The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครู ม_ต้น1_66

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ksnklongkachan.y63, 2023-06-25 05:23:31

คู่มือครู ม_ต้น1_66

คู่มือครู ม_ต้น1_66

11. พวกหัวรุนแรงคลั่งอุดมการณ์หรือลัทธิ มักก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เพื่อ อุดมการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจศาสนา หรือสิทธิมนุษย์ชน เป็นต้น แหล่งที่มาจาก : บทเรียนบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 5 ผู้พัฒนาเว็บ :: นายรัศมี พุดสีเสน โรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด email :: [email protected] / http://www.cpr.ac.th/krunuii/01mal.html


ใบความรู้ เรื่อง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 สรุป 13 ข้อ สาระสำคัญจำง่ายๆ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2560 ถ้ายังจำกันได้ถึงการผลักด้น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ.2560 ที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนธันวาคม เมื่อปี 2559 และได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 มีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 24 พ.ค.2560 เพื่อการใช้ออนไลน์อย่างถูกกฎหมาย สำหรับสาระสำคัญที่หลายคนควรพึงระวังใน พ.ร.บ. ว่าด้วยกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับ 2 มีสาระสำคัญจำง่ายๆ ดังนี้ 1. การฝากร้านใน Facebook, IG ถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท 2. ส่ง SMS โฆษณา โดยไม่รับความยินยอม ให้ผู้รับสามารถปฏิเสธข้อมูลนั้นได้ ไม่เช่นนั้นถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท 3. ส่ง Email ขายของ ถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท 4. กด Like ได้ไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ยกเว้นการกดไลค์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบัน เสี่ยงเข้าข่ายความผิดมาตรา 112 หรือมีความผิดร่วม5. กด Share ถือเป็นการเผยแพร่ หากข้อมูลที่แชร์มีผลกระทบต่อผู้อื่น อาจเข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะที่กระทบต่อบุคคลที่ 3 6. พบข้อมูลผิดกฎหมายอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของเรา แต่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของคอมพิวเตอร์กระทำเอง สามารถแจ้งไป ยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ หากแจ้งแล้วลบข้อมูลออกเจ้าของก็จะไม่มีความผิดตามกฎหมาย เช่น ความเห็นใน เว็บไซต์ต่าง ๆ รวมไปถึงเฟซบุ๊ก ที่ให้แสดงความคิดเห็น หากพบว่าการแสดงความเห็นผิดกฎหมาย เมื่อแจ้งไปที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อลบได้ทันทีเจ้าของระบบเว็บไซต์จะไม่มีความผิด 7.สำหรับ แอดมินเพจ ที่เปิดให้มีการแสดงความเห็น เมื่อพบข้อความที่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อลบออกจากพื้นที่ที่ ตนดูแลแล้ว จะถือเป็นผู้พ้นผิด 8. ไม่โพสต์สิ่งลามกอนาจาร ที่ทำให้เกิดการเผยแพร่สู่ประชาชนได้ 9. การโพสเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน ต้องปิดบังใบหน้า ยกเว้นเมื่อเป็นการเชิดชู ชื่นชม อย่างให้เกียรติ 10. การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ต้องไม่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียเชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ญาติสามารถ ฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย 11. การโพสต์ด่าว่าผู้อื่น มีกฎหมายอาญาอยู่แล้ว ไม่มีข้อมูลจริง หรือถูกตัดต่อ ผู้ถูกกล่าวหา เอาผิดผู้โพสต์ได้และมี โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท 12. ไม่ทำการละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใด ไม่ว่าข้อความ เพลง รูปภาพ หรือวิดีโอ


13. ส่งรูปภาพแชร์ของผู้อื่น เช่น สวัสดี อวยพร ไม่ผิด ถ้าไม่เอาภาพไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หารายได้นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งยังมีอีกหลายประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้นจึงควรรู้กฎกติกาการใช้งานไว้ก่อน ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เราเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายได้ ที่มา : https://www.marketingoops.com/news/viral-update/computer-law/ ใบงานที่1 เรื่อง อาชญากรรมบนโลกออนไลน์ คำชี้แจง ให้ผู้เรียนเขียนคำตอบลงในช่องว่าง ข้อที่ 1 จงอธิบายความหมายของอาชญากรรมออนไลน์ มาพอสังเขป ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ข้อที่ 2 บอกประเภทของอาชฌากรรมออนไลน์ มาพอสังเขป ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ข้อที่ 3 จงยกตัวอย่างพร้อมทั้งอธิบายถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มาพอสังเขป ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................


................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................


แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ในช่องที่ตรงกับความเป็นจริง ที่ ชื่อ - สกุล พฤติกรรมที่สังเกต คะแนน รวม (20) ระดับ คุณภาพ การมีส่วนร่วมในการวางแผนทำงาน (4) การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่(4) การให้ความร่วมมือในการทำงาน (4) การแสดงความคิดเห็น (4) การยอมรับความคิดเห็น (4) ลงชื่อ............................................................................ผู้ประเมิน (............................................................................)


แบบสังเกตพฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน คำชี้แจง:ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนแล้วขีดลงในช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ – สกุล ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีวินัย ขยัน มีความสามัคคี รวม 12 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 คะแนน ลงชื่อ ผู้ประเมิน / /


แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง อาชญากรรมบนโลกออนไลน์ คำชี้แจง : จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด 1) การจำหน่ายโปรแกรมดักข้อมูลจัดเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก. ไม่ผิด เนื่องจากไม่ใช่ผู้กระทำความผิด ข. ผิด เนื่องจากมีการทดลองใช้ก่อนการจำหน่ายจริง ค. ผิด เนื่องจากเป็นการส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำความผิด ง. ไม่ผิด เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการดักข้อมูล 2) การแสดงความคิดเห็นต่อผลงานเพลงของศิลปิน ใน YouTube ถือว่าเป็นการยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามข้อใด ก. การนำผลงานนั้นมาเป็นส่วนหนึ่งในงานของตน ลิขสิทธิ์ ข. เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึง ค. การติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึง ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น ง. ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือบุคคลอื่นในครอบครัว 3) พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 บังคับใช้เมื่อพ้นกำหนดกี่วัน ก. 60 วัน ข. 120 วัน ค. 180 วัน ง. 200 วัน 4) พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 ให้ไว้ ณ วันที่ เท่าไร ก. วันที่ 23 มกราคม 2560 ข. วันที่ 24 มกราคม 2560 ค. วันที่ 25 มกราคม 2560 ง. วันที่ 26 มกราคม 2560 5) พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มีกี่มาตรา ก. 10 มาตรา ข. 20 มาตรา ค. 30 มาตรา ง. 40 มาตรา


เฉลยคำตอบ วิชา อาชญากรรมบนโลกออนไลน์ ใบงานที่ 1 เรื่อง อาชญากรรมบนโลกออนไลน์ ข้อ 1 อาชญากรรมออนไลน์ หมายถึง อาชญากรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และเครือข่ายคอมพิวเตอร์อาชญากรรม บนอินเทอร์เน็ตก็เป็นอีกคำหนึ่งซึ่งหมายถึงการแสวงหาผลประโยชน์อย่างผิดกฎหมายบนอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ นั้นอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมหรืออาจตกเป็นเป้าหมายของการกระทำก็ได้ ข้อ 2 ประภทของอาชญากรรมออนไลน์แบ่งออกได้ 7 ประเภท ดังนี้ 1. กลุ่มหัดใหม่ (Novice) 2. กลุ่มจิตวิปริต (Deranged Person) 3. กลุ่มที่ประกอบอาชญากรรมในลักษณะองค์กร (Organized Crime) 4. กลุ่มมืออาชีพ (Career Criminal) 5. กลุ่มหัวพัฒนา (Con Artist) 6. กลุ่มช่างคิดช่างฝัน (deologues) 7. กลุ่ม Hacker / Cracker ข้อ 3 การนำผลผลิตทางปัญญาของผู้อื่นมาใช้โดยไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าของหรือไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าของ เช่น การ ก๊อปปี้หนัง การก๊อปปี้เพลง การก๊อปปี้โปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ครองสิทธิ์


