBH) + 0.2256 0.8185 1.0304
9 3 x 3 บอแกว เชียงใหม H = 5.8075 ln(DBH) - 5.5089 0.8611 1.0263
18 3 x 3 หวยบง เชียงใหม H = 7.2469 ln(DBH) - 4.2733 0.7996 1.0196
29 3 x 3 หวยบง เชียงใหม H = 9.0659 ln(DBH) - 7.8324 0.7425 0.9896
29 3 x 3 อินทขิล เชียงใหม H = 9.091 ln(DBH) - 5.2636 0.8352 1.0001 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
29 3 x 3 ดงลาน ขอนแกน H = 11.805 ln(DBH) - 12.453 0.8113 0.9910
29 3 x 6 โขงเจียม อุบลราชธานี H = 11.49 ln(DBH) - 13.016 0.7435 0.9232
29 3 x 3 หนองคู สุรินทร H = 7.8479 ln(DBH) - 2.693 0.6888 1.0000
สนโอคารปา
29 3 x 3 อินทขิล เชียงใหม H = 10.883 ln(DBH) - 13.552 0.8756 0.9831
Pinus oocarpa
สนเทคูนูมานี่
29 3 x 3 อินทขิล เชียงใหม H = 9.1139 ln(DBH) - 5.4565 0.7986 1.0640
Pinus tecunumanii
16
17
ตารางที่ 1.1.3 สมการที่ใชในการประมาณความสูงของตนไมในสวนปาไมสัก
ชนิด อายุ (ป) ระยะปลูก (ม.) สถานที่ สมการ R คาปรับแก
2
สัก All สมการรวมทุกชั้นอายุ H = 6.8516 ln(DBH) - 5.3954 0.7524 1.0180
Tectona grandis 3 2 x 4 อินทขิล เชียงใหม H = 4.2607 ln(DBH) - 1.1166 0.8337 1.0000
5 2 x 4 อินทขิล เชียงใหม H = 6.5289 ln(DBH) - 4.0717 0.9531 0.9972
6 2 x 4 อินทขิล เชียงใหม H = 5.2267 ln(DBH) - 2.0533 0.8708 0.9954
9 2 x 4 อินทขิล เชียงใหม H = 6.1058 ln(DBH) - 2.7046 0.9422 0.9988
10 4 x 4 หวยสม เชียงใหม H = 5.7501 ln(DBH) - 4.7515 0.9253 1.0173
8 2 x 4 กําแพงเพชร H = 6.1017 ln(DBH) - 3.7886 0.8822 0.9952
10 4 x 4 กําแพงเพชร H = 6.1749 ln(DBH) - 4.1169 0.8791 0.9920
12 4 x 4 กําแพงเพชร H = 6.6503 ln(DBH) - 2.9885 0.7540 0.9994 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
5 2 x 2 แมหวด ลําปาง H = 6.4124 ln(DBH) – 3.3106 0.8513 0.9975
6 4 x 4 เชียงราย H = 4.646 ln(DBH) - 2.9941 0.7930 0.9996
7 4 x 4 ดงลาน ขอนแกน H = 6.8386 ln(DBH) - 5.7805 0.8873 1.0005
7 4 x 4 พิษณุโลก H = 5.2304 ln(DBH) - 3.5263 0.8944 1.0036
8 4 x 4 แปลงปุย บานแหง งาว ลําปาง H = 6.5152 ln(DBH) - 6.5292 0.9036 1.0005
10 4 x 4 แปลง 2548 บานแหง งาว ลําปาง H = 5.1922 ln(DBH) - 2.2243 0.8707 0.9993
10 2 x 4 ผานกเคา ขอนแกน H = 6.8197 ln(DBH) - 2.3452 0.8936 0.9997
15 4 x 4 สักพมา งาว ลําปาง H = 7.9376 ln(DBH) – 6.4883 0.8242 0.9998
18 4 x 4 ราชบุรี H = 5.8477 ln(DBH) - 1.448 0.7983 0.9715
34 10 x 10 เชียงราย H = 4.4838 ln(DBH) + 6.1126 0.7816 0.9999
17
ตารางที่ 1.1.3 สมการที่ใชในการประมาณความสูงของตนไมในสวนปาไมสัก
ชนิด อายุ (ป) ระยะปลูก (ม.) สถานที่ สมการ R คาปรับแก
2
สัก All สมการรวมทุกชั้นอายุ H = 6.8516 ln(DBH) - 5.3954 0.7524 1.0180
Tectona grandis 3 2 x 4 อินทขิล เชียงใหม H = 4.2607 ln(DBH) - 1.1166 0.8337 1.0000
5 2 x 4 อินทขิล เชียงใหม H = 6.5289 ln(DBH) - 4.0717 0.9531 0.9972
6 2 x 4 อินทขิล เชียงใหม H = 5.2267 ln(DBH) - 2.0533 0.8708 0.9954
9 2 x 4 อินทขิล เชียงใหม H = 6.1058 ln(DBH) - 2.7046 0.9422 0.9988
10 4 x 4 หวยสม เชียงใหม H = 5.7501 ln(DBH) - 4.7515 0.9253 1.0173
8 2 x 4 กําแพงเพชร H = 6.1017 ln(DBH) - 3.7886 0.8822 0.9952
10 4 x 4 กําแพงเพชร H = 6.1749 ln(DBH) - 4.1169 0.8791 0.9920
12 4 x 4 กําแพงเพชร H = 6.6503 ln(DBH) - 2.9885 0.7540 0.9994 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
5 2 x 2 แมหวด ลําปาง H = 6.4124 ln(DBH) – 3.3106 0.8513 0.9975
6 4 x 4 เชียงราย H = 4.646 ln(DBH) - 2.9941 0.7930 0.9996
7 4 x 4 ดงลาน ขอนแกน H = 6.8386 ln(DBH) - 5.7805 0.8873 1.0005
7 4 x 4 พิษณุโลก H = 5.2304 ln(DBH) - 3.5263 0.8944 1.0036
8 4 x 4 แปลงปุย บานแหง งาว ลําปาง H = 6.5152 ln(DBH) - 6.5292 0.9036 1.0005
10 4 x 4 แปลง 2548 บานแหง งาว ลําปาง H = 5.1922 ln(DBH) - 2.2243 0.8707 0.9993
10 2 x 4 ผานกเคา ขอนแกน H = 6.8197 ln(DBH) - 2.3452 0.8936 0.9997
15 4 x 4 สักพมา งาว ลําปาง H = 7.9376 ln(DBH) – 6.4883 0.8242 0.9998
18 4 x 4 ราชบุรี H = 5.8477 ln(DBH) - 1.448 0.7983 0.9715
34 10 x 10 เชียงราย H = 4.4838 ln(DBH) + 6.1126 0.7816 0.9999
ตารางที่ 1.1.4 สมการที่ใชในการประมาณความสูงของตนไมในสวนปาไมกระยาเลย
ชนิด อายุ (ป) ระยะปลูก (ม.) สถานที่ สมการ R คาปรับแก
2
ยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซีส All สมการรวมทุกชั้นอายุ H = 8.4992 ln(DBH) - 3.416 0.9155 0.9951
Eucalyptus camaldulensis 6 1.5 x 3 กําแพงเพชร H = 7.3945 ln(DBH) - 1.3506 0.9723 1.0130
15 3 x 3 กําแพงเพชร H = 9.2864 ln(DBH) - 4.9904 0.7583 0.9995
