บททีfi 1 บทนํา 1.1 ความเป็ นมาและความสําคัญของปัญหา องค์กรเพ ืfiอความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International –TI ) ซ ึfiงเป็ นองค์กร ภาคประชาส ังคมระด ับโลก จ ัดต ังขึ fiนในประเทศเยอรมนี fi มีกิจกรรมด้านการจ ัดภาพล ักษณ์คอร์รัปช ันใน fi ประเทศต่างๆ ด้วยการจ ัดลําดับด ัชนีต ัวช ีว ัดความโปร่งใสข ึ fi นfiหรือ Corruption Perceptions Index (CPI) ได้รายงานผลการจ ัดอ ันด ับด ัชนีชีว ัดภาพล ักษณ์คอร์รัปช ั fi นfiประจําปี 2551 พบว ่า ประเทศไทยถ ูกจ ัดอ ันด ับ อย ู่ในลําด ับทีfi 80 จากท ังหมด fi 180 ประเทศท ัวโลก fi ได้ 3.6 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ขณะทีfiใน ระด ับภูมิภาคเอเชีย ประเทศไทย ถูกจ ัดอยู่ลําดับทีfi 9 จากท ังหมด fi 21 ประเทศ ท ังท ี fifiประเทศไทยเคยอย ู่ ลําด ับทีfi 59 จากจํานวน 159 ประเทศ ในปี 2548 และลําดับทีfi 63 จากจํานวน 163 ประเทศ ในปี 2549 จนถ ึงการจ ัดลําด ับความโปร่งใสหรือด ัชนีต ัวชีว ัดภาพล ักษณ์คอร์รัปช ั fi fiนครังล ่าส ุด fi ในปี 2552 ประเทศไทย ถ ูกจ ัดให้อย ู่ในลําดับทีfi 84 จากจํานวน 184 ประเทศท ัfiวโลก ได้ 3.6 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ส่วนในระด ับภูมิภาคเอเชีย ประเทศไทย อยู่ลําด ับทีfi 10 จากท ังหมด fi 23 ประเทศ อ ันได้สะท้อนให้เห็นถึง การดําเนินการปราบปรามการท ุจริต-คอร์รัปช ันในระยะปัจจุบ ันว่าย ังไม่น ่าเป็ นที fi fiพึงพอใจน ัก เมืfiอพิจารณาถ ึงประเทศทีfiประสบความสําเร็จในการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริตใน ลําด ับต้น ๆ ท ังในระด ับโลก fi ได้แก ่ ประเทศฟินแลนด์ ประเทศไอซ์แลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์รวมท ังประเทศ fi สหรัฐอเมร ิกา ทีfiอย ู่ลําด ับทีfi 20 และในประเทศแถบมิภาคเอเช ีย โดยประเทศทีfiได้อ ันดับ 1 ได้แก ่ ประเทศ สิงคโปร์ได้ 9.4 คะแนน ซ ึงในช ่วง fi 8 ปีทีfiผ่านมาประเทศสิงคโปร์มีคะแนนอย ู่ลําด ับทีfi 1 ไม่เปลีfiยนแปลง 1 รองลงมาเป็น ฮ ่องกง , ญีfiป ุ่น , ใต้หว ัน , เกาหลีใต้ , มาเก๊า , ภูฏาน ,มาเลเซีย ,จีน , ไทย และ เมียนม่าร์ พบว ่าประเทศทีfiประสบความสําเร็จในการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริตได้มีการน ํา“งานด้านการข ่าว“ และ“เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาใช้เป็ นเครืfiองมือหรือกลย ุทธ์ในการดําเนินการเช ิงรุก เน ืfiองจาก เห็นว ่าปัญหาการท ุจริตคอร์ร ัปช ันได้มีพ ัฒนาการในการกระทําความผิดที fi fiซ ับซ้อนมากขึนfiท ังในรูปแบบและ fi วิธีการ นอกจากน ีล ักษณะการกระทําความผิดมีความเป็ นองค์กรอาชญากรรม fi ทําให้วิธีการสืบสวน สอบสวนแบบคดีอาญาโดยท ัfiวไป ไม่สามารถกระทําการจ ับก ุมผู้กระทําความผิดได้ เนืfiองจากมีปัญหา อ ุปสรรค์ในการดําเนินการนาน ัปการ ปัจจ ุบ ันสําน ักงาน ป.ป.ช. มีภารกิจด้านปราบปรามผู้กระท ําความผิดเกีfiยวก ับการท ุจริต คอร์รัปช ันfiซ ึfiงเป็นบ ุคคลทีfiมีศ ักยภาพสูงท ังด้านตําแหน ่งหน้าที fi fiการงาน ฐานะสูง มีอิทธิพลท ีfiจะสัfiงการแก้ไข เปลีfiยนแปลงพยานหล ักฐานทีfiเก ีfiยวข้องได้ ก ับท ังอาจเป็ นผู้บงการให้มีผู้กระท ําการแทน fi ทีfiยากแก ่การ ติดตามหาหล ักฐานแบบปกติได้ รวมท ังย ังอาจเกี fi fiยวข้องก ับผู้มีอ ิทธิพลท ังระด ับชาติและระดับท้องถิ fi fiน ใน 1 http://www.transparency-thailand.org/thai
2 บางกรณีอาจเกีfiยวพ ันก ับองค์กรอาชญากรรมต่างประเทศ จ ึงยากลําบากแก ่การตรวจสอบและติดตามหา หล ักฐานด้วยวิธีการสืบสวนสอบสวนโดยวิธีปกติ ดังน ันจ ึงสมควรที fi fiจะได้นําวิธีการปราบปรามการทุจริตใน ต่างประเทศทีfiได้ใช้วิธีการด ังกล่าวและประสบผลสําเร็จแล้วมาปรับใช้ก ับสําน ักงาน ป.ป.ช. หากนําวิธีการ ”งานด้านการข่าว” และ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาใช้ก ับ สําน ักงาน ป.ป.ช. จะเป็ นการส่งเสริมสน ับสน ุนและเป็ นมาตรการในการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต คอรัปช ันส่งผลให้การดําเนินงานของสําน ักงาน fi ป.ป.ช. โดยรวมมีประสิทธิภาพดียิfiงขึนfiอีกท ังย ังเป็ นการ fi เพิfiมองค์ความรู้ด้านการข่าวและเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ จ ึงสมควรศึกษาวิจ ัยถ ึงแนวความคิด และวิธีการของ “ งานด้านการข่าว ”และ “ เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ ” 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัย 1.เพืfiอศึกษาทีfiมาแนวความคิด รูปแบบและวิธีการของ “งานด้านการข ่าว” และ “เทคนิค การสืบสวนสอบสวนพิเศษ” 2.เพืfiอศึกษาปัญหาในการปฏิบ ัติหน้ าท ีfiตามกฎหมายทีfiอย ู่ในความรับผิดชอบของ สําน ักงาน ป.ป.ช. 3.เพืfiอศึกษาความเป็ นไปได้ในการนํา “งานด้านการข่าว” และ “เทคน ิคการสืบสวน สอบสวนพิเศษ” มาปรับใช้ก ับสําน ักงาน ป.ป.ช. 1.3 สมมติฐานของการศึกษาวิจัย การสืบสวนสอบสวนเพืfiอรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมายทีfiผ ่านมาของสําน ักงาน ป.ป.ช. มีปัญหาในทางปฏิบ ัติและการนําคดีขึนสู ่การพิจารณาตามกระบวนการย ุติธรรม fi การศึกษางานด้าน การข่าวและเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษจะนําไปสู ่การแสวงหามาตรการและแนวทางปฏิบ ัติในการ ดําเนินการสืบสวนสอบสวนคดีทีfiอย ู่ในอํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้อย ่างเหมาะสม ส่งผลให้ กระบวนการบ ังค ับใช้กฎหมายของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส ัมฤทธิผลตามความมุ ่งหมาย 1.4 ขอบเขตของการศึกษาวิจัย 1.ศึกษาแนวความคิด ทฤษฏี และกฎหมายทีfiเก ีfiยวก ับ “งานด้านการข ่าว” และ “เทคนิค การสืบสวนสอบสวนพิเศษ” 2.ศึกษาอํานาจหน้าทีfiของหน ่วยงานต่างๆ ในประเทศทีfiมีการน ํา “งานด้านการข ่าว” และ “ เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ ” ได้แก ่ สําน ักงานข่าวกรองแห ่งชาติ สําน ักงานตํารวจปราบปราม ยาเสพติด (สําน ักงานตํารวจแห่งชาติ) และ กรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ (กระทรวงยุติธรรม)
3 3.ศึกษาอํานาจหน้าทีfiของหน ่วยงานทีfiมีหน้าท ีfiในการป้ องก ันและปราบปรามการทุจริตใน ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา สาธารณรัฐประชาชนสิงคโปร์ และเขตปกครองพิเศษฮ ่องกง 1.5 นิยามศัพท์ส ําคัญ “งานด้ านการข่าว” หมายถ ึง การดําเน ินการใดๆ ตามอํานาจหน้าท ีfiให้เป็ นไปตาม กฎหมายกําหนด โดยเจ้าหน้าทีfiของรัฐดําเนินการเพืfiอ สืบค้น ค้นหา รวบรวม ว ิเคราะห์ และประมวลผล รวมท ังการจ ัดเก็บข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที fi fiได้รับและมีความน ่าเชืfiอถือ เพืfiอนํามาขยายผลทางการ สืบสวน และการต่อต้านข่าวกรอง “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” หมายความว ่า การดําเนินการท ังหลายภายใต้ fi การปิ ดบ ังสถานะ หรือว ัตถุประสงค์ของการดําเนินการโดยลวงให้ผู้อืfiนเข้ าใจผิดไปจากว ัตถ ุประสงค์ทีfi แท้จริง หรือเพืfiอมิให้ล่วงรู้ความจริงเกีfiยวก ับการปฏิบ ัติหน้าท ีfiของเจ้าหน้าทีfi รวมท ังการครอบครองสิ fi fiงของ หรือว ัตถุบางอย ่างช ัfiวคราว เพืfiอดําเนินการภายใต้การกําก ับ คําสัfiง หรือการตรวจสอบติดตามของ ผู้บ ังค ับบ ัญชา 1.6 วิธีการด ําเนินการศึกษาวิจัย ดําเนินการวิจ ัยเอกสาร (Documentary Research) โดยศึกษาค้นคว้าจากบทความ เอกสาร หน ังสือ ตํารา งานวิจ ัย ข้อมูลจากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทีfiเกีfiยวก ับทฤษฏีและกฎหมายท ีfiเกีfiยวข้อง และศึกษาเปรียบเท ียบก ับหน ่วยงานอืfiนๆ ภายในประเทศทีfiมีการนํางานด้านการข ่าวและเทคน ิคการ สืบสวนสอบสวนพิเศษมาใช้ 5.ระเบียบข้อปฏิบ ัติต่างๆ สําหรับผู้ปฏิบ ัติงานในหน ่วยงานทีfiมีการนํางานด้านการข่าวและ เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษมาใช้ 1.7 ประโยชน์ทีfiคาดว่าจะได้รับจากการศึกษาวิจัย 1.ทําให้ทราบถ ึงท ีfiมาแนวความคิด ทฤษฏี รูปแบบและวิธีการของ “งานด้านการข่าว” และ “เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” 2.ทําให้ทราบถ ึงปัญหาในการปฏิบ ัติหน้าทีfiตามกฎหมายทีfiอย ู่ในความรับผิดชอบของ สําน ักงาน ป.ป.ช. 3.ทําให้ทราบถ ึงความเป็ นไปได้ในการน ํา “งานด้านการข ่าว” และ “เทคนิคการสืบสวน สอบสวนพิเศษ” มาปรับใช้ก ับสําน ักงาน ป.ป.ช.
บททีfi 2 ความหมายของคําว่า “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิคการส ืบสวนสอบสวนพิเศษ” จากการศึกษาว ิจ ัยทีfiเกีfiยวก ับ “สําน ักงาน ป.ป.ช.” “งานด้านการข ่าว” และ “เทคนิคการ สืบสวนสอบสวนพิเศษ” ได้แก ่ 1.วิทยานิพนธ์เรืfiอง “ปัญหาท ีfiเกิดขึนจากอํานาจหน้าที fi fiตามกฎหมายและวิธีปฏิบ ัติงานของ คณะกรรมการป้ องก ันและปราบปรามการทุจริตแห ่งชาติ”1 สรุปได้ด ังน ีfi คณะกรรมการป้ องก ันและ ปราบปรามการทุจริตแห ่งชาติ มีอ ํานาจหน้าทีfiแบ ่งออกเป็ น 3 ประการคือ ด้านการตรวจสอบ ทรัพย์สินและหนีสินfiด้านการปราบปรามการทุจริต และด้านป้ องก ันการท ุจริต ซ ึงมีปริมาณงานมาก fi และบ ุคลากรมีข้อจําก ัดทางด้านข้อกฎหมาย อ ํานาจหน้าทีfi ข ันตอนตามระเบียบที fi fiต้องมีการต ังfi อนุกรรมการไต ่สวน และอ ุปกรณ์สน ับสน ุนการปฏิบ ัติงาน ทําให้การปฏิบ ัติงานมีความล่าช้าไม่ ส ัมพ ันธ์ก ับปริมาณเรืfiองร้องเรียนกล่าวหาท ีfiได้ รับทําให้สําน ักงาน ป.ป.ช. มีเรืfiองค้างการพิจารณา และดําเนินการเป็ นจํานวนมาก 2.รายงานการวิจ ัยเรืfiอง “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพ ิเศษ”2 สรุปได้ด ังนีfi องค์กร อาชญากรรม (Organized Crime) มีลักษณะการจ ัดต ังที fifiมีการรวมต ัวก ันอย ่างเป็ นระบบ เป็ นศูนย์ รวมอํานาจ ความซ ับซ้อน (Complexity) การส ัfiงการระด ับส ูงถ ึงระด ับล่างและในระด ับเดียวก ัน สายการบ ังค ับบ ัญชาทีfiแน ่นอน การดําเนินงานทีfiแยกความรับผิดชอบอย่างช ัดเจน เพืfiอป้ องก ัน ความล ับรัfiวไหลไปสู่ภายนอกขององค์กร เป็นปัจจ ัยสําคัญทีfiไม่สามารถหาความส ัมพ ันธ์หรือความ เกีfiยวข้องก ันท ังระบบขององค์กรอาชญากรรมอย ่างได้ผลโดยวิธีการสืบสวนธรรมดา fi เพืfiอพิสูจน์ให้ เห็นการกระทําความผิดขององค์กรอาชญากรรมจ ึงจ ําเป็ นต้องมีมาตรการในการปราบปราบ อาชญากรรมโดยใช้เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษมาได้แก่ การด ักฟัง (wiretap) การสะกดรอย ด้วยเครืfiองมืออิเล็กทรอนิกส์ (electronics surveillance) การส่งมอบภายใต้การควบคุม (controlled delivery) การอ ําพรางต ัว (undercover) และการล่อให้กระท ําความผิด (entrapment) ซ ึงเป็ นมาตรการสําค ัญในการสืบสวนเพื fi fiอรวบรวมพยานหล ักฐานทีfiสําค ัญในการปราบปรามองค์กร อาชญากรรมท ีfiมีความสล ับซ ับซ้อน ให้สามารถดําเนินการไปถ ึงกลุ ่มสมาชิกขององค์กรได้ท ังหมด fi 1 ไชยย ันต์ ลิมกาญจนพ ันธุ์ fi . ปัญหาท ีfiเกิดข ึนจากอ ํานาจหน้าที fi fiตามกฎหมายและวิธีปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ป้ องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. (วิทยานิพนธ์ นิติศาสตร์มหาบัณฑ ิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาล ัย, 2545) หน้า 132-139. 2 อรรณพ ลิข ิตจิตถะ และคณะ. “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” (ห ัวข้อทีfi 11 ของโครงการวิจัยเรืfiอง “การพัฒนา กฎหมายป้ องกันและปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ระยะทีfi 2). (รายงานสรุปผลการวิจ ัย กระทรวงยุติธรรม, 2550), หน้า 2-30.
5 โดยเฉพาะความผิดอาญาร้ายแรง ความผิดท ีfiมีลักษณะก ่อต ังเป็ นองค์กร fi ความผิดฐานฟอกเงิน ความผิดฐานฉ้อราษฎร์บ ังหลวง ความผิดฐานข ัดขวางเจ้ าหน้าทีfiในงานกระบวนการย ุติธรรม ความผิดฐานค้ามน ุษย์โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก ความผิดฐานลักลอบขนย้ายผู้ย้ายถิfiนทางบก ทะเล และอากาศ จากการศึกษาว ิจ ัยด ังกล่าวจะเห็นได้ ว่า การทุจริตคอร์ ร ัปช ัfiนถือเป็ นการประกอบ อาชญากรรมรูปแบบหน ึfiงทีfiมีกระบวนการ และผู้ ร่วมกระท ําความผิดหลายคน จนมีลักษณะเป็ น องค์กรอาชญากรรม การจะใช้ วิธีการสืบสวนสอบสวนตามหล ักอาชญาวิทยา หรือรูปแบบการ ไต ่สวนของสําน ักงาน ป.ป.ช. มีข้ อจําก ัดในการดําเน ินการของเจ้ าหน้ าทีfiในการรวบรวม พยานหล ักฐาน นอกจากนีการปฏิบ ัติงานของสําน ักการข ่าวและประมวลผลของสําน ักงาน fi ป.ป.ช. ซ ึงจะต้องปฏิบ ัติหน้าที fi fiเช่นเดียวก ับเจ้าหน้าทีfi ป.ป.ช. แล้วย ังต้องปฏิบ ัติหน้าทีfi และดําเนินการตาม หลักวิชาการของ “งานด้านการข ่าว” ซ ึfiงในบทนีจะได้กล่าวถึง fi แนวความคิด ความหมาย ทฤษฏี ของ “งานด้านการข่าว”และ“เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ด ังน ีfi 2.1 ความหมายของคําว่า“งานด้านการข่าว” และ“เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” 2.1.1 ความหมายของคําว่า “งานด้านการข่าว” “งานด้านการข่าว” มีความส ัมพ ันธ์เกีfiยวข้ องโดยตรงก ับ “การข่าวกรอง” (Intelligence) ซ ึfiงถือเป็ นภารกิจท ีfiสําค ัญน ับแต่อดีต น ับย้อนหลังไปสม ัย 320 ปี ก ่อนคริสตกาล โดยเท ่าท ีfiมีหล ักฐานอย ู่ในปัจจุบ ันคือ ซุ ่นจ ืfiอ3 น ักย ุทธศาสตร์ทางทหารของจ ีนได้ เขียนเรืfiอง ความสําค ัญของานด้านข่าวกรองไว้ในหน ังสือช ืfiอ“ศิลปะแห ่งสงคราม”4 ว ่า “การเอาชนะสงคราม ได้ 100 ครังfiไม่ใช่เป็ นทีfiส ุดยอดแห ่งท ักษะ แต่การท ําให้ชาติอย ู่รอดปลอดภ ัย โดยไม่ต้องทํา สงครามต่างหากท ีfiถือว ่าเป็ นส ุดยอดของท ักษะ” นอกจากนีfi ซุ ่นจ ืfiอ ย ังได้เอ ่ยถ ึงส่วนอืfiนๆ ของงาน ด้านการข ่าวไว้อ ีกโดยบอกว่า นอกเหนือจากงานรวบรวมและงานวิเคราะห์แยกแยะข่าวกราวกรอง อ ีกด้วยว่า “ถ้าจารชนนําข่าวล ับไปเปิดเผยก ่อนเวลาอ ันสมควรต้องฆ่าเขาและคนท ีfiเขานําความล ับ ไปบอก...ไม ่ว ่าเป้ าหมายจะเป็ นการสลายกองท ัพศ ัตรู บ ุกโจมตีเมือง หรือลอบสังหารบ ุคคล จ ําเป็ นต้องเริfiมจากการค้นหาชืfiอของบริวาร คนสนิท คนเผ้ าประต ู และทหารยามของขุนพล ผ ู้บ ัญชาการรบเสมอต้องกําหนดอย ่างแน ่ช ัดให้จารชนของเราหาข ่าวเรืfiองเหล ่าน ีfi...ต้องค้นหาจารชน ท ีfiศัตรูส ่งมาล้ วงความล ับของเราให้พบ ย ัfiวยวนเขาด้ วยสินบน นําเขาไปพ ักพิงในสถานทีfi สะดวกสบาย เพืfiอให้เขาเป็ นจารชนกล ับใจ และทํางานให้เรา” ประเด็นจ ึงอย ู่ทีfiว ่า ประว ัติศาสตร์ 3 ฉ ันทิมา อ่องสุรักษ์. เครืfiองมือดําเนินนโยบายต่างประเทศ:งานข่าวกรอง. (กรุงเทพฯ : บริษ ัทส่องศยามจํากัด, 2550), หน้า 11. 4 จุไท แสงทวีป. สงครามจารกรรม. ม.ป.ท., ม.ป.ป., หน้า 9.
6 แสดงให้เห ็นว ่า ชาติจะอย ู่รอดปลอดภ ัยได้ ไม่ใช่อย ู่ทีfiกําล ังอํานาจทางทหารแต ่เพียงอย ่างเดียว แต่อย ู่ทีfiขีดความสามารถในการรวบรวมข ่าว ประเมินค่าข ่าว และการนําความเข้าใจในโลกทีfiอยู่ รอบตัวเรา หรือในศตวรรษทีfi 16 เซอร์ฟรานซิส วอลชิงแฮม รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศ อ ังกฤษ ได้ส่งสายล ับทีfiค ัดเลือกมาจากผ ู้ทีfiจบจากมหาว ิทยาล ัยอ็อกฟอร์ดและจากเคมบริดจ์ โดย สอนให้รู้จ ักว ิธีการทําจารกรรม รู้จ ักเครืfiองมือและเทคนิคในการถอดรห ัสล ับของข้าศึก และส่งไปหา ข ่าวในต ่างประเทศเป็ นคร ังแรก fi นอกจากนีfi ”งานด้านการข่าว” หรือ“งานข ่าวกรอง” เคยได้รับการเปรียบเปรย ว ่าเป็ นอาช ีพทีfiเก ่าแก่ทีfiส ุดอ ันดับสองของมน ุษย์ในค ัมภีร์ไบเบิล (ภาคพ ันธะส ัญญาเดิม) มีข้อความ ระบุว ่าโมเสสส่งสปายสายล ับเข้าไปสืบความเคลืfiอนไหวในดินแดนคานอ ัน “พวกเขาจึงเดินทางข ึนfi ไป (ตามทิศทีfiโมเสสบอก) และสืบข ่าวเรืfiองราวของดินแดนด ังกล่าวจากเขตป่ าเมืองซินไปจนถึง รีฮอน และทางเข้ าเมืองฮาม ัธ.จากน ันพวกเขานํารายงานความช ั fi fiวร้ายของแผ่นดินทีfiเข้าไปสืบ ความล ับมานําเสนอต่อล ูกหลานของอิสราเอลโดยระบ ุว ่า ดินแดนกลืนกินผู้คนพลเมือง และคนทีfi เราเห็นทีfiน ันรูปร่างสูงใหญ่” fi 5 เป็ นต้น. ในประว ัติศาสตร์ไทยก็เคยมีการกล่าวถ ึงเรืfiอง ”งานด้านการข ่าว” เอาไว้ หน ังสือ”สงครามข่าวกรอง”6 ว ่า “พระยาจ ักรี...ทําต ัวเป็ นไส้ศึกให้พระเจ้าหงสาวดีบ ุเรงนอง จน กรุงศรีอยุธยาตกเป็ นประเทศราชพม่าในปี พ.ศ.2112...สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ทรง ได้รับข่าวกรองถึงแผนประท ุษร้ายพระองค์จากการแจ้งเตือนของพระมหาเถรค ันฉ่องว ่า พระยา เกียรติก ับพระยารามแม่ท ัพมอญได้รับราชโองการจากพระมหาอุปราชหงสาวดี ให้ตีกระหนาบหล ัง กองท ัพสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขณะช ่วยหงสาวดีเข้าตี กรุงอ ังวะ ในปี พ.ศ.2127 และเหต ุนีจึงfi เป็ นปัจจ ัยสําค ัญทีfiกระต ุ้นให้สมเด็จพระนเรศวรฯ ทรงตัดสินพระท ัยประกาศอ ิสรภาพท ันทีในปี น ันเอง” fi สําหรับกรณีท ีfiเคยเกิดข ึนก ับคดีท ี fi fiอยู่ในความรับผิดชอบของสําน ักงาน ป.ป.ช. เอง ก็เคยได้กล่าวถ ึงผลกระทบจาก “งานด้านการข ่าว” ในแง ่มุมของการเข้ าถ ึงข้อมูลภายในของ สําน ักงาน ป.ป.ช. ในหน ังสือ “ข ่าว-เจาะ” มีความตอนหน ึfiงว ่า “พ.ต.ท.ท ักษิณ ชินว ัตร มีความ ม ุ่งม ัfiนทีfiจะเป็ นนายกรัฐมนตรีอย ่างทีfiสุด แม้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว ่าเขาจงใจปกปิ ดบ ัญชี แสดงรายการทรัพย์สินและหน ีสินfi แต ่ก็ไม่ได้หยุดความใฝ่ ฝันของห ัวหน้าพรรคไทยรักไทยได้ และเมืfiอผลเลือกต ังท ั fiวไปว ันท ี fi fi 6 มกราคม 2544 ปรากฏออกมาว ่าพรรคไทยรักไทยได้รับเลือกต ังfi อย่างถล่มทลาย ท ําให้ พ.ต.ท.ท ักษิณ ก้าวขึนน ั fiงเก้าอ ี fi นายกฯ fi คนทีfi 23 ของประเทศสมใจ กล่าวได้ ว ่าเพราะการทีfi พ.ต.ท.ท ักษิณ ได้เป็ นนายกฯ ขณะย ังมีชน ักอย ู่อย่างน ันเป็ นปัจจ ัยสําค ัญที fi fiทําให้ 5 ฉ ันทิมา อ่องส ุรักษ์.เครืfiองมือด ําเนินนโยบายต่างประเทศ:งานข่าวกรอง.หน้า 10-11. 6 ว ัชระ ฤทธาคนี. สงครามข่าวกรอง. (Online) Available HTTP : www.awfc.rtaf.mi.th/08-19.htm
7 กระบวนการต ่อสู้คดีในศาลร ัฐธรรมนูญดําเนินไปด้วยความละเมียดละไม มากไปด้วยกลย ุทธ์ ช ันเชิง fi เหลีfiยมคม กว่าในช ันfiป.ป.ช. น ัก...ในการพิจารณาคดีน ัดทีfi 2 ว ันทีfi 4 เมษายน ฝ่ ายทนายความของ พ.ต.ท.ท ักษิณใช้ย ุทธว ิธีหยิบเรืfiองหย ุมหยิมมาต ่อสู้ เช ่น ซ ักค้านในประเด็น เรืfiองระเบียบกฎหมาย แล้วโยงเข้าสู่ประเด็นการท ํางานของ ป.ป.ช. การซ ักค้านด ุเดือดขึนเมื fi fiอนาย ส ุธีทวงถามเทปบ ันท ึกการประช ุมของกรรมการ ป.ป.ช. ทีfiยืfiนขอไป โดยนายสุธีอ้างว ่า แม้ว ่าทาง ป.ป.ช. ส่งรายงานการประช ุมมาให้ แต่มีการต ัดทอนรายงานการประช ุมเฉพาะส่วนท ีfiเป็ นประโยชน์ ต ่อ ป.ป.ช. ไม ่ได้ส่งมาให้ท ังหมด fi ทําให้นายกล้านรงค์ ลุกขึนชี fiแจงว่า fi พ.ต.ท.ท ักษิณ ได้ขอเอกสาร หลักฐานจาก ป.ป.ช. มาท ังหมด fi 19 รายการ เช่น นายกล้ านรงค์ ต ังข้อส ังเกตว ่า fi ดูเหมือนว ่า ผ ู้ถูกร้องจะรู้รายละเอียดวาระการประช ุม รู้ว ันทีfi เลขท ีfiท ุกอย ่าง ถ้าไม่มีคนในบอกก็คงรู้ไม่ได้เพราะ การประชุมกรรมการ ป.ป.ช. ในแต่ละครังจะมีการพิจารณาในหลายๆ fi เรืfiอง...ในขณะท ีfiนายสุธีชีแจง fi ว ่าต้องการจะดูว ่า ป.ป.ช. ซ ่อนอะไรไว้หรือไม ่ ทําให้ท ังสองฝ่ ายมีการโต้เถ ียงก ันอย่างดุเดือด” fi 7 หากพิจารณาธรรมชาติของมน ุษย์ย ่อมมีความอยากรู้อยากเห็น หรือในทาง ตรงข้ามมนุษย ์ก็จะพยายามปกปิดข้อม ูลข่าวสาร หรือเรืfiองราวทีfiสําค ัญของตนเองท ีfiเป็ นความล ับ ไม ่ให้ฝ่ ายตรงข้ามล ่วงรู้ได้ โดยเฉพาะอย ่างยิfiงความมุ ่งหมายท ีfiอย ู่ในใจและแผนการทีfiคิดจะลงมือ ท ําในอนาคต หรือทีfiได้ดําเนินการไปแล้ วไม่ให้บ ุคคลอ ืfiนได้ล่วงรู้ ดังน ันความสําค ัญของงานด้าน fi การข ่าวจ ึงเป็นทีfiตระหน ักอย่างดีสําหรับผ ู้ทีfiมีหน้าทีfiความรับผิดชอบเกีfiยวก ับความมัfiนคงปลอดภ ัย และผลประโยชน์ของประเทศ 1) ความหมายโดยทัfiวไปของค ําว่า “งานด้านการข่าว” คําว่า “งานด้านการข่าว” น ันย ังไม่เคยมีผู้ใดได้ให้บทนิยามศ ัพท์ fi หรือ ความหมายไว้อย่างช ัดเจน หรือมีความหมายทีfiตายต ัวแน ่นอน อย ่างไรก็ตามคําว ่า ”งานด้านการ ข ่าว” สามารถพ ิจารณาความหมายโดยเปรียบเทียบคําอ ืfiนทีfiมีความหมายใกล้เคียงก ันเพืfiอหาบท น ิยามศัพท ์คําว่า “งานด้านการข่าว” ได้ดังนีfi พจนานุกรมน ิรุกติศาสตร์ ได้ให้ความหมายของคําว ่า “Intelligence” ว ่า“ค.ศ.1390, ‘ความสามารถในการทําความเข้าใจ’จากภาษาฝรัfiงเศสโบราณ (ราวศตวรรษทีfi 12), จากภาษาละติน Intelligentem…ทีfiแปลว่า ‘เห ็นลึก’, โยงก ับ Intelligence ทีfiแปลว ่า ‘การเข้าใจ หย ังรู้ ’ fi, จากรากศัพท ์ Inter ‘ระหว ่าง’ + Legere ‘เลือก หย ิบออก อ ่าน’ หมายถ ึง ความเข้าใจระด ับ ล ึก “จากราว ค.ศ.1430 หมายถ ึง ไหวพริบ ความหลักแหลม “ราว ค.ศ.1450 เริfiมใช้ในความหมาย 7 เสนาะ สุขเจริญ. ข่าว-เจาะ. (กรุงเพทฯ : open books, 2547), หน้า 93-97.