สัปดาห์ที่ 9 แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ครั้งที่3 / 7 จำนวน 6 ชั่วโมง รายวิชา วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (.รหัส พต21001) สาระความรู้พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1/2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้/จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ มีความรู้ ความ เข้าใจ ทักษะ และ เจตคติเกี่ยวกับ ภาษาท่าทาง การ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคที่ ซับซ้อนใน ชีวิตประจำวัน และ งานอาชีพของตนได้ ถูกต้องตามหลัก ภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของ เจ้าของภาษา 1. ผู้เรียนสามารถ ใช้ภาษาอังกฤษใน การแสดงความรู้สึก (ดีใจ/เสียใจ/ เข้าใจ/ไม่พอใจ/ให้ กาลังใจ/สนใจ/ไม่ สนใจ) (พบกลุ่ม/กรต.) - ผูเรียนใช ภาษาอังกฤษในการ แสดงความรูสึกใน สถานการณตาง ๆ ไดเชน ดีใจ เสียใจ เขาใจ พอใจ ไม พอใจ การให กําลังใจ ความสนใจ และไมสนใจเปนตน 1. แบบทดสอบ 2. ใบงาน 3. ใบความรู้ การ แสดงความรู้สึก ต่างๆ (Expression of feeling) 4. หนังสือเรียน สาระความรู้พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น ตรวจ - ใบงานของผู้เรียน - การสังเกต พฤติกรรมการอ่าน และการมีส่วนร่วม ในกระบวนการ กลุ่ม - จากผลงาน อื่นๆ 2. ผู้เรียนสามารถ เข้าใจและ ใช้ภาษา ใช้ภาษาอังกฤษใน การแสดงความรู้สึก (ดีใจ/เสียใจ/ เข้าใจ/ไม่พอใจ/ให้ -รู้และ สามารถ ใช้ ภาษาอังกฤษในการ แสดงความรู้สึก (ดี ใจ/เสียใจ/เข้าใจ/ ไม่พอใจ/ให้กาลัง ใจ/สนใจ/ไม่สนใจ) วิชา วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน หน่วยการเรียนรู้ที่1 เรื่อง การพูดแสดงความรู้สึกต่าง ๆ. เวลา 3 ชั่วโมง (พบกลุ่ม 6 ชม. กรต 15 ชม.)


มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ กาลังใจ/สนใจ/ไม่ สนใจ) (พบกลุ่ม/กรต.) 2. สาระสำคัญ การติดตอสนทนาสื่อสารระหวางบุคคลในสถานการณตาง ๆ จะมีหลากหลายอารมณ เชน ดีใจ เสียใจ เขาใจ พอใจ ไม พอใจ การใหกําลังใจ ความสนใจและไมสนใจ เปนตน 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (K) ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่อง - ผู้เรียนมีความรู้และเข้าใจในการแสดงความรูสึกในสถานการณตาง ๆ ไดเชน ดีใจ เสียใจ เขาใจ พอใจ ไมพอใจ การ ใหกําลังใจ ความสนใจ และไมสนใจเปนตน 3.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) - ผู้เรียนฝึกการใชภาษาอังกฤษในการแสดงความรูสึกในสถานการณตาง ๆ ไดเชน ดีใจ เสียใจ เขาใจ พอใจ ไมพอใจ การใหกําลังใจ ความสนใจ และไมสนใจในสถานการณ์ต่าง ๆได้ 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) 1. ใฝ่รู้ใฝ่เรียน : มีความตั้งใจ หรือมุ่งมั่น 2. มีวินัย : ส่งงานที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา 3. ขยัน : ทบทวนและทำใบงานอย่างสม่ำเสมอ 4. มีความสามัคคี : มีการช่วยเหลือกันระหว่างเรียน 4. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้( O : orientation ) ( 30 นาที) 1.ครูทักทายผู้เรียนด้วยการ สนทนาเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันเกี่ยวกับ โรคโควิด19 มีความรู้สึก อย่างไร .ให้แสดงความคิดเห็น เป็นประโยคสั้น ๆ หรือคำที่แสดงความรู้สึก เช่น Sorry I'm so sorry. Don't worry. You will be fine Cheer up.


2.ครูชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ในรายวิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน พต 21001 ขั้นที่ 2 การแสวงหาข้อมูลและจัดการเรียนรู้ 1. ครู อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง การแสดงความรู้สึกต่างๆ (Expression of feeling) คำ วลี ประโยค บท สนทนาที่แสดงอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ 1.1 พอใจ/ไม่พอใจ pleasant / unpleasant 1.2 สนใจ/ไม่สนใจ I am not interested / I don't care 1.3 ให้กาลังใจ/เห็นใจ/ปลอบใจ Take it easy. / Well done./ You will be fine. 1.2 การอ่านออกเสียงประโยคต่าง ๆ ( ฝึกอ่าน ) Congratulations onyour success to pass the exam! I'm so pleased to see you. How wonderful! 1.3 ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต / แหล่งเรียนรู้ คำศัพท์สำนวน ประโยคและคำ วลี บทสนทนาที่ แสดงอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ ให้นักศึกษาสแกน QR code ศึกษาเกี่ยวกับประโยคที่แสดง ความรู้สึก 3.ครูให้ผู้เรียนทำแบบฝึก และเฉลยพร้อมกันในชั้นเรียน ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation ) ( 60 นาที) 1. ครูอธิบายเพิ่มเติม และนำสรุปองค์ความรู้เรื่อง การใช้ภาษาในการแสดงความรู้สึก 2. ครูและผู้เรียนตอบข้อซักถามร่วมกันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3. ครูให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม - หนังสือเรียนสาระความรู้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ ( E : Evaluation ) ( 30 นาที) 4.1 ครูมอบหมายให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 4.2 ครูสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกลุ่มของผู้เรียน ในการตอบคำถาม และการร่วมเล่นเกมส์กันเพื่อนในชั้นเรียน 4.3 ครูประเมินการนำเสนองานหน้าชั้นเรียน


4.4 ครูวัดและประเมินผู้เรียนจากแบบทดสอบการอ่าน 5. สื่อการสอน 5.1. แบบทดสอบ 5.2. ใบงาน 5.3. ใบความรู้ความรู้ การแสดงความรู้สึกต่างๆ (Expression of feelin 5.4. หนังสือเรียนสาระความรู้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น 6. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่/แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. 6.1 กศน.ตำบล 6.2 ห้องสมุดประชาชน 6.3 การสืบค้นจากอินเตอร์เน็ต ใน กศน.ตำบล 7. การวัดและประเมินผล 7.1 วิธีการวัดและประเมินผล จากการทำแบบทดสอบ 7.2 เครื่องมือ - ใบงาน / ใบความรู้ - แบบสังเกตพฤติกรรม 7.3 เกณฑ์การประเมิน ผู้เรียนทำใบงานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 7.4 ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน /ร่องรอยแสดงความรู้) ลงชื่อ....................................................ครูผู้สอน (...นางภรณี เลาวกุล ......) ตำแหน่ง....ครูกศน.ตำบล


ใบความรู้ เรื่อง การแสดงความรู้สึกต่างๆ (Expression of feeling) คำแนะนำในการใช้นำประโยคในตารางต่อไปนี้ (Vocabulary)+Question+ Responses/Answer = Situation การแสดงความรู้สึกต่างๆ Vocabulary Question Responses/Answer Situation การแสดงความรู้สึกต่างๆ


(Expression of feeling) พอใจ - Good. - Fine! - Very good! - Great! - How wonderful! - I like it. -That’s good. -That’s great. ไม่พอใจ - How awful! - What a shame! - What a pity! สนใจ - How interesting! -That’s a good idea. - What a good idea. - I’m interested in………. - Don’t care ( about )... - I have no ideas. - - Thank you very much. - Oh! Really ? - I’m glad you like it. - I was delighted to hear that. -That’s too bad. - That’s terrible. - That’s awful. Example:Conversation Dara:I bought you a necktie. Jack: What colour is it? Dara:It’s grey.Let’s see. Jack:Oh! How beautiful! Dara:I’m glad you like it. Jack:Thank you very much. Dara:You’re welcome. Example:Conversation Dara:What are you doing? Jack: I’m cooking curry.Let’s teste. Dara:How awful! It’s too saity and spicy. Jack:Really? I’m so sorry. Dara:Don’t mention it Example:Conversation Dara:I’ll have a long vacation next week. Jack: How interesting! Dara:What about going on a picnic?


Jack:That’s good idea.


ใบงาน Exercize : สำนวนภาษาที่ใช้แสดงความรู้สึก (Expression of feeling) Exercise 1 Fill in the blanks with suitable expressions given. - Good idea - How wonderful! - I enjoy it very much - How awful. - I don’t like it at all. - I had terrible day. 1. A : Hi, Meata. How are you today? B : Oh. ………………………………………….. A : What’s the matter? 2. A : I bake a cake today. Would you like some? B : ………………………………. Thanks a lot. 3. A : I buy Spinach with cheese for 2. Would you need one? B : Oh, no. ………………………………………. 4. A : I will go to Ann’s house party tonight. Wii you go together with me? B : Oh, yes. It’s……………………………… - That’s interesting. - Really? - Wow… - I have no idea. - I’m bored. - I’m not interested in it. 5. A : I will let you borrow book, Harry Potter. B : …………………… A : Sure. 6. A : Where will you go on a long weekend?


