42 ด้านคุณภาพ จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) 1. กำรท ำงำนร่วมกันเป็นทีมของครูและบุคลำกร ในหน่วยงำน 2. ควำมสำมำรถในก ำรปรับตัวได้ทันต่อ ก ำ ร เปลี่ยนแปลงตลอดเวลำ ของครูและบุคลำกร 3. กำรนิเทศ ก ำกับ ติดตำมตำมเพื่อให้เกิดคุณภำพ กำรศึกษำตำมบริบทและวัตถุประสงค์ ของกำร จัดกำรศึกษำ 4. ควำมรู้ ควำมเชี่ยวชำญในกำรจัดกำรเรียนกำร สอนของครูที่เน้นนักเรียนเป็นส ำคัญ 5. ควำมรู้ ควำมเชี่ยวชำญของบุคลำกรในกำรส่งเสริม กำรจัดกำรศึกษำตำมมำตรำ 12 6. กำรได้รับกำรพัฒนำทำงด้ำนวิชำชีพของครู และบุคลำกรอย่ำงต่อเนื่อง 7. กำรบริหำรงำนบุคคลมีคุณภำพ ประสิทธิภำพ และเหมำะสม ส่งผลให้ได้ผู้บริหำร ครูและ บุคลำกรตรงตำมควำมต้องกำรของสถำนศึกษำ 8. ควำมสำมำรถของครูและบุคลำกรในกำรวิเครำะห์ งำน กำรสังเครำะห์งำน กำรคิดเชิงเหตุผล และควำมคิดริเริ่มสร้ำงสรรค์ 9. ควำมรู้ ควำมเชี่ยวชำญในกำรน ำเทคโนโลยีมำใช้ ในกำรปฏิบัติงำนหรือกำรจัดกำรเรียนกำรสอน ของครูและบุคลำกร 10. กำรมีรูปแบบกำรวัดและประเมินผลในชั้นเรียน ที่หลำกหลำยและเหมำะสมกับนักเรียนรำยบุคคล 11.กำรส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดกำรปรับสภำพ แวดล้อมที่เอื้อต่อกำรเรียนรู้ของผู้เรียน 12. กำรพัฒนำครูและบุคลำกรตรงตำมคุณลักษณะ ประจ ำต ำแหน่ง หรือวิชำชีพ 13.จ ำนวนโครงกำร/กิจกรรมมีควำมเหมำะสม และเกิดประโยชน์แก่นักเรียนอย่ำงแท้จริง 14. กำรมีเครื่องมือในกำรประเมินคุณภำพนักเรียน และโรงเรียนที่เป็นมำตรฐำน 15. กำรส่งเสริม สนับสนุน ทรัพยำกร เนื้อหำ ด้ำนวิชำกำรต่ำง ๆ เพื่อให้สถำนศึกษำจัดกำร เรียน กำรสอนอย่ำงมีคุณภำพ 1. กำรจัดสรรอัตรำก ำลังครูและบุคลำกรมีควำม เหมำะสมกับภำระงำนในสถำนศึกษำ 2. กำรวิจัยเพื่อพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำและกำรน ำ ผลกำรวิจัยมำใช้จริงของหน่วยงำนในส ำนักงำน คณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน 3. กำรส่งเสริม สนับสนุน นักเรียนให้มีทักษะอำชีพ เพื่อกำรมีงำนท ำอย่ำงมีคุณภำพ 4. กำรคัดเลือก/โยกย้ำยผู้บริหำร ครู และบุคลำกร มีมำตรฐำน และเหมำะสม 5. กำรส่งเสริมควำมสำมำรถด้ำนภำษำและกำร สื่อสำรให้แก่นักเรียนอย่ำงมีคุณภำพ 6. กำรส่งเสริมคุณภำพกำรศึกษำให้แก่นักเรียนที่มี ควำมหลำกหลำย และมีควำมถนัดที่แตกต่ำงกัน เป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ ส่วนที่ 2 SWOT Analysis
43 โอกาส (Opportunity) อุปสรรค (Threats) 1. กำรเกิดโรคอุบัติใหม่ต่ำง ๆ ส่งผลต่อคุณภำพ กำรศึกษำที่คล่องตัวขึ้น 2. กำรใช้กลไกทำงกฎหมำยกำรศึกษำ เพื่อให้ กำรศึกษำมีคุณภำพ 3. กำรมีระบบสำรสนเทศ สื่อ เทคโนโลยีด้ำนวิชำกำร กำรเรียนกำรสอนที่ทันสมัย สนับสนุน กำรจัดกำร เรียนกำรสอนได้อย่ำงมีคุณภำพ 4. กำรก ำหนดแผนระดับชำติด้ำนกำรศึกษำ เช่น แผนปฏิรูปประเทศ แผนแม่บท ช่วยส่งเสริม สนับสนุนคุณภำพกำรศึกษำ 5. ควำมเป็นเอกภำพของนโยบำยต่ำง ๆ จำกรัฐบำล และโครงกำร/กิจกรรมที่เกิดขึ้นสำมำรถขับเคลื่อน กำรศึกษำได้อย่ำงต่อเนื่อง มีประสิทธิภำพ - ประสิทธิภาพ จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) 1. กำรสื่อสำรและปฏิสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคลที่ดี 2. กำรปฏิบัติงำนตำมระเบียบ ข้อกฎหมำย ประกำศ กระทรวง หรือแนวปฏิบัติต่ำง ๆ ได้อย่ำงมี ประสิทธิภำพตำมเจตน ำรมณ์ของกฎหม ำย ของหน่วยงำนที่ท่ำนสังกัดหรือเกี่ยวข้อง 3. ทัศนติในกำรท ำงำนที่ตรงกันของครูและบุคลำกร ในหน่วยงำน 4. กำรปฏิบัติงำนร่วมกันของบุคลำกรที่มีควำม แตกต่ำงทำงช่วงวัยมีควำมรำบรื่น 5. กำรมีขั้นตอน/คู่มือกำรท ำงำนที่ชัดเจน ในกำร ปฏิบัติงำนของครูและบุคลำกร 6. กำรมีควำมรู้ ควำมเข้ำใจ ถึงควำมต้องกำรจ ำเป็น ของนักเรียนทั่วไป ผู้เรียนพิกำร และผู้เรียนด้อย โอกำส ของครูและบุคลำกร 7. ควำมยืดหยุ่นของขนำดองค์กรที่เหมำะสม คล่องตัว และยืดหยุ่น สำมำรถตอบสนองได้ทัน ต่อกำรเปลี่ยนแปลง และรับภำรกิจที่ได้รับ มอบหมำยได้อย่ำงทันท่วงที 1. กำรจัดสรรงบประมำณสนับสนุนกำรจัดกำรศึกษำ ทุกรูปแบบอย่ำงเพียงพอ 2. กำรจัดหำอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้ง Hardware และ Software ที่มีควำมทันสมัยและเพียงพอ เพื่อรองรับกำรท ำงำนและกำรจัดกำรเรียน กำรสอน 3 . ก ำ ร จั ด ส ร รง บ ป ร ะ ม ำณที่ ส อ ด ค ล้ อง กั บ ประสิทธิภำพและผลสัมฤทธิ์ทำงกำรศึกษำ ที่เกิดขึ้น 4. กำรมีโครงสร้ำงพื้นฐำนด้ำนเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ทันสมัย เช่น ระบบอินเทอร์เน็ต ระบบ Cloud 5. กำรพัฒนำนวัตกรรมด้ำนกำรบริหำรจัดกำร ที่เหมำะตำมบริบทของโรงเรียน/หน่วยงำน ส่วนที่ 2 SWOT Analysis
44 8. กำรมีโครงสร้ำงกำรบริหำรที่เหมำะสมและกำร มอบหมำยงำนที่ตรงกับลักษณะงำน 9. กำรน ำวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ของส ำนักงำน เขตพื้นที่กำรศึกษำ ไปสู่กำรปฏิบัติได้จริง 10. แรงจูงใจในกำรปฏิบัติงำนของครูและบุคลำกร 11. กำรน ำเทคโนโลยีดิจิทัลมำใช้ในระบบกำรท ำงำน ได้อย่ำงทันสมัย และมีประสิทธิภำพ 12. กำรส่งเสริมกำรจัดกำรศึกษำที่หลำกหลำย เช่น โรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ โรงเรียนในพื้นที่ นวัตกรรม หรือโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ มีควำมต่อเนื่อง และชัดเจน มีประสิทธิภำพ 13. กำรใช้ระบบบริหำรจัดกำรทรัพยำกรร่วมกัน ของหน่วยงำน 14. กำรทบทวนระเบียบ ข้อกฎหมำย ประกำศ กระทรวง หรือแนวปฏิบัติต่ำง ๆ ให้สอดคล้องกับ สถำนกำรณ์ปัจจุบัน โอกาส (Opportunity) อุปสรรค (Threats) 1. โรคอุบัติใหม่ต่ำง ๆ ส่งผลต่อกำรเพิ่มงบประมำณ ด้ำนกำรศึกษำ 2. กำรบังคับใช้กฎหมำยด้ำนกำรศึกษำเป็นไปอย่ำงมี ประสิทธิภำพ 3. กำรน ำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ำมำเพิ่มประสิทธิภำพ ในกำรปฏิบัติงำน และกำรจัดกำรเรียนกำรสอน ในช่วงสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำดของโรคอุบัติ ใหม่ และโรคอุบัติซ้ ำ 4. กำรมีกฎหมำย ระเบียบ ข้อบังคับเพื่อป้องกันกำร โจรกรรมข้อมูลสำรสนเทศด้ำนกำรศึกษำที่มีควำม เหมำะสม 5. ควำมยืดหยุ่นของกฎหมำยต่ำง ๆ ที่สนับสนุนให้ เกิดกำรท ำงำนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ รวดเร็ว ยืดหยุ่น และสำมำรถบริหำรจัดกำรได้อย่ำง เหมำะสม 6. กำรส่งเสริม สนับสนุนให้ส่วนรำชกำรเป็นรัฐบำล ดิจิทัล ระบบรำชกำร 4.0 และกำรให้บริกำร ภำครัฐอิเล็กทรอนิกส์ 1. กำรสนับสนุนจำกหน่วยงำนภำครัฐและเอกชน อื่น ๆ ภำยนอกที่มีภำรกิจใกล้เคียง ในกำร ปฏิบัติงำนของบุคลำกร โดยไม่ก่อให้เกิดภำระ เพิ่มเติม เช่น กำรประเมิน กำรกรอกข้อมูลต่ำง ๆ 2. กำรก ำหนดนโยบำยเร่งด่วนจำกรัฐบำลที่สอดรับ กับก ร ะแสสังคมในด้ ำนก ำ รศึกษ ำได้อย่ำง ทันท่วงที ส่วนที่ 2 SWOT Analysis
45 ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ความสอดคล้องกับแผน 3 ระดับ ตามนัยยะของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้วิเคราะห์ความสอดคล้องของแผนในระดับต่าง ๆ ตามมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ในการแบ่งแผนออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่แผนระดับที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดท าแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว แผนระดับที่ 2 หมายถึง แผนซึ่งเป็นแนวทางการขับเคลื่อนประเทศในมิติต่างๆ เพื่อบรรลุตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ และถ่ายทอด ไปสู่แนวทางในการปฏิบัติในแผนระดับที่ 3 ซึ่งประกอบไปด้วย แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแผนการปฏิรูปประเทศ และนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ แผนระดับที่ 3 คือ แผนที่จัดท าขึ้นโดยหน่วยงานของรัฐ เพื่อถ่ายทอดเป้าหมายและประเด็นการพัฒนาของแผน ระดับที่ 1 และ 2 ไปสู่การปฏิบัติ หรือจัดท าขึ้นตามพันธกรณี หรืออนุสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึง แผนการศึกษาแห่งชาติ แผนปฏิบัติการด้าน... แผนปฏิบัติราชการ... แผนปฏิบัติการประจ าปีซึ่งวิเคราะห์ความสอดคล้องของแผนทั้ง 3 ระดับที่เกี่ยวข้องกับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดังนี้ กฎหมาย ยุทธศาสตร์ แผนและนโยบายที่เกี่ยวข้อง * รายละเอียดดังในภาคผนวก ข กฎหมาย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช 2560 .พระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ.2542 ค าสั่ง คสช. ที่ 28/2559 เรื่องให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย แผนส าคัญ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561 – 2580 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ แผนปฏิรูปการศึกษา พ.ศ.2564 – 2565 (ฉบับปรับปรุง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมาย 12 แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2564 – 2570 นโยบายและจุดเน้นที่ส าคัญ นโยบายการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 นโยบายและจุดเน้นส านักงาน คณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 นโยบายเร่งด่วน นโยบายและจุดเน้นส านักงาน คณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 นโยบายและจุดเน้น ของ สพป.กาญจนบุรี เขต 3 ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
46 แผนระดับที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 1. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (หลัก) 1.1 เป้าหมาย 1. คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมส าหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 2. สังคมไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุนต่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต 1.2 ประเด็นยุทธศาสตร์ 1. การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม 2. การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต 3. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 4. การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย 1.3 การบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 มีวิสัยทัศน์คือ เป็นองค์กรวิถีใหม่ พัฒนาคุณภาพผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 โดยการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการ พัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ นอกจากนี้ยังพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนที่หลากหลาย ทั้งในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ระดับการศึกษาภาคบังคับระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้เรียน พิการ ผู้เรียนด้อยโอกาส ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ มีการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษา การพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศและเสริมสร้าง ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
47 ศักยภาพครูการยกระดับคุณภาพสถานศึกษาต่าง ๆ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ให้สามารถจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน ได้เต็มตามศักยภาพทั้งความรู้ด้านวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 2. ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ (รอง) 2.1 เป้าหมาย 1. ภาครัฐมีวัฒนธรรมการท างานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม ตอบสนองความ ต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส 2. ภาครัฐมีขนาดที่เล็กลง พร้อมปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง 3. ภาครัฐมีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ 4. กระบวนการยุติธรรม เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ 2.2 ประเด็นยุทธศาสตร์ 1. ภาครัฐที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองความต้องการและให้บริการอย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส 2. ภาครัฐบริหารงานแบบบูรณาการโดยมียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายและเชื่อมโยงการ พัฒนาในทุกระดับ ทุกประเด็น ทุกภารกิจและทุกพื้นที่ 3. ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เหมาะสมกับภารกิจ เปิดกว้าง ส่งเสริมให้ประชาชนและทุกภาคส่วนมี ส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ 4. ภาครัฐมีความทันสมัย 5. บุคลากรภาครัฐเป็นคนดีและเก่งยึดหลักคุณธรรมมีจิตส านึก มีความสามารถสูง มุ่งมั่นและ เป็นมืออาชีพ 6. ภาครัฐมีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกภาคส่วนร่วมต่อต้านการทุจริต 7. กฎหมายมีความสอดคล้อง เหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ และมีเท่าที่จ าเป็น 8. กระบวนการยุติธรรมเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อประชาชนโดยเสมอภาค 2.3 การบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 มีค่านิยมในการด าเนินงาน ด้านการศึกษา คือ “มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน บริการฉับไว มีวินัยและรับผิดชอบ” ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ นอกจากนี้ยังพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ศักยภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรภายในส านักงานและบุคลากรในสังกัด ให้มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ในโลกศตวรรษที่ 21 มีกรอบแนวทางในการพัฒนาระบบการบริหารส านักงานเป็นรูปแบบ ดิจิทัล โดยพัฒนาเน้น การพัฒนา เครื่องมือในการบริหารจัดการ พัฒนาโปรแกรมรองรับการปฏิบัติงานของบุคลกรในสังกัด และ ปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในส านักงานและหน่วยงานในสังกัดเพื่ออ านวยความสะดวกให้กับประชาชนและ ผู้มาติดต่อ ให้มีประสิทธิภาพ เป็นมาตรฐาน ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
