The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ผลการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) ที่มีต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สาระเศรษฐศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

คณะผู้วิจัย
น.ส.ดวงพร จอมคำสิงห์
นายชัยณรงค์ พุดจีบ
นางสาวกุลธิดา อรัญเพิ่ม

Keywords: ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์,สื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality),ความสามารถในการคิดวิเคราะห์

39

5.3 งำนวจิ ัยเกี่ยวกับเทคโนโลยเี สมือนจริง
ประหยัด จิระวรพงศ์ (2553 อ้างถึงใน ภูมิภัทร กล่อมวิภาวัฒน์, 2561) ได้ทาการศึกษา

เกี่ยวกับเทคโนโลยีความจริงเสมือน ท่ีเป็นนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมและสนใจกันมากในปัจจุบัน AR
(Augmented Reality) เป็นเทคโนโลยีใหม่ท่ีผสานโลกแห่งความจริง (Real World) กับโลกเสมือน (Virtual
World) คือ เทคโนโลยีผสานความจริงเสมือน บางคนเรียกว่า ระบบเสมือนจริงเสริมแต่ยังไม่มีวลีไทยที่ใช้
แน่นอน AR เป็นท่ีสนใจได้อย่างกว้างขวางในประเทศไทย ขณะนี้ AR เป็นลักษณะท่ีดูได้โดยตรงและโดยอ้อม
ในสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง ซึ่งมีองค์ประกอบของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และระบบเสมือนจริงท่ี มี
ความสัมพันธ์กับโลกแห่งความจริง อาจเรียกคอมพิวเตอร์ AR ใช้การแสดงผลแบบ Real Time และบริบท
องคป์ ระกอบดา้ นสภาพแวดล้อม เช่น คะแนนระหว่างการแข่งขันกีฬาในโทรทัศน์ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เทคโนโลยี
AR มีความก้าวหนา้ ทนั เหตุการณ์ กล่าวคือ การใช้ภาพด้วยคอมพิวเตอร์และวัตถุท่ีคุ้นเคยรวมกับสารสนเทศที่
เปน็ จรงิ รอบ ๆ ตัวผูใ้ ช้และยังไดป้ ฏสิ ัมพนั ธ์ รวมถึงประโยชน์จากการใชร้ ะบบดจิ ิตอลอีกด้วย

เกวลี ผาใต้ และคณะ (2561) ได้ทาการวิจัยเรื่องสื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริง
เรอ่ื งคาศพั ท์ภาษาอังกฤษสัตวโ์ ลกน่ารู้ ไดท้ าการวิจัยเพ่ือ 1.) พฒั นาส่ือการเรยี นรู้ด้วยเทคโนโลยีมิติเสมือนจริง
เร่ือง คาศัพทภ์ าษาอังกฤษสัตว์โลกน่ารู้ 2.) ประเมินความพึงพอใจ โดยกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1-
3 โรงเรียนบา้ นป่าหว้านจังหวัดสกลนคร จานวน 30 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) หน้าหลักของสื่อการเรียนรู้ด้วย
เทคโนโลยีมิติเสมือนจริง เรื่อง คาศัพท์ภาษาอังกฤษสัตว์โลกน่ารู้ ซึ่งจะประกอบไปด้วยตัวเลือก 3 ตัวเลือก
ได้แก่ 1. เปิดแฟม้ ซกั โลก 2. วิธีการใช้งาน และ 3. ประวัติผู้จัดทา 2) ผลการศึกษาการประเมินความพึงพอใจ
นักเรียนมีความพงึ พอใจต่อส่อื โดยรวมอยใู่ นระดบั มากทส่ี ุด

ณฐั ดษิ ฐเ์ จริญ และคณะ (2557) ไดท้ าการวจิ ยั เร่อื งการพัฒนาสอื่ การเรียนรู้เร่ือง โครงสร้าง
อะตอมและพันธะเคมีด้วยเทคโนโลยอี อกเมนเต็ดเรยี ลลิต้ี โดยเป็นการวจิ ัยเพอ่ื พฒั นาสอื่ การเรยี นรู้รายวิชาเคมี
เรอื่ งโครงสร้างอะตอม และพันธะเคมีโดยการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยีออกเมนเตด็ เรียลลิต้ี (A u g m e n t e d
R e a l i t y) ซง่ึ เป็นการจาลองโมเดลลกั ษณะโครงสรา้ งของอะตอมและพนั ธะเคมีในรูปแบบแอนิเมช่ันสามมติ ิ
จานวน 34 โมเดลท่สี ามารถใชง้ านได้ทัง้ เคร่ืองคอมพิวเตอร์และแทบ็ เลต็ ท่ใี ช้ระบบปฏิบัตกิ าร Android ผล
การพฒั นาและทดสอบระยะด้วยการวเิ คราะหค์ วามสอดคล้องของเนื้อหา (คา่ IOC) และศกึ ษาความพงึ พอใจ
ดว้ ยแบบสอบถามจากผ้เู ชยี่ วชาญจานวน 5 คน และนักศกึ ษาจานวน 60 คนของมหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี
พบวา่ ความสอดคล้องของเน้ือหามคี ่าเฉลย่ี เท่ากับ 0.81 และคา่ เฉลย่ี ของความพึงพอใจมคี า่ เทา่ กบั 4.36 (จาก
คะแนนเต็ม 5.00) ซ่ึงสามารถสรุปได้ว่า คณุ ภาพโดยรวมของสือ่ การเรียนรนู้ ้อี ยู่ในระดบั ดี ช่วยเพม่ิ ความเขา้ ใจ

ในเนือ้ หารายวิชาเคมีได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วกว่าการเรียนดว้ ยบทเรียนแบบเดมิ ทเี่ ป็นภาพแบบสองมติ ิ

40

จากการศึกษางานวิจัยข้างต้น ทาให้ทราบว่าการจัดการเรียนการสอนตามแนวทฤษฎีคอน
สตรัคติวิสซึม (Constructivism) คือ กระบวนการที่ทาให้เกิดความรู้ความเข้าใจในระดับห้องเรียน โดย
นักเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เป็นการจัดกิจกรรมท่ีเน้นให้นักเรียนได้เผชิญกับปัญหา
และคน้ พบสิ่งท่ตี ้องการจะรดู้ ้วยตนเอง ซ่งึ เปน็ การจดั กจิ กรรมที่สอดคล้องกบั ความต้องการและความสนใจของ
นักเรียน ทาให้นักเรียนมีความสุข สนุกสนานกับการเรียน ทั้งยังได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการ
เรียน (พรหม ผกู ดวง, 2542 อา้ งถึงใน อมรินทร์ อาพลพงษ์, 2559) รวมท้งั เทคโนโลยีเสมือนจริงข้างต้นพบว่า
เทคโนโลยีเสมอื นจริง (Augmented Reality) เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีในโลกแห่งความเป็นจริง
(Real World) กับโลกเสมือน (Virtual World) เข้าด้วยกันโดยนาคุณลักษณะเฉพาะในการสร้างภาพเสมือน
จริงให้ปรากฏข้ึนในลักษณะที่เป็นข้อความ ภาพน่ิง ภาพเคลื่อนไหว เสียงและวิดีโอโดยผ่านซอฟต์แวร์และ
อุปกรณ์เช่ือมตอ่ ต่าง ๆ เชน่ โทรศัพท์มือถอื แท็บเล็ต และอุปกรณ์แสดงผลอ่ืน ๆ การนาเทคโนโลยีเสมือนจริง
มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนถือเป็นส่ิงแปลกใหม่และสร้างความน่าสนใจให้กับผู้เรียนได้เป็นอย่างดี
(ประหยัด จิระวรพงศ์, 2553 อ้างถึงใน ภูมิภัทร กล่อมวิภาวัฒน์, 2561 : ณัฐ ดิษฐ์เจริญ และคณะ, 2557)
ดังนนั้ คณะผ้วู ิจัยจงึ สนใจทจี่ ะนาเทคโนโลยีเสมือนจรงิ (Augmented Reality) มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการ
เรียนการสอนตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม (Constructivism) เพ่ือให้เกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ สาหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร์)

6. กรอบแนวคดิ กำรวิจยั

จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข้องในการวิจัยเร่ืองการศึกษาทักษะการคิดวิเคราะห์ด้วย
การสอนโดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมของ Jean Piaget เและ Lev Vygotsky
ซ่ึงได้รับการพฒั นารูปแบบการจดั การเรียนการสอนโดยทิฎ์ภิ ัทรา สดุ แก้ว (2554 อ้างถึงใน อังคณา ตุงคะสมิต,
2562) ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) สาระเศรษฐศาสตร์ เร่ือง ความสัมพันธ์ทาง
เศรษฐกิจในชมุ ชน ของนักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา
(ศกึ ษาศาสตร์) ผู้วิจยั ได้กาหนดกรอบแนวคิดในการวจิ ัยดังต่อไปน้ี

รปู แบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎี ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
คอนสตรัคติวสิ ซมึ (Constructivism) ความพงึ พอใจของนักเรยี น

รว่ มกับสอื่ เทคโนโลยเี สมอื นจริง
(Augmented Reality)

41

บทที่ 3
วธิ ดี ำเนินกำรวิจยั

การวจิ ยั ครงั้ นี้เป็นการศกึ ษาผลการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อ
เทคโนโลยีเสมอื นจริง (Augmented Reality) ท่มี ีตอ่ ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ สาระเศรษฐศาสตร์ของ
นกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4 โดยคณะผวู้ ิจยั ไดด้ าเนนิ การตามข้ันตอนดงั ต่อไปน้ี

1. กลุ่มเป้าหมาย
2. ตัวแปรที่ศึกษา
3. รูปแบบการวิจัย
4. เครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการวจิ ยั
5. การสร้างและหาประสิทธภิ าพของเครื่องมอื ท่ีใช้ในการวจิ ยั
6. การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
7. การวิเคราะหข์ ้อมูล

1. กลุม่ เป้ำหมำย

กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 (Unit D1 กลุ่ม 2) โรงเรียนสาธิต
มหาวิทยาลยั ขอนแก่น ฝ่ายประถมศกึ ษา (ศึกษาศาสตร์) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2562 จานวน 35 คน โดย
การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยมีเกณฑ์ในการคัดเลือกดังน้ี 1) นักเรียนท่ีมีปัญหาด้านการ
คดิ วเิ คราะห์ 2) เปน็ นกั เรยี นในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3) เผชิญปัญหาเน้ือหาวิชาเรียนท่ีมากและยากต่อ
ความเขา้ ใจ

2. ตัวแปรที่ศกึ ษำ

2.1 ตัวแปรตน้ คอื การจดั การเรยี นรู้ตามรูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับ
สอ่ื เทคโนโลยีเสมอื นจริง (Augmented Reality)

2.2 ตวั แปรตาม คือ
1) ทักษะการคิดวิเคราะห์
2) ความพึงพอใจของนักเรียน

42

3. รูปแบบกำรวจิ ัย

การวิจัยครง้ั น้ีเป็นการวิจัยเชิงทดลอง แบบแผนการทดลองขั้นต้น (Pre-Experimental Design) โดย
ทาการศึกษากับกลุ่มเป้าหมายหน่ึงกลุ่ม ที่มีการทดสอบหลังทดลองหน่ึงครั้ง (One Shot Case Study) เขียน
เป็นสัญลกั ษณด์ ังน้ี

โดยกาหนดให้ X แทน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎี
O คอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับส่ือเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented
Reality)

แทน การวัดความสามารถในการคิดวเิ คราะห์และความพึง
พอใจของนกั เรียน

4. เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นกำรวิจยั

เครือ่ งมอื ทีใ่ ช้ในการวจิ ยั คร้ังนี้ แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท ได้แก่
4.1 แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม

ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมอื นจริง (Augmented Reality) ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 จานวน 1 แผน เวลา 50 นาที
4.2 แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จานวน 10 ข้อ