8 ‘ข่าวสาร’ (Information) ข่าว (News) “ ค.ศ.1587 มีการใช้ในความหมาย ‘ข่าวสารลับจาก จารชน’…”8 Oxford English Dictionary ได้อธิบายคําว่า “Intelligence” หมายถึง อ ํานาจแห ่งการรับรู้และความเข้าใจและการให้เหตุผล เช ่น ความสามารถในการอธิบาย...ความรู้ เกีfiยวก ับเหต ุการณ์ซ ึfiงสืfiอสารโดยหรือได้จากก ันและก ัน ; ข่าวเหตุการณ์...เฉพาะอย ่างยิfiงข่าวสารทีfiมี ค ุณค ่าทางการทหาร...” 9 International Dictionary of Intelligence ได้ให้ความหมายคําว ่า “intelligence” หมายถึง “ข ่าวกรอง คือ ผลล ัพธ์ทีfiได้จากการรวบรวมและการประมวลผลทางด้าน ข ่าวสาร สถานการณ์และเงืfiอนไขท ีfiเป็ นความจริงในปัจจ ุบ ัน หรือทีfiอาจเก ิดขึนในอนาคต fi เก ีfiยวก ับ การดําเน ินการท ังภายในและภายนอกประเทศ fi ...รวมท ังพื fiนที fifiทีfiศ ัตรูควบคุมอย ู่”10 พจนานุกรมฉบ ับราชบ ัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายของ คําว ่า “ข่าว” หมายถึง คําบอกเล่าเรืfiองราวซ ึfiงโดยปรกติม ักเป็ นเรืfiองเกิดใหม่หรือเป็ นทีfiสนใจ, คํา บอกกล่าว, คําเล ่าลือ และได้ให้ความหมายของคําว ่า “ข ่าวกรอง” หมายถ ึง ข ่าวทีfiได้ตรวจสอบ หลักฐานแล้วว ่าเป็ นข่าวทีfiเช ืfiอถือได้ พลเอก จ ุไท แสงทวีป ได้ให้ความหมายของคําว ่า “การข่าวกรอง” หมายถึง ศิลปในการเสนอความรู้ และการคาดการณ์ให้ก ับผ ู้กําหนดนโยบายหรือผู้บ ังค ับบ ัญชา สามารถต ัดสินใจได้ถ ูกต้องและหมายถ ึงการรวบรวมข้อเท ็จจริง วิเคราะห์ข้อเท็จจริง ประเมินค่า ข ่าว การข ่าวกรองจะต้องทําอย่างต่อเน ืfiอง ท ันเวลา และทีfiสําค ัญเหนืออืfiนใดก ็คือ ข ่าวน ันfiต้องมี ประโยชน์11 สิริทิพย์ ข ันสุวรรณ ได้ให้ความหมายทางวารสารศาสตร์ของคําว ่า “ข ่าว” (News) หมายถึง รายงานของเหตุการณ์หรือความคิดเห็น ซ ึfiงผู้สืfiอข่าวและบรรณาธิการใน ฐานะท ีfiเป็ นต ัวแทนของสาธารณชน ได้พ ิจารณาเลือกสรรแล้วด้วยความเชืfiอม ันว่า fi เหตุการณ์หรือ ความคิดเห็นด ังกล่าวจะเป็ นทีfiสนใจของผู้รับสารส่วนใหญ่ หรือบางส ่วน ซึfiงก็หมายความว่าโดยตัว ของเหต ุการณ์ หรือความเห็นเองน ันfi“ไม ่เป็ นข ่าว”จนกว ่าจะได้ร ับการรายงานให้ผู้อืfiนได้ทราบแล้ว เท ่าน ันfi 12 8 http://www.etymonline.com/index.php?term=intelligence 9 ___________ . Oxfotd English Dictionary. (London : Oxford University press, 1991), Page 652. 10 Leo D. Carl. International Dictionary of Intelligence. (Mclean, VA : Maven Books,1990), No Page . 11จุไท แสงทวีป. สงครามจารกรรม, หน้า10. 12 สิริท ิพย์ ข ันสุวรรณ. งานวารสารศาสตร์. (กรุงเทพ : มหาวิทยาล ัยกรุงเทพ, 2537), หน้า 63.
9 เสนาะ สุขเจริญ ได้ให้ความหมายของคําว ่า “ข่าวสืบสวน” หมายถึง การแสวงหาข้อเท ็จจริงจนยากทีfiจะปฏิเสธว่ามิได้เป็ นอย ่างน ันfi 13 จ าก ค ว า ม เ ห็ น ต ่ า ง ๆ ส า ม า รถ ส รุป ค ว ามห ม าย ข อ งคํ า ว ่า “การข ่าวกรอง” หมายถึงข้อมูลทีfiผ่านกระบวนการสังเคราะห ์ทางข ่าวสารอย ่างเป็นระบบ สามารถ ตรวจสอบความน ่าเช ืfiอถ ือได้ และน ําไปใช้ประโยชน์ได้ตรงตามว ัตถ ุประสงค์ 2) ความหมายของคําว่า “งานด้านการข่าว” ทางกฎหมาย ในประเทศไทยย ังไม่มีกฎหมายใดทีfiได้ให้คํานิยามศ ัพท์ของคําว่า “งานด้านการข่าว” เอาไว้แต ่อย ่างไรก็ตาม หากพิจารณาพระราชบ ัญญ ัติข่าวกรองแห ่งชาติ พ.ศ.2528 มาตรา 3 ได้ให้ความหมายของคําว่า “การข่าวกรอง” หมายถึง การดําเน ินการเพืfiอให้ ทราบถ ึงความมุ ่งหมาย กําล ังความสามารถและความเคลืfiอนไหวรวมท ังว ิถีทางของต่างชาติหรือ fi องค์การก ่อการร้ าย ท ีfiอาจกระทําการอ ันเป็ นการกระทบกระเท ือนต่อความม ันคงแห ่งชาติ fi ท ังนี fifi เพืfiอให้รัฐบาลนํามาประกอบการพิจารณาในการกําหนดนโยบายแห ่งชาติ พระราชบ ัญญัติข้อม ูลข ่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มาตรา 4 ได้ให้ ความหมายของคําว ่า “ข้อมูลข่าวสาร” หมายถ ึง สิfiงทีfiสืfiอความหมายให้รู้เรืfiองราวข้อเท็จจริงข้อม ูล หรือสิfiงใดๆไม่ว ่าการสืfiอความหมายน ันจะทําได้โดยสภาพของสิ fi fiงน ันเองหรือโดยผ่านวิธีการใดๆ fi และ ไม่ว่าจะได้จ ัดท ําไว้ในรูปของเอกสารแฟ้ ม รายงาน หน ังสือแผนผ ังแผนทีfi ภาพวาด ภาพถ่าย ฟิล์ม การบ ันท ึกภาพหรือเสียง การบ ันทึกโดยเครืfiองคอมพ ิวเตอร์ หรือวิธีอืfiนใดทีfiทําให้สิfiงทีบ ันทึกไว้ปรากฏได้ fi “ข้อมูลข่าวสารของราชการ” หมายความว ่า ข้อมูลข่าวสารทีfiอยู่ใน ความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน ่วยงานของรัฐ ไม่ว ่าจะเป็ นข้อมูลข่าวสารเกีfiยวก ับ การดําเน ินงานของร ัฐ หรือข้อมูลข ่าวสารเกีfiยวก ับเอกชน “ข้อมูลข่าวสารส ่วนบ ุคคล” หมายความว ่า ข้อมูลข่าวสารเก ีfiยวก ับ สิfiงเฉพาะต ัวของบุคคล เช ่น การศึกษา ฐานะการเงิน ประว ัติส ุขภาพ ประว ัติอาชญากรรม หรือ ประว ัติการทํางาน บรรดาทีfiมีชืfiอของผู้น ันหรือมีเลขหมาย fi รห ัส หรือสิfiงบอกล ักษณะอืfiนทีfiท ําให้ รู้ ต ัวผ ู้น ันได้ fi เช่น ลายพิมพ์นิวมือ fi แผ ่นบ ันท ึกลักษณะเสียงของคนหรือรูปถ่าย และให้หมายความ รวมถ ึงข้อมูลข่าวสารเก ีfiยวก ับสิfiงเฉพาะต ัวของผู้ทีfiถ ึงแก่กรรมแล้วด้วย ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ให้ความหมายของคําว ่า “Intelligence” หรือ“ข ่าวกรอง” ไว้ในกฎหมายความม ันคงแห ่งมาตุภูมิ fi ค.ศ.194714 หมายถ ึง 13 เสนาะ สุขเจริญ. ข่าวสืบสวน. (กรุงเทพฯ : Open books, 2549), หน้า 57. 14 ฉ ันทิมา อ ่องสุรักษ์. เครืfiองมือดําเนินนโยบายต่างประเทศ : งานข่าวกรอง, หน้า 20.
10 “ (1) ข่าวกรองต่างประเทศและการต่อต้านข่าวกรอง (2) ข ่าวก รอ งต่างประเทศ หมายถ ึง ข่าวสา รเก ีfiย วก ับกําล ัง ความสามารถความมุ ่งหมาย หรือความเคลืfiอนไหวของร ัฐบาลหรือหน ่วยงานต่างชาติ หรือองค์กร ต ่างชาติหรือบุคคลต่างชาติ หรือความเคลืfiอนไหวของผู้ก่อการร้ายระหว่างประเทศ (3) การต่อต้ านข ่าวก รอง หมายถ ึง ข ่าวสารทีfiรวบรวมได้ การ ดําเน ินงานเพืfiอป้ องก ันการจารกรรม การข่าวกรองรูปแบบอ ืfiนๆ การบ ่อนทําลาย หรือการลอบ ส ังหารทีfiดําเนินการในนามของรัฐบาลหน ่วยงานต่างชาติองค์กรต่างชาติหรือบ ุคคลต่างชาติ หรือ ผ ู้ก่อการร้ายระหว่างประเทศ” เมืfiอพ ิจารณาความหมายของคําว ่า “ข่าว” “ข่าวกรอง” “ข้อมูลข่าวสาร” “ข้อมูลข่าวสารของราชการ” “ข้อมูลข่าวสารส่วนบ ุคคล” และ”ข่าวสืบสวน” ตามความหมาย โดยท ัวไปและความหมายในทางกฎหมายสามารถสรุปความหมายของคําว ่า fi “งานด้านการข ่าว” หมายถึง การดําเน ินการใดๆ ตามอํานาจหน้าท ีfiให้เป็นไปตามกฎหมายกําหนดโดยเจ้าหน้าทีfiของรัฐ เพืfiอสืบค้น ค้นหารวบรวม วิเคราะห์และการประมวลผล การจ ัดเก็บข้อมูลข่าวสารจากแหล ่งข้อม ูล ท ีfiได้ร ับและมีความน ่าเช ืfiอถ ือเพืfiอนํามาขยายผล รวมท ังการต่อต้านข่าวกรอง fi 2.1.2 ความหมายของคําว่า “เทคนิคการส ืบสวนสอบสวนพิเศษ” ก ่อนทีfiจะทราบความหมายของคําว่า “เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” จ ําเป็ นต้องศึกษาและท ําความเข้ าใจความหมายของคําว ่า การสืบสวนสอบสวนก ่อนเพราะ การสืบสวนเป็ นการกระท ําของเจ้าพน ักงานในการร ักษาความสงบเรียบร้อย เพ ืfiอนําต ัวผู้กระทํา ความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย 1) ความหมายของคําว่า “สืบสวน” การสืบสวนความผิดอาญาน ันไม่จําเป็ นต้องมีความผิดอาญาเกิดข ึ fi นfi ก ่อนจ ึงจะลงมือสืบสวนได้ แม้ความผิดในอนาคตก ็ลงมือสืบสวนได้ เพืfiอป้ องก ันมิให้การกระทํา ความผิดอาญาเก ิดขึนfiเช ่น ต้องสืบสวนให้รู้ว ่าได้มีผู้คิดกระทําความผิดเก ิดขึนหรือไม่ fi ใช้สถานทีfiใด เป็ นทีfiน ัดหมายประช ุมปรึกษาหรือตระเตรียมการแล้วก ็ระง ับการทีfiจะก ่อเหต ุร้ายน ันfiซ ึงจะเห็นได้ว ่า fi การสืบสวนน ันเป็ นสิ fi fiงทีfiกระทําได้ยาก พน ักงานเจ้าหน้าทีfiซ ึงมีอํานาจหน้าที fi fiในการสอบสวนจะต้องมี ความรู้ในเรืfiองกระทําผิดอาญาเหนือกว ่า หรือท ัดเทียมก ับผ ู้กระทําความผิด การสืบสวนสอบสวน จ ึงถือเป็ นศิลปะอย่างหนึfiง เพราะต้องอาศัยเทคน ิคทางกฎหมาย ตลอดจนเทคนิคและวิธีการต่างๆ เพืfiอให้ได้มาซ ึงผลตามความประสงค์ของการสืบสวนสอบสวน fi และจําเป็นต้องอาศ ัยศักยภาพของ
11 เจ้าหน้าทีfiด้วย การสืบสวนทีfiหย่อนสมรรถภาพย ่อมจะไม่บรรล ุผลสําเร็จและอาจจะกลายเป็ นการ ท ําลายพยานหล ักฐานต ่างๆ หรือลดโอกาสทีfiจะดําเนินการตามกฎหมายก ับผู้กระทําความผิดด้วย พ ันตํ ารวจโท พงศ์พ ัฒน์ ฉายาพ ันธุ์ ได้ให้ ความหมายของคําว่า “การสืบสวน” ด ังนีfi “การสืบสวน” หมายถ ึง การแสวงหาข้อเท็จจริงและหล ักฐานเท ่าทีfi กฎหมายอน ุญาตให้ทําได้ เพ ืfiอต ัดสินตามความจริงทีfiได้พบ15 “การสืบสวนอาชญากรรม” หมายถ ึง การค้นหา-ซ ักถามภายใต้ ขอบเขตของกฎหมาย เพืfiอหาคนหรือสิfiงของทีfiใช้ประกอบการกระทําผิด หรือละเว้นการกระทําตาม กฎหมาย อ ันเป็ นการซ ักถาม สอบสวน จากสิfiงท ีfiรู้ย้อนหล ังไปหาสิfiงทีfiไม่รู้ โดยมีเป้ าหมายเพืfiอต ัดสิน ตามความจริงเท ่าทีfiจะพบได้ในขอบเขตของกฎหมาย16 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (10) ได้ให้ ความหมายของคําว ่า "การสืบสวน” หมายถ ึง “การแสวงหาข้อเท ็จจริงและหล ักฐานซ ึfiงพน ักงาน ฝ่ ายปกครองหรือตํารวจได้ปฏิบ ัติไปตามอํานาจและหน้าทีfi เพืfiอรักษาความสงบเรียบร้อยของ ประชาชน และเพืfiอทีfiจะทราบรายละเอียดแห ่งความผิด” สรุปว ่า การสืบสวน คือ การแสวงหาข้ อเท็จจริงและหล ักฐานซ ึfiง พน ักงานฝ่ ายปกครองหรือตํารวจได้ปฏิบ ัติไปตามอํานาจและหน้าทีfiเพืfiอรักษาความสงบเรียบร้อย ของประชาชนและเพืfiอท ีfiจะทราบรายละเอียดแห่งความผิด ท ังนี fiเป็ นไปตามประมวลกฎหมายวิธี fi พ ิจารณาความอาญา มาตรา 2 (10) รวมท ังการท ําบ ันท ึกหรือเอกสารใดๆ fi ไว้เพืfiอเป็ นการเตือน ความจ ําฝ่ ายเดียวซ ึงเป็ นประโยชน์ในการประกอบสํานวนการสอบสวน fi และรวมไว้ในสํานวนการ สอบสวนหรือนําส่งพน ักงานสอบสวนในกรณีท ีfiผู้สอบสวนมิได้ทําหน้าทีfiเป็นพน ักงานสอบสวน เพ ืfiอ รวมไว้ในสํานวน 2) ความหมายของคําว่า “สอบสวน” พ ันตํ า รวจเ อก ส ัญญา บ ัวเจ ริญ ได้ อธิบายค วามหม ายข อ งคํ าว ่า “การสอบสวน” หมายถึง การกระทําโดยพน ักงานสอบสวน เมืfiอมีความผิดเกิดขึนแล้ วและการ fi กระทําด ังกล่าวก็เพืfiอจะรวบรวมพยานหล ักฐาน หรือให้ได้มาซ ึงพยานหลักฐานท ั fi งปวงไม ่ว่าจะเป็ น fi พยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานว ัตถ ุซ ึงวิธีการรวบรวมพยานหล ักฐานด ังกล ่าวสามารถทําได้ fi มากมาย เช ่น การสอบปากคํารวบรวมเอกสารต่างๆ ส่งลายพิมพ์น ิวมือหรือส่งของกลางไปตรวจ fi พ ิสูจน์การกระทําความผิดด ังกล่าวถือว ่าเป็ นการสอบสวนท ังสิ fiนfiการจดปากคําผู้ต้องหาหรือ 15 พงศ์พัฒน์ ฉายาพ ันธุ์. ความรู้เบืองต้นการส ืบสวนอาชญากรรม fi . (กรุงเทพฯ : ศิลป์ สยามพิมพ์จําก ัด, 2537), หน้า 12-13. 16 พงศ์พัฒน์ ฉายาพ ันธุ์. เรืfiองเดียวกัน. หน้า 13.
12 ผ ู้ถูกกล่าวหาเพ ียงปากเดียวสอบพยานปากหน ึfiงแม้ย ังไม่ได้สอบต ัวเจ้ าทรัพย์ก ็ถือว ่าได้มีการ สอบสวนแล้ว (ฎีกาท ีfi 516/2481, 769/2484)17 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (11) ได้ให้ความหมายของ คําว ่า “การสอบสวน” หมายถ ึง “การรวบรวมพยานหล ักฐานและการดําเนินการท ังหลายอ ื fi fiนตาม บทบ ัญญัติแห ่งประมวลกฎหมายนีfi ซ ึfiงพน ักงานสอบสวนได้ทําไปเกีfiยวก ับความผิดทีfiกล่าวหา เพืfiอทีfiจะทราบข้อเท ็จจริงหรือพ ิสูจน ์ความผิด และเพืfiอจะเอาต ัวผ ู้กระท ําผิดมาฟ้ องลงโทษ” สรุปว ่า “การสอบสวน” หมายถ ึง การรวบรวมพยานหล ักฐานและการ ดําเน ินการท ังหลายอื fi fiนตามบทบ ัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนีfi ซ ึfiงพน ักงานสอบสวนได้ทําไป เกีfiยวก ับความผิดทีfiกล่าวหา เพืfiอท ีfiจะทราบข้อเท ็จจริงหรือพิสูจน์ความผิด และเพืfiอจะเอาต ัว ผ ู้กระทําผิดมาฟ้ องลงโทษ 3) ความแตกต ่างระหว่างคําว่า “การสอบสวน” และ ”การสืบสวน” (1) วิธีปฏิบ ัติการสืบสวนอาจทําได้เสมอ ท ังก ่อนและหลังการกระทําความผิด fi แต่การสอบสวนจะท ําได้เมืfiอมีความผิดเกิดขึนแล้ว fi การสืบสวนภายหล ังการกระท ําผิดม ักทําใน กรณีทีfiย ังจ ับต ัวผ ู้กระทําผิดไม่ได้ หรือจ ับได้ แต ่หล ักฐานย ังไม่เพียงพอ จึงต้ องสืบสวนหา รายละเอ ียด หรือหาหล ักฐานเพิfiมเติมประกอบการสอบสวน นอกจากนีการสืบสวนสอบสวนโดยท ั fi วไปfi แยกได้เป็ น 3 กรณี18 (1.1) การส ังเกต (Observation) คือ การค้นหาเหตุผลโดยปราศจากอคติ ในเรืfiองทีfiเกีfiยวก ับระยะทางทีfiแน ่นอน ซ ึfiงไม่ใช ่การคาดคะเน รายละเอ ียดของสถานทีfi ร่องรอยต่างๆ ความรู้สึกแรกพบ และข้อเท ็จจริงทีfiเก ีfiยวข้อง (1.2) การต ังคําถาม fi (Interrogation) คือ การสอบถามข้อความจากบ ุคคล อ ืfiน อ ันเน ืfiองมาจากเจ้าหน้าท ีfiย ังไม่ทราบข้อเท็จจริงเหล่าน ันfiการสอบถามบ ุคคลจะท ําให้เข้าใจมาก ย ิfiงขึนfiนอกจากว ัตถุพยานแล้วการมีพยานบ ุคคลประกอบก ับว ัตถ ุพยาน ทําให้สามารถเข้าใจ เหตุการณ์ตามทีfiเก ิดขึนจริงๆ fi ได้ ความรู้เกีfiยวก ับพยานหล ักฐานจะมีความสําค ัญมากในข ันตอนนี fi fi เพราะเจ้าหน้าทีfiจะต้องทราบว่าพยานหล ักฐานใดทีfiศาลรับฟังได้หรือไม่ได้ (1.3) การหาข่าว (Information) คือ การหาข่าวจากแหล ่งต่างๆ เพ ืfiอทีfiจะ คลีfiคลายความจริงออกมา แหล่งข่าวท ีfiดีทีfiสุดคือจากประชาชนท ัวไป fi เมืfiอท ําให้ประชาชนเลืfiอมใส ศรัทธา ก ็จะช่วยให้ข ่าวทีfiมีประโยชน์ต่อทางราชการมาก ซึfiงบางครังก็ต้องใช้สายลับเข้าช ่วย fi ซ ึfiงใน 17 ส ัญญา บ ัวเจริญ และคณะ. หลักกฎหมายทัfiวไปว่าด้วยการสอบสวน. (กรุงเทพฯ : ห้างห ุ้นส่วนจําก ัดพิมพ์อ ักษร), หน้า 1. 18อาทร เพชรรักษ์. เทคนิคการสอบสวนและเปรียบเทียบคดีอาญา. (กรุงเทพฯ: กองการสอบสวนและนิติการ, กรมการปกครอง : มปท.), หน้า 11-24.
13 ส ่วนนีเองจะเห ็นได้ว ่า fi “งานด้านการข ่าว” ได้เข้ามามีส ่วนเกีfiยวข้องเชืfiอมโยงก ับการสืบสวนสอบสวน โดยไม่สามารถแยกออกจากก ันได้ (2) ว ัตถ ุประสงค์ของการสืบสวน เพ ืfiอทราบรายละเอียดแห ่งความผิดหรือรักษา ความสงบเรียบร้อย แต ่การสอบสวนมีว ัตถุประสงค์เพืfiอทราบข้อเท็จจริง หรือพิสูจน ์ความผิด และ เพืfiอเอาต ัวผ ู้กระท ําความผิดมาฟ้ องลงโทษอาจจะเป็ นการปราบปรามอาชญากรรม (3) ผ ู้ปฏิบ ัติการสืบสวน ผ ู้ทีfiจะสืบสวนได้อาจเป็ นพน ักงานฝ่ ายปกครองหรือ ตํารวจช ันใดก ็ได้ fi แต่การสอบสวนต้องเป็ นพน ักงานฝ่ ายปกครองช ันปล ัดอําเภอผู้เป็ นห ัวหน้าประจํา fi ก ิfiงอําเภอข ึนไปfi ด ังน ันพน ักงานสอบสวนท ุกคนจึงเป็ นพน ักงานสืบสวนไปโดยปริยายแต่พน ักงาน fi สืบสวนเป็ นพน ักงานสอบสวนได้เฉพาะบางคนเท ่าน ันfi (4) การจําก ัดบทบาท การสืบสวนดําเน ินการได้กว้างขวางไม่จําก ัด แต่ไม่ จ ําเป็ นต่อคดี ส่วนการสอบสวนดําเนินการอย่างจ ําก ัดเฉพาะคดีเท่าน ันfiและเป็ นเงืfiอนไขสําค ัญใน การฟ้ องคดีอาญาต ่อศาลโดยพน ักงานอ ัยการด้วย ด ังน ันคดีบางคนไม่ต้องสืบสวนเสียเลยก ็ได้ fi เช ่น คดีทีfiความผิดช ัดแจ้งต่อหน้าพน ักงานสอบสวนอาจดําเนินการได้เลย 4) ความหมายโดยทัfiวไปของค ําว่า “เทคนิคการส ืบสวนสอบสวนพิเศษ” คําว ่า “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” น ันไม่ได้มีผู้ให้ความหมายเอาไว้ fi โดยตรง จ ึงจ ําเป็ นต้องพิจารณาถ ึงถ้อยคําต่างๆ ทีfiมีความหมายใกล้เคียง เพืfiอพิจารณาหา ความหมายดังต่อไปนีfi 19 “เทคนิค” หมายถึง “ศิลปะเฉพาะวิชา” วิชาการต่างๆ น ันเป็ น fi “ศาสตร์” ทีfiมี หลักการ กฎเกณฑ์ กระบวนการและว ิธีการซ ึfiงเป็ น “หลักวิชา” และเมืfiอจะน ํา “หลักวิชา” น ันมา fi ประย ุกต์ใช้ในทางปฏิบ ัติเพืfiอให้บ ังเกิดผลดีจะต้องใช้ “เทคนิค” หรือ “ศิลปะเฉพาะวิชาน ัน”fi ประกอบการดําเนินการ หรือต้องใช้ “กลวิธี” ในการดําเน ินการ จ ึงจะได้ประสิทธิผล การสืบสวน และสอบสวนจึงเป็ นศิลปะหรือสูตรตายต ัวทีfiแน่นอนว ่าจะต้องดําเนินการอย ่างไรตามตํารา แต่การสืบสวนสอบสวนมีความยืดหยุ ่นมากกว ่าน ันท ั fiงนี fiข ึ fiนอย ู่ก ับประสบการณ์ fi ความเชีfiยวชาญใน การปฏิบ ัติ เพราะข้อเท็จจริงในแต่ละกรณีต่างมีความหลากหลายไม่ซําแบบก ัน fi เช ่น การสืบสวน สอบสวนทางว ิน ัยจะง่ายกว่าการสืบสวนสอบสวนทางอาญาเพราะเรารู้ตัวผู้ต้องถ ูกสอบสวนทาง วิน ัยอย ู่แล้ ว แต ่ในทางอาญาเราอาจจะย ังไม่ทราบต ัวผ ู้กระทําความผิด ดังน ันการใช้เทคนิค fi การสืบสวนสอบสวนจ ึงแตกต ่างก ันออกไป 19 _____________________ “วิชาเทคนิคการสืบสวนสอบสวน”. เอกสารประกอบการสัมมนา ฝ่ ายประชาสัมพันธ์ กองวิจัย และวางแผนส ํานักงาน ป.ป.ป.(2528) : 1.
