เกมการศกึ ษา ตัวอย่างส่ือประเภทเกมการศึกษา มีดังน้ี
๑. เกมจับคู่
- จับครู่ ูปรา่ งทเ่ี หมือนกนั
- จบั คภู่ าพเงา
- จบั คภู่ าพทซ่ี ่อนอยใู่ นภาพหลัก
- จบั คู่สิ่งท่ีมคี วามสัมพนั ธ์กนั ส่ิงท่ใี ช้คู่กนั
- จบั คู่ภาพส่วนเต็มกับสว่ นย่อย
- จับคู่ภาพกบั โครงร่าง
- จับคภู่ าพชน้ิ ส่วนทีห่ ายไป
- จับคภู่ าพท่ีเป็นประเภทเดียวกัน
- จบั คู่ภาพทซี่ ้อนกนั
- จบั คู่ภาพสมั พันธแ์ บบตรงกันขา้ ม
- จับคภู่ าพสมมาตรกัน
- จบั ค่แู บบอุปมาอุปไมย
- จบั คู่แบบอนุกรม
๒. เกมภาพตัดต่อ
- ภาพตดั ตอ่ ที่สัมพันธ์กับหนว่ ยการเรยี นต่างๆ เช่น ผลไม้ ผกั ฯลฯ
๓. เกมจดั หมวดหมู่
- ภาพส่ิงตา่ งๆทีน่ ำมาจดั เป็นพวกๆ
- ภาพเกีย่ วกบั ประเภทของใช้ในชวี ติ ประจำวัน
๔. เกมวางภาพต่อปลาย ( โดมิโน )
- โดมิโนภาพเหมอื น
- โดมโิ นภาพสมั พันธ์
๕. เกมเรยี งลำดับ
- เรียงลำดบั ภาพเหตกุ ารณ์ต่อเนอ่ื ง
- เรียงลำดบั ขนาด
๖. เกมศกึ ษารายละเอียดของภาพ (ลอตโต )
๗. เกมจบั คูแ่ บบตารางสัมพันธ์( เมตรกิ เกม )
๘. เกมพื้นฐานบวก
กิจกรรมเสริมประสบการณ์ / กจิ กรรมในวงกลม ตัวอยา่ งส่ือ มดี งั นี้
๑. สอื่ ของจริงทอ่ี ยใู่ กล้ตัวและสอ่ื จากธรรมชาติหรือวสั ดทุ อ้ งถน่ิ เชน่ ตน้ ไม้ ใบไม้ เปลือกหอย เส้อื ผา้ ฯลฯ
๒. สื่อทีจ่ ำลองขน้ึ เชน่ ลกู โลก ตุก๊ ตาสัตว์ ฯลฯ
๓. สือ่ ประเภทภาพ เชน่ ภาพพลิก ภาพโปสเตอร์ หนังสอื ภาพ ฯลฯ
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 110
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
๔. สอื่ เทคโนโลยี เช่น วทิ ยุ เครื่องบันทึกเสียง เคร่ืองขยายเสียง โทรศพั ท์ ฯลฯ
กิจกรรมกลางแจ้ง ตัวอยา่ งสอื่ มีดังนี้
๑. เครือ่ งเลน่ สนาม เช่น เครื่องเล่นสำหรบั ปนี ปา่ ย เคร่อื งเล่นประเภทล้อเลื่อน ฯลฯ
๒. ทเ่ี ลน่ ทาย มที รายละเอยี ด เคร่อื งเล่นทราย เครื่องตวง ฯลฯ
๓. ท่ีเล่นน้ำ เส้ือคลมุ หรือผ้ากันเปือ้ นพลาสติก อุปกรณ์เล่นนำ้ เช่น ถว้ ยตวง ขวดต่างๆ สายยาง กรวย
กรอกน้ำ ตกุ๊ ตายาง ฯลฯ
กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ ตัวอยา่ งสื่อ มีดงั น้ี
๑. เครือ่ งเคาะจังหวะ เชน่ ฉ่ิง เหล็กสามเหล่ยี ม กรับ รำมะนา กลอง ฯลฯ
๒. อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว เช่น หนงั สอื พิมพ์ รบิ บนิ้ แถบผ้า ห่วง หวาย ถงุ ทราย ฯลฯ
การเลอื กสอื่ มวี ธิ ีการเลอื กสือ่ ดงั น้ี
๑. เลอื กให้ตรงกบั จดุ มุ่งหมายและเร่อื งท่ีสอน
๒. เลอื กใหเ้ หมาะสมกบั วัยและความสามารถของเด็ก
๓. เลอื กให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นทเ่ี ด็กอยู่หรือสถานภาพของสถานศึกษา
๔. มวี ิธกี ารใชง้ า่ ย และนำไปใชไ้ ด้หลายกิจกรรม
๕. มคี วามถูกต้องตามเนื้อหาและทนั สมยั
๖. มคี ณุ ภาพดี เชน่ ภาพชดั เจน ขนาดเหมาะสม ไม่ใชส้ ีสะทอ้ นแสง
๗. เลือกส่อื ท่ีเด็กเขา้ ใจง่ายในเวลาสน้ั ๆ ไม่ซบั ซ้อน
๘. เลือกส่อื ท่ีสามารถสัมผสั ได้
๙. เลอื กสอื่ เพื่อใช้ฝึก และสง่ เสริมการคิดเปน็ ทำเป็น และกล้าแสดงความคิดเหน็ ด้วยความมน่ั ใจ
การจดั หาสอื่ สามารถจดั หาไดห้ ลายวิธี คือ
๑. จัดหาโดยการขอยืมจากแหล่งต่างๆ เช่น ศูนย์สือ่ ของสถานศึกษาของรฐั บาล หรือสถานศกึ ษาเอกชน ฯลฯ
๒. จดั ซ้อื ส่ือและเครื่องเล่นโดยวางแผนการจัดซื้อตามลำดบั ความจำเป็นเพ่ือใหส้ อดคล้องกับ
งบประมาณทท่ี างสถานศึกษาสามารถจดั สรรให้และสอดคล้องกบั การจัดประสบการณ์
๓. ผลติ สอื่ และเครื่องเลน่ ขน้ึ ใชเ้ องโดยใชว้ ัสดทุ ี่ปลอดภัยและหางา่ ยเป็นเศษวัสดุเหลือใชท้ ม่ี ีอยู่ใน
ทอ้ งถิน่ นนั้ ๆ เชน่ กระดาษแข็งจากลังกระดาษ รปู ภาพจากแผ่นป้ายโฆษณา รูปภาพจากหนังสอื นิตยสารตา่ ง ๆ
เป็นตน้
ข้ันตอนการดำเนนิ การผลิตสือ่ สำหรับเด็ก มดี งั น้ี
๑. สำรวจความตอ้ งการของการใชส้ ื่อใหต้ รงกบั จุดประสงค์ สาระการเรยี นรแู้ ละกจิ กรรมทจ่ี ัด
๒. วางแผนการผลติ โดยกำหนดจุดมุ่งหมายและรปู แบบของสื่อใหเ้ หมาะสมกับวยั และความสามารถ
ของเด็ก ส่อื นนั้ จะตอ้ งมคี วามคงทนแขง็ แรง ประณีตและสะดวกต่อการใช้
หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 111
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
๓. ผลิตส่อื ตามรปู แบบท่ีเตรยี มไว้
๔. นำสอื่ ไปทดลองใช้หลายๆครั้งเพอ่ื หาข้อดี ขอ้ เสีย จะไดป้ รับปรงุ แกไ้ ขใหด้ ียิง่ ขึ้น
๕. นำสื่อทีป่ รบั ปรุงแกไ้ ขแล้วไปใชจ้ รงิ
การใช้ส่อื ดำเนนิ การดังน้ี
๑. การเตรยี มพร้อมก่อนใช้ส่ือ มขี น้ั ตอน คือ
