The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครู ม_ต้น1_66

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ksnklongkachan.y63, 2023-06-25 05:23:31

คู่มือครู ม_ต้น1_66

คู่มือครู ม_ต้น1_66

2. ครูและผู้เรียนอภิปรายเรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในวงจรไฟฟ้ามีหลายชนิด แต่ละชนิดมีหน้าที่และความสำคัญ ที่แตกต่างกันออกไปอย่างไร ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูทักทายผู้เรียน ชี้แจงวัตถุประสงค์ให้ผู้เรียนทราบ และตั้งข้อคำถามในกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ เรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ ที่บ้านใครฝนตกบ้าง ถ้าไฟฟ้าดับจะต้องทำอย่างไร และผู้เรียนรู้จักวงจรฟ้ากันบ้าง ให้ผู้เรียน เขียนอธิบายตามความเข้าใจ เพื่อวัดความรู้พื้นฐานก่อนดึงเข้าสู่บทเรียนแล้วให้ผู้เรียนในกลุ่มชั้นเรียนออนไลน์ตอบ คำถาม ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้( N : new way of learning ) (60 นาที) 1. ครูแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน โดยให้แต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเนื้อหาต่อไปนี้ จากใบความรู้(30 นาที) ให้แต่ละกลุ่มศึกษาเกี่ยวกับความหมายของวงจรไฟฟ้าว่า มีกี่แบบมีหน้าที่และความสำคัญแตกต่างอย่างไร 2. ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลที่กลุ่มตนเองได้ศึกษาให้เพื่อนกลุ่มอื่นๆได้ฟัง กลุ่มละ 10 นาที (30 นาที) ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูให้ผู้เรียนศึกษาตามหัวข้อที่กำหนดในใบความรู้เกี่ยวกับความหมายของวงจรไฟฟ้าว่ามีกี่แบบมีหน้าที่ และความสำคัญอย่างไรแตกต่างกันอย่างไร ผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์และหากผู้เรียนสงสัยสามารถซักถามในข้อที่ สงสัยเพิ่มเติมกลุ่มห้องเรียนออนไลน์พร้อมทำใบงานออนไลน์ ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation ) (…40..นาที) 1. ครูมอบหมายให้นักศึกษาวาดแผงวงจรไฟฟ้าแบบที่ตนเองสนใจ นำเสนอในรูปแบบแผนผังภาพในกระดาษปรู๊ฟ 2. ครูให้ผู้เรียนผู้เรียนทำสมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้หน้า 21-25 3. ครูให้ผู้เรียนทำใบงาน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้ร่วมกัน 4. ครูให้คำแนะนำและแก้ไขข้อบกพร่อง พร้อมสรุปความสำคัญหลังเรียน ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูให้ผู้เรียนศึกษาสื่อวีดีทัศน์เกี่ยวกับเรื่องอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้า ตอนที่ 2 และทำใบงานผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ ( E : Evaluation ) (…40…นาที) 1. ครูประเมินผลงานของผู้เรียนจากใบงาน 2. จากนั้นครูให้ผู้เรียนผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 3. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติม 3.1 ข้อควรรู้เกี่ยวกับวงจรไฟฟ้า (กรต.17 ชม.) โดยผู้เรียนสามารถศึกษาได้จาก หนังสือแบบเรียนวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ


ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติม 1.1 ข้อควรรู้เกี่ยวกับวงจรไฟฟ้า (กรต.17 ชม.) ผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ที่ครูผู้สอนกำหนด 5.สื่อการสอน 1.ใบความรู้ สายดินและหลักดิน 6. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่/แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. -ใบงาน แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. 7. การวัดและประเมินผล 7.1 วิธีการวัดและประเมินผล - จากการตอบคำถาม การสังเกตพฤติกรรม การตรวจใบงาน 7.2 เครื่องมือ -.ใบความรู้ สายดินและหลักดิน -- กิจกรรมท้ายเรื่องที่ 1 วงจรไฟฟ้า 7.3 เกณฑ์การประเมิน - ผู้เรียนทำใบงานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 50 7.4 ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน /ร่องรอยแสดงความรู้) - ใบงาน (กรต)


ใบความรู้ เรื่องที่ 3 สายดินและหลักดิน ************************************************************************************************** 1.สายดิน (Ground Wire) สายดิน คือ สายไฟที่ต่อเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยการต่อลงดิน เพื่อให้สายดิน เป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าที่อาจ เกิดการรั่วไหล จากเครื่องใช้ไฟฟ้าลงสู่พื้นดิน เป็นการป้องกันไม่ให้ ได้รับอันตรายจากกระแสไฟฟ้า ส่วนปลายของสาย ดินจะถูกฝังไว้ในดิน ด้วยการรวมสายดินจากทุกจุดภายในบ้าน มาไว้ที่ตู้ควบคุมไฟฟ้า และต่อสายอีกเส้นจากตู้ควบคุม ไฟฟ้าลงสู่พื้นดิน ส่วนที่ถูกฝังไว้ในดิน จะเป็นแท่งทองแดงเปลือย ไม่มีฉนวนหุ้ม ยาวประมาณ 6 ฟุต เรียกว่า “หลัก ดิน” เนื่องจาก ดินมีความชื้นอยู่เสมอ จึงทำให้เกิดความต้านทานไฟฟ้าต่ำ กระแสไฟฟ้าจึงไม่ไหลมาทำอันตราย สายดินมีไว้เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากไฟช็อตหรือไฟรั่ว เพราะหากเกิดไฟช็อต หรือไฟรั่วขณะที่ใช้งาน อุปกรณ์ชิ้นนั้น กระแสไฟจะไหลเข้าสู่ส่วนที่เป็นโลหะ ซึ่งถ้าสัมผัสโลหะ ของอุปกรณ์นั้น โดยที่ไม่มีการติดตั้งสายดินไว้ กระแสไฟฟ้าทั้งหมดก็จะไหลเข้าสู่ตัวผู้ใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาจทำให้ได้รับอันตรายและเสียชีวิตได้แต่ถ้าที่บ้านมีการ ติดตั้งสายดินไว้ กระแสไฟฟ้าเหล่านั้น ก็จะไหลผ่านเข้าไปที่สายดินแทน อันตรายต่าง ๆ ที่เกิดจากไฟช็อตหรือไฟรั่ว ก็ จะไม่เกิดขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า สายดินทำหน้าที่เหมือนท่อน้ำล้นของอ่างล้างจานในครัว เมื่อเปิดน้ำจนถึงท่อน้ำล้น แล้ว น้ำก็จะไหลออกมาตามท่อนั้น น้ำจึงไม่ล้นอ่าง 2.หลักดิน (Ground Rod) หลักดิน คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่นำกระแสไฟฟ้าที่รั่วไหลจากเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่าน สายดินลงสู่พื้นดิน โดยหลัก ดินจะมีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอก เส้นผ่านศูนย์กลาง 16 มิลลิเมตร และยาวไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร ท าจากวัสดุที่ ทนการผุกร่อน เช่น แท่งทองแดงหรือแท่งแม่เหล็ก หุ้มทองแดง เป็นต้น โดยหลักดินเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของ ระบบสายดิน ดังนี้ 1) เป็นอุปกรณ์ปลายทางที่จะทำหน้าที่สัมผัสกับพื้นดิน 2) เป็นส่วนที่จะทำให้สายดินหรืออุปกรณ์ที่ต่อลงดินมีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์เท่ากับดิน 3) เป็นเส้นทางไหลของประจุไฟฟ้าหรือกระแสไฟฟ้าที่จะไหลลงสู่พื้นดิน 4) เป็นตัวกำหนดคุณภาพ อายุความทนทาน และความปลอดภัยของระบบการต่อ ลงดินในระยะยาว หลักดิน สายดิน พสายดินและหลักดิน


ภาพการต่อสายดิน สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แนะนำให้ติดตั้งสายดิน เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซัก ผ้า เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นต้น


จากการศึกษาความรู้เกี่ยวกับวงจรไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า สามารถนำมาใช้ต่อระบบ ไฟฟ้าภายในบ้านได้ ดัง ตัวอย่างในภาพ ภาพตัวอย่างการต่อระบบไฟฟ้าภายในบ้าน


แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. - หนังสือแบบเรียนวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน2 (พว22002) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น / หนังสือแบบเรียนวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน2 (พว22002) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รูปแบบ e-book https://pubhtml5.com/wpgv/xfef/basic1 - กศน.ตำบล - ห้องสมุดประชาชน สื่อการเรียนรู้ 1. ชุดวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 รหัสวิชา (พว22002) (หน้า 44-46) 2. สมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชุดวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 3. วีดิทัศน์ เรื่องอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้า ตอนที่ 3 - 4


ใบงาน กรต. เรื่อง ศึกษาข้อดีและข้อเสียของการติดตั้งสายดินหรือหลักดิน ********************************************************************************* คำชี้แจง ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องศึกษาข้อดีและข้อเสียของการติดตั้งสายดินหรือหลัก ดิน พร้อมสรุปเนื้อหามาพอสังเขป ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................


