4. ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิต น้ำมันมะพร้าว เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ ร่วมในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆได้5. ทรัพยากรมนุษย์ดำเนินการด้วยสมาชิกภายใน ครอบครัว และสามารถจ้างแรงงานในพื้นที่ได้ โอกาส อุปสรรค 1. ทรัพยากรธรรมชาติไม่มีข้อมูลเป็นโอกาส2. ลักษณะภูมิอากาศ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมาเที่ยวเป็น จำนวนมาก เพราะมีลักษณะภูมิอากาศ มีความ เหมาะสมต่อการท่องเที่ยว จึงเกื้อหนุนในการ ดำเนินงานอาชีพ 3. ภูมิประเทศ ภูมิประเทศของตำบลเกาะกูด มี มะพร้าวเป็นจำนวนมาก และมีธรรมชาติ สวยงาม มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาว ต่างประเทศเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึง เกื้อหนุนในการดำเนินงานอาชีพ 4. ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิต การดำรงชีวิต สามารถใช้น้ำมันมะพร้าวกลั่น เย็น นำมาเป็นส่วนผสมหลักในการผลิต ผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้ 5. ทรัพยากรมนุษย์ไม่มีข้อมูลเป็นโอกาส 1. ทรัพยากรธรรมชาติจะต้องสั่งวัตถุดิบ ส่วนผสมในการผลิตจากภายนอกท้องถิ่น มา ใช้ในการผลิต 2. ลักษณะภูมิอากาศ อาจมีปัญหาได้ในช่วงฤดู มรสุม เพราะเรือโดยสารอาจจะไม่ออกเรือ 3. ภูมิประเทศ ตำบลเกาะกูดห่างจากฝั่งร่วม 80 กิโลเมตรทางทะเล อาจจะมีปัญหาในการ ขนส่งและการจำหน่ายผลผลิตได้ 4. ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิต ไม่มีข้อมูลเป็นอุปสรรค 5. ทรัพยากรมนุษย์มีผู้ผลิตในท้องถิ่นอื่น ที่ ดำเนินการผลิต อาจส่งผลต่อการจำหน่ายได้ 5. เมื่อดำเนินการวิเคราะห์ระบุข้อมูลตามหัวข้อของรายละเอียดย่อยในแต่ละประเด็นของสภาพบริบทชุมชนแล้ว ผู้ วิเคราะห์ข้อมูลต้องวิเคราะห์สรุปข้อมูลทั้งหมด เพื่อให้มองเห็นสภาพการณ์ทั้งหมด พร้อมที่จะนำไปกำหนดเป้าหมาย และทิศทางที่จะดำเนินการขยายอาชีพ โดยควรสรุปเป็นข้อเพื่อความชัดเจน
ใบงาน การเขียนโครงการอาชีพ ชื่อโครงการ…………………………………………………………………………………………. ผู้จัดทำโครงการ 1. .……………………………………………….. 2. ……………………………………………….. 3. ……………………………………………….. ที่ปรึกษาโครงการ…………………………………………………………………………………… หลักการและเหตุผล ……………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………… วัตถุประสงค์ 1. .……………………………………………………………..…………….………….…….….. 2. ………………………………………………………………………………………….….….. 3. ……………………………………………………………………………………..………….. แผนการดำเนินงาน วัน/เดือน/ปี ขั้นตอนการปฏิบัติงาน หมายเหตุ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ……………………………………………………………………………………….. 2. ……………………………………………………………………………………….. 3. ……………………………………………………………………………………….. ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ปัญหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เอกสารอ้างอิง ……………………………………………………………………………………………..………………………………………………………
ใบงาน กรต. เรื่อง การเขียนโครงการ คำชี้แจง ให้เขียนโครงการวิจัยอย่างง่ายโดยมีองค์ประกอบตามที่กำหนดมา 1 เรื่อง 1. ชื่อปัญหาการวิจัย …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ความสำคัญของปัญหา …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. วัตถุประสงค์การวิจัย 3.1 เพื่อ ……………………………………………………………………………………………………………………………… 3.2 เพื่อ ............................................................................................................................................... 4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. วิธีการดำเนินการวิจัย/วิธีการดำเนินแก้ปัญหา 5.1 กลุ่มเป้าหมายที่ศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5.2 เครื่องมือที่ใช้ ก. เครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข. เครื่องที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5.3 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. แผนดำเนินงาน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 7. ชื่อผู้เสนอโครงการวิจัย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. -หนังสือแบบเรียนทักษะการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น / หนังสือแบบเรียนทักษะการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น รูปแบบ e-book https://online.pubhtml5.com/hpzd/ucoa/index.html#p=1 -ห้องสมุดประชาชน
แบบทดหลังเรียน 1.เครื่องมืออย่างง่ายที่ไม่ยุ่งยากและซับซ้อนในการ จัดการความรู้คือข้อใด ก. การประชุม ข. การศึกษาดูงาน ค. การเล่าเรื่อง ง. ชุมชนนักปฏิบัติ 2. ชุมชนนักปฏิบัติ คือข้อใด ก. ชุมชนที่ร่วมมือกันท างานอย่างจริงจัง ข. กลุ่มคนที่ได้รับมอบหมายให้ท างานอย่างใด อย่างหนึ่ง ค. กลุ่มที่ถูกจัดตั้งโดยองค์กรหรือชุมชน ให้ ปฏิบัติภารกิจใดภารกิจหนึ่ง ง. กลุ่มคนที่ร่วมมือกันท างาน โดยมีเป้าหมาย ร่วมกันที่จะแก้ปัญหาและพัฒนาตนเอง 3. ข้อใดคือคุณสมบัติที่เหมาะสมของข้อมูล ก. ความถูกต้อง ข. ความหลากหลาย ค. ความเป็นระเบียบ ง. ความเป็นสากล 4. ข้อมูลที่เกี่ยวกับ ผู้รู้ ภูมิปัญญา หรือเทคโนโลยีสาน สนเทศ เป็นข้อมูลด้านใด ก. ข้อมูลตนเอง ข. ข้อมูลวิชาการ ค. ข้อมูลสิ่งแวดล้อม ง. ข้อมูลทั้ง 3 ด้าน 5. การวิจัย หมายถึงอะไร ก. กระบวนแสวงหาความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ข. กระบวนการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆของ นักวิจัย ค. ผลงานการค้นคว้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรของ นักศึกษา ง. โครงงาน รายงาน แฟ้มสะสมงานต่างๆของ นักศึกษา 6. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการท าวิจัย ก. เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆ ข. ช่วยในการตัดสินใจและการวางแผน ค. ช่วยให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้ ง. ท าให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ใหม่ๆ 7. ขั้นตอนใดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการท า วิจัย ก. การเขียนโครงการ ข. การเขียนรายงาน ค. การเผยแพร่งานวิจัย ง. การด าเนินการตามแผน 8. ถ้าเปรียบการวิจัยกับการสร้างบ้าน โครงการวิจัย จะเปรียบได้กับส่วนใด ก. ภาพจ าลอง ข. โมเดลบ้าน ค. โครงสร้างของบ้าน ง. แบบแปลนหรือพิมพ์เขียว
9. ข้อมูลทางสถิติมีประโยชน์ต่องานวิจัยอย่างไร ก. เพื่อให้ทราบความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ยของ ข้อมูลที่ต้องการท าวิจัย ข. เพื่อง่ายต่อการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ต้องการสรุป เชิงเปรียบเทียบทางสถิติ ค. เพื่อแจกแจงข้อมูลที่ต้องท าวิจัยให้ได้ข้อเท็จจริง ง. ถูกทุกข้อ 10. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเชิงส ารวจควรใช้ เครื่องมือประเภทใด ก. แบบสอบถาม ข. แบบสังเกต ค. แบบสัมภาษณ์ ง. แบบประเมิน
สัปดาห์ที่ 14 แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ครั้งที่5 / 7 จำนวน 6 ชั่วโมง รายวิชา วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (.รหัส พต21001) สาระความรู้พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1/2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้/จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ มีความรู้ ความ เข้าใจ ทักษะ และ เจตคติเกี่ยวกับ ภาษาท่าทาง การ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคที่ ซับซ้อนใน ชีวิตประจำวัน และ งานอาชีพของตนได้ ถูกต้องตามหลัก ภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของ เจ้าของภาษา 1. ผู้เรียนสามารถ เข้าใจรูปแบบ โครงสร้างของ ประโยคใน ภาษาอังกฤษซึ่งใช้ ในอดีตกาล (Past Tense) ในรูปของ Past Simple Tense และ Past Continuous Tense ได้อย่าง ถูกต้องและ สามารถ นำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ (พบกลุ่ม/กรต.) -มีความรู้ และ ความเข้าใจ ตอบ คำถาม รูปแบบ โครงสร้างของ ประโยคใน ภาษาอังกฤษซึ่งใช้ ในอดีตกาล (Past Tense) ในรูปของ Past Simple Tense และ Past Continuous Tense ได้อย่าง ถูกต้องและสามารถ นำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 1. แบบทดสอบ 2. ใบงาน 3. ใบความรู้ เรื่องประโยคปฏิเสธ และคำกริยา ประโยคคำสั่ง และ ประโยคอุทาน ประโยคปฏิเสธ (Negative Sentence) 4. หนังสือเรียน สาระความรู้พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น ตรวจ - ใบงานของผู้เรียน - การสังเกต พฤติกรรมการอ่าน และการมีส่วนร่วม ในกระบวนการ กลุ่ม - จากผลงาน อื่นๆ 2. สาระสำคัญ การใช้ภาษาอังกฤษสำหรับการสื่อสารเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วในอดีต จะต้องใช้อดีตกาล (Past Tense) เพื่อให้สามารถ ใช้ภาษาอังกฤษสำหรับการฟัง พูด อ่าน เขียนเรื่องราวในอดีตได้ตรง ตามความต้องการ วิชา วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง …..Past Tense ในรูปแบบ ต่าง ๆ....เวลา 6 ชั่วโมง (พบกลุ่ม 6 ชม. กรต 15 ชม.)
