101 ทรัพย์สินทีfiเข้าไปพ ัวพ ันก ับการกระทําความผิดเก ีfiยวก ับยาเสพติด ซ ึfiงมีปริมาณมากและสล ับซ ับซ้อนกว ่า ทรัพย์สินทีfiเข้าไปเกีfiยวข้องก ับอาชญากรรมประเภทอืfiน ๆและในกฎหมายฉบ ับนีย ังเปลี fi fiยนแปลงปลายทาง ของทรัพย์สินทีfiถ ูกศาลส ังริบซ ึ fi fiงปกติจะตกเป็นของแผ่นดินให้ตกเป็ นของ "กองทุนป้ องก ันและปราบปราม ยาเสพติด" ซ ึงเป็ นกองทุนที fi fiจ ัดต ังขึ fiนโดยบทบ ัญญ ัติของกฎหมาย fi โดยมีว ัตถ ุประสงค์เพืfiอน ําทรัพย์สินทีfiได้ จากการริบไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดต่อไป ทรัพย์สินทีfiริบตามมาตรา 30 นีเป็ นทรัพย ์สิน fi ทีfiเอืออํานวยในการกระทําผิดเท ่าน ั fi นfiคือ - ทรัพย์สินท ีfiใช้ในการกระทําความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด เช ่น เครืfiองอ ัดไฮโดรลิกซ ึfiงใช้ในการอ ัดเฮโรอ ีนหรือก ัญชาเป็ นก้อน เพืfiอความสะดวกต่อการขนส่งไปจําหน่าย กระทะ กะละม ัง ทีfiใช้ในการเคีfiยวฝิfiนในการผลิต เฮโรอีน รถยนต์ทีfiใช้ในการขนส่งลําเลียงยาเสพติด ช้างไม้ แกะสล ักซ ึfiงใช้บรรจ ุซุกซ ่อนเฮโรอีนเพืfiอนําส่งออกไปจําหน ่ายต่างประเทศ - ทรัพย์สินทีfiใช้เป็ นอ ุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทําความผิด เกีfiยวก ับยาเสพติดหมายถ ึง เป็ นทรัพย์สินทีfiเป็ นส่วนประกอบช ่วยในการกระทําความผิดสําเร็จได้ โดยสะดวกย ิfiงข ึนfiแต่มิใช ่ทร ัพย์สินทีfiเป็ นปัจจ ัยสําค ัญทีfiทําให้ความผิดสําเร็จคือ แม้ไม ่มีทรัพย์สินทีfiเป็ น อ ุปกรณ์นีแต่การกระทําความผิดก็อาจสําเร็จได้แต่อาจไม่สะดวก fi ได้แก ่ รถยนต์ทีfiใช้เป็นยานพาหนะในการ ติดต ่อเพืfiอซ ือขายยาเสพติดหรือควบคุมการลําเลียง fi โทรศ ัพท์มือถือซึfiงใช้ในการติดต่อเจรจาซือขาย fi ยาเสพติด - ทรัพย์สินท ีfiมีไว้ใช้ในการกระท ําความผิด ได้แก ่ ถุงพลาสติก สก๊อตเทปทีfiเตรียมไว้ในการบรรจ ุหีบห ่อยาเสพติด ซ ึงเตรียมไว้เพื fi fiอเป็นล ังบรรจ ุซุกซ่อนยาเสพติดเป็นต้น การดําเนินการต่อทรัพย์สินของกลางเหล่านีfi ในช ันจ ับกุมและสอบสวน fi จะเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเช ่นเดิม เมืfiอสํานวนการสอบสวนในคดียาเสพติด น ันมาถ ึงช ั fi นพน ักงานอ ัยการ fi พน ักงานอ ัยการจะอาศ ัยความตามมาตรา 30 แห่งพระราชบ ัญญัตินีพิจารณา fi ยืfiนคําร้องต่อศาลทีfiพิจารณาคดียาเสพติดน ันfiเพืfiอขอให้ศาลส ัfiงริบทรัพย์ของกลางในคดีให้ตกเป็ นของ กองท ุนป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด เมืfiอศาลส ังรับคําร้องแล้วให้ศาลส ั fi งให้ประกาศในหน ังสือพิมพ์ที fi fi จําหน ่ายแพร่หลายในท้องถิfiนสองว ันติดต่อก ัน เพ ืfiอเป็นการแจ้งให้เจ้าของทรัพย์สินมาร้องขอทร ัพย์สินคืน โดยต้องยืfiนคําร้องเข้ามาในคดีก ่อนศาลช ันต้นมีคําพิพากษา fi หรือคําสัfiงซึfiงผู้มีหน้าทีfiประกาศตามมาตรา 30 นีในทางปฏิบ ัติคือ fi เลขาธิการ ป.ป.ส. ซ ึงเป็ นพน ักงานเจ้าหน้าท ี fi fiตามกฎหมายนีถ ูกกําหนดให้ต้องประกาศ fi ท ุกกรณีแม้อาจจะรู้ต ัวผู้เป็ นเจ้าของทรัพย์สินก็ตาม การริบทรัพย์สินของกลางตามมาตรา 30 ก ําหนดให้ริบ ทรัพย์สินท ังสิ fiนfiแม้จําเลยในคดีน ันไม่ถ ูกลงโทษตามคําพิพากษาก็ตามแต ่การท ี fi fiศาลจะส ัfiงริบทรัพย์สินได้ ก็คงต้องพิจารณาพยานหล ักฐานของโจทก์และเจ้าของทรัพย์สินตามกระบวนการด ังนีfi
102 - โจทก์มีหน้าทีfiน ําสืบให้ปรากฏหล ักฐานฟังได้ว ่าทรัพย์สินน ันfi เป็นทรัพย์สินทีfiได้ใช้หรือมีไว้เพืfiอใช้กระทําความผิด หรือได้ใช้เป็ นอ ุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระท ําความผิด เกีfiยวก ับยาเสพติด - เจ้าของทรัพย์สินจะต้องพิสูจน ์ให้ได้ว่า ตนไม่มีโอกาสทราบ หรือไม่มีเหตุสมควรสงส ัยว ่ามีการกระทําความผิด และจะมีการนําทรัพย์สินของตนไปใช้ในการกระท ํา ความผิดหรือใช้เป็ นอ ุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทําความผิดแล้วแต่กรณี - ถ้าเจ้าของทรัพย์สินพิสูจน ์ไม่ได้ หรือไม่มีผู้ใดร้องขอเข้ ามาใน คดีก ็ให้ศาลส ัfiงริบทร ัพย์สินน ันได้ fi หล ังจากพ้นก ําหนด 30 ว ัน น ับต ังแต ่ว ันแรกของการประกาศใน fi หน ังสือพิมพ์ซึfiงในการน ีกฎหมายต ัดสิทธิเจ้าของทรัพย์สินโดยจะอ้างว ่ามิได้มีส่วนรู้เห็นในการกระท ํา fi ความผิดและร้องขอคืนทรัพย์สินภายในหน ึงปี fi น ับตังแต ่ว ันที fi fiมีการพิพากษาถึงทีfiส ุด ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 36 ไม่ได้ 2.2 การริบทรัพย ์สินท ีfiเกีfiยวเนืfiองก ับการกระทําความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด ทรัพย์สินท ีfiเกีfiยวข้ องก ับการกระทําความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด หมายถ ึงเงินหรือทรัพย์สินทีfiได้รับมาเนืfiองจากการกระทําความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด และให้รวมถ ึงเงินหรือ ทรัพย์สินทีfiได้มาโดยการใช้เงินหรือทรัพย์สินด ังกล ่าวซือfiหรือกระท ําไม่ว ่าด้วยประการใด ๆ ให้เงินหรือ ทรัพย์สินน ันเปลี fi fiยนสภาพไปจากเดิม ไม่ว ่าจะมีการเปลีfiยนสภาพก ีfiครังfiและไม่ว ่าเงินหรือทรัพย์สินน ันจะอยู่ fi ในความครอบครองของบ ุคคลอืfiน โอนไปเป็ นของบ ุคคลอืfiน หรือปรากฏตามหล ักฐานทางทะเบียนว ่าเป็ น ของบ ุคคลอ ืfiนก็ตาม การริบทรัพย ์สินทีfiเกีfiยวเน ืfiองนีfi กฎหมายก ําหนดให้มีคณะกรรมการข ึนมาชุดหน ึ fi fiง เรียกว ่า "คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน" ประกอบไปด้วยผู้ทรงค ุณว ุฒิต่าง ๆ ซ ึfiงได้ร ับการแต่งต ังโดย fi ตําแหน ่ง โดยมีประธาน ป.ป.ส. เป็ นประธาน ปล ัดกระทรวงย ุติธรรมเป็ นรองประธาน อ ัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้อํานวยการสําน ักงานตรวจเงินแผ่นดิน อธิบดีกรมตํารวจ อธิบดีกรม บ ังค ับคดี อธิบดีกรมศ ุลกากร อธิบดีกรมทีfiดิน ผ ู้ ว่าการธนาคารแห ่งประเทศไทย เป็ นกรรมการและ เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นกรรมการและเลขาน ุการ คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน มีอํานาจหน้าทีfiสําค ัญในข ันตอน fi การตรวจสอบทรัพย ์สินวินิจฉ ัยความเกีfiยวเนืfiองของทรัพย ์สินก ับการกระทําความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด ตลอดท ังมีอํานาจในการส ั fi งย ึดหรืออาย ัดทรัพย์สินไว้จนกว ่าคดีถ ึงที fi fiสุดโดยคําส ังเด็ดขาดไม่ฟ้ องคดีหรือศาล fi มีคําพิพากษา เมืfiอผู้ ค้ายาเสพติดถูกจ ับก ุมในคดียาเสพติดและคณะกรรมการ ตรวจสอบทรัพย์สินเห็นว ่า ผ ู้ต้องหาน ันมีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดมานาน fi และมีทรัพย์สินท ีfiสงส ัยว ่าได้มา จากการค้ายาเสพติด ก็จะมีคําส ังให้ตรวจสอบทรัพย์สินของผ ู้น ั fi นfiสําหรับกรณีเร่งด่วน เลขาธิการ ป.ป.ส. มี
103 อํานาจเช ่นเดียวก ับคณะกรรมการฯ และหากพบว่าบ ุคคลอืfiนมีทร ัพย์สินทีfiเก ีfiยวพ ันก ับผู้ ต้ องหา คณะกรรมการหรือเลขาธิการ ป.ป.ส. ก็มีอํานาจส ังให้ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้น ั fi นด้วย fi ในการตรวจสอบท รัพย์สินคณะกรรมการฯ หรื อเลขาธิการฯ จะมอบหมายพน ักงานเจ้าหน้าทีfi 5-7 นาย จากสําน ักงาน ป.ป.ส. และสําน ักงานตํารวจแห ่งชาติ ร่วมก ัน รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหล ักฐานเก ีfiยวก ับทรัพย์สินของผู้ต้องหาและผู้เกีfiยวข้องภายใต้การกําก ับดูแล ของคณะกรรมการฯ ด ังกล่าว ในระหว ่างน ันคณะกรรมการหรือเลขาธิการฯ fi มีอํานาจส ัfiงย ึดหรืออาย ัด ทรัพย์สินเพืfiอป้ องก ันการซ ุกซ ่อน โยกย้าย ย ักย้ายไว้ช ัวคราว fi จนกว่าคณะกรรมการฯ จะมีการวินิจฉัย เมืfiอพน ักงานเจ้าหน้าทีfiรวบรวมหล ักฐานเสร็จแล้ว ก็จะเสนอผลกการตรวจสอบให้คณะกรรมการพิจารณา เมืfiอคณะกรรมการฯ วินิจฉัยว่าทรัพย์สินน ันเป็ นทรัพย์สินที fi fiเกีfiยวเน ืfiองก ับการกระทําความผิดเกีfiยวก ับ ยาเสพติด ก็จะมีคําส ัfiงให้ย ึดหรืออาย ัดไว้แล้วเสนอพน ักงานอ ัยการเพืfiอย ืfiนคําร้องขอให้ศาลสัfiงริบทรัพย ์สิน น ันต่อไป fi หากศาลเห็นว ่าทร ัพย์สินน ันเป็ นทรัพย ์สินที fi fiเกีfiยวเนืfiองก ับการกระทําความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด ศาลจะส ัfiงริบทรัพย์สินน ันให้ตกเป็นของกองท ุนป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด fi 3. มาตรการขยายเขตอํานาจศาล ตามปกติศาลไทยจะมีอํานาจลงโทษ ผู้กระทําความผิดทีfiกระทําความผิดในประเทศไทยเท ่าน ันfi แต่กฎหมายนีได้กําหนดข้อยกเว้นไว้ว ่า fi แม้กระทําความผิดเก ีfiยวก ับยาเสพติดนอกประเทศไทยศาลไทยก็สามารถลงโทษได้ หากเข้าเงืfiอนไขดังต่อไปนีfi - ผู้กระทําความผิดหรือผู้ร่วมกระท ําความผิดคนใดคนหนึงเป็ นคนไทย fi หรือมีถิfiนฐานอย ู่ในประเทศไทย หรือ - ผู้กระท ําความผิดเป็ นคนต่างด้าว และได้กระทําโดยประสงค์ให้ ความผิดเกิดขึนในราชอาณาจ ักรหรือรัฐบาลไทยเป็ นผู้เสียหายหรือ fi - ผู้กระทําความผิดเป็ นคนต ่างด้าวและการกระทําน ันเป็ นความผิด fi ตามกฎหมายของรัฐทีfiมีการกระทําเกิดข ึนในเขตอํานาจของรัฐน ั fi นfi หากผู้ น ันได้ปรากฏต ัวอย ู่ใน fi ราชอาณาจ ักรและมิได้มีการส่งต ัวผู้น ันออกไปตามกฎหมาย fi ว ่าด้วยการส่งผู้ ร้ายข้ามแดน (3) ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสานงานในคดีความผิด ตามกฎหมายเกีfiยวกับยาเสพติด พ.ศ.2537 ระเบียบนีวางหล ักเกณฑ์ในการประสานงานระหว่างสําน ักงาน fi ป.ป.ส. ก ับ หน ่วยงานผู้รับผิดชอบ การสืบสวนสอบสวนและการฟ้ องคดียาเสพติด เพืfiอให้คณะกรรมการป้ องก ันและ ปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในฐานะผ ู้ รับผิดชอบการแก้ไขปัญหายาเสพติดของชาติได้ทราบ รายละเอียดต่างๆ เพืfiอเพ ิfiมประสิทธิภาพในการปราบปรามยาเสพติด สรุปสาระสําค ัญของการประสานงานตามระเบียบระหว่างป.ป.ส. ก ับหน ่วยงานต่าง ๆ
104 1. ให้พน ักงานฝ่ ายปกครองหรือตํารวจให้ความร่วมมือก ับเจ้าพน ักงาน ป.ป.ส. ด ังนีfi - ให้ความร่วมมือในการจ ับกุมหรือตรวจค้นในคดียาเสพติด - ควบคุมผ ู้ทีfiถ ูกเจ้าพน ักงาน ป.ป.ส. จ ับเป็นการช ัวคราว fi - เก็บรักษาของกลางหรือทรัพย์สินทีfiเก ีfiยวข้องก ับการกระท ําความผิด ตามกฎหมายเกีfiยวก ับยาเสพติดตามคําขอจากเจ้าพน ักงาน ป.ป.ส. - ห ัวหน้าพน ักงานสอบสวนรายงานเลขาธิการ ป.ป.ส. เมืfiอมีการจ ับก ุมคดี ยาเสพติด - รายงานท ุกคดีเป็ นประจําทุกเดือน - รายงานโดยเร็วภายใน 3 ว ันน ับแต่ว ันจ ับก ุม ถ้าเป็ นการจ ับก ุมฐาน ผลิต น ําเข้ า ส่งออกจําหน่าย มีไว้ในครอบครองเพืfiอจําหน ่าย สมคบ สน ับสน ุน ช ่วยเหลือ หรือพยายาม กระทําความผิด หรือจ ับได้แต่เฉพาะของกลางซ ึงเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท fi 1 ต ังแต่ fi 20 กรัม ประเภท 2 ต ังแต่ fi 100 กรัม ประเภท 4 หรือประเภท 5 ต ังแต่ fi 100 ก ิโลกรัมขึนไปfi - ว ัตถ ุออกฤทธิfiประเภท 1 หรือ 2 ต ังแต่ fi 15 กรัมหรือ 200 เม็ดขึนไปfi - พน ักงานสอบสวนให้ความร่วมมือก ับเจ้าพน ักงาน ป.ป.ส. ซ ึfiงเข้ าฟังการ สอบสวนและเจ้าพน ักงาน ป.ป.ส. สามารถให้ข้อเสนอแนะเก ีfiยวก ับการซ ักถามรวมท ังให้ความเห็นเก ี fi fiยวก ับ พยานหล ักฐานต ่างๆได้ - ห ัวหน้ าพน ักงานสอบสวนส่งสําเนาสํานวนการสอบสวนต่อ เลขาธิการ ป.ป.ส. ในกรณีทีfiเจ้าพน ักงาน ป.ป.ส. ไม่เข้าฟังการสอบสวน 2. เลขาธิการ ป.ป.ส.พิจารณาให้ความช ่วยเหลือตามควรแก่กรณี เมืfiอเจ้าพน ักงาน ป.ป.ส. หรือพน ักงานฝ่ ายปกครอง หรือตํารวจตกเป็ นผู้ต้องหาหรือจําเลย เพราะการ ปฏิบ ัติหน้าทีfiปราบปรามยาเสพติด 3. ให้ผู้บ ัญชาการตํารวจแห่งชาติ อ ัยการสูงส ุด ผู้ว ่าราชการจ ังหว ัด รายงานหรือส ังให้เจ้าพน ักงานผู้รับผิดชอบชี fi แจง fi เมืfiอประธาน ป.ป.ส. หรือเลขาธิการ ป.ป.ส. ต้องการทราบ ข้อเท็จจริงเกีfiยวก ับการดําเนินคดียาเสพติดหรือคดีทีfiเจ้าพน ักงาน ป.ป.ส. หรือพน ักงานฝ่ ายปกครอง หรือ ตํารวจเป็นผู้ต้องหาหรือจําเลย 4. ให้พน ักงานอ ัยการให้ความร่วมมือด ังนีfi - แจ้งคําส ัfiงเด็ดขาดไม่ฟ้ องต่อเลขาธิการ ป.ป.ส.ให้คดียาเสพติดฐาน ผลิต น ําเข้า ส่งออก จําหน่าย ครอบครองเพืfiอจ ําหน ่าย สมคบ สน ับสน ุนช ่วยเหลือ หรือพยายามกระท ํา ความผิด