................................................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................................ แบบทดสอบหลังเรียน คำชี้แจง ให้ผู้เรียนทำเครื่องหมาย X หน้าข้อที่ถูกต้องทีสุดเพียงข้อเดียว 1. เครื่องใชไฟฟาชนิดใด ไมจําเปนตองติดตั้งสายดิน ก. โทรทัศน ข. โทรศัพทมือถือ ค. เครื่องทําน้ำอุน ง. เครื่องซักผา 2. หนาที่ของสายดิน คืออะไร ก. มีไวเพื่อค้ำตัวบาน ข. ปองกันไมใหเครื่องใชไฟฟาเปนสนิม ค. ปองกันอันตรายที่เกิดจากไฟช็อตหรือรั่วขณะใชเครื่องใชไฟฟา ง. ถูกทุกขอ 3. เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนที่ต้องติดตั้งสายดิน ขอใดตอบถูกต้องที่สุด ก. กาน้ำร้อน ข. เครื่องทำน้ำอุ่นไฟฟ้า ค. พัดลม ง. ทีวี 4. ขอใดบอกถึงความสำคัญของสายดินและหลักดิน ก. มีไว้เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากไฟช็อตหรือไฟรั่ว ข. ไมมีการปลอยกาซเรือนกระจก ค. ใชเชื้อเพลิงนอย สามารถผลิตไฟฟาไดมาก ง. สามารถผลิตไฟฟาไดตลอด 24 ชั่วโมง 5. ถ้าไม่มีการติดตั้งสายดิน จะเกิดอะไรขึ้น ก. ทำให้ไฟฟ้าช็อต


ข. ใชเชื้อเพลิงนอย สามารถผลิตไฟฟาไดมาก ค. กระแสไฟทั้งหมดก็จะไหลเข้าสู่ตัวเราทำให้ ได้รับอันตรายและเสียชีวิตได้ ง. ปองกันอันตรายที่เกิดจากไฟช็อตหรือรั่วขณะใชเครื่องใชไฟฟ้า 6.การต่อสายดินมีประโยชน์อย่างไร ก. ป้องกันอันตรายจากแรงดันไฟฟ้ารั่ว ข. ป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว ค. ป้องกันอันตรายจากการลงไฟฟ้ารั่วซึม ง. ป้องกันอันตรายจากความต้านทานไฟฟ้ารั่ว 7. การเกิดไฟฟ้าดูด หมายถึงอะไร ก. เกิดกระแสไหลผ่านร่างกายมนุษย์ ข. มีกระแสไหลผ่านวงจรไฟฟ้าตลอดเวลา ค. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าดึงดูดโลหะจำพวกเหล็กได้ ง. เกิดการแตะกนัระหว่างสายมีไฟ (L) กบั สายนิวตรอน(N) 8. อุปกรณ์ชนิดใดที่ควรมีการติดตั้งสายดิน ก. หลอดไฟ ข. พดัลมตั้งโต๊ะ ค. หม้อหุงข้าว ง. เครื่องทำน้ำอุ่น 9. ข้อใดไม่จัดเป็นอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า ก. ฟิวส์ ข. สวิตซ์ ค. สวิตซ์นิรภัย ง. เซอร์กิตเบรกเกอร 10. ข้อใด ไม่ใช่วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก. การนวดหัวใจ ข. การผายปอด ค. การบีบจมูก ง. การจับชีพจร


สัปดาห์ที่ 16 แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ครั้งที่6 / 7 จำนวน 6 ชั่วโมง รายวิชา วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (.รหัส พต21001) สาระความรู้พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1/2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้/จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ มีความรู้ ความ เข้าใจ ทักษะ และ เจตคติเกี่ยวกับ ภาษาท่าทาง การ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคที่ ซับซ้อนใน ชีวิตประจำวัน และ งานอาชีพของตนได้ ถูกต้องตามหลัก ภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของ เจ้าของภาษา 1. ผู้เรียนสามารถ เข้าใจใช้ภาษา ภาษาอังกฤษตาม มารยาทสังคมและ เหมาะสมกับ สถานการณ์ พูด แสดงความรู้สึก แสดงความคิดเห็น การแสดงความ ช่วยเหลือ การขอ อนุญาต การพูด แทรกอย่างสุภาพ ในอาชีพพนักงาน ขับรถรับจ้าง (พบกลุ่ม/กรต.) -มีความรู้ และ ความเข้าใจ ตอบ คำถาม รูปแบบการ พูดภาษาอังกฤษ ตามมารยาทสังคม และเหมาะสมกับ สถานการณ์ พูด แสดงความรู้สึก แสดงความคิดเห็น การแสดงความ ช่วยเหลือ การขอ อนุญาต การพูด แทรกอย่างสุภาพ ในอาชีพพนักงาน ขับรถรับจ้างถูกต้อง และสามารถ นำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 1. แบบทดสอบ 2. ใบงาน 3. ใบความรู้ เรื่อง ภาษาอังกฤษ สำหรับอาชีพ พนักงานขับรถ รับจ้าง 4. หนังสือเรียน สาระความรู้พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น ตรวจ - ใบงานของผู้เรียน - การสังเกต พฤติกรรมการอ่าน และการมีส่วนร่วม ในกระบวนการ กลุ่ม - จากผลงาน อื่นๆ วิชา วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง ภาษาอังกฤษสำหรับอาชีพ พนักงานขับรถ....เวลา 6 ชั่วโมง (พบกลุ่ม 6 ชม. กรต 20 ชม.)


2. สาระสำคัญ การพูดภาษาอังกฤษตามมารยาทสังคมและเหมาะสมกับสถานการณ์ในอาชีพ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (K) ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่อง มีความรู้และเข้าใจภาษาภาษาอังกฤษตามมารยาทสังคมและเหมาะสมกับสถานการณ์ พูด แสดงความรู้สึก แสดงความคิดเห็น การแสดงความช่วยเหลือ การขออนุญาต การพูดแทรกอย่างสุภาพ ในอาชีพพนักงาน ขับรถรับจ้าง 3.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) ฝึกการภาษาภาษาอังกฤษตามมารยาทสังคมและเหมาะสมกับสถานการณ์ พูดแสดง ความรู้สึก แสดงความคิดเห็น การแสดงความช่วยเหลือ การขออนุญาต การพูดแทรกอย่างสุภาพ ในอาชีพพนักงานขับรถ รับจ้าง ได้อย่างถูกต้องและสามารถ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้(ฟัง พูด อ่าน เขียน) 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) 1. ใฝ่รู้ใฝ่เรียน : มีความตั้งใจ หรือมุ่งมั่น 2. มีวินัย : ส่งงานที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา 3. ขยัน : ทบทวนและทำใบงานอย่างสม่ำเสมอ 4. มีความสามัคคี : มีการช่วยเหลือกันระหว่างเรียน 4. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้( O : orientation ) ( 30 นาที) 1. ครูกล่าวทักทายผู้เรียนเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมซักถามผู้เรียนแต่ละคน ว่าทำอาชีพอะไรบ้าง 2. ครูให้ผู้เรียนเล่นเกมทาย คำศัพท์เกี่ยวกับอาชีพ โดยครูเตรียมบัตรคำอาชีพต่างๆ และให้ผู้เรียนออกมาจับสลากบัตร คำในกล่องที่ครูเตรียมไว้ จากนั้นให้ผู้เรียนทำท่าทางประกอบโดยไม่ออกเสียงให้เพื่อนๆในชั้นเรียนทายว่า เป็นอาชีพอะไร หลังจากนั้นให้ผู้เรียนทุกคนอ่านออกเสียงคำศัพท์นั้นๆ พร้อมเพรียงกัน (ให้ผู้เรียนออกมาจับสลากบัตรคำ ประมาณ 4 – 5 คน) ตัวอย่าง เช่น 3. ผู้สอนชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ เกี่ยวกับ ประโยคต่างๆในภาษาอังกฤษสำหรับอาชีพพนักงานขับรถรับจ้าง 4.ครูชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ในรายวิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน พต 21001


ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ ครูกล่าวทักทายผู้เรียนผ่านทางกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ แจ้งรายวิชาที่เรียน หน่วย การเรียนรู้และจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบ แล้วดำเนินการพูดคุยกับผู้เรียนในเนื้อหาตามขั้นตอนข้างต้น ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้( N : new way of learning ) ( 60 นาที) 1. ครู อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง ประโยคต่างๆในภาษาอังกฤษสำหรับอาชีพพนักงานขับรถรับจ้างและพนักงาน บริการ ประโยคต่างๆในภาษาอังกฤษ ตัวอย่างประโยค ประโยคบอกเล่า Subject + Verb I am a driver. ประโยคคำถาม Wh- Question? (who, when, where, why etc. ) What is your name? Can I help you? Can I stop at a gas station to check for the tyres? etc. ประโยคปฏิเสธและคำกริยาที่ใช้ They are not drivers. I don’t like tea. etc. ประโยคคำสั่ง/กลุ่มคำที่ใช้และตัวอย่างประโยค Come here, Let’s go now. Let me help you. Pardon me. etc. ประโยคอุทาน Oh! My god. What a wonderful party. Wow etc. 2. ครูให้ผู้เรียนดูคลิป VDO เกี่ยวกับบทสนทนาภาษาอังกฤษสำหรับอาชีพ ตารางที่จ ัดรูปแบบ ที่จ ัดรูปแบบ: ปกติ, การเยื้อง: ซา้ย: 0 ซม., บรรทัดแรก: 0 ซม., ชอ่งวา่ง ก่อน: อัตโนมัติ, ระยะห ่างบรรทัด: หนึ่งเท ่า ที่จ ัดรูปแบบ: ปกติ, การเยื้อง: ซา้ย: 0 ซม., บรรทัดแรก: 0 ซม., ชอ่งวา่ง ก่อน: อัตโนมัติ, ระยะห ่างบรรทัด: หนึ่งเท ่า ที่จ ัดรูปแบบ: ปกติ, การเยื้อง: ซา้ย: 0 ซม., บรรทัดแรก: 0 ซม., ชอ่งวา่ง ก่อน: อัตโนมัติ, ระยะห ่างบรรทัด: หนึ่งเท ่า ที่จ ัดรูปแบบ: ปกติ, การเยื้อง: ซา้ย: 0 ซม., บรรทัดแรก: 0 ซม., ชอ่งวา่ง ก่อน: อัตโนมัติ, ระยะห ่างบรรทัด: หนึ่งเท ่า


https://www.youtube.com/watch?v=2ww_o9s0OhY ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ ให้นักศึกษาสแกน QR code ศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบประโยคต่างๆในภาษาอังกฤษ ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation ) ( 60 นาที) 3.1ครูให้ผู้เรียนฝึกสนทนาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ พร้อมให้ผู้เรียนแสดงบทบาทสมมติ 3.2. ครูให้ผู้เรียนไปเรียนรู้เพิ่มเติม เรื่อง ประโยคต่างๆในภาษาอังกฤษสำหรับอาชีพพนักงานขับรถรับจ้างและ พนักงานบริการในหนังสือเรียนสาระความรู้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น หน้า 20 –27 และ หน้า 39 – 49 เพื่อทบทวนความรู้ 3.4. ผู้เรียนทำใบงานเรื่องการการสื่อสารประโยคต่างๆ อาชีพขับรถรับจ้าง 3.5. ผู้เรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาเรื่อง การพูดสนทนาประโยคต่างๆ 3.6. ครูเฉลยใบงานการพูดสนทนาประโยค - หนังสือเรียนสาระความรู้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ ( E : Evaluation ) ( 30 นาที) 4.1 ครูมอบหมายให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 4.2 ครูสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกลุ่มของผู้เรียน ในการตอบคำถาม และการร่วมเล่นเกมส์กันเพื่อนในชั้น เรียน 4.3 ครูประเมินการนำเสนองานหน้าชั้นเรียน 4.4 ครูวัดและประเมินผู้เรียนจากแบบทดสอบการอ่าน 5. สื่อการสอน 5.1. แบบทดสอบ


5.2. ใบงาน 5.3. ใบความรู้เรื่องภาษาอังกฤษสำหรับอาชีพพนักงานขับรถรับจ้าง 5.4. หนังสือเรียนสาระความรู้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น 6. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่/แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. 6.1 กศน.ตำบล 6.2 ห้องสมุดประชาชน 6.3 การสืบค้นจากอินเตอร์เน็ต ใน กศน.ตำบล 7. การวัดและประเมินผล 7.1 วิธีการวัดและประเมินผล จากการทำแบบทดสอบ 7.2 เครื่องมือ - ใบงาน / ใบความรู้ - แบบสังเกตพฤติกรรม 7.3 เกณฑ์การประเมิน ผู้เรียนทำใบงานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 7.4 ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน /ร่องรอยแสดงความรู้) ลงชื่อ....................................................ครูผู้สอน (...นางภรณี เลาวกุล ......) ตำแหน่ง....ครูกศน.ตำบล ใบความรู้ ใบความรู้ภาษาอังกฤษสำหรับอาชีพพนักงานขับรถรับจ้าง คำแนะนำในการใช้นำคำในตารางต่อไปนี้มารวมกันให้ได้ประโยคที่สมบูรณ์ Sentence (Subject)+ Verb +Question Object = Situation Sentence Question Question Situation


- Good morning, Sir/Madam - Good afternoon, Sir/Madam - Good evening, Sir/Madam -May I help you? -Can I help you? -What can I do for you? -If you need anything, please tell me. -Where are you going? -Where to sir/madam/miss? Example: Sentence Clerk : Good morning,sir.May I help you? Passenger : Yes,I would like to buy a ticket to Hat Yai? Clerk :We have different classes. Passenger : How many hours dose it take for express train or rapid train? Clerk : It takes 12 hours for express train and 16 hours for rapid train. การพูดภาษาอังกฤษตามมารยาทสังคม การขออนุญาต และเหมาะสมกับสถานการณ์ EN208004 EN208001 การพูดแสดงความรู้สึกและแสดงความคิดเห็น การพูดแทรกอย่างสุภาพ EN208002 EN208005 การพูดแสดงความช่วยเหลือ EN208003 ใบงาน


Exercise 1 ผู้เรียนเขียนประโยคต่อไปนี้เป็นภาษาอังกฤษ 1. คุณจะไปที่ไหนครับ/ ค่ะ ___________________________________________________ 2. ฉันต้องการไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ___________________________________________________ 3. ตรวจเช็คสิ่งของของคุณก่อนลงจากรถ ___________________________________________________ 4. อย่าลืมสัมภาระของคุณนะครับ ___________________________________________________ 5. การจราจรติดขัดมาก Exercise 2 Read the dialogue then answer questions. (อ่านบทสนทนาแล้วตอบคำถาม) 1. Whom does the customer want to send the present to? _______________________________________________ 2. Where does the customer want to send the present to? _______________________________________________ 3. What does the clerk suggest him to do before sending it? _______________________________________________ 4. How much does it cost for the present weighing 2 grams? _______________________________________________ 5. Where did the incident take place? _______________________________________________


แบบสังเกตพฤติกรรม เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินทักษะการอ่าน 1. การอ่านคำศัพท์ แบบบันทึกการประเมินการอ่านคำศัพท์ เลขที่ ประเด็น/คะแนน ชื่อ - สกุล ความถูกต้อง ความ คล่องแคล่ว การแสดงท่าทาง/ น้ำเสียงประกอบการ อ่าน รวม คะแนน 8 8 4 20 1 ลงชื่อ.........................................................ผู้ประเมิน (................................................................) วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................