14 พลตํารวจโท แสวง ธีระสว ัสดิfi ได้ให้ความหมายของคําว ่า “การสืบสวนสอบสวน” หมายถึง การดําเน ินการเพืfiอให้รู้หรือระบ ุต ัวผู้กระทําผิด การติดตามสืบสวนจนกระท ัfiงรู้ว ่าผู้กระทํา ผิดได้หลบหน ีไปอย ู่ทีfiใดแล้วจ ับก ุม และการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหล ักฐานต่างๆ เพืfiอนํา ส ู่ศาล 20 ด ังน ันคําว่า fi “เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพ ิเศษ” โดยท ัวไปหมายถึง fi เทคนิคใดๆ ก็ ตามทีfiนํามาใช้ในการสืบสวนสอบสวนเพืfiอรวบรวมพยานหล ักฐานและจ ับก ุมผู้กระทําความผิดเพืfiอ ส ่งเสร ิมประสิทธิภาพในการบ ังค ับใช้กฎหมายให้สัมฤทธิfiผลมากย ิfiงข ึนfi 5) ความหมายของคําว่า “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ทางกฎหมาย ในอดีตย ังไม่มีการใช้ศ ัพท์ว ่า “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” แต่จะเรียก การกระทําหรือกิจกรรมอย่างหนึfiง หรือหลายอย่างของรัฐบาลทีfiไม่เปิ ดเผยและปกปิ ดมิให้ทราบ บทบาทของรัฐเป็ นทีfiปรากฏหรือมีการยอมรับต่อสาธารณชนว่า “ปฏิบ ัติการปกปิ ด” หรือ “ปฏิบ ัติการอําพราง” ซ ึfiงตรงก ับภาษาอ ังกฤษว ่า “Undercover Operation” ซ ึfiงในอดีตน ันจะมี fi ความหมายไปในทางการทหารและการสงครามเป็ นหล ักโดยเฉพาะอย ่างยิfiงประเทศตะว ันตกจะมี การใช้ปฏิบ ัติการปกปิ ดหรือปฏิบ ัติการอําพรางก ันมากเพืfiอทีfiจะทําให้การวางแผนและปฏิบ ัติต้อง ตามประสงค์ท ีfiจะปกปิ ดชืfiอและหล ักฐานการมีส่วนเกีfiยวข้องของผู้อ ุปถ ัมภ์ หรือเอือให้ผู้อ ุปถ ัมภ์ fi สามารถปฏิเสธความเกีfiยวข้องได้อย ่างมีเหตุผล ซ ึfiงในเรืfiองด ังกล่าวนีมีข้อพิจารณาต ่อมาคือ fi “ปฏิบ ัติการปกปิ ด” ต่างก ับ “ปฏิบ ัติการล ับ” กล่าวคือ“ปฏิบ ัติการปกปิ ด” จะเน้นเรืfiองการปกปิ ดช ืfiอ และหล ักฐานการมีส่วนร่วมเก ีfiยวข้องของผู้อุปถ ัมภ์ มากว ่าการปกปิ ดผู้ปฏิบ ัติการ ส ่วนปฏิบ ัติการล ับจะมีล ักษณะของการดําเนินการเป็ นกระบวนการภายใต้การ อ ําพรางสถานะของบ ุคคล องค์กรและหน ่วยงานท ีfiเกีfiยวข้องและมีว ัตถ ุประสงค์ในการดําเนินงาน ช ัดเจน ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ในระยะแรกย ังมีการเรียกชืfiอ “เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ในล ักษณะทีfi ต ่างก ันไป ตามความแตกต ่างของหน ่วยงานหรือภารกิจน ันfiโดยเป็ นการแปลจากคําว่า “Undercover Operation” ทําให้ความหมายทีfiแท้จริงของ “เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ย ัง ไม ่มีความแน ่นอน ในระยะต่อมาเมืfiอ”ปฏิบ ัติการปกปิ ด” หรือ“ปฏิบ ัติการอําพราง” ใช้ได้จนเกิดผล สําเร็จในทางการทหาร จึงได้มีการนําแนวคิด ทฤษฏีและการปฏิบ ัติ มาประย ุกต์ใช้ในงาน ปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะอย ่างยิfiงในคดีสําค ัญๆ ทีfiการแสวงหาพยานหล ักฐานมาใช้ 20แสวง ธีระสว ัสดิ. fiหลักการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา, หน้า 17.
15 ประกอบสํานวนคดีในช ันศาลไม่สามารถกระทําได้ง ่ายหรือใช้วิธีการตามขั fi นตอนของกฎหมายได้จ ึง fi มีแนวความคิดในการนํา”ปฏิบ ัติการปกปิ ด” หรือ “ปฏิบ ัติการอ ําพราง” มาใช้ในคดียาเสพติด โดยเฉพาะในประเทศตะว ันตกทีfiได้มีการใช้ปฏิบ ัติการด ังกล่าวในหลายๆ กรณีรวมท ังในคดีท ุจริต fi คอร์รัปช ันfi ในส่วนของศาลในประเทศตะว ันตก ย ังไม่ยอมรับปฏิบ ัติการดังกล่าว เพราะเดิม เป็ นการใช้ในทางทหาร ไม่มีการน ํามาใช้ก ับพลเรือน โดยศาลถ ือว ่าเป็ นการช ักจูงใจให้คนกระทํา ความผิดโดยทีfiผู้กระทําความผิดอาจจะไม่ได้ต ังใจกระท ําความผิดมาแต่ต้น fi การกระทําด ังกล่าวจึง เป็ นการกระทําทีfiไม่ชอบด้วยกฎหมายเพืfiอจ ับกุมต ัวผู้กระทําความผิดต่อกฎหมาย จ ึงถ ือเป็ นการ ได้มาซึfiงพยานหล ักฐานท ีfiไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยเช่นก ัน และศาลก็ตอบโต้การกระทําด ังกล่าว ด้วยการปฏิเสธทีfiจะรับฟังพยานหลักฐานด ังกล่าวน ันตามสุภาษิตกฎหมายเรื fi fiองผลของต้นไม้พิษ ต ัวอย่างปฏิบ ัติการด ังกล่าวได้แก่ การล ่อซ ือยาเสพติด fi การควบคุมการขนส่งยาเสพติด การล่อให้ กระทําความผิดเล็กๆ ฐานท ุจริตคอร์รัปช ัfiนซ ึfiงในประเทศตะว ันตกจะใช้ในกรณีทีfiมีข้อสงส ัย พฤติการณ์ของเจ้าหน้าทีfiภายในหน ่วยงานตนเองว ่าท ุจริตคอร์รัปช ัfiนหรือไม่ แต่ในระยะต่อมาได้มี การยอมรับปฏิบ ัติการด ังกล ่าวเพิfiมมากขึนเนื fi fiองจากปัญหาอาชญากรรมทีfiมีจํานวนมากและ สลับซ ับซ้อนมากย ิfiงข ึนfiจนท ําให้ศาลเริfiมยอมรับปฏิบ ัติการอ ําพรางภายใต้หล ักเกณฑ์เรืfiองสิทธิและ เสรีภาพมากยิfiงข ึนfi ปัจจ ุบ ันประเทศไทยมีการนํา “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาใช้ในทาง ปฏิบ ัติและได้มีการบ ัญญัติให้มีการนํา “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาใช้ได้โดยได้รับการ รับรองตามกฎหมาย ดังเช ่น พระราชบ ัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ได้ให้ความหมาย ของคําว่า“คดีพิเศษ” ไว้ในมาตรา 3 และมาตรา 21 สรุปได้ว ่าเป็ นคดีอาญาทีfiมีล ักษณะอย ่างหน ึfiง อย่างใดดังต่อไปนีfi (1) คดีความผิดทางอาญาท ีfiมีความซ ับซ้อน จําเป็นต้องใช้ว ิธีการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานเป็ นพ ิเศษ (2) คดีความผิดทางอาญาท ีfiมีหรืออาจมีผลกระทบอย ่างรุนแรงต่อความสงบ เรียบร้อยและศีลธรรมอ ันดีของประชาชน ความมันคงของประเทศ fi ความส ัมพ ันธ์ระหว ่างประเทศ หรือระบบเศรษฐก ิจ หรือการคล ังของประเทศ (3) คดีความผิดทางอาญาทีfiมีลักษณะเป็ นการกระทําความผิดข้ามชาติทีfiสําค ัญ หรือเป็นการกระทําขององค์กรอาชญากรรม หรือ (4) คดีความผิดทางอาญาท ีfiมีผู้ ทรงอิทธิพลท ีfiสําคัญเป็ นต ัวการ ผู้ใช้ หรือ ผ ู้สน ับสนุน
16 พระราชบ ัญญัตินีจึงถือเป็ นการบ ัญญัติความหมายของคําว ่า fi “คดีพิเศษ” เป็ น พ ัฒนาการครังแรกของไทย fi และถือเป็นการยอมรับว ่า การใช้วิธีการปราบปรามอาชญากรรมท ัวไป fi ก ับการอาชญากรรมทีfiมีความรุนแรงและสลับซ้อนไม ่ได้ แต่รัฐจะต้องใช้เครืfiองมือทางปฏิบ ัติและ เครืfiองมือทางกฎหมายมาจ ัดการก ับอาชญากรรมทีfiมีล ักษณะเฉพาะเหล่านีได้อย่างสมน ํ fi าสมเน ื fi อก ัน fi ส ่วนปฏิบ ัติการด้านการปราบปรามจ ับกุมผ ู้กระท ําความผิดทีfiเก ีfiยวก ับยาเสพติดใน ประเทศไทยได้มีการนําปฏิบ ัติการอ ําพรางมาใช้ร่วมก ันก ับเจ้าหน้าทีfiตํารวจปราบปรามยาเสพติดใน กลุ่มประเทศเอเช ียด้วยก ัน ท ังนี fiปฏิบ ัติการอําพรางดังกล ่าวได้ร ับอ ิทธิพลและแนวความคิดที fi fiมาจาก ประเทศตะว ันตกกล่าวคือเป็ นการประย ุกต์ใช้ปฏิบ ัติการอ ําพรางทางการทหารของไทย มาใช้ใน การปราบปรามและจ ับกุมผู้กระทําความผิดในคดียาเสพติดเรืfiอยมาด้วยวิธีการต่างๆจนต่อมาได้มี การประกาศใช้ พระราชบ ัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ขึนซ ึ fifiงถ ือเป็ นพ ัฒนาการข ันfi ท ีfiสองของ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ”และทําให้คําว ่า “Undercover Operation” มีความ ช ัดเจน โดยพระราชบ ัญญ ัติด ังกล่าวมีสาระสําคัญสรุปได้ ว ่า ปัจจ ุบ ันการกระท ําความผิดเก ีfiยวก ับ ยาเสพติดได้เปลีfiยนแปลงไปสู ่อาชญากรรมทีfiมีการจ ัดต ังในล ักษณะองค์กร fi และมีล ักษณะพ ิเศษ มากยิfiงขึนfiโดยผ ู้กระทําความผิดอาศัยความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและข้อจําก ัดของ กฎหมายทีfiไม่เอ ืออํานวยต ่อการปราบปรามยาเสพติดขึ fi นส ู่การพิจารณาของศาลเป็ นจ ํานวนมาก fi ซึงfi คดีด ังกล่าวมีล ักษณะเป็ นพิเศษและซ ับซ้อนแตกต่างจากกระทําความผิดอาญาท ัวไป fi การจะนํา กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้ก ับคดียาเสพติดเหล่านีจ ึงมีความเหมาะสมลดน้อยลงเพื fi fiอ เป็ นการส่งเสริมสน ับสน ุนให้การบ ังคับใช้กฎหมายและการพิจารณาในศาลช ันต้น fi การอุทธรณ์ฎีกา และอายุความ รวมท ังกําหนดบทบ ัญญ ัติเก ี fi fiยวก ับการบ ังค ับชําระค่าปรับตามคําพิพากษา เพืfiอให้ ศาลพิจารณาพิพากษาและบ ังค ับโทษคดียาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิfiงขึนfi เมืfiอพิจารณาพระราชบ ัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ทีfiได้ก ําหนด น ิยามศัพท์ของคําว ่า “การอ ําพราง” หมายถึง การดําเนินการท ังหลายเพื fi fiอปิ ดบ ังสถานะหรือ ว ัตถ ุประสงค์ของการดําเนินการโดยลวงผู้อ ืfiนให้เข้าใจไปทางอ ืfiน หรือเพ ืfiอมิให้รู้ความจริงเก ีfiยวก ับ การปฏิบ ัติหน้าท ีfiของเจ้าพน ักงาน นอกจากนีย ังมีการให้ความหมายของคําว ่า fi “การครอบครองยาเสพติดภายใต้การ ควบคุม”หมายถึง การครอบครองช ัวคราวซ ึ fi fiงยาเสพติดเพืfiอส ่งต่อแก่ผู้ต้องสงส ัยว ่ากระทําความผิด ซ ึfiงอย ู่ภายใต้การกําก ับ คําส ัfiง หรือการสะกดรอยติดตามของเจ้าพน ักงาน ท ังนี fifi การส่งต่อน ันให้ fi รวมถ ึงการนําเข้าหรือส่งออกเพืfiอการส ่งต ่อในหรือนอกราชอาณาจ ักรด้วย ด ังน ั fiนเมื fi fiอพ ิจารณาถ ึงบทนิยามศ ัพท์ทีfiกล่าวมาข้างต้น และความหมายตามคํา จ ําก ัดความของพระราชบ ัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และพระราชบ ัญญ ัติวิธีพิจารณา คดียาเสพติด พ.ศ.2550 รวมก ันแล้วสามารถสรุปได้ว ่า
17 “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” หมายถึง การดําเนินการท ังหลายภายใต้การ fi ปิ ดบ ังสถานะหรือว ัตถ ุประสงค์ของการดําเน ินการโดยลวงให้ผ ู้อืfiนเข้าใจผิดไปจากว ัตถุประสงค์ ท ีfiแท้จริง หรือเพืfiอมิให้ผู้อืfiนล่วงรู้ความจริงเก ีfiยวก ับการปฏิบ ัติหน้าทีfiของเจ้าพน ักงาน รวมท ังการ fi ครอบครองสิfiงของช ัวคราว fi ภายใต้การกําก ับ คําสัfiงของผ ู้บ ังคับบ ัญชา หรือการสะกดรอยติดตาม ของเจ้าหน้าท ีfi 2.1.3 ศึกษาเปรียบเทียบความหมายของค ําว่า “งานด้ านการข่าว” และ “เทคนิคการส ืบสวนสอบสวนพิเศษ” จากการศึกษาความหมายของคําว ่า “งานด้านการข ่าว” และ “เทคนิคการ สืบสวนสอบสวนพิเศษ” ทําให้เห ็นถ ึงความแตกต่างและความคล้ายคลึงก ันด ังต่อไปน ีfi 1) ความแตกต่างของคําว่า “งานด้ านการข่าว” และ “เทคนิคการ ส ืบสวนสอบสวนพิเศษ” “ความแตกต ่างทางด้านว ัตถุประสงค์ในการปฏิบ ัติการ” “งานด้านการข่าว” น ันมีว ัตถ ุประสงค์หรือความมุ ่งหมายที fi fiจะพยายาม ทราบล ่วงหน้าว ่าอะไรจะเก ิดขึนfiเพืfiอหน ่วยงานของรัฐจะได้สามารถกําหนดนโยบายและแผนปฏิบ ัติ การให้สอดคล้องก ับสถานการณ์ หรือเตรียมการล่วงหน้าว่าควรจะทําอะไรบ้าง เน ืfiองจากงานด้านการข่าวน ันมีท ั fi งfi“รุก” และ”รับ” การข่าวเช ิงรุกน ันมี fi ความมุ ่งหมายเพืfiอรวบรวมและดําเนินกรรมวิธีต่อข่าวเกีfiยวก ับเป้ าหมายในขอบข ่ายต่างๆ ซ ึfiงอาจมี อ ิทธิพลต่อการตกลงใจดําเนินการต่างๆ ในวิธีการปฏิบ ัติเพืfiอให้ได้มาซึfiงข่าวสารทีfiต้องการน ันfi อาจรวบรวมจากข่าวเปิ ด เช ่น หน ังสือพิมพ์ วารสาร สืfiอมวลชนท ัfiวไปทีfiเป้ าหมายไม่ได้ปกปิ ดเป็ น ความล ับ หากสิfiงใดไม่สามารถรวมรวมได้จะต้องใช้วิธีจารกรรมแทน ซึfiง “การจารกรรม” ตาม ระเบียบการรักษาความปลอดภ ัยแห ่งชาติปี 2517 ได้ให้คําจําก ัดความว่า “การกระทําใดๆ โดยทาง ล ับ เพ ืfiอให้ได้รู้ หรือได้ไป และหรือส ่งสิfiงทีfiเป็ นความล ับของทางราชการให้แก ่ผู้ทีfiไม ่มีอํานาจหน้าทีfi หรือผู้ทีfiไม ่มีความจําเป็นต้องทราบ “การข ่าวเชิงรับหรือการต ่อต้านข ่าวกรอง”21 หมายถ ึง กิจกรรมด้านข่าว กรองทีfiมุ ่งจะทําลายประสิทธิภาพของหน ่วยข่าวกรองทีfiมุ ่งกระทําต่อเรา หรือการวางมาตรการรักษา ความปลอดภ ัยเพืfiอป้ องก ันมิให้ข ่าวสารเกีfiยวก ับ บุคคล เอกสาร สถานทีfi และว ัตถ ุถ ูกแทรกซ ึมจาก หน ่วยงานข่าวกรองทีfiเป็ นฝ่ ายตรงข้าม หรือจากกลุ ่มท ีfiมีว ัตถ ุประสงค์บ ่อนทําลายองค์กรต ัวเอง 21 ฉ ันทิมา อ ่องสุรักษ์. เครืfiองมือดําเนินนโยบายต่างประเทศ : งานข่าวกรอง, หน้า 20-21.
18 ด ังน ันfi“การข ่าว เชิงรับหรือการต ่อต้านการข่าวกรอง” จ ึงหมายรวมไปถ ึงการป้ องก ันการบ ่อน ท ําลาย การต่อต้าน การจารกรรม การต่อต้านการก ่อวินาศกรรม และการรักษาความปลอดภ ัย งานด้านการข ่าวน ันจะดําเนินต่อไปโดยไม่มีการหย ุดปฏิบ ัติการ fi และ จะต้องคลอบคล ุมท ุกศาสตร์ท ุกสาขา หรือท ีfiเรียกว ่าข่าวกรองยุทธศาสตร์ และจะมีการดําเนินการ เป็ น “วงรอบข ่าวกรอง” 22ด ังนีfi คือ - การวางแผนส ังการ fi เพืfiอก ําหนดว ่าต้องการรู้ข ่าวเรืfiองอะไร ข่าวอะไรทีfi ผ ู้กําหนดนโยบายในระดับห ัวหน้าส่วนราชการต้องการรู้มากทีfiสุด เพืfiอนําไปกําหนดย ุทธิวิธี - การรวบรวมข่าว ทีfiอาจได้มาจากแหล่งข่าวเปิ ด หรือวิธีการทางเทคน ิค เช่น การถ ่ายรูป การรับฟังข่าวจากวิทย ุ โทรท ัศน์ หน ังสือพิมพ์ สืfiออินเตอร์เน ็ต หรือ สิfiงตีพิมพ์อืfiนๆ นอกจากนีย ังรวมไปถ ึงการใช้วิธีทางเทคนิคได้แก ่ fi การใช้เครืfiองมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพืfiอให้ได้มา ซ ึงข้อม ูลตามท ี fi fiต้องการ นอกจากน ีย ังรวมไปถึงแหล่งข่าวบ ุคคล fi ซึfiงได้จากสายลับ หรือผู้แปรพ ักตร์ ซ ึงพวกนี fi สามารถให้ข้อมูลดีๆ fi หลายอย่างท ีfiวิธีการอืfiนไม่สามารถท ําได้ - การดําเนินกรรมวิธี คือ การเปลีfiยนข่าวดิบ ท ีfiมีอย ู่มากมายให้ กลายเป็ นข่าวกรอง ข ันตอน ี fi จําเป็ นต้องมีการวิเคราะห์ทางเทคน ิคและการแยกเรื fi fiองออกเป็ น ประเภทต่างๆ - การผลิตและวิเคราะห์ คือการประเมินคุณค่าของข่าว และความ น ่าเชืfiอถ ือของแหล ่งข่าว การวิเคราะห์ข้ อมูลท ังหมด fi และการรายงานข่าวกรอง ตลอดจน การประเมินสถานการณ์ซึfiงถือเป็ นข ันตอนที fi fiมีความย ุ่งยากมากทีfiส ุด - การกระจายข่าว คือ เมืfiอได้ข่าวกรองแล้ว ผู้เกีfiยวข้องหรือผ ู้มีหน้าทีfi รับผิดชอบจะต้องนําเสนอต่อห ัวหน้าส ่วนราชการ หากข่าวน ันมีความเก ี fi fiยวข้องก ับหน่วยงานอืfiนๆ หรืออาจจะใช้ประโยชน์จากข่าวกรองน ันได้ก็ให้กระจายข ่าวตามระเบียบหลักเกณฑ์ท ี fi fiมีอย ู่ “การสืบสวนสอบสวนโดยใช้เทคนิคพ ิเศษ” มีว ัตถุประสงค์เพืfiอการให้ ได้มาซึfiงพยานหล ักฐาน และการดําเนินการจ ับกุมผู้กระทําความผิดทีfiมีโทษทางอาญาเท่าน ันfiจึงไม่ มีวิธีการเชิงรุกหรือเชิงรับ แต่จะมีแต่เพียงคําส ัfiงให้ดําเน ินการเฉพาะกิจเท่าน ันเพราะไม ่อาจใช้ fi วิธีการสืบสวนสอบสวนหรือวิธีการไต่สวนโดยท ัวไปได้ fi หรือดําเนินการโดยว ิธีการสืบสวนสอบสวน หรือไต่สวนแล้วไม่สามารถเช ืfiอมโยงไปย ังผู้กระทําความผิดได้ เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษจ ึง มีกําหนดระยะเวลาปฏิบ ัติการจําก ัด และดําเนินการเป็ นคร ังๆfiไปเท ่าน ันfiและต้องได้รับอน ุญาต ตามว ัตถ ุประสงค์ของปฏิบ ัติการในแต่ละครังเท่าน ั fi นfiจะไม่มีปฏิบ ัติการทีfiต่อเนืfiองยาวนานด ังเช ่น วงรอบข ่าวกรองและผู้มีอ ํานาจอน ุญาตได้จะต้องเป็ นผ ู้บ ังค ับบ ัญชาในระด ับสูงสุดของหน ่วยงาน 22จุไท แสงทวีป. สงครามจารกรรม, หน้า12-13.
19 น ันๆfiเพราะอาจมีการดําเนินการทีfiมีผลกระทบต ่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมท ังเป้ าหมาย fi และ ผ ู้ทีfiเข้าร่วมปฏิบ ัติการจะต้องมีความรู้ความสามารถพิเศษในด้านทีfiเกีfiยวข้องก ับปฏิบ ัติการในครังfi น ันๆfiเช่น เรืfiองการเงินการคล ัง การใช้อาวุธ และเทคโนโลยี ควบคู ่ไปก ับความรู้ด้านพืนฐานการ fi สืบสวนสอบสวนเป็ นต้น “ความแตกต ่างทางด้านวิธีปฏิบ ัติ” “ความแตกต่างทางด้านวิธีปฏิบ ัติ” ของ “งานด้านการข ่าว” ในกรณีนีfi เจ้ าหน้าทีfiไม่มีอํานาจตามกฎหมายทีfiจะไปสอบปากคําผู้ใดเหมือนก ับพน ักงานเจ้าหน้าทีfiหรือ เจ้าหน้าทีfiตํารวจเจ้าหน้าทีfiผู้ ร ับผิดชอบงานด้านการข ่าวจะมีหน้าท ีfiแสวงหาข่าวสารและข้อเท ็จจริง มาเสนอต่อผู้บ ังค ับบ ัญชา โดยข่าวสารและข้อเท็จจริงน ันจะได้มาจากผ ู้ที fi fiเกีfiยวข้องท ุกฝ่ าย ซ ึfiง บางครังอาจจะต้องมีการทํางานท ี fi fiเกีfiยวพ ันก ับพน ักงานเจ้าหน้าทีfiหรือเจ้าหน้าทีfiตํารวจเพืfiอให้ได้มา ซ ึงข้อม ูลเช ิงล ึก fi รวมท ังการปกปิ ดข่าวหรือการต่อต้าน fi ข ่าวกรองก ับแหล่งข่าว ซ ึfiงงานด้านการข ่าว จะเริfiมต้นจาก 23 - ข่าวท ัวๆfiไปทีfiมีล ักษณะการฉ้อฉลให้ต้องสืบค้นหาความเป็ นจริงต่อไป เช่น มีการอภิปรายในสภาแล้วเกิดมีสมาช ิกคนหนึfiงพูดถ ึงเรืfiอง การท ุจริตในหน่วยงานใดหน ่วยงาน หน ึfiงหรือการแถลงข่าวของร ัฐมนตรีหรือข้าราชการระด ับสูงเก ีfiยวก ับพฤติกรรมอ ันไม่สุจริตโดยมิให้ รายละเอ ียด ฯลฯ - การกล่าวหาร้องเรียนในรูปบ ัตรสนเท ่ห ์ ซึfiงผู้ ร้องนอกจากจะส่งไปย ัง ผ ู้บ ังคับบ ัญชาระด ับสูง เช ่น นายกร ัฐมนตรี รัฐมนตรี ปล ัดกระทรวง หรือส ่วนราชการทีfiรับผิดชอบ ด้ านงานป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริตและประพฤติมิชอบแล้ ว บางครังก็ย ังมีการส่ง fi หน ังสือพ ิมพ์ทีfiต ัดข้อความเกีfiยวข้องบ้าง หรือบางครังก ็ไม่มีอะไรเลย fi - การแจ้งเบาะแสมาทางจดหมายหรือไปรษณียบ ัตรส่งถึงหน ังสือพิมพ์ รวมท ังจดหมายอ ิเล็กทรอน ิค fi ระบุถ ึงพฤติกรรมหรือเงืfiอนงําอ ันส ่อไปในทางไม่สุจริต เช ่น การ ประมูลรับเหมาโครงการใหญ่ๆ ระด ับ 100 ล้านบาท หรือ 1,000 ล้านบาท หรือมากกว ่าน ันโดยมี fi น ักการเมืองเข้าไปเกีfiยวข้องพ ัวพ ันอย ู่ด้วย เป็ นต้น - การแจ้งข่าวทางโทรศ ัพท์ ผ ู้แจ้งอาจเป็ นผ ู้ทีfiรู้จ ักก ับพน ักงานเจ้าหน้าทีfi หรือบางทีผู้ แจ้งไม่ได้ รู้ จ ักใครเลยในหน ังสือพิมพ์น ันfiเพียงแต่เป็ นผู้ท ีfiมีความประสงค์หรือมี ความเลืfiอมใสในองค์กรหรือเป็ นผ ู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือผู้เสียประโยชน ์ภายในองค์กรน ันfi - มีผู้มาให้ข้อมูลด้วยตนเองอาจะมาให้ข้อมูลท ีfiสําน ักงาน หรือไม่ก็เป็ น การน ัดพบก ันนอกสถานท ีfiราชการซึfiงอาจจะเป็ นทีfiหน ึงท ี fifiใดแล้วแต่จะได้ตกลงก ัน 23 บุญเลิศ ช้างใหญ่. คู่มือการรายงานข่าวเชิงสืบสวน ช ุด “เทคนิคการสัมภาษณ์ และการท ําข่างเชิงสืบสวน”. (กรุงเพทฯ: ที.พี.พรินท์ fi จํากัด, 2536), หน้า 7-8.