3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (K) ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่อง ผู้เรียนมีความรู้และเข้าใจ โครงสร้างของประโยคในภาษาอังกฤษซึ่งใช้ในอดีตกาล (PastTense) ในรูปของ Past Simple Tense และ Past Continuous Tense ได้อย่างถูกต้องและสามารถ นำไปใช้ ในชีวิตประจำวันได้ 3.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) ฝึกการใช้ โครงสร้างของประโยคในภาษาอังกฤษซึ่งใช้ในอดีตกาล (Past Tense) ในรูปของ Past Simple Tense และ Past Continuous Tense ได้อย่างถูกต้องและสามารถ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้(ฟัง พูด อ่าน เขียน 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) 1. ใฝ่รู้ใฝ่เรียน : มีความตั้งใจ หรือมุ่งมั่น 2. มีวินัย : ส่งงานที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา 3. ขยัน : ทบทวนและทำใบงานอย่างสม่ำเสมอ 4. มีความสามัคคี : มีการช่วยเหลือกันระหว่างเรียน 4. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้( O : orientation ) ( 30 นาที) 1.1ครูทักทายผู้เรียน พูดคุยสนทนาเกี่ยวกับการโต้ตอบและการปฏิเสธ คำสั่ง และคำอุทาน ท่านมีความคิดเห็น อย่างไรบ้าง เกี่ยวกับประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทาน ที่ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ มี ความสำคัญสำหรับบุคคลแต่ละบุคคลเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นสร้างความรู้จักกับเพื่อนชาวต่างชาติ ดังนั้น ถ้าหากท่าน ได้รับมอบหมายให้พูดสนทนา กับบุคคลต่างชาติ ท่านคิดว่าจะต้องใช้ประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และ ประโยคอุทานอย่างไรบ้าง โดยใช้ประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทานดังต่อไปนี้ 1.2.ประโยคปฏิเสธและคำกริยา ท่านจะใช้ประโยคในการปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทาน อย่างไร 1.3.ครูชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ในรายวิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน พต 21001 ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ ครูกล่าวทักทายผู้เรียนผ่านทางกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ แจ้งรายวิชาที่เรียน หน่วยการ เรียนรู้และจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบ แล้วดำเนินการพูดคุยกับผู้เรียนในเนื้อหาตามขั้นตอนข้างต้น ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้( N : new way of learning ) ( 60 นาที) 2.1. ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าจากใบความรู้ และสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ต / แหล่งเรียนรู้
เกี่ยวกับประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทาน 2.2. ผู้เรียนค้นคว้าตัวอย่างประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทาน ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ ให้นักศึกษาสแกน QR code ศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบประโยคต่างๆในภาษาอังกฤษ ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation ) ( 60 นาที) 3.1. ผู้เรียนอ่านประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทาน 3.2. ผู้เรียนและครูร่วมกันพูดสนทนาโต้ตอบประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทาน 3.3. ผู้เรียนจับคู่แสดงบทบาทสมมติในการพูดสนทนาประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยค อุทาน 3.4. ผู้เรียนทำใบงานเรื่องการพูดสนทนาประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยค อุทาน 3.5. ผู้เรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาเรื่อง การพูดสนทนาประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทาน 3.6. ครูเฉลยใบงานการพูดสนทนาประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทาน - หนังสือเรียนสาระความรู้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ ( E : Evaluation ) ( 30 นาที) 4.1 ครูมอบหมายให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 4.2 ครูสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกลุ่มของผู้เรียน ในการตอบคำถาม และการร่วมเล่นเกมส์กันเพื่อนในชั้นเรียน 4.3 ครูประเมินการนำเสนองานหน้าชั้นเรียน 4.4 ครูวัดและประเมินผู้เรียนจากแบบทดสอบการอ่าน 5. สื่อการสอน 5.1. แบบทดสอบ 5.2. ใบงาน 5.3. ใบความรู้เรื่องประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทาน ประโยคปฏิเสธ (Negative Sentence)
5.4. หนังสือเรียนสาระความรู้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น 6. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่/แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. 6.1 กศน.ตำบล 6.2 ห้องสมุดประชาชน 6.3 การสืบค้นจากอินเตอร์เน็ต ใน กศน.ตำบล 7. การวัดและประเมินผล 7.1 วิธีการวัดและประเมินผล จากการทำแบบทดสอบ 7.2 เครื่องมือ - ใบงาน / ใบความรู้ - แบบสังเกตพฤติกรรม 7.3 เกณฑ์การประเมิน ผู้เรียนทำใบงานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 7.4 ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน /ร่องรอยแสดงความรู้) ลงชื่อ....................................................ครูผู้สอน (...นางภรณี เลาวกุล ......) ตำแหน่ง....ครูกศน.ตำบล
ใบความรู้ เรื่องประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทาน ประโยคปฏิเสธ (Negative Sentence) คือประโยคบอกเล่าที่มีคำหรือวลีที่มีความหมายในเชิงปฏิเสธอยู่ในประโยค ซึ่งจะเป็นคำกริยาวิเศษณ์(Adverb) เช่น not, never, hardly, scarcely, rarely เป็นต้น หรือคำสรรพนามแสดงการ ปฏิเสธ เช่น no one, nobody, none, no, nothing เป็นต้น (ตัวอย่าง) Nobody told me to go there on Sunday. (ไม่มีใครบอกให้ฉันไปที่นั่นในวันอาทิตย์) I don't want to attend the class today. (ฉันไม่อยากไปเรียนวันนี้เลย) This subject is not difficult for us. (วิชานี้ไม่ยากเลย) Nothing is worrying, you will pass the examination. (ไม่ต้องห่วง คุณคงจะสอบผ่าน) วิธีการทำประโยคบอกเล่าให้เป็นประโยคปฏิเสธ ทำได้2 แบบ คือ 1. เติมคาว่า not ไปข้างหลังกริยาช่วย (Helping or Auxiliary Verb) ในประโยค บอกเล่า (Affirmative Sentence) (ตัวอย่าง) I will not go to school tomorrow. (พรุ่งนี้ฉันจะไม่ไปโรงเรียน) She doesn’t like cats. (เธอไม่ชอบแมว)
สังเกตวิธีการทำประโยคบอกเล่าให้เป็นประโยคปฏิเสธ จะใช้หลักเดียวกันกับวิธีทำประโยคบอกเล่าให้เป็นประโยค คำถาม คือ ถ้าประโยคใดมีกริยาช่วยอยู่ให้เติมคาว่า “not” (ไม่) เข้าไปหลังกริยาช่วย แต่ถ้าประโยคใดไม่มีกริยาช่วย ให้เติม “Verb to do” ไปหน้ากริยาแท้หรือกริยาหลัก โดยกระจายให้ถูกบุรุษ เพศ พจน์และกาล ประโยคปฏิเสธ กริยาช่วยที่แสดงการปฏิเสธสามารถใช้ในรูปย่อได้คือ do not don't does not doesn't have not haven't has not hasn't am not 'm not is not isn't are not aren't shall not shan't will not won't cannot can't กริยาช่วย “can”(สามารถ) เมื่อเติมคำว่า "not" เข้าไปจะเขียนติดกันเป็น cannot คำกริยาช่วยตัวใดทำหน้าที่เป็น กริยาแท้เช่น have (กิน,มี) do (ทา) เวลาทำเป็นประโยคปฏิเสธ ต้องใช้กริยาช่วย Verb to do เช่นเดียวกัน ประโยคคำสั่ง (Imperative or Order sentence) เป็นประโยคที่บอกให้ทำหรือขอร้องให้ทำตามที่ผู้นั้นบอก ซึ่งผู้ ที่รับคำสั่งคือ ผู้ที่คนสั่งพูดด้วย ซึ่งคนที่จะสั่งจะเป็นบุรุษ ที่ 1 คือ ผู้พูด (I หรือ we) ส่วนคนที่ถูกสั่งจะเป็นบุรุษที่ 2 (You) เมื่อเป็นประโยคคำสั่งจะตัด ประธาน (You) ออก ประโยคคำสั่งต้องขึ้นต้นด้วยคำกริยาช่องที่ 1 เสมอ ซึ่ง อาจจะเป็นรูปบอกเล่าหรือปฏิเสธก็ได้ (ตัวอย่าง) Don't walk on the loan! ห้ามเดินในสนาม Enter your personal code. ใส่รหัสส่วนตัวของท่าน Sit down here! นั่งตรงนี้ Follow me! ตามฉันมา วิธีการทำประโยคคำสั่ง Verb + Object + Complement (กริยา) (กรรม) (ส่วนขยาย) ประโยคคำสั่งจะเป็นประโยคที่สรรพนามบุรุษที่ 2 (You) เป็นประธานและอยู่ในรูป ปัจจุบันกาลธรรมดา (Present Simple Tense) เสมอ เพราะการที่จะสั่งหรือขอร้องให้ใครทำ อะไรจะพูดหรือบอกให้ทำหรือไม่ทำในขณะที่พูดนั้น การทำประโยคคำสั่งจะมาจากประโยคบอกเล่า (Affirmative Sentence) โดยตัด ประธานออก
ตัวอย่าง ประโยคบอกเล่า ประโยคคำสั่ง (Affirmative Sentence) (Imperative or Order sentence) You follow me. Follow me. (คุณตามฉันมา) (ตามฉันมา) You sit down here. Sit down here. (คุณนั่งลงตรงนี้) (นั่งลงตรงนี้) You don't walk on the lawn. Don't walk on the lawn. (คุณไม่เดินบนสนามหญ้า) (อย่าเดินบนสนามหญ้า) You turn a little bit left. Turn a little bit left. (คุณเขยิบไปทางซ้ายอีกสักนิด) (เขยิบไปทางซ้ายอีกสักนิด) ประโยคอุทาน (Exclamatory sentence) คือประโยคที่ใช้แสดงความรู้สึกและ อารมณ์เช่น เสียใจ ดีใจ เป็นต้น ใช้ได้ทั้งประโยคเต็มรูปและลดรูป 1. ประโยคอุทานเต็มรูป จะขึ้นต้นด้วยคาที่เป็นคำถาม (Question word) how (อย่างไร) และ what (อะไร) ถ้า ขึ้นต้นด้วย How จะตามด้วยคำคุณศัพท์(Adjective) หรือคำกริยา วิเศษณ์(Adverb) แล้วตามด้วยประธาน (Subject) และกริยา (Verb) ซึ่งอาจจะมีส่วนขยาย (Complement) ด้วยก็ได้ส่วนประโยคที่ขึ้นต้นด้วย What จะ ตามด้วยนามวลี(Noun phrase) แล้ว ตามด้วยประธาน (Subject) และกริยา (Verb) How + Adjective + Subject + Verb + Complement (คำคุณศัพท์) (ประธาน) (กริยา) (ส่วนขยาย) Adverb (คำกริยาวิเศษณ์) What + Noun phrase + Subject + Verb (นามวลี) (ประธาน) (กริยา) เช่น How beautiful she is! เธอช่างสวยอะไรเช่นนี้ How fluently he can speak English! เขาช่างพูดภาษาอังกฤษคล่องอะไรเช่นนี้ What a healthy man he is! เขาช่างเป็นคนแข็งแรงอะไรเช่นนี้ What a wonderful girl she is! เธอช่างเป็นเด็กมหัศจรรย์อะไรอย่างนี้ 2.ประโยคอุทานลดรูป เป็นประโยคที่ตัดประธาน (Subject) และกริยา (Verb) รวมทั้งส่วนขยาย (Complement) ออก เช่น How beautiful! สวยจริงๆ How fluently! พูดคล่องจริงๆ What a healthy man! ช่างเป็นคนที่แข็งแรงจริงๆ What a wonderful girl! ช่างเป็นเด็กมหัศจรรย์อะไรเช่นนี้ ใบงาน เรื่องประโยคปฏิเสธและคำกริยา ประโยคคำสั่ง และประโยคอุทาน