105 - อ ัยการสูงสุดแจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส. ในกรณีทีfiศาลพิพากษาถ ึงทีfiสุด ให้ยกฟ้ องคดียาเสพติด รวมท ังข้อส ังเกตต่าง fi ๆ ถ้ามีเพืfiอประโยชน์ในการปรับปรุงการดําเนินคดี - แจ้งรายละเอียดความผิดตามกฎหมายเกีfiยวก ับยาเสพติดรายเดือน มาย ังเลขาธิการ ป.ป.ส. 5. ให้กรมราชท ัณฑ์ให้ความร่วมมือดังนีfi - รายงานสถิติน ักโทษคดียาเสพติดท ัวราชอาณาจ ักรเป็ นรายเดือน fi - ให้ข้ อเท ็จจริงเกีfiยวก ับสภาพการรับโทษ ประว ัติการต้องโทษหรือ ข้อเท็จจริงอืfiนของน ักโทษคดียาเสพติดแก ่เลขาธิการ ป.ป.ส. - ให้เจ้าพน ักงาน ป.ป.ส. เข้าไปสอบสวนผู้ต้องข ังในเรือนจําหรือสถานทีfi ทีfiคุมข ังใดของกรมราชท ัณฑ์ได้ เมืfiอได้ร้องขอต่อผู้บ ัญชาการเรือนจํา หรือห ัวหน้าสถานทีน ั fiนfi (4) ระเบียบส ํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้ องกันเจ้าหน้าทีfiของรัฐมิให้เกีfiยวข้อง กับยาเสพติด พ.ศ.2542 ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะปัญหาเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ปัจจ ุบ ันได้ กลายเป็ นปัญหาและขยายต ัวอย ่างกว้างขวางท ัfiวประเทศ และลักษณะพิเศษท ีfiสําคัญของการค้ า เมทแอมเฟตามีน คือการค้าทีfiมีกล ุ่มอิทธิพล โดยมีเจ้าหน้าทีfiของรัฐบางส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในกลไก ด ังกล่าวในหลายพืนที fifi ประกอบขึนเป็ นโครงสร้ างการค้าท ี fi fiคอยให้การสน ับสนุนคุ้มครอง และร่วมใน ขบวนการจนมีสถานะเข้มแข็งและยากต่อการปราบปรามในวิธีการปกติ กล่าวโดยสรุป สามารถจําแนกพฤติการณ์เจ้าหน้าทีfiของรัฐท ีfiเกีfiยวข้องก ับยาเสพติดได้ด ังนีfi 1) มีพฤติการณ์ในการกระทําผิดด้านยาเสพติดโดยตรง 2) ให้ความคุ้มครอง สน ับสน ุน ช ่วยเหลือผู้เกีfiยวข้องก ับยาเสพติด 3) การบ ังค ับขู่เข็ญ ให้ผู้อ ืfiนกระทําความผิด โดยอาศัยอํานาจ หน้าท ีfi สถานภาพ หรือ เพืfiอแลกเปลีfiยนก ับผลประโยชน์อืfiนใด 4) รับเงิน ทร ัพย ์สิน หรือประโยชน ์อืfiนใดจากผู้ทีfiเกีfiยวข้องก ับยาเสพติด 5) การใช้อํานาจหน้าทีfiโดยท ุจริต เช ่น การย ักยอกของกลาง เป็นต้น กรณีจ ึงถ ือเป็ นมูลเหตุสําค ัญประการหน ึfiงท ีfiทําให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดตาม นโยบายของรัฐบาลย ังไม่บรรลุผลเท ่าทีfiควรจ ําเป็ นต้องก ําหนดมาตรการวางแนวทางการปฏิบ ัติตนข ันต้น fi ของเจ้าหน้าทีfiของรัฐโดยมิให้เข้ าไปช่วยเหลือหรือรับความช ่วยเหลือหรือคบค้าสมาคมก ับบ ุคคลซึfiงมี พฤติการณ์เกีfiยวข้องก ับยาเสพติดอ ันจะเป็ นวิธีการป้ องก ันมิให้เจ้าหน้าทีfiของรัฐเข้าไปมีส่วนร่วมในการ กระทําความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด
106 มาตรการปราบปรามเมืfiอมีการจ ับก ุมเจ้าหน้าทีfiของรัฐในคดียาเสพติด 1.จ ับก ุมในราชอาณาจ ักร 1.1 ให้พน ักงานสอบสวนรายงานเลขาธิการ ป.ป.ส. ภายใน 3 ว ัน เพืfiอสรุปข้อเท็จจริง รายงานคณะกรรมการป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และแจ้งผ ู้บ ังค ับบ ัญชาเจ้าหน้าท ีfiของรัฐ ทีfiถ ูกจ ับก ุมดําเนินการทางวิน ัย 1.2 กรณีจ ับกุม - คดียาเสพติดข้อหาผลิตน ําเข้า ส่งออก จ ําหน ่าย ครอบครองเพืfiอจําหน ่าย - ครอบครองซ ึงว ัตถ ุออกฤทธิ fi fiในประเภท 1 หรือประเภท 2 เกินปริมาณทีfiร ัฐมนตรี ประกาศกําหนดอ ันเป็ นความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยว ัตถ ุออกฤทธิfiต่อจิตและประสาท - ต้องหาว ่ากระทําความผิดต่อตําแหน ่งหน้าทีfiราชการหรือ ความผิดต่อตําแหน ่ง หน้าทีfiในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดด ังกล่าวน ันเกี fi fiยวเนืfiองก ับการกระทํา ความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติดในข้อหาผลิต นําเข้า ส่งออก จ ําน ่าย ครอบครองเพืfiอจําหน ่าย หรือเก ีfiยวเนืองก ับ fi การครอบครองซ ึfiงว ัตถ ุออกฤทธิfiในประเภท 1 หรือประเภท 2 ให้เจ้ าหน้าทีfiพน ักงานผู้ รับแจ้ง ไปย ัง กองบ ัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติดภายใน 48 ช ัวโมง fi กรณีท ีfiผู้บ ัญชาการตํารวจปราบปราม ยาเสพติด (ผบช.ปส.) เห็นว ่าเป็ นคดีสําค ัญหรืออาจเกีfiยวพ ันก ับการดําเนินการตามกฎหมายว ่าด้วย มาตรการในการปราบปรามผู้ กระท ําความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด พ.ศ.2534 ผบช.ปส.จะดําเน ินการ ด ังต่อไปนีfi (1) แจ้งพน ักงานสอบสวนส่งสํานวนการสอบสวนพร้อมต ัวผ ู้ต้องหาและของ กลางไปย ังกองบ ัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพืfiอดําเน ินคดี (2) ส่งนายตํารวจต ังแต ่ตําแหน ่งสารว ัตรขึ fi นไปfi ไปตรวจสอบและให้คําแนะน ํา เกีfiยวก ับการสอบสวนคดีน ันfi (3) ให้พน ักงานสอบสวน กองบ ังคับการสอบสวน กองบ ัญชาการตํารวจ ปราบปรามยาเสพติดเข้าร่วมสอบสวนด้วย 1.3 เมืfiอปรากฏผลการสอบสวนว ่า เจ้ าหน้าทีfiของรัฐมิได้กระทําความผิดและ พน ักงานอ ัยการมีคําส ังเด็ดขาดไม่ฟ้ องคดี fi ให้พน ักงานอ ัยการแจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส. เพืfiอท ีfiจะรายงานต่อ ป.ป.ส. และแจ้งไปย ังผู้บ ังคับบ ัญชาของเจ้าหน้าทีfiของรัฐน ันfi เพืfiอให้ผู้บ ังค ับบ ัญชาของเจ้าหน้าทีfiของรัฐ มีคําส ัfiงให้ย ุติการดําเนินการทางวิน ัยก ับเจ้าหน้าทีfiของรัฐน ันท ันที fi 1.4 ในกรณีเจ้าหน้าทีfiของรัฐตกเป็ นจ ําเลย และได้ย ืfiนคําร้องขอให้ปล่อยช ัfiวคราวใน ช ันพิจารณาคดีของศาล fi ให้พน ักงานอ ัยการพิจารณาคัดค้านคําร้องขอปล่อยช ัวคราวน ั fi นตามสมควรแก ่กรณี fi
107 2.จ ับก ุมนอกราชอาณาจ ักร 2.1 เมืfiอกระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งหรือทราบว่าเจ้าหน้าทีfiของรัฐกระทําผิด เกีfiยวก ับยาเสพติดให้แจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส. 2.2 เลขาธิการ ป.ป.ส. สรุปข้อเท็จจริง รายงาน ป.ป.ส. และแจ้งผู้บ ังค ับบ ัญชาของ เจ้าหน้าทีfiของรัฐทีfiกระทําผิด 2.3 สําน ักงาน ป.ป.ส. ติดตามผลการดําเนินคดี และเมืfiอคดีถ ึงทีfiสุดให้ รายงาน ป.ป.ส. และแจ้งไปย ังผู้บ ังคับบ ัญชาของเจ้าหน้าทีfiของรัฐทีfiกระทําผิดและสําน ักงานตํารวจแห ่งชาติเพืfiอ ดําเนินการตามอํานาจหน้าทีfiต่อไป มาตรการทางการบริหารและการปกครอง 1. ให้หน่วยงานทีfiสําน ักนายกรัฐมนตรีประกาศจ ัดให้มีศูนย์ร ับแจ้งข้อม ูลหรือข ่าวสาร เจ้าหน้าทีfiของรัฐเข้าไปเก ีfiยวข้องก ับยาเสพติด และมีบ ุคลากรทําหน้าท ีfiรวบรวมและตรวจสอบพฤติการณ์ ตามทีfiได้ทําการร้องเรียน 2. สําน ักงาน ป.ป.ส. ประจําภาคต่างๆ ซ ึงเป็ นฝ่ ายเลขาน ุการคณะกรรมการกล ั fi fiนกรอง รับข้อมูลจากหน ่วยงานตาม ข้อ 1. และข้อมูลทีfiได้รับแจ้งเอง ดําเน ินการสรุปผลการตรวจสอบพร้อม พยานหล ักฐาน เสนอคณะกรรมการกล ันกรองฯ fi 3. คณะกรรมการกล ันกรองฯ fi พิจารณาการกระทําท ีfiเกีfiยวข้องก ับยาเสพติด และแสวงหา ข้อมูลหรือข่าวสารเพิfiมเติม 3.1 เมืfiอว ินิจฉ ัยเบืองต้นว ่าเรื fi fiองทีfiกล่าวหาร้องเรียนมีมูลเพียงพอ ให้แจ้งเลขาธิการ ป.ป.ส. ภายใน 3 ว ัน น ับต ังแต ่ว ันที fi fiได้รับว ินิจฉ ัย 3.2 เลขาธิการ ป.ป.ส. แจ้งผู้บ ังค ับบ ัญชาของเจ้าหน้าทีfiของรัฐน ันทราบภายใน fi 10 ว ัน น ับตังแต่ว ันท ี fi fiรับแจ้ง 4. ผ ู้บ ังคับบ ัญชาเจ้าหน้าท ีfiของรัฐท ีfiถูกกล่าวหา ดําเนินการตามอํานาจหน้าทีfi 4.1 พ ิจารณาเบืองต้น fi (อาจขอข้ อมูลหรือข่าวสารหรือพยานหล ักฐานจาก คณะกรรมการกล ันกรองฯ fi ) แล้วมีคําส ังย ุติเรื fi fiองหรือส ังดําเนินการทางวิน ัย fi ให้แจ้งคณะกรรมการกล ันกรองฯ fi ภายใน 10 ว ัน น ับต ังแต่ว ันที fi fiมีคําส ังfiเพืfiอคณะกรรมการกล ันกรองฯ fi รายงานเลขาธิการ ป.ป.ส. 4.2 กรณีดําเนินการทางวิน ัย ไม่ว ่าจะส ัfiงลงโทษหรือไม่ ให้แจ้งคณะกรรมการ กล ัfiนกรอง ภายใน 10 ว ัน น ับต ังแต่ว ันที fi fiมีคําส ังfiเพืfiอคณะกรรมการกล ันกรองฯ fi รายงานเลขาธิการ ป.ป.ส. 4.3 กรณีมีเหตุอ ันควรสงสัยอย่างย ิfiงว ่าเจ้าหน้าทีfiของร ัฐน ันเกี fi fiยวข้องก ับยาเสพติด แต่การสอบสวนไม ่ได้ความแน ่ช ัดพอทีfiจะสัfiงลงโทษทางวิน ัยได้ อาจพิจารณาใช้มาตรการบริหารดําเนินการ ได้แก ่
108 4.3.1 ส ังย้ายออกนอกเขตพื fi นท ี fifi โดยอาจมีคําส ัfiงให้รายงานต ัวต ่อผู้บ ังค ับบ ัญชา ตามระยะเวลาทีfiกําหนดด้วย ก็ได้ 4.3.2 น ําพฤติการณ์มาประกอบการพิจารณาแต ่งต ังให้ดํารงตําแหน่งการเลื fi fiอน ข ันเงินเดือน fi ยศ หรือระด ับ รวมตลอดถ ึงการพิจารณาความดีความชอบประจําปี และการจ ่ายโบน ัส หรือ เงินอืfiนใดทีfiมีล ักษณะเดียวก ันแก ่เจ้าหน้าทีfiของรัฐน ันfi (5) พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 สาระสําคัญในพระราชบ ัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติดมีด ังน ีfi - การสืบสวนความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด ซ ึfiงกําหนดให้เจ้าพน ักงานผู้ได้รับอน ุญาต เป็นหน ังสือจากเลขาธิการคณะกรรมการป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด ผู้บ ัญชาการตํารวจแห ่งชาติ หรือผู้ซ ึfiงได้รับมอบหมาย มีอํานาจปฏิบ ัติการอําพราง (Undercover Operation) อน ึfiง การอน ุญาตและ การอําพรางให้เป็ นไปตามหล ักเกณฑ์ ว ิธีการ และเงืfiอนไขทีfiกําหนดในกฎกระทรวง ท ังนี fiในกฎกระทรวง fi ด ังกล่าวอย่างน้อยต้องมีมาตรการควบคุมและตรวจสอบการใช้อ ํานาจด้าย นอกจากน ีในกรณีจําเป็ น fi เร่งด ่วนและมีเหตุผลสมควรให้เจ้าพน ักงานมีอํานาจปฏิบ ัติการอําพรางเพืfiอการสืบสวนความผิดตาม กฎหมายเกีfiยวก ับ ยาเสพติดแล้วรายงานผู้มีอ ํานาจอนุญาตโดยเร็ว (มาตรา 7) -ความผิดเกีfiยวก ับยาเสพติด กําหนดให้เจ้าพน ักงานผู้ได้รับอน ุญาตเป็ นหน ังสือจาก เลขาธิการคณะกรรมการป้ องก ันและปราบปรามยาเสพติด หรือผู้ซ ึfiงได้รับมอบหมายมีอํานาจครอบครอง หรือจ ัดให้มีการครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม (Control Delivery) ท ังในและนอกราชอาณาจ ักร fi (มาตรา 8) เพืfiอการสืบสวนสอบสวนความผิดตามกฎหมายเกีfiยวก ับยาเสพติดได้ - การครอบครองภายใต้การควบคุม หมายความว ่า การครอบครองยาเสพติดเพืfiอ ส่งต่อแก ่ผู้ ต้องสงส ัยว่ากระทําความผิดซึfiงอย ู่ภายใต้การกําก ับ คําส ัfiง หรือการสะกดรอยติดตาม (Surveillance) ของเจ้าพน ักงาน ท ังนี fifi การส่งต่อน ันให้ รวมถึงการนําเข้ าหรือส่งออกเพื fi fiอการส่งต่อในหรือ นอกราชอาณาจ ักรด้วย - การกําหนดให้เจ้าพน ักงานมีอํานาจให้บ ุคคลซ ึfiงมีความรู้ความเชีfiยวชาญเป็ นพิเศษ เฉพาะเรืfiองหน ึงเรื fifiองใดเป็ นผู้ช ่วยเหลือเจ้าพน ักงานในการปฏิบ ัติหน้าทีfiตามพระราชบ ัญญัตินีfi โดยให้บุคคล น ันไม่ต้องรับผิดเป็ นการส่วนตัวในบรรดาความเสียหายที fi fiเกิดขึนfi (มาตรา 9) ซ ึfiงเป็ นการยกเว้นหล ัก กฎหมายในเรืfiองความรับผิดจากการทําละเมิด - พน ักงานสอบสวนมีอํานาจในการร้องขอต่อพน ักงานอ ัยการให้มาร่วมก ับพน ักงาน สอบสวนหรือมาปฏิบ ัติหน้าทีfiร่วมก ับพน ักงานสอบสวนเพืfiอให้คําแนะนําหรือตรวจสอบพยานหล ักฐานใน การสอบสวนได้ (มาตรา 10) ทําให้สํานวนคดียาเสพติดสามารถนําไปใช้ฟ้ องร้องคดีโดยพน ักงานอ ัยการได้ สะดวกยิfiงขึนfiลดปัญหาการรวบรวมพยานหล ักฐานและการสอบปากคําพยานเพิfiมเติม
109 - พน ักงานสอบสวนส่งสิfiงของซึfiงอ้างว่าเป็นยาเสพติดซึงย ึดไว้น ั fi นภายในสองว ันท ําการ fi น ับแต่เวลาท ีfiพน ักงานสอบสวนได้รับสิfiงของน ันไว้เป็ นของกลางในคดี fi เพืfiอให้ผู้ชํานาญการพิเศษตรวจ พิสูจน์และทําความเห็นเป็นหน ังสือรวมไว้ในสํานวนการสอบสวน เว้นแต ่เหตุสุดวิส ัยไม่จําเป็ นต้องปฏิบ ัติ ตามโดยให้บ ันท ึกไว้ด้วย (มาตรา 11) - ในการพิจารณาคดีในช ันศาล fi จําเลยให้การรับสารภาพตามฟ้ องในช ันพิจารณาศาล fi จะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหล ักฐานต่อไปก็ได้ เว้นแต่คดีความผิดน ันมีอ ัตราโทษประหารชีวิตหรือจําคุก fi ตลอดชีว ิต ศาลต้องร ับฟังพยานหลักฐานจนกว ่าจะพอใจว่าจําเลยได้กระทําความผิดจริง (มาตรา 13) ทําให้การพิจารณาคดียาเสพติดสามารถดําเนินการเสร็จสินโดยรวดเร็วไม่ย ืดเยื fi อfiเป็ นการปรามผู้กระท ํา ความผิดไม่ให้มีความหว ังในการประวิงคดีด้วยวิธีการใด ๆ ก็ตาม ท ังนี fifi คดียาเสพติดมีการดําเนินการและรวมต ัวก ันในรูปแบบองค์กรอาชญากรรมและ มีกระบวนการทํางานล ับทําให้การสืบสวนสอบสวนไม่สามารถไปถ ึงต ัวการสําค ัญได้ ส่วนใหญ่จะจ ับก ุมได้ แต่ผู้ค้ารายย ่อย จ ึงจําเป็ นต้องหาวิธีการทีfiเหมาะสมเพืfiอแก้ปัญหา และโดยทีfiประเทศไทยได้เข้าเป็ นภาคี อน ุส ัญญาสหประชาชาติว ่าด้วยการต่อต้ านการลักลอบค้ายาเสพติดและว ัตถ ุออกฤทธิfiต่อจ ิตประสาท ซ ึfiงอน ุส ัญญาด ังกล่าวมีมาตรการหลากหลายในการปราบปรามยาเสพติดและประเทศต่าง ๆ ได้นํา มาตรการในอน ุส ัญญาไปบ ัญญัติเป็ นกฎหมายภายใน จ ึงน ํามาตรการด ังกล่าวมาบ ัญญัติเป็ นกฎหมายเพือfi เป็นการปราบปรามยาเสพติดท ังที fifiเป็ นการกระทําภายในและภายนอกประเทศ โดยกําหนดกระบวนการ พิเศษในการดําเนินคดียาเสพติดขึนโดยเฉพาะ fi กฎหมายฉบ ับน ีได้แนวความคิดจากต่างประเทศที fi fiใช้เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ แล้วประสบความสําเร็จได้แก ่ - ประเทศแคนาดาน ันถือว ่าเป็ นที fi fiมาทีfiสําคัญทีfiสุดในการฝึ กอบรมให้ความรู้ท ังทาง fi ทฤษฏีและปฏิบ ัติแก ่เจ้าหน้าทีfiตํารวจปราบปรามยาเสพติด และถ ือเป็นจุดกําเน ิดของปฏิบ ัติการอ ําพรางใน ประเทศไทย - ประเทศกรีซ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากรีซ มาตรา 253 - ประเทศเยอรมนี ตามประมวลกฎหมายว ิธีพิจารณาความอาญาเยอรม ัน (StrafprozeBoardnung,StPO) หมวด 9 บ ัญญัติถ ึงการใช้น ักสืบอําพรางไว้ในมาตรา 110 เอ ถ ึงมาตรา 110 อ ี - ประเทศออสเตรเลียตามกฎหมาย Criminal Law (Undercover operation) Act 1995 (South Australia) มาตรา 2
