แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 7 ดวงอาทิตยก์ บั ชวี ติ บทท่ี 1 ดวงอาทติ ย์และปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ความสำคัญของดวงอาทิตย์ตอ่ ส่ิงมชี วี ิต จำนวนเวลาเรียน 3 ชว่ั โมง
ขัน้ ตรวจสอบผล
1. ครูตรวจกจิ กรรมสงั เกตดวงอาทิตย์
2. ครูตรวจใบกจิ กรรมประโยชนข์ องดวงอาทติ ย์
3. ครูตรวจใบงาน 7.1 ดวงอาทิตย์
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 ดวงอาทิตย์กบั ชวี ิต บทที่ 1 ดวงอาทติ ย์และปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 ความสำคญั ของดวงอาทติ ย์ตอ่ สิ่งมีชีวิต จำนวนเวลาเรียน 3 ชว่ั โมง
การวัดและประเมินผล
รายการวดั วิธีวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมนิ
ใบกิจกรรม - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
กิจกรรมสังเกตดวง ตรวจผลงานจาก
อาทิตย์ กิจกรรม
ใบกิจกรรมประโยชน์ ตรวจใบกจิ กรรม ใบกจิ กรรมประโยชน์ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ของดวงอาทิตย์ ประโยชนข์ องดวง ของดวงอาทติ ย์
อาทิตย์
ใบงาน 7.1 ดวงอาทติ ย์ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ใบงาน 7.1 ดวงอาทิตย์ ตรวจใบงาน 7.1 ดวง
อาทติ ย์
พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรมการ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - คณุ ภาพอยู่ในระดบั ดี
รายบคุ คล ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
ประเมนิ รายภาคเรียน - สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม - คุณภาพอยู่ในระดบั ดี
การทำงานกลมุ่
พฤติกรรมการทำงาน การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
กลุม่
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 7 ดวงอาทิตย์กับชีวติ บทที่ 1 ดวงอาทติ ย์และปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 ความสำคัญของดวงอาทติ ย์ต่อสิ่งมชี ีวติ จำนวนเวลาเรยี น 3 ชวั่ โมง
ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
สือ่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เลม่ 2
2) แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2
3) วัสดุ-อปุ กรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมสงั เกตดวงอาทิตย์
4) ใบกจิ กรรมประโยชน์ของดวงอาทิตย์สมุดประจำตัวนักเรียน
5) ใบงาน 7.1 ดวงอาทติ ย์
6) บตั รภาพ
7) PowerPoint
8) วดิ ีโอ
แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) ป้ายนเิ ทศ
3) อนิ เทอรเ์ น็ต
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 ดวงอาทิตย์กับชีวติ บทท่ี 1 ดวงอาทติ ย์และปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 ความสำคัญของดวงอาทิตย์ต่อสิ่งมชี วี ิต จำนวนเวลาเรยี น 3 ชวั่ โมง
แบบบันทกึ หลงั แผนการจัดการเรยี นรู้
1.ดา้ นความรู้ (K) นักเรียนมีความรู้ (K)
ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ จำนวน.........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ด้านทักษะกระบวนการ (P) นกั เรยี นมีทกั ษะกระบวนการ (P)
ผา่ นเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.ด้านคุณลกั ษณะอนั พ่ึงประสงค์ (A) นักเรียนมีคุณลักษณะอันพงึ่ ประสงค์ (A)
ผา่ นเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4.ปัญหาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5.แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ..............................................ผู้บนั ทกึ
(................................................)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรอื ผู้ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงชื่อ.........................................................
(.........................................................)
ตำแหนง่ ..........................................................
แผนการจัดการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 7 ดวงอาทิตยก์ บั ชวี ติ บทที่ 1 ดวงอาทิตยแ์ ละปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 การขน้ึ และตกของดวงอาทิตย์ จำนวนเวลาเรียน 2 ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู้
ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และ
ระบบสรุ ิยะ รวมทัง้ ปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสรุ ิยะทสี่ ง่ ผลต่อสง่ิ มชี ีวิตและการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ
ตัวชว้ี ดั
ป.3/1 อธิบายแบบรูปเสน้ ทางการขึ้นและตกของดวงอาทติ ย์โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ์
ป.3/2 อธบิ ายสาเหตกุ ารเกดิ ปรากฏการณ์การขึ้นและตกของดวงอาทติ ย์ การเกดิ กลางวนั กลางคืน และการ
กำหนดทศิ โดยใชแ้ บบจำลอง
สาระสำคัญของแผน
โลกกลมและหมุนรอบตัวเองขณะโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้บริเวณของโลกได้รับแสงอาทิตย์ไม่
พร้อมกัน โลกด้านท่ีได้รับแสงจากดวงอาทติ ยจ์ ะเปน็ กลางวัน สว่ นด้านตรงข้ามท่ีไม่ไดร้ บั แสงอาทิตย์จะเป็น
กลางคืน นอกจากนี้ คนบนโลกจะมองเห็นดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นขอบฟ้าซึ่งกำหนดให้เป็นทิศตะวันออก
และมองเห็นดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ซึ่งกำหนดให้เป็นทศิ ตะวันตก และให้ด้านขวามือเป็นทางทิศตะวันออก
ดา้ นซา้ ยมือเปน็ ทางทิศตะวนั ตก ด้านหนา้ เป็นทศิ เหนอื และดา้ นหลังเป็นทศิ ใต้
ในเวลากลางวันโลกจะได้รับพลังงานแสงและพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทำให้สิ่งมีชีวิต
ดำรงชวี ิตอยู่ได้
สาระการเรยี นรู้
ปรากฏการณ์ของดวงอาทติ ย์บนโลก
การขนึ้ และตกของดวงอาทิตย์
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 ดวงอาทิตย์กับชีวติ บทท่ี 1 ดวงอาทติ ยแ์ ละปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 การข้ึนและตกของดวงอาทิตย์ จำนวนเวลาเรียน 2 ชว่ั โมง
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K) 1.นกั เรียนอธบิ ายแบบรปู เส้นทางการขึ้นและตกของดวงอาทติ ยไ์ ด้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1.นักเรยี นเขียนแผนภาพจำลองการข้นึ และตกของดวงอาทติ ย์ได้
2.นักเรียนปฏิบัติโดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทำ
กิจกรรมได้
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A) 1.นกั เรียนใฝ่เรียนรู้ นำความรูไ้ ปใชใ้ นชีวติ ประจำวัน
2.นกั เรยี นมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ งานท่ีสัง่ และส่งงานได้ทนั ตามที่กำหนด
3.นกั เรยี นม่งุ มัน่ ในการทำงาน
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
/ ความสามารถในการส่ือสาร
/ ความสามารถในการคิด
/ ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
/ มีวินยั
อยู่อยา่ งพอเพยี ง
รกั ความเปน็ ไทย
ซือ่ สัตย์สุจริต
/ ใฝ่เรยี นรู้
/ ม่งุ มั่นในการทำงาน
มจี ิตสาธารณะ
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ดวงอาทิตย์กับชวี ติ บทที่ 1 ดวงอาทิตยแ์ ละปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 การข้นึ และตกของดวงอาทิตย์ จำนวนเวลาเรียน 2 ชว่ั โมง
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
/ การสงั เกต การพยากรณ์
การวัด การตง้ั สมมุตฐิ าน
การจำแนกประเภท การกำหนดนยิ ามเชิงปฏิบัตกิ าร
การหาความสัมพนั ธ์ของสเปซกับเวลา กำหนดและการควบคุมตวั แปร
การคำนวณ การทดลอง
/ การตีความหมายขอ้ มลู ลงข้อสรุป
/ การจัดกระทำและสอ่ื ความหมายขอ้ มลู
/ การลงความเห็นจากขอ้ มลู
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7 ดวงอาทิตย์กับชวี ติ บทที่ 1 ดวงอาทิตย์และปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ จำนวนเวลาเรียน 2 ชวั่ โมง
กจิ กรรมการเรียนรู้
ชัว่ โมงท่ี1
ขั้นนำ
ขั้นกระตุน้ ความสนใจ
1. ครูตัง้ คำถามเพอื่ กระตุน้ นักเรียน โดยใชค้ ำถาม ดงั น้ี
- นักเรยี นเหน็ ดวงอาทติ ย์ขึน้ เม่ือใด
(แนวตอบ ตอนเช้า)
- นักเรยี นเห็นดวงอาทติ ย์ตกเมื่อใด
(แนวตอบ ตอนเยน็ )
2. ครูนำแผนภาพระบบสุริยะและการเคล่ือนท่ีของโลกรอบดวงอาทิตย์มาให้นักเรียนดู แล้วต้ังคำถาม
ดงั น้ี
- การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์มีความสมั พันธ์กบั เรื่องใดบ้าง
(แนวตอบ กลางวนั กลางคืน และฤดกู าล)
- ทุก ๆ วันนักเรียนจะมองเห็นดวงอาทิตย์คล้ายกับวา่ ดวงอาทิตยห์ มนุ รอบโลกในลักษณะใดบ้าง
(แนวตอบ ตอนเช้าเห็นดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าทางด้านหนึ่ง และตอนเย็นเห็นลับขอบฟ้าอีก
ด้านหนง่ึ )
3. การหมุนรอบตัวเองของโลก ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใดบนโลกบ้าง เราจะได้เรียนรู้จากกิจกรรม
ต่อไปนี้
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนกั เรยี น โดยใช้การสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล)
ข้ันสอน
ขั้นสำรวจคน้ หา
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน โดยความสมัครใจ ศึกษาการทำกิจกรรมที่ 2 แบบรูปการข้ึน
และตกของดวงอาทติ ย์
2. นักเรียนแต่ละกลมุ่ สังเกตตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในบรเิ วณโรงเรียนตามชว่ งเวลาท่ีกำหนดให้ ดังนี้
เวลา 08.00 น. 10.00 น. 12.00 น. 14.00 น. และ 16.00 น. โดยสังเกตเป็นเวลา 3 วัน
3. ให้แตล่ ะกลมุ่ วาดภาพและบอกตำแหนง่ ของดวงอาทิตย์ที่สังเกตได้ท้ัง 3 วัน
แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 7 ดวงอาทิตย์กับชีวิต บทท่ี 1 ดวงอาทติ ย์และปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 การขึ้นและตกของดวงอาทติ ย์ จำนวนเวลาเรยี น 2 ชวั่ โมง
4. นักเรียนบันทึกผลการสังเกต โดยวาดภาพและบอกตำแหน่งของดวงอาทิตย์ที่สังเกตได้ทั้ง 3 วัน
ลงในสมุดประจำตวั นกั เรียนหรือแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2 หนา้ 9-10
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรียน โดยใช้การสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ )
ขนั้ อธบิ ายความรู้
1. นำเสนอขอ้ มลู หนา้ ชนั้ เรยี น แล้วร่วมกันสรุปเกยี่ วกับแบบรปู เส้นทางการขนึ้ และตกของดวงอาทิตย์
2. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า บนท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกล มีดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว ส่องสว่างอยู่ใน
ช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ในเวลากลางวัน ดวงอาทิตย์จะขึ้นตอนเช้าและลับขอบฟ้าในตอนเย็น ส่วน
ในเวลากลางคืน เราจะมองเห็น ดวงจันทรแ์ ละดวงดาวลอยเดน่ อยู่บนท้องฟา้
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้การสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล)
ชั่วโมงท่ี2
ขัน้ สอน(ต่อ)
1. ครูทบทวนเนอื้ หาจากชั่วโมงทีแ่ ลว้ โดยต้งั คำถามเกยี่ วกับกจิ กรรม ดงั น้ี
- เวลากลางวนั อยใู่ นช่วงเวลาประมาณเท่าไร
(แนวตอบ 06.30-18.00 น.)
