แผนการจดั การเรยี นร้รู ายวชิ า เคมีเพิ่ มเตมิ
บทท่ี 6 ปริมาณสารสัมพั นธ์
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
นายกิตติชยั อปุ ัชฌาย์
นักศึกษาฝกึ ประสบการณ์วชิ าชพี ครู
สาขาวิทยาศาสตรเ์ น้นเคมี รหสั นกั ศกึ ษา 61100141124
คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภัฏอุดรธานี
โรงเรียนสวา่ งแดนดิน อาเภอสว่างแดนดิน จงั หวดั สกลนคร
สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษามัธยมศกึ ษาสกลนคร
วิชาเคมีเพิ่มเตมิ 2 ว32222
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6 เรอ่ื ง ปริมาณสารสมั พนั ธ์
ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นสวา่ งแดนดนิ
นายกติ ตชิ ยั อุปชั ฌาย์
รหัสประจำตวั นกั ศกึ ษา 61100141124
สาขาวชิ าวิทยาศาสตร์ (เน้นเคม)ี
การปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศึกษา 1
รหสั วิชา ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1)
คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั อดุ รธานี
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
ก
คำนำ
แผนการจดั การเรยี นรู้รายวิชาเคมี 2 รหสั วชิ า ว31222 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 เล่มนี้ จดั ทำข้ึนเพื่อใช้
เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและให้นักเรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้
ตัวชี้วัด ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560)
ผู้จัดทำ จึงได้ศึกษาสาระการเรียนรู้พื้นฐานให้เข้าใจ จากนั้นนำปัญหาที่พบจากประสบการณ์ และความรู้ที่ได้
จากการอบรมสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคนิค วิธีการสอน การวัดผลประเมินผล จิตวิทยาการเรียนรู้
ตลอดจนความรทู้ ีไ่ ดจ้ ากการศกึ ษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง มาจดั ทำแผนการจัดการเรียนรใู้ นคร้ังน้ี
แผนการจัดการเรียนรู้ในเล่มนี้ แผนการจัดการเรียนรู้ จะมีรายละเอียดของ กิจกรรมการเรียนการ
สอน สื่อ แหล่งการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล รวมทั้งยังมีใบกิจกรรมประกอบด้วย สามารถนำไปให้
นักเรียนทำประกอบกับการสอนได้ นอกจากนี้ยังมีเฉลยใบกิจกรรมไว้ให้สำหรับครูผู้สอน ซึ่งจะทำ ให้การจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ อย่าง
แท้จรงิ
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้สอนเอง รวมทั้งเป็น
ประโยชน์ต่อผูส้ อนในรายวิชาเดยี วกัน และผ้สู อนแทนเป็นอย่างมาก
นายกิตติชัย อุปชั ฌาย์
10 ตลุ าคม 2556
ข
สารบัญ
เรื่อง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรื่อง ปรมิ าณสารสมั พันธ์ 1
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 12 สมการเคมี 2
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 13 เร่อื ง การคำนวณปริมาณสารทเ่ี ก่ียวข้องกับมวล 17
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14 เร่อื ง การคำนวณปรมิ าณสารท่ีเก่ยี วข้องกบั ความเข้มขน้ 33
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 15 เรื่อง การคำนวณปรมิ าณสารทเ่ี กย่ี วกบั ปรมิ าตรของแก๊ส 48
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 16 เรื่อง คำนวณปริมาณของสารในปฏกิ ิรยิ าเคมหี ลายขนั้ ตอน 64
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 17 เร่อื ง สารกำหนดปริมาณ 78
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 18 เร่ือง ผลที่ไดร้ ้อยละ 91
1
แผนการจัดการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 เร่อื งปริมาณสารสัมพนั ธ์
2
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 12
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์เคมี 1 รหสั วชิ า ว32222
ปีการศกึ ษา 2565
ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1
เวลา 21 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 6 ปริมาณสารสัมพันธ์ เวลา 3 ชั่วโมง
เร่อื ง สมการเคมี
ครผู ้สู อน นายกติ ติชัย อุปัชฌาย์
1. สาระการเรยี นรู้และผลการเรียนรู้
สาระที่ 5 สาระเคมี
2. เข้าใจการเขียนและดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธใ์ นปฏิกิริยาเคมี อัตรากาเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี สมดุลใน
ปฏกิ ริ ิยาเคมี สมบตั ิและปฏิกริ ิยาของกรด-เบส ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์และเซลลเ์ คมีไฟฟ้า รวมท้ังการนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์ผลการเรียนรู้
แปลความหมายสัญลักษณใ์ นสมการเคมีเขยี นและดลุ สมการเคมีของปฏกิ ริ ยิ าเคมีบางชนิด
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ปฏิกิริยาเคมีเป็นการเปลีย่ นแปลงท่ีมีสารใหม่เกิดขึ้น เขียนแสดงได้ด้วยสมการเคมี การดุลสมการเคมีทำ
