ตารางที่ 3.6 ปริมาณคารบอนในซากพืช
สถานที่ ประเภท ซากพืช ปริมาณคารบอน (%)
สถานีวนวัฒนวิจัยอินทขิล จังหวัดเชียงใหม ปาเต็งรัง ซากพืชรวม 43.85
สถานีวนวัฒนวิจัยกําแพงเพชร จังหวัดกําแพงเพชร สวนปาสัก ซากใบสัก 43.24
สถานีวนวัฒนวิจัยหวยบง จังหวัดเชียงใหม สวนปาสนคาริเบีย ซากใบสนคาริเบีย 46.93
หนวยจัดการตนน้ําบอแกว จังหวัดเชียงใหม สวนปาสนสามใบ ซากใบสนสามใบ 41.61
ซากกิ่งสนสามใบ 44.60
ซากใบของไมใบกวาง 33.27
อื่นๆ 35.71 ตอนที่ 3 การกักเก็บคารบอนในระบบนิเวศปาไม
118
ตารางที่ 3.6 ปริมาณคารบอนในซากพืช
สถานที่ ประเภท ซากพืช ปริมาณคารบอน (%)
สถานีวนวัฒนวิจัยอินทขิล จังหวัดเชียงใหม ปาเต็งรัง ซากพืชรวม 43.85
สถานีวนวัฒนวิจัยกําแพงเพชร จังหวัดกําแพงเพชร สวนปาสัก ซากใบสัก 43.24
สถานีวนวัฒนวิจัยหวยบง จังหวัดเชียงใหม สวนปาสนคาริเบีย ซากใบสนคาริเบีย 46.93
หนวยจัดการตนน้ําบอแกว จังหวัดเชียงใหม สวนปาสนสามใบ ซากใบสนสามใบ 41.61
ซากกิ่งสนสามใบ 44.60
ซากใบของไมใบกวาง 33.27
อื่นๆ 35.71 ตอนที่ 3 การกักเก็บคารบอนในระบบนิเวศปาไม
118
119
ตารางที่ 3.7 ปริมาณการกักเก็บคารบอนในซากพืชของปาธรรมชาติและสวนปา
ปริมาณซากพืชบนพื้นดิน ปริมาณคารบอนในซากพืช
สถานที่ ประเภท อายุ (ป) อางอิง
(ก.ก./ไร/ป) (ก.ก./ไร/ป)
สถานีวนวัฒนวิจัยอินทขิล ปาเต็งรัง - 694 236 Wattanasuksakul (2012)
จังหวัดเชียงใหม
หนวยจัดการตนน้ําบอแกว ปาดิบเขา - 937-1,223 343-436 Nongnuang (2012)
จังหวัดเชียงใหม สวนปาสนสามใบ 14-33 660-1,341 267-504
สถานีวนวัฒนวิจัยกําแพงเพชร สวนปาสัก 10 519 224 ประพาย และคณะ (2558)
จังหวัดกําแพงเพชร 12 636 275 ตอนที่ 3 การกักเก็บคารบอนในระบบนิเวศปาไม
สถานีวนวัฒนวิจัยหวยบง สวนปาสนคาริเบีย 29 750 352 อําไพ และคณะ (2555)
จังหวัดเชียงใหม
119
ตารางที่ 3.7 ปริมาณการกักเก็บคารบอนในซากพืชของปาธรรมชาติและสวนปา
ปริมาณซากพืชบนพื้นดิน ปริมาณคารบอนในซากพืช
สถานที่ ประเภท อายุ (ป) อางอิง
(ก.ก./ไร/ป) (ก.ก./ไร/ป)
สถานีวนวัฒนวิจัยอินทขิล ปาเต็งรัง - 694 236 Wattanasuksakul (2012)
จังหวัดเชียงใหม
หนวยจัดการตนน้ําบอแกว ปาดิบเขา - 937-1,223 343-436 Nongnuang (2012)
จังหวัดเชียงใหม สวนปาสนสามใบ 14-33 660-1,341 267-504
สถานีวนวัฒนวิจัยกําแพงเพชร สวนปาสัก 10 519 224 ประพาย และคณะ (2558)
จังหวัดกําแพงเพชร 12 636 275 ตอนที่ 3 การกักเก็บคารบอนในระบบนิเวศปาไม
สถานีวนวัฒนวิจัยหวยบง สวนปาสนคาริเบีย 29 750 352 อําไพ และคณะ (2555)
จังหวัดเชียงใหม
การดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด
และ การคายออกซิเจนของตนไม
I ÊÑ¡ 9 » áÁáµ§ ¨.àªÕ§ãËÁ
I ÁФÒâ Á§ áÁáµ§ ¨.àªÕ§ãËÁ
I แดง 29 ป จ.กําแพงเพชร
I ตะเคียนทอง 19 ป จ.กําแพงเพชร
ตอนที่ 4 การดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด และการคายออกซิเจนของตนไม 124
µÍ¹·Õ่ 4
กาซเรือนกระจก (Greenhouse gas) เปนกาซที่มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นรังสีความรอน
หรือรังสีอินฟาเรดไดดี กาซเหลานี้มีความจําเปนตอการรักษาอุณหภูมิในบรรยากาศของโลกใหคงที่
่
ซึงหากบรรยากาศโลกไมมีกาซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ ดังเชนดาวเคราะหดวงอื่นๆ ในระบบ
สุริยะแลว จะทําใหอุณหภูมิในตอนกลางวันรอนจัด และหนาวจัดในตอนกลางคืน เนื่องจากกาซเหลานี้
ดูดคลื่นรังสีความรอนไวในเวลากลางวัน แลวคอยๆ แผรังสีความรอนออกมาในเวลากลางคืน
ทําใหอุณหภูมิในบรรยากาศโลกไมเปลี่ยนแปลงอยางฉับพลัน มีกาซจํานวนมากที่มีคุณสมบัติในการดูดซับ
คลื่นรังสีความรอน และถูกจัดอยูในกลุมกาซเรือนกระจก ซึงมีทั้งกาซที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
่
และเกิดจากกิจกรรมของมนุษย กาซเรือนกระจกที่ถูกควบคุมโดยพิธีสารเกียวโต มีเพียง 6 ชนิด
โดยจะตองเปนกาซที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย (anthropogenic greenhouse gas emission) เทานั้น ไดแก
กาซคารบอนไดออกไซด (CO 2) กาซมีเทน (CH 4) กาซไนตรัสออกไซด (N 20) กาซไฮโดรฟลูออโรคารบอน
(HFC) กาซเพอรฟลูออโรคารบอน (PFC) และกาซซัลเฟอรเฮกซะฟลูออไรด (SF 6) ทั้งนี้ ยังมี
กาซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษยที่สําคัญอีกชนิดหนึ่ง คือ สารซีเอฟซี (CFC
หรือ Chlorofluorocarbon) ซึ่งใชเปนสารทําความเย็นและใชในการผลิตโฟม
ภาวะเรือนกระจก (Greenhouse effect) เปนปรากฏการณที่ชั้นบรรยากาศของโลกกระทําตัว
เสมือนกระจก ที่ยอมใหรังสีคลื่นสั้นจากดวงอาทิตยผานลงมายังพื้นผิวโลกได แตจะดูดกลืนรังสีคลื่นยาว
ชวงอินฟราเรดที่แผออกจากพื้นผิวโลกเอาไว จากนั้นก็จะคายพลังงานความรอนใหกระจายอยูภายใน
บรรยากาศไมใหหนาวเย็นเหมือนภายนอก จึงเปรียบเสมือนกระจกที่ปกคลุมผิวโลกใหมีภาวะสมดุล
ทางอุณหภูมิ และเหมาะสมตอสิ่งมีชีวิตบนผิวโลก
่
ภาวะโลกรอน (Global warming) เปนปรากฏการณที่นักวิทยาศาสตรสวนใหญเชือวามีสาเหตุ
มาจากปรากฏการณเรือนกระจก เนื่องจากชั้นโอโซนถูกทําลายจนทําใหเกิดการสะสมของอุณหภูมิ
่
พื้นผิวโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึงเปนสาเหตุที่จะนําไปสูการเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝน ระดับน้ําทะเล
จนมีผลกระทบอยางกวางขวางตอสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศของโลก
ระบบนิเวศปาไมเปนแหลงกักเก็บกาซเรือนกระจก และในทํานองเดียวกัน การสูญเสียพื้นที่ปา
และทําใหพื้นที่เสื่อมโทรมจะทําใหเกิดการปลอยกาซเรือนกระจก โดยเฉพาะกาซคารบอนไดออกไซด
จากการประเมินของ IPCC ปาไมดูดซับคารบอนประมาณ 2.6 พันลานตัน และการทําลายปาปลดปลอย
่
คารบอนประมาณ 1.6 พันลานตัน การปลอยคารบอนจากการสูญเสียปาซึงมักเกิดขึ้นในประเทศกําลัง
พัฒนาในเขตรอน สามารถคิดไดเปนรอยละ 20 ของการปลอยคารบอนโลก อุณหภูมิที่สูงขึ้นและ
จํานวนวันที่ฝนไมตกมากขึ้นจะมีผลกระทบตอระบบนิเวศปาไม และกอใหเกิดผลกระทบทางออมตางๆ เชน
่
ความเสี่ยงในการเกิดไฟปาสูง การยายถิ่นที่อยูของสัตวปา และการระบาดของแมลง ซึงลวนแต
มีผลกระทบตอความหลากหลายทางชีวภาพ และการใชปาเพื่อการทองเที่ยวระยะยาว
125 ตอนที่ 4 การดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด และการคายออกซิเจนของตนไม
แนวทางลดโลกรอนดวยการลดการตัดไมทําลายปาและลดการทําใหปาเสื่อมโทรมในประเทศ
กําลังพัฒนา หรือ Reducing Emission from Deforestation and Forest Degradation in Developing Countries
เรียกยอๆ วา REDD เปนสวนหนึ่งในวิธีแกปญหาภายใตอนุสัญญาสหประชาชาติวาดวยการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศ (UNFCC) เนื่องจากมีขอมูลวากาซเรือนกระจกจากการตัดไมทําลายปา (และปลอยใหปา
เสื่อมโทรม) คิดเปนกวารอยละ 20 ของการปลดปลอยกาซเรือนกระจกทั้งโลก หลักการของ REDD คือ