- เวลากลางคนื อย่ใู นชว่ งเวลาประมาณเทา่ ไร
(แนวตอบ 18.00-06.30 น.)
- แตล่ ะชว่ งเวลาในเวลากลางวนั ดวงอาทิตย์อยูต่ ำแหนง่ เดิมหรอื ไม่ ลักษณะใด
(แนวตอบ ดวงอาทิตย์เปล่ียนตำแหน่งตลอดเวลา โดยเคลอื่ นทีจ่ ากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก)
ขน้ั อธิบายความรู้
1. ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมจากการทำกจิ กรรมโดยใช้ PowerPoint ในการอธิบายประกอบ
โลก เป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเองเป็นบริวารของดวงอาทิตย์
เพราะโลกมีการโคจรรอบดวงอาทิตย์ พร้อมกับหมุนรอบตัวเองในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาใช้เวลา
หมนุ รอบตวั เอง 23 ชว่ั โมง 56 นาที หรือ 1 วัน
การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์เกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลกในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา เรา
จะเห็นดวงอาทิตย์ข้ามขอบฟ้าจากด้านหนึ่งในตอนเช้า โดยจะลอยสูงขึ้นเรื่อยไปอีกด้านหนึ่ง จน
เวลา 12.00น. ที่ลอยสูงที่สุด จากนั้นจะลอยต่ำลงไปเรื่อยๆจนลับขอบฟ้าอีกด้านภายในเวลา
ประมาณ 18.00น. การขนึ้ และตกเหมอื นครึ่งวงกลมเชน่ นี้ไปเร่ือยๆ
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 7 ดวงอาทิตย์กับชวี ิต บทท่ี 1 ดวงอาทติ ยแ์ ละปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 การข้นึ และตกของดวงอาทิตย์ จำนวนเวลาเรียน 2 ชวั่ โมง
2. นกั เรียนและครรู ่วมกนั อภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถามต่อไปนี้
- โลกหมุนรอบตัวเองใช้เวลาเท่าใด
(แนวตอบ 1 วัน หรือ 24 ชั่วโมง)
- แตล่ ะช่วงเวลาในเวลากลางวัน ดวงอาทติ ยอ์ ยูต่ ำแหนง่ เดมิ หรอื ไม่ ลักษณะใด
(แนวตอบ ดวงอาทิตยเ์ ปล่ียนตำแหนง่ ตลอดเวลา โดยเคลอื่ นทีจ่ ากทศิ ตะวันออกไปทิศตะวันตก)
- การขนึ้ และตกของดวงอาทติ ย์เกดิ จากอะไร
(แนวตอบ เกิดจากการหมนุ รอบตัวเองของโลกในทิศทางทวนเข็มนาฬกิ า)
ขั้นขยายความเขา้ ใจ
1) ครมู อบหมายให้นักเรยี นลงมอื ทำใบงาน 7.2 การขนึ้ และตกของดวงอาทติ ย์
2) ครมู อบหมายให้นักเรยี นลงมอื ทำใบงาน 7.3 เรอ่ื ง ความสมั พันธก์ ารขน้ึ และตกของดวงอาทิตย์
ข้นั สรปุ
นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ โดยการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์เกิด
จากการหมุนรอบตัวเองของโลกในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา เราจะเห็นดวงอาทิตย์ข้ามขอบฟ้าจากด้านหน่ึง
ในตอนเช้า โดยจะลอยสูงขึ้นเรื่อยไปอีกด้านหนึ่ง จนเวลา 12.00น. ที่ลอยสูงที่สุด จากน้ันจะลอยต่ำลงไป
เร่อื ยๆจนลบั ขอบฟ้าอกี ด้านภายในเวลา ประมาณ 18.00น. การข้นึ และตกเหมือนครึ่งวงกลมเชน่ นไี้ ปเร่ือยๆ
ข้นั ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจกจิ กรรมที่ 2 แบบรปู การขน้ึ และตกของดวงอาทิตย์
2. ครูตรวจใบงาน 7.2 การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์
3. ครตู รวจใบงาน 7.3 เรอ่ื ง ความสมั พันธก์ ารขน้ึ และตกของดวงอาทิตย์
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 7 ดวงอาทิตย์กับชวี ติ บทที่ 1 ดวงอาทติ ย์และปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 การขน้ึ และตกของดวงอาทิตย์ จำนวนเวลาเรียน 2 ชว่ั โมง
การวัดและประเมินผล
รายการวดั วิธีวัด เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
กิจกรรมท่ี2 แบบ ตรวจสมดุ ประจำตวั สมุดประจำตวั นกั เรยี น - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
รปู การขน้ึ และตกของ นักเรยี นหรอื หรอื แบบฝึกหัด
ดวงอาทติ ย์ แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์และ
วิทยาศาสตรแ์ ละ เทคโนโลยี ป.3 เลม่ 2
เทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2
ใบงาน 7.2 การขนึ้ และ ตรวจใบงาน 7.2 การ ใบงาน 7.2 การข้นึ และ - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตกของดวงอาทติ ย์ ขึ้นและตกของดวง ตกของดวงอาทติ ย์
อาทิตย์
ใบงาน 7.3 เรอื่ ง ตรวจใบงาน 7.3 เร่อื ง ใบงาน 7.3 เร่ือง - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ความสมั พันธก์ ารขนึ้ ความสมั พันธก์ ารขนึ้ ความสัมพนั ธ์การขึน้
และตกของดวงอาทติ ย์ และตกของดวงอาทติ ย์ และตกของดวงอาทติ ย์
พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรมการ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - คณุ ภาพอยู่ในระดบั ดี
รายบคุ คล ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ รายภาคเรยี น - สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม - คณุ ภาพอยู่ในระดบั ดี
การทำงานกลมุ่
พฤติกรรมการทำงาน การทำงานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
กลุ่ม
แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 7 ดวงอาทิตย์กับชวี ิต บทที่ 1 ดวงอาทติ ย์และปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 การข้ึนและตกของดวงอาทติ ย์ จำนวนเวลาเรียน 2 ชวั่ โมง
สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
สอื่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรยี นวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2
2) แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เลม่ 2
3) วัสดุ-อปุ กรณ์ท่ใี ช้ในกจิ กรรมที่2 แบบรปู การขน้ึ และตกของดวงอาทติ ย์
4) ใบงาน 7.2 การข้นึ และตกของดวงอาทติ ย์
5)ใบงาน 7.3 เรอ่ื ง ความสมั พันธก์ ารขน้ึ และตกของดวงอาทติ ย์
6) PowerPoint
7)วดิ ีโอ
แหลง่ การเรียนรู้
8) หอ้ งสมดุ
9) ป้ายนิเทศ
10) อนิ เทอร์เนต็
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 7 ดวงอาทิตยก์ ับชวี ิต บทที่ 1 ดวงอาทิตยแ์ ละปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 การขึ้นและตกของดวงอาทติ ย์ จำนวนเวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง
แบบบันทกึ หลังแผนการจัดการเรยี นรู้
1.ด้านความรู้ (K) นักเรยี นมีความรู้ (K)
ผ่านเกณฑ์การประเมนิ จำนวน.........คน คิดเป็น ร้อยละ………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) นกั เรยี นมที ักษะกระบวนการ (P)
ผา่ นเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คดิ เป็น ร้อยละ………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ่ ประสงค์ (A) นกั เรยี นมีคุณลักษณะอนั พ่ึงประสงค์ (A)
ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คดิ เป็น ร้อยละ………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4.ปัญหาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5.แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ..............................................ผู้บันทกึ
(................................................)
ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รบั มอบหมาย
ข้อเสนอแนะ
ลงชอื่ .........................................................
(.........................................................)
