หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 1
โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ
ความนำ
สภาพการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศประกอบกับ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ -๒๕๗๙)
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑)
แผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) นำไปสู่การกำหนดทักษะสำคัญสำหรับเด็กในศตวรรษที่ ๒๑
ที่มีความสำคัญในการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีความสอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ทุกดา้ น
กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้มีการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยอย่างจริงจังและต่อเนื่องโดยได้แต่งตั้ง
คณะทำงานพิจารณาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นหลักสูตรสถานศึกษา สถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัย และ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำมาใช้เป็นกรอบและทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
และไดม้ าตรฐานตามจุดหมายหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ท่กี ำหนดเป้าหมายในการพฒั นาเด็ก
ปฐมวยั ให้มพี ัฒนาการดา้ นร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปญั ญา ครอบครวั ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 2
โรงเรียนบ้านเนนิ โพธิ์
สาระสำคญั
หลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐
ปรชั ญาการศกึ ษาปฐมวยั
การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ๖ ปี บริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวม บนพื้นฐานการ
อบรมเลี้ยงดู และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนให้เต็ม
ตามศักยภาพภายใต้บรบิ ทสงั คมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของ
ทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เกิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว
สังคม และประเทศชาติ
วิสัยทศั น์
หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัยมุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รบั การพัฒนาด้านรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ
สติปัญญาอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความสุขและเหมาะสมตามวัย
มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และสำนึกความเป็นไทย โดย
ความร่วมมอื ระหว่างสถานศกึ ษา พ่อแม่ ครอบครวั ชุมชน และทกุ ฝา่ ยทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับการพัฒนาเด็ก
หลักการ
เด็กทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
ตลอดจนได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเหมาะสม ด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็กกับ
ผู้สอน เด็กกับผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการอบรมเลี้ยงดู การพัฒนา และให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัย เพื่อให้
เด็กมีโอกาสพัฒนาตนเองตามลำดับขั้นของพัฒนาการทุกด้าน อย่างเป็นองค์รวม มีคุณภาพ และเต็มตาม
ศกั ยภาพโดยมหี ลักการดงั นี้
๑. สง่ เสริมกระบวนการเรียนรแู้ ละพฒั นาการทีค่ รอบคลมุ เดก็ ปฐมวยั ทุกคน
๒. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่าง
บคุ คลและวถิ ีชวี ิตของเดก็ ตามบริบทของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย
๓. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นอย่างมีความหมายและมีกิจกรรมท่ี
หลากหลาย ได้ลงมือกระทำในสภาพแวดลอ้ มท่ีเอื้อต่อการเรยี นรู้ เหมาะสมกบั วยั และมกี ารพกั ผ่อนทีเ่ พียงพอ
๔. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง เป็นคนดี มวี นิ ยั และมีความสขุ
๕. สร้างความรู้ ความเข้าใจและประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่
ครอบครัว ชมุ ชน และทุกฝา่ ยท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการพัฒนาเด็กปฐมวยั
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 3
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธิ์
แนวคดิ การจดั การศกึ ษาปฐมวัย
หลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ พฒั นาขึ้นบนแนวคิดหลักสำคัญเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก
ปฐมวัย โดยถือว่าการเล่นของเด็กเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ภายใต้การจัด
สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของสมอง ผ่านสื่อที่ต้องเอื้อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นประสาทสัมผัสทั้งหา้
โดยครจู ำเปน็ ต้องเข้าใจและยอมรับวา่ สงั คมและวฒั นธรรมท่ีแวดล้อมตัวเด็กมอี ิทธิพลต่อการเรียนร้แู ละการพัฒนา
ศักยภาพและพฒั นาการของเด็กแต่ละคน ท้งั น้ี หลักสตู รฉบับนมี้ ีแนวคิดในการจดั การศึกษาปฐมวัย ดังนี้
๑. แนวคิดเกีย่ วกับพฒั นาการเด็ก พฒั นาการของมนุษย์เป็นกระบวนการเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้นต่อเนื่อง
ในตัวมนษุ ยเ์ ร่มิ ตง้ั แต่ปฏิสนธิไปจนตลอดชวี ิต พัฒนาการของเด็กแตล่ ะคนจะมีลำดับขั้นตอนลักษณะเดียวกัน แต่
อัตราและระยะเวลาในการผ่านขนั้ ตอนต่าง ๆอาจแตกต่างกันได้ข้ันตอนแรกๆจะเปน็ พ้ืนฐานสำหรับพัฒนาการขั้น
ต่อไป พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา แต่ละส่วนส่งผลกระทบซึ่งกนั และกัน เมื่อด้าน
หนึ่งก้าวหน้าอีกด้านหน่ึงจะก้าวหน้าตามด้วยในทำนองเดียวกันถ้าด้านหนึ่งด้านใดผิดปกติจะทำให้ด้านอื่น ๆ
ผิดปกตติ ามด้วย แนวคิดเกี่ยวกับทฤษฎีพฒั นาการดา้ นร่างกายอธบิ ายว่าการเจริญเติบโตและพฒั นาการของเด็กมี
ลักษณะต่อเนื่องเป็นลำดับชั้น เด็กจะพัฒนาถึงขั้นใดจะต้องเกิดวุฒิภาวะของความสามารถด้านนั้นก่อน สำหรับ
ทฤษฎีด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคมอธิบายว่า การอบรมเลี้ยงดูในวัยเด็กส่งผลต่อบุคลิกภาพของเด็ก เมื่อเติบโต
เปน็ ผู้ใหญ่ ความรกั และความอบอนุ่ เปน็ พื้นฐานของความเชื่อมัน่ ในตนเอง เดก็ ทไี่ ด้รบั ความรักและความอบอุ่นจะ
มีความไว้วางใจในผู้อื่น เห็นคุณค่าของตนเอง จะมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตน ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี
ซึง่ เปน็ พนื้ ฐานสำคญั ของความเป็นประชาธปิ ไตยและความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์และทฤษฎพี ัฒนาการด้านสติปัญญา
อธิบายว่า เด็กเกิดมาพร้อมวุฒิภาวะ ซึ่งจะพัฒนาขึ้นตามอายุ ประสบการณ์ รวมทั้งค่านิยมทางสังคมและ
สง่ิ แวดลอ้ มที่เดก็ ได้รับ
๒. แนวคิดเกี่ยวกับการเล่นของเด็ก การเล่นเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การ
เล่นอย่างมีจุดมุ่งหมายเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ขัน้ พื้นฐานที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ของ
เด็ก ขณะที่เด็กเล่นจะเกิดการเรียนรู้ไปพร้อม ๆกันด้วย จากการเล่นเด็กจะมีโอกาสเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆของ
ร่างกาย ได้ใช้ประสาทสัมผัสและการรับรู้ผ่อนคลายอารมณ์ และแสดงออกของตนเอง เรียนรู้ความรู้สึกของผู้อ่ืน
เด็กจะรู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้สังเกต มีโอกาสทำการทดลอง คิดสร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและค้นพบด้วย
ตนเอง การเล่นช่วยให้เด็กเรียนรู้สิ่งแวดล้อม และช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม
และสติปัญญา ดังนั้นเด็กควรมีโอกาสเล่น ปฏิสัมพันธ์กับบุคคล สิ่งแวดล้อมรอบตัว และเลือกกิจกรรมการเล่น
ด้วยตนเอง
๓. แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานของสมอง สมองเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญที่สุดในร่างกายของคนเรา
เพราะการที่มนุษย์สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆได้นั้นต้องอาศัยสมองและระบบประสาทเป็นพื้นฐานการรับรู้ รับ
ความรู้สึกจากประสาทสัมผัสทั้งห้า การเชื่อมโยงต่อกันของเซลล์สมองส่วนมากเกิดขึ้นก่อนอายุ ๕ ปี และ
ปฏิสมั พนั ธแ์ รกเริ่มระหว่างเด็กกบั ผู้ใหญ่ มีผลโดยตรงตอ่ การสร้างเซลล์สมองและจดุ เชื่อมต่อ โดยในชว่ ง ๓ ปีแรก
ของชีวิต สมองเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก มีการสร้างเซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อขึ้นมามากมาย มีการสร้าง
ไขมันหรือมันสมองหุ้มล้อมรอบเส้นใยสมองด้วย พอเด็กอายุ ๓ ปี สมองจะมีขนาดประมาณ ๘๐ % ของสมอง
ผู้ใหญ่ มีเซลล์สมองนับหมื่นล้านเซลล์ เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อเหล่านี้ยิ่งได้รับการกระตุ้นมากเท่าใด การ
เชื่อมต่อกันระหว่างเซลล์สมองยิ่งมีมากขึ้นและความสามารถทางการคิดยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ถ้าหากเด็กขาดการ
หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 4
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
กระตุ้นหรือส่งเสริมจากสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อที่สร้างขึ้นมาก็จะหายไป เด็กที่ได้รับ
ความเครียดอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ขาดความสามารถที่จะเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม ส่วนต่าง ๆของสมองเจริญเติบโต
และเริ่มมีความสามารถในการทำหน้าที่ในช่วงเวลาต่างกนั จงึ อธิบายไดว้ ่าการเรยี นร้ทู ักษะบางอย่างจะเกิดข้ึนได้ดี
ที่สุดเฉพาะในช่วงเวลาหนึ่งท่ีเรยี กว่า”หน้าต่างของโอกาสการเรยี นร”ู้ ซ่ึงเป็นชว่ งทพ่ี อ่ แม่ ผเู้ ลย้ี งดูและครูสามารถ
ช่วยให้เด็กเรียนรู้และพัฒนาสิ่งนั้น ๆได้ดีที่สุด เมื่อพ้นช่วงนี้ไปแล้วโอกาสนั้นจะฝึกยากหรือเด็กอาจทำไม่ได้เลย
เช่น การเชื่อมโยงวงจรประสาทของการมองเห็นและรับรู้ภาพจะต้องได้รับการกระตุ้นทำงานตั้งแต่ ๓ หรือ ๔
เดือนแรกของชีวิตจงึ จะมีพัฒนาการตามปกติ ช่วงเวลาของการเรยี นภาษาคอื อายุ ๓ – ๕ ปีแรกของชีวิต เด็กจะ
พดู ได้ชัด คล่องและถูกตอ้ ง โดยการพัฒนาจากการพูดเป็นคำ ๆมาเปน็ ประโยคและเล่าเรื่องได้ เปน็ ตน้
๔. แนวคิดเก่ียวกับส่ือการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ทำให้เด็กเกดิ การเรียนรู้ตามจุดประสงคท์ ี่วางไว้ ทำให้
สิ่งที่เป็นนามธรรมเข้าใจยากกลายเป็นรูปธรรมที่เด็กเข้าใจและเรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว เพลิดเพลิน เกิดการเรียนรู้
และค้นพบด้วยตนเอง การใช้สื่อการเรียนรู้ต้องปลอดภัยต่อตัวเด็กและเหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ ความแตกต่าง
ระหว่างบุคคล ความสนใจ และความต้องการของเด็กที่หลากหลาย สื่อประกอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็ก
ปฐมวยั ควรมสี อื่ ทั้งทีเ่ ปน็ ประเภท ๒ มิติและ/หรอื ๓ มิติ ทีเ่ ป็นสือ่ ของจรงิ สอ่ื ธรรมชาติ ส่ือทอี่ ยใู่ กล้ตวั เด็ก ส่ือสะ
ทอ้ งวฒั นธรรม สอื่ ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน ส่อื เพ่ือพฒั นาเด็กในด้านต่าง ๆใหค้ รบทกุ ด้าน ทัง้ นี้ สือ่ ตอ้ งเอ้ือให้เด็กเรียนรู้
ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าโดยการจัดการใช้สือ่ สำหรับเด็กปฐมวยั ต้องเริ่มต้นจากสื่อของจริง ของจำลอง ภาพถ่าย
ภาพโครงร่างและสัญลักษณ์ตามลำดบั
๕. แนวคดิ เกีย่ วกับสังคมและวฒั นธรรม เด็กเมอื่ เกดิ มาจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและวฒั นธรรม ซึ่งไม่
เพียงแต่จะได้รับอิทธิพลจากการปฏิบัติแบบดั้งเดิมตามประเพณี มรดก และความรู้ของบรรพบุรุษ แต่ยังได้รับ
อิทธิพลจากประสบการณ์ ค่านิยมและความเชื่อของบุคคลในครอบครัว และชุมชนของแต่ละที่ด้วย บริบทของ
สังคมและวัฒนธรรมท่ีเด็กอาศัยอยู่หรอื แวดล้อมตัวเด็กทำให้เด็กแต่ละคนแตกต่างกันไป ครูจำเป็นตอ้ งเขา้ ใจและ
ยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็ก มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของ
เด็กแต่ละคน ครูควรต้องเรียนรู้บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของเด็กที่ตนรับผิดชอบ เพื่อช่วยให้เด็กได้รับการ
พัฒนา เกิดการเรียนรู้และอยู่ในกลุ่มคนที่มาจากพื้นฐานเหมือนหรือต่างจากตนได้อย่างราบรานมีความสุข เป็น
การเตรยี มเดก็ ไปสู้สงั คมในอนาคตกับการอยูร่ ่วมกบั ผู้อื่น การทำงานรว่ มกับผู้อน่ื ทีม่ ีความหลากหลายทางความคิด
ความเชื่อและวัฒนธรรมเช่น ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหวา่ งวัฒนธรรมไทยกับประเทศเพือ่ นบา้ นเรือ่ ง
ศาสนา ประเทศ พม่า ลาว กัมพูชาก็จะคล้ายคลึงกับคนไทยในการทำบุญตักบาตร การสวดมนต์ไหว้พระ การให้
ความเคารพพระสงฆ์ การทำบุญเลี้ยงพระ การเวียนเทียนเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา ประเพณีเข้าพรรษา
สำหรับประเทศมาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามจึงมีวัฒนธรรมแบบอิสลาม
ประเทศฟิลิปปินส์ได้รับอิทธิพลจากคริสต์ศาสนา ประเทศสิงคโปร์และเวียดนามนบั ถือหลายศาสนา โดยนับถือ
ลัทธธิ รรมเนยี มแบบจนี เปน็ หลัก เป็นต้น
หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 5
โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยโรงเรยี นบา้ นเนินโพธ์ิ
โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ จัดการพัฒนาเด็ก อายุ ๔ – ๖ ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริม
กระบวนการเรียนรู้ทส่ี นองต่อธรรมชาติและพฒั นาการตามวยั ของเด็กแต่ละคนใหเ้ ต็มตามศกั ยภาพ ภายใตบ้ ริบท
สังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทกุ คน เพื่อสร้างรากฐานคณุ ภาพ
ชวี ิตให้เดก็ พัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษยท์ ส่ี มบูรณ์เกดิ คณุ ค่าต่อตนเองครอบครัว ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ
วิสัยทศั นก์ ารศกึ ษาระดบั ปฐมวัย โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธิ์
โรงเรียนบ้านเนินโพธิ์ มุ่งมั่นพัฒนาจัดการศึกษาให้นักเรียนมีคุณภาพด้านความรู้ วิชาการ มีคุณธรรม
จริยธรรม สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข และอนุรักษ์ความเป็นไทยโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน น้อมนำ
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
พนั ธกจิ
๑. พฒั นาเดก็ ปฐมวัยใหม้ ีพฒั นาการทั้ง ๔ ดา้ น อย่างสมดลุ และเต็มศักยภาพ มีเจตคติที่ดีต่อท้องถ่ิน
สนใจใฝ่รู้ และเรียนรูอ้ ยา่ งมคี วามสุข
๒. พฒั นาครูและบคุ ลากรดา้ นการจดั ประสบการณ์การเรยี นรผู้ ่านการเลน่ และการลงมอื ปฏิบัตทิ ี่
หลากหลายสอดคล้องกับพฒั นาการเด็ก
๓. นอ้ มนำหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้อย่างเหมาะสมกับวยั และบริบทของสถานศึกษา
๔. นำสอ่ื เทคโนโลยี และภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินมาพฒั นาเดก็ ปฐมวยั
๕. ให้ผ้ปู กครอง และชมุ ชนมีส่วนรว่ มพฒั นาเด็กปฐมวยั
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 6
โรงเรียนบา้ นเนินโพธ์ิ
เป้าหมาย
๑. เด็กปฐมวัยทุกคนได้รบั การพัฒนาดา้ นร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาเป็นองค์รวมอย่าง
สมดุล มเี จตคตทิ ีด่ ีตอ่ ท้องถิ่น สนใจใฝร่ ู้ และเรียนรู้อยา่ งมีความสุข
๒. ครมู ีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจดั ประสบการณ์ท่ีส่งเสริมการเรียนรูผ้ า่ นการเล่น โดยใช้
กระบวนการวางแผน การปฏิบัติ และสอดคลอ้ งกับพฒั นาการเดก็
๓. มีสภาพแวดล้อม ส่ือ เทคโนโลยี และแหล่งเรยี นรทู้ เ่ี อ้ือต่อการส่งเสรมิ พัฒนาการเดก็ ปฐมวัยอย่าง
พอเพยี ง
๔. ครนู อ้ มนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและแหล่งเรียนรู้ ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่นิ มาใช้ในการจดั
ประสบการณ์ให้กบั เด็กอย่างเหมาะสมกบั วัย และบรบิ ทของสถานศึกษา
๕. มีเครือข่าย พอ่ แม่ ผปู้ กครอง ชุมชน และหนว่ ยงานที่เก่ียวขอ้ งมสี ่วนร่วมในการพฒั นาเด็กปฐมวยั ดว้ ย
วิธีการท่ีหลากหลาย และมีความต่อเน่ืองในทศิ ทางเดยี วกันกบั สถานศึกษา
จดุ หมาย
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั มงุ่ ให้เดก็ มพี ฒั นาการตามวัยเตม็ ตามศักยภาพ และเมื่อมคี วามพร้อมในการ
เรยี นร้ตู อ่ ไป จงึ กำหนดจดุ หมายเพื่อใหเ้ กดิ กบั เดก็ เมื่อเด็กจบการศึกษาระดับปฐมวยั ดงั น้ี
๑. มรี ่างกายเจรญิ เติบโตตามวยั แข็งแรง และมีสุขนสิ ยั ท่ีดี
๒. มีสขุ ภาพจติ ดี มสี ุนทรียภาพ มีคุณธรรม จริยธรรมและจติ ใจที่ดีงาม
๓. มีทักษะชวี ิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง มีวนิ ยั และอยรู่ ่วมกับผู้อ่ืนได้อย่าง
มคี วามสขุ
๔. มีทกั ษะการคิด การใช้ภาษาสอ่ื สาร และการแสวงหาความรไู้ ดเ้ หมาะสมกับวัย
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 7
โรงเรียนบา้ นเนินโพธ์ิ
พัฒนาการเดก็ ปฐมวัย
พัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญาแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่
เกดิ ขนึ้ ตามวฒุ ิภาวะและสภาพแวดลอ้ มที่เดก็ ได้รับ พัฒนาการเดก็ ในแต่ละชว่ งวยั อาจเร็วหรอื ช้าแตกต่างกนั ไป
ในเด็กแต่ละคน มรี ายละเอยี ด ดังนี้
๑. พัฒนาการด้านร่างกาย เป็นพัฒนาการที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงในทางท่ีดีขึ้นของรา่ งกายใน
ด้านโครงสร้างของร่างกาย ด้านความสามารถในการเคลื่อนไหว และด้านการมีสุขภาพอนามัยที่ดี รวมถึงการใช้
สัมผัสรับรู้ การใช้ตาและมือประสานกันในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เด็กอายุ ๓-๕ ปีมีการเจริญเติบโตรวดเร็ว
โดยเฉพาะในเรือ่ งน้ำหนกั และส่วนสูง กล้ามเนื้อใหญจ่ ะมีความกา้ วหน้ามากกว่ากล้ามเนื้อเล็ก สามารถบังคับการ
เคล่ือนไหวของรา่ งกายได้ดี มคี วามคล่องแคล่ววอ่ งไวในการเดิน สามารถวิง่ กระโดด ควบคมุ และบังคบั การทรงตัว
ได้ดี จึงชอบเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง พร้อมที่จะออกกำลังและเคลื่อนไหวในลักษณะต่างๆส่วนกล้ามเนื้อเล็กและ
ความสมั พันธ์ระหว่างตาและมอื ยังไมส่ มบูรณ์ การสมั ผสั หรือการใชม้ ือมีความละเอียดข้ึน ใชม้ ือหยิบจับส่ิงของต่าง
ๆได้มากขึ้น ถ้าเดก็ ไม่เครยี ดหรือกงั วลจะสามารถทำกจิ กรรมท่ีพฒั นากล้ามเนือ้ เล็กไดด้ ีและนานข้นึ
๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นความสามารถในการรู้สึกและแสดงความรู้สึกของเด็ก เช่นพอใจ
ไม่พอใจ รัก ชอบ สนใจ เกลียด โดยที่เด็กรู้จักควบคุมการแสดงออกอย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ เผชิญ
กับเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ตลอดจนการสรา้ งความรสู้ กึ ท่ีดแี ละการนบั ถอื ตนเอง เด็กอายุ ๓-๕ ปีจะแสดงความรสู้ ึกอย่าง
เต็มที่ไม่ปิดบัง ช่อนเร้น เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธแต่จะเกิดเพียงชั่วครู่แล้วหายไปการที่เด็กเปลี่ยนแปลงอารมณ์ง่าย
เพราะมีช่วงความสนใจระยะสั้น เมื่อมีสิ่งใดน่าสนใจก็จะเปล่ียนความสนใจไปตามส่ิงนัน้ เด็กวันนีม้ ักหวาดกลัวสิง่
ต่าง ๆ เช่น ความมืด หรือสัตว์ต่าง ๆ ความกลัวของเด็กเกิดจากจินตนาการ ซึ่งเด็กว่าเป็นเรื่องจริงสำหรับตน
เพราะยังสับสนระหว่างเรื่องปรุงแต่งและเรื่องจริง ความสามารถแสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่าง
เหมาะสมกับวัย รวมถงึ ช่ืนชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อืน่ เพราะยึดตวั เองเป็นศูนย์กลางน้อยลง
และต้องการความสนใจจากผู้อนื่ มากขน้ึ
๓. พัฒนาการด้านสังคม เป็นความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมครั้งแรกในครอบครัว
โดยมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่และพี่นอ้ ง เมื่อโตขึ้นต้องไปสถานศึกษา เด็กเริ่มเรียนรูก้ ารติดต่อและการมีสัมพันธ์กับ
บุคคลนอกครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กในวัยเดียวกัน เด็กได้เรียนรู้การปรับตัวให้เข้าสังคมกับเด็กอื่นพร้อม
ๆกับรู้จกั ร่วมมือในการเลน่ กับกลุ่มเพ่ือน จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนเพ่ือปลูกฝังและสร้างวฒั นธรรมต่อต้านการ
ทุจริตให้แก่นักเรียนสร้างความตระหนักให้นักเรียน ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน มีจิต
พอเพียงต้านทุจริต ละอายและเกรงกลัวที่จะไม่ทุจริตและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ เจตคติและพฤติกรรม
ทางสังคมของเด็กจะก่อขึ้นในวัยนี้และจะแฝงแน่นยากที่จะเปลี่ยนแปลงในวัยต่อมา ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า
พฤตกิ รรมทางสังคมของเด็กวยั นี้ มี ๒ ลักษณะ คอื ลักษณะแรกนน้ั เป็นความสมั พนั ธ์กับผู้ใหญแ่ ละลักษณะท่ีสอง
เป็นความสมั พันธก์ ับเด็กในวัยใกลเ้ คยี งกนั
๔. ดา้ นสติปญั ญา ความคิดของเด็กวัยน้ีมีลักษณะยึดตนเองเป็นศนู ย์กลาง ยงั ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึก
ของคนอ่นื เด็กมีความคดิ เพยี งแตว่ ่าทุกคนมองสิ่งต่าง ๆรอบตัว และรสู้ กึ ต่อส่งิ ตา่ ง ๆ เหมือนตนเอง ความคิดของ
ตนเองเป็นใหญ่ท่ีสุด เมื่ออายุ ๔-๕ ปี เด็กสามารถโต้ตอบหรือมีปฏสิ ัมพันธ์กับวัตถุสิง่ ของที่อยู่รอบตัวได้ สามารถ
จำสิ่งตา่ ง ๆ ท่ีได้กระทำซำ้ กันบ่อย ๆ ได้ดี เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ไดด้ ขี ้ึน แต่ยังอาศัยการรับรู้เป็นสว่ นใหญ่ แก้ปญั หาการ
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 8
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธิ์
ลองผิดลองถูกจากการรับรู้มากกว่าการใช้เหตุผลความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวพัฒนาอย่าง
รวดเร็วตามอายุที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของพัฒนาการทางภาษา เด็กวัยนี้เป็นระยะเวลาของการพัฒนาภาษาอย่าง
รวดเร็ว โดยมีการฝึกฝนการใชภ้ าษาจากการทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ในรปู ของการพูดคุย การตอบคำถาม การเล่าเรื่อง
การเล่านิทานและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาในสถานศึกษา เด็กปฐมวัยสามารถ ใช้ภาษา
แทนความคิดของตนและใช้ภาษาในการติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่นได้คำพูดของเด็กวัยนี้ อาจจะทำให้ผู้ใหญ่บางคน
เข้าใจวา่ เด็กร้มู ากแลว้ แต่ท่จี รงิ เด็กยงั ไมเ่ ขา้ ใจความหมายของคำและเร่ืองราวลึกซ้ึงนัก
มาตรฐานคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
หลกั สตู รการศึกษาปฐมวัยกำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์จำนวน ๑๒ มาตรฐาน
ประกอบดว้ ย
๑.พัฒนาการด้านรา่ งกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐานคอื
มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเตบิ โตตามวัยและมีสุขนิสยั ท่ีดี
มาตรฐานท่ี ๒ กลา้ มเน้ือใหญ่และกลา้ มเนื้อเลก็ แขง็ แรงใชไ้ ด้อยา่ งคล่องแคลว่ และประสาน
สัมพนั ธ์กัน
๒.พฒั นาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคอื
มาตรฐานท่ี ๓ มสี ขุ ภาพจิตดีและมคี วามสขุ
มาตรฐานท่ี ๔ ช่นื ชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว
มาตรฐานท่ี ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจทดี่ ีงาม
๓.พัฒนาการด้านสังคม ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคอื
มาตรฐานท่ี ๖ มีทกั ษะชวี ิตและปฏบิ ัตติ นตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
มาตรฐานที่ ๗ รกั ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม และความเปน็ ไทย
มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกบั ผู้อ่ืนไดอ้ ย่างมคี วามสุขและปฏิบัติตนเปน็ สมาชกิ ทด่ี ีของสังคม
ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข
๔.พฒั นาการด้านสติปญั ญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐานคือ
มาตรฐานท่ี ๙ ใชภ้ าษาสอื่ สารไดเ้ หมาะสมกับวัย
มาตรฐานท่ี ๑๐ มีความสามารถในการคดิ ที่เปน็ พน้ื ฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์
มาตรฐานที่ ๑๒ มเี จตคตทิ ่ีดีต่อการเรยี นรแู้ ละมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้
เหมาะสมกับวยั
หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 9
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
ตวั บง่ ชี้
ตัวบง่ ชีเ้ ปน็ เปา้ หมายในการพัฒนาเด็กทม่ี ีความสัมพันธ์สอดคลอ้ งกับมาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
สภาพท่ีพงึ ประสงค์
สภาพที่พงึ ประสงค์เป็นพฤตกิ รรมหรือความสามารถตามวยั ทค่ี าดหวังให้เด็กเกดิ บนพื้นฐานพฒั นาการ
ตามวัยหรอื ความสามารถตามธรรมชาตใิ นแตล่ ะระดบั อายุเพอื่ นำไปใชใ้ นการกำหนดสาระเรยี นร้ใู น การจดั
ประสบการณ์ กิจกรรมและประเมินพฒั นาการเด็ก โดยมีรายละเอียดของมาตรฐาน มาตรฐานคุณลักษณะ
ที่พึงประสงค์ ตัวบ่งช้แี ละสภาพที่พงึ ประสงค์ ดงั นี้
มาตรฐานท่ี ๑ ร่างกายเจรญิ เตบิ โตตามวยั เด็กมสี ขุ นิสัยที่ดี
ตัวบ่งชีท้ ่ี ๑.๑ มีนำ้ หนักและส่วนสงู ตามเกณฑ์
สภาพทพี่ ึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-นำ้ หนกั และสว่ นสงู ตามเกณฑ์ -น้ำหนกั และส่วนสูงตามเกณฑ์ -น้ำหนักและสว่ นสงู ตามเกณฑ์
ของกรมอนามัย
ของกรมอนามัย ของกรมอนามยั
ตวั บง่ ชี้ท่ี ๑.๒ มีสุขภาพอนามัย สุขนิสยั ที่ดี
สภาพท่ีพงึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-ยอมรับประทานอาหารทีม่ ี -รบั ประทานอาหารท่ีมปี ระโยชน์ -รับประทานอาหารทมี่ ปี ระโยชน์ได้
หลายชนิดและด่มื น้ำสะอาดได้
ประโยชน์และดืม่ น้ำทสี่ ะอาดเมือ่ มี และด่ืมนำ้ สะอาดด้วยตนเอง ดว้ ยตนเอง
ผู้ชีแ้ นะ -ลา้ งมือก่อนรบั ประทานอาหาร
และหลังจากใชห้ ้องนำ้ ห้องสว้ ม