20 - การส ัมภาษณ์ ถือเป็ นกระบวนการทีfiสําคัญอย ่างมากในงานด้าน การข ่าว การส ัมภาษณ์ คือ การต ังคําถามให้แหล่งข่าวเป็ นผู้ตอบ fi เพืfiอให้รายละเอียดในแง่ของ ข้อเท ็จจริงและท ัศนะต่อกรณีใดกรณีหน ึfiง การส ัมภาษณ์จึงไม่ได้หมายความว ่า ผ ู้ถ ูกส ัมภาษณ์ จะต้องเปิดเผยช ืfiอเสียงหรือตําแหน ่งหน้าทีfiให้ปรากฏ ยิfiงหากเป็ นกรณีทีfiสําคัญแหล ่งข่าวม ักจะขอ ปกปิดสถานะของตนเอง หรืออาจจะขอสงวนสิทธิfiทีfiจะไม่เปิ ดเผยต ัวตน เพราะเกรงว ่าตนเองจะ ได้รับผลกระทบตามมา ส ่วนกระบวนการงานด้านการข่าวจะเริfiมตังแต่การระบ ุความต้องการ fi ข ่าวกรอง โดยผ ู้บ ังค ับบ ัญชาหรือห ัวหน้าหน่วยงานจะเป็ นผ ู้ ระบ ุความต้องการข่าวกรองไปย ัง เจ้าหน้าทีfiเพืfiอกําหนดวิธีดําเนินการ จากน ันจ ึงจะได้มีการนําข่าวที fi fiได้มารวบรวมข้อมูลข่าวกรอง ได้แก ่ การแปลงความต้องการข่าวกรองเป็ นความต้องการด้านการรวบรวม กําหนดแนวทางการ รวบรวมข่าว เลือกสรรแหล่งข่าว หรือสายงานทีfiจะใช้แล้วลงมือดําเนินงาน เมืfiอได้ข้อม ูลดิบแล้ วจะมีการประมวลผลหรือการนําข่าวกรองไปใช้ ประโยชน์ โดยว ิธีการ ประมวลผล เปรียบเทียบ เชืfiอมโยงแปล ท ังนี fiเพื fifiอเป็ นการรวบรวมจ ัดแจงและ จ ัดหาข้อมูลทีfiเกีfiยวข้องมาอธิบายประกอบ เสนอข้อสรุปและเกีfiยวก ับความส ัมพ ันธ์ของข้อมูลต่างๆ เพืfiองานวิเคราะห์และผลิต ซึfiงจะใช้ว ิธีการแปลงข้อมูลข ่าวสารจากแหล่งต่างๆให้เป็ นข่าวกรองตาม ความต้องการของผู้บ ังค ับบ ัญชาหรือห ัวหน้าหน ่วยงานน ันๆfi จากน ันจ ึงจะได้เผยแพร่ข้อมูลต่างๆ fi ในล ักษณะผลิตข ่าวกรอง เมืfiอผู้บ ังค ับบ ัญชาหรือห ัวหน้าหน ่วยงานได้ผลิตข่าวกรองไปแล้ว ก็ย่อม เป็ นเอกสิทธิfiทีfiจะน ําไปใช้งานโดยเฉพาะอย ่างย ิfiงการนําไปประกอบการกําหนดนโยบายต่างๆ ซ ึfiง ภายหลังจากน ีเจ้าหน้าที fi fiผู้ปฏิบ ัติงานด้านการข ่าวจะต้องตรวจสอบการสะท้อนกล ับของผลผลิต ข ่าวกรองด ังกล่าวว ่า เมืfiอมีการนําไปใช้แล้วเป็ นอย ่างไร มีส่วนใดบ้างท ีfiเป็ นประโยชน์ หรือส่วนใด ควรทีfiจะท ําต ่อไป ด ังน ันfi“ความแตกต ่างทางวิธีปฏิบ ัติ”ของ“เทคนิคการสืบสวนสอบสวน พ ิเศษ” ถ ือเป็ นปฏิบ ัติการภายใต้กรอบของกฎหมายท ีfiเกีfiยวข้องเป็ นสําค ัญ เพราะการดําเนินการ จะต้องได้ รับอน ุญาตโดยตรงภายใต้ข้อจําก ัดและสภาวะกดด ันทีfiเก ิดขึนจากสิ fi fiงแวดล้อมต่างๆ ในขณะน ันfiข้อพิจารณาคือ การดําเนินการจะต้องคําน ึงถ ึงอํานาจหน้าท ีfiตามกฎหมาย เพราะ สิfiงเหล่านีอาจจะถ ูกอ้างในช ั fi นศาลว ่าการได้มาซ ึ fi fiงพยานหล ักฐานน ันไม่ชอบด้วยกฎหมาย fi เช ่น อาจจะขัดต ่อรัฐธรรมน ูญ หรือพระราชบ ัญญัติต่างๆ รวมท ังประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ fi อาญา และหากปรากฏว่าเจ้าหน้าท ีfiได้ดําเนินการเก ินขอบเขตอํานาจหน้าทีfiก็อาจถ ูกดําเน ินคดีได้
21 “ความแตกต ่างทางด้านความหมาย” “ความแตกต่างทางด้านความหมาย” ของคําว่า “เทคน ิคการสืบสวน สอบสวนพิเศษ” มีความหมายรวมไปถึงสิfiงต่อไปนีfi 24 -.“การจ ัดส ่งภายใต้การควบค ุม” (Controlled Delivery) หมายถึง วิธีการอนุญาตให้ของผิดกฎหมายหรือต้องสงสัยผ่านออกไป หรือเข้าไปส ู่เขตแดนของร ัฐหน ึfiงหรือ มากกว ่าหน ึงfiโดยการรับรู้และอยู่ภายใต้การกําก ับดูแลของเจ้าหน้าทีfiผู้มีอํานาจ เพืfiอการสืบสวน สอบสวนความผิดและเพืfiอการระบ ุต ัวบ ุคคลท ีfiเกีfiยวข้องในการกระทําความผิด ว ิธีการจ ัดส่งภายใต้ การควบค ุมจึงเป็ นเครืfiองมือทีfiใช้ในการสืบสวนท ีfiประสบผลสําเร็จมากทีfiสุดในการต ่อสู้ก ับองค์กร อาชญากรรมหรืออาชญากรรมทีfiดําเนินการเป็ นกระบวนการ โดยเฉพาะอย่างยิfiงในคดียาเสพติด และสินค้าหนีภาษีหรือหากจะนํามาใช้ในการปราบปรามการทุจริตก็ได้ แต่การระบ ุต ัวทรัพย์สิน หรือจํานวนเงินท ีfiมีการถ ่ายโอนไปย ังบ ัญชีของสถาบ ันทางการเงินในแต่ละคร ังหรือแต่ละจํานวน fi ซ ึfiงรวมไปถ ึงทรัพย์สินทีfiได้มีการแปลงสภาพไปเป็ นทรัพย์สินอ ืfiนแล้วนําไปเก ็บหรืออย ู่ในความ ครอบครองบ ุคคลอืfiน -.“ปฏิบ ัติอ ําพราง” (Undercover Operation) หมายถึง การสืบสวน เกีfiยวพ ันก ับประเภทของกิจกรรมล ับทีfiมีความส ัมพ ันธ์ก ัน (การสืบสวนกิจการเกีfiยวก ับการใช้ชืfiอ สมมติหรืออําพรางสถานะ) โดยผู้ปฏิบ ัติการล ับเป็ นผู้ควบคุมช ่วงระยะเวลาของการปฏิบ ัติการโดย เป็ นการปฏิบ ัติการในช่วงระยะเวลาส ันๆfi อาจจะเพียงระยะเวลาสองสามช ัfiวโมง หรือช ่วงยาวกว่า น ันอาจจะยาวนานเป็ นปี fi ซ ึfiงการปฏิบ ัติการลับเป็ นการปฏิบ ัติการโดยตรงต่ออาชญากรรมใน เหตุการณ์เดียวหรือในกลุ ่มองค์กรอาชญากรรมทีfiมีช่วงระยะเวลานาน แม้ว่าการปฏิบ ัติการล ับ หน ่วยงานบ ังค ับใช้กฎหมายก ําหนดว ิธีการน ีมีความจําเป็ นต ่อการแทรกซึมเข้าไปได้ในระด ับสูงของ fi กลุ่มองค์กรอาชญากรรม เมืfiออาชญากรรมได้มีการวางแผนและค้นหาความช่วยเหลือในการ กระทําอาชญากรรม ปฏิบ ัติการอําพรางจ ึงเป็ นว ิธีการสุดท้ายและเป็ นอ ันตรวยในการเข้าไป ล ่อให้เป้ าหมายประกอบอาชญากรรม หรือ การกระทําใดๆ เพืfiอล่อให้ หรือเชือเชิญให้มีการกระทํา fi ความผิด รวมท ังการดําเนินการใดๆ fi เพืfiอให้การกระท ําความผิดทีfiเป้ าหมายได้ลงมือกระทําเองแล้ว ให้เป็ นความผิดสําเร็จครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือพระราชบ ัญญัติ ต ่างๆ ทีfiเก ีfiยวข้อง อย ่างไรก็ตามปฏิบ ัติการอําพรางนีจะเป็ นอ ันตรายอย ่างมากหากเจ้าหน้าที fi fiถ ูก เปิ ดโปงสถานะ ด ังน ันปฏิบ ัติการอําพรางจ ึงจําเป็ นต้องใช้เจ้ าหน้ าท ี fi fiท ีfiมีประสบการณ์ใน การปฏิบ ัติการสืบสวนสอบสวนและต้องวางแผนการด้วยความระมัดระว ัง 24อรรณพ ลิข ิตจิตถะ และคณะ. เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ. (โครงการวิจ ัย เรืfiอง “การพ ัฒนากฎหมายป้ องก ันและ ปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (ระยะทีfi 2)” กระทรวงยุติธรรม, 2548), หน้า 35.
22 -.“การเฝ้ าติดตามโดยใ ช้ เครืfiอ งมืออิเล็กท รอนิกส์” (Electronic Surveillance) หมายถึง การนําเครืfiองมืออิเล็กทรอนิกส์และระบบสารสนเทศเพืfiอให้ได้มาซึfiงข้อมูล ข ่าวสาร เอกสาร ภาพถ ่าย ภาพเคลืfiอนไหว แผนทีfi ข้อมูลข ่าวสาร และข้อม ูลข่าวสารส่วนบ ุคคล ตามพระราชบ ัญญัติข้อมูลข ่าวสารของราชการพ.ศ.2540 ตลอดจนพฤติกรรมต่างๆของบ ุคคลและ การรับฟัง บ ันทึก จ ัดเก็บบทสนทนาทางโทรศ ัพท์อย ่างไรก็ตามประเด็นการใช้เครืfiองมือด ังกล ่าวนีfi อาจถ ูกโต้ แย้งได้จากน ักต่อส ู้ เพ ืfiอสิทธิเสรีภาพหรือมีความเสีfiยงท ีfiจะข ัดต ่อบทบ ัญญ ัติของ รัฐธรรมน ูญและกฎหมายอืfiนท ีfiเก ีfiยวข้ อง การดําเนินการโดยใช้เครืfiองมืออิเล็กทรอน ิกส์นีจึงfi จ ําเป็ นต้องได้ รับอน ุญาตจากผู้ ทีfiมีอํานาจหน้ าทีfiตามกฎหมายทีfiมีประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถและความเชีfiยวชาญเฉพาะด้านน ันๆfi (เช ่น พน ักงานอ ัยการ หรือผู้พิพากษา) ปัจจ ุบ ันพระราชบ ัญญ ัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 21 ถ ึงมาตรา 34 ได้ กําหนดหล ักเกณฑ์และวิธีการสืบสวนและสอบสวนคดีพ ิเศษไว้ และ พระราชบ ัญญัติวิธีพ ิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2540 ได้ให้บทนิยามศัพท์ คําว ่า “อ ําพราง” ไว้ใน มาตรา 7 และ “การครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม” ไว้ในมาตรา 8 และหากจะได้มีการ น ําเอาแนวความคิดของกฎหมายท ังสองฉบ ับนี fi มาปรับใช้ก ับสําน ักงาน fi ป.ป.ช. โดยการปรับปรุง แก้ไขพระราชบ ัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต พ.ศ.2542 ให้มีการเพิfiมอ ํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. ในเรืfiองด ังกล ่าวย่อมเป็ น การเพ ิfiมประสิทธิภาพในการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริตในประเทศไทยให้เก ิดประสิทธิภาพ มากยิfiงขึนfi 2) ความคล้ายคลึงของคําว่า “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิคการ ส ืบสวนสอบสวนพิเศษ” “งานด้านการข ่าว” และ”เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ต่างก ็มี ว ัตถ ุประสงค์ทีfiจะดําเนินการและวิธีทีfiแตกต ่างก ันไป แต่อย ่างไรก็ตามท ังสองวิธีการนี fi ไม่สามารถ fi แยกออกจาก ันได้ หรือไม่สามารถดําเนินการโดยใช้ว ิธีการใดวิธีการหน ึfiงเท่าน ันfiจากทีfiได้ศึกษามา ข้างต้นจะเห็นได้ว่างานด้านการข่าวน ันมีล ักษณะเป็ นปฏิบ ัติการที fi fiส่งเสริมและสน ับสนุนปฏิบ ัติการ ในการสืบสวนสอบสวนพิเศษเพ ืfiอให้เกิดความถ ูกต้องแม่นย ํา ลดความเสีfiยงหรือความสูญเสีย เพราะปฏิบ ัติการพ ิเศษจะเริfiมต้นไม่ได้หากไม่มีงานด้านการข่าวเป็ นผ ู้ให้ข้อม ูล เพ ืfiอกําหนดให้มีการ น ําเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษมาใช้ก ับเรืfiองกล ่าวหาร้องเรียนน ันๆfi และเมืfiอมีการใช้วิธีการ สืบสวนสอบสวนพิเศษก็จะต้องมีการตรวจสอบและให้ข้อมูลก ับเจ้าหน้าทีfiในระด ับปฏิบ ัติการและ ผ ู้ควบคุมเจ้าหน้าทีfiระด ับปฏิบ ัติการไปพร้อมๆ ก ัน
23 เทคนิคและว ิธีการแสวงหาข้ อมูลของงานด้ านการข่าวก ็มีลักษณะ คล้ายคล ึงก ับเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ โดยต่างก ็มีเป้ าหมายร่วมก ันคือการกระทําเพืfiอให้ ได้มาซึfiงข้อมูลทีfiจะใช้เป็ นพยานหล ักฐานในการดําเนินคดีอาญาก ับผู้กระทําผิด ซ ึfiงเป็ นเป้ าหมาย ของปฏิบ ัติการ ต ัวอย ่างทีfiถ ือว ่ามีเทคน ิคในการดําเนินการท ีfiเหมือนก ัน เช่น การด ักฟังทางโทรศ ัพท์ การเข้ารห ัสคอมพิวเตอร์เพ ืfiอเข้าถ ึงจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การอ ําพรางต ัว หรือการใช้สายล ับ การ สะกดรอยด้วยยานพาหนะ หรือเครืfiองติดตาม สอดส ่อง บ ันท ึกภาพ รวมท ังโปรแกรมติดตามการใช้ fi เครืfiองมือหรืออ ุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมท ังการล ่อให้กระทําความผิดด้วย fi การเข้าพวกเพืfiอให้ บ ุคคลทีfiเป็ นเป้ าหมายเก ิดไว้วางใจ หรืออาจกล่าวได้ว ่างานด้านการข่าวก็ถ ือเป็ นส่วนหนึfiงใน ปฏิบ ัติการสืบสวนสอบสวนพิเศษ แต่ในบางครังเมื fifiอการสืบสวนสอบสวนพิเศษย ังไม่เริfiมต้นข ึนfi งานด้านการข ่าวก็จะต้องดําเนินการคอยตรวจสอบแสวงหาข้อมูลอย ู่ตลอดเวลา หรืออาจจะ พ ิจารณาในอีกแง ่มุมหน ึfiงว ่า เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษคือ ผลผลิตของงานด้านการข ่าว น ันเอง fi 2.2 แนวความคิดและทฤษฏีเกีfiยวกับ “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิคการสืบสวน สอบสวนพิเศษ” ในต่างประเทศ แนวความคิดท ีfiเกีfiยวก ับ “งานด้านการข่าว”และ“เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ในต่างประเทศมีจุดกําเนิดจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศแคนาดา เนืfiองจากได้มีการนํา หลักวิชาทางด้านการสืบสวนสอบสวนมาใช้อย ่างเป็ นรูปธรรม และมีกฎหมายรับรองการปฏิบ ัติ ด ังกล่าวเพืfiอคุ้มครองเจ้าหน้าท ีfiและประชาชนผ ู้เกีfiยวข้องในการดําเนินการดังกล ่าว 2.2.1 แนวความคิดและทฤษฎีเรืfiอง “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิคการ ส ืบสวนสอบสวนพิเศษ” ของประเทศสหรัฐอเมริกา 1) แนวความคิดเกีfiยวกับ “งานด้ านการข่ าว” ของประเทศ สหรัฐอเมริกา แนวความคิดเก ีfiยวก ับ “งานด้านการข ่าว” ในประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดจาก “งานข่าวกรอง” ทางทหารหรือในการสงครามในอดีต เนืfiองจากแต่ละประเทศจ ําเป็นต้อง มี ห ู มีตาของตัวเอง ด ังน ันแต่ละประเทศจะมีองค์การข่าวกรองของตัวเอง fi โดยท ัวไปองค์การข่าวกรอง fi จะต ังขึ fiนตามล ักษณะของงานข่าว fi ซ ึงแบ ่งออกเป็ น fi “ข ่าวกรองต่างประเทศ” และ “การต่อต้านข ่าว กรอง” ด ังน ันfiประเทศหน ึfiงๆ จ ึงมีองค์การข่าวกรองอย ่างน้อย 1 หน ่วย ซ ึงจะรับผิดชอบท ั fi งงานข่าว fi กรองต่างประเทศ และงานต่อต้านข่าวกรอง หรืองานร ักษาความปลอดภ ัย เช ่น โซเวียตจะมี หน ่วยงาน เค.จี.บ ี. เป็นองค์การทีfiรับผิดชอบท ังสองอย ่างแต่โดยท ั fi วไปแล้ว fi ในแต่ละประเทศม ักจะ
24 ให้องค์การหน ึงร ับผิดชอบงานข่าวกรองต ่างประเทศ fi และอีกองค์การหน ึfiงรับผิดชอบงานต ่อต้าน ข ่าวกรองหรืองานรักษาความปลอดภ ัย ต่อมาได้มีการแยกงานข่าวกรองทางทหารออกเป็ นอิสระ ต ่างหาก เพราะถือว่าการข่าวกรองทางการทหารเป็นส่วนหน ึงของงานข ่าวกรองต่างประเทศและมี fi ความสําค ัญมากข ึนท ุกที fi โดยเฉพาะในยามสงคราม เพราะการข่าวกรองทางการทหารจะกําหนด ความ “แพ้” หรือ“ชนะ” ได้มาก ด้วยเหตุน ีจึงมีการตั fi งองค์การข ่าวกรองทางการทหารขึ fi นต ่างหาก fi ต ่อมาเมืfiอมีการนําความก้าวหน้าทางวิทยาการมาใช้สําหร ับการรวบรวมข่าวมากข ึนโดยเฉพาะใน fi การด ักรับฟังการติดต่อสืfiอสารของข้าศึก จ ึงมีการต ังองค์การข่าวกรองทางการสื fi fiอสารข ึนแยก fi ต ่างหากจากทีfiมีอยู่เดิม หรือกล่าวโดยย ่อว ่าองค์การข่าวกรองของประเทศใหญ่ๆ จะมี 4 รูปแบบ หลัก คือ 1) องค์การข่าวกรองต่างประเทศ 2) องค์การต่อต้านข่าวกรอง หรือองค์การรักษาความ ปลอดภ ัย 3) องค์การข่าวกรองทางทหาร และ 4) องค์การข่าวกรองทางการสืfiอสาร เป็ นต้น ปัจจ ุบ ันประเทศสหรัฐอเมริกาเป็ นประเทศท ีfiมีบทบาทในทุกด้านของ โลกส ่งผลให้เรืfiองความม ัfiนคงของประเทศสหรัฐอเมริกากลายเป็ นเรืfiองทีfiมีความสําค ัญมากทีfiสุด ด ังน ันเพื fi fiอให้ความม ันคงของประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถต่อสู้ก ับศ ัตรูต่างประเทศได้ fi งานด้าน การข ่าวของประเทศสหรัฐอเมริกาจ ึงถ ือว ่าเป็ นสิfiงทีfiน ่าสนใจทีfiจะท ําการศึกษามากทีfiสุดแห ่งหน ึfiง งานด้านการข่าวของประเทศสหรัฐอเมริกาจ ึงถ ือว่าเป็ นงานทีfiเกีfiยวก ับ ความม ันคงเป็นอ ันด ับต้นๆ fi และหน ่วยงานทีfiเกีfiยวข้องก ับงานด้านการข่าวของประเทศสหรัฐอเมริกา คือซ ี.ไอ.เอ. (C.I.A. : Central Intelligence Agency) หรือถ้าจะเปรียบเทียบก ับประเทศไทยก็คือ สําน ักข่าวกรองแห ่งชาติ (NIA : National Intelligence Agency) น ันเอง fi ประว ัติ ”งานด้านการข ่าว” ในประเทศสหรัฐอเมริกาน ันfiเริfiมมีต ังแต่ fi ก ่อต ังประเทศสหร ัฐอมริกาในสม ัยประธานาธิบดีจอร์จ fi วอชิงต ัน ซ ึfiงเป็ นประธานาธิบดีคนแรก ต ่อมาเริfiมมีการประสานงานบนพืนฐานระด ับรัฐบาลอย ่างกว้างขวางต ั fi งแต่สงครามโลกครั fi งที fifi 2 โดย มีการพ ัฒนาโครงการทีfiโดดเด่นสามโครงการเพืfiอการประสานงานข ่าวกรองพืนฐานคือ fi (1) การศ ึกษาข่าวกรองร่วมกองท ัพบกและกองท ัพเรือ (2) การสํารวจข ่าวกรองแห ่งชาติ (3) หน ังสือ รายงานข้อเท็จจริงของโลกซึfiงจ ัดทําท ุกปี ในระหว ่างสงครามโลกครังที fifi 2 ข่าวกรองพ ืนฐานจากหน ่วยงานต่าง fi ๆ ของร ัฐบาลสหรัฐอเมริกามีความซําซ้อนและมีความข ัดแย้งของข ่าวสารด้วยก ันเอง fi ด ังปรากฏใน เหตุการณ์การโจมตีของญีfiป ุ่ นต่อเพิร์ลฮาร์เบอร์ในปี พ.ศ. 2484 ท ําให้ผู้นําในรัฐสภาและผ ู้บริหาร ประเทศในหน ่วยงานต่างๆ ต้องการทีfiจะสรุปการรายงานให้แก ่ประธานาธิบดี ต ่อมาเมืfiอ พ.ศ. 2486 นายพล จอร์จ สตรอง และนายพลเรือ เทรน (สําน ักงานข่าวกรองกองท ัพเรือ) และ นายพล วิลเลีfiยม โดโนแวน (ผู้อํานวยการสําน ักงานบริการ ย ุทธศาสตร์) ตกลงร ่วมก ัน ทีfiจะสถาปนาหน ่วยงานด้านการข่าวข ึนโดยได้มีการเสนอแนะให้มีการ fi
25 จ ัดต ังคณะกรรมการศึกษาและเผยแพร่ข่าวกรองร่วม fi เพืfiอสร้างแก้ไข ประสานงาน และตีพิมพ ์ข่าว การศึกษาข่าวกรองร่วมกองท ัพบกและกองท ัพเรือ จึงเป็ นโครงการข่าวกรองพืนฐานระหว ่าง fi กระทรวงเป็ นครังแรกที fi fiตอบสนองความต้องการของรัฐบาลสหร ัฐอเมริกา หน ่วยข่าวกรองกลาง หรือ ซี.ไอ.เอ25. ได้ ถ ูกจ ัดต ังขึ fiนเมื fi fiอว ันทีfi 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2490 ในสมัยประธานาธิบดีเฮนรีfi ทรูแมน และเริfiมปฏิบ ัติการอย ่างเป็ นทางการ เมืfiอว ันทีfi 18 ก ันยายน พ.ศ. 2490 โดยสภาความม ันคงแห ่งชาติได้ออกคําส ั fi fiง กําหนดการปฏิบ ัติการ ข ่าวกรองท ําหน้าท ีfiแม้ว ่าจะไม่มีสงครามด้วยก็ตาม เพราะประเทศสหรัฐอเมริกามีความจ ําเป็ นต้อง มีข้อมูลข ่าวกรองพืนฐานของท ุกพื fi นท ี fifiท ัวโลก fi ซึfiงแต่เดิม ซี.ไอ.เอ. ถ ูกเรียกว ่าสําน ักงานย ุทธศาสตร์ หรือทีfiเรียกว ่า หน ่วยงาน OSS (Office of Strategic Services) มีหน้าทีfiวางแผน “ปฏิบ ัติการ อ ําพราง” เช ่น วางแผนโค่นรัฐบาลโมซาเดก ประเทศอ ิหร่าน เมืfiอ พ.ศ.2496 วางแผนบ ุกคิวบาใน พ.ศ.2504 พยายามส ังหารประธานธิบดีลูม ุมบ้าแห ่งคองโก ในปี เดียวก ัน เป็ นต้น หน ่วยงาน ซี.ไอ.เอ. ถ ูกกําหนดให้มีความรับผิดต่อสภาความม ัfiนคง แห่งชาติ โดยมีหน้าทีfiสําคัญ 5 ประการ คือ26 (1) ให้คําแนะนําแก ่ประธานาธิบดี และ สภาความม ันคงแห ่งชาติ fi ใน การข ่าวเกีfiยวก ับความมันคงปลอดภ ัยของชาติ fi (2) ประสานกิจกรรมการหาข่าวของสหรัฐอเมริกาในต่างประเทศ (3) ผลิตและแจกจ ่ายการข ่าวทีfiกรองอย่างละเอียดแล้วให้แก่หน ่วยงาน ของร ัฐท ีfiเกีfiยวข้อง (4) ปฏิบ ัติการสนองความต้องการของผ ู้หาข่าว (เจ้าหน้าทีfiระด ับสูงของ หน ่วยงานความม ันคง fi ) (5) ปฏิบ ัติงานอ ืfiนๆ ตามท ีfiสภาความมัfiนคงแห่งชาติได้มีคําสัfiง (ซ ึfiงถือ เป็ นหน้าทีfiหลัก) โดยท ัfiวไปแล้ ว ซี.ไอ.เอ.จะปฏิบ ัติงานร่วมก ับหน ่วยงานอืfiนๆ เช ่น กระทรวงการต่างประเทศ กรมการข่าวกลาโหม สภาความม ัfiนคงแห ่งชาติ เอฟ.บ ี.ไอ. และ คณะกรรมการพล ังงานปรมาณู นอกจากนีย ังมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบ ัติงานนอกประเทศ fi รวบรวมข่าวสาร นํามากล ัfiนกรองแล้ วเสนอต่อประธานาธิบดี ซึfiงข่าวทีfiเสนอน ันจะได้ รับการ fi ตรวจสอบ วิเคราะห์อย ่างละเอ ียด โดยผ ู้ชํานาญการทางด้าน ข ่าวกรอง สําหรับเจ้าหน้าทีfi ซ ี.ไอ.เอ. ในต ่างประเทศจะทํางานโดยขึนตรงต่อเอกอ ัครราชท ูตสหรัฐประจําประเทศน ั fi นๆfi ความสนใจ ทางด้านผลประโยชน ์และความร ับผิดชอบของซี.ไอ.เอ. จะแตกต ่างก ันไปแต ่ละประเทศ ข ่าวสารทีfi 25จุไท แสงทวีป. สงครามจารกรรม, หน้า 40-43. 26อ้างแล้ว ,หน้า 41.