ดูแลรักษาปาใหอยูในสภาพสมบูรณโดยไมปลอยใหมีการทําลายปาและทําใหปาเสื่อมโทรม ผลที่ได
จะกอประโยชนตอสิ่งแวดลอมโดยรวมของโลก ปจจุบันมีการเพิ่มความหมายจาก REDD เปน REDD+
(เรดดพลัส) ที่เพิ่มประเด็นปาไมในฐานะ "แหลงกักเก็บคารบอน" (Enhancement of forest carbon stocks)
เขาไปอีกดวย REDD เสนอแนวทางของการลดการปลอยคารบอนดวยการจายคาตอบแทนสําหรับกิจกรรม
ที่ปองกันการสูญเสียปาไม หรือความเสื่อมโทรมของปาไมในประเทศกําลังพัฒนา โดยในแตละประเทศ
จะทําการตรวจวัดและติดตามการปลอยกาซภายในประเทศของตน หลังจากนั้นตามชวงระยะเวลา
ที่กําหนด จะทําการคํานวณปริมาณของกาซอีกครั้งเพื่อเปรียบเทียบ และไดผลตอบแทนในรูปของ
คารบอนเครดิตที่คิดตามปริมาณกาซที่ลดลง ซึ่งเครดิตนี้จะสามารถซื้อขายไดในตลาดคารบอน
สําหรับประเทศไทยมีโครงการ TVER เปนโครงการลดกาซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐาน
ของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) โดยองคการบริหารจัดการ
กาซเรือนกระจก (อบก.) พัฒนาขึ้นเพื่อสงเสริมและสนับสนุนใหทุกภาคสวน มีสวนรวมในการลด
กาซเรือนกระจกในประเทศโดยความสมัครใจ และสามารถนําปริมาณการลดการปลอยกาซเรือนกระจก
ที่เกิดขึ้นที่เรียกวาคารบอนเครดิตไปขายในตลาดคารบอนภาคสมัครใจในประเทศได ทั้งนี้ อบก. ไดกําหนด
หลักเกณฑและขั้นตอนในการพัฒนาโครงการ ระเบียบวิธีการในการลดกาซเรือนกระจก (Methodology)
การขึ้นทะเบียนและการรับรองปริมาณกาซเรือนกระจก โดยจะตองเปนโครงการที่กอใหเกิด
การลดหรือดูดซับกาซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย
เนื่องจากปาไมมีบทบาททั้งในดานการกักเก็บและปลดปลอยกาซคารบอนไดออกไซด การกักเก็บ
่
หรือดูดซับกาซคารบอนไดออกไซดจะผานกระบวนการสังเคราะหแสง ซึงตนไมจะนํากาซ
คารบอนไดออกไซดมาใชในการสรางอาหารและเพิ่มผลผลิตมวลชีวภาพ ในขณะที่การปลดปลอย
กาซคารบอนไดออกไซดกลับสูชั้นบรรยากาศของตนไมจะผานกระบวนการหายใจ การตาย การยอยสลาย
ปจจัยหลักของการดูดซับกาซนี้ คือ ใบพืช โดยใบมีบทบาทในการดูดซับกาซคารบอนไดออกไซดมากที่สุด
ดวยกระบวนการสังเคราะหแสง อีกปจจัยหนึ่งที่เกี่ยวของกับการดูดซับ คือ ปริมาณน้ําที่พืชดูดซับขึ้นมา
นอกจากนี้ยังขึ้นอยูกับปริมาณความเขมของแสงอาทิตย ทั้งนี้ความสามารถในการดูดซับ
คารบอนไดออกไซดในพื้นที่ปาขึ้นอยูกับชนิดของตนไมแตละชนิด (สํานักนวัตกรรมไมเศรษฐกิจ องคการ
อุตสาหกรรมปาไม, 2553)
ตอนที่ 4 การดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด และการคายออกซิเจนของตนไม 126
การหาคาการดูดซับคารบอนไดออกไซด และความสามารถในการผลิตออกซิเจน คํานวณไดจากสูตร ดังนี้
การดูด CO 2 (ตันคารบอนไดออกไซด) = ตันคารบอน x 44 / 12
ความสามารถในการผลิต O 2 (ตันออกซิเจน) = ตันคารบอน x 32 / 12
การดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด และการคายออกซิเจน ของตนไม 1 ตน
ศักยภาพในการดูดซับกาซคารบอนไดออกไซดของปาไมสามารถพิจารณาจากการกักเก็บคารบอน
ในมวลชีวภาพปาไม ทั้งนี้ การกักเก็บคารบอนในมวลชีวภาพของสวนปาแตละชนิดขึ้นอยูกับปริมาณ
คารบอน (carbon content) ที่สะสมในสวนตางๆ ของตนไมแตละชนิดดวย โดยทั่วไปปริมาณคารบอน
ที่สะสมในสวนตางๆ ของตนไมมีความแปรผันไมมากนัก การแปรผันของการกักเก็บคารบอนในมวลชีวภาพ
ของปาธรรมชาติหรือสวนปาสวนใหญขึ้นอยูกับความแตกตางของมวลชีวภาพของปาหรือสวนปามากกวา
ปริมาณคารบอนที่สะสมในมวลชีวภาพตนไม สวนปาที่ตนไมกําลังเติบโตเปนแหลงกักเก็บคารบอน
ที่มีศักยภาพสูง หรือสามารถดูดซับกาซคารบอนไดออกไซดไดมาก
รูปแบบการเติบโตของตนไม ไมวาจะเปนการเพิ่มขึ้นของขนาด ปริมาตร หรือน้ําหนัก มีลักษณะเปน
sigmoid growth curve ทั้งนี้ ตนไมจะมีอัตราการเติบโตในระยะตางๆ ตลอดวงจรชีวิตที่ไมเทากัน ตนไม
แตละชนิดจะมีชวงเวลาการเติบโตและการแกไมพรอมกัน ไมโตเร็วจะมีชวงเวลาการเติบโตสั้นกวาไมโตชา
เมื่อตนไมมการเติบโตเต็มที่แลวอัตราการเติบโตจะลดลงจนคงที่ การสรางหรือสะสมอาหารจะสมดุลกับ
ี
ที่ตองสูญเสียไป ในชวงแรกของการเติบโตตนไมจะดูดกาซคารบอนไดออกไซดเพื่อใชในการผลิตอาหาร
และสะสมคารบอนในมวลชีวภาพมาก ซึ่งจะมีความสามารถในการคายออกซิเจนมากดวย เมื่อตนไมมีการ
เติบโตเต็มที่แลวอัตราการเติบโตจะลดลงจนคงที่ การสรางหรือสะสมอาหารจะสมดุลกับที่ตองสูญเสียไป
การดูดกาซคารบอนไดออกไซดเพื่อใชในการผลิตอาหารและสะสมคารบอนในมวลชีวภาพจะคงที่
เชนเดียวกับความสามารถในการคายออกซิเจน
คณะผูจัดทําหนังสือเลมนี้ไดทําการศึกษา การเติบโต ปริมาตร มวลชีวภาพ การสะสมคารบอน
ในมวลชีวภาพ การดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด และการคายออกซิเจน จากตนไมที่ตัดฟนลงเพื่อสราง
สมการการเติบโต ปริมาตรลําตน มวลชีวภาพของพันธุไมชนิดตางๆ ในแปลงทดลองของสวนวนวัฒนวิจัย
สํานักวิจัยและพฒนาการปาไม กรมปาไม และคํานวณคาเฉลี่ยของตนไม 1 ตน ในแตละชนอายุ ซึงพบวา
ั
่
ั้
แตกตางไปตามชนิดไมและชวงเวลาการเติบโต ดังแสดงในตารางที่ 4.1
127
ตารางที่ 4.1 ปริมาตร มวลชีวภาพ การกักเก็บคารบอน การดูดกาซคารบอนไดออกไซด และการคายออกซิเจน ในตนไม 1 ตน
ความ เสนผาน ปริมาตร ปริมาตร มวลชีวภาพ คารบอน
ดูด CO 2 คาย O 2
อายุ (ป) สถานที่ สูง ศูนยกลาง เหนือเปลือก ใตเปลือก เหนือพื้นดิน ทั้งหมด เหนือพื้นดิน ทั้งหมด
(ม.) (ซม.) (ลบ.ม./ป) (ก.ก./ป) (ก.ก./ป) (ก.ก./ป) (ก.ก./ป)
ยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซิส (Eucalyptus camaldulensis)
6 กําแพงเพชร 13.64 9.05 0.011 0.009 5.90 8.28 2.78 3.87 14.19 10.32
15 กําแพงเพชร 23.35 22.37 0.031 0.027 25.15 32.34 11.79 15.07 55.27 40.19
31 แมทะ ลําปาง 19.38 20.76 0.012 0.011 8.96 12.01 4.21 5.60 20.54 14.94
33 ดงลาน ขอนแกน 29.94 28.88 0.028 * 24.87 28.32 11.68 13.25 48.58 35.33
กระถินณรงค (Acacia auriculiformis)
7 กําแพงเพชร 15.25 14.39 0.022 0.020 15.82 19.96 7.49 9.49 34.80 25.31
สัก (Tectona grandis)
3 อินทขิล เชียงใหม 6.99 7.07 0.007 0.005 3.48 * 1.63 * * *
5 อินทขิล เชียงใหม 11.19 11.37 0.014 0.011 7.36 8.56 3.49 4.03 14.78 10.75 ตอนที่ 4 การดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด และการคายออกซิเจนของตนไม
5 แปลงแมหวด 10.51 9.23 0.009 * 5.72 7.22 2.75 3.48 12.75 9.27
6 อินทขิล เชียงใหม 8.99 9.02 0.007 0.005 3.91 5.53 2.13 3.01 11.02 8.02
6 เชียงราย 8.22 11.64 0.009 * 6.77 8.24 3.26 3.97 14.56 10.59
7 ดงลาน 11.86 13.80 0.013 * 10.83 12.40 5.24 6.00 21.99 15.99
7 พิษณุโลก 8.98 11.90 0.010 * 8.19 9.21 3.96 4.46 16.35 11.89
8 กําแพงเพชร 10.06 10.35 0.007 0.005 3.19 5.26 1.54 2.54 9.30 6.77
8 งาว ลําปาง 10.58 14.45 0.013 0.009 9.51 11.91 4.50 5.57 20.43 14.86
9 อินทขิล เชียงใหม 11.51 11.26 0.008 0.006 4.21 5.48 1.94 2.52 9.24 6.72