๑.๑ เตรียมตัวผู้สอน
- ผสู้ อนจะต้องศึกษาจุดมุง่ หมายและวางแผนว่าจะจดั กจิ กรรมอะไรบ้าง
- เตรียมจัดหาส่ือและศึกษาวิธกี ารใช้ส่อื
- จัดเตรยี มสอื่ และวัสดอุ ่นื ๆทีจ่ ะตอ้ งใช้รว่ มกัน
- ทดลองใช้สือ่ กอ่ นนำไปใชจ้ ริง
๑.๒ เตรียมตัวเดก็
- ศึกษาความรพู้ ้ืนฐานของเดก็ ใหส้ ัมพนั ธ์กับเรอื่ งที่จะสอน
- เรา้ ความสนใจเด็กโดยใชส้ ่อื ประกอบการเรียนการสอน
- ใหเ้ ดก็ มีความรบั ผดิ ชอบ รจู้ ักใชส้ ่อื อย่างสร้างสรรค์ ไม่ใชท่ ำลาย เลน่ แล้วเก็บใหถ้ ูกท่ี
๑.๓ เตรียมสื่อใหพ้ ร้อมก่อนนำไปใช้
- จดั ลำดบั การใช้สอ่ื วา่ จะใชอ้ ะไรก่อนหรอื หลงั เพ่ือความสะดวกในการสอน
- ตรวจสอบและเตรยี มเคร่อื งมือใหพ้ ร้อมทีจ่ ะใช้ได้ทันที
- เตรยี มวัสดุอุปกรณท์ ่ใี ชร้ ่วมกับสือ่
๒. การนำเสนอสอื่ เพอ่ื ใหบ้ รรลุผลโดยเฉพาะในกจิ กรรมเสริมประสบการณค์ วรปฏิบัตดิ ังนี้
๒.๑ สรา้ งความพร้อมและเรา้ ความสนใจใหเ้ ดก็ ก่อนจดั กจิ กรรมทุกครัง้
๒.๒ ใชส้ ่อื ตามลำดับขั้นของแผนการจัดกิจกรรมท่ีกำหนดไว้
๒.๓ ไม่ควรใหเ้ ดก็ เหน็ สื่อหลายๆชนดิ พร้อมๆกนั เพราะจะทำให้เด็กไมส่ นใจกจิ กรรมท่ีสอน
๒.๔ ผสู้ อนควรยนื อยู่ด้านข้างหรือด้านหลังของส่ือท่ใี ชก้ บั เดก็ ผสู้ อนไม่ควรยนื หันหลังให้เด็ก
จะต้องพดู คยุ กับเด็กและสังเกตความสนใจของเด็กพร้อมทงั้ สำรวจข้อบกพรอ่ งของส่ือที่ใช้เพอ่ื นำไปปรับปรุงแกไ้ ขให้ดี
ยงิ่ ขน้ึ
๒.๕ เปดิ โอกาสให้เด็กไดร้ ่วมใชส้ อื่
๓. ขอ้ ควรระวังในการใชส้ ือ่ ในการเรยี นการสอน การใช้ส่ือในระดับปฐมวัยควรระวงั ในเรื่องต่อไปนี้
๓.๑ วสั ดุท่ใี ช้ ตอ้ งไม่มพี ิษ ไม่หัก และแตกงา่ ย มีพ้ืนผิวเรียบ ไม่เปน็ เส้ียน
๓.๒ ขนาด ไม่ควรมีขนาดใหญเ่ กินไป เพราะยากต่อการหยิบยก อาจจะตกลงมาเสยี หายแตก
เป็นอันตรายต่อเด็กหรือใช้ไม่สะดวก เชน่ กรรไกรขนาดใหญ่ โต๊ะ เก้าอี้ทใี่ หญ่หรือสูงเกนิ ไป และไมค่ วรมีขนาด
เล็กเกนิ ไป เด็กอาจจะนำไปอมหรอื กลืนทำให้ติดคอหรือไหลลงท้องได้ เช่น ลกู ปดั เล็ก ลกู แก้วเล็ก ฯลฯ
๓.๓ รปู ทรง ไม่เปน็ รปู ทรงแหลม รูปทรงเหลี่ยม เป็นสัน
๓.๔ นำ้ หนัก ไม่ควรมีนำ้ หนักมาก เพราะเดก็ ยกหรือหยบิ ไม่ไหว อาจจะตกลงมาเป็นอันตราย
ต่อตวั เด็ก
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 112
โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธ์ิ
๓.๕ สอ่ื ที่เปน็ อันตรายต่อตัวเดก็ เชน่ สารเคมี วตั ถไุ วไฟ ฯลฯ
๓.๖ สีทเ่ี ปน็ อนั ตรายต่อสายตา เช่น สสี ะท้อนแสง ฯลฯ
๔. การประเมนิ การใชส้ ือ่
ควรพจิ ารณาจากองค์ประกอบ ๓ ประการ คอื ผ้สู อน เดก็ และสอ่ื เพื่อจะได้ทราบวา่ ส่ือนัน้ ชว่ ยใหเ้ ดก็
เรียนรไู้ ดม้ ากนอ้ ยเพยี งใด จะได้นำมาปรบั ปรุงการผลิตและการใช้สือ่ ให้ดียง่ิ ขึ้น โดยใช้วธิ ีสังเกต ดังนี้
๔.๑ ส่อื นั้นช่วยใหเ้ ด็กเกิดการเรยี นร้เู พียงใด
๔.๒ เดก็ ชอบส่ือน้นั เพียงใด
๔.๓ สื่อน้ันชว่ ยใหก้ ารสอนตรงกับจดุ ประสงคห์ รอื ไม่ ถกู ต้องตามสาระการเรยี นร้แู ละทนั สมัยหรือไม่
๔.๔ ส่ือนนั้ ช่วยใหเ้ ด็กสนใจมากนอ้ ยเพยี งใด เพราะเหตใุ ด
๕. การเก็บ รกั ษา และซอ่ มแซมส่ือ
การจดั เก็บสื่อเป็นการส่งเสรมิ ให้เด็กฝกึ การสังเกต การเปรยี บเทียบ การจดั กลุ่ม สง่ เสริมความรับผิดชอบ
ความมนี ำ้ ใจ ช่วยเหลอื ผู้สอนไม่ควรใชก้ ารเก็บส่อื เปน็ การลงโทษเดก็ โดยดำเนนิ การดังนี้
๕.๑ เก็บสือ่ ใหเ้ ปน็ ระเบียบและเป็นหมวดหม่ตู ามลกั ษณะ ประเภทของส่ือ สอ่ื ทเ่ี หมือนกนั จดั เกบ็
หรอื จัดวางไวด้ ้วยกัน
๕.๒ วางสอื่ ในระดับสายตาของเดก็ เพ่ือใหเ้ ดก็ หยิบใช้ จดั เก็บได้ด้วยตนเอง
๕.๓ ภาชนะท่จี ัดเก็บสื่อควรโปรง่ ใส เพอ่ื ใหเ้ ด็กมองเหน็ ส่ิงท่ีอยู่ภายในไดง้ า่ ยและควรมมี ือจบั
เพ่อื ใหส้ ะดวกในการขนย้าย
๕.๔ ฝึกใหเ้ ด็กรคู้ วามหมายของรปู ภาพหรือสที ่ีเปน็ สัญลักษณแ์ ทนหมวดหมู่ ประเภทส่ือ เพ่ือให้
เด็กจะไดเ้ ก็บเขา้ ท่ีได้ถูกต้อง การใชส้ ญั ลกั ษณ์ควรมีความหมายตอ่ การเรยี นรู้ของเด็ก สญั ลกั ษณ์ควรใช้สื่อ
ของจริง ภาพถา่ ยหรอื สำเนา ภาพวาด ภาพโครงร่าง หรือภาพประจดุ หรือบตั รคำติดค่กู ับสญั ลกั ษณ์อย่างใด
อยา่ งหนึ่ง
๕.๕ ตรวจสอบส่อื ทใี่ ชแ้ ลว้ ทุกครั้งวา่ มีสภาพสมบูรณ์ จำนวนครบถ้วนหรือไม่
๕.๖ ซ่อมแซมส่อื ทช่ี ำรุด และทำเติมสอ่ื ท่ีขาดหายไปให้ครบชดุ
๖. การพัฒนาสือ่
การพฒั นาสื่อเพ่ือใชป้ ระกอบการจดั กิจกรรมในระดับปฐมวัยน้ัน ก่อนอน่ื ควรไดส้ ำรวจข้อมูลสภาพปัญหา