แบบจับคูจ่ านวน 5 ขอ้ รวมจานวน 15 ขอ้
4.3 แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ

การสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรคั ตวิ สิ ซึร่วมกับสื่อเทคโนโลยเี สมอื นจรงิ (Augmented Reality)

43

5. กำรสรำ้ งและหำประสทิ ธภิ ำพของเครื่องมอื ท่ีใช้ในกำรวิจัย

5.1. แผนกำรจัดกำรเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อ

เทคโนโลยเี สมือนจรงิ (Augmented Reality) ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม สาระเศรษฐศาสตร์ หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 เศรษฐศาสตร์น่ารู้ เรอื่ งความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใน
ชมุ ชน จานวน 1 แผน เวลา 50 นาที โดยมีขนั้ ตอนการดาเนนิ การดงั ต่อไปนี้

1) ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา
(ศึกษาศาสตร์) รวมท้ังมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมและโครงสร้างรายวชิ าสงั คมศกึ ษา ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4

2) กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด หน่วยการเรียนรู้และนวัตกรรมรูปแบบการสอน
พร้อมทัง้ สือ่ เทคโนโลยที ใ่ี ช้ในการสร้างแผนการจดั การเรยี นรู้

3) คณะผู้วิจัยร่วมกันสร้างแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎี
คอนสตรัคติวิสซึมตามรูปแบบของทิฎิ์ภัทรา สุดแก้ว (2554 อ้างถึงใน อังคณา ตุงคะสมิต, 2562) ร่วมกับส่ือ
เทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) ในขั้นที่ 2 ขั้นเลือกกิจกรรมและหัวข้อ โดยมีข้ันตอนท้ังหมด 4
ขัน้ ตอน ได้แก่

ขน้ั ท่ี 1 เตรยี มการ
ขั้นท่ี 2 ข้ันเลือกกิจกรรมและหัวข้อ ร่วมกับ เทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented

Reality)
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นสร้างผลงาน
ขั้นที่ 4 ขัน้ ประเมนิ
จากน้นั ดาเนนิ การวเิ คราะห์ ปรบั ปรงุ แก้ไขแผนการจดั การเรยี นรู้รว่ มกนั
4) นาแผนการจัดการเรียนรู้นาเสนอแก่อาจารย์ท่ีปรึกษา เพ่ือพิจารณาปรับปรุง แก้ไขตาม
ข้อเสนอแนะและความเหมาะสม
5) นาแผนการจัดการเรียนรู้เสนอต่อผู้เช่ียวชาญ 3 ท่าน พิจารณาความเหมาะสมของ
แผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบประเมินมาตราส่วนประเมินค่า (Rating Scale) ตามวิธีการของ ลิเคิร์ท
(Likert) ซ่งึ มี 5 ระดบั บุญชม ศรีสะอาด (2545 อ้างถึงใน ดลพร เพญ็ ไพบลู ยเ์ สถยี ร, 2561) ดังนี้

44

5 หมายถึง มีความเหมาะสมมากทีส่ ุด
4 หมายถึง มีความเหมาะสมมาก
3 หมายถงึ มีความเหมาะสมพอใช้
2 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมน้อย
1 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมน้อยท่ีสุด

เกณฑก์ ำรแปลผล
ช่วงคะแนน 4.51-5.00 หมายถึง มีความเหมาะสมมากที่สดุ
ช่วงคะแนน 3.51-4.50 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมมาก
ชว่ งคะแนน 2.51-3.50 หมายถงึ มีความเหมาะสมพอใช้
ช่วงคะแนน 1.51-2.50 หมายถงึ มีความเหมาะสมน้อย
ช่วงคะแนน 0.51-1.00 หมายถงึ มีความเหมาะสมน้อยทส่ี ุด
โดยแผนการจัดการเรียนรู้ต้องมีค่าเฉล่ียต้ังแต่ 3.51 ข้ึนไป จึงจะถือว่านาไปใช้ได้ ซ่ึง
ผู้เชย่ี วชาญ 3 ทา่ นพิจารณาแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม
ร่วมกับส่ือเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) จานวน 1 แผน 50 นาที มีค่าเฉล่ีย 4.53 มีความ
เหมาะสมมากทสี่ ุด ซ่งึ ถอื วา่ นาไปใช้ได้
6) นาแผนการจัดการเรียนรู้เสนอต่ออาจารย์ท่ีปรึกษาอีกครั้งหลังพบผู้เชี่ยวชาญ เพ่ือ
ตรวจสอบความถูกต้อง สมบรู ณ์และเหมาะสมมากทสี่ ดุ
7) นาแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับสมบูรณ์ จานวน 1 แผนไปใช้จรงิ แก่นกั เรยี นกลุ่มเปา้ หมาย

45

ซึ่งข้ันตอนวิธีการสร้างและหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการสอนตาม
แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับส่ือเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) สามารถสรุปเป็น
แผนภาพดงั น้ี

ศกึ ษาหลักสตู รสถานศึกษามาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรแู้ ละโครงสรา้ งรายวิชา
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4

กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชีว้ ดั หนว่ ยการเรยี นรู้และนวัตกรรมรปู แบบการสอน พรอ้ มท้ังส่ือ
เทคโนโลยที ่ใี ชใ้ นการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้

คณะผู้วจิ ัยรว่ มกนั สรา้ งแผนการจดั การเรยี นรู้

นาแผนการจัดการเรยี นรนู้ าเสนอแก่อาจารยท์ ี่ปรึกษา

นาแผนการจดั การเรยี นรู้เสนอต่อผู้เชยี่ วชาญ
นาแผนการจัดการเรียนรนู้ าเสนอแก่อาจารย์ท่ีปรึกษาอกี ครัง้

นาแผนการจดั การเรยี นรู้ไปใช้จริงแกก่ ลุ่มเป้าหมาย
ภำพท่ี 1 ข้นั ตอนวธิ กี ารสร้างและหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้

46

5.2. แบบทดสอบวดั ควำมสำมำรถในกำรคดิ วิเครำะห์
แบบทดสอบหลังเรียนวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์แบ่งเป็น 2 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 เป็น

แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จานวน15 ข้อ และตอนท่ี 2 เป็นแบบจับคู่คาตอบจานวน 5 ข้อ รวมจานวน 15 ข้อ มี
เกณฑ์การให้คะแนนคือ ตอบถูกให้ 1 คะแนน ตอบผิดให้ 0 คะแนน สาหรับใช้ทดสอบหลังเรียน มีข้ันตอนการ
สร้างและหาประสิทธภิ าพ ดงั น้ี

1) ศกึ ษาแนวคิด ทฤษฎีและผลการวิจัยท่ีเกี่ยวข้องกับทักษะการคิดวิเคราะห์เพ่ือเชื่อมโยงไป
ยังความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์

2) ศกึ ษาหลักการและวิธีสร้างแบบทดสอบแบบปรนัยและแบบจับค่คู าตอบ
3) กาหนดโครงสร้างของแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ จากเนื้อหาหน่วย
การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระเศรษฐศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5
เศรษฐศาสตร์น่ารู้ เรือ่ งความสัมพันธ์ทางเศรษฐกจิ ในชมุ ชน
4) สร้างแบบทดสอบวดั ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ตอนท่ี 1 เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก
จานวน 10 ข้อ และตอนท่ี 2 เป็นแบบจับคู่คาตอบจานวน 5 ขอ้ รวมจานวนทั้งส้ิน 15 ขอ้
5) นาแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่สร้างเสนอต่ออาจารย์ท่ีปรึกษา เพื่อ
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งเหมาะสม และปรบั ปรุงตามข้อเสนอแนะ
6) นาแบบทดสอบวัดทีป่ รบั ปรุงแก้ไขนาเสนอต่อผู้เชียวชาญจานวน 3 ท่าน ตรวจสอบความถูก
ต้อง ในตอนที่ 1 แบบปรนัย จานวน 10 ข้อใช้การวิเคราะห์ความตรงเชิงเน้ือหา (IOC) โดยใช้ค่าดัชนีความ
สอดคล้องระหว่างแบบทดสอบวัดความสามรถในการคิดวิเคราะห์กับจุดประสงค์การเรียนรู้ วิเคราะห์ (Index of
Item –Objective Congruence: IOC) ส่วนในตอนที่ 2 แบบจับคู่คาตอบจานวน 5 ข้อ ใช้การให้คาปรึกษาและ
ชแ้ี นะจากผ้เู ชี่ยวชาญท้ัง 3 ทา่ น
7) บันทึกผลการพิจารณา ลงความคิดเห็นของผู้เชียวชาญแต่ละท่าน แต่ละข้อแล้วหาค่า
คะแนนผลรวมคะแนนความคดิ เห็นของผเู้ ช่ยี วชาญแตล่ ะทา่ น
8) นาค่า IOC จากแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตอนที่ 1 แบบปรนัย
จานวน 10 ข้อที่ได้แปลผลความหมายจากผู้เช่ียวชาญตรวจสอบความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา โดยมีค่าระหว่าง
0.67 – 1.00 แล้วนามาปรับปรุงแกไ้ ขตามข้อเสนอแนะของผู้เชยี่ วชาญ
9) นาแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ ไปใชก้ ับนักเรยี นกลมุ่ เป้าหมาย

47

สามารถสรุปเป็นขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบและการหาค่าประสิทธิภาพแบบทดสอบความสามารถในการคิด
วเิ คราะหไ์ ด้ดังนี้

ศึกษาแนวคิด ทฤษฎแี ละผลการวจิ ัยทเี่ ก่ียวขอ้ งกับทักษะการคดิ วเิ คราะหเ์ ชื่อมโยงสูค่ วามสามารถในการ
คิดวเิ คราะห์

ศึกษาหลักการและวธิ สี ร้างแบบทดสอบแบบปรนัยและแบบจับคคู่ าตอบ

กาหนดโครงสร้างของแบบทดสอบวดั ความสามารถในการคิดวิเคราะหจ์ ากเนื้อหา

สร้างแบบทดสอบวดั ความสามารถในการคดิ วเิ คราะหจ์ านวน 2 ตอน ตอนท่ี 1 แบบปรนยั จานวน 10 ข้อ
และตอนที่ 2 แบบจับคูค่ าตอบจานวน 5 ขอ้

นาแบบทดสอบวดั ความสามารถในการคิดวิเคราะหท์ ่สี รา้ งเสนอตอ่ อาจารยท์ ป่ี รึกษา

นาแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตอนท่ี 1 ท่ีปรบั ปรุงแก้ไขนาเสนอต่อผูเ้ ชยี วชาญ
จานวน 3 ทา่ น ตรวจสอบความถูกต้อง โดยใชก้ ารวเิ คราะห์ความตรงเชิงเนอื้ หา (IOC) และนา

แบบทดสอบความสามรรถในการคดิ วิเคราะห์ตอนท่ี 2 รบั การให้คาช้แี นะจากผู้เชย่ี วชาญทัง้ 3 ท่าน

บนั ทึกผลการพิจารณา ลงความคิดเหน็ ของผเู้ ชยี วชาญแต่ละท่าน แตล่ ะข้อแล้วหาค่าคะแนนผลรวม
คะแนนความคดิ เหน็ ของผ้เู ช่ียวชาญแต่ละท่าน

นาคา่ IOC ในตอนท่ี 1 ของแบบทดสอบการคดิ วเิ คราะห์ที่ได้แปลผลความหมายจากผเู้ ชย่ี วชาญ
ตรวจสอบความเทย่ี งตรงเชิงเนือ้ หา โดยมีคา่ ระหวา่ ง 0.67 – 1.00 แล้วนามาปรบั ปรุงแก้ไขตาม

ขอ้ เสนอแนะของผ้เู ชี่ยวชาญ
นาแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ไปใชแ้ ก่นกั เรียนกลมุ่ เป้าหมาย
ภำพท่ี 2 ขน้ั ตอนวธิ กี ารสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบทดสอบวดั ความสามารถในการคิดวิเคราะห์