31 2 x 3 แมทะ ลําปาง H = 10.377 ln(DBH) - 9.8189 0.7291 0.9196
กระถินณรงค
7 3 x 3 กําแพงเพชร H = 8.3129 ln(DBH) - 5.9983 0.8968 0.9990
Acacia auriculiformis
มะคาโมง
8 3 x 3 อินทขิล เชียงใหม H = 4.4841 ln(DBH) - 0.3945 0.9428 1.0009
Afzelia xylocarpa
แดง ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
29 4 x 4 กําแพงเพชร H = 7.1931 ln(DBH) - 5.5225 0.8299 0.9932
Xylia xylocarpa
ตะเคียนทอง
19 4 x 4 กําแพงเพชร H = 6.5832 ln(DBH) - 4.9847 0.9754 1.0014
Hopea odorata
18
ตารางที่ 1.1.4 สมการที่ใชในการประมาณความสูงของตนไมในสวนปาไมกระยาเลย
ชนิด อายุ (ป) ระยะปลูก (ม.) สถานที่ สมการ R คาปรับแก
2
ยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซีส All สมการรวมทุกชั้นอายุ H = 8.4992 ln(DBH) - 3.416 0.9155 0.9951
Eucalyptus camaldulensis 6 1.5 x 3 กําแพงเพชร H = 7.3945 ln(DBH) - 1.3506 0.9723 1.0130
15 3 x 3 กําแพงเพชร H = 9.2864 ln(DBH) - 4.9904 0.7583 0.9995
31 2 x 3 แมทะ ลําปาง H = 10.377 ln(DBH) - 9.8189 0.7291 0.9196
กระถินณรงค
7 3 x 3 กําแพงเพชร H = 8.3129 ln(DBH) - 5.9983 0.8968 0.9990
Acacia auriculiformis
มะคาโมง
8 3 x 3 อินทขิล เชียงใหม H = 4.4841 ln(DBH) - 0.3945 0.9428 1.0009
Afzelia xylocarpa
แดง ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
29 4 x 4 กําแพงเพชร H = 7.1931 ln(DBH) - 5.5225 0.8299 0.9932
Xylia xylocarpa
ตะเคียนทอง
19 4 x 4 กําแพงเพชร H = 6.5832 ln(DBH) - 4.9847 0.9754 1.0014
Hopea odorata
18
19
ตารางที่ 1.2.1 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในปาดิบเขาและปาสนสองใบ
ชนิดของปา สมการ อางอิง
2 0.914502
ปาดิบเขา V = 0.00007629674 (D H) Sungpalee, et al. (2009)
(Hill evergreen forest) เมื่อ V = ปริมาตร (ลูกบาศกเมตร)
D = ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอก (เซนติเมตร)
H = ความสูงทั้งหมด (เมตร)
สนสองใบ Log V = -5.6765 + 1.9402 log C + 1.1728 log H กาญจนา (2528)
(Pinus merkusii) เมื่อ V = ปริมาตรไมใตเปลือก (ลูกบาศกเมตร)
C = ขนาดเสนรอบวงเพียงอกเหนือเปลือก (เชนติเมตร)
H = ความสูงทั้งหมด (เมตร) ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
19
ตารางที่ 1.2.1 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในปาดิบเขาและปาสนสองใบ
ชนิดของปา สมการ อางอิง
2 0.914502
ปาดิบเขา V = 0.00007629674 (D H) Sungpalee, et al. (2009)
(Hill evergreen forest) เมื่อ V = ปริมาตร (ลูกบาศกเมตร)
D = ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอก (เซนติเมตร)
H = ความสูงทั้งหมด (เมตร)
สนสองใบ Log V = -5.6765 + 1.9402 log C + 1.1728 log H กาญจนา (2528)
(Pinus merkusii) เมื่อ V = ปริมาตรไมใตเปลือก (ลูกบาศกเมตร)
C = ขนาดเสนรอบวงเพียงอกเหนือเปลือก (เชนติเมตร)
H = ความสูงทั้งหมด (เมตร) ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
ตารางที่ 1.2.2 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในปาเต็งรัง
b
V = a (DBH) V = a (D H)
2 b
ลําดับ ชนิด ชื่อวิทยาศาสตร
2
2
สมการ R คาปรับแก สมการ R คาปรับแก
2 0.8699
1 กระบก Irvingia malayana V = 0.0003 (DBH) 2.1982 0.9673 0.8553 V = 0.0001 (D H) 0.9858 1.1035
2 กอแพะ Quercus kerrii V = 0.0001 (DBH) 2.4235 0.9354 1.1577 V = 0.0001 (D H) 0.9979 1.2238
2 0.8278
3 เก็ดแดง Dalbergia oliveri V = 0.0004 (DBH) 1.9937 0.9474 1.1081 V = 0.0001 (D H) 0.9779 1.0593
2 0.8759
2 0.827
4 ตาลเหลือง Ochna integerrima V = 0.0003 (DBH) 2.0779 0.9473 0.8551 V = 0.0001 (D H) 0.9269 1.4854
2 0.8386
5 ติ้วเกลี้ยง Cratoxylum cochinchinense V = 0.0001 (DBH) 2.4609 0.9561 1.3934 V = 0.0001 (D H) 0.9994 1.2925
6 ตุมกวาว Haldina cordifolia V = 0.00008 (DBH) 2.7951 0.9682 1.0270 V = 0.00004 (D H) 0.9740 1.0850 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
2 1.0413
2 0.8417
7 เต็ง Shorea obtusa V = 0.0001 (DBH) 0.9385 1.1563 V = 0.0001 (D H) 0.9749 1.2312
2.45
2 0.8463
8 เต็งหนาม Bridelia retusa V = 0.0003 (DBH) 2.1489 0.9935 0.8544 V = 0.0001 (D H) 0.9703 1.3416
2 0.7668
9 ประดู Pterocarpus macrocarpus V = 0.0002 (DBH) 2.4002 0.9842 0.8014 V = 0.0002 (D H) 0.9952 0.9629
10 มะกอกเกลื้อน Canarium subulatum V = 0.0002 (DBH) 2.182 0.9853 1.0773 V = 0.0002 (D H) 0.9944 0.7679
2 0.8097
11 มะหา Syzygium oblatum V = 0.0002 (DBH) 2.3389 0.9502 0.8203 V = 0.0001 (D H) 0.9661 1.0563
2 0.8572
2 0.8997
12 รักขี้หมู Semecarpus albescens V = 0.00009 (DBH) 2.6811 0.9584 0.9631 V = 0.00009 (D H) 0.9592 1.0387