110 4.3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม 4.3.1 ประวัติความเป็ นมา8 สืบเนืfiองจากสถานการณ์ของโลกมีการเปลีfiยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพ ัฒนาด้าน เทคโนโลยีส ่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐก ิจ ส ังคม การเมือง ว ัฒนธรรม สิfiงแวดล้อม ไปตลอดถ ึงการก ่อ อาชญากรรม ซ ึfiงพ ัฒนาจากการใช้ความรุนแรงเป็ นอาชญากรรมทีfiก ่อให้เก ิดความเสียหายทางเศรษฐกิจทีมี fi มูลค่ามหาศาล ส ่งผลกระทบต่อประชาชนเป็ นจํานวนมาก การใช้เทคโนโลยีคุณภาพสูงและช ่องว ่างของ กฎหมายปิดบ ังความผิดของตน มีอิทธิพลและเครือข่ายองค์กรโยงใยท ังภายในและภายนอกประเทศ fi ทําให้ ยากต่อการสืบสวนสอบสวนดําเนินคดีจ ึงต้องมีการจ ัดต ังกรมสอบสวนคดีพิเศษขึ fi นfiโดยอย ู่ภายใต้ส ังก ัด กระทรวงย ุติธรรม ก ่อต ังขึ fiนเมื fi fiอว ันท ีfi 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ตามพระราชบ ัญญัติปร ับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ใช้ชืfiอภาษาอ ังกฤษว ่า Department of Special Investigation มีช ืfiอย่อว่า DSI ซึfiงมี บ ุคลากรทีfiมีความรู้ความชํานาญในด้านต่างๆ พ ัฒนารูปแบบการทํางานให้มีประสิทธิภาพ เป็นองค์กรหน ึfiง ซ ึงเป็ นย ุทธศาสตร์ในการปฏิรูประบบราชการ fi ทําให้ประชาชนและประเทศชาติได้รับความเป็ นธรรมและ ประโยชน์สูงสุด 4.3.2 โครงสร้างองค์กร9 กรมสอบสวนคดีพ ิเศษมีโครงสร้างการบริหารงานด ังต่อไปนีfi 1) กลุ ่มงานพ ัฒนาระบบบริหาร 2) กลุ ่มงานตรวจสอบภายใน 3) กลุ ่มงานบริหารทรัพยากรบ ุคคล 4) กลุ ่มงานคดีความเห็นแย้ง 5) กลุ ่มงานย ุทธศาสตร์ และแผนปฏิบ ัติการ 6) กลุ ่มงานทีfiปรึกษากฎหมาย 7) สําน ักเลขาน ุการกรม 8) สําน ักพ ัฒนาและสน ับสน ุนคดีพิเศษ 9) สําน ักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ 10) สําน ักคดีอาญาพิเศษ 11) สําน ักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิfiงแวดล้อม 8 Online Avilable HTTP : http://www.dsi.go.th/dsi/about_box.jsp?detail=2 9 Online Avilable HTTP : http://www.dsi.go.th/dsi/DocumentLawDSI.jsp
111 12) สําน ักคดีภาษีอากร 13) สําน ักคดีการเงินการธนาคาร 14) สําน ักคดีเทคโนโลย ีและสารสนเทศ 15) สําน ักคดีทร ัพย์สินทางปัญญา 16) สําน ักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว ่างประเทศ 17) สําน ักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิfiงแวดล้อม 4.3.3 อํานาจหน้าทีfiตามกฎหมาย10 1.ป้ องก ัน ปราบปรามและควบคุมอาชญากรรมทีfiมีผลกระทบร้ ายแรงต ่อเศรษฐกิจ ส ังคม ความม ันคง fi และความส ัมพ ันธ์ระหว ่างประเทศ 2.พ ัฒนากฎหมาย กฎระเบ ียบ รูปแบบ วิธีการ และมาตรการในการป้ องก ัน ปราบปรามและควบคุมอาชญากรรมทีfiมีผลกระทบอย่างร้ ายแรงต่อเศรษฐกิจ ส ังคม ความม ัfiนคง และ ความส ัมพ ันธ์ระหว ่างประเทศ 3.พ ัฒนาโครงการและการบริหารจ ัดการองค์กร 4.พ ัฒนาบ ุคลากรโดยเสริมสร้างศ ักยภาพในด้านความรู้ ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม และขว ัญกําล ังใจ 5.ประสานส่งเสริมเครือข่าย ความร่วมมือในการป้ องก ัน ปราบปรามและควบคุม อาชญากรรมก ับท ุกภาคส่วนท ังภายในและต่างประเทศ fi คดีทีfiอย ู่ในความร ับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงย ุติธรรม คดีพิเศษหรือคดีอาชญากรรมพ ิเศษ หมายถ ึงคดีท ีfiผู้กระทําผิดมีโครงข ่ายโยงใยระหว่าง ประเทศ ล ักษณะเป็ นองค์กรอาชญากรรมทีfiมีอิทธิพลหน ุนหล ังและมีความรู้ความเชีfiยวชาญในเทคโนโลยี ระดับสูง การกระท ําความผิดก ่อให้เก ิดความเสียหายอย่างยิfiงต่อประเทศชาติและประชาชน อ ันได้แก ่ 1.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการก ู้ยืมเงินท ีfiเป็ นการฉ้อโกงประชาชน 2.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า 3.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย ์ 4.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรก ิจเงินท ุน ธุรก ิจหล ักทรัพย ์ และธุรก ิจเครดิตฟองซ ิเอร์ 5.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการเล ่นแชร์ 6.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการควบค ุมการแลกเปลีfiยนเงิน 10Online Avilable HTTP : http://www.dsi.go.th/dsi/about_box.jsp?detail=2
112 7.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดเกีfiยวก ับการเสนอราคาต ่อ หน ่วยงานของร ัฐ 8.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการค ุ้มครองแบบผังภูมิของวงจรรวม 9.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการค ุ้มครองผู้บริโภค 10.คดีความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยเครืfiองหมายการค้า 11.คดีความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยเงินตรา 12.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส ่งออกท ีfi ผลิตในราชอาณาจ ักร 13.คดีความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยดอกเบียเงินให้ก ู้ยืมของสถาบ ันการเงิน fi 14.คดีความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยธนาคารแห ่งประเทศไทย 15.คดีความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยบริษัทมหาชนจําก ัด 16.คดีความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยการป้ องก ันและปราบปรามการฟอกเงิน 17.คดีความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยมาตรฐานผลิตภ ัณฑ์อ ุตสาหกรรม 18.คดีความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยลิขสิทธิfi 19.คดีความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยการส่งเสริมการลงท ุน 20.คดีความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิfiงแวดล้อม 21.คดีความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยสิทธิบ ัตร 22.คดีความผิดตามกฎหมายว ่าด้วยหล ักทรัพย ์และตลาดหล ักทรัพย์ คดีความผิดอาญาตามกฎหมายทีfiก ําหนดไว้ในกฎกระทรวงว ่าด้วยการก ําหนดคดีพิเศษ เพิfiมเติมตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษพ.ศ.2547 บ ัญชีท้ายประกาศกคพ. ฉบ ับทีfi 2 (พ.ศ.2547) ด ังนีfi 1.คดีความผิดตามประมวลรัษฎากร 2.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร 3.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต 4.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยส ุรา 5.คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาส ูบ 4.3.4 ข้อพิจารณางานด้านการข่าวและเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ เมืfiอพิจารณาอ ํานาจตามพระราชบ ัญญ ัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และทีfi แก้ไขเพิfiมเติม พ.ศ.2550 จะเห็นได้ว่าพน ักงานสอบสวนคดีพิเศษมีอํานาจตามมาตรา 21 ถ ึงมาตรา 34 ด ังต่อไปนีfi - การก ําหนดคดีใดคดีหน ึงให้เป็นคดีพิเศษ fi (มาตรา 21)
113 - การออกข้อบ ังค ับทีfiเก ีfiยวก ับประสานการปฏิบ ัติงานก ับหน ่วยงานของรัฐ (มาตรา 22) ซ ึfiงได้ รวมไปถ ึงการแลกเปลีfiยนข้อมูลทีfiเกีfiยวข้ องก ับการป้ องก ันและ ปราบปรามคดีพิเศษ ซึfiงเป็ นส่วนหน ึfiงของงานด้านการข ่าว - การก ําหนดให้พน ักงานสอบสวนคดีพ ิเศษเป็นพน ักงานฝ่ ายปกครองหรือตํารวจ ช ันผ ู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา fi (มาตรา 23) - การให้อํานาจในการเข้ าไปในเคหสถาน การค้นทรัพย์สินและตัวบ ุคคล การ ตรวจสอบสถาบ ันการเงิน การย ึด หรืออาย ัดทรัพย์สินทีfiพบ (มาตรา 24) - การให้อํานาจทางการข ่าว ในกรณีทีfiมีเหต ุอ ันควรเชืfiอได้ ว ่า เอกสารหรือข้อม ูล ข่าวสารอืfiนใดซ ึfiงส่งทางไปรษณีย ์ โทรเลข (ปัจจ ุบ ันยกเลิกไปแล้ว) โทรศ ัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครืfiองมือ หรืออุปกรณ์ในการสืfiอสาร สืfiออิเล็กทรอนิกส์ หรือสืfiอทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ มีส่วนเกีfiยวข้องก ับการท ําความผิดหรือเพืfiอประโยชน์ในการ กระทําความผิด (มาตรา 25) - การให้อํานาจในการใช้เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ (ซ ึงปฏิบ ัติการอ ําพราง fi เป็ นองค์ประกอบอ ันหน ึfiง) ในการแฝงต ัว (Undercover) ในองค์กร หรือจ ัดทํา เอกสารหรือหลักฐานเพ ืfiอการแฝงตัวน ันfiให้ถือว่าเป็ นการกระทําโดยชอบด้วย กฎหมาย ส่งผลให้พยานหล ักฐานทีfiได้มาน ันชอบด้วยกฎหมายตามไปด้วย fi และ ศาลไม่สามารถปฏิเสธพยานหล ักฐานด ังกล่าวได้ (มาตรา 27) - การให้สิทธิในการคุ้มครองตนเองของพน ักงานสอบสวนคดีพิเศษทีfiได้รับการ ยกเว้นไม ่อย ู่ภายใต้บ ังค ับกฎหมายว ่าด้วยอาว ุธปื น เครืfiองกระสุนปื น ว ัตถ ุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิfiงเทียมอาว ุธปืน และกฎหมายว ่าด้วยการควบคุมย ุทธภ ัณฑ์ เช่นเดียวก ับราชการทหารและตํารวจ (มาตรา 29) - การให้สิทธิแก ่หน่วยงานในการแต่งต ังบ ุคคลซ ึ fi งมีความรู้ความเชี fi fiยวชาญเฉพาะ ด้านเป็ นพิเศษ (มาตรา 30) - การให้สิทธิแก ่หน่วยงานในการกําหนดให้พน ักงานอ ัยการหรืออ ัยการทหาร เข้า มาสอบสวนร่วมก ับพน ักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือมาปฏิบ ัติหน้าทีfiร่วมก ับ พน ักงานสอบสวนคดีพิเศษเพืfiอให้คําแนะนําและตรวจสอบพยานหล ักฐานต ังแต่ fi ช ันเริ fifiมการสอบสวนก็ได้ ทําให้ลดปัญหาในการรวบรวมพยานหล ักฐานไม่ตรง ตามทีfiอ ัยการจําเป็นต้องใช้ในการดําเนินการทางคดีอาญา (มาตรา 32)
114 4.4 ส ํานักข่าวกรองแห่งชาติ 4.4.1 ประวัติความเป็ นมา11 ประเทศไทยมีการดําเนินงานด้านการข่าวกรองมาต ังแต่โบราณและตลอดท ุกยุค fi ท ุกสม ัยในประว ัติศาสตร์ยามศึกสงครามทหารมีหน้าทีfiสอดแนมลาดตระเวนใช้ไส้ศ ึก แต่การดําเน ินงาน ในล ักษณะหน ่วยข่าวกรองสม ัยใหม่และเป็ นหน ่วยข่าวกรองกลางของชาติเกิดขึนหลังสงครามโลกครั fi งที fifi สอง ช ่วงเวลาดังกล่าวเป็ นช ่วงทีfiต ่างประเทศมีการพ ัฒนาองค์การข่าวกรองอย่างจริงจ ัง รัฐบาลในสม ัยจอมพล ป.พิบ ูลสงคราม เห็นความจําเป็ นท ีfiจะต้องจ ัดต ังหน ่วยราชการที fi fiเป็ นศูนย์กลาง รวบรวมข้อมูลข่าวสารต่างๆ ทีfiได้รับจากการปฏิบ ัติงานการข่าวตามปกติ หรือจากหน ่วยข่าวกรองต่างๆ ทีfi มีอย ู่ในขณะน ันfiได้แก ่ หน ่วยข่าวฝ่ ายทหาร และหน ่วยข่าวตํารวจ รวมท ังข ่าวที fi fiได้จากวิธีการทางล ับและ ข่าวจากแหล่งข่าวเปิ ด ทีfiมีผลกระทบต่อผลประโยชน์และความมัfiนคงของประเทศ ซ ึfiงจําเป็ นต่อการ ต ัดสินใจกําหนดนโยบายและท ่าทีทางการเมืองภายในและต่างประเทศของรัฐบาลจ ึงได้จ ัดต ังfi "กรมประมวลราชการแผ่นดิน" อย ู่ในส ังก ัดทบวงคณะรัฐมนตรีฝ่ ายการเมือง เมืfiอว ันท ีfi 1 มกราคม 2497 ตามพระราชบ ัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2496 (ประกาศในราชก ิจจาน ุเบกษา เล่มทีfi 70 ตอนทีfi 81 หน้าทีfi 13 เมืfiอว ันท ีfi 31 ธันวาคม 2496) ได้แต ่งต ังให้พลตํารวจเอก fi เผ่า ศรียานนท ์ อธิบดีกรม ตํารวจในขณะน ันเป็นอธิบดีกรมประมวลราชการแผ่นดินอีกตําแหน ่งหน ึ fi fiง ต่อมาในสม ัยจอมพล สฤษดิfi ธนะรัชต์ กรมประมวลราชการแผ่นดิน ได้เปลีfiยนช ืfiอ เป็ น "กรมประมวลข่าวกลาง" เมืfiอว ันทีfi 2 ธันวาคม 2502 ตามพระราชบ ัญญัติจ ัดระเบียบราชการสําน ัก นายกรัฐมนตรี (ฉบ ับทีfi 6) พ.ศ.2502 และต่อมาในสมัยพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ กรมประมวลข่าวกลาง ได้เปลีfiยนช ืfiอเป็ น "สําน ักข่าวกรองแห ่งชาติ (สขช.)" เมืfiอว ันทีfi 30 สิงหาคม 2528 ตามพระราชบ ัญญัติ ข่าวกรองแห่งชาติและพระราชบ ัญญัติแก้ไขเพิfiมเติม ตามประกาศคณะปฏิว ัติ ฉบ ับทีfi 213 มีฐานะเป็ น หน ่วยข่าวกรองแห ่งชาติขึนตรงต่อนายกรัฐมนตรี fi ด ังน ันสําน ักข่าวกรองแห ่งชาติจ ึงเป็ นหน ่วยข่าวระดับชาติ fi หน ่วยเดียวของประเทศไทยทีfiเป็ นหน ่วยราชการพลเรือนมีห ัวหน้าส่วนราชการเป็ นข้ าราชการพลเรือน สาม ัญ 4.4.2 โครงสร้างองค์กร12 สําน ักงานข่าวกรองแห ่งชาติมีโครงสร้างการบริหารงานด ังต่อไปนีfi 1) ภารกิจข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองในประเทศ 11Online Avilable HTTP : http://www.nia.go.th/nia/content/showsubdetail.asp 12Online Avilable HTTP : http://www.nia.go.th/FileRoom/CABFRM01/DRAWER01/GENERAL/DATA0010/00010675.PDF
115 (1) สําน ักข่าวกรองความม ันคง fi 1 (กทม.) (2) สําน ักข่าวกรองความม ันคง fi 2 (ภาคกลาง) (3) สําน ักข่าวกรองความม ันคง fi 3 (ภาคเหนือ) (4) สําน ักข่าวกรองความม ันคง fi 4 (ภาคใต้) (5) สําน ักข่าวกรองความม ันคง fi 5 (ภาคตะว ันออกเฉียงเหน ือ) (6) สําน ักต่อต้านก ่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ 2) ภารกิจข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองต่างประเทศ (1) สําน ักข่าวกรองต่างประเทศ 1 (ประเทศมหาอํานาจ และองค์การระหว่างประเทศ) (2) สําน ักข่าวกรองต่างประเทศ 2 (ประเทศรอบบ้าน เอเช ีย ย ุโรป และภ ูมิภาคอืfiนๆ) (3) สําน ักกิจการต ่างประเทศ 3) ภารกิจข่าวกรองและต่อต้านข่าวกรองทางเทคนิคและเครือข่าย (1) สําน ักปฏิบ ัติการทางเทคนิค (2) กองปฏิบ ัติการพิเศษ (3) กองปฏิบ ัติการต่อต้านข่าวกรองทางเครือข่าย 4) ภารกิจพ ัฒนามาตรฐานข่าวกรองและการรักษาความปลอดภ ัย (1) สถาบ ันการข่าวกรอง (2) สําน ักรักษาความปลอดภัยฝ่ ายพลเรือน 5) ภารกิจบริหาร/อ ํานวยการ (1) ศูนย์อํานวยการ (2) ศูนย์ ICT 4.4.3 อํานาจหน้าทีfiตามกฎหมาย13 อ ํานาจหน้าทีfiของสําน ักข่าวกรองแห่งชาติก ําหนดไว้ในมาตรา 4 ของพระราชบ ัญญ ัติ ข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ. 2528 พระราชบ ัญญัติข้อมูลข ่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ระเบ ียบว ่าด้วยการรักษา ความปลอดภ ัยแห ่งชาติ พ.ศ.2517 และระเบียบว ่าด้วยการรักษาความล ับของทางราชการ พ.ศ.2544 สรุปรวมก ันได้ด ังต่อไปนีfi 13Online Avilable HTTP : http://www.nia.go.th/nia/content/showsubdetail.asp?fd