Exercise 1 Change these sentences into question (Q) and negative (N) sentences. 1. I'll meet you tonight. Q : ___________________________________________________ N : ___________________________________________________ 2. He planted flowers of different kinds. Q : ___________________________________________________ N : ___________________________________________________ 3. She kepts her secret very well. Q : ___________________________________________________ N : ___________________________________________________ 4. They sang and played the guitar. Q : ___________________________________________________ N : ___________________________________________________ 5. He borrowed books from the library. Q : ___________________________________________________ N : ___________________________________________________ 6. She can speak English. Q : ___________________________________________________ N : ___________________________________________________ 7. The World Trade building had collapsed. Q : ___________________________________________________ N : ___________________________________________________ 8. The boy is sneezing. Q : ___________________________________________________ N : ___________________________________________________ 9. He works hard everyday. Q : ___________________________________________________ N : ___________________________________________________ 10. Pom must invite Toom to her party. Q : ___________________________________________________ N : ___________________________________________________
Exercise 2 Make imperative sentence from these words. 1. work/harder ___________________________________________________ 2. not close/the door ___________________________________________________ 3. read/loudly ___________________________________________________ 4. not smoke/in this room ___________________________________________________ 5. shut/the window ___________________________________________________ 6. visit/your parent ___________________________________________________ 7. do/your homework ___________________________________________________ 8. give/me/that pencil ___________________________________________________ 9. cook/Thai salad ___________________________________________________ 10. turn/the light/off ___________________________________________________
Exercise 3 Make explanative sentences by the words given. 1. you/clever ___________________________________________________ 2. she/intelligent ___________________________________________________ 3. he/talkative ___________________________________________________ 4. we/wise ___________________________________________________ 5. you/lazy ___________________________________________________ 6. it/fearful ___________________________________________________ 7. they/funny ___________________________________________________ 8. I/lovely ___________________________________________________ 9. he/happy ___________________________________________________ 10. she/nice ___________________________________________________
Exercise 4 Use the correct expression. 1. ____________. Is this seat unoccupied? a. Sorry. b. Pardon. c. Thanks. d. Excuse me. 2. A : Could you please tell me the way to the library? B : _____________________________________ a. Certainl y. b. I'm O.K. c. What's a pity! d. Never mind. 3. A : Thanks for your kindness. B : _____________________________________ a. I'm all right. b. Certainly. c. You're welcome. d. Yes, of course.
4. Pimchai : __________________ What are you doing he re? Amara : I’m going to withdraw some money. a. Good morning. b. Excuse me. c. Thanks. d. Hi. 5. Pimchai : That’s a very kind of you. Thanks a lot. Amara : _____________________________________ a. You're welcome. b. Don't mention it. c. See you soon. d. Thanks. 6. Miss Kaewta : Why are you so late? Anus : _______________ I had an accident. a. All right. b. Good morning. c. Excuse me. d. I'm sorry. 7. Anus : Would you mind if I close the window? Amara : ______________________________ a. I wish I could but I can't. b. I'm afraid I can't. c. I'm afraid you can't. d. I'm sorry. 8. A : Could you buy a cup of coffee for me? B : ______________________________ a. Thank you. b. Not at all. c. That's O.K. d. With pleasure. 9. Wittaya : ________________ I forget to tell you about that. Pong : Don’t worry. a. Excuse me. b. I'm sorry.
c. Alright. d. Certainly. 10. Miss Babara : I apologize for not informing you about that case. Boss : ______________________________ a. Certainly. b. Of course. c. With pleasure. d. Don't worry about it. แบบสังเกตพฤติกรรม เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินทักษะการอ่าน 1. การอ่านคำศัพท์ แบบบันทึกการประเมินการอ่านคำศัพท์
เลขที่ ประเด็น/คะแนน ชื่อ - สกุล ความถูกต้อง ความ คล่องแคล่ว การแสดงท่าทาง/ น้ำเสียงประกอบการ อ่าน รวม คะแนน 8 8 4 20 1 ลงชื่อ.........................................................ผู้ประเมิน (................................................................) วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. ................. เกณฑ์การให้คะแนนการอ่าน เกณฑ์การให้คะแนน น้ำหนัก/ คะแนน
ระดับ คะแนน ประเด็น การประเมิน 4 3 2 1 ความสำคัญ รวม ความถูกต้อง ออกเสียง คำศัพท์และ ประโยคได้ ถูกต้องตามหลัก การออกเสียง ออกเสียงเน้น หนักในคำ/ ประโยคอย่าง สมบูรณ์ ออกเสียง คำศัพท์และ ประโยคได้ ถูกต้องตาม หลักการออก เสียงมีเสียง เน้นหนักในคำ/ ประโยคเป็น ส่วนใหญ่ ออกเสียง คำศัพท์และ ประโยคได้ ถูกต้องเป็น ส่วนใหญ่ ขาดการออก เสียงเน้นหนัก ออกเสียงคำ/ ประโยคผิด หลักการออก เสียงทำให้ สื่อสารไม่ได้ 8 ความคล่องแคล่ว พูดต่อเนื่อง ไม่ติดขัด พูดชัดเจน ทำให้สื่อสารได้ พูดตะกุก ตะกักบ้าง แต่ ยังพอสื่อสารได้ พูดเป็นคำๆ หยุดเป็นช่วงๆ เพื่อทำให้ สื่อสารได้ไม่ ชัดเจน พูดได้บางคำ ทำให้สื่อ ความหมาย ไม่ได้ 8 การแสดงท่าทาง/ น้ำเสียงประกอบ การพูด แสดงท่าทาง และพูดด้วย น้ำเสียง เหมาะสมกับบท บรรยาย พูดด้วยน้ำเสียง เหมาะสมกับ บทบรรยาย แต่ไม่มีท่าทาง ประกอบ พูดเหมือนอ่าน ไม่เป็นธรรมชาติ ขาดความ น่าสนใจ พูดได้น้อยมาก 4 รวม 20
แบบสังเกตพฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน คำชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนแล้วขีด ลงในช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ – สกุล ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีวินัย ขยัน มีความสามัคคี มีน้ำใจ มีความ รับผิดชอบ รวม 12 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ ประเด็นการสังเกต เกณฑ์การให้คะแนน ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน : ดูจากศึกษาใบความรู้จากแบบเรียน 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง มีวินัย : ดูจากทำงานตามที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ขยัน : ดูจากการทำใบงานและทำกิจกรรมกลุ่ม 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง มีความสามัคคี มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบ 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 9 ดี 8 - 4 พอใช้ ต่ำกว่า 4 ปรับปรุง
แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม กลุ่ม .......................................................................................................... สมาชิกในกลุ่ม 1. ...................................................................... 2. ...................................................................... 3. ...................................................................... พฤติกรรมที่สังเกต คะแนน 3 2 1 1. การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น 2. มีความกระตือรือร้นในการทำงาน 3. รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย 4. มีขั้นตอนในการทำงานอย่างเป็นระบบ 5. ใช้เวลาในการทำงานอย่างเหมาะสม รวม เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ทำเป็นบางครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ทำน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 13-15 ดี 8-12 ปานกลาง 5-7 ปรับปรุง
ใบงาน กรต. ให้ผู้เรียนศึกษารูปแบบประโยคต่อไปนี้ ให้เขียน และฝึกอ่าน ( 15 ชั่วโมง ) 1. ประโยคบอกเล่า (Affirmative Sentence) จำนวน 20 ประโยค 2. ประโยคคำถาม (Question Sentence) จำนวน 20 ประโยค 3. ประโยคปฏิเสธ (Negative Sentence) จำนวน 20 ประโยค 4. ประโยคคำสั่ง (Imperative Sentence) จำนวน 20 ประโยค 5. ประโยคอุทาน (Exclamatory Sentence) จำนวน 20 ประโยค ( นำกลับมาส่งพร้อมอ่านในการพบกลุ่มครั้งต่อไป / รูปแบบออนไลน์ ส่งเข้าห้องเรียนกลุ่มไลน์ / Facebook ) ##### ศึกษาจากหนังสือแบบเรียน ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น#####
สัปดาห์ที่ 15 แผนการเรียนรู้ วิชา สังคมศึกษา,การใช้พลังงานไฟฟ้า 2 ครั้งที่ 4 แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 4 จำนวน 3 ชั่วโมง รายวิชา สังคมศึกษา (รหัส สค 21001) และ รายวิชา การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 (รหัส พว 22002) สาระการพัฒนาสังคมและสาระความรู้พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1/2564 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตร วิชา สังคมศึกษา หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เวลา 30 ชั่วโมง (พบกลุ่ม 3 ชม. กรต. 12 ชม.)
มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ มีความรู้ ความ เข้าใจและตระหนัก เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมืองการ ปกครองในโลก และนำมาปรับใช้ ในการดำเนินชีวิต เพื่อความมั่นคง ของชาติ 1.ผู้เรียนสามารถ บอกหลักการและ วิธีการเลือกใช้ ทรัพยากรเพื่อการ ผลิตได้ 1. ศึกษาค้นคว้า หลักการและวิธีการ เลือกใช้ทรัพยากร เพื่อการผลิต 1. แบบทดสอบ 2. ใบงาน 3. ใบความรู้ 4.หนังสือ แบบเรียนสังคม ศึกษา -การตรวจใบงาน -การตรวจ แบบทดสอบ -การสังเกต 2.ผู้เรียนสามารถ บอกคุณธรรมใน การผลิตได้ (กรต.) 2. บอกคุณธรรมใน การผลิตได้ 3. ผู้เรียนสามารถ อธิบายหลักการใช้ กฎหมายคุ้มครอง ผู้บริโภค(พบกลุ่ม) 3. หลักการใช้ กฎหมายคุ้มครอง ผู้บริโภค 4. ผู้เรียนสามารถ เลือกใช้บริการ หน่วยงานที่มี หน้าที่คุ้มครอง ผู้บริโภค (พบกลุ่ม) 4. การเลือกใช้ บริการหน่วยงานที่ มีหน้าที่คุ้มครอง ผู้บริโภค 5.ผู้เรียนสามารถ บอกสิทธิและ ผลประโยชน์ของ ผู้บริโภคได้ 5.สิทธิและ ผลประโยชน์ของ ผู้บริโภค 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (K) ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคุณธรรมในการผลิตและการบริโภค กฎหมายและข้อมูลการคุ้มครองผู้บริโภค และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 3.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P)
มีทักษะพื้นฐานในการศึกษาหาความรู้ ทักษะการแก้ปัญหา และเทคนิคในการเรียนรู้ด้วยตนเอง 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ตั้งใจฟัง ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายอย่างกระตือรือร้น ตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบ 4. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้( O : orientation ) (40 นาที) 1. ครูทักทายกล่าวนำและสร้างความคุ้นเคยกับผู้เรียน ทบทวนเนื้อหาบทเรียนครั้งที่แล้ว แล้วให้ครูตั้ง ประเด็นคำถามเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจในประเทศไทยเปรียบเทียบเศรษฐกิจไทยกับประเทศในอาเซียน และชี้แจง จุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบ 2. ครูให้ผู้เรียนตอบคำถามแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจ เปรียบเทียบระหว่างระบบเศรษฐกิจ ของไทยกับระบบเศรษฐกิจของอาเซียน 3. ครูเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนมีส่วนรวมในการซักถามในประเด็นที่สนใจ โดยครูคอยกระตุ้นให้นักศึกษามี ส่วนแสดงความคิดเห็น ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์และให้ผู้เรียนแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจ เปรียบเทียบระหว่างระบบเศรษฐกิจของไทยกับระบบเศรษฐกิจของอาเซียน ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้( N : new way of learning ) (60 นาที) 1. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มเศรษฐกิจต่างๆ ในทวีปเอเชียประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ใน หัวข้อดังต่อไปนี้ - ความเป็นมา - ความสำคัญ - กฎบัตรอาเซียน - ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ - ประโยชน์และผลกระทบต่อประเทศไทย ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูให้ผู้เรียนศึกษาตามหัวข้อที่กำหนดผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์และหากผู้เรียนสงสัยสามารถ ซักถามในข้อที่สงสัยเพิ่มเติมผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation ) (40 นาที) 1. ครูสุ่มตัวแทนออกมานำเสนอสิ่งที่ตนเองได้ศึกษาค้นคว้า จากนั้นให้ผู้เรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับระบบ เศรษฐกิจในประเทศไทย เปรียบเทียบเศรษฐกิจของไทยกับประเทศในอาเซียน โดยเขียนแสดงความคิดเห็นลงในใบ งาน 3. จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้ร่วมกัน 4. ครูให้คำแนะนำและแก้ไขข้อบกพร่อง ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูให้ผู้เรียนทำใบงานผ่าน class start ในชั้นเรียนออนไลน์
ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ ( E : Evaluation ) ( 40 นาที) 1. ครูประเมินผลงานของผู้เรียนจากใบงาน 2. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติม 2.1 เรื่อง คุณธรรมในการผลิตและการบริโภค (กรต. 6 ชม.) 2.2 เรื่อง กฎหมายและข้อมูลการคุ้มครองผู้บริโภค (กรต. 6 ชม.) โดยผู้เรียนสามารถศึกษาได้จาก หนังสือแบบเรียนวิชาสังคมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือสื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ 1. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติม 1.1 เรื่อง คุณธรรมในการผลิตและการบริโภค (กรต. 6 ชม.) 1.2 เรื่อง กฎหมายและข้อมูลการคุ้มครองผู้บริโภค (กรต. 6 ชม.) 5. สื่อการสอน - ใบความรู้ - ใบงาน - อินเตอร์เน็ต - หนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษา (สค 21001) 6. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่ - 7. การวัดและประเมินผล 7.1 วิธีการวัดและประเมินผล - จากการตอบคำถาม การสังเกตพฤติกรรม การตรวจใบงาน 7.2 เครื่องมือ - ใบงาน 7.3 เกณฑ์การประเมิน - ผู้เรียนทำใบงานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 50 7.4 ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน /ร่องรอยแสดงความรู้) - ใบงาน
ใบความรู้ เรื่อง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 1. ความเป็นมา อาเซียนหรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( Association of South East Asian. Nation : ASEAN) เป็นองค์กรระหว่างประเทศระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 จนถึง ปัจจุบันมีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 10 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย , มาเลเชีย , สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ , อินโดนีเชีย , สาธารณรัฐสิงค์โปร์ , บรูไนดารุสซาลาม , สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม , สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว , สหภาพพม่า และราชอาณาจักรกัมพูชา การก่อตั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกันและกันอันจะนำมาสู่ความมั่นคงทางการเมืองความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม ในยุคที่สถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การรวมตัวกันของประเทศในกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ให้เข้มแข็ง จะทำให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและปัญหาได้ดี ยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะการที่มีสมาชิกถึง 10 ประเทศ มีท่าทีเป็นหนึ่งเดียว ในเวทีระหว่างประเทศ ทำให้อาเซียนมีความน่าเชื่อถือและมีอำนาจต่อรองในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น ดังนั้นในการ ประชุมผู้นำอาเซียน ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2546 ที่บาหลี ผู้นำมีความเห็นตรงกันว่าอาเซียนควรร่วมมือกันให้เหนียว แน่นเข้มแข็งและมั่นคงยิ่งขึ้น จึงมีการลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียนเพื่อกำหนดให้มีการสร้าง ประชาคมอาเซียนขึ้นภายในปี 2563 ต่อมาได้มีการเลื่อนกำหนดการรวมตัวในปี พ.ศ. 2558 โดยประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนประชาคมสังคม – วัฒนธรรมอาเซียน และประชาคม ความมั่นคงอาเซียน ซึ่งในที่นี้เราจะเรียนรู้เฉพาะเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจ (ASEAN Economic Comunity : AEC) เป็นการรวมกลุ่มของประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ที่เน้นให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 8 เมื่อ เดือนพฤศจิกายน 2545 โดยเห็นชอบให้อาเซียนกำหนดทิศทางการดำเนินงานเพื่อ มุ่งไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อให้อาเซียนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในของกลุ่มอาเซียนให้ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งในการประชุมสุดยอดอาเซียนในปี 2546 ผู้นำอาเซียนได้ออกแถลงการณ์เห็นชอบให้มีการ รวมตัวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายใน ปี 2558 และเร่งรัดการรวมกลุ่ม เพื่อเปิดเสรีสินค้าและบริการ สำคัญใน 12 สาขา ได้แก่ การท่องเที่ยว การบิน ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ สินค้า เกษตร ประมง เทคโนโลยีสารสนเทศ สุขภาพ และ โลจิสติกส์
2. ความสำคัญ ท่ามกลางบริบททางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศที่มีการแข่งขันสูงอันส่งผลให้ประเทศ ต่างๆต้องปรับตัวเองเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจโลก รวมถึงการรวมกลุ่มการค้ากันของประเทศต่างๆ อาทิ สหภาพยุโรป และเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนได้เห็นชอบ ให้จัดตั้ง “ประชาคม เศรษฐกิจของอาเซียน” ภายในปี 2585 เพื่อที่จะให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และสามารถ แข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆได้ โดย ยึดหลักดังนี้ 1. มุ่งที่จะจัดตั้งให้อาเซียนเป็นตลาดเดียวและเป็นฐานการผลิตร่วมกัน 2. มุ่งให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุน สินค้า การบริการ การลงทุน แรงงานฝีมือระหว่างประเทศสมาชิกโดยเสรี 3. ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียน (ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน ลาว สหภาพพม่า และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือ CLMV) เพื่อลดช่องว่างของระดับการพัฒนาของประเทศ สมาชิกอาเซียน และช่วยให้ประเทศสมาชิกเหล่านี้เข้าร่วมในกระบวนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน ส่งเสริมให้ อาเซียนสามารถรวมตัวเข้ากับประชาคมโลกได้อย่างไม่อยู่ในภาวะที่เสียเปรียบและส่งเสริมขีดความสามารถในการ แข่งขันของอาเซียน 4. ส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการเงินและเศรษฐกิจมหภาค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมความ ร่วมมือด้านกฎหมาย การพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดย การยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝีมือ ประชาคมเศรษฐกิจของอาเซียน จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยขยายปริมาณการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาค ลด การพึ่งพาตลาดของประเทศในโลกที่สาม สร้างอำนาจการต่อรองและศักยภาพในการแข่งขันของอาเซียนในเวที เศรษฐกิจโลก เพิ่มสวัสดิการและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนของประเทศสมาชิกอาเซียน หากอาเซียนสามารถสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้สำเร็จ ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการขยายการส่งออก โอกาสทางการค้า และเปิดโอกาสการค้าบริการในสาขา ที่ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง เช่นการท่องเที่ยว โรงแรมและ ภัตตาคาร สุขภาพ ฯลฯ ซึ่งอาเซียนยังมีความต้องการด้านการบริการเหล่านี้อีกมาก นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้าง โอกาสในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมายังอาเซียน ซึ่งจะเพิ่มอำนาจการต่อรองของอาเซียนในเวที การค้าโลก และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในอาเซียนโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น 3. กฎบัตรอาเซียน กฎบัตรอาเซียนเปรียบเสมือนรัฐธรรมนูญของอาเซียนที่จะทำให้อาเซียนมีสถานะเป็นนิติบุคคล เป็นการวาง กรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กรให้กับอาเซียน ผู้นำอาเซียนได้ลงนามรับรองกฎบัตรอาเซียนในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2550 ในโอกาสครบรอบ 40 ปี ของการก่อตั้งอาเซียน ณ ประเทศสิงค์โปร์ เพื่อให้ประชาคมโลกได้เห็นถึงความก้าวหน้าของ อาเซียนที่จะก้าวเดินไปด้วยกันอย่างมั่นใจระหว่างประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ และถือเป็นประวัติศาสตร์จะ ปรับเปลี่ยนอาเซียนให้เป็นองค์กรที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลในฐานะที่เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล ทั้งนี้ประเทศสมาชิกได้ ให้สัตยาบันเป็นกฎบัตรอาเซียนครบทั้ง 10 ประเทศแล้ว เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2551 ดังนั้นกฎบัตรอาเซียนจึงมี ผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป วัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียน 1. เพื่อให้องค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีประชาชนเป็นศูนย์กลางและเคารพกฎกติกาในการทำงานมากขึ้น