เกณฑ์การให้คะแนนการอ่าน ระดับ คะแนน ประเด็น การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน น้ำหนัก/ ความสำคัญ คะแนน รวม 4 3 2 1 ความถูกต้อง ออกเสียง คำศัพท์และ ประโยคได้ ถูกต้องตามหลัก การออกเสียง ออกเสียงเน้น หนักในคำ/ ประโยคอย่าง สมบูรณ์ ออกเสียง คำศัพท์และ ประโยคได้ ถูกต้องตาม หลักการออก เสียงมีเสียง เน้นหนักในคำ/ ประโยคเป็น ส่วนใหญ่ ออกเสียง คำศัพท์และ ประโยคได้ ถูกต้องเป็น ส่วนใหญ่ ขาดการออก เสียงเน้นหนัก ออกเสียงคำ/ ประโยคผิด หลักการออก เสียงทำให้ สื่อสารไม่ได้ 8 ความคล่องแคล่ว พูดต่อเนื่อง ไม่ติดขัด พูดชัดเจน ทำให้สื่อสารได้ พูดตะกุก ตะกักบ้าง แต่ ยังพอสื่อสารได้ พูดเป็นคำๆ หยุดเป็นช่วงๆ เพื่อทำให้ สื่อสารได้ไม่ ชัดเจน พูดได้บางคำ ทำให้สื่อ ความหมาย ไม่ได้ 8


การแสดงท่าทาง/ น้ำเสียงประกอบ การพูด แสดงท่าทาง และพูดด้วย น้ำเสียง เหมาะสมกับบท บรรยาย พูดด้วยน้ำเสียง เหมาะสมกับ บทบรรยาย แต่ไม่มีท่าทาง ประกอบ พูดเหมือนอ่าน ไม่เป็นธรรมชาติ ขาดความ น่าสนใจ พูดได้น้อยมาก 4 รวม 20


แบบสังเกตพฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน คำชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนแล้วขีด ลงในช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ – สกุล ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีวินัย ขยัน มีความสามัคคี มีน้ำใจ มีความ รับผิดชอบ รวม 12 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ ประเด็นการสังเกต เกณฑ์การให้คะแนน ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน : ดูจากศึกษาใบความรู้จากแบบเรียน 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง มีวินัย : ดูจากทำงานตามที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ขยัน : ดูจากการทำใบงานและทำกิจกรรมกลุ่ม 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง มีความสามัคคี มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบ 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 9 ดี 8 - 4 พอใช้


ต่ำกว่า 4 ปรับปรุง แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม กลุ่ม .......................................................................................................... สมาชิกในกลุ่ม 1. ...................................................................... 2. ...................................................................... 3. ...................................................................... พฤติกรรมที่สังเกต คะแนน 3 2 1 1. การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น 2. มีความกระตือรือร้นในการทำงาน 3. รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย 4. มีขั้นตอนในการทำงานอย่างเป็นระบบ 5. ใช้เวลาในการทำงานอย่างเหมาะสม รวม เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ทำเป็นบางครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ทำน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 13-15 ดี 8-12 ปานกลาง 5-7 ปรับปรุง


ใบงาน กรต. ( 20 ชั่วโมง ) 1.ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต / แหล่งเรียนรู้ เกี่ยวกับการพูดแสดงความรู้สึกและแสดงความ คิดเห็นการพูดแสดงความช่วยเหลือการขออนุญาต และการพูดแทรกอย่างสุภาพ 2. ค้นคว้าตัวอย่างการพูดแสดงความรู้สึกและแสดงความคิดเห็นการพูดแสดงความช่วยเหลือการขออนุญาต และการพูดแทรกอย่างสุภาพ 3.ให้ผู้เรียนนําข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าจัดทําเป็นรูปเล่มรายงาน การปฏิบัติและนําไปประยุกต์ใช้ ฝึกอ่าน พูด ให้ครูบุคคลที่รู้ ผู้รู้ฟัง การพูด อ่าน เขียน ( นำกลับมาส่งพร้อมอ่านในการพบกลุ่มครั้งต่อไป / รูปแบบออนไลน์ ส่งเข้าห้องเรียนกลุ่มไลน์ / Facebook ) ##### ศึกษาจากหนังสือแบบเรียน ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น#####


สัปดาห์ที่ 17 แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ครั้งที่7 / 7 จำนวน 6 ชั่วโมง รายวิชา วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (.รหัส พต21001) สาระความรู้พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1/2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้/จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ มีความรู้ ความ เข้าใจ ทักษะ และ เจตคติเกี่ยวกับ ภาษาท่าทาง การ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคที่ ซับซ้อนใน ชีวิตประจำวัน และ งานอาชีพของตนได้ ถูกต้องตามหลัก ภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของ เจ้าของภาษา 1. ผู้เรียนเข้าใจ และสามารถใช้ ภาษาในการ ต้อนรับลูกค้าใน สถานบริการต่าง ๆ ได้และนําเสนอ ความช่วยเหลือ และให้บริการ ข้อมูลแกลูกค้า ประเภทต่างๆณ สถานบริการ ประเภทต่าง ๆ ได้ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน (พบกลุ่ม/กรต.) -มีความรู้ และ ความเข้าใจ นำ ประโยค 1. ใช้ภาษาในการ ต้อนรับลูกค้าใน สถานบริการต่าง ๆ ได้ใน ชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน 1. แบบทดสอบ 2. ใบงาน 3. ใบความรู้ เรื่อง ภาษาอังกฤษ สำหรับพนักงาน บริการในสถานที่ ต่างๆ (Different Types of English Sentences) คำแนะนำในการใช้ นำคำในตาราง ต่อไปนี้มารวมกันให้ ได้ประโยคที่ สมบูรณ์ ตรวจ - ใบงานของผู้เรียน - การสังเกต พฤติกรรมการอ่าน และการมีส่วนร่วม ในกระบวนการ กลุ่ม - จากผลงาน อื่นๆ วิชา วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง ภาษาอังกฤษสำหรับ พนักงานบริการในสถานที่ต่าง ๆ...เวลา 6 ชั่วโมง (พบกลุ่ม 6 ชม. กรต 17 ชม.)


มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ 2.ผู้เรียนรู้และ เข้าใจ สามารถใช้ ภาษา นําเสนอ ความช่วยเหลือ และให้บริการ ข้อมูลแกลูกค้า ประเภทต่างๆณ สถานบริการ ประเภทต่าง ๆ ได้ (พบกลุ่ม/กรต.) 2.ใช้ภาษานําเสนอ ความช่วยเหลือและ ให้บริการข้อมูลแก ลูกค้าประเภท ต่างๆณสถาน บริการประเภทต่าง ๆ ได้ Sentence (Subject)+ Verb +Question Object = Situation 4. หนังสือเรียน สาระความรู้พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น 2. สาระสำคัญ อาชีพพนักงานบริการในสถานที่ตาง ๆ มีความจําเป็นต้องรู้ภาษาต่างประเทศ เพราะต้องสื่อสารกับลูกค้า กับผู้ ที่มาติดตอรับบริการจากสถานประกอบการหรือหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิง ภาษาอังกฤษที่ต้องสื่อสารกบชาวตาง ประเทศ นักทองเที่ยวที่รับบริการในสถานที่ตาง ๆ เชน สถานีรถไฟ สนามบิน โรงแรม ที่ทําการไปรษณีย์ ห้างร้าน บริษัท เป็นต้น พนักงานบริการในสถานที่ตาง ๆ หมายรวมถึง พนักงานต้อนรับที่ต้องมีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการ สื่อสารด้วย 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (K) ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่อง มีความรู้และสามารถใช้ภาษาในการต้อนรับลูกค้าในสถานบริการต่าง ๆ ได้และนําเสนอความช่วยเหลือและ ให้บริการข้อมูลแกลูกค้าประเภทต่างๆ ณ สถานบริการประเภทต่าง ๆ ได้ 3.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) มีความรู้และสามารถใช้ภาษาในการต้อนรับลูกค้าในสถานบริการต่าง ๆ ได้และนําเสนอความช่วยเหลือและ ให้บริการข้อมูลแกลูกค้าประเภทต่างๆ ณ สถานบริการประเภทต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและสามารถ นำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้(ฟัง พูด อ่าน เขียน) 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A)