ตา่ งๆของสอ่ื ทุกประเภทท่ใี ช้อยู่วา่ มีอะไรบ้างท่ีจะต้องปรับปรงุ แกไ้ ข เพ่ือจะได้ปรบั เปลีย่ นใหเ้ หมาะสมกับ
ความตอ้ งการ แนวทางการพัฒนาส่อื ควรมีลักษณะ เฉพาะ ดังนี้
๖.๑ ปรบั ปรงุ สือ่ ให้ทนั สมัยเข้ากบั เหตกุ ารณ์ ใช้ได้สะดวก ไมซ่ บั ซ้อนเกินไป เหมาะสมกบั วัยของเด็ก
๖.๒ รกั ษาความสะอาดของสื่อ ถ้าเป็นวัสดทุ ลี่ า้ งนำ้ ได้ เม่ือใช้แลว้ ควรได้ลา้ งเช็ด หรอื ปดั ฝนุ่
ใหส้ ะอาด เกบ็ ไวเ้ ปน็ หมวดหมู่ วางเปน็ ระเบยี บหยิบใช้ง่าย
๖.๓ ถ้าเป็นสอื่ ทีผ่ ้สู อนผลติ ข้ึนมาใชเ้ องและผ่านการทดลองใช้มาแลว้ ควรเขียนคู่มอื ประกอบ
การใช้สอ่ื นน้ั โดยลอกช่ือสื่อ ประโยชนแ์ ละวธิ ใี ช้สื่อ รวมทั้งจำนวนชนิ้ ส่วนของส่อื ในชดุ นนั้ และเกบ็ ค่มู ือไวใ้ นซอง
หรือถุง พร้อมสื่อท่ีผลิต
๖.๔ พัฒนาสือ่ ทสี่ ร้างสรรค์ ใชไ้ ดอ้ เนกประสงค์ คอื เปน็ ได้ทั้งส่อื เสรมิ พัฒนาการและเป็นของเล่น
สนุกสนานเพลดิ เพลนิ
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 113
โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธิ์
การประเมนิ พฒั นาการ
การประเมินพฒั นาการ หมายถงึ กระบวนการสงั เกตพฤติกรรมของเดก็ ในขณะทำกจิ กรรมแลว้ จดบันทกึ
ลงในเครือ่ งมอื ท่ีผูส้ อนสร้างขึ้นหรือกำหนดอย่างต่อเนื่อง เพ่อื เปรียบเทียบพฤตกิ รรมที่เด็กแสดงออกในแตล่ ะคร้งั
เปน็ ขอ้ มูลในการพฒั นากจิ กรรมให้เด็กไดร้ บั การพัฒนาอยา่ งเตม็ ตามศกั ยภาพ
การประเมนิ พฒั นาการเด็กปฐมวัยเปน็ กระบวนการตอ่ เนื่องและเปน็ ส่วนหนง่ึ ของกิจกรรมปกตติ ามตาราง
กิจกรรมประจำวนั และครอบคลมุ พัฒนาการของเด็กทุกด้าน ไดแ้ ก่ ด้านรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ
สติปัญญา เพื่อนำผลมาใชใ้ นการจดั กจิ กรรม หรอื ประสบการณ์พัฒนาเด็กให้เต็มตามศักยภาพของแต่ละคน
ดว้ ยเหตุนี้มผี ู้สอนซ่ึงเปน็ ผูท้ ี่จะทำหน้าท่ีประเมินพฒั นาการเดก็ จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเขา้ ใจในพฒั นาการ
เด็กวยั ๔ - ๕ ปเี ปน็ อยา่ งดี และตอ้ งเขา้ ใจโครงสรา้ งของการประเมนิ อย่างละเอียดวา่ จะประเมินเม่ือไหร่และ
อย่างไร ตอ้ งมีความสามารถในการเลือกเครอื่ งมือและวธิ ีการที่จะใช้ได้อย่างถูกต้อง จึงจะทำให้ผลของการประเมนิ
นัน้ เที่ยงตรงและเชือ่ ถือได้ การประเมินพฒั นาการอาจทำไดห้ ลายวธิ ี แตว่ ิธที งี่ า่ ยต่อการปฏิบัติและนยิ มใชก้ ัน
มาก คือ การสังเกต ซึง่ ตอ้ งทำอย่างตอ่ เนื่องและบนั ทึกไว้เปน็ หลกั ฐานอยา่ งสมำ่ เสมอ อาจกลา่ วไดว้ า่ ผสู้ อน
หรอื ผเู้ กีย่ วขอ้ งกบั เด็กต้องคำนงึ ถึงเรอ่ื งต่างๆ ดงั ต่อไปนี้
หลกั การประเมนิ พัฒนาการของเดก็
๑. ประเมนิ พฒั นาการของเด็กครบทุกดา้ นและนำผลมาพัฒนาการเดก็
๒. ประเมนิ เปน็ รายบุคคลอยา่ งสมำ่ เสมอต่อเน่ืองตลอดปี
๓. สภาพการประเมินควรมีลักษณะเช่นเดยี วกับการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมประจำวนั
๔. ประเมนิ อยา่ งเป็นระบบ มกี ารวางแผน เลอื กใช้เครื่องมือและจดบนั ทึกไวเ้ ป็นหลกั ฐาน
๕. ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ด้วยวิธีการหลากหลายเหมาะกบั เด็ก รวมทง้ั ใชแ้ หล่งข้อมูลหลายๆดา้ น
ไมค่ วรใช้การทดสอบ
ขัน้ ตอนการประเมินพัฒนาการ
การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย จะต้องผา่ นขัน้ ตอนต่างๆ ดงั ต่อไปน้ี
๑. ศกึ ษา และทำความเข้าใจพัฒนาการของเด็กในแตล่ ะชว่ งอายุทุกด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์
จติ ใจ สังคม และสตปิ ัญญา ดังปรากฏในหลกั สูตรการศกึ ษาเดก็ ปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ อยา่ งละเอยี ด
จึงจะทำให้ดำเนนิ การประเมินพฒั นาการได้อย่างถูกตอ้ งและตรงตามความจรงิ
๒. วางแผนเลือกใช้วธิ ีการและเคร่ืองมือท่ีเหมาะสมสำหรับใชบ้ ันทกึ และประเมนิ พฒั นาการ เชน่
แบบบนั ทึกพฤติกรรมเหมาะทจ่ี ะใช้บนั ทึกพฤติกรรมของเด็ก การบนั ทึกรายวนั เหมาะกับการบันทึกกจิ กรรม
หรือประสบการณ์ทเี่ กดิ ขึน้ ในชัน้ เรยี นทกุ วนั การบนั ทกึ การเลือกของเด็กเหมาะสำหรับใชบ้ ันทกึ ลกั ษณะเฉพาะ
หรอื ปฏิกริ ยิ าที่เด็กมตี ่อสิง่ ตา่ งๆ รอบตวั เปน็ ตน้ ดังน้ันจงึ เป็นหน้าทข่ี องผู้สอนท่ีจะเลอื กใชเ้ ครื่องมือประเมนิ
พฒั นาการใหเ้ หมาะสม เพื่อจะไดผ้ ลของพฒั นาการท่ีถูกต้องตามความต้องการ
๓. ดำเนินการประเมนิ และบนั ทึกพัฒนาการ หลังจากท่ีไดว้ างแผนและเลือกเครอ่ื งมือทีจ่ ะใช้ประเมนิ
และบันทึกพฒั นาการแล้ว ก่อนจะลงมือประเมินและบนั ทึกจะต้องอ่านค่มู ือหรือคำอธบิ ายวธิ กี ารใชเ้ ครอ่ื งมือน้ันๆ