26 ได้จะถูกรวบรวมทีfiสําน ักงานข ่าวกรองแห ่งชาติซ ึfiงมีท ังที fifiเปิ ดเผยและทีfiปกปิ ดเป็นความล ับ เนืองจาก fi ซ ี.ไอ.เอ. เป็นหน ่วยงานทีfiมีความหลากหลายมาก ซี.ไอ.เอ. จ ึงต้องมีผู้ชํานาญการพิเศษในหลายๆ ด้านมารวมต ัวเพืfiอทํางานร่วมก ัน เช ่น น ักวิทยาศาสตร์ ว ิศวกร น ักบ ัญชี น ักภาษาศาสตร์ รวมท ังfi การมีสายลับซ ึงได้รับการฝึ กฝนมาเป็นอย่างดี fi นอกจากนีย ังมีเครื fi fiองมือท ีfiท ันสม ัย ว ่าก ันว ่าซี.ไอ.เอ. มีเครืfiองมือทีfiสําหรับแปลหน ังสือจากภาษาอ ังกฤษเป็ นภาษาอ ืfiนๆ หรือแปลจากภาษาอืfiนเป็ น ภาษาอ ังกฤษท ีfiท ันสม ัยทีfiสุดในโลก สามารถแปลหน ังสือ “Gone with the Wind’ ซ ึfiงหนา 1,037 หน้าเสร็จภายในห้านาที 27 วิธีการป้ อนข่าวภายในกองบ ัญชาการ ซี.ไอ.เอ. กระทําด้วยระบบ อ ัตโนม ัติท ังสิ fiนซึ fifiงซี.ไอ.เอ. จะมีศูนย ์ข่าวสารต่างๆ อย่างครบถ้วนละเอ ียดลออในท ุกวงการ มีแฟ้ ม ประว ัติบุคคลสําค ัญสาขาต่างๆ ท ัวโลก fi ซ ึงเมื fi fiอต้องการแล้วจะได้ในท ันทีท ันใจ28 ภายใน ซ ี.ไอ.เอ. จะแบ่งออกเป็ น กรมข่าวกรองและกรมว ิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี น ับว่าเป็ นหน ่วยงานทีfiท ําหน้าท ีfiรวบรวมข่าวอย่างแท้จริงของซ ี.ไอ.เอ. โดยสองกรมนีจะfi ท ําหน้าท ีfiเลือกข่าวทีfiส่งเข้ามาทีfiสําน ักงานใหญ่แต่ละว ัน จ ํานวนมากท ัวโลก fi น ํามาว ิเคราะห ์ ตีความ ท ํารายงานส่งไปย ังประธานาธิบดี เพืfiอชีแนะแนวทางในการกําหนดนโยบาย fi และให้คําเตือน ล ่วงหน้าแก่ประธานาธิบดีข้อมูลท ีfi ซี.ไอ.เอ. ได้รับส่วนหน ึงจะมาจากแหล ่งข ่าวเปิดของภาคเอกชน fi และมีหน ่วยงานทีfiรับผิดชอบด้าน “การต ่อต้านข ่าวกรอง”ซ ึงจะทําหน้าที fi fiในการหาข่าวโดยใช้กล้อง ถ ่ายรูปทางล ับ การซ ่อนไมโครโฟนบ ันท ึกการสนทนาของฝ่ ายข้ าศ ึก ซ ึfiงหน ่วยงานนีจะมี fi ประสิทธิภาพมาก โดยเฉพาะอย ่างยิfiงการต่อต้านปฏิบ ัติการของหน ่วยงาน เค.จี.บี. ของร ัสเซ ีย ปัจจ ุบ ัน ซ ี.ไอ.เอ. มีอํานาจแทรกซ ึมเข้าไปองค์กรต่างๆ ของชาวอเมริก ันท ัวประเทศ fi รวมท ังมีสิทธิ fi ไม ่ต้องเปิ ดเผยกิจกรรมล ับของตนเองหากได้ รับการอน ุมัติจากกระทรวงยุติธรรม รวมท ังมีสิทธิ fi ในการปฏิบ ัติการล ับ หรือปฏิบ ัติการอําพรางได้ตราบเท ่าทีfiไม่ข ัดต่อนโยบายหรือการเมืองของ ประเทศสหรัฐฯอีกด้วย29 2) แนวความคิดเกีfiยวกับ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ของ ประเทศสหรัฐอเมริกา แนวความคิดเกีfiยวก ับ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ” ของ ประเทศสหรัฐอเมริกามีรากฐานมาจากการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมพืนฐาน fi ต่อมาเมืfiอ อาชญากรรมมีความซ ับซ้อน และมีล ักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรม งานด้านการสืบสวนสอบสวน 27อ้างแล้ว, หน้า 41-42. 28อ้างแล้ว, หน้า 42. 29อ้างแล้ว, หน้า 43.
27 อาชญากรรมจ ึงต้องพ ัฒนาตาม หรือต้องพ ัฒนาให้มีความก้าวหน้าก ับอาชญากรรมรูปแบบใหม่ๆ ท ีfiเกิดขึนfi ด ังจะเห็นได้ว ่ามีผ ู้พยายามคิดค้นเทคนิคการสืบสวนสอบสวนเพืfiอ จ ับก ุมผู้กระทําผิดอาญานานแล้วซ ึงเทคน ิคบางอย่างก็ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง fi หรืออาจใช้ได้ในส ังคม รูปแบบหน ึงแต่อาจใช้ไม่ได้ในอีกรูปแบบหน ึ fi fiง และเมืfiอพิจาณาถ ึงรูปแบบการท ุจริตคอร์รัปช ันใน fi ประเทศไทยจะเห็นได้ว ่า มีท ังที fifiเป็ นการกระทําทีfiไม่ซ ับซ้อนจนถ ึงระด ับการท ุจริตเชิงนโยบายทีfiมี ความซ ับซ้อนมาก ข้อพิจารณาจากอดีตเกีfiยวก ับการนําเทคน ิคการสืบสวนสอบสวนมาใช้ ไม ่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดก็ตาม บางครังก็ส ่งผลกระทบต ่อสังคม fi แต ่ก็อาจให้ผลสําเร็จเป็ นการป้ อง ปรามอาชญากรรมและปัญหาอาชญากรรมและการท ุจริตคอร์รัปช ัfiนอย่างได้ผล บางครังก ็อาจ fi ส ่งผลเสียหายต ่อสังคม หรือต ่อหน ่วยงานทีfiได้มีการนําเทคนิคการสืบสวนสอบสวนน ันไปใช้ fi และ หลายต่อหลายครังก ็ทําให้เกิดผลย้อนหล ังไปย ังเจ้าหน้าที fi fi ผู้ปฏิบ ัติการสืบสวนสอบสวนน ันเองด้วย fi หรือบางครังการสืบสวนสอบสวนเสร็จสิ fi นสมบูรณ์จนผู้ต้องหาถูกศาลตัดสินลงโทษไปแล้วแต่กล ับ fi มีการรือฟื fiนคดีขึ fi นมาใหม ่ด้วยจ ุดประสงค์หลายๆ fi ประการ ต ัวอย่างเช่น การรือฟื fifiนคดีลอบสังหาร ประธานาธิบดีจอห ์น เอฟ. เคนเนดีfi (John F. Kennedy) หรือการรือฟื fifiนคดีในช ่วงหล ังการปฏิว ัติ ใหญ่ในฝรัfiงเศส (The French Revolution) เมืfiอโครงสร้ างอํานาจทางการเมืองเปลีfiยนแปลงไป สิfiงเหล่านีล้วนเป็ นเรื fi fiองทีfiน ่าเตือนใจและเป็นเรืfiองทีfiน่าศึกษาสําหรับผ ู้ทีfiทําการสืบสวนสอบสวนอยู่ เสมอเพราะอาจจะเกิดข ึนก ับตัวเจ้าหน้าที fi fiเอง การศึกษาแนวความคิดและประว ัติศาสตร์ของการ สืบสวนสอบสวนย ่อมจะช ่วยให้ผู้ทีfiสนใจงานด้านการสืบสวนสอบสวนเห็นภาพการทํางานได้ กว้างขึนfiรู้จ ักคิดหาว ิธีแก้ปัญหาอย ่างถูกต้อง มีการคิดอย ่างเป็นระบบ และเป็ นการช ่วยให้ รู้จ ักคิด หาว ิธีแก้ปัญหาอย ่างถ ูกต้องและช ่วยในการพ ัฒนางานด้านการสืบสวนสอบสวนได้ถ ูกทางเร็วขึนfi เช่น รู้จ ักหาคําตอบเมืfiอมุ่งศึกษาว ิชาการสืบสวนในกรณีท ีfiต้องการทราบว ่าควรจะมุ ่งเน้นไปทางใด เป็ นต้น แนวความคิดแรกๆ ของการสืบสวนอาชญากรรมน ันมีแตกต่างก ัน fi ออกไปซึfiงพอจะจ ัดแบ ่งกลุ ่มได้ดังนีfi 30 - กลุ ่มแรก เชืfiอว่าการสืบสวนสอบสวนจะได้ผลเพราะความรู้ สึก ส ังหรณ์ใจเกิดความคิดขึนมาแวบหนึ fi fiง หรือเกิดมโนภาพขึนfiเหมือนในน ิยายน ักสืบเชอร์ล๊อคโฮมส์ บางตอน 30 พงศ์พ ัฒน์ ฉายาพ ันธุ์. ความรู้เบืองต้นการสืบสวนอาชญากรรม fi , หน้า 38.
28 - กลุ ่มทีfiสอง เชืfiอว ่างานสืบส วนสอบสวนเป็ นงานทีfiทําประจ ําใช้ ประสบการณ์อย ่างเดียว หาหลักฐานแล้วคิดจินตนาการประกอบเล็กน้อย ไม่ใช ่เก ิดจากการรู้สึก ส ังหรณ์ใจ - กล ุ่มทีfiสาม เชืfiอว ่างานสืบสวนสอบสวนท ีfiถ ูกต้องทีfiสุดได้แก ่การใช้ วิธีการทางว ิทยาศาสตร์เท ่าน ันfiเช ่น การใช้เครืfiองมืออุปกรณ์ เคมี หรือการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพืfiอการพิสูจน์เท ่าน ันfi หากพิจารณาจากแนวความคิดความเช ืfiอท ังสามแนวทางจะเห็นได้ว ่า fi การสืบสวนสอบสวนน ันไม ่สามารถที fi fiจะย ึดแนวความคิดใดความคิดหน ึfiงได้แต่เพียงอย ่างเดียว เพราะไม่มีหล ักเกณฑ์ ข้อเท็จจริงและรูปแบบทีfiตายต ัวสําหรับงานสืบสวนสอบสวน งานสืบสวน สอบสวนจึงต้องนําแนวความคิดท ังสามประการมาผสมผสานก ันและก ัน fi อาจมีการให้น ําหน ักใน fi แนวความคิดใดความคิดหน ึfiงในบางเรืfiอง หรืออาจจะต้องให้นําหน ักเท ่าๆ fi ก ัน อย ่างไรก็ดีการให้ น ําหน ักท ั fi งสามแนวความคิดนี fi จะต้องผสมกลมกลืนก ันอย่างมีเหตุมีผล fi สามารถยืดหย ุ่นปรับเปลีfiยน ได้ความมุ ่งม ันต ังใจในงานการศ ึกษาท ั fi งภาคทฤษฏีและปฏิบ ัติจนเกิดความชํานาญการด้าน fi การตรวจ วิเคราะห์หาหล ักฐาน ความเช ีfiยวชาญทางด้านบ ัญชี และกฎหมายจะเป็ นสิfiงทีท ําให้ การแก้ไขปัญหาจากการสืบสวนสอบสวนสามารถท ําได้ผลมากข ึนfi ในช ่วงระหว ่างปี ค.ศ.1833 ได้เกิดแนวความคิดในเรืfiองการสืบสวน สอบสวนของตํารวจโดยไม่ต้องสวมเครืfiองแบบ ในอดีตตํารวจฝ่ ายสืบสวนสอบสวนจะไม่สวม เครืfiองแบบอย ู่แล้ วแต่จะแต ่งกายด้วยเสือผ้ าธรรมดา fi ช ุดของตํารวจสืบสวนในสม ัยแรกๆ เป็ น เหมือนก ับเสือผ้าของพลเรือนโดยท ั fi วไปfi แต ่จะมีตราหรือเครืfiองหมายของกรมตํารวจติดทีfiเสือfiท ังนี fifi ความคิดหล ักทีfiไม่ให้ตํารวจฝ่ ายสืบสวนสอบสวนสวมเครืfiองแบบเพราะไม่ใช ่ไม่มีเครืfiองแบบใส่แต่ เป็ นเพราะต้องการจะปกปิดว่าเป็ นตํารวจ ต่อมาเริfiมมีพ ัฒนาการทีfiเห็นว ่าสมควรมีเจ้าหน้าทีfiส่วน หน ึfiงทีfiไม่สวมเครืfiองแบบหรือติดเครืfiองหมายของตํารวจเลยโดยมีเจตนาเพืfiอปกปิ ดหล ักฐานว่า ตนเองเป็ นตํารวจเนืfiองจากเครืfiองแบบจะเป็ นอุปสรรคต่อการส ังเกตดูคนร้ายและรวบรวมข ่าวตาม สถานท ีfiต ่างๆ โดยเฉพาะบริเวณทีfiขโมยและโจรปล้ นคนเดินทางบ ่อยๆ หรือบริเวณทีfiเก ิด อาชญากรรมข ึนเป็นประจ ํา fi 31 อย่างไรก ็ตามเจ้าพน ักงานตํารวจคนแรกของโลกทีfiได้รับคําส ัfiงไม่ให้ใส่ เครืfiองแบบ ไม่ได้ปฏิบ ัติหน้ าท ีfiทีfiประเทศสหรัฐอเมริกา แต ่กล ับเป็ น สิบเอกวิลเลีfiยม พอพเพย์ (William Popay) เจ้าหน้าทีfiตํารวจนครบาลลอนดอน ซึfiงอย ู่ในความควบคุมก ําก ับของสําน ักงาน ตํารวจสก๊อตแลนด์ยาร์ด (Scotland Yard’s detective Force) ซ ึfiงมีชืfiอเสียงด้านการสืบสวน สอบสวนเป็ นอย่างมากจนถ ึงปัจจ ุบ ัน เขาได้รับคําส ัfiงจากร ัฐบาลอ ังกฤษให้เข้ าทําการสืบสวน 31 พงศ์พัฒน์ ฉายาพ ันธุ์, หน้า 46.
29 กลุ่มการเมืองหรือสหภาพการเมืองแห ่งชาติ เน ืfiองจากสงส ัยว่าจะต่อต้านร ัฐบาล ซึfiงต่อมาได้มีการ ขยายและพ ัฒนารูปแบบการปฏิบ ัติการนอกเครืfiองแบบไปท ัวสหราชอาณาจ ักร fi 32 ในประเทศสหรัฐอเมริกาช ่วงต้นศตวรรษท ีfi 18 อาชญากรรมได้ทวีความ รุนแรงมากยิfiงขึนfiทุกภาคส่วนในสังคมอเมริก ันพยายามแก้ไขปัญหาอาชญากรรมมาโดยตลอด แต่ ก ็ไม่ประสบความสําเร็จ ด ังน ันในช ่วงปี fi ค.ศ. 1810 (พ.ศ.2325) สมาคมนายธนาคารของนิว อ ิงค์แลนด์ร่วมก ับสมาคมในแคนนาดา ต ังรางว ัลก้อนใหญ่แก ่ผ ู้สามารถจ ัดการก ับกล ุ่มผู้ปลอม fi ธนบ ัตรสหร ัฐ ทีfiหมุนเวียนในกระแสเงินของส ังคมสหรัฐและแคนาดา ต่อมามีการตังรางว ัลนําจ ับ fi บ ุคคลทีfiสังหารชีว ิตและประทุษร้ายต่อทรัพย์ เช่น รางว ัลค่าห ัวสําหรับมือวางเพลิงเผาสถานทีfiต่างๆ หลายแห ่งโดยรัฐบาลและเทศบาลจะเป็ นผู้จ ่ายเงินรางว ัลให้ เนืfiองจากครอบครัวของผู้ทีfiตกเป็ น เหยืfiออาชญากรรมไม่สามารถพ ึงพารัฐบาลท้องถ ิ fi fiนให้ปฏิบ ัติงานอย่างได้ผล จ ึงห ันไปขอร้องเพืfiอน ฝ ูงมิตรสหายและตังรางว ัลขึ fi นเอง fi กรณีด ังกล่าวทําให้ รัฐบาลถ ูกบีบค ันให้กลับมาสนใจปัญหา fi อาชญากรรมอย่างจริงจ ังและเริfiมประกาศให้รางว ัลก ับการจ ับขโมยและโจรมากขึนfiและเจ้าหน้าทีfi ของร ัฐเองก็มีสิทธิจะรับรางว ัลด ังกล่าวด้วย ตํารวจและนายอําเภอเริfiมเรียนรู้วิธีการสืบสวนทําให้ รู้ต ัวคนร้ายและทีfiหลบซ ่อน มีการใช้สายลับเชืfiอมโยงติดต่อก ับกล ุ่มคนร้ าย โดยมีเงินรางว ัลเป็ น แรงกระตุ้น ซ ึงในระยะแรกๆ fi วิธีการนีได้ผลดีเป็ นอย ่างมาก fi 33 ต ่อมาเริfiมเกิดปัญหาว่า ขโมยถ ูกช ักชวนให้คืนทรัพย ์สินทีfiถ ูกขโมยไป และได้ ร ับเงินรางว ัลตอบแทน กลายเป็ นธุรกิจอย ่างหน ึfiงระหว ่างเจ้ าหน้าทีfiก ับคนร้ ายเพราะ กลายเป็ นประเพณีว ่า เมืfiอได้ทร ัพย์สินคืนไปแล้วก ็จ ่ายเงินรางว ัลมาโดยไม่ต้องถามอะไรต่อไป34 ในปี ค.ศ.1841 (พ.ศ.2384) มีขโมยคนหนึงถูกจ ับติดคุกในเมืองบอสต ัน fi ด้วยข้อหาอ ืfiนเพืfiอจะบีบบ ังค ับให้คืนเครืfiองเพชรราคาหนึfiงหมืfiนดอลล่าห์ทีfiต ัวเขาเองเป็ นผู้ขโมยไป ก ่อนแล้วโดยมีอ ิสรภาพเป็ นข้อแลกเปลีfiยน การกระทําในล ักษณะน ีกลายเป็ นว ่า fi ท ังคนร้ายและคน fi ล ่าเงินรางว ัลเป็ นคนช ัวคนเดียวก ันน ั fi นเอง fi ประกอบก ับคดีฆาตกรรมต่างๆ และคดีเรืfiองปลอมแปลง เงินตราย ังไม ่หมดไป คนในสังคมก ็เริfiมแนะความคิดใหม่ๆ ด้วยการซือข่าวจากผู้ชี fi ช่องให้สามารถ fi จ ับก ุมคนร้าย35 ประว ัติศาสตร์ในส ่วนน ีจะอธิบายข้อเท็จจริงและแนวความคิดบางอย่าง fi ของเจ้าหน้าท ีfiหรือต ัวแทนของประเทศสหรัฐอเมริกาในการประชุม อบรม ส ัมมนา หรือในผลงาน การเขียนต่างๆ ทีfiเกีfiยวข้องก ับการปราบปรามอาชญากรรมและการท ุจริตคอร์รัปช ันว ่า fi ไม่สมควรใช้ 32อ้างแล้ว, หน้า 46. 33อ้างแล้ว, หน้า 53-54. 34อ้างแล้ว, หน้า 55. 35 เรืfiองเดียวก ัน,หน้าเดียวก ัน.
30 วิธีการจ ่ายเงินรางว ัลสินบนนําจ ับเพืfiอแก้ปัญหาดังกล ่าวแต่อย ่างใด ท ังน ี fiเป็ นเพราะประสบการณ์ fi ของประเทศสหรัฐอเมริกาทีfiมุ ่งแก้แต่ปัญหาเพ ียงอย ่างเดียว ทําให้การแก้ปัญหาน ันกลับกลายเป็ น fi การสร้างปัญหาข ึนใหม่น ั fi นเอง fi พ ัฒนาการด้านการให้เงินรางว ัลได้ถ ูกเปลีfiยนเป็ นการให้เงินรางว ัลก ับ ผ ู้ชีช ่องให้สามารถจ ับก ุมคนร้าย fi วิธีการนีกล ับสามารถทําให้อาชญากรถูกจ ับมากยิ fi fiงขึนfiเจ้าหน้าทีfi ตํารวจจ ึงห ันมาใช้ว ิธีการติดตามรอยคนร้ายโดยให้เงินเป็นค ่าตอบแทนเมืfiอได้ข่าวเก ีfiยวก ับคนร้ าย หรือซือข่าวจากผู้ที fi fiรู้เห ็นเรืfiองขโมย วิธีการน ีกลายเป็ นเรื fi fiองทีfiตํารวจพอใจเพราะย ุติธรรมดีทีfiสามารถ เบิกงบค่าใช้จ ่ายในการสืบสวนได้ ไม่ต้องไปพ ัวพ ันก ับกลุ ่มห ัวขโมย ความสาม ัคคีในหมู่น ักสืบ ด้วยก ันเองก็ดีข ึนfiไม ่ต้องมีการะแวงสงส ัยก ันและก ัน พลเรือนท ีfiให้ข่าวก็ย ังได้ รับผลตอบแทนเป็ น เงินค่าข่าว เป็ นแรงจ ูงใจและย ังปิดทางหากินของพวกขโมยเพราะขโมยจะไม่สามารถต ่อรอง และ ไม ่มีการประน ีประนอมเพืfiอให้ได้เงินรางว ัลน ําจ ับแต ่อย ่างใด ส ่งผลดีท ังรัฐและเอกชน fi ผู้เสียหายทีfi ถ ูกโจรกรรมทร ัพย์สินหรือถ ูกย ักยอกก็ได้ทร ัพย์สินคืนโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ซ ึfiงวิธีการนีย ังคงใช้จนถ ึง fi ปัจจ ุบ ัน เช ่น หน่วยสืบสวน เอฟ.บี.ไอ. 36 ในช ่วงระยะเวลาต่อมาได้มีการพ ัฒนาเทคนิคการสืบสวนสอบสวนไป มาก โดยมีการศึกษาเรียนรู้ข้อม ูลจากน ักโทษ และในขณะเดียวก ันก็ได้มีการต ังหน่วยงานเอกชน fi ข ึนมากล ุ่มหน ึ fi fiงโดย อ ัลลัน พ ิงเคอร์ต ัน (Allan Pinkerton) ได้ก่อต ังสําน ักงานน ักสืบพิงเคอร์ต ันเมื fi fiอ ค.ศ. 1850 (พ.ศ.2329) เป็ นองค์กรน ักสืบทีfiมีช ืfiอเสียงทีfiสุดในบรรดาองค์กรน ักสืบเอกชนในอเมริกา ขณะเดียวก ันน ันก็ถือว่า fi อ ัลล ัน พิงเคอร์ต ัน เป็ นตํารวจน ักสืบด้วยตามกฎหมาย อาชญากรรมทีfiทํา การสืบสวนสอบสวนได้แก ่ โจ รปล้ นรถไฟ และการปลอมแปล งเอกส าร เรียกค่าไถ่ และ การหลอกลวงต้มตุ๋น 37 สําน ักงานน ักสืบพิงเคอร์ต ัน มีแนวความคิดว ่า คนในองค์กรต้องมีความ สาม ัคคีเป็ นนําหน ึ fi fiงใจเดียวก ัน การปฏิบ ัติงานต้องซืfiอส ัตย ์ต่อลูกค้า น ักสืบของสําน ักงานต้องมี ความรู้มีการศึกษาและได้รับการอบรมอย ู่เสมอทําให้สําน ักงานน ักสืบพิงเคอร์ต ันมีชืfiอเสียงลําหน้า fi กว่าตํารวจเสียอีก และสําน ักงานพิงเคอร์ตันจะไม่ยอมรับในเรืfiองเงินว ่าจ้างหรือเงินรางว ัลทีfiต้อง ข ึนอย ู่ก ับผลการสืบสวน fi สําน ักงานจะให้เงินจ ํานวนหนึfiงในระด ับทีfiเพียงพอแก ่การใช้จ ่ายและการ ปฏิบ ัติงาน ซ ึfiงมากกว ่าทีfiเจ้ าหน้าทีfiตํารวจได้ รับการจ ่ายเงินค่าจ้ างน ักสืบ จะจ่ายเป็ นรายว ัน แก่น ักสืบแต่ละคนทีfiจ้างไว้สําหรับแต่ละคดี บวกก ับเงินสํารองจ ่ายอีกเล็กน้อย แต่องค์กรน ักสืบ พ ิงคอร์ตันจะไม ่รับรองว่าคดีท ีfiรับสืบสวนน ันจะสําเร็จท ุกคดี fi นอกจากการร ับเงินท ีfiสําน ักงานจ่ายให้ น ักสืบอย ่างเพียงพอแล้ว ถ้าน ักสืบคนใดไปรับเงินจากผู้ว ่าจ้างหรือลูกค้าของบริษัทเพิfiมเติมไม่ว่า 36อ้างแล้ว, หน้า 55-56. 37อ้างแล้ว, หน้า 57.
31 จะเป็ นเงินรางว ัลก ็ตามจะถูกไล่ออกท ันที เนืfiองจากช ืfiอเสียงและค่าตอบแทนทีfiว ่าจ้างน ันอย ู่ในระด ับ fi ท ีfiเหมาะสมอย ู่แล้วจึงพบว ่าน ักสืบของสําน ักงานพ ิงเคอร ์ตันส่วนใหญ่จะซ ืfiอส ัตย์ รักษาระเบียบของ สําน ักงานเป็ นอย่างดี การดําเนินงานของสําน ักงานจึงได้รับความนิยมเป็นอย ่างมากท ัวประเทศ fi 38 ในปี ค.ศ.1861 (พ.ศ.2404) ได้มีการจ ัดต ังกรมสืบสวนของสหพ ันธ์รัฐ fi ข ึนและเป็ นแรงผล ักด ันให้เกิดหน่วยงานที fi fiท ําหน้าทีfiเกีfiยวข้องก ับงานด้านการข่าว การสืบสวน สอบสวน อาชญากรรม และการก ่อการร้ ายภายในประเทศสหรัฐอเมริกา คือ สําน ักงานสืบสวน สอบสวนกลาง หรือเอฟ.บี.ไอ. น ันเอง fi 39 เอฟ.บี.ไอ. เป็ นหน ่วยงานข ่าวกรองของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา มีอํานาจหน้าทีfiในการสืบสวนคดีอาชญากรรมสําค ัญท ีfiเกิดขึนในประเทศสหรัฐอเมริกา fi รวมท ังการ fi ก ่อการร้ายภายในประเทศ โดยมีหน้าทีfiหล ักห้าประการคือ การต่อต้านการก่อการร้ าย ปราบปราม อาชญากรรมเกีfiยวก ับยาเสพติด ต่อต้านหน ่วยข ่าวกรองต่างชาติ ปราบปรามอาชญากรรมรุนแรง และอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ40 เอฟ.บี.ไอ. ถ ูกพ ัฒนาขึนจากหน ่วยปฏิบ ัติการพิเศษที fi fiต ังข ึ fiนในปี fi ค.ศ. 1908 โดยตอนแรกใช้ชืfiอ“สําน ักงานสืบสวน” (Bureau of Investigation : BOI) ก ่อนท ีfiจะเปลีfiยนมา ใช้ชืfiอเป็ น เอฟ.บ ี.ไอ. (Federal Bureau of Investigation : FBI) เมืfiอ ค.ศ. 193541 ปัจจ ุบ ันเจ้าหน้าทีfiของ เอฟ.บี.ไอ. จ ํานวนมากได้ถ ูกส่งไปประจําอย ู่ใน ต ่างประเทศท ัวโลกและท ํางานในสถานท ูตสหรัฐอเมริกา fi ในฐานะเป็ นผู้ช่วยท ูตด้านกฎหมาย น ับ แต่เดือนมิถ ุนายน ค.ศ.2002 ปฏิบ ัติการหล ักของ เอฟ.บี.ไอ. คือ การต่อต้านการก ่อการร้ าย โดยกฎหมายของสหรัฐยินยอมให้เจ้าหน้าทีfi เอฟ.บี.ไอ. สามารถด ักการรับฟังทางโทรศ ัพท ์ และ ตรวจสอบการใช้อินเตอร์เน็ต นอกจากน ีย ังสามารถเข้าไปตรวจค้นบ้านเวลาที fi fiประชาชนไม่อยู่ใน บ้านได้อีกด้วย42 38อ้างแล้ว, หน้า 57-58. 39อ้างแล้ว, หน้า 61. 40 ______________________ , “ภารก ิจเอฟบีไอก ับซีไอเอ ต่างก ันตรงไหน?”, ผู้จัดการรายวัน 22 มีนาคม 2549) : Online Avilable HTTP : http://www.lcc.ac.th/forum/board_posts.asp?FID=12 41 เรืfiองเดียวก ัน, หน้าเดียวกัน. 42อ้างแล้ว, หน้าเดียวก ัน.