ได้โดยการเติมเลขสัมประสิทธหิ์ น้าสารตง้ั ตน้ และผลิตภัณฑ์ เพ่อื ใหอ้ ะตอมของธาตุในสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์
เท่ากัน
3.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. แปลความหมายสญั ลกั ษณ์ในสมการเคมีได้
3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการคดิ (P)
1. เขียนและดลุ สมการเคมขี องปฏกิ ิรยิ าเคมีบางชนดิ เม่ือทราบสารตงั้ ตน้ และผลติ ภัณฑ์ได้
3.3 ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. นกั เรยี นมีความรบั ผิดชอบต่องานท่ีไดร้ ับมอบหมายและสามารถทำงานร่วมกับผู้อ่นื ได้
3
4. สาระการเรยี นรู้
ปฏกิ ิรยิ าเคมีเป็นการเปล่ยี นแปลงท่ีมสี ารใหม่เกิดขึน้ จากการจดั เรียงตวั ใหม่ของอะตอมธาตุ โดยจำนวน
และชนิดของอะตอมธาตุไม่เปลีย่ นแปลง ปฏกิ ิริยาเคมเี ขียนแสดงไดด้ ว้ ยสมการเคมี ซึ่งประกอบด้วยสตู รเคมี
ของสารตง้ั ตน้ และผลติ ภัณฑ์ ลกู ศรแสดงทิศทางของการเกิดปฏกิ ริ ยิ า และ เลขสมั ประสทิ ธิ์ของสารตั้งตน้
และผลติ ภัณฑ์ท่ดี ุลแลว้ นอกจากนี้ อาจมสี ัญลักษณ์แสดงสถานะของสาร หรือปจั จยั อ่นื ที่เกยี่ วขอ้ งในการ
เกิดปฏิกริ ิยาเคมี
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
6.1 มีวนิ ยั
6.2 ใฝ่เรยี นรู้
6.3 ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรียนรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้ันตอน (5E)
ขน้ั ท่ี 1 สร้างความสนใจ
1. นักเรยี นพจิ ารณาตวั อยา่ งการเปลยี่ นแปลงทพี่ บในชวี ิตประจำวัน เชน่ การเกดิ สนมิ เหลก็
การจดุ ดอกไมไ้ ฟ แล้วตั้งคำถามวา่ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเปน็ ปฏกิ ริ ิยาเคมีหรือไม่ ควรได้คำตอบวา่ การเกิด
สนมิ เหล็กเป็นการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี การจุดดอกไม้ไฟเป็นปฏิกิริยาเคมจี ากน้ันครูให้ความรเู้ พ่มิ เติมว่าปฏกิ ริ ยิ า
อาจเกดิ ไดจ้ ากฟองแก๊ส กล่ิน สี และอณุ หภมู ิ
2. จากนน้ั ครูยกตัวอย่างปฏิกิรยิ าเคมีที่เกดิ ข้นึ ของสารประกอบ พร้อมกบั ถามนักเรยี นจาก
ผลที่เกิดข้ึน เปน็ ปฏกิ ริ ิยาเคมีหรอื ไม่อย่างไร พร้อมอธิบานเหตุผลประกอบ
4
ท่ี สาร สมบัติของสาร ผลทส่ี ังเกตได้ ผล
สาร A เปน็ โลหะสีเงนิ ไดข้ องเหลวใสไม่มสี ี
1 A, B สาร B เปน็ ของเหลวใส ไม่มสี ี โลหะผกุ รอ่ นและมีฟอง
แก๊สเกดิ ข้นึ
สาร C เปน็ ของแขง็ สีขาว ไดข้ องเหลวใส
2 C, D สาร D เป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไมม่ ีสี มี T > 25 Cํ
มี T 25 ํC ได้ของเหลวใส ไม่มีสี
สาร E เป็นของเหลวใส ไมม่ สี ี
3 E, F สาร F เป็นของเหลวใส ไม่มีสี
สาร G เปน็ สารละลายใส ไมม่ ีสี มตี ะกอนสขี าวเกดิ ข้นึ
4 G, H สาร H เป็นสารละลายใส ไมม่ ีสี
ข้นั ท่ี 2 สำรวจและค้นหา
1. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน โดยแบ่งแบบสุ่มหรือใชก้ ลุม่ เดิมทจี่ ัดไวแ้ ลว้
2. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ทำกิจกรรมที่ 6.1 ในหนงั สือเรยี น สสวท เคมี เลม่ 2 หน้า 93-94
3. นกั เรยี นศกึ ษาเรือ่ งปฏกิ ิริยาเคมีจากเอกสารประกอบการเรยี นเรื่องปรมิ าณสารสัมพนั ธ์
ขั้นที่ 3 สรปุ และอภปิ รายผล
1. ครูอธิบายโดยใชส้ ่อื ICT ประเภท PowerPoint ใหค้ วามรเู้ ก่ียวกับ สมการเคมี ได้แก่
1.1 ความหมายของสมการเคมี
1.2 อธบิ ายสัญลักษณ์ท่ีแสดงสถานะ
1.3 หลักการดุลสมการเคมี
1.4 จากน้นั ยกตัวอย่างการดุลสมการเคมี
ประโยคข้อความ
โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตทำปฏกิ ิริยากับสารละลายกรดแอซีติก ไดส้ ารละลายโซเดยี มแอซเี ตต
แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ และนำ้
สมการข้อความ
โซเดียมไฮโดรเจนคารบ์ อเนต + กรดแอซตี ิก -----> โซเดียมแอซเี ตต + คารบ์ อนไดออกไซด์ +น้ำ
สมการเคมี NaHCO3(s) + CH3COOH(aq) -----> CH3COONa(aq) + CO2(g) + H2O(l)
5
ข้นั ตอนในการดลุ
1. นบั จำนวนอะตอมของธาตุแต่ละชนดิ
2. ดุลสารพวกโลหะก่อน
3. ดลุ อะตอมของธาตทุ างดา้ นซา้ ยและขวาของสมการท่ียังไมเ่ ทา่ กนั โดยเร่ิมจากธาตุทม่ี ีอยู่
เพยี งหนึง่ ชนิดในแตล่ ะข้าง (ดุล H และ O หลงั สุด)
4. ดุลอะตอมของธาตุอื่นๆ จนครบทกุ อะตอม
5. ถ้ามเี ลขสมั ประสทิ ธิท์ เี่ ป็นเศษส่วน ทำใหเ้ ป็นจำนวนเตม็
ตวั อย่าง 1. สมการเคมขี องปฏิกิริยาระหวา่ งโลหะโพแทสเซยี ม (K) กบั น้ำ (H2O) ไดส้ ารละลาย
โพแทสเซยี มไฮดรอกไซด์ (KOH) และแก๊สไฮโดรเจน (H2)
สมการทเ่ี กิดข้นึ ; K (s) + H2O (l) -------> KOH (aq) + H2 (g)
สมการท่ีดุล ; 2K (s) + 2H2O (l) -------> 2KOH (aq) + H2 (g)
1. NaOH(aq) + H2PO4(aq) -----> Na2PO4(aq) + H2O(l)
สมการท่ดี ุล : 2NaOH(aq) + H2PO4(aq) -----> Na2PO4(aq) + 2H2O(l)
2. KClO3 (s) -----> KCl(s) + O2 (g)
สมการทดี่ ลุ : 2KClO3 (s) -----> 2KCl (s) + 3O2 (g)
ขั้นที่ 4 ขยายความรู้
1. นกั เรียนทำกิจกรรม “เกมสก์ ารดุลสมการเคมี” โดยใหท้ ำกจิ กรรมเป็นกล่มุ เดิมทแี่ บ่งไว้