ตำแหน่ง..........................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 7 ดวงอาทิตย์กับชวี ิต บทที่ 1 ดวงอาทิตยแ์ ละปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 การกำหนดทศิ จำนวนเวลาเรยี น 2 ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และ
ระบบสรุ ยิ ะ รวมท้ังปฏิสมั พนั ธ์ภายในระบบสุรยิ ะท่ีส่งผลตอ่ ส่ิงมีชีวิตและการประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ
ตัวชว้ี ดั
ป.3/1 อธิบายแบบรูปเส้นทางการขึน้ และตกของดวงอาทติ ย์โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
ป.3/2 อธิบายสาเหตุการเกิดปรากฏการณก์ ารข้นึ และตกของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการ
กำหนดทศิ โดยใช้แบบจำลอง
สาระสำคญั ของแผน
คนบนโลกจะมองเห็นดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นขอบฟ้าซึ่งกำหนดให้เป็นทิศตะวันออก และมองเห็น
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ซึ่งกำหนดให้เป็นทิศตะวันตก และให้ด้านขวามือเป็นทางทิศตะวันออก ด้านซ้ายมือ
เปน็ ทางทิศตะวนั ตก ดา้ นหนา้ เปน็ ทศิ เหนือ และดา้ นหลงั เปน็ ทิศใต้
สาระการเรยี นรู้
การกำหนดทศิ
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 7 ดวงอาทิตย์กับชีวติ บทท่ี 1 ดวงอาทติ ยแ์ ละปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 การกำหนดทิศ จำนวนเวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K) 1.นกั เรียนอธบิ ายการกำหนดทิศทเี่ กดิ จากการขนึ้ และตกของดวงอาทติ ย์
2.นกั เรยี นสามารถบอกทศิ ท่เี กดิ จากการขน้ึ และตกของดวงอาทติ ย์ได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) 1.นกั เรยี นเขียนแผนภาพจำลองการกำหนดทศิ ได้
2.นักเรียนปฏิบัติโดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทำ
กจิ กรรมได้
ด้านคุณลกั ษณะ (A) 1.นกั เรียนใฝ่เรียนรู้ นำความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
2.นักเรยี นมีความรบั ผิดชอบตอ่ งานท่สี งั่ และสง่ งานไดท้ นั ตามทก่ี ำหนด
3.นกั เรียนมงุ่ มน่ั ในการทำงาน
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
/ ความสามารถในการส่ือสาร
/ ความสามารถในการคิด
/ ความสามารถในการแกป้ ญั หา
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
/ มวี นิ ัย
อยูอ่ ย่างพอเพียง
รกั ความเป็นไทย
ซ่อื สัตยส์ จุ ริต
/ ใฝ่เรยี นรู้
/ ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
มีจติ สาธารณะ
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 7 ดวงอาทิตย์กบั ชีวติ บทท่ี 1 ดวงอาทิตย์และปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 การกำหนดทศิ จำนวนเวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง
ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
/ การสงั เกต การพยากรณ์
การวัด การตง้ั สมมตุ ฐิ าน
การจำแนกประเภท การกำหนดนิยามเชิงปฏบิ ตั ิการ
การหาความสัมพันธ์ของสเปซกบั เวลา กำหนดและการควบคุมตัวแปร
การคำนวณ การทดลอง
/ การตีความหมายขอ้ มูล ลงข้อสรุป
/ การจดั กระทำและสือ่ ความหมายขอ้ มลู
/ การลงความเหน็ จากข้อมูล
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 7 ดวงอาทิตย์กบั ชีวิต บทที่ 1 ดวงอาทิตยแ์ ละปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3 การกำหนดทศิ จำนวนเวลาเรียน 2 ชว่ั โมง
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงที1่
ขั้นนำ
ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูทบทวนความร้เู ดิมจากชั่วโมงทีแ่ ลว้ โดยใช้คำถามกระตนุ้ นักเรียน ดงั นี้
- กลางวันและกลางคนื กำหนดจากอะไร
(แนวคำตอบ การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์)
- ดวงอาทติ ย์ใชก้ ำหนดทศิ ไดเ้ พราะอะไร
(แนวคำตอบ เพราะดวงอาทติ ยม์ ีการขนึ้ และตกในทิศทางที่เหมอื นเดิมทุกวนั )
2. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์มีทิศทางที่แน่นอนทำให้กำหนดทิศ
ได้
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใชก้ ารสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล)
ขัน้ สอน
ขั้นสำรวจค้นหา
1. นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดทิศ โดยกำหนดจากการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์จาก
แหล่งข้อมลู ต่าง ๆ แล้วบันทกึ ขอ้ มลู ลงในสมุดประจำตวั นกั เรียน
- ให้นักเรยี นรว่ มกันกำหนดทิศการข้ึนและตกของดวงอาทิตย์จากการสงั เกต
- ย่นื แขนขวาไปยังทิศที่ดวงอาทติ ยข์ ึน้ ซึ่งเปน็ ทศิ ตะวนั ออก ใหเ้ ขียนตวั อักษร อ ท่ีพ้ืน
- ย่นื แขนซา้ ยออกไป ซ่ึงเป็นทิศท่ดี วงอาทิตย์ลบั ขอบฟา้ ในตอนเย็น หรอื เป็นทศิ ตะวนั ตกให้เขียน
ตวั ตต ทพ่ี ื้น
- ด้านหน้าของนักเรียนจะเปน็ ทศิ เหนือ และด้านหลงั จะเป็นทศิ ใต้ ใหเ้ ขียน น และ ต ลงท่ีพื้น
ตามลำดบั
- ลงแบบจำลองแผนผังบรเิ วณโรงเรียน
2. ใช้เข็มทิศเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการกำหนดทิศจากการสังเกตการขึ้นและตกของดวง
อาทิตย์
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช้การสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม)
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 7 ดวงอาทิตย์กับชวี ติ บทท่ี 1 ดวงอาทติ ยแ์ ละปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 การกำหนดทศิ จำนวนเวลาเรียน 2 ชว่ั โมง
ข้ันอธบิ ายความรู้
1. นำเสนอข้อมูลหน้าช้นั เรียน แลว้ รว่ มกันสรปุ การทำกจิ กรรมการกำหนดทิศ
2. นกั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายผลงาน โดยใชแ้ นวคำถาม ดังนี้
- ถา้ นักเรียนหนั หนา้ ดา้ นทิศตะวันตก ด้านซ้ายมือและขวามือของนักเรยี นเปน็ ทิศใด
(แนวตอบ ด้านซ้ายมือเป็นทิศใต้ และด้านขวามือเปน็ ทศิ เหนอื )
- ทศิ ทีเ่ หน็ ดวงอาทติ ยโ์ ผล่พ้นขอบฟ้า เรียกวา่ ทศิ อะไร
(แนวตอบ ทิศตะวันออก)
- ทศิ ทดี่ วงอาทิตยค์ ่อย ๆ ลับตา เรยี กวา่ ทิศอะไร
(แนวตอบ ทิศตะวนั ตก)
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นกั เรียน โดยใชก้ ารสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
ชวั่ โมงท่ี2
ขนั้ สอน(ต่อ)
1. ครูทบทวนเนื้อหาจากชวั่ โมงทแ่ี ล้ว โดยต้งั คำถามเกยี่ วกบั กจิ กรรม ดังนี้
ถา้ นกั เรียนหนั หน้าด้านทศิ ตะวันตก ดา้ นซ้ายมอื และขวามอื ของนกั เรยี นเปน็ ทศิ ใด
(แนวตอบ ดา้ นซ้ายมือเป็นทิศใต้ และด้านขวามอื เป็นทศิ เหนือ)
ทิศที่เหน็ ดวงอาทิตยโ์ ผล่พน้ ขอบฟ้า เรยี กวา่ ทศิ อะไร
(แนวตอบ ทศิ ตะวันออก)
ทิศที่ดวงอาทิตยค์ ่อย ๆ ลบั ตา เรียกว่าทิศอะไร
(แนวตอบ ทิศตะวนั ตก)
นักเรียนสงั เกตเหน็ ดวงอาทติ ยข์ ้ึนและตกในทิศทางเดียวกนั ทุกวนั หรือไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ ทกุ วัน โดยดวงอาทติ ยข์ นึ้ ทางทศิ ตะวนั ออกและตกทางทิศตะวนั ตก)
ดวงอาทติ ยข์ ึ้นและตกทตี่ ำแหน่งดังกลา่ ว นักเรียนคดิ ว่ามีความสัมพันธก์ ับสิ่งใด
(แนวคำตอบ สมั พนั ธก์ บั ทิศการหมุนรอบตวั เองของโลก)
ขัน้ อธิบายความรู้
1. ครอู ธิบายเพมิ่ เติมโดยใช้ PowerPoint ในการอธบิ ายประกอบเพิม่ เตมิ
ข้ันขยายความเข้าใจ
1. ครูมอบหมายให้นักเรยี นลงมือทำใบกิจกรรมเขม็ ทิศ
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 7 ดวงอาทิตยก์ ับชีวิต บทท่ี 1 ดวงอาทติ ย์และปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 การกำหนดทศิ จำนวนเวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง
2. ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนลงมือทำใบงาน 7.4 เรอ่ื ง กำหนดทศิ
ขนั้ สรุป
คนบนโลกจะมองเห็นดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นขอบฟ้าซึ่งกำหนดให้เป็นทิศตะวันออก และมองเห็นดวง
อาทิตย์ลับขอบฟ้า ซึ่งกำหนดให้เป็นทิศตะวันตก และให้ด้านขวามือเป็นทางทศิ ตะวันออก ด้านซ้ายมือเป็น
ทางทิศตะวันตก ดา้ นหน้าเปน็ ทศิ เหนือ และด้านหลงั เปน็ ทศิ ใต้
ขน้ั ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจกิจกรรมการกำหนดทิศ
2. ครูตรวจใบกิจกรรมเข็มทศิ
3. ครตู รวจใบงาน 7.4 เรือ่ ง กำหนดทิศ
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 7 ดวงอาทิตย์กบั ชีวติ บทที่ 1 ดวงอาทิตยแ์ ละปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 การกำหนดทศิ จำนวนเวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง
การวดั และประเมินผล
รายการวัด วธิ วี ัด เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมิน
กิจกรรมการกำหนดทศิ ตรวจสอบกจิ กรรมการ สมุดประจำตัวนักเรยี น - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
กำหนดทศิ หรอื ใบงานกจิ กรรม
การกำหนดทิศ
ใบกิจกรรมเขม็ ทศิ ตรวจใบกิจกรรมเข็ม ใบกจิ กรรมเข็มทิศ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ทศิ
ใบงาน 7.4 เร่อื ง ตรวจ ใบงาน 7.4 เร่อื ง ใบงาน 7.4 เร่อื ง - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
กำหนดทิศ กำหนดทิศ กำหนดทศิ
พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - คณุ ภาพอยู่ในระดับดี
รายบุคคล ทำงานรายบุคคล การทำงานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ รายภาคเรียน - สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม - คุณภาพอยู่ในระดับดี
การทำงานกลมุ่
พฤติกรรมการทำงาน การทำงานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์
กล่มุ
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 7 ดวงอาทิตยก์ ับชวี ติ บทที่ 1 ดวงอาทติ ยแ์ ละปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 การกำหนดทิศ จำนวนเวลาเรียน 2 ชวั่ โมง
สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2
2) แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2
3) วสั ดุ-อปุ กรณท์ ่ใี ชใ้ นกจิ กรรมการกำหนดทิศ
4) ใบกจิ กรรมเขม็ ทิศ
5) ใบงาน 7.4 เร่อื ง กำหนดทิศ
6) PowerPoint
7)วิดโี อ
แหล่งการเรยี นรู้
8) หอ้ งสมุด
9) ป้ายนิเทศ
10) อนิ เทอรเ์ นต็
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 7 ดวงอาทิตย์กบั ชวี ติ บทท่ี 1 ดวงอาทติ ย์และปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 การกำหนดทศิ จำนวนเวลาเรยี น 2 ชวั่ โมง
แบบบันทึกหลังแผนการจดั การเรียนรู้
1.ด้านความรู้ (K) นักเรยี นมคี วามรู้ (K)
ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ จำนวน.........คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ด้านทักษะกระบวนการ (P) นกั เรยี นมที กั ษะกระบวนการ (P)
ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ จำนวน.........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.ดา้ นคุณลักษณะอนั พึ่งประสงค์ (A) นักเรียนมีคุณลกั ษณะอนั พง่ึ ประสงค์ (A)
ผา่ นเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คดิ เป็น ร้อยละ………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4.ปญั หาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5.แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ..............................................ผูบ้ ันทกึ
(................................................)
ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผู้ท่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่ือ.........................................................
(.........................................................)
ตำแหน่ง..........................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 7 ดวงอาทิตยก์ บั ชวี ติ บทท่ี 1 ดวงอาทิตยแ์ ละปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 กลางวัน กลางคนื จำนวนเวลาเรียน 2 ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู้
ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และ
ระบบสุริยะ รวมทง้ั ปฏิสัมพนั ธภ์ ายในระบบสรุ ยิ ะทสี่ ง่ ผลต่อสิ่งมีชีวิตและการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ
ตวั ชว้ี ดั
ป.3/1 อธิบายแบบรูปเสน้ ทางการข้ึนและตกของดวงอาทิตยโ์ ดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจักษ์
ป.3/2 อธบิ ายสาเหตกุ ารเกดิ ปรากฏการณก์ ารขน้ึ และตกของดวงอาทติ ย์ การเกดิ กลางวนั กลางคืน และการ
กำหนดทิศ โดยใชแ้ บบจำลอง
สาระสำคัญของแผน
โลกกลมและหมุนรอบตัวเองขณะโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้บริเวณของโลกได้รับแสงอาทิตย์ไม่
พรอ้ มกัน โลกด้านที่ไดร้ ับแสงจากดวงอาทติ ย์จะเปน็ กลางวัน สว่ นด้านตรงข้ามที่ไม่ไดร้ ับแสงอาทิตย์จะเป็น
กลางคืน
สาระการเรียนรู้
การเกดิ กลางวันกลางคืน
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 ดวงอาทิตยก์ บั ชีวติ บทที่ 1 ดวงอาทติ ยแ์ ละปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 กลางวัน กลางคนื จำนวนเวลาเรียน 2 ชวั่ โมง
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K) 1.นักเรียนสามารถอธิบายการเกิดกลางวันและกลางคนื ได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) 1.นักเรียนปฏิบัติโดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการทำ
กจิ กรรมได้
ด้านคุณลักษณะ (A) 1.นักเรียนใฝ่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจำวัน
2.นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานทีส่ ง่ั และส่งงานได้ทนั ตามท่ีกำหนด
3.นกั เรยี นมุง่ มั่นในการทำงาน
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
/ ความสามารถในการส่ือสาร
/ ความสามารถในการคิด
/ ความสามารถในการแกป้ ัญหา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
/ มวี นิ ัย
อยูอ่ ย่างพอเพยี ง
รักความเป็นไทย
ซือ่ สัตย์สจุ ริต
/ ใฝ่เรยี นรู้
/ มุ่งม่ันในการทำงาน
มจี ิตสาธารณะ
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 7 ดวงอาทิตยก์ บั ชวี ติ บทท่ี 1 ดวงอาทิตย์และปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 กลางวัน กลางคนื จำนวนเวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
/ การสังเกต การพยากรณ์
การวดั การตงั้ สมมตุ ิฐาน
การจำแนกประเภท การกำหนดนิยามเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร
การหาความสมั พนั ธข์ องสเปซกบั เวลา กำหนดและการควบคมุ ตัวแปร
การคำนวณ การทดลอง
/ การตีความหมายขอ้ มลู ลงขอ้ สรปุ
/ การจดั กระทำและสอ่ื ความหมายข้อมลู
/ การลงความเหน็ จากข้อมูล
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 7 ดวงอาทิตยก์ ับชีวติ บทท่ี 1 ดวงอาทิตย์และปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4 กลางวัน กลางคนื จำนวนเวลาเรียน 2 ชวั่ โมง
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่1
ขน้ั นำ
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ
1. ครทู บทวนความรู้เดิมจากชั่วโมงทีแ่ ลว้ โดยใชค้ ำถามกระตุน้ นกั เรยี น ดงั น้ี
- กลางวันและกลางคืนกำหนดจากอะไร
(แนวคำตอบ การข้ึนและตกของดวงอาทติ ย)์
- ดวงอาทิตยใ์ ชก้ ำหนดทศิ ไดเ้ พราะอะไร
(แนวคำตอบ เพราะดวงอาทติ ย์มกี ารขึ้นและตกในทศิ ทางท่เี หมือนเดมิ ทุกวนั )
2. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์มีทิศทางที่แน่นอนทำให้กำหนดทศิ
ได้
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้การสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล)
ขั้นสอน
ขั้นสำรวจคน้ หา
1. นักเรยี นสงั เกตการเกิดกลางวนั กลางคนื จากแบบจำลองที่ครูสรา้ งขนึ้
2. ใหน้ กั เรยี นจัดทำการจำลองการเกดิ กลางวนั กลางคนื ลงในกระดาษเพื่อนำเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใชก้ ารสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ )
ข้ันอธบิ ายความรู้
1. นำเสนอข้อมลู หนา้ ชั้นเรียน แล้วรว่ มกนั สรุปการทำกิจกรรมกลางวันกลางคืน
2. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ โดยใช้ PowerPoint ในการอธิบายประกอบเพิ่มเติม
ข้ันขยายความเข้าใจ
1. ครูมอบหมายใหน้ กั เรยี นลงมือทำใบงาน 7.5 กลางวนั กลางคืน
ขน้ั สรุป
1.ครูและนักเรียนร่วมกนั สรปุ บทเรยี นโดยใชก้ ารถาม - ตอบ ดงั นี้
การเกิดกลางวนั กลางคืน เปน็ ปรากฎการณ์ท่ีเกิดขนึ้ จากอะไร
(แนวคำตอบ การหมนุ รอบตัวเองของโลก)
แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 ดวงอาทิตยก์ บั ชีวติ บทท่ี 1 ดวงอาทิตยแ์ ละปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 กลางวนั กลางคืน จำนวนเวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง
สว่ นท่ไี ดร้ บั แสงจากดวงอาทติ ย์จะเป็นเวลาอะไร
(แนวคำตอบ เวลากลางวนั )
ส่วนท่ไี มไ่ ดร้ ับแสงจากดวงอาทติ ย์จะเป็นเวลาอะไร
(แนวคำตอบ เวลากลางคนื )
การหมนุ รอบตวั เองของโลกใช้เวลาเทา่ ใด
(แนวคำตอบ 1 วัน หรอื 24 ช่วั โมง)
ชว่ งระยะเวลาท่เี กดิ เวลากลางวันมีระยะเวลาประมาณเทา่ ใด
(แนวคำตอบ 12 ช่วั โมง)
ช่วงระยะเวลาท่ีเกิดเวลากลางคนื มีระยะเวลาประมาณเท่าใด
(แนวคำตอบ 12 ช่ัวโมง)
2.ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
ข้นั ตรวจสอบผล
1. ครตู รวจกจิ กรรมการเกดิ กลางวัน กลางคนื
2. ครูตรวจใบงาน 7.5 กลางวัน กลางคนื
3. ครูตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน
แผนการจัดการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 7 ดวงอาทิตย์กับชวี ิต บทที่ 1 ดวงอาทติ ย์และปรากฎการณ์บนโลก
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 กลางวัน กลางคนื จำนวนเวลาเรยี น 2 ชว่ั โมง
การวดั และประเมนิ ผล
รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมนิ
กจิ กรรมการเกดิ ตรวจสอบการทำ สมุดประจำตวั นกั เรียน - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
กลางวนั กลางคืน กิจกรรมการเกิด
กลางวัน กลางคืน หรอื ใบบันทึกการทำ
กิจกรรมการเกิด
กลางวัน กลางคนื
ใบงาน 7.5 กลางวนั ตรวจ ใบงาน 7.5 ใบงาน 7.5 กลางวัน - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
กลางคืน กลางวนั กลางคนื กลางคนื
พฤติกรรมการทำงาน - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสังเกตพฤติกรรม - คณุ ภาพอยู่ในระดับดี
รายบคุ คล ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
ประเมินรายภาคเรยี น - สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม - คณุ ภาพอยู่ในระดบั ดี
การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
พฤติกรรมการทำงาน การทำงานกลุม่
กลมุ่ - ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบหลังเรยี น ประเมนิ ตามสภาพจริง
หลังเรยี น หนว่ ยการ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 7
แบบทดสอบหลงั เรยี น เรยี นรทู้ ี่ 7 ดวง ดวงอาทิตย์กับชีวติ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 อาทติ ย์กับชีวิต
ดวงอาทติ ย์กับชวี ิต
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 ดวงอาทิตยก์ บั ชีวติ บทท่ี 1 ดวงอาทติ ย์และปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 กลางวัน กลางคนื จำนวนเวลาเรียน 2 ชวั่ โมง
สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.3 เล่ม 2
2) แบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.3 เลม่ 2
3) วัสดุ-อปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นกิจกรรมเกดิ กลางวัน กลางคืน
4) ใบงาน 7.5 กลางวนั กลางคืน
5) PowerPoint
6) วิดีโอ
แหล่งการเรยี นรู้
7) หอ้ งสมดุ
8) ป้ายนเิ ทศ
9) อินเทอรเ์ นต็
แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 7 ดวงอาทิตย์กับชีวิต บทที่ 1 ดวงอาทติ ย์และปรากฎการณบ์ นโลก
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4 กลางวัน กลางคืน จำนวนเวลาเรียน 2 ชว่ั โมง
แบบบันทึกหลังแผนการจดั การเรียนรู้
1.ด้านความรู้ (K) นักเรียนมีความรู้ (K)
ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คดิ เป็น รอ้ ยละ………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ด้านทักษะกระบวนการ (P) นักเรยี นมีทักษะกระบวนการ (P)
ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คิดเป็น รอ้ ยละ………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พ่ึงประสงค์ (A) นักเรยี นมคี ุณลักษณะอันพ่งึ ประสงค์ (A)
ผ่านเกณฑ์การประเมนิ จำนวน.........คน คดิ เป็น รอ้ ยละ………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4.ปัญหาและอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5.แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ..............................................ผูบ้ ันทกึ
(................................................)
ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่ือ.........................................................
(.........................................................)
ตำแหนง่ ..........................................................
ตารางวิเคราะห์ขอ้ สอบกลางภาค ภาคเรยี นที่ 2
ตามมาตรฐานตวั ช้วี ัด วิชาวิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
ตารางวิเคราะห์ ตารางวเิ คราะห์ระดับพฤติกรรมการคิด
มาตรฐานตัวชี้วัด
ข้อ ว 3.2 4 ความรู้ ความ การ การ การ การ
1 23 ความจำ เข้าใจ ประยกุ ต์ใ วิเคราะ ประเมนิ สร้างสรรค์
ช้ ห์ ค่า
1✓ ✓
2✓ ✓
3✓ ✓
4✓ ✓
5✓ ✓
6✓ ✓
7✓ ✓
8✓ ✓
9✓ ✓
10 ✓ ✓
11 ✓ ✓
12 ✓ ✓
13 ✓ ✓
14 ✓ ✓
15 ✓ ✓
16 ✓ ✓
17 ✓ ✓
18 ✓ ✓
19 ✓ ✓
20 ✓ ✓
ข้อสอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง 2560)
กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอ้ สอบ กลางภาค ภาคเรียนท่ี 2
วชิ า วิทยาศาสตร์ ช้ัน ประถมศกึ ษาปีที่ 3
ช่ือ ...................................................... นามสกลุ ..................................................................
เลขประจาตวั ...................................... โรงเรียน .................................................................
วนั ที่ ........................................ เดือน ...................................................... พ.ศ. ...................
คำชี้แจง 1. ขอ้ สอบมีทั้งหมด 20 ข้อ 20 คะแนน คะแนนที่ได้ 20
2. ใหน้ ักเรยี นเลือกคำตอบที่ถกู ที่สุดเพยี งคำตอบเดียว คะแนนเตม็
1. ข้อใดกล่าวถึงอากาศได้ถกู ตอ้ ง
ก. อากาศไม่มมี วล
ข. อากาศไม่ต้องการที่อยู่
ค. อากาศมีอยู่ทกุ ท่ีท้ังบนโลกและนอกโลก
ง. อากาศสามารถเปลีย่ นแปลงรูปร่างตามภาชนะท่ีบรรจุ
2. สัตว์ต้องการส่วนประกอบใดของอากาศในการดำรงชีวติ
ก. ไอนำ้
ข. แกส๊ ไนโตรเจน
ค. แกส๊ ออกซิเจน
ง. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
พิจารณาแผนภูมิแสดงสว่ นประกอบของอากาศใช้ตอบคำถามขอ้ 3.-5.
3. จากแผนภมู ขิ ้อใดกลา่ วถึง A ได้ถูกต้อง
ก. A เป็นแก๊สทมี่ นุษย์ต้องการในการดำรงชีวติ
ข. พืชตระกลู ถวั่ สามารถตรงึ แกส๊ A มาใชไ้ ด้
ค. แบคทีเรยี ตา่ ง ๆ ต้องการแก๊ส A ในการดำรงชีวติ
ง. A เป็นแก๊สทีไ่ ด้มาจากกระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงของพืช
4. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกย่ี วกบั สดั สว่ นของส่วนประกอบของอากาศในลมหายใจเขา้ -ออกของ
มนษุ ย์
ก. ในลมหายใจเข้าและออกปรมิ าณของ A จะมคี า่ คงท่ี
ข. ในลมหายใจออกจะมปี รมิ าณของ D มากกว่า B
ค. ในลมหายใจเข้าจะมปี รมิ าณของ B น้อยกว่าในลมหายใจออก
ง. สัดสว่ นของสว่ นประกอบของอากาศในลมหายเข้าและออกไมม่ ีการเปลย่ี นแปลง
5. จากแผนภาพ ถ้าปรมิ าณของ B ลดลงจะสง่ ผลต่อสิง่ มีชวี ิตหรอื ไม่ อย่างไร
ก. ไม่สง่ ผลตอ่ ส่งิ มชี ีวิต เพราะสิ่งมีชีวติ ไม่ได้ใช้ B ในการดำรงชวี ติ
ข. ไมส่ ่งผลต่อส่ิงมีชวี ิต เพราะสิง่ มชี วี ติ สามารถใช้ A แทน B ได้
ค. สง่ ผลต่อสิง่ มีชวี ติ เพราะสิ่งมชี วี ติ ตอ้ งใช้ B ในกระบวนการหายใจ
ง. ส่งผลตอ่ สิ่งมชี ีวติ เพระB ทำใหเ้ กิดการหมนุ เวยี นของนำ้ ในบรรยากาศซงึ่ นำ้ เป็นปัจจยั ต่อการ
ดำรงชวี ิตของสิ่งมชี วี ิต
6. เม่ือเราชงั่ น้ำหนักของลูกโปง่ ทีเ่ ป่าใหใ้ หญ่ขน้ึ เปรยี บเทยี บกับนำ้ หนกั ของลูกโป่งใบเดิมที่ยงั ไม่ได้
เปา่ จะพบวา่ ลูกโปง่ ทเ่ี ปา่ ให้ใหญ่ขนึ้ จะมนี ้ำหนักมากว่าลกู โป่งทีย่ งั ไมไ่ ดเ้ ป่า เพราะเหตใุ ดจึงเปน็ เช่นนน้ั
ก. เพราะอากาศภายในลกู โป่งที่เป่าใหใ้ หญ่ขึ้นมีมวล
ข. เพราะอากาศต้องการท่ีอยู่ภายในลูกโป่ง
ค. เพราะมวลของลกู โป่งทเี่ ป่าให้ใหญ่ขนึ้ มากกว่าตอนยงั ไม่ไดเ้ ปา่
ง. เพราะอากาศท่ีอยภู่ ายในลูกโปง่ ออกแรงดันกระทำต่อผวิ ของลกู โป่ง
7. กจิ กรรมในข้อใดมอี ากาศเปน็ ปจั จัยสำคัญในกระบวนการเกดิ
ก. ข.
การละลาย การมองเหน็
ค. ง.