10 หวยสม เชียงใหม 8.29 10.75 0.005 0.003 3.03 4.29 1.40 1.99 7.29 5.30
10 กําแพงเพชร 10.72 12.12 0.008 0.005 5.21 6.84 2.67 3.46 12.69 9.23
10 ผานกเคา 14.91 12.86 0.010 * 6.82 7.51 3.28 3.61 13.25 9.63
10 งาว ลําปาง 10.13 11.82 0.007 0.005 5.37 6.34 2.46 2.90 10.64 7.74
12 กําแพงเพชร 15.01 15.49 0.012 0.009 7.28 9.20 3.16 4.15 15.21 11.06
127
ตารางที่ 4.1 ปริมาตร มวลชีวภาพ การกักเก็บคารบอน การดูดกาซคารบอนไดออกไซด และการคายออกซิเจน ในตนไม 1 ตน
ความ เสนผาน ปริมาตร ปริมาตร มวลชีวภาพ คารบอน
ดูด CO 2 คาย O 2
อายุ (ป) สถานที่ สูง ศูนยกลาง เหนือเปลือก ใตเปลือก เหนือพื้นดิน ทั้งหมด เหนือพื้นดิน ทั้งหมด
(ม.) (ซม.) (ลบ.ม./ป) (ก.ก./ป) (ก.ก./ป) (ก.ก./ป) (ก.ก./ป)
ยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซิส (Eucalyptus camaldulensis)
6 กําแพงเพชร 13.64 9.05 0.011 0.009 5.90 8.28 2.78 3.87 14.19 10.32
15 กําแพงเพชร 23.35 22.37 0.031 0.027 25.15 32.34 11.79 15.07 55.27 40.19
31 แมทะ ลําปาง 19.38 20.76 0.012 0.011 8.96 12.01 4.21 5.60 20.54 14.94
33 ดงลาน ขอนแกน 29.94 28.88 0.028 * 24.87 28.32 11.68 13.25 48.58 35.33
กระถินณรงค (Acacia auriculiformis)
7 กําแพงเพชร 15.25 14.39 0.022 0.020 15.82 19.96 7.49 9.49 34.80 25.31
สัก (Tectona grandis)
3 อินทขิล เชียงใหม 6.99 7.07 0.007 0.005 3.48 * 1.63 * * *
5 อินทขิล เชียงใหม 11.19 11.37 0.014 0.011 7.36 8.56 3.49 4.03 14.78 10.75 ตอนที่ 4 การดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด และการคายออกซิเจนของตนไม
5 แปลงแมหวด 10.51 9.23 0.009 * 5.72 7.22 2.75 3.48 12.75 9.27
6 อินทขิล เชียงใหม 8.99 9.02 0.007 0.005 3.91 5.53 2.13 3.01 11.02 8.02
6 เชียงราย 8.22 11.64 0.009 * 6.77 8.24 3.26 3.97 14.56 10.59
7 ดงลาน 11.86 13.80 0.013 * 10.83 12.40 5.24 6.00 21.99 15.99
7 พิษณุโลก 8.98 11.90 0.010 * 8.19 9.21 3.96 4.46 16.35 11.89
8 กําแพงเพชร 10.06 10.35 0.007 0.005 3.19 5.26 1.54 2.54 9.30 6.77
8 งาว ลําปาง 10.58 14.45 0.013 0.009 9.51 11.91 4.50 5.57 20.43 14.86
9 อินทขิล เชียงใหม 11.51 11.26 0.008 0.006 4.21 5.48 1.94 2.52 9.24 6.72
10 หวยสม เชียงใหม 8.29 10.75 0.005 0.003 3.03 4.29 1.40 1.99 7.29 5.30
10 กําแพงเพชร 10.72 12.12 0.008 0.005 5.21 6.84 2.67 3.46 12.69 9.23
10 ผานกเคา 14.91 12.86 0.010 * 6.82 7.51 3.28 3.61 13.25 9.63
10 งาว ลําปาง 10.13 11.82 0.007 0.005 5.37 6.34 2.46 2.90 10.64 7.74
12 กําแพงเพชร 15.01 15.49 0.012 0.009 7.28 9.20 3.16 4.15 15.21 11.06
ตารางที่ 4.1 (ตอ)
ความ เสนผาน ปริมาตร ปริมาตร มวลชีวภาพ คารบอน
อายุ (ป) สถานที่ สูง ศูนยกลาง เหนือเปลือก ใตเปลือก เหนือพื้นดิน ทั้งหมด เหนือพื้นดิน ทั้งหมด ดูด CO 2 คาย O 2
(ม.) (ซม.) (ลบ.ม./ป) (ก.ก./ป) (ก.ก./ป) (ก.ก./ป) (ก.ก./ป)
15 แปลงพมา 15.30 15.90 0.010 * 6.75 8.67 3.24 4.17 15.30 11.13
18 ราชบุรี 14.85 18.00 0.010 * 7.56 9.42 3.63 4.52 16.57 12.05
34 เชียงราย 20.76 27.30 0.017 * 13.65 17.13 6.55 8.23 30.19 21.95
สนคาริเบีย (Pinus caribaea)
6 อินทขิล เชียงใหม 6.60 9.15 0.006 0.004 3.43 3.96 1.61 1.86 6.82 4.96
9 บอแกว เชียงใหม 9.08 13.67 0.010 0.007 4.83 7.95 2.28 3.71 13.60 9.89
18 หวยบง เชียงใหม 18.10 21.83 0.021 0.017 11.92 14.18 5.82 6.76 24.78 18.02
29 หวยบง เชียงใหม 21.29 27.22 0.023 0.018 12.15 17.03 5.78 7.97 29.23 21.26
29 อินทขิล เชียงใหม 24.46 27.23 0.025 0.022 13.96 * 8.18 * * * ตอนที่ 4 การดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด และการคายออกซิเจนของตนไม
29 ดงลาน ขอนแกน 27.83 31.97 0.039 0.034 25.38 32.00 14.65 18.14 66.51 48.37
29 โขงเจียม อุบลราชธานี 23.77 30.66 0.030 0.026 15.05 * 7.96 * * *
29 หนองคู สุรินทร 22.82 26.66 0.022 0.019 13.39 * 7.39 * * *
สนเทคูนูมานี่ (Pinus tecunumanii)
29 อินทขิล เชียงใหม 26.28 33.99 0.036 0.033 19.75 * 10.81 * * *
สนโอคารปา (Pinus oocarpa)
32 อินทขิล เชียงใหม 23.12 31.02 0.027 0.023 14.75 * 6.87 * * *
แดง (Xylia xylocarpa)
29 กําแพงเพชร 15.37 20.87 0.010 0.009 8.59 11.01 4.15 5.39 19.75 14.36
ตะเคียนทอง (Hopea odorata)
19 กําแพงเพชร 12.46 15.91 0.008 0.007 5.99 8.56 2.82 4.06 14.90 10.84
มะคาโมง (Afzelia xylocarpa)
8 อินทขิล เชียงใหม 7.52 6.68 0.003 0.002 1.56 2.13 0.72 0.98 3.59 2.61
128
ตารางที่ 4.1 (ตอ)
ความ เสนผาน ปริมาตร ปริมาตร มวลชีวภาพ คารบอน
อายุ (ป) สถานที่ สูง ศูนยกลาง เหนือเปลือก ใตเปลือก เหนือพื้นดิน ทั้งหมด เหนือพื้นดิน ทั้งหมด ดูด CO 2 คาย O 2
(ม.) (ซม.) (ลบ.ม./ป) (ก.ก./ป) (ก.ก./ป) (ก.ก./ป) (ก.ก./ป)
15 แปลงพมา 15.30 15.90 0.010 * 6.75 8.67 3.24 4.17 15.30 11.13
18 ราชบุรี 14.85 18.00 0.010 * 7.56 9.42 3.63 4.52 16.57 12.05
34 เชียงราย 20.76 27.30 0.017 * 13.65 17.13 6.55 8.23 30.19 21.95
สนคาริเบีย (Pinus caribaea)
6 อินทขิล เชียงใหม 6.60 9.15 0.006 0.004 3.43 3.96 1.61 1.86 6.82 4.96
9 บอแกว เชียงใหม 9.08 13.67 0.010 0.007 4.83 7.95 2.28 3.71 13.60 9.89
18 หวยบง เชียงใหม 18.10 21.83 0.021 0.017 11.92 14.18 5.82 6.76 24.78 18.02
29 หวยบง เชียงใหม 21.29 27.22 0.023 0.018 12.15 17.03 5.78 7.97 29.23 21.26
29 อินทขิล เชียงใหม 24.46 27.23 0.025 0.022 13.96 * 8.18 * * * ตอนที่ 4 การดูดซับกาซคารบอนไดออกไซด และการคายออกซิเจนของตนไม
29 ดงลาน ขอนแกน 27.83 31.97 0.039 0.034 25.38 32.00 14.65 18.14 66.51 48.37
29 โขงเจียม อุบลราชธานี 23.77 30.66 0.030 0.026 15.05 * 7.96 * * *
29 หนองคู สุรินทร 22.82 26.66 0.022 0.019 13.39 * 7.39 * * *
สนเทคูนูมานี่ (Pinus tecunumanii)
29 อินทขิล เชียงใหม 26.28 33.99 0.036 0.033 19.75 * 10.81 * * *
สนโอคารปา (Pinus oocarpa)
32 อินทขิล เชียงใหม 23.12 31.02 0.027 0.023 14.75 * 6.87 * * *
แดง (Xylia xylocarpa)
29 กําแพงเพชร 15.37 20.87 0.010 0.009 8.59 11.01 4.15 5.39 19.75 14.36
ตะเคียนทอง (Hopea odorata)
19 กําแพงเพชร 12.46 15.91 0.008 0.007 5.99 8.56 2.82 4.06 14.90 10.84
มะคาโมง (Afzelia xylocarpa)
8 อินทขิล เชียงใหม 7.52 6.68 0.003 0.002 1.56 2.13 0.72 0.98 3.59 2.61
128
130
กรมปาไม. 2536. การปลูกไมปา. โครงการพัฒนาปาชุมชน สวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิชาการปาไม
และสวนปาชุมชน สํานักสงเสริมการปลูกปา กรมปาไม กระทรวงเกษตรและสหกรณ กรุงเทพฯ.
