มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพท่ีพงึ ประสงค์ สภา
เด็กอายุ ๔-๕ ปี เด
มฐ. ๘ อย่รู ่วมกับ ตบช. ๘.๒ มี เลน่ รว่ มกบั เด็กอ่นื ๆได้ เล่นรว่
ผ้อู ื่นได้ ปฏสิ มั พนั ธ์ท่ดี ี เขา้ ร่ว
อย่างมีความสุข และ กบั ผู้อื่น เข้ารว่ มกิจกรรมกลุม่ ได้ นานข
ปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชิก นานขึ้น แบง่ ป
ท่ดี ีของสงั คมใน ผลดั ก
ระบอบประชาธิปไตย แบ่งปันกบั เพื่อนและ
อนั มพี ระมหากษตั ริย์ ผลัดกันเลน่ โดยมีผู้ใหญ่ ประน
ทรงเป็นประมขุ แนะนำ ปัญหา
ประนีประนอมแกไ้ ข
ปัญหาดว้ ยตนเอง
าพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ หนว่ ย
ดก็ อายุ ๕-๖ ปี
ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควร
วมกับเดก็ อื่นๆได้
วมกจิ กรรมกลมุ่ ได้ เรยี นรู้
ข้นึ ด้วยตนเอง
ปนั กบั เพ่ือนและ ๑.๒.๗ การเห็นอกเห็นใจ - การรู้จัก - เพอื่ นของฉนั
กนั เล่นดว้ ยตนเอง
ผู้อื่น และบอก - หนูน้อยรจู้ กั
นปี ระนอมแก้ไข
าร่วมกบั ผูอ้ ่ืนได้ - การเลน่ บทบาทสมมตุ ิ ความ อาเซยี น
เขา้ ใจความรูส้ ึกผู้อ่ืน ตอ้ งการของ
- การแสดงความยนิ ดเี มื่อ ตนเอง
ผอู้ ืน่ มคี วามสุข เห็นอกเห็น - การรับรู้
ใจเม่ือผู้อน่ื เศรา้ หรือเสยี ใจ ความรสู้ ึก
และการชว่ ยหรอื ปลอบโยน ของผู้อน่ื
เม่ือคนอืน่ ได้รับบาดเจ็บ - การใหก้ าร
- การเลน่ ตามมมุ ตา่ งๆ ยอมรบั เพอ่ื น
๑.๓.๗ การเล่นแบบ ตา่ งถนิ่ ตา่ ง
ร่วมมือร่วมใจ ศาสนา
- การเลน่ และทำงาน
รว่ มกับผูอ้ ่นื
- การรว่ มสนทนาและ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
- การทำงานศิลปะแบบ
รว่ มมือ
หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 80
โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
สภาพที่พงึ สภาพ
มาตรฐาน ตัวบง่ ช้ี ประสงค์ ประ
เด็กอายุ ๔-๕ ปี เด็กอาย
พทพี่ งึ สาระการเรียนรู้ หนว่ ย
ะสงค์ ประสบการณ์สำคญั สาระทีค่ วรเรียนรู้
ยุ ๕-๖ ปี
๑.๒.๖ การมอี ัตลักษณ์
เฉพาะตนและเชอ่ื ว่าตนเอง
มีความสามารถ
- การเลน่ บทบาทสมมุติ
- การทำงานศิลปะ
- การเคลื่อนไหว
- การเลน่ เกม
- การเลน่ อิสระ
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 81
โรงเรียนบ้านเนนิ โพธิ์
มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพทพ่ี งึ ประสงค์
เด็กอายุ ๔-๕ ปี
มฐ. ๘ อย่รู ่วมกบั ตบช. ๘.๓ ปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงและ ปฏ
ผู้อื่นได้ ตนเบ้อื งต้นในการ มสี ว่ นร่วมสร้างขอ้ ตกลง มีส
อยา่ งมคี วามสุข และ เปน็ สมาชกิ ทด่ี ีของ
ปฏบิ ัตติ นเปน็ สมาชิก สงั คมในระบอบ ปฏบิ ัตติ นเป็นผนู้ ำผตู้ าม ปฏ
ท่ดี ขี องสงั คมใน ประชาธิปไตยอันมี ได้บางสถานการณ์ ได
ระบอบประชาธปิ ไตย พระมหากษตั ริย์
อันมพี ระมหากษัตริย์ ทรงเปน็ ประมุข รบั ฟังความคิดเหน็ ของ รบั
ทรงเป็นประมขุ ผู้อืน่ ผูอ้
ยืนตรงเคารพธงชาติ ยืน
ร้องเพลงชาติ เพ
เขา้ ร่วมกิจกรรมทาง เขา้
ศาสนาท่ตี นนับถือ ศา
เข้าร่วมกจิ กรรมที่ เขา้
เกีย่ วกับสถาบนั เก่ีย
พระมหากษัตริย์ตามท่ี พร
โรงเรียนและชมุ ชนจดั โรง
ขน้ึ ขน้ึ
สภาพทพี่ ึงประสงค์ สาระการเรียนรู้ หน่วย
เดก็ อายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคญั สาระทีค่ วร - หนเู ปน็
เดก็ ไทย
เรยี นรู้ - วนั พอ่
- วันแม่
ฏิบตั ิตามข้อตกลงและ ๑.๓.๓ การปฏบิ ัติ - การมีความ
สว่ นรว่ มสรา้ งขอ้ ตกลง ตามวฒั นธรรมในท้อง จงรกั ภักดตี ่อ
ฏิบัติตนเป็นผู้นำผ้ตู าม ถิน่ ทอี่ าศยั และความ ชาติ ศาสนา
ด้บางสถานการณ์ เปน็ ไทย พระมหากษัต
บฟงั ความคิดเหน็ ของ - การเล่นบทบาทสมมุติ ริย์
อ่นื การปฏบิ ตั ติ นในความ - การปฏิบัติ
นตรงเคารพธงชาติ ร้อง เปน็ คนไทย ตนตาม
พลงชาติ - การปฏบิ ัติตนตาม วฒั นธรรม
ารว่ มกจิ กรรมทาง วฒั นธรรมท้อง ประเพณีไทย
าสนาท่ตี นนบั ถือ ถิ่นที่อาศยั และ
ประเพณไี ทย
าร่วมกจิ กรรมที่
ยวกบั สถาบนั
ระมหากษัตริย์ตามท่ี
งเรยี นและชุมชนจดั
น
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 82
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธิ์
สภาพทพ่ี ึง สภาพ
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี ประสงค์ ประส
เด็กอายุ ๔-๕ ปี เด็กอายุ
พท่พี งึ สาระการเรยี นรู้ หน่วย
โรงเรยี นของฉัน
สงค์ ประสบการณ์สำคญั สาระท่ีควรเรยี นรู้
๕-๖ ปี
๑.๓.๔ การมีปฏิสมั พนั ธ์ มี -การปฏบิ ัตติ าม
สว่ นร่วม และบทบาท ขอ้ ตกลงของ
สมาชกิ ของสังคม หอ้ งเรยี น
- การร่วมกำหนดข้อตกลง
ของห้องเรียน
- การเปน็ สมาชิกทด่ี ีของ
หอ้ งเรยี น
- การให้ความรว่ มมอื ใน
การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆใน
หอ้ งเรียน
- ความรบั ผิดชอบในการ
ดูแลห้องเรียนร่วมกัน
หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 83
โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
สภาพท่ีพึงประสงค์ สภาพทพี่
มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ เด็กอายุ ๔-๕ ปี เด็กอา
มฐ. ๙ ใช้ ตบช. ๙.๑ ฟงั ผ้อู ื่นพูดข้อความส้นั ๆ ฟงั ผู้อ่ืนพูดข
ภาษาสือ่ สารได้ สนทนาโตต้ อบ
เหมาะสมกับ และเล่าเรื่องให้ จนจบและโตต้ อบได้ จนจบและโ
วยั ผอู้ ่นื เข้าใจ
เหมาะสม เหมาะสม
ฟงั นิทานหนงั สือส้ัน ๆ ฟังนิทานหน
หรือเร่อื งราวแลว้ บอก หรือเร่อื งรา
ความคิดรวบยอด ความคดิ รว
เกยี่ วกับหนังสือ เกยี่ วกบั หน
ฟงั คำสัง่ ๒ ขัน้ ตอนและ ฟงั คำสั่ง ๒
สามารถปฏิบัตไิ ด้ สามารถปฏ
พูดโต้ตอบและเล่าเร่ือง พูดโต้ตอบแ
เปน็ ประโยคอย่าง เป็นประโยค
ต่อเนือ่ ง ต่อเนอื่ ง
ฟงั พดู โต้ตอบ และ ฟงั พดู โต้ตอ
แสดงความรู้สึกเก่ียวกบั ความรูส้ ึกเก
เร่อื งท่ีฟงั ได้ ฟังได้
พึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ หนว่ ย
ายุ ๕-๖ ปี ประสบการณส์ ำคญั สาระท่คี วร
เรยี นรู้
ข้อความสั้นๆ ๑.๔.๒ การใชภ้ าษา - การใชภ้ าษาได้ - หนงั สอื แสนรัก
- การแสดงความคดิ ความร้สู กึ
โต้ตอบได้ และความต้องการดว้ ยคำพูด เหมาะสมกบั วยั -รกั การอา่ น
- การพดู กับผ้อู นื่ เกี่ยวกบั ประ - การส่ือสารกับ
นังสือสัน้ ๆ การณข์ องตนเอง หรือเลา่ ผอู้ ื่นได้อยา่ ง
าวแล้วบอก เรอื่ งราวเกย่ี วกับตนเอง เหมาะสมกบั
วบยอด - การพดู อธิบายเกยี่ วกบั ส่ิงของ สถานการณ์
นงั สอื เหตุการณ์ และความสมั พันธ์