กอ่ นหนา้ นห้ี รือกลุ่มเดิม เพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน
6
2. นกั เรียน 4-5 คน ออกมาแสดงวธิ ที ำโจทย์ เร่อื ง สมการเคมี
3. นกั เรียนร่วมกันอภิปรายความรู้ เรื่อง สมการเคมี ให้นกั เรยี นเกดิ ความเขา้ ใจทต่ี รงกัน
4. นักเรียนทำใบงาน เรื่อง สมการเคมี
ขัน้ ที่ 5 การประเมินผล
1. ครูประเมนิ การเรยี นรู้ของนกั เรียนดังนี้
1.1 การถามตอบในชน้ั เรยี น (โดยการถามนักเรียนกอ่ นหลงั จากนนั้ เรียกช่ือนักเรียนเพ่ือให้
ผู้เรยี นตอบ)
1.2 การทำแบบฝึกหัด 6.1 เรือ่ ง สมการเคมี
1.3 ครปู ระเมนิ พฤตกิ รรมโดยการสงั เกต จากการทำกจิ กรรมรว่ มกบั การเรยี นของผูเ้ รียน
8. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้
- หนงั สอื เรยี นรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์เพม่ิ เติมเคมี เลม่ 2 สสวท (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
- แบบฝกึ หัด 6.1 เรื่อง สมการเคมี
- เกมสก์ ารดุลสมการเคมี
- PowerPoint เรอ่ื ง สมการเคมี
7
9. การวดั และประเมนิ ผล วิธวี ัด เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์
การตอบคำถาม แบบการประเมนิ 1.นักเรียนสามารถตอบ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ แบบฝึกหดั เรื่อง กิจกรรม คำถามในใบกิจกรรมได้
ดา้ นความรู้ (K) เร่อื ง สมการเคมี ใบกิจกรรม ระดับดีผ่านเกณฑ์ร้อย
1. แปลความหมายสัญลกั ษณ์ใน แบบฝึกหัด ละ 70
สมการเคมีได้ 2.นักเรียนทำ
ตรวจคำตอบ แบบการประเมนิ แบบฝึกหัดท้ายบท ได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) ใบกิจกรรม กิจกรรม ระดับดีผ่านเกณฑ์ร้อย
1. เขยี นและดลุ สมการเคมขี อง แบบฝกึ หัด ตรวจคำตอบ ละ 70
ปฏกิ ริ ยิ าเคมบี างชนดิ เมือ่ ทราบ ใบกิจกรรม 1. นักเรียนสามารถ
สารตั้งต้นและผลิตภณั ฑ์ได้ แบบฝกึ หัด สรุปเน้อื หาทไี่ ด้จาก
การศกึ ษาคน้ ควา้ ได้
ระดบั ดีผา่ นเกณฑร์ ้อย
ละ 70
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ การสังเกตการ แบบการประเมิน นักเรียนทำภาระงานที่
(A) เปลี่ยนแปลง กจิ กรรม ไ ด ้ ร ั บ ม อ บ ห ม า ย ไ ด้
1. มีความใฝร่ ู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน พฤติกรรม ระดับดีผ่านเกณฑ์ร้อย
และทำงานรว่ มกับผู้อ่นื ได้ ละ 80
10. กิจกรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………….………………….
8
9
10
เกณฑ์การประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
ประเดน็ การ ค่าน้ำหนัก แนวทางการใหค้ ะแนน
ประเมนิ คะแนน
ด้านความรู้ ตอบคำถามถกู ต้องครบถว้ นทุกข้อ
(K) 3 ตอบคำถามถูกต้องครบ 5-9 ขอ้
2 ตอบคำถามถกู ต้องครบ 1-4 ขอ้
ดา้ นทกั ษะ 1 ทำแบบฝกี หดั ครบถ้วนทกุ ขอ้
กระบวนการ 3 ทำแบบฝกึ หัด ค่อนข้างถูกต้อง
2 ทำแบบฝกึ หดั แต่ไม่ถูกต้อง
(P) 1 เขยี นและดลุ สมการเคมขี องปฏิกิริยาเคมีบางชนิดเมื่อทราบสารตง้ั ตน้
3 และผลิตภณั ฑ์ได้อย่างถูกตอ้ งสมบูรณ์
ด้าน เขยี นและดุลสมการเคมขี องปฏกิ ิรยิ าเคมีบางชนิดเมื่อทราบสารตั้งต้น
คณุ ลักษณะ 2 และผลติ ภัณฑ์ได้ค่อนข้างถกู ต้อง
เขยี นและดลุ สมการเคมีของปฏิกิริยาเคมบี างชนิดเมื่อทราบสารตงั้ ต้น
(A) 1 และผลติ ภัณฑ์ได้แต่ไม่ครบถ้วน
ทำภาระงานที่ไดร้ ับมอบหมายเสร็จภายในเวลาที่กำหนด และถูกต้อง
3 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาท่กี ำหนดแตง่ านยัง
2 ผิดพลาด
ทำงานที่ไดร้ ับมอบหมายเสรจ็ แตส่ ่งลา่ ชา้ และมขี ้อผดิ พลาด
1
ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ดมี าก
คะแนน 2 หมายถึง ดี
คะแนน 1 หมายถึง พอใช้
คะแนน
11
12
13
14
15
16
แบบฝกึ หัด 6.1
เรอื่ ง สมการเคมี
คำช้แี จง : จงดลุ สมการเคมตี อ่ ไปนใี้ ห้ถูกต้อง
1. NaHCO3 (s) Na2CO3 (s) + H2O (l) + CO2 (g)
............................................................................................................................. .............................
2. Al (s) + Fe3O4 (s) Al2O3 (s) + Fe (s)
............................................................................................................................. .............................
3. ZnS (s) + HCl (aq) ZnCl2 (aq) + H2S (g)
..........................................................................................................................................................
4. Zn(OH)2 (s) + HNO3 (aq) Zn(NO3)2 (aq) + H2O (l)
............................................................................................................................. .............................
5. NH3 (g) + O2 (g) NO (g) + H2O (l)
..........................................................................................................................................................