32 2.2.2 “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ของ ประเทศแคนาดา 43 1) แนวความคิดเกีfiยวกับ “งานด้านการข่าว” ของประเทศแคนาดา ในประเทศแคนาดาได้มีการนํางานด้านข ่าวกรองเพืfiอความม ันคงเป็ น fi หน ่วยงานในสังก ัดของสําน ักงานตํารวจแห ่งชาติแคนาดา (ตํารวจม้าแคนาดา) ปัจจ ุบ ันประเทศ แคนาดามีหน ่วยงานท ีfiรับผิดชอบงานด้านการข่าวคือ สําน ักบริการข่าวกรองเพ ืfiอความม ัfiนคงแห ่ง แคนาดา (The Canadian Security Intelligence Service (CSIS) ) ก ่อต ังข ึ fiนเมื fi fiอ ค.ศ. 1984 ทํา หน้าทีfiรวบรวม วิเคราะห์และรายงานข่าวกรองใดๆอ ันเกีfiยวก ับความม ันคงของประเทศแคนาดา fi รวมท ังการดําเนินการสร้างและต่อต้านข ่าวกรองท ั fi งภายในและภายนอกประเทศ fi รับผิดชอบการ ปฏิบ ัติงานต่อคณะกรรมการข ่าวกรองเพืfiอความม ันคงแห ่งแคนาดา fi รัฐสภาและรัฐมนตรีด้านความ ม ันคง fi สําน ักบริการข่าวกรองเพืfiอความม ันคงแห ่งแคนาดา fi ปฏิบ ัติงานทุกอย่าง ท ีfiเกีfiยวก ับความม ันคงแห่งชาติท ั fi งภายในประเทศและต ่างประเทศ fi รวมท ังการสืบสวนสอบสวน fi รวบรวมวิเคราะห์ และให้คําปรึกษาหารือก ับรัฐบาลในการดําเนินการใดๆ ท ีfiอาจกระทบต่อความ ม ันคงของชาติ fi นอกจากนีย ังร่วมปฏิบ ัติงานด้านข่าวกรองก ับกระทรวงป้ องก ันประเทศแห ่งแคนาดา fi (กระทรวงกลาโหม) ยกเว้นก ิจการทีfiเก ีfiยวก ับการอ ํานาจหน้าทีfiของสําน ักงานตํารวจแห่งชาติ แคนาดา ด้วยเหตุนีเองงานด้านการข่าวของแคนาดาจ ึงมีอํานาจมาก fi เพราะหากภารกิจใดทีfi เกีfiยวข้องก ับข่าวกรองเพืfiอความม ัfiนคงแล้ วสําน ักงานจะมีอํานาจดําเน ินการได้ท ังหมดและ fi ปฏิบ ัติงานได้ท ัวโลกในเรื fi fiองเก ีfiยวก ับ -การต่อต้านการก ่อการร้าย -การต่อต้านการผลิตอาว ุธสงคราม -การต่อต้านข ่าวกรอง -ศึกษาวิจ ัย วิเคราะห์และนําเสนอผลงานทีfiเกีfiยวข้องก ับการดําเนินการ -การตรวจสอบสภาพแวดล้อมของประเทศ -การดําเนินการทีfiเก ีfiยวข้องก ับความท้าทายทางเทคโนโลยี สําน ักบริการข่าวกรองเพืfiอความม ันคงแห ่งแคนาดาย ังร่วมปฏิบ ัติงาน fi ก ับหน ่วยงานภายในประเทศสหรัฐอเมริกาออสเตรเลีย และประเทศอ ังกฤษ 43 เศรษฐร ัช ธรเสนา. รายงานการอบรมหลักสูตรการฝึ กอบรมของตํารวจแคนาดา. (กรุงเทพฯ : สําน ักงาน ป.ป.ช., 2547), หน้า 1-66.
33 ส ่วนสถานะของเจ้าหน้าทีfiสําน ักบริการข่าวกรองเพืfiอความม ัfiนคงแห่ง แคนาดาจะไม่เป็ นท ังตํารวจหรือทหาร fi ส ่วนการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมก็เป็ นอํานาจหน้าทีfi ของสําน ักงานตํารวจแห ่งชาติแคนาดา 2) แนวความคิดเกีfiยวกับ“เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ของ ประเทศแคนาดา เทคนิคปฏิบ ัติการอําพรางและปลอมแปลงตัวได้ปฏิบ ัติก ันมานานใน กลุ่มผ ู้ทําการสืบสวนไม่ว ่าวงการใดๆ เช่น การลอบฟังข่าวข้าศึกในสม ัยโบราณ หรือตํารวจในย ุค ก ่อนๆ ก็ใช้วิธีการนีแม้จะไม่ได้รับการค ุ้มครองทางกฎหมายก็ตาม fi แต่ทีfiมีนํามาเรียบเรียงเป็ น วิชาการและการปฏิบ ัติอย่างจริงจ ังเป็ นครังแรกของโลกสม ัยใหม่ fi ได้แก ่ หน ่วยตํารวจของประเทศ แคนาดา หรือทีfiเรียกว่าตํารวจม้าแคนนาดา (Canadian Mounted Police) ทีfiได้ชืfiอว ่าเป็ นตํารวจม้า เพราะว่าในอดีตน ันfiตํารวจประเทศแคนาดาได้ใช้ม้าเป็นพาหนะในการเดินทางและปฏิบ ัติภารกิจ ประกอบก ับสภาพภูมิประเทศของแคนนาดาส่วนใหญ่จะเป็นป่ าเขาและท ุรก ันดาร การใช้ รถยนต์ ท ําได้ลําบาก จ ึงท ําให้ตํารวจของแคนนาดามีชืfiอเป็ น ตํารวจม้าแคนนาดา ปัจจ ุบ ันร ัฐบาลแคนนาดาได้ให้การสน ับสน ุนให้เจ้าหน้าท ีfiสืบสวนหลาย หน ่วยงานในประเทศไทยไปศึกษาอบรมหล ักสูตรน ีท ี fifiประเทศแคนาดาอย ่างต่อเน ืfiองมาโดยตลอด จนกระท ัfiงปัจจ ุบ ัน น ับว ่าเป็ นประโยชน์ต่อวงการสืบสวนสอบสวนของไทยเป็ นอย ่างมาก เพราะ เทคนิคต่างๆเหล่านีช ่วยให้การทํางานด้านสืบสวนมีประสิทธิภาพมากย ิ fi fiงข ึนfiโดยเฉพาะก ับงาน สืบสวนชนิดใช้ระยะยาวนาน (Long-term Investigation) ประเทศแคนนาดาและประเทศอืfiนทีfiใช้ระบบกฎหมาย Common Law ศาลได้ยอมร ับการใช้ย ุทธศาสตร์ของตํารวจในการสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรม โดยเฉพาะ อย่างย ิfiงก ับอาชญากรรมาทีfiเกิดจากความย ินยอม หรือทีfiเรียกว่าอาชญากรรมทีfiปราศจากเหยืfiอ (Crime without victim) เน ืfiองจากขาดการร้องท ุกข์ของเหยืfiอ หรือจากผ ู้อืfiนในส ังคม ซ ึfiงการท ุจริต คอร์รัปช ันเป็ นอาชญากรรมประเภทน ี fi ที fifiอาจมีผู้ได้รับประโยชน์ท ังสองฝ่ ายคือ fi ท ังฝ่ ายให้สินบนหรือ fi ประโยชน์อ ืfiนใดท ีfiจะไม่ถ ูกบ ังค ับใช้กฎหมายและฝ่ ายรับสินบน ด ังน ันจ ึงเป็ นการยากท ี fi fiจะได้พยานในว ิธีการปรกติจากการบ ังค ับใช้ กฎหมายและการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม เป็ นผลให้ตํารวจต้องใช้วิธีการลวงในการสืบสวน ซ ึงวิธีการนี fi อาจใช้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย fi แต่ในขณะเดียวก ันมันก็ถูกใช้ไปในทางมิชอบได้ง่าย ด้วย ผลทีfiตามมาคือ การใช้ย ุทธวิธีของตํารวจและปฏิบ ัติการของสายล ับ ในการวางก ับด ักโดยการ เปิ ดโอกาสให้บ ุคคลทีfiมีเจตนาในการกระทําความผิดได้กระทําความผิดน ันออกมา fi ซึfiงเป็ นวิธีการ สืบสวนทีfiได้ รับการยอมรับมากในแคนนาดา แต่การปฏิบ ัติทีfiยุ่งยากนีได้กลายมาเป็ นการก ่อ fi
34 อาชญากรรม โดยเฉพาะอย ่างยิfiงก ับบ ุคคลซ ึfiงไม่น ่าจะมีส่วนเกีfiยวข้องก ับอาชญากรรมด ังกล่าว จ ึงได้เกิดประเด็นคําถามในเรืfiองการล ่อให้กระทําความผิดเก ิดข ึนfi ในทางว ิชาการของแคนนาดาได้มีการกล่าวถ ึง “การล่อให้ กระทํา ความผิด” ไว้ว ่าคือ การใช้ผ ู้ให้ข่าว หรือต ัวแทนสายล ับตํารวจ ได้รับการยอมรับ ถ้าเจ้าพน ักงาน ตํารวจใช้เพืfiอการสืบสวนอาชญากรรม เช ่น การเฝ้ าสะกดรอย หรือการเผ้ าในจ ุดทีfiเก ิดการกระทํา ความผิด หรือการปลอมต ัวเข้าไปเกีfiยวข้องก ับการกระทําความผิด และปฏิบ ัติการอําพราง ซ ึfiงการ กระทําน ันเป็ นเพ ียงก ับด ักที fi fiต ัวแทนของรัฐเปิดโอกาสให้บ ุคคลกระท ําความผิดออกมาแต่สิfiงทีfiน ่าจะ ต้องพิจารณาคือเจ้าพน ักงานตํารวจมีเหต ุอ ันควรสงสัยต่อบ ุคคลทีfiเป็ นเป้ าหมายหรือไม่ หรือบ ุคคล น ันมีเจตนาที fi fiจะกระทําความผิดอยู่ก ่อนแล้วหรือไม่และโดยสาภพและขอบเขตของวิธีการด ังกล ่าว ของตํารวจก ่อให้เกิดประโยชน์หรือไม่ แต ่สิfiงทีfiไม่พ ึงประสงค์คือการกระทําของเจ้าพน ักงานผ ู้ มี อ ํานาจหน้าทีfiบ ังค ับใช้กฎหมายได้ข้ามเส้นแบ่งจากการสืบสวนอาชญากรรมไปสู่ การสร้างหรือการ ก ่อให้เกิดอาชญากรรม ซ ึfiงรูปแบบวิธีการนีถูกเรียกรวมก ันว ่าเป็ นผู้ล่อให้กระทําความผิด fi (Agent provocateur) อาจกล่าวได้ว ่า การล ่อให้กระทําความผิดของตํารวจม้าแคนาดามีส ่วนท ําให้เกิด อาชญากรรม ซึfiงเป็นวิธีการตรงข้ามก ับการใช้เทคนิคในการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมอืfiนของ ตํารวจ ซ ึfiงใช้ภายหล ังเมืfiอได้มีการกระท ําความผิดเกิดขึนแล้ว fi เพ ืfiอให้เก ิดความสมด ุลระหว่างการค ุ้มครองส ังคมจากอาชญากรรม ก ับ การค ุ้มครองบ ุคคลจากการกระทําทีfiเกินกว่าเหตุของตํารวจม้าแคนนาดา ด้วยการก ําหนดมาตรการ ในการควบคุมการล่อให้กระท ําความผิด ซ ึfiงมาตรการท ัวไปได้แก่ fi การลดโทษตามคําพิพากษาแก่ ผ ู้กระท ําความผิด หรือความรับผิดทางอาญาและทางแพ ่งของผู้ล่อให้กระทําความผิด และการ ตรวจสอบเจ้ าพน ักงานผ ู้ กระทําความผิดด้ วยการวางระเบียบวิน ัยในทางบริหาร โดยมี คณะกรรมการตรวจสอบ ซ ึงย ังไม่มีประสิทธิภาพที fi fiเพ ียงพอและเป็ นการช ่วยเหลือจําเลยท ีถูกต ัดสิน fi ได้เพียงเล็กน้อยเท ่าน ันfi ด ังน ันมาตรการควบคุมท ี fi fiมีประสิทธิภาพจะต้องสามารถสก ัดก ันความ fi ต ังใจของตํารวจในการล่อให้กระทําความผิด fi เพ ืfiอให้จําเลยถ ูกพิพากษาลงโทษโดยศาลอาจจะใช้ วิธีการต ัดพยานท ีfiได้มาจากการล่อให้กระทําความผิด การหย ุดกระบวนพิจารณาคดี หรือการ พ ิพากษาปล่อยตัวจําเลย อย ่างไรก็ตาม เพืfiอไม่ให้เกิดความไม ่ช ัดเจนในทางกฎหมาย ศาลจะต้อง ก ําหนดวิธีการทีfiจะนํามาใช้ให้ถ ูกต้องตรงก ัน และภายใต้พืนฐานทางกฎหมายที fi fiมีใช้อย ู่ ศาล แคนาดาได้เคยพิจาณาก ับข้อต ่อสู้ในเรืfiองการล่อให้กระทําความผิดมานานแล้ว บางครังปฏิเสธ fi ข้อต ่อสู้ด ังกล่าว บางครังก็ยอมรับ fi ในขณะท ีfiบางครังศาลก ็เลี fi fiยงไปพิจารณาในประเด็นอ ืfiน ในท ีfiสุดศาลแคนาดาได้สร้ างข้อต่อสู้ นีขึ fiนว ่าอาชญากรรมนี fi เกิดจากการก ่อ fi อาชญากรรมของเจ้าหน้าทีfiตํารวจม้าแคนาดา ซ ึfiงข้อต่อสู้นีไม่อย ู่บนพื fi นฐานของบทบ ัญญัติของ fi
35 กฎหมาย ท ังๆfiทีfiมีการแนะนําให้มีการออกกฎหมายบ ัญญัติให้เป็ นข้อต่อสู้ แต่ผู้บ ัญญัติกฎหมายไม่ เคยได้ออกกฎหมาย ด ังกล่าว ท ังนี fiแนวคิดต่อการแก้ไขปัญหาการล่อให้กระท ําความผิดของศาล fi แคนาดาแตกต่างไปจากกฎหมายของประเทศสหร ัฐอเมริกา โดยมีความเห็นว่า การนําหล ักการใช้ กระบวนพิจารณาของศาลไปในทางมิชอบ น่าจะเป็ นหล ักการทีfiเหมาะสมในการนํามาใช้แก้ไข ปัญหาด ังกล่าว กล่าวคือ ประเทศแคนาดาไม่มีข้อต่อส ู้ในทางสารบ ัญญัติในเรืfiองการล่อให้กระทํา ความผิด มีแต่หล ักการใช้กระบวนพิจารณาของศาลไปในทางมิชอบ และศาลสามารถมีคําส ัfiงให้ หยุดการพิจารณาคดีลงได้ บนพืนฐานที fi fiว ่า ถ้าปล่อยให้โจทก์ใช้กระบวนพิจารณาของศาลต ่อไป แล้วน่าจะทําให้การบริหารงานยุติธรรมทางอาญาเสียชืfiอเสียง ด ังน ันจ ึงต้องรักษาไว้ซ ึ fi งความบริสุทธิ fi fi ของกระบวนย ุติธรรมทางอาญา ซ ึfiงศาลยอมรับทีfiจะใช้ว ีการภาวะวิส ัย โดยพิจารณาเฉพาะการ กระทําของตํารวจม้าแคนาดาโดยลําพ ัง โดยเจตนาในการกระทําความผิดท ีfiมีมาแต่แรกของจําเลย ไม ่ถูกก ําหนดเป็ นประเด็นในเรืfiองการล ่อให้กระทําความผิด เพียงแต่อาจถ ูกนํามาพ ิจารณาเพืfiอใช้ ช ีให้เห็นถึงระด ับการรุกเร้าของตํารวจ fi เช ่นเดียวก ับการกระท ําอ ืfiนๆ ของจ ําเลย นอกจากนีศาลแคนาดาถือว่า fi การล ่อให้กระทําความผิด ซ ึfiงรวมถึง วิธีการต่างๆ รวมท ังปฏิบ ัติการอําพราง fi ไม่ถือเป็ นข้อต ่อสู้ทีfiมีในกฎหมายมาแต่ด ังเดิม แต่เข้ า ล ักษณะเป็ นการใช้กระบวนพิจารณาของศาลไปในทางทีfiมิชอบ โดยมีผลให้ศาลต้องหย ุดพิจารณา ลง ดังน ันหล ักกฎหมายในเรื fi fiองการใช้กระบวนพิจารณาของศาลไปในทางมิชอบ จ ึงถือเป็ นหล ัก กฎหมายพืนฐานสําหรับข้อต ่อสู้ในเรื fi fiองการล ่อให้กระทําความผิดในแคนาดาซ ึงการท ี fi จะยกข้อต่อสู้ fi น ีได้ต้องเป็ นคดีที fi fiปรากฏข้อเท็จจริงทีfiช ัดเจนว่ามีการล่อให้กระทําความผิดเกิดขึนfi ต ่อมาประเทศแคนาดามีพระราชบ ัญญัติว ่าด้วยฝิfiน ค.ศ.1908 ใช้บ ังค ับ ภายใต้ความรับผิดชอบของหน ่วยงานทางด้านศุลกากรประเทศแคนาดาทําหน้าท ีfiตรวจสอบการ ล ักลอบนําเข้าและการค้าฝิfiน แต่เนืfiองจากปัญหาการล ักลอบนําเข้าและค้าฝิfiนและยาเสพติดอย ่าง อ ืfiนมีปริมาณเพ ิfiมมากขึนfiเป็ นผลให้มีการก ําหนดให้เจ้าหน้าทีfiตํารวจแคนาดาเป็ นผ ู้มีหน้าทีfiและ ความรับผิดชอบในการดําเนินคดีตามกฎหมายก ับผู้ ค้ ายาเสพติดด้ วยจ ึงได้ มีก ารตรา พระราชบ ัญญัติว่าด้วยฝิfiนและยาเสพติด ค.ศ.1920 ขึนใหม่เพื fi fiอให้เจ้าหน้าทีfiตํารวจมีอํานาจหน้าทีfi อย่างเต็มท ีfiในการบ ังค ับใช้พระราชบ ัญญัติด ังกล่าวแต่เนืfiองจากในขณะน ันย ังเป็ นช ่วงเริ fi fiมต้นของ การบ ังค ับใช้กฎหมายจ ึงย ังไม่มีการนําวิธีการ Undercover มาใช้และเมืfiอ ค.ศ.1924 ได้เกิดคดี Regina vs Berdino ซ ึงเป็ นกรณีที fi fiเจ้าหน้าทีfiตํารวจได้ใช้ปฏิบ ัติการปรามปรามยาเสพติดโดยวิธีการ ปลอมตัว หรือในปัจจ ุบ ันเรียกว่า ปฏิบ ัติการอําพรางและเข้าจ ับก ุมต ัวผู้ล ักลอบขนและจําหน ่ายยา เสพติดและได้นําคดีขึนส ู่การพิจารณาของศาลย ุติธรรมและศาลได้มีคําพิพากษาที fi fiเกีfiยวก ับ ปฏิบ ัติการ UC ความตอนหน ึfiงว ่า “เพืfiอประโยชน์แห ่งความย ุติธรรม เจ้าหน้าทีfiผ ู้ รักษากฎหมาย
36 จะต้องไม่ปฏิบ ัติหน้าทีfiโดยฝ่ าฝื นกฎหมายหรืออ ํานาจหน้าทีfiเกินกว ่ากฎหมายกําหนด” เป็ นผลให้ คดีอืfiนๆทีfiเกิดขึนในภายหล ังคําพิพากษาของศาลด ังกล่าว fi ศาลก็ได้ใช้แนวทางการพิจารณาคดี ด ังกล่าวเป็นแนวบรรท ัดฐานเรืfiอยมาจนกลายเป็น Common Law หรือ Case Law ในทีfiสุด ในระหว ่างค.ศ. 1924-1965 ประเทศแคนาดาประสบปัญหาการเสพ ยาเสพติดเพิfiมข ึนfiโดยเฉพาะอย ่างยิfiง ค.ศ.1965 ปัญหาการเสพ และการค้ายาเสพติดของกล ุ่มคนทีfi เรียกว ่า “ฮิปปีfi” (Hippie) มีจํานวนมากและการควบคุมดูแลพฤติกรรมของคนกลุ่มน ีจะกระทําได้ fi ลําบากเพราะเป็ นกลุ่มทีfiไม่มีถิfiนทีfiอย ู่เป็ นหลักแหล่งและเดินทางร่อนเร่ไปย ังทีfiต่างๆโดยใช้ จ ักรยานยนต์ชนิดใหญ่เป็นพาหนะในการเดินทาง นอกจากนีย ังมีพฤติกรรมเป็ นกลุ ่มอิทธิพลและ fi กลุ่มกวนเมืองอีกด้วย จากเหตุดังกล ่าวนีเองจ ึงเป็ นเหตุให้มีการนําปฏิบ ัติการ fi Undercover ของ RCMP มาใช้ในการสืบสวนและสอบสวนคดีทีfiเกีfiยวข้องก ับยาเสพติด ต่อมาในปี ค.ศ.1969 ได้ เกิดคดี R. vs. Shipley ข ึนสู ่ศาลโดยมีประเด็นปัญหาข้อเท ็จจริงและข้อกฎหมายท ี fi fiเกีfiยวก ับการ จ ับก ุมตัวผู้กระทําความผิดโดยเจ้าหน้าทีfi RCMP ได้ใช้ว ิธีวางก ับด ัก (Entrapment) ให้จําเลยกระทํา ความผิด ต่อจากน ันจ ึงดําเนินการเข้ าจ ับก ุม fi ซ ึfiงต่อมาจ ําเลยในคดีนีได้ยกวิธีการดังกล ่าวของ fi เจ้าหน้าทีfiข ึนเป็ นข้อต่อสู้เพ ื fi fiอให้ศาลพิจารณาว่าจําเลยไม่ได้ต ังใจที fi fiจะกระทําความผิดในคดีนีเลยfi หากเจ้าหน้าทีfi Undercover ไม่กระทําการล่อลวงจําเลยให้กระทําผิดเสียก ่อน ส่งผลให้การปฏิบ ัติ หน้ าท ีfiของเจ้าหน้ าทีfiจะต้องรอบคอบและใช้ความระม ัดระว ังเพิfiมมากยิfiงขึนเพื fi fiอป้ องก ันการยก ข้อต ่อสู้ของจําเลยให้พ้นจากความผิด ในปี ค.ศ.1972 สําน ักงานตํารวจแคนนาดาได้จ ัดให้มีการอบรม หลักส ูตรปฏิบ ัติการอําพราง ข ึนfi (RCMP undercover program) โดยวิธีการสอบค ัดเลือกและ สรรหาเจ้าหน้าทีfi RCMP มาฝึกอบรมทางทฤษฏีและปฏิบ ัติโดยในการอบรมหล ักสูตรด ังกล่าวไม ่ได้ จ ําก ัดผู้เข้ ารับการฝึ กอบรมว ่าจะต้องเป็ นเจ้าหน้าทีfiตํารวจแคนาดาเท ่าน ันfiแต่ย ังเปิ ดโอกาสให้ บ ุคคลภายนอกซึfiงเป็นผู้ทีfiมีความรู้ ความสามารถ หรือผู้เช ีfiยวชาญเฉพาะทางใดทางหน ึfiงสามารถ สมัครเข้าเป็ นเจ้าหน้าท ีfi UC ของ RCMP ได้โดยจะมีค่าตอบแทนในการปฏิบ ัติงานแต่ละครังอีกด้วย fi ซ ึงวิธีการอบรมหล ักส ูตรใหม่นี fi มีความแตกต่างไปจากอดีตที fi fiใช้วิธีการให้เจ้าหน้าทีfi RCMP นําคนทีfiมี ความเกีfiยวพ ันก ับยาเสพติดมาเป็ นแหล่งข้อมูลให้เจ้าหน้าทีfiตํารวจซ ึfiงเป็ นแนวทางปฏิบ ัติการ สืบสวน ซ ึงต่อมาเมื fi fiอค.ศ.1982 ประเทศแคนาดาได้มีการตรากฎหมายทีfiเกีfiยวก ับการรับรองและ ค ุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของชาวแคนาดา เป็ นผลให้การปฏิบ ัติหน้าทีfiของเจ้าหน้าทีfi RCMP ในแบบเดิมทีfiจะต้องใช้ความระม ัดระว ังอย ู่แล้วจะต้องเพิfiมความระมัดระว ังเพิfiมมากยิfiงขึนไปอ ีก fi เพราะการนําปฏิบ ัติการ Undercover มาใช้ในบางกรณีอาจเป็นการข ัดต่อรัฐธรรมน ูญของประเทศ แคนาดาและถือเป็ นการละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เป็ นผลให้จําเลยสามารถนํา
37 วิธีการปฏิบ ัติของเจ้าหน้าทีfi RCMP ในคดียาเสพติดมายกขึนเพื fi fiอเป็ นข้อต่อสู้ให้ตนเองพ้นจาก ความรับผิดได้ ในปี ค.ศ.1997 เกิดคดี R. vs Shirose, Campbell ข ึนสู ่ศาลโดยมี fi ข้อเท็จจริงว ่า เจ้ าหน้าทีfi Undercover ได้ปลอมต ัวเป็ นผู้ซ ือยาเสพติดและได้ทําการติดต่อก ับ fi ผ ู้กระท ําความผิดซึfiงเป็ นผ ู้ค้ายาเสพติด หรือทีfiเรียกว ่า การล่อซือfiเพืfiอวางแผนจ ับก ุมผู้จําหน ่าย ยาเสพติดในแคนาดาซึfiงจําเลยในคดีนีได้ยกข้อต่อสู้ต่อศาลว่าเจ้าหน้าที fi fi Undercover เองก็กระทํา ผิดกฎหมายยาเสพติดเช ่นเดียวก ับจําเลย ซึfiงข ัดก ับหล ักกฎหมายท ีfiว่า ผู้ท ีfiจะมาร้องขอความยุติธรรม จากศาลจะต้องมาด้วยความสุจริต ดังน ันเจ้าหน้าท ี fi fiของรัฐหรือผู้ปฏิบ ัติหน้าทีfiให้ก ับรัฐจะต้องเป็นฝ่ าย ปฏิบ ัติตามกฎหมายด้วยเช ่นก ัน ไม่ใช่ว ่าเจ้าหน้าทีfiของรัฐมากระทําความผิดเสียเอง ด้วยการขอซ ือfi ยาเสพติด ซ ึงศาลแคนาดาได้มีคําพิพากษาในคดีน ี fi ว่าfi“ข้อโต้แย้งของจําเลยฟังไม่ขึนโดยยกเหตุผล fi ว ่าถ้ าหากเจ้าหน้าทีfiไม่กระทําเช่นน ันเสียแล้ว fi เจ้าหน้าทีfiตํารวจคงไม่สามารถจ ับก ุมผู้กระทํา ความผิดทีfiเก ีfiยวก ับยาเสพติดได้เลย” ดังน ันเมื fi fiอพิจารณาคําพิพากษาของศาลแคนาดาในคดีนีจะfi เห็นได้ว ่า ศาลมีแนวทางการพิจารณาและพิพากษาคดีเปลีfiยนไปจากอดีตทีfiไม ่ยอมรับการจ ับก ุม ผ ู้กระทําความผิดด้ วยวิธีการท ีfiไม ่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เนืfiองจากสภาพส ังคมทีfiเปลีfiยนไปและ ปัญหายาเสพติดท ีfiเพิfiมมากยิfiงขึนเป็นผลให้ศาลแคนาดากลับแนวคําพิพากษาในอดีต fi และยอมรับการ ใช้ปฏิบ ัติการ Undercover ของเจ้าหน้าทีfi RCMP มากยิfiงขึนfiโดยไม่ถือว ่าการกระทําด ังกล่าวของ เจ้ าหน้าทีfiเป็ นการกระทําท ีfiไม ่ชอบด้วยกฎหมายในการจ ับกุมผ ู้กระทําความผิดอีกต่อไปและในปี เดียวก ันนีเองได้มีการประกาศบ ังค ับใช้พระราชบ ัญญัติควบคุมยาเสพติดและสารเสพติด fi ค.ศ.2002 จนถ ึงปัจจ ุบ ันศาลย ังคงบ ังค ับใช้กฎหมายฉบ ับนีและย ังคงยอมรับปฏิบ ัติการ fi Undercover อยู่เช ่นเดิม 2.3 แนวความคิดและทีfiมาของ “งานด้ านการข่าว” และ “เทคนิคการสืบสวน สอบสวนพิเศษ” ของประเทศไทย 2.3.1 แนวความคิดและทีfiมาของ “งานด้านการข่าวกรอง” ในประเทศไทย44 “งานด้านการข่าวกรอง” มีมาต ังแต่โบราณและตลอดท ุกยุคทุกสม ัยใน fi ประว ัติศาสตร์ยามศึกสงคราม ทหารมีหน้าทีfiสอดแนม ลาดตระเวนใช้ไส้ศ ึกแต่การดําเนินงานใน ล ักษณะหน ่วยข่าวกรองสม ัยใหม่และเป็ นหน ่วยข่าวกรองกลางของชาติเกิดขึนหล ังสงครามโลก fi ครังที fifiสอง ซ ึfiงเป็ นช ่วงทีfiต่างประเทศมีการพ ัฒนาองค์การข่าวกรองอย ่างจริงจ ัง รัฐบาลในสม ัย จอมพล ป.พิบ ูลสงคราม เห็นความจําเป็ นทีfiจะต้องจ ัดต ังหน ่วยราชการท ี fi fiเป็ นศูนย์กลาง รวบรวม 44 Online Avilable HTTP : http://www.nia.go.th