384 น.
กฤษชนะ นิสสะ, สมชาย นองเนือง และอําไพ พรลีแสงสุวรรณ. 2560. การประมาณปริมาตรไม
และมวลชีวภาพสวนปาไมสนคาริเบียอายุ 29 ป ที่สถานีวนวัฒนวิจัยหนองคู จังหวัดสุรินทร.
กลุมงานวนวัฒนวิจัย สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม. 12 น.
กันตินันท ผิวสอาด และ ชิงชัย วิริยะบัญชา. 2545. การเจริญเติบโตและมวลชีวภาพเหนือพนดนของ
ไมกระถินเทพา, น. 130-146. ใน รายงานวนวัฒนวิจัย ประจําป พ.ศ. 2545. สานักวิชาการ ปาไม
กรมปาไม กรุงเทพฯ.
กาญจนา นิตยะ. 2528. ลักษณะทางคณิตศาสตรปาไมบางประการของไมสนสองใบ. วิทยานิพนธ
ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร กรุงเทพฯ.
กิตติพงษ พงษบุญ. 2542. บทบาทการทดแทนตามธรรมชาติตอการสูญเสียดินและน้ําที่ศูนยศึกษาการ
พัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดสกลนคร. สํานักวิชาการปาไม กรมปาไม
กรุงเทพฯ.
เกษม จันทรแกว. 2551. หลักการจัดการลุมน้ํา. สํานักพิมพมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร กรุงเทพฯ.
341 น.
คณะวนศาสตร. 2554. คูมือศักยภาพของพรรณไม สําหรับสงเสริมภายใตโครงการกลไกการพัฒนา
ที่สะอาดภาคปาไม. อักษรสยามการพิมพ กรุงเทพฯ. 88 น.
คณาจารยภาควิชาวนวัฒนวิทยา. 2547. เอกสารประกอบการสอนวิชารากฐานวนวัฒนวิทยา.
คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร กรุงเทพฯ.
ิ
จรัส ชวยนะ. 2540. ลักษณะโครงสรางของปาเต็งรังทุติยภูม บริเวณโครงการพัฒนาตามพระราชดําริ
ปาหนองเต็ง-จักราช จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
จักรพันธ สกุลมีฤทธิ์ และ ขวัญชัย ดวงสถาพร. 2543. ผลของการตัดสางขยายระยะตอการเจริญเติบโต
ของไมสนสามใบสวนปาดอยบอหลวง อําเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม. วารสารวิชาการปาไม 2(1):
32-40.
จิรนันท ธีระกุลพิศุทธิ์ และ นันทนา คชเสนี. 2547. ศักยภาพการสะสมธาตุคารบอนในมวลชีวภาพเหนือ
พื้นดินของระบบนิเวศปาทองผาภูมิ. เอกสารประกอบการประชุม การเปลี่ยนแปลง
ู
สภาพภูมิอากาศทางดานปาไม “ปาไมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภมิอากาศ” วันที่ 16-17 สิงหาคม
2547 ณ โรงแรมมารวย การเดน กรุงเทพฯ.
เจริญ ชางสีสังข. 2556. ผลของระยะปลูกตอการเติบโตของไมตะเคียนทอง. กลุมงานวนวัฒนวิจัย
สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม. 29 น.
131
ชนิษฐา จันทโชติ, สคาร ทีจันทึก, พรเทพ เหมือนพงษ และ เพ็ญพิชชา ชูสงา. 2561. การเติบโตและ
มวลชีวภาพของสนคาริเบียที่สถานีวนวัฒนวิจัยทรายทอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ, น. 2-1-2-9.
ใน การประชุมการปาไม ประจําป พ.ศ. 2561 "การปฏิรูปปาไมแหงชาติ" วันที่ 22-24 สิงหาคม
2561 ณ คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพฯ.
ู
ชรินทร สมาธิ. 2528. การวิเคราะหผลผลิตขั้นปฐมภมิสุทธิของไมเสม็ดขาวในปาพรุ จังหวัดนราธิวาส.
ใน การประชุมการปาไมประจําป 2528. กองจัดการปาไม กรมปาไม กรุงเทพฯ.
ชิงชัย วิริยะบัญชา, กันตินันท ผิวสอาด และ สิริรัตน จันทรมหเสถียร. 2548. การประเมินศักยภาพของ
กิจกรรมการปลูกสรางสวนปาในการลดความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมอากาศ, 18 น.
ิ
ใน รายงานการประชุมวิชาการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทางดานปาไม “ศักยภาพของ
ปาไมในการสนับสนุนพิธีสารเกียวโต” วันที่ 4-5 สิงหาคม 2548 ณ โรงแรมมารวย การเดน
กรุงเทพฯ.
ชิงชัย วิริยะบัญชา, ทวี ไชยเรืองศิริกุล และ สิรินทร ติยานนท. 2538. ผลผลิตมวลชีวภาพเหนือพื้นดินของ
สวนปาไมยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซิส ที่อายุ 7 และ 8 ป ณ สวนปาลาดกระทิง จังหวัดฉะเชิงเทรา,
น. 110-120. ใน เอกสารสมทบการประชุมการปาไมแหงชาติ ประจําป 2538 "หนึ่งทศวรรษการปา
ไมไทยเพื่อประชาชน". 20-24 พฤศจิกายน 2538 ณ หอประชุมใหญมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร
กรุงเทพฯ.
ชิงชัย วิริยะบัญชา, ประวิทย จิตตจํานงค, ชัชวาลย สุทธิศรีศิลป, ศุภรัตน สําราญ และ กันตินันท ผิวสอาด.
2544. การปรับสมการเพื่อประเมินมวลชีวภาพเหนือพื้นดิน ของสวนปาสักในประเทศไทย,
น. 239-260. ใน รายงานการสัมมนาทางวนวัฒนวิทยา ครั้งที่ 7 วันที่ 12–14 ธันวาคม 2544
ณ คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร กรุงเทพฯ.
ชิงชัย วิริยะบัญชา, ภานุมาศ ลาดปาละ และ วัฒนา ศักดิ์ชูวงษ. 2554. การสะสมคารบอนของเถาวัลย
ในปาธรรมชาติ ณ อุทยานแหงชาติแกงกระจาน, 23 น. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ เรื่อง
ิ
ประเทศไทยกับภูมอากาศโลก ครั้งที่ 2: การเปลี่ยนกระบวนทัศนสูเศรษฐกิจสีเขียว. วันที่ 18-19
สิงหาคม 2554 ณ ศูนยประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี.
ชิงชัย วิริยะบัญชา, วิโรจน รัตนพรเจริญ และ สิรินทร ติยานนท. 2552. ผลผลิตปฐมภูมิสุทธิ
และศักยภาพในการสะสมคารบอนของไมเศรษฐกิจบางชนิด, น. 1-13. ใน การประชุม
วิชาการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมแหงชาติ ครั้งที่ 2 วันที่ 14-16 กันยายน 2552
ณ ศูนยนิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ.
ชิงชัย วิริยะบัญชา, วิโรจน รัตนพรเจริญ, จตุพร มังคลารัตน และ ประสิทธิ์ เพียรอนุรักษ. 2547.
มวลชีวภาพและการเจริญเติบโตของพันธุไมมีคาทางเศรษฐกิจบางชนิด เพื่อประมาณการสะสม
ธาตุคารบอนในสวนปา, น. 1-14. ใน การประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทางดานปาไม:
ปาไมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วันที่ 16–17 สิงหาคม 2547 ณ โรงแรมมารวยการเดน
กรุงเทพฯ.
132
ฐปรัฏฐ สีลอยอุนแกว. 2554. การประเมินความหลากหลายของชนิดพันธุไมและศักยภาพการสะสม
คารบอนในระบบนิเวศปาไมโดยการมีสวนรวมของชุมชนบานหนองเตา อําเภอแมวาง จังหวัด
เชียงใหม. วิทยานิพนธปริญญาโท มหาวิทยาลัยเชียงใหม. 326 น.
ณัฐลักษณ คํายอง. 2552. ความหลากหลายของชนิดพันธุไม ลักษณะดินและการสะสมคารบอนในปา
ชนิดตางๆ บริเวณอุทยานแหงชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม. วิทยานิพนธปริญญาโท
มหาวิทยาลัยเชียงใหม. 334 น.
เตือนใจ พงศคําพัน. 2558. ความหลากหลายชนิดพันธุไมและศักยภาพการกักเก็บคารบอนและน้ําใน
ปาชุมชนชนิดตางๆ ของตําบลแมทา อําเภอแมออน จังหวัดเชียงใหม. วิทยานิพนธปริญญาโท
มหาวิทยาลัยเชียงใหม. 193 น.