2 0.7994
13 รักใหญ Gluta usitata V = 0.0003 (DBH) 2.1408 0.9808 0.8541 V = 0.0002 (D H) 0.9866 0.8529
20
ตารางที่ 1.2.2 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในปาเต็งรัง
b
V = a (DBH) V = a (D H)
2 b
ลําดับ ชนิด ชื่อวิทยาศาสตร
2
2
สมการ R คาปรับแก สมการ R คาปรับแก
2 0.8699
1 กระบก Irvingia malayana V = 0.0003 (DBH) 2.1982 0.9673 0.8553 V = 0.0001 (D H) 0.9858 1.1035
2 กอแพะ Quercus kerrii V = 0.0001 (DBH) 2.4235 0.9354 1.1577 V = 0.0001 (D H) 0.9979 1.2238
2 0.8278
3 เก็ดแดง Dalbergia oliveri V = 0.0004 (DBH) 1.9937 0.9474 1.1081 V = 0.0001 (D H) 0.9779 1.0593
2 0.8759
2 0.827
4 ตาลเหลือง Ochna integerrima V = 0.0003 (DBH) 2.0779 0.9473 0.8551 V = 0.0001 (D H) 0.9269 1.4854
2 0.8386
5 ติ้วเกลี้ยง Cratoxylum cochinchinense V = 0.0001 (DBH) 2.4609 0.9561 1.3934 V = 0.0001 (D H) 0.9994 1.2925
6 ตุมกวาว Haldina cordifolia V = 0.00008 (DBH) 2.7951 0.9682 1.0270 V = 0.00004 (D H) 0.9740 1.0850 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
2 1.0413
2 0.8417
7 เต็ง Shorea obtusa V = 0.0001 (DBH) 0.9385 1.1563 V = 0.0001 (D H) 0.9749 1.2312
2.45
2 0.8463
8 เต็งหนาม Bridelia retusa V = 0.0003 (DBH) 2.1489 0.9935 0.8544 V = 0.0001 (D H) 0.9703 1.3416
2 0.7668
9 ประดู Pterocarpus macrocarpus V = 0.0002 (DBH) 2.4002 0.9842 0.8014 V = 0.0002 (D H) 0.9952 0.9629
10 มะกอกเกลื้อน Canarium subulatum V = 0.0002 (DBH) 2.182 0.9853 1.0773 V = 0.0002 (D H) 0.9944 0.7679
2 0.8097
11 มะหา Syzygium oblatum V = 0.0002 (DBH) 2.3389 0.9502 0.8203 V = 0.0001 (D H) 0.9661 1.0563
2 0.8572
2 0.8997
12 รักขี้หมู Semecarpus albescens V = 0.00009 (DBH) 2.6811 0.9584 0.9631 V = 0.00009 (D H) 0.9592 1.0387
2 0.7994
13 รักใหญ Gluta usitata V = 0.0003 (DBH) 2.1408 0.9808 0.8541 V = 0.0002 (D H) 0.9866 0.8529
20
21
ตารางที่ 1.2.2 (ตอ)
b
V = a (DBH) V = a (D H)
2 b
ลําดับ ชนิด ชื่อวิทยาศาสตร
2
สมการ R คาปรับแก สมการ R คาปรับแก
2
2 0.8482
14 รัง Shorea siamensis V = 0.0002 (DBH) 2.1578 0.9588 1.0808 V = 0.0001 (D H) 0.9783 1.1725
15 ละมุดปา Manilkara littoralis V = 0.00004 (DBH) 2.9108 0.9736 1.1196 V = 0.00003 (D H) 0.9879 1.1749
2 1.041
2 0.8591
16 สมปอง Carallia brachiata V = 0.0002 (DBH) 2.3699 0.9654 0.8218 V = 0.0001 (D H) 0.9708 1.3360
2 1.0609
17 สัตบรรณ Alstonia scholaris V = 0.00008 (DBH) 2.7147 0.9263 1.0637 V = 0.00003 (D H) 0.9738 1.1085
2 0.8244
18 สาน Dillenia obovata V = 0.0001 (DBH) 2.4285 0.9552 1.3293 V = 0.0002 (D H) 0.9948 0.8150
2 0.7102
19 สารภีปา Anneslea fragrans V = 0.00007 (DBH) 2.641 0.9898 0.9908 V = 0.0003 (D H) 0.9894 0.9769
2 0.8698
20 หนามมะเค็ด Catunaregam tomentosa V = 0.0001 (DBH) 2.567 0.9548 1.0222 V = 0.0001 (D H) 0.9709 1.0146 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
21 เหมือดจี้ Memecylon scutellatum V = 0.0005 (DBH) 1.7035 0.8860 1.0253 V = 0.0002 (D H) 0.9129 0.9115
2 0.7685
2 0.9943
22 เหมือดโลด Aporosa villosa V = 0.0001 (DBH) 2.3947 0.9012 1.2326 V = 0.00005 (D H) 0.9527 1.0005
23 เหียง Dipterocarpus obtusifolius V = 0.0006 (DBH) 1.8902 0.9081 0.9828 V = 0.0002 (D H) 0.9355 1.2372
2 0.7677
สมการรวมทุกชนิด V = 0.0002 (DBH) 2.310 0.9260 0.8975 V = 0.0001 (D H) 0.8724 0.9590 1.0845
2
ที่มา: อําไพ และคณะ (2557)
21
ตารางที่ 1.2.2 (ตอ)
b
V = a (DBH) V = a (D H)
2 b
ลําดับ ชนิด ชื่อวิทยาศาสตร
2
สมการ R คาปรับแก สมการ R คาปรับแก
2
2 0.8482
14 รัง Shorea siamensis V = 0.0002 (DBH) 2.1578 0.9588 1.0808 V = 0.0001 (D H) 0.9783 1.1725
15 ละมุดปา Manilkara littoralis V = 0.00004 (DBH) 2.9108 0.9736 1.1196 V = 0.00003 (D H) 0.9879 1.1749
2 1.041
2 0.8591
16 สมปอง Carallia brachiata V = 0.0002 (DBH) 2.3699 0.9654 0.8218 V = 0.0001 (D H) 0.9708 1.3360
2 1.0609
17 สัตบรรณ Alstonia scholaris V = 0.00008 (DBH) 2.7147 0.9263 1.0637 V = 0.00003 (D H) 0.9738 1.1085
2 0.8244
18 สาน Dillenia obovata V = 0.0001 (DBH) 2.4285 0.9552 1.3293 V = 0.0002 (D H) 0.9948 0.8150
2 0.7102
19 สารภีปา Anneslea fragrans V = 0.00007 (DBH) 2.641 0.9898 0.9908 V = 0.0003 (D H) 0.9894 0.9769
2 0.8698
20 หนามมะเค็ด Catunaregam tomentosa V = 0.0001 (DBH) 2.567 0.9548 1.0222 V = 0.0001 (D H) 0.9709 1.0146 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