48

5.3. แบบประเมินควำมพึงพอใจของนักเรยี น
แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน

ตามแนวคดิ ทฤษฎคี อนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) โดยมีขั้นตอนใน
การสร้างแบบประเมินความพึงพอใจของนกั เรียนดงั นี้

1) ศึกษาค้นคว้าเอกสาร ทฤษฎี ที่เก่ียวข้องกับการสร้างแบบประเมินความพึงพอใจของ
นักเรยี น เพ่อื นามาวเิ คราะห์ความพงึ พอใจของนักเรียนที่มตี อ่ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน
ตามแนวคดิ ทฤษฎีคอนสตรคั ตวิ สิ ซึมร่วมกับส่ือเทคโนโลยเี สมอื นจรงิ (Augmented Reality)

2) สร้างแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน แบ่งเกณฑ์การประเมินออกเป็น 3 ระดับ
จากระดับ 3 ถึงระดบั 1 ดงั น้ี

ระดบั 3 ความพึงพอใจของนกั เรียนอย่ใู นระดบั มาก
ระดับ 2 ความพึงพอใจของนกั เรียนอยใู่ นระดบั ปานกลาง
ระดับ 1 ความพงึ พอใจของนกั เรยี นอยูใ่ นระดบั นอ้ ย

เกณฑ์กำรแปลผล
ชว่ งคะแนน 2.01-3.00 หมายถึง มีความพงึ พอใจมาก
ช่วงคะแนน 1.01-2.00 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจปานกลาง
ชว่ งคะแนน 0.00-1.00 หมายถงึ มีความพงึ พอใจน้อย
3) นาแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนท่ีสร้างขึ้นเสนอต่ออาจารย์ท่ีปรึกษาและ
ผู้เชย่ี วชาญ เพ่ือพิจารณาตรวจสอบความเหมาะสม
4) แก้ไขปรับปรุงแบบประเมนิ ความพึงพอใจของนกั เรียนตามคาแนะนาของอาจารย์ที่ปรึกษา
และผู้เชย่ี วชาญ
5) นาแบบประเมินความพงึ พอใจของนกั เรียนไปใชจ้ รงิ โดยใหใ้ หน้ ักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่
4 ทาการประเมนิ หลงั การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

49

จากข้ันตอนการสร้างแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนข้างต้นนั้น สามารถสรุปเป็น
แผนภาพได้ ดังนี้

ศึกษาคน้ ควา้ เอกสาร ทฤษฎี ทเ่ี กี่ยวข้องกับการสร้างแบบประเมนิ ความพึงพอใจของนกั เรยี น

สร้างแบบประเมนิ ความพงึ พอใจของนกั เรยี น

นาแบบประเมนิ ความพงึ พอใจของนักเรียนทสี่ รา้ งขึ้นเสนอต่ออาจารย์ท่ีปรกึ ษาและผเู้ ชี่ยวชาญ

แก้ไขปรับปรุงแบบประเมนิ ความพึงพอใจของนกั เรียนตามคาแนะนาของอาจารย์ทีป่ รกึ ษาและผู้เช่ยี วชาญ

นาแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนไปใช้จรงิ
ภำพที่ 3 แผนภาพแสดงข้ันตอนการสรา้ งแบบแบบประเมินความพงึ พอใจของนักเรยี น

50

6. กำรรวบรวมขอ้ มูล

คณะผู้วิจัยได้ทาการเก็บรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับการสร้างความสามารถในการคิดวิเคราะห์ โดยใช้
รปู แบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality)
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระเศรษฐศาสตร์ หน่วยการ
เรยี นรู้ท่ี 5 เศรษฐศาสตร์นา่ รู้ เรอ่ื งความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจในชุมชน ดังนี้

6.1 กาหนดการทางานรว่ มกันในการวางแผนและออกแบบกจิ กรรมการเรียนร้รู ่วมกัน พรอ้ ม
ทง้ั เขยี นแผนการจัดการเรียนรโู้ ดยใช้วธิ ีการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกบั สอื่ เทคโนโลยี
เสมือนจรงิ (Augmented Reality) ร่วมกันของคณะผจู้ ัดทา

6.2 ดาเนินการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูโ้ ดยใช้ใช้รูปแบบการสอนตามแนวคดิ ทฤษฎีคอนสตรัคติ
วสิ ซมึ ร่วมกบั สื่อเทคโนโลยเี สมอื นจริง (Augmented Reality) ตามแผนการจัดการเรยี นร้จู านวน 1 แผนการ
จัดการเรียนรู้ เวลา 50 นาที ท่ีวางไว้

6.3 ขณะท่ผี ู้วิจัยดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ จึงไดม้ ีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดย
ใช้แบบประเมินพฤตกิ รรมการตอบคาถามของนักเรยี น

6.4 เมื่อจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้
6.4.1 แบบทดสอบหลังเรียนวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน แบ่งเป็น

2 ตอน ตอนท่ี 1 เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จานวน 10 ข้อ และตอนท่ี 2 เป็นแบบจับคู่คาตอบ จานวน 5 ข้อ รวม
ทงั้ สิ้นจานวน 15 ขอ้

6.4.2 แบบประเมินผลงานนักเรยี น
6.4.3 แบบประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรยี น
6.5 นาคะแนนทไี่ ด้ไปวิเคราะห์ โดยใชส้ ถติ ิในการวเิ คราะห์ข้อมูล จากนน้ั นาผลทีไ่ ด้ไป
เปรียบเทยี บกบั เกณฑ์ท่กี าหนดไว้
ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูลครัง้ น้คี ณะผูว้ จิ ยั ได้ดาเนินการเกบ็ รวบรวมข้อมูล โดยลงมือปฏบิ ัตกิ ารสอน
ดว้ ยแผนการจดั การเรยี นรู้ของตนเอง ดังรายละเอียดตารางการเก็บรวบรวมข้อมูล แสดงในตารางที่ 5 การเก็บ
รวบรวมข้อมลู

51

ตำรำงท่ี 5 แสดงการเกบ็ รวบรวมข้อมูล

กำรจดั กำรเรยี นรโู้ ดยใชร้ ปู แบบ

กำรสอนตำมแนวคิดทฤษฎีคอน กระบวนกำร เครือ่ งมือท่ใี ช้ในกำรวจิ ยั ผทู้ ่เี กี่ยวขอ้ ง
สตรัคติวสิ ซมึ (Lesson Study)

รว่ มกับส่อื เทคโนโลยีเสมอื นจริง

(Augmented Reality)

แผนกำรจดั กำรเรียนรทู้ ี่ 1 ขน้ั ท่ี 1 ขนั้ เตรยี มกำร - แบบทดสอบความสามารถ - คณะผู้วิจยั

ขั้นที่ 1 ขนั้ เตรยี มการ การต้ังคาถามเช่ือมโยงความรู้ ในการคิดวิเคราะห์ - นักเรยี น

ขน้ั ที่ 2 ขัน้ เลอื กกิจกรรมและ เกา่ และใหม่ในชนั้ เรียน - แบบประเมินความพงึ พอใจ

หัวขอ้ ขัน้ ที่ 2 ข้นั เลือกกิจกรรม ของนักเรียน

ข้ันที่ 3 ข้นั สร้างผลงาน และหัวขอ้

ขั้นที่ 4 ขัน้ ประเมนิ ผล นักเรียนร่วมกิจกรรมกลุ่ม เน้น

ให้นักเรียนได้เกิดปฏิสัมพันธ์

ระหว่างเพ่ือนร่วมกลุ่ม โดยการ

ระดมความคิดและการแสดง

ความคิดเหน็ เพอ่ื ให้นักเรียนเกดิ

การคดิ วิเคราะห์ สังเคราะห์จาก

ความรูใ้ หม่

ข้นั ท่ี 3 ข้นั สร้ำงผลงำน

นักเรียนวิเคราะห์และสร้างองค์

ความรู้ใหม่ในแบบของตนเอง

จากนั้นสรปุ ความรูท้ ่ไี ด้รบั

ข้ันที่ 4 ขนั้ ประเมนิ ผล

นักเรียนและครูผู้สอนอภิปราย

กิจกรรมการเรยี นรรู้ ่วมกัน

จากตารางท่ี 5 แสดงข้ันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และเครื่องมือท่ีใช้ในการวิจัย ของผลการใช้

รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับส่ือเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality)

ทีม่ ีต่อความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ สาระเศรษฐศาสตร์ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4

52

7. กำรวิเครำะห์ขอ้ มลู

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างการดาเนินการปฏิบัติการวิจัยและหลังจากส้ินสุดการ
ปฏบิ ตั ิการวจิ ยั โดยนาขอ้ มูลมาวเิ คราะหท์ ัง้ เชงิ ปรมิ าณและเชิงคุณภาพดังน้ี

7.1 ขอ้ มูลเชิงปรมิ ำณ
ข้อมูลท่เี ก็บรวบรวมได้จากเครอ่ื งมือไดแ้ ก่
7.1.1 แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ตอนที่ 1 เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก

จานวน 10 ขอ้ และตอนท่ี 2 แบบจบั คูค่ าตอบจานวน 5 ข้อ ใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉล่ีย ̅ ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และร้อยละ โดยกาหนดให้มีจานวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ร้อย
ละ 70 ขึ้นไป

7.1.2 แบบประเมนิ ความพงึ พอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการ
สอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) ใช้สถิติใน
การวเิ คราะหข์ ้อมลู คอื คา่ เฉลย่ี ̅ และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) เพ่ือวัดระดับความพึงพอใจของนักเรียน
ท่เี กดิ ขึ้นหลงั จากการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน

7.2 ขอ้ มลู เชิงคุณภำพ
ข้อมลู เชิงคณุ ภาพวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการเก็บรวบรวม เรียบเรียงจากแบบประเมินความพึงพอใจ

ของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม
ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) ด้วยข้อเสนอแนะท่ีนักเรียนเขียนลงในแบบประเมิน
ความพงึ พอใจหลังจากการจัดกจิ กรรมการเรยี นการรู้

53

บทท่ี 4
ผลกำรวิจยั และอภปิ รำยผล

การวิจยั ครัง้ น้มี ีวตั ถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึม
ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) ที่มีต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 โดยกาหนดใหม้ จี านวนนกั เรยี นไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 70 ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ข้ึนไปและ
เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ที่มีต่อสาระเศรษฐศาสตร์ โดยใช้รูปแบบการสอน
ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับส่ือเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) โดย
กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 (Unit D1 กลุ่ม 2) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ฝ่ายประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 จานวน 35 คน ได้มาโดยการเลือกแบบ
เจาะจง (Purposive Sampling) เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จานวน 1 แผน 2)
แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ จานวน 2 ตอน เป็นตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือกจานวน
10 ข้อ ตอนที่ 2 แบบจับคู่คาตอบจานวน 5 ข้อ รวมทั้งส้ินจานวน 15 ข้อ และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจ
ของนักเรียนทมี่ ีตอ่ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึร่วมกับ
สอ่ื เทคโนโลยเี สมือนจริง (Augmented Reality) คณะผูว้ ิจยั นาเสนอผลการวิจัยและอภิปรายผลการวจิ ัยดงั น้ี

1. ผลการวจิ ัย
1.1 ผลการศึกษาผลการใช้รปู แบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับส่ือ

เทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) ที่มีต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปที ี่ 4

1.2 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ที่มีต่อสาระ
เศรษฐศาสตร์ โดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับส่ือเทคโนโลยีเสมือนจริง
(Augmented Reality)

2. อภิปรายผลการวิจยั
2.1 การใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยี

เสมือนจริง (Augmented Reality) ทีม่ ตี ่อความสามารถในการคดิ วเิ คราะหข์ องนักเรยี น
2.2 การศกึ ษาความพงึ พอใจของนักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ท่ีมีตอ่ สาระเศรษฐศาสตร์