ธนานิติ ธิชาญ. 2561. ความหลากหลายชนิดพันธุไมและการกักเก็บคารบอน ธาตุอาหารและน้ําในระบบ
นิเวศปาปลูกเพื่อการฟนฟูที่ดินของเหมืองลิกไนตบานปู อําเภอลี้ จังหวัดลําพูน. วิทยานิพนธ
ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเชียงใหม. 125 น.
ธิติ วิสารัตน และ ชลธิดา เชิญขุนทด. 2547. องคประกอบของชนิดพันธุพืชและปริมาณมวลชีวภาพเหนือ
พื้นดินของตนไมในปาดิบแลง, 31 น. ใน เอกสารประกอบการประชุม “การประชุมการ
เปลี่ยนแปลงสภาพภมิอากาศทางปาไม: ปาไมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” วันที่ 16-17
ู
สิงหาคม 2547 ณ โรงแรมมารวย การเดน กรุงเทพฯ.
ธิติ วิสารัตน และ เกรียงไกร โพธิงาม. 2556. การกักเก็บคารบอนเหนือพื้นดินของสวนปากระถินณรงค
กระถินเทพา ยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซิส และพะยูง อายุ 25 ป, น. 179-190. ใน ผลงานวิชาการ
ปาไม การประชุมการปาไม ประจําป พ.ศ. 2556 “ผลผลิตและงานวิจัยปาไมสูการพัฒนา
อยางยั่งยืน” วันที่ 5-9 สิงหาคม 2556 ณ กรมปาไม กรุงเทพฯ.
นวลปราง นวลอุไร. 2548. การเปรียบเทียบคาดัชนีพื้นที่ใบ มวลชีวภาพและปริมาณคารบอนสะสมที่อยู
เหนือพื้นดินของระบบนิเวศปา จากการสํารวจดานปาไมและการรับรูจากระยะไกล บริเวณอุทยาน
แหงชาติแกงกระจาน ประเทศไทย. วิทยานิพนธปริญญาโท จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
นาฏสุดา ภูมิจานงค. 2550. ปริมาณมวลชีวภาพเหนือพื้นดิน ในราก และคารบอนในดินของสวนปาไมสัก.
คณะสิ่งแวดลอมและทรัพยากรศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล นครปฐม.
บพิตร เกียรติวุฒินนท, ประพาย แกนนาค, อโณทัย ไพยารมณ, สาโรจน วัฒนสุขสกุล และ
อําไพ พรลีแสงสุวรรณ. 2558. การประมาณมวลชีวภาพและการกักเก็บคารบอนของสวนปา
ไมสักอายุ 12 ป. กลุมงานวนวัฒนวิจัย สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม. 16 น.
บพิตร เกียรติวุฒินนท และคณะ. 2559. การกักเก็บคารบอนของไมสกุลยูคาลิปตัสชั้นอายุตางกัน.
ใน แผนงานวิจัย (Research Program) การวิจัยคารบอนในสวนปาของประเทศไทย เพื่อสนับสนุน
การแกไขภาวะโลกรอน โครงการวิจัย การกักเก็บคารบอนของไมสกุลยูคาลิปตัสชั้นอายุตางกัน.
สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม. 28 น.
133
บพิตร เกียรติวุฒินนท, ประพาย แกนนาค และ อําไพ พรลีแสงสุวรรณ. 2559. การประมาณมวลชีวภาพ
และการกักเก็บคารบอนเหนือพื้นดินของสวนปายูคาลิปตัสอายุ 6 ป, น. 286-296. ใน
การสัมมนาทางวนวัฒนวิทยา ครั้งที่ 10 "ปาปลูก...นําไทยสูเศรษฐกิจเชิงนิเวศ”. วันที่ 1-4
พฤษภาคม 2559 ณ คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร กรุงเทพฯ.
ประพาย แกนนาค, สาโรจน วัฒนสุขสกุล, อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, อโณทัย ไพยารมณ และ ณัฐวุฒิ
แกนนาค. 2558. การรวงหลนและการยอยสลายของซากพืชในสวนปาสัก, น. 365-375.
ใน ผลงานวิชาการปาไม การประชุมการปาไมประจําป พ.ศ. 2558: ปาไมไทย...ใครกําหนด. วันที่
22-26 เมษายน 2558 ณ คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร กรุงเทพฯ.
ประพาย แกนนาค, อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, สาโรจน วัฒนสุขสกุล และ สมชาย นองเนือง. 2562.
ี
ุ
การประมาณปริมาตรไมและมวลชีวภาพของสวนปาตะเคยนทองอายุ 19 ป, 7 น. ใน การประชม
การปาไม ประจําป พ.ศ. 2562 "การปาไมกาวไกลขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยกาวหนา" วันที่ 19-21
สิงหาคม 2562 ณ สถาบันคชบาลแหงชาติ ในพระอุปถัมภฯ องคการอุตสาหกรรมปาไม ตําบล
เวียงตาล อําเภอหางฉัตร ลําปาง.
ประพาย แกนนาค, บพิตร เกียรติวุฒินนท และ อําไพ พรลีแสงสุวรรณ. 2558. การประมาณปริมาตรไม
และมวลชีวภาพของสวนปายูคาลิปตัสคามาลดูเลนซีสอายุ 15 ป. สวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิจัยและ
พัฒนาการปาไม กรมปาไม. 12 น.
ประพาย แกนนาค, อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, สาโรจน วัฒนสุขสกุล และ อโณทัย ไพยารมณ. 2558.
การประมาณปริมาตรไมและมวลชีวภาพของสวนปาไมสักอายุ 10 ป จังหวัดกําแพงเพชร,
น. 356-364. ใน ผลงานวิชาการปาไม การประชุมการปาไมประจําป พ.ศ. 2558: ปาไมไทย...
ใครกําหนด. วันที่ 22-26 เมษายน พ.ศ. 2558 ณ คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร
กรุงเทพฯ
พงษศักดิ์ ฉัตรเตชะ, อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, สมชาย นองเนือง และ จุฑารัตน แสงเสถียร. 2555.
การเจริญเติบโตและสมบัติดินในสวนปาสนคาริเบีย, 10 น. ใน เอกสารประกอบการประชุมการ
ปาไม. วันที่ 12-17 กันยายน 2555 ณ กรมปาไม กรุงเทพฯ.
พงษศักดิ์ สหุนาฬุ. 2524. ผลผลิตขั้นปฐมภูมิของสวนปาสนสามใบ: 1. ผลผลิตขั้นปฐมภูมิสุทธิของสวนปา
สนสามใบอายุตางๆ ที่ ฮอด เชียงใหม. รายงานวนศาสตรวิจัย เลมที่ 77. คณะวนศาสตร
ิ
มหาวทยาลัยเกษตรศาสตร. 39 น.
. 2538. ผลผลิตและการหมุนเวียนของธาตุอาหารในระบบนิเวศปาไม. คณะวนศาสตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร กรุงเทพฯ. 557 น.
พัชนิดา วงศอินทร. 2554. การประเมินความหลากหลายชนิดพันธุไม สภาพปาและปริมาณคารบอน
สะสมในระบบนิเวศปาเต็งรังบนพื้นที่หินแกรนิต บริเวณอุทยานไมกลายเปนหิน อําเภอบานตาก
จังหวัดตาก. วิทยานิพนธปริญญาโท มหาวิทยาลัยเชียงใหม. 116 น.
134
พัชรธีรัตน สุทธาวรรณ. 2559. การติดตามตรวจสอบความหลากหลายชนิดพันธุไมและการกักเก็บ
คารบอนและธาตุอาหารในปาเต็งรังบนพื้นที่หินทราย ณ ศูนยศึกษาการพัฒนาหวยฮองไคร
อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดเชียงใหม. วิทยานิพนธปริญญาโท มหาวิทยาลัยเชียงใหม.
162 น.
เยาวลักษณ วงศสิงห, ศศิธร พวงปาน และ พิพัฒน พัฒนผลไพบูลย. 2555. ความสัมพันธเชิง
แอลโลเมตรีสําหรับประมาณมวลชีวภาพสวนเหนือพื้นดินและใตดินของกลาไมวงศยาง. วารสาร
พฤกษศาสตรไทย 4 (ฉบับพิเศษ): 37-46.
เริงชัย เผาสัจจ. 2527. การทดลองชนิดพันธุและถิ่นกําเนิดไมสนเพื่อทําเยื่อกระดาษ, น. 432-459.
ใน การประชุมการปาไมประจําป 2527 เลม 3 กรมปาไม กรุงเทพฯ.
วรพจน คําใบ. 2556. ความหลากชนิดพันธุไม การสะสมคารบอนและธาตุอาหารในปาเต็งรัง บริเวณ
สถานีวนวัฒนวิจัยเชียงใหม จังหวัดเชียงใหม. กลุมงานวนวัฒนวิจัย สํานักวิจัยและพัฒนา
การปาไม กรมปาไม. 24 น.
วรลักษณ เนียมพูลทอง. 2554. ความหลากหลายของชนิดพันธุไม ลักษณะดินและการสะสมธาตุอาหาร
ในระบบนิเวศปาไมที่เปนหินตะกอน บริเวณอุทยานไมกลายเปนหิน จังหวัดตาก. วิทยานิพนธ
ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเชียงใหม. 132 น.
วสันต จันทรแดง, ลดาวลย พวงจิตร และ สาพิศ ดิลกสัมพันธ. 2553. การกักเก็บคารบอนของปาเต็งรัง
ั
ั
และสวนปายูคาลิปตัส บริเวณสวนปามญจาคิรี จังหวัดขอนแกน, น. 183-197. ใน เอกสารการ
ประชุมวิชาการระดับชาติ เรื่อง ประเทศไทยกับภูมิอากาศโลก ครั้งที่ 1. องคการบริหารจัดการ
กาซเรือนกระจก (องคการมหาชน) และสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วิจารณ มีผล. 2553. การกักเก็บคารบอนของปาชายเลน บริเวณพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง. วารสาร
การจัดการปาไม 4(7): 33-47.