48 แผนระดับที่ 2 1. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ. 2561 - 2580) 1.1 ประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้ (หลัก) 1.2 ประเด็นที่ 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต (รอง) 2. แผนการปฏิรูปประเทศ 13 ด้าน ที่มา: ส านักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ http://nscr.nesdc.go.th/ 3. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ 1. เรื่องการป้องกันและเฝ้าระวัง 1.1 ประเด็นการเร่งสร้างการรับรู้และจิตส านึกของประชาชนในการต่อต้านการทุจริต และประพฤติมิชอบ โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม 1.2 กิจกรรมและเป้าหมายกิจกรรม การพัฒนานวัตกรรมเทคนิคการเรียนการสอนการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตส าหรับนักเรียน พัฒนาผู้น าเยาวชนต่อต้านการทุจริตพัฒนานวัตกรรมการสร้าง เครือข่ายและการมีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริตและพัฒนาผู้บริหารครูและบุคลากรทางการศึกษา 4. กิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยส าคัญ (Big Rock) กิจกรรมปฏิรูปที่ 1 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย กิจกรรมปฏิรูปที่ 2 การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 กิจกรรมปฏิรูปที่ 3 การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการ ศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
49 5. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่ง อนาคต มุ่งตอบสนองเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 จ านวน 2 เป้าหมาย ได้แก่ 1. การพัฒนาคนส าหรับยุคใหม่ โดยการพัฒนาคนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ 2. การพัฒนาก าลังคนสมรรถนะสูงสอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตเป้าหมาย สามารถสร้างงานอนาคต และสร้างผู้ประกอบการอัจฉริยะที่มีความสามารถในการสร้างและใช้เทคโนโลยีและ นวัตกรรม รวมทั้งการมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งการ พัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต และพัฒนาทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้ส าหรับผู้ที่ไม่สามารถ เรียนในระบบการศึกษาปกติ เป้าหมายและผลลัพธ์ของการพัฒนาระดับหมุดหมาย เป้าหมายที่ 1 คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จ าเป็น ส าหรับโลกยุคใหม่มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการ เปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลกสามารถด ารงชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข เป้าหมายที่ 2 ก าลังคนมีสมรรถนะสูงสอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตเป้าหมาย และสามารถสร้างงานอนาคต เป้าหมายที่ 3 ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต 6. นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติพ.ศ. 2566 – 2570 นโยบายความมั่นคงที่ 1 การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ นโยบายความมั่นคงที่ 8 การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด นโยบายความมั่นคงที่ 13 การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข และโรคติดต่ออุบัติใหม่ แผนระดับที่ 3 1. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 วิสัยทัศน์ “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ด ารงชีวิตอย่างเป็นสุขสอดคล้อง กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21” วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติ 3. เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรมจริยธรรมรู้จักสามัคคีและร่วมมือ ผนึกก าลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. เพื่อน าประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางและความเหลื่อมล้ าภายในประเทศ ลดลง ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
50 ยุทธศาสตร์ 1. การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ 2. การผลิตและพัฒนาก าลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ 3. การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ 4. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา 5. การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6. การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา 2. แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) วิสัยทัศน์ “มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้คู่คุณธรรม มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขในสังคม” พันธกิจ 1. ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ/ประเภทสู่สากล 2. เสริมสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาของประชาชนอย่างทั่วถึง เท่าเทียม 3. พัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล เป้าหมายหลักของแผนพัฒนาการศึกษาฯ 1. คุณภาพการศึกษาของไทยดีขึ้น คนไทยมีคุณธรรมจริยธรรม มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาประเทศในอนาคต 2. ก าลังคนได้รับการผลิตและพัฒนา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศ 3. มีองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม สนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน 4. คนไทยได้รับโอกาสในเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 5. ระบบบริหารจัดการการศึกษามีประสิทธิภาพ และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมตามหลักธรรมาภิบาล ยุทธศาสตร์ 1. พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล 2. ผลิต พัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา 3. ผลิตและพัฒนาก าลังคน รวมทั้งงานวิจัยที่สอดคล้องกับความต้องการของการพัฒนาประเทศ 4. ขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษา และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 5. ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา 6. พัฒนาระบบบริหารจัดการและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
51 3. แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ.2566-2570) ของส านักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน วิสัยทัศน์ “ผู้เรียนมีความรู้ และสมรรถนะที่จ าเป็น มีความสุข และมีเป้าหมาย ได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพ เพื่อพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ” พันธกิจ 1. ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศของผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามศักยภาพ และเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขัน และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามหลักสูตร และทักษะที่จ าเป็น ต่ออนาคตในศตวรรษที่ 21 2. พัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความเชี่ยวชาญในการจัดการศึกษา ที่ตอบสนองทิศทางการพัฒนาประเทศ 3. พัฒนาสถานศึกษาและระบบการบริหารจัดการศึกษาทุกระดับให้มีความปลอดภัย และสถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. เพิ่มโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ า ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษา อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 5. พัฒนาระบบการบริหารจัดการของหน่วยงานในสังกัดให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล เหมาะสมกับบริบท กลยุทธ์ กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ กลยุทธ์ที่ 2 สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนทุกคน กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 กลยุทธ์ที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา 4. แผนพัฒนาการศึกษาภาคกลาง (พ.ศ. 2566 – 2570) วิสัยทัศน์ “ผู้เรียนทุกระดับมีคุณภาพตามช่วงวัย มีความรู้ มีทักษะอาชีพ รองรับอุตสาหกรรมและบริการ แห่งอนาคต” พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัย ให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยการปรับเปลี่ยนระบบการ เรียนรู้ให้เอื้อต่อการพัฒนาทักษะส าหรับศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ความคิดสร้างสรรค์ การท างานร่วมกับผู้อื่น พัฒนาทักษะอาชีพ ที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ การบ่มเพาะการเป็นนักคิด นักนวัตกรและการเป็นผู้ประกอบการใหม่ รวมทั้งทักษะชีวิตที่สามารถอยู่ร่วมและท างานภายใต้สังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม บูรณาการเรื่องความซื่อสัตย์วินัย คุณธรรม จริยธรรม การปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
52 การผลิตและพัฒนาบุคลากรรองรับภาคอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต โดยเชื่อมโยงภาค การศึกษากับภาคอุตสาหกรรมและบริการให้ตอบสนองความต้องการของแต่ละสาขาของอุตสาหกรรมและ บริการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มบนพื้นฐานของการวิจัยและพัฒนา การสร้างนวัตกรรม และการใช้เทคโนโลยี พันธกิจ 1. ส่งเสริมการเรียนรู้ที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 ทุกระดับทุกประเภทอย่างทั่วถึงต่อเนื่องตลอดชีวิต 2. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการเรียนการสอนในทุกพื้นที่ให้มีคุณภาพ 3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายและทุกภาคส่วนในการสนับสนุนการจัดการศึกษา 4. พัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล ประเด็นยุทธศาสตร์ 1. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นก าลังคนที่มีทักษะรองรับอุตสาหกรรมและบริการ แห่งอนาคต 2. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21 3. ส่งเสริม สนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 4. เสริมสร้างการจัดการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง และน าแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงสู่การปฏิบัติเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี 5. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม 5. แผนพัฒนาการศึกษากลุ่มภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี ราชบุรี และ สุพรรณบุรี) วิสัยทัศน์ “ภาคสามบุรี สร้างคนดี มีงานท า มีทักษะที่จ าเป็นส าหรับโลกในศตวรรษที่ 21ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” พันธกิจ 1. ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ 2. ส่งเสริมการผลิต พัฒนาก าลังคน ให้สอดคล้องความต้องการของท้องถิ่น ตลาดแรงงาน และรับรองการพัฒนา ประเทศ 3. ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม การด าเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4. ส่งเสริม พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาโดยยึดหลักธรรมาภิบาล 6. แผนพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี (พ.ศ.2566 – 2570) วิสัยทัศน์จังหวัดกาญจนบุรี “ประชาชนมีคุณภาพ สภาพแวดล้อมดี สินค้าเกษตรมีมาตรฐาน การท่องเที่ยวอัตลักษณ์เมืองกาญจน์ ย่านอุตสาหกรรมสีเขียว และประตูสู่ทวาย” พันธกิจ 1. พัฒนาทุนมนุษย์ ทุนทางสังคม และคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง รวมถึงพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ส่งเสริมอาชีพชุมชน ประชาชนทุกช่วงวัยมีรายได้ที่เหมาะสมสามารถดารงชีวิตได้อย่างมี คุณภาพ 2. อนุรักษ์และเพิ่มพูนทรัพยากรธรรมชาติทั้งในด้านปริมาณและความหลากหลาย ควบคุมมลภาวะและดูแล สิ่งแวดล้อมให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสากล ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
53 3. พัฒนาศักยภาพการประกอบอาชีพทั้งด้านการเกษตร ด้านการท่องเที่ยว ด้านการบริการด้านการค้า และด้าน อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่า ผลผลิต 4. ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นการท่องเที่ยวคุณค่าสูง เติบโตอย่างยั่งยืน เพิ่มศักยภาพแหล่ง ท่องเที่ยวและการให้บริการด้านการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพในระดับสากล 5. พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ที่ได้มาตรฐาน เพิ่มมูลค่าการค้าภายใน อ านวยความสะดวกให้กับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศบนพื้นฐานความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรที่ดีต่อกัน ประเด็นการพัฒนา ประเด็นการพัฒนาที่ 1 การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ ประเด็นการพัฒนาที่ 2 การพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประเด็นการพัฒนาที่ 3 การพัฒนาระบบเกษตรกรรมอย่างครบวงจร ประเด็นการพัฒนาที่ 4 การพัฒนาการท่องเที่ยวอัตลักษณ์คุณค่าสูงและเติบโตอย่างยั่งยืน ประเด็นการพัฒนาที่ 5 การพัฒนาการค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และเขตเศรษฐกิจพิเศษ 7. แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ระยะ 3 ปี (พ.ศ.2563 – 2565) วิสัยทัศน์ “ประชากรทุกช่วงวัยในจังหวัดกาญจนบุรี เป็นคนดี มีคุณภาพ มีโอกาสในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต ด ารงตนอย่างเป็นสุขสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการเปลี่ยนแปลงของโลก ศตวรรษที่ 21” พันธกิจ 1. ส่งเสริม พัฒนาผู้เรียนทุกช่วงวัยให้มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงามมีความรักและความภาคภูมิใจ ในความเป็นชาติไทย น้อมน าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการด ารงชีวิต และมีจิตส านึกรักษ์สิ่งแวดล้อม 2. พัฒนาคุณภาพการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยให้สอดคล้องกับ ทักษะที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 3. สร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐานให้กับประชากรทุกช่วงวัยอย่างทั่วถึง 4. ผลิต พัฒนาก าลังคน งานวิจัย และนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ตลาดแรงงาน และรองรับการพัฒนาประเทศ 5. สร้างเครือข่ายและพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล ยุทธศาสตร์การพัฒนา ยุทธศาสตรการพัฒนาที่ 1 พัฒนาคุณภาพผู้เรียนทุกระดับ ทุกประเภทสู่การเป็นคนดีมีคุณภาพ ยุทธศาสตรการพัฒนาที่ 2 พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาสู่มืออาชีพ ยุทธศาสตรการพัฒนาที่ 3 ผลิต พัฒนาก าลังคน งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพ ยุทธศาสตรการพัฒนาที่ 4 สร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เท่าเทียมและต่อเนื่อง ตลอดชีวิต ยุทธศาสตรการพัฒนาที่ 5 พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