2. เพื่อเสริมสร้างกลไกตรวจสอบเฉพาะและติดตามการดำเนินการตามความตกลงต่างๆ ของประเทศสมาชิก ให้มีผล เป็นรูปธรรม 3. เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการทำงานและกลไกต่างๆ ของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นใน การแก้ไขปัญหา 4. ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของอาเซียนเริ่มมีเป้าหมายชัดเจนเริ่มนำไปสู่การรวมตัวทางเศรษฐกิจของประเทศใน ภูมิภาคอาเซียน นับตั้งแต่การจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ขึ้นและนับแต่นั้นมากิจกรรมอาเซียนได้ขยาย ครอบคลุมไปสู่ทุกสาขาหลักทางเศรษฐกิจ รวมทั้งในด้านการค้าสินค้าและบริการการลงทุนมาตรฐานอุตสาหกรรมและ การเกษตรกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา การขนส่ง พลังงาน และการเงิน การคลัง เป็นต้น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ของอาเซียนที่สำคัญ มีดังนี้ 4.1 เขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area หรือ AFTA) เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA เป็นข้อตกลงทางการค้าสำหรับสินค้าที่ผลิตภายในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด ทำขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน ในฐานะที่เป็นการผลิตที่ สำคัญในการป้อนสินค้าสู่ตลาดโลก โดยอาศัยการเปิดเสรีด้านการค้า การลดภาษี และยกเลิกอุปสรรคข้อกีดขวางทาง การค้าที่มิใช่ภาษี 4.2 เขตการลงทุนอาเซียน (ASEAN Investment Area หรือ AIA) ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 5 เมื่อเดือนธันวาคม 2538 ที่กรุงเทพฯ ได้เห็นชอบให้จัดตั้งเขตการลงทุนอาเซียน เป็น เขตการลงทุนเสรีที่มีศักยภาพโปร่งใสเพื่อดึงดูดนักลงทุนทั้งจากภายในและภายนอกภูมิภาค ความตกลงครอบคลุม การลงทุนในอุตสาหกรรม 5 สาขา คือ สาขาอุตสาหกรรมการผลิต เกษตร ประมง ป่าไม้ และเหมืองแร่ และภาค บริการที่เกี่ยวเนื่องกับ 5 สาขาการผลิตดังกล่าว ยกเว้นการลงทุนด้านหลักทรัพย์และการลงทุนในด้านซึ่งครอบคลุม โดยความตกลงอาเซียนอื่น ๆ 4.3 ความริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน (Initiative for ASEAN Integration หรือ IAI) การรวมตัวของประเทศสมาชิก เพื่อลดช่องว่างด้านการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิกเก่า (ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย) กับสมาชิกใหม่ของอาเซียน (สหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม) โดยให้ประเทศสมาชิกเก่าร่วมกันจัดทำโครงการให้ความ ช่วยเหลือแก่ประเทศใหม่ ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร 4.4 ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม (ASEAN Industrial Cooperation Scheme หรือ AICO) ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมของอาเซียน เป็นโครงการความร่วมมือที่มุ่งส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้ เทคโนโลยีเป็นฐานการผลิต โดยยึดหลักของการใช้ทรัพยากรร่วมกัน การแบ่งส่วนการผลิตตามความสามารถ และ ความถนัด 4.5 กรอบความตกลงด้านการค้าบริการ (ASEAN Framework Agreement on Services หรือ AFAS) เป็นการกำหนดกรอบการเปิดเสรีการค้าการบริการในสาขาการบริการต่าง ๆ ของอาเซียน โดยจัดทำข้อผูกพันในด้าน การเปิดตลาด (market access) การให้การปฏิบัติเยี่ยงคนในชาติ (National Treatment) และด้านอื่นๆ (additional commitments) นอกจากนี้ สมาชิกอาเซียนยังต้องเร่งรัดเปิดตลาดในสาขาบริการที่เป็นสาขาสำคัญ 5
สาขา ได้แก่ สาขาโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาสุขภาพ สาขาการท่องเที่ยว สาขาการบิน และสาขา บริการโลจิสติกส์ ทั้งนี้เพื่อให้อาเซียนมีความพร้อมในการก้าวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ต่อไป 4.6 ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์ (e-ASEAN Framework Agreement) ผู้นำของอาเซียน ทั้ง 10 ประเทศ ร่วมกันลงนามในกรอบความตกลงด้านอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ กำหนดแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร (Information Technology and Communication-ICT) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร ในภูมิภาคให้ สอดคล้องกันและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีมาตรการที่ครอบคลุมทั้ง 5 ด้านดังนี้ 1) การพัฒนาเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของอาเซียน (ASEAN Information Infrastructure) ให้สามารถติดต่อถึงกันได้อย่างทั่วถึงกันและด้วยความเร็วสูง 2) การอำนวยความสะดวกด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) โดยการออกกฏหมายและระเบียบด้าน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็น มาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค 3) ส่งเสริม และเปิดเสรีด้านการค้าสินค้า บริการ และการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) โดย ประเทศสมาชิกอาเซียนจะยกเลิกภาษีและอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีสำหรับสินค้า ICT 4) สร้างสังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Society) เสริมสร้างความสามารถและพัฒนาอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประโยชน์ต่อสังคม 5) สร้างรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ส่งเสริมให้มีการใช้ ICT ในการบริการของภาครัฐให้มากขึ้น 4.7 ความร่วมมือด้านการเงินการคลัง (Financial Cooperation) เป็นกรอบความตกลงความร่วมมือที่เน้นการสร้างกลไกการสนับสนุนเกื้อกูลระหว่างกันในเรื่องการเงินการคลังของ ประเทศสมาชิกเพื่อดูแลสภาวะเศรษฐกิจด้านการเงิน 1) อาเซียนได้จัดตั้งระบบระวังภัยอาเซียน (ASEAN Surveillance Process) ขึ้น เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2541 เพื่อ สอดส่องดูแลสภาวะเศรษฐกิจและการเคลื่อนย้ายเงินทุนในภูมิภาค โดยให้มีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศสมาชิกในภูมิภาค และในโลก โดยธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้สนับสนุนและให้ ความช่วยเหลือทางวิชาการและเงินทุนโดยการจัดการฝึกอบรมด้านเทคนิคแก่เจ้าหน้าที่ประเทศสมาชิก และในการ จัดตั้ง ASEAN Surveillance Technical Support Unit ในสำนักงานเลขาธิการอาเซียนเพื่อสนับสนุนระบบดังกล่าว 2) การเสริมสร้างกลไกสนับสนุนและเกื้อกูลระหว่างกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออก (Enhancing self-help and support mechanism in East Asia) โดยได้กำหนดแนวทางความร่วมมือกับ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่สำคัญ ได้แก่ จัดทำความตกลงทวิภาคีด้านการแลกเปลี่ยนการซื้อ-ขายคืนเงินตราหรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หารือเกี่ยวกับการ จัดตั้งระบบเตือนภัยในภูมิภาค และการแลกเปลี่ยนการหารือเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาค 3) ความริเริ่มเชียงใหม่ (Chiang Mai Initiative) ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2543 เป็นการปรับปรุงความ ตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราอาเซียน (ASEAN Swap Arrangement - ASA) ในด้านโครงสร้าง รูปแบบและวงเงิน และให้ เสริมด้วยเครือข่ายความตกลงทวิภาคีระหว่างประเทศอาเซียนกับจีน ญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลี (Bilateral Swap Arrangment-BSA) โดยได้ขยายให้ ASA รวมประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศแล้ว 4.8 ความร่วมมือด้านการเกษตรและป่าไม้ของอาเซียน และอาเซียน +3 (สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐ ประชาชนเกาหลี และญี่ปุ่น)
เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างอาเซียน และประเทศอาเซียน + 3 (สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาชน เกาหลี และญี่ปุ่น) ที่ครอบคลุมความร่วมมือในด้านการประมง ป่าไม้ ปศุสัตว์ พืช และอาหารการเกษตร เพื่อส่งเสริม ความมั่นคงทางด้านอาหารและความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนในด้านอาหารและผลผลิตป่าไม้ 4.9 ความร่วมมือด้านการขนส่ง เป็นกรอบความตกลงที่เน้นการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทั้งสินค้าและบริการร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกที่ จะส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมในภูมิภาคเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว 1) โครงการพัฒนาทางหลวงอาเซียน (ASEAN Highway Network Project) ลักษณะของโครงข่ายทางหลวงอาเซียน คือ มีทางหลวงครอบคลุม 23 สาย ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน และจัดทำมาตรฐานทางหลวงอาเซียน (ป้ายจราจร สัญญาณ และระบบหมายเลข)ให้เป็นแบบเดียวกัน 2) การอำนวยความสะดวก ในการขนส่งสินค้าผ่านแดน มีวัตถุประสงค์ให้ประเทศสมาชิกอาเซียนอนุญาตให้รถยนต์ ขนส่งที่จดทะเบียนในประเทศสมาชิกหนึ่งสามารถขนส่งสินค้าผ่านแดนไปยังอีกประเทศหนึ่งได้ 3) การเปิดเสรีบริการขนส่งเฉพาะสินค้าของอาเซียน มีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการขนส่งสินค้าในอาเซียนด้วยกัน 4) การเปิดเสรีบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศของอาเซียน เป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการ ส่งออกสินค้าของไทยและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการเปิดเสรีการบิน และส่งเสริมให้ประเทศ ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคนี้ด้วย 4.10 ความร่วมมือด้านพลังงานในอาเซียน (ASEAN Energy Cooperation) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความ ยั่งยืนในการจัดหาพลังงาน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในภูมิภาคอาเซียน และการจัดการด้านความต้องการ พลังงานอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสภาพสิ่งแวดล้อม และการช่วยเหลือกันในการแบ่งปันปิโตรเลียมใน ภาวะฉุกเฉิน 4.11 ความตกลงด้านการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Tourism Agreement) เป็นความร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้อาเซียนเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว โดยเน้นความร่วมมือใน 7 ด้าน คือ การ อำนวยความสะดวกการเดินทางในอาเซียนและระหว่างประเทศ การอำนวยความสะดวกด้านขนส่ง การขยายตลาด การท่องเที่ยว การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ความปลอดภัยและความมั่นคงของการท่องเที่ยว การตลาดและการส่งเสริม ร่วมกัน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งต่อมาการตกลงด้านการท่องเที่ยวอาเซียนนี้ยังได้ขยายไปยังประเทศ อาเซียน +3 (สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี และญี่ปุ่น) เรียกว่า “ความร่วมมือด้านการ ท่องเที่ยวในกรอบอาเซียนและอาเซียน +3 โดยให้ประเทศอาเซียน +3 เสนอแนวทางความร่วมมือกับประเทศสมาชิก อาเซียนที่ชัดเจนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน 5. ประโยชน์และผลกระทบต่อประเทศไทย 5.1 ประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หากอาเซียนสามารถสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ประเทศไทยจะได้ประโยชน์หลาย ประการ เช่น 1) ขยายการส่งออกและโอกาสทางการค้า จากการยกเลิกอุปสรรคภาษีและที่มิใช่ภาษีจะเปิดโอกาสให้สินค้า เคลื่อนย้ายเสรี 2) คาดว่าการส่งออกไทยไปอาเซียนจะสามารถขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 18 - 20% ต่อปี
