ค ำน ำ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2560 ข้อ 5 (1) ให้ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอ านาจหน้าที่ด าเนินการให้เป็นไปตามอ านาจหน้าที่ ของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการและมีอ านาจ หน้าที่ จัดท านโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน และความต้องการของท้องถิ่น และตาม บทบัญญัติของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 มาตรา 9 (1) การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ให้ส่วนราชการปฏิบัติดังต่อไปนี้ ก่อนจะด าเนินการตามภารกิจใด ส่วนราชการต้องจัดท าแผนปฏิบัติราชการไว้เป็นการล่วงหน้า ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 และสถานศึกษาในสังกัด ได้ใช้แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 4 ปี (พ.ศ.2562 – 2565) เป็นกรอบแนวทางในการด าเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายระดับกระทรวงศึกษาธิการ ระดับส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งแผนดังกล่าวได้สิ้นสุดลงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เพื่อให้ การก าหนดแนวทาง หรือ โครงการส าคัญที่น าไปสู่การก่อให้เกิดการสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นโยบายของผู้บริหารส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 ที่สอดคล้องกับบริบทของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 และสภาวการณ์ ปัจจุบัน จึงได้จัดท าแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทาง ในด าเนินงานและขับเคลื่อนนโยบายลงสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ท าให้การจัดท าแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ภายใต้การให้ค าแนะน า ของผู้อ านวยการและรองผู้อ านวยการส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 ส าเร็จลุล่วง ด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) จะเป็น ประโยชน์ส าหรับหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหาร จัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 ธันวาคม 2565
สารบัญ เรื่อง หน้า ส่วนที่ 1 บทน า 1 ที่ตั้งและอาณาเขต 2 โครงสร้างการบริหารส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 5 รูปแบบการบริหารการศึกษา ตามบริบทพื้นที่ (เครือข่ายการจัดการศึกษา) 6 แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่ส าคัญและส่งผลต่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน 21 การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ 22 โรคอุบัติซ้ า ด้านวัฒนธรรม 22 ด้านเศรษฐกิจ 23 ด้านสิ่งแวดล้อม 23 สถานการณ์โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ า 23 ทักษะที่จ าเป็นของประชากรในศตวรรษที่ 21 24 ผลการด าเนินงานด้านคุณภาพการจัดการศึกษา 28 ผลการด าเนินงานด้านประสิทธิภาพการจัดการศึกษา 32 ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการด าเนินงาน 33 ผลการประเมินตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ 33 ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยงาน (SWOT Analysis) 34 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยงาน (SWOT Analysis) 34 จุดแข็ง (Strengths) 35 จุดอ่อน (Weaknesses) 36 โอกาส (Opportunities) 37 อุปสรรค (Threats) 38 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT Analysis) 4 ด้าน 39 ด้านความปลอดภัย 39 ด้านโอกาสและลดความเหลื่อมล้ าทางการศึกษา 40 ด้านคุณภาพ 42 ประสิทธิภาพ 43 ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง 45 กฎหมาย ยุทธศาสตร์ แผนและนโยบายที่เกี่ยวข้อง 45 แผนระดับที่ 1 46
สารบัญ เรื่อง หน้า แผนระดับที่ 2 48 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) 48 แผนการปฏิรูปประเทศ 48 แผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ 48 กิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยส าคัญ 48 (Big Rock) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) 49 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ 49 แผนระดับที่ 3 49 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 49 แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) 50 แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ.2566-2570) ของส านักงานคณะกรรมการ 51 การศึกษาขั้นพื้นฐาน แผนพัฒนาการศึกษาภาคกลาง (พ.ศ. 2566 – 2570) 51 แผนพัฒนาการศึกษากลุ่มภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี ราชบุรี และ สุพรรณบุรี) 52 แผนพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี (พ.ศ.2566 – 2570) 52 แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ระยะ 3 ปี (พ.ศ.2563 – 2565) 53 โครงการกองทุนการศึกษา (โครงการพระราชด าริ ในหลวงรัชกาลที่ 9) 54 พระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 55 นโยบายรัฐบาล (ด้านการศึกษา) 55 นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) 56 นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 12 ประการ 57 นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 59 นโยบายและจุดเน้นของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจ าปี 2566 62 นโยบายและจุดเน้นของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจ าปี 2567 66 แผนขับเคลื่อนการด าเนินงาน 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) 69 โครงการโรงเรียนเพียงหลวงฯ โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์ป่า และอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี 74 มูลนิธิภูบดินทร์ในพระบรมราชูปถัมภ์
สารบัญ เรื่อง หน้า ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) 77 วิสัยทัศน์ 77 พันธกิจ 77 ค่านิยมองค์กร 77 เป้าประสงค์ 78 กลยุทธ์การพัฒนา 78 กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ 78 กลยุทธ์ที่ 2 สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากร 79 วัยเรียนทุกคน กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง 80 ในศตวรรษที่ 21 กลยุทธ์ที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา 81 จุดเน้นเชิงนโยบาย ของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 83 MOE SAFETY CENTER สถานศึกษาปลอดภัย 84 รูปแบบการบริหารส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ด้วย KANED3 STRONG MODEL 84 ความเชื่อมโยง กลยุทธ์ ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย แนวทางการด าเนินงาน 88 ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 – 2570 แผนผังความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติระดับประเทศสู่แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน 92 ส่วนที่ 5 โครงการและงบประมาณตามกลยุทธ์ 93 โครงการและงบประมาณ จ าแนกตามกลยุทธ์การพัฒนา 93 กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ 93 กลยุทธ์ที่ 2 สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากร 93 วัยเรียนทุกคน กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง 94 ในศตวรรษที่ 21 กลยุทธ์ที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา 95 ปัจจัยสู่ความส าเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 96 ส่วนที่ 6 การขับเคลื่อนแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน 97 การบริหารจัดการแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน สู่การปฏิบัติ 97 ปัจจัยสู่ความส าเร็จ 97
เรื่อง หน้า ส่วนที่ 7 ภาคผนวก 98 ภาคผนวก ก ค าสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดท าแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566 – 2570) 99 และคณะกรรมการจัดท าแผนปฏิบัติการประจ าปี 2566 ภาคผนวก ข 102 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 102 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 102 ค าสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 28/2559 103 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561 – 2580 103 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) 107 แผนการปฏิรูปประเทศ 108 แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา 109 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 110 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 111 แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564 – 2570 112 นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 112 จุดเน้นของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 114 จุดเน้นของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 115 จุดเน้นเชิงนโยบายของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 116 คณะผู้จัดท า 117
สารบัญตาราง เรื่อง หน้า ตารางที่ 1 แสดงเขตการปกครองพื้นที่รับผิดชอบของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 5 กาญจนบุรี เขต 3 ตารางที่ 2 แสดงจ านวนบุคลากรทางการศึกษาภายในส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา 10 ตารางที่ 3 แสดงจ านวนข้าราชครูและบุคลากรทางการศึกษา 11 ตารางที่ 4 แสดงอัตราส่วน ระหว่างครูกับนักเรียน จ าแนกตามขนาดสถานศึกษา 12 ตารางที่ 5 แสดงสรุปจ านวนนักเรียนจ าแนกตามประเภท 12 ตารางที่ 6 แสดงจ านวนนักเรียนออกกลางคัน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2560 – 2564 12 ตารางที่ 7 แสดงจ านวนโรงเรียนในสังกัด ที่เข้าร่วมโครงการพิเศษ 13 ตารางที่ 8 แสดงรายชื่อโรงเรียนในสังกัด ที่เข้าร่วมโครงการพิเศษ 14 ตารางที่ 9 แสดงรายชื่อโรงเรียนสาขา 19 ตารางที่ 10 แสดงรายชื่อโรงเรียนที่มีห้องเรียนสาขา 19 ตารางที่ 11 แสดงผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 25 ตารางที่ 12 รายงานผลการติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา 32 ตารางที่ 13 ความเชื่อมโยง กลยุทธ์ ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย แนวทางการด าเนินงาน 88 ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 – 2570