6. Cu (s) + AgNO3 (aq) Ag (s) + Cu(NO3)2 (aq)
............................................................................................................................. .............................
7. S (s) + H2SO4 (aq) SO2 (g) + H2O (l)
..........................................................................................................................................................
8. Na2O2 (s) + H2O (l) NaOH (aq) + H2O2 (aq)
............................................................................................................................. .............................
9. Na3PO4 (aq) + CaCl2 (aq) Ca3(PO4)2 (s) + NaCl (aq)
............................................................................................................................. .............................
10.Cu(NO3)2 (aq) + NH3 (aq) + H2O (l) Cu(OH)2 (s) + NH4NO3 (aq)
............................................................................................................................................... ...........
17
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์เคมี 1 รหัสวชิ า ว32222
ปีการศกึ ษา 2565
ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1
เวลา 21 ช่ัวโมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 ปรมิ าณสารสัมพนั ธ์ เวลา 3 ชวั่ โมง
เรื่อง การคำนวณปรมิ าณสารทเ่ี ก่ียวข้องกับมวล
ครผู ู้สอน นายกิตติชัย อุปัชฌาย์
1. สาระการเรยี นรแู้ ละผลการเรียนรู้
สาระท่ี 5 สาระเคมี
2. เข้าใจการเขียนและดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธใ์ นปฏกิ ิริยาเคมี อัตรากาเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี สมดุลใน
ปฏิกริ ิยาเคมี สมบัตแิ ละปฏิกิรยิ าของกรด-เบส ปฏิกริ ิยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมท้งั การนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
คำนวณปริมาณของสารในปฏกิ ิรยิ าเคมีทีเ่ ก่ียวข้องกบั มวลสาร
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
เลขสัมประสิทธิ์ในสมการเคมีสามารถนำมาใช้ในการคำนวณปริมาณของสารที่เกี่ยวข้องกับมวล ความ
เข้มข้นของสารละลาย และปริมาตรของแกส๊ ได้
3.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายปรมิ าณของสารในปฏกิ ิรยิ าเคมีท่เี กีย่ วข้องกับมวลสารได้
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการคิด (P)
1. คำนวนปริมาณของสารในปฏกิ ิรยิ าเคมีทเ่ี ก่ียวข้องกับมวลสารได้
3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. นักเรยี นมคี วามรับผิดชอบต่องานที่ไดร้ บั มอบหมายและสามารถทำงานร่วมกับผอู้ ืน่ ได้
18
4. สาระการเรยี นรู้
ปฏิกริ ยิ าเคมเี ป็นการเปล่ยี นแปลงท่ีมีสารใหมเ่ กดิ ขึ้นจากการจัดเรียงตวั ใหมข่ องอะตอมธาตุ โดยจำนวน
และชนดิ ของอะตอมธาตุไมเ่ ปลี่ยนแปลง ปฏิกิริยาเคมีเขียนแสดงไดด้ ้วยสมการเคมี ซ่ึงประกอบดว้ ยสูตรเคมี
ของสารตัง้ ตน้ และผลิตภณั ฑ์ ลูกศรแสดงทิศทางของการเกิดปฏกิ ิริยา และ เลขสัมประสทิ ธิ์ของสารตั้งตน้
และผลิตภัณฑ์ทดี่ ุลแล้ว นอกจากน้ี อาจมีสญั ลักษณ์แสดงสถานะของสาร หรือปจั จยั อ่นื ท่ีเกยี่ วข้องในการ
เกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
6.1 มวี ินัย
6.2 ใฝ่เรยี นรู้
6.3 ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขัน้ ตอน (5E)
ขนั้ ที่ 1 สรา้ งความสนใจ
1. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความสนใจของนักเรยี นเกี่ยวกับเรื่อง การคำนวณปริมาณสาร
ในปฏิกิริยา
เคมี โดยครูทบทวนความรเู้ กยี่ วกับความสมั พันธ์ของปริมาณสาร ได้แก่ โมล จำนวนอนภุ าค มวล ปริมาตรของ
แกส๊ และความเขม้ ข้นของสารละลาย โดยครูยกตัวอยา่ งปริมาณใดปริมาณหนง่ึ แลว้ ให้นักเรยี นคำนวณเพ่ือหา
คำตอบในปริมาณท่ีตอ้ งการ เชน่
1.1 แกส๊ ออกซิเจน 1 โมล จะมีมวล จำนวนอนภุ าค และปริมาตรเทา่ ใด
(แนวตอบ : แกส๊ ออกซิเจน (O2) 1 โมล จะมมี วล 32 กรัม มจี ำนวนอนุภาค 6.02 x
1023 อนุภาค และมปี รมิ าตร 22.4 ลิตร ท่ี STP)
1.2 แกส๊ แอมโมเนีย 34 กรัม จะมีจำนวนโมล จำนวนอนุภาค และปรมิ าตรเทา่ ใด
(แนวตอบ : แกส๊ ออกซิเจน (NH3) 34 กรัม จะมีจำนวน 2 โมล มีจำนวนอนุภาค
1.204 x 1024 อนุภาค และมปี ริมาตร 44.8 ลิตร ท่ี STP)
19
2. นกั เรียนศกึ ษาความหมายของปริมาณสัมพันธ์ว่าเปน็ การศึกษาความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
ปริมาณสารตัง้ ต้นทใ่ี ชไ้ ปและปรมิ าณสารผลิตภัณฑท์ ีเ่ กิดขึ้นในปฏิกิริยาเคมี ซึ่งพจิ ารณาไดจ้ ากสัมประสทิ ธ์ิใน
สมการเคมีในใบความรู้
3. นักเรียนทบทวนเรื่อง กฎทรงมวล โดยให้นกั เรียนทดลองทำโจทย์ปญั หาเรื่อง กฎทรงมวล
โจทย์ เม่อื ให้ปรอท 30 กรัม ทำปฏิกริ ยากบั อากาศ 10 กรมั ปรากฏวา่ ปรอททำปฏกิ ริ ิยาไมห่ มด
และได้มวลของปรอทออกไซด์ทเ่ี ป็นผลิตภัณฑ์และปรอทท่เี หลือรวมเป็น 32.1 กรัม ถ้าปฏกิ ิริยาที่เกิดข้นึ
เปน็ ไปตามกฎทรงมวล อากาศทใ่ี ช้ในการทำปฏกิ ริ ิยาประกอบด้วยออกซิเจนร้อยละเทา่ ใดโดยมวล
(แนวตอบ : จากกฎทรงมวล : มวลของสารก่อนทำปฏิกิริยา = มวลของสารหลงั ทำ
ปฏิกิรยา
mHg + mอากาศ = mHgO + mHgที่เหลอื + mอากาศทเี่ หลอื
30 g + 10 g = 32.1 g + mอากาศท่เี หลือ
mอากาศท่ีเหลือ = 40 g – 32.1 g
= 7.9 g
มวลของอากาศท่ที ำปฏกิ ริ ยิ า = 10 g – 7.9 g
= 2.1 g = 1มวลของออกซเิ จน
รอ้ ยละโดยมวลของออกซิเจน = 100 × 2.1 g
10 g
= 21
ดงั นน้ั อากาศที่ใช้ในการทำปฏกิ ิริยาประกอบดว้ ยออกซเิ จนร้อยละ 21 โดยมวล)
ขัน้ ท่ี 2 สำรวจและค้นหา
1. นกั เรียนนัง่ เป็นกล่มุ กลมุ่ ละ 5-6 คน โดยแบง่ กลุ่มตามความพงึ พอใจของนกั เรียน
2. นักเรียนพิจารณาตัวอย่างสมการเคมีของปฏิกิรยิ าระหวา่ งโลหะโซเดียมกบั แก๊สคลอรีนแล้ว
ใหน้ ักเรียนหาอัตราส่วนโดยโมลของโลหะโซเดยี มท่ีทำปฏกิ ิรยิ ากบั แกส๊ คลอรีนและโซเดยี มคลอไรดท์ ่เี กิดขึ้น ซึ่ง
ควรได้คำตอบวา่ มคี ่าเทา่ กบั 2:1:2 จากน้ันครทู บทวนเก่ยี วกบั การเขียนแฟกเตอรเ์ ปลยี่ นหน่วยและวิธกี าร
เทยี บหน่วย
3. ครอู ธบิ ายพรอ้ มการคำนวณเกี่ยวกับมวลของสารในปฏกิ ริ ิยา โดยใชเ้ อกสารประกอบการ
เรียน เร่อื งปริมาณสารสมั พันธ์
20
ข้ันที่ 3 สรุปและอภปิ รายผล
1. ครูอธบิ ายโดยใช้ส่อื ICT ประเภท PowerPoint ให้ความรเู้ ก่ยี วกบั การคำนวณปริมาณ
สารทเี่ กยี่ วกบั มวล พร้อมยกตัวอยา่ ง ได้แก่
1.1 ความหมายของการคำนวณปริมาณสารทเ่ี ก่ียวกับมวล
1.2 การคำนวณคำนวณปริมาณสารทเี่ กย่ี วกบั มวล
2. นักเรียนรว่ มกนั อธบิ ายการคำนวณจำนวนโมลของสารในสมการเคมี เมอ่ื กำหนดจำนวน
โมลของสารใดสารหนง่ึ ด้วยวิธเี ปรยี บเทียบหน่วยจากอัตราส่วนโดยโมลโดยยกตวั อยา่ งท่ี 5 ในหนงั สอื เรยี น
สสวท. เคมี เลม่ 2 หน้า 108-109
3. นกั เรยี นอภปิ รายให้เขา้ ใจวา่ ปริมาณสารนยิ มวดั เปน็ มวล เน่อื งจากสะดวกตอ่ การวัด
และมวลของสารมคี วามสัมพันธ์กบั จำนวนโมล จึงสามารถเชอ่ื มโยงความสัมพนั ธร์ ะหว่างจำนวน โมลของสาร
ในสมการเคมกี ับมวลของสารได้ โดยใช้มวลต่อโมลในการเปลย่ี นโมลใหเ้ ปน็ มวลของสาร ดงั ตัวอยา่ งการ
คำนวณตอ่ ไปนี้
Ex5. จากปฏกิ ิริยาเคมีต่อไปน้ี
8Zn (s) + S8 (s) ----> 8ZnS (s)
ต้องใช้กำมะถนั (S8) กโี่ มล จงึ จะทำปฏิกริ ยิ าพอดกี บั โลหะสังกะสี 5.22 กรัม
วธิ ที ำ
ขน้ั ที่ 1 พิจารณาวา่ สมการดุลแล้วหรือไม่ ซึ่งจากโจทย์สมการดลุ แลว้
8Zn (s) + S8 (s) ----> 8ZnS (s)
ขน้ั ที่ 2 ระบแุ ฟกเตอรเ์ ปล่ียนหนว่ ยท่ีจะใช้ ดงั นี้
1 mol Zn (จากมวลตอ่ โมลของ Zn = 65.38 g/mol)
65.38 g Zn
1 mol S8 (จากสมการเคมี อัตราสว่ นโดยโมลของ Zn : S8 = 8 : 1)
8 mol Zn
ขนั้ ที่ 3 คำนวณโดยใชว้ ธิ เี ทียบหนว่ ย
โมลของ S8 = 5.22 g Zn × 1 mol Zn × 1 mol S8
65.38 g Zn 8 mol Zn
= 0.0998 mol S8
ดงั นั้น ต้องใชก้ ำมะถนั (S8) 0.0998 โมล จงึ จะทำปฏิกิรยิ าพอดกี ับโลหะสังกะสี
5.22 กรัม
1.3 oydgiupoทบทวนความรเู้ กีย่ วกับการเปลี่ยนหน่วยจากโมลไปเปน็ มวล โดยใชม้ วลต่อโมล เพ่อื
นำไปใช้คำนวณปริมาณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมีทีเ่ กยี่ วข้องกับมวลสาร โดยใชอ้ ตั ราสว่ นโดยโมล ในการหา
จำนวนโมลของสารท่ตี ้องการ และใช้มวลตอ่ โมลในการเปล่ียนจำนวนโมลใหเ้ ปน็ มวลของสารจากนั้นอธบิ าย
21
การคำนวณปริมาณสารทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั มวลโดยยกตัวอย่าง 6-9 ในหนงั สือเรียน สสวท. เคมี เลม่ 2 หนา้ 110-
114 ประกอบการอธบิ าย
ข้นั ท่ี 4 ขยายความรู้
1. นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายความรู้ เร่ือง การคำนวณปริมาณสารที่เกยี่ วกับมวล ให้นักเรียนเกิด
ความเขา้ ใจท่ตี รงกัน
2. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ในแบบฝกึ หัดเคมี เรื่อง การคำนวณปริมาณสารทีเ่ ก่ยี วกบั มวล
ขนั้ ท่ี 5 การประเมนิ ผล
1. ครูประเมินการเรยี นร้ขู องนกั เรียนดังนี้
1.1 การถามตอบในชั้นเรยี น (โดยการถามนักเรยี นก่อนหลงั จากนนั้ เรียกชื่อนักเรยี นเพ่ือให้
ผู้เรยี นตอบ)
1.2 การทำแบบฝึกหัด 6.1 เรอ่ื ง สมการเคมี
1.3 ครูประเมินพฤตกิ รรมโดยการสังเกต จากการทำกจิ กรรมร่วมกบั การเรียนของผู้เรียน
8. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
- หนังสือเรยี นรายวชิ าวิทยาศาสตร์เพิ่มเตมิ เคมี เล่ม 2 สสวท (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
- แบบฝึกหดั ท่ี 6.2 เร่อื ง การคำนวณปรมิ าณสารทเ่ี กีย่ วกับมวล
- เอกสารประกอบการเรียน เรอ่ื งปรมิ าณสารสัมพนั ธ์
- PowerPoint เรอ่ื ง สมการเคมี
22
9. การวัดและประเมินผล วธิ ีวัด เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์
การตอบคำถาม แบบการประเมนิ 1.นักเรียนสามารถตอบ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ แบบฝึกหัด เร่ือง กิจกรรม คำถามในใบกิจกรรมได้
ดา้ นความรู้ (K) การคำนวณปริมาณ ใบกจิ กรรม ระดับดีผ่านเกณฑ์ร้อย
1. อธิบายปริมาณของสารใน สารท่ีเก่ียวกบั มวล แบบฝึกหดั ละ 70
ปฏิกิริยาเคมีทีเ่ กีย่ วข้องกบั มวล 2.นักเรียนทำ
สารได้ ตรวจคำตอบ แบบการประเมิน แบบฝึกหัดท้ายบท ได้
ใบกจิ กรรม กิจกรรม ระดับดีผ่านเกณฑ์ร้อย
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) แบบฝกึ หัด ตรวจคำตอบ ละ 70
1คำนวนปริมาณของสารใน ใบกิจกรรม 1. นกั เรียนสามารถ
ปฏกิ ิริยาเคมีทเี่ กี่ยวข้องกับมวล แบบฝึกหดั สรปุ เน้อื หาที่ได้จาก
สารได้ การศึกษาค้นคว้าได้
ระดับดีผ่านเกณฑ์ร้อย
ละ 70
ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ การสงั เกตการ แบบการประเมนิ นักเรียนทำภาระงานที่
(A) เปลีย่ นแปลง กิจกรรม ไ ด ้ ร ั บ ม อ บ ห ม า ย ไ ด้
1. มคี วามใฝ่รู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน พฤติกรรม ระดับดีผ่านเกณฑ์ร้อย
และทำงานรว่ มกบั ผ้อู ่ืนได้ ละ 80
10. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………….………………….
23
24
25
เกณฑ์การประเมินผลงานนกั เรียน
ประเดน็ การ คา่ น้ำหนกั แนวทางการใหค้ ะแนน
ประเมิน คะแนน
ด้านความรู้ ตอบคำถามถกู ต้องครบถ้วนทุกข้อ
(K) 3 ตอบคำถามถกู ต้องครบ 5-9 ข้อ
2 ตอบคำถามถกู ต้องครบ 1-4 ข้อ
ดา้ นทกั ษะ 1 ทำแบบฝีกหัด ครบถว้ นทกุ ขอ้
กระบวนการ 3 ทำแบบฝกึ หดั ค่อนข้างถูกต้อง
2 ทำแบบฝึกหดั แต่ไม่ถกู ต้อง
(P) 1 คำนวณจุดเดือดและจดุ เยือกแขง็ ของสารละลายได้อยา่ งถูกตอ้ งสมบูรณ์
ดา้ น 3 คำนวณจดุ เดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายได้ค่อนข้างถกู ต้อง
คณุ ลกั ษณะ 2 คำนวณจุดเดือดและจดุ เยือกแขง็ ของสารละลายได้แต่ไม่ครบถว้ น
(A) 1 ทำภาระงานที่ไดร้ บั มอบหมายเสร็จภายในเวลาทกี่ ำหนด และถูกต้อง
3 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาทก่ี ำหนดแตง่ านยงั
2 ผิดพลาด
ทำงานท่ีได้รบั มอบหมายเสร็จแต่สง่ ล่าชา้ และมีข้อผดิ พลาด
1
ระดับคะแนน 3 หมายถึง ดีมาก
คะแนน 2 หมายถงึ ดี
คะแนน 1 หมายถงึ พอใช้
คะแนน
26
27
28
29
30
31
32
33
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 14
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์เคมี 1 รหัสวชิ า ว32222
ปีการศึกษา 2565
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1
เวลา 21 ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ปรมิ าณสารสัมพนั ธ์ เวลา 3 ชวั่ โมง
เร่ือง การคำนวณปรมิ าณสารท่ีเก่ียวข้องกบั ความเข้มข้น
ครผู ู้สอน นายกติ ติชัย อุปชั ฌาย์
1. สาระการเรยี นรแู้ ละผลการเรียนรู้
สาระท่ี 5 สาระเคมี
2. เข้าใจการเขียนและดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธใ์ นปฏิกิรยิ าเคมี อัตรากาเกิดปฏกิ ิริยาเคมี สมดุลใน
ปฏกิ ริ ิยาเคมี สมบัตแิ ละปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
คำนวณปริมาณของสารในปฏกิ ริ ิยาเคมที ี่เกีย่ วข้องกบั ความเข้มข้นของสาร
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
เลขสมั ประสทิ ธใิ์ นสมการเคมสี ามารถนำมาใชใ้ นการคำนวณปริมาณของสารที่เกี่ยวขอ้ งกับความเขม้ ขน้ ได้
3.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1. ดุลสมการเคมีของปฏิกริ ิยาเคมบี างชนดิ เมื่อทราบสารตัง้ ต้นและผลิตภัณฑไ์ ด้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการคิด (P)
1. คำนวณปริมาณสารที่เก่ียวข้องกบั ความเข้มขน้ ได้
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1. นักเรยี นมีความรบั ผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายและสามารถทำงานรว่ มกับผูอ้ ื่นได้
34
4. สาระการเรียนรู้
การเปล่ียนแปลงปริมาณสารในปฏกิ ิรยิ าเคมีมีความสัมพันธก์ ันตามเลขสัมประสิทธิ์ในสมการเคมี ซ่ึง
บอกถึงสดั ส่วนโดยโมลของสารในปฏิกิรยิ า สามารถนำมาใช้ในการคำนวณปริมาณของสารทเี่ กีย่ วขอ้ งกับความ
เขม้ ข้นได้
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี ินัย
6.2 ใฝเ่ รียนรู้
6.3 มุ่งม่นั ในการทำงาน
7. กิจกรรมการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้นั ตอน (5E)
ขัน้ ท่ี 1 สร้างความสนใจ
1. นักเรยี นทบทวนความรเู้ กีย่ วกับการ คำนวณจำนวนโมล จากความเขม้ ขน้ และปรมิ าตร
ของสารละลาย
2. นกั เรียนตอบคำถามทบทวนความรโู้ ดยใชแ้ นวคำถามวา่
จากสมการ H2SO4(aq) + NaOH(aq) → Na2SO4(aq) + H2O(l)
ถา้ ครกู ำหนดโมลของ H2SO4ครูสามารถหาโมลของNaOH ได้ไหม
(แนวคำตอบ ได้ )
3. นักเรียนตอบคำถามว่าถ้าเรารู้โมลและปริมาตรของสารในสมการเราสามารถหาความ
เขม้ ข้นในหน่วยโมลารไ์ ด้ไหม
ขัน้ ท่ี 2 สำรวจและคน้ หา
1. นักเรียนศึกษาจากใบความรู้ตัวอย่างปฏิกิริยาเคมีบางชนิดที่สารตั้งต้นเป็นสารละลาย เช่น
ปฏิกิริยาระหว่าง สารละลายกรดไฮโดรคลอริกกับโซเดียมไฮดรอกไซด์ จากนั้นให้นักเรียนเขียนแสดงสมการ
เคมีของปฏิกริ ิยา พรอ้ มทัง้ ดลุ สมการ
(แนวคำตอบ H2SO4(aq) + NaOH(aq) → Na2SO4(aq) + H2O(l) )
35
2. นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมว่า สารที่ทำปฏิกิริยาเคมีกันคือตัวละลาย โดยปริมาณของตัวละลายใน
สารละลายนั้นจะแสดงในรูปของความเข้มข้นของสารละลาย สำหรับในวิชาเคมีนิยมแสดงความเข้มข้นของ
สารละลายในหนว่ ยโมลาร์หรอื โมลตอ่ ลิตร เนือ่ งจากมคี วามสัมพนั ธ์กับโมล
3. นักเรียนศึกษาตัวอย่างการคำนวณปริมาณสารในปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้องกับความเข้มข้นของ
สารละลาย เช่น
สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ปรมิ าตร 50.0 มิลลิลิตร ทำปฏิกิริยาพอดีกับสารละลายกรดซัลฟิวรกิ
เข้มข้น 0.200 โมลต่อลิตร ปริมาตร 12.4 มิลลิลิตร สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ มีความเข้มข้นกี่โมลต่อ
ลติ ร ปฏิกริ ิยาเคมีท่ีเกิดขึน้ เป็น ดงั น้ี
H2SO4(aq) + NaOH(aq) → Na2SO4(aq) + H2O(l)
วิธีทำ ใช้ปริมาตรและความเข้มข้นของ H2SO4 ที่โจทย์กำหนด เพื่อหาจำนวนโมลของ H2SO4 จากนั้นใช้
สมการเคมเี พื่อหาจำนวนโมลของ NaOH แลว้ หาความเข้มขน้ ของ NaOH จากปรมิ าตรท่โี จทยก์ ำหนด ดงั น้ี
mL และ M H2SO4 → mol H2SO4 → mol NaOH → M NaOH
โจทยก์ ำหนด โจทยใ์ หห้ า
ข้นั ที่ 1 พิจารณาว่าสมการดลุ แล้วหรือไม่ ซ่ึงจากโจทยส์ มการยงั ไม่ดลุ จึงดุลสมการ ดงั นี้
H2SO4 (aq) + 2NaOH (aq) Na2SO4 (aq) + 2H2O (l)
ขั้นท่ี 2 ระบแุ ฟกเตอรเ์ ปลย่ี นหน่วยท่จี ะใช้ ดงั นี้
1L และ 0.200 mol H2SO4 (จากความเข้มข้นของ H2SO4)
1000 mL 1L
2 mol NaOH (จากสมการเคมี อตั ราส่วนโดยโมลของ H2SO4 : NaOH = 1 : 2)
1 mol H2SO4
1 และ 1000 mL (จากปรมิ าตรของ NaOH)
50.0 mL 1L
ข้นั ท่ี 3 คำนวณโดยใช้วธิ เี ทียบหน่วยความเขม้ ขน้ ของ NaOH
= 12.4 mL × 1 L × 0.200 mol H2SO4 × 2 mol NaOH × 1 × 1000 mL
1000 mL 1L 1 mol H2SO4 50.0 mL 1 L
= 4.96 × 10-3 mol/L NaOH
ดงั นน้ั สารละลายโซเดยี มไฮดรอกไซดเ์ ข้มขน้ 4.96 × 10-3 โมลตอ่ ลติ ร