116 1.ปฏิบ ัติงานเกีfiยวก ับกิจการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง การข่าวกรองทางการ สืfiอสารและการรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือน 2.ติดตามสถานการณ์ภายในประเทศและต่างประเทศ ทีfiมีผลกระทบต่อความ ม ันคงแห ่งชาติและรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรีและสภาความมั fi นคงแห่งชาติ fi และกระจายข่าวกรองทีfiมี ผลกระทบต่อความม ันคงแห ่งชาติให้หน ่วยงานของร ัฐ fi หรือรัฐว ิสาหกิจทีfiเกีfiยวข้องใช้ประโยชน์ตามความ เหมาะสม 3.ศึกษา วิจ ัยและพ ัฒนา เกีfiยวก ับก ิจการการข่าวกรอง การต่อต้านข ่าวกรองและ การรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือนเพืfiอเพิfiมประสิทธิภาพในการปฏิบ ัติงาน 4.เป็นศ ูนย์กลางประสานกิจการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง ก ับหน ่วยงานอืfiน ท ังในประเทศและต่างประเทศ fi และเป็ นองค์การรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือน ทําหน้าทีfiเป็ นประธาน คณะทีfiปรึกษาการข่าวและรับผิดชอบการบริหารจ ัดการศูนย ์ประสานข ่าวกรองแห ่งชาติ 5.เสนอแนะนโยบายและมาตรการ ตลอดจนให้คําแนะนําและคําปรึกษาด้านการ ข่าวกรองการต่อต้านข่าวกรอง และการรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือนต่อนายกรัฐมนตรี สภาความ ม ันคงแห ่งชาติ fi หน ่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ 4.4.4 ข้อพิจารณางานด้านการข่าวและเทคนิคการสืบสวนสอบสวนคด ีพิเศษ ปัจจ ุบ ันได้มีการเสนอร่างพระราชบ ัญญัติข่าวกรองแห ่งชาติ พ.ศ. ...(เมืfiอ 19 มิถ ุนายน 2552) โดยนําภารกิจของสําน ักข่าวกรองแห ่งชาติในปัจจ ุบ ันมาบ ัญญัติไว้ในร่างพระราชบ ัญญัติ ด ังกล่าว โดยมีสาระสําค ัญด ังต่อไปนีfi 1.ด้านการก ําหนดขอบเขตของบทนิยามศัพท์ ได้มีการขยายขอบเขตงานด้าน การข่าวให้คลอบคลุมก ับการปฏิบ ัติงานมากยิfiงขึนโดย fi มีการกําหนดความของคําว ่า “การข่าวกรอง” หมายความว ่า การดําเนินการ ใด ๆ เพืfiอให้ล่วงรู้ถ ึงก ิจกรรม ความมุ ่งหมาย กําล ังความสามารถ ศ ักยภาพ วิธีการ ความเคลืfiอนไหว รวมท ังสถานการณ์และวิถ ีทางของบ ุคคล fi กล ุ่มบ ุคคล หรือองค์กรท ังภายในประเทศและต่างประเทศ fi เพืfiอเสนอให้รัฐบาลนํามาใช้กําหนดนโยบายและย ุทธศาสตร์แห ่งชาติ เพิfiมขีดความสามารถ ศ ักยภาพ และ พล ังอํานาจของชาติ ป้ องก ันปัญหาหรือผลกระทบต่อความม ันคงของชาติ fi “การข่าวกรองต่างประเทศ” หมายความว ่า การดําเนินการใด ๆ เพืfiอให้ล่วงรู้ถ ึง กิจกรรมความมุ่งหมาย กําล ังความสามารถ ศ ักยภาพ วิธีการ ความเคลืfiอนไหวและวิถีทางของบ ุคคล กลุ่ม บ ุคคล กิจการองค์กร หรือรัฐต่างชาติ เพ ืfiอรักษาและส่งเสริมผลประโยชน์และความม ันคงแห ่งชาติ fi “การข ่าวกรองความม ันคง” fi หมายความว ่า การดําเนินการใด ๆ เพืfiอรวบรวม ข้อมูลข่าวสารเกีfiยวก ับบ ุคคล กลุ ่มบุคคล หรือองค์กรภายในประเทศและต่างประเทศ ท ีfiมีกิจกรรมความ
117 มุ ่งหมายความเคลืfiอนไหวและวิถีทางทีfiเกีfiยวก ับการจารกรรม การบ ่อนทําลาย การก ่อว ินาศกรรม การก ่อ การร้าย และการก ่ออาชญากรรมร้ายแรงอ ันอาจหรือก ่อให้เก ิดผลกระทบต่อความม ันคงแห ่งชาติ fi “การข ่าวกรองทางการสืfiอสาร” หมายความว ่า การใช้เทคนิคและการดําเนิน กรรมวิธีทางเครืfiองมือสืfiอสารด้วยการด ักรับหรือติดตามการติดต ่อสืfiอสารทางส ัญญาณวิทย ุ โทรศ ัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครืfiองมืออ ุปกรณ์ในการสืfiอสาร สืfiออิเล็กทรอน ิกส์ สืfiอเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ระบบสืfiอสารและโทรคมนาคมอ ืfiนใด เพืfiอให้ได้มาซ ึfiงข้อมูลข่าวสารเกีfiยวก ับการข ่าวกรอง การข่าวกรอง ต่างประเทศ การข ่าวกรองความม ันคง fi การต่อต้านข่าวกรองและการรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือน “การต่อต้านข่าวกรอง” หมายความว ่า การดําเนินการใดๆ เพืfiอต ่อต้าน รบกวน ข ัดขวางบ ุคคล กล ุ่มบ ุคคล หรือองค์กรอ ืfiนใด ทีfiเคลืfiอนไหวหรือกระทําการท ังภายในประเทศและ fi ต่างประเทศ โดยการจารกรรม การบ ่อนทําลาย การก ่อว ินาศกรรม การก ่อการร้าย การก ่ออาชญากรรม ร้ายแรงหรือการอืfiนใดอ ันส่งผลกระทบต่อความม ันคงแห ่งชาติ fi “การรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือน” หมายความว ่า มาตรการทีfiกําหนดขึนfi ตลอดจนการดําเนินการท ังปวง fi เพืfiอพิท ักษ์รักษาและคุ้มครองป้ องก ันบ ุคลากร สถานทีfi ข้อม ูลข่าวสารและ สิfiงของอ ืfiนใดของส ่วนราชการฝ่ ายพลเรือน ราชการส่วนท้องถ ิfiน รัฐวิสาหก ิจ องค์กรมหาชนและกิจการ ภาคเอกชนทีfiเกีfiยวข้องก ับความสงบเรียบร้อยและความม ันคงของประเทศให้พ้นจากการจารกรรม fi การบ ่อน ทําลายการก ่อวินาศกรรม การก ่อการร้ายและการก ่ออาชญากรรมร้ายแรง 2. ด้านการบริหารงานบ ุคคลของสําน ักข่าวกรองแห ่งชาติ (สขช.) ให้เป็ นไปตาม กฎหมายว ่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ในกรณีทีfiไม่อาจปฏิบ ัติตามหล ักเกณฑ์และวิธีการตามทีfi ก.พ. กําหนด เนืfiองจากมีความจ ําเป็ นต้องดําเนินการเป็นการล ับ อาจขอดําเนินการเป็นอย่างอืfiน โดยกําหนดเป็น ระเบียบ สขช.โดยความเห็นชอบของ ก.พ. (ถือเป็ นส่วนหน ึงในปฏิบ ัติการอ ําพราง fi ) 3. ทางด้านการจ ัดการเกีfiยวก ับพ ัสดุ เพืfiอประโยชน์ในการปฏิบ ัติการข่าวกรอง ให้ สขช.ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบ ัติตามระเบียบสําน ักนายกฯว ่าด้วยการพ ัสดุ เฉพาะการซ ือหรือจ้างที fi fiมี ความจําเป็นเร่งด่วนและต้องดําเน ินการเป็ นการล ับ 4. ทางด้านงานด้านการข่าวเพืfiอประโยชน์ในการปฏิบ ัติการข่าวกรองทีfiเกีfiยวก ับ ข่าวกรองความม ันคง fi การข ่าวกรองต ่างประเทศ การข่าวกรอง การข่าวกรองทางการสืfiอสาร การต่อต้าน ข่าวกรอง การรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือน และเพ ืfiอตรวจสอบข้อเท็จจริงรวบรวมข้อมูล หรือหล ักฐาน ต่างๆ ทีfiเก ีfiยวข้องก ับการจารกรรม การบ ่อนทําลาย การก ่อวินาศกรรม หรือการก ่ออาชญากรรมร้ายแรง ให้ เจ้าหน้าทีfiปฏิบ ัติการข่าวกรองทีfiได้รับมอบหมายเป็ นหน ังสือจาก ผอ.สขช. มีอํานาจด ังต่อไปนีfi (1) มีหน ังสือสอบถามหรือเรียกให้สถาบ ันการเงิน ส่วนราชการ องค์การ หน ่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ องค์กรหรือกิจการภาคเอกชน แล้วแต ่กรณี ส ่งเจ้าหน้าทีfiทีfiเกีfiยวข้องมา
118 ให้ถ้อยคํา ส่งคําชีแจงเป็ นหน ังสือ fi หรือส่งบ ัญชี เอกสาร หรือหล ักฐานใด ๆ มาเพ ืfiอตรวจสอบหรือเพืfiอ ประกอบการพิจารณา (2) มีหน ังสือสอบถามหรือเรียกบ ุคคลมาเพืfiอให้ถ้อยคํา ส่งคําชีแจงเป็ นหน ังสือ fi หรือส่งบ ัญชี เอกสาร หรือหล ักฐานใด ๆ มาตรวจสอบหรือเพ ืfiอประกอบการพิจารณา (3) ดําเนินการขอให้ศาลทีfiมีเขตอํานาจออกหมาย เพืfiอเข้าไปในเคหสถานหรือ สถานทีfiใด ๆ เพืfiอประโยชน์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือเพืfiอรวบรวมข้อมูลพยานหล ักฐานต่าง ๆ ซ ึfiง ต้องกระทําเท ่าทีfiจําเป็ นและโดยไม่ช ักช้า ก ่อนการตรวจสอบ หรือรวบรวมหล ักฐานด ังกล ่าว ให้เจ้าหน้าทีfi ปฏิบ ัติการข ่าวกรองซ ึfiงได้ รับมอบหมายแสดงความบริสุทธิfiเสียก ่อน และเท ่าทีfiสามารถกระทําได้ ให้ ดําเนินการต่อหน้าผู้ครอบครองหรือดูแลสถานทีfiหรือผู้ซ ึงเกี fi fiยวข้องในการน ีให้ผู้ครอบครองหรือดูแลสถานที fi fi หรือผู้ซ ึfiงเกีfiยวข้ องให้ความร่วมมือเพืfiอให้การปฏิบ ัติหน้าทีfiของเจ้าหน้าทีfiปฏิบ ัติการข่าวกรองซ ึfiงได้ ร ับ มอบหมายเป็ นไปโดยสะดวก (4) ดําเนินกรรมวิธีใด ๆ ในการติดต่อขอความร่วมมือก ับบ ุคคลหรือกลุ ่มบ ุคคล ให้ปฏิบ ัติการท ังหลายอ ันจ ําเป็ นต่อการปฏิบ ัติหน้าที fi fiตาม พ.ร.บ.นีfi - ในกรณีท ีfiมีเหต ุอ ันควรเชืfiอได้ว่าเอกสารหรือข้อมูลข่าวสารอืfiนใดซ ึfiงส่ง ทางไปรษณีย์ โทรเลขโทรศ ัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครืfiองมืออุปกรณ์ในการสืfiอสาร สืfiออิเล็กทรอนิกส์ หรือสืfiอทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด อาจถูกใช้เพืfiอประโยชน์ในการจารกรรม การบ ่อนทําลาย การก ่อ วินาศกรรม การก ่อการร้าย หรือการก่ออาชญากรรมร้ายแรง เจ้าหน้าทีfiปฏิบ ัติการข่าวกรองซ ึfiงได้รับอน ุมัติ จาก ผอ.สขช. เป็ นหน ังสือ จะยืfiนคําขอฝ่ ายเดียวต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเพืfiอมีคําส ัfiงอนุญาตให้ เจ้าหน้าทีfiปฏิบ ัติการข่าวกรองได้มาซึfiงข้อมูลข ่าวสารดังกล ่าวก็ได้ โดยให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาส ัfiง อน ุญาตได้คราวละไม่เก ิน 90 ว ัน โดยก ําหนดเงืfiอนไขใด ๆ ก็ได้ และให้ผู้เกีfiยวข้องก ับข้อมูลข ่าวสารในสิfiง สืfiอสารตามคําส ังด ังกล่าว fi จะต้องให้ความร่วมมือ ท ังนี fifi บรรดาข้อมูลข ่าวสารด ังกล่าว ไม่อย ู่ภายใต้บ ังคับ แห ่งกฎหมายว ่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการโดยให้เก็บร ักษาเฉพาะข้อมูลข ่าวสารเกีfiยวก ับการจารกรรม การบ ่อนทําลาย การก ่อวินาศกรรม การก ่อการร้ าย หรือการก ่ออาชญากรรมร้ ายแรง และให้ใช้ประโยชน์ เฉพาะในการปฏิบ ัติงานเกีfiยวก ับกิจการข่าวกรอง การข่าวกรองความม ันคง fi การข่าวกรองต่างประเทศ การ ข่าวกรองทางการสืfiอสาร การต่อต้านข่าวกรอง การรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือนเท ่าน ันfiส่วนข้อมูล ข่าวสารอืfiนให้ทําลายเสียท ังสิ fiนfi - ในการปฏิบ ัติหน้าทีfiตาม พ.ร.บ.นีfi ให้เจ้าหน้าทีfiปฏิบ ัติการข่าวกรองเป็ น เจ้าพน ักงานตามประมวลกฎหมายอาญา - ในคดีความผิดเกีfiยวก ับความมัfiนคงแห ่งราชอาณาจ ักรตามประมวล กฎหมายอาญา เจ้ าหน้าทีfiปฏิบ ัติการข่าวกรองมีอํานาจเข้ าร่วมหรือรับฟังการสอบสวนก ับพน ักงาน สอบสวน หรือพน ักงานปกครอง หรือตํารวจช ันผู้ใหญ่ผู้สอบสวนคดีด ังกล่าวแล้วแต ่กรณีได้ fi โดยความ
119 เห็นชอบของคณะกรรมการ โดยถ ือว่าไม่กระทบกระเท ือนถ ึงอํานาจหน้าท ีfiตามประมวลกฎหมายว ิธี พิจารณาความอาญาของพน ักงานสอบสวน พน ักงานปกครอง หรือตํารวจช ันผู้ใหญ่ผู้สอบสวนคดีแล้วแต่ fi กรณี - ในกรณีจําเป็ นและเพืfiอประโยชน์ในการปฏิบ ัติการทีfiเกีfiยวข้ องก ับ ข่าวกรอง การข ่าวกรองต่างประเทศ การข่าวกรองความม ันคง fi การข่าวกรองทางการสืfiอสาร การต่อต้าน ข่าวกรองและการรักษาความปลอดภ ัยฝ่ ายพลเรือน ให้ ผอ.สขช.หรือผู้ได้รับมอบหมายมีอํานาจให้บ ุคคล ใดจ ัดทําเอกสารหรือหล ักฐานใดขึนfiหรือเข้าไปแฝงตัวในองค์กรหรือกล ุ่มบุคคลใด รวมท ังติดตามสอดส่อง fi บ ุคคล หรือกลุ ่มบุคคลใด ท ังน ี fiให้เป็ นไปตามระเบ ียบที fi fi ผอ. สขช.ก ําหนดโดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการ โดยให้ถือว ่าเป็ นการกระทําโดยชอบกฎหมาย - เพืfiอประโยชน์ในการปฏิบ ัติตาม พ.ร.บ.นีfi ให้ สขช.มีอํานาจด ังนีfi (1) ทํา นําเข้า น ําออก ซ ่อมแซม และใช้ซ ึงเครื fi fiองมืออ ุปกรณ์ เครืfiองมือ อ ิเล็กทรอนิกส์ หรือเครืfiองมืออุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ใด ๆ เพืfiอ ประโยชน์ในการปฏิบ ัติการข่าวกรอง (2) ทํา น ําเข้า นําออก ซ ่อมแซม และใช้ซ ึงเครื fi fiองว ิทยุโทรคมนาคม และ จ ัดต ังสถ านีวิทย ุคมนาคม fi เพืfiอประโยชน ์ในการปฏิบ ัติงาน ข ่าวกรองโดยให้ สขช.ทําการขออน ุญาตจากคณะกรรมการก ิจการ โทรคมนาคมแห ่งชาติ (กทช.) ก ่อนดําเนินการ แต่หากมีความ จ ําเป็ นเร่งด่วนซ ึงถ้าไม่ดําเนินการท ันท ีจะเกิดความเสียหายต ่อการ fi ปฏิบ ัติงานข่าวกรองและความม ันคงแห ่งชาติ fi ให้ สขช.ดําเนินการ ได้ท ันท ีไปพลางก ่อน แต ่ต้องแจ้งเหตุผล ความจําเป็ นเป็ นหน ังสือ แก่ กทช.ในท ันทีทีfiสามารถทําได้โดยไม่ช้ากว ่า 6 เดือน น ับแต่ว ันทีfi ได้ดําเนินการไปแล้ว - บทกําหนดโทษผู้ไม่ให้ความสะดวกหรือไม่ให้ถ้อยคํา หรือไม่ส่งบ ัญชี เอกสารหรือว ัตถ ุใดแก ่เจ้าหน้าทีfiปฏิบ ัติการข่าวกรองตามมาตรา 21 (1) (2) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมืfiนบาท หรือท ังจ ําท ั fi งปรับ fi - บทกําหนดโทษผู้ต่อสู ่ข ัดขวางการปฏิบ ัติหน้าทีfiตามมาตรา 21 (3) ต้อง ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมืfiนบาท หรือท ังจ ําท ั fi งปรับ fi
120 4.5 สรุปตารางแสดงประเทศทีfiมีการนํา “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิคการสืบสวน สอบสวนพิเศษ มาใช้ในประเทศไทย จากการศึกษาหน ่วยงานราชการไทยทีfiได้มีการน ํา “งานด้านการข่าว” และ “เทคน ิคการ สืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาใช้ภายในหน ่วยงานโดยมีบทบ ัญญัติของกฎหมายทีfiเกีfiยวข้องก ับการปฏิบ ัติ หน้าทีfiรับรองปฏิบ ัติการด ังกล่าว สามารถสรุปเป็ นตารางเปรียบเท ียบความแตกต่างได้ด ังนีfi หน่วยงาน กรมสอบสวน คดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม กองบัญชาการ ต ํารวจปราบปราม ยาเสพติด ส ํานักงาน ต ํารวจแห่งชาติ ส ํานักข่าวกรอง แห่งชาติ ส ํานักงาน คณะกรรมการ ป้ องกันและ ปราบปราม ยาเสพติด ปี ทีfiจัดตังfi พ.ศ.2545 พ.ศ.2535 พ.ศ.2528 พ.ศ.2519 เทคนิคการ สืบสวน สอบสวนพิเศษ มี มี มี มี กฎหมายทีfiให้ อํานาจ 1.พ.ร.บ.มาตรการใน การปราบปราม ผ ู้กระทําความผิด เกีfiยวก ับยาเสพติด พ.ศ. 2534 และ 2.พระราชบ ัญญัติ การสอบสวนคดี พิเศษ พ.ศ.2547 1.พ.ร.บ.มาตรการใน การปราบปราม ผู้กระท ําความผิด เกีfiยวก ับยาเสพติด พ.ศ.2534 2.พ.ร.บ.ป้ องก ันและ ปราบปรามยาเสพ ติด พ.ศ.2519 และ 3.พระราชบ ัญญัติวิธี พิจารณาคดียาเสพ ติด พ.ศ.2550 พระราชบ ัญญัติ ข่าวกรอง แห ่งชาติ พ.ศ. 2528 1.พ.ร.บ.มาตรการใน การปราบปราม ผู้กระทําความผิด เกีfiยวก ับยาเสพติด พ.ศ.2534 2.พ.ร.บ.ป้ องก ันและ ปราบปรามยาเสพ ติด พ.ศ.2519 และ 3.พระราชบ ัญญัติวิธี พิจารณาคดียาเสพ ติด พ.ศ. 2550