54 8. โครงการกองทุนการศึกษา (โครงการพระราชด าริ ในหลวงรัชกาลที่ 9) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชด าริ ในเรื่องการศึกษาว่า นอกจากจะเป็นคนเก่งแล้ว เหนืออื่นใดต้องเป็นคนดี ดังพระบรมราโชวาทที่พระราชทานในโอกาสวันเด็ก ปี พ.ศ. 2530 ว่า “เด็กนอกจากจะต้องเรียนความรู้แล้ว ยังต้องหัดท าการงานและการท า ความดีด้วย เพราะการท างานจะช่วยให้มีความสามารถ มีความขยัน อดทน พึ่งตนเองได้ และการท าความดีนั้นจะช่วยให้มีความสุขความเจริญ ทั้ง ป้องกันตนไม่ให้ตกต่ า” ในปี พ.ศ. 2555 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชทรงรับสั่งให้จัดตั้งกองทุนการศึกษาขึ้น อันเป็นโครงการ พระราชด าริโครงการสุดท้าย และตั้ง “โรงเรียนคุณธรรมจริยธรรม” เพื่อสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง ดังรับสั่งที่มี กับคณะองคมนตรีว่า “ฉันจะตั้งกองทุนการศึกษา ให้เอาเงินฉันไปใช้ ไปท าอย่างไรก็ได้ เป้าหมายคือให้โรงเรียน สร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง” และเพื่อให้โรงเรียนคุณธรรมจริยธรรมประสบความส าเร็จคณะกรรมการกองทุนฯจึงแบ่งขั้นตอ น ออกเป็น 6 ขั้นตอน คือ 1. การสร้างความยอมรับจากทุกภาคส่วนในโรงเรียนร่วมกัน ตกลงกันทั้ง ผู้บริหาร ครู และนักเรียน รับรู้ว่า เราต้องการจะเปลี่ยนโรงเรียนให้ดีขึ้น 2. ร่วมกันระดมความคิด ท าบัญชีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในช่วง 2-3 ปีที่ได้พบเห็นมา รวมทั้งพฤติกรรม พึงประสงค์ที่อยากจะเห็นในรอบ 12 เดือน มองให้ครบอย่าง 360 องศา ทั้งครู นักเรียน และผู้บริหาร ก่อนจะไปหา ความถี่ของทั้งสองสิ่ง 3. ให้ทุกคนลองคิดว่าหากต้องการให้มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ จะใช้ คุณธรรมใดมาแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ 4. เมื่อได้คุณธรรมที่ทุกคนตกลงกันแล้ว เช่น ความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ จิตอาสา ให้คิดโครงการที่จะท าให้มี คุณธรรมเหล่านี้มากขึ้นใน 1 ปีต่อจากนั้น เช่น ผู้บริหารคิดว่าจะท าให้การจัดซื้อจัดจ้างจะโปร่งใสมากขึ้น ครูจะไม่ เบียดเบียนเวลาราชการ นักเรียนบอกจะไม่ลอกการบ้านเพื่อน กลับบ้านไหว้พ่อแม่ ไม่เที่ยวกลางคืน ดูหนังสือ รับผิดชอบ 5. เมื่อได้นโยบายแล้ว ให้ทุกคนประกาศสิ่งที่จะท าให้คนอื่นฟัง พูดเองโดยไม่มีคนบังคับ ให้เขาได้แสดง ความรับผิดชอบเอง ก็จะปฏิบัติกันจริง 6. ขั้นสุดท้ายคือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและการท าให้ยืนยาว ซึ่งเราเห็นได้ชัดว่าเปลี่ยนแปลงจริง ผลส าเร็จของโครงการนี้ แรกเริ่มคือสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนดีขึ้น ร่มรื่น เพราะมีชมรมจิตอาสาของเด็ก ๆ ช่วยดูแล ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและนักเรียนดี รู้จักรับผิดชอบตัวเอง เด็กมีวินัย ปฏิบัติตามข้อตกลง และ กฎระเบียบต่าง ๆ ของโรงเรียน ผลพลอยได้คือผลการสอบโอเน็ตของเด็กดีขึ้น เป็นเพราะคนเก่งก็ช่วยเพื่อน แนะน า เพื่อน โรงเรียนได้รับรางวัลต่าง ๆ มากขึ้น ท าให้ชุมชนเกิดความตื่นตัวอยากเข้าช่วยดูแลบุตรหลานในโรงเรียนด้วย ปัจจุบันมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการกว่า 155 โรงเรียน กระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศไทย ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
55 9. พระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน ด้านที่ 1 มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 1) ความรู้ความเข้าใจต่อชาติบ้านเมือง 2) ยึดมั่นในศาสนา 3) มั่นคงในสถาบันพระมหากษัตริย์ 4) มีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุมชนของตน ด้านที่ 2 มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง – คุณธรรม 1) รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด – ชอบ / ชั่ว – ดี 2) ปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบที่ดีงาม 3) ปฏิเสธสิ่งที่ผิด สิ่งที่ชั่ว 4) ช่วยกันสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง ด้านที่ 3 มีงานท า มีอาชีพ 1) การเลี้ยงดูลูกหลานในครอบครัวหรือการฝึกฝนอบรมในสถานศึกษาต้องมุ่งให้เด็กและเยาวชน รักงาน สู้งาน ท าจนงานส าเร็จ 2) การฝึกฝนอบรมทั้งในหลักสูตรและนอกหลักสูตรต้องมีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนท างานเป็นและ มีงานท าในที่สุด 3) ต้องสนับสนุนผู้ส าเร็จหลักสูตรมีอาชีพ มีงานท า จนสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ด้านที่ 4 เป็นพลเมืองดี 1) การเป็นพลเมืองดี เป็นหน้าที่ของทุกคน 2) ครอบครัว – สถานศึกษาและสถานประกอบการ ต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสท าหน้าที่ เป็นพลเมืองดี 3) การเป็นพลเมืองดีคือ “เห็นอะไรที่จะท าเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องท า” เช่น งานอาสาสมัครงาน บ าเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณกุศล ให้ท าด้วยความมีน้ าใจและความเอื้ออาทร 10. นโยบายรัฐบาล (ด้านการศึกษา) นโยบายด้านศึกษา ก าหนดไว้ในข้อที่ 4 และข้อที่ 8 ดังนี้ นโยบายด้านการศึกษา ข้อที่ 4การศึกษาและเรียนรู้ การท านุบ ารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม 1. การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ โดยให้ความส าคัญทั้งการศึกษาในระบบและการศึกษา ทางเลือกไปพร้อมกัน เพื่อสร้างคุณภาพของคนไทยให้สามารถเรียนรู้ พัฒนาตนได้ เต็มตามศักยภาพ ประกอบ อาชีพและด ารงชีวิตได้โดยมีความใฝ่รู้และทักษะที่เหมาะสม เป็นคนดีมีคุณธรรม สร้างเสริมคุณภาพการเรียนรู้ โดยเน้นการเรียนรู้เพื่อสร้างสัมมาชีพในพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ า และพัฒนา ก าลังคนให้เป็นที่ต้องการเหมาะสม กับพื้นที่ ทั้งในด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และธุรกิจบริการ 2. ในระยะเฉพาะหน้า จะปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน การศึกษาให้สอดคล้องกับ ความจ าเป็นของผู้เรียนและลักษณะพื้นที่ของสถานศึกษา ปรับปรุงและบูรณาการระบบการกู้ยืมเงิน เพื่อการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสแก่ผู้ยากจนหรือด้อยโอกาส จัดระบบการสนับสนุนให้เยาวชนและ ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
56 ประชาชนทั่วไปมีสิทธิเลือกรับบริการการศึกษา ทั้งในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน โดยจะพิจารณาจัดให้มี คูปองการศึกษาเป็นแนวทางหนึ่ง 3. ให้องค์กรภาคประชาสังคม ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปมี โอกาสร่วมจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ทั่วถึง และร่วมในการปฏิรูปการศึกษา การเรียนรู้ กระจายอ านาจการบริหาร จัดการศึกษาสู่สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามศักยภาพและความพร้อม โดยให้สถานศึกษาสามารถเป็นนิติบุคคล และบริหารจัดการได้อย่างอิสระและคล่องตัวขึ้น 4. พัฒนาคนทุกช่วงวัยโดยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้มีความรู้และทักษะใหม่ที่สามารถ ประกอบอาชีพได้หลากหลายตามแนวโน้มการจ้างงานในอนาคต ปรับกระบวนการ เรียนรู้และหลักสูตรให้ เชื่อมโยงกับภูมิสังคม โดยบูรณาการความรู้และคุณธรรมเข้าด้วยกันเพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนา ผู้เรียนทั้งในด้าน ความรู้ ทักษะ การใฝ่เรียนรู้ การแก้ปัญหา การรับฟังความเห็นผู้อื่นมีคุณธรรม จริยธรรมและความเป็นพลเมืองดี โดยเน้นความร่วมมือระหว่างผู้เกี่ยวข้องทั้งในและนอกโรงเรียน 5. พัฒนาระบบการผลิตและพัฒนาครูที่มีคุณภาพและมีจิตวิญญาณ ของความเป็นครู เน้น ครูผู้สอนให้มีวุฒิตรงตามวิชาที่สอน น าเทคโนโลยีสารสนเทศและเครื่องมือที่เหมาะสม มาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยครูหรือเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น การเรียนทางไกล การเรียนโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น รวมทั้งปรับระบบการประเมินสมรรถนะที่สะท้อนประสิทธิภาพ การจัดการเรียนการสอนและการพัฒนา คุณภาพผู้เรียนเป็นส าคัญ นโยบายด้านการศึกษา ข้อที่ 8 การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และพัฒนา และนวัตกรรม เร่งเสริมสร้างสังคมนวัตกรรม โดยส่งเสริมระบบการเรียนการสอน ที่เชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ การผลิตก าลังคนในสาขาที่ ขาดแคลน การเชื่อมโยงระหว่างการ เรียนรู้กับการท างาน การให้บุคลากรด้านการวิจัยของภาครัฐ สามารถไปท างาน ในภาคเอกชน และการให้ อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมมีช่องทางได้เทคโนโลยี โดยความร่วมมือจากหน่วยงานและสถานศึกษา ภาครัฐ 11. นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีค าแถลงนโยบายการจัดการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย 12 นโยบายการจัดการศึกษา และ 7 วาระเร่งด่วน (Quick Win) ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ให้ทันตามสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน และบนความคาดหวังของสังคม และสร้าง “ความเชื่อมั่น ไว้วางใจ” หรือ “TRUST” ให้กับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กและผู้ปกครอง ว่าเราสามารถที่จะเป็นหลัก หรือที่พึ่งให้กับพวก เขาได้โดยมีสาระส าคัญดังนี้ “TRUST” หมายถึง “ความไว้วางใจ” เป็นรูปแบบการท างานที่จะท าให้ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ผู้เรียน และประชาชนกลับมา ให้ความไว้วางใจในการท างานของกระทรวงศึกษาธิการ คือการพัฒนาต่อยอดจากรูปแบบการท างาน “MOE ONE TEAM” หรือ “การท างานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวของกระทรวงศึกษาธิการ”ที่กระทรวงศึกษาธิการได้ ด าเนินการมาโดยตลอด ซึ่ง “TRUST” จะเข้ามาเป็นส่วนเสริมในเรื่องความโปร่งใส ทั้งในเชิงกระบวนการท างาน และกระบวนการตรวจสอบจากภาคส่วนต่าง ๆ การสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนด าเนินการตามภารกิจของตน ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
57 ด้วยความรับผิดชอบต่อตัวเอง องค์กร ประชาชนและประเทศชาติ ให้ความส าคัญกับการประสานความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน (Participation) ผ่านกลไกการรับฟังความคิดเห็นมาประกอบการด าเนินงานต่าง ๆ ที่เป็น ประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา T ย่อมาจาก Transparency (ความโปร่งใส) R ย่อมาจาก Respon sibility (ความรับผิดชอบ) U ย่อมาจาก Unity (ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว) S ย่อมาจาก Student-Centricity (ผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนา) T ย่อมาจาก Technology (เทคโนโลยี) 12. นโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ 12 ประการ 1. การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย และทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีความรู้ ทักษะและคุณลักษณะที่เหมาะสมกับบริบท สังคมไทย 2. การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและอาจารย์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและ อาชีวศึกษา ให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล เพื่อให้ครูและอาจารย์ใด้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะทั้งด้านการ จัดการเรียนรู้ ด้วยภาษาและดิจิทัล สามารถปรับวิธีการเรียนการสอนและการใช้สื่อทันสมัย และมีความ รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทางการศึกษาที่เกิดกับผู้เรียน 3. การปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลฝานแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ ( NDLP) และการส่งเสริมการฝึกทักษะดิจิทัลในชีวิตประจ าวัน เพื่อให้มีหน่วยงานรับผิดชอบพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ ที่สามารถน าไปใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่าง กว้างขวางผ่านระบบออนไลน์ และการน าฐานข้อมูลกลางทางการศึกษามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประสิทธิภาพ การบริหารและการจัดการศึกษา 4. การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา โดยการส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษา ให้มีความเป็นอิสระและคล่องตัว การกระจายอ านาจการบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน โดยอาศัยอ านาจตามกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อก าหนดให้มีระบบบริหารและการจัดการ รวมถึงการจัดโครงสร้างหน่วยงานให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ สถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระ และคล่องตัว การบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน มีระบบการบริหารงานบุคคลโดยยึดหลัก ธรรมาภิบาล 5. การปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ พร้อมจัดทดสอบวัดความรู้ และทักษะที่จ าเป็นในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั้งสายวิชาการและสายวิชาชีพ เพื่อให้ระบบการประเมินผล การศึกษาทุกระดับและระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย ตอบสนองผลลัพธ์ ทางการศึกษาได้อย่างเหมาะสม 6. การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรให้ทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการระดมทรัพยากรทาง การศึกษาจากความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษามีความเป็นธรรมและสร้าง โอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกลุ่มอื่น ๆ กระจายทรัพยากรทั้งบุคลากรทาง การศึกษา งบประมาณและสื่อเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง 7. การน ากรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) สู่การปฏิบัติ เป็นการผลิตและการพัฒนาก าลังคนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยใช้กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เชื่อมโยงระบบ ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