3) เปิดโอกาสการค้าบริการ ในสาขาที่ไทยมีความเข้มแข็ง เช่น ท่องเที่ยว โรงแรมและอาหาร สุขภาพ ทำให้ไทยมี รายได้จากการค้าบริการจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 4) สร้างเสริมโอกาสการลงทุน เมื่อมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้เสรียิ่งขึ้น อุปสรรคการลงทุนระหว่างอาเซียนจะลดลง อาเซียนจะเป็นเขตการลงทุนที่น่าสนใจทัดเทียมประเทศจีนและอินเดีย 5) เพิ่มพูนขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย เมื่อมีการใช้ทรัพยากรการผลิตร่วมกัน/เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมกับอาเซียนอื่นๆ ทำให้เกิดความได้เปรียบเชิงแข่งขัน (Comparative Advantage) และลดต้นทุนการผลิต 6) เพิ่มอำนาจการต่อรองของไทยในเวทีการค้าโลก สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาคมโลก 7) ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศ ผลการศึกษา แสดงว่า AEC จะทำให้รายได้ที่แท้จริงของอาเซียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 หรือคิดเป็นมูลค่า 69 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ 5.2 ผลกระทบจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ถึงแม้ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) แต่ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบ ด้วยเช่นกัน เช่น 1) การเปิดตลาดเสรีการค้าและบริการย่อมจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในประเทศที่มีขีด ความสามารถในการแข่งขันต่ำ 2) อุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในประเทศต้องเร่งปรับตัว
ใบงาน เรื่อง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 1. ให้สรุปความสำคัญของประเทศไทยที่ได้รับจากการเป็นประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2. กิจกรรมทางเศรษฐกิจใดบ้างที่ประเทศต้องเข้าร่วมกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 3. ให้อธิบายถึงประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 1 ข้อ
ใบความรู้ เรื่อง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 1. ความเป็นมา อาเซียนหรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( Association of South East Asian. Nation : ASEAN) เป็นองค์กรระหว่างประเทศระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 จนถึง ปัจจุบันมีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 10 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย , มาเลเชีย , สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ , อินโดนีเชีย , สาธารณรัฐสิงค์โปร์ , บรูไนดารุสซาลาม , สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม , สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว , สหภาพพม่า และราชอาณาจักรกัมพูชา การก่อตั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกันและกันอันจะนำมาสู่ความมั่นคงทางการเมืองความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม ในยุคที่สถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การรวมตัวกันของประเทศในกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ให้เข้มแข็ง จะทำให้ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและปัญหาได้ดี ยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะการที่มีสมาชิกถึง 10 ประเทศ มีท่าทีเป็นหนึ่งเดียว ในเวทีระหว่างประเทศ ทำให้อาเซียนมีความน่าเชื่อถือและมีอำนาจต่อรองในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น ดังนั้นในการ ประชุมผู้นำอาเซียน ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2546 ที่บาหลี ผู้นำมีความเห็นตรงกันว่าอาเซียนควรร่วมมือกันให้เหนียว แน่นเข้มแข็งและมั่นคงยิ่งขึ้น จึงมีการลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียนเพื่อกำหนดให้มีการสร้าง ประชาคมอาเซียนขึ้นภายในปี 2563 ต่อมาได้มีการเลื่อนกำหนดการรวมตัวในปี พ.ศ. 2558 โดยประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนประชาคมสังคม – วัฒนธรรมอาเซียน และประชาคม ความมั่นคงอาเซียน ซึ่งในที่นี้เราจะเรียนรู้เฉพาะเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจ (ASEAN Economic Comunity : AEC) เป็นการรวมกลุ่มของประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ที่เน้นให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 8 เมื่อ เดือนพฤศจิกายน 2545 โดยเห็นชอบให้อาเซียนกำหนดทิศทางการดำเนินงานเพื่อ มุ่งไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อให้อาเซียนปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานภายในของกลุ่มอาเซียนให้ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งในการประชุมสุดยอดอาเซียนในปี 2546 ผู้นำอาเซียนได้ออกแถลงการณ์เห็นชอบให้มีการ รวมตัวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายใน ปี 2558 และเร่งรัดการรวมกลุ่ม เพื่อเปิดเสรีสินค้าและบริการ สำคัญใน 12 สาขา ได้แก่ การท่องเที่ยว การบิน ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ สินค้า เกษตร ประมง เทคโนโลยีสารสนเทศ สุขภาพ และ โลจิสติกส์
2. ความสำคัญ ท่ามกลางบริบททางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศที่มีการแข่งขันสูงอันส่งผลให้ประเทศต่างๆต้อง ปรับตัวเองเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจโลก รวมถึงการรวมกลุ่มการค้ากันของประเทศต่างๆ อาทิ สหภาพยุโรป และเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนได้เห็นชอบ ให้จัดตั้ง “ประชาคมเศรษฐกิจ ของอาเซียน” ภายในปี 2585 เพื่อที่จะให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับ ภูมิภาคอื่นๆได้ โดย ยึดหลักดังนี้ 1. มุ่งที่จะจัดตั้งให้อาเซียนเป็นตลาดเดียวและเป็นฐานการผลิตร่วมกัน 2. มุ่งให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุน สินค้า การบริการ การลงทุน แรงงานฝีมือระหว่างประเทศสมาชิกโดยเสรี 3. ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียน (ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน ลาว สหภาพพม่า และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือ CLMV) เพื่อลดช่องว่างของระดับการพัฒนาของประเทศ สมาชิกอาเซียน และช่วยให้ประเทศสมาชิกเหล่านี้เข้าร่วมในกระบวนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียน ส่งเสริมให้ อาเซียนสามารถรวมตัวเข้ากับประชาคมโลกได้อย่างไม่อยู่ในภาวะที่เสียเปรียบและส่งเสริมขีดความสามารถในการ แข่งขันของอาเซียน 4. ส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการเงินและเศรษฐกิจมหภาค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมความ ร่วมมือด้านกฎหมาย การพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดย การยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝีมือ ประชาคมเศรษฐกิจของอาเซียน จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยขยายปริมาณการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาค ลด การพึ่งพาตลาดของประเทศในโลกที่สาม สร้างอำนาจการต่อรองและศักยภาพในการแข่งขันของอาเซียนในเวที เศรษฐกิจโลก เพิ่มสวัสดิการและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนของประเทศสมาชิกอาเซียน หากอาเซียนสามารถสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้สำเร็จ ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการขยายการส่งออก โอกาสทางการค้า และเปิดโอกาสการค้าบริการในสาขา ที่ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง เช่นการท่องเที่ยว โรงแรมและ ภัตตาคาร สุขภาพ ฯลฯ ซึ่งอาเซียนยังมีความต้องการด้านการบริการเหล่านี้อีกมาก นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้าง โอกาสในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมายังอาเซียน ซึ่งจะเพิ่มอำนาจการต่อรองของอาเซียนในเวที การค้าโลก และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในอาเซียนโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น 3. กฎบัตรอาเซียน กฎบัตรอาเซียนเปรียบเสมือนรัฐธรรมนูญของอาเซียนที่จะทำให้อาเซียนมีสถานะเป็นนิติบุคคล เป็นการวางกรอบทาง กฎหมายและโครงสร้างองค์กรให้กับอาเซียน ผู้นำอาเซียนได้ลงนามรับรองกฎบัตรอาเซียนในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2550 ในโอกาสครบรอบ 40 ปี ของการก่อตั้งอาเซียน ณ ประเทศสิงค์โปร์ เพื่อให้ประชาคมโลกได้เห็นถึงความก้าวหน้าของ อาเซียนที่จะก้าวเดินไปด้วยกันอย่างมั่นใจระหว่างประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ และถือเป็นประวัติศาสตร์จะ ปรับเปลี่ยนอาเซียนให้เป็นองค์กรที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลในฐานะที่เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล ทั้งนี้ประเทศสมาชิกได้ ให้สัตยาบันเป็นกฎบัตรอาเซียนครบทั้ง 10 ประเทศแล้ว เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2551 ดังนั้นกฎบัตรอาเซียนจึงมี ผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป วัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียน 1. เพื่อให้องค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีประชาชนเป็นศูนย์กลางและเคารพกฎกติกาในการทำงานมากขึ้น
2. เพื่อเสริมสร้างกลไกตรวจสอบเฉพาะและติดตามการดำเนินการตามความตกลงต่างๆ ของประเทศสมาชิก ให้มีผล เป็นรูปธรรม 3. เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการทำงานและกลไกต่างๆ ของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นใน การแก้ไขปัญหา 4. ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของอาเซียนเริ่มมีเป้าหมายชัดเจนเริ่มนำไปสู่การรวมตัวทางเศรษฐกิจของประเทศใน ภูมิภาคอาเซียน นับตั้งแต่การจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ขึ้นและนับแต่นั้นมากิจกรรมอาเซียนได้ขยาย ครอบคลุมไปสู่ทุกสาขาหลักทางเศรษฐกิจ รวมทั้งในด้านการค้าสินค้าและบริการการลงทุนมาตรฐานอุตสาหกรรมและ การเกษตรกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา การขนส่ง พลังงาน และการเงิน การคลัง เป็นต้น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ของอาเซียนที่สำคัญ มีดังนี้ 4.1 เขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area หรือ AFTA) เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA เป็นข้อตกลงทางการค้าสำหรับสินค้าที่ผลิตภายในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด ทำขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน ในฐานะที่เป็นการผลิตที่ สำคัญในการป้อนสินค้าสู่ตลาดโลก โดยอาศัยการเปิดเสรีด้านการค้า การลดภาษี และยกเลิกอุปสรรคข้อกีดขวางทาง การค้าที่มิใช่ภาษี 4.2 เขตการลงทุนอาเซียน (ASEAN Investment Area หรือ AIA) ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 5 เมื่อเดือนธันวาคม 2538 ที่กรุงเทพฯ ได้เห็นชอบให้จัดตั้งเขตการลงทุนอาเซียน เป็น เขตการลงทุนเสรีที่มีศักยภาพโปร่งใสเพื่อดึงดูดนักลงทุนทั้งจากภายในและภายนอกภูมิภาค ความตกลงครอบคลุม การลงทุนในอุตสาหกรรม 5 สาขา คือ สาขาอุตสาหกรรมการผลิต เกษตร ประมง ป่าไม้ และเหมืองแร่ และภาค บริการที่เกี่ยวเนื่องกับ 5 สาขาการผลิตดังกล่าว ยกเว้นการลงทุนด้านหลักทรัพย์และการลงทุนในด้านซึ่งครอบคลุม โดยความตกลงอาเซียนอื่น ๆ 4.3 ความริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน (Initiative for ASEAN Integration หรือ IAI) การรวมตัวของประเทศสมาชิก เพื่อลดช่องว่างด้านการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิกเก่า (ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย) กับสมาชิกใหม่ของอาเซียน (สหภาพพม่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม) โดยให้ประเทศสมาชิกเก่าร่วมกันจัดทำโครงการให้ความ ช่วยเหลือแก่ประเทศใหม่ ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร 4.4 ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม (ASEAN Industrial Cooperation Scheme หรือ AICO) ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมของอาเซียน เป็นโครงการความร่วมมือที่มุ่งส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้ เทคโนโลยีเป็นฐานการผลิต โดยยึดหลักของการใช้ทรัพยากรร่วมกัน การแบ่งส่วนการผลิตตามความสามารถ และ ความถนัด 4.5 กรอบความตกลงด้านการค้าบริการ (ASEAN Framework Agreement on Services หรือ AFAS) เป็นการกำหนดกรอบการเปิดเสรีการค้าการบริการในสาขาการบริการต่าง ๆ ของอาเซียน โดยจัดทำข้อผูกพันในด้าน การเปิดตลาด (market access) การให้การปฏิบัติเยี่ยงคนในชาติ (National Treatment) และด้านอื่นๆ (additional commitments) นอกจากนี้ สมาชิกอาเซียนยังต้องเร่งรัดเปิดตลาดในสาขาบริการที่เป็นสาขาสำคัญ 5