อยา่ งละเอียด แลว้ จึงดำเนนิ การตามข้ันตอนท่ีปรากฏในคู่มือและบนั ทึกเป็นลายลักษณ์อักษรตอ่ ไป
หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 114
โรงเรยี นบา้ นเนินโพธิ์
๔. ประเมนิ และสรปุ การประเมนิ และสรปุ น้ันตอ้ งดุจากผลการประเมินหลายๆคร้ัง มิใชเ่ พียงคร้ังเดียว
หรือนำเอาผลจากการประเมินเพียงครัง้ เดียวมาสรุป อาจทำใหผ้ ดิ พลาดได้ ผลการประเมินดูไดจ้ ากผลที่ปรากฏ
ในเครือ่ งมอื ประเมินและบันทึกพฒั นาการ เช่น ประเมนิ การใช้กลา้ มเนอื้ ใหญข่ องเด็กอายุ ๓ ปี ปรากฏว่ายงั เดิน
ข้ึนบนั ไดสลบั เทา้ ไม่ได้ ก็ต้องมาตีความวา่ กำลงั ขาของเดก็ ยังมีไม่พอที่จะเดินสลบั เท้าขนึ้ บนั ได อาจสรปุ ได้วา่
พฒั นาการกล้ามเนื้อใหญ่ยังไม่แขง็ แรงเหมาะสมกับวัยต้องจัดกจิ กรรมพัฒนากล้ามเนื้อใหญส่ ่วนขาตอ่ ไป
๕. รายงานผลเมื่อไดผ้ ลจากการประเมินและสรปุ พัฒนาการของเด็กแลว้ ผู้สอนจะต้องตัดสนิ ใจ
วา่ จะรายงานข้อมูลไปยงั ผูใ้ ด เพอ่ื จดุ ประสงค์อะไร และจะตอ้ งใช้รปู แบบใดสำหรบั รายงาน เชน่ ต้องรายงาน
ผู้บริหารสถานศกึ ษา ผปู้ กครอง เพ่ือใหท้ ราบว่ากจิ กรรมหรือประสบการณท์ ี่สถานศึกษาจัดให้เด็กนน้ั ส่งเสริม
พัฒนาการของเด็กแตล่ ะคนอยา่ งไร เปน็ ไปตามจดุ ประสงค์หรือไม่ เพื่อจะไดว้ างแผนช่วยเหลือเด็กได้ตรง
ตามความต้องการต่อไป โดยสถานศึกษาจะมีสมุดรายงานประจำตวั เด็ก ผู้สอนใชส้ มุดรายงานนัน้ เป็นเครื่องมือ
หรือแบบรายงานผปู้ กครองได้ และถ้าผสู้ อนมขี ้อเสนอแนะหรอื จะขอความร่วมมอื จากผปู้ กครองเกีย่ วกบั การสง่ เสริม
พัฒนาการเด็กก็อาจจะเพิ่มเติมลงไปในสมุดรายงาน และต้องคำนึงไวเ้ สมอไม่วา่ จะใชแ้ บบรายงานใด ขอ้ มูล
ควรจะมีความหมายเกิดประโยชนแ์ กเดก็ เปน็ สำคญั การบันทึกข้อความลงในสมดุ รายงานประจำตวั เดก็
ผสู้ อนควรใชภ้ าษาในทางสรา้ งสรรค์มากวา่ ในทางลบ
๖. การให้ผ้ปู กครองมีส่วนรว่ มในการประเมิน ผู้สอนต้องตระหนกั ว่าการทำงานรว่ มกบั ผู้ปกครอง
เกีย่ วกบั การพฒั นาเด็กเปน็ เร่ืองสำคญั มาก ผู้สอนควรยกย่องผู้ปกครองที่พยายามมสี ่วนร่วมในการพฒั นาเด็ก
ผสู้ อนจะต้องต้อนรับผู้ปกครองที่มาสถานศึกษา ขอบคุณสำหรบั ความรว่ มมือ เขยี นจดหมายถงึ ผู้ปกครอง
เพื่อรายงานเร่ืองเดก็ พูดคุยดว้ ยตนเองหรือทางโทรศัพท์ สงิ่ เหลา่ นีจ้ ะทำใหผ้ ปู้ กครองรู้สึกถึงความสำคญั
ของตนเองและต้องการทจี่ ะมีส่วนรว่ มกบั ผู้สอนในการพัฒนาเด็กของตน
การติดต่อสัมพันธ์อนั ดกี บั ผปู้ กครองควรจะเป็นการตดิ ต่อสื่อสาร ๒ ทาง คือ จากสถานศึกษาไปสู่บา้ น
และจากบ้านมายังสถานศกึ ษา กระตนุ้ ใหผ้ ปู้ กครองแสดงความคดิ เห็นท่ีมีประโยชน์ตอ่ การจัดประสบการณ์
ให้แก่เด็ก เพราะผู้ปกครองจะใหข้ ้อมลู ที่ถูกต้องเกี่ยวกบั ตัวเดก็ ซงึ่ ผูส้ อนสามารถนำไปใชเ้ ป็นพื้นฐานในการจดั
กิจกรรมทีเ่ หมาะสมเพื่อพัฒนาเดก็ ทุกคนได้เป็นอย่างดี สำหรับการตดิ ต่อกับผูป้ กครองอาจทำไดห้ ลายวธิ ี
เช่น การตดิ ต่อด้วยวาจา ได้แก่ การสนทนาดว้ ยตนเอง ทางโทรศัพท์ การเยย่ี มบ้าน การประชุมผู้ปกครอง
การติดต่อด้วยวธิ ีอื่น เชน่ ป้ายติดประกาศ วารสาร ข่าวสาร ตู้รับฟงั ความคิดเห็น เป็นต้น นอกจากน้ีอาจให้
ผปู้ กครองอาสาสมัครมาช่วยงานผูส้ อนในสถานศึกษา เชน่ เลา่ นิทาน รอ้ งเพลงและอา่ นหนังสือให้เดก็ ฟงั
ชว่ ยในเวลาเดก็ ทำกิจกรรมเสรี ช่วยสงั เกตเดก็ บนั ทึกพฒั นาการและอน่ื ๆอีกมากมายท่จี ะก่อใหเ้ กิดประโยชน์
แกเ่ ด็ก ซงึ่ สถานศึกษาควรเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีสว่ นร่วมในการทำงานกับผู้สอนเป็นอย่างย่งิ
วธิ กี ารและเครื่องมือทใ่ี ช้ในการประเมนิ พัฒนาการเด็ก
ในการสรุปผลการประเมนิ พัฒนาการเดก็ ปฐมวยั แต่ละคร้งั ควรใช้วธิ กี ารประเมินอย่างหลากหลาย
เพอื่ ใหไ้ ด้ข้อมูลท่สี มบูรณ์ท่ีสดุ วธิ กี ารทเ่ี หมาะสมและนิยมใชใ้ นการประเมินเด็กปฐมวัย มีดว้ ยกันหลายวธิ ี
ดังตอ่ ไปนี้
๑. การสงั เกตและการบันทึก การสงั เกตมีอยู่ ๒ แบบ คือ การสงั เกตอย่างมีระบบ ได้แก่ การสงั เกต
อย่างมจี ุดมุง่ หมายที่แน่นอนตามแผนทว่ี างไว้ และอีกแบบหน่ึงคอื การสงั เกตแบบไม่เปน็ ทางการ เป็นการสงั เกต
หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 115
โรงเรียนบา้ นเนินโพธ์ิ
ในขณะทีเ่ ด็กกำลงั ทำกจิ กรรมประจำวันและเกดิ พฤตกิ รรมทไ่ี ม่คาดคิดวา่ จะเกดิ ขนึ้ และผูส้ อนจดบนั ทกึ ไว้ การ