21 เหมือดจี้ Memecylon scutellatum V = 0.0005 (DBH) 1.7035 0.8860 1.0253 V = 0.0002 (D H) 0.9129 0.9115
2 0.7685
2 0.9943
22 เหมือดโลด Aporosa villosa V = 0.0001 (DBH) 2.3947 0.9012 1.2326 V = 0.00005 (D H) 0.9527 1.0005
23 เหียง Dipterocarpus obtusifolius V = 0.0006 (DBH) 1.8902 0.9081 0.9828 V = 0.0002 (D H) 0.9355 1.2372
2 0.7677
สมการรวมทุกชนิด V = 0.0002 (DBH) 2.310 0.9260 0.8975 V = 0.0001 (D H) 0.8724 0.9590 1.0845
2
ที่มา: อําไพ และคณะ (2557)
ตารางที่ 1.2.3 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในสวนปาไมตระกูลสน
ชนิด สมการ R 2 คาปรับแก อางอิง
สนสามใบ V = 0.00014115 (DBH) 2.347175 0.9879 1.001535 สมชาย และคณะ (2542)
Pinus kesiya V = 0.00005320 (D H) 0.9935 0.995645
2 0.940715
สนคาริเบีย (พื้นที่สูง) V = 0.00012142 (DBH) 2.41881478 0.9649 1.004368
2 0.936650
P.caribaea (High land) V = 0.00005456 (D H) 0.9926 1.001101
สนคาริเบีย (พื้นที่ต่ํา) V = 0.00010445 (DBH) 2.452382 0.9586 1.012279
2 0.9140
P.caribaea (Low land) V = 0.00006634 (D H) 0.9889 1.00209
สนโอคารปา V = 0.00015471 (DBH) 2.363119 0.9678 1.001427
P.oocarpa V = 0.00004447 (D H) 0.9911 1.002114 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
2 0.9581
เมื่อ V = ปริมาตรไมใตเปลือก (ลูกบาศกเมตร)
D / DBH = ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอกเหนือเปลือก (เชนติเมตร)
H = ความสูงทั้งหมดของตนไม (เมตร)
2 1.0514
สนสามใบ V = 0.00002 (D H) 0.9783 Pornleesangsuwan (2012)
Pinus kesiya เมื่อ V = ปริมาตรไมเหนือเปลือก (ลูกบาศกเมตร)
D = ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอก (เชนติเมตร)
H = ความสูงทั้งหมด (เมตร)
22
ตารางที่ 1.2.3 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในสวนปาไมตระกูลสน
ชนิด สมการ R 2 คาปรับแก อางอิง
สนสามใบ V = 0.00014115 (DBH) 2.347175 0.9879 1.001535 สมชาย และคณะ (2542)
Pinus kesiya V = 0.00005320 (D H) 0.9935 0.995645
2 0.940715
สนคาริเบีย (พื้นที่สูง) V = 0.00012142 (DBH) 2.41881478 0.9649 1.004368
2 0.936650
P.caribaea (High land) V = 0.00005456 (D H) 0.9926 1.001101
สนคาริเบีย (พื้นที่ต่ํา) V = 0.00010445 (DBH) 2.452382 0.9586 1.012279
2 0.9140
P.caribaea (Low land) V = 0.00006634 (D H) 0.9889 1.00209
สนโอคารปา V = 0.00015471 (DBH) 2.363119 0.9678 1.001427
P.oocarpa V = 0.00004447 (D H) 0.9911 1.002114 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
2 0.9581
เมื่อ V = ปริมาตรไมใตเปลือก (ลูกบาศกเมตร)
D / DBH = ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอกเหนือเปลือก (เชนติเมตร)
H = ความสูงทั้งหมดของตนไม (เมตร)
2 1.0514
สนสามใบ V = 0.00002 (D H) 0.9783 Pornleesangsuwan (2012)
Pinus kesiya เมื่อ V = ปริมาตรไมเหนือเปลือก (ลูกบาศกเมตร)
D = ขนาดเสนผานศูนยกลางเพียงอก (เชนติเมตร)
H = ความสูงทั้งหมด (เมตร)
22
23
ตารางที่ 1.2.3 (ตอ)
ชนิด อายุ (ป) สถานที่ สถานะ สมการ R คาปรับแก อางอิง
2
2 0.9800
สนโอคารปา 32 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.00004 (D H) 0.9800 1.1162 สมชาย และคณะ (2557)
2 0.99317
Pinus oocarpa Height: 22.02 + 2.41 m V under bark = 0.00003 (D H) 0.9687 1.1044
DBH: 33.83 + 7.89 cm V over bark = 0.0003 (DBH) 2.307 0.9610 0.9866
V under bark = 0.0002 (DBH) 2.343 0.9540 1.1070
2 0.9043
สนเทคูนูมานี่ 29 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.00008 (D H) 0.9886 1.0474 สมชาย และคณะ (2558)
2 0.9232
Pinus tecunumanii Height: 22.05 + 2.28 m V under bark = 0.00006 (D H) 0.9853 0.9898
DBH: 32.24 + 7.69 cm V over bark = 0.0005 (DBH) 2.137 0.9773 1.0221
Density: 46 trees/rai V under bark = 0.0004 (DBH) 2.1781 0.9707 0.9529
2 0.7842
สนคาริเบีย 6 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 1.5 x 3 m V over bark = 0.0002 (D H) 0.9883 0.9963 อําไพ และคณะ (2558)
Pinus caribaea Height: 6.58 + 1.75 m V under bark = 0.0002 (D H) 0.9846 0.7727
2 0.7655
DBH: 8.14 + 2.31 cm V over bark = 0.0003 (DBH) 2.0588 0.9876 1.0008
Density: 149 trees/rai V under bark = 0.0002 (DBH) 2.0062 0.9806 1.1645 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
2 0.8797
9 บอแกว เชียงใหม Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9962 0.9902
2 0.9343
Height: 13.20 + 2.64 m V under bark = 0.00005 (D H) 0.9805 0.9210