38 ข้อมูลข่าวสารต ่างๆ ทีfiได้ร ับจากการปฏิบ ัติงานการข่าวตามปกติ หรือจากหน ่วยข่าวกรองต่างๆ ท ีfiมี อยู่ในขณะน ันfiได้แก ่ หน ่วยข่าวฝ่ ายทหารและหน ่วยข่าวตํารวจ รวมท ังข ่าวที fi fiได้จากวิธีการทางล ับ และข่าวจากแหล่งข่าวเปิ ดทีfiมีผลกระทบต ่อผลประโยชน์และความม ันคงของประเทศ fi ซ ึงจําเป็ นต่อ fi การต ัดสินใจกําหนดนโยบายและท่าทีทางการเมืองภายในและต่างประเทศของร ัฐบาลจ ึงได้จ ัดตังfi "กรมประมวลราชการแผ่นดิน" อย ู่ในส ังก ัดทบวงคณะรัฐมนตรีฝ่ ายการเมือง เมืfiอว ันท ีfi 1 มกราคม 2497 ตามพระราชบ ัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2496 (ประกาศในราชกิจจาน ุเบกษา เล่มทีfi 70 ตอนทีfi 81 หน้าทีfi 13เมืfiอว ันท ีfi 31 ธันวาคม 2496) โดยได้แต่งต ังให้พลตํารวจเอก fi เผ่า ศรียานนท์อธิบดีกรมตํารวจในขณะน ันfiเป็ นอธิบดีกรมประมวลราชการแผ่นดินอีกตําแหน ่งหน ึfiง ต ่อมาในสม ัยจอมพล สฤษดิfi ธนะรัชต์ กรมประมวลราชการแผ่นดิน ได้เปลีfiยนชืfiอเป็ น "กรมประมวลข่าวกลาง" เมืfiอว ันทีfi 2 ธันวาคม 2502 ตามพระราชบ ัญญัติจ ัดระเบียบราชการสําน ัก นายกร ัฐมนตรี (ฉบ ับทีfi 6) พ.ศ.2502 และต่อมาในสมัยพลเอก เปรม ติณส ูลานนท์ กรมประมวลข ่าวกลางได้เปลีfiยนชืfiอเป็ น "สําน ักข่าวกรองแห ่งชาติ (สขช.)" เมืfiอว ันทีfi 30 สิงหาคม 2528 ตาม พระราชบ ัญญัติข่าวกรองแห่งชาติและพระราชบ ัญญัติแก้ไขเพิfiมเติม ตามประกาศคณะปฏิว ัติ ฉบ ับ ท ีfi 213 มีฐานะเป็ นหน ่วยข่าวแห่งชาติขึนตรงต่อนายกร ัฐมนตรี fi ภายใต้พ ันธกิจด ังต ่อไปนีfi 1.ปฏิบ ัติงานข่าวกรองเพืfiอสน ับสนุนการพ ัฒนาประเทศ 2.ปฏิบ ัติการข่าวกรอง ต ่อต้านข ่าวกรองข ่าวกรองทางการสืfiอสาร 3.ก ําหนดมาตรฐานและมาตรการรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือน 4.เป็นสถาบ ันการข่าวกรองแห ่งชาติ เพืfiอมุ ่งผลิตบ ุคลากรการข่าวกรองมืออาช ีพ 5.ดําเน ินการข่าวภาคประชาชน ผ่านศ ูนย์ประสานข ่าวกรอง สําหรับหน่วยข ่าวกรองทางทหารกําเนิดจากหน ่วยข่าวเมืfiอ พ.ศ. 2505 ใช้ชืfiอ ว ่า“หน ่วยบริการข่าวกรอง” เป็ นหน ่วยภายใต้ การบ ังค ับบ ัญชาของกรมข่าวทหารบก ต่อมาความ ต้องการด้านข่าวกรองจากกองท ัพภาค และ หน ่วยปฏิบ ัติการทางย ุทธวิธีกองท ัพบกมีมากขึนfiจ ึงได้ มีการพ ัฒนาปรับปรุง หน ่วยข่าวกองท ัพบก และจ ัดต ังหน่วยข่าวกรองทางทหาร fi เป็ นหน่วยขึนตรง fi ของกองท ัพบกขึนfi หน ่วยข่าวกรองทางทหารมีภารก ิจดําเนินการข่าวกรอง และการต ่อต้าน ข ่าวกรอง สน ับสน ุนหน ่วยปฏิบ ัติการทางย ุทธว ิธี และหน้าท ีfiอืfiนดังน ีfi 1. สน ับสน ุนหน ่วยกําล ังรบทีfiเข้ าปฏิบ ัติการทางย ุทธวิธี ตามทีfiได้ รับ มอบหมายในเรืfiอง การซ ักถาม ท ําเนียบก ําล ังรบ การตีความภาพถ ่าย ดําเนินการต่อเอกสาร และ ว ัสด ุทีfiยึดได้ตลอดจนการต่อต้านการข่าวกรอง
39 2. เมืfiอบรรจ ุก ําล ังพลตามอ ัตราเต็ม สามารถจ ัดหน ่วยข่าวกรองทางทหาร สน ับสน ุน 4 กองท ัพภาค, 1 หน ่วยบ ัญชาการสงครามพิเศษ, 17 กองพล และสามารถแยกช ุด สน ับสน ุนจนถึงระด ับกรม สามารถดําเนินกลยุทธ์ได้ 3. กําก ับดูแล และให้ความช ่วยเหลือทางเทคนิคแก ่ หน ่วยข่าวกรองทาง ทหารและชุดทีfiแยกไปสน ับสน ุนหน ่วยทีfiปฏิบ ัติการในทางย ุทธว ิธี 4. ทําการรบอย ่างทหารราบเมืfiอจําเป็ น 2.3.2 แนวความคิดและทีfiมาของ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวน พิเศษ” ในประเทศไทย เนืfiองจากปัญหายาเสพติดและการดําเนินกระบวนการยุติธรรมมี หน ่วยงานต่างๆ ทีfiเก ีfiยวข้องต ังแต่ช ั fi นสืบสวน fi จ ับก ุม สอบสวน การฟ้ องคดีและการพิจารณาคดี ได้ ให้ความสําค ัญในการดําเน ินการเพืfiอท ีfiจะนําต ัวผ ู้กระท ําความผิดมารับโทษตามกฎหมายโดยรวม ท ังการดําเนินการทางกฎหมายก ับอาชญากรรมยาเสพติดในรูปแบบองค์กรอาชญากรรม fi ทีfiมี เครือข ่ายท ังภายในและภายนอกประเทศ fi โดยอาศัยเทคโนโลยีการติดต ่อสืfiอสารทีfiไร้พรหมแดนใน การกระทําความผิด ด ังน ันเพ ื fi fiอให้การปราบปรามยาเสพติดเป็ นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จ ึงจําเป็ นต้องมีการพ ัฒนาวิธีการสืบสวน การรวบรวมพยานหล ักฐานทีมีประสิทธิภาพเพียงพอต ่อ fi การดําเน ินการตามระบบวิธีพิจารณาคดีอาญาในศาลไทย ซ ึงใช้ระบบกล่าวหา fi การวางรูปคดี การ แสวงหาพยานหล ักฐานและการรวบรวมพยานเพืfiอใช้ดําเนินคดีจ ึงเป็ นสิfiงสําค ัญ คือ ต้องสมบ ูรณ์ และมีประสิทธิภาพ การสืบสวนสอบสวนน ันfiกฎหมายมิได้กําหนดว ิธีการไว้อย ่างช ัดเจน การดําเนินการสืบสวนสอบสวนเพืfiอรวบรวมพยานหล ักฐานน ันfiจึงต้องดําเนินการโดยคํานึงถึง ความจ ําเป็ นและความชอบด้วยกฎหมาย สําหร ับว ิธีการทีfiพบเห็นบ ่อยๆ ในการแสวงหาข้อเท็จจริง เช่น การสะกดรอยติดตาม (Surveillance) ผ ู้ต้องสงส ัยหรือเกีfiยวข้องก ับการกระท ําความผิด การตรวจค้น การจ ับกุมผ ู้ต้องสงส ัยหรือผู้กระทําความผิด การอําพราง (Undercover) การล่อซือfi หรือล่อให้กระทําความผิด (Entrapment) วิธีการด ังกล่าวแม้เป็ นการแสวงหาพยานในการ ดําเน ินการทางกฎหมายในปัจจ ุบ ันแต่ก็ย ังไม่สามารถนําไปใช้ก ับผู้กระทําความผิดในล ักษณะ รูปแบบองค์กรอาชญากรรมได้ เนืfiองจากต ัวการหรือนายทุนเหล่านีจะมีว ิธีการที fi fiปกปิ ดการกระท ํา ความผิดยากลําบากต ่อการทีfiเจ้าหน้าทีfiผู้ปฏิบ ัติจะดําเนินการสืบสวนและทําการจ ับกุม ซึfiงจะต้อง อาศ ัยการรวบรวมพยานหลักฐานท ีfiเกีfiยวข้องท ังโดยตรงและโดยอ้อมก ับการกระทําความผิดเพื fi fiอ พ ิสูจน์การกระท ําความผิดของผ ู้ถ ูกจ ับกุมหรือผู้ต้องหาว ่ากระทําความผิด ซ ึfiงพยานหล ักฐานทีfi
40 สําค ัญๆ ส่วนใหญ่จะได้ มาจาการสืบสวนทีfiดีและเป็ นระบบ ท ังพยานบ ุคคล fi พยานว ัตถ ุ พยานเอกสารซ ึfiงอาจรวมถึงพยานพฤติการณ์แวดล้อมมาพิสูจน์ความผิดของจําเลย ในการนําสืบพยานหล ักฐานต่างๆเพ ืfiอพิสูจน์และให้เห็นข้อเท็จจริงทีfi เกีfiยวข้องก ับการกระทําความผิดของจําเลยน ันfiต้องเป็ นการสืบพยานต ่อหน้าจําเลยเพือเป็นการเปิด fi โอกาสให้จําเลยได้ต ่อสู้คดีอย ่างเต็มทีfiและสามารถพิสูจน์ห ักล้ างพยานหล ักฐานของพน ักงาน อ ัยการได้ ซึfiงรวมถ ึงการพ ิสูจน ์ความชอบด้วยกฎหมายของการได้มาซ ึงพยานหล ักฐานที fi fiได้รวบรวม มาด้วย ในการพิจารณาพิพากษาคดี ศาลต้องรับฟังและวินิจฉัยพยานโดย อาศ ัยหล ักปราศจากข้อสงส ัย หากมีข้อสงสัยจะต้องยกประโยชน์แห่งความสงส ัยให้แก ่จําเลยไปจะ เห็นได้ว ่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้ก ําหนดกลไกการบริหารและการจ ัดการ คดีไว้บางส ่วน แบ ่งแยกหน้าทีfiความรับผิดชอบเพืfiอตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อํานาจในขณะเดียวก ันก็ เป็ นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ กระท ําความผิดและประชาชนจาการใช้อํานาจทีfiกฎหมาย ก ําหนดไว้ จากเหต ุผลด ังกล่าวผ ู้ ก ระท ําความผิดทีfiเป็ นต ัวการม ักจ ะใช้ ประโยชน์จากข้อกฎหมายด ังกล่าวมาเพืfiอให้ตนเองพ้นผิด และพบว ่าม ักจะใช้วิธีการต ัดตอนด้วย การส ัfiงการ การมอบหมายบ ุคคลในองค์กรอาชญากรรมเป็ นช ่วงๆ โดยไม่เข้ ามาย ุ่งเกีfiยวก ับ ยาเสพติดเลยทําให้การพ ิสูจน ์ความผิดของต ัวการน ันแทบจะกระท ําไม ่ได้เลย fi การทีfiมีกฎหมายวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ซ ึfiงกําหนดวิธีการเริfiม ต ังแต่ว ิธีการในช ั fi นสืบสวน fi การสอบสวน การพิจารณาคดียาเสพติดในศาลช ันต้น fi ศาลอ ุทธรณ์และ ศาลฎีกา รวมท ังการพิจารณาเกี fi fiยวก ับพยานหล ักฐานทีfiเก ีfiยวข้องก ับการดําเนินการคดียาเสพติดซ ึงfi ต้องดําเนินการภายในกรอบท ีfiกฎหมายกําหนดหากผู้ใดไม ่ดําเนินการภายในกรอบด ังกล่าว ก็จะทํา ให้การดําเน ินคดียาเสพติดก ับผ ู้กระทําความผิดเสียไปเป็นกระบวนพ ิจารณาทีfiไม่ชอบด้วยกฎหมาย การท ีfiพระราชบ ัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติดได้ให้คํานิยามและยอมร ับว ิธีการสืบสวนสอบสวน เช่น การครอบครองภายใต้การควบคุม เพืfiอนําไปขยายผลก ับผู้รับของหรือการส่งมอบยาเสพติด หรือเพืfiอพิสูจน ์ทราบบ ุคคลอืfiนท ีfiเกีfiยวข้อง การอําพรางต ัวเจ้าหน้าทีfiปฏิบ ัติการอ ําพราง เพ ืfiอเข้าไป สืบสวนในขบวนการค้ายาเสพติด หรือการใช้เครืfiองมือพิเศษในการติดตามข้อมูลการดําเนินการ ของขบวนการค้ายาเสพติด หรือการต ่อรองเพ ืfiอรับคําสารภาพของผู้ต้องหา ท ังนี fiเพื fifiอเป็ นการ แก้ปัญหาข้อขัดข้ องในการรวบรวมพยานหล ักฐานต่างๆ ในการพิสูจน์การกระทําความผิด ความส ัมพ ันธ์ทีfiเก ีfiยวข้องเพืfiอลงโทษผ ู้กระท ําความผิดทีfiเป็นต ัวการ โดยมุ ่งผลส ัมฤทธิfiในการทีfiศาล รับฟังเป็ นพยานหลักฐานและพิพากษาลงโทษผ ู้กระท ําความผิดได้อย ่างมีประสิทธิภาพรวดเร็วและ เป็ นธรรมเพิfiมมากย ิfiงข ึนfi
41 แนวความคิดและวิธีปฏิบ ัติรวมท ังการฝึ กฝนอบรมเทคนิคการ fi สืบสวนสอบสวนพิเศษนีfi ประเทศไทยได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการ เทคโนโลยี ประสบการณ์ และการได้รับการสน ับสน ุนค่าใช้จ ่ายในการฝึ กอบรมปฏิบ ัติจากประเทศแคนาดาและประเทศ สหร ัฐอเมริกาเป็ นส ่วนใหญ่45 ทําให้เจ้ าหน้าท ีfiปราบปรามยาเสพติดของไทยได้ รับอิทธิพลทาง ความคิด และมีรูปแบบวิธีปฏิบ ัติคล้ายคลึงก ับประเทศดังกล่าวอย ่างมาก ส่งผลให้การดําเนินการ ปราบปรามยาเสพติดของไทยได้รับการพ ัฒนาท ังทางด้านรูปแบบ fi วิธีการ ความรู้ และมีศ ักยภาพ เทียบเท ่าก ับต่างประเทศ ในการปฏิบ ัติงานของเจ้าหน้าทีfiปราบปรามยาเสพติดในประเทศไทย มีการประสานงานภายในก ับประเทศสําค ัญๆ ในภูมิภาคเอเชีย เช ่น เขตปกครองพิเศษฮ่องกง เขตเศรษฐก ิจใต้หว ัน (ไทเป) มหานครเซ ีfiยงไฮ้ ประเทศศรีลังกา ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ รวมท ังประเทศสหร ัฐอเมริกา fi และประเทศแคนาดา ทางด้านความร่วมมือในปฏิบ ัติการเพืfiอ ดําเนินการจ ับก ุมผู้กระทําความผิด พร้อมท ังมีการส ่งต ัวผ ู้ร้ายข้ามแดนระหว่างก ัน fi 2.3.3 ทฤษฏีและวิธีปฏิบัติของ “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิค การสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ของประเทศไทย ทฤษฏีงานด้านการข ่าว ของประเทศไทย ได้กําหนดความหมาย ของคําว่า“ข ่าวกรอง” ไว้ด ังน ีfi 46 (1)."การข่าวกรอง" หมายความว ่า การดําเนินการเพืfiอให้ทราบถ ึง ความมุ ่งหมาย กําล ังความสามารถ และความเคลืfiอนไหวรวมท ังวิถีทางของต่างชาติ fi หรือองค์การ ก ่อการร้ายทีfiอาจกระทําการอ ันเป็ นการกระทบกระเท ือน ต่อความมัfiนคงแห่งชาติ ท ังนี fifi เพืfiอให้ รัฐบาลนํามาประกอบการพิจารณาในการกําหนดนโยบายแห ่งชาติ (2)."การต่อต้านข่าวกรอง" หมายความว ่า การดําเนินการเพืfiอ ต ่อต้าน การกระทําของต่างชาติหรือองค์การก ่อการร้ายทีfiมุ่งหมายจะให้ได้ไปซ ึfiงความลับของชาติ หรือทําลายความมัfiนคงแห ่งชาติโดยการจารกรรม การบ ่อนทําลาย การก ่อวินาศกรรม และการ ก ่อการร้าย (3)."การข่าวกรองทางการสืfiอสาร" หมายความว ่า การใช้เทคน ิค และการดําเนินกรรมวิธีทางเครืfiองมือสืfiอสารด้วยการดักรับการติดต่อสืfiอสารทาง ส ัญญาณวิทย ุ เพืfiอให้ได้มาซ ึงข่าวเก ี fi fiยวก ับความเคลืfiอนไหวของต่างชาติหรือ องค์การก ่อการร้าย อ ันอาจจะมีผล กระทบกระเทือนต ่อความมันคงแห ่งชาติ fi 45 พงศ์พัฒน์ ฉายาพ ันธุ์. ความรู้เบืองต้นการส ืบสวนสอบสวนอาชญากรรม fi , หน้า 193-194. 46 ฉ ันทิมา อ ่องสุรักษ์. เครืfiองมือดําเนินนโยบายต่างประเทศ : งานข่าวกรอง, หน้า 35-47.
42 (4)."การรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือน" หมายความว ่า การ ให้คําแนะนําช ่วยเหลือและกําก ับดูแลส่วนราชการฝ่ ายพลเรือน ราชการส ่วนท้องถิfiน และ รัฐวิสาหกิจในการดําเนินการเพืfiอรักษาความปลอดภ ัยแก ่เจ้าหน้าทีfi สถานทีfi เอกสารและสิfiงของอ ืนfi ของทางราชการ ให้พ้นจากการจารกรรม การบ ่อน ทําลาย การก ่อวินาศกรรม และการก ่อการร้าย นอกจากนีข ่าวกรองย ังถ ูกแบ ่งออกเป็ นประเภทตามเนื fi อหา fi ระดับช ันfi ช ่วงเวลา แหล่งข่าวและว ัตถุประสงค์การใช้งาน เช ่น ข ่าวกรองทางการแพทย์ ข ่าวกรองทางทหาร ข ่าวกรองความม ันคง fi ข่าวกรองปัจจุบ ัน ข่าวกรองทางย ุทธวิถ ี ข่าวกรองย ุทธการ ข่าวกรองทาง ย ุทธศาสตร์ ประมาณการข ่าวกรองข ่าวกรองแห่งชาติข่าวกรองจากภาพ ข ่าวกรองจากแหล ่งข ่าว ปิ ด-เปิด แต่ไม่ว ่าจะเรียกชืfiอว ่าอย ่างไรก็ตาม ต่างก็ต้องผ่านวิธีปฏิบ ัติทีfiสําค ัญท ีfiสุดคือวงรอบข ่าวกรอง ซ ึfiงได้กล่าวไว้แล้วตอนต้น กล ่าวโดยสรุปมี 6 ข ันตอนคือ fi 1.การวางแผนและอํานวยการ 2.การ รวบรวม 3.การประมวลผลและใช้ประโยชน์ 4.การว ิเคราะห์และผลิต 5.การนําไปใช้งาน เช ่น การเผยแพร่ และ 6.การสะท้อนกล ับ (ข ่าวกรอง) เป็ นต้น47 ทฤษฏีด้านเทคน ิคการสืบสวนสอบสวนสืบสวนพ ิเศษของไทยน ันfi อยู่บนพืนฐานแนวความคิดของน ักกฎหมายท ี fi fiสําคัญด ังนีfi เกียรติขจร ว ัจนะสว ัสดิfi48 ได้กล ่าวไว้ว ่า “การล่อให้กระทําความผิด โดยเจ้าพน ักงานหรือต ัวแทนของเจ้ าพน ักงาน คือ การทีfiเจ้ าพน ักงานเป็ นผู้ ก ่อให้ผู้อ ืfiนกระทํา ความผิด ซ ึงหากเจ้าพน ักงานไม่เข้าไปก่อให้เขากระทําคาวามผิดแล้ว fi เขาก ็จะไม ่กระทําความผิด น ันเลย fi หากเจ้าพน ักงาน หรือตัวแทนเป็ นแต่เพียงเปิ ดโอกาสให้ผู้ทีfiพร้ อมและเต็มใจจะกระทํา ความผิดอย ู่แล้วได้กระทําความผิดน ันfiเช ่นนีไม่ถ ือว ่าเป็ นการล่อให้กระทําความผิด fi แต่เป็ นการ แสวงหาพยานหล ักฐานทีจะผ ูกม ัดผู้กระทําความผิดเท ่าน ั fi น”fi พรเพชร วิชิตชลช ัย49 ได้กล่าวไว้ว ่า “...ถ้าการกระทําของเจ้าพน ักงาน ตํารวจถ ึงขนาดทีfiจะทําให้บ ุคคลซ ึงไม่มีเจตนาจะกระท ําความผิดมาก่อนต้องมากระทําความผิดเพราะ fi ถ ูกเจ้าพน ักงานตํารวจช ักจ ูงหรือฉ้อฉลโดยมิชอบ การกระทําด ังกล่าวย ่อมเป็ นการล่อให้กระทํา ความผิด...” สําหรับวิธีปฏิบ ัติงานด้ านเทคนิคการสืบสวนสอบส วนพิเศษ มีสาระสําคัญโดยรวม 4 ข ันตอน fi ด ังน ีfi 47 ฉ ันทิมา อ ่องสุรักษ์. เรืfiองเดียวก ัน, หน้า 35-36. 48 เกียรติขจร วัจนะสวัสด ิ, fiคําอธิบายกฎหมายอาญา ภาค 1. พิมพ์ครังที fifi 3. (กรุงเทพฯ : มหาวิทยาล ัยธรรมศาสตร์, 2536), หน้า 315. 49 พรเพชร วิชิตชลชัย, “การล ่อให้กระทําความผิด (Entrapment) ข้อยกเว้นความผิดตามกฎหมายอเมริก ัน”, บทบัณฑิตย์ (เล่มทีfi 32, ตอน 4, 2518) : 673.
43 - เริfiมพิจารณาจากปลายด้ านการกระท ําของเจ้าพน ักงาน ถ้า เจ้าพน ักงานใช้วิธีการสืบสวนคดีอาญา โดยสุจริตและมีเหตุอ ันควรสงส ัยในต ัวผ ู้กระทําความผิด และไม่ได้ใช้วิธีทีfiเก ินเลยไปจากการเปิ ดโอกาสให้จําเลยกระท ําความผิด ย่อมไม่มีการใช้เทคน ิคการ สืบสวนสอบสวนพิเศษเพืfiอให้กระทําความผิดเกิดขึนfi - ถ้าเจ้าพน ักงานใช้วิธีการสืบสวนคดีอาญา โดยไม ่ได้ใช้วิธีทีfiเก ิน เลยไปจากการเปิ ดโอกาสให้จ ําเลยกระทําความผิดแต่ถ้าเป็นการกระทําโดยไม่สุจริต หรือไม่มีเหตุ อ ันสมควรสงส ัยในต ัวผ ู้กระทําความผิด ไม่ว ่าจําเลยจะมีเจตนาทีfiจะกระท ําความผิดอย ู่ก ่อนแล้ว หรือไม่ ย ่อมถ ือว ่ามีการล่อให้กระทําความผิดเกิดข ึนแล้ว fi - ถ้าเจ้าพน ักงานใช้วิธีการสืบสวนคดีอาญา โดยใช้ว ิธีท ีfiเกินเลย ไปจากการเปิ ดโอกาสให้จําเลยกระท ําความผิด ซ ึfiงมีความเสีfiยงพอทีfiจะทําให้บ ุคคลผ ู้ซึfiงเป็ น วิญfiูชนท ัวไปที fi fiเคารพกฎหมายเกิดเจตนาทีfiจะกระทําความผิดข ึนได้ fi โดยไม่พิจารณาว ่าจ ําเลยจะมี เจตนาท ีfiจะกระทําความผิดอยู่ก ่อนแล้ว หรือไม่ ย ่อมถือว ่ามีการล่อให้กระทําความผิดเกิดขึนแล้ว fi - ถ้าเจ้าพน ักงานใช้วิธีการสืบสวนคดีอาญา โดยใช้ว ิธีท ีfiเกินเลย ไปจากการเกิดโอกาสให้จําเลยกระท ําความผิด ถึงขนาดเป็ นการจ ูงใจให้จําเลยกระท ําความผิด ซ ึfiง ถ้าไม ่มีการกระทําน ันจําเลยจะไม่มีเจตนาที fi fiจะกระทําความผิดน ันเลย fi 2.4 ศึกษาเปรียบเทียบ “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวน พิเศษ” กับ “การสืบสวนสอบสวน” ตามกฎหมายไทย ต ่อไปจะได้กล่าวถ ึงบทบ ัญญัติของกฎหมาย ทีfiมา และผลทางกฎหมายทีfiเก ีfiยวก ับ “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” และ “การสืบสวนสอบสวน” ของประเทศไทยซ ึfiงมีผลบ ังคับใช้ในปัจจ ุบ ันด ังนีfi 2.4.1 สถานะทางกฎหมายของปฏิบ ัติการ “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิค การสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ตามกฎหมายอืfiน ปัจจ ุบ ันกฎหมายไทยทีfiมีสาระเกีfiยวข้ องก ับ “งานด้านการข ่าว” ของ ประเทศไทยมีอย ู่ด้วยก ัน จํานวน 3 ฉบ ับ คือ (1) พระราชบัญญัติสภาความมัfiนคงแห่งชาติพ.ศ.2502 และทีfiแก้ไข เพิfiมเติม (ฉบับทีfi 2) พ.ศ.2507 พระ ราชบ ัญญัตินีใช้ บ ังค ับต ั fi ง แต่ว ันที fi fi 30 ก ันย ายน 2502 มี นายกร ัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ มีสาระว ่าด้วยองค์ประกอบและหน้าท ีfiของสภาความม ันคงแห ่งชาติ fi ด ังนีfi
44 (1.1) องค์ประกอบของสภาความมัfiนคงแห่งชาติ50 ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรี เป็ น รองประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว ่าการ กระทรวงการคล ัง รัฐมนตรีว ่าการ กระทรวงการต ่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร ัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บ ัญชาการทหารสูงสุดเป็ นสมาช ิก และเลขาธิการสภาความม ันคงแห ่งชาติ fi เป็ นสมาช ิกและ เลขาน ุการ (1.2) หน้าทีfiของสภาความมัfiนคงแห่งชาติ51 มีดังนีfi - พิจารณาเสนอแนะคณะรัฐมนตรีในเรืfiองนโยบายท ังfi ภายในและต ่างประเทศ นโยบายการทหารก ับการเศรษฐก ิจ และอ ืfiน ๆ ท ีfiเกีfiยวก ับความม ันคง fi แห่งชาติ เพืfiอให้กิจการทหารและกระทรวง ทบวง กรม และองค์การอืfiน ๆ ของรัฐ สามารถ ประสานก ันได้อย ่างใกล้ชิดเป็ นผลดีต่อความม ันคงแห ่งชาติ fi - พิจารณาเรืfiองทีfiเกีfiยวก ับความมัfiนคงแห ่งชาติ ตามทีfi คณะร ัฐมนตรีมอบหมายท ังนี fifi ในการประช ุมสภาความมัfiนคงแห่งชาติแต่ละคราว ประธานจะเชิญ บ ุคคลใดให้มาชีแจงแสดงความเห็นในที fi fiประช ุมก็ได้ ซ ึfiงปัจจุบ ันมีผู้ทีfiได้รับเชิญให้เข้าร่วมประช ุม ประจํา ได้แก ่ ผู้บ ัญชาการทหารบก ผ ู้บ ัญชาการทหารเรือ ผู้บ ัญชาการทหารอากาศ ผ ู้บ ัญชาการ ตํารวจแห ่งชาติ ผ ู้อํานวยการสําน ักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพ ัฒนาการเศรษฐกิจและ ส ังคมแห ่งชาติและ ผู้อํานวยการสําน ักข่าวกรองแห่งชาติ (1.3) อํานาจของส ํานักงานสภาความมัfiนคงแห่งชาติ52 สําน ักงานสภาความม ัfiนคงแห ่งชาติ มีภารก ิจเกีfiยวก ับ ก ิจการความมันคงของประเทศและมีอํานาจหน้าท ี fi fiตามทีfiกําหนดในกฎกระทรวงแบ ่งส่วนราชการ สําน ักงานความม ันคงแห ่งชาติ fi สําน ักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2545 ด ังนีfi - ดําเนินการตามกฎหมายว ่าด้วยสภาความม ันคงแห ่งชาติ fi และกฎหมายอืfiนทีfiเกีfiยวข้อง - เสนอความเห็นต่อสภาความม ัfiนคงแห่งชาติ หรื อ คณะร ัฐมนตรีเพืfiอประกอบการพิจารณากําหนดนโยบายและย ุทธศาสตร์ หรือแผนงานทีfiเกีfiยวข้อง 50 Online Avilable HTTP : http://www.nsc.go.th 51 Online Avilable HTTP : http://www.nsc.go.th/home 52 Ibid.