-ล้างมอื ก่อนรับประทานอาหาร -ล้างมอื ก่อนรับประทานอาหาร ด้วยตนเอง
-นอนพกั ผ่อนเป็นเวลา
และหลงั จากใชห้ ้องน้ำห้องส้วมเม่อื และหลงั จากใช้ห้องน้ำห้องสว้ ม -ออกกำลงั กายเปน็ เวลา
มผี ชู้ ้แี นะ ด้วยตนเอง
-นอนพักผ่อนเปน็ เวลา -นอนพักผ่อนเป็นเวลา
-ออกกำลังกายเป็นเวลา -ออกกำลงั กายเปน็ เวลา
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 10
โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธ์ิ
ตัวบง่ ชีท้ ี่ ๑.๓ รกั ษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อนื่
สภาพท่พี งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-เล่นและทำกจิ กรรมอย่าง -เล่นและทำกจิ กรรมอยา่ ง -เลน่ และทำกิจกรรมและปฏิบัติ
ตอ่ ผูอ้ ่ืนอย่างปลอดภยั
ปลอดภัยเมือ่ มีผูช้ แ้ี นะ ปลอดภัยด้วยตนเอง
มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเน้ือใหญแ่ ละกลา้ มเนอื้ เล็กแข็งแรงใช้ได้อยา่ งคล่องแคลว่ และประสานสมั พันธก์ นั
ตัวบ่งชท้ี ี่ ๒.๑ เคลอ่ื นไหวร่างกายอย่างคลอ่ งแคลว่ ประสานสัมพนั ธแ์ ละทรงตัวได้
สภาพท่พี ึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-เดนิ ตามแนวทก่ี ำหนดได้ -เดนิ ต่อเท้าไปข้างหนา้ เปน็ เส้นตรง -เดินตอ่ เท้าถอยหลังเปน็ เส้นตรงได้
ไดโ้ ดยไมต่ ้องกางแขน โดยไมต่ ้องกางเกง
-กระโดดสองขาข้นึ ลงอยูก่ บั ท่ีได้ -กระโดดขาเดียวอยกู่ บั ทีไ่ ด้ -กระโดดขาเดียว ไปข้างหน้าได้
โดยไม่เสียการทรงตวั อยา่ งต่อเนือ่ งโดยไมเ่ สียการทรงตวั
-ว่งิ แล้วหยุดได้ -ว่งิ หลบหลกี สิง่ กดี ขวางได้ -วง่ิ หลบหลีกสิ่งกดี ขวางได้
อย่างคล่องแคล่ว
-รับลูกบอลโดยใชม้ อื และลำตัวช่วย -รับลูกบอลไดด้ ้วยมือทั้งสองข้าง -รบั ลูกบอลท่ีกระดอนข้ึนจากพืน้ ได้
ตวั บง่ ชีท้ ี่ ๒.๓ ใช้มือ-ตาประสานสมั พนั ธก์ นั
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-ใชก้ รรไกรตดั กระดาษขาดจากกัน -ใชก้ รรไกรตัดกระดาษตามแนว -ใชก้ รรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นโคง้
ได้
ได้โดยใชม้ อื เดยี ว เส้นตรงได้ -เขยี นรูปสามเหลย่ี มตามแบบได้
อย่างมีมมุ ชดั เจน
-เขยี นรปู วงกลมตามแบบได้ -เขยี นรปู ส่ีเหล่ยี มตามแบบได้
-ร้อยวัสดุที่มรี ขู นาดเสน้ ผา่ นศูนยก์ ลาง
อยา่ งมีมมุ ชดั เจน ๐.๒๕ ซม.ได้
-รอ้ ยวัสดุท่ีมรี ขู นาดเสน้ ผา่ น -ร้อยวัสดุทม่ี ีรขู นาดเสน้ ผ่านศูนย์
ศูนย์กลาง ๑ ซม.ได้ ๐.๕ ซม.ได้
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 11
โรงเรียนบ้านเนนิ โพธ์ิ
๒.พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ
มาตรฐานที่ ๓ มสี ขุ ภาพจิตดีและมคี วามสขุ
ตัวบ่งชท้ี ี่ ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์อยา่ งเหมาะสม
สภาพท่ีพงึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-แสดงอารมณ์ ความรู้สกึ ได้ -แสดงอารมณ์ ความรูส้ ึกได้ตาม -แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้สอดคล้อง
กับสถานการณ์อย่างเหมาะสม
เหมาะสมกับบางสถานการณ์ สถานการณ์
ตวั บง่ ชีท้ ี่ ๓.๒ มีความรสู้ กึ ที่ดตี ่อตนเองและผู้อื่น
สภาพท่ีพึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-กล้าพูดกล้าแสดงออก -กลา้ พดู กล้าแสดงออกอยา่ งเหมาะสม -กล้าพดู กลา้ แสดงออกอย่างเหมาะสม
ตามสถานการณ์
บางสถานการณ์
-แสดงความพอใจในผลงานและ
-แสดงความพอใจในผลงานตนเอง -แสดงความพอใจในผลงานและ ความสามารถของตนเองและผู้อืน่
ความสามารถของตนเอง
มาตรฐานท่ี ๔ ชนื่ ชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอ่ื นไหว
ตัวบง่ ช้ีท่ี ๔.๑ สนใจและมีความสขุ และแสดงออกผ่านงานศลิ ปะ ดนตรแี ละการเคลอ่ื นไหว
สภาพทพี่ งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-สนใจและมคี วามสุขและแสดงออก -สนใจและมีความสุขและแสดงออก -สนใจและมคี วามสุขและแสดงออก
ผา่ นงานศลิ ปะ ผา่ นงานศลิ ปะ ผ่านงานศลิ ปะ
-สนใจ มคี วามสขุ และแสดงออก -สนใจ มคี วามสุขและแสดงออก -สนใจ มีความสุขและแสดงออก
ผ่านเสยี งเพลง ดนตรี ผ่านเสยี งเพลง ดนตรี ผา่ นเสยี งเพลง ดนตรี
-สนใจ มีความสขุ และแสดงท่าทาง/ -สนใจ มคี วามสุขและแสดงท่าทาง/ -สนใจ มคี วามสขุ และแสดงท่าทาง/
เคลอื่ นไหวประกอบเพลง จงั หวะและ เคลอื่ นไหวประกอบเพลง จังหวะ เคล่ือนไหวประกอบเพลง จงั หวะและ
ดนตรี และ ดนตรี ดนตรี
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 12
โรงเรียนบ้านเนนิ โพธ์ิ
มาตรฐานที่ ๕ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและมจี ิตใจท่ีดงี าม
ตัวบ่งช้ีท่ี ๕.๑ ซื่อสัตย์ สจุ ริต
สภาพทีพ่ ึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-บอกหรือชี้ได้ว่าสงิ่ ใดเปน็ ของตนเอง - ขออนญุ าตหรอื รอคอยเม่ือต้องการ - ขออนุญาตหรอื รอคอยเม่ือต้องการ
ส่ิงของของผู้อ่นื ดว้ ยตนเอง
และสง่ิ ใดเปน็ ของผู้อื่น สิ่งของของผู้อ่ืนเมื่อมีผชู้ ้ีแนะ
ตัวบ่งชที้ ี่ ๕.๒ มคี วามเมตตา กรุณา มีนำ้ ใจและช่วยเหลือแบ่งปัน
สภาพท่พี งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-แสดงความรักเพ่ือนและมีเมตตาสตั ว์
-แสดงความรกั เพื่อนและมีเมตตาสตั ว์ -แสดงความรักเพ่ือนและมีเมตตา เล้ียง
-ช่วยเหลือและแบง่ ปันผอู้ นื่ ได้
เล้ียง สัตว์เล้ยี ง ด้วยตนเอง
-แบง่ ปันสง่ิ ของให้ผอู้ ืน่ ไดเ้ มื่อมีผู้ชี้แนะ -ช่วยเหลือและแบง่ ปนั ผูอ้ ่ืนได้ อายุ ๕-๖ ปี
-แสดงสีหนา้ หรือท่าทางรับร้คู วามรู้สกึ
เมอื่ มีผูช้ ี้แนะ ผอู้ ืน่ อยา่ งสอดคล้องกบสถานการณ์
ตวั บ่งชท้ี ี่ ๕.๓ มคี วามเห็นอกเห็นใจผอู้ ่นื
สภาพทพ่ี ึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
-แสดงสีหน้าหรอื ทา่ ทางรับรคู้ วามรสู้ กึ -แสดงสีหน้าหรือทา่ ทางรบั รู้
ผอู้ ืน่ ความร้สู กึ ผอู้ นื่
ตวั บ่งชีท้ ่ี ๕.๔มคี วามรับผิดชอบ สภาพทพี่ ึงประสงค์ อายุ ๕-๖ ปี
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี -ทำงานทไี่ ด้รับมอบหมายจนสำเรจ็
-ทำงานท่ไี ด้รบั มอบหมายจนสำเร็จเมื่อมี -ทำงานท่ีได้รับมอบหมายจนสำเร็จ ดว้ ยตนเอง
ผู้ช่วยเหลือ เมื่อมผี ูช้ ี้แนะ
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 13
โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
๓.พัฒนาการด้านสังคม
มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวติ และปฏิบัติตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ตัวบ่งชีท้ ี่ ๖.๑ ช่วยเหลอื ตนเองในการปฏิบตั ิกิจวัตรประจำวัน
สภาพที่พงึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
- แตง่ ตวั โดยมผี ชู้ ว่ ยเหลือ - แต่งตัวด้วยตนเอง - แตง่ ตัวด้วยตนเองได้
อยา่ งคล่องแคลว่
- รับประทานอาหารดว้ ยตนเอง -รบั ประทานอาหารด้วยตนเอง - รบั ประทานอาหารด้วยตนเอง
อยา่ งถูกวธิ ี
-ใช้ห้องน้ำห้องส้วมโดยมผี ูช้ ว่ ยเหลือ -ใช้หอ้ งนำ้ ห้องสว้ มดว้ ยตนเอง -ใชแ้ ละทำความสะอาดหลงั ใช้ห้องนำ้
ห้องสว้ มดว้ ยตนเอง
ตวั บง่ ชีท้ ่ี ๖.๒ มีวนิ ัยในตนอง สภาพทพ่ี ึงประสงค์ อายุ ๕-๖ ปี
อายุ ๔-๕ ปี
อายุ ๓-๔ ปี -เก็บของเล่นของใชเ้ ข้าที่
-เก็บของเลน่ ของใชเ้ ข้าทเี่ ม่ือมผี ู้ชแ้ี นะ -เกบ็ ของเล่นของใช้เข้าทีด่ ้วยตนเอง อยา่ งเรียบร้อยดว้ ยตนเอง
-เขา้ แถวตาลำดับก่อนหลงั ไดเ้ มอ่ื มผี ูช้ แี้ นะ -เข้าแถวตาลำดับกอ่ นหลงั ได้ -เขา้ แถวตาลำดบั กอ่ นหลงั ได้
ด้วยตนเอง ดว้ ยตนเอง
ตวั บ่งชที้ ่ี ๖.๓ ประหยดั และพอเพียง
สภาพที่พึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-ใช้ส่ิงของเคร่ืองใช้อย่างประหยัดและ -ใชส้ งิ่ ของเครื่องใช้อย่างประหยัด -ใช้สงิ่ ของเคร่ืองใช้อยา่ งประหยัด
และพอเพียงด้วยตนเอง
พอเพียงเมื่อมีผ้ชู ้แี นะ และพอเพียงเม่ือมีผูช้ ้ีแนะ
หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 14
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
มาตรฐานที่ ๗ รกั ธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทย
ตัวบง่ ช้ที ี่ ๗.๑ ดแู ลรกั ษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สภาพท่พี งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-มีสว่ นร่วมในการดแู ลรักษาธรรมชาติ
-มีสว่ นรว่ มในการดแู ลรกั ษาธรรมชาตแิ ละ -มีส่วนร่วมในการดแู ลรักษา และสงิ่ แวดล้อมดว้ ยตนเอง
สิ่งแวดลอ้ มเม่ือมผี ูช้ ีแ้ นะ ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม -ท้งิ ขยะได้ถูกท่ี
เมือ่ มีผู้ชแ้ี นะ
-ท้ิงขยะไดถ้ ูกท่ี -ทิ้งขยะไดถ้ ูกท่ี
ตวั บง่ ชท้ี ี่ ๗.๒ มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรกั ความเปน็ ไทย
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-ปฏบิ ัติตนตามมารยาทไทยได้ ตาม
ปฏิบตั ิตนตามมารยาทไทยได้ เมอ่ื มผี ู้ -ปฏบิ ตั ิตนตามมารยาทไทยได้ดว้ ย กาลเทศะ
-กล่าวคำขอบคณุ และขอโทษดว้ ยตนเอง
ช้ีแนะ ตนเอง
-ยืนตรงและร่วมรอ้ งเพลงชาติไทยและ
-กลา่ วคำขอบคณุ และขอโทษเมื่อมผี ชู้ ีแ้ นะ -กล่าวคำขอบคุณและขอโทษด้วย เพลงสรรเสริญพระมารมี
ตนเอง
-หยดุ เม่อื ได้ยนิ เพลงชาติไทยและเพลง -หยุดเม่อื ได้ยินเพลงชาติไทยและ
สรรเสริญพระบารมี เพลงสรรเสริญพระบารมี
มาตรฐานท่ี ๘ อยูร่ ่วมกับผอู้ ่ืนไดอ้ ย่างมีความสขุ และปฏิบตั ิตนเปน็ สมาชิกที่ดีของสงั คมในระบอบ
ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข
ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๑ ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบคุ คล
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-เลน่ และทำกิจกรรมรว่ มกบั เดก็ ท่แี ตกตา่ ง -เลน่ และทำกิจกรรมรว่ มกบั กลุ่มเด็ก -เลน่ และทำกิจกรรมร่วมกบั เดก็
ไปจากตน ท่ีแตกตา่ งไปจากตน ทแ่ี ตกตา่ งไปจากตน
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 15
โรงเรียนบา้ นเนินโพธ์ิ
ตัวบง่ ชท้ี ี่ ๘.๒ มีปฏสิ ัมพันธท์ ่ดี กี บั ผู้อื่น
สภาพที่พึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-เลน่ รว่ มกับเพือ่ น -เลน่ หรือทำงานร่วมกบั เพื่อน -เล่นหรือทำงานรว่ มกบั เพ่ือน
อยา่ งมเี ป้าหมาย
เป็นกลมุ่
-ยม้ิ หรือทักทายหรอื พูดคุยกับผใู้ หญ่
-ย้มิ หรือทักทายผูใ้ หญ่และบุคคลทค่ี ุ้นเคย -ย้มิ หรือทักทายหรอื พดู คุยกบั ผ้ใู หญ่ และบุคคลท่คี ุ้นเคยไดเ้ หมาะสม
กับสถานการณ์
เม่ือมีผชู้ ้ีแนะ และบุคคลที่คนุ้ เคยไดด้ ว้ ยตนเอง
ตวั บ่งชท้ี ี่ ๘.๓ ปฏิบตั ิตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชกิ ทีด่ ีของสงั คม
สภาพที่พงึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-มสี ่วนร่วมสรา้ งข้อตกลงและปฏบิ ัติ
-ปฏิบตั ติ ามข้อตกลงเมื่อมีผู้ช้ีแนะ -มีสว่ นร่วมสรา้ งข้อตกลงและปฏบิ ตั ิ ตามข้อตกลงดว้ ยตนเอง
-ปฏบิ ัติตนเป็นผนู้ ำและผู้ตามได้
ตามข้อตกลงเมอ่ื มีผู้ชี้แนะ เหมาะสมกบั สถานการณ์
-ปฏิบตั ิตนเปน็ ผ้นู ำและผู้ตามเมอ่ื มผี ชู้ ีแ้ นะ -ปฏิบัตติ นเป็นผูน้ ำและผู้ตามทด่ี ไี ด้ อายุ ๕-๖ ปี
-ประนปี ระนอมแกไ้ ขปัญหา
ด้วยตนเอง โดยปราศจากการใชค้ วามรนุ แรง
ด้วยตนเอง
สภาพทีพ่ ึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี
-ยอมรบั การประนปี ระนอมแก้ไขปัญหา -ประนีประนอมแก้ไขปญั หา
เมอ่ื มผี ชู้ ี้แนะ โดยปราศจากการใชค้ วามรนุ แรง
เมอ่ื มีผู้ชีแ้ นะ
๕. ดา้ นสติปัญญา
มาตรฐานที่ ๙ ใชภ้ าษาส่ือสารได้เหมาะสมกับวัย
ตัวบง่ ชท้ี ี่ ๙.๑ สนทนาโต้ตอบและเลา่ เรือ่ งให้ผู้อื่นเข้าใจ
สภาพที่พึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-ฟงั ผู้อ่นื พูดจนจบและโตต้ อบเกยี่ วกับเรือ่ ง -ฟงั ผ้อู นื่ พดู จนจบและสนทนาโตต้ อบ -ฟังผู้อนื่ พดู จนจบและสนทนาโต้ตอบ
ทีฟ่ ัง สอดคลอ้ งกบั เร่ืองท่ีฟัง อยา่ งต่อเน่ืองเชอื่ มโยงกับเรื่องทฟ่ี ัง
-เลา่ เรือ่ งดว้ ยประโยคส้นั ๆ -เลา่ เร่ืองเปน็ ประโยคอย่างต่อเนอ่ื ง -เล่าเป็นเรอ่ื งราวต่อเน่ืองได้
หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 16
โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ
ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๒ อ่าน เขียนภาพ และสญั ลกั ษณไ์ ด้
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-อา่ นภาพ และพูดขอ้ ความด้วยภาษา -อา่ นภาพ สัญลกั ษณ์ คำพร้อมท้งั ชี้ -อา่ นภาพ สัญลักษณ์ คำดว้ ยการช้ี
หรือกวาดตามองจดุ เริ่มต้นและจุดจบ
ของตน หรอื กวาดตามองขอ้ ความตาม ของข้อความ
บรรทัด -เขยี นชือ่ ของตนเอง ตามแบบ
เขยี นขอ้ ความด้วยวิธที ค่ี ิดข้นึ เอง
-เขียนขีด เขีย่ อย่างมีทิศทาง -เขยี นคลา้ ยตัวอักษร
มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคดิ ทเี่ ปน็ พ้นื ฐานในการเรยี นรู้
ตัวบ่งชที้ ี่ ๑๐.๑ มีความสามารถในการคดิ รวบยอด
สภาพทีพ่ งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-บอกลกั ษณะของสิ่งของตา่ งๆ จากการ -บอกลกั ษณะและสว่ นประกอบ -บอกลักษณะ สว่ นประกอบ
การเปลย่ี นแปลง หรือความสมั พันธ์
สงั เกตโดยใช้ประสาทสมั ผัส ของสิ่งของต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ ของส่ิงของต่างๆจากการสังเกตโดยใช้