สังเกตเปน็ วิธีการท่ผี สู้ อนใชใ้ นการศกึ ษาพัฒนาการของเด็ก เมื่อมีการสังเกตก็ต้องมีการบันทึก ผสู้ อนควรทราบ
วา่ จะบนั ทึกอะไร การบนั ทึกพฤติกรรมมีความสำคัญอย่างย่ิงท่ีตอ้ งทำอย่างสม่ำเสมอ เนอื่ งจากเดก็ เจรญิ เติบโต
และเปลยี่ นแปลงอยา่ งรวดเร็ว จึงต้องนำมาบันทึกเปน็ หลักฐานไวอ้ ย่างชดั เจน การสงั เกตและการบนั ทึก
พัฒนาการเด็กสามารถใชแ้ บบงา่ ยๆ คอื
๑.๑ แบบบันทึกพฤตกิ รรม ใช้บนั ทึกเหตกุ ารณเ์ ฉพาะอย่าง โดยบรรยายพฤตกิ รรมเด็กผ้บู ันทกึ
ต้องบนั ทึกทุกวนั เดอื น ปเี กิดของเด็ก และวัน เดือน ปีท่ีทำการบนั ทึกแตล่ ะคร้ัง
๑.๒ การบันทึกรายวัน เป็นการบันทึกเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่เกิดขนึ้ ในชั้นเรียนทกุ วัน
ถ้าหากบันทึกในรปู แบบของการบรรยายกม็ กั จะเน้นเฉพาะเด็กรายท่ีต้องการศกึ ษา ข้อดขี องการบนั ทกึ รายวนั
คือ การชี้ให้เห็นความสามารถเฉพาะอย่างของเด็ก จะช่วยกระตุ้นใหผ้ ู้สอนได้พิจารณาปัญหาของเดก็ เปน็
รายบุคคล ชว่ ยใหผ้ เู้ ชยี่ วชาญมขี ้อมลู มากข้นึ สำหรบั วินิจฉัยเดก็ ว่าสมควรจะไดร้ ับคำปรึกษาเพ่ือลดปัญหาและ
ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กได้อย่างถูกต้อง นอกจากน้นั ยังชว่ ยชีใ้ ห้เห็นข้อดีขอ้ เสยี ของการจัดกิจกรรมและ
ประสบการณ์ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
๑.๓ แบบสำรวจรายการ ชว่ ยใหส้ ามารถวเิ คราะหเ์ ด็กแต่ละคนได้ค่อนข้างละเอยี ดเหมาะสมกบั เดก็
ระดบั ปฐมวยั
๒. การสนทนา สามารถใชก้ ารสนทนาไดท้ ั้งเปน็ กลมุ่ หรือรายบุคคล เพ่ือประเมินความสามารถ
ในการแสดงความคิดเห็นและพัฒนาการใช้ภาษาของเดก็ และบันทกึ ผลการสนทนาลงในแบบบนั ทึกพฤติกรรม
หรือบนั ทกึ รายวนั
๓. การสัมภาษณ์ ด้วยวธิ ีพดู คุยกับเด็กเปน็ รายบคุ คลและควรจัดในสภาพแวดล้อมทีเ่ หมาะสมเพ่อื ไม่ให้
เกิดความเครยี ดและวิตกกังวล ผูส้ อนควรใชค้ ำถามทีเ่ หมาะสมเปดิ โอกาสใหเ้ ด็กได้คดิ และตอบอย่างอิสระ
จะทำให้ผสู้ อนสามารถประเมินความสามารถทางสติปัญญาของเด็กและคน้ พบศักยภาพในตวั เดก็ ได้โดยบันทึก
ข้อมลู ลงในแบบสมั ภาษณ์
๔. การรวบรวมผลงานทแ่ี สดงออกถึงความกา้ วหนา้ แต่ละด้านของเด็กเปน็ รายบคุ คล
โดยจดั เกบ็ ขอ้ มูลไว้ในแฟ้มผลงาน ( Portfolio ) ซ่ึงเปน็ วิธรี วบรวมและจัดระบบขอ้ มลู ต่างๆ ทีเ่ ก่ียวกับตวั
เดก็ โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื ต่างๆรวบรวมเอาไว้อยา่ งมจี ดุ มุ่งหมายท่ชี ัดเจนแสดงการเปล่ียนแปลงของพัฒนาการแต่ละด้าน
นอกจากน้ยี ังรวมข้อมลู อืน่ ๆ เชน่ แบบสอบถามผ้ปู กครอง แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบบันทกึ สขุ ภาพอนามัย ฯลฯ
เอาไว้ในแฟ้มผลงาน เพ่อื ผู้สอนจะได้ข้อมูลทีเ่ ก่ียวกับตวั เด็กอย่างชัดเจนและถกู ตอ้ ง การเกบ็ ผลงานของเด็กจะไมถ่ ือวา่
เปน็ การประเมนิ ผลถา้ งานแต่ละชิ้นถูกรวบรวมไวโ้ ดยไม่ได้รับการประเมนิ จากผ้สู อนและไม่มีการนำผลมาปรบั ปรงุ
พัฒนาเด็กหรือปรบั ปรงุ การสอนของผู้สอน ดงั นั้นจึงเป็นแตก่ ารเกบ็ สะสมผลงานเท่านั้น เชน่ แฟ้มสะสมผลงาน
ขีดเขยี น งานศิลปะ จะเปน็ เพียงแคแ่ ฟม้ สะสมงานเด็กถ้าไม่มีการประเมินแฟม้ สะสมงานนีจ้ ะเป็นเครื่องมือ
การประเมนิ ตอ่ เม่อื งานทส่ี ะสมแตล่ ะชนิ้ ถูกใช้ในการบง่ บอกความก้าวหน้า ความต้องการของเด็กและเปน็ การเก็บ
สะสมอย่างต่อเนื่องที่สร้างสรรคโ์ ดยผูส้ อนและเด็ก
ผูส้ อนสามารถใช้พอตโฟลโิ ออย่างมีคณุ คา่ ส่อื สารกบั ผู้ปกครอง เพราะการเก็บผลงานเด็กอย่างต่อเนื่อง
และสมำ่ เสมอในแฟม้ สะสมงานเป็นข้อมลู ใหผ้ ู้ปกครอง ใหผ้ ู้ปกครองสามารถเปรยี บเทยี บความกา้ วหน้าทลี่ ูก
ของตนมีเพ่ิมขนึ้ จากผลงานชิ้นแรกกับชนิ้ ต่อๆมา ข้อมลู ในแฟ้มสะสมงานประกอบดว้ ย ตัวอย่างผลงานการขีดเขยี น
หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 116
โรงเรยี นบ้านเนินโพธิ์
การอา่ น และข้อมลู บางประการของเดก็ ทผ่ี ู้สอนเป็นผูบ้ ันทกึ เช่น จำนวนเลม่ ของหนังสือที่เด็กอา่ น ความถ่ี
ของการเลือกอ่านทมี่ ุมหนังสือในช่วงเวลาเลือกเสรี การเปลี่ยนแปลงอารมณ์ ทัศนคติ เปน็ ตน้ ขอ้ มูลเหลา่ นี้
จะสะท้อนภาพของความงอกงามในเด็กแต่ละคนไดช้ ดั เจนกวา่ เกรดการประเมินโดยใช้การให้เกรด ผสู้ อน
จะตอ้ งช้แี จงใหผ้ ูป้ กครองทราบถึงทม่ี าของการเลือกช้ินงานแต่ละชน้ิ ท่ีสะสมในแฟ้มสะสมงาน เช่น เปน็ ชิ้นงานทด่ี ี
ทส่ี ดุ ในช่วงระยะเวลาท่เี ลือกช้ินงานนั้น เปน็ ช้ินงานทแ่ี สดงความต่อเน่ืองของงานโครงการ ฯลฯ ผู้สอนควรเชิญ