58 การศึกษาและการอาชีพ โดยใช้กลไกการเทียบโอนประสบการณ์ด้วยธนาคารหน่วยกิตและการจัดท ามาตรฐาน อาชีพในสาขาที่สามารถอ้างอิงอาเซียนได้ 8. การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาเพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย เพื่อเป็นการขับเคลื่อนแผนบูรณาการการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 สู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน าไป เป็นกรอบในการจัดท าแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย และมีการติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะ 9. การศึกษาเพื่ออาชีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ผู้จบการศึกษา ระดับปริญญาและอาชีวศึกษามีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสมกับการด ารงชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีมีส่วนช่วยเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้ 10. การพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยด้วยการน านวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการ จัดการศึกษาทุกระดับการศึกษา เพื่อให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งน านวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ ในการจัดการศึกษาผ่านระบบดิจิทัล 11. การเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และ ผู้เรียนที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่ม ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และผู้เรียนที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ 12. การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยยึดหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ทางการศึกษาและผู้เรียนที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ 7 วาระเร่งด่วน (Quick Win) ของกระทรวงศึกษาธิการ วาระที่ 1 เรื่องความปลอดภัยของผู้เรียน โดยจัดให้มีรูปแบบ วิธีการ หรือกระบวนการในการดูแล ช่วยเหลือนักเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีความสุข และได้รับการปกป้องคุ้มครองความ ปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการสร้างทักษะให้ผู้เรียนมีความสามารถในการดูแลตนเองจากภัย อันตรายต่าง ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางสังคม วาระที่ 2 หลักสูตรฐานสมรรถนะ มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายโดยยึดความสามารถ ของผู้เรียนเป็นหลัก และพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่ต้องการ วาระที่ 3 Big Data พัฒนาการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและไม่ซ้ าซ้อน เพื่อให้ได้ข้อมูลภาพรวม การศึกษาของประเทศที่มีความครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องเป็นปัจจุบัน และสามารถน ามาใช้ประโยชน์ได้อย่าง แท้จริง วาระที่ 4 ขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) สนับสนุนการ ด าเนินงานของศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) ตามความเลิศของแต่ละสถานศึกษา และตามบริบทของพื้นที่ สอดคล้องกับความต้องการของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนมีการจัดการ เรียนการสอนด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีปัจจุบัน วาระที่ 5 พัฒนาทักษะทางอาชีพ ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่เน้นพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ วาระที่ 6 การศึกษาตลอดชีวิต การจัดเรียนรู้ตลอดชีวิตส าหรับประชาชนทุกช่วงวัยให้มีคุณภาพและ มาตรฐาน ประซาชนในแต่ละช่วงวัยได้รับการศึกษาตามความต้องการอย่างมีมาตรฐาน เหมาะสมและเต็มตาม ศักยภาพตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา และพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
59 วาระที่ 7 การจัดการศึกษาส าหรับผู้ที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ ส่งเสริมการจัดการศึกษา ให้ผู้ที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพสามารถด ารงชีวิตในสังคมอย่างมีเกียรติ ศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับผู้อื่นในสังคม สามารถช่วยเหลือตนเองและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ 13. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 หลักการตามนโยบาย กระทรวงศึกษาธิการมุ่งมั่นด าเนินการภารกิจหลักตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อนทุกแผนย่อยในประเด็น 12 การพัฒนาการเรียนรู้ และ แผนย่อยที่ 3 ในประเด็น 11 ศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต รวมทั้งแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา และ นโยบายรัฐบาลทั้งในส่วนนโยบายหลักด้านการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วง ชีวิต และนโยบายเร่งด่วน เรื่องการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการขับเคลื่อนแผน แม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นอื่น ๆ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2562 – 2565) รวมทั้งนโยบายและแผน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยคาดหวังว่าการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต จะได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ให้เป็นคน ดี คนเก่ง มีคุณภาพ และมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ดังนั้น ในการเร่งรัดการท างานภาพรวมกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม และผลักดันให้การ จัดการศึกษามีคุณภาพและประสิทธิภาพ จึงก าหนดนโยบายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ดังนี้ 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย 1.1 เร่งสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของสังคม และป้องกันจากภัยคุกคาม ในชีวิตรูปแบบใหม่ และภัยอื่น ๆ โดยมีการด าเนินการตามแผนและมาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเข้มข้น รวมทั้งด าเนินการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตามประเมินผลการ ด าเนินการและแสวงหาสถานศึกษาที่ด าเนินการได้ดีเยี่ยม (Best Practice) เพื่อปรับปรุง พัฒนาและขยายผล ต่อไป 1.2 เร่งปลูกฝังทัศนคติพฤติกรรม และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการอยู่ในกระบวนการ จัดการเรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันควบคู่กับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในเชิงบวกและ สร้างสรรค์ พร้อมทั้งหาแนวทางวิธีการ ปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร ทางการศึกษา 1.3 เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก และส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึง ประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปรับตัว รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 1.4 เร่งพัฒนาบทบาทและภารกิจของหน่วยงานด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ในทุกหน่วยงานในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการให้ด าเนินการอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา 2.1 ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาน าหลักสูตรฐานสมรรถนะไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบเพื่อ สร้างสมรรถนะที่ส าคัญจ าเป็นส าหรับศตวรรษที่ 21 ให้กับผู้เรียน 2.2 จัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนค้นพบ พรสวรรค์ ความสนใจ ความถนัดในอาชีพของตนเองด้วยการ เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในห้องเรียน สถานประกอบการ รวมทั้งการเรียนรู้ผ่าน แพลตฟอร์มและห้องดิจิทัลให้ค าปรึกษาแนะน า ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
60 2.3 พัฒนาและบูรณาการกระบวนการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผลฐานสมรรถนะสู่การ ปฏิบัติในชั้นเรียน เพื่อสร้างความฉลาดรู้ด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สร้างตรรกะความคิดแบบเป็น เหตุเป็นผลให้นักเรียนไทยสามารถแข่งขันได้กับนานาชาติ 2.4 พัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ส าหรับผู้เรียนทุกวัย เพื่อรองรับการ เปลี่ยนแปลงสู่สังคมดิจิทัลในโลกยุคใหม่ 2.5 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรมให้มีความ ทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นและการเสริมสร้าง วิถีชีวิตของความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง 2.6 จัดการเรียนรู้ตามความสนใจรายบุคคลของผู้เรียนผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มที่หลากหลายและ แฟลตฟอร์มการเรียนรู้อัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อการสอนคุณภาพสูง รวมทั้งมีการประเมินและพัฒนาผู้เรียน 2.7 ส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน โดยบูรณาการการท างานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารออมสิน สหกรณ์ ฯลฯ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ โครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ และ การเผยแพร่สื่อแอนิเมชั่นรอบรู้เรื่องเงิน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเชิงพาณิชย์เพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่ สูงขึ้น 2.8 ปรับโฉมศูนย์วิทยาศาสตร์และศูนย์การเรียนรู้ ให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย สวยงาม ร่มรื่น จูงใจให้ เข้าไปใช้บริการ โดยมีมุมค้นหาความรู้ด้านเทคโนโลยีทันสมัย มุมจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ของ ผู้เรียน หรือกลุ่มผู้เรียน และการร่วมกิจกรรมกับครอบครัว หรือจัดเป็นฐานการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ที่ผู้เรียนและ ประชาชนสามารถร่วมลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม และได้รับเอกสารรับรองการเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อน าไปใช้ ประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้องหรือสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) ได้ รวมทั้งมีบริเวณพักผ่อนที่มีบริการ ลักษณะบ้านสวนกาแฟเพื่อการเรียนรู้ เป็นต้น 2.9 ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาให้มีการน าผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติไปใช้ในการวาง แผนการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน 2.10 พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย 3.1 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการส่งต่อไปยัง สถานศึกษาในระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะระดับการศึกษาภาคบังคับ เพื่อป้องกันเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคัน 3.2 ส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อรับการ พัฒนาอย่างรอบด้าน มีคุณภาพ ตามศักยภาพ ตามวัยและต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการร่วมงานกับ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.3 พัฒนาข้อมูลและทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งกลุ่ม NEETs ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ อย่างเท่าเทียม 3.4 พัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว (Home School) และการ เรียนรู้ที่บ้านเป็นหลัก (Home – based Learning) ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