ของสิ่งต่าง ๆ
ขนั้ ตอนและ - การพูดอยา่ งสรา้ งสรรค์ใน การ
ฏิบัติได้ เลน่ และการกระทำตา่ งๆ
- การรอจังหวะที่เหมาะสมใน
และเล่าเรื่อง การพดู
คอย่าง
- การอธิบายเกี่ยวกบั
อบ และแสดง ส่งิ ของเหตุการณ์ และ
ก่ยี วกับเรื่องท่ี ความสัมพันธข์ องสง่ิ ต่างๆ
หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 84
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
สภาพทพี่ งึ สภาพท่ีพ
มาตรฐาน ตัวบง่ ช้ี ประสงค์ เดก็ อาย
เด็กอายุ ๔-๕ ปี
พงึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ หนว่ ย
ยุ ๕-๖ ปี ประสบการณส์ ำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้
- การฟังเพลง นทิ าน คำ
คล้องจอง บทร้อยกรองหรอื
เรอ่ื งราวต่างๆ
-การฟงั และปฏบิ ตั ิตาม
คำแนะนำ
- การฟงั เสียงตา่ งๆใน
สิ่งแวดลอ้ ม
- การอ่านในหลายรูปแบบ
ผา่ นประสบการณ์ท่สี อื่
ความหมายต่อเด็ก อ่านภาพ
หรือสัญลักษณจ์ ากหนังสือ
นิทาน / เร่อื งราวทส่ี นใจ
- การเล่นคำคล้องจองงา่ ยๆ
เพลง เกม
- การอา่ นนทิ าน และเลา่
เรื่องด้วยเสียงทีห่ ลากหลาย
- การจำแนกความแตกต่าง
ในการเปลย่ี นแปลงของเสียง
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 85
โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ
สภาพทพี่ งึ ประสงค์ สภ
เด็กอายุ ๔-๕ ปี
มาตรฐาน ตัวบง่ ช้ี
มฐ. ๙ ใชภ้ าษา ตบช. ๙.๒ อา่ น อ่านภาพ คำ สญั ลักษณ์ อ่าน
สอ่ื สารไดเ้ หมาะสม เขยี นภาพ และ ด้วยการชี้หรอื กวาดตา ดว้ ย
กบั วัย สัญลกั ษณไ์ ด้ มองข้อความตามบรรทดั มอง
จบข
เดาค
ตา่ งๆ
เปดิ และอา่ นหนงั สือด้วย อ่าน
ตนเอง ซ้ำด
เขยี นคล้ายตวั อักษร เขียน
โดยไมเ่ น้นความถูกต้อง ตวั อ
และไมไ่ ด้เกิดจากการฝกึ ข้อค
เองค
ตวั อ
ภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ หน่วย
เด็กอายุ ๕-๖ ปี
ประสบการณ์ สาระทค่ี วรเรียนรู้ - หน่วยหนังสือ
นภาพ คำ สัญลักษณ์ แสนรกั
ยการชีห้ รือกวาดตา สำคญั
งจุดเร่ิมต้น และจุด
ของคำบางคำ คาด ๑.๔.๒ การใชภ้ าษา - การมีเจคตทิ ด่ี ีต่อ
คำและเครื่องหมาย - การอา่ นในหลาย
ๆ รูปแบบ ผา่ น การอา่ นหนังสือ
นหนังสอื และเลา่ เรื่อง ประสบการณ์ทส่ี ่ือ - การมพี นื้ ฐานใน
ด้วยตนเองได้ ความหมายตอ่ เดก็ ด้านการเขยี น
นช่อื ตนเอง เขียน
อกั ษร/คำหรือ อา่ นภาพ หรือ
ความด้วยวิธีท่ีคิดขึ้น
คำท่เี ขียนอาจสลับที่ สญั ลักษณจ์ ากหนงั สือ
อักษร
นทิ าน / เร่อื งราวที่
สนใจ
-การเขยี นในหลาย
รปู แบบผ่าน
ประสบการณ์ท่สี ื่อ
ความหมายต่อเดก็
เขยี นภาพเขียนขดี เข่ยี
เขยี นช่ือตน เขียนชือ่
ตนเอง
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 86
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
มาตรฐาน ตวั บ่งชี้ สภาพทพี่ ึงประสงค์ สภา
เด็กอายุ ๔-๕ ปี เด
มฐ. ๑๐ มี ตบช. ๑๐.๑ ตดั สนิ ใจในเรือ่ งง่ายๆไดด้ ้วย ตัดสนิ ใ
ความสามารถในการ มีความสามารถ ตนเอง ตนเอง
คดิ ทเ่ี ป็นพนื้ ฐานใน แก้ปัญหาดว้ ยตนเอง
การเรยี นรู้ ในการคิด หลังจากไดร้ ับคำชีแ้ นะโดย แก้ปญั ห
แกป้ ัญหา ปราศจากการใช้ความ หลงั จา
ปราศจ
รนุ แรง รุนแรง
แกป้ ัญหาด้วยวธิ ีการตา่ งๆ วางแผน
โดยการลองผดิ ลองถูกด้วย หรือคว
ตนเอง วิธีการต
ตนเอง
าพที่พงึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ หน่วย
ด็กอายุ ๕-๖ ปี
ประสบการณ์สำคญั สาระทีค่ วร -แรงและพลงั งาน
ใจในเรือ่ งงา่ ยๆได้ดว้ ย ในชีวติ ประจำวัน
เรียนรู้
หาด้วยตนเอง
ากได้รบั คำช้ีแนะโดย ๑.๓.๕ การตดั สินใจ - การรจู้ ัก
จากการใชค้ วาม
ง - การทำกจิ กรรม- แก้ปัญหาและ
นและลงมือแกป้ ญั หา
วามต้องการด้วย (รายบคุ คล รายกลุ่มเล็ก ยอมรบั ความ
ต่างๆท่ีเกดิ ขึ้นด้วย
รายกลุ่มใหญ่) แตกตา่ งของ
- การคิดรเิ รมิ่ ตัดสินใจ ตนเองและ
แก้ปญั หารว่ มกัน ผอู้ ่นื
๑.๓.๘ การแกป้ ญั หา - การรู้จัก
ความขดั แย้ง วางแผน
- การมีส่วนร่วมในการ ตัดสนิ ใจ ใน
แก้ปัญหาความขัดแย้ง การทำงาน
- การเลือกวธิ กี ารแก้ปัญหา ต่างๆได้
ทที่ กุ คนยอมรบั เหมาะสมกบั
วยั
หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 87
โรงเรียนบ้านเนนิ โพธิ์
มาตรฐาน ตวั บง่ ชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์ สภา
เด็กอายุ ๔-๕ ปี เด
มฐ. ๑๐ มี ตบช. ๑๐.๒ หาสาเหตแุ ละผลท่ี หาสาเ
ความสามารถในการ
คิดทเี่ ปน็ พน้ื ฐานใน มคี วามสามารถ เกดิ ขน้ึ ในเหตุการณ์หรือ เกดิ ขน้ึ
การเรยี นรู้
ในการคิดเชงิ การกระทำนัน้ ๆโดยมีผู้ การกร
เหตุผล ชี้แนะ ตนเอง
อธิบายเชือ่ มโยงสาเหตุ อธบิ าย
และผลท่ีเกิดขึ้นใน และผล
เหตุการณ์หรือการ เหตุกา
กระทำน้ันๆโดยมีผู้ กระทำ
ชแ้ี นะ
าพที่พึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ หนว่ ย
ดก็ อายุ ๕-๖ ปี
ประสบการณส์ ำคัญ สาระทค่ี วร - วิทยาศาสตร์
เหตแุ ละผลที่ น่ารู้
นในเหตุการณ์หรือ เรยี นรู้ - คณติ คดิ สนกุ
ระทำนั้นๆด้วย -สนุกกบั ตัวเลข
ง ๑.๔.๑ การคิดและการ - การรจู้ กั คดิ
ยเชือ่ มโยงสาเหตุ
ลท่ีเกดิ ข้นึ ใน แก้ปญั หา อย่างมเี หตุผล
ารณ์หรือการ
ำน้ันๆดว้ ยตนเอง - การลงความคดิ เหน็ จาก - การอธิบายส่ิง
ข้อมูลอย่างมเี หตผุ ล ท่ีพบเห็นได้
- การลงข้อสรุปสิง่ ท่ีค้นพบ
หรือส่งิ ท่ีได้เรียนรู้ การ
แสดง
- การแกป้ ัญหาที่พบ
ระหวา่ งทำกจิ กรรม
- การเช่อื มโยงภาพ
ภาพถ่าย และรปู แบบต่างๆ
กบั สิ่งของหรือสถานทีจ่ รงิ
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 88
โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ
สภาพทพี่ ึงประสงค์ สภาพท
มาตรฐาน ตัวบง่ ชี้ เดก็ อายุ ๔-๕ ปี เดก็ อ
มฐ. ๑๐ มี ตบช. ๑๐.๓ สงั เกตโดยใชป้ ระสาทสมั ผสั สังเกตโดยใ
ความสามารถใน มีความสามารถ และบอกลกั ษณะของสงิ่ และบอกลกั
การคิดทเ่ี ปน็ ในการคิดรวบ ต่างๆ ส่วนประกอ
พนื้ ฐานในการ ยอด เปลี่ยนแปล
เรยี นรู้ จำแนกและจดั กลมุ่ ต่างๆ
อยา่ งนอ้ ย ๔ เกณฑ์ จำแนกและ
โดยกำหนด
เปรยี บเทยี บและบอกความ ของตนเอง
เหมือนและความแตกต่าง เกณฑ์
ของสิ่งตา่ งๆ
เปรียบเทยี
เรียงลำดับส่ิงของหรอื รายละเอียด
เหตกุ ารณ์ อย่างนอ้ ย ๔ เหมือนและ
เกณฑ/์ เหตุการณ์ได้ ของสิ่งต่างๆ
ใหเ้ หตุผลในการคาดคะเน
การลงความคดิ เหน็ หรือ เรียงลำดับส
การลงขอ้ สรปุ เพอื่ อธบิ าย เหตุการณ์
เกี่ยวกับสง่ิ ท่ีสังเกตหรอื เกณฑ/์ เหต