45 ด้านกิจการภายในประเทศ ก ิจการภายนอกประเทศ กิจการชายแดนและการป้ องก ันประเทศ และ การอ ืfiนทีfiเก ีfiยวข้องก ับความม ันคงแห่งชาติ fi - อํานวยการและประสานการปฏิบ ัติตามนโยบายและ ย ุทธศาสตร์ความมัfiนคงแห่งชาติก ับหน ่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน สถาบ ันวิช าการ และ สถาบ ันการศึกษาให้สอดคล้องก ัน และมีบูรณาการ - ศึกษาว ิจ ัย พ ัฒนาและติดตามสถานการณ์ความม ันคงที fi fi เปลีfiยนแปลง รวมท ังประเมินผลและพ ัฒนานโยบายและย ุทธศาสตร์ความมั fi fiนคงแห ่งชาติท ุกด้าน และยุทธศาสตร์ส ันติว ิธี - เสนอแนะและจ ัดทํานโยบาย อํานวยการ พ ัฒนา ประสานการจ ัดการและติดตามประเมินผล ด้านการข่าวกรอง การต่อต้านการข่าว การรักษาความ ปลอดภ ัยแห ่งชาติ รวมท ังเสนอแนะแนวทางในการพ ัฒนานโยบายอํานวยการข่าวกรอง fi การพ ัฒนา องค์กรข ่าวกรองและการต ่อต้านการข ่าวกรอง - เสนอแนะและจ ัดทํานโยบาย อํานวยการ ประสานการ ปฏิบ ัติ ติดตามประเมินผลและพ ัฒนานโยบายความมันคงแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาการก ่อการ fi ร้ายสากล อาชญากรรมข้ามชาติ การบริหารวิกฤติการณ์ความม ันคง fi การเตรียมพร้ อมแห ่งชาติ และนโยบายป้ องก ันและแก้ไขปัญหาภัยค ุกคามความม ันคงใหม่อื fi fiน ๆ - ปฏิบ ัติการอืfiนใด ตามท ีfiกฎหมายกําหนดให้เป็ นอํานาจ หน้ าทีfiของสําน ักงานสภาความม ัfiนคงแห ่งชาติ หรือตามทีfiนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี มอบหมาย (2) พระราชบัญญัติข่าวกรองแห่งชาติพ.ศ.2528 พระราชบ ัญญัตินีใช้บ ังค ับต ั fi งแต ่ว ันที fi fi 30 สิงหาคม 2528 มีนายกรัฐมนตรีเป็ น ผ ู้รักษาการมีสาระทีfiสําค ัญ คือ บ ัญญ ัติให้มีสําน ักข ่าวกรองแห ่งชาติและก ําหนดอ ํานาจหน้าทีfiของ สําน ักข่าวกรองแห ่งชาติ ด ังนีfi (2.1) อํานาจหน้าทีfiของส ํานักข่าวกรองแห่งชาติ53 - ปฏิบ ัติงานเกีfiยวก ับกิจการการข ่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง การข ่าวกรองทางการสืfiอสารและการรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือน - ติดตามสถานการณ์ภายในประเทศและต่างประเทศทีfiมีผลกระทบ ต ่อความมันคงแห ่งชาติ fi และรายงานต ่อนายกรัฐมนตรี และสภาความมันคงแห่งชาติ fi 53 Online Avilable HTTP : http://www.nia.go.th/home
46 - กระจายข่าวกรองทีfiมีผลกระทบต่อความม ันคงแห ่งชาติให้หน ่วยงาน fi ของร ัฐ หรือรัฐว ิสาหกิจทีfiเก ีfiยวข้องใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสม - ศ ึกษาวิจ ัย และพ ัฒนาเกีfiยวก ับกิจการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง และการรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือน เพืfiอเพิfiมประสิทธิภาพในการปฏิบ ัติงาน - เป็ นศูนย์กลางประสานกิจการการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง และการรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือน ก ับหน ่วยข่าวกรองอืfiนภายในประเทศ - เป็ นหน ่วยงานหล ักในการประสานกิจการการข่าวกรองและการ ต ่อต้านข ่าวกรองก ับหน ่วยข ่าวกรองของต่างประเทศในเรืfiองทีfiเกีfiยวก ับความม ันคงแห ่งชาติ fi - เสนอแนะนโยบายและมาตรการ ตลอดจนให้คําแนะน ําและ คําปรึกษาด้านการข ่าวกรอง การต่อต้านข ่าวกรองและการรักษาความปลอดภัยฝ่ ายพลเรือน ต่อ นายกร ัฐมนตรี และสภาความม ันคงแห่งชาติ fi - ปฏิบ ัติหน้าทีfiอืfiนใดตามทีfiนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีและสภา ความม ันคงแห ่งชาติมอบหมาย fi ท ังน ี fifi มีผ ู้อํานวยการสําน ักข่าวกรองแห่งชาติท ําหน้าท ีfiควบคุมดูแล โดยท ัวไปซ ึ fi fiงราชการของสําน ักข ่าวกรองแห ่งชาติ รับผิดชอบขึนตรงต ่อนายกรัฐมนตรีและเป็ น fi ผ ู้บ ังคับบ ัญชาข้าราชการในสําน ักข่าวกรองแห ่งชาติ นอกจากทีfiกล่าวมาแล้วข้างต้น พระราชบ ัญญ ัตินีย ังได้บ ัญญัติให้ fi หน ่วยข่าวกรองอืfiนของร ัฐท ีfiได้รวบรวมและรายงานข่าวกรองให้ผู้บ ังค ับบ ัญชาทีfiมีหน้าทีfiรับผิดชอบ ในหน่วยข ่าวกรองน ันแล้วจ ัดส่งสําเนารายงานข่าวกรองน ั fi นต่อสําน ักข่าวกรองแห ่งชาติด้วยตาม fi ระเบียบทีfiผู้อ ํานวยการสําน ักข่าวกรองแห ่งชาติกําหนด โดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี (3) พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 และทีfiแก้ไขเพิfiมเติม พระราชบ ัญญัตินีประกาศใช้ตั fi งแต ่ว ันที fi fi 27 สิงหาคม 2457 มีรัฐมนตรีว ่าการ กระทรวงกลาโหมเป็ นผู้รักษาการเป็ นกฎหมายท ีfiตราข ึนเพื fi fiอรักษาความสงบเรียบร้อยปราศจากภ ัย ซ ึfiงจะมีมาจากภายนอกหรือภายในราชอาณาจ ักร โดยให้เจ้าหน้าทีfiฝ่ ายทหารมีอํานาจเหนือ เจ้าหน้าทีfiฝ่ ายพลเรือนในส่วนทีfiเกีfiยวก ับการย ุทธการ ระง ับปราบปราม หรือการรักษาความสงบ เรียบร้อย กฎหมายนีจะใช้บ ังค ับเฉพาะในเวลามีเหตุอ ันจําเป็ น fi เมืfiอมีสงครามหรือเหตุจลาจล ด ังเช่นสถานการณ์ความไม่สงบในสามจ ังหว ัดชายแดนภาคใต้ได้มีประกาศใช้กฎอ ัยการศึกในเขต สามจ ังหว ัดด ังกล ่าว สาระของพระราชบ ัญญัติกฎอ ัยการศึก พระพ ุทธศ ักราช 2457 มีด ังต่อไปด ังนีfi คือ การใช้กฎอ ัยการศึกจะใช้เมืfiอมีเหตุอ ันจ ําเป็ นเพืfiอรักษาความเรียบร้อย ปราศจากภ ัย ซ ึfiงจะมา
47 จากภายนอก หรือภายในราชอาณาจ ักรโดยจะต้องมีประกาศพระบรมราชโองการให้ใช้และการใช้ กฎอ ัยการศึกน ีfi อาจจะก ําหนดให้ใช้ท ุกมาตรา หรือบางมาตรา หรือบางส่วนของมาตรา หรืออาจ ก ําหนดเงืfiอนไขการใช้บทบ ัญญัติน ันบ ังค ับในส่วนหน ึ fi fiงส ่วนใดของราชอาณาจ ักร หรือท ัfiว ราชอาณาจ ักรก ็ได้ ซ ึfiงหากได้ประกาศใช้เมืfiอใด หรือทีfiใดแล้ว บรรดาข้อความในพระราชบ ัญญัติ หรือบทกฎหมายอ ืfiนทีfiข ัดก ับกฎอ ัยการศึกทีfiให้ใช้บ ังค ับต้องระง ับไปและใช้บทบ ัญญัติของกฎอ ัยการ ศ ึกทีfiให้ใช้บ ังคับน ันแทน fi ถ้าไม่ได้ประกาศใช้กฎอ ัยการศ ึกท ัวราชอาณาจ ักร fi ในประกาศจะระบ ุเขตพืนที fifiทีfi ใช้กฎอ ัยการศึก ผู้มีอ ํานาจใช้กฎอ ัยการศึก เมืfiอมีสงครามหรือจลาจลขึนที fifiใด ผู้บ ังคับบ ัญชาทหาร ในท ีfiน ันfiซ ึfiงมีกําล ังอย ู่ใต้บ ังค ับไม่น้อยกว ่าหนึfiงกองพ ัน หรือผู้บ ังค ับบ ัญชาในป้ อม หรือทีfiมัfiนของ ทหาร มีอํานาจประกาศใช้กฎอ ัยการศึกในเขตอ ํานาจหน้าทีfiของกองทหารน ันได้ fi แต่ต้องรีบรายงาน ให้รัฐบาลทราบโดยเร็วทีfiส ุด เมืfiอเลิกต้องประกาศ การเลิกใช้กฎอ ัยการศึก ต้องมีประกาศกระแสพระบรมราชโองการเสมอ เมืfiอประกาศใช้กฎอ ัยการศ ึกทหารมีอํานาจ ในเขตทีfiประกาศใช้กฎอ ัยการศ ึก เจ้าหน้าทีfiฝ่ ายทหาร มีอํานาจเหนือเจ้าหน้าทีfiฝ่ ายพลเรือนในส่วนทีfiเกีfiยวก ับการย ุทธ์ การระง ับ ปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อย และเจ้าหน้าท ีfiฝ่ ายพลเรือนต้องปฏิบ ัติตามความ ต้องการของเจ้าหน้าทีfiฝ่ ายทหาร ในส ่วนของอํานาจศาลทหาร และอํานาจศาลพลเรือน เมืfiอประกาศใช้กฎ อ ัยการศึกในเขตทีfiประกาศใช้กฎอ ัยการศ ึก ผู้ประกาศใช้กฎอ ัยการศึกมีอํานาจประกาศให้ศาล ทหารพ ิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึfiงการกระท ําผิดเก ิดขึนในเขตที fi fiประกาศใช้กฎอ ัยการศึกและใน ระหว ่างทีfiใช้กฎอ ัยการศึกตามทีfiระบ ุไว้ในบ ัญชีต ่อท้ายพระราชบ ัญญัติน ีทุกข้อ fi หรือบางข้อและหรือ บางส่วนของข้อใดข้อหนึfiงได้ ท ังมีอํานาจในการแก้ไขเพิ fi fiมเติม หรือยกเลิกประกาศดังกล ่าวด้วย ส ่วนศาลพลเรือนคงมีอ ํานาจพิจารณาพิพากษาคดีได้อย ่างปกติ ยกเว้นคดีทีfiอย ู่ในอํานาจของศาล อาญาศึก (ศาลทหาร) ท ังนี fifi ประกาศทีfiให้อ ํานาจศาลทหารพ ิจารณาพิพากษาคดีด ังกล่าวมีผลบ ังค ับ เฉพาะคดีทีfiการกระทําความผิดเก ิดขึนต ั fiงแต่ว ันเวลาที fi fiระบ ุไว้ในประกาศว ันเวลาทีfiระบ ุน ันจะเป็ นว ัน fi เวลาทีfiออกประกาศหรือภายหล ังจากน ันก็ได้ fi โดยประกาศนีต้องลงในราชกิจจาน ุเบกษา fi และ นอกจากคดีอาญาทีfiระบ ุในประกาศแล้ว คดีอาญาอืfiนทีfiเกิดขึนในเขตประกาศใช้กฎอ ัยการศึกที fi fiมี เหตุพิเศษเกีfiยวก ับความมันคงของประเทศหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน fi ผ ู้บ ัญชาการทหาร ส ูงสุดจะส ังให้พิจารณาพิพากษาคดีอาญาน ั fi นในศาลทหารก ็ได้ fi
48 ประกาศท ีfiกําหนดให้ศาลทหารมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาทีfiกล่าว ข้างต้นน ันfiอาจกําหนดให้ศาลทหารในท ุกท้องท ีfiหรือบางท้องทีfiมีอ ํานาจพิจารณาพิพากษาคดี เท ่าก ัน หรือมากน้อยกว ่าก ันก็ได้ และเมืfiอเลิกใช้กฎอ ัยการศึกแล้ ว ศาลทหารย ังคงมีอํานาจ พ ิจารณาพิพากษาคดีอาญาทีfiค้างอยู่ในศาลได้ รวมท ังคดีอาญาที fi fiย ังมิได้ฟ้ องร้องในระหว ่างเวลาทีfi ใช้กฎอ ัยการศึกด้วย เมืfiอประกาศใช้กฎอ ัยการศ ึกทีfiใด เจ้าหน้าทีfiฝ่ ายทหารมีอํานาจเต็มในการทีfiจะ ตรวจค้น เกณฑ์ ห้าม ย ึด เข้าอาศ ัย ท ําลายหรือเปลีfiยนแปลงสถานทีfiและข ับไล่ เจ้าหน้าทีfiฝ่ ายทหารมีอํานาจดังนีfi - ตรวจ ค้น บรรดาสิfiงซึfiงจะเกณฑ์ หรือต้องห้าม หรือต้องย ึด หรือจะต้องเข้า อาศ ัย หรือมีไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีอํานาจทีfiจะตรวจค้น ท ังที fifiต ัวบ ุคคล ใน ยานพาหนะ เคหะสถาน สิfiงปล ูกสร้าง หรือทีfiใด ๆ ได้ทุกเวลา - ตรวจข่าวสารจดหมาย โทรสาร หีบห ่อ หรือสิfiงอืfiนใดทีfiส่งหรือมีไปมาถ ึงก ันใน เขตท ีfiประกาศใช้กฎอ ัยการศึก - ตรวจหน ังสือ สิfiงพิมพ์ หน ังสือพิมพ์ ภาพโฆษณา บท หรือคําประพ ันธ์ - เกณฑ์พลเมืองให้ช ่วยก ําล ังทหารในกิจการป้ องก ันพระราชอาณาจ ักรหรือ ช ่วยเหลือเก ือหน ุนราชการทหารท ุกประการ fi - เกณฑ์ยวดยาน ส ัตว์พาหนะ เสบียงอาหาร เครืfiองศาตราว ุธ และเครืfiองมือ เครืfiองใช้ต่างๆ จากบ ุคคลหรือบริษัทใด ๆซ ึงราชการทหารจะต้องใช้เป็นกําล ังในเวลาน ั fi นfi - ห้ามม ัวสุมประช ุมก ัน fi - ห้ามออก จําหน ่าย จ ่ายหรือแจก หน ังสือ สิfiงพิมพ์ หน ังสือพิมพ์ภาพ บทหรือ คําประพ ันธ์ - ห้ ามโฆษณา แสดงมหรสพ รับหรือส ่งวิทย ุ วิทย ุกระจายเสียง หรือวิทยุ โทรท ัศน์ - ห้ามใช้ทางสาธารณะเพืfiอการจราจรทางบก ทางนําfiหรือทางอากาศ รวมถ ึงทาง รถไฟ และทางรถรางท ีfiมีรถเดินด้วย - ห้ ามมีหรือใช้เครืfiองมือสืfiอสารหรืออาว ุธ เครืfiองอ ุปกรณ์ของอาว ุธ และ เคมีภ ัณฑ์หรือสิfiงอ ืfiนใดท ีfiมีคุณสมบ ัติทําให้เกิดอ ันตรายแก่บ ุคคล สัตว ์ พืช หรือทรัพย์สิน หรือท ีfiอาจ น ําไปใช้ทําเป็ นเคมีภ ัณฑ์ หรือสิfiงอืfiนใดท ีfiมีคุณสมบ ัติดังกล ่าว - ห้ามบ ุคคลออกนอกเคหะสถานภายในระหว่างระยะเวลาทีfiกําหนด - ห้ามบ ุคคลเข้าไปหรืออาศ ัยอย ู่ในเขตท้องทีfiทีfiเจ้าหน้าทีfiฝ่ ายทหารเห็นว ่า เป็ น การจ ําเป็ นเพืfiอการย ุทธ์ การระง ับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อย และเมืfiอประกาศ ห้ามแล้ว ผ ู้อาศ ัยอยู่ในเขตน ันต้องออกไปจากเขตภายในเวลาท ี fi fiประกาศกําหนด
49 - ห้ ามบ ุคคลกระทําห รื อมีกิจการห รือสิfiงอ ืfiนใด ตามทีfiรัฐมนตรี ว่าการ กระทรวงกลาโหมได้กําหนดไว้ว ่าควรต้องห้ามในเวลาทีfiประกาศใช้กฎอ ัยการศึก - สิfiงท ีfiกล่าวไว้ในข้อ 3.9, 3.10 และ 3.11 น ันfiเจ้าหน้าทีfiฝ่ ายทหารมีอํานาจทีfiจะย ึด ไว้ช ัวคราวได้ fi ถ้าเห็นเป็ นการจ ําเป็ นเพืfiอมิให้เป็ นประโยชน์แก ่ราชศ ัตรู หรือเพ ืfiอประโยชน ์แก่ราชการ ทหาร - ถ้าการสงครามหรือรบสู้เป็ นรองราชศ ัตรู มีอํานาจเผาบ้าน และสิfiงทีfiเห็นว ่าจะ เป็ นกําล ังแก ่ราชศัตรู และทําลายสิfiงใด ๆ ท ีfiกีดก ันการสู้ รบ - มีอํานาจสร้ างท ีfiมัfiน หรือด ัดแปลงภ ูมิประเทศหรือหมู่บ้านเมือง สําหรับการ ต ่อสู้ราชศ ัตรู หรือเตรียมการป้ องก ันร ักษา - เจ้าหน้าทีfiฝ่ ายทหารมีอํานาจทีfiจะข ับไล่ผู้ซ ึงไม่มีภูมิลําเนาอาศ ัยเป็ นหล ักฐาน fi หรือผู้ทีfiมาอาศ ัยในท้องทีfiน ันช ั fiวคราว fi ให้ออกจากท้องท ีfiน ันได้เมื fi fiอมีความสงส ัยอย ่างหน ึfiงอย ่างใด หรือจําเป็ น และมีอ ํานาจก ักต ัวบ ุคคลทีfiมีเหตุอ ันควรสงส ัยว ่าเป็ นราชศ ัตรู หรือได้ฝ่ าฝื นต่อ บทบ ัญญัติของพระราชบ ัญญ ัติน ีfi หรือต่อคําส ัfiงของเจ้าหน้าทีfiฝ่ ายทหาร ไว้เพืfiอการสอบถาม หรือ ตามความจ ําเป็ นของทางราชการทหารได้ แต่ต้องไม่เก ินเจ็ดว ัน - ความเสียหายใด ๆ ทีfiเก ิดขึนจากการใช้อ ํานาจของเจ้าหน้าที fi fiฝ่ ายทหาร บุคคล หรือบริษัทใดๆจะร้องขอค่าเสียหาย หรือค่าปรับ อย ่างหน ึงอย่างใดจากเจ้าหน้าที fi fiฝ่ ายทหารไม่ได้เลย 2.4.2 วิธีการของเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ กฎหมายทีfiเกีfiยวข้องก ับ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” และทีfiได้กล่าว มาแล้วว่า ประเทศไทยใช้ระบบกล่าวหา การปฏิบ ัติของเจ้าพน ักงานดําเนินการภายใต้บทบ ัญญ ัติ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซ ึงการสืบสวนเป็ นการแสวงหาข้อเท็จจริงและหล ักฐาน fi ของเจ้าพน ักงานทีfiมีอ ํานาจและหน้าท ีfiเพืfiอรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเพ ืfiอทีfiจะ ทราบรายละเอ ียดแห ่งความผิด โดยไม ่ได้กําหนดหลักเกณฑ์เงืfiอนไขหรือแบบพิธีอ ันเกีfiยวก ับการ สืบสวนไว้ในกฎหมาย แต่ให้หน ่วยงานออกคําส ังเป็ นการภายใน fi ส่วนการสอบสวนเป็นการรวบรวม พยานหล ักฐานและการดําเนินการท ังหลายอื fi fiนตามความผิดทีfiกล ่าวหาเพืfiอทราบข้อเท ็จจริงหรือ พ ิสูจน ์ความผิดและเอาต ัวผู้ทําผิดมาฟ้ องลงโทษ ด ังน ันว ิธีการท ี fi fiจะได้มาซ ึงพยานหล ักฐานต้องเป็ นพยานหล ักฐานที fi fiชอบด้วย กฎหมาย ไม่ข ัดต่อรัฐธรรมน ูญ และสามารถรับฟังลงโทษได้ อย ่างไรก ็ตาม การคุ้มครองการปฏิบ ัติ หน้าทีfiของเจ้าพน ักงานเพืfiอเป็ นหล ักประก ันความปลอดภ ัยมีความจ ําเป็ นอย ่างมากในการสืบสวนทีfi มีเทคโนโลย ีมีความก้ าวหน้ ามากทําให้ยากต่อการสืบสวนและรวบ รวมพยานหล ักฐาน
50 การพิจารณาในส่วนนีจ ึงจะได้นําวิธีการของเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษเป็ นห ัวข้อพิจารณา fi ประกอบกฎหมายทีfiเกีfiยวข้อง คือ (1) การดักฟัง การด ักฟั ง หม ายถึง การลอบฟั ง กา รสนทน าด้ วยเ ครืfiอ งมือ อ ิเล็กทรอนิกส์ ในล ักษณะท ีfiเป็ นการด ักฟังการสืfiอสารทางโทรศ ัพท ์ทีfiบ ุคคลอืfiนมีถ ึงก ัน โดยมิได้รับ ความย ินยอมจากค ู่สนทนาน ันfi 54ซ ึงการด ักฟังไม่จ ําเป็ นจะต้องด ักฟังเฉพาะโทรศ ัพท์เท่าน ั fi นแต่ใน fi ความหมายทีfiแท้จริงการด ักฟังเป็ นการดําเนินการเพืfiอให้ล่วงรู้ข้อมูลของบ ุคคลโดยใช้เครืfiองมือ อ ิเล็กทรอนิกส์เพืfiอให้ได้ข้อมูลข่าวสารซ ึงส ่งทางสายหรือคลื fi fiนแม่เหล็กอืfiนๆ อาจจะเป็ นข้อม ูลทีfiส่ง ทางอินเตอร์เน็ต โทรสาร โทรพิมพ์ หรือการลักลอบด ักฟังคลืfiนทีfiส่งไปในอากาศเพืfiอให้ได้ข้อม ูล ข ่าวสาร เป็ นต้น ปัจจ ุบ ันมีกฎหมายทีfiมีส่วนเกีfiยวข้องก ับการด ักฟัง ด ังนีfi - พระราชบ ัญญัติว ่าด้วยการกระทําความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เป็ นการก ําหนดถ ึงการกระท ําความผิดท ีfiเป็ นการดักรับ เข้ าถ ึงข้อมูล หรือกระทําการมิชอบ ด้วยประการอืfiนใดเก ีfiยวก ับข้อมูลจราจรคอมพ ิวเตอร์ หรือข้ อมูลเก ีfiยวก ับความม ัfiนคงของร ัฐ ความส ัมพ ันธ์ระหว่างประเทศ ความม ัfiนคงทางเศรษฐกิจหรือการคล ังของประเทศ หรือของ หน ่วยงานของรัฐทีfiมีความสําค ัญเป็ นพ ิเศษเพืfiอใช้บ ังค ับการให้เป็ นไปตามกฎหมาย ซึfiงไม่ได้ให้ อ ํานาจแก ่เจ้าหน้าทีfiเพ ืfiอร้องขอในการอน ุญาตต่อหน ่วยงานทีfiดูแลหรือศาลในการเข้าถึงข้อมูล การ ด ักร ับ หรือการกระท ําประการอืfiนไว้เลย - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 104 กําหนดไว้ เฉพาะไปรษณียภ ัณฑ์โดยคําสัfiงศาลให้ดําเน ินการ หรือในระหว ่างรอคําส ังศาล fi ผู้บ ัญชาการตํารวจ แห่งชาติหรือผู้ว ่าราชการจ ังหว ัดมีอํานาจออกคําสังได้ fi - พระราชบ ัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พ.ศ.2477 ให้อํานาจเจ้าหน้าทีfi โทรเลขในการงดส ่งข่าวสารและอธิบดีมีอ ํานาจให้ก ัก ส่ง ส่งกล ับ ตรวจ ทําลายไปรษณียภ ัณฑ์ได้ - พระราชบ ัญญัติข ่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ.2528 ให้อํานาจสําน ักข ่าวกรองแห่งชาติ ด ักร ับการติดต่อสืfiอสารทางส ัญญาณว ิทยุมีผลกระทบต่อความมันคงชาติ fi 54 พรเพชร วิชิตชลชัย. การรวบรวมพยานหลักฐานบางเรืfiองท ีfiเกีfiยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมและผู้มีอิทธิพล, (รายงานการวิจัย กระทรวงยุติธรรม, 2551), หน้า 435.