B : …………………………. - Cheer up - Go on - Go for it - it’s pity! - I’m sorry to hear that. - that’s too bad. - Relax! - take it easy. - Calm down. 7. A : I’m going to win the football match tomorrow. B : ………………………….. 8. A : My brother is really sick. B : ………………………………. 9. A : I feel very angry with my sister. B : …………………………… Exercize 1. I had terrible day. 2. How wonderful! 3. I don’t like it at all. 4. Good idea 5. Really? 6. I have no idea. 7. Go for it 8. I’m sorry to hear that. 9. Calm down.


ใบงาน เรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง (How about the movie?) Exercise 1 Fill in the blank with verb "like" to make affirmative sentences. 1. I ……………………… a cat. 2. I ……………………… a mango. 3. I ……………………… to dance. 4. I …………..………… music. 5. I ……………………… to listen to the radio. Exercise 2 Change the Affirmative Sentence from Exercise 1 into Negative Sentences. 1. I …………….………… a cat. 2. I ……………………… a mango. 3. I ……………………… to dance. 4. I …………..……..……. music. 5. I ………………………. to listen to the radio. Exercise 3 Fill in the blank with the word pleased or unpleasant. 1. I am……………………….. to meet you today. 2. I am……………………….. to hear that. 3. I am……………………….. to see you. 4. The present you gave me makes me ………………………… . 5. The movie is so bored, it makes me…………………………… .


Exercize 2 ให้ผู้เรียนศึกษาประโยคที่ใช้ในการแสดงความคิดเห็นในรูปแบบต่าง ๆ แล้วฝึกออกเสียงและเขียน แล้วนำไปใช้ใน สถานการณ์จริง โดยให้เขียนคำตอบในช่องว่างตามที่กำหนด 1. A : I think the weather in Bangkok is getting hotter. What do you think? B : ___________________________________________ (กรณีเห็นด้วย) __________________________________________ (กรณีไม่เห็นด้วย) 2. A : __________________________________________(เสนอความช่วยเหลือ) B : Yes, I’m looking for a shirt. 3. A : __________________________________________(การพูดอนุญาตเข้าชั้นเรียน) B : O.K. 4. A : __________________________________________(การพูดขอยืมสิ่งของ) B : It’s my pleasure. 5. Suda steps on Somchai’s foot. What would she say?


_____________________________________________________ เฉลย Exercize 2 1. A : I think the weather in Bangkok is getting hotter. What do you think? B : - I think so. (กรณีเห็นด้วย) - I agree with you. - I don’t agree with you. (กรณีไม่เห็นด้วย) 2. A : - What can I do for you? , (เสนอความช่วยเหลือ) - May I help you? - Can I help you? B : Yes, I’m looking for a shirt. 3. A : May I come in? (การพูดอนุญาตเข้าชั้นเรียน)


B : O.K. 4. A : May I borrow your English book? (การพูดขอยืมสิ่งของ) B : It’s my pleasure. 5. Suda steps on Somchai’s foot. What would she say? I’m sorry/ I’m so really sorry แบบสังเกตพฤติกรรม เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินทักษะการอ่าน 1. การอ่านคำศัพท์ แบบบันทึกการประเมินการอ่านคำศัพท์ เลขที่ ประเด็น/คะแนน ชื่อ - สกุล ความถูกต้อง ความ คล่องแคล่ว การแสดงท่าทาง/ น้ำเสียงประกอบการ อ่าน รวม คะแนน 8 8 4 20


1 ลงชื่อ.........................................................ผู้ประเมิน (................................................................) วันที่..........เดือน.................................พ.ศ. ................. ระดับ คะแนน ประเด็น การประเมิน กณฑ์การให้คะแนน น้ำหนัก/ ความสำคัญ คะแนน รวม 4 3 2 1


ความถูกต้อง ออกเสียง คำศัพท์และ ประโยคได้ ถูกต้องตามหลัก การออกเสียง ออกเสียงเน้น หนักในคำ/ ประโยคอย่าง สมบูรณ์ ออกเสียง คำศัพท์และ ประโยคได้ ถูกต้องตาม หลักการออก เสียงมีเสียง เน้นหนักในคำ/ ประโยคเป็น ส่วนใหญ่ ออกเสียง คำศัพท์และ ประโยคได้ ถูกต้องเป็น ส่วนใหญ่ ขาดการออก เสียงเน้นหนัก ออกเสียงคำ/ ประโยคผิด หลักการออก เสียงทำให้ สื่อสารไม่ได้ 8 ความคล่องแคล่ว พูดต่อเนื่อง ไม่ติดขัด พูดชัดเจน ทำให้สื่อสารได้ พูดตะกุก ตะกักบ้าง แต่ ยังพอสื่อสารได้ พูดเป็นคำๆ หยุดเป็นช่วงๆ เพื่อทำให้ สื่อสารได้ไม่ ชัดเจน พูดได้บางคำ ทำให้สื่อ ความหมาย ไม่ได้ 8 การแสดงท่าทาง/ น้ำเสียงประกอบ การพูด แสดงท่าทาง และพูดด้วย น้ำเสียง เหมาะสมกับบท บรรยาย พูดด้วยน้ำเสียง เหมาะสมกับ บทบรรยาย แต่ไม่มีท่าทาง ประกอบ พูดเหมือนอ่าน ไม่เป็นธรรมชาติ ขาดความ น่าสนใจ พูดได้น้อยมาก 4 รวม 20


แบบสังเกตพฤติกรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน คำชี้แจง : ให้ครูสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนแล้วขีด ลงในช่องว่างที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ – สกุล ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีวินัย ขยัน มีความสามัคคี มีน้ำใจ มีความ รับผิดชอบ รวม 12 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ ประเด็นการสังเกต เกณฑ์การให้คะแนน ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน : ดูจากศึกษาใบความรู้จากแบบเรียน 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง มีวินัย : ดูจากทำงานตามที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ขยัน : ดูจากการทำใบงานและทำกิจกรรมกลุ่ม 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง มีความสามัคคี มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบ 3 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ 2 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 1 คะแนน : ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 9 ดี 8 - 4 พอใช้ ต่ำกว่า 4 ปรับปรุง


แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม กลุ่ม .......................................................................................................... สมาชิกในกลุ่ม 1. ...................................................................... 2. ...................................................................... 3. ...................................................................... พฤติกรรมที่สังเกต คะแนน 3 2 1 1. การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น 2. มีความกระตือรือร้นในการทำงาน 3. รับผิดชอบในงานที่ได้รับมอบหมาย 4. มีขั้นตอนในการทำงานอย่างเป็นระบบ 5. ใช้เวลาในการทำงานอย่างเหมาะสม รวม เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ทำเป็นบางครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ทำน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 13-15 ดี 8-12 ปานกลาง 5-7 ปรับปรุง


\ ใบงาน กรต. (จำนวน 15 ชั่วโมง ) ให้ผู้เรียนศึกษาใบงาน และนำกลับไปศึกษา ( นำกลับมาส่งพร้อมอ่านในการพบกลุ่มครั้งต่อไป / รูปแบบออนไลน์ ส่ง เข้าห้องเรียนกลุ่มไลน์ / Facebook ) ##### ศึกษาจากหนังสือแบบเรียน ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น##### เรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง (How about the movie?) ในการสนทนาโดยทั่วไป เมื่อมีการพูดคุยสอบถามเรื่องต่าง ๆ แล้ว การแสดงความชอบ ความไม่ชอบ หรือความพึง พอใจ ความไม่พึงพอใจ เป็นเรื่องธรรมดาและสามารถพบเห็นได้โดยทั่วไป คำศัพท์ที่ใช้แสดงอากัปกริยาดังกล่าว ข้างต้น จะประกอบด้วยคำต่อไปนี้ like = ชอบ dislike = ไม่ชอบ pleasant = พึงพอใจ pleased =พึงพอใจ unpleasant = ไม่พึงพอใจ กรณีที่เราชอบ จะใช้ในรูปประโยคบอกเล่า ยกตัวอย่างเช่น I like seafood. ฉันชอบอาหารทะเล I like to walk to school. ฉันชอบเดินไปโรงเรียน I like dogs. ฉันชอบสุนัข ในกรณีที่เราไม่ชอบ สามารถเขียนรูปประโยคเป็นประโยคปฏิเสธ โดยใช้Verb to do มาวางไว้หลังประธาน ตามด้วย not นาหน้ากริยาแท้ยกตัวอย่าง เช่น I don't like seafood. ฉันไม่ชอบอาหารทะเล I don't like to walk to school. ฉันไม่ชอบเดินไปโรงเรียน I don't like dogs. ฉันไม่ชอบสุนัข และสามารถใช้คาว่า dis ซึ่งเป็นอุปสรรค (prefix) เติมหน้าคำกริยาแท้เพื่อทำเป็น ประโยคปฏิเสธได้เช่นกัน เช่น I dislike seafood. ฉันไม่ชอบอาหารทะเล I dislike to walk to school. ฉันไม่ชอบเดินไปโรงเรียน