ผูป้ กครองมามสี ่วนร่วมในการคัดสรรช้ินงานที่บรรจุในแฟม้ ของเด็ก
ขอ้ ควรพจิ ารณาในการเลอื กเก็บข้อมูลไว้ในแฟม้ ผลงาน มีดังน้ี คือ
๔.๑ ข้อมลู ท่แี สดงถงึ ระดบั พัฒนาการและความสำเรจ็ เกี่ยวกับกจิ กรรมที่เด็กกระทำซ่ึงได้มา
จากเครื่องมือการประเมนิ
๔.๒ ข้อมูลทีร่ วบรวมจากผลงานต่างๆของเด็ก อาจใหเ้ ด็กช่วยเลอื กเก็บด้วยตวั เด็กเอง หรือผสู้ อน
กบั เด็กรว่ มกนั เลือก
๔.๓ ขอ้ มูลของเด็กท่ไี ด้จากผูป้ กครอง
๕. การประเมินการเจริญเตบิ โตของเดก็ ตวั ช้ีของการเจรญิ เติบโตในเดก็ ท่ีใชท้ ว่ั ๆไป ได้แก่ น้ำหนัก
ส่วนสงู เสน้ รอบ เส้นรอบศรี ษะ ฟนั และการเจริญเตบิ โตของกระดกู แนวทางประเมนิ การเจริญเติบโต มีดังน้ี
๕.๑ การประเมินการเจริญเตบิ โต โดยการช่งั น้ำหนกั และวดั สว่ นสงู เด็กแลว้ นำไปเปรียบเทียบ
กับเกณฑ์ปกติ ในกราฟแสดงน้ำหนักตามเกณฑ์อายุของกระทรวงสาธารณสุข ซงึ่ จะบอกการเจริญเตบิ โต
โดยรวม วธิ ีการใชก้ ราฟมขี ้ันตอนดังนี้
เมอ่ื ช่ังน้ำหนกั เดก็ แล้ว นำน้ำหนักมาจดุ เครื่องหมายกากบาทลงบนกราฟ และอา่ นการเจริญเตบิ โต
ของเด็ก โดยดดู เคร่ืองหมายกากบาทว่าอยใู่ นแถบสใี ด อ่านขอ้ ความท่ีอยู่บนแถบสนี ัน้ ซ่งึ แบ่งภาวะโภชนาการ
เปน็ ๓ กลุม่ คอื นำ้ หนักตามเกณฑ์ น้ำหนักค่อนข้างมาก นำหนักค่อนข้างน้อย หากพบว่าเด็กมนี ้ำหนักมาก
หรอื นอ้ ยกวา่ เกณฑม์ ากเกินไปควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
๕.๒ การวัดเสน้ รอบศรี ษะ มีความสำคัญในการติดตามการเจรญิ เติบโตของสมอง ในเด็กทม่ี เี ส้นรอบ
ศีรษะเล็กกว่าปกตเิ มื่อเปรียบเทยี บกับวัยอาจแสดงถึงความปกตขิ องสมอง เช่น สมองเลก็ กว่าปกตหิ รือ
กะโหลกศีรษะเช่ือมเรว็ กวา่ ปกติ ซึ่งหากวินิจฉยั ได้เรว็ และสง่ ตอ่ เดก็ ไปรับการรักษาทนั ท่วงที อาจชว่ ยแกไ้ ข
ความพิการนี้ได้ ในทำนองเดียวกนั ถ้าเส้นรอบศีรษะวดั ได้มากกวา่ ปกตเิ ม่ือเปรยี บเทยี บกับวัยเดก็ ซึ่งแสดงถงึ เด็ก
มหี ัวโตกว่าปกตอิ าจเกิดจากมีนำ้ ในสมองมากกว่าปกติ โรคนหี้ ากวินจิ ฉัยได้เร็วและเด็กไดร้ ับการรักษาทันท่วงที
ก็จะชว่ ยแก้ไขเปน็ ปกติไดเ้ ชน่ กัน จึงควรวัดเส้นรอบศรี ษะในเด็กอายุต่ำกวา่ ๒ ปี ทกุ ครั้งท่ีรบั บรกิ ารตรวจสขุ ภาพ
ขนาดรอบศีรษะในเดก็ อายตุ า่ งๆ
ทารกแรกเกดิ – ๗ วนั เสน้ รอบศีรษะปกติของเด็กแรกเกดิ ประมาณ ๓๕ เซนตเิ มตร
ทารกอายุ ๔-๕ เดือน กระหม่อมหลงั ปดิ อยา่ งช้าไม่เกนิ อายุ ๔ เดอื น
เดก็ อายุ ๑ ปี เสน้ รอบศีรษะเพม่ิ ขน้ึ อีกปลี ะ ๑ เซนติเมตร
เด็กอายุ ๑ ปี ๖ เดือน กระหม่อมหน้าปดิ อย่างชา้ ไม่เกนิ อายุ ๑ ปี ๖ เดือน
เด็กอายุ ๒-๕ ปี เสน้ รอบศีรษะเพิม่ ขึ้นอีกปีละ ๑ เซนติเมตร
หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 117
โรงเรียนบา้ นเนินโพธ์ิ
วธิ วี ัด ใชส้ ายวัดตัววัดโดยใหด้ า้ นหน้าผา่ นบริเวณคิว้ ดา้ นหลงั ผา่ นบรเิ วณท้ายทอยส่วนท่โี หนกทีส่ ุด
๕.๓ การตรวจสุขภาพปากและฟนั คือการตรวจสอบและรกั ษาส่งิ ผิดปกติของฟันและปาก การรกั ษา
ให้ฟนั และปากสะอาดและมีสุขภาพดีอยู่เสมอ ผสู้ อนควรแนะนำใหผ้ ปู้ กครอบพาเดก็ ไปให้ทันตแพทย์ตรวจ
อยา่ งสม่ำเสมอปีละ ๑-๒ คร้งั
นอกจากนผ้ี ู้สอนควรเขา้ ใจวิธดี ูแลฟัน ซ่งึ กระทรวงสาธารณสุขได้พิมพ์เผยแพร่เพื่อแนะนำเด็กและ
ผูป้ กครองเพื่อดูแลรักษาฟนั ให้ดอี ยเู่ สมอ เชน่ การแปรงฟนั ได้แนะนำใหว้ างแปรงต้ังฉากกับตวั ฟัน ถแู ปลงไปมา
ส้นั ๆในแนวนอนให้ท่ัวถึงฟนั ทุกซ่ีในปากทงั้ ด้านหน้าและดา้ นหลังควรแปรงฟนั ทุกคร้ังหลังกินขนมหวานหรือ
หลังมือ้ อาหาร
๕.๔ การรับวัคซนี ปอ้ งกันโรคขัน้ พื้นฐาน การให้ภูมคิ มุ้ กนั โรคต่างๆ แก่เด็กเปน็ ส่ิงสำคญั และจำเป็น
เพราะจะทำให้เดก็ ไมเ่ ปน็ โรคตา่ งๆ เชน่ โรคตบั อักเสบ โรคโปลิโอ บาดทะยกั ไอกรน และอน่ื ๆซึ่งอาจจะทำใหเ้ ดก็
พกิ ารหรือถึงแก่ชวี ติ ได้ กำหนดเวลาการให้ภูมคิ มุ้ กันโรคท่ีกระทรวงสาธารณสขุ กำหนดไว้ในสมุดบนั ทกึ สุขภาพแม่
และเด็ก พุทธศักราช ๒๕๔๕
หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 118
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
การบรหิ ารจดั การหลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย
การนำหลักสูตรปฐมวัยไปใช้ใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพตามจดุ มงุ่ หมายของหลักสตู ร ผทู้ เ่ี กีย่ วข้องกบั การบรหิ าร
จัดการหลักสูตรของสถานศกึ ษา ไดแ้ ก่ ผูบ้ รหิ าร ครูผ้สู อน ผปู้ กครอง และชุมชน ควรมบี ทบาทดงั นี้