วินัย ศิริกุล. 2536. การปลูกสรางสวนปายูคาลิปตัส. เอกสารเผยแพร. 20 น.
วิษณุ ดํารงสัจจศิริ. 2544. การประยุกตใชการสํารวจจากระยะไกลเพื่อประมาณคาดัชนีพื้นที่ใบ
และมวลชีวภาพของปาที่อยูเหนือพื้นดิน บริเวณอุทยานแหงชาติภูกระดึง จังหวัดเลย. วิทยานิพนธ
ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
วิสุทธิ์ สุวรรณาภนันท, พงษศักดิ์ สหุนาฬุ, ปรีชา ธรรมานนท และ อนันตชย เขื่อนธรรม. 2526. ผลผลิต
ิ
ั
ของปาไผรวก หินลับ กาญจนบุรี. วารสารวนศาสตร 2 (2): 114-134.
ศรีศักดิ์ พุมพวง. 2560. การประมาณปริมาตรไมและมวลชีวภาพของสวนปายูคาลิปตัสอายุ 31 ป.
สวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม. 12 น.
สนธยา จําปานิล. 2547. การเปรียบเทียบผลผลิตและการยอยสลายของเศษซากพืช เพื่อประเมิน
การสะสมคารบอนในระบบนิเวศปาในเขตอุทยานแหงชาติแกงกระจาน ประเทศไทย. วิทยานิพนธ
ปริญญาโท จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
135
สมชาย นองเนือง และ สุรชัย ปรานศิลป. 2539. ผลผลิตมวลชีวภาพเหนือพื้นดินและปริมาตรของ
ไมยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซิส ในสวนปาอายุ 7 ป ทองที่อําเภอโปงน้ํารอน จังหวัดจันทบุรี.
สวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิชาการปาไม กรมปาไม. 12 น.
สมชาย นองเนือง, สาโรจน วัฒนสุขสกุล และ ปริญญา มโนวงศ. 2542. การประมาณปริมาตรลําตนของ
ไมสนบางชนิด. สวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิชาการปาไม กรมปาไม. 19 น.
สมชาย นองเนือง, อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, พงษศักดิ์ ฉัตรเตชะ และ วรพจน คําใบ. 2557. การประมาณ
ปริมาตรไมและมวลชีวภาพสวนปาไมสนโอคารปา อายุ 32 ป ที่สถานีวนวัฒนวิจัยอินทขิล จังหวัด
เชียงใหม. กลุมงานวนวัฒนวิจัย สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม. 12 น.
สมชาย นองเนือง, อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, พงษศักดิ์ ฉัตรเตชะ และ วรพจน คําใบ. 2558. การประมาณ
ปริมาตรไมและมวลชีวภาพสวนปาไมสนเทคูนูมานี่อายุ 29 ป ที่สถานีวนวัฒนวิจัยอินทขิล จังหวัด
เชียงใหม, น. 376-385. ใน ผลงานวิชาการปาไม การประชุมการปาไมประจําป พ.ศ. 2558:
ปาไมไทย...ใครกําหนด. วันที่ 22-26 เมษายน พ.ศ. 2558 ณ คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร กรุงเทพฯ.
สมชาย นองเนือง, อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, สาโรจน วัฒนสุขสกุล, พงษศักดิ์ ฉัตรเตชะ และ วรพจน คําใบ.
2559. การประมาณปริมาตรไม มวลชีวภาพ และการกักเก็บคารบอนของสวนปาไมสักอายุ 6 ป
จังหวัดเชียงใหม, น. 275-285. ใน การสัมมนาทางวนวัฒนวิทยา ครั้งที่ 10 "ปาปลูก...นําไทยสู
ิ
เศรษฐกิจเชิงนิเวศ”. วันที่ 1-4 พฤษภาคม 2559 ณ คณะวนศาสตร มหาวทยาลัยเกษตรศาสตร
กรุงเทพฯ.
สมบูรณ กีรติประยูร และ สมหมาย นามสวาท. 2537. เทคนิคบางอยางในการประมาณผลผลิตของ
สวนปา II. การประมาณมวลชีวภาพของสวนของลําตนที่มีขนาดจํากัด, น. 124-137. ใน รายงาน
การประชุมวิชาการปาไม ประจําป 2537: การปลูกปาเพื่อพัฒนาสิ่งแวดลอม. วันที่ 21-25
พฤศจิกายน 2537 ณ โรงแรมวังใต อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎรธานี.
สาพิศ ดิลกสัมพันธ, ธิติ วิสารัตน, สําเริง ปานอุทัย, ภาณุมาศ ลาดปาละ, สิริรัตน จันทรมหเสถียร และ
ศุภรัตน สําราญ. 2549. วัฎจักรคารบอนในปาดิบแลงสะแกราชและปาเบญจพรรณลุมน้ํา
แมกลอง, น. 257-275. ใน รวมผลงานวิจัย “การศึกษาวัฎจักรคารบอนในปาดิบแลงสะแกราช
ั
และปาเบญจพรรณลุมน้ําแมกลอง”. สํานักวิจัยการอนุรักษปาไมและพนธุพืช กรมอุทยานแหงชาติ
สัตวปา และพันธุพืช.
สาพิศ ดิลกสัมพันธ. 2550. การกักเก็บคารบอนในปาชายเลน. ใน รายงานฉบับสมบูรณ โครงการ
การประเมินมูลคาและการพึ่งพิงทรัพยากรปาชายเลน. คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร.
สาพิศ รอยอําแพง. 2533. ผลผลิตมวลชีวภาพของไมไผพื้นเมือง 4 ชนิด. ภาควิชาวนวัฒนวิทยา
คณะวนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
136
สาโรจน วัฒนสุขสกุล, ประพาย แกนนาค, อําไพ พรลีแสงสุวรรณ และ อโณทัย ไพยารมณ. 2558.
การประมาณปริมาตรไมและมวลชีวภาพของสวนปาไมสักอายุ 8 ป. กลุมงานวนวัฒนวิจัย
สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม. 11 น.
สาโรจน วัฒนสุขสกุล, สมชาย นองเนือง และอําไพ พรลีแสงสุวรรณ. 2544. การทดสอบสายพันธุไม
สนคาริเบีย อายุ 7 ป. สวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิชาการปาไม กรมปาไม. 19 น.
สาโรจน วัฒนสุขสกุล, อําไพ พรลีแสงสุวรรณ และ คณิต รัตนวัฒนกุล. 2540. การทดสอบถิ่นกําเนิด
ไมสนคาริเบียป 2515. ศูนยวนวัฒนวิจัยที่ 1 จังหวัดเชียงใหม สวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิชาการ
ปาไม กรมปาไม. 14 น.
สาโรจน วัฒนสุขสกุล, อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, พงษศักดิ์ ฉัตรเตชะ และ สมชาย นองเนือง. 2556.
สมบัติดินและการกักเก็บคารบอนและธาตุอาหารในดินสวนปาไมสนคาริเบียอายุ 18 ป,
น. 227-235. ใน การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิชาการเครือขายงานวิจัยนิเวศวิทยา
ปาไมประเทศไทย ครั้งที่ 2. วันที่ 24-26 มกราคม พ.ศ. 2556 ณ มหาวิทยาลัยแมโจ จังหวัด
เชียงใหม.
สาโรจน วัฒนสุขสกุล. 2544. สนคาริเบีย. สวนวนวัฒนวิจัย สํานักวิชาการปาไม กรมปาไม กรุงเทพฯ.
93 น.
สํานักนวัตกรรมไมเศรษฐกิจ. 2553. รายงาน โครงการจัดทําบัญชีกาซเรือนกระจก พื้นที่สวนปาองคการ
อุตสาหกรรมปาไม. สํานักนวัตกรรมไมเศรษฐกิจ องคการอุตสาหกรรมปาไม กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม. 27 น.
สิรินทร ติยานนท, ประเสริฐ ติยานนท และ บรรณศาสตร ดวงศรีเสน. 2541. การประมาณมวลชีวภาพ
และปริมาตรรายตนของหนอไมยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซีส อายุ 3 ป. สวนวนวัฒนวิจัย สํานัก
วิชาการปาไม กรมปาไม กรุงเทพฯ. 19 น.
ั
สิริรัตน จันทรมหเสถียร, ศิริภา โพธิ์พินิจ และ วิลาวณย วิเชียรนพรัตน. 2549. ปริมาณคารบอนในดิน
ของปาดิบแลงสะแกราชและปาเบญจพรรณลุมน้ําแมกลอง, น. 321-343. ใน รายงานการประชม
ุ
วิชาการ การปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทางดานปาไม “ศักยภาพของปาไมในการสนับสนุน
พิธีสารเกียวโต” วันที่ 4-5 สิงหาคม 2548 ณ โรงแรมมารวย การเดน กรุงเทพฯ.
สิริรัตน จันทรมหาเสถียร และ ศิริภา โพธิ์พินิจ. 2544. การประเมินการสะสมคารบอนในดินในระบบนิเวศ
ปาไมของประเทศไทย, น. 16 – 20. ใน การประชุมทางวิชาการ ประจําป 2544 วิกฤตสิ่งแวดลอม:
ิ
คณะสิ่งแวดลอมและทรัพยากรศาสตร มหาวทยาลัยมหิดล. วันที่ 26 กันยายน 2544 ณ โรงแรม
รอยัลซิตี้ กรุงเทพฯ.
สุนันทา ขจรศรีชล. 2531. ลักษณะทางนิเวศวิทยาบางประการของปาสนธรรมชาติ บริเวณโครงการหลวง
บานวัดจันทร อําเภอแมแจม จังหวัดเชียงใหม. วิทยานิพนธปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
134 น.