4. นักเรียนแบ่งกลุม่ กลุม่ ละ 3 – 4 คน โดยคละตามความสามารถ แต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมารบั ใบ
กิจกรรมที่ 6.3 เรื่อง การคำนวณปริมาณสารที่เกย่ี วข้องกับความเขม้ ข้น จากนนั้ ศึกษา คำนวณและบันทกึ ผล
การคำนวณลงในใบกิจกรรม
36
ข้นั ท่ี 3 สรุปและอภิปรายผล
1. ออกมาเฉลยกจิ กรรมหนา้ ชน้ั เรยี น จากน้นั รว่ มกนั ตรวจสอบกจิ กรรม
2. นักเรียนและครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า ปฏิกิริยาเคมีหลายชนิดจะอยู่ในรูป
สารละลาย ซึ่งปริมาณของตัวละลายมีหลายหน่วย สำหรับวิชาเคมีนิยมใช้หน่วยโมลาร์หรือโมลต่อลิตร
เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับจำนวนโมลโดยตรง จึงสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธร์ ะหว่างจำนวน โมลของ
สารในสมการเคมกี บั หนว่ ยความเขม้ ข้นของสารละลายได้
ขั้นท่ี 4 ขยายความรู้
1. นักเรยี นร่วมกันอภิปรายความรู้ เรอ่ื ง การคำนวณปรมิ าณสารที่เกีย่ วข้องกับความเข้มข้นให้
นักเรียนเกิดความเข้าใจทตี่ รงกัน
2. นักเรียนทำแบบฝึกหัด ในแบบฝึกหัดเคมีที่ 6.3 เรื่อง การคำนวณปริมาณสารที่เกี่ยวข้อง
กับความเขม้ ขน้
ขั้นที่ 5 การประเมินผล
1. ครปู ระเมินการเรยี นรขู้ องนักเรียนดังน้ี
1.1 การถามตอบในชั้นเรยี น (โดยการถามนักเรียนก่อนหลงั จากนั้นเรยี กช่อื นักเรียนเพอื่ ให้
ผเู้ รยี นตอบ)
1.2 การทำแบบฝึกหัดท่ี 6.3 เร่ือง การคำนวณปริมาณสารท่ีเก่ียวข้องกับความเข้มขน้
1.3 ครูประเมินพฤติกรรมโดยการสงั เกต จากการทำกิจกรรมรว่ มกับการเรียนของผู้เรียน
8. สือ่ และแหล่งการเรยี นรู้
- หนังสอื เรยี นรายวิชาวทิ ยาศาสตร์เพ่มิ เติมเคมี เล่ม 2 สสวท (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
- แบบฝกึ หัดท่ี 6.3 เร่ือง การคำนวณปริมาณสารทเ่ี กี่ยวข้องกับความเข้มข้น
- เอกสารประกอบการเรียน การคำนวณปริมาณสารท่เี กี่ยวขอ้ งกับความเข้มขน้
- PowerPoint เร่ือง สมการเคมี
37
9. การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ ีวดั เครื่องมอื วดั เกณฑ์
ดา้ นความรู้ (K) การตอบคำถาม แบบการประเมนิ 1.นักเรียนสามารถตอบ
1. ดลุ สมการเคมีของปฏิกิริยาเคมี แบบฝึกหดั เรื่อง กจิ กรรม คำถามในใบกิจกรรมได้
บางชนิดเมือ่ ทราบสารต้ังตน้ และ การคำนวณปริมาณ ใบกิจกรรม ระดับดีผ่านเกณฑ์ร้อย
ผลติ ภัณฑ์ได้ สารทเี่ ก่ยี วข้องกับ แบบฝึกหดั ละ 70
ความเขม้ ข้น 2.นักเรียนทำ
แบบฝึกหัดท้ายบท ได้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) ตรวจคำตอบ แบบการประเมิน ระดับดีผ่านเกณฑ์ร้อย
กจิ กรรม ละ 70
1. คำนวณปริมาณสารทเ่ี กย่ี วข้อง ใบกิจกรรม ตรวจคำตอบ 1. นักเรยี นสามารถ
ใบกิจกรรม สรปุ เนอื้ หาท่ีไดจ้ าก
กับความเข้มข้นได้ แบบฝกึ หัด แบบฝึกหัด การศึกษาค้นคว้าได้
ระดับดีผา่ นเกณฑ์ร้อย
ละ 70
ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ การสังเกตการ แบบการประเมนิ นักเรียนทำภาระงานที่
(A) เปลี่ยนแปลง กจิ กรรม ไ ด ้ ร ั บ ม อ บ ห ม า ย ไ ด้
1. มีความใฝ่รู้ มุ่งม่นั ในการทำงาน พฤติกรรม ระดับดีผ่านเกณฑ์ร้อย
และทำงานรว่ มกับผอู้ นื่ ได้ ละ 80
10. กจิ กรรมเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………….………………….
38
39
40
เกณฑ์การประเมินผลงานนกั เรียน
ประเดน็ การ คา่ น้ำหนกั แนวทางการใหค้ ะแนน
ประเมิน คะแนน
ด้านความรู้ ตอบคำถามถกู ต้องครบถ้วนทุกข้อ
(K) 3 ตอบคำถามถกู ต้องครบ 5-9 ข้อ
2 ตอบคำถามถกู ต้องครบ 1-4 ข้อ
ดา้ นทกั ษะ 1 ทำแบบฝีกหัด ครบถว้ นทกุ ขอ้
กระบวนการ 3 ทำแบบฝกึ หดั ค่อนข้างถูกต้อง
2 ทำแบบฝึกหดั แต่ไม่ถกู ต้อง
(P) 1 คำนวณจุดเดือดและจดุ เยือกแขง็ ของสารละลายได้อยา่ งถูกตอ้ งสมบูรณ์
ดา้ น 3 คำนวณจดุ เดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายได้ค่อนข้างถกู ต้อง
คณุ ลกั ษณะ 2 คำนวณจุดเดือดและจดุ เยือกแขง็ ของสารละลายได้แต่ไม่ครบถว้ น
(A) 1 ทำภาระงานที่ไดร้ บั มอบหมายเสร็จภายในเวลาทกี่ ำหนด และถูกต้อง
3 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาทก่ี ำหนดแตง่ านยงั
2 ผิดพลาด
ทำงานท่ีได้รบั มอบหมายเสร็จแต่สง่ ล่าชา้ และมีข้อผดิ พลาด
1
ระดับคะแนน 3 หมายถึง ดีมาก
คะแนน 2 หมายถงึ ดี
คะแนน 1 หมายถงึ พอใช้
คะแนน
41
42
43
44
45
46