๑. ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
๑.๑ ศกึ ษาทำความเขา้ ใจหลกั สตู ร และมีวิสยั ทัศน์ดา้ นการจัดการศึกษาปฐมวยั
๑.๒ คัดเลอื กครผู ู้สอนทเี่ หมาะสม โดยควรมคี ณุ สมบตั ิ ดงั นี้
- มวี ฒุ กิ ารศกึ ษาดา้ นอนบุ าล, ปฐมวยั หรือผา่ นการอบรมเกย่ี วกบั การจัดการศึกษาปฐมวัย
- มีความรกั เด็ก จิตใจดี มีอารมณ์ขันและใจเย็น ใหค้ วามเป็นกันเองกับเด็กอยา่ งเสมอภาค
- มีบคุ ลกิ ความเปน็ ครู เข้าใจธรรมชาตขิ องเดก็
- พูดจาสุภาพเรยี บร้อย ชดั เจนเปน็ แบบอยา่ งได้
- มคี วามเป็นระเบยี บ สะอาด และร้จู กั ประหยัด
- มีความอดทน ขยนั ซ่ือสัตย์ในการปฏิบัติงานและการปฏบิ ตั ิตอ่ เดก็
- มอี ารมณร์ ่วมกบั เด็ก ร้จู กั รบั ฟัง พจิ ารณาเร่อื งราวปญั หาต่างๆของเดก็ และตัดสินปญั หาต่าง ๆ
อยา่ งมีเหตผุ ลและเปน็ ธรรม
- มีสุขภาพกายและสุขภาพจติ ที่สมบูรณ์
๑.๓ สง่ เสริมการจดั บรกิ ารทางการศึกษาใหเ้ ดก็ เขา้ เรยี นอยา่ งทว่ั ถึงและเสมอภาคและปฏิบัติการรบั เดก็
ตามเกณฑ์ท่ีกำหนด
๑.๔ ส่งเสริมให้ครผู ูส้ อน ให้มคี วามรู้ก้าวหนา้ อย่เู สมอ
๑.๕ จัดให้มขี อ้ มูลสารสนเทศเกยี่ วกบั เด็กรายบคุ คล
๑.๖ นิเทศ ตดิ ตามกำกบั การใชห้ ลกั สตู รและประเมนิ ผลอย่างเป็นระบบ
๒. บทบาทครผู ้สู อนปฐมวัย
๒.๑ จัดประสบการณก์ ารเรียนรูส้ ำหรบั เดก็ ทเ่ี ด็กกำหนดขึ้นดว้ ยตนเอง และครูผู้สอนกบั เด็กรว่ มกนั
กำหนด โดยเสริมสร้างพฒั นาการของเด็กให้ครบทุกด้าน
๒.๒ สง่ เสริมให้เดก็ ใชข้ อ้ มลู แวดลอ้ ม ศกั ยภาพตวั ของเด็ก และหลกั ทางวิชาการผลติ กระทำ หรือหา
คำตอบในสิ่งทีเ่ ด็กเรียนรอู้ ยา่ งมเี หตผุ ล
๒.๓ กระต้นุ ให้เดก็ ร่วมคดิ แกป้ ญั หา คน้ คว้าหาคำตอบด้วยตนเอง ดว้ ยวิธกี ารศกึ ษาที่นำไปสกู่ ารใฝร่ ู้
และพฒั นาตนเอง
๒.๔ จัดสภาพแวดล้อมและสรา้ งบรรยากาศการเรียนทส่ี ร้างเสรมิ ใหเ้ ดก็ ทำกิจกรรมได้เต็มศักยภาพ
และความแตกตา่ งของเด็กแต่ละคน
๒.๕ สอดแทรกการอบรมด้านจริยธรรมและค่านยิ มทพ่ี ึงประสงค์ในการจดั การเรียนร้แู ละกจิ กรรม
ตา่ งๆ อย่างสม่ำเสมอ
๒.๖ ใช้กิจกรรมการเล่นเปน็ ส่อื การเรยี นรสู้ ำหรบั เดก็ ใหเ้ ป็นไปอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
๒.๗ ใช้ปฏสิ มั พันธท์ ดี่ ีระหวา่ งครแู ละเด็กในการดำเนินกิจกรรมการเรยี นการสอนอยา่ งสมำ่ เสมอ
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 119
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
๒.๘ จัดการประเมนิ ผลการเรยี นรูท้ ่ีสอดคล้องกบั สภาพจริง และนำผลการประเมินมาปรบั ปรุง
พฒั นาคณุ ภาพเด็กอยา่ งเตม็ ศักยภาพ
๒.๙ ฝกึ ใหเ้ ด็กช่วยเหลือตนเองในชีวติ ประจำวัน
๒.๑๐ ฝกึ ใหเ้ ดก็ มีความเช่อื ม่ัน ภูมิใจในตัวเองและกลา้ แสดงออก
๒.๑๑ ฝึกการเรียนรู้หนา้ ท่ี ความมีวินัย และการมนี สิ ยั ที่ดี
๒.๑๒ จำแนกพฤติกรรมเด็ก เพอ่ื หาแนวทางสง่ เสรมิ หรือแก้ปัญหารายบุคคล
๒.๑๓ ประสานความรว่ มมือระหว่างโรงเรยี น บ้าน และชมุ ชน เพอื่ ใหเ้ ด็กได้พฒั นาตามศกั ยภาพ และ
มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์
๒.๑๔ ใช้เทคโนโลยแี ละแหลง่ เรียนรู้ในชมุ ชนในการเสริมสรา้ งการเรยี นรู้ให้แกเ่ ด็ก
๒.๑๕ จดั ทำวิจัยในชั้นเรยี น เพ่ือนำมาปรบั ปรงุ พฒั นาหลกั สตู ร/กระบวนการเรียนรแู้ ละพัฒนาสื่อ
การเรียนรู้
๒.๑๖ พัฒนาตนเองใหเ้ ป็นบคุ คลแหง่ การเรียนรู้ มคี ุณลักษณะของผูใ้ ฝร่ ู้ และทันต่อขา่ วสารเหตกุ ารณ์เสมอ
๒.๑๗ ทำหน้าท่ีวางแผนกำหนดหลักสตู ร หน่วยการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ และการประเมินผล
การเรยี นรู้
๒.๑๘ จดั ทำแผนการจัดประสบการณ์ท่เี นน้ เด็กเป็นสำคัญ ใหเ้ ดก็ มีอิสระในการเรียนรู้
๓. บทบาทของพอ่ แม่ ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
๓.๑ มีส่วนรว่ มในการกำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษาและให้ความเหน็ ชอบ กำหนดแผนการเรียนรขู้ องเด็ก
ร่วมกับครผู สู้ อนและเดก็
๓.๒ สง่ เสรมิ สนับสนนุ กจิ กรรมของสถานศึกษา และกิจกรรมการเรยี นรู้ เพื่อพัฒนาเดก็ ตามศกั ยภาพ
๓.๓ เปน็ เครอื ข่ายการเรียนรู้ จดั บรรยากาศในบ้านให้เอ้ือต่อการเรยี นรู้
๓.๔ สนับสนนุ ทรัพยากรเพอ่ื การศึกษาตามความเหมาะสมและจำเป็น
๓.๕ อบรมเลีย้ งดู เอาใจใสใ่ หค้ วามรกั ความอบอ่นุ ส่งเสริมการเรยี นรแู้ ละพัฒนาการด้านต่างๆของเด็ก
๓.๖ ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงค์ ตลอดจนสง่ เสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์