1. ใฝ่รู้ใฝ่เรียน : มีความตั้งใจ หรือมุ่งมั่น 2. มีวินัย : ส่งงานที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา 3. ขยัน : ทบทวนและทำใบงานอย่างสม่ำเสมอ 4. มีความสามัคคี : มีการช่วยเหลือกันระหว่างเรียน 4. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้( O : orientation ) ( 30 นาที) 1. ครูกล่าวทักทายผู้เรียนเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมซักถามผู้เรียนแต่ละคน ว่าทำอาชีพอะไรบ้าง 2. ครูให้ผู้เรียนเล่นเกมทาย คำศัพท์เกี่ยวกับอาชีพ โดยครูเตรียมบัตรคำอาชีพต่างๆ และให้ผู้เรียนออกมาจับ สลากบัตรคำในกล่องที่ครูเตรียมไว้ จากนั้นให้ผู้เรียนทำท่าทางประกอบโดยไม่ออกเสียงให้เพื่อนๆในชั้นเรียนทายว่า เป็น อาชีพอะไร หลังจากนั้นให้ผู้เรียนทุกคนอ่านออกเสียงคำศัพท์นั้นๆ พร้อมเพรียงกัน (ให้ผู้เรียนออกมาจับสลากบัตรคำ ประมาณ 4 – 5 คน) ตัวอย่าง เช่น ผู้เรียน คนที่ 1 จับสลากได้คำว่า Doctor ต้องทำท่าทางเพื่อให้เพื่อนๆในชั้นเรียนทายคำศัพท์ให้ถูกต้อง เกี่ยวกับอาชีพนั้นๆ 3. ผู้สอนชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ เกี่ยวกับ ประโยคต่างๆในภาษาอังกฤษสำหรับอาชีพพนักงานขับรถรับจ้าง 4.ครูชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ในรายวิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน พต 21001 ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ ครูกล่าวทักทายผู้เรียนผ่านทางกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ แจ้งรายวิชาที่เรียน หน่วยการ เรียนรู้และจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบ แล้วดำเนินการพูดคุยกับผู้เรียนในเนื้อหาตามขั้นตอนข้างต้น ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้( N : new way of learning ) ( 60 นาที) 1. ครู อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง ประโยคต่างๆในภาษาอังกฤษสำหรับอาชีพนักงานบริการ - กล่าวต้อนรับทักทายลูกค้าโดยพนักงานบริการ เช่น Good morning, sir/ madam. Good afternoon, sir/ madam. Good evening, sir/ madam. - ใช้ประโยค/สำนวนเสนอความช่วยเหลือ/ ให้ข้อมูลแก่ลูกค้า เช่น May I help you? Can I help you? What can I do for you? If you need anything, please let me know. ผู้รับบริการตอบรับ เช่น Yes, please. Yes, of course. Sure/ Certainly. หรือกล่าวขอบคุณ เช่น Thank you. Thank you for your help.


-ผู้ให้บริการตอบรับการขอบคุณ ของลูกค้า เช่น It’s my pleasure. It doesn’t matter. Don’t mention it. You’re welcome. 2. ครูให้ผู้เรียนดูคลิป VDO เกี่ยวกับบทสนทนาภาษาอังกฤษสำหรับอาชีพ https://www.youtube.com/watch?v=2ww_o9s0OhY ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation ) ( 60 นาที) 3.1 ครูให้ผู้เรียนฝึกสนทนาภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ พร้อมให้ผู้เรียนแสดงบทบาทสมมติ 3.2. ครูให้ผู้เรียนไปเรียนรู้เพิ่มเติม เรื่อง ประโยคต่างๆในภาษาอังกฤษสำหรับพนักงานบริการในหนังสือเรียน สาระความรู้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น หน้า 20 – 27 และ หน้า 39 – 49 เพื่อทบทวนความรู้ 3.4. ผู้เรียนทำใบงานเรื่องการการสื่อสารประโยคต่างๆ อาชีพพนักงานบริการ 3.5. ผู้เรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาเรื่อง การพูดสนทนาประโยคต่างๆ 3.6. ครูเฉลยใบงานการพูดสนทนาประโยค - หนังสือเรียนสาระความรู้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ ( E : Evaluation ) ( 30 นาที) 4.1 ครูมอบหมายให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 4.2 ครูสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกลุ่มของผู้เรียน ในการตอบคำถาม และการร่วมเล่นเกมส์กันเพื่อนในชั้น เรียน 4.3 ครูประเมินการนำเสนองานหน้าชั้นเรียน 4.4 ครูวัดและประเมินผู้เรียนจากแบบทดสอบการอ่าน 5. สื่อการสอน


5.1. แบบทดสอบ 5.2. ใบงาน 5.3. ใบความรู้เรื่อง ภาษาอังกฤษสำหรับพนักงานบริการในสถานที่ต่างๆ(Different Types of English Sentences) คำแนะนำในการใช้นำคำในตารางต่อไปนี้มารวมกันให้ได้ประโยคที่สมบูรณ์ 5.4. หนังสือเรียนสาระความรู้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น 6. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่/แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. 6.1 กศน.ตำบล 6.2 ห้องสมุดประชาชน 6.3 การสืบค้นจากอินเตอร์เน็ต ใน กศน.ตำบล 7. การวัดและประเมินผล 7.1 วิธีการวัดและประเมินผล จากการทำแบบทดสอบ 7.2 เครื่องมือ - ใบงาน / ใบความรู้ - แบบสังเกตพฤติกรรม 7.3 เกณฑ์การประเมิน ผู้เรียนทำใบงานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 7.4 ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน /ร่องรอยแสดงความรู้) ลงชื่อ....................................................ครูผู้สอน (...นางภรณี เลาวกุล .....) ตำแหน่ง....ครูกศน.ตำบล ใบความรู้ เรื่องภาษาอังกฤษสำหรับพนักงานบริการในสถานที่ต่างๆ (Different Types of English Sentences) คำแนะนำในการใช้นำคำในตารางต่อไปนี้มารวมกันให้ได้ประโยคที่สมบูรณ์ Sentence (Subject)+ Verb +Question Object = Situation Sentence Verb Object Situation


- Good morning, Sir/Madam - Good afternoon, Sir/Madam - Good evening, Sir/Madam -May I help you? -Can I help you? -What can I do for you? -If you need anything, please tell me. - Yes,please. -Yes,of course. - Sure. - Certainly. - I need……………… - I want……………… Example: Sentence A:Good morning, sir. May I help you? B:Yes, I would like to send thispresent to my friend in ChaingMai. Whatshould I do? A:That’s great. How much does itcost? B:Here’s 500 baht. A:Thank you. Good bye. การกล่าวต้อนรับลูกค้าของพนักงานบริการ EN209001 Exercise 1 Match the sentences in column A with sentences in column B ให้นักศึกษาจับคู่คอลัมน์ A และคอลัมน์ B


A B 1. Good morning a. Fine, thanks 2. How are you? b. Good morning 3. Hi, How are you? c. Yes, I am 4. Hello, Mr. John. Where are you going? d. I’m going to the market 5. Is he very well? f. I’m fine, thanks. e. Yes,he is 6. Are you Chai? f. I’m fine, thanks.


แบบสังเกตพฤติกรรม เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินทักษะการอ่าน 1. การอ่านคำศัพท์ แบบบันทึกการประเมินการอ่านคำศัพท์ เลขที่ ประเด็น/คะแนน ชื่อ - สกุล ความถูกต้อง ความ คล่องแคล่ว การแสดงท่าทาง/ น้ำเสียงประกอบการ อ่าน รวม คะแนน 8 8 4 20 1 ลงชื่อ.........................................................ผู้ประเมิน (................................................................) วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. .................