I dislike dogs. ฉันไม่ชอบสุนัข นอกจากนั้น ยังมีสำนวนที่มักใช้ในการแสดงความรู้สึกพอใจและไม่พอใจอีกหลายสำนวน เช่น That's great! ยอดเยี่ยมจริงๆ That is bad. แย่จริง How wonderful! วิเศษมาก How awful! แย่มาก I am so pleased to hear that ฉันดีใจที่ได้ทราบเรื่องนี้ I am afraid I don't like it. ฉันคิดว่าฉันไม่ชอบ I love it./I enjoy it./I like it. ฉันชอบมัน I am disappointed to see that. ฉันผิดหวังที่เห็นเช่นนั้น ยกตัวอย่างเช่น ในสถานการณ์ต่อไปนี้ Situation 1 Suda : What do you think about the movie? Malee : I don't like it, it make me unpleasant. And you? Suda : Wow! For me, I think it's wonderful. I'm so pleased with this movie. Situation 2 Mana : How is the movie? Wichai : Well, it's O.K. How about your opinion? Mana : It's a little bit fantasied. It's good for children. Wichai : I agree. สุดากับมาลีไปดูภาพยนตร์ด้วยกัน สุดาชอบภาพยนตร์เรื่องนี้มาก เธอดูด้วยความสนุกสนาน และพอใจกับเงินและ เวลาที่เสียไป ซึ่งแตกต่างกับมาลีซึ่งไม่พอใจกับภาพยนตร์เรื่องนี้เลย สุดาและมาลีสามารถใช้สำนวนต่อไปนี้ในการพูด ได้ Suda : I'm so pleased with this movie./This movie makes me pleasant. Malee : I'm not pleased with this movie./This movie makes me unpleasant. ส่วนสถานการณ์ที่ 2 มานะและวิชัย ไปดูภาพยนตร์ด้วยกัน เมื่อภาพยนตร์จบ มานะก็ถามวิชัยว่าเป็นอย่างไรบ้าง วิชัย ตอบว่าใช้ได้แต่มานะตอบว่าเป็นเรื่องจินตนาการมากไปหน่อย เหมาะสำหรับเด็ก ซึ่งมานะก็เห็นด้วย ผู้เรียนจะเห็นว่า การถามความคิดเห็นจะใช้สำนวนว่า What do you think about……………………..? คุณคิดว่า........................เป็นอย่างไร


What is your opinion about …………………? คุณมีความเห็นเกี่ยวกับ.............................ว่าอย่างไร How is (are)………………………………….? …………………………..เป็นอย่างไรบ้าง ( นำกลับมาส่งพร้อมอ่านในการพบกลุ่มครั้งต่อไป / รูปแบบออนไลน์ ส่งเข้าห้องเรียนกลุ่มไลน์ / Facebook ##### ศึกษาจากหนังสือแบบเรียน ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น##### สัปดาห์ที่ 10 แผนการเรียนรู้ วิชา ทักษะการเรียนรู้ ครั้งที่ 4 แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 4 จำนวน 6 ชั่วโมง รายวิชา ทักษะการเรียนรู้ (รหัส ทร 21001 ) สาระทักษะการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1/2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้/จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์ การเรียนรู้ สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ 1. ความสามารถใน การศึกษา เลือกสรร จัดเก็บ และการวิเคราะห์ 1. อธิบายได้ถึง ความเชื่อพื้นฐาน ทางการศึกษา ผู้ใหญ่/กศน.และ 1. ผู้เรียนอธิบายความเชื่อ พื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่/ การศึกษานอกระบบ 5 ประการโดยสรุปได้ - ใบงาน - กิจกรรมท้าย เรื่อง -จากการตอบ คำถาม การตรวจใบ งาน/กิจกรรม วิชา ทักษะการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การคิดเป็น เวลา 34 ชั่วโมง (พบกลุ่ม 6 ชม. กรต 28 ชม.)


มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์ การเรียนรู้ สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ สังเคราะห์ข้อมูลทั้ง สามประการ และ การใช้เทคนิคใน การฝึกทักษะ การ คิดเป็น เพื่อใช้ ประกอบการ ตัดสินใจแก้ปัญหา เชื่อมโยงมาสู่ กระบวนการคิด เป็นและระบบคิด การแก้ปัญหา (พบ กลุ่ม/กรต.) 2. อธิบายลักษณะ ของข้อมูลวิชาการ วิชาการ ตนเอง และสังคม สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการ เปรียบเทียบ เพื่อให้เห็นความ แตกต่างของข้อมูล ทั้ง 3 ประการ (พบกลุ่ม/กรต.) 3. อธิบายถึงการ ฝึกปฏิบัติการคิด เป็นจากกรณี ตัวอย่างถึง กระบวนการคิด การแก้ปัญหา อย่างคนคิดเป็น (พบกลุ่ม/กรต.) 2.ผู้เรียน สามารถอธิบาย ลักษณะของข้อมูลวิชาการ วิชาการ ตนเองและสังคม สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการ เปรียบเทียบเพื่อให้เห็นความ แตกต่างของข้อมูลทั้ง 3 ประการ ได้ 3. ผู้เรียนอธิบายกระบวนการ คิดการแก้ปัญหาอย่างคนคิด เป็นในรายละเอียดพร้อม ตัวอย่างการนำไปใช้ในวิถีการ ดำเนินชีวิตจริงได้ - แบบทดสอบ หลังเรียน 2. สาระสำคัญ ทบทวนทำความเข้าใจกับความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่ และเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่องของการคิด เป็น กระบวนการแก้ปัญหาของคนคิดเป็นและปรัชญาคิดเป็น ศึกษาวิเคราะห์ลักษณะของข้อมูลทั้งค้านวิชาการ


ตนเอง และสังคม สิ่งแวดล้อม รวมทั้งเทคนิคการเก็บข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการเลือกเก็บข้อมูลดังกล่าวมาใช้ ประกอบการคิดตัดสินใจอย่างคนคิดเป็น 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (K) 1. อธิบายได้ถึง ความเชื่อพื้นฐานทางการศึกษาผู้ใหญ่/กศน.ได้ 2. อธิบายลักษณะของข้อมูลวิชาการวิชาการ ตนเองและสังคมสิ่งแวดล้อมได้ 3. อธิบายการฝึกปฏิบัติการคิดเป็นจากกรณีตัวอย่างได้ 3.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) 1.สามารถเชื่อมโยงมาสู่กระบวนการคิดเป็นและระบบคิดการแก้ปัญหาได้ 2.สามารถเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของข้อมูลทั้ง 3 ประการได้ 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) 1. มีความตั้งใจฟัง และปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายอย่างกระตือรือร้น 4. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้( O : orientation ) ( 30 นาที) 1. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบเพื่อให้ผู้เรียนรู้ว่าต้องเรียนเรื่องอะไร 2. ครูแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็น 2 – 3 กลุ่มย่อย ให้ผู้เรียนแข่งกันตอบคำถาม ใครคือคนร้าย ในคลิป “13 ปริศนาลับสมอง คนอัจฉริยะเท่านั้นถึงจะหาคำตอบได้ | เกมนักสืบ | ใครคือฆาตกร?” กลุ่มไหนตอบถูกมากที่สุด เป็นผู้ชนะ แล้วจึงนำเข้าสู่บทเรียนการคิดเป็น ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ ครูชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบ ผ่านกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้( N : new way of learning ) ( 150 นาที) 1. ครูและผู้เรียนร่วมกันเสนอกรณีตัวอย่าง การตัดสินใจด้วยกระบวนการคิดเป็น และร่วมกัน รวบรวมข้อมูลทั้ง 3 ด้าน บันทึกลงไว้ในแบบฟอร์มจำแนกข้อมูล จากนั้นให้ช่วยกันฝึกการวิเคราะห์และสังเคราะห์ ข้อมูล กำหนดทางเลือกในการตัดสินใจ 2 – 3 ทางเลือกที่เหมาะสมและเป็นไปได้ แล้วเลือก 1 ทางเลือกในการ ตัดสินใจ ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจลงในแบบฟอร์มที่กำหนด 2. ครูกับผู้เรียนศึกษากรณีตัวอย่าง เรื่อง “สู้ไหม” แล้วร่วมกันถกแถลงอภิปรายถึงเหตุผลที่ใช้ในการ ตัดสินใจแก้ปัญหาวิกฤติตามประเด็นที่กำหนดให้ ครูและผู้เรียนร่วมกันบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึก หรือฝึก ปฏิบัติการจำแนกข้อมูลทั้ง 3 ด้านที่จะนำมาใช้ประกอบการคิด การตัดสินใจ 3. ครูกับผู้เรียนศึกษากรณีตัวอย่างเรื่อง “ส้มกันหนุ่ม” แล้วครูกับผู้เรียนร่วมกันถกแถลงถึงเหตุผลที่ ใช้ในการตัดสินใจแก้ปัญหาวิกฤติตามประเด็นที่กำหนดให้ ครูและผู้เรียนร่วมกันบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึกเพื่อฝึก ปฏิบัติการจำแนกข้อมูลทั้ง 3 ด้าน ที่จะนำมาใช้ประกอบการคิด การตัดสินใจ แก้ปัญหา ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ ครูบรรยายให้ความรู้ตามหัวข้อข้างต้น ผ่านการไลฟ์สดหรืออัดวีดิโอสอน ผ่าน กลุ่มห้องเรียนออนไลน์พร้อมส่งกรณีศึกษาให้ผู้เรียนได้ร่วมฝึกปฏิบัติ ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation ) ( 140 นาที)


ครูสรุปให้ผู้เรียนเข้าใจว่า การคิดการแก้ปัญหาต่าง ๆ ผู้แก้ปัญหาจะมีการนำข้อมูลมาประกอบการ คิดอย่างน้อย 3 ประการ เสมอ คือ ข้อมูลวิชาการ ข้อมูลตนเอง และข้อมูลสังคมสิ่งแวดล้อม อาจมีคนคิดถึงข้อมูลด้าน อื่น ๆ อีกก็ได้ แต่จะมีข้อมูลหลักยืนยัน 3 ประการเสมอ การคิดแก้ปัญหานั้นจึงจะรอบคอบและพอใจ ถ้ายังไม่พอใจก็ ต้องกลับไปคิดถึงปัญหาและข้อมูลที่นำมาคิดแก้ไข พยายามคิดหาข้อมูลเพิ่มเติมแต่ละด้านให้มากขึ้น จนพอเพียงที่จะ ใช้แก้ปัญหาจนพอใจก็ถือว่า การคิดการแก้ปัญหานั้นเสร็จสิ้นด้วยดี ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ ครูอธิบายให้ผู้เรียนเพิ่มเติมผ่านห้องเรียนออนไลน์ ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ ( E : Evaluation ) ( 40 นาที) 1. ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบประเมินผล 2. ครูและผู้เรียนสรุปองค์ความรู้ร่วมกันและมอบหมายให้ผู้เรียนไปทำกิจกรรมหน้า 148-149 กรณี ตัวอย่างฝึกทักษะ และทำใบงาน กรต. (กรต. 28 ชั่วโมง) ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ครูส่งลิ้งค์กูเกิ้ลฟอร์ม แบบทดสอบประเมินผล ให้ผู้เรียนทำแล้วสรุปการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนทราบในห้องเรียนออนไลน์ และมอบหมายให้ผู้เรียนไปศึกษาเพิ่มเติมละทำกิจกรรมดังหัวข้อข้างต้น 5. สื่อการสอน 1.หนังสือแบบเรียนทักษะการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น / หนังสือแบบเรียนทักษะการเรียนรู้ ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น รูปแบบ e-book https://online.pubhtml5.com/hpzd/ucoa/index.html#p=1 2. ใบงาน 3. คลิป“13 ปริศนาลับสมอง คนอัจฉริยะเท่านั้นถึงจะหาคำตอบได้ | เกมนักสืบ | ใครคือฆาตกร?” https://www.youtube.com/watch?v=VQ09XMSU6uI 6. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่ - ไม่มี 7. การวัดและประเมินผล 7.1 วิธีการวัดและประเมินผล จากการตอบคำถาม การตรวจใบงาน/กิจกรรม 7.2 เครื่องมือ - ใบงาน - แบบทดสอบประเมินผล 7.3 เกณฑ์การประเมิน ผู้เรียนทำใบงานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 50 7.4 ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน /ร่องรอยแสดงความรู้) - ใบงาน - แบบทดสอบประเมินผล ใบงานที่1 กรณีตัวอย่าง “สู้ไหม”


ผมตกใจสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อเกิดเสียงเอะอะ พอลืมตาขึ้นมา เห็นทุกคนยืนกันเกือบหมดรถ “ทุกคนนั่งลงอยู่นิ่ง ๆ อย่าเคลื่อนไหวไม่งันยิงตายหมด” เสียงตวาดลั่นออกมาจากปากของเจ้าชายหน้าเหี้ยม คอสั้นที่ยืนอยู่หน้ารถ กำลังใช้ ปืนจ่ออยู่ที่คอของคนขับผมรู้ทันทีว่ารถทัวร์ที่ผมโดยสารคันนี้ถูกเล่นงานโดยเจ้าพวกวายร้ายแน่ หันไปดูด้านหลัง เห็น ไอ้วายร้ายอีกคนหนึ่งถือปืนจังก้าอยู่ผมใช้มืออันสั่นเทาล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง คลำ .38 เห่าไฟของผมซึ่งซื้อ ออกมาจากร้านเมื่อบ่ายนี้เอง นึกในใจว่า “โธ่เพิ่งซื้อเอามายังไม่ทันยิงเลย เพียงใส่ลูกเต็มเท่านั้นเองก็จะถูกคนอื่นเอา ไปเสียแล้ว”เสียงเจ้าตาพองหน้ารถตะโกนขู่บอกคนขับรถ “หยุดรถเดี๋ยวนี้มึงอยากตายโหงหรือไง” ผมนึกในใจว่า เดี๋ยวพอรถหยุดมันคงต้องให้เราลงจากรถแล้วกวาดกันเกลี้ยงตัว แต่ผมต้องแปลกใจแทนที่รถจะหยุดมันกลับยิ่งเร็วขึ้น ทุกทีทุกทียิ่งไปกว่านั้นรถกลับส่ายไปมาเสียด้วย ไอ้พวกมหาโจรเซไปเซมา แต่เจ้าตาพอยังไม่ลดละ แม้จะเซออกไป มันก็กลับวิ่งไปยืนประชิดคนขับอีก พร้อมตะโกนอยู่ตลอดเวลา “หยุดโว้ย หยุด ไอ้นี่กูลงไปได้ละมึง จะเหยียบให้คา ส้นทีเดียว” รถคงตะบึงไปต่อ คนขับบ้าเลือดเสียแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าเขาคิดอย่างไร ขณะนั้นผมกวาดสายตาเห็นผู้ชายที่ นั่งถัดไปทางม้านั่งด้านซ้าย เป็นตำรวจยศจ่ากำลังจ้องเขม็งไปที่ไอ้วายร้ายและถัดไปอีกเป็นชายผมสั้นเกรียนอีก 2 คน ใส่กางเกงสีกากีและสีขี้ม้า ผมเข้าใจว่าคงจะเป็นตำรวจหรือทหารแน่กำลังเอามือล้วง กระเป๋ากางเกงอยู่ทั้งสองคน บรรยากาศตอนนั้นช่างเครียดจริง ๆ ไหนจะกลัวปล้น ถูกยิง ไหนจะกลัวรถคว่ำ ทุกคนเกร็งไปหมด ทุกสิ่งทุกอย่างถึง จุดวิกฤตแล้ว ประเด็น : ท่านจะสู้หรือจะยอม เพราะอะไร .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ข้อมูลเกี่ยวกับสังคมสิ่งแวดล้อม


ใบงานที่2 กรณีตัวอย่างเรื่อง ส้มกับหนุ่ม นักศึกษา กศน. เป็นคนอยู่ในวัยรุ่นวัยทำงานประกอบอาชีพ เพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวเป็นส่วนใหญ่ เป็น คนในวัยที่จะต้องพบกับปัญหาที่ต้องแก้ไขอยู่ตลอดเวลา ยิ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าและหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่มี วันหยุดยั้ง มีทั้งเรื่องดีเจริญก้าวหน้า สะดวกสบาย เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต แต่ในเวลาเดียวกันก็ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้ครอบครัวแตกแยกไม่มีความสุข การศึกษาเล่าเรียนที่ ลอกเรียนจากต่างประเทศทั้งวิชาการและวัฒนธรรมที่แตกต่างโดยไม่มีการปรับให้สอดคล้องกับความเป็นไทย ทำให้ยิ่ง เรียน ยิ่งมีปัญหาชีวิตและสังคม ส้มเป็นนักศึกษา กศน. ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งรู้จัก กับหนุ่มโดยการใช้วิธีแชททางอินเทอร์เน็ต หนุ่มทำงานเป็นพนักงานขายในบริษัท หนุ่มเป็นคนรูปหล่อ เจ้าชู้ มีหญิง สาวมาสนใจหลายคน แต่หนุ่มก็มีท่าทีชอบส้มเป็นพิเศษกว่าคนอื่น คอยมารับส่งสร้างความสนิทสนมกับส้มเป็นพิเศษ แต่ก็ยังไม่เลิกราจากสาว ๆ คนอื่น มีไมตรีให้เห็นอยู่เสมอ ทั้งหนุ่มและส้มคบหากันมาหลายปี เป็นที่รู้เห็นของเพื่อน ๆ ทั้งหนุ่มและส้ม ในระยะหลัง ๆ นี้มีชายหนุ่มจากที่ทำงานของส้มมีฐานะการงานดีมาชอบส้มอีกคน ถึงส้มจะไม่ชอบ เท่าหนุ่ม แต่พอใจในความรักเดียวใจเดียวของเขาอยู่มาก เขาไม่ใช่คนรูปงามแต่เป็นคนนิสัยดีรู้จักเก็บหอมรอบริบ เป็นที่รักและไว้วางใจของเพื่อน ๆ ทุกคน วันหนึ่งหนุ่มมาขอส้มแต่งงาน ส้มมีความรู้สึกลังเลว่าจะยอมรับหนุ่มหรือไม่ ถ้าท่านเป็นส้ม ท่านจะตัดสินใจอย่างไร จะยอมรับแต่งงานกับหนุ่มหรือไม่ เพราะอะไร ให้ท่านระบุข้อมูลทั้ง 3 ประการที่หลากหลายและพอเพียงประกอบการตัดสินใจของท่านลงในแบบฟอร์มที่กำหนดแยกแยะให้เห็นทั้งข้อมูล เชิงปริมาณและคุณภาพ และหากต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ระบุให้ชัดเจนด้วย ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ข้อมูลเกี่ยวกับสังคมสิ่งแวดล้อม


ใบงาน กรต. ใบงาน กรณีตัวอย่างของผู้เรียน ให้ครูและผู้เรียนร่วมกันเสนอกรณีตัวอย่าง การตัดสินใจด้วยกระบวนการคิดเป็น และร่วมกันรวบรวมข้อมูล ทั้ง 3 ด้าน บันทึกลงไว้ในแบบฟอร์มจำแนกข้อมูล จากนั้นให้ช่วยกันฝึกการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล กำหนด ทางเลือกในการตัดสินใจ 2 – 3 ทางเลือกที่เหมาะสมและเป็นไปได้ แล้วเลือก 1 ทางเลือกในการตัดสินใจ ให้เหตุผล ประกอบการตัดสินใจลงในแบบฟอร์มที่กำหนด แบบบันทึกข้อมูล 1. ชื่อ กรณีตัวอย่าง ..................................................................................................................................... 2. สาระของกรณีตัวอย่าง .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................................


.......................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... 3. ข้อมูลที่จำแนกทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านตนเอง และด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ข้อมูลด้านวิชาการ ข้อมูลด้านตนเองข้อมูลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ............................................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................... 4. ทางเลือกที่เสนอเพื่อการพิจารณาตัดสินใจ 1)........................................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................................................... 2)........................................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................................................... 3)........................................................................................................................................................................ ......................................................................................................................................................................................... 5. ทางเลือกที่ตัดสินใจแล้วลงมือปฏิบัติ ............................................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................................


แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. -หนังสือแบบเรียนทักษะการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น / หนังสือแบบเรียนทักษะการเรียนรู้ ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น รูปแบบ e-book https://online.pubhtml5.com/hpzd/ucoa/index.html#p=1 -ห้องสมุดประชาชน


แบบทดสอบหลังเรียน คำชี้แจง: จงเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่จะก่อให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นชุมชน นักปฏิบัติได้ ก. เงิน ข. เวลา ค. สถานที่ /เวที ง. น้ำใจไมตรี 2. ข้อใดคือรูปแบบของการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกัน ก. เวทีไฮปาร์ค ข. เวทีประชาคม ค. เวทีประกวดนักร้อง ง. เวทีจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ 3. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันผ่านทางอินเตอร์เน็ต เรียกว่า ก. เวทีจริง ข. เวทีเสมือน ค. เวทีข้างบ้าน ง. เวทีประลอง 4. ความรู้ในเรื่องใดไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกลุ่มพัฒนา อาชีพ ก. การตลาด ข. การบริหารจัดการ ค. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ง. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค 5. ความรู้เรื่องการบริหารจัดการกลุ่มที่ดี มีความสำคัญ ต่อการพัฒนากลุ่มอย่างไร ก. ทำให้กลุ่มมีผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย ข. ทำให้กลุ่มมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ค. ทำให้กลุ่มมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น ง. ทำให้กลุ่มเข็มแข็งและดำรงอยู่ได้ในชุมชนอย่างยั่งยืน 6. การรวมกลุ่มปฏิบัติจะประสบผลสำเร็จได้ต้องอาศัย ปัจจัยใดบ้าง ก. ผู้นำกลุ่ม ข. พฤติกรรมของคนในกลุ่ม ค. การนำไปใช้ ง. ถูกทุกข้อ 7. ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ คือใคร ก. ผู้ริเริ่มแนวคิดเรื่อง ความเชื่อพื้นฐานของการศึกษา ผู้ใหญ่ ข. ผู้ริเริ่มแนวคิด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ค. ผู้ริเริ่มโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ง. ผู้ริเริ่มโครงการ เรียนฟรี 15 ปี 8. ข้อใดไม่ใช่ความเชื่อพื้นฐานของการศึกษาผู้ใหญ่ ก. คนทุกคนแตกต่างกัน ข. คนทุกคนต้องการความสุข ค. คนทุกคนต้องการความร่ำรวย ง. คนทุกคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน 9. ข้อมูลที่นำมาตัดสินใจในกระบวนการคิดเป็นคือ ข้อมูลด้านใด ก. ข้อมูลตนเอง ข. ข้อมูลวิชาการ ค. ข้อมูลสิ่งแวดล้อม ง. ใช้ข้อมูลทั้ง 3 ด้าน 10. ขั้นตอนใดไม่มีในกระบวนการ “คนคิดเป็น” ก. การสำรวจปัญหา ข. การวิเคราะห์ปัญหา


ค. การตัดสินใจ ง. การสรุปผล สัปดาห์ที่ 11 แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ ครั้งที่4 / 7 จำนวน 6 ชั่วโมง รายวิชา วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (.รหัส พต21001) สาระความรู้พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1/2566 1. มาตรฐานการเรียนรู้/จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ มีความรู้ ความ เข้าใจ ทักษะ และ เจตคติเกี่ยวกับ ภาษาท่าทาง การ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคที่ ซับซ้อนใน ชีวิตประจำวัน และ งานอาชีพของตนได้ ถูกต้องตามหลัก ภาษาวัฒนธรรม 1. ผู้เรียนสามารถ เข้าใจรูปแบบของ ประโยคใน ภาษาอังกฤษ (ประโยคบอกเล่า/ ประโยคคำถาม/ ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำสั่ง/ ประโยคอุทาน) และสามารถ นำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน (พบกลุ่ม/กรต.) -มีความรู้ และ ความเข้าใจ นำ ประโยคใน ภาษาอังกฤษไป ใช้ได้ (ประโยค บอกเล่า/ประโยค คำถาม/ประโยค ปฏิเสธ ประโยค คำสั่ง/ ประโยค อุทาน) และ สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน 1. แบบทดสอบ 2. ใบงาน 3. ใบความรู้ เรื่อง ประโยค คำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How ประโยคคำถาม (Question sentence) ตรวจ - ใบงานของผู้เรียน - การสังเกต พฤติกรรมการอ่าน และการมีส่วนร่วม ในกระบวนการ กลุ่ม - จากผลงาน อื่นๆ วิชา วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน หน่วยการเรียนรู้ที่1 เรื่อง ประโยคต่างๆในภาษาอังกฤษ ...เวลา 3 ชั่วโมง (พบกลุ่ม 6 ชม. กรต 15 ชม.)


มาตรฐานการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้สู่ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมือ วิธีการ และกาลเทศะของ เจ้าของภาษา 2. ผู้เรียนสามารถ เข้าใจและ ใช้ภาษา ผู้เรียนสามารถ เข้าใจลักษณะของ ประโยคใน ภาษาอังกฤษตาม วัตถุประสงค์ของ การใช้ได้แก่ ประโยค บอกเล่า ประโยค คำถาม ประโยค ปฏิเสธ ประโยคคำ สั่ง ประโยคอุทาน และ สามารถ นำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ รวมทั้งทราบ ลักษณะของ ประโยคความรวม (Compound Sentence) ประโยคคำถามการ ใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How (พบกลุ่ม/กรต.) -รู้และ สามารถ เข้าใจลักษณะของ ประโยคใน ภาษาอังกฤษตาม วัตถุประสงค์ของ การใช้ได้แก่ ประโยค บอกเล่า ประโยค คำถาม ประโยค ปฏิเสธ ประโยคคา สั่ง ประโยคอุทาน และ สามารถ นำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ รวมทั้งทราบ ลักษณะของ ประโยคความรวม (Compound Sentence) ประโยคคำถามการ ใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 4. หนังสือเรียน สาระความรู้พื้นฐาน วิชาภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น 2. สาระสำคัญ การสื่อสารภาษาอังกฤษจะเน้น ทักษะทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียน การฟัง การพูด การอ่านและการ เขียนที่ดีจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้แบบแผนทางไวยากรณ์ที่ถูกต้อง เช่น การใช้Tense (กาล) Adverb of Time


(วิเศษณ์บอกเวลา) เป็นต้น จะช่วยให้สามารถสื่อสาร เรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รูปแบบประโยคใน ภาษาอังกฤษ (Type of English Sentence) ที่ใช้ในการฟัง พูด อ่าน เขียน สามารถแบ่งตามวัตถุประสงค์ของการ ใช้ได้5 ชนิด และแบ่งตามหลักไวยากรณ์ได้ 4 ประเภท 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ (K) ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่อง ผู้เรียนมีความรู้และเข้าใจ ลักษณะของประโยคในภาษาอังกฤษตามวัตถุประสงค์ของ การใช้ได้แก่ ประโยค บอกเล่า ประโยคคำถาม ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำ สั่ง ประโยคอุทานและ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ รวมทั้งทราบ ลักษณะของประโยคความรวม(Compound Sentence) ประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 3.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P) ผู้เรียนสามารถใช้ประโยคในภาษาอังกฤษตามวัตถุประสงค์ของ การใช้ได้แก่ ประโยค บอกเล่า ประโยคคำถาม ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำ สั่ง ประโยคอุทานและ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ รวมทั้งทราบลักษณะของ ประโยคความรวม(Compound Sentence) ประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) 1. ใฝ่รู้ใฝ่เรียน : มีความตั้งใจ หรือมุ่งมั่น 2. มีวินัย : ส่งงานที่ครูมอบหมายได้ทันเวลา 3. ขยัน : ทบทวนและทำใบงานอย่างสม่ำเสมอ 4. มีความสามัคคี : มีการช่วยเหลือกันระหว่างเรียน 4. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้( O : orientation ) ( 30 นาที) 1.ครูทักทายผู้เรียน พูดคุยสนทนาเกี่ยวกับการสอบถามข้อมูลส่วนตัวของผู้เรียน ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง เกี่ยวกับประโยคคำถามในสถานการณ์ต่างๆ มีความสำคัญสำหรับบุคคลแต่ละบุคคลเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นสร้าง ความรู้จักกับเพื่อนชาวต่างชาติ ดังนั้น ถ้าหากท่านได้รับมอบหมายให้พูดสนทนา กับบุคคลต่างชาติ ท่านคิดว่าจะต้อง ใช้ประโยคคำถาม การพูดสนทนาโต้ตอบอย่างไรบ้าง โดยใช้ประโยคคำถามดังต่อไปนี้ Where do you live? / What are you reading? / When will you go home?/ Who is that man?/ Why do you go to To buy a book. I go to the book the book store?


2.ครูชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ในรายวิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน พต 21001 ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ ครูกล่าวทักทายผู้เรียนผ่านทางกลุ่มห้องเรียนออนไลน์ แจ้งรายวิชาที่เรียน หน่วยการ เรียนรู้และจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบ แล้วดำเนินการพูดคุยกับผู้เรียนในเนื้อหาตามขั้นตอนข้างต้น ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้( N : new way of learning ) ( 60 นาที) 1. ครู อธิบายพร้อมยกตัวอย่าง รูปแบบประโยคในภาษาอังกฤษต่างๆ เช่น Where do you live? / What are you reading? / When will you go home?/ 2. การพูดแสดงความคิดรูปแบบต่าง ๆ (Expression of opinions, ideas / wishes /offering helps, etc.) 3. แบ่งกลุ่มผู้เรียนกลุ่มละ 4 คน ศึกษาค้นคว้าจากใบความรู้ และสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ต / แหล่งเรียนรู้ เกี่ยวกับประโยคคำถาม คำที่ใช้ในการตั้งคำถาม ได้แก่ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 4. ผู้เรียนค้นคว้าตัวอย่างประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How การ อ่านออกเสียงประโยคต่าง ๆ ( ฝึกอ่าน ) ขั้นตอนการสอนแบบออนไลน์ ให้นักศึกษาสแกน QR code ศึกษาเกี่ยวกับประโยคที่แสดง ความรู้สึก / ครูให้ผู้เรียนทำแบบฝึก และเฉลยพร้อมกันในชั้นเรียน ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I : Implementation ) ( 60 นาที) 1. ครูอธิบายเพิ่มเติม และนำสรุปองค์ความรู้เรื่อง การใช้Who, When, Where, Why, What, Whom, How Tense (กาล) Adverb of Time (วิเศษณ์บอกเวลา) 2. ครูและผู้เรียนตอบข้อซักถามร่วมกันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3. ครูให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม - หนังสือเรียนสาระความรู้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น ขั้นที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ ( E : Evaluation ) ( 30 นาที) 4.1 ครูมอบหมายให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 4.2 ครูสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกลุ่มของผู้เรียน ในการตอบคำถาม และการร่วมเล่นเกมส์กันเพื่อนในชั้นเรียน 4.3 ครูประเมินการนำเสนองานหน้าชั้นเรียน


4.4 ครูวัดและประเมินผู้เรียนจากแบบทดสอบการอ่าน 5. สื่อการสอน 5.1. แบบทดสอบ 5.2. ใบงาน 5.3. ใบความรู้ประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How ประโยคคำถาม (Question sentence) 5.4. หนังสือเรียนสาระความรู้พื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน มัธยมศึกษาตอนต้น 6. แหล่งเรียนรู้ในหรือนอกสถานที่/แหล่งเรียนรู้สำหรับ กรต. 6.1 กศน.ตำบล 6.2 ห้องสมุดประชาชน 6.3 การสืบค้นจากอินเตอร์เน็ต ใน กศน.ตำบล 7. การวัดและประเมินผล 7.1 วิธีการวัดและประเมินผล จากการทำแบบทดสอบ 7.2 เครื่องมือ - ใบงาน / ใบความรู้ - แบบสังเกตพฤติกรรม 7.3 เกณฑ์การประเมิน ผู้เรียนทำใบงานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 7.4 ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน /ร่องรอยแสดงความรู้) ลงชื่อ....................................................ครูผู้สอน (...นางภรณี เลาวกุล ......) ตำแหน่ง....ครูกศน.ตำบล ใบความรู้ เรื่องประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How ประโยคคำถาม (Question sentence) เป็นประโยคที่ใช้ถามเพื่อต้องการคำตอบจาก ผู้ที่เราสนทนาด้วย ประโยคคำถามมี4 ชนิด คือ (1) ประโยคคำถามที่ขึ้นต้นด้วยกริยาช่วย (Yes-no question) เป็นประโยคที่ต้องการคำตอบว่า yes (ใช่) หรือ no (ไม่ใช่) เท่านั้น ประโยคคำถามประเภทนี้ต้องขึ้นต้นประโยคด้วยกริยาช่วย (Yes-no question) เป็นประโยคที่