DBH: 12.80 + 4.10 cm V over bark = 0.0001 (DBH) 2.3896 0.9839 1.3479
Density: 114 trees/rai V under bark = 0.00006 (DBH) 2.5297 0.9620 1.0922
2 0.9962
18 หวยบง เชียงใหม Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.00004 (D H) 0.9950 0.9711
Height: 20.59 + 3.32 m V under bark = 0.00002 (D H) 0.9930 1.0852
2 1.037
DBH: 20.97 + 4.62 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.474 0.9798 0.7979
Density: 138 trees/rai V under bark = 0.00009 (DBH) 2.5729 0.9760 1.0586
2 0.9677
29 หวยบง เชียงใหม Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.00005 (D H) 0.9924 0.9421
2 0.9708
Height: 21.08 + 2.01 m V under bark = 0.00004 (D H) 0.9795 0.8925
DBH: 25.63 + 5.97 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3519 0.9850 1.1633
Density: 88 trees/rai V under bark = 0.0002 (DBH) 2.3488 0.9634 0.9197
23
ตารางที่ 1.2.3 (ตอ)
ชนิด อายุ (ป) สถานที่ สถานะ สมการ R คาปรับแก อางอิง
2
2 0.9800
สนโอคารปา 32 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.00004 (D H) 0.9800 1.1162 สมชาย และคณะ (2557)
2 0.99317
Pinus oocarpa Height: 22.02 + 2.41 m V under bark = 0.00003 (D H) 0.9687 1.1044
DBH: 33.83 + 7.89 cm V over bark = 0.0003 (DBH) 2.307 0.9610 0.9866
V under bark = 0.0002 (DBH) 2.343 0.9540 1.1070
2 0.9043
สนเทคูนูมานี่ 29 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.00008 (D H) 0.9886 1.0474 สมชาย และคณะ (2558)
2 0.9232
Pinus tecunumanii Height: 22.05 + 2.28 m V under bark = 0.00006 (D H) 0.9853 0.9898
DBH: 32.24 + 7.69 cm V over bark = 0.0005 (DBH) 2.137 0.9773 1.0221
Density: 46 trees/rai V under bark = 0.0004 (DBH) 2.1781 0.9707 0.9529
2 0.7842
สนคาริเบีย 6 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 1.5 x 3 m V over bark = 0.0002 (D H) 0.9883 0.9963 อําไพ และคณะ (2558)
Pinus caribaea Height: 6.58 + 1.75 m V under bark = 0.0002 (D H) 0.9846 0.7727
2 0.7655
DBH: 8.14 + 2.31 cm V over bark = 0.0003 (DBH) 2.0588 0.9876 1.0008
Density: 149 trees/rai V under bark = 0.0002 (DBH) 2.0062 0.9806 1.1645 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
2 0.8797
9 บอแกว เชียงใหม Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9962 0.9902
2 0.9343
Height: 13.20 + 2.64 m V under bark = 0.00005 (D H) 0.9805 0.9210
DBH: 12.80 + 4.10 cm V over bark = 0.0001 (DBH) 2.3896 0.9839 1.3479
Density: 114 trees/rai V under bark = 0.00006 (DBH) 2.5297 0.9620 1.0922
2 0.9962
18 หวยบง เชียงใหม Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.00004 (D H) 0.9950 0.9711
Height: 20.59 + 3.32 m V under bark = 0.00002 (D H) 0.9930 1.0852
2 1.037
DBH: 20.97 + 4.62 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.474 0.9798 0.7979
Density: 138 trees/rai V under bark = 0.00009 (DBH) 2.5729 0.9760 1.0586
2 0.9677
29 หวยบง เชียงใหม Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.00005 (D H) 0.9924 0.9421
2 0.9708
Height: 21.08 + 2.01 m V under bark = 0.00004 (D H) 0.9795 0.8925
DBH: 25.63 + 5.97 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3519 0.9850 1.1633
Density: 88 trees/rai V under bark = 0.0002 (DBH) 2.3488 0.9634 0.9197
ตารางที่ 1.2.3 (ตอ)
ชนิด อายุ (ป) สถานที่ สถานะ สมการ R คาปรับแก อางอิง
2
สนคาริเบีย 29 ดงลาน ขอนแกน Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9733 1.3858 อําไพ และคณะ (2558)
2 0.8711
2 0.8632
Pinus caribaea Height: 28.65 + 2.86 m V under bark = 0.0001 (D H) 0.9656 1.3243
DBH: 30.63 + 5.20 cm V over bark = 0.0008 (DBH) 2.0729 0.9676 1.0037
Density: 85 trees/rai V under bark = 0.0007 (DBH) 2.0584 0.9639 1.0624
2 0.9326
29 โขงเจียม อุบลราชธานี Spacing: 3 x 6 m V over bark = 0.00007 (D H) 0.9804 1.0184
2 0.937
Height: 21.19 + 3.37 m V under bark = 0.00006 (D H) 0.9765 0.9773
DBH: 29.96 + 7.01 cm V over bark = 0.0007 (DBH) 2.079 0.9606 0.9447
Density: 48 trees/rai V under bark = 0.0006 (DBH) 2.0811 0.9499 0.9414
2 0.9897
29 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.00004 (D H) 0.9885 1.0060
2 1.0326
Height: 23.79 + 4.00 m V under bark = 0.00002 (D H) 0.9775 1.1340 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
DBH: 28.07 + 6.63 cm V over bark = 0.0003 (DBH) 2.357 0.9801 0.9194