สาขา ได้แก่ สาขาโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาสุขภาพ สาขาการท่องเที่ยว สาขาการบิน และสาขา บริการโลจิสติกส์ ทั้งนี้เพื่อให้อาเซียนมีความพร้อมในการก้าวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ต่อไป 4.6 ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์ (e-ASEAN Framework Agreement) ผู้นำของอาเซียน ทั้ง 10 ประเทศ ร่วมกันลงนามในกรอบความตกลงด้านอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ กำหนดแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร (Information Technology and Communication-ICT) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร ในภูมิภาคให้ สอดคล้องกันและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีมาตรการที่ครอบคลุมทั้ง 5 ด้านดังนี้ 1) การพัฒนาเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของอาเซียน (ASEAN Information Infrastructure) ให้สามารถติดต่อถึงกันได้อย่างทั่วถึงกันและด้วยความเร็วสูง 2) การอำนวยความสะดวกด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) โดยการออกกฏหมายและระเบียบด้าน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็น มาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค 3) ส่งเสริม และเปิดเสรีด้านการค้าสินค้า บริการ และการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) โดย ประเทศสมาชิกอาเซียนจะยกเลิกภาษีและอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษีสำหรับสินค้า ICT 4) สร้างสังคมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Society) เสริมสร้างความสามารถและพัฒนาอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประโยชน์ต่อสังคม 5) สร้างรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ส่งเสริมให้มีการใช้ ICT ในการบริการของภาครัฐให้มากขึ้น 4.7 ความร่วมมือด้านการเงินการคลัง (Financial Cooperation) เป็นกรอบความตกลงความร่วมมือที่เน้นการสร้างกลไกการสนับสนุนเกื้อกูลระหว่างกันในเรื่องการเงินการคลังของ ประเทศสมาชิกเพื่อดูแลสภาวะเศรษฐกิจด้านการเงิน 1) อาเซียนได้จัดตั้งระบบระวังภัยอาเซียน (ASEAN Surveillance Process) ขึ้น เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2541 เพื่อ สอดส่องดูแลสภาวะเศรษฐกิจและการเคลื่อนย้ายเงินทุนในภูมิภาค โดยให้มีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศสมาชิกในภูมิภาค และในโลก โดยธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้สนับสนุนและให้ ความช่วยเหลือทางวิชาการและเงินทุนโดยการจัดการฝึกอบรมด้านเทคนิคแก่เจ้าหน้าที่ประเทศสมาชิก และในการ จัดตั้ง ASEAN Surveillance Technical Support Unit ในสำนักงานเลขาธิการอาเซียนเพื่อสนับสนุนระบบดังกล่าว 2) การเสริมสร้างกลไกสนับสนุนและเกื้อกูลระหว่างกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออก (Enhancing self-help and support mechanism in East Asia) โดยได้กำหนดแนวทางความร่วมมือกับ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่สำคัญ ได้แก่ จัดทำความตกลงทวิภาคีด้านการแลกเปลี่ยนการซื้อ-ขายคืนเงินตราหรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หารือเกี่ยวกับการ จัดตั้งระบบเตือนภัยในภูมิภาค และการแลกเปลี่ยนการหารือเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาค 3) ความริเริ่มเชียงใหม่ (Chiang Mai Initiative) ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2543 เป็นการปรับปรุงความ ตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราอาเซียน (ASEAN Swap Arrangement - ASA) ในด้านโครงสร้าง รูปแบบและวงเงิน และให้ เสริมด้วยเครือข่ายความตกลงทวิภาคีระหว่างประเทศอาเซียนกับจีน ญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลี (Bilateral Swap Arrangment-BSA) โดยได้ขยายให้ ASA รวมประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศแล้ว 4.8 ความร่วมมือด้านการเกษตรและป่าไม้ของอาเซียน และอาเซียน +3 (สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐ ประชาชนเกาหลี และญี่ปุ่น)
เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างอาเซียน และประเทศอาเซียน + 3 (สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาชน เกาหลี และญี่ปุ่น) ที่ครอบคลุมความร่วมมือในด้านการประมง ป่าไม้ ปศุสัตว์ พืช และอาหารการเกษตร เพื่อส่งเสริม ความมั่นคงทางด้านอาหารและความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนในด้านอาหารและผลผลิตป่าไม้ 4.9 ความร่วมมือด้านการขนส่ง เป็นกรอบความตกลงที่เน้นการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทั้งสินค้าและบริการร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกที่ จะส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมในภูมิภาคเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว 1) โครงการพัฒนาทางหลวงอาเซียน (ASEAN Highway Network Project) ลักษณะของโครงข่ายทางหลวงอาเซียน คือ มีทางหลวงครอบคลุม 23 สาย ทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน และจัดทำมาตรฐานทางหลวงอาเซียน (ป้ายจราจร สัญญาณ และระบบหมายเลข)ให้เป็นแบบเดียวกัน 2) การอำนวยความสะดวก ในการขนส่งสินค้าผ่านแดน มีวัตถุประสงค์ให้ประเทศสมาชิกอาเซียนอนุญาตให้รถยนต์ ขนส่งที่จดทะเบียนในประเทศสมาชิกหนึ่งสามารถขนส่งสินค้าผ่านแดนไปยังอีกประเทศหนึ่งได้ 3) การเปิดเสรีบริการขนส่งเฉพาะสินค้าของอาเซียน มีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการขนส่งสินค้าในอาเซียนด้วยกัน 4) การเปิดเสรีบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศของอาเซียน เป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการ ส่งออกสินค้าของไทยและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการเปิดเสรีการบิน และส่งเสริมให้ประเทศ ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคนี้ด้วย 4.10 ความร่วมมือด้านพลังงานในอาเซียน (ASEAN Energy Cooperation) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความ ยั่งยืนในการจัดหาพลังงาน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในภูมิภาคอาเซียน และการจัดการด้านความต้องการ พลังงานอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสภาพสิ่งแวดล้อม และการช่วยเหลือกันในการแบ่งปันปิโตรเลียมใน ภาวะฉุกเฉิน 4.11 ความตกลงด้านการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Tourism Agreement) เป็นความร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้อาเซียนเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว โดยเน้นความร่วมมือใน 7 ด้าน คือ การ อำนวยความสะดวกการเดินทางในอาเซียนและระหว่างประเทศ การอำนวยความสะดวกด้านขนส่ง การขยายตลาด การท่องเที่ยว การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ความปลอดภัยและความมั่นคงของการท่องเที่ยว การตลาดและการส่งเสริม ร่วมกัน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งต่อมาการตกลงด้านการท่องเที่ยวอาเซียนนี้ยังได้ขยายไปยังประเทศ อาเซียน +3 (สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาชนเกาหลี และญี่ปุ่น) เรียกว่า “ความร่วมมือด้านการ ท่องเที่ยวในกรอบอาเซียนและอาเซียน +3 โดยให้ประเทศอาเซียน +3 เสนอแนวทางความร่วมมือกับประเทศสมาชิก อาเซียนที่ชัดเจนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน 5. ประโยชน์และผลกระทบต่อประเทศไทย 5.1 ประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หากอาเซียนสามารถสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ประเทศไทยจะได้ประโยชน์หลาย ประการ เช่น 1) ขยายการส่งออกและโอกาสทางการค้า จากการยกเลิกอุปสรรคภาษีและที่มิใช่ภาษีจะเปิดโอกาสให้สินค้า เคลื่อนย้ายเสรี 2) คาดว่าการส่งออกไทยไปอาเซียนจะสามารถขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 18 - 20% ต่อปี
3) เปิดโอกาสการค้าบริการ ในสาขาที่ไทยมีความเข้มแข็ง เช่น ท่องเที่ยว โรงแรมและอาหาร สุขภาพ ทำให้ไทยมี รายได้จากการค้าบริการจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 4) สร้างเสริมโอกาสการลงทุน เมื่อมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้เสรียิ่งขึ้น อุปสรรคการลงทุนระหว่างอาเซียนจะลดลง อาเซียนจะเป็นเขตการลงทุนที่น่าสนใจทัดเทียมประเทศจีนและอินเดีย 5) เพิ่มพูนขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย เมื่อมีการใช้ทรัพยากรการผลิตร่วมกัน/เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมกับอาเซียนอื่นๆ ทำให้เกิดความได้เปรียบเชิงแข่งขัน (Comparative Advantage) และลดต้นทุนการผลิต 6) เพิ่มอำนาจการต่อรองของไทยในเวทีการค้าโลก สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาคมโลก 7) ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศ ผลการศึกษา แสดงว่า AEC จะทำให้รายได้ที่แท้จริงของอาเซียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 หรือคิดเป็นมูลค่า 69 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ 5.2 ผลกระทบจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ถึงแม้ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) แต่ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบ ด้วยเช่นกัน เช่น 1) การเปิดตลาดเสรีการค้าและบริการย่อมจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในประเทศที่มีขีด ความสามารถในการแข่งขันต่ำ 2) อุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในประเทศต้องเร่งปรับตัว
ใบงาน เรื่อง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 1. ให้สรุปความสำคัญของประเทศไทยที่ได้รับจากการเป็นประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ 2. กิจกรรมทางเศรษฐกิจใดบ้างที่ประเทศต้องเข้าร่วมกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................ 3. ให้อธิบายถึงประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 1 ข้อ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................