ประสาทสมั ผัส
ประสาทสัมผสั
-จบั คู่และเปรยี บเทียบความแตกต่าง
-จบั คู่หรือเปรียบเทยี บสง่ิ ต่างๆโดยใช้ -จบั คู่และเปรียบเทียบความแตกต่าง หรอื ความเหมือนของสิ่งต่างๆโดยใช้
ลกั ษณะหรอื หน้าที่การงานเพียงลกั ษณะ หรือความเหมือนของสิ่งตา่ งๆโดยใช้ ลักษณะท่สี งั เกตพบสองลกั ษณะขนึ้ ไป
เดยี ว ลักษณะทีส่ งั เกตพบเพยี งลักษณะเดยี ว
-คดั แยกสงิ่ ตา่ งๆตามลักษณะหรอื หน้าท่ี -จำแนกและจดั กลุ่มสิง่ ตา่ งๆโดยใช้ -จำแนกและจัดกล่มุ สิ่งต่างๆโดยใช้
การใชง้ าน อย่างน้อยหนึง่ ลักษณะเป็นเกณฑ์ ตัง้ แตส่ องลักษณะขนึ้ ไปเป็นเกณฑ์
-เรยี งลำดบั สิง่ ของหรือเหตกุ ารณ์ -เรียงลำดับส่งิ ของหรือเหตุการณ์ -เรยี งลำดบั สง่ิ ของหรือเหตกุ ารณ์
อยา่ งน้อย ๓ ลำดบั อยา่ งน้อย ๔ ลำดับ อย่างน้อย ๕ ลำดบั
ตวั บ่งช้ที ่ี ๑๐.๒ มคี วามสามารถในการคดิ เชิงเหตุผล
สภาพท่ีพึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-อธบิ ายเช่อื มโยงสาเหตุและผลทีเ่ กิดขึน้
-ระบุผลท่ีเกิดข้นึ ในเหตกุ ารณ์หรอื การ -ระบุสาเหตุหรือผลที่เกิดข้ึนใน ในเหตกุ ารณ์หรือการกระทำด้วยตนเอง
กระทำเมือ่ มผี ชู้ ้แี นะ เหตกุ ารณห์ รือ การกระทำเมื่อมผี ู้ -คาดคะเนสิ่งทอี่ าจจะเกิดขน้ึ และ
มีส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูล
ชแี้ นะ อยา่ งมเี หตผุ ล
-คาดเดา หรือ คาดคะเนสิง่ ที่อาจเกดิ ขึ้น -คาดเดา หรือคาดคะเนส่งิ ท่ีอาจจะ
เกิดขึ้น หรอื มสี ่วนรว่ มในการ
ลงความเห็นจากข้อมูล
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 17
โรงเรียนบ้านเนนิ โพธ์ิ
ตัวบง่ ชท้ี ่ี ๑๐.๓ มคี วามสามารถในการคดิ แกป้ ญั หาและตดั สนิ ใจ
สภาพท่พี งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-ตัดสนิ ใจในเรื่องง่ายๆ -ตดั สนิ ใจในเร่อื งง่ายๆและเร่ิมเรียนรู้ -ตดั สินใจในเรอ่ื งง่ายๆและยอมรบั ผล
ผลทีเ่ กิดข้ึน ที่เกิดขึ้น
-แก้ปญั หาโดยลองผดิ ลองถูก -ระบุปัญหา และแกป้ ัญหา -ระบปุ ญั หาสร้างทางเลอื กและเลือกวิธี
โดยลองผิดลองถูก แกป้ ัญหา
มาตรฐานที่ ๑๑ มีจนิ ตนาการและความคิดสร้างสรรค์
ตัวบง่ ชที้ ี่ ๑๑.๑ เล่น/ทำงานศิลปะตามจินตนาการและความคดิ สร้างสรรค์
สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-สรา้ งผลงานศิลปะเพื่อสอ่ื สารความคิด -สรา้ งผลงานศลิ ปะเพื่อสื่อสารความคิด -สร้างผลงานศลิ ปะเพ่ือสอ่ื สารความคิด
ความรู้สึกของตนเองโดยมีการดดั แปลง
ความร้สู ึกของตนเอง ความรสู้ กึ ของตนเองโดยมีการดัดแปลง และแปลกใหมจ่ ากเดิมและ
มีรายละเอียดเพ่ิมขึ้น
และแปลกใหมจ่ ากเดิมหรือมี
รายละเอียดเพิ่มข้ึน
ตวั บ่งชี้ท่ี ๑๑.๒ แสดงทา่ ทาง/เคล่อื นไหวตามจนิ ตนาการอยา่ งสรา้ งสรรค์
สภาพท่พี ึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-เคลอื่ นไหวท่าทางเพือ่ ส่ือสารความคดิ -เคลือ่ นไหวทา่ ทางเพ่ือส่ือสาร -เคลื่อนไหวทา่ ทางเพ่อื ส่ือสารความคิด
ความรู้สึกของตนเอง ความคดิ ความรู้สึกของตนเอง ความรู้สึกของตนเองอย่างหลากหลายและ
อยา่ งหลากหลายหรือแปลกใหม่ แปลกใหม่
มาตรฐานท่ี ๑๒ มีเจตคตทิ ่ดี ีตอ่ การเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรูไ้ ดเ้ หมาะสมกับวยั
ตัวบง่ ชี้ที่ ๑๒.๑ มเี จตคตทิ ดี่ ีตอ่ การเรียนรู้
สภาพท่ีพึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-สนใจฟงั หรอื อา่ นหนงั สอื ด้วยตนเอง -สนใจซกั ถามเก่ียวกบั สญั ลักษณห์ รอื -หยิบหนงั สอื มาอ่านและเขียนส่ือความคดิ
ตวั หนงั สอื ทพี่ บเห็น ดว้ ยตนเองเปน็ ประจำอยา่ งต่อเนอ่ื ง
-กระตือรอื รน้ ในการเขา้ รว่ มกิจกรรม -กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม -กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรมตง้ั แต่ต้น
จนจบ
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 18
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
ตวั บง่ ชที้ ี่ ๑๒.๒ มีความสามารถในการแสวงหาความรู้
สภาพท่พี ึงประสงค์
อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี
-คน้ หาคำตอบของข้อสงสัยตา่ งๆ -คน้ หาคำตอบของข้อสงสยั ต่างๆ -คน้ หาคำตอบของข้อสงสยั ต่างๆ
ตามวธิ ีการท่หี ลากหลายดว้ ยตนเอง
ตามวิธกี ารทม่ี ผี ชู้ ี้แนะ ตามวธิ ีการของตนเอง
-ใชป้ ระโยคคำถามวา่ “เมื่อไร” อยา่ งไร”
-เชือ่ มโยงคำถาม “อะไร” ในการค้นหา -ใชป้ ระโยคคำถามว่า “ท่ีไหน” ในการคน้ หาคำตอบ
คำตอบ “ทำไม” ในการคน้ หาคำตอบ
การจัดเวลาเรียน
หลกั สตู รการศึกษาปฐมวัยกำหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาในการจดั ประสบการณใ์ หก้ ับเด็ก ๑-๓ ปี
การศกึ ษาโดยประมาณ ท้ังน้ี ขน้ึ อยูก่ ับอายุของเดก็ ทีเ่ รม่ิ เข้าสถานศกึ ษาหรือสถาบนั พฒั นาเดก็ ปฐมวยั เวลาเรียน
สำหรบั เดก็ ปฐมวยั ข้ึนอยู่กบั สถานศกึ ษาแตล่ ะแหง่ โดยมเี วลาเรยี นไมน่ ้อยกวา่ ๑๘๐ วนั ต่อ ๑ ปกี ารศึกษา
ในแต่ละวันจะใช้เวลาไม่นอ้ ยกวา่ ๕ ชั่วโมง โดยสามารถปรับเปลยี่ นให้เหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาและ
สถาบันพฒั นาเด็กปฐมวัย
โครงสร้างหลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕
โรงเรียนบา้ นเนินโพธ์ิ
ชว่ งอายุ อายุ ๔-๖ ปี
สาระการเรียนรู้
ระยะเวลาเรยี น ประสบการณ์สำคัญ สาระทค่ี วรเรียนรู้
- ดา้ นรา่ งกาย - เรื่องราวเกยี่ วกับตัวเดก็
- ดา้ นอารมณ์ จิตใจ - เร่อื งราวเก่ียวกับบคุ คลและ
- ดา้ นสังคม สถานทแี่ วดล้อมเดก็
- ด้านสติปญั ญา - ธรรมชาตริ อบตัว
- ส่ิงต่างๆรอบตวั เดก็
ปีการศึกษาละ ๒ ภาคเรียน หรือ ๑๘๐ วนั /วนั ละ ๕-๖ ชว่ั โมง
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 19
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
การจัดกจิ กรรมประจำวัน
ท่ี กจิ กรรมประจำวนั ช้นั อนบุ าลปีที่ ๒ ชัน้ อนบุ าลปีที่ ๓
(อายุ ๔-๕ป)ี (อายุ ๕-๖ป)ี
๑ กจิ กรรมเคล่อื นไหวและจงั หวะ
๒ กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ เวลาเรียน (นาท/ี วัน) เวลาเรียน (นาท/ี วนั )
๓ กิจกรรมสร้างสรรค์ ๒๐ ๒๐
๔ กิจกรรมเสรี ๒๐ ๒๐
๕ กจิ กรรมกลางแจ้ง ๒๐ ๒๐
๖ เกมการศกึ ษา ๔๐ ๔๐
๗ ทกั ษะพื้นฐานในชีวติ ประจำวัน ๓๐ ๓๐
๒๐ ๒๐
- ตรวจสขุ ภาพ ไปห้องน้ำ
- ดื่มนม ๑๐ ๑๐
- ลา้ งมอื ล้างเทา้ ๑๐ ๑๐
- รบั ประทานอาหาร ๑๐ ๑๐
- นอนพักผอ่ น ๕๐ ๕๐
- เก็บท่ีนอน ล้างหน้า แปรง ๑๒๐ ๑๒๐
๑๐ ๑๐
ฟนั
รวม ๖ ช่ัวโมง/วัน ๖ ชวั่ โมง/วัน
ตารางวเิ คราะห์หน่วยการจดั ประสบการณ์ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐
หน่วยที่ ๑ ปฐมนิเทศ ชน้ั อนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑
อนบุ าลปที ี่ ๒ อนบุ าลปีท่ี ๓
๑. การปฏิบตั ิตนในการรับประทานอาหาร ๑. การปฏิบัตติ นในการรับประทานอาหาร
หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 20
โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธิ์
๒. การปฏิบตั ิกจิ วตั รประจำวัน/กจิ กรรมตา่ ง ๆ ๒. การปฏิบตั ิกจิ วัตรประจำวัน/ กิจกรรมตา่ ง ๆ
ดว้ ยตนเอง ดว้ ยตนเอง
๓. การเลน่ และทำกจิ กรรมดว้ ยตนเองและกับผู้อ่นื ได้ ๓. การเลน่ และทำกิจกรรมดว้ ยตนเองและกับผู้อ่นื ได้
อยา่ งปลอดภยั อย่างปลอดภยั
๔. การพดู แนะนำชื่อของตนเอง ๔. การพูดแนะนำชื่อเด็กช่ือครชู อื่ พเ่ี ลี้ยงและชอ่ื เพื่อน
๕. ช่ือครูประจําชนั้ ชือ่ ครูพเ่ี ล้ียง ๕. การแนะนำสญั ลักษณ์ประจำตัวของเด็กและของใช้
๖. การแนะนำสญั ลักษณป์ ระจำตวั ของเด็กและของใช้ ส่วนตวั
สว่ นตวั ๖. การแนะนำและสำรวจสถานทต่ี ่างๆในโรงเรยี น
๗. การแนะนำและสำรวจสถานที่ตา่ งๆ เก่ียวข้องกบั เช่น ห้องเรียน โรงอาหาร ห้องนำ้ อาคารเรียน สนาม
ตนเอง เชน่ ห้องเรียน โรง อาหาร ห้องน้ำ เดก็ เลน่ และการใชห้ ้องน้ำทถี่ ูกวธิ ี
๘. การปฏิบัติตนตามมารยาทไทย ๗. การปฏบิ ตั ติ นตามข้อตกลงของห้องเรียน
- การสวสั ดี ๘. การปฏบิ ตั ิตนตามมารยาทไทย
– การขอบคณุ - การสวสั ดี
- การขอโทษ - การขอบคุณ
๙. การพูดแสดงความคดิ ความรสู้ ึกและความต้องการ - การขอบใจ
๑๐. การบอกลักษณะของสงิ่ ต่างๆจากการสงั เกตโดย - การขอโทษ
ใช้ประสาทสมั ผสั ๙. การพูดเล่าเรอ่ื งราวท่ีเกี่ยวกบั ตนเอง
๑๐. การบอกลักษณะของส่ิงตา่ งๆจากการสงั เกต
โดยใชป้ ระสาทสมั ผสั
มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทพี่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช ๑.๒ (๑.๒.๑) (๑.๒.๒) มฐ ๑ ตบช ๑.๒ (๑.๒.๑) (๑.๒.๒)
ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓)
มฐ. ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑)
มฐ ๔ ตบช๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มฐ ๕ ตบช ๕.๑ (๕.๑.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๑ (๕.๑.๑)
หนว่ ยที่ ๑ ปฐมนิเทศ ชน้ั อนบุ าลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑ (ต่อ)
อนุบาลปที ่ี ๒ อนุบาลปีที่ ๓
มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์
มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๖ ตบช๖.๑ (๖.๑.๑) ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑)
มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๒) ตบช ๗.๒ (๗.๒.๒)
มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๑๐ ตบช๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒)
มฐ ๑๒ ตบช๑๒.๒ (๑๒.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช๑๐.๑ (๑๐.๑.๑)
มฐ ๑๒ ตบช๑๒.๑ (๑๒.๑.๒)
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 21
โรงเรยี นบา้ นเนินโพธิ์
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 22
โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ
หนว่ ยที่ ๒ โรงเรยี นของเรา ช้นั อนบุ าลปีที่ ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑
อนุบาลปีท่ี ๒ อนุบาลปีที่ ๓
๑. พฒั นาการทางภาษาและการร้หู นังสือ นิทานเร่อื ง ๑. พัฒนาการทางภาษาและการรู้หนังสอื นทิ านเรื่อง
โรงเรยี นแสนสนกุ หมนี อ้ ยจะไปโรงเรยี น
2. ชื่อโรงเรยี นและสถานที่ในโรงเรียน ๒. สถานทต่ี า่ งๆในโรงเรียน
๓. สำรวจอาคารตา่ ง ๆ ในโรงเรยี น ๓. ทำแผนผงั ในโรงเรียน
๔. บคุ ลากรในโรงเรียน ๔. บคุ คลในโรงเรียนและบทบาทหนา้ ที่ของบุคคล
๕. มารยาทในโรงเรียน ๕. ทำแผนท่ีการเดนิ ทางมาโรงเรยี น
๖. สร้างข้อตกลงและการปฏิบตั ขิ องห้องเรียน ๖. สร้างขอ้ ตกลงและการปฏิบัตขิ องห้องเรยี นและ
๗. การจับคภู่ าพเหมือน การจับคู'ภาพกบั จำนวน โรงเรยี น
การต่อภาพให้สมบรู ณ์ ๗. การจับคภู่ าพเหมือน การจับคู่ภาพกับจำนวน
การต่อภาพให้สมบรู ณ์ การเรียงลำดับ เหตกุ ารณ์
การจบั คภู่ าพกับสัญลกั ษณ์
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) มฐ.๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๓) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๓)
มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) มฐ.๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑)
ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓)
มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑)
มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑)
มฐ ๘ ตบช ๘.๓ (๘.๓.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๑ (๘.๑.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๘.๓ (๘.๓.๑)
ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑)
หน่วยท่ี ๓ ตวั เรา ช้ันอนบุ าลปีที่ ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๑
อนบุ าลปีที่ ๒ อนุบาลปที ี่ ๓
หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 23
โรงเรยี นบา้ นเนินโพธ์ิ
1. การดแู ลสุขภาพอนามยั 1. การดูแลสขุ ภาพอนามัย การปฏบิ ตั ติ นให้มี
2. ความแตกตา่ งของเพศชาย เพศหญิง พลานามยั ท่ดี ี โดยใช้ภาพ สุขบัญญัติ 10 ประการ
3. หนา้ ท่แี ละความสำคญั ของอวยั วะต่าง ๆ 2. การดแู ลรักษาตนเองในการแปรงฟันอย่างถูกวธิ ี
4. การใช้ประสาทสัมผสั ท้ัง 5 3. การดูแลรกั ษาและป้องกนั อนั ตรายของอวัยวะ
5. การดแู ลรักษาและป้องกันอันตราย 4. ชือ่ อวัยวะและความสำคัญของอวยั วะนั้น
6. การรกั ษาความสะอาดร่างกาย การแปรงฟัน 5. หนา้ ที่ของอวัยวะของร่างกาย
7. การปฏบิ ตั ิตนให้มรี า่ งกายสมบรู ณแข็งแรง 6. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
7. การเปรียบเทียบและการเรียงลำดับความ สงู -ตำ่
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ 8. การจดั หมวดหมู่ภาพกับสัญลกั ษณ์อวยั วะต่าง ๆ
มาตรฐานท่ี ๑ ตบช ๑.๑ (๑.๑.๑) 9. การเรยี งลำดบั ภาพเหตกุ ารณ9กิจวัตรประจำวัน
ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทพี่ ึงประสงค์
มาตรฐานท่ี ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) มาตรฐานท่ี ๑ ตบช ๑.๑ (๑.๑.๑)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มาตรฐานท่ี ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มาตรฐานที่ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑)