61 4. การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 4.1 พัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น แบบโมดูล (Modular System) มีการบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาชีพเดียวกัน เชื่อมโยงการจัดการอาชีวศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบและระบบทวิภาคี รวมทั้งการจัดการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง (Block Course) เพื่อสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) ร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดการอาชีวศึกษาอย่างเข้มข้นเพื่อการมีงานท า 4.2 ขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนาก าลังคนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และยกระดับสมรรถนะ ก าลังคนตามกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน และมาตรฐานสากล รวมทั้งขับเคลื่อนความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) โดยความร่วมมือกับภาคเอกชนและสถานประกอบการในการผลิตก าลังคนที่ตอบโจทย์การ พัฒนาประเทศ 4.3 พัฒนาสมรรถนะอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัด ความสนใจ โดยการ Re-skill Up-skill และ New-skill เพื่อให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น พร้อมทั้งสร้างช่องทางอาชีพในรูปแบบ หลากหลายให้ครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งผู้สูงอายุ โดยมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.4 ส่งเสริมการพัฒนาแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ตามสมรรถนะ ที่จ าเป็นในการเข้าสู่อาชีพ และการน าผลการทดสอบไปใช้คัดเลือกเข้าท างาน ศึกษาต่อ ขอรับประกาศนียบัตร มาตรฐาน สมรรถนะการใช้ดิจิทัล (Digital Literacy) การขอรับวุฒิบัตรสมรรถนะภาษาอังกฤษ (English Competency) 4.5 จัดตั้งศูนย์ให้ค าปรึกษาการจัดตั้งธุรกิจ (ศูนย์ Start Up) ภายในศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็น ผู้ประกอบการ และพัฒนาศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการด้าน อาชีพทั้งผู้เรียนอาชีวศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยเชื่อมโยงกับ กศน.และสถานประกอบการทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชนที่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพในวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ 4.6 เพิ่มบทบาทการอาชีวศึกษาในการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการและก าลังแรงงานในภาค เกษตรโดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer) และกลุ่มยุวเกษตรกรอัจฉริยะ (Young Smart Farmer) ที่สามารถรองรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ 4.7 ส่งเสริม และสนับสนุนการผลิตและพัฒนาก าลังคนทุกช่วงวัยเพื่อการมีงานท า โดยบูรณาการ ความร่วมมือในการจัดการศึกษาร่วมกับหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถาบันสังคมอื่น 4.8 พัฒนาหลักสูตรอาชีพส าหรับกลุ่มเป้าหมายผู้อยู่นอกระบบโรงเรียนและประชาชนที่สอดคล้อง มาตรฐานอาชีพ เพื่อการเข้าสู่การรับรองสมรรถนะและได้รับคุณวุฒิวิชาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ รวมทั้ง สามารถน าผลการเรียนรู้และประมวลประสบการณ์เทียบโอนเข้าสู่การสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank) ได้ 5. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 5.1 ส่งเสริมสนับสนุนการด าเนินการตามหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ Performance Appraisal (PA) โดยใช้ระบบการประเมินต าแหน่งและวิทยาฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระบบ Digital Performance Appraisal (DPA) 5.2 ส่งเสริมสนับสนุนการด าเนินการ พัฒนาสมรรถนะทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลตามกรอบระดับ สมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency) ส าหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและ ระดับอาชีวศึกษา ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
62 5.3 พัฒนาครูให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะการจัดการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีและ นวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้เป็นผู้วางแผนเส้นทางการเรียนรู้ การประกอบอาชีพและ การด าเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล 5.4 พัฒนาขีดความสามารถ ของข้าราชการพลเรือนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีสมรรถนะ ที่สอดคล้องและเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต 5.5 เร่งรัดการด าเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ควบคู่กับการให้ ความรู้ด้านการวางแผนและการสร้างวินัยด้านการเงินและการออม 6. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล 6.1 ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการ 4.0 ด้วยนวัตกรรม และการน าเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นกลไก หลัก ในการด าเนินงาน (Digitalize Process) การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูล (Sharing Data) การส่งเสริมความ ร่วมมือ บูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก 6.2 ปรับปรุงประสิทธิภาพของเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถใช้งานเครือข่ายสื่อสาร ข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับระบบราชการ 4.0 สามารถตอบสนองความ ต้องการของประชาชนได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ ทุกอุปกรณ์และทุกช่องทาง 6.3 ปรับปรุงระบบการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา โดยยึดหลักความจ าเป็นและ ใช้พื้นที่เป็นฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นส าคัญ 6.4 น าเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในระบบการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในต าแหน่งและสายงานต่าง ๆ 6.5 ส่งเสริมสนับสนุนการด าเนินงานของส่วนราชการให้เป็นไปตามกลไกการประเมินคุณธรรมและ ความโปร่งใสในการด าเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ 7. การขับเคลื่อนกฎหมายการศึกษาและแผนการศึกษาแห่งชาติ เร่งรัดการด าเนินการจัดท ากฎหมายล าดับรองและแผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อรองรับพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติควบคู่กับการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง 14. นโยบายและจุดเน้นของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประจ าปี2566 ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) ได้ก าหนดเป้าหมายการพัฒนาคนในทุกมิติและ ทุกช่วงวัยให้เป็นคนดีเก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพ ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปด้านการศึกษา มีแนวทางการ พัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการ สมรรถนะ และคุณลักษณะที่ดีสมวัยทุกด้าน มีการปฏิรูปการเรียนรู้ส าหรับ ศตวรรษที่ 21 ปรับบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับและสร้าง ระบบการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 มีกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษา ที่มีคุณภาพ พัฒนาก าลังคนให้มีสมรรถนะในการท างานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการ พัฒนาประเทศ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566 – 2570) ที่มี เป้าหมายการพัฒนา โดยเฉพาะหมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคน สมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ การพัฒนาแห่งอนาคต รวมทั้งนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ที่ได้ก าหนดโดยสอดคล้องกับแผนระดับต่าง ๆ ของประเทศ ดังกล่าวข้างต้น ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
63 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เป็น “การศึกษาขั้นพื้นฐานวิถีใหม่ วิถีคุณภาพ” ใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความปลอดภัย ด้านโอกาส ด้านคุณภาพ และด้านประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการต่อยอดพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เป็น “วิถีอนาคต วิถีคุณภาพ” จึงก าหนดนโยบายและจุดเน้นของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ดังนี้ 1. ด้านความปลอดภัย 1.1 พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน พร้อมเสริมสร้างระบบและกลไก ในการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จากโรคภัยต่าง ๆ ภัยพิบัติ และภัยคุกคามทุกรูปแบบ 1.2 ส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 1.3 สร้างภูมิคุ้มกัน การรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี ในการด าเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal) 2. ด้านโอกาสและการลดความเหลื่อมล้ าทางการศึกษา 2.1 ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3 – 6 ปีทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษา สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดูแลปกป้อง เพื่อให้มีพัฒนาการครบทุกด้าน โดยการมีส่วนร่วม ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.2 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และได้รับ การพัฒนาให้มีสมรรถนะส าหรับการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคตให้สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ 2.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ 2.4 ส่งเสริมเด็กพิการและผู้ด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและจัดหาทางเลือกในการ เข้าถึงการเรียนรู้ การฝึกอาชีพ เพื่อให้มีทักษะในการด าเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้ 2.5 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายบุคคล เพื่อใช้ เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการศึกษา โดยเฉพาะการดูแลและป้องกันไม่ให้นักเรียนหลุดออกจากระบบ การศึกษา และช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบ 3. ด้านคุณภาพ 3.1 ส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษาที่มีความพร้อม ให้น าหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เน้นสมรรรถนะไปใช้ตามศักยภาพของสถานศึกษาให้สามารถออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับความต้องการ และบริบท 3.2 พัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่เหมาะสมตามช่วงวัย สามารถจัดการตนเอง มีการคิดขั้นสูง มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถจัดระบบและกระบวนการท างานของตนเองและร่วมกับผู้อื่น โดยใช้การ รวมพลังท างานเป็นทีม เป็นพลเมืองที่ดี มีศีลธรรม และอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และวิทยาการอย่างยั่งยืน รวมทั้งมี ความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข 3.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีทักษะที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 น าไปสู่การมีอาชีพ มีงานท า และ ส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
64 ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง 3.4 ส่งเสริมและพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลคุณภาพผู้เรียน ให้ควบคู่การเรียนรู้ น าไปสู่การ พัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียนรายบุคคล รวมทั้งส่งเสริมการน าระบบธนาคารหน่วยกิต น ามาใช้ ในการเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ต่าง ๆของผู้เรียนในสถานศึกษา 3.5 พัฒนา ส่งเสริม ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษารวมทั้ง บุคลากรสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานต าแหน่งและมาตรฐาน วิชาชีพ 4. ด้านประสิทธิภาพ 4.1 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอ านาจและใช้พื้นที่เป็นฐานที่มุ่งเน้น การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นส าคัญ ตามหลักธรรมาภิบาล 4.2 น าเทคโนโลยีดิจิทัลและการจัดการฐานข้อมูล มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเรียนรู้ของผู้เรียน 4.3 ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ ใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อน บริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน และแสวงหาการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับเพื่อให้ ประสบผลส าเร็จอย่างเป็นรูปธรรม 4.4 ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพในโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ โรงเรียน ที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ และโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 4.5 เพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และปรับกระบวนการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดรับกับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal) เอกสารประกอบ นโยบายเร่งด่วน ทั้ง 10 ด้าน
65 จุดเน้นของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 1. เร่งแก้ปัญหากลุ่มผู้เรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 โดยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss Recovery) ให้กับ ผู้เรียนทุกระดับ รวมทั้งลดความเครียดและสุขภาพจิตของผู้เรียน 2. เสริมสร้างระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยนักเรียน ด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Platform) 3. ส่งเสริมเด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3 – 6 ปี และผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และป้องกันการหลุดออกจากระบบ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคัน และเด็กพิการให้กับเข้าสู่ ระบบการศึกษา 4. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและการจัดท ากรอบหลักสูตร รวมทั้งจัดกระบวนการ เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ให้เหมาะสมตามวัยของผู้เรียน 5. จัดการอบรมครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการวางแผนและการสร้างวินัย ด้านการเงินและการออม เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินครู 6. ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์ กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning) มีการวัดและประเมินผล ในชั้นเรียน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียน (Assessment for Learning) ทุกระดับ 7. ยกระดับคุณภาพของนักเรียนประจ าพักนอน ส าหรับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สูง ห่างไกล และถิ่น ทุรกันดาร 8. มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับ 9. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอ านาจและใช้พื้นที่เป็นฐาน เพื่อสร้าง ความเข้มแข็ง โดยการจัดสรรกรอบวงเงินงบประมาณ (Block Grant) ตามหลักธรรมาภิบาลให้กับส านักงาน เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ที่มา : ส านักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ ผู้เรียนรู้ ผู้ร่วมสร้างนวัตกรรม พลเมืองที่เข้มแข็ง เป้าหมาย สุขภาพ ความฉลาดรู้ คุณธรรมและจริยธรรม สังคมและอารมณ์ เพื่อสร้างสมรรถนะ การคิดขั้นสูง การจัดการตัวเอง การสื่อสาร การเป็นพลเมือง ที่เข้มแข็ง การท างานเป็นทีม ขอบข่ายการเรียนรู้ สุขภาวะกายและจิต ภาษา ศิลปะ และวัฒนธรรม โลกของงานและ การประกอบอาชีพ คณิต วิทย์และเทคโนโลยี สังคมและความเป็นมนุษย์ กรอบหลักสูตรฐานสมรรถนะ