เรียนรู้
ให้เหตุผลใน
การลงควา
การลงขอ้ ส
เก่ยี วกบั สิ่ง
เรยี นรู้
ทพ่ี ึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ หน่วย
อายุ ๕-๖ ปี
ประสบการณ์สำคัญ สาระท่คี วร -ประสาทสมั ผัส
ใชป้ ระสาทสมั ผสั -วิทยาศาสตรน์ า่ รู้
กษณะ เรยี นรู้ -คณิตคิดสนุก
อบและการ
ลงของส่งิ ต่างๆ ๑.๔.๑ การคิดและการ - การใช้
ะจดั กลมุ่ สิง่ ต่างๆ
ดและบอกเกณฑ์ แก้ปัญหา ประสาทสัมผสั
งได้ อยา่ งน้อย ๕ - การสงั เกตสงิ่ ตา่ ง ๆ โดยใช้ ในการเรียนรู้
ประสาทสมั ผัสดว้ ยการมอง สิ่งต่างๆ
ยบและบอก ฟงั สัมผสั ชิมรส และดมกล่ิน - การมีทกั ษะ
ดของความ อย่างเหมาะสม ในการจำแนก
ะความแตกต่าง - การวางแผนและปฏิบัตติ าม การจดั
ๆ แผนท่ตี ง้ั ใจไว้
สิง่ ของหรือ
อย่างนอ้ ย ๕ -การจำแนกประเภทการจัด หมวดหมู่ การ
ตกุ ารณไ์ ด้ หมวดหม่ขู องสง่ิ ของต่างๆอย่าง
นการคาดคะเน มกี ฎเกณฑ์ เปรียบเทยี บ
ามคดิ เหน็ หรอื - การลงมอื แก้ปัญหาหรอื ความ -การมที ักษะ
สรปุ เพ่อื อธบิ าย ต้องการอย่างเป็นระบบ ในการ
งทสี่ ังเกตหรือ - การเลียนแบบการกระทำและ เรยี งลำดบั
เสยี งตา่ งๆ เหตกุ ารณ์
- การรบั รู้ และแสดงความรสู้ กึ และสง่ิ ตา่ งๆ
ผา่ นสอ่ื วัสดุ ของเลน่ และ -
ผลงาน
- การแสดงความคดิ
สรา้ งสรรค์ผา่ นสอื่ วสั ดุ
ตา่ งๆ
หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 89
โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
มาตรฐาน ตัวบง่ ช้ี สภาพที่พงึ สภาพที่พงึ ป
ประสงค์ เดก็ อายุ ๕
เด็กอายุ ๔-๕ ปี
ประสงค์ สาระการเรียนรู้ หน่วย
๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระท่ีควรเรยี นรู้
๑.๔.๔ การพัฒนาความ - มที ักษะในการนับ -ปริมาตร
เขา้ ใจพื้นฐานในการเรียนรู้ นบั จำนวน การ นำ้ หนัก
(๑) จำนวนและการ เปรียบเทียบจำนวน
ดำเนนิ การ - รูจ้ กั ตวั เลข ไทย
- การนับปากเปล่า และอารบิค ๐-๑๐
- การนบั จำนวนของสิ่งตา่ งๆ - การรู้จกั
- การเปรยี บเทยี บจำนวน สญั ลกั ษณ์
ของสง่ิ ต่างๆ
- การรวมกลุ่ม และการแยก
- กลมุ่ ของสงิ่ ตา่ งๆ
- การรจู้ กั ตวั เลข ๑-๙
- การใชค้ ำรวมท้งั สญั ลักษณ์
และจำนวน
- การเปรยี บเทียบจำนวน
มากกวา่ น้อยกว่า เท่ากัน
- การจับคู่ หนง่ึ ต่อ หน่งึ
- การมปี ระสบการณก์ ับ
จำนวนหรือปริมาณท่ีเพ่มิ ขน้ึ
หรือลดลง
หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 90
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธิ์
สภาพทพี่ ึง สภาพทพี่ งึ
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี ประสงค์ ประสงค์
เดก็ อายุ ๔-๕ ปี เดก็ อายุ ๕-๖
ง สาระการเรยี นรู้ หน่วย
ประสบการณ์สำคญั สาระท่ีควรเรียนรู้
๖ ปี
(๒) การวัด
- การเปรียบเทียบรียงลำดบั และวดั ความ
ยาว/ความสูงนำ้ หนกั และปรมิ าตรของสิ่ง
ตา่ งๆโดยใช้เครอื่ งมือและหน่วยทีไ่ มใ่ ช่
หน่วยมาตรฐาน
- การเปรียบเทียบความยาว/ ความสงู
นำ้ หนัก ปริมาตรของสง่ิ ตา่ งๆ
- การเรยี งลำดับความยาว/ ความสูง
นำ้ หนักปรมิ าตรของส่งิ ต่างๆ
- การวัดความยาว /ความสูงโดยใช้
เครือ่ งมอื และหน่วยท่ไี มใ่ ช่หนว่ ยมาตรฐาน
- การชง่ั นำ้ หนกั โดยใชเ้ คร่ืองมอื และ
หนว่ ยทไี่ มใ่ ช่หน่อยมาตรฐาน
- การตวงปรมิ าตรของสิง่ ต่างๆโดยใช้
เครอื่ งมือและหนว่ ยทีไ่ ม่ใชห่ น่วยมาตรฐาน
การบอกชนิดและค่าของเงิน
หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 91
โรงเรียนบ้านเนินโพธิ์
สภาพทีพ่ ึงประสงค์ สภาพท่ีพ
มาตรฐาน ตวั บง่ ชี้ เด็กอายุ ๔-๕ ปี เด็กอา
พงึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ หน่วย
ายุ ๕-๖ ปี
ประสบการณ์สำคัญ สาระทค่ี วรเรยี นรู้
(๓) มิติสัมพนั ธ์ (พ้นื ท/ี่
ระยะ)
- การต่อเขา้ ด้วยกัน การ
แยกออก การบรรจุและการ
เทออก
- การสังเกตสิง่ ต่างๆและ
สถานท่จี ากมมุ มองที่
ตา่ งๆกนั
- การมปี ระสบการณแ์ ละ
การอธบิ ายในเร่ืองตำแหน่ง
ของสงิ่ ตา่ งๆทสี่ มั พันธก์ นั
- การมีประสบการณ์และ
การอธิบายในเร่ืองทิศทาง
การเคลือ่ นที่ ของคนและส่ิง
ต่างๆ
- การสื่อความหมายของมติ ิ
สมั พันธด์ ว้ ยภาพวาด
ภาพถา่ ย และรูปภาพ
- การแกป้ ัญหาเก่ียวกบั มิติ
สมั พันธใ์ นการเลน่
หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 92
โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ
มาตรฐาน ตวั บง่ ชี้ สภาพท่พี งึ สภา
ประสงค์ ปร
เด็กอายุ ๔-๕ ปี เด็กอา
าพทพี่ ึง สาระการเรยี นรู้ หน่วย
ระสงค์ -รูปทรงเรขาคณติ
ายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้
(๔) เรขาคณิต -การรู้จกั รูปทรง
- การแสดงสง่ิ ตา่ งๆใน และการจำแนก
ชีวติ ประจำวัน ท่ีเหมอื นหรือ ความแตกต่าง
คลา้ ยรูปเรขาคณติ สามมิติ - การนำรูปทรง
และรปู เรขาคณิต สองมิติ เรขามาใช้
- การจำแนกรูปเรขาคณติ ประกอบการเรียนรู้
สามมิติ รูปเรขาคณิตสองมติ ิ
- การบอกสว่ นประกอบ
ของรูปเรขาคณติ สามมิติ รูป
เรขาคณิตสองมิติ
- การเปล่ียนแปลงรปู
เรขาคณิตสามมติ ิ รูป
เรขาคณิตสองมิติ
- การสรา้ งสรรค์ชนิ้ งานจาก
รปู เรขาคณิตสามมติ ิ รปู
เรขาคณติ สองมิติ
หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 93
โรงเรียนบ้านเนนิ โพธิ์
มาตรฐาน ตวั บง่ ชี้ สภาพท่พี งึ สภา
ประสงค์ ปร
เด็กอายุ ๔-๕ ปี เด็กอา
าพที่พึง สาระการเรยี นรู้ หนว่ ย
ระสงค์
ายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระท่คี วร
เรยี นรู้
(๕) แบบรูปและ
ความสมั พันธ์
- การวางแบบรูปให้เหมือน
ต้นแบบ
- การตอ่ แบบรูป
- การสร้างแบบรูป
(๖) การวิเคราะห์ข้อมูล
- การมีส่วนร่วมในการให้
ขอ้ มลู
- การรวบรวมข้อมูลและ
การจดั กระทำ
- การนำเสนอข้อมลู ในรูป
แผนภูมอิ ยา่ งงา่ ย
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 94
โรงเรยี นบา้ นเนินโพธ์ิ
มาตรฐาน ตัวบง่ ช้ี สภาพท่พี ึง สภาพท
ประสงค์ ประสง
เด็กอายุ ๔-๕ ปี เดก็ อายุ ๕
ทพ่ี งึ สาระการเรียนรู้ หน่วย
งค์ ประสบการณ์สำคัญ สาระทค่ี วรเรยี นรู้
๕-๖ ปี
๑.๔.๕ เวลา - ฤดูกาลต่างๆ -ฤดกู าล
- การเร่มิ ตน้ และการหยุด - เวลาในการปฏิบัติ -ฤดูหนาว
การกระทำโดยสัญญาณ กจิ วัตรประจำวัน -ฤดรู ้อน
- การเปรียบเทียบเวลา เชน่ -ฝน
ตอนเชา้ ตอนเยน็ เม่ือวานนี้
พรงุ่ น้ี ฯลฯ
- การเรยี งลำดบั เหตุการณ์
ต่าง ๆ
- การสงั เกตความ
เปลยี่ นแปลงของฤดู