โดยมีรายละเอียดดังตอ่ ไปนี้

54

1. ผลกำรวจิ ยั

1.1 ผลกำรศึกษำผลกำรใช้รูปแบบกำรสอนตำมแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อ

เทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) ท่ีมีต่อควำมสำมำรถในกำรคิดวิเครำะห์ของนักเรียนช้ัน

ประถมศึกษำปีที่ 4 โดยกำหนดให้มจี ำนวนนกั เรยี นไม่นอ้ ยกว่ำรอ้ ยละ 70 ผ่ำนเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป

จากการศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยี

เสมอื นจริง (Augmented Reality) ทม่ี ีต่อความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4

(Unit D1 กลุ่ม 2) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) โดยกาหนดให้มี

จานวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ข้ึนไปน้ัน หลังจากท่ีคณะผู้วิจัยได้ดาเนินการจัด

กิจกรรมการเรียนการสอนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วน้ัน คณะผู้วิจัยได้ทาการทดสอบความสามารถในการคิด

วเิ คราะหข์ องนักเรยี นโดยใช้แบบทดสอบวดั ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ จานวน 2 ตอน จานวนท้ังสิ้น 15

ข้อ แบ่งเป็นตอนที่ 1 แบบปรนัย 4 ตัวเลือกจานวน 10 ข้อและแบ่งเป็นตอนที่ 2 แบบจับคู่คาตอบจานวน 5

ขอ้ ซึง่ แสดงผลดังตารางตอ่ ไปน้ี

ตำรำงที่ 6 แสดงผลการทดสอบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 หลังการ

จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยใช้รปู แบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับส่ือเทคโนโลยี

เสมือนจรงิ (Augmented Reality)

จำนวน คะแนนสอบ กำรผำ่ นเกณฑ์ นกั เรยี นไมผ่ ำ่ น
ของนักเรยี น เกณฑ์
นกั เรียนที่ คะแนน คา่ (ร้อยละ 70)
ต่าสุด เฉลยี่
ทดสอบ คะแนน คะแนน รอ้ ยละ S.D จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ
ท้งั หมด เต็ม สงู สุด

35 15 15 7 10.97 73.13 2.04 21 60 14 40

จากตารางข้างต้นแสดงให้เห็นว่า คะแนนผลการทดสอบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน

ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระเศรษฐศาสตร์ หน่วย

การเรยี นรูท้ ี่ 5 เศรษฐศาสตร์น่ารู้ เรื่องความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในชุมชน มีนักเรียนผ่านเกณฑ์เฉลี่ย 21 คน

คิดเป็นร้อยละ 60 ของนักเรียนท้ังหมด โดยมีคะแนนเฉล่ียท่ี 10.97 จากคะแนนเต็มรวมจานวน 15 คะแนน

คดิ เป็นรอ้ ยละ 73.13 และมีจานวนนกั เรียนไม่ผา่ นเกณฑจ์ านวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 40 ซ่ึงสามารถอธิบาย

โดยละเอยี ดไดด้ งั แผนภูมิตอ่ ไปนี้

55

แผนภูมิแสดงสัดสว่ นผลกำรทดสอบควำมสำมำรถในกำรคิดวเิ ครำะห์
ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี 4 จำนวน 35 คน ที่
ผ่ำนเกณฑ์และไม่ผำ่ นเกณฑ์

ไมผ่ า่ นเกณฑ์ 40% ผ่านเกณฑ์
14 คน 60% 21 คน

นกั เรียนผ่านเกณฑ์ 21 คน คดิ เป็ น 60% นกั เรียนไมผ่ า่ นเกณฑ์ 14 คน คดิ เป็น 40%

ภำพที่ 4 แผนภมู แิ สดงสดั สว่ นผลการทดสอบความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ของนักเรยี นชั้น
ประถมศกึ ษาปีที่ 4 ทผ่ี ่านเกณฑแ์ ละไมผ่ ่านเกณฑ์
จากแผนภูมิวงกลมข้างต้นแสดงให้เห็นว่า สัดส่วนของนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์เป็นจานวน 21

คนจากจานวนนักเรยี นทงั้ หมด 35 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 60 และสัดส่วนของนักเรียนท่ีผ่านเกณฑ์เป็นจานวน 14
คนจากจานวนนักเรยี นทง้ั หมด 35 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 40

แผนภมู แิ สดงอตั รำสัดส่วนด้ำนของกำรคดิ วเิ ครำะหแ์ ต่ละด้ำนในแบบทดสอบ
ควำมสำมำรถในกำรคดิ วิเครำะห์จำนวน 15 ขอ้

วิเคราะหห์ ลักการ วเิ คราะห์ความสาคญั วิเคราะห์ความสมั พนั ธ์ วิเคราะห์หลกั การ
จานวน 2 ข้อ 13% 13%
วิเคราะหค์ วามสาคัญ
จานวน 2 ขอ้

วิเคราะหห์ ลักการ 74%
จานวน 11 ข้อ

ภำพที่ 5 แผนภูมิแสดงแผนภูมิแสดงอัตราสัดส่วนด้านของการคิดวิเคราะห์แต่ละด้าน
ในแบบทดสอบความสามารถในการคิดวิเคราะหจ์ านวน 15 ขอ้

56

จากแผนภูมิวงกลมข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ในจานวนแบบทดสอบท้ัง 15 ข้อนั้น ได้มีการแบ่ง
ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความสามารถในการคิดวิเคราะห์
ความสาคญั จานวน 2 ข้อ จากจานวนท้ังหมด 15 ขอ้ คดิ เป็นร้อยละ 13.33 หรือ 13 % ด้านความสามารถใน
การคิดวิเคราะห์ความสัมพันธ์ จานวน 11 ข้อ จากจานวนท้ังหมด 15 ข้อ คิดเป็นร้อยละ 74.34 หรือ 74 %
ด้านความสามารถในการคิดวิเคราะหห์ ลักการ จานวน 2 ข้อ จากจานวนท้ังหมด 15 ข้อ คิดเป็นร้อยละ 13.33
หรือ 13 %

แผนภูมแิ สดงผลกำรทดสอบควำมสำมำรถในกำรคิดวเิ ครำะห์ในด้าน
ต่างๆของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษำปที ี่ 4 ท่ผี ำ่ นเกณฑ์จำนวน 21 คน

วเิ คราะห์ความสาคญั วิเคราะห์ความสมั พนั ธ์ วิเคราะห์หลกั การ
65.4
89.18
78.57

47.62

9.81 10.47 6.33
1.57 0.95
ร้อยละเฉลยี รวม ร้อยละเฉลีย่ ของสดั สว่ นแตล่ ะด้าน
คะแนนเฉลีย่ รวม

ภำพท่ี 6 แผนภูมแิ สดงผลการทดสอบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ในด้านต่างๆของนกั เรียน
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ที่ผ่านเกณฑ์จานวน 21 คน

จากแผนภูมิข้างตน้ แสดงใหเ้ หน็ ว่า นกั เรียนท่ีผ่านเกณฑ์จานวน 21 คน มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์
แบ่งเป็น 3 ด้าน โดยด้านท่ีนักเรียนมีความสามารถสูงสุดลาดับแรกคือ ด้านของความสามารถในการคิดวิเคราะห์
ความสมั พันธ์ มีค่าเฉลี่ยคะแนนรวมอยู่ท่ี 9.81 (จากจานวนเต็ม 11 ข้อ 11 คะแนน) คิดเป็นร้อยละเฉล่ียรวม 89.81
และเมื่อนาไปเปรียบเทียบกับสัดส่วนร้อยละ 74.34 จากจานวนท้ังหมด 15 ข้อ พบว่าความสามารถนักเรียนด้านนี้
เฉล่ียอยู่ที่ร้อยละ 65.40 ลาดับต่อมาคือ ด้านของความสามารถในการคิดวิเคราะห์ความสาคัญ มีค่าเฉลี่ยคะแนน
รวมอยู่ท่ี 1.57 (จากจานวนเต็ม 2 ข้อ 2 คะแนน) คิดเป็นร้อยละเฉล่ียรวม 78.57 และเม่ือนาไปเปรียบเทียบกับ
สัดสว่ นรอ้ ยละ 13.33 จากจานวนทั้งหมด 15 ข้อ พบว่าความสามารถนักเรียนด้านนี้เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 10.47 ลาดับ
สุดท้ายคือด้านของความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลักการ มีค่าเฉล่ียคะแนนรวมอยู่ที่ 0.95 (จากจานวนเต็ม 2
ข้อ 2 คะแนน) คิดเป็นร้อยละเฉลี่ยรวม 47.62 และเม่ือนาไปเปรียบเทียบกับสัดส่วนร้อยละ 13.33 จากจานวน
ท้งั หมด 15 ขอ้ พบวา่ ความสามารถนกั เรยี นด้านนีเ้ ฉลี่ยอยทู่ ่ีร้อยละ 6.33

57

แผนภมู แิ สดงผลกำรทดสอบควำมสำมำรถในกำรคิดวิเครำะห์ในด้ำนต่ำงๆของ
นักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษำปีที่ 4 ท่ีไม่ผ่ำนเกณฑ์จำนวน 14 คน

วิเคราะห์ความสาคญั วเิ คราะห์ความสมั พนั ธ์ วิเคราะห์หลกั การ
60.71 62.99

42.6

35.71

6.93 ร้อยละเฉลยี รวม 8.6 5.27
1.29 0.79 ร้อยละเฉลี่ยของสดั สว่ นแตล่ ะด้าน

คะแนนเฉลีย่ รวม

ภำพที่ 7 แผนภมู แิ สดงผลการทดสอบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ในดา้ นตา่ งๆของนักเรยี น
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ์จานวน 14 คน

จากแผนภูมิข้างต้นแสดงให้เห็นว่า นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์จานวน 14 คน มีความสามารถในการคิด
วเิ คราะหแ์ บ่งเป็น 3 ด้าน โดยด้านท่ีนักเรียนมีความสามารถสูงสุดลาดับแรกคือ ด้านของความสามารถในการ
คิดวิเคราะห์ความสัมพันธ์ มีค่าเฉลี่ยคะแนนรวมอยู่ที่ 6.93 (จากจานวนเต็ม 11 ข้อ 11 คะแนน) คิดเป็นร้อย
ละเฉลี่ยรวม 62.99 และเม่ือนาไปเปรียบเทียบกับสัดส่วนร้อยละ 74.34 จากจานวนทั้งหมด 15 ข้อ พบว่า
ความสามารถนักเรยี นด้านนี้เฉลีย่ อยทู่ ี่ร้อยละ 42.60 ลาดับต่อมาคือ ด้านของความสามารถในการคิดวิเคราะห์
ความสาคัญ มีค่าเฉลี่ยคะแนนรวมอยู่ท่ี 1.29 (จากจานวนเต็ม 2 ข้อ 2 คะแนน) คิดเป็นร้อยละเฉล่ียรวม
60.71 และเม่ือนาไปเปรียบเทียบกับสัดส่วนร้อยละ 13.33 จากจานวนท้ังหมด 15 ข้อ พบว่าความสามารถ
นักเรียนด้านนี้เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 8.60 ลาดับสุดท้ายคือด้านของความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลักการ มี
ค่าเฉลี่ยคะแนนรวมอยู่ที่ 0.79 (จากจานวนเต็ม 2 ข้อ 2 คะแนน) คิดเป็นร้อยละเฉลี่ยรวม 47.62 และเม่ือ
นาไปเปรียบเทียบกับสัดส่วนร้อยละ 13.33 จากจานวนท้ังหมด 15 ข้อ พบว่าความสามารถนักเรียนด้านน้ี
เฉลี่ยอยู่ทีร่ อ้ ยละ 5.27

58

1.2 ผลกำรศกึ ษำควำมพึงพอใจของนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษำปีท่ี 4 ที่มีต่อสำระเศรษฐศำสตร์ โดย

ใช้รปู แบบกำรสอนตำมแนวคดิ ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสอ่ื เทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented

Reality)

ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ที่มีต่อสาระเศรษฐศาสตร์ โดยใช้

รปู แบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality)

คณะผวู้ ิจัยไดใ้ หน้ กั เรียนดาเนินการประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรียน หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดย

ใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับส่ือเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented

Reality) ซึง่ สามารถแสดงผลดงั ตารางต่อไปนี้

ตำรำงที่ 7 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ที่มีตอ่ สาระเศรษฐศาสตร์ โดย

ใชร้ ปู แบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคตวิ ิสซึมร่วมกับสือ่ เทคโนโลยีเสมือนจรงิ (Augmented Reality)

รำยกำรสอบถำมควำมพงึ พอใจ คะแนนเฉล่ีย S.D. แปลผล
̅
ดำ้ นกิจกรรมกำรเรยี นกำรสอน 0.46 มาก
1. กิจกรรมการเรยี นการสอนแปลกใหม่ ทาให้นักเรยี นเข้าใจ 2.71 0.48 มาก
เน้ือหาได้มากยิ่งขึ้น 2.66 0.04 มาก
2. กจิ กรรมการเรยี นการสอนสง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นเกิดความสามารถ 2.69
ในการคดิ วิเคราะห์ 0.70 มาก
2.49
รวมด้ำนกจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอน
ด้ำนสอื่ เทคโนโลยีทใ่ี ช้
3. สือ่ ส่งเสริมกจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยใช้รูปแบบการสอน
ตามแนวคดิ ทฤษฎคี อนสตรคั ติวสิ ซึมร่วมกบั ส่ือเทคโนโลยีเสมอื น
จรงิ ทาให้กจิ กรรมการเรยี นการสอนมีความน่าสนใจมากยิ่งข้นึ

4. สอื่ เทคโนโลยีเสมอื นจรงิ มเี น้ือหาและรูปแบบเหมาะสม 2.74 0.61 มาก

รวมด้ำนสือ่ เทคโนโลยที ่ใี ช้ 2.62 0.18 มาก
ด้ำนผสู้ อน
5. ผู้สอนอธบิ ายกิจกรรมไดช้ ัดเจน ส่งเสรมิ และเปิดโอกาสให้ 2.74 0.56 มาก
นักเรยี นมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมการเรยี นรู้อย่างเต็มศักยภาพ 2.74 0.56 มาก
2.68 0.26 มำก
รวมดำ้ นผสู้ อน

รวม

59

จากข้อมูลข้างต้นพบว่าความพึงพอใจของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนก าร
สอนโดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรคั ติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง(Augmented
Reality) ในสาระเศรษฐศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เศรษฐศาสตร์น่ารู้ เร่ืองความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใน
ชมุ ชน มีคะแนนเฉลี่ยรวมความพงึ พอใจของนักเรียนอยู่ที่ 2.68 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานรวมท่ี 0.26 อยู่ใน
ระดับที่ มาก ซ่ึงคะแนนความพึงพอใจเฉล่ียสูงสุดคือ ด้านผู้สอน ในประเด็นผู้สอนอธิบายกิจกรรมได้ชัดเจน
สง่ เสรมิ และเปิดโอกาสให้นักเรยี นมสี ่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ มีคะแนนเฉล่ียอยู่ที่ 2.74
มีส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน 0.61 อยใู่ นระดับความพงึ พอใจทีม่ าก

60

2. อภิปรำยผลกำรวจิ ัย

ผลการวจิ ัยสามารถอภปิ รายตามจดุ ประสงคก์ ารวิจัยดงั ตอ่ ไปนี้
2.1 จากการศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อ

เทคโนโลยีเสมือนจริง(Augmented Reality) ท่ีมีต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) ภาคเรียนที่ 2 ปี
การศกึ ษา 2562 กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระเศรษฐศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้
ที่ 5 เศรษฐศาสตรน์ ่ารู้ เร่อื งความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในชุมชน พบว่านักเรียนผ่านเกณฑ์ 21 คนจากจานวน
นักเรียนทั้งหมด 35 คน คิดเป็นร้อยละ 60 ซ่ึงต่ากว่าเกณฑ์ท่ีกาหนดให้ โดยเกณฑ์ระบุว่าจานวนนักเรียนไม่
น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ข้ึนไป จากการใช้แบบทดสอบความสามารถในการวิเคราะห์ของ
นักเรียนซ่ึงแบ่งความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ความสามารถในการคิด
วิเคราะห์ความสาคัญ ความสามารถในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์และความสามารถในการวิเคราะห์หลักการ จึง
ทราบได้ว่า ทั้งนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์จานวน 35 คน และนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์จานวน 14 คนมีความสามารใน
การคิดวิเคราะห์สูงสุดในด้านของความสามารถในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ โดยนักเรียนท่ีผ่านเกณฑ์มีคะแนน
เฉลีย่ สูงถงึ 9.81 คะแนนจากคะแนนเตม็ 11 คะแนนและนักเรียนท่ีไม่ผ่านเกณฑ์มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 62.99 ลาดับ
รองลงมาเป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ความสาคัญ โดยนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์มีคะแนนเฉลี่ยรวมอยู่ท่ี 1.57
คะแนน จากคะแนนเต็ม 2 คะแนนและนักเรียนท่ีไม่ผ่านเกณฑ์มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.29 คะแนน จากคะแนนเต็ม
2 คะแนน ขณะเดียวกันผลการทดสอบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ดังกล่าวส่งผลให้ทราบว่าความสามารถใน
การคดิ วเิ คราะหต์ า่ สุดของนักเรียนคอื ดา้ นของความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลักการ โดยนักเรียนท่ีผ่านเกณฑ์
มีคะแนนเฉล่ียรวมเพียง 0.95 จากคะแนนเต็ม 2 คะแนน และนักเรียนท่ีไม่ผ่านเกณฑ์มีคะแนนเฉล่ียอยู่ที่ 0.79
จากคะแนนเต็ม 2 คะแนน เน่ืองด้วยการวิเคราะห์หลักการน้ันเป็นส่วนท่ียากที่สุดของความสามารถในการคิด
วิเคราะห์ทั้ง 3 ด้าน จึงส่งผลต่อให้การทดสอบความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลักการของนักเรียนที่มีค่าเฉล่ีย
ต่า ด้วยเหตุน้ีนักเรียนอีกร้อยละ 40 ที่เหลือจึงมีคะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ท่ีต้ังไว้ เนื่องจากระยะเวลาในการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีมีค่อนข้างจากัดเพียง 1 คาบหรือ 50 นาทีเท่านั้น อีกท้ังบริบทในห้องเรียนค่อนข้างยากใน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนซ่ึงมีลักษณะที่แคบมาก ในส่วนของแบบทดสอบความสามารถในการคิด
วิเคราะห์ของนักเรียนเนื่องด้วยระยะเวลาในการดาเนินการที่จากัดส่งผลให้ต้องข้ามขั้นตอนการหาประสิทธิภาพ
ตัวลวงและอานาจจาแนกของแบบทดสอบอาจจะส่งผลให้แบบทอดสอบไม่มีมาตรฐานมากพอและมีแนวโน้มว่า
อาจจะยากเกินไปโดยเฉพาะอย่างย่ิงในส่วนของความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลักการที่อาจจะยากเกินไป
สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ด้วยเหตุนี้ผลการศึกษาจึงไม่สอดคล้องตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ว่า เม่ือ

61

นักเรียนได้รับการจัดกิจกรรมรูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือน
จริง (Augmented Reality) ในสาระเศรษฐศาสตร์แล้ว นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 มีความสามารถในการคิด
วิเคราะห์โดยกาหนดให้มีจานวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป โดยอ้างอิงจาก ณัฐ
กานต์ เจริญกุล (2557) ท่ีได้ทาการวิจัยเรื่องการศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ทักษะการคิดวิเคราะห์ และ
พฤติกรรมการทางานกลุ่ม ด้วยการจัดการเรียนการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมแก่นักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้จานวน 8 แผน เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ซึ่งผลการวิจัยพบว่า ทักษะ
การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนจานวน 43 คน มีนักเรียนผ่านเกณฑ์จานวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 74.42 ของ
จานวนนักเรียนทั้งหมด ท่ีมีคะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กาหนดไว้ คือ นักเรียนร้อยละ 70 ผ่าน
เกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป ดังน้ันจึงสามารถสรุปได้ว่า การวิจัยผลการจัดกิจกรรมรู้ในการใช้รูปแบบการสอนตาม
แนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับส่ือเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) ที่มีต่อความสามารถใน
การคดิ วเิ คราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ส่วนหนึ่งที่ไม่บรรลุตามเกณฑ์จานวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อย
ละ 70 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ข้ึนไปที่กาหนดไว้น้ัน เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีน้อยเกินไปเพียง 1 แผน
จานวน 50 นาที ในขณะท่ี ณัฐกานต์ เจริญกุล (2557) ใช้แผนการจัดการเรียนรู้ถึง 8 แผน อย่างไรก็ตามหากแม้
ผลการศึกษาดังกล่าวจะไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์และสมมติฐานท่ีต้ังไว้ แต่จากการสอนพบว่านักเรียนมีความ
กระตือรือร้นในการมีส่วนร่วมและกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพส่งผลให้ผลการทดสอบความสามารถใน
การคดิ วิเคราะหข์ องนักเรียนสว่ นใหญ่ผา่ นเกณฑ์คะแนนร้อยละ 70 ข้ึนไป เพียงแต่ไม่บรรลุเป้าหมายที่คณะผู้วิจัย
ตง้ั ไว้

2.2 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ท่ีมีต่อสาระเศรษฐศาสตร์
โดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented
Reality) พบว่า ระดับความพึงพอใจของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่าย
ประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎี
คอนสตรัคตวิ ิสซึมร่วมกับส่ือเทคโนโลยีเสมือนจริง(Augmented Reality) ในสาระเศรษฐศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้
ที่ 5 เศรษฐศาสตรน์ า่ รู้ เรอ่ื งความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกจิ ในมีคะแนนเฉล่ียรวมความพึงพอใจของนักเรียนอยู่ที่ 2.68
และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานรวมที่ 0.26 อยู่ในระดับท่ี มาก ซึ่งคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านผู้สอน ใน
ประเด็นผู้สอนอธิบายกิจกรรมได้ชัดเจน ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อย่าง
เตม็ ศกั ยภาพ มคี ะแนนเฉล่ยี รวมด้านน้ีอยู่ท่ี 2.74 มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.56 อยู่ในระดับความพึงพอใจท่ีมาก
ท้ังน้ีเนื่องจากรูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมอิงตามข้ันตอนการสอนของทิฎิ์ภัทรา สุดแก้ว
(2554 โดยกระบวนการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวนั้นเป็นรูปแบบกระบวนจัดการเรียนท่ีมีการเชื่อมโยงความรู้เก่าและ