66 15. นโยบายและจุดเน้นของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประจ าปี2567 มุ่งพัฒนาและต่อยอดนโยบายและจุดเน้นของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 “วิถีอนาคต วิถีคุณภาพ” อย่างต่อเนื่องและต่อยอดการศึกษาสร้างสรรค์เป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” ในการสื่อสารภาพลักษณ์ของประเทศและน าเสนอความเป็นไทยสู่สากล จึงก าหนดนโยบาย และจุดเน้นของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ดังนี้ 1. ด้านความปลอดภัย 1.1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของสถานศึกษาให้เป็นที่ปลอดภัย อบอุ่น มีความสุข เอื้อต่อการเรียนรู้ และส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ ทักษะ ในการ ป้องกัน ดูแล ด าเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย จากโรคภัย ภัยพิบัติ อุบัติภัย และภัยคุกคามทุกรูปแบบ สามารถ ปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ า 1.2 พัฒนาระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา รวมถึงการใช้ Big Data และแอปพลิเคชั่นในการเฝ้าระวังเชิงรุก ด้วยระบบมาตรฐานความ ปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Platform) พร้อมทั้งจัดท าแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัย และแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤติ (Business Continuity Plan : BCP) 1.3 ส่งเสริมให้ผู้เรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และชุมชน มีคุณลักษณะและพฤติกรรม ที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักรู้ และจิตส านักในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปรับตัวรับมือต่อผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ 2. ด้านโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา 2.1 ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไปทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษาเพื่อให้เด็ก มีพัฒนาการที่ดีอย่างรอบด้าน พร้อมที่จะเรียนรู้และสร้างรากฐานชีวิตที่เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยการมีส่วนร่วม ของครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.2 ส่งเสริม สนับสนุน ประชากรวัยเรียนที่มีอายุถึงเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับทุกคน ให้ได้รับ โอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบป้องกัน เฝ้าระวัง และดูแลช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง เด็กตกหล่น เด็กออกกลางคัน เด็กชายขอบ เด็กพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดารและพื้นที่เกาะ ตามความต้องการจ าเป็น รายบุคคล เพื่อไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา โดยบูรณาการความร่วมมือกับบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.3 ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้เรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ และผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การท างาน หรือการฝึกอบรม (Not in Education, Employment or Training : NEETs) ให้ได้รับโอกาส ในการศึกษาต่อการประกอบอาชีพในอนาคต ให้สอดคล้องกับความต้องการรายบุคคลหรือรายกลุ่ม โดยพัฒนา ทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลาย และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริม สนับสนุน การเทียบโอนผลการเรียน การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ และการเทียบระดับการศึกษา รวมทั้งการ พัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิจ (Credit Bank) 2.4 ส่งเสริม สนับสนุนให้เด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ได้รับโอกาส เข้าถึงการศึกษา แหล่งเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ ที่หลากหลายเหมาะสมตามศักยภาพ เพื่อให้มีทักษะในการ ด าเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้ โดยจัดการศึกษารูปแบบทางเลือกที่เหมาะสมเฉพาะกลุ่ม 2.5 ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน โดยบุคคล ครอบครัว (Home School) องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ และสถานประกอบการ ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
67 2.6 ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษารูปแบบทวิศึกษาให้ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้พัฒนาความรู้และทักษะทางวิชาชีพ เพื่อเป็นพื้นฐานส าคัญในการประกอบอาชีพในอนาคต 3. ด้านคุณภาพการศึกษา 3.1 ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านให้เหมาะสมกับวัยรวมทั้ง พัฒนาครูให้มีความรู้และทักษะการดูแลที่เพียงพอ มีจิตวิทยาพัฒนาการของเด็กปฐมวัย และสร้างกลไก ประสาน ความร่วมมือกับผู้ปกครอง ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการพัฒนาการด้านการ เรียนรู้ของเด็กปฐมวัย 3.2 ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาผู้เรียนในระดับปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มี คุณธรรม จริยธรรม เคารพรักในสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เห็นคุณค่าประวัติศาสตร์ และรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยมไทย รวมถึงเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง รู้สิทธิ และหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ ด าเนินชีวิตตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เป็นพื้นฐานของสังคมไทย และเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” ในการสื่อสารภาพลักษณ์ ของประเทศไทย และน าเสนอความเป็นไทยสู่สากล 3.3 ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนทุกระดับมีสมรรถนะที่จ าเป็นต่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เต็มตามศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล เหมาะสมตามช่วงวัย น าไปสู่การมีงานท า มีอาชีพ และส่งเสริมความเป็น เลิศของผู้มีความสามารถพิเศษอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 3.4 ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้สู่สมรรถนะของผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และตามแนวคิดพหุปัญญาด้วยการจัดการ เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการศึกษา รวมทั้งส่งเสริมการวัดและ ประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ยืดหยุ่น ตามสภาพจริง ตอบสนองต่อความถนัดและความสนใจของผู้เรียน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) ที่เชื่อมโยงสู่การท างานในอนาคต 3.5 ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้บริหาร ครู และบุคลการทางการศึกษา เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ทันต่อ การเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 มีความรู้ สมรรถนะ ด้านวิชาการ ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้ การใช้ เทคโนโลยี นวัตกรรม ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ พัฒนาผู้บริหารให้มี “ภาวะผู้น าการเปลี่ยนแปลง” ปรับบทบาทของครู จาก “ผู้สอน” เป็น “โค้ช” ที่อ านวยการเรียนรู้ โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มุ่งยกระดับครู สู่วิชาชีพขั้นสูง มีจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งมีจิตวิญญาณความเป็นครู 4. ด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา 4.1 พัฒนาระบบการบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยส่งเสริมบทบาท ของภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ในการจัดการศึกษา และการร่วมลงทุน เพื่อการศึกษา เน้นการกระจายอ านาจสู่สถานศึกษาในโรงเรียนคุณภาพ โรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ โรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ระบบการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากร ทางการศึกษาที่เอื้อให้สถานศึกษามีความเป็นอิสระในการบริหารด้านการจัดการศึกษา ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณด้านบุคลากร และด้านการบริหารทั่วไป 4.2 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัลให้มีความครอบคลุมในทุกพื้นที่ พัฒนา แพลตฟอร์ม และน าระบบข้อมูลสารสนเทศมาเป็นกลไกหลักในการด าเนินงาน (Digitalize Process) การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูล (Sharing Data) ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยบูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
68 4.3 ส่งเสริม พัฒนา แนวปฏิบัติและระบบสนับสนุน ให้สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนรู้แบบ ผสมผสาน และการเรียนรู้ที่บ้านเป็นหลัก (Home Based Learning) ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขภาวะ ถดถอยทางการเรียนรู้ของผู้เรียน (Learning Loss) เป็นรายบุคคล 4.4 ส่งเสริมประสิทธิภาพระบบการประกันคุณภาพการศึกษา และพัฒนาระบบการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อน าผลไปใช้ในการวางแผน ปรับปรุง พัฒนาการบริหาร จัดการศึกษาและการจัดการเรียนรู้ 4.5 ส่งเสริม สนับสนุน ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีความเข้มแข็ง โดยยึดหลักการกระจาย อ านาจและการมีส่วนร่วมของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ด าเนินการเป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยึดถือ ระบบคุณธรรม ความโปร่งใส และความเสมอภาคระหว่างบุคคล เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาเป็นส าคัญ 4.6 เสริมสร้างการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลภาครัฐ ให้กับหน่วยงานทุกระดับ จุดเน้นของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 1. เร่งปลูกฝังทัศนคติ พฤติกรรม องค์ความรู้ และทักษะการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ และปลอดภัย รวมทั้งรู้เท่าทันภัยคุกคามทางไซเบอร์ 2. เร่งรัดการด าเนินงานเชิงรุกของหน่วยงานในสังกัด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ และความปลอดภัย ทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ด้วยระบบการดูแล ช่วยเหลือนักเรียน และระบบมาตรฐานความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Platform) โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการด าเนินงานอย่างทันท่วงที 3. ค้นหา ติดตาม ป้องกัน เฝ้าระวัง และดูแลช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคัน เด็กกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาจนจบการศึกษาภาคบังคับ ด้วยรูปแบบในการ เข้าถึงการเรียนรู้ที่หลากหลาย 4. ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้เรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ และผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การท างาน หรือการฝึกอบรม (Not in Education, Employment or Training : NEETs) ให้ได้รับโอกาส ในการศึกษาอย่างมีคุณภาพ หรือฝึกทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนรายบุคคล หรือรายกลุ่ม 5. พัฒนาหลักสูตรที่เน้นสมรรถนะ ควบคู่กับการวิจัยและติดตามผลการใช้หลักสูตร รวมทั้ง ปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ที่เหมาะสม กับผู้เรียนเพื่อให้เห็นคุณค่าประวัติศาสตร์และเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง รู้สิทธิและหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ 6. ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ให้มีคุณธรรม จริยธรรม และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยมไทย ให้สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทในปัจจุบัน เพื่อเป็นพื้นฐานของสังคมไทย และเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” ในการสื่อสารภาพลักษณ์ของประเทศไทยและน าเสนอความเป็นไทยสู่สากล 7. ส่งเสริม และพัฒนาผู้เรียนตามแนวคิดพหุปัญญา มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการศึกษา รวมทั้งส่งเสริมการวัด และประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) 8. ยกระดับการพัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลการทางการศึกษา ให้มีจรรยาบรรณและมาตรฐาน วิชาชีพ รวมทั้งมีจิตวิญญาณความเป็นครูและเคารพสิทธิมนุษยชน ตลอดจนให้ความรู้ด้านการวางแผน และการสร้างวินัยด้านการเงินและการออม เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู 9. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอ านาจ ใช้พื้นที่เป็นฐานใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลและนวัตกรรมในการขับเคลื่อน ให้สอดคล้องกับการท างานแบบรัฐบาลดิจิทัล ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