บททีfi 5 การวิเคราะห์ “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิคการส ืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาปรับใช้กับสํานักงาน ป.ป.ช. จากการศึกษาอํานาจหน้าทีfiตามกฎหมายและวิธีปฏิบ ัติงานขององค์กรทีfiมีหน้าทีfiในการต่อต้านการ คอร์รัปช ันในต่างประเทศซ ึ fi fiงได้นํา “งานด้านการข่าว”และ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาใช้ ในการปราบปรามการท ุจริตคอร์รัปช ันแล้ว fi สามารถน ํามาประกอบการวิเคราะห ์ปัญหาท ีfiเกิดขึนจากอํานาจ fi หน้าทีfiตามกฎหมายและวิธีปฏิบ ัติงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยแยกพิจารณาได้ด ังนีfi 1. ปัญหาในการตรวจสอบทรัพย์สิน 1.1 การตรวจสอบทรัพย์สินและหน ีสินfiท ังของผู้ดํารงตําแหน ่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที fi fi อืfiนของรัฐมีจ ํานวนมาก และสําน ักงาน ป.ป.ช. มีข้อจําก ัดด้านบ ุคลากรและอ ุปกรณ์สน ับสนุนและต้อง ตรวจสอบในกรณีการยืfiนล ักษณะต่างๆ คือ กรณีเข้าร ับตําแหน่ง พ้นตําแหน ่ง พ้นจากตําแหน ่งเมืfiอครบ 1 ปี และกรณีอืfiน ๆ ทําให้ปริมาณงานมากข ึนเป็นทวีคูณ fi รวมท ังปัญหาการยื fi fiนบ ัญช ีทีfiไม่ถ ูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน เอกสารต่างๆไม ่เป็ นปัจจุบ ันแล้ว ย ังมีปัญหาท ีfiสําค ัญมากทีfiส ุดคือ กรณีการย ืfiนบ ัญชีทรัพย ์สินและหนีสินที fi fi ไม่ตรงก ับความเป็ นจริง หรือการยืfiนบ ัญช ีทรัพย์สินเป็นเท็จซึfiงกรณีเหล่านีเจ้าหน้าที fi fiจะพิสูจน์ความมีอยู่จริง หรือมูลค่าท ีfiแท้จริง และหนีสินตามความเป็ นจริงได้เพียงใด fi กรณีจะมีปัญหามากยิfiงขึนหากปรากฏว ่า fi ทรัพย์สินดังกล่าวมีมูลค่าทางจ ิตใจ หรือมูลค่าในทางการค้า (value) ได้อย ่างไร เช ่น แสตมป์ ใช้แล้ วดวง หน ึfiงมีมูลค่าทีfiหน้าดวงตราเพียง 25 สตางค์และได้ถูกใช้ไปแล้วเป็ นผลให้ไม่เหลือมูลค่าการใช้งานอ ีกต่อไป แต่แสตมป์ ดวงน ันอาจมีมูลค่าในทางเศรษฐศาสตร์ในล ักษณะของมูลค่าสิ fi fiงของสะสมน ับหมืfiนบาทก็อาจ เป็นได้ หรือกรณีทีfiมีความสล ับซ ับซ้อนไปมากกว ่าน ันก็คือ fi การให้บ ุคคลใกล้ชิดหรือญาติถ ือครองทรัพย ์สิน แทนผู้มีหน้าทีfiต้องแสดงบ ัญชีทรัพย์สิน ซ ึงเจ้าหน้าที fi fiจะไม่สามารถตรวจพิสูจน์ความมีอย ู่จริงของทรัพย ์สิน และหนีสินจากเอกสารได้เพียงอย ่างเดียว fi 1.2 การดําเนินการตรวจสอบความถ ูกต้องและความมีอย ู่จริงของทรัพย์สินและหนีสินของ fi ผู้ดํารงตําแหน ่งทางการเมืองน ันfiระเบียบว่าด้วยการปฏิบ ัติหน้าทีfiของคณะกรรมการป้ องก ันและปราบปราม การท ุจริตแห ่งชาติ พ.ศ.2542 ข้อ 17 ถ ึงข้อ 19 ได้กําหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าทีfiตรวจสอบความ ถ ูกต้องและความมีอย ู่จริงของทรัพย์สินและหน ีสินของผ ู้ดํารงตําแหน ่งทางการเมือง fi แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจมอบหมายให้บ ุคคลใดดําเนินการแล้วให้จ ัดทําผลการตรวจสอบเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้ และหากการตรวจสอบความถ ูกต้องและความมีอย ู่จริงของทรัพย์สินและหนีสินต้องใช้วิชาชีพ fi โดยเฉพาะความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ความช ํานาญในทางวิชาการหรือกิจการหรือความจําเป็ น ใน การนีคณะกรรมการ fi ป.ป.ช. สามารถแต่งต ังบ ุคคลภายนอกเข้าร่วมตรวจสอบด้วยได้ fi น ันfiปรากฏว ่าในทาง
122 ปฏิบ ัติต้องใช้เวลามาก โดยเฉพาะอย ่างย ิfiงกรณีทีต้องตรวจสอบทรัพย์สินและหนีสินที fi fiอย ู่ในต ่างประเทศ จะต้องให้เอกอ ัครราชท ูต กงส ุลไทย หรือเจ้าหน้าท ีfiของรัฐบาลไทยในต ่างประเทศเป็ นผู้ตรวจสอบและ รับรองความถ ูกต้องและความมีอย ู่จริงของทรัพย์สินและหนีสินแทนก็ได้ fi ซึfiงในทางปฏิบ ัติแล้ วแทบจะไม่ สามารถดําเนินการได้อย ่างเต็มทีfiเนืfiองจากเจ้าหน้าทีfiด ังกล่าวเกิดความรู้สึกล ังเลและเกรงว ่าตนเองจะได้รับ ผลกระทบจากการไปรับรองความมีอย ู่จริงของทรัพย์สินในต่างประเทศไม่ว ่าจะโดยสุจริตหรือไม่ก็ตาม1 2. ปัญหาในการปราบปรามการทุจริต 2.1 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องรับผิดชอบดําเนินการตามพระราชบ ัญญัติหลายฉบ ับ คือ รัฐธรรมน ูญแห ่งราชอาณาจ ักรไทย พระราชบ ัญญัติประกอบรัฐธรรมน ูญว ่าด้วยการป้ องก ันและปราบปราม การท ุจริต พ.ศ.2542 พระราชบ ัญญัติว ่าด้วยความผิดเกีfiยวก ับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 พระราชบ ัญญัติการจ ัดการห ุ้นส่วนและห ุ้นส ่วนของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 พระราชบ ัญญัติประกอบ รัฐธรรมน ูญว ่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผ ู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 และกฎหมายอืfiน ๆ ทีfiเกีfiยวข้องซ ึงการดําเนินการด ังกล่าวมีเรื fi fiองกล่าวหาร้องเรียนจํานวนมาก และย ังต้องรับผิดชอบการไต่สวน คดีอาญาในความผิดฐานท ุจริตต่อหน้าทีfi การกระทําความผิดต่อตําแหน ่งหน้าทีfiทีfiรับจากพน ักงานสอบสวน สําน ักงานตํารวจแห่งชาติ ซึfiงมีจ ํานวนมากแล้ ว กระบวนการไต่สวนโดยปกติก็จะมีข ันตอนตามระเบียบ fi กฎหมายทีfiมากมาย ทําให้การดําเนินงานล่าช้ า และเป็ นผลให้มีเรืfiองค ัfiงค้ างการพิจารณาของ คณะอน ุกรรมการและคณะกรรมการ ป.ป.ช. จ ํานวนมาก2 2.2 การไต่สวนข้ อเท็จจริง โดยแต่งต ังคณะอนุกรรมการไต่สวนข้ อเท ็จจริง fi ตาม พระราชบ ัญญัติประกอบรัฐธรรมน ูญว่าด้วยการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 45 จะต้องประกอบด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ช. คนหน ึfiง ก ับพน ักงานเจ้าหน้าทีfiสําน ักงาน ป.ป.ช. และหรือ ผู้ทรงคุณว ุฒิซ ึfiงเป็ นผู้เชีfiยวชาญเฉพาะด้านในสาขาต่างๆ มาร่วมเป็ นคณะอน ุกรรมการไต ่สวนข้อเท็จจริง เพืfiอให้การไต ่สวนข้ อเท็จจริงเป็ นไปด้วยความโปร่งใสและเป็ นธรรมแก่ท ุกฝ่ าย แต่ทําให้การไต่สวน ข้อเท็จจริงล่าช้า เนืfiองจากต้องมีการประสานงานระหว ่างอน ุกรรมการและผู้เกีfiยวข้อง รวมท ังการจ ัดเตรียม fi เอกสารจํานวนมาก3 ท ังที fifiพระราชบ ัญญัติประกอบรัฐธรรมน ูญว ่าด้วยการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต 1 น ันทว ัฒน์ บรมาน ันท์. สารานุกรมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.2540) การแสดงบัญช ีรายการทรัพย์สินและ หนีสินfi. (กรุงเทพฯ : องค์การค้าของครุสภา, 2544) หน้า 20-21. 2 ไชยันต์ ลิมกาญจนาพ ันธุ์ fi . ปัญหาทีfiเกิดข ึนจากอ ํานาจหน้าที fi fiตามกฎหมายและวิธีปฏิบัติงานของคณะกรรมการป้ องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. (วิทยานิพนธ์นิติศาสตร์มหาบัณฑ ิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาล ัย, 2545), หน้า 119. 3 ไชยันต์ ลิมกาญจนาพ ันธุ์ fi . ปัญหาทีfiเกิดข ึนจากอ ํานาจหน้าที fi fiตามกฎหมายและวิธีปฏิบัติงานของคณะกรรมการป้ องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, หน้า 120.
123 พ.ศ.2542 ได้กําหนดโทษเจ้าหน้าทีfiหากกระทําความผิดเสียเองไว้ถึง 2 เท ่า ย่อมเป็ นการป้ องปรามการ กระทําผิดของเจ้าหน้าทีfi ป.ป.ช.ไว้ในต ัวเองอยู่แล้วเช่นก ัน 2.3 การดําเนินการขอให้ศาลทีfiมีเขตอํานาจออกหมายเพืfiอให้มีการจ ับและควบค ุมตัวผู้ถ ูก กล่าวหาตามมาตรา 26 (2) แห ่งพระราชบ ัญญัติประกอบรัฐธรรมน ูญว ่าด้วยการป้ องก ันและปราบปราม การท ุจริต พ.ศ.2542 ย ังมีข้อจําก ัดไม ่อาจทีfiจะกระทําได้ในล ักษณะท ันทีท ันใด เนืfiองจากจะต้องเป็ นเรืfiองทีfi คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรืfiองไว้ดําเนินการและได้มีมติแล้วว ่าข้อกล ่าวหามีมูลความผิด จ ึงจะทําการจ ับ และควบคุมต ัวผู้กล่าวหาไม่ท ันเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างย ิfiงกรณีความผิดซึfiงหน้า หรือผู้ถ ูกล่าวหามี พฤติการณ์จะหลบหนีคดี หรือได้หลบหน ีคดีไปแล้ว หรือมีพฤติการณ์ในการข่มขู ่พยาน4 เป็ นต้น 2.4 การขอออกหมายจ ับต่อศาล และศาลได้ออกหมายจ ับแล้วการจ ัดการให้เป็ นไปตาม หมายจ ับของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ย ังไม่มีความคล ่องต ัวเนืfiองจากการติดตามจ ับก ุมตัวผู้ถ ูกกล ่าวหาตาม หมายจ ับของศาล เป็ นอํานาจหน้ าทีfiของพน ักงานฝ่ ายปกครองหรือตํารวจตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องมีหน ังสือตามมาตรา 25 (1) และ (3) แห่งพระราชบ ัญญ ัติ ประกอบรัฐธรรมน ูญว่าด้ วยการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต พ.ศ.2542 แจ้ งพร้อมท ังทําสําเนา fi หมายจ ับ ตําหนิรูปพรรณและข้อมูลส่วนตัวของผู้ถ ูกกล่าวหาไปย ังผู้บ ัญชาการตํารวจแห ่งชาติ เพืfiอจ ัดการ ตามหมาย แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มิใช่ผู้บ ังค ับบ ัญชาของพน ักงานฝ่ ายปกครองหรือตํารวจ ผ ู้จ ัดการการ ตามหายอาญา ด ังน ันหากผู้มีหน้าที fi fiจ ัดการจ ับตามหมายอาญาปล่อยปละละเลยหรือไม่ร่วมมือในการ ปฏิบ ัติตามหมายจ ับ ก็จะเป็นอ ุปสรรคในการดําเนินคดีอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. 5 2.5 ปัญหากรณีตามมาตรา 89 แห ่งพระราชบ ัญญัติประกอบรัฐธรรมน ูญว ่าด้วยการ ป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต พ.ศ.2542 เมืfiอพน ักงานสอบสวนได้ รับการร้ องทุกข์กรณีกล่าวหา เจ้าหน้าทีfiของรัฐว ่าการะทําความผิดฐานท ุจริตต่อหน้าทีfi กระท ําความผิดต่อตําแหน่งหน้าทีfiราชการ หรือ กระทําความผิดต่อตําแหน ่งหน้าทีfiในการย ุติธรรม และพน ักงานสอบสวนได้จ ับและควบคุมต ัวผู้ต้องหาและ เมืfiอพน ักงานสอบสวนส่งเรืfiองมาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายใน 30 ว ัน ได้นําตัวผู้ต้องหามาส่งให้ด้วย กรณีด ังกล่าวคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอํานาจในการควบคุมตัวผู้ต้องหาน ันไว้ตามที fi fiกล่าวข้างต้น และ พน ักงานสอบสวนก็ไม่มีอํานาจควบคุมต ัวผู้กล่าวหาแล้วเพราะพน ักงานสอบสวนหมดอํานาจสอบสวนเมืfiอ ได้ส่งเรืfiองให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พน ักงานสอบสวนจึงต้องปล่อยต ัวผู้ต้องหาไป หากเป็ นเรืfiองทุจริตทีfi เกีfiยวก ับทรัพย์สินเป็ นเงินจ ํานวนมากหรือเป็นความผิดร้ายแรง ผู้ต้องหาหรือผ ู้ถ ูกล่าวหาจะหลบหนีซ ึfiงเป็ น 4 ไชยันต์ ลิมกาญจนาพ ันธุ์ fi , เรืfiองเดียวก ัน, หน้าเดียวก ัน 5 เรืfiองเดียวกัน, หน้า 121.
124 ช ่องโหว่ของกฎหมาย6 และไม่สามารถสืบสวนสอบสวนเพืfiอขยายผลไปย ังผู้กระทําความผิดรายอืfiน ๆ ทีร่วม fi กระทําความผิด หรือบ ุคคลอืfiน ๆ ทีfiร่วมอย ู่ในองค์กรอาชญากรรม 2.6 กรณีการกระทําความผิดตามพระราชบ ัญญัติว่าด้วยความผิดเกีfiยวก ับการเสนอราคา ต่อหน ่วยงานของรัฐซ ึงในปัจจ ุบ ันคณะกรรมการคดีพิเศษได้ก ําหนดให้ความผิดตามพระราชบ ัญญัติฉบ ับนี fi fi อย ู่ในอ ํานาจหน้ าทีfiของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึfiงหากพิจารณาจะพบว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยสําน ักงาน ป.ป.ช. ก ็มีอํานาจหน้าท ีfiในการดําเนินการตามกฎหมายฉบ ับนีเช ่นเดียวก ัน fi แต่กลับปรากฏ ปัญหาในการปฏิบ ัติงานจริง กล่าวคือ ย ังคงไม่มีระเบียบปฏิบ ัติในการให้อํานาจเจ้าหน้าทีfiเข้ าไปสืบสวน และรวบรวมพยานหล ักฐานการกระทําความผิดของผู้เข้าร่วมประมูลรายอ ืfiน ๆ รวมท ังผู้กระทําความผิดที fi fi เป็นต ัวการ ผู้ใช้ และผู้สน ับสน ุนตามประมวลกฎหมายอาญา 2.7 กรณีการกระทําความผิดตามพระราชบ ัญญัติการจ ัดการหุ้นส ่วนและห ุ้นส่วนของ คณะรัฐมนตรี พ.ศ.2543 ในส ่วนของรัฐมนตรีเข้าไปครอบงํา หรือออกคําส ังเกี fi fiยวก ับการจ ัดหาผลประโยชน์ ห ุ้นส่วนหรือห ุ้น และห้ามนิติบ ุคคลยินยอมหรือดําเนินการให้รัฐมนตรีเข้าไปบริหารครอบงําหรือออกคําสัfiง เกีfiยวก ับการจ ัดการจ ัดหาผลประโยชน์ห ุ้นส่วนหรือห ุ้น7 น ันfiในทางปฏิบ ัติหากจะพ ิจารณาจากเอกสารอย ่าง เดียวคงไม่สามารถทีfiจะดําเนินการเอาผิดหรือลงโทษก ับรัฐมนตรีทีfiฝ่ าฝืนกฎหมายฉบ ับนีได้ fiหากไม่ปรากฏ พยานหล ักฐานในทางปฏิบ ัติทีfiเป็ นความจริง ซึfiงอาจปรากฏในรูปแบบของภาพถ ่าย หรือภาพเคลืfiอนไหว หรือการบ ันท ึกเสียงการสนทนาและการด ักฟังทางโทรศัพท์ 3. ปัญหาในการป้ องกันการทุจริต ปัจจ ุบ ันการป้ องก ันการท ุจริตของสําน ักงาน ป.ป.ช. ย ังคงมีรูปแบบการป้ องก ันเป็นเรืfiอง ๆ หรือกรณี ๆไป เช่น กรณีการท ุจริตเก ีfiยวก ับการจ ํานําข้าว กรณีรถบรรทุกน ําหน ักเก ิน fi กรณีการนําเข้าสินค้า ทีfiไม่ใช้แล้วจากต่างประเทศ เป็นต้น ซึfiงเป็นการก ําหนดมาตรการป้ องก ันการกระท ําความผิดภายหล ังจากทีfi เกิดเรืfiองร้องเรียนกล่าวหามาย ังสําน ักงาน ป.ป.ช. จากน ันจะได้มีการศึกษาเพื fi fiอกําหนดรูปแบบและแนวทาง ในการป้ องก ันการท ุจริต ซ ึงหากพ ิจารณาการป้ องก ันการท ุจริตของหน ่วยงานในต่างประเทศในบทที fi ผ่านมา fi พบว ่า ไม่มีการแบ ่งการป้ องก ันการท ุจริตออกเป็ นเรืfiอง ๆ แยกออกจากก ัน แต ่จะมีการกําหนดมาตรการ ป้ องก ันการท ุจริตในล ักษณะทีfiเป็ นกลุ ่มของปัญหา เช ่น มาตรการป้ องก ันการท ุจริตในการซือขายสินค้า fi เกษตร มาตรการป้ องก ันการท ุจริตทีfiเกีfiยวก ับการร ับและจ ่ายเงินของเจ้าหน้าทีfiรัฐ รวมท ังการกําหนด fi หล ักเกณฑ์ระเบียบข ันตอนการปฏิบ ัติงานของเจ้าหน้าที fi fiของรัฐทีfiช ัดเจน โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าทีfiของรัฐ ใช้ดุลยพินิจน้อยทีfiสุด เนืfiองจากประสบการในต่างประเทศพบว ่า ยิfiงกฎหมายให้อํานาจในการใช้ดุลยพินิจ แก ่เจ้าหน้าทีfiของรัฐมากเท ่าไร ปัญหาการท ุจริตก็จะยิfiงเพิfiมมากขึนเท ่าน ั fi นfi 6 เรืfiองเดียวกัน, หน้าเดียวก ัน 7 เรืfiองเดียวกัน, หน้า 130.