137
เสริมพงศ นวลงาม. 2544. บทบาทของการปลูกสรางสวนปาตอการเก็บกักคารบอนและคุณสมบัติ
ของดินบางประการที่ สถานีวิจัยและฝกอบรมการปลูกสรางสวนปา จังหวัดนครราชสีมา.
วิทยานิพนธปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
แสงคํา ผลเจริญ. 2552. ความหลากหลายของชนิดพืช ลักษณะดินและการใชประโยชนปาชุมชน
บานทรายทอง ตําบลปาสัก อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน. วิทยานิพนธปริญญาโท มหาวิทยาลัย
เชียงใหม. 190 น.
องคการบริหารจัดการกาซเรือนกระจก (องคการมหาชน). 2554. อภิธานศัพทและคํายอดานการ
เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการบริหารจัดการกาซเรือนกระจก ป 2554. 94 น.
. 2559. คูมืออางอิงการพัฒนาโครงการลด กาซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของ
ประเทศไทยสาขาปาไมและการเกษตร. [ออนไลน]. แหลงที่มา : http://ghgreduction.tgo.or.th/
t-ver. 68 น.
อโณทัย ไพยารมณ. 2562. การเติบโต และการประมาณปริมาตรไม มวลชีวภาพ และการกักเก็บ
คารบอนของไมสัก ที่สถานีวนวัฒนวิจัยเชียงราย จังหวัดเชียงราย. กลุมงานวนวัฒนวิจัย
สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม กรุงเทพฯ. 18 น.
อนงคทิพย พงษสุวิเชษศักดิ์. 2531. การสํารวจการใชที่ดินและผลผลิตปาไมเพื่อการวางแผนอุทยาน
แหงชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม. วิทยานิพนธปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
อภินันท ขันธิราช. 2545. การประยุกตใชขอมูลสํารวจระยะไกลในการจําแนกพื้นที่ปาไมและการประมาณ
มวลชีวภาพปาไม ในเขตรักษาพันธุสัตวปาหวยทับทัน-หวยสําราญ จังหวัดสุรินทร. วิทยานิพนธ
ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.
อํานาจ ชิดไธสง และ ณัฐพล ลิไชยกุล. 2548. การกักเก็บและปลดปลอยคารบอนในดินปาดิบแลง
ดินปาปลูก และดินทําการเกษตร, น. 95-105. ใน รายงานการประชุมวิชาการการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศทางดานปาไม “ศักยภาพของปาไมในการสนับสนุนพิธีสารเกียวโต” วันที่ 4-5
สิงหาคม 2548 ณ โรงแรมมารวย การเดน กรุงเทพฯ.
อานุช คีรีรัฐนิคม และ ทิพยทิวา สัมพันธมิตร. 2556. ปริมาณคารบอนสะสมของปาชุมชนบานหนองถิน
ตําบลเกาะเตา อําเภอปาพะยอม จังหวัดพัทลุง. วารสารมหาวิทยาลัยทักษิณ 16(1): 34-40.
อานุช คีรีรัฐนิคม, สุภฎา คีรีรัฐนิคม, ทิพยทิวา สัมพันธมิตร และ กมล อาศิรเมธี. 2557. มูลคา
การกักเก็บคารบอนในมวลชีวภาพเหนือพื้นดินในปาพรุ จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการ
และวิจัย มทร.พระนคร 8(2): 127-134.
อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, บพิตร เกียรติวุฒินนท, สมชาย นองเนือง, พงษศักดิ์ ฉัตรเตชะ, วิโรจน ครองกิจศิริ,
วรพจน คําใบ และ อนันต ประทุมชาติ. 2558. ผลผลิตและการกักเก็บคารบอนและธาตุอาหาร
ในมวลชีวภาพสวนปาสนคาริเบีย, น. 252-263. ใน ผลงานวิชาการปาไม การประชุมการปาไม
ประจําป พ.ศ. 2558: ปาไมไทย...ใครกําหนด. วันที่ 22-26 เมษายน 2558 ณ คณะวนศาสตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร กรุงเทพฯ.
138
อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, ประพาย แกนนาค, สาโรจน วัฒนสุขสกุล และ สมชาย นองเนือง. 2562.
การประมาณปริมาตรไมและมวลชีวภาพของสวนปาไมแดงอายุ 29 ป, 7 น. ใน การประชุมการ
ปาไม ประจําป พ.ศ. 2562 "การปาไมกาวไกลขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยกาวหนา" วันที่ 19-21
สิงหาคม 2562 ณ สถาบันคชบาลแหงชาติ ในพระอุปถัมภฯ องคการอุตสาหกรรมปาไม
ตําบลเวียงตาล อําเภอหางฉัตร ลําปาง.
อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, พงษศักดิ์ ฉัตรเตชะ, สมชาย นองเนือง และ จุฑารัตน แสงเสถียร. 2555.
การประมาณปริมาตรไมและมูลคาของระบบนิเวศสวนปาสนคาริเบียอายุ 29 ป. กลุมงาน
วนวัฒนวิจัย สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม. 27 น.
อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, สมชาย นองเนือง และ วรพจน คําใบ. 2557. การประมาณปริมาตรไมใน
ปาเต็งรัง. กลุมงานวนวัฒนวิจัย สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม. 19 น.
อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, สมชาย นองเนือง, สาโรจน วัฒนสุขสกุล, พงษศักดิ์ ฉัตรเตชะ, คณิต รัตนวัฒนกุล
ู
และ จุฑารัตน แสงเสถียร. 2555. การประมาณปริมาตรไมและมลคาสวนปาไมสนคาริเบียอายุ
6 ป. เอกสารประกอบการสัมมนาทางวนวัฒนวิทยา ครั้งที่ 9 วันที่ 21-22 มิถุนายน 2555
ณ หองประชุมชั้น 7 อาคารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร กรุงเทพ. 14 น.
อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, สมชาย นองเนือง, สาโรจน วัฒนสุขสกุล, วรพจน คําใบ และ โศรยา ภูจีระ. 2561.
การประเมินผลการทดสอบสายตน/สายพันธุ และการประมาณปริมาตรไม มวลชีวภาพ และการ
กักเก็บคารบอนของไมสักอายุ 10 ป จังหวัดเชียงใหม, น. 2-46 - 2-59. ใน การประชุมการปาไม
ประจําป พ.ศ. 2561 "การปฏิรูปปาไมแหงชาติ". วันที่ 22-24 สิงหาคม 2561 ณ คณะวนศาสตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพฯ.
อําไพ พรลีแสงสุวรรณ, สัญญา สิริบุญยะพร, ศรีศักดิ์ พุมพวง, สมชาย นองเนือง และ วรพจน คําใบ.
2556. การประมาณปริมาตรไมและมลคาสวนปาไมสนคาริเบียอายุ 9 ป. กลุมงานวนวัฒนวิจัย
ู
สํานักวิจัยและพัฒนาการปาไม กรมปาไม กรุงเทพฯ. 18 น.
อิทธิพงศ วรรณลังกา, รุงเรือง พูลศิริ และ ลดาวัลย พวงจิตร. 2558. มวลชีวภาพเหนือพื้นดิน
ในสวน ไผ 4 ชนิด ที่มีอายุลําตางกัน ณ สถานีหลวงเกษตรอางขาง จังหวัดเชียงใหม. วารสาร
วนศาสตร 34 (1): 65-75.
อุษา กลิ่นหอม, ธีรวงศ เหลาสุวรรณ, พรชัย อุทรักษ, ฤทธิรงค จังโกฏิ, เพ็ญแข ธรรมเสนานุภาพ
และ คมกริช วงศภาคํา. 2554. การชดเชยกาซคารบอนไดออกไซดในภาคปาไม. ใน รายงาน
ฉบับสมบูรณภายใตแผนงานวิจัยเรื่อง การศึกษาวิธีการตรวจวัดการลดการปลอย
กาซคารบอนไดออกไซดของพื้นที่ปลูกปาและพื้นที่ฟนฟูสภาพปา เสนอตอสํานักงาน
คณะกรรมการวิจัยแหงชาติ (วช.) กรุงเทพฯ. 220 น.
Bremner, J.M. and C.S. Mulvaney. 1982. “Nitrogen-total”, pp. 595-622. In A.L. Page (ed), Methods
th
of Soil Analysis Part 2 (Chemical and Microbiological Properties) 2 ed. American Society of
Agronomy, Inc., Publisher Madison, Wisconsin, USA.
139
Chakrapholwararit, C. 1985. Yield-density effect of Eucalyptus camaldulensis Dehnh, plantation.
(M.Sc. thesis). Faculty of Forestry. Kasetsart University, Bangkok, Thailand.
Ciesla, W. 1995. Climate change, forests and forest management. FAO Forest Paper. Food and
Agriculture Organization.
Doangsrisen, B. and C. Viriyabuncha. 2002. Biomass, leaf area Index and analysis of increasing the
diameter checking by annual ring of teak 8 years at Mae Cheam plantation, Chiang Mai
province. Royal Forest Department of Thailand, Bangkok, Thailand.
Granhof, J.J. 1983. “Growth and variation in Pinus caribaea (Morelet) at high and low elevation and
latitude in Thailand”, pp. 2E1-2E52. In: Thai-Danish Cooperation on Eucalyptus and Pine
Improvement 1969-1980. Vol. II. Forest Research Paper. Silvicultural Research Sub-Division,
Royal Forest Department, Bangkok; and Danish International Development Agency (DANIDA),
Copenhagen.
Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC). 1996. Greenhouse Gas Inventory Reference
Manual. International Panel on Climate Change. Cambridge University Press, Cambridge.
. 2006. IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories. International Panel on
Climate Change. IGES, Japan.
. 2007. Climate change 2007: The physical science basis. Contribution of Working Group
I to the Fourth Assessment Report of the Intergovernmental Panel on Climate Change.