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 95
โรงเรยี นบ้านเนนิ โพธ์ิ
มาตรฐาน ตวั บง่ ชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ สภาพ
เดก็ อายุ ๔-๕ ปี เด็ก
มฐ. ๑๑ มี ตบช. ๑๑.๑ เล่น
จินตนาการและ ทำงานศิลปะตาม เลน่ /ทำงานตาม เลน่ /ทำ
ความคดิ จินตนาการและ จนิ ตนาการของตนเอง จินตนาก
สร้างสรรค์ ความคิด โดยมีลกั ษณะคิดริเร่ิม โดยมีลกั
สร้างสรรค์ของ คิดคล่องแคล่ว คิด คดิ คลอ่ ง
ตนเอง ยดื หยุน่ และคิด ยดื หยุ่น
ละเอยี ดลออ ละเอียด
พทพ่ี ึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ หน่วย
กอายุ ๕-๖ ปี
ประสบการณ์สำคัญ สาระท่คี วรเรยี นรู้
ำงานตาม
การของตนเอง ๑.๒.๒ สุนทรยี ภาพ -การมีทกั ษะในการ -โลกสวยด้วย
กษณะคดิ ริเริ่ม
งแคล่ว คดิ - การชน่ื ชม และสรา้ งสรรค์ คดิ และจนิ ตนาการ สสี นั
น และคิด
ดลออ ส่ิงท่สี วยงาม -การมมี ารยาทใน
- การแสดงบทบาทสมมุติ การเล่นร่วมกับ
๑.๒.๓ การเลน่ ผอู้ น่ื
- การเลน่ อสิ ระ -การมคี วามกล้า
- การเล่นในห้องเรยี น แสดงออกในการ
- การเลน่ นอกหอ้ งเรยี น แสดงความคิดเห็น
- การแสดงความคดิ
๑.๔.๑ การคดิ และการ
แก้ปัญหา
- การแสดงความคิด
สร้างสรรคผ์ า่ นส่ือ วัสดุ
ต่างๆ
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 96
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพท่ีพึงประสงค์ สภา
เดก็ อายุ ๔-๕ ปี เด
มฐ. ๑๑ มี ตบช. ๑๑.๒ เลน่
จนิ ตนาการและ ทำงานศลิ ปะตาม แสดงทา่ ทางเคลอ่ื นไหว/ แสด
ความคดิ จนิ ตนาการและ เล่นบทบาทสมมตุ ิตาม เคลอ่ื
สร้างสรรค์ ความคดิ สร้างสรรค์ จนิ ตนาการของตนเอง บทบ
ของตนเอง และท่าทางเคล่ือนไหวมี จินต
ลักษณะคิดรเิ ริม่ คดิ ตนเอ
คลอ่ งแคลว่ คิดยดื หยุ่น เคลื่อ
และคดิ ละเอยี ดลออ ลักษ
คลอ่
ยดื ห
ละเอ
าพท่ีพงึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ หนว่ ย
ด็กอายุ ๕-๖ ปี ประสบการณ์สำคญั สาระทค่ี วรเรยี นรู้
ดงทา่ ทาง ๑.๑.๑ การใชก้ ลา้ มเนือ้ -การมที กั ษะในการ
อนไหว/เลน่ ใหญ่ คิด และจินตนาการ
บาทสมมุติตาม - การเคล่ือนไหวอยู่กับที่ -การมีมารยาทใน
ตนาการของ - และการเคล่ือนไหว การเลน่ ร่วมกับ
องและทา่ ทาง เคล่อื นท่ี ผู้อืน่
อนไหวมี - การเคล่อื นไหวพร้อมกบั -การมคี วามกล้า
ษณะคดิ ริเรม่ิ คิด วสั ดุ อปุ กรณ์ แสดงออกในการ
องแคลว่ คิด ๑.๒.๕ การแสดงออกทาง แสดงความคิดเห็น
หยนุ่ และคิด อารมณ์
อยี ดลออ - การเคลอื่ นไหว ตาม
เสียงเพลง ดนตรี
หลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 97
โรงเรียนบ้านเนินโพธ์ิ
มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์ สภาพท
เดก็ อายุ ๔-๕ ปี เดก็ อ
มฐ. ๑๒ มเี จตคตทิ ด่ี ี ตบช. ๑๒.๑ ร่วมกจิ กรรมดว้ ยความ ร่วมกจิ กร
ต่อการเรียนรู้ และมี มเี จตคติที่ดี สนใจอย่างมีความสขุ ได้ สนใจอยา่
ความสามารถในการ ตอ่ การ นานขึ้น ตง้ั แต่ต้นจ
แสวงหาความร้ไู ด้ เรยี นรู้
เหมาะสมกับวัย ซักถามเก่ียวกับ รกั การอ่า
สัญลักษณ/์ ตัวหนงั สือท่ี บนั ทึกข้อ
พบเห็นจากส่ิงแวดล้อม ทหี่ ลากหล
ถามคำถามและแสดง ถามคำถา
ความคดิ เห็นเกี่ยวกบั ต่างๆและ
เร่ืองท่ีสนใจ จะหาคำต
หลากหลา
ทพี่ งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ หนว่ ย
อายุ ๕-๖ ปี
ประสบการณ์ สาระท่ีควรเรยี นรู้ -รักการอา่ น
รรมด้วยความ สำคญั -เทคโนโลยแี ละ
างมีความสขุ การส่อื สาร
จนจบ ๑.๔.๓ เจตคตทิ ดี่ ี -การมคี วามมุ่งม่ัน
านและสามารถ ต่อการเรยี นรแู้ ละ ความตัง้ ใจ ในการ
อมลู ด้วยวธิ ีการ การแสวงหาความรู้ ปฏบิ ตั งิ านท่ีได้รบั
ลาย - การมงุ่ มั่นในการ มอบหมาย
ามเกีย่ วกบั เรื่อง ทำกิจกรรม มีสมาธิ - การร้จู กั หาความรู้
ะกระตือรือรน้ ที่ จดจ่อ ในสิ่งที่อยากร้ดู ว้ ย
ตอบดว้ ยวิธีการ - ความคดิ รเิ ริม่ ตนเอง
าย จากการสำรวจส่งิ ๆ
ต่างๆ รอบตวั
- การสืบเสาะหา
ความร้โู ดยการตง้ั
คำถาม การเกบ็
รวบรวมข้อมูล การ
สร้าง
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 98
โรงเรียนบ้านเนินโพธิ์
มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ สภ
เดก็ อายุ ๔-๕ ปี
มฐ. ๑๒ มีเจตคตทิ ีด่ ี ตบช. ๑๒.๒ มี แสว
ตอ่ การเรียนรู้ และมี ความสามารถใน แสวงหาคำตอบขอ้ สงสยั ต่างๆ
ความสามารถในการ การแสวงหา ต่างๆ เชอ่ื ม
แสวงหาความรไู้ ด้ ความรู้ ทกั ษ
เหมาะสมกับวัย เชอ่ื มโยงความรู้และ ชวี ติ
ทกั ษะต่างๆใชใ้ น
ชวี ิตประจำวัน
ภาพที่พงึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ หน่วย
เดก็ อายุ ๕-๖ ปี
ประสบการณ์สำคญั สาระทีค่ วรเรยี นรู้
วงหาคำตอบข้อสงสยั
ๆ ๑.๔.๓ เจตคติทด่ี ตี ่อ -การมคี วามมุ่งมั่น
การเรยี นรแู้ ละการ ความต้ังใจ ในการ
มโยงความรแู้ ละ แสวงหาความรู้ ปฏิบตั งิ านทไ่ี ด้รับ
ษะตา่ งๆใชใ้ น - การมุง่ มั่นในการทำ มอบหมาย
ตประจำวัน กจิ กรรม มีสมาธิจด - การรจู้ ักหาความรู้
จ่อ ในสง่ิ ท่อี ยากรู้ดว้ ย
- ความคดิ ริเริ่มจาก ตนเอง
การสำรวจสิง่ ๆตา่ งๆ
รอบตัว
- การสืบเสาะหา
ความรู้โดยการต้ัง
คำถาม การเกบ็
รวบรวมข้อมูล การ
สรา้ ง
หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 99
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
การจดั ประสบการณ์
การจัดประสบการณ์สำหรบั เดก็ ปฐมวัย จะไมจ่ ัดเปน็ รายวิชาแตจ่ ดั ในรปู ของกิจกรรมบูรณาการ
ผ่านการเล่น เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงเกิดการเรียนรู้ได้พัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม
และสติปัญญา กิจกรรมที่จัดให้เด็กในแต่ละวัน อาจใช้ชื่อเรียกกิจกรรมแตกต่างกันไปในแต่ละโรงเรียน
แต่ทั้งนี้ประสบการณ์ที่จัดจะต้องครอบคลุมประสบการณ์สำคัญที่กำหนดในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
และควรยืดหยุ่นให้มีสาระการเรียนรูท้ ี่เด็กสนใจ และสาระการเรียนรู้ที่ผู้สอนกำหนด เมื่อเด็กได้รับประสบการณ์
สำคัญและทำกจิ กรรมในแตล่ ะหัวเรอ่ื งแล้ว เด็กควรจะเกิดแนวคิดตามที่ไดเ้ สนอแนะในหลักสูตร
สำหรับการนำแนวคดิ จากนวตั กรรมตา่ ง ๆ มาใชใ้ นการจัดประสบการณ์ ผูส้ อนตอ้ งทำความเข้าใจ
นวัตกรรมนั้น ๆ แต่ละนวัตกรรมจะมีจุดเด่นของตนเอง แต่โดยภาพรวมแล้วนวัตกรรมส่วนใหญ่จะยึดเด็ก
เป็นสำคัญ การลงมือปฏิบัติจริงด้วยตัวเด็กจะเป็นหัวใจสำคัญในแต่ละนวัตกรรม ต่อไปนี้คือตัวอย่างนวัตกรรม