Density: 66 trees/rai V under bark = 0.0002 (DBH) 2.4539 0.9651 0.8605
2 0.9344
29 หนองคู สุรินทร Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9840 0.6834 กฤษชนะ และคณะ (2560)
2 0.9380
Height: 21.58 + 2.94 m V under bark = 0.0001 (D H) 0.9741 0.5837
DBH: 27.81 + 5.74 cm V over bark = 0.0004 (DBH) 2.2074 0.9856 1.0505
Density: 80 trees/rai V under bark = 0.0004 (DBH) 2.2185 0.9779 0.8956
2
V over bark = 0.0001 (D H) 0.8992 0.9930 0.9615 คณะผูจัดทํา (2562)
2
สมการรวมทุกชั้นอายุ V under bark = 0.00005 (D H) 0.9464 0.9865 1.0221
V over bark = 0.0001 (DBH) 2.5921 0.9756 1.1383
V under bark = 0.00006 (DBH) 2.7177 0.9618 1.0614
หมายเหตุ V over bark = ปริมาตรลําตนเหนือเปลือก, V under bark = ปริมาตรลําตนใตเปลือก
24
ตารางที่ 1.2.3 (ตอ)
ชนิด อายุ (ป) สถานที่ สถานะ สมการ R คาปรับแก อางอิง
2
สนคาริเบีย 29 ดงลาน ขอนแกน Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9733 1.3858 อําไพ และคณะ (2558)
2 0.8711
2 0.8632
Pinus caribaea Height: 28.65 + 2.86 m V under bark = 0.0001 (D H) 0.9656 1.3243
DBH: 30.63 + 5.20 cm V over bark = 0.0008 (DBH) 2.0729 0.9676 1.0037
Density: 85 trees/rai V under bark = 0.0007 (DBH) 2.0584 0.9639 1.0624
2 0.9326
29 โขงเจียม อุบลราชธานี Spacing: 3 x 6 m V over bark = 0.00007 (D H) 0.9804 1.0184
2 0.937
Height: 21.19 + 3.37 m V under bark = 0.00006 (D H) 0.9765 0.9773
DBH: 29.96 + 7.01 cm V over bark = 0.0007 (DBH) 2.079 0.9606 0.9447
Density: 48 trees/rai V under bark = 0.0006 (DBH) 2.0811 0.9499 0.9414
2 0.9897
29 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.00004 (D H) 0.9885 1.0060
2 1.0326
Height: 23.79 + 4.00 m V under bark = 0.00002 (D H) 0.9775 1.1340 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
DBH: 28.07 + 6.63 cm V over bark = 0.0003 (DBH) 2.357 0.9801 0.9194
Density: 66 trees/rai V under bark = 0.0002 (DBH) 2.4539 0.9651 0.8605
2 0.9344
29 หนองคู สุรินทร Spacing: 3 x 3 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9840 0.6834 กฤษชนะ และคณะ (2560)
2 0.9380
Height: 21.58 + 2.94 m V under bark = 0.0001 (D H) 0.9741 0.5837
DBH: 27.81 + 5.74 cm V over bark = 0.0004 (DBH) 2.2074 0.9856 1.0505
Density: 80 trees/rai V under bark = 0.0004 (DBH) 2.2185 0.9779 0.8956
V over bark = 0.0001 (D H) 0.8992 0.9930 0.9615 คณะผูจัดทํา (2562)
2
2
สมการรวมทุกชั้นอายุ V under bark = 0.00005 (D H) 0.9464 0.9865 1.0221
V over bark = 0.0001 (DBH) 2.5921 0.9756 1.1383
V under bark = 0.00006 (DBH) 2.7177 0.9618 1.0614
หมายเหตุ V over bark = ปริมาตรลําตนเหนือเปลือก, V under bark = ปริมาตรลําตนใตเปลือก
24
25
ตารางที่ 1.2.4 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในสวนปาไมสัก
ชนิด อายุ (ป) สถานที่ สถานะ สมการ R คาปรับแก อางอิง
2
สัก 3 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 2 x 4 m V over bark = 0.0002 (D H) 0.9920 1.0017 คณะผูจัดทํา (2562)
2 0.7693
2 0.8308
Tectona grandis Height: 5.28 + 1.39 m V under bark = 0.0001 (D H) 0.9920 1.0646
DBH: 6.17 + 1.73 cm V over bark = 0.0003 (DBH) 2.0910 0.9895 1.0175
Density: 161 trees/rai V under bark = 0.0002 (DBH) 2.2557 0.9872 0.8433
2 0.8366
5 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 2 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9804 1.3245
2 0.9135
Height: 11.50 + 1.44 m V under bark = 0.00006 (D H) 0.9781 0.9355
DBH: 11.45 + 2.11 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3131 0.9759 1.0692
Density: 156 trees/rai V under bark = 0.00009 (DBH) 2.5204 0.9696 1.0687
2 0.8605
6 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 2 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9954 1.1124 สมชาย และคณะ (2559)
2 0.9364
Height: 9.69 + 1.84 m V under bark = 0.00005 (D H) 0.9918 0.9543
DBH: 10.14 + 2.31 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3162 0.9921 1.0537 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
Density: 192 trees/rai V under bark = 0.00009 (DBH) 2.522 0.9898 0.9708
2 0.8748
9 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 2 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9972 0.9869 คณะผูจัดทํา (2562)
Height:10.97 + 1.95 m V under bark = 0.00005 (D H) 0.9957 0.9945