125 นอกจากนีย ังได้มีการนํามาตรการป้ องปรามการท ุจริตมาใช้ภายในหน่วยงานของรัฐด้วย fi กล่าวคือเป็นมาตรการป้ องก ันการท ุจริตทีfiกลไกการปราบปรามการท ุจริตเป็ นเครืfiองมือในการดําเนินการ ก ับเจ้าหน้าทีfiผ ู้กระทําผิดด้วย เช ่น การแจ้งให้เจ้ าหน้าทีfiภายในหน ่วยงานของรัฐทราบว ่าจะมีการท ํา ปฏิบ ัติการอ ําพรางเพืfiอใช้ตรวจสอบการดําเนินการต่าง ๆ ของเจ้าหน้าทีfiของรัฐ รวมท ังการใช้งานด้าน fi การข่าวเพืfiอเป็ นเครืfiองมือในการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีมีเรืfiองร้องเรียนหรือข้อสังเกตเกีfiยวก ับกรณี เจ้าหน้าทีfiของรัฐกระทําความผิดเสียเอง ซ ึfiงมาตรการเหล่าน ีจะได้ผลสําเร็จในการป้ องก ันการท ุจริตเป็ น fi อย ่างมาก เนืfiองเจ้าหน้าทีfiของรัฐอาจถ ูกตรวจสอบการปฏิบ ัติหน้าทีfiได้ตลอดเวลาและสามารถนําไปใช้เป็ น พยานหล ักฐานในศาลได้เพราะมีการบ ัญญัติไว้เป็นกฎหมาย ก ําหนดให้ศาลต้องยอมร ับปฏิบ ัติการดังกล ่าว 4. ปัญหาทีfiเกีfiยวกับการด ําเนินงานของส ํานักการข่าวและประมวลผล ส ํานักงาน ป.ป.ช. ภารก ิจของสําน ักการข่าวและประมวลผล (ตามโครงสร้างของสําน ักงานป.ป.ช.) มีดังต่อไปนีfi (1) ศึกษาว ิเคราะห์และพ ัฒนางานทางการข่าวการต ่อต้านข่าวกรองท ีfiเกีfiยวก ับการทุจริต (2) ติดตามและตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร การท ุจริตจากสืfiอแขนงต่าง ๆ และประมวลผล สรุปข้อมูลข่าวสารการท ุจริต (3) จ ัดทําระบบกระบวนการข ่าวกรอง (4) แสวงหาข้อมูล ข้อเท็จจริง พยานหลักฐานทางการสืบสวนเพืfiอสน ับสนุนการภารกิจ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. (5) ติดตามบ ุคคลตามหน ังสือเรียกต ัวเป็นพยานและบ ุคคลทีfiถ ูกหมายจ ับของศาล (6) ประสานเครือข่ายการปฏิบ ัติงานข่าวก ับแหล่งข่าวบ ุคคลหน ่วยงานหรือองค์กรทีfiเก ีfiยวข้อง (7) ประสานงานและปฏิบ ัติงานร่วมก ับหรือสน ับสน ุนการปฏิบ ัติงานของหน ่วยงานอืfiนทีfiเก ีfiยวข้อง (8) ปฏิบ ัติงานอืfiนตามทีfiได้รับมอบหมาย เช ่น งานทะเบียนและข้อมูลบ ุคคล ติดตามขยาย ผลทางการสืบสวนเฉพาะกรณ ี ติดตามบ ุคคลตามหน ังสือเรียกต ัวเป็ นพยานและบ ุคคลทีfiถ ูกหมายจ ับของ ศาล เป็ นต้น เมืfiอพ ิจารณาถ ึงภารกิจทีfiได้ รับแล้ วจะเห็นว่าการปฏิบ ัติงานของสําน ักการข่าวและ ประมวลผลมีความสุ ่มเสีfiยงต่อการกระทําทีfiอาจเป็ นการละเมิดกฎหมายเนืfiองจากปัจจ ุบ ันย ังไม่มีกฎหมาย ใด ๆ มารองรับการปฏิบ ัติงานของเจ้าหน้าท ีfi ป.ป.ช. ได้แก ่ 1. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในส่วนทีfiเกีfiยวก ับการสืบสวนสอบสวน การ ออกหมายอาญา การควบคุมต ัว การค้น และพยานหล ักฐานในคดีอาญา เป็นต้น 2. ประมวลกฎหมายอาญาทีfiเกีfiยวก ับการกระทําความผิดต่อตําแหน ่งหน้าทีfiราชการ 3. พระราชบ ัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เนืfiองจากอาจมีการดําเนินการ เข้าไปตรวจสอบข้อมูลส่วนบ ุคคล รวมท ังการปกปิ ดไม่เปิ ดเผยข้อมูลข ่าวสารที fi fiได้มาจากงานด้านการข ่าว
126 4. ระเบียบสําน ักนายกรัฐมนตรีว ่าด้วยการรักษาความปลอดภ ัยแห ่งชาติ พ.ศ.2552 ใน การดําเนินการเพ ืfiอเข้าถ ึงข้อมูลข่าวสารล ับ ซ ึfiงอาจเป็ นเอกสารหล ักฐานท ีfiเกีfiยวข้องก ับหน ่วยงานราชการอ ืนfi 5. ระเบียบสําน ักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความล ับของทางราชการ พ.ศ.2544 ในการดําเนินการเพืfiอเข้าถึงข้อมูลข ่าวสาร เอกสารราชการ ซ ึfiงอาจเป็ นเอกสารหล ักฐานทีfiเก ีfiยวข้องก ับ หน ่วยงานราชการอืfiน คณะผู้ ว ิจ ัยสรุปว ่า เมืfiอการท ุจริตคอร์รัปช ัfiนเป็ นอาชญากรรมประเภทหน ึfiง 8 แต่ปัจจ ุบ ันการ ดําเนินการเพืfiอให้ได้มาซ ึfiงเอกสารหล ักฐาน พยานว ัตถ ุ หรือพยานบ ุคคลจะใช้วิธีการไต่สวน (inquisitorial procedure) คือวิธีการทีfiเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. ท ีfiมีอํานาจไต่สวนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และไม่จําก ัด เฉพาะพยานหล ักฐานท ีfiเสนอโดยผู้กล่าวหาเท ่าน ันfiในทางปฏิบ ัติจะมีข ันตอนที fi fiเป็ นการไต่สวน และการ สืบสวนสอบสวนเพืfiอหาข้อเท็จจริงด้วย ซ ึงเป็นวิธีที fi fiจะนําข้อเท็จจริงมาสู ่การพิจารณาของอ ัยการและศาล การดําเน ินงานของสําน ักงาน ป.ป.ช. น ันจะนําระบบไต่สวนมาใช้ในการดําเนินการแสวงหา fi ข้อเท็จจริงก ่อนทีfiจะนําสํานวนคดีทีfiได้จากการไต่สวนส่งให้อ ัยการดําเนินการฟ้ องร้องเป็ นคดีต่อศาลซึfiงใช้ ระบบกล่าวหาทีfiไม่ได้ใช้ระบบไต่สวน แต่ใช้ระบบกล่าวหาซ ึfiงคําว ่า “ไต ่สวน” ก ับ คําว่า “สอบสวน” น ันมี fi ความเกีfiยวข้องส ัมพ ันธ์ กล ่าวคือ คําว ่า “ไต่สวน” ปรากฏในพระราชบ ัญญัติล ักษณะปกครองท้องทีfi รศ. 116 มาตรา 55 บ ัญญ ัติว ่า ให้นายอ ําเภอมีอํานาจ ”ไต่สวน” ความอาญาได้ ต่อมาได้มีพระราชบ ัญญ ัติ ล ักษณะปกครองท้องทีfi พ.ศ.2457 มาตรา 110 ได้บ ัญญัติว ่า ความอาญาเกิดขึนในท้องที fi fiอําเภอใด หรือต ัว จําเลยมาอาศ ัยอย ู่ในท้องทีfiอําเภอใด ให้กรมการอําเภอมีอํานาจทีfiจะส ังให้จ ับผู้ต้องหามา fi “ไต่สวน”คดีเรืfiอง น ันในช ั fi นต้น fi คําว ่า“สอบสวน” เป็นคําท ีfiเพิfiงนํามาใช้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. 2477 โดย จะเห็นได้ว ่า “ไต่สวน” และ “สอบสวน” น ันมีความต่อเนื fi fiองเกีfiยวพ ันในแง่ของการดําเนินการของ เจ้าหน้าทีfiของรัฐมาน ับแต่อดีต ต่อมาเมืfiอมีการประกาศใช้รัฐธรรมน ูญ พ.ศ.2540 ได้มีการบ ัญญัติให้มีศาล ปกครองขึนfiซ ึงถ ือเป็นการกําเนิดของระบบศาลคู ่เป็นครั fi งแรกในประเทศไทย fi โดยศาลปกครองจะมีตุลาการ ศาลปกครองและพน ักงานคดีปกครองตามพระราชบ ัญญ ัติจ ัดต ังศาลปกครองและวิธีพ ิจารณาคดีปกครอง fi พ.ศ.2542 โดยมีกระบวนพิจาณาทีfiเรียกว่า “ระบบไต่สวน”9 โดยไม่ใช้ ระบบกล่าวหาอย ่างในคดีแพ่งท ัfiวไป เพราะระบบไต่สวนน ันการแสวงหาข้อเท ็จจริงในคดีปกครองจะเป็ นหน้าที fi fiของตุลาการศาลปกครองเป็ น สําค ัญท ังน ี fiเพื fifiอให้ได้ข้อเท็จจริงในคดีโดยครบถ้วน โดยจะไม่ติดอยู่ก ับข้อเท็จจริงเพียงเท ่าทีค ู่ความซ ึ fi งในคดี fi ปกครองเรียกว ่าคู ่กรณีนําเสนอหรือกล่าวอ้าง เท่าน ันfiด ังน ันตุลาการศาลปกครองจ ึงถ ือว ่าเป็ นผู้ที fi fiมีบทบาท 8 ชินนะพงษ์ บํารุงทรัพย์ และคณะ. การคอร์รัปชันในการซ ือขายตําแหน่งในระบบราชการ fi . (รายงานการวิจ ัย สําน ักงาน ป.ป.ช., 2546), หน้า 30. 9 อ ักขราทร จุฬารัตน์, ประมวลกฎหมายปกครอง, (กรุงเทพฯ: สว ัสดิการสําน ักงานศาลปกครอง, 2547), หน้า 17.
127 อย ่างมากในการดําเนินกระบวนพิจารณา โดยตุลาการจะซ ักถามคู ่กรณีและพยานเป็ นหล ัก แต่อย ่างไรก็ ตามจะต้องควบคู ่ไปก ับหล ักการฟังความท ังสองฝ่ าย fi คือเปิดโอกาสให้ค ู่กรณีได้โต้แย้งค ัดค้านการนําเสนอ หรือกล่าวอ้างของอีกฝ่ ายหน ึงเสมอ fi โดยส่วนใหญ่จะกระทําในรูปแบบของลายล ักษณ์อ ักษรซ ึงต่างจากการ fi พิจารณาคดีในทางแพ ่งซ ึfiงจะกระทําด้วยการให้ข้อเท็จจริงของคู ่กรณีและพยานโดยจากการซ ักถามพยาน และซ ักค้านก ันโดยทนายความ ดังน ันfiสํานวนในคดีปกครองท ีfiประกอบไปด้วยพยานหล ักฐานอ ันเป็ น เอกสารทีfiโต้ตอบก ันระหว ่างคู ่กรณีจ ึงมีความสําค ัญอย ่างมากต่อกระบวนพิจารณาของศาล และจะมีการ สืบพยานบ ุคคลโดยการซ ักถามและซ ักค้านของคู ่กรณีต่อหน้าศาลทีfiน้อยมาก โดยในคดีปกครองน ันfiคู ่กรณี หรือทนายความเพียงแต่มีข้อส ังเกตเพิfiมเติมเพียงเท ่าทีfiจะเสริมจากสิfiงทีfiปรากฏแล้วในบ ันท ึกสรุปความเห็น โต้แย้งทีfiเป็ นลายล ักษณ์อ ักษรและได้ส่งให้ศาลก ่อนล่วงหน้าแล้วเท ่าน ันfiอย่างไรก ็ตามก็ย ังมีการนําหล ัก กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ ่งมาปร ับใช้ ซึfiงระบบไต่สวนน ีจะเป็ นระบบที fi fiสร้ างความสมดุลในความไม่ เสมอภาคระหว ่างคู ่กรณี ระหว ่างรัฐก ับเอกชนด้วยการใช้ ระบบไต่สวนทีfiเน้นบทบาทของตุลาการในการ ดําเนินกระบวนพิจารณาและการแสวงหาข้อเท็จจริง ท ังนี fifi เพืfiอให้ทราบและมีข้อเท็จจริงในคดีทีfiสมบ ูรณ์ ถ ูกต้องครบถ้วน เพราะพยานหล ักฐานส่วนใหญ่ทีfiเกีfiยวข้องก ับการใช้อํานาจฝ่ ายบริหารและฝ่ ายปกครอง จะทําเป็นลายล ักษณ์อ ักษร และเก ็บรักษาทีfiฝ่ ายเจ้าหน้าทีfiของรัฐ ซ ึfiงเป็ นล ักษณะทีfiแตกต่างจากคดีแพ ่ง ท ัวไปfi จากแนวคิดด ังกล่าวของรัฐธรรมน ูญ พ.ศ.2540 เรืfiองการก ําหนดให้มีระบบศาลค ู่และมีกระบวนว ิธี พิจารณาแบบไต่สวน ได้ส่งอิทธิพลต่อแนวความคิดในการกําหนดให้มีองค์กรอิสระขึนfiเพืfiอท ําหน้าทีfiด้าน การป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต ตามมาตรา 301 โดยให้มีคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพืfiอทําหน้าทีfi ตรวจสอบทรัพย์สินและหนีสินของผู้ดํารงตําแหน ่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที fi fiอืfiนของรัฐไต่สวนข้อเท็จจริง และทําความเห็นในกรณีทีfiมีการร้องขอให้ถอดถอนเจ้าหน้าทีfiของรัฐซึfiงดํารงตําแหน ่งในระด ับสูงออกจาก ตําแหน ่ง หรือดําเนินคดีอาญาก ับผู้ดํารงตําแหน ่งทางการเมืองและเจ้าหน้าทีfiอืfiนของรัฐและไต่สวนวินิจฉ ัย ว ่าเจ้าหน้าทีfiของรัฐรํfiารวยผิดปกติ ท ุจริตต่อหน้าทีfi หรือกระท ําความผิดต่อตําแหน ่งหน้าท ีfi โดยวิธีการไต่สวน ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.จ ึงมีความหมายเช ่นเดียวก ับกระบวนวิธีพิจารณาไต่สวนของศาลปกครอง กล่าวคือ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีเครืfiองมือในการทํางานคือเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. 10 ทําหน้าทีfiในระบบ ไต่สวน โดยการแสวงหาข้อเท็จจริงซ ึงไม่ยึดติดก ับข้อเท็จจริงเพียงเท ่าที fi fiผู้กล่าวหาได้กล่าวอ้างเท ่าน ันfiและมี การซ ักถามพยานควบคู ่ไปก ับการรับฟังความจากท ุกฝ่ ายทีfiเก ีfiยวข้องและเปิ ดโอกาสให้ผู้ถ ูกกล่าวหาได้ โต้แย้งค ัดค้านภายหล ังรับทราบข้อกล่าวหา โดยมีการดําเน ินการขอทราบข้อเท็จจริงและพยานหล ักฐาน 10 พระราชบ ัญญ ัติประกอบรัฐธรรมน ูญว่าด้วยการป้ องก ันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 45 วรรคแรก บ ัญญ ัติว่า “ในการ ไต่สวนข้อเท็จจริงตามมาตรา 43 คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะแต่งต ังคณะอน ุกรรมการไต ่สวนเพื fi fiอดําเนินการแทนก ็ได้ โดยประกอบด้วย กรรมการหนึfiงคนพน ักงานเจ้าหน้าทีfiและหรือผ ู้ทรงคุณวุฒ ิตามทีfiคณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด มีหน้าทีfiแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวม พยานหล ักฐานเพืfiอทีfiจะทราบข้อเท็จจริงหรือม ูลความผิด
128 จากหน ่วยงานราชการเพิfiมเติม เพราะการดําเนินการต่าง ๆ ของหน ่วยงานราชการ จะทําเป็ นลายล ักษณ์ อ ักษร ซ ึfiงเป็ นการยากทีfiผู้กล ่าวหาจะแสวงหาพยานหล ักฐานด้วยตนเอง หรือน ํามาเสนอเพืfiอประกอบ ข้อกล ่าวหาของตน ซ ึfiงในส่วนนีเจ้าพน ักงาน fi ป.ป.ช. จ ึงมีบทบาทในการดําเนินการตามทีfiคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย ในการดําเนินการไต่สวนเพืfiอแสวงหาข้อเท็จจริง เช ่นเดียวก ับการไต่สวนของพน ักงาน คดีปกครองในศาลปกครอง นอกจากนีการดําเน ินงานของเจ้าพน ักงาน fi ป.ป.ช.น ันจะมีข้อจ ําก ัดมากกว ่าการดําเนินงานของ fi พน ักงานคดีปกครอง เพราะเป็ นเรืfiองทีfiคาบเกีfiยวหรือท ับซ้อนก ันระหว ่างการกระทําของเจ้าหน้าทีfiของรัฐก ับ การกระทําความผิดอาญา ซ ึfiงจะใช้วิธีการไต่สวนอย ่างเช ่นพน ักงานคดีปกครองไม่ได้เพราะเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. จะต้องสืบสวนและสอบสวนข้อเท็จจริงเพืfiอให้ได้มาซ ึfiงการกระทําทีfiครบองค์ประกอบความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบ ัญญัติประกอบรัฐธรรมน ูญว ่าด้วยการป้ องก ันและปราบปรามการ ท ุจริต พ.ศ.2542 รวมท ังกฎหมายอื fi fiน ๆ ทีfiเกีfiยวข้อง หากจะใช้ วิธีการเช ่นเดียวก ันท ังหมดด ังเช ่นของ fi พน ักงานคดีปกครอง11ก็ย ่อมจะทําให้สํานวนคดีเสร็จสินล่าช้า fi และมีผลกระทบต่อพยานหล ักฐานอืfiน ๆใน ส่วนคดีอ ีกท ังย ังไม่เป็ นการแก้ไขปัญหาการท ุจริตคอร์รัปช ั fi นได้อย ่างแท้จริง fi ด ังน ันfiการสร้ างเครืfiองมือทาง กฎหมายทีfiเรียกว ่า“งานด้านการข ่าว”และ“เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาใช้ก ับสําน ักงาน ป.ป.ช. จ ึงถือเป็ นการแก้ไขปัญหาการดําเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และปัญหาปริมาณสํานวนท ีfiอย ู่ใน ระหว ่างการพิจารณาจํานวนมาก ตลอดจนปัญหาการขาดพยานหล ักฐานทีfiสําค ัญในการพิส ูจน์ความผิด ของผู้ถ ูกกล่าวหาได้เป็นระบบอย่างแท้จริง เมืfiอเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. ได้รับสํานวนแล้วจะต้องดําเนินการพิจารณาเอกสารทีfiผู้กล่าวหากล่าวอ้าง ไว้ในสํานวน หรือบางกรณีก ็ไม่มีพยานหลักฐานใด ๆ นอกจากเอกสารข้อกล ่าวหาเท ่าน ันfiส่งผลให้ เจ้าพน ักงาน ป.ป.ช.จะต้องเร่งดําเนินการขอเอกสารหล ักฐานจํานวนมากจากหน ่วยงานท ังภาครัฐและ fi เอกชนทีfiเก ีfiยวข้ องมาพ ิจารณา ทําให้ขันตอนการดําเน ินการในส่วนนี fi ใช้ระยะเวลามาก fi หากพิจารณา เปรียบเทียบก ับการดําเนินการของพน ักงานคดีปกครองแล้ วจะเห็นได้ว่า ผู้ฟ้ องคดีปกครองจะต้องเตรียม เอกสารหล ักฐานทีfiเกีfiยวข้องก ับตนเองมาให้พน ักงานคดีปกครองพิจารณาประกอบในเบืองต้นด้วย fi เพราะ มิเช ่นน ันศาลอาจมีคําส ั fi fiงยกคําฟ้ องหรือคําร้องได้ แต่ในทางตรงก ันข้ามก ับเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. น ันจะ fi แตกต่างออกไป แม้เพียงจดหมายหรือหน ังสือร้องเรียนกล่าวหาเพียงฉบ ับเดียวโดยไม่มีเอกสารหลักฐาน ใด ๆ มาประกอบข้อกล่าวหาก ็จําเป็ นต้องดําเนินการต ่อไปตามข้อร้องเรียนโดยไม่สามารถยกเหตุเพราะ 11 พระราชบ ัญญ ัติจัดต ังศาลปกครองและวิธีพ ิจารณาคดีปกครอง fi พ.ศ.2542 มาตรา 79 บ ัญญ ัต ิว่า ให้มีพน ักงานคดีปกครองทําหน้าทีfi ช่วยเหลือตุลาการเจ้าของสํานวนมอบหมาย และปฏิบัต ิหน้าทีfiอืfiนในสําน ักงานศาลปกครองตามทีfiเลขาธิการสําน ักศาลปกครอง มอบหมาย ในการปฏิบ ัติหน้าทีfiเกีfiยวก ับการดําเนินคดีปกครองตามทีfiต ุลาการเจ้าของสํานวนมอบหมายให้พน ักงานคดีปกครองเป็นเจ้า พน ักงานในตําแหน่งพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายอาญา
129 ขาดพยานหล ักฐานมาประกอบข้อร้องเรียนกล ่าวหาเพืfiอให้เรืfiองกล่าวหาน ันตกไปได้ fi ในส่วนนีเองจะเห็นถ ึง fi ความแตกต่างของการนําระบบไต่สวนมาใช้ระหว่างศาลปกครองก ับสําน ักงาน ป.ป.ช. อย่างช ัดเจน การ ดําเนินงานของเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. จ ึงจําเป็ นต้องมีเครืfiองมือในทางกฎหมายมาสน ับสนุนการปฏิบ ัติงาน เพืfiอให้บรรลุผลตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมน ูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมน ูญว ่าด้วยการป้ องก ันและ ปราบปรามการท ุจริตได้อย ่างส ัมฤทธิfiผล ในการสืบสวนสอบสวน เจ้ าพน ักงาน ป.ป.ช. มีอํานาจในการทีfiจะดําเนินการเพืfiอแสวงหา พยานหล ักฐานเพิfiมเติมได้ และเมืfiอเห็นสมควรก็สามารถดําเน ินการสืบสวนสอบสวนใด ๆในทางสํานวนคดี เช ่น การทําหน ังสือสอบถามข้อเท็จจริงไปย ังหน ่วยงานราชการเอกชน หรือบ ุคคล รวมท ังผู้กล่าวหา fi รวมท ังfi การเชิญบ ุคคล เพืfiอมาให้ถ้อยคําหรือขอทราบข้อเท็จจริงในเบืองต้นเพิ fi fiมเติม หล ังจากน ันจะต้องทํารายงาน fi ผลการไต่สวนโดยการตรวจดูเอกสารหล ักฐานต่างๆ เช ่น คําให้การของพยานบ ุคคล และพยานเอกสารทีfi เกีfiยวข้อง เพืfiอทีfiจะพ ิจารณาว ่า พยานหล ักฐานน ันเพียงพอท ี fi fiจะเสนอความเห็นต ่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว ่า สมควรจะดําเนินการตามเรืfiองกล่าวหาน ันหรือไม่อย ่างไร fi ด ังน ันอํานาจของเจ้าพน ักงาน fi ป.ป.ช. ย ่อมถ ูกมองได้ว ่ามีอ ํานาจเหนือกว ่าพน ักงานอ ัยการหรือ ผู้พิพากษาเมืfiอเปรียบเทียบก ับระบบกล่าวหาในศาลยุติธรรม เพราะศาลจะพิจารณาจากพยานหล ักฐาน ของคู ่ความท ังฝ่ ายโจทก์และจําเลย fi นําเสนอต่อศาลเท ่าน ันfiผลจากการใช้ ระบบไต่สวนด ังกล่าวท ําให้เจ้า พน ักงาน ป.ป.ช. ต้ องปฏิบ ัติหน้ าทีfiด้ วยความเป็ นกลางในการเสนอความเห็นในสํานวนคดีต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เมืfiอคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งสํานวนการสืบสวนสอบสวนไปย ังพน ักงานอ ัยการเพืfiอดําเนินการ ตามกระบวนการย ุติธรรมทางอาญา พน ักงานอ ัยการก็จะต้องย้อนกล ับไปทําสํานวนในระบบกล่าวหาเพืfiอ เสนอคดีขึนสู ่ศาลย ุติธรรมอีก fi จะเห็นได้ว ่าสํานวนการสอบสวนของเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. จะใช้วิธีการของ ระบบไต่สวน แล้วสํานวนด ังกล่าวจะถ ูกส่งไปย ังอ ัยการ เพืfiอทําสํานวนคดีให้เข้าสู ่ระบบกล่าวหาน ัfiนเอง ใน จ ุดนีเองที fi fiทําให้การไต่สวนของเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. มีความย ุ่งยากและสลับซ ับซ้อนเพราะเป็ นการ ดําเนินการเพ ืfiอให้สํานวนการไต่สวนท ีfiได้น ันสามารถเปลี fi fiยนเป็ นสํานวนคดีอาญาในระบบกล ่าวหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพเพืfiอน ําต ัวผู้กระทําความผิดมาลงโทษได้ จากจ ุดนีเองการไต่สวนของเจ้าพน ักงาน fi ป.ป.ช. จะมีจุดมุ ่งหมายเหมือนก ันก ับสํานวนของ พน ักงานสืบสวนในคดีอาญา12 คือ มีความมุ่งหมายเพืfiอการสืบเสาะ แสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวม พยานหล ักฐานแห ่งความผิดอาญาต่าง ๆ เพืfiอบรรลุตามความม ุ่งหมาย 3 ประการ คือ เพืfiอทีfiจะรู้ต ัว ผู้กระทําผิดและทราบว ่าผู้กระทําผิดไปอย ู่ทีfiใด เพืfiอทีfiจะรู้พฤติการณ์แห ่งการกระทําความผิดและเพืfiอทีfiจะ เสาะหาพยานหล ักฐานต่างๆ ในการกระทําผิดน ันด้วย fi 12แสวง ธีระสว ัสดิ. fiหลักการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา, ม.ป.ท., 2530, หน้า 3.