ท่ีเขา้ มามบี ทบาทในการศึกษาระดับปฐมวัย
การสอนแบบโครงการ (Project Approach) คือ การศึกษาสืบค้นลงลึกในเรื่องที่เด็กสนใจ
หรือทั้งผู้สอนและเด็กสนใจ แบ่งเป็น ๓ ระยะ คือ ระยะเริ่มต้นโครงการ ระยะพัฒนาโครงการ และระยะสรุป
โครงการ ซ่ึงในแต่ละระยะประกอบดว้ ยการอภิปราย การออกภาคสนาม การสืบค้น การนำเสนอ และจัดแสดง
การสอนภาษาโดยรวม/ธรรมชาติ (Whole Language) นวัตกรรมนี้มีปรัชญาความเชื่อว่าการสอน
ภาษาให้กับเด็กนัน้ ต้องเป็นการสอนภาษาท่ีส่ือความหมายกับเด็ก ผู้สอนต้องเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งการพดู การฟัง
การอ่าน การเขยี น เด็กจึงจะเรยี นรภู้ าษาได้ดีและเด็กควรอยูใ่ นสภาพแวดล้อมท่เี ต็มไปด้วยภาษาที่สื่อความหมาย
มีการจดั สอ่ื เพอ่ื ใหเ้ ด็กได้เรยี นรผู้ า่ นกระบวนการเลน่ ไดอ้ ย่างเปน็ ธรรมชาตทิ ่สี ุด ไม่ใช่การทำแบบฝึกปฏิบัติ
การสอนตามแนวคิด วอลดอร์ฟ (Waldorf) แนวคิดนี้เชื่อว่า เด็กปฐมวัยเรียนรู้จากการเลียนแบบ
ผู้สอน ผู้ปกครอง ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีกับเด็ก โรงเรียนต้องจัดสิ่งแวดล้อมที่มีลักษณะคล้ายบ้านมากที่สุด
จุดมุ่งหมายของวอลดอร์ฟ คือ ช่วยให้มนุษย์บรรลุศักยภาพสูงสุดที่ตนมี พัฒนามนุษย์ให้เป็นมนุษย์ที่ดี มีสังคม
ที่สมบูรณ์ โดยเน้นในเรื่องจิตวิญญาณ ความรู้สึก เน้นการสร้างเจตคติในตัวเด็ก เน้นสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่ทำ
จากธรรมชาติ
การสอนตามแนวคิด นีโอ-ฮวิ แมนิส (Neo-Humanist) แนวคดิ น้ีเชื่อวา่ เด็กเปรยี บเสมือนกิง่ ไม้อ่อน ๆ
ท่ีดดั ได้ เพราะฉะนนั้ จงึ ควรใหค้ วามสนใจกับการศกึ ษาระดบั ปฐมวัยยิง่ กวา่ การศึกษาระดับใด ๆ การจะเป็น
มนุษย์ที่สมบูรณ์ไดน้ ั้น เกิดจากศักยภาพ ๔ ด้าน คือ ด้านร่างกาย จิตใจ ความมีน้ำใจ และวิชาการ กระบวนการ
เรยี นรู้จะอาศัยหลัก ๔ ข้อ คือ คลน่ื สมองตำ่ การประสานกันของเซลลส์ มอง ภาพพจนต์ ่อตนเอง และการให้ความรูส้ ึก
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 100
โรงเรียนบา้ นเนนิ โพธ์ิ
๑. หลักการจัดประสบการณ์
หลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ได้กำหนดหลักการจดั ประสบการณ์ไว้ ดังนี้
๑.๑ จัดประสบการณ์การเล่นและการเรียนรู้ เพ่ือพัฒนาเดก็ โดยองคร์ วมอย่างตอ่ เน่ือง
๑.๒ เน้นเด็กเป็นสำคญั สนองความตอ้ งการ ความสนใจ ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล
และบริบทของสงั คมท่เี ด็กอาศัยอยู่
๑.๓ จัดให้เดก็ ได้รับการพฒั นาโดยให้ความสำคัญ ท้ังกบั กระบวนการและผลผลิต
๑.๔ จัดการประเมินพัฒนาการใหเ้ ป็นกระบวนการอยา่ งต่อเนอ่ื ง และเป็นสว่ นหน่ึง
ของการจดั ประสบการณ์
๑.๕ ให้ผ้ปู กครองและชมุ ชน มสี ่วนรว่ มในการพัฒนาเด็ก
๒. แนวการจัดประสบการณ์
หลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ไดก้ ำหนดแนวทางการจัดประสบการณ์ไว้ ดงั น้ี
๒.๑ จดั ประสบการณใ์ หส้ อดคลอ้ งกับจติ วทิ ยาพฒั นาการ คือ เหมาะกับอายุ วฒุ ภิ าวะ
และระดบั พัฒนาการ เพ่ือให้เด็กทุกคนได้พัฒนาเต็มตามศกั ยภาพ
๒.๒ จดั ประสบการณ์ให้สอดคล้องกับลักษณะการเรยี นรขู้ องเดก็ วัยนี้ คือ เด็กได้ลงมือกระทำ
เรยี นรู้ผ่านประสาทสัมผัสท้งั หา้ ไดเ้ คล่ือนไหว สำรวจ เลน่ สงั เกต สบื คน้ ทดลอง และคิดแกป้ ญั หาด้วยตนเอง
๒.๓ จัดประสบการณ์ในรปู แบบบรู ณาการ คือ บูรณาการท้งั ทกั ษะและกระบวนการเรยี นรู้
๒.๔ จัดประสบการณใ์ ห้เด็กได้รเิ ร่ิมคิด วางแผน ตดั สินใจ ลงมือกระทำ และนำเสนอ
ความคิดโดยผู้สอนเป็นผู้สนบั สนนุ อำนวยความสะดวก และเรยี นรรู้ ว่ มกับเด็ก
๒.๕ จดั ประสบการณใ์ ห้เด็กมปี ฏสิ มั พนั ธก์ ับเด็กอน่ื กับผใู้ หญ่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้อ
ตอ่ การเรียนรใู้ นบรรยากาศท่ีอบอุ่น มีความสุข และเรียนรู้การทำกจิ กรรมแบบร่วมมือในลักษณะต่าง ๆ กนั
๒.๖ จดั ประสบการณ์ให้เดก็ มีปฏิสมั พันธก์ บั สื่อและแหลง่ เรยี นรู้ที่หลากหลาย และอย่ใู น
วิถชี วี ติ ของเดก็
๒.๗ จัดประสบการณ์ท่สี ง่ เสรมิ ลกั ษะนสิ ัยทดี่ ีและทักษะการใช้ชวี ิตประจำวัน ตลอดจน
สอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม ใหเ้ ป็นส่วนหนึง่ ของการจัดประสบการณ์การเรียนรอู้ ย่างต่อเน่อื งและสมำ่ เสมอ
๒.๘ จดั ประสบการณท์ ้งั ในลักษณะที่มกี ารวางแผนไวล้ ่วงหน้า และประสบการณ์ท่เี กดิ ขน้ึ
ในสภาพจริง โดยไม่ได้คาดการณ์ไว้
๒.๙ ใหผ้ ปู้ กครองและชมุ ชนมสี ว่ นร่วมในการจดั ประสบการณ์ ทงั้ การวางแผนการสนบั สนนุ
สือ่ การสอน การเข้ารว่ มกนิ กรรม และการประเมนิ ผลพฒั นาการ
๒.๑๐ จดั รวบรวมข้อมลู เกี่ยวกบั พฒั นาการและการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคล นำข้อมูล
ทไ่ี ด้รับมาไตรต่ รอง และใช้เป็นประโยชน์ตอ่ การพัฒนาการเดก็ และการวจิ ัยในช้ันเรยี น
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 101
โรงเรยี นบ้านเนินโพธิ์
๓. การจดั กจิ กรรมประจำวัน
๓.๑ หลกั การจดั กจิ กรรมประจำวัน
๓.๑.๑ กำหนดระยะเวลาในการจัดกิจกรรมแต่ละกจิ กรรมให้เหมาะสมกับวยั ของเด็ก
ในแต่ละวนั และยืดหย่นุ ไดต้ ามความต้องการและความสนใจของเด็ก เชน่ เด็ก ๔ - ๕ ขวบ มคี วามสนใจ
อยไู่ ดป้ ระมาณ ๑๒ - ๑๕ นาที
๓.๑.๒ กจิ กรรมท่ีต้องใช้ความคดิ ทัง้ ในกล่มุ เล็กและกลมุ่ ใหญ่ ไม่ควรใชเ้ วลาตอ่ เนื่อง
นานเกนิ กวา่ ๒๐ นาที
๓.๑.๓ กจิ กรรมทเ่ี ด็กมีอิสระเลอื กเล่นเสรี เช่น การเลน่ ตามมุม การเลน่ กลางแจ้ง
ประมาณ ๔๐ - ๖๐ นาที
๓.๑.๔ กิจกรรมควรมคี วามสมดลุ ระหวา่ งกิจกรรมในห้องเรียนและนอกห้องเรียน กจิ กรรม
ท่ใี ช้กล้ามเนื้อใหญแ่ ละกล้ามเนอ้ื เล็ก กจิ กรรมทเี่ ปน็ รายบุคคล กลมุ่ ยอ่ ย และกล่มุ ใหญ่ กิจกรรมท่ีเดก็ เป็นผ้รู ิเร่ิม
และผูส้ อนเปน็ ผูร้ เิ รมิ่ กิจกรรมที่ใช้กำลังและไมใ่ ชก้ ำลัง จัดใหค้ รบทกุ ประเภท ทง้ั น้ีกจิ กรรมทต่ี ้องออกกำลังกาย
ควรจัดสลบั กบั กิจกรรมทไ่ี ม่ต้องออกกำลังมากนัก เพ่ือเด็กจะได้ไม่เหน่ือยเกนิ ไป
๓.๒ ขอบข่ายของกจิ กรรมประจำวนั การเลือกจัดกิจกรรมในแตล่ ะวันต้องให้ครอบคลมุ สง่ิ ตอ่ ไปน้ี
๓.๒.๑ การพฒั นากลา้ มเน้ือใหญ่ เพ่อื ให้เด็กได้พฒั นาความแขง็ แรงของกล้ามเน้ือใหญ่
การเคล่อื นไหว และความคล่องแคลว่ ในการใชอ้ วยั วะต่าง ๆ จึงควรจัดกจิ กรรมโดยให้เด็กไดเ้ ล่นอิสระกลางแจง้