69 16. แผนขับเคลื่อนการด าเนินงาน 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) โครงการโรงเรียนเพียงหลวงฯ ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
70 วิสัยทัศน์(Vision) “มุ่งพัฒนากลุ่มเป้าหมายให้มีทักษะแห่งอนาคต สร้างสังคมแห่งโอกาส เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” พันธกิจ (Mission) 1. เสริมสร้างขีดความสามารถของกลุ่มเป้าหมาย 2. พัฒนาระบบคุ้มครอง ป้องกัน เฝ้าระวัง และการช่วยเหลือทางสังคมในพื้นที่ 3. สนับสนุนระบบและกลไกรวมทั้งพัฒนานวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการจัดสวัสดิการสังคมและพัฒนา สังคมที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ประเด็นขับเคลื่อน ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
71 ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
72 ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
73 ส่วนที่ 3 นโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
74 17. โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์ป่า และอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี มูลนิธิภูบดินทร์ในพระบรมราชูปถัมภ์
75
76
77 ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ******************************************************************************************* การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นการจัดการศึกษาเพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศ โดยมีเป้าหมาย ให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะที่จ าเป็น สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และท างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวินัย มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ และเป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ มีความ รับผิดชอบมีจิตสาธารณะ มีความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 จึงได้ก าหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม เป้าประสงค์ และกลยุทธ์การพัฒนา ในระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566 – 2570) ดังนี้ วิสัยทัศน์ พันธกิจ 1. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ และการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. จัดการศึกษาให้ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้รับความปลอดภัย จากภัย พิบัติภัยคุกคามทุกรูปแบบ เพื่อรองรับวิถีชีวิตใหม่ 3. พัฒนาศักยภาพและคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามหลักสูตรและคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 4. พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถและมีความเป็นเลิศทางวิชาการ เพื่อสร้างขีดความสามารถในการ แข่งขัน 5. สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ า ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษาอย่าง ทั่วถึงและเท่าเทียม 6. พัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นมืออาชีพ มีสมรรถนะด้านภาษาและการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล 7. จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 8. พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาทุกระดับ บนฐานหลักธรรมาภิบาล และจัดการศึกษา โดยใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) ค่านิยมองค์กร ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
78 เป้าประสงค์ 1. ผู้เรียน มีความรักในสถาบันหลักของชาติ และยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระ มหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีหลักคิดที่ถูกต้อง และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมที่พึงประสงค์ มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น ซื่อสัตย์ สุจริต มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม 2. ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ ดนตรี กีฬา อาชีพ ภาษา และอื่น ๆ ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ 3. ผู้เรียน เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ คิดริเริ่มและสร้างสรรค์นวัตกรรม มีความรู้ มีทักษะ มีสมรรถนะ ตามหลักสูตร และคุณลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 มีสุขภาวะที่เหมาะสมตามวัย มีความสามารถในการ พึ่งพาตนเอง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเป็นพลเมืองพลโลกที่ดี (Global Citizen) สอดคล้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่ชายแดนของจังหวัด 4. ผู้เรียนที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ (ผู้พิการ) กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มที่อยู่ ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ 5. ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีความรู้ และจรรยาบรรณ ตามมาตรฐานวิชาชีพ 6. สถานศึกษา จัดการศึกษาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างเสริมคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 7. ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มีสมดุลในการบริหารจัดการเชิงบูรณาการ มีการก ากับ ติดตาม ประเมินผล มีระบบข้อมูลสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ และการรายงานผลอย่างเป็นระบบ ใช้งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา กลยุทธ์การพัฒนา เพื่อให้การด าเนินงานบรรลุผลส าเร็จตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ที่ก าหนดไว้ ส านักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 จึงก าหนดกลยุทธ์ (Strategy) การพัฒนา 4 กลยุทธ์ ดังนี้ กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา ได้รับการดูแลความปลอดภัยจากภัย พิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ า และรองรับวิถีชีวิตใหม่ รวมถึงการ จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี มาตรการ 1. สร้างความตระหนัก ความรู้ ความเข้าใจแก่ครู บุคลากรทางการศึกษาให้สามารถ วิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ความเสี่ยง และด าเนินการตามแนวทางในการจัดการภัยพิบัติและภัยคุกคาม ทุกรูปแบบให้สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ า รองรับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) 2. ส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจ รู้จักวิธีการป้องกันและแก้ไข เกี่ยวกับ ภัยคุกคามภัยจากยาเสพติดความรุนแรง การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน การค้ามนุษย์อาชญากรรมไซเบอร์ ภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน โรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ า ตลอดจนพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย 3. พัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเสริมสร้างทักษะชีวิตและทักษะอาชีพให้แก่ผู้เรียน เพื่อรองรับภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ โรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ า ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
79 4. ส่งเสริม พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและด้านการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่น าไปสู่ Digital Life & Learning รวมถึงความพร้อมของครูผู้สอนในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์เพื่อความปลอดภัยเมื่อต้องเผชิญ กับสถานการณ์ภัยพิบัติและภัยคุกคาม 5. ส่งเสริมให้มีการจัดสภาพแวดล้อม และสร้างระบบนิเวศน์การเรียนรู้ ที่ปลอดภัย ในสถานศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยมีความอบอุ่น และมีความสุขในสถานศึกษา 6. เสริมสร้างแนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ได้อย่าง ทันท่วงที เช่น ภัยคุกคามทางไซเบอร์การแสดงออกที่ไม่เหมาะสม พฤติกรรมกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น (Bully) ความรุนแรงในสถานศึกษา การล่วงละเมิดทางเพศและยาเสพติด โดยความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย 7. พัฒนาระบบและรูปแบบการป้องกันภัยทุกรูปแบบ รวมทั้งเสริมสร้างสวัสดิการให้ครู และบุคลากรทางการศึกษามีขวัญและก าลังใจในการปฏิบัติงาน กลยุทธ์ที่ 2 สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนทุกคน เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ 2.1 เด็กปฐมวัยได้เข้าเรียนทุกคน มีพัฒนาการสมวัย 2.2 ประชากรวัยเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาค จนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2.3 ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษได้รับการส่งเสริมและพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ 2.4 เด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะออกจากระบบการศึกษา เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน ได้รับการ ช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2.5 เด็กพิการและผู้ด้อยโอกาส ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ มาตรการ 1. สร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาระดับปฐมวัยอย่างเสมอภาคโดยการค้นหาเฝ้าระวัง ติดตาม และช่วยเหลือเด็กปฐมวัย (3 - 5 ปี) ทุกคน ให้ได้รับการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการจากสถานศึกษา ระดับปฐมวัยที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ 2. สร้างโอกาสและความเสมอภาคการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพให้แก่ ประชากรวัยเรียนทุกคนอย่างต่อเนื่องโดยจัดการศึกษาตามขีดความสามารถของผู้เรียน ความถนัดและศักยภาพ ของแต่ละบุคคล วางรากฐานการศึกษาเพื่ออาชีพ 3. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาด าเนินการค้นหา เฝ้าระวังติดตามและประสาน ช่วยเหลือ ประชากรวัยเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่อยู่นอกระบบการศึกษาให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และได้รับการพัฒนาตามศักยภาพของแต่ละบุคคลและสนับสนุนให้มีข้อมูลองค์ความรู้ และแนวทาง/วิธีการ/ เครื่องมือ ที่จ าเป็นในการป้องกันนักเรียนออกจากระบบการศึกษา 4. พัฒนารูปแบบและวิธีการจัดการเรียนรู้ สื่อ เทคโนโลยีสิ่งอ านวยความสะดวก ทางการศึกษาส าหรับคนพิการ การวัดและประเมินผลที่เหมาะสมกับการพัฒนาศักยภาพของเด็กพิการและ เด็กด้อยโอกาส 5. ส่งเสริม พัฒนาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างโอกาสทางการศึกษา 6. ระดมการมีส่วนร่วมของสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ า ทางการศึกษา ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
80 กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ 3.1 ผู้เรียนทุกช่วงวัยในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดมั่น การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่อย่างมี ความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มีความรักและความภูมิใจในความเป็นไทย 3.2 ผู้เรียนทุกช่วงวัยในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐาน สอดคล้องกับศักยภาพ ให้เป็นผู้มีสมรรถนะและทักษะที่จ าเป็นในศตวรรษที่ 21 3.3 ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของเทคโนโลยี มีสมรรถนะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ จรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพ มีความพร้อมทั้ง ทางด้านวิชาการ เชี่ยวชาญวิชาชีพ มีจรรยาบรรณ และจิตวิญญาณความเป็นครู 3.4 สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) โดยเฉพาะ SDG เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพและสร้างเสริมคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แนวทางการพัฒนา มาตรการ คุณภาพผู้เรียน 1. ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะการเรียนรู้และทักษะที่จ าเป็น ของโลกในศตวรรษที่ 21 อย่างครบถ้วนเป็นคนดี มีวินัย มีความรักในสถาบันหลักของชาติยึดมั่นการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และน้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวสู่การปฏิบัติ 2. พัฒนาผู้เรียนตามแนวทางพหุปัญญา (Multiple Intelligences) 3. พัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะด้านการอ่าน คณิตศาสตร์การคิดขั้นสูง นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัลและภาษาต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เชื่อมโยงสู่อาชีพและการมีงานท า มีทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ 4. ส่งเสริม พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและด้านการเรียนรู้ของผู้เรียนที่น าไปสู่ Digital Life & Learning 5. ด าเนินการคัดกรอง/วัดความสามารถและความถนัดของผู้เรียนเพื่อพัฒนาให้สอดคล้อง กับศักยภาพและส่งเสริมขีดความสามารถตามศักยภาพ มาตรการ คุณภาพครู 6. ส่งเสริมให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอนและการเรียนรู้รูปแบบ Active Learning / Co-creation ให้กับผู้เรียนในทุกระดับชั้น 7. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนสู่การ เรียนรู้ฐานสมรรถนะ มีความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์และใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงมีความรู้และทักษะ ในสังคมยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) มีแรงจูงใจในความเป็นครูมืออาชีพ 8. ส่งเสริม สนับสนุนครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีการพัฒนาตนเองทางวิชาชีพอย่าง ต่อเนื่อง โดยมีการพัฒนารายบุคคล ส่งเสริมการทดสอบสมรรถนะรายสาขาในระดับสูงตามมาตรฐานนานาชาติ ของครู มีจรรยาบรรณ และจิตวิญญาณความเป็นครู ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