ต้องการคำตอบว่า yes (ใช่) หรือ no (ไม่ใช่) เท่านั้น ประโยคคำถามประเภทนี้ต้องขึ้นต้นประโยคด้วยกริยาช่วยการ ทาประโยคคำถามแบบ Yes-no question นี้ทาจากประโยคบอกเล่าธรรมดา (Affirmative sentence) โดยเอา กริยาช่วย (Helping Verb) มาไว้ข้างหน้า ได้แก่Verb to be, will, have ถ้าประโยคใดไม่มีกริยาช่วยให้ใช้Verb to do โดยกระจายรูปกริยาช่วยให้ถูกต้องตามประธาน และทำกริยาแท้ให้อยู่ในรูปเดิมที่ไม่ต้องเติม s หรือ es แล้วลง ท้ายประโยคด้วยเครื่องหมายคำถาม (question mark) ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ประโยคบอกเล่า ประโยคคำถาม She is your teacher. Is she your teacher? (เธอเป็นครูของคุณ) (เธอเป็นครูของคุณใช่ไหม) He likes you. Does he like you? (เขาชอบคุณ) (เขาชอบคุณหรือเปล่า) They buy air ticket. Do they buy air ticket? (เขาซื้อตั๋วเครื่องบิน) (เขาซื้อตั๋วเครื่องบินใช้ไหม) (2) ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคาที่เป็นคำถาม (Question word question) คือ ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำที่เป็นคำถาม ได้แก่ what (อะไร), when (เมื่อไหร่), where (ที่ไหน), who (ใคร), whom (ถึง, แก่ใคร), whose (ของใคร), which (อันไหน/สิ่งไหน), why (ทาไม), how (อย่างไร) ในการตั้งคำถามด้วยคำเหล่านี้ส่วนใหญ่จะต้องตามด้วยกริยาช่วย ยกเว้น who ตามด้วยกริยาแท้และ whose ตาม ด้วยคำนาม ส่วน which ตามด้วยคำนามที่เป็นกรรมหรือกริยาช่วย ขอให้ศึกษารายละเอียดการใช้คาที่เป็นคำถาม (Question word question) แต่ละตัว ดังต่อไปนี้


1. What อ่านว่า วอท แปลว่า อะไร ใช้ถามเกี่ยวกับคน สัตว์สิ่งของ เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น (Short form) ตอบแบบยาว (Long form) What is in the cage? (อะไรอยู่ในกรง) What are you reading? (คุณกำลังอ่านอะไรอยู่) What is your father? (พ่อของคุณเป็น อาชีพอะไร) A bird. (นกตัวหนึ่ง) A newspaper. (หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง) A doctor. (หมอคนหนึ่ง) A bird is in the cage. I am reading a newspaper. He is a doctor. 2. Where อ่านว่า แวรฺแปลว่า ที่ไหน ใช้ถามสถานที่ เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น (Short form) ตอบแบบยาว (Long form) Where do you live? (คุณอาศัยอยู่ที่ใด) Where will you go? (คุณจะไปไหน) Where is the dog? (สุนัขอยู่ที่ไหน) In Phuket. (ในจังหวัดภูเก็ต) To the market. (ไปตลาด) Under the tree. (ใต้ต้นไม้) I live in Phuket. I will go to the market. The dog is under the tree. 3. When อ่านว่า เวน แปลว่า เมื่อไรใช้ถามเกี่ยวกับเวลา เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น (Short form) ตอบแบบยาว (Long form) When will you go home? (คุณจะกลับบ้านเมื่อไร) When will your uncle Next year Visit to you ? (ลุงของคุณมาเยี่ยมคุณเมื่อไร) At four o’clock. (สี่โมง)next year. (ปีหน้า) I will go home at four o’clock. My uncle will visits to next year 4. Who อ่านว่าฮูแปลว่า ใครใช้ถามบุคคลเช่น ประโยค ตอบแบบสั้น (Short form) ตอบแบบยาว (Long form) Who is that man? (ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร) George Smith. (จอร์จ สมิธ) That man is George Smith.


Who wants to go home now? (ใครอยากจะกลับบ้านตอนนี้บ้าง) Boonchu and Chalerm. (บุญชูและเฉลิม) Boonchu and Chalerm want to go home. 5.Why อ่านว่า วาย แปลว่า ทำไม ใช้ถามเมื่อต้องการถามถึงเหตุผล เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น (Short form) ตอบแบบยาว (Long form) Why do you go to the book store? (คุณไปร้านหนังสือทำไม) Why are you late? (ทำไมคุณมาสาย) To buy a book. (ซื้อหนังสือ) Because the traffic is heavy. (เพราะรถติด) I go to the book store to buy a book. I am late Because the traffic is heavy. 6. Which อ่านว่าวิซ แปลว่า ตัวไหน อันไหน หรือเป็ นการไถ่ถามให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น (Short form) ตอบแบบยาว (Long form) Which work do you prefer a teacher or a soldier? (คุณชอบทำงานอะไร ครูหรือทหาร) Which school do you go? (คุณจะไปโรงเรียนไหน) A teacher. (ครู) Satri Phuket School. (โรงเรียนสตรีภูเก็ต) I prefer a teacher I go to Satri Phuket School. 7. How อ่านว่า ฮาว แปลว่า อย่างไร ใช้ในความหมายที่ต่างกัน ดังนี้ How ใช้ถามลักษณะอาการ วิธีการคมนาคม การใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น (Short form) ตอบแบบยาว (Long form) How do you go to Suan Chatuchak? (คุณจะไปสวนจตุจักรอย่างไร) How is Wasana? (วาสนาเป็นอย่างไรบ้าง) How are you? (คุณเป็นอย่างไรบ้าง) By bus. (นั่งรถโดยสารประจำทางไป) Very nice. (ดีมาก) Fine, thank you. And you? (สบายดีขอบคุณ แล้วคุณหละ) I go to Suan by bus. She is very nice. I am fine, thank you.


How long ใช้ถามเกี่ยวกับระยะเวลาว่านานเท่าใด เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น(Short form) ตอบแบบยาว (Long form) How long does it take from Sanamloang to Victory Monument? (จากสนามหลวงไปอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิใช้เวลานานเท่าไร) About half an hour by taxi. (ประมาณครึ่งชั่วโมงโดยรถ รับจ้าง) It’s half an hour by taxi. How often ใช้ถามเกี่ยวกับความถี่ เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น(Short form) ตอบแบบยาว (Long form) How often does he see her? (เขามาหาเธอบ่อยเพียงไร) Once a week. (สัปดาห์ละครั้ง) He sees her once a week. How many ใช้ถามจำนวนมากน้อยเท่าใด (คำนามนับได้) เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น(Short form) ตอบแบบยาว (Long form) How many books do you read? (คุณอ่านหนังสือมากเท่าไร) Two books. (สองเล่ม) I read two books. How far ใช้ถามระยะทางว่าไกลเท่าไร เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น (Short form) ตอบแบบยาว (Long form) How far is it from here to Bangkok? จากที่นี่ไปกรุงเทพฯ ไกลแค่ไหน) About 850 Kilometers. (ประมาณ 850 กิโลเมตร) It is about 850 Kilometers. How old ใช้ถามอายุ เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น (Short form) ตอบแบบยาว (Long form)


How old are you ? (คุณอายุเท่าไหร่อะไร) Twenty years old. (ยี่สิบปี) I am twenty years old. How about ใช้ถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น (Short form) ตอบแบบยาว (Long form) How about the cinema ? (ภาพยนตร์เป็นอย่างไรบ้าง) Very good (ดีมาก) It is very good. How high ใช้ถามความสูงของสิ่งของที่มีความสูงมากๆ เช่น อาคาร ภูเขา เช่น ประโยค ตอบแบบสั้น (Short form) ตอบแบบยาว (Long form) How high is that building? (อาคารหลังนั้นสูงเท่าไร) How tall are you? (คุณสูงเท่าไร) Fifty feet. (สูง 50 ฟุต) Six feet. (สูง 6 ฟุต) It is fifty feet high. I am six feet tall.


ใบงาน เรื่องประโยคคำถามการใช้ Who, When, Where, Why, What, Whom, How Choose the best answer. 1. If you want to ask about your friend's health. You say “_____________” a. Where do you live? b. How do you do? c. What do you do? d. How about you? 2. You accidentally step on someone's foot. You blame yourself “____________” a. How clumsy of me! b. It's not my fault. c. I'm sorry. d. Thank you. 3. Suda would like to buy a computer notebook. The shopkeeper say “________” a. May I help you? b. Where are you going? c. What are you doing here? d. What would you like to do? 4. Suda : Could you show me how to get to the post office? Malee : “_____________”


a. Yes, I can. b. Yes, I do. c. Yes, I should. d. Yes, I would. 5. A tourist is visiting Bangkok for the first time and she wants to go to the Grand Palace. She asks a policeman, “_____________” a. I want to go to the Grand Palace. Please take me there. b. Could you tell me where I go to the Grand Palace? c. Could you tell me how to get to the Grand Palace? d. Give me the map of the Grand Palace. 6. Suda has got grade A in English. What will you say? a. Cheers. b. I wish you luck. c. Don't worry about it. d. How clever you are! 7. When will you say, "Merry Christmas and a Happy New Year." a. On your birthday. b. On Christmas day. c. On New Year's day. d. On Christmas and New Year's day. 8. What is the population of this town? The answer will be about, “_____________” . a. the number of people b. famous men and women c. history and geography d. masses of buildings 9. The apartment has been vacant for over a week. What will you do? a. Make a notice for the apartment to rent. b. Tell all of my friends. c. Have it repaired. d. Leave it like that. 10. The robber climbed up and went into the opened window and stole his money.


Click to View FlipBook Version