เกณฑ์การให้คะแนนการอ่าน ระดับ คะแนน ประเด็น การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน น้ำหนัก/ ความสำคัญ คะแนน 4 3 2 1 รวม ความถูกต้อง ออกเสียง คำศัพท์และ ประโยคได้ ถูกต้องตาม หลัก การออกเสียง ออกเสียงเน้น หนักในคำ/ ประโยคอย่าง สมบูรณ์ ออกเสียง คำศัพท์และ ประโยคได้ ถูกต้องตาม หลักการออก เสียงมีเสียง เน้นหนักใน คำ/ประโยค เป็นส่วนใหญ่ ออกเสียง คำศัพท์และ ประโยคได้ ถูกต้องเป็น ส่วนใหญ่ ขาดการออก เสียงเน้นหนัก ออกเสียงคำ/ ประโยคผิด หลักการออก เสียงทำให้ สื่อสารไม่ได้ 8 ความคล่องแคล่ว พูดต่อเนื่อง ไม่ติดขัด พูดชัดเจน ทำให้สื่อสาร ได้ พูดตะกุก ตะกักบ้าง แต่ ยังพอสื่อสาร ได้ พูดเป็นคำๆ หยุดเป็นช่วงๆ เพื่อทำให้ สื่อสารได้ไม่ ชัดเจน พูดได้บางคำ ทำให้สื่อ ความหมาย ไม่ได้ 8


การแสดงท่าทาง/ น้ำเสียงประกอบ การพูด แสดงท่าทาง และพูดด้วย น้ำเสียง เหมาะสมกับ บทบรรยาย พูดด้วย น้ำเสียง เหมาะสมกับ บทบรรยาย แต่ไม่มีท่าทาง ประกอบ พูดเหมือน อ่าน ไม่เป็น ธรรมชาติขาด ความน่าสนใจ พูดได้น้อย มาก 4 รวม 20


แบบสังเกตพฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน คำชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนแล้วขีด ลงในช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ – สกุล ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีวินัย ขยัน มีความสามัคคี มีน้ำใจ มีความ รับผิดชอบ รวม 12 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ ประเด็นการสังเกต เกณฑ์การให้คะแนน ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน : ดูจากศึกษาใบความรู้จากแบบเรียน 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง มีวินัย : ดูจากทำงานตามที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ขยัน : ดูจากการทำใบงานและทำกิจกรรมกลุ่ม 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง มีความสามัคคี มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบ 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 9 ดี 8 - 4 พอใช้


ต่ำกว่า 4 ปรับปรุง แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม กลุ่ม .......................................................................................................... สมาชิกในกลุ่ม 1. ...................................................................... 2. ...................................................................... 3. ...................................................................... พฤติกรรมที่สังเกต คะแนน 3 2 1 1. การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น 2. มีความกระตือรือร้นในการทำงาน 3. รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย 4. มีขั้นตอนในการทำงานอย่างเป็นระบบ 5. ใช้เวลาในการทำงานอย่างเหมาะสม รวม เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ทำเป็นบางครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ทำน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 13-15 ดี 8-12 ปานกลาง


5-7 ปรับปรุง ใบงาน กรต. ( 17 ชั่วโมง ) 1.ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต / แหล่งเรียนรู้ เกี่ยวกับการพูดแสดงความรู้สึกและแสดงความ คิดเห็นการพูดแสดงความช่วยเหลือการขออนุญาต และการพูดแทรกอย่างสุภาพ ในการให้บริการ / พนักงานบริการต่าง ๆ ในสถานการณ์ต่าง ๆ 2. ค้นคว้าตัวอย่างการพูดแสดงความรู้สึกและแสดงความคิดเห็นการพูดแสดงความช่วยเหลือการขออนุญาต และการพูดแทรกอย่างสุภาพ / พนักงานบริการต่าง ๆ ในสถานการณ์ต่าง ๆ 3.ให้ผู้เรียนนําข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าจัดทําเป็นรูปเล่มรายงาน การปฏิบัติและนําไปประยุกต์ใช้ ฝึกอ่าน พูด ให้ครูบุคคลที่รู้ ผู้รู้ฟัง การพูด อ่าน เขียน ( นำกลับมาส่งพร้อมอ่านในการพบกลุ่มครั้งต่อไป / รูปแบบออนไลน์ ส่งเข้าห้องเรียนกลุ่มไลน์ / Facebook ) ##### ศึกษาจากหนังสือแบบเรียน ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น#####


สัปดาห์ที่ 18 แผนการเรียนรู้ วิชา สังคมศึกษา,การใช้พลังงานไฟฟ้า 2 ครั้งที่ 5 แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 5 จำนวน 3 ชั่วโมง รายวิชา สังคมศึกษา (รหัส สค 21001) และ รายวิชา การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 (รหัส พว 22002) สาระการพัฒนาสังคมและสาระความรู้พื้นฐาน ภาคเรียนที่1/2564 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ มีความรู้ ความ เข้าใจและตระหนัก เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมืองการ ปกครองในโลก และนำมาปรับใช้ ในการดำเนินชีวิต 1.ผู้เรียนสามารถ บอกรูปแบบการ ปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยได้ 1. ศึกษาค้นคว้า หลักการและวิธีการ เลือกใช้ทรัพยากร เพื่อการผลิต 1. แบบทดสอบ 2. ใบงาน 3. ใบความรู้ 4.หนังสือ แบบเรียนสังคม ศึกษา -การตรวจใบงาน -การตรวจ แบบทดสอบ -การสังเกต 2.ผู้เรียนสามารถ อธิบายรูปแบบการ ปกครองในระบอบ อื่นๆ นอกเหนือจาก 2. บอกคุณธรรมใน การผลิตได้ วิชา สังคมศึกษา หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การเมืองการปกครองที่ใช้อยู่ในปัจจุบันของประเทศไทย เวลา 20 ชั่วโมง (พบกลุ่ม 3 ชม. กรต. 17 ชม.)


มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ เพื่อความมั่นคง ของชาติ ระบอบ ประชาธิปไตยได้ (พบกลุ่ม) 3. ผู้เรียนสามารถ อธิบายข้อดี ข้อเสีย ของการปกครอง ระบอบ ประชาธิปไตยได้ (พบกลุ่ม) 3. หลักการใช้ กฎหมายคุ้มครอง ผู้บริโภค 4. ผู้เรียนสามารถ สามารถอธิบาย ข้อดี ข้อเสีย ของ การปกครอง ระบอบเผด็จการได้ (พบกลุ่ม) 4. การเลือกใช้ บริการหน่วยงานที่ มีหน้าที่คุ้มครอง ผู้บริโภค 5.ผู้เรียนสามารถ เปรียบเทียบรู้แบบ การเมืองการ ปกครองระบอบ ประชาธิปไตยกับ การปกครอง รูปแบบสังคมนิยม ได้ 5.สิทธิและ ผลประโยชน์ของ ผู้บริโภค


มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ 6.สามารถ ยกตัวอย่างการ ปฏิบัติตนได้ เหมาะสมกับ ระบอบการ ปกครองใน ประเทศที่อาศัยอยู่ 6.การปฏิบัติตนได้ เหมาะสมกับ ระบอบการ ปกครองในประเทศ ที่อาศัยอยู่ 3. สาระสำคัญ รัฐธรรมนูญเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ เป็นกฎหมายสูงสุด ว่าด้วยการจัดระเบียบการ ปกครองโดยยึดมั่นหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีรูปแบบการปกครอง แบบอำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประชาชนและการใช้อำนาจต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยมี บทบัญญัติกฎหมายรองรับ ประชาชนจึงต้องมีหน้าที่ปฏิบัติตนต่อบ้านเมืองตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 ความรู้ (K) ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยและอื่นๆ ของประเทศต่างๆ ในทวีป เอเชีย เช่น ระบอบประชาธิปไตย เผด็จการ อำนาจนิยม แบบเบ็ดเสร็จนิยม คอมมิวสต์ และสังคมนิยม 4.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) มีทักษะพื้นฐานในการศึกษาหาความรู้ ทักษะการแก้ปัญหา และเทคนิคในการเรียนรู้ด้วยตนเอง 4.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. ใฝ่รู้ใฝ่เรียน : มีความตั้งใจ หรือมุ่งมั่น 2. มีวินัย : ส่งงานที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา 3. ขยัน : ทบทวนและทำใบงานอย่างสม่ำเสมอ 4. มีความสามัคคี : มีการช่วยเหลือกันระหว่างเรียน 5. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้( O : orientation ) (40 นาที) 1. ครูทักทายกล่าวนำและสร้างความคุ้นเคยกับผู้เรียน และครูชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบ เพื่อให้ ผู้เรียนรู้ว่าต้องเรียนเรื่องอะไร มีจุดประสงค์และผลการเรียนรู้ที่คาดหวังอย่างไร