มาตรฐานที่ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑)
มาตรฐานท่ี ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑)
มาตรฐานที่ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) มาตรฐานที่ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑)
มาตรฐานที่ ๙ ตบช ๙.๒ (๙.๒.๒) มาตรฐานที่ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
มาตรฐานที่ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒)
ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒)
(๑๐.๑.๔) มาตรฐานท่ี ๙ ตบช ๙.๒ (๙.๒.๒)
มาตรฐานท่ี ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๓)
(๑๐.๑.๔)
หนว่ ยที่ ๔ หนูทำได้ ชน้ั อนุบาลปที ี่ ๒-๓ ภาคเรยี นที่ ๑
อนบุ าลปีที่ ๒ อนบุ าลปที ี่ ๓
1. ระวงั รกั ษาความสะอาดของร่างกายและ 1. วิธรี ะวังรักษาร่างกายให้สะอาดมีสุขอนามยั ท่ีดี
การมีสุขอนามยั ทดี่ ี 2. การช่วยเหลือตนเองในกจิ วตั รประจำวัน
2. การช่วยเหลอื ตนเองในกจิ วตั รประจำวนั
- การแตง่ กาย
หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 24
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
- การล้างมอื - การล้างมือท่ีถูกวิธี
- การแตง่ กาย - การรบั ประทานอาหาร
- การรบั ประทานอาหาร - การใช้หอ้ งน้ำหอ้ งส้วม
- การใช้หอ้ งนำ้ ห้องส้วม - การเก็บของใช้ส่วนตวั
- การเกบ็ ของใช้ส่วนตวั - การปแู ละเก็บเครื่องนอน
- การปูและเก็บเครื่องนอน
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทพี่ ึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช ๑.๒ (๑.๒.๒)
มฐ ๑ ตบช ๑.๒ (๑.๒.๒)
ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑)
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๒)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๒) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓)
มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๑ (๖.๑.๑) (๖.๑.๓)
มฐ ๖ ตบช ๖.๑ (๖.๑.๑) (๖.๑.๓)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑)
ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒)
หน่วยท่ี ๕ ครอบครัวมีสุข ชั้นอนุบาลปที ่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑
อนุบาลปที ี่ ๒ อนบุ าลปีที่ ๓
๑. สมาชกิ ในครอบครวั (เครือญาติ) ๑. ประวัตคิ วามเป็นมาของตนเองและครอบครัว
๒. จำนวนสมาชิกในครอบครัว ๒. การปฏิบัตติ นเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัว
๓. บทบาทหน้าทส่ี มาชกิ ในครอบครวั ๓. บทบาทหน้าทข่ี องบุคคลในครอบครวั
๔. การปฏบิ ัตติ นต่อบุคคลในครอบครวั ๔. อาชพี ของบคุ คลในครอบครัว
๕. อาชพี ของบุคคลในครอบครวั
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 25
โรงเรยี นบา้ นเนินโพธิ์
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑)
มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑)
มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓)
มฐ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑)
มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑)
มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑)
มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑)
ตบช ๙.๑ (๙.๒.๑)
ตบช ๙.๑ (๙.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒)
หน่วยที่ ๖ อาหารดีมีประโยชน์ ชัน้ อนบุ าลปีที่ ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑
อนุบาลปีท่ี ๒ อนุบาลปีท่ี ๓
๑. อาหารหลกั ๕ หมู่ ๑. อาหารหลกั ๕ หมู่
๒. อาหารแต่ละชนดิ มรี สชาติทแี่ ตกต่าง กนั เช่น ขม ๒. อาหารท่มี ปี ระโยชน!และอาหารทีไ่ ม่มีประโยชน์
หวาน เปรีย้ ว เค็ม เผ็ด ๓. ประโยชน์ของอาหาร
๓. สขุ นสิ ัยและมารยาทที่ดีในการ รับประทานอาหาร ๔. อาหารประจำภาคทง้ั 4 ภาค คอื ภาคเหนือ
๔. ประโยชน!ของอาหาร ภาคกลาง ภาคอีสาน และ ภาคใต้
๕. วิธกี ารประกอบอาหาร เช่น ต้ม ผดั แกง ทอด ๕. การประกอบอาหารไทย ประเภทส้มตำไทย
๖. การประกอบอาหารต้มจดื เต้าหู้ หมสู ับ ๖. การจำแนกและจดั กลุ่มอ้วน–ผอม
๗. การจำแนกและจดั กลุ่มอาหารแต่ละชนดิ ๗. การจำแนกและจดั กลุ่มภาพกับสัญลกั ษณ์
ออกเปน็ หมู่
๘. การเรียงลำดบั สิง่ ของหรือเหตุการณ์
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 26
โรงเรยี นบ้านเนินโพธิ์
มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑)
ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑)
มฐ ๒ ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มฐ ๖ ตบช. ๖.๑ (๖.๑.๒) ตบช. ๘.๓ (๘.๓.๒)
มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑)
มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๔)
ตบช. ๘.๓ (๘.๓.๒)
มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓)
(๑๐.๑.๔)
หนว่ ยที่ ๗ ฝน ชน้ั อนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๑
อนบุ าลปที ี่ ๒ อนุบาลปีท่ี ๓
๑.ปรากฎการณ์ธรรมชาติ ๑.ปรากฎการณ์ธรรมชาติ
-สมบตั ิของน้ำ - วฎั จกั รของน้ำ
๒.การปฏบิ ัติตนอย่างเหมาะสมเมือ่ ฝนตก ๒.การปฏบิ ตั ิตนอยา่ งเหมาะสมเม่อื ฝนตก
-หลบฝนปละไม่ไปในท่โี ล่งแจง้ - หลบฝนปละไม่ไปในท่โี ลง่ แจง้
-ใช้อุปกรณก์ ับฝน - ใช้อปุ กรณ์กบั ฝนและการแกป้ ญั หาเม่ือไมม่ ี
๓.การปฏบิ ัตติ นอย่างเหมาะสมเมอื่ เจบ็ ปว่ ย อปุ กรณ์กนั ฝน
-พักผอ่ น ทำร่างกายให้อบอุ่น ด่ืมนำ้ ให้เพยี งพอ ๓.โรคทีพ่ บบอ่ ยในฤดฝู นและการปอ้ งกนั
๔.เหตุการณท์ ส่ี ัมพนั ธก์ บั การเกิดฝน
และปฏบิ ัติตนอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการแพรเ่ ชอ้ื
-การบอกอาการเม่ือเจ็บป่วย -โครงการตามพระราชดำริ โครงการแก้มลิง
-โครงการตามพระราชดำริ โครงการฝนหลวง
๔.เหตกุ ารณ์ทส่ี ัมพันธ์กับการเกิดฝน
-คนและสตั ว์มนี ้ำกินและใช้
-พชื ผลทางการเกษตรเจริญงอกงาม
-โครงการตามพระราชดำริ โครงการฝายชะลอนำ้
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 27
โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธ์ิ
มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทพี่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔)
ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑)
มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑) (๓.๒.๒) มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑) (๓.๒.๒)
มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๓)
มฐ ๗ ตบช. ๗.๒ (๗.๒.๓) มฐ ๗ ตบช. ๗.๒ (๗.๒.๓)
มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๒ (๑๐.๒.๑) (๑๐.๒.๒)
ตบช. ๑๐.๒ (๑๐.๒.๑) (๑๐.๒.๒) ตบช. ๑๐.๓(๑๐.๓.๒)
มฐ ๑๑ ตบช. ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) มฐ ๑๑ ตบช. ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑)
มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.1) (๑๒.๒.๒)
หนว่ ยที่ ๘ ขา้ ว ชน้ั อนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๑
อนบุ าลปีท่ี ๒ อนุบาลปที ี่ ๓
๑. ข้าวชนดิ ต่าง ๆ เช่น ข้าวเปลือก ข้าวสาร ข้าวสุก ๑. ข้าวชนิดต่าง ๆ เช่น ข้าวเจ้าขา้ ว เหนียว ฯลฯ
๒. ลักษณะของต้นขา้ ว ๒. ขน้ั ตอนการทำนา
๓. การนบั ปากเปล่าจำนวน 1- 10 ๓. ประเพณที ่ีเก่ยี วกับข้าว เช่น พระราชพิธจี รด
๔. ขั้นตอนในการทำนา พระนงั คลั แรกนาขวัญ อาหารหรือขนมในเทศกาล
๕. ประเพณที ีเ่ กย่ี วกับข้าว เช่น พระราชพิธจี รด ต่างๆ
พระนงั คลั แรกนาขวัญ ประเพณวี นั สารทไทย ๔. ประโยชน์ของขา้ ว
๖. อาหารทท่ี ำมาจากข้าว ๕. อาหารท่ีทำมาจากข้าว การทำขนม บัวลอย
๗. ทำอาหารขนม แพนเค้ก ๖. การตวงอยา่ งคาดคะเน
๗. เปรยี บเทียบปริมาณมากน้อย
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์
มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๒) (๒.๑.๓)
ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๓) มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑)
มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ. ๕ ตบช. ๕.๔ (๕.๔.๑)
มฐ. ๕ ตบช. ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑)
หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 28
โรงเรยี นบา้ นเนินโพธ์ิ
มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๘ ตบช. ๘.๑ (๘.๑.๑)
มฐ ๘ ตบช. ๘.๑ (๘.๑.๑) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) (๙.๑.๒)
มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) (๙.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒)
มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๔)
มฐ. ๑๒ ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑) ตบช. ๑๐.๒ (๑๐.๒.๑)
หนว่ ยที่ ๙ ปลอดภัยไวก้ ่อน ช้นั อนุบาลปีที่ ๒-๓ ภาคเรยี นที่ ๑
อนุบาลปที ่ี ๒ อนุบาลปที ี่ ๓
๑. การรกั ษาความปลอดภยั ของตนเองและผู้อ่ืน ๑. การรักษาความปลอดภยั ของตนเองและผู้อื่น
ในกจิ วัตรประจำวัน ในกจิ วตั รประจำวนั
๒. ความปลอดภัยจากการเล่นของเล่นและการเล่น ๒. ความปลอดภยั จากการเล่นของเล่นและการเล่น
ในสนามเด็กเล่น ในสนามเด็กเล่น
๓. การระวงั ภัยจากสถานทีแ่ ละอปุ กรณ์ ๓. การระวงั ภัยจากสถานที่เส่ียงอนั ตรายของมีคม
เสยี่ งอันตรายของมีคม สัตว์มี พษิ และคนแปลกหน้า สตั ว์มพี ษิ และคนแปลกหน้า
มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑)
มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๒) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๒)
มฐ ๔ ตบช ๔.๑.(๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑.(๔.๑.๓)
มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๒) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๒)
มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑)
ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) (๙.๒.๒)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒)
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 29
โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธิ์
หนว่ ยท่ี ๑๐ วนั เฉลมิ พระชนมพรรษา ช้นั อนบุ าลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๑
อนุบาลปที ี่ ๒ อนบุ าลปที ่ี ๓
๑. พระราชประวตั ิ ๑. พระราชประวัติ
- พระปรมาภไิ ธย - พระปรมาภไิ ธย
- วันพระราชสมภพ/สีประจำวัน พระราชสมภพ - ตราประจำพระองค์
-พรรณไมป้ ระจำรัชกาล -วนั เฉลิมราชสมภพ/สีประจำวนั พระราชสมภพ
-พระบรมราชชนก/พระบรมราชชนนี พระบรมราชชนก/พระบรมราชชนนี
๒. พระผูท้ รงเป็นจอมทัพไทย ๒. พระผทู้ รงเปน็ ตน้ แบบชองความวิรยิ ะอุตสาหะ
- พระราชประวัติด้านการทหาร - พระราชประวตั ิด้านการบิน
- ความมีระเบียบวนิ ัยและความกลา้ หาญ - ความวิริยะอุตสาหะ
- โครงการจิตอาสา “เราทำความดดี ว้ ยหวั ใจ”
๓.พระผูท้ รงปลกุ จิตสำนึกในการทำความดี
๓.พระผูท้ รงปลุกจติ สำนึกในการทำความดี -โครงการจติ อาสา “เราทำความดีดว้ ยหวั ใจ”
-โครงการจติ อาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ
๔. การแสดงความจงรกั ภกั ดี
๔. การแสดงความจงรักภักดี -การลงนามถวายพระพร
-การถวายความเคารพ -เพลงสรรเสริญพระบารมี
-เพลงสรรเสรญิ พระบารมี
๕.พระราชกรณยี กจิ
๕.การจำแนกเงนิ เหรยี ญ
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑)
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) (๒.๒.๓)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) (๒.๒.๓) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๒)
มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๒)
หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 30
โรงเรยี นบา้ นเนินโพธิ์
มฐ ๔ ตบช ๔.๑.(๔.๑.๑) มฐ ๔ ตบช ๔.๑.(๔.๑.๑)
มฐ ๕ ตบช ๕.๔.(๕.๔.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๔.(๕.๔.๑)
มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑)
มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑)
ตบช ๗.๒ (๗.๒.๓) ตบช ๗.๒ (๗.๒.๓)
มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๔)
มฐ ๑๒ ตบช ๑๒.๑ (๑๒.๑.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๒)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๔)
หน่วยที่ ๑๑ วนั แม่ ชน้ั อนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑
อนุบาลปีท่ี ๒ อนุบาลปีท่ี ๓
๑.พัฒนาการทางภาษาและการรหู้ นงั สอื จากหนังสือ ๑.พัฒนาการทางภาษาและการรหู้ นงั สอื จากหนังสือ
เรื่อง แม่จา๋ เรือ่ ง นมจากเต้า
๒.ความสำคญั ของวนั แม่แห่งชาติ ๒.พระราชประวตั แิ ละพระราชกรณยี กจิ สมเดจ็ พระ