130 การทีfiเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. ซ ึงท ําหน้าท ี fi fiไต่สวนเพ ืfiอแสวงหาข้อเท็จจริงโดยใช้วิธีการสืบสวนสอบสวน เพืfiอคลีfiคลายคดีได้น ันfiย ังไม่ได้หมายความว ่าการสืบสวนสอบสวนได้กระท ําไปแล้วอย่างสมบ ูรณ์ ตาม ความหมายท ัวไปที fi fiว ่าสามารถรู้ต ัวผู้กระทําความผิดได้แล้วเท ่าน ันfiแต่ในด้านของเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช.ถ ือว ่า ความสําเร็จดังกล่าวเป็ นเพียงความมุ ่งหมายสองประการของการสืบสวนสอบสวนเท ่าน ันfiย ังห ่างไกลต่อ ความมุ ่งหมายในอ ันทีfiจะนําพยานหล ักฐานต่างๆ มาเพืfiอให้พน ักงานอ ัยการฟ้ องผู้ถ ูกล่าวหาในช ันศาลน ั fi นfi ถือว ่า เป็ นเรืfiองทีfiมีความซ ับซ้อนมาก ความย ุ่งยากจากการทีfiศาลได้วางหล ักเกณฑ์วิธีการต่าง ๆ ในการนํา พยานเข้าสู ่ศาล โดยเฉพาะอย ่างย ิfiงความผิดทีfiกฎหมายก ําหนดอ ัตราโทษอย ่างตํfiาให้จําคุกต ังแต่ fi 5 ปี ข ึนไป fi หรือสถานทีfiหน ักกว ่าน ันfiศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว ่าจะพอใจว ่าจ ําเลยได้กระทําความผิดจริง แม้ว ่า จําเลยจะให้การรับสารภาพในช ันศาลพิจารณาแล้วก็ตาม fi ก็ย ังไม่ถือว่าเป็นการสืบสวนสอบสวนทีfiสมบ ูรณ์ แต่การสืบสวนสอบสวนคลีfiคลายคดีทีfiถือได้ว ่าสําเร็จสมบ ูรณ์เป็ นท ีfiยอมรับได้น ันfiจะต้องเป็ นสํานวนคดีทีfi ผู้กระทําความผิดยอมรับสารภาพเพราะจํานนด้วยพยานหล ักฐานทีfiเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. แสวงหามาและ ศาลพิพากษาลงโทษแล้ว เท ่าน ันfi เจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. ซ ึงทําหน้าที fi fiไต่สวนด้วยวิธีการสืบสวนสอบสวนแล้วย ังต้องไต่สวนจนสามารถ แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถ ูกกล่าวหาได้ทราบและต้องเน้นการแสวงหาพยานหล ักฐาน (ตามระบบไต่สวน) มา ประกอบสํานวน เพืfiอน ําไปใช้ในการฟ้ องร้องผ ู้ถูกล ่าวหาต ่อศาลในทีfiสุด ซ ึfiงศาลจะพิพากษาลงโทษได้ เจ้าพน ักงาน ป.ป.ช.ก็จะต้องใช้หลักการด้านการสืบสวนสอบสวนเพ ืfiอให้บรรลุผลดังกล ่าว หล ักการสืบสวนสอบสวนจะไม่สามารถบรรลุผลได้เลยหากเรืfiองท ีfiกําลังดําเนินการอยู่น ันมีความ fi สล ับซ ับซ้อนของปัญหาข้อเท็จจริงข้อกฎหมาย และบ ุคคลทีfiเก ีfiยวข้อง ซ ึfiงถือเป็ นพยานหลักฐานทีfiสําค ัญ เพืfiอลงโทษผู้กระท ําความผิด การใช้ วิธีการแสวงหาข้อมูลและข้อเท็จจริงด้วยว ิธีการท ัวไป fi เช ่น การใช้ หน ังสือสอบถามข้อเท็จจริงและขอเอกสารหล ักฐาน หรือการออกไปสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้กล่าวหาหรือ ผู้ทีfiเกีfiยวข้องอาจมีพยานหล ักฐานไม่เพียงพอ และหากมีก็อาจใช้ระยะเวลายาวนานหรือมีการท ําลาย เอกสารหล ักฐานต่างๆ ไปแล้วเช ่น การเกิดอ ุบ ัติเหตุก ับเอกสาร รวมไปถ ึงการทําลายเอกสารตามระเบียบ ข้อบ ังค ับของส่วนราชาการต่างๆ ทีfiมีความแตกต ่างก ันไป นอกจากนีfi ในการดําเนินการตามอํานาจหน้าท ีfiของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปัจจ ุบ ันย ังไม่มีการ แบ ่งแยกประเภทเรืfiองว ่า เรืfiองใดเป็ นเรืfiองทีfiมีความสําค ัญ ความเสียหายมากน้อยเพ ียงใด หรือบุคคลทีfi กระทําความผิดดํารงตําแหน ่งใด จ ึงเกิดปัญหาในการดําเน ินการและการกําหนดว ิธีการทํางานทีfiเหมาะสม ก ับแต่ละพฤติการณ์ทีfiเกิดขึนfiทําให้การทํางานท ุก ๆ สํานวนคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกิดความล ่าช้า รวมท ังต้องใช้งบประมาณจํานวนมากเป็นค่าใช้จ ่ายในการดําเนินการตามข ั fi นตอนการไต่สวน fi 13 13สุรพล นิต ิไตรพจน์และคณะ. คณะกรรมการป้ องกันและปราบปรามการท ุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กับการตรวจสอบการใช้ อ ํานาจรัฐตามรัฐธรรมนูญ. (กรุงเทพฯ: สําน ักพิมพ์วิญfiูชน, 2547), หน้า 94-95.
131 เนืfiองจากสถานการณ์ของโลกได้เปลีfiยนแปลงไปอย ่างมาก ปัจจ ุบ ันสิfiงแวดล้อมและเทคโนโลยี ได้เข้าสู ่ย ุคโลกาภิว ัฒน ์ซ ึงเป็นย ุคของข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี fi เสมือนว ่าโลกใบน ีมีความเป็ นอ ันหน ึ fi fiง อ ันเดียวก ัน เหมือนก ับหม ู่บ้านเล็ก ๆ ทีfiมีความเชืfiอมโยงติดต ่อก ันและก ันได้สะดวกตลอดเวลา ส่งผลให้งาน ด้านการข่าวของสําน ักงาน ป.ป.ช. จะต้องมีการพ ัฒนาอย ู่ตลอดเวลา โดยทีfiการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา ก็ได้มีการพ ัฒนารูปแบบการสอบสวนออกไป จนต้องมีการใช้เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษมาแสวงหา พยานหล ักฐานในการดําเนินคดีอาญาด้วยเช ่นเดียวก ัน แต่การจะทําอย ่างใดอย ่างหน ึงแต่เพียงอย ่างเดียว fi ย ่อมไม่ประสบความสําเร็จในการปราบปรามอาชญากรรมและการท ุจริตคอร์รัปช ันได้ fi สําหรับภารกิจของสําน ักงาน ป.ป.ช.น ันfiเมืfiอการดําเนินการหลาย ๆ เรืfiองของทางราชการ จําเป็นต้องพ ึงพา fi “งานด้านการข่าว” เพืfiอใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาและต ัดสินใจดําเนินการในบาง เรืfiองแล้วขณะเดียวก ันการปกป้ องข้อมูลข่าวสารภายในองค์กรก ็มีความสําคัญควบคู่ก ัน กล ่าวคือ เมืfiอมี การทําข่าวกรองแล้วก็จะต้องมีการต่อต้านข่าวกรองจากภายนอกด้วยเช ่นเดียวก ัน การท ีfiงานด้านการข่าว ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บ ังค ับบ ัญชา พน ักงานเจ้าหน้าทีfiทีfiเกีfiยวข้องและไม่ท ันเวลา ย ่อม ส่งผลกระทบต่อองค์กร และสําน ักงาน ป.ป.ช. ต้องการงานด้านการข ่าวทีfiดี มีศ ักยภาพทางการปฏิบ ัติแล้ ว ย ่อมจะต้องมีเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษมาปรับใช้ในการรวบรวมพยานหล ักฐานและดําเนินการ ตามกฎหมายควบคู่ก ันไป เพราะหากได้ผลิตผลงานด้านการข ่าวทีfiดีระด ับหน ึfiงแล้ ว แต่ไม่สามารถ ดําเนินการใด ๆ โดยชอบด้วยกฎหมายในการนําวิธีการอําพรางและเครืfiองมือเทคนิคท ันสมัยมาใช้ให้เกิด ประสิทธิภาพประกอบในการรวบรวมพยานหล ักฐานการดําเน ินการของสํานวนการไต่สวนตามกฎหมาย กฎหมายก็ย ่อมไม่เป็นการบรรลุว ัตถ ุประสงค์ของการเป็นองค์กรทีfiมีประสิทธิภาพได้ ท ังนี fiสมควรที fi fiจะนําแนวความคิดของน ักอาชญาวิทยาท ีfiได้ให้คําจําก ัดความของอาชญากรรมแบบ องค์การหรือองค์กรอาชญากรรม (Organized Crime) คือ14องค์กรขนาดใหญ่ทีfiดําเนินการให้ได้มาซ ึfiง ผลประโยชน์โดยวิธีการทีfiผิดกฎหมาย ซ ึfiงมีการรวมต ัวก ันอย ่างเป็ นระบบ มีสายการบ ังค ับบ ัญชาทีfiช ัดเจน แน ่นอน มีกฎระเบ ียบข้อบ ังค ับภายในองค์กรอย ่างช ัดเจน และผู้ท ีfiเป็ นสมาช ิกหรือผู้ร่วมองค์กรอาชญากรรม จะมีความภ ักดีหรือเกรงกล ัวต่ออิทธิพลขององค์กรอาชญากรรมสูง การท ุจริตคอร์ร ัปช ันจึงเป็ นการกระท ํา fi ความผิดเพืfiอเป็ นการเปิ ดทางให้มีการกระทําความผิดอย ่างอืfiนได้สะดวกยิfiงขึนfiเช ่น การทุจริตคอร์รัปช ันของ fi เจ้าหน้าทีfiของรัฐเพืfiอความสะดวกในการค้ายาเสพติด การค้าสินค้าหนีภาษี การล ักลอบขนสินค้าต้องห้าม เข้าหรือออกมาในราชอาณาจ ักร การค้ามน ุษย ์และการค้าอาว ุธสงคราม นอกจากน ีย ังได้ขยายออกไปใน fi ระด ับกฎหมายพิเศษต่าง ๆ เช ่น การท ุจริตคอร์รัปช ันเพื fi fiอได้ รับความสะดวกในการหลีกเลีfiยงหรือกระทํา ความผิดตามกฎหมายอืfiน ๆเช ่น กฎหมายจราจร กฎหมายทีfiดิน และกฎหมายเกีfiยวก ับเกษตรกรรม เป็นต้น 14 สุรสิทธิfi แสงวิโรจน์, การรวบรวมพยานหลักฐานบางเรืfiองทีfiเกีfiยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมและผู้ม ีอิทธิพล. (รายงานการ ประชุมทางวิชาการระด ับชาติว่าด้วยงานย ุติธรรม ครังที fifi 2, ม.ป.ท., ม.ป.ป.), หน้า 433.
132 โครงสร้างภายในองค์กรอาชญากรรมน ันfiผ ู้ทีfiเป็นห ัวหน้าม ักจะเป็นผู้ทีfiมีหน้ามีตาในส ังคม หรือเป็ น บ ุคคลทีfiได้รับการยอมรับน ับถือจากส ังคม เพราะมีความรํfiารวยซ ึงได้มาจากการท ุจริตคอร์ร ัปช ั fi นน ั fiนเอง fi และ การทีfiมีทรัพย์สินจนรํfiารวยนีเองได้ถ ูกใช้เป็ นเครื fi fiองมือเพืfiอนําตนเองเข้าสู ่อํานาจการปกครองของรัฐเช่น การ รู้จ ักคุ้นเคยก ับผู้บริหารประเทศหรือผู้บริหารท้องถิfiนในระด ับ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี นายกองค์การบริหาร ส่วนท้องถินfiหรือข้าราชการระด ับส ูง และเมืfiอห ัวหน้าองค์กรอาชญากรรมได้สร้ างความคุ้นเคยก ับบ ุคคล ด ังกล่าวแล้ว ก็จะสร้างความส ัมพ ันธ์เพืfiอปกป้ องกิจการหรือธุรกิจผิดกฎหมายของตนได้ ซ ึfiงกระบวนการ ย ุติธรรมและการสืบสวนสอบสวนด้วยวิธีการตามรูปแบบอาชญากรรมท ัวไปด ังเช ่น fi อาชญากรรมทีfiเกีfiยวก ับ ชีวิต ทรัพย์สิน และอิสรภาพ ม ักจะพบก ับความยากลําบากในการแสวงหาพยานหล ักฐานทีfiเก ีfiยวข้องเพืfiอ ดําเนินการลงโทษบ ุคคลเหล่านีfi ต ัวอย ่างทีfiเห็นได้ช ัดเจนทีfiส ุดคือ การท ุจริตในเชิงนโยบาย ซ ึงมักจะพบว่า fi มีการก ําหนดนโยบายเพือfi ทําให้เกิดโครงการทีfiจําเป็นต้องใช้งบประมาณจํานวนมาก โดยไม่มีการก ําหนดรายละเอียดหรือผู้รับผิดชอบ ไว้อย ่างช ัดเจน แต่จะให้ข้าราชการประจําเป็ นผู้กําหนดรายละเอียดและเสนอโครงการเพืfiอตอบสนอง นโยบายของผู้ทีfiกําหนดขึนfiโดยไม่ปรากฏว่ามีการดําเนินการส ัfiงการใด ๆ เป็ นลายล ักษณ์อ ักษร และเมืfiอ ปรากฏว ่ามีข่าวการท ุจริตจนนําไปสู ่การสืบสวนสอบสวนก็ม ักจะไม่สามารถทีfiจะดําเนินการลงโทษผู้กําหนด นโยบายได้ แต่ผู้ รับผิดคือเจ้าหน้าท ีfiของรัฐทีfiเป็ นผ ู้สนองนโยบายของผู้ทีfiได้กําหนดเอาไว้เท่าน ันfiเพราะไม่ ปรากฏพยานหล ักฐานใด ๆ ทีfiแสดงให้เห็นถ ึงการเชืfiอมโยงระหว ่างผู้ก ําหนดนโยบายก ับผู้ปฏิบ ัติ ซ ึfiงหาก พิจารณาอดีตท ีfiผ่านมาน ันม ักจะเป็นการท ุจริตของเจ้าหน้าที fi fiของรัฐเสียเองเป็ นส่วนใหญ่ ซ ึfiงถือว ่าเป็ นการ กระทําความผิดโดยอาศ ัยอํานาจ หรือตําแหน ่งหน้าเป็ นเครืfiองมือในการกระทําความผิด (occupational crime)15 เช ่น การกระทําความผิดเกีfiยวก ับการปกครองตามประมวลกฎหมายอาญาทีfiเก ีfiยวก ับตําแหน ่ง หน้าทีfiราชการ (มาตรา 147 ถ ึงมาตรา 166) แต่การกระทําความผิดท ีfiมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมเข้า มาเกีfiยวข้องจะมีวิธีการทีfiสล ับซ ับซ้อน อาศ ัยความรู้ความชํานาญ หรือความสามารถเป็ นพิเศษทีfiมีล ักษณะ เป็นการเฉพาะตัว ซึfiงกว ่าจะมีการตรวจสอบพบก็ม ักจะใช้เวลายาวนานและมีความเสียหายเกิดข ึนเป็ น fi จํานวนมากแล้วและเกินกว ่าการเยียวยาความเสียหายทีfiเกิดขึนก ับประเทศ fi เช ่น กรณีค ่าโง่ทางด่วน กรณี โครงการทางด่วนข ันที fifi 2 หรือกรณีการก ่อสร้างสนามบ ินสุวรรณภูมิ เป็ นต้น เพืfiอเป็ นการแก้ไขข้ อบกพร่องของกระบวนการสืบสวนสอบสวนแบบธรรมดาซ ึfiงไม่สามารถ ดําเนินการแสวงหาพยานหล ักฐานเพืfiอเอาผิดลงโทษผู้ทีfiท ุจริตคอร์รัปช ันได้อย ่างมีประสิทธิภาพ fi จ ึงมีความ จําเป็ นจะต้องพ ัฒนาวิธีการไต ่สวนของเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. เพืfiอให้ได้ประสิทธิภาพมากย ิfiงขึนและให้มี fi ระด ับความเข้มข้นในทางปฏิบ ัติตามอ ํานาจหน้าท ีfi ต่างไปจากการไต่สวนโดยท ัfiวไปโดยการนํา ”งานด้าน การข่าว”และ“เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาใช้ก ับสําน ักงาน ป.ป.ช. เพืfiอให้เจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. 15ชินนะพงษ์ บํารุงทรัพย์ และคณะ, การคอร์รัปชัfiนในการซือขายตําแหน่งในระบบราชการ fi , หน้า 26 .