2. ครูนำข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมการเมืองของประเทศต่างๆ มาให้ผู้เรียนวิเคราะห์ว่า ประเทศดังกล่าวมีระบอบการ ปกครองแบบใด ครูตรวจสอบความถูกต้อง 3. ครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดของผู้เรียน ให้ผู้เรียนร่วมแสดงความคิดเห็นในคำถาม ดังนี้ - ผู้เรียนคิดว่ากิจกรรมทางการเมืองของประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยกับการปกครอง ระบอบเผด็จการมีความแตกต่างกันอย่างไร - ถ้าผู้เรียนได้เป็นผู้นำประเทศนักเรียนจะเลือกการปกครองประเทศด้วยระบอบการ ปกครองใด เพราะเหตุใด ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์และมีการตั้งคำถามในกลุ่ม ห้องเรียนออนไลน์เพื่อให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าผู้เรียนได้เป็นผู้นำประเทศผู้เรียนจะเลือกการปกครอง ประเทศด้วยระบอบการปกครองใด เพราะเหตุใด ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้( N : new way of learning ) (60 นาที) 1. ครูให้ผู้เรียนจับกลุ่มๆ ละ 5 คน จากนั้นให้ส่งตัวแทนมาจับฉลากเพื่อเลือกหัวข้อการปกครองระบอบในระบอบ อื่นๆ ที่จะต้องศึกษา ดังนี้ - การเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย - การเมืองการปกครองระบอบเผด็จการ - การเมืองการปกครองระบอบอำนาจนิยม - การเมืองการปกครองระบอบแบบเบ็ดเสร็จนิยม - การเมืองการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ - การเมืองการปกครองระบอบสังคมนิยม 2. จากนั้นให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มศึกษาข้อมูลรูปแบบการเมืองการปกครองที่ได้รับมอบหมาย จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น ใบความรู้ สื่ออินเตอร์เน็ต เป็นต้น ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูให้ผู้เรียนศึกษาตามหัวข้อที่กำหนดผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ และหากผู้เรียนสงสัยสามารถ ซักถามในข้อที่สงสัยเพิ่มเติมผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation ) (30 นาที) 1. ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปแผนผังความคิดแล้วส่งตัวแทนออกมานำผลงานที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า 2. เมื่อผู้เรียนนำเสนอจ้อมูลครบทุกกลุ่มแล้ว ครูและผู้เรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่าระบอบการเมืองการปกครองแต่ละ ระบอบมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร 2. ครูให้ผู้เรียนทำใบงาน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้ร่วมกัน 3. ครูให้คำแนะนำและแก้ไขข้อบกพร่อง ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์


1. ครูให้ผู้เรียนทำใบงานผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ ( E : Evaluation ) (30 นาที) 1. ครูประเมินผลงานของผู้เรียนจากใบงาน 2. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติม 2.1 เรื่อง เปรียบเทียบรูปแบบทางการเมืองการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยและระบอบอื่นๆ (กรต. 17 ชม.) โดยผู้เรียนสามารถศึกษาได้จาก หนังสือแบบเรียนวิชาสังคมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือสื่อเทคโนโลยี สารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติม 1.1 เรื่อง เปรียบเทียบรูปแบบทางการเมืองการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยและ ระบอบอื่นๆ (กรต. 17 ชม.) ผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ตามที่ครูผู้สอนกำหนด 6. สื่อการสอน - ใบความรู้ - ใบงาน - อินเตอร์เน็ต - หนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษา (สค 21001) 7. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่ - 8. การวัดและประเมินผล 8.1 วิธีการวัดและประเมินผล - จากการตอบคำถาม การสังเกตพฤติกรรม การตรวจใบงาน 8.2 เครื่องมือ - ใบงาน 8.3 เกณฑ์การประเมิน - ผู้เรียนทำใบงานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 50 8.4 ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน /ร่องรอยแสดงความรู้) - ใบงาน แบบทดสอบหลังเรียน


คำชี้แจง ให้ผู้เรียนทำเครื่องหมาย X หน้าข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ขอใดไมใชกลยุทธประหยัดพลังงาน 3 อ. ก. อุปกรณประหยัดไฟ ข. อาคารประหยัดไฟฟา ค. อาหารประหยัดไฟฟา ง. อุปนิสัยประหยัดไฟฟา 2. โทรทัศนแบบใดประหยัดไฟฟามากที่สุดเมื่อเปดใชจํานวนชั่วโมงเทากัน ก. LED 46 นิ้ว ข. LCD 46 นิ้ว ค. ทีวีจอแบน 20 นิ้ว ง. ทีวีจอแบน 25 นิ้ว 3. คาไฟฟาตามใบแจงคาไฟฟาประกอบดวยอะไรบาง ก. คาพลังงานไฟฟา คาไฟฟาผันแปร ภาษีมูลคาเพิ่ม ข. คาพลังงานไฟฟา คาบริการรายเดือน คาไฟฟาผันแปร ค. คาพลังงานไฟฟา คากําลังไฟฟา คาไฟฟาผันแปร ภาษีมูลคาเพิ่ม ง. คาพลังงานไฟฟา คาบริการรายเดือน คาไฟฟาผันแปร ภาษีมูลคาเพิ่ม 4.ขอใดไมใชลักษณะของฉลากเบอร 5 ก. ตองแสดงตัวเลขการใชพลังงานไฟฟาตอป ข. จะตองแสดงยี่หอ รุน ขนาด ของอุปกรณไฟฟา ค. จะตองระบุปที่มีการปรับคาประสิทธิภาพพลังงาน ง. ตองมีลายน้ำสัญลักษณของการไฟฟาฝายผลิตแหงประเทศไทย 5. ขอใดไมใชวิธีการใชและการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศอยางถูกวิธี ก. เปดเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศา ข. ทําความสะอาดเครื่องปรับอากาศทุก 6 เดือน ค. ปดเครื่องปรับอากาศกอนออกจากหอง 1 ชั่วโมง ง. เปดประตูหองนอนขณะเปดเครื่องปรับอากาศ


สัปดาห์ที่ 18 แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ครั้งที่ 4 /4 จำนวน 20 ชั่วโมง รายวิชา การใช้พลังานไฟฟ้า 2 (รหัส พว 22002) ภาคเรียนที่ 1/2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้/จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์ การเรียนรู้สู่ ตัวชี้วัด สาระการ เรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ มาตรฐานที่ 2.2 มี ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐาน เกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อมใน ท้องถิ่นและ ประเทศ สาร แรง พลังงาน 1.ผู้เรียน สามารถ อธิบายกลยุทธ์ อ.1 อุปกรณ์ ประหยัด ไฟฟ้าได้ 2.ผู้เรียน สามารถ จำแนกฉลาก เบอร์ 5 ของ แท้กับของ ลอกเลียนแบบ ได้ 1.ผู้เรียน สามารถบอก องค์ประกอบ ของค่าไฟฟ้า อธิบาย ประเภทของ อัตราค่าไฟฟ้า ได้ 2.ผู้เรียนมี ทักษะพื้นฐาน ในการ คำนวณค่า ไฟฟ้าใน 1.ใบงานที่ 1 เรื่องการ คำนวณค่า ไฟฟ้าใน ครัวเรือน การตรวจใบ งานและ แบบทดสอบ ท้ายบท วิชา การใช้พลังานไฟฟ้า 2 หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่อง การใช้และการประหยัดพลังงานไฟฟ้า เรื่องที่ 3 การคำนวณค่าไฟฟ้าในครัวเรือน (พบกลุ่ม 3 ชม. กรต 17 ชม.)