2 0.9233
DBH: 10.82 + 2.58 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3045 0.9906 1.1129
Density: 188 trees/rai V under bark = 0.0001 (DBH) 2.4324 0.9891 1.1731
2 0.8015
10 หวยสม เชียงใหม Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.0002 (D H) 0.9955 0.8040 อําไพ และคณะ (2561)
2 0.8669
Height: 9.33 + 2.17 m V under bark = 0.00006 (D H) 0.9976 1.0659
DBH: 11.39 + 3.22 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3314 0.9848 0.7844
Density: 97 trees/rai V under bark = 0.00006 (DBH) 2.5222 0.9872 1.0369
25
ตารางที่ 1.2.4 สมการที่ใชในการประมาณปริมาตรลําตนของตนไมในสวนปาไมสัก
ชนิด อายุ (ป) สถานที่ สถานะ สมการ R คาปรับแก อางอิง
2
สัก 3 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 2 x 4 m V over bark = 0.0002 (D H) 0.9920 1.0017 คณะผูจัดทํา (2562)
2 0.7693
2 0.8308
Tectona grandis Height: 5.28 + 1.39 m V under bark = 0.0001 (D H) 0.9920 1.0646
DBH: 6.17 + 1.73 cm V over bark = 0.0003 (DBH) 2.0910 0.9895 1.0175
Density: 161 trees/rai V under bark = 0.0002 (DBH) 2.2557 0.9872 0.8433
2 0.8366
5 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 2 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9804 1.3245
2 0.9135
Height: 11.50 + 1.44 m V under bark = 0.00006 (D H) 0.9781 0.9355
DBH: 11.45 + 2.11 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3131 0.9759 1.0692
Density: 156 trees/rai V under bark = 0.00009 (DBH) 2.5204 0.9696 1.0687
2 0.8605
6 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 2 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9954 1.1124 สมชาย และคณะ (2559)
2 0.9364
Height: 9.69 + 1.84 m V under bark = 0.00005 (D H) 0.9918 0.9543
DBH: 10.14 + 2.31 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3162 0.9921 1.0537 ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
Density: 192 trees/rai V under bark = 0.00009 (DBH) 2.522 0.9898 0.9708
2 0.8748
9 อินทขิล เชียงใหม Spacing: 2 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9972 0.9869 คณะผูจัดทํา (2562)
Height:10.97 + 1.95 m V under bark = 0.00005 (D H) 0.9957 0.9945
2 0.9233
DBH: 10.82 + 2.58 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3045 0.9906 1.1129
Density: 188 trees/rai V under bark = 0.0001 (DBH) 2.4324 0.9891 1.1731
2 0.8015
10 หวยสม เชียงใหม Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.0002 (D H) 0.9955 0.8040 อําไพ และคณะ (2561)
2 0.8669
Height: 9.33 + 2.17 m V under bark = 0.00006 (D H) 0.9976 1.0659
DBH: 11.39 + 3.22 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3314 0.9848 0.7844
Density: 97 trees/rai V under bark = 0.00006 (DBH) 2.5222 0.9872 1.0369
ตารางที่ 1.2.4 (ตอ)
ชนิด อายุ (ป) สถานที่ สถานะ สมการ R คาปรับแก อางอิง
2
2 0.8825
สัก 8 กําแพงเพชร Spacing: 2 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9930 0.9725 สาโรจน และคณะ (2558)
Tectona grandis Height: 8.99 + 2.25 m V under bark = 0.00005 (D H) 0.9841 1.0553
2 0.914
DBH: 9.68 + 3.06 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.4425 0.9830 0.7750
Density: 165 trees/rai V under bark = 0.00009(DBH) 2.5229 0.9689 0.9676
10 กําแพงเพชร Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9980 1.3472 ประพาย และคณะ (2558)
2 0.8357
Height: 8.67 + 1.49 m V under bark = 0.00006 (D H) 0.9954 1.0667
2 0.8847
DBH: 12.54 + 3.26 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3654 0.9808 0.8814
Density: 70 trees/rai V under bark = 0.00008 (DBH) 2.4993 0.9764 1.0794
2 0.897
12 กําแพงเพชร Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.00008 (D H) 0.9930 1.0406 บพิตร และคณะ (2558) ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
Height: 12.01 + 1.84 m V under bark = 0.00005 (D H) 0.9910 0.9705
2 0.9249
DBH: 16.78 + 3.52 cm V over bark = 0.0003 (DBH) 2.2172 0.9778 0.9960
Density: 84 trees/rai V under bark = 0.0002 (DBH) 2.276 0.9670 0.9330
2
V over bark = 0.0001 (D H) 0.8585 0.9957 1.1431 คณะผูจัดทํา (2562)
V under bark = 0.00006 (D H) 0.9055 0.9924 0.9329
2
สมการรวมกําแพงเพชร
V over bark = 0.0002 (DBH) 2.4109 0.9819 0.8362
V under bark = 0.00008 (DBH) 2.5349 0.9725 1.0703
26