Jundang, W. 2010. Evaluation of carbon sequestration in dipterocarp forest and eucalypt plantation at
Muncha Khiri Plantation, Khon Kean province. (M.Sc. thesis). Faculty of Forestry. Kasetsart
University, Bangkok, Thailand.
Kaewkrom, P, N. Kaewkla, S Thummikkapong and S. Punsang. 2011. Evaluation of carbon storage in
soil and plant biomass of primary and secondary mixed deciduous forests in lower northern part
of Thailand. African Journal of Environmental Science and Technology 5(1): 8-14.
Knudsen, D., G.A. Peterson and P.F. Pratt. 1982. “Lithium, Sodium and potassium”, pp. 225-245. In
th
Klute, A. (ed.), Methods of Soil Analysis Part 2 (Chemical and Microbiological Properties) 2 ed.
American Society of Agronomy, Inc., Publisher Madison, Wisconsin, USA.
Komiyama, A., K. Ogino, S. Aksornkoae and S. Sabhasri. 1987. Root biomass of a mangrove forest in
southern Thailand. 1. Estimation by the trench method and the zonal structure of root biomass.
J. Trop. Ecol. 3: 97–108.
Kutintara, U., D. Marod, M. Takahashi and T. Nakashizuka. 1995. Growth and dynamics of bamboos
in tropical seasonal forest, pp. 125-139. In Proceedings of the International Workshop on "The
Changes of Tropical Forest Ecosystem, National Research Council of Thailand, Bangkok.
140
Lanyon, L.E. and W.R. Heald. 1982. “Magnesium, calcium, strontium and barium”, pp. 247-260. In
th
Klute, A. (ed.), Methods of Soil Analysis Part 2 (Chemical and Microbiological Properties) 2 ed.
American Society of Agronomy, Inc., Publisher Madison, Wisconsin, USA.
Nongnuang, S. 2012. Carbon sinks and nutrient accumulation in ecosystems of series of Pinus kesiya
plantations and fragmented forests in Boakaew Highland Watershed, Chiang Mai province. Ph.D.
Thesis. Chiang Mai University. 267 p.
Ogawa, H., K. Yoda, K. Ogino and T. Kira. 1965. Comparative ecological study on three main types
of forest vegetation in Thailand. II. Plant biomass. Nature and Life in Southeast Asia 4: 49-80.
Ogino, K., D. Ratanawongs, T. Tsutsumi and T. Shidei. 1967. The primary production of tropical forest
in Thailand. The Southeast Asian Studies Vol. 5 (1): 122-154, Kyoto, Japan.
Olsen, S.R. and L.E. Sommers. 1982. “Phosphorus”, pp. 403-427. In Klute, A. (ed.), Methods of Soil
th
Analysis Part 2 (Chemical and Microbiological Properties), 2 ed. American Society of Agronomy,
Inc., Publisher Madison, Wisconsin, USA.
Ounban, W., L. Puangchit and S. Diloksumpun. 2016. Development of general biomass allometric equations
for Tectona grandis Linn.f. and Eucalyptus camaldulensis Dehnh. plantations in Thailand. Agricultural
and Natural Resources 50 (2016): 48-53.
Petmark, P. 1977. Primary production of thinned and unthinned teak plantation at Ngao, Lampang.
(M.Sc. thesis). Faculty of Forestry, Kasetsart University, Bangkok, Thailand.
Petsri, S., N. Pumijumnong, C. Wachrinrat and S. Thoranisorn. 2007. Aboveground carbon content in
mixed deciduous forest and teak plantations. Environment and Natural Resources Journal
5: 1-10.
Phanthavong, A. 2004. Growth and yield of Eucalyptus camaldulensis Dehnh. plantation of Lao-Adb
Forestry Project. (M.Sc. thesis). Faculty of Forestry, Kasetsart University, Bangkok, Thailand.
Phongkhamphanh, T. 2018. Monitoring plant species diversity and carbon-water storages in deciduous
forests, Chiang Mai province. Ph.D. Thesis. Chiang Mai University. 266 p.
Pornleesangsuwan, A. 2012. Pine growth, soil properties and succession in Pinus kesiya plantations,
and influence of fragmented forests on reforestation in Boakaew Highland Watershed, Chiang
Mai province. Ph.D. Thesis. Chiang Mai University. 304 p.
Pritchett, W.L. and R.F. Fisher. 1987. Properties and management of forest soils. Second Editor. John
Wiley & Sons, New York. 494 p.
Saengruksawong, C. 2013. Growth, biological, production and carbon stock potentials of para rubber
plantations on Phon Phisai soil series and Chakkarat soil series, Nong Khai and Bueng Kang
provinces. Ph.D. Thesis. Chiang Mai University. 127 p.
141
Saengruksawong, C., S. Khamyong, N. Anongrak and J. Pinthong. 2012. Growths and carbon stocks
in rubber plantations on Chakkarat soil series, Northeastern Thailand. Suranaree J. Sci. Technol.
19 (3): 231.238.
Satienperakul, K., S. Khamyong, N. Anongrak and K. Sri-ngernyuang. 2012. Value of carbon stock in
aboveground of montane forest at Doi InThanon, Chiang Mai province, pp. ST-100-105. In
Proceedings 1 ASEAN Plus Three Graduate Research Congress. 1-2 March 2012. Chiang Mai
st
University, Chiang Mai, Thailand.
Seeloy-ounkeae, T. 2014. Plant species diversity and storages of carbon, nutrients and water in
fragmented montane forest ecosystems nearby Doi Inthanon, Chiang Mai province. Ph.D Thesis,
Chiang Mai University.
Seramethakun, T., S. Khamyong, N. Anongrak and T. Kongkaw. 2012. Potentials of carbon storages
in different subtype communities of pine forest, Chiang Mai province, northern Thailand, pp.
ST-472-478. In Proceedings 1 ASEAN Plus Three Graduate Research Congress. 1-2 March
st
2012. Chiang Mai University, Chiang Mai, Thailand.
Snowdon, P. 1991. A ratio estimator for bias correction in logarithmic regression. Canadian Journal of
Forest Research, 1991, 21(5): 720-724, 10.1139/x91-101.
Sripattanasuwan, P., S. Diloksumpun, D. Staporn and J. Rattanakaew. 2009. Carbon storage in
biomass of some tree species planted at the Pu Parn Royal Development Study Center, Sakon
Nakhon province. Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation, Bangkok,
Thailand.
Sungpalee, W., A. Itoh, M. Kanzaki, K. Sri-ngernyuang, H. Noguchi, T. Mizuno, S. Teejuntuk, M. Hara,
K. Chai-udom, T. Ohkubo, P. Sahunalu, P. Dhanmmanonda, S. Nanami, T. Yamakura and A.
Sorn-ngai. 2009. Intra- and interspecific variation in wood density and fine-scale spatial
distribution of stand-level wood density in a northern Thai tropical montane forest. Journal of
Tropical Ecology 25: 359-370.
Tangtham, N. and C. Tantasirin. 1997. An assessment of policies to reduce carbon emissions in the
Thai forestry sector with emphasis on forest protection and reforestation for conservation,
st
pp. 100-121. In Tropical Forestry in the 21 Century Volume 2: Global Changes in the Tropical
Contexts. Khemnark, C., B. Thaiutsa, L. Puangchit and S. Thammincha (eds.). Proceedings of
FORTROP’96 International Conference, 25-28 November 1996, Bangkok, Thailand.
Tirasankka, S. 1985. Biomass production and some physical properties of wood of Melia Azedarach Linn,
and Eucalyptus camaldulensis Denhn, grown in northern and north easthern parts of Thailand.
(M.Sc. thesis). Faculty of Forestry, Kasetsart University, Bangkok, Thailand.
142
Tsutsumi, T., K. Yoda, P. Sahunaru, P. Dhanmanonda and B. Prachaiyo. 1983. Forest: burning and
regeneration. In Shifting cultivation, an experiment at Nam Phrom, northeast Thailand, and its
implications for upland farming in the monsoon tropics. Kyuma, K and C. Pairintra (ed.).
A report of a cooperative research between Thai-Japanese universities.
Vacharangkura, T. 2001. Total biomass and nutrient distribution of Dalbergia cochinchinensis and
Eucalyptus camaldulensis stands in Thailand, pp. 29-40. In Proceeding of the Joint Meeting for
the Cooperative Research Project on Ecological Impact Assessment of Tropical Plantations.
rd
3 October, 2001, Tokyo, Japan, Japan Overseas Plantation Center for Pulpwood (JOPP).
Viriyabuncha, C. and K. Peawsa-ad. 2002. Assessment of the potentiality of re-afforestation activities in
climate change mitigation. Annual Report April, 2001 – March, 2002. Forest Research Office, Royal
Forest Department, Thailand. 62 p.
. 2011. Adjusting equation to estimate the aboveground biomass of teak plantation in
Thailand. Department of National Parks Wildlife and Plant Conservation. Thailand, Bangkok.
Viriyabuncha, C., S. Namsawat, D. Bunasart. 2002. Aboveground biomass, leaf area index and
analysis of increasing the diameter checking by annual ring of teak 21 years at Mae Cheam
plantation, Chiang Mai province. Annual report of Royal Forest Department of Thailand.
Bangkok, Thailand.
Walkley, A. and I.A. Black. 1947. Chromic acid titration method for determination of soil organic matter.
Soil Science 63: 257.
Wattanasuksakul, S. 2012. Plant diversity, carbon sinks and nutrient accumulation in ecosystems of dry
dipterocarp forest with and without fire at Intakin Silvicultural Research Station, Chiang Mai
province. Ph.D. Thesis. Chiang Mai University. 174 p.
Whitmore, J.L. and L.H. Liegel. 1980. Spacing trial of Pinus caribaea var. hondulensis. U.S. Dep. Agric.
For. Serv. Res. Pap. SO-162. South. For. Exp. Stn. New Orleans, La. 8 p.