81 มาตรการ หลักสูตรและอื่น ๆ 9. พัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและหลักสูตร สถานศึกษาบนฐานของสามมโนทัศน์หลักคือ Career Education , Competency Building ,Creative Education 10. ส่งเสริม สนับสนุนการวัดประเมินผลเพื่อการเรียนรู้(Assessment for Learning) ที่สอดคล้องกับสภาพบริบทของสถานศึกษา โดยให้มีรูปแบบวิธีการที่หลากหลาย เช่นการทดสอบด้วยข้อสอบ ปรนัยและอัตนัย การประเมินภาคปฏิบัติ (Performance-based Assessment) และการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) เป็นต้น 11. เพิ่มคุณภาพการจัดการศึกษาและบูรณาการอย่างยั่งยืนในการจัดการเรียนรวม 12. พัฒนานวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ของผู้เรียน รวมทั้งด าเนินการให้มีการขยายผล 13. สนับสนุนการจัดการเรียนการสอนผ่านแพลตฟอร์มด้านการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ 14. บูรณาการการศึกษาเพื่อการศึกษาต่อด้านอาชีพและการประกอบอาชีพหรือการ มีงานท าตามความต้องการและความถนัดของผู้เรียน 15. พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาปฐมวัยตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ 16. สนับสนุนการปรับปรุงหลักสูตรการผลิตครู สายสามัญ ปฐมวัยการศึกษาพิเศษ การศึกษาตามอัธยาศัย ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ สนับสนุนการพัฒนาระบบและกระบวนการบริหารจัดการ กระบวนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูและระบบการนิเทศการศึกษา และการสอนงานของครูพี่เลี้ยง ในสถานศึกษา 17. เสริมสร้างความเข้มแข็งศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ ( HCEC) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการพัฒนาศักยภาพบุคคลสู่ความเป็นเลิศ กลยุทธ์ที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา เป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ 4.1 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาสถานศึกษา มีการน าระบบข้อมูลสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 4.2 สถานศึกษาและพื้นที่นวัตกรรมได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้มีความคล่องตัวและเอื้อต่อ การบริหารและการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับบริบท 4.3 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มีการบริหารจัดการ โดยเฉพาะด้านงบประมาณ และการบริหารงานบุคคล ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท 4.4 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มีการพัฒนาระบบการบริหารจัดการและการมีส่วนร่วม ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบริบท มาตรการ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 1. พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง (Big Data) ของส านักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานและสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพทันสมัย และเป็นปัจจุบัน เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการ ที่แตกต่างของนักเรียน และผู้รับบริการทุกประเภท รวมทั้งพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อปรับปรุงการบริการ กระบวนงานตลอดจนการพัฒนาจนเกิดเป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการทั้งในภาพรวม และเฉพาะกลุ่ม ได้โดยสามารถเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลกลางของหน่วยงานอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยในทุกมิติ ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
82 2. พัฒนาและจัดระบบข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา ส าหรับประชาชนและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย ได้มีการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก 3. ส่งเสริม การน าเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพทุกระดับ มาตรการ การพัฒนาประสิทธิภาพสถานศึกษาและพื้นที่นวัตกรรม 4. สนับสนุนการจัดท ามาตรฐานส าหรับโรงเรียนที่สามารถด าเนินการจัดการเรียนการสอน ได้อย่างมีคุณภาพ 5. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทุกด้านให้มีความพร้อมในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ 6. พัฒนาโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง โรงเรียนคุณภาพของชุมชนโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนที่สามารถด ารงอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ ให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ 7. บริหารจัดการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสรับการศึกษา ที่มีคุณภาพ 8. ส่งเสริมการจัดการศึกษาในสถานศึกษาที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะและพื้นที่พิเศษ อาทิ โรงเรียนในโครงการพระราชด าริ โรงเรียนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โรงเรียนในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น 9. สนับสนุนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาให้เป็นต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา และการเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 10. พัฒนาระบบประกันคุณภาพสถานศึกษา และส่งเสริมให้สถานศึกษามีความเข้มแข็ง ในระบบประกันคุณภาพ มาตรการ การบริหารงบประมาณ 11. จัดสรรงบประมาณและทรัพยากรด้านการศึกษาในการขับเคลื่อนนโยบาย ตามความ ต้องการและจ าเป็นของผู้เรียนและสถานศึกษาในบริบทของแต่ละพื้นที่ และกระจายอ านาจการบริหารและ งบประมาณไปสู่ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาโดยลดกิจกรรมที่ด าเนินการจากส่วนกลาง เน้นก ากับทิศทางและติดตามประเมินผล 12. สนับสนุนให้มีการปรับอัตราเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เหมาะสม มาตรการ การบริหารงานบุคคล 13. พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 14. พัฒนาบุคลากรในส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านการวางกลยุทธ์ องค์กรการมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน และการสร้างสุขในองค์กร และพัฒนาบุคลากรในส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ด้านความเชื่อมโยงจากนโยบายสู่การปฏิบัติ วัฒนธรรมการให้บริการและการสร้างเครือข่ายการท างาน และให้มี ความก้าวหน้าในวิชาชีพมาตรฐานต าแหน่ง และวิทยฐานะ พัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มี ความก้าวหน้าในอาชีพมาตรฐานต าแหน่งและวิทยฐานะ 15. บริหารอัตราก าลังในสถานศึกษา เพื่อลดภาระงานอื่นของครูที่ไม่ใช่การสอน และบริหารอัตราก าลังในส านักงานทุกระดับให้สอดคล้องกับภารกิจ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 16. พัฒนาระบบการประเมิน คุณธรรมและความโปร่งใสในการด าเนินงานของหน่วยงาน ภาครัฐ (ITA) โดยให้บุคลากรในหน่วยงานทุกระดับ น าหลักธรรมาภิบาลไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมอย่างมี ประสิทธิภาพและต่อเนื่อง 17. เพิ่มประสิทธิภาพการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
83 18. บูรณาการระบบก ากับ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาในเชิงนโยบาย Agenda-based และ Area-based ระดับคลัสเตอร์ (Cluster) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา 19. ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และจัดการศึกษาร่วมกันของภาครัฐภาคเอกชนภาคประชา สังคม และองค์กรอื่น ๆ โดยเพิ่มบทบาทและกรอบภารกิจที่ตอบสนองต่อนโยบายของส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานและกระทรวงศึกษาธิการมากขึ้น จุดเน้นเชิงนโยบาย ของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 ดังนี้ ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
84 MOE SAFETY CENTER สถานศึกษาปลอดภัย รูปแบบการบริหารส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ด้วย KANED3 STRONG MODEL ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 ก าหนดรูปแบบการบริหาร “KANED3 STRONG MODEL” ให้สอดคล้องกับบริบทของหน่วยงาน โดยเน้นให้เกิดความเข้มแข็งในหน่วยงาน ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
85 เป็นรูปแบบการบริหาร ที่เน้นสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นภายในส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้งผู้เรียน ผู้สอน ผู้บริหาร และหน่วยงาน บนพื้นฐานส าคัญ 3 ด้าน คือ 1. หลักธรรมาภิบาล เป็นหลักส าคัญในการจัดระเบียบให้หน่วยงาน 2. ระบบสารสนเทศ เป็นฐานข้อมูลส าคัญในการตัดสินใจบริหารหน่วยงาน ตามบริบทของพื้นที่ รวมทั้งการเชื่อมโยงสารสนเทศกับหน่วยงานอื่น 3. หลักการมีส่วนร่วม เป็นหลักการท างาน ในรูปแบบคณะท างาน ทีมงาน ทั้งเครือข่ายภายใน และภายนอก ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยในขั้นตอนกระบวนการขับเคลื่อนลงสู่การปฏิบัติ ยึดหลัก 5A คือ A1 : Analysis หมายถึง ทุกคนร่วมวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในหน่วยงาน และใช้ผลการวิเคราะห์เป็นข้อมูลในการก าหนดทิศทางและกลยุทธ์ A2 : Awareness หมายถึง ทุกคนร่วมตระหนักรู้ปัญหา และเห็นความส าคัญของการแก้ปัญหา พัฒนา หน่วยงาน ให้ไปสู่เป้าหมายในทิศทางเดียวกัน A3 : Action หมายถึง ทุกคนร่วมปฏิบัติ ร่วมแก้ปัญหา และร่วมพัฒนาหน่วยงาน ตามแนวทาง ที่วางไว้ร่วมกัน A4 : Achievement หมายถึง ทุกคนร่วมกันผลักดันให้หน่วยงานบรรลุเป้าหมายแต่ละตัวชี้วัด ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ตามที่วางแผนไว้ A5 : Accountability หมายถึง ทุกคนร่วมรับผิดชอบ ผลที่เกิดจากการด าเนินการ และร่วมรับผล ที่จะตามมาทั้งในทางบวกและทางลบ และพร้อมที่จะถูกตรวจสอบ โดยเมื่อใช้รูปแบบการบริหาร และขับเคลื่อนตามกระบวนการ 5A จะเกิดความเข้มแข็ง ดังนี้ 1. STRONG STUDENT 1. ผู้มีพัฒนาการที่ดี ทั้งทางร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ให้สมกับวัย 2. ผู้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21st Century Skills. 3Rs8Cs 3. ผู้มีทักษะในการด าเนินชีวิต มีพื้นฐานในการประกอบอาชีพ พึ่งตนเองได้ตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง 4. ผู้จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐาน 5. เด็กพหุวัฒนธรรม เด็กชาติพันธุ์ เด็กตกหล่น เด็กออกกลางคัน เด็กพิการ และผู้ด้อยโอกาส ได้รับ การศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน 6. ผู้มีความเป็นพลเมืองและพลโลกที่ดี ผู้เรียน เข้มแข็ง ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
86 2. STRONG TEACHER 1. ครูยุคใหม่มีศักยภาพในการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะ 2. ครูผู้ยึดมั่นในวิชาชีพครู มีจิตวิญญาณความเป็นครู 3. ครูผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม 4. ครูผู้มีความรู้ความสามารถด้านภาษาและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 5. ครูผู้พัฒนาตนเองทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง 3. STRONG DIRECTOR 1. ผู้มีความคิดเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรม การจัดการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนามุ่งสู่ Thailand 4.0 2. ผู้มีความเป็นเลิศส่วนบุคคล 3. ผู้มีความรอบรู้ด้านวิชาการ 4. ผู้มีความรับผิดชอบ 5. ผู้ใช้หลักการบริหารแบบร่วมมือ สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ 4. STRONG SCHOOL / EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE (ESAO) 1. บริหารจัดการโดยใช้หลักธรรมาภิบาล 2. บริหารจัดการโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนบนฐานข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง ทันสมัย และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 3. มีนวัตกรรมการศึกษาและมีความคล่องตัวในการบริหารและจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. มีการจัดสภาพแวดล้อมที่ดี ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเอื้อต่อสุข ภาวะที่ดี 5. โรงเรียน มีระบบและกลไก ในการดูแลความปลอดภัยจากภัยพิบัติ และภัยคุกคามทุกรูปแบบสามารถ ปรับตัวทันต่อโรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ า 6. โรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ พื้นที่สูง ห่างไกล เกาะแก่ง ทุรกันดาร สามารถด ารงอยู่ได้ อย่างมีคุณภาพ อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ครูผู้สอน เข้มแข็ง ผู้บริหารสถานศึกษา เข้มแข็ง โรงเรียน/ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา เข้มแข็ง ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานส่วนที่
87 KANED3 STRONG สพป.กาญจนบุรี เขต 3 และทุกโรงเรียนในสังกัด มีความเข้มแข็ง โดยยึดหลักธรรมาภิบาลบนพื้นฐาน ของสารสนเทศ และความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน 1. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ 2. เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ 3. สามารถปรับตัว พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
88 ตารางที่ 13 ความเชื่อมโยง กลยุทธ์ ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย แนวทางการด าเนินงาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 – 2570 ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
89 ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
90 ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน
91 ส่วนที่ 4 แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน