รายงานผลการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1 (Practicum 1) ชื่อ-สกุล นักศึกษา นางสาวญานิกา โพธิ์พระรส รหัสนักศึกษา 65111562002 ชั้นปีที่ 1 ห้อง 1 สาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย ภาคการศึกษาที่1 ปีการศึกษา 2565 คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
คำนำ รายงานการฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน1 (Practium1) เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการรฝึกปฏิบัติ วิชาชีพระหว่างเรียน1 (Practium1) 1001803 ซึ่งเป็นบันทึกเกี่ยวกับการศึกษาและการสังเกตงานในหน้าที่ ครูผู้สอน พฤติกรรมการสอน พฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยวิธีการสังเกตการ สัมภาษณ์ การรวบรวมข้อมูลภายในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอด 1 สัปดาห์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อมูลโรงเรียน อนุบาลทัพทัน(อุดมพิทยา)ช่อมูลหลักสูตรสถานศึกษา รายงานการศึกษางานในหน้าที่ครูและการศึกษาผู้เรียน ในการจัดทำรายงานในครั้งนี้ผู้จัดทำต้องขอขอบคุณ ผู้บริหาร คณะครู บุคลากรของโรงเรียนอนุบาล ทัพทัน(อุดมพิทยา) ผู้จัดทำร้ายงานหวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่ต้องการนำไปใช้ในการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่มาก็น้อยหากผิดพลาดประการใดขออภัย ณ ที่นี้ด้วย นางสาวญานิกา โพธิ์พระรส นักศึกษาฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน 1
สารบัญ หน้า ตอนที่ 1 ข้อมูลหลักสูตรสถานศึกษา 1 - แบบสังเกตและมีส่วนร่วมการบริหารจัดการในสถานศึกษา 5 - แบบสังเกตงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 6 ตอนที่ 2 ศึกษาสังเกตบริบทสถานศึกษา และวามสัมพันธ์กับชุมชน 9 - ข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษา 10 - ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน 13 ตอนที่ 3 ศึกษางานในหน้าที่ครู 16 - รายงานการปฏิบัติงานประจำวัน 17 - การสังเกต การปฏิบัติหน้าที่ครู 32 - การสังเกตการจัดการเรียนรู้ของครู 35 - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน 36 - แบบสังเกตการจัดบรรยากาศชั้นเรียน 45 - แบบรายงานผลการศึกษารายกรณี 47 - การศึกษาผู้เรียน 53 ตอนที่ 4 ผลการประเมิน 62 -แบบประเมินจากสถานศึกษา(ผู้อำนวยการสถานศึกษา) 63 -แบบประเมินจากสถานศึกษา(ครูพี่เลี้ยง) 70 ภาคผนวก 78 - บัญชีลงเวลาการปฏิบัติงาน 79
1 ตอนที่ 1 ข้อมูลสถานศึกษา 1.ชื่อโรงเรียน อนุบาลทัพทัน(อุดมพิทยา) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานีเขต 1 ที่ตั้ง 384 หมู่ 1 ชอย - ถนน 3221 ตำบลทัพทัน อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานีรหัสไปรษณีย์ 61120 โทรศัพท์ 056-591209 เว็บไซต์ http://anubanthapthan.ac.th/ 2.ชื่อผู้อำนวยการ นายสมพงษ์ เกตุกรรม ชื่อรอง/หัวหน้าฝ่าย ชื่อรองผู้อำนวยการ นางสาวสิรินทิพย์ พูลศรี นางสาวณัฐฐิรา มากมี ฝ่ายวิชาการ นางรุ่งนภา เดชมา ฝ่ายปกครอง นางระเบียบ แก้ววรสูตร ฝ่ายธุรการ นางสาวณัฐฐิรา มากมี ฝ่ายบริหาร นางเกสร นวลดอกไม้ ฝ่ายอื่นๆ จำนวน 4 คน 3. รายชื่อคณะกรรมการสถานศึกษา (ชื่อ-สกุล อาชีพ) 1. นายสมชาย แกว่นธัญกรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ประธานกรรมการ 2. นายสมพุทธ เรียงครุท ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ 3. นายสุรเชษฐ เศรษฐเสถียร ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ 4. ด.ต.สายันต์ อ่อนเงิน ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ 5. นายขึ้น สุหร่ายมาตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ 6. นายมนัส คันศร ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ 7. นายสันทัด วัฒนกูล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ 8. พระครูอุโฆษธรรมวิสุทธิ์ ผู้แทนศาสนา กรรมการ 9. นายวิชัย ม่วงสุข ผู้แทนศาสนา กรรมการ 10. นายอภิวัฒน์ ธานีตระกูล ผู้แทนองค์กรการปกครอง กรรมการ ส่วนท้องถิ่น 11. นายชำนาญ ศรลัมพ์ ผู้แทนศิษย์เก่า กรรมการ 12. นายฐกฤต ธีรผาติ ผู้แทนองค์กรชุมชน กรรมการ 13. นางอัญชลี ชื่นชูจิตร์ ผู้แทนผู้ปกครอง กรรมการ 14. นางเกสร นวลดอกไม้ ผู้แทนครู กรรมการ 15. นายสมพงษ์ เกตุกรรม ผอ.รร.อนุบาลทัพทัน กรรมการและเลขานุการ
2 4. ปรัชญาของโรงเรียน ปญญา โลกสมิ ปชโซโต (ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก) 5. วิสัยทัศน์ของโรงเรียน โรงเรียนอนุบาลทัพทัน (อุดมพิทยา) พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามาตรฐาน มีทักษะชีวิต น้ำความรู้ คู่คุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ ๒๑ 6. พันธกิจของโรงเรียน 1. ปลูกฝังคุณธรรม มีจริยธรรมปลูกจิตสำนึกในความเป็นไทย ความจงรักภักดีในสถาบัน พระมหากษัตริย์และวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีความรู้ดีต่อตนเองและผู้อื่น 2. พัฒนาส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาและเปิดโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึงอย่างมีคุณภาพโดย 3. พัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะและคุณลักษณะ ๓ R และมีความสามารถในการใช้ภาษาสื่อสาร 4.ส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นผู้นำทางวิชาการอย่างเต็มศักยภาพ 5. ส่งเสริมการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพด้วยระบบคุณภาพ 6. โรงเรียนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน 7. ยุทธศาสตร์ของโรงเรียน 1.พัฒนาคุณภาพการศึกษาและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับตามหลักสูตรและส่งเสริมความสามารถด้าน เทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ 2. ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความเป็นไทย จงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์ และดำรงชีวิตตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนให้เป็นผู้นำทางวิชาการ ให้เป็นครูเก่ง ครูดี ครูที่มีจิต วิญญาณครู 8. อัตลักษณ์ของโรงเรียน 1. ระดับปฐมวัย มารยาทดี 2. ระดับประถมศึกษา ดนตรี และกีฬา (ว่ายน้ำ) 9. ข้อมูลบุคลากร บุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลทัพทัน (อุดมพิทยา) ประกอบด้วย ผู้บริหารและรองผู้บริหาร คณะครู ภารโรง ตลอดจนลูกจ้าง โดยมีรายละเอียดข้อมูลดังต่อไปนี้ 1) ผู้บริหารและรองผู้บริหาร จำนวน 3 คน ชาย 1 คน หญิง 2 คน 2) ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 38 คน ชาย 6 คน หญิง 32 คน
3 10. ข้อมูลนักเรียน นักเรียนทั้งหมด จำนวน 872 คน ชาย 444 คน หญิง 428 คน ชั้นอนุบาล 2 จำนวน 112 คน ชาย 62 คน หญิง 50 คน ชั้นอนุบาล 3 จำนวน 100 คน ชาย 44 คน หญิง 56 คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1จำนวน 101 คน ชาย 54 คน หญิง 47 คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 107 คน ชาย 64 คน หญิง 43 คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 119 คน ชาย 62 คน หญิง 57 คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 105 คน ชาย 54 คน หญิง 51 คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 109 คน ชาย 56 คน หญิง 53 คน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 97 คน ชาย 37 คน หญิง 60 คน 11. ประวัติโรงเรียน (โดยสังเขป) โรงเรียนอนุบาลทัพทัน(อุดมพิทยา) เกิดจากการรวมโรงเรียน ๒ โรงเรียนด้วยกัน คือ โรงเรียนวัดทัพทัน (อุดมพิทยา) และโรงเรียนทัพทัน (ประถมปลาย) ของกรมสามัญศึกษา ตามคำสั่งกรมสามัญที่๒๘๘/๒๕๐๗ ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๗ ซึ่งเดิมโรงเรียนวัดทัพทันใช้ศาลาวัดเป็นที่เรียน ต่อมาเมื่อพ.ศ.๒๔๗๙ ขุนบริรักษ์ประชานันท์ นายอำเภอทัพทัน และท่านเจ้าคุณอุดมธรรมภาณ เจ้าคณะอำเภอทัพทันและนายเจริญ สุวรรณพงษ์ ศึกษาธิการอำเภอทัพทันได้ร่วมกันหาเงินสร้างโรงเรียนขึ้นโดยได้เงินมาสมทบกับเงิน ๑๐๐๐ บาท เงินสมทบ ๑,๓๐๙.๙๕ ประชาชนบริจาคอีก ๔,๖๙๐.๕o บาท รวมเป็นเงิน ๗,๐๐๐ บาทสร้างโรงเรียนบนพื้นที่ ๔ ไร่ ๑ งาน ๕0 ตารางวา สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๐ มีนายกรุ่น สีชมพู เป็นครูใหญ่มีนักเรียนชั้น ป.๑ - ป.๔ จำนวน ๑๘๐ คน มีครูสอน ๔ คน ส่วนโรงเรียนทัพทัน (ประถมปลาย) สร้างด้วยเงินงบประมาณ๒๔๐,๐๐๐บาท ทำพิธีเปิดป้ายโรงเรียนโดย นายโท พิเดชศึกษาธิการจังหวัดอุทัยธานี มาเป็นประธาน เปิดทำการสอนเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๔๙๖ ในชั้น ม.๑ - ม.๓ ทำการสอนแบบสหศึกษารับนักเรียนชั้น ป.๔ มาเรียนต่อโดยสังกัด โรงเรียนมัธยม กองการศึกษาธิการ มีนักเรียน ๓๔ มีนายข้วน แก้วเกษให้มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ และปัจจุบัน มี ดร.สมพงษ์ แจ่มแสง ปริญญาเอก (P.HD.in management) ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน อนุบาลทัพทัน(อุดมพิทยา) และนางสาวสรินทิพย์พูลศรี ปริญญาโทสาขาการประถมศึกษา ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลทัพทัน(อุดมพิทยา) คนปัจจุบัน พ.ศ.๒๕๐๘นายไพรัตน์ และนางกิมไล้ ได้บริจาคเงินสร้างเสาธง เป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท พ.ศ.๒๕๑๒ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน แบบ ป.๑ ก 4ห้องเรียน เป็นเงิน๑๔๗,๐๐๐ บาท พ.ศ.๒๕๑๒โรงเรียนได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนดีเด่น พ.ศ.๒๕๑๙ ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน แบบ ป.๑ ข ห้องเรียน เป็นเงิน ๒๗๐,๐๐๐ บาท บ้านพักครู ๒ หลัง ราคา ๓๖,๐๐๐ บาท พ.ศ.๒๕๒๐ ได้งบประมาณก่อสร้างบ้านพักครู ๒ หลัง ราคา ๓๖,๐๐๐ บาท
4 พ.ศ.๒๕๒๖ ทางราชการประกาศให้โรงเรียนวัดมะเดือ เป็นโรงเรียนสาขา มีนักเรียน ๒๐ คน และในปี ๒๕๒๙ ได้นำนักเรียนมาเรียนรวม จนถึงวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๓๑ ทางราชการได้สั่งยุบโรงเรียนวัดมะเดื่อ พ.ศ.๒๕๒๗ ได้รับงบประมาณสร้างส้วมแบบ สปช.๑.๔ ราคา ๔๔,๐๐๐ บาท พ.ศ.๒๕๒๘ ได้รับงบประมาณซ่อมโรงฝึกงาน จำนวน ๒๘,๐๐๐ บาท พ.ศ.๒๕๓๗ โรงเรียนวัดหนองหญ้าไทรมาเรียนรวม พ.ศ.๒๕๔๐ โรงเรียนได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนปฏิรูปการศึกษาและทางราชการได้ยุบโรงเรียน วัดหนองหญ้าไทร พ.ศ.๒๕๔๒ ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนสหวิทยาเขตและเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนอนุบาลทัพทัน (อุดมพิทยา) พ.ศ.๒๕๔๓ ทางสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุทัยธานี ได้มีคำสั่งที่ ๓๘๒/๒๕๒๙ ลง วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๓ แต่งตั้งให้นายสะอาด จินตกสิกรรม มาดำรงตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๓ พ.ศ.๒๕๔๔ โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ สปช.๑๐๕/๒๕๒๙ และ ได้รับเงินจากเทศบาลตำบลทัพทันโรงปุ้ยหมักและปลูกผักปลอดสารพิษ จำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท พ.ศ.๒๕๕๖ โรงเรียนได้รับรางวัลสถานศึกษาแบบอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการ บริหารจัดการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี ๒๕๕๖ "สถานศึกษาพอเพียง ๒๕๕๖" พ.ศ.๒๕๔๘ นายสิทธิศักดิ์ ชาติบุตร มารักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาล ทัพทัน(อุดมพิทยา) ตามคำสั่ง สพท.ที่ ๙๗๑/๒๕๔๗ พ.ศ.๒๕๔๘ ได้รับบริจาคเงินต่อเติมอาคารเรียน ชั้นล่าง ๒ ห้องเรียน เป็นเงิน ๑๐๐๐๐๐ บาท พ.ศ.๒๕๕๘ ดร.สมพงษ์ แจ่มแสง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบ้านไร่ ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลทัพทัน(อุดมพิทยา จนถึงปัจจุบัน พ.ศ.๒๕๖๐ ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารไอซีทีและห้องน้ำนักเรียนปฐมวัยและ บ้านพักครู พ.ศ.๒๕๖๑ โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ สปช.๑๐๕/๒๕๒๙
5
6
7
8
9 ตอนที่ 2 ศึกษาสังเกตบริบทของสถานศึกษา และความสัมพันธ์กับชุมชน วัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษาสังเกตบริบทของสถานศึกษา และชุมชน ขอบเขต ให้นักศึกษา ศึกษา สังเกต และฝึกทักษะจากผู้ที่เกี่ยวข้องในสถานศึกษา แล้วบันทึกข้อมูล ในแบบบันทึกตามประเด็น ดังนี้ 1. ทำเล ที่ตั้งของสถานศึกษาสังเกตการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน 2. อาคารเรียน และอาคารประกอบการอื่นๆ 3. ห้องเรียน และเครื่องใช้ต่างๆ ในห้องเรียน 4. มุมพยาบาล / ห้องพยาบาล / เรือนพยาบาล 5. โรงอาหาร / ที่รับประทานอาหาร 6. โรงประชุม / หอประชุม 7. ห้องพักครู 8. ห้องสมุด / หอสมุด 9. ห้องปฏิบัติการต่างๆ (วิทยาศาสตร์ฯลฯ) 10. น้ำดื่ม / น้ำใช้ 11. ห้องน้ำ / ห้องส้วม / ที่ปัสสาวะ 12. สนามกีฬา / สนามเด็กเล่นต่างๆ 13. สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ 14. แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า / อ้างอิงหน่วยที่ 1 สภาพทั่วไปของสถานศึกษา ผู้เกี่ยวข้อง/แหล่งข้อมูล 1. ผู้อำนวยการ / รองผู้อำนวยการโรงเรียน 2. ครูผู้สอน / ครูพี่เลี้ยง / นักเรียน
10 ข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษา 1.อาคารเรียนและอาคารประกอบการอื่นๆ อาคารเรียนจำนวน 6หลัง,อาคารระกอบการจำนวน 4 หลัง , สนามฟุตบอล จำนวน 2 สนาม , อาคารไอซีที จำนวน 1 หลัง , สนามบาสเกตบอล จำนวน 2 สนาม , สนามวอลเลย์บอล จำนวน 1 สนาม , สนามเปตอง จำนวน 1 สนาม
11 2.ห้องเรียนและเครื่องใช้ต่างๆในห้องเรียน ห้องเรียนมีทั้งหมด 38 ห้อง , ทุกห้องมีโต๊ะเรียนและเก้าอี้ทั้งหมดประมาณ 1,200 ตัว และโต๊ะครูห้องละ1 ตัว , พัดลมห้องละ 4 ตัว , หลอดไฟห้องละ 4 หลอด , ถังขยะห้องละ 1 ถัง , ที่ตักขยะห้องละ 1 อัน และไม้ถูพื้น ห้องละ 1 อัน 3.ห้องพักครูห้องปฎิบัติงานและเจ้าหน้าที่ ห้องพักครูมีทั้งหมด 3 ห้อง โดยห้องพักครูจะอยู่ภายในตึกเรียนทั้งหมด 3 อาคาร โดยห้องพักครู จะแบ่งเป็นหมวดต่างๆ คือ หมวดภาษาอังกฤษ หมวดคณิตศาสตร์และหมวดวิทยาศาสตร์ 4.ห้องปฏิบัติการต่างๆ (วิทยาศาสตร์,คอมพิวเตอร์,ศูนย์ภาษา ฯลฯ) 1.ห้องวิทยาศาสตร์ทั่วไป ทั้งหมด 1 ห้อง ภายในห้องจะมีอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับแต่ละชั้นนั้นๆเช่น แว่นขยาย กล้องจุลทรรศน์ เป็นต้น 2. ห้องคอมพิวเตอร์ มีทั้งหมด 2 ห้อง ภายในห้องจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ห้องละ 30 เครื่อง และ มีเครื่องปรับอากาศห้องละ 1 เครื่อง
12 5.สถานที่ผักผ่อนหย่อนใจ/สนามเด็กเล่น สถานที่พักผ่อนหย่อนใจจะมีอยู่รอบๆโรงเรียน หรือใต้ต้นไม้ต่างๆ ซึ่งบริเวณนั้นจะมีม้าหินอ่อนหรือซุ้มไว้ สำหรับนักเรียนในเวลาพักกลางวัน หรือทำกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น 6. แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า / อ้างอิงหน่วยที่ 1 สภาพทั่วไปของสถานศึกษา 1. หอสมุด ICT 2. ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลทัพทัน(อุดมพิทยา) 3. ห้องคอมพิวเตอร์ 4. ห้องวิทยาศาสตร์ 5. ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 6. ห้องซาวแลป 7. ห้องปฏิบัติการคณิตศาสตร์ 8. บริเวณต่างๆ ของโรงเรียน
13 ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน 1. ศึกษาบริบทของชุมชนที่สถานศึกษาตั้งอยู่ ดังนี้ - ประวัติพื้นที่ ชื่อ "ทัพทัน" ปรากฏในพงศาวดารในสมัยกรุงธนบุรี โดยกองทัพไทยที่มีเจ้าพระยายมราช เจ้าพระยาราชสุภาวดี และเจ้าพระยารามัญวงศ์ เป็นนายทัพ ทำการขับไล่ทหารพม่าที่มีนายทัพชื่อ กะละโม่ ถอยร่นจากเมืองกำแพงเพชรมาทางเมืองอุทัยธานี ซึ่งฝ่ายไทยได้ยกทัพติดตามมาทันทหาร พม่าที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งทำการรบพุ่งโจมตีจนฝ่ายพม่าแตกพ่ายไปชาวบ้านจึงได้ขนานนามหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านทัพทัน" จึงเป็นที่มาของชื่ออำเภอทัพทันในปัจจุบันอำเภอทัพทัน เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมี ปลา ในนามีข้าว ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย และเลี้ยงสัตว์ มีชีวิตเรียบง่าย ที่ตั้งของอำเภออยู่บริเวณทางทิศเหนือของจังหวัดอุทัยธานี ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3013 ระยะทาง 19 กิโลเมตร เทศบาลตำบลทัพทันแต่เดิมเป็นสุขาภิบาล จัดตั้งขึ้นเป็นเทศบาลตำบลทัพทัน ตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งเทศบาล พ.ศ. 2542เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 เดิม เทศบาล ตำบลทัพทันมีพื้นที่ 7.70 ตารางกิโลเมตร ต่อมาได้มีประกาศจากกระทรวงมหาดไทย เรื่องการยุบรวม สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลหรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2547 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้วันที่ 9กรกฎาคม 2547 ให้สภาตำบล ทัพทันและสภาตำบลหนองหญ้าปล้องยุบรวมกัน ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงเขตพื้น โดยการประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่องการดำเนินการยุบรวมสภาตำบลและอส่วนตำบลหรือหน่วยการบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่น ได้ประกาศในราชกิจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม121 ตอนพิเศษ 108 ลงวันที่ 29 กันยายน 2547 รวม 2 ตำบล คือ ตำบลทุ่งนาไทย ตำบลเขาขี้ฝอย โดยครอบคลุมพื้นที่ ทั้งหมด 57.97 ตารางกิโลเมตร จนถึงปัจจุบัน - ขนาดพื้นที่ 323.633 ตร.กม. (124.955 ตร.ไมล์) - ลักษณะภูมิอากาศ ตำบลทัพทันโดยทั่วไปภูมิอากาศอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมที่พัดผ่านประจำฤดูอุณหภูมิ ทั่วไปเฉลี่ยประมาณ 29 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายนและต่ำสุดในเดือนธันวาคมใน ฤดูร้อนอุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 37.7 7-38.80 องศาเซลเชียส 16-20 องศาเซลเชียสปริมาณน้ำฝน ในและในฤดูหนาวอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ระหว่างรอบปีเฉลี่ยประมาณ 97.5 มิลลิเมตรช่วงเวลาที่ฝนตกชุก นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน
14 - ลักษณะภูมิประเทศ สภาพทั่วไปมีลักษณะลาดเทจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกและราบสลับเชิงเขา คือเขา หนองแมงรักเขาผาอาดและเขาปฐวีพื้นที่ ๑ ใน ๓ เป็นป่าไม้คือป่าทับเสลาฝังซ้ายและป่าไผ่เขียว ทางด้านการเกษตรกรรม เช่น การทำนา การทำไร่ข้าวโพด มันสำปะหลังและการเลี้ยงสัตว์ -อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลหนองหญ้าปล้องและตำบลหนองยายดา ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลทุ่งนาไทย ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลเขาขี้ฝอยและตำบลหนองหญ้าปล้อง ทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลหนองกลางดง - จำนวนประชากร ชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะเป็นสังคมชนบทอำเภอทัพทันมีประชากรประมาณ 38,622 คนคียงโดยรอบโรงเรียน ได้แก่ตลาดนัดโค-กระบืตลาดทัพทันหมู่ 8 บ้านตาลแถว ต.องชุมชนคืออาชีพ เกษตรกรรมเนื่องจากพื้นที่ป็นที่ราบลุ่มเหมาะสำหรับการทำนาส่วนใหญ่นับถือพุทธประเพณี ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปคือประเพณีหล่อเทียนแห่เทียนพรรษาวันลอยกระทงวัน เข้าพรรษาและออกพรรษาวันสงกรานต์วันขึ้นปีใหม่การตักบาตรเทโวพิธีบวชนาคพิธีแต่งงาน - ภูมิปัญญา บ้านเกาะพะยอม อ.ทัพทันมีกิจกรรมไหว้พระวัดโคกหม้อและชมพิพิธภัณฑ์วัดโคกหม้อรับชมวีดิ ทัศน์หมู่บ้านสาธิตการทอผ้าโบราณจากกลุ่มแต้มตะกอและการทอผ้ากลุ่มทอผ้าแม่บ้านเกษตรกรบ้าน โคกหม้อตกลุ่มจักสานและกิจกรรมการทำกล้วยอบเนยเลิศสชมการแสดงเข็งกระสวยและนา 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ดังนี้ - กิจกรรมชุมชนโรงเรียนสัมพันธ์ - การประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน - การประชุมสมาคมผู้ปกครองและคณะครูโรงเรียนอนุบาลทัพทัน(อุดมพิทยา) - การประชุมผู้ปกครองเครือข่าย - กิจกรรมการเลือกตั้งผู้ปกครองเครือข่าย - วิธีสร้างความสัมพันธ์ของโรงเรียนกับชุมชน - การจัดเยี่ยมบ้านเด็กนักเรียน โดยครบทุกหลังคาเรือน จิตอาสาลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ
15 - ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ของโรงเรียนกับชุมชน -โรงเรียนได้จัดกิจกรรมระดมทุนทอดผ้าป่าการศึกษาเพื่อนำเงินมาพัฒนาการศึกษา - ได้รับความดูแล ช่วยเหลือจากผู้นำชุมชน หมู่บ้าน สถานีตำรวจ ฯลฯ - การให้บริการทางวิชาการของโรงเรียนกับชุมชน - ได้ส่งตัวแทนคณะครูและนักเรียนไปมอบความรู้แก่โรงเรียนผู้สูงอายุและ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก - การส่งนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันศิลปหัตถกรรม - การส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนท้องถิ่น - การให้สถานที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ
16 ตอนที่ 3 ศึกษางานในหน้าที่ครู คำชี้แจง ให้นักศึกษาบันทึกกิจกรรมในการปฏิบัติงานประจำวัน และงานในหน้าที่ครูลงในแบบรายงาน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1. รายงานการปฏิบัติงานประจำวัน ให้นักศึกษาบันทึกประจำวันตามสภาพจริงทุกวันเพื่อแสดงว่านักศึกษาได้ใช้เวลาในแต่ละวัน ปฏิบัติงานในหน้าที่ ตามที่ได้รับมอบหมายโดยให้ครูพี่เลี้ยงหรือบุคคลที่ผู้บริหารโรงเรียนมอบหมายลงนามทุก วัน 2. รายงานการศึกษางานในหน้าที่ครู ให้นักศึกษาบันทึกผลการปฏิบัติงาน ในหน้าที่ รายการดังนี้ 1. สังเกตการณ์จัดการเรียนรู้ของครู 2. สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน 3. สังเกตบรรยากาศชั้นเรียน 4. การศึกษารายกรณี
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32 การสังเกต และการปฏิบัติหน้าที่ครู สาระสำคัญ ครูผู้สอนมีความรักและศรัทธาในวิชาชีพครู ปฏิบัติดนตามจรรยาบรรณและวินัยครู ปฏิบัติตาม บทบาทหน้าที่ครูผู้สอนและครูประจำชั้นได้อย่างเหมาะสม วัตถุประสงค์ 1. แสดงพฤติกรรมที่สะท้อนถึงการมีจิตวิญญาณความเป็นครู 2. ระบุบทบาทหน้าที่ของครูผู้สอนและครูประจำชั้นในการช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียน เนื้อหาสาระ 1. ความรักและศรัทธาในวิชาชีพครู 2. จรรยาบรรณและวินัยครู 3. บทบาทหน้าที่ครูผู้สอนและครูประจำชั้น กิจกรรมการเรียนการสอน 1. ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ครูผู้สอนและครูประจำชั้น จรรยาบรรณวิชาชีพครู 2.สนทนา อภิปราย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะที่ดีของครูตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู ความรักและศรัทธาในวิชาชีพครู 3.กำหนดหัวข้อสำหรับการศึกษาสังเกตและสรุปลงในแบบบันทึก 4.นำผลการศึกษาสังเกตมานำเสนอเพื่ออภิปรายในชั้นเรียน สื่อการเรียนรู้ 1. แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ครู 2. เอกสารประกอบการศึกษาด้วยตนเอง การวัดประเมินผล 1. ตรวจแบบบันทึกการสังเกต 2. สังเกตพฤติกรรมการให้ความร่วมมือในชั้นเรียน
33 1.ครูผู้สอนและครูประจำชันแสดงออกซึ่งความรักและศรัทธาในวิชาชีพครูอย่างไร ครูผู้สอนมีความรักและเชื่อมั่นในอาชีพของตน ทำให้ทำงานอย่างมีความสุข และมีความมุ่งมั่นที่จะ ทำให้อาชีพนั้นเจริญรุ่งเรืองและมั่นคง และแสดงออกว่าอาชีพนี้มีเกียรติและภูมีใจในอาชีพนี้ 2. ครูผู้สอนและครูประชั้นปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณและวินัยครู เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร 2.1 จรรยาบรรณต่อตนเอง เหมาะสม เพราะ ครูผู้สอนมีวินัยต่อตนเอง โดยการเข้าสอนตรงเวลา เลิกเรียนตรงเวลา ครูผู้สอน จะสอนเนื้อหาครบถ้วนตรงตามหลักสูตร และครูผู้สอนนั้นมีบุคลิกภาพที่ดี คือ ครูผู้สอนจะมีความ ยิ้มแย้มแจ่มใส สุขภาพร่างกายแข็งแรง และเสื้อผ้ามีความสะอาดเรียนร้อย 2.2 จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ เหมาะสม เพราะ ครูผู้สอนนั้นมีความรัก ความศรัทธา มีความซื่อสัตย์สุจริตรับผิดชอบต่อวิชาชีพและ เป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ 2.3 จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ เหมาะสม เพราะ ครูผู้สอนมีความเมตตาต่อผู้เรียนโดยการถ้าผู้เรียนที่ลืมนำนมกล่องและการบ้าน มาจากบ้านครูผู้สอนจะไม่ต่อว่าผู้เรียน แต่ครูผู้สอนจะให้ผู้เรียนที่ลืมเอานมกล่องและการบ้านมาดูว่าถ้าไม่ได้ เอามาก็จะไม่ได้ดื่มนมเหมือนเพื่อนๆโดยจะพูดกับผู้เรียนดีๆว่าครั้งหน้าควรเอานมกล่องและการบ้านมาและ ครูผู้สอนมีความเอาใจใส่ผู้เรียน โดยการเรียนครูผู้สอนจะคอยดูแลนักเรียนในห้องเสมอไม่ว่าจะเรียนหรือ ทำกิจกรรมวิชาใดก็ตาม 2.4 จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ เหมาะสม เพราะ ครูผู้สอนมีความสัมพันธ์ไมตรีต่อเพื่อนครูในโรงเรียนทุกคนมีความช่วยเหลือเกื้อกูล ซึ่งกันในทุกๆด้านและคุณครูจะมีความสามัคคีกันในหมู่คณะเป็นส่วนใหญ่ 2.5 จรรยาบรรณต่อสังคม เหมาะสม เพราะ ครูผู้สอนมีความชื่อตรงและเที่ยงธรรมไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและไม่เอาตนเอง เป็นใหญ่ให้ความเป็นกลางและยุติธรรมต่อผู้เรียนเสมอและคุณครูยังรักษาผลประโยชน์ต่อส่วนรวมอีกด้วย
34 3. บทบาทหน้าที่ของครูผู้สอนและครูประจำชั้น 3.1 การแต่งกายเหมาะสมถูกระเบียบ เหมาะสมถูกระเบียบ ครูผู้สอนแต่งกายเหมาะสมถูกระเบียบ กล่าวคือ ใส่กระโปรงยาวคลุมเข่า เสื้อผ้าไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป รองเท้าผ้าใบไม่มีลวดลายไม่มีตำหนิใดๆ แต่งกายมิดชิด แต่งกายตามระเบียบ 3.2 การเอาใจใส่ ส่งเสริมผู้เรียนตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ครูผู้สอนมีการเอาใจใส่ผู้เรียนทุกคนโดยจะคอยดูแลผู้เรียนไม่ว่าจะเรียนหรือทำกิจกรรมใดและ ครูผู้สอนจะดูความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคนในส่วนของเนื้อหาครูผู้สอนจะถามเฉพาะผู้เรียนที่สามารถ อบได้ไม่ใช่เพราะครูผู้สอนลำเยง แต่เป็นเพราะถ้าถามผู้เรียนที่ไม่สามารถตอบได้จะทำให้ผู้เรีย เสียความมั่นใจและไม่อยากเรียนกับครูผู้สอนอีก 3.3 การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ครูผู้สอนนี้นับว่ามีส่วนสำคัญมากที่จะปลูกฝัง หล่อหลอม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้แก่เด็ก เพราะ ครูปฐมวัย เป็นครูคนแรกที่เด็กได้พบเมื่อครั้งแรกของการมาโรงเรียน เป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับเด็กรองจากพ่อแม่ บุคลิกภาพ พฤติกรรม การปฏิบัติต่างๆของครูจะเป็นต้นแบบการเรียนรู้ที่ดีของเด็ก ถ้าครูมีพฤติกรรมหรือ บุคลิกภาพอย่างไร เด็กก็จะซึมชับยึดแบบฉบับพฤติกรรมเหล่านั้นไปและนำไปปฏิบัติหรือหล่อหลอมเป็น บุคลิกภาพและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กๆต่อไป 3.4 การสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียน ครูผู้สอนมีการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนโดยครูผู้สอนจะมีการกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจเรียนเป็นพิเศษ คือ ครูผู้สอนจะมีการร้อง เล่น เต้นและทำกิจกรรมต่างๆในห้องเรียนอย่างสนุกสนาน มีชีวิตชีวาและครูผู้สอนมี ความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ครูผู้สอนได้สอนซึ่งทำให้ผู้เรียนรับรู้ได้ว่าครูผู้สอนมีความสามารถในการสอนจึงทำให้ ผู้เรียนมั่นใจและเกิดแรงบันดาลใจในตัวครูผู้สอนเท่านั้น
35 การสังเกตการจัดการเรียนรู้ของครู วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้นักศึกษาสังเกตการควบคุมชั้นเรียนของครูผู้สอน 2. เพื่อให้นักศึกษาสังเกตการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน เพื่อให้นักศึกษานำสิ่งที่ได้จากการสังเกต การควบคุมชั้นเรียน และการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนมาเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ของ ตนเอง 3. เพื่อให้นักศึกษาสังเกตและฝึกทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขอบเขต ให้นักศึกษา ศึกษา สังเกต และฝึกทักษะจากผู้ที่เกี่ยวข้องในสถานศึกษา แล้วบันทึกข้อมูล ในแบบบันทึกตามประเด็น ดังนี้ 1. สังเกตเทคนิคการควบคุมชั้นเรียนของครูผู้สอน 2. สังเกตการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน 3. นำสิ่งที่ได้จากการสังเกตการควบคุมชั้นเรียน และการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนมาประยุกต์ใช้ใน การจัดการเรียนรู้ 4. สังเกตปัญหาที่พบในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน และเทคนิคแนวทางในการแก้ไขปัญหา ผู้เกี่ยวข้อง/แหล่งข้อมูล 1. ผู้อำนวยการ / รองผู้อำนวยการโรงเรียน 2. ครูผู้สอน / ครูพี่เลี้ยง / นักเรียน หมายเหตุ สังเกต 9 ครั้ง
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45 แบบสังเกตการจัดบรรยากาศในชั้นเรียน ห้องเรียนที่สังเกต ชั้นอนุบาล 3/1 ครูประจำชั้น นางสาวสิรีรัตน์ จตุพศ สังเกตเมื่อวันที่ 27 เดือน มกราคม พ.ศ.2564 เวลา 12:30 น. ผู้สังเกต นางสาวญานิกา โพธิ์พระรส วิชาเอก การศึกษาปฐมวัย ที่ รายการที่สังเกต รายละเอียดการปฏิบัติงานที่สังเกตุ องค์ความรู้ที่ได้รับ 1 การจัดโต๊ะเรียน โต๊ะเรียนของนักเรียนจะอยู่ข้างหลังห้องเรียนแต่ส่วน ใหญ่จะให้นักเรียนนั่งกับพื้น เพราะจะสะดวกต่อการ เรียนและการทำกิจกรรมหรือการทำงานกลุ่ม การจัดโต๊ะเรียนไว้ข้างหลัง เพื่อที่จะให้ห้องเรียนมีพื้นที่ กว้างเพียงพอในการทำกิจกรรม ในห้องเรียน 2 การจัดโต๊ะครู จะมีโต๊ะและเก้าอี้อย่างละ 1 ตัว สำหรับโต๊ะครู ซึ่งจะอยู่ มุมทางประตูหน้าห้องเรียน เพื่อให้มองเห็นพฤติกรรมของ เด็กนักเรียนในห้องได้อย่าง ทั่วถึงและนักเรียนสามารถเห็น ครูผู้สอนตลอดเวลา และโต๊ะครู นั้นมีการจัดวางของไว้เป็น ระเบียบ งานและการบ้านที่ให้ เด็กส่งก็จะมีที่ให้ใส่งาน 3 แสงสว่าง ห้องเรียนจะมีหลอดไฟ ทั้งหมด 6 ดวงและมีหน้าต่างที่ เปิดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะทำให้มีแสงสว่างเพียงพอต่อการ มองเห็นของเด็ก แสงสว่างมีผลต่อการเรียนรู้ของ เด็ก ถ้าแสงสว่างไม่พียงพอ เด็ก จะมองไม่เห็นเนื้อหาบน กระดาน และทำให้บรรยากาศ ดูอึมครึม ไม่น่าเรียน 4 ป้ายนิเทศ มีสื่อต่างทั้งรูปสัตว์ ผลไม้ เดือน สี และก.