133 สามารถบ ังค ับใช้พระราชบ ัญญัติประกอบรัฐธรรมน ูญว ่าด้วยการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต พ.ศ. 2542 (และท ีfiแก้ไขเพิfiมเติม) ให้เกิดประสิทธิภาพมากทีfiสุด
บททีfi 6 บทสรุปและข้อเสนอแนะ บทสรุป “งานด้านการข่าว” และ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพ ิเศษ” ต่างก ็มีต้นก ําเน ิดมากจาก การปฏิบ ัติงานทางด้ านการทหาร เมืfiอวิธีการด ังกล่าวประสบความสําเร็จมากขึนเรื fi fiอย ๆ จ ึงเริfiมมี แนวความคิดทีfiนําหล ักการในเรืfiองด ังกล่าวมาปรับใช้ก ับคดีอาญาทีfiมีความสลับซ ับซ้อนและความรุนแรง ต่อชีวิต สิทธิเสรีภาพ หรือส่งผลกระทบต่อส ังคม เช ่น คดียาเสพติด คดีล ักลอบการค้ามน ุษย์ เป็ นต้น ต่อมาเมืfiอการกระทําความผิดเริfiมเปลีfiยนแปลงรูปแบบเป็ นการกระทําความผิดในรูปแบบ องค์กรอาชญากรรม วิธีการป้ องก ันและปราบปรามอาชญากรรมจ ึงต้องพ ัฒนาตามให้มีความเท่าท ันก ับ ผู้กระทําความผิด นอกจากจะมีการน ําเครืfiองมืออ ิเล็กทรอนิกส์ทีfiท ันสม ัยแล้วก็ตาม แต ่กฎหมายย ังไม่มีการ พ ัฒนาต ัวบทกฎหมายรองรับปฏิบ ัติการด ังกล่าว ซ ึfiงในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศแคนาดาได้มี แนวความคิดให้ใช้กฎหมายเป็ นเทคโนโลยี กล่าวคือ บ ัญญัติกฎหมายเพิfiมสถานะเป็นข้อก ําหนดของสังคม เป็นเครืfiองมือของเจ้าหน้าทีfiของรัฐในการปราบปรามการกระทําความผิดด้วย ซ ึfiงในระยะแรก ๆ ศาลใน ต่างประเทศก็ไม่ยอมร ับหล ักการดังกล ่าว จนเมืfiอมีการบ ัญญัติบทบ ัญญัติของกฎหมายเป็ นลายล ักษณ์ อ ักษรขึนทําให้ศาลต้องยอมรับเทคโนโลยีของกฎหมายด ังกล่าวด้วย fi คําว ่า“เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพ ิเศษ” น ันมีชื fi fiอเรียกทีfiอาจแตกต่างก ันไป ท ังนี fiขึ fiนอยู่ fi ก ับแนวความคิดและทีfiมาของกฎหมายของแต่ละประเทศทีfiแตกต่างก ัน บางประเทศเรียกว ่า ปฏิบ ัติการอ ํา พราง หรือปฏิบ ัติการปกปิ ด หรือปฏิบ ัติการล ับ เป็นต้น ด้วยเหตุด ังกล่าวนีเองทําให้หน ่วยงานในต่างประเทศซ ึ fi fiงมีหน้าทีfiเก ีfiยวก ับการป้ องก ันและ ปราบปรามการทุจริต เช ่น ประเทศแคนาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เขตปกครองพิเศษฮ ่องกง และ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ได้นํากฎหมายทีfiเกีfiยวก ับ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาใช้เป็ นเครืfiองมือใน การป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต จนประสบความสําเร็จ โดยมี “งานด้านการข่าว” เป็ นเครืfiองมือ สน ับสน ุนให้การปฏิบ ัติงานของหน ่วยงานเหล่าน ันประสบความสําเร็จ fi เนืfiองจาก “งานด้านการข่าว” ต้องอาศัย “เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาใช้ในการสืบสวนสอบสวน ความแตกต่างจ ึงอยู่ทีfiว ่า “งานด้านการข่าว” จะมีวงรอบข ่าวกรอง และอาจมีระยะเวลาทีfiยาวนานเกินกว ่าระยะเวลาในการใช้ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” เพราะการใช้ “เทคน ิคการสืบสวนสอบสวนพ ิเศษ”จะท ําได้ก็จะต้องมี กําหนดระยะเวลาทีfiไม่ยาวจนเกินไป เนืfiองจากมีความเสีfiยงในการดําเนินการตลอดเวลา และมีผลผูกพ ัน เจ้าหน้าทีfiและต่อหน ่วยงานซ ึงเจ้าหน้าที fi fiส ังก ัดอย ู่ ในขณะทีfiงานด้านการข ่าวน ันfiในบางกรณีหน ่วยงานซ ึfiง เจ้าหน้าทีfiน ันส ังก ัดอย ู่สามารถปฏิเสธการดําเนินการด ังกล่าวได้หากจําเป็น fi
135 จากการวิจ ัยในครังนี fiคณะผู้ทําวิจ ัยทําให้ทราบความหมาย fi ขอบเขต ทฤษฏี และวิธีปฏิบ ัติ ของ “งานด้านการข ่าว”และ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ได้ดังนีfi “งานด้ านการข่าว” หมายถ ึง การดําเนินการใด ๆ ตามอํานาจหน้าทีfiให้เป็ นไปตาม กฎหมายกําหนดโดยเจ้าหน้าทีfiของรัฐเพืfiอสืบค้น ค้นหา รวบรวม วิเคราะห์และการประมวลผล การจ ัดเก็บ ข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทีfiได้รับและมีความน ่าเชืfiอถือเพืfiอนํามาขยายผล รวมท ังการต่อต้านข่าวกรอง fi “เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” หมายถ ึง การดําเนินการท ังหลายเพื fi fiอปิ ดบ ัง สถานะหรือว ัตถ ุประสงค์ของการดําเนินการโดยลวงให้ผู้อืfiนเข้าใจผิดไปจากว ัตถ ุประสงค์ทีfiแท้จริงหรือเพืfiอ มิให้รู้ความจริงเก ีfiยวก ับการปฏิบ ัติหน้าทีfiของเจ้าพน ักงาน รวมท ังการครอบครองช ั fi วคราว fi ภายใต้การกําก ับ คําส ัfiง หรือการสะกดรอยติดตามของเจ้าพน ักงาน เช่น การเฝ้ าติดตามโดยใช้เครืfiองมืออ ิเล็กทรอน ิกส์ การด ักฟัง การจ ัดส่งภายใต้การควบคุม การอ ําพรางต ัว การล่อให้กระทําผิด ในอดีตทีfiผ่านมาประเทศไทยได้นํา “งานด้านการข ่าว”และ “เทคนิคการสืบสวนสอบสวน พิเศษ” มาใช้ในการปราบปรามอาชญากรรม รวมท ังการดําเนินการเพื fi fiอความม ัfiนคง โดยทีfiเจ้าหน้าทีfi ผู้ปฏิบ ัติงานต้องยอมรับความเสีfiยงทางด้านความปลอดภ ัย และการไม่ได้ รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เอง จนเมืfiอพระราชบ ัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 บ ังค ับใช้และได้ยอมรับหล ักการ ในเรืfiองด ังกล่าวไว้ใน มาตรา 21 ถ ึงมาตรา 34 ซ ึงได้กําหนดหล ักเกณฑ์และวิธีการสืบสวนและสอบสวนคดี fi พิเศษไว้ และพระราชบ ัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2540 ได้ให้บทนิยามศัพท์ คําว ่า “อ ําพราง” ไว้ในมาตรา 7 และ “การครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม” ไว้ในมาตรา 8 และหากจะได้มีการ นําเอาแนวความคิดของกฎหมายท ังสองฉบ ับนี fi มาปรับใช้ก ับสําน ักงาน fi ป.ป.ช. โดยการปรับปรุงแก้ไข พระราชบ ัญญัติประกอบรัฐธรรมน ูญว ่าด้วยการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต พ.ศ.2542 ให้มีการเพิfiม อํานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเจ้าพน ักงาน ป.ป.ช. ในเรืfiองด ังกล ่าวย่อมเป็ นการเพิfiมประสิทธิภาพ ในการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริตในประเทศไทยให้เกิดประสิทธิภาพมากยิfiงขึนfi ข้อเสนอแนะ เนืfiองจากภารกิจของสําน ักงานป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริตแห่งชาติ ตามอํานาจ หน้าทีfiของคณะกรรมการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต ได้ดําเนินการตามพระราชบ ัญญัติว ่าด้วยการ ป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต พ.ศ.2542 พระราชบ ัญญัติว ่าด้ วยว ิธีพ ิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารง ตําแหน ่งทางการเมือง พ.ศ.2542 พระราชบ ัญญัติว ่าด้วยความผิดเกีfiยวก ับการเสนอราคาต่อหน่วยงาน ของร ัฐ พ.ศ.2542 พระราชบ ัญญัติการจ ัดการหุ้นส ่วนและห ุ้นของร ัฐมนตรี พ.ศ.2543 และกฎหมายอืfiน ทีfiเกีfiยวข้องซ ึงในการดําเนินการตามกฎหมายด ังกล่าวมีความเกี fi fiยวข้องก ับน ักการเมืองท ังในระด ับร ัฐบาล fi
136 จนถ ึงระด ับท้องถิfiน รวมถ ึงข้าราชการในท ุกกระทรวง กรม หน ่วยงานรัฐวิสาหก ิจ และหน่วยงานอืfiนของรัฐ รวมท ังบ ุคคลอื fi fiนทีfiเกีfiยวข้องในการกระทําความผิดตามกฎหมายข้างต้น การดําเนินการหาข้อมูล การรวบรวมพยานหล ักฐานหาข้อเท็จจริง การดําเน ินการพิส ูจน์ ทราบการกระทําความผิดตามกฎหมาย เกีfiยวก ับการกระทําความผิดของบ ุคคลทีfiมีอํานาจและอิทธิพลทีfiมี เครือข ่ายของกล ุ่มบ ุคคลทีfiสมประโยชน ์ก ัน ย ่อมเป็ นการยากลําบากและซ ับซ้อนกว ่าการดําเนินการต่อ บ ุคคลท ัวไป fi โดยเฉพาะอย ่างยิfiงการกระทําให้เท ่าท ันต่อเหตุการณ์กระทําผิดหรือความเปลีfiยนแปลงต่อ พยานหล ักฐาน รวมถ ึงการเก็บรวบรวมองค์ประกอบอืfiนเกีfiยวก ับคดีให้เกิดความสมบ ูรณ์ก ่อนถ ูกท ําลาย ย ่อมจะมีความจําเป็ นท ีfiจะต้องสร้ างกลไกในการท ํางานให้เก ิดประสิทธิภาพมากขึนเพื fi fiอให้เก ิดความ สมบ ูรณ์ รวดเร็วจากการวิจ ัยเปรียบเทียบท ังด้านอํานาจหน้าที fi fiและรูปแบบ ตลอดจนล ักษณะการทํางาน ขององค์กรภายในและต่างประเทศ เห็นว ่าการนําใช้วิธีการปฏิบ ัติทางการข่าวและการนําใช้เทคนิคการ สืบสวนสอบสวนพิเศษ ส ่งผลให้การดําเนินการต ่อเป้ าหมาย/ว ัตถ ุประสงค์ในภารกิจขององค์กรน ันfiๆ บรรลุ ว ัตถ ุประสงค์อย ่างมีประสิทธิภาพสามารถทําให้องค์กรเป็นทีfiยอมรับในผลงานได้เป็นอย่างดีก ับสถานการณ์ ในภารก ิจของสําน ักงาน ป.ป.ช.ทีfiน ับว ันจะมีความย ุ่งยากซ ับซ้อนต่อการปฏิบ ัติหน้าทีfiในการตรวจสอบ ติดตาม และรวบรวมข้อมูลในการพิสูจน ์ทราบการกระทําความผิด จ ึงขอเสนอให้สําน ักงาน ป.ป.ช. ได้นํา “งานด้านการข่าว”และ“เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาปรับใช้เพืfiอเพิfiมประสิทธิภาพในปฏิบ ัติงาน ยิfiงขึนfi นอกจากนีfi ควรกําหนดล ักษณะและรูปแบบจ ัดการองค์กรโดยนําหล ักและว ิธีการทํางาน เชิงสืบสวนสอบสวนมาปรับใช้ในเรืfiอง การส ังเกตการณ์ การสะกดรอยติดตาม การอําพราง การส ัมภาษณ์ ลวงถาม ย ัวย ุ fi การนําใช้เครืfiองมือเทคนิคอิเลคทรอนิกส์ และระบบสารสนเทศในลักษณะของการ 1) การ ติดตาม (Monitoring) และ 2)การเฝ้ าดู (watching) ก ับงานภารก ิจของสําน ักงาน ป.ป.ช.พร้อม ๆ ก ับการ ดําเนินการจ ัดต ังเครือข่ายงานทางล ับด้านแหล่งข ่าว fi ผู้ให้ข่าวเพืfiอเป็นข้อมูลนําสืบพิสูจน ์ทราบการกระท ํา ความผิดต่อไป โดยมีส่วนงานปฏิบ ัติการทีfiเกีfiยวข้องสน ับสน ุนด้านต ่างๆ ประกอบด้วย 1.ส่วนอํานายการปฏิบ ัติการ ( ผู้อ ํานวยการ / ห ัวหน้าธุรการ ) ทําหน้าทีfiวิเคราะห์ ประมวล ข้อมูล เพืfiอสัfiงการวางแผน ในการก ําก ับและสน ับสน ุนการปฏิบ ัติการตามภารกิจทีfiต้องดําเนินการประสาน จ ัดการงานธุรการงบประมาณ (งบล ับ-งบเปิ ด) ว ัสด ุอุปกรณ์ ฯ 2.การปฏิบ ัติการสืบสวน ( ห ัวหน้าส่วนปฏิบ ัติการและเจ้าหน้าทีfiฯ ) แบ ่งกลุ ่มภารกิจ 5-7 กลุ ่มจ ําแนกตามกล ุ่มกระทรวง-กรม , ภาครัฐว ิสาหกิจ , หน ่วยงานรัฐท ังในfi กรุงเทพมหานครและต่างจ ังหว ัด
137 ทําหน้าทีfiวิเคราะห์ ประมวลข้อมูลข ่าวสารเชิงปฏิบ ัติการ ขยายผลทางการสืบสวน ฯจ ัดต ังเครือข่ายงานข่าว fi ทางการสืบสวน และปฏิบ ัติการรวบรวมข้อมูลข่าวสารฯ 3.ด้านปฏิบ ัติการเทคนิค เครืfiองมือ ศึกษาพ ัฒนาและจ ัดหาเพืfiอสน ับสน ุนการปฏิบ ัติการด้าน เทคนิคและอุปกรณ์ทางการสืfiอสารฯและดําเนินการสน ับสน ุนงานปฏิบ ัติการพืนที fifi ฯ 4.ด้านระบบสารสนเทศ (ฐานข้อมูล) ทําหน้าทีfiค ัดเลือก จ ัดเก็บ ประมวลข้อมูลเพืfiอสน ับสนุน การสืบสวน และจ ัดทําระบบสารสนเทศทางการสืบสวน หรือธนาคารข้อมูล 5.ปรับปรุงแก้ไขพระราชบ ัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องก ันและปราบปราม การท ุจริต พ.ศ.2542 (และท ีfiแก้ไขเพิfiมเติม) หรือร่างพระราชบ ัญญ ัติว ่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทุจริตคอร์รัปช ันfi เช ่นเดียวก ับพระราชบ ัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ให้เจ้ าพน ักงาน ป.ป.ช. มีอํานาจหน้าทีfi ในการปฏิบ ัติการ “งานด้านการข่าว”และ“เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ตามทีfiได้ศ ึกษามาแล้วข้างต้น เพืfiอให้ศาลยอมรับพยานหล ักฐาน และการปฏิบ ัติงานของเจ้าพน ังงาน ป.ป.ช. ว ่าเป็ นการดําเนินการชอบด้วย กฎหมาย 6.เนืfiองจากการวิจ ัยในเรืfiองนีมีข้อจําก ัดด้านงบประมาณ fi จ ึงสมควรท ีfiจะศึกษาวิจ ัยในเรืfiอง “งานด้านการข่าว” และ“เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” ในเชิงลึกโดยศึกษาเปรียบเทียบก ับองค์กรทีfiมี หน้าทีfiในการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริตในต่างประเทศ ท ังทางด้านทฤษฏี fi และปฏิบ ัติ เพืfiอศึกษา ความเป็นไปได้ในการนําปรับใช้ก ับสําน ักงาน ป.ป.ช. 7. ปัจจ ุบ ันสําน ักงาน ป.ป.ช. ย ังไม่เคยมีการส่งต ัวหรือแลกเปลีfiยนต ัวเจ้าหน้าท ีfiสําน ักงาน ป.ป.ช. ก ับหน ่วยงานทีfiมีหน้าทีfiในการป้ องก ันและปราบปรามการท ุจริต ในด้านการปฏิบ ัติงานด้านการข่าว และเทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษโดยตรงจ ึงสมควรทีfiจะได้มีโครงการแลกเปลีfiยนความรู้และศึกษา ดูงานจากหน ่วยงานต่างประเทศ รวมท ังหน ่วยงานราชการไทย fi เช่น สําน ักข ่าวกรองแห่งชาติและหน ่วยงาน ทีfiมีการใช้เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ เพืfiอแลกเปลีfiยนความรู้และประสบการณ์ในการปฏิบ ัติงาน 8.จากการวิจ ัยว ิจ ัยในครังนี fiพบว ่า fi บทบาท อํานาจหน้าทีfi ตลอดจนภารก ิจของสําน ัก การข่าวและประมวลผลมีลักษณะทีfiแตกต ่างไปจากสําน ักอืfiน ๆ กล ่าวคือ นอกจากจะมีหน้าทีfiในด้าน การปราบปรามการท ุจริตแล้ว ย ังต้องปฏิบ ัติงานด้านการข่าวซ ึงมีความรับผิดชอบตามกฎหมายสูง fi และมี ความเสีfiยงภ ัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน อีกท ังย ังมีรูปแบบข ั fi นตอน fi ตลอดจนว ิธีการปฏิบ ัติงานทีfiแตกต่างไปจาก สําน ักอืfiน ๆอย่างช ัดเจน จ ึงมีความจําเป็นทีfiต้องมีการวิจ ัยในห ัวข้อต่อเนืfiองก ับการวิจ ัยครังนี fiเพื fifiอจ ัดทําค ู่มือ การปฏิบ ัติงานของเจ้าหน้าท ีfiของสําน ักการข่าวและประมวลผล สําน ักงาน ป.ป.ช. ขึนโดยเฉพาะ fi