๓.สญั ลกั ษณข์ องวันแมแ่ หง่ ชาติ นางเจ้าสริ กิ ติ พ์ิ ระบรมราชินีนาถ
๔.การปฏิบัตติ นต่อพ่อแมแ่ หง่ ชาตแิ ละแม่ของเรา ๓.ความสำคัญของวันแมแ่ หง่ ชาติ
๕.การทำบตั รอวยพรวนั แม่ ๔.สัญลกั ษณข์ องวนั แม่แหง่ ชาติ ดอกไม้และธง
๖.การร้อยกำไลกราบแม่ ๕.การทำความเคารพและการปฏิบัตติ นทีถ่ กู ต้องต่อ
แม่
๖.การทำบัตรอวยพรวนั แม่
๗.การร้อยกำไลกราบแม่
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔)
ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๔) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๓)
มฐ ๓ ตบช ๓.๑ (๓.๑.๑) มฐ ๓ ตบช ๓.๑ (๓.๑.๑)
มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๒) มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๒)
มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑)
มฐ ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑)
ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑)
ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒)
หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 31
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
หนว่ ยที่ ๑๒ รกั เมืองไทย ช้ันอนุบาลปีที่ ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑
อนบุ าลปีท่ี ๒ อนบุ าลปีที่ ๓
๑. ประเทศไทยสภี่ าค ๑. พระมหากษตั ริย์ไทย
๒. ดอกไมป้ ระจาชาติไทย ๒. วันสำคญั ตามประเพณีไทย
๓. ภาษาและพยญั ชนะไทย ๓. บ้านไทย
๔. สถานทีส่ ำคญั ในท้องถ่ิน ๔. หนา้ ท่ีของเด็กในการเปน็ พลเมอื งดี
๕. ของหวาน ขนมไทย ๕. ผลไมเ้ มืองไทย
๖. มารยาทไทย การอย่รู ว่ มกันกับผ้อู ่นื
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์ มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๓)
มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) ๒.๒ (๒.๒.๓)
มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) (๒.๒.๓)
มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓)
มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๒.๑)
มฐ ๗ ตบช. ๗.๒ (๗.๒.๑) มฐ.๘ ตบช ๘.๑ (๘.๑.๑)
มฐ ๙ ตบช. ๙.๑(๙.๑.๑) ตบช. ๙.๒ (๙.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) (๙.๑.๒)
มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒)
ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑)(๙.๒.๒)
มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑)
ตบช. (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๔)
มฐ ๑๑ ตบช.๑๑.๑ (๑๑.๑.๑)
หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 32
โรงเรยี นบา้ นเนินโพธ์ิ
หน่วยท่ี ๑๓ ของเลน่ ของใช้ ชั้นอนบุ าลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๑
อนุบาลปีท่ี ๒ อนบุ าลปีที่ ๓
๑. การแยกของใชส้ ่วนตัวและสว่ นรวม ๑. การรู้จกั ของเล่นของใช้
๒. ลักษณะของเลน่ ของใช้ ๒. การรูจ้ กั ของเล่นของใช้
๓. การเก็บของเลน่ ของใช้ - การจำแนกและจดั กลุ่มของเล่นของใช้ตามรูปทรง
๔. การปฏิบตั ติ นในการเลน่ เรขาคณติ
๕. การใชว้ สั ดแุ ละของเลน่ ของใช้อยา่ งคุ้มคา่ ๓. อนั ตรายที่เกิดจากของเลน่ และวิธีป้องกันอันตราย
๔. อนั ตรายที่เกดิ จากของใช้และวธิ ปี อ้ งกันอนั ตราย
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ ๕. การเกบ็ รักษาของเล่นของใช้
มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓)
มฐ ๔ ตบช ๔.๑(๔.๑.๓)
มฐ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑)
มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๔ ตบช ๔.๑(๔.๑.๓)
มฐ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑)
ตบช ๖.๓ (๖.๓.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑)
มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช ๖.๓ (๖.๓.๑)
มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒)
ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑)
ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๓) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒)
ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๓)
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 33
โรงเรียนบ้านเนินโพธิ์
หนว่ ยท่ี ๑๔ ชมุ ชนของเรา ชั้นอนบุ าลปีที่ ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๑
อนบุ าลปที ี่ ๒ อนบุ าลปีที่ ๓
๑. ชือ่ ชุมชน/สถานท่สี ำคัญในชมุ ชน ๑. ช่ือชุมชน
๒. สถานทท่ี ่องเที่ยวในชมุ ชน ๒. คาขวัญหัวหนิ
๓. การปฏบิ ัตติ นเปน็ สมาชิกทีด่ ีในชมุ ชน ๓. สถานท่ใี นชุมชน
๔. การคดั แยกขยะ - พระราชวงั ไกลกงั วล
๕. อาชีพในชมุ ชน - ตลาด
๖. การเลน่ และทากิจกรรมดว้ ยตนเองและกับผู้อนื่ ได้ - วัด
อย่างปลอดภยั - โรงเรยี น
๗. การกล้าแสดงออก - สถานตี ำรวจ
๘. ความพอใจในตนเอง - โรงพยาบาล
๙. การชื่นชมและแสงออกทางศิลปะ ดนตรี - สถานรี ถไฟ
และการเคลอ่ื นไหว ๔. ตวั อย่างคนในชมุ ชน
๑๐. การพดู แสดงความคดิ ความรสู้ ึก และ ความ (เร่อื งความอดทน โผน ก่งิ เพชร)
ต้องการ ๕. การละเล่นไทย
๑๑. การจำแนกจัดกลุม่ รปู ทรงเรขาคณติ ๖. อาชีพของคนในชมุ ชน
๑๒. การสงั เกตรายละเอียดของภาพ - ค้าขาย
๑๓. จานวนและความสมั พนั ธ์ - ประมง
๑๔. การจัดหมวดหมู่ภาพทส่ี ัมพนั ธก์ ัน - ทอ่ งเท่ยี ว
๗. การคดั แยกขยะ
๘. จัดกลุ่มลักษณะความสัมพันธข์ องสง่ิ ตา่ งๆ
จากการสังเกต
๙. จบั คูภ่ าพกับคา
๑๐. เรยี งลาดับเหตกุ ารณ์
๑๑. คดั แยกการจับกลุ่มและการจำแนกสง่ิ ต่างๆ
ลักษณะและรปู ร่าง รูปทรง
หน่วยท่ี ๑๔ ชุมชนของเรา ช้นั อนุบาลปที ี่ ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ (ต่อ)
อนุบาลปีท่ี ๒ อนบุ าลปที ่ี ๓
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 34
โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๓) (๒.๑.๔) มฐ ๒ ตบช 2.1 (2.1.1)
มฐ. ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ. ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑)
มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช 4.1 (4.1.1) (๔.๑.๓)
มฐ ๕ ตบช ๕.๒(๕.๒.๑) (๕.๒.๒) มฐ ๕ ตบช ๕.๒(๕.๒.๑) (๕.๒.๒)
มฐ 6 ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑)
มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) (๗.๑.๒) มฐ ๗ ตบช๗.๑ (๗.๑.๑) ตบช ๗.๒(๗.๑.๒)
มฐ ๘ ตบช๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑(๙.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑(๙.๑.๑)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑)
ตบช ๙.๒(๙.๒.๑)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒)
มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) (๗.๑.๒)
มฐ ๘ ตบช๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑(๙.๑.๑)
ตบช ๙.๒(๙.๒.๑)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒)
หนว่ ยท่ี ๑๕ ต้นไม้ทรี่ กั ช้นั อนุบาลปที ่ี ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๑
หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 35
โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธ์ิ
อนบุ าลปที ี่ ๒ อนุบาลปีท่ี ๓
๑.ชื่อและส่วนประกอบของต้นไม้ ๑. ชอ่ื และลกั ษณะของตน้ ไม้
๒. รูปร่างและลักษณะของใบไม้ ๒. การจำแนกประเภท
๓. การปลูกต้นไม้ การดแู ลต้นไม้ ของต้นไม้ (ไมด้ อก ไม้ผล ไม้ใบ)
๔. ประโยชนข์ องต้นไม้ ๓. การทดลองการดูดน้ำของราก และหน้าท่ีของราก
๕. การประกอบอาหารจากพืช ๔. การบำรุงดูแลรกั ษาต้นไม้
๕. โทษของการทำลายปา่
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์
มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔)
ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑)
มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑)
มฐ ๗ ตบช. ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๗ ตบช. ๗.๑ (๗.๑.๑)
มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑)
มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓)
(๑๐.๑.๔)
มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒(๑๒.๒.๑) (๑๐.๑.๔)
มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒(๑๒.๒.๑)
หน่วยท่ี ๑๖ ดนิ หนิ ทราย ชนั้ อนุบาลปที ่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑
อนุบาลปีท่ี ๒ อนบุ าลปที ่ี ๓
๑. การใชส้ ิ่งของเคร่ืองใช้อย่างประหยัดและพอเพียง ๑. สังเกตลักษณะ ดนิ หนิ ทรายจากของจรงิ
หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 36
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
๒. การมสี ่วนรว่ มดูแลรกั ษาธรรมชาตแิ ละ สง่ิ แวดล้อม ๒. บันทกึ ข้อมลู ลักษณะของดิน หนิ ทราย
๓. การเลา่ เรือ่ งเปน็ ประโยค โดยการวาดภาพ
๔. การจับคหู่ รือเปรียบเทยี บความแตกตา่ ง ๓. เปรยี บเทียบความแตกต่างของ ดนิ หิน ทราย
หรอื ความเหมือนของดิน หิน ทราย (ขนาด สี ผวิ สัมผสั กล่ิน)
๕. การจำแนกและจัดกลมุ่ รายละเอยี ดภาพดินหิน ๔. การคดั แยก การจัดกลมุ่ และการจำแนกดิน หิน
ทราย ทราย
๖. การเรียงลำดับเหตุการณ์อยา่ งน้อย 4 ลำดบั ๕. สง่ิ มีชีวติ ท่อี ยใู่ นดนิ หิน ทราย
๗. ในดิน หิน ทรายจะมสี ่ิงมชี ีวติ และสิง่ ไม่มีชีวิตอยู่ ๖. สิ่งไม่มชี ีวิตท่อี ย่ใู นดิน หิน ทราย
๘. ประโยชน์ของดนิ หิน ทราย ๗. ประโยชน์ของดนิ หิน ทราย
๙. การปฏบิ ตั ิตนในการดูแลรักษาธรรมชาตริ อบตวั ๘. เคร่ืองใช้ท่ที ้าจากดิน หิน ทราย
เห็นคณุ คา่ ดนิ หิน ทรายอยู่ได้นาน ๆ ๙. ปฏิบตั จิ รงิ การใช้ดนิ หนิ ทรายในการ กรองน้ำ
๑๐. ลักษณะส่วนประกอบ ดิน หนิ ทราย ๑๐. การดูแลรักษาธรรมชาติรอบตวั เหน็ คุณค่าดนิ หิน
ทรายอยู่ได้นานๆ
มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์
มาตรฐานที่ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐานท่ี ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มาตรฐานที่ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มาตรฐานท่ี ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓)
มาตรฐานที่ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มาตรฐานที่ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑)
มาตรฐานท่ี ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มาตรฐานท่ี ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มาตรฐานที่ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มาตรฐานที่ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑)
มาตรฐานที่ ๖ ตบช ๖.๓ (๖.๓.๑) มาตรฐานที่ ๖ ตบช ๖.๓ (๖.๓.๑)
มาตรฐานท่ี ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มาตรฐานท่ี ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑)
มาตรฐานท่ี ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มาตรฐานท่ี ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒)
มาตรฐานท่ี ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) มาตรฐานที่ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒)
(๑๐.๑.๔) (๑๐.๑.๔)
ตบช ๑๐.๒ (๑๐.๒.๒) ตบช ๑๐.๒ (๑๐.๒.๒)
มาตรฐานที่ ๑๒ ตบช ๑๒.๑ (๑๒.๑.๒) มาตรฐานที่ ๑๒ ตบช ๑๒.๑ (๑๒.๑.๒)
หนว่ ยที่ ๑๗ สตั วน์ า่ รัก ช้ันอนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๑
อนุบาลปที ่ี ๒ อนุบาลปที ี่ ๓
สตั วน์ ้ำ สัตว์เลี้ยง
๑. ลกั ษณะของสตั วน์ ้ำ ๑. ลักษณะของสตั วเ์ ล้ยี ง
๒. ประเภทของสตั ว์ สตั วแ์ ต่ละชนิดมีรูปรา่ ง ลักษณะ ๒. ประเภทของสัตว์ สตั วแ์ ตล่ ะชนิดมรี ปู รา่ ง ลักษณะ
และขนาดแตกต่างกัน และขนาดแตกต่างกนั
๓. อาหาร ที่อยูข่ องสัตวแ์ ละช่วงอายขุ องสตั ว์
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 37
โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
๓. สัตว์แตล่ ะชนดิ มธี รรมชาตคิ วามเปน็ อยู่ท่แี ตกต่าง ๔. การป้องกันอันตรายและความปลอดภัยจากสตั ว์
กัน ๕. ประโยชน์ของสัตว์ต่อมนษุ ย์
๔. การป้องกนั อันตรายและความปลอดภยั จากสัตว์ ๖. ความเมตตากรุณา ตอ่ สัตว์
๕. ความเมตตากรณุ าต่อสัตว์ ๗. การจบั คู่ภาพเหมือน เกมโดมโิ น การจับคภู่ าพ
๖. การสงั เกต จับคู่เปรยี บเทียบ จำแนกจดั กลมุ่ สัตว์ กบั สัญลักษณ์ การจับคูภ่ าพกับจำนวน
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๓)
ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑)
มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๒) มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๒)
มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓)
มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑)
มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๓.๑) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๓.๑)
มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑)
มฐ ๘ ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) มฐ ๘ ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒)
มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๒)
ตบช. ๙.๒ (๙.๒.๑) ตบช. ๙.๒ (๙.๒.๑)
หน่วยที่ ๑๘ คมนาคม ช้นั อนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๑
อนุบาลปที ่ี ๒ อนุบาลปีที่ ๓
๑. ความสำคัญของยานพาหนะ ๑. ความหมายและประโยชนข์ องยานพาหนะ
๒. ยานพาหนะทางบก ๒. การปฏิบัตติ นเมือ่ เดนิ ทางด้วยรถและรถไฟ
๓. ยานพาหนะทางน้ำ ๓. การปฏิบัตติ นเมื่อเดนิ ทางทางน้ำ
๔. ยานพาหนะทางอากาศ ๔. การปฎิบัตติ นเม่ือขน้ึ สะพานลอย
๕. การปฎิบตั ติ นตามกฎจราจร ๕. การปฎบิ ัตติ นเม่ือข้ามทางมา้ ลาย
มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ ๑ ตบช 1๑.1 (10.1.๑)
หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 38
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓)
มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑)
มฐ ๘ ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑(๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒)
ตบช ๑๐.๒ (๑๐.๒.๒) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑(๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓)
หนว่ ยที่ ๑๙ รูร้ อบ ปลอดภยั ชนั้ อนบุ าลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๒
อนบุ าลปีท่ี ๒ อนบุ าลปที ี่ ๓
๑. การระมัดระวงั อนั ตรายท่ีอาจเกิดขนึ้ กับตวั เองเม่อื ๑. การประเมินภยั รอบตวั เมื่ออย่ใู นสถานทีแ่ ละ
อยูใ่ นโรงเรยี นและบ้านของเรา สถานการณ์ต่าง ๆ
๒. ไฟฟ้ามีประโยชน์มากมายแตม่ ีอนั ตรายมาก เช่นกนั ๒. ภัยพบิ ตั ติ ่างๆ ได้แก่ อคั คีภยั วาตภัย อุทกภยั
๓. การปฏิบัติตวั เมอ่ื ไดย้ นิ สญั ญาณเตือนภัยการ ๓. การระวงั ภัยอคั คีภัย การดูแลชว่ ยเหลอื ตนเอง
ช่วยเหลือตนเองเมื่อเกิดเหตรุ ้าย เมอื่ มเี หตุไฟไหม้
๔. การสงั เกตส่งิ แวดล้อมรอบตัวทเี่ ป็นสัญญาณ ๔. การสำรวจจุดอนั ตรายในโรงเรยี น และ สถานที่
เตือนภยั เช่น กลิน่ เหมน็ ไหม้ เสียงกระจกแตก อื่น ๆ ทเี่ ดก็ อาศัยอยู่ และการปฏบิ ตั ิตัวเพ่ือให้พน้ ภยั
เสียงดงั ทด่ี งั มากๆ เปน็ ตน้ ๕. การปฏิบตั ติ นเพอ่ื ป้องกันภัยทอี่ าจ เกิดขน้ึ กบั เด็ก
เมื่ออย่ใู นสถานทส่ี าธารณะ
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 39
โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
๕. การปฏิบตั ิตนและปอ้ งกันภัยท่อี าจ เกิดข้ึนกับเด็ก ๖. การสังเกตคนแปลกหน้า การดูแลตัวเองเมื่ออยหู่ า่ ง
เมอ่ื อย่ใู นสถานทสี่ าธารณะ ผ้ปู กครอง
มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทพี่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์
มาตรฐานที่ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐานท่ี ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มาตรฐานท่ี ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มาตรฐานที่ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑)
มาตรฐานท่ี ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) (๓.๒.๒)
มาตรฐานที่ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มาตรฐานท่ี ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มาตรฐานที่ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) มาตรฐานที่ ๕ ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑)
มาตรฐานที่ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มาตรฐานที่ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑)
มาตรฐานท่ี ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มาตรฐานที่ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑)
มาตรฐานท่ี ๘ ตบช ๘.๑ (๘.๓.๑) (๘.๓.๒) มาตรฐานที่ ๘ ตบช ๘.๑ (๘.๓.๑) (๘.๓.๒)
มาตรฐานท่ี ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มาตรฐานที่ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑)
ตบช ๙.๒ (๙.๒.๒) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๒)
มาตรฐานที่ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๔) มาตรฐานที่ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓)
ตบช ๑๐.๒ (๑๐.๒.๑) (๑๐.๑.๔)
ตบช ๑๐.๓ (๑๐.๓.๑) ตบช ๑๐.๒ (๑๐.๒.๑)
มาตรฐานที่ ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๒) ตบช ๑๐.๓ (๑๐.๓.๑)
ตบช ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๒)
มาตรฐานที่ ๑๒ ตบช ๑๒.๑ (๑๒.๑.๒) ตบช ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑)
หนว่ ยที่ ๒๐ ลอยกระทง ชน้ั อนบุ าลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๒
อนุบาลปีท่ี ๒ อนุบาลปที ี่ ๓
๑. ความเปน็ มาและความสำคัญของวันลอยกระทง ๑. ความเป็นมาและความสำคัญของประเพณี
๒. กิจกรรมในวนั ลอยกระทง ลอยกระทง
๓. การดแู ลรกั ษาสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำ ๒. กลีบและฐานกระทง
๔. ส่วนประกอบของกระทง ๓. การจม - ลอยโดยการทดลองหาจำนวนกลบี
๕. ลักษณะรูปรา่ งฐานกระทง กระทง ที่มากทสี่ ุดท่ีกระทงไม่จม
๖. รปู รา่ ง ขนาด พน้ื ทขี่ องฐานกระทงทมี่ ีผลต่อการจม ๔. การดูแลรักษาธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มใน แม่นำ้
การลอย
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทพี่ ึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช. 1.3 (1.3.1) มฐ ๑ ตบช. 1.3 (1.3.1)
มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๒) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๒)
มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑)
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 40
โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธิ์
มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๗ ตบช. ๗.๑ (๗.๗.๑)
มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑)
มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓)
มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑)
หน่วยท่ี ๒๑ กลางวัน กลางคืน ชนั้ อนบุ าลปีที่ ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๒
อนุบาลปที ี่ ๒ อนุบาลปที ่ี ๓
๑. ลักษณะของดวงอาทิตย์ ๑. ความแตกตา่ งของเวลากลางวัน-กลางคืน
๒. ลักษณะของดวงจันทร์ ๒. ลักษณะของดวงอาทติ ย์ ดวงจนั ทร์ ดวงดาว
๓. ความแตกตา่ งระหวา่ งกลางวันและกลางคืน ๓. การปฏิบัติกิจวตั รประจาวนั ตามหน้าที่
๔. การปฏิบตั ิกิจวตั รประจาวันในเวลากลางวันและ ความ รบั ผดิ ชอบ
กลางคืน ๔. ความสัมพนั ธ์ของคน พชื สัตว์ และการเจรญิ เตบิ โต
๕. สัตวท์ ่อี อกหากนิ ในเวลากลางวนั และกลางคืน ของพชื
๕. สตั วท์ อี่ อกหากนิ ในเวลากลางคืนและสัตวม์ ีพิษ
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์
มฐ. ๑ ตบช ๑.๒ (๑.๒.๓) มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์
มฐ. ๑ ตบช ๑.๒ (๑.๒.๓)
ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ. ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๒) (๒.๑.๔) ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ. ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑)(๒.๑.๔)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) (๒.๒.๓)
มฐ. ๓ ตบช ๓.๒ (๓.๒.๑) (๓.๒.๒) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) (๒.๒.๒)
มฐ.๓ ตบช. ๓.๑ (๓.๑.๑)
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 41
โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธิ์
มฐ. ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๒)
มฐ. ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๒) มฐ. ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๓)
มฐ. ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๒)
ตบช ๕.๔ (๕.๔.1)
มฐ. ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) ตบช ๕.๔ (๕.๔.1)
มฐ. ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ. ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑)
มฐ. ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) ตบช. ๖.๓ (๖.๓.๑)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) มฐ. ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑)
มฐ.๘ ตบช. ๘.๑ (๘.๑.๑)
หน่วยที่ ๒๒ คา่ นิยมไทย ชนั้ อนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๒
อนบุ าลปีท่ี ๒ อนุบาลปที ่ี ๓
๑. ฉนั เป็นคนไทย ๑. ฉนั เป็นคนไทย
๒. ฉันภมู ใิ จในความเป็นไทยที่มีวันสำคัญของชาติ ๒. ฉนั ภมู ิใจในความเปน็ ไทยทม่ี วี นั สำคญั ของชาติ
ศาสนา และพระมหากษัตรยิ ์ ศาสนาและพระมหากษตั รยิ ์
๓. คนไทยใชภ้ าษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ ๓. คนไทยใช้ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ
มวี ัฒนธรรมประเพณีประจำชาติ และท้องถิ่น มีวัฒนธรรมประเพณีประจาชาตแิ ละท้องถน่ิ
๔. คนไทยมีมารยาทดี มคี วามซือ่ สัตย์ มีนำ้ ใจ มีวนิ ัย ๔ คนไทยมีมารยาทดี มีความซ่อื สตั ย์/มีนำ้ ใจ/มวี นิ ยั
กตญั ญู
กตัญญู
๕. คนไทยส่วนมากนับถือศาสนาพุทธ
พระมหากษัตรยิ ไ์ ทยทรงอุปถัมภ์ทุกศาสนาใน
ประเทศไทย ศาสนา ทกุ ศาสนาสอนให้ทุกคนเปน็ คนดี
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๒) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๒)
มฐ ๕ ตบช ๕.๑ (๕.๑.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๑ (๕.๑.๑)
ตบช ๕.๒ (๕.๒.๒) ตบช ๕.๒ (๕.๒.๒)
มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑)
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 42
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑)
มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๔) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๔)
มฐ ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) มฐ ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑)
ตบช ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑) ตบช ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑)
หนว่ ยที่ ๒๓ วนั ชาติ ชั้นอนุบาลปที ี่ ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๒
อนุบาลปีที่ ๒ อนบุ าลปีท่ี ๓
๑. วนั ชาติของประเทศไทยตรงกบั วันท่ี ๕ ๑. วนั ชาตขิ องประเทศไทยตรงกบั วันที่ ๕
ธนั วาคมของทุกปซี ึ่งเป็น วนั พระราชสมภพ (วนั ธนั วาคมของทกุ ปซี ง่ึ เป็น วนั พระราชสมภพ(วัน
เกิด)ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั รชั กาลท่ี ๙ เกิด)ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั รชั กาลที่ ๙
๒. วนั ท่ี ๕ ธนั วาคมถอื เป็นวันพอ่ แหง่ ชาติ ๒. วนั ท่ี ๕ ธันวาคมถือเปน็ วันพอ่ แห่งชาติ
เนื่องจากพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั รัชกาลที่ เน่ืองจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั รชั กาลท่ี
๙ ทรงเปน็ ผู้มีพระคณุ แกช่ าติ เปรยี บเสมอื นพอ่ ๙ ทรงเปน็ ผู้มพี ระคุณแกช่ าติ เปรียบเสมือนพอ่
ของชาวไทยทกุ คน ของชาวไทยทกุ คน
๓. ความสำคญั ของวนั ชาตแิ ละพระคณุ พ่อ ๓. ความสำคญั ของวันชาตแิ ละพระคณุ พ่อ
๔. ความกตญั ญตู ่อผมู้ พี ระคณุ ๔. ความกตญั ญตู ่อผู้มีพระคณุ
๕. การรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ มในชมุ ชน ๕. พระราชกรณียกิจที่สำคญั
๖. การรักษาส่ิงแวดล้อมในชมุ ชน
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทพี่ ึงประสงค์
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑)
มฐ ๔ ตบช ๔.๑(๔.๑.๑.) (๔.๑.๓) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑)
มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑.) (๔.๑.๓)
มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑)
มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑)
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 43
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒)
หนว่ ยท่ี ๒๔ เศรษฐกิจพอเพยี ง ชน้ั อนบุ าลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๒
อนบุ าลปที ่ี ๒ อนุบาลปที ่ี ๓
๑. ความรู้เรอื่ งหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ระดบั ๑. ความรเู้ ร่ืองหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ระดับ
ปฐมวยั ปฐมวยั
๒. การปฏบิ ัติตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๒. การปฏิบัตติ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ทีเ่ หมาะสมกบั เด็กปฐมวยั ที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวยั -การประหยดั อดออม(เงนิ )