ไก่ - ฮ.นกฮูก นั้นติดอยู่บริเวณรอบๆห้องเรียนและมีป้ายบอร์ดผลงาน ของเด็กๆติดอยู่หน้าห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาหา ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ และ เป็นสื่อที่เด็กสามารถดูและจำ ได้ตลอดเวลา 5 การจัดตกแต่งห้อง ผนังห้องทาสีเขียวอ่อน เพื่อความสบายตาต่อตาเด็กและ ครูผู้สอน ทำให้ภายในห้องไม่ร้อน ไม่ดูมีดสลัว และมีมุม ต่างๆให้เด็กๆได้ศึกษา บรรยากาศห้องที่ดูสบาย ดู สะอาดทำให้นักเรียนตั้งใจเรียน มากขึ้นและมีมุมสื่อแยกเป็น โซนอย่างชัดเจนเพื่อให้เด็กได้ เล่นและได้ความรู้ 6 มุมผลงานนักเรียน อยู่บริเวณระหว่างกลางหน้าห้องเรียนและบริเวณกรอบ หน้าต่างเกือบทุกบาน เพื่อให้นักเรียนภูมิใจในผลงาน ของตนเองและได้เห็นถึงความ ตั้งใจในการทำงานโดยรวม เพื่อที่จะนำไปต่อยอดพัฒนาได้ ในครั้งต่อไป
46 ที่ รายการที่สังเกต รายละเอียดการปฏิบัติงานที่สังเกตุ องค์ความรู้ที่ได้รับ 7 มุมวิชาการ โดยส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณหน้าชั้นเรียนและบริเวณหน้า ประตูทั้งสองฝั่ง เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ศึกษาที่ เน้นเกี่ยวกับข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ในด้านต่างๆ 8 อื่น ๆ การจัดโชนของตู้เก็บเอกสารและโต๊ะสำหรับวางของ จะ อยู่บริเวณหลังห้องทั้งหมด เพื่อให้เหลือพื้นที่บริเวณกลาง ห้องและหน้าห้องให้มากที่สุด ลงชื่อ ญานิกา โพธิ์พระรส (นางสาวญานิกา โพธิ์พระรส) นักศึกษา
47 แบบรายงานผลการศึกษารายกรณี 1.ชื่อผู้รับการศึกษา 2. สาเหตุที่ศึกษา 3.วันและเวลาที่ศึกษา 4.ลักษณะของปัญหาหรืออาการที่สำคัญ 5.ข้อมูลจากผู้รับการศึกษา ได้แก่ 5.1 ประวัติส่วนตัวและครอบครัว 5.1.1ลักษณะทั่วไป เช่น รูปร่าง หน้าตา การแต่งกาย กิริยามารยาท การแสดงออกทางสีหน้า 5.1.2 ประวัติส่วนตัว เช่น อายุ วัน เดือน ปีเกิด สถานที่เกิด เชื้อชาติสัญชาติ บ้านเลขที่ ระดับ การ 5.1.3 ประวัติครอบครัว เช่น - ชื่อบิดา อายุ การศึกษา อาชีพ เงินเดือน อุปนิสัย - ชื่อมารดา อายุ การศึกษา อาชีพ เงินเดือน อุปนิสัย -จำนวนพี่น้อง เป็นชายกี่คน หญิงกี่คน ผู้รับการศึกษาเป็นคนที่เท่าใด สนิทกับพี่นองคน ใดบ้าง พี่น้องแต่ละคนให้ระบุ ชื่อ อายุ การศึกษา อาชีพ เงินเดือน และอุปนิสัย - ความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวฯลฯ 5.2 ประวัติด้านการศึกษา เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิซาที่ชอบ วิชาที่ไม่ชอบ ฯลฯ 5.3 ประวัติด้านสุขภาพ เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก โรคที่เจ็บป่วยร้ายแรงทั้งทางร่างกายและทางจิต 5.4 ประวัติด้านสังคม เช่น การคบเพื่อน การเข้าสังคม 5.5 การใช้เวลาว่างหรืองานอดิเรก 5.6 ความใฝ่ฝันในอนาคต หรือจุดมุ่งหวังในชีวิต เช่น อยากเรียนต่ออะไร อยากประกอบอาชีพอะไร 5.7 เจตคติที่มีต่อตนเอง ครอบครัว โรงเรียน และชุมชนหรือสังคม 6. เทคนิคที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล/เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 7. สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล (ได้จากการรวบรวมข้อมูล พร้อมทั้งตีความหมายจากข้อมูล) 8. การวินิจฉัยปัญหา การนำผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลมาพิจารณาทั้งหมด แล้วสรุปว่ามีปัญหาหรือลักษณะพฤติกรรมใด โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากแต่ละเทคนิคที่สอดคล้องกันส่วนใหญ่ 9. การช่วยเหลือหรือแก้ไข (กรณีพฤติกรรมที่เป็นปัญหา) การป้องกัน/การส่งเสริมและพัฒนา (กรณีพฤติกรรมที่ไม่เป็นปัญหา หรือบุคคลที่มีความสามารถ) 10. การติดตามผล การวางแผนว่าจะติดตามผลอย่างไร จากการติดตามผลมาแล้วปรากฎผลอย่างไรบ้าง ดีขึ้น หรือเลว ลง หรือเหมือนเดิม