การเผาไหม้ การตกตะกอน
8. ขอ้ ใดไม่ใช่ผลกระทบทีอ่ าจเกิดข้ึนจากการไมม่ ีอากาศ
ก. สิ่งมชี วี ิตจะได้ยนิ เสยี งดงั ขึ้น
ข. ส่ิงมชี ีวติ ไมส่ ามารถดำรงชีวติ อยู่ได้
ค. อกุ กาบาตพุ่งชนผิวโลกมากข้ึน
ง. รงั สีจากดวงอาทติ ย์เขา้ สโู่ ลกมากขน้ึ
9. บรเิ วณใดที่มโี อกาสเกิดมลพิษทางอากาศมากท่ีสดุ ข. สวนสาธารณะ
ก. โรงเรียน ง. รมิ ถนน
ค. ทะเล
10. กิจกรรมในขอ้ ใดก่อให้เกิดมลพษิ ทางอากาศมากทส่ี ุด
ก. การเดินทางดว้ ยจักรยาน ข. การเผาชยะ
ค. การทำไร่ทำสวน ง. การใชถ้ งุ ผา้ ใส่ของ
11. เพราะเหตุใด เราจงึ ควรช่วยกันลดการเกดิ มลพิษทางอากาศ
ก. เพราะอากาศมีความสำคัญตอ่ การดดำรงชวี ติ ของสิ่งมชี วี ติ
ข. เพราะอากาศสามารถปอ้ งกนั อนั ตรายจากวัตถนุ อกโลกได้
ค. เพราะมลพิษทางอากาศจะทำใหเ้ กิดภัยพบิ ตั ิธรรมชาติที่รนุ แรง
ง. เพราะมลพิษทางอากาศจะทำใหส้ ิง่ มชี วี ติ สูญพนั ธุ์
12. ใครปฎบิ ตั ไิ ด้เหมาะสมกับการชว่ ยลดการเกดิ มลพิษทางอากาศมากที่สดุ
ก. จอยแยกขยะตามประเภทก่อนทิ้ง
ข. จว๋ิ เข้าร่วมโครงการปลกู ต้นไมเ้ ปน็ ประจำ
ค. จกุ ซอ้ มดับเพลิงเปน็ ประจำเพือ่ ลดปัญหาการเผาไหม้
ง. จ๋อมใชเ้ ตาถ่านในการหงุ ต้มอาหาร
13. ขอ้ ใดกลา่ วได้ถูกต้อง
ก. ลมจะพดั จากบรเิ วณท่ีมีอุณหภมู ิสงู ไปหาบริเวณที่มีอุณหภมู ติ ่ำกวา่
ข. ลมพดั จากบรเิ วณท่มี ีอณุ หภูมติ ่ำไปหาบรเิ วณที่มีอุณหภมู สิ งู กวา่
ค. ลมจะพัดบริเวณทม่ี รี ะดับความสูงจากน้ำทะเลมากไปยงั บริเวณที่มีระดับความสงู จากน้ำ
ทะเลนอ้ ยกว่า
ง. ลมจะพดั บรเิ วณที่มรี ะดับความสูงจากนำ้ ทะเลนอ้ ยไปยงั บริเวณท่มี รี ะดับความสงู จากนำ้
ทะเลมากกวา่
14. หากบริเวณท่ีอยใู่ กล้เคียงกันมอี ุณหภูมิอากาศแตกต่างกันมาก จะเกิดอะไรขึน้
ก. ลมจะพัดเรว็ และแรงข้นึ
ข. ลมจะพัดตามแนวด่งิ
ค. ลมจะพัดชา้ ลง
15. พิจารณาข้อความต่อไปนี้
“เวลาน้เี รามายนื อยู่ริมชาด รู้สกึ ไดว้ า่ มีลมพดั จากทะเลเขา้ มาปะทะกบั ผวิ หนา้ มองไปก็เริ่มเห็น
ชาวประมงนำเรอื เข้ามาท่ชี ายฝงั่ ”
จากข้อความข้อใดกลา่ วถงึ เหตุการณ์ในขณะนน้ั ได้ถูกต้อง
ก. ขณะน้นั เกิดลมบก
ข. เปน็ เวลากลางคืน
ค. พ้ืนน้ำทะเลคายความร้อนได้ดกี วา่ พน้ื ดนิ
ง. อุณหภูมิอากาศเหนือพืน้ ดินสูงกวา่ อณุ หภมู ิอากาศเหนือพ้ืนน้ำทะเล
พจิ ารณาภาพการทดลองใชต้ อบคำถามข้อ 16.-17.
ธูป
เทียนไข
เมอ่ื นำกระบอกพลาสติก 2 อัน เจาะรเู ชื่อมท่อดงั รปู จากนั้นนำเทยี นไขมาวางไว้ท่ีกระบอก
พลาสตกิ ทางขวามือ และนำปลายธูปทจ่ี ุดไฟแล้วมาจ่อไวท้ ี่กระบอกพลาสตกิ ทางซ้ายมือ
16. เม่อื จุดไฟท่ีเทยี นไข ควนั ธปู จะมกี ารเคลื่อนที่อย่างไร
ก. เคลอื่ นท่ีออกจากกระบอกพลาสติกดา้ นซ้าย
ข. เคลื่อนทห่ี มุนวนอยู่ในกระบอกพลาสติกด้านซา้ ย
ค. เคลื่อนที่ไปตามท่อและออกจากกระบอกพลาสตกิ ดา้ นขวา
ง. เคลอื่ นท่ไี ปตามท่อและไหลวนอยภู่ ายในกระบอกพลาสติกด้านขวา
17. จากขอ้ มลู การทดลองนีต้ ้องการศึกษาเรอื่ งอะไร
ก. การเผาไหม้ ข. การเกดิ พลงั งานความร้อน
ค. การเปลีย่ นแปลงอุณหภมู ิ ง. ทิศทางการเคล่ือนท่ขี องอากาศ
18.ข้อใดกลา่ วถึงลมมรสุมได้ถูกตอ้ ง
ก. ลมมรสมุ ตะวันตกเฉยี งใต้ทำให้อณุ หภมู ิอากาศทุกภาคในประเทศไทยต่ำลง
ข. ลมมรสมุ จดั เป็นลมประจำเวลา เพราะมีชว่ งเวลาในการเกดิ เป็นประจำ
ค. เมื่อลมมรสุมตะวนั ออกเฉยี งเหนือจะพดั ผา่ นประเทศไทยในชว่ งฤดูหนาว
ง. ประเทศไทยไดร้ บั ผลกระทบจากลมประจำฤดซู ง่ึ มีลมมรสมุ 3 ชนดิ ทำให้เกิดฤดรู อ้ น ฤดูฝน
และฤดหู นาว
19. ขอ้ ใดไม่ได้เปน็ ผลจากลม ข. การเกดิ คลื่นในทะเล
ก. การแพร่กระจายของเกสรดอกไม้ ง. การไดย้ ินเสยี ง
ค. การแลน่ เรือใบ
20. ใครต้องอาศยั ประโยชนจ์ ากลมมากท่ีสดุ ข. น้ำออ้ ยทำสวนผลไม้
ก. ลงุ เลเป็นชาวประมงนำ้ เค็ม ง. ลงุ แซมเปน็ ชาวนา
ค. ป้านิดเป็นพนกั งานโรงงานทอผ้า
เฉลย ข้อสอบชุดท่ี 1
ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
1. 11.
2. 12.
3. 13.
4. 14.
5. 15.
6. 16.
7. 17.
8. 18.
9. 19.
10. 20.
ขอ้ สอบ กลางภาคเรียนที่ 2 ชุดท่ี 1 เฉลยคาตอบอย่างละเอยี ด
วชิ า วทิ ยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3
1. ง. อากาศสามารถเปลย่ี นแปลงรูปร่างตามภาชนะทีบ่ รรจุ
อากาศเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีมวลและต้องการที่อยู่เราไม่สามารถมองเห็นอากาศได้
เพราะอากาศมีสถานะเปน็ แก๊ส ทำให้มรี ปู ร่างและปริมาณไม่คงทเ่ี ปล่ียนแปลงรปู รา่ งไดต้ ามภาชนะท่ีบรรจุอยู่
2. ค. แกส๊ ออกซิเจน
แก๊สทีส่ ตั วใ์ ช้ในการหายใจเพ่อื การดำรงชวี ิตคอื แก๊สออกซเิ จน
3. ข. พืชตระกูลถัว่ สามารถตรงึ แกส๊ A มาใช้ได้
A คือแก๊สไนโตรเจนเป็นแก๊สที่เป็นส่วนประกอบของอากาศที่มีปริมาณมากที่สุด พืชตระกูลถั่วสามารถ
ตรึงแก๊สไนโตรเจนมาใชไ้ ด้
4. ก. ในลมหายใจเขา้ และออกปรมิ าณของ A จะมคี า่ คงที่
A คอื แก๊สไนโตรเจนซึง่ มีปรมิ าณคงท่ใี นลมหายใจเขา้ และออกเพราะสงิ่ มีชวี ติ ไม่ได้ใช้แกส๊ ไนโตรเจน
ในการหายใจ
B คอื แกส๊ ออกซิเจน ซึง่ ในลมหายใจเข้าจะมีปริมาณแก๊สออกซิเจนมากกว่าในลมหายใจออก
D คอื แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ ซึ่งในลมหายใจออกจะมปี ระมาณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดม์ ากกวา่ ลม
หายใจเข้า แต่ปริมาณแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ทั้งในลมหายใจเข้าและลมหายใจออกจะมีปริมาณน้อย
กว่าแก๊สออกซเิ จน
5. ค. ส่งผลต่อสงิ่ มชี วี ติ เพราะสง่ิ มชี ีวติ ต้องใช้ B ในกระบวนการหายใจ
B คือ แก๊สออกซเิ จน ซ่ึงมีสิง่ มชี วี ติ จำเป็นต้องใช้ในการหายใจ ดงั นน้ั ถา้ B มปี รมิ าณลดลงจะส่งผลต่อการ
ดำรงชวี ิตของส่ิงมชี ีวติ
6. ก. เพราะอากาศภายในลูกโปง่ ท่ีเป่าใหใ้ หญ่ขึ้นมีมวล
เมื่อเป่าลูกโป่งให้ใหญ่ขึ้น จะมีอากาศเข้าไปอยู่ภายในลูกโป่งซึ่งอากาศมีมวล จึงทำให้น้ำหนักรวมของ
ลูกโป่งมากขนึ้ กว่าตอนท่ยี ังไม่ได้เป่า
7. ค.