โดยประสานความรว่ มมือกบั ครูผสู้ อน
๓.๗ เปน็ แบบอยา่ งท่ดี ที ้งั ในด้านการปฏบิ ัติตนใหเ้ ปน็ บุคคลแห่งการเรยี นรู้ และมคี ุณธรรมนำไปสู่
การพัฒนาให้เปน็ สถาบนั แหง่ การเรียนรู้
๓.๘ มีส่วนรวมในการประเมินผลการเรยี นรู้ของเดก็ และประเมนิ ผลการจัดการของสถานศกึ ษา
๔. บทบาทของชุมชน
๔.๑ มสี ่วนรว่ มในการบริหารสถานศึกษาในบทบาทของคณะกรรมการสถานศกึ ษา สมาคม/ชมรม ผ้ปู กครอง
๔.๒ มีสว่ นรว่ มในการจดั ทำแผนพฒั นาสถานศึกษา
๔.๓ เปน็ ศูนยก์ ลางการเรยี นรู้ เครอื ขา่ ยการเรยี นรู้ให้เด็กไดเ้ รียนรูแ้ ละมปี ระสบการณ์ จากสถานการณ์จริง
๔.๔ ให้การสนบั สนุนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ของสถานศกึ ษา
๔.๕ สง่ เสริมใหม้ ีการระดมทรพั ยากรเพ่อื การศึกษา เพือ่ ใหส้ ถานศึกษาเปน็ แหลง่ วิทยาการของชุมชน
๔.๖ มีสว่ นรว่ มในการตรวจสอบ และประเมนิ ผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ทำหนา้ ท่เี สนอแนะ
ในการพฒั นาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 120
โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธิ์
๔.๗ ส่งเสรมิ สถานศึกษาดา้ นวทิ ยากรภายนอกและภมู ิปญั ญาท้องถ่ิน เพ่ือเสริมสรา้ งและพฒั นาเด็กทุกด้าน
รวมท้งั สบื สานจารีตประเพณี ศิลปวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ
การเชือ่ มต่อของการศึกษาระดับปฐมวยั กับระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑
บทบาทของบุคลากรท่ีเกี่ยวขอ้ ง
๑. ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
๑.๑ จดั ประชุมผสู้ อนระดบั ปฐมวยั และระดับชัน้ ประถมศกึ ษา รว่ มกันพฒั นารอย
เช่ือมตอ่ ของหลักสตู รท้ังสองระดับใหเ้ ป็นแนวปฏิบตั ขิ องสถานศึกษา เพ่ือผู้สอนท้งั สองระดบั จะได้เตรียม
การสอนใหส้ อดคล้องกับเด็กในวยั นี้
๑.๒ จัดเอกสารดา้ นหลักสูตร และเอกสารทางวชิ าการของทง้ั สองระดับ มาไว้ใหผ้ ้สู อน
และบุคลากรอื่น ๆ ได้ศึกษา ทำความเข้าใจ อย่างสะดวกและเพียงพอ
๑.๓ จัดกจิ กรรมใหผ้ สู้ อนทง้ั สองระดับมโี อกาสแลกเปล่ยี น เผยแพรค่ วามรู้ใหม่ ๆ
ที่ไดร้ บั จากการอบรม ดงู าน
๑.๔ จัดเอกสารเผยแพร่ ตลอดจนกิจกรรมสัมพนั ธใ์ นรูปแบบตา่ ง ๆ ระหว่าง
สถานศกึ ษา ผู้ปกครอง และชมุ ชนอย่างสม่ำเสมอ
๑.๕ จดั ปฐมนิเทศผู้ปกครอง ๒ คร้งั คือ ก่อนเดก็ เขา้ เรยี นชน้ั อนุบาลปที ่ี ๑
และก่อนทีเ่ ดก็ จะเลอ่ื นขึ้นชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ เพื่อใหผ้ ปู้ กครองเข้าใจการศึกษาท้งั สองระดับ และใหค้ วามรว่ มมอื
ช่วยเหลอื เดก็ ใหส้ ามารถปรบั ตวั เข้ากบั สภาพแวดล้อมใหม่ไดด้ ีข้ึน
๒. ครผู สู้ อนระดับปฐมวยั
๒.๑ ผ้สู อนระดับช้ันอนบุ าลปที ่ี ๒ เก็บรวบรวมข้อมลู เก่ยี วกบั ตัวเด็กเป็นรายบุคคล สง่ ต่อ
ใหผ้ ู้สอนระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ เพือ่ เป็นข้อมูลในการช่วยเหลือเดก็ ให้ปรับตัวเข้ากับการเรยี นรู้ใหมต่ ่อไป
๒.๒ พูดคยุ กบั เด็กถึงประสบการณด์ ี ๆ ทเ่ี ด็กจะได้พบและเรียนรู้ในช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑
๒.๓ จัดให้เด็กไดม้ ีโอกาสทำความรู้จกั กับผ้สู อน และบรรยากาศของห้องเรยี นในระดับ
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑
๓. ผู้สอนระดับประถมศกึ ษา
๓.๑ จดั กจิ กรรมใหเ้ ด็กและผปู้ กครอง มโี อกาสได้ทำความรจู้ ัก คุ้นเคยกบั ผสู้ อนและห้องเรียน
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ ก่อนเปิดภาคเรียน
๓.๒ จดั สภาพห้องเรยี นใหใ้ กลเ้ คยี งกับห้องเรยี นระดับปฐมวยั
๓.๓ จัดกจิ กรรมสร้างข้อตกลงท่เี กดิ จากเด็กร่วมกันเก่ยี วกับการปฏิบัติตน
๓.๔ เผยแพรข่ ่าวสารดา้ นพัฒนาการ และสรา้ งความสมั พันธ์ท่ดี ีกับเด็ก ผ้ปู กครอง
๔. ผู้ปกครอง
๔.๑ ร่วมกิจกรรมทท่ี างสถานศกึ ษาจัดข้นึ อยา่ งสมำ่ เสมอ
๔.๒ ดูแล เอาใจใสผ่ ู้เรยี นอยา่ งใกล้ชิด ใหค้ วามรว่ มมือกับผสู้ อนในการส่งเสรมิ พัฒนาการ
ผเู้ รยี น เพือ่ เด็กจะไดป้ รับตวั ได้เร็วยงิ่ ข้ึน
หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 121
โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
ภาคผนวก
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 122
โรงเรยี นบ้านเนินโพธิ์
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 123
โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธ์ิ