-การประหยดั อดออม - การใชส้ ่ิงของเครื่องใช้ นำ้ /ไฟ อยา่ งประหยัด
–การใช้สิ่งของ เครื่องใช้ นำ้ /ไฟ อยา่ งประหยัด - การแตง่ ตวั ดว้ ยตนเอง
–การแต่งตวั ดว้ ยตนเอง - การรบั ประทานอาหารและดื่มนมใหไ้ ม่เหลือท้ิง
–การรับประทานอาหารและด่มื นมให้ไมเ่ หลือท้ิง ๓. การเก็บของเล่นของใช้เขา้ ทดี่ ว้ ยตนเอง
๓. การเกบ็ ของเล่นของใชเ้ ข้าทด่ี ว้ ยตนเอง ๔. การเข้าแถวตามลำดับก่อนหลัง
๔. การเขา้ แถวตามลำดับก่อนหลงั ๕. การรูจ้ กั เลอื กอย่างมเี หตผุ ล
๕. การร้จู ักเลอื กอยา่ งมีเหตผุ ล-การปลูกผักรักสุขภาพ - การปลูกผักรกั สุขภาพ
- การเลือกซอื้ อาหารที่มปี ระโยชน์
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทพี่ ึงประสงค์
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๓)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๓) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๓)
มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑) มฐ ๕ ตบช ๕.๒ (๕.๒.๑)
ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑) ตบช ๕.๔ (๕.๔.๑)
มฐ ๖ ตบช ๖.๑ (๖.๑.๑) (๖.๑.๒) มฐ ๖ ตบช ๖.๑ (๖.๑.๑) (๖.๑.๒)
ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) (๖.๒.๒) ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) (๖.๒.๒)
ตบช.๖.๓ (๖.๓.๑) ตบช.๖.๓ (๖.๓.๑)
มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒)
หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 44
โรงเรียนบ้านเนนิ โพธิ์
ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) (๙.๒.๒)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓)
(๑๐.๑.๔) (๑๐.๑.๔)
มฐ ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) ตบช ๑๐.๒ (๑๐.๒.๑) (๑๐.๒.๒)
ตบช ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑) มฐ ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑)
ตบช ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑)
มฐ ๑๒ ตบช ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑)
หน่วยที่ ๒๕ เทคโนโลยีและการส่อื สาร ชั้นอนบุ าลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๒
อนบุ าลปที ี่ ๒ อนุบาลปที ่ี ๓
๑. การสื่อสารทางโทรศัพท์ ๑. ชนดิ ของจดหมาย
๒. การเดนิ ทางของเสียงผ่านโทรศพั ท์ ๒. ลักษณะของจดหมาย
๓. การประดษิ ฐโ์ ทรศัพทต์ ามวิธีการข้อสงสยั ของ ๓. หนา้ ท่ขี องบุรุษไปรษณีย์
ตนเองเพ่ือหาคำตอบจากวัสดุทีก่ ำหนดให้ ๔. การเดินทางของจดหมาย
๔. การทดสอบการได้ยินเสียงของโทรศัพท์ กระดาษที่ ๕. ขัน้ ตอนการสง่ จดหมาย
ประดษิ ฐ์จากกรวยทีม่ ีขนาด, รปู ร่าง,ความยาวของ ๖. การสอื่ สารทางอ่ืนๆ ไดแ้ ก่ วิทยุ โทรทัศน์
เชือกต่างกนั
๕. การสื่อสารทางอน่ื ๆ ได้แก่ วทิ ยุ โทรทศั น์
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๒) มฐ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๑) (๒.๑.๒)
มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓)
(๑๐.๑.๔) (๑๐.๑.๔)
มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑) มฐ ๑๒ ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑)
หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 45
โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธ์ิ
หน่วยท่ี ๒๖ วันขึน้ ปีใหม่ ชัน้ อนุบาลปที ี่ ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๒
อนุบาลปที ี่ ๒ อนุบาลปีที่ ๓
๑. ประวัตคิ วามเปน็ มาของวันขน้ึ ปใี หม่ ๑. ประวตั ิความเปน็ มาของวันขนึ้ ปใี หม่
๒. ประเพณีในวนั ข้นึ ปีใหม่ ๒. ประเพณใี นวันข้ึนปีใหม่
๓. การปฏิบัตติ นในวนั ขึ้นปีใหม่ ๓. ความสำคญั ของการอวยพรใหผ้ อู้ ่นื
๔. ความสำคัญของการอวยพรใหผ้ ู้อื่น ๔. กิจกรรมท่มี ใี นงานเลย้ี งปใี หม่
๕. ขอ้ ควรปฏิบัตใิ นการจัดงานวนั ขึ้นปีใหม่ ๕. การปฏบิ ตั ิตนในวนั ขึ้นปีใหม่
๖. การนับจำนวนและแสดงจานวน ๑ – ๘ ๖. ขอ้ ควรปฏิบตั ิในงานเล้ยี งปใี หม่
๗. การจำแนก จดั กลุ่มจานวน ๗. การนับจำนวนและแสดงจำนวน ๑–๑๓
๘. การตอ่ เติมแบบรูป ๘. การตอ่ เตมิ แบบรปู ของขวัญแบบตา่ ง ๆ
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทพี่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์
มาตรฐานที่ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มาตรฐานท่ี ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มาตรฐานที่ ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔) มาตรฐานท่ี ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๓) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๓)
มาตรฐานท่ี ๓ ตบช ๓.๑ (๓.๑.๑) มาตรฐานท่ี ๓ ตบช ๓.๑ (๓.๑.๑)
มาตรฐานที่ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มาตรฐานท่ี ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มาตรฐานท่ี ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๗ ตบช ๗.๒ (๗.๒.๑)
มาตรฐานท่ี ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มาตรฐานท่ี ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑)
ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒) ตบช ๘.๓ (๘.๓.๒)
มาตรฐานท่ี ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒) มาตรฐานท่ี ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๒)
มาตรฐานที่ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๓) มาตรฐานที่ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๓)
มาตรฐานท่ี ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) มาตรฐานที่ ๑๑ ตบช ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑)
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 46
โรงเรยี นบา้ นเนินโพธิ์
หนว่ ยท่ี ๒๗ สนกุ กบั เลข ช้ันอนุบาลปที ี่ ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๒
อนบุ าลปที ่ี ๒ อนบุ าลปีที่ ๓
๑. นับและแสดงจำนวน ๑ – ๘ ๑. นบั และแสดงจำนวน ๑ – ๑๔
๒. การรวมส่ิงตา่ ง ๆ สองกลุ่ม และบอกจำนวน ๒. การรวมส่ิงตา่ ง ๆ สองกลุ่ม และบอกจำนวน
ทเ่ี กิดจากการรวมส่ิงต่าง ๆ สองกลุ่มมผี ลรวม ทเ่ี กิดจากการรวมสิ่งตา่ ง ๆ สองกลุ่มมผี ลรวม
ไมเ่ กิน ๑๐ ไมเ่ กิน ๑๔
๓. การแยกกลมุ่ ย่อยออกจากกลมุ่ ใหญ่และบอก ๓. การแยกกลมุ่ ย่อยออกจากกล่มุ ใหญแ่ ละบอก
จำนวนทเ่ี หลอื เมื่อเม่ือแยกกลุ่มย่อยที่มจี ำนวน จำนวนทเ่ี หลอื เม่ือเมื่อแยกกลุ่มย่อยท่ีมจี ำนวน
ไม่เกนิ ๑๐ ไมเ่ กนิ ๑๔
๔. เปรยี บเทียบจำนวนของสงิ่ ต่าง ๆ เช่น เทา่ กัน ๔. เปรยี บเทียบจำนวนของส่งิ ต่าง ๆ สองกล่มุ มี
หรอื ไมเ่ ท่ากัน มากกวา่ หรือน้อยกว่า จำนวน ไมเ่ กนิ ๑๔ เชน่ เทา่ กนั หรือไมเ่ ทา่ กนั
๕. เรยี งลำดบั ทข่ี องสิง่ ตา่ ง ๆ ไม่เกนิ ๓ สิ่ง มากกว่า น้อยกว่า
๕. เรียงลำดับทีข่ องสิ่งต่าง ๆ ไมเ่ กนิ ๕ ส่ิง
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑) มฐ ๒ ตบช ๒.๒ (๒.๒.๑)
มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓) มฐ ๔ ตบช ๔.๑ (๔.๑.๑) (๔.๑.๓)
มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๖ ตบช ๖.๒ (๖.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑)
มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) มฐ ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓)
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 47
โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธิ์
หน่วยที่ ๒๘ ขนาด รปู รา่ ง รูปทรง ชนั้ อนบุ าลปีที่ ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๒
อนบุ าลปที ่ี ๒ อนบุ าลปีท่ี ๓
๑. ลกั ษณะวัสดุทรงสี่เหลีย่ ม ๑. ลกั ษณะวัสดุทรงสามเหลย่ี ม
๒. วสั ดทุ รงส่ีเหล่ยี มรอบตวั เรา ๒. วัสดุทรงสามเหลี่ยมรอบตัวเรา
๓. เปรียบเทียบความเหมือน ความต่างของวสั ดุ ๓. เปรยี บเทียบความเหมือน ความตา่ งของวัสดุ
ทรงกลมและทรงสี่เหลย่ี ม ทรงกลม ทรงสเี่ หลย่ี ม และทรงสามเหล่ยี ม
๔. จำแนกวสั ดทุ รงกลม ทรงสี่เหลีย่ ม และรูปวงกลม ๔. จำแนกวสั ดทุ รงกลม ทรงสี่เหลย่ี ม ทรงสามเหลี่ยม
รปู ส่ีเหล่ยี ม และรปู วงกลม รูปสี่เหลี่ยม รูปสามเหลยี่ ม
๕. ประโยชน์ของทรงสี่เหลย่ี ม ๕. ประโยชนข์ องทรงสามเหลี่ยม
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทพี่ ึงประสงค์
มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑) มฐ ๑ ตบช. ๑.๓ (๑.๓.๑)
มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๔) มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๓),
ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๒) ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๑) (๒.๒.๒) (๒.๒.๓)
มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑) มฐ ๔ ตบช. ๔.๑ (๔.๑.๑)
มฐ ๕ ตบช. ๕.๔ (๕.๔.๑) มฐ ๕ ตบช. ๕.๔ (๕.๔.๑)
มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑) มฐ ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑)
มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓)
มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓)
(๑๐.๑.๔)
(๑๐.๑.๔) มฐ ๑๑ ตบช. ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑)
มฐ ๑๑ ตบช. ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑)
หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 48
โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธ์ิ
หนว่ ยที่ ๒๙ วนั เดก็ วันครู ชั้นอนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนที่ ๒
อนุบาลปีท่ี ๒ อนบุ าลปที ่ี ๓
๑. ความสำคัญของวนั เดก็ ๑. ความสำคัญของวันเด็ก
๒. หน้าที่ของเด็ก ๒. คำขวัญวนั เด็กประจาปี
๓. วันเสารท์ ่ี ๒ ของเดอื นมกราคมของทุกปีถือเป็นวนั ๓. หน้าท่ขี องเด็ก
เดก็ แหง่ ชาติ ๔. ความสำคญั ของวนั ครู
๔. ความสำคัญของวันครู ๕. ความกตัญญตู ่อผ้มู ีพระคุณ การปฏิบัติตอ่ ครูและ
๕. หน้าท่ขี องเด็กท่ปี ฏิบตั ติ ่อครู ผใู้ หญ่อยา่ งมีสัมมาคารวะ
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพทพี่ ึงประสงค์ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์
มฐ. ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๒) มฐ. ๒ ตบช ๒.๑ (๒.๑.๔)
ตบช ๒.๒ (๒.๒.๒) ตบช ๒.๒ (๒.๒.๒)
มฐ. ๔ ตบช ๔.๑ (4.1.1) (๔.๑.๓) มฐ. ๕ ตบช. ๕.๒ (๕.๒.๑)
มฐ. ๖ ตบช ๖.๒ (๖.2.๑)
มฐ. ๗ ตบช ๗.๑ (๗.๑.๑) ตบช. ๕.๔ (๕.๔.๑)
มฐ. ๘ ตบช ๘.๒ (๘.๒.๑) มฐ. ๖ ตบช. ๖.๒ (๖.๒.๑)
มฐ. ๙ ตบช ๙.๑ (๙.๑.๑)
ตบช. ๖.๓ (๖.๓.๑)
ตบช ๙.๒ (๙.๒.๑) มฐ. ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ. ๑๐ ตบช ๑๐.๑ (๑๐.๑.๒)(๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๔) มฐ. ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑)
ตบช. ๙.๒ (๙.๒.๑) (๙.๒.๒)
มฐ.๑๐ ตบช.๑๐.๑ (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) (๑๐.๑.๔)
หน่วยที่ ๓๐ โลกสวยดว้ ยสีสนั ชัน้ อนุบาลปีที่ ๒-๓ ภาคเรยี นท่ี ๒
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 49
โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธ์ิ
อนบุ าลปที ี่ ๒ อนุบาลปที ่ี ๓
๑. ประเภทของสี ๑. แม่สแี ละการผสมสีจากแม่สี
- สีจากธรรมชาติ ๒. สีผสมขัน้ ที่ ๓
- สที ี่มนุษยส์ ร้างขึ้น ๓. ความลับของสีดำ
๔. การทำสีผสมอาหารจากพืช
๒. แม่สี และการผสมสี ๕. การทำหวานเยน็ จากสีธรรมชาติ
๓. สแี ทนสญั ลักษณ์ (สขี องธงชาติไทย)
๔. สีท่ไี ดจ้ ากพชื ผัก ผลไม้ มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์
๕. การทำวุ้นสจี ากสีธรรมชาติ มฐ ๒ ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๒)
มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๒)
มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๒ ตบช. ๒.๑ (๒.๑.๓) มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑)
ตบช. ๒.๒ (๒.๒.๒) ตบช. ๙.๒ (๙.๒.๑) (๙.๒.๒)
มฐ ๓ ตบช. ๓.๒ (๓.๒.๒) มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓)
มฐ ๘ ตบช. ๘.๒ (๘.๒.๑)
มฐ ๙ ตบช. ๙.๑ (๙.๑.๑) (๑๐.๑.๔)
มฐ.๑๑ ตบช. ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑)
ตบช. ๙.๒ (๙.๒.๑)
มฐ ๑๐ ตบช. ๑๐.๑ (๑๐.๑.๑) (๑๐.๑.๒) (๑๐.๑.๓) ตบช. ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑)
มฐ. ๑๒ ตบช. ๑๒.๑ (๑๒.๑.๒)
(๑๐.๑.๔)
มฐ.๑๑ ตบช. ๑๑.๑ (๑๑.๑.๑) ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑)
ตบช. ๑๑.๒ (๑๑.๒.๑)
มฐ. ๑๒ ตบช. ๑๒.๑ (๑๒.๑.๒)
ตบช. ๑๒.๒ (๑๒.๒.๑)
หนว่ ยที่ ๓๑ ฤดูหนาว ช้นั อนุบาลปีท่ี ๒-๓ ภาคเรียนท่ี ๒
อนุบาลปีที่ ๒ อนุบาลปที ่ี ๓
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 50
โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