อากาศเป็นปัจจัยหน่ึงของการเผาไหม้เพราะการเผาไหม้ต้องใช้แก๊สออกซิเจนเปน็ วัตถุดิบในกระบวนการ
เผาไหม้ สว่ นการละลาย การมองเห็น และการตกตะกอนไม่ได้มอี ากาศเปน็ ปัจจัยในกระบวน การเกดิ
8. ก. ส่งิ มีชวี ิตจะได้ยนิ เสยี งดงั
อากาศมีความสำคัญกับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต เพราะสิ่งมีชีวิตต้องใช้อากาศในการหายใจ อากาศยัง
ช่วยเผาไหม้เศษวัตถุจากนอกโลกที่พุ่งเข้ามาในฉันบรรยากาศ ทำให้ลุกไหม้ก่อนจะตกถึงพื้นโลก และอากาศยัง
ป้องกันรังสีต่าง ๆ จากดวงอาทิตย์ที่เข้ามาสู่โลก นอกจากน้ี เสียงเป็นคลื่นที่ต้องอาศัยตัวกลางเช่นอากาศในการ
เคล่ือนที่ ดงั นน้ั ถ้าไม่มอี ากาศส่งิ มีชวี ิตจะไม่สามารถไดย้ ินเสียงได้
9. ง. รมิ ถนน
บริเวณถนน จะเกิดการเผาไหม้เช้ือเพลงิ ของยานพาหนะเปน็ จำนวนมาก ก่อให้เกดิ แก๊สทเ่ี ปน็ มลพิษทาง
อากาศ เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แกส๊ คาร์บอนมอนอกไซด์
10. ข. การเผาชยะ
การเผาขยะทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ เนื่องจากในการเผาไหม้จะมีการปล่อยแกส๊ ทก่ี ่อให้เกดิ มลพิษทาง
อากาศ เชน่ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สคารบ์ อนมอนอกไซด์
11. ก. เพราะอากาศมีความสำคัญต่อการดดำรงชีวิตของส่งิ มีชีวติ
อากาศเปน็ ปจั จยั สำคัญในการดำรงชวี ติ ของสง่ิ มชี ีวิต เพราะส่ิงมชี ีวติ ต้องใชอ้ ากาศในการหายใจ
ดงั น้นั เราจึงควรชว่ ยกันลดมลพิษทางอากาศ
12. ข. จ๋ิวเข้าร่วมโครงการปลูกต้นไมเ้ ป็นประจำ
การปลกู ตน้ ไมจ้ ะชว่ ยลดมลพิษทางอากาศได้เป็นอย่างดี เพราะต้นไม้จะช่วยดดู ซับแกส๊ ทกี่ ่อใหเ้ กิด
มลพษิ ทางอากาศ เช่น แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ แก๊สคารบ์ อนมอนอกไซด์ แก๊สซลั เฟอร์ไดออกไซด์
13. ข. ลมพดั จากบรเิ วณที่มีอุณหภมู ิต่ำไปหาบรเิ วณทม่ี ีอุณหภูมิสูงกวา่
ลมเกิดจากอุณหภมู ิของอากาศ 2 บริเวณอยใู่ กลก้ นั มีความแตกตา่ งกัน โดยบรเิ วณท่ีมอี ุณหภูมิสูงอากาศ
จะขยายตวั และลอยสงู ขึ้น มวลอากาศบรเิ วณท่ีอยู่ใกลเ้ คยี งทม่ี ีอุณหภูมิตำ่ กว่าจากเคล่ือนทมี่ าแทนท่ที ำให้เกดิ การ
เคลื่อนที่ของอากาศจากบริเวณท่มี ีอุณหภูมิต่ำไปยงั บริเวณอ่ืนที่มีอุณหภมู ิสูง
14. ก. ลมจะพัดเร็วและแรงขึ้น
เนอ่ื งจากลมเกิดจากการทอ่ี ุณหภมู ขิ องอากาศ 2 บรเิ วณ มีความแตกตา่ งกนั หากอุณหภมู ิของอากาศท้งั
2 บรเิ วณแตกตา่ งกันมากอากาศจะเคลือ่ นทเี่ รว็ จนทำใหเ้ กิดลมทพ่ี ัดแรงข้นึ หรืออาจเกิดพายุขึ้น
15. ง. อณุ หภูมิอากาศเหนอื พืน้ ดินสงู กวา่ อุณหภมู ิอากาศเหนอื พน้ื น้ำทะเล
จากข้อมูล พบวา่ ลมพดั จากทะเลเข้าหาฝงั่ ดงั น้ันลมทเี่ กิดขนึ้ คือลมทะเลซ่งึ เกิดในเวลากลางวัน เนอื่ งจาก
อากาศเหนือพนื้ ดนิ มีอณุ หภมู ิสงู กวา่ อากาศเหนือพ้นื น้ำทะเลเพราะพื้นดินดดู ซึมความร้อนได้ดกี วา่ พืน้ นำ้ ทำให้
อากาศเหนือพ้นื ดินลอยตัวสงู ข้ึนอากาศเหนือพื้นน้ำทะเลจึงเขา้ มาแทนที่
16. ค. เคลือ่ นทไ่ี ปตามท่อและออกจากกระบอกพลาสติกดา้ นขวา
จากภาพการทดลองเมื่อจดุ เทียนไข จะทำให้อากาศบรเิ วณกระบอกพลาสติกดา้ นขวามีอุณหภมู ิสงู ข้นึ จงึ
ลอยตวั อากาศภายในกระบอกพลาสติกด้านซา้ ยมีอุณหภมู ิตำ่ กว่าจงึ เข้ามาแทนทที่ ำให้ควนั ธปู เคลอื่ นทไ่ี ปตามท่อ
และลอยออกจากกระบอกพลาสติกดา้ นขวา
17. ง. ทิศทางการเคลือ่ นที่ของอากาศ
จากการทดลอง มีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือศึกษาทิศทางการเคลื่อนทีข่ องอากาศเมื่อมีความแตกต่างกันของ
อณุ หภมู ิอากาศ 2 บริเวณ
18. ค. เม่ือลมมรสุมตะวนั ออกเฉยี งเหนือจะพดั ผา่ นประเทศไทยในชว่ งฤดูหนาว
ลมประจำฤดู เป็นลมทีพ่ ัดประจำฤดูกาล ซ่ึงลมประจำฤดใู นประเทศไทย ได้แก่ ลมมรสมุ ฤดูร้อน หรอื
ลมมรสมุ ตะวันตกเฉยี งใต้ ทำใหเ้ กดิ ฝนตกชุก และลมมรสมุ ฤดหู นาว หรอื ลมมรสุมตะวนั ออกเฉยี งเหนือทำให้
ภาคเหนอื มีอากาศหนาวเยน็ และภาคใต้มีฝนตกชุก
19. ง. การไดย้ นิ เสยี ง
การไดย้ ินเสยี งเกิดจากการท่ีเสียงเดินทางจากแหล่งกำเนดิ เสยี งผา่ นตวั กลางไปถงึ อวยั วะรบั เสียง ไมไ่ ด้
เป็นผลจากลม สว่ นการแพร่กระจายของเกสรดอกไม้ การเกดิ ขนึ้ ในทะเล และการแล่นเรือใบเปน็ ผลจากลม
20. ก. ลุงเลเป็นชาวประมงน้ำเคม็
การทำประมงนำ้ เคม็ ตอ้ งอาศยั ลมบกในการเดินเรือออกจากฝง่ั และอาศัยลมทะเลในการนำเรือกลับเขา้ ฝ่งั
ตารางวิเคราะห์ข้อสอบปลายภาค ภาคเรยี นที่ 2
ตามมาตรฐานตวั ชว้ี ดั วิชาวิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3
ตารางวิเคราะห์ ตารางวิเคราะห์ระดับพฤติกรรมการคดิ
มาตรฐานตวั ชี้วดั
ขอ้ ว 2.3 ว 3.1 ความรู้ ความ การ การ การ การ
1 23 123 ความจำ เขา้ ใจ ประยุกตใ์ วิเคราะ ประเมนิ สร้างสรรค์
ช้ ห์ ค่า
1✓ ✓
2✓ ✓
3✓ ✓
4✓ ✓
5✓ ✓
6✓ ✓
7✓ ✓
8✓ ✓
9✓ ✓
10 ✓ ✓
11 ✓ ✓
12 ✓ ✓
13 ✓ ✓
14 ✓ ✓
15 ✓ ✓
16 ✓ ✓
17 ✓ ✓
18 ✓ ✓
19 ✓ ✓
20 ✓ ✓
ข้อสอบหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ
2560)
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอ้ สอบ ปลายภาค ภาคเรยี นท่ี 2
วชิ า วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3
ชื่อ ...................................................... นามสกลุ ..................................................................
เลขประจาตวั ...................................... โรงเรียน .................................................................
วนั ท่ี ........................................ เดือน ...................................................... พ.ศ. ...................
คำชแ้ี จง 1. ข้อสอบมีท้ังหมด 20 ข้อ 20 คะแนน คะแนนที่ได้ 20
2. ให้นกั เรียนเลอื กคำตอบที่ถกู ทสี่ ดุ เพียงคำตอบเดียว คะแนนเตม็
1. พจิ ารณารปู อุปกรณต์ ่อไปน้ี
จากรปู อปุ กรณ์ดังกล่าวมกี ารเปลยี่ นแปลงรปู พลังงานอย่างไร
ก. พลงั งานกล เป็นพลงั งานไฟฟ้า
ข. พลงั งานกล เปน็ พลงั งานเสียง
ค. พลงั งานไฟฟ้า เปน็ พลงั งานแสง
ง. พลังงานไฟฟา้ เปน็ พลังงานกล
2. เพราะเหตใุ ด เมอ่ื ปิดสวติ ชห์ มอ้ หุงข้าวไฟฟ้า จงึ ทำให้ขา้ วสกุ ได้
ก. มกี ารเปลีย่ นพลังงานไฟฟ้า เปน็ พลังงานความร้อน
ข. มกี ารเผาไหม้เชอ้ื เพลิงทำใหเ้ กิดความร้อน
ค. มกี ารเปลี่ยนพลงั งานความรอ้ น เป็นพลงั งานเคมี
ง. มกี ารเปล่ียนพลงั งานกล เป็นพลงั งานความร้อน
3. พลังงานในข้อใดไม่เก่ยี วข้องกบั การเปล่ยี นแปลงพลงั งานของเครื่องเปา่ ผม
ก. พลงั งานไฟฟ้า
ข. พลังงานกล
ค. พลังงานแสง
ง. พลงั งานความร้อน
4. อุปกรณ์ในขอ้ ใดมีการเปล่ียนแปลงพลังงานไฟฟ้าแตกต่างจากพวกมากทส่ี ดุ
ก. ข.
ค. ง.