เล่นเคร่อื งเลน่ สนาม เคลือ่ นไหวร่างกายตามจงั หวะดนตรี
๓.๒.๒ การพัฒนากลา้ มเนื้อเลก็ เพอ่ื ใหเ้ ดก็ ได้พัฒนาความแขง็ แรงของกล้ามเนอ้ื เล็ก
การประสานสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมือและตา จึงควรจดั กจิ กรรมโดยให้เดก็ ไดเ้ ล่นเคร่ืองเลน่ สัมผัส เลน่ เกมต่อภาพ
ฝกึ ชว่ ยเหลอื ตนเองในการแต่งกาย หยิบจบั ชอ้ นสอ้ ม ใชอ้ ปุ กรณ์ศลิ ปะ เชน่ สีเทยี น กรรไกร พ่กู ัน ดนิ เหนยี ว ฯลฯ
๓.๒.๓ การพัฒนาอารมณ์ จิตใจ และปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม เพือ่ ให้เด็กมคี วามรู้สึกทดี่ ี
ต่อตนเองและผู้อ่ืน มคี วามเชือ่ ม่นั กลา้ แสดงออก มีวนิ ัยในตนเอง รบั ผดิ ชอบ ซ่ือสัตยป์ ระหยดั มคี วามเมตตา
กรณุ า เอื้อเฟ้ือ แบ่งปนั มีมารยาทและการปฏบิ ัติตนตามวัฒนธรรมไทยและศาสนาท่นี บั ถือ จึงควรจดั กิจกรรม
ต่าง ๆ ผา่ นการเล่น ให้เด็กได้ตดั สินใจเลอื ก ไดร้ ับการตอบสนองความต้องการ ไดฝ้ กึ ปฏิบตั โิ ดยสอดแทรก
คุณธรรม จรยิ ธรรม ตลอดเวลาทีโ่ อกาสเอ้อื อำนวย
๓.๒.๔ การพฒั นาสังคมนสิ ัย เพื่อให้เด็กมีลกั ษณะนิสัยทด่ี ี แสดงออกอย่างเหมาะสม และ
อยรู่ ่วมกับผู้อ่ืนได้อยา่ งมีความสขุ ช่วยเหลือตนเองในการทำกจิ วัตรประจำวัน มนี สิ ยั รักการทำงาน รจู้ ักระมดั ระวงั
ความปลอดภยั ของตนเองและผู้อืน่ จึงควรจดั ใหเ้ ด็กไดป้ ฏิบตั ิกิจวตั รประจำวันอย่างสม่ำเสมอ เชน่ รบั ประทาน
อาหาร พักผ่อนนอนหลบั ขับถ่าย ทำความสะอาดร่างกาย เลน่ และทำงานรว่ มกบั ผูอ้ ืน่
๓.๒.๕ การพฒั นาการคิด เพือ่ ใหเ้ ดก็ ไดพ้ ฒั นาความคิดรวบยอด สงั เกต จำแนก เปรียบเทียบ
จดั หมวดหมู่ เรียงลำดับเหตุการณ์ แกป้ ญั หา จงึ ควรจดั กจิ กรรมใหเ้ ดก็ ได้สนทนาอภิปราย แลกเปล่ยี นความคดิ เหน็
เชิญวทิ ยากรมาพดู คุยกับเดก็ ค้นควา้ จากแหลง่ ข้อมูลตา่ ง ๆ ทดลอง ศึกษานอกสถานทป่ี ระกอบอาหารหรือจดั ให้
เด็กไดเ้ ลน่ เกมการศกึ ษาท่เี หมาะสมกบั วยั อยา่ งหลากหลาย ฝึกการแกป้ ญั หาในชวี ิตประจำวนั และในการทำกจิ กรรม
ทั้งท่ีเปน็ รายบุคคลและรายกลมุ่
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 102
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
๓.๒.๖ การพัฒนาภาษา เพื่อใหเ้ ดก็ ไดม้ ีโอกาสใชภ้ าษาส่ือสาร ถ่ายทอดความรู้ ความนึกคิด
ความรู้ความเข้าใจในสง่ิ ต่าง ๆ ท่ีเดก็ มปี ระสบการณ์ จึงควรจดั กจิ กรรมทางภาษาให้มคี วามหลากหลาย
ในสภาพแวดล้อมทเ่ี อ้ือต่อการเรียนรู้ มงุ่ ปลูกฝงั ใหเ้ ดก็ รักการอา่ นและบคุ ลากรท่แี วดลอ้ มต้องเป็นแบบอย่างทดี่ ี
ในการใชภ้ าษา ทง้ั น้ีต้องคำนึงถงึ หลักการจดั กิจกรรมทางภาษาที่เหมาะสมกับเด็กเป็นสำคัญ
๓.๒.๗ การสง่ เสรมิ จนิ ตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์ เพอ่ื ให้เดก็ ได้พฒั นาความคิดริเริม่
สร้างสรรค์ ไดถ้ า่ ยทอดอารมณค์ วามรสู้ ึก และความเห็นความสวยงามของสิง่ ตา่ ง ๆ รอบตวั โดยใช้กจิ กรรมศิลปะ
และดนตรเี ป็นสื่อ ใช้การเคลื่อนไหวและจังหวะตามจินตนาการ ให้ประดิษฐส์ งิ่ ต่าง ๆ อยา่ งอสิ ระตามความคิด
รเิ รมิ่ สร้างสรรคข์ องเด็กเล่นบทบาทสมมตุ ิในมมุ เล่นตา่ ง ๆ เล่นนำ้ เลน่ ทราย เล่นกอ่ สรา้ ง
๓.๓ รูปแบบการจดั กจิ กรรมประจำวัน การจดั ตารางกจิ กรรมประจำวัน สามารถจัดไดห้ ลายรูปแบบ
ท้งั นขี้ ึน้ อยกู่ บั ความเหมาะสมในการนำไปใช้ของแตล่ ะสถานศึกษาและชมุ ชน ที่สำคัญผู้สอนตอ้ งคำนงึ ถงึ
การจัดกิจกรรมใหค้ รอบคลุมพัฒนาการทุกดา้ น สำหรับโรงเรยี นบ้านควนประไดจ้ ดั ทำตารางกิจกรรมประจำวัน ดังน้ี
เวลา กิจกรรม
๐๗.๓๐ - ๐๘.๑๕ รบั เดก็
๐๘.๑๕ – ๐๘.๓๐ กจิ กรรมหน้าเสาธง
๐๘.๓๐ - ๐๘.๔๐ ตรวจสขุ ภาพ ไปห้องน้ำ
๐๘.๔๐ – ๐๘.๕๐ สำรวจการมาโรงเรียน คนเกง่ เลา่ ข่าว
๐๘.๕๐ - ๐๙.๑๐ กิจกรรมเคล่อื นไหวและจงั หวะ
๐๙.๑๐ – ๐๙.๓๕ กิจกรรมเสริมประสบการณ์
๐๙.๓๕ - ๑๐.๐๕ กิจกรรมเสร/ี เลน่ ตามมุม
๑๐.๐๕ - ๑๐.๓๕ กิจกรรมสรา้ งสรรค์
๑๐.๓๕ - ๑๑.๐๐ กิจกรรมกลางแจง้
๑๑.๐๐ - ๑๑.๓๐ รบั ประทานอาหารกลางวัน
๑๑.๓๐ - ๑๒.๐๐ เลน่ อิสระ/ แปรงฟัน
๑๒.๐๐ – ๑๔.๐๐ นอนพักผ่อน
๑๔.๐๐ – ๑๔.๑๐ เกบ็ ท่ีนอน ลา้ งหนา้
๑๔.๑๐ – ๑๔.๓๐ เกมการศึกษา
ด่ืมนม / เตรยี มตวั กลับบา้ น
๑๔.๓๐
หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 103
โรงเรยี นบา้ นเนินโพธ์ิ
๓.๓.๑ กิจกรรมเคล่ือนไหวและจังหวะ การเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ เปน็ กิจกรรมท่จี ดั ให้เดก็ ได้
เคล่ือนไหวสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายอย่างอิสระตามจงั หวะ โดยใชเ้ สยี งเพลง คำคล้องจอง มาประกอบการ
เคล่อื นไหว เพื่อสง่ เสริมให้เด็กเกิดจินตนาการและความคดิ สร้างสรรค์ เดก็ วยั น้ีร่างกายกำลังอย่ใู นระหวา่ ง
พฒั นาการใชส้ ่วนต่าง ๆ ของรา่ งกายยงั ไม่ผสมผสานหรือประสานสมั พันธ์กนั อยา่ งสมบูรณ์ การเคล่ือนไหว
ของเด็กมลี กั ษณะต่าง ๆ ดังน้ี
- ชา้ ได้แก่ การคบื คลาน
- เร็ว ไดแ้ ก่ การว่ิง
- นุม่ นวล ได้แก่ การไหว้ การบิน
- ขงึ ขัง ได้แก่ การกระทืบเท้าดัง ๆ ตกี ลองดัง ๆ
- ร่าเรงิ มคี วามสขุ ไดแ้ ก่ การตบมือ หัวเราะ
- เศร้าโศกเสียใจ ได้แก่ สหี นา้ ท่าทาง
ทิศทางการเคล่ือนไหว
- เคลอ่ื นไหวไปข้างหน้าและข้างหลัง
- เคล่ือนไหวไปข้างซา้ ยและขา้ งขวา
- เคลอื่ นตัวขน้ึ และลง
- เคลื่อนไหวรอบทศิ
รปู แบบการเคล่ือนไหว
๑. การเคลื่อนไหวพน้ื ฐาน ได้แก่ การเคลื่อนไหวตามธรรมชาตขิ องเด็ก มี ๒ ประเภท
๑.๑ การเคลือ่ นไหวอยู่กับที่ ไดแ้ ก่ ตบมอื ผงกศีรษะ ขยบิ ตา ชันเขา่ เคาะเท้า
เคล่ือนไหวมือและแขน มือและนิว้ มือ เท้าและปลายเท้า
๑.๒ การเคลอื่ นไหวเคลอ่ื นที่ ได้แก่ คลาน คืบ เดนิ วิ่ง กระโดด ควบมา้ ฯลฯ
๒. การเลียนแบบ มี ๔ ประเภท คอื
๒.๑ เลยี นแบบทา่ ทางสตั ว์
๒.๒ เลียนแบบทา่ ทางคน
๒.๓ เลยี นแบบเครอ่ื งยนต์กลไก และเคร่อื งเลน่
๒.๔ เลยี นแบบปรากฏการณธ์ รรมชาติ
๓. การเคล่ือนไหวตามบทเพลง ไดแ้ ก่ การเคล่ือนไหวหรอื ทำทา่ ทางประกอบเพลง
๔. การทำท่าทางกายบริหารประกอบเพลง หรือคำคล้องจอง
๕. การเคลือ่ นไหวเชงิ สร้างสรรค์ ได้แก่ การเคล่ือนไหวท่ใี ห้เดก็ คิดสร้างสรรคเ์ อง อาจชนี้ ำ
ด้วยการป้อนคำถามหรือใช้อุปกรณป์ ระกอบ
๖. การเลน่ หรอื การแสดงทา่ ทางตามคำบรรยาย เร่อื งราว ไดแ้ ก่ การเคล่ือนไหวท่าทาง
ตามจินตนาการจากเร่ืองราวหรอื คำบรรยายท่ผี ู้สอนเล่า
๗. การปฏิบัตติ ามคำส่งั หรือขอ้ ตกลง ได้แก่ การเคลื่อนไหวหรือทำทา่ ทางตามสัญญา
หรอื คำสัง่ ตามทีไ่ ด้ตกลงไว้ก่อนเริม่ กิจกรรม
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 104
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์
๘. การฝึกทำท่าทางเปน็ ผู้นำ ผตู้ าม ได้แก่ การเคลื่อนไหวหรอื ทำท่าทางจากความคดิ
สร้างสรรค์ของเดก็ เอง แลว้ ให้เพอ่ื นปฏบิ ตั ิตาม
๓.๓.๒ กจิ กรรมสรา้ งสรรค์/กิจกรรมเสรี กิจกรรมสรา้ งสรรค์ เปน็ กจิ กรรมท่ชี ่วยเด็กให้แสดงออก
ทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรค์ และจินตนาการ โดยใช้ศิลปะ เชน่ การเขียนภาพ การปัน้
การฉกี ปะการตัดปะ การพิมพ์ภาพ การร้อย การประดิษฐ์ หรือวธิ กี ารอน่ื ทเี่ ด็กได้คิดสร้างสรรค์ กิจกรรม
สรา้ งสรรค์ควรจดั ให้เดก็ ทำทุกวัน โดยอาจจัดวันละ ๒ - ๓ กจิ กรรม ใหเ้ ด็กเลอื กทำอยา่ งนอ้ ย ๑ -๒ กจิ กรรม
ตามความสนใจ
กจิ กรรมเสรีหรอื การเล่นตามมมุ เปน็ กจิ กรรมท่เี ปดิ โอกาสใหเ้ ด็กเลน่ อสิ ระตามมุมเลน่ หรือ
มุมประสบการณ์ที่จัดไว้ในห้องเรียน เชน่ มุมบล็อก มุมหนังสอื มมุ วิทยาศาสตร์ มมุ บ้าน มุมร้านคา้ เปน็ ต้น
มุมต่าง ๆ เหลา่ นีเ้ ด็กมีโอกาสเลือกเลน่ ไดอย่างเสรตี ามความสนใจและความต้องการของเด็ก อาจให้เด็กเลือกทำ
กจิ กรรมทีผ่ สู้ อนจัดเสริมขนึ้ เช่น เกมการศึกษา เครอ่ื งเล่นสมั ผัส กจิ กรรมสร้างสรรคป์ ระเภทต่าง ๆ
๓.๓.๓ กจิ กรรมกลางแจ้ง
กจิ กรรมกลางแจง้ เปน็ กิจกรรมทจ่ี ัดให้เด็กได้มโี อกาสออกไปนอกห้องเรียนเพอื่ ออกกำลังเคลือ่ นไหว
ร่างกายและแสดงออกอยา่ งอิสระ โดยยึดความสนใจและความสามารถของเด็กแตล่ ะคนเป็นหลกั กิจกรรม
กลางแจ้งท่ีผู้สอนควรจดั ใหเ้ ด็กไดเ้ ลน่ เช่น
การเลน่ เคร่ืองสนาม
เครื่องเลน่ สนาม หมายถึง เคร่ืองเลน่ ที่เด็กอาจปนี ป่าย หมุน โยก ซ่ึงทำออกมาในรปู แบบตา่ งๆ เช่น
๑. เครือ่ งเลน่ สำหรับปีนป่าย หรือตาขา่ ยสำหรบั ปีนเล่น
๒. เครื่องเล่นสำหรบั โยกหรือไกว เช่น มา้ ไม้ ชงิ ชา้ มา้ นั่งโยก ไม้กระดก ฯลฯ
๓. เครื่องเลน่ สำหรับหมนุ เช่น ม้าหมุน พวงมาลยั รถสำหรับหมุนเล่น
๔. ราวโหนขนาดเล็กสำหรบั เดก็
๕. ต้นไม้สำหรับเดนิ ทรงตวั หรอื ไม้กระดานแผน่ เดยี ว
๖. เครอื่ งเล่นประเภทลอ้ เลื่อน เชน่ รถสามลอ้ รถลากจงู ฯลฯ
การเล่นทราย
ทรายเปน็ สงิ่ ทเ่ี ด็กๆชอบเลน่ ทงั้ ทรายแหง้ ทรายเปียก นำมาก่อเปน็ รูปตา่ งๆได้ และสามารถนำวัสดุอน่ื
มาประกอบการเลน่ ตกแต่งได้ เช่น กิง่ ไม้ ดอกไม้ เปลือกหอย พมิ พ์ขนม ที่ตักทราย ฯลฯ
ปกติบ่อทรายจะอยกู่ ลางแจ้ง โดยอาจจัดใหอ้ ยู่ใตร้ ่มเงาใต้ต้นไม้หรอื สร้างหลังคา ทำขอบกน้ั เพ่ือมิให้
ทรายกระจัดกระจาย บางโอกาสพรมน้ำให้ชนื้ เพือ่ เด็กจะได้กอ่ เล่น นอกจากน้ี ควรมวี ิธกี ารปิดกน้ั มใิ ห้สตั วเ์ ลีย้ ง
ลงไปทำความสกปรกในบอ่ ทรายได้
การเล่นนำ้
เดก็ ทัว่ ไปชอบเลน่ น้ำมาก การเลน่ น้ำนอกจากสร้างความพอใจและคลายความเครียดใหเ้ ด็กแล้วยงั ทำให้
เดก็ เกดิ การเรยี นรอู้ ีกด้วย เช่น เรียนรู้ทกั ษะการสงั เกต จำแนกเปรยี บเทียบปริมาตร ฯลฯ
อปุ กรณ์ท่ีใสน่ ้ำอาจเปน็ ถงั ทสี่ รา้ งข้นึ โดยเฉพาะหรืออ่างน้ำ วางบนขาตงั้ ที่ม่นั คง ความสูงพอดีที่เดก็ จะยนื
ได้พอดี และควรมผี า้ พลาสติกกนั เสือ้ ผา้ เปยี กให้เด็กใชค้ ลุมระหว่างเลน่
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 105
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
การเล่นในมมุ บทบาทสมมตุ ิ
เป็นบา้ นจำลองสำหรับให้เด็กเลน่ จำลองแบบบา้ นจรงิ ๆ อาจทำดว้ ยเศษวสั ดปุ ระเภทผ้าใบ กระสอบป่าน
ของจรงิ ทีไ่ ม่ใชแ้ ลว้ เข่น หม้อ เตา ชาม อ่าง เตารีด เครื่องครวั ตกุ๊ ตาสมมุติเป็นบุคคลในครอบครวั เสือ้ ผา้ ผใู้ หญ่
ทไ่ี มใ่ ชแ้ ล้วสำหรบั ผลัดเปลี่ยน มกี ารตกแตง่ บรเิ วณใกลเ้ คยี งใหเ้ หมอื นบ้านจรงิ ๆ บางครั้งอาจจดั เป็นรา้ นขายของ
สถานทท่ี ำการต่างๆเพื่อให้เด็กเล่นสมมุติตามจินตนาการของเดก็ เอง
การเลน่ กับอุปกรณ์กฬี า
เป็นการนำอปุ กรณ์กฬี ามาให้เดก็ เลน่ อย่างอิสระหรือใชป้ ระกอบเกมการเล่นทใ่ี ห้อสิ ระแก่เดก็ มากท่ีสดุ
ไม่ควรเน้นการแข็งขันเพ่ือมุ่งหวงั แพ้–ชนะ อปุ กรณก์ ีฬาที่นิยมนำมาใหเ้ ด็กเลน่ เช่น ลกู บอล ห่วงยาง ถุงทราย ฯลฯ
การเลน่ เกมการละเลน่
กจิ กรรมการเล่นเกมการละเล่นทจี่ ดั ให้เดก็ เลน่ เช่น เกมการละเลน่ ของไทย เกมการละเล่นของท้องถ่นิ
เชน่ มอญซอ่ นผา้ รีรีข้าวสาร แมง่ ู โพงพาง ฯลฯ การละเล่นเหลา่ นี้ตอ้ งใช้บริเวณที่กวา้ ง การเลน่ อาจเป็นกล่มุ เล็ก
กลมุ่ ใหญก่ ็ได้ ก่อนเล่นผ้สู อนอธิบายกติกาและสาธิตใหเ้ ด็กเขา้ ใจ ไม่ควรนำเกมการเล่นท่ีมกี ติกาย่งุ ยากและเน้น
การแข่งขนั แพช้ นะมาจัดกจิ กรรมให้กบั เด็กวยั น้ี เพราะเด็กจะเกิดความเครยี ดและสรา้ งความรู้สึกท่ีไม่ดตี ่อตนเอง
๓.๓.๔ เกมการศกึ ษา
เกมการศกึ ษาเป็นเกมท่ชี ว่ ยพัฒนาสติปัญญา มีกฎเกณฑ์กติกาง่ายๆ เด็กสามารถเลน่ คนเดยี วหรอื เลน่
เปน็ กลุ่มได้ ช่วยใหเ้ ด็กรจู้ ักสงั เกต คดิ หาเหตผุ ลและเกดิ ความคิดรวบยอดเกี่ยวกบั สรี ปู รา่ ง จำนวน ประเภทและ
ความสัมพันธ์เก่ียวกับพ้นื ที่ ระยะ เกมการศึกษาท่เี หมาะสมสำหรบั เดก็ วัย 3 – 5 ปี เช่น เกมจับคู่ แยกประเภท
จดั หมวดหมู่ เรยี งลำดบั โดมโิ น ลอตโต ภาพตัดตอ่ ต่อตามแบบ ฯลฯ
หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 106
โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
การจัดสภาพแวดลอ้ ม สอื่ และแหล่งเรียนรู้
หลักการสำคัญในการจัดหรือสรา้ งบรรยากาศการเรียนรู้ คือ ตอ้ งคำนึงถึงความปลอดภยั ความสะอาด
เป้าหมายการพฒั นาเด็ก ความเป็นระเบยี บ ความเป็นตัวของเดก็ เอง ใหเ้ ด็กเกิดความรสู้ ึกอบอุ่น มน่ั ใจ
และมีความสขุ โรงเรียนไดแ้ บ่งเนือ้ ท่ีให้เหมาะสม ดังน้ี
๑. พน้ื ที่อำนวยความสะดวกเพ่ือเด็กและครู
๑.๑ ท่ีแสดงผลงานของเด็ก
๑.๒ ทเ่ี ก็บแฟม้ ผลงานของเด็ก
๑.๓ ทีเ่ กบ็ เคร่ืองใช้ส่วนตวั เด็ก
๑.๔ ท่ีเกบ็ เครอื่ งใชข้ องครู
๑.๕ ปา้ ยนิเทศตามหน่วยการสอน หรอื สิ่งทีเด็กสนใจ
๒. พน้ื ทป่ี ฏบิ ัติกจิ กรรมและการเคลอ่ื นไหว พนื้ ท่นี ้จี ะใช้ที่วา่ งกลางห้องเรียน