2.สาระสำคัญ ปัจจุบันมนุษย์พึ่งพาสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า จึงทำให้ พลังงานไฟฟ้าเป็น สิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิต ดังนั้นเพื่อให้การใช้พลังงานไฟฟ้ามีความปลอดภัย ผู้ใช้จึงต้องรู้จักเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมทั้ง เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม และเพื่อให้การใช้พลังงานไฟฟ้า เกิดความคุ้มค่าและประหยัด ผู้ใช้ต้องรู้จักวิธีการประหยัด พลังงานไฟฟ้า รวมถึงรู้จักการคำนวณ ค่าไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือนอย่างถูกต้องเพื่อวางแผนการใช้พลังงานไฟฟ้าในครัวเรือน ได้อย่างคุ้มค่า 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (K) ผู้เรียนสามารถบอกองค์ประกอบของค่าไฟฟ้า อธิบายประเภทของอัตราค่าไฟฟ้าได้ 3.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) ผู้เรียนมีทักษะพื้นฐานในการคำนวณค่าไฟฟ้าในครัวเรือนได้ 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์ การเรียนรู้สู่ ตัวชี้วัด สาระการ เรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ กระบวนการ เปลี่ยนแปลงของ โลกและดารา ศาสตร์ มีจิต วิทยาศาสตร์ และ นำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ในการ ดำเนินชีวิต 3.ผู้เรียน สามารถ อธิบายกลยุทธ์ อ.2 อาคาร ประหยัด ไฟฟ้าได้ 4.ผู้เรียน สามารถบอก วิธีปฏิบัติตน เป็นผู้ประหยัด พลังงานไฟฟ้า ในครัวเรือนได้ ครัวเรือนได้ 3.ผู้เรียนนำ การคำนวณ ไฟฟ้าไปปรับ ใช้ใน ชีวิตประจำวัน ได้อย่าง เหมาะสมได้ มีความตั้งใจ ฟัง ปฏิบัติงานที่ ได้รับ มอบหมาย อย่าง กระตือรือร้น


ผู้เรียนนำการคำนวณไฟฟ้า ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมได้ มีความตั้งใจฟัง ปฏิบัติงานที่ได้รับ มอบหมายอย่างกระตือรือร้น ตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบ 4. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้( O : orientation ) (…40…นาที) 1. ครูทักทายผู้เรียน พูดคุยถึงบิลค่าไฟฟ้า ว่าผู้เรียนเคยเห็นบ้างไหม (พร้อมดูตัวอย่างบิลค่าไฟฟ้า) ลองอธิบายให้ครูฟังตามความเข้าใจสิคะ ให้ยกมือตอบ เพื่อวัดความรู้พื้นฐานก่อนดึงเข้าสู่บทเรียน แล้วให้ผู้เรียนตอบคำถาม 2. ครูและผู้เรียนอภิปรายเรื่องการเลือกซื้อ เลือกใช้และดูแลรักษาเครื่องไฟฟ้าในครัวเรือนแต่ละชนิดที่มีความ ประหยัดไฟฟ้าว่าแตกต่างกันออกไปอย่างไร ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูทักทายผู้เรียน พูดคุยถึงบิลค่าไฟฟ้า ว่าผู้เรียนเคยเห็นบ้างไหม (พร้อมดูตัวอย่างบิลค่าไฟฟ้า)ลอง อธิบายให้ครูฟังตามความเข้าใจสิคะ เพื่อวัดความรู้พื้นฐานก่อนดึงเข้าสู่บทเรียนแล้วให้ผู้เรียนตอบคำถามเพื่อวัด ความรู้พื้นฐานก่อนดึงเข้าสู่บทเรียนแล้วให้ผู้เรียนในกลุ่มชั้นเรียนออนไลน์ตอบคำถาม ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้( N : new way of learning ) (60 นาที) 1. ครูแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน โดยให้แต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ เนื้อหาต่อไปนี้จากใบความรู้(30 นาที) ให้แต่ละกลุ่มศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณค่าไฟฟ้าใน ครัวเรือนของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด 2. ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลที่กลุ่มตนเองได้ศึกษาให้เพื่อนกลุ่มอื่นๆ ได้ฟังกลุ่มละ 10 นาที (30 นาที) ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูให้ผู้เรียนศึกษาตามหัวข้อที่กำหนดในใบความรู้เกี่ยวกับศึกษาเกี่ยวกับการคำนวณค่าไฟฟ้าในครัวเรือน ประเถทของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด วิธีการคำนวณค่าไฟฟ้า ผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์และหากผู้เรียนสงสัยสามารถ ซักถามในข้อที่สงสัย เพิ่มเติมกลุ่มห้องเรียนออนไลน์พร้อมทำใบงานออนไลน์ ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation ) (…40..นาที) 1. ครูมอบหมายให้นักศึกษาคำนวณค่าไฟฟ้าในครัวเรือนนำเสนอในรูปแบบแผนผังภาพในกระดาษปรู๊ฟ 2. ครูให้ผู้เรียนผู้เรียนทำสมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้หน้า 27 - 35 3. ครูให้ผู้เรียนทำใบงาน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้ร่วมกัน 4. ครูให้คำแนะนำและแก้ไขข้อบกพร่อง พร้อมสรุปความสำคัญหลังเรียน ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูให้ผู้เรียนศึกษาสื่อวีดีทัศน์เกี่ยวกับเรื่องอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้า ตอนที่ 3 - 4 และทำใบงานการคำนวณค่าไฟฟ้าในครัวเรือนผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์


ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ ( E : Evaluation ) (…40…นาที) 1. ครูประเมินผลงานของผู้เรียนจากใบงาน 2. จากนั้นครูให้ผู้เรียนผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 3. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติม 3.1 อธิบายกลยุทธ์อ.1 อุปกรณ์ประหยัด ไฟฟ้าได้(กรต.2ชม.) 3.2 จำแนกฉลากเบอร์ 5 ของแท้กับของ ลอกเลียนแบบได้(กรต.2) 3.3 อธิบายกลยุทธ์ อ.2 อาคารประหยัด ไฟฟ้าได้(กรต.2ชม.) 3.4 บอกวิธีปฏิบัติตนเป็นผู้ประหยัด พลังงานไฟฟ้าในครัวเรือนได้(กรต.2ชม.) 3.5 เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้เหมาะสมกับ สถานการณ์ที่กำหนดให้ได้(กรต.2ชม.) 3.6 อธิบายวิธีการดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้า ในครัวเรือนได้(กรต.2ชม.) 3.7 บอกองค์ประกอบของค่าไฟฟ้าได้(กรต.2ชม.) 3.8 อธิบายประเภทของอัตราค่าไฟฟ้าได้(กรต.3ชม.) โดยผู้เรียนสามารถศึกษาได้จาก หนังสือแบบเรียนวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 ระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติม 1.1 อธิบายกลยุทธ์อ.1 อุปกรณ์ประหยัด ไฟฟ้าได้(กรต.2ชม.) 1.2 จำแนกฉลากเบอร์ 5 ของแท้กับของ ลอกเลียนแบบได้(กรต.2) 1.3 อธิบายกลยุทธ์ อ.2 อาคารประหยัด ไฟฟ้าได้(กรต.2ชม.) 5.สื่อการสอน 1. ชุดวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 รหัสวิชา พว22002 6. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่/แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. -ใบงาน แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. 7. การวัดและประเมินผล 7.1 วิธีการวัดและประเมินผล - จากการตอบคำถาม การสังเกตพฤติกรรม การตรวจใบงาน 7.2 เครื่องมือ - ใบงาน -กิจกรรมท้ายเรื่องที่ 1-3 (หน้า 27-35)


- สมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรูชุดวิชาการใชพลังงานไฟฟาในชีวิตประจําวัน 2 (พว22002) 7.3 เกณฑ์การประเมิน - ผู้เรียนทำใบงานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 50 7.4 ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน /ร่องรอยแสดงความรู้) - ใบงาน


กิจกรรมท้ายเรื่องที่ 1-3 (หน้าที่ 27-35) (ให้ผู้เรียนไปทำกิจกรรมเรื่องที่ 1-3 ที่สมุดบันทกกิจกรรมการเรียนรู้หน้าที่ 27-35) ศึกษาเพื่อเติมได้จาก QR code ด้านล่าง คลิปวีดีทัศน์เกี่ยวกับเรื่อง อุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้า ตอนที่ 3 - 4


แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. - หนังสือแบบเรียนวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน2 (พว22002) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น / หนังสือแบบเรียนวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน2 (พว22002) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รูปแบบ e-book https://pubhtml5.com/wpgv/xfef/basic1 - กศน.ตำบล - ห้องสมุดประชาชน สื่อการเรียนรู้ 3. ชุดวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 รหัสวิชา (พว22002) (หน้า 47-73) 4. สมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชุดวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 (หน้า 27-35) 3. วีดิทัศน์ เรื่องอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้า ตอนที่ 3 - 4


ใบงาน กรต. เรื่อง อธิบายกลยุทธ์อ.1 อุปกรณ์ประหยัด ไฟฟ้าได้ ********************************************************************************* คำชี้แจง ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องอธิบายกลยุทธ์อ.1 อุปกรณ์ประหยัด ไฟฟ้าได้ พร้อมสรุปเนื้อหามาพอสังเขป ในแบบบันทึกนี้ ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version