5. อปุ กรณใ์ นขอ้ ใดมีการเปลี่ยนแปลงพลงั งานเชน่ เดยี วกับสว่านไฟฟ้า
ก. ลำโพง
ข. พัดลม
ค. หลอดไฟฟา้
ง. เครือ่ งทำนำ้ ร้อน
6. ข้อใดกลา่ วไม่ถูกต้องเกี่ยวกบั ไดนาโม
ก. เปล่ียนพลังงานไฟฟ้าเปน็ พลงั งานกล
ข. ประกอบด้วยแทง่ แม่เหล็ก และขดลวดทองแดง
ค. อาศยั การเหน่ียวนำของแม่เหลก็ ไฟฟา้
ง. ทำใหเ้ กดิ การเปล่ียนแปลงสนามแม่เหลก็ บนขดลวด
7. ขอ้ ใดทำให้ไดนาโมผลิตกระแสไฟฟ้าในปริมาณมากขึน้
ก. หมุนขดลวดใหเ้ คลื่อนท่ชี า้ ลง
ข. เพ่ิมจำนวนรอบของขดลวดให้มากขนึ้
ค. ลดขนาดของแทง่ แมเ่ หล็ก
ง. เพิม่ จำนวนแทง่ แม่เหล็ก
8. แหลง่ พลงั งานท่ใี ช้การผลิตกระแสไฟฟา้ ในข้อใด จดั เปน็ แหลง่ พลังงานประเภทเดยี วกัน
ทั้งหมด
ก. นำ้ ลม น้ำมัน
ข. แสงอาทิตย์ น้ำ ลม
ค. แสงอาทิตย์ ถ่านหิน นำ้
ง. นำ้ มัน ถา่ นหนิ ลม
9. การผลิตกระแสไฟฟา้ ดว้ ยแหลง่ พลังงานในข้อใดสง่ ผลให้เกิดมลพิษในอากาศมากที่สดุ
ก. ลม
ข. นำ้
ค. ถ่านหิน
ง. แสดงอาทิตย์
10. ข้อใดจบั ค่ขู ้อเสยี ของแหล่งพลังงานท่ีใชใ้ นการผลิตกระแสไฟฟ้าไม่ถูกต้อง
ก. พลังงานลม – ต้องใช้พืน้ ท่ีในการติดต้ังอุปกรณจ์ ำนวนมาก
ข. พลังงานน้ำ – ตอ้ งใชพ้ นื้ ที่บริเวณกวา้ งเพื่อกักเก็บน้ำ
ค. แสงอาทติ ย์ – เซลลส์ รุ ยิ ะมีราคาแพง
ง. แก๊สธรรมชาติ – มีปริมาณจำกัด
11. เพราะเหตุใดการเกิดไฟฟ้าลดั วงจรจงึ ทำให้เกดิ ไฟไหม้
ก. กระแสไฟฟา้ เป็นพลังงานความรอ้ นชนดิ หน่งึ
ข. เม่ือมีกระแสไฟฟา้ จะมปี ระกายไฟเกดิ ขึน้
ค. ไฟฟา้ ลดั วงจรทำให้เกิดความร้อนจนเกิดไฟลกุ ไหม้
ง. ไฟฟา้ ลัดวงจรเกิดจากการเสยี ดสกี ันของประจุไฟฟ้าจนเกิดประกายไฟ
12. ใครใช้ไฟฟ้าได้อยา่ งเหมาะสมทสี่ ุด
ก. จอยเปดิ ไฟเทา่ ท่จี ำเป็นต้องใชง้ าน
ข. จ๋วิ ถอดปล๊ักตเู้ ย็นทุกคร้ังก่อนออกจากบ้าน
ค. โจเสยี บชารจ์ โทรศัพทม์ ือถือทง้ิ ไว้ขณะไปทำธรุ ะ
ง. แจนเปิดเครอื่ งปรับอากาศท่ีอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซยี สในวนั ทีอ่ ากาศร้อน
13. ขอ้ ใดกล่าวถึงเส้นทางการขึ้นและตกของดวงอาทติ ย์ได้ถูกต้อง
ก. ข้ึนจากขอบฟ้าทางทิศตะวันตกในตอนเช้า
ข. ตกลบั ขอบฟ้าทางทิศตะวนั ออกในตอนเยน็
ค. เคลอื่ นทีข่ ้นึ และตกจากขอบฟ้าเปน็ รปู ครง่ึ วงกลม
ง. ขนึ้ และตกในทิศตรงขา้ มกับการข้ึนและตกของดวงจนั ทร์
14. พจิ ารณาตำแหนง่ ของโลกและดวงอาทติ ยเ์ มือ่ มองจากมมุ สูง ดงั รูป
ตำแหนง่ A ตั้งอยบู่ ริเวณเส้นศูนยส์ ตู ร ข้อใดคือเวลาในขณะนี้ท่เี ป็นไปได้ของตำแหน่ง A
ก. 6.00 น.
ข. 10.00 น.
ค. 16.00 น.
ง. 20.00 น.
15. เพราะเหตุใดเราจงึ มองเห็นดวงอาทติ ย์ขึน้ และตกในทศิ ทางอยา่ งในปจั จุบัน
ก. โลกหมุนรอบตวั เองในทิศทางทวนเขม็ นาฬิกา
ข. โลกหมนุ รอบตวั เองในทิศทางตามเข็มนาฬิกา
ค. ดวงอาทิตย์หมนุ รอบตวั เองในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา
ง. ดวงอาทิตยห์ มุนรอบตวั เองในทศิ ทางตามเขม็ นาฬกิ า
16. ขอ้ ใดเกยี่ วข้องกับการหมุนรอบตัวเองของโลกน้อยทสี่ ดุ
ก. การกำหนดทิศ
ข. ข้างขึน้ ขา้ งแรม
ค. กลาวัน – กลางคืน
ง. การเคล่อื นท่ีขา้ มขอบฟา้ ของกลมุ่ ดาวฤกษใ์ นแตล่ ะคนื
17. บ้านของบอลอยู่บนถนนเสน้ เดยี วกบั โรงเรียน โดยถนนดังกลา่ วเปน็ เส้นตรง ในขณะนัง่ รถ
กลบั จากโรงเรยี นตอนเยน็ ทกุ วัน บอลจะมองเหน็ ดวงอาทติ ย์อยู่ด้านขวามือ บา้ นของบอลอยู่
ทางทิศใดของโรงเรียน
ก. ตะวันออก
ข. ตะวนั ตก
ค. เหนอื
ง. ใต้
18. หมวยยนื อย่กู ลางแจ้งในเวลาเชา้ ทำให้มองเห็นเงาของตัวเองทอดยาวไปบนพน้ื ทางด้านหน้า
ขอ้ ใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. หมวยยืนหนั หนา้ ไปทางทิศตะวนั ตก
ข. ดา้ นขวามอื ของหมวยคือทิศใต้
ค. เมือ่ เวลาผา่ นไปเงาของหมวยจะทอดยาวข้ึน
ง. ทศิ ตะวันออกจะอยู่ขวามือ
19. เหตกุ ารณใ์ ดเก่ียวข้องกับดวงอาทิตยน์ ้อยทีส่ ุด
ก. การสรา้ งอาหารของพชื
ข. การเกดิ วฏั จักรของน้ำ
ค. การมองเหน็ ส่งิ ต่าง ๆ ของสงิ่ มชี วี ิต
ง. การเกดิ แผ่นดินไหว
20. ใครใช้ประโยชน์จากดวงอาทิตย์ได้เหมาะสมที่สดุ
ก. กนั ออกไปยนื ตากแดดในเวลาเท่ยี งเพื่อรบั วิตามินดี
ข. แกม้ ใช้กระจกโค้งรับแสงอาทิตยเ์ พื่อใหค้ วามร้อนแก่กระทะในการทำอาหาร
ค. ก้อยซักและตากผา้ ในวนั ที่ทอ้ งฟา้ แจม่ ใส
ง. กงิ่ ตดิ ต้ังเซลลส์ รุ ยิ ะบนตเู้ ย็นเพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า
เฉลย ขอ้ สอบ
ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
1. 11.
2. 12.
3. 13.
4. 14.
5. 15.
6. 16.
7. 17.
8. 18.
9. 19.
10. 20.
ขอ้ สอบ ปลำยภำค ภำคเรียนท่ี 2 เฉลยคำตอบอย่ำงละเอยี ด
วิชา วทิ ยำศำสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั ประถมศึกษำปี ท่ี 3
1. ง. พลงั งานไฟฟ้า เป็นพลงั งานกล
เคร่อื งซกั ผา้ เป็นอปุ กรณ์ไฟฟ้า ทม่ี ีการเปล่ียนแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลงั งานกล
2. ก. มกี ารเปลยี่ นพลังงานไฟฟ้า เปน็ พลงั งานความร้อน
หม้อหุงขา้ วไฟฟ้าเป็นอุปกรณไ์ ฟฟ้า ทมี่ ีการเปลี่ยนแปลงพลงั งานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน
3. ค. พลงั งานแสง
เครือ่ งเปา่ ผม เปน็ อปุ กรณ์ทม่ี กี ารเปลี่ยนแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลงั งานกล และพลังงานความรอ้ น
4. ง.
เตารีดไฟฟ้า เตาไฟฟ้า และเครื่องปิ้งขนมปังมีการเปลี่ยนแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานความร้อน
สว่ นวทิ ยมุ กี ารเปล่ียนแปลงพลงั งานไฟฟา้ เปน็ พลงั งานเสยี ง
5. ข. พัดลม
สวา่ นไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลเช่นเดียวกบั พัดลม
6. ก. เปล่ียนพลังงานไฟฟา้ เปน็ พลงั งานกล
ไดนาโม คือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานกลให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยอาศัยการ
เหน่ียวนำของแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งประกอบด้วยแท่งแม่เหล็ก และขดลวดทองแดง ทำให้เกิดการเคลื่อนท่ีของ
ขดลวดทองแดงผา่ นสนามแม่เหลก็ เกิดการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กบนขดลวด
7. ข. เพ่มิ จำนวนรอบของขดลวดให้มากข้ึน
กระแสไฟฟ้าที่เกดิ ข้ึนจากการหมนุ ของไดนาโม ข้ึนอย่กู บั ปจั จยั
1. ความเรว็ ในการหมุนขดลวด หากหมุนขดลวดอย่างรวดเรว็ จะทำใหผ้ ลติ ไฟฟ้าไดม้ ากขน้ึ
2. จำนวนรอบในการพันขดลวด หากจำนวนรอบในการพันขดลวดมากจะทำให้ผลิตไฟฟ้าไดม้ าก
3. จำนวนเส้นแรงแมเ่ หลก็ แท่งแม่เหล็กทีม่ ขี นาดใหญจ่ ะมีเส้นแรงแม่เหล็กมากกวา่ แท่งแม่เหล็ก
ขนาดเล็ก ทำใหแ้ ท่งแมเ่ หล็กขนาดใหญผ่ ลิตไฟฟา้ มากกวา่