ตารางที่ 1.2.4 (ตอ)
ชนิด อายุ (ป) สถานที่ สถานะ สมการ R คาปรับแก อางอิง
2
2 0.8825
สัก 8 กําแพงเพชร Spacing: 2 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9930 0.9725 สาโรจน และคณะ (2558)
Tectona grandis Height: 8.99 + 2.25 m V under bark = 0.00005 (D H) 0.9841 1.0553
2 0.914
DBH: 9.68 + 3.06 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.4425 0.9830 0.7750
Density: 165 trees/rai V under bark = 0.00009(DBH) 2.5229 0.9689 0.9676
10 กําแพงเพชร Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9980 1.3472 ประพาย และคณะ (2558)
2 0.8357
Height: 8.67 + 1.49 m V under bark = 0.00006 (D H) 0.9954 1.0667
2 0.8847
DBH: 12.54 + 3.26 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3654 0.9808 0.8814
Density: 70 trees/rai V under bark = 0.00008 (DBH) 2.4993 0.9764 1.0794
2 0.897
12 กําแพงเพชร Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.00008 (D H) 0.9930 1.0406 บพิตร และคณะ (2558) ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
Height: 12.01 + 1.84 m V under bark = 0.00005 (D H) 0.9910 0.9705
2 0.9249
DBH: 16.78 + 3.52 cm V over bark = 0.0003 (DBH) 2.2172 0.9778 0.9960
Density: 84 trees/rai V under bark = 0.0002 (DBH) 2.276 0.9670 0.9330
2
V over bark = 0.0001 (D H) 0.8585 0.9957 1.1431 คณะผูจัดทํา (2562)
V under bark = 0.00006 (D H) 0.9055 0.9924 0.9329
2
สมการรวมกําแพงเพชร
V over bark = 0.0002 (DBH) 2.4109 0.9819 0.8362
V under bark = 0.00008 (DBH) 2.5349 0.9725 1.0703
26
27
ตารางที่ 1.2.4 (ตอ)
ชนิด อายุ (ป) สถานที่ สถานะ สมการ R คาปรับแก อางอิง
2
สัก 5 แมหวด ลําปาง Spacing: 2 x 2 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9833 0.9665 คณะผูจัดทํา (2562)
2 0.8727
Tectona grandis Height: 10.51 + 2.82 m V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3828 0.9751 0.9231
DBH: 9.23 + 3.33 cm
6 เชียงราย Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.00006 (D H) 0.9924 1.0715
2 0.9418
Height: 7.66 + 1.29 m V over bark = 0.0001 (DBH) 2.4445 0.9776 1.1913
DBH: 10.78 + 2.67 cm
Density: 92 trees/rai
2 0.8465
7 ดงลาน ขอนแกน Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9679 1.1435
Height: 11.86 + 2.35 m V over bark = 0.0002 (DBH) 2.1976 0.9609 1.2444
DBH: 13.80 + 4.27 cm ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
2 0.9309
7 พิษณุโลก Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.00007 (D H) 0.9376 1.0480
Height: 8.98 + 2.53 m V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3087 0.9943 0.9121
DBH: 11.90 + 4.73 cm
8 แปลงปุย บานแหง Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9884 1.3279
2 0.8493
2 0.8966
งาว ลําปาง Height: 10.58 + 2.24 m V under bark = 0.00006 (D H) 0.9683 1.0291
DBH: 14.45 + 4.36 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.264 0.9882 1.0949
V under bark = 0.0001 (DBH) 2.3925 0.9700 1.0396
27
ตารางที่ 1.2.4 (ตอ)
ชนิด อายุ (ป) สถานที่ สถานะ สมการ R คาปรับแก อางอิง
2
สัก 5 แมหวด ลําปาง Spacing: 2 x 2 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9833 0.9665 คณะผูจัดทํา (2562)
2 0.8727
Tectona grandis Height: 10.51 + 2.82 m V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3828 0.9751 0.9231
DBH: 9.23 + 3.33 cm
6 เชียงราย Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.00006 (D H) 0.9924 1.0715
2 0.9418
Height: 7.66 + 1.29 m V over bark = 0.0001 (DBH) 2.4445 0.9776 1.1913
DBH: 10.78 + 2.67 cm
Density: 92 trees/rai
2 0.8465
7 ดงลาน ขอนแกน Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9679 1.1435
Height: 11.86 + 2.35 m V over bark = 0.0002 (DBH) 2.1976 0.9609 1.2444
DBH: 13.80 + 4.27 cm ตอนที่ 1 สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน และมวลชีวภาพ
2 0.9309
7 พิษณุโลก Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.00007 (D H) 0.9376 1.0480
Height: 8.98 + 2.53 m V over bark = 0.0002 (DBH) 2.3087 0.9943 0.9121
DBH: 11.90 + 4.73 cm
8 แปลงปุย บานแหง Spacing: 4 x 4 m V over bark = 0.0001 (D H) 0.9884 1.3279
2 0.8493
2 0.8966
งาว ลําปาง Height: 10.58 + 2.24 m V under bark = 0.00006 (D H) 0.9683 1.0291
DBH: 14.45 + 4.36 cm V over bark = 0.0002 (DBH) 2.264 0.9882 1.0949
V under bark = 0.0001 (DBH) 2.3925 0.9700 1.0396