สารบัญแผนภูมิ เรื่อง หน้า แผนภูมิที่ 1 แสดง จ านวนประชากรในจังหวัดกาญจนบุรี 3 แผนภูมิที่ 2 แสดง จ านวนประชากรในพื้นที่อ าเภอไทรโยค 3 แผนภูมิที่ 3 แสดง จ านวนประชากรในพื้นที่อ าเภอสังขละบุรี 4 แผนภูมิที่ 4 แสดง จ านวนประชากรในพื้นที่อ าเภอทองผาภูมิ 4 แผนภูมิที่ 5 แสดงจ านวนนักเรียนปีการศึกษา 2565 13 แผนภูมิที่ 6 แสดงจ านวนโรงเรียน ในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 18 จ าแนกรายขนาดโรงเรียน แผนภูมิที่ 7 แสดงแนวโน้มการเพิ่มจ านวนนักเรียน ปีการศึกษา 2561 – 2564 26 แผนภูมิที่ 8 แสดงจ านวนนักเรียน ปีการศึกษา 2564 จ าแนกตามสัญชาติ 26 แผนภูมิที่ 9 แสดงร้อยละของเด็กต่างวัฒนธรรม ปีการศึกษา 2561-2564 27 แผนภูมิที่ 10 ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านออกของผู้เรียน (Reading Test : RT) 28 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แผนภูมิที่ 11 ผลการทดสอบวัดความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National Test : NT) 29 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แผนภูมิที่ 12 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National 29 Educational Test : O-NET) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แผนภูมิที่ 13 เปรียบเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National 30 Educational Test : O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แผนภูมิที่ 14 เปรียบเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National 31 Educational Test : O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
สารบัญแผนภาพ เรื่อง หน้า แผนภาพที่ 1 แสดงจ านวนโรงเรียนจ าแนกตามเครือข่าย 10 แผนภาพที่ 2 แสดงรายชื่อโรงเรียนขนาดเล็ก (1 – 120 คน) 15 แผนภาพที่ 3 แสดงรายชื่อโรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร 16 แผนภาพที่ 4 แสดงรายชื่อโรงเรียนคู่พัฒนา 17 แผนภาพที่ 5 แสดงจ านวนโรงเรียนในสังกัดแบ่งตามขนาดโรงเรียนและเขตพื้นที่ 18 แผนภาพที่ 6 แสดงแผนที่ตั้งของสถานศึกษาในสังกัด สพป.กาญจนบุรี เขต 3 20 แผนภาพที่ 7 แสดงผังความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติระดับประเทศสู่แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน 80
1 ส่วนที่ 1 บทน ำ ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 มีภำรกิจในกำรบริหำรจัดกำรศึกษำ มีหน้ำที่ด ำเนินกำรให้เป็นไปตำมอ ำนำจหน้ำที่ตำมประกำศกระทรวงศึกษำธิกำร เรื่อง กำรแบ่งส่วนรำชกำร ภำยในส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ พ.ศ. 2560 ประกำศ ณ วันที่ 22 พฤศจิกำยน พ.ศ. 2560 และประกำศ กระทรวงศึกษำธิกำร เรื่อง กำรแบ่งส่วนรำชกำรภำยในส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ประกำศ ณ วันที่ 28 สิงหำคม พ.ศ. 2561 ดังนี้ 1) จัดท ำนโยบำย แผนพัฒนำ และมำตรฐำนกำรศึกษำของเขตพื้นที่กำรศึกษำให้สอดคล้องกับนโยบำย มำตรฐำนกำรศึกษำ แผนกำรศึกษำ แผนพัฒนำกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน และควำมต้องกำรของท้องถิ่น 2) วิเครำะห์กำรจัดตั้งงบประมำณเงินอุดหนุนทั่วไปของสถำนศึกษำและหน่วยงำนในเขตพื้นที่ กำรศึกษำ และแจ้งกำรจัดสรรงบประมำณที่ได้รับให้หน่วยงำนข้ำงต้นรับทรำบ รวมทั้งก ำกับตรวจสอบ ติดตำม กำรใช้จ่ำยงบประมำณของหน่วยงำนดังกล่ำว 3) ประสำน ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนำหลักสูตรร่วมกับสถำนศึกษำในเขตพื้นที่กำรศึกษำ 4) ก ำกับ ดูแล ติดตำม และประเมินผลสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนและในเขตพื้นที่กำรศึกษำ 5) ศึกษำ วิเครำะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลสำรสนเทศด้ำนกำรศึกษำในเขตพื้นที่กำรศึกษำ 6) ประสำนกำรระดมทรัพยำกรด้ำนต่ำง ๆ รวมทั้งทรัพยำกรบุคคล เพื่อส่งเสริม สนับสนุนกำรจัดและ พัฒนำกำรศึกษำในเขตพื้นที่กำรศึกษำ 7) จัดระบบประกันคุณภำพกำรศึกษำ และประเมินผลสถำนศึกษำในเขตพื้นที่กำรศึกษำ 8) ประสำน ส่งเสริม สนับสนุน กำรจัดกำรศึกษำของสถำนศึกษำเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรวิชำชีพ สถำบันศำสนำ สถำนประกอบกำร และสถำบันอื่นที่จัดกำรศึกษำ รูปแบบที่หลำกหลำยในเขตพื้นที่กำรศึกษำ 9) ด ำเนินกำรและประสำน ส่งเสริม สนับสนุนกำรวิจัย และพัฒนำกำรศึกษำในเขตพื้นที่กำรศึกษำ 10) ประสำน ส่งเสริม กำรด ำเนินกำรของคณะกรรมกำร คณะอนุกรรมกำร และคณะท ำงำน ด้ำนกำรศึกษำ 11) ประสำนกำรปฏิบัติรำชกำรทั่วไปกับองค์กรหรือหน่วยงำนต่ำง ๆ ทั้งภำครัฐ เอกชนและองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น 12) ปฏิบัติงำนร่วมกับหรือสนับสนุนกำรปฏิบัติงำนของหน่วยงำนอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมำย แบ่งส่วนรำชกำรภำยในส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ไว้ดังต่อไปนี้ 1) กลุ่มอ ำนวยกำร 2) กลุ่มนโยบำยและแผน 3) กลุ่มส่งเสริมกำรศึกษำทำงไกล เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร 4) กลุ่มบริหำรงำนกำรเงินและสินทรัพย์ 5) กลุ่มบริหำรงำนบุคคล 6) กลุ่มพัฒนำครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ 7) กลุ่มนิเทศ ติดตำม และประเมินผลกำรจัดกำรศึกษำ 8) กลุ่มส่งเสริมกำรจัดกำรศึกษำ 9) กลุ่มกฎหมำยและคดี 10) หน่วยตรวจสอบภำยใน ส่วนที่ 1 บทน ำ
2 ที่ตั้งและอำณำเขต ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 มีเขตพื้นที่รับผิดชอบในกำรจัดกำรศึกษำ ในเขตอ ำเภอ 3 อ ำเภอ คือ อ ำเภอไทรโยค แบ่งเขตกำรปกครอง เป็น 7 ต ำบล , (58 หมู่บ้ำน) ต ำบลลุ่มสุ่ม (11) ต ำบลท่ำเสำ (11) ต ำบลสิงห์(6) ต ำบลไทรโยค (9) ต ำบลวังกระแจะ (9) ต ำบลศรีมงคล (8) ต ำบลบ้องตี้(4) อ ำเภอทองผำภูมิแบ่งเขตกำรปกครอง เป็น 7 ต ำบล , (45 หมู่บ้ำน) ต ำบลท่ำขนุน (5) ต ำบลปิล็อก (4) ต ำบลหินดำด (8) ต ำบลลิ่นถิ่น (7) ต ำบลชะแล (7) ต ำบลห้วยเขย่ง (8) ต ำบลสหกรณ์นิคม (6) อ ำเภอสังขละบุรีแบ่งเขตกำรปกครอง เป็น 3 ต ำบล , (20 หมู่บ้ำน) ต ำบลหนองลู(10) ต ำบลปรังเผล (4) ต ำบลไล่โว่ (6) ที่ตั้ง : ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 ตั้งอยู่ เลขที่ 777 หมู่ 1 ต ำบลลุ่มสุ่ม อ ำเภอไทรโยค จังหวัดกำญจนบุรี (บริเวณโรงเรียนบ้ำนวังโพธิ์) โทรศัพท์ : 0-3459-1111 โทรสำร : 0-3459-1086 e-mail : [email protected] website: www.kaned3.go.th Facebook : https://th-th.facebook.com/kaned3.go.th สภำพพื้นที่ทำงภูมิศำสตร์ โดยทั่วไปเป็นป่ำไม้และภูเขำ มีอ่ำงเก็บน้ ำขนำดใหญ่ คือ อ่ำงเก็บน้ ำ เขื่อนวชิรำลงกรณ อ ำเภอทองผำภูมิ ท ำให้เส้นทำงกำรเดินทำงมีลักษณะคดเคี้ยวตำมไหล่เขำและอ่ำงเก็บน้ ำ พื้นที่บำงส่วนอยู่ในแนวตะเข็บชำยแดน ในเขตรักษำพันธ์สัตว์ป่ำทุ่งใหญ่นเรศวร ด้ำนตะวันตกหรือในเขตอุทยำน แห่งชำติ บำงพื้นที่มีสภำพกำรสื่อสำรที่ไม่สะดวก จ ำเป็นต้องเชื่อมต่อสัญญำณอินเตอร์เน็ตผ่ำนจำนดำวเทียม ควำมเร็วประมำณ 1 – 4 Mbps ท ำให้สัญญำณไม่สม่ ำเสมอ รวมถึงไม่สำมำรถติดต่อกับสังคมภำยนอกได้ในช่วง ฤดูฝนหรือช่วงฤดูมรสุม อ ำเภอทองผำภูมิ และอ ำเภอสังขละบุรี อยู่ในบริเวณที่รอยเลื่อนมีพลังพำดผ่ำน คือ แนวรอยเลื่อน เจดีย์สำมองค์ จัดอยู่ในพื้นที่มีควำมเสี่ยง กำรออกแบบก่อสร้ำงอำคำรในพื้นที่ต้องค ำนึงถึงควำมปลอดภัย อำคำรที่สร้ำงใหม่ต้องเป็นแบบที่สำมำรถรับแรงแผ่นดินไหวได้ มีภำรกิจในกำรประสำน ส่งเสริม สนับสนุน กำรจัดกำรศึกษำให้กับประชำกรวัยเรียนในเขตพื้นที่ 3 อ ำเภอ ได้แก่ อ ำเภอไทรโยค อ ำเภอทองผำภูมิ และอ ำเภอสังขละบุรี อยู่ห่ำงจำกศูนย์กลำง จังหวัดกำญจนบุรี ประมำณ 50 กิโลเมตร มีอำณำเขตติดต่อ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดจังหวัดตำก จังหวัดอุทัยธำนี และประเทศสหภำพเมียนมำร์ ทิศตะวันออก ติดอ ำเภอศรีสวัสดิ์ ทิศใต้ ติดอ ำเภอเมืองกำญจนบุรี ทิศตะวันตก ติดประเทศสหภำพเมียนมำร์ โดยมีทิวเขำตะนำวศรีเป็นแนวเขตแดนระหว่ำง ประเทศ ส่วนที่ 1 บทน ำ
3 แผนภูมิที่ 1 แสดง จ ำนวนประชำกรในจังหวัดกำญจนบุรี แยกตำมเพศ และ กลุ่มอำยุ ปี พ.ศ.2565 ยอดรวมประชำกร ชำย หญิง รวม จังหวัดกำญจนบุรี 445,668 448,633 894,301 แผนภูมิที่ 2 แสดง จ ำนวนประชำกรในพื้นที่อ ำเภอไทรโยค แยกตำมเพศ และ กลุ่มอำยุ ปี พ.ศ.2565 ยอดรวมประชำกร ชำย หญิง รวม อ ำเภอไทรโยค 33,993 32,072 66,065 21,776 28,098 29,622 30,200 35,866 35,183 34,284 34,112 34,837 34,349 31,577 28,422 24,197 17,696 12,397 7,069 4,889 4,059 น้อยกว่า 4 ปี 5 -9 ปี 10 -14 ปี 15 -19 ปี 20 -24 ปี 25 -29 ปี 30 -34 ปี 35 -39 ปี 40 -44 ปี 45 -49 ปี 50 -54 ปี 55 -59 ปี 60 -64 ปี 65 -69 ปี 70 -74 ปี 75 -79 ปี 80 -84 ปี 85 ปีขึ้นไป 20,461 26,350 27,983 28,354 29,042 31,838 31,977 32,302 33,285 34,350 33,688 31,902 27,203 20,290 15,084 8,983 6,651 5,925 เพศชาย เพศหญิง 1,839 2,327 2,425 2,368 2,197 2,535 2,815 2,852 2,927 2,715 2,425 2,078 1,591 1,199 770 410 288 232 อายุน้อยกว่า 4 ปี 4 -9 ปี 10 -14 ปี 14 -19 ปี 20 -24 ปี 25 -29 ปี 30 -34 ปี 35 -39 ปี 40 -44 ปี 45 -49 ปี 50 -54 ปี 55 -59 ปี 60 -64 ปี 65 -69 ปี 70 -74 ปี 75 -79 ปี 80 -84 ปี 85 ปีขึ้นไป 1,634 2,140 2,281 2,209 2,165 2,426 2,636 2,554 2,526 2,446 2,292 2,067 1,560 1,179 833 487 339 298 เพศชาย เพศหญิง ส่วนที่ 1 บทน ำ
4 แผนภูมิที่ 3 แสดง จ ำนวนประชำกรในพื้นที่อ ำเภอสังขละบุรี แยกตำมเพศ และ กลุ่มอำยุ ปี พ.ศ.2565 ยอดรวมประชำกร ชำย หญิง รวม อ ำเภอสังขละบุรี 26,760 25,163 51,923 แผนภูมิที่ 4 แสดง จ ำนวนประชำกรในพื้นที่อ ำเภอทองผำภูมิ แยกตำมเพศ และ กลุ่มอำยุ ปี พ.ศ.2565 ยอดรวมประชำกร ชำย หญิง รวม อ ำเภอทองผำภูมิ 36,071 33,593 69,664 2,117 2,439 2,500 2,414 2,403 2,159 2,021 1,883 1,744 1,706 1,511 1,253 928 670 447 265 157 143 อายุน้อยกว่า 4 ปี 5 -10 ปี 10 -14 ปี 15 -19 ปี 20 -24 ปี 25 -29 ปี 30 -34 ปี 35 -39 ปี 40 -44 ปี 45 -49 ปี 50 -54 ปี 55 -59 ปี 60 -64 ปี 65 -69 ปี 70 -74 ปี 75 -79 ปี 80 -84 ปี 85 ปีขึ้นไป 2,003 2,396 2,366 2,261 2,352 2,032 1,822 1,761 1,736 1,605 1,355 1,080 854 640 392 232 158 118 2,231 2,765 2,789 2,831 2,864 3,044 2,771 2,632 2,580 2,464 2,264 2,012 1,653 1,266 835 457 331 282 อายุน้อยกว่า 4 ปี 4 -9 ปี 10 -14 ปี 14 -19 ปี 20 -24 ปี 25 -29 ปี 30 -34 ปี 35 -39 ปี 40 -44 ปี 45 -49 ปี 50 -54 ปี 55 -59 ปี 60 -64 ปี 65 -69 ปี 70 -74 ปี 75 -79 ปี 80 -84 ปี 85 ปีขึ้นไป 2,169 2,594 2,619 2,685 2,762 2,770 2,597 2,450 2,326 2,381 2,146 1,883 1,429 1,111 695 417 290 269 เพศชาย เพศหญิง เพศชาย เพศหญิง ส่วนที่ 1 บทน ำ
5 ตำรำงที่ 1 แสดงเขตกำรปกครองพื้นที่รับผิดชอบของส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำ กำญจนบุรี เขต 3 ล ำดับ อ ำเภอ พื้นที่ (ตร.กม.) จ ำนวน ต ำบล จ ำนวน หมู่บ้ำน จ ำนวน เทศบำลเมือง จ ำนวน เทศบำลต ำบล จ ำนวน อบต. จ ำนวน ประชำกร 1 ไทรโยค 2,728.92 7 58 - 3 6 66,065 2 ทองผำภูมิ 3,655.17 7 45 - 4 4 69,664 3 สังขละบุรี 3,349.38 3 20 - 1 3 51,923 รวม 9,733.47 17 123 - 8 13 187,652 ที่มำ : ข้อมูลกรมกำรปกครอง กระทรวงมหำดไทย ณ เดือนพฤษภำคม 2565 โครงสร้ำงกำรบริหำรส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 ส่วนที่ 1 บทน ำ
6 รูปแบบกำรบริหำรกำรศึกษำ ตำมบริบทพื้นที่ (เครือข่ำยกำรจัดกำรศึกษำ) เนื่องจำกบริบทของพื้นที่ เป็นแนวยำวตลอดเขตแนวชำยแดนด้ำนตะวันตกของประเทศไทยมีสภำพ กำรเดินทำงระหว่ำงหน่วยงำน ห่ำงไกลและยำกล ำบำก ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 จึงได้ก ำหนดกำรบริหำรจัดกำรศึกษำในพื้นที่ โดยจ ำแนกโรงเรียนในสังกัดออกเป็นเครือข่ำย กำรจัดกำรศึกษำ จ ำนวน 8 เครือข่ำย ซึ่งเป็นกำรแบ่งตำมเขตต ำบลที่ตั้งของสถำนศึกษำ โดยมีกำรก ำหนดให้ผู้บริหำรโรงเรียน เครือข่ำยละ 1 ท่ำน ปฏิบัติหน้ำที่ “ประธำนเครือข่ำยกำร จัดกำรศึกษำ” เป็นผู้ประสำนงำน เพื่อให้กำรบริหำรจัดกำรศึกษำ ตำมภำรกิจทั้ง 4 ด้ำน ส ำเร็จตำมเป้ำหมำย บนพื้นฐำนที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ข้อมูลรำยชื่อโรงเรียน จ ำแนกตำมกลุ่มเครือข่ำยกำรจัดกำรศึกษำ สพป.กำญจนบุรี เขต 3 ส่วนที่ 1 บทน ำ
7 ข้อมูลรำยชื่อโรงเรียน จ ำแนกตำมกลุ่มเครือข่ำยกำรจัดกำรศึกษำ สพป.กำญจนบุรี เขต 3 (ต่อ) ส่วนที่ 1 บทน ำ
8 ข้อมูลรำยชื่อโรงเรียน จ ำแนกตำมกลุ่มเครือข่ำยกำรจัดกำรศึกษำ สพป.กำญจนบุรี เขต 3 (ต่อ) ส่วนที่ 1 บทน ำ
9 ข้อมูลรำยชื่อโรงเรียน จ ำแนกตำมกลุ่มเครือข่ำยกำรจัดกำรศึกษำ สพป.กำญจนบุรี เขต 3 (ต่อ) ส่วนที่ 1 บทน ำ
10 ตำรำงที่ 2 แสดงจ ำนวนบุคลำกรทำงกำรศึกษำภำยในส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ที่ กลุ่ม/หน่วย ตำม เกณฑ์ ก.ค.ศ. ก ำหนด ตำม จ.18 +เกิน -ขำด หมำย เหตุ จ ำนวนผู้ปฏิบัติงำนจริง (คน) ข้ำรำชกำร/ พนักงำน รำชกำร ลูกจ้ำง ประจ ำ ลูกจ้ำง ชั่วครำว รวม 1 ผู้บริหำรกำรศึกษำ 4 4 0 4 0 0 4 2 อ ำนวยกำร 6 3 -3 3 3 9 15 3 นโยบำยและแผน (รวม ส่งเสริม กำรศึกษำทำงไกล เทคโนโลยี สำรสนเทศและกำรสื่อสำร) 7 5 -2 4 0 2 6 4 บริหำรงำนกำรเงินและ สินทรัพย์ 10 8 -2 8 0 2 10 5 บริหำรงำนบุคคล (รวม พัฒนำ ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ/ กฎหมำยและคดี) 12 8 -4 8 0 2 10 6 นิเทศ ติดตำม และประเมินผล กำรศึกษำ 21 6 -15 6 0 1 7 7 ส่งเสริมกำรจัดกำรศึกษำ 7 4 -3 5 0 1 6 8 หน่วยตรวจสอบภำยใน 2 1 -1 1 0 0 1 รวม 69 39 -30 39 3 17 59 ข้อมูลจำกกลุ่มบริหำรงำนบุคคล ณ วันที่ 25 มีนำคม 2565 ส่วนที่ 1 บทน ำ
11 เมื่อพิจำรณำจำกประสบกำรณ์ในกำรท ำงำน พบว่ำ ในภำพรวมมีระยะเวลำประสบกำรณ์กำร ท ำงำนส่วนใหญ่อยู่ที่ 11 ปีขึ้นไป โดยมีบุคลำกร ที่บรรจุใหม่/มีประสบกำรณ์ ในกำรท ำงำนไม่ถึง 2 ปี คิดเป็นร้อยละ 40 เมื่อจ ำแนกเป็นช่วงระยะเวลำ พบว่ำ บุคลำกร ส่วนใหญ่ จ ำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 57 มีประสบกำรณ์ในกำรท ำงำน มำกกว่ำ 10 ปี แสดงให้เห็นว่ำ บุคลำกรที่ปฏิบัติงำนใน ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ส่วนใหญ่มีประสบกำรณ์ ในกำรปฏิบัติงำน สำมำรถถ่ำยทอดองค์ควำมรู้และ ประสบกำรณ์ เพื่อให้บุคลกรที่ยังมีประสบกำรณ์ในกำร ปฏิบัติงำนสำมำรถปฏิบัติงำนตำมภำรกิจได้อย่ำง มีประสิทธิภำพ ตำรำงที่ 3 แสดงจ ำนวนข้ำรำชครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 มีข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ในสังกัดทั้งสิ้น จ ำนวน 1,561 คน โดยมีรำยละเอียดแยกเป็นรำยอ ำเภอ ดังนี้ ประเภท สพป.กจ.3 อ. ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ อ.สังขละบุรี รวมทั้งสิ้น 1. ผู้บริหารการศึกษา 4 - - - 4 2. ผู้บริหารสถานศึกษา - 36 42 17 95 3. ครูผู้สอน - 397 512 230 1,139 4. ศึกษานิเทศก์ 6 - - - 6 5. บุคลากรทางการศึกษา 38 ค (2) 27 - - - 27 6. เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน - 39 23 9 71 7. ลูกจ้างประจ า - 8 7 2 20 8. ลูกจ้างชั่วคราว 17 47 32 29 125 9. พนักงานราชการ 2 27 27 18 74 รวมทั้งสิ้น 58 554 643 305 1,560 ข้อมูลจากกลุ่มบริหารงานบุคคล ณ วันที่ 25 มีนาคม 2565 ส่วนที่ 1 บทน ำ
12 ตำรำงที่ 4 แสดงอัตรำส่วน ระหว่ำงครูกับนักเรียน จ ำแนกตำมขนำดสถำนศึกษำ ขนำดโรงเรียน จ ำนวนโรงเรียน ปีกำรศึกษำ 2562 ปีกำรศึกษำ 2563 ปีกำรศึกษำ 2564จ ำนวนนักเรียน จ ำนวนครู อัตรำส่วน จ ำนวนนักเรียน จ ำนวนครู อัตรำส่วน จ ำนวนนักเรียน จ ำนวนครู อัตรำส่วน เล็ก 120 คน ลงมำ 21 (2) 1,543 154 1:10 1,560 154 1:11 1,869 121 1:16 กลำง 121 - 600 คน 48 (2) 12,550 784 1:16 13,109 784 1:17 12,796 625 1:21 ใหญ่ 601 – 1,500 คน 9 7,970 399 1:20 7,560 399 1:19 7,738 333 1:24 ใหญ่พิเศษ 1,501 คนขึ้นไป 1 1,755 90 1:20 1,664 90 1:19 1,619 60 1:27 ที่มำ : ระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรำยบุคคล (DMC) ตำรำงที่ 5 แสดงสรุปจ ำนวนนักเรียนจ ำแนกตำมประเภท ที่ รำยกำร จ ำนวนนักเรียน (คน) ปีกำรศึกษำ 2561 2562 2563 2564 1 นักเรียนทั้งหมด 23,467 23,631 23,853 24,022 2 นักเรียนด้อยโอกำส 18,376 18,263 18,858 18,320 3 นักเรียนพิกำรและด้อยโอกำส 18,461 18,304 18,889 18,359 4 นักเรียนขำดแคลนเครื่องแบบ, เครื่องเขียน,แบบเรียน, อำหำรกลำงวัน 17,388 17,462 17,732 17,421 5 นักเรียนที่มีที่พักอยู่ห่ำงจำกโรงเรียนเกิน 3 กม. 8,629 8,894 9,209 9,261 6 นักเรียนพักนอน 456 455 508 482 7 นักเรียนที่ไม่มีสัญชำติไทย 9,140 8,835 9,023 9,126 8 นักเรียนที่ไม่มีหลักฐำนทำงทะเบียนรำษฎร (G code) 2,739 2,525 2,515 2,631 ที่มำ : ข้อมูล ณ 30 เมษำยน - : ระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรำยบุคคล (DMC) ตำรำงที่ 6 แสดงจ ำนวนนักเรียนออกกลำงคัน ตั้งแต่ปีกำรศึกษำ 2560 - 2564 อัตรำกำรออกกลำงคัน ตั้งแต่ ปีกำรศึกษำ 2560 - 2564 ระดับ ปีกำรศึกษำ 2560 ปีกำรศึกษำ 2561 ปีกำรศึกษำ 2562 ปีกำรศึกษำ 2563 ปีกำรศึกษำ 2564 นร. ต้นปี ออก กลำงคัน นร. ต้นปี ออก กลำงคัน นร. ต้นปี ออก กลำงคัน นร. ต้นปี ออก กลำงคัน นร. ต้นปี ออก กลำงคัน ประถมศึกษำ 15,335 34 15,139 57 15,132 4 15,113 20 15,237 38 ม.ต้น 3,264 52 3,271 41 3,409 18 3,510 16 3,478 52 ม.ปลำย 290 - 390 - 462 - 521 - 533 - รวมทั้งสิ้น 18,889 86 18,800 98 19,003 22 19,164 36 19,248 90 : เทียบกับจ ำนวนกำรออกกลำงคันของปีที่ผ่ำนมำ ที่มำ : ระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรำยบุคคล (DMC) ส่วนที่ 1 บทน ำ
13 แผนภูมิที่ 5 แสดงจ ำนวนนักเรียนปีกำรศึกษำ 2565 จ ำนวนนักเรียน ชำย หญิง รวม สังกัด สพป.กำญจนบุรี เขต 3 12,664 11,978 24,642 ที่มำ : ข้อมูล ณ 10 มิถุนำยน 65 : ระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรำยบุคคล (DMC) ตำรำงที่ 7 แสดงจ ำนวนโรงเรียนในสังกัด ที่เข้ำร่วมโครงกำรพิเศษ ที่ ประเภทโรงเรียนในโครงกำรพิเศษ จ ำนวน (แห่ง) หมำยเหตุ 1 โครงกำรกองทุนกำรศึกษำ 4 [] 2 โรงเรียนคุณภำพประจ ำต ำบล 17 [] 3 โรงเรียนที่เปิดสอน อนุบำล 1 (3 ขวบ) 31 4 โรงเรียนที่เปิดสอนขยำยโอกำส 23 [] 5 โรงเรียนที่เปิดสอนมัธยมศึกษำตอนปลำย 4 [] 6 โรงเรียนขนำดเล็ก 21(2) แผนภำพที่ 1 (น.15) 7 โรงเรียนในโครงกำรคู่พัฒนำ (รร.ต.ช.ด.) 9 [] 8 โรงเรียนน ำร่องนวัตกรรม 11 [] 9 โรงเรียนในพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดำร 53 แผนภำพที่ 2 (น.16) 10 โรงเรียนคุณภำพของชุมชน (น ำร่องปี 2565) 1 [] 11 โรงเรียน Stand Alone (น ำร่องปี 2565) 1 [] 12,664 2,402 8,097 1,897 268 รวม ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย 11,978 2,290 7,543 1,826 319 ส่วนที่ 1 บทน ำ เพศชาย เพศหญิง
14 ตำรำงที่ 8 แสดงรำยชื่อโรงเรียนในสังกัด ที่เข้ำร่วมโครงกำรพิเศษ ที่ รำยชื่อโรงเรียน อ ำเภอ โครงกำรกงอทุนกำรศึกษำ โรงเรียนคุณภำพประจ ำต ำบล เปิดสอนขยำยโอกำส เปิดสอนม.ปลำย โรงเรียนคู่พัฒนำ โรงเรียนน ำร่องนวัตกรรม โรงเรียนคุณภำพของชุมชน โรเงรียน Stand alone 1 พุทธวิมุติวิทยำ ไทรโยค 2 วัดใหม่ดงสัก ไทรโยค 3 บ้ำนแก่งประลอม ไทรโยค 4 ไทรโยคใหญ่ ไทรโยค 5 บ้ำนแก่งจอ ไทรโยค 6 บ้ำนบ้องตี้ ไทรโยค 7 ตชด.บ้ำนบ้องตี้ล่ำง ไทรโยค 8 บ้ำนเขำสำมชั้น ไทรโยค 9 บ้ำนแก่งระเบิด ไทรโยค 10 บ้ำนเขำช้ำง ไทรโยค 11 บ้ำนสำรวัตร ไทรโยค 12 สมำคมไทย-ออสเตรเลียน ไทรโยค 13 บ้ำนหนองปลำซิว ไทรโยค 14 บ้ำนวังสิงห์ ไทรโยค 15 บ้ำนห้วยเสือ ทองผำภูมิ 16 วัดป่ำถ้ ำภูเตย ทองผำภูมิ 17 บ้ำนเกริงกระเวีย ทองผำภูมิ 18 บ้ำนทุ่งเสือโทน ทองผำภูมิ 19 บ้ำนเหมืองสองท่อ ทองผำภูมิ 20 วัดปรังกำสี ทองผำภูมิ 21 เพียงหลวง 3 (บ้ำนเหมืองแร่อีต่องฯ) ทองผำภูมิ 22 บ้ำนกุยแหย่ ทองผำภูมิ 23 บ้ำนนำมกุย ทองผำภูมิ 24 บ้ำนหนองเจริญ ทองผำภูมิ 25 บ้ำนดินโส ทองผำภูมิ 26 สมำคมป่ำไม้แห่งประเทศไทยอุทิศ ทองผำภูมิ 27 บ้ำนหินดำด ทองผำภูมิ 28 บ้ำนไร่ ทองผำภูมิ 29 บ้ำนท่ำดินแดง สังขละบุรี 30 บ้ำนยำงขำว สังขละบุรี 31 บ้ำนหินตั้ง สังขละบุรี 32 บ้ำนกองม่องทะ สังขละบุรี 33 อนุบำลสังขละบุรี สังขละบุรี ส่วนที่ 1 บทน ำ
15 ที่ รำยชื่อโรงเรียน อ ำเภอ โครงกำรกงอทุนกำรศึกษำ โรงเรียนคุณภำพประจ ำต ำบล เปิดสอนขยำยโอกำส เปิดสอนม.ปลำย โรงเรียนคู่พัฒนำ โรงเรียนน ำร่องนวัตกรรม โรงเรียนคุณภำพของชุมชน โรเงรียน Stand alone 34 วัดวังก์วิเวกำรำม สังขละบุรี 35 บ้ำนห้วยมำลัย สังขละบุรี รวมจ ำนวนทั้งสิ้น 4 17 23 4 9 11 1 1 แผนภำพที่ 2 แสดงรำยชื่อโรงเรียนขนำดเล็ก (1 – 120 คน) ส่วนที่ 1 บทน ำ ไทรโยค (18 รร.) บ้ำนพุเตย บ้ำนช่องแคบ บ้ำนแก่งประลอม บ้ำนแก่งจอ หลุงกัง สำมัคคีธรรมำนุสรณ์ บ้ำนหนองขอน บ้ำนลุ่มผึ้ง บ้ำนเขำพัง บ้ำนวังกระแจะ บ้ำนท่ำมะเดื่อ บ้ำนหินดำด บ้ำนยำงโทน บ้ำนทุ่งเรือโกลน บ้ำนห้วยกะทะทอง บ้ำนท่ำตำเสือ บ้ำนหนองปรือ วัดปำกกิเลน ทองผำภูมิ (3 รร.) เพียงหลวง 3 (บ้ำนเหมืองแร่อีต่อง) ฯ บ้ำนท่ำมะเดื่อ บ้ำนห้วยเขย่ง สังขละบุรี (2 รร.สำขำ) บ้ำนกองม่องทะ สำขำบ้ำนไล่โว่ บ้ำนกองม่องทะ สำขำบ้ำนสำละวะ
16 แผนภำพที่ 3 แสดงรำยชื่อโรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดำร (53 โรงเรียน) ส่วนที่ 1 บทน ำ ไทรโยค (12 รร.) บ้ำนวังใหญ่ บ้ำนบ้องตี้ บ้ำนท่ำทุ่งนำ บ้ำนแก่งจอ บ้ำนถ้ ำดำวดึงส์ บ้ำนทุ่งก้ำงย่ำง บ้ำนแก่งประลอม บ้ำนหำดงิ้ว บ้ำนพุเตย ไทรโยคใหญ่ วัดใหม่ดงสัก ตชด.บ้ำนบ้องตี้ล่ำง ทองผำภูมิ (30 รร.) อนุบำลทองผำภูมิ วัดปรังกำสี บ้ำนจันเดย์ บ้ำนเสำหงส์ บ้ำนอูล่อง บ้ำนหินแหลม บ้ำนดินโส บ้ำนป่ำไม้สะพำนลำว บ้ำนหินดำด บ้ำนกุยแหย่ วัดหินดำด บ้ำนลิ่นถิ่น บ้ำนนำมกุย บ้ำนหนองเจริญ บ้ำนวังผำตำด บ้ำนดงโคร่ง บ้ำนไร่ บ้ำนประจ ำไม้ บ้ำนห้วยเขย่ง บ้ำนปำกล ำปิล็อก บ้ำนท่ำมะเดื่อ เพียงหลวง 3 ฯ สมำคมป่ำไม้แห่ง ประเทศไทยอุทิศ บ้ำนไร่ป้ำ คุรุสภำ บ้ำนเกริงกระเวีย บ้ำนทุ่งเสือโทน บ้ำนเหมืองสองท่อ บ้ำนห้วยเสือ วัดป่ำถ้ ำภูเตย สังขละบุรี (11 รร.) บ้ำนซองกำเรีย อนุบำลสังขละบุรี (บ้ำนวังกะ) วัดวังก์วิเวกำรำม บ้ำนห้วยมำลัย บ้ำนใหม่พัฒนำ บ้ำนห้วยกบ บ้ำนกองม่องทะ บ้ำนยำงขำว บ้ำนหินตั้ง บ้ำนท่ำดินแดง บ้ำนซองกำเรีย สำขำพระเจดีย์ สำมองค์
17 แผนภำพที่ 4 แสดงรำยชื่อโรงเรียนคู่พัฒนำ สังกัด สพป.กาญจนบุรี เขต 3 เพียงหลวง 3 (บ้านเหมืองแร่อีต่อง) ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี [หมู่ที่1 บ้านเหมืองแร่อีต่อง ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ] บ้านทุ่งเสือโทน [หมู่ที่ 4 บ้านคลิตี้ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ] บ้านสารวัตร [หมู่ที่ 4 บ้านคลิตี้ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ] บ้านแก่งประลอม [หมู่ที่ 1 บ้าแก่งประลอม ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค] ตชด.บ้านบ้องตี้ล่าง [หมู่ที่ 1 บ้าแก่งประลอม ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค] บ้านห้วยมาลัย [หมู่ที่ 6 บ้านห้วยมาลัย ต.หนองลู อ.สังขละบุรี] บ้านกองม่องทะ [หมู่ที่ 2 บ้านกองม่องทะ ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี] บ้านยางขาว [หมู่ที่ 3 บ้านยางขาว ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี] บ้านหินตั้ง [หมู่ที่ 6 บ้านจะแก ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี] สังกัด กก.ตชด. 13 ค่ายพระพุทธยอดฟ้า อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี วิจิตรวิทยาคาร [หมู่ที่1 ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ] บ้านปิล็อกคี่ [หมู่ที่4 ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ] ศ.กร.ตชด.หลวงประกอบนิติสาร และท่านผู้หญิงถวัล [หมู่ที่4 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ] บ้านต้นมะม่วง [หมู่ที่7 บ้านพุหว้า ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค] บ้านแม่น้ าน้อย [หมู่ที่5 บ้านแม่น้ าน้อย ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค] เฮงเค็ลไทย [หมู่ที่4 บ้านมะเซอย่อ ต.บ้องตี้อ.ไทรโยค] วัดสุธาสินี [หมู่ที่4 บ้านบ้องตี้ ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค] สหธนาคารกรุงเทพ [หมู่ที่5 บ้านเวียคะดี้ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี] สุนทรเวช [หมู่ที่1 บ้านสะเนพ่อง ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี] บ้านเรด้าร์ (มร.เจอร์เก้น มูลเตอร์ อุปถัมภ์) [หมู่ที่4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี] บ้านทิไล่ป้า [หมู่ที่5 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี] ศ.กร.ตชด.ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุญนาค [หมู่ที่6 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี] หมายเหตุ : ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับกองก ากับการ ต ารวจตระเวนชายแดน ร่วมลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือในการสนับสนุน ช่วยเหลือโรงเรียนต ารวจตระเวนชายแดน ในการพัฒนาคุณภาพการศึก ษ า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ณ โรงแรมรอยัลซิตี้ กรุงเทพมหานคร ตามกรอบ และแนวทางการด าเนินการดังน ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาในระดับปฐมวัย ส่งเสริมสนับสนุนด้านการ วัดและประเมินผลทางการศึกษา เพิ่มประสิทธิภาพการอ่านและการเขียนภาษาไทย ยกระดับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ สนับสนุนโครงการอาหาร กลางวัน จัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม สร้างขวัญก าลังใจตามโครงการ ยอดครูผู้มีอุดมการณ์ สนับสนุนอัตราก าลังครู อัตราจ้างระดับประถมวัย สนับสนุนในรูปแบบ “โรงเรียนคู่พัฒนา” 11 12 ส่วนที่ 1 บทน ำ
18 ข้อมูลพื้นฐำนทำงกำรศึกษำ แผนภำพที่ 5 แสดงจ ำนวนโรงเรียนในสังกัด แบ่งตำมขนำดโรงเรียนและพื้นที่ โรงเรียนในสังกัด รวมทั้งสิ้น 79 โรงเรียน 4 โรงเรียนสำขำ ส่วนใหญ่ จ ำนวน 48 โรงเรียน 2 โรงเรียนสำขำ เป็นโรงเรียนขนำดกลำง คิดเป็นร้อยละ 60.75 ของจ ำนวนโรงเรียนทั้งหมด รองลงมำเป็น โรงเรียนขนำดเล็ก จ ำนวน 21 โรงเรียน 2 โรงเรียนสำขำ คิดเป็นร้อยละ 26.58 ซึ่งโรงเรียนขนำดเล็ก ส่วนใหญ่ ร้อยละ 90.47 ตั้งอยู่ในพื้นที่อ ำเภอไทรโยค แผนภูมิที่ 6 แสดงจ ำนวนโรงเรียน ในสังกัดส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 จ ำแนกรำยขนำดโรงเรียน ขนำดเล็ก (นร. 1-120 คน), 21(2) แห่ง (26.58%) ขนำดกลำง (นร.121-600 คน), 48(2) แห่ง (60.76%) ขนำดใหญ่ (นร.601-1500 คน), 9 แห่ง (11.39%) ขนำดใหญ่พิเศษ (นร. 1501 คนขึ้นไป), 1 แห่ง (1.27%) ส่วนที่ 1 บทน ำ รายชือ่ โรงเรยีนในสงักดั
19 ตำรำงที่ 9 แสดงรำยชื่อโรงเรียนสำขำ ที่ รำยชื่อ โรงเรียน อ ำเภอ เครือข่ำยฯ ที่ รำยชื่อ โรงเรียนสำขำ 1 เพียงหลวง 3 * (บ้ำนเหมืองแร่อีต่อง) ฯ ทองผำภูมิ 1 สำขำพระธำตุโบอ่อง 2 บ้ำนกองม่องทะ สังขละบุรี 2 สำขำบ้ำนไล่โว่ 3 สำขำบ้ำนสำละวะ 3 บ้ำนซองกำเรีย สังขละบุรี 4 สำขำพระเจดีย์สำมองค์ ตำรำงที่ 10 แสดงรำยชื่อโรงเรียนที่มีห้องเรียนสำขำ ที่ รำยชื่อ โรงเรียน อ ำเภอ เครือข่ำยฯ ที่ รำยชื่อ ห้องเรียนสำขำ 1 บ้ำนอูล่อง ทองผำภูมิ 1 สำขำบ้ำนขนุนคลี่ 2 เพียงหลวง 3 * (บ้ำนเหมืองแร่อีต่อง) ฯ ทองผำภูมิ 2 สำขำบ้ำนใหม่ไร่ป้ำ 3 บ้ำนหินตั้ง สังขละบุรี 3 สำขำบ้ำนทิไล่ป้ำ 4 บ้ำนกองม่องทะ สังขละบุรี 4 สำขำบ้ำนเกำะสะเดิ่ง 5 สำขำบ้ำนเกริงสะดำ 5 อนุบำลสังขละบุรี สังขละบุรี 6 สำขำบ้ำนเด็กป่ำ 6 วัดวังก์วิเวกำรำม สังขละบุรี 7 สำขำหม่องสะเทอ 7 บ้ำนห้วยกบ สังขละบุรี 8 สำขำบ้ำนประไรโหนก * โรงเรียนเพียงหลวง 3 (บ้ำนเหมืองแร่อีต่อง) ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนรำชกัญญำสิริวัฒนำพรรณวดี
20 แผนภำพที่ 6 แสดงแผนที่ตั้งของสถำนศึกษำในสังกัด สพป.กำญจนบุรี เขต 3 ส่วนที่ 1 บทน ำ
21 แนวโน้มกำรเปลี่ยนแปลงที่ส ำคัญและส่งผลต่อกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน กำรเปลี่ยนแปลงด้ำนโครงสร้ำงของประชำกร 1 กำรเปลี่ยนแปลงที่ส ำคัญด้ำนโครงสร้ำงประชำกรที่เปลี่ยนไปของประเทศ ทั้งในด้ำนโครงสร้ำงทำง อำยุและกำรกระจำยตัวของประชำกรที่อำศัยอยู่ในพื้นที่ต่ำงๆ ข้อมูลส่วนนี้จะมุ่งให้เห็นกำรเปลี่ยนแปลง โครงสร้ำงอำยุของประชำกร ภำพที่แสดงกำรเปลี่ยนแปลงนี้มีอยู่สองรูปแบบที่แสดงผลให้เห็นอย่ำงชัดเจน แบบแรกเป็นดัชนีกำรเจริญเติบโตของประชำกรรำยอำยุ แบบที่สองคือกำรเปลี่ยนแปลงปิรำมิดประชำกร หลังจำกปี พ.ศ.2563 ไปแล้วประชำกรที่มีอำยุเกิน 45 ปีขึ้นไปจะเป็นกลุ่มประชำกรที่คำดว่ำจะเติบโตเพิ่มจ ำนวน มำกขึ้น และหลังจำกปี พ.ศ. 2583 เป็นต้นไปจะเป็นกำรเพิ่มขึ้นของประชำกรที่มีอำยุมำกกว่ำ 65 ปีเท่ำนั้น ปี 2543 = 100 ที่มำ : ค ำนวณจำก World Population Prospects : The 2008 Revision United Population Division 2009 (ประมำณกำรขั้นต่ ำ) แนวโน้มกำรเกิดลดลง 2 อย่ำงต่อเนื่องจ ำนวนเด็กเกิดใหม่ในแต่ละปีเริ่มลดลงอย่ำงต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 โดยจะลดจ ำนวนลงไปอีกอย่ำงรวดเร็วยกเว้นในกรณีที่อัตรำกำรเจริญพันธุ์จะเพิ่มขึ้นสูงกว่ำ ระดับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 1 ควำมเห็นที่น ำเสนอในรำยงำนนี้เป็นของคณะผู้เขียนรำยงำนเรื่องผลกระทบของกำรเปลี่ยนแปลงทำงประชำกรของประเทศไทยที่ได้รับ กำรสนับสนุนจำกส ำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติร่วมกับกองทุนประชำกรแห่งสหประชำชำติ (UNFPA) 2 ที่มำ : ประชำกรปีพ.ศ. 2503-2543 จำกส ำมะโนประชำกรประเทศไทย ประชำกรปี พ.ศ. 2553 จนถึง ปี 2573 จำก World Population Prospects: The 2008 Revision. United Population Division, 2009 ประมำณกำรขั้นต่ ำ ระดับอำยุ ส่วนที่ 1 บทน ำ
22 ข้อมูลจำกกำรคำดประมำณจ ำนวนประชำกรในอนำคตขององค์กำรสหประชำชำติที่ก ำหนด ข้อสมมุติฐำนของภำวะเจริญพันธุ์ขั้นต่ ำซึ่งดูจะสอดคล้องกับภำวกำรณ์เจริญพันธุ์ที่เป็นจริงในขณะนี้มำกกว่ำ ข้อสมมุติฐำนขั้นกลำง ยังคงประเมินจ ำนวนกำรเกิดของปีพ.ศ. 2553 สูงเกินกว่ำสถำนกำรณ์ที่เป็นจริงในขณะนี้ ซึ่งมีจ ำนวนกำรเกิดไม่ถึง 800,000 รำยต่อปี ซึ่งต่ ำกว่ำ 970,000 รำยต่อปีที่ได้จำกกำรคำดประมำณจ ำนวน ประชำกรขั้นต่ ำซึ่งผลจำกกำรประมำณประชำกรขั้นต่ ำยังชี้ให้เห็นจ ำนวนกำรเกิดในแต่ละปีมีแนวโน้มจะลดลงไป เรื่อย ๆ จนเหลือน้อยกว่ำ 500,000 รำยต่อปีในช่วงปี พ.ศ. 2588-2593 หรืออีกเพียงสำมสิบกว่ำปีข้ำงหน้ำนี้ ควำมก้ำวหน้ำด้ำนเทคโนโลยี ควำมก้ำวหน้ำทำงเทคโนโลยีและดิจิทัลอย่ำงรวดเร็ว (Digital Disruption) ส่งผลให้แนวโน้ม กำรจัดกำรศึกษำเปลี่ยนไป โรงเรียนต้องปรับตัวให้ทันกำรเปลี่ยนแปลง ให้เป็นองค์กรแห่งกำรเรียนรู้ และ สนองตอบต่อผู้เรียนรำยบุคคลและควำมก้ำวหน้ำทำงเทคโนโลยี และประยุกต์ใช้สื่อต่ำงๆ เพื่อสนับสนุนกำร เรียนรู้ของผู้เรียน มีกำรเสริมบทเรียนโดยสร้ำงสถำนกำรณ์จ ำลอง กำรจัดกำรศึกษำของไทยจึงจ ำเป็นต้องก ำหนด เป้ำหมำยกำรพัฒนำ วำงแผน และสร้ำงทักษะพื้นฐำนที่จ ำเป็นของทรัพยำกรมนุษย์ ที่จะศึกษำต่อในระดับต่ำงๆ หรือเข้ำสู่ตลำดงำนหรือ ต้องปรับหลักสูตรและวิธีกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น มีควำมหลำกหลำย เพื่อพัฒนำ ทรัพยำกรมนุษย์ให้มีควำมรู้ ทักษะ และสมรรถนะ ที่พร้อมรับกำรเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัลในปัจจุบันและพร้อม รับกำรเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัลในปัจจุบันและในอนำคต เช่น กำรจัดกำรเรียนกำรสอนภำยใต้สถำนกำรณ์ โควิด 19 ผ่ำน Plat Form ต่ำง ๆ เช่น Padlet , Zoom Cloud Meeting, Google Meet, Youtube Live Streaming, Facebook Live, และเตรียมพร้อมรับกำรเปลี่ยนแปลงกำรสื่อสำรในโลกเสมือนจริง Meta verse เป็นต้น กำรเปลี่ยนแปลงทำงวัฒนธรรม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสถำนกำรณ์โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ ำ ด้ำนวัฒนธรรม [Cultural] กำรเปลี่ยนแปลงทำงสังคมและวัฒนธรรม อำจใช้ระยะเวลำยำวนำนไม่เท่ำกัน และปริมำณกำร เปลี่ยนแปลงจะแตกต่ำงกันไป ย่อมขึ้นอยู่กับองค์ประกอบที่ส ำคัญคือ สิ่งแวดล้อมทำงกำยภำพของสังคม ลักษณะ โครงสร้ำงของสังคม ลักษณะวัฒนธรรมพื้นฐำน อันได้แก่ ค่ำนิยม คติธรรม ควำมเชื่อที่สมำชิกปลูกฝัง และ ถ่ำยทอดกันมำ นอกนั้นยังขึ้นอยู่กับปัจจัยเร่งอื่น ๆ เช่น บทบำทของผู้น ำในกำรเปลี่ยนแปลง รวมถึงอิทธิพล ของสื่อมวลชน ซึ่งมีบทบำทอย่ำงสูงต่อกำรเปลี่ยนแปลง และกำรรับรู้ข้อมูลข่ำวสำรของสังคมปัจจุบัน แนวโน้ม ทำงสังคมและวัฒนธรรมในปัจจุบัน 3 ซึ่งอำจสรุปได้จำกผลงำนทำงวิชำกำรศึกษำ ได้ดังนี้ 1. กำรขยำยตัวทำงเทคโนโลยีหรือสิ่งประดิษฐ์ต่ำง ๆ 2. กำรเพิ่มของจ ำนวนประชำกรโลก 3. กำรขยำยตัวทำงวิทยำกำร 4. กำรขยำยตัวของสังคมเมือง 5. ควำมตึงเครียดในสถำบันสังคม 3 แนวโน้มทำงสังคมและวัฒนธรรมในปัจจุบัน บรรพต วีระสัย และ ผจงจิตต์ อธิคมนันทะ , สังคมวิทยำและมำนุษยวิทยำเบื้องต้น : กระบวนกำร เปลี่ยนแปลงทำงสังคมและวัฒนธรรม, (กรุงเทพฯ : ส ำนักพิมพ์มหำวิทยำลัยรำมค ำแหง,2539) หน้ำ 324 – 325) ส่วนที่ 1 บทน ำ
23 ด้ำนเศรษฐกิจ [Economic] เศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพำกำรลงทุนและกำรค้ำระหว่ำงประเทศเป็นสัดส่วนสูง ปัจจัยทำง เศรษฐกิจมีผลต่อตลำดแรงงำนและตลำดกำรศึกษำ เนื่องจำกกำรก ำหนดลักษณะของแรงงำนที่ต้องกำร อำทิ เศรษฐกิจใหม่ จะแข่งขันกันด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งต้องอำศัยกำรวิจัยและพัฒนำ ดังนั้น กำรศึกษำ ต้องพัฒนำ คนให้มีทักษะ ที่สำมำรถสร้ำงนวัตกรรมใหม่ที่มีคุณค่ำต่อระบบเศรษฐกิจ กำรเปิดเสรีทำงกำรค้ำ และกำรลงทุน เกิดกำรเคลื่อนย้ำยสินค้ำ และเงินลงทุนจำกต่ำงประเทศมำกขึ้น ประเทศต่ำง ๆ ไม่เพียงแต่ต้องลดกำรกีดกันกำร แข่งขันเท่ำนั้น ยังต้องแข่งขันกันด้วยสินค้ำที่มีคุณภำพ ซึ่งต้องอำศัยแรงงำน ที่มีฝีมือ มีทักษะควำมสำมำรถ ที่หลำกหลำย เช่น ควำมรู้ด้ำนเทคโนโลยี ภำษำต่ำงประเทศ กำรบริหำร ฯลฯ ประกอบกับสถำนกำรณ์ กำรระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 (COVID-19) ที่แพร่กระจำยไปทั่วโลก ส่งผลต่อเศรษฐกิจ อย่ำงรุนแรงทั่วโลก ซึ่งเป็นหน้ำที่ของผู้เกี่ยวข้องทำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน ที่จะพัฒนำคน ให้มีควำมรู้ ทักษะชีวิต ทักษะอำชีพ ที่จะเป็นพื้นฐำนในกำรด ำรงชีวิต สู่กำรมีงำนท ำในสภำพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ประกอบกับพื้นที่ ส่วนใหญ่ของจังหวัดกำญจนบุรี เป็นพื้นที่น ำร่องด้ำนกำรท่องเที่ยว มีสถำนที่ท่องเที่ยวจ ำนวนมำก มีจ ำนวน นักท่องเที่ยวจำกหลำกหลำยชำติ หลำยภำษำ ด้ำนสิ่งแวดล้อม [Environmental] ในยุคกำรเปลี่ยนแปลง มนุษย์ได้ใช้ทรัพยำกรธรรมชำติอย่ำงฟุ่มเฟือย เพื่อสนอง ควำมต้องกำร ของตน และท ำลำยสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์อยู่ร่วมกันด้วยควำมเห็นแก่ตัวควำมท้ำทำยที่ต้องอยู่กับ ทรัพยำกรธรรมชำติที่เหลือน้อย สิ่งแวดล้อมที่ถูกท ำลำย น ำมำซึ่งควำมสูญเสียทำงเศรษฐกิจ และสังคม และต้องใช้ทรัพยำกรในกำรแก้ปัญหำและลดผลกระทบที่ต่อเนื่อง ซึ่งสร้ำงภำระ กับสังคมและงบประมำณของรัฐ อย่ำงไม่มีที่สิ้นสุด จึงมีควำมจ ำเป็นที่กำรศึกษำขั้นพื้นฐำนจะต้องสร้ำงทรัพยำกรบุคคลที่ทรงคุณค่ำ รู้ค่ำและรักษำ สิ่งแวดล้อมด้วยควำมผูกพันและพึ่งพำ เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ว่ำ “เป็นองค์กรวิถีใหม่ พัฒนาคุณภาพ ผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน” โดยกำรขับเคลื่อนพันธกิจ ที่ 7 “จัดการศึกษาเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)” สถำนกำรณ์โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ ำ [Emerging Infectious Diseases] สถำนกำรณ์โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ ำ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำรจัดกำรเรียนกำรสอนของนักเรียน และกำรปรับตัวให้เข้ำกับสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนำ 2019 (COVID – 19) ซึ่งเป็น โรคอุบัติใหม่ กำรปรับตัวของเด็กนักเรียนในระยะเริ่มแรก นับได้ว่ำเป็นสิ่งที่ยำกล ำบำก และส่งผลกระทบต่อกำร ใช้ชีวิตประจ ำวันของเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง เนื่องจำกต้องปฏิบัติตำมมำตรกำรควบคุมโรคระบำดของแต่ละ จังหวัดและในภำพรวมของประเทศ ท ำให้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ มีภำระค่ำใช้จ่ำย ค่ำครองชีพเพิ่มมำกขึ้น กำรปรับตัวกับกำรเรียนกำรสอนในรูปแบบ Online ในระยะเริ่มแรก เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่มีควำมพร้อม ด้ำนอุปกรณ์เทคโนโลยีสำรสนเทศ และ ระบบอินเทอร์เน็ต ที่ใช้ในกำรจัดกำรเรียนกำรสอน กำรจัดกำรศึกษำ ในสถำนกำรณ์ดังกล่ำว โดยส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำนได้เตรียมมำตรกำรในกำรจัดกำรเรียน กำรสอนเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ โดยใช้รูปแบบ Onsite, Online, On-Hand and On-Demand ซึ่งในอนำคตเรำไม่สำมำรถทรำบได้ว่ำจะเกิดโรคระบำดในรูปแบบใด ซึ่งอำจจะส่งผลกระทบต่อกำรจัดกำรเรียน กำรสอนในอนำคตได้ โดยกำรขับเคลื่อนพันธกิจ ที่ 2 “จัดการศึกษาให้ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้รับความปลอดภัย จากภัยพิบัติภัยคุกคามทุกรูปแบบ เพื่อรองรับวิถีชีวิตใหม่” ส่วนที่ 1 บทน ำ
24 ทักษะที่จ ำเป็นของประชำกรในศตวรรษที่ 21 ในโลกแห่งศตวรรษที่ 21 มีกำรเคลื่อนย้ำยผู้คน สื่อเทคโนโลยี และทรัพยำกรต่ำงๆ จำกทั่วทุกมุม โลกอย่ำงรวดเร็วและสะดวก มีควำมเชื่อมโยงทำงเศรษฐกิจ สังคม กำรเมือง กำรปกครองระหว่ำงภูมิภำค ประเทศ สังคมและชุมชน มีควำมซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงของควำมรู้ และข้อมูลข่ำวสำรตลอดเวลำอย่ำง เป็นพลวัต แนวโน้มเด็กและเยำวชนในอนำคตจึงควรมีลักษณะ ดังนี้ 1. ทักษะที่จ ำเป็นของประชำกรในศตวรรษที่ 21 ในโลกแห่งศตวรรษที่ 21 ทักษะส ำคัญที่เด็กและเยำวชนควรมี คือ ทักษะกำรเรียนรู้ และนวัตกรรม หรือ 3Rs และ 8Cs ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้ -3Rs ได้แก่ อ่ำนออก (Reading) เขียนได้ (W)Riting และคิดเลขเป็น (A)Rithemetics -8Cs ได้แก่ ทักษะด้ำนกำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณ และทักษะในกำรแก้ปัญหำ (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้ำนกำรสร้ำงสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้ำนควำมเข้ำใจควำมต่ำงวัฒนธรรม ต่ำงกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding) ทักษะด้ำน ควำมร่วมมือ กำรท ำงำนเป็นทีม และภำวะผู้น ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทักษะด้ำน กำรสื่อสำรสำรสนเทศ และรู้เท่ำทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะด้ำน คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอำชีพ และ ทักษะกำรเรียนรู้ (Career and Learning Skills) และมีควำมเมตตำกรุณำ มีคุณธรรม และระเบียบวินัย (Compassion) ทักษะทั้งหมดที่ได้กล่ำวมำเป็นสิ่งที่จ ำเป็นส ำหรับเด็กและเยำวชนในยุคกำรเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 เป็นอย่ำงมำก ซึ่งมีควำมแตกต่ำงจำกกำรเรียนรู้ในอดีต เพื่อส่งผลให้กำรเรียนรู้ของผู้เรียนมีคุณภำพมำกยิ่งขึ้น 2. คุณลักษณะ ค่ำนิยมร่วม ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ตำมมำตรฐำนกำรศึกษำของชำติ พ.ศ.2561 4 ตำมมำตรฐำนกำรศึกษำของชำติ พ.ศ. 2561 ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำกำรศึกษำ กระทรวงศึกษำธิกำร ได้ก ำหนดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของกำรศึกษำ (Desired Outcomes of Education , DOE Thailand) โดยมีค่ำนิยมร่วม ได้แก่ ควำมเพียรอันบริสุทธิ์ ควำมพอเพียง วิถีประชำธิปไตย ควำมเท่ำเทียมเสมอ ภำค มีคุณธรรมที่เป็นลักษณะนิสัยและคุณธรรมพื้นฐำนที่เป็นควำมดีงำม และ 3 คุณลักษณะ ที่คำดหวังหลัง ส ำเร็จกำรศึกษำแต่ละระดับ ได้แก่ 1) ผู้เรียนรู้ เป็นผู้มีควำมเพียร ใฝ่เรียนรู้ และมีทักษะ กำรเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้ำวทันโลกยุค ดิจิทัลและโลกในอนำคต และมีสมรรถนะ (Competency) ที่เกิดจำกควำมรู้ ควำมรอบรู้ด้ำนต่ำง ๆ มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญำไทย มีทักษะชีวิต เพื่อสร้ำงงำนหรือสัมมำอำชีพ บนพื้นฐำนของควำมพอเพียง ควำมมั่นคงในชีวิต และคุณภำพชีวิตที่ดีต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม 2) ผู้ร่วมสร้ำงสรรค์นวัตกรรม เป็นผู้มีทักษะทำงปัญญำ ทักษะศตวรรษที่ 21 ควำมฉลำดดิจิทัล (Digital Intelligence) ทักษะกำรคิดสร้ำงสรรค์ ทักษะข้ำมวัฒนธรรม สมรรถนะกำรบูรณำกำร ข้ำมศำสตร์ และ มีคุณลักษณะของควำมเป็นผู้ประกอบกำร เพื่อร่วมสร้ำงสรรค์และพัฒนำนวัตกรรม ทำงเทคโนโลยีหรือสังคม เพิ่มโอกำสและมูลค่ำให้กับตนเอง และสังคม 3) พลเมืองที่เข้มแข็ง เป็นผู้มีควำมรักชำติรักท้องถิ่น รู้ถูกผิด มีจิตส ำนึกเป็นพลเมืองไทยและ พลโลก มีจิตอำสำ มีอุดมกำรณ์และมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำชำติ บนหลักกำรประชำธิปไตย ควำมยุติธรรม ควำมเท่ำเทียม เสมอภำค เพื่อกำรจัดกำรทรัพยำกรธรรมชำติ และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และกำรอยู่ร่วมกัน ในสังคมไทยและประชำคมโลกอย่ำงสันติ และได้จ ำแนกผลลัพธ์ ที่พึงประสงค์ตำมระดับกำรศึกษำขั้นพื้นฐำนได้ ดังนี้ 4 จำก มำตรฐำนกำรศึกษำของขำติ พ.ศ. 2561 โดยส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำกำรศึกษำ, 2561 ส่วนที่ 1 บทน ำ
25 ตำรำงที่ 11 แสดงผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ตำมระดับกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน ส่วนที่ 1 บทน ำ ปฐมวัย มีพัฒนาการรอบด้านและ สมดุล สนใจเรียนรู ้และก ากับ ตวัเองใหท้ าสิ ่งต่างๆ ที ่ เหมาะสม ตามช่วงวัยได้ส าเร็จ ประถมศึกษา รักและรับผิดชอบต่อการ เรียนรู ้ ชอบการอ่าน มคีวามรพู้ ืน้ฐาน ทกัษะและ สมรรถนะทางภาษาการ ค านวณมีเหตุผล มนีิสยัและสุขภาพทีด่ี มีสุนทรียภาพในความงาม รอบตัว มัธยมศึกษาตอนต้น รจู้กัตนเองและผูอ้ืน่ มีเป้ าหมายและทักษะ การเรียนรู ้ บริหารจัดการ ตนเองเป็ นมีทักษะชีวิต เพือ่สรา้งสุขภาวะ และสรา้งงานที ่ เหมาะสม กับช่วงวัย มัธยมศึกษาตอนปลาย ชีน้ าการเรยีนรดู้ว้ยตนเอง มี ทักษะการเรียนรู ้ตลอดชีวิตมี ความรอบรู ้ และรู ้ทัน การ เปลีย่นแปลง เพือ่พฒันาสุขภาวะ คุณภาพชีวิตและอาชีพ ปฐมวัย มีพัฒนาการรอบด้าน และสมดุล สนใจเรียนรู ้และ กา กบัตวัเองใหท้ าสิ ่งต่างๆที ่ เหมาะสมตามช่วงวัยได้ ส าเร็จ ประถมศึกษา รับผิดชอบในการท างาน รว่มกบัผูอ้ืน่มคีวามรู้ทกัษะ และสมรรถนะทางเทคโนโลยี ดิจิทัล การคิดสร ้างสรรค์ ภาษาอังกฤษ การสือ่สาร และความรดู้า้น ต่าง ๆ มัธยมศึกษาตอนต้น มีทักษะการท างานร่วมกัน ทกัษะการสือ่สาร รอบรทู้าง ข้อมูลสารสนเทศและดิจิทัล เพือ่แกป้ัญหา การคิดวิจารณญาณ คิดสร ้างสรรค์ น าความคิดสู่การ สร ้างผลงาน มัธยมศึกษาตอนปลาย สามารถแกป้ัญหา สือ่สาร เชิงบวก ทักษะข้าม วัฒนธรรม ทักษะการสะท้อน การคิด การวพิากษ์เพือ่สรา้ง นวัตกรรม และสามารถเป็ น ผู้ประกอบการได้ ปฐมวัย มีพัฒนาการรอบด้าน และสมดุล สนใจเรียนรู ้และ กา กบัตวัเองใหท้ าสิ ่งต่างๆ ที ่ เหมาะสม ตามช่วงวัยได้ส าเร็จ ประถมศึกษา แยกแยะผิดถูก ปฏิบัติตน ตามสทิธแิละหนา้ที ่ ของตน โดยไม่ละเมิดสิทธิ ของผูอ้ืน่ เป็นสมาชกิทีด่ขีอง กลุ่ม มีจิตอาสา รกัทอ้งถิน่และประเทศ มัธยมศึกษาตอนต้น เชือ่มัน่ ในความถกูตอ้ง ยุติธรรม มีจิตประชาธิปไตย มีส านึก และภาคภูมิใจในความเป็ น ไทยและพลเมืองอาเซียน มัธยมศึกษาตอนปลาย เชือ่มัน่ ในความ เท่าเทียม เป็ นธรรม มีจิตอาสา กล้าหาญทางจริยธรรมและ เป็ นพลเมือง ทีก่ระตอืรอืรน้ รว่มสรา้งสงัคมทีย่ ั ่งยนื
26 จำกแผนภูมิที่ 7 แสดงให้เห็นว่ำนักเรียนในระดับประถมศึกษำ ถึงระดับมัธยมศึกษำตอนปลำย มีแนวโน้มจ ำนวนที่เพิ่มขึ้น กำรจัดกำรศึกษำให้กับนักเรียน ควรค ำนึงถึงจ ำนวนครูผู้สอนที่เหมำะสมตำมเกณฑ์ กับจ ำนวนนักเรียน เพื่อลดภำระของครูผู้สอน และเพื่อให้กำรจัดกำรเรียนกำรสอนเกิดประสิทธิภำพและ ประสิทธิผล เป็นไปตำมเป้ำหมำยของกำรพัฒนำกำรศึกษำในระดับประเทศต่อไป 4,921 4,815 4,729 4,604 4,692 15,139 15,132 15,133 15,266 15,640 3,271 3,409 3,510 3,596 3,723 290 462 521 556 587 ปี กศ. 2561 ปี กศ. 2562 ปี กศ. 2563 ปี กศ. 2564 ปี กศ. 2565 ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย เด็กสัญชำติไทย 60.86% (14,996 คน) เด็กต่ำงวัฒนธรรม 39.14% (9,646 คน) แผนภูมิจ ำนวนนักเรียนจ ำแนกตำมสัญชำติ แผนภูมิที่ 7 แสดงแนวโน้มกำรเพิ่มจ ำนวนนักเรียน ปีกำรศึกษำ 2561 - 2565 โรงเรียนในสังกัดส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรีเขต 3 แผนภูมิที่ 8 แสดงจ ำนวนนักเรียน ปีกำรศึกษำ 2565 โรงเรียนในสังกัดส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำ กำญจนบุรี เขต 3 จ ำแนกสัญชำติ ส่วนที่ 1 บทน ำ
27 ข้อมูล 10 มิถุนำยน 2565 : ระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรำยบุคคล (DMC) จำกแผนภูมิที่ 9 แสดงให้เห็นว่ำ เด็กต่ำงวัฒนธรรม เข้ำเรียนในโรงเรียน สังกัด สพป.กำญจนบุรี เขต 3 ประมำณร้อยละ 40 ของนักเรียนทั้งหมด โดยร้อยละ 52.39 ของเด็กต่ำงวัฒนธรรม เป็นเด็กที่มีสัญชำติเมียนมำ กำรจัดกำรเรียนกำรสอนให้กับเด็กนักเรียนในสังกัด สพป.กำญจนบุรี เขต 3 จึงต้องค ำนึงถึงภำษำและวัฒนธรรม ในชุมชน และบริบทในพื้นที่ รวมทั้งกำรส่งเสริมทักษะและสมรรถนะให้กับครูผู้สอนในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนให้กับ นักเรียนในพื้นที่พิเศษ หรือพื้นที่ที่มีควำมหลำกหลำยทำงวัฒนธรรม ซึ่งส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของกำรพัฒนำกระบวนกำร อ่ำน กำรเขียน กำรสื่อสำร เป็นไปตำมวัตถุประสงค์และเป้ำหมำยของกำรจัดกำรศึกษำในภำพรวมในระดับประเทศได้ สัญชาติไทย ต่างวัฒนธรรม 2565 60.86% 39.14% แผนภูมิที่ 9 แสดงร้อยละของเด็กต่ำงวัฒนธรรม ปีกำรศึกษำ 2561 – 2565 โรงเรียนในสังกัด ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 ส่วนที่ 1 บทน ำ สัญชาติไทย ต่างวัฒนธรรม 2561 60.70% 39.30% สัญชาติไทย ต่างวัฒนธรรม 2562 61.25% 38.75% สัญชาติไทย ต่างวัฒนธรรม 2563 60.91% 39.09% สัญชาติไทย ต่างวัฒนธรรม 2564 62.01% 37.99%
28 ผลกำรด ำเนินงำนด้ำนคุณภำพกำรจัดกำรศึกษำ ในปีงบประมำณ 2563 ที่ผ่ำนมำ ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 ด ำเนินกำรบริหำรจัดกำรศึกษำภำยใต้กลยุทธ์ 6 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) กำรจัดกำรศึกษำเพื่อควำมมั่นคงของมนุษย์ และของชำติ2) กำรจัดกำรศึกษำเพื่อเพิ่มควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของประเทศ 3) กำรพัฒนำและเสริมสร้ำง ศักยภำพทรัพยำกรมนุษย์ 4) กำรสร้ำงโอกำสในกำรเข้ำถึงบริกำรกำรศึกษำที่มีคุณภำพมีมำตรฐำนและลดควำม เหลื่อมล้ ำทำงกำรศึกษำ 5) กำรจัดกำรศึกษำเพื่อพัฒนำคุณภำพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) กำรปรับสมดุล และพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรศึกษำโดยปรำกฏผลกำรด ำเนินงำน ระดับชั้นประถมศึกษำปีที่ 1 แผนภูมิที่ 10 ผลกำรประเมินควำมสำมำรถด้ำนกำรอ่ำนออกของผู้เรียน (Reading Test : RT) ชั้นประถมศึกษำปีที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2561-2564 ระดับเขตพื้นที่กำรศึกษำ/จังหวัด/ระดับประเทศ จำกแผนภูมิที่ 10 พบว่ำ กำรประเมินควำมสำมำรถด้ำนกำรอ่ำนออกของผู้เรียน (Reading Test : RT) ชั้นประถมศึกษำปีที่ 1 ระดับเขตพื้นที่กำรศึกษำ ด้ำนกำรอ่ำนออกเสียง ด้ำนกำรอ่ำนรู้เรื่อง มีแนวโน้มกำรพัฒนำ ลดลง โดยปีกำรศึกษำ 2564 เมื่อเปรียบเทียบกับผลกำรประเมินระดับจังหวัด ระดับภำค ระดับ สพฐ. และระดับประเทศ พบว่ำ มีค่ำเฉลี่ยต่ ำกว่ำในทุกระดับ ทั้งนี้ระดับผลกำรประเมินดังกล่ำว เป็นผลสืบเนื่องมำจำก ผลกระทบของกำรจัดกำรเรียนกำรสอนในช่วงสถำนกำรณ์โควิด 19 และแนวทำงกำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่มี กำรปรับเปลี่ยนให้เข้ำกับบริบทพื้นที่ ตลอดถึงปัญหำ และอุปสรรคในกำรขับเคลื่อนนโยบำยลงสู่กำรปฏิบัติที่มี กำรปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมำะสมกับบริบทพื้นที่ ในช่วงสถำนกำรณ์โควิด 19 ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน ของเด็กลดลงอย่ำงมำก ซึ่งเป็นผลกระทบจำกกระบวนกำรในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่ขำดควำมต่อเนื่อง ในสถำนกำรณ์โควิด – 19 ปี กศ.2561 ปี กศ.2562 ปี กศ.2563 ปี กศ.2564 ระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับสพฐ. ระดับประเทศ การอ่านรู้เรื่อง 71.17 72.51 74.76 70.48 73.43 74.80 72.30 72.79 การอ่านออกเสียง 65.70 67.49 75.02 63.14 68.33 71.60 69.04 69.95 71.17 72.51 74.76 70.48 73.43 74.80 72.30 72.79 65.70 67.49 75.02 63.14 68.33 71.60 69.04 69.95 56.00 58.00 60.00 62.00 64.00 66.00 68.00 70.00 72.00 74.00 76.00 ส่วนที่ 1 บทน ำ
29 ระดับชั้นประถมศึกษำปีที่ 3 แผนภูมิที่ 11 ผลกำรทดสอบวัดควำมสำมำรถพื้นฐำนของผู้เรียนระดับชำติ (National Test : NT) ชั้นประถมศึกษำปีที่ 3 ปีกำรศึกษำ 2561– 2564 ระดับเขตพื้นที่กำรศึกษำ/ระดับประเทศ จำกแผนภูมิที่ 11 พบว่ำ ผลกำรประเมินควำมสำมำรถพื้นฐำนของผู้เรียนระดับชำติ (NT) ระดับเขตพื้นที่ กำรศึกษำ ของชั้นประถมศึกษำปีที่ 3 พบว่ำ ในภำพรวมมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้น แต่ยังคงมีค่ำเฉลี่ยต่ ำกว่ำ ในระดับประเทศปะถ มศึกษำปีที่ 6 แผนภูมิที่ 12 ผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติขั้นพื้นฐำน (Ordinary National Educational Test : O-NET) ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 ปีกำรศึกษำ 2560-2564 ระดับเขตพื้นที่กำรศึกษำ/สพฐ./ระดับประเทศ ปี กศ.2561 ปี กศ.2562 ปี กศ.2563 ปี กศ.2564 ระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับสพฐ. ระดับประเทศ ด้านคณิตศาสตร์ 40.92 39.69 35.76 46.55 50.34 53.16 48.73 49.44 ด้านภาษาไทย 44.95 40.56 42.43 53.11 56.93 59.46 55.48 56.14 40.92 39.69 35.76 46.55 50.34 53.16 48.73 49.44 44.95 40.56 42.43 53.11 56.93 59.46 55.48 56.14 ปี กศ.2560 ปี กศ.2561 ปี กศ.2562 ปี กศ.2563 ปี กศ.2564 ระดับจังหวัด ระดับสพฐ. ระดับประเทศ ภาษาไทย 42.75 52.31 45.09 53.19 46.71 49.08 49.54 50.38 คณิตศาสตร์ 31.65 30.36 28.48 26.70 33.82 35.25 35.85 36.83 วิทยาศาสตร์ 35.33 36.41 31.18 35.92 31.95 33.46 33.68 34.31 ภาษาอังกฤษ 27.72 30.22 26.59 30.77 30.71 33.26 35.46 39.22 42.75 52.31 45.09 53.19 46.71 49.08 49.54 50.38 31.65 30.36 28.48 26.70 33.82 35.25 35.85 36.83 35.33 36.41 31.18 35.92 31.95 33.46 33.68 34.31 27.72 30.22 26.59 30.77 30.71 33.26 35.46 39.22 - 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00 ส่วนที่ 1 บทน ำ
30 จำกแผนภูมิที่ 12 ผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติขั้นพื้นฐำน (Ordinary National Educational Test : O-NET) ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 พบว่ำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ด้ำนคณิตศำสตร์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 7.12 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ วิทยำศำสตร์ และภำษำอังกฤษ และภำษำไทยมีแนวโน้มลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับ ระดับ จังหวัด ระดับ สพฐ. และระดับประเทศ พบว่ำ ทุกกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ยังมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละต่ ำกว่ำทั้ง 3 ระดับ ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 แผนภูมิที่ 13 เปรียบเทียบผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติขั้นพื้นฐำน (Ordinary National Educational Test : O-NET) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 ปีกำรศึกษำ 2560 – 2564 ระดับเขตพื้นที่กำรศึกษำ/สพฐ./ระดับประเทศ จำกแผนภูมิที่ 13 ผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติขั้นพื้นฐำน (Ordinary National Educational Test : O-NET) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 3 พบว่ำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 0.65 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย และภำษำอังกฤษมีแนวโน้มลดลง กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ มีแนวโน้มคงที่ เมื่อเปรียบเทียบกับ ระดับ สพฐ. และระดับประเทศ พบว่ำ ทุกกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ยังมีคะแนน เฉลี่ยร้อยละต่ ำกว่ำทั้ง 2 ระดับ ปี กศ.2560 ปี กศ.2561 ปี กศ.2562 ปี กศ.2563 ปี กศ.2564 ระดับสพฐ. ระดับประเทศ ภาษาไทย 42.70 48.68 50.09 51.28 47.54 52.13 51.19 คณิตศาสตร์ 20.35 24.69 21.00 20.12 20.77 24.75 24.47 วิทยาศาสตร์ 29.55 32.66 28.98 28.99 28.83 31.67 31.45 ภาษาอังกฤษ 26.44 25.56 27.38 28.99 26.50 30.79 31.11 42.70 48.68 50.09 51.28 47.54 52.13 51.19 20.35 24.69 21.00 20.12 20.77 24.75 24.47 29.55 32.66 28.98 28.99 28.83 31.67 31.45 26.44 25.56 27.38 28.99 26.50 30.79 31.11 - 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00 ส่วนที่ 1 บทน ำ
31 ระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 6 ในระดับชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 6 โรงเรียนในสังกัดเปิดท ำกำรสอน จ ำนวน 4 โรงเรียน ดังนี้ แผนภูมิที่ 14 เปรียบเทียบผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติขั้นพื้นฐำน (Ordinary National Educational Test : O-NET) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 6 ปีกำรศึกษำ 2560-2562 ระดับเขตพื้นที่กำรศึกษำ/ระดับประเทศ จำกแผนภูมิที่ 14 ผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติขั้นพื้นฐำน (Ordinary National Educational Test : O-NET) ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 6 พบว่ำ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย วิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ และกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำอังกฤษ มีแนวโน้มลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับ ระดับประเทศ พบว่ำ ทุกกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ยังมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละต่ ำกว่ำ ปี กศ.2560 ปี กศ.2561 ปี กศ.2562 ระดับประเทศ ภาษาไทย 47.29 42.95 45.09 49.07 คณิตศาสตร์ 25.17 22.26 28.48 32.90 วิทยาศาสตร์ 21.99 26.37 31.18 35.55 ภาษาอังกฤษ 19.46 32.00 26.59 34.42 47.29 42.95 45.09 49.07 25.17 22.26 28.48 32.90 21.99 26.37 31.18 35.55 19.46 32.00 26.59 34.42 - 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00
32 ผลกำรด ำเนินงำนด้ำนประสิทธิภำพกำรจัดกำรศึกษำ ตำรำงที่ 12 รำยงำนผลกำรติดตำมและประเมินผลกำรบริหำรจัดกำรของส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ตำมมำตรฐำนส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ (พ.ศ. 2560) ปีงบประมำณ พ.ศ. 2561 - 2563 ของส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 นโยบำย / ตัวบ่งชี้ ระดับคุณภำพ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 มำตรฐำนที่ 1 กำรบริหำรจัดกำรองค์กำรสู่ควำมเป็นเลิศ ตัวบ่งชี้ที่ 1 กำรบริหำรจัดกำรที่ดี ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม ดี ตัวบ่งชี้ที่ 2 กำรพัฒนำองค์กำรแห่งเรียนเรียนรู้ ดีมำก ดีมำก ดี ตัวบ่งชี้ที่ 3 กำรกระจำยอ ำนำจและกำรส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมในกำรบริหำร และกำรจัดกำรศึกษำ ดีมำก ดีมำก ดีมำก สรุปภำพรวมมำตรฐำนที่ 1 ดีมำก ดีมำก ดี มำตรฐำนที่ 2 กำรบริหำรและกำรจัดกำรศึกษำที่มีประสิทธิภำพ ตัวบ่งชี้ที่ 1 กำรบริหำรงำนด้ำนวิชำกำร ดี ดี ดี ตัวบ่งชี้ที่ 2 กำรบริหำรงำนด้ำนงบประมำณ ดีมำก ดีมำก ดี ตัวบ่งชี้ที่ 3 กำรบริหำรงำนด้ำนกำรบริหำรงำนบุคคล ดีมำก ดีมำก ดีมำก ตัวบ่งชี้ที่ 4 กำรบริหำรงำนด้ำนกำรบริหำรทั่วไป ดีมำก ดีมำก ดีเยี่ยม ตัวบ่งชี้ที่ 5 กำรติดตำม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศกำรจัดกำรศึกษำ ที่มีประสิทธิภำพ ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม ปรับปรุง สรุปภำพรวมมำตรฐำนที่ 2 ดีมำก ดีมำก ดี มำตรฐำนที่ 3 ผลกำรบริหำรและกำรจัดกำรศึกษำของส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ตัวบ่งชี้ที่ 1 ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำมีผลงำนที่แสดงควำมส ำเร็จ และเป็นแบบอย่ำงได้ พอใช้ พอใช้ พอใช้ ตัวบ่งชี้ที่ 2 สถำนศึกษำมีคุณภำพตำมมำตรฐำนกำรศึกษำปฐมวัย และกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน เพื่อกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำ ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม ตัวบ่งชี้ที่ 3 ผู้เรียนระดับปฐมวัย และระดับกำรศึกษำขั้นพื้นฐำนมีคุณภำพ ตำมหลักสูตร ดีมำก ดีมำก ดี ตัวบ่งชี้ที่ 4 ประชำกรวัยเรียนได้รับสิทธิและโอกำสทำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน เท่ำเทียมกัน ศึกษำต่อในระดับที่สูงขึ้น หรือมีควำมรู้ทักษะพื้นฐำน ในกำรประกอบอำชีพ พอใช้ พอใช้ ดีเยี่ยม ตัวบ่งชี้ที่ 5 ข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ พนักงำนรำชกำร ลูกจ้ำง ในส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำและสถำนศึกษำ มีผลงำนเชิงประจักษ์ตำมเกณฑ์ ได้รับกำรยกย่องเชิดชูเกียรติ พอใช้ พอใช้ ปรับปรุง ตัวบ่งชี้ที่ 6 ผู้รับบริกำรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีควำมพึงพอใจในกำรบริหำร และกำรจัดกำรศึกษำรวมทั้งกำรให้บริกำร ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม สรุปภำพรวมมำตรฐำนที่ 3 ดี ดี ดีมำก คะแนนรวมของภำพรวม (3 มำตรฐำน) ดีมำก ดีมำก ดี ส่วนที่ 1 บทน ำ
33 ผลกำรประเมินคุณธรรมและควำมโปร่งใสในกำรด ำเนินงำนของส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำออนไลน์ (Integrity and Transparency Assessment Online : ITA Online) หมำยเหตุผลกำรประเมินในระดับผ่ำน พิจำรณำจำกคะแนนรวม ตั้งแต่ 85 คะแนนขึ้นไป ซึ่งเป็นไปตำม ค่ำเป้ำหมำยและตัวชี้วัด แผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติประเด็น กำรต่อต้ำนกำรทุจริตและประพฤติมิชอบ ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2564 ผลกำรประเมินตัวชี้วัดตำมมำตรกำรปรับปรุงประสิทธิภำพในกำรปฏิบัติรำชกำร (KRS : KPI Report System) ขอ งส ำนัก งำนเขตพื้นที่กำ รศึกษ ำประถมศึกษ ำ ป ระจ ำปี งบป ระมำณ พ .ศ. 2563 ส่วนที่ 1 บทน ำ
34 ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยงาน (SWOT Analysis) กลยุทธ์เป็นสิ่งส ำคัญและจ ำเป็นส ำหรับองค์กรเพรำะองค์กรใช้กลยุทธ์ในกำรท ำงำนเพื่อบรรลุ วัตถุประสงค์นอกจำกนี้ยังต้องมีกระบวนกำรก ำหนดกลยุทธ์ที่เหมำะสมส ำหรับตนเอง หนึ่งในวิธีกำรเหล่ำนี้ คือ กระบวนกำรวิเครำะห์ SWOT ซึ่งเป็นวิธีกำรที่รู้จักและใช้กันอย่ำงแพร่หลำย ในกำรวิเครำะห์ SWOT กำรก ำหนดเรื่อง หัวข้อ หรือประเด็น (Area) เป็นสิ่งส ำคัญที่จะต้องค ำนึงถึง เพรำะว่ำ กำรก ำหนดประเด็นท ำให้ กำรวิเครำะห์และประเมินจุดอ่อน จุดแข็ง โอกำส และอุปสรรคได้ถูกต้องโดยเฉพำะกำรก ำหนดประเด็นหลัก (key area) ได้ถูกต้องจะท ำให้กำรวิเครำะห์ถูกต้องยิ่งขึ้น กำรก ำหนดกรอบกำรวิเครำะห์ SWOT ใด ๆ ขึ้นอยู่กับ ลักษณะธรรมชำติขององค์กรนั้น ๆ กระบวนการวิเคราะห์ SWOT จะท าให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนในองค์กรได้ดังนี้ 1. กำรมีส่วนร่วมทุกระดับ ผู้น ำหลักเป็นผู้ที่มีอิทธิพลและมีส่วนร่วมสูงสุดในกำรก ำหนดกลยุทธ์ ของกลุ่มผู้น ำหลักจะเป็นผู้คิดริเริ่มค้นหำปัจจัย ตัดสินใจตลอดจนสำมำรถเสนอกลยุทธ์ทำงเลือกได้ ข้อสรุป ดังกล่ำวสอดคล้องกับงำนของ Milliken and Vollrath (1991) , Wheelen Hunger (1992) และ Bell and Evert (1997) ที่ระบุว่ำ ผู้น ำหลักขององค์กรจะเป็นบุคคลส ำคัญที่สุดในกำรพัฒนำกลยุทธ์และกำรน ำกลยุทธ์ ไปปฏิบัติจึงสรุปได้ว่ำ กระบวนกำรวิเครำะห์ SWOT เอื้ออ ำนวยให้เกิดกำรมีส่วนร่วมของผู้น ำและสมำชิกในกำร วำงแผนกลยุทธ์ ซึ่งข้อสรุปนี้สอดคล้องกับงำนของ Scott (ค.ศ.1986) ที่ระบุว่ำ คุณค่ำของ SWOT อยู่ที่ตัว กระบวนกำรซึ่งอ ำนวยให้เกิดกำรมีส่วนร่วมจำกบุคคลทุกระดับขององค์กร 2. กระบวนกำรเรียนรู้ กระบวนกำรวิเครำะห์ SWOT เป็นเวทีกำรเรียนรู้ระหว่ำงผู้น ำระดับต่ำง ๆ 3. กำรใช้เหตุผล กระบวนกำรวิเครำะห์ SWOT เป็นกระบวนกำรที่เป็นระบบซึ่งเอื้อให้เกิดกำร ใช้เหตุผลในกำรคิดและตัดสินใจก ำหนดกลยุทธ์ ในแต่ละขั้นตอนของกระบวนกำร ผู้เข้ำร่วมต้องใช้ควำมคิด และอภิปรำยถึงเหตุผล ต่ำง ๆ ในกำรตัดสินใจ ซึ่งท ำให้เกิดควำมรอบคอบในกำรก ำหนดกลยุทธ์ 4. กำรใช้ข้อมูล เป็นสิ่งจ ำเป็นอย่ำงยิ่งในกระบวนกำรวิเครำะห์ SWOT หรืออำจกล่ำวได้ว่ำ ผู้เข้ำร่วมจะต้องใช้ข้อมูลในกำรวำงแผนกลยุทธ์หำกมีข้อมูลน้อยหรือไม่มี กลยุทธ์ที่ได้จะมีฐำนของควำมจริง ของกลุ่มโอกำสที่จะก ำหนดกลยุทธ์ผิดพลำดเป็นไปได้มำก 5. กำรกระตุ้นให้คิดและเปิดเผยประเด็นที่ซ่อนเร้น กระบวนกำรวิเครำะห์ SWOT อ ำนวยให้เกิด กำรคิดวิเครำะห์สูงเพรำะผู้เข้ำร่วมจะเป็นศูนย์กลำงของกระบวนกำร ผู้เข้ำร่วมจะเป็นผู้กระท ำกำรต่ำง ๆ ในแต่ ละขั้นตอน หำกผู้เข้ำร่วมท ำไม่ได้ในขั้นตอนใดก็ไม่สำมำรถข้ำมไปได้ 6. กำรเป็นเจ้ำของและพันธสัญญำ จำกกำรที่ผู้เข้ำร่วมเป็นผู้คิด วิเครำะห์ ใช้เหตุผล อภิปรำย แลกเปลี่ยน จนกระทั่งน ำไปสู่กำรตัดสินใจของเขำเองในกำรก ำหนดภำรกิจ วัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ของกลุ่ม กระบวนกำรวิเครำะห์ SWOT จึงช่วยสร้ำงให้ผู้เข้ำร่วมเกิดควำมรู้สึกเป็นเจ้ำของแผนงำนและเกิดควำมผูกพัน ต่อกำรน ำแผนกลยุทธ์สู่กำรปฏิบัติ เกิดกำรปรับแผนให้ทันต่อสถำนกำรณ์และเงื่อนไข ส่วนที่ 2 SWOT Analysis
35 ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 จึงได้รวบรวมและประมวลข้อมูล ในภำคส่วนต่ำง ๆ เพื่อพัฒนำด้ำนกำรศึกษำ ของส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 และหน่วยงำนในสังกัดให้สอดคล้อง และขับเคลื่อนแผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ โดยมีกำรทบทวน สถำนกำรณ์แวดล้อมทั้งภำยในและภำยนอก วิเครำะห์ศักยภำพของพื้นที่ทุกมิติที่ส ำคัญ พร้อมทั้งประเมิน สถำนกำรณ์สภำพแวดล้อมภำยนอกที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เครื่องมือที่ส ำคัญ ได้แก่ SWOT Analysis ซึ่งสำมำรถ วิเครำะห์สภำวะแวดล้อมด้ำนกำรศึกษำของส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 3 ได้ดังนี้ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน จุดแข็ง (Strengths) 1. มีโครงสร้ำงกำรบริหำรที่ชัดเจนผู้บริหำรกำรศึกษำยึดหลักธรรมำภิบำล เป็นหลักกำรบริหำรและก ำหนด เป็นแนวทำงกำรขับเคลื่อน โครงกำร/กิจกรรม อย่ำงเป็นรูปธรรม 2. มีเครื่องมือในกำรขับเคลื่อนนโยบำยด้ำนกำรจัดกำรศึกษำด้วย KAN3ed Strong Model และจุดเน้นเชิงนโยบำย 3. บุคลำกร มีควำมทักษะในกำรปฏิบัติงำนให้ประสบผลส ำเร็จและ ปรับตัวให้ทันกับทุกสภำวกำรณ์ 4. มีข้อมูลสำรสนเทศ พร้อมสนับสนุนกำรวำงแผนบริหำรกำรศึกษำ 5. มีกำรบริหำรงำนแบบมีส่วนร่วม เปิดโอกำสให้ทุกภำคส่วนเข้ำมำ มีส่วนร่วมในกำรบริหำรและจัดกำรศึกษำในรูปแบบเครือข่ำยกำร จัดกำรศึกษำทั้งภำครัฐและภำคเอกชน 6. มีโรงเรียนในสังกัด ที่จัดกำรศึกษำระดับขั้นพื้นฐำนครอบคลุมทั้งพื้นที่ ต่อเนื่องทุกช่วงวัย 7. มีโรงเรียนต้นแบบ โรงเรียนแกนน ำ โรงเรียนน ำร่องนวัตกรรมกำรจัดกำรศึกษำ และ โรงเรียนในโครงกำร กองทุนกำรศึกษำ 8. มีกำรจัดท ำหลักสูตรกำรเรียนกำรสอนที่สอดคล้องเชื่อมโยงกับกำรศึกษำทุกระดับตอบสนองควำมต้องกำร ของชุมชนและตลำดแรงงำน 9. มีกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่หลำกหลำย 10. ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำได้รับกำรส่งเสริมพัฒนำควำมรู้ ควำมสำมำรถ ทักษะอำชีพตำมแนวทำง ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงอย่ำงต่อเนื่องด้วยวิธีกำรที่หลำกหลำย ส่วนที่ 2 SWOT Analysis
36 จุดอ่อน (Weaknesses) 1. มีบุคลำกรไม่ครบตำมกรอบอัตรำก ำลังส่วนใหญ่เป็นข้ำรำชกำรบรรจุใหม่ 2. ขำดบุคลำกรด้ำนเทคโนโลยีสำรสนเทศและบุคลำกรด้ำนวิจัยและกำรบริกำรทำงวิชำกำรท ำงำน 3. ระบบข้อมูลสำรสนเทศ ที่เชื่อมโยงกับหน่วยงำนอื่น เพื่อน ำมำใช้ประโยชน์ในกำรบริหำรจัดกำรร่วมกันได้ โดยสะดวก 4. งบประมำณที่ได้รับกำรสนับสนุนจำกหน่วยงำนต้นสังกัดไม่เพียงพอต่อกำรพัฒนำคุณภำพผู้เรียน 5. โรงเรียนในสังกัด ตั้งกระจำยอยู่ทั้งพื้นที่ 3 อ ำเภอบำงแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ห่ำงไกล กันดำร หรือในเขตพื้นที่ ชำยแดนเขตพื้นที่ป่ำสงวนมีระยะทำงห่ำงมำกกำรเดินทำงยำกล ำบำก 6. โรงเรียนส่วนใหญ่ ขำดแคลนครูตำมกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ 7. มีโรงเรียนขนำดเล็กจ ำนวนมำก ได้รับกำรจัดสรรงบประมำณ ไม่เพียงพอต่อกำรบริหำรจัดกำรและกำรพัฒนำผู้เรียนส่งผลต่อ ประสิทธิภำพกำรบริหำรจัดกำร 8. อำคำร สิ่งก่อสร้ำงบ้ำนพักนักเรียน วัสดุ และอุปกรณ์ของแต่ละ โรงเรียนยังไม่เพียงพอ 9. ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ต้องปฏิบัติหน้ำที่อื่นควบคู่กับกำรสอน เช่น งำนธุรกำร กำรเงิน ฯลฯ ส่งผลให้ไม่สำมำรถปฏิบัติงำนด้ำนกำร จัดกำรเรียนกำรสอนได้อย่ำงเต็มที่ 10.ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ ส่วนมำกเป็นคนต่ำงถิ่นไม่มีทักษะ ในกำรใช้ภำษำถิ่นเพื่อติดต่อสื่อสำรรวมทั้งกำรใช้วิธีกำรปรับหลักสูตรให้เหมำะสมกับท้องถิ่นและกำรน ำไปใช้ 11. ผู้เรียนในระดับกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน บำงส่วนมีควำมหลำกหลำยทำงสัญชำติ เชื้อชำติและวัฒนธรรม ส่วนใหญ่ของผู้เรียนกลุ่มนี้จะใช้ภำษำไทยเป็นภำษำที่สอง ส่งผลให้เกิดปัญหำระดับคุณภำพกำรศึกษำ ปัญหำเด็กออกกลำงคัน และปัญหำกำรติดตำมดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้ได้รับกำรศึกษำในระบบโรงเรียน ปกติอย่ำงต่อเนื่อง 12. ผู้เรียนส่วนใหญ่ยังขำดทักษะด้ำนกำรคิดวิเครำะห์ และยังขำดควำมตระหนักรับรู้ในกำร เปลี่ยนแปลง ของสภำพสังคม โดยผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน วิชำคณิตศำสตร์ วิทยำศำสตร์ ภำษำอังกฤษและภำษำไทย ของผู้เรียนในสถำนศึกษำส่วนใหญ่ต่ ำกว่ำเป้ำหมำย ส่วนที่ 2 SWOT Analysis
37 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก โอกาส (Opportunities) 1. มีกฎหมำยรองรับกำรจัดกำรศึกษำ ที่ให้โอกำสทำงกำรศึกษำกับประชำกรวัยเรียนทุกกลุ่มให้ได้รับกำรศึกษำ อย่ำงทั่วถึง เท่ำเทียม 2. นโยบำยของรัฐบำล สนับสนุนและเปิดโอกำสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตำมควำมถนัดและควำมสนใจ ส่งผลให้ผู้เรียน มีควำมสุขในกำรเรียน 3. มีกำรบูรณำกำรด้ำนกำรศึกษำ กับหน่วยงำนทำงกำรศึกษำ ช่วยท ำให้กำรจัดกำรศึกษำในพื้นที่มีควำม เชื่อมโยงอย่ำงเป็นระบบ 4. ควำมก้ำวหน้ำทำงเทคโนโลยีส่งผลให้ผู้เรียนในพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ เรียนต่อเนื่องในระบบกำรศึกษำที่เหมำะสมสอดคล้องกับควำม ต้องกำรและควำมสนใจ 5. ในพื้นที่มี แหล่งทรัพยำกรธรรมชำติสถำนที่ส ำคัญทำงประวัติศำสตร์ มีแหล่งเรียนรู้หลำกหลำยเอื้อต่อกำรเรียนรู้ทั้งในด้ำนวิชำกำร และกำรด ำรงชีวิต 6. มีพื้นที่บำงส่วนติดแนวตะเข็บชำยแดนประเทศเมียนมำท ำให้มี วัฒนธรรม ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพำะพื้นที่ 7. เป็นจังหวัดน ำร่อง พื้นที่นวัตกรรมกำรศึกษำ พื้นที่เขตพัฒนำ เศรษฐกิจพิเศษ 8. มีหน่วยงำนทำงควำมมั่นคงอยู่ในพื้นที่ช่วยสนับสนุนกำรป้องกัน และแก้ปัญหำยำเสพติดรวมถึงปัญหำควำมมั่นคงในพื้นที่ แนวตะเข็บชำยแดน 9. มีหน่วยงำนภำยนอก องค์กรเอกชน ภูมิปัญญำท้องถิ่น ช่วยสนับสนุนกำรจัดกำรศึกษำในรูปแบบต่ำง ๆ ทั้งทรัพยำกร และกำรจัดกำรควำมรู้ 10. ประชำชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ด ำเนินชีวิตโดยยึดแนวคิดตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงส่งผลต่อ กำรสร้ำงภูมิคุ้มกันและเป็นแนวทำงกำรจัดกำรศึกษำและกำรบริหำรจัดกำรได้ในทุกระดับ 11. ชุมชน ผู้ปกครองส่วนใหญ่ ให้ควำมส ำคัญกับกำรศึกษำและสนับสนุนกำรศึกษำ 12. มีกำรตรวจเยี่ยม ติดตำม ให้ค ำแนะน ำและข้อเสนอแนะในกำรดูแลและพัฒนำโรงเรียนในสังกัด จำกผู้บริหำรระดับสูง ส่วนที่ 2 SWOT Analysis
38 อุปสรรค (Threats) 1. นโยบำยของรัฐบำล ที่เกี่ยวข้องกับกำรศึกษำมีกำรปรับเปลี่ยนบ่อย 2. นโยบำยด้ำนโครงสร้ำงกำรบริหำรจัดกำรศึกษำและด้ำนอัตรำก ำลัง ที่เอื้อต่อควำมต้องกำรจ ำเป็นท ำให้ ไม่สำมำรถแก้ไขปัญหำที่เกิดขึ้นตำมสภำพจริงได้อย่ำงเหมำะสม 3. มีพื้นที่บำงส่วนติดชำยแดนประเทศเมียนมำ ภูมิประเทศล้อมรอบด้วยภูเขำ และอยู่ในพื้นที่อุทยำนแห่งชำติ ท ำให้เดินทำงติดต่อ สื่อสำร ในบำงพื้นที่เข้ำถึงได้ยำกล ำบำก 4. สถำนศึกษำระดับอำชีวศึกษำและอุดมศึกษำอยู่นอกเขตพื้นที่ กำรศึกษำท ำให้มีค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงค่ำครองชีพ เพื่อใช้ ในกำรศึกษำ ส่งผลกระทบต่ออัตรำกำรเรียนต่อของประชำกรวัยเรียน ในพื้นที่ 5. มีชนกลุ่มน้อย มีแรงงำนกลุ่มชำติพันธุ์และมีกำรย้ำยถิ่นของแรงงำน ค่อนข้ำงบ่อย ส่วนใหญ่ยังไม่เห็นควำมส ำคัญของกำรศึกษำ และใช้ ภำษำไทยเป็นภำษำที่สองในกำรสื่อสำร ท ำให้ส่งผลต่อคุณภำพกำร จัดกำรศึกษำและส่งผลให้เกิดปัญหำเด็กออกกลำงคัน 6. ปัญหำสังคม และควำมเจริญก้ำวหน้ำทำงเทคโนโลยีช่องทำงกำร รับรู้ข่ำวสำรที่หลำกหลำย ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ค่ำนิยม และ วัฒนธรรมของคนในพื้นที่ 7. ปัญหำด้ำนกำรมีรำยได้ กำรมีงำนท ำของผู้ปกครองนักเรียน รวมทั้ง ค่ำครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ควำมพร้อมที่สนับสนุนทรัพยำกรเพื่อกำรศึกษำได้อย่ำงเพียงพอ 8. ระบบสำธำรณูปโภค โครงสร้ำงพื้นฐำน ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ส่งผลต่อประสิทธิภำพในกำรจัดกำรศึกษำ ทั้งในด้ำนกำรใช้เทคโนโลยีสนับสนุนกำรเรียนรู้และด้ำนอุปโภค บริโภคในกำรด ำรงชีวิต 9. งบประมำณที่ได้รับสนับสนุนให้หน่วยงำนทำงกำรศึกษำยังไม่เพียงพอ ส่งผลต่อกำรขับเคลื่อนนโยบำย โครงกำรหรือกิจกรรมด้ำนกำรจัดกำรศึกษำที่มีประสิทธิภำพ ส่วนที่ 2 SWOT Analysis
39 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT Analysis) ด้านความปลอดภัย จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) 1. ควำมสำมำรถในกำรปรับตัวตำมวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ของครูและบุคลำกรมีควำมเหมำะสม 2. กำรก ำหนดหน่วยงำนและผู้ที่รับผิดชอบงำน ด้ำนควำมปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลำกร 3. กำรก ำหนดมำตรกำรหรือแนวทำงในกำรดูแล รักษำควำมปลอดภัยอย่ำงเป็นรูปธรรม 4. ควำมตระหนักในกำรดูแลควำมปลอดภัยให้แก่ นักเรียนของครูและบุคลำกร 5. กำรมีส่วนร่วมเพื่อด ำเนินกำรด้ำนควำมปลอดภัย ของครู ผู้เรียน และผู้บริหำรสถำนศึกษำ 6. กำรปรับสภำพแวดล้อมเพื่ออ ำนวยควำมสะดวก ต่อผู้รับบริกำรของหน่วยงำน 7. กำรน ำนโยบำยด้ำนควำมปลอดภัยไปปฏิบัติหรือ ใช้อย่ำงทั่วถึงตั้งแต่ระดับส ำนักงำนเขตพื้นที่ กำรศึกษำโรงเรียนและชุมชนได้อย่ำงเป็นรูปธรรม 8. กำรน ำระบบกำรดูแลช่วยเหลือนักเรียน และกลไก ในกำรดูแลควำมปลอดภัยมำใช้กับนักเรียน ครู และบุคลำกร เป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ 9. กำรส่งเสริมและบูรณำกำรเนื้อหำทำงวิชำกำร ในกำรเรียนกำรสอน กับควำมปลอดภัยในกำร ใช้ชีวิตมีควำมเหมำะสม 10. กำรประสำนงำนร่วมกันระหว่ำงสถำนศึกษำ สำธำรณสุข และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกำรเข้ำถึงบริกำรด้ำนควำมปลอดภัยของครู ผู้เรียน และผู้บริหำรสถำนศึกษำ ในโรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ ำ 11. ควำมรู้ ควำมเข้ำใจในกำรรับมือกับภัยฉุกเฉิน และกำรดูแลควำมปลอดภัย ให้แก่นักเรียนของครู และบุคลำกร 12. กำรมีแผนรองรับภัยพิบัติฉุกเฉินหรือแผนบริหำร ควำมพร้อมต่อสภำวะวิกฤติ และมีกำรด ำเนินงำน ตำมแผนของส ำนักง ำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ และโรงเรียน 1. กำรจัดสรรงบประมำณในกำรสนับสนุนโครงกำร/ กิจกรรมด้ำนควำมปลอดภัยของส ำนักงำน คณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน 2. กำรมีบุคลำกรที่ดูแลงำนด้ำนควำมปลอดภัยอย่ำง เพียงพอในหน่วยงำน 3. กำรสนับสนุนกำรด ำเนินงำนด้ำนควำมปลอดภัย ของนักจิตวิทยำในส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ไปสู่โรงเรียนได้อย่ำงเหมำะสมและทันท่วงที 4. กำรแก้ไขปัญหำด้ำนควำมปลอดภัยของส ำนักงำน เขตพื้นที่กำรศึกษำเป็นไปได้อย่ำงทันท่วงที 5. กำรน ำเทคโนโลยี นวัตกรรม เข้ำมำสนับสนุน ด้ำนควำมปลอดภัยของผู้เรียน ครู และบุคลำกร 6. กำรมีระบบกำรบริหำรจัดกำรด้ำนควำมปลอดภัย ที่ครอบคลุม สำมำรถป้องกันภัยพิบัติ และภัย คุกคำมได้ทุกรูปแบบ 7. กำรเชื่อมโยงฐำนข้อมูลด้ำนควำมปลอดภัย ของนักเรียน ครู และบุคลำกรกับหน่วยงำนอื่น เพื่อคุณภำพและประสิทธิภำพทำงกำรศึกษำ 8. กำรประสำนควำมร่วมมือของส ำนักงำนเขตพื้นที่ กำรศึกษำกับภำคีเครือข่ำย องค์กรชุมชน ในกำร ด ำเนินงำนด้ำนควำมปลอดภัย ส่วนที่ 2 SWOT Analysis
40 โอกาส (Opportunity) อุปสรรค (Threats) 1. กำรเข้ำถึงข้อมูลข่ำวสำรผ่ำนระบบ ออนไลน์ ในปัจจุบัน ช่วยสนับสนุนด้ำนควำมปลอดภัย ให้กับครู บุคลำกร และนักเรียน 2. กำรผลักดันจำกภำคสังคม ท ำให้ครู บุคลำกร และ นักเรียนเกิดควำมตระหนักในเรื่องควำมปลอดภัย 1. กำรสนับสนุนทรัพยำกรด้ำนควำมปลอดภัย จำกหน่วยงำนภำยนอก 2. ควำมสำมำรถในกำรควบคุมกำรแพร่ระบำด ของโรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ ำของหน่วยงำน ภำยนอกต่ำง ๆ 3. กำรออกกฎหมำย นโยบำย ระเบียบ ข้อบังคับ ห รือม ำต รก ำ ร ร ะดับป ร ะเทศ เพื่อป้องกัน ภัยคุกคำมต่ำง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกำรศึกษำ 4. กำรออกกฎหมำย นโยบำย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมำตรกำรระดับประเทศ ที่สนับสนุนด้ำน ควำมปลอดภัยให้กับครูบุคลำกรและนักเรียน 5. ควำมปลอดภัยของสภำพแวดล้อมในชุมชน ต่อนักเรียน ครู และบุคลำกร ด้านโอกาสและลดความเหลื่อมล้ าทางการศึกษา จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) 1. กำรก ำหนดแนวทำง และกระบวนกำรในกำรส่งต่อ นักเรียนให้ได้รับกำรศึกษำในระดับที่สูงขึ้น 2. ควำมเข้ำใจของบุคลำกรในกำรจัดกำรศึกษำ ตำมมำตรำ 12 3. กำรน ำฐำนข้อมูลสำรสนเทศทำงกำรศึกษำไปใช้ อย่ำงมีประสิทธิภำพ 4. กำรก ำหนดแนวทำง และกระบวนกำรในกำร น ำนักเรียนเข้ำสู่ระบบได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ 5. ควำมรู้ ควำมเชี่ยวชำญ และทักษะในกำร จัดกำรศึกษำของครูให้แก่นักเรียนส ำหรับกำร ประกอบอำชีพในอนำคต 6. ควำมเชี่ยวชำญและทักษะของครูในกำรจัดกำร เรียนกำรสอนส ำหรับนักเรียนที่มีควำมสำมำรถ พิเศษ ให้ได้รับกำรพัฒนำเต็มตำมศักยภำพ 7. กำรใช้ฐำนข้อมูลขนำดใหญ่ (Big Data) ในกำร สนับสนุนกำรติดตำมนักเรียนให้เข้ำถึงกำร จัดกำรศึกษำ - ส่วนที่ 2 SWOT Analysis
41 8. กำรติดตำมเด็กตกหล่นและเด็กออกกลำงคัน เพื่อน ำกลับเข้ำสู่ระบบกำรศึกษำ 9. กำรก ำหนดกลยุทธ์ในกำรบริหำรจัดกำรที่เน้นกำร มีส่วนร่วม เพื่อกำรลดควำมเหลื่อมล้ ำทำงกำร ศึกษำอย่ำงมีประสิทธิภำพ 10. กำรก ำหนดแนวทำง และกระบวนกำรในกำร ส่งต่อนักเรียนพิกำรอย่ำงมีประสิทธิภำพ 11. กำรส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มเด็กพิกำรและ เด็กด้อยโอกำสให้ได้รับกำรศึกษำที่มีคุณภำพ อย่ำงทั่วถึง โอกาส (Opportunity) อุปสรรค (Threats) 1. กำรบังคับใช้กฎหมำยกำรศึกษำภำคบังคับ มีผล ต่อผู้ปกครองในกำรส่งบุตรหลำนเข้ำสู่ระบบ กำรศึกษำ 2. ได้รับกำรสนับสนุนงบประมำณด้ำนกำรเดินทำง มำยังสถำนศึกษำ มีควำมสะดวก รวดเร็ว และ เหมำะสมต่อนักเรียน ครู และบุคลำกร 3. กำรก ำหนดนโยบำยเรียนฟรี 15 ปีและนโยบำย ด้ำนกำรศึกษำอื่นๆ จำกภำคกำรเมืองช่วย แก้ปัญหำเรื่องควำมเหลื่อมล้ ำทำงกำรศึกษำ 4. กำรบังคับใช้กฎหมำยกำรศึกษำ ส่งเสริมให้ นักเรียนได้รับโอกำสในกำรเข้ำถึงกำรศึกษำ และ กำรจัดกำรศึกษำที่ตอบสนองต่อควำมต้องกำร ของนักเรียนที่มีควำมแตกต่ำงได้ 5. กำรได้รับทุนกำรศึกษำจำกกองทุนเพื่อควำมเสมอ ภำคทำงกำรศึกษำ หรือ กองทุนอื่น ๆ ส ำหรับ นักเรียนยำกจน ท ำให้ ได้รับโอกำสทำงกำรศึกษำ มำกขึ้น 6. กำรมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน ภำคสังคม ในกำรจัดกำรศึกษำให้กับนักเรียนทุกประเภท 7. ควำมตระหนักในเรื่องโอกำสและควำมเหลื่อมล้ ำ ทำงกำรศึกษำของสังคม ชุมชน 8. กำรสนับสนุนทรัพยำกรด้ำนกำรศึกษำจำกสังคม ชุมชนในบริเวณโรงเรียน ท ำให้นักเรียนได้รับ โอกำสทำงกำรศึกษำมำกขึ้น 1. กำรจัดสรรงบประมำณเป็นกำรเฉพำะเพื่อแก้ไข ปัญห ำด้ ำนคว ำมเหลื่อมล้ ำท ำงก ำ ร ศึ กษ ำ จำกหน่วยงำนภำครัฐอื่น ๆ 2. ควำมพร้อมด้ำนเศรษ ฐกิจและ รำยได้ ของ ผู้ปกครองมีควำมเหมำะสมต่อกำรส่งเสริมบุตร หลำน ให้ได้รับโอกำสทำงกำรศึกษำ 3. กำรมีเทคโนโลยี หรือนวัตกรรม ที่ส่งเสริม สนับสนุนให้นักเรียนทุกคน ทุกพื้นที่เข้ำถึง กำรจัดกำรศึกษำได้มำกขึ้น 4. กำรก ำหนดนโยบำยและแนวทำงในกำรด ำเนินงำน เป็นลักษณะภำพรวมทั้งประเทศ บำงบริบทพื้นที่ มีปัญหำและข้อจ ำกัด ซึ่งไม่สำมำรถด ำเนินกำรได้ ส่วนที่ 2 SWOT Analysis