แบบทดสอบหลังเรียน คำชี้แจง ให้ผู้เรียนทำเครื่องหมาย X หน้าข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใด ไม่ใช่ กิจกรรมในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก. เป็นตลาดและฐานการผลิตร่วม ข. การเคลื่อนย้ายแรงงานไร้ฝีมือ ค. สร้างเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน ง. การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก 2. ข้อใดเป็นประโยชน์ของการก่อตั้งประชาคมอาเซียน ก. เปลี่ยนมาใช้เงินตราสกุลเดียวกัน ข. ท้าให้นักลงทุนไม่กล้ากักตุนสินค้า ค. มีอำนาจต่อรองทางการค้ากับต่างชาติเพิ่มขึ้น ง. ท้าให้ชนพื้นเมืองมีสิทธิ์ในการลงทุนมากกว่าต่างชาติ 3. การบริหารงานภายใต้กฎบัตรอาเซียนมีผลดีต่อประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างไร ก. ช่วยให้อาเซียนมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ข. ช่วยให้อาเซียนมีจำนวนประเทศสมาชิกเพิ่มขึ้น ค. ช่วยให้อาเซียนมีเป้าหมายการทำงานที่เป็นรูปธรรม ง. ช่วยให้อาเซียนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 4. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หมายถึงอะไร ก. การรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของ ประเทศในอาเซียน ข. การแยกกันสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจเพื่อให้มีความเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียน ค. การเสริมสร้างมิตรภาพที่ดีให้แก่อาเซียนและเข้ามาสนับสนุนอาเซียนในเรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน ง. ความมั่นคงและปลอดภัย ปราศจากสงครามและการสู้รบ รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงอื่นๆ ร่วมกัน 5. ประเทศไทยได้รับประโยชน์จากการเป็นสมาชิกอาเซียนในด้านใด ก. ด้านการค้า ข. ด้านอุตสาหกรรม ค. ด้านการเกษตร ง. ถูกทุกข้อ 6. พ่อค้ากุ้งนำตะกั่วยัดในหัวกุ้งเพื่อเพิ่มน้ำหนักกุ้งให้มากขึ้นแสดงว่า พ่อค้ากุ้งขาดคุณธรรมข้อใด ก. ความละอาย ข. ความซื่อสัตย์
ค. ความอดทน ง. ความมีวินัย 7. ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับปัจจัยในการผลิตประเภท ที่ดิน ก. เป็นทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตสินค้าและบริการ ข. หมายถึง ทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองทุกชนิด ค. มีผลตอบแทนของผู้เป็นเจ้าของที่ดิน คือ กำไร ง. ที่ดิน รวมถึงสิ่งที่เกิดบนดิน ในดิน และใต้ดินเข้าด้วยกัน 8. ข้อใดเป็นเป้าหมายสำคัญของการผลิตตามหลักการผลิตสินค้าและบริการอย่างมีประสิทธิภาพ ก. ในการใช้แรงงานประเภทไร้ฝีมือน้อยที่สุด ข. การใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุด ค. การใช้เวลาในการผลิตน้อยที่สุด ง. การใช้ต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด 9. ร้านขายขนมไทยของป้าติ๋ม จะมีกล่องประดิษฐ์สวยๆ หลายแบบสำหรับใส่ขนมให้ลูกค้าพอใจ ถึงแม้ว่าราคาขนมจะ สูงกว่าร้านอื่น ข้อความนี้สอดคล้องกับหลักการเรื่องใด ก. การบริการที่ประทับใจ ข. สร้างสรรค์ภูมิปัญญาไทย ค. ความถนัดของผู้ผลิตสินค้า ง. การเพิ่มมูลค่าในการผลิตสินค้า 10. ข้อใดคือปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริโภค ก. ราคาของสินค้า ข. รายได้ของผู้บริโภค ค. รสนิยมของผู้บริโภค ง. ถูกทุกข้อ
ใบงานกรต. (6 ชม.) เรื่อง คุณธรรมในการผลิตและการบริโภค ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคุณธรรมในการผลิตและการบริโภค 1. ให้ผู้เรียนยกตัวอย่างผู้ที่มีคุณธรรมในการผลิต มา 1 ตัวอย่าง (3 ชม.) .......................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................. 2. หากผู้เรียนเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ และจะต้องผลิตสินค้าออกมาจำหน่าย ผู้เรียนจะใช้หลักการและวิธีการใดใน การเลือกใช้ทรัพยากรเพื่อการผลิต (3 ชม.) .......................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................
แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ในช่องที่ตรงกับความเป็นจริง ที่ ชื่อ - สกุล พฤติกรรมที่สังเกต คะแนน รวม (20) ระดับ คุณภาพ การมีส่วนร่วมในการวางแผน ทำงาน(4) การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ (4) การให้ความร่วมมือในการทำงาน (4) การแสดงความคิดเห็น (4) การยอมรับความคิดเห็น (4) ลงชื่อ.................................................................ผู้ประเมิน (................................................................)
แบบสังเกตพฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน คำชี้แจง:ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนแล้วขีดลงในช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ – สกุล ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีวินัย ขยัน มีความสามัคคี รวม 12 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 คะแนน
ลงชื่อ ผู้ประเมิน / / สัปดาห์ที่ 15 แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ครั้งที่ 3 /4 จำนวน 20 ชั่วโมง รายวิชา การใช้พลังานไฟฟ้า 2 (รหัส พว 22002) ภาคเรียนที่ 1/2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้/จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐาน เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อมใน ท้องถิ่นและประเทศ สาร แรง พลังงาน กระบวนการ เปลี่ยนแปลงของ โลกและดาราศาสตร์ 1. บอกชื่ออุปกรณ์ ไฟฟ้าที่จำเป็นต้อง ติดตั้งสายดินหรือ หลักดินได้ (พบ กลุ่ม/กรต.) ศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับการดำเนิน ชีวิตของมนุษย์ใน ปัจจุบันมีพลังงาน ไฟฟ้าเข้ามา เกี่ยวข้องอยู่ ตลอดเวลา ดังนั้น เพื่อให้การใช้ พลังงานไฟฟ้ามี ความปลอดภัย ผู้ใช้ จึงต้องรู้จัก วงจรไฟฟ้าและ อุปกรณ์ พร้อมทั้ง 1.ใบงานที่ 1 เรื่อง สายดินและหลักดิน การตรวจใบงานและ แบบทดสอบท้ายบท วิชา การใช้พลังานไฟฟ้า 2 หน่วยการเรียนรู้ที่2 เรื่อง อุปกรณ์ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้า เรื่องที่ 1 สายดินและหลักดิน (พบกลุ่ม 3 ชม. กรต 17 ชม.)
มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ มีจิตวิทยาศาสตร์ และนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ในการ ดำเนินชีวิต เลือกใช้ได้อย่างถูก วิธีได้ 2.สาระสำคัญ มาตรฐานที่ 2.2 มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและประเทศ สาร แรง พลังงานกระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลกและดาราศาสตร์ มีจิตวิทยาศาสตร์ และนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ในการดำเนินชีวิต 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (K) ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบันมีพลังงานไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ ตลอดเวลา ดังนั้น เพื่อให้การใช้พลังงานไฟฟ้ามีความปลอดภัย ผู้ใช้จึงต้องรู้จักวงจรไฟฟ้าและอุปกรณ์ พร้อม ทั้ง เลือกใช้ได้อย่างถูกวิธีได้ 3.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) มีทักษะพื้นฐานในการศึกษาหาความรู้ ทักษะการแก้ปัญหา ออกแบบ วางแผน ทดลอง ทดสอบ ปฏิบัติการเรื่องไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง และเทคนิคในการเรียนรู้ด้วยตนเอง 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) มีความตั้งใจฟัง ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายอย่างกระตือรือร้น ตรงต่อเวลาและมีความรับผิดชอบ 4. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้( O : orientation ) (…40…นาที) 1. ครูทักทายผู้เรียน พูดคุยเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ ที่บ้านใครฝนตกบ้างคะ ถ้าไฟฟ้าดับจะต้องทำอย่างไร และผู้เรียนรู้จักวงจรฟ้ากันบ้างหรือไม่ ลองอธิบายให้ครูฟังตามความเข้าใจสิคะ ให้ยกมือตอบ เพื่อวัดความรู้พื้นฐาน ก่อนดึงเข้าสู่บทเรียน แล้วให้ผู้เรียนตอบคำถาม