62

ความรูใ้ หม่ เนน้ กิจกรรมกลุ่ม การวิเคราะห์และการปฏิบัติ นาไปสู่การเกิดองค์ความรู้ใหม่ในแบบของนักเรียนเอง
ดังนนั้ นกั เรียนจึงมกี ระบวนการคดิ วิเคราะห์ การปฏิบัติ การแสดงความคิดและการเรียนรู้ตลอดกิจกรรม ส่งผลให้
นกั เรยี นรสู้ ึกถึงคณุ ค่าของกระบวนการคิดของตนเองและมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้ดังกล่าว อีกท้ังสื่อ
การสอนมีความน่าสนใจ แปลกใหม่ ใบความรู้และสื่อการสอนมีเนื้อหาที่สอดคล้องกัน พร้อมท้ังนักเรียนมีความ
สนใจ ใส่ใจและมคี วามพรอ้ มทีจ่ ะเรยี นรูต้ ลอดเวลาส่งผลให้การระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมอยู่
ในระดับที่มาก นอกจากนี้นักเรียนยังได้มีการแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเติมในข้อเสนอแนะการจัดกิจกรรมดังกล่าว
เช่น อยากให้ครูอยู่นานกว่าน้ี กิจกรรมดีทุกอย่างแล้ว อยากให้มีการปรับไวไฟ ควรปรับการเปิดเสียง IPAD ให้ดัง
เพราะไมไ่ ด้ยิน ควรมีรางวัลหรือการเสริมแรงอ่ืน ๆ ควรเพ่ิมเวลาในการทางานของนักเรียน ควรมีเกมให้เล่นเยอะ
ๆ ส่ือการสอนควรน่าสนใจมากกว่านี้ กระดาษใบความรู้ควรเป็นขนาด A3และอยากให้คุณครูมาจัดกิจกรรมการ
เรียนการสอนอีก ซ่ึงสอดคล้องกับผลวิจัยของ สมจิต หนูพิชัย (2551) ได้ทาการวิจัยเรื่องผลการใช้วิธีสอนตาม
แนวคิดทฤษฎคี อนสตรัคติวิสซึมร่วมกบั เทคนคิ การอภิปรายกลุ่มแบบโต๊ะกลมต่อทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทาง
คณิตศาสตร์และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนบ้านหาดไข่เต่า เพ่ือ 1) เปรียบเทียบ
ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังได้รับการจัดการ
เรียนรู้โดยใช้วิธีสอนตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับเทคนิคการอภิปรายกลุ่มแบบโต๊ะกลม 2) ศึกษาความ
พึงพอใจของนักเรียนต่อวิธีสอนตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับเทคนิคการอภิปรายกลุ่มแบบโต๊ะกลม
ผลการวิจัยพบว่า 1) ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 หลังได้รับ
การจัดการเรียนร้โู ดยใช้วธิ สี อนตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับเทคนิคการอภิปรายกลุ่มแบบโต๊ะกลมสูงกว่า
กอ่ นเรยี นอยา่ งมนี ัยสาคญั ทางสถิติท่ีระดับ .05 2) ความพึงพอใจของนักเรียนต่อวิธีสอนตามแนวคิดคอนสตรัคติวิ
สซมึ ร่วมกับเทคนิคการอภปิ รายกล่มุ แบบโตะ๊ กลมอยู่ในระดับมาก

จากผลการศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยี
เสมือนจริง (Augmented Reality) ที่มีต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์ในสาระเศรษฐศาสตร์ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 4 นั้นทาให้คณะผู้วิจัยทราบว่าการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมเพื่อ
ชว่ ยเสรมิ สรา้ ง พัฒนา ทัง้ ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการแก้ปัญหาหรือทักษะ
อ่นื ๆ ควรมีการนาสื่อการจัดการเรียนการสอนมามีส่วนรวม พร้อมท้ังมีการปรับปรุง ปรับเปล่ียนให้เข้ากับเนื้อหา
และบรบิ ทของกลุ่มสาระการเรียนรู้นน้ั ๆ ก็จะทาใหก้ ิจกรรมการเรียนการสอนได้รับการพัฒนาและมีประสิทธิภาพ
มากยง่ิ ข้ึนในอนาคต

63

บทที่ 5
สรปุ ผลกำรวิจัยและข้อเสนอแนะ

การวิจยั ครั้งน้เี ป็นการศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับส่ือ
เทคโนโลยีเสมือนจรงิ (Augmented Reality) ที่มีต่อความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ สาระเศรษฐศาสตร์ของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 หลังจากดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล คณะผู้วิจัยขอ
นาเสนอสรปุ ผลการวิจัยและขอ้ เสนอแนะดงั ต่อไปนี้

1. วตั ถปุ ระสงค์และวิธดี าเนนิ การวิจยั
2. สรุปผลการวจิ ัย
3. ขอ้ จากัด
4. ขอ้ เสนอแนะ

การศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือน
จริง (Augmented Reality) ที่มีต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สาระเศรษฐศาสตร์ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปที ี่ 4 มีวัตถุประสงค์ดงั นี้ 1) เพือ่ ศกึ ษาผลการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิ
สซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) ท่ีมีต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของ
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 โดยกาหนดให้มีจานวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70
ขน้ึ ไป 2) เพอื่ ศึกษาความพึงพอใจของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ที่มีต่อสาระเศรษฐศาสตร์ โดยใช้รูปแบบ
การสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality)

วิธดี าเนินการวิจยั ในการวิจยั ครง้ั น้ี คอื การศกึ ษาการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิ
สซึมร่วมกับส่ือเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) กลุ่มเป้าหมายท่ีใช้คือ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี
4 (Unit D1 กลุ่ม 2) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร์) ภาคเรียนท่ี 2 ปี
การศึกษา 2562 จานวน 35 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยเลือกนักเรียนที่มีปัญหา
ในดา้ นของความสามารถในการคิดวเิ คราะห์

64

รูปแบบในการวิจัยในคร้ังนี้ คือ การวิจัยเชิงทดลอง แบบแผนการทดลองข้ันต้น (Pre-Experimental
Design) โดยทาการศึกษากับกลุ่มเป้าหมายหน่ึงกลุ่ม ท่ีมีการทดสอบหลังทดลองหนึ่งครั้ง (One Shot Case
Study) เครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิด
ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับส่ือเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 กลุ่ม
สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระเศรษฐศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เศรษฐศาสตร์น่ารู้
เรื่องความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในชุมชน จานวน 1 แผน แบบทดสอบหลังเรียนวัดทักษะการคิดวิเคราะห์และ
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจของนกั เรยี น

2. สรุปผลกำรวิจัย

3.1 จากการศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยี
เสมือนจริง (Augmented Reality) ที่มีต่อทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 (Unit D1
กลุ่ม 2) โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศกึ ษา (ศึกษาศาสตร์) โดยกาหนดให้มีจานวนนักเรียนไม่
น้อยกว่าร้อยละ 70 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไปน้ัน พบว่า คะแนนผลการทดสอบความสามารถในการคิด
วิเคราะห์ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระ
เศรษฐศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เศรษฐศาสตร์น่ารู้ เร่ืองความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในชุมชน มีนักเรียนผ่าน
เกณฑ์เฉลยี่ 21 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 60 ของนักเรียนท้ังหมด และมีจานวนนักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์จานวน 14 คน คิด
เป็นร้อยละ 40 โดยมีคะแนนเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 10.97 จากคะแนนเต็มรวมจานวน 15 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 73.13
โดยทั้งนักเรียนท่ีผ่านเกณฑ์และไม่ผ่านเกณฑ์มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์สูงสุดด้านความสามารถในการ
วิเคราะห์ความสัมพันธ์ รองลงมาเป็นความสามารถในการวิเคราะห์ความสาคัญและสุดท้ายเป็นความสามารถใน
การวิเคราะห์หลกั การ

3.2 จากผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ท่ีมีต่อสาระเศรษฐศาสตร์ โดยใช้
รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality)
พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยรวมความพึงพอใจของนักเรียนอยู่ที่ 2.68 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานรวมท่ี 0.26 อยู่ใน
ระดับท่ี มาก ซึ่งคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านผู้สอน ในประเด็นผู้สอนอธิบายกิจกรรมได้ชัดเจน
ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 2.74 มี
ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน 0.61 อย่ใู นระดับความพึงพอใจทมี่ าก

65

3. ข้อจำกัด

การใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented
Reality) เหมาะแก่พ้ืนท่ีที่มีเครื่องมือเทคโนโลยีพร้อม มีสัญญาณอินเทอร์เนตที่ค่อนข้างเร็วและมีประสิทธิภาพ
คงที่เน่ืองจากไฟล์เนื้อหาที่ถูกบรรจุลงในสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) ค่อนข้างมีขนาดท่ีใหญ่
และไม่สามารถโหลดเก็บไวก้ ่อนได้

4. ขอ้ เสนอแนะ

4.1 ข้อเสนอแนะในกำรนำผลกำรวิจยั ไปใช้
4.1.1 ควรมีการเตรียมส่ือสารอง เช่น ใบความรู้ที่มีเนื้อหาตรงกับเน้ือหาในสื่อ สื่อเทคโนโลยี

เสมือนจริง (Augmented Reality) เพ่ือป้องกันปัญหาที่จะเกิดข้ึน เน่ืองจากสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริงดังกล่าวมี
ขนาดไฟล์ท่ีใหญ่และต้องใช้สัญญาณอินเทอร์เนตที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นอย่างย่ิงจึงเส่ียงต่อการท่ีส่ือดังกล่าวจะ
ขัดข้องในขณะจดั กิจกรรมการเรียนการสอน

4.1.2 ขน้ั ตอนในการจดั กจิ กรรมการเรียนรูไ้ ม่ควรมขี น้ั ตอนท่มี าก หรือมีความซับซ้อน เกนิ ไป
4.1.3 ควรมีการกาหนดเวลาแต่ละขั้นตอน และเวลาในการทางานของนักเรียนที่ชัดเจน รัดกุม
ไม่ควรยดื หยุ่นมากเกนิ ไป
4.1.4 มีการจัดหารางวัลหลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือกระตุ้นให้นักเรียนมีความสนใจ
ในกจิ กรรมการเรยี นรู้มากย่ิงขึน้
4.1.5 มีการเช็คความพร้อมของส่ือเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) อยู่เสมอทั้ง
กอ่ นและหลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
4.2 ขอ้ เสนอแนะในกำรทำวิจัยครั้งต่อไป
4.2.1 การทาวิจัยครั้งน้ีเป็นผลการวิเคราะห์ในส่วนของสาระเศรษฐศาสตร์ ของกลุ่มสาระการ
เรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 เศรษฐศาสตร์น่ารู้ เรื่องความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
ในชุมชน จานวนเพียง 1 แผน จึงควรเปน็ การนาไปพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ ในสาระเศรษฐศาสตร์ หน่วยการ
เรยี นรูท้ ี่ 5 เศรษฐศาสตรน์ า่ รู้ ในเรอ่ื งอน่ื ๆ หรอื ในสาระอ่นื ๆ ต่อไป
4.2.2 การทาวิจัยครง้ั น้ีเปน็ การศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิ
สซึมร่วมกับสื่อเทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality) ดังนั้นในการวิจัยครั้งต่อไปจึงควรมีการปรับเปลี่ยน
ส่ือการสอนเหมาะสมกับผู้เรียนและสภาพแวดล้อม การวิจัยครั้งต่อไปจึงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การใช้
รูปแบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎคี อนสตรัคตวิ สิ ซมึ ร่วมกับส่ือบอร์ดเกม เพ่ือลดชอ่ งว่างทางด้านเทคโนโลยี

66

บรรณานุกรม

เกวลี ผาใตแ้ ละคณะ. (2561). สอื่ การเรยี นรู้ดว้ ยเทคโนโลยีมิตเิ สมอื นจริง เรอ่ื งคาศพั ท์ภาษาองั กฤษสตั ว์
โลกน่ารู้. วารสารโครงงานวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ. ปีที่ 4 (ฉบับท่ี 1). ค้น
เมื่อ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562, จาก
http://it.rmu.ac.th/project-journal/assets/uploads/formidable/6/4-1-4-2328.pdf

กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม. (2553). หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นสาธติ
มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศกึ ษาศาสตร์) ระดับประถมศกึ ษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั
พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม. ขอนแกน่ :
โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ คณะศึกษาศาสตร์.

ขนษิ ฐา นันทนา. (2547). การศกึ ษาผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและ
วฒั นธรรม ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 โดยใชร้ ปู แบบการสอนตามแนวคดิ คอนสตรคั ติวสิ ตซ์ ึม.
วิทยานิพนธป์ ริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑติ วทิ ยาลัย
มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ .

จนั ทกานต์ สถาพรวจนา และสกนธ์ ม่วงสุน่ . (2557). การออกแบบและพัฒนาหนังสือเรียนทีใ่ ชเ้ ทคโนโลยี
ออคเมนตเ์ ตดเรียลรติ ้ีในการนาเสนอภาพประกอบสามมิติ. นครปฐม : มหาวทิ ยาลยั ราชมงคล
รตั นโกสินทร์.

ณฐั กานต์ เจรญิ กลุ . (2557). การศกึ ษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์และพฤติกรรมการ
ทางานกลมุ่ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษาศาสนา และวฒั นธรรม สาระที่ 2 หนา้ ท่ีพลเมือง
วัฒนธรรมและการดาเนนิ ชวี ิตในสังคม ของนักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียน
การสอนตามแนวคดิ คอนสตรคั ติวิสต์. วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญาศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ า
หลกั สตู รและการสอน มหาวิทยาลัยขอนแกน่ .

ณฐั ดิษฐเ์ จรญิ และคณะ. (2557). การพัฒนาสื่อการเรียนรู้เร่ือง โครงสร้างอะตอมและพันธะเคมดี ้วย
เทคโนโลยอี อกเมนเตด็ เรยี ลลติ ้ี. วารสารหนว่ ยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิง่ แวดลอ้ มเพ่ือการ
เรียนรู้. ปีที่ 5 (ฉบับท่ี 1). คน้ เมอื่ 25 ธนั วาคม พ.ศ. 2562, จาก
http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/article/download/4255/4142

ธดิ ารัตน์ ดรหลาบคา. (2553). การคดิ วเิ คราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น เร่อื งระบบนิเวศของนกั เรยี น
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 โดยการจดั การเรียนรตู้ ามแนวคอนสตรัคติวสิ ต์. วิทยานพิ นธป์ ริญญาศึกษา
ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลัยขอนแกน่ .

67

ประพนั ธศ์ ริ ิ สเุ สารจั . (2551). การพัฒนาการคิด. กรงุ เทพฯ: 9119 เทคนิคพรน้ิ ตง้ิ .
พิรุณพรรณ พลมุข. (2550). ผลการใชร้ ปู แบบการเรยี นรู้ตามแนวคอนสตรัคติวสิ ต์ ของ Underhill ทม่ี ตี ่อ

ความสามารถในการคดิ วิเคราะหข์ องนักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ในวชิ าเคมี. วิทยานพิ นธ์
ปริญญาศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวทิ ยาศาสตร์ศึกษา บณั ฑติ วทิ ยาลัย
มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ไพฑรู ย์ ศรฟี ้า. (2556). การผลติ สอ่ื การเรียนการสอนยคุ ใหมส่ ไตล์ AURASMA. [ม.ป.ท.: ม.ป.พ.]
ภมู ภิ ทั ร กลอ่ มวภิ าวฒั น์. (2561). ผลของส่ิงแวดล้อมทางการเรียนรเู้ ทคโนโลยเี สมือนจรงิ บนเครือข่าย ตาม

แนวคอนสตรัคตวิ ิสตท์ ่ีส่งเสรมิ การคดิ สร้างสรรค์ เร่อื งการออกแบบและสรา้ งงานสามมิติสาหรบั
นกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานพิ นธป์ รญิ ญาศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยี
การศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแกน่ .
ลกั ขณา สริวฒั น์. (2549). การคิด (Thinking). กรงุ เทพฯ: โอเดยี นสโตร์.
วฒั นาพร ระงับทกุ ข์. (2541). การจัดการเรยี นการสอนทเี่ นน้ ผ้เู รียนเป็นศนู ย์กลาง. กรุงเทพฯ: ต้นอ้อ
สมุ าลี ชยั เจรญิ . (2545). ทฤษฎกี ารออกแบบการสอนในกระบวนทศั นใ์ หม่. ขอนแกน่ : ภาควชิ าเทคโนโลยี
ทางการศกึ ษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน่ .
สมุ าลี ชยั เจรญิ . (2557). การออกแบบการสอนหลักการ ทฤษฎี ส่กู ารปฏิบัติ. ขอนแก่น: ภาควชิ าเทคโนโลยี
ทางการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น.
สุมาลี ชัยเจรญิ เละคณะ. (2549). สังเคราะห์โมเดลการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมกระบวนการสร้างความรู้ของ
ผูเ้ รยี นตามแนวคอนสตรัคตวิ ิสต์ : รายงานการวิจยั โครงการวิจยั ประเภทอุดหนุนทั่วไป. ขอนแก่น:
มหาวิทยาลยั ขอนแก่น
สวุ ิทย์ มลู คา. (2547). กลยทุ ธ์การสอนคิดวเิ คราะห์. พมิ พ์ครั้งท่ี 2. กรุงเทพฯ: ภาพพมิ พ์.
สมจติ หนพู ิชัย. (2551). ผลการใช้วิธสี อนตามแนวคิดคอนสตรคั ติวสิ ซึมร่วมกับเทคนิคการอภิปรายกลมุ่
แบบโต๊ะกลมต่อทกั ษะกระบวนการแกป้ ญั หาทางคณติ ศาสตร์และความพึงพอใจของนักเรยี นชน้ั
ประถมศึกษาปีที่ 6. วทิ ยานิพนธ์ปรญิ ญาการศึกษามหาบัณฑติ สาขาวชิ า หลกั สตู รและการสอน
บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั ทักษิณ.
อมรนิ ทร์ อาพลพงษ์. (2559). การพัฒนาบทเรียนบนเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคตวิ ิสต์
เพ่อื ส่งเสริมความสามารถในการออกแบบและเทคโนโลยขี องนักเรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
โรงเรียนสาธติ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั ฝา่ ยมัธยม. กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .

68

อรุณ มาวนั . (2549). ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นกลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ของนักเรียนชัน้ มัธยมศกึ ษา
ปีที่ 1 โดยใชร้ ูปแบบการเรียนร้ตู ามแนวคดิ ของทฤษฎีคอนสตรคั ตวิ ิสต์. วิทยานพิ นธ์ปริญญาศึกษา
ศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาหลกั สูตรและการสอน บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ .

อังคณา ตงุ คะสมิต. (2562). การวิจัยนวตั กรรมทางสังคมศึกษา. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น
อุ่นเรอื น หนจู ันทร์. (2551). การศกึ ษาทักษะการคิดวิเคราะห์และความสามารถในการสรปุ ความคดิ รวบ

ยอดของนักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยใช้วิธีสอนแบบอุปนัยร่วมกบั เทคนิคผงั
ความคดิ . วิทยานพิ นธป์ รญิ ญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาหลกั สูตรและการสอน บัณฑิต
วิทยาลัย มหาวิทยาลยั ทกั ษิณ.
อรสนิ ี ริตจนั ทร์. (2552). การพัฒนากจิ กรรมการเรียนการสอน การพฒั นากิจกรรมการเรียนการสอนตาม
แนวคิดคอนสตรคั ติวิสต์ เรอ่ื งทศนิยม กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์สาหรับนักเรียนช้นั
ประถมศึกษาปีท่ี 5. วิทยานิพนธป์ ริญญาครุศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าหลกั สตู รและการสอน
บัณฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ .

69

ภาคผนวก

70

ภาคผนวก ก
รายนามผ้เู ชย่ี วชาญและหนงั สอื ราชการ

71

รายนามผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เช่ียวชาญ อาจารย์ประจาสาขาการวัดผลและประเมินผล
1. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร. จตุภูมิ เขตจตั รุ สั การศกึ ษา
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน่
2. รองศาสตราจารย์ ดร. อังคณา ตงุ คะสมิต อาจารย์ประจาสาขาวชิ าสังคมศกึ ษา
3. อาจารยป์ ิยะนนั ท์ บญุ โพธิ์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น
อาจารย์โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ฝา่ ยประถมศกึ ษา (ศึกษาศาสตร์)

72

73

74

75

76

ภาคผนวก ข
เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการวิจยั

77

แผนการจดั การเรียนรูโ้ ดยใชร้ ปู แบบการสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรคั ตวิ ิสซมึ

รว่ มกบั ส่ือเทคโนโลยเี สมอื นจรงิ (Augmented Reality)

กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4

รายวิชา สงั คมศกึ ษา สาระ เศรษฐศาสตร์

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 เรอื่ ง เศรษฐศาสตร์น่ารู้ จานวน 11 คาบ

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจในชุมชน เวลา 1 คาบ (50 นาท)ี

โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ ฝา่ ยประถมศกึ ษา (ศึกษาศาสตร์) ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2562

สอน : วันที่ 13 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 13.00 – 13.50 น.

ผสู้ อน : นางสาวดวงพร จอมคาสงิ ห์ รหัสนกั ศกึ ษา 603050020-0

นายชัยณรงค์ พุดจบี รหัสนักศึกษา 603050207-4

นางสาวกุลธดิ า อรัญเพิ่ม รหสั นักศกึ ษา 603050384-2

นักศกึ ษาชั้นปที ่ี 3 สาขาวชิ าสงั คมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแกน่

ครพู ่ีเลยี้ ง : อาจารยป์ ยิ ะนันท์ บญุ โพธ์ิ

อาจารยท์ ปี่ รึกษา : รองศาสตราจารยเ์ พชรรตั น์ จงนมิ ติ รสถาพร

มาตรฐานการเรียนรู้

ส 3.2 เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจตา่ ง ๆ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกจิ และความจาเปน็ ของ
การรว่ มมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก

ตวั ชวี้ ัด

ป. 4/1 อธบิ ายความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ ของคนในชุมชน

สาระสาคญั

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในชุมชน เกิดจากการติดต่อกันระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคในรูปของการ
ค้าขาย ลงทนุ ทง้ั ภายในประเทศ ระหว่างประเทศและในชุมชน จนนาไปสู่ความต้องการพ่ึงพากัน การแข่งขัน
และการประสานประโยชนท์ างเศรษฐกจิ ในชุมชนซึ่งกันและกัน

78

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

เมื่อนักเรียนเรยี นเรือ่ งความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจในชมุ ชน นกั เรียนสามารถ
1. บอกความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกจิ ในชมุ ชนได้ (K)
2. เขียนแผนผงั ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกจิ ในชมุ ชนได้ (P)
3. เหน็ ความสาคญั ของความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจในชุมชน (A)

สาระการเรยี นรู้

1. ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจในชมุ ชน
ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกจิ
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ หมายถึง การติดต่อกันระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคในรูปของการ

ค้าขาย ลงทุน ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ จึงต้องการพึ่งพากัน การแข่งขันและการประสาน
ประโยชนท์ างเศรษฐกจิ ซ่ึงกันและกัน

1.1 การพึ่งพาทางเศรษฐกิจ เน่ืองจากลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศและ
ทรัพยากรธรรมชาติของแต่ละจังหวัดแตกต่างกัน ทาให้บางจังหวัดขาดแคลนสินค้านั้น จึงต้องมีการพึ่งพากัน
โดยการแลกเปลยี่ น ซอื้ ขายเพื่อใหส้ นิ ค้านัน้ เช่น ขณะชาวนาผลิตขา้ ว ชาวสวนผลติ ผลไม้ ชาวนานาขา้ วไปขาย
ให้กับพ่อค้าข้าว เมื่อได้เงินมาก็นาเงินไปซ้ือผลไม้จากชาวสวน ส่วนชาวสวนขายผลไม้ได้เงินมาก็นาเงินไปซ้ือ
ขา้ วจากพอ่ ค้าขา้ ว พอ่ คา้ ขา้ วไดเ้ งินมาก็นาไปซ้ือผลไมก้ ับชาวสวน และซ้ือข้าวจากชาวนา