๓. พน้ื ทจี่ ัดมุมเลน่ หรือมุมประสบการณ์ มุมเหล่านโ้ี รงเรียนได้จดั ใหม้ ีของเลน่ ไว้เพียงพอตอ่ ความต้องการ
ของเด็ก โดยมีการผลัดเปลี่ยนของเลน่ ตามมมุ ทุกสัปดาห์ และให้เด็กมสี ่วนร่วมในการจดั มมุ ของเลน่ มมุ ต่างๆ
ท่โี รงเรยี นจดั ให้เด็ก ได้แก่
๓.๑ มุมบล็อก จัดใหม้ ีบล็อกไม้ขนาดและรูปทรงแตกตา่ งกันสำหรับใหเ้ ดก็ ไดน้ ำมาต่อประกอบ
กบั เป็นฯสง่ิ ตา่ งๆ ตามจนิ ตนาการ ความคิดสร้างสรรคข์ องตนเอง
๓.๒ มมุ หนงั สอื จดั ใหม้ หี นังสือทม่ี รี ปู ภาพสีสันสวยงาม ท่ีใช้ประกอบในการเลน่ นิทาน มีแบบฝึก
เขยี นพยัญชนะไทย
๓.๓ มมุ บทบาทสมมุติ มุมน้ีจะจัดแยกเป็นมมุ ย่อย ได้แกมุมบ้าน มุมหมอ มมุ รา้ นคา้
๓.๔ มุมวทิ ยาศาสตร์ ไดจัดรวบรวมสิ่งของต่างๆที่เด็กสนใจมาจดั ไว้
๔. พนื้ ทน่ี อกห้องเรยี น
๔.๑ สนามเดก็ เลน่ ประกอบดว้ ยเครื่องเลน่ ประเภทปีนปา่ ย ทรงตัว สนุกสนาน มีพืน้ ทส่ี ำหรบั วงิ่ เล่น
เพียงพอ และไมเ่ กดิ อนั ตรายต่อเดก็
๔.๒ ท่ีพักผ่อน ไดจ้ ัดโต๊ะม้าหนิ อ่อนไวต้ ามรม่ ไม้ ท่ีเพียงพอสำหรับเด็ก
๔.๓ บรเิ วณธรรมชาติ มีการปลกู ไม้ดอก ไม้ประดบั พืชผกั สวนครัวตามฤดูกาล
การใชส้ อื่ และแหล่งการเรียนรู้
สื่อเป็นตวั กลางในการถา่ ยทอดเรือ่ งราวเนื้อหาจากผู้ส่งไปยังผรู้ บั ในการเรียนสอนส่ือเป็นตัวกลาง
นำความรจู้ ากผูส้ อนสเู่ ด็ก ทำให้เดก็ เกิดการเรยี นรู้ตามจดุ ประสงคท์ ่ีวางไว้ ชว่ ยให้เด็กไดร้ ับประสบการณ์ตรง
ทำให้สง่ิ ท่เี ป็นนามธรรมเข้าใจยากกลายเป็นรปู ธรรมที่เดก็ เขา้ ใจง่าย เรียนร้ไู ดง้ ่าย รวดเรว็ เพลดิ เพลนิ
เกิดการเรียนรู้และคน้ พบดว้ ยตัวเอง
หลกั สตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 107
โรงเรยี นบ้านเนินโพธ์ิ
สือ่ ประกอบการจดั กจิ กรรม
ส่ือประกอบการจดั กจิ กรรมเพือ่ พฒั นาเด็กปฐมวยั ท้งั ทางด้านรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ
สตปิ ญั ญา ควรมสี อ่ื ทั้งท่เี ป็นประเภท ๒ มิติ และ/หรือ ๓ มิติ ทัง้ ทเ่ี ป็นสอื่ ของจริง สอื่ ธรรมชาติ สอ่ื ที่อยู่ใกลต้ ัวเด็ก
สื่อทส่ี ะท้อนวัฒนธรรม ส่ือที่ปลอดภัยตอ่ ตัวเด็ก ส่อื เพื่อพัฒนาเด็กในดา้ นต่างๆ ให้ครบทกุ ด้าน สือ่ ทเี่ อื้อใหเ้ ด็ก
เรยี นรู้ผา่ นประสาทสมั ผัสทั้งหา้ โดยการจดั การใชส้ ือ่ เร่มิ ต้นจากส่อื ของจรงิ ภาพถ่าย ภาพโครงร่าง และ
สัญลกั ษณ์ ท้งั นี้การใชส้ ือ่ ต้องเหมาะสมกบั วยั วฒุ ิภาวะ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสนใจและ
ความต้องการของเด็กที่หลากหลาย ตัวอยา่ งสือ่ ประกอบการจดั กิจกรรม มดี งั นี้
กิจกรรมเสรี / เลน่ ตามมุม
๑. มุมบทบาทสมมุติ อาจจัดเปน็ มมุ เลน่ ดังนี้
๑.๑ มมุ บ้าน
- ของเลน่ เครื่องใช้ในครัวขนาดเล็ก หรอื ของจำลอง เช่น เตา กระทะ ครก กาน้ำ เขียง มดี พลาสติก
หม้อ จาน ช้อน ถ้วยชาม กะละมัง
- เครื่องเล่นตุ๊กตา เสือ้ ผ้าตุ๊กตา เตยี ง เปลเด็ก ต๊กุ ตา
- เคร่ืองแต่งบ้านจำลอง เชน่ ชดุ รบั แขก โต๊ะเครื่องแป้ง หมอนองิ กระจกขนาดเหน็ เต็มตวั หวี ตลบั แป้ง
- เครอื่ งแต่งกายบุคคลอาชพี ตา่ งๆทใี่ ช้แลว้ เชน่ ชดุ เครอื่ งแบบทหาร ตำรวจ ชุดเสอ้ื ผา้ ผู้ใหญช่ าย
และหญงิ รองเท้า กระเป๋าถอื ทไี่ ม่ใช้แลว้
- โทรศพั ท์ เตารีดจำลอง ทร่ี ีดผ้าจำลอง
- ภาพถ่ายและรายการอาหาร
๑.๒ มมุ หมอ
- เคร่อื งเล่นจำลองแบบเครอื่ งมือแพทย์และอปุ กรณ์การรกั ษาผู้ป่วย เช่น หูฟัง เสื้อคลมุ หมอ
- อุปกรณส์ ำหรับเลียนแบบการบันทึกข้อมูลผปู้ ่วย เชน่ กระดาษ ดนิ สอ ฯลฯ
๑.๓ มุมรา้ นค้า
- กลอ่ งและขวดผลติ ภัณฑต์ ่างๆที่ใช้แล้ว
- อุปกรณ์ประกอบการเล่น เช่น เคร่อื งคิดเลข ลูกคิด ธนบตั รจำลอง ฯลฯ
๑.๔ มมุ บล็อก
- ไม้บลอ็ กหรอื แทง่ ไม้ท่ีมขี นาดแลรปู รา่ งตา่ งๆ กัน จำนวนต้ังแต่ ๕๐ ชิน้ ขึ้นไป
- ของเลน่ จำลอง เช่น รถยนต์ เคร่อื งบนิ รถไฟ คน สตั ว์ ตน้ ไม้ ฯลฯ
- ภาพถา่ ยต่างๆ
- ท่ีจัดเก็บไม้บล็อกหรอื แทง่ ไม้อาจเปน็ ช้นั ลงั ไมห้ รือพลาสติก แยกตามรปู ทรง ขนาด
๑.๕ มุมหนงั สือ
- หนงั สอื ภาพนทิ าน สมุดภาพ หนังสือภาพท่ีมคี ำและประโยคส้นั ๆ พร้อมภาพ
- ชนั้ หรือท่ีวางหนงั สอื
- อุปกรณ์ตา่ งๆที่ใช้ในการสร้างบรรยากาศการอา่ น เช่น เสือ่ พรม หมอน
หลกั สตู รสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ 108
โรงเรยี นบา้ นเนนิ โพธ์ิ
- สมุดเซน็ ยมื หนังสอื กลับบา้ น
- อุปกรณ์สำหรบั การเขยี น
- อปุ กรณ์เสรมิ เช่น เครอื่ งเล่นเทป ตลบั เทปนิทานพร้อมหนังสือนิทาน หูฟัง
๑.๖ มุมวิทยาศาสตร์ หรือ มมุ ธรรมชาติศึกษา
- วัสดุตา่ งๆจากธรรมชาติ เช่น เมลด็ พชื ต่างๆ เปลือกหอย ดิน หนิ แร่ ฯลฯ
- เคร่ืองมอื เครื่องใช้ในการสำรวจ สังเกต ทดลอง เชน่ แวน่ ขยาย แม่เหลก็ เขม็ ทศิ เครื่องชงั่ ฯลฯ
กิจกรรมสร้างสรรค์ ควรมีวสั ดอุ ปุ กรณ์ ดังนี้
๑. การวาดภาพและระบายสี
- สเี ทียนแท่งใหญ่ สีไม้ สชี อลก์ สีน้ำ
- พู่กนั ขนาดใหญ่ ( ประมาณเบอร์ ๑๒ )
- กระดาษ
- เสือ้ คลุมหรือผา้ กนั เป้ือน
๒. การเล่นกบั สี
- การเป่าสี มี กระดาษ หลอดกาแฟ สีนำ้
- การหยดสี มี กระดาษ หลอดกาแฟ พกู่ ัน สนี ้ำ
- การพบั สี มี กระดาษ สนี ำ้ พู่กัน
- การเทสี มี กระดาษ สนี ำ้
- การละเลงสี มี กนระดาษ สนี ้ำ แปง้ เปยี ก
๓. การพมิ พภ์ าพ
- แม่พิมพ์ตา่ งๆ จากของจรงิ เชน่ นวิ้ มอื ใบไม้ ก้านกล้วย ฯลฯ
- แม่พิมพ์จากวสั ดอุ ่ืนๆ เช่น เชือก เสน้ ด้าย ตรายาง ฯลฯ
- กระดาษ ผา้ เช็ดมอื สีโปสเตอร์ ( สนี ้ำ สีฝุน่ ฯลฯ )
๔. การปน้ั เชน่ ดินน้ำมนั ดนิ เหนียว แหง้ โดว์ แผน่ รองป้ัน แม่พิมพร์ ูปตา่ งๆ ไม้นวดแป้ง ฯลฯ
๕. การพบั ฉีก ตดั ปะ เช่น กระดาษ หรอื วสั ดอุ ืน่ ๆ ทีจ่ ะใชพ้ ับ ฉีก ตัด ปะ กรรไกรขนาดเล็กปลายมน
กาวนำ้ หรือแปง้ เปยี ก ผา้ เชด็ มือ ฯลฯ
๑. การประดษิ ฐเ์ ศษวสั ดุ เช่น เศษวัสดตุ า่ งๆ มีกลอ่ งกระดาษ แกนกระดาษ เศษผ้า เศษไม้ กาว
กรรไกร สี ผ้าเช็ดมอื ฯลฯ
๗. การร้อย เชน ลูกปัด หลอดกาแฟ หลอดดา้ ย ฯลฯ
๘. การสาน เช่น กระดาษ ใบตอง ใบมะพร้าว ฯลฯ
๙. การเล่นพลาสติกสร้างสรรค์ พลาสตกิ ช้นิ เลก็ ๆ รปู ทรงต่างๆ ผู้เลน่ สามารถนำมาต่อเปน็ รูปแบบตา่ งๆ
ตามความต้องการ
๑๐. การสร้างรูป เช่น จากกระดานปักหมุด จากแปน้ ตะปูทใ่ี ชห้ นังยางหรือเชอื กผกู ดงึ ใหเ้ ปน็ รูปร่างต่างๆ
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ 109
โรงเรียนบา้ นเนินโพธิ์