นอกจากนี้มีหารพ่ึงพากันทางด้านปัจจัยการผลิต เช่น จังหวัดจันทบุรีมีรัตนชาติประเภท
พลอยเป็นจานวนมาก ประกอบกับมีช่างเจียระไนพลอยท่ีชานาญแต่อาจจะไม่มีทุน ผู้ประกอบการ หรือขาด
ความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี ดังน้ันจึงต้องมีการพ่ึงพากันในส่วนที่ขาดน้ีกับจังหวัดอื่น ขณะเดียวกัน
จังหวดั ที่มีความเจรญิ และเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ เช่น กรุงเทพมหานคร อาจจะมีทุน ผู้ประกอบการ
หรือเทคโนโลยี ดังนน้ั จึงต้องพึง่ พาจงั หวัดอนื่ ๆ ในส่วนท่ที างกรุงเทพมหานครไม่มี

การพ่ึงพาอาศัยกนั ทางเศรษฐกจิ เกดิ จาก
1.1.1 การที่แต่ละท้องถ่ินมีลักษณะทางกายภาพ และลักษณะทางสังคมแตกต่างกัน

ทาให้ มที รัพยากรการผลิตแตกต่างกนั เช่น ภาคเหนอื ต้องพ่งึ พาอาศยั อาหารทะเลจากภาคท่มี ีชายฝั่งทะเล
1.1.2 การท่ที รัพยากรการผลิตแตกต่างกนั ทาให้มีความชานาญในการผลิตที่แตกต่าง

กนั
1.1.3 การเป็นศูนย์กลางการค้า การเงิน และการลงทุน ความก้าวหน้าทาง

เทคโนโลยที าให้มีความสามารถในการผลติ แตกตา่ งกัน

79

1.2 การแข่งขันทางเศรษฐกิจ การแข่งขันทางเศรษฐกิจจะทาให้เกิดการพัฒนาคุณภาพ
ราคาสินค้า ตลอดจนบริการที่ดีข้ึน เช่นจังหวัดท่ีปลูกผลไม้มาก ได้แก่ ระยอง จันทบุรี ส่วนใหญ่จะปลูกเงาะ
ทุเรียน มังคุด ซ่ึงเป็นสินค้าประเภทเดียวกันที่ผลิตออกมาจาหน่ายในเวลาใกล้เคียงกันจึงมีการแข่งขันด้าน
ราคา การพัฒนาคุณภาพสินค้าเพื่อให้ผู้ซ้ือเลือกซ้ือสินค้าจากจังหวัดของตน ซึ่งการลดราคาในการขายจนต่า
กว่าทนุ นั้น จะเป็นผลเสียต่อกลมุ่ ผ้ผู ลิตเอง ดงั นั้นจงึ ตอ้ งหาวิธกี าร เพ่ือร่วมมอื กันในการขายผลผลิต

1.3 การประสานประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน ผู้ผลิตควรจะร่วมมือ
เพ่อื รักษาผลประโยชน์ของตนเอง เช่น การรวมกลุ่มเพ่ือจัดตั้งสหกรณ์ เพ่ือเพ่ิมอานาจต่อรองในการขายสินค้า
หรือร่วมมอื กันในการปรบั ปรุงวธิ ีการผลติ การนาเทคโนโลยมี าใช้ และการใหค้ วามรูก้ ับสมาชกิ ในกลมุ่

การสร้างความเข้มแข็งให้ชมุ ชนด้วยการใชส้ งิ่ ของที่ผลิตในชมุ ชน
การใช้สินค้าและบริการที่ผลิตในชุมชนเป็นการส่งเสริมการประกอบอาชีพและสร้างรายได้
ให้แก่ชุมชน ทาให้คนในชุมชนมีคุณภาพท่ีดีขึ้น ไม่ย้ายถ่ินฐานไปทางานที่ชุมชนอ่ืน ชุมชนจึงเกิดการพัฒนา มี
ความเจริญก้าวหน้าและมคี วามเข้มแข็ง สามารถพ่ึงพาตนเองได้
(รายละเอียดพบในเอกสารประกอบการเรยี น กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ภาคปลาย โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแกน่ ฝ่ายประถมศกึ ษา (ศกึ ษาศาสตร์)

อา้ งอิง
เพชรรัตน์ จงนิมิตรสถาพร, ปิยะนันท์ บุญโพธิ์และคณะ. (2562). เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการ
เรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ภาคปลาย. ขอนแก่น: โรงเรียนสาธิต

มหาวิทยาลยั ขอนแก่น ฝ่ายประถมศกึ ษา (ศกึ ษาศาสตร์).

กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้ันเตรียมการ (5 นาที)
1. นกั เรยี นรว่ มกันตอบคาถามดงั นี้
1.1 ในชุมชนนกั เรยี นมอี าชีพอะไรบา้ ง
1.2 นักเรียนคดิ ว่าอาชพี เหลา่ น้มี ีความเกยี่ วขอ้ งกนั หรอื ไม่ อย่างไร

ขน้ั เลือกกจิ กรรมและหัวข้อ (10 นาที)
2. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 5 กลุ่มโดยการจับไม้ไอศกรีมสีต่าง ๆ (สีแดง สีน้าเงิน สีเหลือง สี

เขยี ว และสีฟ้า)
3. นกั เรียนฟังกติกาการทากจิ กรรม “ส่องความสัมพันธ์”

80

3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มละ 1-2 คน ไปศึกษาฐานความรู้ท่ีกาหนดให้
ได้แก่ ฐานที่ 1 การพ่ึงพาทางเศรษฐกิจ ฐานท่ี 2 การแขง่ ขันทางเศรษฐกิจและฐานท่ี 3 การประสานประโยชน์
ทางเศรษฐกิจ

3.2 ตัวแทนแต่ละกลุ่มศึกษาความรู้ (จากส่ือเสมือนจริงและใบความรู้แต่ละฐาน)
พร้อมทัง้ ทาใบกจิ กรรมประจาฐานโดยมีเวลา 5 นาที

3.3 ตัวแทนแตล่ ะกลุม่ กลบั กลุม่ เดมิ ของตนเอง
ขั้นสรา้ งผลงาน (20 นาที)

4. นักเรียนแตล่ ะคนนาเสนอความรทู้ ี่ตนไดศ้ ึกษาใหส้ มาชกิ ในกล่มุ ของตนเองทราบ
5. นักเรยี นแต่ละกลุ่มเขยี นแผนผงั ความรู้ “ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกจิ ในชมุ ชน”
6. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงานความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจในชมุ ชน
ข้นั ประเมินผล (15 นาที)
7. นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกจิ ในชุมชน โดยการตอบคาถาม
8. นักเรียนทาแบบทดสอบเก่ียวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในชุมชน พร้อมเฉลยร่วมกัน
และนักเรียนเขียนแบบประเมินความพงึ พอใจตอ่ กจิ กรรมการเรยี นรู้

สื่อการเรยี นรู้

1. ส่อื ท่ใี ช้ในกิจกรรม “สอ่ งความสัมพนั ธ์”
2. สือ่ เทคโนโลยีเสมอื นจริง
3. ใบความรู้เรอ่ื งการพึ่งพาทางเศรษฐกิจ การแขง่ ขนั ทางเศรษฐกจิ

และการประสานประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
4. กระดาษบรู๊ฟ
5. ใบกจิ กรรมประจาฐาน

81

การวดั และประเมินผล

ส่ิงท่ีวัด วธิ กี ารวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์การประเมนิ

1. บอกความสัมพันธ์ทาง การตอบคาถาม นกั เรยี นสามารถบอก
เศรษฐกิจในชุมชน (K) คาถาม ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกิจ

อยา่ งน้อย 2 ข้อ

2. เขียนแผนผังความสัมพันธ์ ประเมนิ จากผลงาน แบบประเมินผลงาน ผา่ นเกณฑ์ระดับดีขนึ้ ไป
นกั เรยี น
ทางเศรษฐกจิ ในชมุ ชน (P) นกั เรยี น

3. เห็นความสาคัญของ นักเรยี นสามารถบอก

ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกิจใน การตอบคาถาม คาถาม ความสาคญั ของความสัมพันธ์
ชมุ ชน (A) ทางเศรษฐกจิ ในชุมชนได้
อย่างน้อย 2 ข้อ

ขอ้ เสนอแนะและความคดิ เห็นของครพู ่ีเลย้ี ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ..........................................................

()
ครพู ีเ่ ลีย้ ง

วันท.ี่ ........เดอื น.................... พ.ศ...........

82

83

-

ภาคผนวก

84

ส่อื ทีใ่ ชใ้ นกจิ กรรมสอ่ งความสมั พนั ธ์

อุปกรณ์ iPad ที่ใชใ้ นการส่องความรู้ ไมไ้ อศกรีมทาสีเพอื่ ใชใ้ นการแบ่งกลุ่มนักเรียน
ที่มา : https://www.apple.com. ทีม่ า: http://www.ssmcmarketing.com.

Sticker ใบหนา้ ย้มิ และโกรธ ใช้ในการควบคมุ พฤตกิ รรมการทางานกลุ่มของนักเรยี น
ทม่ี า: https://www.google.com/search?biw=1366

85

สื่อเทคโนโลยเี สมอื นจริง(Augmented Reality)

QR CODE ทใ่ี ช้ในการเข้าถึงเนอ้ื หาภายในสอ่ื

หน้าจอเมนูเพอ่ื เขา้ ถงึ เน้ือหาภายในสอ่ื

ใบความรเู้ ร่อื ง การพึง่ พาทางเศรษฐกิจ การแข่งขันทางเศรษฐกจิ และการประสานประโยชน์
ทางเศรษฐกจิ

ใบความรู้การพง่ึ พาทางเศรษฐกิจ ภาพที่7 ใบความรกู้ ารแข่งขันทางเศรษฐกิจ
และภาพท่ี 8 ใบความรู้ การประสานประโยชน์ทางเศรษฐกจิ

86

ใบกิจกรรมประจาฐาน

ใบความรูป้ ระจาฐาน

ใบคาสั่ง

ใบคาสง่ั

87

สื่อทใี่ ช้ในกิจกรรมสรา้ งแผนผังความสัมพันธ์ของความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกจิ

ปากกาหลากสีที่แต่ละกลุ่มจะใชใ้ นการเขียนแผนผงั สรปุ องค์ความรู้
ท่มี า: https://www.stationerymine.com.

กระดาษบรู๊ฟทีแ่ ต่ละกลุม่ จะในการสรุปแผนผงั องค์ความรู้
ทมี่ า: http://www.store.paperthai.com.

88

แบบประเมินผลงานนกั เรียน จานวน 1 คาบ (50 นาท)ี
วนั ท่ี ……………………………
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1
สาระเศรษฐศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2/2562

คาชแ้ี จง : โปรดทาเครอื่ งหมาย () ลงในชอ่ งว่างที่ตรงกับพฤติกรรมของนักเรียน

การคิด ประเด็น การทางาน รวม
วเิ คราะห์ กลุ่ม
ลาดับท่ี รายช่ือกลุ่ม ความสาคญั การเขียน การ
แผนผงั สรา้ งสรรค์
ความสมั พนั ธ์ ผลงาน

3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 12

1

2

3

4

5

6

เกณฑก์ ารประเมนิ ไดก้ าหนดการให้คะแนนระดับคุณภาพของแตล่ ะพฤติกรรมดังนี้

ดมี าก = 9 – 12 คุณภาพอยูใ่ นเกณฑ์ 75 - 100%

ดี = 7 – 8 คุณภาพอยู่ในเกณฑ์ 58 - 74%

พอใช้ = 4 - 6 คณุ ภาพอย่ใู นเกณฑ์ 31 – 57%

ปรับปรงุ = 0 - 3 คุณภาพตา่ กว่าเกณฑ์ 30%

เกณฑก์ ารพิจารณา นักเรยี นตอ้ งได้คะแนนรอ้ ยละ 70 หรอื ได้คะแนนตั้งแต่ 8 คะแนนข้ึนไปจึงจะถือว่าผา่ น

ผลการประเมิน ผ หมายถึง ผา่ น มผ หมายถึง ไม่ผ่าน

ลงช่อื .............................................................ผูบ้ นั ทึก
( ............................................................. )
วนั ที่.........เดือน.................. พ.ศ. ...........


Click to View FlipBook Version